The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รูปเล่มหนังสือ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by fern.22game, 2022-03-05 23:31:19

รูปเล่มหนังสือ

รูปเล่มหนังสือ

38

แบบสังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี น เพ่ือการประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
นักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

ค้าช้ีแจง การบันทกึ ให้กาเคร่ืองหมาย √ ลงในช่องท่ีตรงกับพฤติกรรมที่เกิดข้นึ จริง

1. ใฝ่เรียนรู้ พฤติกรรม ระดับการปฏิบตั ิ
ที่
เป็น บางครง้ั นอ้ ย ไมท่ าเลย/ไม่
ประจา ครั้ง ชดั เจน (0)

(2)
(3) (1)

1 ต้งั ใจเอาใจใส่และมคี วามเพียรพยายามในการเรยี นรู้
2 สนใจเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้ต่าง ๆ
3 ศึกษาค้นคว้าหาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร

สงิ่ พมิ พ์ ส่ือเทคโนโลยตี ่าง ๆ แหลง่ เรียนร้ทู ้งั ภายใน
และภายนอกโรงเรียน และเลือกใช้ส่อื ได้อยา่ ง
เหมาะสม
4 สามารถบนั ทึกสรปุ ความรู้ วเิ คราะห์ ข้อมลู จากสงิ่ ท่ี
เรียนรสู้ รปุ เป็น องคค์ วามรู้
5 แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ ดว้ ย วิธีการต่าง ๆและ นาไปใชใ้ น
ชวี ิตประจาวัน

รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ

ผูป้ ระเมิน ……. ครู …….. พ่อแม/่ ผปู้ กครอง ……… ตนเอง ………. เพื่อน

ลงช่อื ……………………………… ผู้ประเมิน
()

39

เกณฑ์การประเมิน

ระดบั เกณฑก์ ารตัดสนิ
คุณภาพ
ดีเย่ยี ม ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 13-15 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ข้อใดข้อหนงึ่ ตา่
กว่า 2 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 9-12 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหนึ่งต่า
กวา่ 0 คะแนน
ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง 5-8 คะแนน และไมม่ ผี ลการประเมินขอ้ ใดข้อหน่ึงตา่
กว่า 0 คะแนน
ไม่ผา่ น ได้คะแนนรวมระหว่าง 0-4 คะแนน

40

แบบสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรยี น เพื่อการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
นกั เรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

คา้ ชีแ้ จง การบันทกึ ให้กาเครื่องหมาย √ ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมทเ่ี กดิ ขึ้นจรงิ
2 . มุ่งมั่นในการทางาน

ระดบั การปฏบิ ตั ิ

ที่ พฤติกรรม เป็นประจา บางคร้งั น้อยครั้ง ไมท่ าเลย/ ไม่
(3) (2) (1) ชดั เจน (0)

1 มคี วามรบั ผดิ ชอบในหน้าทก่ี ารงาน

2 ตงั้ ใจและเอาใจใสต่ ่อการปฏิบตั ิหน้าทีท่ ่ี
ไดร้ บั มอบหมาย

3 ทางานด้วยความเพียรพยายาม

4 รู้จกั แก้ปญั หาในการทางานเม่ือมี
อปุ สรรค

5 อดทนเพ่อื ให้งานสาเรจ็ ตามเป้าหมาย

6 ปรับปรงุ และพัฒนาการทางานใหด้ ขี ้ึน
ดว้ ยตนเอง

7 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแทต้ ่ออุปสรรค
เพื่อใหง้ านสาเรจ็
รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ

ผปู้ ระเมิน …….. ครู …….. พอ่ แม่/ผ้ปู กครอง ……… ตนเอง ………. เพ่ือน

ลงชือ่ …………………………………. ผู้ประเมนิ
()

41

เกณฑ์การประเมิน

ระดับ เกณฑก์ ารตัดสนิ
คุณภาพ
ดเี ย่ียม ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 15-18 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหนงึ่ ต่า
กวา่ 2 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 11-14 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหน่งึ ต่า
กวา่ 0 คะแนน
ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 6-10 คะแนน และไมม่ ีผลการประเมนิ ข้อใดข้อหนงึ่ ต่า
กวา่ 0 คะแนน
ไมผ่ ่าน ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 0-5 คะแนน

3. ภาระงาน/ชิ้นงาน 42

แบบบันทึกการประเมนิ คุณภาพช้ินงาน/ภาระงาน รวมคะแนน
20
ความสมบูรณ์ ความคิดสร้างสรรค์
เลขที่ ของชน้ิ งาน 8

12

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

ลงชอื่ …………………………. ผู้ประเมิน
( ……………………………………….. )
วันท่ี ………. เดือน………….. พ.ศ. ………..

43

ระดับ เกณฑ์การให้คะแนนคณุ ภาพชนิ้ งาน / ภาระงาน น้าหนกั / คะแนน
ประเด็นคะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน ความส้าคญั รวม
ประเด็น
4 3 21
การประเมนิ

ความสมบรู ณ์ ชนิ้ งานมีราย ชิน้ งานมรี าย ชนิ้ งานมีราย ชน้ิ งานมรี าย 3 12
ของ ละเอียดครอบ ละเอียดครอบ ละเอียดครอบ ละเอียดครอบ
ชิน้ งาน คลุมวงคาศัพท์ คลุมวงคาศัพท์ คลมุ วงคาศพั ท์ คลมุ วงคาศัพท์ 2 8
ท่เี รยี นสมบรู ณ์ ทเี่ รียนเป็น ที่เรียนน้อย 5 20
ความคดิ ทีเ่ รยี นพอ
สร้างสรรค์ เปน็ ชน้ิ งาน ส่วนใหญ่ สมควร
ท่แี ปลกใหม่
คดิ ข้นึ เอง เป็นช้ินงาน เปน็ ชน้ิ งาน เป็นช้ินงานที่
ไม่เหมอื น ทแ่ี ปลกใหม่ ท่ปี รับปรงุ เหมอื นกบั
ตวั อย่าง แต่มีบางสว่ น ดัดแปลง ตวั อย่าง
คลา้ ยกบั เลก็ นอ้ ยจาก
ตัวอยา่ ง ตัวอยา่ ง

รวม

บนั ทึกผลหลงั การสอน
- ผลหลังการสอน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

-ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

-ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชือ่ …………………………………….. ผปู้ ระเมิน
()
วันที่ …… เดอื น………. พ.ศ. ……….

4444

4455

46

4747

4848

49

แผนการจัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ รายวชิ าภาษาอังกฤษ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 The Easy Conjunctions Style by You
เรื่อง Style “OR” for fun ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 1 ชว่ั โมง

ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 น้าหนกั คะแนน 15 คะแนน

มาตรฐานการเรยี นรู้
ต 1.1 ต 2.2 ต 4.1

ตัวช้วี ดั
ต 1.1 ม.3/1 ปฏบิ ตั ิตามคาขอร้อง คาแนะนา คาชแี้ จง และคาอธิบายท่ีฟงั และอา่ น
ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด
ต่าง ๆ และการลาดับตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศ
ต 4.2 ม.3/1 ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดข้ึนในห้องเรยี น สถานศึกษา
ชุมชน และสงั คม

สาระส้าคญั
การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร เป็นการใช้ภาษาในชีวิตประจาวัน นักเรียนจาเป็นต้องฟัง พูด อ่านและ

เขียนอย่างเข้าใจเป็นการสอนทักษะทางภาษาด้วยวิธีการท่ีเข้าใจง่าย เหมาะสมกับวัยและความสามารถของ
ผู้เรียนในการส่ือสารกับเจ้าของภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเรียนรู้ โครงสร้างประโยค รูปย่อต่าง ๆ
เพือ่ ให้สามารถใช้ภาษาในการสอื่ สารไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรียนมสี ามารถบอกความหมายเก่ียวกับคาสันธานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง (K)
2. นกั เรียนสามารถเขียนเชอื่ มประโยคโดยใชค้ าสนั ธานไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
3. นกั เรียนสามารถพูดส่อื สารเชื่อมประโยคโดยใชค้ าสันธานได้อย่างถกู ต้อง (P)
4. นักเรยี นมคี วามรบั ผิดชอบต่อการทางาน (A)

สาระการเรยี นร้/ู เน้ือหา
Function: Structure of Coordinating Conjunction “But”
Structure: S + V, CC S + V
Vocabulary: or, or else, otherwise, either…or, neither…nor

50

สมรรถนะส้าคญั
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1.ใฝ่เรยี นรู้
2.มงุ่ มนั่ ในการทางาน

ชิน้ งานหรือภาระงาน

- ใบกิจกรรมท่ี 1 Choose the best answer for each of the following sentences.

