ของขวญั , กจิ กรรมวนั เดก็ ทเี่ ดก็ ทกุ คนไดมสี วนรวมเลนเกม จบั ของขวัญ และรับประทานอาหารเทีย่ งรว มกนั ท้งั ครู เดก็ และผู
ปกครอง
ผบู รหิ าร ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษา เปน ตน แบบที่ดี มคี วามโอบออมอารี ใหค วามรัก เมตตา เอาใจใสเด็กตลอดเวลา และอยาง
ทั่วถงึ ทําใหเ ดก็ เกิดความอบอุน มจี ิตใจแจม ใส กลาแสดงออก และครปู ระจําชน้ั มีการเสริมแรงดว ยการใหเ ดก็ แสดงความชน่ื ชมซ่งึ
กันและกันดว ยคําพดู “เธอเปนคนดี เธอเปน คนเกง เธอมีความสขุ ” และเด็กท่ีไดร ับคําชมรจู ักกลา วคาํ ขอบคณุ
โรงเรียน ไดเ ห็นความสาํ คัญของการจดั การศึกษา ระดับกอ นประถมศกึ ษาซงึ่ จะเปนรากฐานท่สี ําคญั ย่งิ ตอการพัฒนาความพรอมไป
สกู ารเรยี นรู ในระดับทส่ี งู ขึน้ ไป โดยเฉพาะการสง เสรมิ ใหเด็กมีจติ สาํ นกึ และคา นยิ มท่ดี ี มคี วามอดทนในการรอคอย รูจักยบั ย้ังชั่งใจ
รจู ักหนา ที่ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีความม่ันใจในตนเอง กลาแสดงออกอยา งสรา งสรรคแ ละเตม็ ความสามารถ โดยมกี ารประชมุ
วางแผน ในการจัดการเรยี นรูและกิจกรรมตางๆ สาํ หรบั เดก็ ดังตอ ไปนี้
ฝายวิชาการจัดประสบการณใ หส อดคลองกับจิตวทิ ยาพฒั นาการและการทาํ งานของสมอง แนวคดิ ทีเ่ หมาะสมกับอายุ วฒุ ิ
ภาวะ และระดับพฒั นาการ เพอ่ื ใหเ ด็กทกุ คนไดพ ฒั นาเตม็ ตามศักยภาพ ประกอบดว ย บรู ณาการสอดแทรกแนวปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงและกระบวนการเรยี นการสอนที่เนน การไตรตรอง (See, Judge, Act) ไวใ นกระบวนการเรียนรูและ
กจิ กรรม เพื่อเปนเครื่องมือในการชว ยพฒั นาผูเ รียนใหมีความสามารถทจ่ี ะคิดเปน ทาํ เปน และแกป ญ หาเปน และใชแ นวทาง
EF (Executive Functions) การพัฒนาทกั ษะทางสมองเพ่อื จดั การชีวติ ใหส ําเรจ็ ประกอบดวย ทกั ษะพ้นื ฐาน (จําเพ่อื ใช
งาน, ยดื หยุนความคดิ , ยัง้ คิดไตรต รอง) ทกั ษะกํากับตนเอง (จดจอใสใจ, ควบคุมอารมณ, ตดิ ตามประเมินตนเอง) และทกั ษะ
ปฏบิ ตั ิ ( ริเรมิ่ และลงมือทํา, วางแผน จดั ระบบดําเนนิ การ, มงุ เปา หมาย) ที่มุงสง เสริมใหเดก็ เตบิ โตเปนบคุ คลทค่ี ดิ เปน ทํา
เปน เรียนรเู ปน แกปญ หาเปน อยกู บั คนอน่ื เปน มคี วามสขุ เปน
โรงเรยี นจดั หลกั สตู ร “โตไปไมโกง” ท่ีสง เสรมิ ใหเด็กไดเ รียนรูและเกดิ จติ สํานกึ ความซอ่ื สัตย ความรบั ผิดชอบตอหนา ที่ การมี
จิตสาธารณะ มชี ีวิตพอเพียง และรกั ความเปนไทย อันจะชว ยปลูกฝงคา นิยมและจติ สาํ นึกใหเ ดก็ เตบิ โตเปน คนทมี่ ศี กั ดศิ์ รี
เชอื่ ม่ันในความสจุ รติ กลายนื หยดั ในสง่ิ ที่ถูกตอง
กิจกรรมงานวันวิชาการ เดก็ ไดนาํ เสนอผลงานของตนเอง ใหก ับผูท่ีเขา เย่ียมชมในฐานดว ยความมนั่ ใจ
กจิ กรรมการแสดงบนเวทใี นโอกาสตางๆ เพ่ือใหเดก็ มคี วามมั่นใจในตนเอง ในการโชวค วามสามารถของตนเอง ตอ หนา
สาธารณชน เชน การแสดงละคร, การรอ งเพลง, แสดงดนตร,ี จนิ ตลลี า, ดนตรี-รําไทย เปนตน
ครูประจาํ ชั้นจดั กิจกรรมการเรยี นรูผ านกจิ กรรมหลกั 6 กจิ กรรม เพ่อื สงเสริมใหเดก็ มีความมั่นใจและกลา แสดงออก กลา
ตดั สนิ ใจ เคารพสทิ ธขิ องผอู ืน่ ชวยเหลอื และแบง ปน กัน และดแู ลรกั ษาระยะหางในชวงการระบาดของ Covid 19 ดังน้ี
- กจิ กรรมเคลอ่ื นไหวและจังหวะ ใหเด็กไดเ คลอื่ นไหวรา งกายทกุ สว นอยา งอสิ ระและสง เสริมใหเ ดก็ เปน ผูนําและผตู ามในการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
- กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ สง เสริมใหเ ดก็ กลา แสดงความคดิ เห็น เปนผพู ดู และผฟู งที่ดี กระตุนใหเดก็ รูจักการซักถามในเร่ืองท่ีตนเองสงสัย และหาคาํ ตอบรว มกัน
กับครแู ละเพอื่ น มสี วนรว มในการจดั กจิ กรรมการเรียนรดู ว ยความมน่ั ใจ
- กจิ กรรมสรา งสรรค เดก็ ไดเ รยี นรเู กยี่ วกบั ความสวยงามของศลิ ปะ แสดงความสามารถของตนเองทางดา นศลิ ปะ และกลานาํ เสนอผลงานของตนเองหนาชั้นเรียน
และสงเสริมใหเด็กรจู กั การแสดงออกซึง่ ความชน่ื ชมผลงานของตนเองและผอู ่นื ดวยการกลาววาจาชน่ื ชม หรอื การปรบมือ
- กิจกรรมเสรี เด็กๆ เลนกบั สื่อและเครอื่ งเลนของตนเอง
- กิจกรรมกลางแจง เด็กมคี วามมั่นใจในการเลนเกมและเครือ่ งเลน ตา งๆ สามารถเปนผนู ํา ผูตามท่ดี ี ในการทํากิจกรรม เชน กายบริหาร การเลน เกม การละเลน ของ
ไทย
- กิจกรรมเกมการศกึ ษา ใหเ ด็กแสดงออกดว ยความมนั่ ใจในการเลน เกมตางๆ ดว ยตนเอง เชน เกมจบั คูภาพกับคาํ เกมการจดั หมวดหมู เกมการจับคภู าพท่มี คี วาม
สัมพันธก นั เปนตน
โรงเรยี นไดรับการสนับสนุนจากทุกฝา ยในการจดั กิจกรรม ใหเ ดก็ ไดแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคลอื่ นไหว โดยมีแผนงาน
โครงการ/กจิ กรรม ดงั นี้
โครงการพัฒนาศักยภาพหนูนอ ยสตรมี ารดาฯ ประกอบดวย กจิ กรรม Samrt Children ทส่ี ง เสริมใหเดก็ ไดมคี วามม่ันใจ กลา
