138
เกณฑ์การประเมนิ
ระดบั เกณฑก์ ารตัดสิน
คณุ ภาพ
ดีเยีย่ ม ได้คะแนนรวมระหว่าง 15-18 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนง่ึ ต่า
กวา่ 2 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 11-14 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนึง่ ต่า
กวา่ 0 คะแนน
ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง 6-10 คะแนน และไมม่ ผี ลการประเมินข้อใดข้อหน่ึงต่า
กวา่ 0 คะแนน
ไม่ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 0-5 คะแนน
3.ภาระงาน/ช้นิ งาน 139
แบบบนั ทึกการประเมินคณุ ภาพช้ินงาน/ภาระงาน รวมคะแนน
20
ความสมบรู ณ์ ความคดิ สร้างสรรค์
เลขท่ี ของชน้ิ งาน 8
12
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
ลงช่อื …………………………. ผู้ประเมิน
( ……………………………………….. )
วนั ท่ี ………. เดือน………….. พ.ศ. ………..
140
ระดับ เกณฑ์การใหค้ ะแนนคุณภาพชน้ิ งาน / ภาระงาน น้าหนกั / คะแนน
ประเด็นคะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน ความสา้ คญั รวม
ประเดน็
4 3 21
การประเมิน
ความสมบรู ณ์ ชิ้นงานมีราย ชิน้ งานมรี าย ช้นิ งานมรี าย ชน้ิ งานมีราย 3 12
ของ ละเอียดครอบ ละเอยี ดครอบ ละเอยี ดครอบ ละเอียดครอบ
ชิ้นงาน คลมุ วงคาศัพท์ คลมุ วงคาศพั ท์ คลุมวงคาศัพท์ คลุมวงคาศพั ท์ 2 8
ทีเ่ รียนสมบรู ณ์ ทเ่ี รยี นเป็น ทเ่ี รียนน้อย 5 20
ความคดิ ท่ีเรยี นพอ
สร้างสรรค์ เปน็ ชิน้ งาน สว่ นใหญ่ สมควร
ท่แี ปลกใหม่
คิดข้นึ เอง เป็นช้นิ งาน เปน็ ช้นิ งาน เปน็ ช้ินงานที่
ไมเ่ หมือน ท่แี ปลกใหม่ ทปี่ รบั ปรงุ เหมือนกับ
ตวั อยา่ ง แต่มบี างสว่ น ดัดแปลง ตัวอยา่ ง
คลา้ ยกับ เลก็ นอ้ ยจาก
ตัวอย่าง ตัวอยา่ ง
รวม
บันทึกผลหลังการสอน
- ผลหลังการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
-ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
-ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ …………………………………….. ผปู้ ระเมิน
()
วันที่ …… เดอื น………. พ.ศ. ……….
114411
114422
114433
114444
145
แผนการจัดการเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ รายวชิ าภาษาอังกฤษ
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 The Easy Conjunctions Style by You
เรอื่ ง Variety of Subordinating III ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 1 ชัว่ โมง
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 น้าหนักคะแนน 10 คะแนน
มาตรฐานการเรยี นรู้
ต 1.2 ต 3.1 ต.4.1
ตวั ชว้ี ัด
ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขียนบรรยายความรู้สึก และความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ
กิจกรรม ประสบการณแ์ ละขา่ ว/เหตุการณ์ พร้อมท้งั ใหเ้ หตุผลประกอบอย่างเหมาะสม
ต 3.1 ม.3/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืนจากแหล่ง
เรียนรู้ และนาเสนอด้วยการพดู และการเขยี น
ต 4.1 ม.3/1 ใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณจ์ ริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดข้ึนในหอ้ งเรยี น สถานศึกษา
ชุมชน และสังคม
สาระส้าคัญ
การใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร เป็นการใช้ภาษาในชีวิตประจาวัน นักเรียนจาเป็นต้องฟัง พูด อ่านและ
เขียนอย่างเข้าใจเป็นการสอนทักษะทางภาษาด้วยวิธีการท่ีเข้าใจง่าย เหมาะสมกับวัยและความสามารถของ
ผู้เรียนในการสื่อสารกับเจ้าของภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเรียนรู้ โครงสร้างประโยค รูปย่อต่าง ๆ
เพ่อื ใหส้ ามารถใชภ้ าษาในการส่ือสารได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นักเรียนมสี ามารถบอกความหมายเก่ียวกบั คาสันธานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง (K)
2. นักเรยี นสามารถเขียนเชอื่ มประโยคและให้เหตุผลโดยใชค้ าสันธานไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง (P)
3. นักเรยี นสามารถอา่ นออกเสยี งประโยคจากการใช้คาสันธานได้อยา่ งถกู ต้อง (P)
4. นักเรยี นมีความรับผดิ ชอบตอ่ การทางาน (A)
สาระการเรยี นร/ู้ เนื้อหา
Function: Structure of Subordinating Conjunction “Comparison, Manner, Apposition”
Structure: S + V + SC + S + V or SC + S + V, S + V
Vocabulary: that, as…as, than, as, so far as, as if, so…that, as though
146
สมรรถนะส้าคญั
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1.ใฝเ่ รยี นรู้
2.มงุ่ มัน่ ในการทางาน
ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน
- ใบกิจกรรมที่ 1 Circle the subordinating conjunction in the sentences below.
ใหน้ ักเรยี นวงกลมคาสันธานในประโยคด้านลา่ ง
- ใบกิจกรรมที่ 2 Choose the most meaningful option.
ให้นกั เรียนเลอื กตวั เลอื กที่มคี วามหมายทีเ่ หมาะสมท่สี ุด
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นา้ (Warm up)
1. ครูสนทนากับนักเรียนในเรื่องการแสดงการเปรียบเทียบ การแสดงอาการ จากนั้นให้นักเรียนร่วมเติมและ
แปลประโยคที่ครูกาหนดให้สมบูรณ์ เพ่ือครูจะได้หัวข้อเร่ืองที่จะนาเสนอในหน่วยเรียนเรื่อง Subordinating
Conjunction “Comparison, Manner, Apposition” ดงั นี้ เช่น :-
He likes you …………. I like you. (as much as)
She is more diligent ………………. I am. (than)
Do in Rome ………. the Romans do. (as)
Men will reap ………….. they sow. (as)
ขั้นนา้ เสนอ (Presentation)
2. ครูสอนนักเรียนถึงหลักการใช้คาสันธานมาเช่ือมในประโยคต่าง ๆ ให้สมบูรณ์และเหมาะสมกับรูปประโยค
นัน้ ๆ ดงั น้ี
Subordinate Conjunction (อนุสันธาน) ได้แก่ “สนั ธานที่เชอื่ มลงไปแล้วท้าใหป้ ระโยคน้ันเป็น
Complex Sentence” (ประโยคที่มเี น้ือความซอ้ น)
ข้อท่ี Subordinate Conjunction (อนุสันธาน) แตกต่างจาก Coordinate Conjunction (สม
สันธาน) ก็คือ “Subordinate Conjunction ไม่จ้าเป็นที่จะต้องอยู่กลางประโยคเสมอเหมือน
Coordinate Conjunction แต่อาจวางไว้ขา้ งหน้าประโยคก็ได้” เช่น :-
147
If you want me, I will come. ถา้ คณุ ตอ้ งการผม ผมกจ็ ะมา
(= I will come, if you want me.)
Subordinate Conjunction ทใ่ี ช้มากมีดงั ต่อไปนี้
that when where why how while before until(till) if after
since because unless as which although(though) lest as soon as
as…..as whether etc.
คาท่ีกลา่ วมาน้ี เม่ือนาไปใช้เช่ือมประโยค เพื่อให้เป็น Complex Sentence แบง่ ออกเป็น 9 ชนดิ ย่อย ๆ ดังน้ี
1. เชื่อมความเพอ่ื แสดงเวลา (Time)
2. เชอ่ื มความเพอ่ื แสดงเหตุผล (Reason)
3. เชอ่ื มความเพอื่ แสดงความมงุ่ หมาย (Purpose)
4. เชื่อมความเพอื่ แสดงผลตามหลัง (Result)
5. เช่ือมความเพอื่ แสดงการคาดคะเน เง่ือนไง หรือสมมติ (Condition)
6. เชอื่ มความเพือ่ เช่ือมความยอมรบั หรือแตกต่างกนั (Concession)
7. เชอื่ มความเพอ่ื แสดงการเปรยี บเทยี บ (Comparison)
8. เชอ่ื มความแสดงขนาดหรืออาการ (Exten หรือ Manner)
9. เพอื่ แสดงความซ้อนใจความที่อยู่ข้างหลัง (Apposition)
หลักการใช้
7. เช่ือมความเพ่ือแสดงการเปรียบเทียบ (Comparison) เป็นการอธิบายเปรียบเทียบความต่าง
ระหว่างการกระทา/เหตุการณ์ใน adverb clause กับประโยคใจความหลัก คาที่ใช้ เช่น as … as (เท่ากับ),
not as … as (ไมเ่ ทา่ กับ), -er/more … than (มากกวา่ ), -er/less … than (นอ้ ยกว่า) เป็นตน้
- There’s plenty of food, so please eat as much as you like.
