88
ระดับ เกณฑ์การให้คะแนนคณุ ภาพชนิ้ งาน / ภาระงาน น้าหนกั / คะแนน
ประเด็นคะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน ความส้าคญั รวม
ประเด็น
4 3 21
การประเมนิ
ความสมบรู ณ์ ชนิ้ งานมีราย ชิน้ งานมรี าย ชนิ้ งานมีราย ชน้ิ งานมรี าย 3 12
ของ ละเอียดครอบ ละเอียดครอบ ละเอียดครอบ ละเอียดครอบ
ชิน้ งาน คลุมวงคาศัพท์ คลุมวงคาศัพท์ คลมุ วงคาศพั ท์ คลมุ วงคาศัพท์ 2 8
ท่เี รยี นสมบรู ณ์ ทเี่ รียนเป็น ที่เรียนน้อย 5 20
ความคดิ ทีเ่ รยี นพอ
สร้างสรรค์ เปน็ ชน้ิ งาน ส่วนใหญ่ สมควร
ท่แี ปลกใหม่
คดิ ข้นึ เอง เป็นช้ินงาน เปน็ ชน้ิ งาน เป็นช้ินงานที่
ไม่เหมอื น ทแ่ี ปลกใหม่ ท่ปี รับปรงุ เหมอื นกบั
ตวั อย่าง แต่มีบางสว่ น ดัดแปลง ตวั อย่าง
คลา้ ยกบั เลก็ นอ้ ยจาก
ตัวอยา่ ง ตัวอยา่ ง
รวม
บนั ทึกผลหลงั การสอน
- ผลหลังการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
-ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
-ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงชือ่ …………………………………….. ผปู้ ระเมิน
()
วันที่ …… เดอื น………. พ.ศ. ……….
89
89
90
90
91
91
9292
93
93
94
94
95
95
96
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ รายวิชาภาษาองั กฤษ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 The Easy Conjunctions Style by You
เร่ือง Variety of Subordinating I ภาคเรียนที่ 2 เวลา 1 ชั่วโมง
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 น้าหนักคะแนน 10 คะแนน
มาตรฐานการเรียนรู้
ต 1.2 ต 1.3 ต 2.2
ตวั ชี้วัด
ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขียนบรรยายความรู้สึก และความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ
กจิ กรรม ประสบการณ์และขา่ ว/เหตุการณ์ พรอ้ มท้ังใหเ้ หตุผลประกอบอย่างเหมาะสม
ต 1.3 ม.3/3 พูดและเขยี นแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั กจิ กรรมประสบการณ์ และเหตกุ ารณ์ พรอ้ มทั้ง
ให้เหตผุ ลประกอบ
ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด
ต่าง ๆ และการลาดับตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศ
สาระสา้ คญั
การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร เป็นการใช้ภาษาในชีวิตประจาวัน นักเรียนจาเป็นต้องฟัง พูด อ่านและ
เขียนอย่างเข้าใจเป็นการสอนทักษะทางภาษาด้วยวิธีการท่ีเข้าใจง่าย เหมาะสมกับวัยและความสามารถของ
ผู้เรียนในการส่ือสารกับเจ้าของภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเรียนรู้ โครงสร้างประโยค รูปย่อต่าง ๆ
เพื่อให้สามารถใช้ภาษาในการส่อื สารไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นักเรียนมสี ามารถบอกความหมายเกยี่ วกับคาสนั ธานไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง (K)
2. นกั เรยี นสามารถอา่ นเชื่อมประโยคและให้เหตุผลโดยใช้คาสันธานไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
3. นกั เรียนสามารถพูดส่ือสารเช่อื มประโยคและใหเ้ หตผุ ลโดยใช้คาสันธานได้อยา่ งถูกต้อง (P)
4. นกั เรียนมีความรับผิดชอบต่อการทางาน (A)
สาระการเรยี นร/ู้ เนือ้ หา
Function: Structure of Subordinating Conjunction “Time, Reason, Purpose”
Structure: S + V + SC + S + V or SC + S + V, S + V
Vocabulary: till, after, because, as, that, lest, due to, because of, as long as, whenever
97
สมรรถนะส้าคัญ
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1.ใฝเ่ รียนรู้
2.มงุ่ มั่นในการทางาน
ช้นิ งานหรือภาระงาน
- ใบกจิ กรรมท่ี 1 Choose the best answer for each of the following sentences.
ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องท่ีสุด
- ใบกิจกรรมท่ี 2 Choose the subordinate conjunction that creates the best relationship.
ให้นกั เรยี นเลือกคาสันธานท่เี กยี่ วขอ้ งกับประโยคทเ่ี หมาะสมทสี่ ดุ
- ใบกจิ กรรมที่ 3 Circle the subordinating conjunction in the sentences below.
ใหน้ ักเรยี นวงกลมคาสนั ธานในประโยคด้านลา่ ง
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั น้า (Warm up)
1. ครูสนทนากนั นักเรยี นในเรื่องส่ิงทนี่ ักเรยี นชอบและไมช่ อบ พร้อมใหน้ กั เรียนบอกเหตผุ ล เพื่อครูจะได้หัวข้อ
เร่ืองที่จะนาเสนอในหน่วยเรียนเรื่อง Subordinating Conjunction “Time, Reason, Purpose” เช่น :-
I love Vincent’s work because he uses color so brilliantly.
While I was walking in the market, I met Tom.
ขั้นนา้ เสนอ (Presentation)
2. ครูสอนนักเรียนถึงหลักการใช้คาสันธานมาเช่ือมในประโยคต่าง ๆ ให้สมบูรณ์และเหมาะสมกับรูปประโยค
นัน้ ๆ ดงั นี้
Subordinate Conjunction (อนสุ ันธาน) ได้แก่ “สนั ธานท่ีเชือ่ มลงไปแล้วท้าให้ประโยคน้ันเป็น
Complex Sentence” (ประโยคทมี่ ีเน้อื ความซอ้ น)
ข้อที่ Subordinate Conjunction (อนุสันธาน) แตกต่างจาก Coordinate Conjunction (สม
สันธาน) ก็คือ “Subordinate Conjunction ไม่จ้าเป็นท่ีจะต้องอยู่กลางประโยคเสมอเหมือน
Coordinate Conjunction แตอ่ าจวางไว้ข้างหน้าประโยคกไ็ ด้” เช่น :-
98
If you want me, I will come. ถ้าคุณต้องการผม ผมก็จะมา
(= I will come, if you want me.)
Subordinate Conjunction ท่ใี ชม้ ากมีดงั ต่อไปน้ี
that when where why how while before until(till) if after
since because unless as which although(though) lest as soon as
as…..as whether etc.
คาท่กี ลา่ วมานี้ เมือ่ นาไปใช้เชื่อมประโยค เพ่ือให้เปน็ Complex Sentence แบง่ ออกเป็น 9 ชนดิ ยอ่ ย ๆ ดงั น้ี
1. เชือ่ มความเพ่ือแสดงเวลา (Time)
2. เชื่อมความเพ่ือแสดงเหตุผล (Reason)
3. เชอ่ื มความเพอ่ื แสดงความม่งุ หมาย (Purpose)
4. เชื่อมความเพื่อแสดงผลตามหลัง (Result)
5. เชอ่ื มความเพื่อแสดงการคาดคะเน เงื่อนไง หรอื สมมติ (Condition)
6. เชื่อมความเพือ่ เช่ือมความยอมรับหรอื แตกต่างกนั (Concession)
7. เชอ่ื มความเพอ่ื แสดงการเปรยี บเทยี บ (Comparison)
8. เชอ่ื มความแสดงขนาดหรืออาการ (Exten หรือ Manner)
9. เพอื่ แสดงความซ้อนใจความทอ่ี ยู่ข้างหลัง (Apposition)
หลกั การใช้
1. เช่ือมความเพื่อแสดงเวลา (Time) เป็นการอธิบายขยายความการกระทา/เหตุการณ์ในประโยค
ใจความหลัก เพื่อให้ทราบว่าการกระทา/เหตุการณ์ในประโยคน้ันเกิดขึ้นเม่ือใด ก่อนหรือหลังการกระทา/
เหตุการณ์ใน adverb clause คาสันธานท่ีใช้ เช่น as/while (ขณะท่ี), as soon as (ทันทีท่ี), since
(ตั้งแต่), until/till (จนกระทั่ง), when (เมื่อ), whenever (เม่ือใดก็ตามท่ี), before (ก่อนที่), after
(หลงั จากที่), soon after (ภายหลังไม่นาน) เปน็ ต้น
- The woman slipped as she was getting off the train.
