The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

[ขนาดเดิม] คู่มือฝึกอบรม (Training Module) Motor Control Center (MCC) จัดทำโดย สายวิชาชีพไฟฟ้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ประพัน, 2023-10-01 22:59:30

E-book คู่มือฝึกอบรม (Training Module) Motor Control Center (MCC) จัดทำโดย สายวิชาชีพไฟฟ้า

[ขนาดเดิม] คู่มือฝึกอบรม (Training Module) Motor Control Center (MCC) จัดทำโดย สายวิชาชีพไฟฟ้า

รายการตรวจสอบ ความผิด ผิ ปกติ แนวทางการแก้ไข แรงดันไฟฟ้า ฟ้ ที่หน้าตู้ ต่ำ กว่า ว่ หรือ รื สูง สู กว่า ว่ ค่าพิกั พิ กั ด - ตรวจสอบเทียบมิเ มิ ตอร์ตำ ร์ ตำ แหน่ง อื่น - ตรวจสอบต้นทาง (MV SWGR, PW) - พิจ พิ ารณาเปลี่ยน Tap ของ หม้อ ม้ แปลง กระแสไฟฟ้า ฟ้ ค่ากระแสต่างจาก เดิม - ตรวจสอบการใช้โช้ หลดกับเจ้า จ้ ของ พื้น พื้ ที่ ความร้อ ร้ น ความร้อ ร้ นสูง สู กว่า ว่ ปกติ - ตรวจสอบการใช้โช้ หลดกับเจ้า จ้ ของ พื้น พื้ ที่ - วางแผนตรวจสอบการหลุด ลุ หลวม ตามจุดต่างๆ คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) - ตู้ Main Incoming สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 37 ได้อีกครั้ง รั้


รายการตรวจสอบ ความผิด ผิ ปกติ แนวทางการแก้ไข สภาพทั่ว ทั่ ไปหน้า น้ ตู้ ฝาตู้เ ตู้ ปิดอยู่ห ยู่ รือ รืปิด ไม่แ ม่ น่น น่ - ปิดฝาตู้ M ตู้ odule ให้แ ห้ น่น หลอดไฟแสดงสถานะ ไม่ติ ม่ ติ ดหรือ รื ชำ รุด รุ - วางแผนเปลี่ยนหลอดไฟ - วางแผนตรวจสอบระบบ ควบคุม คุ หลอดไฟแสดงสถานะ ไฟ Overload ติด - ตรวจสอบการทำ งานเกิน กำ ลังของมอเตอร์ เบรคเกอร์ห ร์ น้าตู้ เบรคเกอร์อ ร์ ยู่ใยู่ น ตำ แหน่ง Trip - ตรวจสภาพของมอเตอร์ - MCC Module หรือ รื Feeder Module คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 37


รายการตรวจสอบ ความผิด ผิ ปกติ แนวทางการแก้ไข ระบบทำ ความเย็น ย็ ไม่เ ม่ ย็น ย็ - แก้ไขระบบทำ ความเย็น ย็ สิ่ง สิ่ กีดขวาง มีสิ่ มี ง สิ่ กีดขวางตู้ MCC - จัด จั เก็บหรือ รื นำ ออกนอก MCC Room วัส วั ดุที่ ดุ ที่ ติดไฟได้ มีวั มี ส วั ดุที่ ดุ ที่ ติดไฟ - จัด จั เก็บหรือ รื นำ ออกนอก MCC Room กลิ่นเผาไหม้ มีก มี ลิ่นเผาไหม้ - ตรวจสอบหาจุดเกิดเหตุ - แก้ไขการหลุด ลุ ที่ทำ ให้เ ห้ กิดกา รอาร์ค ร์ คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) - สภาพทั่ว ทั่ ไปของ MCC สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 37


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) ตอนที่ 2 Preventive Maintenance ของ Motor Control Center 2.1 Safety Practice 2.1.1 จงระบุอันตรายที่จะเกิดขึ้น ขึ้ จากการปฏิบัติ บั ติงาน Preventive Maintenance Motor Control Center สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 64


2.1.3 จงระบุอุปกรณ์PPE ที่เหมาะสมในการเข้า ข้ไปทำ งาน Preventive Maintenance Motor Control Center คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 2.1.4 จงอธิบธิายวิธีวิก ธี ารเลือกใช้ PPE ในแต่ละชนิดที่ใช้ใช้ นงาน Preventive Maintenance Motor Control Center 2.1.5 จงแสดงวิธีวิป้ธี อ ป้ งกันอันตรายแต่ละชนิดในการปฏิบัติ บั ติงาน Preventive Maintenance Motor Control Center เหมือ มื นกันกับงาน Monitoring Motor Control Center โดยให้พิ ห้ จพิารณาควบคู่กั คู่ กั บ หลักสูต สู รอบรมพนักงาน อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันภัยส่ว ส่ นบุคคล (PPE) 2.1.6 จงอธิบธิายขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ บั ติงานที่ปลอดภัยในการปฏิบัติ บั ติงาน Preventive Maintenance Motor Control Center 2.1.7 จงแสดงขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ บั ติงานที่ปลอดภัยในการปฏิบัติ บั ติงาน Preventive Maintenance Motor Control Center ขั้น ขั้ ตอนการทำ งานที่ปลอดภัยในการทำ งาน Preventive Maintenance Motor Control Center 1. มีค มี วามเข้า ข้ใจการประเมินมิความเสี่ย สี่ งการปฏิบัติ บั ติงาน Preventive Maintenance Motor Control enter ของหน่วยงานและนำ ไปเป็นเอกสารแนบการขอ Work Permit ตาม S9900-1018_PM Permit to Wor 2. มีค มี วามเข้า ข้ใจ Tool Box ขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ บั ติงาน Preventive Maintenance Motor Control Center 3. Work Permit ก่อนเข้า ข้ ทำ งานควรดำ เนินการทำ Work Permit การ Preventive Maintenance Moto 4. ดำ เนินการตามขั้น ขั้ ตอนการตัดจ่า จ่ ยไฟภายใน Substation พร้อ ร้ มระบบ Lock Out/ Tag Out เพื่อ พื่ ความปลอดภัยในการปฏิบัติ บั ติงาน และเจ้า จ้ หน้าที่ผลิตได้หยุดการใช้ง ช้ านเครื่อ รื่ งจัก จั รนั้น นั้ จริงริๆ ตามคู่มื คู่ อ มื ปฏิบัติ บั ติงาน PM S10320000-1001-MAE_การตัดจ่า จ่ ยไฟฟ้า ฟ้ ภายใน SUBSTATION สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 65


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 5. สวมใส่ PPE ที่เหมาะสมต่อการทำ งานนั้น นั้ โดย PPE พื้น พื้ ฐานที่ต้องดำ เนินการใส่ทุ ส่ ก ทุ ครั้ง รั้ ก่อน ปฏิบัติ บั ติงานตาม พิจพิารณาตามหลักสูต สู รอบรมพนักงาน อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันภัยส่ว ส่ นบุคคล (PPE) ตามประเภทงาน ความเหมาะสมแต่ละงาน - หมวกเซฟตี้ (SAFETY HELMET) - รองเท้าเซฟตี้ (SAFETY SHOE) - แว่น ว่ ตาเซฟตี้ (SAFETY GLASS) - หน้ากากกันฝุ่น/ สารเคมี 6. สวมใส่ PPE สำ หรับ รั การปฏิบัติ บั ติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ฟ้ กรณีประเมินมิความเสี่ย สี่ งแล้วผลการประเมินมิ - ถุง ถุ มือ มื ยางฉนวนไฟฟ้า ฟ้ และ อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันมือ มื ให้ต้ ห้ ต้ องสวมใส่เ ส่ พิ่มพิ่เติม เช่น ช่ งานตัดจ่า จ่ ยไฟฟ้า ฟ้ ใน Substation, งานซ่อ ซ่ มที่มีค มี วามเสี่ย สี่ งถูก ถู กระแสไฟฟ้า ฟ้ ดูด ดู - Arc Flash Protection - VoltAlert Electrical Tester (Personal Safety Tool) 2.2 กำ หนด Knowledge ความรู้ 2.2.1 จงระบุการพิจพิารณาเลือกใช้ง ช้ านของ Magnetic Contactor การพิจพิารณาเลือกไปใช้ง ช้ าน ในการเลือกแมคเนติกคอนแทคเตอร์ใร์ นการใช้ง ช้ านให้ เหมาะสม กับมอเตอร์ไร์ฟฟ้า ฟ้ นั้น นั้ จะพิจพิารณาที่กระแสสูง สู สุด สุ ในการใช้ง ช้ าน ของมอเตอร์ และใน แรงดันไฟฟ้า ฟ้ เท่ากัน หลักการพิจพิารณาเลือกแมคเนติกคอนแทคเตอร์ ไปใช้ใช้ ห้ถู ห้ ก ถู ต้องและเหมาะสม ควรพิจพิารณาตามลำ ดับต่อไปนี้ - ลักษณะของมอเตอร์แ ร์ ละการใช้ง ช้ าน - แรงดันไฟฟ้า ฟ้ และความถี่ - สถานที่ที่จะนำ แมคเนติกคอนแทคเตอร์ไร์ปใช้ง ช้ าน - ความบ่อ บ่ ยครั้ง รั้ในการใช้ง ช้ าน - การป้อ ป้ งกันจากการสัม สั ผัส ผั และการป้อ ป้ งกันนํ้า นํ้ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 66


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) - ความคงทนทางกลและทางไฟฟ้า ฟ้ โดยปกติเมื่อ มื่ แมคเนติกคอนแทคเตอร์ทำ ร์ ทำ การตัดหรือ รื ต่อกระแสไฟฟ้า ฟ้ ไม่ว่ ม่ า ว่ จะเป็นแบบ ปกติเปิด (NO) หรือ รืปกติปิด (NC) จะเกิดประกายไฟหรือ รื การอาร์ก ร์ (Arc) ในขณะที่หน้าสัม สั ผัส ผั กำ ลัง จะดูด ดู ติดกันและกำ ลังจะแยกออกจากกัน โดยเฉพาะกระแสไฟฟ้า ฟ้ แรงสูง สู จึง จึ เป็นสาเหตุใ ตุ ห้ แมคเนติกคอนแทคเตอร์เ ร์ กิดการชำ รุดเสีย สี หาย ได้ง่ายและบ่อ บ่ ยครั้ง รั้ เช่น ช่ นั้น นั้ จึง จึได้มีก มี ารออกแบบ แมคเนติกคอนแทคเตอร์ที่ ร์ ที่ สามารถลดการเกิด ประกายไฟ หรือ รื แมคเนติกโบลว์เ ว์ อาต์ (Magnetic Blowout) ซึ่ง ซึ่ แมคเนติกคอนแทคเตอร์ปรร์ ะเภทนี้ จะทำ ให้เ ห้ กิดการสูญสู เสีย สี ของประกายไฟ เมื่อ มื่ ถูก ถู เบี่ย บี่ งเบนด้วยสนามแม่เ ม่ หล็ก 2.2.2 จงอธิบธิายหลักการตรวจสอบสภาพการใช้ง ช้ าน Magnetic Contactor แมกเนติกคอนแทกเตอร์จะทำ งานโดยอาศัยแรงดึงดูด ดู ของแม่เ ม่ หล็กซึ่ง ซึ่โครงสร้า ร้ งของอุปกรณ์ จะประกอบด้วยแกนเหล็กตัว E จำ นวน 2 ชุด โดยขดลวดจะทำ หน้าที่สร้า ร้ งสนามแม่เ ม่ หล็กไฟฟ้า ฟ้ ชุดหน้าสัม สั ผัส ผั เมน และ กับหน้าสัม สั ผัส ผั ช่ว ช่ ย เราสามารถตรวจสภาพการใช้ง ช้ านของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ โดยการวัด วั ความต้านทานของหน้าสัม สั ผัส ผั แต่ก่อนอื่นเราไปทำ ความเข้า ข้ใจหลักการทำ งาน แมกเนติกคอนแทกเตอร์ ของ จากภาพนี้ก่อน เพื่อ พื่ ให้เ ห้ กิดความเข้า ข้ใจในขั้น ขั้ ตอนต่างๆ ของการ สภาพของตรวจอุปกรณ์ดังกล่าว สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 67


