๑๐๐
เร่ืองสั้นค้ันกะทิ
๕๔
คำ� ถามถงึ เทวดา
พญานาค พระภูมเิ จา้ ที่ สัตวเ์ ดรัจฉาน เปรต สตั ว์ในนรก
และมนษุ ย์
คำ� ถามเดยี วกัน แตต่ า่ งค�ำตอบ ต่างภพภูมิ ต่างวาระ
ต่างบารมี ต่างความคดิ ตา่ งการกระท�ำ ต่างจดุ มุ่งหมาย
คำ� ถามมวี ่า “ถ้าได้เกิดเป็นมนุษย์ อยากจะทำ� อะไร ?”
เทวดา ตอบวา่ “เราจะพจิ ารณาธรรม เพราะมนษุ ยม์ กี าย
สงั ขารทเ่ี หมาะกบั การพจิ ารณาธรรมมาก รา่ งกายของมนษุ ยเ์ ปน็
เครื่องมือที่ใช้พิจารณาธรรมได้ดีท่ีสุด น่าอิจฉาพวกมนุษย์
จรงิ ๆ”
พญานาค ตอบวา่ “บวชสิ ถ้าไดเ้ กดิ มาเปน็ มนุษย์เราจะ
บวช ...
เปน็ พญานาคมีฤทธ์มิ ากกจ็ รงิ แตบ่ วชไม่ได้ พน้ ทกุ ข์ไม่ได้
ไม่เหมือนมนุษย์ พระพุทธเจ้าไม่อนุญาตให้นาคบวช แต่มนุษย์
บวชได้ มนุษย์สร้างบุญใหญ่ ไปสวรรค์ช้ันสูง ไปแดนนิพพานได้
แสนประเสริฐ”
พระภูมเิ จ้าท่ี ตอบวา่ “ถา้ ไดเ้ กิดเป็นมนุษยอ์ ีกครงั้ คราวนี้
จะไปท�ำบุญใส่บาตรทุกวัน ไม่ต้องมานั่งรอคนอุทิศส่วนกุศลให้
เราอีก”
150
๑๐๐
เร่ืองส้ันคั้นกะทิ
สัตว์เดรัจฉาน ตอบว่า “ถ้าได้เกิดเป็นมนุษย์ เราจะ
สงเคราะหส์ ตั วต์ ัวอน่ื ๆ เปน็ สัตวน์ ัน้ ทกุ ขม์ าก พดู กไ็ ม่ได้”
เปรต ตอบวา่ “เราไมอ่ ยากมหี นา้ ตาทนี่ า่ เกลยี ด ปากเทา่
รเู ข็ม รปู รา่ งเหมอื นตน้ ตาล ถา้ ได้เกิดเป็นมนษุ ย์ เราจะรกั ษาศลี
จะไม่ได้มาเป็นเปรตใหห้ ิวโหยอด ๆ อยาก ๆ”
สัตว์นรกในอเวจี ตอบว่า “ถ้าได้เกิดเป็นมนุษย์ เราจะ
ทำ� ความดี รกั ษาศลี ใหบ้ รสิ ทุ ธิ์ จะปฏบิ ตั ธิ รรม เพราะนรกมนั รอ้ น
และโหดร้าย”
แตค่ �ำถามเดยี วกนั ถามกับมนุษย์
มนุษย์ ตอบว่า “อยากสมหวังกับความรัก อยากรวย
อยากมีต�ำแหน่ง มีหน้าท่ีการงานท่ีดี มีอ�ำนาจ แม้แต่จะผิดศีล
หรอื ท�ำร้ายใครก็จะทำ� ”
อนจิ จาใครหนอ.... นา่ สงสารทสี่ ดุ มนษุ ยผ์ มู้ แี ตค่ วามอยาก
ในทรพั ยส์ นิ ภายนอกทย่ี ดึ ถือไดช้ ัว่ คราว ทั้งทม่ี ีโอกาสจะท�ำบุญ
ทำ� กศุ ลมากกว่าภพภมู ิอนื่ ๆ มนุษยส์ ร้างอริยทรพั ย์ได้ คือ ทรัพย์
อนั ประเสรฐิ เปน็ ของตดิ ตัวไปทุกภพภูมิ อยูภ่ ายในใจ มี ๗ สิ่ง คอื
ศรทั ธา ศลี หิริ โอตตัปปะ พาหุสจั จะ จาคะ ปญั ญา
151
๑๐๐
เรื่องส้ันคั้นกะทิ
๕๕
มรดกทเี่ ทา่ กัน
พ่อค้าคนหน่งึ มีลกู ชายสองคน ลูกคนโตเปน็ ท่ีโปรดปราน
มาก เขาต้ังใจจะยกทรัพย์สมบัติให้ท้ังหมดเมื่อถึงแก่กรรม เมีย
พ่อค้าที่เป็นแม่เสียใจแทนลูกชายคนเล็ก จึงอ้อนวอนขอให้สามี
อย่าได้บอกความประสงค์เรื่องนี้ หล่อนหวังว่าคงจะหาทางแบ่ง
มรดกใหเ้ ทา่ กนั ได้ พอ่ คา้ รบั ปากจะไมแ่ พรง่ พรายการตดั สนิ ใจของ
เขาใหล้ ูกชายรู้
วันหนึ่งเมียพอ่ ค้านง่ั รอ้ งไหอ้ ยขู่ า้ งหน้าตา่ งบ้าน นกั ธุดงค์
คนหน่งึ ผ่านมาถามว่า ร้องไหท้ ำ� ไม
“ดฉิ นั จะไมร่ ้องไห้ไดอ้ ยา่ งไร” หล่อนพูด “ดฉิ นั มลี ูกชาย
สองคน ไมแ่ ตกตา่ งกนั เลย แต่พอ่ เขาจะมอบทุกส่ิงทกุ อย่างใหแ้ ก่
คนหนงึ่ ส่วนอีกคนหนง่ึ ไมไ่ ดอ้ ะไรเลย ดฉิ นั ขอรอ้ งไมใ่ หเ้ ขาบอก
ความประสงค์น้ี จนกว่าดิฉันจะนึกหาทางช่วยลูกชายคนเล็ก
ได้ก่อน ดิฉันไม่มีเงินส่วนตัวเลย ดิฉันไม่รู้จะท�ำอย่างไรกับความ
ทุกขร์ ้อนนี้”
นกั ธุดงค์กล่าววา่
“เร่ืองน้ีพอช่วยได้ จงบอกลูกชายท้ังสองเลยว่าลูกคนโต
จะไดร้ บั มรดกทงั้ หมด และลกู คนเลก็ จะไมไ่ ดอ้ ะไรเลย แลว้ ทง้ั สอง
152
๑๐๐
เร่ืองสั้นค้ันกะทิ
จะได้รับเทา่ กันเอง”
ลูกชายคนเล็กเมื่อรู้ว่าตนไม่ได้รับมรดกอะไรเลย ก็ออก
เดนิ ทางไปตา่ งถน่ิ เขา้ ฝกึ หดั เรยี นการคา้ สว่ นลกู ชายคนโตอยบู่ า้ น
ไม่ได้เล่าเรยี นอะไร เพราะรวู้ า่ วนั หน่งึ จะเป็นคนร�ำ่ รวย
เมื่อบิดาถึงแก่กรรมลง ลูกชายคนโตไม่รู้วิธีว่าจะท�ำงาน
อย่างไร เอาแต่ใช้จ่ายมรดกจนหมดสิ้น ในขณะเดียวกันลูกชาย
คนเลก็ ไดเ้ รียนรลู้ ่ทู างหาเงนิ จากตา่ งแดนก็กลายเป็นคนร�ำ่ รวย
153
๑๐๐
เร่ืองส้ันคั้นกะทิ
๕๖
เสือ้ แหง่ ความสุข
นานมาแลว้ พระราชาองคห์ นง่ึ ทรงพระประชวรอยา่ งหนกั
จึงทรงมีพระบรมราชโองการใหป้ ระกาศวา่ จะทรงยกอาณาจักร
ให้ผู้ใดก็ตามซ่ึงสามารถรักษาพระองค์ให้ทรงหายจากความทุกข์
ทรมานนไ้ี ด้
บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิตต่างปรึกษาหารือกัน เพ่ือ
ตัดสินใจหาวิธีการที่ดีที่สุดท่ีจะใช้รักษาพระราชาของพวกตน
แตไ่ ม่มีผู้ใดสามารถคิดวิธีการดงั กลา่ วได้
แตแ่ ลว้ กม็ ชี ายฉลาดผหู้ นงึ่ เขา้ มาบอกทป่ี ระชมุ ใหท้ ราบวา่
พระราชาจะทรงหายจากพระประชวรได้ในกรณีเดียวเท่านั้นคือ
“จะตอ้ งหาผชู้ ายทม่ี คี วามสขุ มาคนหนง่ึ และใหถ้ อดเสอ้ื ทช่ี ายผนู้ นั้
ใส่อยู่มาถวายให้พระราชาทรงใส่ แล้วพระองค์ก็จะทรงหายจาก
พระอาการประชวรดงั กลา่ วโดยสน้ิ เชิง”
ดว้ ยเหตนุ ี้ พระราชาจงึ ทรงสง่ ผสู้ อื่ ขา่ วไปทวั่ ราชอาณาจกั ร
ของพระองคเ์ พอื่ หาผชู้ ายทมี่ คี วามสขุ มาคนหนง่ึ แตก่ ไ็ มม่ ใี ครพบ
ผชู้ ายทม่ี ลี กั ษณะนเี้ ลย ไมม่ ผี ชู้ ายแมแ้ ตค่ นเดยี วทมี่ คี วามพงึ พอใจ
ในทุกส่ิงทุกอย่าง ผู้ชายที่ร�่ำรวยก็เจ็บป่วย ผู้ชายท่ีมีสุขภาพ
สมบูรณ์แข็งแรงก็ยากจน ผู้ชายท่ีมีสุขภาพดีก็มีภรรยาท่ีใจแคบ
154
๑๐๐
เร่ืองสั้นค้ันกะทิ
และบุตรท่ีเลวร้าย ทุกสิ่งต่างบ่นว่ามีความทุกข์ไม่เร่ืองใดก็เรื่อง
หน่ึง
ตอนดึกของคืนหน่ึง ขณะท่ีพระราชโอรสของพระราชา
กำ� ลงั ทรงมา้ ผา่ นกระทอ่ มเลก็ ๆ และเกา่ หลงั หนงึ่ กส็ ดบั เสยี งชาย
คนหนง่ึ พดู วา่ “โอ….ขา้ ขอขอบคณุ พระผเู้ ปน็ เจา้ ขา้ ไดท้ ำ� งานแสน
