หนา้ ท่ี ๑๓๘
ต่อมามูลนิธิไไทยรัฐได้มีการลงมาสารวจพื้นที่จึงมีการรื้อจาก
อาเภอไชยามาไว้ที่ อาเภอเคียนซา และได้มาสร้างในปี ๒๕๒๗ ย้ายพืน้ ท่ี
จากไฟลามทุ่ง ๒๑ จากที่ตั้งอยู่บนควนมาไว้ที่ใหม่และใช้ชื่อโรงเรียน
ไทยรัฐวิทยา ๒๒ (ใต้ร่มเย็น)มาถึงปัจจบุ ัน โดยจ้าของที่ได้ซื้อแลกกับที่
เกา่ โดยมีพ้ืนที่ ๒๑ ไร่
รปู ภาพที่ ๘๐. โรงเรียนไทยรัฐวทิ ยา๒๒ (ใตร้ ม่ เยน็ ) ปจั จบุ ัน
หน้าที่ ๑๓๙
๒.โรงเรียนจิตประชาราษฎร์
ประวัติโรงเรียน โรงเรียนจิตประชาราษฎร์ เดิมต้ังอยู่หมู่ท่ี ๔
บ้านควนกล้ิง ตาบลเคียนซา อาเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ปัจจุบันตั้งอยู่หมู่ท่ี ๑ บ้านควนกล้ิง ตาบลบ้านเสด็จ อาเภอเคียนซา
จังหวดั สรุ าษฎร์ธานี
รปู ภาพท่ี ๘๑. โรงเรยี นจติ ประชาราษฎร์
หนา้ ท่ี ๑๔๐
การก่อต้ังโรงเรียน เริ่มจากกานันทวิญญ์ สุราษฎร์ (กานัน
ตาบลเคียนซา) สมัยน้ันพร้อมด้วยชาวบ้านพรุหวายน้า บ้านควนกล้ิง
บ้านหนองบัว บา้ นคลองปาน ได้ร่วมกันสร้างอาคารเรียนช่ัวคราวข้ึน ๑
หลัง ห้องเรียน เม่ือปลายปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๑๖ เพอื่ แก้ปัญหาเด็กท่ีมีอายุ
ถึงเกณฑ์บังคับไม่มีท่ีเรียน ได้เรียนหนังสือ เน่ืองจากมีราษฎรได้อพยพ
เขา้ มาทากนิ ในพ้นื ทเ่ี ป็นจานวนมาก
รูปภาพท่ี ๘๒. โรงเรยี นจติ ประชาราษฎร์
บุคคลสาคัญในการร่วมกนั จดั ต้งั โรงเรยี นจติ ประชาราษฎร์
ประกอบดว้ ย
๑.กานันทวิญญ์ สุราษฎร์
๒.นายเทียบ ศรีเนียม กานนั ตาบลบ้านเสด็จ
หนา้ ที่ ๑๔๑
๓.นายจบ พันอไุ ร
๔.นายชื่น ดารน่ื
๕.นายสุรนิ ทร์ ชว่ ยศรสี วัสด์ิ
๖.นายเสรมิ แย้มมณี
หน้าที่ ๑๔๒
ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงได้ร่วมแรงกายแรงใจและ
ทรัพย์สินสร้างอาคารชั่วคราวขึ้น ๑ หลัง ๒ ห้องเรียน ส้วมชั่วคราว
๑ หลัง มีเสาธง มีบ่อน้า ในพน้ื ท่ีทั้งหมด ๕ ไร่ ซ่ึงเป็นเขตป่าสงวน
และราชพสั ดุ ด้วยเหตุแห่งความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจของราษฎรใน
พื้นที่ จึงได้ต้ังชื่อว่า "โรงเรียนจิตประชาราษฎร์" โดยทางราชการได้
อนุญาตให้เปิดเป็นทางการและได้แต่งต้ัง นายสุทิน หมวดชนะ มา
ดารงตาแหน่งครูใหญ่ ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม พทุ ธศักราช ๒๕๑๗
ตลอดระยะเวลาตง้ั แต่ปีพทุ ธศกั ราช ๒๕๑๗ เป็นต้นมา
รูปภาพท่ี ๘๓. โรงเรยี นจติ ประชาราษฎร์
ผู้อานวยการโรงเรียน
คนแรก นายสทุ นิ หมวดชนะ อายุ ๖๙ ปี
คนทสี่ อง นายจรูญ พันอไุ ร อายุ ๖๔ ปี
คนปจั จบุ ัน นายวสิ ทุ ธ์ิ จัตมุ ิตร อายุ ๕๔ ปี
หน้าที่ ๑๔๓
๓.โรงเรียนบ้านเขาสามยอด
ประวัตโิ รงเรยี น
โรงเรียนบ้านเขาสามยอดสังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่
การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต ๓ สานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู่หมู่ท่ี ๑๐ ตาบลบา้ น
เสด็จ อาเภอเคียนซา จงั หวัด สุราษฎร์ธานี ได้จัดตั้งเป็นห้องเรียน
พิเศษโรงเรียนไทยรัฐวิทยาท่ี ๒๒ เม่ือปี พทุ ธศักราช ๒๕๓๓ เป็น