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) ส่ว ส่ นประกอบของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ การตรวจสอบสภาพขดลวด (Coil) การตรวจสอบสภาพขดลวดแมกเนติกคอนแทกเตอร์ ว่า ว่ มีส มี ภาพพร้อ ร้ มใช้ง ช้ านหรือ รืไม่ (ขดลวดขาดหรือ รืไม่)ม่ สามารถทำ ได้โดยการใช้มั ช้ ล มั ติมิเมิตอร์ วัด วั ค่าความต้านทานของขดลวด โดยวัด วั ขั้ว ขั้ ที่มีสั มี ญ สั ลักษณ์อักษร กำ กับ คือ A1 และ A2 หรือ รื C1 และ C2 มัล มั ติมิเมิตอร์จ ร์ ะแสดง ค่าความต้านทานของขดลวดนั้น นั้ ๆ แสดงว่า ว่ มีส มี ภาพพร้อ ร้ มใช้ง ช้ าน แต่ถ้าอ่านได้ค่าความต้านทาน สูง สู สุด สุ แสดงว่า ว่ ขดลวดของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ข ร์ าด อยู่ใยู่ นสภาพไม่พ ม่ ร้อ ร้ มใช้ง ช้ าน สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 67


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) การตรวจสอบสภาพหน้าสัม สั ผัส ผั เมน (Main Contact) การตรวจสอบของหน้าสัม สั ผัส ผั เมน ซึ่ง ซึ่ เป็นหน้าสัม สั ผัส ผั แบบปกติเปิด (NO) สามารถใช้ มัล มั ติมิเมิตอร์วั ร์ ด วั ค่าความต้านทานที่ขั้ว ขั้ ของหน้าสัม สั ผัส ผั ทั้ง ทั้ 3 ชุด ซึ่ง ซึ่ บนตัวถังอุปกรณ์จะมีสั มี ญ สั ลักษ์ อักษรกำ กับไว้ คือ L1, L2, L3 และ T1, T2, T3 โดยการวัด วั ด้วยวิธีวินี้ ธี นี้ เพื่อ พื่ ตรวจสอบ ว่า ว่ หน้าสัม สั ผัส ผั อยู่ใยู่ นสภาพปกติหรือ รืไม่ ในสภาวะปกติที่ไม่ไม่ ด้จ่า จ่ ยกระแสไฟฟ้า ฟ้ให้ข ห้ ดลวด และ ขณะทำ งานโดยจ่า จ่ ยกระแสไฟฟ้า ฟ้ให้ข ห้ ดลวด สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 67


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 67


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) การวัด วั ค่าความต้านทานของหน้าสัม สั ผัส ผั เมนซึ่ง ซึ่ เป็นปกติเปิด (NO) ในขณะปกติ ยัง ยัไม่จ่ ม่ า จ่ ยกระแสไฟฟ้า ฟ้ เข้า ข้ ขดลวด ค่าความต้านทานที่อ่านได้จะต้องได้ค่าสูง สู สุด สุ นั่น นั่ แสดง ว่า ว่ หน้าสัม สั ผัส ผั ไม่ต่ ม่ ต่ อติดกัน แต่เมื่อ มื่ จ่า จ่ ยกระแสไฟฟ้า ฟ้ เข้า ข้ ที่ขดลวดเพื่อ พื่ ให้แ ห้ มกเนติกคอนแทกเตอร์ ทำ งาน หน้าสัม สั ผัส ผั เมนจะเปลี่ยนตำ แหน่งเป็นปกติปิดวงจร และนั่น นั่ แสดงว่า ว่ หน้าสัม สั ผัส ผั ต่อติดกัน เช่น ช่ นั้น นั้ ค่าความต้านทานที่อ่านได้จะต้องได้ค่าต่ำ สุด สุ การตรวจสอบสภาพหน้าสัม สั ผัส ผั ช่ว ช่ ย (Auxiliary Contact) การตรวจสอบสภาพหน้าสัม สั ผัส ผั ช่ว ช่ ย ซึ่ง ซึ่ มีห มี น้าสัม สั ผัส ผั ทั้ง ทั้ ปกติเปิด (NO) และปกติปิด (NC) โดยใช้มั ช้ ล มั ติมิเมิตอร์วั ร์ ด วั ค่าความต้านทาน ที่ขั้ว ขั้ ของหน้าสัม สั ผัส ผั หน้าสัม สั ผัส ผั เป็นปกติเปิด (NO) จะมี สัญ สั ลักษณ์ตัวเลขกำ กับ คือ 13 และ 14, 43 และ 44 แต่ถ้าหน้าสัม สั ผัส ผั เป็นปกติปิด (NC) จะมีสั มี ญ สั ลักษณ์ ตัวเลขกำ กับ คือ 21 และ 22, 31 และ 32 โดยการวัด วั ค่าความต้านทานในขั้น ขั้ ตอนนี้ ก็เพื่อ พื่ ตรวจ สอบว่า ว่ หน้าสัม สั ผัส ผั ของแมกเนติกคอนแทก เตอร์อ ร์ ยู่ใยู่ นสภาพปกติพร้อ ร้ มใช้ง ช้ านหรือ รืไม่ โดยการ ตรวจสอบนั้น นั้ จะต้องดำ เนินการขณะปกติที่ไม่ต้ ม่ ต้ องจ่า จ่ ยกระแสไฟฟ้า ฟ้ให้ข ห้ ดลวด และในขณะทำ งาน ที่มีก มี ารจ่า จ่ ยกระแสไฟฟ้า ฟ้ให้ข ห้ ดลวด สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 67


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) เมื่อ มื่ ใช้มั ช้ ล มั ติมิเมิตอร์วั ร์ ด วั ค่าความต้านทานของหน้าสัม สั ผัส ผั ช่ว ช่ ยของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ ในขณะที่หน้าสัม สั ผัส ผั เป็นปกติเปิด (NO) ขณะที่ยัง ยัไม่จ่ ม่ า จ่ ยกระแสไฟฟ้า ฟ้ เข้า ข้ ขดลวด ค่าความต้านทาน ที่อ่านได้จากมัล มั ติมิเมิตอร์จ ร์ ะต้องได้ค่าสูง สู สุด สุ เพราะนั่น นั่ แสดงว่า ว่ หน้าสัม สั ผัส ผั แยกจากกัน ในสวนกรณี ที่หน้าสัม สั ผัส ผั เป็นปกติปิด (NC) ค่าความต้านทานที่อ่านได้จากมัล มั ติมิเมิตอร์จ ร์ ะต้องได้ค่าต่ำ สุด สุ (0) นั่น นั่ แสดงว่า ว่ หน้าสัม สั ผัส ผั ต่อติดกัน จากนั้น นั้ เมื่อ มื่ จ่า จ่ ยกระแสไฟฟ้า ฟ้ เข้า ข้ ขดลวด เพื่อ พื่ ให้แ ห้ มกเนติก คอนแทกเตอร์ทำ ร์ ทำ งาน หน้าสัม สั ผัส ผั ช่ว ช่ ยทั้ง ทั้ หมดจะเปลี่ยนตำ แหน่ง แสดงว่า ว่ หน้าสัม สั ผัส ผั ปกติเปิด (NO) จะต่อกัน จึง จึ อ่านค่าความต้านทานได้ต่ำ สุด สุ (0) และส่ว ส่ นหน้าสัม สั ผัส ผั ปกติปิด (NC) จะแยกกัน จึง จึ อ่านค่าความต้านทานได้สูง สู สุด สุ นั่น นั่ เอง จงอธิบธิายการเลือกใช้ง ช้ าน Control Relay ข้อ ข้ คำ ถึงในการเลือกใช้ง ช้ านรีเ รี ลย์ทั่ ย์ ทั่ ว ทั่ ไป 1. แรงดันใช้ง ช้ าน หรือ รื แรงดันที่ทำ ให้รี ห้ เ รี ลย์ทำ ย์ ทำ งานได้ หากเราดูที่ ดู ที่ ตัวรีเ รี ลย์จ ย์ ะระบุค่า แรงดัน ใช้ง ช้ านไว้ (หากใช้ใช้ นงานอิเล็กทรอนิกส์ ส่ว ส่ นมากจะใช้แ ช้ รงดันกระแสตรงในการใช้ง ช้ าน) เช่น ช่ 12VDC คือต้องใช้แ ช้ รงดันที่ 12 VDCเท่านั้น นั้ หากใช้ม ช้ ากกว่า ว่ นี้ ขดลวดภายใน ตัวรีเ รี ลย์อ ย์ าจจะขาดได้ หรือ รื หากใช้แ ช้ รงดันต่ำ กว่า ว่ มาก รีเ รี ลย์จ ย์ ะไม่ทำ ม่ ทำ งาน ส่ว ส่ นในการต่อวงจรนั้น นั้ สามารถต่อขั้ว ขั้ใดก็ได้ครับ รั เพราะ ตัวรีเ รี ลย์ จะไม่ร ม่ ะบุขั้ว ขั้ ต่อไว้ (นอกจากชนิดพิเพิศษ) 2. การใช้ง ช้ านกระแสผ่า ผ่ นหน้าสัม สั ผัส ผั ซึ่ง ซึ่ ที่ตัวรีเ รี ลย์จ ย์ ะระบุไว้ เช่น ช่ 10A 220AC คือหน้าสัม สั ผัส ผั ของรีเ รี ลย์นั้ ย์ นั้ น นั้ สามาถทนกระแสได้ 10 แอมแปร์ที่ ร์ ที่220VAC ครับ รั การใช้ก็ ช้ ก็ ควรจะใช้ง ช้ านที่ระดับกระแส ต่ำ กว่า ว่ นี้จะเป็นการดีกว่า ว่ ครับ รั เพราะถ้ากระแสมากหน้าสัม สั ผัส ผั ของรีเ รี ลย์จ ย์ ะละลายเสีย สี หายได 3. จำ นานหน้าสัม สั ผัส ผั การใช้ง ช้ าน ควรดูว่ ดู า ว่ รีเ รี ลย์นั้ ย์ นั้ น นั้ มีห มี น้าสัม สั ผัส ผั ให้ให้ ช้ง ช้ านกี่อัน และมีขั้ มี ว ขั้ คอมมอน ด้วยหรือ รืไม่ 2.2.4 จงระบุประเภทของรีเ รี ลย์ (Relay) ตามลักษณะการใช้ง ช้ าน ประเภทของรีเ รี ลย์ การแบ่ง บ่ ประเภทของรีเ รี ลย์ สามารถแบ่ง บ่ ประเภทตามลักษณะการใช้ง ช้ าน (Application) ได้ 11 ประเภท ดังนี้ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 72


