The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือประวัติศาสตร์ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนซา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanlayaneeboontong11, 2021-11-30 11:36:05

หนังสือประวัติศาสตร์ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนซา

หนังสือประวัติศาสตร์ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนซา

Keywords: บ้านเสด็จ,ประวัติศาสตร์ตำบลบ้านเสด็จอำเภอเคียนซา,๊U2TSRU,สุราษฎร์ธานี,ตำบลบ้านเสด็จอำเภอเคียนซา,วิศกรสังคม

หน้าที่ ๑๘๘

๓.วัดทับใหม่พัฒนา

พอ่ ท่านอิน้ ปภากโร เดิมเปน็ คนบ้านเสด็จ อาเภอเคยี นซา ทา่ น
ได้สละทรัพย์สมบัตขิ องท่านแจกจา่ ยชาวบา้ น หนั หลงั ให้กบั ทางโลก
ก้าวเข้าสูร่ ม่ กาสาวพัสตร์ และกลับมาตง้ั “สานักสงฆ์บา้ นทบั ใหม่”
บนทีด่ ินท่ีชาวบ้านในละแวกนน้ั ร่วมกันบริจาคให้ทา่ นด้วยความศรัทธา

สานกั สงฆ์บา้ นทับใหม่ ไดร้ บั การแต่งตัง้ ให้เปน็ วัดข้ึนในปี ๒๕๕๓
บนพื้นที่ ๑๙ ไรข่ องวดั ท่านได้จดั สร้างกุฏสิ าหรับพระสงฆ์ ศาลาปฏบิ ตั ิ
ธรรม เมรแุ ละปัจจุบนั ทย่ี งั คงกอ่ สร้างค้างอยู่คอื อุโบสถ

รูปภาพท่ี ๑๒๒. วดั ทบั ใหมพ่ ฒั นา

หนา้ ที่ ๑๘๙

๔.วดั มงคลพทิ ักษธ์ รรม

วัดมงคลพทิ ักษ์ธรรม หรือเรียกอีกช่ือว่า วัดหน้าเขา เดิมวัด
มงคลพิทักษ์ธรรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตพ้ืนท่ีของ หมู่ท่ี ๒ ตาบลบ้านเสด็จ
อาเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซ่ึงมีนายจรัญ สุวรรณ เป็น
ผู้ใหญ่บ้าน ต่อมาเมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๓๖ ได้แยกจากหมู่บา้ นออกมา
เป็นหมู่ ๑๒ ตาบลบา้ นเสด็จอาเภอเคียนซา จงั หวัดสุราษฎร์ธานี หลัง
แบ่งแยกหมู่บ้านวัดมงคลพิทักษ์ธรรม แห่งนี้อยู่ในเขตหมู่ ๑๒ โดยมีนาย
ประเวศ ริยาพนั ธเ์ ป็นผใู้ หญ่บ้าน

รปู ภาพที่ ๑๒๓. วัดมงคลพิทกั ษ์ธรรม

หนา้ ท่ี ๑๙๐

ท่ีพักสงฆ์แห่งนี้ต้ังข้ึนเม่ือปี พทุ ธศักราช ๒๕๓๕ มีพระภิกษุสงฆ์
มาจาพรรษาตลอดทุกปีและเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๕ พระครูพิทักษ์
ธรรมวงศ์ เจา้ คณะอาเภอทับปุด จงั หวัดพังงา ได้ส่งพระมหาสุรพล
ปัญญาปะโซโต มาอยู่จาพรรษาท่ีพักสงฆ์และได้รับแรงศรัทธาจาก
ชาวบ้านในชุมชนอันแรงกล้าจึงมีการก่อสร้างวัตถุถาวรขึ้นมากมาย เช่น
ศาลา การเปรียญ โรงฉัน หอระฆงั มนฑบ เมรุ-ศาลาคู่เมรุ การแรง
ศรัทธาของพี่น้องในเขตบริการ ๔ หมู่บ้านหลักประกอบไปด้วย หมู่ ๒
หมู่ ๑๒ หมู่ ๖ และหมู่ ๒๐ นอกจากน้ี ก็ยังมีหมู่บา้ นอ่ืนๆอีกหลายหมู่ท่ี
มารว่ มทาบุญทอดกฐินที่วัดแห่งน้ี

รูปภาพที่ ๑๒๔. วดั มงคลพทิ กั ษธ์ รรม

หนา้ ท่ี ๑๙๑
รปู ภาพท่ี ๑๒๕. วดั มงคลพทิ กั ษธ์ รรม

หนา้ ท่ี ๑๙๒

ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ ได้มี พระสงวน ขันติโกะมา
อยู่จาพรรษาและได้ร่วมกับผู้นาชุมชนกานันผู้ใหญ่บา้ นซ่ึงมี นายอุทร
กันแก้ว เป็นผู้ใหญ่บ้านได้ร่วมกันสร้างอุโบสถข้ึนจากแรงศรัทธาอัน
เล่ือมใสในพระพุทธศาสนาและได้ย่ืนเร่ืองขอเป็นวัดที่ถูกต้องตาม
กฎหมาย สานักพุทธศาสนาจังหวัดภายใต้ชื่อวัดมงคลพิทักษ์ธรรม
และได้รับอนุญาตสร้างวัดจากสานักพุทธศาสนาแห่งชาติในวันท่ี ๑๔
ตลุ าคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นทีเ่ รียบร้อย

รปู ภาพท่ี ๑๒๖. หอระฆงั วดั มงคลพิทกั ษธ์ รรม

หน้าท่ี ๑๙๓

วัดมงคลพิทักษ์ธรรมผู้บกุ เบกิ นายโท พลแก้ว โดยเจ้าของ
ท่ีดินเดิม คือ นายร่าน ทองอินทร์ และขายให้นายประสิทธิ์
อิทรอักษร ตอ่ มานายประสิทธ์ถิ ูกลอบยิงเสียชีวิต ชาวบ้านจึงร่วมกัน
ซ้ือที่ดินแปลงนี้เป็นส่วนกลาง นายโท พลแก้ว จึงมีความคิดเห็นให้
จัดตงั้ เปน็ วดั ปัจจบุ ันเจ้าอาวาส ชอ่ื พระจม

รูปภาพท่ี ๑๒๗. พระจม เจา้ อาวาสวัดมงคลพทิ ักษธ์ รรม

หนา้ ท่ี ๑๙๔

รูปภาพท่ี ๑๒๘. ประกาศสานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เรื่อง การตง้ั วดั ในพระพุทธศาสนา

