The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์E-Book วิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภัย(20001-1001) (1) (Repaired)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-03-11 06:46:29

การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์E-Book วิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภัย(20001-1001) (1) (Repaired)

การสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์E-Book วิชา อาชีวอนามัยและความปลอดภัย(20001-1001) (1) (Repaired)

หลกั อาชีวอนามยั และความปลอดภยั 20001-10001

1. ช่วยลดอบุ ัตเิ หตทุ ่ีอาจเกดิ ขึ้นระหว่างทางาน
2. ช่วยเพิ่มประสิทธภิ าพและความสามารถในการทางานของผปู้ ฏบิ ัตงิ าน
3. ช่วยเพมิ่ ประสิทธิภาพในการทางาน
4. ช่วยลดขนั้ ตอนในการทางาน เน่ืองจากไดม้ กี ารออกแบบงานอย่างเหมาะสม
5. ชว่ ยลดตน้ ทนุ การผลิต เม่ือพนักงานได้รบั ความสะดวกสบายช่วยใหส้ ามารถทางานไดม้ ากขึ้นใน
ระยะเวลาเทา่ เดิม จงึ ทาใหล้ ดตน้ ทนุ การผลิตลงได้
6. ช่วยให้เกิดขวญั และกาลงั ใจที่ดีในการทางาน
ตวั แปรที่เกยี่ วข้องกบั การยศาสตร์ มีดังนี้
1.งาน ลักษณะของงานที่เกย่ี วขอ้ งกับคนทตี่ ้องรบั ผิดชอบ ได้แก่ การออกแรงเคลื่อนไหวของร่างกายในการ
ทางานต่างๆ
2.คนไดแ้ ก่ ผ้ปู ฏบิ ตั ิงานน้นั ๆ ที่มคี วามแตกตา่ งกนั ทง้ั ดา้ นเพศ รปู รา่ ง อายุ ความสมบรู ณ์ความอดทน เปน็ ตน้
3.สภาพแวดลอ้ ม หมายถึง สภาพแวดล้อมในการทางาน ไดแ้ ก่ เสยี ง แสง ฝุน่ ควนั อณุ หภูมิ แรงส่ัน
สะเทือน เป็นต้น

หลกั การยศาสตรก์ บั ลกั ษณะท่าทางการทางาน

ขณะทางานร่างกายของคนจาเปน็ ต้องอย่ใู นลักษณะทา่ ทางท่ีสบาย ไม่ฝืนไปในลักษณะทผ่ี ิดปกติ
หากมกี ารรักษาลักษณะทา่ ทางการทางาน การเคล่อื นไหวในการทางานได้อยา่ งมมี าตรฐาน จะช่วยลด
อุบตั เิ หตทุ ี่เกดิ จากการทางานได้

ลักษณะท่าทางท่ีเหมาะสมกบั งาน มีดงั นี้
1.งานยืนอยู่บนพ้นื ที่ไม่มคี วามมนั่ คง จะทาใหเ้ กิดความวิตกกงั วล และต้องพยายามรักษาสมดลุ ของ
ร่างกายอยตู่ ลอดเวลา ทาให้สญู เสียพลงั งานโดยไม่จาเป็น และมคี วามเสยี่ งตอ่ การเกิดอุบัติเหตุไดง้ า่ ย
2.ลกั ษณะทา่ ทางในการทางานท่เี หมาะสมช่วยให้สามารถทางานไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพโดยใช้
นา้ หนักของรา่ งกายในการออกแรง คือทาให้ร่างกายมีทพี่ ิงขณะทอี่ อกแรง
3.ลักษณะทา่ ทางในการทางานทด่ี ีจะไมก่ อ่ ให้เกิดการขัดขวางกระบวนการทางาน อวยั วะต่างๆใน
ร่างกายจะมรี ะบบการทางานอยา่ งปกติ เช่น ระบบการไหลเวยี นของเลือด ระบบหายใจ ระบบยอ่ ย
4.ลักษณะการทางานท่ีดแี ละเหมาะสมช่วยใหร้ ะบบการแลกเปลี่ยนระหว่างความรอ้ นของร่างกาย
และส่งิ แวดลอ้ มในการทางานมีความเหมาะสม เช่น รา่ งกายขับเหง่อื ออกมาเหมาะสมกับความหนักของงาน
หรือความร้อนที่เกิดจากการทางาน

100

หลักอาชวี อนามัยและความปลอดภัย20001-10001

5.ลักษณะท่าทางของการทางานตอ้ งสมั พนั ธก์ บั การมองเห็น หมายถึง ท่าทางการทางานทีม่ ่ันคง
จะต้องให้มีการมองเห็นของสายตาอยู่ในระดบั พอดี ไมท่ าให้เกิดการเม่ือยล้าคอและหลัง
ลกั ษณะทา่ ทางในการยืนทางาน ควรปฏิบตั ดิ ังนี้

1. ควรปรบั ระดบั ความสูงของพืน้ ท่กี ารทางานให้เหมาะสมกบั ผู้ปฏิบตั ิงานแต่ละคนซง่ึ มคี วามสูงที่
แตกตา่ งกัน

2. ควรจัดให้มที วี่ างพักเท้า เพ่ือใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านได้ปรบั เปลี่ยนอริ ิยาบถ หรือสบั เปล่ยี นน้าหนกั เพ่ือ
ช่วยลดความเครียดบริเวณหลังและขา

3. ควรจัดให้มแี ผน่ รองปพู ้นื ทเ่ี ปน็ วัสดุที่มีความยดื หยุ่น สะอาด และเหมาะสมหรือมีการทาแผ่น
รองปูพ้นื รองรับชน้ิ งาน หรอื ยกพ้นื เพื่อให้มีความเหมาะสมกบั ความสูงของผ้ปู ฏบิ ตั งิ าน

4. ควรจัดให้มีพื้นท่ีเพียงพอสาหรบั การเคล่อื นเท้าไปข้างหนา้ หรือข้างหลัง โดยไมม่ ีสงิ่ กีดขวาง
5. ไมค่ วรจดั ให้ผปู้ ฏิบัตงิ านต้องเอนตวั ไปดา้ นหน้า ด้านหลงั หมนุ ตวั หรือเอยี งไปด้านข้าง
6. ไมค่ วรให้ผปู้ ฏิบตั งิ านต้องเอื้อมมือสงู กวา่ ระดบั ความสูงของไหล่ หรือต่าเกนิ กวา่ ทีจ่ ะหยบิ ไดใ้ น
ขณะทีย่ นื และไม่ให้มีการแหงนศรี ษะหรือกม้ ศีรษะมากเกินไป
7. จดั เก้าอ้ีให้ผปู้ ฏิบัติงานนง่ั พักระหวา่ งการทางาน
8. ใหผ้ ู้ปฏบิ ตั งิ านสวมรองเท้าทีเ่ หมาะสมพอดกี ับขนาดของเทา้ เพื่อให้สามารถรองรับนา้ หนกั และ
พยงุ ส่วนโค้งของเทา้ ได้

ทา่ ทางการยืนทีเ่ หมาะสมชว่ ยเพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน

การออกแบบโต๊ะทางานสาหรบั ผู้ทีย่ นื ปฏิบตั งิ าน ควรใหม้ ีความสงู ปกติ ตา่ กวา่ ความสูงของขอ้ ศอก
ประมาณ 5-10 เซนตเิ มตร พร้อมทงั้ มพี ้ืนที่เหลือไวส้ าหรับวางเครื่องมอื อุปกรณ์และของจาเป็นอน่ื ๆ กรณีที่

101

หลักอาชีวอนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

ตอ้ งมีการวางขอ้ ศอกบนพื้นโต๊ะ จะต้องออกแบบให้โตะ๊ ทางานนั้นยกระดบั สูงขนึ้ พอดีกบั ขอ้ ศอกโต๊ะ
ทางานสาหรบั ผ้ทู ย่ี นื ปฏิบัตงิ านการยนื ท่เี ท้าข้างหนึ่งต้องกดบังคบั เครื่องจักรตลอดเวลา เป็นการยนื ที่ไม่
เหมาะสม ทาให้เกดิ การกดทับน้าหนักลงท่สี ะโพกและขาข้างใดขา้ งหนง่ึ ทาให้เกดิ อาการปวดและลา้ หาก
จาเปน็ ต้องยืนทางานในลกั ษณะเช่นนี้ ควรปรับพื้นให้อยใู่ นระดบั เดียวกันกับคันบังคบั เพอ่ื ใหผ้ ้ปู ฏบิ ัติงาน
สามารถยืนบนเท้าทง้ั สองข้างไดก้ ารจดั ท่าทาง
การทางานสาหรบั การน่ังเกา้ อที้ างาน ควรปฏบิ ตั ดิ งั นี้

1.ศรี ษะอยูก่ ึง่ กลางบนไหลท่ งั้ สองขา้ งในลกั ษณะสมดลุ สายตามองระดบั
2.ลาตวั ตรงเอนไปข้างหลงั เล็กน้อย มีพนักเกา้ อี้รองรับระดบั เอววา่
3.ต้นขา และแขนส่วนล่างท้งั สองอย่ใู นระดับราบ
4.ตน้ แขนและขาทอ่ นล่างทั้งสองทามุมกับแนวต้ังประมาณ 15 ปี
5. ความว่างาหรบั สอดเขาเข้าไปได้
6.มีพ้ืนทีว่ างเท้าอย่างเหมาะสม
ทา่ ในการนั่งทางานปกติโต๊ะทางานควรตา่ กวา่ ระดบั ความสูงของขอ้ ศอก แต่หากเป็นงานทตี่ ้องการ
ความละเอียด ความสงู ของโตะ๊ ทางานสามารถปรบั ให้เหมาะสมกับระดับการทางานของสายตา ความสงู ของ
โต๊ะทางานโดยปกตคิ วรสูงประมาณความสูงของเขา่ หรือมากกวา่ นั้นอีกประมาณ 2-4 เซนตเิ มตรหาก
ผู้ปฏบิ ัติงานสวมรองเท้าสน้ สูง ดังน้นั ความสงู ของโต๊ะจากพน้ื ถึงขอบลา่ งสาหรับผู้หญิงควรสูงประมาณ61
เซนตเิ มตร และสาหรบั ผชู้ ายควรสูงประมาณ 64 เซนติเมตร สาหรบั การทางานทั่วไป
โต๊ะท่ใี ชส้ าหรับนัง่ อา่ นหนงั สือ ตอ้ งสามารถวางแขนและข้อศอกได้อยา่ งสบาย เก้าอีท้ ่ีใช้ควรปรับ
ระดับความสงู ต่าได้ และมีท่ีพกั เทา้ ทสี่ ะดวกตอ่ การเคล่อื นไหวเทา้ ได้อยา่ งสบายการปรบั เก้าอ้ที างาน ควรให้
มคี วามสงู ระหว่าง 40-53 เซนติเมตรปรับพนักพงิ ไปในแนวดง่ิ 15-24 เซนตเิ มตรจากระดับทน่ี งั่ ที่นง่ั มขี นาด
ความลกึ 35 เซนติเมตร ดา้ นหนา้ ของเก้าอมี้ ีความโคง้ มนเลก็ น้อยหมุ้ ดว้ ยเน้ือผ้าที่อากาศไหลผา่ นได้ง่าย การ
ห้มุ เกา้ อชี้ ว่ ยปอ้ งกันการลืน่ ออกจากเกา้ อีข้ ณะนงั่ นอกจากนี้เกา้ อคี้ วรมีความมั่นคงแข็งแรง สามารถเคล่อื นที่
ได้อย่างอสิ ระ

102

หลักอาชีวอนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

เก้าอ้ที เ่ี หมาะสมสาหรับการอ่านหนงั สอื
การใชเ้ ครื่องมอื และอปุ กรณ์ควบคุม เคร่ืองมือและอปุ กรณ์ควบคุมสาหรับการใช้งาน มผี ลตอ่
ประสิทธิภาพการทางานของผ้ปู ฏิบัตงิ าน จงึ ต้องใหค้ วามสาคญั และมีการออกแบบอย่างเหมาะสม
การออกแบบเครื่องมือและอปุ กรณ์ ควรปฏิบตั ิดงั นี้
1.มีการออกแบบที่เหมาะสมกับกล้ามเนือ้ มัดใหญข่ องผปู้ ฏบิ ัตงิ าน เช่น กล้ามเนื้อแขน ขาหัวไหล่
เป็นต้น
2.ไม่ควรใชเ้ ครือ่ งมืออุปกรณ์ทข่ี าดคุณภาพ
3.การหยิบเครือ่ งมือมาใช้ควรหลีกเล่ียงท่าทางทตี่ อ้ งบดิ ตัวหรือเอ้ยี วตัว หรือบิดข้อมอื และไมค่ วร
ยกหรอื ถือเครื่องมอื ไว้เปน็ เวลานาน
4.ด้ามจบั ของเคร่ืองมอื อุปกรณค์ วรมฉี นวนกนั ไฟฟา้ ไม่มีมุมที่แหลมคม มีวัสดกุ นั ลืน่ ท่ดี า้ มจบั
เคร่ืองมือและอกุ รณท์ ่ใี ชใ้ นการทางาน
5.มีการบารงุ รักษาเครื่องมอื อุปกรณอ์ ย่างถกู ต้อง

103

หลกั อาชีวอนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

เครื่องมอื และอุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการทางาน
การออกแบบอุปกรณ์ควบคมุ ควรปฏิบัติดงั น้ี
1.สวติ ซ์ควบคุม คนั โยก และปุ่มควบคมุ ควรอยูใ่ นตาแหน่งที่สามารถเอ้อื มถึงขณะที่ปฏิบตั ิงาน
ปกติ
2.เลอื กอปุ กรณ์ควบคุมที่เหมาะสมกบั ลักษณะของงานงานละเอยี ดควรใชอ้ ุปกรณ์ควบคมุ ด้วยมือ
สว่ นงานท่ตี ้องออกแรงมากอาจเลอื กใชอ้ ปุ กรณ์ควบคุมด้วยเท้า
3.อุปกรณ์ควบคุมควรให้เหมาะสมกบั การใช้ได้ทัง้ มือซา้ ยและมือขวา
4.ออกแบบให้อุปกรณค์ วบคุมฉกุ เฉินสวติ ซ์และอปุ กรณ์ควบคมุ แตกตา่ งจากอปุ กรณ์ควบคุมท่วั ไป

