6.5 สงั เกตการออกเสียงสานวนภาษาที่ใชใ้ นการใหข้ องขวญั และแสดงการขอบคณุ และคาศพั ทท์ ่ีมี
เสียง /s/ และ /z/
6.6 การแสดงบทบาทสมมติในการใหข้ องขวญั และแสดงการขอบคุณ
6.7 การเขียนแผนภาพห่วงโซ่อาหาร
7. การวัดและการประเมนิ ผล
7.1 ประเมินการทาแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
7.2 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.3 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.4 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.5 ประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 แบบฝึกไวยากรณ์ Extra Access 3 ม. 3
8.4 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
8.5 Access Workbook Audio CD 3 ม. 3 (ประกอบแบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3 และ
Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3)
8.6 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
8.7 พจนานุกรมภาษาองั กฤษ
8.8 อินเทอร์เน็ต
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3
เรื่อง Shopping time เวลา 2 ชวั่ โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. ความคดิ รวบยอด
รู้และเขา้ ใจคาศพั ท์ สานวนภาษาเก่ียวกบั การเลือกซ้ือสินคา้ ช่วยใหใ้ ชภ้ าษาในการพดู ใหค้ าแนะนาได้
อยา่ งเหมาะสม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 เรียนรู้คาศพั ทต์ อ่ ไปน้ี be after, persuading, appeal to, fit in with, effect, last, swap, recycled, sick of,
donate, pocket money, tables, charity shop, e-card, phrases with ‘match’, suit and fit ได้
2.2 อ่านและฟังเพอ่ื หาขอ้ มูลจาเพาะได้
2.3 พดู ใหค้ าแนะนาในการซ้ือสินคา้ ได้
2.4 ใชค้ านามพหูพจน์ (plural) ไดถ้ ูกตอ้ ง
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- คาแนะนาในการซ้ือสินคา้
- การเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือน/ความแตกตา่ งระหวา่ งโครงสรา้ งภาษาของ
ภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคิด - การคิดวเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
5.1 ใฝ่ เรียนรู้
5.2 อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน
1. นกั เรียนทาแบบทดสอบความรู้ก่อนเรียนโดยใช้ Self Check ในหนงั สือเรียน หนา้ 98
2. นกั เรียนดูชื่อหน่วยการเรียนรู้ท่ี 9: Choices ในหนงั สือเรียน หนา้ 89 แลว้ ครูถามวา่ หมายความวา่
อยา่ งไร และใหน้ กั เรียนคดิ วา่ หน่วยการเรียนรู้น้ีน่าจะเกี่ยวกบั เรื่องอะไร ครูใหน้ กั เรียนเปิ ดดู
เน้ือหาในหนงั สือเรียน หนา้ 90-97 อยา่ งคร่าวๆ
3. ครูช้ีแจงใหน้ กั เรียนทราบวา่ หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 น้ี นกั เรียนจะไดเ้ รียนรูเ้ กี่ยวกบั อะไร
4. ครูใชภ้ าพ 1-2 ในหนงั สือเรียน หนา้ 89 กระตนุ้ ความสนใจของนกั เรียนเขา้ สู่การอภิปรายและ
นาเขา้ สู่หน่วยการเรียนรู้ดว้ ยการใหน้ กั เรียนหาวา่ ท้งั 2 ภาพ อยใู่ นหนงั สือเรียนหนา้ ใด เม่ือหาพบ
แลว้ ครูถามคาถามเพอื่ เริ่มการอภปิ รายเก่ียวกบั หวั ขอ้ ท่จี ะเรียนในหน่วยการเรียนรู้น้ี
5. ครูอ่านคาศพั ทเ์ กี่ยวกบั รา้ นคา้ ในหนงั สือเรียน หนา้ 89 หวั ขอ้ Vocabulary ใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ เปิ ด
CD 3/Track 1 ใหน้ กั เรียนฟัง โดยหยดุ CD ทีละคา ใหน้ กั เรียนออกเสียงตาม จากน้นั ครูกระตนุ้ ให้
นกั เรียนช่วยกนั แปลคาศพั ทเ์ หล่าน้ีดว้ ยถอ้ ยคาท่เี ทียบเท่ากบั ในภาษาไทย
6. ครูใหน้ กั เรียนร่วมกนั อภิปรายหวั ขอ้ ท่ีกาหนดใหใ้ นหนงั สือเรียน หนา้ 89 มุมลา่ งซา้ ย โดยครู
กระตุน้ ใหน้ กั เรียนบอกวา่ รา้ นคา้ แตล่ ะร้านขายสินคา้ อะไร ร้านคา้ ใดบา้ งท่ีมีในละแวกบา้ นของ
นกั เรียน นิสยั ในการไปซ้ือสินคา้ ของนกั เรียน และเวลาเปิ ด/ปิ ดของรา้ นคา้
7. ครูถามนกั เรียนวา่ ร้านคา้ ทนี่ กั เรียนช่ืนชอบคือร้านใด นกั เรียนชอบไปซ้ือของเม่ือใด และชอบไป
กบั ใคร
กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
1. ครูอ่านคาถามในหนงั สือเรียน หนา้ 90 Ex. 1 (to introduce the topic) ใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ กระตนุ้
คาตอบจากนกั เรียน โดยสุ่มเรียกนกั เรียนหลายๆ คน บอกคาตอบ
2. ครูอ่านสานวนภาษาท่ีใหม้ าในหนงั สือเรียน หนา้ 90 Ex. 2 แลว้ นานกั เรียนเขา้ สู่การอภิปรายวา่
นกั เรียนเลือกซ้ือของดว้ ยเหตุผลใด และกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนบอกวา่ ประโยคใดทีน่ กั เรียนจะพดู ใน
การซ้ือของ ครูใหน้ กั เรียนยกมือ
3. ครูอ่านชื่อของบทอ่านในหนงั สือเรียน หนา้ 90 Ex. 3 (to predict the content of a text) แลว้ ให้
นกั เรียนเดาวา่ บทอ่านน้ีน่าจะเก่ียวกบั เร่ืองอะไร จากน้นั ครูเปิ ด CD 3/Track 2 ใหน้ กั เรียนฟังและ
อ่านบทอ่านตามไปดว้ ย เพอ่ื ตรวจวา่ การคาดเดาของนกั เรียนถูกตอ้ งหรือไม่
4. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 90 Ex. 4 (to read for specific information) โดยอ่าน
บทอ่านใน Ex. 3 อีกคร้งั และตอบคาถามทกี่ าหนดให้ เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบของนกั เรียน
5. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 90 Ex. 5 (to develop critical thinking skills) โดยครูให้
เวลานกั เรียนคิดคาตอบ แลว้ สุ่มเรียกนกั เรียนหลายๆ คน บอกคาตอบของตนเอง จากน้นั ครูใช้
คาตอบของนกั เรียนเร่ิมการอภิปรายเกี่ยวกบั การซ้ือสินคา้ ท่ไี ม่จาเป็น
6. ครูอ่านคากริยา match, suit, fit ในหนงั สือเรียน หนา้ 91 Ex. 7 ใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ อธิบายวา่
คากริยาเหล่าน้ีใชเ้ ม่ือพดู เก่ียวกบั เคร่ืองแต่งกาย จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนเติมประโยคใหส้ มบรู ณ์ดว้ ย
match, suit หรือ fit ครูใหน้ กั เรียนใชพ้ จนานุกรมภาษาองั กฤษไดถ้ า้ จาเป็น
7. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 91 Ex. 8 โดยครูให้เวลานกั เรียนอ่านบทอ่านในหนา้ 90
อีกคร้งั แลว้ ใหน้ กั เรียนจบั คู่ พดู ใหค้ าแนะนาเพอ่ื นในการซ้ือของอยา่ งฉลาดโดยใชส้ านวนที่
กาหนดให้ ครูสงั เกตขณะนกั เรียนทากิจกรรม
8. ครูใหน้ กั เรียนอ่านการเปลี่ยนคานามเอกพจนเ์ ป็นพหูพจน์ในหนงั สือเรียน หนา้ 91 Ex. 9 (to
present the rules for singular/plural nouns) แลว้ กระตุน้ ใหน้ กั เรียนบอกวา่ หลกั การเปล่ียนคานาม
เอกพจนเ์ ป็นพหูพจนใ์ นภาษาองั กฤษเหมือนกบั ภาษาไทยหรือไม่ จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนหาตวั อยา่ ง
คานามพหูพจนใ์ นบทอ่าน หนา้ 90
9. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 91 Ex. 10 (to practise plurals) โดยเขยี นรูปพหูพจน์ของ
คานามทกี่ าหนดใหล้ งในสมุด เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
กิจกรรมรวบยอด
1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 91 Ex. 12 (to listen for specific information) โดยครูเปิ ด
CD 3/Track 3 ใหน้ กั เรียนฟังบทสนทนา 3 บท แลว้ จบั คูบ่ ทสนทนากบั สถานท่ีในภาพ (A-E) ให้
ถูกตอ้ ง เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
7. การวัดและการประเมนิ ผล
7.1 ประเมินการทาแบบทดสอบก่อนเรียน
7.2 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.3 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.4 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.5 ประเมินผลการพดู ใหค้ าแนะนาในการซ้ือสินคา้
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั Access 3 ม. 3
8.3 แบบฝึกไวยากรณ์ Extra Access 3 ม. 3
8.4 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
9. วิธีสอน/เทคนิคการสอนทีเ่ กย่ี วข้อง
9.1 การสอนแบบการเรียนเป็นคู่ (Learning cell)
บันทึกผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 3
เร่ือง Food for thought เวลา 2 ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. ความคดิ รวบยอด
รูแ้ ละเขา้ ใจคาศพั ทเ์ ก่ียวกบั หมวดหมู่ของอาหาร ช่ืออาหาร/เคร่ืองดื่ม และการใช้ countable/uncountable
nouns, quantifiers ช่วยใหใ้ ชภ้ าษาในการส่ือสารเกี่ยวกบั ตนเองไดอ้ ยา่ งเหมาะสมท้งั การพดู และเขยี น
