คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 53 1.2.4 ประโยชน์ของการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีที่เกิดขึ้นกับประเทศ สังคม สถานศึกษา นักเรียน นักศึกษา และสถานประกอบการ การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี เป็นการจัดการศึกษาที่ทำให้เกิดผลประโยชน์ร่วมของทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งสถานประกอบการ สถานศึกษา ผู้เรียน และยังก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อการพัฒนา แรงงานที่มีปริมาณและคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน เป็นการจัดการศึกษาที่ช่วยลดต้นทุน การพัฒนาบุคลากรของสถานประกอบการและลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนทรัพยากรแรงงานที่มีคุณภาพ ในส่วนของสถานศึกษาจะได้รับประโยชน์จากการร่วมมือในการลดต้นทุนในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ และครุภัณฑ์ การศึกษาที่เทคโนโลยีทันสมัย ในขณะเดียวกันครูผู้สอนจะได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะให้ทันต่อการ เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ในด้านผู้เรียนจะได้รับประโยชน์การเรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติที่สอดคล้อง กับเทคโนโลยีปัจจุบัน ได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรมในระหว่างเรียน เมื่อสำเร็จการศึกษาสามารถทำงานได้ทันที ประโยชน์กับประเทศ / สังคม 1. สามารถจัดวางแผนกำลังคนในระยะยาวได้ในสาขาวิชาที่ขาดแคลนและต้องใช้ความชำนาญ ในอาชีพมากขึ้น 2. พัฒนาบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานกับเทคโนโลยีชั้นสูงได้การจัดการในระบบนี้เป็นการจัด ร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับสถานประกอบการ จึงมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่าง ครูสอน ในสถานศึกษาและครูฝึกในสถานประกอบการได้ง่ายขึ้น 3. การวางแผนกำลังคนเป็นระบบนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของงานเข้าสู่ระบบสากล เมื่อสถานประกอบการต้องรับผิดชอบในการฝึกภาคปฏิบัติจะช่วยให้เกิดการปรับปรุงบุคลากร เครื่องมือและ อุปกรณ์ 4. เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เป็นการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นส่วน สำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ ประโยชน์กับสถานศึกษา/นักเรียน นักศึกษา 1. สถานศึกษาผลิตผู้เรียนที่มีทักษะความชำนาญเฉพาะด้าน ได้ตรงตามความต้องการของ ตลาดแรงงาน 2. สร้างความร่วมมือในการจัดการศึกษาร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน 3. พัฒนาความรู้ ความสามารถของครู 4. แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์กับสถานประกอบการ เพื่อพัฒนาหลักสูตรให้ก้าวหน้า ทันสมัย 5. ได้ศึกษาในสาขาวิชาชีพที่ต้องการ ได้เรียนเรียนรู้ทฤษฎีและทักษะพื้นฐานในสถานศึกษา และเรียนภาคปฏิบัติในสถานประกอบการทำให้มีความรู้และประสบการณ์ตรง 6. ผู้เรียนมีรายได้ระหว่างเรียน ได้รับเบี้ยเลี้ยงเพื่อสะสมเป็นเงินทุนในการลงทุน หากต้องการ เป็นเจ้าของประกอบการ
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 54 7. เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้ใบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.หรือ ปวส.) และได้ใบรับรองการ ผ่านงานจากสถานประกอบการ ประโยชน์กับสถานประกอบการ 1. บุคลากรมีความจงรักภักดีและผูกพันกับสถานประกอบการ นักเรียนระบบทวิภาคีจะมีความ ผูกพันกับสถานประกอบการมากกว่าพนักงานที่มาจากการเลือกสรรของสถานประกอบการ 2. เมื่อนักเรียน นักศึกษา สำเร็จการศึกษา แล้วมีคุณภาพตอบสนองความต้องการอันแท้จริงของ สถานประกอบการ และได้เรียนรู้การเป็นพนักงานก่อนที่จะมีการจ้างงาน โดยเฉพาะในเรื่องระเบียบวินัยความ รับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ 3. สถานประกอบการสามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลาในการฝึกอบรมพนักงานใหม่ 4. เตรียมแรงงานที่มีความสามารถทางด้านทักษะและประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ที่ได้กำหนดไว้ 5. ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการฝึกอาชีพให้กับนักเรียนนักศึกษา 6. ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ประกาศเกียรติคุณสถานประกอบการดีเด่น 7. ได้รับการเสนอชื่อเพื่อขอรับการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กำหนด
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 55 ใบกิจกรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความรู้และเจตคติเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี หัวข้อย่อยที่ ๑.๒ ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ใบกิจกรรมที่ ๑.๒ /๑ การตรวจสอบหน้าที่และความรับผิดชอบในการร่วมจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ของสถานศึกษาและสถานประกอบการเพื่อให้เป็นไปตาม มาตรฐานการจัด อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี คำชี้แจง ๑. ครูนิเทศก์แบ่งกลุ่มๆ ละ ๓ – ๔ คน ๒. ทำแบบตรวจสอบหน้าที่และความรับผิดชอบในการร่วมจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ๓. วางแผนการปฏิบัติงานและปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ โปรดทำเครื่องหมาย / ลงในช่องรายการข้อมูลเพื่อตรวจสอบหน้าที่และความรับผิดชอบเกี่ยวกับการ ดำเนินการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ลำดับ ที่ หัวข้อประเมิน หน้าที่และความรับผิดชอบของ หมายเหตุ สถานศึกษา สถาน ประกอบการ ดำเนินการ ร่วมกัน ๑. ผู้สอนและบุคลากรสนับสนุนการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ๑.๑ ครูผู้สอนวิชาชีพในสาขาวิชาของ สถานศึกษาที่จัดการอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคีไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ต้องได้รับการพัฒนาวิชาชีพที่ สอน ไม่น้อยกว่า 80 ชั่วโมง/คน/ ปีการศึกษา จากสถานประกอบการ ที่ร่วมจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ๑.๒ จัดให้มีผู้มีประสบการณ์ มีความ ชำนาญ มีความเชี่ยวชาญด้าน วิชาชีพ มาถ่ายทอดทักษะ ประสบการณ์ และความรู้แก่ผู้เรียน
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 56 ลำดับ ที่ หัวข้อประเมิน หน้าที่และความรับผิดชอบของ หมายเหตุ สถานศึกษา สถาน ประกอบการ ดำเนินการ ร่วมกัน ผู้สอนไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ๆ ละ ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมงต่อภาคเรียน ๒. ทรัพยากรการจัดการเรียนการสอนและการจัดการ ๒.๑ ต้องมีวัสดุ ครุภัณฑ์ พื้นที่และ อุปกรณ์การศึกษาสำหรับผู้เรียน เพียงพอต่อการจัดการเรียนการ สอนและการฝึกอาชีพ ๒.๒ มีครูนิเทศก์วิชาชีพสาขาวิชานั้น ๆ ๒.๓ มีหัวหน้างานอาชีวศึกษาระบบ ทวิภาคีและบุคลากร ผู้ประสานงาน ๓. ด้านการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ๓.๑ ส่งเสริม สนับสนุน การจัด อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ๓.๒ จัดการเรียนในสาขาวิชาตรงตาม ความต้องการของสถานประกอบการ ๓.๓ ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างสถานศึกษาและ สถานประกอบการ ๓.๔ ให้ผู้เรียนทำสัญญาฝึกอาชีพกับ สถานประกอบการ ๓.๕ จัดทำแผนการเรียนตลอดหลักสูตร ๓.๖ จัดทำแผนการฝึกอาชีพ ตลอดหลักสูตร ๓.๗ จัดทำแผนการนิเทศ ๓.๘ ปฐมนิเทศก่อนการฝึกอาชีพและ ปัจฉิมนิเทศหลังเสร็จสิ้นการฝึก ๓.๙ เตรียมความพร้อมผู้เรียนก่อนออก ฝึกอาชีพ ๓.๑๐ มีครูนิเทศก์การฝึกอาชีพใน สถานศึกษา
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 57 ลำดับ ที่ หัวข้อประเมิน หน้าที่และความรับผิดชอบของ หมายเหตุ สถานศึกษา สถาน ประกอบการ ดำเนินการ ร่วมกัน ๓.๑๑ กำกับติดตามและประเมินผลการฝึก อาชีพร่วมกับสถานประกอบการ ๓.๑๒ ประชาสัมพันธ์การจัดอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคีให้กับ สถานประกอบการ ผู้เรียน ผู้ปกครอง ๓.๑๓ ลักษณะงานที่ฝึกอาชีพต้อง สอดคล้องกับการเรียนรู้ในสาขาวิชา ที่ผู้เรียนกำลังศึกษา ๓.๑๔ การแต่งตั้งครูฝึก ๓.๑๕ การแต่งตั้งผู้ควบคุมการฝึกอาชีพ ๓.๑๖ จัดให้มีผู้ประสานความร่วมมือ ๓.๑๗ สวัสดิการและค่าเบี้ยเลี้ยง ๓.๑๘ คุณสมบัติครูฝึกเป็นไปตามกฎหมาย ว่าด้วยการอาชีวศึกษา ๓.๑๙ จำนวนครูฝึกต่อผู้เรียนเป็นไปตาม เกณฑ์ที่กำหนด ๓.๒๐ การคัดเลือกผู้เรียนเข้าฝึกอาชีพ
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 58 ใบกิจกรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความรู้และเจตคติเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี หัวข้อย่อยที่ ๑.๒ ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ใบกิจกรรมที่ ๑.๒/๒ อภิปรายและสรุปข้อเสนอการสร้างแรงจูงใจให้สถานประกอบการเข้ามามีส่วนร่วม ในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี คำชี้แจง ๑ . ครูนิเทศก์แบ่งกลุ่มๆละ ๕ – ๑๐ คน ๒ . อภิปรายกลุ่มเพื่อเสนอแนวทางการสร้างแรงจูงใจให้สถานประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการ อาชีวศึกษาระบบทวิภาคีโดยให้สมาชิกในกลุ่มเสนอกรณีตัวอย่างของสถานประกอบการเกี่ยวกับความร่วมมือจัด การศึกษาทวิภาคีแล้วนำกรณีดังกล่าวมาสร้างบทบาทสมมติโดยให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีส่วนร่วมในการแสดง บทบาทสมมติ ๓. สรุปแนวทางการสร้างแรงจูงใจจากบทบาทสมมติที่นำเสนอ ประกอบด้วยกรณีศึกษา ดังนี้ กรณีที่ ๑ : สถานศึกษาและสถานประกอบการให้ความร่วมมือจัดการอาชีวศึ ก ษ า ระบบทวิภาคีประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง (กำหนดบทบาทสมมุติจากสถานประกอบการ สถานศึกษา และครู นิเทศก์) กรณีที่ ๒ : สถานศึกษาและสถานประกอบการมีปัญหา อุปสรรคในการจัดการอาชีวศึกษาระบบ ทวิภาคีอย่างมาก ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร (กำหนดบทบาทสมมุติจากสถานประกอบการ สถานศึกษา และ ครูนิเทศก์) กรณีที่ ๓ : ครูนิเทศก์ที่เป็น The Best practice นำเสนอประสบการณ์การนิเทศที่ดี