หนักของข้าเสร็จแล้ว ก็ได้กินอาหารพอกับที่ท้องต้องการ และ
สามารถพักผ่อนอย่างสงบสุข ข้าจะต้องการอะไรไปมากกว่าน้ี
อีกเล่า ! ”
เจ้าชายทรงดีพระทัยเป็นอย่างยิ่งที่ทรงสามารถค้นพบ
ผชู้ ายทมี่ คี วามสขุ ได้ ในทสี่ ดุ พระองคจ์ งึ ทรงรบั สงั่ ใหน้ ำ� เสอ้ื ทชี่ าย
ผูน้ ้ันกำ� ลงั ใสอ่ ยูม่ าถวายพระราชา
ชายผู้นั้นคงได้รับพระราชทานรางวัลที่มีค่ามหาศาลจาก
เจา้ ชายไปแลว้ หากไมเ่ กดิ เหตกุ ารณน์ ข้ี น้ึ นนั่ คอื เมอื่ พวกเขาเขา้ ไป
ในกระท่อมเพอื่ ให้เอาเสือ้ ตามทเี่ จา้ ชายทรงรับสง่ั แตก่ ลบั พบวา่
ชายผูน้ ีย้ ากจนมากจนไมม่ เี สือ้ ใส่เลยแม้แต่ตัวเดยี ว
155
๑๐๐
เรื่องสั้นคั้นกะทิ
๕๗
พ่อแม่รงั แกฉนั
มีเศรษฐีท่านหนึง่ มบี ุตรสดุ ทร่ี กั อยหู่ น่ึงคน แกต้งั ใจจะให้
สืบสกุล จึงอยากให้ลูกตัวเองมีความรู้พอที่จะดูแลรักษาทรัพย์
สมบตั ิของเขาเอาไวไ้ ด้ จงึ ได้ว่าจา้ งครูฝีมอื ดี ๆ มาสอนลูกถงึ บา้ น
แต่เจ้าลกู ชายเศรษฐีหาไดส้ นใจไม่ เอาแตเ่ ล่นกบั เพื่อน ๆ ไมเ่ ป็น
อนั เรียนหนงั สอื จนทำ� ใหค้ รทู ี่มาสอนพากนั เออื มระอาเขด็ ขยาดกัน
ไปตาม ๆ กัน เปลี่ยนครูไปหลายคนเจ้าลูกชายเศรษฐีก็หาได้
สนใจไม่ จนตัวเองเรมิ่ เตบิ โตข้ึนเร่ือย ๆ อย่มู าวนั หน่ึงมคี รูอีกคน
ทม่ี าใหม่ หวังคา่ จา้ งสอนอยา่ งเดยี ว ลูกชายเศรษฐจี ะรู้เรือ่ งหรอื ไม่
ไม่สนใจ ครูคนนี้จึงอยู่ได้นานหน่อยเพราะไม่เคยดุด่าว่ากล่าว
ลูกชายเศรษฐีเลย เป็นที่ถูกอกถูกใจเป็นอย่างมาก ฝ่ายลูกชาย
เศรษฐีนอกจากไม่สนใจใฝศ่ ึกษาแลว้ ยังผลาญเงนิ ทองของเศรษฐี
อยา่ งเมามนั อยตู่ อ่ มาไมน่ านทา่ นเศรษฐกี ต็ ายจากไป คงเหลอื แต่
ทรัพย์สมบัติเอาไวใ้ ห้เจ้าลกู ชายคนโปรดไดผ้ ลาญกันอยา่ งสบาย
เพ่อื นฝูงทัง้ หลายลว้ นมาช่วยกนั เผาผลาญเงนิ ทอง จนใน
ทีส่ ดุ เงนิ หมดกเ็ ริม่ ขายของท่มี อี ยู่ จนกระทง่ั สดุ ทา้ ยตอ้ งขายบา้ น
และทด่ี นิ จนสนิ้ เนอื้ ประดาตวั เพอื่ นฝงู ทเ่ี คยเทยี่ วดว้ ยกนั เรมิ่ หาย
หนา้ หายตากันไปหมด ในที่สุดลกู ชายเศรษฐีตอ้ งตกระกำ� ล�ำบาก
156
๑๐๐
เร่ืองสั้นค้ันกะทิ
ออกขอทานเขากนิ เพ่ือประทังชวี ิตไปวัน ๆ
อยมู่ าวนั หนง่ึ ลกู ชายเศรษฐซี ่งึ ตอนนี้ได้กลายเป็นขอทาน
ไปแลว้ ไดเ้ ดนิ ทางมาขอทานทบ่ี า้ นซนิ แสทา่ นหนง่ึ แตท่ า่ นซนิ แส
ทา่ นนไ้ี มเ่ ชอื่ วา่ เดก็ หนมุ่ คนนจ้ี ะเปน็ ขอทานเพราะดแู ลว้ หนุ่ ไมใ่ ห้
เลย น่าจะเป็นลูกเศรษฐีมากกว่า ลูกชายเศรษฐีได้ฟังดังนั้นก็
ร้องไหโ้ ฮออกมาว่า “พ่อแม่รังแกฉัน” แล้วรำ� พันให้ซินแสฟังว่า
“ฉนั ทำ� ผดิ คดิ ระยำ� แตพ่ อ่ กลบั ไมเ่ คยวา่ กลา่ วตกั เตอื นฉนั เลย ไมร่ ู้
ผดิ ชอบชว่ั ดี ผลาญเงนิ ทองจนหมดเนอื้ หมดตวั ตอ้ งมาขอทานเขา
กิน “ทา่ นซินแสกรณุ าช่วยให้อาหารกนิ หนอ่ ยเถอะ” ฝ่ายซนิ แส
ก็บอก “ไม่เปน็ ไร แตจ่ ะไม่ท�ำแบบทพี่ อ่ เจา้ ท�ำหรอกนะ ฉะนั้นจงตัง้
หนา้ ตง้ั ตาขยนั ทำ� มาหากนิ เพอื่ แลกกบั ขา้ วปลาอาหาร แลว้ ซกั วนั
หนึ่งเจ้าก็จะรู้จักคุณค่าของเงิน เพราะท่ีผ่านมาเจ้าเอาแต่ท�ำตัว
ตามสบายใช้จ่ายอยา่ งฟุม่ เฟอื ย ต่อไปนีต้ อ้ งขยนั ท�ำมาหากนิ ร้จู ัก
เกบ็ ออม สกั วันหนงึ่ ก็คงจะกลับมาเปน็ เศรษฐเี หมือนพอ่ ท่านได”้
นี่แหละหนาพ่อแม่รังแกฉัน พ่อแม่ท่ีเลี้ยงลูก รักลูกจนเกินไป
ปรนเปรอแต่ความสะดวกสบายตามใจลกู ขาดวินัยในชวี ติ ตอ่ ให้
รวยลน้ ฟา้ ในทสี่ ุดก็ต้องหมดเพราะไม่รู้คณุ คา่ ของเงิน ปัจจบุ ันยงั
มีใหเ้ ห็นกันอยู่ไม่ขาดสาย พอ่ แม่อย่ารงั แกฉันตอ่ ไปเลย
157
๑๐๐
เรื่องส้ันคั้นกะทิ
๕๘
ผ่อนคลายครงึ่ วัน
ขุนนางใหญ่ผู้หนึ่งเดินทางไปเยือนวัดแห่งหนึ่ง สามวัน
กอ่ นหนา้ นัน้ บรรดาบริวารของเขาลว่ งหนา้ ไปกอ่ นเพอ่ื สัง่ ใหพ้ ระ
ท่วี ัดน้ันจดั เตรียมที่พัก และอาหาร ดงั นัน้ พระทกุ รูปในวัดตา่ งก็
วนุ่ วายเตรียมการตอ้ นรบั ขนุ นางใหญ่ผูน้ ี้
วัดแห่งน้ีท�ำเลดีมาก อยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาแวดล้อมด้วย
ป่าไผ่ทุกด้านเป็นที่วิเวก ท่านขุนนางรู้สึกสบายใจนักกับความ
เงียบสงัดสันโดษ วันหน่ึงขณะท่ีน่ังเสพสุรา เขาก็เอ้ือนโคลง
ข้ึนว่า
“กรายผ่านลานไผ่ขจีนี้ ข้าปีติผ่อนคลายได้คร่ึงวัน จาก
วถิ ีชวี ติ สบั สน”
พระชรารูปหนึ่งเดินผ่านมา ได้ยินเข้าก็หัวเราะ ท่าน
ขุนนางงนุ งง จงึ ถามว่า “หัวเราะอะไร?”
พระชรา ตอบวา่
“จริงอยู่ ที่ใตเ้ ทา้ ผอ่ นคลายคร่ึงวัน แตใ่ ตเ้ ทา้ ท�ำให้เรา
วนุ่ วาย เตรยี มตอ้ นรบั ถึงสามวัน”
158
๑๐๐
เร่ืองส้ันค้ันกะทิ
๕๙
ตัดอาภรณส์ มตัว
ช่างตดั อาภรณท์ ี่มีชอ่ื เสียงผู้หน่งึ อาศยั อยู่ ณ เมือง เป่ยจงิ
สมัยปลายราชวงศ์ ซอ้ ง
อาภรณ์ท่ีเขาตัดเย็บน้ัน เหมาะเจาะกับตัวลูกค้าเสมอ
วันหนึ่งผู้ตรวจราชการจากนครหลวงมาขอให้เขาตัดชุดขุนนาง
เขาจึงถามวา่ “ใตเ้ ท้า รบั ราชการมานานเทา่ ไรแล้ว?”
ผตู้ รวจราชการรสู้ กึ งนุ งง จงึ ถามวา่ “เหตใุ ดจงึ ถามเชน่ นนั้ ?”
ชา่ งจึงตอบว่า “เมอ่ื บัณฑติ หนุม่ ไดร้ ับต�ำแหน่งใหม่ ๆ เขาจะเต็ม
ไปด้วยความเช่ือม่ัน เดินอกผาย ไหล่ผึ่ง จึงต้องตัดอาภรณ์ให้
ดา้ นหนา้ ยาวกวา่ ดา้ นหลงั เลก็ นอ้ ย เมอื่ รบั ราชการไปไดร้ ะยะหนง่ึ
อกที่เคยผาย ก็จะลดลง จึงต้องตัดให้ด้านหน้าเทา่ ๆ กบั ด้านหลงั
และเมื่อรับราชการมาจนใกล้เกษียณ จิตใจของเขาก็จะหดหู่ลง
ศีรษะกม้ ตำ�่ และหลังงองุ้ม จึงต้องตดั ให้ด้านหลงั ยาวกว่าดา้ นหนา้
ข้าจะตัดอาภรณ์ให้สมตัวได้อย่างไรเล่า หากไม่ถามเสียก่อนว่า
ใตเ้ ท้ารบั ราชการมานานเท่าไรแลว้ ?”
