The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มแผนพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2566-2570 (เล่ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by paveenakhotawang, 2022-07-21 04:11:11

เล่มแผนพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2566-2570 (เล่ม

เล่มแผนพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2566-2570 (เล่ม

46

47

48

13.2) ดา้ นโทรศัพท์เคลือ่ นที่
ในปี 2559 มีชุมสายโทรศัพท๑ โครงขํายของ TOT จานวน 70 ชุมสาย 34,632 เลขหมาย

มีชุมสายโทรศัพท๑โครงขํายของ TT&T จานวน 8 ชุมสาย 6,217 เลขหมายเลขหมายที่เปิดใช๎แล๎วในสํวนของ
โครงขาํ ย TOT จานวน 15,029 เลขหมาย และโครงขําย TT&T จานวน 2,804 เลขหมาย โดยประเภทผู๎เชํา
สวํ นมากเปน็ บา๎ นพักอาศัย ธุรกจิ สํวนราชการ ตามลาดับ
ที่มา : บ.ทีโอที จากดั จากดั (มหาชน)/ข๎อมูลลําสุดท่ีเผยแพรใํ นเว็บไซต๑สานกั งานสถติ ิแหงํ ชาติ

13.3) ดา้ นอนิ เตอร์เน็ต
จังหวัดกาฬสินธุ๑มีร๎อยละของครัวเรือนที่มีการเช่ือมตํออินเตอร๑เนทเพ่ิมข้ึนเรื่อยๆ โดยต้ังแตํปี

2557-2561 มีครัวเรือนท่ีมีการเช่ือมตํออินเตอร๑เนทเพ่ิมข้ึนจาก 34,308 ครัวเรือน หรือร๎อยละ 15.1

ในปี 2557 เปน็ 137,597 ครัวเรอื น หรอื ร๎อยละ 53.7 ในปี 2561

ปี จานวนครัวเรือนทั้งส้นิ จานวนครัวเรอื นทเ่ี ชื่อมตํออินเตอรเ๑ นท

จานวน (ครวั เรือน) รอ๎ ยละ

2557 227,591 34,308 15.1

2558 226,873 82,998 36.6

2559 230,770 109,941 47.6

2560 242,053 127,160 52.5

2561 256,460 137,597 53.7

ที่มา : การสารวจการมีการใช๎เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน สานักงานสถิตแิ หงํ ชาติ

กระทรวงดจิ ิทัลเพ่ือเศรษฐกจิ และสังคม (ข๎อมูลลาํ สุดท่ีมีการสารวจ)

13.4) ด้านการประปา

จงั หวัดกาฬสินธ๑ุมีการประปาในความรับผิดชอบ 3 แหํง ประกอบด๎วย การประปาสํวนภูมิภาค
สาขากาฬสินธุ๑ การประปาสํวนภูมิภาค สาขากุฉินารายณ๑ และ การประปาสํวนภูมิภาคสาขาสมเด็จ มีกาลังผลิตท่ีใช๎
งานรวมท้ังสนิ้ จานวน 44,840 ลกู บาศกเ๑ มตร/วัน มผี ู๎ใช๎นา้ จานวน 35,324 ราย

ขอ้ มูลสาคัญการประปาสว่ นภูมภิ าคในจงั หวัดกาฬสินธ์ุ
ปี จานวนผใู๎ ชน๎ ้า กาลงั ผลิตที่ใช๎งาน ปรมิ าณนา้ ผลิต ปริมาณนา้ ผลติ จําย ปริมาณน้าจาหนาํ ย

(ราย) (ลบ.ม/วนั ) (ลบ.ม./เดอื น) (ลบ.ม./เดือน) (ลบ.ม./เดอื น)

2559 31,527 40,360 977,443 912,993 639,722
2560 32,281 40,280 1,060,794 960,450 637,765
2561 33,214 39,190 1,194,956 950,303 641,817
2562 34,675 60,930 1,036,627 981,231 744,633
2563 35,324 44,840 944,611 915,362 678,949

49

ข้อมลู สาคญั การประปาส่วนภูมิภาค สาขากาฬสินธุ์
ปี จานวนผใ๎ู ชน๎ า้ กาลังผลิตท่ใี ชง๎ าน ปริมาณนา้ ผลติ ปริมาณน้าผลติ จําย ปรมิ าณนา้ จาหนาํ ย

(ราย) (ลบ.ม/วัน) (ลบ.ม./เดือน) (ลบ.ม./เดอื น) (ลบ.ม./เดอื น)

2559 21,173 28,800 727,481 682,613 476,574

2560 21,665 28,800 807,610 732,976 468,524

256๑ 22,182 27,310 937,339 720,979 468.588

2562 23,189 27,450 741,905 703,837 532,442

2563 23,477 32,600 667,586 649,204 489,497

(ทีม่ า : สานกั งานการประปา การประปาสํวนภูมิภาค สาขากาฬสนิ ธุ๑)
ขอ้ มลู สาคัญการประปาส่วนภมู ิภาค สาขากฉุ ินารายณ์

ปี จานวนผ๎ูใช๎นา้ กาลงั ผลิตทใ่ี ชง๎ าน ปริมาณนา้ ผลติ ปริมาณน้าผลิตจําย ปรมิ าณน้าจาหนาํ ย
(ราย) (ลบ.ม/วัน) (ลบ.ม./เดือน) (ลบ.ม./เดือน) (ลบ.ม./เดือน)

2559 4,841 4,000 112,957 104,257 73,331

2560 4,868 3,920 113,959 100,559 78,612

2561 5,143 4,320 104,653 98,931 76,527

2562 5,282 4,320 106,834 104,969 86,935

2563 5,417 4,320 119,901 113,506 77,507

(ทีม่ า : สานักงานการประปา การประปาสํวนภมู ภิ าค สาขากุฉินารายณ๑) ปริมาณนา้ จาหนาํ ย
ข้อมูลสาคญั การประปาสว่ นภมู ิภาค สาขาสมเด็จ (ลบ.ม./เดือน)

ปี จานวนผูใ๎ ช๎น้า กาลังผลิตทใี่ ช๎งาน ปรมิ าณนา้ ผลติ ปรมิ าณนา้ ผลติ จาํ ย
(ราย) (ลบ.ม/วนั ) (ลบ.ม./เดอื น) (ลบ.ม./เดือน)

2559 5,673 7,560 137,005 126,123 89,817
2560 5,748 7,560 139,225 126,915 90,629
2561 5,889 7,560 152,964 130,393 96,702
2562 6,143 7,560 180,465 165,598 125,256
2563 6,430 7,920 157,124 152,652 111,945

50

13.5) ดา้ นไฟฟ้า
จังหวัดกาฬสินธุ๑ มีผ๎ูใชไ๎ ฟฟาู ในปี พ.ศ. 2563 จานวน 296,550 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2562

จานวน 7,548 ราย หรือคิดเป็นร๎อยละที่เพ่ิมข้ึน +2.61 (ปี 2562 มีจานวนผ๎ูใช๎ไฟฟูา 289,002 ราย) โดย
กิจการท่ีมผี ใู๎ ชไ๎ ฟฟาู มากทส่ี ดุ คอื บา๎ นอยูอํ าศยั (น๎อยกวํา 150 กิโลวัตต๑-ชั่วโมงตํอเดือน) บ๎านอยูํอาศัย (150 และมากกวํา
กิโลวัตต๑-ช่ัวโมงตอํ เดอื น) กจิ การขนาดเล็ก กิจการขนาดกลาง และอ่ืนๆ ตามลาดับ ดังตารางสถิติผู๎ใช๎ไฟฟูา และการ
จาหนาํ ยพลังงานไฟฟูาของการไฟฟาู สวํ นภมู ภิ าค จาแนกตามประเภทผูใ๎ ช๎ พ.ศ. 2560 – 2563

สถติ ผิ ้ใู ช้ไฟฟ้า และการจาหนา่ ยพลังงานไฟฟา้ ของการไฟฟา้ สว่ นภูมภิ าค

จาแนกตามประเภทผใู้ ช้ พ.ศ. 2560 – 2563

หนํวย : (กโิ ลวัตต๑-ช่ัวโมง)

รายการ ปี

2560 2561 2562 2563

จานวนการไฟฟูา 18 18 18 18

จานวนผใู๎ ชไ๎ ฟฟูา 278,117 283,855 289,002 296,550

(ราย)

- บา๎ นอยูํอาศยั (นอ๎ ยกวาํ 196,236 197,856 196,858 192,144

150 กโิ ลวัตต๑-ช่ัวโมงตํอ

เดือน)

- บา๎ นอยํูอาศยั (150 56,198 58,887 64,123 75,664

และมากกวาํ กโิ ลวตั ต๑-

ช่ัวโมงตํอเดือน)

- กจิ การขนาดเลก็ 19,545 20,249 20,521 20,412

- กิจการขนาดกลาง 521 547 582 606

- กจิ การขนาดใหญํ 23 22 27 27

- กิจการเฉพาะอยาํ ง 26 29 33 30

- องค๑กรท่ีไมแํ สวงหา -- 2 2

กาไร

- สบู น้าเพอ่ื การเกษตร 90 90 94 95

- ไฟช่วั คราว 5,475 6,172 6,759 7,567

- ไฟสารอง 33 3 3

- ไฟที่สามารถงดจาํ ย -- - -

ไฟฟาู ได๎

- สถานีอดั ประจไุ ฟฟาู -- - -

พลังงานไฟฟาู ทจ่ี าหนําย 715,115,635 710,735,780 783,814,975 794,154,062

และใช๎ (กิโลวัตต๑-ช่วั โมง)

- บา๎ นอยํูอาศยั (น๎อย 151,958,140 307,510,977 154,143,602 170,787,580

กวาํ 150 กโิ ลวัตต๑-

ช่ัวโมงตํอเดือน)

- บา๎ นอยํูอาศยั (150 148,288,374 154,59,422 182,348,844 192,095,480

และมากกวํา กิโลวตั ต๑-

ชัว่ โมงตอํ เดือน)

- กจิ การขนาดเลก็ 112,649,584 113,373,973 121,985,683 121,960,052

51

รายการ ปี 2563
2560 2561 2562
(กโิ ลวัตต๑-ชว่ั โมง) 124,252,019
- กิจการขนาดกลาง 105,770,904 112,864,825 123,122,870
(กิโลวัตต๑-ชว่ั โมง) 162,181,348
- กิจการขนาดใหญํ 177,785,475 156,321,762 178,104,829
(กิโลวตั ต๑-ชวั่ โมง) 3,545,884
- กิจการเฉพาะอยําง 4,211,297 4,366,594 4,746,003 50,386
- องค๑กรทีไ่ มแํ สวงหา 19,616 - 15,103
กาไร 9,955,900
- สบู นา้ เพื่อการเกษตร 6,515,156 7,331,700 9,704,534 7,451,693
- ไฟช่ัวคราว 6,214,969 7,466,949 8,033,917 1,873,720
- ไฟสารอง 1,702,120 1,499,000 1,609,560
- ไฟทีส่ ามารถงดจําย -
ไฟฟาู ได๎ - - -
สถานอี ัดประจไุ ฟฟูา -
- --
ทม่ี า : การไฟฟูาสํวนภมู ภิ าค

14 ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม

14.1) ทรพั ยากรดินและการใชด้ ิน
1) สภาพดนิ
จากกา รสาร วจสภ าพดิน ข อง จัง หวัดก าฬสิน ธุ๑ แบํง ดิ น ตาม ลักษณะ พื้น ที่ท่ี และ ศั กยภา พ

การใชป๎ ระโยชน๑ทใี่ กล๎เคยี งกัน ดังน้ี
1.ดินทเี่ กดิ ในที่ราบน้าทวํ มถึง แบํงเป็น 2 ประเภท คือดินที่เกิดตามสันริมฝ่ังแมํน้า ได๎แกํ ดินชุด

เชยี งใหมํ มลี ักษณะเน้ือดนิ ละเอียดปานกลางเน้ือดนิ ดา๎ นบนเป็นดินรวํ น หรือรวํ นปนทรายแปูง สีน้าตาลเข๎มหรือสี
นา้ ตาลปนเทาเข๎ม มีปฏิกริ ยิ าเป็นกรดปานกลาง ถงึ เป็นกรดเลก็ น๎อย มีคําของ PH อยํูระหวําง 6.0 – 6.5 สํวนดิน
ช้นั ลํางมีลักษณะเน้อื ดนิ ไมํแนนํ อน อาจเป็นดินรวํ นหรอื ดินรํวนเหนียวปนทรายแปูง สีน้าตาลหรือสีน้าตาลปนแดงหรือสี
น้าตาลปนเหลืองเข๎ม มีปฏิกิริยาเป็นกรดเล็กน๎อยถึงปานกลาง คําของ PH ประมาณ 6.5 – 7.0เหมาะสาหรับ
ทานาปลูกข๎าว

2.ดินท่ีเกดิ ในท่ีราบตา่ ของตะพกั ลานา้ จะพบในบรเิ วณพื้นทท่ี ม่ี ีระดบั ดนิ สูงกวําดินพวกแรกท่ีวํา
มาแลว๎ เล็กนอ๎ ย ซึ่งพอจะแยกออกเปน็ 4 พวกใหญๆํ ดังนี้

- ดนิ ท่ีมีเนอ้ื ดินลึก ได๎แกํ ดินชุดร๎อยเอ็ด ท่ีพบมากท่ีสุด ดินชนิดน้ีมีลักษณะเนื้อดินเป็นดินรํวน
ปนทรายละเอียด หรือดินรํวนสีน้าตาลปนเทาเข๎ม มีปฏิกิริยาเป็นกรดแกํ หรือกรดปานกลาง คําของ PH ประมาณ 5 –
6 ดนิ น้ีมีความอุดมสมบรู ณต๑ ามธรรมชาตติ ่าใหผ๎ ลผลิตขา๎ วเฉลี่ยอยํูระหวําง20 – 30 ถงั ตํอไรํ

- ดินที่มีเน้ือดินตื้น ได๎แกํ ชุดดินอ๎น ดินเพ็ญ จะพบช้ันกรวดลูกรัง หรือชั้นศิลาแลงอยูํต้ืนประมาณ 50
เซนติเมตร

- ดนิ ที่เปน็ ทรายจัด ได๎แกํ ดินชดุ อุบลเป็นดินทรายรวํ น ลกึ เกิน 80 เซนติเมตร

52

- ดินเคม็ ไดแ๎ กํ ดินชุดอุดร ในดินชุดนี้จะสังเกตเห็นงํายในฤดูแล๎งจะมีคราบเกลือขาวๆ อยูํท่ีผิว
ดินบนสภาพดินดังกลําวเหมาะสาหรับทาไรํนาสวนผสมเศรษฐกิจพอเพยี ง

3.ดนิ ที่ดอน เหมาะสาหรบั การปลูกพืชไรํ เชํน มันสาปะหลัง และอ๎อย อีกทั้งยังคงสภาพเป็นปุา
ธรรมชาติ ดนิ พวกนีพ้ บในพ้ืนทีท่ เ่ี รยี กวาํ ทร่ี าบของตะพกั ลาน้าช้นั กลาง กับทร่ี าบของตะพักลาน้าช้ันสูง มีลักษณะ
ทวั่ ไปเปน็ ลมํุ ๆ ดอนๆ แบบลกู คลื่น จะสังเกตได๎งําย คือ อยสํู ูงกวาํ ดินท่ีใช๎ทานา
(ที่มา : สถานีพัฒนาท่ดี ินจังหวดั กาฬสนิ ธุ๑)

๒) การใช้ประโยชนท์ ีด่ นิ
จงั หวัดกาฬสินธ๑ุ มพี ื้นท่รี วม จานวน 4.34 ล๎านไรํ (4,341,716 ไรํ) สรุปประเภทการ

ใช๎ประโยชนท๑ ี่ดนิ แบงํ ออกเป็น
๒. 1) พื้นท่ีปุาไม๎ จานวน 0.54 ล๎านไรํ (538,831 ไรํ) หรือร๎อยละ 12.41 ของพ้ืนท่ี

จงั หวัด
2.๒) พื้นที่เกษตรกรรม จานวน 3.14 ล๎านไรํ (3,143,091 ไรํ) หรือร๎อยละ 72.39

ของพ้นื ทจี่ ังหวดั ประกอบดว๎ ย
๒.๒.๑) พ้ืนท่ีนา จานวน 1.52 ล๎านไรํ (1,520,275 ไรํ) หรือร๎อยละ 35.01

ของพื้นท่ีทงั้ จังหวดั หรอื คดิ เปน็ ร๎อยละ 48.37 ของพน้ื ที่เกษตรกรรม
2.2.๒) พืชไรํ จานวน 1.18 ล๎านไรํ (1,184,492 ไรํ) หรือร๎อยละ 27.29

ของพ้นื ท่ีท้งั จงั หวดั หรอื คดิ เป็นรอ๎ ยละ 37.69 ของพื้นทีเ่ กษตรกรรม
2.๒.๓) ไมย๎ ืนต๎น จานวน 0.36 ลา๎ นไรํ (360,418 ไร)ํ หรอื ร๎อยละ 8.31 ของพ้ืนที่

ทงั้ จงั หวัด หรือคดิ เปน็ ร๎อยละ 11.47 ของพน้ื ท่ีเกษตรกรรม
2.๒.๔) ไม๎ผล จานวน 0.021 ล๎านไรํ (34,741 ไรํ) หรือร๎อยละ 0.77 ของพ้ืนท่ี

ท้งั จังหวัด หรือคิดเป็นร๎อยละ 1.1 ของพืน้ ทเี่ กษตรกรรม
๒.๒.๕) พืชสวน จานวน 0.001832 ล๎านไรํ (1,832 ไรํ) หรือร๎อยละ 0.04

ของพน้ื ที่ทั้งจังหวดั หรือคดิ เป็นร๎อยละ 0.06 ของพ้ืนท่ีเกษตรกรรม
๒.๒.๖) ทุํงหญ๎าเลี้ยงสัตว๑และโรงเรือนเลี้ยงสัตว๑ จานวน 0.021651 ล๎านไรํ

(21,651 ไร)ํ หรือร๎อยละ 0.51 ของพื้นที่ท้งั จงั หวดั หรือคิดเปน็ ร๎อยละ 0.69 ของพืน้ ท่ีเกษตรกรรม
๒.๒.๗) พืชน้า จานวน 22 ไรํ มีพื้นท่ีการใช๎ประโยชน๑ที่ดินน๎อยมาก พืชน้าท่ีใช๎

ประโยชน๑ที่ดนิ เพยี งชนิดเดียว คอื บัว
๒.๒.๘) เกษตรผสมผสานไรํนาสวนผสม จานวน 231 ไรํ หรือคิดเป็นร๎อยละ 0.01

ของพื้นที่ทง้ั จงั หวัด หรอื คดิ เป็นรอ๎ ยละ 0.007 ของพืน้ ทีเ่ กษตรกรรม
๒.๓) พน้ื ที่น้า จานวน 0.26 ล๎านไรํ (262,304 ไรํ) หรือคิดเป็นร๎อยละ 6.04 ของพื้นที่

ทั้งจังหวดั หรอื คดิ เป็นรอ๎ ยละ 8.35 ของพื้นทเี่ กษตรกรรม
๒.๔) พื้นทเี่ บ็ดเตล็ด จานวน 0.11 ล๎านไรํ (109,898 ไรํ) หรือคิดเป็นร๎อยละ 2.54 ของ

พื้นที่ทั้งจงั หวัด หรือคิดเปน็ ร๎อยละ 3.50 ของพนื้ ทเ่ี กษตรกรรม

53

๒.๕) พ้ืนท่ีชุมชนและส่ิงปลูกสร๎าง จานวน 0.29 ไรํ (287,592 ไรํ) หรือร๎อยละ 6.62
ของพ้ืนทที่ ้งั จังหวัดกาฬสนิ ธุ๑
(ท่มี า: กรมพัฒนาทีด่ ิน http://www1.ldd.go.th/WEB_OLP/Lu_62/Lu62_NE/KSN2562.html)
หมายเหตุ : ๑. การใชท๎ ่ดี นิ เป็นการใช๎ท่ดี ินทัง้ ในและนอกพน้ื ทเ่ี ขตปุาตามกฎหมาย

๒. เนอื้ ที่ได๎จากการคานวณโดยระบบภมู ิสารสนเทศ (GIS) และทาการถวํ งนา้ หนักกบั เนอื้ ทจี่ าก
กรมการปกครอง 6,946.746 ตารางกโิ ลเมตร หรอื 4,341,716 ไรํ

14.2) ทรัพยากรน้า
แหลง่ น้าผิวดิน เป็นแหลํงน้าตามธรรมชาติของจงั หวัดกาฬสนิ ธุ๑ มีความสาคัญตํอการใช๎อุปโภค

ของประชาชนในชนบท ตลอดจนใช๎ในการทาเกษตรกรรม ได๎แกํ
1. ลาน้าปาว มตี น๎ กาเนิดจากเทือกเขาภูพาน และไหลผํานพื้นท่ีของจังหวัดด๎านทิศตะวันตก

โดยไหลผําน อาเภอทาํ คนั โท อาเภอคามํวง อาเภอสหสั ขนั ธ๑ อาเภอหนองกงุ ศรี อาเภอเมือง อาเภอยางตลาด และ
อาเภอฆ๎องชัย ไหลมาบรรจบกบั แมนํ ้าชีที่อาเภอกมลาไสย ทั้งน้ี ได๎มีการพัฒนาลาน้าปาว เพ่ือเกษตรกรรม ได๎แกํ
โครงการชลประทานเข่ือนลาปาว ซ่ึงมีการกํอสร๎างเขือ่ นขนาดใหญทํ ่สี ามารถกกั เกบ็ นา้ ไดถ๎ งึ 1,980 ล๎านลูกบาศก๑
เมตร และมพี ื้นท่ชี ลประทาน ประมาณ 391,319 ไรํ

2. ลาพะยงั มีตน๎ กาเนิดมาจากเทือกเขาภูพาน ไหลผํานพ้ืนที่ของจังหวัดด๎านทิศตะวันออก โดยไหล
ผําน อาเภอเขาวง อ.ห๎วยผึ้ง อาเภอกุฉินารายณ๑ มาบรรจบกับแมํน้าชี ที่จังหวัดร๎อยเอ็ด มีพ้ืนที่ลุํมน้าประม าณ
4,126 ตารางกโิ ลเมตร ปจั จุบนั มีการใชป๎ ระโยชนจ๑ ากลาน้ายังคอํ นข๎างน๎อย เนื่องจากมีปริมาณน้าไมํมาก

3. แมํนา้ ชี ไหลผาํ นพ้ืนที่ของจังหวัดกาฬสินธ๑ุในชํวง อาเภอยางตลาด อาเภอฆ๎องชัย อาเภอกมลา
ไสย และอาเภอรํองคา ทั้งน้ี ตาม “โครงการโขง – ชี – มูล” ได๎มีการกํอสร๎างฝายวังยาว ที่อาเภอฆ๎องชัย ซึ่งจะ
สามารถให๎บรกิ ารพน้ื ทเ่ี กษตรกรรม จานวน 21,230 ไรํ