ผ้หู ญงิ คนนนั้ ล่นื ล้มขณะท่ีเธอกาลังลงจากรถไฟ
- While we are considering your request, you should prepare all necessary documents.
ขณะทเี่ รากาลงั พิจารณาคาขอของคุณ คุณควรจัดเตรียมเอกสารท่จี าเป็นทัง้ หมด
- I’ll leave for the funeral as soon as the meeting ends.
ฉันจะไปงานศพทันทีที่การประชุมจบลง
- The ASEAN summit has been postponed until the present crisis is over.
เลอ่ื นการประชุมอาเซยี นออกไปจนกว่าวิกฤตการณป์ ัจจบุ ันจะสิ้นสุดลง
99
- When the rain stops, we’ll go out. เมอื่ ฝนหยุด พวกเรากจ็ ะออกไป
- Before you make your payment, you should contact our finance office.
กอ่ นที่คณุ จะชาระเงนิ คณุ ควรติดตอ่ สานักงานการเงนิ ของเรา
- You’ll feel better after you’ve had some rest. คณุ จะรสู้ กึ ดีข้ึนหลังจากท่คี ุณไดพ้ กั ผ่อน
- I’ll come soon after I’ve finished my work. ฉนั จะมาในไม่ชา้ หลังจากทฉี่ นั ทางานเสร็จ
2. เชื่อมความเพื่อแสดงเหตุผล (Reason) เป็นการอธิบายขยายความเกี่ยวกับเหตุผลของการ
กระทา/เหตุการณ์ในประโยคใจความหลัก คาสันธานที่ใช้ เช่น as/since/because/due to (เพราะว่า)
เปน็ ต้น
- As I was feeling tired, I went to bed early. เมอื่ ฉันรู้สกึ เหนอื่ ย ฉนั จึงเขา้ นอนแต่เนน่ิ ๆ
- Since we had nothing better to do, we watched television the whole evening.
เนื่องจากเราไม่มอี ะไรจะทาแล้ว เราจึงดูโทรทัศน์ตลอดทั้งคืน
- He will succeed, because he has worked hard.
เขาจะประสบผลสาเร็จ เพราะเขาไดท้ างานอยา่ งหนัก
- The terrible traffic jam was due to the severe accident on the main road.
รถตดิ มหาศาลเลยเปน็ เพราะว่ามอี บุ ัติเหตุรุนแรงเกิดข้ึนบนถนนสายหลัก
3. เช่ือมความเพ่ือแสดงความมุ่งหมาย (Purpose) เป็นการอธิบายขยายความว่าการกระทา/
เหตุการณ์ในประโยคใจความหลักมีจุดประสงค์ใด คาสันธานท่ีใช้ เช่น so that/in order that/ (เพื่อท่ี)
lest (เผ่อื วา่ …..จะไม)่
- I’ll give her my email address so that she can contact me.
ฉันจะให้ทอี่ ยู่อเี มลของฉนั กับเธอ เพื่อที่เธอจะได้ติดตอ่ ฉันได้
- I spoke very slowly in order that the students could understand what I said.
ฉันพูดชา้ มาก เพอ่ื ที่จะใหน้ ักเรยี นสามารถเข้าใจสิ่งที่ฉันพูด
- He held her hand lest she should fall. เขาจบั มอื เธอไว้เผ่อื วา่ เธอจะไม่ลม้
ขน้ั ฝึก (Practice)
3. ครใู หน้ กั เรียนทาใบกิจกรรมท่ี 1 Choose the best answer for each of the following sentences.
ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบทถ่ี ูกต้องท่ีสุด ผา่ น Quiz Application
Task 1 Choose the best answer for each of the following sentences
1. Will you wait here ……………… I return?
a. till b. until c. Either could be used here
2. I don’t care what you do ………………….. you don’t disturb me.
100
a. as long as b. as soon as c. Either could be used here
3. I am sure you will enjoy your stay here ………………… you get to know everyone.
a. before b. once c. Either could be used here
4. I was tired after my journey ………………I had been driving non-stop for twelve hours.
a. before b. as long as c. because
5. ………………I had been driving non-stop for twelve hours, I was tired after my journey.
a. As b. Since c. Either could be used here
6. The meeting was postponed due to / because of the chairman’s illness.
a. due to b. before c. Either could be used here
7. The match was cancelled ……………….. bad weather.
a. because b. because of c. Either could be used here
8. Children go to school ……………they may learn things.
a. Either could be used here b. in order to c. in order that
9. He held her hand …………she should fall.
a. as b. after c. lest
10. We eat …………we may live.
a. as b. that c. so
ขั้นนา้ ไปใช้ (Production)
4. ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม 3 คน ทาใบกิจกรรมที่ 2 Choose the subordinate conjunction that creates
the best relationship. ให้นักเรียนเลือกคาสันธานที่เก่ียวข้องกับประโยคท่ีเหมาะสมที่สดุ ผ่าน Vonder Go
Application
Task 2 Choose the subordinate conjunction that creates the best relationship.
1. (Whenever/Where) my wife leaves the house, she always takes her makeup with her.
2. We stayed inside (because / because of) the storm.
3. (As soon as/As) she received the call, she started crying.
4. (Since/Although) it was raining, we decided to call off the BBQ.
5. (Since/After) flights are cheaper in the winter, we decided to travel then.
101
ข้ันสรปุ (Wrap up)
5. ครูสรุปบทเรียนและทบทวนคาศัพท์อีกครั้ง โดยให้นักเรียนรวมกันทาใบกิจกรรมท่ี 3 Circle the
subordinating conjunction in the sentences below. ให้นักเรียนวงกลมคาสันธานในประโยคด้านล่าง
ผา่ น Game Power point
Task 3 Circle the subordinating conjunction in the sentences below.
1. We will go out as soon as it stops raining.
2. While there are many tips to learn English, some of the best include: surround yourself
with English, and don’t be afraid to make mistakes.
3. I was very happy with my present as it was exactly what I wanted.
4. Because of his great cooking, we love going to dinner at Taka's house.
5. We will send you a What’s App reminder so that you arrive on time for your next lesson.
สอื่ การเรียนรู้
17. Power Point เร่ือง “Time, Reason, Purpose”
18. กจิ กรรมท่ี 1 Choose the best answer for each of the following sentences.
(ใหน้ ักเรียนเลือกคาตอบที่ถกู ตอ้ งทส่ี ดุ ผ่าน Quiz Application)
19. ใบกิจกรรมท่ี 2 Choose the subordinate conjunction that creates the best
relationship. (ให้นักเรยี นเลือกคาสันธานท่เี กย่ี วข้องกับประโยคที่เหมาะสมท่ีสดุ
ผา่ น Vonder Go Application)
20. ใบกิจกรรมที่ 3 Circle the subordinating conjunction in the sentences below.