มอี าหารมากมาย ดังน้ันโปรดรับประทานเท่าที่คุณต้องการ
- Jane isn’t as old as she looks.
เจนยงั ดไู ม่ไดแ้ กเ่ ทา่ ที่ควร
- The government has taken this current crisis more seriously than ever.
รัฐบาลได้ดาเนินวกิ ฤตการณใ์ นปัจจบุ นั นอ้ี ย่างจรงิ จงั มากขน้ึ กว่าเดิม
- I have fewer friends here than in my own country because I have less time to socialize (here
than in my own country). ฉันมีเพ่ือนท่ีอยู่ที่น่ีน้อยกว่าในประเทศของฉันเพราะฉันมีเวลาที่จะไปพบปะ
สังสรรคน์ อ้ ยลง (ท่ีนีม่ ากกวา่ ในประเทศของฉนั )
148
8. เชื่อมความแสดงขนาดหรืออาการ (Exten หรือ Manner) เป็นการอธิบายลักษณะอาการหรือ
เพิ่มเติมข้อมูลเก่ียวกับลักษณะการกระทาในประโยคใจความหลัก คาสันธานท่ีใช้ เช่น as (ตามท่ี), in a/the
way that (แบบ/ตามวิธีการแบบ), like (เหมือนกับ), unlike (ไม่เหมือนกับ), as if/as though (ราวกับว่า)
เปน็ ต้น
- Please submit the report by January 16 as I requested earlier.
กรณุ าสง่ รายงานภายในวนั ท่ี 16 มกราคม ตามทฉี่ ันขอไปกอ่ นหน้าน้ี
- He handled the situation in the way that I like.
เขารบั มือกับสถานการณใ์ นแบบทฉี่ ันชอบ
- It looks as if it will rain tonight.
ดเู หมือนว่าคืนนี้ฝนจะตก
- Mary acted as though she saw a ghost.
แมร่ีทาราวกับวา่ เธอเห็นผี
so far as “เท่าที่” ใชก้ ับประโยคเปรยี บเทยี บออ่ น ไมเ่ กี่ยวกบั ระยะทาง แตเ่ ก่ียวกับขั้นหรือระดบั
- Your plan is a good one, so far as I can see. โครงการของคณุ ใช้ไดเ้ ท่าทผี่ มทราบ
- My house is not located so far as you think. บ้านผมตัง้ อยู่ไม่ไกล เหมือนทค่ี ณุ คิด
so + adjective/adverb + that ใช้ในความหมายวา่ …มากจนกระทั่ง… ตัวอยา่ งเชน่
- She is so ill that she has to stay in bed.
เธอป่วยมากจนตอ้ งนอนอยกู่ ับเตียง
- He writes so badly that we can’t read his handwriting.
เขาเขยี นหนังสอื แย่ขนาดวา่ เราอ่านลายมือของเขาไม่ออก
- I was so tired that I fell asleep in the armchair.
ฉนั เหนอ่ื ยมากจนฉนั หลบั ไปในเก้าอีน้ วม
9. เพ่อื แสดงความซ้อนใจความท่ีอยู่ข้างหลัง (Apposition) หรือ แสดงสถานท่ี (place) เป็นการ
อธิบายขยายความการกระทา/เหตุการณ์ในประโยคใจความหลัก เพ่ือให้ทราบว่าเกิดข้ึนท่ีใด คาสันธานที่ใช้
เช่น where (ท่ที ่)ี , wherever (ทีใ่ ดก็ตามที)่ , that (ท)ี่ เป็นต้น
- Put this document where it belongs. วางเอกสารนไ้ี ว้ในท่ีท่ีเป็นของมัน
- We will accompany you wherever you go. เราจะไปกับคณุ ทกุ ท่ีที่คณุ ไป
- He made a promise that he would return soon. เขาให้สัญญาวา่ เขาจะกลบั มาเรว็ ๆ น้ี
- It is true that he becomes rich. เป็นความจรงิ ท่ีว่าเขารา่ รวย
149
ขัน้ ฝึก (Practice)
3. ครูให้นักเรียนจับคู่ทาใบกิจกรรมที่ 1 Circle the subordinating conjunction in the sentences
below. โดยใหน้ กั เรยี นวงกลมคาสันธานในประโยคด้านลา่ ง
Task 1 Circle the subordinating conjunction in the sentences below.
1. Jane isn’t as old as she looks.
2. Please submit the report by January 16 as I requested earlier.
3. I have fewer friends here than in my own country because I have less time to
socialize (here than in my own country).
4. I even go so far as to reveal she reminds me of myself.
5. Mary acted as though she saw a ghost.
6. He handled the situation in the way that I like.
7. It looks as if it will rain tonight.
8. So far as is known, she remained unscathed by them.
9. Like every other student, Ladda had difficulty with tenses.
10. He is so dishonest that no one trusts him.
ขนั้ น้าไปใช้ (Production)
4. ครูใหน้ ักเรยี นจบั คู่ ทาใบกิจกรรมที่ 2 Choose the most meaningful option. ใหน้ ักเรยี นเลือกตวั เลือก
ทม่ี คี วามหมายทเ่ี หมาะสมท่สี ดุ พรอ้ มออกมาเขยี นประโยคหน้าช้นั เรียน
Task 2 Choose the most meaningful option
As long as (x2) as much as
so that more………than so far as
1. I'm staying out as long as the weather stays good.
2. There’s plenty of food, so please eat as much as you like.
3. This is not true so far as I can find out.
4. He stepped aside so far as he might go in easily.
5. As long as they come in time, they will catch the 6 a.m. train.
6. The government has taken this current crisis more seriously than ever.
150
ขั้นสรปุ (Wrap up)
5. ครสู รปุ บทเรียนและทบทวนคาศพั ท์อีกครง้ั โดยใหน้ กั เรยี นแตง่ ประโยค และใชค้ าสันธาน Comparison,
Manner, Apposition หรือคาท่มี ีความหมายคล้าย Comparison, Manner, Apposition มาเชื่อมประโยคคู่
ละ 4 ประโยค โดยหา้ มใช้คาสันธานซา้ พรอ้ มออกมานาเสนอหน้าชนั้ เรยี น
สือ่ การเรียนรู้
24. Power Point เรื่อง Me “Comparison, Manner, Apposition”
25. ใบกจิ กรรมท1่ี Circle the subordinating conjunction in the sentences below.
(ให้นักเรียนวงกลมคาสันธานในประโยคด้านล่าง)
26. ใบกจิ กรรมท่ี 2 Choose the most meaningful option.
(ใหน้ กั เรยี นเลือกตวั เลอื กทีม่ คี วามหมายที่เหมาะสมทีส่ ดุ )
การวัดผลประเมินผล วิธกี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์การวัด
การสังเกตจากการทาใบ - ใบกจิ กรรม
สงิ่ ท่ีวัด กจิ กรรม นักเรียนผา่ นเกณฑ์
ระดบั ดี ขน้ึ ไป
1. นักเรียนมสี ามารถบอก การสังเกตจากการทาใบ คะแนนตั้งแต่ 13-16
ความหมายของคาศัพท์ กจิ กรรม
เกย่ี วกบั คาสนั ธานไดอ้ ยา่ ง - แบบประเมนิ ทักษะ นกั เรียนผ่านเกณฑ์
ถูกต้อง - สังเกตจากการให้ความ
ร่วมมอื ในการเรยี น ดา้ นการเขยี น ระดับ ดี ขึ้นไป
2. นกั เรียนสามารถเขียน
เชอื่ มประโยคและให้ - สังเกตจากการให้ความ - ใบกจิ กรรม คะแนนต้ังแต่ 13-16
เหตุผลโดยใชค้ าสันธานได้ ร่วมมือในการเรยี น
อยา่ งถูกต้อง - สังเกตจากการทางานที่ - แบบประเมนิ ทักษะดา้ น นกั เรียนผ่านเกณฑ์
ได้รบั มอบหมาย
3. นักเรยี นสามารถอา่ น การอา่ น ระดับ ดี ขึ้นไป
ออกเสียงประโยคจากการ
ใช้คาสนั ธานไดอ้ ย่าง - ใบกจิ กรรม คะแนนตั้งแต่ 13-16
ถกู ต้อง
แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรยี นผ่านเกณฑ์
4. นักเรยี นมคี วาม คณุ ลกั ษณะองั พึง ขน้ึ ไป คะแนนตง้ั แต่
รับผดิ ชอบต่อการทางาน ประสงค์ 6-10
151
เกณฑ์การประเมิน
นักเรยี นทีม่ ีคะแนน 17 - 20 อยู่ในระดบั ดมี าก
นกั เรียนที่มีคะแนน 13 - 16 อยู่ในระดบั ดี
นักเรียนทมี่ ีคะแนน 9 - 12 อยู่ในระดบั ปานกลาง
นกั เรียนท่มี ีคะแนน 5 - 8 อยใู่ นระดับ พอใช้
นักเรยี นทม่ี ีคะแนน 0 - 4 อยใู่ นระดบั ควรปรบั ปรุงแก้ไข
เกณฑ์การประเมนิ 152
เครือ่ งมือและเกณฑ์การประเมนิ ทักษะทางภาษา รวมคะแนน
20
10. การเขยี น
แบบบันทึกการประเมนิ การเขยี น
ประเด็น/คะแนน
การใช้ภาษา เนือ้ หา ความถูกตอ้ ง
เลขท่ี ชือ่ – สกลุ 88 4
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
ลงชอื่ .........................................................ผู้ประเมิน
(................................................................)