สวิตชแ์ ละอปุ กรณ์ควบคมุ ควรอยใู่ นตาแหน่งที่เหมาะสม
การทางานท่ีต้องใชแ้ รงมาก การทางานท่ตี ้องใชแ้ รงมาก มีความเส่ียงตอ่ การเกดิ อบุ ัตเิ หตุได้งา่ ยกวา่
ดงั นั้นจงึ ต้องมกี ารออกแบบงาน และการปฏิบตั งิ านอย่างเหมาะสม คอื จะต้องไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานแต่ละคน
ออกแรงจนเกินกาลงั จดั ให้ผู้ปฏบิ ตั ิงานท่ีตอ้ งใช้แรงมากสลับกับงานทเ่ี บาแรงบ้าง และต้องจัดเวลาพักให้
ผู้ปฏบิ ัติงานอยา่ งเหมาะสม

104

หลักอาชวี อนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

หากลกั ษณะงานที่ทาเป็นงานท่ีตอ้ งออกแรงมากเช่น งานท่ีเกย่ี วข้องกบั การเคล่ือนย้ายวัสดุ ส่งิ ของที่
มีน้าหนักมาก เป็นต้น อาจมีการออกแบบลกั ษณะงานเพ่ือให้มีการออกแรงน้อยลง เชน่ การนาสง่ิ ของที่ตอ้ ง
เคลอื่ นยา้ ยมาแบง่ บรรจุเพ่อื ใหม้ ขี นาดและนา้ หนักลดลง การทาใหว้ สั ดมุ ีการเคลื่อนย้ายท่ีงา่ ยข้นึ การจัดเก็บ
วัสดุให้สะดวกตอ่ การเคลอ่ื นยา้ ย การหาวิธีลดระยะทางในการเคล่ือนย้าย และท่สี าคญั ควรหลีกเลีย่ งการ
ทางานท่ผี ดิ ท่าทางทีผ่ ิดปกติ

งานเคลอ่ื นยา้ ยวัสดทุ ่ีผิดวธิ ีกอ่ ให้เกิดผลเสยี ต่อรา่ งกาย

หลกั การขยาสตรก์ ับสภาพแวดลอ้ มในการทางาน

สภาพแวดลอ้ มในการทางานเปน็ องค์ประกอบสาคัญทีส่ ่งผลถงึ ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของ
ผู้ปฏิบตั ิงาน จึงควรให้ความสาคญั กับสภาพแวดล้อมในการทางานหาแนวทางป้องกนั ไมใ่ หส้ ภาพแวดลอ้ ม
ในการทางานส่งผลเสียถึงสขุ ภาพของผู้ปฏบิ ตั ิงานได้ พอสรปุ ไดด้ ังน้ี

เสยี ง (Noise) เสยี งรบกวนท่ีเกดิ ขนึ้ ขณะปฏิบัติงาน เช่น เสียงเครอื่ งจกั รเสียงเครอ่ื งยนต์ เสียงตัด
เหลก็ ตัดโลหะ เปน็ ต้นเม่ือผู้ปฏิบตั ิงานไดย้ ินเสยี งเหลา่ นี้ในระดับทีด่ งั เกินไปเป็นระยะเวลาติดต่อกนั เป็น
เวลาน หรือตลอดเวลาที่ปฏิบตั งิ าน กอ่ ให้เกิดความราคาญ หงดุ หงิดสมาธใิ นการทางานลดลง และยงั ส่งผล
ถึงการสูญเสยี การได้ยนิ อกี ด้วย

105

หลกั อาชีวอนามยั และความปลอดภยั 20001-10001

เสียงทดี่ งั เกดิ ไปทาใหส้ มาะีในการทางานลดลง
การจัดการเกย่ี วกบั เสียงตามหลักการยศาสตร์

สามารถทาได้ 3 แนวทาง ได้แก่
1. การปรับปรงุ แหลง่ กาเนิดเสยี ง โดยใช้เครอ่ื งจักรที่ได้มาตรฐาน ปรบั เปล่ียนอุปกรณ์ของ
เครื่องจกั รทท่ี าให้เกดิ เสยี งดงั เกนิ มาตรฐาน การบารุงรกั ษาเครื่องจกั รและอุปกรณ์อยเู่ สมอ การยึดเครื่องจกั ร
กบั พน้ื ให้แนน่ เพื่อปอ้ งกันการสัน่ สะเทือนและเกิดเสียง และหาวิธีการปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ สียงไปถึงผปู้ ฏิบัตงิ าน

2. การปรบั ปรงุ เส้นทางผ่านของเสียงเปน็ การพจิ ารณาและแก้ไขเส้นทางทเี่ สยี งผ่านมายงั
ผู้ปฏบิ ัติงาน สามารถกระทาได้โดยการตดิ ตั้งวสั ดุดดู ซับเสียง ตดิ ผนัง หรือกาแพงเพ่ือก้ันเสียง และแยก
แหลง่ กาเนิดเสียงใหห้ ่างจากตวั ผูป้ ฏบิ ัตงิ านใหม้ ากทีส่ ดุ

3. การปรับปรงุ ท่ตี วั ผู้ปฏิบัตงิ าน โดยออกกฎบังคบั ใหผ้ ู้ปฏิบตั ิงานใชอ้ ุปกรณป์ อ้ งกันเสยี ง เครอ่ื งมือ
ในการทางานเป็นตน้ กาเนดิ ของนอกจากนี้ยังอาจมกี ารหมุนเวียนพนักงานออกไปทางานในสถานทอ่ี ่นื บ้าง

เครื่องมอื ในการทางานเป็นต้นกาเนดิ ของเสียง

2. แสงสวา่ ง (แumination) จากผลการวจิ ัยเกย่ี วกบั แสงสว่างในสถานท่ีทางานพบว่าการเพ่มิ แสง
สว่างในท่ีทางานช่วยใหป้ ฏิบัตไิ ด้เร็วและนานข้ึน แต่ทง้ั น้ีการใช้แสงสว่างทม่ี ากเกินไปหรอื นอ้ ยเกินไป
ก่อให้เกิดผลเสยี ไดท้ ั้งสนิ้ กลา่ วคอื หากแสงสว่างน้อยเกินไปทาให้เกิดอาการเม่ือยตาปวดศีรษะ
ประสิทธิภาพในการทางานลดลงบรรยากาศการทางานไม่ดี หากแสงสว่างมากเกินไปทาให้สขุ ภาพของตา
แยล่ ง เกิดการอกั เสบ และทาใหเ้ กดิ การผดิ พลาดในการทางานได้เช่นกันแสงสว่างทนี่ อ้ ยเกินไปทาให้เกิด
อาการเม่ือยตาการจดั การเกี่ยวกบั แสงสวา่ งตามหลกั การยศาสตร์ สามารถกระทาได้โดยจัดระดบั แสงสว่าง

106

หลักอาชวี อนามยั และความปลอดภยั 20001-10001

ใหเ้ หมาะสมกับลกั ษณะงานทที่ า จัดใหพ้ นื้ ทที่ างานมีแสงสวา่ งกระจายอย่างสม่าเสมอ และจะต้องใช้แสง
สวา่ งทไ่ี มท่ าให้เกิดอาการพร่าตา ซึง่ อาการพร่าตาจะเกิดข้ึนเม่อื ปริมาณแสงสว่างมมี ากเกินกวา่ ทตี่ าจะปรับ
ได้ ทาให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง การใชแ้ สงเพอ่ื ให้เกิดอาการพรา่ ตา กระทาไดด้ งั น้ี

1.ลดค่าความสว่างของแหล่งกาเนดิ แสง
2.ใช้ทก่ี าบงั แสงหรอื มา่ นบังแสงหรอื ฉาก
3.เพ่มิ ความสว่างพน้ื ทีร่ อบๆ แหลง่ กาเนิดแสงพร่าตา
4.วางตาแหน่งของดวงไฟหรือพ้ืนทใี่ หเ้ หมาะสม
5.ลีกเลี่ยงการใชว้ ัสดุสะทอ้ นแสง
3. อุณหภูมิ (Temperature) อุณหภูมทิ ไี่ มเ่ หมาะสมจะส่งผลตอ่ ประสิทธภิ าพในการทางานเช่น
อากาศรอ้ นอบอา้ ว ทาใหพ้ นักงานเกดิ ความอ่อนเพลยี เมื่อยล้า ประสทิ ธภิ าพในการทางานลดลงหรือเวลาท่ี
อากาศเยน็ เกนิ ไป ทาให้เกิดการไม่ตนื่ ตวั ไม่กระฉบั กระเฉง ดังนั้นจงึ ต้องมกี ารปรบั อณุ หภูมใิ นสถานท่ี
ทางานให้เหมาะสม โดยปกติอณุ หภมู ใิ นรา่ งกายมนษุ ยจ์ ะอยปู่ ระมาณ 37 องศาเซลเซยี สหรอื 98.6 องศาฟา
เรนไฮต์ และจากการศกึ ษาเกี่ยวกบั อุณหภูมิที่เหมาะสมของมนุษยจ์ ะอยทู่ ี่ 1926 องศาเซลเซียสสถานที่
ทางานที่มอี ากาศเยน็

สถานทท่ี างานอากาศเย็น

แนวทางการแก้ไขปัญหาความรอ้ นในสถานท่ีทางาน มดี ังน้ี
1.ใช้เคร่อื งจักรทางานแทนคนในบรเิ วณที่ทางานท่ีมคี วามรอ้ นสูง

107

หลกั อาชวี อนามยั และความปลอดภยั 20001-10001

2.เพมิ่ ความเรว็ ลมและจดั ให้มีการหมุนเวียนถ่ายเทเพ่ือให้อากาศดีขนึ้
3.ทาฉากกน้ั ระหว่างแหลง่ กาเนดิ ความรอ้ นกบั ผปู้ ฏบิ ตั ิงาน
4.หมุ้ แหล่งกาเนิดความร้อนด้วยฉนวนความร้อน
5.ลดอุณหภมู ิโดยใช้เครื่องปรบั อากาศหรอื ป้อนความเย็นเฉพาะจดุ
6.ออกกฎบังคับให้ผปู้ ฏิบตั ิงานใช้เคร่ืองป้องกันอันตรายจากความรอ้ นในบริเวณทมี่ ีความร้อนสงู
เช่น แว่นตานิรภยั หน้ากากนริ ภัย ชุดปอ้ งกันความร้อน เป็นต้น
7.จดั หานา้ ดื่มในบริเวณท่ที างาน โดยระหวา่ งปฏิบัตงิ านควรดื่มนา้ อุ่น และหลงั ปฏิบัตงิ านควรดม่ื
นา้ เย็น
8.คดั เลอื กผปู้ ฏิบตั ิงานท่ีเหมาะสมกบั งาน รา่ งกายมีความสมบูรณ์ พร้อมกับการปฏิบตั ิในสถานทที่ ่ี
อากาศร้อน
9.ลดเวลาการทางานทต่ี ้องสัมผัสอากาศร้อนใหน้ ้อยลง
10.ตรวจสุขภาพพนกั งานก่อนการปฏิบัติงาน และระหวา่ งปฏบิ ตั ิงานเป็นระยะ
แนวทางการแกป้ ัญหาความเย็นในสถานทท่ี างาน มีดังน้ี
1.ใช้ฉาก หรอื กาบังป้องกันเพอื่ ลดความเรว็ ของลมท่ีจะมาปะทะด้วยปฎบิ ัตงิ าน
2.จัดสถานท่ีทางาน หรอื จุดปฏิบตั ิงานโดยหลีกเล่ยี งการสัมผสั กบั กระแสลม
3.เพิ่มความหนักของงาน แต่ต้องไมท่ าใหม้ เี หงอ่ื ออกมาเกินไป
4.เพิ่มปริมาณความร้อนจากการแผ่รังสี เชน่ การตดิ ตั้งเครื่องทาความร้อน เปน็ ต้น
5.ออกกฎขอ้ บังคับใหใ้ ช้อุปกรณป์ ้องกนั อนั ตรายจากความเยน็ เช่น สวมหมวก ถงุ มือถุงเทา้ รองเท้า
ท่เี หมาะกับสภาพอากาศ
6.ลดระยะเวลาทางานทตี่ ้องสัมผัสกับอากาศเยน็ ใหน้ ้อยลง
7.ตรวจสุขภาพพนกั งานกอ่ นการปฏิบตั ิงาน และระหวา่ งปฏิบัติงานเปน็ ระยะ
แบบประเมินผลการเรยี นรู้หน่วยที่5
ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ถี กู ตอ้ งท่ีสดุ เพียงข้อเดยี ว
1.ข้อใดกล่าวถงึ “การยศาสตร์ ได้ถกู ตอ้ งท่ีสุด

ก. การจัดคนให้เหมาะสมกบั งาน
ข.การออกแบบสภาพการทางานให้สวยงาม
ค. การปรับเปล่ียนสภาพการทางานให้เหมาะสมกบั คน

108

หลกั อาชีวอนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

ง.การสรา้ งสภาพแวดล้อมการทางานให้ง่ายต่อการประเมินผลงาน
2 องค์การทีไ่ ม่นาหลักการยศาสตร์มาใช้จะก่อให้เกิดผลขอ้ ใด

ก. ผปู้ ฏบิ ัตงิ านมีอสิ ระในการทางานมากขน้ึ
ข. ผูป้ ฏิบตั ิงานมเี วลาในการทางานมากขึ้น
ค. ผูป้ ฏิบัติงานต้องทนทางานในสภาพแวดลอ้ มทีไ่ มเ่ หมาะสม
ง. ผู้ปฏบิ ตั งิ านขาดการทางานเปน็ ทีม
3.นายจ้างไดร้ ับผลดีจากการยศาสตรต์ ามข้อใด
ก. ได้รบั รางวัลการออกแบบงาน
ข. ได้รบั ผลผลิตท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพและจานวนมากขน้ึ
ค. ไดแ้ นวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน
ง. ไดส้ รา้ งประโยชน์คืนแก่สังคม
4. วชิ าอาชวี อนามัยมีประโยชนต์ ่อการยศาสตร์ตามข้อใด
ก. ทาใหป้ ระเมนิ สภาพการทางานท่ีเปน็ อันตรายต่อมนษุ ย์ได้
ข. ทาใหเ้ ข้าใจเทคนิคเกยี่ วกับการผลติ และเทคโนโลยี
ค. ทาให้เขา้ ใจโครงสร้าง สัดส่วนของมนุษย์
ง. ทาใหเ้ ข้าใจเรือ่ งระบบการทางานของประสาทและสมอง
5. เหตุการณใ์ ดมีโอกาสเกดิ ขึ้นกบั องคก์ รที่ไม่เห็นความสาคัญของการยศาสตร์
ก. คนงานเกดิ ขวัญและกาลงั ใจทีด่ ี
ข. คนงานเกิดความภักดตี ่อองค์กร
ค. คนงานเกดิ ความขัดแยง้ และขาดความสามคั คี
ง. คนงานเกดิ อบุ ตั ิเหตุร้ายแรงระหว่างปฏบิ ัตงิ าน