ให้นักเรยี นเลอื กคาตอบท่ีถูกตอ้ งทีส่ ดุ

- ใบกจิ กรรมท่ี 2 Rewrite the sentences using the paired conjunctions given in brackets.

ใหน้ ักเรยี นเขียนประโยคใหม่โดยใช้คาสันธานท่จี ับคไู่ วใ้ นวงเล็บ

- ใบกจิ กรรมท่ี 3 Choose the most meaningful option.

ใหน้ กั เรียนเลือกตัวเลอื กทม่ี คี วามหมายมากทเ่ี หมาะสมท่สี ุด

กิจกรรมการเรียนรู้

ขน้ั นา้ (Warm up)

1. ครูให้นักเรียนร่วมกันตอบคาถามโดยเติมคาศัพท์ประโยคท่ีครูกาหนดใหส้ มบรู ณ์ เพื่อครูจะได้ขึ้นหัวข้อเรอ่ื ง

ท่ีจะนาเสนอในหน่วยเรียนเรอื่ ง Coordinating Conjunction “or” ดังน้ี ผ่าน Vonder Go Application

1. May I borrow a pen __________ a pencil? (or)

2. Please select a _______ to answer the questions. (or)

3. Do you like steak _____________ pizza? (or)

4. Do you want tea _____________ coffee? (or)

5. Is this pen 10 baht _____________ 20 baht? (or)

ขนั้ น้าเสนอ (Presentation)

2. ครูสอนนักเรียนถึงหลักการใช้คาสันธานมาเช่ือมในประโยคต่าง ๆ ให้สมบูรณ์และเหมาะสมกับรูปประโยค

น้นั ๆ ดังน้ี

Or-type รวมทั้งคาท่ีมีความหมายคล้าย or คาสันธานหรือ Conjunction ในหมวดน้ีมีไว้สาหรับใช้เช่ือม

ข้อความเพื่อใหเ้ ลือกเอา (Alternative หรอื Disjunction) ได้แก่

or = หรอื

or else = หรือมิฉะน้นั

51

otherwise = มฉิ ะนั้น

either……..or = ไม…่ …..ก็…….. (เลอื กอยา่ งหนึง่ ใน 2 อยา่ ง)

neither……..nor = ไม่ทั้ง……..และ……..(ไมท่ ั้ง 2 อยา่ ง)

วิธีใช้ Conjunction รายตวั

or : (หรือ) มีวธิ ีเชือ่ มดงั นี้

1. ถ้า or ไปเชื่อมข้อความทีเ่ ป็นคา หนา้ or และหลัง or ไม่ต้องใสเ่ ครอื่ งหมาย comma เช่น :-

Is she asleep or awake? เธอหลบั หรือตน่ื อยู่?

You must come on Monday or Tuesday? คณุ จะต้องมาในวนั จนั ทร์หรอื วันอังคาร

Is it a boy or a girl? นเี่ ป็นเด็กชายหรือเด็กหญงิ ?

2. ถา้ or ไปเชอื่ มขอ้ ความทเ่ี ปน็ ประโยค นิยมใสเ่ ครื่องหมาย comma (,) หนา้ or เสมอ เชน่ :-

You must go now, or you’ll miss the train. คณุ จะต้องไปเดยี๋ วนี้ มฉิ ะน้นั คุณจะไม่ทันรถไฟ

He must study hard, or he’ll fail in exam. เขาจะตอ้ งเรียนอย่างขะมกั เขม้น มฉิ ะน้นั จะสอบตก

or else และ otherwise : (มิฉะน้ัน, หรือมิฉะน้ัน) คาสันธาน 2 ตัวน้ี นิยมใช้เช่ือมข้อความท่ีเป็นประโยค

เสมอ ไมน่ ิยมใช้เชอื่ มคา ๆ เดยี ว และหนา้ or else, otherwise ต้องใส่ comma เช่น :-

They must leave at once, or else they will miss the train.

เขาจะต้องออกเดนิ ทางกนั เดยี๋ วน้ี มฉิ ะนน้ั จะไปไมท่ ันรถไฟ

You had better come yourself, otherwise you will send your friend.

คณุ ควรมาด้วยตัวเอง หรือมฉิ ะน้นั คณุ จะสง่ เพ่ือนคณุ มาดว้ ยก็ได้

Either……..or และ neither……..nor ถ้าเช่ือมส่วนที่เป็นประธานของกริยา จะใช้กริยาเป็นเอกพจน์หรือ

พหพู จนน์ ้ัน ใหเ้ ลือกเอาตาม “ประธานตวั หลัง or หรือ nor” เช่น :-

Either แปลว่า อยา่ งใดอย่างหนึง่ (เม่อื มีใหเ้ ลือกอยู่ 2 อย่าง) นาหนา้ คานาม ใช้รว่ มกับคาวา่ or

We will play either football or basketball in the afternoon.

เราจะเลน่ ฟตุ บอลหรอื บาสเกต็ บอลอย่างใดอยา่ งหนง่ึ ในตอนบา่ ย

You book is either in a dining room or a living room.

หนังสอื ของคุณถ้าไม่อยใู่ นห้องกนิ ข้าวก็อยู่ในหอ้ งนัง่ เลน่

Neither แปลว่า ไม่ทั้งสองอย่าง (เมื่อมีให้เลือกอยู่ 2 อย่าง) นาหน้าคานาม ใช้ร่วมกับคาว่า nor เมื่อใช้คาว่า

neither แล้ว ไม่จาเป็นต้องเปลย่ี นประโยคใหอ้ ย่ใู นรปู ปฏิเสธ เพราะคาว่า neither เปน็ ปฏิเสธอยู่ในตัวอยู่แลว้

We will play neither football nor basketball in the afternoon.

เราจะไม่เล่นทง้ั ฟุตบอลและบาสเก็ตบอลในตอนบา่ ย

Your book is neither in a dining room nor a living room.

52

หนังสอื ของคณุ ไม่ไดอ้ ยู่ท้งั ในห้องกินข้าวและหอ้ งนง่ั เล่น
ค้าทขี่ ึน้ ต้นด้วย either หรือ neither เปน็ ค้าเอกพจน์
Either……..or………

Either you or she has to go now. ไม่คุณกเ็ ธอตอ้ งไปเด๋ียวน้ี
Either Jim or Kim is coming here. ไมจ่ มิ ก็คิมจะมาทน่ี ี่
Either of them has blonde hair. คนใดคนหนงึ่ ในพวกเขาสองคนมีผมบลอนด์
Neither……..nor……..
Neither he nor I am invited to the party. ทง้ั เขาและฉันไมไ่ ดร้ ับเชิญไปงานเล้ยี ง
Neither Jim nor Kim is coming here.ทัง้ จิมและคมิ จะไม่มาทน่ี ี่
Neither of them has blonde hair. พวกเขาทง้ั คูไ่ มไ่ ด้มผี มสบี ลอนด์
NOTE : มีข้อยกเว้นคือ "either of you" จะเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ได้ (ในสมัยก่อน either of you
เป็นเอกพจน์ แตป่ ัจจุบนั การใช้ verb ท่เี ป็นพหพู จน์กับ "either of you" เรม่ิ มมี ากและฟังคนุ้ หูมากขน้ึ )

