โรคสมองพิการในเด็ก ( Cerebral Palsy ) คำ จำ กัด กั ความ โรคสมองพิการในเด็ก ด็ เป็นกลุ่มลุ่อาการของโรค ซึ่งซึ่เกิดกิจากมีคมีวาม ผิดผิ ปกติหติรือรืมีกมีารทำ ลายในส่วนของสมองของเด็ก ด็ ที่กำที่กำลังลัเจริญริเติบติ โต ซึ่งซึ่นับ ตั้งตั้แต่อต่ยู่ใยู่นครรภ์มภ์ารดาจนกระทั่งทั่เด็ก ด็ อายุ 7 ปี ความผิดผิ ปกติขติองสมองที่เที่กิดกิขึ้นขึ้ นี้จะไม่มีม่กมีารลุกลุลามมากขึ้นขึ้และเนื่องจากมีกมีารทำ ลายของสมองจึงจึทำ ให้เกิดกิ ความผิดผิ ปกติขติองการเคลื่อลื่นไหว โดยความผิดผิ ปกติขติองการเคลื่อลื่นไหวนั้นอาจ จะเคลื่อลื่นไหวน้อยกว่าว่ ปกติหติรือรืเคลื่อลื่นไหวมากกว่าว่ ปกติก็ติ ไก็ ด้ การเคลื่อลื่นไหวที่ผิที่ดผิ ปกติดัติงดักล่าล่วนั้น อาจเกิดกิจากความไม่สม่ามารถ ควบคุมความตึงตึตัวตัของกล้าล้มเนื้อขาดการประสานงานของกล้าล้มเนื้อขณะที่กำที่กำลังลั เคลื่อลื่นไหว รวมทั้งทั้ ไม่สม่ามารถควบคุมท่าท่ทางตลอดจนการทรงตัวตัเพื่อที่จที่ะรักรัษา สมดุลดุย์ใย์นขณะที่มีที่กมีารเคลื่อลื่นไหวได้ อุบัติก ติ ารณ์ (Incidence) ปี ค.ศ. 1950 , 1955 Phelps ศึกษาพบว่าว่ ในเด็ก ด็ 100,000 คน เป็น โรคสมองพิการ 7 คน ปี ค.ศ. 1957 woods ศึกษาพบว่าว่ ในเด็ก ด็ 1,000 คน เป็นโรคสมอง พิการ1.9 คน ปี ค.ศ. 1964 Ingram ศึกษาในเมือมืง จinbutgh พบว่าว่ ในเด็ก ด็ 1,000 คนเป็นโรคสมองพิการ 1.99 คน ปี ค.ศ. 1964 ได้มีด้ผู้มี ศึผู้ศึกษาในประเทศสหรัฐรัอเมริกริา ทบว่าว่ ในเด็ก ด็ 1,000 คนเป็นโรคสมองพิการ 1.5 - 5 คน 97
ความผิดผิ ปกติใตินการเจริญริเติบติ โตของระบบประสาท ( Agenesia) การติดติเชื้อชื้ โดยเฉพาะในช่วช่ง 3 เดือดืนแรกของการตั้งตั้ครรภ์ เช่นช่ โรค รังรั สี การที่มที่ารดาได้รัด้บรัรังรั สีเอกซ์หซ์รือรืสารกับกัมันมัตรังรั สีมากเกินกิ ไป ภาวะทุพทุโภชนาการอย่าย่งมาก มารดาที่ขที่าดอาหารอย่าย่งรุแรงจะมีผมีล ความเจ็บ จ็ ป่วยของมารดา เช่นช่มารดาเป็นโรคความดันดั โลหิตสูงสูโรค มารดาได้รัด้บรัอุบัติบัเติหตุเช่นช่หกล้มล้ ความผิดผิ ปกติขติองรก เช่นช่รกฉีกขาด รกลอกก่อก่นกำ หนด ความผิดผิ ปกติขติองสายสะดือดืเช่นช่ สายสะดือดืบิดบิเป็นปม สายสะดือดืพันคอเด็ก ด็ ครรภ์เภ์ป็นพิษ (Toxemia) ภาวะที่มที่ารดามีคมีวามดันดั โลหิตสูงสูบวม จนอาจ มารดากินกิยาทำ แท้งท้ โดยเฉพาะในส่วนของเซลล์คล์อร์ติร์คัติ คัล (cortical cell) และเซลล์ปิล์ ปิย์รย์ามิดัมิลดั (Pyramidel cell) หัดเยอรมันมั กระทบกระเทือทืนต่อต่การเพิ่มจำ นวนเซลล์ปล์ระสาทในสมอง เบาหวาน โรคไต หรือรื โรคโลหิตจาง จะเกิดกิอาการชักชัหรือรืหมดสติ โรคสมองพิการในเด็ก ( Cerebral Palsy ) สาเหตุข ตุ องโรคสมองพิการในเด็ก สาเหตุขตุองโรคสมองพิการในเด็ก ด็ อาจจะเกิดกิจากมีคมีวามผิดผิ ปกติขติอง การเจริญริเติบติ โตของสมอง หรือรืภาวะขาดเลือลืดไปเลี้ยลี้งสมอง ตลอดจน สาเหตุใตุด ๆ ก็ต ก็ ามที่ทำที่ทำให้มีกมีารทำ ลายในส่วนของสมอง ดังดันั้น จะเห็นได้ว่ด้าว่ สามารถจะแยกสาเหตุเตุป็นหัวข้อข้ ใหญ่ ๆ ได้ดัด้งดันี้ คือ ระยะอยู่ใยู่นครรภ์ม ภ์ ารดา ซึ่งซึ่สามารถแบ่งบ่ สาเหตุไตุด้ดัด้งดันี้ คือ 98
การคลอดก่อก่นกำ หนด หมายถึงถึการคลอดก่อก่น 37 สัปดาห์ของการตั้งตั้ ครรภ์ซึ่ภ์งซึ่อาจเกิดกิอันอัตรายต่อต่เด็ก ด็ เนื่องจากภาวะของมารดายังยั ไม่พม่ร้อร้ม สำ หรับรัการคลอด เนื้อเยื่อยื่และข้อข้ต่อต่ที่เที่กี่ยกี่วกับกัการคลอดยังยัขาดความ ยืดยืหยุ่นยุ่รวมทั้งทั้ยังยัขาดแรงผลักลัดันดัจากตัวตัเด็ก ด็ และแรงเบ่งบ่ของมารดาที่จที่ะ ผลักลัดันดั ให้ตัวตัเด็ก ด็ คลอดออกมาได้ ส่วนภาวะของเด็ก ด็ ที่คที่ลอดก่อก่นกำ หนด นั้น ร่าร่งกายเเละสมองยังยัเจริญริเติบติ โตไม่เม่ต็ม ต็ ที่ ดังดันั้นเด็ก ด็ ที่คที่ลอดก่อก่น กำ หนดน้ำ หนักตัวตัมักมัจะต่ำ กว่าว่เกณฑ์เฑ์ฉลี่ยลี่ซึ่งซึ่ในเด็ก ด็ ปกติน้ำติ น้ำ หนักตัวตั ใน เกณฑ์เฑ์ฉลี่ยลี่จะประมาณ 2,500 - 4,000 กรัมรั ระยะเวลาที่คที่ลอดนานเกินกิ ไป ระยะเวลาในการคลอดปกติขติองครรภ์แภ์รก นั้น นับตั้งตั้แต่มีต่อมีาการเจ็บ จ็ ท้อท้งจริงริจนถึงถึเด็ก ด็ คลอดออกมา ใช้เช้วลาประมาณ 8 - 24ชั่วชั่โมง ค่าเฉลี่ยลี่12 ชั่วชั่โมง แต่ใต่นครรภ์หภ์ลังลัจะประมาณ 4 - 12 ชั่วชั่โมง ค่าเฉลี่ยลี่5 ชั่วชั่โมง ซึ่งซึ่ถ้าถ้ระยะเวลาที่คที่ลอดนานกว่าว่ ปกติก็ติอ ก็ าจจะ ทำ ให้เด็ก ด็ ขาดเลือลืดไปเลี้ยลี้งสมอง หรือรืมีอมีาการเลือลืดออกในสมองเด็ก ด็ ได้ การคลอดที่ผิที่ดผิ ปกติ คลอดลำ บาก เช่นช่เด็ก ด็ คลอดท่าท่ก้นก้ลำ ตัวตัขวางขณะ ระยะหลังลัคลอด พบว่าว่ สาเหตุที่สำที่สำคัญมีหมีลายอย่าย่ง ซึ่งซึ่อาจจะเป็นในระยะ แรกเกิดกิหรือรืระยะทารกก็ไก็ ด้ ซึ่งซึ่สามารถแบ่งบ่ ได้ดัด้งดันี้ คือ คลอด เด็ก ด็ มีน้ำมี น้ำ หนักตัวตัเกินกิกว่าว่ ปกติ หรือรืเด็ก ด็ ที่คที่ลอดโดยใช้เช้ครื่อรื่งช่วช่ย โรคสมองพิการในเด็ก ( Cerebral Palsy ) สาเหตุข ตุ องโรคสมองพิการในเด็ก ระยะคลอด ปัญหาที่พที่บคือ ภาวะขาดเลือลืดไปเลี้ยลี้งสมอง (Anoxia) เช่นช่เด็ก ด็ ที่คที่ลอดก่อก่นกำ หนด คลอดลำ บาก หรือรือันอัตรายจากการคลอด ซึ่งซึ่จะทำ ให้สมองของเด็ก ด็ ได้รัด้บรัความกระทบกระเทือทืน สามารถแบ่งบ่ สาเหตุ ได้ดัด้งดัต่อต่ ไปนี้ 99
100 การติดติเชื้อชื้พบบ่อบ่ยที่สุที่ดสุในโรคสมองพิการในเด็ก ด็ หลังลัคลอด เช่นช่ โรคเยื่อยื่ หุ้มสมองอักอัเสบ โรคสมองอักอัเสบ โรคฝีในสมอง Kernicterus หมายถึงถึภาวะที่มีที่คมีวามผิดผิ ปกติขติองสมอง จากการมีสมีารบีลิบีรูลิรู บินบิ (Biliirubin) ในเลือลืดสูงสูมากกว่าว่20 mg % ซึ่งซึ่สารบิลิบิรูลิรูบินบินี้จะไปทำ ให้ ส่วนที่เที่ป็น gray matter ของสมองใหญ่แญ่ละสมองน้อย ซึ่งซึ่ได้แด้ก่ basal glanglia และdeep nucleus ของสมองน้อยถูกถูทำ ลาย เด็ก ด็ ที่เที่ป็น Kernicterus จะมีอมีาการตัวตัเหลือลืงเป็นระยะเวลานานกว่าว่ ปกติ ซึ่งซึ่เด็ก ด็ ปกติ ก็อ ก็ าจจะมีอมีาการตัวตัเหลือลืงได้ปด้ระมาณวันวัที่ 2 - 3 หลังลัจากคลอด และ อาการตัวตัเหลือลืงเด็ก ด็ ปกติจติะหายไปภายใน 7 - 9 วันวัหลังลัคลอด เนื้องอกของสมอง ซึ่งซึ่ส่วนของเนื้องอกจะกดทับทัทำ ลายเนื้อสมองได้ Hydrocephalus หมายถึงถึภาวะที่น้ำที่ น้ำ ไขสันหลังลัคั่งคั่อยู่ใยู่นช่อช่งของสมอง มากกว่าว่ ปกติ อุบัติบัเติหตุทำ ให้เกิดกิอันอัตรายต่อต่ ส่วนของสมองได้ เช่นช่อุบัติบัเติหตุจตุากการ จราจร หรือรืตกจากที่สูที่งสู โรคสมองพิการในเด็ก ( Cerebral Palsy ) สาเหตุข ตุ องโรคสมองพิการในเด็ก ระยะหลัง ลั คลอด พบว่าว่ สาเหตุที่ตุสำที่สำคัญมีหมีลายอย่าย่ง ซึ่งซึ่อาจจะเป็นใน ระยะแรกเกิดกิหรือรืระยะทารกก็ไก็ ด้ ซึ่งซึ่สามารถแบ่งบ่ ได้ดัด้งดันี้ คือ
