The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรวิทยาศาสตร์ โรงเรียนบ้านชะอวด ปีการศึกษา2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Hatai Tuntivit, 2022-09-05 05:09:45

หลักสูตรวิทยาศาสตร์ โรงเรียนบ้านชะอวด ปีการศึกษา2563

หลักสูตรวิทยาศาสตร์ โรงเรียนบ้านชะอวด ปีการศึกษา2563

๑๓๐

หน่วย ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชีว้ ดั สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี คะแนน
(ชั่วโมง)
๓ การ ๑๐
เปลย่ี นแปลง ผลกระทบของมลพิษทาง คาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สอื่นๆ
ของวัตถุและ
วสั ดุ อากาศต่อสิ่งมีชีวิต จากข้อมูล รวมทั้งไอน้ำ และฝุ่นละออง

ทีร่ วบรวมได้ อากาศมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิต

ป.๓/๒ ตระหนักถงึ หากส่วนประกอบของอากาศไม่

ความสำคญั ของอากาศ โดย เหมาะสม เนื่องจากมีแก๊สบาง

นำเสนอแนวทางการปฏบิ ัติ ชนดิ หรอื ฝนุ่ ละอองในปริมาณมาก

ตนในการลดการเกดิ มลพษิ อาจเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตชนิด

ทางอากาศ ตา่ งๆ จดั เปน็ มลพษิ ทางอากาศ

- แนวทางการปฏิบัติตนเพื่อลด

การปล่อยมลพิษทางอากาศ เช่น

ใช้พาหนะร่วมกัน หรือเลือกใช้

เทคโนโลยที ีล่ ดมลพิษทางอากาศ

ป.๓/๓ อธิบายการเกดิ ลม - ลม คือ อากาศที่เคลื่อนที่ เกิด

จากหลักฐานเชงิ ประจักษ จากความแตกต่างกนั ของอุณหภูมิ

อากาศบริเวณที่อยู่ใกล้กัน โดย

อากาศบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงจะ

ลอยตวั สงู ข้ึน และอากาศบริเวณท่ี

มีอุณหภูมิต่ากว่าจะเคลื่อนเข้าไป

แทนที่

ป.๓/๔ บรรยายประโยชน์ - ลมสามารถนามาใชเ้ ป็นแหล่ง

และโทษของลม จากข้อมูลที่ พลงั งานทดแทนในการผลิตไฟฟ้า

รวบรวมได้ และนาไปใช้ประโยชน์ในการทา

กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ หากลม

เคลือ่ นท่ดี ้วยความเรว็ สงู อาจทา

ให้เกดิ อันตรายและความเสียหาย

ต่อชีวติ และทรัพยส์ นิ ได้

มาตรฐาน ว ๒.๑ ๑๐

ตัวชี้วัด

ป.๓/๑ อธิบายว่าวัตถุ -วัตถุอาจทำจากชิ้นส่วนย่อยๆ ซึ่ง

ประกอบขึ้นจากชน้ิ สว่ น แตล่ ะช้นิ มีลักษณะเหมือนกันมา

หลักสตู รสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบา้ นชะอวด

๑๓๑

หนว่ ย ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
คะแนน
ที่ ตัวช้วี ดั (ช่ัวโมง)
๑๐
ย่อยๆ ซงึ่ สามารถแยกออก ประกอบเข้าด้วยกัน เมื่อแยก

จากกันได้และประกอบกนั ชิ้นส่วน ย่อยๆ แต่ละชิ้นของวัตถุ

เป็นวตั ถชุ ้นิ ใหม่ได้ โดยใช้ ออกจากกันสามารถนำชิ้นส่วน

หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ เหล่านั้นมาประกอบเป็นวัตถุชิ้น

ใหม่ได้ เช่น กำแพงบ้านมีก้อนอิฐ

หลายๆ ก้อนประกอบเข้าด้วยกัน

และสามารถนำก้อนอิฐจากกำแพง

บา้ นมาประกอบเปน็ พนื้ ทางเดนิ ได้

ป.๓/๒ อธบิ ายการ -เมื่อให้ความรอ้ นหรือทำให้วัสดุ

เปลีย่ นแปลงของวัสดเุ มื่อทา ร้อนข้ึน และเมอ่ื ลดความร้อนหรือ

ใหร้ ้อนข้นึ หรือทาให้เยน็ ลง ทำให้วสั ดเุ ยน็ ลง วสั ดุจะเกดิ การ

โดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ เปล่ยี นแปลงได้ เชน่ สเี ปล่ยี น

รปู ร่างเปลีย่ น

๔ แรงใน มาตรฐาน ว ๒.๒ ๑๐

ชวี ติ ประจำวัน ตัวชวี้ ดั

ป.๓/๑ ระบุผลของแรงที่มี - การดึงหรือการผลักเป็นการออก

ต่อการเปลี่ยนแปลง การ แรงกระทำต่อวัตถุ แรงมีผลต่อการ

เคลื่อนที่ของว ัตถุจ าก เคลอื่ นทขี่ องวัตถุ แรงอาจทำให้วัตถุ

หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ เกิดการเคลื่อนที่โดยเปลี่ยนตา

แหนง่ จากทหี่ น่งึ ไปยังอกี ทีห่ นงึ่

- การเปล่ียนแปลงการเคลื่อนทีข่ อง

วัตถุ ได้แก่ วัตถุ ที่อยู่นิ่งเปลี่ยนเปน็

เคลื่อนที่ วัตถุที่กำลังเคลื่อนท่ี

เปลี่ยนเป็นเคลื่อนที่เร็วขึ้นหรือช้า

ลงหรือหยุดนิ่ง หรือเปลี่ยนทิศ

ทางการเคล่อื นท่ี

ป.๓/๒ เปรียบเทียบและ - การดึงหรือการผลักเป็นการออก

ยกตัวอย่างแรงสัมผัสและ แรงทีเ่ กิดจากวัตถุหนึ่งกระทำกับอีก

แรงไม่สัมผัสที่มีผลต่อการ วัตถุหนึ่ง โดยวัตถุทั้งสองอาจสัมผัส

เคลอื่ นทขี่ องวัตถุโดยใช้ หรือไม่ต้องสัมผัสกนั เช่น การออก

หลกั สตู รสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบา้ นชะอวด

๑๓๒

หน่วย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ัด สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
คะแนน
ที่ (ชัว่ โมง)
๑๐
หลักฐานเชิงประจกั ษ์ แรงโดยใช้มือดึงหรือการผลักโต๊ะ

ใหเ้ คล่ือนท่เี ป็นการออกแรงที่วัตถุ

ต้องสัมผัสกัน แรงนี้จึงเป็นแรง

สัมผัส ส่วนการที่แม่เหล็กดึงดูด

หรือผลักระหว่างแม่เหล็กเป็นแรง

ท ี ่ เ ก ิ ด ข ึ ้ น โ ด ย แ ม ่ เ ห ล ็ ก ไ ม่

จำเป็นต้องสัมผัสกัน แรงแม่เหล็ก

ป.๓/๓ จำแนกวัตถุโดยใช้การ นีจ้ ึงเปน็ แรงไม่สมั ผสั

ดึงดูดกับแม่เหล็กเป็นเกณฑ์จาก - แม่เหล็กสามารถดึงดูดสาร

หลักฐานเชิงประจักษ์ แมเ่ หล็กได้

ป.๓/๔ ระบขุ ว้ั แมเ่ หลก็ และ -แรงแม่เหล็กเป็นแรงที่เกิดขึ้น

พยากรณ์ผลทเ่ี กดิ ขึ้น ระหวา่ ง ระหว่างแม่เหล็กกับสารแม่เหล็ก

ขวั้ แมเ่ หลก็ เม่ือนำมาเข้าใกลก้ ัน หรอื แมเ่ หลก็ กบั แมเ่ หล็ก แม่เหล็ก

จาก หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ มี 2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือและขั้วใต้

ขั้วแม่เหล็กชนิดเดียวกันจะผลัก

กัน ตา่ งชนดิ กันจะดงึ ดูดกนั

๕ พลงั งาน มาตรฐาน ว ๒.๓ ๑๐

กบั ชวี ิต ตวั ชวี้ ดั

ป.๓/๑ ยกตัวอย่างการเปลี่ยน - พลังงานเป็นปริมาณที่แสดงถึง

พลังงานหนึ่งไปเป็นอีกพลังงาน ความสามารถในการทำงาน

หนง่ึ จากหลักฐานเชิงประจกั ษ์ พ ล ั ง ง า น ม ี ห ล า ย แ บ บ เ ช่ น

พลังงานกล พลังงาน ไ ฟ ฟ้ า

พลังงานแสง พลังงานเสียง และ

พลังงานความร้อน โดยพลังงาน

สามารถเปลี่ยนจากพลังงานหนึ่ง

ไปเป็นอีกพลังงานหนึ่งได้ เช่น

การถูมือจนรู้สึกร้อนเป็นการ

เปลี่ยนพลังงานกลเป็นพลังงาน

ความร้อน แผงเซลล์สุริยะเปลี่ยน

พลังงานแสงเป็นพลงั งานไฟฟ้า

หลักสตู รสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านชะอวด

๑๓๓

หนว่ ย ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั

ที่ ตวั ช้ีวัด (ชั่วโมง) คะแนน

หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเปลี่ยน

พลงั งานไฟฟ้าเป็นพลังงานอ่ืน

ป.๓/๒ บรรยายการทางานของ - ไฟฟ้าผลิตจากเครื่องกาเนิด

เครื่องกาเนิดไฟฟ้าและระบุแหล่ง ไฟฟ้าซึ่งใช้พลังงานจากแหล่ง

พลังงานในการผลิตไฟฟ้า จาก พลังงานธรรมชาติหลายแหล่ง

ข้อมูลทร่ี วบรวมได้ เช่น พลังงานจากลม พลงั งานจาก

ป.๓/๓ ตระหนักในประโยชน์และ นำ้ พลงั งานจากแก๊สธรรมชาติ

โ ท ษ ข อ ง ไ ฟ ฟ ้ า โ ด ย น า เ ส น อ - พลังงานไฟฟ้ามีความสาคัญต่อ

วิธีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด และ ชีวิตประจำวัน การใช้ไฟฟ้า

ปลอดภัย น อ ก จ า ก ต ้ อ ง ใ ช ้ อ ย ่ า ง ถ ู ก ว ิ ธี

ประหยัด และคุ้มค่าแล้ว ยังต้อง

คำนงึ ถงึ ความปลอดภยั ด้วย

มาตรฐาน ว ๓.๑

ตวั ชีว้ ดั

ป.๓/๑ อธบิ ายแบบรูปเส้นทางการ - คนบนโลกมองเห็นดวงอาทิตย์

ขึ้นและตกของ ดวงอาทิตย์โดยใช้ ปรากฏขึ้นทาง ด้านหนึ่งและตก

หลักฐานเชิงประจักษ์ ทางอีกด้านหนึ่งทุกวัน หมุนเวียน

ป.๓/๒ อธิบายสาเหตุการเกิด เปน็ แบบรูปซำ้ ๆ

ปรากฏการณ์การขึ้นและตกของ - โลกกลมและหมุนรอบตัวเอง

ดวงอาทิตย์ การเกิดกลางวัน ขณะโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำให้

กลางคืน และการกาหนดทิศ โดย บริเวณของโลกได้รับแสงอาทิตย์

ใชแ้ บบจาลอง ไม่พร้อมกัน โลกด้านที่ได้รับแสง

ป.๓/๓ ตระหนกั ถงึ ความสาคัญ จากดวงอาทิตย์จะเป็นกลางวัน

ของดวงอาทิตย์ โดยบรรยาย ส่วนด้านตรงข้ามทีไ่ ม่ได้รับแสงจะ

ประโยชนข์ องดวงอาทติ ย์ต่อ เป็นกลางคืน นอกจากนี้คนบน

สง่ิ มชี ีวติ โลกจะมองเห็นดวงอาทติ ย์ปรากฏ

ข้ึนทางดา้ นหน่ึง ซ่งึ กำหนดให้เป็น

ทิศตะวันออก และมองเห็นดวง

อาทิตย์ตกทางอีกด้านหนึ่ง ซ่ึง

กำหนดใหเ้ ปน็ ทศิ ตะวันตกและ

หลกั สตู รสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๓๔

หนว่ ย ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชีว้ ัด สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั

ที่ (ชั่วโมง) คะแนน

เมื่อให้ด้านขวามืออยู่ทางทิศ

ตะวันออก ด้านซ้ายมืออยู่ทางทิศ

ตะวันตก ด้านหน้าจะเป็นทิศ

เหนอื และดา้ นหลังจะเปน็ ทิศใต้

-ในเวลากลางวันโลกจะได้รับ

พลังงานแสงและพลังงานความ

ร้อนจากดวงอาทิตย์ ทำให้

สงิ่ มชี ีวิตดำรงชวี ติ อยไู่ ด้

๖ วทิ ยาการ มาตรฐาน ว ๔.๒ ๒๐ ๓๐

คำนวณ ตัวชวี้ ดั

ป.๓/๑ แสดงอลั กอริทึมในการ - อัลกอริทึมเป็นขั้นตอนที่ใช้ใน

ทำงานหรอื การแก้ปัญหาอยา่ งงา่ ย การแกป้ ญั หา

โดยใชภ้ าพ สญั ลักษณ์ หรอื - การแสดงอัลกอริทึม ทำได้โดย

ข้อความ การเขียน บอกเล่า วาดภาพ หรือ

ใชส้ ัญลกั ษณ์

- ตัวอย่างปัญหา เช่น เกมเศรษฐี

เกมบันไดงู เกม Tetris เกม OX

การเดนิ ไปโรงอาหาร การทำความ

สะอาดหอ้ งเรียน

ป.๓/๒ เขยี นโปรแกรมอย่างง่าย - การเขยี นโปรแกรมเป็นการสร้าง

โดยใชซ้ อฟต์แวร์ ลำดับของคำสั่งให้คอมพิวเตอร์

หรือส่อื และตรวจหาข้อผิดพลาด ทำงาน

ของโปรแกรม - ตัวอย่างโปรแกรม เช่น เขียน

โปรแกรมที่สั่งให้ตัวละครทำงาน

ซ้ำไมส่ ้นิ สุด

- การตรวจหาข้อผิดพลาด ทำได้

โ ด ย ต ร ว จ ส อ บ ค ำ ส ั ่ ง ท ี ่ แ จ้ ง

ข้อผิดพลาด หรือหากผลลัพธ์ไม่

เป็นไปตามที่ต้องการให้ตรวจสอบ

การทำงานทีละคำสัง่

หลกั สตู รสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบา้ นชะอวด

๑๓๕

หนว่ ย ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก

ท่ี ตวั ชี้วัด (ชวั่ โมง) คะแนน

- ซอฟต์แวร์หรือสื่อที่ใช้ในการ

เขียนโปรแกรม เช่น ใช้บัตรคำส่ัง

แสดงการเขียนโปรแกรม,

Code.org

ป.๓/๓ ใช้อนิ เทอรเ์ นต็ - อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายขนาด