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 1.รีเ รี ลย์ก ย์ ระแส (Current relay) คือ รีเ รี ลย์ที่ ย์ ที่ ทำ งานโดยใช้ก ช้ ระแสมีทั้ มี ทั้ ง ทั้ ชนิดกระแสขาด (Under- current) และกระแสเกิน (Over current) 2.รีเ รี ลย์แ ย์ รงดัน (Voltage relay) คือ รีเ รี ลย์ที่ ย์ ที่ ทำ งานโดยใช้แ ช้ รงดันมีทั้ มี ทั้ ง ทั้ ชนิดแรงดันขาด (Under-voltage) และ แรงดันเกิน (Over voltage) สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 72


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 3.รีเ รี ลย์ช่ ย์ ว ช่ ย (Auxiliary relay) คือ รีเ รี ลย์ที่ ย์ ที่ เวลาใช้ง ช้ านจะต้องประกอบเข้า ข้ กับรีเ รี ลย์ช ย์ นิดอื่น จึง จึ จะ 4.รีเ รี ลย์กำ ย์ กำ ลัง (Power relay) คือ รีเ รี ลย์ที่ ย์ ที่ รวมเอาคุณส คุ มบัติ บั ติของรีเ รี ลย์ก ย์ ระแส และรีเ รี ลย์แ ย์ รงดัน เข้า ข้ ด้วยกัน 5.รีเ รี ลย์เ ย์ วลา (Time relay) คือ รีเ รี ลย์ที่ ย์ ที่ ทำ งานโดยมีเ มี วลาเข้า ข้ มาเกี่ยวข้อ ข้ งด้วย ซึ่ง ซึ่ มีอ มี ยู่ด้ ยู่ ด้ วยกัน 4 แบบ คือ 5.1 รีเ รี ลย์ก ย์ ระแสเกินชนิดเวลาผกผัน ผั กับกระแส (Inverse time over current relay) คือ รีเ รี ลย์ ที่มีเ มี วลาทำ งานเป็นส่ว ส่ นกลับกับกระแส 5.2 รีเ รี ลย์ก ย์ ระแสเกินชนิดทำ งานทันที (Instantaneous over current relay) คือ รีเ รี ลย์ที่ ย์ ที่ ทำ งานทันทีทันใดเมื่อ มื่ มีก มี ระแสไหลผ่า ผ่ นเกินกว่า ว่ ที่กำ หนดที่ตั้ง ตั้ ไว้ 5.3 รีเ รี ลย์แ ย์ บบดิฟฟินิฟิ นิตไทม์เ ม์ ล็ก (Definite time lag relay) คือ รีเ รี ลย์ ที่มีเ มี วลาการทำ งาน ไม่ขึ้ ม่ ขึ้ น ขึ้ อยู่กั ยู่ กั บความมากน้อยของกระแสหรือ รื ค่าไฟฟ้า ฟ้ อื่นๆ ที่ทำ ให้เ ห้ กิดงานขึ้น ขึ้ 5.4 รีเ รี ลย์แ ย์ บบอินเวอสดิฟฟินิฟิ นิตมินิมิ นิมั่ม มั่ ไทม์เ ม์ ล็ก (Inverse definite time lag relay) คือ รีเ รี ลย์ ที่ทำ งานโดยรวมเอาคุณส คุ มบัติ บั ติของเวลาผกผัน ผั กับกระแส (Inverse time) และ แบบ ดิฟฟินิฟิ นิตไทม์แ ม์ ล็ก (Definite time lag relay) เข้า ข้ ด้วยกัน 6.รีเ รี ลย์ก ย์ ระแสต่าง (Differential relay) คือ รีเ รี ลย์ที่ ย์ ที่ ทำ งานโดยอาศัยผลต่างของกระแส 7.รีเ รี ลย์มี ย์ ทิ มี ทิศ (Directional relay) คือรีเ รี ลย์ที่ ย์ ที่ ทำ งานเมื่อ มื่ มีก มี ระแสไหลผิดผิทิศทาง มีแ มี บบรีเ รี ลย์ กำ ลังมีทิ มี ทิศ (Directional power relay) และรีเ รี ลย์ก ย์ ระแสมีทิ มี ทิศ (Directional current relay) 8.รีเ รี ลย์ร ย์ ะยะทาง (Distance relay) คือ รีเ รี ลย์ร ย์ ะยะทางมีแ มี บบต่างๆ ดังนี้ - รีแ รี อกแตนซ์รี ซ์ เ รี ลย์ (Reactance relay) - อิมพีแ พี ดนซ์รี ซ์ เ รี ลย์ (Impedance relay) - โมห์รี ห์ เ รี ลย์ (Mho relay) - โอห์ม ห์ รีเ รี ลย์ (Ohm relay) - โพลาไรซ์โซ์ มห์รี ห์ เ รี ลย์ (Polaized mho relay) - ออฟเซทโมห์รี ห์ เ รี ลย์ (Off set mho relay) สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 72


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 9.รีเ รี ลย์อุ ย์ อุ ณหภูมิ ภูมิ(Temperature relay) คือ รีเ รี ลย์ที่ ย์ ที่ ทำ งานตามอุณหภูมิ ภู ที่มิ ที่ ตั้ง ตั้ ไว 10.รีเ รี ลย์ค ย์ วามถี่ (Frequency relay) คือ รีเ รี ลย์ที่ ย์ ที่ ทำ งานเมื่อ มื่ ความถี่ของ ระบบต่ำ กว่า ว่ หรือ รื มากกว่า ว่ ที่ตั้ง ตั้ ไว้ 11.บูคโฮลซ์รี ซ์ เ รี ลย์ (Buchholz ‘s relay) คือรีเ รี ลย์ที่ ย์ ที่ ทำ งานด้วยก๊าซ ใช้กั ช้ กั บหม้อ ม้ แปลงที่แช่อ ช่ ยู่ใยู่ น น้ำ มัน มั เมื่อ มื่ เกิด ฟอลต์ ขึ้น ขึ้ ภายในหม้อ ม้ แปลง จะทำ ให้น้ำ ห้ น้ำ มัน มั แตกตัวและเกิดก๊าซขึ้น ขึ้ ภายในไปดันหน้า หน้าสัม สั ผัส ผั ให้รี ห้ เ รี ลย์ทำ ย์ ทำ งาน 2.2.5 จงระบุหน้าที่และประโยชน์ของรีเ รี ลย์ (Relay) ความรู้ทั่ รู้ ทั่ ว ทั่ ไปเกี่ยวกับรีเ รี ลย์ 1.1 หน้าที่ของรีเ รี ลย์ คือ เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า ฟ้ ที่ใช้ต ช้ รวจสอบสภาพการณ์ของทุก ทุ ส่ว ส่ น ในระบบ กำ ลังไฟฟ้า ฟ้ อยู่ต ยู่ ลอดเวลาหากระบบมีก มี ารทำ งานที่ผิดผิ ปกติ รีเ รี ลย์จ ย์ ะเป็นตัวสั่ง สั่ การให้ตั ห้ ตั ดส่ว ส่ นที่ลัดวงจร หรือ รื ส่ว ส่ นที่ทำ งานผิดผิ ปกติ ออกจากระบบทันที โดยเซอร์กิ ร์ กิตเบรกเกอร์จ ร์ ะเป็นตัวที่ตัดส่ว ส่ นที่เกิดฟอลต์ ออกจากระบบจริงริๆ 1.2 ประโยชน์ของรีเ รี ลย์ 1.ทำ ให้ร ห้ ะบบส่ง ส่ กำ ลังมีเ มี สถียรภาพ (Stability) สูง สู โดยรีเ รี ลย์จ ย์ ะตัดวงจรเฉพาะส่ว ส่ นที่เกิดผิดผิ ปกติ ออกเท่านั้น นั้ ซึ่ง ซึ่ จะเป็นการลดความเสีย สี หายให้แ ห้ ก่ระบบน้อยที่สุด สุ ออกเท่านั้น นั้ ซึ่ง ซึ่ จะเป็นการลดความเสีย สี หายให้แ ห้ ก่ระบบน้อยที่สุด สุ 2.ลดค่าใช้จ่ ช้ า จ่ ยในการซ่อ ซ่ มแซมส่ว ส่ นที่เกิดผิดผิ ปกติ 3.ลดความเสีย สี หายไม่เ ม่ กิดลุก ลุ ลามไปยัง ยั อุปกรณ์อื่นๆ 4.ทำ ให้ร ห้ ะบบไฟฟ้า ฟ้ไม่ดั ม่ ดั บทั้ง ทั้ ระบบเมื่อ มื่ เกิดฟอลต์ขึ้น ขึ้ ในระบบ 1.3 คุณ คุ สมบัติ บั ติที่ดีของรีเ รี ลย์ 1.ต้องมีค มี วามไว (Sensitivity) คือมีค มี วามสามารถในการตรวจพบสิ่งสิ่ที่ผิดผิ ปกติเพีย พี งเล็กน้อยได้ 2.มีค มี วามเร็ว ร็ในการทำ งาน (Speed) คือความสามารถทำ งานได้รวดเร็ว ร็ ทันใจ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 74


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 9.รีเ รี ลย์อุ ย์ อุ ณหภูมิ ภูมิ(Temperature relay) คือ รีเ รี ลย์ที่ ย์ ที่ ทำ งานตามอุณหภูมิ ภู ที่มิ ที่ ตั้ง ตั้ ไว 10.รีเ รี ลย์ค ย์ วามถี่ (Frequency relay) คือ รีเ รี ลย์ที่ ย์ ที่ ทำ งานเมื่อ มื่ ความถี่ของระบบต่ำ กว่า ว่ หรือ รื มากกว่า ว่ ที่ตั้ง ตั้ ไว้ ไม่ทำ ม่ ทำ ให้เ ห้ กิดความเสีย สี หายแก่อุปกรณ์และไม่ก ม่ ระทบกระเทือนต่อระบบ โดยทั่ว ทั่ ไปแล้วเวลา ที่ใช้ใช้ นการตัดวงจรจะขึ้น ขึ้ อยู่กั ยู่ กั บระดับของแรงดันของระบบด้วย ระบบ 6-10 เควี จะต้องตัดวงจรภายในเวลา 0.15-3.0 วินวิาที ระบบ 100-220 เควี จะต้องตัดวงจรภายในเวลา 0.15-0.3 วินวิาที ระบบ 300-500 เควี จะต้องตัดวงจรภายในเวลา 0.1-0.12 วินวิาที 2.2.6 จงระบุค่าพิกัพิ กั ดต่างๆของ Fuse ในการเลือก Fuse ไปใช้ง ช้ านนั้น นั้ จำ เป็นจะต้องทราบพิกัพิ กั ดต่างๆของ Fuse เพื่อ พื่ ที่จำ สามารถ นำ ไปใช้ง ช้ านได้อย่า ย่ งถูก ถู ต้องและเหมาะสม ดังนี้ Circuit Current Rating (ค่าพิกัพิ กั ดกระแส Short ลัดวงจร) หรือ รื มีชื่ มี ชื่ อ ชื่ เรีย รี กอีกว่า ว่Interrupting Interrupting Rating หรือ รื Breaking Capacity คือค่ากระแสที่สูง สู สุด สุ คือ ที่ฟิวฟิส์ส ส์ ามารถตัดวงจรได้ อย่า ย่ งปลอดภัยที่เมื่อ มื่ฟิวฟิส์ใส์ ช้ง ช้ านอยู่ ที่ค่าพิกัพิ กั ดความต่างศักย์ (Voltage Rating) หรือ รื กล่าวอีกนัย หนึ่งว่า ว่ เมื่อ มื่ เกิดกระแสลัดวงจร ซึ่ง ซึ่ มีค่ มี ค่ าสูง สู มากหลายเท่าของกระแสปกติที่ฟิวฟิส์ท ส์ นได้ฟิวฟิส์จ ส์ ะยัง ยั ทำ หน้าที่ ตัดวงจรตามปกติ โดยไม่เ ม่ กิดการระเบิดบิหรือ รื แตกหัก หั ถ้าหากกระแสลัดวงจรไม่เ ม่ กินค่าพิกัพิ กั ดกระแสลัดวงจร ของฟิวฟิส์นั้ ส์ นั้ น นั้ ๆและค่าความต่างศักย์ที่ ย์ ที่ใช้ไช้ ม่เ ม่ กินค่าพิกัพิ กั ดความต่างศักย์ข ย์ องฟิวฟิส์นั้ ส์ นั้ น นั้ ๆVoltage Rating (ค่าพิกัพิ กั ดความต่างศักย์)ย์ Voltage Rating คือ ค่าความต่างศักย์ที่ ย์ ที่ เหมาะสมสำ หรับ รั การนำ ไปใช้ง ช้ าน จริงริๆแล้วจะ เป็นค่าความต่างศักย์ที่ ย์ ที่ สูง สู สุด สุ ที่ฟิวฟิส์ จะสามารถตัดวงจรได้อย่า ย่ งปลอดภัยเมื่อ มื่ เกิดกระแสลัดวงจร ดังนั้น นั้ ฟิวฟิส์จ ส์ ะสามารถนำ ไปใช้ไช้ ด้อย่า ย่ งปลอดภัยที่ทุก ทุ ความต่างศักย์ ที่ต่ำ กว่า ว่ ค่าพิกัพิ กั ดความต่างศักย์ โดยไม่ทำ ม่ ทำ ให้ค ห้ วามสามารถในการตัดวงจรของฟิวฟิส์เ ส์ สีย สี ไป สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 75