สถานที่สาคญั

หน้าที่ ๑๙๖

แหลง่ ทอ่ งเท่ียวทางประวัตศิ าสตร์และศาสนสถาน

๑.ถาเขาไพรเกศ
ประวตั ิศาสตรถ์ าเขาไพรเกศ

ถาเขาไพรเกศ หรือ ถาเขาหวั กะโหลก ตังอยบู่ ้านเขาไพรเกศ หมู่ท่ี
๑๙ ตาบลบ้านเสด็จ อาเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เม่ือปี
พทุ ธศักราช ๒๕๒๗ ได้มีชาวบ้านอพยพเข้ามาอยู่ในพืนที่สารวจพบถาได้
พบหวั กระโหลกและโครงกระดูกมนุษยอ์ ย่บู นเพดานถา

ส่ ว น บ ริ เ ว ณ พื น ล่ า ง พ บ เ ศ ษ อุ ป ก ร ณ์ เ ค ร่ื อ ง มื อ เ ค รื่ อ ง ใ ช้
เคร่ืองปั้นดินเผา เช่น กาไล หม้อ หม้อสามขา พบเศษเคร่ืองป้ันดินเผา
จานวนมากฝังอยู่ในพืนดินและกระดูกสัตว์ชนิดต่างๆปัจจุบันถาเขา
ไพรเกศ

ภาพที่ ๑๒๙. ถาเขาไพรเกศ

หน้าท่ี ๑๙๗

พทุ ธศักราช ๒๕๓๕ พระธุดงค์มาปักกลดบริเวณหน้าถามีชื่อ
เรียกว่า พีห่ ลวงยอด ชาวบ้านเลยได้ร่วมกันจดั ตังเป็นพักสงฆ์ ช่ือว่าที่
พกั สงฆ์เขาไพรเกศ เพ่อื เป็นสถานท่ียึดเหน่ียวจิตใจ เป็นสถานท่ีศึกษา
ด้านประวัติศาสตร์และเป็นสถานท่ีพักผ่อนเนื่องจากมีธรรมชาติท่ี
สวยงาม ประวัติศาสตร์อีกอย่างหน่ึงของถาเขาหัวกะโหลกคือ
คอมมิวนิสต์ใช้เป็นฐานที่ตังในการสร้างค่ายแห่งใหม่เนื่องจากถูกกอง
ทหารปราบปรามอย่างหนัก ทาให้คนในค่าย ๕๑๔ เข้ามาเพ่มิ มากขึนจงึ
ต้องสร้างค่ายที่ใหม่อีก ๒ แห่งความรวดเร็วในการรับมือ คือ ถาเขาหัว
กะโหลกและอุทยานแห่งชาติเขาสก (*อ้างอิงจาก หนังสือศรัทธาคงม่ัน
ปั้นดินเป็นดาวแดง)

ภาพที่ ๑๓๐. ถาเขาไพรเกศ

หน้าท่ี ๑๙๘

การเดนิ ทาง โดยรถส่วนตัว จากอาเภอเมืองสุราษฎร์ธานี มุ่งหน้า
ไปทางถนนหมายเลข ๔๑๓๓ เข้าสู่ตาบลบา้ นเสด็จโดยใช้ถนนหมายเลข
๔๒๑๙และตรงไปยังจดุ หมายสานักสงฆถ์ าเขาไพรเกศ(ถาเขาหัวกะโหลก)

ภาพที่ ๑๓๑. ถาเขาไพรเกศ

ภาพท่ี ๑๓๒. ถาเขาไพรเกศ

หน้าท่ี ๑๙๙

๒.สถานท่ที อ่ งเที่ยวหมู่ ๗ ถา้ เขางาม (ถ้าเขาฮาย)

สถานทตี่ งั อยู่หมู่ท่ี ๗ ตาบลบ้านเสด็จ อาเภอเคยี นซา จงั หวัดสุราษฎรธ์ านี
ประวัตศิ าสตรถ์ าเขาฮาย

ปีพุทธศักราช ๒๕๐๘-๒๕๒๗ สมัยคอมมิวนิสต์ ถาเขาฮาย เป็นแหล่งเก็บ
อาวุธและเวชภัณฑ์ยา เน่ืองจากพืนท่ีภายในถามีอากาศเย็น และยังเป็น
ฐานรองรับผู้บาดเจ็บ บริเวณปากถาได้มีย่านหนามฮายมาปกคลุมอยู่ จึงเหมาะ
เป็นทีห่ ลบซ่อน

ประเภทของแหลง่ ท่องเท่ียว : แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชงิ ประวตั ิศาสตร์
การเดินทาง : เดินทางมาจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี เข้าสู่ถนนสุราษฎร์-
กระบี่ หมายเลข ๔๔ มุ่งหน้ามายังอาเภอเคียนซา จากนันให้เข้าสู่ถนน
ทางหลวงชนบทหมายเลย ๔๐๑๕ เคียนซา-บางสวรรค์ ขับเข้ามาจนเจอ
รร. จติ ประชาราษฏร์ให้เลยไปประมาณ ๕๐๐ เมตร จะเจอซอยขวามือ
ช่ือซอยห้วยทรายขาว ให้เลียวเข้าไป ตรงไปประมาณ ๗ กิโลเมตร จะ
เจอป้าย ถาเขางาม ขวามอื ตรงไป ๑ กิโลเมตร จะเจอถาและท่ีพกั สงฆ์

หนา้ ที่ ๒๐๐
ภาพที่ ๑๓๓. ถาเขางาม
ภาพท่ี ๑๓๔. ถาเขางาม

หนา้ ที่ ๒๐๑
ภาพที่ ๑๓๕. ถาเขางาม
ภาพท่ี ๑๓๖. ถาเขางาม

หน้าที่ ๒๐๒

ช่ือพืนเมือง : กาจาย กระจาย ขีคาก (แพร่), ขีแรด (ภาคกลาง),
งาย (ปัตตานี), ตาฉ่แู ม ส่ือกีพอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), มะหนามจาย
มะนามจาย (ตาก), มะเบน๋ (ไทยใหญ่-ภาคเหนือ), หนามแดง (ตราด),
หนามหัน (จันทบุร)ี , ฮาย ฮายปูน (ภาคใต้)
ลักษณะ : ไม้พุ่มเลือย ลาต้นและก้านใบมีหนามแหลมแข็งโค้งลงคล้าย
หนามกุหลาบ ใบประกอบแบบขนนกสองชัน เรียงสลับ หูใบเรียวแคบ
ร่วงง่าย ใบย่อย ๘-๑๒ คู่ เรียงตรงข้ามกัน ช่อดอกแบบช่อกระจะ ออก
ตามง่ามใบและปลายก่ิง กลีบเลียง ๕ กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน โคนติดกัน
เปน็ รูปถ้วยตืนๆ กลบี ดอก ๕ กลีบ สีเหลือง ขนาดไม่เท่ากัน เกสรเพศผู้
๑๐ อัน ฝักไม่แตก รูปขอบขนาน ตรงกลางป่องเล็กน้อย มี ๒-๓ เมล็ด
เมล็ดสีนาตาลคลาค่อนข้างกลม

