The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

[ขนาดเดิม] คู่มือฝึกอบรม (Training Module) Motor Control Center (MCC) จัดทำโดย สายวิชาชีพไฟฟ้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ประพัน, 2023-10-01 22:59:30

E-book คู่มือฝึกอบรม (Training Module) Motor Control Center (MCC) จัดทำโดย สายวิชาชีพไฟฟ้า

[ขนาดเดิม] คู่มือฝึกอบรม (Training Module) Motor Control Center (MCC) จัดทำโดย สายวิชาชีพไฟฟ้า

คู่มือฝึกอบรม (Training Module) Motor Control Center (MCC) จัดทำ โดย สายวิชาชีพไฟฟ้า หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.


หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) คู่มื คู่ อ มืฝึกอบรม (Training Module) Motor Control Center (MCC) หมายลขเอกสาร หมายเลขSXXXXXX-XXXX Rev.0 ผู้จัผู้ ด จั ทำ นายพิพั พิ ฒ พั น์ พงศะบุตร / นายดนัย พยุงวงษ์ / นายอมร ศิลปศร หน่ว น่ ยงานรับ รั ผิด ผิ ชอบ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ สนับ นั สนุน นุ เอกสาร PM SXXXXXX-XXXX แก้ไขครั้ง รั้ ที่ 0 เริ่ม ริ่ มีผ มี ลบัง บั คับใช้ 4 มกราคม 2565


หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) บัน บั ทึกประวัติ วั ติ การแก้ไข (Amendment Records) 8 ตอนที่ 1 Monitoring & Maintain Motor Control Center 10 1.1 Safety Practice 10 10 1.1.1 จงระบุอันตรายที่จะเกิดขึ้น ขึ้ จากการปฏิบัติ บั ติ งาน 10 1.1.2 จงอธิบ ธิ ายอันตรายที่จะเกิดขึ้น ขึ้ จากการปฏิบัติ บั ติ งาน 10 1.1.3 จงระบุอุปกรณ์ PPE ที่เหมาะสมในการปฏิบัติ บั ติ งาน Monitoring Motor Control Center 10 1.1.4 จงอธิบ ธิ ายวิธี วิ ก ธี ารเลือกใช้ PPE ในแต่ละชนิดที่ใช้ง ช้ าน Monitoring Motor Control Center 11 1.1.5 จงแสดงวิธี วิป้ธี อ ป้ งกันอันตรายแต่ละชนิดในการปฏิบัติ บั ติ งาน Monitoring Motor Control Center 11 1.1.6 จงอธิบ ธิ ายการป้อ ป้ งกันอันตรายจากการอาร์ค ร์ ในการทำ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า ฟ้ (Arc Flash Protection) 15 1.1.7 จงระบุอุปกรณ์ PPE ที่จำ เป็น ป็ ต้องใช้ใช้ นการทำ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า ฟ้ (Arc Flash Protection) 18 1.1.8 จงอธิบ ธิ ายขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ บั ติ ที่ปลอดภัยในการเข้า ข้ไปทำ งาน Monitoring Motor Control Center 20 1.1.9 จงแสดงขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ บั ติ งานที่ปลอดภัยในการเข้า ข้ไปทำ งาน Monitoring Motor Control 20 1.2 กำ หนด Knowledge ความรู้ 21 1.2.1 จงอธิบ ธิ ายหน้า น้ ที่และหลักการทำ งานของ Magnetic Contactor 21 1.2.2 จงระบุประเภทของ Magnetic Contactor 22 สารบัญ บั Monitoring Motor Control Center Monitoring Motor Control Center สารบัญบั


หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 1.2.9 จงระบุชนิดของOverload Relay 29 1.2.7 จงระบุชนิดและการเลือกใช้ง ช้ านของFuse 27 1.2.6 จงอธิบ ธิ ายหน้า น้ ที่และหลักการทำ งานของFuse 25 1.2.4 จงระบุส่ว ส่ นประกอบของControl Relay 23 1.2.8 จงอธิบ ธิ ายหน้า น้ ที่และหลักการทำ งานของOverload Relay 28 25 1.2.3 จงอธิบ ธิ ายหน้า น้ ที่และหลักการทำ งานของ Control Relay 23 1.2.10 จงอธิบ ธิ ายหน้าที่ของCircuit Breaker 30 1.2.11 จงระบุประเภทและหลักการทำ งานของCircuit Breaker ใน MCC 32 1.2.12 จงระบุสัญ สั ลักษณ์ที่ใช้ใช้ นวงจรควบคุม คุ คุม คุ มอเตอร์ไร์ฟฟ้า ฟ้ เบื้อ บื้ งต้น 1.2.13 จงอธิบ ธิ ายหลักการและวงจรควบคุม คุ คุม คุ มอเตอร์ไร์ฟฟ้า ฟ้ เบื้อ บื้ งต้น 1.2.14 จงอธิบ ธิ ายภาพรวม (Overview) ของตู้M ตู้ otor Control Center 45 1.3 Routine activity 50 1.3.1 จงอธิบ ธิ ายขั้น ขั้ ตอนการตัดจ่า จ่ ยไฟภายใน Substation / MCC เพื่อ พื่ ความปลอดภัย 1.3.2 จงแสดงขั้น ขั้ ตอนการตัดจ่า จ่ ยไฟภายใน Substation / MCC เพื่อ พื่ ความปลอดภัย 48 1.3.3 จงระบุวิธี วิ ก ธี ารตรวจสอบ Monitoring Motor Control Center ว่า ว่ มีอ มี ะไรบ้า บ้ ง 57 1.2.5 จงระบุประเภทของ Relay 1.3.4 จงอธิบ ธิ ายวิธี วิ ก ธี ารตรวจสอบ Monitoring Motor Control Center 1.3.5 จงแสดงวิธี วิ ก ธี ารตรวจสอบ Monitoring Motor Control Center 1.3.6 จงแสดงวิธี วิ ก ธี ารทำ Check List การตรวจสอบ Monitoring Motor Control Center 37 50 60 60 60 62 45


หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 1.4 Problem solving 59 1.4.1 จงระบุความผิด ผิ ปกติที่เกิดจากกาMonitoring Motor Control Center 59 1.4.2 จงอธิบ ธิ ายแนวทางการแก้ไข 59 ตอนที่ 2 Preventive Maintenance ของ Motor Control Center 61 2.1 Safety Practice 61 2.1.1 จงระบุอันตรายที่จะเกิดขึ้น ขึ้ จากการปฏิบัติ บั ติ งาน Maintenance Motor Control Center 61 2.1.2 จงอธิบ ธิ ายอันตรายที่จะเกิดขึ้น ขึ้ จากการปฏิบัติ บั ติ งาน Preventive Maintenance Motor Control Center 61 2.1.3 จงระบุอุปกรณ์ PPE ที่เหมาะสมในการเข้า ข้ไปทำ งาน Preventive Maintenance Motor Control Center 62 2.1.4 จงอธิบ ธิ ายวิธี วิ ก ธี ารเลือกใช้ PPE ในแต่ละชนิดที่ใช้ใช้ นงาน Preventive Maintenance Motor Control Center 62 2.1.5 จงแสดงวิธี วิป้ธี อ ป้ งกันอันตรายแต่ละชนิดในการปฏิบัติ บั ติ งาน Preventive Maintenance Motor Control Center 62 2.1.6 จงอธิบ ธิ ายขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ บั ติ งานที่ปลอดภัยในการปฏิบัติ บั ติ งาน Preventive Maintenance Motor Control Center 65 2.1.7 จงแสดงขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ บั ติ งานที่ปลอดภัยในการปฏิบัติ บั ติ งาน Preventive Maintenance Motor Control Center 2.2 กำ หนด Knowledge ความรู้ 66 2.2.1 จงระบุการพิจ พิ ารณาเลือกใช้ง ช้ านของ Magnetic Contactor 2.2.2 จงอธิบ ธิ ายหลักการตรวจสอบสภาพการใช้ง ช้ าน Magnetic Contactor 67 2.2.3 จงอธิบ ธิ ายการเลือกใช้ง ช้ าน Control Relay 72 66 65


หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 72 2.2.5 จงระบุหน้าที่และประโยชน์ข น์ องรีเ รี ลย์ (Relay) 74 2.2.6 จงระบุค่าพิกั พิ กั ดต่างๆของ Fuse 75 2.2.7 จงอธิบ ธิ ายหลักการเลือกใช้ฟิช้ ว ฟิ ส์ (Fuse Selection Guide) 76 2.2.8 จงระบุประเภทการตัดไฟของ Overload Relay (Trip Classes) และการเลือกใช้ง ช้ าน 77 2.2.9 จงอธิบ ธิ ายหลักการตรวจสอบสภาพการใช้ง ช้ านโอเวอร์โร์ หลดรีเ รี ลย์ 79 2.2.10 จงอธิบ ธิ ายหลักการสตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบสตาร์-ร์ เดลต้า 80 2.2.11 จงระบุอุปกรณ์ที่ ณ์ ที่ใช้แ ช้ ละวงจรสตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบสตาร์-ร์ เดลต้า 82 2.2.12 จงอธิบ ธิ ายการทำ งานของวงจรสตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบสตาร์-ร์ เดลต้า 2.2.13 จงอธิบ ธิ ายหน้า น้ ที่ หลักการทำ งานและวงจรของ Starter & Feeder Cubicle 2.2.14 จงอธิบ ธิ ายหน้าที่และรูปแบบการทำ งานของ Local Control Switch 2.2.15 จงอธิบ ธิ าย Drawing Diagram ของ MCC Modul ที่ควบคุม คุ ด้วย PLC 2.2.4 จงระบุประเภทของรีเ รี ลย์ (Relay) ตามลักษณะการใช้ง ช้ าน 2.3 Routine activity 2.3.1 จงระบุและอธิบ ธิ ายวิธี วิ ก ธี ารทำ Preventive Maintenance MCC Module 2.3.2 จงแสดงวิธี วิ ก ธี ารทำ Preventive Maintenance MCC Module 95 2.3.3 จงระบุและอธิบ ธิ ายวิธี วิ ก ธี าร Inspection Motor และส่ว ส่ นประกอบการจ่า จ่ ยไฟ 98 2.3.4 จงแสดงวิธี วิ ก ธี าร Inspection Motor และส่ว ส่ นประกอบการจ่า จ่ ยไฟ 98 2.3.5 จงอธิบ ธิ ายการลงข้อ ข้ มูลในแบบฟอร์ม ร์ การ Preventive Maintenance Motor Control Center 99 2.3.6 จงแสดงการลงข้อ ข้ มูลในแบบฟอร์ม ร์ การ Preventive maintenance Motor Control Center 100 95 95 90 93 87 84


หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 2.4 Problem solving 2.4.1 จงระบุความผิด ผิ ปกติที่เกิดจากการ Preventive Maintenance Motor Control Center 2.4.2 จงอธิบ ธิ ายแนวทางการแก้ไข ตอนที่ 3 Major Preventive Maintenance Motor Control Center 3.1 Safety Practice 3.1.1 จงระบุอันตรายที่จะเกิดขึ้น ขึ้ จากการปฏิบัติ บั ติ งาน Major PM Motor Control Center 3.1.2 จงอธิบ ธิ ายอันตรายที่จะเกิดขึ้น ขึ้ จากการปฏิบัติ บั ติ งาน Major PM Motor Control Center 3.1.3 จงระบุอุปกรณ์ PPE ที่เหมาะสมในการเข้า ข้ไปทำ งาน Major PM Motor Control Center 3.1.4 จงอธิบ ธิ ายวิธี วิ ก ธี ารเลือกใช้ PPE ในแต่ละชนิดที่ใช้ใช้ นงาน Major PM Motor Control Center 96 3.1.5 จงแสดงวิธี วิป้ธี อ ป้ งกันอันตรายแต่ละชนิดในการปฏิบัติ บั ติ งาน Major PM Motor Control Center 103 3.1.6 จงอธิบ ธิ ายขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ บั ติ งานที่ปลอดภัยในการปฏิบัติ บั ติ งาน Major PM Motor Control Center 96 3.1.7 จงแสดงขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ บั ติ งานที่ปลอดภัยในการปฏิบัติ บั ติ งาน Major PM Motor Control Center 96 3.2 กำ หนด Knowledge ความรู้ 104 3.2.1 จงอธิบ ธิ ายหลักการของแอร์เ ร์ ซอร์กิ ร์ กิ ตเบรกเกอร์ 3.2.2 จงอธิบ ธิ ายโครงสร้า ร้ งและส่ว ส่ นประกอบของแอร์เ ร์ ซอร์กิ ร์ กิ ตเบรกเกอร์ 3.2.3 จงระบุชนิดของ Air Circuit Breaker ตามการติดตั้ง ตั้ 111 104 105 103 102 102 102 102 101 101 101


หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 3.2.4 จงอธิบ ธิ ายหน้าที่และส่ว ส่ นประกอบของตู้ Main Incoming 3.2.5 จงระบุวิธี วิ ก ธี ารทำ Major PM MCC (Main Incoming) 3.2.6 จงอธิบ ธิ ายวิธี วิ ก ธี ารทำ Major PM MCC (Main Incoming) 3.3 Routine activity 3.3.1 จงอธิบ ธิ ายวิธี วิ ก ธี ารตรวจสอบสภาพโดยรวมของ Incoming Cubicle 112 112 3.3.2 จงแสดงวิธี วิ ก ธี ารตรวจสอบสภาพโดยรวมของ Incoming Cubicle 112 3.3.3 จงอธิบ ธิ ายวิธี วิ ก ธี ารตรวจสอบและบำ รุงรักษ รั า Main circuit breaker 3.3.4 จงแสดงวิธี วิ ก ธี ารตรวจสอบและบำ รุงรักษ รั า Main circuit breaker 122 3.3.5 จงอธิบ ธิ ายวิธี วิ ก ธี ารตรวจสอบและบำ รุงรักษ รั า Main bus bar 124 3.3.6 จงแสดงวิธี วิ ก ธี ารตรวจสอบและบำ รุงรักษ รั า Main bus bar 115 3.3.7 จงอธิบ ธิ ายการลงข้อ ข้ มูลในแบบฟอร์ม ร์ QA/QC Major PM MCC 115 3.3.8 จงแสดงการลงข้อ ข้ มูลในแบบฟอร์ม ร์ QA/QC Major PM MCC 115 3.4 Problem solving 126 3.4.1 จงระบุปัญหาที่เกิดจากการ Major PM Motor Control Center 126 3.4.2 จงอธิบ ธิ ายวิธี วิ ก ธี ารแก้ไข 117 ตอนที่ 4 Corrective & Trouble shooting Motor Control Center 127 4.1 กำ หนด Knowledge ความรู้ 127 4.1.1 จงอธิบ ธิ ายนิยามของศูนย์ค ย์ วบคุม คุ มอเตอร์ ตามมาตรฐาน NEMA, UL และ NEC 127 4.1.2 จงอธิบ ธิ ายโครงสร้า ร้ งของศูนย์ค ย์ วบคุม คุ มอเตอร์ 131 4.1.3 จงอธิบ ธิ ายค่าพิกั พิ กั ดต่างๆของศูนย์ค ย์ วบคุม คุ มอเตอร์ 134 4.2 Problem solving 136 4.2.1 จงอธิบ ธิ ายวิธี วิ ก ธี ารตรวจสอบและแก้ไขเมื่อ มื่ มอเตอร์ Run แล้วเกิด Overload Trip แต่ Breaker ไม่ Trip 112 118 118 122 136


หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 4.2.2 จงอธิบ ธิ ายวิธี วิ ก ธี ารตรวจสอบและแก้ไขมอเตอร์ กรณีRun แล้วเกิด Breaker Trip หรือ รื Fuse ขาด 137 4.2.3 จงอธิบ ธิ ายวิธี วิ ก ธี ารตรวจสอบและแก้ไขปัญหามอเตอร์ กรณีStart แล้ว Overload Trip หรือ รื Breaker Trip 4.2.4 จงอธิบ ธิ ายวิธี วิ ก ธี ารตรวจสอบและแก้ไขมอเตอร์ กรณีStart แล้วไม่ทำ ม่ ทำ งาน ไม่มี ม่ ก มี ระแสขึ้น ขึ้ 128 4.2.6 จงระบุวิธี วิ ก ธี ารแก้ไขและปรับ รั ปรุง กรณีMCC Module หยุดทำ งานกรณีเกิด Voltage Sag 139 4.2.7 จงระบุอาการผิด ผิ ปกติและวิธี วิ กา ธี รแก้ไข กรณีหน้าสัม สั ผัส ผั ของ Magnetic Contactor damaged 138 138 139


แก้ไขครั้ง รั้ ที่ (Revision No.) วัน วั ที่มีผ มี ลบัง บั คับ ใช้ (Effective Date.) หัว หั ข้อ ข้ (Description.) รายละเอียดที่ปรับ รั ปรุง รุ เปลี่ยนแปลง 0 4/01/2022 บันทึกประวัติการแก้ไข (Amendment Records) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 8


Support To SXXXXXX-XXXX Rev.0 Module PWP1 6103-01 Task Motor Control Center For Technicail Level 1, 2, 3, 4 (PG3, 4, 5, 6) Objectives เมื่อ มื่ ศึกษา Module นี้แล้ว ท่านสามารถ 1. อธิบธิาย xxx 2. อธิบธิาย xxx 3. อธิบธิาย xxx 4. อธิบธิาย xxx 5. อธิบธิาย xxx 6. อธิบธิาย xxx Reference - ความปลอดภัยของการทำ งานในโรงงาน - พระราชบัญ บั ญัติ ความปลอดภัย อาชีว ชี อนามัย มั และสภาพแวดล้อมในการทำ งาน พ.ศ. ๒๕๕๔ - คู่มื คู่ อ มืปฏิบัติ บั ติงานด้านความปลอดภัย อาชีว ชี อนามัย มั และสภาพแวดล้อมในการทำ งาน คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) Module Number: IRSC ME-1000-01 / Task Topic: Motor Control Center สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 10


หัว หั ข้อ ข้ อันตรายที่เกิดขึ้น ขึ้ ขั้น ขั้ ตอนปฏิบัติ บั ติ ที่ปลอดภัย 1. การทำ งานกับไฟฟ้า ฟ้ ได้รั ด้ บ รั อันตรายจากการถูก ถู ไฟฟ้า ฟ้ ดูด ดู ซึ่ง ซึ่ การไหลของกระแสไฟฟ้า ฟ้ (วัด วั เป็น ป็ จำ นวนแอมแปร์)ร์ ซึ่ง ซึ่ แม้ จะมีปมี ริมริาณเพีย พี งเล็กน้อ น้ ย ก็สามารถจะทำ อันตรายถึงเสีย สี ชีวิ ชี ตวิ ได้ • ปฏิบัติ บั ติามขั้น ขั้ ตอนการตัดจ่า จ่ ยไฟ ภายใน Substation • ปฏิบัติ บั ติามหลักสูต สู รการอบรมความ ปลอดภัยในการทำ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า ฟ้ • อุปกรณ์ป้ณ์ อ ป้ งกันภัยส่ว ส่ นบุคคล (PPE) พื้น พื้ ฐาน • อุปกรณ์ป้ณ์ อ ป้ งกันภัยส่ว ส่ นบุคคล (PPE) ในการทำ งานกับไฟฟ้า ฟ้ 2. การทำ งานกับเสีย สี งดัง ดั ผลเสีย สี โดยตรงต่อประสาทหู ก่อ ให้เ ห้ กิดการสูญสู เสีย สี การได้ยิ ด้ นยิทั้ง ทั้ แบบ ชั่ว ชั่ คราวและแบบถาวร จนกลาย เป็น ป็ ความพิกพิารได้ • ที่ครอบหู สามารถลดระดับ ดั ความดัง ดั ของเสีย สี งได้ 20-40 เดซิเซิบลเอ • ปลั๊ก ลั๊ อุดหู ทำ ด้ว ด้ ยยาง หรือ รื พลาสติก ใช้ส ช้ อดเข้า ข้ไป ในช่อ ช่ งหูส หู ามารถลดระดับ ดั ความดัง ดั ของ เสีย สี งได้ 10-20 เดซิเซิบลเอ • อุปกรณ์ป้ณ์ อ ป้ งกันภัยส่ว ส่ นบุคคล (PPE) พื้น พื้ ฐาน คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) ตอนที่ 1 Monitoring & Maintain Motor Control Center 1.1.1 จงระบุอันตรายที่จะเกิดขึ้น ขึ้ จากการปฏิบัติงาน Monitoring Motor Control Center 1.1.2 จงอธิบายอันตรายที่จะเกิดขึ้น ขึ้ จากการปฏิบัติงาน Monitoring Motor Control Center 1.1.3 จงระบุอุปกรณ์ PPE ที่เหมาะสมในการปฏิบัติงาน Monitoring Motor Control Center สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 10 1.1 Safety Practice


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 1.1.4 จงอธิบธิายวิธีวิก ธี ารเลือกใช้ PPE ในแต่ละชนิดที่ใช้ง ช้ าน Monitoring Motor Control Center 1.1.5 จงแสดงวิธีวิป้ธี อ ป้ งกันอันตรายแต่ละชนิดในการปฏิบัติ บั ติงาน Monitoring Motor Control Center • ให้พิ ห้ จพิารณาหลักการตามหลักสูต สู รอบรมพนักงานใหม่ อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันภัยส่ว ส่ นบุคคล (PPE) อุปกรณ์ความปลอดภัย PPE ที่เหมาะสมในการเข้า ข้ไปทำ งาน Monitoring Motor Control Center ได้แก่ 1. อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันอันตรายระบบการได้ยินยิ (Hearing Protection) ปัจจุบัน บั หลายสถานประกอบการประสบปัญหาอันตรายจากเสีย สี งดัง โดยเฉพาะอย่า ย่ งยิ่งยิ่เสีย สี งที่มีค มี วามดังเสีย สี งเกินกว่า ว่ 85 เดซิเซิบสสามารถทำ ให้เ ห้ กิดอันตรายต่อผู้ปผู้ ฏิบัติ บั ติ ในสภาพแวดล้อมการทำ งาน ได้ ดังนั้น นั้ จึง จึ ต้องมีก มี ารใช้อุ ช้ อุ ปกรณ์การลดเสีย สี งที่เข้า ข้ไปในหูข หู องผู้ปผู้ ฏิบัติ บั ติงาน เพื่อ พื่ ให้ผู้ ห้ ปผู้ ฏิบัติ บั ติงานเกิดความปลอดภัยจากโรคหูเ หู สื่อ สื่ ม จากการทำ งาน 1. ที่อุดหูล หู ดเสีย สี ง (Ear plugs) เป็นอุปกรณ์ป้อ ป้ งกันอันตรายจากเสีย สี งชนิดที่สวมใส่เ ส่ ข้า ข้ไปในหูส หู ามารถลดเสีย สี งที่ความถี่ต่ำ กว่า ว่ 400 เฮิร์ท ร์ ได้ดี ทำ ด้วยวัส วั ดุช ดุ นิดต่างๆ เช่น ช่ พลาสติก ยาง โฟม ซิลิซิ ลิโคน ฝ้าย ที่อุดหูจ หู ะช่ว ช่ ยลดเสีย สี งดังได้ ประมาณ 15 - 30 เดซิเซิบลเอ ขึ้น ขึ้ อยู่กั ยู่ กั บชนิดของอุปกรณ์และยี่ห้ ยี่ อ ห้ ที่ผลิต โดยข้อ ข้ ดีและข้อ ข้ เสีย สี ของที่อุด หูล หู ดเสีย สี ง หน้า 11 สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 3. อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันอันตรายดวงตา แว่น ว่ ตา แว่น ว่ ครอบตา (Goggles) เป็นอุปกรณ์ป้อ ป้ งกันอันตรายส่ว ส่ นบุคคลที่สามารถป้อ ป้ งกันอันตรายจากการกระเด็นของวัต วั ถุ หรือ รืฝุ่น ละออง จะกระเด็นเข้า ข้ ดวงตาของผู้ปผู้ ฏิบัติ บั ติงาน นิยมใช้ใช้ นการป้อ ป้ งกันอันตรายจากการปฏิบัติ บั ติงานกับเครื่อ รื่ ง 4. อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันอันตรายของเท้า (Foot Protection Devices) รองเท้านิรภัย (Lather Safety Footwear หรือ รื Safety Shoe) สามารถป้อ ป้ งกันอันตรายในรูป แบบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ขึ้ กับเท้าของผู้ปผู้ ฏิบัติ บั ติงาน เช่น ช่ วัต วั ถุทิ่ ถุทิ่มหรือ รื แทง ตกกระแทกรวมถึงสามารถป้อ ป้ ง กันการลื่นไถล สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 11