คน้ หาความรู้ ใหญ่ชว่ ยให้การตดิ ตอ่ สื่อสารทำได้

สะดวกและรวดเร็ว และเป็น

แหล่งข้อมูลความรู้ที่ช่วยในการ

เรยี นและการดำเนินชีวติ

- เว็บเบราว์เซอร์เป็นโปรแกรม

สำหรบั อ่านเอกสารบนเว็บเพจ

- การสืบค้นข้อมลู บนอินเทอร์เน็ต

ทำได้โดยใช้เว็บไซต์สำหรับสืบค้น

และต้องกำหนดคำค้นที่เหมาะสม

จึงจะได้ขอ้ มูลตามตอ้ งการ

- ข้อมูลความรู้ เช่น วิธีทำอาหาร

วิธีพับกระดาษเป็นรูปต่าง ๆ

ข้อมูลประวัติศาสตร์ชาติไทย

(อาจเป็นความรู้ในวิชาอื่น ๆ หรือ

เรื่องที่เป็นประเด็นที่สนใจใน

ชว่ งเวลานัน้ )

- การใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ อย่าง

ปลอดภยั ควรอยใู่ นการดูแลของ

ครู หรือผู้ปกครอง

ป.๓/๔ รวบรวม - การรวบรวมข้อมูล ทำได้โดย

ประมวลผล และนำเสนอ กำหนดหวั ขอ้ ทต่ี ้องการ เตรียม

ขอ้ มูล โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์ตาม อุปกรณ์ในการจดบนั ทึก

วัตถปุ ระสงค์

หลกั สตู รสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๓๖

- การประมวลผลอย่างง่าย เช่น
เปรยี บเทียบ จดั กลุ่ม เรียงลำดับ

หน่วย ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรียนรู/้ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก

ที่ ตัวชว้ี ดั (ช่วั โมง) คะแนน

- การนำเสนอข้อมูลทำไดห้ ลาย

ลกั ษณะตามความเหมาะสม เชน่ การ

บอกเลา่ การทำเอกสารรายงาน การ

จัดทำปา้ ยประกาศ

- การใชซ้ อฟตแ์ วร์ทำงานตาม

วัตถุประสงค์ เช่น ใช้ซอฟต์แวร์

นำเสนอ หรือซอฟต์แวรก์ ราฟิก สร้าง

แผนภมู ิรูปภาพ ใช้ซอฟต์แวร์

ประมวลคำทำป้ายประกาศหรือ

เอกสารรายงาน ใช้ซอฟต์แวร์ตาราง

ทำงานในการประมวลผลขอ้ มูล

ป.๓/๕ ใชเ้ ทคโนโลยี - การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่าง

สารสนเทศอย่าง ปลอดภยั เช่น ปกปอ้ งข้อมลู ส่วนตวั

ปลอดภัย ปฏิบตั ติ าม - ขอความชว่ ยเหลือจากครูหรือ

ขอ้ ตกลงในการใช้ ผู้ปกครอง เมอ่ื เกดิ ปญั หาจากการใช้

อินเทอรเ์ น็ต งาน เม่อื พบข้อมลู หรอื บคุ คลทท่ี ำให้

ไมส่ บายใจ

- การปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงในการใช้

อนิ เทอรเ์ นต็ จะทำให้ไม่เกิดความ

เสยี หายต่อตนเองและผู้อ่ืน เชน่ ไม่

ใช้คำหยาบ ล้อเลียน ดา่ ทอ ทำให้

ผู้อน่ื เสยี หายหรอื เสยี ใจ

หลกั สตู รสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๓๗

- ข้อดแี ละขอ้ เสยี ในการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ และการสื่อสาร

รวม ๘๐ ๑๐๐

หลักสตู รสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบา้ นชะอวด

๑๓๘

โครงสรา้ งรายวิชา

รายวชิ า วิทยาศาสตร์วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔

รหัสวิชา ว ๑๔๑๐๑ เวลา ๑๒๐ ชัว่ โมง / ปี

ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ ตัวชวี้ ัด จำนวน(ชั่วโมง) นำ้ หนกั คะแนน
การเรียนรสู้ ง่ิ ต่างๆรอบตวั - ๘ ๗
สงิ่ มชี วี ติ ว ๑.๒ ป.๔/๑ ๑๙ ๑๗
ว ๑.๓ ป.๔/๑ , ป.๔/๒, ป.๔/๓,
แรงและพลังงาน ป.๔/๔ ๑๙ ๑๗
ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
วัสดแุ ละสสาร ว ๒.๓ ป.๔/๑ ๑๙ ๑๗
โลกและอวกาศ ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป. ๑๒
วิทยาการคำนวณ ๔/๔ ๑๕ ๓๐
ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ ๔๐
รวม ๑๐๐
ว ๔.๒ ป๔/๑, ป๔/๒, ป๔/๓,
ป๔/๔, ป๔/๕

๒๑ ๑๒๐

หลักสตู รสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบา้ นชะอวด

๑๓๙

โครงสร้างรายวิชาพื้นฐาน

กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว๑๔๑๐๑

ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง จำนวน ๓ หน่วยกติ

หนว่ ย ช่อื มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลา คะแนน

ที่ หนว่ ย /ตวั ชว้ี ดั (ช่วั โมง)

๑ การ - - การสืบเสาะหาความรู้ทาง ๘๗

เรียนรู้ส่ิง วิทยาศาสตร์ การวดั และการใช้

ตา่ งๆ จำนวนของนกั วิทยาศาสตร์ การ

รอบตวั ทดลองแบบนักวิทยาศาสตร์

๒ สงิ่ มีชีวิต มาตรฐานว ๑.๒ ๑๙ ๑๗

ตวั ชี้วัด

ป.๔/๑ บรรยายหน้าทขี่ องราก ลำ - สิ่งมีชีวิตมีหลายชนิด สามารถ

ตน้ ใบ และดอกของพืชดอกโดยใช้ จดั กลมุ่ ได้โดยใช้ความเหมือนและ

ขอ้ มูลท่รี วบรวมได้ ความแตกต่างของลักษณะและ

การดำรงชีวิตเป็นเกณฑ์ในการจัด

จำแนกออกเป็นกลุ่มพืชกลุ่มสัตว์

มาตรฐานว ๑.๓ และกลุ่มทีไ่ ม่ใชพ่ ชื และสัตว์

ตวั ช้วี ัด

ป.๔/๑ จำแนกส่ิงมีชวี ติ โดยใช้ - พืชดอกเปน็ พืชทม่ี ีสว่ นประกอบ

ความเหมือนและ ความแตกต่าง ที่สำคัญ ได้แก่ ราก ลำต้น ใบ

ของลักษณะของสงิ่ มชี วี ติ ออกเปน็ ดอก ผล และเมล็ดส่วนประกอบ

กลมุ่ พืช กลุ่มสตั ว์ และกล่มุ ท่ีไมใ่ ช่ ต่างๆของพืชดอกทำหน้าท่ี

พืชและสตั ว์ แตกต่างกันดังนี้รากทำหน้าที่ดูด

ป.๔/๒ จำแนกพืชออกเปน็ พืชดอก น้ำและธาตุอาหารขึ้นไปยังลำต้น

และพืชไม่มีดอก โดยใช้การมีดอก ทำลำต้น ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำ

เป็นเกณฑ์ โดยใช้ขอ้ มลู ทร่ี วบรวม ต่อไปยังส่วนต่างๆของพืชใบทำ

ได้ หน้าที่สร้างอาหารดอกทำหน้าที่

ป.๔/๓ จำแนกสตั ว์ออกเปน็ สัตวม์ ี สบื พนั ธ์ุ

กระดูกสันหลงั และสัตวไ์ ม่มีกระดกู - การจำแนกพืชสามารถใช้การมี

สันหลงั โดยใช้การมกี ระดูกสันหลัง ดอกเป็นเกณฑ์ในการจำแนกได้

เปน็ เกณฑ์ โดยใชข้ ้อมลู ทร่ี วบรวม เป็นพชื ดอกและพืชไม่มดี อก

ได้

หลักสตู รสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๔๐

หน่วย ชื่อ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลา คะแนน

ท่ี หนว่ ย /ตวั ชี้วดั (ชั่วโมง)

ป.๔/๔ บรรยายลกั ษณะเฉพาะที่ - การจำแนกสัตวส์ ามารถใช้การมี

สงั เกตได้ของสัตวม์ ีกระดูกสนั หลงั กระดูกสนั หลงั เป็นเกณฑ์ในการ

ในกลุม่ ปลา กล่มุ สตั วส์ ะเทนิ น้ำ จำแนกได้เป็นสตั วท์ ีม่ ี

สะเทนิ บก กลุ่มสตั ว์เลือ้ ยคลาน กระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มี

กลมุ่ นก และกลุ่มสัตวเ์ ล้ยี งลูกด้วย กระดูกสันหลังสัตว์มีกระดูกสัน

นำ้ นม และยกตวั อยา่ งสงิ่ มีชวี ิตใน หลังมี๕กลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูกสัน

แต่ละกลุ่ม หลังมี๗กลุ่ม ซึ่งสัตว์แต่ละกลุ่มจะ

ม ี ล ั ก ษ ณ ะ เ ฉ พ า ะ ท ี ่ ส ั ง เ ก ต ไ ด้

ตา่ งกัน

๓ แรงและ มาตรฐานว ๒.๒ ๑๙ ๑๗

พลังงาน ตวั ช้ีวดั

ป.๔/๑ ระบผุ ลของแรงโน้มถ่วงทม่ี ี - แรงโน้มถ่วงของโลกเป็นแรง

ตอ่ วตั ถุจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์ ดึงดูดที่โลกกระทำต่อวัตถุมีทิศ

ป.๔/๒ ใช้เครื่องชั่งสปรงิ ในการวดั ทางเข้าสู่ศูนย์กลางโลก และเป็น

น้ำหนกั ของวตั ถุ แรงไม่สัมผัสแรงดึงดูดที่โลก

ป.๔/๓ บรรยายมวลของวตั ถทุ มี่ ีผล กระทำกบั วตั ถุหน่ึงๆทำให้วัตถุตก

ต่อการเปล่ียนแปลงการเคลอ่ื นที่ ลงสู่พื้นโลกและทำให้วัตถุมี

ของวตั ถจุ ากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ น้ำหนักวัดน้ำหนักของวัตถุได้จาก

เครื่องชั่งสปริงน้ำหนักของวัตถุ

ขึ้นกับมวลของวัตถุโดยวัตถุที่มี

มวลมากจะมีน้ำหนักมากวัตถุที่มี

มวลนอ้ ยจะมนี ้ำหนกั นอ้ ย

- มวลของวัตถุมีผลต่อการ

เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของ

วัตถุ วัตถุที่มีมวลมากจะ

เปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ได้ยาก

กวา่ วัตถุที่มีมวลนอ้ ย

หลักสตู รสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๔๑

หน่วย ชือ่ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสำคัญ เวลา คะแนน

ที่ หน่วย /ตวั ชวี้ ดั (ชั่วโมง)

มาตรฐานว ๒.๓

ตัวชีว้ ดั

ป.๔/๑ จำแนกวัตถุเปน็ ตัวกลาง - เม่ือมองสิ่งต่าง ๆ โดยมีวัตถุต่าง

โปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสง และวัตถุ ชนิดกันมากั้นแสงจะทำให้

ทึบแสง ลักษณะการมองเห็นสิ่งนั้น ๆ

จากลักษณะ การมองเห็นสง่ิ ต่าง ๆ ชัดเจนต่างกันจึงจำแนกวัตถุที่มา

ผา่ นวตั ถุนัน้ เป็นเกณฑโ์ ดยใช้ ก้ันออกเปน็ ตวั กลางโปร่งใส

หลักฐานเชิงประจกั ษ์ ซ ึ ่ ง ท ำ ใ ห ้ ม อ ง เ ห ็ น ส ิ ่ ง ต ่ า ง ๆ ไ ด้

ชัดเจนตัวกลางโปร่งแสงทำให้

มองเห็นสิ่งต่างๆได้ไม่ชัดเจนและ

วัตถุทึบแสงทำให้มองไม่เห็นส่ิง

ตา่ งๆนนั้

๔ วัสดุและ มาตรฐานว ๒.๑ ๑๙ ๑๗

สสาร ตัวชวี้ ดั

ป.๔/๑ เปรียบเทียบสมบัติทาง - วัสดุแต่ละชนิดมีสมบัติทาง

กายภาพด้านความแขง็ สภาพ กายภาพที่แตกต่างกัน วัสดุที่มี

ยืดหยุน่ การนำความร้อน และการ ความแข็งจะทนต่อแรงขูดขีด

นำไฟฟา้ ของวัสดุโดยใชห้ ลกั ฐาน ว ั ส ด ุ ท ี ่ ม ี ส ภ า พ ย ื ด ห ย ุ ่ น จ ะ

เชงิ ประจกั ษ์จากการทดลองและ เปลี่ยนแปลงรูปร่างเมื่อมีแรงมา

ระบกุ ารนำสมบัตเิ รือ่ งความแขง็ กระทำและกลับสภาพเดิมได้วัสดุ

สภาพยดื หยนุ่ การนำความร้อน ที่นำความร้อนจะร้อนได้เร็วเม่ือ

และการนำไฟฟา้ ของวสั ดุไปใช้ใน ได้รับความร้อนและวัสดุที่นำ

ชวี ติ ประจำวนั ผ่านกระบวนกำรอ ไฟฟ้าได้จะให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้

อกแบบช้นิ งาน ซึ่งสมบัติต่าง ๆนำมาใช้ประโยชน์

ป.๔/๒ แลกเปลี่ยนความคดิ กับ ในชวี ติ ประจำวันได้

ผ้อู นื่ โดยการอภปิ รายเกย่ี วกับ - วัสดุเป็นสสารเพราะมีมวลและ

สมบตั ทิ างกายภาพของวสั ดุอยา่ งมี ต้องการที่อยู่สสารมีสถานะเป็น

เหตผุ ลจากการทดลอง ของแข็งของเหลวหรื อ แ ก๊ส

ของแข็งมีปริมาตรและรปู ร่างคงที่

ของเหลวมีปริมาตรคงท่ี แต่มี

หลกั สตู รสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านชะอวด

๑๔๒

หนว่ ย ชือ่ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสำคัญ เวลา คะแนน

ที่ หนว่ ย /ตัวชีว้ ัด (ชว่ั โมง)