แหล่งน้าใต้ดินสํวนใหญํเป็นน้าที่ได๎จากการเจาะบํอบาดาลซ่ึงแหลํงน้าใต๎ดินนั้นปัจจุบันมีปัญหา
เรือ่ งคณุ ภาพนา้ ทไ่ี มํอยูํในเกณฑ๑เพยี งพอที่จะใช๎บริโภค เพราะมีความเค็มและกรํอยเพราะวาํ มีเกลือหนิ ปนอยูํในบางพื้นท่ี

แหล่งน้าจากโครงการชลประทาน แหลํงน้าจากโครงการชลประทานขนาดใหญํคือเขื่อนลา
ปาว โครงการชลประทานขนาดกลาง จานวน 18 โครงการ ความจุ 88.482 ล๎าน ลูกบาศก๑เมตร โครงการ
ชลประทานอันเนื่องมาจากพระราชดาริ จานวน 20 โครงการ ความจุ 13.061 ล๎าน ลบ.ม. โครงการชลประทาน
ขนาดเล็ก 235 โครงการ ความจุ 44.326 ล๎าน ลูกบาสก๑เมตร ปริมาณน้าเก็บกักท้ังสิ้น 145.869 ล๎าน
ลูกบาศก๑เมตร พื้นที่ชลประทานรวมทั้งส้ิน 470,826 ไรํ ซึ่งอยูํในความดูแลรับผิดชอบของโครงการชลประทาน
กาฬสินธุ๑ นอกจากนี้กรมชลประทาน โดยโครงการชลประทานกาฬสินธ๑ุยังได๎ดาเนินการกํอสร๎างสถานีสูบน้า
ด๎วยไฟฟูา เพื่อขยายพ้ืนที่ชลประทานในจังหวัดกาฬสินธุ๑แล๎วเสร็จจานวน 83 สถานี พื้นท่ีสํงน้าประทาน
181,293 ไรํ แมํนา้ ปาว มีพ้นื ท่รี บั น้า 5,980 ตารางกโิ ลเมตร พื้นท่ีอํางเก็บน้า 356,600 ไรํ ปริมาณน้าระบาย
เฉล่ยี 1,000 ล๎าน ลกู บาศเ๑ มตร/ปี มีพนื้ ทีเ่ กษตรในเขตพ้นื ทีช่ ลประทาน 391,319 ไรํ รวมพื้นที่ชลประทานและ
พน้ื ทสี่ งํ น้าของสถานีสูบนา้ ด๎วยไฟฟาู 652,119 ไรํ

54

๑๔.๓) ทรพั ยากรปา่ ไม้

จังหวัดกาฬสินธุ๑ มีปุา 4 ลักษณะ คือ ปุาดิบแล๎ง ปุาเต็งรังปุาเบญจพรรณ และทํุงหญ๎า มีปุา
สงวนแหํงชาติ จานวน 14 ปุา จากข๎อมูลตัวช้ีวัดการพัฒนาจังหวัดที่จัดทาโดยสานักงานคณะกรรมการพัฒนา
เศรษฐกจิ และสังคมแหํงชาติ พบวาํ อัตราการเปลีย่ นแปลงพืน้ ทีป่ าุ ของจังหวัดกาฬสินธุ๑ ปี พ.ศ. 2559-2563 อยํูท่ี
ร๎อยละ +0.12 เพิ่มข้ึนเล็กน๎อย เนื่องจากในชํวงหลายปีท่ีผํานมาเกษตรกรในพ้ืนท่ีจังหวัดกาฬสินธ๑ุ มีการปลูก
ยางพาราเป็นจานวนมาก จึงทาให๎พนื้ ท่ีจงั หวัดกาฬสินธุ๑มีพ้นื ท่ีปาุ เพิม่ มากขนึ้

ตารางแสดงพนื้ ท่ปี า่ ไม้ของจังหวัด ปี 2559 - 2563

หนํวย : ไรํ , ร๎อยละ

ปี เนอื้ ท่ีจงั หวดั (ไร)่ พนื้ ท่ีปา่ ไม้ คิดเปน็ รอ้ ยละของพนื้ ท่ีจังหวดั

2559 4,341,719 468,582.69 10.81

2560 4,341,719 464,705.66 10.72

2561 4,341,719 471,982.99 10.89

2562 4,341,719 474,092.05 10.94

2563 4,341,719 473,669.93 10.93

(ที่มา : www.forest.go.th)
ตารางแสดงพ้ืนท่ีทรพั ยากรปา่ ไม้จังหวัดกาฬสนิ ธุ์ ปี 2564

ลาดบั ช่ือปุา ทอ๎ งท่ีอาเภอ เน้ือท่ตี าม เนือ้ ท่ี เน้อื ที่ สปก. คงเหลอื พื้นท่ี
กฎกระทรวง
กรมอุทยานฯ 18,621 ปุาสงวน
ซ๎อนทับ 89,094 แหํงชาติ

1 ปุาดงระแนง ยางตลาด, หว๎ ยเมก็ 69,375 - 558 50,754
- 15,714 30,281
2 ปุาดงแมํเผด นามน, ห๎วยผึง้ , กฉุ นิ ารายณ๑, ดอนจาน 119,375 2,854 193,063 84,663
86,185 47,318 112,944
3 ปุาดงหมู เขาวง, นาคู 88,075 2,854 62,609
- 32 1,298
4 ปุาภพู าน คามํวง, สามชยั , สมเดจ็ 214,843 - 14,918 12,518
- 39,517
5 ปาุ ดงมลู ห๎วยเมก็ , หนองกงุ ศร,ี ทําคนั โท 258,526 (กนั ออก) 13,451 8,751 -
52,209 11,600 55,154
6 ปาุ นาจารและปุาดงขวาง เมืองกาฬสินธ๑ุ, สมเดจ็ , สหัสขันธ,๑ นามน 48,616 (กันออก) 19,263 23,049 27,602
- 2,315 45,766
7 ปาุ ดงนามน กมลาไสย, รํองคา, เมอื งกาฬสนิ ธ๑ุ, ดอนจาน 12,550 7,462 15,388
2,850 - 2,254
8 ปุาโคกกลางหมืน่ เมอื งกาฬสินธุ๑, ดอนจาน 14,918
-
9 ปุาดงหว๎ ยฝา ห๎วยผ้งึ , นาคู 108,122 (กันออก)

10 ปุาแกง๎ กะอาม สมเดจ็ , ห๎วยผ้ึง 88,562

11 ปุาดงดาํ นแย๎ กฉุ นิ ารายณ,๑ เขาวง 76,629

12 ปุาภโู หลํย กุฉนิ ารายณ,๑ เขาวง 38,437

13 ปุาดงบังอแ่ี ปลงทห่ี น่งึ กุฉินารายณ๑ 12,031

14 ปาุ ดงบังอ่ีแปลงทีส่ อง กุฉนิ ารายณ๑ 2,850,

รวม 1,152,909 187,128 464,550 501,231

55

(ท่มี า: สานกั งานทรพั ยากรธรรมชาติจังหวัดกาฬสินธ๑ุ)

1.7.4 ทรพั ยากรแรธ่ าตุ
แรธํ าตุ แหลํงแรสํ าคัญทพี่ บในจงั หวดั กาฬสินธุ๑ ได๎แกํ
- แรํลิกไนต๑ มอี ยํูที่อาเภอสหัสขนั ธ๑และอาเภอกุฉินารายณ๑มีพ้นื ที่คาขออาชญาบัตรพิเศษมีขนาด

112 ตารางกโิ ลเมตร หรือ 70,000 ไรํ พืน้ ทตี่ าบลคลองขาม, ตาบลยางตลาด, ตาบลดอนสมบูรณ๑, ตาบลอุํมเมํา,
ตาบลหนองอิเฒํา, ตาบลหวั งัว และ ตาบลนาดี อาเภอยางตลาด ลักษณะภูมิประเทศสํวนใหญํ เป็นที่ราบเพ่ือการ
เกษตรกรรมมรี ะดบั ความสงู ของพ้ืนทีป่ ระมาณ 160 เมตร เหนอื ระดบั น้าทะเลปานกลาง

- เกลือหิน พบอยูํท่ีอาเภอยางตลาดในแหลํงมหาสารคาม มีความยาว 35 กิโลเมตรกว๎าง
15 กิโลเมตร คลุมพื้นที่ จานวน 740 ตารางกิโลเมตร มีความหนาจาก 168 – 505 ฟุต ซึ่งมีเกลือมากกวํา
700 ล๎านตัน
(ท่มี า: สานกั งานอุตสาหกรรมจังหวัดกาฬสินธ๑ุ)

กา๏ ซธรรมชาติ พบท่ีแหลํงดงมูล อาเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ๑ ของบริษัท อพิโก๎ (โคราช)
จากัด คาดวําจะมีปรมิ าณสารองก๏าซธรรมชาตปิ ระมาณ 43 พันลา๎ นลูกบาศก๑ฟุต ซ่ึงหากดาเนินการพัฒนาสาเร็จ
และผลติ ได๎จะผลิตก๏าซธรรมชาตปิ ระมาณ 8 ล๎านลูกบาศกฟ๑ ุตตอํ วัน

1.7.5 สงิ่ แวดล้อม

ตามข๎อมูลกรมควบคุมมลพิษ ปี 2564 ระบุวําจังหวัดกาฬสินธ๑ุ มีปริมาณขยะมูลฝอยตกค๎าง
ปี 2563 จานวน 27,533 ตัน สาหรับปริมาณขยะมูลฝอยท่ีเกิดขึ้น ในปี 2563 พบวํามีปริมาณขยะมูลฝอย
เกิดข้ึนประมาณ 746 ตัน/วัน โดยเป็นขยะมูลฝอยท่ีถูกนากลับมาใช๎ประโยชน๑ 211.10 ตัน/วัน หรือคิดเป็น
รอ๎ ยละ 28.30 ขยะมูลฝอยท่ีถูกกาจัดถูกต๎อง รวมจานวน 102 ตัน/วัน หรือคิดเป็นร๎อยละ 13.67 และขยะ
มูลฝอยทีถ่ กู กาจดั ไมถํ กู ต๎อง จานวน 432.90 ตนั /วัน หรอื คิดเป็นร๎อยละ 58

(ทีม่ า:ระบบสารสนเทศด๎านการจัดการขยะมูลฝอยชมุ ชน กรมควบคุมมลพษิ https://thaimsw.pcd.go.th/report1.php)

ตามข๎อมูลการสารวจปริมาณขยะมูลฝอย โดย สานักงานสิ่งแวดล๎อมภาคท่ี 10 รํวมกับ
สานกั งานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อมจังหวัดกาฬสินธุ๑ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 พบวํา จังหวัด
กาฬสินธ๑ุ มีองค๑กรปกครองสํวนท๎องถ่ินจานวน 151 แหํง (อบจ. 1 แหํง เทศบาลเมือง 2 แหํง เทศบาลตาบล
77 แหํง และองค๑การบริหารสํวนตาบล 71 แหํง) ประชากรจานวนประมาณ 1,039,923 คนปริมาณขยะมูล
ฝอยทีเ่ กิดข้ึนท้งั หมดมีประมาณ 976.79 ตัน/วัน มี อปท.ที่ให๎บริการเก็บขนขยะมูลฝอยไปกาจัด จานวน 103
แหงํ คดิ เปน็ รอ๎ ยละ 68.67 ของ อปท. ทั้งหมด (ไมํรวม อบจ.) มีปริมาณขยะมูลฝอยที่มีการเก็บรวบรวมไปกาจัด
ยังสถานที่กาจัดขยะมูลฝอย จานวน 275.79 ตัน/วัน คัดแยกนาไปใช๎ประโยชน๑ จานวน 604.78 ตัน/วันและมี
สถานที่กาจัดขยะมูลฝอย จานวน 51 แหงํ แบํงเปน็ สถานทก่ี าจดั ขยะทม่ี กี ารกาจัดอยํางถูกต๎อง 107.64 ตัน/วัน
สวํ นที่เหลอื กาจัดอยํางไมถํ ูกตอ๎ ง 168.15 ตัน/วนั

จังหวัดกาฬสินธ๑ุแบํงกลํุมพื้นท่ีเพ่ือรองรับการจัดต้ังศูนย๑จัดการขยะมูลฝอย (Clustering)
เปน็ 4 พน้ื ท่ี ดงั น้ี

56

กลุ่มพนื้ ที่ 1 เทศบาลเมืองกาฬสินธ๑ุ
ครอบคลุมพื้นท่ีอาเภอเมืองกาฬสนิ ธ๑ุ อาเภอยางตลาดอาเภอสมเด็จอาเภอดอนจาน อาเภอนามนและ
บางสํวนของอาเภอกมลาไสยโดยมีเทศบาลเมืองกาฬสินธุ๑ เป็น อปท. เจ๎าภาพหลักและมี อปท. ท่ีนาขยะมูลฝอยไปท้ิง
รํวม จานวน 56 แหํง ปริมาณขยะมูลฝอย จานวน 214.15 ตนั /วนั พน้ื ที่ จานวน 109 ไรํ
กลมุ่ พืน้ ท่ี 2เทศบาลตาบลโนนบรุ ี
ครอบคลุมพ้นื ทอ่ี าเภอสหสั ขนั ธ๑ อาเภอคามํวง อาเภอสามชัย อาเภอหนองกุงศรี อาเภอห๎วยเม็ก
และอาเภอ ทําคันโทโดยมีเทศบาลตาบลโนนบุรี เป็น อปท. เจ๎าภาพหลักและมี อปท. ท่ีนาขยะมูลฝอยไปท้ิงรํวม
จานวน 47 แหงํ ปรมิ าณขยะมลู ฝอย จานวน 106.51 ตนั /วัน พนื้ ที่ จานวน 30 ไรํ
กลมุ่ พ้ืนที่ 3 เทศบาลเมืองกุฉินารายณ๑
ครอบคลุมพื้นทีอ่ าเภอกุฉนิ ารายณ๑ อาเภอเขาวง อาเภอนาคู และอาเภอหว๎ ยผง้ึ โดยมีเทศบาลเมอื ง
บวั ขาว เปน็ อปท. เจา๎ ภาพหลัก และมี อปท. ทีน่ าขยะมูลฝอยไปทิง้ รํวม จานวน 31 แหํง ปรมิ าณขยะมูลฝอย จานวน
102.64 ตนั /วัน พน้ื ท่ี จานวน 78 ไรํ
กลุม่ พ้นื ที่ 4 เทศบาลตาบลกมลาไสย
ครอบคลุมพ้ืนท่ีอาเภอกมลาไสย อาเภอฆ๎องชัย อาเภอรํองคา และบางสํวนของอาเภอดอนจาน
โดยมีเทศบาลตาบลกมลาไสย เป็น อปท. เจ๎าภาพหลักและมี อปท. ที่นาขยะมูลฝอยไปทิ้งรํวม จานวน 16 แหํง
ปรมิ าณขยะมูลฝอย จานวน 40.51 ตนั /วนั พื้นท่ี จานวน 7 ไรํ

15. แหลง่ ทอ่ งเท่ียวทสี่ าคัญของจังหวดั กาฬสนิ ธ์ุ

จงั หวดั กาฬสนิ ธ๑ุ มแี หลํงทํองเท่ียวท่ีหลากหลายท้ังแหลํงทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมท่ีมีความโดดเดํน
และเป็นเอกลักษณ๑ แหลํงโบราณคดีที่นําสนใจแหลํงทํองเที่ยววิถีชุมชน แหลํงทํองเท่ียงยุคกํอนประวัติศาสตร๑ ที่มี
การค๎นพบซากพืชซากสัตว๑โบราณที่กลายเป็นหินเชํนซากไดโนเสาร๑ต๎นไม๎หินพันปีซากปลา และหอยโบราณท่ีสูญ
พันธ๑ไุ ปแลว๎ หลายพนั ปแี ละแหลํงทอํ งเทย่ี วทางธรรมชาติดงั นี้

1) เมืองฟ้าแดดสงยาง อยูํที่บ๎านเสมา
อาเภอกมลาไสยเป็นเมอื งโบราณทีม่ ีซากอิฐปนดินเป็นขอบ
คูเมอื งสองชั้นผังเมืองรูปไขํแบบทวาราวดีขุดพบพระพิมพ๑
ดินเผาและใบเสมาทั้งท่ีอยูํในดินและปักอยูํเป็นแนว
มากมายมีลวดลายการแกะสลักที่สวยงามมากและยังพบ
โบราณวัตถุที่สามารถประมาณอายุเมืองได๎วําราวพ.ศ.
1300-1600 และมีพระธาตุยาคูหรือพระธาตุใหญํเป็น
สถูปสมัยทวารวดี (ราวพุทธศตวรรษท่ี13 – 15) ตั้งอยํู
ทํุงนาทางทิศเหนือบ๎านเสมาเป็นโบราณสถานที่คํอนข๎าง
สม บูร ณ๑ม า ก อ ยํูใ น บริ เว ณเ มื อง ฟู า แ ดด สง ยา ง แล ะ ยั ง มี
สถานท่ีนําสนใจใกล๎เคียงกับเมืองฟูาแดดสงยาง เชํน วัดโพธ์ิชัยเสมารามเป็นวัดโบราณใน
สมยั เดยี วกันสิ่งท่นี าํ สนใจภายในวัดได๎แกํใบเสมาหินสมัยทวาราวดีที่ปักอยูํเป็นแนวกาแพง
และท่ีเก็บรวบรวมไว๎ในวัดเป็นบางสํวน ที่ใบเสมาจาหลักเป็นภาพตํางๆ สํวนมากสลักเป็น

57

ภาพเก่ียวกับพระพุทธศาสนาและโนนสาวเอ๎มีซากโบสถ๑จมดินอยํูและมีซากโบราณสถานอยํูท่ัวไปโดยเฉพาะคูเมือง
โบราณ

2) วัดพทุ ธนิมติ ภูค่าวต้งั อยบํู า๎ นนาสีนวล อาเภอสหัสขนั ธ๑ หํางจากอาเภอสหัสขันธ๑ ประมาณ 7
กิโลเมตร ประดิษฐานพระพทุ ธไสยยาสน๑ ตะแคงซา๎ ย ภายในวัดยงั มีอุโบสถแบบเปดิ แกะสลกั ลวดลายสวยงาม ตาม
ประตหู น๎าตาํ ง เพดาน เป็นภาพพุทธประวัติทศชาติชาดก และยังมีวิหารสังฆนิมิต ซึ่งเป็นที่เก็บพระพุทธรูป และ
พระเคร่ืองรุํนตํางๆ ที่หายาก

3 ) พ ร ะ พุท ธ รู ป สถ า น ภู ป อ เป็ น ที่
ประดิษฐานพระพุทธรปู โบราณปางไสยาสนฝ๑ ีมือชํางจากสมัยทวาราวดีจาหลักบนหน๎าผา 2 องค๑เป็นท่ีเคารพบูชา
ของชาวจังหวัดกาฬสินธแ๑ุ ละใกล๎เคียง บรเิ วณนย้ี ังมีทิวทศั นต๑ ามธรรมชาตทิ ส่ี วยงามเหมาะแกํการพกั ผอํ นอยาํ งยงิ่

4) พทุ ธสถานภสู ิงห์ ตั้งอยํูบนยอดเขา ภูสิงห๑ อาเภอสหัสขันธ๑ ใกล๎ตลาด สหัสขันธ๑หํางจาก
จงั หวัด 34 กโิ ลเมตร มีทางข้ึน 2 ทาง คือ ทางราดยางคด
เคี้ยวข้ึนตามไหลํเขาทางทิศตะวันตก และทางเดินเท๎า ทา
เป็นบันได 104 ขน้ั ทางทศิ ตะวนั ออก เป็นสถานที่พักผํอน
ที่รํมรื่นล๎อมรอบด๎วยธรรมชาติ ท้ังยังมองเห็นทิวทัศน๑ของ
ทุํงนา หมูํบ๎าน และน้าในเขื่อนลาปาว อันสวยงามอีกด๎วย
พุทธสถานภูสิงห๑เป็นท่ีประดิษฐานพระพรหมภูมิปาโล ซึ่ง
เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน๎าตักกว๎าง 10.5 เมตร
มีพุทธลักษณะสงํางามเป็นพระพุทธรูปท่ีใหญํท่ีสุดในภาค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนือสร๎างเม่อื ปี พ.ศ. 2511

58

5) วัดวังคา ต้ังอยูํที่ บ.นาวี ต.สงเปลือย
อ.เขาวง จ.กาฬสินธ๑ุ มีเน้ือที่กวํา 8 ไรํ เริ่มกํอสร๎าง
(อยํางเป็นทางการ) ต้ังแตํวันที่ 22 กุมภาพันธ๑
2539 โดยคณะชาวบ๎านนาวีและหมํูบ๎านใกล๎เคียง
และได๎รับการประกาศตั้งเปน็ วัดในพระพุทธศาสนา
มีนามวํา “วัดวงั คา” สงั กัดคณะสงฆธ๑ รรมยุตนิกาย
เ ม่ื อ วั น ที่ 7 ก ร ก ฎ า ค ม 2543 ตํ อ ม า
พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยูํหัว มีพระบรมราช
โองการโปรดเกล๎าฯ พระราชทานเขตวิสุงคามสีมา
แกํวดั วงั คา เมอ่ื วนั ที่ 7 มนี าคม 2545 สมเด็จพระ
นางเจ๎าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระราชทาน
พระราชานุญาตให๎เชิญตราสัญลักษณ๑งานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ๎าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เน่ืองใน
โอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สงิ หาคม 2547 ประดิษฐานท่ีหนา๎ บันอุโบสถ (สิม)
วัดวังคา เมื่อวันท่ี 14 มิถุนายน 2547 การกํอสร๎างวัดวังคาได๎นาสถาปัตยกรรมแบบล๎านช๎างได๎แกํ “วัดเชียง
ทอง” แหํงเมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว มาเปน็ ตน๎ แบบ นอกจากโบสถ๑อนั งดงามวิจิตรแล๎ว วัดวังคายังมีงานพุทธ
ศิลป์อิทธพิ ลศลิ ปะลา๎ นชา๎ งปรากฏให๎เหน็ ในหลายจุดด๎วยกัน ไมํวําจะเป็น องค๑พระธาตุสีทองอรํามที่ได๎รับอิทธิพล
มาจากธาตหุ ลวงเมอื งเวยี งจนั ทน๑ สปป.ลาว ศาลาการเปรียญหลังใหญํท่ีภายในประดิษฐาน “หลวงปู่วังคา” พระ
ประธานศิลปะลา๎ นชา๎ งอันงดงาม

6) อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร (เจ้าโสมพะมิตร)
อยํูบรเิ วณกลางเมืองกาฬสินธ๑ุ เป็นอนุสาวรีย๑ของเจ๎าเมืองคน
แรกของจังหวัดกาฬสินธ๑ุ หลํอด๎วยสัมฤทธ์ิเทําตัวจริง ยืนอยํู
บนแทนํ มือขวาถือกานา้ มือซา๎ ยถือกระบ่ีบั้งเงินซ่ึงเป็นเครื่อง
ยศพระราชทานประจาตาแหนํงเจา๎ เมือง