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 11


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 2. อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันศีรษะ (Head Protection Devices) หมวกนิรภัย (Safety Helmet) หมายถึง หมวกที่ออกแบบมาเพื่อ พื่ป้อ ป้ งกันศีรษะของผู้สผู้ วมใส่ จากการตก กระแทก ช่ว ช่ ยลดแรงกระแทกจากการชนหรือ รื มีวั มี ต วั ถุต ถุ กจากที่สูง สู มากระทบกับศีรษะได้ให้นำ ห้ นำ หมวกมาใส่ก่ ส่ ก่ อนเข้า ข้ ทำ งานใน PLANT เสมอ โดยนำ หมวกเซฟตี้มาใส่ที่ ส่ ที่ ศีรษะแล้วใช้ส ช้ ายรัด รั คางรัด รั ให้ กระชับ ชั เพื่อ พื่ป้อ ป้ งกันการหลุด ลุ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 11


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 3. อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันอันตรายดวงตา แว่น ว่ ตา แว่น ว่ ครอบตา (Goggles) เป็นอุปกรณ์ป้อ ป้ งกันอันตรายส่ว ส่ นบุคคลที่สามารถ ป้อ ป้ งกันอันตรายจากการกระเด็นของวัต วั ถุ หรือ รืฝุ่นละออง จะกระเด็นเข้า ข้ ดวงตาของผู้ปผู้ ฏิบัติ บั ติงาน นิยม ใช้ใช้ นการป้อ ป้ งกันอันตรายจากการปฏิบัติ บั ติงานกับเครื่อ รื่ งจัก จั ร 4. อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันอันตรายของเท้า (Foot Protection Devices) รองเท้านิรภัย (Lather Safety Footwear หรือ รื Safety Shoe) สามารถป้อ ป้ งกันอันตรายใน รูปแบบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ขึ้ กับเท้าของผู้ปผู้ ฏิบัติ บั ติงาน เช่น ช่ วัต วั ถุทิ่ ถุทิ่มหรือ รื แทง ตกกระแทกรวมถึงสามารถ ป้อ ป้ งกันการลื่นไถล สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 11


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 5. Volt Alert Electrical Tester สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 11


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) เครื่อ รื่ งมือ มื ทดสอบแรงดันไฟฟ้า ฟ้ ที่ไม่ต้ ม่ ต้ องสัม สั ผัส ผั ทองแดงหรือ รื ตัวนำ ไฟฟ้า ฟ้ และไม่ต้ ม่ ต้ องปอกสาย Volt Alert เป็นเครื่อ รื่ งมือ มื ที่ใช้ง ช้ านง่าย ปลอดภัยกว่า ว่ ไขควงวัด วั ไฟทั่ว ทั่ ไป เป็นเครื่อ รื่ งวัด วั ไฟแบบมีเ มี สีย สี งเตือนเมื่อ มื่ มีไมีฟฟ้า ฟ้ หรือ รืไฟรั่ว รั่ เช็ค ช็ สายไฟที่มีไมีฟฟ้า ฟ้ จะมีเ มี สีย สี งและไฟเตือนเพีย พี งแตะปลายไปยัง ยั แถบขั้ว ขั้ เต้ารับ รั หรือ รื สายจ่า จ่ ยไฟฟ้า ฟ้ เมื่อ มื่ ส่ว ส่ นปลายเรือ รื งแสงเป็นสีแ สี ดง และมีเ มี สีย สี งสัญญา สั ณจากเครื่อ รื่ งมือ มื แสดงว่า ว่ มีแ มี รงดันไฟฟ้า ฟ้ อยู่ ช่า ช่ งไฟฟ้า ฟ้ ช่า ช่ งบำ รุงรัก รั ษา ช่า ช่ งซ่อ ซ่ มบำ รุง เจ้า จ้ หน้าที่ด้านความปลอดภัย และเจ้า จ้ ของพื้น พื้ ที่สามารถทดสอบวงจรที่มีพ มี ลังงานได้ด้วยตัวเอง ทั้ง ทั้ นี้เพื่อ พื่ ให้มั่ ห้ น มั่ ใจว่า ว่ ระบบไฟฟ้า ฟ้ ที่กำ ลังตรวจสอบ มีไมีฟฟ้า ฟ้ หรือ รืไม่ ทั้ง ทั้ นี้เพื่อ พื่ ความปลอดภัย ของผู้ปผู้ ฏิบัติ บั ติ 6. ถุง ถุ มือ มื ยางฉนวนไฟฟ้า ฟ้ และ อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันมือ มื (Rubber insulating glove and hand protection) 1. ถุง ถุ มือ มื ยางฉนวนไฟฟ้า ฟ้ (Rubber Insulating Glove) ตาม ASTM D120 มีก มี ารผลิตและการทดสอบถุง ถุ มือ มื ยางฉนวนไฟฟ้า ฟ้ สำ หรับ รั ป้อ ป้ งกันผู้ปผู้ ฏิบัติ บั ติงานจากไฟฟ้า ฟ้ ดูด ดู แบ่ง บ่ ตามคุณ คุ สมบัติ บั ติทางไฟฟ้า ฟ้ 6 ระดับ คือ Class 00, Class 0, Class 1, Class 1, Class 2, Class 3 และ Class 4 สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 11


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 2. ถุง ถุ มือ มื หนังงานไฟฟ้า ฟ้ (Leather Protector Gloves) ตามข้อ ข้ กำ หนดใน ASTM F 696 ถุง ถุ มือ มื หนังงานไฟฟ้า ฟ้ มีวั มี ต วั ถุปร ถุ ะสงค์คือ 1. ใช้ส ช้ วมทับเพื่อ พื่ป้อ ป้ งกันการบด เบีย บี ด เสีย สี ดสี แทงทะลุ สำ หรับ รั ถุง ถุ มือ มื ยางฉนวนไฟฟ้า ฟ้ 2. ใช้ป้ช้ อ ป้ งกันมือ มื และถุง ถุ มือ มื ยางฉนวนไฟฟ้า ฟ้ จาก Arc flash สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 11


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) หมายเหตุ : ถุง ถุ มือ มื หนังงานไฟฟ้า ฟ้ จะนำ มาใช้คู่ ช้ คู่ กั คู่ กั บถุง ถุ มือ มื ยางฉนวนไฟฟ้า ฟ้ เสมอ เพื่อ พื่ปกป้อ ป้ งมือ มื และถุง ถุ มือ มื ยางในระหว่า ว่ งการปฏิบัติ บั ติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ฟ้ ถุง ถุ มือ มื ยางฉนวนไฟฟ้า ฟ้ และ ถุง ถุ มือ มื หนังงานไฟฟ้า ฟ้ 3. อุปกรณ์อื่นๆในการป้อ ป้ งกันมือ มื และแขน • ในการปฏิบัติ บั ติงานด้านไฟฟ้า ฟ้ อาจมีอุ มี อุ ปกรณ์เสริมริอื่นๆ ที่นำ มาใช้ปช้ ระกอบอุปกรณ์ป้อ ป้ งกันมือ มื และแขนเพื่อ พื่ ความปลอดภัย เช่น ช่ ปลอก แขนยาง (Rubber Insulating Sleeve), กระเป๋าเก็บถุง ถุ มือ มื (Gloves storage bag), เครื่อ รื่ งเป่า ป่ ลมสำ หรับ รั ทดสอบถุง ถุ มือ มื ยาง (Gloves inflator) เป็นต้น • ปลอกแขนยางฉนวนไฟฟ้า ฟ้ (Sleeve) สำ หรับ รั ป้อ ป้ งกันไฟฟ้า ฟ้ ดูด ดู มีก มี ารแบ่ง บ่ ประเภทเช่น ช่ เดียวกับถุง ถุ มือ มื ยางฉนวนไฟฟ้า ฟ้ 1.1.6 จงอธิบธิายการป้อ ป้ งกันอันตรายจากการอาร์ค ร์ ในการทำ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า ฟ้ (Arc Flash Protection) สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 15


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) ในการทำ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า ฟ้ นั้น นั้ หากไม่มี ม่ ค มี วามระมัด มั ระวัง วั หรือ รืไม่ปม่ ฏิบัติ บั ติาม มาตรฐานความ ที่เพีย พี งพออาจส่ง ส่ ผลให้ผู้ ห้ ปผู้ ฏิบัติ บั ติงานได้รับ รั อันตรายตั้ง ตั้ แต่เล็กน้อยหรือ รื ถึงขั้น ขั้ สูญเ สู สีย สี ชีวิ ชี ตวิ ได้ ประกายไฟฟ้า ฟ้ (Arc Flash) เกิดขึ้น ขึ้ เมื่อ มื่ กระแสไฟฟ้า ฟ้ไหลผ่า ผ่ นช่อ ช่ งว่า ว่ งอากาศ ระหว่า ว่ งตัวนำ เกิดเป็น ประกายไฟฟ้า ฟ้ ขึ้น ขึ้ มา โดยที่ประกายไฟฟ้า ฟ้ นั้น นั้ จะมีค มี วามจ้า จ้ ของแสงสูง สู และมีพ มี ลังงานความร้อ ร้ นเกิดขึ้น ขึ้ ในระดับที่ก่อให้เ ห้ กิดอันตรายได้ หากจะอธิบธิายในอีกความหมายหนึ่งก็กล่าวได้ว่า ว่ ประกายไฟฟ้า ฟ้ นั้น นั้ เกิดขึ้น ขึ้ จากตัวนำ ไฟฟ้า ฟ้ ที่เราไม่ส ม่ ามารถควบคุม คุ ได้ จนทำ ให้เ ห้ กิดกระแสไฟฟ้า ฟ้ไหลผิดผิ ปกติ เช่น ช่ กระแสไฟฟ้า ฟ้ไหลจากเฟสใดเฟสหนึ่งลงดิน (Ground) หรือ รื กระแสไฟฟ้า ฟ้ปริมริาณมากไหลจากเฟสสู่เสู่ ฟสทำ ให้เ ห้ กิดการไอออนไนซ์ข ซ์ องอากาศโดยรอบจนเกิดเป็นปร ประกายไฟ และแสงวาบขึ้น ขึ้ มา สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 15


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) อันตรายของประกายไฟฟ้า ฟ้ การลัดวงจรและประกายไฟฟ้า ฟ้ จะกำ เนิดความร้อ ร้ นที่สามารถเผาไหม้เ ม้ สื้อ สื้ ผ้า ผ้ และผิวผิหนังของผู้ที่ผู้ ที่ อยู่ใยู่ กล้ในระยะแม้ห่ ม้ า ห่ ง 10 ฟุต ก็อาจได้รับ รั บาดเจ็บ จ็ ได้เนื่องจากพลังงานความร้อ ร้ นที่เกิดขึ้น ขึ้ อาจมีค่ มี ค่ าสูง สู ถึง 20,000 องศาเซลเซีย ซี ส หรือ รื เทียบได้กับ 4 เท่าของอุณหภูมิ ภู พื้มิพื้ น พื้ ผิวผิดวงอาทิตย์ เป็นอันตรายต่อผู้ปผู้ ฏิบัติ บั ติงานที่อยู่ใยู่ นบริเริวณ ใกล้เคียง อาร์ก ร์ จากไฟฟ้า ฟ้ มีพ มี ลังงานสูง สู พอที่จะทำ อันตรายต่อชีวิ ชี ตวิและทรัพ รั ย์สิ ย์ นสิ ได้ อาร์ก ร์ ยัง ยั มีค มี วามร้อ ร้ นสูง สู มากจนทำ ให้วั ห้ ต วั ถุล ถุ ะลายได้ ความร้อ ร้ น ไอของโลหะที่หลอมละลาย และ แสงจ้า จ้ เป็นอันตรายต่อบุคคล โดยมีลั มี ลั กษณะการเกิดได้ดังนี้ 1. รัง รั สีค สี วามร้อ ร้ นและแสงจ้า จ้ อาร์ก ร์ จะแผ่รั ผ่ ง รั สีอ สี อกไปทำ ให้ผู้ ห้ ที่ผู้ ที่ อยู่ใยู่ นบริเริวณใกล้เคียง ได้รับ รั อันตราย เกิดแผลไฟไหม้ที่ ม้ ที่ รุนแรงถึงแก่ชีวิ ชี ตวิ ได้ สำ หรับ รั ผู้ที่ผู้ ที่ปฏิบัติ บั ติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ฟ้ ต้องสวมใส่อุ ส่ อุ ปกรณ์คุ้ม คุ้ ครองความปลอดภัยส่ว ส่ นบุคคล (PPE) สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 15