ป.๔/๓ เปรยี บเทียบสมบัตขิ อง รูปร่างเปลี่ยนไปตามภาชนะ

สสารทง้ั ๓ สถานะ จากข้อมูลท่ไี ด้ เฉพาะส่วนที่บรรจุของเหลวส่วน

จากการสังเกต มวล การต้องการท่ี แก๊สมีปริมาตรและรูปร่าง

อยู่ รูปรา่ งและปริมาตรของสสาร เปล่ยี นไปตามภาชนะท่ีบรรจุ

ป.๔/๔ ใชเ้ ครอื่ งมอื เพ่ือวดั มวล

และปรมิ าตรของสสารท้ัง ๓

สถานะ

๕ โลกและ มาตรฐานว.๓.๑ ๑๕ ๑๒

อวกาศ ตัวชว้ี ดั

ป.๔/๑ อธบิ ายแบบรปู เสน้ ทางการ - ดวงจันทร์เป็นบริวารของโลก

ขึน้ และตก ของดวงจันทร์ โดยใช้ โดยดวงจันทร์หมุนรอบตัวเอง

หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ ขณะโคจรรอบโลกในขณะที่โลกก็

ป.๔/๒ สรา้ งแบบจำลองที่อธิบาย หมุน

แบบรูป การเปล่ยี นแปลงรปู ร่าง รอบตัวเองด้วยเช่นกัน การหมุน

ปรากฏของดวงจนั ทร์ และ รอบตัวเองของโลกทำให้มองเห็น

พยากรณร์ ูปรา่ งปรากฏของดวง ดวงจันทรป์ รากฏขึ้นทางดา้ น

จันทร์ ทิศตะวันออกและตกทางทิศ

ป.๔/๓ สร้างแบบจำลองแสดง ตะวันตกหมุนเวียนเป็นแบบรูป

องค์ประกอบของระบบสุรยิ ะ และ ซำ้ ๆ

อธิบายเปรยี บเทยี บคาบ การโคจร - ดวงจันทร์เป็นวัตถุที่เป็นทรง

ของดาวเคราะห์ กลม แต่รูปร่างของดวงจันทร์

ตา่ ง ๆ จากแบบจำลอง ที่มองเห็นหรือรูปร่างปรากฏของ

ดวงจันทร์บนท้องฟ้าแตกต่างกัน

ไปในแต่ละวัน โดยในแต่ละวัน

ดวงจันทร์จะมีรูปร่างปรากฏเป็น

เสี้ยวที่มีขนาดเพิ่มขึ้นอย่าง

ต่อเนอื่ งจนเตม็ ดวง

หลกั สตู รสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบา้ นชะอวด

๑๔๓

หน่วย ช่ือ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลา คะแนน
ท่ี หน่วย /ตวั ช้วี ดั (ชัว่ โมง)
จากนั้นรูปร่างปรากฏของดวง
จันทร์จะแหว่งและมีขนาดลดลง
อย่างต่อเนื่องจนมองไม่เห็นดวง
จันทร์จากนั้นรูปร่างปรากฏของ
ดวงจันทร์จะเป็นเสี้ยวใหญ่ขึ้นจน
เต็มดวงอีกครั้งการเปลี่ยนแปลง
เช่นน้ีเป็นแบบรปู ซ้ำกันทกุ เดือน
- ระบบสุริยะเป็นระบบทมี่ ีดวง
อาทิตยเ์ ปน็ ศนู ย์กลางและมีดาว
บริวารโคจรอบโดยรอบ
ประกอบดว้ ยดาวเคราะห์ ๘ ดวง
รวมทั้งดวงจนั ทรท์ เ่ี ป็นดาวบริวาร
ของดาวเคราะห์ดาวเคราะห์แคระ
ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง และ
วัตถขุ นาดเล็กอน่ื ๆ ซ่งึ ดาว
เคราะห์แต่ละดวงท่โี คจรรอบดวง
อาทติ ยจ์ ะมขี นาดและระยะห่าง
จากดวงอาทิตย์แตกต่างกนั และ
วัตถุขนาดเล็กอื่นๆ เม่ือเขา้ มาใน
ช้ันบรรยากาศเนอื่ งจากแรงโนม้
ถว่ งของโลกจะทำให้เกดิ เปน็ ดาว
ตกหรือผพี ุ่งไต้และอกุ กาบาต

หลกั สตู รสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบา้ นชะอวด

๑๔๔

หลักสตู รสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๔๕

หนว่ ย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลา คะแนน
(ชั่วโมง) ๓๐
ที่ /ตวั ชี้วดั
๔๐
๖ วทิ ยาการ มาตรฐานว ๔.๒

คำนวน ตัวชี้วดั

ป.๔/๑ ใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ - การใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะเปน็ การ

ในการแก้ปัญหา การอธบิ าย นำกฎเกณฑ์หรือเง่ือนไขที่

การทำงาน การคาดการณ์ ครอบคลุมทุกกรณีมาใชพ้ ิจารณา

ผลลัพธ์ จากปญั หาอย่างงา่ ย ในการแก้ปัญหา การอธบิ ายการ

ป.๔/๒ ออกแบบ และเขียน ทำ งาน หรือการคาดการณ์

โปรแกรมอย่างงา่ ย ผลลพั ธ์

โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ หรอื สื่อ - เครือข่ายคอมพิวเตอร์

และตรวจหาข้อผิดพลาดและ - การรวบรวมขอ้ มูลและ

แก้ไข ซอฟตแ์ วร์ประยุกต์

ป.๔/๓ ใชอ้ ินเทอร์เนต็ ค้นหา - การเขยี นโปรแกรมเบื้องต้น

ความรู้ และประเมินความ

นา่ เชอ่ื ถือของข้อมลู

ป.๔/๔ รวบรวม ประเมนิ

นำเสนอข้อมลู และสารสนเทศ

โดยใชซ้ อฟตแ์ วรท์ ี่

หลากหลาย เพ่ือแกป้ ัญหาใน

ชีวติ ประจำวนั

ป.๔/๕ ใช้เทคโนโลยี

สารสนเทศอยา่ งปลอดภยั

เข้าใจสทิ ธิและหน้าท่ขี องตน

เคารพในสิทธิของผู้อืน่ แจ้ง

ผเู้ ก่ียวขอ้ งเมอื่ พบข้อมลู หรือ

บุคคลท่ีไมเ่ หมาะสม

หลกั สตู รสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านชะอวด

๑๔๖

โครงสรา้ งรายวิชา ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕
เวลา ๑๒๐ ชวั่ โมง/ปี
รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รหสั วชิ า ว ๑๕๑๐๑

ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ ตัวช้ีวัด จำนวน(ช่วั โมง) น้ำหนักคะแนน
๖ ๔
การเรียนรูส้ ง่ิ ต่างๆ รอบตวั - ๒๐ ๑๗

แรงและพลงั งาน ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ๑๔ ๑๕
๒๐ ๑๗
ป.๕/๕
๒๐ ๑๗
ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ๔๐ ๓๐

ป.๕/๕

การเปลยี่ นแปลงของสาร ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔

วฏั จกั ร ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒

ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔,

ป.๕/๕

สิง่ มีชวี ติ ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔

ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒

วิทยาการคำนวณ ว ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔,

ป.๕/๕

รวม ๓๒ ๑๒๐ ๑๐๐

หลักสตู รสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๔๗

โครงสร้างรายวชิ าพนื้ ฐาน

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว ๑๕๑๐๑

ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๑๒๐ ช่วั โมง จำนวน ๓ หน่วยกติ

หน่วย ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั

ที่ ตัวชี้วดั (ช่วั โมง) คะแนน

๑ การเรียนรูส้ ง่ิ ต่างๆ - - การเรียนรูส้ ง่ิ ต่างๆ รอบตัวเรา ๖ ๔

รอบตัว ต้องใช้ทักษะกระบวนการทาง

วทิ ยาศาสตร์

- การจดั กระทำและสื่อความหมาย

ข้อมลู เปน็ ทักษะกระบวนการทาง

วทิ ยาศาสตร์อย่างหนง่ึ ซง่ึ เปน็ การ

นำขอ้ มูลมาจดั กระทำใหอ้ ยใู่ น

รปู แบบทีช่ ัดเจน เขา้ ใจง่าย

- การสร้างแบบจำลองเป็นการ

สร้างบางส่ิงบางอยา่ งข้นึ มาเป็น

ตวั แทนของสิง่ ต่างๆ โดยมี

จดุ ประสงค์เพื่อส่ือสาร บรรยาย

อธิบาย หรือพยากรณ์สิ่งนนั้ ๆ

๒ แรงและพลังงาน มาตรฐาน ว ๒.๒ ๒๐ ๑๗

ตวั ช้วี ดั

ป.๕/๑ อธบิ ายวิธกี ารหา - แรงลพั ธเ์ ปน็ ผลรวมของแรงที่

แรงลพั ธ์ของแรงหลายแรง กระทำต่อวตั ถุ โดยแรงลัพธ์ของ

ในแนวเดียวกันท่ีกระทำตอ่ แรง ๒ แรงท่ีกระทำต่อวัตถุ

วัตถใุ นกรณีท่วี ตั ถอุ ยนู่ ่ิงจาก เดยี วกนั จะมีขนาดเทา่ กับผลรวม

หลกั ฐานเชิงประจักษ์ ของแรงทั้งสองเมื่อแรงทง้ั สอง อยู่

ในแนวเดียวกนั และมีทิศทาง

เดียวกัน แตจ่ ะมีขนาดเทา่ กับ

ผลต่างของแรงท้ังสองเมื่อแรงทง้ั

สอง อยู่ในแนวเดยี วกันแตม่ ีทิศ

ทางตรงข้ามกัน สำหรบั วัตถุที่อยู่

นงิ่ แรงลัพธท์ กี่ ระทำต่อวตั ถุมีคา่

เปน็ ศูนย์

หลักสตู รสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๔๘

หน่วย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนรู/้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก

ท่ี ตวั ชวี้ ดั (ชัว่ โมง) คะแนน

ป.๕/๒ เขียนแผนภาพแสดง - การเขียนแผนภาพของแรงท่ี

แรงทกี่ ระทำต่อวัตถุท่ีอยูใ่ น กระทำตอ่ วัตถสุ ามารถเขยี นได้โดย

แนวเดยี วกันและแรงลัพธท์ ่ี ใช้ลูกศร โดยหวั ลูกศรแสดงทิศทาง

กระทำต่อวตั ถุ ของแรง และความยาวของลกู ศร

ป.๕/๓ ใช้เครอื่ งชั่งสปรงิ ใน แสดงขนาดของแรงท่ีกระทำต่อ

การวดั แรงที่กระทำต่อวัตถุ วตั ถุ

ป.๕/๔ ระบุผลของแรง - แรงเสียดทานเป็นแรงทเ่ี กดิ ขนึ้

เสยี ดทานที่มีต่อ การ ระหวา่ งผิวสมั ผสั ของวัตถุ เพื่อต้าน

เปล่ียนแปลงการเคล่ือนท่ี การเคล่อื นท่ขี องวัตถุน้ัน โดยถา้

ของวตั ถจุ ากหลกั ฐานเชิง ออกแรงกระทำตอ่ วัตถทุ อี่ ยู่นิ่งบน

ประจักษ์ พ้ืนผวิ หนึ่งใหเ้ คลอ่ื นท่ี แรงเสียด

ป.๕/๕ เขยี นแผนภาพแสดง ทานจากพ้ืนผิวน้นั กจ็ ะต้านการ

แรงเสียดทานและแรง ที่อยู่ เคล่อื นท่ีของวัตถุ แต่ถำ้ วตั ถุกำลงั

ในแนวเดียวกนั ท่กี ระทำต่อ เคล่ือนที่ แรงเสียดทานก็จะทำให้

วัตถุ วัตถุนัน้ เคลื่อนทชี่ ำ้ ลง หรือหยดุ นง่ิ

มาตรฐาน ว ๒.๓

ตัวชว้ี ดั

ป.๕/๑ อธิบายการไดย้ ิน - การได้ยินเสียงตอ้ งอาศัย

เสยี งผา่ นตัวกลาง จาก ตวั กลาง โดยอาจเปน็ ของแข็ง

หลักฐานเชิงประจกั ษ์ ของเหลว หรืออากาศ เสียงจะ

สง่ ผ่านตัวกลางมายังหู

ป.๕/๒ ระบุตัวแปร ทดลอง - เสียงท่ไี ดย้ นิ มรี ะดบั สงู ต่ำของ

และอธิบาย ลักษณะและ เสยี งตา่ งกนั ขึ้นกับความถ่ขี องการ

การเกิดเสยี งสงู เสียงตำ่ ส่นั ของแหลง่ กำเนดิ เสยี ง โดยเมอ่ื

ป.๕/๓ ออกแบบการ แหล่งกำเนิดเสยี งสนั่ ดว้ ยความถีต่ ำ่

ทดลองและอธบิ าย ลักษณะ จะเกิดเสยี งต่ำ แต่ถำ้ สัน่ ดว้ ย

และการเกิดเสียงดงั เสียง ความถส่ี ูงจะเกดิ เสยี งสูง สว่ นเสียง

คอ่ ย ดงั คอ่ ยที่ไดย้ ินข้ึนกบั พลงั งานการ

ป.๕/๔ วัดระดบั เสยี งโดยใช้ สน่ั ของแหลง่ กำเนิดเสยี ง โดยเมอ่ื

เครอ่ื งมอื วัดระดบั เสียง แหล่งกำเนดิ เสียงสั่นพลงั งานมาก

หลักสตู รสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบา้ นชะอวด

๑๔๙

หนว่ ย ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ที่ คะแนน
ตวั ชี้วดั (ชวั่ โมง)
๓ การเปล่ียนแปลง ๑๕
ของสาร ป.๕/๕ ตระหนกั ในคณุ คา่ จะเกดิ เสียงดัง แต่ถ้าแหล่งกำเนิด

ของความรู้เรอื่ งระดับเสยี ง เสยี งสน่ั ดว้ ยพลังงานน้อยจะเกิด

โดยเสนอแนะแนวทางใน เสียงคอ่ ย

การหลกี เลย่ี งและลดมลพิษ - เสยี งดังมาก ๆ เปน็ อนั ตรายต่อ

ทางเสยี ง การได้ยนิ และเสียงท่ีกอ่ ใหเ้ กิด

ความรำคาญเป็นมลพิษทางเสียง

เดซเิ บลเปน็ หน่วยที่บอกถงึ ความ

ดังของเสยี ง

มาตรฐาน ว ๒.๑ - การเปล่ียนสถานะของสสารเปน็ ๑๔

ตวั ชี้วัด การเปล่ยี นแปลงทางกายภาพ เมื่อ

ป.๕/๑ อธบิ ายการเปลี่ยน เพ่มิ ความรอ้ นให้กบั สสารถงึ ระดับ

สถานะของสสาร เมื่อทำให้ หนึ่งจะทำใหส้ สารที่เปน็ ของแขง็

สสารรอ้ นขน้ึ หรือเย็นลง เปลี่ยนสถานะเปน็ ของเหลว

โดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ เรยี กว่า การหลอมเหลว และเม่อื