เมอื งกาฬสนิ ธุ๑ เดมิ คือ บ๎านแกํงสาโรง ได๎รับพระราช
โองการโปรดเกล๎าโปรดกระหมํอมจากพระบาทสมเด็จ
พระพุทธยอดฟูาจุฬาโลกฯ ยกฐานะจากบ๎านแกํงสาโรง
ขึ้นเปน็ เมอื งกาฬสินธ๑ุ เม่อื ปพี ทุ ธศักราช ๒๓๓๖

7) กลุ่มทอผ้าไหมแพรวาบ้านโพน ตั้งอยํูบ๎านโพน
ตาบลโพน อาเภอคามํวง หํางจากตัวเมืองกาฬสินธ๑ุ ตามทาง
หลวงหมายเลข 227 ระยะทาง 85 กิโลเมตร เป็นถิ่นกาเนิด
ผา๎ ไหมแพรวา หรือ แพรวาราชินีแหํงไหม โดยกลํุมทอผ๎าที่ได๎รับ
อนุเคราะห๑ให๎อยูํในโครงการศิลปาชีพของสมเด็จพระนางเจ้า

59

สิริกิต์ิพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ๎าแพรวา มีความหมายรวมกันว่าผ้าทอเป็นผืนท่ีมีขนาด

ความยาว ๑ วา หรือ ๑ ช่วงแขน ใช้สาหรับคลุมไหล่หรือห่มสไบเฉียง ท่ีเรียกว่า ผ้าเบ่ียงของชาวผู้ไทย ซึ่งมี

ลักษณะลวดลายพิเศษเฉพาะ ฝีมือละเอียดประณีต เป็นงานศิลปหัตถกรรมของชาวผู๎ไทยท่ีหาได๎น๎อยแหํงใน
ประเทศไทย

8 ) ห มู่ บ้ า น วั ฒ น ธ ร ร ม โ ค ก โ ก่ ง ต้ั ง อ ยํู ใ น อ า เ ภ อ
กุฉนิ ารายณ๑เปน็ หมํูบ๎านทีม่ กี ารอนรุ ักษว๑ ฒั นธรรมชาวผู๎ไทเปิด
ต๎อ น รั บนัก ทํอ ง เที่ยว ที่สน ใจทํ อ ง เที่ยว เ ชิง อ นุรั ก ษ๑
ได๎พักแรมสัมผัสวิถีชาวบ๎านประเพณีพิธีตํางๆกิจกรรมที่
จัดให๎ ได๎แกํ พิธีบายศรีสูํขวัญรับประทานอาหารพ้ืนบ๎าน
“พาแลง” ชมการแสดงศิลปะพื้นบ๎านและเพลิดเพลินกับการ
เดินชมปุาเขาลาเนาไพรน้าตกตาดสูง–ตาดยาว ศึกษาธรรมชาติ
พรรณไม๎และพืชสมุนไพรท๎องถ่ินตามเส๎นทางเดินปุาในวน
อุทยานภผู าวัว

9) พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธ๑ุอยูํหํางจาก
ตัวจังหวัดกาฬสินธ๑ุไปทางทิศเหนือระยะทางประมาณ 30
กิโลเมตรสามารถเดินทางโดยใช๎ทางหลวงหมายเลข 227
(กาฬสินธุ๑- สหัสขันธ๑ - คามวํ ง-วังสามหมอ-พังโคน) กํอนถึงตัว
อาเภอสหัสขันธ๑ ประมาณ 1 กิโลเมตร เล้ียวขวาเข๎าสํูวัด
สักกะวัน ตรงข๎ามโรงเรียนสหัสขันธ๑ศึกษาเป็นระยะทาง
ประมาณ 1 กิโลเมตรเดิมคือศูนย๑วิจัยไดโนเสาร๑ภูกุ๎มข๎าว
ซง่ึ ดาเนนิ การมาต้งั แตปํ ี พ.ศ. 2538 เพอื่ เปน็ สถานท่ีปฏบิ ตั งิ าน
ศึกษาวิจัยอนุรักษ๑เก็บรวบรวมตัวอยํางอ๎างอิงซากไดโนเสาร๑
และสัตว๑รํวมสมัย และนาข๎อมูลเหลํานี้ไปเผยแพรํแกํ
นักทํองเท่ียวในรูปของพิพิธภัณฑ๑ไดโนเสาร๑ซ่ึงเป็นแหลํง
ไดโนเสาร๑กนิ พืชท่ีสมบรู ณท๑ ส่ี ุดของประเทศไทยโดยพบกระดูก
ไดโนเสาร๑เกือบท้ังตัวมากกวํา 650 ช้ิน เป็นกระดูกสํวนขา
ซ่ีโครง คอและหางของไดโนเสาร๑กินพืชไมํน๎อยกวํา 7 ตัว
นอกจากน้ียังพบฟันของไดโนเสาร๑กินพืชและกินเน้ืออีกอยําง
ละ 2 ชนดิ เป็นกระดูกของไดโนเสาร๑กินพืช “ภูเวียงโกซอรัส สิริน
ธรเน (Phuwiagosaurussirindhornae)”และไดโนเสาร๑กินพืชชนิด

60

ใหมํอีก 1 ชนิดซ่ึงกาลังศึกษาวิจัยขั้นรายละเอียดอยํูในปี 2550 พิพิธภัณฑ๑สิรินธร เปิดให๎บริการได๎อยํางเต็ม
รูปแบบและ ปจั จบุ นั มนี ักทํองเทยี่ วปีละประมาณกวาํ 300,000 คน

10) รอยเท้าไดโนเสาร์จังหวัดกาฬสินธ๑ุค๎นพบ
รอยเท๎าไดโนเสาร๑ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2539
บรเิ วณกลางลานหินรํองน้าหว๎ ยวงั เครอื จาน เชิงเขาภูแฝก
เทือกเขาภูพาน บ๎านน้าคา ตาบลภูแลํนช๎างอาเภอนาคู
จังหวดั กาฬสินธ๑ุ เป็นรอยเท๎าไดโนเสาร๑ประเภทเทอร๑โรพอด
จัดอยูํในกลุํมคาร๑โนซอร๑ชนิดกินเนื้อ อายุประมาณ 140
ลา๎ นปี ซ่ึงลกั ษณะรอยเทา๎ มคี วามชัดเจนถงึ 7 รอย ขณะนี้
อยูํระหวํางการพัฒนาให๎เป็นแหลํงทํองเท่ียวที่สาคัญอีก
แหงํ หนง่ึ ของจังหวัดกาฬสินธุ๑ นอกจากน้ียังขุดพบซากกระ
โครงกระดูกท่ีวัดบ๎านนาไคร๎ อาเภอกุฉินารายณ๑และ
ที่เชิงเขาวดั ภปู อ อาเภอเมืองกาฬสินธ๑ุ

11) สะพานเทพสุดาเป็นสะพานซ่ึงสร๎าง
เพ่ือเป็นเส๎นทางเชื่อมระหวํางอาเภอสหัสขันธ๑ และ
อาเภอหนองกุงศรี ได๎รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ความยาว
2,040 เมตร สามารถชมวิวเข่ือนลาปาว รับ
บรรยากาศธรรมชาติบริเวณแหลมโนนวิเศษ ฝั่ง
อาเภอสหสั ขนั ธ๑ และเกาะมหาราชฝั่งอาเภอหนองกุง
ศรีได๎อยํางสวยงาม

12) เข่ือนลาปาวเป็นเข่ือนดิน สันเขื่อนยาว
7.8 กิโลเมตร สามารถกักเก็บน้าได๎ 1,430 ล๎านลูกบาศก๑
เมตร มีประตูระบายน้า เป็นแบบเปิด ไมํมีประตูปิดกั้นให๎น้า
ไหลตลอดเวลา(ไหลเฉพาะชํวงฤดูฝน)อยูํในเขตอาเภอสหัส
ขันธ๑,อาเภอคามํวง,อาเภอยางตลาดจังหวัดกาฬสินธ๑ุ อยํู
หํางจากจังหวัดกาฬสินธุ๑ประมาณ 36 กิโลเมตรเข่ือนลา
ปาวสร๎างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2511 ปิดกั้น ลาน้าปาว และ
ห๎วยยางที่บ๎านหนองสองห๎อง ทาให๎เกิดเป็นอํางเก็บน้า
แฝดทางด๎านเหนือเขื่อน จึงได๎ขุดรํองเชื่อมระหวํางอําง

61

ทัง้ สอง สรา๎ งขน้ึ เพ่อื บรรเทาอุทกภัยและเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ ปัจจุบันเขื่อนลาปาวเป็นแหลํงเพาะพันธุ๑ปลา มี

สถานที่พกั ผํอนหยํอยใจ ไดแ๎ กํ หาดดอกเกด ซง่ึ เปรียบเสมือนเปน็ สวรรคช๑ ายหาดของคนอสี าน

13) น้าตกผานางคอยอยูํบ๎านนางามอาเภอเขาวง
นําสนใจสาหรบั ผู๎ท่ชี ่ืนชอบการเดินชมธรรมชาติบนผานางคอย
มีสานักสงฆ๑ให๎นักทํองเที่ยวได๎กราบไหว๎บูชาสถานท่ีนี้มีน้าตก 4
ช้นั ในชํวงฤดูนา้ หลาก นา้ จะไหลลดหล่ันกันลงมาสวยงามมาก
แตํในชํวงหน๎าแล๎งจะปรากฏโขดหิน แอํงน้ากระจัดกระจายอยํู
ท่วั ไป

14) ผาเสวยภพู านเป็นแหลํงทอํ งเท่ยี วทางธรรมชาติ
ท่นี าํ สนใจมากท่สี ุดของจงั หวัดอยํูบนเทอื กเขาภพู านท่ีล๎อมรอบ
ไปด๎วยหุบเขาและปุาไมํนานาพรรณทีเ่ ขยี วขจีและยังคงความอุดมสมบูรณ๑มีสัตว๑ปุาท่ีหายากหลายชนิดอาศัยอยูํใน
บริเวณใกล๎เคยี งยังมแี หลํงทํองเท่ียวทางธรรมชาตอิ ีกหลายแหงํ เชํนน้าตกแก๎งกะอามบํอน้าเจ๎าเมืองศาลาชมวิว
บนเทือกเขาภูพานบนเส๎นทางสายนี้ยังสามารถเดินทางไปสูํแหลํงทํองเท่ียวของจังหวัดสกลนครได๎อีกด๎วยโดยจะ

พบน้าตกคาหอมและภูพานราชนิเวศน๑

62

แผนท่ที อ่ งเท่ยี วจงั หวัดกาฬสนิ ธุ์

16. ข้อมูลเชิงสถิตทิ ่ีสาคญั เชิงพ้นื ที่

16.1) ข้อมลู จานวนประชากรจาแนกตามอาชพี ปี 2562

ขอ้ มูลความจาเป็นพืน้ ฐานระดบั จงั หวัด

ประเภทอาชีพ ชาย (คน) % หญิง (คน) % รวม (คน) %

เกษตรกรรม - ทานา 145,767 20.52 152,823 21.51 298,590 42.03
เกษตรกรรม – ทาไรํ 8,076 1.14 8,228 1.16 16,304 2.30
เกษตรกรรม – ทาสวน 721 0.10 724 0.10 1,445 0.20
เกษตรกรรม – ประมง 277 0.04 182 0.03 459 0.06
เกษตรกรรม – ปศสุ ัตว๑ 105 0.01 70 0.01 175 0.02

63

ประเภทอาชีพ ชาย (คน) % หญงิ (คน) % รวม (คน) %

พนักงาน-รับราชการ 11,600 1.63 12,790 1.80 24,390 3.43
พนักงานรฐั วสิ าหกจิ 854 0.12 1,052 0.15 1,906 0.27
5,816 0.82 6,642 0.94 12,458 1.75
พนักงานบรษิ ัท
รับจา๎ งท่ัวไป 72,956 10.27 62,256 9.19 138,212 19.46
9,385 1.32 15,363 2.16 24,748 3.48
ค๎าขาย 3,287 0.46 3,396 0.48 6,683 0.94
ธรุ กิจสํวนตวั 7,046 0.99 8,466 1.19 15,512 2.18
อาชีพอน่ื 71,242 10.03 71,333 10.04 142,575 20.07
กาลงั ศกึ ษา 11,766 1.66 15,150 2.13 26,916 3.79
ไมมํ ีอาชีพ 348,898 49.11 361,475 50.89 710,373 100.00

รวม

(ทมี่ า : ข๎อมลู ความจาเปน็ พื้นฐานระดับจังหวัด สานักงานพัฒนาชุมชนจังหวดั กาฬสินธ๑ุ ปี 2562)
หมายเหตุ : ขอ๎ มลู จปฐ. ปลี ําสุดที่รายงาน

400,000 298,590 138,212 142,575
300,000

200,000

100,000 16,304 1,445 459 175 24,390 1,906 12,458 24,748 6,683 15,512 26,916
0

จานวนประชากรตามการประกอบอาชีพ

16.2) ขอ้ มลู รายไดเ้ ฉลย่ี ต่อคนตอ่ ปี (พ.ศ.2558-2562)

จากข๎อมูล ปี 2562 คนจังหวัดกาฬสินธุ๑มีรายได๎เฉลี่ย 70,564 บาทตํอคนตํอปี เพ่ิมข้ึนจากปี
2561 จานวน 2,314 บาทตํอคนตํอปี คิดเป็นร๎อยละ +3.39 (ปี 2561 จานวน 68,250 บาทตํอคนตํอปี)
อาเภอท่ีมีรายได๎เฉล่ยี มากที่สุดคือ อาเภอเมืองกาฬสินธ๑ุ มีรายได๎เฉล่ีย 78,145 บาทตํอคนตํอปี สํวนอาเภอท่ีมี
รายไดเ๎ ฉล่ยี น๎อยท่ีสดุ ได๎แกํ อาเภอเขาวง 59,242 บาทตํอคนตอํ ปี

64

74,000 71,889 70,564
72,000 ปี 2562
70,000 70,372 67,697 68,250
68,000 ปี 2558
66,000
64,000

ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561

รายได๎เฉล่ยี ตํอคนตอํ ปี ยอ๎ นหลงั 5 ปี

(ท่มี า : ข๎อมูลความจาเปน็ พน้ื ฐานระดับจังหวัด สานักงานพฒั นาชมุ ชนจงั หวัดกาฬสินธ๑ุ)

หมายเหตุ : ขอ๎ มลู จปฐ. ปลี าํ สุดทรี่ ายงาน

16.3) ขอ้ มูลระดับความสุขเฉลีย่ ปี 2562

ลาดบั ท่ี อาเภอ ระดบั ความสขุ เฉลยี่ ของคนในครวั เรอื น

1 อาเภอเมืองกาฬสนิ ธุ๑ 8.43
2 อาเภอยางตลาด 8.61
3 อาเภอกุฉนิ ารายณ๑ 8.60
4 อาเภอสมเด็จ 8.34
5 อาเภอกมลาไสย 8.47
6 อาเภอหนองกงุ ศรี 8.46
7 อาเภอทําคนั โท 8.40
8 อาเภอเขาวง 8.55
9 อาเภอห๎วยเมก็ 8.45
10 อาเภอสหัสขันธ๑ 8.45
11 อาเภอคามํวง 8.53
12 อาเภอหว๎ ยผึ้ง 8.01
13 อาเภอรอํ งคา 8.33
14 อาเภอนามน 8.47
15 อาเภอนาคู 8.39
16 อาเภอดอนจาน 8.72
17 อาเภอฆอ๎ งชยั 8.23
18 อาเภอสามชัย 8.56
ระดบั ความสุขเฉลย่ี 8.48

(ทม่ี า : ข๎อมลู ความจาเปน็ พนื้ ฐานระดบั จงั หวัด สานักงานพฒั นาชมุ ชนจังหวัดกาฬสนิ ธุ๑)

หมายเหตุ : ขอ๎ มูล จปฐ. ปีลาํ สุดทีร่ ายงาน

65

16.4) เกษตรแปลงใหญ่
จงั หวัดกาฬสนิ ธุ๑ไดด๎ าเนินนโยบายเกษตรในรูปแบบแปลงใหญํครอบคลุมในพ้ืนท่ีจังหวัดกาฬสินธ๑ุ

ดังน้ี

อาเภอ ชือ่ กลํุม ชนิด/ประเภท ทต่ี ั้ง พ้นื ที่ (ไรํ) เกษตรกร
(ราย)
แปลงใหญํ
99 30
เมืองกาฬสินธ๑ุ แปลงใหญํไมด๎ อกไม๎ ไม๎ดอก 38 ม.10 ต.ลาพาน อ.เมอื งกาฬสนิ ธ๑ุ
รํองคา ประดับ ตาบลลาพาน 330 34
ยางตลาด อาเภอเมอื งและรํองคา จ.กาฬสินธ๑ุ

กมลาไสย วสิ าหกจิ ชุมชนกลํุม ม. 5 ต. รํองคา อ.รอํ งคา จ.กาฬสินธุ๑
เกษตรเลย้ี งโคชมุ ชน
ตาบลโนนสูง โคเนือ้ 68 ม. 8 ต.โนนสงู อ. ยางตลาด

- จ.กาฬสนิ ธ๑ุ

- - --

กฉุ ินารายณ๑ ผ๎ูผลิตขา๎ วอนิ ทรียน๑ าภู ข๎าว 155 ม.9 ต.หนองหา๎ งอ.กุฉนิ ารายณ๑ จ. 436 155
ขา๎ ว กาฬสนิ ธุ๑ 494 47
สมเด็จ กลุํมแปลงใหญํข๎าวมะลิ ข๎าว 121/1 ม.4 ต.หนองหา๎ ง 449 36
หนองกงุ ศรี 105 บา๎ นห๎วยมํวง ขา๎ ว อ.กฉุ ินารายณ๑ จ.กาฬสินธุ๑ 379 38
เขาวง ผ๎ูผลิตขา๎ วอนิ ทรีย๑ - 65 ม.6 ต.หนองหา๎ ง อ.กุฉินารายณ๑ -
ตามรอยพํอ พชื ผกั จ.กาฬสินธ๑ุ - 310
ทาํ คันโท ผูผ๎ ลิตข๎าวอนิ ทรีย๑เกษตร พืชผกั 335 ม.1 ต.หนองห๎าง อ.กุฉินารายณ๑ 52 35
หว๎ ยเม็ก รวมใจ พชื ผัก จ.กาฬสินธ๑ุ 34 33
56
- พชื ผกั - 32
กลมํุ ผักปลอดภัย พืชผัก 116 ม.5 ต.ลาหนองแสน 67 30
ลาหนองแสน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ๑ 62
กลมุํ เกษตรทฤษฎีใหมฮํ กั - 77 ม.2 ต.กุดปลาค๎าว อ.เขาวง -
แพง-แบงํ ปัน มันสาปะหลัง จ.กาฬสินธ๑ุ - 33
วิสาหกิจชมุ ชนศูนย๑เรยี นรู๎ 78 ม. 12 ต.กุดสิมคม๎ุ ใหม๐ อ.เขาวง 305
โครงการอนั เนอ่ื งมาจาก จ.กาฬสินธุ๑
พระราชดาริ
กลํุมปลุกผกั ปลอดภยั 348 ม.8 ต.กุดสมิ ค๎มุ ใหมํ อ.เขาวง จ.
อาเภอเขาวง กาฬสนิ ธ๑ุ
กลุมํ เกษตรทฤษฎคี นรนํุ 306 ม.13 ต.ค๎ุมเกาํ อ.เขาวง
ใหมตํ ามรอยพํอ วิถไี ท จ.กาฬสนิ ธุ๑
เขาวง
-
- 99 ม.2 ต.บึงนาเรียง อ.หว๎ ยเม็ก
แปลงใหญมํ นั สาปะหลงั จ.กาฬสินธ๑ุ
ตาบลบงึ นาเรยี ง

คามํวง นาแปลงใหญดํ นิ จี่ ข๎าว 129 ม.11 ต.ดนิ จ่ี อ.คามํวง 393 36
จ.กาฬสินธ๑ุ

สหสั ขันธ๑ เกษตรก๎าวหนา๎ ชาวนา ขา๎ ว 18 ม.9 ต.นามะเขอื อ.สหัสขันธ๑ 607 51
ห๎วยผ้ึง 4.0 จ.กาฬสนิ ธุ๑ 529 49

ผลิตเมลด็ พันธ๑ข๎าวชมุ ชน ข๎าว 69 ม.1 ต.นามะเขอื อ.สหสั ขันธ๑ --
บา๎ นนามะเขือ จ.กาฬสินธุ๑

- --

66

อาเภอ ชือ่ กลมุํ ชนดิ /ประเภท ที่ตัง้ พน้ื ท่ี (ไร)ํ เกษตรกร

แปลงใหญํ (ราย)

นาคู กลุมํ รกั ษน๑ าคู ขา๎ ว 42/1 ม.1 ต.โนนนาจาน อ.นาคู 712 80

จ.กาฬสนิ ธ๑ุ

กลํมุ ผผ๎ู ลิตขา๎ วนาแปลง ขา๎ ว 92/1 ม.4 ต.นาคู อ.นาคู จ.กาฬสินธุ๑ 910 92

ใหญํบา๎ นชาดใต๎

สหกรณเ๑ พอ่ื พัฒนาการ ขา๎ ว 27 ม.7 ต.นาคู อ.นาคู จ.กาฬสินธ๑ุ 907 102

เกษตรอนิ ทรยี ใ๑ นเขต

ปฏริ ูปทีด่ นิ จ.กาฬสนิ ธ๑ุ

จากดั

นามน วสิ าหกจิ ชุมชนกลํมุ ผักนา พืชผกั 1 ม.3 ต.นามน อ.นามน จ.กาฬสนิ ธุ๑ 197.7 79

มน จงั หวดั กาฬสนิ ธุ๑

ดอนจาน - - - --

รํองคา - - - --

ฆอ๎ งชยั สหกรณ๑การเกษตรปันบุญ พชื ผกั 68/2 ต.ฆอ๎ งชัยพัฒนา อ.ฆอ๎ งชยั 48.5 39

จากัด จ.กาฬสินธ๑ุ

สามชยั - - - --

รวม 12 อาเภอ 7,067.2 1,341

จงั หวดั กาฬสินธไ๑ุ ด๎ดาเนนิ การสงํ เสริมการเกษตรในรปู แบบแปลงใหญํเพอื่ เพ่ิมประสิทธิภาพการผลิต

โดยสรปุ การทาเกษตรแปลงใหญใํ นปี 2562 ดังน้ี

ชนิดแปลง จานวนกลุมํ พื้นท่ีเกษตรกรรม (ไรํ) เกษตรกร (ราย)