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 เรียนรู้คาศพั ทเ์ ก่ียวกบั หมวดหมู่ของอาหาร ช่ืออาหาร/เคร่ืองดื่ม และคาศพั ทต์ ่อไปน้ี mood,
brain chemicals, school performance, mental boost, steady source, stimulate, raise, contain,
increase ได้
2.2 ใช้ countable/uncountable nouns และ quantifiers ไดถ้ ูกตอ้ ง
2.3 พดู และเขียนเกี่ยวกบั นิสยั การกินของตนเองได้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง
- การเปรียบเทียบและการอธิบายความเหมือน/ความแตกต่างระหวา่ งโครงสรา้ งภาษาของ
ภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคิด - การคดิ วเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
5.1 ใฝ่ เรียนรู้
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน
ครูถามนกั เรียนในช้นั วา่ อาหารทนี่ กั เรียนช่ืนชอบคอื อะไร และอาหารท่ีนกั เรียนกินในวนั น้ีคอื อะไร
กจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้
1. ครูอ่านคาศพั ทห์ มวดหมู่ของอาหารในหนงั สือเรียน หนา้ 92 Ex. 1 (to present new vocabulary)
และอธิบายความหมายของคาที่นกั เรียนไม่รู้ จากน้นั ครูใหเ้ วลานกั เรียนจดั คาศพั ทช์ ื่ออาหารและ
เคร่ืองดื่มใหต้ รงกบั หมวดหมู่ ครูใหน้ กั เรียนใชพ้ จนานุกรมภาษาองั กฤษช่วยได้
เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบโดยเขียนตารางบนกระดาน แถวบนสุดของตารางครูเขยี นหมวดหมู่ของ
อาหารในแต่ละช่อง แลว้ ใหน้ กั เรียนเติมคาศพั ทใ์ นตาราง จากน้นั ใหน้ กั เรียนบอกคาศพั ทเ์ พม่ิ เตมิ
ในแต่ละหมวดหมู่ และครูเขยี นคาศพั ทท์ ่ีนกั เรียนบอกลงในตาราง แลว้ ใหน้ กั เรียนคดั ลอกตารางท่ี
สมบรู ณ์แลว้ ลงในสมุด
2. ครูอ่านช่ือของบทอ่านในหนงั สือเรียน หนา้ 92 Ex. 2 (to predict the content of a text) แลว้ กระตนุ้
ใหน้ กั เรียนเดาคาตอบของคาถามวา่ ‘อาหารและอารมณ์เก่ียวขอ้ งกนั อยา่ งไร’ จากน้นั ครูเปิ ด CD
3/Track 4 ใหน้ กั เรียนฟังและอ่านบทอ่านตามไปดว้ ย เพอ่ื ดูวา่ การคาดเดาของนกั เรียนถูกตอ้ ง
หรือไม่
3. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 93 Ex. 3a (to read for detailed understanding) โดยอ่าน
บทอ่านในหนา้ 92 อีกคร้งั แลว้ แทนทคี่ าสรรพนามท่ีเป็นตวั เอนในประโยคท่ใี หม้ าดว้ ยคาจาก
บทอ่าน เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ จากน้นั ใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกวา่ มีคาในบทอา่ นทอี่ อกเสียง
คลา้ ยกบั คาในภาษาไทยหรือไม่
4. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 93 Ex. 3b (to present new vocabulary and consolidate
new information) โดยช่วยกนั อธิบายความหมายของคาท่ีพมิ พต์ วั หนาในบทอ่าน หนา้ 92
5. ครูใหน้ กั เรียนอ่านการใชน้ ามนบั ไดแ้ ละนามนบั ไม่ไดใ้ นหนงั สือเรียน หนา้ 93 Ex. 4 (to present &
practise countable/uncountable nouns and quantifiers) แลว้ เปรียบเทียบโครงสรา้ งไวยากรณ์ของ
ภาษาองั กฤษกบั ภาษาไทย
จากน้นั ครูกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนตอบคาถามวา่ คาใดใชเ้ ฉพาะกบั นามนบั ได้ คาใดใชเ้ ฉพาะกบั นามนบั
ไม่ได้ และคาใดใชไ้ ดท้ ้งั กบั นามนบั ไดแ้ ละนามนบั ไมไ่ ด้ แลว้ ใหน้ กั เรียนหาตวั อยา่ งเพม่ิ เตมิ ใน
บทอ่าน หนา้ 92 เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
6. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 93 Ex. 5 (to identify countable/uncountable nouns) โดย
เขียนวา่ คาใดเป็นนามนบั ได้ (C) และคาใดเป็นนามนบั ไม่ได้ (U) เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบดว้ ยการ
สุ่มเรียกนกั เรียนบอกคาตอบของตนเอง
7. ครูอธิบายกิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 93 Ex. 6 (to practise using quantifiers) ใหน้ กั เรียนฟัง
และทาขอ้ 1 พร้อมกบั นกั เรียนเป็นตวั อยา่ ง แลว้ ใหน้ กั เรียนทาขอ้ ที่เหลือดว้ ยตนเอง เสร็จแลว้ ครู
ตรวจคาตอบ
8. ครูอธิบายกิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 93 Ex. 7 (to further practise using quantifiers) แลว้ อ่านคา
และตวั อยา่ งที่ใหม้ าใหน้ กั เรียนฟัง จากน้นั ใหน้ กั เรียนจบั คู่ พดู เก่ียวกบั ส่ิงท่ีกินในแต่ละวนั ของ
ตนเองดงั ตวั อยา่ ง โดยใชค้ าท่ีกาหนดให้ ครูสงั เกตขณะนกั เรียนทากิจกรรม แลว้ สุ่มเรียกนกั เรียน
บางคู่ออกมารายงานให้เพอื่ นฟัง
กจิ กรรมรวบยอด
1. ครูอธิบายกิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 93 Ex. 8 (to write about eating habits) แลว้ อ่านตวั อยา่ งท่ี
ใหม้ าใหน้ กั เรียนฟัง จากน้นั ให้เวลานกั เรียน 5 นาที เขียนเก่ียวกบั นิสัยการกินของตนเอง เสร็จแลว้
ครูสุ่มเรียกนกั เรียนหลายๆ คน อ่านงานเขยี นของตนเองใหเ้ พอ่ื นฟัง
2. นกั เรียนทากิจกรรมในแบบฝึกหดั (Workbook) Unit 9b หนา้ 76 Exs. 1-5
7. การวัดและการประเมินผล
7.1 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.2 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.3 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.4 ประเมินผลการพดู และเขียนเกี่ยวกบั นิสยั การกินของตนเอง
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 แบบฝึกไวยากรณ์ Extra Access 3 ม. 3
8.4 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
8.5 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
8.6 พจนานุกรมภาษาองั กฤษ
9. วธิ ีสอน/เทคนิคการสอนที่เกยี่ วข้อง
9.1 เทคนิคเพอื่ นคูค่ ิด (Think pair share)
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกิตตศิ ักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3
รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 3
เรื่อง Be there! เวลา 2 ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. ความคดิ รวบยอด
รูแ้ ละเขา้ ใจหลกั การเขยี นจดหมายเชิญแบบไม่เป็ นทางการ ช่วยใหใ้ ชภ้ าษาในการอ่านและเขยี น
จดหมายเชิญไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 เรียนรู้วลีทใี่ ช้ give ได้
2.2 ฟังเพอ่ื หาขอ้ มูลจาเพาะได้
2.3 อ่านเพอ่ื หาความสอดคลอ้ งและการเชื่อมโยงได้
2.4 เขยี นจดหมายเชิญได้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- ภาษาท่ีใชใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบุคคล เช่น การชกั ชวน
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ - การคิดวเิ คราะห์
5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
5.1 ใฝ่ เรียนรู้
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน
ครูใหน้ กั เรียนอ่านช่ือ Unit 9c ในหนงั สือเรียน หนา้ 94 แลว้ คดิ วา่ หมายความวา่ อยา่ งไร (‘Be there or
be square’ is an expression used to urge someone to go somewhere like a party.) จากน้นั ครูให้
นกั เรียนคิดวา่ Unit 9c น่าจะเก่ียวกบั เรื่องอะไร (invitations)
กจิ กรรมพัฒนาการเรียนรู้
1. ครูใหน้ กั เรียนดูขอ้ ความในหนงั สือเรียน หนา้ 94 Ex. 1 แลว้ บอกวา่ เป็ นขอ้ ความประเภทใด (an
invitation) จากน้นั ครูกระตุน้ ใหน้ กั เรียนบอกวา่ ขอ้ มูลประเภทใดทข่ี าดหายไป แลว้ ครูเปิ ด CD
3/Track 5 ใหน้ กั เรียนฟังและเติมคาลงในช่องวา่ ง เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
2. ครูอ่านประโยค A-D ในหนงั สือเรียน หนา้ 94 Ex. 3 (to read for structure, cohesion and coherence)
ใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ กระตุน้ ใหน้ กั เรียนอ่านจดหมายอีกคร้ัง และพจิ ารณาวา่ ประโยคใดเหมาะจะเติม
ในช่องวา่ งแต่ละช่อง เสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียนเปรียบเทยี บคาตอบกบั เพอื่ น จากน้นั ครูเปิ ด CD 3/Track 6
ใหน้ กั เรียนฟังเพอื่ ตรวจคาตอบ
3. ครูอ่านประโยคทใ่ี หม้ าในหนงั สือเรียน หนา้ 94 Ex. 4 (to identify opening and closing remarks)
แลว้ กระตนุ้ ใหน้ กั เรียนบอกวา่ ประโยคใดเป็นคาพดู เริ่มตน้ จดหมาย ประโยคใดเป็นคาพดู ลงทา้ ย
จดหมาย
4. ครูอ่านวลีทีใ่ ช้ give ในหนงั สือเรียน หนา้ 94 Ex. 5 (to learn new vocabulary) และอธิบายให้
นกั เรียนฟังวา่ คาทเ่ี ป็นตวั สีดาคอื วลี ส่วนคาท่ีเป็นสีอื่นๆ คือความหมาย แลว้ ใหน้ กั เรียนหาวา่ วลีที่
ใช้ give วลีใดทพ่ี บในจดหมายใน Ex. 3 จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนแต่งประโยคดว้ ยวลีท่ีใช้ give แตล่ ะ