(ให้นักเรยี นวงกลมคาสนั ธานในประโยคดา้ นล่าง ผ่าน Game Power point)
102
การวัดผลประเมินผล
สง่ิ ที่วดั วิธกี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์การวดั
- ใบกจิ กรรม
1. นักเรยี นมีสามารถบอก การสงั เกตจากการทาใบ นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์
ความหมายของคาศัพท์ กิจกรรม ระดบั ดี ข้นึ ไป
เกย่ี วกับคาสนั ธานไดอ้ ย่าง คะแนนต้ังแต่ 13-16
ถกู ต้อง
2. นกั เรยี นสามารถอ่าน การสังเกตจากการทาใบ - แบบประเมนิ ทักษะ นักเรยี นผ่านเกณฑ์
เชอื่ มประโยคและให้ กจิ กรรม
เหตผุ ลโดยใช้คาสนั ธานได้ ด้านการอ่าน ระดับ ดี ขน้ึ ไป
อยา่ งถูกต้อง
- ใบกจิ กรรม คะแนนต้ังแต่ 13-16
3. นักเรยี นสามารถพูด - สงั เกตจากการให้ความ แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนผา่ นเกณฑ์
สอื่ สารเช่ือมประโยคและ รว่ มมอื ในการเรียน คุณลกั ษณะองั พงึ ระดบั ดี ขนึ้ ไป
ใหเ้ หตุผลโดยใชค้ าสนั ธาน ประสงค์ คะแนนตั้งแต่ 13-16
ได้อย่างถูกต้อง
4. นักเรียนมีความ - สังเกตจากการให้ความ แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรยี นผ่านเกณฑ์
รับผดิ ชอบตอ่ การทางาน ร่วมมอื ในการเรยี น คุณลกั ษณะอังพึง ขนึ้ ไป คะแนนต้งั แต่
- สงั เกตจากการทางานท่ี ประสงค์ 6-10
ไดร้ บั มอบหมาย
เกณฑ์การประเมิน
นกั เรยี นที่มีคะแนน 17 - 20 อยูใ่ นระดับ ดมี าก
นักเรียนทม่ี ีคะแนน 13 - 16 อยใู่ นระดบั ดี
นักเรยี นท่ีมีคะแนน 9 - 12 อยใู่ นระดบั ปานกลาง
นักเรียนท่ีมีคะแนน 5 - 8 อยู่ในระดับ พอใช้
นักเรยี นที่มีคะแนน 0 - 4 อยู่ในระดับ ควรปรับปรุงแก้ไข
103
1. การอ่าน เกณฑ์การประเมิน
เคร่ืองมือและเกณฑก์ ารประเมินทักษะทางภาษา
แบบบันทึกการประเมินการอา่ น
ประเด็น/คะแนน ความเข้าใจ การจับ การรคู้ วามหมาย รวมคะแนน
8 ใจความ 4 20
เลขท่ี ชือ่ – สกุล สา้ คัญ
1 8
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
ลงชอื่ .........................................................ผปู้ ระเมิน
(................................................................)
วนั ที่..........เดอื น.................................พ.ศ. .................
104
เกณฑ์การให้คะแนนการอ่าน
ระดับ 4 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน น้าหนัก/ คะแนน
32 1 ความส้าคัญ รวม
คะแนน
ประเด็น
การประเมิน
ความเขา้ ใจ ตอบคาถาม ตอบคาถาม ตอบคาถาม ตอบคาถาม
หลงั จากที่อ่านได้ หลงั จากทอี่ า่ นได้ หลังจากที่อ่านได้ หลงั จากท่อี ่านได้ 2 8
ท้งั หมด เกอื บท้ังหมด เลก็ นอ้ ย นอ้ ยมาก
การจับ จับใจความ จบั ใจความ จับใจความ จับใจความ
ใจความ สาคญั ของ สาคัญของ สาคญั ของ สาคัญของ 28
สาคญั เน้อื หาได้ เนอื้ หาไดเ้ กือบ เนอ้ื หาได้ เน้อื หาได้
ทั้งหมด ทง้ั หมด เล็กน้อย น้อยมาก
การรู้ เม่อื อา่ นพบ เม่ืออ่านพบ เมือ่ อา่ นพบ เม่อื อา่ นพบ 1 4
ความหมาย คาศัพทใ์ หม่ คาศัพทใ์ หม่ คาศพั ทใ์ หม่ คาศัพทใ์ หม่
คาศพั ท์ สามารถเดา สามารถเดา สามารถเดา สามารถเดา
ความหมาย ความหมาย ความหมาย ความหมาย
คาศัพทจ์ าก คาศพั ท์จาก คาศพั ท์จาก คาศพั ทจ์ าก
บริบทได้ บรบิ ทไดเ้ กือบ บริบทไดเ้ ลก็ น้อย บรบิ ทได้นอ้ ย
ท้ังหมด ท้ังหมด มาก
รวม 5 20
105
2. การพดู เกณฑ์การประเมิน
เครื่องมอื และเกณฑ์การประเมินทักษะทางภาษา
แบบบันทกึ การประเมนิ การพดู
ประเดน็ /คะแนน ความถูกตอ้ ง ความ การแสดงท่าทาง/ รวมคะแนน
8 คล่องแคล่ว นา้ เสียง 20
เลขที่ ชอื่ – สกุล
8 ประกอบการพูด
1 4
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
ลงชอื่ .........................................................ผู้ประเมิน
(................................................................)
วันท่ี..........เดือน.................................พ.ศ. .................
106
เกณฑ์การให้คะแนนการพดู
ระดับ 4 เกณฑ์การใหค้ ะแนน นา้ หนัก/ คะแนน
ประเดน็ คะแนน 32 1 ความส้าคัญ รวม
การประเมิน
ความถูกต้อง ออกเสียง ออกเสียง ออกเสยี ง ออกเสียงคา/
คาศพั ทแ์ ละ คาศพั ทแ์ ละ คาศัพท์และ ประโยคผดิ
ประโยคได้ ประโยคได้ถูกต้อง ประโยคได้ หลกั การออกเสยี ง 2 8
ถกู ตอ้ งตามหลกั ตามหลกั การออก ถกู ตอ้ งเปน็
การออกเสยี ง เสียง มเี สียง สว่ นใหญ่ ทาให้
ได้อยา่ งสมบูรณ์ เน้นหนักในคา/ ขาดการออก สือ่ สารไมไ่ ด้
ประโยคเป็นสว่ น เสียงเนน้ หนกั
ใหญ่
ความ พูดต่อเน่อื ง พดู ตะกกุ พูดเปน็ คาๆ พูดไดบ้ างคา
คล่องแคลว่ ไมต่ ดิ ขดั ตะกกั บา้ ง แต่ หยดุ เป็นช่วงๆ ทาใหส้ ่อื
พูดชดั เจน ยังพอสือ่ สารได้ ความหมาย
ทาให้ส่ือสารได้ เพ่อื ทาให้ ไมไ่ ด้ 2 8
สื่อสารไดไ้ ม่
1 4
ชดั เจน 5 20
การแสดง แสดงทา่ ทาง พูดด้วยน้าเสียง พูดเหมอื นอา่ น พดู ไดน้ ้อยมาก
ทา่ ทาง/ และพดู ดว้ ย เหมาะสมกบั ไมเ่ ป็นธรรมชาติ
น้าเสียง บทบรรยาย
ประกอบ นา้ เสียง แต่ไมม่ ีทา่ ทาง ขาดความ
การพูด เหมาะสมกับบท ประกอบ น่าสนใจ
บรรยาย
รวม
107
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรียน เพื่อการประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
นักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
คา้ ชี้แจง การบนั ทกึ ให้กาเคร่ืองหมาย √ ลงในชอ่ งทต่ี รงกับพฤติกรรมที่เกิดขน้ึ จริง
1. ใฝเ่ รียนรู้ พฤติกรรม ระดับการปฏบิ ัติ
ท่ี
เป็น บางครง้ั นอ้ ย ไมท่ าเลย/ไม่
ประจา ครั้ง ชดั เจน (0)
(2)
(3) (1)
1 ต้งั ใจเอาใจใสแ่ ละมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้
2 สนใจเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรูต้ า่ ง ๆ
3 ศกึ ษาค้นคว้าหาความรจู้ ากหนังสอื เอกสาร
ส่งิ พิมพ์ สื่อเทคโนโลยตี า่ ง ๆ แหลง่ เรยี นรู้ทง้ั ภายใน
และภายนอกโรงเรียน และเลือกใชส้ ่ือได้อย่าง
เหมาะสม
4 สามารถบันทึกสรุปความรู้ วิเคราะห์ ข้อมลู จากสิ่งท่ี
เรียนรู้สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้
5 แลกเปลย่ี นเรียนรู้ ดว้ ย วธิ ีการต่าง ๆและ นาไปใช้ใน
ชวี ิตประจาวัน
รวมคะแนน/ระดบั คณุ ภาพ