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) อันตรายของประกายไฟฟ้า ฟ้ การลัดวงจรและประกายไฟฟ้า ฟ้ จะกำ เนิดความร้อ ร้ นที่สามารถเผาไหม้ เสื้อ สื้ ผ้า ผ้ และผิวผิหนังของผู้ที่ผู้ ที่ อยู่ใยู่ กล้ในระยะแม้ห่ ม้ า ห่ ง 10 ฟุต ก็อาจได้รับ รั บาดเจ็บ จ็ ได้เนื่องจากพลังงานความร้อ ร้ น ที่เกิดขึ้น ขึ้ อาจมีค่ มี ค่ าสูง สู ถึง 20,000 องศาเซลเซีย ซี ส หรือ รื เทียบได้กับ 4 เท่าของอุณหภูมิ ภู พื้มิพื้ น พื้ ผิวผิดวงอาทิตย์ เป็น อันตรายต่อผู้ปผู้ ฏิบัติ บั ติงานที่อยู่ใยู่ นบริเริวณใกล้เคียง อาร์ก ร์ จากไฟฟ้า ฟ้ มีพ มี ลังงานสูง สู พอที่จะทำ อันตรายต่อชีวิ ชี ตวิและทรัพ รั ย์สิ ย์ นสิ ได้ และอาร์ก ร์ ยัง ยั มีค มี วามร้อ ร้ นสูง สู มากจนทำ ให้วั ห้ ต วั ถุละลายไ ถุ ด้ความร้อ ร้ น ไอของโลหะที่หลอมละลายและแสงจ้า จ้ เป็นอันตรายต่อบุคคล โดยมี ลักษณะการเกิดได้ดังนี้ 1. รัง รั สีค สี วามร้อ ร้ นและแสงจ้า จ้ อาร์ก ร์ จะแผ่รั ผ่ ง รั สีอ สี อกไปทำ ให้ผู้ ห้ ที่ผู้ ที่ อยู่ใยู่ นบริเริวณใกล้เคียงได้รับ รั อันตราย เกิดแผลไฟไหม้ที่ ม้ ที่ รุนแรงถึงแก่ชีวิ ชี ตวิ ได้ สำ หรับ รั ผู้ที่ผู้ ที่ปฏิบัติ บั ติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ฟ้ ต้องสวมใส่อุ ส่ อุ ปกรณ์คุ้ม คุ้ ครองความ ปลอดภัยส่ว ส่ นบุคคล (PPE) ที่เหมาะสมในการป้อ ป้ งกันอันตรายจากประกายไฟ ต้องสวมใส่ชุ ส่ ชุ ดปฏิบัติ บั ติงานที่ ทนต่อประกายไฟและการลุก ลุ ไหม้ อุปกรณ์และเครื่อ รื่ งมือ มื ไฟฟ้า ฟ้ ต้องมีก มี ารต่อลงดิน และมีป้มี า ป้ ยเตือนอันตรายที่ เกี่ยวข้อ ข้ ง 2. โลหะหลอมละลาย อาร์ก ร์ จากไฟฟ้า ฟ้ แรงสูง สู สามารถทำ ให้ชิ้ ห้ นชิ้ส่ว ส่ นอุปกรณ์ไฟฟ้า ฟ้ ที่เป็นทองแดง และอะลูมิ ลู เมินียมหลอมละลายได้หยดโลหะหลอมเหลวดังกล่าวอาจถูก ถู แรงระเบิดบิจากคลื่นความดันผลักให้ กระเด็นไปเป็นระยะทางไกลๆ ได้ ถึงแม้ว่ ม้ า ว่ หยดโลหะเหล่านี้จะแข็ง ข็ ตัวอย่า ย่ งรวดเร็ว ร็ แต่ก็ยัง ยั มีค มี วามร้อ ร้ น สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 15


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) ในการทำ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า ฟ้ ผู้ปผู้ ฏิบัติ บั ติงานควรปฏิบัติ บั ติามมาตรฐานความปลอดภัยในการทำ งานอย่า ย่ ง เข้ม ข้ งวด มาตรฐานสากลที่ใช้อ้ ช้ อ้ างอิงกันอย่า ย่ งแพร่ห ร่ ลายในการทำ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า ฟ้ คือ NFPA 70E : Standar for Electrical Safety in the Workplace (2018 Edition) พื้น พื้ ฐานที่สำ คัญในการป้อ ป้ งกันอันตรายจากการอาร์ค ร์ ในการทำ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า ฟ้ ข้อ ข้ แรกนั้น นั้ คือการ สวมใส่อุ ส่ อุ ปกรณ์ป้อ ป้ งกัน (Arc Flash PPE) 1.1.7 จงระบุอุปกรณ์PPE ที่จำ เป็นต้องใช้ใช้ นการทำ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า ฟ้ (Arc Flash Protection) มาตรฐาน NFPA 70E ได้แนะนำ ให้ผู้ ห้ ปผู้ ฏิบัติ บั ติงานต้องสวมใส่อุ ส่ อุ ปกรณ์ป้อ ป้ งกัน (Arc Flash PPE) ก่อน การปฏิบัติ บั ติงานตามระดับการป้อ ป้ งกัน ระดับการป้อ ป้ งกัน (Arc-Flash PPE Category) อ้างอิงตามมาตรฐาน NFPA 70Eได้จำ แนกออกเป็น4ระดับดังนี้ ระดับที่ 1 : การป้อ ป้ งกันอย่า ย่ งน้อย 4 cal/cm^2 (16.75 J/cm^2) ระดับที่ 2 : การป้อ ป้ งกันอย่า ย่ งน้อย 8 cal/cm^2 (33.5 J/cm^2) ระดับที่ 3 : การป้อ ป้ งกันอย่า ย่ งน้อย 25 cal/cm^2 (104.7 J/cm^2) ระดับที่ 4 : การป้อ ป้ งกันอย่า ย่ งน้อย 40 cal/cm^2 (167.5 J/cm^2) สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 17


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) ดังนั้น นั้ เพื่อ พื่ ความปลอดภัย ผู้ปผู้ ฏิบัติ บั ติงานจำ เป็นต้องเลือกใช้ใช้ ห้เ ห้ หมาะสมกับค่าพลังงานที่คำ นวณได้ อุปกรณ์PPE ที่จำ เป็นต้องใช้ต ช้ ามมาตรฐาน NFPA 70E ดังนี้ กรณีค่าพลังงานจากการอาร์ค ร์ ที่คำ นวณได้ ≤ 4 cal/cm^2 เครื่อ รื่ งนุ่งห่ม ห่ 1. เสื้อ สื้ เชิร์ชิต ร์ แขนยาวทนอาร์ค ร์ กางเกงขายาวทนอาร์ค ร์ า หรือ รื ชุดคลุม ลุ ทนอาร์ค ร์ 2. หน้ากากทนอาร์ค ร์ ป้อ ป้ งกันใบหน้า หรือ รื ชุดแบบคลุม ลุ ศรีษ รี ะป้อ ป้ งกันประกายไฟจากการอาร์ค ร์ 3. แจ็ค จ็ เก็ตทนอาร์ค ร์ หรือ รื เสื้อ สื้ คลุม ลุ แบบมีห มี มวก อุปกรณ์คุ้ม คุ้ ครองทนไฟ 1. หมวกแบบแข็ง ข็ 2. แว่น ว่ ตานิรภัยหรือ รื แว่น ว่ ครอบตา (goggles) 3. อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันเสีย สี ง 4. ถุง ถุ มือ มื หนังชนิดHeavy-duty 5. รองเท้าหนัง กรณีค่าพลังงานจากการอาร์ค ร์ ที่คำ นวณได้ ≤ 8 cal/cm^2 เครื่อ รื่ งนุ่งห่ม ห่ 1. เสื้อ สื้ เชิร์ชิต ร์ แขนยาวทนอาร์ค ร์ กางเกงขายาวทนอาร์ค ร์ า หรือ รื ชุดคลุม ลุ ทนอาร์ค ร์ 2. ชุดแบบคลุม ลุ ศรีษ รี ะป้อ ป้ งกันประกายไฟจากการอาร์ค ร์ หรือ รื ผ้า ผ้ คลุม ลุ ศรีษ รี ะและหน้ากากป้อ ป้ งกันใบหน้า 3. แจ็ค จ็ เก็ตทนอาร์ค ร์ หรือ รื เสื้อ สื้ คลุม ลุ แบบมีห มี มวก อุปกรณ์คุ้ม คุ้ ครองทนไฟ 1. หมวกแบบแข็ง ข็ 2. แว่น ว่ ตานิรภัยหรือ รื แว่น ว่ ครอบตา (goggles) 3. อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันเสีย สี ง สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 17


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 4. ถุง ถุ มือ มื หนังชนิดHeavy-duty 5. รองเท้าหนัง กรณีค่าพลังงานจากการอาร์ค ร์ ที่คำ นวณได้ ≤ 25cal/cm^2 เครื่อ รื่ งนุ่งห่ม ห่ 1. เสื้อ สื้ เชิร์ชิต ร์ แขนยาวทนอาร์ค ร์ กางเกงขายาวทนอาร์ค ร์ า 2. ชุดคลุม ลุ ทนอาร์ค ร์ 3. ชุดแบบคลุม ลุ ศรีษ รี ะป้อ ป้ งกันประกายไฟจากการอาร์ค ร์ 4. ชุดสูท สู แจ็ค จ็ เก็ตทนอาร์ค ร์ หรือ รื ชุดแบบกางเกงขายาว 5. ถุง ถุ มือ มื 6. แจ็ค จ็ เก็ตทนอาร์ค ร์ เสื้อ สื้ คลุม ลุ แบบมีห มี มวก หรือ รื หมวกแบบแข็ง ข็ อุปกรณ์คุ้ม คุ้ ครองทนไฟ 1. หมวกแบบแข็ง ข็ 2. แว่น ว่ ตานิรภัยหรือ รื แว่น ว่ ครอบตา (goggles) 3. อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันเสีย สี ง 4. รองเท้าหนัง กรณีค่าพลังงานจากการอาร์ค ร์ ที่คำ นวณได้ ≥ 40cal/cm^2 เครื่อ รื่ งนุ่งห่ม ห่ 1. เสื้อ สื้ เชิร์ชิต ร์ แขนยาวทนอาร์ค ร์ กางเกงขายาวทนอาร์ค ร์ 2. ชุดคลุม ลุ ทนอาร์ค ร์ 3. ชุดแบบคลุม ลุ ศรีษ รี ะป้อ ป้ งกันประกายไฟจากการอาร์ค ร์ 4. ชุดสูท สู แจ็ค จ็ เก็ตทนอาร์ค ร์ หรือ รื ชุดแบบกางเกงขายาว สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 17


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 5. ถุง ถุ มือ มื 6. แจ็ค จ็ เก็ตทนอาร์ค ร์ เสื้อ สื้ คลุม ลุ แบบมีห มี มวก หรือ รื หมวกแบบแข็ง ข็ อุปกรณ์คุ้ม คุ้ ครองทนไฟ 1. หมวกแบบแข็ง ข็ 2. แว่น ว่ ตานิรภัยหรือ รื แว่น ว่ ครอบตา (goggles) 3. อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันเสีย สี ง 4. รองเท้าหนัง สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 17