6 การออกแบบงานอย่างเหมาะสมกอ่ ให้เกดิ ผลตามข้อใด
ก.ชว่ ยลดขน้ั ตอนในการทางาน
ข.ชว่ ยให้สนิ ค้าเปน็ ที่พึงพอใจของผูซ้ ้อื
ค.ช่วยใหช้ น้ิ งานมีความสวยงาม
ง.ชว่ ยให้หัวหนา้ งานควบคมุ งานไดส้ ะดวกข้ึน

109

หลักอาชีวอนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

7.การยนื ขอ้ ใดเหมาะสมกบั การทางาน

ก. ยืนบนเกา้ อ้ี ข.ยนื บนพื้นทข่ี รุขระ

ค. ยนื บนพนื้ ท่มี ีความม่ันคง ง. ยืนบนรองเท้าบดี๊

8. รองเท้าข้อใดเหมาะสมสาหรบั ใสท่ างาน

ก. ทนั สมยั ตามแฟชัน่ ข.ราคาถกู

ค. มขี นาดเลก็ กว่าขนาดของเทา้ เล็กนอ้ ย ง.มขี นาดพอดกี ับขนาดของเทา้

9 การน่ังทางานบนเก้าอข้ี ้อใดเหมาะสม

ก. นั่งครงึ่ เกา้ อี้ ข.นั่งเอนไปขา้ งหน้า

ค. นั่งลาตวั ตรง เอนไปข้างหน้าเลก็ นอ้ ย ง.นงั่ ลาตวั ตรง หา้ มพงิ พนักเกา้ อ้ี

10. เก้าอ้ีข้อใดเหมาะสมกับการนง่ั ทางาน

ก. ปรับระดับความสงู ต่าได้ ข. เคล่อื นไหวยาก

ค. มีขนาดใหญม่ าก ง. มีตรายีห่ ้อทีร่ ู้จกั กนั ท่ัวไป

11. เคร่ืองมอื อุปกรณ์ข้อใดไมค่ วรนามาใช้

ก. ผา่ นการใช้งานมานาน ข. ขาดคุณภาพ

ค. ขนาดพอดีมือ ง. ของใหม่แกะกลอ่ ง

12. การออกแบบสวิตซ์ควบคมุ อปุ กรณ์ ข้อใดเหมาะสม

ก. ติดไวร้ ะดบั สงู กวา่ คนปกติจะเอื้อมถึง

ข. ใหอ้ ยู่ในระดับต่าเทา่ กับพื้นห้อง

ค. อย่ใู นตาแหน่งทสี่ ามารถเออ้ื มถึงขณะปฏบิ ัติงานปกติ

ง. เมอ่ื จะปิดหรือเปิดตอ้ งเอื้อมจนสุดมอื

19. งานท่ีต้องใชแ้ รงมากควรมกี ารจดั การตามข้อใด

ก. จดั ให้เฉพาะคนงานผชู้ ายเทา่ น้ัน

ข.จดั ให้เฉพาะคนงานทีม่ อี ายุไมเ่ กนิ 30 ปี

ค.จดั ให้ทางานสลับระหว่างงานเบากบั งานหนัก

ง.จดั ให้ทางานโดยไม่ต้องมีเวลาพัก

14.เมอ่ื คนงานต้องเคลอ่ื นยา้ ยวัตถุดิบจานวนมากที่บรรจุอยูใ่ นถงุ เดียวกันและมนี า้ หนกั มากจน

เคลื่อนย้ายลา้ บาก ควรจัดการตามข้อใด

110

หลกั อาชีวอนามัยและความปลอดภัย20001-10001

ก. จา้ งหน่วยงานภายนอกมาทาการเคลือ่ นยา้ ย

ข. ระดมคนงานจากแผนกอ่ืนมาช่วยกนั เคลือ่ นยา้ ย

ค.พยายามสง่ั การให้คนงานยา้ ยใหส้ าเรจ็

ง. แบง่ วัตถุดิบบรรจุในถงุ ที่เล็กลงแล้วจึงเคลอื่ นย้าย

15.ข้อใดเป็นการปรบั ปรุงเสียงที่แหล่งกาเนดิ

ก. ติดตั้งวัสดุดดู ซบั เสียง

ข.ยกแหล่งกาเนดิ เสยี งให้หา่ งจากผู้ปฏบิ ัตงิ าน

ค. เปล่ยี นอุปกรณ์ของเคร่ืองจักรทท่ี าใหเ้ กดิ เสียงดงั เกนิ มาตรฐาน

ง. ใหผ้ ู้ปฏบิ ัติงานใชอ้ ุปกรณ์ปอ้ งกนั เสียง

16.ขอ้ ใดเปน็ ผลที่เกดิ ขึน้ เมอื่ คนงานทางานในทท่ี ่มี ีแสงสวา่ งนอ้ ยเกินไป

ก. ทางานได้เร็วข้นึ ข. เมอ่ื ยตา ปวดศรี ษะ

ค.ตาอักเสบ ง. ไมม่ ผี ลใดเกดิ ข้นึ

17.บุคคลใดเหมาะกับการทางานในสถานทท่ี างานที่มคี วามร้อน

ก. คนงานหญงิ เปน็ โรคความดนั โลหิตสงู

ข. คนงานหญิงอายุ 50 ปี

ค. คนงานชายรูปรา่ งผอม

ง. คนงานชายที่มีผลการตรวจรา่ งกายสมบรู ณ์

18. สถานท่ที างานทีม่ คี วามเย็นจดั ควรจัดการตามข้อใด

ก. ลดความเยน็ ลงให้อุณหภมู ทิ เ่ี หมาะสมกับคนงาน

ข. ใหค้ นงานสวมถงุ มือ ถุงเท้า รองเทา้ ท่เี หมาะกับสภาพอากาศ

ค. เปดิ สถานท่ีทางานให้โลง่

ง. ลดความเยน็ สลบั กบั เปิดสถานที่ทางานใหโ้ ล่ง

19. ข้อใดควรปฏบิ ัติสาหรบั คนงานทที่ างานในสถานท่ที างานท่ีมีอุณหภูมิร้อนหรอื เย็น
ก. ตรวจสุขภาพคนคนงานก่อนปฏบิ ตั แิ ละระหวา่ งปฏบิ ัติงานเปน็ ระยะ
ข. รบั เฉพาะคนงานทมี่ ีความอดทนสงู เทา่ นั้น

111

หลกั อาชีวอนามยั และความปลอดภยั 20001-10001

ค. รบั เฉพาะคนงานที่เป็นชาวตา่ งชาติเท่านัน้
ง. ปลดพนกั งานท่ปี ว่ ยเน่ืองจากการทางาน
20 สถานท่ีปฏบิ ตั ิงานทีม่ ีความรอ้ นควรปฏิบตั ิตามข้อใด
ก. ใหค้ นงานด่มื น้าเยน็ ตลอดเวลา
ข. ใหค้ นงานด่ืมนา้ เยน็ ก่อนปฏบิ ัตงิ าน
ค. ให้คนงานงดนา้ งดอาหารกอ่ นปฏบิ ัตงิ าน
ง. ใหค้ นงานดื่มน้าอนุ่ ระหวา่ งปฏิบตั งิ าน และด่มื น้าเย็นหลงั ปฏบิ ัติงาน

ตอบที่ 2 จงตอบคาถามต่อไปนี้
1.จงอธิบายความหมายของการยศาสตร์

2.การยศาสตรเ์ ป็นการศึกษาการทางานทีเ่ กย่ี วขอ้ งกบั สงิ่ ใด

3.สถานท่ีทางานท่จี ดั การเรื่องการยศาสตร์ไมเ่ หมาะสมจะกอ่ ให้เกดิ ผลอยา่ งไร

4.หลักการของการยศาสตร์มีว่าอย่างไร

5.วิชาการจากหลายสาขาวิชามีประโยชน์ต่อการยศาสตรอ์ ยา่ งไร

6.จงบอกประโยชนข์ องการยศาสตร์

7.การยืนทางานบนพน้ื ที่ไม่มีความมนั่ คงกอ่ ให้ผลเสยี อย่างไร

112

หลกั อาชวี อนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

8. จงอธิบายการจัดโตะ๊ สาหรับนัง่ อ่านหนังสอื

9.การออกแบบอปุ กรณ์ควบคุมควรปฏิบัติอย่างไร

10. การทางานในสถานที่ทางานที่มอี ุณหภมู ิไมเ่ หมาะสมกอ่ ให้เกิดผลเสยี อย่างไร

ใบงานที่ 5.1
ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
นักเรยี นทดลองนั่งเขยี นหนงั สือท่ีบนเกา้ อ้ี และโต๊ะที่ไมไ่ ดม้ าตรฐานเป็นเวลานานประมาณ 1 ชั่วโมงขน้ึ ไป
แล้วบอกความรสู้ กึ หรืออาการทเี่ กดิ ข้ึน บันทึกลงในที่วา่ งดา้ นลา่ ง

สิ่งท่ไี ด้รบั จากการปฏบิ ัติกจิ กรรม

ใบงานท่ี 5.2
ขน้ั ตอนการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
นักเรียนสืบค้นข้อมูลหาเหตุการณเ์ ก่ียวกบั ผปู้ ว่ ยท่ีมสี าเหตมุ าจากการทางานในสถานทที่ างานที่บริหารการย
ศาสตร์ทีไ่ ม่เหมาะสม โดยบอกรายละเอยี ดการเจ็บปว่ ย พร้อมท้ังแจง้ แหลง่ ท่มี าของขอ้ มูลด้วย บันทกึ ข้อมูล
ลงทว่ี า่ งด้านล่าง

113

หลักอาชวี อนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

ซงึ่ ที่ไดร้ ับจากการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 6 การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเบือ้ งตน้
สาระสาคัญ

การจดั การอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทางานเป็นส่ิงที่ทกุ สถานประกอบการจะต้อ
ปฏิบตั ิตามที่กฎหมายกาหนด เพอื่ ให้คนงานไดร้ บั ปลอดภัยจากการปฏิบัติงาน ทัง้ นห้ี ลักการจดั การจะต้อง
ดาเนินงานตามข้ันตอนอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ และอย่างจรงิ จงั โดยต้องได้รับความรว่ มมือจากนายจา้ งเป็น
ผู้อนุมตั งิ บประมาณดาเนินการ และตอ้ งได้รับความร่วมมือจากบคุ ลากรอยา่ งหลากหลายวิชาชพี ด้วย

สาระการเรยี นรู้

1.ความร้ทู ว่ั ไปเกย่ี วกบั การจัดการอาชวี อนามัยเบ้ืองต้น
2.บคุ ลากรในการจัดการอาชีวอนามยั และความปลอดภยั
3.หลักการจัดการอาชวี อนามัยในสถานประกอบการ
4.วอยา่ งกิจกรรมด้านอาชวี อนามัยและความปลอดภยั

จุดประสงค์การเรียนรู้

1.แสดงความรู้เกีย่ วกับการจัดการอาชวี อนามัยเบื้องต้นได้
2.วางแผนบุคลากรในการจดั การอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ได้
3.ตัวอย่างกิจกรรมด้านอาชวี อนามัยและความปลอดภยั ดาเนนิ การหลกั การจัดการอาชีวอนามยั ใน
สถานประกอบการได้
4.เลือกใช้กจิ กรรมดา้ นอาชวี อนามัยและความปลอดภยั ได้

114

หลกั อาชีวอนามยั และความปลอดภยั 20001-10001

ความรทู้ วั่ ไปเกย่ี วกับการจดั การอาชีวอนามยั เบอื้ งตน้

ตามพระราชบัญญัตคิ ้มุ ครองแรงงาน พ.ศ. 2514 และพระราชบัญญตั ิความปลอดภยั อาชวี อนามัย
และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน พ.ศ. 2554และกฎหมายอื่นๆ ท่เี กี่ยวขอ้ งมีการกาหนดให้เจา้ ของสถาน
ประกอบการดาเนินการด้านอาชีวอนามยั แกล่ ูกจา้ งผูป้ ฏิบัตงิ านเพ่ือใหเ้ กิดความปลอดภยั จากโรคและ
อบุ ัติภยั มีสุขภาพจิตและสขุ ภาพกายที่ดี มคี ณุ ภาพชีวติ ที่ดขี น้ึ นอกจากน้ีการที่เจ้าของสถานประกอบการ
ได้จดั การด้านความปลอดภยั ให้แกล่ ูกจา้ งผู้ปฏิบัตงิ าน ยงั ชว่ ยใหล้ ูกจ้างเกิดความภกั ดีต่อองค์กร ทางาน
อย่างเตม็ กาลังและความสามารถซงึ่ จะกอ่ ใหเ้ กดิ ผลดา้ นดีต่อองค์กรการจดั การอาชีวอนามัยและความ
ปลอดภยั ในองคก์ ร ควรจะต้องเปน็ ไปตามท่กี ฎหมายกาหนดกรณีที่องคก์ รมผี ลกาไรท่ีดี สามารถจัดให้
มากกวา่ ท่ีกฎหมายกาหนดได้ ซึ่งจะสามารถจูงใจการทางานของการจัดการดา้ นอาชีวอนามยั และความ
ปลอดภยั ในสถานประกอบการ แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภทลูกจา้ งในองคก์ รได้อกี ดว้ ยดังน้ี

1.การจดั ตามกฎหมาย เปน็ การจัดสวสั ดกิ ารตามทก่ี ฎหมายกาหนด เช่น นา้ ดม่ื ห้องน้าหอ้ งพยาบาล
บริการทางการแพทย์ ความปลอดภยั อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทางานเป็นตน้