159
๑๐๐
เร่ืองส้ันคั้นกะทิ
๖๐
แซซ่ อ้ ง สรรเสรญิ
ย่านจ๊อื ถงึ แกก่ รรมล่วงไปแล้วสิบเจด็ ปี วันหนง่ึ ท่านเจ้าจ้ิง
แหง่ แควน้ ฉี จดั งานเลยี้ ง
หลังจากดื่มกินเป็นท่ีส�ำราญแล้ว ก็ให้มีการแข่งขันยิง
ธนูข้ึน ท่านเจ้าจ้ิงน้าวสายแล้วปล่อยลูกศรออกไป แต่พลาดเป้า
แม้กระน้ันเหล่าข้าราชบริพารต่างก็ตบมือ แซ่ซ้องสรรเสริญ
เอกิ เกริก
เจ้าแห่งฉี โยนคันธนูทิ้ง หน้าเผือดลง พลางถอนใจใหญ่
ขณะนนั้ อ�ำมาตย์เสียนซางเดนิ เขา้ มาพอดี ทา่ นเจ้าจิ้งจงึ ร้องเรยี ก
แล้วกล่าวว่า “เสียนเซาง ข้าคิดถึงย่านจื๊อเหลือเกิน เขาตายไป
สิบเจ็ดปีแล้ว และนับแต่น้ันมาไม่มีใครกล้าช้ีข้อผิดพลาดของข้า
อีก วันน้ขี ้ายิงธนพู ลาดเป้า แตข่ นุ นางทง้ั หลายยังตบมอื แซซ่ ้อง
สรรเสริญ” เสียนซางตอบว่า “ข้าเคยได้ยินค�ำกล่าวว่า ผู้ทรง
อ�ำนาจท�ำสิ่งใดบริวารจะพากันตาม ไม่ว่าท่านเจ้า ชอบสวมใส่
อาภรณ์ใด บรวิ ารลว้ นชมชอบอาภรณ์นั้น ไมว่ ่าชอบบริโภคสง่ิ ใด
บริวาร ก็จะชมชอบบริโภคสิ่งน้ัน ท่านเจ้าไม่เคยได้ยินเรื่องของ
หนอนชนดิ หนง่ึ หรอื ? เมอื่ มนั กนิ สงิ่ ทเ่ี ปน็ สเี หลอื ง เขา้ ไปตวั มนั จะ
กลายเป็นสีเหลือง ท่านเจ้าเป็นบุคคลที่ไม่ชอบให้ผู้อ่ืนช้ีข้อ
160
๑๐๐
เรื่องสั้นคั้นกะทิ
ผิดพลาดของตนดังนี้แล้ว ใครเล่า จะกล้าชี้ข้อผิดพลาดของ
ท่านเจ้า?” เมื่อไดส้ ดบั ดงั นนั้ ทา่ นเจ้าจ้งิ ก็ร้องข้ึนวา่ “ดแี ทว้ ันน้ี
ขา้ เปน็ นักเรยี น และเจา้ เปน็ ครู”
ไม่นาน หลังจากนั้นเสียนซางก็กลับไปอยู่ ณ บ้านเดิม
ต่อมามีชาวประมงจับปลาได้เป็นอันมาก ก็เอามามอบเป็น
บรรณาการแก่ท่านเจ้าจิ้ง ท่านเจ้าจ้ิงให้ขันทีคุมเกวียน บรรทุก
ปลาเหล่าน้ันหลายเล่มน�ำไปให้ เสียนซางเม่ือเห็นขบวนเกวียน
บรรทุกปลามาจอดหน้าบ้าน เสียนซางจึงออกมากล่าวแก่ขันที
น้ันว่า “โปรดน�ำกลับไปคืนท่านเจ้า แล้วบอกความด้วยว่า เม่ือ
ย่านจ๊ือยังอยู่ และช้ีข้อผิดพลาดของเจ้าครองแคว้นนั้น เขามิได้
เห็นแก่ลาภยศ แต่ปรารถนาจะช่วยให้ผู้เป็นนายปกครอง
บา้ นเมอื งดีขน้ึ
บดั นี้ เหลา่ ขา้ บริวารมีแตป่ ระจบสอพลอ แมย้ ิงธนูผิดยงั
แซซ่ อ้ ง สรรเสรญิ นัน่ กเ็ พราะหวงั ลาภ ยศ
หากข้ารับบรรณาการน้ีไว้ ข้าก็ไม่ต่างอะไรกับผู้สอพลอ
เหลา่ นัน้ ”
161
คนท่ีไม่เคยเปลยี่ นแปลงความคดิ เห็น
หรอื การกระท�ำของตนเองน้นั
เปรียบเสมือนกับน้�ำน่ิง
ท่เี พาะเลี้ยงสัตวเ์ ลือ้ ยคลาน
แห่งสติปญั ญา
วิลเลี่ยม บลาด
๑๐๐
เร่ืองสั้นค้ันกะทิ
๖๑
นกกระทา
ชายชราชาวสวนของบ้านเศรษฐีคนหนึ่ง หลังจากท�ำ
ภารกิจเสร็จเรียบร้อยแล้วก็งีบหลับไปใต้ต้นไม้ใหญ่อันงดงาม
สักพักหนึ่ง พอลืมตาข้ึนมาก็เห็นนกกระทาตัวหนึ่ง เดินเข้ามา
ใกล้ ๆ จึงจับตัวเจ้านกกระทาเอาไว้ ในอุ้มมือได้อย่างสะดวก
นกกระทาไดข้ อร้องชาวสวนวา่
“โปรดอย่างฆ่าฉันเลย แล้วฉันจะขอมอบของ ๔ ชิ้น
ไว้ใหท้ ่าน แล้วจะฆ่าฉันก็ตาม” ชาวสวน “อะไรบ้างละบอกขา้ มา
ไดเ้ ลย อยา่ ชกั ชา้ ” นกกระทา “ขอใหท้ า่ นจำ� ไวใ้ หด้ ี การครองชวี ติ
ดว้ ยความร่มเยน็ เปน็ สขุ น้นั มีหลัก
ส�ำคญั อยู่ ๓ ประการคอื .-
๑. ต้องพยายามรกั ษาของดีที่หาไดม้ าอยา่ ใหส้ ูญหาย
๒. อย่าเศรา้ โศกเสียใจเมอ่ื ถึงคราวต้องเสียสิ่งท่ดี นี ั้นไป
๓. จงฟงั หูไว้หู อย่าเชือ่ ง่าย
ฉันจะบอก ๓ ข้อก่อน ข้อที่ ๔ นนั้ ส�ำคญั มากแต่จงปล่อย
ฉันเป็นอิสระก่อนเถิด แล้วฉันจะบอกให้” ชาวสวนตรึกตรอง
สกั ครู่ กค็ ิดวา่ ๓ ขอ้ นน้ั ก็ลว้ นมีประโยชน์คุ้มคา่ แล้วจึงปลอ่ ยนก
เปน็ อสิ ระไป เมอื่ นกกระทาเปน็ อสิ ระแลว้ กบ็ นิ ขน้ึ ไปเกาะบนตน้ ไม้
163
๑๐๐
เร่ืองส้ันคั้นกะทิ
แล้วพดู วา่ “ทา่ นลมื ไปแล้วหรือ ฉันบอกแล้ววา่ ให้พยายามรักษา
ส่ิงท่ีหามาได้ ท�ำไมจึงปล่อยฉันให้เป็นอิสระโดยไม่ปฏิบัติตาม
ค�ำเตอื นในข้อท่ี ๑” ชาวสวน “ชา่ งเถอะ แตจ่ งบอกข้อ ๔ แก่ฉนั
เถอะ” นกกระทา “ข้อท่ี ๔ ที่ข้าจะบอกก็คือในท้องข้ามีเพชร
หนกั ถึง ๒๐๐ กะรตั เชียวละ”
ชาวสวนเสียใจล้มท้ังยืน เสียใจโศกเศร้าที่เสียส่ิงล้�ำค่าไป
นกจงึ พดู วา่ “ท่านลืมหลักส�ำคญั ข้อ ๒ อกี แลว้ ทีว่ ่าอยา่ เศร้าโศก
เสียใจในเม่ือถึงคราวที่ต้องเสีย สิ่งที่มีค่าน้ันไป” ชาวสวนฟังนก
พดู ชกั ไดส้ ตขิ น้ึ มา แตย่ งั อดเสยี ดายเพชร ๒๐๐ กะรตั อยไู่ มไ่ ด้ นก
จึงพูดต่อไปว่า “ทา่ นนอกจากจ�ำขอ้ ๒ ไม่ได้ ท่านยังลืมข้อ ๓ เสยี
ด้วย ฉันบอกแล้วใหฟ้ งั หไู ว้หู อยา่ เชอื่ ง่าย ไฉนทา่ นจึงไม่พิจารณา
ค�ำพูดของฉันว่ามีเหตุผล ควรจะเชื่อได้หรือไม่เพียงไร หากท่าน
เปน็ คนเชอื่ อะไรงา่ ย ๆ ขาดความพจิ ารณาเชน่ นท้ี า่ นจะมคี วามสขุ
ได้อย่างไร ในเม่ือท่านมีชีวิตอยู่ท่ามกลางสังคมอันคลุกเคล้า
ไปด้วยค�ำพูดท่ีมีท้ังจริงและเท็จ ท่านได้คิดดูให้ดีถ้ามีเพชร
๒๐๐ กะรตั อยใู่ นทอ้ งจรงิ ทา่ นจะอมุ้ ฉนั ไหวหรอื อยา่ เสยี ใจไปเลย
ฉนั ขอบอกความจรงิ ในร่างกายฉันไม่มีเพชรหรอก”
ชายชราชาวสวนได้ฟังก็หายเศร้าโศก จ้องมองดูนกด้วย
ความคิดอนั สูงส่ง และก่อนทน่ี กจะบนิ จากไป ไดพ้ ูดทิ้งท้ายไวว้ า่
“คิดเสยี กอ่ น จึงค่อยถามตรองเน้อื ความก่อนตอบ ตรวจหาให้
รอบคอบกอ่ นทำ� ” แล้วนกกบ็ นิ จากไป
164
๑๐๐
เรื่องส้ันคั้นกะทิ
๖๒
มนุษย์คอื ครูของมนษุ ย์
เราเรียนรู้คุณสมบตั ิความเป็นมนษุ ย์จากพวกเรากนั เอง
หากเราอยทู่ า่ มกลางผคู้ นทมี่ จี ติ ใจดงี ามเรากจ็ ะไดร้ บั อทิ ธพิ ลแหง่
ความดงี ามนนั้ มาใสต่ ัว
อกั บาร์ จกั รพรรดผิ ยู้ งิ่ ใหญแ่ หง่ ราชวงศม์ กู าล แลราชมนตรี
ของพระองค์นามว่าเบอร์บาล ถกเถียงกันเรื่องหนึ่ง จักรพรรดิ
อักบาร์รับส่ังว่ามนุษย์น้ันเกิดมาพร้อมกับคุณสมบัติแห่งมนุษย์
เบอรบ์ าลไมเ่ หน็ ดว้ ยเขาคดิ วา่ มนษุ ยต์ อ้ งเรยี นรจู้ ากมนษุ ยด์ ว้ ยกนั
จกั รพรรดอิ กั บารร์ บั สง่ั ใหเ้ บอรบ์ าลพสิ จู นท์ ฤษฎขี องเขา เบอรบ์ าล
ขอเวลาพิสจู น์ ๑๒ ปี กษัตริย์อกั บารท์ รงตกลงตามนนั้
เบอร์บาลเร่งไปเก็บทารกจากชนชั้นวรรณะต่างกัน และ
น�ำพวกเขาออกไปไว้ ณ กระท่อมชายป่าให้อยู่ในความดูแลของ
หญงิ ใบโ้ ดยมสี งิ สาราสตั วอ์ ยแู่ วดลอ้ ม หลงั จากนนั้ สบิ สองปเี บอรบ์ าล
น�ำเด็กทารกท่ีเจริญวัยแล้วเหล่านั้นมาเข้าเฝ้าพระจักรพรรดิ
เด็กเหล่าน้ันประพฤติเย่ียงสัตว์ป่าและส่งเสียงพูดคุยกันเหมือน
เสยี งของลงิ ทอ่ี าศยั อยใู่ นปา่ ใกลเ้ คียงกับกระท่อมท่ีพวกเขาเจริญ
เติบโตขนึ้ มา เม่อื ไดเ้ หน็ ดงั นัน้ กษัตริย์อักบารจ์ งึ คลอ้ ยตามความคิด
ของเบอรบ์ าล
165
๑๐๐
เรื่องส้ันค้ันกะทิ
ขงจอื๊ เคยกล่าวเอาไวว้ ่า
มนุษยม์ ีธรรมชาติด้ังเดมิ คล้ายคลงึ กัน
แตเ่ พราะสภาพแวดลอ้ มและการศกึ ษาต่างกนั
จงึ ทำ� ให้ทุกคนมีความแตกตา่ งมากขึ้นทกุ ที
166
๑๐๐
เร่ืองสั้นคั้นกะทิ
๖๓
พอ่ คา้ ผู้ยากไร้กับศิลาวิเศษ
กว่าจะเกิดมาเป็นมนุษย์น้ันยากนักหนา เช่นเดียวกับ
ผลไม้สุกรว่ งหลน่ ลงมาน้นั ยากท่จี ะตอ่ กบั กิ่งกา้ นไดด้ งั่ เดมิ
กาลครงั้ หนงึ่ นน้ั นกั บญุ มาเยย่ี มเยอื นบา้ นของพอ่ คา้ วาณชิ
ผู้ซึ่งค้าขายขาดทุนและยากจนยิ่งนัก เมื่อท่านนักบุญมาถึงเห็น
พ่อคา้ ร้องไห้อยา่ งน่าเวทนา
“โอ ทา่ นผนู้ ำ� สารแหง่ พระเจา้ ” พอ่ คา้ ผนู้ า่ สงสารออ้ นวอน
