The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2

แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2

แผนการจดั การเรยี นรู้
กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ
ภาคเรียนที่ 2
ปีการศกึ ษา 2565

รายวิชา ภาษาอังกฤษพืน้ ฐาน 6
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 3

นางสาวดาราพร ศรีขาว

ตาแหนง่ ครู

โรงเรียนบ้านทา่ เยยี่ มวิทยายล

สานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษานครราชสมี า เขต 7

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน

อ 23102 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน 6 คาอธิบายรายวิชา
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

รายวิชาภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน (อ23102) ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 เป็นรายวิชาที่มุ่งให้ผู้เรียนศึกษา
ความรูเ้ กี่ยวกับคาขอร้อง คาแนะนา คาช้ีแจง คาอธิบาย หลักการอ่านออกเสียงสื่อท่ีไม่ใช่ความเรียง การ
จับใจความสาคัญ การแสดงความคิดเห็น การใหเ้ หตผุ ล และยกตัวอย่างประกอบขอ้ มูลเก่ียวกับตนเอง เร่ือง
ตา่ งๆ ใกลต้ วั ความตอ้ งการ การเสนอ การตอบรับ และปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ การขอและให้ข้อมูล
การอธิบายเปรียบเทียบ การแสดงความรู้สึก การบรรยายเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ การจับใจความ
สาคัญ การวิเคราะห์เรื่อง เหตุการณ์ และสถานท่ีที่อยู่ในความสนใจ ศึกษาเปรียบเทียบเก่ียวกับภาษา
น้าเสียง กิริยาท่าทาง ชีวิตความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ความ
เหมือนความแตกต่างการออกเสียงประโยค ลาดับคาถามโครงสร้างประโยคของ ภาษาต่างประเทศ และ
ภาษาไทย ศกึ ษาการใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณ์จริง สถานการณ์จาลอง การสืบค้น การค้นคว้า การ
เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชนและสังคมโดยใช้กระบวนการทางภาษา คือ ฟัง พูด
อ่าน และเขียน การส่ือสาร การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูลการฝึกปฏิบัติตามสถานการณ์ต่างๆ
เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนาเสนอ สื่อสาร เห็นคุณค่าและประโยชน์ นาความรู้ไปใช้
ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวันอย่างเหมาะสม ตลอดจนมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รักความเป็น
ไทย ซ่ือสตั ยส์ ุจรติ มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่ันในการทางาน

รหัสตวั ช้ีวดั
ต 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4
ต 1.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
ต 1.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ต 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
ต 2.2 ม.3/1, ม.3/2
ต 3.1 ม.3/1
ต 4.1 ม.3/1
ต 4.2 ม.3/1, ม.3/2
รวมท้ังสิ้น 21 ตวั ชีว้ ัด

โครงสรา้ งรายวชิ า

รายวิชา ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 6 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3
รหัสวชิ า อ23102 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชว่ั โมง

ลาดับ ช่อื หนว่ ยการเรียนร/ู้ สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด เวลา นา้ หนัก

ท่ี มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชี้วัด (ช่ัวโมง) คะแนน
Safety comes first
1 ต 1.1 ม. 3/2 รู้และเข้าใจคาศัพท์เกี่ยวกับอาชญากรรม 11 14
ต 1.2 ม. 3/1, ม. 3/4, ม. 3/5 ความปลอดภยั ปญั หาวยั รุน่ อาการบาดเจ็บ
ต 2.1 ม. 3/1, ม. 3/3 อินเทอร์เน็ต สานวนภาษาท่ีใช้ในการแสดง
ต 4.1 ม. 3/1 ความเห็นใจผู้อ่ืน ความรู้เก่ียวกับอันตรายท่ี
Great Barrier Reef ความปลอดภัยบน
ถนน การเล่นอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย
หลักการเขียน email ให้คาแนะนา การใช้
modals (must, have to, should, can,
may, might, could), modals (past)
การอ่านออกเสียงถูกต้องตามหลักการอ่าน
และความรู้เก่ียวกับตารวจ RCMP ใน
ประเทศแคนาดา ช่วยให้ใช้ภาษาในการให้
คาแนะนาได้ถกู ต้องตามสถานการณ์ ปฏิบัติ
ตามคาแนะนา แสดงความรู้สึกได้อย่าง
เหมาะสม เกิดความเข้าใจความเป็นมา ภูมิ
หลัง บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของ
2 Profiles เจ้าของภาษา และเข้าใจวิธีการค้นคว้า 12 14
ต 1.1 ม. 3/1, ม. 3/2, ม. 3/3, ข้อมูลจากแหลง่ การเรียนร้อู ่นื

ม. 3/4 รูแ้ ละเข้าใจคาคุณศัพท์บรรยายคุณลักษณะ
ต 1.2 ม. 3/1, ม. 3/2, ม. 3/3 และลักษณะภายนอก สานวนภาษาที่ใช้ใน
การสัมภาษณง์ าน การอ่านออกเสียงถูกต้อง
ม. 3/4 ตามหลักการอ่าน ภาษาแบบเป็นทางการท่ี
ต 1.3 ม. 3/2, ม. 3/3 ใช้ในการสมัครงาน หลักการเขียนจดหมาย
ต 2.1 ม. 3/1, ม. 3/2, ม. 3/3 สมัครงาน ความรู้เกี่ยวกับประวัติของบุคคล
ต 2.2 ม. 3/1, ม. 3/2 ท่ีมีช่ือเสียง (J.K. Rowling and Brad Pitt)
ต 3.1 ม. 3/1 ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาว Maori
ต 4.1 ม. 3/1 ชีวิตในสมัยวิกตอเรีย การใช้ comparative
& superlative forms, too – enough,
question tags, reflexive pronouns
ช่วยให้ใช้ภาษาในการสื่อสารเกี่ยวกับเร่ือง
ใกล้ตัว สถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง
และเหมาะสม เกิดความเข้าใจความเป็นมา
ภมู ิหลงั และบริบททางสงั คมและวัฒนธรรม
ของเจ้าของภาษา และเข้าใจวิธีการค้นคว้า
รวบรวมข้อมูลที่เก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการ
เรียนรู้อ่ืน
3 Our precious Earth รู้และเข้าใจคาศัพท์เก่ียวกับวัสดุท่ีใช้ในการ 12 14

ลาดับ ชอ่ื หน่วยการเรียนร/ู้ สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา นา้ หนกั

ท่ี มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชวี้ ัด (ชวั่ โมง) คะแนน
ต 1.1 ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4 ก่อสร้าง การบริจาค สานวนภาษาท่ีใช้ใน
ต 1.2 ม.3/1, ม.3/5 การบริจาคเงิน ความรู้เก่ียวกับสถานที่ท่ี
ต 1.3 ม.3/2 ได้รับการคุ้มครอง บ้านท่ีเป็นมิตรกับ
ต 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3 ส่ิงแวดล้อม เขตสงวนพันธ์ุพืชและสัตว์ใน
ต 2.2 ม.3/1 ประเทศสกอตแลนด์ ปัญหาท่ีเกิดจากฝน
ต 3.1 ม.3/1 กรดและการแก้ปัญหา ข้อดี/ข้อเสียในการ
ต 4.1 ม. 3/1 น า สั ต ว์ ป่ า ม า เ ป็ น สั ต ว์ เ ลี้ ย ง ก า ร ใ ช้
ต 4.2 ม. 3/1 a/an/the, the present simple passive,
past simple, present perfect, future
simple passive, causative หลักการ
เขียนเรียงความสนับสนุนและคัดค้าน การ
อา่ นออกเสยี งถกู ตอ้ งตามหลักการอ่าน ช่วย
ใหใ้ ชภ้ าษาในการสือ่ สารไดอ้ ยา่ งถูกต้องและ
เหมาะสมทั้งการฟัง พูด เขียน แสดงความ
คิดเห็น เข้าใจภูมิศาสตร์ของประเทศซึ่ง
สะทอ้ นให้เหน็ ชวี ิตความเป็นอยู่ของเจ้าของ
ภาษา และเป็นพ้ืนฐานในการค้นคว้า
รวบรวม และนาเสนอข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับ
กลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ นื่
4 Choices 12 14
ต 1.1 ม. 3/2, ม. 3/3, ม. 3/4 รู้ แ ล ะ เ ข้ า ใ จ ค า ศั พ ท์ แ ล ะ ส า น ว น ภ า ษ า
ต 1.2 ม. 3/1, ม. 3/2, ม. 3/3 เกย่ี วกบั การเลอื กซ้ือสินค้า คาศัพท์เกี่ยวกับ
หมวดหมู่ของอาหาร ช่ืออาหาร/เครื่องดื่ม
ม. 3/4, ม. 3/5 หว่ งโซอ่ าหาร ความรู้เกี่ยวกับห่วงโซ่อาหาร
ต 1.3 ม. 3/1, ม. 3/2 สานวนภาษาท่ีใช้ในการให้ของขวัญและ
ต 2.1 ม. 3/1, ม. 3/2, ม. 3/3 แสดงการขอบคุณ ความหมายของสานวน/
ต 2.2 ม. 3/1, ม. 3/2 สุ ภ า ษิ ต ใ น ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ ก า ร ใ ช้
ต 3.1 ม. 3/1 countable/uncountable nouns,
ต 4.1 ม. 3/1 quantifiers หลักการเขียนจดหมายเชิญ

แบบไม่เป็นทางการ การอ่านออกเสียง
ถูกต้องตามหลักการอ่าน ช่วยให้ใช้ภาษาใน
การสอื่ สารได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมทั้ง
การฟงั พดู อ่าน และเขยี น เข้าใจชีวิตความ
เป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
และเป็นพ้ืนฐานในการค้นคว้า รวบรวม
และนาเสนอข้อมูลท่ีเกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระ
การเรยี นร้อู นื่
5 It’s fun! รู้และเข้าใจคาศัพท์เก่ียวกับกีฬาเอ็กซ์ตรีม 12 14
ต 1.1 ม. 3/3, ม. 3/4 โอลิมปิก ประเภทของดนตรี ประเภทของ
ภาพยนตร์ สานวนภาษาท่ีใช้ในการซ้ือต๋ัว
ต 1.2 ม. 3/1, ม. 3/5 ภาพยนตร์ ความรู้เกี่ยวกับกีฬาเอ็กซ์ตรีม
ต 1.3 ม. 3/3 เทศกาล Glastonbury Festival ใน
ต 2.1 ม. 3/1 ประเทศอังกฤษ การใช้ดนตรีประกอบ
ภาพยนตร์ การอ่านออกเสียงถูกต้องตาม
ต 4.1 ม. 3/1

ลาดบั ช่ือหน่วยการเรียนรู/้ สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด เวลา นา้ หนกั