แสดงออกทางงานศิลปะ ที่มจี ินตนาการ และสามารถสรางสรรคผลงานได เชน การปนดินนา้ํ มนั การวาดภาพตามจินตนาการ การ
สรางภาพดวยการฉีก ตัด ปะ การตอ เลโกเปนรปู รา งตามจนิ ตนาการ การเลานิทาน และการรอ งเพลง
Page 51 of 95
กจิ กรรมโลกสวยดว ยนิทาน เปน กจิ กรรมที่สงเสริมใหเ ด็กไดท าํ งานเปนกลมุ ดวยการรว มกนั จัดทําหนงั สือนทิ านในเร่ืองตาม
จินตนาการของตน และนาํ เสนอผลงานอยากหลากหลาย เชน นิทานเร่อื ง Three little pigs นาํ เสนอดว ยภาพวาดระบายส,ี นิทาน
เรื่อง กระรอกเจาะมะพรา ว นําเสนอดว ยการวาดภาพระบายสีและตดั ปะเศษวัสดุเพ่อื ใหเ กิดมิต,ิ นทิ านเรอื่ ง ฉันชอบกนิ ขาว นาํ
เสนอดวยการฉีก ตัด ปะ ภาพ, นิทานเรอื่ ง โลมานอ ยจอมเกเร นาํ เสนอดวยเปเปอรม าเช, นิทานเรอ่ื ง แมไ กส แี ดง นําเสนอดว ยภาพ
ปอบอพั 3 มติ ิ เปน ตน
กจิ กรรมวนั วชิ าการ ท่นี อกจากการนําเสนอความรทู ่ีเด็กควรจะเรียนรู ไดบ ูรณาการความรดู วยกจิ กรรมศิลปะ ดนตรี และการ
เคลอื่ นไหวตามบทบาทสมมตุ ิ เชน
- ฐาน Sweet grapes เด็กไดเลานิทานเร่ืองกวางปากบั พวงองุน และแสดงบทบาทสมมตุ ติ ามเนือ้ เรื่อง
- ฐาน Love watermelon เดก็ และผูป กครองไดรวมกันสรางสรรคผ ลงานโดยการประดษิ ฐแตงโมยกั ษจ ากเศษวัสดุ
- ฐานนิยมขนมไทย เดก็ ๆ ไดแสดงบทบาทสมมุติเปน เมคา สาธิตและสอนเพ่ือนๆ ทําลูกชบุ
- ฐาน ปลานอ ยกระดกุ ด๊ิก เดก็ ๆ ไดจ ดั แสดงทา ทางประกอบเพลง Baby Shark ใหเพื่อนๆ และผปู กครองไดชม
1.2.4.4 โรงเรียนจดั ใหม กี จิ กรรมเสรมิ หลกั สตู ร ท่ีสง เสรมิ ใหเ ด็กไดปฏบิ ัตกิ จิ กรรมทางดานดนตรแี ละการเคลือ่ นไหว ดังนี้
- กจิ กรรมดนตรี นาฏศิลป โดยครทู ม่ี คี วามสามารถเฉพาะดานมาชว ยจดั กจิ กรรมและฝก ทกั ษะใหเ ด็ก เชน ระดบั ช้ันอนุบาล 1 เปน กจิ กรรมการเคล่ือนไหวตาม
จินตนาการ หรือพรอมอุปกรณ ประกอบจังหวะ ดนตรี, ระดับช้นั อนุบาล 2 เปน กจิ กรรมการแสดงทาทางตามจนิ ตนาการและเรียนรูการราํ ไทยพ้นื ฐาน และระดบั ชั้น
อนบุ าล 3 เปน กิจกรรมการเรียนรเู ก่ียวกับตวั โนต จงั หวะ และเครอื่ งดนตรีอังกะลุง โดยเดก็ ทุกคนไดร ว มกิจกรรมสัปดาหล ะ 1 ครงั้ (50 นาท)ี
- กิจกรรมบลั เลต การรอ งเพลง การเลน กีตา ร ดวยความรวมมอื กับสถาบนั ดนตรีสิรญา ไดจ ดั ครผู ูทม่ี คี วามชาํ นาญเฉพาะมาชว ยจัดกิจกรรมใหก บั เด็กทม่ี ีความสนใจ
เปนพิเศษ ทําใหเ ดก็ ไดรบั การสง เสริมในการแสดงออกซ่ึงศักยภาพและความสนใจของเด็กเฉพาะบุคคล และโรงเรียนไดเปด โอกาสใหเดก็ ไดแ สดงบนเวที โดยเด็กได
รวมกจิ กรรมสปั ดาหล ะ 1 ครงั้ (ครงั้ ละ 60 นาที)
พฒั นาการดานสงั คม
โรงเรยี นสตรมี ารดาพิทกั ษ โดยคณะผูบรหิ าร ไดมกี ารรวมกับคณะครู ตัวแทนผูปกครอง เพ่อื วางแผน สงเสรมิ สนับสนนุ ดวยการจดั โครงการ/กิจกรรม ตามเปาหมาย
ของแผนพัฒนาการจัดการศึกษาใหเ ดก็ มพี ฒั นาการดานสงั คม สามารถชวยเหลอื ตนเอง เปนสมาชิกท่ดี ีของสังคม และการปฏบิ ตั ิตนตามมาตรการปองกนั การระบาด
ของโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 ดังนี้
โรงเรียนสงเสริมระเบียบวินัย ทม่ี งุ เนนใหเดก็ เปน ผูมวี นิ ยั รับผดิ ชอบ สามารถปฏบิ ัตติ นตามกฎระเบยี บของโรงเรยี นไดอยางถูกตอง
สามารถปฏิบัติตนตามอัตลักษณของโรงเรยี นได โดยมคี รทู ุกคนเปนผูดําเนินการฝกอบรมเด็ก เพอ่ื ใหทุกคนในโรงเรยี นสามารถปฏิบัติไปใน
แนวทางเดยี วกัน
ครปู ระจําชน้ั ใหค วามรู สาธติ พาฝกปฏิบตั จิ รงิ ในการปฏิบตั ิกจิ วตั รประจาํ วัน ไดแ ก การรกั ษาความสะอาดของรา งกาย การแตงกาย การ
สวมใสรองเทา ถงุ เทา การรบั ประทานอาหาร การลางมอื แปรงฟนอยางถูกวิธี การใชหอ งน้ําอยา งถกู สุขลกั ษณะ การเก็บทีน่ อน ของเลน
ของใชสว นตัว การเกบ็ ถวยจาน ชอนสอม รบั ผดิ ชอบทําความสะอาดแกว น้าํ สวนตวั ของตนเอง โดยมคี รูคอยแนะนาํ การปฏิบัตทิ ี่ถกู ตอ ง
อยา งสม่าํ เสมอ เดก็ สามารถชว ยเหลือตนเองไดอยา งเหมาะสมกับวยั และประสานกับผูปกครองในการฝก เดก็ ใหช ว ยเหลอื ตนเองในการ
ปฏบิ ตั กิ ิจวตั รประจาํ วนั ชวยงานเล็กๆ นอ ยๆ ทีบ่ าน อีกทง้ั ยงั ไดเนน ทจี่ ะสง เสรมิ ใหเ ดก็ เปนผมู ีระเบยี บวินยั รจู กั การรอคอยดวยการเขา
แถวเรยี งลาํ ดบั กอน-หลงั เดินขน้ึ -ลงบันไดชดิ ขวา มีความรบั ผิดชอบทํางานจนเสร็จ ปฏบิ ตั ิตามขอตกลงและกตกิ ารวมกัน อยางจริงจังและ
สมา่ํ เสมอ
ฝายสงเสรมิ คุณธรรม จริยธรรมฯ ระดบั กอนประถมศึกษา จัดกจิ กรรมหนูนอยรกั การออม ทีส่ ง เสรมิ ใหเ ด็กใชเ งินอยางประหยดั ปลกู ฝงให
เด็กรูจกั การออมเงิน เด็กสามารถวางแผนการนาํ เงนิ ที่ไดจากการออมไปใชป ระโยชนตามจดุ ประสงคห รือความตัง้ ใจของตนเอง รวมทัง้ ยัง
สงเสริมใหเ ด็กรูจ ักดูแลรกั ษาทรัพยากรสิง่ แวดลอ ม รูจกั ใชท รัพยากรอยา งประหยัด ในเรือ่ งดังตอ ไปนี้