“โปรดจงปรานีช่วยให้ข้าพ้นจากความยากจนข้นแค้นนี้ด้วยเถิด
ทา่ นผู้มเี มตตาสูงสง่ ”
ท่านนักบุญเวทนาพ่อค้ายิ่งนัก ท่านจึงมอบศิลาวิเศษให้
พอ่ คา้ กอ้ นหนงึ่ ศลิ านสี้ ามารถเปลย่ี นโลหะใดใหก้ ลายเปน็ ทองคำ�
ได้หมด
“นี่คอื ศลิ าวเิ ศษ ชายคนดขี องข้า” ท่านนักบุญกล่าว “จง
นำ� ไปใชเ้ ปลี่ยนโลหะใดให้กลายเปน็ ทองคำ� มากเท่าทเ่ี จ้าตอ้ งการ
ขา้ ให้เจา้ ใชส้ ามเดือน หลงั จากนน้ั ขา้ จะมาน�ำกลบั คืน”
เดอื นแรกพอ่ คา้ ไปทต่ี ลาดสอบถามราคาเหลก็ พอ่ คา้ เหลก็
แจง้ แกเ่ ขาวา่ ราคาเหลก็ ก้อนหนงึ่ เพิม่ ขึน้ จาก ๕ รปู ี เปน็ ๗ รูปี
167
๑๐๐
เรื่องสั้นค้ันกะทิ
“ถ้าข้าซื้อเหล็กในราคาน้ี” พ่อค้าคนยากคิด “ข้าย่อมเขลานัก
ขา้ จักรอจนถงึ เดอื นหนา้ บางทีราคาเหลก็ อาจจะลดลง”
พอ่ คา้ นน้ั นอกจากนา่ สมเพชแลว้ ซำ้� ยงั โงเ่ ขลา เขาไมเ่ ฉลยี วใจ
เลยว่าเพียงแค่เหล็กหนัก ๑๐๐ ปอนด์ หากเปลี่ยนเป็นทองค�ำ
แล้วจะทำ� ใหเ้ ขากลายเป็นชายผมู้ ัง่ ค่งั ไดใ้ นพรบิ ตา
เขารอจนกระทง่ั หนง่ึ เดอื นผา่ นไปและไปยงั ตลาดคา้ เหลก็
อกี ครั้ง ครานี้ราคาเหลก็ กลบั สูงกว่าเดิมเมื่อเดอื นทแ่ี ล้ว
“หากข้าซื้อเหล็กในราคานี้ก็โง่เต็มที” เขาร�ำพึง “ข้ารอ
ต่อไปอกี หน่งึ เดอื นดกี วา่ ”
ครั้งเม่ือถึงเดือนที่สามเขาไปตลาดค้าเหล็กอีกคร้ัง ราคา
เหล็กก้อนเดมิ สูงขน้ึ อกี เป็น ๑๕ รูปี ตอ่ น้�ำหนักหน่ึงรอ้ ยปอนด์
แต่ทว่าเม่ือครบก�ำหนดสามเดือนท่านนักบุญมารับศิลา
วิเศษคืน พอ่ คา้ จงึ ยงั คงยากจนขน้ แคน้ ต่อไป
ในชีวิตของเรานั้นเรามีส่ิงของมีค่าอยู่กับตัว แต่หาก
มองข้ามและไม่เคยใช้ประโยชน์หรือเห็นคุณค่าของมันจนสาย
เกินกาลดั่งพ่อค้าคนยากกบั ศิลาวิเศษ
168
๑๐๐
เรื่องสั้นคั้นกะทิ
๖๔
คนเขลาไมย่ อมรับคำ� สอน
“ผู้ใดเลา่ หหู นวกเท่าผู้มฟิ งั ”
กาลคร้ังหนึ่งนั้น มีวาณิชผู้เบาปัญญาบรรทุกกระสอบ
ข้าวสาลีไว้ข้างตัวม้าด้านหน่ึง อีกด้านหนึ่งถ่วงน�้ำหนักด้วย
กระสอบทราย เจา้ มา้ นน้ั จกั ไดแ้ บกกระสอบไดไ้ มล่ ำ� บากกายนกั
ชายยากไรผ้ หู้ นง่ึ เดนิ ผา่ นมา สงั เกตวาณชิ กำ� ลงั บรรทกุ ของ
บนม้าจงึ เอย่ ถาม “ทา่ นขอรบั ขอโทษเถดิ ท่านก�ำลงั ทำ� สิง่ ใด”
วาณิชตอบชายยากไร้ว่า “ข้าก�ำลังบรรทุกกระสอบ
ข้าวสาลไี ว้ขา้ งหนง่ึ แล อีกขา้ งหนึ่งข้าถ่วงด้วยกระสอบทราย”
“มิดีกวา่ หรอื ขอรบั ” ชายยากไรผ้ ู้เดินผ่านมาถาม “หาก
ท่านปันข้าวสาลีในกระสอบเป็นสองส่วนเท่ากัน แลจึงบรรทุกไว้
แตล่ ะข้างของมา้ ”
“ดูก่อน สหาย ข้ามีค�ำถามหนึ่งใคร่ถามเจ้า บอกข้าเถิด
เจา้ มที รัพย์สักเทา่ ไร” วาณชิ ถามด้วยความขุ่นเคอื ง
“มิมีสง่ิ ใดเลยขอรับ นอกจากตัวขา้ เอง” ชายยากไรต้ อบ
“ฉะนน้ั จงอยา่ สอนขา้ ” วาณชิ บนหลงั มา้ ตอบอยา่ งรำ� คาญ
“เก็บความคิดเหลวไหลของเจ้าไว้กับตัวเถิด มิเช่นนั้น
ข้าเองอาจกลายเปน็ คนยากไรเ้ ช่นเจ้า”
คนโง่เขลาน้ันมิยอมรับค�ำสั่งสอนของผู้ใดแม้มีผู้เมตตา
ใครแ่ นะ
169
๑๐๐
เรื่องส้ันค้ันกะทิ
๖๕
นัสรดู นิ นกั คดิ
วนั หนงึ่ เมอื่ นสั รดู นิ เดนิ ทางมาพบกบั มสุ ตาฟาเขา้ มสุ ตาฟา
ผซู้ ่งึ เป็นคนซื่อ ๆ ก็ร้องถามนสั รูดนิ วา่
“นัส เอ๋ย ข้าอยากมีบ้านที่กว้างกว่านี้สักหน่อยจะท�ำ
อย่างไรด”ี นัสรูดิน “โอ!้ ไดซ้ ีม่ สุ ตาฟาเพือ่ นรกั ข้ามวี ิธี”
มุสตาฟา “ว่าไงไหนลองบอกมาซ”ิ
นสั รดู นิ “คนื นเ้ี องเอามา้ ขนึ้ ไปนอนบนบา้ นดว้ ยสกั คนื ซ”ิ
มุสตาฟาก็ปฏิบัติตามปรากฏว่าทั้งคืนมุสตาฟาไม่เป็นอันนอน
เพราะม้าร้องรบกวนตลอด เวลารุ่งเช้าจึงเข้าไปหานัสรูดิน แล้ว
เล่าเรอ่ื งเมื่อคนื ใหฟ้ งั จนหมด นัสรูดนิ กบ็ อกว่า เอาใหม่ คนื นี้เอา
ท้ังม้าและลาด้วยขึ้นไปนอนด้วยกันบนบ้าน มุสตาฟาผู้ซ่ือสัตย์ก็
ท�ำตาม ผลเลยรา้ ยยิ่งกว่าเกา่ หลายเทา่ นัก นัสรูดนิ บอก คืนนเี้ อา
ทั้งม้า, ลา และฬ่อ ไปนอนด้วยกันบนบ้าน มุสตาฟาก็ท�ำตาม
เหมอื นเดมิ ผล คอื มสุ ตาฟานอกจากไมไ่ ดน้ อนแลว้ ยงั ตอ้ งทรมาน
อกี ด้วย กบั เสยี งรบกวนของบรรดาสตั วท์ ้งั ๓ ตวั รุ่งเช้าวันใหม่
นัสรูดินจงึ บอกให้มุสตาฟาฟังวา่
“คนื นี้ เอง็ เอาม้าออกให้เหลอื ลากับฬ่อกพ็ อ” ปรากฏว่า
มัสตาฟาค่อยยังช่ัวหน่อยที่ม้าหายไป คืนต่อ ๆ มานัสรูดินก็ให้
170
๑๐๐
เร่ืองสั้นคั้นกะทิ
มุสตาฟาเอาลาและฬ่อออกตามล�ำดับ จนสุดท้ายเหลือมุสตาฟา
นอนคนเดยี ว แตม่ คี วามรู้สึกโลง่ ไปหมดเลย รุ่งเชา้ จงึ ไปบอกกบั
นสั รูดนิ วา่
“เฮย้ นัส เพือ่ นรกั ! บ้านเรากวา้ งกวา่ เก่าเยอะเลยว่ะ”
ความจรงิ บา้ นยงั เทา่ เดมิ แตจ่ ติ ใจเรม่ิ กวา้ งขนึ้ ตา่ งหาก คน
เราถา้ รจู้ กั สนั โดษมคี วามพอใจในสงิ่ ทต่ี วั เองมอี ยู่ แคน่ นั้ กพ็ อจะมี
ความสขุ ไดแ้ ล้ว
พระท่านจึงว่า รจู้ กั พอ กอ่ สุขทกุ สถาน
171
๑๐๐
เรื่องส้ันค้ันกะทิ
๖๖
คนโลภ
ชายคนหนง่ึ ไดพ้ บกบั เซยี นในระหวา่ งทาง เซยี นคนนท้ี จ่ี รงิ
แล้วเคยเป็นเพื่อนเก่าของเขา เซียนเห็นเพื่อนเก่าอยู่ในสภาพ
ตกระกำ� ลำ� บาก จงึ ไดใ้ ชน้ ว้ิ ชไ้ี ปทกี่ อ้ นอฐิ รมิ ทางกอ้ นหนงึ่ เสกใหก้ ลาย
เป็นอฐิ ทองค�ำ แลว้ มอบใหเ้ ปน็ ของขวัญแกเ่ ขา แตว่ ่าชายยากจน
ก็ยังไม่พอใจ เซยี นจึงช้ีนิ้ววเิ ศษของเขาอีกครง้ั หนึง่ คร้ังนเี้ สกสิงโตหิน
ใหก้ ลายเปน็ สงิ โตทองคำ� มอบใหเ้ ขา แตช่ ายคนนนั้ กย็ งั บน่ วา่ นอ้ ย
เกินไป
“ทำ� อย่างไรเจ้าจงึ จะพอใจเลา่ ” เซยี นเอ่ยถาม
“ข้าอยากได้นิ้วน้ันของท่าน” ชายยากจนกล่าวหลังจาก
อ�ำ้ อึ้งอยคู่ รู่หนงึ่ …
น่ีแหละหนาเขาจึงบอกว่าความโลภของคนเราล้วนไม่มี
ท่ีส้ินสุด ต่อใหภ้ ูเขากลายเปน็ ทองค�ำ คนเรากไ็ ม่ร้จู ักพอ
172
๑๐๐
เร่ืองส้ันคั้นกะทิ
๖๗
รกั เงินยง่ิ ชวี ิต
เลา่ กนั ว่าชาวหย่งโจวทกุ คนว่ายน�้ำเก่งมาก วนั หน่ึงมีชาย
ชาวหย่งโจว ๖ คนลงเรือพายข้ามแม่น้�ำเซียวเจียงขณะน�้ำก�ำลัง
เออ่ ทว่ ม พอเรอื ไปถงึ กลางแม่น�ำ้ กถ็ กู คล่ืนซดั ควำ่� ลง คนเหลา่ นั้น
ต่างคนต่างกพ็ ยายามวา่ ยน้ำ� เข้าหาฝ่งั
ในจำ� นวนนน้ั มชี ายคนหนง่ึ ทพี่ ยายามวา่ ยอยา่ งเตม็ ความ
สามารถแต่ก็ว่ายไปไม่ได้ไกลเท่าไร พวกเพ่ือน ๆ เห็นเช่นน้ันก็
แปลกใจถามเขาวา่ “ปกติแกเป็นคนว่ายน้ำ� เกง่ มาก ท�ำไมวนั น้จี ึง
วา่ ยไม่ทันคนอื่นเลา่ ”
ชายผนู้ น้ั ตอบดว้ ยเสยี งเหนอื่ ยหอบวา่ “ทเ่ี อวของขา้ มเี งนิ
คาดไว้พันเหรยี ญ มันหนักจนข้าว่ายไมค่ อ่ ยไหว”
“แกทำ� ไมไมแ่ กม้ นั ทงิ้ เสยี ละ่ จะเอามนั ไวท้ ำ� ไมอกี ” เพอ่ื น
ของเขาแนะน�ำ
ชายผู้นั้นสั่นศีรษะไม่กล่าวตอบ สักครู่พวกเพ่ือน ๆ ก็
สังเกตเห็นว่าเขาว่ายไม่ไหวก�ำลังจะจมน้�ำ คนท่ีขึ้นฝั่งได้แล้วจึง
ตะโกนบอกเขาวา่ “แกอยา่ โงต่ อ่ ไปอกี เลย! แกหลงเงนิ จนหนา้ มดื
ตาลายไปแลว้ เวลานี้แกก�ำลงั จะตาย เงนิ ยังจะมปี ระโยชน์อะไร
อีก” ชายผู้นั้นฟังแล้วก็ส่ันหัวอีก และแล้วในท่ีสุดเขาก็หมดแรง
จมน้ำ� ตาย
173
๑๐๐
เร่ืองสั้นค้ันกะทิ
บันทึกใน “หลิ่วเหอตงจ”๋ี
นิทานเรื่องน้ีเป็นเร่ืองท่ีเสียดสีคนบูชาเงินเป็นพระเจ้า
ขณะเดียวกันก็ยังให้แง่คิดว่า ใครก็ตามถ้าบูชาหรือหลงใหลใน
สิ่งหน่ึงสิ่งใดอย่างไม่ลืมหูลืมตาแล้ว ก็จะขาดสติสัมปชัญญะ