Either อย่ใู นรปู ประโยคปฏิเสธ จะมคี วามหมายวา่ "ไมท่ ้งั ค"ู่ (ความหมายเดียวกับใช้ neither แตร่ ปู ประโยค
จะไม่เป็นปฏเิ สธ) เชน่ :-

We will not play either football or basketball in the afternoon.
เราจะไมเ่ ล่นทั้งฟุตบอลและบาสเก็ตบอลในตอนบ่าย

มคี วามหมายเดียวกบั
We will play neither footbal nor basketball in the afternoon.
เราจะไม่เล่นท้งั ฟุตบอลและบาสเกต็ บอลในตอนบา่ ย
NOTE : either สามารถถูกใช้ให้อยู่ในรูปประโยคปฏิเสธได้ แต่ neither ไม่สามารถอยู่ในรูปปฏิเสธได้
(ดังท่กี ลา่ วไว้ในตอนตน้ )
ขน้ั ฝกึ (Practice)
3. ครูให้นกั เรยี นทาใบกิจกรรมท่ี 1 Choose the best answer for each of the following sentences
ใหน้ ักเรียนเลอื กคาตอบที่ถกู ต้องท่สี ุด ผ่านแอปพลเิ คชัน Quizizz
Task 1 Choose the best answer for each of the following sentences
1. The boys must be good …………they will be punished.
a. so b. or c. and d. yet
2. ………….. he or you are going to wash the dishes after the dinner.
a. Either b. Neither c. Otherwise d. Or else
3. Make up your mind ……….it will be late.

53

a. and b. unless c. so d. or
4. …………..James…………..his mother is working in the garden.

a. unless b. otherwise c. either…or d. neither….nor
5. Can you help me carry these books,…….are you busy right now?

a. yet b. and c. so d. or
6. ..............Sak..............his relatives are working in the field.

a. otherwise b. unless c. neither….nor d. either…or
7. …………… Sue ………. Sara will help you with your homework. They are both busy at

the moment.
a. Neither….nor b. Otherwise c. Either…or d. Or else
8. …………. you return the money you had stolen ………. I'll call the police.
a. Neither….nor b. Otherwise c. Either…or d. Or else
9. We must stay in this hotel, ………….we have no room to sleep.
a. Otherwise b. or else c. or d. unless
10. You should leave now; …………………, you will be late for school.
a. otherwise b. or else c. however d. unless
ข้นั นา้ ไปใช้ (Production)
4. ครูให้นักเรียนทาใบกิจกรรมที่ 2 Rewrite the sentences using the paired conjunctions given in
brackets. ใหน้ ักเรยี นเขยี นประโยคใหม่โดยใช้คาสันธานท่จี บั คู่ไว้ในวงเลบ็
Task 2 Rewrite the sentences using the paired conjunctions given in brackets.
1. Harry used to date Ann. Or was it Helen? (either...or)
Harry used to date either Ann or Helen.
2. He never listens to or advises his friends when they have a problem. (neither...nor)
He never neither listens to nor advises his friends when they have a problem.
3. Brian isn't very considerate. Neither is Tom. (neither...nor)
Neither Brian nor Tom are very considerate.
4. Rachel should apologise or leave. (either...or)
Rachel should either apologise or leave.
5. Richard and John didn't keep her secret. (neither...nor)
Neither Richard nor John kept her secret.

54

5. ครูให้นกั เรียนทาใบกจิ กรรมท่ี 3 Choose the most meaningful option. ใหน้ กั เรียนเลือกตวั เลอื กทีม่ ี
ความหมายมากทเ่ี หมาะสมที่สุด
Task 3 Choose the most meaningful option.

neither….nor VS either…or

1. Who wrote you this love letter? - I'm not sure. I think it was ……… Michael …………
Paul. either…or

2. ………….. Linda …….…….. Helen called to say sorry. I'm very sad and frustrated.
neither….nor

3. Paul has been neglecting us. He ………….. calls …………. hangs out with us anymore.
neither….nor

4. You should …………….. disrespect …………… deceive your friends. neither….nor
5. I will take you …………… to the cinema …………… to the theatre. That's a promise.

either…or
ข้นั สรปุ (Wrap up)
6. ครูสรุปบทเรียนและทบทวนคาศัพท์อีกครั้ง โดยให้นักเรียนแต่งประโยค และใช้คาสันธาน or หรือคาที่มี
ความหมายคลา้ ย or มาเชื่อมประโยค คนละ 1 ประโยค
ส่ือการเรยี นรู้

8. Power Point เร่อื ง Style “OR” for fun
9. ใบกจิ กรรมท1่ี Choose the best answer for each of the following sentences

(ใหน้ ักเรียนเลือกคาตอบทถ่ี ูกต้องทสี่ ุด) ผ่าน Quizizz Application
10. ใบกิจกรรมที่ 2 Rewrite the sentences using the paired conjunctions given in

brackets. (ใหน้ กั เรียนเขียนประโยคโดยใช้คาสันธานในวงเล็บใหส้ มบูรณ์)
11. ใบกจิ กรรมท่ี 3 Choose the most meaningful option.

(ให้นักเรยี นเลือกตัวเลอื กทม่ี ีความหมายมากทีเ่ หมาะสมท่สี ุด)

การวัดผลประเมนิ ผล

55

ส่งิ ท่ีวัด วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์การวดั
- ใบกจิ กรรม
1. นักเรยี นมีสามารถบอก การสังเกตจากการทาใบ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์
ความหมายของคาศัพท์ กิจกรรม ระดบั ดี ข้นึ ไป
เกย่ี วกบั คาสนั ธานได้อย่าง คะแนนต้ังแต่ 13-16
ถกู ต้อง

2. นักเรียนสามารถเขียน การสังเกตจากการทาใบ - แบบประเมนิ ทักษะ นักเรยี นผ่านเกณฑ์
เชื่อมประโยคโดยใช้ กิจกรรม
คาสันธานไดอ้ ย่างถูกต้อง ดา้ นการเขยี น ระดับ ดี ขน้ึ ไป

- ใบกจิ กรรม คะแนนต้ังแต่ 13-16

3. นกั เรยี นสามารถพูด - สังเกตจากการให้ความ แบบสงั เกตพฤติกรรม นกั เรียนผา่ นเกณฑ์
ส่ือสารเชื่อมประโยคโดยใช้ ร่วมมือในการเรียน คณุ ลกั ษณะอังพงึ ระดบั ดี ขนึ้ ไป
คาสันธานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ประสงค์ คะแนนตั้งแต่ 13-16

4. นกั เรียนมีความ - สังเกตจากการใหค้ วาม แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรยี นผา่ นเกณฑ์
รับผดิ ชอบตอ่ การทางาน รว่ มมอื ในการเรยี น คณุ ลักษณะอังพึง ข้ึนไป คะแนนต้งั แต่
- สังเกตจากการทางานท่ี ประสงค์ 6-10
ได้รบั มอบหมาย

เกณฑ์การประเมนิ
นกั เรยี นที่มีคะแนน 17 - 20 อยู่ในระดับ ดีมาก
นกั เรยี นทีม่ ีคะแนน 13 - 16 อยูใ่ นระดบั ดี
นกั เรียนทม่ี ีคะแนน 9 - 12 อยใู่ นระดบั ปานกลาง
นักเรียนทีม่ ีคะแนน 5 - 8 อยูใ่ นระดับ พอใช้
นกั เรียนทม่ี ีคะแนน 0 - 4 อยู่ในระดบั ควรปรับปรุงแกไ้ ข

เกณฑ์การประเมนิ 56

เคร่อื งมอื และเกณฑก์ ารประเมินทกั ษะทางภาษา รวมคะแนน
20
4. การเขยี น

แบบบนั ทึกการประเมินการเขยี น

ประเด็น/คะแนน

การใชภ้ าษา เนอ้ื หา ความถกู ต้อง

เลขท่ี ชือ่ – สกุล 88 4

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

ลงชื่อ.........................................................ผปู้ ระเมนิ
(................................................................)