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 59 1.3 ความสำคัญของแผนการเรียนและแผนการฝึกอาชีพที่มีผลต่อการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี กรอบความคิด ในการจัดการการเรียนการสอนและการฝึกอาชีพของการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีนั้น ผู้เรียนจะได้รับ ความรู้พื้นฐานที่จำเป็นจากสถานศึกษาหรือครูผู้สอน ในด้านทักษะที่ต้องการให้เกิดความชำนาญในวิชาชีพหรือ ความชำนาญในขั้นสูงขึ้นให้เกิดเป็นสมรรถนะเฉพาะทางจะได้รับจากครูฝึกในสถานประกอบการโดยการฝึกอาชีพ ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การฝึกอบรมแบบสอนงาน (On-the-job-Training : OJT) โดยอาจใช้เทคนิคการถ่ายทอด ที่หลากหลายผนวกกับสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัยที่เป็นไปตามมาตรฐานของวิชาชีพนั้น ๆ ดังนั้น ครูนิเทศก์ใน สถานศึกษา และครูฝึกในสถานประกอบการ จึงจำเป็นที่ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ในการเขียนแผนการเรียนและ แผนการฝึกอาชีพร่วมกัน เนื่องจากแผนการเรียนและแผนการฝึกอาชีพ เป็นแนวทางสำหรับการจัดกิจกรรมการ เรียนการสอนและการฝึกอาชีพ การวัดและประเมินผล ที่จะส่งผลต่อคุณภาพการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ตามมาตรฐานการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. 2563 ต่อไป จุดประสงค์ทั่วไป 1. เพื่อให้ครูนิเทศก์ เห็นความสำคัญของแผนการเรียนและแผนการฝึกอาชีพที่มีผลต่อการจัดการอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคี จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ๑. เพื่อให้ครูนิเทศก์มีความรู้ ความเข้าใจในหลักการการนำรายวิชาตามโครงสร้างหลักสูตรไปจัดทำแผนการ เรียนและพัฒนารายวิชาทวิภาคีในหลักสูตรให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกับสมรรถนะของสถานประกอบการ ในการร่วมจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ๒. เพื่อให้ครูนิเทศก์มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถจัดทำแผนการเรียนและแผนการฝึกอาชีพได้ถูกต้อง ๓. เพื่อให้ครูนิเทศก์มีความรู้ ความเข้าใจกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ และกรอบมาตรฐาน คุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ ๔. เพื่อให้ครูนิเทศก์มีความรู้ ความเข้าใจ จุดมุ่งหมาย เกณฑ์การใช้และโครงสร้างหลักสูตรระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช พ.ศ. ๒๕62 และหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พ.ศ ๒๕63 และระดับปริญญาตรีหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต ๕. เพื่อให้ครูนิเทศก์มีความรู้ ความเข้าใจหลักการวิเคราะห์งานในสถานประกอบการ ตามหลักการ DACUM และการเขียนสมรรถนะอาชีพ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (STEP) หรือมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) เชื่อมโยงสู่รายวิชาทวิภาคีของแต่ละหลักสูตร
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 60 สาระสำคัญ 1. กรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ 2. โครงสร้างหลักสูตรและเกณฑ์การใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕62 และหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พ.ศ. ๒๕63 และระดับปริญญาตรี หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต 3. การจัดแผนการเรียน การพัฒนารายวิชาทวิภาคีในหลักสูตรด้วยหลักการวิเคราะห์งานใน สถานประกอบการ ตามหลักการ DACUM 4. ความเป็นมา ความสำคัญ เป้าหมายและองค์ประกอบของแผนการฝึกอาชีพและขั้นตอนการ จัดทำแผนการฝึกอาชีพ แนวการจัดกิจกรรม 1. บรรยายให้ความรู้ 2. การทำกิจกรรมกลุ่มและอภิปรายผล 3. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 4. การสรุปองค์วามรู้ร่วมกัน รายละเอียดการจัดกิจกรรม กระบวนการ : 240 นาที องค์ประกอบ/ กลุ่ม/เวลา กิจกรรม สื่อ กลุ่มใหญ่ (25 นาที) วิทยากรตั้งคำถาม:กรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับประกอบด้วย กี่ด้าน แต่ละด้านมีสาระอะไรบ้าง วิทยากรบรรยาย: กรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาแต่ละระดับ Power point กลุ่มใหญ่ (60 นาที) วิทยากรตั้งคำถาม: ความแตกต่างและความเหมือน ด้าน หลักสูตร โครงสร้างหลักสูตร แผนการเรียน แผนการฝึก อาชีพ ของการจัดอาชีวศึกษาแต่ละระบบ และแต่ละระดับ เหมือนหรือต่างกันอย่างไร วิทยากรบรรยาย: หลักสูตรและเกณฑ์การใช้หลักสูตร อาชีวศึกษาแต่ละระดับ Power point กลุ่มใหญ่ (20 นาที) วิทยากรตั้งคำถาม:เป้าหมายหรือแนวทางการจัดการเรียนการ สอนในสถานศึกษาแตกต่างจากการจัดการฝึกอาชีพใน สถานประกอบการอย่างไร Power point ใบกิจกรรมที่ 1.3/1
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 61 องค์ประกอบ/ กลุ่ม/เวลา กิจกรรม สื่อ ผู้เข้าอบรม : ทำกิจกรรมกลุ่มนำเสนอเป้าหมายและรูปแบบการ จัดการเรียนการสอนและการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ แต่กลุ่มร่วมกันอภิปราย กลุ่มใหญ่ (15 นาที) วิทยากรตั้งคำถาม : สมรรถนะอาชีพหมายถึงอะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง (ชมคลิบวีดีโอ) ผู้เข้าอบรม: ทำกิจกรรมกลุ่มร่วมอภิปราย Power point คลิปวีดิโอ ใบกิจกรรมที่ 1.3/2 กลุ่มใหญ่ (60 นาที) วิทยากรบรรยาย : รูปแบบกระบวนการจัดแผนการเรียน ในระบบทวิภาคี Power point กลุ่มใหญ่ (60 นาที) วิทยากรบรรยาย : การวิเคราะห์งานในสถานประกอบการ เพื่อพัฒนาให้สอดคล้องกับแผนการเรียนตามหลักการ DACUM ผู้เข้าอบรม : ทำกิจกรรมกลุ่มจัดทำตารางการฝึกอาชีพจากการ วิเคราะห์งานด้วย DACUM นำเสนอและร่วมอภิปราย Power point ใบกิจกรรมที่ 1.3/3
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 62 ใบเนื้อหา 1.3 ความสำคัญของแผนการเรียนและแผนการฝึกอาชีพที่มีผลต่อการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 1. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 66 2. โครงสร้างและเกณฑ์การใช้หลักสูตร เพื่อจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี 2.๑ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 2.๑.๑ การจัดการศึกษาและเวลาเรียน การจัดการศึกษาในระบบปกติ ใช้ระยะเวลา 3 ปี การศึกษา การจัดเวลาเรียนให้ดำเนินการ ดังนี้ 1) ในปีการศึกษาหนึ่ง ๆ ให้แบ่งภาคเรียนออกเป็น 2 ภาคเรียนปกติหรือระบบทวิภาค ภาค เรียนละ 18 สัปดาห์ รวมเวลาการวัดผล โดยมีเวลาเรียนและจำนวนหน่วยกิต ตามที่กำหนด และสถานศึกษา อาชีวศึกษาหรือสถาบันอาจเปิดสอนภาคเรียนฤดูร้อนได้อีกตามที่เห็นสมควร 2) การเรียนในระบบชั้นเรียน ให้สถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันเปิดทำการสอนไม่น้อยกว่า สัปดาห์ละ 5 วัน ๆ ละไม่เกิน 7 ชั่วโมง โดยกำหนดให้จัดการเรียนการสอนคาบละ 60 นาที 2.๑.๒ การคิดหน่วยกิต ให้มีจำนวนหน่วยกิต ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 103 - 110 หน่วยกิต การคิดหน่วยกิต ถือเกณฑ์ดังนี้ 1) รายวิชาทฤษฎีที่ใช้เวลาในการบรรยายหรืออภิปราย 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ 18 ชั่วโมงต่อ ภาคเรียนรวมเวลาการวัดผล มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต 2) รายวิชาปฏิบัติที่ใช้เวลาในการทดลองหรือฝึกปฏิบัติในห้องปฏิบัติการ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ 36 ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวมเวลาการวัดผล มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต 3) รายวิชาปฏิบัติที่ใช้เวลาในการฝึกปฏิบัติในโรงฝึกงานหรือภาคสนาม 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ 54 ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวมเวลาการวัดผล มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต 4) การฝึกอาชีพในการศึกษาระบบทวิภาคี ที่ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 54 ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวม เวลาการวัดผลมีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต 5) การฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพในสถานประกอบการ ที่ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 54 ชั่วโมง ต่อภาคเรียนรวมเวลาการวัดผล มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต 6) การทำโครงงานพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพ ที่ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 54 ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวม เวลาการวัดผลมีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต 2.๑.๓ โครงสร้างหลักสูตร โครงสร้างของหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 แบ่งเป็น 3 หมวดวิชา และ กิจกรรมเสริมหลักสูตร ดังนี้ ๑) หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง ไม่น้อยกว่า 22 หน่วยกิต 1.1) กลุ่มวิชาภาษาไทย 1.2) กลุ่มวิชาภาษาต่างประเทศ 1.3) กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ 1.4) กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ 1.5) กลุ่มวิชาสังคมศึกษา
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 67 1.6) กลุ่มวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา 2) หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ ไม่น้อยกว่า 71 หน่วยกิต 2.1) กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพพื้นฐาน 2.2) กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเฉพาะ 2.3) กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเลือก 2.4) ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ 2.5) โครงงานพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพ 3) หมวดวิชาเลือกเสรี ไม่น้อยกว่า 10 หน่วยกิต 4) กิจกรรมเสริมหลักสูตร (2 ชั่วโมง/สัปดาห์) - หน่วยกิต หมายเหตุ 1) จำนวนหน่วยกิต ของแต่ละหมวดวิชาและกลุ่มวิชาในหลักสูตร ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ในโครงสร้างของแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชา 2) การพัฒนารายวิชาในกลุ่มสมรรถนะวิชาชีพพื้นฐาน และกลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเฉพาะ จะเป็นรายวิชาบังคับที่สะท้อนความเป็นสาขาวิชาตามมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพ ด้านสมรรถนะวิชาชีพของ สาขาวิชา ซึ่งยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพ จึงต้องพัฒนากลุ่มรายวิชาให้ครบจำนวน หน่วยกิตที่กำหนด และผู้เรียน ต้องเรียนทุกรายวิชา 3) สถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันสามารถจัดรายวิชาเลือกตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร และหรือพัฒนาเพิ่มตามความต้องการเฉพาะด้านของสถานประกอบการ หรือตามยุทธศาสตร์ภูมิภาค เพื่อเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพที่ประเภท วิชา สาขาวิชาและสาขางานกำหนด 2.