โรงเรยี นสาขาของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๒ เมื่อปีพุทธศกั ราช ๒๕๓๖
รปู ภาพที่ ๘๔. โรงเรียนบา้ นเขาสามยอด
หนา้ ท่ี ๑๔๔
ผู้รเิ ร่มิ ในการสรา้ งโรงเรยี น คอื นายเสถยี ร จาปา ซงึ่ ได้
ขอรบั เงนิ บริจาคจากคนในชุมชนซอ้ื ทีด่ ินเพ่ือจดั ต้งั โรงเรียนเนื่องจาก
เห็นถึงความยากลาบากในการศกึ ษาของเด็กในชุมชน
รปู ภาพที่ ๘๕. โรงเรยี นบ้านเขาสามยอด
ต่อมาคณะกรรมการการประถมศึกษาจังหวดั สรุ าษฎร์ธานี
(กปจ.)ได้ประกาศเร่ือง จดั ต้ังโรงเรียนประถมศึกษาเป็นเอกเทศ ใน
คราประชุมคร้ังที่ ๕/๒๕๔๓ เมื่อวันท่ี ๑๙ กันยายน ๒๕๔๓ ให้จัดตั้ง
โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๒ สาขาบา้ นเขาสามยอดเป็นโรงเรียนบา้ นเขา
สามยอดตัง้ อยใู่ นเขตปฏริ ปู ที่ดิน
หน้าที่ ๑๔๕
โครงการป่าย่านยาวและป่ากระชุมโดยแต่งตั้งนายมาโนชย์ มีดี ผู้ช่วย
ผู้อานวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๒ มารักษาการในตาแหน่งครูใหญ่
และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๔ โดยนาย
สุนันท์ เทพศรี ผู้อานวยการสานักงานการประถมศึกษาจงั หวัดสุราษฎร์
ธานี เปน็ ประธานในพธิ ี
รูปภาพท่ี ๘๖. หนังสือประกาศจดั ตั้งโรงเรยี นบา้ นเขาสามยอด
หน้าท่ี ๑๔๖
สปจ.สุราษฎร์ธานี มีคาสั่งท่ี ๘ มิถุนายน พุทธศักราช
๒๕๔๔ แตง่ ตั้งนายสรุ ินทร์ ชูศรี อาจารย์ ๒ ระดบั ๖ โรงเรียนบา้ นพฒั นา
๒ สปจ.บา้ นตาขนุ มาปฏิบัติหน้าที่รกั ษาการในตาแหน่งครูใหญแ่ ละแต่งต้ัง
ให้เป็นครูใหญ่โรงเรียนบ้านเขาสามยอดตามคาสั่งที่ ๔๐๗/๒๕๔๔ ลง
วันท่ี ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๔๔ และเป็นผู้บริหารคนแรกจากตาแหน่ง
ครใู หญ่ปรบั เป็นอาจารย์ใหญ่และเป็นผู้อานวยการจนถึงปัจจุบัน
รปู ภาพท่ี ๘๗. สนามโรงเรยี นบ้านเขาสามยอด
หน้าท่ี ๑๔๗
๔.โรงเรียนบา้ นเขารักษ์
ประวตั ิโรงเรยี นบ้านเขารกั ษต์ ้ังอยูห่ มู่ที่ ๘ ตาบลบ้านเสดจ็
อาเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดสอนต้ังแต่ระดับอนุบาลถึง
ระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ มีเขตพนื้ ที่บริการ ๒ หมู่บา้ นได้แก่หมู่ท่ี ๘
และหม่ทู ่ี ๑๙ ตาบลบ้านเสด็จอาเภอเคียนซา จังหวัดสรุ าษฎร์ธานี
รปู ภาพท่ี ๘๘. โรงเรียนบ้านเขารกั ษ์
โรงเรียนบา้ นเขารกั ษ์ สงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้น
พน้ื ฐานกระทรวงศกึ ษาธิการภายใต้เครอื ขา่ ยใต้รม่ เยน็ มพี ื้นท่อี นญุ าตใช้
ทาประโยชน์ ๒๕ ไร่ ปี พทุ ธศักราช ๒๕๓๑ ได้สารวจกอ่ ตัง้ โรงเรียนโดย
หลวงตาอ้นิ ปภากโร (ชอ่ื เดิม นายอิ้น ชเู มือง) อดตี เจ้าอาวาสสานัก
สงฆ์บา้ นทบั ใหม่ (ปจั จบุ นั มรณภาพแล้ว) พร้อมราษฎรบ้านเขารกั ไดม้ อบ
ที่ดินท่สี งวนไวเ้ ป็นทส่ี าธารณประโยชนเ์ ป็นท่ีตัง้ โรงเรยี น
หน้าที่ ๑๔๘
รปู ภาพท่ี ๘๙. โรงเรียนบา้ นเขารกั ษ์
ปีพุทธศักราช ๒๕๓๒ ทางราชการอนุมัติให้เปิดโรงเรียนใช้ช่ือ
ว่า "โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๒๒" (ใต้ร่มเย็น) สาขาบา้ นเขารักษา โดยกรม