ห้องนา้ ทีส่ ะอาดสาหรบั พนักงาน

115

หลักอาชวี อนามัยและความปลอดภัย20001-10001

2.นอกเหนือจากท่ีกฎหมายกาหนด เป็นไปตามนโยบายของเจ้าของสถานประกอบการ หรือ
นโยบายการบริหารท่ีต้องการใหป้ ระโยชนแ์ กล่ กู จ้างอาจเป็นการจงู ใจใหล้ กู จา้ งมีกาลงั ใจในการปฏบิ ตั ิงาน
เชน่ บริการรถรบั ส่ง การแจกชุดยูนิฟอรม์ โบนัส การพาไปเท่ียวพกั ผอ่ น การใหส้ ่วนลดในการซ้ือผลติ ภัณฑ์
ขององค์กร เปน็ ต้น

นายจ้างสามารถแจกชดุ ยูนฟิ อรม์
ให้กบั พนกั งานได้ ถงึ แม้กฎหมายจะไม่ได้กาหนด

บุคลากรในการจัดการอาชวี อนามัยและความปลอดภยั

การจัดการด้านอาชวี อนามัยอยา่ งมีประสทิ ธิภาพจะตอ้ งมีคณะทางานท่ีมคี วามรู้ความสามารถที่
ประกอบด้วยนกั วชิ าการและผู้ชานาญการแตล่ ะด้าน หลากหลายสาขาวชิ าชีพ ดงั นี้

116

หลกั อาชีวอนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

1.เจ้าหนา้ ท่ีความปลอดภัยในการทางาน หมายถงึ บุคคลหรือนักวิชาการท่มี คี วามร้ดู า้ นอาชีวอนามัย
ความปลอดภัย และสภาพแวดลอ้ มในการทางานเป็นอยา่ งดี โดยตระหนักถึงอันตรายที่จะสภาพแวดล้อมใน
การทางาน พ.ศ. 2549 แบง่ เจ้าหน้าทรี่ ะดับความปลอดภัยในการทางานไว้ 5 ระดบั ได้แก่

กฎกระทรวง กาหนดมาตรฐานในการบริหารการจัดการด้านความปลอดภัย อาชวี อนามัยและ
เกดิ ข้นึ ประเมินอนั ตราย และมีการควบคมุ เพอ่ื ป้องกนั ไม่ใหเ้ กดิ อนั ตรายข้ึน

1 เจา้ หนา้ ที่ความปลอดภยั ระดับหัวหน้างาน
2เจ้าหน้าท่ีความปลอดภัยระดบั บรหิ าร
3เจา้ หน้าท่คี วามปลอดภยั ในการทางาน
4 เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภยั ในการทางานระดบั เทคนคิ ข้ันสูง
5 เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภัยระดับวิชาชีพ

เจา้ หน้าที่ความปลอดภยั

จา้ หนา้ ทีค่ วามปลอดภัยทง้ั 5 ระดบั ตามทีก่ ล่าวข้างต้นเจ้าหน้าที่ความปลอดภยั ระดบั วชิ าชีพมหี น้าที่
รบั ผดิ ชอบท่ีสาคัญในการปกป้อง คมุ้ ครองให้ลกู จ้างทกุ คนมคี วามปลอดภยั ในการทางาน ซงึ่ หนา้ ท่ีของ
เจ้าหน้าทีค่ วามปลอดภยั ระดับวิชาชพี มี 12 ประการ ดังน้ี

1. ตรวจสอบ และเสนอแนะให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายเก่ียวกบั ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และ
สง่ิ แวดลอ้ มในการทางาน

2. วเิ คราะหง์ านเพอ่ื บ่งช้ีอนั ตราย และกาหนดมาตรการป้องกันอนั ตราย หรอื การทางานอยา่ ง
ปลอดภัยเสนอนายจ้าง

3. ประเมนิ ความเสี่ยงดา้ นความปลอดภัยในการทางาน
4. วิเคราะห์แผนโครงการจดั ทาขอ้ เสนอแนะมาตรฐานความปลอดภัยในการทางานเสนอต่อนายจา้ ง

117

หลกั อาชีวอนามัยและความปลอดภัย20001-10001

5.ตรวจประเมินการปฏบิ ัตงิ านของสถานประกอบการให้เปน็ ไปตามแผนงาน โครงการรอมาตรการ
ความปลอดภัยในการทางาน

6. แนะนาใหล้ กู จา้ งปฏบิ ตั ติ ามข้อบังคบั และค่มู ือประเมินความเสย่ี งดา้ นความปลอดภัยในการ
ทางาน

7.อบรมลูกจา้ งใหป้ ฏบิ ัติตามหลกั อาชีวอนามยั และความปลอดภัยในการทางานในการทางาน
8. ตรวจวัดประเมนิ สภาพแวดล้อมในการทางานหรือดาเนินการร่วมกบั บคุ คลหรือหนว่ ยงานที่ขึ้น
ทะเบยี นกับกรมสวสั ดิการและค้มุ ครองแรงงานเป็นผู้รับรอง หรือตรวจสอบเอกสารหลักฐาน รายงานในการ
ตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทางานภายในสถานประกอบการ
9. เสนอแนะนายจ้างใหจ้ ัดการดา้ นความปลอดภัยในการทางานอยา่ งเหมาะสม
10.ตรวจสอบสาเหตุและวเิ คราะหก์ ารประสบอนั ตรายการเจ็บป่วยหรือเหตทุ ที่ าให้เดอื ดร้อนราคาญ
อนั เนือ่ งมาจากการทางาน และรายงานผลใหน้ ายจา้ งทราบ พรอ้ มทั้งเสนอแนะแนวทางการปอ้ งกนั อนั ตราย
11.รวบรวมสถติ ิ วเิ คราะหข์ อ้ มลู จัดทารายงาน และขอ้ เสนอแนะเก่ียวกับการประสบอนั ตราย การ
เจ็บป่วย หรอื การเกิดเหตุเดอื ดรอ้ นราคาญอนั เน่อื งจากการทางานของลกู จ้าง
12.ปฏิบตั ิงานดา้ นความปลอดภัยอน่ื ๆ ตามทไี่ ด้รับมอบหมาย
2.นักสุขศาสตร์อตุ สาหกรรม หมายถึง บคุ คลท่มี ีความรู้ ความเชย่ี วชาญ ในการประเมินอันตรายท่ี
เกิดจากสภาพแวดลอ้ มในการทางาน โดยการคาดคะเน ตระหนกั และควบคุมอันตรายท่ีอาจเกิดข้ึน โดยการ
จัดทาโครงการด้านสขุ ศาสตร์อุตสาหกรรมโดยตระหนกั ถงึ ชีวิต สขุ ภาพและความกนิ ดีอยู่ดีของคนงาน
ทางานดว้ ยจรรยาบรรณ 6 ประการ ดงั น้ี
1. ต้องปฏิบัตงิ านตามหลักวิชาการโดยคานงึ ถึงชีวิต สุขภาพ ความกนิ ดอี ยดู่ ีของคนงานทุกคน
2. ให้คาปรึกษาด้านความเสีย่ งทมี่ ผี ลต่อสขุ ภาพ และใหค้ าแนะนาเพอ่ื ป้องกนั อนั ตรายท่ีจะเกดิ ขึ้น
แก่คนงาน
3. รกั ษาข้อมลู ของธุรกิจและข้อมูลสว่ นบคุ คลไวเ้ ป็นความลับ อาจเปิดเผยได้หากเป็นข้อกาหนด
ทางกฎหมาย หรอื เพอื่ ป้องกันอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภยั ของคนงานและชุมชน
4. การตัดสินใจด้านวชิ าชพี ต้องเปน็ ไปตามข้อเท็จจรงิ หลีกเลย่ี งสถานการณป์ ระนปี ระนอม หรือ
ความขัดแยง้ ทางผลประโยชน์ท่ีอาจเกิดขึน้
5. ใหบ้ ริการในขอบเขตท่มี ีความเช่ยี วชาญที่ได้จากการศกึ ษา การอบรมหรือมีประสบการณใ์ นงาน
เฉพาะนัน้ ๆ

118

หลกั อาชวี อนามัยและความปลอดภัย20001-10001

6. มคี วามรบั ผดิ ชอบและซ่อื สตั ย์ในวิชาชพี
3. พยาบาลอาชวี อนามัย เป็นผู้ใหบ้ ริการดา้ นสุขภาพของคนงาน โดยมขี อบเขตการดาเนินงาน 4
ดา้ น ได้แก่ การส่งเสรมิ สุขภาพ การปอ้ งกนั โรค การรกั ษาและการฟน้ื ฟูสภาพของคนงคนงานใหม้ ีชีวติ อยู่
ปกติสุขในสง่ิ แวดล้อมการทางานทพ่ี ยาบาลอาชีวอนามัยปลอดภัย โดยพยาบาลอาชวี อนามยั มีหนา้ ท่ี
ประสานระหว่างคนงานและสถานประกอบการ รวมถงึ การแนะนาสถานประกอบการให้มกี ารจัดบริการท่ี
เหมาะสมแกค่ นงานด้วย

พยาบาลอาชีวอนามยั
4.แพทยอ์ าชีวอนามัย เป็นแพทยท์ มี่ คี วามร้แู ละประสบการณ์เกี่ยวกับโรคท่มี สี าเหตุมาจากการ
ทางาน บง่ ช้ีถงึ อาการของโรคที่แสดงอาการแบบเร้ือรังหรือแบบเฉยี บพลัน สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยของ
คนงานให้หาย และช่วยใหค้ นงานมสี ถานทีท่ างานท่ีสะอาดและปลอดภัย รวมถงึ การดูแลและทดสอบตามท่ี
จาเปน็ เพื่อดูแลสขุ ภาพของคนงานก่อนจะเกิดโรคจากการทางาน

แพทย์อาชีวอนามยั
5.นกั การยศาสตร์ เป็นผ้มู คี วามสามารถดา้ นการออกแบบงาน และสถานทีป่ ฏิบตั ิงานให้เหมาะสม
กบั คน เพอ่ื เอ้ืออานวยใหค้ นสามารถทางานได้อย่างสะดวกและปลอดภัย

119

หลักอาชีวอนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

นกั การยศาสตร์
6.นกั พิษวทิ ยา ผมู้ คี วามรู้ดา้ นกลไกการกอ่ พษิ ของสารเคมี สามารถประเมนิ ความเส่ียงและโอกาสท่ี
คนจะได้รับสารพิษเหลา่ นนั้ นอกจากนี้ยงั ต้องคน้ คว้า วจิ ัย พฒั นา หาสารใหม่ทีป่ ลอดภัยหรือมีพิษลดลง
แทนสารเดิม

7.วศิ วกร ผทู้ ที่ าหน้าท่ีออกแบบ ซง่ึ เครื่องกล วิศวกรไฟฟ้า เป็นต้น แต่ละสาขาทาหนา้ ที่แบง่ ลอก
เปน็ หลายสาขา เชน่ วิศวกรโยธา วิศวกรออกแบบงาน ตรวจสอบแก้ไขปัญหา โดยคานึงถึงความปลอดภัย
เปน็ สาคัญ

วิศวกร
8.นายจ้าง คือ ผู้ท่ีตกลงรับลูกจา้ งเขา้ ทางานโดยจ่ายคา่ จ้างให้ และหมายรวมถึง ผู้ทเ่ี ปน็ ตัวแทน
นายจ้างในการดาเนินการดา้ นความปลอดภยั ทั้งนี้นายจา้ งเป็นผมู้ บี ทบาทสาคัญ เปน็ ผู้สนับสนุนงบประมาณ

120

หลักอาชีวอนามยั และความปลอดภัย20001-10001

เพอื่ เป็นค่าใช้จา่ ยในการดาเนินการดา้ นความปลอดภัยของคนงานเพื่อปกปอ้ งคุ้มครองสุขภาพของคนงาน
และเพือ่ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กรด้วย

นายจา้ ง
9.ลกู จา้ งหรือพนกั งาน คือ ผู้ท่ีตกลงทางานให้นายจา้ งโดยรบั ค่าจา้ งเป็นแหลง่ ข้อมูลสาคญั ของ
ขนั้ ตอนการทางาน วิธกี ารทางานและอันตรายตา่ งๆ ทีเ่ กดิ จากการทางาน รวมถงึ เป็นส่วนหนึ่งของ
คณะกรรมการความปลอดภยั อาชวี อนามัยและสภาพแวดล้อมในการทางาน จึงจัดไดว้ า่ ลูกจ้างมคี วามสาคัญ
อยา่ งมากในงานอาชีวอนามัยโดยลูกจา้ งทกุ คนจะต้องตระหนักถงึ หน้าทขี่ องตนเองด้านการทางานอยา่ ง
ปลอดภยั ปฏิบัติตามกฎระเบียบขององคก์ ร และทสี่ าคญั จะตอ้ งมีความรดู้ า้ นอาชีวอนามยั และความปลอดภยั
ในการทางานเป็นอยา่ งดี

ลูกจ้างหรอื พนกั งาน

หลักการจัดการอาชวี อนามัยในสถานประกอบการ

การจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในสถานประกอบการ มแี นวคดิ ในการทางานคือ
ตอ้ งการให้คนงานเกดิ ความสุขในการทางาน ปราศจากอุบัติเหตุและโนคจากการทางาน โครงสรา้ งระบบ
การจดั การอาชวี อนามัยและความปลอดภยั ประกอบด้วย 8 องคป์ ระกอบในการดาเนินการ ดงั นี้

121

หลักอาชีวอนามยั และความปลอดภยั 20001-10001

1.) นโยบาย (Policy) สถานประกอบการทุกแหง่ จะตอ้ งจดั ทานโยบายอาชีวอนามัย 4ปลอดภยั และ
สภาพแวดล้อมในการทางาน เพือ่ ใช้เปน็ แนวทางในการดาเนนิ งานด้านความปลอดภัยนโยบายควร
ประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบ ดังน้ี

