The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

sar ปีการศึกษา 2563 ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mod.pijitra1305, 2021-07-07 05:18:06

sar ปีการศึกษา 2563 ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์

sar ปีการศึกษา 2563 ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์

ของขวญั , กจิ กรรมวนั เดก็ ทเี่ ดก็ ทกุ คนไดมสี วนรวมเลนเกม จบั ของขวัญ และรับประทานอาหารเทีย่ งรว มกนั ท้งั ครู เดก็ และผู
ปกครอง                                                                                                                       
ผบู รหิ าร ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษา เปน ตน แบบที่ดี มคี วามโอบออมอารี ใหค วามรัก เมตตา เอาใจใสเด็กตลอดเวลา และอยาง
ทั่วถงึ ทําใหเ ดก็ เกิดความอบอุน มจี ิตใจแจม ใส กลาแสดงออก และครปู ระจําชน้ั มีการเสริมแรงดว ยการใหเ ดก็ แสดงความชน่ื ชมซ่งึ
กันและกันดว ยคําพดู “เธอเปนคนดี เธอเปน คนเกง เธอมีความสขุ ” และเด็กท่ีไดร ับคําชมรจู ักกลา วคาํ ขอบคณุ
โรงเรียน ไดเ ห็นความสาํ คัญของการจดั การศึกษา ระดับกอ นประถมศกึ ษาซงึ่ จะเปนรากฐานท่สี ําคญั ย่งิ ตอการพัฒนาความพรอมไป
สกู ารเรยี นรู ในระดับทส่ี งู ขึน้ ไป โดยเฉพาะการสง เสรมิ ใหเด็กมีจติ สาํ นกึ และคา นยิ มท่ดี ี มคี วามอดทนในการรอคอย รูจักยบั ย้ังชั่งใจ
รจู ักหนา ที่ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีความม่ันใจในตนเอง กลาแสดงออกอยา งสรา งสรรคแ ละเตม็ ความสามารถ โดยมกี ารประชมุ
วางแผน ในการจัดการเรยี นรูและกิจกรรมตางๆ สาํ หรบั เดก็ ดังตอ ไปนี้

ฝายวิชาการจัดประสบการณใ หส อดคลองกับจิตวทิ ยาพฒั นาการและการทาํ งานของสมอง แนวคดิ ทีเ่ หมาะสมกับอายุ วฒุ ิ
ภาวะ และระดับพฒั นาการ เพอ่ื ใหเ ด็กทกุ คนไดพ ฒั นาเตม็ ตามศักยภาพ ประกอบดว ย บรู ณาการสอดแทรกแนวปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงและกระบวนการเรยี นการสอนที่เนน การไตรตรอง (See, Judge, Act) ไวใ นกระบวนการเรียนรูและ
กจิ กรรม เพื่อเปนเครื่องมือในการชว ยพฒั นาผูเ รียนใหมีความสามารถทจ่ี ะคิดเปน ทาํ เปน และแกป ญ หาเปน และใชแ นวทาง
EF (Executive Functions) การพัฒนาทกั ษะทางสมองเพ่อื จดั การชีวติ ใหส ําเรจ็ ประกอบดวย ทกั ษะพ้นื ฐาน (จําเพ่อื ใช
งาน, ยดื หยุนความคดิ , ยัง้ คิดไตรต รอง) ทกั ษะกํากับตนเอง (จดจอใสใจ, ควบคุมอารมณ, ตดิ ตามประเมินตนเอง) และทกั ษะ
ปฏบิ ตั ิ ( ริเรมิ่ และลงมือทํา, วางแผน จดั ระบบดําเนนิ การ, มงุ เปา หมาย) ที่มุงสง เสริมใหเดก็ เตบิ โตเปนบคุ คลทค่ี ดิ เปน ทํา
เปน เรียนรเู ปน แกปญ หาเปน อยกู บั คนอน่ื เปน มคี วามสขุ เปน
โรงเรยี นจดั หลกั สตู ร “โตไปไมโกง” ท่ีสง เสรมิ ใหเด็กไดเ รียนรูและเกดิ จติ สํานกึ ความซอ่ื สัตย ความรบั ผิดชอบตอหนา ที่ การมี
จิตสาธารณะ มชี ีวิตพอเพียง และรกั ความเปนไทย อันจะชว ยปลูกฝงคา นิยมและจติ สาํ นึกใหเ ดก็ เตบิ โตเปน คนทมี่ ศี กั ดศิ์ รี
เชอื่ ม่ันในความสจุ รติ กลายนื หยดั ในสง่ิ ที่ถูกตอง
กิจกรรมงานวันวิชาการ เดก็ ไดนาํ เสนอผลงานของตนเอง ใหก ับผูท่ีเขา เย่ียมชมในฐานดว ยความมนั่ ใจ
กจิ กรรมการแสดงบนเวทใี นโอกาสตางๆ เพ่ือใหเดก็ มคี วามมั่นใจในตนเอง ในการโชวค วามสามารถของตนเอง ตอ หนา
สาธารณชน เชน การแสดงละคร, การรอ งเพลง, แสดงดนตร,ี จนิ ตลลี า, ดนตรี-รําไทย เปนตน
ครูประจาํ ชั้นจดั กิจกรรมการเรยี นรูผ านกจิ กรรมหลกั 6 กจิ กรรม เพ่อื สงเสริมใหเดก็ มีความมั่นใจและกลา แสดงออก กลา
ตดั สนิ ใจ เคารพสทิ ธขิ องผอู ืน่ ชวยเหลอื และแบง ปน กัน และดแู ลรกั ษาระยะหางในชวงการระบาดของ Covid 19 ดังน้ี

- กจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ ใหเด็กไดเ คลอื่ นไหวรา งกายทกุ สว นอยา งอสิ ระและสง เสริมใหเ ดก็ เปน ผูนําและผตู ามในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม

- กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ  สง เสริมใหเ ดก็ กลา แสดงความคดิ เห็น  เปนผพู ดู และผฟู งที่ดี กระตุนใหเดก็ รูจักการซักถามในเร่ืองท่ีตนเองสงสัย และหาคาํ ตอบรว มกัน
กับครแู ละเพอื่ น มสี วนรว มในการจดั กจิ กรรมการเรียนรดู ว ยความมน่ั ใจ

- กจิ กรรมสรา งสรรค เดก็ ไดเ รยี นรเู กยี่ วกบั ความสวยงามของศลิ ปะ แสดงความสามารถของตนเองทางดา นศลิ ปะ และกลานาํ เสนอผลงานของตนเองหนาชั้นเรียน
และสงเสริมใหเด็กรจู กั การแสดงออกซึง่ ความชน่ื ชมผลงานของตนเองและผอู ่นื ดวยการกลาววาจาชน่ื ชม หรอื การปรบมือ

- กิจกรรมเสรี เด็กๆ เลนกบั สื่อและเครอื่ งเลนของตนเอง

- กิจกรรมกลางแจง เด็กมคี วามมั่นใจในการเลนเกมและเครือ่ งเลน ตา งๆ สามารถเปนผนู ํา ผูตามท่ดี ี  ในการทํากิจกรรม เชน กายบริหาร การเลน เกม การละเลน ของ
ไทย

- กิจกรรมเกมการศกึ ษา ใหเ ด็กแสดงออกดว ยความมนั่ ใจในการเลน เกมตางๆ ดว ยตนเอง เชน เกมจบั คูภาพกับคาํ เกมการจดั หมวดหมู เกมการจับคภู าพท่มี คี วาม
สัมพันธก นั เปนตน

โรงเรยี นไดรับการสนับสนุนจากทุกฝา ยในการจดั กิจกรรม ใหเ ดก็ ไดแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคลอื่ นไหว โดยมีแผนงาน
โครงการ/กจิ กรรม ดงั นี้

โครงการพัฒนาศักยภาพหนูนอ ยสตรมี ารดาฯ ประกอบดวย กจิ กรรม Samrt Children ทส่ี ง เสริมใหเดก็ ไดมคี วามม่ันใจ กลา
แสดงออกทางงานศิลปะ ที่มจี ินตนาการ และสามารถสรางสรรคผลงานได เชน การปนดินนา้ํ มนั การวาดภาพตามจินตนาการ การ
สรางภาพดวยการฉีก ตัด ปะ การตอ เลโกเปนรปู รา งตามจนิ ตนาการ การเลานิทาน และการรอ งเพลง

Page 51 of 95

กจิ กรรมโลกสวยดว ยนิทาน เปน กจิ กรรมที่สงเสริมใหเ ด็กไดท าํ งานเปนกลมุ ดวยการรว มกนั จัดทําหนงั สือนทิ านในเร่ืองตาม
จินตนาการของตน และนาํ เสนอผลงานอยากหลากหลาย เชน นิทานเร่อื ง Three little pigs นาํ เสนอดว ยภาพวาดระบายส,ี นิทาน
เรื่อง กระรอกเจาะมะพรา ว นําเสนอดว ยการวาดภาพระบายสีและตดั ปะเศษวัสดุเพ่อื ใหเ กิดมิต,ิ นทิ านเรอื่ ง ฉันชอบกนิ ขาว นาํ
เสนอดวยการฉีก ตัด ปะ ภาพ, นิทานเรอื่ ง โลมานอ ยจอมเกเร นาํ เสนอดวยเปเปอรม าเช, นิทานเรอ่ื ง แมไ กส แี ดง นําเสนอดว ยภาพ
ปอบอพั 3 มติ ิ เปน ตน
กจิ กรรมวนั วชิ าการ ท่นี อกจากการนําเสนอความรทู ่ีเด็กควรจะเรียนรู ไดบ ูรณาการความรดู วยกจิ กรรมศิลปะ ดนตรี และการ
เคลอื่ นไหวตามบทบาทสมมตุ ิ เชน

- ฐาน Sweet grapes เด็กไดเลานิทานเร่ืองกวางปากบั พวงองุน และแสดงบทบาทสมมตุ ติ ามเนือ้ เรื่อง
- ฐาน Love watermelon เดก็ และผูป กครองไดรวมกันสรางสรรคผ ลงานโดยการประดษิ ฐแตงโมยกั ษจ ากเศษวัสดุ
- ฐานนิยมขนมไทย เดก็ ๆ ไดแสดงบทบาทสมมุติเปน เมคา สาธิตและสอนเพ่ือนๆ ทําลูกชบุ
- ฐาน ปลานอ ยกระดกุ ด๊ิก เดก็ ๆ ไดจ ดั แสดงทา ทางประกอบเพลง Baby Shark ใหเพื่อนๆ และผปู กครองไดชม
1.2.4.4 โรงเรียนจดั ใหม กี จิ กรรมเสรมิ หลกั สตู ร ท่ีสง เสรมิ ใหเ ด็กไดปฏบิ ัตกิ จิ กรรมทางดานดนตรแี ละการเคลือ่ นไหว ดังนี้
- กจิ กรรมดนตรี นาฏศิลป โดยครทู ม่ี คี วามสามารถเฉพาะดานมาชว ยจดั กจิ กรรมและฝก ทกั ษะใหเ ด็ก เชน ระดบั ช้ันอนุบาล 1 เปน กจิ กรรมการเคล่ือนไหวตาม
จินตนาการ หรือพรอมอุปกรณ ประกอบจังหวะ ดนตรี, ระดับช้นั อนุบาล 2 เปน กจิ กรรมการแสดงทาทางตามจนิ ตนาการและเรียนรูการราํ ไทยพ้นื ฐาน และระดบั ชั้น
อนบุ าล 3 เปน กิจกรรมการเรียนรเู ก่ียวกับตวั โนต จงั หวะ และเครอื่ งดนตรีอังกะลุง โดยเดก็ ทุกคนไดร ว มกิจกรรมสัปดาหล ะ 1 ครงั้ (50 นาท)ี
- กิจกรรมบลั เลต การรอ งเพลง การเลน กีตา ร ดวยความรวมมอื กับสถาบนั ดนตรีสิรญา ไดจ ดั ครผู ูทม่ี คี วามชาํ นาญเฉพาะมาชว ยจัดกิจกรรมใหก บั เด็กทม่ี ีความสนใจ
เปนพิเศษ ทําใหเ ดก็ ไดรบั การสง เสริมในการแสดงออกซ่ึงศักยภาพและความสนใจของเด็กเฉพาะบุคคล และโรงเรียนไดเปด โอกาสใหเดก็ ไดแ สดงบนเวที โดยเด็กได
รวมกจิ กรรมสปั ดาหล ะ 1 ครงั้ (ครงั้ ละ 60 นาที)

พฒั นาการดานสงั คม

โรงเรยี นสตรมี ารดาพิทกั ษ โดยคณะผูบรหิ าร ไดมกี ารรวมกับคณะครู ตัวแทนผูปกครอง เพ่อื วางแผน สงเสรมิ สนับสนนุ ดวยการจดั โครงการ/กิจกรรม ตามเปาหมาย
ของแผนพัฒนาการจัดการศึกษาใหเ ดก็ มพี ฒั นาการดานสงั คม สามารถชวยเหลอื ตนเอง เปนสมาชิกท่ดี ีของสังคม และการปฏบิ ตั ิตนตามมาตรการปองกนั การระบาด
ของโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 ดังนี้

โรงเรียนสงเสริมระเบียบวินัย ทม่ี งุ เนนใหเดก็ เปน ผูมวี นิ ยั รับผดิ ชอบ สามารถปฏบิ ัตติ นตามกฎระเบยี บของโรงเรยี นไดอยางถูกตอง
สามารถปฏิบัติตนตามอัตลักษณของโรงเรยี นได โดยมคี รทู ุกคนเปนผูดําเนินการฝกอบรมเด็ก เพอ่ื ใหทุกคนในโรงเรยี นสามารถปฏิบัติไปใน
แนวทางเดยี วกัน
ครปู ระจําชน้ั ใหค วามรู สาธติ พาฝกปฏิบตั จิ รงิ ในการปฏิบตั ิกจิ วตั รประจาํ วัน ไดแ ก การรกั ษาความสะอาดของรา งกาย การแตงกาย การ
สวมใสรองเทา ถงุ เทา การรบั ประทานอาหาร การลางมอื แปรงฟนอยางถูกวิธี การใชหอ งน้ําอยา งถกู สุขลกั ษณะ การเก็บทีน่ อน ของเลน
ของใชสว นตัว การเกบ็ ถวยจาน ชอนสอม รบั ผดิ ชอบทําความสะอาดแกว น้าํ สวนตวั ของตนเอง โดยมคี รูคอยแนะนาํ การปฏิบัตทิ ี่ถกู ตอ ง
อยา งสม่าํ เสมอ เดก็ สามารถชว ยเหลือตนเองไดอยา งเหมาะสมกับวยั และประสานกับผูปกครองในการฝก เดก็ ใหช ว ยเหลอื ตนเองในการ
ปฏบิ ตั กิ ิจวตั รประจาํ วนั ชวยงานเล็กๆ นอ ยๆ ทีบ่ าน อีกทง้ั ยงั ไดเนน ทจี่ ะสง เสรมิ ใหเ ดก็ เปนผมู ีระเบยี บวินยั รจู กั การรอคอยดวยการเขา
แถวเรยี งลาํ ดบั กอน-หลงั เดินขน้ึ -ลงบันไดชดิ ขวา มีความรบั ผิดชอบทํางานจนเสร็จ ปฏบิ ตั ิตามขอตกลงและกตกิ ารวมกัน อยางจริงจังและ
สมา่ํ เสมอ
ฝายสงเสรมิ คุณธรรม จริยธรรมฯ ระดบั กอนประถมศึกษา จัดกจิ กรรมหนูนอยรกั การออม ทีส่ ง เสรมิ ใหเ ด็กใชเ งินอยางประหยดั ปลกู ฝงให
เด็กรูจกั การออมเงิน เด็กสามารถวางแผนการนาํ เงนิ ที่ไดจากการออมไปใชป ระโยชนตามจดุ ประสงคห รือความตัง้ ใจของตนเอง รวมทัง้ ยัง
สงเสริมใหเ ด็กรูจ ักดูแลรกั ษาทรัพยากรสิง่ แวดลอ ม รูจกั ใชท รัพยากรอยา งประหยัด   ในเรือ่ งดังตอ ไปนี้

นา้ํ - ไฟ โดยใหเ ด็กรูจกั ปด น้ํา ปด ไฟ หลงั การใชงานทุกครั้ง ทั้งท่บี า นและโรงเรยี น จนเกดิ เปนกจิ นสิ ยั ประจําตวั
ชิ้นงานของเดก็ สงเสริมใหใ ชเศษวัสดตุ างๆ มาประดิษฐเปนของเลนของใช ใหเดก็ เหน็ คณุ คาของส่งิ ของเหลือใชรอบตัว
ทกุ ฝา ยทเ่ี กย่ี วขอ งไดร ว มกันวางแผนสงเสริมสนบั สนนุ การจดั กิจกรรมใหเดก็ มีอปุ นิสยั รักธรรมชาตแิ ละมีสวนรวมในการดูแลรักษาส่งิ
แวดลอมทง้ั ภายในและภายนอกหอ งเรียน ดังนี้

Page 52 of 95

โรงเรียนจดั ใหครแู ละเดก็ แตละหองมีเขตพื้นที่ความรบั ผิดชอบในการดแู ลรักษาความสะอาด การรดนาํ้ พรวนดนิ ตน ไม กาํ จดั วัชพืช
ในบรเิ วณทต่ี นเองไดรับผดิ ชอบ ตามบริเวณตางๆ ภายในโรงเรียน และการดแู ลสิง่ แวดลอมภายนอกโรงเรียนในโอกาสพเิ ศษตา งๆ
เชน วันสงิ่ แวดลอมโลก, วันดนิ โลก, วนั เฉลมิ พระชนมพรรษาของสมเด็จพระเจาอยูหัว และสมเด็จพระราชินี เพือ่ ปลกู ฝงอุปนิสัยใน
การรกั ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม รวมทัง้ ครปู ระจาํ ชั้น และเดก็ รว มกนั แบงหนา ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบในการทําความสะอาดหอ งเรียน
ของตนเองประจําวนั เชน กวาดพ้ืน เชด็ โตะ จดั ความเรียบรอยของส่ือตา งๆ ในหอ งเรยี น ดูแลชัน้ วางรองเทา เปน ตน เพอื่ ปลกู จติ
สํานึกใหเดก็ รกั ความสะอาดและมสี วนรว มในการดูแลรักษาเพอื่ จะไดนาํ ไปใชใ นชวี ิตประจําวนั ได
โรงเรียนจัดใหม ีถงั ขยะแยกประเภทของขยะ คอื ถงั ขยะรีไซเคิล, ถงั ขยะเปยก, ถงั ขยะแหง และถงั ขยะท่ัวไป เพ่อื สอนใหเ ดก็ รจู กั
การแยกขยะกอ นท้งิ และสรางจิตสํานึกรว มตอ สงั คม ไมใ หม ีผลกระทบตอ สิง่ แวดลอ ม และครูสอนใหเ ดก็ รูจักใชท รัพยากรธรรมชาติ
ใหค มุ คา ดูแลตน ไมในหอ งเรียน ใชก ระดาษ 2 หนา การใชอ ุปกรณก ารเรียน อยางประหยดั และคุมคา ใชถ งุ ผา แทนถุงพลาสตกิ
ประดิษฐผ ลงานจากเศษวสั ดุ เปน ตน
โรงเรยี นสงเสริมใหเด็กมีมารยาทตามวฒั นธรรมไทย และมีสัมมาคารวะกับผใู หญด วยการจัดกจิ กรรมสง เสริมมารยาทไทยในการปฏบิ ตั ิตน
ตอผูใ หญในเรอื่ งการไหว การเดนิ ผา น การกราบ การรับของ และการเดนิ สวนกับผใู หญ, จัดกิจกรรมศิษยน อ มวนั ทาบูชาคณุ ครู เดก็ ไดร วม
กิจกรรมและแสดงออกถงึ ความกตญั กู ตเวที แสดงความเคารพตอผูใหญไดอยางเหมาะสมกบั วยั โดยใหเ ด็กจัดเตรยี มพานดอกไมธ ปู เทียน
เพือ่ มาประกอบพิธไี หวค รู รวมทั้งจดั หนวยประสบการณการเรียนรเู รือ่ ง เดก็ นอ ยมารยาทงาม มสี าระการเรียนรเู กยี่ วกับการแสดงออกดวย
ทา ทีที่สภุ าพทง้ั การพดู นัง่ ยืน เดิน และรบั -สง ของไดอ ยา งเหมาะสมกบั วัย
ครปู ระจําชน้ั จดั บรรยากาศในหอ งเรยี นใหเดก็ น่งั เปนกลุม กลมุ ละ 4-5 คน ในการทํากจิ กรรมตางๆ เพอื่ สง เสรมิ ใหเดก็ มปี ฏสิ ัมพันธท่ดี ตี อ
กัน ไดพ ดู คุยและทํางานรว มกับเพอื่ น แบง ปนและชวยเหลือกนั ในกลุมสง ผลใหเดก็ มีความเขาใจและยอมรบั ความเหมือนและความแตก
ตางระหวา งตนเองและเพ่ือน
โรงเรยี นมกี ารสง เสรมิ วฒั นธรรมองคกร แบบครอบครัว พ่นี อง โดยท่ีรนุ พปี่ ฏบิ ตั ติ นเปนแบบอยาง ทดี่ ใี หแกร ุน นอ ง เคารพใหเกยี รตซิ ึ่งกนั
และกนั   ผูบรหิ าร และครูทุกคน เปนตัวอยา งในการยอมรบั ความแตกตา ง การรบั ฟง กนั และกัน เปด รับความคดิ เหน็ ตางๆ ไมใ ชอ ารมณ
รนุ แรงเวลาทม่ี คี วามคดิ เห็นไมตรงกนั ครูแสดงออกซ่งึ การยอมรบั ตัวเดก็ ไดโ ดยการฟง การยอมรับความคดิ เหน็ ความรูสกึ ของเด็ก เขา ใจ
ถงึ บรบิ ทที่แทจริงของชีวติ พ้นื เพของเดก็ รวมถงึ ครอบครวั เพ่ือน สถานะทางสงั คมและเศรษฐกจิ นสิ ัย หรือแมแตความสนใจงานอดิเรก
ความสามารถพิเศษ ดวยการเยย่ี มบานเด็ก พูดคยุ กบั ผปู กครองอยางไมเ ปนทางการ การติดตาม สอบถามผูปกครอง/เย่ียมเม่ือเดก็ เจ็บปว ย
เดก็ ไดร บั การสงเสรมิ ใหป ฏิบตั ิตนเปนสมาชิกที่ดีของสงั คมทัง้ ภายในและนอกหองเรียนโดย
ครูประจําช้นั และเดก็ รว มกนั สรา งขอตกลงของหอ งเรยี น เพ่ือปฏบิ ัตริ ว มกัน ไวอ ยา งชดั เจน เชน

หองอนุบาลปท่ี 1/2       หนูเชอ่ื ฟงคุณครู เกบ็ ของใชเ ขาที่ หนูจะพูดกับคนอน่ื มี “คะ ” “ครับ”

หองอนุบาลปที่ 1/5       แบงของใหเ พอื่ น ทิง้ ขยะลงถัง หนจู ะพดู เบาๆ

หองอนบุ าลปที่ 2/1       พูดจาไพเราะ ท้งิ ขยะใหล งถงั ทุกครง้ั เก็บของเลนของใชเขาท่ี

หอ งอนุบาลปท ี่ 2/5       หนูแบงปน ของใหก ับเพ่ือน หนูชวยกันรักษาความสะอาดในหอ งเรยี น

หนูเชื่อฟง คุณครู หนจู ะพดู เบาๆ

หองอนุบาลปท ่ี 3/2       เช่อื ฟงครู เดินเปนแถว พูดจาไพเราะออ นหวาน มนี ํา้ ใจชว ยเหลือผอู ื่น

หอ งอนบุ าลปท ี่ 3/5       หนจู ะเปนเด็กดขี องคุณครู หนมู ีระเบียบวินัย หนูแบงปน ของใหกบั เพอ่ื นๆ

ครูจัดประสบการณการเรียนรทู ี่สอดคลองกับหลักสูตรของสถานศึกษาเนนจากสภาวะการณท ีเ่ กิดข้ึนจรงิ ไดแ ก หนวยการเรียนรู “โรงเรยี น
ของเรานาอย”ู มีสาระการเรยี นรูเก่ียวกบั สถานที่ตง้ั สง่ิ แวดลอม บคุ คลสาํ คัญในโรงเรยี นและรูจกั ปฏิบตั ติ ามกฎของโรงเรยี น และหนวย
การเรียนรู “เรารักชมุ ชน” มสี าระการเรียนรูเก่ยี วกบั สถานทีส่ าํ คญั ขา วสาร สภาพปญหาตางๆ และการปฏิบตั ติ นใหเปนประโยชนตอ
ชุมชน
ครจู ดั สภาพแวดลอ มในหองเรียนตามมาตรการปองกนั โรคติดตอ และสอนเดก็ ใหรจู ก ดูแลปอ งกนั ตนเองดวยการเวน ระยะหา ง การสวม
หนากากอนามยั ตลอดเวลา หม่ันลา งมอื บอยๆ การใชสิ่งของสว นตวั และครดู ูแลวดั อณุ หภมู ริ า งกายของเด็กอยา งสม่ําเสมอ ทาํ ความ
สะอาดผวิ สัมผัสจุดตางๆ บอ ยขน้ึ

 

Page 53 of 95

พฒั นาการดานสติปญญา
โรงเรียนสตรมี ารดาพิทักษ โดยคณะผูบริหาร ไดม ีการรว มกับคณะครู ตัวแทนผปู กครอง เพื่อวางแผน สงเสรมิ สนบั สนุน การจัด
โครงการใหเ ดก็ สามารถใชภาษาในการส่อื สารไดเหมาะสมกับวยั เชน โครงการหองเรยี นหลักสตู รการเรยี นการสอนโดยใชภ าษา
อังกฤษเปน ส่อื , การจดั ประสบการณท างภาษา ใหเ ด็กมีทกั ษะการสือ่ สารทางดา นภาษาอยางนอย 3 ภาษา คอื ภาษาไทย ภาษา
อังกฤษ และภาษาจีน โดยครูเจาของภาษาทกุ ระดบั ชน้ั ท้ังเปดโอกาสใหเด็กไดแ สดงออกซง่ึ ความสามารถทางดา นภาษาผา น
กจิ กรรมการแสดงบนเวที ภาคเรยี นละ 1 ครัง้ และการนาํ เสนอผลงานของตนเองในโอกาสตางๆ โดยผปู กครองไดรว มรบั ชมและให
กําลังใจ
โรงเรียนไดจ ัดโครงการ/กจิ กรรมใหเดก็ เกิดทกั ษะกระบวนการคดิ และสามารถแกป ญหาไดตามสถานการณต างๆ ประกอบดวย
โครงการรวมพลังเสริมทกั ษะดวย Project Approach เปนการจดั ประสบการณการเรียนรใู หเด็กไดผา นรูปแบบโครงการ เปน
กิจกรรมทีเ่ ด็กไดล งมือปฏบิ ตั ดิ ว ยตนเอง ซึ่งชว ยพฒั นากระบวนการคดิ แกปญ หาและสรุปเปน องคค วามรขู องตนเองอยางตอเน่ือง
โดยเดก็ ไดเ สนอหัวขอเรอื่ งท่ีตนเองสนใจ และรวมกันออกเสยี งเลอื กหัวขอ ทีน่ ําเสนอมา และนาํ หวั ขอเรอ่ื งทม่ี คี ะแนนเสยี งมากที่สดุ
มาจดั ประสบการณก ารเรยี นรูข องหอ งเรยี น โดยใชระยะเวลาเรยี น 4-5 สัปดาห และโรงเรยี นกําหนดโครงสรา งหลักสตู รการศึกษา
ปฐมวัยของสถานศึกษาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงดวยกระบวนการ See Judge Act
โรงเรียนสงเสริม สนับสนนุ ปลกู ฝงเจตคตทิ ่ีดีตอการเรยี นรแู ละแสวงหาความรูดว ยวิธีการท่ีหลากหลาย เชน ครูประจําชั้นจัดกิจกร
รมบูรณาการผา นการเลน เนน ใหเด็กรูจักตงั้ คําถามในสิ่งที่อยากรู แสวงหาคําตอบดวยวธิ ีการตา งๆ หรือครเู ปน ผูกระตุน ใหเด็กเกดิ
ความสงสัย โดยใชเทคนิค 5W 1H (Who, What, Where, When, Why, How) สรา งแรงจงู ใจใหเ ด็กพยายามแสดงหาคาํ ตอบ
และมีความสุขกับการเรยี นรู ในแตล ะหนวยการเรยี นรรู ายสัปดาห, จดั กจิ กรรมพอ ครแู มครู พาหนูเรียนรู ท่เี ชิญวิทยากรจาก
ภายนอก มาใหความรแู ละรว มทาํ กิจกรรมในเรอื่ งทเี่ ด็กอยากร,ู จัดแหลงเรียนรูภายในโรงเรยี น เชน มมุ ตูป ลาสวยงาม, สวนสตั ว,
สวนสมนุ ไพร, บันไดนบั เลข 3 ภาษา เปน ตน
โรงเรียนไดตระหนกั ถึงความสาํ คัญของการอาน จึงจดั ใหม หี อ งสมุดสาํ หรับเด็กปฐมวยั โดยเฉพาะอยบู รเิ วณชน้ั 1 อาคาร SANCTA
MARIA และมุมหนงั สือภายในหองเรยี น มีหนงั สอื ทเ่ี หมาะสมกบั วัยของเด็ก จํานวนเพยี งพอ และจดั โครงการหนอนนอ ยรักการอาน
ขึ้น เพ่อื เปน การวดั ประสบการณการเรยี นรทู ักษะทางภาษาของเดก็ สง เสรมิ ทักษะการอา นและการฟง เพื่อกระตนุ จนิ ตนาการและ
ความคิดรวบยอด สามารถถา ยทอดความรูสบู ุคคลอ่ืนได และมกี ารประสานความรวมมอื กับผปู กครองเพ่ือรวมกนั สง เสริมการอาน
ใหแกเ ด็กตามศักยภาพ
โรงเรยี นจดั กิจกรรมวทิ ยาศาสตร โดยโรงเรยี นอยใู นโครงการ บานนักวทิ ยาศาสตรนอยแหงประเทศไทย และไดด ําเนินการจดั ใหม ี
หอ งวทิ ยาศาสตรสําหรบั เด็กปฐมวยั ทุกคนไดรว มกจิ กรรมทุกสัปดาห สปั ดาหล ะ 1 ครั้ง (50นาท)ี โดยครูท่ีไดร บั การอบรมโดย
เฉพาะ ซ่ึงมีความยากงายของกจิ กรรมตามวัยของเดก็ ทจ่ี ะฝกทักษะการสงั เกต จําแนก เปรยี บเทียบ การจดั กลุม การใหเหตุผล การ
คาดคะเน การคดิ รเิ ร่มิ เปนตน และครปู ระจาํ ช้นั จดั ประสบการณก ารเรียนรู โดยจดั กิจกรรมทดลองทีล่ งมือปฏิบตั ิจริง ตามหนว ย
การเรียนรู ที่เนน ใหเ ดก็ ไดส บื เสาะหาความรูและการคิดเชงิ เหตุผลทางคณติ ศาสตร และวิทยาศาสตร เชน การมีสวนรวมในคาํ ถาม
เกบ็ ขอมูลดว ยการสํารวจ สังเกต อธบิ ายสิง่ ที่พบ เช่ือมโยงส่ิงทพี่ บกบั สงิ่ ทผี่ ูอ ืน่ พบ และส่ือสารใหเหตผุ ล
ผูบ รหิ ารและคณะครูระดับกอ นประถมศึกษาเขา รบั การอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ าร “หลักสตู รการจดั ประสบการณก ารเรียนรตู ามแนวทาง
สะเตม็ ศึกษา จากสถาบันสงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี(สสวท.) และครนู ําแนวทางดังกลา วมาจดั ประสบการณการ
เรียนรูสาํ หรับเด็ก โดยมีผบู ริหารเปน ผูนเิ ทศติดตามการจัดประสบการณข องครู สง ผลใหเ ด็กมคี วามคิดรวบยอด คดิ เชงิ เหตผุ ลทาง
คณิตศาสตร วิทยาศาสตร คดิ แกปญหาและสามารถตดั สินใจในเร่ืองงายๆ ได
โรงเรียนมกี ารดําเนนิ การจัดกิจกรรมการเรยี นรเู พอ่ื ใหเ ด็กมีจนิ ตนาการและความคิดสรา งสรรคผลงานโดย
จัดใหม แี หลงเรียนรูท ี่เปนท้งั ของจริงและแบบจาํ ลอง
ครจู ัดกจิ กรรมเพ่ือสงเสรมิ ใหเด็กมีจนิ ตนาการและมีความคดิ สรางสรรค สรางความเปนอสิ ระในการแสดงออกทางความคดิ
และกระทําผานกิจกรรมตางๆ ดังน้ี

-  กิจกรรมเคล่ือนไหวและจงั หวะ เดก็ ไดเคลอ่ื นไหวและทา ทางตามจนิ ตนาการของตนเอง

- กิจกรรมสรางสรรค เด็กไดแ สดงออกดว ยการวาดภาพ ถา ยทอดเร่อื งราวตามจินตนาการผานการปน การประดษิ ฐ และนําเสนอผลงานของตนเองตามความคิดอยาง
อสิ ระ

Page 54 of 95

- กจิ กรรมเสรี เด็กไดใชจนิ ตนาการและความคิดสรางสรรคจากการเลน ในมุมประสบการณตา งๆ เชน บทบาทสมมุติ เลน เลยี นแบบ ในสถานการณตา งๆ
-  กิจกรรมเสริมประสบการณ เปนกิจกรรมทเ่ี ด็กไดเรยี นรผู านการฟงนทิ านโดยครูเปน ผเู ลา และเดก็ สามารถคดิ เสรมิ ตอ เนอื้ เร่อื งในนทิ านจากครูไดตามจนิ ตนาการ
1.4.7 โรงเรียนสงเสรมิ ใหเ ด็กสามารถใชส อ่ื เทคโนโลยี เปน เครื่องมอื ในการเรียนรแู ละแสวงหาความรูไดด ว ยการจดั กิจกรรมการเรยี นคอมพิวเตอร ซง่ึ จดั ใหม โี ปรแกรม
การเรียนรูท ฝี่ ก ทกั ษะของเดก็ จดั เตรยี มเครอ่ื งมอื ทใี่ ชใ นการเรียนรแู ละแสวงหาความรูไดดว ยตนเองไวป ระจาํ หองเรียนและหอ งประกอบการตางๆ อยางเพยี งพอตอ
จาํ นวนเด็ก เชน แวนขยาย ชดุ แมเหลก็ เปนตน

โรงเรียนไดม อบหมายใหค รูประจําชนั้ ตดิ ตามผลพฒั นาการของเดก็ ท้ัง 4 ดา นเปนรายบุคคลเพ่ือใหท ราบความกาวหนา หรือปญหา
อุปสรรคการพฒั นา โดยครูประจาํ ชั้นประเมนิ พัฒนาการเดก็ เปน รายบคุ คลและจดบันทึกไวเปนหลักฐาน ในแบบบนั ทกึ การประเมิน
พัฒนาการทง้ั 4 ดา น และแบบประเมินพัฒนาการเดก็ ตามมาตรฐานคณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงคต ามหลักสตู ร ในแตละหนว ยการเรยี นรู
ครปู ระจาํ ชนั้ รายงานผลพัฒนาการของเดก็ รายสปั ดาหใ หผ ูปกครองไดร บั ทราบ และรวมแสดงความคิดเห็นที่มตี อ พัฒนาการของเด็กอยา ง
สมํา่ เสมอ
ผบู รหิ ารและครหู วั หนา ฝายไดร วมกนั ติดตามผลการดําเนนิ งานรวมไปถงึ การรบั ทราบความสําเรจ็ ปญ หาเพอื่ การวางแผนพัฒนาปรับปรงุ
ใหเกดิ ประสิทธภิ าพตอ ไป
โรงเรยี นมีการตดิ ตาม ประเมนิ ผล อยางตอ เนือ่ งและทวั่ ถงึ โดยครูผูรับผิดชอบโครงการ/กจิ กรรม มีการรายงานผลการดําเนินงานเปนลาย
ลกั อกั ษรตอ ผูบริหารรับทราบภาคเรียนละ 1 ครงั้ และมีการจัดเกบ็ ขอมูลอยางเปนระบบ เพือ่ ใชประโยชนตอการพัฒนาและใหการ
สนบั สนนุ งบประมาณ วสั ดุอปุ กรณเ พอ่ื ใหการจัดกจิ กรรมใหสมบูรณครบถวนตอ ไป

Page 55 of 95

มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและการจดั การ
เปาหมาย 5 ขอ

การปฏบิ ตั งิ าน ผลการ

ประเดน็ พจิ ารณา ไม ผล ประเมิน
ปฏบิ ตั ิ
ปฏบิ ัติ สําเรจ็ คณุ ภาพ
ทีไ่ ด

1. มีหลักสตู รครอบคลมุ พฒั นาการทง้ั สีด่ า น สอดคลองกบั บริบทของทอ งถ่ิน 5.00 ยอด
เยย่ี ม

1.1 มหี ลกั สตู รสถานศกึ ษาท่ียดื หยุน และสอดคลอ งกบั หลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย √-

1.2 ออกแบบจดั ประสบการณทีเ่ ตรียมความพรอมและไมเรง รดั วชิ าการ √-

1.3 ออกแบบการจัดประสบการณท เี่ นน การเรยี นรูผ านการเลน และการลงมือปฏบิ ัติ (Active √-
learning)

1.4 ออกแบบการจดั ประสบการณท ีต่ อบสนองความตองการและความแตกตา งของเดก็ ปกตแิ ละกลมุ √ -
เปา หมายเฉพาะท่สี อดคลองกบั วถิ ชี ีวิตของครอบครวั ชุมชนและทองถ่นิ

1.5 มกี ารประเมนิ ตรวจสอบ และปรบั ปรุง / พฒั นาหลกั สูตรอยา งตอ เนื่อง √-

2. จดั ครูใหเพยี งพอกบั ชัน้ เรียน 5.00 ยอด
เย่ยี ม

2.1 จดั ครคู รบชั้นเรียน √-

2.2 จัดครใู หม คี วามเหมาะสมกับภารกิจการจัดประสบการณ √-

2.3 จดั ครูไมจ บการศึกษาปฐมวัยแตผา นการอบรมการศกึ ษาปฐมวยั √-

2.4 จดั ครูจบการศกึ ษาปฐมวยั √-

2.5 จดั ครจู บการศกึ ษาปฐมวยั และผา นการอบรมการศกึ ษาปฐมวยั √-

3. สง เสริมใหค รูมีความเชีย่ วชาญดา นการจดั ประสบการณ 5.00 ยอด
เย่ียม

3.1 มกี ารพัฒนาครแู ละบคุ ลากรใหมคี วามรคู วามสามารถในการวิเคราะหและออกแบบหลักสูตรสถาน √ -
ศึกษา

3.2 สง เสรมิ ครูใหมีทักษะในการจดั ประสบการณและการประเมนิ พฒั นาการเด็ก √-

3.3 สง เสรมิ ครูใชประสบการณสําคญั ในการออกแบบการจัดกจิ กรรม จัดกจิ กรรม สงั เกตและประเมนิ √ -
พฒั นาการเด็กเปนรายบุคคล

3.4 สง เสริมใหค รมู ีปฏิสัมพันธทด่ี กี บั เดก็ และครอบครวั √-

3.5 สงเสรมิ ใหครูพฒั นาการจัดประสบการณโดยใชชุมชนแหงการเรียนรทู างวิชาชพี (PLC) √-