วนั ท่ี..........เดอื น.................................พ.ศ. .................
153
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการเขียน
ประรคะเะดดแับ็นนน 4 เกณฑก์ ารให้คะแนน น้าหนัก/ คะแนน
32 1 ความสา้ คญั รวม
ประเดน็
การประเมิน
การใช้ การสะกด การสะกด สะกดคาผดิ มาก สะกดคาผิดมาก 3 8
ภาษา คาศพั ท์ถกู ตอ้ ง คาศพั ทผ์ ิด แตพ่ อเดา เขียนรปู ประโยค
เล็กน้อย พอเดา
การเลอื กใชค้ า ความหมายได้ ความหมายไดร้ ปู ไม่
ตรงกบั เนือ้ หา เขยี นรปู ประโยค ประโยคผดิ พลาด ถูกต้อง ไมม่ ี
ประโยคถกู ต้อง เครือ่ งหมายวรรค
มเี ครือ่ งหมาย ผดิ มาก
วรรคตอนท่ี หลักไวยากรณ์ เครือ่ งหมาย ตอน
วรรคตอนไม่
ถกู ต้อง เล็กน้อย ครบหรอื ไม่
เครื่องหมาย
วรรคตอนผดิ ถูกตอ้ ง
เลก็ น้อย
เนื้อหา มีรายลพเอยี ด รายละเอียดของ มรี ายละเอียดของ มรี ายละเอยี ดของ
เน้อื หาตรงกับ เนอื้ หามาก เนอ้ื หานอ้ ย เนอ้ื หานอ้ ยมาก 2 8
1 4
ลกั ษณะที่กาหนด ครอบคลมุ ทัง้ หมด
มาท่ีสุด
ความ เขยี นประโยคบท เขียนประโยคบท เขยี นประโยคบท เขียนประโยคบท
ถูกตอ้ ง สนทนาถูกตอ้ ง สนทนาถกู ตอ้ ง สนทนาถูกต้องตาม สนทนาถูกตอ้ ง
ตามตวั อยา่ ง ตามตวั อย่างปาน ตัวอย่างได้น้อย ตามตัวอยา่ งได้
กลาง น้อยมาก
รวม 5 20
154
11. การอ่าน เกณฑ์การประเมิน
เคร่ืองมือและเกณฑก์ ารประเมินทกั ษะทางภาษา
แบบบันทึกการประเมินการอา่ น
ประเด็น/คะแนน ความเข้าใจ การจับ การรคู้ วามหมาย รวมคะแนน
8 ใจความ 4 20
เลขที่ ชอ่ื – สกุล ส้าคัญ
1 8
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
ลงชอื่ .........................................................ผปู้ ระเมิน
(................................................................)
วันที่..........เดอื น.................................พ.ศ. .................
155
เกณฑ์การให้คะแนนการอ่าน
ระดับ 4 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน น้าหนัก/ คะแนน
32 1 ความส้าคัญ รวม
คะแนน
ประเด็น
การประเมิน
ความเขา้ ใจ ตอบคาถาม ตอบคาถาม ตอบคาถาม ตอบคาถาม
หลงั จากที่อ่านได้ หลงั จากทอี่ า่ นได้ หลังจากที่อ่านได้ หลงั จากท่อี ่านได้ 2 8
ท้งั หมด เกอื บท้ังหมด เลก็ นอ้ ย นอ้ ยมาก
การจับ จับใจความ จบั ใจความ จับใจความ จับใจความ
ใจความ สาคญั ของ สาคัญของ สาคญั ของ สาคัญของ 28
สาคญั เน้อื หาได้ เนอื้ หาไดเ้ กือบ เนอ้ื หาได้ เน้อื หาได้
ทั้งหมด ทง้ั หมด เล็กน้อย น้อยมาก
การรู้ เม่อื อา่ นพบ เม่ืออ่านพบ เมือ่ อา่ นพบ เม่อื อา่ นพบ 1 4
ความหมาย คาศัพทใ์ หม่ คาศัพทใ์ หม่ คาศพั ทใ์ หม่ คาศัพทใ์ หม่
คาศพั ท์ สามารถเดา สามารถเดา สามารถเดา สามารถเดา
ความหมาย ความหมาย ความหมาย ความหมาย
คาศัพทจ์ าก คาศพั ท์จาก คาศพั ท์จาก คาศพั ทจ์ าก
บริบทได้ บรบิ ทไดเ้ กือบ บริบทไดเ้ ลก็ น้อย บรบิ ทได้นอ้ ย
ท้ังหมด ท้ังหมด มาก
รวม 5 20
156
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรียน เพื่อการประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
นักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
คา้ ชี้แจง การบนั ทกึ ให้กาเคร่ืองหมาย √ ลงในชอ่ งทต่ี รงกับพฤติกรรมที่เกิดขน้ึ จริง
1. ใฝเ่ รียนรู้ พฤติกรรม ระดับการปฏบิ ัติ
ท่ี
เป็น บางครง้ั นอ้ ย ไมท่ าเลย/ไม่
ประจา ครั้ง ชดั เจน (0)
(2)
(3) (1)
1 ต้งั ใจเอาใจใสแ่ ละมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้
2 สนใจเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรูต้ า่ ง ๆ
3 ศกึ ษาค้นคว้าหาความรจู้ ากหนังสอื เอกสาร
ส่งิ พิมพ์ สื่อเทคโนโลยตี า่ ง ๆ แหลง่ เรยี นรู้ทง้ั ภายใน
และภายนอกโรงเรียน และเลือกใชส้ ่ือได้อย่าง
เหมาะสม
4 สามารถบันทึกสรุปความรู้ วิเคราะห์ ข้อมลู จากสิ่งท่ี
เรียนรู้สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้
5 แลกเปลย่ี นเรียนรู้ ดว้ ย วธิ ีการต่าง ๆและ นาไปใช้ใน
ชวี ิตประจาวัน
รวมคะแนน/ระดบั คณุ ภาพ
ผปู้ ระเมนิ ……. ครู …….. พอ่ แม่/ผ้ปู กครอง ……… ตนเอง ………. เพื่อน
ลงชอ่ื ……………………………… ผู้ประเมนิ
()
157
เกณฑ์การประเมนิ
ระดบั เกณฑก์ ารตดั สิน
คณุ ภาพ
ดีเยีย่ ม ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 13-15 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหนึ่งตา่
กว่า 2 คะแนน
ดี ได้คะแนนรวมระหว่าง 9-12 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนึง่ ตา่
กวา่ 0 คะแนน
ผ่าน ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 5-8 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนึง่ ตา่
กว่า 0 คะแนน
ไม่ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 0-4 คะแนน
158
แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน เพอ่ื การประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
นกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
คา้ ชแี้ จง การบนั ทกึ ให้กาเครื่องหมาย √ ลงในชอ่ งท่ตี รงกับพฤติกรรมทเ่ี กดิ ขึ้นจรงิ
2 . มุ่งมน่ั ในการทางาน
ระดับการปฏบิ ตั ิ
ท่ี พฤติกรรม เป็นประจา บางครงั้ น้อยครง้ั ไม่ทาเลย/ ไม่
(3) (2) (1) ชดั เจน (0)
1 มีความรับผดิ ชอบในหน้าที่การงาน
2 ตง้ั ใจและเอาใจใสต่ ่อการปฏบิ ตั ิหน้าท่ีท่ี
ไดร้ ับมอบหมาย
3 ทางานดว้ ยความเพียรพยายาม
4 รู้จกั แก้ปญั หาในการทางานเมื่อมี
อปุ สรรค
5 อดทนเพ่ือใหง้ านสาเรจ็ ตามเปา้ หมาย
6 ปรบั ปรุงและพัฒนาการทางานให้ดขี ้นึ
ดว้ ยตนเอง
7 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรค
เพื่อให้งานสาเรจ็
รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ
ผปู้ ระเมิน …….. ครู …….. พอ่ แม่/ผู้ปกครอง ……… ตนเอง ………. เพื่อน
ลงชื่อ …………………………………. ผู้ประเมิน
()
159
เกณฑ์การประเมนิ
ระดบั เกณฑก์ ารตัดสิน
คณุ ภาพ
ดีเยีย่ ม ได้คะแนนรวมระหว่าง 15-18 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนง่ึ ต่า
กวา่ 2 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 11-14 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนึง่ ต่า
กวา่ 0 คะแนน
ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง 6-10 คะแนน และไมม่ ผี ลการประเมินข้อใดข้อหน่ึงต่า
กวา่ 0 คะแนน
ไม่ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 0-5 คะแนน
3.ภาระงาน/ช้นิ งาน 160
แบบบนั ทึกการประเมินคณุ ภาพช้ินงาน/ภาระงาน รวมคะแนน
20
ความสมบรู ณ์ ความคดิ สร้างสรรค์
เลขท่ี ของชน้ิ งาน 8
12
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
ลงช่อื …………………………. ผู้ประเมิน
( ……………………………………….. )
วนั ท่ี ………. เดือน………….. พ.ศ. ………..