๑.๔ การฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันกับ ภาคการผลิตและหรือภาคบริการ หลังจากที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีและการฝึกหัดหรือฝึกปฏิบัติเบื้องต้น ในสถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันแล้วระยะเวลาหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จาก ประสบการณ์จริงได้สัมผัสกับการปฏิบัติงานอาชีพ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ที่ทันสมัย และบรรยากาศ การทำงานร่วมกัน ส่งเสริมการฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียน ทำได้ คิดเป็น ทำเป็นและเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเกิดความมั่นใจและเจตคติที่ดีในการทำงาน และ การประกอบอาชีพอิสระ โดยการจัดฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพต้องดำเนินการ ดังนี้ 1) สถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันต้องจัดให้มีการฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ ในรูปของการฝึกงานในสถานประกอบการ แหล่งวิทยาการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ ในภาคเรียนที่ 5 และ หรือภาคเรียนที่ 6 โดยใช้เวลารวมไม่น้อยกว่า 320 ชั่วโมง กำหนดให้มีค่าเท่ากับ 4 หน่วยกิต กรณีสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันต้องการเพิ่มพูนประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ สามารถนำรายวิชาที่ตรงหรือสัมพันธ์กับลักษณะงานไปเรียน หรือฝึกในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจหรือ หน่วยงานของรัฐในภาคเรียนที่จัด ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพได้ รวมไม่น้อยกวา่ 1 ภาคเรียน 2) การตัดสินผลการเรียนและให้ระดับผลการเรียน ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับรายวิชาอื่น
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 68 2.๒ โครงสร้างหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 2.๒.๑ การจัดการศึกษาและเวลาเรียน 1) การจัดการศึกษาในระบบปกติสำหรับผู้เข้าเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่าในประเภทวิชาและสาขาวิชาตามที่หลักสูตรกำหนด ใช้ระยะเวลา ๒ ปีการศึกษา ส่วนผู้เข้าเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า และผู้เข้าเรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่าต่างประเภทวิชาและสาขาวิชาที่กำหนด ใช้ระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ปีการศึกษา และเป็นไปตามเงื่อนไขที่หลักสูตรกำหนด 2) การจัดเวลาเรียนให้ดำเนินการ ดังนี้ 2.1) ในปีการศึกษาหนึ่ง ๆ ให้แบ่งภาคเรียนออกเป็น 2 ภาคเรียนปกติหรือระบบทวิภาค ภาคเรียนละ 18 สัปดาห์ รวมเวลาการวัดผล โดยมีเวลาเรียนและจำนวนหน่วยกิตตามที่กำหนด และสถานศึกษา อาชีวศึกษา หรือสถาบันอาจเปิดสอนภาคเรียนฤดูร้อนได้อีกตามที่เห็นสมควร 2.2) การเรียนในระบบชั้นเรียน ให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันเปิดทำการสอนไม่น้อย กว่าสัปดาห์ละ 5 วัน ๆ ละไม่เกิน 7 ชั่วโมง โดยกำหนดให้จัด การเรียนการสอนคาบละ 60 นาที 2.๒.๒ การคิดหน่วยกิต ให้มีจำนวนหน่วยกิต ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 83 - 90 หน่วยกิต การคิดหน่วยกิต ถือเกณฑ์ ดังนี้ 1) รายวิชาทฤษฎีที่ใช้เวลาในการบรรยายหรืออภิปราย 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ 18 ชั่วโมงต่อ ภาคเรียนรวมเวลาการวัดผล มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต 2) รายวิชาปฏิบัติที่ใช้เวลาในการทดลองหรือฝึกปฏิบัติในห้องปฏิบัติการ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ 36 ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวมเวลาการวัดผล มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต 3) รายวิชาปฏิบัติที่ใช้เวลาในการฝึกปฏิบัติในโรงฝึกงานหรือภาคสนาม 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือ 54 ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวมเวลาการวัดผล มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต 4) การฝึกอาชีพในการศึกษาระบบทวิภาคี ที่ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 54 ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวม เวลาการวัดผลมีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต 5) การฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพในสถานประกอบการ ที่ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 54 ชั่วโมง ต่อภาคเรียนรวมเวลาการวัดผล มีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต 6) การทำโครงงานพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพ ที่ใช้เวลาไม่น้อยกว่า 54 ชั่วโมงต่อภาคเรียน รวม เวลาการวัดผลมีค่าเท่ากับ 1 หน่วยกิต
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 69 2.๒.๓ โครงสร้างหลักสูตร โครงสร้างของหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2563 แบ่งเป็น 3 หมวดวิชา และกิจกรรมเสริมหลักสูตร ดังนี้ ๑) หมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง ไม่น้อยกว่า 21 หน่วยกิต 1.1) กลุ่มวิชาภาษาไทย 1.2) กลุ่มวิชาภาษาต่างประเทศ 1.3) กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ 1.4) กลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ 1.5) กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์ 1.6) กลุ่มวิชามนุษยศาสตร์ 2) หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ ไม่น้อยกว่า 56 หน่วยกิต 2.1) กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพพื้นฐาน 2.2) กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเฉพาะ 2.3) กลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเลือก 2.4) ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ 2.5) โครงงานพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพ 3) หมวดวิชาเลือกเสรี ไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต 4) กิจกรรมเสริมหลักสูตร (2 ชั่ว โมง/สัปดาห์) - หน่วยกิต หมายเหตุ 1) จำนวนหน่วยกิต ของแต่ละหมวดวิชาและกลุ่มวิชาในหลักสูตร ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ในโครงสร้างของแต่ละประเภทวิชาและสาขาวิชา 2) การพัฒนารายวิชาในกลุ่มสมรรถนะวิชาชีพพื้นฐาน และกลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเฉพาะ จะเป็นรายวิชาบังคับที่สะท้อนความเป็นสาขาวิชาตามมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพ ด้านสมรรถนะวิชาชีพของ สาขาวิชา ซึ่งยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพ จึงต้องพัฒนากลุ่มรายวิชาให้ครบจำนวน หน่วยกิตที่กำหนด และผู้เรียน ต้องเรียนทุกรายวิชา 3) สถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันสามารถจัดรายวิชาเลือกตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร และหรือพัฒนาเพิ่มตามความต้องการเฉพาะด้านของสถานประกอบการหรือตามยุทธศาสตร์ภูมิภาค เพื่อเพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและมาตรฐานการศึกษาวิชาชีพที่ประเภท วิชา สาขาวิชาและสาขางานกำหนด
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 70 2.๒.๔ การฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันกับ ภาคการผลิตและหรือภาคบริการ หลังจากที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีและการฝึกหัดหรือฝึกปฏิบัติเบื้องต้น ในสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันแล้วระยะเวลาหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ จริงได้สัมผัสกับ การปฏิบัติงานอาชีพ เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ที่ทันสมัย และบรรยากาศการทำงานร่วมกัน ส่งเสริมการฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนทำได้ คิดเป็น ทำเป็น และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเกิดความมั่นใจและเจตคติที่ดีในการทำงานและการประกอบอาชีพอิสระ โดยการจัดฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพต้องดำเนินการ ดังนี้ 1) สถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือสถาบันต้องจัด ให้มีการฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ ในรูปของการฝึกงานในสถานประกอบการ แหล่งวิทยาการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐ ในภาคเรียนที่ ๓ และ หรือภาคเรียนที่ ๔ โดยใช้เวลารวมไม่น้อยกว่า 320 ชั่วโมง กำหนดให้มีค่าเท่ากับ 4 หน่วยกิต กรณีสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบันต้องการเพิ่มพูนประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพ สามารถนำรายวิชาที่ตรงหรือสัมพันธ์กับ ลักษณะงานไปเรียนหรือฝึกในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจหรือ หน่วยงานของรัฐในภาคเรียนที่จัด ฝึกประสบการณ์สมรรถนะวิชาชีพได้ รวมไม่น้อยกวา่ 1 ภาคเรียน 2) การตัดสินผลการเรียนและให้ระดับผลการเรียน ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับรายวิชาอื่น 2.๒.๕ การศึกษาระบบทวิภาคี เป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่เกิดจากข้อตกลงร่วมกันระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือ สถาบันกับสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ โดยผู้เรียนใช้เวลาส่วนหนึ่งในสถานศึกษา อาชีวศึกษาหรือสถาบัน และเรียนภาคปฏิบัติในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้การ จัดการศึกษาระบบทวิภาคี สามารถเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิตและพัฒนากำลังคนตรงตามความต้องการ ของผู้ใช้และเป็นไปตามจุดหมายของหลักสูตร ทั้งนี้ สถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน ต้องดำเนินการ ดังนี้ 1) การรายวิชาทวิภาคีในกลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเลือก ไปร่วมกำหนดรายละเอียดของรายวิชากับ สถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐที่ร่วมจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ได้แก่ จุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา คำอธิบายรายวิชา เวลาที่ใช้ฝึกและจำนวนหน่วยกิต ให้สอดคล้องกับลักษณะงานของ สถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งสมรรถนะวิชาชีพของสาขางาน โดยในหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) รวมไม่น้อยกว่า 18 หน่วยกิต และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) รวมไม่น้อยกว่า 1๒ หน่วยกิต ทั้งนี้ การกำหนดจำนวนหน่วยกิตและจำนวนชั่วโมงที่ใช้ฝึกอาชีพของแต่ละรายวิชา ทวิภาคีให้ เป็นไปตามที่หลักสูตรกำหนด และให้รายงานการพัฒนารายวิชาดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษาทราบด้วย 2. ร่วมจัดทำแผนฝึกอาชีพ พร้อมแนวการวัดและประเมินผลในแต่ละรายวิชากับ สถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐที่ร่วมจัดการศึกษาระบบทวิภาคี เพื่อนำไปใช้ในการฝึกอาชีพ และดำเนินการวัดและประเมินผลเป็นรายวิชา