4. จดั สภาพแวดลอมและสื่อเพอื่ การเรียนรูอยา งปลอดภัยและเพยี งพอ 5.00 ยอด
เยี่ยม

4.1 จัดสภาพแวดลอ มภายในหองเรยี นท่คี ํานงึ ถึงความปลอดภยั √-

Page 56 of 95

การปฏิบัตงิ าน ผลการ

ประเด็นพจิ ารณา ไม ผล ประเมนิ
ปฏบิ ตั ิ
ปฏิบตั ิ สาํ เร็จ คุณภาพ
ท่ไี ด

4.2 จดั สภาพแวดลอ มภายนอกหองเรยี นที่คาํ นงึ ถงึ ความปลอดภัย √-

4.3 สงเสรมิ ใหเ กิดการเรียนรทู ่ีเปนรายบคุ คลและกลุม เลน แบบรวมมือ รวมใจ √-

4.4 จดั ใหมมี มุ ประสบการณหลากหลาย มีส่ือการเรยี นรู ที่ปลอดภัยและเพยี งพอ เชน ของเลน หนังสอื √ -
นิทาน ส่ือจากธรรมชาติ สอื่ สาํ หรบั เดก็ มดุ ลอด ปนปา ย สอ่ื เทคโนโลยีการสบื เสาะหาความรู

4.5 จัดหอ งประกอบท่ีเออ้ื ตอการจัดประสบการณและพฒั นาเด็ก √-

5. ใหบ รกิ ารส่ือเทคโนโลยสี ารสนเทศและส่อื การเรยี นรเู พอ่ื สนบั สนนุ การจัดประสบการณ 5.00 ยอด
เยีย่ ม

5.1 อํานวยความสะดวกและใหบ ริการสอื่ เทคโนโลยีสารสนเทศ วสั ดุ อุปกรณแ ละสือ่ การเรียนรู √-

5.2 พัฒนาครใู หมีความรคู วามสามารถในการผลิตและใชสื่อในการจัดประสบการณ √-

5.3 มีการนเิ ทศติดตามการใชส ่อื ในการจดั ประสบการณ √-

5.4 มีการนําผลการนิเทศติดตามการใชส ่อื มาใชเปนขอ มูลในการพฒั นา √-

5.5 สงเสรมิ สนับสนนุ การเผยแพรก ารพัฒนาส่ือ และนวตั กรรมเพ่อื การจดั ประสบการณ √-

6. มีระบบบรหิ ารคณุ ภาพท่เี ปด โอกาสใหผ ูเก่ยี วของทุกฝายมีสวนรวม 5.00 ยอด
เย่ยี ม

6.1 กาํ หนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาทีส่ อดคลองกบั มาตรฐานการศกึ ษาปฐมวัยและอตั √-
ลกั ษณของสถานศกึ ษา

6.2 จดั ทาํ แผนพฒั นาการศกึ ษาทสี่ อดรับกบั มาตรฐานท่ีสถานศกึ ษากําหนดและดาํ เนินการตามแผน √ -

6.3 มกี ารประเมนิ ผลและตรวจสอบคณุ ภาพภายในสถานศึกษา √-

6.4 มีการตดิ ตามผลการดาํ เนินงาน และจดั ทาํ รายงานผลการประเมนิ ตนเองประจําป และรายงานผล √ -
การประเมินตนเองใหหนวยงานตน สงั กดั

6.5 นําผลการประเมนิ ไปปรบั ปรงุ และพัฒนาคณุ ภาพสถานศกึ ษา โดยผปู กครองและผูเกี่ยวขอ งทกุ ฝาย √ -
มสี วนรว ม

สรุปผลการประเมิน 5.00 ยอด
เยยี่ ม

 

จดุ เนน และกระบวนการพัฒนาทีส่ งผลตอ ระดบั คุณภาพของมาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ

2.1 มีหลกั สูตรครอบคลมุ พัฒนาการท้งั 4 ดาน สอดคลองกับบริบทของทองถ่นิ
     2.1.1 โรงเรยี นสตรมี ารดาพทิ กั ษ ระดับกอ นประถมศึกษา ภายใตการบรหิ ารงานของผูบรหิ าร และฝา ยวชิ าการ ระดับกอนประถมศกึ ษา ไดจัดตั้งคณะกรรมการ

จัดทําและพฒั นาหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัยของสถานศกึ ษาข้ึนจากหนวยงานตา งๆ ดังนี้ ผูบ ริหาร คณะกรรมการฝา ยวชิ าการคณะครูผปู กครองและชุมชน ซ่ึงกอน
การจัดทําหลักสูตรสถานศกึ ษา มกี ารสํารวจ วเิ คราะหค วามตองการจําเปน ของสถานศึกษา รว มกบั ชมุ ชน สงั คม ทองถ่ิน และผมู ีสว นเก่ยี วขอ งทกุ ฝาย เพอ่ื ทราบ
ความตอ งการที่ทกุ ฝา ยมีความคาดหวงั ตอ การจัดการศึกษาระดบั กอนประถมศกึ ษาของโรงเรยี น

Page 57 of 95

      2.1.2 นาํ ผลการวิเคราะหทไี่ ดมาพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ใหมีความยืดหยุนสอดคลองกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช 2560 มกี ารกําหนดเปา
หมาย พนั ธกิจ ของการจดั การศกึ ษาปฐมวยั ของสถานศกึ ษา ดงั นี้

พนั ธกจิ ท่ี 1 พัฒนาหลักสตู รสถานศึกษาทมี่ งุ เนนพฒั นาการเด็กปฐมวัยท้ัง 4 ดา น อยา งสมดุลและเต็มศักยภาพ

พันธกจิ ที่ 2 พฒั นาครูและบคุ ลากรดานการจดั ประสบการณท ี่สง เสรมิ การเรียนรทู ี่เนน เด็กเปนสําคญั

พันธกจิ ท่ี 3 จัดระบบสิ่งสนบั สนุนการเรยี นรูท ีจ่ ําเปน ตอ กระบวนการเรยี นรู แหลงเรียนรู และจดั สภาพแวดลอ มทเี่ อื้อตอ การเรียนรูเหมาะสมกบั วัย

พนั ธกิจที่ 4 จัดประสบการณก ารเรยี นรูท หี่ ลากหลายซงึ่ สอดคลอ งกบั พัฒนาการทางสมองของเดก็ โดยนาํ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและแหลง เรียนรู
ภมู ิปญญาทองถิน่ มาใชเ สริมสรา งพัฒนาการและ

การเรยี นรขู องเด็ก

พนั ธกิจท่ี 5 ประสานความรวมมอื ในการพัฒนาเด็กระหวางสถานศกึ ษากับพอ แม ครอบครัว ชุมชน  และ           ทกุ ฝายทเ่ี กยี่ วขอ งกบั การพัฒนาเด็กปฐมวยั

พันธกิจท่ี 6 จัดระบบการประเมินหลกั สตู ร และพฒั นาประสิทธิภาพของหลกั สตู รสถานศกึ ษาใหสามารถจัดการศกึ ษาไดตามปรัชญา วสิ ัยทศั น มาตรฐานคณุ ลกั ษณะ
ท่พี ึงประสงค ตวั บง ช้ี และสภาพท่พี ึงประสงคเพื่อสง ผลตอระบบการประกันคณุ ภาพการศกึ ษา

คณะกรรมการจัดทําและพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา ระดับปฐมวยั รวมกันประชมุ เพือ่ ดําเนินการจัดทําหลกั สตู รสถานศึกษา รายละเอยี ด
ดงั นี้

ออกแบบหลกั สตู รสถานศึกษา ดว ยจดั ทาํ รา งหลักสูตรสถานศกึ ษาใหค รอบคลุมองคป ระกอบของหลักสูตรสถานศึกษา ดังน้ี ปรชั ญา
ของหลักสตู ร, วิสยั ทศั น, ภารกจิ /พันธกิจ, หลักการและจดุ หมายของหลักสูตร, มาตรฐานคุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค ตวั บงช้ี และ
สภาพทพ่ี งึ ประสงค, โครงสรา งหลกั สตู ร, การจดั เวลาเรียน, สาระการเรยี นรูร ายป, การจัดประสบการณ, การสรางบรรยากาศการ
เรียนร,ู สือ่ และแหลง เรียนร,ู การประเมินพฒั นาการ, การบริหารจัดการหลักสตู ร และการสรางรอยเชื่อมตอ ระหวางการศึกษา
ปฐมวยั กบั ระดบั ประถมศกึ ษาปท ่ี 1
ตรวจสอบและปรบั ปรงุ คณุ ภาพของหลักสตู รสถานศึกษา นาํ รางหลักสตู รสถานศกึ ษาเสนอตอคณะกรรมการจดั ทาํ และพฒั นา
หลกั สตู รสถานศกึ ษา ระดับปฐมวยั ประเมินดว ยแบบประเมินกอ นการใช ดว ย“แบบตรวจสอบหลกั สูตรสถานศกึ ษา ระดบั ปฐมวยั
กอ นการนําหลกั สตู รไปใช” ของโรงเรยี นสตรมี ารดาพิทักษ เพอื่ ใชเ ปน เคร่อื งมอื ในการหาคณุ ภาพและเพื่อใหข อเสนอแนะ และ
ปรับปรุงตามขอ เสนอแนะ 
ขออนมุ ตั ิตอ คณะกรรมการสถานศกึ ษา และประกาศการใชห ลกั สตู รสถานศกึ ษา โดยรายงานการดาํ เนินการตอกรรมการสถาน
ศึกษา เปดโอกาสใหคณะกรรมการสถานศกึ ษาไดว ิเคราะหผ ลการดําเนินงาน และเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงพฒั นาหลกั สูตร
สถานศกึ ษาใหเ ปนฉบบั สมบรู ณต ามทคี่ ณะกรรมการสถานศกึ ษาใหความเหน็ ชอบอนมุ ตั ิ จดั ทําประกาศการใชหลกั สูตรสถานศึกษา
ฉบบั ปรบั ปรุง ของโรงเรียน
ผบู รหิ าร และคณะครรู ะดับกอ นประถมศกึ ษาไดรวมกันประชมุ วางแผนการจดั ประสบการณการเรียนรขู องเด็ก ดว ยการนําหลกั สตู รสถาน
ศึกษามาวเิ คราะห และจดั ทําตารางวิเคราะหห ลกั สูตร ระดับปฐมวัย เพ่อื กาํ หนดสาระท่ีควรเรยี นรรู ายป กาํ หนดหนว ยการเรียนรูของการ
จัดประสบการณตลอดปการศึกษา โดยไดวิเคราะหใหม คี วามสัมพันธและสอดคลอ งกนั ระหวา งมาตรฐานคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงคที่
กาํ หนดไว 12 มาตรฐาน ของหลกั สตู รสถานศกึ ษา กบั สภาพท่ีพงึ ประสงคต ามสาระการเรยี นรู
โรงเรยี นไดจ ัดการศกึ ษาระดบั อนบุ าลปที่ 1-3 ตัง้ แตอายุ 3-6 ป ดวยการจัดประสบการณเรยี นรูตามหนว ยการเรยี นรรู ายสปั ดาหแ บบบรู ณ
าการผา นการเลน ท่หี ลากหลาย และบูรณาการตามศาสตรตา งๆ โดยใช 6 กจิ กรรมหลกั , การเรยี นรูแบบโครงงาน และโครงการ (Project
Approach) ใหเ ดก็ ไดเรียนรจู ากประสบการณต รง เกิดทักษะ กระบวนการคิด รูจ กั แกป ญหาไดเหมาะสมกบั วัย พรอมท้งั ปลกู ฝง สงเสริม
คณุ ธรรม จริยธรรม ระเบียบวนิ ัย รกั ษาสง่ิ แวดลอม และอนุรักษวฒั นธรรมประเพณอี ันดงี าม เปด โอกาสใหเด็กมีปฏสิ ัมพันธกบั เพือ่ น ครู
ชมุ ชน สือ่ และแหลงเรียนรทู ่หี ลากหลาย
โรงเรียนกําหนดแนวทางการกาํ กับ ตดิ ตาม ประเมนิ การใชหลักสตู ร โดยจัดใหม กี ารนิเทศ กํากบั ตดิ ตาม และนาํ ผลการนิเทศไปใชในการ
ปรับปรุงพัฒนาหลักสตู รโดยมแี นวดําเนินการตามโครงการพฒั นาหลักสูตรปฐมวยั ของสถานศกึ ษา
โรงเรยี นเปด โอกาสใหผ ูปกครองมีสว นรว มในการแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั การจัดประสบการณตามหลกั สตู รของโรงเรียน โดยการประชุม
และตอบแบบสอบถามความตอ งการหรอื ความพึงพอใจตามแบบประเมนิ ความคิดเห็นเกย่ี วกบั การใชห ลกั สูตรปฐมวัยของสถานศึกษา เพื่อ
เปน ขอ มลู หน่ึงในการพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษา
นาํ ผลสรุปมาปรบั ปรุงและพัฒนา โดยใชกระบวนการวจิ ัยเพือ่ พัฒนา สง ผลใหหลกั สูตรสถานศึกษาสามารถเปน แบบอยางได

Page 58 of 95

 

2.2 จัดครใู หเ พียงพอกับชั้นเรียน

2.2.1 โรงเรียนมีการบริหารบุคลากรตามแผนงานฝายบคุ ลากรของโรงเรียน โดยมีการวางแผนอัตรากาํ ลงั และกาํ หนดตาํ แหนงตา งๆ ของบคุ ลากรใหเ หมาะสมกบั
หนาที่ สรรหาบุคลากรตามกระบวนการคัดเลือกเพอื่ ทําหนาทตี่ ามตําแหนงที่ตองการ

2.2.2  โรงเรียนจัดครปู ระจําหอ งเรยี นใหเพยี งพอตอจํานวนเด็กแตล ะหองเรียน โดยในสถานการณป กติมีครูประจาํ ชัน้ และครผู ชู ว ย หอ งเรยี นละ 2 คน ตอ จาํ นวนเด็ก
ไมเ กิน 40 คน หากอยูในชวงการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 จดั ครู 1 คน ตอเด็ก 12 -15 คน

2.2.3 โรงเรียนจัดโครงการพฒั นาศักยภาพครู ระดับกอนประถมศึกษา ซง่ึ สงเสริมใหค รทู ุกคนไดพ ัฒนาตนเองอยา งตอ เนื่อง ทั้งดา นความรู ความเขาใจ ความสามารถ
จัดประสบการณก ารเรียนรใู หก บั เด็กไดอยางถูกตองเหมาะสม สอดคลองกบั หลักสูตรของสถานศึกษา โดยการเขารับการอบรม ศึกษาดงู าน ไมต า่ํ กวา 50 ชว่ั โมงตอ ป

 

สงเสริมใหค รมู ีความเชย่ี วชาญดา นการจัดประสบการณท่สี อดคลองกบั หลักสตู รการศึกษาปฐมวัย
โรงเรียนสตรมี ารดาพทิ กั ษ โดยผูบ ริหาร และคณะครูระดับปฐมวัยไดร ว มกนั ประชมุ วางแผนการจัดประสบการณก ารเรียนรขู องเดก็
ดว ยการนาํ หลกั สูตรสถานศึกษามาวิเคราะห และจัดทําตารางวเิ คราะหหลักสตู ร ระดับปฐมวยั เพื่อกาํ หนดสาระที่ควรเรียนรูรายป
กาํ หนดหนว ยการเรียนรูของการจัดประสบการณต ลอดปก ารศกึ ษา โดยไดว ิเคราะหใ หมคี วามสัมพันธแ ละสอดคลอ งกันระหวาง
มาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึงประสงคที่กาํ หนดไว 12 มาตรฐาน ของหลกั สูตรสถานศกึ ษา กับสภาพทพ่ี งึ ประสงคตามสาระการเรยี นรู
ผูบรหิ ารและคณะครฝู า ยวชิ าการรว มกันประชมุ วางแผน กาํ หนดรปู แบบการเขยี นแผนการจัดประสบการณต ามจุดเนน ของ
โรงเรียน เพ่อื ใหค รผู ูสอนทกุ คนมกี ารวางแผนวธิ จี ดั ประสบการณท ดี่ ี เหมาะสมกับเด็กทผี่ สมผสานความรแู ละจิตวิทยาการศกึ ษา
ชวยใหค รู มีคมู อื การสอนทท่ี าํ ดว ยตนเองลวงหนา มคี วามมน่ั ใจในการสอน สง เสริมใหครมู ีความรคู วามเขา ใจในดานของหลกั สตู ร
วิธีสอน การวัดผลและประเมินผล และเปน คมู ือสําหรับผมู าสอนแทนได ครผู ูสอนจดั ทําแผนการจัดประสบการณก ารเรยี นรูที่
สอดคลองกับแนวทางการจัดประสบการณ ตามหลกั สูตร โดยระบไุ วอ ยา งชดั เจนตามรปู แบบของโรงเรยี น และนําสง ใหผบู ริหารหรือ
หัวหนาฝา ยวชิ าการลวงหนาอยางนอย 2 สปั ดาห เพ่ือตรวจสอบ และอนุมัติการใชแ ผน กอนนาํ ไปจัดประสบการณใ หก ับเดก็
โรงเรยี นกาํ หนดแนวทางการกํากบั ตดิ ตาม นิเทศการจดั ประสบการณข องครผู ูส อนอยางเปนระบบ และนาํ ผลการนิเทศไปใชใ นการ
ปรับปรงุ พัฒนาหลกั สูตรโดยมแี นวดาํ เนนิ การตามโครงการนิเทศการสอนของครูดงั น้ี
โรงเรยี นมีการแตง ตั้งคณะกรรมการนเิ ทศการสอนโดยผบู ริหาร และครูฝา ยวชิ าการที่มีประสบการณใ นการสอน
โรงเรียนสงผูมีหนา ทีน่ ิเทศ เขา รับการอบรมเชิงปฏบิ ตั ิการใหเปน ผทู รงคุณวุฒิ เพื่อการประเมนิ และมกี ารประชุมเพือ่ วางแผน
การดาํ เนินงาน และกาํ หนดรูปแบบการนเิ ทศ ติดตามประเมินผล
คณะกรรมการนิเทศการสอนจดั ทาํ ปฏิทนิ การนเิ ทศการสอนประจาํ ป ตามคาํ รองขอนิเทศของครูผูสอนและแจงกาํ หนดการ
นเิ ทศใหผูเ กี่ยวของทราบ
ดาํ เนนิ การนิเทศการสอนอยา งกัลยาณมิตร ดวยการสงั เกต และบันทกึ ผลในแบบบันทึกการนเิ ทศประเมินการจัดกจิ กรรม
การเรียนการสอนการปฏบิ ตั งิ านในโรงเรียน
คณะกรรมการนเิ ทศแจงผลการนเิ ทศกับครูผสู อนเปนรายบคุ คล เพื่อรบั ทราบผลการนเิ ทศของตนเอง และรวมกันพจิ ารณา
วางแผน พฒั นาปรบั ปรุงการสอนใหเกิดประสทิ ธิภาพ
นําผลการนิเทศของครูผสู อนทุกคนมาสรปุ ผลการนิเทศทัง้ รายบคุ คล และภาพรวมของโรงเรยี น เพ่อื ใชเปน ขอ มูลในการ
พัฒนาหลักสูตรตอ ไป
ฝา ยวิชาการ ระดบั กอนประถมศกึ ษา มกี ารสรางและพฒั นาเครื่องมอื วัดและประเมินผลที่มีคณุ ภาพหลากหลายรูปแบบและมีการ
เกบ็ รวบรวมขอ มลู เด็กเปนระบบ สามารถนํามาใชไ ดอ ยางสะดวก รวดเร็ว ตรงตามตองการในพัฒนาการทกุ ดานของเด็กทุกคน ดงั น้ี
โดยคณะผบู รหิ ารและคณะครรู ะดบั ระดับกอ นประถมศึกษารวมกันประชมุ ชแี้ จงเกย่ี วกบั การพัฒนาคุณภาพการเรียนรูข อง
เด็กทีม่ วี ตั ถปุ ระสงคตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา ระดับปฐมวยั จัดประสบการณเ รยี นรดู วยกจิ กรรมบรู ณาการท่ีสอดคลอ ง
กลบั หลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย มกี ารประเมินผลพัฒนาการตามวยั หรือความสามารถตามธรรมชาตใิ นแตล ะระดับอายุ
(สภาพทีพ่ ึงประสงค) ทีใ่ ชเปน เกณฑสําคญั สาํ หรบั การประเมนิ พฒั นาการเดก็
โรงเรยี นดําเนนิ การพฒั นาครู โดยสง ครเู ขา รับการอบรม “การประเมนิ พัฒนาการและการเรียนรูของเดก็ ปฐมวยั ” และนาํ
ความรูท่ไี ดร ับมาขยายผลกบั เพอื่ นครู

Page 59 of 95

ครูผูสอนออกแบบเครื่องมือการวัดและประเมินผลเด็กตามบทบาทหนา ทขี่ องตนดวยวธิ ีการทีเ่ หมาะสมและมคี วามหลาก
หลายทัง้ การสังเกต สนทนา สัมภาษณ รวบรวมผลงานทแ่ี สดงความกาวหนา และจดบนั ทกึ ในแบบบนั ทึกพฤติกรรม และ
แบบสาํ รวจรายการ เชน ครปู ระจาํ ชน้ั ไดออกแบบเครอ่ื งมอื วัดและประเมนิ ผลเด็กตามหนว ยการเรียนรูร ายสปั ดาห เปน
แบบบนั ทกึ หลังการจดั ประสบการณก ารเรยี นรู และตารางประเมินพัฒนาการเด็กตามมาตรฐานคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค
ตามหลักสตู รสถานศกึ ษา, ครผู สู อนกจิ กรรมเสรมิ หลกั สูตรไดออกแบบเคร่อื งมอื วัดและประเมินผลเดก็ ตามกจิ กรรม, ครูผูรับ
ผดิ ชอบโครงการ/กจิ กรรมตางๆ สรา งเครื่องมือสาํ หรับเกบ็ ขอ มลู วธิ ีการจดั เก็บขอ มลู ท่เี หมาะสมตามรูปแบบของโครงการ
และกจิ กรรม เปน ตน
นาํ เครือ่ งมือมาทดสอบการใช และปรบั ปรุง พัฒนาเครือ่ งมอื ใหมีความเหมาะสม และชแ้ี จงใหผ ทู ีม่ ีสวนเกีย่ วขอ งกับการ
ประเมินมีความรูค วามเขา ใจในเคร่ืองมือวดั และประเมนิ วธิ กี ารประเมนิ และระยะเวลา เพ่ือสามารถประเมินผลพฒั นาการ
ของเด็กไดอยา งครบถวนตามวตั ถุประสงคของกจิ กรรม
ครูผูร บั ผิดชอบโครงการ/กิจกรรม นําขอมูลผลการประเมินเดก็ เปนรายบุคคล มาสรุปผล ในภาพรวมทั้งหองเรียน ระดับช้นั
และภาพรวมของโรงเรียน โดยจัดเกบ็ ขอ มลู อยา งเปน ระบบ เปน ปจจุบนั เพื่อสามารถนาํ มาใชไ ดอ ยา งสะดวกรวดเร็ว
โรงเรียนเปด โอกาสให บิดามารดา ผูป กครอง มีบทบาทหนา ทใี่ นการประเมนิ พฒั นาการเด็ก ในการใหค วามรวมมือกบั ครผู ู
สอนในการประเมินพฤติกรรมของเดก็ ทส่ี งั เกตไดจ ากที่บา น เพอ่ื เปน ขอ มลู ประกอบการแปรผลที่เทยี่ งตรงของครูผูส อน รับ
ทราบผลการประเมินของเด็ก และสะทอ นใหข อ มูลยอนกลบั ท่ีเปนประโยชนในการสง เสริมและพฒั นาเดก็ ในปกครองของ
ตนเอง และรวมกับครูผูสอนในการจดั ประสบการณหรือเปนวิทยากรทอ งถิน่

2.3.5 ครูจดั ประสบการณใหเดก็ มปี ฏสิ ัมพนั ธก บั เด็กอืน่ กบั ผูใหญ ภายใตส ภาพแวดลอ มทีเ่ อือ้ ตอ การเรียนรใู นบรรยากาศทอ่ี บอนุ มีความสขุ และเรียนรกู ารทํา
กิจกรรมแบบรว มมอื ในลักษณะตางๆ กนั ครูจัดประสบการณส าํ หรบั เด็กโดยใหพอแม ครอบครวั และชมุ ชนมสี วนรวมทง้ั การวางแผน การสนับสนุน สอ่ื แหลงเรียนรู
การเขารว มกจิ กรรม มาเปนวทิ ยากรภูมปิ ญ ญาทองถ่ินทตี่ รงกับความสนใจของเดก็ และการประเมินพฒั นาการ

 

สงเสรมิ การจัดสภาพแวดลอ มทางกายภาพ และสื่อเพือ่ การเรยี นรูอยา งมีคณุ ภาพ ปลอดภยั และเพยี งพอ
โรงเรยี นสตรมี ารดาพิทกั ษ ไดวางแผนการบริหารจดั การศึกษาระดบั ปฐมวัยในการใหบรกิ ารดานอาคารสถานทีท่ ุกแหง อยูใ นสภาพท่ี
สะอาด ปลอดภยั และถูกสุขลกั ษณะ โดยผบู รหิ ารไดแตง ต้งั คณะกรรมการงานอาคารสถานที่ มหี นาที่บรหิ ารงานดานอาคารสถานที่
ดแู ลตกแตง สภาพภมู ิทัศน ดแู ลรักษาความสะอาด จัดการงานดานความปลอดภัยและความพรอมในการใชงานของอาคารเรียนและ
สิง่ ปลกู สรางอื่น รวมกับงานพสั ดุครภุ ัณฑในการปฏิบตั งิ านดา นการบริหารจัดการและงานซอ มบาํ รงุ วัสดุครุภณั ฑโ รงเรียน สงผลใหมี
สภาพแวดลอ มภายใน-นอกหอ งเรียนท่ดี ี ดังน้ี
ภายในหอ งเรยี นอาคาร SANCTA MARIA มพี ้นื ท่ี 64 ตร.ม. มีพืน้ ทีท่ ่เี อ้ือตอการจัดกจิ กรรมท้งั รายบุคคลและกลมุ จัดใหมีสอื่
เทคโนโลยี เชน โทรทศั นขนาด 43 นิว้ สาย HDMI เชือ่ มตอระหวางคอมพิวเตอรและโทรทศั น, และจดั ใหมสี ัญญาณ wifi
เพื่อเชือ่ มตอ อินเตอรเน็ตไดอ ยางทว่ั ถึง จัดสื่อ อปุ กรณ ไวตามมมุ อยางเหมาะสม พรอมอาํ นวยความสะดวกตอ การเรียน เลน
โดยจัดเปนแบบศนู ยการเรยี น จัดใหมีมุมประสบการณต างๆ ไดแก  มุมบล็อก มมุ หนงั สือ มุมเกมการศกึ ษา มุมบทบาท
สมมุติ มุมดนตรี มุมวิทยาศาสตร และมมุ ศิลปะ เปน มมุ ท่นี ักเรียนไดเ ลอื กเลนตามความสนใจ ทง้ั รายบุคคลและรายกลุม ใน
แตล ะมมุ ไดจดั ส่ือ อุปกรณ และเครอื่ งเลนใหเ หมาะสมกบั วยั และกจิ กรรมเพียงพอกบั จํานวนเด็กทเ่ี ขา เลนในแตล ะมุม หาก
อยูใ นชว งการระบาดของโรคไวรัส    โคโรนา 2019 จะเนนการเลนของเลน สวนตวั
ภายนอกหองเรียน โรงเรยี นมีระบบการดแู ลรกั ษาความปลอดภยั ทเี่ หมาะสม ดงั น้ี
โรงเรยี นมีการตดิ ตัง้ กลอ งวงจรปด ทั้งภายในและภายนอกอาคารในบริเวณโรงเรยี น จํานวน 18 ตวั และมกี ารตดิ ตั้งสัญญาณเตอื นภยั
โรงเรยี นจัดใหมีครูเวรรับ-สง นักเรยี น คอยดูแลความปลอดภยั ในแตล ะวนั และมีครูจราจรที่ดูแลความปลอดภยั ใหกับนกั เรยี นท่ีขน้ึ -
ลงรถรบั สง บริเวณหนา ประตโู รงเรียนอกี ทัง้ ครเู วรประจาํ วนั ปฏิบัติหนา ท่ีตามบริเวณตา งๆ ของอาคารเรียน และจุดตา งๆ ใน
โรงเรียน พรอ มจดบนั ทกึ เหตกุ ารณป ระจาํ วัน
โรงเรียนจดั บรเิ วณใหผ ูปกครองเปนสดั สว นเพื่อรอรบั เดก็ กลับบาน เพ่อื ความเปนสดั สวนและเปนไปตามมาตรการรักษาความ
ปลอดภยั ที่โรงเรยี นกําหนด ในกรณีท่ีจะรบั เด็กกลบั กอ นเวลาเลิกเรียน ผปู กครองจะตองตดิ ตอขอแบบบันทึกการขออนญุ าตออก
นอกโรงเรยี นจากคณุ ครูทอี่ ยหู อ งธุรการไวเปน หลักฐาน และครูประจําชัน้ จะเปน ผนู าํ เด็กมาสงถงึ ผูปกครอง ท่ีบรเิ วณจดุ ที่กําหนด

Page 60 of 95

เปน รายบุคคล  ในกรณีทผี่ ูปกครองมอบหมายใหผ ูอืน่ มารับเด็กแทน จะตอ งมีการสอบถามจากผปู กครองทางโทรศัพทก อนเสมอ
และถามเด็กถึงความสมั พนั ธของบคุ คลทมี่ ารับแทน เพอ่ื ปองกนั อันตรายท่อี าจจะเกิดขึน้ ได
โรงเรียนจดั ทําประกนั อุบัติเหตใุ หนกั เรียนเปนรายบคุ คลทุกป
โรงเรยี นจัดทาํ บัตรประจําตัวนักเรยี น พรอ มทั้งมีขอมลู พ้ืนฐานปรากฏอยบู นบัตร และใหเด็ก พกตดิ ตวั หรอื ใสไวใ นกระเปา

โรงเรยี นจัดใหมเี ครื่องสาธารณูปโภคประจาํ หองเรยี น และหอ งประกอบการทเ่ี พยี งพอ อาทิ มหี ลอดไฟหอ งเรียนละ 6 ดวง
แสงสวา งเพียงพอไมเ ปนอันตรายตอ สายตาของเด็ก มพี ัดลมเพดาน 4 ตัว และเครอ่ื งปรับอากาศ 2 เคร่อื ง เพ่อื ชว ยระบาย
ความรอนและถา ยเทอากาศ มเี ครอื่ งทําน้าํ เย็นประจาํ อาคาร   มกี ารเปลี่ยนสารกรองน้ํา ทุก 6 เดอื น และปองกนั อันตรายท่ี
เกิดจากไฟฟารั่วโดยไดติดตงั้ สายดนิ และระบบ เซฟ ที คทั  มีหอ งน้าํ ท่ถี กู สุขลักษณะ จาํ นวน 39 หอง มอี างลางหนา และลาง
มือเพื่อชาํ ระสิง่ สกปรกหลังปฏิบตั กิ จิ กรรมของเด็กอยา งเพยี งพอ มรี ะบบการปอ งกนั อนั ตรายและมีการตรวจสอบใหเกิด
ความพรอมใชและปลอดภยั อยูเสมอ
คณะกรรมการงานอาคารสถานที่ ไดจัดทําแผนการตรวจเช็คสภาพการใชง าน บํารุงรักษา ซอ มแซม อาคารสถานที่ อุปกรณ
เครอ่ื งเลน และสาธารณปู โภค ไวในปฏิทินปฏิบัตงิ านประจําปของสถานศึกษา พรอมจัดสรรงบประมาณใชดาํ เนินการอยา ง
พอเพยี ง ตามกิจกรรมปรับปรงุ สภาพแวดลอมในโรงเรียนซง่ึ เปนกิจกรรมหน่ึงในโครงการอนุบาลนาอยู จดั ใหมพี นกั งาน
ทําความสะอาดอุปกรณเคร่ืองเลน อยางตอ เนอื่ งเพื่อปอ งกันโรคติดตอ
โรงเรียนเห็นความสําคญั ของการจดั บรรยากาศในชน้ั เรยี นให นา ดู นาอยู และนาเรยี น สะอาดโดยโรงเรยี นไดน าํ หลักปฏบิ ตั ิ 5
ส. มาปลูกจิตสํานึกใหเกิดแกเด็กและบคุ ลากรทกุ ฝาย ไดร ว มกนั ปฏิบตั ิอยางตอเนือ่ งจนเกิดเปนกจิ นิสยั ครูปลูกฝงใหเดก็
รักษาความสะอาดท้งั ตอ ตนเอง เชน ทิ้งขยะใหล งถัง, รบั ประทานอาหารไมห กหลน หรือถา หกหลน จะตองรบั ผดิ ชอบเก็บไป
ทงิ้ ถังขยะใหเ รียบรอย และครปู ระจาํ ช้นั จัดเวรรักษาความสะอาดในหอ งเรียนของเด็ก เชน เชด็ โตะ จดั ช้ันวางรองเทา จัด
โตะ รดนาํ้ ตน ไม เปน ตน
โรงเรยี นมมี าตรการในการปอ งกนั การแพรระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ดังนี้

         (1) การมีมาตรการคัดกรอง 

โรงเรียนมมี าตรการคัดกรอง ครู นักเรียน บุคลากร ผปู กครอง หรือบุคคลที่เขาออกโรงเรยี นเพอ่ื เปน การเฝา ระวัง และปอ งกัน การแพรระบาดของโรคติดเช้อื ไวรสั โคโร
นา 2019 เมือ่ ทุกคนมาถงึ โรงเรยี นเดินเปนแถวผา นประตโู รงเรียน ครเู วรประจาํ วนั ดําเนนิ การคัดกรองโดยผานตามจุดดังนี้

          - จุดที่ 1 กระบะวางผา ชบุ นา้ํ ยาฆา เช้ือใหทกุ คนที่จะเขา มาภายในบริเวณโรงเรยี นตองเชด็ รองเทา

                   - จดุ ท่ี 2 ตรวจวัดอุณหภูมิ จากกลองเทอรโ มสแกนในการตรวจวดั อุณหภมู ิทุกคนท่ผี า น           เขา -ออก  ภายในโรงเรยี น ถาพบวา มไี ขเกินท่กี ําหนด

จะคัดแยกออก บนั ทกึ รายชือ่   และอาการปว ยประเมิน              ความเส่ยี ง  แจงผูปกครองมารบั พาไปพบแพทย  โรงเรยี นตดิ ตามอาการอยางตอ เนือ่ ง            

                             - จุดท่ี 3 ลางมอื ดว ยเจลแอลกอฮอล จากเครอ่ื งพน แอลกอฮอล

          - จุดที่ 4 เปลี่ยนหนากากอนามัยหรอื หนา กากผา สํารองทีน่ กั เรียนทุกคนนาํ ใสกระเปา มาจากบานเปลี่ยนกอ นเขา โรงเรยี น 

         (2) การสวมหนากากอนามัย

         ใหทุกคนสวมหนากากอนามยั หรอื หนากากผา พรอ มทง้ั ใส Face Shield  ตลอดเวลาเมือ่ อยภู ายในบริเวณโรงเรยี น

          (3) การจัดจุดลา งมือดว ยสบูหรอื แอลกอฮอลเจล

         จัดจดุ ลางมอื ดวยสบหู รือแอลกอฮอลเ จลตามสถานทตี่ างๆ เชน หอ งเรยี น หอ งประกอบการ หองสขุ า หอ งสหการณ และหองอนื่ ๆ และใหน กั เรียน ครู
บคุ ลากร ลางมือบอย ๆ ดว ยวธิ ลี างมอื 7 ขั้นตอน อยางนอ ย 20 วินาที กอนกินอาหาร หลังใชหอ งสขุ า หลกี เลยี่ งการสัมผสั ใบหนา ตา ปาก จมกู โดยไมจาํ เปน สรา ง
สุขนิสยั ที่ดหี ลงั เลนกับเพ่ือนเมื่อกลับบา นใหร ีบอาบนาํ้ สระผม และเปล่ยี นเสื้อผา ใหมทันที

         (4) การเวนระยะหา งในหองเรยี น

          ใหนักเรยี นเวน ระยะหางในหองเรยี น ขณะน่งั เรียน เนน จดั การเรียนการสอนภายในหองเรียนเดียวกนั ใหมีกจิ กรรมทําในหอ งเรยี นเดยี วกนั ตลอดทั้งวัน ไมส ง
เสรมิ ใหจ ัดกจิ กรรมรวมเปนกลมุ ในชวงพัก
หลงั เลกิ เรยี น หรอื น่งั รบั ประทานอาหาร เลนกบั เพอ่ื น เขาแถวตอคิว ระหวา งเดินทางอยบู นรถใหเ วนระยะหา งท้ังส้นิ มกี ารทําความสะอาดโตะ เกา อีน้ กั เรียน ทั้งกอน
เรียนภาคเชา และกอนเรยี นภาคบาย โดยครปู ระจําช้นั

         (5) การทําความสะอาดพน้ื ที่ พื้นผิวสมั ผัสท่ใี ชรวมกัน
             - โรงเรยี นจดั ใหเ จา หนา ทส่ี าธารณสุขอนามัยสิ่งแวดลอ มจากเทศบาลเมอื งทา ชา งและเทศบาลเมอื งจนั ทนมิ ติ ฉดี พนยาฆา เช้ือกําจดั ไวรสั ลดความเส่ยี ง ลด

การแพรกระจายในหอ งเรียนและบริเวณโรงเรียน

Page 61 of 95

- ใหค รูประจาํ หอ งเรียนทกุ หอ ง และหองประกอบการทาํ ความสะอาดโตะ เกา อี้ อปุ กรณ และจุดสัมผสั เส่ียง เชน ลกู บิดประตู เครื่องเลนของใชร ว มทุกวันอยางนอ ย
วันละ 2 ครง้ั กอนเขา เรยี นใน
ภาคเชา และภาคบา ย
- กรณีมกี ารยายหองเรียน ตองทําความสะอาดโตะ เกาอ้ี กอ นและหลงั ใชง านทุกครง้ั
- เจา หนา ท่นี ักการภารโรงและผูรบั ผิดชอบใชน้าํ ยาฆาเช้ือทําความสะอาดพืน้ ที่สว นกลาง
ทีส่ ัมผสั รวมกันเปน ประจํา เชน พื้นหอประชุม สนามบาส โรงอาหาร สนามเด็กเลน หอ งพยาบาล หอ งนอนเดก็ เล็ก
ตูกดน้าํ ด่มื โตะเกาอห้ี รืออปุ กรณตา ง ๆ ทท่ี กุ คนใชแ ละสัมผัสตลอดเวลา
- หอ งสุขาใหพนักงานทําความสะอาดทกุ 2 ช่วั โมง ดว ยนํ้ายาฆา เชอื้ และมกี ารกาํ กบั ดูแลตรวจสอบการปฏิบัตติ นใหเปนสขุ นิสัย โดยจดั ใหม ีผคู วบคุมดูแลทกุ วนั
- จดั ใหม ีเจลแอลกอฮอลใ ชทาํ ความสะอาดมือ ทุกหอ งเรยี นอยางเพยี งพอ

         (6) การลดความแออัด ไมจ ัดกจิ กรรมทเี่ กิดการรวมกลมุ ของเดก็

โรงเรียนลดความแออัดในการจดั กจิ กรรมโดยไมม ีการเรยี นวา ยน้าํ ของนกั เรียนช้ันอนุบาล 1 –
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 2  และจดั ชว งทานอาหารกลางวนั โดยนักเรียนพักเปน 4 ผลดั เพอื่ ลดความแออดั ของนกั เรียนและรกั ษาการเวน ระยะหา งระหวา งบคุ คล
      - ผลดั ที่ 1 เวลา 10.30 น.
  - ผลดั ท่ี 2 เวลา 11.00 น.
  - ผลัดท่ี 3 เวลา 11.30 น.
  - ผลัดที่ 4 เวลา 12.00 น.
                (7) จดั อบรมครู “รอบรสู ขุ อนามัย” ในโรงเรียน เพ่อื รองรบั สถานการณ COVID-19 โดยบคุ ลากรสาธารณสขุ จัดอบรมครูท้งั โรงเรียนโดยมีเจาหนา ทีจ่ าก
สาธารณสุขชาํ นาญงาน และเจา หนา ทพ่ี ยาบาลจากโรงพยาบาลสงเสรมิ สุขภาพ ตําบลจันทนมิ ติ มาเปน วทิ ยากรใหความรเู มื่อวนั ท่ี 6 มนี าคม 2563
เวลา 09.00 -16.00 น. ณ หอประชุมโรงเรยี นสตรมี ารดาพิทกั ษ