ขา๎ ว 10 6,160 720

โคเนอ้ื 1 330 34

ไมด๎ อกไมป๎ ระดับ 1 99 30

พืชผกั 7 750.15 258

มนั สาปะหลัง 1 305 33

รวม 20 7,644.18 1,075

ที่มา : สานักงานเกษตรจงั หวัดกาฬสนิ ธ๑ุ

67

จงั หวัดกาฬสินธุ๑มผี ไ๎ู ด๎รับหนังสอื อนญุ าตให๎ประกอบการค๎าข๎าวตาม พ.ร.บ ค๎าข๎าวของกระทรวงพาณิชย๑

ประจาปี 2563/64

ผูป๎ ระกอบการค๎าขา๎ ว จานวน (ราย) กาลังการผลิต/วัน(ตัน)

ค๎าขา๎ วสงํ ไปจาหนาํ ยตํางประเทศ (ผส๎ู ํงออกท่ัวไป) 2 -

โรงสขี ๎าวขนาดใหญํ 3 2,100

โรงสขี ๎าวขนาดกลาง 5 510

โรงสขี ๎าวขนาดเล็ก 11 165

ผ๎ปู ระกอบการขายสงํ 12 -

ทาํ ข๎าว 23 -

นาเขา๎ ขา๎ วจากตาํ งประเทศ -

ที่มา : สานักงานพาณชิ ยจ๑ งั หวัดกาฬสนิ ธ๑ุ

16.5) ข้อมูลผลติ ภณั ฑท์ ี่ได้ขึ้นทะเบียนสงิ่ บง่ ชที้ างภูมิศาสตร(์ Geographical Indications)

สิ่งบํงช้ีทางภูมิศาสตร๑ (Geographical Indications) หมายถึง ชื่อสัญลักษณ๑ หรือส่ิงอื่นใดที่ใช๎
เรียกหรือใช๎แทนแหลํงภูมิศาสตร๑ และท่ีสามารถบํงบอกวําสินค๎าท่ีเกิดจากแหลํงภูมิศาสตร๑นั้นเป็นสินค๎าที่ มี
คุณภาพ ช่ือเสียง หรือคุณลักษณะเฉพาะทางแหลํงภูมิศาสตร๑ดังกลําว ซึ่งจังหวัดกาฬสินธ๑ุมีผลิตภัณฑ๑ที่ได๎ข้ึน
ทะเบียนส่ิงบํงชี้ทางภูมิศาสตร๑จานวน 2 ผลิตภัณฑ๑ ได๎แกํ ผ๎าไหมแพรวา และข๎าวเหนียวเขาวง กาฬสินธ๑ุ และ
ในขณะน้ีจังหวัดกาฬสินธ๑ุอยูํระหวํางขอขึ้นส่ิงบํงช้ีทางภูมิศาสตร๑อีก ๒ สินค๎า ได๎แกํ พุทรานมบ๎านโพน อาเภอ
คามวํ ง และ มะมวํ งมหาชนก อาเภอหนองกุงศรี

1) ผ้าไหมแพรวากาฬสนิ ธ์ุ

ผ๎าไหมแพรวากาฬสินธุ๑ (PrawaKalasin Thai Silk) หมายถึง ผ๎าไหมที่ทอประดิษฐ๑
ลวดลายดว๎ ยการขิดและการจก ใช๎เส๎นไหมตีเกลียวเป็นทั้งเส๎นยืนและเส๎นพุํง รวมทั้งมีเส๎นไหมเพ่ิมพิเศษในการ
ทาให๎เกิดลวดลายตามกรรมวิธที ป่ี ระณีตของชาวผู๎ไทยทเี่ ปน็ มรดกทางหตั กรรมท่ถี ํายทอดสบื กันมา

ผ๎าไหมแพรวา มีขอบเขตการผลิตอยํูในพื้นที่อาเภอคามํวง อาเภอสหัสขันธ๑ อาเภอสมเด็จ
และอาเภอสามชัย ของจังหวัดกาฬสินธ๑ุ โดยบรรพบุรุษของชาวผ๎ูไทยได๎ถํายทอดมรดกทางหัตถกรรมให๎ชาวผู๎ไท
ใช๎ภูมิปัญญาการทอผ๎าไหมแพรวาสามารถทอประดิษฐ๑ลวดลายตามกรรมวิธีที่ประณีตผ๎าไหมแพรวากาฬสินธุ๑
นับเป็นสินค๎าท่ีมีคุณภาพ ชื่อเสียง และคุณลักษณะพิเศษที่แตกตํางจากผ๎าไหมแพรวาในท๎องถิ่นอ่ืนซึ่งมีลักษณะ
ของส่ิงบํงชี้ทางภูมิศาสตร๑พ.ศ. 2546 โดยวันท่ี 16 พฤษภาคม 2550 ได๎ยื่นขอตํอกรมทรัพย๑สินทางปัญญา
กระทรวงพาณิชย๑ และได๎รับประกาศให๎ข้ึนทะเบียนส่ิงบํงชี้ทางภูมิศาสตร๑ “ผ๎าไหมแพรวากาฬสินธุ๑” วันที่ 24

68

ตุลาคม 2550 ทะเบียนเลขที่ สช 50100021 สินค๎าที่ได๎รับการข้ึนทะเบียนส่ิงบํงชี้ทางภูมิศาสตร๑แล๎วจะได๎รับ
การค๎มุ ครองตลอดไป โดยไมํมีกาหนดระยะเวลาจนกวาํ จะมกี ารเพกิ ถอนทะเบยี น

รายได๎จากการจาหนํายผ๎าไหมแพรวาเพิ่มขึ้นอยํางตํอเนื่อง ในปี 2558 มีรายได๎ 115.95
ล๎านบาท และลําสุด ปี 2562 มีรายได๎ 982.13 ล๎านบาท เมื่อพิจารณาการเติบโตของมูลคําการจาหนํายจาก
ปี 2558 -ปี 2562 เพิม่ ขึ้นเป็น 866.18 ลา๎ นบาท คดิ เปน็ รอ๎ ยละท่ีเพิ่มขึ้นสูงถึง 747.03 หรือคิดเป็นร๎อยละ
ที่เพ่มิ ขนึ้ สูงถงึ 161.07 ตํอปี

รายไดก้ ารจาหน่ายผ้าไหมแพรวาต่อปี (ลา้ นบาท)

1200
1000 982.13

800

600 รายได๎การจาหนาํ ยผา๎ ไหมแพรวา (ล๎านบาท)

400 257.09 314.08
200 115.95 143.25

0
2558 2559 2560 2561 2562

สรปุ ขอ้ มูลยอดจาหนา่ ยผา้ ไหมแพรวา จงั หวดั กาฬสินธุ์

ปี ยอดจาหนา่ ย (บาท) ยอดจาหนา่ ยทเ่ี พม่ิ ขึ้น ยอดจาหนา่ ยท่เี พ่ิมข้นึ

(บาท) (รอ้ ยละ)

2558 115,947,560 13,439,660 +13.11

2559 143,248,250 27,300,690 +23.54

2560 257,088,800 113,840,550 +79.47

2561 314,077,000 56,988,200 +22.17

2562 982,127,452 668,050,452 +242.70

69

300 ยอดจาหน่ายทีเ่ พิ่มขน้ึ (ร้อยละ)

250 242.7
200

150 ยอดจาหนาํ ยที่เพมิ่ ข้นึ (รอ๎ ยละ)

100 79.47
50
0 13.11 23.54 22.17

2558 2559 2560 2561 2562

ยอดจาหนํายผ๎าไหมแพรวากาฬสินธุ๑ มียอดจาหนํายในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ เพ่ิมขึ้นจาก
ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ สูงขึ้นถึง 668,050,452 บาท หรือเพ่ิมสูงข้ึนถึงกวําร๎อยละ 242.7 เป็น
การเพิ่มสูงขึ้นจากผ๎าไหมแพรวาของกลํมุ ไหมสมเดจ็ เนอื่ งจากเป็นสินค๎าผ๎าไหมตัวใหมํ คือ ผ๎าไหมแพรวา
ทอใสํผ๎าซิ่น ประกอบกับมีการขายออนไลน๑ ทาให๎ ปัจจุบันมียอดจองลํวงหน๎าถึง ๒ ปี ด๎วยกัน นับวําผ๎า
ไหมแพรวาเป็นสินค๎าที่สร๎างรายได๎ให๎กับคนท๎องถ่ินเป็นอยํางดี และยังคงเป็น “ราชินีแหํงไหม” อยําง
แท๎จรงิ

จานวน ประชากร เนือ้ ทป่ี ลูก ผลผลิต ผลผลิต จาหนา่ ย (ขา้ วเหนียว)
ข้าวเหนียว เฉล่ีย
ตาบล ครัวเรือน (คน) ขา้ วเหนียว (กก./ไร) จานวน มลู ค่า
(ตนั ) (ตัน) (ลา้ น
อาเภอเขาวง เกษตรกร (ไร)่
1. คม๎ุ เกํา บาท)
2. สงเปลอื ย
3. หนองผือ 2,068 6,625 16,915 5,869.35 347 3,628.13 54.42
4. กุดสิมคม๎ุ ใหมํ 1,802 5,849 18,817 6,529.48 347 4,492.53 67.39
5. สระพงั ทอง 1,391 4,917 8,722 3,026.53 347 1,420.60 21.31
6. กุดปลาค๎าว 1,453 5,472 12,896 4,475.08 347 2,640.03 39.60
รวม 3,057 5,375 1,865.08 347 867.35 13.01
อาเภอกฉุ นิ ารายณ์ 721 2,254 4,694 1,628.75 347 882.14 13.23
7. หนองหา๎ ง 733 28,174 67,419 23,394.26
8. นาโก 8,168 13,930.78 208.96
รวม
อาเภอนาคู 1,067 5,112 9,671 3,713.66 384 2,413.88 36.21
9. นาคู 1,094 4,804 10,525 4,195.20 384 2,716.88 40.90
10. บอํ แก๎ว 2,161 9,916 20,596 7,908.86
รวม 5,140.76 77.10
รวมท้ังส้ิน
2,059 10,173 12,729 4,468.04 351 1,225.20 18.38
1,884 8,034 17,064 5,989.48
3,943 18,207 29,794 10,457.52 351 3,323.32 7409.85
14,272 67,884 117,809 41,760.64
351 4,548.52 68.23
350 23,620.06 354.29

2) ข้าวเหนยี วเขาวง

ขอ้ มูลการผลติ ขา้ วเหนียวเขาวง ปกี ารผลติ 2563/64

ที่มา : สานักงานพาณิชยจ๑ งั หวดั กาฬสนิ ธุ๑
จังหวัดกาฬสินธุเ๑ ป็นแหลงํ ผลติ ข๎าวพนื้ เมือง GI ไดแ๎ กํ “ข๎าวเหนียวเขาวง” ได๎ข้ึนทะเบียนกับกรม
ทรัพย๑สินทางปัญญากระทรวงพาณิชย๑เม่ือวันท่ี 9 มิถุนายน 2552 ทะเบียนเลขที่สช 52100026 มีสิ่งบํงช้ี
ทางภูมิศาสตร๑มาตรฐานถน่ิ กาเนิด(Geographical Indication : GI) ปลูกในพื้นท่ีที่เป็นดินภูเขาไฟเกํา ใช๎พันธ๑ุข๎าว
เหนียวกอเดียว ซ่งึ เป็นขา๎ วพันธุเ๑ บา (ข๎าวดอ) และ ขา๎ วเหนียว กข 6 โดยข๎าวเหนยี วเขาวงมีความพิเศษคือ มีความ
เหนยี วนํมุ มกี ล่ินหอมไมตํ ดิ มือเก็บความนุํมไว๎ได๎นานพื้นที่การผลิตข๎าวเหนียวเขาวงได๎แกํ 1) พื้นท่ี 6 ตาบลของอาเภอ
เขาวง 2) พน้ื ที่ตาบลนาโก และตาบลหนองหา๎ ง อาเภอกุฉินารายณ๑ และ 3) ตาบลนาคู และตาบลบํอแก๎ว อาเภอนาคู

ข้อมูลการผลิตขา้ วเหนยี วเขาวง

16.6) ข้อมูลผลิตภัณฑ์ OTOP จงั หวัดกาฬสนิ ธุ์

ยอดจาหนา่ ยสินคา้ OTOP จังหวัดกาฬสนิ ธ์ุ

ปี รายไดก้ ารจาหน่ายสนิ คา้ OTOP รายได้การจาหนา่ ยสนิ คา้ OTOP อตั ราการ
เปลย่ี นแปลง
(ล้านบาท) ทเี่ พม่ิ ข้ึน (ล้านบาท)
(รอ้ ยละ)
2559 2,631.48 +406.66 +18.28
2560 3,298.26 +666.78 +25.34
2561 3,980.54 +682.28 +20.69
2562 4,961.03 +980.49 +24.63
2563 5,524.19 +563.16 +11.35
ท่ีมา : สานกั งานพฒั นาชมุ ชนจงั หวัดกาฬสนิ ธุ๑

รายไดจ้ ากการจาหน่ายผลติ ภัณฑ์ OTOP ต่อปี (ล้านบาท)

6,000.00 4,961.03 5,524.19 รายได๎จากการจาหนาํ ยผลิตภณั ฑ๑
4,000.00 3,980.54 OTOP ตํอปี (ล๎านบาท)
2,000.00 3,298.26
2,631.48

0.00
2559 2560 2561 2562 2563

จงั หวดั กาฬสินธุม๑ รี ายไดจ๎ ากการจาหนํายผลติ ภณั ฑ๑ OTOP เพ่ิมข้ึนอยาํ งตอํ เนื่องทุกปีตง้ั แตํปี โดยปีลําสุด
2563 มีรายได๎จากการจาหนํายสูงถึง 5,924.19 ล๎านบาท คิดเป็นร๎อยละจากการเพ่ิมข้ึนของมูลคําการ
จาหนํายเมื่อเทียบกับปี 2562 สูงข้ึนมากคิดเป็นร๎อยละ 24.63 และอาเภอที่มีรายได๎จากการจาหนํายสินค๎า

71

OTOP เรียงตามลาดับ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖3 ได๎แกํ อาเภอยางตลาด อาเภอกมลาไสย อาเภอเมือง
กาฬสนิ ธ๑ุ สินค๎า OTOP ทสี่ าคัญของจงั หวดั กาฬสินธุ๑ ประกอบด๎วย หมทู ุบ หมเู ค็ม ไส๎กรอกปลา

ยอดจาหนา่ ยสนิ ค้า OTOP จงั หวัดกาฬสนิ ธ์ุ แยกรายอาเภอ ประจาปีงบประมาณ 2560-2563

อาเภอ ยอดจาหนํายสินค๎า OTOP (ล๎านบาท)

ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563

อาเภอยางตลาด 855.42 1,027.93 1,275.82 1,424.41

อาเภอกมลาไสย 484.25 586.37 727.24 800.07

อาเภอเมอื งกาฬสนิ ธ๑ุ 449.24 542.52 678.03 753.13

อาเภอสหัสขันธ๑ 278.69 325.88 407.38 456.98

อาเภอคามวํ ง 215.90 264.29 345.97 385.06

อาเภอกฉุ นิ ารายณ๑ 183.90 224.14 277.93 306.24

อาเภอเขาวง 165.77 201.27 243.49 275.32

อาเภอทาํ คนั โท 67.85 86.23 108.98 119.87

อาเภอสมเด็จ 133.36 156.04 195.10 214.64

อาเภอสามชยั 101.46 122.14 146.06 176.82

อาเภอฆอ๎ งชัย 83.07 101.25 125.55 138.11

อาเภอรอํ งคา 75.17 91.61 113.66 125.03

อาเภอนาคู 55.25 62.65 77.70 85.58

อาเภอห๎วยเม็ก 45.96 57.33 73.15 81.04

อาเภอหนองกงุ ศรี 40.35 49.55 60.78 66.85

อาเภอดอนจาน 23.09 29.35 37.61 41.71

อาเภอหว๎ ยผง้ึ 21.71 28.93 36.39 40.03

72

อาเภอ ยอดจาหนาํ ยสินค๎า OTOP (ล๎านบาท)

อาเภอนามน ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563
รวมทั้งส้นิ 18 อาเภอ 17.82 33.28
2,631.48 23.06 30.17 5,524.19

3,298.26 3,980.54

ที่มา : ระบบศูนย๑ขอ๎ มลู กลางเพ่อื การบรหิ ารจัดเก็บและใชป๎ ระโยชน๑
กรมการพัฒนาชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ : ขอ๎ มลู ใชเ๎ ปน็ ปงี บประมาณ

ผลิตภณั ฑ์ OTOP เดน่ ระดับอาเภอ จังหวัดกาฬสนิ ธ์ุ

ท่ี อาเภอ ผลิตภัณฑ์ / ระดับดาว ผลิตภณั ฑ์ / ระดบั ดาว ผลติ ภณั ฑ์ / ระดับดาว หมายเหตุ
1 เมืองกาฬสินธุ๑
หมูทุบ หมูเคม็ / 4 ดาว กระเปา๋ หนงั เทยี ม / 5 ดาว ผ๎าลาย กล๎วยแปรรูป (กลว๎ ยแซบํ
2 นามน ไส๎กรอกปลา ยางกลว๎ ย กลว๎ ยฉาบ)
3 กมลาไสย ผา๎ หํมทอมอื / 3 ดาว ผ๎าไหมมดั หมี่ / - รองเท๎าหนงั เทียม / -

4 รํองคา ผลิตภัณฑผ๑ ๎าขาวมา๎ / 5 กระเป๋าเดนิ ทาง กระเปา๋ สะพายเปู หมอนขวาน / 5 ดาว
5 กุฉินารายณ๑ ดาว ตุ๏กตาผ๎าไทย 3 ดาว ทีน่ อนห๎าพับ /2 ดาว
6 เขาวง หมอนขดิ /2 ดาว

7 ยางตลาด ผ๎าหํมทอมอื /5 ดาว ผา๎ สไบโทเร / 4 ดาว เสื้อเย็บมือ / 3 ดาว

8 ห๎วยเม็ก ขา๎ ว กข.6 /5 ดาว ขา๎ วเหนยี วเขาวง / 4 ดาว ผา๎ ทอมอื ผ๎าคลุมเตียง
9 สหัสขันธ๑ พรมเชด็ เทา๎ / 4 ดาว
เสื้อผ๎าสาเร็จรปู สาหรับเดก็ / ข๎าวเหนยี วมะมํวง นา้ พริกจงิ้ หรีด น้ามนั มะรุมสกัด
10 คามวํ ง 4 ดาว
11 ทําคนั โท ผ๎าถุงมดั หม่ี เสอื่ กก เส่อื พบั / 3 ดาว
12 หนองกุงศรี
13 สมเดจ็ เสอ้ื พน้ื เมอื ง ผา๎ ไหมแพรวา เสือ่ กกลายชิด / 4 ดาว ปลาสม๎ ปลาแดดเดยี ว
14 ห๎วยผ้ึง / 5 ดาว ผ๎าพ้นื เมือง ผ๎าไหมมัดหม่ี
15 สามชัย ผ๎าไหมแพรวา 5 ดาว ผลิตภัณฑเ๑ ครื่องจักสาน
16 นาคู
ผา๎ ไหมมัดหม่ี กระเป๋าผา๎ ฝาู ย
17 ดอนจาน
ผา๎ ลายขิด / 3 ดาว เส่อื พบั สาเร็จรปู / 3 ดาว กระเป๋าเสือ่ กก
18 ฆ๎องชยั
ผ๎าไหมมดั หมี่ / 5 ดาว ผ๎าขาวม๎า / 4 ดาว เสื่อกก

เสื้อเยบ็ มือ ผ๎าฝูายพน้ื เมอื ง ผา๎ ขาวม๎า ผา๎ สไบลายขดิ

ผ๎าไหมแพรวา 5 ดาว ผลิตภณั ฑเ๑ ครือ่ งจกั สาน / 3 ดาว

ข๎าวกล๎องงอก ขา๎ วฮางงอก / มะนาวกวนนา้ ผึ้ง / 4 ดาว เส้อื เย็บมือ / 4 ดาว
5 ดาว
เส้อื เย็บจักปักมอื / 4 ดาว กลว๎ ยฉาบ แจวํ บอง ผา๎ ไหมมัดหม่ี ผ๎าฝาู ย 73
ข๎าวหอมมะลิ / 5 ดาว ขนมข๎าวแตน๐ / 3 ดาว มัดหมี่
เสอ้ื ปกั มือ / 3 ดาว

16.7) สถติ คิ รวั เรอื นยากจน
จงั หวดั กาฬสินธุยงั มีปญั หาความยากจนของประชาชน จากข๎อมลู จปฐ. สถานการณ๑ครัวเรือน

ยากจน จานวนครัวเรือนยากจนท่ีมีรายได๎ต่ากวําเกณฑ๑ จปฐ. ตั้งแตํปี 2558-2562 มีการปรับเพ่ิมสูงขึ้นต้ังแตํ
ปี 2558-2560 และปรับตัวลดลงอีกต้ังแตํปี 2561-2562 โดยจังหวัดกาฬสินธุ๑ได๎จัดทาโครงการ Kalasin
happiness Model โดยมีวัตถุประสงค๑เพ่ือยกระดับคุณภาพชีวิตคนจนขั้นพื้นฐาน และยกระดับรายได๎ของ
ประชาชน บนพ้นื ฐานความย่ังยืน เพ่ือให๎ครวั เรอื นยากจนดังกลาํ วลดลง

จานวนครวั เรือนยากจนท่มี รี ายไดต้ า่ กว่าเกณฑ์ จปฐ. (คร.)

1500
1,312

1000 893 856 จานวนครัวเรือนยากจนท่ีมีรายได๎ตา่ กวํา
671 682 เกณฑ๑ จปฐ. (คร.)