161
ระดับ เกณฑ์การใหค้ ะแนนคุณภาพชน้ิ งาน / ภาระงาน น้าหนกั / คะแนน
ประเด็นคะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน ความสา้ คญั รวม
ประเดน็
4 3 21
การประเมิน
ความสมบรู ณ์ ชิ้นงานมีราย ชิน้ งานมรี าย ช้นิ งานมรี าย ชน้ิ งานมีราย 3 12
ของ ละเอียดครอบ ละเอยี ดครอบ ละเอยี ดครอบ ละเอียดครอบ
ชิ้นงาน คลมุ วงคาศัพท์ คลมุ วงคาศพั ท์ คลุมวงคาศัพท์ คลุมวงคาศพั ท์ 2 8
ทีเ่ รียนสมบรู ณ์ ทเ่ี รยี นเป็น ทเ่ี รียนน้อย 5 20
ความคดิ ท่ีเรยี นพอ
สร้างสรรค์ เปน็ ชิน้ งาน สว่ นใหญ่ สมควร
ท่แี ปลกใหม่
คิดข้นึ เอง เป็นช้นิ งาน เปน็ ช้นิ งาน เปน็ ช้ินงานที่
ไมเ่ หมือน ท่แี ปลกใหม่ ทปี่ รบั ปรงุ เหมือนกับ
ตวั อยา่ ง แต่มบี างสว่ น ดัดแปลง ตัวอยา่ ง
คลา้ ยกับ เลก็ นอ้ ยจาก
ตัวอย่าง ตัวอยา่ ง
รวม
บันทึกผลหลังการสอน
- ผลหลังการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
-ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
-ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ …………………………………….. ผปู้ ระเมิน
()
วันที่ …… เดอื น………. พ.ศ. ……….
161262
163
116644
116655
116666
167
แผนการจัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 The Easy Conjunctions Style by You
เรื่อง Did you know Error in Conjunctions? ภาคเรียนที่ 2 เวลา 1 ช่ัวโมง
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 น้าหนกั คะแนน 20 คะแนน
มาตรฐานการเรียนรู้
ต 1.1 ต 2.2 ต 3.1 ต 4.2
ตัวชีว้ ัด
ต 1.1 ม.3/1 ปฏิบัติตามคาขอรอ้ ง คาแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายทฟ่ี งั และอา่ น
ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด
ตา่ ง ๆ และการลาดับตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศ
ต 3.1 ม.3/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่ง
เรียนรู้ และนาเสนอด้วยการพูดและการเขยี น
ต 4.2 ม.3/1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวมและสรุปความรู้/ข้อมูลต่าง ๆ จาก
สื่อและแหล่งการเรียนรู้ตา่ ง ๆ ในการศกึ ษาและประกอบอาชีพ
สาระสา้ คัญ
การใช้ภาษาเพื่อการส่ือสาร เป็นการใช้ภาษาในชีวิตประจาวัน นักเรียนจาเป็นต้องฟัง พูด อ่านและ
เขียนอย่างเข้าใจเป็นการสอนทักษะทางภาษาด้วยวิธีการท่ีเข้าใจง่าย เหมาะสมกับวัยและความสามารถของ
ผู้เรียนในการส่ือสารกับเจ้าของภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเรียนรู้ โครงสร้างประโยค รูปย่อต่าง ๆ
เพอ่ื ใหส้ ามารถใช้ภาษาในการส่ือสารได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นักเรียนมีสามารถบอกความหมายเกย่ี วกบั คาสันธานไดอ้ ย่างถูกต้อง (K)
2. นกั เรียนสามารถเขยี นเชื่อมประโยคและให้เหตผุ ลโดยใช้คาสันธานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง (P)
3. นักเรยี นสามารถอา่ นออกเสียงประโยคจากการใชค้ าสันธานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง (P)
4. นักเรียนมีความรบั ผิดชอบตอ่ การทางาน (A)
สาระการเรียนรู้/เนอ้ื หา
Function: Structure of Subordinating Conjunction “Subordinating and Coordinate
Conjunction”
Structure: S + V + SC + S + V or SC + S + V, S + V
168
Vocabulary: so that, in order to, in order that, but that, inasmuch as, till, until,
in case, because, because of
สมรรถนะสา้ คญั
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1.ใฝ่เรียนรู้
2.ม่งุ มน่ั ในการทางาน
ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
- ใบกจิ กรรมท่ี 1 Choose the best answer for each of the following sentences.
ให้นักเรยี นเลือกคาตอบท่ีถกู ตอ้ งท่ีสดุ
- ใบกิจกรรมท่ี 2 Combine the following simple sentences to form a complex sentence.
Use the list of subordinate conjunctions in the box below to help you
ให้นักเรียนรวมประโยคง่าย ๆ ต่อไปน้ีเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประโยค complex sentence โดยใช้
คาสันธานในกลอ่ งด้านล่าง
- ใบกิจกรรมท่ี 3 Circle the subordinating conjunction in the sentences below and write
the meaning. ให้นกั เรียนวงกลมคาเชอ่ื มในประโยคด้านลา่ งและเขียนความหมาย
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ น้า (Warm up)
1. ครูให้นักเรียนร่วมกันตอบคาถามโดยเติมคาศัพท์ประโยคที่ครูกาหนดให้สมบูรณ์ เพ่ือครูจะได้ทบทวนและ
ขึ้นหัวข้อเรื่องท่ีจะนาเสนอในหน่วยเรียนเร่ือง Did you know Error in Conjunctions? ดังน้ี ผ่าน Vonder
Go Application
1. He likes you …………. I like you. (as much as)
2. Please select a ……………………. b to answer the questions. (or)
3. She is more diligent ………………. I am. (than)
4. I like cartoon, …………………… my brother likes scary movie. (but)
5. They like to play basketball, football, ……………………… table tennis. (and)
169
ขนั้ น้าเสนอ (Presentation)
2. ครูสอนนักเรียนถงึ หลกั การใช้และคาสันธานทีน่ กั เรียนมักจะเข้าใจผิดมาเชื่อมในประโยคตา่ ง ๆ ดังนี้
Error in Conjunctions คา้ เช่ือมที่มกั จะใช้ผิดเสมอ
มี Conjunctions อยู่บางตัว ซึ่งมักจะพบเหน็ นักเรยี นนกั ศึกษาใชผ้ ิดพลาดอยเู่ สมอ ขอให้สงั เกตวิธใี ช้ให้ดีเพ่ือ
ความไม่ผดิ พลาดอีกในโอกาสตอ่ ไป เช่น :-
So that, so…….that, such…….that, (such a……..that), in order to, so as to, in order that,
lest, as long as, so long as, if, unless, but that, inasmuch as, or else, till และ until,
provided (Providing), supposing, since, as soon as, in case, because กบั because of,
the same…….as, either of, neither of, no sooner…….than, not so………as
So that : (เพือ่ วา่ , เผื่อวา่ ) ตามดว้ ยประโยค (Clause) เสมอ กรยิ าของประโยคทตี่ ามหลงั so that จะต้อง
อย่ใู นรูป may หรือ might หรอื should + verb ชอ่ ง 1 เชน่ :-
I stepped aside so that she might go in. ผมกา้ วไปข้าง ๆ เพอื่ วา่ หล่อนจะไดเ้ ข้าไปขา้ งในได้
We eat so that we may live. เรากินเผ่ือว่าเราจะมีชีวิตอยู่
He gave up smoking so that he should get better.