ท่ี มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ดั (ชั่วโมง) คะแนน
ต 4.2 ม. 3/1, ม. 3/2 หลักการอ่าน การใช้ positions of
movement, some/any/no/every and
compounds และหลักการเขียนบทวิจารณ์
อัลบ้ัมเพลง ช่วยให้ใช้ภาษาในการส่ือสาร
เกี่ยวกับเร่ืองใกล้ตัวและสถานการณ์ต่างๆ
ได้อย่างเหมาะสม เข้าใจและตีความสื่อที่
ไม่ใชค่ วามเรยี งได้ถูกต้อง และเกิดความเข้า
ใจความเป็นมา ภูมิหลัง และบริบททาง 59 70
สงั คมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา

ระหว่างเรยี น 1 30

สอบปลายภาค 60 100

รวมตลอดภาค

แผนการจดั การเรยี นรู้
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
รายวชิ า ภาษาอังกฤษพ้นื ฐาน 6
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 6
Safety come first

ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2565

นางสาวดาราพร ศรขี าว

ตาแหนง่ ครู

โรงเรียนบา้ นทา่ เยย่ี มวิทยายล

สานักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 7

สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน

กระบวนการ/เทคนคิ วิธกี ารจดั การเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 6 Safety comes first

แผนท่ี เรื่อง กระบวนการจัดการเรยี นร้/ู เวลา
วิธีการจัดการเรยี นรู้ (ช่ัวโมง)

1 Danger down under การสอนแบบแบ่งกลุม่ ทางาน 2

(Committee work method) 2
2
2 Streetwise การเรียนรแู้ บบร่วมมอื ร่วมใจ
(Cooperative learning) 2

3 Take it easy วธิ กี ารสอนแบบอภปิ ราย 2

(Discussion Method) 1

4 RCMP: Royal Canadian Mounted การสอนแบบแบง่ กลมุ่ ทางาน 11

Police (Committee work method)

5 Oh dear! การสอนแบบการเรียนเป็นคู่

(Learning cell)

6 ICT S@fe Surfing การสอนแบบโครงสรา้ งความรู้

(Graphic organizer)

รวม

แบบประเมินกลยทุ ธ์ในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 6
เร่ือง Safety comes first ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565

แผนที่ กลยทุ ธ์ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ คณุ ภาพผู้เรยี น แปลผล
321

1 การสอนแบบแบง่ กลมุ่ ทางาน √ ดี

(Committee work method)

2 การเรียนรู้แบบร่วมมอื รว่ มใจ √ ดี

(Cooperative learning)

3 วิธกี ารสอนแบบอภิปราย √ ดี

(Discussion Method)

4 การสอนแบบแบง่ กลุม่ ทางาน √ ดี

(Committee work method)

5 การสอนแบบการเรยี นเป็นคู่ √ ดี

(Learning cell)

6 การสอนแบบโครงสร้างความรู้ √ พอใช้

(Graphic organizer)

หมายเหตุ ระดบั คุณภาพ ระดบั 3 หมายถงึ ดี ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้ ระดับ 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง

ขอ้ เสนอแนะ/ปรับปรุงพฒั นา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ผบู้ ันทึก ลงชื่อ ผู้รบั รอง
(นางสาวดาราพร ศรีขาว) (นายกติ ติศักด์ิ ประชมุ )
ตาแหนง่ ครผู ู้สอน
ตาแหน่ง ผ้อู านวยการโรงเรียนบา้ นท่าเย่ียมวิทยายล

แผนการจดั การเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6 Safety comes first

รายวชิ า ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) เวลาเรียน 11 ชว่ั โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดช้ันปี

มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรื่องที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น
ตวั ช้ีวดั อยา่ งมีเหตผุ ล
1. ปฏิบตั ติ ามคาขอรอ้ ง คาแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายทฟี่ ังและอ่าน
2. อ่านออกเสียงขอ้ ความ ข่าว โฆษณา และบทรอ้ ยกรองส้นั ๆ ถูกตอ้ งตามหลกั การอ่าน
4. เลือก/ระบุหวั ขอ้ เรื่อง ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน และแสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกบั เรื่องทฟี่ ังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ พรอ้ มท้งั ใหเ้ หตผุ ลและยกตวั อยา่ ง
ประกอบ

มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรู้สึก
ตวั ช้ีวดั และความคดิ เห็นอยา่ งมีประสิทธิภาพ
1. สนทนาและเขยี นโตต้ อบขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง เร่ืองต่างๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ข่าว

เรื่องทอ่ี ยใู่ นความสนใจของสงั คม และส่ือสารอยา่ งต่อเนื่องและเหมาะสม
2. ใชค้ าขอร้อง ใหค้ าแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายอยา่ งเหมาะสม

มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใชไ้ ด้
ตวั ช้ีวดั อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
1. เลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกบั บุคคลและโอกาสตามมารยาท

สงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
2. อธิบายเกี่ยวกบั ชีวติ ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและประเพณีของเจา้ ของภาษา
3. เขา้ ร่วม/จดั กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ

มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเช่ือมโยงความรูก้ บั กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน และเป็น
พ้นื ฐาน
ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิ ดโลกทศั นข์ องตน
ตวั ช้ีวดั 1. คน้ ควา้ รวบรวม และสรุปขอ้ มูล/ขอ้ เทจ็ จริงที่เก่ียวขอ้ งกบั กล่มุ สาระการเรียนรู้อ่ืน

จากแหล่งเรียนรู้ และนาเสนอดว้ ยการพดู และการเขียน

มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ท้งั ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
ตวั ช้ีวดั 1. ใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดข้ึนในหอ้ งเรียน

สถานศกึ ษา ชุมชน และสงั คม

2. ความคดิ รวบยอด

รู้และเขา้ ใจคาศพั ทเ์ ก่ียวกบั อาชญากรรม ความปลอดภยั ปัญหาวยั รุ่น อาการบาดเจบ็ อินเทอร์เน็ต
สานวนภาษาทใี่ ชใ้ นการแสดงความเห็นใจผอู้ ื่น ความรูเ้ กี่ยวกบั อนั ตรายท่ี Great Barrier Reef ความปลอดภยั
บนถนน การเล่นอินเทอร์เน็ตอยา่ งปลอดภยั หลกั การเขียน email ใหค้ าแนะนา การใช้ modals (must, have to,
should, can, may, might, could), modals (past) การอ่านออกเสียงถูกตอ้ งตามหลกั การอ่าน และความรู้
เกี่ยวกบั ตารวจ RCMP ในประเทศแคนาดา ช่วยใหใ้ ชภ้ าษาในการใหค้ าแนะนาไดถ้ ูกตอ้ งตามสถานการณ์
ปฏบิ ตั ิตามคาแนะนา แสดงความรูส้ ึกไดอ้ ยา่ งเหมาะสม เกิดความเขา้ ใจความเป็ นมา ภูมิหลงั บริบททางสงั คม
และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และเขา้ ใจวธิ ีการคน้ ควา้ ขอ้ มูลจากแหล่งการเรียนรู้อ่ืน

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- คาสงั่ /คาแนะนาในการปฏบิ ตั ิเมื่ออยกู่ ลางแสงแดด ความปลอดภยั บนถนน
การเล่นอินเทอร์เน็ต
- การออกเสียงตามระดบั เสียงสูง-ต่า ในประโยค การออกเสียงสระเสียงยาว
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- ภาษาที่ใชใ้ นการส่ือสารระหวา่ งบุคคล
- คาแนะนาในการปฏิบตั เิ ม่ืออยกู่ ลางแสงแดด การหลีกเล่ียงไม่ใหต้ กเป็นเหยอื่

อาชญากรรม
การเตรียมตวั สอบ การเล่นอินเทอร์เน็ตอยา่ งปลอดภยั

- การเลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและ
วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

- ชีวติ ความเป็นอยขู่ องเจา้ ของภาษา
- กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เช่น บทบาทสมมติ
- การคน้ ควา้ การรวบรวม และการนาเสนอขอ้ มูลทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น

(สุขศึกษา, สงั คมศกึ ษาฯ)
- การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองท่ีเกิดข้ึนในหอ้ งเรียน

3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
-

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
- การคิดวเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
4.4 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
5.1 ใฝ่เรียนรู้

6. ชิ้นงาน/ภาระงาน
6.1 การทาใบปลิวเก่ียวกบั ขอ้ ปฏบิ ตั เิ ม่ืออยกู่ ลางแสงแดด
6.2 การเขยี น email ใหค้ าแนะนาเพอื่ นเพอ่ื หลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยอ่ื อาชญากรรม
6.3 การเขยี น email ใหค้ าแนะนาเพอ่ื นทก่ี าลงั เครียดกบั การสอบ
6.4 การพดู นาเสนอเกี่ยวกบั กองกาลงั ตารวจในประเทศไทย
6.5 การแสดงบทบาทสมมติแสดงความเห็นใจเพอ่ื นเก่ียวกบั อุบตั ิเหตุท่เี กิดข้นึ
6.6 การใหค้ าแนะนาในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (online)

7. การวดั และการประเมินผล
7.1 ประเมินการทาแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
7.2 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.3 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.4 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.5 ประเมินช้ินงาน/ภาระงาน

8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 แบบฝึกไวยากรณ์ Extra Access 3 ม. 3
8.4 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
8.5 Access Workbook Audio CD 3 ม. 3 (ประกอบแบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3 และ

Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3)
8.6 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
8.7 พจนานุกรมภาษาองั กฤษ
8.8 อินเทอร์เน็ตหรือหนงั สืออา้ งอิง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1

รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

เรื่อง Danger down under เวลา 2 ชว่ั โมง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. ความคดิ รวบยอด

ความรูเ้ กี่ยวกบั อนั ตรายที่ Great Barrier Reef และการใช้ modals (must, have to, should, can, may,
might, could), modals (past) ช่วยให้ใชภ้ าษาในการใหค้ าแนะนาและปฏบิ ตั ิตามไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
2. จุดประสงค์การเรียนรู้

2.1 เรียนรูค้ าศพั ทต์ อ่ ไปน้ี residents, venom, lethal, shallow, tricked, occur, dusk, sting, symptom, toxic,
spines, defend, painful, shark, attacks, fatal, feeding time ได้

2.2 อ่านเพอ่ื หาขอ้ มูลจาเพาะได้
2.3 ใช้ modals (must, have to, should, can, may, might, could) และ modals (past) ไดถ้ ูกตอ้ ง
2.4 ทาใบปลิวเกี่ยวกบั ความปลอดภยั เมื่ออยกู่ ลางแสงแดดได้
3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
- คาสง่ั /คาแนะนาในการปฏิบตั ิเมื่ออยกู่ ลางแสงแดด
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- คาแนะนาในการปฏบิ ตั เิ ม่ืออยกู่ ลางแสงแดด
- การคน้ ควา้ การรวบรวม และการนาเสนอขอ้ มูลทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ่ืน

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ - การคดิ วเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
4.4 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