ผปู้ ระเมนิ ……. ครู …….. พอ่ แม่/ผ้ปู กครอง ……… ตนเอง ………. เพื่อน
ลงชอ่ื ……………………………… ผู้ประเมนิ
()
108
เกณฑ์การประเมนิ
ระดบั เกณฑก์ ารตดั สิน
คณุ ภาพ
ดีเยีย่ ม ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 13-15 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหนึ่งตา่
กว่า 2 คะแนน
ดี ได้คะแนนรวมระหว่าง 9-12 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนึง่ ตา่
กวา่ 0 คะแนน
ผ่าน ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 5-8 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนึง่ ตา่
กว่า 0 คะแนน
ไม่ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 0-4 คะแนน
109
แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน เพอ่ื การประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
นกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
คา้ ชแี้ จง การบนั ทกึ ให้กาเครื่องหมาย √ ลงในชอ่ งท่ตี รงกับพฤติกรรมทเ่ี กดิ ขึ้นจรงิ
2 . มุ่งมน่ั ในการทางาน
ระดับการปฏบิ ตั ิ
ท่ี พฤติกรรม เป็นประจา บางครงั้ น้อยครง้ั ไม่ทาเลย/ ไม่
(3) (2) (1) ชดั เจน (0)
1 มีความรับผดิ ชอบในหน้าที่การงาน
2 ตง้ั ใจและเอาใจใสต่ ่อการปฏบิ ตั ิหน้าท่ีท่ี
ไดร้ ับมอบหมาย
3 ทางานดว้ ยความเพียรพยายาม
4 รู้จกั แก้ปญั หาในการทางานเมื่อมี
อปุ สรรค
5 อดทนเพ่ือใหง้ านสาเรจ็ ตามเปา้ หมาย
6 ปรบั ปรุงและพัฒนาการทางานให้ดขี ้นึ
ดว้ ยตนเอง
7 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรค
เพื่อให้งานสาเรจ็
รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ
ผปู้ ระเมิน …….. ครู …….. พอ่ แม่/ผู้ปกครอง ……… ตนเอง ………. เพื่อน
ลงชื่อ …………………………………. ผู้ประเมิน
()
110
เกณฑ์การประเมนิ
ระดบั เกณฑก์ ารตัดสนิ
คณุ ภาพ
ดีเยีย่ ม ได้คะแนนรวมระหว่าง 15-18 คะแนน และไม่มีผลการประเมินขอ้ ใดข้อหนึ่งต่า
กวา่ 2 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 11-14 คะแนน และไม่มีผลการประเมินขอ้ ใดข้อหนงึ่ ต่า
กวา่ 0 คะแนน
ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง 6-10 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหนง่ึ ต่า
กวา่ 0 คะแนน
ไม่ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 0-5 คะแนน
111
3. แบบสงั เกตพฤติกรรมนกั เรยี น เพือ่ การประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
นักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ค้าชแี้ จง การบนั ทึกให้กาเคร่ืองหมาย √ ลงในชอ่ งท่ีตรงกับพฤติกรรมท่เี กิดข้นึ จรงิ
1. ใฝเ่ รยี นรู้ พฤติกรรม ระดบั การปฏิบัติ
ท่ี
เป็น บางครั้ง นอ้ ย ไม่ทาเลย/ไม่
ประจา ครงั้ ชัดเจน (0)
(2)
(3) (1)
1 ตงั้ ใจเอาใจใสแ่ ละมคี วามเพียรพยายามในการเรียนรู้
2 สนใจเข้ารว่ มกิจกรรมการเรยี นร้ตู ่าง ๆ
3 ศึกษาคน้ คว้าหาความรู้จากหนงั สอื เอกสาร
สง่ิ พมิ พ์ สื่อเทคโนโลยตี า่ ง ๆ แหลง่ เรยี นรู้ทัง้ ภายใน
และภายนอกโรงเรยี น และเลือกใช้สอื่ ได้อย่าง
เหมาะสม
4 สามารถบนั ทึกสรปุ ความรู้ วเิ คราะห์ ข้อมูลจากส่งิ ที่
เรยี นรสู้ รุปเปน็ องคค์ วามรู้
5 แลกเปลยี่ นเรียนรู้ ด้วย วิธีการตา่ ง ๆและ นาไปใช้ใน
ชีวติ ประจาวนั
รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ
ผู้ประเมนิ ……. ครู …….. พ่อแม่/ผปู้ กครอง ……… ตนเอง ………. เพ่ือน
ลงชื่อ ……………………………… ผปู้ ระเมนิ
()
112
เกณฑ์การประเมนิ
ระดบั เกณฑก์ ารตดั สิน
คณุ ภาพ
ดีเยีย่ ม ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 13-15 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหนึ่งตา่
กว่า 2 คะแนน
ดี ได้คะแนนรวมระหว่าง 9-12 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนึง่ ตา่
กวา่ 0 คะแนน
ผ่าน ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 5-8 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนึง่ ตา่
กว่า 0 คะแนน
ไม่ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 0-4 คะแนน
113
แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน เพอ่ื การประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
นกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
คา้ ชแี้ จง การบนั ทกึ ให้กาเครื่องหมาย √ ลงในชอ่ งท่ตี รงกับพฤติกรรมทเ่ี กดิ ขึ้นจรงิ
2 . มุ่งมน่ั ในการทางาน
ระดับการปฏบิ ตั ิ
ท่ี พฤติกรรม เป็นประจา บางครงั้ น้อยครง้ั ไม่ทาเลย/ ไม่
(3) (2) (1) ชดั เจน (0)
1 มีความรับผดิ ชอบในหน้าที่การงาน
2 ตง้ั ใจและเอาใจใสต่ ่อการปฏบิ ตั ิหน้าท่ีท่ี
ไดร้ ับมอบหมาย
3 ทางานดว้ ยความเพียรพยายาม
4 รู้จกั แก้ปญั หาในการทางานเมื่อมี
อปุ สรรค
5 อดทนเพ่ือใหง้ านสาเรจ็ ตามเปา้ หมาย
6 ปรบั ปรุงและพัฒนาการทางานให้ดขี ้นึ
ดว้ ยตนเอง
7 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรค
เพื่อให้งานสาเรจ็
รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ
ผปู้ ระเมิน …….. ครู …….. พอ่ แม่/ผู้ปกครอง ……… ตนเอง ………. เพื่อน
ลงชื่อ …………………………………. ผู้ประเมิน
()
114
เกณฑ์การประเมนิ
ระดบั เกณฑก์ ารตัดสิน
คณุ ภาพ
ดีเยีย่ ม ได้คะแนนรวมระหว่าง 15-18 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนง่ึ ต่า
กวา่ 2 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 11-14 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนึง่ ต่า
กวา่ 0 คะแนน
ผ่าน ได้คะแนนรวมระหว่าง 6-10 คะแนน และไมม่ ผี ลการประเมินข้อใดข้อหน่ึงต่า
กวา่ 0 คะแนน
ไม่ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 0-5 คะแนน
115
3. การท้างานกลุม่
แบบบนั ทึกการประเมินการทา้ งานกลมุ่
ประเดน็ / ความร่วมมอื ข้นั ตอน แสดงความ ความ รวมคะแนน
คะแนน 4 8 คิดเห็น รบั ผิดชอบ 20
เลขที่
ชื่อ – สกุล 4 4
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
ลงชอ่ื .........................................................ผูป้ ระเมิน
(................................................................)