โดยปกติ ค่า Voltage Rating ที่ผู้ผผู้ ลิตแจ้ง จ้ มาจะเหมาะสมกับ AC หรือ รื DC คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) อย่า ย่ งใดอย่า ย่ งหนึ่ง แต่ผู้ใผู้ช้ส ช้ ามารถพิจพิารณานำ ไปใช้ไช้ ด้ ดังนี้ 1. ถ้าเป็น Glass Fuse ค่า Voltage Rating ของ DC จะมีค่ มี ค่ าประมาณครึ่ง รึ่ หนึ่งของ AC 2. ถ้าเป็น Ceramic Fuse ค่า Voltage Rating ของ DC จะมีค่ มี ค่ าเท่าๆกับ AC สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 61


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) Current Rating (ค่าพิกัพิ กั ดกระแส) คือ ค่ากระแสปกติที่ฟิวฟิส์ส ส์ ามารถทนได้ก่อนที่จะตัดวงจร โดยเป็นค่ากระแสที่ฟิวฟิส์ส ส์ ามารถทนได้จากการทดสอบ จากผู้ผผู้ ลิตที่อุณหภูมิ ภู มมิาตรฐานในห้อ ห้ งแล็บ ซึ่ง ซึ่ ก็คือ 25C หรือ รื 77F โดยประมาณ 2.2.7 จงอธิบธิายหลักการเลือกใช้ฟิช้ วฟิส์ (Fuse Selection Guide) Fuse Selection Guide (หลักการเลือกใช้ฟิช้ วฟิส์)ส์ 1. ในการเลือกฟิวฟิส์ที่ ส์ ที่ มีข มี นาดถูก ถู ต้อง ผู้ใผู้ช้ต้ ช้ ต้ องทราบขนาดกระแส ปกติในวงจรที่อุณหภูมิ ภู ห้มิอ ห้ ง (25C) เสีย สี ก่อน เมื่อ มื่ ทราบขนาดของกระแสดังกล่าวแล้ว จึง จึ เลือกใช้ฟิช้ วฟิส์ที่ ส์ ที่ มีค่ มี ค่ าพิกัพิ กั ดกระแส 135% ของค่ากระแสนั้น นั้ โดยให้เ ห้ ลือกฟิวฟิส์ข ส์ นาดมาตรฐาน ถัดไปจากค่ากระแสที่คำ นวณได้ ตัวอย่า ย่ งเช่น ช่ ระบบที่เดินปกติซึ่งซึ่มีกมีระแส ระบบที่เดินปกติซึ่ง ซึ่ มีก มี ระแสในระบบ 10A ที่อุณหภูมิ ภู ห้มิอ ห้ ง ควรเลือกใช้ฟิช้ วฟิส์ข ส์ นาด 15A (ค่า 135% ของกระแสดังกล่าวคือ 13.5x10A = 13.5A ซึ่ง ซึ่ ขนาดมาตรฐานของฟิวฟิส์ถั ส์ ถั ดไปที่ควรเลือกใช้ ก็คือ ขนาด 15A) 2. อุณหภูมิ ภู ใมินการใช้ง ช้ านฟิวฟิส์มี ส์ ผ มี ลต่อการเลือกใช้ฟิช้ วฟิส์เ ส์ ช่น ช่ กัน กล่าวคือ ฟิวฟิส์ข ส์ นาดเท่ากัน หากถูก ถู นำ ไปใช้ที่ ช้ ที่ อุณหภูมิ ภู สูมิง สู จะทำ ให้ฟิห้ วฟิส์ข ส์ าดได้ง่ายกว่า ว่ การนำ ไปใช้ที่ ช้ ที่ อุณหภูมิ ภู ต่ำมิต่ำ ดังนั้น นั้ หากนำ ฟิวฟิส์ไส์ป ใช้ที่ ช้ ที่ อุณหภูมิ ภู มมิากกว่า ว่ 25C ควรเลือกฟิวฟิส์ที่ ส์ ที่ มีข มี นาดสูง สู กว่า ว่ การเลือกแบบปกติ (ตามข้อ ข้ 1) เพื่อ พื่ ชดเชยอุณหภูมี ภู ที่ มี ที่ สูง สู ขึ้น ขึ้ และลดการตัดวงจรแบบไม่จำ ม่ จำเป็น (Nuisance Tripping) เช่น ช่ เดียวกัน หากนำ ฟิวฟิส์ไส์ปใช้ที่ ช้ ที่ อุณหภูมิ ภู ต่ำมิต่ำ กว่า ว่ 25C ก็ควรเลือกฟิวฟิส์ข ส์ นาดต่ำ กว่า ว่ การเลือกแบบปกติ (ตามข้อ ข้ 1) เช่น ช่ กัน โดยหลักการทั่ว ทั่ ๆไปกล่าวไว้ว่ ว้ า ว่ ทุก ทุ ๆอุณหภูมิ ภูมิ20C ที่สูง สู ขึ้น ขึ้ หรือ รื ต่ำ ลงจากอุณหภูมิ ภู ห้มิอ ห้ ง (25C) ควร เลือกฟิวฟิส์ข ส์ นาดเพิ่มพิ่ขึ้น ขึ้ หรือ รื ลดลง 10-15% ตัวอย่า ย่ งเช่น ช่ ถ้าค่ากระแสปกติในวงจรที่อุณหภูมิ ภู ห้มิอ ห้ ง เท่ากับ 1A โดยหากนำ ไปใช้ที่ ช้ ที่ อุณหภูมิ ภู ห้มิอ ห้ ง (25C) ควรเลือกฟิวฟิส์ข ส์ นาด 1.5A (ค่า 135% ของกระแส ดังกล่าวคือ1.35x1A = 1.35A โดยเลือกขนาดมาตรฐานถัดไปคือ 1.5A) แต่ถ้าหากนำ ไปใช้ที่ ช้ ที่ อุณหภูมิ ภูมิ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 76


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 65C ก็ต้องเพิ่มพิ่ขนาดฟิวฟิส์ไส์ปอีกประมาณ 30% ซึ่ง ซึ่ ก็คือควรเลือกฟิวฟิส์ ขนาด 2A (ค่า 130% ของ 1.35A ก็คือ 1.3x1.35 = 1.755A โดยเลือกขนาดมาตรฐานถัดไปก็คือ 2A) 2.2.8 จงระบุประเภทการตัดไฟของ Overload Relay (Trip Classes) และการเลือกใช้ง ช้ าน มอเตอร์แ ร์ ต่ละประเภทจะมีช่ มี ว ช่ งเร่ง ร่ เครื่อ รื่ งขณะเริ่มริ่เดินแตกต่างกันขึ้น ขึ้ กับภาระ ของมอเตอร์ นั้น นั้ รีเ รี ลย์โย์ หลดเกินจะต้องยอมให้ก ห้ ระแสจำ นวนมากไหลผ่า ผ่ นได้ โดยไม่ตั ม่ ตั ดวงจรขณะมอเตอร์ เริ่มริ่เดิน ตามปกติ และจะต้องตัดวงจรอย่า ย่ งรวดเร็ว ร็ กรณีเกิดกระแสเริ่มริ่เดินนานเกินไป เพราะฉะนั้น นั้ ในการ เลือกรีเ รี ลย์โย์ หลดเกินจะต้องพิจพิารณาช่ว ช่ งเวลาเร่ง ร่ ของมอเตอร์ด้ ร์ ด้ วย มาตรฐาน IEC60947-1 แบ่ง บ่ ประเภทการตัดไฟของรีเ รี ลย์โย์ หลดเกิน ออกเป็น 3 ประเภท โดยมีร มี ายละเอียด ดังนี้ - ประเภท 10 (Class 10) สำ หรับ รัใช้ง ช้ านกับมอเตอร์ที่ ร์ ที่ เวลาเร่ง ร่ ไม่เ ม่ กิน 10 วินวิาที ที่ 7.2 เท่า ของกระแสพิกัพิ กั ด - ประเภท 20 (Class 20) สำ หรับ รัใช้ง ช้ านกับมอเตอร์ที่ ร์ ที่ เวลาเร่ง ร่ ไม่เ ม่ กิน 20 วินวิาที ที่ 7.2 เท่า ของกระแสพิกัพิ กั ด - ประเภท 30 (Class 30) สำ หรับ รัใช้ง ช้ านกับมอเตอร์ที่ ร์ ที่ เวลาเร่ง ร่ ไม่เ ม่ กิน 30 วินวิาที ที่ 7.2 เท่า ของกระแสพิกัพิ กั ด ดังนั้น นั้ การเลือก Tripping class ให้เ ห้ ลือก Tripping class ตาม Starting time ของ Motor โดยเลือก Tripping class ให้น้ ห้ น้ อยที่สุด สุ เท่าที่ Motor จะสามารถใช้ง ช้ านได้ เพื่อ พื่ป้อ ป้ งกัน Motor เสีย สี หาย เช่น ช่ Motor starting time = 5 Sec เลือก Tripping class 10 Motor starting time = 15 Sec เลือก Tripping class 20 เป็นต้น สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 77


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) ประเภทการตัดไฟของรีเ รี ลย์โย์ หลดเกินตามมาตรฐาน IEC60947-1 สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 77