วลีทใ่ี หม้ า เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
กจิ กรรมรวบยอด
1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 94 Ex. 7 (to write a letter or invitation) โดยใชค้ าตอบ
ของนกั เรียนจาก Ex. 6 มาเขียนจดหมายเชิญเพอ่ื นทอ่ี ยเู่ มืองอ่ืนมาร่วมงานเล้ียงของนกั เรียน ครู
บอกนกั เรียนวา่ สามารถใชจ้ ดหมายใน Ex. 3 เป็นตน้ แบบได้ แลว้ ครูใหเ้ วลานกั เรียนเขียนจดหมาย
ในชว่ั โมงหรือมอบหมายใหเ้ ป็นการบา้ น
7. การวดั และการประเมินผล
7.1 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.3 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.4 ประเมินผลการเขียนจดหมายเชิญ
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
9. วธิ ีสอน/เทคนิคการสอนท่ีเกย่ี วข้อง
9.1 การสอนแบบโครงสร้างความรู้ (Graphic organizer)
บันทึกผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 3
เรื่อง Idioms and sayings about food เวลา 2 ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. ความคดิ รวบยอด
รูแ้ ละเขา้ ใจความหมายของสานวน/สุภาษิตในภาษาองั กฤษ ช่วยใหเ้ ขา้ ใจชีวติ ความเป็ นอยแู่ ละ
วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 เรียนรู้คาศพั ทต์ ่อไปน้ี idiom, saying, cooks, spoil, broth, spilt milk, cucumber, couch potato,
piece of cake, pie ได้
2.2 เรียนรู้เกี่ยวกบั สานวน/สุภาษติ ในภาษาองั กฤษได้
2.3 เขียนแบบทดสอบความรู้ (quiz) ได้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การเปรียบเทยี บระหวา่ งสานวน/สุภาษติ ของเจา้ ของภาษากบั ของไทย
- การคน้ ควา้ การรวบรวม และการนาเสนอขอ้ มูลที่เกี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
(ภาษาไทย)
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคิด - การคดิ วเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
5.1 ใฝ่ เรียนรู้
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน
ครูถามนกั เรียนวา่ นกั เรียนรูจ้ กั สุภาษติ หรือสานวนในภาษาองั กฤษท่เี กี่ยวขอ้ งกบั อาหารหรือไม่
กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
1. นกั เรียนอ่านคาจากดั ความจากพจนานุกรมภาษาองั กฤษของคาวา่ idiom และ saying ในหนงั สือ-
เรียน หนา้ 95 Ex. 1a แลว้ ครูกระตุน้ ใหน้ กั เรียนตอบคาถามวา่ อะไรคือความแตกตา่ งระหวา่ ง idiom
กบั saying
2. ครูดึงความสนใจของนกั เรียนมาท่ีการ์ตูนในหนงั สือเรียน หนา้ 95 Ex. 1b แลว้ กระตนุ้ ใหน้ กั เรียน
บอกวา่ ประโยคใดคอื idiom ประโยคใดคือ saying และแต่ละประโยคหมายความวา่ อยา่ งไร
3. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 95 Ex. 2 โดยเลือก idiom/ saying ท่ถี ูกตอ้ งท่ที าให้
ขอ้ ความ (1-5) ในแบบทดสอบความรูไ้ ดใ้ จความสมบรู ณ์ เสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียนเปรียบเทียบคาตอบ
กบั เพอ่ื น จากน้นั ครูตรวจคาตอบ แลว้ ใหน้ กั เรียนบอกคะแนนของตนเอง
4. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 95 Ex. 3 (to consolidate new vocabulary through
translation) โดยช่วยกนั บอกสานวน/สุภาษติ ของไทยที่มีแนวคิดคลา้ ยกบั สานวน/สุภาษติ ใน
ภาษาองั กฤษซ่ึงอยใู่ นแบบทดสอบความรู้
กจิ กรรมรวบยอด
1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 95 Ex. 4 (to write a short quiz with food idioms/sayings)
โดยใหน้ กั เรียนจบั คู่กบั เพอ่ื น คน้ ควา้ สานวน/สุภาษิตในอินเทอร์เน็ตหรือพจนานุกรมภาษาองั กฤษ
และเลือกมา 5-6 สานวน เพอื่ นามาเขียนแบบทดสอบความรู้เหมือนใน Ex. 2 ครูใหน้ กั เรียนตดิ หรือ
วาดภาพประกอบในแบบทดสอบความรูข้ องตนเองดว้ ย เสร็จแลว้ ครูตรวจความถูกตอ้ ง แลว้ ให้
นกั เรียนแลกเปลี่ยนกบั เพอ่ื นคู่อื่น และทาแบบทดสอบความรู้
7. การวัดและการประเมินผล
7.1 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูใ้ นช่วงการทากิจกรรม
7.3 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.4 ประเมินผลการเขยี นแบบทดสอบความรู้เก่ียวกบั สานวน/สุภาษิตในภาษาองั กฤษ
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
8.4 พจนานุกรมภาษาองั กฤษ
8.5 อินเทอร์เน็ต
9. วธิ ีสอน/เทคนิคการสอนทีเ่ กยี่ วข้อง
9.1 การสอนแบบการเรียนเป็นคู่ (Learning cell)
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกิตตศิ ักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 3
เรื่อง Just for you เวลา 2 ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. ความคดิ รวบยอด
รูแ้ ละเขา้ ใจสานวนภาษาทใี่ ชใ้ นการใหข้ องขวญั และแสดงการขอบคุณ การอ่านออกเสียงถูกตอ้ งตาม
หลกั การอ่าน ช่วยใหใ้ ชภ้ าษาในการพดู สื่อสารในสถานการณ์ตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 เรียนรูค้ าศพั ทต์ อ่ ไปน้ี anorak, skirt, T-shirt, cap, shirt, tracksuit, gloves, jeans, top, trainers,
dress, exchange, size ได้
2.2 อ่านและฟังเพอื่ หาขอ้ มูลจาเพาะได้
2.3 อ่านออกเสียงสานวนภาษาท่ีใชใ้ นการใหข้ องขวญั และแสดงการขอบคณุ และคาศพั ทท์ ี่มีเสียง /s/
และ /z/ ได้
2.4 แสดงบทบาทสมมติในการใหข้ องขวญั และแสดงการขอบคุณได้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
- การออกเสียงตามระดบั เสียงสูง-ต่า ในประโยค การออกเสียงพยญั ชนะตน้ คาและพยญั ชนะ
ทา้ ยคา
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- ภาษาท่ใี ชใ้ นการส่ือสารระหวา่ งบคุ คล
- การเลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรม
ของเจา้ ของภาษา เช่น การแสดงสีหนา้ ท่าทางประกอบการพดู
- กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เช่น บทบาทสมมติ
- การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองท่เี กิดข้นึ ในหอ้ งเรียน
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
5.1 ใฝ่เรียนรู้
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน
ครูใหน้ กั เรียนอ่านชื่อ Unit 9e ในหนงั สือเรียน หนา้ 96 แลว้ กระตนุ้ ใหน้ กั เรียนบอกวา่ วลี ‘Just for you’
จะถูกใชเ้ ม่ือไหร่ (when we offer somebody a present) จากน้นั ครูใหน้ กั เรียนพดู เกี่ยวกบั คร้ังสุดทา้ ย
ที่นกั เรียนให้หรือไดร้ ับของขวญั จากผอู้ ื่น
กจิ กรรมพัฒนาการเรียนรู้
1. ครูเปิ ด CD 3/Track 7 ใหน้ กั เรียนฟังการออกเสียงสานวนภาษาเกี่ยวกบั การใหข้ องขวญั และแสดง
การขอบคุณในหนงั สือเรียน หนา้ 96 Ex. 1 (to practise pronunciation and intonation of
situational language) โดยครูหยดุ CD ทลี ะประโยค ใหน้ กั เรียนฟังและออกเสียงตามหลายๆ คร้งั
ครูสงั เกตการออกเสียงคาและการออกเสียงสูง-ต่าในประโยค
2. ครูเปิ ด CD 3/Track 8 ใหน้ กั เรียนฟังบทสนทนา 2 บทสนทนา ในหนงั สือเรียน หนา้ 96 Ex. 2
(to listen and read for specific information) และอ่านบทสนทนาตามไปดว้ ย โดยครูอธิบายวา่
บทสนทนาแรกเป็นบทสนทนาระหวา่ งลุงกบั หลานชาย ส่วนอีกบทสนทนาหน่ึงเป็นบทสนทนา
ระหวา่ งลุงกบั หลานสาว เม่ือฟังจบแลว้ ใหน้ กั เรียนตอบคาถามวา่ ใครตอ้ งการเปล่ียนของขวญั
และเปล่ียนเพราะเหตใุ ด
3. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 96 Ex. 3 (to consolidate new vocabulary through
translation) โดยแปลสานวนภาษาใน Ex. 1 เป็ นภาษาไทย ครูย้าวา่ ใหน้ กั เรียนแปลดว้ ยสานวนภาษา
ท่ีเทียบเทา่ กบั ในภาษาไทยมากกวา่ แปลตรงตวั
4. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 96 Ex. 4 (to understand the meaning of everyday
English expressions) โดยอ่านบทสนทนาใน Ex. 2 แลว้ หาวลีในบทสนทนาทมี่ ีความหมาย
เหมือนกบั วลีที่กาหนดให้ เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบดว้ ยการสุ่มเรียกนกั เรียนอ่านคาตอบของ
ตนเอง
5. ครูใหน้ กั เรียนคดั ลอกตารางในหนงั สือเรียน หนา้ 96 Ex. 6 (to pronounce /s/, /z/) ลงในสมุด แลว้
เปิ ด CD 3/Track 9 ใหน้ กั เรียนฟังคาศพั ทท์ ่ีออกเสียง /s/ และ /z/ และทาเคร่ืองหมาย ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั เสียงท่ไี ดย้ นิ จากน้นั ครูเปิ ด CD อีกคร้งั โดยหยดุ CD ทีละคา ใหน้ กั เรียนฟังและออก