โรคสมองพิ 101 พิ การในเด็ก ( Cerebral Palsy ) ชนิดของโรคสมองพิการในเด็ก เด็ก ด็ ที่เที่ป็นโรคสมองพิการนั้น มักมัจะมีอมีาการแสดงที่แที่ตกต่าต่งกันกั ซึ่งซึ่อาการแสดงที่ผิที่ดผิ ปกติขติองเด็ก ด็ จะปรากฎให้เห็นในขณะที่เที่ด็ก ด็ ยังยัมีอมีายุ น้อยเละจะมีอมีาการแสดงที่ผิที่ดผิ ปกติเติด่นด่ชัดชัมากขึ้นขึ้เมื่อมื่เด็ก ด็ อายุเยุพิ่มขึ้นขึ้การ แบ่งบ่ชนิดของโรคสมองพิการในเด็ก ด็ จะแบ่งบ่ออกเป็นหัวข้อข้ ใหญ่ ๆ ดังดันี้ 1. การแบ่งบ่ชนิดของโรคสมองพิการในเด็ก ด็ โดยใช้อช้าการที่แที่สดง เป็นหลักลัซึ่งซึ่อาศัยปัจจัยจัต่อต่ ไปนี้ ก.ความผิดผิ ปกติคติวามตึงตึตัวตัของกล้าล้มเนื้อ ข. ความผิดผิ ปกติขติองท่าท่ทางและการเคลื่อลื่นไหว 2. การแบ่งบ่ชนิดของโรคสมองพิการในเด็ก ด็ ตามส่วนของร่าร่งกายที่มีที่มี ความผิดผิ ปกติ 1. การแบ่งบ่ชนิดของโรคสมองพิการในเด็ก ด็ โดยใช้อช้าการที่แที่สดงเป็นหลักลั ซึ่งซึ่อาศัยปัจจัยจัต่อต่ ไปนี้ 1.1 โรคสมองพิการชนิดหดเกร็ง ร็ (Spasticity) โรคสมองพิการในเด็ก ด็ ชนิดนี้พบได้ปด้ระมาณร้อร้ยละ 70 ของเด็ก ด็ ที่เที่ป็นโรคสมองพิการ โดยมีพมียาธิสธิภาพที่รที่ะบนพิย์รย์ามิตัมิลตั (Pyramidal system) จึงจึทำ ให้ความตึงตึตัวตัของกล้าล้มเนื้อเพิ่มมากกว่าว่ ปกติ ซึ่งซึ่จะส่งผล ทำ ให้ท่าท่ทางและการเคลื่อลื่นไหวของเด็ก ด็ ผิดผิ ปกติไติปด้วด้ย 1.2 โรคสมองพิการในเด็ก ด็ ชนิดAthetoid โรคสมองพิการในเด็ก ด็ ชนิด Athetoid นี้พบเป็นอันอัดับดั2 ซึ่งซึ่ พบประมาณร้อร้ยละ 15 ของเด็ก ด็ ที่เที่ป็นโรคสมองพิการ โดยมีพมียาธิสธิภาพ ส่วนใหญ่ที่ญ่เที่บซัลซัแก่งก่เกลียลี (pasal ganglia) ในระยะแรกความตึงตึตัวตัของ กล้าล้มเนื้อจะน้อยกว่าว่เด็ก ด็ ปกติ แต่เต่มื่อมื่เด็ก ด็ อายุมยุากขึ้นขึ้ความตึงตึตัวตัของ กล้าล้มเนื้อจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นขึ้ซึ่งซึ่ในระยะนี้จะเกิดกิการเคลื่อลื่นไหวโดยไม่ ตั้งตั้ ใจ ( Involuntary movement)ขึ้นขึ้พบว่าว่การเคลื่อลื่นไหวโดยไม่ตั้ม่งตั้ ใจนี้ จะเกิดกิกับกั ส่วนของศีรษะ ปลายเเขนและปลายขามากกว่าว่ ส่วนอื่นอื่ๆ ซึ่งซึ่ ความรุนแรงของอาการจะขึ้นขึ้อยู่กัยู่บกัความรุนแรงของโรค
โรคสมองพิการในเด็ก 102 ( Cerebral Palsy ) ชนิดของโรคสมองพิการในเด็ก 1.3 โรคสมองพิการในเด็ก ด็ ชนิด Ataxia โรคสมองพิการในเด็ก ด็ ชนิด Ataxia จะพบได้น้ด้ น้อยกว่าว่แบบหด เกร็ง ร็ และแบบ athetoid โดยมีพมียาธิสธิภาพอยู่ที่ยู่ สที่มองน้อย(Cerebellum) ลักลัษณะการเคลื่อลื่นไหวของร่าร่งกายนั้นจะเกิดกิจากการทำ งานของกล้าล้ม เนื้อที่ไที่ม่ปม่ระสานงานกันกั โดยเฉพาะในช่วช่งกลางของการเคลื่อลื่นไหว เด็ก ด็ ไม่ สามารถคาดคะเนระยะและทิศทิทางของการเคลื่อลื่นไหวได้ ลักลัษณะการเดินดิ จะเดินดิเป็นแบบเฉพาะที่เที่รียรีกว่าว่ataxia gait 1.4 โรคสมองพิการในเด็ก ด็ ชนิดแข็ง ข็ เกร็ง ร็ (Rigidity) โรคสมองพิการในเด็ก ด็ ชนิดเเข็ง ข็ เกร็ง ร็ พบว่าว่มีพมียาธิสธิภาพอยู่ที่ยู่ที่ ระบบ เอ็ก อ็ ซตราปีย์รย์ามิดัมิลดั (Extrapyramidal system) ซึ่งซึ่ทำ ให้กล้าล้มเนื้อมี ความตึงตึตัวตัเพิ่มขึ้นขึ้เป็นแบบชนิดแข็ง ข็ เกร็ง ร็ โดยที่คที่วามตึงตึตัวตัของกล้าล้ม เนื้อที่ทำที่ทำงานในการงอและกล้าล้มเนื้อทีี่่ทำ งานในการเหยียยีดจะมีค่มี ค่าเท่าท่กันกั ถ้าถ้ตรวจโดยทำ การเคลื่อลื่นไหวให้กับกัเด็ก ด็ (Passive movement) จะพบว่าว่ตลอดช่วช่งของการเคลื่อลื่นไหวจะมีแมีรงต้าต้นทานต่อต่การเคลื่อลื่นไหว เท่าท่กันกัตลอด เสมือมืนหนึ่งการงอท่อท่ตะกั่วกั่ (Lead pipe) แต่บต่างรายอาจจะมี การสั่นหรือรืกระตุกตุของกล้าล้มเนื้อด้วด้ย ทำ ให้ความตึงตึตัวตัของกล้าล้มเนื้อเป็น แบบชนิดขี้ล้ขี้อล้ (cog wheel) 1.5 โรคสมองพิการในเด็ก ด็ ชนิดอ่ออ่นปวกเปียก (Flaccidity) โรคสมองพิการในเด็ก ด็ ชนิดอ่ออ่นปวกเปียกนั้น จะเป็นอาการ แสดงที่จที่ะพบในเด็ก ด็ ที่มีที่อมีายุน้ยุน้อย แต่เต่มื่อมื่เด็ก ด็ อายุเยุพิ่มขึ้นขึ้ความตึงตึตัวตัของ กล้าล้มเนื้อจะเพิ่มขึ้นขึ้ดังดันั้นจะทำ ให้เด็ก ด็ มีอมีาการหดเกร็ง ร็ หรือรือาการ athetoid ปรากฎตามมา 1.6 โรคสมองพิการในเด็ก ด็ ชนิด Hyperkinesia เป็นภาวะที่เที่ด็ก ด็ มีกมีารเคลื่อลื่นไหวมากกว่าว่ ปกติ เด็ก ด็ จะไม่อม่ยู่นิ่ยู่ นิ่ง ทำ อะไรเร็ว ร็ ๆโดยขาดการควบคุม การใช้มืช้อมื ไม่ดีม่มัดีกมั โยนหรือรืเหวี่ยวี่งของเล่นล่ เด็ก ด็ จะวิ่งวิ่มากกว่าว่เดินดิขณะวิ่งวิ่จะล้มล้บ่อบ่ย เพราะการทรงตัวตั ไม่ดีม่ ดี
103 2. การแบ่งบ่ชนิดของโรคสมองพิการในเด็ก ด็ ตามส่วนของร่าร่งกายที่มีที่คมีวาม ผิดผิ ปกติ 2.1 Diplegia คือความผิดผิ ปกติที่ติเที่กิดกิกับกั ส่วนของลำ ตัวตัแขน และขา ทั้งทั้ สองข้าข้ง แต่คต่วามรุนแรงที่ส่ที่ส่วนของขามากกว่าว่ของแขน ความดึงดึตัวตัของ กล้าล้มเนื้อที่เที่พิ่มขึ้นขึ้จะเป็นชนิดหดเกร็ง ร็ ดังดันั้นอาการหดเกร็ง ร็ ของกล้าล้มเนื้อ ขาจะมากกว่าว่อาการหดเกร็ง ร็ ของกล้าล้มเนื้อแขนเด็ก ด็ diplegia ที่อที่ายุมยุากขึ้นขึ้จึงจึสามารถใช้มืช้อมื ได้เด้กือกืบเหมือมืนเด็ก ด็ ปกติ 2.2 Hemiplegia คือความผิดผิ ปกติที่ติเที่กิดกิขึ้นขึ้เฉพาะส่วนของแขนและขา ข้าข้งเดียดีวกันกัแต่คต่วามรุนแรงที่แที่ขนมากกว่าว่ขาฉะนั้นเด็ก ด็ ที่เที่ป็น hemiplegie เกือกืบทุกทุรายจะสามารถเดินดิ ได้ 2.3 Quadriplegia คือความผิดผิ ปกติที่ติเที่กิดกิกับกัทุกทุส่วนของร่าร่งกาย คือ ศีรษะ ลำ ตัวตัแขน และขาทั้งทั้ สองข้าข้ง แต่คต่วามรุนแรงที่แที่ขนมากกว่าว่ขา บางครั้งรั้อาจเรียรีกว่าว่ bilateral hemiplegia โรคสมองพิการในเด็ก ด็ ชนิดนี้ มีคมีวามรุนแรงของโรคมากว่าว่ โรคสมองพิการชนิดอื่นอื่ๆ 2.4 Triplegia คือความผิดผิ ปกติที่ติเที่กิดกิกับกั ส่วนของแขนข้าข้งหนึ่งและ ส่วนของขาทั้งทั้ สองข้าข้ง 2.5 Paraplegia คือความผิดผิ ปกติที่ติ ส่ที่ส่วนของขาทั้งทั้ สองข้าข้งเท่าท่นั้น 2.6 Monoplegia คือความผิดผิ ปกติที่ติ ส่ที่ส่วนของขาหรือรืแขนข้าข้งใดข้าข้ง หนึ่งในทางคลินิลิ นิกพว่าว่ โรคสมองพิการในเด็ก ด็ ชนิด paraplegia และ monoplegia พบค่อนข้าข้งน้อย โรคสมองพิการในเด็ก ( Cerebral Palsy ) ชนิดของโรคสมองพิการในเด็ก
การจัด จั ท่า ท่ ทางที่ เหมาะสม 104