โรงเรียนสตรีมารดาพิทกั ษ ไดจ ัดใหมีหอ งประกอบการ พรอมอุปกรณ ส่ิงอาํ นวยความสะดวกใหแ กเดก็ ทง้ั ภายในและภายนอกอาคาร ให
อยูในสภาพที่ดี ปลอดภัยและมปี รมิ าณเพียงพอ ดังรายละเอยี ดตอ ไปนี้

สนามเด็กเลน มีพืน้ ท่ี 96 ตร.ม. อยูบ ริเวณช้นั ลาง อาคาร SANCTA MARIA จดั ใหม ีอปุ กรณเ ครอ่ื งเลนสนามมากมาย เชน สไลดเด
อร ปนหนา ผา บารทรงตัว บารโหน สะพานเชอื ก อโุ มงคล อด
สระวา ยนํา้ มพี นื้ ท่ี 665.6 ตร.ม. อยูบ รเิ วณชัน้ ลา ง อาคาร SANCTA MARIA มคี รู พลศึกษาท่มี คี วามรแู ละประสบการณเ ปน ครผู ู
สอน มีอปุ กรณช ว ยในการวายน้าํ มีระบบดูแลความปลอดภัย        มีการดูแลรักษาความสะอาดสระนํา้ เปน ประจํา
บริเวณลานกิจกรรมบรเิ วณช้นั 1 อาคาร SANCTA MARIA มพี นื้ ทกี่ วา งขวางและมพี ื้นทเ่ี พยี งพอใหเดก็ ไดว ง่ิ เลน อยา งมีความสุข
หอ งพยาบาล มีพ้นื ท่ี 48 ตร.ม. อยูบริเวณชนั้ 1 อาคาร SANCTA MARIA มีครพู ยาบาลรับผดิ ชอบประจาํ มอี ปุ กรณปฐมพยาบาล
พรอมยารักษาโรค มเี ตียงสําหรับนกั เรยี นทเ่ี จ็บปว ยไดน อนพัก มีบันทกึ สถติ ิการเจ็บปว ยของเดก็ ระดบั ปฐมวยั
หองศูนยการเรยี นรู มีพนื้ ท่ี 96 ตร.ม. อยูบรเิ วณชน้ั 1 อาคาร SANCTA MARIA ภายในหองประกอบดวย มุมบลอ็ ก มุมบทบาท
สมมุติ มุมดนตรี มุมพลาสติกสรางสรรค มุมเกมการศกึ ษา และมมุ หนังสือ เพอ่ื ใหค รไู ดจดั กจิ กรรมการเรียนรใู นคาบเรียนอสิ ระ
หองสมุด มีพน้ื ที่ 128 ตร.ม. อยบู รเิ วณชั้น 1 อาคาร SANCTA MARIA มคี รูหอ งสมดุ ท่มี ีความรูและประสบการณ แบง สว นการให
บรกิ ารเปน 3 สว น คือ มมุ หนงั สือนทิ านเด็กสําหรบั เดก็ มมุ หนังสอื หมวด 000-900 และมุมใหบรกิ ารสืบคน ทางคอมพิวเตอร โดยมี
จาํ นวนหนังสือมากกวา 2,600 เลม
หอ งคอมพวิ เตอร มีพื้นที่ 75.33 ตร.ม. อยูบ รเิ วณช้ัน 2 อาคาร SANCTA MARIA มีครคู อมพิวเตอรท ีม่ ีความรแู ละประสบการณเปน
ครูผูสอน มีการจัดโปรแกรมการเรียนรคู รอบคลมุ ทกุ ระดบั ร ัศนเกยี่ วกบั ส่ือและนวตั กรรมน้ันๆ เผยแพรท างเวบ็ ไซคข องโรงเรยี น
และทางเพจ รุปรายงานผลการดําเนนิ งานตอ ผูบริหาร พรอ มท้ังข มีเครื่องคอมพิวเตอร โตะ เกาอ้ี จํานวน 40 เครื่อง มีระบบดูแล
ความปลอดภัย
หองคําสอน มีพน้ื ท่ี 64 ตร.ม. อยูบริเวณช้นั 2 อาคาร SANCTA MARIA ซสิ เตอรและครทู ม่ี ีความรูและประสบการณเปนครผู ูส อน
ใหค วามรูเ รอ่ื งศาสนาครสิ ต หลักคําสอน และพิธีกรรมทางศาสนา พรอ มทงั้ มสี ือ่ อปุ กรณท พี่ รอ มสาํ หรบั การจัดกิจกรรมการเรียนรใู ห
เดก็

Page 62 of 95

หองวทิ ยาศาสตร มีพน้ื ท่ี 96 ตร.ม. อยูบรเิ วณชน้ั 3 อาคาร SANCTA MARIA มคี รวู ทิ ยาศาสตรทม่ี คี วามรแู ละประสบการณเ ปนครู
ผูส อน มีการจดั บรรยากาศท่สี ง เสรมิ การเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร มีอุปกรณส ําหรบั การทดลอง อาทเิ ชน บีกเกอร เฮเลนเมเยอร หลอด
ทดลอง ดอปเปอร ตะเกียงแอลกอฮอลล            เปนตน มหี นงั สอื วิทยาศาสตรสาํ หรบั ผเู รียน อีกทง้ั ยงั มสี ื่อการสอนวทิ ยาศาสตร
ตา งๆ
หองดนตรแี ละหองนาฏศลิ ป มีพื้นทห่ี อ งละ 64 ตร.ม. อยูบริเวณชั้น 3 อาคาร SANCTA MARIA มีครูนาฏศิลปทีม่ ีความรูและ
ประสบการณเปนครผู ูส อน จดั ใหม ี สือ่ อุปกรณสาํ หรบั การสอน
ผูบรหิ ารแตง ตัง้ คณะกรรมการงานอาคารสถานท่ี ในการจัดระบบการซอ มบาํ รงุ อาคารสถานที่ วัสดุอุปกรณประจําอาคารใหม คี วาม
ปลอดภยั และมีความพรอมตอ การใชง านอยูเสมอ โดยครูทพ่ี บเหน็ สิ่งของชํารุดเสียหาย เขยี นใบแจงซอมสง มายงั คณะกรรมการงานอาคาร
สถานที่ เพือ่ ประสานงานใหชางดําเนนิ การซอมบาํ รงุ ใหเรียบรอ ยพรอ มใชง านเสมอ

 

2.5 ใหบรกิ ารสอื่ เทคโนโลยีสารสนเทศและส่ือการเรยี นรูเพอ่ื สนบั สนุนการจัดประสบการณ

2.5.1 โดยผูบริหารและคณะกรรมการฝา ยวิชาการไดป ระชุมวางแผน ออกแบบการดําเนินการจัดหาและผลติ ส่อื โดยมีการดําเนินงานดงั นี้
2.5.1.1 โรงเรยี นจัดใหมีหอ งสอื่ การสอน ประจําอาคาร SANCTA MARIA อยูบรเิ วณชน้ั 1 เพ่อื เปน หองสาํ หรับรวบรวมส่ือตา งๆ ท่ีใชในการจดั กิจกรรมการเรยี นการ
สอน โดยมีการลงทะเบียนส่อื และจัดหมวดหมูแยกประเภทสอ่ื เพ่ือสะดวกตอ การนาํ ไปใช และมกี ารบันทึกการยืม-คนื สอ่ื ประจําหอ งสือ่ การสอน
2.5.1.2 โรงเรียนจัดสรรงบประมาณสําหรับการจดั ซอ้ื สอ่ื สาํ เร็จรูป สําหรับหองสือ่ การสอน, หอ งเรยี น, หอ งประกอบการ และวสั ดุอุปกรณในการผลติ สอ่ื ของครู โดย
ครผู ูสอนวางแผนการเบกิ วสั ดอุ ปุ กรณ ลว งหนา โดยบนั ทึกการขอเบกิ วัสดอุ ปุ กรณในสมุดบนั ทึกการเบิกจา ยวสั ดอุ ปุ กรณ ประจําอาคาร SANCTA MARIA แจง ฝาย
ธุรการทกุ ตนเดือน เพอื่ ดาํ เนนิ การจดั ซื้อใหทนั ตอการใช
2.5.1.3 สื่อการสอนประจําหอ งเรยี น ครูประจําชนั้ ดาํ เนนิ การลงทะเบยี นสื่อประจาํ หองเรยี น และ        มีการแลกเปลีย่ น ยืมสอื่ ระหวา งหองเรียนและจดบนั ทึกใน
แบบบันทกึ การยมื -คืนส่อื ประจําหอ งเรียน และไดรับความรว มมอื จากผปู กครองในการสนับสนุนส่อื การสอน เชน มอบหนังสอื นิทาน, ประดษิ ฐสอ่ื ตาม หนวยการ
เรียนรูประจาํ สปั ดาห, โครงงานและตามเร่ือง Project Approach ของแตละหอ ง

คณะกรรมการงานดานเทคโนโลยเี พ่ือการศกึ ษา ฝา ยบรหิ ารงานท่ัวไป ไดว างแผน กาํ หนดแนวทางในการใชเ ทคโนโลยเี พ่ือการศกึ ษา รว ม
กบั ฝา ยวชิ าการ ในการจดั ตารางเรียนคอมพิวเตอร สําหรบั เด็ก ระดับกอ นประถมศึกษา โดยจัดใหเ ด็กทกุ คนไดเ รยี นรูผ านโปรแกรม E –
Learning จํานวน 20 คาบเรียนตอ 1 ภาคเรยี น เพื่อฝก ทักษะใหก บั เดก็ เชน การสรา งความสมั พนั ธภาพการเรียนรทู างพุทธิปญญา การ
คดิ เลข การฝกความคิดสรางสรรค นอกจากนเี้ ปน การฝกการใชกลามเนื้อมอื และตาใหส มั พันธกนั

จัดการอบรมสําหรับครูทุกคนภายในโรงเรยี นเก่ียวกบั การใชเทคโนโลยเี พอื่ การจดั การเรยี นการสอนในชัน้ เรยี น เพื่อใหค รูพัฒนาความรู
ความสามารถในดา นการเรยี นการสอนใหมีประสทิ ธภิ าพมากยิ่งข้นึ เชน จดั อบรมเร่ือง “ผลิตส่ือการสอนดว ยโปรแกรม Power point”
และสงเสริมใหครูประจําชน้ั จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนครอบคลุมทกุ หนว ยการเรียนรู โดยใชสื่อการสอนดวยโปรแกรม Power point
ใชน ทิ าน เพลง จากเว็บไซต YouTube เพ่อื ใหเดก็ เกิดความสนใจและมีความเขาใจในการเรยี นรมู ากยิ่งขน้ึ
โรงเรียนสงเสริม สนับสนุนใหครูผูสอนผลติ ขึน้ มาใชเ อง ตามโครงการครูนักคดิ นกั ประดษิ ฐ และทดลองใชส่ือกอนนํามาใชจริง เพ่ือพัฒนา
ส่อื ใหมีคณุ ภาพ พรอมเขียนคมู ือประกอบการใชสอื่ น้ัน ประโยชน รวมทง้ั จํานวนชิ้นสวนของสือ่ ในชดุ น้ัน และเกบ็ คูม อื ไวใ นซองพรอมสอ่ื ท่ี
ผลติ มกี ารตดิ ตามประเมนิ ความพึงพอใจของครตู อการนาํ สือ่ การสอนไปใชในการจัดประสบการณ และสรปุ รายงานผลการดําเนนิ งานตอผู
บริหาร พรอมท้งั ขอเสนอแนะในการดําเนนิ งานตอไป

2.5.4 โรงเรียนไดมีการวางแผนงาน ดําเนินการจัดแหลง เรียนรูแ ละสิ่งแวดลอมทีเ่ อื้อตอการจัดประสบการณ ไดร บั ความรว มมอื จากผปู กครอง หนวยงานภายนอกใน
การสนับสนุนส่ือตามแหลง เรียนรู มกี ารติดตาม และประเมนิ ผลการดาํ เนนิ งาน ตลอดจนมีการพัฒนาปรบั ปรงุ การดาํ เนนิ งานใหเ กิดประสิทธิภาพอยา งตอเนอื่ ง สงผล
ใหโ รงเรียนมแี หลง เรียนรทู ่ีหลากหลาย เอื้อตอ การจดั ประสบการณ การเรียนรูของเด็ก ตอบสนองความสนใจและความตอ งการของเด็กทงั้ ภายในและภายนอก
หอ งเรียน ดงั นี้
2.5.4.1 โรงเรียนจดั แหลง เรยี นรแู ละส่งิ แวดลอมในโรงเรยี น ตามกจิ กรรมพฒั นาแหลง เรยี นรูค โู รงเรียน ภายใตโครงการอนุบาลนา อยู โดยผรู บั ผิดชอบกจิ กรรม จัด
ประชุมครเู พื่อช้ีแจงวัตถุประสงคและแหลง เรียนรูตา งๆ ที่จัดขนึ้ ภายนอกหองเรยี น ดว ยส่ือของจริง และส่อื จําลอง 2 มติ ิ, 3 มิติ ดังน้ี
- สวนสัตว อยบู รเิ วณสวนหยอมหนาอาคาร SANCTA MARIA ประกอบดวยรปู ปนสัตวชนิดตา งๆ พรอ มชือ่ เรยี ก เชน ยีราฟ มาลาย เสือ กวาง เปด เมน ลิง นก ชาง
กระบือ วัว หมู หมี แกะ เปน ตน

Page 63 of 95

- สวนสมุนไพร-พชื ผกั สวนครัว อยูบรเิ วณรอบอาคาร SANCTA MARIA เปน แปลงสาธิตการปลูกขา ว สมุนไพร และพืชผักสวนครัว พรอ มติดปา ยชอื่ ลักษณะของแตละ
ตน เชน ผักบุง, กะเพรา, พริก, คะนา , มะเขือเทศ, อญั ชัน, ขม้ิน, ขา , ตะไคร, เตยหอม, มะนาว เปน ตน
- มมุ ปลาสวยงาม อยูบริเวณช้นั ลา งอาคาร SANCTA MARIA ทจ่ี ัดแสดงปลาชนดิ ตา งๆ เชน   ปลาทอง, ปลาเทวดา, ปลาฉลามหางไหม, ปลานีออน และ กงุ เครยฟ ช
เปนตน
- บนั ไดนับเลข 3 ภาษา อยบู รเิ วณบนั ไดดา นขา งของอาคาร SANCTA MARIA  ซงึ่ ประกอบดว ยปา ยแสดงตัวเลขและคาํ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษและภาษาจีน
- ลานความรู อยูบรเิ วณชั้น 1 อาคาร SANCTA MARIA ทแี่ สดงแบบจาํ ลอง 3 มติ ิ เก่ียวกับสายพนั ธุของไดโนเสาร, สถานท่ีสําคัญของโลก, แมลงและหอยชนดิ ตา งๆ

ครูผรู ับผิดชอบกจิ กรรมออกแบบบนั ทกึ การใชแหลง เรยี นรูภายใน-ภายนอกสถานศึกษาทีม่ ีรายละเอยี ดเกยี่ วกับการใชแหลง เรยี นรทู ี่
สอดคลองกบั หนวยการเรยี นรู มาตรฐานการเรียนรูต ามตัวชี้วดั และผลการจดั การเรยี นรู รวมทั้งปญ หา อุปสรรค ขอ เสนอแนะ ใหค รู
ประจําชนั้ บนั ทกึ การเขาใชตามแหลง เรยี นรูตางๆ และนําสงผรู บั ผดิ ชอบกิจกรรม เพื่อรวบรวมขอมลู และสรปุ ผลการเขาใชแหลง เรียนรู
ครปู ระจาํ ชั้น จัดบรรยากาศในหองเรยี นเนนความอบอนุ เหมือนอยูทบี่ า น จดั อุปกรณแ ละของใชสวนตัวใหเ ปน สัดสวน จัดมมุ ประสบการณ
ในหอ งเรยี น เชน มมุ บา น มมุ บลอ็ ก มมุ ดนตรี มมุ ศลิ ปะ มุมหนังสือ มมุ เกมการศึกษา มมุ วทิ ยาศาสตร โดยครูประจาํ ชัน้ จะมีการสงั เกต
พฤติกรรม ติดตามการเขาใช และบนั ทกึ ผลการเขาใชในแบบบันทึกการเลน ตามมุมของเด็กแตละหอ งเรียน และสรปุ ผลการใชแ ตล ะมมุ โดย
ภาพรวมทุกภาคเรยี น และมกี ารปรับปรุงสื่อตามมุมทเี่ ดก็ ใหความสนใจนอยที่สุด ครผู สู อนจัดประสบการณการเรียนรทู ่สี งเสรมิ ใหเ ดก็ ได
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมแบบรวมมอื ในการรว มกจิ กรรมท้งั รายบคุ คล กลมุ ยอย และกลุมใหญ เพอ่ื ใหเดก็ ไดฝ ก ทักษะ กระบวนการทาํ งานเปนกลุม
ฝก บทบาทหนาทแ่ี ละความรับผดิ ชอบในการทาํ งานเปน กลุม เสริมสรางปฏสิ มั พนั ธเชิงบวกระหวา งกนั รูจกั ชว ยเหลอื ซึ่งกนั และกนั รจู กั
แบงปน เออื้ เฟอ ตอ ผอู ่นื เชน กจิ กรรมสรางสรรค เด็กแบง ปน อุปกรณ วัสดใุ หกบั เพ่ือนท่ไี มไดนาํ มาทาํ กจิ กรรม จดั เกมการศกึ ษา เด็กมีการ
แบงเกมใหเ พื่อนในกลมุ เลน เม่ือเสร็จไดช วยกนั เก็บเขา ที่ เปน ตน
คณะผบู ริหาร คณะกรรมการงานดานเทคโนโลยเี พ่ือการศกึ ษา และผชู ว ยผอู ํานวยการฝาย ไดร วมกันติดตาม ประเมนิ ผลการดําเนนิ งาน
รวมไปถึงการรบั ทราบความสําเรจ็ ปญ หา เพอื่ การวางแผน พฒั นา ปรบั ปรุงวิธีการดําเนนิ งานใหเ กิดประสทิ ธภิ าพตอ ไป และรวบรวม
ขอมลู ท่ีไดร ับจากการตดิ ตาม ประเมนิ ผลการดําเนินงาน ไปนาํ เสนอผบู รหิ ารสงู สุดของโรงเรียน เพื่อใชเปนขอมลู ในการวางแผน พัฒนา
ปรบั ปรุงการดําเนินงานดานเทคโนโลยีเพอื่ การศกึ ษาและการสอื่ สารเพ่อื การเรยี นรขู องเดก็ เพอื่ การบริหารและการจัดการอยา งเปน ระบบ
ใหเกิดประสิทธภิ าพตอไป

โรงเรยี นสงเสรมิ สนบั สนุนการเผยแพรก ารพัฒนาสอ่ื และนวัตกรรมเพื่อการจดั ประสบการณท้ังในรูปแบบเอกสาร และวีดที ัศนเกี่ยวกบั สื่อ
และนวตั กรรมน้ันๆ เผยแพรทางเวบ็ ไซค และเพจ facebook ของโรงเรยี น และการเขารว มแสดงผลงานทางวชิ าการ ทงั้ ภายในและ
ภายนอกสถานศึกษา

 

มีระบบบริหารคุณภาพทเ่ี ปด โอกาสใหผ ูเ ก่ียวของทุกฝา ยมสี วนรว ม

 2.6.1 โรงเรยี นกําหนดมาตรฐานการศึกษาทีส่ อดคลองกบั มาตรฐานการศกึ ษาปฐมวยั และอัตลักษณของโรงเรยี น โดยการมีสวนรวมของคณะกรรมการบริหาร
โรงเรียน คณะครูระดับปฐมวัย ผปู กครอง และผูมสี ว นเก่ยี วขอ งทุกฝาย รวมกันวิเคราะหม าตรฐานการศึกษาปฐมวยั ตามประกาศของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร และสภาพ
บริบทของสถานศึกษาในการระดมความคดิ ในการกาํ หนดมาตรฐานการศกึ ษาระดับปฐมวยั และคาเปาหมายความสําเรจ็ ของของมาตรฐานการศกึ ษา ใหสอดคลอง
กบั บรบิ ทของสถานศึกษา และประกาศคา เปาหมายตอ สาธารณชน
2.6.2 เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาของระดับปฐมวัยใหม ีประสิทธิภาพ โรงเรียนจึงมกี ารวางแผนการดําเนินงานท่เี ปนระบบ ชัดเจน และปฏิบตั ิไดจรงิ ดังนั้น
โรงเรียนจึงจดั ทาํ แผนพฒั นาการจดั การศกึ ษา ระดบั กอ นประถมศกึ ษา มกี รอบระยะเวลา 3 ป ท่มี ุงคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียน โดยกาํ หนดวิธีการท่ี
เหมาะสมสอดคลอ งกับบรบิ ทของโรงเรียน โดยมวี ธิ จี ัดทําแผนพฒั นาการจดั การศึกษา ระดบั กอ นประถมศึกษา ดงั นี้
2.6.2.1 ผบู ริหารแตง ตง้ั คณะทํางาน ประกอบดวย คณะบุคคลจากหลายฝายท้งั ในและนอกสถานท่ี เชน หวั หนา ฝาย หัวหนาสายช้นั ผแู ทนครู คณะกรรมการบริหาร
โรงเรยี น ผูแทนผูปกครอง ผูแทนหนวยงานและชุมชน เพื่อใหคณะทํางานดําเนินการรวบรวม วเิ คราะห สงั เคราะหข อมลู สารสนเทศทีเ่ กีย่ วของ
2.6.2.1 รวบรวมขอมูลสารสนเทศเกย่ี วกบั สภาพภายใน และสภาพภายนอกของโรงเรยี น เปน การรวบรวมขอ มลู เกีย่ วกับสภาพภายใน ดา นจุดแข็ง จุดออน และ
สภาพภายนอก ดา นโอกาส และอปุ สรรคในการจดั การศกึ ษา จัดเกบ็ และรวบรวมจากแหลง ขอ มูลดานกฎหมาย นโยบายแผนการศึกษาของชาติ แผนพฒั นาคุณภาพ

Page 64 of 95

การศกึ ษาของคณะรกั กางเขน แหง จันทบุรี ยุทธศาสตร/ กลยุทธ ของสํานกั งานคณะกรรมการสงเสริมการศกึ ษาเอกชน และสํานักงานศึกษาธกิ ารจังหวัดจันทบุรี
มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา และมาตรฐานการประกนั คณุ ภาพภายนอก รวมทัง้ ความตอ งการของเด็ก ผูปกครอง และชุมชน
2.6.2.2 วิเคราะหขอมูลเกยี่ วกับสภาพภายใน และภายนอกสถานศกึ ษา เปนการวิเคราะหขอมูลโดยจัดทาํ SWOT
2.6.2.3 กําหนดวสิ ัยทัศน  โดยนําผลการวิเคราะหส ภาพภายในและภายนอกของโรงเรยี นมาประมวลเพอ่ื เปน ทศิ ทางการพฒั นาของโรงเรียนในอนาคต และกําหนด
พนั ธกิจ ที่สอดคลอ งกับวิสยั ทศั น และเปาหมายของสถานศึกษา
2.6.2.4 กาํ หนดยทุ ธศาสตร ตวั ชว้ี ดั ความสําเรจ็ และชอ่ื แผนงาน โครงการ กิจกรรม ตามพันธกิจและเปา หมายทไ่ี ดวางไวสอดคลองกับวสิ ยั ทัศน
2.6.2.5 จัดทํารายละเอียดของแผนพัฒนาการจัดการศึกษา ระดบั กอนประถมศกึ ษาทีม่ อี งคประกอบครบถวนตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวงฯ และนําเสนอใหคณะ
กรรมการบรหิ ารโรงเรยี นพจิ ารณาใหค วามเหน็ ชอบ นาํ ไปใชใ นการจดั การศกึ ษาของโรงเรยี นใหม ีคุณภาพตอ ไป
2.6.3 โรงเรียนใชแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาเปน เครอ่ื งมือในการบริหารจดั การ และดําเนินการอยา งเปน ระบบ ผบู รหิ ารนําแผนพัฒนาการจดั การศกึ ษา ระดับกอ น
ประถมศึกษา มาเปน กรอบในการนเิ ทศ ตดิ ตาม ตรวจสอบ การดําเนินงานตามแผนงาน/โครงการ/กจิ กรรมของแตล ะฝายอยางตอเนอื่ ง และนําผลจากการนเิ ทศ
ตดิ ตาม ประเมินผลจากทุกฝา ยมาพฒั นาแกไขการดาํ เนินงานตอไป โดยมวี ธิ ีการดําเนนิ งาน ดังน้ี
2.6.3.1 ผบู รหิ าร มีการนเิ ทศ กาํ กบั ตดิ ตามการดําเนินงาน ดว ยวิธกี ารตา งๆ เชน การประชุมครเู พอ่ื รับทราบรวมกันถงึ แนวทางในการดําเนนิ การของแตล ะโครงการ/
กจิ กรรม, มกี ารประเมินผลงาน/กิจกรรมทไ่ี ดร ับมอบหมาย
2.6.3.2 รองผูอาํ นวยการดานการบรหิ ารการศกึ ษาระดับกอ นประถมศกึ ษา มกี ารนเิ ทศ ติดตาม ประเมินผลการปฏิบัตงิ านตามแผนการดําเนินงานของแตล ะ
โครงการ/กิจกรรมทีจ่ ัดทาํ ขึ้นโดยมีการบนั ทกึ ผล การปฏบิ ัติงานแตล ะโครงการ/กจิ กรรมรายงานตอผบู รหิ ารระหวางปการศึกษา
2.6.3.3 หัวหนาฝา ยมกี ารนเิ ทศ ติดตามงาน ในรปู แบบของการประชุมทุกฝายอยางเปนทางการและไมเปนทางการ เพ่ือการปฏิบัตงิ านของทุกฝายเปน ไปตามแผนท่ี
ไดว างไวในปฏทิ นิ การปฏิบัติงานของทกุ ฝาย
2.6.3.4 ผูร วมงานแลกเปลีย่ นประสบการณซ งึ่ กันและกัน โดยการสนทนา การปรึกษาหารอื ในการทํางานประจําวนั หรือตามสถานการณต างๆ เม่อื สนิ้ สุดการดําเนิน
งานตามแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ผูมหี นาท่รี ับผิดชอบมีการประเมนิ โครงการ/กจิ กรรมทุกกิจกรรม รวบรวมผลการประเมินโครงการเปนรปู เลม และรายงานตอ ผู
บรหิ าร
2.6.3.5 จดั ใหม กี ารประเมินคณุ ภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากคณะกรรมการประเมินคุณภาพภายในอยางนอย 3 คน ซ่งึ มผี ูทรงคณุ วุฒิ
ภายนอกจากหนวยงานตนสงั กัดอยางนอย 1 คน เขา รว มในกระบวนการประเมนิ คุณภาพภายในของสถานศึกษาปล ะ 1 คร้งั โดยใชว ธิ ีการและเคร่ืองมอื ที่หลากหลาย
และเหมาะสม
    2.6.4 คณะกรรมการประเมนิ คณุ ภาพภายในจดั ทํารายงานประจําป ทสี่ รปุ ผลการประเมนิ คณุ ภาพภายในของสถานศกึ ษาทีส่ ะทอ นคณุ ภาพเด็กและผลสาํ เร็จของ
การบรหิ ารจดั การศึกษาตามรูปแบบทหี่ นว ยงานตน สงั กัดกาํ หนด นําเสนอรายงาน การประเมนิ ตนเองของสถานศึกษาประจําป ระดบั ปฐมวยั ตอ คณะกรรมการ
บรหิ ารโรงเรียนใหค วามเหน็ ชอบ และเผยแพรรายงานตอ สาธารณชน สํานักงานคณะกรรมการสง เสริมการศกึ ษาเอกชน และฝา ยการศกึ ษาของคณะรักกางเขน แหง
จันทบรุ ี
2.6.5 คณะกรรมการบรหิ ารโรงเรียนนาํ ผลการประเมินคณุ ภาพภายในของสถานศึกษา มาระดมความคิดในการแสวงหาแนวทางในการปรบั ปรงุ แกไขการปฏิบตั ิงาน
ท่ีไมเ ปน ไปตามมาตรฐานคณุ ภาพการศึกษาของสถานศกึ ษา เพอ่ื ใหส ถานศึกษาบรรลผุ ลสาํ เรจ็ ตามเปาหมายท่ีไดกําหนดไว
2.6.6 โรงเรยี นมุง มัน่ พฒั นาสถานศึกษาแหง นใ้ี หประสบกับความเจริญและเปน เลิศทางการศึกษาดว ยการบริหารจดั การศกึ ษาดว ยระบบการดาํ เนนิ งาน/กิจกรรม/
โครงการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาทม่ี ปี ระสิทธภิ าพ สงผลใหเด็กไดรับประโยชนอยางเต็มที่ โดยยึดหลกั การมีสว นรวม ขับเคลอื่ นระบบการประกันคณุ ภาพภายในสู
การปฏิบัติอยางเขม แขง็ มีการนเิ ทศ กํากับตดิ ตามอยา งเปนระบบ ตอเนื่อง เพอื่ ใหเกดิ การปรับปรุงและพฒั นาท่ีย่งั ยืน สง ผลให คณะกรรมการสถานศกึ ษา บิดา
มารดา ผปู กครอง ชมุ ชน ผูที่เกีย่ วของ และหนว ยงานตน สงั กดั มคี วามมั่นใจตอ ระบบการบรหิ ารและการจัดการของสถานศึกษาในระดบั สงู มาก

Page 65 of 95

มาตรฐานท่ี 3 การจดั ประสบการณทเ่ี นน เด็กเปนสาํ คัญ
จํานวนครทู งั้ หมด : 39

การปฏบิ ตั ิงาน เปา จาํ นวนครทู ่ี ผลการ ผลการ
หมาย/ ผานเกณฑ ประเมิน ประเมนิ
ประเดน็ พจิ ารณา ปฏิบัติ ไม รอ ยละ ทโ่ี รงเรียน (รอย คุณภาพ
ปฏิบตั ิ กําหนด
ละ) ทีไ่ ด
(คน)

1. จัดประสบการณท ส่ี ง เสรมิ ใหเด็กมพี ัฒนาการทกุ ดา น อยา งสมดลุ เต็มศกั ยภาพ 90.00 37 94.87 ยอด
เย่ยี ม

1.1 มกี ารวิเคราะหข อมลู เดก็ เปน รายบคุ คล √- 37

1.2 จดั ทาํ แผนและใชแ ผนการจดั ประสบการณจากการวเิ คราะหมาตรฐาน √- 37
คณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงคใ นหลักสตู รสถานศกึ ษา

1.3 จดั กจิ กรรมท่สี ง เสริมพฒั นาการเด็กครบทุกดา น ท้งั ดา นรางกาย ดา น √ - 37
อารมณจติ ใจ ดา นสังคม และดานสตปิ ญญา โดย ไมม งุ เนน การพฒั นาดา นใด
ดา นหน่ึงเพียงดา นเดียว

2. สรางโอกาสใหเ ดก็ ไดรบั ประสบการณต รง เลนและปฏิบตั ิอยางมีความสุข 90.00 39 100.00 ยอด
เย่ียม

2.1 จัดประสบการณท เ่ี ช่ือมโยงกับประสบการณเ ดิม √- 39

2.2 ใหเดก็ มีโอกาสเลือกทาํ กิจกรรมอยา งอสิ ระ ตามความตองการความสนใจ √ - 39
ความสามารถ ตอบสนองตอ วธิ ีการเรียนรขู องเดก็ เปนรายบุคคล หลากหลาย
รูปแบบจากแหลง เรยี นรูที่หลากหลาย

2.3 เดก็ ไดเลือกเลน เรยี นรลู งมอื กระทาํ และสรา งองคค วามรดู ว ยตนเอง √- 39

3. จดั บรรยากาศทีเ่ อ้อื ตอการเรยี นรู ใชส ่อื และเทคโนโลยี ทีเ่ หมาะสมกับวยั 90.00 38 97.44 ยอด
เยี่ยม

3.1 จดั บรรยากาศและสภาพแวดลอ มในหอ งเรยี นไดส ะอาด ปลอดภัย และ √ - 39
อากาศถายเทสะดวก

3.2 จัดใหมพี น้ื ทีแ่ สดงผลงานเดก็ พ้นื ที่สําหรบั มุมประสบการณแ ละการจัด √ - 39
กจิ กรรม

3.3 จดั ใหเดก็ มสี วนรว มในการจัดภาพแวดลอมในหองเรยี น เชน ปายนิเทศ √ - 36
การดแู ลตน ไม เปน ตน

3.4 ใชส ่ือและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชว งอายุ ระยะความสนใจ และวถิ กี าร √ - 39
เรยี นรขู องเด็ก เชน กลองดิจิตอล คอมพิวเตอร สําหรบั การเรียนรูกลมุ ยอย
สื่อของเลนทีก่ ระตุนใหคดิ และหาคําตอบ เปน ตน

4. ประเมินพฒั นาการเดก็ ตามสภาพจรงิ และนาํ ผลการประเมนิ พฒั นาการเด็กไปปรบั ปรงุ การจดั 90.00 38 97.44 ยอด
ประสบการณแ ละพัฒนาเด็ก เย่ียม

Page 66 of 95

การปฏิบตั ิงาน เปา จาํ นวนครูท่ี ผลการ ผลการ
หมาย/ ผานเกณฑ ประเมนิ ประเมิน
ประเด็นพิจารณา ปฏบิ ัติ ไม รอยละ ทโี่ รงเรียน (รอ ย คุณภาพ
ปฏบิ ัติ กําหนด
ละ) ทไ่ี ด
(คน)

4.1 ประเมนิ พฒั นาการเดก็ จากกิจกรรมและกจิ วตั รประจําวนั ดวยเคร่ืองมือ √ - 38
และวิธีการทหี่ ลากหลาย

4.2 วเิ คราะหผลการประเมนิ พฒั นาการเดก็ โดยผปู กครองและผูเกย่ี วขอ งมี √ - 38
สวนรว ม

4.3 นําผลการประเมนิ ทไ่ี ดไ ปพฒั นาคณุ ภาพเดก็ อยา งเปน ระบบและตอ เนอ่ื ง √ - 38

4.4 นําผลการประเมินแลกเปลย่ี นเรียนรโู ดยใชก ระบวนการชมุ ชนแหงการ √- 38
เรียนรทู างวชิ าชพี

สรุปผลการประเมิน 97.44 ยอด
เยี่ยม

 

จดุ เนน และกระบวนการพัฒนาทส่ี ง ผลตอ ระดับคณุ ภาพของมาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณทเ่ี นนเดก็ เปนสาํ คัญ

3.1 สงเสริมการจดั ประสบการณเพื่อเด็กไดม ีพัฒนาการทุกดา นอยางสมดลุ เตม็ ศักยภาพ
     3.1.1 คณะครูระดบั กอนประถมศึกษา รวมกันประชมุ วางแผน กาํ หนดวิธี และดําเนนิ การวิเคราะหข อมูลเดก็ เปนรายบุคคลทกุ คน ดว ยวิธีการที่หลากหลายและ

เหมาะสมดงั นี้

3.1.1.1 เกบ็ รวบรวมขอมลู ทไ่ี ดจาก บันทึกประวตั ิขอ มูลเด็ก, บัตรบนั ทกึ สขุ ภาพประจาํ ตัวเดก็ , บนั ทกึ การเยี่ยมบานนกั เรียน, การสอบถามพดู คุยกับผปู กครองเด็ก
เปนประจาํ , สมุดบันทกึ รายงานผลการเรยี นรูแ ละพัฒนาการของเด็ก, แบบประเมินพัฒนาการและการวิเคราะหกิจกรรม มาศึกษาวเิ คราะหเดก็ เปนรายบคุ คล เกี่ยว
กับความรพู ้ืนฐานและประสบการณเ ดมิ ทีม่ ีอยกู อนท่จี ะใหผเู รยี นไดรับการเรยี นรตู ลอดทง้ั ศึกษาวเิ คราะห เกย่ี วกับความพรอมในดา นตางๆ  เชน ดานความรู ความ
สามารถ และประสบการณ ความพรอมดา นสติปญ ญา ดานพฤติกรรม ดา นรางกาย ดา นสงั คม

3.1.1.2 นําขอมลู มาศกึ ษาวเิ คราะห ผลพัฒนาการเด็กพรอมจัดกลมุ ผูเ รยี นออกเปน ดี พอใช และควรไดร ับการสง เสรมิ

          3.1.2 โดยผูบ รหิ าร คณะกรรมการฝา ยวิชาการรวมกนั ประชมุ วางแผน กําหนดระยะเวลาและแนวทางในการศึกษา วิเคราะหห ลกั สตู รปฐมวัยของสถานศกึ ษา
โดยมีการดําเนินการ ดงั นี้

3.1.2.1 คณะครูระดับกอนประถมศกึ ษา ไดรว มกนั ศกึ ษา ทาํ ความเขาใจ หลกั สตู รสถานศึกษาอยางละเอยี ด เพื่อพัฒนาเดก็ ใหบ รรลตุ ามจุดมงุ หมายของสถานศึกษา
และมีการศึกษาเอกสารทเี่ กยี่ วขอ งเพม่ิ เตมิ เชน คมู อื หลักสูตรการศึกษาปฐมวยั , ขอ มลู พฒั นาการเด็ก เปนตน

3.1.2.2 คณะกรรมการฝายวิชาการ รวมกันออกแบบตารางวิเคราะหความสมั พันธเชือ่ มโยง ของพัฒนาการ มาตรฐานคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค ตัวบง ช้ี สภาพทพ่ี ึง
ประสงค และสาระการเรยี นรูทปี่ ระกอบดวย ประสบการณสาํ คญั และสาระท่คี วรเรียนรู

3.1.2.3 คณะกรรมการฝา ยวิชาการ ประชมุ ครูระดับกอ นประถมศึกษา เพอื่ ชีแ้ จงแนวทางการจดั ทํา การวเิ คราะหหลกั สตู ร ตามตารางวิเคราะหค วามสัมพนั ธเ ชื่อม
โยง โดยครูแตละระดบั ชัน้ รว มกนั จดั ทํา

3.1.2.4 คณะกรรมการฝา ยวชิ าการ รวบรวมขอมูลท่ีไดจ ากครูแตล ะระดับช้ัน มาพจิ ารณาความถูกตอง เหมาะสม และรวบรวมจดั ทําเปนรปู เลม ทีส่ มบรู ณ

คณะกรรมการฝา ยวิชาการดําเนินการนําผลสรุปการวิเคราะหหลกั สูตรสถานศกึ ษา และสรุปขอมลู พฒั นาการเด็ก รว มกันพจิ ารณา เพื่อ
ใหการออกแบบการจดั ประสบการณการเรยี นรูมีความสอดคลอ งกับหลกั สูตรสถานศกึ ษา และพฒั นาการของเด็ก ครผู ูส อนออกแบบจัด
ประสบการณต ามรปู แบบการจดั ประสบการณทก่ี ําหนดไวในหลักสตู รสถานศกึ ษา และกาํ หนดรายละเอยี ดของหนว ยการจดั ประสบการณ
โดยนาํ มาจากการวิเคราะหสาระการเรียนรรู ายปในหลกั สตู รสถานศกึ ษา ดงั นี้

Page 67 of 95

      - ครผู สู อนกาํ หนดหวั เรือ่ งการจัดประสบการณ โดยพจิ ารณาจากสาระท่คี วรเรยี นรู ซ่ึงระบไุ วใ น    การวเิ คราะหสาระการเรยี นรรู ายปในหลักสตู รสถานศกึ ษา
กาํ หนดช่ือหนว ยการเรียนรูท่ีมีความเหมาะสมกับวยั และพฒั นาการของเดก็ ตรงตามความตองการความสนใจของเด็ก สอดคลองกบั สภาพบรบิ ทในการดําเนินชีวติ
ประจําวนั สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ควบคูกนั ไปกับการนําหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่สงเสรมิ ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล การมภี ูมิคมุ กันในตวั ที่
ดี บนพืน้ ฐานของการมคี วามรูและมคี ณุ ธรรมดว ยกระบวนการไตรต รอง   (See - Judge - Act) ท่ีเปนแนวทางสอดคลอ งกับบริบทของสถานศกึ ษาอยางเหมาะสม
และชดั เจน