ป่าไม้อนุญาตให้ใช้พ้ืนท่ี จานวน ๒๕ ไร่ ท่ีเหลือเป็นสภาพพ้ืนท่ีภูเขาและ
ที่ราบหลงั เขาราษฎรได้ก่อสร้างอาคารเรียนช่ัวคราว มุงสังกะสี ช้ันเดียว
ขนาดกว้าง ๗ เมตรยาว ๑๕ เมตรเปิดทาการสอนชั้นประถมศึกษาปีที่
๑ เป็นครงั้ แรก
หนา้ ที่ ๑๔๙
รปู ภาพท่ี ๙๐. ผู้อานวยการโรงเรยี นบา้ นเขารักษ์
ผู้อานวยการคนปจั จบุ นั คือนางสาวจฑุ ารตั น์ทวี ตาแหนง่
ผู้อานวยการโรงเรียน ระยะเวลาการดารงตาแหน่ง พุทธศักราช ๒๕๖๓
ถึง ปจั จุบัน
รูปภาพที่ ๙๑. หอ้ งเรียนโรงเรยี นบ้านเขารักษ์
หนา้ ที่ ๑๕๐
๕.โรงเรยี นบ้านหน้าเขาใต้รม่ เย็น ๑
ประวัตโิ รงเรียนบา้ นหน้าเขาใตร้ ่มเยน็ ๑ โรงเรยี นบา้ นหนา้ เขา
เปล่ียนเปน็ "โรงเรียนบ้านหน้าเขาใตร้ ่มเยน็ ๑" ตั้งแตว่ ันที่ ๒๐ เดือน
พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ ต้งั อยู่ ม.๒ ต.บา้ นเสด็จ อ.เคียนซา จ.สุ
ราษฎรธ์ านี สพป.สฎ.๓ กระทรวงศกึ ษาธิการ โรงเรียนก่อตงั้ ตามนโยบาย
"ใตร้ ม่ เย็น" ในปี พุทธศกั ราช ๒๕๒๕ โดยพลโทหาญ ลนี านนท์ แมท่ พั ภาค
ที่ ๔ ในขณะนั้น
รปู ภาพที่ ๙๒. โรงเรยี นบ้านหน้าเขาใต้รม่ เยน็ ๑
หน้าท่ี ๑๕๑
ทดี่ นิ โรงเรียน ไดร้ ับจากการลงทนุ ของชาวบ้าน จดั ซ้อื ที่ดนิ เป็น
ของโรงเรียน ๕๐ ไร่ ๒ งาน ๘๗ ตารางวา
รูปภาพที่ ๙๓. โรงเรยี นบ้านหน้าเขาใตร้ ่มเยน็ ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๓๗
หนา้ ท่ี ๑๕๒
รูปภาพที่ ๙๔. โรงเรียนบา้ นหนา้ เขาใตร้ ม่ เยน็ ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๓๗
หนา้ ท่ี ๑๕๓
โรงเรียนบ้านหนา้ เขาใตร้ ม่ เยน็ ๑ เปดิ ทาการครั้งแรกในวนั ท่ี ๑๗
เดอื น พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๒๕
รูปภาพที่ ๙๕. โรงเรยี นบา้ นหน้าเขาใตร้ ม่ เยน็ ๑ ปจั จุบนั
หนา้ ท่ี ๑๕๔
๖.โรงเรยี นบา้ นทบั ใหม่
ประวตั ศิ าสตร์โรงเรยี นบ้านทับใหม่ตามคาบอกเลา่ ข้อมลู จาก ผอ.
ปราถนา
โรงเรียนบ้านทบั ใหม่
พุทธศักราช ๒๕๑๘ พรรคคอมมิวนิสต์ อพยพเขา้ มาอาเภอ
เคียนซาและตง้ั คา่ ย ๕๑๔ เป็นท่ีจัดการกองทพั
รูปภาพท่ี ๙๖. โรงเรียนบา้ นทับใหม่
หน้าท่ี ๑๕๕
พทุ ธศักราช ๒๕๒๓ กองทัพภาค ๔ ได้เข้ามาปราบปราม
คอมมวิ นสิ ตก์ ลับสกู่ ารปกครองระบบประชาธิปไตย ได้ยึดนโยบาย ๖๖/
๒๓ และได้ประกาศเป็นการเมืองนาทหาร ไม่มีการปะทะแต่มาเจรจาจน
คอมมวิ นิสต์ในค่าย ๕๑๔ ได้มอบตัว จากนน้ั ได้จัดสรรทก่ี อ่ ตัง้ โรงรียน
ไฟลามทุ่ง ๒๐ ขึ้น โดยใชท้ ่ีซอยบา้ นนา้ จากบั นายบางแกละ
รูปภาพท่ี ๙๗. โรงเรยี นบ้านทับใหม่ห้องเรยี นปี ๒๕๒๖
หนา้ ท่ี ๑๕๖
ต่อมาทหารพรานได้ข้ึนมายึดตรงพื้นท่ีโรงเรียนไฟลามทุ่งแต่
ชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อขออุปกรณ์ต่างๆท่ียังใช้ได้มาเพื่อก่อต้ัง
โรงเรียนบา้ นทบั ใหม่ ซึ่งกค็ ือ รพ.สต ทับใหม่ ปัจจบุ นั
รูปภาพท่ี ๙๘. โรงเรยี นบ้านทบั ใหมป่ จั จุบนั
พทุ ธศกั ราช ๒๕๒๔ ปลายปี ชุมชนบา้ นทับใหมไ่ ดไ้ ปร้องขอตอ่
พลโทหาญ ลีลานนท์ แม่ทัพภาคท่ี ๔ เพ่อื ขอจดั ต้ังโรงเรียนบา้ นทบั
ใหมเ่ พ่อื เปน็ เอกเทศ จึงไดจ้ ดั ตั้งเป็นโรงเรยี นสาขาจติ ประชาราษใน