5.1 ใฝ่ เรียนรู้
6. กิจกรรมการเรียนรู้

กจิ กรรมนาสู่การเรียน
1. นกั เรียนทาแบบทดสอบความรูก้ ่อนเรียนโดยใช้ Self Check ในหนงั สือเรียน หนา้ 68
2. นกั เรียนดูช่ือหน่วยการเรียนรู้ท่ี 6: Safety comes first ในหนงั สือเรียน หนา้ 59 แลว้ บอกวา่
หมายความวา่ อยา่ งไร และใหน้ กั เรียนช่วยกนั คิดวา่ หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 น่าจะเกี่ยวกบั เร่ืองอะไร
ครูใหน้ กั เรียนเปิ ดดูเน้ือหาในหนงั สือเรียน หนา้ 60-67 อยา่ งคร่าวๆ
3. ครูช้ีแจงใหน้ กั เรียนทราบวา่ หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 น้ีนกั เรียนจะไดเ้ รียนรู้เกี่ยวกบั อะไร
4. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 59 หวั ขอ้ Find the page numbers for โดยหาวา่ an email,
dictionary entries, a leaflet, หนงั สือเรียนหนา้ ใด เม่ือหาพบแลว้ ครูถามคาถามเก่ียวกบั หวั ขอ้
ดงั กล่าวเพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียน
5. ครูอ่านคาศพั ท์ 1-7 ทีอ่ ยใู่ ตภ้ าพในหนงั สือเรียน หนา้ 59 ใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ เปิ ด CD 2/Track 10
โดยหยดุ ทีละคาเพอ่ื ใหน้ กั เรียนฟังและออกเสียงตาม แลว้ ใหน้ กั เรียนแปลคาเหล่าน้ีดว้ ยถอ้ ยคาท่ี
เทียบเทา่ กบั ในภาษาไทย จากน้นั ครูอ่านวลีที่กาหนดใหใ้ นหวั ขอ้ Vocabulary และอธิบาย
ความหมายของคาทนี่ กั เรียนไม่รู้ แลว้ ใหน้ กั เรียนบรรยายภาพ 1-7 โดยใชว้ ลีเหล่าน้ี
6. ครูใหน้ กั เรียนดูชื่อ Unit 6a ช่ือของบทอ่าน และภาพในหนงั สือเรียน หนา้ 60 แลว้ เดาวา่ Unit 6a
น่าจะเก่ียวขอ้ งกบั เร่ืองอะไร (dangerous animals that live in the sea in Australia)

กจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้

1. ครูใหน้ กั เรียนดูภาพในหนงั สือเรียน หนา้ 60 Ex. 1 (to listen and read for specific information and
match words to pictures) แลว้ ครูถามวา่ นกั เรียนรูจ้ กั สตั วใ์ นภาพหรือไม่ จากน้นั ครูเปิ ด CD
2/Track 11 ใหน้ กั เรียนฟังและอ่านบทอ่านตามไปดว้ ย แลว้ จบั คูค่ ากบั สตั วใ์ นภาพ เสร็จแลว้ ครู
กระตนุ้ คาตอบจากนกั เรียน

2. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 61 Ex. 3 โดยจบั คู่คา (1-8) กบั คาท่มี ีความหมาย
เหมือนกนั (a-h) เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ แลว้ ใหน้ กั เรียนจบั คูก่ บั เพอื่ น ผลดั กนั บอก 2 ส่ิงท่ี
ประทบั ใจมากทสี่ ุดจากบทอ่าน

3. ครูอ่านตวั อยา่ งทอี่ ยใู่ นกรอบในหนงั สือเรียน หนา้ 61 Ex. 4a (to introduce modals) และอธิบาย
ความหมายของคาวา่ obligation (to have the duty to do something), ใหน้ กั เรียนรู้
แลว้ ครูสอน modals: must/mustn’t, have to/don’t have to, should, can, may, might, could จากน้นั
ใหน้ กั เรียนตอบคาถามวา่ modals คาใดแสดงถึง obligation, no obligation, prohibition,
recommendation และ possibility

4. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 61 Ex. 4b (to identify modals)
5. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 61 Ex. 5 (to practise modals) โดยเลือก modals ทีถ่ ูกตอ้ ง

6. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 61 Ex. 6 (to further practise modals) โดยใชค้ าที่
กาหนดใหแ้ ตง่ ประโยคใหไ้ ดม้ ากเทา่ ที่จะเป็ นไปได้ เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ

7. ครูอ่านประโยคตวั อยา่ งท่อี ยใู่ นกรอบในหนงั สือเรียน หนา้ 61 Ex. 7 (to introduce past modals)
แลว้ ครูสอนการใช้ past modals โดยอธิบายวา่ could ใชเ้ พอ่ื แสดงถึงความสามารถทวั่ ๆ ไป หรือ
การกระทาท่ีทาซ้าๆ ในอดีต, had to ใชเ้ พอ่ื แสดงถึงหนา้ ท่ใี นอดีต, was able to ใชเ้ พอื่ แสดงถึง
ความสามารถในโอกาสหรือสถานการณ์หน่ึงในอดีต และ couldn’t/wasn’t able to ใชเ้ พอื่ แสดง
ถึงการขาดความสามารถทวั่ ๆ ไปในอดีต

8. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 61 Ex. 8 (to practise past modals) โดยใช้ past modals
เติมประโยคใหส้ มบูรณ์ เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ

9. ครูใหน้ กั เรียนจบั คูก่ บั เพอ่ื นทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 61 Ex. 9 (to consolidate present and
past modals) โดยใช้ present และ past modals พดู เกี่ยวกบั หวั ขอ้ ที่กาหนดให้ ครูเดินรอบๆ ช้นั
เรียนเพอื่ สงั เกตการทากิจกรรม แลว้ สุ่มเรียกนกั เรียนพดู คาตอบของตนเองใหเ้ พอ่ื นฟัง

กจิ กรรมรวบยอด

1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 61 Ex. 10 (to prepare a leaflet using ICT) โดยครูให้
นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มรวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกบั ส่ิงทตี่ อ้ งทา/หา้ มทา/
ควรทาเม่ืออยกู่ ลางแสงแดดเพอ่ื ทาใบปลิว ครูให้นกั เรียนคน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มูลจากเวบ็ ไซตท์ ี่
กาหนดใหห้ รือเวบ็ ไซตอ์ ่ืนๆ ครูใหเ้ วลานกั เรียนทางานในช้นั เรียนหรืออาจมอบหมายใหเ้ ป็ น
การบา้ น

7. การวัดและการประเมนิ ผล

7.1 ประเมินการทาแบบทดสอบก่อนเรียน
7.2 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.3 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.4 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.5 ประเมินผลการทาใบปลิวเกี่ยวกบั ขอ้ ปฏบิ ตั เิ มื่ออยกู่ ลางแสงแดด
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
8.3 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
9. วิธีสอน/เทคนิคการสอนที่เกย่ี วข้อง

9.1 การสอนแบบแบ่งกลุ่มทางาน (Committee work method)

บนั ทกึ ผลหลังการสอน

1. ผลการจดั การเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..

2. ปัญหาและอุปสรรค

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน

(นางสาวดาราพร ศรีขาว)

4. ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน

(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2

รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

เรื่อง Streetwise เวลา 2 ชว่ั โมง

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. ความคดิ รวบยอด

รู้และเขา้ ใจคาศพั ทเ์ กี่ยวกบั อาชญากรรมและความปลอดภยั ความรู้เกี่ยวกบั ความปลอดภยั บนถนน
ช่วยใหใ้ ชภ้ าษาในการใหค้ าแนะนาเก่ียวกบั การปฏบิ ตั ติ วั ในชีวติ ประจาวนั และปฏบิ ตั ิตามคาแนะนาได้
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

2.1 เรียนรู้คาศพั ทเ์ กี่ยวกบั อาชญากรรมและความปลอดภยั ได้
2.2 อ่านเพอ่ื หาขอ้ มูลจาเพาะได้
2.3 ใช้ reported speech (statements, orders, commands, questions) ไดถ้ ูกตอ้ ง
2.4 ฟังเพอื่ จบั ใจความสาคญั ได้
2.5 เขยี น email ใหค้ าแนะนาเก่ียวกบั ความปลอดภยั ในการเดินทางได้
3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
- คาแนะนาเกี่ยวกบั ความปลอดภยั บนถนน
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- คาแนะนาในการหลีกเล่ียงไม่ใหต้ กเป็นเหยอ่ื อาชญากรรม

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคิด - การคดิ วเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

5.1 ใฝ่เรียนรู้
6. กิจกรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน

ครูอ่านช่ือ Unit 6b ในหนงั สือเรียน หนา้ 62 แลว้ กระตนุ้ ใหน้ กั เรียนบอกความหมายของคาวา่ Streetwise

(to know how to be safe on the streets) จากน้นั ใหน้ กั เรียนบอกความระมดั ระวงั ทป่ี ระชาชนควรทา
เพอื่ ใหป้ ลอดภยั เม่ืออยบู่ นทอ้ งถนน (e.g. walk in groups, keep valuables out of sight, not to walk alone
at night, etc)

กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้

1. ครูอ่านคาถามในหนงั สือเรียน หนา้ 62 Ex. 1 (to introduce the topic and listen and read for specific
information) ใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ ใหน้ กั เรียนตอบคาถาม จากน้นั ครูเปิ ด CD 2/Track 12 ใหน้ กั เรียน
ฟังและอ่านบทอ่านในหนงั สือเรียนตามไปดว้ ย เพอื่ ตรวจวา่ คาตอบของนกั เรียนถูกตอ้ งตามบทอ่าน
หรือไม่

2. ครูใหเ้ วลานกั เรียนหาความหมายของคา/วลีท่ีใหม้ าในหนงั สือเรียน หนา้ 62 Ex. 2 (to present new
vocabulary) จากพจนานุกรมภาษาองั กฤษ แลว้ ให้นกั เรียนจบั คู่ อภปิ รายวา่ อาชญากรรมชนิดใดท่ี
รุนแรงทสี่ ุด ใหน้ กั เรียนใหเ้ หตุผลอธิบายความคดิ ของตนเอง จากน้นั ครูสุ่มเรียกนกั เรียนบอก
คาตอบของตนเองใหเ้ พอ่ื นฟัง

3. ครูใหเ้ วลานกั เรียนหาความหมายของวลีท่ีใหม้ าในหนงั สือเรียน หนา้ 62 Ex. 3 (to present new
vocabulary) จากพจนานุกรมภาษาองั กฤษ จากน้นั ใหน้ กั เรียนอ่านบทอ่านอีกคร้ัง แลว้ ใชว้ ลีเหล่าน้ี
สรุปเร่ือง เสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั อธิบายความหมายของคาทพี่ มิ พต์ วั หนาในบทอ่าน

4. ครูใหน้ กั เรียนบอกวา่ เม่ือไหร่ทีเ่ ราใชป้ ระโยค reported speech (to report a person’s actual words)
จากน้นั ใหน้ กั เรียนดูตารางในหนงั สือเรียน หนา้ 63 Ex. 4 (to present and practise reported
statements) แลว้ ครูถามคาถามเพอื่ กระตนุ้ ใหน้ กั เรียนบอกการเปลี่ยน tense คาสรรพนาม และคา
แสดงเวลาเม่ืออยใู่ นประโยค reported speech