- ครกู าํ หนดรายละเอยี ดของหนว ยการจัดประสบการณ ซ่งึ ประกอบดวย มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค 12 มาตรฐาน, ตัวบงช้ี 29 ตัวบง ชี้, สภาพทีพ่ ึงประสงค
ของเดก็ ตามชว งอายุ, กําหนดจุดประสงคก ารเรียนรู ซึง่ เปนพฤตกิ รรมที่ตอ งการใหเกิดกบั เด็กโดยพจิ ารณาจากสภาพทีพ่ ึงประสงคแ ละสมั พนั ธก บั มาตรฐานและตัวบง
ชี้ และสาระการเรยี นรู ท้ังประสบการณส าํ คญั ทใี่ ชเปนแนวทางในการจัดกิจกรรมประสบการณใหเดก็ ไดเ รียนรู ลงมอื ปฏบิ ตั ิ

- สงเสริมพัฒนาการที่ครอบคลุมทกุ ดา น และสาระท่คี วรเรียนรู 4 สาระคอื เร่ืองราวเกี่ยวกับตวั เด็ก, เรอ่ื งราวเกยี่ วกับบุคคลและสถานทแี่ วดลอ มเดก็ , ธรรมชาติรอบ
ตวั และสิง่ ตางๆ รอบตวั เด็ก  โดยนํามาจาก        การวเิ คราะหส าระการเรียนรูในหลกั สูตรสถานศึกษา พรอมทงั้ กาํ หนดเวลาเรียนของแตละหนวยการจัด
ประสบการณ

          3.1.3 ครผู สู อนทกุ คนจดั ทาํ แผนการจัดประสบการณแตละหนว ยการเรยี นรรู ายสัปดาห ซง่ึ จะม ี            การกาํ หนดกจิ กรรมท่สี ง เสริมพฒั นาการทง้ั 4 ดา น
อยางชัดเจน เชน หนวยการเรียนรเู รอื่ ง ชวี ิตสัตวนารู ระดับ     ชน้ั อนุบาลปที่ 2 ครกู าํ หนดการจัดกิจกรรมเพื่อสงเสรมิ พัฒนาการทั้ง 4 ดาน ดงั นี้

พัฒนาการดานรางกาย พัฒนาการดานอารมณ จิตใจ พฒั นาการดานสังคม พัฒนาการดา นสติปญญา

พฒั นากลา มเนอื้ ใหญ -      รา เรงิ สดชนื่ แจม ใส   และ - เขา แถวไดอ ยางมีระเบียบ เกบ็ ของ -   สนทนาและตอบคาํ ถามในกจิ กรรม
อารมณด ี เขาท่ีเมื่อเลนเสรจ็ เก็บรกั ษาของใช เสรมิ ประสบการณทง้ั 5 วัน
-   แสดงทาทางประกอบคํา
คลอ งจองตามจินตนาการ “สตั วบ ก -      แสดงทาทางพอใจในผลงาน สวนตวั ได -   จับคูสตั วก บั รอยเทา
ความสามารถและยอมรับในสิง่ ท่ีผอู ืน่
สตั วนา้ํ ” - ทาํ งานท่ีไดร บั มอบหมายโดยมกี าร -   นบั จํานวนสัตวครง่ึ บกคร่งึ น้าํ
มีอยู ตักเตือนบางครง้ั
-   เดินทรงตวั ตามเสนทกี่ ําหนด -   เรยี งลําดับภาพเหตุการณ
- รอคอยตามลําดับกอ นหลงั ได อนั ตราย     จากสตั ว
-   ว่ิงจบั กลมุ ตามชือ่ สัตวเลอ้ื ย
คลาน - เปน ผนู ําและผูตามได -   สงั เกตและบอกลกั ษณะของสัตวบ ก
สัตวน ํ้า   สัตวค ร่งึ บกครงึ่ นํ้าและสตั ว
ทักษะการใชกลา มเน้ือเล็ก
เล้อื ยคลาน
-   ประดิษฐตุกตาสตั ว
-   อานคําศพั ทในนทิ านเรื่อง “เพอื่ น
-   ระบายสแี ละปะตดิ วงจรชีวติ ใหมใ นบานครสู ิงโต”
สัตว

-   ปน ดินนาํ้ มันเปนสัตว ที่มพี ิษ

 

3.2 สรางโอกาสใหเดก็ ไดร ับประสบการณต รง เลน และปฏบิ ัตอิ ยา งมีความสุข

     3.2.1 เพื่อชวยใหเ ด็กมีความพรอ มในการเชื่อมโยงความรใู หมกบั ความรเู ดมิ ของตน ครูจงึ ใชว ธิ กี ารตาง ๆ เชน ครใู ชค าํ ถามเพ่ือสอบถามเกีย่ วกบั ความรเู ดมิ , การ
สนทนาซกั ถามใหเ ดก็ เลาเรื่องราว เปน ตน เพอื่ ทําใหครูทราบวา ควรจะจดั ประสบการณการเรียนรขู องเด็กตอ ไปอยางไร โดยครจู ะบันทกึ ขอ มูลในแผนจัดประสบการณ
ในส่งิ ท่ีเดก็ รแู ลว สิง่ ทเี่ ดก็ อยากรู เปน แนวทางวางแผนการจดั ประสบการณไ ปสูเรอ่ื งท่เี ด็กควรรู เชน ครูระดบั ช้ันอนุบาลปท ่ี 3/6 จัดประสบการณการเรยี นรตู าม
หนวยการเรียนรเู รอื่ ง อนามัยดีมีสุข

 

 

ส่ิงทเ่ี ดก็ รูแลว ส่งิ ทเ่ี ดก็ อยากรู ส่งิ ทเี่ ดก็ ควรรู

- การลางมอื เปน วิธหี น่ึงของ   การดูแลรักษา - การดแู ลตนเองเมือ่ เจ็บปวย 1.การสํารวจสุขภาพและการดูแลตนเองเมื่อเจ็บ
รางกาย - การดูแลรักษาความสะอาดรางกาย ปว ย

- การนอนหลับคือการพกั ผอน 2.การทาํ ความสะอาดรางกาย
3.การออกกาํ ลงั กายใหรางกายแขง็ แรง

4.การพักผอนหยอนใจ
5.การขับถาย

Page 68 of 95

 

3.2.2 ครนู าํ ผลการวเิ คราะหขอมูลเดก็ เพื่อนาํ มาจัดประสบการณทีต่ อบสนองความตอ งการ ความสนใจ และความแตกตา งระหวางบคุ คล ดงั น้ี

3.2.2.1  จากผลการประเมินพัฒนาการของเด็ก ดวยวธิ กี ารและเครือ่ งมอื ท่ีหลากหลาย ครปู ระจาํ ช้ันนาํ ผลสรปุ การประเมนิ ของเด็กมาจดั กลมุ เดก็ ท่ีมีผลการเรียนรูด ี,
พอใช และควรสง เสริม โดยครมู ีแนวทางในการสง เสริมการเรยี นรูข องเด็กแตละกลุมดงั น้ี

- เด็กที่มีผลพัฒนาการดี ครสู งเสริมการเรยี นรขู องเดก็ ดว ยการใหเด็กจนิ ตนาการวา อะไรเกดิ ขน้ึ กอนหนาและจะเกดิ อะไรขนึ้ ตอ จากนี้ ครูคอยตง้ั คาํ ถามปลายเปด ดว ย
คาํ วา “ถา” ใหเด็กไดค าดเดาอยเู สมอ และรูสกึ ทา ทายกับการเรยี นรมู ากยิ่งขึ้น สงเสริมใหเ ดก็ เปนผมู ีนํ้าใจ คอยชวยเหลือเพื่อนทย่ี ังออ นกวา ฝก การเปนผนู ําท่ีดี

- เด็กที่มีผลพัฒนาการพอใช ครจู ดั ใหเ ดก็ เปน บดั ด้ี ใชร ะบบเพอ่ื นชวยเพ่อื น เพอ่ื เสริมสรา งประสบการณก ารเรยี นรูรวมกนั

- เดก็ ท่ีมผี ลพัฒนาการทค่ี วรสงเสริม ครูผูสอนจะสอนโดยการลดเนอ้ื หาบางสว นลง ดแู ลการทาํ งานของเดก็ จนเด็กสามารถทาํ ไดเอง

3.2.2.2 การปรบั เปลีย่ นใชสอ่ื การสอนที่ตอบสนองความสนใจของเด็กมากขน้ึ เชน ใชสอ่ื เทคโนโลยสี ารสนเทศ ไดแ ก เพลง และคลิปวดี โี อจาก Youtube, การนาํ
เสนอบทเรยี นดวย Power Point ใชส อื่ ของจรงิ         สือ่ จําลอง หนังสือ สอื่ เกมการศกึ ษา สอื่ การทดลองวทิ ยาศาสตร ที่สอดคลองกบั หนวยการเรียนรมู าจดั
บรรยากาศและกจิ กรรมในชั้นเรียน

3.2.2.3 การสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม พฤติกรรมทีพ่ ึงประสงค ในเรื่องทเี่ ดก็ จะตองไดรับการสงเสริม

3.2.2.4 การเพมิ่ กิจกรรมบรู ณาการตามศาสตรตางๆ ไดแก วิทยาศาสตร คณติ ศาสตร สังคมศาสตร ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย  เชน หนว ยเรยี นรูเ รื่อง อวัยวะรับสัมผสั
มีการบูรณาการวทิ ยาศาสตร ดว ยกจิ กรรมลองชมิ รสชาต,ิ ปดตาบอกความรูสึก บรู ณาการคณิตศาสตรดว ยกจิ กรรมการนับนิ้วมือ นบั จงั หวะยาํ่ เทา 1-10, ตอภาพ
เรขาคณิตสรางภาพอวยั วะรบั สัมผัส บรู ณาการสงั คมศาสตร ดวยการปฏิบตั ิตามกติกาขอตกลงในหองเรียน     บูรณาการภาษาอังกฤษ ดวยกจิ กรรมการพดู และการ
อานออกเสียงคําศพั ทท ี่เก่ยี วของกับอวัยวะรับสมั ผัส,     บูรณาการภาษาไทย ดวยกจิ กรรมฟง อานนทิ านเรอื่ ง เปดนอยเลอื กท่ีนอน การพดู สนทนาและตอบคําถาม
เกยี่ วกับนทิ าน การเขยี นลากเสน โคงในภาพผลไมทเ่ี คยไดทานและบอกรสชาตขิ องผลไม

3.2.2.5 กิจกรรมวิชาการ โดยจดั ฐานความรใู นเรอื่ งตางๆ ท่จี ะเนนใหความรูและฝก ทกั ษะของเด็กใน แตล ะปการศึกษา ซ่งึ เด็กๆ จะเปนผูนาํ เสนอขอมูลความรูใน
แตล ะฐาน เปนการสง เสรมิ ใหเด็กกลา พูด  กลาแสดงออก รูจักเปนผูนาํ และผูตาม กลา ซกั ถามสง่ิ ท่ตี นเองสนใจไดอยางเหมาะสมตามวยั มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับส่ิง
ตา งๆ ที่เกิดจากการประสบการณการเรียนรู

3.2.2.6 กจิ กรรมการแสดงบนเวที เปนการจดั กจิ กรรมแสดงความสามารถของเดก็ ใหเ ด็กกลาแสดงออกอยางสรา งสรรคตอหนาสาธารณชน เชน การรอ งเพลง การ
เลน เครือ่ งดนตรี เชน ขมิ องั กะลุง เปยโน กตี าร และแสดงทาทางประกอบเพลง, การแสดงละครภาษาองั กฤษ-จีน เปน ตน

3.2.2.7 กิจกรรม smart children ครูไดนาํ ผลการประเมนิ พฒั นาการมาเปนขอ มลู ในการวิเคราะหความสามารถของเดก็ ท่ีมีเฉพาะแตล ะคน สง เสริมเดก็ ใหไ ดพัฒนา
ความสามารถของตนเองไดอยา งเตม็ ศกั ยภาพและเหมาะสมกับวยั เด็กสามารถนาํ ความรคู วามสามารถไปพัฒนางานและสรา งผลงานไดอยางสรางสรรค สงผลใหเ ดก็
ไดรบั รางวัลทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น

3.2.2.8 ครมู ีการวางแผน ออกแบบกิจกรรมลวงหนาในการกําหนดการเขาใชแ หลง เรียนรทู ั้งภายใน โดยระบอุ ยา งชัดเจนในแผนการจดั ประสบการณ และมกี ารดําเนนิ
การดงั น้ี

        - กอ นนําเด็กเขาใชแ หลง เรียนรูตา งๆ ครูลงไปสํารวจสถานท่ีจรงิ กอ นทกุ ครั้ง เพ่อื ตรวจสอบสภาพความพรอ มและความปลอดภยั ใหเหมาะสมกบั การเรยี นรูแ ละ
จัดกิจกรรม

- ครูบนั ทกึ การเขาใชแ หลงเรยี นรูในแบบบันทกึ การเขา ใชแ หลงเรียนรูภายในทรี่ ะบคุ วามสอดคลอ งกบั หนว ยการเรียนรู  มาตรฐานการเรยี นรู ระบุสถานที่ ผลการ
จัดการเรยี นรู และปญหาอุปสรรคขอเสนอแนะเพ่ือใชเปน ขอมูลในการจดั กจิ กรรมตอ ไป

- ครผู รู บั ผิดชอบกิจกรรมนําขอมูลที่ไดมารวบรวมและสรุปเปน ภาพรวมของการเขาใชท กุ ภาคเรยี น

      

          3.2.3  ครูเปดโอกาสใหเ ด็กไดเ ลือกเลน เรียนรลู งมือกระทํา และสรางองคค วามรดู ว ยตนเอง โดยมวี ธิ ีดาํ เนินการดังนี้

3.2.3.1 ครูผูสอนจดั ทําแผนการจดั ประสบการณท่ีมีการกาํ หนดกิจกรรมทเี่ นนการเรียนรูจากประสบการณจรงิ ท่ีไดล งมอื กระทําของเด็ก (Learning by doing) ผาน
การเลนอยางหลากหลาย โดยใหเด็กไดเ รียนรผู า นประสาทสมั ผสั ทัง้ 5 การสาํ รวจ สงั เกต สบื คน ทดลอง และคดิ แกป ญหาดวยตนเอง รจู กั คดิ โตตอบ และแสวงหา
ความรู เชน เด็กชั้นอนบุ าลปที่ 1 เรียนเรอ่ื ง รางกายของฉนั เดก็ ไดเ ลนเกมจบั อวัยวะ โดยครูบอกชือ่ อวัยวะสว นตา งๆ ของรางกาย และใหเดก็ ช้ีอวยั วะสวนนน้ั , เดก็
ชน้ั อนุบาลปท ี่ 2 เรยี นเรื่องสุขภาพดีมสี ขุ เดก็ ผลัดกันเปน ผูนาํ ในการออกกําลงั กาย, เดก็ ชัน้ อนุบาลปท่ี 3 เรยี นเร่อื ง พชื นา รู เดก็ ไดทดลองพืชเปล่ยี นสี ดวยการสังเกต
การดูดอาหารของตน กระสงั และบันทกึ ผลทีไ่ ดจ ากการสังเกต เปน ตน   การใชผังกราฟฟค (Graphic Organizers) เชน ผงั แบบฟอง ผงั แบบเวนน ผงั ไลเ รยี ง ผงั แบบ
วงกลม และผงั แบบที ทเ่ี ปน เครื่องมือในการสอนคดิ (Thinking tools) จัดกจิ กรรมการเรยี นรทู เ่ี นนการกระตุนการคิดของเด็กดวยคําถามปลายเปด โดยเนน 5W 1H
(What, When, Where, Who, Why and How) มกี ารใชกระบวนการเรียนรูแ บบกลมุ เพ่ือเสริมทกั ษะการทาํ งานรวมกบั ผูอ ่นื

3.2.3.2 ครเู ปด โอกาสใหเ ด็กไดเ ลือกเรยี นในเรอื่ งทตี่ นเองสนใจ ดว ยการจดั กิจกรรมการเรยี นรใู นรปู แบบโครงการ (Project Approach) ใหเ ดก็ ไดร ะดมความคิด
แสดงความคิดเห็น รจู ักแสวงหาความรรู วมกบั ผอู นื่ ดว ยกระบวนการกลมุ ไดมีสวนรวมในกิจกรรม เด็กไดรบั ประสบการณต รง สนกุ และมีความสุขกบั การเรียนรู โดยมี
วธิ ีการจดั การเรยี นการสอนเปน 3 ระยะ คือ

Page 69 of 95

ระยะที่ 1 ระยะเริ่มตน โครงการ เด็กจะรว มกันเลือกเร่ืองทีส่ นใจอยากจะเรียน โดยครูคอยใหค าํ แนะนํา มกี ารอภปิ รายความรเู ดิม เสนอขอ สงสัย และตง้ั คาํ ถามรวมกนั
เกี่ยวกบั เรอื่ งราวทเี่ ดก็ อยากเรยี นรู เชน มีการลงคะแนนเสยี งเลอื กหัวขอ เรอ่ื งทเ่ี ด็กอยากรู นาํ เสนอในสงิ่ ทีต่ นเองสงสัย อยากรเู กย่ี วกับเรื่องท่ไี ดเลอื กรว มกันเพอื่ ครจู ะ
ไดน ําไปเปน ขอมลู ในการออกแบบกจิ กรรม เปน ตน

ระยะที่ 2 ระยะพัฒนาโครงการ เดก็ รว มกนั วางแผนเกยี่ วกบั สถานทีต่ างๆ ทเ่ี ด็กสามารถสํารวจ สบื คนได มีการรวมกนั ใชหนังสือและคอมพิวเตอรใ นการสบื คน ขอมลู
โดยมคี รแู ละผปู กครองเปนผชู ว ยเหลือ รว มกันนําเสนอ ส่งิ ทเี่ ด็กๆ คน พบในการทํากจิ กรรมตางๆ มีการตั้งคาํ ถามและใหความคิดเหน็ เก่ียวกับส่งิ ท่ีเดก็     แตละคน ได
คน พบคาํ ตอบ หรือเรียนรรู วมกนั   

ระยะท่ี 3 ระยะสรุปโครงการ เด็กรว มกันแลกเปล่ียนสงิ่ ท่ีตนเรยี นรูกับเพอื่ น ชวยกนั วางแผนการจัดนทิ รรศการ เพอื่ แบงปน ความรใู หแ กผ ูอ ่นื และมสี วนรว มในการจัด
นทิ รรศการการนาํ เสนอความรูแ ละเรื่องราวเกย่ี วกับ Project Approach ของเด็กๆ

 
3.3 จัดบรรยากาศท่ีเอือ้ ตอ การเรียนรู ใชสอื่ และเทคโนโลยที ่ีเหมาะสมกบั วัย

3.3.1 ภายในหองเรยี นอาคาร SANCTA MARIA มีพื้นท่ี 64 ตร.ม. อากาศถายเทไดส ะดวก ปลอดภยั ในการทาํ กิจกรรม ครแู ละเด็กรวมกันดแู ลรักษาความสะอาดของ
หองเรียน และไดจ ัดใหมีส่ือเทคโนโลยี เชน โทรทศั นข นาด 43 นิ้ว สาย HDMI เชอ่ื มตอระหวางคอมพิวเตอรและโทรทัศน, และจดั ใหม สี ญั ญาณ wifi เพือ่ เช่ือมตอ
อินเตอรเนต็ ไดอ ยางทว่ั ถึง จดั ส่อื อุปกรณ ไวต ามมมุ อยา งเหมาะสม พรอ มอาํ นวยความสะดวกตอ การเรียน เลน โดยจัดเปน แบบศูนยก ารเรียน จดั ใหม มี ุม
ประสบการณต างๆ เปน มุมทีน่ ักเรยี นไดเลือกเลนตามความสนใจ            ท้งั รายบุคคลและรายกลมุ ในแตละมมุ ไดจ ัดสื่อ อปุ กรณ และเคร่อื งเลนใหเหมาะสมกบั วัย
และกจิ กรรมเพียงพอกบั จาํ นวนเด็กทเ่ี ขา เลน ในแตละมุมดงั น้ี

3.3.1.1 มมุ บทบาทสมมุติ คุณครูจะจัดเตรยี มเส้อื ผา ของบุคคลอาชพี ตางๆ พรอ มทงั้ อุปกรณ การเลน ท่ีสอดคลอ งกับอาชพี ใหเ ดก็ เลนบทบาทสมมตุ ติ ามความคิดและ
จนิ ตนาการ รวมทง้ั จดั เตรยี มอปุ กรณของใชภ ายในบา นท่มี ขี นาดเลก็ เปนของใชจ าํ ลอง เชน ตกุ ตา หนุ มือ หนุ นว้ิ มือ ของเลนเครือ่ งใชในครวั เรือน ของเลน เครอื่ งมือ
แพทย ของเลน เคร่ืองมือชา ง เปนตน เพอื่ ใหเด็กเลนบทบาทสมมตุ ิตามความสนใจของเดก็ แตละคน ในมุมนจี้ ะมีการเปลี่ยนแปลงใหสอดคลอ งกบั ฤดกู าลหรอื เรื่องท่ี
เดก็ กาํ ลงั เรยี นรอู ยใู นขณะนัน้

3.3.1.2 มมุ บลอ็ ก คณุ ครูจัดเตรียมไมบ ล็อกไมทม่ี รี ูปทรง ขนาด และสที แี่ ตกตางกนั และตัวตอเลโก เสรมิ ประสบการณใหเดก็ เลน และสรา งผลงานตามจนิ ตนาการ
และความคดิ สรา งสรรคใ นทุกหอ งเรียนอยางเพียงพอ

3.3.1.3 มมุ วิทยาศาสตร คณุ ครจู ัดอุปกรณและส่ือตา งๆ เพื่อใหเ ด็กไดใชท ักษะในการสงั เกต รวมทั้งจัดหาวสั ดุธรรมชาติมาจัดวาง เชน เปลือกหอย เมล็ดพืช ตน ไม ตู
ปลา อปุ กรณอ่นื ๆ แวนขยาย  เครอื่ งช่ังน้าํ หนัก เปนตน และมีการเปลีย่ นวัสดธุ รรมชาตใิ หส อดคลองกับเน้ือหาที่เรยี นในแตละสปั ดาห

3.3.1.4 มุมหนงั สอื คุณครูจดั หาหนงั สือนทิ านใหม จี าํ นวนเพียงพอกับความตองการของเด็ก และเปล่ยี นหนงั สอื ใหสอดคลองกับเรือ่ งที่เด็กเรียนรูทุกสปั ดาหโดยผู
ปกครองนํามามอบใหแกหอ งเรยี นดว ย

3.3.1.5 มมุ ศลิ ปะ คุณครูจดั หาอุปกรณส าํ หรับสรางสรรคผลงาน เชน สีเทยี น สไี ม สีน้ํา ดินนํ้ามนั แปง โด พูก นั จานสี กาวนํ้า กรรไกร ใหมีจาํ นวนเพียงพอตอ การจดั
กจิ กรรมสําหรบั เดก็

3.3.1.6 มมุ ดนตรี คุณครูจัดหาอปุ กรณและเครอ่ื งเคาะจังหวะ ท้งั ทจี่ ดั ซื้อและประดิษฐขึน้ เอง เชน แทมโบลนี , ฉง่ิ , ลูกแซ็ก, เครอ่ื งเคาะจงั หวะจากกระปอ งและเมลด็
ถว่ั , กลอง, ไมค, เครือ่ งเลน DVD และแผน DVD เพลง

3.3.2 ครูประจาํ ชน้ั สงเสรมิ ใหเด็กมีสวนรวมในการจัดสภาพแวดลอมในหอ งเรยี น เชน ปา ยนิเทศ ดว ยการนําผลงานของเด็กมาใชในการตกแตง การมอบหมายหนาที่
ความรับผิดชอบในการดแู ลความสะอาดเรยี บรอยของหองเรยี น โดยมกี ารจัดตารางเวรประจําวนั การดแู ลรดนํา้ ตน ไมภายในหอ งเรยี น เปน ตน

3.3.3 ครูจดั ประสบการณก ารเรียนรจู ากส่อื ภายในหอ งเรียน เพอ่ื พัฒนาเด็กระดบั กอนประถมศึกษา        ทั้งทางดา นรางกาย อารมณ- จิตใจ สังคม และสติปญญา
โดยใชส ่อื จากสอ่ื ของจรงิ ภาพถาย ภาพโครงรา ง และสญั ลักษณ เพือ่ พฒั นาเด็กในดานตา งๆ ท่ีเอื้อใหเด็กเรียนรผู านประสาทสมั ผัสทงั้ 5 ครูวางแผนผลติ โดยกาํ หนด
จดุ มงุ หมายและรปู แบบของสอื่ ใหเหมาะสมกับวัยและความสามารถของเด็ก เปน สื่อท่มี ีความคงทนแข็งแรง สะดวกตอการใชและปลอดภัยตอตัวเด็ก

3.3.3.1 ครูผูสอนมีการเตรียมความพรอมกอนการใชส อ่ื โดยไดกาํ หนดจดุ มุงหมาย วางแนวทางในการจัดกจิ กรรม จัดหาและศกึ ษาวิธีการใชส ่ืออยางละเอียด เตรยี มอุ
ปกรณอนื่ ๆ เพ่ิมเติม และมีการทดลอง ใชส ือ่ กอ นที่จะนาํ ไปใชจรงิ กบั เดก็ มกี ารเตรียมความพรอ มเดก็ โดยสนทนาถึงประสบการณเดิมของเด็กในเร่ืองทจี่ ะจัดกจิ กรรม
และใชส อ่ื เพ่อื กระตนุ ความสนใจของเดก็ และตรวจสอบความพรอ มและความเหมาะสมของสอื่ กอ นการนํามาใชประกอบการจดั กิจกรรม มกี ารใชส่ือตามลําดับขั้นท่ี
ครูไดร ะบไุ วในแผนการจดั ประสบการณ

3.3.3.2 ครผู ูสอนนําส่ือที่ตนเองผลิตสง ผรู บั ผิดชอบกจิ กรรมสอ่ื นอยสรางสรรค เพอ่ื พจิ ารณาสื่อและเทคโนโลยวี ามคี วามเหมาะสมและสอดคลองกับพฒั นาการของ
เดก็ หรือไม และบันทึกเปนขอ มลู ในแบบบันทกึ การสง ส่ือ และมีการติดตาม ประเมินผลการใชส ่อื ตามแบบประเมนิ ความคิดเห็นและความพงึ พอใจตอ การนาํ สอ่ื ไปใช
ในชัน้ เรยี น พรอ มขอ เสนอแนะเพื่อเปน ขอ มูลในการปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

3.3.3.3 ครปู ระจาํ ช้นั มีการลงทะเบยี นสอ่ื ตา งๆ ประจาํ หอ งเรยี น และมีการยืมสือ่ ระหวา งหองเรียน  เพอ่ื การนําไปใชในกิจกรรมสําหรบั เด็ก มกี ารจดบันทกึ ในแบบ
บันทกึ การยมื -คืนสือ่ ประจาํ หองเรยี น

3.4 ประเมนิ พัฒนาการเด็กตามสภาพจรงิ และนาํ ผลการประเมนิ พฒั นาการเดก็ ไปปรับปรงุ การจดั ประสบการณแ ละพฒั นาเด็ก

Page 70 of 95

     3.4.1 ครูผสู อนไดกําหนดเคร่ืองมอื ท่ใี ชใ นการประเมนิ พฒั นาการของเด็ก ซ่ึงเปนเครอื่ งมอื ท่ีเหมาะสมกบั กจิ กรรมแตล ะกจิ กรรม เชน แบบประเมินพัฒนาการตาม
หนวยการเรียนรทู ่ีสอดคลอ งกบั มาตรฐานคุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค ตัวบงช้ี และสภาพทพ่ี งึ ประสงคแ ตละวัยและสอดคลองกบั วิสยั ทศั นของหลักสูตรสถานศกึ ษาทมี่ งุ
พฒั นาเดก็ ทุกคนใหไดร ับการพฒั นาทั้ง 4 ดา น ดังนี้
3.4.1.1 ใชแ บบประเมนิ พฒั นาการและการวเิ คราะหกจิ กรรม โดยครปู ระจําช้นั จะบนั ทึกผลการประเมินพฒั นาการของเดก็ เปน รายบคุ คล ตามตารางประเมนิ
พัฒนาการเดก็ ตามมาตรฐานคณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงคตามหลักสตู ร และนาํ ผลการประเมนิ มาวเิ คราะหใ นภาพรวมของหองเรียนในบนั ทกึ หลกั การจดั ประสบการณ
การเรียนรตู ามหนวยการเรยี นรรู ายสปั ดาห พรอมทงั้ ประเมนิ การจัดประสบการณการเรยี นรูของครูในสภาพการจัดประสบการณการเรียนรู ปญ หาและอปุ สรรค
พรอมทงั้ แนวทางแกไขปญ หา
3.4.1.2 ครูบนั ทกึ ผลการเรียนรูและพัฒนาการของเดก็ ตามหนวยการเรียนรูรายสัปดาห ลงในสมุดบันทกึ รายงานผลการเรียนรูและพัฒนาการของเดก็ เพ่อื รายงาน
พฒั นาการของเด็กสงใหผ ูป กครองทราบพัฒนาการของเด็กสปั ดาหละครงั้   และผปู กครองไดม ีสว นรวมในการแสดงความคดิ เหน็ ชวยสง เสรมิ พัฒนาการของเด็กให
เปนไปในแนวทางเดยี วกันเมื่ออยทู ี่บาน รวมท้งั มกี ารรายงานผลพัฒนาการเด็กกับผปู กครอง ดวยการพดู คุย สนทนา เปน ประจาํ
3.4.1.3 ครปู ระจําชนั้ มีการจดั ทําแฟมสะสมผลงานของนักเรียนเปน รายบุคคล รวบรวมและจดั เก็บขอ มลู ตา งๆ ทีเ่ กีย่ วกับตัวเดก็ ครบู ันทึกคาํ พดู ของเด็กเก่ียวกบั ผล
งานของตนเอง รวบรวมเอาไวอยา งมจี ดุ มุงหมายท่ชี ัดเจน เพอ่ื ผสู อนจะไดขอ มูลเก่ียวกับตัวเดก็ อยา งชดั เจนและถกู ตอ ง ครูประจําชั้นใชแ ฟมผลงานเพือ่ สือ่ สารกบั ผู
ปกครอง เปรียบเทียบความกา วหนาของเดก็ อยางตอเน่ืองและสมาํ่ เสมอ
3.4.1.4 ครปู ระจําชนั้ มีการตรวจความสะอาดของรา งกายของเด็ก ไดแก เลบ็ มอื ผม ตา หู เสอื้ ผา ผิวหนงั และเกบ็ ขอ มูลของเด็กแตล ะคนไวใ นแบบบันทกึ ตรวจ
สุขภาพ
3.4.1.5 ครูประจําชน้ั ดําเนินการตดิ ตามการเจรญิ เติบโตทางรา งกายของเดก็ ดว ยการช่งั น้าํ หนกั และวดั สวนสงู ทกุ เดอื น บนั ทึกผลลงในแบบบันทกึ นํา้ หนกั สวนสงู และ
นาํ ขอ มลู มาวเิ คราะห ตามเกณฑอ างอิงนํ้าหนัก สว นสูง และตวั บง ชีท้ างโภชนาการของกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ
3.4.1.6 ครปู ระจาํ ชั้น มีการประเมนิ พัฒนาการของเด็กระดบั กอ นประถมศึกษา  โดยมกี ารใหค ะแนนตามเกณฑท ่กี ําหนดไวใ นแบบประเมนิ ซง่ึ แบง การประเมินออก
เปน ดา นรางกาย ดานอารมณ ดานสงั คม ดานการคิดและสติปญญา ดานจริยธรรม  ดา นสรางสรรคและดา นภาษา เปนรายบุคคล ซง่ึ จะดําเนนิ การประเมนิ
พฒั นาการของเดก็ 4 คร้ัง ตอ ปการศกึ ษา เพอ่ื ติดตามพัฒนาการความกาวหนา ของเด็กเปน รายบุคคล
3.4.1.7 ครูประจําชน้ั มกี ารจดบนั ทกึ พัฒนาการของเด็กอยางไมเ ปน ทางการ โดยบันทึกพฤติกรรม เหตุการณ จากการจดั ประสบการณในชนั้ เรียนทุกวนั เปนขอ มลู ที่
ตรงตามความเปนจรงิ เพ่ือใหทราบจุดเดน และขอ ควรสง เสรมิ ของเด็กแตล ะคน และเปน ขอมลู ในการพจิ ารณาปรับปรุงแกไ ข หรอื พัฒนาการจดั กจิ กรรมหรือ
ประสบการณข องครูใหด ยี งิ่ ขน้ึ
3.4.1.8 ครผู สู อนกจิ กรรมเสริมหลกั สูตร มกี ารบนั ทกึ ประเมนิ ผลการเรียนรขู องเดก็ ในแบบบนั ทึกหลังการสอนรายสัปดาห และติดตามพฒั นาการการเรยี นรขู องเด็ก
อยางตอ เน่ืองและบันทกึ ผลในแบบประเมินตามกจิ กรรมตา งๆ ที่มเี กณฑการประเมนิ เฉพาะของแตล ะกิจกรรม
3.4.2 จากการทค่ี รไู ดประเมินพฒั นาการเดก็ เปนรายบคุ คลดว ยวิธีการท่ีหลากหลาย เชน สงั เกต สนทนา สมั ภาษณ ตลอดท้ังมวี ธิ กี ารประเมนิ เพอื่ ใหไดขอมูลจาก
หลายแหลง ครจู ึงมกี ารจัดเกบ็ ขอมูลของเดก็ อยางเปนระบบ วิเคราะหข อมลู และนาํ ผลการประเมินไปใชปรบั ปรงุ และพฒั นาการจดั ประสบการณ ดงั นี้
3.4.2.1จดั เก็บขอ มลู พัฒนาการของเดก็ และวิเคราะหข อ มูลอยางเปนระบบ ดว ยการจัดทําแฟมสะสมผลงานของนกั เรยี นเปนรายบคุ คล, บันทึกพฤติกรรมของเด็กราย
บคุ คลในรายงานผลการเรียนรแู ละพัฒนาการของเด็ก และประเมนิ พฒั นาการท้ัง 4 ดา นตามมาตรฐานคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค 12 มาตรฐาน 29 ตวั บง ช้ีของ
หลกั สูตรสถานศึกษา ระดบั ปฐมวยั , แบบบนั ทึกตรวจสุขภาพ, ผลการติดตามการเจรญิ เติบโตทางรา งกายของเด็กในแบบบันทกึ น้ําหนกั สวนสูง และการประเมนิ
พฒั นาการของเดก็ ในดา นรา งกาย ดา นอารมณ ดานสงั คม ดานการคดิ และสตปิ ญญา ดานจรยิ ธรรม  ดานสรา งสรรคแ ละดานภาษา เปนรายบุคคล

ครปู ระจําชนั้ วเิ คราะหและแปรผลการประเมนิ พัฒนาการเมอ่ื สน้ิ สดุ หนว ยการจดั ประสบการณ โดยมีการบันทกึ ผลการประเมินพัฒนาการ
ของเดก็ จากพฤตกิ รรมตามสภาพที่พึงประสงคของแตล ะหนวยการเรียนรู เมื่อดําเนนิ การประเมินพฒั นาการของเด็กทุกหนวยการเรยี นรูจน
ครบภาคเรยี น จะนาํ ผลการประเมนิ มารวบรวมสรุปลงในตารางประเมินพัฒนาการเดก็ ตามมาตรฐานคณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงคตาม
หลักสูตร ประจาํ ภาคเรียน, แบบบนั ทกึ ผลประเมินพฒั นาการประจาํ ชัน้ และสรปุ ผลพฒั นาการรายดานทงั้ ชน้ั เรียนครบถวน เปน ปจจบุ ัน
ครผู สู อนมกี ารนําผลการประเมินพัฒนาการของเด็กมาใชในการปรับปรุงและพฒั นาการจัดประสบการณ ดงั น้ี

- จากการประเมนิ หลังการจัดประสบการณก ารเรยี นรูรายสปั ดาห พบวา มีเด็กทมี่ พี ัฒนาการ         บางดา นทค่ี วรสงเสริม ครูจึงไดม ีแนวทางในการแกไขปญหา
พฒั นาการของเดก็ ไดทนั ทวงที เชน พบวาเด็กบางคนยงั ไมส ามารถจาํ สญั ลักษณช อ่ื ของตนเองได จึงเลอื กหยบิ ของใชของตนเองไมถูก ครปู ระจาํ ช้ันมแี นวทางแกไ ข
ปญหาดังนี้ โดยครจู ัดทาํ ปา ยสัญลักษณชอ่ื ใหกบั เด็กทุกคน เพื่อนาํ ไปเปรียบเทียบหาของใชของตนเองได, พบวา เดก็ บางคนยงั ไมส ามารถเลาหรอื อธิบายผลงานของ
ตนเองกับครูและเพอื่ นๆ ได ครูประจาํ ชัน้ จงึ ชว ยเสรมิ แรงจงู ใจใหเ ด็กกลาพูด กลาแสดงความคดิ เหน็ และอธบิ ายผลงานตนเองไดม ากข้ึนตามลาํ ดับ, พบวาเดก็ สว น
ใหญยังไมเขา ใจในเรือ่ งผิวสัมผสั ยงั แยกแยะและบอกลกั ษณะของผิวสัมผสั ไมได ครจู ึงจดั กจิ กรรมโดยนําสง่ิ ของทมี่ ลี ักษณะผิวสัมผสั ตางๆ มาใหเ ด็กไดสงั เกต เรียนรู
โดยการจับสมั ผสั และฝกแยกประเภทสงิ่ ของท่ีมลี ักษณะเดยี วกัน ใหเด็กทาํ กจิ กรรมจนเกดิ ความเขา ใจและสามารถบอกลกั ษณะไดอยางถูกตอ ง

Page 71 of 95

- จากการติดตามผลการเจรญิ เตบิ โตของเดก็ รายบคุ คล ตามบันทึกน้ําหนกั -สวนสงู รายเดอื น พบวา เด็กสวนหน่งึ ที่นํ้าหนกั สวนสงู ไมเปน ไปตามเกณฑ จงึ มกี ารบันทกึ
ขอมลู แยกออกจากกลุมปกติ เพ่ือจัดกิจกรรมควบคุมโภชนาการเกิน โดยมีรายละเอยี ดดังน้ี เดก็ ท่ีมีนํ้าหนกั ต่าํ กวาเกณฑม าตรฐาน ครปู ระจาํ ชั้นไดป รึกษากบั ผู
ปกครอง ช้ีแจง และใหความรูแ กผูป กครองของเด็ก เพอ่ื ความรว มมอื กบั โรงเรยี นในการจดั อาหารใหเ ดก็ อยา งครบถวน สว นเด็กทมี่ ีน้าํ หนกั สูงกวาเกณฑ  ครปู ระจาํ ชั้น
ไดจัดทาํ แบบสอบถามเก่ยี วกบั โภชนาการของเดก็ เมื่ออยทู ี่บา น เพื่อใหท ราบพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีผลตอนํ้าหนักของเดก็ และจัดกจิ กรรมออกกาํ ลงั กาย
เพอื่ ใหนํ้าหนักของเดก็ เปน ไปตามเกณฑมาตรฐาน
3.4.2.4 ครใู ชก ระบวนการวิจยั เพอื่ พัฒนาและสง เสริมใหเ ด็กเกิดการเรยี นรทู ั้งรายบุคคลและรายกลมุ โดยนําขอ มูลจากการประเมินพฒั นาการเด็ก มาวเิ คราะหปญหา
และดําเนนิ การพฒั นาอยา งเปน ระบบ เกิดการพฒั นาอยางแทจริง โดยครูไดก าํ หนดจุดประสงคข องการวจิ ยั กําหนดระยะเวลาทช่ี ัดเจน มีเครือ่ งมอื ในการเกบ็ รวบรวม
ขอ มลู อยา งหลากหลายซง่ึ ครูทุกคนจัดดําเนินการวิจยั ในช้ันเรยี นเพ่อื แกป ญหาพัฒนาการของเด็กทุกปก ารศึกษา