นามโรงเรยี นบา้ นทับใหม่ เม่ือวนั ท่ี ๑๗ พ.ค. ๒๕๒๕
๑๗ กรกฏาคม พุทธศักราช ๒๕๒๗ สมเด็จยา่ ไดม้ าเยี่ยม
ราษฎรถนิ่ ทุรกันดาร ณ โรงเรยี บา้ นทบั ใหม่ หลงั จากนนั้ โรงเรยี นบา้ น
ทับใหมจ่ งึ ประกาศเป็นเอกเทศ จากนน้ั ไดป้ ระกาศเปน็ เอกเทสในนาม
โรงเรยี นบา้ นทับใหม่
หนา้ ที่ ๑๕๗
๗.โรงเรียนบา้ นในปราบราฎรป์ ระสงค์
ประวัติ โรงเรยี นบา้ นในปราบราษฎร์ประสงคก์ ่อต้งั โดยราษฎ
ภายในหมู่บ้านเพราะเด็กในหมู่บ้านต้องเดินทางไปเรียนที่โรงเรียนจิต
ประชาราษฎร์ซึ่งต้องเดินทางไกลประมาณ ๗ กิโลเมตร จึงร่วมประชุม
กันและมีมติให้ขออนุญาตเปิดโรงเรียนในหมู่บา้ นในการนี้มีราษฎรบริจาค
ท่ีดนิ ใหส้ รา้ งโรงเรียนจานวน ๒ รายคอื
๑.นายสมพร ศิรกิ าญจน์ บรจิ าคจานวน ๑๕ ไร่
๒.นายประไพ ศริ ิกาญจน์ บรจิ าคจานวน ๑๐ ไร่ รวมเปน็ ๒๕ ไร่
โดยมีนายวิโรจน์ สุขาพนั ธ์ ทาหน้าที่ประสานงาน และได้ก่อสร้างอาคาร
เรยี นชั่วคราวเมอื่ วนั ที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๘
โรงเรียนได้เปิดทาการสอนคร้ังแรกเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม
พุทธศักราช ๒๕๒๘ โดยยังไม่ได้รับการอนุมัติให้เปิดเป็นทางการ โดยมี
ส.ทวโิ รจน์ ปานทอง ทาหน้าทสี่ อนนกั เรียน จานวน ๓๐ คน
โรงเรียนได้เปิดทาการสอนคร้ังแรกเม่ือวันที่ ๑ พฤษภาคม พทุ ธศักราช
๒๕๒๘ โดยยังไม่ได้รับการอนุมัติให้เปิดเป็นทางการ โดยมี ส.ทวิโรจน์
ปานทอง ทาหนา้ ท่ีสอนนักเรียน จานวน ๓๐ คน
หน้าท่ี ๑๕๘
รปู ภาพที่ ๙๙. โรงเรยี นบา้ นในปราบราษฎรป์ ระสงค์
ปี พุ ท ธ ศั ก ร า ช ๒ ๕ ๓ ๑ นั ก ศึ ก ษ า ค ณ ะ แ พ ท ย์ ศ า ส ต ร์
มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับผู้ปกครองและราษฎรหมู่ที่ 5 ได้ร่วมกัน
ก่อสร้างอาคารเรียนกึ่งถาวร 1 หลัง โดยใช้เงินและวัสดุท่ีร่วมกันบริจาค
คิดเป็นงบประมาณ ๑๕,๐๐๐ (หน่ึงหม่ืนห้าพันบาทถ้วน) และได้ให้ช่ือ
อาคารหลังน้วี า่ “อาคารทกั ษณิ สมั พนั ธ์”
ปีพทุ ธศักราช ๒๕๓๔ โรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคาร
เรยี นแบบ สปช.๑๐๒/๒๖ ขนาด ๕ หอ้ งเรียน จานวน ๑ หลงั
หนา้ ที่ ๑๕๙
ปี พุ ท ธ ศั ก ร า ช .๒ ๕ ๓ ๗ .ส า นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร
ประถมศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้อนุมัติให้เปิดโรงเรียนเป็นเอกเทศ
โดยให้ช่ือว่า “โรงเรียนบา้ นในปราบราษฎร์ประสงค์” ตั้งแต่วันท่ี ๒๐
พ ฤ ษ ภ า ค ม .๒ ๕ ๓ ๗ .แ ล ะ ใ น ปี นั้ น ส า นั ก ง า น ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร
ประถมศึกษาจงั หวัดสุราษฎร์ธานี ได้แต่งตั้ง นายวิโรจน์ ชูแก้วมาดารง
ตาแหน่งครูใหญ่โรงเรียนน้ีเป็นคนแรก เม่ือวันที่ ๑ พฤศจิกายน
พทุ ธศักราช ๒๕๓๗
ปีพุทธศักราช .๕๔๑.สานักงานคณะกรรมการการ
ประถมศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ย้ายและแต่งต้ังนายวรวัสน์
ไกรณรา มาดารงตาแหน่งอาจารย์ใหญ่ และได้รับอนุมัติให้กาหนด