1.ข้อมลู ทว่ั ไปของสถานประกอบการ
2 เจตจานงของผู้บรกิ ารท่ีต้องการจัดการระบบอาชีวอนามัย ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมใน
การทางาน
3.การป้องการอันตรายและการสง่ เสรมิ สขุ ภาพของคนงาน
4.ความร่วมมือของบคุ ลากรในองคก์ ร
5.การจดั สรรทรัพยากรอย่างเพียงพอ
6.การปรับปรุงและการพฒั นาอย่างตอ่ เน่ือง
7.ความสอดคลอ้ งกบั กฎหมาย และขอ้ กาหนดอื่นๆ ของสถานประกอบการ
ทง้ั นก้ี ารจดั ทานโยบายจะต้องทาเปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษรใชภ้ าษาทีเ่ ข้าใจงา่ ย มกี ารลงนามโดยผูบ้ ริหาร
สงู สดุ และจะตอ้ งมีการสอ่ื สารให้ทุกคนในสถานประกอบการได้ทราบ
2.การจดั การ (Organizing) มกี ารจดั โครงสร้างการดาเนินการ พร้อมกาหนดหน้าท่ีรับผิดชอบ
อยา่ งชัดเจน เพื่อให้มกี ารประสานงานกนั อยา่ งถูกต้อง และจะต้องมกี ารจดั ตงั้ คณะกรรมการความ
ปลอดภัยอาชีวอนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทางานอยา่ งถกู ตอ้ งตามกฎหมาย
3.การวางแผน (Planning) การวางแผนงานดา้ นอาชวี อนามัย ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อม
ในการทางานเป็นข้ันตอนทส่ี าคัญ เน่ืองจากจะทาให้สถานประกอบการมขี ้อมลู และสามารถดาเนินการ
เพ่ือใหค้ นงานมีความปลอดภัยในการทางานไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ การวางแผนควรมีขน้ั ตอนดังนี้
3.1 ทบทวนสถานะเริ่มต้น เปน็ การประเมินสถานะของสถานประกอบการว่ามคี วามเสี่ยงตอ่ การ
เกิดอบุ ัติภัยมากนอ้ ยเพียงใด โดยนาข้อกฎหมายที่จะต้องปฏิบตั มิ าพจิ ารณา หากยงั ไมส่ มบูรณ์จะต้องเรง่
ดาเนนิ การให้ครบถว้ น กรณีท่ีมีความสมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมาย ควรจะพิจารณาว่าจะต้องมีการ
พฒั นาให้มีส่ิงใดเพม่ิ ขึน้ มาอีก
3.2 การบง่ ชีอันตรายและประเมนิ ความเสีย่ ง เป็นการค้นหาอนั ตรายทอี่ าจเกิดขึ้น โดยใชโ้ อกาสและ
ความรนุ แรงของอันตรายเป็นเกณฑ์ในการประเมนิ เช่น บางกจิ กรรมของการทางานมีโอกาสทจี่ ะเกดิ
อันตรายสูง และเมื่อเกดิ อนั ตรายแลว้ จะมคี วามรุนแรงสูง แสดงวา่ กิจกรรมนน้ั มคี วามเส่ยี งสูงเปน็ ตน้ เมื่อ

122

หลักอาชวี อนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

ทราบแลว้ ว่ากิจกรรมใดมคี วามเส่ียงสูง จะต้องหาแนวทางป้องกนั ก่อนเปน็ ลาดับต้นๆสว่ นกิจกรรมท่ีมคี วาม
เส่ยี งน้อยกวา่ ก็จะได้รบั การป้องกันเปน็ ลาดับตอ่ ไป

3.3 การบริหารจัดการความเสีย่ ง เปน็ การใช้แผนลดความเส่ยี งเพอ่ื ใหเ้ กิดความเส่ยี งนอ้ ยลงหรอื ให้
อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

4. การนาไปปฏบิ ตั ิ (Implementation) เป็นการนาแผนงานด้านอาชีวอนามยั ความปลอดภัยและ
สภาพแวดลอ้ มในการทางานไปปฏบิ ตั ิ ซึง่ จะตอ้ งมกี ารกาหนดผู้รับผดิ ชอบอยา่ งชดั เจน มกี ารกาหนด
ระยะเวลาที่แนน่ อน และมีการจดั สรรทรพั ยากรมาใช้อยา่ งพอเพยี ง

5. การประเมินผล (Evaluation) หลังจากดาเนินการตามแผนจะต้องมกี ารประเมนิ ผลว่าแผน
ดังกล่าวบรรลุตามเปา้ หมายท่ีวางไว้หรือไม่ โดยมีการกาหนดตัวช้ีวัดในการประเมิน การประเมินผลการ
ดาเนินการน้ี จะนาไปสกู่ ารปรบั ปรงุ

6.การดาเนินการปรับปรงุ (Improvement) จากการประเมนิ ผลจะทาให้ทราบวา่ สถานประกอบการ
จะตอ้ งปรับปรงุ สว่ นใด จึงจะทาให้คนงานทางานดว้ ยความปลอดภยั เช่น เคร่ืองมือ เคร่อื งจกั รสภาพการ
ทางาน สถานท่ปี ฏบิ ตั ิงาน เป็นตน้

7.การตรวจสอบ (Audit) เป็นการตรวจสอบการดาเนนิ งานดา้ นอาชีวอนามยั ความปลอดภัยและ
สภาพแวดล้อมในการทางานทีด่ าเนนิ การอย่วู า่ มีประสทิ ธภิ าพเพียงใด สามารถป้องกันอนั ตรายท่ีอาจเกิดขึ้น
ไดห้ รือไม่ ซึ่งการตรวจสอบจะต้องมกี ารกาหนดระยะเวลาในการตรวจสอบ มีการตรวจสอบอย่างต่อเนือ่ ง
กาหนดองค์ประกอบทจี่ ะตรวจสอบ กาหนดผ้ทู ีต่ รวจสอบ ซง่ึ มีทงั้ ผตู้ รวจสอบโดยบุคลากรภายใน และการ
ตรวจสอบโดยบคุ ลากรจากภายนอก

8. การปรบั ปรงุ อยา่ งต่อเนอื่ ง (Continuous Improvement) เกีย่ วกับอาชวี อนามยั ความปลอดภยั
และสภาพแวดล้อมในการทางาน จะตอ้ งมีการทบทวนการดาเนินการอยูเ่ สมอ หากมขี ้อบกพรอ่ งจะต้องมี
การแกไ้ ข ปรับปรุง โดยอาจมกี ารข้อเสนอแนะจากทกุ ภาคส่วนดว้ ย

ตัวอยา่ งกิจกรรมด้านอาชวี อนามัยและความปลอดภัย

หลายสถานประกอบการมีการจัดการจัดกจิ กรรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภยั เพื่อก่อให้เกดิ
ความปลอดภัยในการทางานของคนงาน ตวั อย่างกจิ กรรม เชน่

1.กิจกรรมจดั อบรมความปลอดภัย เปน็ กจิ กรรมท่ที ุกสถานปรกอบการจะต้องทาเพ่ือใหบ้ คุ ลากร
คนงาน มีความรเู้ กี่ยวกบั อาชีวอนามัยความปลอดถยั และสภาพแวดล้อมในการทางานนาไปสู่การปฏิบัติตน

123

หลกั อาชวี อนามัยและความปลอดภัย20001-10001

ได้อยา่ งถกู ต้อง เช่น การอบรมเจา้ หน้าทีค่ วามปลอดภัยระดบั หัวหน้างานการอบรมปฐมพยาบาลเบือ้ งต้น
การอบรมเจ้าหนา้ ีความปลอดภยั ระดบั บริหาร เปน็ ต้น

กจิ กรรมอบรมความปลอดภัย
2.กจิ กรรม 5 ส. เป็นกิจกรรมที่มีแนวความคดิ เพอื่ ให้เกิดความเป็นระเบยี บเรียบร้อยในการ ทางานมี
สภาพแวดลอ้ มในการทางานที่ดี ประกอบด้วย
สะสาง คอื การแยกของที่ไม่ตอ้ ิงการออกและขจดั ทิ้งไป
สะดวก คือ การจดั วางสงิ่ ของทใ่ี ชใ้ นการทางานใหเ้ ปน็ ระเบยี บเพอ่ื สะดวกต่อการใช้และมคี วาม
ปลอดภยั
สะอาด คือ การทาความสะอาดทัง้ สถานทที่ างานและอปุ กรณท์ ่ีใช้งาน
สุขลกั ษณะ คือ การทาให้สถานท่ที างานและรักษาอปุ กรณ์เคร่ืองมอื ท่ใี ช้ในการทางานใหม้ ีความ
หมดจด ถูกสุขลักษณะ
สรา้ งนิสัย คือ การอบรม และสร้างนสิ ยั ใหผ้ ้ปู ฏบิ ัติงาน ปฎิบตั ติ ามกฎระเบียบ วินยั ขอ้ บังคับอย่าง
เคร่งครัด
การทากจิ กรรม 5 ส. ต้องเรมิ่ ต้นจากการสร้างความเข้าใจกับผู้บรหิ ารระดับสงู ให้ผ้บู ริหารระดบั สูง
กาหนดนโยบายและแต่งตั้งคณะกรรมการเพอื่ ดาเนินการ และจะต้องประกาศให้ทุกคนในองค์กรได้ทราบ
โดยทว่ั กัน
3.โครงการ Safety First หรอื ปลอดภยั ไวก้ อ่ น เป็นโครงการท่ีต้องการป้องกนั อันตรายจากการเกดิ
อบุ ัติเหตใุ นขณะทางาน หากคนงานยดึ หลัก Safety First กจ็ ะสามารถลดการบาดเจบ็ และการสญู เสียชีวติ
และทรพั ย์สนิ ลงได้ หลัก Safety First มีดงั นี้

124

หลกั อาชวี อนามยั และความปลอดภัย20001-10001

1.ป้องกันจากตัวบุคคล มกี ารกาหนดอยา่ งเครง่ ครดั ใหค้ นงานแต่งกายใหเ้ รยี บร้อย รดั กุมและใช้
เคร่ืองปอ้ งกนั อนั ตรายสารเคมีหรอื มลพิษต่างๆ

2.ปอ้ งกันจากเครอ่ื งมือเครอื่ งใช้ มกี ารจัดวางเครื่องมอื เคร่ืองใช้ อย่างเปน็ ระเบยี บมีการตรวจสอบ
และบารุงรกั ษาอย่เู สมอเพ่ือไมใ่ ชช้ ารุด จนเกิดอันตรายจอ่ ผใู้ ชง้ าน

3.ป้องกันจากสภาพแวดล้อม มกี ารจดั พน้ื ทท่ี างานใหส้ ะอาดปลอดภัยเป็นระเบยี บ มรการกาหนด
หลักเกณฑอ์ ยา่ งตายตัวและคนงานจะต้องปฏิบัตจิ ามอย่างเครง่ ครัด จึงจะกอ่ ให้เกิดความสาเร็จได้

4.การตรวจสุขภาพพนักงานประจาปี เป็นการตรวจคัดกรองโรคเบื้องต้น เพอ่ื หาปจั จัยเส่ยี งของการ
เกิดโรค หากตรวจพบในระยะเริม่ ต้นจะได้รบั การรกั ษา หรือมีการปรบั เปลี่ยนพฤตกิ รรมใหไ้ ด้รบั ความ
ปลอดภยั สถานประกอบการจึงมกี ารตรวจสขุ ภาพประจาปีของคนงานเพ่อื ให้ถึงความสมบูรณข์ องร่างกาย
หรือหากพบวา่ มีโอกาสทีจ่ ะเกิดโรคใด จะได้รีบหาแนวทางในการรักษาหรอื ป้องกันไม่ใหร้ า้ ยแรงขึ้น

การตรวจสขุ ภาพประจาปี
5.กจิ กรรมเสริมสรา้ งสุขภาพในสถานประกอบการ เชน่ การจัดการแข่งขนั กฬี า การจดั กิจกรรมการ
เต้นซมบ้า เป็นต้น เพอ่ื สง่ เสริมใหพ้ นักงานหรือคนงานได้ออกกาลังกาย และมีรา่ งกายทแ่ี ขง็ แรง

การจดั การแข่งขันกฬี า

แบบประเมินผลการเรียนรู้หนว่ ยท่ี1
125

หลกั อาชวี อนามัยและความปลอดภัย20001-10001

ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ถี กู ต้องที่สดุ เพียงขอ้ เดียว

1.สวัสดกิ ารขอ้ ใดทีน่ ายจ้างจะต้องจดั ให้ลูกจ้างตามท่ีกฎหมายกาหนดส่วนลดในการซ้ือผลติ ภณั ฑ์

ก.เงินรางวัลประจาปี ข.น้าดืม่ ห้องน้า ห้องพยาบาล

ค.ส่วนลดในการซือ้ ผลติ ภัณฑ์ ง. ชุดยูนฟิ อรม์

2.การจัดสวสั ดิการให้แก่คนงานนอกเหนือจากท่ีกฎหมายกาหนดก่อให้เกิดผลดขี อ้ ใด

ก.เจ้าของสถานประกอบการได้กาไรเพ่มิ ขึน้

ข.เจ้าของสถานประกอบการไดร้ บั ประโยชนใ์ นการลดหยอ่ นภาษี

ค.ลูกจ้างเกดิ ความรกั ในองค์กรและตง้ั ใจทางาน

ง.ลูกจา้ งได้มีสุขภาพจิตดีข้ึน

3.เจา้ หน้าทีค่ วามปลอดภยั ควรมคี ณุ สมบัตติ ามข้อใด
ก.โสด ข. เพศชาย
ค. ความรูส้ งู กว่าปริญญาตรี ง. ประเมินอันตรายทอ่ี าจเกิดจากการทางานได้

4.ขอ้ ใดไม่ใชเ่ จา้ หน้าท่รี ะดับความปลอดภยั ในการทางาน 5 ระดบั ตามกฎกระทรวง
ก. เจ้าหน้าท่คี วามปลอดภยั ระดับหวั หน้างาน
ข. เจา้ หนา้ ทคี่ วามปลอดภยั ระดับบรหิ าร
ค. เจ้าหน้าทค่ี วามปลอดภัยในการทางาน
ง. เจา้ หน้าที่รักษาความปลอดภยั

5 เจา้ หน้าท่ีความปลอดภัยข้อใดมคี วามสาคญั ในการปกป้องคุม้ ครองลูกจา้ งใหป้ ลอดภัย
ก. เจา้ หน้าทค่ี วามปลอดภัยในการทางานระดบั เทคนิคขนั้ สงู
ข. เจา้ หน้าทีค่ วามปลอดภัยระดบั วิชาชพี
ค. เจา้ หนา้ ทคี่ วามปลอดภยั ระดับหวั หนา้ งาน
ง. เจา้ หนา้ ท่คี วามปลอดภัยระดบั บริหาร