ครปู ระจาํ ชัน้ บันทึกและรายงานผลประเมินพัฒนาการและความกาวหนา ในการเรยี นรูและพฤติกรรมของเด็กใหผปู กครองทราบอยางตอ
เนอื่ งผานทางสมดุ บันทกึ รายงานผลการเรียนรแู ละพัฒนาการของเดก็ เปน รายบุคคล เพอื่ รายงานพฒั นาการของเดก็ ใหผปู กครองทราบถึง
ความกา วหนา ของพัฒนาการเด็กเปนรายสปั ดาห และผูป กครองไดม สี วนรวมในการแลกเปล่ยี นความคดิ เห็น และสนับสนนุ การเรียนรูของ
เด็กทงั้ ที่บานและทีโ่ รงเรียนอยา งสอดคลองกัน ครูประจําชน้ั จดั ทาํ แฟมสะสมผลงานของเด็กเปน รายบคุ คล โดยผลงานของเด็กแตล ะผล
งานน้นั สามารถประเมินถงึ พัฒนาการท้งั 4 ดา น เด็กและผปู กครองมคี วามภาคภมู ใิ จในผลงานทแ่ี สดงถงึ ความกาวหนาและพัฒนาการของ
เด็กอยา งตอ เนื่อง โดยไดจัดแสดงผลงานของเดก็ ใหผ ูปกครองไดรบั ทราบขอ มูลทุกสปั ดาหโ ดยจัดแสดงผลงานหนา หอ งเรยี น และจัดสง ใหผ ู
ปกครองเมื่อสิ้นสุดภาคเรียน

3.4.4 จากการที่โรงเรยี นไดมนี โยบายใหค ณะครูมีการประชมุ รวมกนั ทกุ วันศกุ ร ทง้ั ในระดบั สายช้นั หรอื รวมกนั ท้ังหมด เปน โอกาสอนั ดีทค่ี รไู ดแ ลกเปลีย่ น
ประสบการณซึ่งกันและกัน โดยการสนทนา การปรึกษาหารือในการจัดการเรยี นการสอนประจาํ วนั หรอื ตามสถานการณตา งๆ สง ผลใหค รเู กิดความรสู ึกผกู พันตอเปา
หมาย มีความกระตอื รอื รน ท่มี ุงจะพัฒนาเดก็ ใหม ีพัฒนาการท่ดี ี นอกจากนโ้ี รงเรียนยังเปน สมาชิกในโครงการพัฒนาสถานศึกษาสูมาตรฐานสากลภายใตหลกั ปรชั ญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ของสถาบันวิจยั การเรยี นรู ทเ่ี ปน องคกรแหงการเรยี นรทู ี่มีประสิทธิภาพในการจัดการศกึ ษาระดับปฐมวยั อยางมีคณุ ภาพ ท่ชี ว ยใหโ รงเรียนมี
ระบบการบรหิ ารจดั การทีท่ นั สมยั และมปี ระสิทธิภาพ ครูไดร บั การพัฒนาอยางเขม แข็งและตอ เนื่องจากการเขารวมสัมมนา แลกเปลยี่ นเรียนรูรวมกนั กับโรงเรยี น
สมาชกิ อยา งนอยภาคเรียนละ 1 ครั้ง

ผลการดาํ เนนิ งาน

1. โรงเรยี นสตรีมารดาพิทักษไ ดด ําเนินการวเิ คราะหหลักสตู ร วิเคราะหข อมูลเดก็ เปน รายบุคคลทุกคน

ออกแบบการจัดประสบการณการเรียนรูทีม่ คี วามสอดคลอ งกับหลักสูตรสถานศกึ ษาและสอดคลองกับบรบิ ทของสถานศกึ ษา ทม่ี งุ สง เสรมิ พัฒนาการเด็กครอบคลุมทง้ั
4 ดาน

2. ครผู สู อนจัดทาํ แผนการจัดประสบการณการเรยี นรูซ ึ่งประกอบดวยกจิ กรรมทีห่ ลากหลายตามทไี่ ดออกแบบไวอ ยางเหมาะสมกบั วยั ของเดก็
และประสบการณเดมิ ของเดก็ เปนแผนการจดั ประสบการณท ่ีตอบสนองความตองการ ความสนใจ และความแตกตา งระหวางบุคคลของ
เด็ก จัดกิจกรรมที่สงเสรมิ ใหเดก็ ไดเรยี นรูดวยการสํารวจ สงั เกต สืบคน ทดลอง สบื เสาะหาความรู คิดโตต อบ และแกป ญหาดวยตนเอง ครู
ใชส ือ่ และแหลง เรียนรภู ายในและภายนอกหอ งเรยี นในการจดั ประสบการณการเรียนรสู ําหรบั เดก็

3. ครูไดม ีการจดั บรรยากาศในหอ งเรียนใหส ะอาด ปลอดภยั อากาศถายเท กอใหเกิดความรูสึกอบอุน เปนกันเอง ยอมรับซึ่งกันและกัน มี
เจตคติทด่ี ตี อ การเรยี นรู เพ่ือเสรมิ สรางการมีปฏิสมั พันธท ดี่ ีของเด็กรวมกนั จดั ใหมีพ้ืนที่แสดงผลงานเด็ก และจดั สื่อและเทคโนโลยีอยาง
หลากหลายตามมุมประสบการณตา งๆ ภายในหองเรียนใหพ รอมตอการเรียนรูของเดก็ ตามชวงอายุ สงเสริมใหเด็กมีสว นรวมในการจดั
สภาพแวดลอมภายในหอ งเรยี นทําใหเดก็ รูสึกเปนสว นหนง่ึ ของหองเรยี น

4. โรงเรยี นสตรมี ารดาพทิ ักษ โดยผูบรหิ าร หวั หนา สายช้นั ไดม ีการติดตามการประเมนิ พัฒนาการ ของเด็กเปน รายบุคคล ตามแบบบนั ทึก
ตา งๆ ที่ครมู ีการประเมินพัฒนาการของเดก็ ดวยวิธีการและเคร่ืองมอื ทห่ี ลากหลาย มีการตดิ ตาม การวิเคราะหขอ มลู ประเมินพัฒนาการ
ของเด็กเปนรายบคุ คลอยา งเปนระบบ นาํ ขอมูลจากผลการประเมนิ แลกเปลยี่ นเรยี นรูโ ดยใชกระบวนการชมุ ชนแหงการเรยี นรูทาง
วิชาชีพ(PLC) มาปรับปรุง แกไข วิธกี ารสอน มุงพัฒนาเดก็ ครบทั้ง 4 ดา น มีการรายงานผลประเมินพฒั นาการและความกา วหนาในการ
เรียนรู รวมไปถึงพฤติกรรมของเดก็ ใหผ ูปกครองทราบถงึ ความกา วหนาของพัฒนาการเดก็ อยา งสมํ่าเสมอ และผูป กครองไดม สี ว นรวมใน

Page 72 of 95

การแลกเปลย่ี นความคดิ เห็น และสนบั สนนุ การเรียนรูของเดก็ ทัง้ ที่บานและท่โี รงเรียนอยา งสอดคลอ งกนั ตามจดุ มุงหมายของการจัดการ
ศกึ ษาของโรงเรียน

Page 73 of 95

ระดบั การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน
มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผเู รยี น
จํานวนเดก็ ท้ังหมด : 3,039

การปฏิบัตงิ าน เปา จาํ นวนเดก็ ที่ ผลการ ผลการ
หมาย/ ผานเกณฑที่ ประเมนิ ประเมิน
ประเด็นพจิ ารณา ปฏบิ ตั ิ ไม รอยละ (รอ ย คุณภาพ
ปฏบิ ตั ิ โรงเรียน
กําหนด (คน) ละ) ทไ่ี ด

ผลสมั ฤทธท์ิ างวชิ าการของผูเรยี น

1. มีความสามารถในการอาน การเขยี น การส่อื สาร และ การคดิ คํานวณ 90.00 2,871 94.47 ยอด
เยี่ยม

1.1 รอ ยละของผเู รยี นมีทกั ษะในการอานในแตละระดับชน้ั ตามเกณฑท่ี √- 2,836
สถานศึกษากาํ หนด

1.2 รอยละของผูเรยี นมที ักษะในการเขียนในแตล ะระดับชัน้ ตามเกณฑท ี่ √- 2,903
สถานศกึ ษากาํ หนด

1.3 รอ ยละของผเู รียนมที ักษะในการสื่อสารในแตละระดบั ชัน้ ตามเกณฑท ี่ √ - 2,849
สถานศกึ ษากาํ หนด

1.4 รอ ยละของผูเ รยี นมที กั ษะในการคดิ คํานวณในแตล ะดบั ชัน้ ตามเกณฑท ่ี √ - 2,896
สถานศกึ ษากําหนด

2. มีความสามารถในการคดิ วิเคราะห คดิ อยา งมวี จิ ารณญาณ อภปิ รายแลกเปลยี่ นความคิดเห็น 90.00 2,764 90.95 ยอด
และแกปญหา เยี่ยม

2.1 รอ ยละของผเู รยี นมคี วามสามารถในการคิดจาํ แนกแยกแยะ ใครครวญ √ - 2,703
ไตรต รองอยางรอบคอบโดยใชเหตุผลประกอบการตดั สินใจ

2.2 รอยละของผเู รยี นมกี ารอภปิ รายแลกเปลย่ี นความคดิ เห็น √- 2,859

2.3 รอ ยละของผเู รยี นมกี ารแกป ญหาอยา งมีเหตผุ ล √- 2,730

3. มีความสามารถในการสรางนวัตกรรม 90.00 2,880 94.77 ยอด
เยยี่ ม

3.1 รอ ยละของผเู รยี นมีความสามารถในการรวบรวมความรูไ ดท ั้งตัวเองและ √ - 2,924
การทาํ งานเปนทีม

3.2 รอ ยละของผเู รยี นสามารถเชื่อมโยงองคค วามรแู ละประสบการณมาใชใน √ - 2,835
การสรา งสรรคส ง่ิ ใหม ๆ อาจเปน แนวความคิด โครงการ โครงงาน ชน้ิ งาน
ผลผลิต

4. มีความสามารถในการใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศ และการสอ่ื สาร 90.00 2,892 95.16 ยอด
เยย่ี ม

4.1 รอ ยละของผเู รยี นมคี วามสามารถในการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและ √ - 2,951
การสือ่ สาร

Page 74 of 95

การปฏบิ ัติงาน เปา จํานวนเดก็ ที่ ผลการ ผลการ
หมาย/ ผา นเกณฑท่ี ประเมิน ประเมิน
ประเดน็ พิจารณา ปฏบิ ตั ิ ไม รอยละ (รอย คณุ ภาพ
ปฏิบตั ิ โรงเรยี น
กําหนด (คน) ละ) ท่ไี ด

4.2 รอยละของผูเรยี นมีความสามารถในการนําเทคโนโลยสี ารสนเทศและ 2,833
การส่ือสารเพ่ือพัฒนาตนเองและสงั คมในดา นการเรียนรู การส่อื สาร การ √ -
ทํางานอยางสรา งสรรค และมีคณุ ธรรม

5. มผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา 90.00 3,039 100.00 ยอด
เยี่ยม

5.1 รอยละของผูเรยี นบรรลุการเรยี นรูต ามหลักสตู รสถานศกึ ษา √- 3,039

6. มคี วามรูทักษะพนื้ ฐาน และเจตคติท่ีดตี อ งานอาชีพ 90.00 2,953 97.17 ยอด
เยย่ี ม

6.1 รอ ยละของผเู รยี นมคี วามรู ทกั ษะพืน้ ฐานและเจตคตทิ ด่ี ีในการศึกษาตอ √ - 2,971

6.2 รอยละของผเู รยี นมคี วามรู ทกั ษะพื้นฐานและเจตคตทิ ่ดี ใี นการจดั การ √ - 2,935
การทํางานหรืองานอาชีพ

คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงคข องผเู รยี น

7. การมีคณุ ลกั ษณะและคา นิยมทด่ี ีตามท่สี ถานศึกษากําหนด 90.00 2,920 96.08 ยอด
เยีย่ ม

7.1 รอ ยละของผเู รียนมพี ฤตกิ รรมเปนผูที่มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม เคารพในกฎ √ - 2,871
กตกิ า

7.2 รอยละของผูเรียนมคี านยิ มและจติ สาํ นึกตามที่สถานศกึ ษากาํ หนด โดย √ - 2,968
ไมขดั กับกฎหมายและวฒั นธรรมอันดีของสังคม

8. ความภมู ิใจในทอ งถิ่นและความเปนไทย 90.00 3,009 99.01 ยอด
เย่ยี ม

8.1 รอยละของผเู รยี นมคี วามภมู ิใจในทอ งถิน่ เห็นคณุ คาของความเปนไทย √ - 3,010

8.2 รอ ยละของผเู รยี นมสี วนรว มในการอนุรกั ษวฒั นธรรมและประเพณีไทย √ - 3,008
รวมทัง้ ภูมิปญญาไทย

9. การยอมรบั ทีจ่ ะอยูรว มกนั บนความแตกตางและหลากหลาย 90.00 2,924 96.22 ยอด
เยย่ี ม

9.1 รอยละของผูเรยี นยอมรบั และอยรู ว มกันบนความแตกตางระหวา งบคุ คล √ - 2,924
ในดา นเพศ วยั เชอื้ ชาติ ศาสนา ภาษาวัฒนธรรม ประเพณี

10. สุขภาวะทางรา งกายและจิตสงั คม 90.00 2,944 96.87 ยอด
เยย่ี ม

10.1 รอ ยละของผเู รยี นมีการรักษาสุขภาพกาย สขุ ภาพจิต อารมณแ ละ √- 2,901
สังคม และแสดงออกอยางเหมาะสมในแตล ะชว งวัย

Page 75 of 95

การปฏิบตั งิ าน เปา จํานวนเดก็ ท่ี ผลการ ผลการ
หมาย/ ผานเกณฑท่ี ประเมนิ ประเมิน
ประเด็นพจิ ารณา ปฏิบตั ิ ไม รอ ยละ (รอย คณุ ภาพ
ปฏิบตั ิ โรงเรียน
กําหนด (คน) ละ) ทีไ่ ด

10.2 รอยละของผูเ รยี นสามารถอยรู ว มกับคนอนื่ อยา งมีความสุข เขาใจผูอน่ื √ - 2,987
ไมม คี วามขัดแยง กับผอู นื่

สรปุ ผลการประเมนิ 96.07 ยอด
เยยี่ ม

 

จดุ เนน และกระบวนการพฒั นาทีส่ งผลตอ ระดับคณุ ภาพของมาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผเู รยี น

กระบวนการพฒั นาท่ีสงผลตอ ระดบั คณุ ภาพของมาตรฐานที่ 1  
1. มีความสามารถในการอาน การเขียน การส่ือสาร และคดิ คํานวณ
 โรงเรยี นมีกระบวนการพัฒนาความสามารถของนกั เรยี นในการอาน การเขียน การสื่อสาร และคดิ คํานวณ โดยสงเสริมกจิ กรรมการเรยี นใหนกั เรียนไดอานหนังสือ
ตําราเรียนและสืบคน ขอมลู ความรจู ากสื่ออเิ ล็กทรอนิกสเ ชน อินเทอรเ น็ต แอฟพรเิ คช่นั ตา งๆ เวป็ ไชต เพจเฟสบุค ฯลฯ เพื่อพัฒนาองคค วามรูของตนเอง โรงเรียนได
จดั กิจกรรมสงเสริมรักการอานใหนกั เรยี นไดเ ขาไปศึกษาคนควาหาความรูใ นหอ งสมุด จดั กิจกรรม อา น คิดพินิจเหตุผล เปนการใหนกั เรียนอา นบทความหรอื ความรู
ตางๆท่คี รูกาํ หนดใหแลว คดิ วิเคราะหห าคําตอบแลวเขยี นส่อื สารคาํ ตอบตามทก่ี ําหนด จดั กิจกรรมเขียนสะกดคําใหก ับนกั เรียนทุกช้ันไดเ สริมเตมิ เตม็ คําศัพทท ีน่ อก
เหนอื จากคาํ ศัพทพืน้ ฐานของระดับชนั้ เรยี นท่ีเรยี น สวนดา นการพัฒนาการอาน เขยี น การสือ่ สารภาษาตา งประเทศ โรงเรียนไดดาํ เนินโครงการพฒั นาศักยภาพดาน
ภาษาองั กฤษและภาษาจีน กิจกรรมทดสอบความสามารถดา นภาษาองั กฤษและภาษาจีนกิจกรรมฝกทักษะการนาํ เสนอในทส่ี าธารณะ (THAMBRIT) กจิ กรรมคา ย
ภาษาองั กฤษ กจิ กรรม  DICTATION วนั ละนดิ ฝก ความคิด เพ่มิ ความจาํ เปนตน สว นกิจกรรมท่ีเนนทักษะการคดิ คาํ นวณ ไดแ กก ิจกรรมคดิ เลขเรว็ เปน การฝกการคดิ
คาํ นวณทางคณิตศาสตรใหมีความรวดเร็วและแมนยํามากยิ่งข้ึน  เปนการคดิ คํานวณท่ีตอ งใชหลกั ทางคณติ ศาสตรมากาํ กบั ในการลงจํานวนตวั เลขในชองท่ีกาํ หนด
นอกจากนใี้ นแตล ะภาคเรยี นนกั เรียนจะไดรบั การทดสอบในเร่ืองของการอาน คิดวิเคราะหและเขียนสื่อความเพ่ือติดตามความกา วหนาของนักเรียน 
จากผลการประเมินความสามารถในการอาน การเขยี น การสอื่ สาร และคิดคาํ นวณของผูเรยี นคดิ เปน รอยละ  94.47 สูงกวา เปา หมายทีส่ ถานศกึ ษากาํ หนด

2. มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห คิดอยางมีวจิ ารณญาณ อภปิ รายแลกเปลยี่ นความคดิ เห็นและแกป ญ หา 
โรงเรียนมีกระบวนการพัฒนาความสามารถของนักเรียนในการคดิ วิเคราะห คดิ อยางมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปล่ยี นความคดิ เห็นและแกป ญ หา โดยโรงเรยี นเนน
ใหครจู ัดการเรยี นการสอนและจดั กจิ กรรมการเรยี นทเี่ นน ทกั ษะ กระบวนการคดิ และมีการบรู ณาการใหเ หมาะสมกับทุกกลุมสาระมีการจัดโครงการท้ังโครงการตอ
เนื่องและโครงการใหม เพ่ือสง เสริมใหน ักเรียนมคี วามสามารถทางดา นการคิดวเิ คราะห คิดสรางสรรคผ ลงาน เชน โครงการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21   เปนการฝก
นักเรียนวเิ คราะห จําแนกแยกแยะ ใครค รวญ ไตรตรองอยา งรอบคอบโดยใชเหตผุ ลประกอบการตัดสนิ ใจ สามารถอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหวา งเพ่ือนใน
ชัน้ เรยี น   และนอกชน้ั เรยี น มกี ารจัดกจิ กรรมเพ่อื สงเสรมิ ใหผ ูเ รียนรูจักแกปญหาและตดั สินใจดวยตนเอง เชน กิจกรรมการแขง ขนั ทกั ษะทางวิชาการทงั้ ภายในและ
ภายนอกโรงเรียน นอกจากนที้ างโรงเรียนยงั ไดมีการสง เสริมใหผ ูเรียนรจู ักนําเสนอวธิ คี ดิ เชนโครงงานวิทยาศาสตร โครงงานคณติ ศาสตร กจิ กรรมวชิ าการ และในการ
เรยี นรขู องนกั เรยี นแตล ะภาคเรยี นนักเรียนตอ งผานการทดสอบเรื่องของการ คดิ วิเคราะหตามมาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัดในแตล ะกลุมสาระในแตล ะภาคเรียน
จากผลการประเมนิ ความสามารถในการคิดวิเคราะห คดิ อยางมีวจิ ารณญาณ อภิปรายแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ และแกป ญหาผูเ รยี น คิดเปนรอยละ  90.95 สูงกวา เปา
หมายทส่ี ถานศกึ ษากําหนด
3. มคี วามสามารถในการสรา งนวัตกรรม
 โรงเรยี นมกี ระบวนการพฒั นาความสามารถของนกั เรียนในการสรางนวตั กรรม โดยดาํ เนนิ โครงการพัฒนาการเรยี นรูสสู ตวรรษท่ี 21 เพ่ือสง เสรมิ ใหนักเรียนเกิด
สมรรถนะสาํ คัญตามท่ีกาํ หนดไวใ นหลักสูตร และกระบวนการคิดทีเ่ กดิ จากกระบวนการเรยี นรแู บบโครงงานนวตั กรรม  สงเสรมิ ใหนกั เรยี นทาํ งานเปน ทมี เปนกลุม
ยอยเพ่ือศกึ ษาคนควา รวบรวมความรูข องตนเองและของกลุม นําความรูที่ไดม าสรา งสรรคผ ลงานของกลมุ ผลงานท่สี รางมีทง้ั รูปแบบ ช้นิ งาน โครงงาน และ
นวัตกรรมทม่ี คี ณุ ภาพสามารถนาํ ไปประยุกตใ ชใ นการเรยี นและในชีวติ ประจาํ วันได
จากผลการประเมนิ ความสามารถในการสรา งนวตั กรรมผเู รียน คดิ เปนรอยละ  94.77 สงู กวา เปาหมายทส่ี ถานศึกษากาํ หนด

4. มคี วามสามารถในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
 โรงเรยี นมีกระบวนการพัฒนานักเรียนใหม ีความสามารถในการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร โดยโรงเรียนจดั โครงการพฒั นาทักษะการใชเ ทคโนโลยีเพือ่
การเรียนรู และ กจิ กรรม ICT เพ่ือใหนกั เรยี นไดใ ชเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารไดอยางเหมาะสม ปลอดภัย มปี ระสทิ ธิภาพ และเพือ่ ใหนกั เรียนทกุ คนใช
เทคโนโลยใี นการสบื คน ขอมูลที่เปนประโยชนต อ การเรียน การพัฒนาตนเองและสงั คมในดา นการเรียนรู การสื่อสาร การทาํ งานอยา งสรางสรรค มคี ณุ ธรรม เชน การ
ใชโปรแกรมคอมพวิ เตอรก ราฟก , Presentation , Coding  การพัฒนาการเขยี นแอฟพริเคชนั่ ในมือถอื เพ่อื นําไปใชป ระโยชนตา งๆ เปนตน

Page 76 of 95

จากผลการประเมนิ ความสามารถในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผเู รียน คดิ เปนรอ ยละ  95.16 สงู กวาเปาหมายท่สี ถานศึกษากําหนด
5. มีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา
 โรงเรยี นมกี ระบวนการพฒั นานักเรียนให มผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นตามหลกั สตู รสถานศึกษา โดยผานการวัดประเมินผลรายวิชาตามมาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด ทส่ี ถานศกึ ษา
กําหนด โรงเรียนจดั ทาํ โครงการ พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา  กจิ กรรมยกระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน เพือ่ ใหนกั เรียนทกุ คนไดรบั การพัฒนาศักยภาพการเรียนรู  การ
วัดความกาวหนา ทางการเรยี นของนกั เรียนทกุ ระดับชน้ั ท่ไี ดระดบั ดี ขนึ้ ไป โรงเรยี นเขารว มโครงการการทดสอบการอานระดบั ชาตขิ องนกั เรยี นระดบั ช้นั ประถมศึกษา
ปท ่ี 1 ( RT) ซง่ึ ผลการทดสอบมคี า เฉลีย่ รวมทั้งการอา นออกเสยี งและการอา นรูเรอื่ ง อยใู นระดับคณุ ภาพ ดีมาก เขา รว มการทดสอบระดบั ชาตริ ะดับชาตชิ น้ั ประถม
ศึกษาปที่ 3 ( NT) เพือ่ วัดความกา วหนาทางการเรียนทไี่ ดมาตรฐาน และผลการทดสอบระดบั ชาติ (O-NET) ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 6 ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3 และ
ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 6 มีคา เฉลยี่ สงู กวา ระดบั ประเทศ 3 ปต ดิ ตอ กนั
จากผลการประเมนิ ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นตามหลักสูตรสถานศึกษาของผเู รียน คิดเปนรอยละ  97.10 สงู กวา เปา หมายทส่ี ถานศึกษากําหนด
6. มีความรูทักษะพนื้ ฐาน และเจตคติที่ดตี องานอาชพี
 โรงเรยี นมกี ระบวนการพัฒนานักเรยี นดานความรูทักษะพ้นื ฐาน และเจตคติท่ดี ตี องานอาชีพโดยการดําเนินงานผานกระบวนการโครงการ แนะแนว ทสี่ รา งองคความ
รพู ้นื ฐาน เจตคตทิ ี่ดใี นการดําเนนิ ชวี ติ การศึกษาตอ การทาํ งานและการเลอื กอาชพี โดยโรงเรียนไดสง เสริมใหผเู รียนมคี วามรูและทกั ษะพรอ มท่จี ะศึกษาตอในระดับที่
สงู ขน้ึ หรอื มีวุฒภิ าวะทางอาชีพเหมาะสมกับชวงวยั โดยจัดกิจกรรมทห่ี ลากหลายเพอื่ ใหตรงกบั ผูเ รยี น เชน เชญิ วทิ ยากรจากสถาบันการศกึ ษาภายในและภายนอก มา
ใหค วามรูดานการศึกษาตอและการประกอบอาชีพใหก ับนกั เรยี นระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 และ ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 6 มกี ารจดั กิจกรรมแนะแนวท่มี งุ เนน ขอบขา ย
การศึกษาตอในชัน้ เรยี นทกุ ระดบั ชนั้ พานกั เรียนไปรว มงานเปดบานการศึกษา (OPEN HOUSE) ใหบ รกิ ารขอ มูล ประชาสัมพนั ธดา นการศึกษาตอ และการประกอบ
อาชีพทีห่ ลากหลาย ใหบริการใหค าํ ปรึกษา สาํ รวจความตอ งการการศึกษาตอและการประกอบอาชีพทีต่ นเองตองการ เจตคตทิ ี่ดพี รอมที่จะศกึ ษาตอในระดบั ช้นั ทีส่ ูง
ขึน้ หรือมีวฒุ ิทางอาชีพเหมาะสมกับชว งวยั โรงเรียนไดสง เสริม โดยจดั กจิ กรรม ชมุ นมุ กจิ กรรม 1 สายชน้ั 1นวตั กรรม ท่ใี หผ ูเรยี นไดไ ดฝกทกั ษะการทํางานกลุม ฝก
ประสบการการประกอบอาชีพตามความถนดั และความสนใจ จากการดาํ เนินโครงการแนะแนวและกิจกรรมตา งๆสง ผลใหนักเรยี นระดบั ชั้นประถมศึกษามคี วามรพู น้ื
ฐานในการเรยี นตอระดบั ช้ันท่ีสูงขน้ึ สวนนกั เรยี นช้นั มธั ยมศึกษานอกจากมีความรูในการเรียนตอระดับชั้นทีส่ งู ขึ้นแลว ยงั สามารถในการบรหิ ารจัดการการทํางานรว ม
กับผอู ืน่ อยา งมีความสขุ มีทักษะในการเวางแผนลอื กงานอาชพี ท่ีตนเองสนใจ
 จากผลการประเมินความรทู กั ษะพ้ืนฐาน และเจตคตทิ ด่ี ตี อ งานอาชีพของผูเรียน คิดเปนรอยละ  97.17 สงู กวาเปา หมายทสี่ ถานศึกษากําหนด
คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค
1. การมคี ุณลักษณะและคานยิ มทด่ี ีตามท่ีสถานศกึ ษากาํ หนด
 โรงเรยี นมกี ระบวนการพฒั นานักเรียนใหมคี ุณลักษณะและคานิยมที่ดตี ามที่สถานศกึ ษากําหนด 9 ขอ ไดแก รกั ชาติ ศาสน กษตั ริย, ซอ่ื สัตยส ุจริต, มีวนิ ัย, ใฝเรียนรู,
อยอู ยา งพอเพยี ง, มงุ มั่นในการทํางาน, รกั ความเปน ไทย, มจี ิตสาธารณะ, มคี วามกตัญู กตเวที โรงเรยี นไดด าํ เนนิ การจดั ทาํ โครงการและกจิ กรรมที่สง เสริมคุณธรรม
จรยิ ธรรม และคุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค ไดแ ก โครงการโรงเรียนสขี าว กิจกรรมบูรณาการสถานศกึ ษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข กจิ กรรมสง เสริมเทิดทูน
สถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย กจิ กรรมรณรงคเ ผยแพรความรูใหแกน ักเรียนเกยี่ วกับชีวิตทป่ี ลอดภยั จากสารเสพตดิ และอบายมขุ กจิ กรรมทาํ บญุ ตกั บาตร
กิจกรรมวนั เฉลิมพระชนมพ รรษาสมเดจ็ พระเจาอยูห ัวรัชกาลที่ 10 กจิ กรรมจิตอาสาและสาธารณประโยชน นอกจากน้ียังมกี ารจัดการเรียนการสอนธรรมศกึ ษาใน
สถานศกึ ษา สง เสรมิ ใหนักเรียนเขา รวมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนเองนบั ถือ จดั การเรียนการสอนเร่ืองการหางไกลยาเสพตดิ โดยครตู าํ รวจ D.A.R.E. กิจกรรมคนดีมีอตั
ลักษณพ ระแมมารยี  กจิ กรรมจิตอาสา นอกจากนโ้ี รงเรียนมีการดาํ เนนิ โครงการโรงเรยี นคุณธรรม ท่กี ําหนดคาเปา หมาย และพฤติกรรมเชิงบวกของครู ผูบริหารและ
นักเรยี นไวอยางชัดเจน การดําเนินงานโครงงานคณุ ธรรมของนักเรียน ในแตล ะโครงงานจะมีการจดั เวรของนกั เรียนผูรบั ผิดชอบโครงงานเพอ่ื ดูแล ตรวจสอบ กํากับ
ตดิ ตามและแกไ ขพฤตกิ รรมที่เปนเชิงลบของนักเรียน   ในโรงเรยี น ซึ่งมาตรการในการดแู ล แกไ ข สง เสรมิ น้นั ใหน ักเรยี นทที่ ําหนา ท่เี วรประจําวนั มบี ทบาทในการตกั
เตือนเพ่อื นนกั เรยี นอยา งเปน กัลยาณมติ รเสมือนกบั นักเรยี นปฏบิ ัติหนา ทเ่ี ปนครูเวรประจําวนั มอี ํานาจในการตักเตอื น และใหคาํ แนะนําทถ่ี กู ตองเหมาะสม
จากผลการประเมินคณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงคและคานิยมทดี่ ีงาม  ความภูมิใจในทอ งถน่ิ และความเปน ไทยการยอมรับท่ีจะอยรู ว มกันบนความแตกตางและหลาหลาย
สุขภาวะทางรา งกายและจิตใจของผเู รียน ตามทีส่ ถานศึกษากาํ หนด  คิดเปน รอ ยละ  97.05  สงู กวา เปาหมายท่ีสถานศกึ ษากาํ หนด

Page 77 of 95

มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
เปาหมาย 5 ขอ

การปฏิบตั งิ าน ผลการ

ประเด็นพิจารณา ไม ผล ประเมิน
ปฏิบตั ิ
ปฏิบัติ สําเร็จ คุณภาพท่ี
ได

1. มเี ปาหมายวสิ ยั ทัศนแ ละพนั ธกิจท่สี ถานศึกษากําหนดชดั เจน 5.00 ยอดเย่ียม

1.1 กําหนดเปาหมายที่สอดคลอ งกบั บริบทของสถานศกึ ษา ความตองการของชมุ ชน ทองถ่นิ √-
วตั ถปุ ระสงคข องแผนการศึกษาชาติ นโยบายของรฐั บาลและตนสงั กัด

1.2 กําหนดวสิ ัยทัศน และพนั ธกจิ ทีส่ อดคลอ ง เชอื่ มโยง กบั เปาหมาย แผนยุทธศาสตรช าติ √-
แผนการศกึ ษาแหง ชาติ นโยบายของรัฐบาลและตน สังกัด

1.3 กาํ หนดเปาหมาย วิสัยทัศน และพนั ธกจิ ทนั ตอการเปล่ยี นแปลงของสังคม √-

1.4 นาํ เปาหมาย วสิ ัยทศั น และพนั ธกจิ ผา นความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการบรหิ ารโรงเรยี น √-

1.5 นาํ เปา หมาย วสิ ยั ทัศน และพนั ธกิจของโรงเรยี นเผยแพร ตอ สาธารณชน √-

2. มีระบบบริหารจดั การคณุ ภาพของสถานศึกษา 5.00 ยอดเยย่ี ม

2.1 มีการวางแผนพัฒนาคณุ ภาพการจดั การศกึ ษาอยางเปน ระบบ √-

2.2 มีการนาํ แผนไปปฏบิ ัติ ติดตามตรวจสอบประเมนิ ผลและปรบั ปรุงพัฒนางานอยา งตอเนอื่ ง √-

2.3 มกี ารบรหิ ารอตั รากาํ ลงั ทรัพยากรทางการศึกษาจดั ระบบดแู ลชวยเหลอื นักเรียน และระบบการ √ -
นเิ ทศภายใน

2.4 สถานศกึ ษามีการนาํ ขอมูลมาใชในการพฒั นาสถานศึกษา √-

2.5 สถานศึกษาใหบ คุ ลากรและผูท เี กีย่ วของทุกฝา ยมสี ว นรวมในการวางแผน ปรบั ปรงุ พัฒนา และ √ -
รวมรบั ผิดชอบตอผลการจดั การศกึ ษา

3. ดาํ เนนิ งานพฒั นาวิชาการท่ีเนน คณุ ภาพผูเรียนรอบดา นตามหลกั สตู รสถานศกึ ษาและทุกกลมุ เปา หมาย 5.00 ยอดเยย่ี ม

3.1 บรหิ ารจัดการเกีย่ วกบั งานวชิ าการ ในดา นการพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษา √-

3.2 บริหารจัดการเกี่ยวกบั งานวชิ าการ ในดานการพัฒนาหลักสตู รตามความตองการของผูเ รียน ที่ √ -
สอดคลองกบั บริบทของสถานศึกษา ชุมชน และทองถนิ่

3.3 บริหารจดั การเกีย่ วกบั กิจกรรมเสรมิ หลกั สูตรท่ีเนนคณุ ภาพผเู รียนรอบดา นเช่ือมโยงวถิ ชี วี ติ จริง √ -

3.4 กําหนดหลกั สตู รสถานศึกษาครอบคลมุ การจดั การเรียนการสอนทุกกลุมเปา หมาย √-

3.5 สถานศึกษามีการปรบั ปรุง และพฒั นาหลกั สตู รใหทันตอ การเปล่ยี นแปลงของสงั คม √-

4. พฒั นาครูและบุคลากรใหม คี วามเชี่ยวชาญทางวิชาชพี 5.00 ยอดเย่ียม

4.1 สง เสรมิ สนับสนุน พัฒนาครู บคุ ลากร ใหม ีความเชีย่ วชาญทางวิชาชีพ √-

4.2 จัดใหม ีชุมชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี √-

4.3 นาํ ชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพเขามาใชในการพัฒนางานและการเรยี นรขู องผเู รียน √-

Page 78 of 95

การปฏิบตั ิงาน ผลการ

ประเด็นพจิ ารณา ไม ผล ประเมนิ
ปฏบิ ตั ิ
ปฏิบัติ สําเร็จ คณุ ภาพที่
ได

4.4 มีการตรวจสอบ ทบทวน การปฏบิ ตั งิ านของครู บคุ ลากร ท่มี ผี ลตอ การเรียนรขู องผูเรยี น √-

4.5 ถอดบทเรยี นเพ่ือสรา งนวตั กรรมหรอื วิธกี ารท่เี ปน แบบอยางทดี่ ที ส่ี งผลตอการเรียนรูข องผเู รยี น √ -

5. จัดสภาพแวดลอมทางกายภาพและสังคมทีเ่ อือ้ ตอการจัดการเรยี นรู อยางมีคณุ ภาพ 5.00 ยอดเยี่ยม

5.1 จัดสภาพแวดลอ มทางกายภาพภายในหองเรยี น ทีเ่ ออ้ื ตอ การเรยี นรู และคํานงึ ถงึ ความปลอดภัย √ -

5.2 จัดสภาพแวดลอ มทางกายภาพภายนอกหอ งเรียน ท่เี อือ้ ตอการเรียนรู และคาํ นึงถึงความ √-
ปลอดภยั

5.3 จดั สภาพแวดลอมท่ีสงเสรมิ ใหผเู รียนเกดิ การเรียนรเู ปนรายบุคคล และเปน กลุม √-

5.4 จดั สภาพแวดลอ มทางสังคม ท่ีเอือ้ ตอการจัดการเรียนรู และมคี วามปลอดภัย √-

5.5 จัดใหผเู รยี นไดใชป ระโยชนจากการจัดสภาพแวดลอมตามศักยภาพของผูเรียน √-

6. จดั ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนบั สนนุ การบรหิ ารจัดการและ การจัดการเรียนรู 5.00 ยอดเย่ยี ม

6.1 ไดศึกษาความตอ งการเทคโนโลยสี ารสนเทศท่เี หมาะสมกบั สภาพของสถานศกึ ษา √-

6.2 จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือบริหารจัดการและการจดั การเรียนรทู ่ีเหมาะสมกบั สภาพของ √ -
สถานศกึ ษา

6.3 พัฒนาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ บริหารจดั การและการจัดการเรยี นรทู ่ีเหมาะสมกับสภาพ √ -
ของสถานศึกษา

6.4 ใหบ ริการเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื ใชใ นการบริการจดั การและการจัดการเรยี นรูทเ่ี หมาะสมกบั √ -
สภาพของสถานศึกษา

6.5 ตดิ ตามผลการใชบ ริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสถานศกึ ษาเพ่อื ใชในการบรกิ ารจัดการ √ -
และการจัดการเรยี นรูทเ่ี หมาะสมกบั สภาพของสถานศกึ ษา

สรุปผลการประเมิน 5.00 ยอดเยีย่ ม

 

จดุ เนน และกระบวนการพฒั นาทีส่ ง ผลตอ ระดับคณุ ภาพของมาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ

กระบวนการพัฒนาที่สง ผลตอระดับคุณภาพของมาตรฐานที่ 2  
1. มีเปา หมายวิสยั ทศั นและพนั ธกิจทส่ี ถานศกึ ษากาํ หนดชัดเจน
โรงเรยี นสตรีมารดาพิทกั ษ  มกี ารบริหารจัดการโดยใชโ รงเรียนเปนฐาน ภายใตว งจรคุณภาพ (PDCA) ดว ยการบริหารทีเ่ ปนระบบ เนน ผลสัมฤทธขิ์ องงานเปน สําคญั
กระจายอํานาจ และการมีสว นรว มของทุกฝา ยท่ีเกีย่ วของ มกี ารวิเคราะหผ ลการจดั การศึกษาทผ่ี านมา จดั การประชุมระดมความคิดเห็น วางแผนกําหนดเปาหมายใน
การจัดศึกษา  เพอ่ื ใหป ระสทิ ธิภาพมากขน้ึ ใหค วามสาํ คญั กับการเสรมิ สรางประสทิ ธภิ าพขององคก ร จดั โครงสรา งการบริหารงานออกเปน 6 ฝา ยไดแก  ฝายวิชาการ
 ฝา ยสง เสรมิ คุณธรรม จริยธรรมและการแพรธรรม ฝายธุรการและการเงิน  ฝา ยกิจการนกั เรียน  ฝา ยกจิ การนกั เรียน  ฝา ยบคุ ลากร และ ฝายบรหิ ารงานทั่วไป มรี ปู
แบบการพัฒนาภายใตการมีสว นรวมของทุกฝา ยโดยนอมนําหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชเปนหลักคิดและหลกั ปฏิบัติในการบรหิ ารจัดการ
จัดบุคลากรประจาํ แตล ะฝา ยอยางชดั เจนเหมาะสมกบั ความรู ความสามารถ มีการนิเทศ กาํ กบั ตดิ ตามการปฏบิ ตั ิหนา ทข่ี องบุคลากรเพ่อื ใหก ารดาํ เนินงานเกดิ ความ
ถูกตองและมี ประสทิ ธภิ าพสูงสุด จัดระบบประกันคณุ ภาพภายในสถานศึกษา ใหม กี ารรายงานคณุ ภาพการศึกษาทกุ ภาคสว น ในรูปแบบ SAR รายบุคคลของครทู กุ
คน เพือ่ สะทอ นผลการ ดําเนินงาน และพฒั นางานทกุ ดา นในทุกภาคสว นในโรงเรียน