เขาเลิกสูบ (บหุ รี่) เพื่อว่าเขาจะได้มอี าการดขี ึ้น
ถา้ ต้องการทจ่ี ะเปล่ียนประโยค Complex Sentence ท่มี ี so that มาเช่อื มไปเป็น Simple
Sentence ก็สามารถทาได้โดยใช้ in order to หรอื so as to + กริยาช่องท่ี 1 ได้แก่ เชน่ :-
He gave up smoking in order to (หรอื so as to) get better.
เขาเลกิ บุหร่กี ็เพ่ือให้อาการ (ของเขา) ดขี นึ้
So……..that : (เสีย…….จนกระท่ัง) คาท่ีอยรู่ ะหวา่ so…….that ได้แก่ Adjective (คณุ ศัพท์) หรอื Adverb
(กรยิ าวิเศษณ์) เทา่ นัน้ แตบ่ างคร้ังหลัง Adjective จะมนี ามมาร่วมด้วยก็ได้ มโี ครงสร้าง (Structure) ดังนี้ :-
Adverb
so + Adjective + that เชน่
Adj. + Noun
Wichai runs so fast that cannot overtake him. วชิ ยั วง่ิ เรว็ เสยี จนกระท่ังฉันตามไม่ทัน
Such…….that : (เสีย………จน) คาท่ีอยู่ระหวา่ such…….that ได้แก่ นาม โดยมี Adjective มาขยายอยู่
ขา้ งหนา้ มีโครงสร้าง (structure) ดงั น้ี :-
(แบบ A) such a + Adjective + นามเอกพจนน์ ับได้ + that
เช่น He is such a good boy that everyone likes him. เขาเป็นเด็กดเี สียจนทุกคน ๆ ชอบเขา
170
(แบบ B) such + Adjective + นามพหูพจน์ + that
Adjective + นามนบั ไม่ได้
เชน่ They are such heavy boxes that I can hardly lift them up.
มนั เป็นกลอ่ งท่หี นักเสียจนผมแทบจะยกไม่ขน้ึ
Note: such a + Adjective + นามเอกพจน์นับได้ ในแบบ A น้นั จะใช้ so…..that มาแทนก็ได้ แตต่ อ้ ง
เขียนโครงสรา้ งใหมค่ อื ให้ a มาอยู่ชดิ กบั นามเอกพจนท์ ่นี ับได้ เปน็ ดังน้ี
so + adjective + a + นามเอกพจน์นับได้ + that
เชน่ He is so good a boy that I like him. เขาเป็นเด็กดเี สยี จนผมชอบเขา
(He is such a good boy that I like him.)
in order to : (เพ่อื ทจี่ ะ) ตามด้วย Infinitive (กริยาชิ่งท่ี 1) ทั้งนีเ้ พ่อื เชื่อมเนื้อความ 2 ประโยค ให้เปน็ หน่ึง
ประโยค เชน่ :-
I came here in order to drink coffee. ฉันมาทนี่ ีเ่ พื่อทจี่ ะดืม่ กาแฟ
(I came here. I drink coffee.)
so as to : (เพือ่ ทีจ่ ะ) มวี ธิ ีใช้เชน่ เดียวกับ in order to ทุกประการ และตามด้วย Infinitive ดว้ ยเช่นกัน :-
I shall go on working late tonight so as to be free tomorrow.
(I shall go on working late tonight. I shall be free tomorrow.)
ฉนั จะทางานต่อไปจนถึงดึกเพ่ือทีจ่ ะว่าง (ไมต่ อ้ งทางาน) ในวันพรงุ่ น้ี
in order that : (เพ่ือว่า) In order that ต่างจาก In order to ตรงทวี่ า่ In order to ตามดว้ ย infinitive
(กรยิ าชอ่ งท่ี 1) ส่วน In order that ตามด้วยประโยค (Clause) ตลอด เชน่ :-
Children go to in order that they may learn things.
(Children go to in order to learn things.)
เดก็ ๆ ไปโรงเรียนเพอื่ วา่ พวกเขาจะได้เรยี นรสู้ ่ิงตา่ ง ๆ
lest: (มีความหมายเท่ากับ so that……not แปลว่า “เพือ่ จะได้ไม่”) ประโยคที่ตามหลงั lest ต้องใช้ should
(แทน may, might) ตลอด และใชไ้ ดก้ ับทุกบรุ ุษอีกด้วย เช่น :-
He worked harder lest he should (might) fail.
เขาทางานหนักข้นึ เพ่ือจะไดไ้ ม่ประสบความล้มเหลว
as long as, so long as : (เมอ่ื , ถ้า) คาสันธานคู่ (Correlative Conjunction) ตวั น้ี นยิ มวางไว้ต้นประโยค
มากกว่ากลางประโยค และเม่ือจบประโยคข้างหน้าต้องใส่เคร่อื งหมาย comma (,) ทันที เช่น :-
As (so) long as you come here in time, you will see her.
ถา้ คุณมาท่นี ี่ทันเวลา คุณจะพบเธอแน่
171
If : (ถา้ ,หาก) คานีเ้ ม่ือเชื่อมประโยคจะวางไว้ต้นหรือกลางประโยคทั้งสองได้ ถา้ วางไวต้ ้นประโยคเม่ือจบ
ประโยคท่อนแรกให้ใส่ comma (,) เช่น :-
If the weather holds well, we shall stay another week.
ถา้ อากาศยังดีอยู่ เราจะพักอย่ตู ่ออีกหน่ึงสัปดาห์
Note: แต่ถ้าว่าง if ไว้กลางประโยคท้ังสอง ไม่ตอ้ งใส่ comma (,) เชน่ :-
We shall stay here another week if the weather holds well.
unless : (ถา้ …..ไม,่ เว้นเสียแต่วา่ …….ไม)่ มคี วามหมายเท่ากับ if…..not เม่ือนามาเชื่อมจะวางไว้ต้นหรอื
กลางประโยคก็ได้ เชน่ :-
We shall go unless it rains. พวกเราจะไป ถ้าฝนไม่ตก
หรอื Unless it rains, we shall go. ถา้ ฝนไมต่ ก พวกเราจะไป
(= We shall go if it does not rain.)
Note : ระวงั อยา่ ใช้ not ในประโยคทต่ี ามหลัง unless เพราะ unless มีความหมายเปน็ ปฏิเสธ
(negative) อยูใ่ นตัวแล้ว เชน่ :-
ผิด : Unless he does not study harder, he will fail in the exam.
ถูก : Unless he studies harder, he will fail the exam.
ถ้าเขาไม่ได้เรียนอย่างหนกั เขาจะสอบตก
but that : (“ถา้ …..ไม”่ มีความหมายเทา่ กับ if….not) เม่อื นามาเช่อื มความ จะวางไว้ตน้ หรือกลางประโยคก็
ได้ และอย่าใช้ not ในประโยคที่ตามหลัง but that เพราะ but that มคี วามหมายเปน็ ปฏิเสธอยู่แล้ว เชน่ :-
She would have fallen but that I caught her. เธอคงจะตกลงไปแล้ว ถ้าฉันไมไ่ ด้จับเธอเอาไว้
But that he is in debt, he would enter priesthood. ถา้ เขาไม่เปน็ หน้ี เขาก็คงบวช
Note : “but for + นาม” แปลวา่ “ถา้ ….ไม่” เหมอื นกับ but that ต่างกนั แตว่ ่าหลัง but that เปน็
ประโยค ส่วนหลัง but for เป็นนาม เชน่ :-
But for my help, he should have failed last year.
ถา้ ฉันไมช่ ว่ ย เขาก็คงสอบตกไปแล้วปกี ลายนี้
(= But that I helped him, he should have failed last year.)
Inasmuch as : (เพราะ, ด้วยเหตุท่ี) มคี วามหมายเทา่ กับ because จะวางไวต้ ้นหรอื ประโยคทง้ั สองที่ไป
เชื่อมก็ได้ เชน่ :-
He yielded to the invader, inasmuch as his army was thoroughly defeated.
เขายอมแพ้ต่อผู้มารุกราน (ข้าศกึ ) เพราะกองทัพของเขาถกู ตอี ยา่ งพ่ายแพ้ไป
172
Or และ or else : or แปลว่า “หรือ” ใช้เชอ่ื มคา (word), วลี (phrases), ประโยค (clauses) ที่แสดงการ
เลือกอย่างใดอย่างหน่ึง เช่น :-
เช่อื มคา = Is it sweet or sour? เปร้ยี วหรือหวาน?