เสียงตาม แลว้ ครูกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั คดิ คาศพั ทท์ ี่ออกเสียง /s/ และ /z/ เพม่ิ เตมิ
กจิ กรรมรวบยอด
1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 96 Ex. 5 (to act out a dialogue) โดยสมมติให้วนั น้ีเป็ น
วนั เกิดของเพอ่ื นนกั เรียน และนกั เรียนซ้ือของขวญั ใหเ้ พอ่ื น ครูใหน้ กั เรียนแสดงบทบาทสมมติ
โดยสามารถใชบ้ ทสนทนาใน Ex. 2 เป็นตน้ แบบ ครูเตอื นใหน้ กั เรียนใชส้ านวนภาษาจาก Ex. 1
แลว้ ครูเขียนโครงสรา้ งบทสนทนาใหน้ กั เรียนดูบนกระดาน
2. นกั เรียนทากิจกรรมในแบบฝึกหดั (Workbook) Unit 9e หนา้ 81-82 Exs. 1-4 โดยใน Ex. 4 ให้
นกั เรียนฟัง Access Workbook Audio CD 3 ม. 3/Track 18 ประกอบการทากิจกรรม
7. การวัดและการประเมินผล
7.1 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.2 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.3 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.4 สงั เกตการออกเสียงสานวนภาษาทใ่ี ชใ้ นการใหข้ องขวญั และแสดงการขอบคุณและคาศพั ทท์ ี่มี
เสียง /s/ และ /z/
7.5 ประเมินผลการแสดงบทบาทสมมติในการใหข้ องขวญั และแสดงการขอบคุณ
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 แบบฝึกไวยากรณ์ Extra Access 3 ม. 3
8.4 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
8.5 Access Workbook Audio CD 3 ม. 3 (ประกอบแบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
9. วธิ ีสอน/เทคนิคการสอนท่เี กย่ี วข้อง
9.1 การสอนแบบการเรียนเป็ นคู่ (Learning cell)
บันทึกผลหลงั การสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3
เร่ือง Science the food chain เวลา 2 ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. ความคดิ รวบยอด
รู้และเขา้ ใจคาศพั ทแ์ ละความรู้เกี่ยวกบั ห่วงโซ่อาหาร เป็นพน้ื ฐานในการคน้ ควา้ รวบรวม และนาเสนอ
ขอ้ มูลทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 เรียนรูค้ าศพั ทต์ อ่ ไปน้ี food chain, producer, herbivore, carnivore, omnivore, decomposer,
primary, secondary, tertiary consumer ได้
2.2 พดู เก่ียวกบั ห่วงโซ่อาหารได้
2.3 เขยี นแผนภาพห่วงโซ่อาหารได้
2.4 อ่านเพอื่ หาความถกู ตอ้ งทางไวยากรณ์ของคาได้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- ประโยคและขอ้ ความที่ใชใ้ นการอธิบายเกี่ยวกบั เรื่องท่ีฟังหรืออ่าน
- การคน้ ควา้ การรวบรวม และการนาเสนอขอ้ มูลท่เี ก่ียวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
(วทิ ยาศาสตร์)
4. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคิด - การคดิ วเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
5.1 ใฝ่เรียนรู้
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน
ครูใหน้ กั เรียนดูภาพสตั วใ์ นหนงั สือเรียน หนา้ 97 แลว้ เดาวา่ Unit 9f น่าจะเกี่ยวกบั เร่ืองอะไร (the food
chain, how each organism gets its food)
กจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้
1. ครูใหน้ กั เรียนอ่านคาจากดั ความจากพจนานุกรมภาษาองั กฤษของคาวา่ food chain ในหนงั สือ-
เรียน หนา้ 97 Ex. 1 (to present new vocabulary) แลว้ กระตนุ้ ใหน้ กั เรียนบอกวา่ food chain คอื
อะไร (a series of living things connected to each other because each one feeds on another in the chain)
2. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 97 Ex. 2 (to read for cohesion and coherence) โดยอ่าน
บทอ่าน แลว้ เติมช่องวา่ งดว้ ย article หรือคาสรรพนามที่ถูกตอ้ ง เม่ือนกั เรียนทาเสร็จแลว้ ครูเปิ ด
CD 3/Track 10 ใหน้ กั เรียนฟังเพอื่ ตรวจคาตอบของตนเอง จากน้นั ใหน้ กั เรียนช่วยกนั ตอบคาถาม
ท่กี าหนดให้
3. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 97 Ex. 3 (to present new vocabulary and talk about a
process using a diagram) โดยช่วยกนั อธิบายความหมายของคาท่ีพมิ พต์ วั หนาในบทอ่าน จากน้นั
ครูสุ่มเรียกนกั เรียนหลายๆ คน อธิบายห่วงโซ่อาหารใหเ้ พอ่ื นฟังโดยใชแ้ ผนภาพในบทอ่าน ครู
คอยใหค้ วามช่วยเหลือเมื่อจาเป็น
กจิ กรรมรวบยอด
1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 97 Ex. 4 (to make a food chain diagram) โดยแบง่ กลุ่ม
กลุ่มละ 3-4 คน คน้ ควา้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั ห่วงโซ่อาหารจากเวบ็ ไซตท์ ่กี าหนดให้ จากน้นั ใหน้ กั เรียน
วาดแผนภาพห่วงโซ่อาหาร โดยตดิ ภาพประกอบและคาอธิบายภาพ ครูใหน้ กั เรียนทางานใน
ชว่ั โมงหรือมอบหมายใหเ้ ป็นการบา้ น เสร็จแลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มนาเสนอแผนภาพห่วงโซ่อาหารของ
ตนเอง
2. นกั เรียนทาแบบทดสอบความรู้หลงั เรียนโดยใช้ Test 9: Module 9 จาก CD หนงั สือ Teacher’s
Resource Pack & Tests ม. 3 หนา้ 133-136
3. นกั เรียนประเมินความสามารถในการเรียนรูข้ องตนเองตามตารางท่กี าหนด (Now I Can …) โดย
ครูถ่ายเอกสารจากภาคผนวก
7. การวดั และการประเมนิ ผล
7.1 ประเมินการทาแบบทดสอบหลงั เรียน
7.2 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.3 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.4 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.5 ประเมินผลการเขียนแผนภาพห่วงโซ่อาหาร
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
8.4 Access Workbook Audio CD 3 ม. 3 (ประกอบแบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3 และ
Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3)
8.5 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
8.6 อินเทอร์เน็ต
9. วธิ ีสอน/เทคนิคการสอนที่เกยี่ วข้อง
9.1 การเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมใจ (Cooperative learning)
บันทึกผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจัดการเรยี นรู้
กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ
รายวิชา ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน 6
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 10
It’s Fun
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2565
นางสาวดาราพร ศรขี าว
ตาแหน่ง ครู
โรงเรียนบ้านทา่ เยยี่ มวทิ ยายล
สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 7
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน
กระบวนการ/เทคนิควิธกี ารจัดการเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 10 It’s fun!
แผนท่ี เรอื่ ง กระบวนการจัดการเรียนรู/้ เวลา
วธิ ีการจัดการเรียนรู้ (ชว่ั โมง)
1 Extreme sports
การสอนแบบแบ่งกลุม่ ทางาน 2
2 game on (Committee work method)
3 In the charts! 2
4 Festivals - Glastonbury การสอนแบบโครงสรา้ งความรู้ (Graphic organizer) 2
5 Next, please วธิ กี ารสอนแบบอภิปราย (Discussion Method) 2
6 Music 2
เทคนคิ เพอ่ื นคู่คิด (Think pair share) 2
การสอนแบบการเรยี นเป็นคู่ (Learning cell) 12
การเรยี นรู้แบบรว่ มมือรว่ มใจ
(Cooperative learning)
รวม
แบบประเมินกลยุทธ์ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 10
เรอ่ื ง It’s fun! ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2565
แผนที่ กลยุทธ์ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ คุณภาพผ้เู รยี น แปลผล
321
1 การสอนแบบแบ่งกลุ่มทางาน √ ดี
(Committee work method)
2 การสอนแบบโครงสร้างความรู้ √ ดี
(Graphic organizer)
3 วิธีการสอนแบบอภิปราย (Discussion √ ดี
Method)
4 เทคนคิ เพ่ือนคู่คดิ (Think pair share) √ ดี
5 การสอนแบบการเรียนเปน็ คู่ √ ดี
(Learning cell)
6 การเรยี นรแู้ บบร่วมมือรว่ มใจ √ ดี
(Cooperative learning)
หมายเหตุ ระดับคณุ ภาพ ระดบั 3 หมายถงึ ดี ระดบั 2 หมายถงึ พอใช้ ระดับ 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง
ข้อเสนอแนะ/ปรบั ปรุงพฒั นา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ ผ้บู ันทกึ ลงชอ่ื ผ้รู ับรอง
(นางสาวดาราพร ศรขี าว) (นายกติ ติศักด์ิ ประชมุ )
ตาแหนง่ ครูผู้สอน
ตาแหนง่ ผูอ้ านวยการโรงเรยี นบา้ นท่าเยยี่ มวิทยายล
แผนการจดั การเรียนรู้ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3
เวลาเรียน 12 ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 It’s fun!