Page 79 of 95

โรงเรยี นกาํ หนดเปา หมายทสี่ อดคลองกับบรบิ ทของสถานศกึ ษา ความตองการของชมุ ชน ทอ งถ่นิ วัตถปุ ระสงคของแผนการศกึ ษาชาติ นโยบายของรัฐบาลและตน
สงั กัด พรอ มท้งั กาํ หนดมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษาเพ่ือเปนเปาหมายในการประกันคุณภาพภายในสถานศกึ ษา 6 เปาหมายดังน้ี
1. พัฒนาคุณภาพผเู รยี นใหมผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นและคณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงคใ หเ ปนไปตามเกณฑ             
          ทส่ี ถานศกึ ษากาํ หนด 
2. เสริมสรางกระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
3. พฒั นากระบวนการจดั การเรยี นการสอนท่ีเนนผูเรียนเปนสาํ คญั
4. พัฒนาการจัดการศึกษาคาทอลิกใหเปน ไปตามอัตลักษณของการศึกษาคาทอลิก
5. พัฒนาโรงเรยี นคุณธรรมในการสรางคนดีใหบา นเมอื ง
6. สง เสริมการนําหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและหลกั นิตธิ รรม มาขบั เคลื่อนในสถานศกึ ษา
    นอกจากนนั้ โรงเรยี นกําหนดวิสยั ทัศนทวี่ า “โรงเรยี นสตรีมารดาพิทักษ  มงุ เนนการยกระดับการบรหิ ารจดั การคุณภาพสถานศึกษาตามอตั ลักษณการศึกษา
คาทอลิก และนอ มนาํ หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง             มาประยกุ ตใช  ใหบคุ ลากรและผูเรียนมีคณุ ธรรมนาํ ความรูเ ปน คนดขี องบา นเมือง ” พรอมท้งั
กําหนดพนั ธกจิ          ทีส่ อดคลอง เชื่อมโยงกับเปาหมาย แผนยุทธศาสตรช าติ แผนการศกึ ษาแหง ชาติ นโยบายของรฐั บาลและตนสงั กัดดงั นี ้
1. จดั กิจกรรมการเรียนรูต ามหลกั สตู รการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน ปพ ทุ ธศักราช 2551 ฉบบั ปรับปรงุ 2560 
   ทส่ี อดคลอ งกบั ความตองการ ความสนใจ และวยั ของผเู รยี น
2. นกั เรยี นครูและบุคลากรทุกคนเปน ผูมีคุณธรรม จริยธรรมและประพฤติตนเปนแบบอยา งทีด่ ี
    ตามคาํ สอนของศาสนาท่ีตนเองนบั ถอื
3. จดั การศึกษาใหน กั เรียนมคี วามรู ความสามารถกาวทันตอ การเปลยี่ นแปลง
4. สง เสรมิ สนับสนนุ และปลุกจติ สํานึกใหนกั เรยี นรักความเปน ไทยใสใจส่ิงแวดลอมและ มสี าํ นึก
   ความกตัญกู ตเวทีตอ ผมู ีพระคุณ
5. ใชการมีสวนรวมในการบริหารจัดการศกึ ษาจากเครอื ขา ยผูปกครอง ชมุ ชน และภูมิปญ ญาทองถน่ิ
          6. ปลูกจิตสาํ นึกใหนกั เรียน ครูบุคลากรและผปู กครองนักเรียน ใหใ ชชีวติ อยา งมคี ุณคา  มีความสุข           
             ในสงั คมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง  
2. มรี ะบบบรหิ ารจัดการคุณภาพของสถานศกึ ษา
  ผูบริหารสงู สดุ ของโรงเรียน ผูบริหารสูงสุดยึดหลกั สาํ คญั ของการบรหิ ารสถานศึกษาใหด าํ เนนิ
ไปอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ สนองนโยบายของชาติ หนวยงานตน สงั กดั ใหบ รรลวุ ตั ถปุ ระสงค ตองอาศยั บุคลากรหลายฝายดว ยกัน ผูบริหารจงึ กระจายอาํ นาจการบริหาร
และมอบหมายงาน ใหบคุ ลากรไดร ว มรบั ผดิ ชอบงานเปน การระดมสมองและพลงั ความสามคั คใี นการปฏิบัติงาน ตามโครงสรา งการบริหารงานสถานศกึ ษาอยา ง
ชดั เจนเหมาะสมกบั สภาพการณป จจุบันในสถานศกึ ษาเปน  6 ฝา ย ไดแก (1) ฝายวิชาการ (2) ฝา ยสง เสริมคุณธรรม จริยธรรม และการแพรธรรม (3) ฝา ยกจิ การ
นักเรียน (4) ฝายธุรการและการเงนิ (5) ฝา ยบคุ ลากร และ (6) ฝา ยบรหิ ารงานทั่วไป ท้ัง 6 ฝา ยมแี ผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ในการพฒั นาคุณภาพสถานศกึ ษา  เพื่อ
ใหการบรหิ ารงานในแตล ะฝายมีความชัดเจนในการปฏบิ ัติงาน จงึ แตง ตั้งผูชว ยผูอ าํ นวยการรับผดิ ชอบ พรอ มกําหนดภาระงาน บทบาทหนา ทใ่ี นแตล ะฝา ย ทตี่ องรบั
ผิดชอบ ใหเปน ไปในทางเดียวกนั ในคูมือครูเพ่ือการปฏิบตั ิงานอยา งชดั เจน ดงั น้ี
2.1 ฝา ยวิชาการ แตงตั้ง นางสาวนํา้ เพชร  สายสวุ รรณ  เปน ผชู วยผูอํานวยการ มีอํานาจหนาที่ในการสง่ั การ สง เสริม สนบั สนนุ ติดตามประเมินผลการปฏบิ ตั งิ าน
ของฝายและงานที่อยูในความรบั ผิดชอบของผชู วยผูอ ํานวยการฝายวิชาการ 9 งาน คอื (1) งานวิชาการระดบั ประถม (2) งานวชิ าการระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน (3)
งานวิชาการระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย (4) งานพัฒนาหลักสตู ร (5) งานสาระการเรียนรู 8 กลุม สาระ (6) งานกจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น (7) งานหอ งเรยี นพเิ ศษ (8)
งานวัดผลประเมนิ ผล และ (9) งานทะเบยี นและวดั ผล เพื่อจัดกิจกรรมทุกอยางทเ่ี ก่ยี วกบั การปรบั ปรุงพฒั นาการเรียนการสอนใหเกดิ การเรียนรูไดผลดี และมี
ประสิทธิภาพใหเกดิ ประโยชนสูงสดุ แกผ ูเรียนสอดคลองกบั ความตอ งการของผูเ รยี น สถานศกึ ษา ชุมชน ทองถิ่น อยา งมีคณุ ภาพและไดม าตรฐานตามทสี่ ถานศกึ ษา
กําหนด 
2.2 ฝา ยสง เสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และการแพรธรรม  แตงตัง้ นางภาวินี  กําไร เปนผชู ว ยผอู าํ นวยการฝา ย มหี นาทีใ่ นการส่งั การ สงเสริม สนับสนนุ ตดิ ตาม
ประเมินผลการปฏิบตั ิงานของฝายงานท่ีอยูใ นความรบั ผิดชอบของผชู วยผอู ํานวยการฝา ยสงเสรมิ คุณธรรม จริยธรรม อภิบาลและแพรธรรม              
5 งาน คือ (1) งานสงเสริมคริสตศาสนา (2) งานสง เสริมพทุ ธศาสนา (3) งานเสรมิ สรางอัตลักษณส ถานศึกษา (4) งานโรงเรยี นคุณธรรม (5) งานสงเสรมิ ระเบยี บวินัย
เพือ่ ใหบคุ ลากรทุกคนในโรงเรียน 
ยดึ มั่นตามหลกั ธรรมคาํ สอนของศาสนาทตี่ นเองนบั ถือ ปฏบิ ตั ิตนตามกฎระเบียบของโรงเรียนสังคม ประเทศชาติ เปนผูม ีคุณธรรม จริยธรรม และเปน คนดีของบาน
เมอื ง
2.3 ฝายกจิ การนกั เรยี น แตง ตง้ั นางรัชฎาภรณ  เจริญสุข เปนผูช ว ยผูอาํ นวยการ มอี ํานาจหนาที่ในการสง่ั การ สง เสรมิ สนบั สนุน ติดตามประเมินผลการปฏบิ ตั ิงาน
ของฝา ยและงานทอี่ ยใู นความรบั ผิดชอบของผูชวยผูอาํ นวยการฝา ยกิจการนักเรยี น 7 งานคอื (1) งานกจิ กรรมนักเรยี น (2) งานอนามยั โรงเรียน    (3) งานทุนการ
ศึกษา (4) งานสภานักเรียน (5) งานนกั ศกึ ษาวชิ าทหาร (6) งานกีฬาและนนั ทนาการ (7) งานดนตรไี ทยและดนตรีสากล เพื่อสงเสรมิ สนบั สนุน หรือชวยเหลอื ผูเ รยี น
ตามโอกาสและใชความสามารถพเิ ศษทางดานศลิ ปะ ดนตรแี ละกฬี า รูจกั ดูแลสขุ ภาพเพ่อื ใหร างกายสมบรู ณแข็งแรง 

Page 80 of 95

2.4 ฝายธุรการและการเงนิ แตงตั้ง นางสาวสาลี  ตนั ตกิ ลุ เปน ผชู วยผอู ํานวยการ มอี าํ นาจหนาทใี่ นการสงั่ การ สงเสริม สนบั สนนุ ติดตามประเมินผลการปฏบิ ัติงาน
ของฝายและงานที่อยใู นความรับผดิ ชอบของผูชว ยผอู ํานวยการฝา ยธรุ การและการเงิน 4 งานคอื (1) งานบัญชีและการเงนิ (2) งานพสั ดุครุภัณฑ (3) งานสารบรรณ
(4) งานสนับสนุนคาใชจ ายในการจดั การศึกษาเพ่ือบริหารจดั การงบประมาณของสถานศกึ ษาในการพัฒนาคุณภาพของสถานศกึ ษาและคุณภาพผูเรยี น 
2.5 ฝายบุคลากร แตง ตั้ง นางจรญู  พุม พวง เปนผูชว ยผูอํานวยการ มอี าํ นาจหนา ท่ใี นการสง่ั การ สง เสริม สนับสนุน ตดิ ตามประเมินผลการปฏบิ ตั งิ านของฝายและ
งานท่อี ยูใ นความรบั ผิดชอบ  ของผูชวยผอู าํ นวยการฝา ยบุคลากร 5 งาน คอื (1) งานวางแผนอตั รากําลงั และกาํ หนดตําแหนง (2) งานสงเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพครู
 (3) งานพัฒนาบคุ ลากร  (4) งานจราจร (5) งานประเมินผลงานประจําป เพื่อพัฒนาบุคลากรใหเ ปนผมู คี ุณธรรม จริยธรรม มีความรู ความสามารถ และมี
ประสทิ ธิภาพดา นการปฏบิ ัติงาน พัฒนามาตรฐานวชิ าชีพและจรรยาบรรณ 
2.6 ฝายบริหารงานทัว่ ไป แตงต้งั นางสาวบุญยรัตน ลมงาม เปนผชู วยผอู าํ นวยการมีอาํ นาจหนาทใี่ นการส่งั การ สงเสรมิ สนับสนนุ ตดิ ตามประเมินผลการปฏิบตั งิ าน
ของฝา ยและงานที่อยูในความรบั ผิดชอบของผชู ว ยผอู ํานวยการฝายบริหารท่วั ไป 9 งานคือ (1) งานนโยบายและแผน  (2) งานอาคารสถานทแี่ ละแหลงเรียนรู (3) งาน
สมั พนั ธชมุ ชน (4) งานธนาคารโรงเรยี น (5) งานเศรษฐกจิ พอเพียง (6) งานอนุรักษห ัตถกรรมพ้นื บานเส่อื จันทบรู (7) งานสวนพฤกษศาสตร (8) งานวิจัยเพ่อื การ
พัฒนา (9) งานใชเ ทคโนโลยีเพื่อการศกึ ษา เพอ่ื บริหารงานดา นนโยบายและแผน   เพอ่ื ใชเปน กรอบแนวทางในการดําเนินงานพฒั นาสถานศึกษา รวมทงั้ กาํ หนด
แนวทางพัฒนาระบบประกันคณุ ภาพภายในสถานศกึ ษาตามกฎกระทรวง รวมทั้งบริหารงานดานอาคารสถานท่กี ารจดั สภาพแวดลอ มเพ่ือการเรยี นร/ู แหลง เรียนรู
เศรษฐกจิ พอเพียงรวมทงั้ งานวจิ ยั เพื่อการพัฒนา
นอกจากนผ้ี บู ริหารออกระเบยี บและประกาศตางๆ ทสี่ อดคลอ งกบั นโยบายของหนวยงานตนสงั กดั เพ่ือเปนกรอบและแนวทางใหบ คุ ลากรทีเ่ กีย่ วขอ งทงั้ ในและนอก
โรงเรียนรบั ทราบ เชน “ระเบียบวาดว ยคณะกรรมการเครอื ขา ยผูป กครองโรงเรยี นสตรมี ารดาพิทักษ” มคี ณะกรรมการเครอื ขา ยผปู กครอง ระดับประถมศกึ ษา
มธั ยมศกึ ษา เพ่ือเปด โอกาสใหผปู กครองและชุมชนเขามามสี ว นรวมในการจัดการศึกษา และพัฒนาสถานศกึ ษา เชน ประกาศเรอ่ื งการรับสมคั รนกั เรยี นใหม โรงเรียน
สตรีมารดาพทิ ักษ ใหผปู กครองรบั ทราบทุกปการศกึ ษา ประกาศ    เรอ่ื งการกาํ หนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษา ระดบั การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานเพ่ือประกัน
คุณภาพภายในของสถานศึกษา ประกาศเร่อื งอัตราคาธรรมเนียมการศึกษาและคา ธรรมเนยี มอ่ืนๆ เปนตน
 นอกจากน้โี รงเรียนจัดระบบดแู ลชว ยเหลือนกั เรียนโดยมคี ณะกรรมการรับผดิ ชอบกระบวนการดําเนนิ งานดูแลชว ยเหลอื นกั เรยี นอยา งเปนระบบ มขี ้นั ตอนชัดเจน
พรอมทัง้ มวี ธิ ีการและเครอ่ื งมือทม่ี มี าตรฐาน  คณุ ภาพ และมหี ลกั ฐานการทํางานที่ตรวจสอบไดโ ดยมี  ครปู ระจาํ ช้นั /ครทู ่ปี รกึ ษาเปนบุคลากรหลกั ในการดาํ เนนิ งาน
โดยการมีสวนรว มของบุคลากรทุกฝายทเ่ี กย่ี วของท้งั ภายในและนอกสถานศกึ ษา ไดแ ก คณะกรรมการบริหารโรงเรยี น เครือขายผปู กครอง  ผูปกครอง ในการตรวจ
สอบระบบดแู ลชวยเหลอื นกั เรยี นเพือ่ สงเสรมิ พฒั นา การปองกัน และแกไ ขปญหาเพือ่ ใหน ักเรียนไดพฒั นาเตม็ ตามศักยภาพ มคี ุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค มีภมู คิ มุ กัน
ทางจติ ใจท่เี ข็มแข็ง คุณภาพชีวิตทดี่ ี มีทักษะการดาํ รงชวี ิต และรอดพน จากวกิ ฤติทงั้ ปวงโดยมีฝายสง เสริมคณุ ธรรม จริยธรรม และการแพรธรรม มหี นาทีร่ บั ผดิ ชอบ
โดยตรงในการนิเทศตดิ ตาม การดําเนินงานของระบบดแู ลชว ยเหลือนกั เรยี น (สม.ดล.) โดยการสรางเคร่ืองมอื ใหค รทู ่ีปรกึ ษานาํ ไปใชอยา งชดั เจน มีมาตรฐานคณุ ภาพ
และมหี ลักฐานการทาํ งานที่ใชในการดแู ลนักเรียนในการดาํ เนนิ งานตามองคประกอบในการดําเนินงาน 5 ขนั้ ตอน
1.  การรจู กั นกั เรียนเปนรายบุคคล โดยครทู ปี่ รึกษาแตละหองพจิ ารณาขอมลู ทีเ่ กี่ยวกับนักเรียนเพื่อการจดั กลุมนักเรยี นเปน กลมุ ไวใ จ  ซึ่งเปนกลุมท่ีควรไดร บั การ
สรา งภูมิคุม กนั และการพฒั นา กลุมหว งใย ซึ่งตองใหก ารปอ งกนั หรือแกไ ขตามแตก รณี กลมุ ใกลชดิ ซงึ่ ตอ งชวยเหลอื และแกป ญ หา โดยเรง ดว น และกลมุ พิเศษ คอื
นกั เรยี นท่มี ีความสามารถพเิ ศษ มคี วามเปนอจั ฉรยิ ะซ่ึงตองใหการสงเสรมิ ใหไดรับการพัฒนาศกั ยภาพ ตามความสามารถพิเศษนน้ั จนถึงขัน้ สูงสดุ โดยใชเครือ่ งมือใน
การเก็บขอมลู ดงั น้ี
1.1 สม.ดล. R.1 แบบบนั ทกึ ขอมูลนกั เรยี นนักเรียนเปนรายบคุ คล 
1.2  สม.ดล. R. ๒ แบบบนั ทกึ การเยีย่ มบา นนกั เรียน  
1.3 สม.ดล. R. ๒.๑ แบบสรุปผลการเย่ยี มบานนักเรียน

2. การคดั กรองนกั เรียน เปน การพจิ ารณาขอมลู ที่เก่ยี วกบั ตวั นักเรียนโดยใชแบบประเมนิ พฤติกรรมเด็กและวยั รุนเปนเครือ่ งมอื ที่สาํ คัญในการคดั กรองปญหาทาง
พฤติกรรมและปญ หาทางอารมณทีเ่ บย่ี งเบนซงึ่ มคี วามเสย่ี งตอปญหาสขุ ภาพจิตในอนาคตทําใหทราบถงึ ปญหาท่เี กดิ ข้นึ ต้ังแตร ะยะแรกกอนท่จี ะลกุ ลามจนยากตอ การ
แกไ ขกอ ใหเกดิ ปญ หาตา งๆ ทพี่ บในปจจบุ ัน  เชน  การติดยาเสพติด ความกาวรา วรุนแรง ปญ หาอาชญากรรม โรคซึมเศรา การฆา ตัวตาย ความผิดปกตขิ อง
บุคลกิ ภาพ เปนตน  โดยมีเครอ่ื งมือในการคัดกรอง ดังน้ี
2.1 SDQ แบบประเมนิ ตนเอง ฉบบั นักเรียน (นักเรียนประเมิน) 
2.2 SDQ แบบประเมินตนเอง ฉบบั ครปู ระเมนิ (ครูประเมิน) 
2.3 SDQ แบบประเมินตนเอง ฉบบั ผูป กครอง (ผปู กครองประเมิน)
2.4 การใหคะแนนและการแปลผล SDQ
2.5 แบบบนั ทกึ การคดั กรองนกั เรยี นเปนรายบคุ คล
3. การสง เสรมิ และพัฒนานักเรียน โรงเรียนมโี ครงการ กจิ กรรมที่สง เสริมและพัฒนานกั เรยี นกลุม ปกตใิ หไ ดรบั การพัฒนาตรงตามความสามารถและความถนัดของ
นกั เรยี นเชน โครงการพฒั นาทักษะ    การคิดสูศตวรรษที่ ๒๑  โครงการพฒั นาทกั ษะการใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การสอ่ื สาร โครงการสงเสริมสรา งโอกาสและ
พฒั นาผูเรียน  โครงการพัฒนาศักยภาพดานการใชภ าษาองั กฤษและภาษาจีน โครงการพฒั นาความกาวหนา การอาน เขียน สื่อสาร และคิดพิชติ คาํ นวณ และ
โครงการยกระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นระดบั ชาติ สวนนกั เรียนกลุมเสยี่ ง  /มีปญหา โรงเรยี นไดด ําเนนิ งานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในโรงเรียน ใหเปนมนษุ ย
ทีส่ มบูรณต ามจิตตารมยข องพระสงั ฆราช ลมั แบรต เดอ ลา มอ็ ต  โครงการสง เสริมอตั ลักษณสถานศกึ ษา โครงการสงเสรมิ การปฏิบัติศาสนกิจทางพระพทุ ธศาสนา

Page 81 of 95

 โครงการพัฒนาโรงเรยี นคณุ ธรรม โครงการสถานศกึ ษาสีขาวปลอดยาเสพตดิ และอบายมขุ และโครงการทนุ การศกึ ษาเพ่อื สงเสรมิ และพฒั นาคุณภาพนักเรียนใหม ี
คุณภาพตามทสี่ ถานศกึ ษากาํ หนด นอกจากนีโ้ รงเรียนไดใชเ ครอื่ งมือในการสง เสริมและพฒั นานกั เรียนเพ่มิ เตมิ ดังนี้
  3.1 สม.ดล.R 1.1 บนั ทึกการดแู ลพฤติกรรมนกั เรียนในการเขาแถวเคารพธงชาติ  
3.2 สม.ดล.R 1.2 แบบบันทกึ การแกไ ขพฤตกิ รรมนักเรียนในการเขาแถวเคารพธงชาติ 
3.3 สม.ดล.R 1.3 แบบบนั ทกึ การตรวจรา งกายและเครือ่ งแบบนกั เรียน  
3.4 สม.ดล.R 1.4 แบบบนั ทึกการแกไ ขการตรวจรา งกายและเครอื่ งแบบนกั เรยี น  
3.5 สม.ดล.R. 5 แบบบันทึกการจดั กิจกรรมโฮมรมู สั้น (5-10 นาที)
  3.6 สม.ดล.R. 1.6  แบบสรุปผลการดาํ เนินงานสงเสรมิ และพฒั นานกั เรยี น
  3.7  สม.ดล.R 4.4  แบบบันทึกการไมเขารวมกจิ กรรม
3.8 สม.ดล.R.4.3 แบบบันทึกผลการดาํ เนินงานการชวยเหลือนักเรียนของครทู ่ปี รึกษา
3.9 สม.ดล.R 4.5  แบบสรุปจํานวนนักเรยี นท่ไี มรว มกจิ กรรม
3.10 สม.ดล.R 4.6  แบบบันทึกพฤติกรรมทีไ่ มพงึ ประสงค
4. การปองกันและแกไ ขปญหา   ในการดแู ลชวยเหลอื นักเรียน ครเู อาใจใสกบั นกั เรยี นทุกคน    อยางเทาเทยี มกนั แตสาํ หรับนกั เรียนกลุม เสย่ี ง/มปี ญหาน้นั จาํ เปน
อยางมากทีต่ อ งใหค วามดแู ลเอาใจใสอยา งใกลชดิ และหาวิธีการชว ยเหลอื ทงั้ การปองกนั และการแกไขปญหา โดยไมปลอ ยปละละเลยนกั เรียนจนกลายเปนปญ หาของ
สงั คม การสรา งภูมิคุมกัน การปองกันและแกไขปญ หาของนักเรยี น ใหน ักเรียนเติบโตเปนบุคคลทีม่ คี ุณภาพของสังคม โดยมวี ธิ กี ารปองกนั และแกไ ขปญหา โดยจดั
เครือขา ยนักเรยี นประจําหอ งใชเ ครื่องมอื ดังน้ี
4.1 สม.ดล.R. 8 แบบบนั ทกึ การใหคําปรกึ ษาเบอ้ื งตนแกนักเรียนเปน รายบคุ คล  
4.2 สม.ดล.R. 9 แบบบนั ทกึ การติดตามดแู ลนกั เรียน                     
4.3 สม.ดล.R. 10 แบบบนั ทึกการสง ผปู กครอง   
4.4 สม.ดล.R. 11 แบบบนั ทกึ การเฝาระวงั พฤติกรรมนกั เรียน
4.5 สม.ดล.R. 1๒ แบบสรปุ ผลการดาํ เนนิ งานปอ งกันและแกป ญ หานักเรยี น
5. การสงตอ โรงเรยี นไดกาํ หนดแนวทางในการปอ งกันและแกไ ขปญ หาของนกั เรยี นโดย ครทู ่ปี รกึ ษาตามกระบวนการในขอ 4 นนั้ อาจมีบางกรณีทีป่ ญหามคี วามยาก
ตอการชวยเหลอื หรอื ชว ยเหลือแลวน้นั นกั เรียนมีพฤติกรรมไมด ีขน้ึ ก็ควรดําเนินการสง ตอ ไปยงั ผเู ชยี่ วชาญเฉพาะดา นตอ ไป เพื่อใหปญ หาของนกั เรยี นไดรบั การชวย
เหลอื อยา ง ถกู ทางและรวดเรว็ ข้นึ หากปลอ ยใหเปน บทบาทหนาทข่ี องครทู ่ปี รกึ ษาหรอื ครูคนใดหนึ่งเทาน้นั ความยุงยากของปญหาอาจมมี ากขน้ึ หรอื ลกุ ลามกลาย
เปนปญหาใหญโ ตจนยากตอการแกไ ข ในการสงตอโรงเรียนได แบงเปน 2 แบบ คอื  
5.1 การสงตอภายใน  กรณีนกั เรยี นมปี ญ หาครูท่ีปรกึ ษาไมสามารถแกปญหาได จะสง ตอไปยังครูฝายปกครองของสายชน้ั ในการแกป ญ หาถา ไมส ามารถแกปญหาได
จะสง ตอไปทคี่ รูฝายปกครองของโรงเรียนหาวธิ ีการแกป ญ หา ถาแกไมไดจะสง ตอไปทคี่ รูแนะแนวถาไมสามารถใหก ารชว ยเหลอื นักเรยี นได ก็จะสงตอภายนอกใหผ ูท ี่มี
ความเชีย่ วชาญเฉพาะทางแกป ญ หานกั เรียนตอไป ทง้ั น้ขี ้ึนอยกู ับลักษณะของปญ หา 
5.2 การสงตอ ภายนอก ครแู นะแนวหรอื ฝายปกครองเปนผดู าํ เนนิ การสงตอไปยงั ผเู ช่ยี วชาญภายนอก สําหรบั การสงตอ ภายใน หากสง ตอ ไปยังครแู นะแนวหรือฝา ย
ปกครองจะเปนการแกไ ข ปญ หาท่ยี ากตอ การชว ยเหลือของครูทป่ี รกึ ษา เชน ปญ หาเกยี่ วกับจิตใจ ความรูส กึ ปญหาพฤติกรรมท่ี ซบั ซอนหรอื รนุ แรง เปนตน ครทู ีร่ ับ
ตอตอ งมีการชว ยเหลืออยางเปน ระบบ และประสานการทํางานกับผูเกยี่ วของ เพอื่ การชว ยเหลือที่มปี ระสทิ ธภิ าพ แตห ากเกดิ กรณยี ากตอการชว ยเหลืออีกกต็ องสง ตอ
ผูเชย่ี วชาญภายนอกตอ ไป โดยใชเครือ่ งมือในการดําเนินงานดงั นี้
5.2.1 สม.ดล.R. 12 แบบบนั ทึกการสง ตอนักเรียน (ภายใน) 
5.2.2 สม.ดล.R. 13 แบบบนั ทึกการติดตามดแู ลนกั เรียน     
5.2.3 สม.ดล.R. 14 แบบสรุปผลการสง ตอ นกั เรยี น  
5.2.4 สม.ดล.R. 15 บันทึกขอความขอความอนุเคราะหชวยเหลอื นกั เรยี นเพอื่ สง ตอ หนวยงานภายนอก

3. ดําเนินงานพฒั นาวชิ าการท่เี นน คณุ ภาพผเู รียนรอบดา นตามหลักสูตรสถานศกึ ษาและทกุ กลุม เปา หมาย
 โรงเรยี นไดด าํ เนินงานพัฒนาวชิ าการทีเ่ นน คณุ ภาพผเู รยี นรอบดานตามหลกั สูตรสถานศึกษาและ                         ทกุ กลุม เปา หมายโดยผูบริหารแตงตงั้ คณะ
กรรมการจดั ทําและพฒั นาหลกั สูตร เพ่อื ดําเนนิ การโครงการพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษาใหสอดคลอ งกับหลกั สูตรการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐานพทุ ธศกั ราช 2551 ฉบับ
ปรบั ปรุง 2560 และตรงตามความตองการของผเู รียน บริบทของสถานศึกษาเปน ไปตามความตองการของชมุ ชน ทอ งถ่ิน ในการดาํ เนนิ การพัฒนาหลักสูตรผูบ รหิ าร
โรงเรียนไดมกี ารประชุมครูฝา ยวชิ าการ คณะกรรมการจัดทําและพัฒนาหลกั สตู ร ครูกลมุ สาระการเรียนรูและครผู ูสอน เพ่อื วางแผนการดาํ เนนิ การพัฒนาหลกั สตู ร
ดว ยการศึกษาวิเคราะหผลการใชห ลกั สตู รในปท่ีผานมา  ศกึ ษานโยบายคําสั่งการเปล่ียนแปลงหลักสูตรตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ออกแบบสอบถามไปยงั
ผูปกครองเก่ียวกบั ความตอ งการของผูปกครองในการจัดการศึกษาของโรงเรยี น รว มกนั ศึกษาสภาพบรบิ ทของชมุ ชนทอ งถ่ินนาํ มาเปนขอมูลในบูรณาการเน้อื หา
หลักสตู รใหเ หมาะสมตามสภาพจริง มีการจัดกจิ กรรมเสริมหลกั สตู รทเ่ี นนคุณภาพผเู รยี นรอบดาน เช่อื มโยงชีวิตจรงิ เชน กจิ กรรมพฒั นาทักษะทางภาษาองั กฤษ
กจิ กรรมเสรมิ ทักษะภาษาจนี ท่สี อดคลอ งกบั วิถชี วี ิตของจงั หวดั  กจิ กรรมงาน 1 สายชนั้ 1 นวตั กรรมทีฝ่ กทกั ษะการทาํ งานใหก บั ผเู รยี นตงั้ แตช ้นั ประถมศึกษาจนถงึ
ช้นั มัธยมศึกษา โดยเปนการปูพน้ื ฐานการทํางานฝมอื เบื้องตน นําไปสกู ารทาํ งานสรา งนวตั กรรมและอาชพี ในอนาคต โรงเรยี นมกี ารเปด หลกั สตู รทห่ี ลากหลาย เปน

Page 82 of 95

ทางเลอื กใหกับผูเ รยี น  ทกุ กลมุ เปา หมาย เชน หลักสูตรพเิ ศษสําหรบั ผเู รยี นทีม่ คี วามสนใจดา นวทิ ยาศาสตร คณิตศาสตร และเทคโนโลยี (สสวท.) หลักสูตรแผนการ
เรียน วิทย-คณิต หลักสตู รแผนการเรียนภาษาอังกฤษ-จนี หลกั สูตรแผนการเรยี นพฒั นาแววอจั ฉรยิ ภาพ (Gifted) หลักสตู รแผนการเรยี นการสอนโดยใชภาษาองั กฤษ
เปน ส่อื (MEP) หลักสูตรแผนการเรียนวทิ ยาศาสตร คณติ ศาสตร ภาคภาษาองั กฤษ (ISMEP) เปนตน นอกจากนี้โรงเรยี นมคี ําสง่ั แตงตั้งคณะกรรมการนิเทศ กาํ กบั
ติดตามการใชห ลกั สูตรอยา งเปนระบบ มกี ารประเมนิ การใชห ลกั สตู รในรปู แบบการวิจยั เพอื่ ปรบั ปรุงและพัฒนาหลักสูตรใหห ลักสตู รทนั ตอ การเปลีย่ นแปลงของสังคม
                   ใหผูเรียนไดร ับการพฒั นาคณุ ภาพอยางรอบดานตามหลักสูตรสถานศึกษาในทุกกลมุ เปา หมาย
4. พัฒนาครแู ละบุคลากรใหม คี วามเช่ยี วชาญทางวิชาชพี
โรงเรียนตระหนกั และใหความสําคัญ การสงเสรมิ พัฒนาครูและบคุ ลากรอยางเปน ระบบและตอเนือ่ ง ภายใตก รอบแนวคดิ แผนการศกึ ษาแหง ชาติท่ีวา “คนไทยทกุ คน
ไดรับการศึกษาและเรยี นรตู ลอดชวี ิตอยางมีคุณภาพ ดาํ รงชีวิตอยางเปนสขุ สอดคลอ งกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการเปล่ยี นแปลงของโลกศตวรรษท่ี
21 “ โดยบรรจโุ ครงการพฒั นาศักยภาพบุคลากรเปน โครงการตอ เน่ืองอยูใ นแผนปฏิบัตกิ ารประจําป            มีการสรปุ ประเมินผลและสงั เคราะหผลงานท่ผี า นมา
เพอ่ื นาํ ไปพัฒนาปรับปรุง แกไ ข ในการจดั ทําแผนงาน                  ของปตอไป จดั ใหม ีการประชุมดานวิชาการอยางตอเนอื่ งของคณะกรรมการงานวิชาการ  คณะ
กรรมการงานพฒั นาหลกั สตู ร คณะกรรมการกลุม สาระการเรยี นรู คณะกรรมการกลมุ งานหอ งเรยี นพิเศษและคณะกรรมการกิจกรรมพัฒนาผเู รียน คดิ วเิ คราะห
วางแผนยุทธศาสตรด านการศึกษา สรางจุดเดน เสรมิ จดุ ดอ ย เปนการรวมตัว                       รวมใจ รวมพลัง รว มมือกันของครู ผบู รหิ าร สรา งชุมชนการเรียนรู
ทางวิชาชพี (PLC) บนพ้นื ฐานวัฒนธรรมความสมั พันธแบบกลั ยาณมติ ร มวี สิ ยั ทัศน คณุ คา เปา หมาย และภารกิจรวมกนั สูการเรยี นรู และการพฒั นาวิชาชีพทีเ่ นน
ความสําเรจ็ หรือประสิทธิผลของผเู รียนเปน สําคัญ สนับสนุนใหครแู ละบคุ ลากรสรา งองคค วามรูใ หม                    แกนกั เรียน โดยเฉพาะอยางย่ิงการสรา ง
นวตั กรรมทางการศึกษา เพือ่ สรา งนักคดิ นักประดษิ ฐบนพนื้ ฐานของการจดั การเรยี นการสอน ควบคูไ ปกับการพัฒนาโรงเรียนคณุ ธรรมและกระบวนการนาํ หลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและหลกั นิตธิ รรม มาประยุกตใชใ นสถานศกึ ษา และเพ่ือใหก ารบริหารบุคลากรเปนไปตามเปา หมายดา นการพฒั นาเพิม่ พูนศักยภาพใน
การทาํ งานและการจัดการเรียนการสอนอยางเปนรปู ธรรม ฝายบคุ ลากรจึงกําหนดใหค รแู ละบคุ ลากรเขา รับการอบรม สัมมนา ประชุม/ประชมุ เชิงปฏิบัติการและ
ศกึ ษาดูงานคนละไมน อ ยกวา                           50 ชั่วโมง/ปการศึกษา  

5.  จดั สภาพแวดลอมทางกายภาพและสงั คมท่ีเอ้ือตอการจดั การเรียนรูอยา งมคี ุณภาพ
โรงเรยี นสตรีมารดาพทิ ักษ  มีความตระหนักในการจัดสภาพแวดลอ มและบรรยากาศท่ีเหมาะสม  ตอการเรยี นรภู ายในหอ งเรยี นใหม ีความสะอาด ปลอดภัย และสราง
จติ สํานึกในการมีสวนรวมดแู ลรักษาบรรยากาศภายในหอ งเรียน โรงเรียนไดจดั อาคาร สถานทใ่ี หเ พียงพอแกน กั เรียน มคี วามสะอาด ปลอดภยั ม่นั คง แข็งแรง อากาศ
ถายเทไดส ะดวก มีแสงสวา งใหเ หน็ ทกุ ดา น ภูมิทัศนร มรื่นเหมาะสมแกก ารทาํ กจิ กรรมการเรียนรู  ของนกั เรยี น อุปกรณ ครุภณั ฑ มคี วามเหมาะสมกบั นักเรยี น และมี
ครู บคุ ลากรทีช่ าํ นาญการ คอยดูแลควบคุมนักเรยี นอยา งใกลชดิ และทวั่ ถงึ อาคารเรยี นมีทง้ั หมด 5 หลัง ประกอบดวย อาคารมารีรักษ อาคารสริ วิ จนาถต  อาคารมารี
อา อาคารรว มใจ อาคารพระแมมารีย และอาคาร 70 ป  ไดจัดใหมหี อ งเรยี น หอ งประกอบการ  พรอ มสิง่ อํานวยความสะดวกภายในและภายนอกอาคารใหอยูใน
สภาพทีด่ ี ปลอดภยั และมีปรมิ าณเพยี งพอ  โรงเรียนจัดใหม เี คร่ืองสาธารณูปโภคประจาํ หอ งเรียน และหอ งประกอบการท่เี พียงพอ

โรงเรยี นสตรมี ารดาพิทักษ มอี าคารเรียนจาํ นวน 6 อาคาร ประกอบดวย อาคารมารรี กั ษ อาคารสิรวิ จนาตถ อาคารรว มใจ อาคารมารีอา อาคารพระแมมารีย และ
อาคาร 70 ป อาคารสถานทท่ี กุ แหง อยูในสภาพทสี่ ะอาด ปลอดภยั และถูกสขุ ลกั ษณะ โดยผบู รหิ ารไดแ ตง ตั้งคณะกรรมการอาคารสถานทม่ี ีหนาท่ีบรหิ ารงานดาน
อาคารสถานท่ี ดแู ลตกแตง สภาพภูมิทัศน ดูแลรกั ษาความสะอาด ความปลอดภัยและความพรอ มในการใชงาน               ของอาคารเรียนและส่งิ ปลกู สรางอื่นรวม
กบั งานพัสดคุ รุภัณฑใ นการปฏิบัตงิ านดา นการบริหารจัดการและ งานซอ มบํารุงวสั ดคุ รุภณั ฑโ รงเรียน คณะกรรมการงานอาคารสถานที่ ไดจัดทําแผนการตรวจเช็ค
สภาพการใชง าน บาํ รุงรกั ษา ซอ มแซม อาคารสถานท่ี อปุ กรณ เครอื่ งเลน และสาธารณปู โภคไวใ นปฏทิ ินปฏิบัตงิ านประจําปของสถานศึกษา  พรอมจัดสรรงบ
ประมาณใชด าํ เนินการอยา งพอเพยี ง ตามกิจกรรมปรับปรงุ สภาพแวดลอมในโรงเรียนโรงเรยี นเห็นความสาํ คญั ของการจัดบรรยากาศในชน้ั เรยี นให นา ดู นา อยู และนา
เรยี น สะอาด โดยโรงเรยี นไดนําหลกั ปฏบิ ัติ 5 ส. มาปลูกจติ สํานึกใหแกนกั เรยี นและบุคลากรทกุ ฝา ยไดร วมกนั ปฏิบัตอิ ยางตอ เนอื่ งจนเกดิ   เปนกจิ นิสัย ครปู ลกู ฝง ให
นกั เรียนรกั ษาความสะอาด เชน พบั ขยะใหเล็กทิ้งขยะใหถ กู ทถี่ กู ประเภท ทําความสะอาดโตะหลงั รบั ประทานอาหารเสรจ็ ทกุ คร้ัง ลา งภาชนะของตนเองหลงั จากรับ
ประทานอาหารและรับผิดชอบทําความสะอาด                      เขตพน้ื ที่ที่กําหนดใหทั้งในและนอกหอ งเรียน เปน ตน โรงเรียนจดั ใหม ีระบบสาธารณูปโภคครบ ทง้ั
ไฟฟา นํ้าประปา โทรศพั ท และอุปกรณอ าํ นวยความสะดวก  ไวส ําหรับใหบริการอยางท่วั ถงึ พอเพียงและมีประสิทธภิ าพ 

6. จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนนุ การบริหารจัดการและการจดั การเรียนรู
  โรงเรยี นมีการจดั ระบบขอ มลู และสารสนเทศทีม่ ีประสทิ ธภิ าพ เปน ระบบ ถกู ตอง สมบรู ณเปน ปจ จบุ นั โดยใชระบบ PSIS เปน เครื่องมอื จดั เกบ็ ขอ มูลสถานศึกษา ครู
บคุ ลากร และนกั เรียน ต้ังแตปก ารศึกษา 2555 โรงเรยี นตอ งจดั ทําเอกสารเกี่ยวกบั เอกสารเงินอดุ หนุน (PSIS) ระบบ PSIS กําหนดใหป ระมวลผลเปน ไปตามเง่ือนไข  
               ท่ีสอดคลองกบั ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการวา ดวยการกาํ หนดมาตรการชวยเหลอื นักเรยี นในโรงเรียนเอกชน                  เปนเงินอดุ หนนุ รายบคุ คล
พ.ศ. 2552 แกไ ขเพม่ิ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2553 และแกไขเพิม่ เติม (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2554 และแกไ ขเพ่มิ เติม (ฉบบั ที่ 4) จึงมีการแตง ตั้งบุคลากรผูดูแลระบบของ
โรงเรียน ทีม่ หี นาทบ่ี ริหารจัดการขอ มลู และสารสนเทศรวมถึงรายงานขอมูลสารสนเทศตอสาํ นักงานคณะกรรมการสงเสริมการศกึ ษาเอกชนทกุ เดอื น                    
    และรายงานประจําป ดาํ เนนิ การมอบหมายหนาท่ีใหบ คุ ลากรทเี่ ก่ียวของ จดั เกบ็ ขอ มูลและสารสนเทศพื้นฐาน                   ของโรงเรียนอยา งเปนระบบ
ครอบคลมุ ครบถวน ดังนี้
 1. ขอ มูลพืน้ ฐานโรงเรยี นมีการจดั เกบ็ ขอ มลู และจดั ทําสารสนเทศพ้นื ฐานของโรงเรียน ประจาํ ปการศึกษา                   ท่ไี ดรวบรวมขอ มลู พ้นื ฐานของโรงเรยี นท่ี
เก่ียวขอ งกบั ขอ มลู ทั่วไปของโรงเรียน วิสยั ทศั น นโยบายการดําเนนิ งาน เปา หมาย พนั ธกิจ การบรหิ ารจดั การทรพั ยากรภายในโรงเรียนท่เี กยี่ วกบั สภาพ ของแหลง
เรียนรู อุปกรณ เทคโนโลยี ส่งิ อาํ นวยความสะดวก รวบรวมผลการดําเนนิ งานดา นตาง ๆ ในปท ี่ผานมานาํ มาจดั เปนรูปเลม                        เพ่อื สะดวกในการ

Page 83 of 95

คนหาหรอื นาํ ขอมลู มาใชงาน
 2. จัดเกบ็ ขอมูลในระบบ PSIS เพ่อื ใหโ รงเรยี นใชเคร่ืองมอื จดั เกบ็ ขอมลู สถานศึกษา เช่อื มโยงกับสํานกั งานคณะกรรมการสงเสรมิ การศกึ ษาเอกชน เกีย่ วกบั ขอ มลู ของ
สถานศึกษาดานขอ มลู โรงเรียน ขอมูลพ้นื ฐานของโรงเรยี น  งานสารสนเทศโรงเรยี นดําเนินการประสานการจัดเกบ็ ขอ มลู ครอบคลุมทุกฝา ย 6 ฝาย กลุม สาระ          
         การเรียนรู โครงการตา ง ๆ  งานสารสนเทศโรงเรยี นประมวลผลความพงึ พอใจ วเิ คราะหทางสถิติและรายงานผลการดาํ เนินงานในแตละปก ารศกึ ษาของ
โรงเรียน รายงานขอ มูลการจดั ระบบขอมูลและสารสนเทศพื้นฐาน จดั ทําเปน รปู เลม เอกสารสรปุ สารสนเทศโรงเรียนและเกบ็ ขอมลู เปนไฟลไวแตล ะปก ารศึกษา และ
การดําเนินการเผยแพรขอมูลสารสนเทศโรงเรียนผา นทางเว็บไซตข องโรงเรยี น (www.sm.ac.th)           โดยจดั หมวดหมูขอมูลอยา งเปนระบบ เชน ขอมลู พ้นื ฐาน
 ขอมลู บคุ ลากร ขอ มูลนักเรียน  เปน ตน
   ผบู รหิ ารสถานศึกษาใชข อ มูลและสารสนเทศ ในการตัดสินใจในการบริหารจดั การและการจดั การเรียน       การสอนเพอื่ พัฒนาคณุ ภาพการศึกษาใหเ กิดประโยชน
สูงสุด นาํ ขอ มลู ไปใชในการกําหนดนโยบายจดั ทาํ รางนโยบาย ยุทธศาสตร วางแผน จดั สรรงบประมาณ สนับสนนุ และสงเสริม เชน ขอ มลู นกั เรยี นนาํ ไปใชในการ
วางแผนรับนักเรยี นในปก ารศึกษาตอไป , ขอมูลงบประมาณ ใชตงั้ งบประมาณการใชจา ยของโครงการทเี่ สนอ                 เพ่ือขออนมุ ตั ขิ ึน้ มามีความเหมาะสม สม
เหตสุ มผลมากนอ ยเพียงใด  ขอมลู สถติ ิการมาปฏิบัตงิ านของบคุ ลากรครูและบคุ ลาการสนับสนนุ ใชป ระกอบการขึน้ ขน้ั เงินเดือนตามความเหมาะสม 
  ครูผูสอนนําขอมูลไปใชไปใชใ นการจัดการเรียนการสอนในชนั้ เรียน เชน การสรา งและใชส ือ่ การสอน             ในบทเรยี นใหเกดิ ความนาสนใจใหแกนักเรยี น การ
ตรวจสอบรายชือ่ นักเรียนในชั้นเรยี นท่ีเปน ปจจบุ ัน                           การเก็บรวบรวมคะแนนสอบ การคน หาขอ มลู นํามาประกอบการเรยี นการสอน เปน ตน
ครูสายสนับสนนุ นาํ ขอมลู ไปใชใ นการบรหิ ารจัดการ เชน ฝา ยธรุ การและการเงนิ เกบ็ คา ธรรมเนียมการเรยี น  บุคลากรเชค็ สถติ ิการมาทาํ งานของครใู หเ ปนปจจบุ นั
 ฝายวชิ าการจัดตารางสอนกําหนดหนาท่ปี ฏบิ ัตงิ านของครูผสู อนในรายวชิ าทส่ี อน และจัดทําแผนการเรยี นนาํ ผลสัมฤทธ์ทิ ่ไี ดตามกลุมสาระการเรียนรู ผลการทดสอบ
ทางการศกึ ษาระดับชาตขิ ้ันพน้ื ฐาน (O-NET) มาบรหิ ารจัดการในการเรยี นการสอน ฝายทะเบยี นและวัดผล จดั ทําขอ มลู นกั เรียน  บันทึกขอมูลนักเรยี นเขาใหมและ
นักเรยี นลาออก เปน ตน  
   ผูป กครองนําขอมูลท่ไี ดร บั จากทางโรงเรียนเปน เอกสารหรือมาติดตอกบั ทางโรงเรยี น เชน ใบรายงานผล             การเรียนของนกั เรยี น  จดหมายเวียนในเรือ่ งตา ง
ๆ ของทางโรงเรียนถึงผปู กครองใหไดร ับทราบ วารสารของโรงเรยี น  เว็บไซต เฟสบคุ ของทางโรงเรยี น หรอื โทรคยุ มาตดิ ตอ สอบถามความกา วหนา ในทางการเรยี น
ของนักเรียนไดห รอื มขี อ มูลคาํ ถามทผี่ ปู กครองตองการทราบ สามารถมาสอบถามโรงเรียนไดเปนการสานสมั พนั ธอ นั ดรี ะหวา งผปู กครองและโรงเรียน เปน ตน

Page 84 of 95

มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจดั การเรียนการสอนทเี่ นน ผูเรียนเปนสําคญั
จาํ นวนครูทั้งหมด : 154

การปฏบิ ตั งิ าน เปา จาํ นวนครทู ่ีผาน ผลการ ผลการ
หมาย/ เกณฑท่ีโรงเรยี น ประเมนิ ประเมนิ
ประเดน็ พจิ ารณา ปฏบิ ตั ิ ไม รอ ยละ กําหนด (คน) (รอ ยละ) คณุ ภาพท่ี
ปฏบิ ตั ิ
ได

1. จดั การเรยี นรผู านกระบวนการคิดและปฏบิ ตั จิ ริง และสามารถนาํ ไปประยกุ ตใชใ นชวี ติ ได 90.00 149 96.75 ยอดเยี่ยม

1.1 จัดกจิ กรรมการเรยี นรตู ามมาตรฐานการเรยี นรู ตัวชว้ี ัดของ √ - 150
หลกั สูตรสถานศกึ ษาท่ีเนน ใหผ ูเรียนไดเ รยี นรู โดยผานกระบวนการคดิ
และปฏิบตั ิจรงิ

1.2 มีแผนการจัดการเรยี นรูท่ีสามารถนาํ ไปจดั กจิ กรรมไดจริง √- 150

1.3 มีรูปแบบการจัดการเรยี นรเู ฉพาะสําหรบั ผทู ี่มีความจําเปน และ √ - 145
ตอ งการความชว ยเหลอื พิเศษ

1.4 ฝกทกั ษะใหผเู รียนไดแ สดงออก แสดงความคิดเห็น สรุปองคความ √ - 149
รู และนําเสนอผลงาน

1.5 สามารถจดั กจิ กรรมการเรียนรูใหผเู รียนสามารถนาํ ไปประยุกตใช √ - 152
ในชีวติ ประจาํ วันได

2. ใชส ื่อ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหลง เรยี นรทู ่ีเอ้ือ ตอ การเรยี นรู 90.00 147 95.45 ยอดเย่ยี ม

2.1 ใชส่อื เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรียนรู √- 148

2.2 ใชแ หลงเรียนรู และภูมปิ ญญาทอ งถิน่ ในการจัดการเรยี นรู √- 147

2.3 สรางโอกาสใหผ เู รยี นไดแสวงหาความรูดว ยตนเองจากส่อื ที่หลาก √ - 145
หลาย

3. มีการบรหิ ารจัดการชัน้ เรียนเชงิ บวก 90.00 147 95.45 ยอดเยยี่ ม

3.1 ผสู อนมกี ารบรหิ ารจดั การช้ันเรยี น โดยเนน การมปี ฏสิ ัมพนั ธเ ชิง √ - 146
บวก

3.2 ผสู อนมีการบรหิ ารจัดการชน้ั เรียน ใหเดก็ รักครู ครรู ักเดก็ และ √ - 148
เด็กรักเดก็ เด็กรักที่จะเรยี นรู สามารถเรยี นรรู ว มกนั อยางมคี วามสขุ

4. ตรวจสอบและประเมนิ ผูเรยี นอยา งเปน ระบบ และ นําผลมาพัฒนาผูเรยี น 90.00 142 92.21 ยอดเยี่ยม

4.1 มกี ารตรวจสอบและประเมินคณุ ภาพการจัดการเรยี นรูอยางเปน √ - 146
ระบบ

4.2 มขี ั้นตอนโดยใชเ ครอ่ื งมือและวธิ กี ารวดั และประเมนิ ผลทเ่ี หมาะสม √ - 142
กบั เปาหมายในการจัดการเรยี นรู

4.3 เปด โอกาสใหผ เู รยี นและผูม ีสวนเกีย่ วของมสี ว นรว มในการวัดและ √ - 139
ประเมินผล

Page 85 of 95

การปฏิบัตงิ าน เปา จาํ นวนครูที่ผาน ผลการ ผลการ
หมาย/ เกณฑทโ่ี รงเรียน ประเมิน ประเมนิ
ประเดน็ พจิ ารณา ปฏิบัติ ไม รอ ยละ กาํ หนด (คน) (รอ ยละ) คุณภาพที่
ปฏบิ ัติ
ได

4.4 ใหข อ มลู ยอนกลับแกผูเรยี นเพื่อนาํ ไปใชใ นการพัฒนาการเรียนรู √ - 139

5. มีการแลกเปล่ียนเรียนรูและใหข อมลู สะทอนกลับ เพื่อพฒั นาปรบั ปรงุ การจัดการเรียนรู 90.00 148 96.10 ยอดเยี่ยม

5.1 และผมู ีสวนเกีย่ วขอ งรว มกนั แลกเปลยี่ นความรแู ละประสบการณ √ - 146
ในการจดั การเรยี นรู

5.2 นาํ ขอมูลปอ นกลับไปใชใ นการปรับปรุงและพัฒนาการจดั การเรยี น √ - 149
รูของตนเอง

สรปุ ผลการประเมิน 95.19 ยอดเยี่ยม

 

จดุ เนน และกระบวนการพัฒนาท่สี ง ผลตอระดับคณุ ภาพของมาตรฐานที่ 3 กระบวนการจดั การเรยี นการสอนที่เนนผเู รียนเปนสําคัญ

กระบวนการพัฒนาทส่ี ง ผลตอ ระดับคณุ ภาพของมาตรฐานที่ 3
1. จดั การเรยี นรผู า นกระบวนการคิดและปฏิบตั จิ ริง และสามารถนาํ ไประยกุ ตใ ชในชีวิตได
  โรงเรียนสตรมี ารดาพทิ ักษมกี ระบวนการพฒั นาที่ทาํ ใหครจู ดั การเรียนรูใหเ ปน ไปตามศักยภาพของนกั เรียนและจดั ทําแผนการจัดการเรียนรทู ีม่ งุ พฒั นาคณุ ภาพ
นกั เรยี นและสมรรถนะนกั เรยี นตามทกั ษะในศตวรรษที่ 21 สอดคลองกับตวั ช้ีวดั หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐานพทุ ธศักราช  2551 ฉบบั ปรบั ปรงุ 2560 โดย
โรงเรียนมีการบรหิ ารจัดการการเรยี นการสอนและงานสนับสนนุ การเรียนรูด วยโดยใชก ระบวนการ  PDCA ในการทาํ งาน  โรงเรยี นมกี ารประชุมเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารครเู พือ่
จัดทําแผนการจดั การเรียนรใู นรายวิชาที่ไดร บั มอบหมายและนาํ หลกั สตู รแกนกลางมาวิเคราะหและจดั ทําคําอธิบายรายวชิ า  โครงสรางรายวชิ า หนวยการเรยี นรู
 แผนการจัดการเรียนรู จากน้นั ครผู ูสอนทกุ คนจดั ทําแผนการจัดการเรียนรูบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งตามรปู แบบการเรยี นการสอนแบบยอ นกลบั
(Backward Design) เปน วิธกี ารออกแบบการเรียนการสอนทเ่ี อา “เปาหมายการเรยี นรู” (Desired outcomes) เปนตวั ตั้ง กาํ หนด “วิธกี ารวดั ผลและช้นิ งาน”
(Evidence of understanding) ทีส่ ามารถใชเปน การบอกวา ผเู รียนไดบ รรลุผลการเรียนรู หลงั จากน้ัน “ออกแบบกจิ กรรมการเรียน” (instruction) เพ่ือใหผูเรยี น
สามารถสรางช้นิ งานท่ีระบไุ ด   โรงเรยี นมีการติดตามผลโดยใชกระบวนการนิเทศการศกึ ษาของครูในกลุม สาระการเรยี นรู และรายงานผลการนิเทศการศึกษาภายใน
กลมุ สาระการเรยี นรู หลังจากครจู ัดการเรยี นการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู ครูจะบันทกึ ผลลงในบันทกึ หลงั สอน และนาํ ผลท่ไี ดม าพูดคยุ กับครผู ูสอนในระดับช้นั
เดยี วกนั หรือในรายวิชาเดียวกนั และเขาสกู ระบวนการ PLC เพื่อแกไ ขปญ หา นาํ ไปสูการปรบั ปรุงและพฒั นาเพอื่ เปนขอ มลู ในการทําวิจัยในช้นั เรียนของครูผสู อนและ
ในการประเมนิ หลงั จากจบหนว ยการเรียนรูครมู ีการวัดและประเมินผลดวยความยุตธิ รรมและหลากหลายตามสภาพจริงของนักเรยี น

 2. ใชส ่อื เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหลงเรยี นรูท่เี ออื้ ตอการเรยี นรู
โรงเรยี นสตรมี ารดาพิทกั ษมกี ระบวนการพฒั นาครูใหใ ชส่อื เทคโนโลยีสารสนเทศในการจดั การเรียนรู โดยการสง เสรมิ และสนับสนุนใหค รูผสู อนไดร บั การอบรมการ
ผลิตส่ือในรปู แบบตางๆ เชน การผลิตส่ือคอมพิวเตอรชวยสอน CAI  และ E-Book  จดั ครเู ขารบั การอบรมการจัดการเรยี นการสอนดวยโปรแกรม Google
Classroom และการจัดการเรียนการสอนดว ยโปรแกรม Zoom และในชวงสถานการณการแพรร ะบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 ครไู ดรับมอบหมายให
จัดการเรียนการสอนแบบออนไลนใ หกบั ผูเรียนซงึ่ ครผู สู อนสามารถจดั การเรยี นการ     ไดเ ปน อยางดี ครผู สู อนทุกคนจัดทําและใชส อื่ การเรียนการสอน  สื่อที่ใชเ กดิ
จากการสรา งสรรค  มกี ารพัฒนาสื่อใหม ีประสทิ ธภิ าพสอดคลองเหมาะสมกับบริบทของเน้อื หา  การจดั กจิ กรรมการเรยี นรแู ละเพียงพอตอ การเรยี นรขู องนักเรยี น ครู
ผูส อนจดั กจิ กรรมการเรยี นรโู ดยใชแหลงเรยี นรูในโรงเรียน เชน หอ งสมุด หองประกอบการ สวนสมนุ ไพร หองพิพธิ ภณั ฑ หองศนู ยห ตั ถกรรมพนื้ บา นเสือ่ จันทบูร
 นอกโรงเรียน ในทองถิ่นและชุมชนใกลเ คียงไดอยางเหมาะสมกับบรบิ ทการเรยี นรูและสอดคลอ งกบั มาตรฐานการเรยี นรู ตวั ชวี้ ดั ท่ีกาํ หนดไวใ นหลกั สูตรอยา งชดั เจน
เชน ชุมชนรมิ นํา้ จนั ทบูร  อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏสิ นธินริ มล  วทิ ยาลัยเทคนคิ จนั ทบุรี มีการติดตอปราชญช าวบา น ภูมิปญ ญาทอ งถ่นิ เขามาจดั การเรียนการ
สอน และเปดโอกาสใหผ ูเรียนแสวงหาความรดู วยตนเองจากสอื่ เทคโนโลยแี ลว นํามานาํ เสนอเปน องคความรูรวมกันในชนั้ เรยี น  อกี ทั้งโรงเรยี นจดั ใหมกี ารบรกิ ารการ
เรยี นการสอนเพื่อใหบ รกิ ารแกครูในดา นหนังสือ สื่อวิดีทัศน  ICT  เคร่ืองฉายขามศรี ษะ  จอภาพและเครื่องฉาย  โทรทัศนป ระจาํ หองเรียน  เครอื่ งคอมพิวเตอร
ประจาํ สายชัน้ อปุ กรณก ารศึกษา  เชน  อปุ กรณการศึกษาในหอ งปฏิบัตกิ ารวทิ ยาศาสตร หองคอมพวิ เตอร หองโสตทศั นศกึ ษา

3. มีการบรหิ ารจดั การชั้นเรยี นเชงิ บวก
 โรงเรยี นสตรีมารดาพิทักษม กี ระบวนการพฒั นาครูดวยการประชมุ ครูผูสอนเกย่ี วกบั การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู  โดยใหค วามสําคญั กบั การบรกิ ารจัดการชน้ั เรียนเชิง
บวก จัดบรรยากาศแหง การยอมรบั นับถือกัน  จดั กิจกรรมใหน ักเรยี นไดท าํ รว มกันเปน กลุมยอ ย  สงเสริมการแลกเปล่ยี นเรียนรูรว มกัน  ทาํ ใหเ กดิ การยอมรบั ระหวา ง

Page 86 of 95

สมาชิกในกลุม  นักเรียนเห็นความสาํ คัญของกลมุ  เกิดการพฒั นาวฒุ ิภาวะ  และไดร ับประสบการณบ วกในการพัฒนาตนเอง  ครูจัดกจิ กรรมใหนักเรียนอยรู ว มกนั ได
เลน ไดทํากจิ กรรมรว มกนั  สอนใหน ักเรยี นรจู กั เอาใจเขามาใสใ จเรา  รูจักการใหอ ภยั และชว ยเหลอื กัน  ครแู สดงความรูสกึ ทด่ี ตี อนกั เรยี นและแสดงออกทางบวก เชน
 การสมั ผัสทางกาย  การมอง การสบตา การใชค าํ พูด การแสดงสหี นา ทาทาง เปน ตน ครูจดั บรรยากาศของการสงเสรมิ สมั พนั ธภาพทด่ี ีระหวางครูกบั นกั เรียน  
ระหวา งนักเรยี นดว ยกนั และกบั บคุ คลอน่ื  สงเสรมิ การสอื่ สารทด่ี ีระหวา งกัน ครูกระตุน ใหน ักเรียนปฏิบตั ิตอกนั ดวยดี โดยครเู ปน แบบอยา งทด่ี ที ้งั การใชว าจา ภาษา
ทาทางและการปฏิบตั ติ อ กนั ระหวา งตนเองและผอู ื่น
4. ตรวจสอบและประเมนิ ผเู รยี นอยา งเปน ระบบ และนาํ ผลมาพฒั นาผเู รยี น
 โรงเรยี นสตรมี ารดาพทิ ักษก าํ หนดนโยบายใหครผู สู อนวิเคราะหข อมลู ผลการประเมนิ นักเรียนเปน รายบคุ คลและรายกลมุ ตามระดบั ความสามารถในการเรยี นรู (เกง
กลาง ออน) นําขอ มูลมาใชในการพฒั นาการจัดการเรยี นการสอนและพฒั นานักเรียน ครผู ูสอนวัดและประเมินผลการเรียนรูข องนักเรยี นเปนรายวิชา บนพนื้ ฐานของ
ตัวช้วี ดั ตามที่กาํ หนดในหนวยการเรียนรู โดยใชวิธีการท่ีหลากหลายอยางตอเนื่องไปพรอมกับการจดั การเรียนการสอน  และวเิ คราะหขอมลู ผลการประเมนิ ของ
นักเรียนเปนรายบคุ คลและรายกลุม  ตามเกณฑที่กําหนด  เพื่อใหนกั เรียนไดรับการพฒั นาการเรียนรสู ูงสดุ ในดานความรู ทกั ษะและคุณลักษณะที่กําหนดในหลักสตู ร
ครใู ชข อมลู ผลการประเมินเปนขอมูลพน้ื ฐานในการวิเคราะห  และนาํ ผลไปสง เสริมพฒั นากระบวนการจัดการเรยี นรู  สง เสรมิ พฒั นาการของนกั เรยี นในเรอื่ ง
กระบวนการคิด  คดิ อยางเปนระบบ คดิ สรางสรรค  ตัดสินใจแกป ญหาอยา งมีสติ สมเหตสุ มผล บนพน้ื ฐานของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เปดโอกาสใหผู
เรยี นและผมู สี วนเกี่ยวขอ งมีสว นรว มในการวดั และประเมนิ ผล และมกี ารใหข อ มูลยอ นกลับแกผเู รียนเพอ่ื นาํ ไปใชในการพัฒนาการเรียนรตู อไป ฝายวิชาการตดิ ตาม
การดาํ เนินงานการวิเคราะหขอ มูลผลการประเมนิ นกั เรยี นเปนรายบุคคลและรายกลมุ  การพัฒนาการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน  การพัฒนานกั เรยี น  รับทราบ
ความสาํ เร็จ  ปญหา  เพอ่ื วางแผนพัฒนาปรับปรงุ ใหเกดิ ประสทิ ธิภาพสูงสดุ แกผูเรียน
5. มกี ารแลกเปล่ยี นเรยี นรูและใหขอมลู สะทอ นกลบั เพอื่ พัฒนาปรบั ปรงุ การจดั การเรยี นรู
โรงเรียนสตรมี ารดาพทิ กั ษกําหนดนโยบายใหค รผู สู อนและผูมีสวนเก่ยี วขอ งรว มกันแลกเปลีย่ นความรูและประสบการณในการจดั การเรยี นรโู ดยการจัดประชุมรว มกัน
 และนําขอ มลู ปอนกลับไปใชใ นการปรบั ปรงุ และพัฒนาการจัดการเรยี นรูข องตนเองไดอ ยางเปนรปู ธรรม มกี ารนาํ ผลการวิเคราะหข อ มลู ผลการประเมินนักเรียนมา
ปรบั ปรงุ แผนการจัดการเรยี นรู  เพื่อใหน กั เรยี นมีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนเพิ่มข้นึ ครผู ูสอนประเมนิ ผลการเรยี นรูของนักเรยี น  เปน ระยะ อยา งตอเนอื่ งตลอดปการ
ศกึ ษา  มขี อ มูลผลการเรยี นรรู ายบคุ คลทกุ ระดับชัน้  มขี อมลู ท่เี หมาะสมและเพยี งพอสาํ หรับการนาํ มาใชปรบั ปรงุ แผนการจดั การเรยี นรู  ครบู นั ทกึ ผลการเรยี นรู  และ
นําผลการประเมนิ มาวิเคราะหใ นภาพรวมของหอ งเรียน สายช้นั  ในบนั ทึกหลงั สอนตามหนวยการเรยี นรู ครูผูสอนใชผ ลการประเมินในการพิจารณาจําแนกความ
สามารถพน้ื ฐานของนักเรียนในการเรียนรู     
ในเร่อื งท่คี รูสอน เพ่ือกําหนดรูปแบบการจัดการเรยี นรทู ่ีเหมาะสมกบั นักเรยี น  ปรับปรงุ กระบวนการจัดการเรียนรู  ระหวางการจัดการเรยี นการสอน  โดยการสราง
นวัตกรรมใหมในการสอนทจ่ี ะชว ยใหน กั เรียนเกิดการเรียนรูต ามเกณฑท ่กี าํ หนดไว   หาวธิ กี ารปรบั ปรุงแกไ ขจุดบกพรองดว ยการจัดทําวจิ ัยในช้นั เรยี น

Page 87 of 95

2. สรุปผลการประเมนิ คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับคณุ ภาพ
ระดับปฐมวัย ยอดเยย่ี ม
ยอดเยย่ี ม
มาตรฐานการศึกษา ยอดเยี่ยม
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก ยอดเยี่ยม
ยอดเยย่ี ม
1. มพี ัฒนาดานรางกาย แขง็ แรง มสี ขุ นสิ ัยทด่ี ี และดแู ลความปลอดภัยของตนองได ยอดเยี่ยม
2. มพี ัฒนาการดา นอารมณ จติ ใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณไ ด ยอดเยย่ี ม
3. มีพัฒนาการดา นสงั คม ชวยเหลอื ตนเองและเปนสมาชิกท่ีดขี องสังคม ยอดเยย่ี ม
4. มพี ฒั นาการดา นสตปิ ญญา สอ่ื สารได มที กั ษะการคิดพนื้ ฐาน และแสวงหาความรูได ยอดเยย่ี ม
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ ยอดเย่ยี ม
1. มีหลักสูตรครอบคลมุ พัฒนาการทัง้ สดี่ า น สอดคลอ งกับบริบทของทองถนิ่ ยอดเยย่ี ม
2. จัดครใู หเพียงพอกบั ช้ันเรยี น ยอดเยี่ยม
3. สง เสรมิ ใหครูมีความเชยี่ วชาญดา นการจัดประสบการณ ยอดเยย่ี ม
4. จัดสภาพแวดลอ มและสอื่ เพือ่ การเรียนรอู ยางปลอดภัยและเพียงพอ ยอดเยี่ยม
5. ใหบริการสื่อเทคโนโลยสี ารสนเทศและสอ่ื การเรยี นรูเพ่ือสนับสนนุ การจดั ประสบการณ ยอดเยี่ยม
6. มรี ะบบบรหิ ารคณุ ภาพทเ่ี ปดโอกาสใหผ ูเก่ยี วของทกุ ฝายมีสว นรวม ยอดเยี่ยม
มาตรฐานที่ 3 การจดั ประสบการณท ี่เนนเดก็ เปนสําคญั
1. จัดประสบการณท ส่ี งเสริมใหเดก็ มีพัฒนาการทุกดา น อยา งสมดลุ เตม็ ศกั ยภาพ ยอดเยี่ยม
2. สรา งโอกาสใหเ ด็กไดรับประสบการณตรง เลน และปฏบิ ตั อิ ยา งมคี วามสขุ
3. จดั บรรยากาศท่เี อื้อตอการเรยี นรู ใชสือ่ และเทคโนโลยี ทีเ่ หมาะสมกับวัย ยอดเยย่ี ม
4. ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจรงิ และนาํ ผลการประเมนิ พัฒนาการเด็กไปปรบั ปรุงการจัดประสบการณและพฒั นา
เดก็
สรุปผลการประเมนิ ระดับปฐมวัย

Page 88 of 95

ระดับการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน ระดบั คุณภาพ
ยอดเย่ยี ม
มาตรฐานการศึกษา
มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพของผเู รยี น ยอดเยย่ี ม
ผลสัมฤทธิท์ างวชิ าการของผูเ รียน ยอดเยย่ี ม
ยอดเยย่ี ม
1. มีความสามารถในการอาน การเขยี น การสื่อสาร และ การคิดคาํ นวณ ยอดเยย่ี ม
2. มคี วามสามารถในการคิดวเิ คราะห คิดอยา งมวี ิจารณญาณ อภปิ รายแลกเปล่ียนความคิดเห็นและแกปญหา ยอดเย่ียม
3. มคี วามสามารถในการสรา งนวัตกรรม ยอดเยี่ยม
4. มคี วามสามารถในการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศ และการสอ่ื สาร
5. มีผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนตามหลักสตู รสถานศกึ ษา ยอดเยี่ยม
6. มคี วามรทู กั ษะพื้นฐาน และเจตคติท่ีดตี อ งานอาชีพ ยอดเยี่ยม
คุณลกั ษณะที่พึงประสงคของผูเ รียน ยอดเยี่ยม
7. การมคี ุณลกั ษณะและคา นิยมทีด่ ตี ามที่สถานศกึ ษากําหนด ยอดเยี่ยม
8. ความภูมใิ จในทอ งถ่นิ และความเปน ไทย ยอดเยี่ยม
9. การยอมรบั ที่จะอยูรวมกนั บนความแตกตางและหลากหลาย ยอดเยี่ยม
10. สุขภาวะทางรา งกายและจิตสังคม ยอดเยี่ยม
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ ยอดเยย่ี ม
1. มเี ปา หมายวสิ ยั ทัศนแ ละพนั ธกิจทสี่ ถานศึกษากาํ หนดชดั เจน ยอดเยย่ี ม
2. มรี ะบบบรหิ ารจดั การคุณภาพของสถานศกึ ษา ยอดเยี่ยม
3. ดาํ เนินงานพฒั นาวิชาการท่ีเนน คณุ ภาพผเู รียนรอบดา นตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุกกลมุ เปา หมาย ยอดเยย่ี ม
4. พัฒนาครแู ละบุคลากรใหมีความเชย่ี วชาญทางวชิ าชีพ ยอดเยย่ี ม
5. จัดสภาพแวดลอ มทางกายภาพและสังคมทีเ่ อ้อื ตอการจัดการเรยี นรู อยา งมคี ณุ ภาพ ยอดเยยี่ ม
6. จัดระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื สนบั สนนุ การบรหิ ารจดั การและ การจัดการเรยี นรู ยอดเยย่ี ม
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เนน ผเู รียนเปน สําคญั ยอดเยี่ยม
1. จดั การเรียนรผู า นกระบวนการคิดและปฏิบัตจิ รงิ และสามารถนาํ ไปประยุกตใชในชีวิตได ยอดเยี่ยม
2. ใชส อื่ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหลง เรยี นรทู ีเ่ ออ้ื ตอการเรียนรู ยอดเยี่ยม
3. มกี ารบรหิ ารจดั การช้นั เรียนเชงิ บวก ยอดเยย่ี ม
4. ตรวจสอบและประเมินผูเรียนอยางเปนระบบ และ นําผลมาพฒั นาผูเรียน
5. มีการแลกเปลย่ี นเรยี นรูแ ละใหขอมลู สะทอนกลับ เพื่อพัฒนาปรับปรุงการจดั การเรยี นรู
สรปุ ผลการประเมนิ ระดับขนั้ พื้นฐาน

Page 89 of 95

3. จุดเดน

ระดับปฐมวัย

คุณภาพของเด็ก

1. โรงเรียนมกี ารสง เสรมิ ใหเ ดก็ มีพฒั นาการดา นรางกาย อารมณ จติ ใจ สงั คม และสติปญ ญา ตามปรัชญาของการศึกษาปฐมวยั และบรรลเุ ปาหมาย ยุทธศาสตรท่ี
สอดคลองกับแผนพัฒนาการจัดการศกึ ษา ระดับกอนประถมศกึ ษา ของสถานศึกษา 2. โรงเรียนมีแผนการจดั ประสบการณทมี่ ปี ระสิทธภิ าพสอดคลอ งกับหลกั สูตร
ของสถานศกึ ษา มีการดําเนินการจดั โครงการ/กิจกรรมตามแผนปฏบิ ตั กิ ารประจาํ ป โดยจัดกจิ กรรมทม่ี รี ูปแบบหลากหลาย นาสนใจ สรางสรรค เพือ่ มงุ สงเสรมิ พัฒนา
เดก็ ใหม ีพฒั นาการท่ดี ที งั้ 4 ดานเหมาะสมกบั วัย ท้ังเปน รายบุคคล และกลมุ อยา งเปน ระบบและตอเนอื่ ง 3. โรงเรียนมีการประสานการดาํ เนนิ การกับผูปกครอง
ชุมชน และหนวยงานภายนอก ทาํ ใหโ รงเรยี นมีผลการดาํ เนินงานทป่ี ระสบความสําเรจ็ อยางโดดเดน เปน ท่ียอมรบั ของผูป กครองและชมุ ชน

กระบวนการบริหารและการจัดการ

1. คณะกรรมการจัดทาํ และพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา ระดบั ปฐมวัย รวมกันประชุม วางแผน ดาํ เนินการและ นาํ ผลการวเิ คราะหขอ มูลจากแหลง ตางๆ มาจดั ทํา
และพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษา ระดับปฐมวยั ท่สี อดคลอ งกับหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศักราช 2560 ของกระทรวงศึกษาธิการ และวิสยั ทัศน เปาหมาย พนั ธ
กจิ จุดเนนของการจัดการศกึ ษาระดบั ปฐมวัยของโรงเรียน 2. โรงเรียนจดั สรรครทู ่ีมีวฒุ ทิ างการศึกษาเอกปฐมวัยใหเพียงพอตอ จาํ นวนเด็ก โดยจัดครูหอ งเรียนละ 2 คน
ตอจํานวนเด็กไมเ กนิ 40 คน หากอยใู นชวงการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 จดั ครู 1 คน ตอ เดก็ 12 -15 คน กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ (ตอ ) 3. ครผู ู
สอนสามารถจัดการเรยี นรไู ดอยา งมีคณุ ภาพ อุทศิ ตน มุงมัน่ ทุมเท เสียสละในการปฏบิ ัติงานรบั ผดิ ชอบตอ หนาที่ และพฒั นาตนเองไมนอยกวา 50 ช่ัวโมงตอ ป 4.
โรงเรียนสตรีมารดาพิทกั ษมีสถานที่และบรรยากาศที่เหมาะสมในการจดั การศกึ ษาสําหรับเดก็ สะอาด ปลอดภยั จดั บรรยากาศท่อี บอุน มสี ่งิ อํานวยความสะดวก
ประจําอาคาร และในหอ งเรยี นเหมาะสม เพียงพอ สนบั สนนุ ใหครูใชส อ่ื และแหลงเรียนรใู นการจดั ประสบการณก ารเรยี นรสู ําหรับเด็กอยา งหลากหลาย 5. โรงเรยี น
สตรีมารดาพิทักษใ หบรกิ ารเทคโนโลยีและการส่ือสารเปน ประโยชนตอ ผูบ รหิ าร ครู ผปู กครองในการบริหารและการจัดการอยา งมีประสิทธิภาพ ครผู ูส อนผลิตสอื่ ตาม
หนว ยการเรยี นรแู ละสื่อเทคโนโลยีการสอนจากโปรแกรมทเ่ี หมาะสม เพื่อใหเดก็ เกดิ ความสนใจและมคี วามเขาใจในการเรยี นรู 6. โรงเรียนสตรีมารดาพทิ ักษไดรับการ
ประเมนิ คุณภาพภายในสถานศกึ ษา จากคณะกรรมการประเมนิ คุณภาพภายในโรงเรยี นสงั กดั คณะรกั กางเขน แหง จนั ทบรุ ี เพอ่ื การจดั การศึกษาของโรงเรียนจะได
เปน ไปอยา งมีประสทิ ธภิ าพตามมาตรฐานการศึกษาของคณะรักกางเขน แหง จนั ทบุรี

การจัดประสบการณทเี่ นน เด็กเปนสาํ คัญ

1. ครจู ดั ประสบการณท ม่ี งุ สงเสรมิ พัฒนาการทัง้ 4 ดา น เพอ่ื เสรมิ ทักษะการทํางานรว มกบั ผอู นื่ คาํ ถงึ ความแตกตางในการเรยี นรแู ละสง เสริมความสามารถของเด็ก
แตล ะบุคคลตามศักยภาพของตน โดยไดรบั ความรวมมือจากผูปกครอง ชมุ ชน และผูเก่ียวของเปนอยา งดี 2. ครูจดั กจิ กรรมทใ่ี หเ ดก็ ไดมโี อกาสปฏบิ ัติกิจกรรมแบบ
รวมมือ ทําใหเด็กมที กั ษะการทํางานเปนกลุมมีความรับผดิ ชอบในบทบาทหนา ท่ีของตนเอง เปน ผูนําและผตู ามทด่ี ี อยูร ว มกบั ผอู ่นื ไดอยา งมีความสุข 3. ครไู ดจ ดั
บรรยากาศในหอ งเรยี น ใหเ กดิ ความรูสึกอบอนุ เปน กันเอง ยอมรบั และเคารพซึง่ กนั และกนั เดก็ มีปฏสิ ัมพนั ธที่ดรี ะหวางเพือ่ น ครู รูจ กั ยอมรับและปฏบิ ัตติ นตามขอ
ตกลงของหองเรยี น ไดร ับความรูผ า นสื่อและเทคโนโลยีอยางหลากหลายที่เหมาะสมกบั วยั 4. ครปู ระเมนิ พัฒนาการของเด็กโดยอาศยั การสังเกตพฤตกิ รรม สมั ภาษณ
ตรวจสอบความรูจากผลงานของเดก็ และบันทกึ ผลการประเมินในแบบประเมนิ พฒั นาการตามมาตรฐานคณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค รายงานใหผปู กครองรบั ทราบทุก
สปั ดาห และพบปะกบั ผูปกครองอยางเปน ทางการภาคเรียนละ 1 ครัง้ เพอื่ รบั ทราบผลพัฒนาการของเดก็ และรว มกันหาแนวทางในการพฒั นาเดก็ อยางตอ เนือ่ ง