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) การจัด จั ความสัม สั พัน พั ธ์ข ธ์ องการป้อ ป้ งกัน(Protection Coordination) ของชุดเริ่มริ่เดินมอเตอร์ ตามมาตรฐาน IEC 60947 กรณีเกิดกระแสไฟฟ้า ฟ้ ลัดวงจรที่ด้านมอเตอร์ อุปกรณ์มอเตอร์แ ร์ ละชุดเริ่มริ่เดินมอเตอร์ ต้องสามารถเปิดวงจรเพื่อ พื่ หยุดยั้ง ยั้ กระแสไฟฟ้า ฟ้ ดังกล่าวได้ โดยจะต้องไม่เ ม่ กิดอันตรายต่อบุคคลและ ไม่ส ม่ ร้า ร้ งความเสีย สี หายต่ออุปกรณ์อื่นที่ติดตั้ง ตั้ อยู่ใยู่ กล้เคียง มาตรฐาน IEC ได้กล่าวถึงเรื่อ รื่ งการจัด จั ความสัม สั พัน พั ธ์ข ธ์ องการป้อ ป้ งกัน โดยระบุขอบเขต ความเสีย สี หายที่ยอมรับ รัได้ของอุปกรณ์ชุดเริ่มริ่เดินมอเตอร์ ภายหลังเกิดกระแสไฟฟ้า ฟ้ ลัดวงจรด้าน มอเตอร์ โดยแยกระดับความเสีย สี หายออกเป็น 3 ระดับตามขีด ขี ความสามารถเชิงชิป้อ ป้ งกันของอุปกรณ์ชุด เริ่มริ่เดินมอเตอร์ หรือ รื อีกนัยหนึ่งก็คือ โคออร์ดิ ร์ ดิเนชั่น ชั่ (Co-ordination) ของชุดเริ่มริ่เดินมอเตอร์ แบ่ง บ่ ออกเป็น 3 ระดับ(Type) ดังนี้ การจัด จั ความสัม สั พัน พั ธ์แ ธ์ บบที่ 1 (Co-ordination Type 1 ; IEC60947-4-1) - ความเสีย สี หายของอุปกรณ์ในชุดชุดเริ่มริ่เดินมอเตอร์ สัง สั เกตุเ ตุ ห็น ห็ ได้และต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ ตัวใหม่ก่ ม่ ก่ อนเริ่มริ่ทำ งานครั้ง รั้ ต่อไป การจัด จั ความสัม สั พัน พั ธ์แ ธ์ บบที่ 2 (Co-ordination Type 2 ; IEC60947-4-1) - ไม่เ ม่ กิดความเสีย สี หายต่ออุปกรณ์ในชุดเริ่มริ่เดินมอเตอร์ โดยยอมให้ค ห้ อนแทคเตอร์เ ร์ กิดการ เชื่อ ชื่ มที่หน้าคอนแทคติดกันได้บ้า บ้ ง และทำ งานครั้ง รั้ ต่อไปได้ทันที โดยไม่ต้ ม่ ต้ องเปลี่ยนอุปกรณ์ใดๆ ทั้ง ทั้ สิ้นสิ้ การจัด จั ความสัม สั พัน พั ธ์ทั้ ธ์ ทั้ ง ทั้ หมด(Total Co-ordination ; IEC60947-6-2) - ไม่เ ม่ กิดความเสีย สี หายใดๆ ต่ออุปกรณ์ในชุดเริ่มริ่เดินมอเตอร์ ทุก ทุ ชิ้นชิ้อุปกรณ์จะต้องสามารถ ทำ งานต่อได้ทันที โดยไม่ต้ ม่ ต้ องเปลี่ยนอุปกรณ์หรือ รื ค่าทางไฟฟ้า ฟ้ ต่างๆ ที่ได้ตั้ง ตั้ ไว้ 2.2.9 จงอธิบธิายหลักการตรวจสอบสภาพการใช้ง ช้ านโอเวอร์โร์ หลดรีเ รี ลย์ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 79


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) โอเวอร์โร์ หลดรีเ รี ลย์เ ย์ป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบสำ หรับ รั ตัดวงจรมอเตอร์ เมื่อ มื่ มีก มี ระแสไฟฟ้า ฟ้ ไหลเกิน กว่า ว่ พิกัพิ กั ดกระแสของมอเตอร์ดั ร์ ดั งนั้น นั้ การทำ งานของโอเวอร์โร์ หลดรีเ รี ลย์จ ย์ ะ อาศัยอุณหภูมิ ภู คมิวามร้อ ร้ นที่เกิด เกิดขึ้น ขึ้ บนขดลวดความร้อ ร้ นที่พัน พั อยู่กั ยู่ กั บ Bimetal เช่น ช่ นั้น นั้ การตรวจสอบสภาพการใช้ง ช้ านของโอเวอร์ โหลดรีเ รี ลย์ จะใช้มั ช้ ล มั ติมิเมิตอร์วั ร์ ด วั ค่าความต้านทาน เพื่อ พื่ ตรวจสอบสภาพการใช้ง ช้ านของหน้าสัม สั ผัส ผั ควบคุม คุ ใหนสภาวะปกติและในสภาวะเมื่อ มื่ เกิดโอเวอร์โร์ หลด (กระแสไฟฟ้า ฟ้ไหลเกิน) หรือ รื ทริปริ (Trip) สำ หรับ รั การใช้มั ช้ ล มั ติมิเมิตอร์ต ร์ รวจสอบโอเวอร์โร์ หลดรีเ รี ลย์ใย์ นสภาวะปกติ จะวัด วั ค่าความต้านทานของ หน้าสัม สั ผัส ผั ซึ่ง ซึ่ เป็นปกติเปิด (NO) และปกติปิด (NC) เมื่อ มื่ วัด วั ค่าความต้านทานของหน้าสัม สั ผัส ผั ควบคุม คุ ของโอเวอร์โร์ หลดรีเ รี ลย์ซึ่ ย์ ซึ่ ง ซึ่ หน้าสัม สั ผัส ผั เป็นปกติเปิด (NO) ขณะปกติ ค่าความต้านทานที่อ่านได้จะต้องได้ค่าสูง สู สุด สุ เพราะสภาวะนี้หน้าสัม สั ผัส ผั จะไม่ต่ ม่ ต่ อติดกัน แต่ ถ้าหน้าสัม สั ผัส ผั เป็นปกติปิด (NC) ค่าความต้านทานที่อ่านได้จะต้องได้ค่าต่ำ สุด สุ เพราะเป็นสภาวะที่หน้าสัม สั หน้าสัม สั ผัส ผั ต่อติดกัน สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 79


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) ดังนั้น นั้ เมื่อ มื่ เกิดกระแสไฟฟ้า ฟ้ไหลเกินในวงจร (เกิดโอเวอร์โร์ หลดในวงจรมอเตอร์ไร์ฟฟ้า ฟ้ โอเวอร์ โหลดรีเ รี ลย์จ ย์ ะ Trip ทันที ส่ง ส่ ผลให้ห ห้ น้าสัม สั ผัส ผั ควบคุม คุ ทั้ง ทั้ สองเปลี่ยนสภาวะปกติเปิด (NO) จุดนี้จะต่อ 2.2.10 จงอธิบธิายหลักการสตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบสตาร์-ร์ เดลต้า การสตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบสตาร์-ร์ เดลต้า (Star-Delta Starter) การสตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบสตาร์-ร์ เดลต้า (Star/Delta) เป็นการสตาร์ท ร์ เพื่อ พื่ ลดกระแสขณะสตาร์ท ร์ โดยใช้ห ช้ ลักการนำ อุปกรณ์ภายนอกมาเปลี่ยนวงจรขดลวด เพื่อ พื่ ให้มี ห้ แ มี รงดันที่ป้อ ป้ นให้กั ห้ กั บขดลวดต่อเฟส ลดลงจากเดิม ซึ่ง ซึ่ เป็นผลต่อเนื่องให้ก ห้ ระแสลดลงเป็นสัด สั ส่ว ส่ นกับแรงดัน แต่แรงบิดบิจะลดลงเป็นสัด สั ส่ว ส่ น กำ ลังสอง ขณะสตาร์ท ร์ มอเตอร์เ ร์ป็นแบบสตาร์แ ร์ ละเมื่อ มื่ มอเตอร์ห ร์ มุนไปด้วยความเร็ว ร็ 75% ของความเร็ว ร็ พิกัพิ กั ด มอเตอร์จ ร์ ะต้องหมุนแบบเดลต้า การสตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบสตาร์-ร์ เดลต้า เป็นวิธีวิที่ ธี ที่ ง่าย และสามารถลดกระแสขณะสตาร์ท ร์ ได้ ซึ่ง ซึ่ มอเตอร์ที่ ร์ ที่ จะนำ มาสตาร์ท ร์ แบบสตาร์-ร์ เดลต้าได้นั้น นั้ ขดลวดสเตเตอร์จ ร์ ะถูก ถู ออกแบบให้ทำ ห้ ทำ งานที่พิกัพิ กั ดขดลวด เป็นขดเฟสที่ต่อแบบเดลต้า เช่น ช่ มอเตอร์ช ร์ นิด 400 V (Delta)/690 V (Star) ในขณะทำ การสตาร์ท ร์ ขด ลวดมอเตอร์จ ร์ ะถูก ถู ต่อแบบสตาร์ ทำ ให้ค่ ห้ ค่ าแรงดันตกคร่อ ร่ มที่ขดลวดลดลงเหลือเพีย พี ง 57% เมื่อ มื่ แรงดัน ตกคร่อ ร่ มลดลงส่ง ส่ ผลทำ ให้ก ห้ ระแสสตาร์ท ร์ จะลดลง และแรงบิดบิล็อกโรเตอร์ก็ ร์ ก็ จะลดลงไปด้วยประมาณ 1 ใน 3ของค่าที่ต่อแบบเดลต้าหลังจากนั้น นั้ เมื่อ มื่ ความเร็ว ร็ รอบมอเตอร์เ ร์ ข้า ข้ใกล้พิกัพิ กั ดก็จะต่อกลายเป็นแบบ เดลต้าที่ระบบไฟฟ้า ฟ้ 400 V การสตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบสตาร์-ร์ เดลต้า จะเหมาะกับมอเตอร์ที่ ร์ ที่ มีพิ มี กัพิ กั ดมากกว่า ว่ 7.5 kW ซึ่ง ซึ่ ถ้าใช้ก ช้ ารสตาร์ท ร์ มอเตอร์โร์ ดยตรง (Direct on Line) กับมอเตอร์ที่ ร์ ที่ มีพิ มี กัพิ กั ดมากกว่า ว่ 7.5 kW แล้วจะทำ ให้เ ห้ กิดผลเสีย สี กับระบบไฟฟ้า ฟ้ หลายอย่า ย่ ง เช่น ช่ แรงดันไฟตกหรือ รื เกิดโอเวอร์โร์ หลดที่หม้อ ม้ แปลง ดังนั้น นั้ การสตาร์ท ร์ แบบสตาร์ เดลต้า จะเหมาะสมกว่า ว่ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 79


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 76


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 2.2.11 จงระบุอุปกรณ์ที่ใช้แ ช้ ละวงจรสตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบสตาร์-ร์ เดลต้า อุปกรณ์ที่ใช้ใช้ นการสตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบสตาร์-ร์ เดลต้า (Star/Delta)มีดั มี ดั งต่อไปนี้ 1. เซอร์กิ ร์ กิตเบรกเกอร์ห ร์ รือ รืฟิวฟิส์ สำ หรับ รั ป้อ ป้ งกันวงจรสตาร์ท ร์ มอเตอร์เ ร์ สีย สี หาย ต่อไฟเข้า ข้ มาที่เซอร์กิ ร์ กิตเบรก เกอร์ห ร์ รือ รืฟิวฟิส์ก่ ส์ ก่ อนแล้วจึง จึ จะออกไปที่แมกเนติกคอนแทคเตอร์ 2. แมกเนติกคอนแทคเตอร์ที่ ร์ ที่ใช้ใช้ นการสตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบสตาร์-ร์ เดลต้า จะใช้จำ ช้ จำนวน 3 ตัว ด้วยกัน คือ แมกเนติกตัวเมน K1 แมกเนติกตัวสตาร์ K2 และแมกเนติกตัวเดลต้า K3 3. โอเวอร์โร์ หลดรีเ รี ลย์จ ย์ ะใช้ต่ ช้ ต่ อกันแมกเนติกตัวเมน K1 4. Timer Relay สำ หรับ รั เปลี่ยนการทำ งานของแมกเนติกคอนแทคเตอร์ ตัวอย่า ย่ งการตั้ง ตั้ ค่าเวลาที่เหมาะสมสำ หรับ รั การเปลี่ยน Star เป็น Delta สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 82