ตาแหน่งผู้บริหารโรงเรียน เป็นตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน เมื่อวันท่ี
๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒
รปู ภาพท่ี ๑๐๐. โรงเรยี นบ้านในปราบราษฎรป์ ระสงค์
หนา้ ท่ี ๑๖๐
ปีพุทธศักราช ๒๕๔๙ สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาสุราษฎร์ธานี
เขต ๓ ได้ย้ายและแต่งต้ัง นายวิสุทธ์ิ จตั ุมิตร ผู้อานวยการโรงเรียนศึกษา
ประชาคมมาดารงตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียนบ้านในปราบราษฎร์
ประสงค์ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๙
ปีพทุ ธศักราช ๒๕๖๒ สานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษา
สุราษฎร์ธานี เขต ๓ ได้แต่งต้ัง นายสมพร หยูตุ้ง มาดารงตาแหน่ง
ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านในปราบราษฎร์ประสงค์ เม่ือวันที่ ๑ มีนาคม
พุทธศกั ราช ๒๕๖๒ จนถงึ ปจั จุบนั
หนา้ ท่ี ๑๖๑
โรงเรียนระดับมัธยมจ้านวน ๑ แหง่
๑.โรงเรียนบา้ นเสดจ็ พิทยาคม
ประวัติโรงเรียน ได้รับอนุญาตต้ังเป็นโรงเรียนสาขาของโรงเรียน
เคียนซาพิทยาคม โดยเริม่ ดาเนินการต้ังแต่วันท่ี ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช
๒๕๓๖ ซ่ึงขณะนั้น นายชัยยุทธ ศรีขจร เป็นผู้อานวยการโรงเรียนเคียนซา
พิทยาคม ได้ฝากนักเรียนกับโรงเรียนเคียนซาพิทยาคม ต่อมาในปี
การศึกษา ๒๕๓๗ ก่อสร้างอาคารเรียนช่ัวคราว ๒ ห้องเรียน อาคาร
สานักงานบนพ้ืนที่ราชพัสดุของหมู่ที่ ๑๑ ตาบลบ้านเสด็จ อาเภอเคียนซา
จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตาบลบา้ นเสด็จ โรงเรียนเปิดภาคเรียนในวันท่ี ๑๖
พฤษภาคม ๒๕๓๗ เป็นต้นมา ต่อมาในปีการศึกษา ๒๕๓๘ ได้ก่อสร้าง
อาคารเรียนช่ัวคราวหลงั ท่ี ๒ มนี ักเรียน ๒ ห้องเรยี น
รปู ภาพท่ี ๑๐๑. โรงเรยี นบา้ นเสด็จพิทยาคม
หนา้ ท่ี ๑๖๒
รูปภาพที่ ๑๐๒. โรงเรียนบ้านเสด็จพทิ ยาคม
ในปีการศึกษา ๒๕๓๘ นายสุภาพ โพธ์ิเพชร ได้รับแต่งตั้งให้
มาดูแลโรงเรียนสาขาแทน ในปีดังกล่าวได้รับงบประมาณจากสภา
ตาบลบ้านเสด็จจัดสรรงบประมาณให้ก่อสร้างถังเก็บน้าฝนความจุ
๓,๐๐๐ ลกู บาศกล์ ิตรจานวน ๑ ใบ
ในปีการศึกษา ๒๕๓๙ โรงเรียนเจียดจ่ายเงินงบประมาณ
รว่ มกบั คณะกรรมการศึกษาก่อสรา้ งอาคารโรงอาหาร ๑ หลงั
หนา้ ท่ี ๑๖๓
ในปีการศึกษา ๒๕๔๐ โรงเรียนได้รับการประกาศแต่งตั้งให้เป็น
โรงเรียนรัฐบาลระดับมัธยมศึกษา โดยกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันท่ี
๘ พฤษภาคม ๒๕๔๐ และได้แต่งต้ังให้ นายสุภาพ โพธ์ิเพชร ปฏบิ ัติ
หน้าท่ีในฐานะผู้บริหารเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๔๐ และส้ินสุดเม่ือปี
การศกึ ษา ๒๕๕๘
รปู ภาพที่ ๑๐๓. โรงเรียนบ้านเสดจ็ พทิ ยาคม พ.ศ.๒๕๔๐
หนา้ ท่ี ๑๖๔
ต่อมาโรงเรียนได้งบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราว ๕
ห้องเรียน ๑ หลัง ในปีการศึกษา ๒๕๔๕ ได้จัดสร้างอาคารเรียนกึ่ง
ถาวร ๖ ห้องเรียนโรงอาหารแบบประหยัด ๑ หลัง และห้องน้า-ห้อง
ส้วมจานวน ๖ ห้อง ท่ีโรงเรียนได้รับงบประมาณในการก่อสร้าง