ระดับข้ันพ้นื ฐาน

คุณภาพของผเู รยี น

คุณภาพของผเู รยี น 1. คะแนนเฉล่ียความสามารถดานการอาน (Reading Test: RT) ของนักเรียนระดับชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ 1 สงู กวา ระดบั ประเทศ 2. คะแนนเฉลี่ย
ผลการทดสอบความสามารถพนื้ ฐานระดับชาติ (National Test : NT) ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 3 สูงกวา ระดบั ประเทศ 3. คะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทางการศึกษา
ระดับชาติขั้นพน้ื ฐาน (O-NET) ทุกกลมุ สาระการเรียนรขู องผเู รยี นระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ 6 และมัธยมศึกษาปท่ี 3 สงู กวาระดบั จังหวดั ระดับสังกดั ระดับภาค
และระดบั ประเทศ 4. นกั เรยี นระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 1-5 มีผลการเรยี นระดบั 3 ขึ้นไป มากกวารอ ยละ 90 5. นกั เรยี นรอ ยละ 95 มีคุณลักษณะทพี่ งึ ประสงคใน
ระดบั ดเี ย่ียม 6. ผูเรียนมีมคี วามรูท กั ษะพ้ืนฐานและมีความพรอมในการเรียนรแู ละสรา งสรรคน วัตกรรม 7. เปนแบบอยา งในเร่อื งการนาํ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอ
เพยี งมาเปน หลักคิด หลักปฏิบัติ ในการดาํ เนนิ ชวี ติ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค

กระบวนการบริหารและการจัดการ

กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ 1. สภาพแวดลอมทางกายภาพและสังคมทีเ่ อ้ือตอ การจดั การเรยี นรู 2. โรงเรียนมเี ปา หมายในการพฒั นาคณุ ภาพสถานศกึ ษาอยา ง
เปน ระบบ 3. โรงเรยี นมีครูทีม่ คี วามรคู วามสามารถเพยี งพอในการพัฒนาคณุ ภาพผเู รียนรอบดานตามหลกั สตู รสถานศึกษาและทกุ กลุมเปาหมาย 4. โรงเรยี นสงเสริม
สนบั สนนุ งบประมาณในการพัฒนาครูและบคุ ลากรใหม ีความเชย่ี วชาญทางวชิ าชพี ทุกคนไมนอ ยกวา 50 ชัว่ โมง 5. ครทู กุ คนอทุ ศิ ตนทุมเทเสียสละในการทํางานเปน ที่
ยอมรบั ของผูป กครองและชมุ ชน 6. จดั สภาพแวดลอมทางกายภาพและสังคมสะอาด รม รื่น มั่นคง แขง็ แรง ปลอดภัยเออ้ื ตอการจดั การเรียนรอู ยางมคี ณุ ภาพ 7. จดั
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทีท่ นั สมยั เพื่อสนบั สนนุ การบรหิ ารจดั การและการจดั การเรียนรูเพียงพอสามารถทาํ งานไดอยางคลอ งตัว 8. นาํ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ
พอเพยี งมาใชใ นการบริหารจัดการเปน ท่ยี อมรับและเปน แบบอยา งใหห นว ยงานตา ง ๆ มาเรียนรไู ด

Page 90 of 95

กระบวนการจดั การเรยี นการสอนทีเ่ นนผเู รยี นเปนสําคญั
1. ครจู ดั การเรยี นรบู ูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงปลกู ฝง กระบวนการคิด ผานการลงมอื ปฏบิ ัติจรงิ และสามารถนาํ ไปประยกุ ตใชใ นชีวิตได และเปน
แบบอยา งใหค นอ่ืนมาเรียนรูไ ด ในทกุ หนว ยการเรียนรู 2 ครรู อยละ 100 ใชส ่อื เทคโนโลยีสารสนเทศมาจัดกิจกรรมการเรียนรูไ ดอ ยา งมีประสิทธิภาพทงั้ ในหองเรียน
และนอกหองเรยี น โดยเฉพาะสถานการณการแพรร ะบาดของโรคติดเชือ้ ไวรสั โควิด 2019 ครทู ุกคนจดั การเรียนการสอนแบบ ONLINE ผา นโปรแกรม Zoom และ
มอบหมายใบงานไวท ี่โปรแกรม Google Classroom ไดอยา งคลองตวั สอดคลองกบั ความสนใจของผูเ รียน

4. จดุ ควรพฒั นา
ระดบั ปฐมวยั
คณุ ภาพของเด็ก
-
กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
-
การจดั ประสบการณท ีเ่ นน เด็กเปน สําคัญ
-

ระดับข้ันพื้นฐาน
คุณภาพของผเู รยี น
1. ควรพัฒนานกั เรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 6 ใหม ีผลการสอบ O-NET ดีขน้ึ 2. พัฒนานกั เรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1-6 ใหมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนกลมุ สาระ
วิทยาศาสตร คณิตศาสตร สงั คมศึกษา ภาษาไทย และภาษาตางประเทศ ใหม ผี ลการเรียนระดับ 3 ขนึ้ ไปมากขึน้
กระบวนการบริหารและการจดั การ
-
กระบวนการจัดการเรียนการสอนทเ่ี นน ผูเรียนเปน สําคญั
1. สง เสริมใหค รใู ชเ ทคโนโลยีในการเรียนการสอนใหมากขนึ้

5. แนวทางการพฒั นา

5. แนวทางการพฒั นา

5.1 ดา นคณุ ภาพของผเู รยี น

             - ครผู สู อนศกึ ษามาตรฐานและตังช้วี ัดทนี่ กั เรยี นไมผ า นการประเมนิ นํามาวิเคราะหหาแนวทางแกไ ขรวมกนั เพอื่ กําหนดทศิ ทางพฒั นาคณุ ภาพผูเรยี นระดบั
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ใหม ีคะแนนเฉลีย่ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ั้นพืน้ ฐาน (O-NET) ใหสูงขนึ้
          - ครผู ูสอนทุกวิชาหาสาเหตุที่แทจริงของผเู รยี นเรือ่ งผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นตามหลกั สตู รสถานศึกษาของผเู รียนระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1-6 มีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี นระดบั 3 ข้นึ ไปใหส งู ขึน้ โดยใชกระบวนการระบบดูแลชวยเหลือนักเรยี นใหม ากขนึ้ และสง เสริมพฒั นาครใู หม เี ทคนิคการสอนใหนกั เรยี นเกิดความสนใจ
และสนกุ กับการเรยี นรู  รักการเรยี นรูใ หม ากข้ึน

5.2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ
             ใหทุกฝายยึดหลกั วงจรการทํางานแบบ PDCA ในการขบั เคล่อื นการบริหารจัดการคณุ ภาพของสถานศกึ ษา โดยใหคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบ

อยางเปนระบบและตอ เนือ่ เพอื่ ปรับปรุงแนวทางการดําเนนิ การใหด ีข้ึน ตลอดจนมีการแลกเปลย่ี นเรียนรูผลการปรบั ปรงุ ทีด่ ีข้นึ ในองคกรอยางเปนระบบตามท่รี ะบไุ ว
ตามแผนพัฒนาคณุ ภาพการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษา โดยมงุ เนน ท่ีคณุ ภาพของผเู รยี นเปน หลัก

5.3 กระบวนการจดั การเรียนการสอนที่เนนผูเรียนเปน สําคญั   

          - เชิญวทิ ยากรท่ีมคี วามรคู วามสามารถมาพัฒนาครใู หมีเทคนคิ การสอนทกี่ ระตุน ใหผเู รียนอยากเรยี นรแู ละสนกุ กับการเรียนรูค ิดคน นวตั กรรมดว ยวิธกี ารเรียน
รแู บบโครงงานเปนฐานเพือ่ ใหผูเรยี นมีทักษะในการออกแบบนวัตกรรมอยางสรางสรรค
          - นเิ ทศตดิ ตามการนาํ เทคโนโลยีมาใชในการจดั กจิ กรรมการเรียนรูทีห่ ลากหลายสรางความสนใจใหกับผูเรยี นใหสอดคลองกบั สถานการณปจจบุ ัน

Page 91 of 95

          - จัดประกวดนวัตกรรมของผเู รียนและเชญิ วิทยากรจากหนวยงานภายนอกมาเปน กรรมการตดั สนิ การประกวดเพ่ือเปนการแลกเปล่ยี นเรียนรูและสรา งความ
มนั่ ใจใหก บั ครูและนักเรยี น
          - จัดกิจกรรมทเ่ี ปด โอกาสใหนกั เรยี นไดใ ชท ักษะการสอ่ื สารภาษาองั กฤษใหม ากขึ้น ควบคไู ปกับการเรียนการสอนตามโครงสรา งของหลกั สตู ร

5.4 ดานกระบวนการพฒั นาโรงเรียนคณุ ธรรม 

 จดั ประชมุ ผูปกครองใหท ราบถึงคุณธรรมเปาหมายทโ่ี รงเรยี นกาํ หนดใหผ ูบ รหิ าร ครู และนกั เรียน ตอ งปฏบิ ตั ิและขอความรวมมือจากผปู กครองในการสง เสริมใหบ ุตร
หลานไดปฏิบตั ิตามคุณธรรมเปา หมายที่โรงเรียนกําหนดในเวลาทีอ่ ยกู บั ผูป กครอง

5.5 ดา นกระบวนการนาํ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยกุ ตใชในสถานศึกษา    

             - จัดอบรมนักเรยี นแกนนาํ พอเพยี งใหมคี วามรคู วามเขาใจหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ เรอื่ งเทคนิคการนาํ เสนอผลงานเพ่ือสรา งความนั่ ใจให
นกั เรยี นในการนําเสนอ และเปด โอกาสใหน ักเรยี นไดแสดงออก

6. ความตอ งการชว ยเหลือ

1. 1. ใหหนวยงานตนสงั กัดจดั หาส่ือเทคโนโลยีการเรียนการสอนแบบออนไลนท่ีทันสมยั เกิดประโยชนสูงสุดกบั ครูและนกั เรียนสามารถเขา ถงึ
ไดอ ยา งสะดวกและรวดเร็ว

2. 2. สนบั สนุนงบประมาณใหกบั โรงเรยี นในการดาํ เนนิ การปองกันและแกไ ขปญหาเก่ยี วกับสถานการณว ิกฤติ Covid 19

7. ความโดดเดน ของสถานศึกษา(ถา ม)ี
- ไดรับรางวลั สถานศึกษาพระราชทานระดับมัธยมศึกษาขนาดกลาง จากกระทรวงศึกษาธิการ ปการศกึ ษา 2562
ระดับการศกึ ษา : ขัน้ พ้ืนฐาน
ไดร บั การยอมรบั เปน ตน แบบระดับ : ชาติ (C2)
กระบวนการพัฒนาความโดดเดนของสถานศึกษา
กระบวนการพฒั นาความโดดเดน ของสถานศึกษา
1. รางวลั สถานศึกษาพระราชทานระดบั มธั ยมศึกษาขนาดกลาง จากกระทรวงศึกษาธิการ ปการศึกษา 2562  โรงเรยี นมีกระบวนการดงั น้ี
           1.1 ดา นคุณภาพนักเรียน โรงเรียนไดม วี างแผนการพัฒนาการจดั การศกึ ษาทมี่ ีเปาหมายเพอื่ ยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นระดับชาติ (O-NET) ดวยการ
จัดทําโครงการยกระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นเพอื่ ยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนระดับชาติ (O-NET) ของนักเรยี นระดบั มัธยมศกึ ษาปท ่ี ๓ และ มธั ยมศึกษาปท่ี ๖
ใหสงู ข้นึ พบวา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดบั ชาติ (O-NET) ของสถานศึกษามีคาเฉล่ยี ในปการศึกษา 2561 สูงกวาคะแนนเฉล่ียระดบั ประเทศ รอ ยละ 4.09 และผล
การจดั กิจกรรมการเรียนรู และการจดั กจิ กรรมตาง ๆในโรงเรยี นดวยความทมุ เท อุทิศตน เสียสละ ในการติดตามดแู ลนกั เรียนอยางตอเนือ่ งของผูบริหาร ครู และผู
ปกครองทาํ ใหผลการพัฒนาคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงคข องนกั เรยี นมากกวา รอยละ 90 อยูในระดับดเี ยย่ี ม
1.2 ดานการบริหารหลักสตู รและงานวิชาการ 
          โรงเรยี นจดั หลกั สูตร Gifted, ISMEP และ สสวท. ทส่ี ง เสรมิ ใหนักเรยี นคน หาศักยภาพของตนเองมงุ พัฒนาการศกึ ษาใหน กั เรยี นมีทกั ษะการเรยี นรู ใน
ศตวรรษท่ี 21 โดยใชสอ่ื เทคโนโลยที ่ีทันสมยั เสริมสรางทักษะการคิดวเิ คราะห คิดแกป ญ หา คดิ สรา งสรรคและคิดอยา งมวี ิจารณญาณ มีความสามารถในการ
ออกแบบสรางสรรคนวัตกรรมจากองค ความรพู ้นื ฐาน บูรณาการหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมเี จตคติทีด่ ีตอการศึกษาและการประกอบอาชพี ในอนาคต
1.3 การบรหิ ารและการจัดการศึกษา
     ผูบรหิ ารมีวสิ ยั ทัศนเ ชงิ กลยทุ ธ ยดึ หลกั การบรหิ ารแบบมีสวนรวม เปนผมู คี ุณธรรม จรยิ ธรรม และอทุ ิศตนในการปฏบิ ตั งิ านเปน แบบอยางท่ดี ี มีความเปน
ประชาธิปไตยบริหารและจัดการสถานศกึ ษาใหม ีผลงานโดดเดนประจักษชดั เปน ท่ยี อมรับโดยท่วั ไป สรา งขวัญและกําลงั ใจใหแ กค รแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาไดร ับ
การพัฒนาอยา งท่วั ถึงบคุ ลากรมคี วามพึงพอใจ  รวมมอื กันจดั ระบบพฒั นาองคกรและจดั ทาํ แผนเพอ่ื ใชพฒั นาการเปลยี่ นแปลงสคู วามเปนเลิศ โดยทุกภาคสว นไดร ว ม
คดิ และรว มดําเนินการอยา งชัดเจน ทาํ ใหนกั เรียนเปนผูมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคานยิ มทด่ี ีงามสอดคลอ งกบั บริบทของสถานศึกษาและชุมชนอยางเปน รูปธรรม
ชดั เจน
จัดสภาพแวดลอ มรมร่ืน สวยงาม อาคารและสถานท่ีทกุ แหงมีความสะอาด และมีระบบรักษาความปลอดภัยท่ีมปี ระสิทธภิ าพ มีหองเรียน หองปฏิบตั กิ ารถูก
สขุ ลกั ษณะ มีความมัน่ คงแข็งแรง อุปกรณแ ละสงิ่ อํานวยความสะดวกมปี ริมาณเพียงพอพรอมใช  จดั หาและหรอื ผลติ เทคโนโลยีและการส่ือสาร เพ่อื การเรยี นการสอน
ครอบคลุมกลมุ เปาหมาย รวมทัง้ เพ่ือการบรหิ ารและการจดั การตามแผนงาน/โครงการ/กจิ กรรมทก่ี ําหนด ครบทุกกลมุ งาน  ผปู กครองมีความม่ันใจตอ ระบบการ
บริหารและการจัดการของสถานศกึ ษา
 1.4 ดานการจัดการเรียนรูทเี่ นน ผเู รยี นเปนสาํ คญั ครูออกแบบการเรยี นรู  โดยใชขอมูลการวเิ คราะหน ักเรียน และความเขาใจนกั เรียนรายบุคคล เนน ความสามารถใน
การอาน  เขยี น การส่อื สาร  การคิดคํานวณอยา งชดั เจน ครกู ําหนดเปาหมายการเรียนรู ครอบคลมุ ทัง้ ดา นองคค วามรู ทักษะกระบวนการและคุณลักษณะทพี่ งึ
ประสงค ตามมาตรฐาน ตวั ชีว้ ัด จดุ เนนของหลักสตู ร และเพ่มิ เตมิ เปา หมายตามความตองการจาํ เปนของนักเรยี น  มกี ารออกแบบกจิ กรรมการเรียนรูและการมอบ

Page 92 of 95

หมายงานทีห่ ลากหลาย มคี วามทา ทาย สรา งสรรค ทั้งงานรายบุคคลและงานกลมุ ไดส อดคลองกับเปาหมายและจุดเนนทีส่ ถานศกึ ษา วดั และประเมินผลดวยวธิ ีการที่
หลากหลาย มคี ุณภาพ เนนการมีสวนรวมของนกั เรียน ผูปกครอง เพอ่ื ใชพ ัฒนาการเรียนรู การตดั สนิ ผลการเรียนรเู ปนไปตามระเบียบของสถานศึกษา ครูใชส อ่ื และ
แหลงเรียนรูท ่ีหลากหลายและสอดคลองกบั เปาหมาย   การเรยี นรู  กิจกรรมการเรียนรตู ามธรรมชาติวิชา  และเนนการมสี ว นรว มของนักเรยี นครมู คี วามรูความเขา ใจ
ลึกซ้งึ ในวิชาทีส่ อนและจัดการเรยี นการสอนไดอยางมีประสิทธภิ าพตามแผนการสอนทอ่ี อกแบบไว ใหเวลานักเรียนไดฝ ก ปฏบิ ัติ  ทํางานเปนกลุม  อภิปรายและนํา
เสนองาน ดวยวธิ ีการที่เหมาะสม  และประยุกตใ ชเ ทคโนโลยแี ละการสื่อสารเพือ่ การศกึ ษาอยางเปด กวา ง มีการวดั และประเมินผลการเรยี นรูของนักเรียนดวยวธิ ีการ
วดั และเครอื่ งมอื ประเมนิ ที่หลากหลาย สอดคลองกับมาตรฐาน ตวั ชีว้ ัดของรายวชิ าท่สี อน  ครอบคลุมทง้ั ดา นความรู ทกั ษะและเจตคติ

- เปนแหลงเรยี นรูเ รอื่ งการขบั เคลือ่ นหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในสถานศกึ ษา ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
ระดับการศกึ ษา : ข้ันพน้ื ฐาน
ไดร ับการยอมรับเปน ตน แบบระดบั : ชาติ (C2)
กระบวนการพฒั นาความโดดเดน ของสถานศกึ ษา
2. เปน แหลงเรยี นรูเร่ืองการขบั เคลอ่ื นหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในสถานศึกษา 
ดวยโรงเรยี นผา นการประเมนิ เปนศนู ยการเรยี นรูตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งดานการศึกษา เพราะโรงเรียนนาํ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาปรับใช
ในสถานศกึ ษาครบทงั้ 4 ดา นคอื 1. การบรหิ ารจัดการดา นนโยบาย งานวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานท่ัวไป 2. ดา นหลกั สูตรและการจัดกิจกรรมการเรียนรู
ครูจัดกิจกรรมการเรียนรตู ามมาตรฐาน ส 3.1 ทม่ี ตี ัวชีว้ ดั เร่อื งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งโดยตรง ทุกระดบั ชนั้ และนําหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมา
บูรณาการในทกุ หนว ยการเรยี นรูค รบทุกกลุม สาระการเรียนรูทุกระดบั ช้นั มสี ื่อและแหลง เรยี นรเู ก่ยี วกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเพื่อเสริมสรา งคุณลกั ษณะ
อยูอยา งพอเพยี งใหก ับผเู รยี น มกี ารวัดและประเมินผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรตู ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทีช่ ดั เจน 3. ดา นการจัดกจิ กรรมพฒั นาผูเ รยี น
 มแี ผนงานแนะแนว แผนงาน/โครงการสง เสรมิ กจิ กรรมนักเรียน เพื่อใหผเู รียนอยูอ ยา งพอเพยี งเศรษฐกจิ พอเพียง  มกี ิจกรรมเพ่อื สง เสรมิ สนับสนนุ ใหผเู รยี นเกิดจิต
อาสา และมีสวนรวมในกจิ กรรม เพ่อื สังคมและสาธารณประโยชนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 4. ดา นการพัฒนาบคุ ลากรของสถานศึกษา มแี ผนงาน/
โครงการ พัฒนาบุคลากรของสถานศกึ ษา และตระหนักในคุณคาของหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง   มคี วามรูค วามเขา ใจ สามารถเปนวิทยาการขยายผลใหผอู นื่
ทีม่ าศกึ ษาดูงานเขาใจได จาการดําเนนิ งานดังกลาวโรงเรียนไดดาํ เนนิ การมาอยางตอเน่อื งทําใหโ รงเรยี นเปน แหลง เรยี นรใู หห นว ยงานตาง ๆมาศกึ ษาดูงานอยางตอ
เนื่อง

- ไดรบั คดั เลือกเปนแหลงเรียนรเู รื่อง ดานการพัฒนาคณุ ธรรม ของสถาบนั พฒั นาโรงเรยี นคุณธรรม   มลู นิธยิ วพัฒน
ระดับการศึกษา : ข้ันพ้ืนฐาน
ไดร บั การยอมรบั เปน ตน แบบระดับ : ชาติ (C2)
กระบวนการพัฒนาความโดดเดน ของสถานศกึ ษา
3. ไดรบั คดั เลือกเปนแหลงเรียนรูเรอื่ ง ดา นการพฒั นาคณุ ธรรม ของสถาบันพฒั นาโรงเรยี นคุณธรรม มูลนิธยิ วพฒั น
 โรงเรยี นไดเ ขารวมโครงการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมตั้งแตป การศึกษา 2559 และไดด ําเนินงานมาอยางตอเนอื่ งถงึ ปจจบุ ัน มคี รแู ละนกั เรียนแกนนาํ ทผี่ า นการอบรมมี
ความรูความเขาใจในกระบวนการทาํ งานอยา ง 6 ขั้นคือ  ข้นั ตอนท่ี 1 การสรา งการรบั รู และการยอมรบั ของทกุ คนในโรงเรยี น ข้นั ตอนที่ 2 การสรา งครแู กนนาํ และ
นักเรยี นแกนนํา ขนั้ ตอนท่ี 3 การกําหนดคุณธรรมอัตลักษณข องโรงเรียน ขั้นตอนที่ 4 การกาํ หนดวิธีบรรลุคณุ ธรรมอัตลักษณของโรงเรียน ข้นั ตอนที่ 5 ลงมือปฏบิ ตั ิ
เพอ่ื บรรลุเปาหมายการเปลย่ี นแปลง (คณุ ธรรมอัตลกั ษณ) และขนั้ ตอนที่ 6 สรา งกลไกการขบั เคล่ือนโรงเรยี นคุณธรรม และมหี ลักการพฒั นาคือ ทําทงั้ โรงเรยี น ทํา
จากลา งข้ึนบน ทําอยา งมีสวนรวม ทําอยา งตอเนอื่ งสมาํ่ เสมอ   จาการดําเนินงานดังกลาวนิเทศอาสาไดเ ขา ตดิ ตาม ช้ีแนะใหค าํ ปรึกษาทกุ ภาคเรียน จึงเหน็ ความมุงมัน่
ในการดําเนินงานของโรงเรียนอยางตอ เนอ่ื ง และบคุ ลการของโรงเรียนมคี ุณธรรม ตามทคี่ ุณธรรมเปา หมายที่กาํ หนด เปนวิทยากรอธิบายขยายผลใหโรงเรียนตา ง ๆได
ตลอดมาจึงทําใหโรงเรยี นไดร บั คดั เลอื กเปนแหลง เรียนรเู รอ่ื ง ดา นการพัฒนาคุณธรรม ของสถาบนั พัฒนาโรงเรียนคณุ ธรรม มลู นธิ ยิ วพฒั น

Page 93 of 95

รายงานรวบรวมโดย (Prepared by)
Lomyong Ounvun   ผูอาํ นวยการ
Boonyarath Lomngam   เจา หนาท่ี

Page 94 of 95

ภาคผนวก

Page 95 of 95

ประกาศโรงเรยี น เรอ่ื ง การกาํ หนดมาตรฐานการศกึ ษาและคา เปา หมายความสาํ เรจ็ ของ
โรงเรียนระดับปฐมวยั และระดบั การศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน
(กําหนดมาตรฐานและคา เปาหมายระดับข้ันพ้ืนฐาน)

เอกสารแนบหมายเลข 19

ประกาศโรงเรียนสตรมี ารดาพิทักษ์
เร่อื ง การกาหนดมาตรฐานการศึกษาและค่าเปา้ หมายความสาเรจ็ ของโรงเรียน

ระดบั การศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน ปกี ารศกึ ษา 256๓
.............................................................................................................................................................

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศ ใช้กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกัน
คุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ที่ปรับปรุงใหม่ ให้ใช้มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันท่ี 6 สิงหาคม
พ.ศ. 2561 ดังน้ันเพ่ือให้การดาเนินงานประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 และประกาศสานักงานคณะกรรมการส่งเสริม
การศึกษาเอกชน เร่ือง แนวปฏิบัติการดาเนินงานคุณภาพการศึกษาระดับปฐมวัย และระดับการศึกษา
ขน้ั พนื้ ฐาน พ.ศ.๒๕๖๑ ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๑

โรงเรียนสตรีมารดาพทิ ักษ์ จงึ ได้กาหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา และค่าเป้าหมาย
ความสาเรจ็ ของโรงเรยี น ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 256๓ ให้เปน็ ไปตามบริบท จุดเน้น
ความต้องการของชุมชน และทอ้ งถ่นิ สอดคล้องกับวสิ ัยทัศน์ ไว้ดังรายละเอียดท่ีแนบทา้ ยประกาศ ต่อไปน้ี

มาตรฐาน ค่าเป้าหมาย
ความสาเรจ็ /ระดับ
มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผเู้ รยี น
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ คุณภาพ
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจดั การเรยี นการสอนทเ่ี นน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคญั ยอดเยี่ยม
มาตรฐานที่ 4 กระบวนการจดั การศึกษาคาทอลกิ ให้เป็นไปตามอตั ลักษณ์ ยอดเยี่ยม
ยอดเยี่ยม
ของการศึกษาคาทอลิก ยอดเยี่ยม
มาตรฐานที่ 5 กระบวนการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม
มาตรฐานท่ี 6 กระบวนการนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใ์ ช้ ยอดเยี่ยม
ยอดเยย่ี ม
ในในสถานศึกษา

ประกาศ ณ วันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. 256๓

(นางสาวลายงค์ อุ้นว้นุ )
ประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรยี นสตรมี ารดาพทิ กั ษ์

การกาหนดมาตรฐานการศึกษา และคา่ เปา้ หมายความสาเร็จของโรงเรียน
ระดบั การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน ปีการศกึ ษา 256๓

มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา เป้าหมาย
ความสาเร็จ
มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผูเ้ รียน รอ้ ยละ 90.83 ยอดเยี่ยม
1.1 ผลสัมฤทธ์ิทางวิชาการของผู้เรียน รอ้ ยละ 91.66
1) ผู้เรยี นร้อยละ ๙๐ มคี วามสามารถในการอ่าน การเขียน การสอ่ื สาร และการคิด ยอดเยี่ยม
ยอดเย่ียม
คานวณ
2) ผเู้ รียนร้อยละ 90 มคี วามสามารถในการคิดวิเคราะห์ คดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ ยอดเยี่ยม

อภปิ รายแลกเปลยี่ นความคดิ เห็น และแกป้ ัญหา
3) ผ้เู รียนร้อยละ 90 มีความสามารถในการสรา้ งนวตั กรรม
4) ผเู้ รียนรอ้ ยละ 90 มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร
5) ผเู้ รียนร้อยละ 100 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสตู รสถานศึกษา
6) ผู้เรยี นร้อยละ 90 มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคตทิ ด่ี ตี ่องานอาชีพ
1.2 คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ของผเู้ รียน ร้อยละ 90
1) ผเู้ รยี นร้อยละ 90 มีคุณลักษณะและค่านยิ มที่ดตี ามท่ีสถานศึกษากาหนด
2) ผูเ้ รยี นรอ้ ยละ 90 มคี วามภูมิใจในท้องถิ่นและความเปน็ ไทย
3) ผ้เู รยี นรอ้ ยละ 90 ยอมรบั ทจี่ ะอยรู่ ว่ มกันบนความแตกต่างและหลากหลาย
4) ผ้เู รียนร้อยละ 90 มสี ขุ ภาวะทางร่างกาย และจิตสงั คม
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
2.1 มเี ป้าหมายวิสยั ทศั น์และพนั ธกิจทส่ี ถานศึกษากาหนดชดั เจน ระดับยอดเยี่ยม
2.2 มีระบบบริหารจัดการคณุ ภาพของสถานศึกษา ระดับยอดเยยี่ ม
2.3 ดาเนินงานพฒั นาวิชาการทีเ่ น้นคุณภาพผูเ้ รียนรอบด้านตามหลกั สูตรสถานศกึ ษาและ

ทกุ กลุม่ เป้าหมาย ระดบั ยอดเยย่ี ม
2.4 พฒั นาครแู ละบคุ ลากรให้มคี วามเชี่ยวชาญทางวชิ าชพี ระดบั ยอดเย่ียม
2.5 จดั สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อยา่ งมคี ุณภาพ

ระดับยอดเยย่ี ม
2.6 จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนนุ การบริหารจดั การและการจดั การ

เรยี นรู้ ระดับยอดเยย่ี ม
มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคญั รอ้ ยละ 90
3.1 ครรู ้อยละ 90 จดั การเรยี นรู้ผา่ นกระบวนการคิดและปฏิบตั ิจรงิ และสามารถ

นาไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตได้
3.2 ครรู ้อยละ 90 ใช้สือ่ เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรทู้ เ่ี อ้ือตอ่ การเรยี นรู้
3.3 ครรู อ้ ยละ 90 มกี ารบริหารจัดการชนั้ เรียนเชิงบวก
3.4 ครรู อ้ ยละ. 90 ตรวจสอบและประเมินผูเ้ รียนอยา่ งเป็นระบบและนาผล

มาพัฒนาผเู้ รียน
3.5 ครรู ้อยละ 90 มีการแลกเปลยี่ นเรยี นรูแ้ ละให้ข้อมูลสะท้อนกลบั เพื่อพัฒนา

และปรับปรงุ การจัดการเรียนรู้

มาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษา เป้าหมาย
ความสาเรจ็
มาตรฐานที่ ๔ กระบวนการจัดการศึกษาคาทอลิกใหเ้ ปน็ ไปตามอัตลกั ษณข์ องการศึกษา ยอดเยี่ยม
คาทอลิก รอ้ ยละ 94.17 ยอดเย่ียม
1. ส่งเสริมบคุ ลากรและผู้เรียนให้ดารงตนตามอตั ลักษณ์ของการศึกษาคาทอลิก
ร้อยละ 97.5 ยอดเย่ียม
๑.๑ สถานศึกษาจัดกจิ กรรมมุ่งเนน้ งานอภิบาล และการอบรม หล่อหลอมบุคลากร และ
ยอดเย่ียม
ผเู้ รยี นส่คู วามเปน็ มนษุ ย์ท่สี มบรู ณท์ งั้ ร่างกาย สตปิ ัญญา จติ ใจ และจติ วญิ ญาณด้วย
จติ ตารมณ์แห่งพระวรสาร รอ้ ยละ 100
1.2 สถานศกึ ษาส่งเสริมให้บุคลากรและผเู้ รียนดาเนินชวี ติ ในหนทางของความเปน็ หนงึ่
เดียวกันกบั ผู้อื่น และสรา้ งสันติสุขในสังคมไทย ร้อยละ 100
1.3 สถานศกึ ษาเปน็ สนามเผยแผ่ธรรม ประกาศข่าวดีแหง่ ความรักของพระเจา้ ซ่ึงนาความ
รอดพน้ สชู่ วี ติ นิรันดร รอ้ ยละ 100
1.4 สถานศกึ ษาส่งเสริมใหบ้ ุคลากรและนักเรียนใหม้ ีจิตอาสาและเปน็ ผ้นู าการเปลีย่ นแปลง
ในสังคม ร้อยละ 90
2. ดาเนนิ งานพัฒนาบุคลากรและผู้เรียนให้มีคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ตามอัตลักษณข์ อง
การศึกษาคาทอลิก รอ้ ยละ 95.00
2.1 สถานศึกษาส่งเสริมให้บคุ ลากรและผเู้ รยี นรักเมตตา รบั ใช้-รกั ท่ีจะทาความดี รกั และ
เคารพในคุณค่าและศกั ดิ์ศรีของตนเองและผู้อื่น รอ้ ยละ 100
2.2 สถานศึกษาส่งเสริมให้บคุ ลากรและผเู้ รียนซอ่ื ตรง / ซอื่ สัตย์ – มปี รชี าญาณ ในการ
ดารงตนอยู่ในความจรงิ รู้จักแสวงหาความจริง ร้อยละ 100
2.3 สถานศึกษาส่งเสริมให้บุคลากรและผูเ้ รียนกตญั ญูรู้คุณ - รคู้ ุณตอ่ พระเจ้า สงิ่ สรา้ งและ
ผมู้ ีพระคุณ และตระหนักในความดีทีผ่ ูอ้ ่นื มอบให้ตน รอ้ ยละ 100
2.4 สถานศึกษาส่งเสริมให้บคุ ลากรและผู้เรยี นพอเพียง มภี ูมิคุ้มกนั - เฉลียวและฉลาด
รอบคอบ พรอ้ มรับการเปลย่ี นแปลง รอ้ ยละ 90
2.5 สถานศึกษาส่งเสริมให้บุคลากรและผู้เรียนรักกันฉันพนี่ อ้ ง-ดาเนนิ ชวี ิตเป็นหน่งึ เดียว
ชว่ ยเหลอื เกือ้ กูลกัน บนพ้นื ฐานของความเสมอภาคและเทา่ เทยี มกัน เคารพในความ
แตกต่างทางความเชื่อศาสนาและวัฒนธรรม รอ้ ยละ 90
2.6 สถานศึกษาส่งเสริมให้บุคลากรและผเู้ รยี นมงุ่ ความเปน็ เลศิ - ใฝร่ ้ใู ฝ่เรียน รูร้ อบ และ
มงุ่ พฒั นาสู่ความเป็นเลศิ เตม็ ตามศกั ยภาพแหง่ ตน ร้อยละ 90
3. จัดกิจกรรมแบบคาทอลิกให้บุคลากรและผู้เรียนรู้จักช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสตามจิต
ตารมณ์ของพระสังฆราช ลมั แบรต์ เดอ ลามอ็ ต ร้อยละ 90
3.1 สถานศึกษามีแผนงาน/โครงการ ท่ีส่งเสริมให้บุคลากรและผเู้ รยี นเปน็ ไปตาม
อัตลกั ษณ์ของสถานศึกษา ร้อยละ 100
3.2 สถานศึกษาจัดกิจกรรมกองหน้าร่าเริง ยุวธรรมทูต พลศีล และวายซีเอสที่เป็น
กิจกรรมแบบคาทอลิกให้บุคลากรและผู้เรียนเข้าร่วมและปฏิบัติ รอ้ ยละ 100
3.3 สถานศึกษาจัดกิจกรรมวันสาคัญทางศาสนาให้บุคลากรและผู้เรียนเข้าร่วมและ
ปฏิบัติ รอ้ ยละ 100

มาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษา เป้าหมาย
ความสาเร็จ
มาตรฐานที 5 กระบวนการพฒั นาโรงเรยี นคณุ ธรรม ร้อยละ 96.5 ยอดเยี่ยม
1. มีการบริหารจดั การและจัดกจิ กรรมทส่ี ่งเสริมคณุ ธรรมจรยิ ธรรม รอ้ ยละ 97.5 ยอดเยี่ยม
1.1 สถานศึกษากาหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาในการประกันคุณภาพภายใน
ยอดเยี่ยม
สถานศกึ ษา ร้อยละ 100 ยอดเย่ียม
1.2 สถานศึกษามแี ผนพฒั นาการจัดการศึกษา แผนปฏบิ ตั กิ ารประจาปี การดาเนินงาน ยอดเย่ียม

โรงเรยี นคุณธรรมใหส้ อดคล้องกับมาตรฐานของสถานศกึ ษา ร้อยละ 100 ยอดเยี่ยม
1.3 ผ้มู สี ว่ นเก่ยี วข้องในสถานศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสาคัญในการ ยอดเยี่ยม
ยอดเย่ียม
ดาเนินงานโรงเรียนคณุ ธรรม ร้อยละ 90
1.4 สถานศึกษามีคณะกรรมการดาเนนิ งานโรงเรยี นคุณธรรม ร้อยละ 100
2.บุคลากรและผูเ้ รียนปฏบิ ัติตนเป็นแบบอย่างทด่ี ตี ามศาสนาที่ตนเองนับถอื ร้อยละ 100
2.1 สถานศึกษามแี ผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ที่ส่งเสริมใหบ้ คุ ลากรและนักเรยี นดา้ น

คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ร้อยละ 100
3. บคุ ลากรและผ้เู รียนดาเนินชวี ิตท่ีสอดคลอ้ งกบั วฒั นธรรมและประเพณที ีด่ ีงามของไทย
3.1 สถานศึกษามแี ผนวาน/โครงการ/กจิ กรรม ท่สี ่งเสริมให้บคุ ลากรและนักเรยี นดา้ น

วถิ ีไทย ร้อยละ 100
4. มีโครงงานคุณธรรมเป็นเครอื่ งมือในการพฒั นาบคุ ลากรและผูเ้ รยี นเป็นคนดใี ห้
บ้านเมืองตามคณุ ธรรมอตั ลักษณ์ของโรงเรยี น รอ้ ยละ 95
4.1 สถานศึกษามกี ารสรา้ งการรับร้แู ละการยอมรบั ในโรงเรยี น ร้อยละ 90
4.1 สถานศึกษามีสร้างครแู กนนานกั เรียนแกนนา ร้อยละ 90
4.3 สถานศึกษามกี าหนดเปา้ หมายการเปลีย่ นแปลงของโรงเรยี น

(คุณธรรมอตั ลกั ษณ์ของโรงเรียน) ร้อยละ 100
4.4 สถานศึกษามกี าหนดวธิ กี ารเพื่อบรรลเุ ปา้ หมาย (คุณธรรมอัตลักษณ์) ร้อยละ 100
4.5 บุคลากรและผู้เรยี นลงมือปฏิบัติเพื่อบรรลเุ ป้าหมายการเปลย่ี นแปลงของโรงเรยี น

(คุณธรรมอัตลกั ษณ)์ รอ้ ยละ 90
4.6 สถานศึกษาสรา้ งกลไกลการขบั เคล่ือนโรงเรียนคุณธรรม ร้อยละ 100
5. บคุ ลากรและผเู้ รียนมจี ิตอาสาทาความดีด้วยหัวใจ ร้อยละ 90
5.1 บุคลากรและผเู้ รยี นมีจติ อาสาดา้ นสังคมไม่น้อยกวา่ 50 ชวั่ โมง ร้อยละ 90
5.2 บุคลากรและผ้เู รยี นจิตอาสาด้านส่งิ แวดลอ้ มไม่น้อยกว่า 50 ช่วั โมง รอ้ ยละ 90
5.3 บุคลากรและผเู้ รยี นจิตอาสาด้านการศึกษาไมน่ ้อยกว่า 50 ชวั่ โมง รอ้ ยละ 90
มาตรฐานที่ ๖ กระบวนการนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและหลกั นติ ธิ รรม
มาประยกุ ต์ใช้ในสถานศกึ ษา รอ้ ยละ 93.13
1. การบริหารจัดการสถานศกึ ษาอย่างพอเพียง รอ้ ยละ 100
1.1 สถานศกึ ษามีนโยบายน้อมนาหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งมาขบั เคลื่อนใน

สถานศกึ ษา ร้อยละ 100
1.2 สถานศกึ ษานาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมากาหนดไว้ในแผนงาน/โครงการ/

กิจกรรมในแผนปฏบิ ตั งิ านประจาปี รอ้ ยละ 100


Click to View FlipBook Version