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 71 3. จัดแผนการเรียนระบบทวิภาคีตามความพร้อมของสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือ หน่วยงานของรัฐ ที่จัดการศึกษาระบบทวิภาคีร่วมกัน โดยอาจนำรายวิชาอื่นที่สอดคล้องกับ ลักษณะงานของสถาน ประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐนั้น ๆ ไปจัด ร่วมด้วยก็ได้ 3. ความเป็นมาและความสำคัญของแผนการเรียน แผนการเรียน เป็นการนำหลักสูตรอาชีวศึกษาแต่ละระดับ มาวางแผนการจัดการศึกษาและการจัดการ เรียนการสอนเป็นรายภาคเรียนทั้งในระบบ นอกระบบ ระบบทวิภาคีตามโครงสร้างและหลักเกณฑ์ที่หลักสูตร แต่ละดับกำหนดให้สอดคล้องกับสมรรถนะวิชาชีพ และความต้องการของสถานประกอบการ โดยการมีส่วนร่วม ของผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากร เครือข่ายความร่วมมือทั้งภายใน และภายนอก 3.๑ ความสำคัญของแผนการเรียน แผนการเรียน มีความสำคัญหลายประการ ดังนี้ 1. เป็นเครื่องมือในการวางแผนและการจัดการเรียนการสอน ตามโครงสร้างและหลักเกณฑ์ ที่หลักสูตรแต่ละดับกำหนด ๒. เป็นหลักฐานทางวิชาการในด้านการวางแผน การจัดการเรียนการสอน การจัดผู้เรียน เข้าศึกษาในรูปแบบ ระบบ และระดับที่เหมาะสม ๓. เป็นเครื่องมือสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา ในการวางแผนบริหารจัดการสถานศึกษา ด้านบริหารงานทั่วไป แผนงานและ งบประมาณ วิชาการ และบุคลากร ที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ และพัฒนา ศักยภาพของผู้เรียน ๔. สถานศึกษามีข้อมูลในการวางแผนบริหาร จัดสรรงบประมาณ การพัฒนาหลักสูตร และแนวทางในการจัดการเรียนการสอนแก่ผู้เรียน ๕. เป็นข้อมูลให้สถานศึกษาสามารถวางแผนจัดบริการทางการศึกษา ตลอดจนจัดหาสิ่งอํานวย ความสะดวก เทคโนโลยีสื่อ บริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง ๖. สถานศึกษามีข้อมูลในการกำหนดทิศทางการจัดการศึกษา การประสานความร่วมมือ และการ ส่งผู้เรียนเข้าฝึกงาน หรือฝึกอาชีพในสถานประกอบการ 3.๒ การจัดแผนการเรียน เป็นการกำหนดรายวิชาตามโครงสร้างหลักสูตรที่จะดำเนินการเรียนการสอนในสถานศึกษาและ ฝึกอาชีพในสถานประกอบการ ในแต่ละภาคเรียนโดยจัดรายวิชาในหมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จัดอัตราส่วนการเรียนรู้ภาคทฤษฎีต่อภาคปฏิบัติประมาณ 20 : 80 และหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จัดอัตราส่วนการเรียนรู้ภาคทฤษฎีต่อภาคปฏิบัติประมาณ ๔0 : ๖0
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 72 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะหรือกระบวนการจัดการเรียนรู้ของแต่ละสาขาวิชา ซึ่งมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1) จัดรายวิชาในแต่ละภาคเรียน โดยคำนึงถึงรายวิชาที่ต้องเรียนตามลำดับก่อน-หลัง ความง่ายยากของรายวิชา ความต่อเนื่องและเชื่อมโยงสัมพันธ์กันของรายวิชา รวมทั้งรายวิชาที่สามารถบูรณาการจัดการ เรียนรู้ร่วมกันในลักษณะของงาน โครงงานและหรือชิ้นงาน ในแต่ละภาคเรียน 2) จัดให้ผู้เรียนเรียนรายวิชาบังคับในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง หมวดวิชาสมรรถนะวิชาชีพ ในกลุ่มสมรรถนะวิชาชีพพื้นฐานและกลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเฉพาะ และกิจกรรมเสริมหลักสูตรให้ครบตามที่กำหนด ในโครงสร้างหลักสูตร 2.1) การจัดรายวิชาในหมวดวิชาสมรรถนะแกนกลาง ควรจัด กระจายทุกภาคเรียน 2.2) การจัดรายวิชาในกลุ่มสมรรถนะวิชาชีพพื้นฐาน โดยเฉพาะรายวิชาที่เป็นพื้นฐานของ การเรียนวิชาชีพควรจัดให้เรียนในภาคเรียนที่ 1 2.3) การจัดรายวิชาในกลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเฉพาะ ควรจัดให้เรียนก่อนรายวิชาในกลุ่ม สมรรถนะวิชาชีพเลือกและรายวิชาในหมวดวิชาเลือกเสรี 3) จัดให้ผู้เรียนได้เลือกเรียนรายในกลุ่มสมรรถนะวิชาชีพเลือกและหมวดวิชาเลือกเสรี ตามความถนัดความสนใจ เพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพ หรือศึกษาต่อ โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับ มาตรฐานการศึกษาวิชาชีพด้านสมรรถนะวิชาชีพของสาขาวิชาและสาขางาน 4) จัดรายวิชาทวิภาคีที่นำไปเรียนและฝึกในสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงาน ของรัฐโดยประสานงานร่วมกับ สถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อพิจารณากำหนด ภาคเรียนที่จัดฝึกอาชีพ รวมทั้งกำหนดรายวิชาหรือกลุ่มวิชาที่ตรงกับลักษณะงานของสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานของรัฐที่นำไปร่วมฝึกอาชีพในภาคเรียนนั้น ๆ 5) การจัดรายวิชาฝึกงาน หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จัดรายวิชาฝึกงานในภาคเรียนที่ 5 หรือ 6 ครั้งเดียว จำนวน 4 หน่วยกิต 320 ชั่วโมง (เฉลี่ย 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อภาคเรียน) หรือจัด ให้ลงทะเบียนเรียน เป็น 2 ครั้ง คือ ภาคเรียนที่ 5 จำนวน 2 หน่วยกิต และ ภาคเรียนที่ 6 จำนวน 2 หน่วยกิต รายวิชาละ 160 ชั่วโมง (เฉลี่ย 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อภาคเรียน) ตามเงื่อนไขของหลักสูตรสาขาวิชานั้น ๆ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จัดรายวิชาฝึกงานในภาคเรียนที่ ๓ หรือ ๔ ครั้งเดียว จำนวน 4 หน่วยกิต 320 ชั่วโมง (เฉลี่ย 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อภาคเรียน) หรือจัดให้ลงทะเบียนเรียน เป็น 2 ครั้ง คือ ภาคเรียนที่ ๓ จำนวน 2 หน่วยกิต และ ภาคเรียนที่ ๔ จำนวน 2 หน่วยกิต รายวิชาละ 160 ชั่วโมง (เฉลี่ย 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อภาคเรียน) ตามเงื่อนไขของหลักสูตรสาขาวิชานั้น ๆ ในภาคเรียนที่จัดฝึกงานนี้ ให้สถานศึกษาพิจารณากำหนดรายวิชาหรือกลุ่มวิชาที่ตรงกับลักษณะ งานของสถานประกอบการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อนำไปเรียนและฝึกปฏิบัติในภาคเรียนที่จัด ฝึกงานด้วย การจัดฝึกงานในภาคฤดูร้อนสามารถทำได้โดยต้องพิจารณาระยะเวลาในการฝึกให้ครบ ตามที่หลักสูตรกำหนด
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 73 6) การจัดรายวิชาโครงงาน หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จัดรายวิชาโครงงานในภาคเรียนที่ 5 หรือ 6 ครั้งเดียว จำนวน 4 หน่วยกิต (12 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อภาคเรียน) หรือจัดให้ลงทะเบียนเรียนเป็น 2 ครั้ง คือ ภาคเรียนที่ 5 และภาคเรียนที่ 6 รวม 4 หน่วยกิต (6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อภาคเรียน) ตามเงื่อนไขของหลักสูตรสาขาวิชานั้น ๆ หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จัดรายวิชาโครงงานในภาคเรียนที่ ๓ หรือ ๔ ครั้งเดียว จำนวน 4 หน่วยกิต (12 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อภาคเรียน) หรือจัดให้ลงทะเบียนเรียนเป็น 2 ครั้ง คือ ภาคเรียนที่ ๓ และภาคเรียนที่ ๔ รวม 4 หน่วยกิต (6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ต่อภาคเรียน) ตามเงื่อนไขของหลักสูตร สาขาวิชานั้น ๆ 7) จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรในแต่ละภาคเรียน ภาคเรียนละไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 8) จัดจำนวนหน่วยกิตรวมในแต่ละภาคเรียนไม่เกิน 22 หน่วยกิต สำหรับการเรียนแบบเต็มเวลา และไม่เกิน 12 หน่วยกิต สำหรับการเรียนแบบไม่เต็มเวลา ส่วนภาคเรียนฤดูร้อนจัดได้ ไม่เกิน 12 หน่วยกิต ทั้งนี้ เวลาในการจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนปกติและภาคเรียนฤดูร้อนโดยเฉลี่ยไม่ควรเกิน 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนการเรียนแบบไม่เต็มเวลาไม่ควรเกิน 25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ หากสถานศึกษาอาชีวศึกษาหรือสถาบัน มีเหตุผลและความจำเป็นในการจัดหน่วยกิตและ เวลาในการจัดการเรียนการสอนแต่ละภาคเรียนที่แตกต่างไปจากเกณฑ์ข้างต้นอาจทำได้แต่ต้องไม่กระทบ ต่อมาตรฐานและคุณภาพการศึกษา 4. ความเป็นมาและความสำคัญของแผนการฝึกอาชีพ 4.๑ ความสำคัญของแผนการฝึกอาชีพ แผนปฏิบัติงาน หมายถึง แผนการปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ รวมทั้งรายละเอียด ของทรัพยากรที่ต้องใช้และช่วงเวลาที่ต้องทำให้สำเร็จ แผนการฝึกอาชีพ หมายถึง แผนงานของครูฝึก เพื่อเตรียมงานการฝึกอาชีพให้นักเรียน นักศึกษา ระบบทวิภาคี มีความรู้ ความสามารถในอาชีพ ตรงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่สถานประกอบการกำหนดไว้ โดยสอดคล้องกับหลักสูตร ปวช. / ปวส. การจัดฝึกอาชีพหากไม่มีแผนการฝึกอาชีพ หรือมีแต่ไม่ได้จัดทำอย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้การ ฝึกอาชีพของนักศึกษาขาดประสิทธิภาพ และส่งผลให้คุณภาพของผู้สำเร็จการศึกษาระบบทวิภาคีลดลง ซึ่งแผนการฝึกอาชีพจะระบุถึง งาน เวลา สถานที่ และวิธีการที่จะฝึก ตามหลักแนวคิดแบบ 5W1H