ภาพท่ี ๑๓๗. ต้นหนามฮาย

หนา้ ท่ี ๒๐๓

๓.วัดเจริญประชาธรรม (วัดในปราบ)

เดิมชื่อ ท่ีพักสงฆบ์ ้านในปราบ ตังอยู่ หมู่ท่ี ๕ ตาบลบ้านเสด็จ
อาเภอเคียนซา จงั หวัดสุราษฎร์ธานี โดยช่ือ “ในปราบ” เรียกตามชื่อ
หมู่บ้านที่วัดตงั อยู่ ตอ่ มาเม่อื ขอตังวัด เจา้ อาวาสเห็นว่าประชาชนละแวก
วัดเป็นผู้มีศีลธรรมท่ีดีและเพื่อให้วัดมีความเจริญรุ่งเรืองเก่ียวกับธรรมะ
จึงตังว่า “วัดเจริญประชาธรรม” โดยประวัติเล่าว่าเม่ือครังหลวงพอ่ ช่ืน
(เจ้าอาวาส) บวชเป็นพระและมีความคิดจะหาที่พกั ของพระสงฆใ์ นพืนที่
บา้ นในปราบ

ภาพท่ี ๑๓๘. วัดเจรญิ ประชาธรรม (วัดในปราบ)

หนา้ ท่ี ๒๐๔
ภาพที่ ๑๓๙. วัดเจริญประชาธรรม (วัดในปราบ)
ภาพที่ ๑๔๐. สรีระสังขาร หลวงพ่อช่นื (วดั ในปราบ)

หนา้ ท่ี ๒๐๕
ภาพท่ี ๑๔๑. วดั เจรญิ ประชาธรรม (วดั ในปราบ)
ภาพที่ ๑๔๒. วัดเจรญิ ประชาธรรม (วดั ในปราบ)

หนา้ ที่ ๒๐๖

ภาพท่ี ๑๔๓. วดั เจรญิ ประชาธรรม (วดั ในปราบ)

ละติจดู : ๘.๗๓๗๓๗๗
ลองจจิ ดู : ๙๙.0๘๘๒๐๕

หนา้ ที่ ๒๐๗

๔. พพิ ธิ ภัณฑ์ศูนย์การเรียนรู้และท่องเท่ียวเชิงอนุรกั ษ์
ประวัตศิ าสตรค์ ่าย ๕๑๔

ตังอยู่ที่บา้ นในปราบ หมู่ท่ี ๕ ตาบลบ้านเสด็จ อาเภอเคียนชา
จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประวัติความเป็นมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๘ เกิดการ
รวมกลุ่มเพอื่ นมิตร ๕๑๔ ประกอบด้วย อดีตนิสิต นักศึกษา อดีตแนว
ร่วมท่ีเคยเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ แห่งประเทศไทย ณ ค่าย ๕๑๔
เขตอาเภอเคียนซา ต่อมา พ.ศ. ๒๕๕๑ ทางกลุ่มได้ดาเนินการจดั ตังเป็น
ศนู ย์เรยี นรแู้ ละแหลง่ ท่องเที่ยวเชิงอนุรกั ษ์

ภาพที่ ๑๔๔. พิพธิ ภัณฑศ์ ูนย์การเรียนรูแ้ ละทอ่ งเทย่ี วเชงิ อนุรักษป์ ระวตั ิศาสตร์ค่าย ๕๑๔

หนา้ ที่ ๒๐๘

ประวัติศาสตร์ค่าย ๕๑๔ และทาพิธีเปิดศูนย์ฯ เมื่อวันท่ี ๔
พฤษภาคม ๒๕๕๑ โดยผวู้ า่ ราชการจังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี
โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้ของการต่อสู้ของกองทัพปลด
แอกประชาชน ค่าย ๕๑๔ (ท.ป.ท.) บนั ทึกการต่อสู้ของภาคประชาชน
เปน็ แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์การเคล่ือนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่ง
ประเทศไทย (พ.ศ.๒๕๐๙-๒๕๒๗) ภูมิปัญญาพืนบา้ นและวัฒนธรรมใน
อดีต ท่ีสาคัญ คือ จะเป็นบทเรียนแก่เยาวชน อนุชนรุ่นหลังว่าการใช้
ความรุนแรง ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางความคิดนัน "เป็นวิธีการ
ท่ีไม่ถูกต้อง" ภายในพพิ ิธภัณฑ์ ประกอบด้วยภาพประวัติศาสตร์ค่าย
๕๑๗ และชุมชนเคียนชาคลิปเสียงเพลง วงดนตรีตะวันแดง โมเดลฟื้นป่า
เคียนชา แสดงจุดตังค่าย ตาราเรียนหมอปฏิบัติ ห้องผ่าตัดเคลื่อนท่ี
เคร่ืองแบบ ท.ป.ท. และเคร่ืองแต่งกายสหาย อาวุธท่ีค่าย ๕๑๗
ผลติ เอง และหอ้ งเรยี นไฟลามทุ่ง

ภาพที่ ๑๔๕. พิพธิ ภัณฑ์ศูนย์การเรียนรแู้ ละทอ่ งเทยี่ วเชงิ อนรุ ักษป์ ระวัติศาสตร์คา่ ย ๕๑๔

หน้าท่ี ๒๐๙

ก้าเนดิ พรรคคอมมวิ นสิ ตไ์ ทย

มาจากการเคล่ือนไทวเร่ิมแรกของกลุ่มชาวเวียดนาม และชาวจีน
ในประเทศไทยที่เข้ามาสร้างผลสะเทือนแล้วนามาสู่การตังคณะ
คอมมิวนิสต์สยาม เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๗๓ ต่อมาเมื่อเกิด
สงคราม จีน-ญป่ี ุ่นพรรคคอมมิวนิสดีไทยปรบั สภาพเป็นขบวนการต่อต้าน
ญปี่ ุน่ ทาใหส้ ามารถระดมเยาวชนจานวนมากเขา้ ร่วมจนเมือ่ ญี่ปุ่นบุกไทยใน
พ.ศ. ๒๔๘๔ การจดั ตังของพรรดก็ขยายตัวมากขึน จงึ มีการเปิดการประ
ยมสมยั ชาพอรคครงั แรก เมือ่ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๕ แล้วนามา
สู่การก่อตัง"พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย" (พดท.) อย่างเป็น
ทางการ เม่ือวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ ก่อนจะดาเนินการต่อสู้ด้วย
กาลังอาวธุ อยา่ งเปน็ ทางการ
เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๐๘

ภาพท่ี ๑๔๖. พพิ ิธภณั ฑ์ศูนยก์ ารเรียนรูแ้ ละทอ่ งเทย่ี วเชงิ อนรุ ักษป์ ระวตั ศิ าสตร์ค่าย ๕๑๔