วันท.่ี .........เดือน.................................พ.ศ. .................
116
เกณฑ์การให้คะแนนการทางานกล่มุ
ระดับ เกณฑ์การให้คะแนน น้าหนกั / คะแนน
คะแนน ความสา้ คญั รวม
ประเด็น 4 32 1
การประเมิน 1 4
ความรว่ มมือ สมาชิกในกลุ่ม สมาชกิ ในกล่มุ สมาชิกในกล่มุ สมาชิกในกล่มุ
ทุกคนรว่ มมอื กนั ทกุ คนร่วมมือ ทกุ คนทางานท่ี บางคนไมท่ างาน 2 8
ข้ันตอนการ ทางาน มกี าร กนั ทางาน ไดร้ ับมอบหมาย กลุม่ ขาดการ 1 4
ทางาน ประสานงานทดี่ ี ส่วนใหญม่ ีการ แต่ยงั ขาดการ
เปดิ โอกาสให้ ประสานงาน ประสานงานใน ประสานงาน
การแสดง สมาชิกกลุม่ อื่น ที่ดี เปดิ โอกาส กล่มุ เปดิ โอกาสให้ สมาชิกกลมุ่ อื่นไม่
ความ ให้สมาชิกกลมุ่ สมาชกิ กล่มุ อ่นื มี มโี อกาสเขา้ รว่ ม
คิดเหน็ มีส่วนร่วมใน อนื่ มีสว่ นรว่ มใน ส่วนรว่ มนอ้ ยมาก กจิ กรรมในชว่ ง
กจิ กรรม กิจกรรมบาง ในชว่ งของการ ของการนาเสนอ
ชว่ งของการ
ตลอดเวลาการ นาเสนอ มีการกาหนด
นาเสนอ นาเสนอ ข้ันตอนการ
มีการกาหนด มกี ารกาหนด ทางานไมช่ ัดเจน
มีการกาหนด ขน้ั ตอนการ ขน้ั ตอนการ ทาให้ผลงานไม่
ขนั้ ตอนการ ทางานคอ่ นข้าง ทางานแตย่ ังมี สมบรู ณ์
ทางานทชี่ ัดเจน ชดั เจนต้ังแต่ ความสาเร็จของ
ตง้ั แต่เรม่ิ ทางาน เรมิ่ การทางาน งานไม่คอ่ ย สมาชิกไมใ่ ห้
จนกระทั่งเห็น จนกระทงั่ เหน็ สมบูรณ์ ความร่วมมอื ใน
ผลงานสมบูรณ์ สมาชกิ สว่ น สมาชกิ มากกว่า การแสดงความ
สมาชกิ ทุกคน ใหญ่ร่วมแสดง ครึง่ รว่ มแสดง
ร่วมแสดงความ ความคิดเห็น ความคิดเห็น คดิ เห็น
คิดเห็น
ความ สมาชิกทุกคน สมาชิกส่วน สมาชิกบางคน สมาชกิ ไมม่ ี
รบั ผิดชอบ ทางานท่ีได้รับ ใหญท่ างานที่ เลีย่ งงาน ไม่ทา ความรับผดิ ชอบ
มอบหมายจน หนา้ ที่ตามท่ีได้
งานเสร็จสมบรู ณ์ ได้รบั รับมอบหมาย ทาใหง้ านไม่ 1 4
มอบหมายจน งานเสร็จ แตไ่ ม่ บรรลเุ ปา้ หมาย
ทนั เวลา ค่อยสมบรู ณ์
เสรจ็ สน้ิ
สมบรู ณ์ ทันเวลา
รวม 5 20
4. ภาระงาน/ชนิ้ งาน 117
แบบบนั ทกึ การประเมนิ คณุ ภาพชนิ้ งาน/ภาระงาน รวมคะแนน
20
ความสมบูรณ์ ความคิดสร้างสรรค์
เลขท่ี ของชนิ้ งาน 8
12
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
ลงชอ่ื …………………………. ผู้ประเมิน
( ……………………………………….. )
วนั ที่ ………. เดอื น………….. พ.ศ. ………..
118
ระดับ เกณฑ์การใหค้ ะแนนคุณภาพชน้ิ งาน / ภาระงาน น้าหนกั / คะแนน
ประเด็นคะแนน เกณฑ์การใหค้ ะแนน ความสา้ คญั รวม
ประเดน็
4 3 21
การประเมิน
ความสมบรู ณ์ ชิ้นงานมีราย ชิน้ งานมรี าย ช้นิ งานมรี าย ชน้ิ งานมีราย 3 12
ของ ละเอียดครอบ ละเอยี ดครอบ ละเอยี ดครอบ ละเอียดครอบ
ชิ้นงาน คลมุ วงคาศัพท์ คลมุ วงคาศพั ท์ คลุมวงคาศัพท์ คลุมวงคาศพั ท์ 2 8
ทีเ่ รียนสมบรู ณ์ ทเ่ี รยี นเป็น ทเ่ี รียนน้อย 5 20
ความคดิ ท่ีเรยี นพอ
สร้างสรรค์ เปน็ ชิน้ งาน สว่ นใหญ่ สมควร
ท่แี ปลกใหม่
คิดข้นึ เอง เป็นช้นิ งาน เปน็ ช้นิ งาน เปน็ ช้ินงานที่
ไมเ่ หมือน ท่แี ปลกใหม่ ทปี่ รบั ปรงุ เหมือนกับ
ตวั อยา่ ง แต่มบี างสว่ น ดัดแปลง ตัวอยา่ ง
คลา้ ยกับ เลก็ นอ้ ยจาก
ตัวอย่าง ตัวอยา่ ง
รวม
บันทึกผลหลังการสอน
- ผลหลังการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
-ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
-ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ลงช่ือ …………………………………….. ผปู้ ระเมิน
()
วันที่ …… เดอื น………. พ.ศ. ……….