500

0
2558 2559 2560 2561 2562

16.8) สัดสว่ นคนจน

จังหวัดกาฬสินธุ๑เป็นจังหวัดท่ีมีปัญหาความยากจนเร้ือรังติดตํอกันเป็นระยะเวลามากกวํา 5 ปี
และจากข๎อมูลรายงานดัชนีความก๎าวหน๎าของคน ปี 2562 ของสานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคมแหงํ ชาติ (ขอ๎ มูล ปี 2561) จังหวัดกาฬสนิ ธม๑ุ ปี ระชากรทอ่ี ยูํใตเ๎ สน๎ ความยากจนเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ
รองจากจังหวัดแมํฮํองสอน และจังหวัดปัตตานี โดยมีสัดสํวนคนจนอยูํท่ีร๎อยละ 31.26 หรือมีสถานการณ๑ดีขึ้น
เล็กน๎อยจากปี พ.ศ. 2560 (สัดสํวนคนจนลดลงร๎อยละ 1.70) โดยจังหวัดกาฬสินธ๑ุได๎จัดทาโครงการ Kalasin
happiness Model โดยมีวัตถุประสงค๑เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนจนข้ันพ้ืนฐาน และยกระดับรายได๎ของ
ประชาชน บนพ้ืนฐานความยงั่ ยืน และแตํละปจี ะต๎องสามารถลดลงรอ๎ ยละ 4.5 ตํอปี

40.00 31.99 32.96 31.26
30.00
20.00 17.78 20.21 สดั สํวนคนจน (รอ๎ ยละ)
10.00
0.00

2558 2559 2560 2561 2562

74

16.9) ขอ้ มูลหมู่บ้าน/ชุมชนด้านยาเสพตดิ

ในปี 256๔ จังหวัดกาฬสินธ๑ุมีหมูํบ๎านที่ได๎รับการจัดอันดับเป็นหมูํบ๎านปลอดยาเสพติด (สีขาว)
จานวน 1,174 หมูํบ๎าน คิดเป็นร๎อยละ 72.47 ของหมํูบ๎านทั้งหมด หมูํบ๎านสีเขียว 403 หมํูบ๎าน คิดเป็น
ร๎อยละ 24.87 หมูบํ ๎านสีเหลอื ง 22 หมบูํ ๎าน คิดเป็นร๎อยละ 1.36 และหมํูบ๎านที่มีปัญหายาเสพติดอยํางรุนแรง
(สีแดง) จานวน 21 หมูบํ ๎าน คิดเปน็ ร๎อยละ 1.30 ของหมูํบ๎านท้ังหมด

ตารางแสดงประเภทของหมบู่ า้ นทีม่ ีความเสีย่ งกับยาเสพตดิ

ปี ประเภทหมูํบ๎าน

2560 สีขาว สีเขียว สเี หลอื ง สแี ดง
2561 71
2562 927 457 165 249
2563 64
2564 642 419 310 24
21
783 531 242

1,021 573 2

1,174 403 22

ข้อมูลหมบู่ า้ น/ชมุ ชน ด้านยาเสพติด ปี 2564

1% 1% สขี าว: ปลอดยาเสพติด
25% สีเขยี ว: ปัญหายาเสพตดิ เบาบาง

73% สเี หลือง: ปัญหายาเสพตดิ บางกลาง

สแี ดง: ปญั หายาเสพตดิ รนุ แรง

หมายเหตุ : จานวนหมูํบ๎านทงั้ หมดในจังหวัดกาฬสนิ ธุ๑มีทงั้ สิ้น 1,620 หมํบู ๎าน

75

1.10 ข้อมูลตวั ชี้วดั การพฒั นาจังหวดั ของสานักงานคณะกรรมการ

พฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ (ดัชนีความก้าวหนา้ ของคน : HAI) ประเทศ กาฬสนิ ธุ์ หนว่ ย

รอ๎ ยละของทารกแรกเกดิ ทม่ี นี า้ หนกั ต่ากวาํ เกณฑ๑ (%ทารกเกิดมีชพี ). 10.57 9.34 รอ๎ ยละ

๎ดานสุขภาพ รอ๎ ยละของประชากรที่เจ็บปุวยทเ่ี ป็นผป๎ู ุวยใน. 10.56 11.44 ร๎อยละ

รอ๎ ยละของประชากรพกิ าร. 2.92 3.49 รอ๎ ยละ

ร๎อยละของคะแนนสขุ ภาพจิตของประชากรอายุ 15 ปขี นึ้ ไป 69.71 70.31 รอ๎ ยละ

๎ดาน ีช ิวตการงาน ๎ดานการศึกษา จานวนปกี ารศกึ ษาเฉล่ยี ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป 8.63 7.77 ปี

อตั ราการเข๎าเรียนรวมระดบั มัธยมศึกษาตอนและปลายและอาชวี ศึกษา 78.78 82.32 รอ๎ ยละ

คําเฉลี่ยเชาวนป๑ ัญญา (IQ) ของเดก็ นกั เรยี นไทยชั้นประถมศกึ ษาปีที่1 98.23 93.33 คะแนน

คะแนนเฉลยี่ การทดสอบ O-Net ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 35.02 30.34 ร๎อยละ

อัตราการวาํ งงาน 1.05 0.40 ร๎อยละ

อัตราการทางานต่าระดับ 0.77 0.07 รอ๎ ยละ

ร๎อยละของแรงงานท่มี ปี ระกนั สงั คม 42.24 14.88 รอ๎ ยละ

อัตราการประสบอนั ตรายหรือเจ็บปุวยเนอ่ื งจากการทางานตอํ ลกู จ๎าง 1,000 คน 8.82 5.87 รอ๎ ยละ

รายได๎เฉลย่ี ของครวั เรอื นตํอเดอื น 26,946 14,264 บาท/เดือน

๎ดานรายไ ๎ด สัดสวํ นประชากรยากจน 9.85 31.26 ร๎อยละ

ร๎อยละของครัวเรือนทมี่ ีหนี้สนิ เพ่ือการอุปโภคบริโภค 36.56 44.45 รอ๎ ยละ

คาํ สัมประสิทธ์ิความไมํเสมอภาคของรายได๎ หรอื คาํ สมั ประสทิ ธจิ์ ีนี 45.28 38.21 รอ๎ ยละ

๎ดานการคมนาคม ด๎านชี ิวตครอบครัว ๎ดาน ี่ทอยูํอาศัย และชุมชน และสภาพแวด ๎ลอม รอ๎ ยละของครวั เรือนที่มบี า๎ นและทด่ี ินเป็นของตนเอง 70.77 97.31 รอ๎ ยละ

สัดสวํ นเฉลยี่ การปลอํ ยกา๏ ซเรอื นกระจก 2.09 0.44 ตันกา๏ ซเรือนกระจก/คน

ร๎อยละของประชากรทปี่ ระสบอทุ กภัย 1.52 5.61 รอ๎ ยละ

รอ๎ ยละของประชากรท่ปี ระสบภัยแล๎ง 0.00 0.00 ร๎อยละ

รอ๎ ยละของเด็กอายุ 15-17 ปี ทีท่ างาน 9.71 2.88 รอ๎ ยละ

รอ๎ ยละของครวั เรือนทีม่ ีหวั หนา๎ ครัวเรือนเดย่ี ว 23.50 31.57 ร๎อยละ

ร๎อยละของผูส๎ ูงอายทุ อ่ี ยลูํ าพงั คนเดียว 6.52 8.19 รอ๎ ยละ

การแจ๎งความคดีชวี ิต ราํ งกาย เพศ และคดีประทษุ ร๎ายตํอทรพั ย๑ 105.46 60.89 คดี/ประชากร 100,000คน

และการ ่ืสอสาร รอ๎ ยละของหมบํู า๎ นที่ถนนสายหลกั ใช๎การไดต๎ ลอดปี 57.59 45.06 ร๎อยละ

จานวนอุบัตเิ หตบุ นท๎องถนน 155.48 28.62 ตํอประชากรแสนคน

ร๎อยละของประชากรทม่ี โี ทรศพั ทม๑ ือถือ 89.54 90.08 รอ๎ ยละ

รอ๎ ยละของประชากรทเี่ ขา๎ ถงึ อนิ เทอรเ๑ น็ต (%) 56.82 42.93 ร๎อยละ

รอ๎ ยละของประชากรทใ่ี ช๎สทิ ธิลงประชามตริ าํ งรฐั ธรรมนญู ปี 2559 59.40 57.16 รอ๎ ยละ

๎ดานการมี จานวนองค๑กรชมุ ชน 124.86 234.54 ตํอประชากรแสนคน
ํสวนรวม
รอ๎ ยละของครัวเรือนทีเ่ ปน็ สมาชิกกลํุม/องค๑กรในท๎องถิ่น (%) 73.65 85.42 รอ๎ ยละ

รอ๎ ยละของครัวเรือนที่มสี ํวนรํวมทากิจกรรมสาธารณะของหมํูบา๎ น 99.54 99.94 รอ๎ ยละ

ทีม่ า : ดัชนีความกา๎ วหน๎าของคน ปี 2562 สานักงานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ
สานักพัฒนาฐานข๎อมูลและตวั ชี้วดั ภาวะทางสงั คม กันยายน 2562

76

1.11 ขอ้ มลู ตัวช้ีวัดเปา้ หมายการพฒั นาท่ยี งั่ ยืน (SDGs) จังหวัดกาฬสนิ ธ์ุ๎ดานการพัฒนาคน ประเทศ กาฬสินธ์ุ หน่วย
52.87 49.90 คะแนน
ภาพรวมทุกมิติการพัฒนา๎ดานเศรษฐ ิกจและความ ั่มงค่ัง 63.20 53.15 คะแนน
ภาพรวมดา๎ นการพฒั นาคน 6.14 20.21 ร๎อยละ
๎ดานสิ่งแวดล๎อม 10.47 9.85 รอ๎ ยละทารกเกิดมีชพี
รอ๎ ยละของประชากรท่อี ยํูใตเ๎ สน๎ ความยากจน 11.23 12.69 รอ๎ ยละ
ร๎อยละของทารกแรกเกิดทมี่ ีน้าหนกั ต่ากวําเกณฑ๑๎ดานสัน ิตภาพและ
รอ๎ ยละของประชากรทเี่ จบ็ ปวุ ยทีเ่ ปน็ ผู๎ปุวยในยุ ิตธรรม 2,274 3,643 คน/แพทย๑

อัตราสํวนประชากรตอํ แพทย๑๎ดานความเป็นห๎ุน ํสวน ัพฒนา 73.70 75.97 รอ๎ ยละ

อตั ราการเข๎าเรียนรวมระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลายและอาชวี ศกึ ษา 9.15 8.85 ปี

จานวนปกี ารศกึ ษาเฉลยี่ ประชากรไทยอายอุ ายุ 15 – 59 ปี 35.29 34.85 คะแนน
50.03 47.06 คะแนน
คาํ เฉล่ยี คะแนน O – NET มัธยมศกึ ษาตอนปลาย -0.46 16.91 รอ๎ ยละ
ภาพรวมดา๎ นเศรษฐกจิ และความมัง่ คั่ง 0.68 -3.00 ร๎อยละ
0.86 0.37 ร๎อยละ
อัตราการเปลย่ี นแปลงของรายได๎เฉลย่ี ของครัวเรือนในจงั หวัด 6.92 9.96
อตั ราการเปล่ยี นแปลงของผลติ ภณั ฑ๑มวลรวมขังหวัด 121,328 86,834 เทํา
อตั ราการวํางงาน 548.49 342.17 บาท/คน
อตั ราสวํ นหนี้เฉล่ยี ตอํ รายไดเ๎ ฉลีย่ ของครวั เรอื น 469.42 1,614.85 Kw-ชั่วโมง/คน
ผลติ ภาพแรงงาน 24.93 16.21 ลติ ร/ล๎านบาท
สัดสวํ นปริมาณการใช๎ไฟฟาู ภาคครวั เรือนตํอประชากร 82.47 96.34 รอ๎ ยละ
65.46 51.22 ร๎อยละ
สัดสํวนปรมิ าณน้ามันเช้อื เพลิงในภาคอุตสาหกรรมตํอ GPP ภาคอตุ สาหกรรม 0.432 0.397 ร๎อยละ
รอ๎ ยละผู๎อยูํในระบบประกนั สังคมตํอกาลงั แรงงาน 50.92 46.34
ร๎อยละของครัวเรือนท่ีมีบ๎านและท่ดี นิ เปน็ ของตนเอง 0.10 0.45 -
รอ๎ ยละของหมบํู ๎านที่ถนนสายหลกั ใชก๎ ารได๎ตลอดปี 18.80 10.60 คะแนน
สมั ประสิทธิก์ ารกระจายรายได๎ 16.81 11.17 ร๎อยละ
ภาพรวมด๎านส่ิงแวดลอ๎ ม 1.51 0.00 รอ๎ ยละ
อตั ราการเปล่ยี นแปลงของพนื้ ท่ปี ุาไม๎ในจงั หวดั 0.00 0.00 ร๎อยละ
63.45 62.79 ร๎อยละ
สดั สํวนปริมาณขยะทีก่ าจัดถูกต๎องตํอปริมาณขยะทเี่ กิดข้ึน 80.86 55.62 รอ๎ ยละ
รอ๎ ยละของครวั เรือนทเ่ี ขา๎ ถงึ นา้ ประปา 502.87 377.46 คะแนน
รอ๎ ยละของประชากรทป่ี ระสบอทุ กภัย 268.05 206.42 ตอํ แสนคน
รอ๎ ยละของประชากรทีป่ ระสบภัยแล๎ง 7.08 7.32 ตอํ แสนคน
ภาพรวมด๎านสนั ตภิ าพและยุติธรรม ตํอแสนคน
16.52 27.37 ตอํ แสนคน
การแจ๎งความคดีชีวิต รํางกาย เพศ และคดีประทุษรา๎ ยตํอทรพั ย๑
จานวนของประชากรในเรอื นจา 44.68 42.50 รอ๎ ยละ
จานวนเจา๎ หน๎าทตี่ ารวจ 60.75 53.80
อตั ราการฆาํ ตัวตาย 11.56 8.17 คะแนน
รอ๎ ยละ
จานวนผู๎ถูกกักขังทรี่ อการพพิ ากษาในสัดสํวนของประชากรในเรือนจา 71.87 69.91 รอ๎ ยละ
142.82 265.46
ภาพรวมด๎านความเป็นหน๎ุ สวํ นพฒั นา รอ๎ ยละ
รอ๎ ยละของประชากรทเี่ ขา๎ ถึงอินเตอรเ๑ น็ต
รอ๎ ยละภาษที ่ีทอ๎ งถ่ินจดั เก็บได๎ตํอรายไดร๎ วมทไ่ี มรํ วมเงนิ อุดหนุน แหํง/แสนคน

และเงินอดุ หนุนเฉพาะกจิ 77
ความสามารถในการเบกิ จาํ ยงบประมาณของจงั หวัด

สดั สํวนองค๑กรชุมชนตอํ ประชากรแสนคน

1.๒. ขอ้ มลู เชงิ เปรียบเทยี บ

1.2.1 ดา้ นเศรษฐกิจ

๑) เศรษฐกิจภาพรวม ของจงั หวัดกาฬสินธ๑ใุ นปี 2562 มผี ลติ ภัณฑม๑ วลรวมจังหวดั (GPP) ณ ราคา
ประจาปีเทํากบั 58,617 ลา๎ นบาท ลดลงจากปี 2561 หรือคดิ เป็นอตั ราการขยายตวั ของ GPP ที่แทจ๎ ริงรอ๎ ยละ
-3.0 เปน็ ผลจากเศรษฐกิจหดตัว

การผลติ ภาคการเกษตร ในปี 2562 หดตัวร๎อยละ -2.9 โดยการหดตัวน้ัน มีสาเหตุจากการท่ี
เกษตรกรมีการปรับลดพื้นท่ีปลูกข๎าวนาปรัง ปริมาณน้าฝนที่ลดลงในปีท่ีผํานมา สํงผลให๎เกษตรกร ลดพ้ืนท่ีการ
เพาะปลูก

การผลิตภาคนอกเกษตร ในปี 2562 หดตัวร๎อยละ -3.0 โดยเฉพาะขาที่หดตัวอยํางมากคือ
สาขาอสังหารมิ ทรพั ย๑ท่หี ดตวั ร๎อยละ – 23.4 ท้ังน้ี สาขาที่ยังสามารถขยายตัวได๎เพ่ิมขึ้น เชํน สาขาท่ีพักแรมและ
บริการดา๎ นอาหาร ขยายตัวรอ๎ ยละ + 20.4 สาขา ศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ ท่ีมีการขยายตัวร๎อยละ
+ 19.1 เป็นต๎น

ลา้ นบาท เปรียบเทยี บ GPP รายจังหวดั ในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ปี 2562
350,000
300,000
250,000
200,000
150,000
100,000
50,000

0

ตารางเปรยี บเทยี บ GPP ในกลมุ่ จังหวดั ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนกลาง

ลาดบั จังหวดั GPP อัตราการขยายตัวของ GPP
ท่ี (ล้านบาท) ท่แี ท้จรงิ (รอ้ ยละ)
2561 2562
1 ขอนแกนํ 211,192 214,018 2561 2562
2 ร๎อยเอด็ 75,602 78,134 3.6 -0.8
3 มหาสารคาม 59,695 59,208 2.4 0.1
4 กาฬสินธ๑ุ 59,251 58,617 2.4 -1.5
11.1 -3.0

78

จังหวัดกาฬสินธ๑ุมี GPP เป็นอันดับท่ี 47 ของประเทศ หํางจากจังหวัดท่ีมี GPP เป็นอันดับ 1
อยํางชลบรุ ี (ไมํนับรวมกรุงเทพมหานคร) ถงึ 18.1 เทาํ และหํางจากจังหวดั ขอนแกํนซึ่งอยํูในกลํุมจังหวัดเดียวกัน
ถงึ 3.66 เทาํ แตมํ ีขนาดเศรษฐกิจใกลเ๎ คียงกบั จังหวัดมหาสารคาม และนับวันขนาดเศรษฐกจิ ของจังหวัดกาฬสินธ๑ุ
กบั จังหวดั ขอนแกํน และชลบรุ ี จะมชี ํองวํางท่หี ํางกนั มากขน้ึ เรื่อยๆ

ผลติ ภณั ฑจ์ ังหวัดตอ่ หวั (GPP per capita) ในปี พ.ศ. 2562 จังหวัดกาฬสินธุ๑มีผลิตภัณฑ๑จังหวัดตํอหัว

เทํากับ 73,587 บาทตํอปี อยํูในลาดับท่ี 64 ของประเทศ (ไมํนับกรุงเทพมหานคร) หํางจากจังหวัดอันดับ 1

อยาํ งระยอง ถงึ 13.44 เทาํ (จงั หวดั ระยองมีผลติ ภัณฑจ๑ ังหวัดตํอหัวในปี 2562 เทํากับ 988,748 บาท/คน/ปี)

เมอ่ื เทยี บกลํมุ จังหวดั ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนกลาง จงั หวัดกาฬสนิ ธุ๑อยูใํ นอนั ดบั สามรองจากจังหวดั ขอนแกํน

และมหาสารคาม จากขอ๎ มูลดงั กลาํ วสะท๎อนถงึ ความเหลือ่ มล้าทางรายไดแ๎ ละปญั หาความยากจนในพื้นที่จังหวัดที่ต๎องได๎รับการ

แก๎ไขอยาํ งเรํงดํวนแตมํ ีสถานการณ๑ดขี ึ้นจากปี 2561ซึ่งอยอูํ นั ดับสดุ ท๎ายของกลุมํ จังหวดั ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง

บาทต่อปี เปรียบเทยี บ GPP Per Capita รายจังหวดั ในประเทศไทย ปี 2562
1,200,000
1,000,000 1.ระยอง
3.ปรา ีจนบุรี
800,000 5.พระนครศรีอ ุยธยา
600,000 7.ส ุมทรสาคร
400,000
200,000 9.สระบุรี
11.นครปฐม
0 13.ปทุมธา ีน

15..ชุมพร
17.กระบี่
19.ประจวบคีรีขันธ๑
21.ตราด
23.เพชรบุรี
25. ิสงห๑บุรี
27.เ ีชยงให ํม
29.กาญจนบุรี
31.นครสวรรค๑
33.ขอนแ ํกน
35.นครราช ีสมา
37.นครนายก
39. ุสพรรณบุรี
41.อุทัยธา ีน
43.ระนอง
45.อุตรดิต ๑ถ
47.ยะลา
49.พะเยา
51.เพชรบูร ๑ณ
52.อุดรธา ีน
56.แพรํ
58. ํนาน
60.สระแ ๎กว
62.พัท ุลง
64.ศรีสะเกษ
66.ร๎อยเอ็ด
68.อุบลราชธา ีน
70.ชัยภู ิม
72. ุมกดาหาร
73.แ ํมฮํองสอน
75.ยโสธร

เปรียบเทยี บ GPP Per Capita รายจังหวัด ในประเทศไทย

ตารางแสดงผลิตภณั ฑจ์ ังหวัดต่อหัวปี 2562 (บาทต่อป)ี 10 อนั ดบั สดุ ท้ายของประเทศ

ท่ี จังหวดั GPP per capita
1 อุบลราชธานี 72,607
2 อานาจเจริญ 71,815
3 ชยั ภูมิ 70,159
4 บึงกาฬ 68,727
5 มุกดาหาร 66,599
6 สกลนคร 65,900
7 แมํฮอํ งสอน 63,370
8 หนองบัวลาภู 63,002
9 ยโสธร 62,623
10 นราธิวาส 59,498

79

ท่ีมา : ผลติ ภัณฑ๑ภาคและจังหวัดแบบปรมิ าณลกู โซํ ฉบับ พ.ศ. 2562,สานักงานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ
และสงั คมแหงํ ชาติ

ตารางเปรียบเทยี บ GPP Per Capita ในกลุม่ จังหวดั ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนกลาง

ท่ี จังหวดั GPP Per Capita หนวํ ย:บาท
ตอ่ ปี

255๘ 2559 2560 2561 2562

1 ขอนแกนํ 110,033 113,762 118,591 124,430 124,729

2 มหาสารคาม 62,394 67,627 71,331 74,561 75,334

3 กาฬสินธ๑ุ 61,753 66,296 68,930 74,559 73587

4 รอ๎ ยเอด็ 61,521 65,173 68,291 71,590 73,567

ปัจจัยทีส่ ่งผลกระทบต่อเศรษฐกจิ ภาพรวมของจังหวดั กาฬสนิ ธุ์
1) ความผนั ผวนของราคาพชื ผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข๎าว มนั สาปะหลัง และออ๎ ยโรงงาน
ซ่ึงเป็นพืชเศรษฐกจิ หลกั ท่สี ร๎างรายได๎ให๎แกจํ งั หวัดกาฬสินธุ๑
2) ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศปัญหาภาวะโลกร๎อน และวิกฤตภัยแล๎ง ซ่ึงสํงผล
โดยตรงตอํ ผลผลติ ทางการเกษตรของจังหวัด
3) นโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะมาตรการกระตุ๎นเศรษฐกิจฐานราก และ
มาตรการเกีย่ วกับราคาพืชผลทางการเกษตร เพราะโครงสร๎างทางเศรษฐกจิ ของจังหวัดกาฬสนิ ธต๑ุ อ๎ งพ่ึงพิงการผลิต
ภาคการเกษตร
4) การเปดิ ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น (AEC) จะเพมิ่ โอกาสในการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ
จังหวัด เพราะท่ีตั้งของกาฬสินธุ๑อยูํบนเส๎นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic
Corridor) เป็นเส๎นทางคมนาคมท่ีสนับสนุนการขยายตัวภาคการขนสํงและเป็นแหลํงรวบรวมผลผลิตทางการ
เกษตรจากจังหวัดใกลเ๎ คียง ซ่งึ สํงผลตอํ การขยายตวั ในสาขาอตุ สาหกรรมเกษตร
๕) การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา (COVID – 19) ทาให๎ทุกสาขาอาชีพได๎รับผลกระทบ

เนอ่ื งจากบางชวํ งมมี าตรการงดเวน๎ การเดนิ ทาง สํงผลกระทบใหท๎ กุ สาขาอาชีพไดร๎ ับผลกระทบ