วันท.่ี .........เดอื น.................................พ.ศ. .................

57

เกณฑ์การใหค้ ะแนนการเขยี น

ประคระเะดดแับ็นนน 4 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน นา้ หนกั / คะแนน
32 1 ความส้าคัญ รวม
ประเด็น

การประเมนิ

การใช้ การสะกด การสะกด สะกดคาผดิ มาก สะกดคาผิดมาก 3 8
ภาษา คาศัพท์ถกู ตอ้ ง คาศพั ท์ผดิ แต่พอเดา เขยี นรปู ประโยค
เลก็ น้อย พอเดา
การเลือกใช้คา ความหมายได้ ความหมายไดร้ ปู ไม่
ตรงกับเน้อื หา เขยี นรูปประโยค ประโยคผดิ พลาด ถกู ตอ้ ง ไมม่ ี
ประโยคถกู ต้อง เครือ่ งหมายวรรค
มเี คร่อื งหมาย ผดิ มาก
วรรคตอนท่ี หลักไวยากรณ์ เครือ่ งหมาย ตอน
วรรคตอนไม่
ถูกตอ้ ง เล็กน้อย ครบหรอื ไม่
เครอ่ื งหมาย
วรรคตอนผิด ถกู ตอ้ ง
เลก็ นอ้ ย

เนอื้ หา มรี ายลพเอยี ด รายละเอยี ดของ มรี ายละเอียดของ มรี ายละเอียดของ

เน้อื หาตรงกบั เนือ้ หามาก เนอื้ หาน้อย เนื้อหาน้อยมาก 2 8
1 4
ลักษณะทีก่ าหนด ครอบคลมุ ทงั้ หมด

มาทส่ี ุด

ความ เขยี นประโยคบท เขยี นประโยคบท เขียนประโยคบท เขยี นประโยคบท
ถกู ตอ้ ง สนทนาถูกต้อง สนทนาถกู ต้อง สนทนาถูกต้องตาม สนทนาถกู ตอ้ ง

ตามตัวอยา่ ง ตามตวั อย่างปาน ตัวอย่างไดน้ ้อย ตามตวั อยา่ งได้

กลาง น้อยมาก

รวม 5 20

58

5. การพูด เกณฑ์การประเมิน

เคร่อื งมือและเกณฑก์ ารประเมินทักษะทางภาษา

แบบบันทกึ การประเมนิ การพดู

ประเดน็ /คะแนน ความถูกตอ้ ง ความ การแสดงทา่ ทาง/ รวมคะแนน
8 คล่องแคล่ว นา้ เสียง 20
เลขที่ ชือ่ – สกุล
8 ประกอบการพูด
1 4
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

ลงช่ือ.........................................................ผูป้ ระเมนิ
(................................................................)

วนั ที.่ .........เดอื น.................................พ.ศ. .................

59

เกณฑ์การให้คะแนนการพดู

ระดับ 4 เกณฑ์การใหค้ ะแนน น้าหนกั / คะแนน
ประเด็น คะแนน 32 1 ความส้าคญั รวม
การประเมิน

ความถกู ต้อง ออกเสียง ออกเสียง ออกเสยี ง ออกเสียงคา/
คาศัพทแ์ ละ คาศพั ท์และ คาศพั ท์และ ประโยคผดิ
ประโยคได้ ประโยคได้ถกู ตอ้ ง ประโยคได้ หลักการออกเสยี ง 2 8
ถกู ต้องตามหลกั ตามหลักการออก ถกู ต้องเป็น
การออกเสยี ง เสยี ง มเี สยี ง ส่วนใหญ่ ทาให้
ได้อยา่ งสมบูรณ์ เน้นหนักในคา/ ขาดการออก สอ่ื สารไมไ่ ด้
ประโยคเป็นส่วน เสยี งเน้นหนกั

ใหญ่

ความ พดู ตอ่ เน่ือง พดู ตะกุก พูดเปน็ คาๆ พดู ไดบ้ างคา
คล่องแคลว่ ไม่ตดิ ขัด ตะกักบ้าง แต่ หยุดเป็นชว่ งๆ ทาใหส้ ื่อ
พูดชดั เจน ยงั พอสอ่ื สารได้ ความหมาย
ทาให้ส่ือสารได้ เพ่อื ทาให้ ไมไ่ ด้ 2 8
ส่ือสารไดไ้ ม่
1 4
ชัดเจน 5 20

การแสดง แสดงท่าทาง พดู ด้วยนา้ เสียง พดู เหมอื นอ่าน พดู ไดน้ ้อยมาก
ทา่ ทาง/ และพูดด้วย เหมาะสมกับ ไม่เป็นธรรมชาติ
น้าเสยี ง บทบรรยาย
ประกอบ นา้ เสียง แต่ไมม่ ีทา่ ทาง ขาดความ
การพูด เหมาะสมกบั บท ประกอบ นา่ สนใจ

บรรยาย

รวม

60

แบบสังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี น เพ่ือการประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
นักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

ค้าช้ีแจง การบันทกึ ให้กาเคร่ืองหมาย √ ลงในช่องท่ีตรงกับพฤติกรรมที่เกิดข้นึ จริง

1. ใฝ่เรียนรู้ พฤติกรรม ระดับการปฏิบตั ิ
ที่
เป็น บางครง้ั นอ้ ย ไมท่ าเลย/ไม่
ประจา ครั้ง ชดั เจน (0)

(2)
(3) (1)

1 ต้งั ใจเอาใจใส่และมคี วามเพียรพยายามในการเรยี นรู้
2 สนใจเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้ต่าง ๆ
3 ศึกษาค้นคว้าหาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร

สงิ่ พมิ พ์ ส่ือเทคโนโลยตี ่าง ๆ แหลง่ เรียนร้ทู ้งั ภายใน
และภายนอกโรงเรียน และเลือกใช้ส่อื ได้อยา่ ง
เหมาะสม
4 สามารถบนั ทึกสรปุ ความรู้ วเิ คราะห์ ข้อมลู จากสงิ่ ท่ี
เรียนรสู้ รปุ เป็น องคค์ วามรู้
5 แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ ดว้ ย วิธีการต่าง ๆและ นาไปใชใ้ น
ชวี ิตประจาวัน

รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ

ผูป้ ระเมิน ……. ครู …….. พ่อแม/่ ผปู้ กครอง ……… ตนเอง ………. เพื่อน

ลงช่อื ……………………………… ผู้ประเมิน
()

61

เกณฑ์การประเมิน

ระดบั เกณฑก์ ารตัดสนิ
คุณภาพ
ดีเย่ยี ม ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 13-15 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ข้อใดข้อหนงึ่ ตา่
กว่า 2 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 9-12 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหนึ่งต่า
กวา่ 0 คะแนน
ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง 5-8 คะแนน และไมม่ ผี ลการประเมินขอ้ ใดข้อหน่ึงตา่
กว่า 0 คะแนน
ไม่ผา่ น ได้คะแนนรวมระหว่าง 0-4 คะแนน

62

แบบสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรยี น เพื่อการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
นกั เรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

คา้ ชีแ้ จง การบันทกึ ให้กาเครื่องหมาย √ ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมทเ่ี กดิ ขึ้นจรงิ
2 . มุ่งมั่นในการทางาน

ระดบั การปฏบิ ตั ิ

ที่ พฤติกรรม เป็นประจา บางคร้งั น้อยครั้ง ไมท่ าเลย/ ไม่
(3) (2) (1) ชดั เจน (0)

1 มคี วามรบั ผดิ ชอบในหน้าทก่ี ารงาน

2 ตงั้ ใจและเอาใจใสต่ ่อการปฏิบตั ิหน้าทีท่ ่ี
ไดร้ บั มอบหมาย

3 ทางานด้วยความเพียรพยายาม

4 รู้จกั แก้ปญั หาในการทางานเม่ือมี
อปุ สรรค

5 อดทนเพ่อื ให้งานสาเรจ็ ตามเป้าหมาย

6 ปรับปรงุ และพัฒนาการทางานใหด้ ขี ้ึน
ดว้ ยตนเอง

7 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแทต้ ่ออุปสรรค
เพื่อใหง้ านสาเรจ็
รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ

ผปู้ ระเมิน …….. ครู …….. พอ่ แม่/ผ้ปู กครอง ……… ตนเอง ………. เพ่ือน

ลงชือ่ …………………………………. ผู้ประเมนิ
()

63

เกณฑ์การประเมิน

ระดับ เกณฑก์ ารตัดสนิ
คุณภาพ
ดเี ย่ียม ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 15-18 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหนงึ่ ต่า
กวา่ 2 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 11-14 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหน่งึ ต่า
กวา่ 0 คะแนน
ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 6-10 คะแนน และไมม่ ีผลการประเมนิ ข้อใดข้อหนงึ่ ต่า
กวา่ 0 คะแนน
ไมผ่ ่าน ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 0-5 คะแนน

3. ภาระงาน/ชิ้นงาน 64

แบบบันทึกการประเมนิ คุณภาพช้ินงาน/ภาระงาน รวมคะแนน
20
ความสมบูรณ์ ความคิดสร้างสรรค์
เลขที่ ของชน้ิ งาน 8

12

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

ลงชอื่ …………………………. ผู้ประเมิน
( ……………………………………….. )
วันท่ี ………. เดือน………….. พ.ศ. ………..

65

ระดับ เกณฑ์การให้คะแนนคณุ ภาพชนิ้ งาน / ภาระงาน น้าหนกั / คะแนน
ประเด็นคะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน ความส้าคญั รวม
ประเด็น
4 3 21
การประเมนิ

ความสมบรู ณ์ ชนิ้ งานมีราย ชิน้ งานมรี าย ชนิ้ งานมีราย ชน้ิ งานมรี าย 3 12
ของ ละเอียดครอบ ละเอียดครอบ ละเอียดครอบ ละเอียดครอบ
ชิน้ งาน คลุมวงคาศัพท์ คลุมวงคาศัพท์ คลมุ วงคาศพั ท์ คลมุ วงคาศัพท์ 2 8
ท่เี รยี นสมบรู ณ์ ทเี่ รียนเป็น ที่เรียนน้อย 5 20
ความคดิ ทีเ่ รยี นพอ
สร้างสรรค์ เปน็ ชน้ิ งาน ส่วนใหญ่ สมควร
ท่แี ปลกใหม่
คดิ ข้นึ เอง เป็นช้ินงาน เปน็ ชน้ิ งาน เป็นช้ินงานที่
ไม่เหมอื น ทแ่ี ปลกใหม่ ท่ปี รับปรงุ เหมอื นกบั
ตวั อย่าง แต่มีบางสว่ น ดัดแปลง ตวั อย่าง
คลา้ ยกบั เลก็ นอ้ ยจาก
ตัวอยา่ ง ตัวอยา่ ง

รวม

บนั ทึกผลหลงั การสอน
- ผลหลังการสอน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

-ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

-ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชือ่ …………………………………….. ผปู้ ระเมิน
()
วันที่ …… เดอื น………. พ.ศ. ……….

6666

6767

6688

6699

7700

71

แผนการจดั การเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ รายวชิ าภาษาอังกฤษ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 The Easy Conjunctions Style by You

เรือ่ ง “SO” cool ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 1 ชวั่ โมง
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 นา้ หนักคะแนน 15 คะแนน

มาตรฐานการเรยี นรู้
ต 1.2 ต 2.2 ต 4.1

ตัวช้ีวดั
ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขียนบรรยายความรู้สึก และความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ
กจิ กรรม ประสบการณ์และขา่ ว/เหตกุ ารณ์ พร้อมทง้ั ใหเ้ หตุผลประกอบอย่างเหมาะสม
ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด
ต่าง ๆ และการลาดบั ตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศ
ต 4.2 ม.3/1 ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดข้ึนในห้องเรียน สถานศึกษา
ชุมชน และสังคม

สาระสา้ คญั
การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร เป็นการใช้ภาษาในชีวิตประจาวัน นักเรียนจาเป็นต้องฟัง พูด อ่านและ

เขียนอย่างเข้าใจเป็นการสอนทักษะทางภาษาด้วยวิธีการท่ีเข้าใจง่าย เหมาะสมกับวัยและความสามารถของ
ผู้เรียนในการสื่อสารกับเจ้าของภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเรียนรู้ โครงสร้างประโยค รูปย่อต่าง ๆ
เพ่ือใหส้ ามารถใช้ภาษาในการสือ่ สารไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรียนมสี ามารถบอกความหมายเกย่ี วกับคาสันธานไดอ้ ย่างถูกต้อง (K)
2. นักเรียนสามารถเขียนเชือ่ มประโยคโดยใช้คาสันธานไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
3. นักเรียนสามารถพูดสื่อสารเชอื่ มประโยคโดยใช้คาสนั ธานไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง (P)
4. นกั เรียนมคี วามรับผดิ ชอบต่อการทางาน (A)

สาระการเรยี นรู/้ เนอ้ื หา
Function: Structure of Coordinating Conjunction “So”
Structure: S + V, CC S + V
Vocabulary: so, for, therefore, consequently, accordingly, hence

72

สมรรถนะสา้ คัญ
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1.ใฝเ่ รียนรู้
2.มุ่งมัน่ ในการทางาน

ชนิ้ งานหรือภาระงาน
- ใบกิจกรรมท่ี 1 Choose the best answer for each of the following sentences.
ให้นกั เรียนเลอื กคาตอบท่ีถกู ตอ้ งทีส่ ดุ
- ใบกิจกรรมท่ี 2 Choose the most meaningful option.
ให้นักเรียนเลือกตวั เลือกที่มคี วามหมายทเ่ี หมาะสมทสี่ ุด
- ใบกจิ กรรมท่ี 3 Choose the most meaningful in the box option.
เลือกตวั เลือกทมี่ คี วามหมายทีส่ ดุ ในกล่อง

กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันนา้ (Warm up)

1. ครูให้นักเรียนร่วมกันตอบคาถามโดยเติมคาศัพท์ประโยคที่ครูกาหนดให้สมบูรณ์ เพื่อครูจะได้ทบทวนจาก
เร่ืองที่เรียน Coordinating Conjunction “And, But และ Or” และหัวข้อเรื่องท่ีจะนาเสนอในหน่วยเรียน
เร่อื ง “So” ดังน้ี ผ่าน Vonder Go Application

1. I called Tom, ……………. he didn't answer. (but)
2. You can go by bus ………….. by train. (or)
3. She got into the car …………….. left. (and)
4. It was very late, …………….. we took a taxi. (so)
5. Would you like to do it now ……………. later? (or)
ข้นั นา้ เสนอ (Presentation)
2. ครูสอนนักเรียนถึงหลักการใช้คาสันธานมาเช่ือมในประโยคต่าง ๆ ให้สมบูรณ์และเหมาะสมกับรูปประโยค
น้นั ๆ ดงั นี้
So-type รวมท้ังคาที่มีความหมายคล้าย so คาสันธานหรือ Conjunction ในหมวดนี้มีไว้สาหรับใช้เชื่อม
ข้อความทเี่ ป็นเหตผุ ลซ่งึ กนั และกัน (Illative หรอื Result) ได้แก่