ภาวะสมองพิการ (Cerebral Palsy) ที่มีที่คมีวามตึงตึตัวตัของกล้าล้มเนื้อมากกว่าว่ ปกติ จะมีกมีารทรงท่าท่และรูปแบบการเคลื่อลื่นไหวที่ผิที่ดผิ ปกติ ส่งผลให้เกิดกิการหด รั้งรั้ของกล้าล้มเนื้อและการผิดผิรูปของกระดูกดูและข้อข้การจัดจัท่าท่ ให้ส่วนต่าต่งๆของ ร่าร่งกายอยู่ใยู่นแนวที่ถูที่กถูต้อต้งเหมาะสม และการเพิ่มช่วช่งการเคลื่อลื่นไหวของข้อข้ ต่อต่และความยาวของกล้าล้มเนื้อจะทำ ให้ลดความตึงตึตัวตัของกล้าล้มเนื้อแขนและขา ลงได้ 105 การจัดจัท่าท่เป็นการทำ ให้ส่วนต่าต่งๆของร่าร่งกายอยู่ใยู่นแนวถูกถูต้อต้ง เหมาะสม ช่วช่ยให้มีรูมีรูปแบบการเคลื่อลื่นไหวที่ปที่กติ หรือรืควบคุมรูปแบบการ เคลื่อลื่นไหวที่ผิที่ดผิ ปกติ การจัดจัท่าท่ที่ดีที่คดีวรทำ ให้รู้สึรู้ สึกสบายและมีกมีารเปลี่ยลี่น ท่าท่บ่อบ่ยๆ เพื่อหลีกลีเลี่ยลี่งการกดทับทั ป้องกันกัภาวะข้อข้ติดติและการหดเกร็ง ร็ ของกล้าล้มเนื้อ และเพื่อให้เด็ก ด็ พิการได้เด้รียรีนรู้รูรู้รูปแบบการเคลื่อลื่นไหวใน ท่าท่ทางต่าต่งๆมากขึ้นขึ้ การจัดจัท่าท่มีหมีลายรูปแบบ เช่นช่การจัดจัท่าท่นอนหงาย การจัดจัท่าท่นอน ตะแคง การจัดจัท่าท่นอนคว่ำ การจัดจัท่าท่นั่ง เป็นต้นต้ การจัด จั ท่า ท่ (Positioning) การจัด จั ท่า ท่ ในเด็กสมองพิการ วัต วั ถุประสงค์ของการจัด จั ท่า ท่ คงสภาพร่าร่งกายให้อยู่ใยู่นลักลัษณะท่าท่ทางที่ถูที่กถูต้อต้ง สามารถให้การรักรัษาได้อด้ย่าย่งมีปมีระสิทธิภธิาพ ป้องกันกัการผิดผิรูปของข้อข้ต่อต่จากการหดรั้งรั้ของเอ็น อ็ และกล้าล้มเนื้อ ป้องกันกัการเกิดกิแผลกดทับทั (Pressure sore) ป้องกันกัภาวะแทรกซ้อซ้น ข้อควรระวัง วั ในการจัด จั ท่า ท่ ระวังวั ไม่ใม่ห้เกิดกิการหมุนหรือรืบิดบิงอของกระดูกดูสันหลังลั ระวังวัต้อต้งไม่เม่ ป็นท่าท่ที่มีที่กมีารกดต่อต่ทรวงอกมาก ต้อต้งไม่เม่ ป็นการกระตุ้นตุ้ทำ ให้เกิดกิภาวะกล้าล้มเนื้อหดเกร็ง ร็ ในเด็ก ด็ ระวังวั ไม่ใม่ห้เกิดกิการหุบและหมุนเข้าข้ด้าด้นในของข้อข้ สะโพก
การจัด จั ท่า ท่ ทางที่เ ที่ หมาะสม 106 การจัดท่านอนหงาย ลำ ตัวตัท่อท่นบนโน้มมาด้าด้นหน้าหรือรืด้าด้นหลังลัเล็ก ล็ น้อย ขึ้นขึ้อยู่กัยู่บกัความเหมาะสม หนุนนุหมอนเพื่อรองรับรัน้ำ หนักตัวตั ถ้าถ้ ให้โน้มมาทางด้าด้นหน้าจะต้อต้งจัดจัหมอนให้รองแขน ผู้ป่ผู้ป่วยทางด้าด้นหน้า หากจะจัดจั ให้เอนตัวตั ไปทางด้าด้น หลังลัควรวางหมอนรองน้ำ หนักตัวตัด้าด้นหลังลัและจัดจั หมอนรองรับรัแขนและสะโพกที่เที่หยียยีดไปทางด้าด้นหลังลั ด้วด้ย หนุนนุหมอนรองรับรัน้ำ หนักขาให้ข้อข้ สะโพกอยู่ใยู่นเเนว ตรง นอนตะเเคงให้ขาข้าข้งที่อที่ยู่ด้ยู่าด้นบนงอเล็ก ล็ น้อย ด้าด้นล่าล่งจัดจั ให้สะโพกเหยียยีดเเละเข่าข่งอเล็ก ล็ น้อย รองหมอนเล็ก ล็ ๆใต้เต้ข่าข่จะทำ ให้เกิดกิการงอของข้อข้เข่าข่ เล็ก ล็ น้อยเพื่อลดการตึงตึตัวตัของกล้าล้มเนื้อหลังลั ส่วนล่าล่ง กระดูกดูสันหลังลัเป็นแนวตรง การจัดท่านอนตะแคง ไหล่ทั้ล่งทั้ สองข้าข้งวางระดับดัเดียดีวกันกั โดยระดับดั ไหล่ขล่นานกับกัระดับดั สะโพก กระดูกดูสันหลังลัเป็นเเนวตรง รองหมอนเล็ก ล็ ๆใต้เต้ข่าข่จะทำ ให้เกิดกิการงอ ของข้อข้เข่าข่เล็ก ล็ น้อย เพื่อลดการตึงตึตัวตัของ กล้าล้มเนื้อหลังลั ส่วนล่าล่ง
107 การจัดท่านอนคว่ำ ไหล่ทั้ล่งทั้ สองข้าข้งวางระดับดัเดียดีวกันกั โดย ระดับดั ไหล่ขล่นานกับกัระดับดั สะโพก กระดูกดูสันหลังลัเป็นเเนวตรง ศีรษะหันไปด้าด้นใดด้าด้นหนึ่ง หรือรืศีรษะ ตรง มีหมีมอนใบเล็ก ล็ ๆ หรือรืผ้าผ้ขนหนูผืนูนผื บางๆรองใต้หต้น้าผาก วงเเขนข้าข้งลำ ตัวตัหรือรืยกเเขนวางเหนือ ศีรษะ รองหมอนเเบนๆบริเริวณหน้าท้อท้งเพื่อลด การตึงตึตัวตัของกล้าล้มเนื้อหลังลั ส่วนล่าล่ง หรือรื Lumbar Lordosis วางหมอนรองใต้ขต้า เพื่อไม่ใม่ห้ปลายเท้าท้ กระดกลง โดยจะทำ ให้เกิดกิการงอของข้อข้ เข่าข่เล็ก ล็ น้อย การจัดท่านั่ง จัดจัเด็ก ด็ อยู่ใยู่นท่าท่นั่ง เช่นช่นั่งบนตักตั หรือรืบนเก้าก้อี้ ใช้มืช้อมืจับจัที่ไที่หล่แล่ล้วล้ดันดัตัวตัเด็ก ด็ มาข้าข้งหน้า ถ้าถ้เด็ก ด็ มีอมีาการเกร็ง ร็ งอของแขน มากให้ใช้หช้มอนข้าข้งเล็ก ล็ ๆ วางพาดบน หน้าอกเด็ก ด็ จับจัแขนวางบนหมอนข้าข้งแล้วล้ ยืดยืแขนไปข้าข้งหน้าเพื่อลดอาการเกร็ง ร็
การจัดจัท่าท่นั่งควรใช้เช้บาะ รองนั่ง และจัดจัท่าท่นั่งให้หลังลัชิดชิ พนักรถเข็น ข็ นั่ง ไม่นั่ม่ นั่งตัวตั ไหล และใส่รองเท้าท้เท้าท้วางบนที่พัที่พัก เท้าท้ โดยไม่ใม่ห้ส้นเท้าท้ถูกถูกด การจัดท่าบนรถเข็น 108 การจัดท่ายืน จัดจัเด็ก ด็ ยืน ยื ในเตีย ตี งฝึกยืน ยื ให้ศีรษะและ ลำ ตัวตัตรง ไม่เม่อีย อี งไปด้าด้นใดด้าด้นหนึ่ง เท้าท้วาง ราบกับกัที่วที่างเท้าท้
การออกกำ ลัง ลั กาย ในรูปแบบต่า ต่ งๆ 109
การยืดเหยียดกล้ามเนื้อและ 110 การเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ ต่ การยืดยืเหยียยีดกล้าล้มเนื้อ สามารถทำ ได้โด้ดยการจัดจัท่าท่ทางให้ จุดจุเกาะต้นต้และจุดจุเกาะปลายของกล้าล้มเนื้อที่ต้ที่อต้งการอยู่ห่ยู่ ห่าง กันกัจนรู้สึรู้ สึกตึงตึ ส่งผลให้กล้าล้มเนื้อคลายตัวตัและยืดยืเหยียยีดได้ มากขึ้นขึ้ขณะทำ ควรมีกมีารหายใจเข้าข้- ออก ช้าช้ๆ เพื่อผ่อผ่นคลาย ไม่กม่ลั้นลั้หายใจ ข้อบ่ง บ่ ชี้ ข้อควรระวัง วั ผู้ที่ผู้มีที่ปัมี ปัญหาข้อข้ยึดยึติดติ ผู้ที่ผู้มีที่คมีวามยาวของกล้าล้มเนื้อไม่สม่มดุลดุกันกั ผู้ที่ผู้ต้ที่อต้งการผ่อผ่นคลายกล้าล้มเนื้อหลังลัการออกกำ ลังลักาย ควรระมัดมัระวังวั ในผู้ที่ผู้มีที่ภมีาวะกระดูกดูหัก และกระดูกดูพรุน ควรระมัดมัระวังวั ในผู้ที่ผู้มีที่รมีะบบไหลเวียวีนเลือลืดที่ผิที่ดผิ ปกติ หลีกลีเลี่ยลี่งการยืดยืกล้าล้มเนื้อที่ยัที่งยัมีกมีารอักอัเสบเฉียบพลันลั หรือรืบวมอยู่
111 ท่า ท่ ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อแขน 1 : ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อบริเ ริ วณข้อไหล่ (ยกแขน) ท่าท่ทางของเด็ก ด็ : นอนหงาย วิธีวิก ธี าร : ท่าท่เตรีย รี ม ให้ผู้ยื ผู้ ด ยื จับจัที่บที่ริเริวณข้อข้มือ มื และข้อข้ ศอกของผู้ ถูก ถู ยืด ยื จากนั้นค่อยๆยกแขนเหยีย ยี ดตรงเหนือศรีษ รี ะ โดยที่ใที่ห้ เด็ก ด็ รู้สึรู้ สึ กตึง ตึ แต่ไต่ม่เม่จ็บ จ็ ค้างไว้ 15-20 วินวิาที 10 ครั้งรั้ /เซต 3 เชต/วันวั ท่า ท่ ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อแขน 2 : ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อบริเ ริ วณข้อไหล่ (กางแขน) ท่าท่ทางของเด็ก ด็ : นอนหงาย วิธีวิก ธี าร : ท่าท่เตรีย รี ม ให้ผู้ยื ผู้ ด ยื จับจัที่บที่ริเริวณข้อข้มือ มื และข้อข้ ศอก ของผู้ถู ผู้ ก ถู ยืด ยื จากนั้นค่อยๆกางแขนขึ้น ขึ้ แนบหู โดยที่ใที่ห้เด็ก ด็ รู้สึรู้ สึ กตึง ตึ แต่ไต่ม่เม่จ็บ จ็ ค้างไว้ 15-20 วินวิาที 10 ครั้งรั้ /เซต 3 เชต/วันวั 1 1 2 2
112 ท่า ท่ ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อแขน 4 : ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อแขน (คว่ำ -หงายมือ มื) ท่าท่ทางของเด็ก ด็ : นอนหงาย วิธีวิก ธี าร : ท่าท่เตรีย รี ม ให้ผู้ยื ผู้ ด ยื ใช้มืช้อ มื รองใต้ศต้อก และจับจัมือ มื ของ ผู้ถู ผู้ ก ถู ยืด ยื ไว้ จากนั้นค่อยๆคว่ำ และหงายมือ มื สลับลักันกั โดยที่ใที่ห้ เด็ก ด็ รู้สึรู้ สึ กตึง ตึ แต่ไต่ม่เม่จ็บ จ็ ค้างไว้ 15-20 วินวิาที 10 ครั้งรั้ /เซต 3 เชต/วันวั ท่า ท่ ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อแขน 3 : ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อต้น ต้ แขนทางด้า ด้ นหน้า (งอศอก) ท่าท่ทางของเด็ก ด็ : นอนหงาย วิธีวิก ธี าร : ท่าท่เตรีย รี ม ให้ผู้ยื ผู้ ด ยื ใช้มืช้อ มื รองใต้ศต้อก และจับจัมือ มื ของ ผู้ถู ผู้ ก ถู ยืด ยื ไว้ จากนั้นค่อยๆงอศอกขึ้น ขึ้ และเหยีย ยี ดศอกลง สลับลักันกั โดยที่ใที่ห้เด็ก ด็ รู้สึรู้ สึ กตึง ตึ แต่ไต่ม่เม่จ็บ จ็ ค้างไว้ 15-20 วินวิาที 10 ครั้งรั้ /เซต 3 เชต/วันวั 1 2 1 2