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 74 4.๒ ชนิดของแผนการฝึกอาชีพ แผนการฝึกมี 2 ประเภท คือ 1. แผนการฝึกอาชีพตลอดหลักสูตร (Training Plan) หมายถึง แผนงานของสถานประกอบการ เพื่อจัดเตรียมบุคลากร สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ ในการฝึกอาชีพให้แก่ นักเรียน นักศึกษาทวิภาคี ตลอดระยะเวลาที่ฝึกอาชีพใน สถานประกอบการ ตั้งแต่เริ่มต้น จนสิ้นสุดการฝึกอาชีพ ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา จะใช้แบบฟอร์ม ฝอ.๑ 2. แผนการฝึกอาชีพรายหน่วย (Work Task Plan) หรือ เรียกว่า แผนการฝึกอาชีพของงานหรือ แผนการฝึกปฏิบัติงาน หมายถึง แผนงานของครูฝึก เพื่อจัดเตรียม เนื้อหาวิธีสอน วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ การ ประเมินผลในการฝึกอาชีพให้แก่ นักเรียน นักศึกษาทวิภาคีเพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ ตามวัตถุประสงค์ที่ กำหนดไว้ ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จะใช้รายละเอียดตามแบบฟอร์ม ฝอ.๒ 4.๓ ความเป็นมาของแผนการฝึกอาชีพ แผนการฝึกอาชีพเป็นแผนการฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการที่ทำให้เกิดสมรรถนะอาชีพ กับนักศึกษาทวิภาคี โดยเกิดจากสถานประกอบการกับสถานศึกษาร่วมกันวางแผนการสอนงาน และจัดการสอน งานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตามมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO9001) ได้กำหนดระเบียบการอบรม ในงาน (on the job training : OJT) ไว้ให้สถานประกอบการที่ได้คุณภาพดำเนินการ 4.๓.๑ ขั้นตอนการจัดทำแผนฝึก 1) กำหนดหน่วยกิตที่จะฝึกอาชีพในสถานประกอบการในแต่ละภาคเรียนและตลอดหลักสูตร 2) วิเคราะห์งานในสถานประกอบการ 3) จัดทำรายละเอียดของงานเพื่อพัฒนาเป็นรายวิชาปฏิบัติตามหลักสูตร 4) วิเคราะห์สมรรถนะของงานที่ฝึกในสถานประกอบการ เพื่อวางแผนออกแบบการสอน และ การวัดผล รวมทั้งเนื้อหาหรือสาระที่ต้องเรียนเพิ่มในสถานศึกษา 5) กำหนดระยะเวลา รูปแบบ และวิธีการฝึกแบบ ฝอ.๑ 6) ในส่วนของครูฝึก ซึ่งเป็นบุคลากรของสถานประกอบการ รวมไปถึงพี่เลี้ยงที่ช่วยฝึกนักศึกษา มีหน้าที่ศึกษาสมรรถนะอาชีพที่กำหนดในการฝึกอาชีพ และเขียนแผนการฝึกอาชีพ ตามรายละเอียด แบบ ฝอ. ๒ 4.๓.๒ การวิเคราะห์งาน (Job Analysis) การวิเคราะห์งาน เป็นกระบวนการ ในการจัดการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะงาน หน้าที่ ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานอย่างมีระบบ รวมถึงลักษณะเฉพาะของบุคคลที่เหมาะสมกับงาน เช่น มีความรู้ ความสามารถทักษะ ฯลฯ ที่องค์การต้องการ เพื่อให้การปฏิบัติงานประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายขององค์การ ซึ่งในขอบเขตของในสถานประกอบการจะทำให้ได้ผลจากการวิเคราะห์งาน คือ
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 75 1) การบรรยายลักษณะงาน (Job Description) หมายถึง การระบุหน้าที่ความรับผิดชอบของ งานนั้น ประกอบด้วย 3 ส่วน ดังนี้ ๑.1) การระบุชื่อตำแหน่งงาน (Job identification) แสดงถึงหน้าที่และระดับความ ชำนาญของตำแหน่ง เช่น เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล, หัวหน้าฝึกหัด, พนักงานทำความสะอาดห้องพัก, Bell Boy ฯลฯ ๑.2) คำสรุปเกี่ยวกับงาน (Job summery) การสรุปเกี่ยวกับงานแบบกระชับ แบบย่อ ช่วยให้เห็นความแตกต่างของหน้าที่และลักษณะงานที่ต้องทำ ๑.3) หน้าที่งาน (Job duties) ส่วนของหน้าที่งานที่สำคัญว่าทำอะไร ทำไม และ ทำอย่างไร รวมถึงหน้าที่งานหลัก (Duty) และภารกิจ (Task) หรือหน้าที่งานรอง 2) การกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้ปฏิบัติงาน (Job Specification) คือ รายละเอียดของ คุณสมบัติเฉพาะของพนักงานทางด้านความสามารถ ประสบการณ์ ความรู้ ทักษะ ซึ่งใช้ในการทำงานเฉพาะอย่าง เพื่อให้งานประสบผลสำเร็จ ซึ่งจะนำไปเป็นข้อกำหนดในการฝึกอบรมหรือการฝึกนักศึกษาทวิภาคีให้มีสมรรถนะ ตามที่ต้องการต่อไป การวิเคราะห์งานในสถานประกอบการ เป็นการวิเคราะห์งานเพื่อฝึกอาชีพให้กับนักศึกษา ทวิภาคี โดยมีจุดประสงค์ คือ 1) เพื่อให้นักศึกษาทวิภาคีได้ฝึกอาชีพในสถานประกอบการเหมาะสมกับระดับการศึกษา 2) เพื่อให้นักศึกษาทวิภาคีที่ได้ฝึกอาชีพมีสมรรถนะและมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน เป็นพนักงานของสถานประกอบการ การวิเคราะห์งานโดยใช้ DACUM (Developing A Curriculum) งานหรืออาชีพหนึ่ง ๆ จะประกอบไปด้วยหลายบทบาท (DUTY) ของหน้าที่และหลายภารกิจ (TASK) ของหน้าที่ ดังนี้ บทบาทหน้าที่ (DUTY) หมายถึง หน้าที่ความรับผิดชอบในตำแหน่งงานอาชีพนั้น ๆ เช่น อาชีพพนักงานโรงแรม ตำแหน่ง แม่บ้านโรงแรม ตัวอย่างบทบาทหน้าที่ ที่พึงต้องมีเช่น ทำความสะอาด ห้องพัก เตรียมรถทำความสะอาด ซักรีด เป็นต้น ภารกิจ (TASK) หมายถึง วิธีการดำเนินการ เป็นการกระทำของแต่ละบทบาทหน้าที่ เช่น บทบาทหน้าที่ทำความสะอาดห้องพัก พึงกระทำ ตัวอย่างได้แก่ ทำความสะอาดห้องน้า ปูเตียง ทำความ สะอาดเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ซึ่งแต่ละภารกิจจะมีขั้นตอนการทำงาน (Step Operation) ของแต่ละภารกิจอยู่ เช่น อาชีพพนักงานโรงแรม ตำแหน่งแม่บ้าน ทำหน้าที่ทำความสะอาดห้องพัก ภารกิจ ทำความสะอาดห้องน้ำ ขั้นตอนพึงกระทำ เช่น ล้างอ่างล้างหน้า ล้างโถส้วม ล้างอ่างอาบน้ำ ล้างผนังห้องน้ำ ล้างพื้น เป็นต้น โดยที่ขั้นตอน แต่ละขั้นตอนจะต้องเป็นไปอย่างมีลำดับขั้นที่ทำก่อนหลัง กระบวนการดาคัม หรือ DACUM process เป็นกระบวนการวิเคราะห์รายละเอียดของอาชีพ หรือตำแหน่งงาน มีขั้นตอนหรือกระบวนการสำคัญ 2 ขั้นตอนหลัก คือ 1) ขั้นตอนการวิเคราะห์งานหรืออาชีพ (Job Analysis) ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผังแสดงหน้าที่ต่างๆ ของอาชีพหรืองานหลัก (Duty) และภารกิจหรืองานย่อย (Task) ซึ่งเรียกว่า แผนผังดาคัม หรือ DACUM Chart หรือแผนผังสมรรถนะ (Competency Profile)
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 76 2) ขั้นตอนการวิเคราะห์งานย่อย (Task Analysis) ผลลัพธ์ที่ได้คือ รายละเอียดของภารกิจ เช่น ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ความรู้ที่ใช้ทำงาน คุณลักษณะของผู้ปฏิบัติงาน มาตรฐานของงาน เครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์ ความปลอดภัย และข้อควรระวังต่าง ๆ เป็นต้น จากนั้น นำรายละเอียดต่างๆ ที่ได้จากการวิเคราะห์ภารกิจ (Task Analysis) ซึ่งจัดทำเป็นเอกสาร มีรายละเอียดตามที่กล่าวมา สามารถนำไปพัฒนาเป็นมาตรฐานสมรรถนะ (Competency Standard) และ หลักสูตรการฝึกตามสมรรถนะ (Competency-based Curriculum : CBC) ต่อไป ทั้งนี้ควรมีการทบทวน เอกสารการวิเคราะห์งานบ่อย ๆ หากจำเป็น เพื่อให้ถูกต้องตรงกับความต้องการของสถานประกอบการมากที่สุด การวิเคราะห์งานควรดำเนินการภาพรวมทั้งหมดก่อน แล้วจึงแยกออกเป็นระดับสมรรถนะงาน หรือรายละเอียดเอียดของงานที่จะเหมาะสมในแต่ละระดับ ปวช. ปวส. และระดับปริญญาตรี ตัวอย่างวิเคราะห์งานจัดทำแผนการฝึกตลอดหลักสูตร
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 77 ตัวอย่าง วิเคราะห์งานจัดทำแผนการฝึกรายหน่วย
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 78 ใบกิจกรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความรู้และเจตคติเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี หัวข้อย่อยที่ ๑.3 ความสำคัญของแผนการเรียนและแผนการฝึกอาชีพที่มีผลต่อการจัดการอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคี ใบกิจกรรมที่ ๑.3 /๑ เป้าหมายและแนวทางการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาแตกต่างจากการ ฝึกอาชีพในสถานประกอบการอย่างไร คำชี้แจง ๑. ครูนิเทศก์แบ่งกลุ่มๆ ละ ๓ – ๔ คน ๒. ระดมความคิดเห็นในหัวข้อเรื่อง เป้าหมายและแนวทางการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษามีความ แตกต่างจากการฝึกอาชีพในสถานประกอบการอย่างไร และเขียนบันทึกในใบกิจกรรม ๓. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอเป้าหมายและแนวทางการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษามีความแตกต่างจาก การฝึกอาชีพในสถานประกอบการอย่างไร เป้าหมายของการจัดการเรียนการสอน ในสถานศึกษา เป้าหมายของการจัดการเรียนการสอน ในสถานประกอบการ แนวทางหรือรูปแบบการจัดการเรียนการสอน ในสถานศึกษา แนวทางหรือรูปแบบการจัดการเรียนการสอน ในสถานประกอบการ
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 79 ใบกิจกรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความรู้และเจตคติเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี หัวข้อย่อยที่ ๑.3 ความสำคัญของแผนการเรียนและแผนการฝึกอาชีพที่มีผลต่อการจัดการอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคี ใบกิจกรรมที่ ๑.3 /2 ชมคลิปวีดิโอและร่วมกันอภิปรายถึง “ความหมายและองค์ประกอบของสมรรถนะ อาชีพ” คำชี้แจง ๑. ครูนิเทศก์แบ่งกลุ่มๆ ละ ๓ – ๔ คน ๒. ชมคลิปวีดิโอและร่วมกันอภิปรายถึง “ความหมายและองค์ประกอบของสมรรถนะอาชีพ” และเขียน บันทึกในใบกิจกรรม ความหมายของสมรรถนะอาชีพ .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... องค์ประกอบของสมรรถนะอาชีพ .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 80 ใบกิจกรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ความรู้และเจตคติเกี่ยวกับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี หัวข้อย่อยที่ ๑.3 ความสำคัญของแผนการเรียนและแผนการฝึกอาชีพที่มีผลต่อการจัดการอาชีวศึกษา ระบบทวิภาคี ใบกิจกรรมที่ ๑.3 /3 การวิเคราะห์งานในสถานประกอบการด้วย DACUM นำเสนอและร่วมอภิปราย คำชี้แจง ๑. ครูนิเทศก์แบ่งกลุ่มๆ ละ ๓ – ๔ คน ๒. ระดมความคิดเห็นในการจัดทำตารางการฝึกอาชีพจากการวิเคราะห์งานด้วย DACUM 3. นำเสนอและร่วมอภิปราย วิเคราะห์งานในสถานประกอบการด้วย DACUM .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๘๑ หน่วยที่ ๒ การนิเทศ การวัดและประเมินผล การฝึกอาชีพ
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๘๒ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ การนิเทศ การวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพ หัวข้อเรื่อง 2.1 กระบวนการนิเทศการฝึกอาชีพ 2.2 การวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพ 2.1 กระบวนการนิเทศการฝึกอาชีพ กรอบแนวคิด การนิเทศเป็นกระบวนการที่สำคัญในการช่วยส่งเสริม และพัฒนาการจัดการศึกษาให้บรรลุ ตามเป้าหมาย ซึ่งการนิเทศการฝึกอาชีพเป็นการเป็นการนิเทศติดตามผู้เรียนที่ฝึกอาชีพ ในสถานประกอบการ เป็นการติดตามความก้าวหน้าและการวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพตามสภาพจริง ร่วมกันของครูนิเทศก์กับครูฝึก รวมถึงการให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้เรียน การสร้างขวัญกำลังใจ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่สะท้อนออกมาเพื่อนำไปสู่การพัฒนา คุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีต่อไป จุดประสงค์ทั่วไป เพื่อให้ครูนิเทศก์มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิด หลักการ ขั้นตอนกระบวนการนิเทศติดตาม การฝึกอาชีพของผู้เรียนในสถานประกอบการ สามารถสร้างเครื่องมือนิเทศ วางแผนการนิเทศ และนิเทศ ติดตามผู้เรียนในสถานประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความตระหนักถึงความสำคัญ บทบาทหน้าที่ และประโยชน์ของการนิเทศติดตามการฝึกอาชีพของผู้เรียนในสถานประกอบการ สามารถถ่ายทอด องค์ความรู้แนะนำให้กับผู้อื่นได้อย่างถูกต้องชัดเจน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เพื่อให้ครูนิเทศก์สามารถ 1. อธิบายแนวคิด หลักการ ขั้นตอนกระบวนการนิเทศติดตามการฝึกอาชีพของผู้เรียน ในสถานประกอบการ 2. วิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของครูนิเทศก์ในสถานประกอบการได้ 3. สามารถออกแบบและวางแผนการนิเทศติดตามการฝึกอาชีพของผู้เรียนในสถานประกอบการ 4. แสดงออกเชิงบวกต่อความสำคัญและประโยชน์ของการนิเทศติดตามการฝึกอาชีพของผู้เรียน ในสถานประกอบการ