6.ข้อใดไม่ใช่หน้าทีข่ องเจ้าหน้าทค่ี วามปลอดภัยระดบั วิชาชีพ
ก. ประเมนิ ความเส่ยี งด้านความปลอดภยั
ข. จดั อบรมหลกั อาชีวอนามัยแก่คนงาน
ค. จดั กจิ กรรมแรงงานสัมพนั ธ์

126

หลกั อาชวี อนามยั และความปลอดภัย20001-10001

ง. จัดทารายงานสถิติการเกิดอบุ ัตภิ ัยของคนงาน

7.การทางานของนกั สุขศาสตร์อุตสาหกรรมจะคานึงถงึ ข้อใด

ก. ความปลอดภัย ข. การมสี ุขภาพจติ ที่ดี

ค. ความไมม่ ีโรคภยั ไขเ้ จบ็ ง. สขุ ภาพและความกินดอี ยู่ดี

8.พยาบาลอาชวี อนามัยให้บริการแก่คนงานตามขอ้ ใด

ก. ใหค้ าปรกึ ษาด้านอาหารที่ควรรับประทาน

ข. ปอ้ งกนั และรักษาโรคทีเ่ กิดขึ้นกบั คนงาน

ค. ส่งเสรมิ สุขภาพจติ ที่ดีแก่คนงาน

ง. จดั กจิ กรรมเพื่อใหค้ นงานได้คลายความเครียด

9.คนงานทเ่ี ปน็ โรคเร้ือรังควรไดร้ บั การรกั ษาจากใคร

ก. พยาบาลอาชีวอนามยั ข. แพทยอ์ าชวี อนามัย

ค. นักสุขศาสตร์อุตสาหกรรม ง. หมอจากคลนิ ิกใกล้สถานประกอบการ

10. หากคนงานไมไ่ ด้รบั ความสะดวกในการทางาน มอี าการปวดเมอ่ื ยจากสภาพการทางาน ควรปรึกษาใคร

ก. นักสขุ ศาสตร์อตุ สาหกรรม ข. นกั การยศาสตร์

ค. วิศวกร ง. นายจ้าง

11. การประเมินความเสย่ี งและโอกาสที่คนงานจะได้รับสารพิษเปน็ หนา้ ทีข่ องใคร

ก. เจ้าหน้าทค่ี วามปลอดภัยระดับวิชาชีพ

ข. นกั การยศาสตร์

ค. นกั พิษวทิ ยา

ง. นกั สขุ ศาสตรอ์ ุตสาหกรรม

12 การทางานอาชีวอนามยั และความปลอดภัยในการทางานให้สาเรจ็ นายจา้ งจะต้องมีบทบาทสาคญั

ตามขอ้ ใด

ก. รับรายงานเกีย่ วกับความเสี่ยงภัย ข. อนุญาตใหจ้ ัดอบรมแก่คนงาน

ค. อนุมัตงิ บประมาณเพื่อดาเนนิ การ ง. ให้กาลงั ใจผปู้ ฏบิ ัติงานทกุ ฝ่าย

13.เกีย่ วกบั งานอาชวี อนามัย และความปลอดภัย ลูกจา้ งควรมคี ณุ สมบตั ติ ามข้อใด

127

หลกั อาชีวอนามยั และความปลอดภยั 20001-10001

ก. มีความรเู้ ก่ยี วกบั ทุกกจิ กรรมท่เี ข้ารว่ ม

ข. มีความรู้เก่ียวกับสารเคมีทุกชนดิ

ศ. มคี วามรเู้ กี่ยวกับแนวทางการกินดอี ยู่ดี

ง. มคี วามร้เู กยี่ วกับอาชีวอนามยั และความปลอดภยั ในการทางานเป็นอย่างดี

14.การทางานใหง้ านอาชวี อนามยั และความปลอดภยั ประสบความสาเร็จ คนงานควรกระทาตามข้อใด

ก. ปฏิบัตติ ามระเบียบขององคก์ ร

ข.ใหค้ าแนะนาท่ดี ีแก่เพอ่ื นร่วมงาน

ค. ตรวจสอบการทางานของเจา้ หน้าท่ีความปลอดภัย

ง. ใช้อปุ กรณป์ ้องกนั ภยั สว่ นบุคคลเป็นคร้งั คราว

15.หลกั การจดั การอาชีวอนามัยและความปลอดภยั ในสถานประกอบการ มีแนวคิดตามข้อใด

ก.ตอ้ งการให้คนงานเกิดความสุขในการทางาน

ข. ต้องการใหค้ นงานปราศจากโรคภัยจากการทางาน

ค.ตอ้ งการให้นายจา้ งมีความสุขในการทางาน

ง.ข้อ ก. และ ข. รวมกนั

16.ขอ้ ใดเปน็ งานด้านการจัดการ

ก. การจัดทานโยบายเป็นลายลักษณ์อกั ษร

ข.การจดั โครงสร้างการทางาน พร้อมกาหนดหนา้ ท่ีรับผิดชอบ

ค.การประเมินความเสย่ี งในองคก์ ร

ง.การสอื่ สารงานใหผ้ ู้เก่ียวข้องทราบ

17 การวางแผนงานด้านอาชวี อนามัยและความปลอดภัย จะตอ้ งกระทาข้อใดเปน็ ข้ันตอนแรก

ก.ทบทวนสถานะเร่ิมต้น ข. ประเมินความเสย่ี ง

ค.จดั การความเสยี่ ง ง. นาไปปฏบิ ัติ

18. การนาแผนการจัดการด้านอาชวี อนามยั และความปลอดภัยในการทางานไปปฏบิ ตั ิ ควรกระทาตามข้ใด

ก. ใช้เวลาปฏบิ ตั ิตามแผนอย่างจากัด

ข. ให้มผี ู้มสี ว่ นร่วมในแผนงานนอ้ ยทส่ี ุด

ค. มีการกาหนดระยะเวลาที่แนน่ อนและใช้ทรพั ยากรอย่างพอเพยี ง

ง.ใหป้ ฏบิ ตั เิ ฉพาะตงงานบางกล่มุ เทา่ นะเน

128

หลักอาชวี อนามยั และความปลอดภยั 20001-10001

19.กิจกรรมใดช่วยใหเ้ กดิ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสถานท่ที างาน
ก. กจิ กรรม 5 ส.
ข. กิจกรรมอบรมความปลอดภัย
ค. โครงการปลอดภยั ไว้กอ่ น
ง. โครงการปดิ ไฟ 1 ชว่ั โมง

20.การตรวจสขุ ภาพพนักงานประจาปีกอ่ ให้เกิดผลดีตามขอ้ ใด
ก. เปน็ การสรา้ งนสิ ยั ท่ดี ีในการรักษาสขุ ภาพ
ข. เปน็ ภาพลักษณ์ทดี่ ขี ององคก์ ร
ค. ชว่ ยให้รกั ษาได้ทันเวลาหากพบโรคในระยะเร่ิมต้น
4. ชว่ ยให้คนงานทางานด้วยความระมัดระวงั
ก. ทบทวนสถานะเรม่ิ ต้น
ค. จัดการความเสี่ยง

ตอนท่ี 2 จงตอบคาถามต่อไปน้ี
1.จงอธบิ ายประเภทของการจดั การดา้ นอาชีวอนามยั และความปลอดภัยในสถานประกอบการ

2.กฎกระทรวง กาหนดมาตรฐานในการบริหารการจัดการด้านความปลอดภยั อาชวี อนามัย และ
สภาพแวดล้อมในการทางาน พ.ศ. 2549 แบ่งเจา้ หน้าท่ีระดับความปลอดภยั ในการทางานได้อย่างใจ
เจ้าหน้าท่คี วามปลอดภัยระดับใดมีหนา้ ทร่ี ับผิดชอบท่ีสาคัญในการปกปอ้ งคมุ้ ครองในลูกจา้ งทุกคน

3.มีความปลอดภัยในการทางาน

4.พยาบาลอาชวี อนามยั มหี น้าทีอ่ ยา่ งไร

129

หลักอาชวี อนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

5.แพทยอ์ าชวี อนามัยมหี น้าที่อยา่ งไร

6.โครงสรา้ งระบบการจัดการอาชวี อนามยั และความปลอดภยั มอี งค์ประกอบ 8 ประการอะไรบ้าง

7.ในขัน้ ตอนของการวางแผนงาน จะต้องมกี ารบ่งชี้อันตรายและความเส่ยี งในการบ่งช้ีอนั ตราย และควาเสี่ยง
มนี ้นั ควรนาสิ่งใดมาใชเ้ ป็นเกณฑก์ ารประเมนิ

8. ตามหลกั การอาชีวอนามยั และความปลอดภัยในการทางาน เมื่อนาแผนไปปฏบิ ัติควรปฏบิ ัติอย่างไร

9.ตามหลักการอาชวี อนามยั และความปลอดภัยในการทางาน จงอธิบาย “การปรบั ปรุงอยา่ งต่อเนื่อง”

10. จงอธบิ ายรายละเอยี ดของโครงการ Safety First

ใบงานท่ี 6.1
ขัน้ ตอนการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
นกั เรยี นหาข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประจาปขี องพนักงานขององค์กรใดองคก์ รหนึง่ บันทกึ ลงในที
วา่ งด้านลา่ ง พร้อมกบั วิเคราะหว์ ่ากิจกรรมนกี้ อ่ ให้เกดิ ผลดีตอ่ พนักงานอย่างไร พรอ้ มยกตัวอย่างประกอบ

สิง่ ทไ่ี ดร้ ับจากการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม

130

หลักอาชวี อนามัยและความปลอดภัย20001-10001

ใบงานท่ี 6.2
ขัน้ ตอนการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม
นักเรยี นสบื คน้ ข้อมูลการจัดกจิ กรรมหรือโครงการอาชวี อนามัย และความปลอดภัยในการทางานของ
กจิ การ 1 กจิ การ บนั ทกึ ลงในท่วี ่างพรอ้ มแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั ประโยชนท์ ี่คนงานจะไดร้ บั จาก
กจิ กรรมน้ี

สิ่งที่ได้รบั จากการปฏบิ ัติกิจกรรม

หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เครื่องหมายและสัญลักษณ์ความปลอดภยั
สาระสาคญั

เครื่องหมายและสญั ลกั ษณ์ความปลอดภยั มีความสาคัญสาหรับการปฏบิ ตั งิ านในทุกสาขาอาชพี
สถานประกอบการจะต้องเห็นถงึ ความสาคญั พร้อมทง้ั อบรมใหค้ วามรแู้ กผ่ ปู้ ฏบิ ัตงิ านทราบ เพื่อให้สามารถ

131

หลกั อาชีวอนามยั และความปลอดภยั 20001-10001

ปฏิบัตติ ามไดอ้ ยา่ งถูกต้อง การใหค้ วามสาคัญกับเครื่องหมายและสญั ลกั ษณ์ความปลอดภยั จะช่วยใหเ้ กิด
ความปลอดภัยในการปฏิบตั ิงานมากขึ้น

สาระการเรยี นรู้

1.เคร่ืองหมายและสีท่ีใช้กบั เครอ่ื งหมายและสญั ลกั ษณค์ วามปลอดภยั
2.เคร่ืองหมายและสัญลักษณค์ วามปลอดภยั ในการทางาน
3.การกาหนดเขตพื้นท่ีความปลอดภัย

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1.แสดงความรู้เกย่ี วกบั เครื่องหมายและสีท่ใี ชก้ บั เครอ่ื งหมายและสัญลกั ษณค์ วามปลอดภัยได้
2.ปฏิบัติตามเครือ่ งหมายและสญั ลกั ษณ์ความปลอดภัยในการทางานได้
3.แสดงความรู้เกย่ี วกับการกาหนดเขตพื้นทีค่ วามปลอดภยั ได้

เคร่ืองหมายและสที ใ่ี ช้กบั เคร่อื งหมายและสัญลักษณ์ความปลอดภัย

เครอื่ งหมายความปลอดภัย หมายถึง ส่ิงทใ่ี ช้สือ่ ความหมายเกีย่ วกับความปลอดภัย โดยมสี ีรูปแบบ
และสัญลกั ษณภ์ าพ หรือข้อความแสดงความหมาย เพื่อสอื่ ถงึ ความปลอดภยั เครื่องหมายเพ่อื ความปลอดภัย
มี 3 แบบใหม้ คี วามสัมพันธก์ ับการใช้สี ดงั น้ี

132

หลกั อาชวี อนามยั และความปลอดภัย20001-10001

1.วงกลม หมายถงึ การหา้ มและข้อบังคบั

2.สามเหล่ียม หมายถึง เตอื น

3.สีเ่ หลย่ี ม หมายถงึ ขอ้ มลู ข้อแนะนา

นอกจากนยี้ งั มีรายละเอียดทางด้านวชิ าการอ่ืนๆ ที่กาหนดเพอ่ื ใชเ้ ปน็ ข้อปฏิบตั ิสาหรับผู้ปฏบิ ัตงิ าน
ให้ปฏิบัติเพื่อเป็นสากลและใชร้ ่วมกันท่วั โลก เครื่องหมายเพอื่ ความปลอดภยั แบง่ ออกเปน็ เคร่ืองหมายเพ่ือ
ความปลอดภยั และเครื่องหมายเสริม ดงั น้ี

1.เคร่อื งหมายเพ่ือความปลอดภัย ใชส้ าหรับการเตือนให้ระวังอนั ตรายที่เกดิ ขึ้น การกาหนด
ใหใ้ สอ่ ุปกรณ์ป้องกัน และการแนะนาใหป้ ฏบิ ัติหรือละเว้นการปฏิบัติ

2.เคร่ืองหมายเสริมความปลอดภยั มีรายละเอยี ด ดงั น้ี
1. รปู แบบของเครอ่ื งหมายเสรมิ เปน็ สีเ่ หลย่ี มผืนผา้ หรอื ส่ีเหลยี่ มจัตรุ สั

133

หลักอาชวี อนามัยและความปลอดภัย20001-10001

2. มพี ้ืนใหใ้ ช้สเี ดียวกบั สีเพ่ือความปลอดภยั และมีขอ้ ความใหใ้ ชส้ ตี ัด หรือสพี ้นื ใหใ้ ช้สขี าวและสขี อง
ข้อความให้ใชส้ ีดา
3. ตวั อักษรทใี่ ชใ้ นข้อความ