113 ท่า ท่ ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อแขน 5 : ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อบริเ ริ วณข้อมือ มื ท่าท่ทางของเด็ก ด็ : นอนหงาย วิธีวิก ธี าร : ท่าท่เตรีย รี ม ให้ผู้ยื ผู้ ด ยื จับจัที่บที่ริเริวณข้อข้มือ มื และมือ มื ของผู้ ถูก ถู ยืด ยื จากนั้นค่อยๆกระดกข้อข้มือ มื ขึ้น ขึ้ และลง สลับลักันกั โดยที่ใที่ห้เด็ก ด็ รู้สึรู้ สึ กตึง ตึ แต่ไต่ม่เม่จ็บ จ็ ค้างไว้ 15-20 วินวิาที 10 ครั้งรั้ /เซต 3 เชต/วันวั ท่า ท่ ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อแขน 6 : ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อบริเ ริ วณนิ้วมือ มื ท่าท่ทางของเด็ก ด็ : นอนหงาย วิธีวิก ธี าร : ท่าท่เตรีย รี ม ให้ผู้ยื ผู้ ด ยื จับจัที่บที่ริเริวณมือ มื ของผู้ถู ผู้ ก ถู ยืด ยื ไว้ จากนั้นค่อยๆกางและหุบนิ้วมือ มื โดยที่ใที่ห้เด็ก ด็ รู้สึรู้ สึ กตึง ตึ แต่ไต่ม่ เจ็บ จ็ ค้างไว้ 15-20 วินวิาที 10 ครั้งรั้ /เซต 3 เชต/วันวั 1 2 1 2
114 ท่า ท่ ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อขา 1 : ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อบริเ ริ วณส่วนล่า ล่ ง ท่าท่ทางของเด็ก ด็ : นอนหงาย วิธีวิก ธี าร : ท่าท่เตรีย รี ม ให้ผู้ยื ผู้ ด ยื จับจัที่บที่ริเริวณข้อข้เข่าข่และข้อข้เท้าท้ ของผู้ถู ผู้ ก ถู ยืด ยื จากนั้นค่อยๆยกขาขึ้น ขึ้ งอเข่าข่ ให้ชิดชิอก โดยที่ ให้เด็ก ด็ รู้สึรู้ สึ กตึง ตึ แต่ไต่ม่เม่จ็บ จ็ ค้างไว้ 15-20 วินวิาที 10 ครั้งรั้ /เซต 3 เชต/วันวั ท่า ท่ ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อขา 2 : ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อบริเ ริ วณต้น ต้ ขาทาง ด้า ด้ น หลัง ลั (งอเข่า) ท่าท่ทางของเด็ก ด็ : นอนหงาย วิธีวิก ธี าร : ท่าท่เตรีย รี ม ให้ผู้ยื ผู้ ด ยื จับจัที่บที่ริเริวณข้อข้เข่าข่และข้อข้เท้าท้ของ ผู้ถู ผู้ ก ถู ยืด ยื งอเข่าข่ ให้อยู่ใยู่นระดับดัตรงกับกั สะโพก หรือ รื เท่าท่ที่เที่ด็ก ด็ สามารถทำ ได้ จากนั้นค่อยๆยกเท้าท้ขึ้น ขึ้ โดยที่ใที่ห้เด็ก ด็ รู้สึรู้ สึ กตึง ตึ แต่ไต่ม่เม่จ็บ จ็ ค้างไว้ 15-20 วินวิาที 10 ครั้งรั้ /เซต 3 เชต/วันวั 1 2 1 2
115 ท่า ท่ ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อขา 3 : ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อบริเ ริ วณสะโพก ท่าท่ทางของเด็ก ด็ : นอนหงาย วิธีวิก ธี าร : ท่าท่เตรีย รี ม ให้ผู้ยื ผู้ ด ยื จับจัที่บที่ริเริวณข้อข้เข่าข่และข้อข้เท้าท้ ของผู้ถู ผู้ ก ถู ยืด ยื งอเข่าข่ ให้อยู่ใยู่นระดับดัตรงกับกั สะโพก หรือ รื เท่าท่ที่ เด็ก ด็ สามารถทำ ได้ จากนั้นค่อยๆหมุน มุ ขาเข้าข้ทางด้าด้นในนอก สลับลักันกั โดยที่ใที่ห้เด็ก ด็ รู้สึรู้ สึ กตึง ตึ แต่ไต่ม่เม่จ็บ จ็ ค้างไว้ 15-20 วินวิาที 10 ครั้งรั้ /เซต 3 เชต/วันวั ท่า ท่ ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อขา 4 : ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อบริเ ริ วณต้น ต้ ขาทางด้า ด้ น ในและด้า ด้ นนอก ท่าท่ทางของเด็ก ด็ : นอนหงาย วิธีวิก ธี าร : ท่าท่เตรีย รี ม ให้ผู้ยื ผู้ ด ยื จับจัที่บที่ริเริวณข้อข้เข่าข่และข้อข้เท้าท้ ของผู้ถู ผู้ ก ถู ยืด ยื จากนั้นกางขาออกทางด้าด้นนอก และหุบขาเข้าข้ ทางด้าด้นใน สลับลักันกั โดยที่ใที่ห้เด็ก ด็ รู้สึรู้ สึ กตึง ตึ แต่ไต่ม่เม่จ็บ จ็ ค้างไว้ 15-20 วินวิาที 10 ครั้งรั้ /เซต 3 เชต/วันวั 1 2 1 2
116 ท่า ท่ ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อขา 5 : ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อน่อง ท่าท่ทางของเด็ก ด็ : นอนหงาย วิธีวิก ธี าร : ท่าท่เตรีย รี ม ให้ผู้ยื ผู้ ด ยื จับจับริเริวณข้อข้เท้าท้และใช้มืช้อ มื อีก อี ข้าข้งจับจับริเริวณข้อข้เท้าท้ด้าด้นฝ่าเท้าท้แล้วล้ค่อยๆกระดกปลายเท้าท้ ขึ้น ขึ้ โดยที่ใที่ห้เด็ก ด็ รู้สึรู้ สึ กตึง ตึ แต่ไต่ม่เม่จ็บ จ็ ค้างไว้ 15-20 วินวิาที 10 ครั้งรั้ /เซต 3 เชต/วันวั ท่า ท่ ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อขา 6 : ยืด ยื กล้า ล้ มเนื้อขาทางด้า ด้ นหน้า ท่าท่ทางของเด็ก ด็ : นอนหงาย วิธีวิก ธี าร : ท่าท่เตรีย รี ม ให้ผู้ยื ผู้ ด ยื จับจับริเริวณข้อข้เท้าท้และใช้มืช้อ มื อีก อี ข้าข้งจับจัที่ปที่ลายเท้าท้ผู้ถู ผู้ ก ถู ยืด ยื จากนั้นค่อยๆถีบ ถี ปลายเท้าท้ลง โดยที่ใที่ห้เด็ก ด็ รู้สึรู้ สึ กตึง ตึ แต่ไต่ม่เม่จ็บ จ็ ค้างไว้ 15-20 วินวิาที 10 ครั้งรั้ /เซต 3 เชต/วันวั 1 2 1 2
การออกกำ ลังกาย โดยการ 117 กระตุ้น ตุ้ พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว พัฒนาการด้าด้นการเคลื่อลื่นไหว (Motor Development) จัดจั เป็นพัฒนาการของบุคบุคล ในการใช้คช้วามสามารถทางกล้าล้ม เนื้อใหญ่แญ่ละกล้าล้มเนื้อเล็ก ล็ เป็นพฤติกติรรมที่สัที่สังเกตุง่ตุาง่ย และ สามารถบอกระดับดัการเจริญริเติมติ โตของสมองการเคลื่อลื่นไหว นักเรียรีนที่มีที่พัมี พัฒนาการด้าด้นการเคลื่อลื่นไหวไม่สม่มวัยวัมีคมีวาม จำ เป็นอย่าย่งยิ่งยิ่ที่ต้ที่อต้งได้รัด้บรัการกระตุ้นตุ้พัฒนาการ ให้ถูกถูต้อต้ง และเหมาะสม สำ หรับรันักเรียรีนแต่ลต่ะบุคบุคล ข้อควรระวัง วั ข้อบ่ง บ่ ชี้ นักเรียรีนที่มีที่พัมี พัฒนาการด้าด้นการเคลื่อลื่นไหวล่าล่ช้าช้ ไม่สม่มวัยวั ควรระมัดมัระวังวั ในผู้ที่ผู้มีที่ภมีาวะกระดูกดูหัก และกระดูกดูพรุน ควรระมัดมัระวังวั ในผู้ที่ผู้มีที่รมีะบบไหลเวียวีนเลือลืดที่ผิที่ดผิ ปกติ หลีกลีเลี่ยลี่งการยืดยืกล้าล้มเนื้อที่ยัที่งยัมีกมีารอักอัเสบเฉียบพลันลั หรือรืบวมอยู่
118 เริ่มริ่ต้นต้ ในท่าท่นอนตะแคง กระตุ้น ตุ้ ให้ผู้เ ผู้ รีย รี นวางแขน เหนือศีรษะ จากนั้นค่อยๆ งอเข่าข่งอสะโพกขาที่อที่ยู่ด้ยู่าด้นบน จากนั้นค่อยๆ หมุน มุ สะโพกเพื่อพลิกลิคว่ำ หากนักเรีย รี นไม่ ค่อยมีแ มี รงให้ผู้ป ผู้ กครองค่อยๆช่วช่ยออกแรงบริเริวณสะโพก เพื่อช่วช่ยพลิกลิคว่ำ เริ่มริ่ต้นต้ โดยการกางแขนข้าข้งที่ต้ที่อต้งการพลิกลิตะแคงตัวตั ไป จากนั้นค่อยๆงอเข่าข่งอสะโพกขาฝั่งตรงข้าข้มกับกัแขน แล้วล้ ค่อยๆ พลิกลิตะแคงตัวตั ไปช้าช้ๆ หากนักเรีย รี นไม่ค่ม่ ค่อยมีแ มี รง ให้ผู้ป ผู้ กครองค่อยๆช่วช่ยการพลิกลิตะแคงตัวตั การพลิก ลิ ตะแคงจากท่า ท่ นอนหงาย การพลิก ลิ คว่ำ จากท่า ท่ นอนตะแคง 1 2 3 1 2