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๘๓ สาระสำคัญ 1. แนวคิด หลักการ ข้อกำหนด ขั้นตอนกระบวนการนิเทศติดตามการฝึกอาชีพของผู้เรียน ในสถานประกอบการ 2. บทบาทหน้าที่ของครูนิเทศก์ในสถานประกอบการ 3. การออกแบบและวางแผนการนิเทศติดตามการฝึกอาชีพของผู้เรียนในสถานประกอบการ 4. ความสำคัญและประโยชน์ของการนิเทศติดตามการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ แนวการจัดกิจกรรม 1. บรรยายให้ความรู้ 2. การอภิปรายกลุ่มย่อย 3. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 4. การสรุปองค์ความรู้ร่วมกัน รายละเอียดการจัดกิจกรรม กระบวนการ : 2๔0 นาที องค์ประกอบ/กลุ่ม/ เวลา กิจกรรม สื่อ ความคิดรวบยอด/ กลุ่ม 3-4 คน (40 นาที) 1) ดูภาพประกอบ เรื่องบทบาทและหน้าที่ของ ครูนิเทศก์ 2) แบ่งกลุ่มอภิปราย สรุป (อยู่ในขอบเขต 4 ข้อ) 1. คุณสมบัติของครูนิเทศก์ 2. หน้าที่ของครูนิเทศก์ 3. ความสำคัญและการจัดทำแผนการนิเทศ 4. กระบวนการขั้นตอนของการนิเทศ 1. VDO 2. ใบกิจกรรมที่ 2.1/๑ 3. Flip Chart ประสบการณ์ / 2 คน (30 นาที) 3) ตอบแบบคำถามถูก-ผิด ในใบงานพื้นฐาน ความรู้เกี่ยวกับการนิเทศ 4. ใบกิจกรรมที่ 2.๑/2 สะท้อนความคิด/ กลุ่ม 3-4 คน (40 นาที) (สร้างกรณีศึกษา “Story” การเตรียมความพร้อม ก่อนการออกนิเทศ) 5 กรณีศึกษา “จากกรณีศึกษาที่ท่านได้อ่านไปนั้นเหตุการณ์นี้ ขาดความพร้อมในเรื่องใด” 5. ใบกิจกรรมที่ 2.๑/3 ความคิดรวบยอด/ กลุ่มใหญ่ (40 นาที) 4) วิทยากรบรรยายการนิเทศฯ 6. PowerPoint สะท้อนความคิด/ กลุ่ม 5-6 คน (50 นาที) 5) วิเคราะห์ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในการนิเทศ (5 ด้าน ครูนิเทศก์, ผู้เรียน, ผู้บริหาร, สถาน ประกอบการ, ผู้ปกครอง) ด้านละ 10 นาที 7. ใบกิจกรรมที่ 2.๑/4 ประยุกต์แนวคิด/ 3-4 คน (40 นาที) 7) สรุปกระบวนจัดทำรายงานการนิเทศ และ ส่วนประกอบที่สำคัญจำเป็นต่อการพัฒนาการ จัดการศึกษาของสถานศึกษา 8. ใบกิจกรรมที่ 2.๑/5
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๘๔ ใบเนื้อหา 2.1 กระบวนการนิเทศการฝึกอาชีพ การนิเทศการฝึกอาชีพ หมายถึง การติดตาม การให้ความช่วยเหลือ การให้คำแนะนำ และ การปรับปรุง เพื่อให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ ข้อกำหนดการนิเทศ 1. การไปนิเทศผู้เรียนในสถานประกอบการตามแผนการฝึก โดยแบ่งเป็น 2 กรณีคือ 1.1 กรณีที่ ๑ การนิเทศในประเทศ ให้ดำเนินการนิเทศดังนี้ ๑.๑.๑ ให้ครูนิเทศก์ไปนิเทศในสถานประกอบการ อย่างน้อย 3 ครั้งต่อภาคเรียน ๑.๑.๒ ให้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนิเทศในประเทศอย่างสม่ำเสมอ และให้รายงาน ผลการนิเทศต่อผู้บริหารสถานศึกษาหรือสถาบันการอาชีวศึกษาทราบ ๑.๑.๓ ให้ใช้วิธีการนิเทศที่หลากหลาย 1.2 กรณีที่ ๒ การนิเทศในต่างประเทศ ให้ดำเนินการนิเทศดังนี้ 1.2.1 ให้ครูนิเทศก์ไปนิเทศอย่างน้อย 1 ครั้งต่อภาคเรียน หรือ 1.2.2 ให้ภาคีเครือข่ายในต่างประเทศเป็นผู้นิเทศแทนในทุกภาคเรียน หรือ 1.2.3 ให้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนิเทศต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ 1.2.๔ การไปนิเทศในต่างประเทศต้องได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจตามระเบียบก่อนการ เดินทาง 2. การไปนิเทศการฝึกอาชีพให้เป็นไปตามแผนการฝึกที่จัดทำขึ้น หากการฝึกอาชีพไม่ครบถ้วน สถานศึกษาต้องจัดการฝึกอาชีพให้เป็นไปตามจุดประสงค์สาขาวิชา 3. ครูนิเทศต้องผ่านการอบรมการนิเทศการฝึกอาชีพจากสำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษาหรือผู้ได้รับมอบหมาย 4. ชั่วโมงนิเทศการฝึกอาชีพในสถานประกอบการให้คิดเป็นเวลาชั่วโมงสอนปกติ หากชั่วโมงสอน เกินภาระงานที่กำหนดสามารถเบิกค่าสอนเกินภาระงานได้ตามระเบียบของทางราชการ 5. การเดินทางไปนิเทศให้เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการได้ตามระเบียบ วัตถุประสงค์ของการนิเทศ 1. เพื่อติดตามและประเมินความก้าวหน้าของการฝึกอาชีพของผู้เรียน ตลอดจนปรับวิธีการสอน งานให้เหมาะสมโดยคำนึงถึงพื้นความรู้ ความสามารถของผู้เรียนตามความต้องการของสถานประกอบการ และความถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพกำหนด 2. เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้เรียน ในการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ 3. เพื่อวัดและประเมินผลการปฏิบัติงานให้คำปรึกษาและช่วยเหลือ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ การปฏิบัติงานและการปรับตัวเพื่อให้การฝึกอาชีพของผู้เรียนบรรลุประสงค์ 4. เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับผลการดำเนินงานการจัดการอาชีวศึกษากับ สถานประกอบการ
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๘๕ 5. เพื่อรวบรวมข้อมูลสถานประกอบการและนำมาประเมินผลเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานทวิภาคี ของสถานศึกษา คุณสมบัติของครูนิเทศก์ 1. มีคุณธรรมจริยธรรมในวิชาชีพ 2. มีบุคลิกภาพและมนุษยสัมพันธ์ที่ดี 3. มีความคิดเชิงบวกในการปฏิบัติงานรวมกันกับสถานประกอบการ 4. มีทักษะการสื่อสารการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ เพื่อให้งานบรรลุวัตถุประสงค์ของทุกฝ่าย 5. มีความรับผิดชอบและขยันหมั่นเพียรต่อในหน้าที่ 6. มีความตรงต่อเวลา และบริการด้วยความรวดเร็ว 7. รักษาความลับของผู้เรียนทวิภาคีและสถานประกอบการที่จะเกิดความเสียหาย บทบาทหน้าที่ของครูนิเทศก์ 1. จัดทำแผนการฝึกอาชีพร่วมกับครูฝึก 2. ให้คำแนะนำปรึกษาและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสถานประกอบการ 3. ให้คำปรึกษาในการสอนงานและการประเมินผลแก่ครูฝึก 4. นิเทศติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนในสถานประกอบการ 5. ดูแล ติดตามการฝึกอาชีพให้เป็นไปตามแผนการฝึก 6. รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการนิเทศเสนอสถานศึกษาเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา 7. ตรวจสมุดบันทึกการฝึกอาชีพ 8. รวบรวมแบบประเมินผลการฝึกอาชีพ และสรุปการประเมินการฝึกอาชีพ 9. ส่งผลการเรียนรายวิชาที่ส่งผู้เรียนฝึกอาชีพตามระเบียบสถานศึกษา 10. รายงานผลการนิเทศตามลำดับขั้น เงื่อนไข/ระเบียบการนิเทศที่เกี่ยวข้อง 1. ครูนิเทศก์ต้องได้รับการฝึกอบรมเรื่องการนิเทศการฝึกอาชีพจากคณะกรรมการอาชีวศึกษาหรือ สถานศึกษาต้นสังกัด 2. ชั่วโมงในการออกปฏิบัติการนิเทศและรายงานผลการนิเทศเสร็จสิ้นแล้วครูนิเทศก์สามารถ นำมาใช้เป็นเวลาสอนตามตารางสอนปกติและเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการได้ตามระเบียบของ กระทรวงการคลังกำหนด กระบวนการขั้นตอนการนิเทศการฝึกอาชีพ ขั้นเตรียมความพร้อม 1. ครูนิเทศก์และครูฝึกร่วมกันประชุมวางแผนเพื่อจัดทำแผนการนิเทศในแต่ละภาคเรียน โดยกำหนดให้ผู้เรียนได้รับการติดตามจากครูในสถานศึกษาอย่างน้อย 3 ครั้งต่อภาคเรียน 2. ครูนิเทศก์จัดทำเครื่องมือนิเทศ และแผนการนิเทศตลอดภาคเรียนตามข้อตกลงร่วมกับครูฝึก กำหนดปฏิทินการนิเทศร่วมกับสถานประกอบการ
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๘๖ 2. ครูนิเทศก์เสนอร่างแผนการนิเทศ ผ่านหัวหน้าแผนกวิชา หัวหน้างานอาชีวศึกษาระบบ ทวิภาคีและรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ 3. รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ หัวหน้าแผนกวิชา หัวหน้างานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี หัวหน้า งานพัสดุ ประชุมปรับแผนการนิเทศของครูนิเทศก์แต่ละสาขางานที่จะออกไปนิเทศใน สถานประกอบการที่อยู่ใกล้กัน ให้ไปนิเทศร่วมกันเพื่อประหยัดทรัพยากร 4. ผู้อำนวยการสถานศึกษาอนุมัติแผนการนิเทศ 5. ครูนิเทศก์แจ้งแผนการนิเทศไปยังผู้ควบคุมการฝึกและครูฝึกทราบ 6. ผู้เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมของเอกสารและยานพาหนะในการนิเทศ 7. ครูนิเทศก์ปฏิบัติการออกนิเทศและรายงานผลการนิเทศ 8. หากผลการฝึกอาชีพของผู้เรียนไม่ครบถ้วนตามแผนการฝึกที่จัดทำขึ้น ให้ครูผู้สอนจัดสอนเสริม และฝึกทักษะเพิ่มเติมให้กับผู้เรียน รายงานผลการนิเทศ ครูนิเทศก์รายงานผลการนิเทศผู้เรียน ฝึกอาชีพ พร้อมประเมินผลการนิเทศ และหากพบ พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของผู้เรียน ให้ครูนิเทศก์รายงานให้อาจารย์ที่ปรึกษาทราบเพื่อร่วมกันช่วยเหลือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ตัวอย่างแผนการนิเทศ แผนการนิเทศ/ปฏิทินการนิเทศติดตามผลการฝึกอาชีพรายวิชา เรียนที่…................ปีการศึกษา....................... ระดับ.......................สาขาวิชา...............................สาขางาน...................... ชื่อครูนิเทศ............................................................................ ครั้งที่ออกนิเทศก์ ชื่อสถานประกอบการ ที่ตั้ง/ โทรศัพท์ จำนวน ผู้เรียน พาหนะในการเดินทาง หมาย ครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ครั้งที่ ๔ รถวิทยาลัย รถยนต์ส่วนตัว อื่นๆ เหตุ ลงชื่อ....................................................ครูฝึกในสถานประกอบการ ลงชื่อ.....................................................ครูนิเทศก์ (.........................................................) (.........................................................) ลงชื่อ....................................................รองผู้อำนวยการวิทยาลัย (ฝ่ายวิชาการ) ลงชื่อ.....................................................ผู้อำนวยการวิทยาลัย (.........................................................) (.........................................................)