ไม่สามารถแยกแยะส่ิงท่ีควรกับส่ิงท่ีไม่ควรท่ีส�ำคัญและไม่ส�ำคัญ
กระทั่งชวี ิตก็ไมค่ ำ� นึงถึง
174
๑๐๐
เรื่องสั้นค้ันกะทิ
๖๘
ตายไปมอื เปลา่
มนษุ ยค์ นหนงึ่ จะไดอ้ ะไรแมเ้ ขาครอบครองโลกทง้ั ใบไวแ้ ต่
หากสูญเสียจิตวิญญาณ
กษัตริย์มหามุดแห่งกาสนี ผู้ซึ่งบุกอินเดียถึงสิบเจ็ดครา
ระหว่างศตวรรษท่ีสิบเอ็ด พระองค์ทรงสืบเชื้อสายชาวเติร์กจาก
เอเชียตอนกลาง ทกุ วนั นีก้ าสนีเป็นแคว้นเลก็ ในอัฟกานิสถาน ใน
สมยั ของกษตั รยิ ม์ หามดุ แควน้ กาสนรี ำ�่ รวยทส่ี ดุ ในเอเชยี เนอ่ื งจาก
มหามุดขนทองคำ� และเคร่อื งเพชรล้�ำคา่ มาจากวหิ ารในอนิ เดยี
คร้ังเม่ือกษัตริย์ผู้ทรงราชอ�ำนาจสูงสุด และโหดเห้ียม
พระองคน์ ก้ี �ำลงั จะสิน้ พระชนม์ ทรงสั่งใหข้ า้ ราชบริพารนำ� ทรัพย์
สมบตั ทิ งั้ หลายทง้ั หมดของพระองคม์ ากองไวเ้ บอื้ งพระพกั ตรเ์ พอ่ื
ทจ่ี กั ไดท้ รงทอดพระเนตรกอ่ นหมดลมหายใจ กษตั รยิ ม์ หามดุ ทรง
แคร่ ทหารแบกแคร่พระทีน่ ัง่ ด�ำเนินผา่ นกองสมบตั ิอันมหมึ าทรง
ทอดพระเนตรไปยังกองเหรยี ญทอง เพชร ทบั ทมิ มุก มรกต แล
ส่ิงของลำ�้ ค่าอีกนานัปการเป็นเวลาหลายชวั่ ยาม และทรงกันแสง
ออกมาโดยไม่รู้องค์ “เพียงเพ่ือทรัพย์สมบัติเหล่าน้ีข้าสังหาร
ผคู้ นบรสิ ทุ ธนิ์ บั พนั ความละโมบของขา้ หมายถงึ หญงิ หลายพนั คน
ต้องเป็นม่าย แลเด็กนับพันต้องก�ำพร้านอกจากบาปกรรมที่ข้า
กระทำ� มาไม่มสี มบตั ิใดจกั ตดิ ตามขา้ ไปยังปรโลกเลย”
175
๑๐๐
เร่ืองส้ันคั้นกะทิ
๖๙
มนั่ คงดจุ ภผู า
มเี ศรษฐคี นหนง่ึ ชอ่ื ยอบ อาศยั อยใู่ นพนื้ ทรี่ าบแหง่ ประเทศ
ซเี รยี นายยอบมคี รอบครัวใหญ่ มบี ุตรชาย ๗ คน บุตรหญงิ ๓ คน
นอกจากเงินทองมากมายของเขา เขายงั มฝี งู สตั วอ์ ีกมาก เชน่ อูฐ
โค ลา แพะและแกะ นับว่าเศรษฐีผู้นี้มีความสุขคนหน่ึงในโลก
วนั หนง่ึ ในฤดรู อ้ น ขณะยอบกำ� ลงั นง่ั อยดู่ ว้ ยความสขุ มชี าย ๔ คน
วิ่งพรวดเขา้ มาหาต่างนำ� ขา่ วร้ายมาบอกท้ังสน้ิ
คนท่ี ๑ พูดว่า “ทา่ นครับ ! พวกอาหรบั มาแตท่ ิศใต้ปล้น
ฝูงโคและลาของท่านไปหมด และฆ่าคนเล้ียงตายเหลือแต่ผม
คนเดียว”
คนท่ี ๒ พูดว่า “ทา่ นครับ เกิดฟ้าผา่ ขน้ึ และพายุใหญพ่ ดั
มา ฝงู แกะและคนเล้ียงตายหมด เวน้ แตผ่ มคนเดียว”
คนที่ ๓ พดู วา่ “ท่านครบั พวกโจรชาติกัลเดียน ปล้นอูฐ
ของท่านทงั้ ฝงู คนเลยี้ งถูกฆา่ ตายหมด นอกจากผมคนเดยี ว”
คนที่ ๔ พูดว่า “ทา่ นครบั บตุ รชาย – หญิงของท่านก�ำลัง
เล้ียงโต๊ะกันสนุกสนาน เผอิญเกิดพายุใหญ่พัดมาหลังคาบ้านพัง
ลงมา คนในบ้านตายหมด เดชะบุญผมคนเดยี วรอดมาได้”
ชายทง้ั ๔ นำ� แตข่ ่าวร้ายมารายงานตอ่ เศรษฐยี อบทง้ั น้ัน
ไม่มีขา่ วดเี สียเลย แต่เศรษฐมี ีความอดทนและความสันโดษจึงไม่
176
๑๐๐
เร่ืองสั้นค้ันกะทิ
แสดงความเสยี ใจ หรอื สะดงุ้ สะเทอื นแตอ่ ยา่ งใด และยงั พดู ขนึ้ มา
อยา่ งไมค่ ดิ จะพูดว่า
“เมอ่ื เราเกดิ มาในโลกน้ี เราไมม่ อี ะไรตดิ ตวั มาเลยและเมอื่
เราตายนี้ก็จะเอาอะไรติดตัวไปด้วยไม่ได้ เพราะฉะน้ันเราไม่มี
ความชอบธรรมท่จี ะมานั่งบน่ รำ� พนั ถึงสง่ิ ต่าง ๆ ที่ต้องเสียไป”
ผู้ทพ่ี ดู ได้ดังนี้ พูดไดใ้ นขณะทีข่ ่าวรา้ ยมาประดงั รอบดา้ น
นน้ั หาไดน้ ้อยนกั เราเห็นแต่ผทู้ เี่ ศร้าโศกเสียใจ เม่อื เราไดร้ ับขา่ ว
ต่าง ๆ เหตุท่ีนายยอบพูดได้ดังน้ีก็เพราะมีความอดทนและ
ถอื สนั โดษ ยง่ิ กวา่ นน้ั เมอื่ การตอ่ มาไมน่ านนกั นายยอบเปน็ ไขพ้ ษิ
มอี าการหนกั นายยอบกับพูดวา่
“เม่อื เราไดร้ ับความสุขส�ำราญจากสงิ่ ทด่ี ปี านใด ก็ควร
จะอดทนตอ่ ความเศร้าโศก ซงึ่ เกิดจากสิง่ ทีร่ า้ ยปานน้นั ”
177
๑๐๐
เรื่องสั้นค้ันกะทิ
๗๐
ล้อรถ
ครงั้ หนง่ึ พระพทุ ธเจา้ ทรงเลา่ ถงึ ชา่ งทำ� ลอ้ รถของพระราชา
พระราชาให้ช่างท�ำล้อรถเพียงล้อเดียวกินเวลาเกือบ ๖ เดือน
พระราชามพี ระประสงคจ์ ะไดใ้ ชร้ ถใหมจ่ งึ ตรสั สงั่ ใหช้ า่ งนนั้ ทำ� ลอ้ รถ
อีกข้างหน่งึ ใหเ้ สรจ็ ภายใน ๖ วนั ชา่ งกก็ ราบทูลรบั วา่ ตนสามารถ
ท�ำให้เสร็จภายใน ๖ วันได้ตามพระราชประสงค์และช่างก็ท�ำได้
เสร็จภายใน ๖ วันจริง ๆ พระราชาทรงฉงนสนพระราชหฤทัย
ตรัสส่ังให้เรียกช่างมาถามว่าเหตุใดล้อข้างหนึ่งใช้เวลาเกือบ ๖
เดือน แต่ล้อรถอกี ขา้ งหนึง่ ท�ำไดเ้ สรจ็ ภายใน ๖ วนั
นายช่างได้น�ำล้อรถท้ัง ๒ ข้างมาถวายให้ทอดพระเนตร
แล้วหมุนล้อรถท่ีท�ำเกือบ ๖ เดือนนั้นเม่ือหยุดหมุนแล้วก็ไม่ล้ม
สว่ นลอ้ ทท่ี ำ� เสรจ็ ภายใน ๖ วนั น้ันพอหยดุ หมนุ ก็ล้มลง
นายช่างจงึ กราบทลู วา่ ล้อขา้ งท่ีหยดุ หมนุ แลว้ ตง้ั อยไู่ ด้นัน้
ไมม่ ีความคดอยู่เลย เพราะได้พยายามถากขัดเกลาเปน็ เวลานาน
จนดถี งึ ขนาด สว่ นลอ้ ขา้ งทท่ี ำ� ๖ วนั นน้ั แมจ้ ะเสรจ็ แตก่ ย็ งั มคี วามคด
อยเู่ ป็นอนั มาก พอหยดุ หมนุ จึงลม้ ลงดว้ ยประการฉะน้ี
178
๑๐๐
เร่ืองสั้นคั้นกะทิ
การทเี่ ราจะทำ� อะไรใหเ้ กดิ ผลดงี ามนน้ั บางครงั้ กต็ อ้ งอาศยั
กาลเวลาค่อย ๆ ขัดเกลาไปทีละเล็กทีละน้อย ไม่ใจร้อนเร่งผล
จนเกนิ ไป ในทสี่ ดุ ก็จะบรรลุส่ิงที่มุ่งหมายได้
โบราณว่าไว้ ช้าเป็นการ นานเปน็ คุณ
179
ขา้ พเจ้าชแู ขนขึ้นป่าวประกาศธรรม
แต่หามีใครเช่ือฟังขา้ พเจา้ ไม่
ธรรมยอ่ มกอ่ ให้เกิดความสุข
แต่เหตุไฉนเล่า
จงึ ไมม่ ีใครปฏิบตั ิธรรม
มหาภารตะ
๑๐๐
เร่ืองสั้นค้ันกะทิ
๗๑
ทานจากยาจก
ในสมัยของกูรูนานัค ซาฮิบ ในเมืองอัมมาบัด มีชาย
ผูก้ ำ� เนดิ ในตระกูลขุนนางอันมง่ั คงั่ มนี ามวา่ มาลคิ บาโก เขาเปน็
มหาอ�ำมาตย์ของผู้ว่าการรัฐปาทาน แลดังน้ันเขาจึงเป็นคนท่ีมี
อ�ำนาจราชศกั ดใ์ิ หญ่โตย่ิงนัก
เร่ืองมีอยู่ว่าครั้นถึงวันครบรอบอสัญกรรมแห่งบิดาของ
มาลคิ บาโก เขาตระเตรยี มงานเลยี้ งหรหู ราแลเชญิ บรรดานกั บวช
แลผทู้ รงศลี ทง้ั หมดทง้ั ใกลแ้ ละไกลมารว่ ม เขาเชอ่ื วา่ จกั ไดบ้ ญุ หนกั
จากการกระทำ� เช่นนี้
ขณะเดียวกันท่ีมีงานเล้ียงจัดข้ึนท่ีคฤหาสน์ของมาลิค
บาโก กูรูนานคั ไดม้ าเยือนเมืองอัมมาบัด แลแวะรับอาหารจาก
บา้ นของชายชา่ งไมผ้ ยู้ ากไรน้ ามวา่ ไบ ลาโล ดว้ ยชา่ งไมเ้ ปน็ สาวก
ของท่านกูรู ลาโลจึงต้อนรับท่านกูรูด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน
แลความเคารพนบั ถือเป็นท่ิยงิ่
ข่าวท่ีว่าท่านนักบุญมาพ�ำนักอยู่ที่บ้านของลาโลรู้ไปถึงหู
ของมาลิค บาโก เขาเร่งส่งคนรับใช้ให้มาเชิญท่านกูรูพร้อมด้วย
เหลา่ ผตู้ ดิ ตาม แตท่ วา่ กรู นู านคั ปฏเิ สธคำ� เชอื้ เชญิ ของมหาอำ� มาตย์
บาโกเชื่อว่างานเลี้ยงของเขาจะไม่มีวันสมบูรณ์หากท่านนักบุญ
181
๑๐๐
เร่ืองส้ันค้ันกะทิ
มิมาเยือน ดังน้ันเขาจึงส่งคนรับใช้มาเชื้อเชิญท่านกูรูคร้ังแล้ว
คร้ังเล่า จนกระท่ังในท่ีสุดท่านกูรูยอมไปเยือนคฤหาสน์ของเขา
แล ไบ ลาโล ผูซ้ ่งึ ไมอ่ ยากอยหู่ า่ งจากทา่ นกูรูจึงตามติดไป
“เหตุใดท่านจึงไม่มาร่วมงานเล้ียงภัตตาหาร ส�ำหรับ
นกั บวชทคี่ ฤหาสน์ของข้าเลา่ ” มาลิคถามกรู ูนานคั
“โปรดไปน�ำอาหารมาเถิดแล้วขา้ จะรับเดย๋ี วนี”้ กูรูตอบ
แล้วท่านกูรูหันไปเห็นลาโลยืนอยู่เบ้ืองหลัง จึงแนะว่าให้เขาน�ำ
อาหารจากบ้านมาด้วย ดังนั้นลาโลจึงเร่งกลับบ้านสักประเด๋ียว