119 เริ่มริ่ต้นต้จัดจันักเรีย รี นให้อยู่ใยู่นท่าท่นอนตะแคง ใช้มืช้อ มื จับจั บริเริวณข้อข้ สะโพกให้มีก มี ารงอของข้อข้ สะโพกและข้อข้เข่าข่ทั้งทั้ สองข้าข้ง อีก อี มือ มื จับจับริเริวณหัวไหล่ด้ล่าด้นล่าล่ง มือ มื ที่ใที่ช้จัช้บจั สะโพก ดันดันักเรีย รี นให้อยู่ใยู่นท่าท่กึ่ง กึ่ คว่ำ เล็ก ล็ น้อย เพื่อให้เด็ก ด็ เรีย รี นรู้ ในการใช้แช้ขนยันยัพื้น จากนั้นช่วช่ยยกตัวตัขึ้น ขึ้ ช้าช้ๆ ให้นักเรีย รี น ขึ้น ขึ้ มาอยู่ใยู่นท่าท่นั่งพับเพียบหรือ รื ท่าท่นั่งเหยีย ยี ด ขา การลุก ลุ ขึ้นนั่งจากท่า ท่ นอนตะแคง 1 2 3
120 เริ่มริ่ต้นต้ โดยการให้นักเรีย รี นนอนคว่ำ จากนั้นค่อยๆงอ เข่าข่งอสะโพกนักเรีย รี นทีล ที ะข้าข้ง จากนั้นให้ผู้ป ผู้ กครองใช้มืช้อ มื จับจับริเริวณสะโพกทั้งทั้ สองข้าข้ง เพื่อกระตุ้น ตุ้ การยกสะโพกขึ้น ขึ้ ขนานกับกัพื้น จากนั้นจัดจัแขนนักเรีย รี นอยู่ใยู่นท่าท่งอเล็ก ล็ น้อย แล้วล้กระตุ้น ตุ้ ให้เหยีย ยี ดศอกทั้งทั้ สองข้าข้งตั้งตั้ตรง เมื่อ มื่ นักเรีย รี น อยู่ใยู่นท่าท่ตั้งตั้คลานได้แด้ล้วล้ ให้ผู้ป ผู้ กครองกระตุ้น ตุ้ การลงน้ำ หนักผ่าผ่นหัวไหล่ ข้อข้ ศอกและข้อข้มือ มื เมื่อ มื่ กระตุ้น ตุ้ การตั้งตั้ คลานอย่าย่งมั่นมั่คง 1 2 3 4 การตั้ง ตั้ คลาน เมื่อ มื่ เด็ก ด็ สามารถตั้งตั้คลานได้แด้ล้วล้เริ่มริ่ฝึกคลาน โดยนั่ง คุกเข่าข่อยู่ข้ยู่าข้งหลังลัเด็ก ด็ มือ มื จับจับริเริวณสะโพกทั้งทั้ สองข้าข้ง เอีย อี ง ตัวตัเด็ก ด็ ไปด้าด้นหนึ่งเล็ก ล็ น้อย ให้เรีย รี นรู้กรู้ารลงน้ำ หนักที่แที่ขน และขาด้าด้นนั้น รอให้เด็ก ด็ เคลื่อ ลื่ นแขนและขาด้าด้นตรงข้าข้ม ช่วช่ยเอีย อี งตัวตักลับลั สลับลัข้าข้งเพื่อให้เด็ก ด็ คลานไปข้าข้งหน้าได้ การฝึกคลาน 1 2
121 เริ่มริ่ต้นต้ โดยการ ค่อยๆให้นักเรีย รี นอยู่ใยู่นท่าท่ยืน ยื เข่าข่ โดยใช้ มือ มื จับจั สะโพกโยกเอีย อี งไปลงน้ำ หนักที่ขที่าข้าข้งหนึ่ง มือ มื อีก อี ข้าข้ง ช่วช่ยจับจัเข่าข่กระตุ้น ตุ้ ให้ตั้งตั้ขึ้น ขึ้ อยู่ใยู่นท่าท่คุกเข่าข่ข้าข้งเดีย ดี ว มือ มื ที่จัที่บจั บริเริวณสะโพกเลื่อ ลื่ นมาจับจับริเริวณลำ ตัวตัด้าด้นหน้า จากนั้นกด เข่าข่ลง พร้อร้มช่วช่ยยกตัวตัขึ้น ขึ้ นักเรีย รี นจะยันยัตัวตัขึ้น ขึ้ ยืน ยื ได้ 1 2 3 4 การยืน ยื จากท่า ท่ นั่งพื้น เริ่มริ่ต้นต้การฝึกยืน ยื โดยการกระตุ้น ตุ้ ให้นักเรีย รี นค่อยๆ ลากเท้าท้ทั้งทั้ สองข้าข้งเข้าข้ ใกล้ลำล้ ลำตัวตักระตุ้น ตุ้ การโน้มลำ ตัวตัมา ข้าข้งหน้า จากนั้นค่อยๆ กระตุ้น ตุ้ การเหยีย ยี ดเข่าข่เหยีย ยี ด สะโพกเพื่อลุก ลุ ยืน ยื หากนักเรีย รี นไม่ค่ม่ ค่อยมีแ มี รง ให้ผู้ป ผู้ กครอง ช่วช่ยจับจับริเริวณเข่าข่และสะโพกแล้วล้ค่อยๆดันดัตัวตั ให้นักเรีย รี น ลุก ลุ ขึ้น ขึ้ ยืน ยื การยืน ยื จากท่า ท่ นั่งเก้า ก้ อี้ 1 2
การออกกำ ลัง ลั กาย 122 เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การฝึกเพื่อสร้าร้งความแข็ง ข็ แรง คือ การออกกำ ลังลักายรูป แบบหนึ่งที่มีที่กมีารใช้แช้รงต้าต้นในการบริหริารกล้าล้มเนื้อให้มีคมีวาม แข็ง ข็ แรงมากขึ้นขึ้ สามารถทำ ได้โด้ดยวิธีวิกธีารเพิ่มน้ำ หนักหรือรืแรง ต้าต้นให้กล้าล้มเนื้อได้บด้ริหริารออกแรงไปทีลทีะกลุ่มลุ่กล้าล้มเนื้อด้วด้ย ท่าท่ออกกำ ลังลักายตามส่วนต่าต่ง ๆ ซึ่งซึ่แต่ลต่ะกลุ่มลุ่มัดมักล้าล้มเนื้อจะ ใช้ท่ช้าท่ท่าท่งในการฝึกที่แที่ตกต่าต่งกันกั ไป และสามารถปรับรั ให้ เหมาะสมให้เหมาะกับกันักเรียรีนแต่ลต่ะบุคบุคลได้ ข้อควรระวัง วั ข้อบ่ง บ่ ชี้ นักเรียรีนที่มีที่กมีล้าล้มเนื้ออ่ออ่นแรง นักเรียรีนที่มีที่คมีวามตึงตึตัวตัของกล้าล้มเนื้อต่ำ นักเรียรีนที่ต้ที่อต้งการเพิ่มความแข็ง ข็ แรงของกล้าล้มเนื้อเฉพาะส่วน ควรระมัดมัระวังวั ในผู้ที่ผู้มีที่ภมีาวะกระดูกดูหัก และกระดูกดูพรุน ควรระมัดมัระวังวั ในผู้ที่ผู้มีที่รมีะบบไหลเวียวีนเลือลืดที่ผิที่ดผิ ปกติ หลีกลีเลี่ยลี่งการออกกำ ลังลักายที่มีที่แมีรงต้าต้นมากเกินกิ ไป อาจ ทำ ให้บาดเจ็บ จ็ ได้ ควรเริ่มริ่จากการให้แรงต้าต้นน้อย ๆ ในระยะแรก
123 จุด จุ ประสงค์ : เพิ่มความแข็ง ข็ แรงกล้าล้มเนื้อหน้าท้อท้ง ท่า ท่ ทางของเด็ก ด็ : นอนหงาย ชันชัเข่าข่ วิธี วิ ก ธี าร : ครูช่วช่ยจับจับริเริวณข้อข้เท้าท้หรือ รื ใช้เช้ข่าข่กันกับริเริวณข้อข้ เท้าท้นักเรีย รี น ให้นักเรีย รี นยื่น ยื่ มือ มื ยกลำ ตัวตัและศีรษะขึ้น ขึ้ ร่วร่ม กับกัการเกร็ง ร็ หน้าท้อท้ง ค้างไว้ 10-15 วินวิาที (นับ 1 ครั้งรั้) ทำ ทั้งทั้หมด 10 ครั้งรั้ /เซต 1-2เซต/วันวั สัปดาห์ละ 3 ครั้งรั้ จุด จุ ประสงค์ : เพิ่มความแข็ง ข็ แรงกล้าล้มเนื้อบริเริวณก้นก้และ กล้าล้มเนื้อที่เที่ป็นส่วนหนึ่งในการทรงตัวตั ท่า ท่ ทางของเด็ก ด็ : นอนหงายชันชัเข่าข่ วิธี วิ ก ธี าร : ครูช่วช่ยจับจับริเริวณข้อข้เท้าท้ ให้นักเรีย รี นยกก้นก้ค้างไว้ 10-15 วินวิาที (นับ 1 ครั้งรั้) ทำ ทั้งทั้หมด 10 ครั้งรั้ /เซต 1-2เซต/ วันวั สัปดาห์ละ 3 ครั้งรั้ การออกกำ ลัง ลั กายท่า ท่ ยกก้น ก้ (ฺBridging exercise) การออกกำ ลัง ลั กายท่า ท่ ซิทอัพ อั (ฺSit-Ups exercise) 1 2 1 2
124 จุด จุ ประสงค์ : เพิ่มความแข็ง ข็ แรงกล้าล้มเนื้อที่ใที่ช้ใช้นการแอ่นอ่ ลำ ตัวตั ส่วนบน ท่า ท่ ทางของเด็ก ด็ : นอนคว่ำ หมอนรองใต้อต้ก วิธี วิ ก ธี าร : ให้นักเรีย รี นใช้แช้ขนและข้อข้ ศอกยันยัพื้น เหยีย ยี ดลำ ตัวตั ส่วนบน พร้อร้มเงยหน้า ค้างไว้ 10-15 วินวิาที (นับ 1 ครั้งรั้) ทำ ทั้งทั้หมด 10 ครั้งรั้ /เซต 1-2เซต/วันวั สัปดาห์ละ 3 ครั้งรั้ จุด จุ ประสงค์ : เพิ่มความแข็ง ข็ แรงกล้าล้มเนื้อที่ใที่ช้ใช้นการแอ่นอ่ ทุก ทุ ส่วน ท่า ท่ ทางของเด็ก ด็ : นอนคว่ำ วิธี วิ ก ธี าร : ให้นักเรีย รี นเหยีย ยี ดลำ ตัวตัแขน และขาในท่าท่Super man ค้างไว้ 10-15 วินวิาที (นับ 1 ครั้งรั้) ทำ ทั้งทั้หมด 10 ครั้งรั้ / เซต 1-2เซต/วันวั สัปดาห์ละ 3 ครั้งรั้ การออกกำ ลัง ลั กายท่า ท่ แอ่น อ่ ทุก ทุ ส่วน (ฺSuperman back extension exercise) 1 2 1 2 การออกกำ ลัง ลั กายท่า ท่ แอ่น อ่ ลำ ตัว ตัส่วนบน (ฺBack extension exercise)
125 จุด จุ ประสงค์ : เพิ่มความแข็ง ข็ แรงกล้าล้มเนื้อที่ใที่ช้ใช้นการยก ไหล่หล่รือ รื แขน (Shoulder flexor exercise) ท่า ท่ ทางของเด็ก ด็ : นั่ง เพิ่มแรงต้าต้นบริเริวณข้อข้มือ มื วิธี วิ ก ธี าร : ให้นักเรีย รี นเหยีย ยี ดข้อข้ ศอก ยกแขนไปทางด้าด้นหน้า จนสุด สุ องศาการเคลื่อ ลื่ นไหว ทำ 10 ครั้งรั้ /เซต 1-2เซต/วันวั สัปดาห์ละ 3 ครั้งรั้ จุด จุ ประสงค์ : เพิ่มความแข็ง ข็ แรงกล้าล้มเนื้อที่ใที่ช้ใช้นการกาง ไหล่หล่รือ รื แขน (Shoulder abductor exercise) ท่า ท่ ทางของเด็ก ด็ : นั่ง เพิ่มแรงต้าต้นบริเริวณข้อข้มือ มื วิธี วิ ก ธี าร : ให้นักเรีย รี นเหยีย ยี ดข้อข้ ศอก ยกแขนไปทางด้าด้นข้าข้ง ในลักลัษณะกางไหล่ จนสุด สุ องศาการเคลื่อ ลื่ นไหว ทำ 10 ครั้งรั้ /เซต 1-2เซต/วันวั สัปดาห์ละ 3 ครั้งรั้ การออกกำ ลัง ลั กายเพิ่มความแข็งแรง กล้า ล้ มเนื้อยกไหล่ท ล่ างด้า ด้ นหน้า (ยกแขน) การออกกำ ลัง ลั กายเพิ่มความแข็งแรง กล้า ล้ มเนื้อยกไหล่ท ล่ างด้า ด้ นข้าง (กางแขน) 1 2 3 1 2 3