73

so = ดงั นน้ั
for = เพราะ, เหตุฉะน้ัน
therefore = ดังนั้น
consequently = ดังนัน้
accordingly = ดงั นัน้
โดยแตล่ ะตวั มวี ธิ ีใช้เชื่อมประโยคไดด้ งั นี้
so : (ดงั นัน้ ) ความหมายของประโยคทีเ่ ชอ่ื มเขา้ ด้วยกัน ไมจ่ าเปน็ ต้องหนกั แน่นดีนกั เช่น :-
The door was open so I went in. ประตเู ปดิ อยู่ ดงั นนั้ ฉันจงึ เขา้ ไปขา้ งใน
(การที่ประตูเปิดอยู่ไม่ใช่เหตุผลสาคัญที่เราจะต้องเข้าไปข้างในเสมอไป ดังน้ันเหตุและผลที่เกี่ยวพันกันจึงไม่
หนักแน่น)
for : (ดังนั้น) คาน้ีมีลักษณะการใช้หรือความหมายเช่นเดียวกับ so ใช้เช่ือมความเป็นเหตุเป็นผลของกันและ
กนั ไมห่ นกั แนน่ เช่น :-
He went in, for the door was open. เขาเขา้ ไปข้างใน เพราะประตเู ปิดไว้
(ประตเู ปดิ ไวไ้ มไ่ ด้หมายความว่า ใคร ๆ ก็เข้าไปได้หมด)
therefore : (ดังน้นั ) คานี้ใชเ้ ช่ือมประโยคท่เี ปน็ เหตุผล ซ่งึ หนักแน่นกว่า so มากและเห็นได้ชัด เช่น :-
Jack was sick; therefore, he didn’t come to school.
แจค๊ ไมส่ บาย ดังนัน้ เขาจึงไมไ่ ดม้ าโรงเรยี น
He broke the rules of the school; therefore, he deserved to be punished.
เขาทาผิดกฎของโรงเรียน ดงั น้นั เขาจงึ สมควรทจี่ ะถูกลงโทษ
(การป่วย และการทาผิดกฎของโรงเรียน เป็นเหตุท่ีเห็นกันได้ชัด ดังน้ัน ผลที่เกิดข้ึนตามหลังก็คือ ไม่ได้ไป
โรงเรยี น และการทาผิดกฎก็ไดร้ ับโทษ ส่ิงเหล่านเ้ี ปน็ เหตุผลหนกั แนน่ หลีกไมไ่ ด้)
consequently, hence และ accordingly : (ดังน้ัน) คาท้ังสองคานี้มีความหมายเช่นเดียวกับ therefore
แต่เป็นคากริยาวิเศษณ์สันธาน (Conjunctive Adverb) ไปเช่ือมข้อความของประโยค ประโยคนั้นต้องมี
เหตผุ ลหนกั แน่นพอสมควร เช่น :-
Thailand lies very near to the equator; consequently, the weather is very hot all the
year round. ประเทศไทยอยู่ใกลเ้ สน้ ศนู ย์สูตรมาก ดังน้นั อากาศจึงรอ้ นตลอดทง้ั ปี
Our business has become worse during the last three years; accordingly, we cannot
pay the debt. ธุรกิจของเราแยล่ งตลอดสามปที ีผ่ ่านมา ดว้ ยเหตฉุ ะน้เี ราจึงไม่สามารถชาระหนไ้ี ด้

74

Hence one can say that, of all political ideals, that of making people happy is the most
dangerous. ดังน้ัน จึงอาจกล่าวได้ว่า ในบรรดาอุดมคติทางการเมือง การสร้างความสุขให้ผู้คนเป็นส่ิงที่
อนั ตรายทสี่ ดุ

สรปุ หลกั เกณฑ์การใชเ้ ครอื่ งหมายวรรคตอนกับ conjunction (สนั ธาน)
และ Conjunctive Adverb (กรยิ าวิเศษณ์สันธาน)

การใชเ้ คร่อื งหมายวรรคตอน (Punctuation) กับสันธานหรือกรยิ าวิเศษณส์ ันธานทน่ี าไปเชอื่ ม
ประโยคน้นั มหี ลกั เกณฑ์ดงั นี้

1. ถา้ คา้ ทเ่ี อาไปเช่ือมน้นั เป็น Co-ordinate Conjunction (สมสนั ธานโดยตรง) อนั ได้แก่ and,
but, or และ so หนา้ ค้าเหล่านี้ต้องใสเ่ ครอ่ื งหมาย comma (,) เช่น :-

John is a very lazy student, and he always comes late to class.
จอห์นเป็นนักศึกษาท่ีเกยี จคร้านมากและก็มกั มาโรงเรยี นสายเสมอ
Keep off my property, or I’ll have you arrested.
หา้ มแตะตอ้ งทรพั ยส์ ินของฉนั มิฉะนัน้ แล้วจะให้ตารวจจับกุม
His wife is very beautiful, but she can’t cook at all.
ภรรยาของเขาสวยมาก แต่เธอก็ไมส่ ามารถทากับขา้ วได้หมดทกุ อยา่ ง
There is very little rain here, so we often have crop failures.
ท่ีนมี่ ฝี นตกน้อยมาก ดงั นั้นเราจึงประสบความลม้ เหลวทางการเพาะปลูกเสมอ
ข้อยกเวน้ : A) ถ้าคาเชอ่ื มนั้นเปน็ Correlative Conjunctions (คอื สันธานทใ่ี ช้เปน็ คู่) อนั ได้แก่
neither…..nor, either……or, both……and, whether…..or, not only…..but also, ไม่ตอ้ งใส่ Comma
ทงั้ หนา้ และหลังคาสันธานคเู่ ล่านี้ เชน่ :-
He is neither a coward nor a fool. เขาไม่ใชค่ นขี้ขลาดและคนโง่
She is not only beautiful but also clever. เธอไมเ่ พยี งแตส่ วยอยา่ งเดยี ว แถมยังฉลาดอีกดว้ ย
ข้อยกเวน้ : B) ไมต่ อ้ งใส่เครอ่ื งหมาย Comma ถา้ ประโยคท่นี ามาเชอ่ื มน้ัน เป็นข้อความส้ัน ๆ เชน่ :-
He went in and I went out. เขาเขา้ มา ส่วนฉันออกไป
ข้อยกเว้น : C) ไม่ตอ้ งใสเ่ คร่อื งหมาย Comma ถ้าเป็นคาที่ต้องใชร้ ว่ มกนั หรือควบกนั (No comma if words
are joined.) เชน่ :-
He is poor but honest. เขาจนแต่ก็ซ่ือสตั ย์
2. ถ้าคาท่ีเอาไปเช่ือมนั้นเป็น Conjunctive Adverb (คือกริยาวิเศษณ์สันธาน) ได้แก่ beside, in
addition, moreover, what’s more, otherwise, therefore, however, furthermore, nevertheless,

75

on the other hand, for all that, accordingly, และ consequently คาเหล่านี้นามาใช้เช่ือมประโยคถือ
เปน็ ครึง่ กรยิ าวิเศษณ์ ตอ้ งใส่ semicolon (;) ขา้ งหนา้ comma (,) ข้างหลังเสมอ เชน่ :-

Jack is a very lazy student; moreover, he always comes late to class.
แจ๊คเปน็ นกั ศึกษาท่ีเกยี จครา้ นมาก นอกจากนแ้ี ลว้ ยงั มาเรยี นหนังสอื สายเสมอ ๆ
Keep off a fierce dog; otherwise, it will bite you.
ออกหา่ ง ๆ จากสุนัขทีด่ ุรา้ ย มิฉะน้ันแล้วมนั จะกดั คณุ
Sunlight is good for health; on the other hand, too much sunlight may cause illness.
แสงดวงอาทิตย์มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แม้กระน้ันหากรับแสงดวงอาทิตย์มากเกินไปก็อาจทาให้ไม่
สบายได้
ข้อยกเว้น : Conjunctive Adverb ต่อไปนี้คือ yet, still, however, nevertheless จะนาไปวางไว้สุด
ประโยคก็ได้ แตป่ ระโยคทั้งสองที่วางไวห้ นา้ คาเหล่าน้ี ตอ้ งแยกประโยคด้วย semicolon (;) จบประโยคหลงั ใส่
comma (,) เชน่ :-
He never worked hard; he gained all prizes, however.
เขาไมเ่ คยทางานหนกั แตเ่ ขาก็ได้รับรางวัลทุกอยา่ ง
I was annoyed; I kept quiet, nevertheless. ฉนั ถูกรบกวน แต่ยังอดทนได้

still.
yet.
however.
ขัน้ ฝึก (Practice)
3. ครใู ห้นกั เรียนทาใบกิจกรรมท่ี 1 Choose the best answer for each of the following sentences.
ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องทส่ี ุด ผา่ น Quiz Application
Task 1 Choose the best answer for each of the following sentences
1. They don't want to miss the train tomorrow, ……………they go to bed early.
a. So that b. nevertheless c. therefore d. however
2. You did your work well ……………. You deserve to have the prize.
a. and b. so c. but d. otherwise
3. The children forgot their homework, so the teacher was angry with them.
a. so b. and c. therefore d. otherwise
4. My pet cat is cold and hungry … it didn’t come back home last night.
a. for b. or c. nor d. and