-ช่องไฟระหวา่ งตวั อักษรต้องไม่แตกต่างกันมากกว่าร้อยละ 10
-ลักษณะของตวั อักษรต้องดูเรยี บงา่ ย ไม่เขียนแรเงาหรอื ลวดลาย
-ความกว้างของตวั อกั ษรต้องไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 70 ของความสูงของตัวอักษร
4. ให้แสดงเคร่ืองหมายเสรมิ ไว้ใต้เคร่ืองหมายเพื่อความปลอดภยั สเี พอ่ื ความปลอดภัย สีถกู ใชเ้ ป็นสญั ลกั ษณ์
เพื่อสือ่ สารให้ผ้ปู ฏบิ ตั ิงานเกิดความระมดั ระวงั ซ่งึ การทางานดว้ ยความระมัดระวงั จะทาให้เกิดความ
ปลอดภยั มากย่ิงขน้ึ สที เี่ ก่ียวขอ้ งกับความปลอดภัยมดี งั นี้
1. สีแดง หมายถึง หยดุ อนั ตราย ไฟ หรือลักษณะงานท่ีเกยี่ วกับบริเวณที่มีอันตรายสงู ระบบ
ดับเพลงิ และอุปกรณฉ์ กุ เฉินของเครอ่ื งจกั รกล ดังตวั อย่าง

2. สีน้าเงนิ หมายถงึ บงั คับใหต้ ้องปฏิบัติ หรือให้ระมดั ระวังเป็นพเิ ศษ เพราะอาจมีอันตรายเกิดข้ึน
ได้ ดังตวั อย่าง

3. สเี ขยี ว หมายถงึ สภาวะความปลอดภยั ดังตัวอย่าง

134

หลกั อาชวี อนามัยและความปลอดภัย20001-10001

4. สเี หลอื ง หมายถงึ การเตือนให้ระวงั อันตรายหรือบ่งชีว่ามีอนั ตราย (อุตสาหกรรมบางประเภท
ใช้สสี ้มแทนสเี หลือง) ดังตัวอย่าง

เคร่อื งหมายและสญั ลกั ษณค์ วามปลอดภยั ในการทางาน

1.เครอื่ งหมายเตือน หมายถงึ เคร่ืองหมายทีแ่ สดงสภาวะอันตรายท่ีต้องระวัง โดยอธบิ ายเป็น
สัญลกั ษณ์ หรือข้อความ รปู แบบของเคร่ืองหมายจะเป็นกรอบสามเหล่ียมสดี า ภายในสามเหลี่ยมเป็นพน้ื สี
เหลืองมีรูปภาพเตือนภยั สดี าอยภู่ ายในกรอบ 3 เหล่ยี ม อาจจะมคี ากากบั ไว้ใตร้ ูปสามเหลย่ี มเปน็ กรอบ
สเี่ หลี่ยมพ้ืนทเ่ี หลือง เพื่อให้เข้าใจไดท้ ั้งการดแู ละการอา่ น

135

หลกั อาชีวอนามยั และความปลอดภยั 20001-10001

2.เครือ่ งหมายบังคับ หมายถงึ เครื่องหมายทีแ่ สดงเกยี่ วกับขอ้ บังคบั ให้ปฏิบตั ิ และอธิบายถงึ การ
ปอ้ งกอั ันตราย โรงงานเปน็ สถานที่ทางานทีต่ ้องมีการทาป้ายเตือนตา่ งๆ ใหพ้ นกั งานได้ทราบเคร่อื งหมาย
บงั คบั เป็นภาพอยู่ในพ้ืนท่วี งกลมสนี ้าเงนิ รูปภาพสขี าวอาจมคี ากากับไว้ใตเ้ ครื่องหมายบังคบั ให้เข้าใจงา่ ยข้ึน
การปฏิบัติการใช้ เป็นภาพเตือนใจหรือเตือนสตไิ มใ่ ห้กระทา หรอื ระวังความปลอดภัย

3.เครอ่ื งหมายห้าม เปน็ เครื่องหมายแสดงคาส่งั หา้ ม ตามทีแ่ สดงไว้ในเคร่อื งหมาย มีรูปแบบเปน็
วงกลมมีแถบตามขอบและแถบขวาง พ้ืนสีขาว สขี องแถบตามขอบและแถบขาวเป็นสแี ดง สขี องภาพเปน็ สี
ดา แสดงสัญลกั ษณ์ไวต้ รงกลางของเคร่อื งหมายความปลอดภัย และถูกทบั โดยแถบขวาง พ้นื ท่สี ีแดงต้องมี
อย่างนอ้ ยร้อยละ 35 ของพื้นทที่ ั้งหมดของเครื่องหมายความปลอดภัย

136

หลกั อาชวี อนามยั และความปลอดภยั 20001-10001

4.เคร่ืองหมายแนะนา เปน็ เครื่องหมายป้ายสารนิเทศเกีย่ วกับภาวะความปลอดภยั บง่ ชี้ถึงสถานท่ี
ต่างๆ ที่ต้องรู้เมื่อปฏิบัตงิ าน มีลกั ษณะเปน็ กรอบเสเ่ี หล่ยี มผืนผา้ สดี าหรือสีเขียว ภายในสเ่ี หลีย่ มผืนผา้ จะมี
รปู แนะนาอยู่ตรงกลางสีเ่ หลย่ี มหรือเจาะขาว

5.เครอ่ื งหมายเสรมิ มีรูปแบบเป็นส่เี หล่ยี มผืนผา้ หรือสเ่ี หลยี่ มจตั รุ ัส ใช้สเี ดียวกบั สคี วาม
ปลอดภยั ในการทางาน สขี องข้อความให้ใชส้ ีตดั หรือสีพืน้ ใหใ้ ช้สขี าวและสขี องข้อความเปน็ สีดา ตวั อักษร
ท่ใี ชจ้ ะตอ้ งเรยี บง่าย ไม่มีแรเงาหรือลวดลาย ความกว้างของตวั อักษรต้องไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 70 ของความสูง
ของตวั อกั ษร

137

หลักอาชีวอนามยั และความปลอดภัย20001-10001

6. เคร่อื งหมายปอ้ งกันอัคคภี ยั หมายถงึ เครื่องหมายทแี่ สดงการบง่ ชีถ้ งึ ตาแหน่งของอุปกรณป์ ้องกนั
และระงบั อัคคีภัย สัญญาณแจง้ เหตุเพลิงไหม้ และขอ้ แนะนาในการใชอ้ ุปกรณ์หรอื สารเคมีแตล่ ะ
เคร่ืองหมายอุปกรณ์เกี่ยวกบั อคั คภี ัย

138

หลกั อาชวี อนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

7.สติก๊ เก้อรเ์ รืองแสง เปน็ นวัตกรรมใหมข่ องความปลอดภัย เหมาะสาหรบั ปา้ ยเตือนป้ายแสดง
ทางออก ทางหนไี ฟ ใช้ได้ดีในท่ีมดื เช่น โรงภาพยนตร์ สถานบนั เทงิ ต่างๆ ภายในอุโมงค์เหมืองแร่ ลฟิ ต์
บันได เป็นต้น สติ๊กเกอร์เรืองแสงที่ดี จะต้องสามารถเปลง่ แสงในทมี่ ดื ได้ มีความเข้มข้นของแสงสวา่ งสูง มี
ความทนทาน และสามารถเก็บแสงสว่างไดถ้ งึ 1 ชวั่ โมง 30 นาที

เคร่ืองหมายทางหนไี ฟ
8.สัญลักษณ์เพือ่ ความปลอดภยั ของสารเคมี ในสมัยแรกจะมีการตดิ สญั ลกั ษณ์หัวกะโหลกไวท้ ่ี
บรรจุภัณฑ์ของสารเคมีโดยมิได้มีการแบง่ แยกตามลักษณะของอันตรายทีอ่ าจเกดิ ขนึ้ จากสารเคมีน้ัน ทาให้
ผใู้ ช้เกิดความสบั สน ต่อมาไดม้ ีการกาหนดมาตรฐานตา่ งๆ ขึ้น เพอื่ ความปลอดภัยในการใช้งานองค์การ
พาณชิ ยนาวีระหวา่ งประเทศ ได้จาแนกสินค้าอันตรายออกเปน็ 9 จาพวก เพื่อประโยชน์ในการขนสง่ การใช้
และการเกบ็ วตั ถอุ นั ตรายประเภทตา่ งๆ ให้มีความปลอดภัย และได้มีการใช้สญั ลักษณแ์ จ้งให้ทราบ โดยมี
รายละเอยี ดแต่ละประเภทดังน้ี
1.วัตถรุ ะเบิด (Explosives) สามารถระเบิดได้เม่อื ได้รบั ความร้อน ประกายไฟ เปลวไฟ หรอื เม่ือ
ได้รับการกระทบกระเทอื น เสียดสี หรือถกู ทาลาย

เครื่องหมายแจง้ เตือนวัตถุระเบดิ

139

หลักอาชีวอนามยั และความปลอดภัย20001-10001

2.ก๊าซไวไฟ (Gases) เปน็ วัตถทุ ่ีอยใู่ นสภาพกา๊ ซมีคุณสมบัตไิ วไฟ เช่น อะเซทลิ ีนโฮโรเจน มีเทน
เป็นต้น เปน็ พษิ เช่น คลอรนี ภายใต้ความดนั สูงชน่ อารก์ อน คาร์บอนไดออกไซด์ เป็นตน้

สัญลักษณแ์ จ้งเตือนก๊าซไวไฟ
3.วัตถุเหลวไวไฟหรือวัตถเุ หลวติดไฟง่าย(Flammable and Combustion Liq) เปน็ วัตถทุ ี่เปน็
ของเหลวหรือของเหลวผสม โดยให้ไอระเหยทไ่ี วไฟสามารถติดไฟได้ เช่น สีทนิ เนอรแ์ ลก็ เกอร์ เป็นต้น

สญั ลักษณแ์ จ้งเตือนวัตถุเหลวไวไฟหรอื วัตถเุ หลว
ติดไฟง่าย

4.วตั ถุแข็งไวไฟทล่ี ุกไหมไ้ ดเ้ อง หรือวตั ถุที่สมั ผสั กับนา้ จะใช้กา๊ ซไวไฟ (Flammable
Solid,Substance liable to SpontaneousCombustion) ตัวอย่างเช่น ฟอสฟอรสั ผงกามะถนั เป็นตน้

140

หลกั อาชีวอนามัยและความปลอดภัย20001-10001

สัญลักษณ์แจ้งเตือนวัตถแุ ข็งไวไฟทลี่ กุ ไหม้
ไดเ้ อง หรือวัตถทุ ี่สมั ผสั กับน้าจะใช้ก๊าซไวไฟ
5.วตั ถรุ วมตวั กับออกซิเจน เช่น อะลมู ิเนยี มไนเตรท แอมโมเนยี มไนเตรท เปน็ ต้น

สัญลกั ษณแ์ จ้งเตือนวัตถุรวมตวั กบั ออกซิเจน
6.วตั ถุมพี ิษและติดเชื้อ เช่น แบเรยี ม ไซยาไนดไ์ ดคลอโรมีเทน เมลทลิ ไดคลอโรอาซเอทเปน็ ต้น

สญั ลักษณ์แจง้ เตือนวัตถุมีพษิ และตดิ เชอ้ื

7.วัตถุกมั มันตรังสี

141

หลกั อาชีวอนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

สญั ลกั ษณ์แจง้ เตือนวตั ถุกมั มันตรังสี
8.วัตถกุ ดั กร่อน มคี ณุ สมบัตใิ นการทาลายเนือ้ เย่ือของสิ่งมีชวี ติ ไดบ้ างชนิด มีไอระเหยท่ีทาใหเ้ กิด
ความระคายเคืองต่อตาและระบบทางเดินหายใจ เช่นกรดกามะถนั กรดไนตริก โซเดยี มไฮดรอกไซด์ เป็นต้น

สัญลักษณ์แจ้งเตือนวัตถกุ ดั กรอ่ น
9.วัตถอุ ันตรายอนื่ ๆ นอกจากนอกจาก 8 ประเภททีก่ ลา่ วมาแล้วขา้ งต้น ท่ีอยนู่ อกเหนอื จากข้างต้น
องคก์ ร พาณิชยนาวีระหวา่ งประเทศยงั กาหนดสญั ลกั ษณ์ของวัตถุอันตรายในแตล่ ะประเภททแ่ี ยกยอ่ ย
ออกไปอีก และมีการใชส้ ัญลักษณ์ป้ายเตือนท่ีแตกตา่ งกนั ออกไป

การกาหนดเขตพื้นทีค่ วามปลอดภยั

การกาหนดเขตพื้นที่ความปลอดภัย เป็นการระบุหรือกาหนดอาณาเขตพื้นที่ปลอดภยั และพ้ืนทท่ี ี่
อาจกอ่ ให้เกิดอันตราย เชน่ พ้ืนทท่ี ่ีต้งั เครอื่ งจักร พนื้ ท่สี ารเคมี เป็นต้น เพือ่ ให้ผปู้ ฏิบัตงิ านเกิดความ
ระมดั ระวงั ไมน่ าไปสู่การเกิดอบุ ัติภยั และหากเกดิ เหตฉุ ุกเฉินขนึ้ จะทาใหผ้ ปู้ ฏิบัติสามารถแกไ้ ขปญั หา
เฉพาะหนา้ ได้ เขตพืน้ ทคี่ วามปลอดภัย มีดังน้ี

1.ช่องทางผา่ น เปน็ เขตทใี่ ช้แสดงพ้นื ที่ทางเดิน ทางผ่านที่ปลอดภยั เชน่ ประตทู างเขา้ -ออก

142

หลกั อาชีวอนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

รวมถึงบนั ได อย่ใู นเส้นแถบที่กาหนด ชอ่ งทางผา่ นเป็นพ้ืนทีท่ ่หี ้ามนาส่ิงใดมากดี ขวาง หรอื ใช้เป็นท่ี
ปฏบิ ัติงานใดๆ ลกั ษณะของชอ่ งทางผ่านมดี งั นี้

1.1 เปน็ เส้นสีทบึ ขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร โดยใช้แถบสเี หลือง
1.2 ขนาดความกวา้ งขึ้นอยกู่ ับจานวนผใู้ ชง้ าน และยานพาหนะท่ใี ชช้ ่องทางผา่ น เช่น