อาคารเรียน ๒๑๖ หลังคาทรงไทย จานวน ๑ หลังและในปีการศึกษา
๒๕๔๗ โรงเรียนได้รับงบประมาณในการก่อสร้างอาคารหอประชุม
จานวน ๑ หลงั
รูปภาพท่ี ๑๐๔. โรงเรียนบ้านเสดจ็ พิทยาคม พ.ศ.๒๕๔๕
หนา้ ท่ี ๑๖๕
ปัจจบุ ันโรงเรียน มีข้าราชการครูปฏิบัติหน้าท่ีทั้งหมด ๑๓ คน
ลูกจา้ งประจา ๑ คน พนักงานราชการจานวน ๕ คน ครูอัตราจ้าง
จานวน ๑ คน เจ้าหน้าที่สานักงานจานวน ๒ คน โดยมีนางสาว
อมรรัตน์ โพธิ์เพชร ปฏิบัติหน้าท่ีในตาแหน่งผู้อานวยการโรงเรียน
จนถงึ วันที่ ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๖๑
รปู ภาพท่ี ๑๐๕. โรงเรียนบา้ นเสดจ็ พิทยาคม
หนา้ ที่ ๑๖๖
สัญลกั ษณโ์ รงเรียน
ไทรคู่ หมายถึง โรงเรียนกับชุมชนซึ่งเป็นท่ีพานักอาศัยและเป็นท่ีฝึกฝน
วิชาความรูข้ องเยาวชน
ดวงอาทิตย์ หมายถงึ การเริ่มตน้ ชีวิตใหมใ่ นตอนเชา้
นก หมายถงึ ตัวเยาวชน
เสมา หมายถึง กระทรวงศึกษาธกิ าร
ความหมายโดยรวม หมายถึง นักเรียนและเยาวชนที่พกั พิงอาศัยอยู่ใน
ชุมชน ได้รับการฝึกฝนและศึกษาหาความรู้จากโรงเรียน เพอื่ ให้มีความ
พรอ้ มสาหรับการออกไปดารงชีวติ และเริม่ ต้นชีวติ ใหม่ในวนั ขา้ งหนา้
รูปภาพท่ี ๑๐๖. เสาธงโรงเรยี นบ้านเสดจ็ พิทยาคม
หนา้ ท่ี ๑๖๗
ที่ดิน ก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราว ๒ ห้องเรียน อาคาร
สานักงานบนพื้นที่ราชพัสดุของหมู่ท่ี ๑๑ ตาบลบ้านเสด็จ อาเภอเคียนซา
จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท ห้างร้าน และ
ประชาชนในชุมชน โดยเฉพาะราษฎรหม่ทู ่ี ๑๑
เพิ่มเติม ในทุกปกี ารศึกษาจะมีการจดั กีฬาเครือข่ายใต้ร่มเย็น ณ
สนามกีฬาโรงเรียนบา้ นเสด็จพทิ ยาคม
๓ สานกั สงฆ์ ๓ วดั
หน้าท่ี ๑๖๙
๓ สา้ นักสงฆ์
๑.สานักสงฆ์เขาสามยอด (ถายายช)ี
ประวัติ สานักสงฆ์เขาสามยอด (ถ้ายายชี) จากเดิมเป็นที่เขา
และมีชาวบา้ นบริเวณเขาสามยอด ได้พบเห็นยายชี นุ้งขาวห่มขาวมา
ปรากฏกายใหช้ าวบ้านเห็นในหลายๆรูปแบบ เชน่ เปน็ คน,เปด็ ,สตั วต์ ่างๆที่
คอยคมุ้ ครองปกปอ้ งรกั ษาชาวบา้ น ทาใหช้ าวบา้ นมีความเลื่อมใสศรัทธา
จึงไดม้ กี ารตั้งศาลยายชีขน้ึ ชาวบ้านจงึ เรยี กกันในหมบู่ ้านวา่ “ถ้ายายช”ี
รปู ภาพที่ ๑๐๗. สานักสงฆ์เขาสามยอด(ถ้ายายชี)
หนา้ ท่ี ๑๗๐
ภายหลงั ไดม้ พี ระธดุ งค์ ไดม้ าปักกรดเป็นที่พกั สงฆ์ชาวบ้านได้มี
การนาข้าวปลาอาหารมาถวาย และมีแรงศรัทธาของชาวบ้านหมู่ ๑๐ และ
ชาวบา้ นจากพน้ื ทใี่ กล้เคียง อยากจะมีวัดในหม่บู า้ นจงึ นิมนตพ์ ระหาญเดช
สุขาเอกมาอยใู่ นปพี ุทธศักราช ๒๕๕๘ โดยมีนายดาเป็นผ้บู ุกเบิกและ
บรจิ าคทดี่ นิ จากนัน้ จงึ ไดม้ ีการเรมิ่ สร้างกุฏแิ ละพัฒนาพื้นที่
รูปภาพท่ี ๑๐๘. สานกั สงฆ์เขาสามยอด(ถ้ายายชี)
จนมาเป็นสานักสงฆใ์ นปจั จบุ นั และมกี ารตั้งช่อื ว่า สานกั สงฆเ์ ขาสามยอด
(ตั้งชือ่ ตามหมูบ่ ้านทีต่ ง้ั วดั ) และไดข้ ึน้ ทะเบยี นเป็นสานักสงฆเ์ ขาสามยอด
ในปี ๒๕๖๑ ปัจจุบนั พระอาจารย์ สมพร ขาวพุ เปน็ เจา้ อาวาส
ผใู้ หข้ อ้ มลู นางพมิ พ์ ถากาล (ชาวบา้ นหมู่๑๐)
หน้าท่ี ๑๗๑
๒.ส้านักสงฆถ์ ้าเขาไพรเกศ