นา้ํ - ไฟ โดยใหเ ด็กรูจกั ปด น้ํา ปด ไฟ หลงั การใชงานทุกครั้ง ทั้งท่บี า นและโรงเรยี น จนเกดิ เปนกจิ นสิ ยั ประจําตวั
ชิ้นงานของเดก็ สงเสริมใหใ ชเศษวัสดตุ างๆ มาประดิษฐเปนของเลนของใช ใหเดก็ เหน็ คณุ คาของส่งิ ของเหลือใชรอบตัว
ทกุ ฝา ยทเ่ี กย่ี วขอ งไดร ว มกันวางแผนสงเสริมสนบั สนนุ การจดั กิจกรรมใหเดก็ มีอปุ นิสยั รักธรรมชาตแิ ละมีสวนรวมในการดูแลรักษาส่งิ
แวดลอมทง้ั ภายในและภายนอกหอ งเรียน ดังนี้
Page 52 of 95
โรงเรียนจดั ใหครแู ละเดก็ แตละหองมีเขตพื้นที่ความรบั ผิดชอบในการดแู ลรักษาความสะอาด การรดนาํ้ พรวนดนิ ตน ไม กาํ จดั วัชพืช
ในบรเิ วณทต่ี นเองไดรับผดิ ชอบ ตามบริเวณตางๆ ภายในโรงเรียน และการดแู ลสิง่ แวดลอมภายนอกโรงเรียนในโอกาสพเิ ศษตา งๆ
เชน วันสงิ่ แวดลอมโลก, วันดนิ โลก, วนั เฉลมิ พระชนมพรรษาของสมเด็จพระเจาอยูหัว และสมเด็จพระราชินี เพือ่ ปลกู ฝงอุปนิสัยใน
การรกั ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม รวมทัง้ ครปู ระจาํ ชั้น และเดก็ รว มกนั แบงหนา ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบในการทําความสะอาดหอ งเรียน
ของตนเองประจําวนั เชน กวาดพ้ืน เชด็ โตะ จดั ความเรียบรอยของส่ือตา งๆ ในหอ งเรยี น ดูแลชัน้ วางรองเทา เปน ตน เพอื่ ปลกู จติ
สํานึกใหเดก็ รกั ความสะอาดและมสี วนรว มในการดูแลรักษาเพอื่ จะไดนาํ ไปใชใ นชวี ิตประจําวนั ได
โรงเรียนจัดใหม ีถงั ขยะแยกประเภทของขยะ คอื ถงั ขยะรีไซเคิล, ถงั ขยะเปยก, ถงั ขยะแหง และถงั ขยะท่ัวไป เพ่อื สอนใหเ ดก็ รจู กั
การแยกขยะกอ นท้งิ และสรางจิตสํานึกรว มตอ สงั คม ไมใ หม ีผลกระทบตอ สิง่ แวดลอ ม และครูสอนใหเ ดก็ รูจักใชท รัพยากรธรรมชาติ
ใหค มุ คา ดูแลตน ไมในหอ งเรียน ใชก ระดาษ 2 หนา การใชอ ุปกรณก ารเรียน อยางประหยดั และคุมคา ใชถ งุ ผา แทนถุงพลาสตกิ
ประดิษฐผ ลงานจากเศษวสั ดุ เปน ตน
โรงเรยี นสงเสริมใหเด็กมีมารยาทตามวฒั นธรรมไทย และมีสัมมาคารวะกับผใู หญด วยการจัดกจิ กรรมสง เสริมมารยาทไทยในการปฏบิ ตั ิตน
ตอผูใ หญในเรอื่ งการไหว การเดนิ ผา น การกราบ การรับของ และการเดนิ สวนกับผใู หญ, จัดกิจกรรมศิษยน อ มวนั ทาบูชาคณุ ครู เดก็ ไดร วม
กิจกรรมและแสดงออกถงึ ความกตญั กู ตเวที แสดงความเคารพตอผูใหญไดอยางเหมาะสมกบั วยั โดยใหเ ด็กจัดเตรยี มพานดอกไมธ ปู เทียน
เพือ่ มาประกอบพิธไี หวค รู รวมทั้งจดั หนวยประสบการณการเรียนรเู รือ่ ง เดก็ นอ ยมารยาทงาม มสี าระการเรียนรเู กยี่ วกับการแสดงออกดวย
ทา ทีที่สภุ าพทง้ั การพดู นัง่ ยืน เดิน และรบั -สง ของไดอ ยา งเหมาะสมกบั วัย
ครปู ระจําชน้ั จดั บรรยากาศในหอ งเรยี นใหเดก็ น่งั เปนกลุม กลมุ ละ 4-5 คน ในการทํากจิ กรรมตางๆ เพอื่ สง เสรมิ ใหเดก็ มปี ฏสิ ัมพันธท่ดี ตี อ
กัน ไดพ ดู คุยและทํางานรว มกับเพอื่ น แบง ปนและชวยเหลือกนั ในกลุมสง ผลใหเดก็ มีความเขาใจและยอมรบั ความเหมือนและความแตก
ตางระหวา งตนเองและเพ่ือน
โรงเรยี นมกี ารสง เสรมิ วฒั นธรรมองคกร แบบครอบครัว พ่นี อง โดยท่ีรนุ พปี่ ฏบิ ตั ติ นเปนแบบอยาง ทดี่ ใี หแกร ุน นอ ง เคารพใหเกยี รตซิ ึ่งกนั
และกนั ผูบรหิ าร และครูทุกคน เปนตัวอยา งในการยอมรบั ความแตกตา ง การรบั ฟง กนั และกัน เปด รับความคดิ เหน็ ตางๆ ไมใ ชอ ารมณ
รนุ แรงเวลาทม่ี คี วามคดิ เห็นไมตรงกนั ครูแสดงออกซ่งึ การยอมรบั ตัวเดก็ ไดโ ดยการฟง การยอมรับความคดิ เหน็ ความรูสกึ ของเด็ก เขา ใจ
ถงึ บรบิ ทที่แทจริงของชีวติ พ้นื เพของเดก็ รวมถงึ ครอบครวั เพ่ือน สถานะทางสงั คมและเศรษฐกจิ นสิ ัย หรือแมแตความสนใจงานอดิเรก
ความสามารถพิเศษ ดวยการเยย่ี มบานเด็ก พูดคยุ กบั ผปู กครองอยางไมเ ปนทางการ การติดตาม สอบถามผูปกครอง/เย่ียมเม่ือเดก็ เจ็บปว ย
เดก็ ไดร บั การสงเสรมิ ใหป ฏิบตั ิตนเปนสมาชิกที่ดีของสงั คมทัง้ ภายในและนอกหองเรียนโดย
ครูประจําช้นั และเดก็ รว มกนั สรา งขอตกลงของหอ งเรยี น เพ่ือปฏบิ ัตริ ว มกัน ไวอ ยา งชดั เจน เชน
หองอนุบาลปท่ี 1/2 หนูเชอ่ื ฟงคุณครู เกบ็ ของใชเ ขาที่ หนูจะพูดกับคนอน่ื มี “คะ ” “ครับ”
หองอนุบาลปที่ 1/5 แบงของใหเ พอื่ น ทิง้ ขยะลงถัง หนจู ะพดู เบาๆ
หองอนบุ าลปที่ 2/1 พูดจาไพเราะ ท้งิ ขยะใหล งถงั ทุกครง้ั เก็บของเลนของใชเขาท่ี
หอ งอนุบาลปท ี่ 2/5 หนูแบงปน ของใหก ับเพ่ือน หนูชวยกันรักษาความสะอาดในหอ งเรยี น
หนูเชื่อฟง คุณครู หนจู ะพดู เบาๆ
หองอนุบาลปท ่ี 3/2 เช่อื ฟงครู เดินเปนแถว พูดจาไพเราะออ นหวาน มนี ํา้ ใจชว ยเหลือผอู ื่น
หอ งอนบุ าลปท ี่ 3/5 หนจู ะเปนเด็กดขี องคุณครู หนมู ีระเบียบวินัย หนูแบงปน ของใหกบั เพอ่ื นๆ
ครูจัดประสบการณการเรียนรทู ี่สอดคลองกับหลักสูตรของสถานศึกษาเนนจากสภาวะการณท ีเ่ กิดข้ึนจรงิ ไดแ ก หนวยการเรียนรู “โรงเรยี น
ของเรานาอย”ู มีสาระการเรยี นรูเก่ียวกบั สถานที่ตง้ั สง่ิ แวดลอม บคุ คลสาํ คัญในโรงเรยี นและรูจกั ปฏิบตั ติ ามกฎของโรงเรยี น และหนวย