เพ่มิ ความร้อนต่อไปจนถงึ อกี ระดบั

หนึ่งของเหลวจะเปลีย่ นเปน็ แก๊ส

เรียกว่า การกลายเป็นไอ แต่เมื่อ

ลดความร้อนลงถึงระดับหน่ึงแก๊ส

จะเปล่ยี นสถานะเป็นของเหลว

เรยี กว่า การควบแนน่ และถ้าลด

ความรอ้ นต่อไปอีกจนถึงระดับหนึง่

ของเหลวจะเปล่ยี นสถานะเป็น

ของแข็ง เรยี กวา่ การแขง็ ตัว สสาร

บางชนิดสามารถเปลย่ี นสถานะ

จากของแข็งเป็นแกส๊ โดยไมผ่ ่าน

การเป็น ของเหลว เรยี กว่า การ

ระเหิด สว่ นแกส๊ บางชนดิ สามารถ

เปลยี่ นสถานะ

หลกั สตู รสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านชะอวด

๑๕๐

หนว่ ย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั

ที่ ตัวช้วี ดั (ช่วั โมง) คะแนน

ป.๕/๒ อธบิ ายการละลาย - เมื่อใส่สารลงในนำ้ แล้วสารนั้น

ของสารในน้ำ โดยใช้ รวมเปน็ เนอ้ื เดียวกันกบั นำ้ ทั่วทุก

หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ ส่วน แสดงวา่ สารเกิดการละลาย

เรยี กสารผสมที่ได้ว่าสารละลาย

ป.๕/๓ วเิ คราะหก์ าร - เม่ือผสมสาร ๒ ชนิดขนึ้ ไปแล้ว

เปล่ียนแปลงของสาร เมือ่ มสี ารใหม่เกิดขน้ึ ซ่ึงมสี มบัติต่าง

เกดิ การเปลีย่ นแปลงทาง จากสารเดิม หรอื เมื่อสารชนิด

เคมี โดยใช้หลักฐานเชงิ เดยี ว เกิดการเปล่ียนแปลงแล้วมี

ประจักษ์ สารใหมเ่ กิดขึ้น การเปลย่ี นแปลง

น้เี รียกวา่ การเปล่ียนแปลงทาง

เคมี ซงึ่ สงั เกตไดจ้ ากมสี ี หรือกลิ่น

ตา่ งจากสารเดิม หรือ มีฟองแกส๊

หรอื มีตะกอนเกิดข้นึ หรอื มีการ

เพมิ่ ข้นึ หรือลดลงของอุณหภมู ิ

ป.๕/๔ วเิ คราะห์และระบุ - เมื่อสารเกิดการเปลี่ยนแปลงแลว้

การเปลี่ยนแปลงทผี่ นั กลบั สารสามารถเปล่ียนกลบั เปน็

ได้และการเปลี่ยนแปลงท่ี สารเดมิ ได้ เปน็ การเปลย่ี นแปลงท่ี

ผันกลับไม่ได้ ผันกลับได้ เช่น การหลอมเหลว

การกลายเป็นไอ การละลาย แต่

สารบางอยา่ งเกดิ การเปลย่ี นแปลง

แล้วไม่สามารถเปล่ยี นกลับเป็น

สารเดมิ ได้ เปน็ การเปลยี่ นแปลงที่

ผันกลบั ไม่ได้ เชน่ การเผาไหม้

การเกิดสนมิ

หลักสตู รสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๕๑

หน่วย ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ที่
๔ วฏั จักร ตวั ช้ีวัด (ช่วั โมง) คะแนน

มาตรฐาน ว ๓.๑ - ดาวทม่ี องเหน็ บนท้องฟา้ อยู่ใน ๒๐ ๑๗

ตัวชวี้ ดั อวกาศซ่ึงเปน็ บริเวณที่อยนู่ อก

ป.๕/๑ เปรียบเทียบความ บรรยากาศของโลกมีท้งั ดาวฤกษ์

แตกตา่ งของดาวเคราะห์ และดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์เป็น

และดาวฤกษจ์ าก แหล่งกำเนดิ แสงจงึ สามารถ

แบบจำลอง มองเห็นได้ ส่วนดาวเคราะห์ ไม่ใช่

แหล่งกำเนิดแสง แต่สามารถ

มองเหน็ ได้เนอ่ื งจากแสงจากดวง

อาทิตยต์ กกระทบดาวเคราะห์แล้ว

สะท้อนเขา้ สูต่ า

ป.๕/๒ ใช้แผนทด่ี าวระบุ - การมองเห็นกลมุ่ ดาวฤกษม์ ี

ตำแหนง่ และเสน้ ทาง การ รูปรา่ งตา่ ง ๆ เกดิ จากจนิ ตนาการ

ขน้ึ และตกของกลุ่มดาวฤกษ์ ของผูส้ ังเกต กลมุ่ ดาวฤกษ์ต่าง ๆ

บนท้องฟา้ และอธบิ ายแบบ ท่ีปรากฏในท้องฟา้ แต่ละกลุ่มมีดาว

รูปเส้นทางการขึ้นและตก ฤกษ์แต่ละดวงเรียงกนั ทีต่ ำแหน่ง

ของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟา้ คงที่ และมีเส้นทางการขนึ้ และตก

ในรอบปี ตามเสน้ ทางเดิมทุกคืน ซึ่งจะ

ปรากฏตำแหน่งเดิมการสงั เกต

ตำแหน่งและการข้ึนและตกของ

ดาวฤกษแ์ ละกลุ่มดาวฤกษส์ ามารถ

ทำไดโ้ ดยใช้แผนท่ดี าว ซึ่งระบุมมุ

ทิศและมุมเงยทก่ี ลุ่มดาวนนั้

ปรากฏ ผสู้ ังเกตสามารถใชม้ ือใน

การประมาณค่าของมุมเงยเม่ือ

สังเกตดาวในท้องฟ้า

หลกั สตู รสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านชะอวด

๑๕๒

หน่วย ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั

ที่ ตัวชวี้ ัด (ชว่ั โมง) คะแนน

ป.๕/๑ เปรยี บเทียบ - โลกมที ง้ั น้ำจืดและนำ้ เค็มซ่ึงอยู่

ปรมิ าณน้ำในแตล่ ะแหลง่ ในแหลง่ นำ้ ต่าง ๆ ที่มีท้งั แหล่งนำ้

และระบุปริมาณนำ้ ที่ ผิวดิน เช่น ทะเล มหาสมุทร บึง

มนษุ ย์สามารถนำมาใช้ แมน่ ้ำ และแหลง่ น้ำใต้ดิน เช่น น้ำ

ประโยชนไ์ ด้ จากข้อมูล ในดิน และน้ำบาดาล น้ำท้ังหมด

ท่ีรวบรวมได้ ของโลกแบ่งเป็นนำ้ เค็มประมาณ

ร้อยละ ๙๗.๕ ซึ่งอยใู่ นมหาสมทุ ร

และแหลง่ นำ้ อืน่ ๆ และที่เหลอื อีก

ประมาณร้อยละ ๒.๕ เป็นนำ้ จืด

ถำ้ เรยี งลำดับปรมิ าณน้ำจดื จาก

มากไปน้อยจะอยู่ท่ี ธารนำ้ แข็งและ

พืดน้ำแขง็ น้ำใต้ดิน ช้นั ดินเยือก

แข็งคงตวั และน้ำแข็งใต้ดนิ

ทะเลสาบ ความชืน้ ในดนิ ความช้นื

ในบรรยากาศ บึง แม่น้ำ และน้ำใน

สง่ิ มีชวี ิต

ป.๕/๒ ตระหนกั ถึงคุณค่า - น้ำจดื ทม่ี นุษย์นำมาใช้ได้มี

ของน้ำโดยนำเสนอแนวทาง ปรมิ าณน้อยมาก จึงควรใชน้ ำ้ อยา่ ง

การใชน้ ้ำอย่างประหยดั และ ประหยดั และร่วมกนั อนุรักษน์ ้ำ

การอนุรักษน์ ำ้

ป.๕/๓ สร้างแบบจำลอง - วฏั จกั รน้ำ เปน็ การหมนุ เวยี นของ

ที่อธบิ ายการหมนุ เวียน นำ้ ท่มี ีแบบรูป ซำ้ เดมิ และต่อเนอ่ื ง

ของน้ำในวัฏจักรน้ำ ระหว่างน้ำในบรรยากาศ น้ำผิวดิน

และน้ำใต้ดิน โดยพฤติกรรมการ

ดำรงชวี ติ ของพชื และสัตว์ส่งผล

ตอ่ วฏั จกั รนำ้

หลักสตู รสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบา้ นชะอวด

๑๕๓

หนว่ ยที่ ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรยี นร/ู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ตัวช้ีวดั
(ชั่วโมง) คะแนน
ป.๕/๔ เปรียบเทียบ
กระบวนการเกิดเมฆ - ไอนำ้ ในอากาศจะควบแนน่ เปน็
หมอก น้ำค้าง และ
น้ำค้างแข็ง จาก ละอองนำ้ เลก็ ๆ โดยมีละอองลอย
แบบจำลอง
เชน่ เกลือ ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้
ป.๕/๕ เปรยี บเทยี บ
กระบวนการเกิดฝน หิมะ เปน็ อนุภาคแกนกลาง เมอ่ื ละออง
และลกู เหบ็ จากข้อมูลท่ี
รวบรวมได้ น้ำจำนวนมากเกาะกล่มุ รวมกัน

ลอยอยูส่ งู จากพ้นื ดินมาก เรียกวา่

เมฆ แต่ละอองน้ำทเ่ี กาะกลมุ่

รวมกนั อยูใ่ กลพ้ ้นื ดิน เรียกว่า

หมอก ส่วนไอนำ้ ท่ีควบแนน่ เป็น

ละอองน้ำเกาะอยู่บนพ้ืนผวิ วตั ถุ

ใกล้พน้ื ดนิ เรยี กวา่ น้ำค้าง ถ้า

อุณหภมู ิ ใกล้พื้นดนิ ตำ่ กว่าจุดเยือก

แข็ง นำ้ ค้างกจ็ ะกลายเปน็ นำ้ คา้ ง

แข็ง

- ฝน หมิ ะ ลกู เหบ็ เป็นหยาดนำ้ ฟา้

ซง่ึ เป็นนำ้ ท่มี สี ถานะต่าง ๆ ที่ตก

จากฟ้าถงึ พ้ืนดนิ ฝน เกิดจาก

ละอองนำ้ ในเมฆท่รี วมตวั กันจน

อากาศไม่สามารถพยงุ ไว้ไดจ้ งึ ตก

ลงมา หิมะเกิดจากไอนำ้ ในอากาศ

ระเหิดกลบั เปน็ ผลกึ นำ้ แข็ง รวมตัว

กันจนมนี ำ้ หนกั มากข้นึ จนเกนิ กว่า

อากาศจะพยงุ ไว้จงึ ตกลงมา

ลกู เห็บเกิดจากหยดน้ำทีเ่ ปล่ียน

สถานะเป็นน้ำแขง็ แล้วถูกพัดวนซำ้

ไปซ้ำมาในเมฆฝนฟ้าคะนองท่ีมี

ขนาดใหญแ่ ละอยู่ในระดับสูงจน

เปน็ ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ขึน้ แลว้

ตกลงมา

หลกั สตู รสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๕๔

หนว่ ยที่ ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
๕ สิ่งมชี ีวิต
ตวั ชี้วดั (ชว่ั โมง) คะแนน

มาตรฐาน ว ๑.๑ ๒๐ ๑๗

ตัวชีว้ ดั

ป.๕/๑ บรรยายโครงสร้าง - สงิ่ มีชวี ติ ทงั้ พืชและสัตว์มี

และลกั ษณะของสง่ิ มีชีวติ ที่ โครงสรา้ งและลักษณะ ทเ่ี หมาะสม

เหมาะสมกบั การดำรงชวี ิต ในแตล่ ะแหล่งท่อี ยู่ ซึง่ เปน็ ผลมา

ซ่งึ เป็นผลมาจากการ จาก การปรบั ตวั ของสิง่ มชี ีวติ

ปรบั ตัวของส่งิ มีชวี ิตในแต่ เพอื่ ให้ดำรงชีวิตและอยู่รอดได้ใน

ละแหล่งที่อยู่ แต่ละแหลง่ ที่อยู่ เช่น ผักตบชวามี

ช่องอากาศในก้านใบ ชว่ ยให้ลอย

น้ำได้ ตน้ โกงกางที่ขึน้ อยใู่ น ป่า

ชายเลนมรี ากค้ำจนุ ทำให้ลำต้นไม่

ล้ม ปลามคี รบี ชว่ ยในการเคล่ือนท่ี

ในน้ำ

ป.๕/๒ อธิบาย - ในแหลง่ ท่ีอยหู่ น่งึ ๆ ส่ิงมีชวี ิตจะ

ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง มคี วามสัมพนั ธซ์ ึง่ กนั และกันและ

สิง่ มชี วี ติ กับสงิ่ มชี ีวติ และ สมั พนั ธ์กบั ส่ิงไมม่ ีชวี ติ เพื่อ

ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง ประโยชนต์ อ่ การดำรงชวี ติ เช่น

ส่งิ มีชวี ิตกับ ความสัมพันธก์ ัน ด้านการกนิ กนั

ป.๕/๓ เขยี นโซอ่ าหารและ เปน็ อาหาร เปน็ แหล่งที่อยู่อาศยั

ระบบุ ทบาทหนา้ ที่ของ หลบภัยและเลย้ี งดลู ูกอ่อน ใช้

สิ่งมีชีวิตท่เี ปน็ ผผู้ ลติ และ อากาศในการหายใจ

ผบู้ รโิ ภคในโซ่อาหาร - สงิ่ มีชีวติ มีการกินกันเปน็ อาหาร

ป.๕/๔ ตระหนักในคุณคา่ โดยกินต่อกัน เป็นทอด ๆ ใน

ของส่งิ แวดล้อมที่มตี ่อ การ รปู แบบของโซอ่ าหารทำให้สามารถ

ดำรงชวี ติ ของสง่ิ มีชีวติ โดย ระบุบทบาทหนา้ ทข่ี องสิ่งมีชวี ติ

มสี ่วนรว่ ม ในการดูแลรักษา เป็นผ้ผู ลิตและผู้บริโภค

สง่ิ แวดล้อม

หลกั สตู รสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบา้ นชะอวด

๑๕๕

หนว่ ยที่ ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
๕ สิ่งมชี ีวติ
ตัวชีว้ ดั (ช่ัวโมง) คะแนน