-หากสาหรับคน 2 คนเดินสวนกัน หรือเป็นทางผ่านของรถเข็น 2 ล้อ จะต้องมีขนาดไม่
นอ้ ยกว่า 80 เซนติเมตร
-รถเขน็ 3-4 ลอ้ ลักษณะเดนิ ทางเดยี ว ขนาดความกวา้ งของตวั รถ+50 เซนติเมตร
-รถเข็น 3-4 ลอ้ ลักษณะเดนิ สองทาง ขนาดความกว้างของตวั รถ 2 คนั +90 เซนตเิ มตร
-รถลากด้วยแรงคน ความกว้าง 150-200 เซนติเมตร
-รถยกขนาดรถบรรทุก 1 ตนั ความกว้าง 250-300 เซนติเมตร
-รถยกขนาดรถบรรทกุ 1 ตัน ความกวา้ ง 300-350 เซนติเมตร
2.พนื้ ทอี่ นั ตราย เปน็ พ้ืนทหี่ า้ มไม่ให้ผู้ท่ไี ม่เก่ียวขอ้ ง หรือไมไ่ ด้มหี น้าทีร่ บั ผิดชอบเขา้ เปน็ พน้ื ทีม่ ี
ดังนี้
1. เป็นเส้นสลับสีเอยี งเป็นมุม 45 องศา ขนาดกว้าง 10 เซนตเิ มตร
2. ความยาวแตล่ ะสี 20 เซนติเมตร
3. ใชแ้ ถบสีเหลืองสลบั ขาว หรอื สเี หลอื งสลับดาจากสารเคมี หรือเครอื่ งจักรกลที่เปน็ อันตราย
4. กาหนดให้ขอบนอกของเส้นแถบพน้ื ท่อี นั ตรายมีระยะหา่ งประมาณ 40-80 เซนติเมตร
พน้ื ท่อี ันตรายในโรงงานอุตสาหกรรมตา่ งๆ แบง่ ออกเป็น 3 ประเภท ดังน้ี
1. พื้นทอ่ี นั ตรายขณะที่มีเคร่ืองจักร เคร่ืองมอื ทางาน เช่น เครื่องเจียระไน เครือ่ งไสเครื่องเจาะ
เคร่ืองกลงึ เคร่ืองพบั และอืน่ ๆ
2. พนื้ ทอ่ี นั ตรายตลอดเวลา เชน่ กา๊ ซไวไฟ สารกมั มนั ตรังสี เขตไฟฟ้าแรงสงู แผงควบคุมและส่ิงท่ี
เป็นอันตรายตอ่ ผ้ปู ฏบิ ัติงาน
3. พ้นื ทสี่ าหรับใชเ้ พ่ือการจอดซ่อมภายในโรงซ่อมยานพาหนะหรือเครอื่ งจกั รเคร่ืองกลต่างๆ
3.พ้นื ทีป่ ฏบิ ัติงาน เป็นพื้นที่ท่ใี ชใ้ นการปฏิบตั งิ าน การปฏบิ ัติการซ่อม การบารงุ รักษาเครื่องมอื
เครื่องจักร และพน้ื ทใี่ ชว้ างอะไหล่ วัสดอุ ุปกรณ์ หรอื เคร่ืองมือทใ่ี ชใ้ นการปฏบิ ัติงาน

143

หลกั อาชีวอนามยั และความปลอดภัย20001-10001

ตัวอยา่ งป้ายสัญลักษณ์กาหนดเขตพนื้ ท่ี

แบบประเมินผลการเรียนรู้หน่วยที่7

ตอนท่ี1 จงเลอื กคาตอบท่ีถกู ท่ีสุดเพียงขอ้ เดียว

1.วงกลม เปน็ สัญลักษณ์แสดงขอ้ ใด

ก.การเตือน ข.แสดงข้อมูล ขอ้ แนะนา

ค.การหา้ มและข้อบังคับ ง.การให้ปฏบิ ัติ

2.สามเหลีย่ ม เปน็ สญั ลกั ษณแ์ สดงขอ้ ใด

ก.การเตือน ข. แสดงขอ้ มูล ขอ้ แนะนา

ค.การหา้ มและข้อบังคบั ง. การให้ปฏิบัติ

3.สี่เหลยี่ ม เปน็ สัญลักษณแ์ สดงข้อใด

ก.การเตือน ข. แสดงข้อมลู ขอ้ แนะนา

ค.การห้ามและขอ้ บังคบั ง. การใหป้ ฏิบตั ิ

4.เกย่ี วกับสเี พอื่ ความปลอดภัย สแี ดง หมายความวา่ อยา่ งไร

ก. หยุด อนั ตราย ไฟ ข.บังคบั ใหป้ ฏบิ ัติ

ค. สภาวะความปลอดภยั ง.ระวังอนั ตราย

5. “สวมเขม็ ขัดนิรภัย”จะต้องใชส้ ัญลกั ษณส์ ใี ด

ก.สแี ดง ข.สนี ้าเงนิ

ค.สีเหลือง ง.สรเขียว

144

หลกั อาชีวอนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

6.“หา้ มรถผา่ น” จะตอ้ งใชส้ ัญลกั ษณส์ ใี ด

ก.สแี ดง ข.สนี ้าเงนิ

ค.สีเหลือง ง.สรเขยี ว

7. ปา้ ยแจง้ ทางออก ทางหนไี ฟ จะต้องใช้สัญลักษณส์ ใี ด

ก.สแี ดง ข.สีน้าเงิน

ค.สเี หลอื ง ง.สรเขยี ว

8. “ระวังพน้ื ลน่ื ” จะต้องใช้สญั ลักษณส์ ีใด

ก.สีแดง ข.สีนา้ เงนิ

ค.สเี หลือง ง.สรเขยี ว

9. ขอ้ ความใดไมค่ วรปรากฏอยู่ในเคร่ืองหมายบงั คับ

ก. สวมหมวกนิรภยั ข. สวมหนา้ กากเชอื่ ม

ค. สวมชดุ สุภาพ ง. สวมชดุ ปอ้ งกนั สารเคมี

10. ข้อความใดไม่ควรปรากฏอยใู่ นเคร่ืองหมายหา้ ม

ก. ห้ามสูบบหุ ร่ี ข. หา้ มใช้ด่มื

ค. ห้ามผ่าน ง.ห้ามออกจากห้องสอบก่อนเวลา 15 นาที

11. ขอ้ ใดเป็นประโยชนข์ องเคร่ืองหมายแนะนา

ก. ทาใหท้ ราบถงึ ภาวะความปลอดภยั และสถานทตี่ า่ งๆ

ข. ทาใหท้ ราบถึงขอ้ ควรปฏิบัติ

ค. ทาให้ทราบถงึ การปฏบิ ัติตนในโรงงาน

ง. ทาใหท้ ราบถึงสง่ิ ทต่ี อ้ งระวงั ระหวา่ งปฏิบัติงาน

12. ตวั อกั ษรในเคร่ืองหมายเสริม ควรมลี ักษณะตามข้อใด

ข. เรยี บง่าย ไม่มลี วดลาย

ง. เป็นสีสะท้อนแสง

ก. ออกแบบสวยงาม

ค. ขนาดเลก็ ตัวบาง

145

หลกั อาชวี อนามัยและความปลอดภัย20001-10001

13. ขอ้ ความใดมักเห็นปรากฏในป้ายเสริม
ก. ระวงั อันตราย
ข. โปรดตรงต่อเวลา
ค. ไมม่ ภี ารกิจ เชิญด้านนอก
ง. หา้ มพดู คาหยาบ

14. เคร่ืองหมายปอ้ งกนั อัคคีภัย สอื่ สารให้ทราบถึงสง่ิ ใด
ก. สาเหตุเพลงิ ไหม้
ข. การใชถ้ ังดับเพลงิ
ค. การปฐมพยาบาลผปู้ ่วย
ง. ทางไปลฟิ ต์

15. สตกิ๊ เก้อร์เรืองแสง เหมาะสาหรบั ใชใ้ นสถานทใ่ี ด
ก. โรงภาพยนตร์
ข. โรงพยาบาล
ค. โรงเรียน
ง. หา้ งสรรพสินค้า

16. สญั ลกั ษณท์ ใ่ี ชส้ าหรบั ติดบรรจภุ ณั ฑ์ของสารเคมี คือข้อใด
ก. ตน้ ไม้สแี ดง
ข. ผหู้ ญงิ ผมยาว
ค. หัวกะโหลก
ง. เปลวไฟ

17. เหตุใดจงึ มีการยกเลิกสัญลกั ษณท์ ี่ใช้สาหรบั ตดิ บรรจุภัณฑ์สารเคมแี บบเดิม
ก. ผใู้ ช้เกดิ ความสบั สนเนอื่ งจากใช้กบั สารเคมีทุกประเภท
ข. ไม่เด่นชัด ทาให้ผใู้ ช้มองไมเ่ หน็
ค. ไม่เปน็ สากล สอื่ สารไดก้ บั ประชาชนบางประเทศเท่านั้น
ง. ไมไ่ ด้รับสาคญั เท่าที่ควร

146

หลักอาชวี อนามัยและความปลอดภยั 20001-10001

18. การกาหนดเขตพน้ื ท่คี วามปลอดภยั มปี ระโยชน์ตามข้อใด

ก.ทาใหโ้ รงงานมคี วามเปน็ ระเบยี บ

ข.ทาใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านเกดิ ความระมดั ระวงั

ค. ทาใหผ้ ู้ปฏบิ ัตงิ านทราบถงึ หน้าท่ขี องตนอย่างชัดเจน

ง. ปอ้ งกันการขดั แย้งของคนงาน

19.เกย่ี วกับช่องทางผา่ น ข้อใดกลา่ วถกู

ก.ใช้สาหรบั น่ังในช่วงเวลาพัก

ข. ใชส้ าหรับวางของที่ต้องใช้ประจา

ค.เป็นพ้นื ที่ที่มคี วามสาคัญน้อยทีส่ ดุ

ง. ห้ามนาสิง่ ของมาวางกดี ขวาง

20.ขอ้ ใดเปน็ พ้ืนท่อี ันตราย

ก.เขตไฟฟ้าแรงสูง ข. เขตสนามหญา้

ค.เขตทางเข้าออก ง.เขตพักรบั ประทานอาหาร

ตอนท่ี 2 จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ี

1.จงอธบิ ายรายละเอยี ดของเครอ่ื งหมายความปลอดภัย

2.จงบอกประโยชน์ของเคร่ืองหมายความปลอดภยั

3.เกย่ี วกับสเี พอ่ื ความปลอดภัย สแี ดง มคี วามหมายอย่างไร

4.เกี่ยวกับสีเพื่อความปลอดภัย สนี ้าเงนิ มีความหมายอยา่ งไร

147

หลักอาชีวอนามยั และความปลอดภยั 20001-10001

5.เกย่ี วกบั สีเพ่ือความปลอดภัย สีเขียว มีความหมายอย่างไร

6. เก่ียวกับสเี พื่อความปลอดภัย สเี หลอื ง มคี วามหมายอย่างไร

7. จงอธิบายรปู แบบของเครื่องหมายเตือน

8. จงอธิบายรปู แบบของเคร่อื งหมายบงั คบั

9.จงอธบิ ายรูปแบบของเคร่ืองหมายหา้ ม

10. จงอธิบายรายละเอยี ดของสตกิ เกอร์เรืองแสง

ใบงานท่ี 7.1
ขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
สารวจภายในสถานศึกษาของนักเรียน มีปา้ ยสัญลกั ษณ์เก่ียวกับความปลอดภยั อะไรบ้าง บนั ทึกรายละเอยี ด
ของปา้ ยเหลา่ นั้นลงในที่ว่างดา้ นลา่ ง

สงิ่ ท่ไี ดร้ ับจากการปฏิบัตกิ จิ กรรม

148

หลกั อาชวี อนามัยและความปลอดภัย20001-10001

ใบงานท่ี 7.2
ข้ันตอนการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
ในชวี ติ ประจาวันของคน ต้องพบกบั เครอ่ื งหมายความปลอดภัยใดมากทีส่ ุด ยกตัวอยา่ ง 5 เครื่องหมาย
พรอ้ มอธบิ ายรายละเอียดของเคร่ืองหมายนัน้ บันทึกลงในทว่ี า่ งด้านลา่ ง

ส่ิงทีไ่ ดร้ บั จากการปฏิบัตกิ จิ กรรม

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 8 เครือ่ งป้องกนั อันตราย
สาระสาคญั

บางครงั้ คนงานจาเป็นต้องปฏบิ ัติงานในสภาวการณท์ ่ีเป็นอันตราย และเสีย่ งต่อการเกิดอุบัติภยั อย่าง
หลีกเลี่ยงไมไ่ ด้ เคร่ืองป้องกันอันตรายส่วนบุคคล เป็นส่งิ ทีจ่ าเปน็ สาหรับคนงาน ถงึ แมจ้ ะไมไ่ ด้ช่วยลด
อนั ตรายจากแหล่งกาเนดิ แต่จะทาให้อนั ตรายที่ได้รบั เบาบางลงเครอื่ งป้องกันอันตรายสว่ นบคุ คลมีหลาย
ประเภทตามลักษณะการใช้งาน ซงึ่ การใช้เคร่ืองปอ้ งกนั อันตรายสว่ นบุคคลอยา่ งปลอดภยั จะตอ้ งมกี า
ตรวจสอบสภาพให้สมบรู ณเ์ สียก่อนจึงจะทาให้นาไปใชง้ านได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ

สาระการเรยี นรู้

1.ความรู้เก่ยี วกับเคร่อื งป้องกันอนั ตรายส่วนบคุ คล
2.ประเภทของเคร่อื งป้องกันอันตรายส่วนบคุ คล
3.การจงู ใจให้ผู้ปฏบิ ัติงานใช้อุปกรณป์ ้องกนั อันตรายส่วนบุคคล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. แสดงความรู้เกีย่ วกบั เคร่ืองป้องกนั อันตรายสว่ นบคุ คลได้
2.แสดงความรู้เก่ยี วกบั ประเภทของเครื่องป้องกันอันตรายสว่ นบคุ คลได้
3.สามารถจูงใจใหผ้ ู้ปฏิบัติงานใช้อุปกรณก์ ารปอ้ งกนั อันตรายสว่ นบคุ คลได้

149


Click to View FlipBook Version