76

5. People who exercise regularly enjoy better health. ………………, you should exercise.

a. otherwise b. however c. therefore d. unless

6. Dang hates the cat, therefore his house doesn't have the cat.

a. Nor b. likewise c. otherwise d. therefore

7. Nadia is very patient; ………………, she can work very well.

a. likewise b. consequently c. on the other hand d. however

8. The children forgot their homework, ……… the teacher was angry with them.

a. likewise b. consequently c. on the other hand d. so

9. I’m not feeling well today, ……………, I would like to take sick leave.

a. hence b. however c. nor d. and

10. The flight was delayed and we, …………….., arrived late.

a. Likewise b. otherwise c. accordingly d. on the other hand

ข้นั น้าไปใช้ (Production)

4. ครูให้นักเรียนทาใบกิจกรรมท่ี 2 Choose the most meaningful option. ให้นักเรียนเลือกตัวเลือกที่มี

ความหมายทเ่ี หมาะสมทีส่ ดุ

Task 2 Choose the most meaningful option.

1. We were getting tired…………we stopped for a rest. (so/and)

2. It rained heavily, and ………….the baseball game was called off.

(nevertheless/consequently)

3. Economy is bad ……………….we have to economize. (but/accordingly/however)

4. There is mob,………….., had to take another route. (therefore/unless)

5. He went in,………the door was open. (and/or/for)

ขน้ั สรปุ (Wrap up)

5. ครูสรุปบทเรียนและทบทวนคาศัพท์อีกคร้ัง โดยให้นักเรียนทาใบกิจกรรมที่ 3 Choose the most

meaningful in the box option. เลือกตัวเลือกที่มีความหมายที่สุดในกล่อง เพื่อทบทวนความรู้ท่ีเรียนมา

ท้ังหมด

77

Task 3 Choose the most meaningful option.

and but or so

1. It is rainy today, so take your umbrella and your boots.

2. Vigo is hotter than Santiago, but Santiago is more beautiful.

3. We can go to the beach or to the mountain. I don't really mind.

4. It was very sunny last Sunday, so we went to the beach.
5. Listen to the story and answer the questions in complete sentences.

6. We were very tired but happy after our flight to Sydney.

ส่ือการเรยี นรู้

12. Power Point เรื่อง Coordinating Conjunction

13. Vonder Go Application

14. ใบกิจกรรมท1ี่ Choose the best answer for each of the following sentences.

(ให้นกั เรียนเลอื กคาตอบท่ถี กู ต้องท่ีสดุ ) ผา่ น Quiz Application

15. ใบกจิ กรรมที่ 2 Choose the most meaningful option.

(ใหน้ กั เรยี นเลือกตัวเลอื กทีม่ คี วามหมายทเี่ หมาะสมที่สุด)

16. ใบกจิ กรรมท่ี 3 Choose the most meaningful in the box option.

(เลอื กตัวเลือกทีม่ ีความหมายทีส่ ดุ ในกล่อง)

การวัดผลประเมินผล

ส่ิงที่วดั วธิ ีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์การวัด

1. นกั เรียนมีสามารถบอก การสังเกตจากการทาใบ - ใบกิจกรรม นกั เรียนผา่ นเกณฑ์
ความหมายของคาศัพท์ กิจกรรม ระดบั ดี ขึ้นไป
เกยี่ วกับคาสนั ธานไดอ้ ยา่ ง คะแนนต้ังแต่ 13-16
ถกู ต้อง

2. นักเรยี นสามารถเขยี น การสังเกตจากการทาใบ - แบบประเมนิ ทกั ษะ นักเรยี นผ่านเกณฑ์
เชื่อมประโยคโดยใช้ กิจกรรม
คาสันธานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ดา้ นการเขียน ระดับ ดี ขน้ึ ไป

- ใบกจิ กรรม คะแนนตั้งแต่ 13-16

78

3. นกั เรียนสามารถพดู - สงั เกตจากการให้ความ แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรียนผา่ นเกณฑ์
สื่อสารเช่อื มประโยคโดยใช้ รว่ มมือในการเรยี น คุณลักษณะองั พึง ระดับ ดี ข้นึ ไป
คาสนั ธานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ประสงค์ คะแนนต้ังแต่ 13-16

4. นกั เรียนมีความ - สังเกตจากการใหค้ วาม แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรียนผา่ นเกณฑ์
รบั ผิดชอบต่อการทางาน รว่ มมอื ในการเรยี น คณุ ลักษณะองั พงึ ขึ้นไป คะแนนต้ังแต่
- สังเกตจากการทางานที่ ประสงค์ 6-10
ไดร้ บั มอบหมาย

เกณฑ์การประเมนิ
นกั เรียนทม่ี ีคะแนน 17 - 20 อยู่ในระดบั ดมี าก
นักเรยี นทม่ี ีคะแนน 13 - 16 อยูใ่ นระดบั ดี
นักเรียนท่มี ีคะแนน 9 - 12 อย่ใู นระดบั ปานกลาง
นักเรยี นทม่ี ีคะแนน 5 - 8 อยใู่ นระดบั พอใช้
นกั เรียนทีม่ ีคะแนน 0 - 4 อยู่ในระดับ ควรปรับปรงุ แกไ้ ข

เกณฑ์การประเมนิ 79

เคร่อื งมอื และเกณฑก์ ารประเมินทกั ษะทางภาษา รวมคะแนน
20
6. การเขยี น

แบบบนั ทึกการประเมินการเขยี น

ประเด็น/คะแนน

การใชภ้ าษา เนอ้ื หา ความถกู ต้อง

เลขท่ี ชือ่ – สกุล 88 4

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

ลงชื่อ.........................................................ผปู้ ระเมนิ
(................................................................)

วันท.่ี .........เดอื น.................................พ.ศ. .................

80

เกณฑ์การใหค้ ะแนนการเขยี น

ประคระเะดดแับ็นนน 4 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน นา้ หนกั / คะแนน
32 1 ความส้าคัญ รวม
ประเด็น

การประเมนิ

การใช้ การสะกด การสะกด สะกดคาผดิ มาก สะกดคาผิดมาก 3 8
ภาษา คาศัพท์ถกู ตอ้ ง คาศพั ท์ผดิ แต่พอเดา เขยี นรปู ประโยค
เลก็ น้อย พอเดา
การเลือกใช้คา ความหมายได้ ความหมายไดร้ ปู ไม่
ตรงกับเน้อื หา เขยี นรูปประโยค ประโยคผดิ พลาด ถกู ตอ้ ง ไมม่ ี
ประโยคถกู ต้อง เครือ่ งหมายวรรค
มเี คร่อื งหมาย ผดิ มาก
วรรคตอนท่ี หลักไวยากรณ์ เครือ่ งหมาย ตอน
วรรคตอนไม่
ถูกตอ้ ง เล็กน้อย ครบหรอื ไม่
เครอ่ื งหมาย
วรรคตอนผิด ถกู ตอ้ ง
เลก็ นอ้ ย

เนอื้ หา มรี ายลพเอยี ด รายละเอยี ดของ มรี ายละเอียดของ มรี ายละเอียดของ

เน้อื หาตรงกบั เนือ้ หามาก เนอื้ หาน้อย เนื้อหาน้อยมาก 2 8
1 4
ลักษณะทีก่ าหนด ครอบคลมุ ทงั้ หมด