กก็ ลบั มาพรอ้ มกบั ขนมปงั เนอื้ หยาบ ในเวลานนั้ ผคู้ นตา่ งพากนั เขา้
มารายล้อมท่านกูรู ท่านหยิบขนมปังแห้งของลาโลขึ้นมาไว้ใน
มือหนึ่งแลมืออีกข้างหนึ่งก�ำขนมปังของบาโกแล้วจึงบีบขนมปัง
ในแต่ละมือพรอ้ มกัน ในมือของท่านกูรูทบ่ี ีบขนมปงั ลาโลน้ันเกดิ
มีน�้ำนมไหลออกมา ส่วนในมือที่บีบขนมปังของบาโกนั้นกลับมี
หยดเลือดไหลออกมา
“ทีน้ีเจ้าเข้าใจแล้วว่าท�ำไมข้าจึงปฏิเสธไม่รับอาหารจาก
เจา้ ” ทา่ นกรู กู ลา่ วกับมาลิค บาโก
“อาหารของเจ้าเปื้อนไปด้วยโลหิตของคนจน แต่ทว่า
ของลาโลอาหารที่บ้านเขาบริสุทธ์ิเน่ืองด้วยเขาหามันมาด้วย
น�ำ้ พกั น�ำ้ แรงของเขาเอง”
182
๑๐๐
เรื่องส้ันคั้นกะทิ
๗๒
ผู้ใจบุญ
ความเป็นทาสมิได้คงอยู่ตลอดกาล ความเป็นบุตรน้ัน
คงทนถาวรกว่า ฉะนั้นหากบุตรท่านปลดปล่อยท่านแล้วไซร้
ทา่ นจะเปน็ ไทอย่างแท้จริง
กาลครั้งหนึ่งน้ันผู้จาริกแสวงบุญผู้หนึ่งเดินผ่านคุก เห็น
สภาพความเป็นอยู่ของนักโทษน่าอนาถใจจึงเกิดเวทนา เขาเห็น
ว่านักโทษเหล่าน้ันไม่มีน�้ำหวานเย็นช่ืนใจไว้ด่ืมจึงบริจาคน�้ำแข็ง
และนำ้� ตาลแกเ่ หลา่ นกั โทษ ทำ� ใหพ้ วกเขาอยสู่ บายขน้ึ และเปน็ สขุ
ย่ิงนกั
ต่อมาชายวรรณะสูงผู้หน่ึงผ่านมา และได้เห็นว่าเหล่า
นักโทษกินแต่จมูกข้าวหยาบ ๆ และอาหารเหลวเขาจึงจัดหา
อาหารรสชาติโอชะมาให้เหล่านักโทษเป็นประจ�ำ ส่ิงน้ีก็ท�ำให้
พวกเขาเปน็ สุขยง่ิ นัก
แลว้ ชายผกู้ รณุ าคนทส่ี ามผา่ นมา เมอ่ื เขาเหน็ เหลา่ นกั โทษ
ใสเ่ สอ้ื ผา้ ทแี่ สนสกปรกเขา จงึ ตดั เสอ้ื ใหมใ่ หบ้ รรดานกั โทษสวมใส่
สิ่งนี้เชน่ กันท�ำใหพ้ วกเขาเป็นสขุ ยิ่งข้นึ
183
๑๐๐
เร่ืองส้ันค้ันกะทิ
ชายใจบุญทั้งสามช่วยเหลือเหล่านักโทษ ท�ำให้ชีวิต
พวกเขาสุขสบายข้ึนไม่ทางใดก็ทางหน่ึง แต่ทว่านักโทษเหล่าน้ี
คงถกู ขงั อยู่ในสถานจองจ�ำ
ใจท่ีเปี่ยมไปด้วยความเมตตานน้ั นา่ ยกย่องยงิ่ นกั แตท่ วา่
ลำ� พงั ความเมตตากรณุ าเพยี งอยา่ งเดยี วไมส่ ามารถปลดปลอ่ ยเรา
ออกจากวัฏสงสารได้ เราควรจะมีใจเอ้ือเฟื้อและแบ่งปันซ่ึงกัน
และกัน แต่กระนั้นยังมิสามารถปลดปล่อยผู้ใดออกจากกรงขัง
ขนาดใหญแ่ ห่งการเวยี นวา่ ยตายเกิดไปได้
และแลว้ มชี ายใจบญุ อกี คนหนงึ่ ผา่ นมา ในมอื เขาถอื กญุ แจ
ไขประตูกรงขัง เขาไขกุญแจเปิดประตูออกแล้วกล่าวกับเหล่า
นักโทษว่า “เจ้าเป็นอิสระแล้ว จงกลบั ไปสนู่ ิวาสสถานเถิด”
ในบรรดาผู้ใจบุญทั้งหมด ใครเล่ามอบความสุขให้แก่
นักโทษมากท่ีสุด หากมิใช่ชายคนสุดท้ายที่ปล่อยเหล่านักโทษ
เป็นอิสระ ปัญหานัน้ หากไมแ่ กท้ ่ีสาเหตุกย็ ากทจ่ี ะพน้ ทกุ ขไ์ ด้
184
๑๐๐
เรื่องส้ันคั้นกะทิ
๗๓
ช่วยเหลอื ผู้อ่ืนคือความสขุ
แจก็ ฮงิ กล์ ยี ์ เปน็ เศรษฐคี นหนงึ่ ทสี่ รา้ งฐานะขนึ้ มาจากคา้
น�้ำมัน เขาเป็นพวกรีพับลิกันท่ีมีหัวอนุรักษนิยม เป็นผู้ท่ีมีความ
ศรทั ธาตอ่ พระเจา้ เปน็ สามแี ละหวั หนา้ ครอบครวั ทนี่ า่ รกั แตแ่ ลว้
เขาก็ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวว่า จอห์น
ฮิงก์ลีย์ จูเนียร์ บุตรชายมหาเศรษฐีท�ำการลอบสังหาร
ประธานาธิบดี เรแกน กับคนอื่นอีก ๓ คน ซ่ึงมี เจมส์ เบรดี
คนสนิทของประธานาธบิ ดรี วมอย่ดู ว้ ย ชือ่ เสียงของแจ็กมวั หมอง
เพราะตอนน้ีเขากลายเป็นพ่อของผู้พยายามท�ำการลอบสังหาร
ประธานาธบิ ดีไปเสยี แลว้
ปัจจุบัน ชีวิตความเป็นอยู่ของแจ็ก และโจแอนน์ ผู้เป็น
ภรรยาได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขารู้ว่าเขาหมดโอกาสที่จะพิสูจน์
ให้ผู้คนเห็นว่าลูกชายของเขามีความผิดปกติทางจิต เขาก็เลย
หันหลังให้กับธรุ กิจท่เี ขาท�ำอยู่ โดยลาออกจากตำ� แหน่งประธาน
ของแวนเดอรบ์ ลิ เอนเนอร์ จคี อรป์ อเรชน่ั แลว้ มอบกจิ การบรษิ ทั
ที่เขาก่อตั้งข้ึนต้ังแต่ปี ๑๙๗๐ ให้กับบุตรชายคนโตช่ือ สก็อตต์
และหนั มาใชช้ วี ติ ใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ สงั คมดว้ ยการใหค้ วามชว่ ยเหลอื
เพ่ือนมนุษย์คนอ่ืน ๆ ไม่ให้มีสภาพเช่นเดียวกับลูกชายของเขา
185
๑๐๐
เรื่องสั้นคั้นกะทิ
สองสามภี รรยายา้ ยออกจากบา้ นใหญโ่ ตหรหู ราและสะดวกสบาย
ในโคโลราโด มาอยู่ในอพาร์เมนตเ์ ล็ก ๆ ซง่ึ มีเพียงสองหอ้ งนอน
และเครือ่ งเรือนอกี ไม่กช่ี ิ้นในแมก็ ลนี เวอรจ์ ิเนยี เพอ่ื จะได้อย่ใู กล้
กับลูกชายคนเล็กและท�ำงานให้กับมูลนิธิเพ่ือสุขภาพจิต ซ่ึงเป็น
มูลนิธิทพ่ี วกเขากอ่ ตง้ั ขึน้ เมื่อปีทแ่ี ล้วนี้เอง เขาใชส้ �ำนกั งานเลก็ ๆ
แหง่ หนง่ึ ซง่ึ เพอ่ื นของเขาคนหนง่ึ ไดอ้ ทุ ศิ ใหก้ บั มลู นธิ เิ ปน็ ทท่ี ำ� งาน
หาเงนิ และพยายามใหค้ วามชว่ ยเหลอื กบั ครอบครวั ทก่ี ำ� ลงั เผชญิ
กับปัญหาความเจ็บปวดทางจิตจากเงินท่ีเขาหาได้รวมกับเงิน
สะสมของครอบครวั ฮงิ กล์ ยี ์ และเงนิ ทไี่ ดร้ บั บรจิ าคมา ทำ� ใหม้ ลู นธิ ิ
มีเงินด�ำเนินการ ๒๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์ ถึงแม้จะเป็นส�ำนวนเงิน
เพียงเล็กน้อย แต่แจ็กก็มุ่งรณรงค์ให้การศึกษากับประชาชนใน
เรื่องสุขภาพจิตอย่างเต็มที่ เขากล่าวว่า “เราพยายามท�ำการ
ประชาสมั พนั ธใ์ หป้ ระชาชนรจู้ กั สญั ญาณเตอื นของความเจบ็ ปว่ ย
ทางใจ เพ่ือที่ครอบครัวอ่ืน ๆ จะได้เห็นได้เห็นในส่ิงที่เราไม่เห็น
เราตอ้ งการนำ� ความเจบ็ ป่วยทางใจออกมาจากตู้เก็บ”
“ผมคดิ วา่ ในชว่ งเวลานี้ ผมสามารถจะทำ� อะไรตอ่ อะไรได้
มากมายที่จะท�ำให้ผมมีความสุขมากกว่าน้ี” เขาพูดกับผม “แต่
ผมกร็ ้ดู ีว่าผมกำ� ลงั ท�ำสิง่ ทีถ่ ูกตอ้ ง ผมนึกไม่ออกวา่ จะทำ� อะไรทม่ี ี
ประโยชน์ต่อคนอ่ืนได้มากไปกว่าการให้ความช่วยเหลือทางด้าน
สุขภาพจิต และป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นกับคนอื่นในวันข้างหน้า
186
๑๐๐
เร่ืองสั้นค้ันกะทิ
ผมตัดสินใจท่ีจะน�ำความเจ็บป่วยของจอห์นมาสร้างบางส่ิงบาง
อยา่ งทดี่ ี เราอยากจะนำ� ความสขุ และความหวงั มาสคู่ นอน่ื ทก่ี ำ� ลงั
เป็นทุกข์อยู่ในเวลานี้ และป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นกับคนอื่นโดย
ไม่จ�ำเป็น”
ไดแอน ซอิ มส์ ซง่ึ เปน็ บตุ รสาวของฮงิ กล์ ยี เ์ หน็ ดว้ ยวา่ “ถา้
เราสามารถนำ� ประสบการณท์ เี่ กดิ ขนึ้ กบั เรามาชว่ ยเหลอื คนอนื่ ได้
เราก็ควรจะท�ำ”
187
๑๐๐
เร่ืองสั้นคั้นกะทิ
๗๔
ความรู้
มีสุภาพบุรุษชราผู้มีความรู้สูงคนหน่ึง เดินทางตามถนน
ในกรุงโรมจะไปส�ำนักเรียน ในขณะท่ีเดินทางน้ันหิมะตกลงมา
ปรอย ๆ นักบวชคนหน่ึงพบบรุ ุษชราหลังขดหลังงอนนั้ กำ� ลงั เดิน
งมุ่ งา่ มไป จงึ ถามวา่
“ทา่ นจะไปไหน”
ชายชราตอบว่า “ข้าพเจ้าจะไปเรยี นวชิ าแกะสลัก”
นกั เรยี นผชู้ ราไมใ่ ชใ่ ครคอื ทา่ น ไมเคลิ แอนแจลโล ชา่ งศลิ ปะ
มีช่ือเสียงโด่งดังที่สุดในโลกน่ันเอง ท่านไมเคิลแอนแจลโล เป็น
คนมีมานะอดทนในการงานมาก โดยเฉพาะงานที่เก่ียวกับ
แกะสลกั อนั เปน็ ศลิ ปะชนั้ สงู ครง้ั หนงึ่ ทา่ นไมเคลิ แอน แจลโลกำ� ลงั
ท�ำการสลักรูปอยู่ในโรงงาน มีสหายคนหน่ึงมาเยี่ยม เพ่ือพบคุย
กนั บา้ งแลว้ กล็ าไป ไมเคลิ กส็ ลกั รปู หนิ ออ่ นนนั้ ตอ่ ไป จนประมาณ
ซัก ๒ - ๓ สัปดาห์ สหายคนหนึ่งมาอกี คราวน้เี ขาพูดวา่ “เอ!