126 จุด จุ ประสงค์ : เพิ่มความแข็ง ข็ แรงกล้าล้มเนื้อที่ใที่ช้ใช้นการ เหยีย ยี ดข้อข้ ศอก (Elbow extensor exercise) ท่า ท่ ทางของเด็ก ด็ : นั่ง ยกไหล่ 90 องศาและงอข้อข้ ศอก เพิ่ม แรงต้าต้นบริเริวณข้อข้มือ มื วิธี วิ ก ธี าร : ให้นักเรีย รี นกำ มือ มื ยกไหล่ 90 องศาและงอข้อข้ ศอก จากนั้นเหยีย ยี ดข้อข้ ศอกขึ้น ขึ้ ในแนวตั้งตั้ฉาก จนสุด สุ องศาการ เคลื่อ ลื่ นไหว ทำ 10 ครั้งรั้ /เซต 1-2เซต/วันวั สัปดาห์ละ 3 ครั้งรั้ จุด จุ ประสงค์ : เพิ่มความแข็ง ข็ แรงกล้าล้มเนื้อที่ใที่ช้ใช้นการงอข้อข้ ศอก (Elbow flexor exercise) ท่า ท่ ทางของเด็ก ด็ : นั่ง เพิ่มแรงต้าต้นบริเริวณข้อข้มือ มื วิธี วิ ก ธี าร : ให้นักเรีย รี นกำ มือ มื งอศอก จนสุด สุ องศาการเคลื่อ ลื่ นไหว ทำ 10 ครั้งรั้ /เซต 1-2เซต/วันวั สัปดาห์ละ 3 ครั้งรั้ การออกกำ ลัง ลั กายเพิ่มความแข็งแรง กล้า ล้ มเนื้องอข้อศอก การออกกำ ลัง ลั กายเพิ่มความแข็งแรง กล้า ล้ มเนื้อเหยีย ยี ดข้อศอก 1 2 1 2 3
127 จุด จุ ประสงค์ : เพิ่มความแข็ง ข็ แรงกล้าล้มเนื้อที่ใที่ช้ใช้นการกาง ขาหรือ รื กางข้อข้ สะโพก (Hip abductor exercise) ท่า ท่ ทางของเด็ก ด็ : ยืน ยื เพิ่มแรงต้าต้นบริเริวณข้อข้เท้าท้ วิธี วิ ก ธี าร : ให้นักเรีย รี นยืน ยื ตัวตัตรง กางขา จนสุด สุ องศาการ เคลื่อ ลื่ นไหว ทำ 10 ครั้งรั้ /เซต 1-2เซต/วันวั สัปดาห์ละ 3 ครั้งรั้ จุด จุ ประสงค์ : เพิ่มความแข็ง ข็ แรงกล้าล้มเนื้อที่ใที่ช้ใช้นการเงอเข่าข่และ งอสะโพก (Hip and knee flexor exercise) ท่า ท่ ทางของเด็ก ด็ : นั่ง เพิ่มแรงต้าต้นบริเริวณข้อข้เท้าท้ วิธี วิ ก ธี าร : ให้นักเรีย รี นนั่งลำ ตัวตัตรง งอเข่าข่งอสะโพก จนสุด สุ องศา การเคลื่อ ลื่ นไหว ทำ 10 ครั้งรั้ /เซต 1-2เซต/วันวั สัปดาห์ละ 3 ครั้งรั้ การออกกำ ลัง ลั กายเพิ่มความแข็งแรง กล้า ล้ มเนื้องอเข่าและงอสะโพก การออกกำ ลัง ลั กายเพิ่มความแข็งแรง กล้า ล้ มเนื้อกางขา 1 2 1 2
128 จุด จุ ประสงค์ : เพิ่มความแข็ง ข็ แรงของกล้าล้มเนื้อที่ใที่ช้ใช้นการ เหยีย ยี ดข้อข้เข่าข่ (Knee extensor exercise) ท่า ท่ ทางของเด็ก ด็ : นั่ง เพิ่มแรงต้าต้นบริเริวณข้อข้เท้าท้ วิธี วิ ก ธี าร : ให้นักเรีย รี นนั่งหลังลัตรง เหยีย ยี ดเข่าข่หรือ รื เตะขาขึ้น ขึ้ จนสุด สุ องศาการเคลื่อ ลื่ นไหว ทำ 10 ครั้งรั้ /เซต 1-2เซต/วันวั สัปดาห์ละ 3 ครั้งรั้ จุด จุ ประสงค์ : เพิ่มความแข็ง ข็ แรงของกล้าล้มเนื้อที่ใที่ช้ใช้นการ งอข้อข้เท้าท้หรือ รื กล้าล้มเนื้อน่อง ท่า ท่ ทางของเด็ก ด็ : ยืน ยื วิธี วิ ก ธี าร : ให้นักเรีย รี นยืน ยื ตัวตัตรง เขย่งย่ขาหรือ รื ข้อข้เท้าท้จนสุด สุ องศาการเคลื่อ ลื่ นไหว (อาจใช้ที่ช้จัที่บจัหากมีค มี วามเสี่ยงที่จที่ะเกิดกิ การหกล้มล้ ) ทำ 10 ครั้งรั้ /เซต 1-2เซต/วันวั สัปดาห์ละ 3 ครั้งรั้ การออกกำ ลัง ลั กายเพิ่มความแข็งแรง กล้า ล้ มเนื้อเหยีย ยี ดข้อเข่า 1 2 1 2 การออกกำ ลัง ลั กายเพิ่มความแข็งแรงกล้า ล้ มเนื้อน่อง
เทคนิคการอุ้ม อุ้ 129
การอุ้ม อุ้ คืออะไร ? ข้อห้าม / ข้อควรระวัง วั ประโยชน์ของการอุ้ม อุ้ ที่ถู ที่ ถู กวิธีวิ ธี การอุ้มอุ้เด็ก ด็ สมองพิการที่ถูที่กถูวิธีวิมีธีคมีวามสำ คัญอย่าย่งยิ่งยิ่ต่อต่พัฒนาการ ของเด็ก ด็ ช่วช่ยกระตุ้นตุ้การชันชัคอ ช่วช่ยลดอาการเกร็ง ร็ ของกล้าล้มเนื้อและลด ความเสี่ยงของข้อข้ติดติหรือรืแขนขาผิดผิรูป ตลอดจนช่วช่ยให้การใช้มืช้อมืทำ งาน ได้เด้ป็นปกติใตินชีวิชีตวิ ประจำ วันวั ได้ 130 การอุ้ม อุ้ เด็ก ด็ สมองพิการ การอุ้ม อุ้ (Handling) หมายถึงถึการจับจัแตะัวะั ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่าร่งกาย เด็ก ด็ ด้วด้ยมือมืเพื่อแก้ไก้ขแนวการทรงตัวตัและเพื่อควบคุมความตึงตึตัวตัของกล้าล้ม เนื้อตลอดการเคลื่อลื่นไหว 1) การอุ้มอุ้ควรมีทั้มีงทั้การอุ้มอุ้หันหน้าเข้าข้หาอกผู้อุ้ผู้ อุ้มอุ้หันหน้าออกสู่ภสู่ายนอก และการอุ้มอุ้ สลับลัทั้งทั้ด้าด้นซ้าซ้ยและขวาของลำ ตัวตัผู้อุ้ผู้ อุ้มอุ้เพื่อป้องกันกัคอที่เที่อียอีง ติดติอยู่ใยู่นท่าท่ ใดท่าท่หนึ่ง อีกอีทั้งทั้ช่วช่ยกระตุ้นตุ้ให้เด็ก ด็ มีกมีารควบคุมกล้าล้มเนื้อ ส่วนต่าต่งๆ เมื่อมื่มีกมีารเปลี่ยลี่นท่าท่ทาง 2) หากเป็นเด็ก ด็ โตที่ชัที่นชัคอได้ดีด้แดีล้วล้ควรอุ้มอุ้หันหน้าออกจากอกผู้อุ้ผู้ อุ้มอุ้เพื่อ กระตุ้นตุ้การมองเห็นสิ่งแวดล้อล้มรอบๆตัวตัลดอาการตื่นตื่กลัวลัและเพิ่มความ มั่นมั่ ใจในเด็ก ด็ ที่จที่ะต้อต้งเผชิญชิต่อต่ สิ่งที่มที่องเห็น ซึ่งซึ่ในเด็ก ด็ พัฒนาการช้าช้มักมัมี ปัญหาเหล่าล่นี้ร่วร่มด้วด้ย 3) ท่าท่อุ้มอุ้เด็ก ด็ ที่ผิที่ดผิจะส่งผลต่อต่แรงเกร็ง ร็ ของกล้าล้มเนื้อที่เที่พิ่มสูงสูขึ้นขึ้และ สกัดกักั้นกั้พัฒนาการที่ดีที่ดีดังดันั้นจึงจึห้ามอุ้มอุ้ ในลักลัษณะแขนหนีบเก็บ ก็ ชิดชิอกผู้ อุ้มอุ้ขาไขว้เว้กร็ง ร็ และปลายเท้าท้ชี้ลชี้งพื้น
หลัก ลั การอุ้ม อุ้ พื้นฐาน ข้อแนะนำ การอุ้ม อุ้ ที่ดี ที่ ดี เทคนิคการอุ้ม อุ้ การสัมผัสผัอย่าย่งมั่นมั่คง กางและเปิดมือมืออกพร้อร้มกับกัเหยียยีดนิ้ว ให้ลงน้ำ หนักที่อุ้ที่อุ้งอุ้มือมืด้าด้นหน้านิ้วมือมื จับจัหรือรืสนใจข้าข้งที่ผิที่ดผิ ปกติ โดยการเร่งร่เร้าร้ปฏิกิฏิริกิยริาการตั้งตั้ตัวตัตรง ควบคุมแบบแผนการทรงตัวตัและการเคลื่อลื่นไหวที่ผิที่ดผิ ปกติ โดยการ จับจัที่เที่หมาะสม การควบคุมศรีษรีะ (Head control) มีคมีวามสำ คัญ เป็นพื้นฐานของ การเคลื่อลื่นไหวร่าร่งกายที่ต้ที่อต้งทำ งานอย่าย่งสมมาตร ต้อต้งเร่งร่เร้าร้ ให้เด็ก ด็ มีกมีารเคลื่อลื่นไหว โดยเฉพาะกลไกอัตอั โนมัติมัต่ติาต่งๆ เทคนิคการอุ้มอุ้จะแตกต่าต่งขึ้นขึ้อยู่กัยู่บกั สภาพปัญหาและการตอบสนอง ของเด็ก ด็ ในแต่ลต่ะราย ในขณะที่อุ้ที่อุ้มอุ้เด็ก ด็ ควรกระตุ้นตุ้การมองเห็น โดยการพาไปสำ รวจ รอบๆบ้าบ้นหรือรืนอกบ้าบ้น พูดพูคุยและบอกชื่อชื่สิ่งต่าต่งๆรอบตัวตักระตุ้นตุ้ การสัมผัสผัคว้าว้จับจัเล่นล่เกมพร้อร้มการอุ้มอุ้เช่นช่เดินดิเร็ว ร็ เดินดิช้าช้หยุดยุ เต้นต้รำ โยกส่าย เป็นต้นต้ 131