หนา้ ท่ี ๒๑๐

พรรคคอมมวิ นสิ ตไ์ ทยในภาคใต้

พคท. เข้าเคล่ือนไหวในภาคใต้ ตังแต่ช่วงสงครามโลกครังท่ี
สอง เพราะภาคใต้เป็นฐานสาคัญของชาวจีนที่ต่อต้านญ่ีปุ่น มีการตัง
หน่วยใต้ดิน ท่ีส่งขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง ชุมพร ต่อมา มีการ
จัดตังกองกาลังต่อต้านญ่ีปุ่นที่ส่งขลา แต่ว่ายังไม่ทันได้สู้รบจริงจัง
สงครามเลิกไปก่อน พรรคก็สลายกองกาลังหลังสังคราม ภาคใต้ยังเป็น
ฐานกาลังสาคญั ของพรรค
มีการเคล่ือนไหวในกลุ่มครู พอ่ ค้า กรรมกร และนักการเมืองท้องถ่ิน มี
การจดตงั หน้วยย่อยท่ีสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พทั ลุง ตรัง สงขลา
ชุมพร และสาขาพรรคภาคใต้ยังเป็นแกนกลางในการเข้าร่วมเคล่ือน ไหว
สันติภาพ จนในท่ีสุดเมื่อมีการกวาดล้างปราบปรามกรณีสันติภาพ เม่ือ
พ.ศ ๒๔๙๕ ตัวแทนข้องพรรคในภาคใต้ในได้ถูกจบั กุม เช่น มาลยเวช
ประสิทธ์ิ เทียนศิริ และมงคล ณ นคร ฯลฯ แต่การเคล่ือนไหวของพรรค
ยังดารงอยู่ โดยเฉพาะทส่ี ุราษฏรธ์ านี เม่อื "สนิ เดิมหลมิ่ "

ภาพท่ี ๑๔๗. พพิ ธิ ภัณฑศ์ ูนย์การเรียนรแู้ ละท่องเที่ยวเชิงอนุรกั ษป์ ระวัตศิ าสตร์คา่ ย ๕๑๔

หนา้ ท่ี ๒๑๑

เข้ามาเคลอ่ื นไหวราว พ.ศ ๒๕๐๐ โดยเรมิ่ สรา้ งฐาน
ในชนบท แล้วเข้ามาจัดตังมวลชนบริเวณบ้านส้อง พรุพี ซึ่งในส่วนนีนามา
สู่การจดั ตังกองกาลงั อาวธุ ชาวบ้านในเขตสุราษฎร์ธานี พ.ศ.๒๕๐๗ และ
ตังฐานที่มั่นแรกไดท้ ีเ่ ขาชอ่ งช้าง อาเภอนาสาร ในปี พ.ศ.๒๕๐๘
ก่อนขยายพนื ท่ีเคลื่อนไหวไปยัง อาเภอเคียนซา จนสามารถตังเขตงาน
๕๑๔ และกองทพั ๕๑๔ ในปี พ.ศ.๒๕๑๔

ภาพที่ ๑๔๘. พพิ ิธภัณฑศ์ นู ย์การเรยี นรูแ้ ละทอ่ งเทย่ี วเชงิ อนุรกั ษ์ประวัติศาสตรค์ า่ ย ๕๑๔

หน้าที่ ๒๑๒

๕๑๔ เป็นรหัสเรยี กเขตเคลือ่ นไหวของพรรค
คอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท) พืนที่ภาคใต้ตอนบนช่วงปี พ.ศ.
๒๕๐๘-๒๕๒๗ ซง่ึ แบ่งเป็น ๓ เขตส่วนใหญ่อยู่ในพนื ที่จงั หวัดสุราษฎร์ธานี
(อกั ษรยอ่ สฎ ) อันประกอบดว้ ย

สฎ๑ (รหัส ๕๐๘) ศูนย์กลางของเขตอยู่ที่ ฐานท่ีม่ันคงบนเขาช่อง
ช้างเทือกเขา นครศรีธรรมราช ด้านทิศตะวันตก เขตอาเภอนาสาร
รับผิดชอบการเครื่อนไหวในพนื ท่ี อาเภอนาเดิม อาเภอนาสาร อาเภอ
เวียงสระ เน่ืองจากฐานที่ม่ันของเขตงาน สฎ๑ อยู่บนภูเขาจึงเรียกอีกชื่อ
หน่ึงว่า“ฝ่ายเขา” และมีการจัดตังกองกาลังติดอาวุธเป็นหน่วยแรกของ
พนื ท่ีสุราษฎร์ธานีในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ จงึ เรียกอีกชื่อหน่ึงว่า “ค่าย ๕๐๘”
หรอื ”กองทพั ๕๐๘”

ภาพท่ี ๑๔๙. พพิ ธิ ภณั ฑศ์ นู ย์การเรยี นรู้และทอ่ งเทีย่ วเชิงอนุรักษ์ประวตั ิศาสตรค์ ่าย ๕๑๔

หน้าท่ี ๒๑๓

สฎ๒ (รหัส ๕๑๔) ศูนย์กลางเขตงานอยู่ท่ีฐานที่ม่ันในพืนป่า
อาเภอเคยี นซารบั ผดิ ชอบการเครอ่ื นไหวในพืนท่ีฝ่ังตะวันตกของลานาตา
ปี อาเภอเคียนซา อาเภอพระแสง อาเภอพนุ พนิ อาเภอตาขุน และ
อาเภอพนม เนื่องจากพืนที่การเคล่ือนไหวของเขตงาน สฎ๒ (๕๑๔)
อยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มแม่นาตาปีซึ่งมีแม่นาลาคลองสาขามากมายจึง
เรียกอีกช่ือหนึ่งว่า"ฝ่ายคลอง” และมีการจัดตังกองกาลังติดอาวุธ
สาเรจ็ ในปีพ.ศ. ๒๕๑๔ จึงเรยี ก “คา่ ย ๕๑๔”

สฎ๓ (รหัส ๕๑๔) ศูนย์กลางของเขตงานอยู่ท่ีฐานที่มั่นบน
เทือกเขานครศรีธรรมราชด้านทิศเหนือสุดเขตอาเภอกาญจนดิษฐ์
รับผิดชอบการเคล่ือนไหวในพืนท่ีอาเภอเมือง อาเภอดอนสัก อาเภอ
กาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และบางส่วนของ อาเภอสิชล
จงั หวดั นครศรีธรรมราช

ภาพท่ี ๑๕๐. พพิ ิธภณั ฑ์ศูนยก์ ารเรียนรแู้ ละทอ่ งเที่ยวเชงิ อนรุ ักษ์ประวัตศิ าสตร์คา่ ย ๕๑๔

หน้าที่ ๒๑๔

เคียนซา : จากป่าดงดิบ ส่บู ้านนกั ปฏิวัติ
พืนที่เขตงาน สฎ.๒ หรือ ๕๑๔ ในอดีตคือผืนป่าเคียนชา ป่าดงดิบ