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 1.1.8 จงอธิบธิายขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ บั ติที่ปลอดภัยในการเข้า ข้ไปทำ งาน Monitoring Motor Control Center 1.1.9 จงแสดงขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ บั ติงานที่ปลอดภัยในการเข้า ข้ไปทำ งาน Monitoring Motor Control Center ขั้น ขั้ ตอนการทำ งานที่ปลอดภัยในการเข้า ข้ไป Monitoring Motor Control Center 1. มีค มี วามเข้า ข้ใจการประเมินมิความเสี่ย สี่ งการปฏิบัติ บั ติงานตรวจสอบ Monitoring Motor Control Center ของ หน่วยงานและนำ ไปเป็นเอกสารแนบการขอ Work Permit ตาม S9900-1018_ PM Permit to Work, การใช้ง ช้ าน_ePermit 2. มีค มี วามเข้า ข้ใจ Tool Box ขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ บั ติงานตรวจสอบ Monitoring Motor Control Center นำ เสนอ หัว หั หน้างานอนุมัติ มั ติและนำ ไปเป็นเอกสารแนบการขอ Work Permit ตาม S9900-1018_ PM Permit to Work 3. มีค มี วามเข้า ข้ใจ Work Permit ก่อนเข้า ข้ ทำ งานใน Plant เราควรดำ เนินการทำ Work Permit การตรวจสอบ Monitoring Motor Control Center เป็นการทำ e-Permit ชนิด Cold Work Permit ตาม S9900-1018_PM 4. สวมใส่ PPE ที่เหมาะสมต่อการทำ งานนั้น นั้ โดย PPE พื้น พื้ ฐานที่ต้องดำ เนินการใส่ทุ ส่ ก ทุ ครั้ง รั้ ก่อนปฏิบัติ บั ติงาน ตามหลักสูต สู รอบรมพนักงานใหม่ อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันภัยส่ว ส่ นบุคคล (PPE) ตามประเภทงานและ ความเหมาะสมในแต่แต่ละงาน - รองเท้าเซฟตี้ (SAFETY SHOE) - หมวกเซฟตี้ (SAFETY HELMET) - แว่น ว่ ตาเซฟตี้ (SAFETY GLASS) 5. สวมใส่ PPE สำ หรับ รั การปฏิบัติ บั ติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ฟ้ กรณีประเมินมิความเสี่ย สี่ งแล้วผลการประเมินมิ ให้ต้ ห้ ต้ องสวม สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 20


ใส่เ ส่ พิ่มพิ่เติม เช่น ช่ งานตัดจ่า จ่ ยไฟฟ้า ฟ้ใน Substation, งานซ่อ ซ่ มที่มีค มี วามเสี่ย สี่ งถูก ถู กระแสไฟฟ้า ฟ้ ดูด ดู คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) - ถุง ถุ มือ มื ยางฉนวนไฟฟ้า ฟ้ และ อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันมือ มื - Arc Flash Protection - VoltAlert Electrical Tester (Personal Safety Tool) 1.2 กำ หนด Knowledge ความรู้ 1.3 Routine activity 1.4 Problem solving 1.4.1 จงระบุความผิดผิ ปกติที่เกิดจากการ Monitoring Motor Control Center 1.4.2 จงอธิบธิายแนวทางการแก้ไข สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 21


1.2 กำ หนด Knowledge ความรู้ คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 1.2.1 จงอธิบธิายหน้าที่และหลักการทำ งานของ Magnetic Contactor อุปกรณ์ที่ใช้ใช้ นระบบ MCC ประกอบด้วยอุปกรณ์ดังต่อไปนี้ แมกเนติกคอนแทคเตอร์ (Magnetic Contactor) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า ฟ้ สำ หรับ รั สตาร์ท ร์ มอเตอร์ (Motor Starter),ควบคุม คุ มอเตอร์ (ControlMotor) และ ควบคุม คุ อุปกรณ์ไฟฟ้า ฟ้ในโรงงาน มี โอเวอร์ โหลด รีเ รี ลย์(ย์Overload Relay) ที่ใช้ง ช้ านร่ว ร่ มกับแมกเนติกคอนแทคเตอร์ เป็นตัวป้อ ป้ งกันความเสีย สี หาย ของมอเตอร์ จากการทำ งานเกินกำ ลัง,ล็อคโรเตอร์, ร์ไฟขาดเฟส เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับ รั มาตรฐาน IEC 947-4 ออกแบบมาให้กั ห้ กั บ ภูมิ ภู ภมิาคร้อ ร้ นชื้น ชื้ มีอุ มี อุ ปกรณ์เสริมริหลายชนิด เพิ่มพิ่ขีด ขี ความสามารถให้สู ห้ ง สู ขึ้น ขึ้ สามารถติดตั้ง ตั้ ได้สะดวก มีใมี ห้เ ห้ ลือกใช้ง ช้ านหลายรุ่น รุ่ แสดงการทำ งานของแมกเนติกส์ค ส์ อนแทคเตอร์ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 21


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) เมื่อ มื่ มีก มี ระแสไฟฟ้า ฟ้ไหลผ่า ผ่ นไปยัง ยั ขดลวดสนามแม่เ ม่ หล็กที่อยู่ข ยู่ ากลางของแกนเหล็ก ขดลวดจะสร้า ร้ งสนามแม่เ ม่ หล็กที่แรงสนามแม่เ ม่ หล็กชนะแรงสปริงริดึงให้แกนเหล็กชุดที่เคลื่อนที่เคลื่อนที่ ลงมาในสภาวะนี้(ON)คอนแทคทั้ง ทั้ สองชุดจะเปลี่ยนสภาวะการทำ งานคือคอนแทคปกติปิด จะเปิดวงจร จุดสัม สั ผัส ผั ออก และคอนแทคปกติเปิด จะต่อวงจรของจุดสัม สั ผัส ผั เมื่อ มื่ ไม่มี ม่ ก มี ระแสไฟฟ้า ฟ้ไหลผ่า ผ่ น เข้า ข้ไปยัง ยั ขดลวด สนามแม่เ ม่ หล็กคอนแทคทั้ง ทั้ สองชุดจะกลับไปสู่สสู่ ภาวะเดิม 1.2.2 จงระบุประเภทของ Magnetic Contactor ประเภทของแมคเนติกคอนแทกเตอร์ แมคเนติกคอนแทคเตอร์ที่ ร์ ที่ใช้กั ช้ กั บไฟฟ้า ฟ้ กระแสสลับ จะแบ่ง บ่ เป็น 4 ประเภท ตามลักษณะของ ตามลักษณะของ โหลดและการนำ ไปใช้ง ช้ านมีดั มี ดั งนี้ ประเภท AC 1 : เป็นแมคเนติกคอนแทกเตอร์ที่ ร์ ที่ เหมาะสำ หรับ รั เโหลดที่เป็นความต้านทาน หรือ รืในวงจรที่ มีอิ มี อินดัดทีฟ (Inductive) ต่ำ ๆ ประเภท AC 2 : เป็นแมคเนติกคอนแทคเตอร์ที่ ร์ ที่ เหมาะสมสำ หรับ รัใช้กั ช้ กั บมอเตอร์ปรร์ ะเภทสลิปริงริมอเตอร์ ประเภท AC 3 : เป็นแมคเนติกคอนแทคเตอร์ที่ ร์ ที่ เหมาะสำ หรับ รัใช้ก ช้ ารสตาร์ท ร์ และหยุดโหลดที่เป็นมอเตอร์ กรงกระรอก ประเภท AC 4 : เป็นแมคเนติกคอนแทคเตอร์ที่ ร์ ที่ เหมาะสำ หรับ รั การสตาร์ท ร์ และ หยุดมอเตอร์ใร์ นวงจร jogging และการกลับทางหมุนมอเตอร์แ ร์ บบกรงกระรอก 1.2.3 จงอธิบธิายหน้าที่และหลักการทำ งานของ Control Relay ความรู้ทั่ รู้ ทั่ ว ทั่ ไปเกี่ยวกับรีเ รี ลย์ รีเ รี ลย์เ ย์ป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้า ฟ้ให้เ ห้ป็นพลังงานแม่เ ม่ หล็ก เพื่อ พื่ ใช้ใช้ นการดึงดูด ดู หน้า หน้าสัม สั ผัส ผั ของคอนแทคให้เ ห้ปลี่ยนสภาวะโดยการป้อ ป้ นกระแสไฟฟ้า ฟ้ให้กั ห้ กั บขดลวด เพื่อ พื่ ทำ การปิดหรือ รื เปิด สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 22


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) หน้าสัม สั ผัส ผั คล้ายกับสวิตวิช์อิ ช์ อิเล็กทรอนิกส์ซึ่ ส์ ซึ่ ง ซึ่ เราสามารถนำ รีเ รี ลย์ไย์ปประยุกต์ใช้ ในการควบคุม คุ วงจรต่าง ๆ ในงานช่า ช่ งอิเล็กทรอนิกส์ม ส์ ากมาย รีเ รี ลย์ช่ ย์ ว ช่ ยหรือ รื อาจเรีย รี กว่า ว่ รีเ รี ลย์ค ย์ วบคุม คุ (Control Relay) การทำ งานอาศัยอำ นาจในการเปิด ปิดหน้าสัม สั ผัส ผั เหมือ มื นกับ หลักการทำ งานของแมคเนติกคอนแทคเตอร์ ต่างกันตรงที่รีเ รี ลย์ช่ ย์ ว ช่ ยจะทนกระ กระแสได้ตํ่า หน้าสัม สั ผัส ผั จะเล็กกว่า ว่ หน้าสัม สั ผัส ผั ของแมคเนติกคอนแทกเตอร์ลั ร์ ลั กษณะของ หน้าสัม สั ผัส ผั ของ รีเ รี ลย์ช่ ย์ ว ช่ ย มีส มี องชนิด หน้าสัม สั ผัส ผั ปกติเปิด (Normally Open : N.O.) และหน้าสัม สั ผัส ผั ปกติปิด (Normally Close : N.C.) จำ นวนหน้าสัม สั ผัส ผั และชนิดของหน้าสัม สั ผัส ผั ขึ้น ขึ้ อยู่กั ยู่ กั บบริษัริ ษั ทผู้ผผู้ ลิตและการนำ ไปงาน 1.2.4 จงระบุส่ว ส่ นประกอบของ Control Relay รีเ รี ลย์ ประกอบด้วยส่ว ส่ นสำ คัญ 2 ส่ว ส่ นหลักก็คือ 1. ส่ว ส่ นของขดลวด (coil) เหนี่ยวนำ กระแสต่ำ ทำ หน้าที่สร้า ร้ งสนามแม่เ ม่ หล็กไฟฟ้า ฟ้ให้แ ห้ กนโลหะ ไปกระทุ้ง ทุ้ ให้ห ห้ น้าสัม สั ผัส ผั ต่อกัน ทำ งานโดยการรับ รั แรงดันจากภายนอกต่อคร่อ ร่ ม ที่ขดลวดเหนี่ยวนำ นี้ เมื่อ มื่ ขดลวด ได้รับ รั แรงดัน(ค่าแรงดันที่รีเ รี ลย์ต้ ย์ ต้ องการขึ้น ขึ้ กับ ชนิดและรุ่น รุ่ ตามที่ผู้ผผู้ ลิตกำ หนด) จะเกิดสนามแม่เ ม่ หล็ก ไฟฟ้า ฟ้ ทำ ให้แ ห้ กนโลหะด้านใน ไปกระทุ้ง ทุ้ ให้แ ห้ ผ่น ผ่ หน้าสัม สั ผัส ผั ต่อกัน 2. ส่ว ส่ นของหน้าสัม สั ผัส ผั (contact) ทำ หน้าที่เหมือ มื นสวิตวิช์จ่ ช์ า จ่ ยกระแสไฟ ให้กั ห้ กั บอุปกรณ์ที่เราต้องการนั่น นั่ เองจุดต่อใช้ง ช้ านมาตรฐาน ประกอบด้วย สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 23