เชอ่ื มวลี = Is he at home or in the office? เขาอยู่บ้านหรือวา่ ไปทางาน
เช่อื มประโยค = You look after the house or go to work?
คุณเฝา้ บา้ นหรอื มิฉะน้นั ก็ไปทางาน (เลือกเอา)
ส่วน or else : (หรอื มิฉะนัน้ ) มีความหมายเท่ากับ otherwise นิยมใชเ้ ชอื่ มประโยค (Clause) มากกว่าคา
หรอื วลี เชน่ :-
I must clean it, or else it will be rusty. ฉันตอ้ งทาความสะอาด มิฉะนน้ั มนั จะข้นึ สนมิ
till และ until : (จนกระท่ัง, จนกวา่ ) มีวธิ ใี ชด้ งั น้ี :-
until มกั ใชก้ ับประโยค (Clause) ทีไ่ ปน้าหน้าอกี ประโยคหน่ึง คอื วางไว้ต้นประโยคใช้ until
(มากกว่า till) เชน่ :-
Until you told me, I had known nothing about him.
ฉนั ไมเ่ คยรอู้ ะไรเก่ยี วกับเขาเลย จนกระทัง่ คณุ บอกฉัน
till นิยมวางไวก้ ลางประโยคเสียมากกว่า (แตจ่ ะใช้ until ก็ได้) เชน่ :-
He had never written to me till (until) he returned.
เขาไม่เคยเขียนจดหมายหาฉันเลย จนกระท่งั เขากลบั มา
provided และ providing : (ถา้ หากว่า) คาท้ังสองกเ็ ป็นสันธานอันหนึ่ง มหี นา้ ที่เช่อื มประโยคเหมือน
สันธานทัว่ ๆ ไป แตเ่ วลานามาใช้ provided จะตามด้วย that เสมอ ส่วน providing ไมต่ ้องมี that เช่น :-
We shall go provided that it does not rain. พวกเราจะไปถ้าหากว่าฝนไมต่ ก
Amy will go providing her friend can go together. เอม่ีจะไปถา้ หากวา่ เพือ่ นของกไ็ ปดว้ ยกันได้
supposing : (ถา้ , สมมตุ วิ า่ ) คานี้นิยมไวต้ ้นของประโยคหน้า หรอื ใชก้ ับ Clause หน้า เชน่ :-
Supposing you win the government lottery, what do you buy?
สมมุติวา่ คณุ ถูกสลากกนิ แบ่งรัฐบาล คุณจะซื้ออะไรบ้าง?
since : (ตั้งแต่, เพราะว่า, เนอื่ งจากว่า) มีหลักการใช้เชื่อมดังนี้
- ถ้าแปลว่า “ต้ังแต่” ใชเ้ ชอ่ื มระหวา่ งประโยค Present Perfect หรอื Present Simple กับ
Past Simple เชน่ :-
He has worked hard since his father died. เขาทางานหนกั ตงั้ แต่พอ่ ของเขาตาย
173
- ถ้าแปลวา่ “เพราะว่า. เน่อื งจากวา่ ” ใหว้ างไว้หนา้ Clause ของประโยคแรก เช่น :-
Since he doesn’t learn English, he can’t speak it.
เนือ่ งจาก (เพราะ) เขาไมไ่ ด้เรียนภาษาองั กฤษ เขาจึงพดู ไม่ได้
as soon as : (เม่ือ = when) แตใ่ ชค้ วามหมายฉบั พลนั กวา่ when เช่น :-
I shall go back as soon as he arrives. ฉันจะกลบั ทนั ทที เ่ี ขามาถงึ
Note : จะวาง as soon as ไว้หนา้ clause แรกกไ็ ด้ แต่ต้องใส่ comma (,) เมอ่ื จบความของประโยค
แรก เชน่ :- As soon as he arrives, I will tell him. ทนั ทที ี่ (เมือ่ ) เขามาถึง ฉนั จะบอกเขาให้
in case : (ในกรณีท่ี, เพราะ) ตามด้วยประโยค (clause) วิธใี ช้กเ็ ช่นเดยี วกบั so that, for fear that คือ
จะต้องตามดว้ ย may, might, should, can, could ตวั ใดตัวหน่ึง เช่น :-
Don’t go too near the river in case you should fall in it.
อยา่ เขา้ ไปใกล้แม่น้ามากนัก เพราะอาจจะตกไปก็ได้
Note : ระวงั ! in case of + นาม (ไมใ่ ชป่ ระโยค) เชน่ :-
in case of fire, please inform the fire-brigade. ถ้าเกิดเพลิงไหม้ โปรดแจ้งกองดับเพลิง
because กับ because of : ท้ังสองคาแปลเหมือนกัน “เพราะ, เพราะว่า” แต่วิธใี ชต้ า่ งกันคือ คอื :-
because : เป็น conjunction เช่ือมประโยคแสดงเหตุผล หลงั because ตอ้ งเปน็ อนุประโยค
(Clause) เสมอ เช่น :-
Jack did not come to school because he was ill.
แจค็ ไม่ได้มาโรงเรยี นเพราเขาปว่ ย
because of : เป็น Preposition วลี หลงั because of ตอ้ งมีกรรมมารองรับ จะเป็นสรรพนาม
หรอื คา้ เสมอนามก็ได้ แต่หลัง because of จะเปน็ ประโยคไม่ได้ เชน่ :-
She failed because of him. เธอลม้ เหลวเน่อื งจากเขา (เป็นต้นเหตุ)
the same…..as : (เหมอื นกับ, เช่นเดยี วกนั กับ) ระหวา่ ง the same กับ as ใหใ้ สค่ านามเขา้ มา เชน่ :-
I have the same trouble as you (have). ฉันมีข้อยงุ่ ยากเชน่ เดยี วกันกับคณุ (มี)
Note : ถ้านามนั้นกล่าวถึงมาแล้ว หรอื ผู้พดู และผู้ฟังรู้กันดีอยแู่ ล้ววา่ หมายถงึ อะไรในส่ิงใดท่เี หมือนกนั
หลัง the same ก็ไมใ่ ส่นามเขา้ มา เชน่ :-
This book is the same as that one. หนงั สอื เลม่ นี้เหมือนกบั เล่มนนั้
either of และ neither of : มวี ธิ ใี ชด้ ังนี้ :-
either of + นามพหูพจน์ = (อยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ) ถ้าไปเป็นประธานในประโยค กริยาต้องใช้
เอกพจน์ตลอด เช่น :-
Either of you is wrong. เธอคนใดคนหนึ่งจะตอ้ งผิด
174
I don’t want either of the apples. ฉนั ไมต่ ้องการแอปเปิลผลใดผลหนึง่
Neither of + นามพหูพจน์ = (ไมท่ ง้ั สองอย่าง) ถ้าเปน็ ประธาน กรยิ าตอ้ งใชเ้ อกพจน์ เช่น :-
Neither of the books is of any use to me.
หนงั สอื ทง้ั สองเลม่ ไมม่ ีประโยชนใ์ ด ๆ แก่ฉันเลย
no sooner……..than : (พอ…..ก็) คานีเ้ ป็น conjunctive ใช้เช่ือมประโยคทงั้ สองเขา้ ด้วยกัน ประโยคที่
no sooner….than ไปเชอื่ มมักเป็นประโยค Past Perfect กบั Past Simple เช่น :-
She had no sooner heard the news than she wept aloud.
พอได้ฟังข่าว เธอก็ได้ร้องไห้โฮออกมา
not so…….as : (ไมเ่ ท่ากบั ) คานี้ก็คือ as…….as น่ันเอง แต่ใชใ้ นประโยคปฏิเสธน้นั (ส่วน as…..as ในประโยค
ยอกเล่า) เชน่ :-
บอกเล่า : He is as clever as you are. เขาฉลาดเท่ากับคุณ (ฉลาด)
ปฏเิ สธ : He is not so clever as you are. เขาไม่ฉลาดเท่าคณุ
ข้ันฝึก (Practice)
3. ครูใหน้ ักเรียนทาใบกจิ กรรมที่ 1 Choose the best answer for each of the following sentences.