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๘๗ ตัวอย่างรายงานการนิเทศ วิทยาลัย………………. รายงานการนิเทศ ประจำวันที่............เดือน..................................พ.ศ................ครั้งที่นิเทศ............. ชื่อ-สกุล ครูนิเทศก์...........................................................ประจำแผนกวิชา.............................................. ชื่อสถานประกอบการที่ไปนิเทศ………………………… โทรศัพท์................................................................. ระหว่างเวลา..................ถึง...................ในรายวิชา................................................จำนวน..............ชั่วโมง ● นักเรียน นักศึกษาที่ได้รับการนิเทศ จำนวน...............คน ระบบ ( ) ปกติ ( ) ทวิภาคี ระดับ ( ) ปวช. ( ) ปวส. ข้อเสนอแนะ จากสถานประกอบการ........................................................................................................ .................................................................................................................................................................. ปัญหาที่พบ .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. การแก้ปัญหา .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ข้าพเจ้า(นาย,นางสาว).............................................จะปฏิบัติตนตามแนวทางแก้ปัญหา.......................... .................................................................................................................................................................. ลงชื่อ....................................................... (....................................................) นักเรียน นักศึกษา ลงชื่อ.................................................. ลงชื่อ....................................................... (...............................................) (.....................................................) ครูนิเทศก์ สถานประกอบการ โปรดประทับตรา ครั้งต่อไปนิเทศวันที่...............เดือน.................................................พ.ศ.................................. ชื่อสถานประกอบการที่จะไปนิเทศครั้งต่อไป ๑. .....................................................................................โทร.................................................... ๒. .....................................................................................โทร.................................................... ลงชื่อ.......................................... ลงชื่อ............................................. (........................................) ( ………………..………………….) หัวหน้าแผนกวิชา....................... หัวหน้างานทวิภาคี ลงชื่อ............................................... ลงชื่อ................................................... (………………………………………..) (........................……………………) รองผู้อำนวยการวิทยาลัย (ฝ่ายวิชาการ) ผู้อานวยการวิทยาลัย………………………
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๘๘ ใบกิจกรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การนิเทศ การวัดผลและประเมินผลการฝึกอาชีพ หัวข้อย่อยที่ 2.1 กระบวนการนิเทศการฝึกอาชีพ ใบกิจกรรมที่ 2.1/1 ชมภาพ เรื่องบทบาทและหน้าที่ของครูนิเทศก์ คำชี้แจง 1. ให้ทุกคนชมภาพ เรื่องบทบาทและหน้าที่ของครูนิเทศก์ 2. แบ่งกลุ่ม 3-4 คน ให้แต่ละกลุ่มวิเคราะห์ข้อมูลรายละเอียดจากการชมภาพเกี่ยวกับบทบาท และหน้าที่ของครูนิเทศก์ตามตารางที่แจกให้และทำลงในกระดาษ Flip Chart 3. ส่งตัวแทนนำเสนอผลการวิเคราะห์ 3 - 5 นาที ตารางรายละเอียดบทบาทและหน้าที่ของครูนิเทศก์ หัวข้อ สรุปรายละเอียดจากการชมภาพ 1. คุณสมบัติของครูนิเทศก์ 1. ………………………………………………………………………………. 2. ………………………………………………………………………………. 3. ………………………………………………………………………………. 2. หน้าที่ของครูนิเทศก์ 1. ………………………………………………………………………………. 2. ………………………………………………………………………………. 3. ………………………………………………………………………………. 3. ระเบียบของการนิเทศ 1. ………………………………………………………………………………. 2. ………………………………………………………………………………. 3. ………………………………………………………………………………. ๔. ความสำคัญและการจัดทำ แผนการนิเทศ 1. ………………………………………………………………………………. 2. ………………………………………………………………………………. 3. ………………………………………………………………………………. ๕. กระบวนการขั้นตอน ของการนิเทศ 1. ………………………………………………………………………………. 2. ………………………………………………………………………………. 3. ……………………………………………………………………………….
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๘๙ ใบกิจกรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การนิเทศ การวัดผลและประเมินผลการฝึกอาชีพ หัวข้อย่อยที่ 2.1 กระบวนการนิเทศการฝึกอาชีพ ใบกิจกรรมที่ 2.1/2 แบบทดสอบชนิด ถูก – ผิด เรื่องพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับการนิเทศ คำชี้แจง 1. แจกแบบทดสอบชนิด ถูก - ผิด เรื่อง พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับการนิเทศให้กับผู้เข้ารับการอบรม ทุกคน (อาจใช้แอปพิเคชั่นแบบออนไลน์ สามารถปรับวิธีการได้ตามความเหมาะสม) 2. ให้ผู้เข้ารับการอบรมทำแบบทดสอบใช้เวลา 10 นาที 3. ให้ผู้เข้ารับการอบรมแลกเปลี่ยนกระดาษคำตอบ และวิทยากรกับผู้เข้ารับการอบรมช่วยกันเฉลย คำตอบและสรุปข้อมูล
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๙๐ แบบทดสอบพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับการนิเทศ คำชี้แจง ให้ท่านทำเครื่องหมาย √ หรือ × ลงใน ที่กำหนดให้ ๑. ผู้ฝึกอาชีพในสถานประกอบการในประเทศต้องได้รับการนิเทศการฝึกอาชีพทุกคนอย่างน้อยสามครั้ง ต่อภาคเรียน ๒. การนิเทศผู้ฝึกอาชีพในระบบทวิภาคี ครูนิเทศก์ต้องไปนิเทศที่สถานประกอบการเท่านั้น ๓. การนิเทศการฝึกอาชีพไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามแผนการนิเทศ ๔. ครูนิเทศก์ไม่จำเป็นต้องผ่านการอบรมการนิเทศการฝึกอาชีพจาก สอศ. ๕. ชั่วโมงนิเทศการฝึกอาชีพในสถานประกอบการไม่สามารถคิดเป็นเวลาชั่วโมงสอนปกติได้ ๖. การเดินทางไปนิเทศสามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการได้แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบ ของทางราชการ ๗. การนิเทศเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้เรียนในการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ ๘. การนิเทศเป็นการติดตามและประเมินความก้าวหน้าของการฝึกอาชีพของผู้เรียน ๙. การนิเทศไม่สามารถไปปรับวิธีการสอนงานในสถานประกอบการได้ ๑๐. ครูฝึกในสถานประกอบการเป็นผู้ชี้ขาดการวัดและประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ฝึกอาชีพเท่านั้น ๑๑. การเป็นครูนิเทศก์ไม่จำเป็นต้องมีบุคลิกภาพและมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ๑๒. ครูนิเทศก์ควรช่วยเสริมความคิดเชิงบวกในการปฏิบัติงานร่วมกับสถานประกอบการ ๑๓. การนิเทศสามารถนิเทศได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ๑๔. ครูนิเทศก์ไม่จำเป็นต้องทำแผนการนิเทศร่วมกับครูฝึก ๑๕. ครูฝึกในสถานประกอบการคือครูผู้ควบคุมการฝึก ๑๖. ครูนิเทศก์หากพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้ฝึกอาชีพ สามารถดำเนินการส่งตัวกลับสถานศึกษา ได้ทันที ๑๗. ครูฝึกในสถานประกอบการหนึ่งคนดูแล นศ.ระดับ ปวช./ปวส.ฝึกอาชีพไม่เกิน 15 คน ๑๘. การทำแผนการนิเทศตลอดภาคเรียนควรทำร่วมกันกับครูฝึกโดยกำหนดเป็นปฏิทินการนิเทศ ร่วมกับสถานประกอบการ ๑๙. หากผลการฝึกอาชีพของผู้เรียนไม่ครบถ้วนตามแผนการฝึกที่จัดขึ้น ให้สถานประกอบการ รับผิดชอบในการจัดสอนเสริมให้กับผู้เรียน ๒๐. ควรมีการวางแผนการออกไปนิเทศร่วมกันในสาขางานที่จำเป็นต้องนิเทศในเวลาใกล้เคียงกัน เพื่อเป็นการประหยัดทรัพยากร
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๙๑ ใบกิจกรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การนิเทศ การวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพ หัวข้อย่อยที่ 2. 1 กระบวนการนิเทศการฝึกอาชีพ ใบกิจกรรมที่ 2.1/3 วิเคราะห์กรณีศึกษาปัญหาในการออกนิเทศ คำชี้แจง 1. ผู้เข้ารับการอบรมแบ่งกลุ่ม 3 - 4 คน อ่านกรณีศึกษาปัญหาในการออกนิเทศ 2. วิเคราะห์กรณีศึกษา 5 ปัญหา ว่าแต่ละกรณีศึกษาขาดความพร้อมในเรื่องใด 3. ให้ผู้เข้าอบรมวิเคราะห์ข้อมูลจากกรณีศึกษาตามตารางที่แจกให้เขียนลงในกระดาษ Flip Chart 4. ส่งตัวแทนนำเสนอผลการวิเคราะห์ 3 - 5 นาที ตารางการวิเคราะห์กรณีศึกษาปัญหาการออกนิเทศ ปัญหาการนิเทศ ปัญหาที่อ่าน จากกรณีศึกษา แนวทางในการ แก้ปัญหา ปัญหาที่พบจาก ประสบการณ์ จากนิเทศ แนวทางในการ แก้ปัญหา 1. ครูนิเทศก์ ........................... .......................... .......................... ............................ ........................... ........................... ............................ .......................... .......................... ............................ .......................... .......................... 2 ผู้เรียน ........................... .......................... .......................... ............................ ........................... ........................... ............................ .......................... .......................... ............................ .......................... .......................... 3.สถานประกอบการ ........................... .......................... .......................... ............................ ........................... ........................... ............................ .......................... .......................... ............................ .......................... .......................... 4. ผู้ปกครอง ........................... .......................... .......................... ............................ ........................... ........................... ............................ .......................... .......................... ............................ .......................... .......................... 5. การบริหารจัดการ ในสถานศึกษา ........................... .......................... .......................... ............................ ........................... ........................... ............................ .......................... .......................... ............................ .......................... ..........................