2) ดา้ นการเกษตร

จังหวัดกาฬสินธ๑ุมีเศรษฐกิจภาคการเกษตรคิดเป็นสัดสํวนร๎อยละ 23.1 ของผลิตภัณฑ๑มวลรวม
จังหวัดในปี 256๒ ลดลงร๎อยละ -2.9 โดยลดลงเนื่องจากสาเหตุปริมาณน้าฝนลดลง ทาให๎มีการปรับลด
พื้นที่ลดลง ทาให๎มีผลผลิตเข๎าสูํตลาดน๎อยลง

2.1) พชื เศรษฐกิจหลัก

กาฬสินธ๑ุมีการปลูกพืชเศรษฐกิจท่ีสาคัญได๎แกํ ข๎าว มันสาปะหลัง และอ๎อยโรงงาน ซ่ึงเป็น
ปจั จัยสาคัญที่สํงผลตํอการขยายตัวภาคเกษตรกรรมของจังหวัด

80

2.1.1) ข้าว

ข๎าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสาคัญของจังหวัด โดยจังหวัดกาฬสินธุ๑มี “ข๎าวเหนียว

เขาวง (GI)” ท่ีมีชื่อเสียงและสร๎างมูลคํากวํา 300 ล๎านบาท แตํด๎วยข๎อจากัดด๎านพ้ืนที่การเพาะปลูกทาให๎

ไมํสามารถขยายพน้ื ทเ่ี พาะปลกู เพ่มิ ได๎ ทาได๎เพยี งเพิ่มผลผลิตเฉลี่ยตํอไรํเทํานั้น ดังน้ัน จังหวัดจึงสํงเสริมการปลูก

ขา๎ วเชิงอุตสาหกรรมในพืน้ ทอ่ี น่ื เน่อื งจากในพื้นท่ีจังหวัดมีโรงสีขนาดใหญํ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก จานวน 99

โรง และเป็นศูนย๑กลางในการรวบรวมข๎าวในจังหวัดใกล๎เคียง จึงเหมาะสาหรับการเป็นผ๎ูให๎บริการทางด๎าน

โลจิสติกส๑ (Logistics Provider) ในด๎านการจัดเก็บสินค๎า คลังสินค๎า (Warehouse) เป็นหนํวยเช่ือมโยงระหวําง

ผู๎ผลิต (Manufacturer) กับผ๎ูขาย (Retailers) การจัดการขนสงํ สนิ ค๎า และการสงํ ออก

จังหวัดกาฬสินธุ๑มีพ้ืนท่ีเพาะปลูก ข้าวนาปี ปีการผลิต 2563/64 จานวน
1,481,973ไรํ ผลผลิตเฉลี่ย 374 กิโลกรัมตํอไรํ อาเภอที่มีพื้นที่ปลูกข๎าวมากที่สุด 5 อันดับ ได๎แกํ อาเภอยาง
ตลาด อาเภอกฉุ นิ ารายณ๑ อาเภอเมอื งกาฬสินธุ๑ อาเภอกมลาไสย และอาเภอเขาวง มีการเพาะปลูกข๎าวในพื้นทีใน
เขตชลประทานประมาณ 383,040 ไรํ และเพาะปลกู ในพ้ืนที่นอกเขตชลประทานประมาณ 1,087,096 ไรํ

หากเปรียบเทียบการปลูกข๎าวนาปีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง พบวํา ในปีการ
ผลิต 2560/2561 ถึง ปีการผลิต 2562/2563 จังหวัดกาฬสินธ๑ุ มีพื้นท่ีปลูกข๎าวนาปีน๎อยที่สุดในทุกปีการผลิต
แตํมีผลผลิตตํอไรํมากที่สุด แตํในปีการผลิต 2561/2562 - ปีการผลิต 2562 – 2563 จังหวัดกาฬสินธุ๑
มีผลผลิตตํอไรํมากกวําจังหวัดอื่นๆ ในกลุํมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง โดยในปีการผลิต
2562/2563 จงั หวัดกาฬสนิ ธ๑ุ มีผลผลติ เฉลย่ี ตํอไรํสูงสุดเทํากับ 372 กิโลกรัมตํอไรํ จังหวัดมหาสารคาม 360
กิโลกรมั จังหวดั รอ๎ ยเอ็ด 344 กิโลกรมั ตํอไรํ และผลผลิตเฉล่ียตํอไรํต่าสดุ คอื จงั หวัดขอนแกํน คือ 317 กิโลกรัม
ตํอไรํ

ตารางการเปรยี บเทยี บผลผลิตตอ่ ไรใ่ นกลุ่มจงั หวดั ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือตอนกลาง

จงั หวดั เนอื้ ทเี่ ก็บเก่ยี ว (ไร)ํ ผลผลติ ตํอไรํ (กก./ไรํ)
2560 2561 2562 2560 2561 2562
1. ร๎อยเอ็ด 3,075,165 2,662,576 3,085,728 380 353 344
2. ขอนแกํน 2,338,159 1,9108,07 2,348,246 343 324 317
3. มหาสารคาม 2,057,752 1,715,062 2,106,457 356 349 360
4. กาฬสินธ๑ุ 1,442,455 1,424,566 1,485,635 368 370 372

ทม่ี า: สานักงานเศรษฐกจิ การเกษตร

มพี ้นื ทเี่ พาะปลกู ข้าวนาปรัง ปีการผลิต 2562/63 จานวน 292,638 ไรํ ผลผลิตเฉลี่ย 645
กโิ ลกรัมตอํ ไรํ อาเภอท่มี ีพนื้ ท่ีปลกู ข๎าวนาปรงั มากท่ีสุด 5 อันดับ ได๎แกํ อาเภอกมลาไสย อาเภอยางตลาด อาเภอ
เมืองกาฬสนิ ธุ๑ อาเภอฆอ๎ งชัย และอาเภอรอํ งคา ซึง่ อยํูในเขตชลประทานลาปาว

81

จังหวัดกาฬสินธุ๑มีพื้นที่ปลูกข๎าวนาปรังมากท่ีสุด และมีผลผลิตเฉลี่ยตํอไรํมากท่ีสุด โดยเฉพาะ

พ้ืนที่ปลูกข๎าวในเขตชลประทาน ท่ีมีผลผลิตเฉล่ียตํอไรํสูงท่ีสุด โดยในปีการผลิต 2562/63 ผลผลิตข๎าวนาปรัง

เทํากับ 645 กโิ ลกรมั ตํอไรํ แตํยังนอ๎ ยกวําผลผลติ เฉลีย่ ของประเทศ 656 กโิ ลกรบั ตอํ ไรํ

จงั หวัด เน้อื ท่ีเกบ็ เก่ียว (ไร)ํ ผลผลิตตอํ ไรํ (กก.)
2560/61 2561/62 2562/63 2560/61 2561/62 2562/63
1. กาฬสินธุ๑ 268,433 279,970 289.865
2. รอ๎ ยเอ็ด 201,180 232,478 173,766 615 640 625
3. ขอนแกํน 138,827 146,584 25,360 572 612 588
4. มหาสารคาม 149,393 170,692 24,319 564 597 549
602 615 581

ท่ีมา: สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตร

2.1.2) มันสาปะหลังโรงงาน1

มันสาปะหลัง เป็นพืชเศรษฐกิจหลักอีกชนิดหนึ่งที่ทารายได๎รองจากการปลูกข๎าว โดยมัน

สาปะหลังจะถูกสํงเข๎าสํูกระบวนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ๑ท่ีมีความหลากหลายเพื่อเพิ่มมูลคํา (Value Added)

อาทิ อตุ สาหกรรมอาหาร (ผงชูรส แปูงสํวนประกอบในการทาขนม) อุตสาหกรรมอาหารสัตว๑ และการผลิตเอทา

นอล อาหารสัตว๑ เป็นต๎น ซึ่งอุตสาหกรรมเหลําน้ีมีมันสาปะหลังเป็นวัตถุดิบสาคัญ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสในการ

พัฒนาอุตสาหกรรมแปรรปู เป็นอาหารสัตว๑และเป็นท่ตี อ๎ งการของตลาดตํางประเทศ โดยเฉพาะตลาดจีน และญ่ีปุน

ซ่ึงเป็นตลาดสํงออกที่สาคัญของไทย เน่ืองจากมีความต๎องการใช๎มันเส๎นเพื่อนาไปผลิตแอลกอฮอล๑ แปูงมัน

สาปะหลงั เพอื่ ใช๎ในอุตสาหกรรมกระดาษและส่ิงทอ มนั เส๎นและมันอัดเมด็ เพือ่ เป็นอาหารสัตว๑

ในปี 2563 จังหวัดกาฬสินธุ๑ มีพ้ืนท่ีเพาะปลูกมันสาปะหลัง 274,692 ไรํ เป็นอันดับสาม รองจาก

ข๎าว และอ๎อย มีผลผลติ ตํอไรํ 3,578 กโิ ลกรมั ตอํ ไรํ โดยพบมากในเขตอาเภอเมืองกาฬสินธ๑ุ อาเภอหนองกุงศรี อาเภอ

กฉุ ินารายณ๑ และอาเภอสหัสขันธ๑ เป็นต๎น นอกจากนี้ ด๎านฐานการผลิตภาคอุตสาหกรรม จังหวัดกาฬสินธุ๑มีโรงงาน

มนั สาปะหลงั ต้งั อยใํู นพน้ื ท่ี ท้ังสิ้น 10 โรงงาน เงินลงทุน 1,633.059 ล๎านบาท คนงาน 1,998 คนแตํผลผลิตมัน

สาปะหลังยังดอ๎ ยคณุ ภาพคือ มีปริมาณแปูงน๎อย ทาให๎ขายได๎ราคาต่า จึงควรเพ่ิมประสิทธิภาพและมาตรฐานการ

ผลิตมันสาปะหลังใหด๎ ยี งิ่ ขนึ้

เม่ือเปรียบเทียบกับจังหวัดใกล๎เคียง จังหวัดกาฬสินธ๑ุมีพ้ืนที่การปลูกมันสาปะหลังมากที่สุด

รองลงมา คือ จงั หวัดขอนแกํน จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดร๎อยเอ็ด และจังหวัดกาฬสินธุ๑มีผลผลิตเฉล่ียตํอไรํ

มากที่สุด รองลงมา คอื จงั หวัดรอ๎ ยเอ็ด จังหวัดขอนแกํน และจงั หวัดมหาสารคาม ตามลาดบั

จังหวัด พื้นที่เพาะปลกู (ไรํ) ผลผลติ ตอํ ไรํ (กก./ไรํ)

2561 2562 2563 2561 2562 2563

1. กาฬสินธุ๑ 241,523 274,692 3,584 3,578

2. ขอนแกํน 232,949 241,684 3,143 3,213

3. มหาสารคาม 124,619 156,248 3,076 3,198

4. รอ๎ ยเอ็ด 52,039 63,403 3,251 3,481

ทีม่ า : สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตร

1มันท่เี กษตรกรเก็บเกีย่ วผลผลิต เม่ือขายผลผลติ ใหแ้ กล่ านมนั โรงงานอดั เมด็ แป้งมัน และโรงงานแปรรปู อยา่ งอื่น

82

2.1.3) อ้อยโรงงาน2

อ๎อยโรงงาน มีความต๎องการเพอ่ื นาไปใช๎ในการผลติ น้าตาลทราบดบิ เอทานอล พลังงาน
ทดแทน และอุตสาหกรรมและเคร่อื งดืม่ ปัจจุบันราคาน้าตาลในตลาดโลกยังผันผวน เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไมํ
ฟ้ืนตวั ขณะผลผลิตนา้ ตาลของประเทศไทยกวําร๎อยละ 75 สํงออกไปตํางประเทศ (ประเทศไทยสํงออกอ๎อยเป็น
อนั ดับ 2 ของโลก รองจากบราซิล) รายได๎จึงขึ้นอยูํกับราคาน้าตาลของตลาดโลก ขณะที่การปลูกอ๎อยยังประสบ
ปัญหาเร่ืองมาตรฐานและคุณภาพการผลิต โดยเฉพาะปริมาณน้าตาลในอ๎อย และการเผาใบออ๎ ยในฤดูการเก็บเก่ียว
ซ่งึ ทาให๎เกิดมลพษิ ทางอากาศ และสารพิษตกค๎างในอ๎อย

สาหรับผลผลิตอ๎อยสํวนใหญํของจังหวัดจะนามาแปรรูปเป็นอุตสาหกรรมขั้นต๎น ได๎แกํ
น้าอ๎อย นา้ ตาลทรายดบิ และนา้ ตาลทรายขาว เป็นต๎น นอกจากนี้ ยังมีการรวมกลํุมภายในจังหวัด คือ สมาคมชาวไรํอ๎อย
กาฬสินธุ๑และสมาคมชาวไรํอ๎อยลาน้าปาว ด๎านฐานการผลิตจังหวัดกาฬสินธุ๑มีโรงงานผลิตน้าตาลทั้งสิ้น จานวน 2 โรง
ไดแ๎ กํ

1) บริษัท น้าตาลมิตรกาฬสินธุ๑ จากัด ต้ังอยํูที่อาเภอกุฉินารายณ๑ ประกอบกิจการทา
นา้ ตาลทรายดิบ นา้ ตาลทราย น้าตาลทรายบรสิ ุทธ์ิ นา้ ตาลแรํธรรมชาติ มิตรผลโกลด๑ จานวนเงินทุน 1,440.00 ล๎าน
บาทจานวนคนงาน 640 คน มีกาลังการผลิต 19,000 ตนั ออ๎ ยตํอวัน กลมํุ นา้ ตาลมติ รผลไดข๎ ยายฐานการผลิตเข๎า
ไปสปํู ระเทศจีน ณ ปัจจุบันสามารถขยายกาลังการผลิตเฉลี่ยรวมได๎ถึง 46,000 ตันอ๎อยตํอวัน และหีบอ๎อยได๎ปี
ละ 6,600,000 ตัน ซ่ึงสามารถผลติ เป็นนา้ ตาลทรายบริสทุ ธิไ์ ดร๎ วมกันมากกวาํ 840,000 ตนั ตํอปี

2) บริษัท อุตสาหกรรมน้าตาลอีสาน จากัด ต้ังอยูํที่อาเภอสามชัย ประกอบกิจการทา
น้าตาลดิบและน้าตาลทรายขาว จานวนเงินทุน 835.00 ล๎านบาท จานวนคนงาน 648 คน มีกาลังการผลิต
15,000 ตัน ตอํ วัน

ปีการผลติ 2563/2564 จังหวัดกาฬสนิ ธ๑มุ พี นื้ ท่ีเกบ็ เกี่ยว 362,603 ไรํ ผลผลิตตํอไรํ
7.53 ตนั ตํอไรํ มีมูลคําการจาหนําย 3,031,615,920 บาท และเป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกมาก ในเขตอาเภอทํา

คันโท อาเภอหนองกงุ ศรี อาเภอสามชยั อาเภอหว๎ ยเมก็ อาเภอคามวํ ง อาเภอกุฉินารายณ๑ อาเภอสหัสขันธ๑ อาเภอ
เมืองกาฬสนิ ธุ๑ อาเภอดอนจาน และอาเภอสมเดจ็

จงั หวดั กาฬสนิ ธม๑ุ ีพ้นื ทีเ่ กบ็ เก่ยี วรองจากจังหวดั ขอนแกํน มากกวําจงั หวัดรอ๎ ยเอด็ และ
มหาสารคาม ขณะที่ผลผลติ ตอํ ไรํ.ในปีการผลิต 2563/64 จังหวัดขอนแกนํ มีผลผลติ ตอํ ไรํมากทสี่ ุดเม่อื
เปรยี บเทียบในกลํุมจงั หวัดภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ตอนกลาง

จังหวดั พื้นที่เก็บเกีย่ ว (ไร)ํ ผลผลิตตํอไรํ (ตนั ./ไร)ํ

2561/2562 2562/2563 2563/2564 2561/2562 2562/2563 2563/2564

1. ขอนแกนํ 668,869 549,726 510,325 10.85 7.38 7.82

2. กาฬสนิ ธุ๑ 459,409 388,640 362,603 11.53 8.23 7.53

3. ร๎อยเอด็ 170,598 144,291 130,440 11.21 8.07 7.80

4. มหาสารคาม 177,711 143,942 102,969 10.86 7.03 7.82

2อ๎อยท่เี กษตรกรเกบ็ เกยี่ วสํงเขา๎ โรงงานในฤดหู บี อ๎อย

83

ที่มา : กลํมุ วชิ าการและสารสนเทศอตุ สาหกรรมอ๎อยและน้าตาลทราย
สานักนโยบายอตุ สาหกรรมออ๎ ยและน้าตาลทราย
สานกั งานคณะกรรมการออ๎ ยและน้าตาลทราย

จานวนผลผลิตพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดที่มีจานวนมากท่ีสุด ได๎แกํ อ๎อย ข๎าว และมัน
สาปะหลงั ตามลาดับ ขณะท่ีรายได๎จากพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดมากที่สุดได๎แกํ ข๎าว อ๎อย และมันสาปะหลัง
ตามลาดบั

2.2) พชื ทางเลือก

2.2.1) มะม่วงมหาชนก

มะมํวงมหาชนก เกิดจากการผสมข๎ามพันธุ๑ตามธรรมชาติระหวํางมะมํวงหนังกลางวันของไทย
และตน๎ แมมํ ะมํวงซันเซทจากประเทศอนิ เดีย นามาปลูกในจงั หวัดกาฬสนิ ธ๑ุคร้ังแรกเมอ่ื ปี 2539 โดยมหาวิทยาลัย
ราชภัฏเชียงใหมํและมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามสนับสนุนโครงการขยายพันธุ๑ไม๎ดอกไม๎ผลบ๎านไรํอัน
เนื่องมาจากพระราชดาริในพ้ืนที่อาเภอหนองกุงศรี ซ่ึงพืชที่ปลูกได๎ผลผลิตและจาหนําย ได๎ราคาดีท่ีสุด คือ
“มะมํวงพันธุ๑มหาชนก”ลักษณะพิเศษของมะมํวงพันธ๑ุมหาชนกคือ มีผลสุกผิวมีสีแดงส๎มจนถึงเหลืองทอง เน้ือสี
เหลืองอรํามรสชาติหวานกล่ินข้ีใตไ๎ มํแรงเหมอื นมะมวํ งซนั เซทเมล็ดบาง

มพี ้ืนทีเ่ พาะปลกู ท้ังหมด 2,532 ไรํพ้นื ทใี่ ห๎ผลผลิตแลว๎ 1,728 ไรํ ผลผลิตรวม 4,463.10 ตัน
ผลผลิตเฉลี่ย 2,698 กิโลกรัมตํอไรํ มูลคํา 69.94 ล๎านบาทอาเภอที่มีพ้ืนท่ีปลูกมะมํวงมหาชนกเพื่อจาหนําย
ได๎แกํ อาเภอ หนองกุงศรี ห๎วยเม็ก ทําคันโท รํองคา ยางตลาด และกมลาไสย สํวนใหญํจะถูกสํงไปขายยัง
ตาํ งประเทศ ได๎แกํ ประเทศญ่ปี ุน จนี และเกาหลี ผลผลิตท่ีเหลือจาหนํายภายในประเทศ

2.2.2) พทุ รา

จังหวัดกาฬสินธุ๑มีการปลูกพุทราหลายสายพันธุ๑ เชํน จัมโบ๎นมสดพวงทอง และสามรส เป็นต๎น
มีพ้ืนท่ีเพาะปลูก 1,707ไรํ ผลผลิตรวม 1,352.65 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 792 กิโลกรัมตํอไรํ มูลคํา 29.08
ล๎านบาท โดยปลูกในพื้นที่อาเภอคามํวง ดอนจาน เมืองกาฬสินธุ๑ และสหัสขันธ๑ ฤดูกาลเก็บเก่ียวเดือน ตุลาคม-
มีนาคม

2.3) การปศุสตั ว์
2.3.1) สกุ ร

แนวโน๎มความต๎องการของตลาดภายในประเทศเพ่ิมข้ึนประกอบกับการสํงออกไปยังประเทศ
เพื่อนบ๎านมีการขยายตัวท่ีเพ่ิมขึ้น แตํจังหวัดกาฬสินธุ๑ยังผลิตสุกรได๎ปริมาณน๎อย ดังนั้นควรสํ งเสริม/จูงใจ
ให๎เกษตรกรขยายการเล้ียงสุกรเพม่ิ ขนึ้ โดยเนน๎ การปรับปรงุ ฟาร๑มให๎ไดม๎ าตรฐานและมีสุขอนามยั

84

จังหวัด จานวนสกุ ร (ตวั ) เกษตรกร (ราย)

2561 2562 2563 2561 2562 2563

1. ขอนแกํน 186.500 200.161 214,330 4.098 3.895 3,506

2. รอ๎ ยเอด็ 123.968 129.242 88,242 5.825 5.755 3,012

3. กาฬสินธ๑ุ 61.345 60,810 65,239 3.233 3,224 3,224

4. มหาสารคาม 110,244 114,505 114,375 5.180 4,341 3,876

2.3.2) ไกเํ น้อื ไกํไขํ เป็ดเนือ้ เปด็ ไขํ

ความต๎องการไกํเนื้อ ไกํไขํ เป็ดเนื้อ และเป็ดไขํเพ่ิมขึ้น ทั้งในตลาดภายในประเทศและ

ตลาดตํางประเทศ แตเํ กษตรกรในกาฬสินธุย๑ งั มีการเลีย้ งไกแํ ละเป็ดในปริมาณน๎อย จึงควรสํงเสริมการเลี้ยงไกํและ

เปด็ โดยเน๎นการจัดการฟารม๑ ที่ไดม๎ าตรฐาน (GAP) ตามนโยบายของรฐั บาล

จังหวดั จานวนไกเํ น้ือ (ตัว) เกษตรกร (ราย)
2561 2562 2563 2561 2562 2563
1. ขอนแกํน 1.315.803 1,356,913 1,556,382 1,619 1,756 1,633
2. รอ๎ ยเอ็ด 186,478 147,243 165,294 1,402 1,349 1,280
3. มหาสารคาม 842,690 530,062 531,236 2.191 2,183 2,206
4. กาฬสินธุ๑ 97,823 83,990 76,595 519 481 527

จังหวดั จานวนไกไํ ขํ (ตวั ) เกษตรกร (ราย)
2561 2562 2563 2561 2562 2563
1. ขอนแกํน 1.090.167 1,153,980 993,213 2.396 3,764 3,696
2. ร๎อยเอด็ 746.575 761,952 1,205,098 2.705 3,556 4,668
3.กาฬสินธุ๑ 54.077 61,644 65,208 2,165 3,420 4,312
4. มหาสารคาม 721.957 394,375 401,887 2.537 2,815 3,627