ใหน้ ักเรยี นเลอื กคาตอบท่ถี กู ต้องทส่ี ดุ ผ่าน Quiz Application
Task 1 Choose the best answer for each of the following sentences
1. …………..that man says, we shall not believe him.
a. Whenever b. Whatever c. However d. Wherever
2. I gave up smoking in order…………get better.
a. that b. so c. to d. as
3. I avoid going to hospitals …………….. I hate the smell of them.
a. although b. because c. whenever d. so that
4. ……………………… 5 o’clock comes around, I’m officially on holiday.
a. As soon as b. Because c. Before d. Now that
5. ………………. the sun came out, we spent all day at the park.
a. Even if b. Although c. Before d. After
175
ขัน้ นา้ ไปใช้ (Production)
4. ครูให้นักเรียนจับคู่ ทาใบกิจกรรมที่ 2 Combine the following simple sentences to form a
complex sentence. Use the list of subordinate conjunctions in the box below to help you
ให้นักเรียนรวมประโยคง่าย ๆ ต่อไปนี้เข้าด้วยกันเพื่อสร้างประโยค complex sentence โดยใช้คาสันธานใน
กลอ่ งดา้ นล่าง
Task 2 Combine the following simple sentences to form a complex sentence. Use the
list of subordinate conjunctions in the box below to help you.
after as so that although unless
1. Don’t go in there. She tells you to.
Don’t go in there unless she tells you to.
2. Being involved in team-building activities is so important. It gives employees a sense
of belonging.
Being involved in team-building activities is so important as it gives employees a
sense of belonging
3. It was extremely hot all day. We still enjoyed the day out.
Although it rained all day, we still enjoyed the field trip.
4. Ryan will clean the freshly caught fish. We can eat them for dinner tonight.
Ryan will clean the freshly caught fish so that we can eat them for dinner tonight.
5. Gigi will go to the gym. She has finished all her chores.
Gigi will go to the gym after she finishes all her chores.
ขัน้ สรุป (Wrap up)
5. ครูให้นักเรียนจับคู่ ทาใบกิจกรรมที่ 3 Circle the subordinating conjunction in the sentences
below and write the meaning. ให้นักเรียนวงกลมคาเช่ือมในประโยคด้านล่างและเขียนความหมาย เพ่ือ
เปน็ การทบทวนความเขา้ ใจของผู้เรยี น
Task 3 Circle the subordinating conjunction in the sentences below and write the
meaning.
1. He stepped aside so that she might go in.
ผมกา้ วไปข้าง ๆ เพื่อว่าเธอจะได้เข้าไปขา้ งในได้
176
2. She drives very fast, in order that she can attend the meeting on time.
เธอขบั รถเรว็ มากเพื่อทีว่ า่ เธอจะสามารถเขา้ ประชุมได้ตรงเวลา
3. We should not use that source, inasmuch as it is badly out-of-date.
เราไม่ควรใช้แหลง่ ขอ้ มลู นัน้ เนื่องจากมันล้าสมัยมาก
4. I wrote down the name of the school in case I forgot (the school name).
ฉันจดชื่อของโรงเรียนไว้ เผอื่ ว่า ฉนั ลืม (ชือ่ โรงเรยี น)
5. Because of the rain, the tennis match was stopped.
เพราะวา่ ฝนตก การแข่งขันเทนนสิ จึงหยุดลง
ส่อื การเรียนรู้
27. Power Point เรือ่ ง Me “Comparison, Manner, Apposition”
28. Vonder Go Application
29. ใบกิจกรรมท่ี 1 Choose the best answer for each of the following sentences.
(ใหน้ ักเรียนเลอื กคาตอบที่ถกู ต้องทสี่ ดุ ผา่ น Quiz Application)
30. ใบกจิ กรรมที่ 2 Combine the following simple sentences to form a complex
sentence. Use the list of subordinate conjunctions in the box below to help you
(ให้นักเรยี นรวมประโยคง่าย ๆ ตอ่ ไปนเี้ ขา้ ด้วยกนั เพือ่ สร้างประโยค complex sentence โดยใช้
คาสนั ธานในกลอ่ งดา้ นล่าง)
31. ใ บ กิ จ ก ร ร ม ที่ 3 Circle the subordinating conjunction in the sentences below and
write the meaning. (ให้นักเรียนวงกลมคาเชอื่ มในประโยคดา้ นล่างและเขียนความหมาย)
177
การวัดผลประเมินผล วิธกี าร เครือ่ งมอื เกณฑ์การวดั
การสังเกตจากการทาใบ - ใบกิจกรรม
สิง่ ที่วดั กจิ กรรม นักเรยี นผา่ นเกณฑ์
ระดบั ดี ข้นึ ไป
1. นกั เรียนมสี ามารถบอก การสังเกตจากการทาใบ คะแนนต้ังแต่ 13-16
ความหมายของคาศัพท์ กิจกรรม
เกย่ี วกบั คาสนั ธานได้อยา่ ง - แบบประเมนิ ทกั ษะ นักเรยี นผ่านเกณฑ์
ถูกต้อง - สงั เกตจากการให้ความ
ร่วมมือในการเรียน ดา้ นการเขียน ระดับ ดี ขน้ึ ไป
2. นักเรยี นสามารถเขียน
เช่ือมประโยคและให้ - สังเกตจากการใหค้ วาม - ใบกจิ กรรม คะแนนต้ังแต่ 13-16
เหตผุ ลโดยใช้คาสันธานได้ รว่ มมอื ในการเรียน
อยา่ งถูกต้อง - สังเกตจากการทางานที่ - แบบประเมนิ ทักษะดา้ น นกั เรียนผา่ นเกณฑ์
ไดร้ บั มอบหมาย
3. นักเรียนสามารถอา่ น การอ่าน ระดบั ดี ขนึ้ ไป
ออกเสยี งประโยคจากการ
ใชค้ าสนั ธานไดอ้ ย่าง - ใบกจิ กรรม คะแนนตั้งแต่ 13-16
ถูกต้อง
แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรยี นผ่านเกณฑ์
4. นกั เรยี นมีความ คณุ ลกั ษณะองั พงึ ข้ึนไป คะแนนต้งั แต่
รบั ผดิ ชอบต่อการทางาน ประสงค์ 6-10
เกณฑ์การประเมิน
นักเรียนทีม่ ีคะแนน 17 - 20 อยใู่ นระดับ ดมี าก
นักเรียนท่ีมีคะแนน 13 - 16 อย่ใู นระดับ ดี
นกั เรยี นที่มีคะแนน 9 - 12 อยใู่ นระดับ ปานกลาง
นักเรยี นทมี่ ีคะแนน 5 - 8 อยใู่ นระดบั พอใช้
นักเรยี นที่มีคะแนน 0 - 4 อยใู่ นระดับ ควรปรบั ปรงุ แก้ไข
เกณฑ์การประเมนิ 178
เครือ่ งมือและเกณฑ์การประเมนิ ทักษะทางภาษา รวมคะแนน
20
12. การเขยี น
แบบบันทึกการประเมนิ การเขยี น
ประเด็น/คะแนน
การใช้ภาษา เนือ้ หา ความถูกตอ้ ง
เลขท่ี ชือ่ – สกลุ 88 4
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
ลงชอื่ .........................................................ผู้ประเมิน
(................................................................)
วนั ท่ี..........เดอื น.................................พ.ศ. .................
179
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการเขียน
ประรคะเะดดแับ็นนน 4 เกณฑก์ ารให้คะแนน น้าหนัก/ คะแนน
32 1 ความสา้ คญั รวม
ประเดน็
การประเมิน
การใช้ การสะกด การสะกด สะกดคาผดิ มาก สะกดคาผิดมาก 3 8
ภาษา คาศพั ท์ถกู ตอ้ ง คาศพั ทผ์ ิด แตพ่ อเดา เขียนรปู ประโยค
เล็กน้อย พอเดา
การเลอื กใชค้ า ความหมายได้ ความหมายไดร้ ปู ไม่
ตรงกบั เนือ้ หา เขยี นรปู ประโยค ประโยคผดิ พลาด ถูกต้อง ไมม่ ี
ประโยคถกู ต้อง เครือ่ งหมายวรรค
มเี ครือ่ งหมาย ผดิ มาก
วรรคตอนท่ี หลักไวยากรณ์ เครือ่ งหมาย ตอน
วรรคตอนไม่
ถกู ต้อง เล็กน้อย ครบหรอื ไม่
เครื่องหมาย
วรรคตอนผดิ ถูกตอ้ ง
เลก็ น้อย
เนื้อหา มีรายลพเอยี ด รายละเอียดของ มรี ายละเอียดของ มรี ายละเอยี ดของ
เน้อื หาตรงกับ เนอื้ หามาก เนอ้ื หานอ้ ย เนอ้ื หานอ้ ยมาก 2 8
1 4
ลกั ษณะที่กาหนด ครอบคลมุ ทัง้ หมด
มาท่ีสุด
ความ เขยี นประโยคบท เขียนประโยคบท เขยี นประโยคบท เขียนประโยคบท
ถูกตอ้ ง สนทนาถูกตอ้ ง สนทนาถกู ตอ้ ง สนทนาถูกต้องตาม สนทนาถูกตอ้ ง
ตามตวั อยา่ ง ตามตวั อย่างปาน ตัวอย่างได้น้อย ตามตัวอยา่ งได้
กลาง น้อยมาก
รวม 5 20
180
13. การอ่าน เกณฑ์การประเมิน
เคร่ืองมือและเกณฑก์ ารประเมินทกั ษะทางภาษา
แบบบันทึกการประเมินการอา่ น
ประเด็น/คะแนน ความเข้าใจ การจับ การรคู้ วามหมาย รวมคะแนน
8 ใจความ 4 20
เลขที่ ชอ่ื – สกุล ส้าคัญ
1 8
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
ลงชอื่ .........................................................ผปู้ ระเมิน
(................................................................)