รายวชิ า ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาองั กฤษ)
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั ช้ันปี
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรื่องทีฟ่ ังและอ่านจากส่ือประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น
ตวั ช้ีวดั อยา่ งมีเหตุผล
2. อ่านออกเสียงขอ้ ความ ข่าว โฆษณา และบทรอ้ ยกรองส้นั ๆ ถูกตอ้ งตามหลกั การอ่าน
3. ระบุและเขยี นสื่อที่ไม่ใช่ความเรียงรูปแบบต่างๆ ใหส้ มั พนั ธก์ บั ประโยคและ
ขอ้ ความ
ท่ฟี ังหรืออ่าน
4. เลือก/ระบุหวั ขอ้ เร่ือง ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน และแสดงความคดิ เห็น
เกี่ยวกบั เรื่องทฟี่ ังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ พร้อมท้งั ใหเ้ หตผุ ลและยกตวั อยา่ ง
ประกอบ
มาตรฐาน ต 1.2 มีทกั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรูส้ ึก
ตวั ช้ีวดั และความคดิ เห็นอยา่ งมีประสิทธิภาพ
1. สนทนาและเขียนโตต้ อบขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง เร่ืองตา่ งๆ ใกลต้ วั สถานการณ์ ข่าว
เร่ืองที่อยใู่ นความสนใจของสงั คม และสื่อสารอยา่ งต่อเนื่องและเหมาะสม
2. ใชค้ าขอรอ้ ง ใหค้ าแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายตามสถานการณ์
มาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอขอ้ มูลขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพดู
ตวั ช้ีวดั และการเขียน
1. พดู และเขียนบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง ประสบการณ์ ขา่ ว/เหตุการณ์/เร่ือง/ประเดน็
ต่างๆ ท่ีอยใู่ นความสนใจของสงั คม
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใชไ้ ด้
ตวั ช้ีวดั อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
1. เลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาทา่ ทางเหมาะกบั บคุ คลและโอกาสตามมารยาท
สงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
2. อธิบายเกี่ยวกบั ชีวติ ความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม และประเพณีของเจา้ ของภาษา
มาตรฐาน ต 3.1 3. เขา้ ร่วม/จดั กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ
พ้นื ฐาน ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรูก้ บั กลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ื่น และเป็น
ตวั ช้ีวดั ในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิ ดโลกทศั นข์ องตน
1. คน้ ควา้ รวบรวม และสรุปขอ้ มูล/ขอ้ เทจ็ จริงที่เก่ียวขอ้ งกบั กลุม่ สาระการเรียนรูอ้ ื่น
มาตรฐาน ต 4.1
ตวั ช้ีวดั จากแหล่งเรียนรู้ และนาเสนอดว้ ยการพดู /การเขยี น
ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ท้งั ในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คม
1. ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดข้ึนในหอ้ งเรียน
สถานศกึ ษา ชุมชน และสงั คม
2. ความคดิ รวบยอด
รู้และเขา้ ใจคาศพั ทเ์ ก่ียวกบั กีฬาเอก็ ซต์ รีม โอลิมปิ ก ประเภทของดนตรี ประเภทของภาพยนตร์
สานวนภาษาทีใ่ ชใ้ นการซ้ือตว๋ั ภาพยนตร์ ความรู้เกี่ยวกบั กีฬาเอ็กซต์ รีม เทศกาล Glastonbury Festival ใน
ประเทศองั กฤษ การใชด้ นตรีประกอบภาพยนตร์ การอ่านออกเสียงถูกตอ้ งตามหลกั การอ่าน การใช้
positions of movement, some/any/no/every and compounds และหลกั การเขียนบทวจิ ารณ์อลั บ้มั เพลง ช่วย
ใหใ้ ชภ้ าษา
ในการส่ือสารเก่ียวกบั เรื่องใกลต้ วั และสถานการณ์ต่างๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม เขา้ ใจและตีความสื่อท่ไี ม่ใช่
ความเรียงไดถ้ ูกตอ้ ง และเกิดความเขา้ ใจความเป็ นมา ภูมิหลงั และบริบททางสงั คมและวฒั นธรรมของ
เจา้ ของภาษา
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การออกเสียงตามระดบั เสียงสูง-ต่าในประโยค การออกเสียงสระเสียงยาว สระประสม
- การตคี วาม/ถ่ายโอนขอ้ มลู ใหส้ มั พนั ธก์ บั สื่อทไี่ ม่ใช่ความเรียง เช่น ภาพบุคคล สตั ว์ ส่ิงของ
สถานท่ี
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- ภาษาท่ใี ชใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล
- การบอกเสน้ ทาง
- การบรรยายเกี่ยวกบั ประเด็นทอี่ ยใู่ นความสนใจของสงั คม เช่น การเล่นกีฬา การฟังเพลง
- การเลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรม
ของเจา้ ของภาษา
- ประเพณีของเจา้ ของภาษา
- กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เช่น บทบาทสมมติ
- การคน้ ควา้ การรวบรวม และการนาเสนอขอ้ มูลท่เี ก่ียวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน
(พลศึกษา)
- การใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองท่เี กิดข้ึนในหอ้ งเรียน
3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น
-
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
- การคิดวเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
5.1 ใฝ่เรียนรู้
6. ชิ้นงาน/ภาระงาน
6.1 การเขยี นแบบทดสอบความรู้ (quiz) เกี่ยวกบั โอลิมปิ กเกมส์
6.2 การพดู บอกเสน้ ทาง
6.3 การเขียนบทวจิ ารณ์อลั บ้มั เพลงท่ชี ่ืนชอบ
6.4 การพดู และเขยี นนาเสนอเกี่ยวกบั เทศกาลในประเทศไทย
6.5 การออกเสียงสานวนภาษาทใี่ ชใ้ นการซ้ือตว๋ั ภาพยนตร์และคาศพั ทท์ ี่มีเสียง / / และ /οʊ/
6.6 การแสดงบทบาทสมมติในการซ้ือตวั๋ ภาพยนตร์
6.7 การพดู บรรยายฉากภาพยนตร์พรอ้ มเพลงประกอบ
7. การวัดและการประเมนิ ผล
7.1 ประเมินการทาแบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
7.2 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.3 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูใ้ นช่วงการทากิจกรรม
7.4 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.5 ประเมินช้ินงาน/ภาระงาน
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 แบบฝึกไวยากรณ์ Extra Access 3 ม. 3
8.4 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
8.5 Access Workbook Audio CD ม. 3 (ประกอบแบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3 และ
Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3)
8.6 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
8.7 พจนานุกรมภาษาองั กฤษ
8.8 อินเทอร์เน็ต
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 3
เรื่อง Extreme sports เวลา 2 ชวั่ โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นท่าเยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. ความคดิ รวบยอด
รูแ้ ละเขา้ ใจคาศพั ทเ์ ก่ียวกบั กีฬาเอ็กซ์ตรีมและโอลิมปิ ก ความรูเ้ กี่ยวกบั กีฬาเอ็กซ์ตรีมบางประเภท
ช่วยใหใ้ ชภ้ าษาในการส่ือสารเกี่ยวกบั เร่ืองใกลต้ วั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมท้งั การพดู และเขียน
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 เรียนรู้คาศพั ทเ์ ก่ียวกบั กีฬาเอก็ ซต์ รีมและโอลิมปิ กเกมสไ์ ด้
2.2 อ่านเพอื่ หาขอ้ มูลจาเพาะได้
2.3 ใช้ -ing form, the infinitive, would rather – had better ไดถ้ ูกตอ้ ง
2.4 เขยี นแบบทดสอบความรู้ (quiz) เก่ียวกบั โอลิมปิกเกมสไ์ ด้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- การบรรยายเก่ียวกบั ประเด็นท่ีอยใู่ นความสนใจของสงั คม เช่น การเล่นกีฬา
- การคน้ ควา้ การรวบรวม และการนาเสนอขอ้ มูลที่เกี่ยวขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
(พลศึกษา)
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ
- การคดิ วเิ คราะห์
4.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
5. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
5.1 ใฝ่ เรียนรู้
6. กิจกรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน
1. ครูช้ีแจงใหน้ กั เรียนทราบวา่ หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 10 น้ี นกั เรียนจะไดเ้ รียนรู้เก่ียวกบั อะไร
2. ครูดึงความสนใจของนกั เรียนมาท่ภี าพในหนงั สือเรียน หนา้ 99 แลว้ เปิ ด CD 3/Track 11 โดยหยดุ
ทีละคา/วลีเพอ่ื ใหน้ กั เรียนฟังและออกเสียงคา/วลีเกี่ยวกบั กีฬา แลว้ ใหน้ กั เรียนแปลคา/วลีเหล่าน้ี
เป็นภาษาไทย จากน้นั ครูเริ่มการอภิปรายเกี่ยวกบั กีฬา โดยใหน้ กั เรียนดูกีฬาในภาพอีกคร้ังและ
ตอบคาถามทกี่ าหนดให้
3. ครูอ่านคาศพั ทส์ ถานท่ซี ่ึงอยดู่ า้ นล่างของหนงั สือเรียน หนา้ 99 ใหน้ กั เรียนฟัง และอธิบาย
ความหมายของคาทน่ี กั เรียนไม่รู้ จากน้นั ใหน้ กั เรียนบอกวา่ กีฬาแต่ละชนิดสามารถเล่นไดท้ ่ี