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) จุดต่อ NC ย่อ ย่ มาจาก normal close หมายความว่า ว่ ปกติดปิด หรือ รื หากยัง ยัไม่จ่ ม่ า จ่ ยไฟให้ข ห้ ดลวดเหนี่ยวนำ หน้าสัม สั ผัส ผั จะติดกัน โดยทั่ว ทั่ ไปเรามัก มั ต่อจุดนี้เข้า ข้ กับอุปกรณ์หรือ รื เครื่อ รื่ งใช้ไช้ฟฟ้า ฟ้ ที่ต้องการให้ทำ ห้ ทำ งานตล ตลอดเวลาเช่น ช่ จุดต่อ NO ย่อ ย่ มาจาก normal open หมายความว่า ว่ ปกติเปิด หรือ รื หากยัง ยัไม่จ่ ม่ า จ่ ยไฟให้ข ห้ ดลวดเหนี่ยวนำ หน้าสัม สั ผัส ผั จะไม่ติ ม่ ติดกัน โดยทั่ว ทั่ ไปเรามัก มั ต่อจุดนี้เข้า ข้ กับอุปกรณ์หรือ รื เครื่อ รื่ งใช้ไช้ฟฟ้า ฟ้ ที่ต้องการควบคุม คุ การ เปิดปิดเช่น ช่ โคมไฟสนาม จุดต่อ C ย่อ ย่ มากจาก Common คือจุดร่ว ร่ มที่ต่อมาจากแหล่งจ่า จ่ ยไฟ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 23


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 1.2.5 จงระบุประเภทของ Relay ประเภทของรีเ รี ลย์ รีเ รี ลย์ (Relay) เป็นอุปกรณ์ทำ หน้าที่เป็นสวิตวิช์มี ช์ ห มี ลักการทำ งานคล้ายกับ ขดลวดแม่เ ม่ หล็ก ไฟฟ้า ฟ้ หรือ รืโซลินอยด์ (solenoid) รีเ รี ลย์ ใช้ใช้ นการควบคุม คุ วงจรไฟฟ้า ฟ้ได้อย่า ย่ งหลากหลาย รีเ รี ลย์เ ย์ป็นสวิตวิช์ ควบคุม คุ ที่ทำ งานด้วยไฟฟ้า ฟ้ แบ่ง บ่ ออกตามลักษณะการใช้ง ช้ านได้เป็น 2 ประเภทคือ 1.รีเ รี ลย์กำ ย์ กำ ลัง (Power Relay) หรือ รื มัก มั เรีย รี กกันว่า ว่ คอนแทกเตอร์ (Contactor or Magnetic contactor) จะใช้ใช้ นการควบคุม คุ ไฟฟ้า ฟ้ กำ ลัง ซึ่ง ซึ่ จะมีข มี นาดใหญ่กว่า ว่ รีเ รี ลย์ธ ย์ รรมดา 2.รีเ รี ลย์ค ย์ วบคุม คุ (Control Relay) มีข มี นาดเล็กกำ ลังไฟฟ้า ฟ้ ต่ำ ส่ว ส่ นใหญ่จะใช้ใช้ นวงจรควบคุม คุ ทั่ว ทั่ ไป ที่มีกำ มี กำ ลังไฟฟ้า ฟ้ไม่ม ม่ ากนัก หรือ รื เพื่อ พื่ การควบคุม คุ รีเ รี ลย์ห ย์ รือ รื คอนแทกเตอร์ข ร์ นาดใหญ่ รีเ รี ลย์ค ย์ วบคุม คุ บาง ครั้ง รั้ มัก มั เรีย รี กกันง่าย ๆ ว่า ว่ "รีเ รี ลย์"ย์ 1.2.6 จงอธิบธิายหน้าที่และหลักการทำ งานของ Fuse Fuse ฟิวฟิส์เ ส์ป็นอุปกรณ์ป้อ ป้ งกันโดยทำ หน้าที่เหมือ มื นตัวนำ ตัวหนึ่งในวงจรไฟฟ้า ฟ้ เมื่อ มื่ เกิดกระแสเกินพิกัพิ กั ด (Overload Current) หรือ รื กระแสลัดวงจร (Short Circuit Current) มีค่ มี ค่ ามากกว่า ว่ กระแสที่ฟิวฟิส์ท ส์ นได้ (Fuse’s Current Rating) จะทำ ให้ฟิห้ วฟิส์ข ส์ าด (Blown Fuse) ทำ ให้ว ห้ งจรขาดและกระแสไม่ไม่ หลอีกต่อไป เพื่อ พื่ป้อ ป้ งกันความเสีย สี หายที่จะเกิดขึ้น ขึ้ กับอุปกรณ์และผู้ใผู้ช้อุ ช้ อุ ปกรณ์ปกติแล้วกระแสเกินพิกัพิ กั ด (Overload Current) เกิดขึ้น ขึ้ จากการดึงกระแสที่มากเกินจากอุปกรณ์ ปลายทาง ส่ว ส่ นกระแสลัดวงจร (Short Circuit Current) เกิดจากการที่กระแสเคลื่อนที่ผ่า ผ่ นทางลัด ที่อาจจะเกิดจากการแตะกันของสายไฟ หรือ รื มีตั มี ตั วนำ ไฟฟ้า ฟ้ เชื่อ ชื่ มต่อการลัดวงจร ซึ่ง ซึ่ สามารถมีค่ มี ค่ ามากกว่า ว่ พัน พั เท่าของกระแสต่อเนื่องที่ฟิวฟิส์ท ส์ นได้ โดยปกติ ฟิวฟิส์จ ส์ ะเป็นอุปกรณ์ที่อ่อนแอที่สุด สุ ใน วงจร โดยจะขาดและตัดวงจรก่อนที่อุปกรณ์อื่นๆ เช่น ช่ หลอดไฟ สายไฟ หรือ รื หม้อ ม้ แปรง จะไหม้ห ม้ รือ รื ระเบิดบิ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 25


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) Fuses and Breakers (ฟิวฟิส์กั ส์ กั บเบรคเกอร์)ร์ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 25


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) ฟิวฟิส์แ ส์ ตกต่างจากเบรคเกอร์ต ร์ รงที่ ฟิวฟิส์เ ส์ มื่อ มื่ ทำ การตัดวงจรออกแล้ว จะใช้ง ช้ านต่อไปไม่ไม่ ด้ ต้องทำ การ เปลี่ยนฟิวฟิส์ใส์ หม่ ส่ว ส่ นเบรกเกอร์เ ร์ มื่อ มื่ ตัดวงจรแล้ว สามารถรีเ รี ซ็ท ซ็ ค่าแล้วใช้ง ช้ านได้ต่อไปอีก อย่า ย่ งไรก็ตาม ฟิวฟิส์มี ส์ ร มี าคาถูก ถู กว่า ว่ และให้ค ห้ วามเสถียรภาพและรวดเร็ว ร็ ในการตัดวงจรได้ดีกว่า ว่ เบรคเกอร์ นอกจากนี้ฟิวฟิส์ ทุก ทุ ชนิดสามารถป้อ ป้ งกันทั้ง ทั้ กระแสเกินพิกัพิ กั ด (Overload Current) และกระแสลัดวงจร (Short Circuit Current) แต่เบรกเกอร์นั้ ร์ นั้ น นั้ โดยส่ว ส่ นใหญ่ จะออกแบบมาเพื่อ พื่ป้อ ป้ งกันกระแสเกินพิกัพิ กั ด (Overload Current) อย่า ย่ งเดียวเท่านั้น นั้ ไม่ส ม่ ามารถจะป้อ ป้ งกันกระแสที่อันตรายอย่า ย่ งกระแสลัดวงจร (Short Circuit Current) ได้ ดังนั้น นั้ การออกแบบระบบที่ต้องการเสถียรภาพในการตัดวงจรค่อนข้า ข้ งสูง สู จึง จึ มัก มั มีก มี ารนำ เอา ฟิวฟิส์ม ส์ าต่อร่ว ร่ มกับเบรคเกอร์โร์ ดยให้เ ห้ บรกเกอร์ทำ ร์ ทำ การตัดวงจรก่อน (ค่ากระแสพิกัพิ กั ดต่ำ ) แต่ถ้าเบรคเกอร์ไร์ ม่ ตัด ฟิวฟิส์จ ส์ ะทำ หน้าที่ตัดวงจรเอง (ค่ากระแสพิกัพิ กั ดสูง สู ) หรือ รื ระบบที่ใช้ฟิช้ วฟิส์เ ส์ป็นตัวตัดวงจรเพีย พี งตัวเดียว บางทีอาจจะมีก มี ารต่อเบรคเกอร์ไร์ ว้ด้ ว้ ด้ วย เพื่อ พื่ประโยชน์ในการตัดวงจรขณะตรวจเช็ค ช็ หรือ รื บำ รุงรัก รั ษา มอเตอร์มั ร์ ก มั ไม่ใม่ ช้ฟิช้ วฟิส์ แต่จะใช้เ ช้ บรกเกอร์คู่ ร์ คู่ กั คู่ กั บ Overload Relay ในการตัดวงจรออกจากระบบไฟฟ้า ฟ้ เนื่องจากมอเตอร์เ ร์ป็นอุปกรณ์ที่มัก มั เกิดกระแสเกินชั่ว ชั่ ขณะ เมื่อ มื่ สตาร์ท ร์ จึง จึ ต้องการอุปกรณ์ป้อ ป้ งกันที่ตัด วงจรช้า ช้ โดยจะตัดวงจรเมื่อ มื่ เกิด กระแสเกินจริงริๆ ดังนั้น นั้ อุปกรณ์ที่ตัดวงจรจะเป็น Overload Relay และเบรคเกอร์ซึ่ ร์ ซึ่ ง ซึ่ จะเป็นตัว Back Up เพื่อ พื่ ตัดระบบไฟฟ้า ฟ้ ออกสำ หรับ รั การบำ รุงรัก รั ษา ตู้ค ตู้ วบคุม คุ ไฟฟ้า ฟ้ หรือ รื เพื่อ พื่ การตรวจเช็ค ช็ เท่านั้น นั้ 1.2.7 จงระบุชนิดและการเลือกใช้ง ช้ านของ Fuse 1. Time-Delay Fuses: ฟิวฟิส์ปรส์ ะเภทนี้จะหน่วงเวลาขณะที่มีก มี ระแส Overload ขนาดเล็ก เพื่อ พื่ป้อ ป้ งกันการขาดของฟิวฟิส์ ที่ไม่จำ ม่ จำเป็นสำ หรับ รั กระแส Temporary Overload บางประเภท เช่น ช่ Motor Start-Ups หรือ รื Switching Surges บางครั้ง รั้ เรีย รี กฟิวฟิส์ช ส์ นิดนี้ว่า ว่ Dual-Element Fuses สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 27


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 2. Fast-Acting Fuses: ฟิวฟิส์ช ส์ นิดนี้ไม่มี ม่ ก มี ารหน่วงเวลา จะตัดวงจรทันทีที่มีก มี ระแสที่เกินกระแส ต่อเนื่องที่ฟิวฟิส์ท ส์ นได้ ใช้ใช้ นวงจรที่ไม่มี ม่ ก มี ระแส Temporary overload เช่น ช่ วงจรความร้อ ร้ น (Heating) หรือ รื วงจรแสงสว่า ว่ ง (Lighting) 1.2.8 จงอธิบธิายหน้าที่และหลักการทำ งานของ Overload Relay สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 27