ขนาดใหญ่สภาพพืนที่เป็นเนินเขาเต๋ียๆ สลับที่ราบมีประชาชนตังถิ่นฐาน
อาศัยไม่มากนกั
พ.ศ.๒๕๐๙ พคท.เริ่มส่งผู้ปฏบิ ัติงานจาก "ฝ่ายเขา" (เขตงาน ๕๐๘) ข้าม
แม่นาตาปีมาสืบสภาพในเขตอาเภอเคียนชาและเร่ิมส่งผู้ปฏิบัติงานชุด
แรกเข้ามาเคล่อื นไหวมวลชนโฆษณาแนวทางและนโยบายของพรรคฯด้วย
กลยุทธ์ "ปรับ ทุกข์ ผูกมิตร" ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ร่วม ศึกษากับมวลชน
จนได้รับการยอมรับจากมวลชนอย่างกว้างขวาง. เขตการเคล่ือนไหว ไป
อย่างรวดเร็ว พ.ศ.๒๕๑๔ มีการจัดตังทหารปลดแอก ประชาชนแห่ง
ประเทศไทย (ทบท ) เขต งาน ๕๑๔ ในวันท่ี ๗ สิงหาคม ๒๕๑๔ ท่ีบา้ น
พรุสม้ หมู่ ๑๐ ตาบลพ่วงพรมคร อาเภอเคยี นชา พ.ศ.๒๕๑๖ กระแสการ
ปฏวิ ตั ิโหมกระพอื ไปทั่วดงเคยี นชา ประกอบกับกระแสการต่อสู้ของนิสิต
นักศึกษาประชาชนใน เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๔ ย่ิงทาให้ขบวนการ
ปฏวิ ัติเดิบใหญ่มีการจัดตังค่ายทหาร ค่ายการผลิต (หน่วยพลาธิการ)
โรงเรียนการเมืองการทหารมวลชนมี ความต่ืนตัวทางการเมืองสูง การสู้
รบขยายตัวออกไปอยา่ งกวา้ งขวาง

หนา้ ที่ ๒๑๕
ภาพที่ ๑๕๑. ศนู ย์การเรียนร้แู ละท่องเท่ยี วเชงิ อนุรกั ษ์ประวัตศิ าสตรค์ ่าย ๕๑๔

หนา้ ท่ี ๒๑๖

ภาพที่ ๑๕๒. การเรยี นรู้และทอ่ งเที่ยวเชงิ อนรุ ักษป์ ระวตั ศิ าสตรค์ า่ ย ๕๑๔

หน้าท่ี ๒๑๗

แหล่งท่องเท่ยี วทางธรรมชาติ

๑.ป่าธารนารอ้ น
ในช่วงปลายเดอื น เมยายน พุทธศกั ราช ๒๕๖๑ ได้มีคณะพระภิกษุ

สามเณร จาริกธุดงค์มาปักกลดเพอ่ื ปฏบิ ัติธรรม ณ.ป่าธารนาร้อนแห่งนี
ต่อมาด้วยความศรัทธาของชาวบา้ น หมู่ ๗ ต.บ้านเสด็จ อ.เคียนซา
จ.สุราษฎร์ธานี ได้ช่วยกันสร้างเสนาสนะขึน เพอื่ เป็นที่พักปฏิบตั ิธรรม
และด้วยความศรทั ธาของชาวบ้าน

ภาพท่ี ๑๕๓. ปา่ ธารนารอ้ น

หน้าท่ี ๒๑๘
ภาพท่ี ๑๕๔. ปา่ ธารนารอ้ น

หน้าท่ี ๒๑๙
ภาพท่ี ๑๕๕. ปา่ ธารนารอ้ น

หน้าท่ี ๒๒๐

๒.ฟารม์ คุณดิน

Farm Kun Din “เรยี นร้วู ิถีความพอเพียง อ่มิ เอมกบั ธรรมชาติ”
ท่ฟี าร์มคุณดิน ตังอยหู่ มู่ท่ี ๑๒ ตาบลบา้ นเสด็จ
อาเคยี นซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดย นายสุชา อินคีรี และ นางสาว
พชรวรรณ อินครี ี ซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์ม
มีพืนท่ีภายในฟาร์มจานวน ๕ ไร่ และได้มีการจัดโครงการโคกหนอง
นาโมเดลเมื่อปี พ.ศ.๒๕๖๑ โดยในพืนที่มีมีการทาเกษตรพอเพียง มี
การปลูกผักและผลไม้นา ๆ ชนิด เช่น มะละกอ มะเขือ และสละ
เป็นต้น โดยทาเป็นธนาคารนาและมีบ่อเติมนาชันบาดาล อีกทังยังมี
การผลติ ปยุ๋ อนิ ทรีและ ปุ๋ยหมักเพื่อใชแ้ ละจาหน่าย
หากใครสนใจเขา้ เรียนรู้ ฟารม์ คณุ ดิน เปดิ ทาการทกุ วนั
ชอ่ งทางการติดต่อ
ชอ่ งทางเพจ
Facebook : https://www.facebook.com/farmkundin/
เบอร์ตดิ ตอ่ : ๐๙๔๘๙๒๕๔๖๖ และ ๐๘๗๙๘๑๖๗๖๘

หนา้ ที่ ๒๒๑
ภาพท่ี ๑๕๖. ฟาร์มคณุ ดิน
ภาพที่ ๑๕๗. ฟาร์มคุณดนิ

หนา้ ที่ ๒๒๒
ภาพที่ ๑๕๘. ฟารม์ คณุ ดิน
ภาพที่ ๑๕๙. ฟาร์มคุณดนิ

หนา้ ที่ ๒๒๓

ภาพที่ ๑๖๐. ฟารม์ คุณดิน
ภาพที่ ๑๖๑. ฟาร์มคุณดิน

การด้าเนนิ กจิ กรรม
โครงการยกระดบั เศรษฐกจิ และสงั คมรายตา้ บล
แบบบรู ณาการ (๑ ต้าบล ๑ มหาวิทยาลัย)

มหาวิทยาลยั ราชภฏั สุราษฎรธ์ านี

หน้าท่ี ๒๒๕

แบบฟอร์มรายละเอียดการด้าเนินกจิ กรรม

โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตาบลแบบบูรณาการ
(๑ ตาบล ๑ มหาวทิ ยาลัย)
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสรุ าษฎรธ์ านี
๑. พืนที่รับผิดชอบ ตาบลบ้านเสด็จ อาเภอเคียนซา จังหวัด
สุราษฎรธ์ านี
๒. ความตอ้ งการของชมุ ชน/พนื ที่ท่ีรับผดิ ชอบ

จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นท่ีตังของเมืองเก่า เป็นศูนย์กลาง
ของเมืองศรีวิชัย มีหลักฐานแสดงถึงการตังรกรากและเส้นทางสาย
ใหมใ่ นอดตี พืนท่ีอ่าวบา้ นดอน เจรญิ ขนึ จนเป็นอาณาจกั รศรวี ิชัยในช่วง
หลังพุทธศตวรรษที่ ๑๓ โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นเคร่ือง
ยืนยันความรุ่งเรืองในอดีต ภายหลังยังเชื่อว่า เมื่ออาณาจักรตามพร
ลิงค์หรือเมืองนครศรีธรรมราชมีความรุ่งเรืองมากขึนนัน เมืองไชยาก็
เป็นหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตรของเมืองนครศรีธรรมราชด้วย ชื่อว่า
"เมืองบันไทยสมอ"นอกจากนีในยุคใกล้เคียงกันนันยังพบความเจริญ
ของเมืองท่ีเกิดขึนในบริเวณลุ่มแม่นาตาปี ได้แก่ เมืองเวียงสระ เมือง
คีรีรัฐนิคม และเมืองท่าทอง โดยเชื่อว่าเจา้ ศรีธรรมาโศก ผู้ครองเมือง
นครศรีธรรมราชนันอพยพย้ายเมืองมาจากเมืองเวียงสระ เนื่องจาก
เป็นเมืองที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล รวมทังเกิดโรคภัยระบาด และเม่ือ
เมืองนครศรีธรรมราชเจริญรุ่งเรืองนัน ได้ยกเมืองไชยา และเมืองท่า
ทอง เป็นเมอื งสบิ สองนักษัตรของตนเอง

หนา้ ท่ี ๒๒๖

เมืองขยายใหญ่ขึน จึงมีการปรับเปลี่ยนการปกครองและ
ขยายเมืองออกไป มีการสร้างเมืองใหม่ขึนที่ อ่าวบ้านดอน ให้ช่ือเมือง
ใหม่ว่า อาเภอไชยา และให้ชื่อเมืองเก่าว่า "อาเภอพุมเรียง" แต่เนื่อง
ด้วยประชาชนยังติดเรียกช่ือเมืองเก่าว่า "อาเภอไชยา" ด้วยเหตุนี
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระราชทานนามเมือง
ใหม่ที่บ้านดอนว่า "สุราษฎร์ธานี" และให้ชื่อเมืองเก่าว่า "อาเภอไชยา"
และทรงพระราชทานนามแม่นาตาปี ให้ในคราวเดียวกันนันเอง ซ่ึงเป็น
การตังช่ือตามแบบเมืองและแมน่ าในประเทศอินเดยี ทม่ี แี ม่นาตาปีไหลลง
สูท่ ะเลออกผ่านปากอา่ วทีเ่ มืองสุราษฎรธ์ านี
อาเภอเคียนซา กล่าวกันว่า ในสมัยพระเจ้าอโศกราช พระองค์ทรงได้
เสด็จออกไปตงั เมอื งใหม่ โดยขบวนเรือเล็กเรียกว่า “เรือเกวียน” เป็น
ยานพาหนะได้เสด็จล่องเรือมาตามลานาตาปี เมื่อเสด็จมาถึงบริเวณ
บ้านเคียนซาปัจจุบันขบวนเรือเล็กได้ซา (ลดความเร็ว) เรือเกวียนเพื่อ
ตรวจสภาพท้องท่ีชวั่ ขณะหน่ึง จึงเรียกบา้ นนีว่า “บา้ นเกวยี นซา”
และต่อมาได้เพียนกลายมาเป็นบ้าน “เคียนซา” จนปัจจุบันและทังนียัง
กล่าวกันมาอีกอย่างว่า ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์หัวเมืองหรือมณฑล
ต่าง ๆ ถูกรับสั่งให้จัดหาไม้อย่างดี เพ่ือทาเรือพระท่ีนั่งใช้เสด็จทาง
ชลมารค ทางนครศรีธรรมราช ซง่ึ มเี ขตการปกครองท้องท่ีตาบลเคียนซา
นีด้วย จึงได้จัดหาไม้ตะเคียนอย่างดีได้ ๒ ต้น มีลักษณะยาวใหญ่
สวยงามมากจากท้องท่ีบ้านเคียนซาปัจจุบันเมื่อโค่นล้มลง และทาเป็น
เรือโกลนแล้วไม่สามารถนาออกจากป่านันได้ นอกจากนันผู้คนที่ทาเรือ
ได้เจบ็ ลม้ ตายลงไปกม็ ไี ม้ตะเคียนทัง ๒ ตน้ กค็ ้างคาอยู่

หน้าท่ี ๒๒๗

ก็คา้ งคาอยู่ แตช่ าวบ้านภาคใต้มักชอบเรียกคาโดด ๆจึงเรียกว่า “คา”
เพยี งคาเดยี ว ทเ่ี ดมิ นนั่ เองจนได้ชอื่ ว่า “บา้ นไม้ตะเคียนคา” และค่อย
ๆ เพยี นมาจนกลายเปน็ “บา้ นเคียนซา” จนทุกวันนี
อาเภอเคียนซา แบ่งการปกครองออกเป็น ๕ ตาบล ๔๒ หมู่บ้านมี
ตาบลต่าง ๆ ดังนี ตาบลเคียนซา ตาบลพ่วงพรหมคร ตาบลเขาตอก
ตาบลอรัญคามวารี และตาบลบา้ นเสด็จ
ตาบลบ้านเสด็จ เดมิ เรยี กว่า "บ้านบนดง" หมู่ท่ี ๒ ตาบลเคียนซาอุดม
สมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดท่ีสาคัญเช่น ไม้ตะเคียน ไม้เค่ียม ไม้
หลุมพอ ไม้จาปา ไม้ยูง เป็นต้นโดยมีบริษัทสุธรรมเจริญ (โรงเล่ือยปู่
เฮง) เป็นผู้ได้รับสัมปทานทาไม้ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้มีราษฎร
จากจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ และอาเภอใกล้เคียงใน
จังหวัดสุราษฎร์ธานี อพยพเข้ามาจบั จองตังบ้านเรือนและทาสวน นา
ไร่ เรื่อยมาและแยกหมู่บ้านออกจากหมู่บ้านเดิม จัดตังเป็นหมู่บ้าน
ใหม่ คือ หมู่ที่ ๖ ตาบลเคียนซา ในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ กองทัพภาคท่ี ๔
ภายใต้การนาของ พลโทหาญ ลีลานนท์ แม่ทัพภาคท่ี ๔ ได้ปราบ
อิทธิพลของพรรคคอมมิวนิสต์ ตามยุทธการใต้ร่มเย็น และได้แยก
การปกครองออกเป็นตาบลบ้านเสด็จ ซ่ึงมี ๔ หมู่บ้าน และปัจจุบัน
ขยายเป็น ๒๐ หมู่บ้านเหตุผลที่ตาบลนีได้ชื่อว่า "ตาบลบ้านเสด็จ"
เพราะว่าก่อนแยกตาบล เม่ือต้นปี พ.ศ. ๒๕๒๗ สมเด็จพระศรีนคริ
นทราพระบรมราชชนนี ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพืนที่แห่งนี เม่ือแยก
ตาบลใหมข่ ึนจงึ ตังชือ่ ตาบลนวี ่า "ตาบลบ้านเสดจ็ "