เดิมมีช่ือว่า ถ้าหัวกะโหลกต้ังอยู่หมู่บ้านเขาไพรเกศ หมู่ที่ ๑๙
ตาบลบา้ นเสดจ็ อาเภอะเคียนซา จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี
รูปภาพที่ ๑๐๙. สานักสงฆ์ถ้าขาไพรเกศ
หนา้ ที่ ๑๗๒
ประวัติเล่าวา่ ไดม้ ีชาวบ้านจานวน ๗ คนยา้ ยอพยพเขา้ มาอยู่ในพื้นท่ีสารวจพบ
ถ้า สันนิษฐานว่ามีร่องรอยของมนุษย์เข้าไปใช้ถ้ามีอายุประมาณ ๒,๐๐๐ ปี ภายในถ้า
ได้พบหัวกะโหลกและโครงกระดูกมนุษย์อยู่บนเพดานถ้า เครื่องปั่นดินเผาจานวน
มากมายฝังอยใู่ นพน้ื ดินและกระดูกสตั ว์ชนดิ ต่างๆ
รปู ภาพที่ ๑๑๐. ถ้าหัวกะโหลกตง้ั อย่หู มู่บา้ นเขาไพรเกศ
หน้าที่ ๑๗๓
ปัจจบุ นั ถา้ เขาไพรเกศ ชาวบา้ นได้ร่วมใจกันกันตั้งเป็นท่ีพกั สงฆ์ ช่ือ
วา่ ทพี่ กั สงฆ์เขาไพรเกศโดยมีเจ้าอาวาสชื่อพระชอบ สะมังคิโกนามะ เพ่ือ
เป็นสถานท่ียึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นสถานที่ศึกษาด้านประวัติศาสตร์และเป็น
สถานทพ่ี ักผอ่ นเน่ืองจากมีธรรมชาติที่สวยงาม
ผู้บรจิ าคทดี่ ินนายประเสรฐิ เพชรชานาญ (ปัจจบุ ันเสียชวี ติ แลว้ )
รูปภาพท่ี ๑๑๐. ถา้ หัวกะโหลกตง้ั อยู่หมู่บ้านเขาไพรเกศ
หน้าท่ี ๑๗๔
รปู ภาพท่ี ๑๑๐. พระชอบ สะมังคิโกนามะ
เจา้ อาวาสสานักสงฆเ์ ขาไพรเกศ
หน้าท่ี ๑๗๕
๓.สานกั สงฆ์เขางาม(เขาฮาย)
พุทธศักราช ๒๕๒๘ ได้มีชาวบ้านมาจับจองพื้นท่ีช่ือว่า ลุงเจิม
ขวัญเทพ และได้เว้นพ้ืนทีป่ า่ ไว้ประมาณ ๖๐ ไร่ เพื่อเป็นพืน้ ท่ีป่าและพนื้ ที่
อนุรักษ์ ได้มีแม่ชีเฝ้าอยู่ “ช่ือแม่ชีนวย” ต่อมามี “แม่ชีไห้” มาทีหลัง
ต่อมามีพระอาจารย์จากท่ีอ่ืนเดินทางมาธุดงค์และได้มาพกั อาศัย สร้าง
เปน็ ศาลาเลก็ ๆบรเิ วณหน้าถา้ เขาฮาย
รปู ภาพท่ี ๑๑๑. ถ้าเขางาม
หน้าที่ ๑๗๖
จากนั้นก็มีพระอาจารย์พาทย์และพระอาจารย์ท่านอ่ืนๆ มา
พักอาศัยอยู่เร่ือยๆ จนถึงปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ มีพระอาจารย์มหาอนุ
เทพ เข้ามาอาศยั จนถึงปจั จุบนั และสร้างท่ีพกั สงฆ์
พุทธศกั ราช ๒๕๕๗ ไดเ้ ปลี่ยนท่พี กั สงฆ์เป็นสานักสงฆ์ และ
จดทะเบยี นในลกั ษณะพจน์ “เป็นถ้าเขางาม”
รปู ภาพท่ี ๑๑๒. บรเิ วณหนา้ ถา้ เขางาม
หน้าท่ี ๑๗๗
๔.สา้ นกั ปฏิบัติธรรมป่าธารน้ารอ้ น (ปัจจุบันยงั ไมไ่ ด้ขนึ ทะเบยี น
เปน็ สา้ นกั สงฆ)์
ในชว่ งปลายเดอื น เมยายน พุทธศกั ราช ๒๕๖๑ ไดม้ คี ณะ
พระภกิ ษุ สามเณร จารกิ ธดุ งค์มาปกั กลดเพอื่ ปฏบิ ัตธิ รรม ณ.ป่าธารนา้
รอ้ นแหง่ น้ี ตอ่ มาด้วยความศรัทธาของชาวบา้ น หมู่ ๗ ต.บ้านเสด็จ
อ.เคียนซา จ.สุราษฎรธ์ านี ได้ช่วยกันสร้างเสนาสนะขนึ้ เพื่อเปน็ ทพ่ี กั
ปฏบิ ัติธรรมและดว้ ยความศรัทธาของ
ชาวบ้าน หมู่ ๗ ตลอดถึงชาวบา้ นใกล้เคียง ได้ร่วมกนั กอ่ ตั้งเป็นสานกั
ปฏิบัตธิ รรมปา่ ธารน้าร้อน ซึง่ มีอบุ าสก อุบาสกิ า มาร่วมสวดมนต์ ทา
วตั ร และถอื ศีลปฏบิ ตั ธิ รรม
รูปภาพท่ี ๑๑๓. สานักปฏบิ ัติธรรมปา่ ธารน้ารอ้ น
หนา้ ที่ ๑๗๘
ปจั จุบนั สานกั ปฏบิ ตั ิธรรมป่าธารนา้ ร้อนยงั ไมไ่ ด้ข้นึ ทะเบยี นเป็นสานักสงฆ์
หนา้ ที่ ๑๗๙
รูปภาพที่ ๑๑๔. พระอาจารย์ วรี พงศ์ โสภโณ
ประวัตขิ องพระอาจารย์ วรี พงศ์ โสภโณ