การเรียนรู “เรารักชมุ ชน” มสี าระการเรียนรูเก่ยี วกบั สถานทีส่ าํ คญั ขา วสาร สภาพปญหาตางๆ และการปฏิบตั ติ นใหเปนประโยชนตอ
ชุมชน
ครจู ดั สภาพแวดลอ มในหองเรียนตามมาตรการปองกนั โรคติดตอ และสอนเดก็ ใหรจู ก ดูแลปอ งกนั ตนเองดวยการเวน ระยะหา ง การสวม
หนากากอนามยั ตลอดเวลา หม่ันลา งมอื บอยๆ การใชสิ่งของสว นตวั และครดู ูแลวดั อณุ หภมู ริ า งกายของเด็กอยา งสม่ําเสมอ ทาํ ความ
สะอาดผวิ สัมผัสจุดตางๆ บอ ยขน้ึ
Page 53 of 95
พฒั นาการดานสติปญญา
โรงเรียนสตรมี ารดาพิทักษ โดยคณะผูบริหาร ไดม ีการรว มกับคณะครู ตัวแทนผปู กครอง เพื่อวางแผน สงเสรมิ สนบั สนุน การจัด
โครงการใหเ ดก็ สามารถใชภาษาในการส่อื สารไดเหมาะสมกับวยั เชน โครงการหองเรยี นหลักสตู รการเรยี นการสอนโดยใชภ าษา
อังกฤษเปน ส่อื , การจดั ประสบการณท างภาษา ใหเ ด็กมีทกั ษะการสือ่ สารทางดา นภาษาอยางนอย 3 ภาษา คอื ภาษาไทย ภาษา
อังกฤษ และภาษาจีน โดยครูเจาของภาษาทกุ ระดบั ชน้ั ท้ังเปดโอกาสใหเด็กไดแ สดงออกซง่ึ ความสามารถทางดา นภาษาผา น
กจิ กรรมการแสดงบนเวที ภาคเรยี นละ 1 ครัง้ และการนาํ เสนอผลงานของตนเองในโอกาสตางๆ โดยผปู กครองไดรว มรบั ชมและให
กําลังใจ
โรงเรียนไดจ ัดโครงการ/กจิ กรรมใหเดก็ เกิดทกั ษะกระบวนการคดิ และสามารถแกป ญหาไดตามสถานการณต างๆ ประกอบดวย
โครงการรวมพลังเสริมทกั ษะดวย Project Approach เปนการจดั ประสบการณการเรียนรใู หเด็กไดผา นรูปแบบโครงการ เปน
กิจกรรมทีเ่ ด็กไดล งมือปฏบิ ตั ดิ ว ยตนเอง ซึ่งชว ยพฒั นากระบวนการคดิ แกปญ หาและสรุปเปน องคค วามรขู องตนเองอยางตอเน่ือง
โดยเดก็ ไดเ สนอหัวขอเรอื่ งท่ีตนเองสนใจ และรวมกันออกเสยี งเลอื กหัวขอ ทีน่ ําเสนอมา และนาํ หวั ขอเรอ่ื งทม่ี คี ะแนนเสยี งมากที่สดุ
มาจดั ประสบการณก ารเรยี นรูข องหอ งเรยี น โดยใชระยะเวลาเรยี น 4-5 สัปดาห และโรงเรยี นกําหนดโครงสรา งหลักสตู รการศึกษา
ปฐมวัยของสถานศึกษาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงดวยกระบวนการ See Judge Act
โรงเรียนสงเสริม สนับสนนุ ปลกู ฝงเจตคตทิ ่ีดีตอการเรยี นรแู ละแสวงหาความรูดว ยวิธีการท่ีหลากหลาย เชน ครูประจําชั้นจัดกิจกร
รมบูรณาการผา นการเลน เนน ใหเด็กรูจักตงั้ คําถามในสิ่งที่อยากรู แสวงหาคําตอบดวยวธิ ีการตา งๆ หรือครเู ปน ผูกระตุน ใหเด็กเกดิ
ความสงสัย โดยใชเทคนิค 5W 1H (Who, What, Where, When, Why, How) สรา งแรงจงู ใจใหเ ด็กพยายามแสดงหาคาํ ตอบ
และมีความสุขกับการเรยี นรู ในแตล ะหนวยการเรยี นรรู ายสัปดาห, จดั กจิ กรรมพอ ครแู มครู พาหนูเรียนรู ท่เี ชิญวิทยากรจาก
ภายนอก มาใหความรแู ละรว มทาํ กิจกรรมในเรอื่ งทเี่ ด็กอยากร,ู จัดแหลงเรียนรูภายในโรงเรยี น เชน มมุ ตูป ลาสวยงาม, สวนสตั ว,
สวนสมนุ ไพร, บันไดนบั เลข 3 ภาษา เปน ตน
โรงเรียนไดตระหนกั ถึงความสาํ คัญของการอาน จึงจดั ใหม หี อ งสมุดสาํ หรับเด็กปฐมวยั โดยเฉพาะอยบู รเิ วณชน้ั 1 อาคาร SANCTA
MARIA และมุมหนงั สือภายในหองเรยี น มีหนงั สอื ทเ่ี หมาะสมกบั วัยของเด็ก จํานวนเพยี งพอ และจดั โครงการหนอนนอ ยรักการอาน
ขึ้น เพ่อื เปน การวดั ประสบการณการเรยี นรทู ักษะทางภาษาของเดก็ สง เสรมิ ทักษะการอา นและการฟง เพื่อกระตนุ จนิ ตนาการและ
ความคิดรวบยอด สามารถถา ยทอดความรูสบู ุคคลอ่ืนได และมกี ารประสานความรวมมอื กับผปู กครองเพ่ือรวมกนั สง เสริมการอาน
ใหแกเ ด็กตามศักยภาพ
โรงเรยี นจดั กิจกรรมวทิ ยาศาสตร โดยโรงเรยี นอยใู นโครงการ บานนักวทิ ยาศาสตรนอยแหงประเทศไทย และไดด ําเนินการจดั ใหม ี
หอ งวทิ ยาศาสตรสําหรบั เด็กปฐมวยั ทุกคนไดรว มกจิ กรรมทุกสัปดาห สปั ดาหล ะ 1 ครั้ง (50นาท)ี โดยครูท่ีไดร บั การอบรมโดย
เฉพาะ ซ่ึงมีความยากงายของกจิ กรรมตามวัยของเดก็ ทจ่ี ะฝกทักษะการสงั เกต จําแนก เปรยี บเทียบ การจดั กลุม การใหเหตุผล การ
คาดคะเน การคดิ รเิ ร่มิ เปนตน และครปู ระจาํ ช้นั จดั ประสบการณก ารเรียนรู โดยจดั กิจกรรมทดลองทีล่ งมือปฏิบตั ิจริง ตามหนว ย
การเรียนรู ที่เนน ใหเ ดก็ ไดส บื เสาะหาความรูและการคิดเชงิ เหตุผลทางคณติ ศาสตร และวิทยาศาสตร เชน การมีสวนรวมในคาํ ถาม
เกบ็ ขอมูลดว ยการสํารวจ สังเกต อธบิ ายสิง่ ที่พบ เช่ือมโยงส่ิงทพี่ บกบั สงิ่ ทผี่ ูอ ืน่ พบ และส่ือสารใหเหตผุ ล
ผูบ รหิ ารและคณะครูระดับกอ นประถมศึกษาเขา รบั การอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ าร “หลักสตู รการจดั ประสบการณก ารเรียนรตู ามแนวทาง
สะเตม็ ศึกษา จากสถาบันสงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี(สสวท.) และครนู ําแนวทางดังกลา วมาจดั ประสบการณการ
เรียนรูสาํ หรับเด็ก โดยมีผบู ริหารเปน ผูนเิ ทศติดตามการจัดประสบการณข องครู สง ผลใหเ ด็กมคี วามคิดรวบยอด คดิ เชงิ เหตผุ ลทาง