หนา้ ที่ ๒๒๘

๓. ช่ือโครงการ/กิจกรรมในการดา้ เนนิ การ
โครงการยกระดับการทอ่ งเท่ียวเชงิ ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ศนู ยก์ าร
เรียนรถู้ าเขางาม และการยกระดับผลิตภณั ฑ์ชมุ ชนแบบบูรณาการ
๓.๑ วตั ถุประสงคข์ องโครงการ/กิจกรรมในการดาเนนิ การ

๑) ยกระดับและพฒั นาศนู ยก์ ารเรยี นร้ถู าเขางามให้เป็นแหลง่
ท่องเท่ียวประวตั ศิ าสตรช์ มุ ชน

๒) ยกระดับและพัฒนาศนู ย์การเรยี นรู้ทรัพยากรธรรมชาติ
และสง่ิ แวดล้อมป่าชุมชนเขาไพรเกศ

๓) เพือ่ อบรมเชงิ ปฏิบัติการถ่ายทอดเทคโนโลยนี าพรกิ กาก
หมสู ู่ชมุ ชน

๔) เพือ่ พัฒนาและส่งเสรมิ สมั มาชีพครัวเรอื นยากจนสู่การ
สร้างรายได้อยา่ งมนั่ คง

๕) เพ่อื อบรมเชงิ ปฏบิ ัติการในการเตรียมความพร้อม รับมือ
เฝา้ ระวงั และการใช้ชวี ิตในชว่ งภยั พิบตั นิ าท่วม

๖) จัดทาฐานขอ้ มลู และหนังสอื เลา่ เรื่องวิถีชมุ ชนคน
บ้านเสด็จ

๓.๒ ประเภทกจิ กรรมทจี่ ะเขา้ ไปดาเนินการในพืนท่ี
๑) การพัฒนาสัมมาชีพและสรา้ งอาชีพใหม่ (การยกระดับ

สินคา้ OTOP/อาชพี อื่น ๆ)
คิดเป็นร้อยละ ๕๐ ของกจิ กรรมทังหมด

หนา้ ท่ี ๒๒๙

๒) การสรา้ งและพฒั นา Creative Economy (การยกระดับ
การทอ่ งเท่ยี ว)

คิดเปน็ รอ้ ยละ ๒๕ ของกจิ กรรมทังหมด
๓) การนาองคค์ วามรูไ้ ปช่วยบรกิ ารชุมชน (Health Care/
เทคโนโลยดี า้ นตา่ ง ๆ)
คดิ เป็นรอ้ ยละ ๑๒.๕ ของกิจกรรมทงั หมด
๔) การส่งเสริมด้านสิ่งแวดลอ้ ม/Circular Economy (การ
เพิ่มรายได้หมนุ เวยี นให้แกช่ ุมชน) ให้แก่ชุมชน
คิดเปน็ ร้อยละ ๑๒.๕ ของกิจกรรมทังหมด๓.๓ รปู แบบ
กิจกรรมที่จะเข้าไปดาเนินการในพืนที่
๑) การจ้างงานตามภารกจิ ต่าง ๆ ของมหาวทิ ยาลยั จานวน
๒๐ อตั รา งบประมาณ ๒,๖๔๐,๐๐๐ บาท
๒) การวิเคราะหข์ ้อมูลศกั ยภาพตาบล การกากบั ตดิ ตาม
และประเมินผล ระดับ National System Integrator งบประมาณ
๒๕,๘๐๐ บาท
๓) การวเิ คราะหข์ อ้ มูลศกั ยภาพตาบล การกากับ ติดตาม
และประเมนิ ผล ระดับ Regional System Integrator งบประมาณ
๓๔,๔๐๐ บาท
๔) การสนับสนนุ การดาเนนิ กิจกรรมของโครงการรายตาบล
(ระดับ System Integrator) งบประมาณ๔๓,๐๐๐ บาท
๕) กิจกรรมเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารยกระดับและพัฒนาศนู ย์การเรยี นรู้
ถาเขางามให้เป็นแหลง่ ท่องเที่ยวประวัติ ศาสตรช์ ุมชน งบประมาณ
๑๔๒,๑๖๐ บาท

หน้าที่ ๒๓๐

๖) กิจกรรมเชิงปฏิบัติการยกระดับและพัฒนาศูนย์การ
เรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมป่าชุมชนเขาไพรเกศ
งบประมาณ ๑๒๒,๓๖๐ บาท

๗) กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดเทคโนโลยี
นาพรกิ กากหมูสชู่ ุมชน งบประมาณ ๑๖๓,๒๔๐ บาท

๘) กิจกรรมพัฒนาและส่งเสริมสัมมาชีพครัวเรือนยากจน
สูก่ ารสร้างรายได้อย่างม่นั คง งบประมาณ ๑๓๒,๑๖๐ บาท

๙) กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการในการเตรียมความพร้อม
รับมือ เฝ้าระวัง และการใช้ชีวิตในช่วงภัยพิบัตินาท่วม งบประมาณ
๑๑๓,๒๔๐ บาท

๑๐) กิจกรรมจัดทาฐานข้อมูลและหนังสือเล่าเรื่องวิถี
ชุมชนคนบา้ นเสด็จ งบประมาณ ๑๒๖,๘๔๐ บาท
๓.๔ การผลผลติ และผลลัพธ์ของโครงการ/กจิ กรรมในการดา้ เนนิ การ

๑) เชิงปริมาณ (๑ คน สามารถรับการถ่ายทอดความรู้ได้
มากกว่า ๑ เร่ือง)

- กิจกรรมท่ี ๑ จานวน ๕๐ คน
- กจิ กรรมท่ี ๒ จานวน ๕๐ คน
- กจิ กรรมท่ี ๓ จานวน ๕๐ คน
- กจิ กรรมที่ ๔ จานวน ๕๐ คน
- กิจกรรมที่ ๕ จานวน ๕๐ คน
- กิจกรรมที่ ๖ จานวน ๕๐ คน

หน้าท่ี ๒๓๑

๒) เชงิ คุณภาพ
๒.๑) ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจใน

กระบวนการจดั โครงการ/กจิ กรรม รอ้ ยละ ๘๐
๒.๒) ผู้เขา้ รว่ มโครงการมีความรู้ความเข้าใจ และ

สามารถประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยี ได้หลังการอบรม รอ้ ยละ ๘๐
๒.๓) ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถต่อยอด และ