มาตรฐาน ว ๑.๓

ตัวช้ีวดั

ป.๕/๑ อธบิ ายลกั ษณะทาง - สงิ่ มชี ีวติ ทั้งพืช สตั ว์ และมนุษย์ เม่อื

พันธุกรรมที่มกี ารถ่ายทอด โตเตม็ ท่ีจะมีการสืบพันธุ์เพ่อื เพม่ิ

จากพ่อแม่สู่ลกู ของพชื สตั ว์ จำนวนและดำรงพันธ์ุ โดยลูกท่ีเกิดมา

และมนษุ ย์ จะไดร้ บั การถา่ ยทอดลักษณะทาง

ป.๕/๒ แสดงความอยากรู้ พันธุกรรมจากพ่อแม่ทำให้มีลักษณะ

อยากเหน็ โดยการถาม ทางพันธุกรรมที่เฉพาะแตกต่างจาก

คำถามเกีย่ วกบั ลกั ษณะที่ สิ่งมชี ีวิตชนดิ อ่นื

คล้ายคลงึ กนั ของตนเองกบั - พชื มีการถ่ายทอดลักษณะทาง

พ่อแม่ พันธุกรรม เชน่ ลักษณะของใบ สีดอก

- สตั ว์มกี ารถา่ ยทอดลักษณะทาง

พนั ธกุ รรม เช่น สขี น ลักษณะของขน

ลักษณะของหู

- มนุษยม์ กี ารถา่ ยทอดลักษณะทาง

พนั ธกุ รรม เชน่ เชงิ ผมท่หี นา้ ผาก ลกั

ยม้ิ ลกั ษณะหนังตำ การหอ่ ลิ้น

ลักษณะของติง่ หู

หลักสตู รสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบา้ นชะอวด

๑๕๖

หน่วยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั

ตัวชวี้ ดั (ชวั่ โมง) คะแนน

๖ วิทยาการคำนวณ มาตรฐาน ว ๔.๒ ๔๐ ๓๐

ตวั ชว้ี ัด

ป.๕/๑ ใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะ - การใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะเปน็ การ

ในการแกป้ ัญหา การ นำกฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไขท่ี

อธิบายการทำงาน การ ครอบคลุมทกุ กรณีมาใช้พิจารณา

คาดการณ์ผลลพั ธ์ จาก ในการแก้ปัญหา การอธิบายการ

ปัญหาอยา่ งง่าย ทำงาน หรอื การคาดการณผ์ ลลัพธ์

- สถานะเรม่ิ ตน้ ของการทำงานท่ี

แตกต่างกนั จะใหผ้ ลลัพธ์ท่ีแตกตา่ ง

กนั

- ตวั อย่างปญั หา เช่น เกม

Sudoku โปรแกรมทำนายตวั เลข

โปรแกรมสร้างรูปเรขาคณติ ตามคา่

ขอ้ มลู เข้า การจัดลำดับการทำงาน

บา้ นในช่วงวนั หยดุ จดั วางของใน

ครัว

ป.๕/๒ ออกแบบและเขยี น - การออกแบบโปรแกรมสามารถ

โปรแกรมทม่ี ีการใช้เหตผุ ล ทำไดโ้ ดยเขยี นเป็นข้อความหรอื ผัง

เชงิ ตรรกะอย่างง่าย งาน

ตรวจหาข้อผิดพลาดและ - การออกแบบและเขยี นโปรแกรม
แกไ้ ข ทม่ี กี ารตรวจสอบเงื่อนไขที่
ครอบคลุมทุกกรณเี พื่อใหไ้ ด้

ผลลัพธท์ ถี่ กู ต้องตรงตามความ

ต้องการ

- หากมีขอ้ ผิดพลาดใหต้ รวจสอบ

การทำงาน ทีละคำสง่ั เมื่อพบจุดที่

ทำให้ผลลพั ธ์ไม่ถูกต้อง ใหท้ ำการ

แก้ไขจนกว่าจะได้ผลลัพธท์ ี่ถูกต้อง

หลักสตู รสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านชะอวด

๑๕๗

หนว่ ยท่ี ชอื่ หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั

๖ วทิ ยาการ ตวั ช้ีวัด (ช่วั โมง) คะแนน
คำนวณ
มาตรฐาน ว ๔.๒ - การฝึกตรวจหาข้อผดิ พลาดจาก

ตัวชีว้ ดั โปรแกรมของผอู้ ่ืนจะช่วยพฒั นาทักษะ

ป.๕/๓ ใช้อนิ เทอรเ์ นต็ การหาสาเหตุของปัญหาได้ดียิ่งขนึ้

ค้นหาข้อมลู ติดตอ่ สื่อสาร - ตัวอย่างโปรแกรม เชน่ โปรแกรม

และทำงานร่วมกัน ตรวจสอบเลขคเู่ ลขค่ี โปรแกรมรบั

ประเมนิ ความนา่ เชอื่ ถือ ข้อมูลน้ำหนักหรือสว่ นสูงแล้วแสดงผล

ของขอ้ มลู ความสมสว่ นของร่างกาย โปรแกรมสง่ั

ให้ตวั ละครทำตามเงื่อนไขทีก่ ำหนด

- ซอฟต์แวร์ท่ีใช้ในการเขียนโปรแกรม

เชน่ Scratch, logo

- การค้นหาข้อมลู ในอนิ เทอรเ์ น็ต และ

การพิจารณาผลการค้นหา

- การติดต่อส่ือสารผา่ นอนิ เทอร์เนต็

เช่น อีเมล บลอ็ ก โปรแกรมสนทนา

- การเขยี นจดหมาย (บรู ณาการกับวิชา

ภาษาไทย)

- การใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ ในการติดตอ่ สอื่ สาร

และทำงานรว่ มกัน เชน่ ใชน้ ดั หมายใน

การประชมุ กลมุ่ ประชำสมั พันธ์กจิ กรรม

ในห้องเรยี น การแลกเปลย่ี นความรู้

ความคิดเห็นในการเรยี น ภายใตก้ าร

ดแู ลของครู

- การประเมนิ ความน่าเชือ่ ถอื ของขอ้ มูล

เชน่ เปรยี บเทยี บความสอดคลอ้ ง

สมบรู ณข์ องข้อมลู จากหลายแหล่ง

แหลง่ ตน้ ตอของข้อมูล ผู้เขยี น วันท่ี

เผยแพร่ข้อมูล

หลักสตู รสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๕๘

หน่วยท่ี ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั

๖ วิทยาการ ตวั ชี้วดั (ชว่ั โมง) คะแนน
คำนวณ
มาตรฐาน ว ๔.๒

ตวั ชว้ี ัด

ป.๕/๔ รวบรวม ประเมนิ - ขอ้ มูลทด่ี ตี ้องมีรายละเอยี ดครบทกุ

นำเสนอ ขอ้ มลู และ ด้าน เช่น ข้อดแี ละข้อเสีย ประโยชน์

สารสนเทศ ตาม และโทษ

วตั ถุประสงค์โดยใช้ - การรวบรวมข้อมลู ประมวลผล สรา้ ง

ซอฟตแ์ วร์หรอื บรกิ ารบน ทางเลือก ประเมนิ ผล จะทำใหไ้ ด้

อนิ เทอรเ์ น็ตท่ีหลากหลาย สารสนเทศเพ่ือใชใ้ นการแก้ปัญหาหรือ

เพื่อแกป้ ญั หาใน การตัดสินใจได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ

ชีวิตประจำวัน - การใช้ซอฟต์แวร์หรือบรกิ ารบน

อินเทอรเ์ นต็ ท่ีหลากหลายในการ

รวบรวม ประมวลผล สร้างทางเลอื ก

ประเมินผล นำเสนอ จะช่วยให้การ

แกป้ ัญหาทำได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง

และแมน่ ยำ

- ตัวอยา่ งปญั หา เช่น ถา่ ยภาพและ

สำรวจแผนท่ี ในท้องถิน่ เพ่ือนำเสนอ

แนวทางในการจัดการพืน้ ท่ีว่างให้เกดิ

ประโยชน์ ทำแบบสำรวจความคิดเหน็

ออนไลน์ และวิเคราะห์ข้อมูล นำเสนอ

ขอ้ มูลโดยการใช้ Blog หรือ web page

- อนั ตรายจากการใชง้ านและ

ป.๕/๕ ใช้เทคโนโลยี อาชญากรรม ทางอินเทอร์เน็ต

สารสนเทศอยา่ งปลอดภยั - มารยาทในการติดตอ่ ส่ือสารผ่าน

มีมารยาท เข้าใจสทิ ธิและ อินเทอรเ์ นต็ (บูรณาการกับวิชาท่ี

หนา้ ที่ของตน เคารพใน เกี่ยวขอ้ ง)

สทิ ธขิ องผู้อืน่ แจ้ง

ผเู้ กยี่ วขอ้ งเมอ่ื พบข้อมลู

หรือบุคคลท่ีไม่เหมาะสม

รวม ๑๒๐ ๑๐๐

หลักสตู รสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบา้ นชะอวด

๑๕๙

โครงสร้างรายวชิ า

รายวชิ า วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๖

รหสั วชิ า ว ๑๖๑๐๑ เวลา ๑๒๐ช่วั โมง / ปี

ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ ตวั ชีว้ ดั จำนวน น้ำหนัก
(ช่ัวโมง) คะแนน

สารอาหารและระบบย่อยอาหาร ว ๑.๒ ๑๒ ๑๒
การแยกสารเน้ือผสม ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕ ๙ ๘
หินและซากดกึ ดำบรรพ์ ว ๒.๑ ๑๐ ๑๐
ปรากฏการณ์ของโลกและภยั ป.๖/๑ ๑๕ ๑๓
ธรรมชาติ ว ๓.๒ ๑๐
เงา อุปราคาและเทคโนโลยี ป.๖/๑ ป.๖/๒ ป.๖/๓ ๑๐
อวกาศ ว ๓.๒ ๒๔
ป.๖/๔ ป.๖/๕ ป.๖/๖ ป.๖/๗ ป.๖/๘ ๑๗
แรงไฟฟา้ และพลังงานไฟฟา้ ป.๖/๙ ๔๐
ว ๓.๑ ๓๐
วิทยาการคำนวณ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ว ๒.๓
ป.๖/๗ ป.๖/๘
ว ๒.๒
ป.๖/๑
ว ๒.๓
ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ว ๔.๒
ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔

รวม ๓๐ ๑๒๐ ๑๐๐

หลักสตู รสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านชะอวด

๑๖๐

โครงสร้างรายวิชาพนื้ ฐาน
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ รหสั วิชา ว ๑๖๑๐๑
ระดับช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ เวลา ๑๒๐ ชัว่ โมง จำนวน ๓ หนว่ ยกติ

หนว่ ย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนรู/้ สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั

ท่ี ตัวช้วี ัด (ชว่ั โมง) คะแนน

๑ สารอาหารและ มาตรฐาน ว ๑.๒ ๑๒ ๑๒

การยอ่ ย ตัวชี้วัด

อาหาร ป.๖/๑ ระบสุ ารอาหาร - สารอาหารที่อยู่ในอาหารมี ๖

และบอกประโยชนข์ อง ประเภท ไดแ้ ก่ คาร์โบไฮเดรต

สารอาหารแต่ละ ประเภท โปรตนี ไขมนั เกลือแร่ วิตามิน

จากอาหารทต่ี นเอง และน้ำ

รบั ประทาน

ป.๖/๒ บอกแนวทางใน - อาหารแตล่ ะชนิดประกอบด้วย

การเลือกรับประทาน สารอาหาร ท่ี แตกต่างกนั

อาหารให้ไดส้ ารอาหาร อาหารบางอยา่ งประกอบดว้ ย

ครบถว้ นในสัดส่วนที่ สารอาหารประเภทเดียว อาหาร

เหมาะสมกับเพศและวยั บางย่างประกอบดว้ ยสารอาหาร

รวมทัง้ ความปลอดภยั ต่อ มากกว่าหนึง่ ประเภท

สุขภาพ

ป.๖/๓ ตระหนักถงึ - สารอาหารแตล่ ะประเภทมี

ความสำคัญของ ประโยชนต์ ่อรา่ งกายแตกต่างกัน

สารอาหาร โดยการเลือก โดยคาร์โบไฮเดรต โปรตนี และ

รับประทาน อาหารท่มี ี ไขมนั เป็นสารอาหารที่ให้

สารอาหาร ครบถ้วนใน พลังงานแก่ร่างกาย สว่ นเกลอื

สดั สว่ นท่ีเหมาะสมกับเพศ แร่ วิตามนิ และน้ำ เป็น

และวัยรวมทัง้ ปลอดภยั สารอาหารท่ีไมใ่ ห้พลังงานแก่

ตอ่ สุขภาพ ร่างกาย แตช่ ่วยให้รา่ งกาย

ทำงานได้เป็นปกติ

, – การรับประทานอาหารเพื่อให้

ร่างกายเจริญ เตบิ โต มกี าร

หลกั สตู รสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๖๑

หน่วย ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรียนรู/้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
ที่ ตวั ชว้ี ัด (ช่วั โมง) คะแนน

มกี ารเปล่ียนแปลงของรา่ งกาย
ตามเพศและวยั และ มีสขุ ภาพดี
จำเป็นต้องรับประทานให้ได้
พลังงานเพยี งพอกบั ความ
ตอ้ งการของรา่ งกาย และให้ได้
สารอาหารครบถ้วนในสดั สว่ นท่ี
เหมาะสมกบั เพศ และวัย
รวมท้งั ต้องคำนึงถึงชนดิ และ
ปรมิ าณของวัตถุ เจือปนใน
อาหารเพื่อความปลอดภัยต่อ
สขุ ภาพ
ป.๖/๔ สรา้ งแบบจำลอง - ระบบย่อยอาหารประกอบด้วย
ระบบยอ่ ยอาหาร และ อวัยวะตา่ ง ๆ ได้แก่ ปาก หลอด
บรรยายหนา้ ทขี่ องอวยั วะ อาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้
ในระบบย่อยอาหาร เล็ก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก ตับ
รวมท้ัง อธิบายการย่อย และตับอ่อน ซงึ่ ทำหนา้ ทร่ี ่วมกนั
อาหารและการ ดูดซึม ในการยอ่ ยและดูดซมึ สารอาหาร
สารอาหาร
ป.๖/๕ ตระหนักถงึ -- อวัยวะตา่ ง ๆ ในระบบย่อย
ความสำคัญของระบบย่อย อาหาร มคี วามสำคญั จงึ ควร
อาหาร โดยการบอก ปฏิบัตติ น ดูแลรักษาอวยั วะให้
แนวทางในการดแู ลรักษา ทำงานเป็นปกติ
อวยั วะในระบบย่อย
อาหารใหท้ างานเป็นปกติ

หลักสตู รสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๖๒

หน่วย ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรียนรู/้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ท่ี ตัวชี้วดั (ชว่ั โมง) คะแนน