จงั หวัด จานวนเป็ดเนือ้ (ตัว) เกษตรกร (ราย)
2561 2562 2563 2561 2562 2563
1. ขอนแกํน 119.963 125,024 124,516 2.713 2,796 2,520
2.กาฬสินธ๑ุ 9.403 23,357 24,974 589 826 944
3. มหาสารคาม 70.448 71,115 71,981 3.788 3,530 3,498
4. ร๎อยเอ็ด 39.563 41,379 68,755 2.125 2,091 2,023

จังหวัด จานวนเป็ดไขํ (ตัว) เกษตรกร (ราย)
2561 2562 2563 2561 2562 2563
1. ขอนแกนํ 79.359 118,978 160,423 1.417 1,765 1,861
2. ร๎อยเอ็ด 117.471 111,717 131,502 3.863 3,871 3,787
3. มหาสารคาม 95.209 109,580 82,533 2,466 2,483 2,547
4. กาฬสนิ ธุ๑ 43.765 58,332 53,296 1.525 1,625 1,593

85

2.3.3) โคเน้อื โคนม

ปรมิ าณความต๎องการโคเนื้อและโคนมในประเทศยังมีสูง โดยผลผลิตจากโคเน้ือและโคนมจึงยัง
เปน็ ทต่ี ๎องการของตลาด ขณะทีก่ ารเล้ียงโคเน้ือและโคนมมีต๎นทุนสูง เกษตรกรไมํมีเงินทุนเพียงพอ ดังนั้น จึงควร
หาแหลํงเงินทุนให๎แกํเกษตรกร และสํงเสริมการรวมกลํุมเกษตรกรเพ่ือถํายทอดองค๑ความร๎ูให๎แกํกันและสร๎าง
อานาจตอํ รองทางการตลาด

จังหวัด จานวนโคเน้ือ (ตวั ) 2561 เกษตรกร (ราย) 2563
2561 2562 2563 28,570 2562 29,763
1. ขอนแกนํ 147,752 160.859 182,318 49,589 28.438 53,337
2. ร๎อยเอ็ด 204,483 219.419 241,253 34,77 49.980 38,528
3. มหาสารคาม 173.789 189.897 196,535 18.121 35.146 19,511
4. กาฬสินธุ๑ 79.950 85.257 91,438 18.731
2561 2563
จงั หวัด จานวนโคนม (ตวั ) 774 เกษตรกร (ราย) 750
2561 2562 2563 142 2562 220
1. ขอนแกนํ 30.352 29.745 30,446 34 742 26
2.มหาสารคาม 5144 5.923 7,203 38 172 50
3. ร๎อยเอด็ 507 318 536 31
4. กาฬสินธุ๑ 645 733 729 46

โดยสรุปสถานการณ๑ด๎านการเกษตรของจังหวัดกาฬสินธุ๑มีปัจจัยที่สํงผลตํอการผลิตภาค
การเกษตรมากท่สี ดุ คือ นโยบายของรฐั บาล และความผันผวนของราคาผลผลิตทางการเกษตรโดยภาคเกษตรกรรม
ของจงั หวดั กาฬสนิ ธด๑ุ าเนนิ การในรูปแบบเกษตรเชิงพาณิชย๑ หรอื เกษตรอุตสาหกรรม โดยมีมูลคําด๎านการเกษตร
คดิ เป็นรอ๎ ยละ 23.1 ของผลิตภณั ฑ๑มวลรวมจงั หวดั (GPP) โดยจงั หวัดกาฬสินธมุ๑ ีศกั ยภาพในการผลิตสินค๎าเกษตร
อุตสาหกรรม โดยเฉพาะข้าว อ้อย และมันสาปะหลัง เน่ืองจากความเหมาะสมของพื้นที่การเพาะปลูก และมี
ปริมาณผลผลิตตํอไรํสูงเม่ือเปรียบเทียบกับจังหวัดใกล๎เคียง นอกจากนี้ยังมีโรงงานอุตสาหกรรมท่ีรองรับผลผลิต
ทางการเกษตร ซึ่งมีที่ตั้งอยูํในพื้นที่ของจังหวัด เชํน โรงสีข๎าวขนาดใหญํ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก โรงงานผลิต
น้าตาล และโรงงานผลิตแปูงมันสาปะหลัง ตลอดจนมีความได๎เปรียบเชิงภูมิศาสตร๑ เพราะเป็นศูนย๑กลางในการ
รวบรวมผลผลติ ทางการเกษตรของภาคตะวันออกเฉยี งเหนือตอนกลาง ดังน้ัน ทิศทางการพัฒนาของจังหวัดจึงได๎
ให๎ความสาคัญกับภาคเกษตรกรรมในฐานะต๎นน้าท่ีจะสํงตํออุตสาหกรรมและการแปรรูปในด๎านอื่นๆ เชํน
อตุ สาหกรรมการแปรรปู สินคา๎ เกษตร อุตสาหกรรมอาหารสัตว๑ การผลิตอาหารปลอดภัย เป็นต๎นโดยเน๎นการเพิ่ม
ศักยภาพการผลิตสินค๎าเกษตรไปสูํมาตรฐานเกษตรอินทรีย๑และอาหารปลอดภัย เพ่ือรองรับการเปล่ียนแปลงใน
อนาคตอยํางไรก็ตาม ราคาสินค๎าเกษตรมีความผันผวน หากสามารถสํงเสริมให๎เกษตรปลูกพืชอื่นในฤดูท่ีวํางเว๎น
จากการเพาะปลูกพชื หลกั จะทาให๎เกษตรกรมีรายได๎เพ่มิ ข้ึนอกี ทาง

สํวนสถานการณ๑ด๎านปศุสัตว๑ของจังหวัดกาฬสินธ๑ุ ยังมีผลิตภัณฑ๑และการเลี้ยงสัตว๑เศรษฐกิจ
คํอนข๎างน๎อยเม่ือเปรียบเทียบกับจังหวัดใกล๎เคียง ทั้งที่มีศักยภาพของพ้ืนท่ีในการเล้ียงสัตว๑ใกล๎เคียงกันจึงควร
สํงเสริมการเลี้ยงสัตว๑เศรษฐกิจในเชิงพาณิชย๑ เชํน การทา Contract Farm รํวมกับโครงการอาหารปลอดภัย (KS)

86

หรือ เน๎นการสร๎างแรงจูงใจให๎บริษัทอุตสาหกรรมอาหาร เชํน CP และ BETAGO เข๎ามาขยายฐานการผลิตในพ้ืนท่ี
จงั หวัดมากข้นึ ภายใตม๎ าตรฐานการผลิตท่ีสะอาด ถูกสุขอนามัย และเป็นมิตรตํอส่ิงแวดล๎อม เพ่ือเป็นรายได๎เสริม
ในชวํ งท่ีวํางเว๎นจากการเก็บเก่ียว และลดสดั สวํ นคนจนให๎ได๎รอ๎ ยละ 4.5 ตํอปี

3) ดา้ นอตุ สาหกรรม

โดยสรุปสถานการณ๑ภาคอุตสาหกรรมจังหวัดกาฬสินธุ๑พบวําในปี 2562 การขยายตัวใน

ภาคอุตสาหกรรมของจังหวัดหดตัวอยํูที่ร๎อยละ –0.9 โดยสาขาที่หดตัวมากที่สุดคือสาขากิจกรรมเก่ียวกับ

อสังหาริมทรัพย๑ หดตัวร๎อยละ -23.40 โดยเม่ือเปรียบเทียบอัตราการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมจังหวัด

ในกลํมุ ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือตอนกลาง ในห๎วงตั้งแตํปี 2558 – 2562 จังหวัดกาฬสินธุ๑มีอัตราการขยายตัว

ของภาคอุตสาหกรรมมากทส่ี ดุ คอื รอ๎ ยละ +9.00 จังหวัดมหาสารคาม ขยายตัวร๎อยละ + 6.59 จังหวัดร๎อยเอ็ด

ขยายตวั ร๎อยละ + 3.87 และ จงั หวดั ขอนแกํน ขยายตัวต่าทสี่ ุดที่รอ๎ ยละ – 0.58 ตามลาดบั ปรากฏดงั ตาราง

จงั หวดั อัตราการเปลยี่ นแปลง เฉล่ยี (ร๎อยละ)
ปี 2558 ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562

กาฬสินธ๑ุ +0.73 +1.63 -3.53 +39.95 -0.88 +9.00

ขอนแกํน -2.21 -6.61 +5.45 +3.33 -4.34 -0.58

มหาสารคาม +8.97 +6.57 +5.32 +13.29 -0.64 +6.59

ร๎อยเอด็ +3.07 +3.97 +4.09 +2.79 +3.80 +3.87

4) ด้านการทอ่ งเทย่ี ว

มูลคําทางเศรษฐกจิ ดา๎ นการทอํ งเท่ยี วของจงั หวัดมีสัดสํวนเพียงร๎อยละ 0.45 ของผลิตภัณฑ๑มวลรวม
จังหวัดมี โดยผลิตภัณฑ๑มวลรวมสาขาที่พักแรมและบริการอาหาร มีเพียง 240 ล๎านบาท จานวนผู๎เย่ียมเยือนเพิ่มขึ้น
โดยสวํ นใหญํเปน็ นักทอํ งเทยี่ วชาวไทย ในปี 2562 เทํากับ 423,530 คน รองลงมาคือนักทัศนาจรชาวไทยมีจานวน
340,499 คน สํงผลให๎รายได๎จากการทํองเที่ยวมาจากชาวไทยเป็นหลัก โดยในปี 2562 จังหวัดกาฬสินธุ๑
มรี ายได๎จากการทอํ งเท่ยี ว 1,241.89 ล๎านบาท เพ่มิ ขน้ึ รอ๎ นละ + 1.54

จานวนห๎องพักในปี 2562 มีห๎องพัก 1,204 ห๎อง เพิ่มข้ึนจาก ปี 2561 จานวน 54 ห๎อง
(ปี 2561 มีห๎องพัก จานวน 1,150 ห๎อง) หรือมีการเพิ่มข้ึนร๎อยละ +4.70 และอัตราการเข๎าพักอยํูที่ร๎อยละ
53.56 ลดลงเล็กน๎อยจากปีที่ผํานมา ซึ่งอัตราการเข๎าพักอยูํที่ 53.99 และคําใช๎จํายเฉล่ียตํอหัวมากที่สุดคือ
นักทํองเทยี่ วชาวตํางประเทศเฉล่ีย 1,428.31 บาท/คน/วัน รองลงมาคือ นักทํองเที่ยวชาวไทยเฉล่ีย 990.85
บาท/คน/วนั (ท่ีมา : กรมการทํองเทย่ี ว)

โดยสรุปสถานการณ๑ด๎านการทํองเที่ยวของจังหวัดกาฬสินธุ๑ แม๎รายได๎จากการทํองเที่ยวจะยัง

ไมํใชํรายได๎หลักของจังหวัดกาฬสินธ๑ุ และกาฬสินธ๑ุยังไมํใชํเมืองทํองเที่ยวท่ีเป็นจุดมํุงหมายปลายทางของ

นักทอํ งเที่ยวท้ังชาวไทยและชาวตํางชาติ ทาให๎ผูม๎ าเยี่ยมเยือนสํวนใหญํไมไํ ดพ๎ กั คา๎ งคนื ในพ้นื ทจี่ งั หวัด ประกอบกับ

จานวนโรงแรม/ห๎องพักที่ให๎บริการยังไมํเพียงพอ และขาดการเช่ือมโยงเส๎นทางการทํองเที่ยวภายในจังหวัดและ

จังหวัดใกล๎เคียง หากจังหวัดกาฬสินธุ๑สามารถดึงดูดผูม๎ าเยยี่ มเยือนให๎พักค๎างคืนในพ้ืนท่ีจังหวัดเพิ่มขึ้นได๎ จะทาให๎

เกดิ การจบั จาํ ยใช๎สอยเพมิ่ ข้ึน ดังนนั้ จังหวัดจึงตอ๎ งประชาสัมพนั ธแ๑ ละพฒั นาแหลํงทํองเท่ียวที่มีความโดดเดํนและ

มเี อกลักษณเ๑ ฉพาะตวั เชํน แหลงํ ทํองเท่ียวทางวฒั นธรรม และแหลงํ ทอํ งเทยี่ วยุคกํอนประวัติศาสตร๑ โดยเชื่อมโยง

87

วิถชี ุมชน วิถีเกษตร กับการจาหนํายผ๎าไหมแพรวา สินค๎า OTOP และผลิตภัณฑ๑ชุมชนของจังหวัด ตลอดจนเพิ่ม
กจิ กรรมทีจ่ ะสามารถดึงดูดนกั ทอํ งเท่ียวให๎มาพักค๎างคืนในพ้ืนที่จังหวัดกาฬสินธุ๑อีกทางหนึ่งด๎วย ท้ังน้ี หากมีการ
ประชาสัมพันธ๑ทางการตลาดมากข้ึน จะมีนักทํองเที่ยวมาทํองเท่ียวจังหวัดกาฬสินธุ๑เพิ่มข้ึน เชํน ในปี 2560
มีจานวนผู๎มาเยี่ยมเยือนจังหวัดกาฬสินธ๑ุ 703,356 คน กํอให๎เกิดรายได๎กวํา 1,087 ล๎านบาท เน่ืองจากในปี
2560 มกี ิจกรรมการทอํ งเทย่ี วอยาํ งมากมาย ประกอบกับการได๎รับการสนับสนุนงบประมาณยุทธศาสตร๑จังหวัด
เพ่ือกระตุ๎นการทอํ งเที่ยวให๎เกดิ ขึน้ ในจังหวัดกาฬสนิ ธ๑ุ กิจกรมดังกลําว เชํน วิ่งใจเกินร๎อยพิชิตภูสิงห๑ ป่ันจักรยาน
ตามรอ๎ ยไดโนเสาร๑สตั ว๑โลกล๎านปี และในปี 2562 รายไดจ๎ ากการทอํ งเที่ยวจังหวดั กาฬสนิ ธุ๑ มีการขยายตัวตํอเน่ือง
โดยมีรายได๎จากการทํองเท่ียวกวาํ 1,241.89 ล๎านบาท หรอื เพ่ิมขน้ึ กวาํ ร๎อยละ +1.54

ตารางแสดงเปรียบเทียบรายไดจ้ ากการทอ่ งเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉยี งเหนือตอนกลาง

จังหวัด รายได้จากการทอ่ งเท่ยี ว (ลา้ นบาท) อัตราการเปลยี่ นแปลง (+/-)
2560 2561 2562
2560 2561 2562
กาฬสินธุ๑ 1,088 1,223 1,242 +29.83 +12.41 +1.54
+18.95 +10.40 +5.10
ขอนแกนํ 15,608 17,232 18,111 +2.44 +6.22 +3.17
+8.98 +5.09 -0.99
มหาสารคาม 1,093 1,161 1,198

รอ๎ ยเอด็ 1,395 1,466 1,451

ทมี่ า : สานักงานปลัดกระทรวงการทอํ งเที่ยวและกีฬา

จากการเปรยี บเทยี บรายได๎จากการทํองเท่ียวในกลุํมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง
จังหวัดที่มีรายได๎จากการทํองเท่ียวมากท่ีสุดในปี 2562 คือ จังหวัดขอนแกํน รองลงมา ได๎แกํ จังหวัดร๎อยเอ็ด
จงั หวดั กาฬสินธุ๑ และจงั หวดั มหาสารคาม ตามลาดับ สาหรับจังหวัดที่มีอัตราการเปล่ียนแปลงของรายได๎จากการ
ทํองเท่ยี วจากมากไปหาน๎อย ไดแ๎ กํ จงั หวดั ขอนแกนํ เพมิ่ ข้นึ รอ๎ ยละ + 5.10 จังหวัดมหาสารคาม เพ่ิมข้ึนร๎อยละ
+ 3.17 จังหวดั กาฬสนิ ธุเ๑ พม่ิ ขน้ึ ร๎อยละ +1.54 และจังหวัดทีม่ รี ายไดจ๎ ากการทํองเที่ยวลดลงเพียงจังหวดั เดียวใน
กลํมุ จงั หวดั ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือตอนกลาง คอื จงั หวัดร๎อยเอด็ ลดลงรอ๎ ยละ – 0.99

1.2.2 ด้านสังคมและความมั่นคง

๑) ปัญหาความยากจน
จังหวัดกาฬสินธ๑ุ มีร๎อยละของประชากรที่อยํูใต๎เส๎นความยากจน พ.ศ. 2562 ร๎อยละ

20.21 อยใํู นอนั ดับที่ 5 ของประเทศ ดงั ตารางขา๎ งลําง

88

ตารางแสดงสัดส่วนคนจน (ด้านรายจ่าย) ในปี พ.ศ. 2562 ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตอนกลาง

จังหวดั สดั สวํ นคนจน (ร๎อยละ)

กาฬสนิ ธุ๑ 20.21

มหาสารคาม 3.79

รอ๎ ยเอ็ด 2.53

ขอนแกํน 2.35

จากการเปรียบเทียบสัดสํวนคนจนในกลํุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง

ในปี พ.ศ. 2562 ผลปรากฏวําจังหวัดกาฬสินธ๑ุเป็นจังหวัดท่ีมีสัดสํวนคนจนสูงท่ีสุด คือมีสัดสํวนคนจนสูงถึง

รอ๎ ยละ 20.21 รองลงมาได๎แกจํ ังหวดั มหาสารคาม มสี ดั สวํ นคนจน (ด๎านรายจําย) ร๎อยละ 3.79 จังหวัดร๎อยเอ็ด

มีสัดสํวนคนจน (ดา๎ นรายจําย) รอ๎ ยละ 2.53 และจังหวัดที่มีสัดสํวนคนจนต่าท่ีสุด คือ จังหวัดขอนแกํน มีสัดสํวน

คนจนเพียงรอ๎ ยละ 2.35

ตารางแสดงการเปรียบเทียบ สดั สว่ นคนจน (ดา้ นรายจา่ ย) ในปี พ.ศ. 2562 จากมากไปหาน้อย 10 อนั ดบั

ท่ี จงั หวัด สดั สํวนคนจน (ร๎อยละ)

1 ปตั ตานี 29.72

2 นราธิวาส 25.53

3 แมํฮอํ งสอน 25.26

4 ตาก 21.13

5 กาฬสินธ๑ุ 20.21

6 สระแก๎ว 18.74

7 พัทลงุ 18.67

8 ชัยนาท 17.89

9 อํางทอง 17.32

10 ระนอง 16.43

ท่ีมา: ข๎อมลู จากการสารวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน สานักงานสถติ ิแหํงชาติ,ประมวลผลโดย
สานกั พฒั นาฐานข๎อมูลและตัวชีว้ ดั ภาวะสังคม สานักงานสภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแหงํ ชาติ

จากการเปรียบเทียบสัดสํวนคนจน (ด๎านรายจําย) ในปี 2562 จังหวัดกาฬสินธ๑ุ เป็น
จังหวัดท่ีมีสัดสํวนคนจนสูงเป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ รองลงมาจากจังหวัดปัตตานี (ร๎อยละ 29.72) จังหวัด
นราธิวาส (ร๎อยละ 25.53) จังหวดั แมํฮํองสอน (ร๎อยละ 25.26) จังหวัดตาก (ร๎อยละ 21.13) นอกจากนี้ จาก
ตารางดังกลําวยังพบวํา 10 อันดบั ทมี่ สี ัดสวํ นคนจน (ดา๎ นรายจาํ ย) มากที่สุดของประเทศในปี 2562 เป็นจังหวัด
ท่ีอยูํในภาคใต๎มากที่สุด 4 จังหวัด ประกอบด๎วย จังหวัดปัตตานี (ร๎อยละ 29.72) จังหวัดนราธิวาส (ร๎อย ละ
25.53) จังหวดั พัทลุง (รอ๎ ยละ 18.67) และจังหวัดระนอง (รอ๎ ยละ 16.43) ภาคเหนือ 2 จังหวัด ประกอบด๎วย

89

จังหวัดแมํฮํองสอน (ร๎อยละ 25.26) และจังหวัดตาก (ร๎อยละ 21.13) ภาคกลาง 2 จังหวัด ประกอบด๎วย

จังหวัดชัยนาท (รอ๎ ยละ 17.89) และจังหวัดอํางทอง (ร๎อยละ 17.32) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 จังหวัด คือ

จังหวัดกาฬสินธ๑ุ (ร๎อยละ 20.21) และภาคตะวันออก ๑ จังหวัด คือ จังหวัดสระแก๎ว (ร๎อยละ 18.74) ท้ังน้ี

จงั หวัดกาฬสินธ๑ุมีสดั สวํ นคนจนลดลงจากปี 2561 ร๎อยละ 11.05 โดยในปี 2561 จังหวัดกาฬสินธ๑ุมีสัดสํวนคน

จนร๎อยละ 31.26 ทาให๎จังหวัดกาฬสนิ ธ๑ุมีลาดับที่ดีข้ึน ๒ ลาดับ แตํอยํางไรก็ตามจังหวัดกาฬสินธ๑ุยังคงติด ๑ ใน

๑๐ จังหวดั ทีม่ ีสัดสวํ นคนจนในระดบั สงู หรอื โดยจังหวดั กาฬสนิ ธเ๑ุ ปน็ จงั หวัดทตี่ ดิ อนั ดับยากจนหนาแนํนนับต้ังแตํ

ปี 2547-2561 จานวนความถ่ี 14 คร้ัง (ข๎อมลู จากการสารวจภาวะเศรษฐกจิ และสังคมของครัวเรือน สานักงาน

สถิติแหํงชาติ,ประมวลผลโดยสานักพัฒนาฐานข๎อมูลและตัวช้ีวัดภาวะสังคม สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ

และสังคมแหํงชาติ) นับเป็นปัญหาที่สาคัญของจังหวัดท่ีต๎องแก๎ไข โดยจังหวัดได๎เรํงแก๎ไขปัญหานี้ผํานโครงการ

“Kalasin Happiness Model”

๒) ปญั หาด้านสาธารณสขุ
สขุ ภาพอนามยั ของประชาชนจงั หวัดกาฬสินธมุ๑ ีแนวโน๎มทด่ี ีข้นึ โดยเฉพาะโรคทีม่ ีสาเหตุ

การป่วยของผู้ป่วยนอกจาแนกตามกลุ่มโรคที่สาคัญ มีแนวโน๎มลดลง เชํน เฉพาะโรคเบาหวาน โดยในปี 2561
มีจานวน 360,007 คน แตํสถานการณ๑ลําสุด ปี 2564 จานวนผู๎ปุวยโรคเบาหวานลดลงมีจานวน 239,969
คน แตสํ ถานการณก๑ ารปุวยจากกลมุํ โรค NCDs ยงั เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของประชาชนจังหวัดกาฬสินธ๑ุ
ท้ังโรคหัวใจ โรคมะเร็ง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และหลอดเลือดสมอง เป็นต๎น โดยมีประชาชนปุวยเป็น
โรคเบาหวานสูงมากท่ีสุด รองลงมาคือโรคความดนั โลหิตสงู และโรคหัวใจกลํุมโรค NCDs หรือ โรคไมํติดตํอเรื้อรัง
หรือ “โรคท่ีคุณสร๎างเอง” มีพฤติกรรมเส่ียงที่ทาให๎เกิดโรค ได๎แกํ การสูบบุหร่ี การบริโภคอาหารที่ไมํเอ้ือตํอสุข
ภาวะ การขาดการออกกาลงั กาย และการบรโิ ภคแอลกอฮอล๑ ซ่ึงปญั หาการเจ็บปุวยด๎วยโรคดังกลําวสํงผลกระทบ
เป็นวงกว๎าง ทั้งตํอสภาพเศรษฐกจิ สังคม และการใช๎จาํ ยภาครฐั ท่ีเพ่ิมข้ึน