คณิตศาสตร วิทยาศาสตร คดิ แกปญหาและสามารถตดั สินใจในเร่ืองงายๆ ได
โรงเรียนมกี ารดําเนนิ การจัดกิจกรรมการเรยี นรเู พอ่ื ใหเ ด็กมีจนิ ตนาการและความคิดสรา งสรรคผลงานโดย
จัดใหม แี หลงเรียนรูท ี่เปนท้งั ของจริงและแบบจาํ ลอง
ครจู ัดกจิ กรรมเพ่ือสงเสรมิ ใหเด็กมีจนิ ตนาการและมีความคดิ สรางสรรค สรางความเปนอสิ ระในการแสดงออกทางความคดิ
และกระทําผานกิจกรรมตางๆ ดังน้ี
- กิจกรรมเคล่ือนไหวและจงั หวะ เดก็ ไดเคลอ่ื นไหวและทา ทางตามจนิ ตนาการของตนเอง
- กิจกรรมสรางสรรค เด็กไดแ สดงออกดว ยการวาดภาพ ถา ยทอดเร่อื งราวตามจินตนาการผานการปน การประดษิ ฐ และนําเสนอผลงานของตนเองตามความคิดอยาง
อสิ ระ
Page 54 of 95
- กจิ กรรมเสรี เด็กไดใชจนิ ตนาการและความคิดสรางสรรคจากการเลน ในมุมประสบการณตา งๆ เชน บทบาทสมมุติ เลน เลยี นแบบ ในสถานการณตา งๆ
- กิจกรรมเสริมประสบการณ เปนกิจกรรมทเ่ี ด็กไดเรยี นรผู านการฟงนทิ านโดยครูเปน ผเู ลา และเดก็ สามารถคดิ เสรมิ ตอ เนอื้ เร่อื งในนทิ านจากครูไดตามจนิ ตนาการ
1.4.7 โรงเรียนสงเสรมิ ใหเ ด็กสามารถใชส อ่ื เทคโนโลยี เปน เครื่องมอื ในการเรียนรแู ละแสวงหาความรูไดด ว ยการจดั กิจกรรมการเรยี นคอมพิวเตอร ซง่ึ จดั ใหม โี ปรแกรม
การเรียนรูท ฝี่ ก ทกั ษะของเดก็ จดั เตรยี มเครอ่ื งมอื ทใี่ ชใ นการเรียนรแู ละแสวงหาความรูไดดว ยตนเองไวป ระจาํ หองเรียนและหอ งประกอบการตางๆ อยางเพยี งพอตอ
จาํ นวนเด็ก เชน แวนขยาย ชดุ แมเหลก็ เปนตน
โรงเรียนไดม อบหมายใหค รูประจําชนั้ ตดิ ตามผลพฒั นาการของเดก็ ท้ัง 4 ดา นเปนรายบุคคลเพ่ือใหท ราบความกาวหนา หรือปญหา
อุปสรรคการพฒั นา โดยครูประจาํ ชั้นประเมนิ พัฒนาการเดก็ เปน รายบคุ คลและจดบันทึกไวเปนหลักฐาน ในแบบบนั ทกึ การประเมิน
พัฒนาการทง้ั 4 ดา น และแบบประเมินพัฒนาการเดก็ ตามมาตรฐานคณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงคต ามหลักสตู ร ในแตละหนว ยการเรยี นรู
ครปู ระจาํ ชนั้ รายงานผลพัฒนาการของเดก็ รายสปั ดาหใ หผ ูปกครองไดร บั ทราบ และรวมแสดงความคิดเห็นที่มตี อ พัฒนาการของเด็กอยา ง
สมํา่ เสมอ
ผบู รหิ ารและครหู วั หนา ฝายไดร วมกนั ติดตามผลการดําเนนิ งานรวมไปถงึ การรบั ทราบความสําเรจ็ ปญ หาเพอื่ การวางแผนพัฒนาปรับปรงุ
ใหเกดิ ประสิทธภิ าพตอ ไป
โรงเรยี นมีการตดิ ตาม ประเมนิ ผล อยางตอ เนือ่ งและทวั่ ถงึ โดยครูผูรับผิดชอบโครงการ/กจิ กรรม มีการรายงานผลการดําเนินงานเปนลาย
ลกั อกั ษรตอ ผูบริหารรับทราบภาคเรียนละ 1 ครงั้ และมีการจัดเกบ็ ขอมูลอยางเปนระบบ เพือ่ ใชประโยชนตอการพัฒนาและใหการ
สนบั สนนุ งบประมาณ วสั ดุอปุ กรณเ พอ่ื ใหการจัดกจิ กรรมใหสมบูรณครบถวนตอ ไป
Page 55 of 95
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบริหารและการจดั การ
เปาหมาย 5 ขอ
การปฏบิ ตั งิ าน ผลการ
ประเดน็ พจิ ารณา ไม ผล ประเมิน
ปฏบิ ตั ิ
ปฏบิ ัติ สําเรจ็ คณุ ภาพ
ทีไ่ ด
1. มีหลักสตู รครอบคลมุ พฒั นาการทง้ั สีด่ า น สอดคลองกบั บริบทของทอ งถ่ิน 5.00 ยอด
เยย่ี ม
1.1 มหี ลกั สตู รสถานศกึ ษาท่ียดื หยุน และสอดคลอ งกบั หลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย √-
1.2 ออกแบบจดั ประสบการณทีเ่ ตรียมความพรอมและไมเรง รดั วชิ าการ √-
1.3 ออกแบบการจัดประสบการณท เี่ นน การเรยี นรูผ านการเลน และการลงมือปฏบิ ัติ (Active √-
learning)
1.4 ออกแบบการจดั ประสบการณท ีต่ อบสนองความตองการและความแตกตา งของเดก็ ปกตแิ ละกลมุ √ -
เปา หมายเฉพาะท่สี อดคลองกบั วถิ ชี ีวิตของครอบครวั ชุมชนและทองถ่นิ
1.5 มกี ารประเมนิ ตรวจสอบ และปรบั ปรุง / พฒั นาหลกั สูตรอยา งตอ เนื่อง √-
2. จดั ครูใหเพยี งพอกบั ชัน้ เรียน 5.00 ยอด
เย่ยี ม
2.1 จดั ครคู รบชั้นเรียน √-
2.2 จัดครใู หม คี วามเหมาะสมกับภารกิจการจัดประสบการณ √-
2.3 จดั ครูไมจ บการศึกษาปฐมวัยแตผา นการอบรมการศกึ ษาปฐมวยั √-
2.4 จดั ครูจบการศกึ ษาปฐมวยั √-
2.5 จดั ครจู บการศกึ ษาปฐมวยั และผา นการอบรมการศกึ ษาปฐมวยั √-
3. สง เสริมใหค รูมีความเชีย่ วชาญดา นการจดั ประสบการณ 5.00 ยอด
เย่ียม
3.1 มกี ารพัฒนาครแู ละบคุ ลากรใหมคี วามรคู วามสามารถในการวิเคราะหและออกแบบหลักสูตรสถาน √ -
ศึกษา
3.2 สง เสรมิ ครูใหมีทักษะในการจดั ประสบการณและการประเมนิ พฒั นาการเด็ก √-
3.3 สง เสรมิ ครูใชประสบการณสําคญั ในการออกแบบการจัดกจิ กรรม จัดกจิ กรรม สงั เกตและประเมนิ √ -
พฒั นาการเด็กเปนรายบุคคล
3.4 สง เสริมใหค รมู ีปฏิสัมพันธทด่ี กี บั เดก็ และครอบครวั √-
3.5 สงเสรมิ ใหครูพฒั นาการจัดประสบการณโดยใชชุมชนแหงการเรียนรทู างวิชาชพี (PLC) √-
4. จดั สภาพแวดลอมและสื่อเพอื่ การเรียนรูอยา งปลอดภัยและเพยี งพอ 5.00 ยอด
เยี่ยม
4.1 จัดสภาพแวดลอ มภายในหองเรยี นท่คี ํานงึ ถึงความปลอดภยั √-
Page 56 of 95
การปฏิบัตงิ าน ผลการ