๒ การแยกสาร มาตรฐาน ว 2.1 ๙ ๘
๑๐
เนื้อผสม ตวั ช้วี ดั

ป.6/๑. อธบิ ายและ - สารผสมประกอบดว้ ยสาร

เปรียบเทียบการแยกสาร ตง้ั แต่ ๒ ชนดิ ขึ้นไปผสมกนั เชน่

ผสมโดยการหยิบออก การ นำ้ มันผสมน้ำ ขา้ วสารปนกรวด

ร่อน การใชแ้ มเ่ หล็กดงึ ดูด ทราย วิธกี าร ทเ่ี หมาะสมในการ

การรินออก การกรอง แยกสารผสมขึ้นอยกู่ บั ลกั ษณะ

และการตกตะกอน โดยใช้ และสมบัติของสารท่ีผสมกนั

หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์

รวมทัง้ ระบวุ ธิ แี ก้ปญั หาใน

ชีวิตประจำวนั เก่ยี วกับการ

แยกสาร

3 หินและซากดึก มาตรฐาน ว ๓.๒ ๑๐

ดำบรรพ์ ตัวชวี้ ัด

ป.๖/๑ เปรยี บเทียบ - หนิ เปน็ วสั ดแุ ขง็ เกดิ ขึ้นเองตาม

กระบวนการเกดิ หินอัคนี ธรรมชำติ ประกอบ ด้วยแร่

หนิ ตะกอน และหินแปร ต้งั แต่หนึง่ ชนิดขึน้ ไป สามารถ

และอธบิ ายวัฏจักรหนิ จาก จำแนกหนิ ตำมกระบวนการเกดิ

แบบจำลอง ไดเ้ ป็น ๓ ประเภท ได้แก่ หิน

อคั นี หินตะกอน และหนิ แปร

ป.๖/๒ บรรยายและ -หินและแรแ่ ต่ละชนิดมลี ักษณะ

ยกตวั อยา่ งการใช้ และสมบัตแิ ตกตา่ งกนั มนุษย์ใช้

ประโยชน์ของหินและแร่ ประโยชนจ์ ากแร่ใน

ในชวี ิตประจำวนั จาก ชวี ิตประจำวัน ในลกั ษณะตา่ ง ๆ

ขอ้ มูล ท่ีรวบรวมได้ เชน่ นำแร่มาทำเครื่องสำอาง ยำ

สีฟนั เครอื่ งประดับ อุปกรณ์ทาง

การแพทย์ และนำหินมาใชใ้ น

งานก่อสร้างตา่ ง ๆ เปน็ ตน้

หลักสตู รสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๖๓

หนว่ ย ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ที่ ตวั ช้ีวัด (ชว่ั โมง) คะแนน

4 ปรากฏการณ์ ป.๖/๓, สร้างแบบจำลอง -ซากดกึ ดำบรรพเ์ กดิ จากการทับ
ของโลกและ
ภัยธรรมชาติ ทีอ่ ธบิ ายการเกดิ ซากดกึ ถม หรอื การประทับรอยของ

ดำบรรพแ์ ละคาดคะเน สง่ิ มชี ีวติ ในอดตี จนเกิดเป็น

สภาพแวดลอ้ มในอดตี ของ โครงสรา้ งของซากหรือร่องรอย

ซากดกึ ดำบรรพ์ ของสิง่ มชี ีวติ ทป่ี รากฏอยู่ในหนิ

ในประเทศไทยพบซากดึกดำ

บรรพ์ ทห่ี ลากหลาย เช่น พืช

ปะกำรงั หอย ปลา เต่า

ไดโนเสาร์ และรอยตีนสตั ว์

- ซากดกึ ดำบรรพส์ ามารถใช้เป็น

หลักฐานหนง่ึ ท่ีช่วยอธิบาย

สภาพแวดลอ้ มของพ้ืนทใี่ นอดีต

ขณะเกดิ สิ่งมีชวี ิตนั้น เช่น หาก

พบซากดกึ ดำบรรพ์ของ หอยนำ้

จดื

มาตรฐาน ว ๓.๒ ๑๕ ๑๓

ตัวชวี้ ดั

ป.๖/๔ เปรยี บเทียบการ - ลมบก ลมทะเล และมรสุม

เกดิ ลมบก ลมทะเล และ เกดิ จากพื้นดินและ พ้ืนน้ำร้อน

มรสุม รวมทงั้ อธิบายผลท่ี และเย็นไมเ่ ท่ากนั ทำให้อณุ หภูมิ

มตี ่อส่ิงมชี วี ิตและ อากาศเหนือพน้ื ดนิ และพืน้ น้ำ

ส่ิงแวดลอ้ ม จาก แตกต่างกัน จึงเกดิ การเคลื่อนท่ี

แบบจำลอง ของอากาศจากบรเิ วณท่มี ี

อณุ หภูมิตำ่ ไปยงั บริเวณท่ีมี

อณุ หภมู สิ ูง

ป.๖/๕ อธบิ ายผลของ -มรสุมเป็นลมประจำฤดูเกดิ

มรสุมต่อการเกิดฤดขู อง บรเิ วณเขตรอ้ นของโลก ซึ่งเป็น

ประเทศไทย จากข้อมูลท่ี บรเิ วณกว้างระดับภูมิภาค

รวบรวมได้ ประเทศไทยได้รบั ผลจากมรสุม

หลกั สตู รสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๖๔

หนว่ ย ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้/ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ที่ ตวั ชวี้ ัด (ชว่ั โมง) คะแนน

ป.๖/๖ บรรยายลักษณะ ตะวันออกเฉียงเหนอื ในช่วง

และผลกระทบของ นำ้ ประมาณกลางเดือนตุลาคม

ทว่ ม การกดั เซาะชายฝงั่ จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ทำให้เกิด

ดนิ ถล่ม แผน่ ดนิ ไหว ฤดูหนาว

สึนามิ

ป.๖/๗ ตระหนักถึง - น้ำทว่ ม การกดั เซาะชายฝง่ั

ผลกระทบของภยั ธรรมชำ ดินถล่ม แผ่นดินไหว และ สึนามิ

ติและธรณีพบิ ัตภิ ยั โดย มีผลกระทบต่อชีวิตและ

นำเสนอแนวทางในการ ส่งิ แวดลอ้ มแตกตา่ งกัน

เฝ้าระวงั และปฏบิ ัติตนให้ - มนษุ ย์ควรเรียนรูว้ ธิ ปี ฏบิ ัตติ น

ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ ให้ปลอดภัย เช่น ติดตาม

ขา่ วสารอยา่ งสม่ำเสมอ เตรียม

ถงุ ยงั ชีพ ให้พร้อมใชต้ ลอดเวลา

และปฏิบตั ติ ามคำสัง่ ของ

ผปู้ กครองและเจ้าหนา้ ทอ่ี ยา่ ง

เคร่งครดั เม่ือเกดิ ภัยทางธรรมชำ

ติและธรณีพบิ ัตภิ ยั

ป ๖/๘ สร้างแบบจำลอง -ปรากฏการณเ์ รือนกระจกเกิด

ทอ่ี ธบิ ายการเกดิ จากแกส๊ เรือนกระจกในช้ัน

ปรากฏการณเ์ รือนกระจก บรรยากาศของโลก กักเก็บ

และผลของปรากฏการณ์ ความรอ้ นแลว้ คายความรอ้ น

เรือนกระจกต่อส่ิงมชี ีวติ บางส่วนกลบั สผู่ วิ โลก ทำให้

ป ๖/๙ตระหนกั ถงึ อากาศ บนโลกมอี ุณหภมู ิเหมะ

ผลกระทบของ สมต่อการดำรงชีวิต

ปรากฏการณ์เรือนกระจก

โดยนำเสนอแนวทางการ -หากปรากฏการณ์เรือนกระจก

ปฏบิ ัติตนเพือ่ ลดกจิ กรรม รนุ แรงมากขึ้น จะมผี ลต่อการ

เปลีย่ นแปลงภมู ิอากาศโลก

หลกั สตู รสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านชะอวด

๑๖๕

หน่วย ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรียนร/ู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ท่ี ตวั ช้ีวดั (ช่วั โมง) คะแนน

ทก่ี ่อให้เกิดแกส๊ เรอื น มนษุ ย์ จึงควรร่วมกนั ลด

กระจก กจิ กรรมท่ีก่อใหเ้ กิดแก๊สเรือน

กระจก

5 เงา อปุ ราคา มาตรฐาน ว ๓.๑ ๑๐ 10

และเทคโนโลยี ตัวชว้ี ัด –

อวกาศ ป.๖/๑สร้างแบบจำลองท่ี - เม่ือโลกและดวงจันทร์ โคจร

อธิบายการเกดิ และ มาอยใู่ นแนวเสน้ ตรงเดยี วกนั กบั

เปรยี บเทียบปรากฏการณ์ ดวงอาทติ ยใ์ นระยะทางที่

สุริยปุ ราคา และ เหมาะสม ทำให้ดวงจันทร์บงั

จนั ทรุปราคา ดวงอาทิตย์ เงาของดวงจนั ทร์

ทอดมายงั โลก ผูส้ งั เกตท่ีอยู่

บริเวณเงาจะมองเหน็ ดวง

อาทติ ย์มืดไป เกิดปรากฏการณ์

สรุ ิยุปราคา

ป.๖/๒ อธบิ ายพฒั นาการ - เทคโนโลยอี วกาศเร่มิ จาก

ของเทคโนโลยอี วกาศ ความต้องการของมนษุ ย์ในการ

และยกตัวอยา่ งการนำ สำรวจวตั ถุท้องฟ้าโดยใชต้ า

เทคโนโลยีอวกาศมาใช้ เปล่า กลอ้ ง-โทรทรรศน์ และได้

ประโยชน์ใน พฒั นาไปสู่การขนส่งเพ่ือสำรวจ

ชวี ติ ประจำวัน จากขอ้ มลู อวกาศด้วยจรวดและยานขนสง่

ท่รี วบรวมได้ อวกาศ และยังคงพฒั นาอย่าง

ป.๖/๗ อธิบายการเกิด - เมอ่ื นำวัตถุทึบแสงมากน้ั แสง

เงามดื เงามัวจากหลักฐาน จะเกิดเงาบนฉากรับแสงที่อยู่

เชงิ ประจักษ์ ดา้ นหลังวตั ถุ โดยเงามรี ูปร่าง

ป๖/๘ เขยี นแผนภาพรังสี คลา้ ยวตั ถทุ ที่ ำให้เกิดเงา เงามัว

ของแสงแสดงการเกิดเงา เปน็ บริเวณท่ีมแี สงบางส่วนตก

มืดเงามวั ลงบนฉาก สว่ นเงามดื เปน็

บรเิ วณท่ีไม่มแี สงตกลง

บนฉากเลย

หลักสตู รสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านชะอวด

๑๖๖

หน่วย ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรยี นรู/้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
ท่ี ตวั ชว้ี ัด (ช่วั โมง) คะแนน

6 แรงไฟฟา้ และ มาตรฐานว ๒.๒ - วัตถุ ๒ ชนิดทผี่ า่ นการขดั ถู ๒๔ ๑๗

พลงั งานไฟฟา้ ป.๖/๑. อธิบายการเกดิ แลว้ เมอ่ื นำเข้าใกลก้ ัน อาจ

และผลของแรงไฟฟา้ ซึ่ง ดงึ ดูดหรอื ผลกั กนั แรงที่เกิดขึ้น

เกิดจากวัตถุทีผ่ า่ นการขดั น้เี ปน็ แรงไฟฟ้า ซ่ึงเป็นแรงไม่

ถโู ดยใช้หลักฐานเชงิ สัมผัส เกิดข้นึ ระหว่างวตั ถุทมี่ ี

ประจักษ์ ประจุไฟฟ้า ซ่ึงประจุไฟฟา้ มี ๒

ชนิด คอื ประจุไฟฟ้าบวกและ

ประจุไฟฟา้ ลบ วตั ถุทมี่ ปี ระจุ

มาตรฐาน ว ๒.๓ ไฟฟา้ ชนิดเดยี วกนั ผลกั กัน ชนิด

ตวั ชี้วัด ตรงข้ามกนั ดึงดูดกนั

ป.๖/๑. ระบุสว่ นประกอบ - วงจรไฟฟ้าอยา่ งง่าย

และบรรยายหน้าที่ ของ ประกอบดว้ ยแหล่งกำเนิดไฟฟา้

แต่ละสว่ นประกอบของ สายไฟฟา้ และเครือ่ งใช้ไฟฟ้า

วงจรไฟฟ้า อย่างงา่ ยจาก หรอื อปุ กรณ์ไฟฟา้ แหลง่ กำเนิด

หลักฐานเชงิ ประจกั ษ์ ไฟฟ้า เช่น ถา่ นไฟฉาย หรือ

แบตเตอร่ี

ป๖/๒ เขียนแผนภาพ - เมือ่ นำเซลลไ์ ฟฟ้าหลายเซลล์

และตอ่ วงจรไฟฟ้าอยา่ ง มาตอ่ เรยี งกนั โดยให้ขว้ั บวกของ

งา่ ย เซลล์ไฟฟา้ เซลล์หนึ่งต่อกบั ขวั้

ป๖/๓. ออกแบบกำรทดล ลบของอีกเซลล์หน่ึงเป็นการต่อ

องและทดลองดว้ ยวธิ ี แบบอนุกรม ทำให้มพี ลังงาน

ที่เหมาะสมในการอธิบาย ไฟฟา้ เหมาะสมกับเครอื่ งใชไ้ ฟฟา้

วธิ ีการและผลของการต่อ ซึง่ การต่อเซลล์ไฟฟา้ แบบอนกุ รม

เซลล์ไฟฟา้ แบบอนกุ รม สามารถนำไปใชป้ ระโยชนใ์ น
ป.๖/๔ ตระหนักถงึ ชีวติ ประจำวนั เชน่ การต่อ
ประโยชน์ของความรขู้ อง เซลล์ไฟฟา้ ในไฟฉาย
การตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้าแบบ - การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนกุ รม
อนุกรมโดยบอกประโยชน์ เม่อื ถอดหลอดไฟฟา้ ดวงใดดวง
และการประยกุ ต์ใช้ใน หนงึ่ ออกทำใหห้ ลอดไฟฟ้าท่เี หลือ

ชีวิตประจำวัน

หลักสตู รสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด

๑๖๗

ดับท้ังหมด สว่ นการต่อหลอด
ไฟฟา้

หน่วย ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนร้/ู สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ท่ี ตัวชีว้ ัด (ชั่วโมง) คะแนน

๗ เทคโนโลยี ป๖/๕. ออกแบบการ แบบขนานเม่ือถอดลอดไฟฟ้า 40 30
วิทยาการ ทดลองและทดลองด้วยวิธี ดวงใดดวงหนึง่ ออก หลอดไฟฟ้า
คำนวณ ทเ่ี หมาะสมในการอธิบาย ทเี่ หลอื ก็ยงั สวา่ งได้
การตอ่ หลอดไฟฟ้าแบบ - การต่อหลอดไฟฟา้ แตล่ ะแบบ
อนกุ รมและแบบขนาน สามารถนำไปใช้ประโยชนไ์ ด้
ป.๖/๖ ตระหนักถงึ เช่น การตอ่ หลอดไฟฟา้ หลาย
ประโยชนข์ องความรขู้ อง ดวงในบา้ นจงึ ตอ้ งต่อหลอด
การต่อหลอดไฟฟ้าแบบ ไฟฟา้ แบบขนานเพอ่ื เลือกใช้
อนกุ รมและแบบขนาน หลอดไฟฟา้ ดวงใดดวงหนง่ึ ได้
โดยบอกประโยชน์ ตามตอ้ งการ
ข้อจำกัด และการ - เมือ่ นำวัตถทุ บึ แสงมากน้ั แสง
ประยุกต์ใชใ้ น จะเกิดเงาบนฉากรบั แสงท่ีอยู่
ชวี ติ ประจำวัน ดา้ นหลงั วตั ถุ โดยเงามีรูปรา่ ง
คล้ายวตั ถุท่ีทำใหเ้ กิดเงา เงามัว
มาตรฐาน ว ๔.๒ เป็นบรเิ วณท่ีมแี สงบางสว่ นตก
ป.๖/๑ ใช้เหตผุ ลเชงิ ลงบนฉาก สว่ นเงามดื เปน็
ตรรกะในการอธบิ ายและ บรเิ วณที่ไม่มีแสงตกลง
ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ญั หา บนฉากเลย
ท่พี บในชวี ติ ประจำวัน
- การออกแบบโปรแกรม
สามารถทำไดโ้ ดยเขียน เปน็
ข้อความ หรือผังงาน