111919
112200
112211
112222
112233
124
125
แผนการจดั การเรียนรู้
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ รายวิชาภาษาองั กฤษ
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 The Easy Conjunctions Style by You
เรอื่ ง Variety of Subordinating II ภาคเรียนที่ 2 เวลา 1 ช่วั โมง
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 นา้ หนักคะแนน 10 คะแนน
มาตรฐานการเรยี นรู้
ต 1.2 ต 2.2
ตัวช้วี ัด
ต 1.2 ม.3/2 ใชค้ าขอร้อง ให้คาแนะนา คาชแ้ี จง และคาอธบิ ายอยา่ งเหมาะสม
ต 1.2 ม.3/5 พูดและเขียนบรรยายความรู้สึก และความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกับเร่ืองต่าง ๆ
กิจกรรม ประสบการณ์และขา่ ว/เหตกุ ารณ์ พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตผุ ลประกอบอย่างเหมาะสม
ต 2.2 ม.3/1 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด
ต่าง ๆ และการลาดบั ตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาต่างประเทศ
สาระส้าคัญ
การใช้ภาษาเพ่ือการสื่อสาร เป็นการใช้ภาษาในชีวิตประจาวัน นักเรียนจาเป็นต้องฟัง พูด อ่านและ
เขียนอย่างเข้าใจเป็นการสอนทักษะทางภาษาด้วยวิธีการที่เข้าใจง่าย เหมาะสมกับวัยและความสามารถของ
ผู้เรียนในการสื่อสารกับเจ้าของภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเรียนรู้ โครงสร้างประโยค รูปย่อต่าง ๆ
เพ่ือใหส้ ามารถใชภ้ าษาในการสือ่ สารไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นักเรยี นมีสามารถบอกความหมายเกีย่ วกบั คาสนั ธานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง (K)
2. นกั เรียนสามารถเขยี นเชื่อมประโยคและใหเ้ หตผุ ลโดยใช้คาสันธานไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง (P)
3. นักเรยี นสามารถพูดสอ่ื สารเชื่อมประโยคและใหเ้ หตผุ ลโดยใชค้ าสนั ธานไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
4. นกั เรียนมคี วามรับผดิ ชอบต่อการทางาน (A)
สาระการเรยี นร้/ู เน้ือหา
Function: Structure of Subordinating Conjunction “Result, Condition, Concession”
Structure: S + V + SC + S + V or SC + S + V, S + V
Vocabulary: that, if, unless, though, although, assuming that, in spite of, despite
126
สมรรถนะส้าคัญ
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1.ใฝ่เรียนรู้
2.ม่งุ ม่นั ในการทางาน
ช้นิ งานหรอื ภาระงาน
- ใบกจิ กรรมท่ี 1 Circle the subordinating conjunction in the sentences below.
ให้นักเรยี นวงกลมคาสันธานในประโยคด้านล่าง
- ใบกจิ กรรมท่ี 2 Choose the most meaningful option.
ใหน้ กั เรียนเลือกตวั เลือกทม่ี คี วามหมายที่เหมาะสมทสี่ ดุ
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนา้ (Warm up)
1. ครูสนทนากันนักเรียนในเรื่องการแสดงความเป็นเหตุเป็นผล จากน้ันให้นักเรียนร่วมเติมและแปลประโยคท่ี
ครูกาหนดให้สมบูรณ์ เพื่อครูจะได้หัวข้อเรื่องที่จะนาเสนอในหน่วยเรียนเรื่อง Subordinating Conjunction
“Result, Condition, Concession” ดงั นี้ เชน่ :-
Susan is so fat …………. she cannot walk fast. (that)
He will not do that ………… you allow him. (unless)
He will never succeed, ………… much he may try. (although)
ขัน้ น้าเสนอ (Presentation)
2. ครูสอนนักเรียนถึงหลักการใช้คาสันธานมาเช่ือมในประโยคต่าง ๆ ให้สมบูรณ์และเหมาะสมกับรูปประโยค
นัน้ ๆ ดังนี้
Subordinate Conjunction (อนสุ ันธาน) ได้แก่ “สันธานท่เี ช่อื มลงไปแล้วท้าใหป้ ระโยคนั้นเป็น
Complex Sentence” (ประโยคทมี่ เี น้ือความซอ้ น)
ข้อที่ Subordinate Conjunction (อนุสันธาน) แตกต่างจาก Coordinate Conjunction (สม
สันธาน) ก็คือ “Subordinate Conjunction ไม่จ้าเป็นที่จะต้องอยู่กลางประโยคเสมอเหมือน
Coordinate Conjunction แต่อาจวางไวข้ ้างหน้าประโยคกไ็ ด้” เชน่ :-
127
If you want me, I will come. ถา้ คณุ ต้องการผม ผมก็จะมา
(= I will come, if you want me.)
Subordinate Conjunction ท่ใี ช้มากมีดงั ต่อไปน้ี
that when where why how while before until(till) if after
since because unless as which although(though) lest as soon as
as…..as whether etc.
คาที่กลา่ วมานี้ เมื่อนาไปใช้เช่ือมประโยค เพ่ือใหเ้ ป็น Complex Sentence แบ่งออกเป็น 9 ชนิดยอ่ ย ๆ ดงั น้ี
1. เช่ือมความเพอ่ื แสดงเวลา (Time)
2. เช่ือมความเพ่ือแสดงเหตผุ ล (Reason)
3. เช่ือมความเพอื่ แสดงความมุง่ หมาย (Purpose)
4. เช่ือมความเพื่อแสดงผลตามหลัง (Result)
5. เชื่อมความเพ่อื แสดงการคาดคะเน เงื่อนไง หรอื สมมติ (Condition)
6. เชื่อมความเพื่อเช่ือมความยอมรับหรือแตกต่างกัน (Concession)
7. เชื่อมความเพ่ือแสดงการเปรียบเทยี บ (Comparison)
8. เชื่อมความแสดงขนาดหรืออาการ (Exten หรือ Manner)
9. เพ่อื แสดงความซ้อนใจความท่ีอยู่ขา้ งหลัง (Apposition)
หลักการใช้
4. เชื่อมความเพื่อแสดงผลตามหลัง (Result) เป็นการอธิบายผลของการกระทา/เหตุการณ์ใน
ประโยคใจความหลัก คาสันธานที่ใช้ เชน่ so (ดงั น้นั ), so … that/ such … that (มากจนกระทง่ั ) เป็นต้น
- I have too much work to do, so I can’t go to my friend’s birthday party tonight.
ฉนั มีงานตอ้ งทามากเกินไป ดังน้ันฉนั เลยไปงานวันเกิดเพ่ือนคืนน้ีไมไ่ ด้
- He worked so hard that he became ill.
เขาทางานหนกั มากจนป่วย
- It was such lovely weather that we spent the whole day in the garden.
อากาศดีมากเลย ดงั นนั้ พวกเราจึงใชเ้ วลาท้งั วันอยู่ในสวน
5. เชื่อมความเพื่อแสดงการคาดคะเน เงื่อนไง หรือสมมติ (Condition) เป็นการอธิบายว่าการ
กระทา/เหตุการณ์หนึ่งเป็นผลมาจากอีกการกระทา/เหตุการณ์หน่ึงซ่ึงเป็นเง่ือนไข โดย adverb clause เป็น
ส่วนที่แสดงเง่ือนไข และประโยคใจความหลักเป็นส่วนที่แสดงผลของการกระทา คาที่ใช้แสดงเงื่อนไข เช่น if
(ถ้า), unless (ถ้าไม่), as long as (ตราบเท่าท่ี)ม provided that (ถ้า), assuming that (ถ้า)เป็นต้น ซ่ึง
ประโยคเง่ือนไขและประโยคที่แสดงผลของเงื่อนไขมีโครงสร้างประโยคหลายแบบ
128
- Please do not hesitate to call me if you have further questions.
โปรดอย่าลงั เลท่จี ะโทรหาฉนั หากคุณมคี าถามเพ่มิ เติม
- If I could afford it, I would buy a house.
ถา้ ฉนั มีเงินจ่าย ฉนั จะซือ้ บา้ น
- Unless Tim hurries, he will miss the bus.
เวน้ แต่ทิมจะรีบไป เขาจะตกรถได้
- You can use my car as long as you drive carefully.
คุณสามารถใช้รถของฉนั ได้ตราบใดท่ีคณุ ขบั อย่างระมดั ระวงั
- I hope to go to college next year assuming that I pass my exams.
ฉันหวังว่าจะไดไ้ ปวิทยาลยั ในปีหนา้ ถา้ หากฉนั ผา่ นการสอบ
- I will quit smoking, provided that you win the scholarship.