เดิมช่ือนายวีรพงศ์ ชานาญฉา
เกิดเม่อื วนั ศกุ ร์ ท่ี ๒๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๒๐
บดิ าช่อื สาราญ มารดาชอื่ สนุ ิสา
เปน็ บตุ รคนท่ี ๒ จากพีน่ อ้ งทงั้ หมด ๓ คน
ภมู ลิ าเนาเดมิ เป็นคนจังหวดั กระบ่ี
หนา้ ท่ี ๑๘๐
รปู ภาพท่ี ๑๑๕. สานกั ปฏิบตั ธิ รรมปา่ ธารนา้ รอ้ น
หนา้ ท่ี ๑๘๑
รปู ภาพท่ี ๑๑๖. สานกั ปฏิบตั ธิ รรมปา่ ธารนา้ รอ้ น
หนา้ ท่ี ๑๘๒
รูปภาพที่ ๑๑๗. สานกั ปฏบิ ตั ธิ รรมปา่ ธารนา้ รอ้ น
ภาพจากพระอาจารย์วรี พงศ์ โสภโณ
หน้าท่ี ๑๘๓
๓ วดั
๑.วดั สายวารี
ประวตั ิ พระอาจารยเ์ สริม เปน็ องค์แรกทไ่ี ดเ้ ข้ามาอยู่ที่สานักสงฆ์
ในปี พทุ ธศักราช ๒๕๓๐ และตาหลวงซิ่น (วัดดอนพยอม) ได้มาเป็นผู้ท่ี
ก่อตั้งเป็นสานักสงฆส์ ายวารี โดยมีเส่ียปูนเป็นผู้บริจาคต้นไม้มาให้ปลูก
บริเวณพ้ืนที่สานักสงฆ์ที่มีเพียงศาลาเท่าน้ัน ต่อมามีชาวบ้านในพ้ืนท่ีมี
แรงศรัทธาได้ร่วมกันจัดพิธีทอดกฐิน ผ้าป่า เพ่ือนาเงินมาถวายในปี
พุทธศักราช ๒๕๕๓ เริม่ มีการสรา้ งประตูวัด ศาลา กฏุ ิ โรงฉัน เมรุ ฯลฯ
รูปภาพที่ ๑๑๘. วัดสายวารี
หนา้ ท่ี ๑๘๔
รปู ภาพที่ ๑๑๙. วดั สายวารี
จนในปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ ได้รับอนุญาตสร้างวัดจากสานักพุทธ
ศาสนาแห่งชาติในเป็นวัดสายวารีอย่างเป็นทางการโดยพระวิรัตน์
สญญโต เป็นเจ้าอาวาส (ปัจจบุ นั )
ผู้ที่บริจาคท่ีดิน นายนง (ไปอยู่ที่อ่ืน) เลยให้เป็นพื้นที่ส่วนร่วม จงึ
ได้จัดต้งั ใหเ้ ป็นวดั ในปัจจบุ นั
หนา้ ท่ี ๑๘๕
รปู ภาพที่ ๑๒๐. วัดสายวารี
หนา้ ท่ี ๑๘๖
๒.วัดเจริญประชาธรรม (วดั ในปราบ)
เดิมช่ือ ที่พกั สงฆบ์ ้านในปราบ ตั้งอยู่ หมู่ที่ ๕ ตาบลบา้ นเสด็จ
อาเภอเคียนซา จงั หวัดสุราษฎร์ธานี โดยช่ือ “ในปราบ” เรียกตามช่ือ
หมู่บ้านที่วัดต้ังอยู่ ต่อมาเมื่อขอต้ังวัด เจ้าอาวาสเห็นว่าประชาชนละแวก
วัดเป็นผู้มีศีลธรรมที่ดีและเพื่อให้วัดมีความเจริญรุ่งเรืองเกี่ยวกับธรรมะ
จึงต้ังว่า “วัดเจริญประชาธรรม” โดยประวัติเล่าว่าเมื่อคร้ังหลวงพอ่ ชื่น
(เจ้าอาวาส) บวชเป็นพระและมีความคิดจะหาที่พักของพระสงฆ์ในพ้ืนที่
บ้านในปราบ ต่อมาจงึ ได้รับศรัทธาบริจาคจากนายวิโรจน์ สุขาพนั ธ์ และ
นายชุมพล ส้มเกล้ยี ง นายจรญู แต้มจันทร์ ถวายที่ดินสร้างวัด เนื้อที่ ๒๙
ไร่ ๑ งาน ๔๙ ตารางวา
รูปภาพที่ ๑๒๑. วดั เจรญิ ประชาธรรม (วัดในปราบ)
หน้าที่ ๑๘๗
จากน้ันได้รับบริจาคเพิ่มอีก ๒๑ ไร่ ๒ งาน ๑๓ ตารางวา รวมเป็น
๕๐ ไร่ ๓ งาน ๖๒ ตารางวา และต้ังวัดเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๓
ต่อมาได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันท่ี ๒๑ มกราคม ๒๕๕๔
ภายในวัดมีเสนาสนะท่ปี ระชาชนรว่ มกนั บรจิ าคสร้างขึ้นมากมายเช่น เจดีย์
ทรงอยุธยาผสานศิลปะศรีวิชัย อุโบสถทรงไทย วิหารพอ่ ท่านคล้าย เป็น
ตน้ ปจั จุบันมพี ระครมู งคลสมณกิจ (หลวงพ่อชื่น) เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งเป็น
พระเกจอิ าจารย์ ทม่ี ีชอื่ เสียงมากรูปหน่ึงของจังหวดั สุราษฎรธ์ านี