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๙๒ กรณีศึกษาปัญหาการออกนิเทศ 1. ครูนิเทศก์ ครูเย็นจิต ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการสอนในภาคเรียนที่ 1/2564 จำนวนทั้งสิ้น 35 ชั่วโมง มีชั่วโมงนิเทศการฝึกอาชีพของนักศึกษา ระดับชั้น ปวส.2 จำนวน 6 ชั่วโมง ซึ่งไม่ต่อเนื่องกัน คือ เป็นชั่วโมงที่ 1-2 ในวันจันทร์ ชั่วโมงที่ 6-7 ในวันพุธ และชั่วโมงที่ 3-4 ในวันพฤหัสบดี ชั่วโมงที่เหลือ อีก 29 ชั่วโมงสอนเต็มจนถึงเวลาเลิกเรียน ทำให้ครูเย็นจิต ไม่สามารถออกไปนิเทศการฝึกอาชีพได้ เพราะสถานประกอบการที่นักศึกษาออกฝึกอาชีพอยู่ไกลจากวิทยาลัย ต้องใช้เวลาในการเดินทาง ระยะเวลาในการเดินทางไป-กลับ รวมการพูดคุยกับนักศึกษาและครูฝึกอาจจะเกิน 2 ชั่วโมง หากออกไป นิเทศแล้วกลับมาไม่ทันชั่วโมงสอนที่ต่อเนื่องจากชั่วโมงนิเทศก็ต้องทิ้งนักเรียนไว้ให้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง 2. ผู้เรียน ครูพันทิภา เป็นครูนิเทศก์ประจำสาขางานการบัญชี ออกนิเทศ นางสาวปาจารีย์ นักศึกษาระดับชั้น ปวส.2 ครูฝึกแจ้งว่าช่วงนี้นักศึกษาขาดงานบ่อย ครูพันทิภาขอคุยกับนักศึกษาและสังเกตุเห็นความผิดปกติ ของนักศึกษาจึงพูดคุย ซักถาม ได้คำตอบจากนางสาวปาจารีย์ว่าที่ช่วงนี้ขาดงานบ่อยเพราะนักศึกษา ตั้งครรภ์ได้ 2-3 เดือนแล้ว เนื่องจากสถานประกอบการอยู่ไกลบ้าน จึงต้องมาเช่าหอพักอยู่ ทำให้เพื่อนชาย มาหาได้สะดวกกว่าอยู่ที่บ้านและนักศึกษาขาดการป้องกันตนเอง ผู้ปกครองและสถานประกอบการ ยังไม่ทราบเรื่อง 3. สถานประกอบการ ครูพรชัย ไปนิเทศการฝึกอาชีพในศูนย์บริการรถยนต์แห่งหนึ่งแต่ไม่พบตัวนักศึกษา จึงขอเข้าพบ ครูฝึกในสถานประกอบการ ปรากฏว่าครูฝึกออกไปทำงานนอกศูนย์ พนักงานในศูนย์บริการจึงให้คุยกับ ผู้จัดการแทน ครูพรชัยสอบถามผู้จัดการเกี่ยวกับการฝึกอาชีพของนักศึกษาได้รับคำตอบว่า นักศึกษา มาฝึกอาชีพตามปกติ มีวันนี้ที่หยุดแต่ก็ลาแล้ว อย่างอื่นไม่มีปัญหาอะไร หลังจากนั้น 3 วัน ที่ครูพรชัย ไปนิเทศ ครูฝึกในสถานประกอบการ โทรมาแจ้งว่านักศึกษามีปัญหา ในขณะที่มาฝึกอาชีพ จะหลบเลี่ยงงาน และหยุดงานบ่อย แต่ที่ผู้จัดการไม่ได้แจ้งกับครูในวันที่มานิเทศเนื่องจากกลัวว่าถ้าครูทราบเรื่อง นักศึกษา จะไม่ผ่านการฝึกอาชีพ 4. ผู้ปกครอง นายสัมพันธ์ เข้ามาปรึกษากับครูประจำชั้นเกี่ยวกับการหาที่ฝึกอาชีพ เนื่องจากสถานประกอบการ ในละแวกบ้านรับนักศึกษาฝึกอาชีพ แต่งานที่รับฝึกอาชีพไม่ตรงกับสาขางานที่เรียน สถานประกอบการ ที่รับฝึกอาชีพตรงสาขางานก็อยู่ไกลบ้าน ถ้าจะไปฝึกก็ต้องเช่าหอพักหรือบ้านเช่า แต่ผู้ปกครองก็ไม่ให้ไป อยากให้อยู่ฝึกอาชีพใกล้บ้าน นายสัมพันธ์อธิบายแล้วแต่ผู้ปกครองไม่เข้าใจ ยืนยันที่จะให้ฝึกใกล้บ้าน ถ้าไม่ฝึกใกล้บ้านก็จะให้พักการเรียนหรือลาออก 5. การบริหารจัดการในสถานศึกษา ครูหลายคนที่ได้รับมอบหมายให้ออกนิเทศการฝึกอาชีพ แจ้งให้งานทวิภาคีทราบถึงปัญหาในการ ออกนิเทศการฝึกอาชีพว่า ไม่มีรถยนต์ไปนิเทศการฝึกอาชีพ เนื่องจากช่วงเวลาที่ครูจะออกไปนิเทศ รถยนต์ ของวิทยาลัยก็ไปราชการอื่น ในช่วงเวลาที่รถยนต์ของวิทยาลัยว่าง คนขับรถยนต์ของวิทยาลัยก็ไม่ว่างต้อง ขับรถยนต์ไปราชการอื่น (กรณีรถยนต์เหลือแต่ไม่มีคนขับรถ)
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๙๓ ใบกิจกรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การนิเทศ การวัดผลและประเมินผลการฝึกอาชีพ หัวข้อย่อยที่ 2.1 กระบวนการนิเทศการฝึกอาชีพ ใบกิจกรรมที่ 2.1/4 การวิเคราะห์ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในการนิเทศ คำชี้แจง 1. วิทยากรอธิบายตารางการวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 2. วิทยากรตั้งคำถามให้ผู้เข้ารับการอบรมตอบเรื่องปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในการนิเทศ 3. วิทยากรสรุปปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นบนกระดาษ Flip Chart 4. แบ่งกลุ่ม 3 - 4 คน ให้ผู้เช้ารับการอบรมแต่ละกลุ่มเลือกหัวข้อปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น บนกระดาษ Flip Chart 5. ให้ผู้เข้ารับการอบรมระบุข้อมูลตามตารางที่กำหนดให้และเขียนลงบนกระดาษ Flip Chart 6. ให้ตัวแทนนำเสนอข้อมูล กลุ่มละ 3 - 5 นาที
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๙๔ ตารางวิเคราะห์ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในหน้าที่ของครูนิเทศก์ ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น: สาเหตุที่คาดว่าจะ เป็นไปได้ แนวทางป้องกันสาเหตุ ผลกระทบของปัญหา แนวทางบรรเทา ผลกระทบ …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... สิ่งบอกเหตุ …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………... …………………………...
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๙๕ ใบกิจกรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การนิเทศ การวัดผลและประเมินผลการฝึกอาชีพ หัวข้อย่อยที่ 2.1 กระบวนการนิเทศการฝึกอาชีพ ใบกิจกรรมที่ 2.1/5 สรุปกระบวนจัดทำรายงานการนิเทศ คำชี้แจง 1. ให้ผู้เข้ารับการอบรม แบ่งกลุ่ม 3-4 สรุปกระบวนจัดทำรายงานการนิเทศ และส่วนประกอบ ที่สำคัญและจำเป็นต่อการพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยวาดผังมโนทัศน์ (Mind Mapping) 2. ให้ผู้เข้ารับการอบรมส่งตัวแทนออกมานำเสนอการเขียนขั้นตอนการนิเทศของสถานศึกษา สรุปกระบวนการจัดทำรายงานการนิเทศ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................................
คู่มือหลักสูตรครูนิเทศก์เพื่อการจัดการเรียนการสอน สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ๙๖ 2.2 การวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพ กรอบความคิด การวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพเป็นกระบวนการที่ได้มาซึ่งข้อมูลสะท้อนกลับถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการฝึกอาชีพของผู้เรียนในสถานประกอบการ เพื่อประโยชน์ต่อการนำไป ปรับปรุง พัฒนาการฝึกอาชีพ ให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. 2563 รวมทั้ง สอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ และสอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาในแต่ละ ระดับ ซึ่งในการวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพ ครูนิเทศก์ จำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจในการออกแบบและสร้าง เครื่องมือวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพให้ตรงกับสมรรถนะรายวิชา จุดประสงค์ทั่วไป เพื่อให้ครูนิเทศก์ มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับแนวคิด หลักการ ขั้นตอนกระบวนการวัดผลและประเมินผล การฝึกอาชีพในสถานประกอบการ สามารถออกแบบและสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพได้ตรงกับ สมรรถนะรายวิชาที่ไปฝึกอาชีพ และสอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติตามมาตรฐานการจัดการ อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. 2563 สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้แนะนำให้กับผู้อื่นได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เพื่อให้ครูนิเทศก์สามารถ 1. อธิบายเกี่ยวกับแนวคิด หลักการ ขั้นตอนกระบวนการวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพในสถาน ประกอบการ 2. วิเคราะห์สมรรถนะรายวิชาที่ไปฝึกอาชีพในสถานประกอบการ 3. สามารถออกแบบและสร้างเครื่องมือวัด และประเมินผลการฝึกอาชีพได้ตรงกับสมรรถนะรายวิชาที่ไปฝึก และสอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติตามมาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. 2563 4. แสดงออกเชิงบวกต่อความสำคัญและประโยชน์ของวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ สาระสำคัญ 1. แนวคิด หลักการ เกี่ยวกับขั้นตอนกระบวนการวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ 2. เกี่ยวกับคุณภาพผู้เรียนตามกรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และมาตรฐานการจัดการ อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. 2563 3. ออกแบบและสร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพได้ตรงกับสมรรถนะรายวิชาที่ไปฝึกอาชีพและ สอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิอาชีวศึกษาแห่งชาติตามมาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. 2563 4. การนำความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ ไปประยุกต์ใช้ในการวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพของผู้เรียน 5. ความสำคัญและประโยชน์ของการวัดและประเมินผลการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