ไมเคิล ต้งั แต่ฉนั มาหาเธอคราวกอ่ นจนบัดนย้ี ังไม่เห็นเธอทำ� อะไร
กบั รูปสลักนต้ี ่อไปเลย ดเู หมือนท�ำไดแ้ คไ่ หนก็อยูแ่ ค่นน้ั ”
ไมเคลิ “ที่ไหนได้ ฉันทำ� ไมไ่ ด้หยุดมอื เลย ฉนั เจาะรอยย่น
ที่หน้าผากให้ลึกลง เปลี่ยนรูปหลังตาเสียใหม่แล้วเพิ่มรอยขีดที่
ปากด้วย”
188
๑๐๐
เร่ืองสั้นค้ันกะทิ
สหาย “น้ันก็จริงอยู่ แต่มันเป็นของเล็กน้อยเท่าน้ัน
เอง”
“ทา่ นวา่ อยา่ งนน้ั กถ็ กู แตข่ องเลก็ นอ้ ยนน่ั แหละเปน็ สง่ิ ท่ี
ทำ� ให้การงานสำ� เรจ็ เรยี บรอ้ ยไมม่ ที ่ตี ิ”
189
๑๐๐
เร่ืองสั้นค้ันกะทิ
๗๕
จดหมายถงึ การ์เซีย
ในเรอื่ งทง้ั หมดทเี่ กยี่ วกบั ควิ บามคี นอยผู่ หู้ นงึ่ ซงึ่ เดน่ สะดดุ
ตาทสี่ ดุ ในความทรงจำ� ของขา้ พเจา้ ประดจุ ดาวองั คารในตำ� แหนง่
ทใ่ี กล้ดวงอาทิตยม์ ากที่สุด
เมอื่ สงครามระหวา่ งสเปน และสหรฐั ระเบดิ ขนึ้ นนั้ รฐั บาล
มีความจำ� เป็น ทีจ่ ะต้องติดต่อกับหวั หน้าพวกขบถในคิวบาอยา่ ง
รีบด่วน การ์เซียจะต้องอยู่ในท่ีแห่งใดแห่งหนึ่งในแถบภูเขาของ
คิวบา – แต่ไม่มใี ครรวู้ า่ ตรงไหน ไม่มีทางทีจ่ ดหมายหรือโทรเลข
จะไปถงึ เขาได้ ท่านประธานาธิบดีต้องการสง่ิ นอี้ ยา่ งที่สุดและจะ
ตอ้ งรวดเร็วดว้ ย
ท�ำอยา่ งไรล่ะ?
มีคนเรียนท่านประธานาธิบดีว่า “มีคนผู้หน่ึงช่ือ โรวาน
สามารถทีจ่ ะหาการเ์ ซียใหท้ า่ นได้ ถ้าหากคนอ่ืน ๆ ท�ำไม่ได้”
โรวานถกู เรยี กเขา้ พบและรบั จดหมายฉบบั หนง่ึ เพอ่ื สง่ ให้
แก่การเ์ ซีย คนที่ชื่อ “โรวาน” เอาจดหมายฉบับนนั้ ใส่มนั ไวใ้ น
กระเป๋าผา้ น้ำ� มนั รัดไว้ท่ีหนา้ อก พายเรอื เขา้ สฝู่ ่ังทะเลของคิวบา
ตอนกลางคืนภายในส่ีวัน หายเข้าไปในราวป่าและกลับออกมาที่
อีกด้านหน่ึงของเกาะในสามสัปดาห์ต่อมา ได้เดินทางผ่านเข้าไป
190
๑๐๐
เร่ืองส้ันค้ันกะทิ
ในดินแดนของข้าศึกด้วยเท้าเปล่า และส่งจดหมายถึงมือของ
การเ์ ซยี เปน็ เรอื่ งราวทขี่ า้ พเจา้ มไิ ดม้ คี วามปรารถนาทจี่ ะเลา่ อยา่ ง
ละเอยี ด จดุ สำ� คญั ทขี่ า้ พเจา้ ตอ้ งการทจ่ี ะพดู กค็ อื แมคคนิ ลไี่ ดม้ อบ
จดหมายถงึ การ์เซียให้โรวานเอาไปส่ง โรวานรบั จดหมายฉบบั นัน้
โดยมิได้ถามวา่ “เขาอยู่ที่ไหนละครับ?”
ตราบช่ัวกัลปวสาน! มันมีคนที่ควรจะจ�ำลองร่างของเขา
ไว้ดว้ ยทองบรอนส์ และตัง้ ไวใ้ นวทิ ยาลัยทุก ๆ แหง่ ของประเทศ
มันมิใช่การเรียนรู้ด้วยการอ่านจากต�ำรับต�ำราหรอก ท่ีจ�ำเป็น
ส�ำหรบั คนหนุ่มสาว หรือการศกึ ษาเรยี นรู้เรือ่ งต่าง ๆ นานา หาก
แต่อยู่ท่ีหัวใจอันเข้มแข็งซึ่งจะเป็นเหตุให้เขาจงรักภักดี กระท�ำ
อย่างทันทีทันใด ทุ่มเทพลังงานของตนอย่างแน่วแน่เพื่อที่จะ
“น�ำจดหมายไปให้การเ์ ซยี ”
นายพลการ์เซียได้ตายไปแล้ว แต่ก็มีการ์เซียคนอ่ืน ๆ
ไม่มีคนผู้ใดซ่ึงมีความอุตสาหะที่จะท�ำงานให้ลุล่วงไปได้ เมื่อ
จ�ำเป็นท่จี ะตอ้ งใช้ความรว่ มมอื ของคนหลาย ๆ คน แตก่ ็กลัวจน
ขขี้ นึ้ สมองในบางขณะ เพราะความโง่ บดั ชบของคนทว่ั ๆ ไป ดว้ ย
ความไรส้ มรรถนะหรอื ความไมเ่ ตม็ ใจทจี่ ะทมุ่ เทความสามารถเพอ่ื
ท่จี ะทำ� งานสักอย่างหน่ึง
191
๑๐๐
เร่ืองสั้นคั้นกะทิ
๗๖
เหล้าไม่เตม็ ถงั
แตก่ อ่ นมบี ณั ฑติ สามคนพน่ี อ้ ง พวกเขาตง้ั ใจวา่ จะไปสอบ
จอหงวน ดงั นั้นจึงมุมานะศึกษาเลา่ เรยี นหวังวา่ จะต้องสอบใหไ้ ด้
ปนี ต้ี รงกบั ปมี ะโรง เมอื งหลวงเปดิ รบั สมคั รสอบจอหงวนเพอื่ สอบ
คดั เลอื กแข่งขนั กับบัณฑติ อื่น ๆ ทั่วประเทศเน่ืองจากพวกเขาเร่ง
เดนิ ทางเกรงจะไปไมท่ นั กำ� หนดเวลาจงึ เดนิ ทางจนมดื คำ่� โดยไมไ่ ด้
ค�ำนึงถึงโรงเต้ียมที่พักแรม คร้ันเห็นตะวันใกล้จะลับฟ้า หมู่บ้าน
แถบน้ีก็ไม่มีโรงเตี้ยมเลยสักแห่งเดียว จึงต้องไปขออาศัยพักแรม
ยังโรงกลัน่ เหลา้ แห่งหนงึ่
เถ้าแก่เจ้าของโรงกลั่นเหล้าเป็นชายชราผมขาวโพลนไป
ทง้ั ศรี ษะแลว้ พอเจา้ ใหญเ่ หน็ เถา้ แกเ่ จา้ ของรา้ นเขา้ กร็ บี โคง้ คำ� นบั
อย่างนอบน้อม เจา้ รองเพยี งแตโ่ ค้งตวั พองามตามมารยาทท่ัวไป
ส่วนเจ้าเล็กกลับยืนท่ือเป็นตอไม้ ไม่ทักไม่ทายแม้สักค�ำเดียว
ชายชราเจ้าของร้านดใี จมาก รบี ร้องเชิญวา่
“ทา่ นบณั ฑติ อตุ สา่ หด์ น้ั ดน้ มาถงึ ทนี่ น่ี บั เปน็ เกยี รตขิ องขา้
จรงิ ๆ ขอเชิญเขา้ มาพักผอ่ นในบา้ นเถดิ ”
ตกกลางคืน ชายชราน�ำเหล้ามาบริการสามพ่ีน้อง หลัง
จากรบั ประทานอาหารและดื่มเหล้าจนอ่ิมหน�ำสำ� ราญแลว้ เจ้าเลก็
192
๑๐๐
เรื่องสั้นค้ันกะทิ
อดรนทนไม่ไหว จึงพดู ข้นึ วา่
“ท่านลุง เราสามพี่น้องก�ำลังเดินทางไปสอบจอหงวน
ทเี่ มืองหลวง ทา่ นเหน็ ว่าใครแววดี น่าจะสอบได้”
ชายชราลบู เคราสเี งนิ ยวงของตนพลางหัวเราะหึ ๆ กลา่ ว
ว่า “เม่ือท่านเอ่ยปากถามความเห็นจากข้า ข้าก็ขอพูดตรง ๆ
ละนะ ปีนี้เจ้าใหญ่สอบได้ ปีหน้าเจ้ารองสอบได้ ส่วนเจ้าเล็ก
ท่าน…”
“ขา้ ? ทำ� ไมหรอื ?”