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 82


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) การตั้ง ตั้ เวลาสำ หรับ รั การเปลี่ยนสตาร์เ ร์ป็นเดลต้า จะอ้างอิงจากตารางทั้ง ทั้ 2 ตาราง ในตารางที่ 1 สมมติมอเตอร์ที่ ร์ ที่ใช้เ ช้ป็นมอเตอร์ 2 Pole พิกัพิ กั ดขนาด 7.5 kW จะมี Frame size เท่ากับ 132Sหมายความ ว่า ว่ มีข มี นาดมอเตอร์ 132 จากนั้น นั้ นำ ขนาดมอเตอร์ ที่ได้มาหาค่าเวลาต่อในตารางที่ 2 Motor size ขนาด 132 สตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบสตาร์ เดลต้า Y/D ขนาด 2 Pole จะตั้ง ตั้ เวลาสูง สู สุด สุ ได้ 45 วินวิาที ดังนั้น นั้ เวลาที่ เหมาะสำ หรับ รั การเปลี่ยนสตาร์เ ร์ป็นเดลต้าของมอเตอร์ 2 Pole พิกัพิ กั ดมอเตอร์ 7.5 kW คือไม่เ ม่ กิน 45 วินวิาที 2.2.12 จงอธิบธิายการทำ งานของวงจรสตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบสตาร์-ร์ เดลต้า วงจรและหลักการทำ งานของการสตาร์ท ร์ แบบสตาร์-ร์ เดลต้า สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 84


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) วงจรกำ ลัง(Power Circuit) วงจรกำ ลังของการสตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบสตาร์-ร์ เดลต้านั้น นั้ การสตาร์ท ร์ จะต้องเรีย รี งกันไปจาก สตาร์ไร์ปเดลต้าและคอนแทคเตอร์ส ร์ ตาร์กั ร์ กั บคอนแทคเตอร์เ ร์ ดลต้าจะต้องมี Interlock ซึ่ง ซึ่ กันและกัน การ ควบคุม คุ มี 2 อย่า ย่ งคือ เปลี่ยนจากสตาร์ไร์ปเดลต้า โดยการกด Pushbutton กับเปลี่ยน โดยอัตโนมัติ มั ติด้วย การใช้ Time Relay ตั้ง ตั้ เวลาการควบคุม คุ แบบอัตโนมัติ มั ติมี 2 วิธีวิ ธี 1. ต่อจุดสตาร์ด้ ร์ ด้ วย K2 ก่อนจ่า จ่ ยไฟเข้า ข้ K1 2. จ่า จ่ ยไฟด้วย K1 ก่อนต่อจุดสตาร์ด้ ร์ ด้ วย K2 สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 79


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) วงจรควบคุม คุ ( Control Circuit) วงจรควบคุม คุ สตาร์ท ร์ มอเตอร์ส ร์ ตาร์-ร์ เดลต้า แบบอัตโนมัติ มั ติโดยใช้รี ช้ เ รี ลย์ตั้ ย์ ตั้ ง ตั้ ลำ ลับขั้น ขั้ ตอนการทำ งาน ดังนี้ 1.) กด S2 ทำ ให้ค ห้ อนแทค K2 ทำ งานต่อแบบสตาร์แ ร์ ละรีเ รี ลย์ตั้ ย์ ตั้ ง ตั้ เวลา K4T ทำ งานคอนแทคปิด ของ K2 ในแถวที่ 4 ตัดวงจร K3 และคอนแทคปกติปิดในแถวที่ 2 ต่อวงจรให้เ ห้ มนคอนแทค K1 2.) หลังจากที่ K1 ทำ งานและปล่อย S2 ไปแล้วหน้าสัม สั ผัส ผั ปกติเปิด (N.O.) ของ K1 ในแถวที่ 3 ต่อวงจร ให้ค ห้ อนแทคเตอร์ K2 และตัวตั้ง ตั้ เวลา K4T จะทำ งานตลอดเวลาขณะนี้มอเตอร์ห ร์ มุนแบบสตาร์ (Star) 3.) รีเ รี ลย์ตั้ ย์ ตั้ ง ตั้ เวลา K4T ทำ งานหลังจากเวลาที่ตั้ง ตั้ ไว้ค ว้ อนแทคเตอร์ K2 จะถูก ถู ตัดออกจากวงจรด้วย หน้าสัม สั ผัส ผั ปกติปิด (N.C.) ของ รีเ รี ลย์ตั้ ย์ ตั้ ง ตั้ เวลา K4Tในแถวที่ 1 และหน้าสัม สั ผัส ผั ปกติปิด (N.C.) ของ K2 ในแถวที่ 4 กลับสู่สสู่ ภาวะเดิมต่อวงจรให้กั ห้ กั นคอนแทคเตอร์ K3 ทำ งาน และหน้าสัม สั ผัส ผั ปกติปิด (N.C.) ของ K3 ในแถวที่ 1 จะตัดคอนแทคเตอร์ K2 และรีเ รี ลย์ตั้ ย์ ตั้ ง ตั้ เวลา K4T ออกจากวงจร จะคงเหลือคอนแทค เตอร์ K1และ K3 ทำ งานร่ว ร่ มกันมอเตอร์ห ร์ มุนแบบ เดลต้า (Delta) 4.) เมื่อ มื่ ต้องการหยุดการทำ งานของมอเตอร์ ให้ก ห้ ดสวิตวิช์ S1 (Stop) ข้อ ข้ ดีของการสตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบ สตาร์ เดลต้า Star Delta 1. ลดกระแส Inrush Current ที่เกิดขึ้น ขึ้ ช่ว ช่ ง Start Motor 2. ไม่ก่ ม่ ก่ อให้เ ห้ กิด Harmonics ในระบบ 3. ซ่อ ซ่ มบำ รุงรัก รั ษาง่าย ข้อ ข้ เสีย สี ของการสตาร์ท ร์ มอเตอร์แ ร์ บบ สตาร์ เดลต้า Star Delta 1. ถ้าต่อมอเตอร์ใร์ ช้ง ช้ านในระบบของไหล เช่น ช่ ปั๊มน้ำ ปั๊มไฮดรอลิค แล้วมีก มี ารหยุดมอเตอร์ทั ร์ ทั นที จะ ทำ ให้เ ห้ กิน Water Hammer, Water Surge ซึ่ง ซึ่ มีผ มี ลทำ ให้ท่ ห้ ท่ อระเบิดบิหรือ รืใบพัด พั หัก หั 2. ราคาสูง สู กว่า ว่ แบบ DOL เพราะใช้อุ ช้ อุ ปกรณ์มากกว่า ว่ 3. วงจรซับ ซั ซ้อ ซ้ น ถ้าต่อผิดผิอาจทำ ให้ร ห้ ะเบิดบิ ได้ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 79


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 2.2.13 จงอธิบธิายหน้าที่ หลักการทำ งานและวงจรของ Starter & Feeder Cubicle Starter & Feeder Cubicle ประกอบไปด้วย 1. Starter Module เป็นตู้ Module ย่อ ย่ ยที่ใช้ค ช้ วบคุม คุ การทำ งาน ของมอเตอร์ เช่น ช่ Start, Stop หรือ รื ตรวจสอบสถานะการทำ งาน ของมอเตอร์ 2. Feeder Module เป็นตู้ Module ย่อ ย่ ยที่เป็นแหล่งจ่า จ่ ยไฟให้ แก่โหลดอื่นๆ เช่น ช่ Air Condition, Heater, UPS, DC Battery Charger, Power Socket, Lighting เป็นต้น Starter Module สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 87


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) Wiring Diagram Of Starter Module (Direct Online) Wiring Diagram Of Starter Module (Direct Online) สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 87


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) วงจรควบคุม คุ Feeder Module สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 87


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) Wiring Diagram Of Feeder Module 2.2.14 จงอธิบธิายหน้าที่และรูปแบบการทำ งานของ Local Control Switch ประเภทสวิตวิซ์ปุ่ซ์ ปุ่ ม ปุ่ กด (Push button switch) เป็นอุปกรณ์ส่ง ส่ สัญญา สั ณ โดยการกดจากผู้ ผู้ปผู้ ฏิบัติ บั ติงาน โดยทั่ว ทั่ ไปจะมีห มี น้าสัม สั ผัส ผั ช่ว ช่ ยอยู่ด้ ยู่ ด้ วยมีห มี ลายรูปแบบและหลายขนาดให้เ ห้ ลือกใช้ง ช้ าน เช่น ช่ เป็นแบบหัว หั เรีย รี บ แบบหัว หั เห็ด ห็ ขนาดเส้น ส้ ผ่า ผ่ นศูนย์ก ย์ ลางขนาด 22 ม.ม. และ 30 ม. ม.ส่ว ส่ นใหญ่จะมีแ มี อมป์ มิเมิตอร์ปร์ ระกอบอยู่ด้ ยู่ ด้ วย ส่ว ส่ นจะมีห มี ลอดไฟหรือ รืไม่มี ม่ ห มี ลอดไฟในตัวก็ขึ้น ขึ้ อยู่กั ยู่ กั บความจำ เป็น สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 90


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) สวิตวิซ์ปุ่ซ์ ปุ่ ม ปุ่ กดมีห มี ลายสีใสี ห้เ ห้ ลือกใช้ง ช้ าน แต่โดยมีทั่ มี ทั่ ว ทั่ ๆไปจะใช้ 2 สี ดังนี้ สีแ สี ดง เพื่อ พื่ หยุดการทำ งานปกติหรือ รื หยุดการทำ นานฉุก ฉุ เฉิน สีเ สี ขีย ขี ว เพื่อ พื่ สั่ง สั่ เริ่มริ่การทำ งาน ประเภทแบบสวิตวิช์เ ช์ ลือก (Selector Switch) สามารถใช้ค ช้ วบคุม คุ การทำ งานได้เช่น ช่ เดียวกัน โดยมี ตำ แหน่งให้เ ห้ ลือกตั้ง ตั้ แต่ 2 ถึง 4 ตำ แหน่ง มีทั้ มี ทั้ ง ทั้ แบบบิดบิค้าง (Maintained) และแบบสปริงริย้อ ย้ นกลับ 1. ประเภท 3 ตำ แหน่ง ประกอบไปด้วยตำ แหน่ง OFF – OPERATE – ON สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 90


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 2. ประเภท 4 ตำ แหน่ง ประกอบไปด้วยตำ แหน่ง AOTO - OFF – OPERATE – ON สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 90


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 2.2.15 จงอธิบธิาย Drawing Diagram ของ MCC Module ที่ควบคุม คุ ด้วย PLC การศึกษา Wiring Diagram เบื้อ บื้ งต้นสามารถแบ่ง บ่ เห็น ห็ ได้เป็น ส่ว ส่ นๆได้ดังนี้ 1. ส่ว ส่ น POWER PART จะเป็นส่ว ส่ นที่จ่า จ่ ยไฟให้ MOTOR หมุน โดยประกอบไปด้วย 1.1 Fuse เพื่อ พื่ป้อ ป้ งกัน Short Circuit โดยส่ว ส่ ยใหญ่จะใส่ไส่ ว้ที่ ว้ ที่200-250 % 1.2 Magnetic Contactor เป็นตัวตัดต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า ฟ้ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 93