ประเด็นพจิ ารณา ไม ผล ประเมนิ
ปฏบิ ตั ิ
ปฏิบตั ิ สาํ เร็จ คุณภาพ
ท่ไี ด
4.2 จดั สภาพแวดลอ มภายนอกหองเรยี นที่คาํ นงึ ถงึ ความปลอดภัย √-
4.3 สงเสรมิ ใหเ กิดการเรียนรทู ่ีเปนรายบคุ คลและกลุม เลน แบบรวมมือ รวมใจ √-
4.4 จดั ใหมมี มุ ประสบการณหลากหลาย มีส่ือการเรยี นรู ที่ปลอดภัยและเพยี งพอ เชน ของเลน หนังสอื √ -
นิทาน ส่ือจากธรรมชาติ สอื่ สาํ หรบั เดก็ มดุ ลอด ปนปา ย สอ่ื เทคโนโลยีการสบื เสาะหาความรู
4.5 จัดหอ งประกอบท่ีเออ้ื ตอการจัดประสบการณและพฒั นาเด็ก √-
5. ใหบ รกิ ารส่ือเทคโนโลยสี ารสนเทศและส่อื การเรยี นรเู พอ่ื สนบั สนนุ การจัดประสบการณ 5.00 ยอด
เยีย่ ม
5.1 อํานวยความสะดวกและใหบ ริการสอื่ เทคโนโลยีสารสนเทศ วสั ดุ อุปกรณแ ละสือ่ การเรียนรู √-
5.2 พัฒนาครใู หมีความรคู วามสามารถในการผลิตและใชสื่อในการจัดประสบการณ √-
5.3 มีการนเิ ทศติดตามการใชส ่อื ในการจดั ประสบการณ √-
5.4 มีการนําผลการนิเทศติดตามการใชส ่อื มาใชเปนขอ มูลในการพฒั นา √-
5.5 สงเสรมิ สนับสนนุ การเผยแพรก ารพัฒนาส่ือ และนวตั กรรมเพ่อื การจดั ประสบการณ √-
6. มีระบบบรหิ ารคณุ ภาพท่เี ปด โอกาสใหผ ูเก่ยี วของทุกฝายมีสวนรวม 5.00 ยอด
เย่ยี ม
6.1 กาํ หนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาทีส่ อดคลองกบั มาตรฐานการศกึ ษาปฐมวัยและอตั √-
ลกั ษณของสถานศกึ ษา
6.2 จดั ทาํ แผนพฒั นาการศกึ ษาทสี่ อดรับกบั มาตรฐานท่ีสถานศกึ ษากําหนดและดาํ เนินการตามแผน √ -
6.3 มกี ารประเมนิ ผลและตรวจสอบคณุ ภาพภายในสถานศึกษา √-
6.4 มีการตดิ ตามผลการดาํ เนินงาน และจดั ทาํ รายงานผลการประเมนิ ตนเองประจําป และรายงานผล √ -
การประเมินตนเองใหหนวยงานตน สงั กดั
6.5 นําผลการประเมนิ ไปปรบั ปรงุ และพัฒนาคณุ ภาพสถานศกึ ษา โดยผปู กครองและผูเกี่ยวขอ งทกุ ฝาย √ -
มสี วนรว ม
สรุปผลการประเมิน 5.00 ยอด
เยยี่ ม
จดุ เนน และกระบวนการพัฒนาทีส่ งผลตอ ระดบั คุณภาพของมาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
2.1 มีหลกั สูตรครอบคลมุ พัฒนาการท้งั 4 ดาน สอดคลองกับบริบทของทองถ่นิ
2.1.1 โรงเรยี นสตรมี ารดาพทิ กั ษ ระดับกอ นประถมศึกษา ภายใตการบรหิ ารงานของผูบรหิ าร และฝา ยวชิ าการ ระดับกอนประถมศกึ ษา ไดจัดตั้งคณะกรรมการ
จัดทําและพฒั นาหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัยของสถานศกึ ษาข้ึนจากหนวยงานตา งๆ ดังนี้ ผูบ ริหาร คณะกรรมการฝา ยวชิ าการคณะครูผปู กครองและชุมชน ซ่ึงกอน
การจัดทําหลักสูตรสถานศกึ ษา มกี ารสํารวจ วเิ คราะหค วามตองการจําเปน ของสถานศึกษา รว มกบั ชมุ ชน สงั คม ทองถ่ิน และผมู ีสว นเก่ยี วขอ งทกุ ฝาย เพอ่ื ทราบ
ความตอ งการที่ทกุ ฝา ยมีความคาดหวงั ตอ การจัดการศึกษาระดบั กอนประถมศกึ ษาของโรงเรยี น
Page 57 of 95
2.1.2 นาํ ผลการวิเคราะหทไี่ ดมาพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ใหมีความยืดหยุนสอดคลองกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช 2560 มกี ารกําหนดเปา
หมาย พนั ธกิจ ของการจดั การศกึ ษาปฐมวยั ของสถานศกึ ษา ดงั นี้
พนั ธกจิ ท่ี 1 พัฒนาหลักสตู รสถานศึกษาทมี่ งุ เนนพฒั นาการเด็กปฐมวัยท้ัง 4 ดา น อยา งสมดุลและเต็มศักยภาพ
พันธกจิ ที่ 2 พฒั นาครูและบคุ ลากรดานการจดั ประสบการณท ี่สง เสรมิ การเรียนรทู ี่เนน เด็กเปนสําคญั
พันธกจิ ท่ี 3 จัดระบบสิ่งสนบั สนุนการเรยี นรูท ีจ่ ําเปน ตอ กระบวนการเรยี นรู แหลงเรียนรู และจดั สภาพแวดลอ มทเี่ อื้อตอ การเรียนรูเหมาะสมกบั วัย
พนั ธกิจที่ 4 จัดประสบการณก ารเรยี นรูท หี่ ลากหลายซงึ่ สอดคลอ งกบั พัฒนาการทางสมองของเดก็ โดยนาํ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและแหลง เรียนรู
ภมู ิปญญาทองถิน่ มาใชเ สริมสรา งพัฒนาการและ
การเรยี นรขู องเด็ก
พนั ธกิจท่ี 5 ประสานความรวมมอื ในการพัฒนาเด็กระหวางสถานศกึ ษากับพอ แม ครอบครัว ชุมชน และ ทกุ ฝายทเ่ี กยี่ วขอ งกบั การพัฒนาเด็กปฐมวยั
พันธกิจท่ี 6 จัดระบบการประเมินหลกั สตู ร และพฒั นาประสิทธิภาพของหลกั สตู รสถานศกึ ษาใหสามารถจัดการศกึ ษาไดตามปรัชญา วสิ ัยทศั น มาตรฐานคณุ ลกั ษณะ
ท่พี ึงประสงค ตวั บง ช้ี และสภาพท่พี ึงประสงคเพื่อสง ผลตอระบบการประกันคณุ ภาพการศกึ ษา
คณะกรรมการจัดทําและพฒั นาหลกั สตู รสถานศกึ ษา ระดับปฐมวยั รวมกันประชมุ เพือ่ ดําเนินการจัดทําหลกั สตู รสถานศึกษา รายละเอยี ด
ดงั นี้
ออกแบบหลกั สตู รสถานศึกษา ดว ยจดั ทาํ รา งหลักสูตรสถานศกึ ษาใหค รอบคลุมองคป ระกอบของหลักสูตรสถานศึกษา ดังน้ี ปรชั ญา
ของหลักสตู ร, วิสยั ทศั น, ภารกจิ /พันธกิจ, หลักการและจดุ หมายของหลักสูตร, มาตรฐานคุณลกั ษณะทพี่ งึ ประสงค ตวั บงช้ี และ
สภาพทพ่ี งึ ประสงค, โครงสรา งหลกั สตู ร, การจดั เวลาเรียน, สาระการเรยี นรูร ายป, การจัดประสบการณ, การสรางบรรยากาศการ