“เห็นทจี ะไม่มโี อกาสสอบได”้
เจา้ เลก็ ได้ยินดงั นน้ั ก็รสู้ ึกไมส่ บายใจมาก คนื นนั้ เขานอน
ไมห่ ลับทัง้ คนื
รุ่งเช้า พวกเขาทงั้ สามกร็ ่ำ� ลาเถ้าแก่เจา้ ของร้าน แลว้ ออก
เดินทางต่อไป ระหวา่ งทาง เจา้ รองพดู ข้ึนวา่
“พ่ีใหญ่ ตามค�ำท�ำนายของท่านลุงคนน้ัน ปีน้ีพ่ีคงจะได้
เปน็ ใหญ่เป็นโตแลว้ ”
ทั้งสามเร่งเดินทางด้วยความรีบร้อน ไม่นานนักก็มาถึง
เมืองหลวง และเข้าสอบคัดเลือกแล้วผลการสอบปรากฏว่า
เจา้ ใหญส่ อบไดท้ ี่ ๑ ไดเ้ ป็นจอหงวนจริง ๆ ปที ี่สอง เจ้ารองก็สอบ
ไดจ้ อหงวนตามคำ� ทำ� นายของชายชราเจา้ ของโรงกลนั่ เหลา้ เหลอื
เจา้ เล็กเพยี งคนเดยี ว สอบก่ีปกี ่คี ร้ังกส็ อบไมต่ ิดสักที เจา้ เลก็ รู้สึก
กลัดกลุ้มและสงสยั มากหรอื ว่า ชายชราคนนั้นเปน็ เทวดา เมื่อคดิ
193
๑๐๐
เร่ืองสั้นค้ันกะทิ
เช่นน้ีแล้ว เจ้าเล็กจึงคิดว่าควรจะไปขอค�ำแนะน�ำจากชายชรา
ดกี วา่
วันนน้ั เขารีบเดนิ ทางมายังโรงกลัน่ เหล้าของชายชราเมื่อ
ได้พบชายชราแล้ว เขารู้สึกแปลกใจที่ชายผู้น้ันยังคงเหมือนเดิม
ทุกอย่าง ดูหน้าตาท่าทางของเขายังคงเปล่งปล่ังไม่แก่ทรุดโทรม
ลงเลย ใบหน้าของเขาอ่ิมเอิบด้วยประกายเลือดฝาด ท่าทาง
กระตอื รอื รน้ ชอบรบั แขกเหมอื นเมอ่ื หลายปกี อ่ น เจา้ เลก็ จงึ ปกั ใจ
เชอื่ วา่ ชายชราผนู้ ต้ี อ้ งเปน็ เทวดาแนแ่ ลว้ เขาบอกเจตนาในการมา
เยี่ยมค�ำนับคร้ังนี้อย่างแจ่มชัด ชายชราได้ยินดังน้ันก็หัวเราะ
กา๊ ก ๆ แล้วกลา่ วว่า
“ไอห้ นู ขา้ ไมใ่ ชเ่ ทวดาทไ่ี หนดอก เจา้ ลองคดิ ดสู ิ ถา้ ขา้ เปน็
เทวดาจริง ๆ ท�ำไมขา้ ต้องลงไมล้ งมือกลนั่ เหล้าเองใหเ้ หนื่อยยาก
แสนเข็ญเช่นนเี้ ล่า”
“ถ้าเช่นนั้น ท�ำไมค�ำท�ำนายของท่านจึงแม่นย�ำนัก
ล่ะครับ”
“อ๋อ ข้าเพียงแต่ท�ำนายพวกเจ้าโดยอาศัยประสบการณ์
ชวี ติ ของขา้ เขา้ ชว่ ยเทา่ นน้ั เอง บณั ฑติ ทจ่ี ะไปสอบจอหงวนนะ่ ตอ้ ง
เปน็ ผู้ที่มีความรู้ ผูท้ ม่ี คี วามร้ตู อ้ งเปน็ คนมีมารยาท อกี อยา่ งหนึ่ง
ขา้ ตอ้ งตรวจดถู งั เหลา้ เตม็ มนั จะไมม่ เี สยี งดงั เหลา้ ถงั ไหนใสเ่ หลา้
เกือบเต็ม มนั จะมเี สยี งดงั แต่ไมด่ งั มากนกั แตถ่ ้าเหล้าถงั ไหนใส่
194
๑๐๐
เรื่องส้ันคั้นกะทิ
เหล้าไม่ถึงคร่ึงถัง มันมักจะส่งเสียงดังราวกับกลัวคนอื่นจะไม่รู้
อย่างนั้นแหละ”
เจา้ เลก็ ไดย้ ินดังนแี้ ล้ว เขารูส้ กึ อับอายเหลือเกิน รบี อำ� ลา
ชายชรากลบั บา้ นไป จากนน้ั เปน็ ตน้ มาเขากม็ มุ านะศกึ ษาเลา่ เรยี น
อยา่ งขยนั หมน่ั เพยี ร และถอ่ มตวั มาก เขาพยายามแกไ้ ขโรค “เหลา้
ไม่เต็มขวด ชอบอวดใคร ๆ” ของเขาอย่างจริงจังไม่นานต่อมา
เขากส็ อบจอหงวนได้เชน่ เดยี วกัน
คนท่ีมีความรู้น้อยมักชอบคุยโม้โอ้อวด เหมือนขวดมีน�้ำ
นดิ หน่อยแตเ่ ขย่าเสียงดงั ยง่ิ นัก
195
๑๐๐
เรื่องส้ันคั้นกะทิ
๗๗
เมงิ่ ฉางจิน เที่ยงธรรม มคี ณุ ธรรม
ในยคุ ชนุ ชวิ เฝงิ เซยี นเปน็ คนในปกครองทอ่ี าศยั อยใู่ นบา้ น
ของเมง่ิ ฉางจิน คร้งั หน่ึงเขาไดอ้ าสาไปเมืองเซยี เพ่อื เก็บหนี้ใหแ้ ก่
เม่งิ ฉางจนิ ก่อนออกเดนิ ทาง เมงิ่ ฉางจนิ บอกกับเขาวา่ “เม่ือเจ้า
เก็บหนี้เสร็จแล้ว ถ้าเห็นว่าบ้านเรายังขาดอะไรก็ให้ซื้ออย่างนั้น
กลบั มาดว้ ยนะ”
เม่ือเฝิงเซียนไปถึงเมืองเซียก็เรียกพวกลูกหนี้ยากจน
ทงั้ หลายมาพบ แล้วบอกกบั พวกเขาวา่ “ทา่ นเมิ่งฉางจนิ ทราบว่า
ที่น่ีเก็บเกี่ยวไม่ดีมาหลายปี จึงให้เรามาปลอบใจพวกท่าน โดย
เฉพาะหน้ีสินที่พวกท่านค้างอยู่ก็ไม่ต้องใช้คืนอีกแล้ว ว่าพลาง
เฝิงเซียน ก็เอาสมุดบัญชีท่ีตนพามาจุดไฟเผาทิ้งต่อหน้าทุกคน
ชาวบา้ นทเ่ี ปน็ ลกู หนเี้ หน็ เชน่ นน้ั ตา่ งรสู้ กึ ขอบคณุ อยา่ งบอกไมถ่ กู
ทุกคนร้องเปน็ เสียงเดยี วกนั วา่
“เมิ่งฉางจิน จงเจรญิ เมิ่งฉางจนิ จงเจริญ”
เมื่อเสร็จธุระแล้ว เฝิงเซียนก็กลับมามือเปล่า ไปพบเม่ิง
ฉางจิน
เมงิ่ ฉางจนิ ถามเขาดว้ ยความแปลกใจวา่ “เจา้ เฝิงเกบ็ หนี้
เสร็จแล้วหรอื ? “เจา้ ซ้อื ของอะไรมาใหข้ ้าละ่ ?” เฝงิ เซียนตอบวา่
196
๑๐๐
เร่ืองส้ันค้ันกะทิ
“กอ่ นผมจะไปคณุ ชายบอกวา่ ใหผ้ มซอ้ื อะไรสกั อย่างทบี่ า้ นเรายงั
ไม่มี ผมเห็นวา่ บา้ นทา่ นอะไรกม็ หี มดแลว้ ขาดกแ็ ต่ “คณุ ธรรม”
ดังนั้นครั้งน้ีผมจึงซ้ือ “คุณธรรม” หนึ่งอันกลับมา” เมิงฉางจิน
ไม่เข้าใจความหมายของเฝงิ เซียน ตอนนั้นรสู้ กึ เสยี ใจมาก
ต่อมาไม่นาน มีคนใส่ความว่าเมิ่งฉางจินคิดก่อการกบฏ
เจ้าผคู้ รองแควน้ หลงเชอ่ื จึงปลดเมง่ิ ฉางจินออกจากต�ำแหน่ง เมงิ่
ฉางจนิ อบั จนหนทาง ไดแ้ ต่กลับไปเมอื งเซีย ชาวเมอื งเซีย เม่อื
ทราบ เมง่ิ ฉางจนิ ผปู้ ลดหนใ้ี หพ้ วกเขาเดนิ ทางมา ทกุ คนไมว่ า่ ชาย
หญงิ เด็ก หรอื คนแก่ ต่างพากันวงิ่ มาต้อนรับ เมิง่ ฉางจนิ เหน็ ภาพ
อันน่าประทบั ใจเช่นนี้ ไดก้ ล่าวกบั เฝิงเซียนดว้ ยความต้ืนตันใจวา่
“แต่ก่อนเจ้าบอกว่าซ้ือคุณธรรมให้ข้า วันน้ีข้าเพ่ิงจะเห็นและ
เขา้ ใจแล้ว”
197
๑๐๐
เรื่องส้ันคั้นกะทิ
๗๘
ฝนเข็ม
หลไี่ ป๋ กวผี มู้ ชี อ่ื เสยี งแหง่ สมยั ราชวงศถ์ าง เรม่ิ ศกึ ษาตำ� รา
คมั ภรี โ์ บราณและประวตั ศิ าสตรต์ ง้ั แตเ่ ขายงั เปน็ เดก็ เลก็ ๆ หนงั สอื
เหล่าน้ีเข้าใจยากมาก เขาไม่ชอบอ่านเอาเสียเลย ดังน้ัน หลี่ไป๋
จงึ มักจะหนีเรียนเสมอ ๆ
ครั้งหน่ึง หลี่ไป๋ หนีออกจากห้องเรียนเพื่อไปเล่นสนุก
ข้างนอก ท่ีรมิ ทางเขาไดพ้ บคณุ ยายแก่ ๆ คนหนึ่งน่ังอยบู่ นม้านง่ั
เต้ีย ๆ แกก�ำลังฝนแทง่ เหล็กแท่งหน่ึงอยอู่ ยา่ งขะมกั เขม้น หลไ่ี ป๋
รูส้ กึ ประหลาดใจ จงึ เข้าไปถามหญิงชราว่า
“ยายจา๋ ยายก�ำลงั ท�ำอะไรอยู่จ๊ะ”
“ฝนเข็มจ้ะ” คุณยายตอบ
“ฝนเขม็ ” ความจรงิ แล้วหลี่ไปเ๋ ป็นเดก็ ฉลาดคนหนงึ่ แต่
เขาก็ไม่แน่ใจว่าแท่งเหลก็ แทง่ ใหญข่ นาดนจี้ ะสามารถฝนเปน็ เขม็
ได้ จงึ ร้องถามคุณยายว่า
“ยายจา๋ แท่งเหล็กใหญอ่ ย่างนจ้ี ะฝนเป็นเขม็ ได้อยา่ งไร”
หญงิ ชราจอ้ งมองหลีไ่ ป๋ แลว้ กล่าววา่
“เดก็ นอ้ ย กระทงั่ เรอ่ื งเชน่ นเ้ี จา้ กไ็ มเ่ ขา้ ใจหรอื .. แทง่ เหลก็
แม้จะใหญแ่ ตถ่ า้ ฝนมันทุกวนั วันแลว้ วันเล่า วนั แลว้ วนั เล่า แล้ว
ยงั จะกลัวทำ� ไมว่ามนั จะไมก่ ลายเป็นเขม็ ”
198
๑๐๐
เรื่องส้ันค้ันกะทิ
หล่ไี ป๋คดิ และบอกตวั เองในใจ
“ใช่แลว้ การท�ำส่งิ ใดก็ตาม ขอเพียงมีใจอดทน ท�ำทกุ ๆ
วนั ไมว่ า่ เรอ่ื งใดกส็ ามารถทำ� ใหด้ ไี ด้ การเรยี นหนงั สอื กเ็ หมอื นกนั
ไมใ่ ช่หรือ หนงั สือทอ่ี า่ นไม่เขา้ ใจถ้าอา่ นทกุ ๆ วัน ก็ยอ่ มสามารถ
ทำ� ความเข้าใจได”้
แลว้ หลี่ไปก๋ ก็ ลับหลงั หนั มุ่งเดนิ กลบั ไปยังห้องเรยี นท่เี ขา
เพงิ่ จากมา พลกิ หนงั สอื ทเี่ ขาอา่ นไมเ่ ขา้ ใจเหลา่ นน้ั ขนึ้ แลว้ เรมิ่ ตน้
อา่ น
199