วิธี วิ ก ธี ารอุ้ม อุ้ 1) กระตุ้นตุ้ให้เด็ก ด็ ชูแชูขนขึ้นขึ้เมื่อมื่เข้าข้ ไปอุ้มอุ้ 2) จัดจัแขนเด็ก ด็ ให้เกาะไว้บว้นบ่าบ่ของผู้อุ้ผู้ อุ้มอุ้ ไว้ อย่าย่ ปล่อล่ยให้เด็ก ด็ เกร็ง ร็ แขนหนีบติดติลำ ตัวตั หรือรืแขนห้อยตกข้าข้งตัวตั 3) เน้นการอุ้มอุ้กางขาออกห่างเสมอในเด็ก ด็ กล้าล้มเนื้อแข็ง ข็ เกร็ง ร็ เพื่อลดการเกร็ง ร็ ขา หนีบไขว้ 4) ในเด็ก ด็ ที่สที่ะโพกเกร็ง ร็ ในท่าท่งอตัวตั ให้อุ้มอุ้ กางขาและเหยียยีดสะโพกตรง โดยให้ผู้อุ้ผู้ อุ้มอุ้ สอดมือมืระหว่าว่งขาหนีบ จับจัแขนชูกชูางออก 5) ในเด็ก ด็ ที่สที่ะโพกเกร็ง ร็ ในท่าท่เหยียยีดแอ่นอ่ตัวตั ให้อุ้มอุ้ โดยการช้อช้นก้นก้ เด็ก ด็ ให้งอสะโพกและเข่าข่หรือรือุ้มอุ้ ในลักลัษณะงอขาข้าข้งหนึ่ง เหยียยีดขา ข้าข้งหนึ่ง และควรสลับลัการงอ-เหยียยีดขาเป็นระยะๆ เพื่อลดการยึดยึแข็ง ข็ อยู่ใยู่นท่าท่ ใดท่าท่หนึ่ง 132
ธาราบำ บัด บั (HYDROTHERAPY) 133
134 ธาราบำ บัด บั (hydrotherapy) คือการรักรัษาทางกายภาพบำ บัดบัรูปแบบ หนึ่งที่ใที่ช้น้ำช้ น้ำ เป็นตัวตักลางในการรักรัษาโดยใช้คุช้คุณสมบัติบัขติองน้ำ เป็นตัวตัช่วช่ยใน การรักรัษา คุณสมบัติบัขติองน้ำ ที่นำที่นำมาประยุกยุต์ใต์ช้ใช้นการรักรัษา เช่นช่แรงดันดัน้ำ แรงลอยตัวตัและอุณหภูมิภูขมิองน้ำ การรักรัษาด้วด้ยวิธีวิธธีาราบำ บัดบัเป็นที่นิที่นิยมอย่าย่งมากเนื่องจากการอยู่ใยู่นน้ำ ทำ ให้ผู้ป่ผู้ป่วยรู้สึรู้ สึกสบาย ลดแรงที่กที่ระทำ ต่อต่ข้อข้ต่อต่ช่วช่ยพยุงยุน้ำ หนัก และช่วช่ย ในการเคลื่อลื่นไหวได้ดีด้ ดีโดยอาศัยคุณสมบัติบัเติด่นด่ๆ 4 ประการของน้ำ คือ ธาราบำ บัด บั ความหมายของธาราบำ บัด บั ภาวะการเป็นของเหลว ทำ ให้สามารถแทรกหรือรืชอนไชไปตามร่าร่งกาย ภายนอกโดยเฉพาะบริเริวณที่เที่ป็นร่อร่งเช่นช่มือมืและเท้าท้หรือรืสัมผัสผั ได้ทั้ด้งทั้ ตัวตั ไม่ว่ม่าว่จะเป็นการอาบหรือรืการแช่ น้ำ เป็นสื่อนำ ความร้อ ร้ นและความเย็น ย็ ที่ดี ที่ ดี ความร้อร้นมีผมีลเด่นด่ ในการ ลดอาการปวดเมื่อมื่ยและผ่อผ่นคลายถ้าถ้เป็นสระที่ผู้ที่แผู้ช่สช่ามารถเคลื่อลื่นไหว ออกกำ ลังลั ได้อุด้อุณหภูมิภูที่มิแที่นะนำ คือ 33-36 °C ส่วนน้ำ เย็น ย็ จะให้ความ สดชื่นชื่ สร้าร้งความผ่อผ่นคลายกับกัร่าร่งกาย ผ่อผ่นคลายกล้าล้มเนื้อ และแก้ อาการปวดเกร็ง ร็ ต่าต่งๆได้ อุณหภูมิภูที่มิถืที่อถืว่าว่เย็น ย็ มากคือ 13-18 °C ซึ่งซึ่จะ ต้อต้งแช่เช่พียง 1-2 นาที ไม่คม่วรนานไปกว่าว่นี้ น้ำ มีแ มี รงพยุง ยุ ตัว ตั จากค่าความถ่วถ่งจำ เพาะของน้ำ ที่ใที่กล้เล้คียงกับกั ความถ่วถ่งของมวลสารร่าร่งกาย ถ้าถ้น้ำ ลึกลึถึงถึเอวหรือรืครึ่งรึ่ตัวตัน้ำ หนักก็จ ก็ ะ หายไปครึ่งรึ่หนึ่ง ถ้าถ้ลึกลึถึงถึคางน้ำ หนักตัวตัจะเหลือลืแค่ 8% คือจากผู้ที่ผู้ที่ หนัก 100 กิโกิลกรัมรัจะเหลือลืแรงกดที่ฝ่ที่ ฝ่าเท้าท้เพียง 8 กิโกิลกรัมรัทำ ให้ผู้ถูผู้กถู รักรัษามีคมีวามรู้สึรู้ สึกได้ถึด้งถึแรงลอยตัวตัเวลาอยู่ใยู่นน้ำ จึงจึตัวตัเบาทรงตัวตั ได้ดีด้ ดี ราวมีคมีนคอยพยุงยุ ความฝืดของน้ำ ซึ่งซึ่จะคอยต้าต้นทานการเคลื่นลื่ ไหวทำ ให้การฟื้นตัวตัด้าด้น กำ ลังลัของกล้าล้มเนื้อเกิดกิขึ้นขึ้ ได้อด้ย่าย่งรวดเร็ว ร็ เกินกิความคาดหมายจาก สายตาที่ดูที่เดูหมือมืนว่าว่ออกกำ ลังลัเพียงเล็ก ล็ น้อย 1. 2. 3. 4.
ธาราบำ บัด บั ในเด็ก ด็ สมองพิการ ภาวะสมองพิการ หรือรืนิยมเรียรีกแบบย่อย่ว่าว่ซีพีซี พี(Cerebral palsy) เป็น ความผิดผิ ปกติที่ติเที่กิดกิพยาธิสธิภาพแบบถาวรและไม่ลุม่กลุลามที่สที่มอง ความผิดผิ ปกติ นี้ ส่งผลให้เด็ก ด็ เกิดกิความผิดผิ ปกติเติกี่ยกี่วกับกัพัฒนาการด้าด้นการเคลื่อลื่นไหว และ มักมัเกิดกิร่วร่มกับกั ปัญหาด้าด้นอื่นอื่เช่นช่การรับรัความรู้สึรู้ สึกต่าต่ง ๆ การสื่อสาร และ พฤติกติรรม เป็นต้นต้ลักลัษณะอาการแสดงของภาวะสมองพิการส่วนใหญ่มัญ่กมัมี ปัญหาด้าด้นความตึงตึตัวตัของกล้าล้มเนื้อ กำ ลังลักล้าล้มเนื้อไม่แม่ข็ง ข็ แรง การทรงท่าท่ ไม่ มั่นมั่คง มีคมีวามทนทานในการทำ กิจกิกรรมน้อย และปัญหาด้าด้นการหายใจ เนื่องจากเคลื่อลื่นไหวได้ลำด้ ลำบาก ส่งผลให้บางคนมีกมีารขยับยัของกระบังบัลมค่อน ข้าข้งน้อย และเกิดกิ ปัญหาขึ้นขึ้ลักลัษณะอาการเหล่าล่นี้ทำ ให้จำ กัดกัการเคลื่อลื่นไหว และการทรงท่าท่ ส่งผลให้พัฒนาการของเด็ก ด็ ไม่เม่ ป็นไปตามวัยวั 135
ประโยชน์ของการรัก รั ษาเด็ก ด็ ซีพีประเภทเกร็ง ร็ (ในน้ำ ) อุณหภูมิภูขมิองน้ำ ที่เที่หมาะสมสามารถลดอาการปวดหรือรืลดความตึงตึตัวตัของ กล้าล้มเนื้อได้ เมื่อมื่อยู่ใยู่นน้ำ จะทำ ให้กล้าล้มเนื้อเด็ก ด็ ผ่อผ่นคลายได้ดีด้ ดีช่วช่ยลดอาการเกร็ง ร็ ของ กล้าล้มเนื้อ แรงลอยตัวตัและแรงดันดัน้ำ จะช่วช่ยให้เด็ก ด็ เคลื่อลื่นไหวในน้ำ และขยับยั ส่วน ต่าต่ง ๆ ของร่าร่งกายได้ง่ด้าง่ยขึ้นขึ้ แรงลอยตัวตัจะช่วช่ยพยุงยุส่วนต่าต่ง ๆ ลดแรงที่กที่ระทำ ข้อข้ต่อต่ทำ ให้สามารถลด การบาดเจ็บ จ็ ในข้อข้ต่อต่ ได้ และสามารถใช้ฝึช้ ฝึกการทรงตัวตั ให้เด็ก ด็ ได้ดีด้ ดี แรงดันดัน้ำ สามารถเป็นแรงต้าต้นเพื่อให้เด็ก ด็ ได้อด้อกกำ ลังลักายเพิ่มความแข็ง ข็ แรงของกล้าล้มเนื้อได้อด้ย่าย่งเหมาะสมและไม่มม่ากจนเกินกิ ไป การหายใจขณะที่ลำที่ลำตัวตัอยู่ใยู่นน้ำ จะเป็นการออกกำ ลังลักายกระบังบัลมได้เด้ป็น อย่าย่งดี ทำ ให้กล้าล้มเนื้อที่ใที่ช้ใช้นการหายใจแข็ง ข็ แรงขึ้นขึ้ 1. 2. 3. 4. 5. 6. 136
137 ข้อควรระวัง วั ของการพาเด็ก ด็ ซีพีลงน้ำ ผู้ฝึผู้ฝึกควรเข้าข้ ใจธรรมชาติขติองเด็ก ด็ ซีพีซี พีและรู้ว่รู้าว่เด็ก ด็ ที่จที่ะฝึกนั้นมีลัมีกลัษณะ อาการและอาการแสดงเป็นอย่าย่งไร เพื่อที่จที่ะสามารถรับรัมือมื ในน้ำ ได้อด้ย่าย่ง ถูกถูต้อต้งและไม่เม่กิดกิอันอัตราย ผู้ฝึผู้ฝึกควรเข้าข้ ใจพฤติกติรรมและการตอบสนองของเด็ก ด็ เพื่อความเข้าข้ ใจใน การสื่อสาร เด็ก ด็ จะรู้สึรู้ สึกผ่อผ่นคลายกับกัผู้ฝึผู้ฝึกและมีคมีวามมั่นมั่ ใจในการลงน้ำ หากพาเด็ก ด็ ลงน้ำ เป็นครั้งรั้แรก ควรมีผู้มี ฝึผู้ฝึกอยู่กัยู่บกัเด็ก ด็ ในน้ำ และมีผู้มีช่ผู้วช่ยอยู่ ด้าด้นข้าข้งสระเพื่อเตรียรีมพร้อร้มช่วช่ยเหลือลืหากเกิดกิเหตุฉุตุกฉุเฉินเมื่อมื่เด็ก ด็ ตกใจ หรือรืเกิดกิอันอัตรายขึ้นขึ้ 1. 2. 3. ข้อห้ามในการฝึกธาราบำ บัด บั มีไมีข้ หรือรื ไม่สม่บาย ผู้ที่ผู้มีที่โมีรคติดติต่อต่ทางผิวผิหนัง ผู้ที่ผู้มีที่คมีวามผิดผิ ปกติทติางระบบหัวใจและหลอดเลือลืด และการไหลเวียวีน ผู้ที่ผู้กำที่กำลังลัอยู่ใยู่นระหว่าว่งการรักรัษาด้วด้ยวิธีวิฉธีายรังรั สี ผู้ที่ผู้เที่ป็นโรคติดติเชื้อชื้ต่าต่ง ๆ ผู้ที่ผู้เที่ป็นโรคหรือรืมีปัมี ปัญหาทางระบบขับขัถ่าถ่ย ผู้ที่ผู้มีที่แมีผลเรื้อรื้รังรัเน่าเปื่อย หรือรืแผลสด หากมีจำมี จำเป็นต้อต้งรอให้แผลหายก่อก่น ผู้ที่ผู้กำที่กำลังลัมีปมีระจำ เดือดืน ผู้ที่ผู้เที่ป็นโรคลมชักชัหรือรืลมบ้าบ้หมู ของเลือลืด