ฉันจะเลกิ บุหรเี่ ลย หากวา่ เธอสอบชิงทุนได้ (ใช้ความหมายเหมอื น if)
6. เช่ือมความเพ่ือเช่ือมความยอมรับหรือแตกต่างกัน (Concession) เป็นการให้ข้อมูลท่ีแย้งหรือ
ตรงกันข้ามกับการกระทา/เหตุการณ์ในประโยคใจความหลัก คาสันธานท่ีใช้ เช่น although/though/even
though (ถึงแมว้ ่า), while/whilst/whereas (ในขณะท่ี), เปน็ ต้น
- Although/Though/Even though it was cold, I went swimming.
แม้วา่ จะหนาว แตฉ่ ันกไ็ ปว่ายนา้
- I like coffee while/whereas my husband likes tea.
ฉันชอบกาแฟในขณะท่ีสามขี องฉันชอบชา
In spite of / Despite เปน็ คาเชอ่ื มท่ใี ชใ้ นประโยคแสดงความขัดแย้ง แปลว่า “แม้วา่ , ทงั้ ๆ ท่ี” มกั
ตามด้วยคานาม หรือคาสรรพนามเท่าน้ัน หรือหากต้องตามคากริยา เราสามารถทาคากริยาน้ันให้เปน็ รปู แบบ
ของ Gerund (- ing form ทที่ าหน้าทีเ่ ป็นคานาม)
โครงสร้าง : In spite / Despite + Noun / Pronoun / Gerund
- In spite of the rain, We are going shopping at department store.
ถึงแม้วา่ ฝนจะตก พวกเรากเ็ ดนิ ทางไปซ้ือของท่ีหา้ งอยู่ดี
- Despite her beauty, Jane has no boyfriend.
แมว้ า่ หล่อนจะสวย แต่เจนกไ็ มม่ แี ฟน
ข้นั ฝึก (Practice)
3. ครูใหน้ ักเรยี นทาใบกจิ กรรมที่ 1 Circle the subordinating conjunction in the sentences below.
ให้นักเรยี นวงกลมคาสันธานในประโยคด้านลา่ ง
129
Task 1 Circle the subordinating conjunction in the sentences below.
1. Even though she's skin, she'll still look a million dollars.
2. I will succeed whereas you will fail.
3. Man is ready to die for an idea, provided that idea is not quite clear to him.
4. I'm staying out as long as the weather stays good.
5. Should you use a silencer if you shoot at mimes?
6. I'm staying in although I'd rather go out.
7. I wouldn't give you the answer, even if I knew it.
8. This dress is beautiful! It's not expensive though! You should buy it!
9. The street food was good taste although it wasn’t clean.
10. Despite his being a foreigner, he speaks as well as we do.
ข้นั น้าไปใช้ (Production)
4. ครูให้นักเรียนจับคู่ ทาใบกิจกรรมท่ี 2 Choose the most meaningful option. ให้นักเรียนเลือกตัวเลือก
ท่มี คี วามหมายทเ่ี หมาะสมทส่ี ุด
Task 2 Choose the most meaningful option
that (x2) such Unless
in spite of Although
1. Unless the music stops, I’ll continue dancing!
2. Although it rained every day, students enjoyed playing football.
3. Chaiya failed In an examination in spite of he worked hard.
4. I am so tired that I can’t keep on working.
5. He has such great honesty that we want to be his friend.
6. They are so lazy that they do nothing.
ขน้ั สรปุ (Wrap up)
5. ครูสรุปบทเรียนและทบทวนคาศัพท์อีกครั้ง โดยให้นักเรียนแต่งประโยค และใช้คาสันธาน Result,
Condition, Concession หรือคาท่ีมีความหมายคล้าย Result, Condition, Concession มาเช่ือมประโยคคู่
ละ 3 ประโยค
130
สื่อการเรยี นรู้
21. Power Point เรอื่ ง Me “Result, Condition, Concession”
22. ใบกจิ กรรมท1่ี Circle the subordinating conjunction in the sentences below.
(ใหน้ กั เรียนวงกลมคาสนั ธานในประโยคด้านล่าง)
23. ใบกจิ กรรมที่ 2 Choose the most meaningful option.
(ให้นักเรยี นเลือกตัวเลือกท่มี คี วามหมายทีเ่ หมาะสมท่สี ุด)
การวดั ผลประเมินผล
ส่งิ ท่ีวดั วธิ กี าร เครือ่ งมอื เกณฑ์การวดั
1. นกั เรยี นมสี ามารถบอก การสังเกตจากการทาใบ - ใบกจิ กรรม นักเรียนผา่ นเกณฑ์
ความหมายของคาศัพท์ กิจกรรม ระดับ ดี ข้นึ ไป
เกี่ยวกับคาสนั ธานได้อยา่ ง คะแนนต้ังแต่ 13-16
ถูกต้อง
2. นักเรยี นสามารถเขียน การสังเกตจากการทาใบ - แบบประเมนิ ทักษะ นักเรยี นผา่ นเกณฑ์
เช่ือมประโยคและให้ กิจกรรม
เหตุผลโดยใช้คาสนั ธานได้ ดา้ นการเขยี น ระดบั ดี ข้ึนไป
อย่างถูกต้อง
- ใบกิจกรรม คะแนนต้ังแต่ 13-16
3. นกั เรยี นสามารถพดู - สงั เกตจากการให้ความ แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรยี นผ่านเกณฑ์
สื่อสารเชอ่ื มประโยคและ รว่ มมือในการเรยี น คณุ ลักษณะอังพึง ระดบั ดี ข้นึ ไป
ใหเ้ หตผุ ลโดยใชค้ าสันธาน ประสงค์ คะแนนตั้งแต่ 13-16
ได้อย่างถกู ตอ้ ง
4. นักเรยี นมีความ - สังเกตจากการให้ความ แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนผ่านเกณฑ์
รบั ผดิ ชอบต่อการทางาน ร่วมมอื ในการเรยี น คุณลกั ษณะอังพงึ ขนึ้ ไป คะแนนตั้งแต่
- สงั เกตจากการทางานที่ ประสงค์ 6-10
ได้รบั มอบหมาย
เกณฑ์การประเมนิ
นักเรยี นท่ีมีคะแนน 17 - 20 อยใู่ นระดบั ดมี าก
นักเรียนทีม่ ีคะแนน 13 - 16 อยู่ในระดบั ดี
นักเรยี นทีม่ ีคะแนน 9 - 12 อยูใ่ นระดับ ปานกลาง
นักเรียนที่มีคะแนน 5 - 8 อยใู่ นระดบั พอใช้
นักเรียนท่ีมีคะแนน 0 - 4 อยูใ่ นระดับ ควรปรับปรงุ แกไ้ ข
เกณฑ์การประเมนิ 131
เครอื่ งมือและเกณฑ์การประเมนิ ทกั ษะทางภาษา รวมคะแนน
20
8. การเขยี น
แบบบนั ทกึ การประเมนิ การเขยี น
ประเดน็ /คะแนน
การใช้ภาษา เนอ้ื หา ความถูกตอ้ ง
เลขที่ ชื่อ – สกลุ 88 4
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
ลงช่ือ.........................................................ผู้ประเมิน
(................................................................)
วนั ท่.ี .........เดอื น.................................พ.ศ. .................