ตารางแสดงเจา้ หน้าที่ทางการแพทย์และสาธารณสขุ ตอ่ จานวนประชากร ปี 256๒

จังหวัด แพทย๑ ทันตแพทย๑ เภสชั กร พยาบาลวิชาชีพ พยาบาลเทคนิค
153 1,783 20
กาฬสนิ ธ๑ุ 270 66 1:6,428 1:552
1:49,171
สัดสํวนตอํ 1:3,642 1:14,900 372 5,470
1:4,846 1:330 688
ประชากร 1:2,620
201 2,213
ขอนแกนํ 1,587 222 1:6,494 1:590 11
1:118,656
สัดสวํ นตอํ 1:1,136 1:8,121 138 1,733
1:6,976 1:555 6
ประชากร 1:160,444

รอ๎ ยเอด็ 397 110

สัดสวํ นตํอ 1:3,288 1:11,866

ประชากร

มหาสารคาม 322 83

สัดสวํ นตอํ 1:2,990 1:11,598

ประชากร
ทีม่ า : สานกั งานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข

90

หมายเหต:ุ 1. พยาบาล หมายถึง พยาบาลวิชาชีพ ซง่ึ รวมถงึ พยาบาลเวชปฏบิ ัติพยาบาลและผดุงครรภ๑ พยาบาล
สาธารณสขุ วิสญั ญีพยาบาล และพยาบาลเฉพาะทางอื่น ๆ

2. พยาบาลเทคนิค ไมํรวมในความหมายข๎อ 1
๓. ข๎อมูลประชากรจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ปี ๒๕๖2 จังหวัดกาฬสนิ ธ๑ุ เทาํ กับ983,418คน
๔. ขอ๎ มูลประชากรจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ปี ๒๕๖2จังหวดั ขอนแกํนเทาํ กับ1,802,872คน
๕. ข๎อมูลประชากรจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ปี ๒๕๖2จังหวดั มหาสารคาม เทา่ กบั

962,665 คน
๖. ขอ๎ มูลประชากรจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ปี ๒๕๖2จังหวดั รอ๎ ยเอด็ เทํากับ1,305,211คน

แผนภมู แิ สดงจานวนเจา๎ หน๎าทท่ี างการแพทยต๑ อํ ประชากรปี 2562

6000
จานวนเจ้าหน้า ี่ททางการแพทย์
1:31:7321:11525000
1:3440
1:31:0974000
13878
1:93093000
1:11993
1:116032000
1:6703
1:50591000
1:7104
1:7408

1:1559
1:325

1:596
1:578
1:42841
1:2460
1:118837
1:160508

0 ทนั ตแพทย์ เภสชั กร พยาบาลวชิ าชีพ พยาบาลเทคนคิ
แพทย์ กาฬสนิ ธุ์ ขอนแก่น รอ้ ยเอด็ มหาสารคาม

จังหวัดกาฬสินธ๑ุยังขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย๑ ท่ีมีจานวนไมํเพียงพอตํอจานวนประชากร
ภายในจังหวัด โดยเฉพาะสัดสํวนแพทย๑ตํอประชากร 1 : 3,642 คน ขาดแคลนสูงกวําคํากลางของประเทศคือ
สัดสํวนแพทย๑ตํอประชากร 1 : 1,700 คน นอกจากน้ีควรมีการเพ่ิมแพทย๑และบุคลากรทางการแพทย๑ในพื้นที่
จงั หวดั และสํงเสริมใหป๎ ระชาชนดูแลสขุ ภาพไปพร๎อมกัน

๓) ด้านการศกึ ษา

จังหวัดกาฬสินธ๑ุ มีคะแนนเฉล่ียผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษา (O-NET) ช้ันมัธยมศึกษา ตอน
ปลาย คอํ นขา๎ งต่าเมอื่ เทยี บกับจงั หวัดในกลุํมภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือตอนกลางและตา่ กวาํ เฉลยี่ ของประเทศ เม่ือ
เปรยี บเทยี บคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา (O-NET) ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ปรากฏผลดงั น้ี

91

ตารางเปรยี บเทียบคะแนนเฉลีย่ ผลสมั ฤทธ์ทิ างการศึกษา (O-NET) ชนั้ มธั ยมศกึ ษา ตอนปลาย

กลมุ่ จงั หวัดภาคตะวันออกเฉยี งเหนือตอนกลาง

จังหวดั คะแนนเฉลยี่ ผลสมั ฤทธิ์ทางการศึกษา (O-NET)

ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561

กาฬสินธ๑ุ 30.68 28.83 30.34

ขอนแกํน 33.14 31.75 33.49

มหาสารคาม 32.34 31.04 32.58

ร๎อยเอด็ 31.81 30.25 31.88

จากตาราง เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษา (O-NET) ชั้นมัธยมศึกษา ตอน

ปลาย กลํุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ในปี 2561 จังหวัดขอนแกํน คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธ์ิ

ทางการศึกษา (O-NET) มีคําคะแนนสูงสุด คือ 33.49 แตํยังต่ากวําเฉล่ียของประเทศ ซ่ึงมีคําคะแนน 33.91

(ที่มา : สถาบันทดสอบทางการศึกษาแหํงชาติ (องค๑การมหาชน) ประมวลผลโดย สานักงานคณะกรรมการ

พฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ (สศช.)) และ จังหวัดกาฬสินธ๑ุมีคําคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษา

(O-NET) ช้ันมธั ยมศึกษา ตอนปลาย ตา่ สุด คือ 30.34

๔) ความมั่นคงปลอดภยั ในชวี ติ และทรพั ย์สิน

1) คดีอาชญากรรม
สถิติคดีอาชญากรรม ๔ กลํุม มีแนวโน๎มลดลง และโดยสํวนใหญํสามารถจับคุมสาเร็จ

ท่ีสะทอ๎ นให๎เห็นถึงความมน่ั คงปลอดภยั ในชีวิตและทรพั ยส๑ นิ ของประชาชนจงั หวัดกาฬสินธ๑ุ เม่ือเปรียบเทียบกับใน
กลํุมจังหวดั ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือตอนกลาง ผลปรากฏดงั ตาราง

ตารางเปรยี บเทียบสถิติคดอี าชญากรรม ๔ กลุ่ม ปี 2563
กล่มุ จังหวัดภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือตอนกลาง

ท่ี ประเภท จังหวดั กาฬสนิ ธุ์ จังหวดั ขอนแก่น จงั หวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด
ความผดิ รบั แจ้ง จบั กุม รบั แจง้ จบั กมุ รบั แจง้ จบั กุม รับแจง้ จบั กุม

(คด)ี (คด)ี (คด)ี (คด)ี (คด)ี (คด)ี (คด)ี (คดี)
1 ฐานความผิด 133 128 303 291 114 112 207 200

เกี่ยวกับชวี ติ
ราํ งกายและเพศ
2 ฐานความผิด 411 360 1,119 936 428 376 709 601
เกี่ยวกับทรัพย๑
3 ฐานความผิด 63 45 149 104 42 38 86 73
พเิ ศษ
4 ฐานความผิดท่ี 4,893 4,827 8,791 8,721 3,639 3,614 5,177 5,121
รฐั เป็นผ๎ูเสยี หาย
ทม่ี า: สานักงานตารวจแหงํ ชาติ

92

2) ปญั หายาเสพติด

จากสถิติผลการจับกุมยาเสพติด ต้ังแตํ พ.ศ. 2559 - 2562 พบวํา คดียาเสพติดในปี
2562 มีทั้งส้ิน 2,710 คดี ลดลงจากปี พ.ศ. 2561 ที่มีทั้งสิ้น 3,185 คดี ลดลง 475 คดี หรือลดลงร๎อยละ

14.91 ผ๎ตู ๎องหาในปี 2562 ท้ังหมด 2,807 คน เพิ่มข้ึนจากปี พ.ศ. 2561 ท่ีมี 2,413 คน ผ๎ูต๎องหา เพิ่มขึ้น
394 คน หรือเพิ่มขึน้ คิดเปน็ ร๎อยละ 16.33 สถานการณ๑การแพรํระบาดของยาเสพติดยังคงเกิดข้ึนซึ่งอาจเป็นภัย

คุกคามของการพัฒนาจังหวัดได๎ จาเป็นที่จะต๎องมีการควบคุมการแพรํระบาดอยํางตํอเนื่องโดยมีพ้ืนท่ีการแพรํ
ระบาดของยาเสพตดิ ในจงั หวัดกาฬสนิ ธ๑ุ พบวํา มกี ารแพรรํ ะบาดของยาเสพตดิ กระจายอยทูํ ุกอาเภอ

แผนภมู ิแสดงสถติ ผิ ลการจบั กุมคดียาเสพตดิ เปรียบเทียบ ปี 2559 - 2562

5,000 1,8942,022 2,3312,413 3,1853,350 2,7102,807

- จาปนี ว2น5ค6ด0ี ผต๎ู อ๎ งหาปี 2561

ปี 2559 ปี 2562

ที่มา : สานักงานคณะกรรมการปูองกนั และปราบปรามยามเสพติด กระทรวงยตุ ธิ รรม

๓) ดา้ นความกา้ วหนา้ ของคน

ดัชนีความก๎าวหน๎าของคน (HAI Achievement Index-HAI) เป็นดัชนีรวม (Composite
index) ท่ีสานกั งานโครงการพฒั นาแหํงสหประชาชาติ (UNDP) ประเทศไทยไดพ๎ ัฒนาข้นึ เปน็ ครง้ั แรกเพ่อื ใชใ๎ นการ
ประเมินความกา๎ วหน๎าการพัฒนาคนในระดบั จังหวัดของประเทศไทยในปี 2546 และ UNDP ได๎ดาเนนิ การอยาํ ง
ตํอเนือ่ งในชํวงสบิ ปีท่ีผํานมา โดยได๎มีการจัดทา HAI คร้ังทส่ี องในปี 2550 ครง้ั ที่สามในปี 2552 และครง้ั ท่สี ใ่ี นปี
2557 ตอํ มา UNDP ไดป๎ ระสานความรวํ มมือกบั สานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาตใิ นการ
รบั ผดิ ชอบดาเนนิ การกับการจัดทาดชั นีความก๎าวหน๎าของคน (HAI) โดยสานักงานสภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และ
สงั คมแหํงชาติ ไดจ๎ ดั ทาดัชนคี วามก๎าวหนา๎ ของคนในปี 2558 ปี 2560 และปี 2562 ตามลาดับ โดยมีดชั นยี อํ ย
HAI จานวน 8 ด๎าน ๓๒ ตัวช้วี ัด (ทีม่ า : สานกั งานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาต)ิ ผลปรากฏดงั นี้

๓.1) ดัชนคี วามกา้ วหนา้ ของคนในภาพรวมของจงั หวดั กาฬสินธุ์
จากหนังสือรายงานดัชนีความก๎าวหน๎าของคนประจาปี 2562 จังหวัดกาฬสินธุ๑

มีดัชนีความก๎าวหน๎าของคนท่ีคะแนน 0.5818 เป็นลาดับสุดท๎ายของกลํุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตอนกลาง และเป็นลาดับที่ ๕๓ ของประเทศ โดยมีลาดับลดลงจาก ปี 2560 (ลาดับที่ ๔๕ มีคําคะแนน
0.5793) โดยจงั หวัดทม่ี ดี ัชนคี วามกา๎ วหนา๎ ของคนสูงที่สุดในกลํุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง คือ
จังหวัดมหาสารคาม มีคําคะแนน 0.6206 จังหวัดขอนแกํน มีคําคะแนน 0.6165 และจังหวัดร๎อยเอ็ด มีคํา
คะแนน 0.5984 ตามลาดับ

๓.2) ดัชนคี วามกา้ วหน้าของคนดัชนยี ่อยด้านสขุ ภาพของจงั หวดั กาฬสนิ ธุ์

จากหนังสือรายงานดัชนีความก๎าวหน๎าของคนประจาปี 2562 จังหวัดกาฬสินธุ๑
มีดัชนีความก๎าวหน๎าของคนดัชนียํอยด๎านสุขภาพที่คะแนน 0.5586 เป็นลาดับสุดท๎ายของกลุํมจังหวัด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง และเป็นลาดับที่ 46 ของประเทศ โดยมีลาดับลดลงจาก ปี 2560

93

(ลาดบั ที่ 31 มคี ําคะแนน 0.5967) โดยจังหวดั ท่มี ดี ชั นีความกา๎ วหนา๎ ดชั นียํอยด๎านสุขภาพสูงที่สุดในกลุํมจังหวัด
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ตอนกลาง คอื จังหวัดมหาสารคาม มีคําคะแนน 0.6430 จังหวัดร๎อยเอ็ด มีคําคะแนน
0.5943 และจงั หวดั ขอนแกนํ มคี ําคะแนน 0.5706 ตามลาดบั

๓.3 ) ดชั นคี วามก้าวหน้าของคนดชั นยี อ่ ยด้านการศกึ ษาของจงั หวัดกาฬสนิ ธ์ุ

จากหนังสือรายงานดัชนีความก๎าวหน๎าของคนประจาปี 2562 จังหวัดกาฬสินธ๑ุ

มีดัชนีความก๎าวหน๎าของคนดัชนียํอยด๎านการศึกษาที่คะแนน 0.3181 เป็นลาดับสุดท๎ายขอ งกลํุมจังหวัด
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ตอนกลาง และเป็นลาดับที่ 63 ของประเทศ โดยมีลาดับลดลงจาก ปี 2560 (ลาดับท่ี
59 มีคําคะแนน0.3268) โดยจังหวัดที่มีดัชนีความก๎าวหน๎าดัชนียํอยด๎านการศึกษาสูงที่สุดในกลํุมจังหวัด

ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ตอนกลาง คอื จังหวดั ขอนแกํน มคี าํ คะแนน 0.4172 จังหวัดมหาสารคาม มีคําคะแนน
0.3764 และจังหวดั ร๎อยเอ็ด มีคาํ คะแนน 0.3710 ตามลาดบั

๓.4) ดัชนคี วามกา้ วหน้าของคนดชั นียอ่ ยดา้ นชวี ติ การงานของจังหวัดกาฬสนิ ธ์ุ

จากหนังสือรายงานดัชนีความก๎าวหน๎าของคนประจาปี 2562 จังหวัดกาฬสินธ๑ุ
มีดัชนีความก๎าวหน๎าของคนดัชนียํอยด๎านชีวิตการงานท่ีคะแนน 0.7182 สูงท่ีสุดของกลุํมจังหวัด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง และเป็นลาดับท่ี 34 ของประเทศ โดยมีลาดับลดลงจาก ปี 2560 (ลาดับที่
19 มีคําคะแนน 0.6809) รองลงไปคือ จังหวัดมหาสารคามมีคําคะแนน 0.7141 จังหวัดขอนแกํน
มคี าํ คะแนน 0.7029 และจังหวัดร๎อยเอ็ด มคี ําคะแนน 0.6815 ตามลาดบั

๓.5) ดชั นีความกา้ วหน้าของคนดชั นียอ่ ยดา้ นรายได้ของจังหวดั กาฬสนิ ธุ์

จากหนังสือรายงานดัชนีความก๎าวหน๎าของคนประจาปี 2562 จังหวัดกาฬสินธุ๑

มีดัชนีความก๎าวหน๎าของคนดัชนียํอยด๎านรายได๎ที่คะแนน 0.4233 เป็นลาดับสุดท๎ายของกลํุมจังหวัด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง และเป็นลาดับที่ 68 ของประเทศ โดยมีลาดับดีขึ้นจาก ปี 2560 (ลาดับท่ี

72 มีคําคะแนน 0.3392) โดยจังหวัดท่ีมีดัชนีความก๎าวหน๎าของคนดัชนียํอยด๎านรายได๎สูงท่ีสุด คือ จังหวัด
ร๎อยเอ็ด มีคําคะแนน 0.5399 รองลงไปคือ จังหวัดขอนแกํนมีคําคะแนน 0.4493 และจังหวัดมหาสารคาม
มีคาํ คะแนน 0.4493 ตามลาดบั

๓.6) ดัชนคี วามก้าวหน้าของคนดชั นยี อ่ ยด้านท่อี ยู่อาศยั และสภาพแวดลอ้ มของจังหวดั กาฬสนิ ธุ์

จากหนังสือรายงานดัชนีความก๎าวหน๎าของคนประจาปี 2562 จังหวัดกาฬสินธุ๑

มีดัชนีความก๎าวหน๎าของคนดัชนียํอยด๎านรายได๎ที่คะแนน 0.9716 เป็นลาดับสองของกลุํมจังหวัด
ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือตอนกลาง และเป็นลาดับที่ 7 ของประเทศ โดยมีลาดับดีขึ้นจาก ปี 2560 (ลาดับท่ี 10
มีคําคะแนน 0.9691) โดยจังหวัดท่ีมีดัชนีความก๎าวหน๎าของคนดัชนียํอยด๎านท่ีอยํูอาศัยและสภาพแวดล๎อมสูง

ที่สุดคอื จงั หวดั รอ๎ ยเอ็ด มีคําคะแนน 0.9764 จังหวัดมหาสารคามมีคําคะแนน 0.9726 และจังหวัดขอนแกํน
มคี าํ คะแนน 0.9416

๓.7) ดัชนีความก้าวหน้าของคนดัชนีย่อยด้านชีวิตครอบครัวและชุมชนของจังหวัด

กาฬสินธุ์

จากหนังสือรายงานดัชนีความก๎าวหน๎าของคนประจาปี 2562 จังหวัดกาฬสินธุ๑

มีดัชนีความก๎าวหน๎าของคนดัชนียํอยด๎านรายได๎ที่คะแนน 0.6779 เป็นลาดับสามของกลุํมจังหวัด
ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ตอนกลาง และเป็นลาดับท่ี 39 ของประเทศ โดยมีลาดับลดลงจาก ปี 2560 (ลาดับท่ี

94

20 มีคําคะแนน 0.6805) โดยจังหวัดท่ีมีดัชนีความก๎าวหน๎าของคนดัชนียํอยด๎านชีวิตครอบครัวและชุมชน
สูงท่ีสุดคือ จังหวัดขอนแกํน มคี ําคะแนน 0.6756 จงั หวัดมหาสารคามมีคําคะแนน 0.6535 และจังหวัดร๎อยเอ็ด
มีคําคะแนน 0.6470 ตามลาดับ

๓.8) ดัชนีความก้าวหน้าของคนดัชนีย่อยด้านการคมนาคมและการส่ือสาร
ของจงั หวัดกาฬสินธุ์

จากหนังสือรายงานดัชนีความก๎าวหน๎าของคนประจาปี 2562 จังหวัดกาฬสินธุ๑
มีดัชนีความก๎าวหน๎าของคนดัชนียํอยด๎านการคมนาคมและการส่ือสารที่คะแนน 0.6373 เป็นลาดับสุดท๎าย
ของกลํุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง และเป็นลาดับที่ 62 ของประเทศ โดยมีลาดับลดลงจาก
ปี 2560 (ลาดับดับท่ี 69 มีคําคะแนน 0.4195) โดยจังหวัดท่ีมีดัชนีความก๎าวหน๎าของคนดัชนียํอยด๎านการ
คมนาคมและการสื่อสารสูงท่ีสุดคือ จังหวัดขอนแกํน มีคําคะแนน 0.7199 จังหวัดมหาสารคามมีคําคะแนน
0.7090 และจังหวัดร๎อยเอด็ มีคาํ คะแนน 0.6651 ตามลาดับ

๓.9) ดัชนคี วามก้าวหนา้ ของคนดัชนียอ่ ยด้านการการมสี ว่ นร่วมของจังหวัดกาฬสินธ์ุ

จากหนงั สอื รายงานดัชนีความก๎าวหน๎าของคนประจาปี 2562 จังหวัดกาฬสินธุ๑
มีดัชนีความก๎าวหน๎าของคนดัชนียํอยด๎านการท่ีคะแนน 0.6150 เป็นลาดับสองของกลุํมจังหวัด
ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ตอนกลาง และเป็นลาดับที่ 14 ของประเทศ โดยมีลาดับลดลงจาก ปี 2560 (ลาดับที่
23 มีคําคะแนน 0.6217) โดยจังหวัดที่มีดัชนีความก๎าวหน๎าของคนดัชนียํอยด๎านการมีสํวนรํวมสูงที่สุดคือ
จังหวัดมหาสารคาม มีคําคะแนน 0.6283 จังหวัดร๎อยเอ็ดมีคําคะแนน 0.5157 และจังหวัดขอนแกํน
มคี าํ คะแนน 0.5072

ตารางเปรียบเทยี บดชั นคี วามกา้ วหน้าของคนในกลุ่มจงั หวดั ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือตอนกลาง ปี 2562

จงั หวัด กาฬสินธ์ุ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอด็ ประเทศ

ดัชนียอ่ ย คา่ HAI ลาดบั ค่า HAI ลาดับ ค่า HAI ลาดบั ค่า HAI ลาดับ

ภาพรวม 0.5818 53 0.6165 35 0.6206 31 0.5984 45 0.6219

1) สุขภาพ 0.5586 46 0.5706 43 0.6430 17 0.5943 32 0.5843

2) การศกึ ษา 0.3181 63 0.4172 37 0.3764 45 0.3710 48 0.4743

3) ชวี ิตการงาน 0.7182 34 0.7029 43 0.7141 38 0.6815 53 0.7237

๔) รายได๎ 0.4233 68 0.5369 43 0.4493 65 0.5399 42 0.5689

๕) ท่อี ยูํอาศัยและ 0.9716 7 0.9412 29 0.9726 6 0.9764 5 0.8595

สภาพแวดล๎อม

6) ชีวติ ครอบครัว 0.6379 39 0.6756 19 0.6535 31 0.6050 50 0.6470

และชุมชน

๗) การคมนาคม 0.6373 62 0.7199 30 0.7090 33 0.6651 51 0.6774

และการสื่อสาร

8) การมีสํวนรวํ ม 0.6150 14 05072 51 0.6283 12 0.5157 48 0.5208

ที่มา : ดัชนคี วามกา๎ วหน๎าของคน ปี 2562 สานักงานคณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหํงชาติ

สานักพัฒนาฐานข๎อมูลและตวั ชวี้ ดั ภาวะทางสังคม กนั ยายน 2562

12.3 ดา้ นการทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม

95


Click to View FlipBook Version