ตัว ตั อย่า ย่ งการออกกำ ลัง ลั กายด้ว ด้ ยธาราบำ บัด บั 1 2 การยกแขน 138 ให้เด็ก ด็ นอนลอยตัวตัอยู่ใยู่นท่าท่นอนหงาย ผู้ฝึผู้ฝึกใช้โช้ฟมรองบริเริวณใต้คต้อและเอว ให้เด็ก ด็ เอามือมื ประสานไว้ที่ว้ท้ที่าท้ยทอย ผู้ฝึผู้ฝึกจับจัตรึงรึหัวไหล่ไล่ว้แว้ละเคลื่อลื่นที่ไที่ปด้าด้นข้าข้ง ออกคำ สั่งให้เด็ก ด็ ทำ ตัวตั ให้ตรง เป็นการฝึกความแข็ง ข็ แรงของกล้าล้มเนื้อลำ ตัวตั การเอียงตัว ตั ไปด้านข้าง ให้เด็ก ด็ นอนลอยตัวตัอยู่ใยู่นท่าท่นอนหงาย ผู้ฝึผู้ฝึกใช้โช้ฟมรองบริเริวณใต้คต้อ และเอว ผู้ฝึผู้ฝึกจับจั ให้เด็ก ด็ งอศอกทั้งทั้ สองข้าข้ง หุบแขนหมุนมุเข้าข้ด้าด้นในที่บที่ริเริวณข้าข้ง ลำ ตัวตัหลังลัจากนั้นกระตุ้นตุ้โดยการกระตุกตุที่มืที่อมืเล็ก ล็ น้อยและบอกให้เด็ก ด็ เหยียยีด ศอก กางแขนและหมุนแขนออกด้าด้นนอกกวาดแขนขึ้นขึ้ ไปตามพื้นผิวผิน้ำ ไปจนถึงถึ ด้าด้นบน และพากลับลั ไปอยู่ใยู่นท่าท่เริ่มริ่ต้นต้
3 139 ให้เด็ก ด็ นอนลอยตัวตัอยู่ใยู่นท่าท่นอนหงาย ผู้ฝึผู้ฝึกใช้โช้ฟมรองบริเริวณใต้คต้อและ เอว ผู้ฝึผู้ฝึกจับจับริเริวณข้อข้เท้าท้ทั้งทั้ สองข้าข้ง ให้เด็ก ด็ ออกแรงกางขาข้าข้งหนึ่ง โดยที่ผู้ที่ผู้ ฝึกใช้มืช้อมืต้าต้นให้ขาข้าข้งนั้นอยู่กัยู่บกัที่ ขาอีกอีข้าข้งของเด็ก ด็ จะกางออกตามแนวระนาบ พื้นน้ำ (ควรมีผู้มีช่ผู้วช่ยอีกอี1 คนอยู่บยู่ริเริวณทางศีรษะของเด็ก ด็ เพื่อป้องกันกัหากเกิดกิ เหตุฉุตุกฉุเฉินที่เที่ด็ก ด็ เกิดกิอาการเกร็ง ร็ จนศีรษะจมลงน้ำ ) การกางขา
อาชาบำ บัด บั (HIPPOTHERAPY) 140
ที่ม ที่ าของอาชาบำ บัด 141 อาชาบําบัดบัหรือ รื การนําม้าม้มาช่วช่ยในการบําบัดบัเรีย รี กว่าว่ HIPPOTHERAPY ซึ่งซึ่คําว่าว่ HIPPO มาจากภาษากรีก รี แปลว่าว่ “ม้าม้ ” ส่วน คําว่าว่THERAPY แปลว่าว่ “การบําบัดบั ” เป็นการบําบัดบัทางเลือ ลื กรูปแบบ หนึ่ง ที่มีที่เ มีป้าหมายและกระบวนการในการบําบัดบัชัดชัเจน เป็นการบูร บู ณา การการบําบัดบั โดยสหวิชวิาชีพ ชี ที่เที่กี่ย กี่ วข้อข้งในการดูแ ดู ลอาชาบําบัดบั ไม่เม่น้น ทักทัษะการขี่ม้ ขี่ าม้แต่จต่ะเน้นการเสริมริ สร้าร้งทักทัษะที่บที่กพร่อร่งหรือ รื ขาดหาย ไป แก้ไก้ขปัญหาหรือ รื อาการบางอย่าย่งที่ขัที่ดขัขวางพัฒนาการและการเรีย รี น รู้ เช่นช่ ปัญหาด้าด้นสมาธิ การเคลื่อ ลื่ นไหว การเดินดิ ไม่มั่ม่นมั่คง การทรงตัวตั การทรงท่าท่และการเข้าข้ สังคม เป็นต้นต้ อาชาบำ บัด บั
อาชาบําบัดในเด็กแต่ล ต่ ะประเภท 4.ในกลุ่มลุ่เด็ก ด็ สมาธิสั้ธิสั้ น (ATTENTION DEFICIT/ HYPERACTIVITY DISORDER) ช่วช่ยเสริมริ สร้าร้งสมาธิแธิละความสนใจของเด็ก ด็ ให้ดีขึ้ดีขึ้นขึ้การเลือลืกกิจกิกรรม บนหลังลัม้าม้ควรเน้นการเสริมริ สร้าร้งสมาธิเธิป็นหลักลัต้อต้งพิจารณาความเหมาะสม และปัจจัยจัแวดล้อล้มอื่นอื่ๆ ประกอบด้วด้ย เด็ก ด็ ไม่สม่ามารถเข้าข้ โปรแกรมการบําบัดบั ได้ ทุกทุราย ในเด็ก ด็ บางรายที่มีที่อมีาการกระตุกตุมาก ๆ ก็ไก็ ม่คม่วรใช้อช้าชาบําบัดบัเพราะอาจ ทําทํ ให้เกิดกิอันอัตรายกับกัเด็ก ด็ ได้ขด้ณะทําทํการขี่ม้ขี่าม้ 3.ในกลุ่มลุ่เด็ก ด็ ออทิสทิติกติ (AUTISM SPECTRUM DISORDER) หลังลัจากเด็ก ด็ เริ่มริ่คุ้นเคย จะให้ความร่วร่มมือมืมากขึ้นขึ้ดังดันั้นการเตรียรีมความ พร้อร้มเด็ก ด็ ก่อก่นขึ้นขึ้ขี่บขี่นหลังลัม้าม้จึงจึเป็นเรื่อรื่งสําคัญ กิจกิกรรมที่ใที่ช้จช้ะเลือลืกให้เหมาะ สมตามอาการเป้าหมายที่จที่ะบําบัดบัหรือรืทักทัษะที่ต้ที่อต้งการเสริมริ สร้าร้ง ใช้ขช้องเล่นล่ หรือรืเกมกิจกิกรรม เพื่อดึงดึความสนใจ 142 1.ในกลุ่มลุ่เด็ก ด็ สมองพิการ (CEREBRAL PALSY) เนื่องจากลักลัษณะการเดินดิของม้าม้คล้าล้ยกับกัการเดินดิของคน สะโพกของ เด็ก ด็ ที่นั่ที่นั่งอยู่บยู่นหลังลัม้าม้จะเคลื่อลื่นที่คที่ล้าล้ยกับกัที่เที่ด็ก ด็ เดินดิบนพื้นด้วด้ยตนเอง มีผมีล ช่วช่ยกระตุ้นตุ้กระแสประสาทรับรัรู้ไรู้ปที่สที่มองให้มีกมีารจดจํารูปแบบการเดินดิช่วช่ย ให้การเดินดิพัฒนาขึ้นขึ้และระหว่าว่งที่ม้ที่าม้เดินดิเด็ก ด็ จะพยายามรักรัษาสมดุลดุช่วช่ยลด อาการเกร็ง ร็ และเพิ่มความแข็ง ข็ แรงของกล้าล้มเนื้อ 2.ในกลุ่มลุ่เด็ก ด็ บกพร่อร่งทางสติปัติ ปั ญญา (INTELLECTUAL DISABILITY) ช่วช่ยเสริมริ สร้าร้งพัฒนาการในทุกทุด้าด้นได้ ควรเน้นกิจกิกรรมพัฒนาด้าด้นสติ ปัญญา ด้าด้นภาษา และด้าด้นสังคม การอยู่บยู่นหลังลัม้าม้อยู่แยู่ล้วล้ช่วช่ยลดการเกร็ง ร็ และ เพิ่มความแข็ง ข็ แรงของกล้าล้มเนื้อ ทรงตัวตัและทรงท่าท่ ได้ดีด้ขึ้ดีขึ้นขึ้
ประโยชน์ของการทำ อาชาบำ บัด เด็ก ด็ จดจ่อจ่กับกัการทรงตัวตัเพื่อไม่ใม่ห้ตก เป็นการฝึกสมาธิ ร่วร่มกับกัทำ กิจกิกรรมโยนลูก ลู บอล เคลื่อ ลื่ นไหวในท่าท่ทางต่าต่งๆ จะทำ ให้ เด็ก ด็ มีช่ มี วช่งความสนใจยาวนานขึ้น ขึ้ 143 1.ด้า ด้ นประสาทสัมผัสผั เด็กต้องใช้ปช้ระสาทสัมผัสผัทั้งทั้หมดฝึกการทรงตัวและการเคลื่อนไหว ให้สัมพันธ์กั ธ์ กับการเคลื่อนที่ข ที่ องม้า จะกระตุ้นการทำ งานของกล้ามเนื้อให้ แข็งแรง และช่วช่ยให้กล้ามเนื้อทำ งานประสานกันอย่างมีประสิทธิภธิาพ 2.ด้า ด้ นสมาธิ 3.ด้า ด้ นการควบคุมอารมณ์ เด็กต้องมีปฎิสัฎิ สัมพันธ์กั ธ์ กับม้า หรือ รื เด็กคนอื่นๆที่เ ที่ ข้ารับรัการบำ บัด ด้วย ในกรณีแบบการบำ บัดแบบกลุ่ม ลุ่ จะช่วช่ยให้เด็กเรีย รี นรู้กรู้ารควบคุม อารมณ์ การแสดงออกทางอารมณ์ และการตอบสนองทางอารมณ์ อย่างเหมาะสมจากคนรอบข้าง
ข้อห้ามและข้อควรระวังในการฟื้นฟู ร่างกายด้วยอาชาบำ บัด 1. กลุ่มลุ่เด็ก ด็ ที่ไที่ม่สม่ามารถทรงตัวตั ได้ด้ด้วด้ยตนเอง 3. กลุ่มลุ่เด็ก ด็ ที่ไที่ม่สม่ามารถควบคุมอารมณ์ได้ 144 2. กลุ่มลุ่เด็ก ด็ ที่มีที่อมีาการลมชักชัที่ยัที่งยั ไม่สม่ามารถควบคุมได้ 4. กลุ่มลุ่เด็ก ด็ ที่แที่พ้ขนสัตว์ ประโยชน์ของการทำ อาชาบำ บัด (ต่อ ต่ ) เด็กได้เรีย รี นรู้กรู้ารเห็นอกเห็นใจสัตว์ ช่วช่ยให้เด็กอ่อนโยน ได้เรีย รี น รู้วิรู้ วิธีปธี ฎิบัฎิ บัติตนต่อผู้อื่ ผู้ อื่ นหรือ รื ต่อสัตว์อย่างอ่อนโยนจากผู้บำ ผู้บำบัด 4. ด้า ด้ นทัก ทั ษะการเข้าสังคม เด็กได้เรีย รี นรู้กรู้ารอยู่ร่ ยู่ วร่มกับสัตว์ ครูฝึกหรือ รื เด็กคนอื่นๆ ทำ ให้คุ้นกับ การเข้าสังคม ไม่กลัวคนแปลกหน้า และไม่แสดงพฤติกรรมเชิงชิลบ 5. ด้า ด้ นจิต จิ ใจ
กิจกรรมก่อนขึ้นม้า 145 1. กิจกิกรรมวงกลม เป็นกิจกิกรรมที่จัที่ดจั ให้เด็ก ด็ ได้เด้คลื่อลื่นไหว ร่าร่งกายอย่าย่งอิสอิระ โดยใช้เช้สียงเพลง ครูกล่าล่วทักทัทาย สวัสวัดีนัดี นักเรียรีนและสร้าร้งความคุ้นเคย และแนะนำ ชื่อชื่ครู นักเรียรีน และม้าม้ 2. กิจกิกรรมอบอุ่น อุ่ ร่าร่งกาย ทำ ให้ร่าร่งกายพร้อร้มที่จที่ะเล่นล่กีฬกีา หรือรื การออกกำ ลังลักายได้อด้ย่าย่งมีปมีระสิทธิภธิาพ ทั้งทั้ยังยั ป้องกันกัการบาด เจ็บ จ็ ของกล้าล้มเนื้อที่อที่าจจะเกิดกิขึ้นขึ้ ได้
การดำ เนินกิจกรรมอาชาบำ บัด 146 ในการวางแผนการจัดโปรแกรมอาชาบำ บัดอย่างเหมาะสมต้องคำ นึง ถึงองค์ประกอบหลายอย่างให้สอดคล้องกับเด็ก โดยมีคุณครู ผู้ป ผู้ กครอง ทีม ที นักสหวิชาชีพ ชี และบุคลากรอื่นๆในสนาม ร่วร่มกันดำ เนินกิจกรรม ซึ่งซึ่ต้อง พิจารณาจากรูปแบบการฝึกและเลือกใช้ตช้ามศักยภาพของเด็ก มีหัวข้อดัง ต่อไปนี้