132
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนการเขียน
ประรคะเะดดแับ็นนน 4 เกณฑก์ ารให้คะแนน น้าหนัก/ คะแนน
32 1 ความสา้ คญั รวม
ประเดน็
การประเมิน
การใช้ การสะกด การสะกด สะกดคาผดิ มาก สะกดคาผิดมาก 3 8
ภาษา คาศพั ท์ถกู ตอ้ ง คาศพั ทผ์ ิด แตพ่ อเดา เขียนรปู ประโยค
เล็กน้อย พอเดา
การเลอื กใชค้ า ความหมายได้ ความหมายไดร้ ปู ไม่
ตรงกบั เนือ้ หา เขยี นรปู ประโยค ประโยคผดิ พลาด ถูกต้อง ไมม่ ี
ประโยคถกู ต้อง เครือ่ งหมายวรรค
มเี ครือ่ งหมาย ผดิ มาก
วรรคตอนท่ี หลักไวยากรณ์ เครือ่ งหมาย ตอน
วรรคตอนไม่
ถกู ต้อง เล็กน้อย ครบหรอื ไม่
เครื่องหมาย
วรรคตอนผดิ ถูกตอ้ ง
เลก็ น้อย
เนื้อหา มีรายลพเอยี ด รายละเอียดของ มรี ายละเอียดของ มรี ายละเอยี ดของ
เน้อื หาตรงกับ เนอื้ หามาก เนอ้ื หานอ้ ย เนอ้ื หานอ้ ยมาก 2 8
1 4
ลกั ษณะที่กาหนด ครอบคลมุ ทัง้ หมด
มาท่ีสุด
ความ เขยี นประโยคบท เขียนประโยคบท เขยี นประโยคบท เขียนประโยคบท
ถูกตอ้ ง สนทนาถูกตอ้ ง สนทนาถกู ตอ้ ง สนทนาถูกต้องตาม สนทนาถูกตอ้ ง
ตามตวั อยา่ ง ตามตวั อย่างปาน ตัวอย่างได้น้อย ตามตัวอยา่ งได้
กลาง น้อยมาก
รวม 5 20
133
9. การพดู เกณฑ์การประเมิน
เครื่องมอื และเกณฑ์การประเมินทักษะทางภาษา
แบบบันทกึ การประเมนิ การพดู
ประเดน็ /คะแนน ความถูกตอ้ ง ความ การแสดงท่าทาง/ รวมคะแนน
8 คล่องแคล่ว นา้ เสียง 20
เลขที่ ชอื่ – สกุล
8 ประกอบการพูด
1 4
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
ลงชอื่ .........................................................ผู้ประเมิน
(................................................................)
วันท่ี..........เดือน.................................พ.ศ. .................
134
เกณฑ์การให้คะแนนการพดู
ระดับ 4 เกณฑ์การใหค้ ะแนน นา้ หนัก/ คะแนน
ประเดน็ คะแนน 32 1 ความส้าคัญ รวม
การประเมิน
ความถูกต้อง ออกเสียง ออกเสียง ออกเสยี ง ออกเสียงคา/
คาศพั ทแ์ ละ คาศพั ทแ์ ละ คาศัพท์และ ประโยคผดิ
ประโยคได้ ประโยคได้ถูกต้อง ประโยคได้ หลกั การออกเสยี ง 2 8
ถกู ตอ้ งตามหลกั ตามหลกั การออก ถกู ตอ้ งเปน็
การออกเสยี ง เสียง มเี สียง สว่ นใหญ่ ทาให้
ได้อยา่ งสมบูรณ์ เน้นหนักในคา/ ขาดการออก สือ่ สารไมไ่ ด้
ประโยคเป็นสว่ น เสียงเนน้ หนกั
ใหญ่
ความ พูดต่อเน่อื ง พดู ตะกกุ พูดเปน็ คาๆ พูดไดบ้ างคา
คล่องแคลว่ ไมต่ ดิ ขดั ตะกกั บา้ ง แต่ หยดุ เป็นช่วงๆ ทาใหส้ ่อื
พูดชดั เจน ยังพอสือ่ สารได้ ความหมาย
ทาให้ส่ือสารได้ เพ่อื ทาให้ ไมไ่ ด้ 2 8
สื่อสารไดไ้ ม่
1 4
ชดั เจน 5 20
การแสดง แสดงทา่ ทาง พูดด้วยน้าเสียง พูดเหมอื นอา่ น พดู ไดน้ ้อยมาก
ทา่ ทาง/ และพดู ดว้ ย เหมาะสมกบั ไมเ่ ป็นธรรมชาติ
น้าเสียง บทบรรยาย
ประกอบ นา้ เสียง แต่ไมม่ ีทา่ ทาง ขาดความ
การพูด เหมาะสมกับบท ประกอบ น่าสนใจ
บรรยาย
รวม
135
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรียน เพื่อการประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
นักเรียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
คา้ ชี้แจง การบนั ทกึ ให้กาเคร่ืองหมาย √ ลงในชอ่ งทต่ี รงกับพฤติกรรมที่เกิดขน้ึ จริง
1. ใฝเ่ รียนรู้ พฤติกรรม ระดับการปฏบิ ัติ
ท่ี
เป็น บางครง้ั นอ้ ย ไมท่ าเลย/ไม่
ประจา ครั้ง ชดั เจน (0)
(2)
(3) (1)
1 ต้งั ใจเอาใจใสแ่ ละมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้
2 สนใจเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรยี นรูต้ า่ ง ๆ
3 ศกึ ษาค้นคว้าหาความรจู้ ากหนังสอื เอกสาร
ส่งิ พิมพ์ สื่อเทคโนโลยตี า่ ง ๆ แหลง่ เรยี นรู้ทง้ั ภายใน
และภายนอกโรงเรียน และเลือกใชส้ ่ือได้อย่าง
เหมาะสม
4 สามารถบันทึกสรุปความรู้ วิเคราะห์ ข้อมลู จากสิ่งท่ี
เรียนรู้สรปุ เปน็ องคค์ วามรู้
5 แลกเปลย่ี นเรียนรู้ ดว้ ย วธิ ีการต่าง ๆและ นาไปใช้ใน
ชวี ิตประจาวัน
รวมคะแนน/ระดบั คณุ ภาพ
ผปู้ ระเมนิ ……. ครู …….. พอ่ แม่/ผ้ปู กครอง ……… ตนเอง ………. เพื่อน
ลงชอ่ื ……………………………… ผู้ประเมนิ
()
136
เกณฑ์การประเมนิ
ระดบั เกณฑก์ ารตดั สิน
คณุ ภาพ
ดีเยีย่ ม ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 13-15 คะแนน และไม่มผี ลการประเมินข้อใดข้อหนึ่งตา่
กว่า 2 คะแนน
ดี ได้คะแนนรวมระหว่าง 9-12 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนึง่ ตา่
กวา่ 0 คะแนน
ผ่าน ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 5-8 คะแนน และไม่มผี ลการประเมนิ ขอ้ ใดข้อหนึง่ ตา่
กว่า 0 คะแนน
ไม่ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 0-4 คะแนน
137
แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน เพอ่ื การประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
นกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
คา้ ชแี้ จง การบนั ทกึ ให้กาเครื่องหมาย √ ลงในชอ่ งท่ตี รงกับพฤติกรรมทเ่ี กดิ ขึ้นจรงิ
2 . มุ่งมน่ั ในการทางาน
ระดับการปฏบิ ตั ิ
ท่ี พฤติกรรม เป็นประจา บางครงั้ น้อยครง้ั ไม่ทาเลย/ ไม่
(3) (2) (1) ชดั เจน (0)
1 มีความรับผดิ ชอบในหน้าที่การงาน
2 ตง้ั ใจและเอาใจใสต่ ่อการปฏบิ ตั ิหน้าท่ีท่ี
ไดร้ ับมอบหมาย
3 ทางานดว้ ยความเพียรพยายาม
4 รู้จกั แก้ปญั หาในการทางานเมื่อมี
อปุ สรรค
5 อดทนเพ่ือใหง้ านสาเรจ็ ตามเปา้ หมาย
6 ปรบั ปรุงและพัฒนาการทางานให้ดขี ้นึ
ดว้ ยตนเอง
7 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรค
เพื่อให้งานสาเรจ็
รวมคะแนน/ระดบั คุณภาพ
ผปู้ ระเมิน …….. ครู …….. พอ่ แม่/ผู้ปกครอง ……… ตนเอง ………. เพื่อน
ลงชื่อ …………………………………. ผู้ประเมิน
()