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) โอเวอร์โร์ หลดรีเ รี ลย์ (Over Load relay) คืออะไร โอเวอร์โร์ หลดรีเ รี ลย์ (Over Load relay) เป็นอุปกรณ์ที่ทำ หน้าที่ป้อ ป้ งกันมอเตอร์ หรือ รื Protective Motor Relayซึ่ง ซึ่ เป็นอุปกรณ์ป้อ ป้ งกันในขณะที่มอเตอร์ทำ ร์ ทำ งาน (Running Protection) โดยมีก มี ารออกแบบให้ตั ห้ ตั ดวงจรกระแสไฟฟ้า ฟ้ ของมอเตอร์ เมื่อ มื่ มีก มี ระแสไฟฟ้า ฟ้ไหลเกินกว่า ว่ ค่าพิกัพิ กั ดของ กระแสมอเตอร์ ซึ่ง ซึ่ กระแสไฟฟ้า ฟ้ ที่ไหลเกินนี้จะส่ง ส่ ผลให้ข ห้ ดลวดของมอเตอร์ร้ ร์ อ ร้ น สะสมขึ้น ขึ้ เรื่อ รื่ ยๆจนถึง ไหม้ใม้ นที่สุด สุ แต่ถ้าในวงจรมีโมี อเวอร์ โหลดรีเ รี ลย์ติ ย์ ติดตั้ง ตั้ อยู่ด้ ยู่ ด้ วย และจะต้องตั้ง ตั้ ค่ากระแสไฟฟ้า ฟ้ให้เ ห้ หมาะสม กับมอเตอร์ไร์ฟฟ้า ฟ้ วงจรควบคุม คุ มอเตอร์จ ร์ ะถูก ถู โอเวอร์โร์ หลดรีเ รี ลย์ตั ย์ ตั ดวงจรออกไปก่อน ที่ขดลวดของ มอเตอร์จ ร์ ะไหม้นั่ ม้ นั่ น นั่ เอง ส่ว ส่ นประกอบภายนอกที่สำ คัญ ของโอเวอร์โร์ หลดรีเ รี ลย์ ดังนี้ 1. ปุ่ม ปุ่ ปรับ รั กระแส (RCA) 2. ปุ่ม ปุ่ ทริพริ (TRIP) 3. ปุ่ม ปุ่ รีเ รี ซ็ท ซ็ (RESET) 4. จุดต่อไฟเข้า ข้ เมนไบมีท มี อล (Bimetal คือ แผ่น ผ่ โลหะคู่ที่ คู่ ที่ ต่างชนิดกัน 2 แผ่น ผ่ ซึ่ง ซึ่ มี สัม สั ประสิทสิธ์ก ธ์ ารขยายตัวไม่เ ม่ ท่ากัน และเชื่อ ชื่ประกบกันเอาไว้ แต่ไม่ติ ม่ ติดกัน เมื่อ มื่ ได้รับ รั ความร้อ ร้ น แผ่น ผ่ โลหะคู่นี้ คู่ นี้ จะโค้งคอและสัม สั ผัส ผั กันเพื่อ พื่ปลดอุปกรณ์ทางกล เช่น ช่ เบรกเกอร์ หรือ รื เซอร์กิ ร์ กิตเบรกเกอร์)ร์ 5. จุดต่อไฟออกจากเมนไบมีท มี อล 6. หน้าสัม สั ผัส ผั ช่ว ช่ ยปกติปิด (NC) หมายถึง หน้าสัม สั ผัส ผั นี้มีส มี ถานะเป็นปกติปิด ถ้ามี กระแสไฟไหลเข้า ข้ จะเปลี่ยนเป็นปกติเปิด 7. หน้าสัม สั ผัส ผั ช่ว ช่ ยปกติเปิด (NO) หมายถึง หน้าสัม สั ผัส ผั นี้มีส มี ถานะเป็นปกติเปิด ถ้ามี กระแสไฟไหลเข้า ข้ จะเปลี่ยนเป็นปกติปิด สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 27


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) โครงสร้า ร้ งของโอเวอร์โร์ หลดรีเ รี ลย์ หลักการทำ งาน โอเวอร์โร์ หลดมี ขดลวดความร้อ ร้ น (Heater) พัน พั กับแผ่น ผ่ ไบเมทัล (Bimetal) แผ่น ผ่ โลหะผลิต จากโลหะต่างชนิดกันเชื่อ ชื่ มติดกัน เมื่อ มื่ ได้รับ รั ความร้อ ร้ นแผ่น ผ่ โลหะจะโก่งตัว ขดลวดความร้อ ร้ นซึ่ง ซึ่ เป็นทาง ทางผ่า ผ่ นของกระแสไฟฟ้า ฟ้ จากแหล่งจ่า จ่ ยไฟไปมอเตอร์ เมื่อ มื่ กระแสไหลเข้า ข้ สูง สู ในระดับค่าหนึ่ง ส่ง ส่ ผลขด ลวดความร้อ ร้ นทำ ให้แ ห้ ผ่น ผ่ ไบเมทัลร้อ ร้ น และ โก่งตัว ดันให้ห ห้ น้าสัม สั ผัส ผั ปกติปิด N.C. ของโอเวอร์โร์ หลดที่ต่อ อนุกรมอยู่กั ยู่ กั บแผงควบคุม คุ เปิดวงจร ตัดกระแสไฟฟ้า ฟ้ จากคอล์ยแม่เ ม่ หล็กของคอนแทกเตอร์ ทำ ให้ห ห้ น้า หน้าสัม สั ผัส ผั หลัก (Main Contact) ของคอนแทกเตอร์ ปลดมอเตอร์อ ร์ อกจากแหล่งจ่า จ่ ยไฟ ป้อ ป้ งกันมอ มอเตอร์ค ร์ วามเสีย สี หาย จากไฟเกินได้ 1.2.9 จงระบุชนิดของ Overload Relay ชนิดของ Overload Relay 1. โอเวอร์โร์ หลดรีเ รี ลย์ปรย์ ะเภทไม่มี ม่ รี มี เ รี ซต (No Reset) หรือ รื เรีย รี กอีกอย่า ย่ งหนึ่งว่า ว่ โอเวอร์ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 29


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) โหลดรีเ รี ลย์แ ย์ บบธรรมดา คือเมื่อ มื่ กระแสไฟฟ้า ฟ้ เกิดโอเวอร์โร์ หลด จำ ทำ ไห้แ ห้ ผ่น ผ่ ไบเมทัลร้อ ร้ นและโก่งตัว และ ดันคานกลไกให้ห ห้ น้าสัม สั ผัส ผั อยู่ใยู่ นสภาวะเปิดวงจร เมื่อ มื่ ไบเมทัลเย็น ย็ ตัวลง กลับคืนตำ แหน่งเดิม ทำ ให้ห ห้ น้า หน้าสัม สั ผัส ผั ควบคุม คุ กลับเข้า ข้ สู่สสู่ วาวะปิดวงจรอีกครั้ง รั้ ตัวอย่า ย่ งเช่น ช่ เตารีด รี ไฟฟ้า ฟ้ สัญ สั ลักษณ์แบบไม่มี ม่ มีReset 2. โอเวอร์โร์ หลดรีเ รี ลย์แ ย์ บบที่มีรี มี เ รี ซ็ท ซ็ (Reset) คือเมื่อ มื่ กระแสไฟฟ้า ฟ้ เกิดโอเวอร์โร์ หลด จะทำ ให้ Bimetal ร้อ ร้ นและโก่งตัวออกไป ส่ง ส่ ผลให้ห ห้ น้าสัม สั ผัส ผั เปลี่ยนสภาวะ จากนั้น นั้ กลไกทางกลจะล็อกสภาวะ การทำ งานของหน้าหน้าสัม สั ผัส ผั ควบคุม คุ ในตำ แหน่งนั้น นั้ เอาไว้ การทำ งานของหน้าหน้าสัม สั ผัส ผั ควบคุม คุ ในตำ แหน่งนั้น นั้ เอาไว้ แม้ Bimetal จะเย็น ย็ ตัวลงแล้วแต่หน้าสัม สั ผัส ผั ควบคุม คุ ยัง ยั คงอยู่ใยู่ นสภาวะเดิม (ล็อก) ถ้าต้องการจะให้ว ห้ งจรทำ งานอีกครั้ง รั้ ทำ ได้โดยกดที่ปุ่ม ปุ่ Reset ให้ห ห้ น้าสัม สั ผัส ผั กลับมาต่อวงจรเหมือ มื นเดิม สัญ สั ลักษณ์แบบมี Reset สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 29


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 1.2.10 จงอธิบธิายหน้าที่ของ Circuit Breaker การเลือกใช้ฟิช้ วฟิส์เ ส์ป็นอุปกรณ์ที่ป้อ ป้ งกันกระแสโหลดเกินหรือ รื เนื่องจากกระแสลัดวงจร นั้น นั้ เกิดมีปัมี ปั ญหา เนื่องมาจากมอเตอร์ใร์ นโรงงานอุตสาหกรรม มีค่ มี ค่ ากระแสเริ่มริ่เดินสูง สู ฟิวฟิส์มั ส์ ก มั จะขาด ทำ ให้ต้ ห้ ต้ องสะสมฟิวฟิส์ข ส์ นาดต่างๆ ไว้ค ว้ อยเปลี่ยนอยู่บ่ ยู่ อ บ่ ยๆครั้ง รั้ เพื่อ พื่ แก้ปัญหาดังกล่าวจึง จึได้มีก มี ารคิดค้น อุปกรณ์ตัดตอนที่เรีย รี นกว่า ว่ “เซอร์กิ ร์ กิตเบรกเกอร์ อุปกรณ์ตัดตอนชนิดนี้ได้มีก มี ารปรับ รั ปรุง จนกระทั่ง ทั่ มีคุ มี ณ คุ สมบัติ บั ติป้อ ป้ งกันกระแสโหลดเกินหรือ รื กระแสลัดวงจรเท่าเทียมฟิวฟิส์ไส์ ด้ทุก ทุ กรณีในปัจจุบัน บั จึง จึ เป็นที่ นิยมใช้ง ช้ านกันอย่า ย่ งแพร่ห ร่ ลาย คำ ว่า ว่ เซอร์กิ ร์ กิตเบรกเกอร์ นั้น นั้ ตามมาตรฐานของ NEMA ได้นิยามไว้ว่ ว้ า ว่ เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบไว้ใว้ ห้ ON และ OFF โดยไม่อั ม่ อั ตโนมัติ มั ติขณะเดียวกันจะทริปริเมื่อ มื่ เกิดกระแสเกินได้ โดยอัตโนมัติ มั ติโดยไม่เ ม่ กิดความเสีย สี หายต่อตัวเซอร์กิ ร์ กิตเบรกเกอร์ ภายใต้อัตราพิกัพิ กั ดที่กำ หนด สำ หรับ รั เซอร์กิ ร์ กิตเบรกเกอร์แ ร์ รงต่ำ (low voltage circuit breaker) หมายถึงเซอร์กิ ร์ กิต เบรกที่กำ หนดแรงดันระบุไม่เ ม่ กิน 600 V และตัวกลางที่ใช้ใช้ นการดับอาร์ก ร์ จะใช้อ ช้ ากาศเท่านั้น นั้ เซอร์กิ ร์ กิต เบรกเกอร์แ ร์ รงต่ำ ซึ่ง ซึ่ใช้ง ช้ านในระบบ Motor Control Center แบ่ง บ่ ออกเป็น 2 ชนิด คือ โมลด์เคสเซอร์กิ ร์ กิตเบรกเกอร์ และแอร์เ ร์ ซอร์กิ ร์ กิตเบรกเกอร์ Circuit Breaker(เบรกเกอร์)ร์ คืออะไร อุปกรณ์ตัดและต่อกระแสไฟฟ้า ฟ้ ที่เราคุ้น คุ้ เคยกันดีในชื่อ ชื่ เบรกเกอร์ หรือ รื เซอร์กิ ร์ กิตเบรก เกอร์ ซึ่ง ซึ่ มีห มี น้าที่คือ ตัดวงจร (วงจรเปิด) และต่อวงจร (วงจรปิด) โดยส่ว ส่ นใหญ่การตัดและต่อจะมีอ มี ยู่ ด้วยกัน 2 ระบบหลัก คือ 1) ตัดและต่อด้วยมือ มื ซึ่ง ซึ่ ผู้ใผู้ช้ง ช้ านจะต้องดันคันโยกขึ้น ขึ้ ไปในตำ แหน่ง ON เพื่อ พื่ จ่า จ่ ยกระแสไฟฟ้า ฟ้ เข้า ข้ วงจร และจะต้องดึงคันโยกสวิตวิช์ลงไป ช์ ที่ตำ แหน่ง OFF เพื่อ พื่ ตัดกระแสไฟฟ้า ฟ้ ที่ไหล เข้า ข้ วงจร และ 2) ตัดกระแสไฟฟ้า ฟ้ โดยอัตโนมัติ มั ติเมื่อ มื่ โหลดเกินหรือ รื ลัดวงจร โดยคันโยกสวิตวิช์จ ช์ ะตกลง ไปที่ตำ แหน่งตรงกลางระหว่า ว่ ง ON กับ OFF หรือ รื ที่เรีย รี กสั้น สั้ ๆว่า ว่ ทริปริ (Trip) โดยผู้ใผู้ช้ง ช้ านจะต้องดึงคัน โยกสวิตวิช์ไช์ปที่ตำ แหน่ง OFF เสีย สี ก่อน เพื่อ พื่ Reset จึง จึ จะสามารถดันคันโยกสวิตวิช์ขึ้ ช์ ขึ้ น ขึ้ ไปตำ แหน่ง ON สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 30