วันที่..........เดอื น.................................พ.ศ. .................
181
เกณฑ์การให้คะแนนการอ่าน
ระดับ 4 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน น้าหนัก/ คะแนน
32 1 ความส้าคัญ รวม
คะแนน
ประเด็น
การประเมิน
ความเขา้ ใจ ตอบคาถาม ตอบคาถาม ตอบคาถาม ตอบคาถาม
หลงั จากที่อ่านได้ หลงั จากทอี่ า่ นได้ หลังจากที่อ่านได้ หลงั จากท่อี ่านได้ 2 8
ท้งั หมด เกอื บท้ังหมด เลก็ นอ้ ย นอ้ ยมาก
การจับ จับใจความ จบั ใจความ จับใจความ จับใจความ
ใจความ สาคญั ของ สาคัญของ สาคญั ของ สาคัญของ 28
สาคญั เน้อื หาได้ เนอื้ หาไดเ้ กือบ เนอ้ื หาได้ เน้อื หาได้
ทั้งหมด ทง้ั หมด เล็กน้อย น้อยมาก
การรู้ เม่อื อา่ นพบ เม่ืออ่านพบ เมือ่ อา่ นพบ เม่อื อา่ นพบ 1 4
ความหมาย คาศัพทใ์ หม่ คาศัพทใ์ หม่ คาศพั ทใ์ หม่ คาศัพทใ์ หม่
คาศพั ท์ สามารถเดา สามารถเดา สามารถเดา สามารถเดา
ความหมาย ความหมาย ความหมาย ความหมาย
คาศัพทจ์ าก คาศพั ท์จาก คาศพั ท์จาก คาศพั ทจ์ าก
บริบทได้ บรบิ ทไดเ้ กือบ บริบทไดเ้ ลก็ น้อย บรบิ ทได้นอ้ ย
ท้ังหมด ท้ังหมด มาก
รวม 5 20
182
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรียน เพื่อการประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
นักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
คา้ ชี้แจง การบนั ทกึ ให้กาเคร่ืองหมาย √ ลงในชอ่ งทต่ี รงกับพฤติกรรมที่เกิดขน้ึ จริง
1. ใฝเ่ รียนรู้ พฤติกรรม ระดับการปฏบิ ัติ
ท่ี
เป็น บางครง้ั นอ้ ย ไมท่ าเลย/ไม่
ประจา ครั้ง ชดั เจน (0)
(2)
(3) (1)
1 ต้งั ใจเอาใจใสแ่ ละมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้
2 สนใจเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรูต้ า่ ง ๆ
3 ศกึ ษาค้นคว้าหาความรจู้ ากหนังสอื เอกสาร
ส่งิ พิมพ์ สื่อเทคโนโลยตี า่ ง ๆ แหลง่ เรยี นรู้ทง้ั ภายใน
และภายนอกโรงเรียน และเลือกใชส้ ่ือได้อย่าง
เหมาะสม
4 สามารถบันทึกสรุปความรู้ วิเคราะห์ ข้อมลู จากสิ่งท่ี
เรียนรู้สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้
5 แลกเปลย่ี นเรียนรู้ ดว้ ย วธิ ีการต่าง ๆและ นาไปใช้ใน
ชวี ิตประจาวัน
รวมคะแนน/ระดบั คณุ ภาพ
ผปู้ ระเมนิ ……. ครู …….. พอ่ แม่/ผ้ปู กครอง ……… ตนเอง ………. เพื่อน
ลงชอ่ื ……………………………… ผู้ประเมนิ
()
183
เกณฑ์การประเมนิ
ระดบั เกณฑก์ ารตดั สิน
คณุ ภาพ
ดีเยีย่ ม ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 13-15 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหนึ่งตา่
กว่า 2 คะแนน
ดี ได้คะแนนรวมระหว่าง 9-12 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนึง่ ตา่
กวา่ 0 คะแนน
ผ่าน ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 5-8 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนึง่ ตา่
กว่า 0 คะแนน
ไม่ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 0-4 คะแนน
184
แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน เพอ่ื การประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
นกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
คา้ ชแี้ จง การบนั ทกึ ให้กาเครื่องหมาย √ ลงในชอ่ งท่ตี รงกับพฤติกรรมทเ่ี กดิ ขึ้นจรงิ
2 . มุ่งมน่ั ในการทางาน
ระดับการปฏบิ ตั ิ
ท่ี พฤติกรรม เป็นประจา บางครงั้ น้อยครง้ั ไม่ทาเลย/ ไม่
(3) (2) (1) ชดั เจน (0)
1 มีความรับผดิ ชอบในหน้าที่การงาน
2 ตง้ั ใจและเอาใจใสต่ ่อการปฏบิ ตั ิหน้าท่ีท่ี
ไดร้ ับมอบหมาย
3 ทางานดว้ ยความเพียรพยายาม
4 รู้จกั แก้ปญั หาในการทางานเมื่อมี
อปุ สรรค
5 อดทนเพ่ือใหง้ านสาเรจ็ ตามเปา้ หมาย
6 ปรบั ปรุงและพัฒนาการทางานให้ดขี ้นึ
ดว้ ยตนเอง
7 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรค
เพื่อให้งานสาเรจ็
รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ
ผปู้ ระเมิน …….. ครู …….. พอ่ แม่/ผู้ปกครอง ……… ตนเอง ………. เพื่อน
ลงชื่อ …………………………………. ผู้ประเมิน
()
185
เกณฑ์การประเมนิ
ระดบั เกณฑก์ ารตัดสนิ
คณุ ภาพ
ดีเยีย่ ม ได้คะแนนรวมระหว่าง 15-18 คะแนน และไม่มีผลการประเมินขอ้ ใดข้อหนึ่งต่า
กวา่ 2 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 11-14 คะแนน และไม่มีผลการประเมินขอ้ ใดข้อหนงึ่ ต่า
กวา่ 0 คะแนน
ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง 6-10 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหนง่ึ ต่า
กวา่ 0 คะแนน
ไม่ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 0-5 คะแนน
3.ภาระงาน/ช้นิ งาน 186
แบบบนั ทึกการประเมินคณุ ภาพช้ินงาน/ภาระงาน รวมคะแนน
20
ความสมบรู ณ์ ความคดิ สร้างสรรค์
เลขท่ี ของชน้ิ งาน 8
12
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
ลงช่อื …………………………. ผู้ประเมิน
( ……………………………………….. )
วนั ท่ี ………. เดือน………….. พ.ศ. ………..
187
ระดับ เกณฑ์การใหค้ ะแนนคุณภาพชน้ิ งาน / ภาระงาน น้าหนกั / คะแนน
ประเด็นคะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน ความสา้ คญั รวม
ประเดน็
4 3 21
การประเมิน
ความสมบรู ณ์ ชิ้นงานมีราย ชิน้ งานมรี าย ช้นิ งานมรี าย ชน้ิ งานมีราย 3 12
ของ ละเอียดครอบ ละเอยี ดครอบ ละเอยี ดครอบ ละเอียดครอบ
ชิ้นงาน คลมุ วงคาศัพท์ คลมุ วงคาศพั ท์ คลุมวงคาศัพท์ คลุมวงคาศพั ท์ 2 8
ทีเ่ รียนสมบรู ณ์ ทเ่ี รยี นเป็น ทเ่ี รียนน้อย 5 20
ความคดิ ท่ีเรยี นพอ
สร้างสรรค์ เปน็ ชิน้ งาน สว่ นใหญ่ สมควร
ท่แี ปลกใหม่
คิดข้นึ เอง เป็นช้นิ งาน เปน็ ช้นิ งาน เปน็ ช้ินงานที่
ไมเ่ หมือน ท่แี ปลกใหม่ ทปี่ รบั ปรงุ เหมือนกับ
ตวั อยา่ ง แต่มบี างสว่ น ดัดแปลง ตัวอยา่ ง
คลา้ ยกับ เลก็ นอ้ ยจาก
ตัวอย่าง ตัวอยา่ ง
รวม
บันทึกผลหลังการสอน
- ผลหลังการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
-ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
-ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ …………………………………….. ผปู้ ระเมิน
()
วันที่ …… เดอื น………. พ.ศ. ……….