สถานทใี่ ด
ครูใหน้ กั เรียนดูภาพในหนงั สือเรียน หนา้ 100 แลว้ เดาวา่ Unit 10a น่าจะเก่ียวกบั เรื่องอะไร
(unusual and extreme sports) จากน้นั ครูถามนกั เรียนวา่ นกั เรียนรูจ้ กั หรือเคยทดลองเล่นกีฬา
เหล่าน้ีหรือไม่
กจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้
1. ครูดึงความสนใจของนกั เรียนมาท่ีภาพในหนงั สือเรียน หนา้ 100 Ex. 1 (to listen and read for
specific information) จากน้นั ครูอ่านคาถามท่ีใหม้ าใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ เปิ ด CD 3/Track 12 ให้
นกั เรียนฟังและอ่านบทอ่านตามไปดว้ ย เม่ือฟังและอ่านจบแลว้ ครูกระตุน้ คาตอบจากนกั เรียน
2. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 100 Ex. 2 (to read for specific information) โดยอ่าน
บทอ่านอีกคร้ัง แลว้ เตมิ ประโยค 1-7 ให้สมบรู ณ์ เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
3. ครูอ่านคา/วลีทข่ี ดี เสน้ ใตใ้ นบทอ่านในหนงั สือเรียน หนา้ 100 ใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ บอกนกั เรียนวา่
‘taking by storm’ คือวลีหน่ึงวลี จากน้นั ครูใหเ้ วลานกั เรียนจบั คู่คา/วลีท่ขี ดี เสน้ ใตก้ บั ความหมาย a-f
ใน Ex. 3 (to present new vocabulary through synonyms) ครูใหน้ กั เรียนใชพ้ จนานุกรมภาษาองั กฤษ
ไดถ้ า้ จาเป็น เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ และใหน้ กั เรียนช่วยกนั อธิบายความหมายของคาทพ่ี มิ พ์
ตวั หนาในบทอ่าน
4. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 100 Ex. 4 (to identify international words) โดยอ่าน
บทอ่านอยา่ งคร่าวๆ เพอ่ื หาคาที่เหมือนหรือคลา้ ยกบั คาในภาษาไทย
5. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 101 Ex. 5 (to personalise learning) โดยครูกระตนุ้ ให้
นกั เรียนตอบคาถาม พร้อมท้งั ใหเ้ หตุผลอธิบายคาตอบของตนเอง หรือครูอาจใหเ้ วลานกั เรียน
3 นาที เพอื่ เขียนประโยคเก่ียวกบั หวั ขอ้ น้ี แลว้ ครูใหน้ กั เรียนอ่านประโยคของตนเองใหเ้ พอื่ นฟัง
จากน้นั ครูหานกั เรียนในช้นั ท่ีตอ้ งการทดลองเล่นกีฬาชนิดเดียวกนั แลว้ ใหน้ กั เรียนเปรียบเทียบ
เหตผุ ลของแต่ละคน
6. ครูใหน้ กั เรียนอ่านการใช้ -ing/the infinitive/would rather/had better ในหนงั สือเรียน หนา้ 101
Ex. 6 (to present the -ing and infinitive forms and would rather – had better) ถา้ นกั เรียนไม่เขา้ ใจให้
ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ จากน้นั ใหน้ กั เรียนหาตวั อยา่ ง -ing/the infinitive/would rather/had better
ในบทอ่าน หนา้ 100 แลว้ ครูตรวจคาตอบ
7. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 101 Ex. 7 (to practise the infinitive and -ing forms) โดย
เปล่ียนคากริยาในวงเล็บใหอ้ ยใู่ นรูป infinitive หรือ -ing ใหถ้ ูกตอ้ ง ครูและนกั เรียนทาขอ้ 1 พรอ้ ม
กนั เพอื่ เป็นตวั อยา่ ง แลว้ ใหน้ กั เรียนทาขอ้ ท่ีเหลือดว้ ยตนเอง เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
8. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 101 Ex. 8 (to practise the infinitive and -ing forms) โดย
เขียนประโยคเกี่ยวกบั ตนเองในเร่ืองกีฬา ครูเตือนใหน้ กั เรียนใชร้ ูป infinitive หรือ -ing ทเ่ี หมาะสม
เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบของนกั เรียน
กจิ กรรมรวบยอด
1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 101 Ex. 10 (to write a quiz) โดยครูใหน้ กั เรียนแบง่ กลุ่ม
กลุ่มละ 3-4 คน แลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มคน้ ควา้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั โอลิมปิ กเกมส์ในเวบ็ ไซตท์ ่กี าหนดให้ เม่ือ
รวบรวมขอ้ มูลไดแ้ ลว้ ครูใหน้ กั เรียนเขยี นแบบทดสอบความรู้ (quiz) เก่ียวกบั โอลิมปิ กเกมส์ ซ่ึงครู
ใหน้ กั เรียนทางานในช้นั เรียนหรืออาจมอบหมายใหเ้ ป็นการบา้ น เสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียนแลกเปลี่ยน
quiz กบั เพอื่ นอีกกลุ่ม เพอื่ ดูวา่ นกั เรียนสามารถทา quiz ไดห้ รือไม่ จากน้นั ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มนาเสนอ
quiz ใหเ้ พอื่ นกลุ่มอื่นๆ ในช้นั ดู
7. การวดั และการประเมินผล
7.1 ประเมินการทาแบบทดสอบก่อนเรียน
7.2 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.3 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.4 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.5 ประเมินผลการเขยี นแบบทดสอบความรู้ (quiz) เก่ียวกบั โอลิมปิ กเกมส์
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 แบบฝึกไวยากรณ์ Extra Access 3 ม. 3
8.4 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
9. วธิ ีสอน/เทคนิคการสอนที่เกย่ี วข้อง
9.1 การสอนแบบแบง่ กลุ่มทางาน (Committee work method)
บันทึกผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 3
เร่ือง game on เวลา 2 ชวั่ โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. ความคดิ รวบยอด
เขา้ ใจการใช้ positions of movement และ some/any/no/every and compounds ช่วยใหใ้ ชภ้ าษาในการ
ส่ือสารตามสถานการณ์ตา่ งๆ ได้
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 เรียนรู้คาศพั ทต์ ่อไปน้ี fire pits, bridge, tunnel, guard, torch, axe, corridor, staircase, sword,
magic key, crystal, cave, dragon, spider’s web, bow and arrow ได้
2.2 อ่านเพอ่ื หาขอ้ มูลจาเพาะได้
2.3 ใช้ positions of movement ไดถ้ ูกตอ้ ง
2.4 ใช้ some/any/no/every and compounds ไดถ้ ูกตอ้ ง
2.5 พดู บอกเสน้ ทางได้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
- การตีความ/ถ่ายโอนขอ้ มลู ใหส้ มั พนั ธก์ บั ส่ือที่ไมใ่ ช่ความเรียง เช่น ภาพสิ่งของ สถานท่ี
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- การบอกเสน้ ทาง
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ - การคดิ วเิ คราะห์
5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
5.1 ใฝ่เรียนรู้
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน
ครูใหน้ กั เรียนดูภาพในหนงั สือเรียน หนา้ 102 และช่ือ Unit 10b แลว้ เดาวา่ เรื่องท่จี ะเรียนใน Unit 10b
น่าจะเกี่ยวกบั อะไร (video game) จากน้นั ครูกระตนุ้ ใหน้ กั เรียนบอกวา่ วลี ‘Game on’ จะใชเ้ มื่อใด
(to start a video game) แลว้ ครูถามนกั เรียนวา่ เล่นวดิ ีโอเกมหรือไม่ ถา้ เล่น เกมประเภทใดท่นี กั เรียน
ช่ืนชอบ
กจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้
1. ครูอ่านคาศพั ทท์ ีก่ าหนดใหใ้ นหนงั สือเรียน หนา้ 102 Ex. 1 (to present new vocabulary through
pictures) แลว้ กระตนุ้ ใหน้ กั เรียนบอกความหมายโดยการสุ่มเรียกนกั เรียนหลายๆ คน หาภาพท่ี
แสดงคาศพั ทเ์ หล่าน้ี
2. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 102 Ex. 2 (to read for specific information) โดยอ่าน
บทอ่าน แลว้ ตอบคาถามวา่ ประโยคใดเป็นจริง (T) หรือประโยคใดเป็นเทจ็ (F) เสร็จแลว้ ครูเฉลย
คาตอบ แลว้ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั อธิบายความหมายของคาที่พมิ พต์ วั หนาในบทอ่าน
3. ครูอ่านคาบุพบท (prepositions of movement) ในหนงั สือเรียน หนา้ 103 Ex. 3 (to present
prepositions of movement) แลว้ กระตนุ้ ใหน้ กั เรียนบอกความหมายเป็นภาษาไทย โดยครูทาทา่
บอกใบค้ าแรกเป็นตวั อยา่ งใหน้ กั เรียนดู แลว้ สุ่มเรียกนกั เรียนออกมาทาท่าบอกใบค้ าอ่นื ๆ จากน้นั
ใหน้ กั เรียนอ่านบทอ่าน หนา้ 102 อยา่ งคร่าวๆ เพื่อหาตวั อยา่ ง prepositions of movement
4. นกั เรียนอ่านตวั อยา่ งการใช้ some/any/no/every + body (one)/thing/where ในหนงั สือเรียน หนา้ 103
Ex. 5 (to present some/any/no/every and their compounds) แลว้ บอกวา่ คาผสม (compounds) คาใด
ท่ีใชก้ บั คน/สิ่งของ/สถานที่ จากน้นั แปลคาผสมเหล่าน้ีเป็ นภาษาไทย แลว้ ครูใหน้ กั เรียนหาตวั อยา่ ง
คาผสมในบทอ่าน หนา้ 102
5. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 103 Ex. 6 (to practise using some/any/every/no and
compounds) โดยเติมประโยคใหส้ มบรู ณ์ดว้ ย some/any/no/every + body (one)/thing/where
เสร็จแลว้ ครูเฉลยคาตอบ
กิจกรรมรวบยอด
1. ครูดึงความสนใจของนกั เรียนมาท่ีภาพในหนงั สือเรียน หนา้ 103 Ex. 4 (to listen for specific