5. ครูใหน้ กั เรียนอ่านการเปล่ียนประโยคคาสง่ั direct speech เป็นประโยค reported speech ใน
หนงั สือเรียน หนา้ 63 Ex. 5 (to present and practise reported orders/commands) แลว้ กระตนุ้ ให้
นกั เรียนบอกวา่ ประโยค reported orders/commands ข้นึ ตน้ วา่ อยา่ งไร (He told … to) จากน้นั ให้
นกั เรียนเปล่ียนประโยคคาสง่ั direct speech (2-5) เป็นประโยค reported speech เสร็จแลว้ ครูตรวจ
คาตอบโดยใหน้ กั เรียนอ่านคาตอบของตนเองทีละคน

6. ครูใหน้ กั เรียนอ่านการเปลี่ยนประโยคคาถาม direct speech เป็นประโยค reported speech ใน
หนงั สือเรียน หนา้ 63 Ex. 6 (to present and practise reported questions) จากน้นั ใหน้ กั เรียนเปล่ียน
ประโยคคาถาม direct speech (2-5) เป็นประโยค reported speech เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบโดยให้
นกั เรียนอ่านคาตอบของตนเองทลี ะคน

7. ครูใหน้ กั เรียน 1 คู่ อ่านประโยคตวั อยา่ งในหนงั สือเรียน หนา้ 63 Ex. 7 (to further practise
reported speech) ใหเ้ พอ่ื นฟัง แลว้ ครูใหน้ กั เรียนจบั คู่กบั เพอ่ื น ผลดั กนั พดู ประโยคและรายงานส่ิง

ที่คูข่ องตนพดู ครูเดินรอบๆ ช้นั เรียนเพอ่ื สงั เกตการทากิจกรรม และใหค้ วามช่วยเหลือเม่ือจาเป็ น
จากน้นั ครูสุ่มเรียกนกั เรียนบางคูอ่ อกมาทากิจกรรมทห่ี นา้ ช้นั เรียน
8. ครูอ่านหวั ขอ้ A-C ในหนงั สือเรียน หนา้ 63 Ex. 8 (to listen for gist) ใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ เปิ ด CD
2/Track 13 ใหน้ กั เรียนฟังและวงกลมหวั ขอ้ ท่บี คุ คลใน CD กาลงั สนทนา ครูอาจเปิ ด CD ให้
นกั เรียนฟัง 2 คร้งั ถา้ จาเป็น จากน้นั เฉลยคาตอบ
กิจกรรมรวบยอด

1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 63 Ex. 9 (to write an email giving advice to a friend)
โดยเขียน email ใหค้ าแนะนาส่ิงท่คี วรทา/ไม่ควรทาแก่เพอ่ื นที่กาลงั จะเดินทาง เพอ่ื หลีกเล่ียงการ
ตกเป็นเหยอ่ื อาชญากรรม ครูใหน้ กั เรียนระดมความคิด คดิ คาแนะนาทเี่ หมาะสม เช่น walk in
well-lit streets หรือใหน้ กั เรียนใชแ้ นวคิดจากการฟังบทสนทนาใน Ex. 8 และบทอ่านในหนา้ 62
จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนทางานในช้นั เรียนหรือมอบหมายใหเ้ ป็ นการบา้ น โดยครูช่วยเหลือนกั เรียน
ดว้ ยการเขียนคาข้ึนตน้ และคาลงทา้ ยจาก Suggested Answer Key ใหน้ กั เรียนดูบนกระดาน

2. นกั เรียนทากิจกรรมในแบบฝึกหดั (Workbook) Unit 6b หนา้ 51 Exs. 1-4
7. การวัดและการประเมินผล

7.1 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.3 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.4 ประเมินผลการเขยี น email ใหค้ าแนะนาเพอ่ื นเพอื่ หลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยอื่ อาชญากรรม
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 แบบฝึกไวยากรณ์ Extra Access 3 ม. 3
8.4 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
8.5 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
9. วธิ ีสอน/เทคนิคการสอนทเ่ี กย่ี วข้อง

9.1 การเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมใจ (Cooperative learning)

บันทกึ ผลหลงั การสอน

1. ผลการจดั การเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..

2. ปัญหาและอุปสรรค

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน

(นางสาวดาราพร ศรีขาว)

4. ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน

(นายกิตติศักด์ิ ประชุม)

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3

รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 3

เร่ือง Take it easy เวลา 2 ชวั่ โมง

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. ความคดิ รวบยอด

รู้และเขา้ ใจคาศพั ทเ์ กี่ยวกบั ปัญหาวยั รุ่น หลกั การเขยี น email ใหค้ าแนะนา ช่วยให้ใชภ้ าษาในการให้
คาแนะนาเกี่ยวกบั การปฏิบตั ติ วั ในชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้

2.1 เรียนรู้คาศพั ทเ์ ก่ียวกบั ปัญหาวยั รุ่นได้
2.2 อ่านเพอ่ื หาขอ้ มูลจาเพาะและเพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจโครงสร้าง email ได้
2.3 เขียน email ใหค้ าแนะนาเพอ่ื นได้
3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- คาแนะนาในการเตรียมตวั สอบ

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคิด - การคดิ วเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

5.1 ใฝ่เรียนรู้
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน

ครูถามนกั เรียนวา่ ปัญหาทวั่ ๆ ไปท่ีวยั รุ่นเผชิญอยใู่ นปัจจุบนั คอื อะไร และนกั เรียนมีวธิ ีแกป้ ัญหาอยา่ งไร
กิจกรรมพฒั นาการเรียนรู้

1. ครูใหน้ กั เรียนดูปัญหาตา่ งๆ ของวยั รุ่นในหนงั สือเรียน หนา้ 64 Ex. 1 แลว้ ครูอธิบายหรือกระตนุ้
ใหน้ กั เรียนบอกความหมาย จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนบอกวา่ ปัญหาใดตงึ เครียดท่ีสุด

2. ครูอธิบายกิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 64 Ex. 3 (to read for gist) และอธิบายความหมายของคาวา่
‘sympathy’ (to feel sorry for someone) และ ‘hope’ (want, wish, desire something) แลว้ ใหน้ กั เรียน
อ่าน email ของ Stella ท่ีเขยี นตอบ Penny จากน้นั ใหน้ กั เรียนตอบคาถามทใ่ี หม้ า เสร็จแลว้ ครูให้
นกั เรียนบอกคาตอบ

3. ครูอธิบายวา่ การเปิ ดคาพดู จะพบตอนเร่ิมตน้ ของจดหมาย/email และการปิ ดคาพดู จะพบใน
ตอนทา้ ยของจดหมาย/email จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนอ่านประโยค (1-4) ในหนงั สือเรียน หนา้ 64
Ex. 4 และบอกวา่ ประโยคใดเป็นการเปิ ดคาพดู (O) และประโยคใดเป็นการปิ ดคาพดู (C) ของ
จดหมาย/email

4. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 64 Ex. 5 โดยใชบ้ นั ทึกยอ่ ทใี่ หม้ าแตง่ ประโยคให้
คาแนะนา กอ่ นทาครูอธิบายความหมายของคาศพั ทท์ ่ีนกั เรียนไม่รู้ เช่น spread, relieve และอ่าน
ตวั อยา่ งใหน้ กั เรียนฟัง จากน้นั ใหน้ กั เรียนทากิจกรรม เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ

กิจกรรมรวบยอด

1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 64 Ex. 6 (to write an email giving advice) โดยเขียน
email ใหค้ าแนะนาเพอื่ นท่กี าลงั เครียดกบั การสอบ ครูใหน้ กั เรียนดูโครงร่างที่ใหม้ า แลว้ กระตุน้ ให้
นกั เรียนช่วยกนั บอกการเปิ ด/ปิ ดคาพดู /คาแนะนา ครูบอกนกั เรียนใหใ้ ชแ้ นวคดิ จาก Ex. 5
จากน้นั ครูเขยี นสิ่งทน่ี กั เรียนบอกลงในโครงร่างทใ่ี หม้ าบนกระดาน แลว้ ใหน้ กั เรียนคดั ลอกโครง-
ร่างลงในสมุดของตนเอง

7. การวัดและการประเมนิ ผล

7.1 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.3 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.4 ประเมินผลการเขียน email ใหค้ าแนะนาเพอื่ นทกี่ าลงั เครียดกบั การสอบ
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกไวยากรณ์ Extra Access 3 ม. 3
8.3 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
9. วธิ ีสอน/เทคนิคการสอนที่เกยี่ วข้อง

9.1 วธิ ีการสอนแบบอภปิ ราย (Discussion Method)

บันทกึ ผลหลงั การสอน

1. ผลการจดั การเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..

2. ปัญหาและอุปสรรค

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน

(นางสาวดาราพร ศรีขาว)

4. ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน

(นายกิตติศักด์ิ ประชุม)

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4

รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 3

เร่ือง RCMP: Royal Canadian Mounted Police เวลา 2 ชวั่ โมง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. ความคดิ รวบยอด

ความรู้เก่ียวกบั ตารวจ RCMP ในประเทศแคนาดา ช่วยใหเ้ กิดความเขา้ ใจความเป็ นมา ภูมิหลงั และ
บริบททางสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และเขา้ ใจวธิ ีการคน้ ควา้ ขอ้ มูลจากแหล่งการเรียนรู้อื่น
2. จุดประสงค์การเรียนรู้

2.1 เรียนรูค้ าศพั ทต์ อ่ ไปน้ี portable radios, symbol, leather riding boots, control traffic ได้
2.2 อ่านเพอ่ื หาขอ้ มูลจาเพาะได้
2.3 นาเสนอเก่ียวกบั กองกาลงั ตารวจพเิ ศษในประเทศไทยได้
3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- ชีวติ ความเป็นอยขู่ องเจา้ ของภาษา
- การคน้ ควา้ การรวบรวม และการนาเสนอขอ้ มูลที่เก่ียวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคิด - การคดิ วเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

5.1 ใฝ่เรียนรู้

6. กิจกรรมการเรียนรู้

กิจกรรมนาสู่การเรียน
ครูใหน้ กั เรียนดูภาพในหนงั สือเรียน หนา้ 65 แลว้ ถามนกั เรียนวา่ มา้ ไดถ้ ูกใชใ้ นกองกาลงั ตารวจใน
ประเทศไทยหรือไม่ จากน้นั ครูกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนบอกวา่ RCMP น่าจะมีประโยชนอ์ ยา่ งไร และหนา้ ท่ี
พเิ ศษของพวกเขาน่าจะทาอะไร

กจิ กรรมพัฒนาการเรียนรู้

1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 65 Ex. 1 (to present new vocabulary) โดยครูใหน้ กั เรียน
อ่านบทอา่ นหรือเปิ ด CD 2/Track 14 ใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ อธิบายวา่ คา/วลีที่กาหนดใหเ้ ก่ียวขอ้ งกบั
Royal Canadian Mounted Police อยา่ งไร จากน้นั ครูตรวจคาตอบ