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 1.3 Overload Relay เพื่อ พื่ป้อ ป้ งกันกระแสเกิน โดยส่ว ส่ นใหญ่จะตั้ง ตั้ ไว้ 100% ของ LOAD 1.4 Current Transformer (CT) เพื่อ พื่ ส่ง ส่ กระแสไปหน้างาน 2. ส่ว ส่ น CONTROL PART จะเป็นส่ว ส่ นที่รับ รั คำ สั่ง สั่ จาก ON/OFF จาก CCR หรือ รื LOCAL CONTROL Magnetic 2.1 Control relay ทำ หน้าที่รับ รั คำ สั่ง สั่ ต่างๆมาเพื่อ พื่ ให้ว ห้ งจรไฟฟ้า ฟ้ ทำ งานไปยัง ยั COIL เพื่อ พื่ ON Motor โดย Relay บางตัวทำ หน้าที่ Interlock เช่น ช่ K02 (EMERGERCY : NA) สำ หรับ รั Permit Start ใน Single Line นี้ผ่า ผ่ นมาทาง PLC 2.2 Local Switch จะทำ หน้าที่ ON/OFF Motor จากหน้างาน โดยสัญญา สั ณผ่า ผ่ นทาง PLC 2.3 Control relay K01 ทำ หน้าที่ ON/OFF MOTOR เป็นสัญ สั ญาณ OUTPUT ของ PLC จาก Block Diagram จะเห็น ห็ ว่า ว่ MCC (MOTOR CONTROL CENTER) มีก มี าร CONNECT สาย CONNECT ระหว่า ว่ ง PLC และ DCS โดยมีสั มี ญญาณ สั มาตรฐานดังนี้ (อักษรย่อ ย่ อาจเรีย รี กไม่เ ม่ หมือ มื นกันในแต่ละPLANT สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 93


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 1. Module fault (STM) เป็นการบอก Status Module ว่า ว่ พร้อ ร้ ม ใช้ง ช้ านหรือ รืไม่ เมื่อ มื่ ดูต ดู าม SINGLE LINE จะเห็น ห็ ว่า ว่ K2 ต้อง Energize และใช้ Free Contact บอก Status ให้ PLC และ DCS รับ รั ทราบ 2. Motor Running (RM) เป็นการบอก Status Motor ว่า ว่ หมุนหรือ รืไม่โม่ ดยรับ รั สัญ สั ญาณจาก AUX.CONTACT ของ Magnetic (K1), Status ให้ PLC และDCS รับ รั ทราบ 3. Process Stop (PRS) ในวงจรนี้ ส่ง ส่ มาจากDCS มาหา PLC โดยส่ง ส่ มาทาง MODBUS TCPหรือ รื บางที่อาจจะเข้า ข้ Relay และใช้ Free Contact มาตัดวงจร 4. Auto ON/OFF (AEA) ในวงจรนี้ ส่ง ส่ มาจากDCS มาหา PLC โดยส่ง ส่ มาทาง MODBUS TCPหรือ รื บางที่อาจจะเข้า ข้ Relay และใช้ Free Contact มาตัดวงจร 5. Hand On (He) เป็นสัญ สั ญาณ ON จาก LOCAL SWITCH ในวงจรนี้ส่ง ส่ เข้า ข้ PLC 6. Hand Off (HA) เป็นสัญ สั ญาณ OFF จาก LOCAL SWITCH ในวงจรนี้ส่ง ส่ เข้า ข้ PLC 7. Auto/Manual (FA) เป็นสัญ สั ญาณเพื่อ พื่ บอกให้ PLC ทราบว่า ว่ ต้องการ ONจาก LOCAL หรือ รื CCR 2.3 Routine activity 2.3.1 จงระบุและอธิบธิายวิธีวิก ธี ารทำ Preventive Maintenance MCC Module 2.3.2 จงแสดงวิธีวิก ธี ารทำ Preventive Maintenance MCC Module การทำ ทำ Preventive Maintenance ของ MCC Module จะอ้างอิง Instruction Mainual No.S10320000-2108-MAE_งานบำ รุงรัก รั ษาเชิงชิป้อ ป้ งกัน สำ หรับ รั ระบบ Motor Control Center (Preventive Maintenance of MCC System) และมี รายการที่ควรตรวจเช็ค ช็ โดยใช้แ ช้ บบฟอร์ม ร์ หน้า 95 สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 10320000F-011-MAE_INSPECTION MCC MODULE AND AC MOTOR โดยมีขั้ มี น ขั้ ตอนการ ตรวจสอบดังนี้ 1. Fuse Holder ขั้ว ขั้ ต่อสายไฟ แน่น สะอาด ฉนวนไม่มี ม่ ก มี ารเปลี่ยนสีเ สี นื่องจากความร้อ ร้ น base fuse ส่ว ส่ นที่เป็นโลหะมีส มี ภาพดีไม่มี ม่ ก มี ารเปลี่ยนสภาพเนื่องจากความร้อ ร้ น 2. Main Circuit Breaker ขั้ว ขั้ ต่อสายไฟ แน่น สะอาด ไม่มี ม่ ก มี ารเปลี่ยนสี เนื่องจากความร้อ ร้ น 3. Contactor ขั้ว ขั้ ต่อสายไฟ แน่น สะอาด ฉนวนไฟฟ้า ฟ้ไม่มี ม่ ก มี ารเปลี่ยนสีเ สี นื่องจากความร้อ ร้ น , Main Contact Set สะอาด ไม่มี ม่ ร มี อยอาร์ค ร์ กรณีที่พบการอาร์ค ร์ ที่หน้า contact ให้ทำ ห้ ทำ การเปลี่ยน spare part contact set ทั้ง ทั้ ชุด กรณีที่ใช้ง ช้ านกับมอเตอร์ ขนาดใหญ่จะต้องทำ ความสะอาดเขม่า ม่ ใน ชุดดังอาร์ค ร์ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 95


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 4. Overload Relay ขั้ว ขั้ ต่อสายไฟ แน่น สะอาด, ค่า SETTING ถูก ถู ต้อง, ปุ่ม ปุ่ กด Reset อยู่ใยู่ น Mode Manual 4. Overload Relay ขั้ว ขั้ ต่อสายไฟ แน่น สะอาด, ค่า SETTING ถูก ถู ต้อง, ปุ่ม ปุ่ กด Reset อยู่ใยู่ น Mode Manual 5. Current Transformer การต่อสายไฟ แน่น สะอาด ไม่มี ม่ ก มี ารเปลี่ยนสีเ สี นื่องจากความร้อ ร้ น สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 95


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 6. Power Cable การเข้า ข้ สายและสภาพหางปลาต่างๆ แน่น สะอาด สภาพฉนวนของสายไฟ ไม่มี ม่ ร มี อยไหม้ ไม่มี ม่ ก มี ารเปลี่ยนสีเ สี นื่องจากความร้อ ร้ น กรณีที่เป็น bus bar ภายใน module จุดต่อต่างๆ ต้องแน่นไม่มี ม่ ก มี ารเปลี่ยนสีเ สี นื่องจากความร้อ ร้ น 7. Control relay ภายใน module มีส มี ภาพดีพร้อ ร้ มใช้ง ช้ านได้ตาม function กรณีที่มีการ มี จ่า จ่ ยไฟ กรณีที่มีการ มี จ่า จ่ ยไฟ ตลอดเวลาขณะใช้ง ช้ านควรตรวจสภาพขดลวดฉนวนจะต้องไม่มี ม่ ก มี ารเปลี่ยนสีเ สี นื่องจากความร้อ ร้ น 8. Indicator lamp มีส มี ภาพพร้อ ร้ มใช้ง ช้ านได้ตามฟัง ฟั ก์ชั่น ชั่ 9. ตรวจสอบแรงกดสปริงริของ Connection กรณีที่เป็นแบบ Withdrawable type สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 95


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 10. ในขั้น ขั้ ตอนสุด สุ ท้ายก่อนการจ่า จ่ ยไฟฟ้า ฟ้ เข้า ข้ MCC module จะต้องทำ Insulation test และทำ Function test เพื่อ พื่ ให้มั่ ห้ น มั่ ใจได้ว่า ว่ หลังการตรวจสอบและบำ รุงรัก รั ษาไม่มี ม่ ก มี ารลัดวงจร และ สามารถใช้ง ช้ านได้ตามฟัง ฟั ก์ชั่น ชั่ 2.3.3 จงระบุและอธิบธิายวิธีวิก ธี าร Inspection Motor และส่ว ส่ นประกอบการจ่า จ่ ยไฟ 2.3.4 จงแสดงวิธีวิก ธี าร Inspection Motor และส่ว ส่ นประกอบการจ่า จ่ ยไฟ 1. วัด วั ค่า Insulation Resistance รวมของ Motor และ Cable ค่าที่วัด วั ได้ต้อง มีค่ มี ค่ าตาม มาตรฐาน มีค มี วามปลอดภัย พร้อ ร้ มใช้ง ช้ าน หากค่าไม่ผ่ ม่ า ผ่ นตามมาตรฐาน ให้ดำ ห้ ดำเนินการต่อในข้อ ข้ (2) 2. สำ รวจสภาพ Motor หน้างาน ที่ตัว Motor และ ใบพัด พั ต้องสะอาด Terminal Box ต่อ สายไฟสภาพ Seal อยู่ใยู่ นสภาพดี แน่นหนา การเข้า ข้ สายไฟกับ Terminal Box ต้องแน่น สายไฟไม่ถู ม่ ก ถู รั้ง รั้ Support ไม่เ ม่ ปียกชื้น ชื้ และไม่เ ม่ ป็น สนิมและวัด วั ค่า Insulation Resistance ด้วยเครื่อ รื่ ง MEGGER โดยขนาดแรงดันที่ใช้ทำ ช้ ทำ การวัด วั ให้เ ห้ป็นไปตามมาตรฐาน IEEE43-2000 ตามตาราง สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 98


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) หลังจากที่ทำ การวัด วั ค่า Insulation Resistance แล้วให้บั ห้ น บั ทึกค่าลง ในแบบฟอร์ม ร์ 10324000F-011 โดยผลการวัด วั จะต้องมีค่ มี ค่ าตามมาตรฐาน IEEE43-2000 ตามตาราง 2.3.5 จงอธิบธิายการลงข้อ ข้ มูลในแบบฟอร์ม ร์ การ Preventive Maintenance Motor Control Center แบบฟอร์ม ร์ การ Preventive Maintenance Motor Control CenterFrom 10320000F -011-MAE_INSPECTION MCC MODULE AND AC MOTOR 1. หลังจากดำ เนินการตรวจสอบ และบัน บั ทึกผลการปฏิบัติ บั ติงานเรีย รี บร้อ ร้ ยแล้ว ให้ล ห้ งชื่อ ชื่ ใน ช่อ ช่ ง ผู้ดำผู้ ดำ เนินการตรวจสอบ และส่ง ส่ ผลการตรวจสอบนี้ (แบบฟอร์ม ร์ 10320000F-011-MAE) ให้กั ห้ กั บ หัว หั หน้าทีมหรือ รื หัว หั หน้างาน แล้วจึง จึ ส่ง ส่ ต่อไปยัง ยั วิศวิวกร เพื่อ พื่ ทำ การตรวจสอบต่อไป 2. ให้พ ห้ นักงานผู้ที่ผู้ ที่ ดำ เนินการตรวจสอบ นำ ข้อ ข้ มูลจากแบบฟอร์ม ร์ 10320000F-011-MAE จัด จั พิมพิพ์ล พ์ งในระบบ Computer และจัด จั เก็บในแฟ้ม ฟ้ ประวัติ วั ติ โดยแยกตามพื้น พื้ ที่ เพื่อ พื่ เก็บเป็นประวัติ วั ติในการ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 99