information/to give directions) แลว้ กระตนุ้ ใหน้ กั เรียนบอกวา่ เห็นอะไรในภาพ (a man, a field,
a hill, a cottage, a tunnel, a stream, a boat, a forest) จากน้นั ครูเปิ ด CD 3/Track 15 ใหน้ กั เรียนฟัง
และบอกวา่ Peter เดินไปตามเสน้ ทางใด
2. นกั เรียนทากิจกรรมในแบบฝึกหดั (Workbook) Unit 10b หนา้ 86 Exs. 1-3
7. การวดั และการประเมนิ ผล
7.1 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.2 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.3 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.4 ประเมินผลการพดู บอกเสน้ ทาง
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 แบบฝึกไวยากรณ์ Extra Access 3 ม. 3
8.4 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
8.5 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
9. วิธีสอน/เทคนิคการสอนทเ่ี กยี่ วข้อง
9.1 การสอนแบบโครงสรา้ งความรู้ (Graphic organizer)
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกิตตศิ ักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3
รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 3
เร่ือง In the charts! เวลา 2 ชวั่ โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. ความคดิ รวบยอด
รู้และเขา้ ใจคาศพั ทเ์ ก่ียวกบั ประเภทของดนตรีและหลกั การเขยี นบทวจิ ารณ์อลั บ้มั เพลง ช่วยให้ใช้
ภาษาในการพดู และเขียนเก่ียวกบั เรื่องใกลต้ วั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 เรียนรูค้ าศพั ทเ์ ก่ียวกบั ประเภทของดนตรีและคาศพั ทต์ ่อไปน้ี singer, script, acting, plot, sound
effect, lyrics, music charts, cast, role, special effects, songwriter, top ten, musical instruments,
top band, catchy tunes, latest album ได้
2.2 อ่านเพอ่ื หาขอ้ มูลจาเพาะได้
2.3 เขยี นวจิ ารณ์อลั บ้มั เพลงทีช่ ่ืนชอบได้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- การบรรยายเก่ียวกบั ประเดน็ ทอ่ี ยใู่ นความสนใจของสงั คม เช่น การฟังเพลง
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ - การคดิ วเิ คราะห์
5. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
5.1 ใฝ่เรียนรู้
6. กิจกรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน
ครูใหน้ กั เรียนดูช่ือ Unit 10a ในหนงั สือเรียน หนา้ 104 แลว้ คดิ วา่ วลีน้ีหมายความวา่ อยา่ งไร จากน้นั ให้
นกั เรียนเดาวา่ Unit 10c น่าจะเก่ียวกบั เรื่องอะไร (album reviews)
กจิ กรรมพัฒนาการเรียนรู้
1. ครูอ่านคาศพั ทเ์ ก่ียวกบั ประเภทของดนตรีในหนงั สือเรียน หนา้ 104 Ex. 1 (to recognise types of
music/present new vocabulary) ใหน้ กั เรียนฟัง และอธิบายความหมายของแตล่ ะคา จากน้นั เปิ ด
CD 3/Track 16 ใหน้ กั เรียนฟัง และจบั คูป่ ระเภทของดนตรีกบั เสียงดนตรีที่ไดย้ นิ เสร็จแลว้ ครูเฉลย
คาตอบ
2. ครูอธิบายกิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 104 Ex. 2 (to listen for gist) แลว้ เปิ ด CD 3/Track 17 ให้
นกั เรียนฟัง แลว้ วงกลมคาตอบที่บรรยายถึงส่ิงที่ Nicole พดู ไดด้ ีทสี่ ุด เสร็จแลว้ ครูเฉลยคาตอบ
3. ครูเขียนตารางบนกระดานโดยแบ่งเป็น 2 ช่อง คือ music และ film แลว้ ใหน้ กั เรียนคิดวา่ คา/วลีท่ี
ใหม้ าในหนงั สือเรียน หนา้ 104 Ex. 3 (to classify new vocabulary) คา/วลีใดเกี่ยวขอ้ งกบั music
และคา/วลีใดเกี่ยวขอ้ งกบั film ครูบอกนกั เรียนวา่ คา/วลีท่ใี หม้ าอาจเกี่ยวขอ้ งกบั ท้งั music และ
film จากน้นั ครูกระตนุ้ คาตอบจากนกั เรียนโดยใหน้ กั เรียนช่วยกนั เติมคาตอบในตารางบนกระดาน
เสร็จแลว้ ใหน้ กั เรียนตรวจคาตอบดว้ ยการหาความหมายของคา/วลีจากพจนานุกรมภาษาองั กฤษ
4. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 104 Ex. 4 (to recognise text type) โดยดูบทอ่าน แลว้
บอกวา่ บทอ่านน้ีเป็นจดหมาย บทวจิ ารณ์ หรือเรื่องเล่า พร้อมใหเ้ หตุผลประกอบ
5. ครูอ่าน fact file ในหนงั สือเรียน หนา้ 104 Ex. 5 (to read for specific information) แลว้ กระตนุ้ ให้
นกั เรียนบอกวา่ ขอ้ มูลใดทจี่ ะใชเ้ ตมิ ใน fact file จากน้นั ครูใหเ้ วลานกั เรียนอ่านบทอ่าน (บทวจิ ารณ์)
แลว้ เติมขอ้ มูลใน fact file ใหส้ มบูรณ์ เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
6. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 104 Ex. 6 (to read for specific information) โดยอ่าน
บทอ่าน (บทวจิ ารณ์) อกี คร้ัง แลว้ หาคาคุณศพั ทท์ ่นี กั วจิ ารณ์ใชบ้ รรยายนามวลีทก่ี าหนดให้ จากน้นั
ครูตรวจคาตอบ แลว้ ใหน้ กั เรียนใชค้ าคุณศพั ทท์ ่ีพบพดู เกี่ยวกบั Enrique’s album
กจิ กรรมรวบยอด
1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 104 Ex. 7 (to write a CD review) โดยครูใหน้ กั เรียน
คดั ลอกหวั ขอ้ จาก fact file ใน Ex. 5 ลงในสมุด แลว้ ใหเ้ วลานกั เรียนนึกถึงอลั บ้มั เพลงทีช่ ่ืนชอบ
จากน้นั เติมขอ้ มลู เกี่ยวกบั CD เพลงทน่ี กั เรียนชื่นชอบลงในสมุด แลว้ เขียนบทวจิ ารณ์เหมือนกบั
บทวจิ ารณ์ Enrique Iqlesias’ album ครูอาจมอบหมายใหน้ กั เรียนเป็นการบา้ น เมื่อเขยี นเสร็จแลว้
ส่งใหค้ รูตรวจ
2. นกั เรียนทากิจกรรมในแบบฝึกหดั (Workbook) Unit 10c หนา้ 87-88 Exs. 1-4 เป็นการบา้ น
3. นกั เรียนทากิจกรรมในแบบฝึกหดั (Workbook) Unit 10c หนา้ 89 Exs. 5-7 โดยใน Ex. 7 ครูให้
นกั เรียนฟัง Access Workbook Audio CD 3 ม. 3/Track 20 ประกอบการทากิจกรรม
7. การวดั และการประเมนิ ผล
7.1 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูใ้ นช่วงการทากิจกรรม
7.3 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.4 ประเมินผลการเขยี นบทวจิ ารณ์อลั บ้มั เพลงที่ชื่นชอบ
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
8.4 Access Workbook Audio CD 3 ม. 3 (ประกอบแบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3 และ
Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3)
8.5 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
9. วิธีสอน/เทคนิคการสอนที่เกย่ี วข้อง
9.1 วธิ ีการสอนแบบอภปิ ราย (Discussion Method)
บันทึกผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4
รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3
เรื่อง Festivals - Glastonbury เวลา 2 ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยย่ี มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. ความคดิ รวบยอด
ความรูเ้ ก่ียวกบั เทศกาล Glastonbury Festival ในประเทศองั กฤษ ช่วยให้เกิดความเขา้ ใจความเป็นมา
ภูมิหลงั และบริบททางสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
2.1 เรียนรูค้ าศพั ทต์ ่อไปน้ี takes place, enjoy live performances, top bands, variety of music,
theatre performances, camp in tents, caravans, stalls selling food, ticket cost, admission free,
money raised, charities, phrases with ‘raise’ ได้
2.2 อ่านเพอ่ื หาโครงสร้าง ความสอดคลอ้ ง และความตอ่ เนื่องของยอ่ หนา้ ในบทอ่านได้
2.3 พดู เก่ียวกบั เทศกาลในประเทศไทยได้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การจบั ใจความสาคญั เช่น ใจความสาคญั รายละเอียดสนบั สนุน
- การบรรยายเก่ียวกบั เหตุการณ์ท่ีอยใู่ นความสนใจของสงั คม
- ประเพณีของเจา้ ของภาษา
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการสื่อสาร
4.2 ความสามารถในการคดิ - การคดิ วเิ คราะห์
5. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
5.1 ใฝ่ เรียนรู้
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กจิ กรรมนาสู่การเรียน
ครูใหน้ กั เรียนบอกช่ือเทศกาลในประเทศไทยทนี่ กั เรียนรู้จกั และบอกวา่ งานเทศกาลน้นั จดั ข้ึนท่ไี หน
เมื่อไหร่ และประชาชนเฉลิมฉลองเทศกาลกนั อยา่ งไร
กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 105 Ex. 1 (to predict the content of a text) โดยดูช่ือของ
บทอ่านและภาพประกอบ แลว้ ครูกระตุน้ ใหน้ กั เรียนเดาเก่ียวกบั เทศกาลวา่ เกิดข้ึนเมื่อไหร่ และ
ประชาชนสามารถทาอะไรในเทศกาลน้ี จากน้นั ครูใหเ้ วลานกั เรียนอ่านบทอ่าน เพอื่ ตรวจวา่ การ
คาดเดาของนกั เรียนถูกตอ้ งหรือไม่
2. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 105 Ex. 2 (to read for text structure and paragraph
order, to listen for confirmation) โดยเรียงลาดบั ยอ่ หนา้ ของบทอ่านใหถ้ ูกตอ้ ง พร้อมท้งั บอกวา่
คาใดท่ชี ่วยใหน้ กั เรียนเรียงลาดบั ได้ จากน้นั ครูเปิ ด CD 3/Track 18 ใหน้ กั เรียนฟังเพอ่ื ตรวจคาตอบ