เรียนร,ู สือ่ และแหลง เรียนร,ู การประเมินพฒั นาการ, การบริหารจัดการหลักสตู ร และการสรางรอยเชื่อมตอ ระหวางการศึกษา
ปฐมวยั กบั ระดบั ประถมศกึ ษาปท ่ี 1
ตรวจสอบและปรบั ปรงุ คณุ ภาพของหลักสตู รสถานศึกษา นาํ รางหลักสตู รสถานศกึ ษาเสนอตอคณะกรรมการจดั ทาํ และพฒั นา
หลกั สตู รสถานศกึ ษา ระดับปฐมวยั ประเมินดว ยแบบประเมินกอ นการใช ดว ย“แบบตรวจสอบหลกั สูตรสถานศกึ ษา ระดบั ปฐมวยั
กอ นการนําหลกั สตู รไปใช” ของโรงเรยี นสตรมี ารดาพิทักษ เพอื่ ใชเ ปน เคร่อื งมอื ในการหาคณุ ภาพและเพื่อใหข อเสนอแนะ และ
ปรับปรุงตามขอ เสนอแนะ
ขออนมุ ตั ิตอ คณะกรรมการสถานศกึ ษา และประกาศการใชห ลกั สตู รสถานศกึ ษา โดยรายงานการดาํ เนินการตอกรรมการสถาน
ศึกษา เปดโอกาสใหคณะกรรมการสถานศกึ ษาไดว ิเคราะหผ ลการดําเนินงาน และเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงพฒั นาหลกั สูตร
สถานศกึ ษาใหเ ปนฉบบั สมบรู ณต ามทคี่ ณะกรรมการสถานศกึ ษาใหความเหน็ ชอบอนมุ ตั ิ จดั ทําประกาศการใชหลกั สูตรสถานศึกษา
ฉบบั ปรบั ปรุง ของโรงเรียน
ผบู รหิ าร และคณะครรู ะดับกอ นประถมศกึ ษาไดรวมกันประชมุ วางแผนการจดั ประสบการณการเรียนรขู องเด็ก ดว ยการนําหลกั สตู รสถาน
ศึกษามาวเิ คราะห และจดั ทําตารางวิเคราะหห ลกั สูตร ระดับปฐมวัย เพ่อื กาํ หนดสาระท่ีควรเรยี นรรู ายป กาํ หนดหนว ยการเรียนรูของการ
จัดประสบการณตลอดปการศึกษา โดยไดวิเคราะหใหม คี วามสัมพันธและสอดคลอ งกนั ระหวา งมาตรฐานคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงคที่
กาํ หนดไว 12 มาตรฐาน ของหลกั สตู รสถานศกึ ษา กบั สภาพท่ีพงึ ประสงคต ามสาระการเรยี นรู
โรงเรยี นไดจ ัดการศกึ ษาระดบั อนบุ าลปที่ 1-3 ตัง้ แตอายุ 3-6 ป ดวยการจัดประสบการณเรยี นรูตามหนว ยการเรยี นรรู ายสปั ดาหแ บบบรู ณ
าการผา นการเลน ท่หี ลากหลาย และบูรณาการตามศาสตรตา งๆ โดยใช 6 กจิ กรรมหลกั , การเรยี นรูแบบโครงงาน และโครงการ (Project
Approach) ใหเ ดก็ ไดเรียนรจู ากประสบการณต รง เกิดทักษะ กระบวนการคิด รูจ กั แกป ญหาไดเหมาะสมกบั วัย พรอมท้งั ปลกู ฝง สงเสริม
คณุ ธรรม จริยธรรม ระเบียบวนิ ัย รกั ษาสง่ิ แวดลอม และอนุรักษวฒั นธรรมประเพณอี ันดงี าม เปด โอกาสใหเด็กมีปฏสิ ัมพันธกบั เพือ่ น ครู
ชมุ ชน สือ่ และแหลงเรียนรทู ่หี ลากหลาย
โรงเรียนกําหนดแนวทางการกาํ กับ ตดิ ตาม ประเมนิ การใชหลักสตู ร โดยจัดใหม กี ารนิเทศ กํากบั ตดิ ตาม และนาํ ผลการนิเทศไปใชในการ
ปรับปรุงพัฒนาหลักสตู รโดยมแี นวดําเนินการตามโครงการพฒั นาหลักสูตรปฐมวยั ของสถานศกึ ษา
โรงเรยี นเปด โอกาสใหผ ูปกครองมีสว นรว มในการแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั การจัดประสบการณตามหลกั สตู รของโรงเรียน โดยการประชุม
และตอบแบบสอบถามความตอ งการหรอื ความพึงพอใจตามแบบประเมนิ ความคิดเห็นเกย่ี วกบั การใชห ลกั สูตรปฐมวัยของสถานศึกษา เพื่อ
เปน ขอ มลู หน่ึงในการพัฒนาหลักสตู รสถานศกึ ษา
นาํ ผลสรุปมาปรบั ปรุงและพัฒนา โดยใชกระบวนการวจิ ัยเพือ่ พัฒนา สง ผลใหหลกั สูตรสถานศึกษาสามารถเปน แบบอยางได
Page 58 of 95
2.2 จัดครใู หเ พียงพอกับชั้นเรียน
2.2.1 โรงเรียนมีการบริหารบุคลากรตามแผนงานฝายบคุ ลากรของโรงเรียน โดยมีการวางแผนอัตรากาํ ลงั และกาํ หนดตาํ แหนงตา งๆ ของบคุ ลากรใหเ หมาะสมกบั
หนาที่ สรรหาบุคลากรตามกระบวนการคัดเลือกเพอื่ ทําหนาทตี่ ามตําแหนงที่ตองการ
2.2.2 โรงเรียนจัดครปู ระจําหอ งเรยี นใหเพยี งพอตอจํานวนเด็กแตล ะหองเรียน โดยในสถานการณป กติมีครูประจาํ ชัน้ และครผู ชู ว ย หอ งเรยี นละ 2 คน ตอ จาํ นวนเด็ก
ไมเ กิน 40 คน หากอยูในชวงการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 จดั ครู 1 คน ตอเด็ก 12 -15 คน
2.2.3 โรงเรียนจัดโครงการพฒั นาศักยภาพครู ระดับกอนประถมศึกษา ซง่ึ สงเสริมใหค รทู ุกคนไดพ ัฒนาตนเองอยา งตอ เนื่อง ทั้งดา นความรู ความเขาใจ ความสามารถ
จัดประสบการณก ารเรียนรใู หก บั เด็กไดอยางถูกตองเหมาะสม สอดคลองกบั หลักสูตรของสถานศึกษา โดยการเขารับการอบรม ศึกษาดงู าน ไมต า่ํ กวา 50 ชว่ั โมงตอ ป
สงเสริมใหค รมู ีความเชย่ี วชาญดา นการจัดประสบการณท่สี อดคลองกบั หลักสตู รการศึกษาปฐมวัย
โรงเรียนสตรมี ารดาพทิ กั ษ โดยผูบ ริหาร และคณะครูระดับปฐมวัยไดร ว มกนั ประชมุ วางแผนการจัดประสบการณก ารเรียนรขู องเดก็
ดว ยการนาํ หลกั สูตรสถานศึกษามาวิเคราะห และจัดทําตารางวเิ คราะหหลักสตู ร ระดับปฐมวยั เพื่อกาํ หนดสาระที่ควรเรียนรูรายป
กาํ หนดหนว ยการเรียนรูของการจัดประสบการณต ลอดปก ารศกึ ษา โดยไดว ิเคราะหใ หมคี วามสัมพันธแ ละสอดคลอ งกันระหวาง
มาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึงประสงคที่กาํ หนดไว 12 มาตรฐาน ของหลกั สูตรสถานศกึ ษา กับสภาพทพ่ี งึ ประสงคตามสาระการเรยี นรู