หลกั สตู รสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบา้ นชะอวด

๑๖๘

ป.๖/๒ ออกแบบและ - การออกแบบและเขยี น

เขียนโปรแกรมอยา่ งง่าย โปรแกรมท่ีมีการใชต้ ัวแปร กา

เพอ่ื แก้ปัญหาใน รวนซ้ำ การตรวจสอบเงอ่ื นไข –

ชีวิตประจำวัน หากมีข้อผดิ พลาดให้ตรวจสอบ

ตรวจหำข้อผดิ พลาดของ

โปรแกรมและแก้ไข

หน่วย ชือ่ หน่วย มาตรฐานการเรียนร้/ู สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั

ที่ ตัวช้วี ดั (ช่วั โมง) คะแนน

ป.๖/๓ใช้อนิ เทอร์เน็ตใน การทำงาน ทีละคำส่งั เมอื่ พบ
การค้นหาข้อมูลอยา่ งมี จดุ ทที่ ำให้ผลลัพธไ์ มถ่ ูกต้อง ให้
ประสิทธภิ าพ ทำการแกไ้ ขจนกว่าจะไดผ้ ลลัพธ์
ทถ่ี กู ต้อง
ป.๖/๔ใช้เทคโนโลยี - การค้นหาอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
สารสนเทศทำงานรว่ มกัน เปน็ การคน้ หาขอ้ มลู ท่ีได้ตรง
อย่างปลอดภัย เข้าใจสทิ ธิ ตามความต้องการในเวลาที่
และหนา้ ท่ขี องตน เคารพ รวดเรว็ จากแหลง่ ขอ้ มลู ท่ี
ในสิทธิของผู้อื่น แจ้ง นา่ เชื่อถือหลายแหล่ง และ
ผเู้ กีย่ วข้องเมอ่ื พบข้อมูล ขอ้ มลู มีความสอดคลอ้ งกัน
หรอื บุคคลที่ไม่เหมาะสม - อันตรายจากการใช้งานและ
อาชญากรรม ทางอนิ เทอร์เน็ต
รวม แนวทางในการปอ้ งกัน
- วิธีกำหนดรหัสผ่าน
- การกำหนดสิทธ์กิ ารใช้งาน
(สิทธ์ิในการเข้าถงึ )
- แนวทางการตรวจสอบและ
ปอ้ งกันมลั แวร์ – อนั ตรายจาก
การติดต้ังซอฟตแ์ วรท์ ี่อยู่บน
อินเทอร์เน็ต

120 100

หลกั สตู รสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบา้ นชะอวด

๑๖๙

อภธิ านศพั ท์

กำหนดปัญหา (Define problem)
ระบคุ ำถาม ประเดน็ หรอื สถานการณ์ ทเ่ี ปน็ ข้อสงสยั เพื่อนำไปสกู่ ารแก้ปญั หา หรืออภิปราย

ร่วมกนั
แก้ปัญหา (Solve problem)

หาคำตอบของปัญหาท่ียังไม่รู้วิธกี ารมาก่อน ทง้ั ปญั หาทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั วิทยาศาสตร์โดยตรง และ
ปญั หาในชีวิตประจำวนั โดยใชเ้ ทคนคิ และ วิธกี ารตา่ ง ๆ
เขยี นแผนผงั / วาดภาพ (Construct diagram/ illustrate)

นำเสนอข้อมูล หรอื ผลการสำรวจตรวจสอบด้วย แผนผัง กราฟ หรือภาพวาด
คาดคะเน (Predict)

คาดการณ์ผลที่จะเกิดข้นึ ในอนาคต โดยอาศัย ขอ้ มูลทีส่ ังเกตได้ และประสบการณท์ ีม่ ี
คำนวณ (Calculate)

หาผลลพั ธจ์ ากข้อมลู โดยใช้หลกั การ ทฤษฎี หรือ วธิ ีการทางคณติ ศาสตร์
จำแนก (Classify)

จัดกลุ่มของสง่ิ ต่าง ๆ โดยอาศัยลักษณะท่ี เหมือนกนั เป็นเกณฑ์
ต้งั คำถาม (Ask question)

พูดหรือเขียนประโยค หรือวลีเพื่อใหไ้ ดม้ าซึ่ง การคน้ หำคำตอบที่ต้องการ
ทดลอง (Conduct/ experiment)

ปฏบิ ัติการเพ่ือหำคำตอบของคำถาม หรือปญั หา ในกำรทดลอง โดยต้งั สมมติฐานเพ่ือเป็นแนวทาง
ในการกำหนดตัวแปรและวางแผนดำเนินการ เพ่ือตรวจสอบสมมตฐิ าน
นำเสนอ (Present)

แสดงขอ้ มลู เรอื่ งราว หรือ ความคิด เพ่ือให้ผู้อ่ืน รบั ร้หู รือพิจารณา
บรรยาย (Describe)

ใหร้ ายละเอยี ดของเหตกุ ารณ์หรือปรากฏการณ์ท่ี เกิดข้นึ ให้ผ้อู ่นื ได้รบั ร้ดู ้วยการบอกหรอื เขียน
บอก (Tell)

ใหข้ อ้ มลู ขอ้ เท็จจรงิ แก่ผู้อนื่ ด้วยการพูด หรอื เขียน
บันทกึ (Record)

เขียนขอ้ มูลทีไ่ ด้จากการสังเกต เพอ่ื ชว่ ยจำ หรอื เพ่ือเปน็ หลักฐาน
เปรยี บเทยี บ (Compare)

บอกความเหมือน และ/หรือ ความแตกต่างของ สงิ่ ที่เทียบเคยี งกัน
แปลความหมาย (Interpret)

แสดงความหมายของข้อมูลจากหลักฐานทีป่ รากฎ เพื่อลงข้อสรุป

หลักสตู รสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบา้ นชะอวด

๑๗๐

ยกตัวอยา่ ง (Give examples)
ให้ข้อมูล เหตุการณ์ หรือสถานการณ์ เพื่อแสดง ความเข้าใจในส่งิ ท่ไี ดเ้ รียนรู้

ระบุ (Identify)
ช้บี อกสงิ่ ต่าง ๆ โดยใชข้ ้อมลู ประกอบอย่างเพยี งพอ

เลอื กใช้ (Select)
พจิ ารณาและตดั สินใจนำวสั ดุ สิ่งของ อปุ กรณ์ หรือวธิ กี ารมาใช้ได้อยา่ งเหมาะสม

วัด (Measure)
หาขนดหรือปรมิ าณของสง่ิ ต่าง ๆ โดยใชเ้ คร่ืองมือ ท่เี หมาะสม

วิเคราะห์ (Analyze)
แยกแยะ จดั ระบบ เปรยี บเทียบ จดั ลำดับ จดั จำแนก หรือเชือ่ มโยงขอ้ มูล

สร้างแบบจำลอง (Construct model)
นำเสนอแนวคดิ หรือเหตุการณ์ในรูปของ แผนภาพ ชนิ้ งาน สมการ ข้อความ คำพดู และ/หรือใช้

แบบจำลองเพือ่ อธิบายความคดิ วตั ถุ หรือ เหตกุ ารณ์ต่าง ๆ
สงั เกต (Observe)

หาข้อมูลดว้ ยการใชป้ ระสาทสัมผัสทั้งหำ้ ทเ่ี หมาะสม ตามข้อเท็จจริงท่ีปรากฏ โดยไม่ใช้
ประสบการณเ์ ดิมของผสู้ ังเกต
สำรวจ (Explore)

หาขอ้ มลู เก่ยี วกับสง่ิ ตา่ ง ๆ โดยใช้วธี ีการและ เทคนิคทเ่ี หมาะสมเพ่ือนำขอ้ มลู มาใช้ตาม วัตถุประสงค์
ท่กี ำหนดไว้
สบื คน้ ข้อมูล (Search)

หาขอ้ มลู หรอื ข้อสนเทศท่ีมีผู้รวบรวมไว้แล้วจาก แหลง่ ตา่ ง ๆ มาใช้ประโยชน์
สอ่ื สาร (Communicate)

นำเสนอและแลกเปล่ียนความคดิ ข้อมลู หรอื ผล จากการสำรวจตรวจสอบดว้ ยวิธที ่เี หมาะสม
อธบิ าย (Explain)

กลา่ วถึงเรื่องราวต่าง ๆ อยา่ งมเี หตุผล และมี ข้อมูล หรือประจักษ์พยานอ้างองิ
อภิปราย (Discuss)

แสดงความคิดเห็นตอ่ ประเด็น หรือคาถามอย่าง มีเหตผุ ลโดยอาศยั ความรู้และประสบการณ์ของ ผู้
อภิปรายและข้อมลู ประกอบ
ออกแบบกำรทดลอง (Design experiment)

กำหนดและวางแผนวธิ กี ำรทดลองให้สอดคลอ้ งกบั สมมติฐานและตวั แปรต่าง ๆ รวมท้ังการบนั ทกึ
ขอ้ มลู

หลักสตู รสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบา้ นชะอวด

๑๗๑

ศพั ท์ทเ่ี ก่ยี วข้องกับตวั ช้ีวดั สาระเทคโนโลยี

การใชล้ ขิ สทิ ธ์ิของผู้อ่ืนโดยชอบธรรม (Fair use)
การนำสอื่ หรอื ข้อมูลท่ีเปน็ ลิขสิทธ์ขิ องผู้อน่ื ไปใช้โดยชอบดว้ ยกฎหมาย ภายใต้เง่ือนไขบางประการ

เช่น
๑) นำไปใชใ้ นการศึกษา หรอื การคำ้
๒) งานนั้นเป็นงานวชิ ำการ หรอื บนั เทงิ
๓) คดั ลอกเพยี งสว่ นนอ้ ย หรือคัดลอกจานวนมาก
๔) ทำใหเ้ จา้ ของเสียผลประโยชนท์ างการเงนิ มากน้อยเพยี งใด

การตรวจและแก้ไขข้อผดิ พลาด (Debugging)
กระบวนการในการค้นหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม เพ่ือแก้ไขให้ทำงานไดถ้ ูกตอ้ ง

การประมวลผลข้อมลู (Data processing)
การดำเนนิ การต่าง ๆ กบั ข้อมูลเพอ่ื ให้ไดผ้ ลลพั ธท์ ี่มีความหมาย และมปี ระโยชน์ต่อการนำไปใชง้ าน

มากยงิ่ ขึ้น
การวบรวมข้อมูล (Data collection)

กระบวนกรในการรวบรวมข้อมูลท่เี ก่ยี วข้องจากแหลง่ ข้อมลู ตา่ ง ๆ
ขอ้ มูลปฐมภูมิ (Primary data)

ขอ้ มลู ที่รวบรวมโดยตรงจากแหลง่ ข้อมลู ข้ันตน้ โดยอาจใชว้ ธิ ีการสังเกต การทดลอง การสำรวจ การ
สัมภาษณ์
เทคโนโลยี (Technology)

สิ่งที่มนษุ ย์สรา้ ง หรือพัฒนาขึ้น ซึ่งอาจเปน็ ไดท้ ้ังชิ้นงาน หรือวธิ ีการ เพื่อใช้แกป้ ัญหา สนองความ
ตอ้ งการ หรือเพิ่มความสามารถในการทำงำนของมนษุ ย์
แนวคิดเชิงคำนวณ (Computational thinking)

กระบวนการในการแก้ปญั หา การคดิ วิเคราะห์อย่างมีเหตุผลเปน็ ขั้นตอน เพ่อื หำวิธีการแก้ปญั หาใน
รูปแบบท่ีสามารถนำไปประมวลผลได้
แนวคิดเชงิ นามธรรม (Abstraction)

การพจิ ารณารายละเอยี ดท่สี ำคญั ของปัญหา แยกแยะสำระสำคัญออกจากสว่ นทไี่ ม่สำคัญ
ระบบทางเทคโนโลยี (Technological system)

กลุ่มของสว่ นต่าง ๆ ตั้งแตส่ องส่วนขึ้นไปประกอบเข้าดว้ ยกันและทำงานร่วมกนั เพ่ือให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ โดยในการทำงานของระบบทางเทคโนโลยีจะประกอบไปด้วย ตวั ป้อน (input) กระบวนการ
(process) และผลผลติ (output) ที่สัมพนั ธ์กนั นอกจากนี้ระบบทางเทคโนโลยีอาจมีขอ้ มูลยอ้ นกลบั
(feedback) เพ่ือใช้ปรบั ปรงุ การทำงานไดต้ ามวัตถุประสงค์

หลักสตู รสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านชะอวด

๑๗๒

เหตุผลเชงิ ตรรกะ (Logical reasoning)
การใชเ้ หตุผล กฎ กฎเกณฑ์ หรือเง่ือนไข ท่เี กยี่ วข้อง เพื่อแก้ปัญหาไดค้ รอบคลุมทุกกรณี

เหตผุ ลวิบตั ิ (Logical fallacy)
การใชเ้ หตผุ ลทีผ่ ิดพลาด ไม่อยู่บนพื้นฐานของความจรงิ ไม่มนี ำ้ หนักสมเหตสุ มผล มาสนับสนุน หรอื

ชี้นำขอ้ สรุปท่ีผิดใหด้ นู า่ เช่ือถือ
อัตลกั ษณ์ (Identity)

ลกั ษณะเฉพาะ หรือข้อมลู สำคญั ทบ่ี ง่ บอกถึงความเป็นตัวตนของบุคคลหรอื ส่งิ ใดสิ่งหน่ึง เชน่ ช่อื
บัญชีผู้ใช้ ใบหนา้ ลายน้วิ มอื
อลั กอริทมึ (Algorithm)

ข้ันตอนในการแก้ปญั หา หรือการทำงาน โดยมลี ำดบั ของคำสง่ั หรือวิธีการทีช่ ดั เจน ทคี่ อมพิวเตอร์
สามารถปฏิบัติตามได้
แอพพลิเคชัน (Software application)

ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์ ที่ทำงานบนคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรอื อปุ กรณ์เทคโนโลยอี ืน่ ๆ

หลักสตู รสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบา้ นชะอวด

๑๗๓

อภธิ านศพั ท์
ศัพท์ที่เก่ยี วขอ้ งกับตัวชว้ี ัดกลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์