มาทส่ี ุด

ความ เขยี นประโยคบท เขยี นประโยคบท เขียนประโยคบท เขยี นประโยคบท
ถกู ตอ้ ง สนทนาถูกต้อง สนทนาถกู ต้อง สนทนาถูกต้องตาม สนทนาถกู ตอ้ ง

ตามตัวอยา่ ง ตามตวั อย่างปาน ตัวอย่างไดน้ ้อย ตามตวั อยา่ งได้

กลาง น้อยมาก

รวม 5 20

81

7. การพูด เกณฑ์การประเมิน

เคร่อื งมือและเกณฑก์ ารประเมินทักษะทางภาษา

แบบบันทกึ การประเมนิ การพดู

ประเดน็ /คะแนน ความถูกตอ้ ง ความ การแสดงทา่ ทาง/ รวมคะแนน
8 คล่องแคล่ว นา้ เสียง 20
เลขที่ ชือ่ – สกุล
8 ประกอบการพูด
1 4
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

ลงช่ือ.........................................................ผูป้ ระเมนิ
(................................................................)

วนั ที.่ .........เดอื น.................................พ.ศ. .................

82

เกณฑ์การให้คะแนนการพดู

ระดับ 4 เกณฑ์การใหค้ ะแนน น้าหนกั / คะแนน
ประเด็น คะแนน 32 1 ความส้าคญั รวม
การประเมิน

ความถกู ต้อง ออกเสียง ออกเสียง ออกเสยี ง ออกเสียงคา/
คาศัพทแ์ ละ คาศพั ท์และ คาศพั ท์และ ประโยคผดิ
ประโยคได้ ประโยคได้ถกู ตอ้ ง ประโยคได้ หลักการออกเสยี ง 2 8
ถกู ต้องตามหลกั ตามหลักการออก ถกู ต้องเป็น
การออกเสยี ง เสยี ง มเี สยี ง ส่วนใหญ่ ทาให้
ได้อยา่ งสมบูรณ์ เน้นหนักในคา/ ขาดการออก สอ่ื สารไมไ่ ด้
ประโยคเป็นส่วน เสยี งเน้นหนกั

ใหญ่

ความ พดู ตอ่ เน่ือง พดู ตะกุก พูดเปน็ คาๆ พดู ไดบ้ างคา
คล่องแคลว่ ไม่ตดิ ขัด ตะกักบ้าง แต่ หยุดเป็นชว่ งๆ ทาใหส้ ื่อ
พูดชดั เจน ยงั พอสอ่ื สารได้ ความหมาย
ทาให้ส่ือสารได้ เพ่อื ทาให้ ไมไ่ ด้ 2 8
ส่ือสารไดไ้ ม่
1 4
ชัดเจน 5 20

การแสดง แสดงท่าทาง พดู ด้วยนา้ เสียง พดู เหมอื นอ่าน พดู ไดน้ ้อยมาก
ทา่ ทาง/ และพูดด้วย เหมาะสมกับ ไม่เป็นธรรมชาติ
น้าเสยี ง บทบรรยาย
ประกอบ นา้ เสียง แต่ไมม่ ีทา่ ทาง ขาดความ
การพูด เหมาะสมกบั บท ประกอบ นา่ สนใจ

บรรยาย

รวม

83

แบบสังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี น เพ่ือการประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
นักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

ค้าช้ีแจง การบันทกึ ให้กาเคร่ืองหมาย √ ลงในช่องท่ีตรงกับพฤติกรรมที่เกิดข้นึ จริง

1. ใฝ่เรียนรู้ พฤติกรรม ระดับการปฏิบตั ิ
ที่
เป็น บางครง้ั นอ้ ย ไมท่ าเลย/ไม่
ประจา ครั้ง ชดั เจน (0)

(2)
(3) (1)

1 ต้งั ใจเอาใจใส่และมคี วามเพียรพยายามในการเรยี นรู้
2 สนใจเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้ต่าง ๆ
3 ศึกษาค้นคว้าหาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร

สงิ่ พมิ พ์ ส่ือเทคโนโลยตี ่าง ๆ แหลง่ เรียนร้ทู ้งั ภายใน
และภายนอกโรงเรียน และเลือกใช้ส่อื ได้อยา่ ง
เหมาะสม
4 สามารถบนั ทึกสรปุ ความรู้ วเิ คราะห์ ข้อมลู จากสงิ่ ท่ี
เรียนรสู้ รปุ เป็น องคค์ วามรู้
5 แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ ดว้ ย วิธีการต่าง ๆและ นาไปใชใ้ น
ชวี ิตประจาวัน

รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ

ผูป้ ระเมิน ……. ครู …….. พ่อแม/่ ผปู้ กครอง ……… ตนเอง ………. เพื่อน

ลงช่อื ……………………………… ผู้ประเมิน
()

84

เกณฑ์การประเมิน

ระดบั เกณฑก์ ารตัดสนิ
คุณภาพ
ดีเย่ยี ม ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 13-15 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ข้อใดข้อหนงึ่ ตา่
กว่า 2 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 9-12 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหนึ่งต่า
กวา่ 0 คะแนน
ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง 5-8 คะแนน และไมม่ ผี ลการประเมินขอ้ ใดข้อหน่ึงตา่
กว่า 0 คะแนน
ไม่ผา่ น ได้คะแนนรวมระหว่าง 0-4 คะแนน

85

แบบสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรยี น เพื่อการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
นกั เรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

คา้ ชีแ้ จง การบันทกึ ให้กาเครื่องหมาย √ ลงในช่องที่ตรงกับพฤติกรรมทเ่ี กดิ ขึ้นจรงิ
2 . มุ่งมั่นในการทางาน

ระดบั การปฏบิ ตั ิ

ที่ พฤติกรรม เป็นประจา บางคร้งั น้อยครั้ง ไมท่ าเลย/ ไม่
(3) (2) (1) ชดั เจน (0)

1 มคี วามรบั ผดิ ชอบในหน้าทก่ี ารงาน

2 ตงั้ ใจและเอาใจใสต่ ่อการปฏิบตั ิหน้าทีท่ ่ี
ไดร้ บั มอบหมาย

3 ทางานด้วยความเพียรพยายาม

4 รู้จกั แก้ปญั หาในการทางานเม่ือมี
อปุ สรรค

5 อดทนเพ่อื ให้งานสาเรจ็ ตามเป้าหมาย

6 ปรับปรงุ และพัฒนาการทางานใหด้ ขี ้ึน
ดว้ ยตนเอง

7 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแทต้ ่ออุปสรรค
เพื่อใหง้ านสาเรจ็
รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ

ผปู้ ระเมิน …….. ครู …….. พอ่ แม่/ผ้ปู กครอง ……… ตนเอง ………. เพ่ือน

ลงชือ่ …………………………………. ผู้ประเมนิ
()

86

เกณฑ์การประเมิน

ระดับ เกณฑก์ ารตัดสนิ
คุณภาพ
ดเี ย่ียม ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 15-18 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหนงึ่ ต่า
กวา่ 2 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 11-14 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหน่งึ ต่า
กวา่ 0 คะแนน
ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 6-10 คะแนน และไมม่ ีผลการประเมนิ ข้อใดข้อหนงึ่ ต่า
กวา่ 0 คะแนน
ไมผ่ ่าน ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 0-5 คะแนน

3. ภาระงาน/ชิ้นงาน 87

แบบบันทึกการประเมนิ คุณภาพช้ินงาน/ภาระงาน รวมคะแนน
20
ความสมบูรณ์ ความคิดสร้างสรรค์
เลขที่ ของชน้ิ งาน 8

12

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

ลงชอื่ …………………………. ผู้ประเมิน
( ……………………………………….. )
วันท่ี ………. เดือน………….. พ.ศ. ………..


Click to View FlipBook Version