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) เพื่อ พื่ จ่า จ่ ยกระแสไฟฟ้า ฟ้ เข้า ข้ วงจรได้อีกครั้ง รั้ โดยสรุปคือเบรกเกอร์เ ร์ป็นอุปกรณ์ทำ หน้าที่ในการตัดวงจรไฟฟ้า ฟ้ โดยมือ มื คนและแบบอัตโน มัติ มั ติเมื่อ มื่ เกิดความผิดผิ ปกติในระบบ เพื่อ พื่ เป็นการป้อ ป้ งกันความเสีย สี หายที่จะเกิดขึ้น ขึ้ กับ สายไฟโหลด Load (เช่น ช่ มอเตอร์, ร์ Generator หรือ รื อุปกรณ์ไฟฟ้า ฟ้) Miniature Circuit Breaker สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 30


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 1.2.11 จงระบุประเภทและหลักการทำ งานของ Circuit Breaker ใน MCC โดยทั่ว ทั่ ไปเซอร์กิ ร์ กิตเบรกเกอร์ที่ ร์ ที่ใช้ง ช้ านในตู้ MCC สามารถแบ่ง บ่ ตามขนาดเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1. MCB : Miniature Circuit Breaker (เบรกเกอร์ลู ร์ ก ลู ย่อ ย่ ย) มีค่ มี ค่ ากระแสน้อยกว่า ว่ หรือ รื เท่ากับ 100 A ส่ว ส่ นใหญ่ใช้ภ ช้ ายในบ้า บ้ นพัก พั อาศัยติดตั้ง ตั้ ภายในตู้ Consumer หรือ รื ตู้ Load Center ส่ว ส่ นในตู้ Motor Control Center นี้ จะอยู่ใยู่ นระบบควบคุม คุ เป็นต้น Miniature Circuit Breaker สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 32


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) MCB เป็นเบรกเกอร์ข ร์ นาดเล็ก ใช้ติ ช้ ติดตั้ง ตั้ เป็นอุปกรณ์ป้อ ป้ งกันร่ว ร่ มกับแผงจ่า จ่ ยไฟย่อ ย่ ย (Load Center)หรือ รื แผงจ่า จ่ ยไฟประจำ ห้อ ห้ งพัก พั อาศัย (Consumer Unit)เบรกเกอร์ช ร์ นิดนี้ไม่ส ม่ ามารถปรับ รั ตั้ง ตั้ ค่า ค่ากระแสลัดวงจรได้ มีทั้ มี ทั้ ง ทั้ แบบ 1 Pole, 2 Pole และ 3 Pole อาศัยกลไกการปลดวงจร ทั้ง ทั้ แบบ Thermal และ Magnetic • Thermal Unit ใช้สำ ช้ สำหรับ รั ปลดวงจรเมื่อ มื่ มีก มี ระแสไหลเกินอันเนื่องมาจากการใช้โช้ หลด มาก เกินไป เมื่อ มื่ มีก มี ระแสเกินไหลผ่า ผ่ นโลหะ bimetal (เป็นโลหะ 2 ชนิด ที่มีสั มี ม สั ประสิทสิธิ์ทธิ์างความร้อ ร้ น ไม่ เท่ากัน) จำ ทำ ให้ bimetal โก่งตัวไปปลดอุปกรณ์ทางกล และทำ ให้เ ห้ บรกเกอร์ตั ร์ ตั ดวงจรเรีย รี กว่า ว่ เกิดการทริปริ (Trip) การปลดวงจรแบบนี้ต้องอาศัยเวลาพอสมควร ขึ้น ขึ้ อยู่กั ยู่ กั บกระแสขณะนั้น นั้ และความร้อ ร้ นที่เกิดขึ้น ขึ้ เพื่อ พื่ ให้ bimetal โก่งตัว • Magnetic Unit ใช้สำ ช้ สำหรับ รั ปลดวงจรเมื่อ มื่ เกิดกระแสลัดวงจร หรือ รื มีค่ มี ค่ ากระแสสูง สู ๆ ประมาณ 8-10 เท่าขึ้น ขึ้ ไปไหลผ่า ผ่ น กระแสจำ นวนมากจะทำ ให้เ ห้ กิด สนามแม่เ ม่ หล็กความเข้ม ข้ สูง สู ดึงให้ อุปกรณ์การปลดวงจรทำ งาน การปลดวงจรแบบนี้ จะเร็ว ร็ กว่า ว่ แบบแรกมาก เบรกเกอร์แ ร์ บบ Thermomanetic สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 32


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) เบรกเกอร์แ ร์ บบ Thermomanetic มีฟัมี ง ฟั กชั่น ชั่ การป้อ ป้ งกัน 2 แบบ a) การป้อ ป้ งกันกระแสโหลดเกิน (Overload) หรือ รื ที่เรีย รี กว่า ว่ Function L ใช้ห ช้ ลักการป้อ ป้ งกัน แบบ Bimetal b) การป้อ ป้ งกันกระแสลัดวงจร (Short Circuit) หรือ รื ที่เรีย รี กว่า ว่ Function I ใช้ห ช้ ลักการป้อ ป้ งกันแบบ Electromagnetic coil 2. MCCB : Moulded Case Circuit Breaker (โมลเคสเซอร์กิ ร์ กิตเบรกเกอร์)ร์ มีค่ มี ค่ ากระแสน้อยกว่า ว่ หรือ รื เท่ากับ 1600 A นิยมใช้ใช้ นวงจรควบคุม คุ การทำ งานของมอเตอร์ไร์ฟฟ้า ฟ้ ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่หรือ รื ใช้ใช้ นระบบกำ ลังของวงจรควบคุม คุ มอเตอร์ ซึ่ง ซึ่ หลักการปลดวงจรของ MCCB ทั้ง ทั้ ด้วยมือ มื และอัตโนมัติ มั ติ นั้น นั้ จะทำ งานเหมือ มื นกับ MCB ทั้ง ทั้ นี้อุปกรณ์ตัดและต่อวงจรไฟฟ้า ฟ้ MCCB จะเหมาะสมกับงานที่มีแ มี รงดันไม่เ ม่ กิน 1,000V จึง จึ นิยมนำ มาใช้กั ช้ กั บตู้ค ตู้ วบคุม คุ ระบบไฟฟ้า ฟ้ใน โรงงานอุตสาหกรรม หรือ รื อาคารขนาดใหญ่ เช่น ช่ ตู้ Local Panel, Load Center และ Motor Control Center เป็นต้น สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 32


3. ACB : Air Circuit Breaker(แอร์เ ร์ ซอร์กิ ร์ กิตเบรกเกอร์)ร์ คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) มีค่ มี ค่ ากระแสน้อยกว่า ว่ หรือ รื เท่ากับ 6300 A สามารถทำ งานเปิดและปิดวงจรไฟฟ้า ฟ้ แบบไม่อั ม่ อั ตโนมัติ มั ติและเปิดวงจรได้อัตโนมัติ มั ติถ้ามีก มี ระแสไหลผ่า ผ่ นเกิน กว่า ว่ ค่าที่กำ หนด โดยไม่มี ม่ ค มี วามเสีย สี หายเกิดขึ้น ขึ้ ใช้กั ช้ กั บแรงดันน้อยกว่า ว่ 1000 Volt. โดยทั่ว ทั่ ไปมีพิ มี กัพิ กั ดกระแส ตั้ง ตั้ แต่ 225-6300 A และมี Interrupting Capacity สูง สู ตั้ง ตั้ แต่ 35-150 kA โครงสร้า ร้ งทั่ว ทั่ ไป ทำ ด้วยเหล็ก มีช่ มี อ ช่ งดับอาร์ก ร์ (Arcing Chamber) ที่ใหญ่และแข็ง ข็ แรงเพื่อ พื่ ให้ส ห้ ามารถรับ รั กระแสลัดวงจรจำ นวนมากได้ มัก มั ใช้อุ ช้ อุ ปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต ส์ รวจจับ จั และวิเวิคราะห์ก ห์ ระแสเพื่อ พื่ สั่ง สั่ ปลด สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 32


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) เบรกเกอร์ช ร์ นิดนี้มีอุ มี อุ ปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำ ส์ ทำ หน้าที่วิเวิคราะห์กร ห์ ะแสเพื่อ พื่ สั่ง สั่ ปลดวงจรจาก Diagram จะเห็น ห็ ว่า ว่ อยู่ภ ยู่ ายในตัวเบรกเกอร์ทำ ร์ ทำ หน้าที่แปลงกระแสให้ต่ำ ห้ ต่ำ ลงตามอัตราส่ว ส่ นของ CT และมี Microprocessor คอยวิเวิคราะห์ก ห์ ระแส หากมีค่ มี ค่ าเกินกว่า ว่ ที่กำ หนด จะสั่ง สั่ให้ Tripping Coil ซึ่ง ซึ่ หมายถึง Solenoid Coil ดึงอุปกรณ์ทางกลให้ CB ปลดวงจรที่ด้านหน้าของเบรกเกอร์ช ร์ นิดนี้จะมีปุ่มี ปุ่ ม ปุ่ ปรับ รั ค่า กระแสปลดวงจร เวลาปลด วงจรและอื่นๆ นอกจากนี้ยัง ยั สามารถติดตั้ง ตั้ อุปกรณ์เสริมริที่เรีย รี กว่า ว่ Amp Meter & Fault Indicator ซึ่ง ซึ่ สามารถแสดงสาเหตุก ตุ าร Fault ของวงจรและค่ากระแส ได้ทำ ให้ท ห้ ราบ สาเหตุข ตุ องการปลดวงจรได้ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 32


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) ประเภทของเบรกเกอร์ทั้ ร์ ทั้ ง ทั้ 3 ประเภทตามขนาด 1.2.12 จงระบุสัญ สั ลักษณ์ที่ใช้ใช้ นวงจรควบคุม คุ คุม คุ มอเตอร์ไร์ฟฟ้า ฟ้ เบื้อ บื้ งต้น สัญ สั ลักษณ์ในวงจรควบคุม คุ มอเตอร์ไร์ฟฟ้า ฟ้ สัญ สั ลักษณ์ไฟฟ้า ฟ้ จากแบบงานไฟฟ้า ฟ้ นั้น นั้ โดยทั่ว ทั่ ไปจะใช้สั ช้ ญ สั ลักษณ์แทนอุปกรณ์ไฟฟ้า ฟ้ ต่างๆ ที่เป็น ของจริงริเพราะการเขีย ขี นรูปอุปกรณ์ไฟฟ้า ฟ้ จริงริลงไปในแบบงานไฟฟ้า ฟ้ นั้น นั้ กระทำ ได้ยาก และอาจจะทำ ให้สื่ ห้ สื่ อ สื่ ความหมายผิดผิ ได้ ดังนั้น นั้ จึง จึ ต้องมีก มี ารกำ หนดสัญ สั ลักษณ์ของอุปกรณ์ไฟฟ้า ฟ้ เพื่อ พื่ ให้เ ห้ป็นมาตรฐาน ซึ่ง ซึ่ ผู้ปผู้ ฏิบัติ บั ติงานด้านไฟฟ้า ฟ้ จะต้องรู้ค รู้ วามหมายของสัญ สั ลักษณ์ที่ชัด ชั เจนและเข้า ข้ใจถูก ถู ต้องมาตรฐานของสัญ สั ลักษณ์ด้านไฟฟ้า ฟ้ ที่ประเทศไทยคุ้น คุ้ เคยและใช้ง ช้ านทั่ว ทั่ ไปก็มีดั มี ดั งนี้ 1. สัญ สั ลักษณ์มาตรฐานการออกแบบของประเทศเยอรมัน มั : DIN (Deutsches Institute Fur Normung) 2. สัญ สั ลักษณ์มาตรฐานทางไฟฟ้า ฟ้ นานาชาติของทวีปวี ยุโรป : IEC (International Electechnical Commission) สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 37


3. สัญ สั ลักษณ์มาตรฐานการออกแบบของประเทศสหรัฐ รั อเมริกริา : ANSI (American National คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) Standard Institute) 4. สัญ สั ลักษณ์มาตรฐานระบบของหน่วยมาตรฐานนานาชาติ : SI (System International Of Unit) สัญ สั ลักษณ์ไฟฟ้า ฟ้ ที่ใช้ส ช้ าหรับ รั การควบคุม คุ ไฟฟ้า ฟ้ มาตรฐาน DIN, IEC, ANSI สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 37


Click to View FlipBook Version