3. ครูอ่านคา/วลีทก่ี าหนดใหใ้ นหนงั สือเรียน หนา้ 105 Ex. 3 (to present new vocabulary) ใหน้ กั เรียน
ฟัง แลว้ ใหน้ กั เรียนหาความหมายของคา/วลีเหล่าน้ีในพจนานุกรมภาษาองั กฤษ จากน้นั ใหน้ กั เรียน
ใชค้ า/วลีเหล่าน้ีแต่งประโยคเก่ียวกบั Glastonbury Festival เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
4. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 105 Ex. 4 (to talk about a text) โดยจบั คูก่ บั เพอ่ื น แลว้
สมมตสิ ถานการณ์วา่ นกั เรียนอยใู่ นประเทศองั กฤษ และเพอื่ นชาวองั กฤษของนกั เรียนแนะนาให้
ไป Glastonbury Festival ครูใหน้ กั เรียนพดู เกี่ยวกบั เทศกาลตามหวั ขอ้ ทก่ี าหนด โดยครูคอยสงั เกต
ขณะนกั เรียนทากิจกรรมและใหค้ วามช่วยเหลือเม่ือจาเป็น จากน้นั ใหน้ กั เรียนบางคูอ่ อกมาสนทนา
ที่หนา้ ช้นั เรียน
5. ครูอ่านวลีทีใ่ ช้ raise ในหนงั สือเรียน หนา้ 105 Ex. 5 (To learn phrases with ‘raise’) และอธิบายวา่
คาท่พี มิ พส์ ีดาคือวลี ส่วนคาทพี่ มิ พส์ ีอื่นคอื ความหมาย แลว้ ใหน้ กั เรียนหาวา่ วลีใดที่พบในบทอ่าน
จากน้นั ใหน้ กั เรียนแต่งประโยคโดยใชว้ ลีทใ่ี ช้ raise ทุกวลีทใี่ หม้ า เมื่อทาเสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบ
กิจกรรมรวบยอด
1. ครูใหน้ กั เรียนคดั ลอกตารางในหนงั สือเรียน หนา้ 105 Ex. 6 (to write and talk about a local festival)
ลงในสมุด แลว้ ใหน้ กั เรียนจบั คู่กบั เพอื่ น ช่วยกนั เติมขอ้ มูลเกี่ยวกบั เทศกาลในประเทศไทยทค่ี ลา้ ย
กบั Glastonbury Festival ลงในตาราง จากน้นั ครูสุ่มเรียกนกั เรียนหลายๆ คน ใชข้ อ้ มูลในตารางของ
ตนเองนาเสนอเกี่ยวกบั เทศกาลใหเ้ พอ่ื นในช้นั ฟัง
2. นกั เรียนทากิจกรรมในแบบฝึกหดั (Workbook) Unit 10d หนา้ 90 Exs. 1-4
7. การวดั และการประเมนิ ผล
7.1 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.2 สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรูใ้ นช่วงการทากิจกรรม
7.3 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.4 ประเมินผลการพดู และเขียนนาเสนอเกี่ยวกบั เทศกาลในประเทศไทย
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 แบบฝึกไวยากรณ์ Extra Access 3 ม. 3
8.4 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
8.5 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
9. วิธีสอน/เทคนิคการสอนทีเ่ กย่ี วข้อง
9.1 เทคนิคเพอื่ นคู่คิด (Think pair share)
บันทึกผลหลังการสอน
1. ผลการจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกติ ติศักด์ิ ประชุม)
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5
รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 3
เรื่อง Next, please เวลา 2 ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียน บา้ นทา่ เยยี่ มวทิ ยายล จงั หวดั นครราชสีมา
ผู้สอน : นางสาวดาราพร ศรีขาว
1. ความคดิ รวบยอด
รู้และเขา้ ใจคาศพั ทแ์ ละสานวนภาษาทีใ่ ชใ้ นการซ้ือตวั๋ ภาพยนตร์ การอ่านออกเสียงถูกตอ้ งตาม
หลกั การอ่าน ช่วยใหใ้ ชภ้ าษาส่ือสารตามสถานการณ์ต่างๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
2.1 เรียนรูค้ าศพั ทต์ ่อไปน้ี altogether, change, afraid, sold out, discount, tickets, showing, one adult,
one child ได้
2.2 อ่านออกเสียงสานวนภาษาทใี่ ชใ้ นการซ้ือตวั๋ ภาพยนตร์และคาศพั ทท์ ี่มีเสียง / / และ /οʊ/ ได้
2.3 แสดงบทบาทสมมติในการซ้ือตว๋ั ท่ีโรงภาพยนตร์ได้
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- การออกเสียงตามระดบั เสียงสูง-ต่าในประโยค การออกเสียงสระเสียงยาว สระประสม
- ภาษาทใ่ี ชใ้ นการสื่อสารระหวา่ งบคุ คล
- การเลือกใชภ้ าษา น้าเสียง และกิริยาท่าทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรม
ของเจา้ ของภาษา
- กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เช่น บทบาทสมมติ
- การใชภ้ าษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองที่เกิดข้นึ ในหอ้ งเรียน
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
4.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
5.1 ใฝ่ เรียนรู้
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
กิจกรรมนาสู่การเรียน
ครูใหน้ กั เรียนอ่านชื่อ Unit 10e ในหนงั สือเรียน หนา้ 106 แลว้ ถามนกั เรียนวา่ ใครบา้ งที่จะตอ้ งพดู
“Next, please.” (a cashier or ticket seller) จากน้นั ใหน้ กั เรียนคิดวา่ Unit10e น่าจะเก่ียวกบั เรื่องอะไร
(buying tickets at the cinema)
กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
1. ครูเปิ ด CD 3/Track 19 ใหน้ กั เรียนฟังสานวนภาษาทใี่ ชใ้ นการซ้ือตว๋ั ที่โรงภาพยนตร์ในหนงั สือ
เรียน หนา้ 106 Ex. 1 (to practise pronunciation and intonation of situational language and
consolidate vocabulary through translation) และฝึกออกเสียงตามหลายๆ คร้ัง ครูสงั เกตการออก
เสียงคาและการออกเสียงสูง-ต่าในประโยค จากน้นั ใหน้ กั เรียนช่วยกนั แปลสานวนภาษาเหล่าน้ีเป็ น
ภาษาไทย ครูย้าใหน้ กั เรียนแปลดว้ ยสานวนภาษาท่เี ทยี บเท่ากบั ในภาษาไทยมากกวา่ แปลตรงตวั
2. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 106 Ex. 2 (to match speakers to utterances in a
situational dialogue) โดยครูอธิบายวา่ สานวนภาษาใน Ex. 1 มาจากบทสนทนาระหวา่ งพนกั งาน
ขายตว๋ั กบั ลูกคา้ แลว้ ใหน้ กั เรียนพจิ ารณาวา่ ใครเป็นผพู้ ดู ในแตล่ ะประโยค จากน้นั ครูเปิ ด CD
3/Track 20 ใหน้ กั เรียนฟังและอ่านบทสนทนาใน Ex. 3 ตามไปดว้ ย เพอื่ ตรวจคาตอบของตนเอง
3. ครูใหเ้ วลานกั เรียนอ่านบทสนทนาในหนงั สือเรียน หนา้ 106 Ex. 3 (to read for specific
information) แลว้ ตอบคาถามที่กาหนดให้ เสร็จแลว้ ครูกระตนุ้ คาตอบจากนกั เรียน
4. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 106 Ex. 4 (to understand the meaning of everyday
English expressions) โดยอ่านบทสนทนาใน Ex. 3 แลว้ หาสานวนในบทสนทนาทม่ี ีความหมาย
เหมือนกบั สานวน 1-4 เสร็จแลว้ ครูตรวจคาตอบโดยสุ่มเรียกนกั เรียนบางคนอ่านคาตอบของ
ตนเอง
5. ครูใหน้ กั เรียนคดั ลอกตารางในหนงั สือเรียน หนา้ 106 Ex. 6 (to pronounce / /, /οʊ/) ลงในสมุด
แลว้ ครูเปิ ด CD 3/Track 21 ใหน้ กั เรียนฟังคาศพั ทท์ ีอ่ อกเสียง / / และ /οʊ/ แลว้ ทาเคร่ืองหมาย
ลงในช่องใหต้ รงกบั เสียงท่ีไดย้ นิ จากน้นั ครูเปิ ด CD ใหน้ กั เรียนฟังอีกคร้ัง โดยหยดุ ทีละคาให้
นกั เรียนออกเสียงตามและตรวจคาตอบ แลว้ ครูใหน้ กั เรียนบอกคาศพั ทท์ อ่ี อกเสียง / / และ /οʊ/
เพม่ิ เตมิ
กจิ กรรมรวบยอด
1. นกั เรียนทากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา้ 106 Ex. 5 (to act out dialogues) โดยครูใหน้ กั เรียนอ่าน
ตารางเวลาฉายภาพยนตร์ แลว้ จบั คูก่ บั เพอ่ื นแตง่ บทสนทนาในการซ้ือตว๋ั ภาพยนตร์ ครูบอก
นกั เรียนวา่ สามารถใชบ้ ทสนทนาใน Ex. 3 เป็นตน้ แบบได้ แลว้ ครูเขยี นโครงสรา้ งบทสนทนาให้
นกั เรียนดูบนกระดาน
2. นกั เรียนทากิจกรรมในแบบฝึกหดั (Workbook) Unit 10e หนา้ 91 Exs. 1-3
7. การวดั และการประเมินผล
7.1 ประเมินการทาแบบฝึกหดั
7.2 สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ในช่วงการทากิจกรรม
7.3 ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
7.4 สงั เกตการออกเสียงสานวนภาษาทใี่ ชใ้ นการซ้ือตว๋ั ภาพยนตร์และคาศพั ทท์ ี่มีเสียง / / และ /οʊ/
7.5 ประเมินผลการแสดงบทบาทสมมติในการซ้ือตว๋ั ภาพยนตร์
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 หนงั สือเรียน Access 3 ม. 3
8.2 แบบฝึกหดั (Workbook) Access 3 ม. 3
8.3 Access Class Audio CDs 3 ม. 3 (ประกอบหนงั สือเรียน Access 3 ม. 3)
8.4 CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-3
9. วิธีสอน/เทคนิคการสอนที่เกยี่ วข้อง
9.1 การสอนแบบการเรียนเป็นคู่ (Learning cell)
บันทึกผลหลงั การสอน
1. ผลการจดั การเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………..……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
2. ปัญหาและอปุ สรรค
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
3. แนวทางการแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………………ผู้สอน
(นางสาวดาราพร ศรีขาว)
4. ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ………………………………ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายกิตติศักด์ิ ประชุม)