ท่ี ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ความหมาย

๑ กำหนดปญั หา define problem ระบุคำถาม ประเด็นหรือสถานการณ์ที่เป็น

ข้อสงสัยเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาหรือ

อภปิ รายร่วมกัน

๒ แกป้ ญั หา solve problem หาคำตอบของปัญหาที่ยังไม่รู้วิธีการมาก่อน

ทั้งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์โดยตรง

และปัญหาในชีวิตประจำวันโดยใช้เทคนิค

และวธิ กี ารต่าง ๆ

๓ เขยี นแผนผัง/วาดภาพ construct diagram/ นำเสนอข้อมูลหรือผลการสำรวจตรวจสอบ

illustrate ด้วยแผนผัง กราฟหรือภาพวาด

๔ คาดคะเน predict คาดการณ์ผลที่จะเกิดขึน้ ในอนาคตโดยอาศัย

ข้อมลู ที่สังเกตได้และประสบการณ์ท่ีมี

๕ คำนวณ calculate หาผลลัพธ์จากข้อมูล โดยใช้หลักการ ทฤษฎี

หรอื วิธกี ารทางคณิตศาสตร์

๖ จำแนก classify จัดกลุ่มของสิ่งต่าง ๆ โดยอาศัยลักษณะท่ี

เหมือนกนั เปน็ เกณฑ์

๗ ต้งั คำถาม ask question พูดหรือเขียนประโยค หรือวลีเพื่อให้ได้มาซึ่ง

การคน้ หาคำตอบทต่ี ้องการ

๘ ทดลอง conduct/experiment ปฏิบัติการเพื่อหาคำตอบของคำถาม หรือ

ปัญหาในการทดลอง โดยตั้งสมมติฐานเพื่อ

เป็นแนวทางในการกำหนดตัวแปรและ

วางแผนดำเนินการเพ่อื ตรวจสอบสมมตฐิ าน

๙ นำเสนอ present แสดงข้อมูล เรื่องราว หรือความคิด เพื่อให้

ผอู้ ่นื รบั รูห้ รือพิจารณา

๑๐ บรรยาย describe ใ ห ้ ร า ย ล ะ เ อ ี ย ด ข อ ง เ ห ต ุ ก า ร ณ ์ ห รื อ

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผู้อื่นไดร้ ับรูด้ ้วยการ

บอกหรือเขียน

หลักสตู รสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบา้ นชะอวด

ท่ี ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ๑๗๔
๑๑ บอก Tell
๑๒ บนั ทกึ Record ความหมาย
๑๓ เปรยี บเทยี บ Compare ใหข้ ้อมลู ขอ้ เท็จจรงิ แก่ผู้อ่ืนดว้ ยการพูด หรอื
๑๔ แปลความหมาย Interpret เขยี น
๑๕ ยกตวั อย่าง give examples เขียนขอ้ มลู ทไี่ ดจ้ ากการสงั เกตเพ่อื ช่วยจำ
๑๖ ระบุ identify หรอื เพื่อเป็นหลกั ฐาน
๑๗ เลือกใช้ select บอกความเหมือน และ/หรือความแตกต่าง
๑๘ วดั measure ของสง่ิ ท่เี ทยี บเคียงกัน
๑๙ วิเคราะห์ analyze แสดงความหมายของข้อมูลจากหลกั ฐานท่ี
๒๐ สรา้ งแบบจำลอง construct model ปรากฏเพ่ือลงข้อสรุป
ให้ข้อมลู เหตุการณ์หรือสถานการณเ์ พื่อแสดง
๒๑ สงั เกต Observe ความเข้าใจในส่งิ ท่ีไดเ้ รยี นรู้
ช้บี อกสิง่ ตา่ ง ๆ โดยใชข้ ้อมูลประกอบอยา่ ง
๒๒ สำรวจ explore เพยี งพอ
พิจารณา และตดั สินใจนำวัสดุส่งิ ของ อปุ กรณ์
หรือวิธกี ารมาใช้ได้อยา่ งเหมาะสม
หาขนาด หรือปริมาณ ของสิ่งต่าง ๆ โดยใช้
เครอ่ื งมือท่เี หมาะสม
แยกแยะ จัดระบบ เปรียบเทียบจัดลำดับ จัด
จำแนก หรือเชื่อมโยงข้อมลู
นำเสนอแนวคิด หรือเหตุการณ์ในรูปของ
แผนภาพ ชน้ิ งานสมการ ข้อความ คำพูดและ/
หรือใช้แบบจำลองเพื่ออธิบายความคิด วัตถุ
หรือเหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ
หาข้อมูลด้วยการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ที่
เหมาะสมตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ โดยไม่ใช้
ประสบการณเ์ ดิมของผู้สังเกต
หาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆโดยใช้วีธีการและ
เทคนิคที่เหมาะสม เพื่อนำข้อมูลมาใช้ตาม
วตั ถุประสงคท์ ่กี ำหนดไว้

หลักสตู รสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบา้ นชะอวด

๑๗๕

ท่ี ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความหมาย
๒๓ สบื ค้นข้อมลู search หาข้อมลู หรือข้อสนเทศท่ีมผี ู้รวบรวมไว้แลว้
๒๔ สอ่ื สาร communicate จากแหล่งต่าง ๆมาใช้ประโยชน์
นำเสนอ และแลกเปลย่ี นความคดิ ข้อมูล
๒๕ อธบิ าย explain หรือผลจากการสำรวจตรวจสอบ ดว้ ยวิธี
๒๖ อภปิ ราย discuss ท่ีเหมาะสม
กลา่ วถงึ เรอ่ื งราวต่าง ๆ อยา่ งมีเหตุผล และมี
๒๗ ออกแบบการทดลอง design experiment ข้อมูล หรือประจักษ์พยานอ้างองิ
แสดงความคิดเหน็ ต่อประเดน็ หรือคำถาม
อยา่ งมเี หตผุ ลโดยอาศัยความร้แู ละ
ประสบการณ์ของผูอ้ ภปิ รายและขอ้ มูล
ประกอบ
กำหนด และวางแผนวิธีการทดลองให้
สอดคลอ้ งกับสมมติฐานและตัวแปรต่าง ๆ
รวมทงั้ การบันทึกข้อมลู

ศพั ท์ทเ่ี กีย่ วขอ้ งกับตัวชวี้ ดั สาระเทคโนโลยี

ท่ี ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ความหมาย
การนำสือ่ หรอื ขอ้ มูลทเ่ี ป็นลิขสทิ ธิข์ องผู้อ่ืน
๑ การใช้ลิขสทิ ธ์ิของผอู้ ื่น fair use ไปใชโ้ ดยชอบด้วยกฎหมาย ภายใตเ้ ง่ือนไข
บางประการ เชน่ ๑) นำไปใชใ้ นการศึกษา
โดยชอบธรรม หรอื การค้า๒) งานน้นั เปน็ งานวชิ าการ หรือ
บนั เทงิ ๓) คดั ลอกเพียงส่วนน้อย หรือคัดลอก
๒ การตรวจและแก้ไข debugging จำนวนมาก๔) ทำให้เจ้าของเสยี ผลประโยชน์
ขอ้ ผดิ พลาด ทางการเงนิ มากน้อยเพยี งใด
กระบวนการในการค้นหาข้อผดิ พลาดของ
โปรแกรมเพ่ือแกไ้ ขให้ทำงานไดถ้ กู ต้อง

หลักสตู รสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านชะอวด

๑๗๖

ศัพทท์ ี่เก่ยี วขอ้ งกบั ตวั ชว้ี ัดสาระเทคโนโลยี

ที่ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ความหมาย
การดำเนินการตา่ ง ๆ กบั ข้อมูลเพอื่ ให้ได้
๓ การประมวลผลข้อมลู data processing ผลลพั ธ์ทีม่ คี วามหมายและมีประโยชน์ต่อการ
นำไปใชง้ านมากย่ิงขนึ้
๔ การรวบรวมขอ้ มูล data collection กระบวนการในการรวบรวมข้อมลู ทเ่ี ก่ยี วข้อง
จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
๕ ข้อมลู ปฐมภมู ิ primary data ขอ้ มูลท่รี วบรวมโดยตรงจากแหลง่ ข้อมลู ข้นั ต้น
โดยอาจใช้วิธกี ารสงั เกต การทดลองการสำรวจ
๖ เทคโนโลยี technology การสัมภาษณ์
สิ่งทีม่ นษุ ยส์ ร้างหรือพฒั นาขึ้นซง่ึ อาจเปน็ ได้ทงั้
๗ แนวคิดเชงิ คำนวณ computational ชนิ้ งาน หรือวิธกี าร เพื่อใช้แก้ปญั หาสนองความ
thinking ตอ้ งการ หรอื เพ่ิมความสามารถในการทำงาน
ของมนษุ ย์
๘ แนวคดิ เชิงนามธรรม abstraction การ กระบวนการในการแกป้ ญั หาการคิดวิเคราะห์
อย่างมเี หตผุ ลเป็นขนั้ ตอน เพ่ือหาวิธีการ
๙ ระบบทางเทคโนโลยี technological แกป้ ัญหาในรปู แบบท่สี ามารถนำไปประมวลผล
system ได้
พิจารณารายละเอยี ดทีส่ ำคญั ของปญั หา
๑๐ เหตุผลเชงิ ตรรกะ logical reasoning แยกแยะสาระสำคัญออกจากส่วนท่ีไม่สำคัญ
กลมุ่ ของสว่ นต่าง ๆ ต้งั แตส่ องสว่ นขนึ้ ไป
ประกอบเข้าด้วยกนั และทำงานรว่ มกนั เพื่อให้
บรรลุวตั ถปุ ระสงค์โดยในการทำงานของระบบ
ทางเทคโนโลยีจะประกอบไปด้วยตัวป้อน
(input) กระบวนการ (process) และผลผลิต
(output) ท่สี มั พันธก์ ันนอกจากน้ีระบบทาง
เทคโนโลยอี าจมีข้อมลู ย้อนกลับ (feedback)
เพ่อื ใชป้ รับปรงุ การทำงานได้ตามวัตถุประสงค์
การใช้เหตผุ ล กฎ กฎเกณฑ์หรอื เงอื่ นไขท่ี
เกีย่ วข้อง เพ่อื แก้ปัญหาได้ครอบคลุมทกุ กรณี

หลกั สตู รสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบา้ นชะอวด

ท่ี ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ๑๗๗
๑๑ เหตุผลวิบตั ิ logical fallacy
ความหมาย
๑๒ อตั ลกั ษณ์ Identity การใชเ้ หตผุ ลทีผ่ ิดพลาดไม่อยู่บนพ้นื ฐานของ
ความจรงิ ไม่มนี ้ำหนกั สมเหตุสมผลมาสนบั สนุน
๑๓ อัลกอริทมึ algorithm หรือชี้นำข้อสรุปทผ่ี ิดใหด้ นู ่าเช่ือถือ
ลักษณะเฉพาะหรือข้อมลู สำคัญท่บี ง่ บอกถึง
๑๔ แอปพลเิ คชัน software ความเปน็ ตวั ตนของบุคคลหรือส่ิงใดสิ่งหน่งึ เช่น
application ช่อื บัญชผี ู้ใชใ้ บหนา้ ลายน้วิ มือ
ข้ันตอนในการแกป้ ญั หาหรือการทำงาน โดยมี
ลำดับของคำสง่ั หรือวิธีการทช่ี ัดเจนที่
คอมพิวเตอรส์ ามารถปฏบิ ตั ติ ามได้
ซอฟตแ์ วรป์ ระยุกต์ที่ทำงานบนคอมพวิ เตอร์
สมาร์ตโฟนแทบ็ เล็ต หรืออปุ กรณ์เทคโนโลยอี น่ื


หลักสตู รสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบา้ นชะอวด

๑๗๘

เอกสารอา้ งองิ

กระทรวงศึกษาธกิ าร. (๒๕๕๑). หลกั สตู รการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑.
กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ครุ ุสภาลาดพร้าว.

สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (๒๕๖๐). ตวั ชวี้ ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่ม
สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลกั สูตรแกนกลางสถานศกึ ษาขนั้
พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑.

สภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาต.ิ (๒๕๔๙).แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ฉบับที่ ๑๐.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (๒๕๔๗). ขอ้ เสนอยุทธศาสตร์การปฏริ ปู การศึกษา.กรงุ เทพฯ: เซน็ จรู ี่.
สำนกั นายกรฐั มนตรี, สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาต.ิ (๒๕๔๒). พระราชบญั ญัตกิ ารศึกษา

แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับสง่ สนิ คา้ และพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).
สำนกั ผ้ตู รวจราชการและติดตามประเมินผล. (๒๕๔๘). การตดิ ตามปัญหาอปุ สรรคการใชห้ ลักสตู ร

การศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔. บันทกึ ที่ ศธ ๐๒๐๗/ ๒๖๙๒ ลงวนั ที่ ๑๙ กนั ยายน
๒๕๔๘.
สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๖๐). เอกสารประกอบการประชุมปฏิบตั ิการ พฒั นาบุคลากรหลกั เพอ่ื
สร้างความเขา้ ใจ. ๒๗-๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๖ โรงแรมตรงั กรุงเทพฯ. (เอกสารอดั สำเนา).
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๔๖ ก.). สรปุ ผลการประชมุ วเิ คราะห์หลักสตู รการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน. ๒๗-๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๖ เร่อื ง การนำมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้ีวัดกล่มุ สาระการ
เรยี นรู้คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ฯ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสตู ร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ไปส่กู ารปฏิบตั ิ ๑๔-๑๖ มีนาคม ๒๕๖๑ ณ
โรงแรมจอมเทียนปาล์มบีช พัทยา จังหวัดชลบรุ ี.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๔๖ ข.). สรปุ ความเห็นจากการประชุมเสวนาหลักสูตร
การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน ๕ จดุ . พฤศจิกายน ๒๕๔๖ (เอกสารอดั สำเนา).
สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๔๘ ก). รายงานการวิจัย การใช้หลักสตู รการศึกษา
ขั้นพืน้ ฐานตามทศั นะของผู้สอน. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรบั ส่งสนิ ค้าและพสั ดุภัณฑ์
สำนกั วชิ าการและมาตรฐานการศกึ ษา. (๒๕๔๘ ข.). รายงานการวิจยั โครงการวจิ ัยเชงิ ทดลอง
กระบวนการสร้างหลกั สตู รสถานศกึ ษาแบบอิงมาตรฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรบั สง่ สนิ ค้า
และพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).
สุวิมล ว่องวาณิช และ นงลักษณ์ วิรัชชัย. (๒๕๔๗). การประเมนิ ผลการปฏิรูปการเรยี นรู้ ตาม
พระราชบญั ญัตกิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ พหุกรณีศึกษา.เอกสารการประชุมทาง
วชิ าการการวิจัยเกยี่ วกบั การปฏิรปู การเรยี นรู้ โดยสำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา กระทรวง
ศึกษาธิการ วันที่ ๑๙- ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๗.

หลกั สตู รสาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบา้ นชะอวด

๑๗๙

ภาคผนวก

หลักสตู รสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นบ้านชะอวด


Click to View FlipBook Version