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) วิเวิคราะห์ต่ ห์ ต่ อไป 2.3.6 จงแสดงการลงข้อ ข้ มูลในแบบฟอร์ม ร์ การ Preventive maintenance Motor Control Center สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 100


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 2.4.1 จงระบุความผิดผิ ปกติที่เกิดจากการ Preventive Maintenance Motor Control Center 2.4 Problem solving 2.4.2 จงอธิบธิายแนวทางการแก้ไข ตอนที่ 3 Major Preventive Maintenance Motor Control Center 3.1 Safety Practice 3.1.1 จงระบุอันตรายที่จะเกิดขึ้น ขึ้ จากการปฏิบัติ บั ติงาน Major PM Motor Control Center 3.1.2 จงอธิบธิายอันตรายที่จะเกิดขึ้น ขึ้ จากการปฏิบัติ บั ติงาน Major PM Motor Control Center สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 101


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 3.1.3 จงระบุอุปกรณ์PPE ที่เหมาะสมในการเข้า ข้ไปทำ งาน Major PM Motor Control Center 3.1.4 จงอธิบธิายวิธีวิก ธี ารเลือกใช้ PPE ในแต่ละชนิดที่ใช้ใช้ นงาน Major PM Motor Control Center 3.1.5 จงแสดงวิธีวิป้ธี อ ป้ งกันอันตรายแต่ละชนิดในการปฏิบัติ บั ติงาน Major PM Motor Control Center เหมือ มื นกันกับงาน Preventive maintenance Motor Control Center โดยให้พิ ห้ จพิารณา ตามหลักสูต สู รอบรมหลักสูต สู ร อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันภัยส่ว ส่ นบุคคล (PPE) 3.1.6 จงอธิบธิายขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ บั ติงานที่ปลอดภัยในการปฏิบัติ บั ติงาน Major PM Motor Center 3.1.7 จงแสดงขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ บั ติงานที่ปลอดภัยในการปฏิบัติ บั ติงาน Major PM Motor Center ขั้น ขั้ ตอนการทำ งานที่ปลอดภัยในการทำ งาน Major PM Motor Control Center 1. มีค มี วามเข้า ข้ใจการประเมินมิความเสี่ย สี่ งการปฏิบัติ บั ติงาน Major Preventive Maintenance Motor Control Center ของหน่วยงาน Maintenance Motor Control Center ของหน่วยงาน และนำ ไปเป็นเอกสารแนบการขอ Work สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 103


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) Permit ตาม S9900-1018_PM Permit to Work 2. มีค มี วามเข้า ข้ใจ Tool Box ขั้น ขั้ ตอนการปฏิบัติ บั ติงาน Major Preventive Maintenance Motor Control Center นำ เสนอหัว หั หน้างานอนุมัติ มั ติและนำ ไปเป็นเอกสารแนบการขอ Work Permit ตาม S9900-1018_PM Permit to Work 3. Work Permit ก่อนเข้า ข้ ทำ งานควรดำ เนินการทำ Work Permit การทำ Major Preventive Maintenance Motor Control Center ซึ่ง ซึ่ เป็น E-PERMIT ชนิด COLD WORK PERMIT ตาม 1018_PM Permit to Work 4. ดำ เนินการตามขั้น ขั้ ตอนการตัดจ่า จ่ ยไฟภายใน Substation พร้อ ร้ มระบบLock Out/ Tag Out เพื่อ พื่ ความปลอดภัยในการปฏิบัติ บั ติงาน และเจ้า จ้ หน้าที่ผลิตได้หยุดการใช้ง ช้ านเครื่อ รื่ งจัก จั รนั้น นั้ จริงริๆ ตามคู่มื คู่ อ มื ปฏิบัติ บั ติงาน PM S10320000-1001-MAE_-การตัดจ่า จ่ ยไฟฟ้า ฟ้ ภายใน SUBSTATION 5. สวมใส่ PPE ที่เหมาะสมต่อการทำ งานนั้น นั้ โดย PPE พื้น พื้ ฐาน ที่ต้องดำ เนินการใส่ทุ ส่ ก ทุ ครั้ง รั้ ก่อน ปฏิบัติ บั ติงานตาม พิจพิารณาตามหลักสูต สู รอบรมพนักงานใหม่ อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันภัยส่ว ส่ นบุคคล (PPE) ตาม ประเภทงาน ความเหมาะสมแต่ละงาน - รองเท้าเซฟตี้ (SAFETY SHOE) - หมวกเซฟตี้ (SAFETY HELMET) - แว่น ว่ ตาเซฟตี้ (SAFETY GLASS) 6. สวมใส่ PPE สำ หรับ รั การปฏิบัติ บั ติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ฟ้ กรณีประเมินมิความเสี่ย สี่ งแล้วผลการประเมินมิ ให้ต้ ห้ ต้ องสวมใส่เ ส่ พิ่มพิ่เติม เช่น ช่ งานตัดจ่า จ่ ยไฟฟ้า ฟ้ใน Substation, งานซ่อ ซ่ มที่มีค มี วามเสี่ย สี่ งถูก ถู กระแสไฟฟ้า ฟ้ ดูด ดู - ถุง ถุ มือ มื ยางฉนวนไฟฟ้า ฟ้ และ อุปกรณ์ป้อ ป้ งกันมือ มื - Arc Flash Protection - VoltAlert Electrical Tester (Personal Safety Tool) 3.2 กำ หนด Knowledge ความรู้ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 104


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 3.2.1 จงอธิบธิายหลักการของแอร์เ ร์ ซอร์กิ ร์ กิตเบรกเกอร์ Air Circuit Breaker (ACB) หรือ รื แอร์เ ร์ ซอร์กิ ร์ กิตเบรกเกอร์ เป็นเบรกเกอร์ข ร์ นาดใหญ่ มีค มี วาม แข็ง ข็ แรง ทนทานต่อกระแสไฟฟ้า ฟ้ ลัดวงจรสูง สู มีพิ มี กัพิ กั ดกระแสไฟฟ้า ฟ้ สูง สู ถึง 6300 A ทำ ให้ร ห้ าคาของ เบรก เกอร์ ACB มีร มี าคาแพง และนับว่า ว่ เป็นเบรกเกอร์ที่ ร์ ที่ มีข มี นาดใหญ่ที่สุด สุ ในเบรกเกอร์แ ร์ รงดันไฟฟ้า ฟ้ ต่ำ (LV) ส่ว ส่ นมากใช้เ ช้ป็น Main เบรกเกอร์ใร์ นวงจรไฟฟ้า ฟ้ ถูก ถู ติดตั้ง ตั้ ไว้ใว้ นตู้ MDB และ MCC เบรกเกอร์ช ร์ นิดนี้ สามารถเพิ่มพิ่อุปกรณ์เสริมริต่างๆ เข้า ข้ไปได้ตามความต้องการ ต่างจากเบรกเกอร์ MCCB ที่จะเพิ่มพิ่อุปกรณ์ เข้า ข้ไปภายหลังไม่ไม่ ด้ โครงสร้า ร้ งทั่ว ทั่ ไปทำ ด้วยเหล็กมีช่ มี อ ช่ งดับอาร์ก ร์ (Arcing chamber) ที่ใหญ่และแข็ง ข็ แรงเพื่อ พื่ ให้ส ห้ ามารถรับ รั กระแสลัดวงจรจำ นวนมากได้ ส่ว ส่ นใหญ่จะมีห มี ลักการทำ งานโดยใช้อุ ช้ อุ ปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในการตรวจจับ จั และวิเวิคราะห์ก ห์ ระแสเพื่อ พื่ สั่ง สั่ ปลดวงจร 3.2.2 จงอธิบธิายโครงสร้า ร้ งและส่ว ส่ นประกอบของแอร์เ ร์ ซอร์กิ ร์ กิตเบรกเกอร์ ACB สามารถแบ่ง บ่ ชนิดตามการติดตั้ง ตั้ ได้ 2 แบบ คือ 1) แบบติดตั้ง ตั้ อยู่กั ยู่ กั บที่ (Fixed Type) ติดตั้ง ตั้ ให้ติ ห้ ติดกับ Main Circuit โดยยึด ยึ ติดด้วยสกรู อย่า ย่ ง แข็ง ข็ แรง เวลาถอดออกเพื่อ พื่ ซ่อ ซ่ มบำ รุงจะต้องดับไฟและใช้เ ช้ วลามาก 2) แบบดึงออกได้ (Draw Out Type) ติดตั้ง ตั้ บนโครงล้อเลื่อนที่สามารถเลื่อน ไปตามราง ที่เตรีย รี มไว้ ส่ว ส่ นสัม สั ผัส ผั ของ ACB กับ Main Circuit จะต้องเป็นแบบพิเพิศษเพื่อ พื่ ให้ก ห้ ารสัม สั ผัส ผั ที่แนบแน่น ซึ่ง ซึ่ จะทำ ให้ก ห้ ระแสสามารถไหลผ่า ผ่ นได้สะดวกการซ่อ ซ่ มบำ รุง ACB แบบนี้ ทำ ได้สะดวกรวดเร็ว ร็ และสามารถ ลดเวลาการดับไฟฟ้า ฟ้ได้ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 104


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) 3.2.4 จงอธิบธิายหน้าที่และส่ว ส่ นประกอบของตู้ Main Incoming Main Incoming มี Air Circuit Breaker (ACB) ทำ หน้าที่รับ รัไฟจากหม้อ ม้ แปลง เพื่อ พื่ จ่า จ่ ยเข้า ข้ไปยัง ยั BUS BAR ของตู้ MCC หน้าตู้จ ตู้ ะประกอบด้วย - Air Circuit Breaker - Ammeter - Voltmeter - Power Factor Meter - Selector Switch สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 112


คู่มือฝึกอบรม (Training Module) หมายเลขเอกสาร SXXXXXX-XXXX Rev.0 แก้ไขครั้งที่ 0 เริ่มมีผลบังคับใช้ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2565 Motor Control Center (MCC) ส่ว ส่ นประกอบหลักๆของตู้ Main Incoming ภายในตู้จ ตู้ ะแบ่ง บ่ เป็น 3 ส่ว ส่ นหลักๆได้แก่ 1. Bus bar Compartment รับ รัไฟมาจากหม้อ ม้ แปลงไฟฟ้า ฟ้ ผ่า ผ่ นมาทาง Power Cable, Busway หรือ รื Bus duct และมี Current Transformer เพื่อ พื่ แปลงกระแสก่อนเข้า ข้ Ammeter 2. Air Circuit Breaker Compartment คือเบรกเกอร์ข ร์ นาดใหญ่ที่สุด สุ ในเบรกเกอร์ช ร์ นิดLow Voltage มีค มี วามแข็ง ข็ แรง ทนกระแสไฟได้สูง สู 3. Control Compartment คือ อุปกรณ์ที่ใช้ใช้ นระบบควบคุม คุ หรือ รื แสดงผลของตู้ เช่น ช่ Control Transformer, Voltage Transformer, Circuit Breaker และ Control Relay ต่างๆ สายวิช วิ าชีพ ชี ไฟฟ้า ฟ้ หน้า 112


Click to View FlipBook Version