2. ครูใหน้ กั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 65 Ex. 2) ดว้ ยการสุ่มเรียกนกั เรียนหลายๆ คน
บรรยายผชู้ ายในภาพโดยใชค้ า/วลีทีก่ าหนดใหใ้ น Ex. 1

3. ครูใหน้ กั เรียนอ่านบทอ่านในหนงั สือเรียน หนา้ 65 อีกคร้ัง แลว้ ตอบคาถามใน Ex. 3 (to read for
specific information) เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ

4. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 65 Ex. 4 โดยเลือกขอ้ มลู จากบทอ่านมาเขียนบรรยายวนั
ทางานปกติของตารวจ RCMP ดว้ ยโครงสร้างบรุ ุษท่ี 1 (first person) เมื่อทาเสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียน
เตรียมการนาเสนอ แลว้ ครูเลือกนกั เรียนหลายๆ คน ออกมานาเสนอท่ีหนา้ ช้นั เรียน

5. ครูอ่านวลีในแผนผงั ในหนงั สือเรียน หนา้ 65 Ex. 5 และอธิบายวา่ คาท่พี มิ พส์ ีดาคอื วลี ส่วนคาที่
พมิ พส์ ีอ่ืนๆ คือความหมาย จากน้นั ใหน้ กั เรียนแต่งประโยคดว้ ยวลีเหล่าน้ี เสร็จแลว้ ครูตรวจ
คาตอบของนกั เรียน

กจิ กรรมรวบยอด

1. ครูแบง่ นกั เรียนเป็นกลุ่ม กล่มุ ละ 3-4 คน แลว้ ให้แตล่ ะกลุ่มตอบคาถามในหนงั สือเรียน หนา้ 65
Ex. 6 (to make a presentation on special police forces) ครูบอกนกั เรียนวา่ สามารถใชอ้ ินเทอร์เน็ต
และหนงั สืออา้ งอิงเพอ่ื คน้ หาขอ้ มลู ได้ จากน้นั รวบรวมขอ้ มูลเพอื่ เตรียมการนาเสนอ ครูอาจ
มอบหมายใหน้ กั เรียนไปคน้ ควา้ ขอ้ มูลเป็นการบา้ น แลว้ มานาเสนอขอ้ มูลท่ีหนา้ ช้นั เรียน

7. การวัดและการประเมนิ ผล

7.1 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูใ้ นช่วงการทากิจกรรม
7.3 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.4 ประเมินผลการพดู นาเสนอเก่ียวกบั กองกาลงั ตารวจในประเทศไทย
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
9. วิธีสอน/เทคนิคการสอนทเี่ กย่ี วข้อง
9.1 การสอนแบบแบง่ กลุ่มทางาน (Committee work method)

บนั ทกึ ผลหลังการสอน

1. ผลการจดั การเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..

2. ปัญหาและอุปสรรค

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน

(นางสาวดาราพร ศรีขาว)

4. ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน

(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5

รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3

เรื่อง Oh dear! เวลา 2 ชว่ั โมง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. ความคดิ รวบยอด

รูแ้ ละเขา้ ใจคาศพั ทเ์ กี่ยวกบั อาการบาดเจบ็ สานวนภาษาท่ใี ชใ้ นการแสดงความเห็นใจผอู้ ื่น การอ่าน
ออกเสียงถูกตอ้ งตามหลกั การอา่ น ช่วยใหใ้ ชภ้ าษาในการแสดงความรูส้ ึกในสถานการณ์ต่างๆ ไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

2.1 เรียนรูค้ าศพั ทต์ ่อไปน้ี sprain your wrist, bang your head, twist your ankle, cut your finger, break
your leg, hurt your back ได้

2.2 อ่านเพอ่ื หาขอ้ มูลจาเพาะได้
2.3 อ่านออกเสียงคาศพั ทท์ ี่มีเสียง /ʌ/ และ / / ได้
2.4 แสดงความเห็นใจเพอ่ื นเก่ียวกบั อุบตั เิ หตทุ ี่เกิดข้นึ ได้

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การออกเสียงตามระดบั เสียงสูง-ต่า ในประโยค การออกเสียงสระเสียงยาว
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- ภาษาท่ีใชใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบุคคล
- การเลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาทา่ ทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและ
วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
- กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เช่น บทบาทสมมติ
- การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองทีเ่ กิดข้ึนในหอ้ งเรียน

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

5.1 ใฝ่เรียนรู้
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กิจกรรมนาสู่การเรียน

ครูใหน้ กั เรียนอ่านช่ือ Unit 6e ในหนงั สือเรียน หนา้ 66 แลว้ ครูอธิบายวา่ Oh dear! เป็นสานวน
ภาษาองั กฤษทีใ่ ชแ้ สดงความเห็นใจ จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนบอกสานวนน้ีเป็นภาษาไทย
กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้

1. ครูใหน้ กั เรียนดูวลีท่ีเก่ียวขอ้ งกบั อาการบาดเจบ็ ในหนงั สือเรียน หนา้ 66 Ex. 1 (to present new
vocabulary) แลว้ ครูใหน้ กั เรียน 2 คน อ่านตวั อยา่ งการถามและตอบใหเ้ พอื่ นฟัง จากน้นั ให้
นกั เรียนจบั คู่ แสดงบทสนทนาเก่ียวกบั อาการบาดเจบ็ ในภาพดงั ตวั อยา่ ง ครูสงั เกตขณะนกั เรียนทา
กิจกรรม แลว้ สุ่มเรียกนกั เรียนบางคู่ออกมาแสดงบทสนทนาทห่ี นา้ ช้นั เรียน

2. ครูเปิ ด CD 2/Track 15 ใหน้ กั เรียนฟังสานวนภาษาในหนงั สือเรียน หนา้ 66 Ex. 2 (to identify
expressions expressing sympathy) แลว้ ออกเสียงตาม จากน้นั ใหน้ กั เรียนระบุวา่ สานวนใดท่ีแสดง
ความเห็นใจ

3. ครูเปิ ด CD 2/Track 16 ใหน้ กั เรียนฟังบทสนทนาในหนงั สือเรียน หนา้ 66 Ex. 3 (to listen for
specific information) แลว้ อ่านบทสนทนาตามไปดว้ ย เม่ือฟังจบแลว้ ใหน้ กั เรียนบอกวา่ เกิดอะไร
ข้ึนกบั Ben และ Helen

4. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 66 Ex. 4 (to understand the meaning of everyday
English expressions) โดยอ่านบทสนทนาใน Ex. 3 และหาสานวนในบทสนทนาทม่ี ีความหมาย
เหมือนกบั สานวน (1-4) ท่กี าหนดให้ เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบดว้ ยการสุ่มนกั เรียนอ่านคาตอบ
ของตนเอง

5. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 66 Ex. 5 (to consolidate new vocabulary through
translation and to revise reported speech) โดยแปลสานวนภาษาใน Ex. 2 เป็นภาษาไทย ครูย้าให้
นกั เรียนแปลดว้ ยสานวนท่ีเทียบเท่ากบั ในภาษาไทยมากกวา่ การแปลตรงตวั

6. ครูเปิ ด CD 2/Track 17 ใหน้ กั เรียนฟังคาศพั ทท์ ่ีออกเสียง /ʌ/ และ / / ในหนงั สือเรียน หนา้ 66
Ex. 7 (to pronounce /ʌ/, / /) แลว้ ทาเครื่องหมาย  ลงในช่องตามเสียงทไี่ ดย้ นิ จากน้นั ครูเปิ ด
CD
อีกคร้งั โดยหยดุ ทีละคาใหน้ กั เรียนออกเสียงตาม เมื่อนกั เรียนออกเสียงไดแ้ ลว้ ครูใหน้ กั เรียนคิด
คาศพั ทท์ ี่ออกเสียง /ʌ/ และ / / เพม่ิ เติม

กจิ กรรมรวบยอด

1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 66 Ex. 6 (to act out a dialogue) โดยจบั คู่ แลว้ สมมติ
สถานการณ์วา่ คู่ของตนเองเพงิ่ ประสบอุบตั เิ หตุอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงใน Ex. 1 ใหน้ กั เรียนแต่ง
บทสนทนาโดยใชส้ านวนภาษาจาก Ex. 2 ครูเขียนโครงสร้างบทสนทนาใหน้ กั เรียนดูบนกระดาน

2. นกั เรียนทากิจกรรมในแบบฝึกหดั (Workbook) Unit 6e หนา้ 56 Exs. 1-4 โดยใน Ex. 4 ให้
นกั เรียนฟัง Access Workbook Audio CD 3 ม. 3/Track 12 ประกอบการทากิจกรรม

7. การวดั และการประเมนิ ผล

7.1 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูใ้ นช่วงการทากิจกรรม
7.3 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.4 ประเมินผลการแสดงบทบาทสมมติแสดงความเห็นใจเพอื่ นเกี่ยวกบั อุบตั เิ หตทุ ีเ่ กิดข้ึน
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
8.4 Access Workbook Audio CD 3 ม. 3 (ประกอบแบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3 และ

Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3)
8.5 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
9. วธิ ีสอน/เทคนิคการสอนท่เี กย่ี วข้อง

9.1 การสอนแบบการเรียนเป็ นคู่ (Learning cell)

บันทกึ ผลหลงั การสอน

1. ผลการจดั การเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..

2. ปัญหาและอุปสรรค

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน

(นางสาวดาราพร ศรีขาว)

4. ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน

(นายกิตตศิ ักด์ิ ประชุม)

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6

รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3

เรื่อง ICT S@fe Surfing เวลา 1 ชวั่ โมง

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. ความคดิ รวบยอด

รูแ้ ละเขา้ ใจคาศพั ทท์ เ่ี ก่ียวขอ้ งกบั อินเทอร์เน็ต ความรูเ้ กี่ยวกบั การเล่นอินเทอร์เน็ตอยา่ งปลอดภยั
ช่วยใหใ้ ชภ้ าษาในการใหค้ าแนะนาไดถ้ กู ตอ้ งตามสถานการณ์และปฏิบตั ติ ามคาแนะนาได้
2. จุดประสงค์การเรียนรู้

2.1 เรียนรู้คาศพั ทต์ ่อไปน้ี antivirus programme, system, screen name, run programmes, make
backups, online, data, visit chatrooms, nickname, mouse, personal information ได้

2.2 อ่านเพอ่ื ระบุจุดประสงคข์ องผเู้ ขยี นและผอู้ ่านท่เี ป็ นเป้าหมายได้
2.3 ใหค้ าแนะนาในการเล่นอินเทอร์เน็ตอยา่ งปลอดภยั ได้
3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
- คาแนะนาในการเล่นอินเทอร์เน็ต
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- คาแนะนาในการเล่นอินเทอร์เน็ตอยา่ งปลอดภยั

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคิด - การคดิ วเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

5.1 ใฝ่ เรียนรู้
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน

ครูถามนกั เรียนวา่ นกั เรียนใชอ้ ินเทอร์เน็ตบอ่ ยแคไ่ หน นกั เรียนใชอ้ ินเทอร์เน็ตเพอ่ื จุดประสงคใ์ ด
และนกั เรียนเคยเขา้ ไปในหอ้ งสนทนาบนอินเทอร์เน็ต (chatroom) หรือไม่

กจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้

1. ครูใหน้ กั เรียนอ่านบทอ่านในหนงั สือเรียน หนา้ 67 หรือครูเปิ ด CD 2/Track 18 ใหน้ กั เรียนฟังและ
อ่านบทอ่านตาม แลว้ ตอบคาถามใน Ex. 1 (to identify the purpose and target audience of a text as
well as the reader’s intention) ถา้ นกั เรียนไม่เขา้ ใจคาถามท่ีกาหนดให้ ครูถามคาถามเพม่ิ เติมเพอ่ื
ช่วยใหน้ กั เรียนเขา้ ใจมากข้ึน เช่น Why did the writer write the text? Who did the writer think the
reader would be when he wrote it? เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบของนกั เรียน

2. ครูใหน้ กั เรียนหาคา/วลีท่ีกาหนดใหใ้ นหนงั สือเรียน หนา้ 67 Ex. 2 (to present new vocabulary)
ในบทอ่าน เพอ่ื ดูบริบทแวดลอ้ ม แลว้ ใหน้ กั เรียนหาความหมายของคา/วลีเหล่าน้ีจากพจนานุกรม
ภาษาองั กฤษ จากน้นั ใชค้ า/วลีเหล่าน้ีแตง่ ประโยคใหค้ าแนะนาเพอ่ื นในการใชอ้ ินเทอร์เน็ตอยา่ ง
ปลอดภยั เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบของนกั เรียนโดยการสุ่มเรียกนกั เรียนบอกคาแนะนาของตนเอง
ใหเ้ พอ่ื นฟัง

3. ครูอธิบายความหมายของคาวา่ clean และ clear ใหน้ กั เรียนฟังวา่ clean หมายถึง not dirty และ
clear หมายถึง not confusing, not dark จากน้นั ใหน้ กั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 67
Ex. 3 (to present phrases with clean and clear) โดยเติมประโยคใหส้ มบูรณ์ดว้ ย clean หรือ clear
นกั เรียนสามารถใชพ้ จนานุกรมภาษาองั กฤษไดถ้ า้ จาเป็น เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ

กิจกรรมรวบยอด

1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 67 Ex. 4 (to paraphrase the text using should/shouldn’t)
โดยครูใหน้ กั เรียนอ่านบทอ่านอีกคร้งั แลว้ จดบนั ทกึ ใตห้ วั ขอ้ should และ shouldn’t จากน้นั ให้
นกั เรียนจนิ ตนาการวา่ ตนเองเป็นครูสอนวชิ าเทคโนโลยแี ละสารสนเทศ แลว้ ใชบ้ นั ทึกดงั กล่าว
บอกนกั เรียนเก่ียวกบั สิ่งทคี่ วรทา/ไม่ควรทาในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (online)

2. นกั เรียนทากิจกรรมในแบบฝึกหดั (Workbook) Unit 6f หนา้ 57 Exs. 1-3 เป็นการบา้ น
3. นกั เรียนทากิจกรรมในแบบฝึกหดั (Workbook) Unit 6f หนา้ 57 Ex. 4 โดยครูเปิ ด Access Workbook

Audio CD 3 ม. 3/Track 13 ใหน้ กั เรียนฟังเพอ่ื เขียนตามคาบอก
4. นกั เรียนทาแบบทดสอบความรู้หลงั เรียนโดยใช้ Test 6: Module 6 จาก CD หนงั สือ Teacher’s

Resource Pack & Tests ม. 3 หนา้ 121-124
5. นกั เรียนประเมินความสามารถในการเรียนรูข้ องตนเองตามตารางทีก่ าหนด (Now I Can …) โดย

ครูถ่ายเอกสารจากภาคผนวก
7. การวัดและการประเมนิ ผล

7.1 ประเมินการทาแบบทดสอบหลงั เรียน
7.2 ประเมินการทาแบบฝึกหดั

7.3 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูใ้ นช่วงการทากิจกรรม
7.4 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.5 ประเมินผลการใหค้ าแนะนาในการเช่ือมตอ่ อินเทอร์เน็ต (online)
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
8.4 Access Workbook Audio CD 3 ม. 3 (ประกอบแบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3 และ

Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3)
8.5 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
8.6 พจนานุกรมภาษาองั กฤษ
9. วิธีสอน/เทคนิคการสอนทีเ่ กย่ี วข้อง
9.1 การสอนแบบโครงสรา้ งความรู้ (Graphic organizer)

บนั ทกึ ผลหลังการสอน

1. ผลการจดั การเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..

2. ปัญหาและอปุ สรรค

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน

(นางสาวดาราพร ศรีขาว)

4. ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน

(นายกิตติศักด์ิ ประชุม)

แผนการจดั การเรียนรู้
กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
รายวชิ า ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน 6
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 7
Profiles

ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2565

นางสาวดาราพร ศรีขาว

ตาแหนง่ ครู

โรงเรยี นบ้านทา่ เยีย่ มวทิ ยายล

สานกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครราชสีมา เขต 7

สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน

กระบวนการ/เทคนิควิธีการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 7 Profiles

แผนท่ี เรื่อง กระบวนการจดั การเรียนรู้/ เวลา
วธิ กี ารจัดการเรียนรู้ (ช่วั โมง)

1 Same but different วธิ กี ารสอนแบบอภปิ ราย 2

(Discussion Method) 2
2
2 Success การสอนแบบแบ่งกลมุ่ ทางาน
(Committee work method) 2

3 Job adverts การสอนแบบโครงสรา้ งความรู้ 2
2
(Graphic organizer)
12
4 Traditions The Haka Dance การเรียนรู้แบบรว่ มมือรว่ มใจ

(Cooperative learning)

5 Have a seat, please เทคนคิ เพอ่ื นคู่คดิ (Think pair share)

6 History – Children in Victorian วิธกี ารสอนแบบบทบาทสมมติ

times (Role playing)

รวม

แบบประเมนิ กลยุทธใ์ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 7
เรื่อง Profiles ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2565

แผนท่ี กลยทุ ธ์ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ คณุ ภาพผเู้ รียน แปลผล
321

1 วธิ ีการสอนแบบอภิปราย √ พอใช้

(Discussion Method)

2 การสอนแบบแบง่ กลุม่ ทางาน √ พอใช้

(Committee work method)

3 การสอนแบบโครงสรา้ งความรู้ √ ดี

(Graphic organizer)

4 การเรยี นร้แู บบรว่ มมือรว่ มใจ √ ดี

(Cooperative learning)

5 เทคนคิ เพื่อนคู่คิด (Think pair share) √ ดี

6 วธิ ีการสอนแบบบทบาทสมมติ √ ดี

(Role playing)

หมายเหตุ ระดบั คุณภาพ ระดับ 3 หมายถงึ ดี ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ ระดับ 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง

ข้อเสนอแนะ/ปรบั ปรุงพฒั นา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ผู้บนั ทึก ลงชื่อ ผูร้ ับรอง
(นางสาวดาราพร ศรขี าว) (นายกิตตศิ กั ดิ์ ประชมุ )
ตาแหน่ง ครผู ้สู อน
ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรียนบ้านทา่ เยี่ยมวิทยายล

แผนการจดั การเรียนรู้ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3
เวลาเรียน 12 ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 Profiles

รายวิชา ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ)

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั ช้ันปี

มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่ืองที่ฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เห็น
ตวั ช้ีวดั อยา่ งมีเหตผุ ล
2. อ่านออกเสียงขอ้ ความ ข่าว โฆษณา และบทรอ้ ยกรองส้นั ๆ ถูกตอ้ งตามหลกั การ
อ่าน
4. เลือก/ระบหุ วั ขอ้ เรื่อง ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน และแสดงความคดิ เห็น

เก่ียวกบั เร่ืองทีฟ่ ังและอ่านจากสื่อประเภทตา่ งๆ พร้อมท้งั ใหเ้ หตุผลและยกตวั อยา่ ง
ประกอบ

มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรู้สึก
ตวั ช้ีวดั และความคดิ เห็นอยา่ งมีประสิทธิภาพ
1. สนทนาและเขยี นโตต้ อบขอ้ มูลเกี่ยวกบั ตนเอง เรื่องตา่ งๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ขา่ ว

เร่ืองทีอ่ ยใู่ นความสนใจของสงั คม และส่ือสารอยา่ งต่อเน่ืองและเหมาะสม
4. พดู และเขยี นเพอ่ื ขอและใหข้ อ้ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคดิ เห็น

เก่ียวกบั เร่ืองทฟ่ี ังหรืออ่านอยา่ งเหมาะสม

มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองต่างๆ โดยการพดู
ตวั ช้ีวดั และการเขียน
1. พดู และเขียนบรรยายเก่ียวกบั ตนเอง ประสบการณ์ ขา่ ว/เหตุการณ์/เรื่อง/ประเดน็

ตา่ งๆ ที่อยใู่ นความสนใจของสงั คม

มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใชไ้ ด้
ตวั ช้ีวดั อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
1. เลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางเหมาะกบั บคุ คลและโอกาส ตามมารยาท

สงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
2. อธิบายเก่ียวกบั ชีวติ ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียมและประเพณีของเจา้ ของภาษา
3. เขา้ ร่วม/จดั กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ

มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
ตวั ช้ีวดั กบั ภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใชอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม
1. เปรียบเทยี บและอธิบายความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งการออกเสียง
มาตรฐาน ต 3.1
พ้นื ฐาน ประโยคชนิดตา่ งๆ และการลาดบั คาตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาตา่ งประเทศ
และภาษาไทย
ตวั ช้ีวดั
ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และเป็น
มาตรฐาน ต 4.1
ตวั ช้ีวดั ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิ ดโลกทศั นข์ องตน
1. คน้ ควา้ รวบรวมและสรุปขอ้ มูล/ขอ้ เทจ็ จริงทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ่ืน

จากแหล่งเรียนรู้ และนาเสนอดว้ ยการพดู และการเขยี น

ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ท้งั ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
1. ใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองทีเ่ กิดข้ึนในหอ้ งเรียน

สถานศกึ ษา ชุมชน และสงั คม

2. ความคดิ รวบยอด

รูแ้ ละเขา้ ใจคาคุณศพั ทบ์ รรยายคุณลกั ษณะและลกั ษณะภายนอก สานวนภาษาท่ีใชใ้ นการสมั ภาษณ์งาน
การอ่านออกเสียงถูกตอ้ งตามหลกั การอ่าน ภาษาแบบเป็ นทางการทใี่ ชใ้ นการสมคั รงาน หลกั การเขียน
จดหมายสมคั รงาน ความรูเ้ ก่ียวกบั ประวตั ขิ องบุคคลท่ีมีช่ือเสียง (J.K. Rowling and Brad Pitt)
ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาว Maori ชีวติ ในสมยั วกิ ตอเรีย การใช้ comparative & superlative forms, too
– enough, question tags, reflexive pronouns ช่วยใหใ้ ชภ้ าษาในการส่ือสารเกี่ยวกบั เร่ืองใกลต้ วั สถานการณ์
ต่างๆ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม เกิดความเขา้ ใจความเป็นมา ภูมิหลงั และบริบททางสงั คมและ
วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และเขา้ ใจวธิ ีการคน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มูลทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การออกเสียงตามระดบั เสียงสูง-ต่า ในประโยค การออกเสียงสระเสียงยาว
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- ภาษาทใ่ี ชใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบุคคล
- ประโยคและขอ้ ความทใี่ ชใ้ นการใหข้ อ้ มูล อธิบาย และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เรื่อง
ทีฟ่ ังหรืออ่าน
- การบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง บุคคล ประเด็นทอ่ี ยใู่ นความสนใจของสงั คม

- การเลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาทา่ ทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและ
วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

- ชีวติ ความเป็นอยขู่ องเจา้ ของภาษา
- กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เช่น บทบาทสมมติ
- การเปรียบเทยี บและอธิบายความเหมือน/ความแตกต่างระหวา่ งโครงสร้างภาษาของ

ภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
- การคน้ ควา้ การรวบรวม และการนาเสนอขอ้ มูลท่เี กี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน

(ดนตรีนาฏศลิ ป์ )
- การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดข้ึนในหอ้ งเรียน
3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ
-

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ

- การคิดวเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
4.4 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

5.1 ใฝ่เรียนรู้

6. ชิ้นงาน/ภาระงาน

6.1 การเขยี นเปรียบเทยี บลกั ษณะของสมาชิกในครอบครัวหรือเพอื่ น
6.2 การเขียนประวตั ิส้นั ๆ ของบคุ คล
6.3 การเขียนจดหมายสมคั รงาน
6.4 การพดู เกี่ยวกบั การ (เตน้ ) ราแบบด้งั เดิมในประเทศไทย
6.5 การอ่านออกเสียงสานวนภาษาที่ใชใ้ นการสมั ภาษณ์งานและคาศพั ทท์ ่ีมีเสียง /е/ และ /æ/
6.6 การแสดงบทบาทสมมติในการสมั ภาษณ์งาน
6.7 การเขียนบรรยายเกี่ยวกบั ชีวติ ของเด็กในสมยั วกิ ตอเรีย

7. การวดั และการประเมนิ ผล

7.1 ประเมินการทาแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
7.2 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.3 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูใ้ นช่วงการทากิจกรรม
7.4 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.5 ประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน

8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 แบบฝึกไวยากรณ์ Extra Access 3 ม. 3
8.4 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
8.5 Access Workbook Audio CD 3 ม. 3 (ประกอบแบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3 และ

Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3)
8.6 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
8.7 พจนานุกรมภาษาองั กฤษ
8.8 อินเทอร์เน็ต

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1

รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

เรื่อง Same but different เวลา 2 ชวั่ โมง

กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. ความคดิ รวบยอด

รู้และเขา้ ใจคาคุณศพั ทบ์ รรยายคุณลกั ษณะและลกั ษณะภายนอก การใช้ comparative & superlative forms
ช่วยใหใ้ ชภ้ าษาในการพดู และเขียนเกี่ยวกบั บคุ คลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้

2.1 เรียนรู้คาคุณศพั ทบ์ รรยายคุณลกั ษณะและลกั ษณะภายนอกได้
2.2 อ่านเพอ่ื หาขอ้ มูลจาเพาะได้
2.3 ใช้ comparative & superlative forms ไดถ้ ูกตอ้ ง
2.4 เปรียบเทียบลกั ษณะของสมาชิกในครอบครวั หรือเพอ่ื นของตนเองได้
3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- การบรรยายเกี่ยวกบั บคุ คล
- การเปรียบเทยี บและอธิบายความเหมือน/ความแตกตา่ งระหวา่ งโครงสรา้ งภาษาของ
ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคิด - การคดิ วเิ คราะห์
5. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

5.1 ใฝ่ เรียนรู้
6. กิจกรรมการเรียนรู้
กิจกรรมนาสู่การเรียน

1. นกั เรียนทาแบบทดสอบความรูก้ ่อนเรียนโดยใช้ Self Check ในหนงั สือเรียน หนา้ 78

2. ครูใหน้ กั เรียนดูช่ือหน่วยการเรียนรู้ที่ 7: Profiles ในหนงั สือเรียน หนา้ 69 แลว้ บอกวา่ หมายความ
วา่ อยา่ งไร และกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนคิดวา่ หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 น่าจะเก่ียวกบั เร่ืองอะไร

3. ครูช้ีแจงใหน้ กั เรียนทราบวา่ หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 7 น้ีนกั เรียนจะไดเ้ รียนรู้เกี่ยวกบั อะไร
4. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 69 หวั ขอ้ Find the page numbers for โดยหาวา่ อยใู่ น

หนงั สือเรียนหนา้ ใด
5. ครูอ่านคา/วลีในหนงั สือเรียน หนา้ 69 หวั ขอ้ Vocabulary และเปิ ด CD 2/Track 19 ใหน้ กั เรียนฟัง

โดยหยดุ CD ทีละคา เพอ่ื ใหน้ กั เรียนออกเสียงตาม แลว้ ใหน้ กั เรียนแปลคาเหล่าน้ีดว้ ยถอ้ ยคาท่ี
เทยี บเท่ากบั ในภาษาไทย จากน้นั ครูสุ่มเรียกนกั เรียนหลายๆ คน บรรยายภาพบุคคลในหนงั สือเรียน
โดยใชค้ าเหล่าน้ี
6. ครูใหน้ กั เรียนจบั คูเ่ ล่นเกม โดยใหน้ กั เรียนนึกถึงนกั แสดงชาย/หญิง นกั รอ้ งท่นี กั เรียนชื่นชอบ แลว้
บรรยายลกั ษณะของเขา/เธอใหค้ ู่ของตนฟัง เพอ่ื ทายวา่ บคุ คลน้นั คอื ใคร
7. ครูใหน้ กั เรียนดูภาพและชื่อ Unit 7a ในหนงั สือเรียน หนา้ 70 แลว้ เดาวา่ Unit 7a น่าจะเก่ียวกบั เรื่อง
อะไร

กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้

1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 70 Ex. 1 โดยครูดึงความสนใจของนกั เรียนมาที่ภาพ
บุคคล แลว้ สุ่มเรียกนกั เรียนหลายๆ คน บรรยายลกั ษณะของแตล่ ะคน จากน้นั ครูกระตุน้ ให้
นกั เรียนบอกวา่ บคุ คลในภาพเกี่ยวขอ้ งกนั อยา่ งไร แลว้ ครูเปิ ด CD 2/Track 20 ใหน้ กั เรียนฟังและ
อ่านบทอา่ นในหนงั สือเรียนตามไปดว้ ย เพอื่ ตรวจวา่ การคาดเดาของนกั เรียนถูกตอ้ งหรือไม่

2. ครูใหเ้ วลานกั เรียนอ่านบทอ่านในหนงั สือเรียน หนา้ 70 อีกคร้งั แลว้ จบั คู่คาบรรยายลกั ษณะตวั ละคร
ที่กาหนดใหใ้ น Ex. 2 (to read for specific information) กบั ช่ือภาพยนตร์ เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
จากน้นั ใหน้ กั เรียนอธิบายความหมายของคาท่ีพมิ พต์ วั หนาในบทอ่าน

3. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 70 Ex. 3 (to reflect on a reading) โดยครูให้เวลานกั เรียน
3 นาที ในการเตรียมคาตอบของตนเอง แลว้ ครูใหน้ กั เรียนเขียนอธิบายคาตอบของตนเอง เม่ือเขียน
เสร็จแลว้ ครูสุ่มเรียกนกั เรียนหลายๆ คน อ่านคาตอบใหเ้ พอื่ นฟัง

4. ครูอ่านคาศพั ท์ 1-9 ท่กี าหนดใหใ้ นหนงั สือเรียน หนา้ 71 Ex. 4 ใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ ใหน้ กั เรียนจบั คู่
คาศพั ทเ์ หล่าน้ีกบั คาทมี่ ีความหมายเหมือนกนั ครูใหน้ กั เรียนใชพ้ จนานุกรมภาษาองั กฤษไดถ้ า้
จาเป็น จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนแปลความหมายของคาศพั ทเ์ หล่าน้ีเป็นภาษาไทย และบอกวา่ คาใดทม่ี ี
ความหมายในเชิงบวก คาใดที่มีความหมายในเชิงลบ เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ แลว้ ใหน้ กั เรียนใช้
คาเหล่าน้ีพดู เก่ียวกบั ตวั ละครในภาพยนตร์ท้งั 3 ตวั ท่ีอยใู่ นหนา้ 70

5. ครูใหน้ กั เรียนจบั คูก่ บั เพอ่ื น และคดั ลอกแผนผงั spidergram ในหนงั สือเรียน หนา้ 71 Ex. 5 (to
practise and extend new vocabulary) ลงในสมุด แลว้ ใหแ้ ตล่ ะคู่ช่วยกนั ระดมความคดิ คดิ คาศพั ท์

ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั หวั ขอ้ ในแผนผงั spidergram เพม่ิ เตมิ และเขียนคาศพั ทล์ งในแผนผงั spidergram
เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบของนกั เรียน
6. ครูใหน้ กั เรียนดูตารางในหนงั สือเรียน หนา้ 71 Ex. 6แลว้ ใหน้ กั เรียนอ่านบทอ่านในหนา้ 70 อยา่ ง
รวดเร็ว และเติมคาคุณศพั ทท์ ่ีขาดหายไป จากน้นั ครูอธิบายหรือกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนบอกวธิ ีสรา้ ง
คาคุณศพั ทข์ ้นั กวา่ (comparative) และคาคุณศพั ทข์ ้นั สุด (superlative) เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
แลว้ ใหน้ กั เรียนคิดวา่ มีโครงสร้างเช่นน้ีในภาษาไทยหรือไม่
7. ครูใหน้ กั เรียนดูภาพเด็กผหู้ ญิง 3 คน ในหนงั สือเรียน หนา้ 71 Ex. 7 (to practise comparatives and
superlatives) และอ่านตวั อยา่ งในขอ้ 1 พร้อมกนั จากน้นั ครูอธิบายวา่ เราใชค้ าคุณศพั ทเ์ ปรียบเทยี บ
ข้นั กวา่ (comparative) + than เพอ่ื เปรียบเทียบคน 2 คน หรือสิ่งของ 2 ส่ิง และใช้ the + คาคุณศพั ท์
เปรียบเทียบข้นั สุด (superlative) + of/in เพอ่ื เปรียบเทียบคน 1 คน หรือส่ิงของ 1 ส่ิง กบั คนหรือ
สิ่งของอื่นๆ ที่อยใู่ นกลุ่มเดียวกนั
แลว้ ครูใหน้ กั เรียนใชค้ าทกี่ าหนดใหเ้ ปรียบเทียบเด็กผหู้ ญิง 3 คนในภาพ เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
กิจกรรมรวบยอด

1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 71 Ex. 8 (to practise comparatives and superlatives)
โดยใชค้ าคุณศพั ทจ์ าก Ex. 4 และ Ex. 6 เขียนเปรียบเทียบลกั ษณะของสมาชิกในครอบครวั หรือ
เพอ่ื นของตนเอง เมื่อเขียนเสร็จแลว้ ครูสุ่มเรียกนักเรียนหลายๆ คน พดู การเปรียบเทยี บของตนเอง
ใหเ้ พอื่ นในช้นั ฟัง

7. การวดั และการประเมินผล

7.1 ประเมินการทาแบบทดสอบก่อนเรียน
7.2 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.3 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.4 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.5 ประเมินผลการเขียนเปรียบเทยี บลกั ษณะของสมาชิกในครอบครัวหรือเพอ่ื น
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 แบบฝึกไวยากรณ์ Extra Access 3 ม. 3
9. วธิ ีสอน/เทคนิคการสอนทเ่ี กย่ี วข้อง

9.1 วธิ ีการสอนแบบอภิปราย (Discussion Method)

บันทึกผลหลังการสอน

1. ผลการจัดการเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..