ถ่ายถอดองคค์ วามรทู้ ่ไี ดร้ ับให้กบั บุคคลอ่ืนได้
๒.๔) มีผลิตภัณฑ์ชุมชน ศูนย์การเรียนรู้แห่งใหม่

และมแี หล่งทอ่ งเท่ียวเชิงประวตั ิศาสตร์และธรรมชาติเพิ่มขึนร้อยละ ๘๐
(อธิบายถึงผลผลิตและผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับสินค้า
OTOP/การยกระดับการท่องเท่ียวการบริการชุมชน หรือการเพิ่มรายได้
รูปแบบอื่นให้แก่ชุมชน ท่ีมีความชัดเจน ทังในเชิงปริมาณ และเชิง
คณุ ภาพ)

๒.๕) ตาบลบ้านเสด็จ อาเภอเคียนซา มีแหล่ง
เรยี นรดู้ า้ นการส่งเสริมและอนุรักษ์สงิ่ แวดล้อมเพมิ่ ขนึ

หนา้ ท่ี ๒๓๒

๔. งบประมาณการดา้ เนินการ ) ,,
,,
/

(
.

) (Data Analytics) ) ,

(, xx )

()

(, x x )

)

) ),

COVID (, xx )

)

(, xx )

(

)

()

) (Digitalizing Government ) xx ) ,
Data) ( .) (, ,

))

( OTOP/ ( , xx )

) Creative Economy )

( ) (, xx )

(Health Care/ )

) / (, xx )

Circular Economy (

)

หน้าท่ี ๒๓๓

) ) ,
,
) (, xx ) ,
.
)
/
. (, xx )

. )

(, xx )

)

(, xx )

)

(, xx )

. , ,
= ,
, =,
. , =,

=, =,
.
=, , =,
. , =,

. =,
=

.
.

. ,
=

.

=,
.
=,
.

.
=

.
.

หนา้ ท่ี ๒๓๔

/ . 6 600
. = , 00 =
.
. , , =,
- .
=, =
. .
. , =,
, =,
. =,
.
. =

. , =,
=,
. =
,
. , =,
=, =,
. =,
.
=
.
. , =, =
.
, =,
. =,
=,
.
,
.
=,
.
.
,
.
.

หนา้ ท่ี ๒๓๕

/ . ,
. =,

.1 1,800 = , 00
. =,

=
.
=,
.

. ,
. National System Integrator ,
. Regional System Integrator ,
. System Integrator ,

SWOT Analysis
(จดุ แขง็ จดุ อ่อน โอกาสและอปุ สรรค)

หนา้ ท่ี ๒๓๗

STRENGTH (จุดแข็ง) W E A K N E S S ( จุ ด อ่ อ น )

S๑ มีคาสั่งแบ่งโครงสร้างของเทศบาลตาบลบ้าน W๑ บุคลากรเทศบาลตาบลบ้านเสด็จยังขาด
เสด็จ ครอบคลุมอานาจหน้าที่ตามภารกิจ และ แคลนไม่เพยี งพอต่อการบรหิ ารงาน
สามารถเปลี่ยนแปลงปรับปรุงได้ตามภารกิจท่ี W๒ ความต้องการ และความคาดหวังของ
ไดร้ บั เพม่ิ ขึนหรือถา่ ยโอน ประชาชนที่มีต่อเทศบาลตาบลบ้านเสด็จ ในการ
S๒ มีแผนพัฒนาท่ีชัดเจน และมีการบูรณาการ แก้ปัญหาความเดือดร้อนมีสูง แต่เทศบาล

Sตอบสนองได้น้อย จัดทาแผนการทางานร่วมกับ Wตอบสนองไดน้ ้อย
หน่วยงานหรอื สว่ นราชการอื่น
S๓ มีคาสั่งแบ่งงานหรือการมอบอานาจการ W๓ คนในท้องถิ่นมีปัญหาหนีสินอันเก่ียวเน่ือง
บริหารงานตามลาดับชัน กั บ ก า ร ป ร ะ ก อ บ อ า ชี พ ห รื อ ก า ร ด า ร ง
S๔ ผู้บริหารท้องถ่ินกาหนดนโยบายได้เองภายใต้ ชีวติ ประจาวนั ในอตั ราสงู
กรอบของกฎหมาย W๔ มีระเบียบ/กฎหมายใหม่ๆจานวนมากทาให้
S๕ มีเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเป็นของ การปฏิบตั ิของบคุ ลากรไม่ทันตอ่ เหตุการณ์
ตนเองซึ่งเป็นเคร่ืองมือในการตอบสนองความ W๕ บุคลากรมีน้อยทาให้ต้องรับผิดชอบงาน
ต้องการของประชาชนในตาบล หลายอย่าง เกิดการทางานไม่มีความต่อเนื่อง
และประสบการณใ์ นการทางานน้อย

OPPORTUNITY (โอกาส) T H R E AT ( ปั ญ ห า )

O๑ มีแนวโน้มได้รับการถ่ายทอดโอนภารกิจเพ่ิม T๑ อานาจหน้าท่ีตามแผนการกระจายอานาจฯ
มากขึนตามแผนกระจายอานาจฯ บางภารกจิ ยังไมม่ ีความชัดเจน
O๒ แนวโน้มของรายได้ที่ได้รับจัดสรรมากขึน T๒ การใหค้ วามอสิ ระจากส่วนกลางยังไม่เต็มที่
ตามลาดับตามแผนกระจายอานาจฯ และการ ยังต้องอยู่ภายใต้การกากับ ควบคุมดูแลจาก
จดั เก็บรายไดเ้ อง สว่ นภมู ิภาค
O๓ สามารถหาแรงงานได้ง่าย ราคาถูกจาก T๓ การจดั สรรงบประมาณจากรัฐยังไม่เพียงพอ

Oประเทศเพื่อนบ้าน Tกับภารกจิ ทถี่ า่ ยโอนให้กับทอ้ งถิ่น

O๔ กฎหมายกระจายอานาจฯ เพ่ือต่อการ T๔ ภาคเกษตรกรรมมีปัญหาหนีสิน ขาดทุน
บริหารงาน คุณภาพตกต่า ผลผลิตทางเกษตรกรส่วนใหญ่
O๕ ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทาให้มีความ มีราคาตกต่า
สะดวกคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการทางาน T๕ ประชาชนมีความคิดเห็นทางการเมืองไม่ลง
มากขึน กนั จงึ ยากต่อการประสานงาน
O๖ มีวัดสามารถพฒั นาสง่ เสริมความพร้อมให้เป็น T๖ ประชาชนบางส่วนไม่ให้ความสาคัญใน
แหลง่ พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ของเยาวชน และ การศึกษาของบุตร-หลาน ให้ได้รับการศึกษาใน
ประชาชนในตาบล ระดับอุดมศึกษา


Click to View FlipBook Version