2. ปัญหาและอปุ สรรค

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน

(นางสาวดาราพร ศรีขาว)

4. ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน

(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2

รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3

เร่ือง Success เวลา 2 ชวั่ โมง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. ความคดิ รวบยอด

ความรูเ้ กี่ยวกบั ประวตั ิของบคุ คลท่ีมีช่ือเสียง (J.K. Rowling and Brad Pitt) การใช้ too – enough,
question tags และ reflexive pronouns ช่วยใหใ้ ชภ้ าษาในการอ่าน/ฟัง พดู และเขยี นเกี่ยวกบั ประวตั ขิ อง
บุคคลได้

2. จุดประสงค์การเรียนรู้

2.1 เรียนรู้คาศพั ทต์ ่อไปน้ี be rich, get a degree, have a big family, have a successful, career,
live overseas, start my own business, win awards, famous, overnight, career, took off ได้

2.2 อ่าน/ฟังเพอ่ื หาขอ้ มูลจาเพาะได้
2.3 ใช้ too – enough, question tags และ reflexive pronouns ไดถ้ ูกตอ้ ง
2.4 เขียนประวตั ิส้นั ๆ ของบุคคลได้
3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- การบรรยายเก่ียวกบั บคุ คล
- การเปรียบเทยี บและอธิบายความเหมือน/ความแตกต่างระหวา่ งโครงสร้างภาษาของ
ภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
- การคน้ ควา้ การรวบรวม และการนาเสนอขอ้ มูลทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ - การคิดวเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

5.1 ใฝ่ เรียนรู้
6. กจิ กรรมการเรียนรู้

กจิ กรรมนาสู่การเรียน
ครูใหน้ กั เรียนดูภาพและช่ือ Unit 7b ในหนงั สือเรียน หนา้ 72 และเดาวา่ เน้ือหาใน Unit 7b จะเก่ียวกบั
เร่ืองอะไร (fame and success, about two people and how they became famous and successful)

กจิ กรรมพัฒนาการเรียนรู้

1. ครูอ่านวลีท่เี กี่ยวขอ้ งกบั ความใฝ่ฝันที่ใหม้ าในหนงั สือเรียน หนา้ 72 Ex. 1 (to present and practise
new vocabulary) ใหน้ กั เรียนฟัง และอธิบายวลีทีน่ กั เรียนไม่รู้ความหมาย เช่น degree – university
qualification, career – working life จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนเรียงลาดบั ความใฝ่ฝันของตนเองตาม
ความสาคญั เสร็จแลว้ เปรียบเทียบกบั เพอื่ น และครูใหน้ กั เรียนหลายๆ คู่ รายงานให้เพอื่ นในช้นั ฟัง
แลว้ ครูใหน้ กั เรียนใชว้ ลีเหล่าน้ีแตง่ ประโยคดงั ตวั อยา่ ง เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบดว้ ยการสุ่มเรียก
นกั เรียนหลายๆ คน ออกมาอ่านประโยคของตนเองที่หนา้ ช้นั เรียน

2. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 72 Ex. 2 (to activate prior knowledge and listen and
read for specific information) โดยครูใหน้ กั เรียนบอกช่ือบคุ คลในภาพ (J.K. Rowling, Brad Pitt)
แลว้ ครูเปิ ดการอภิปรายในช้นั เรียนเกี่ยวกบั บคุ คลในภาพดว้ ยการถามนกั เรียนทลี ะคนวา่ รูอ้ ะไร
เกี่ยวกบั บคุ คลในภาพบา้ ง

3. ครูใหเ้ วลานกั เรียนอ่านบทอ่านในหนงั สือเรียน หนา้ 72 อีกคร้งั แลว้ ตอบคาถามใน Ex. 3 (to read
for specific information) เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ

4. ครูอ่านคา/วลี 1-7 ในหนงั สือเรียน หนา้ 73 Ex. 4 (to present new vocabulary and their synonyms)
และใหน้ กั เรียนจบั คู่คา/วลีเหล่าน้ีกบั คา/วลีทีข่ ีดเสน้ ใตใ้ นบทอ่าน หนา้ 72 ทีม่ ีความหมายเหมือนกนั
เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ จากน้นั ใหน้ กั เรียนอธิบายความหมายของคาท่พี มิ พต์ วั หนาในบทอ่าน

5. ครูอ่านการใช้ too – enough ในหนงั สือเรียน หนา้ 73 Ex. 5 (to present too and enough) แลว้ เขยี น
ประโยค John is old enough to drive a car. Peter is too young to drive a car. บนกระดาน และ
ถามนกั เรียนวา่ Who can drive a car? (John) แลว้ อธิบายวา่ enough มีความหมายในเชิงบวก แต่
too มีความหมายในเชิงลบ และกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนบอกการใช้ too และ enough ในประโยค
(adjective + enough, too + adjective)
จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนอ่านการใช้ too – enough ในหนงั สือเรียนดว้ ยตนเอง และหาตวั อยา่ ง too –
enough ในบทอ่าน หนา้ 72

6. ครูอธิบายกิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 73 Ex. 6 (to practise using too and enough) และทาขอ้ 1
พร้อมกบั นกั เรียนเป็นตวั อยา่ ง จากน้นั ใหน้ กั เรียนทาขอ้ ท่ีเหลือโดยเติมประโยคใหส้ มบูรณ์ดว้ ย too
หรือ enough ร่วมกบั คาในวงเล็บ เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ

7. ครูใหน้ กั เรียนอ่านตวั อยา่ งประโยค question tags ในหนงั สือเรียน หนา้ 73 Ex. 7 (to present and
practise question tags) แลว้ บอกวา่ เราสรา้ งประโยค question tags ในภาษาองั กฤษไดอ้ ยา่ งไร ครู

ถามคาถามเพอื่ ช่วยนกั เรียนสรุปหลกั การสรา้ งประโยค question tags เช่น Which verb form from
the main clause do we use to form the question tag: the main verb or the auxiliary? If the verb in
the main clause is in affirmative, which form is the verb in the question tag in: the affirmative or
the negative? แลว้ ครูเฉลยคาตอบ และถามนกั เรียนวา่ มีโครงสร้างภาษาเช่นน้ีในภาษาไทยหรือไม่
8. นกั เรียนอ่านการใช้ reflexive pronouns ในหนงั สือเรียน หนา้ 73 Ex. 8 (to present and practise
reflexive pronouns) แลว้ ครูฝึกนกั เรียนเกี่ยวกบั reflexive pronouns
9. ครูอธิบายกิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 73 Ex. 9 (to listen for specific information) พร้อมท้งั อ่าน
ประโยค 1-5 ใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ เปิ ด CD 2/Track 22 ใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ เขียน T ถา้ ประโยคเป็น
จริงตาม CD หรือเขยี น F ถา้ ประโยคไม่จริง ครูเปิ ด CD ใหน้ กั เรียนฟัง 2 คร้ัง ถา้ จาเป็น เสร็จแลว้
ครูตรวจคาตอบ
กิจกรรมรวบยอด

1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 73 Ex. 10 (to write a biography) โดยแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ
3-4 คน เขยี นประวตั ิส้นั ๆ ของ Beatrix Potter ครูบอกนกั เรียนใหค้ น้ ควา้ ขอ้ มูลในแต่ละยอ่ หนา้
ตามโครงร่างท่กี าหนดใหจ้ ากเวบ็ ไซตท์ ใี่ หม้ า ครูใหน้ กั เรียนทางานในช้นั เรียนหรือมอบหมายให้
เป็นการบา้ น เสร็จแลว้ ครูตรวจงานเขยี นของนกั เรียน หรือครูอาจใหน้ กั เรียนเขยี นประวตั ขิ อง
นกั ประพนั ธท์ ่านอื่นก็ได้

2. นกั เรียนทากิจกรรมในแบบฝึกหดั (Workbook) Unit 7b หนา้ 59 Exs. 1-5
7. การวดั และการประเมนิ ผล

7.1 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.2 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.3 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.4 ประเมินผลการเขียนประวตั สิ ้นั ๆ ของบุคคล
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 แบบฝึกไวยากรณ์ Extra Access 3 ม. 3
8.4 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
9. วิธีสอน/เทคนิคการสอนทเี่ กย่ี วข้อง

9.1 การสอนแบบแบง่ กลุ่มทางาน (Committee work method)

บนั ทึกผลหลงั การสอน

1. ผลการจัดการเรียนรู้

………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..

2. ปัญหาและอปุ สรรค

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

3. แนวทางการแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน

(นางสาวดาราพร ศรีขาว)

4. ข้อเสนอแนะ

………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน

(นายกิตตศิ ักด์ิ ประชุม)

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3

รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3

เร่ือง Job adverts เวลา 2 ชวั่ โมง

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา

ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว

1. ความคดิ รวบยอด

รูแ้ ละเขา้ ใจภาษาแบบเป็นทางการท่ีใชใ้ นการสมคั รงานและหลกั การเขยี นจดหมายสมคั รงาน ช่วยให้
ใชภ้ าษาในการส่ือสารในสถานการณ์ต่างๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

2.1 เรียนรู้ภาษาแบบเป็นทางการท่ใี ชใ้ นการสมคั รงานได้
2.2 อ่านเพอ่ื หาขอ้ มูลจาเพาะได้
2.3 เขยี นจดหมายสมคั รงานได้
3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- การบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

5.1 ใฝ่ เรียนรู้
6. กิจกรรมการเรียนรู้
กิจกรรมนาสู่การเรียน

ครูถามนกั เรียนวา่ ใครเคยทางาน (อาชีพ) มาแลว้ บา้ ง ครูใหน้ กั เรียนทเ่ี คยทางานมาแลว้ เล่าเก่ียวกบั งาน
ท่ีตนเองทาใหเ้ พอ่ื นในช้นั ฟัง
กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้


Click to View FlipBook Version