ผูบรหิ ารและคณะครฝู า ยวชิ าการรว มกันประชมุ วางแผน กาํ หนดรปู แบบการเขยี นแผนการจัดประสบการณต ามจุดเนน ของ
โรงเรียน เพ่อื ใหค รผู ูสอนทกุ คนมกี ารวางแผนวธิ จี ดั ประสบการณท ดี่ ี เหมาะสมกับเด็กทผี่ สมผสานความรแู ละจิตวิทยาการศกึ ษา
ชวยใหค รู มีคมู อื การสอนทท่ี าํ ดว ยตนเองลวงหนา มคี วามมน่ั ใจในการสอน สง เสริมใหครมู ีความรคู วามเขา ใจในดานของหลกั สตู ร
วิธีสอน การวัดผลและประเมินผล และเปน คมู ือสําหรับผมู าสอนแทนได ครผู ูสอนจดั ทําแผนการจัดประสบการณก ารเรยี นรูที่
สอดคลองกับแนวทางการจัดประสบการณ ตามหลกั สูตร โดยระบไุ วอ ยา งชดั เจนตามรปู แบบของโรงเรยี น และนําสง ใหผบู ริหารหรือ
หัวหนาฝา ยวชิ าการลวงหนาอยางนอย 2 สปั ดาห เพ่ือตรวจสอบ และอนุมัติการใชแ ผน กอนนาํ ไปจัดประสบการณใ หก ับเดก็
โรงเรยี นกาํ หนดแนวทางการกํากบั ตดิ ตาม นิเทศการจดั ประสบการณข องครผู ูส อนอยางเปนระบบ และนาํ ผลการนิเทศไปใชใ นการ
ปรับปรงุ พัฒนาหลกั สูตรโดยมแี นวดาํ เนนิ การตามโครงการนิเทศการสอนของครูดงั น้ี
โรงเรยี นมีการแตง ตั้งคณะกรรมการนเิ ทศการสอนโดยผบู ริหาร และครูฝา ยวชิ าการที่มีประสบการณใ นการสอน
โรงเรียนสงผูมีหนา ทีน่ ิเทศ เขา รับการอบรมเชิงปฏบิ ตั ิการใหเปน ผทู รงคุณวุฒิ เพื่อการประเมนิ และมกี ารประชุมเพือ่ วางแผน
การดาํ เนินงาน และกาํ หนดรูปแบบการนเิ ทศ ติดตามประเมินผล
คณะกรรมการนิเทศการสอนจดั ทาํ ปฏิทนิ การนเิ ทศการสอนประจาํ ป ตามคาํ รองขอนิเทศของครูผูสอนและแจงกาํ หนดการ
นเิ ทศใหผูเ กี่ยวของทราบ
ดาํ เนนิ การนิเทศการสอนอยา งกัลยาณมิตร ดวยการสงั เกต และบันทกึ ผลในแบบบันทึกการนเิ ทศประเมินการจัดกจิ กรรม
การเรียนการสอนการปฏบิ ตั งิ านในโรงเรียน
คณะกรรมการนเิ ทศแจงผลการนเิ ทศกับครูผสู อนเปนรายบคุ คล เพื่อรบั ทราบผลการนเิ ทศของตนเอง และรวมกันพจิ ารณา
วางแผน พฒั นาปรบั ปรุงการสอนใหเกิดประสทิ ธิภาพ
นําผลการนิเทศของครูผสู อนทุกคนมาสรปุ ผลการนิเทศทัง้ รายบคุ คล และภาพรวมของโรงเรยี น เพ่อื ใชเปน ขอ มูลในการ
พัฒนาหลักสูตรตอ ไป
ฝา ยวิชาการ ระดบั กอนประถมศกึ ษา มกี ารสรางและพฒั นาเครื่องมอื วัดและประเมินผลที่มีคณุ ภาพหลากหลายรูปแบบและมีการ
เกบ็ รวบรวมขอ มลู เด็กเปนระบบ สามารถนํามาใชไ ดอ ยางสะดวก รวดเร็ว ตรงตามตองการในพัฒนาการทกุ ดานของเด็กทุกคน ดงั น้ี
โดยคณะผบู รหิ ารและคณะครรู ะดบั ระดับกอ นประถมศึกษารวมกันประชมุ ชแี้ จงเกย่ี วกบั การพัฒนาคุณภาพการเรียนรูข อง
เด็กทีม่ วี ตั ถปุ ระสงคตามหลกั สูตรของสถานศกึ ษา ระดับปฐมวยั จัดประสบการณเ รยี นรดู วยกจิ กรรมบรู ณาการท่ีสอดคลอ ง
กลบั หลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย มกี ารประเมินผลพัฒนาการตามวยั หรือความสามารถตามธรรมชาตใิ นแตล ะระดับอายุ
(สภาพทีพ่ ึงประสงค) ทีใ่ ชเปน เกณฑสําคญั สาํ หรบั การประเมนิ พฒั นาการเดก็
โรงเรยี นดําเนนิ การพฒั นาครู โดยสง ครเู ขา รับการอบรม “การประเมนิ พัฒนาการและการเรียนรูของเดก็ ปฐมวยั ” และนาํ
ความรูท่ไี ดร ับมาขยายผลกบั เพอื่ นครู
Page 59 of 95
ครูผูสอนออกแบบเครื่องมือการวัดและประเมินผลเด็กตามบทบาทหนา ทขี่ องตนดวยวธิ ีการทีเ่ หมาะสมและมคี วามหลาก
หลายทัง้ การสังเกต สนทนา สัมภาษณ รวบรวมผลงานทแ่ี สดงความกาวหนา และจดบนั ทกึ ในแบบบนั ทึกพฤติกรรม และ
แบบสาํ รวจรายการ เชน ครปู ระจาํ ชน้ั ไดออกแบบเครอ่ื งมอื วัดและประเมนิ ผลเด็กตามหนว ยการเรียนรูร ายสปั ดาห เปน
แบบบนั ทกึ หลังการจดั ประสบการณก ารเรยี นรู และตารางประเมินพัฒนาการเด็กตามมาตรฐานคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค
ตามหลักสตู รสถานศกึ ษา, ครผู สู อนกจิ กรรมเสรมิ หลกั สูตรไดออกแบบเคร่อื งมอื วัดและประเมินผลเดก็ ตามกจิ กรรม, ครูผูรับ
ผดิ ชอบโครงการ/กจิ กรรมตางๆ สรา งเครื่องมือสาํ หรับเกบ็ ขอ มลู วธิ ีการจดั เก็บขอ มลู ท่เี หมาะสมตามรูปแบบของโครงการ
และกจิ กรรม เปน ตน
นาํ เครือ่ งมือมาทดสอบการใช และปรบั ปรุง พัฒนาเครือ่ งมอื ใหมีความเหมาะสม และชแ้ี จงใหผ ทู ีม่ ีสวนเกีย่ วขอ งกับการ
ประเมินมีความรูค วามเขา ใจในเคร่ืองมือวดั และประเมนิ วธิ กี ารประเมนิ และระยะเวลา เพ่ือสามารถประเมินผลพฒั นาการ
ของเด็กไดอยา งครบถวนตามวตั ถุประสงคของกจิ กรรม
ครูผูร บั ผิดชอบโครงการ/กิจกรรม นําขอมูลผลการประเมินเดก็ เปนรายบุคคล มาสรุปผล ในภาพรวมทั้งหองเรียน ระดับช้นั
และภาพรวมของโรงเรียน โดยจัดเกบ็ ขอ มลู อยา งเปน ระบบ เปน ปจจุบนั เพื่อสามารถนาํ มาใชไ ดอ ยา งสะดวกรวดเร็ว
โรงเรียนเปด โอกาสให บิดามารดา ผูป กครอง มีบทบาทหนา ทใี่ นการประเมนิ พฒั นาการเด็ก ในการใหค วามรวมมือกบั ครผู ู
สอนในการประเมินพฤติกรรมของเดก็ ทส่ี งั เกตไดจ ากที่บา น เพอ่ื เปน ขอ มลู ประกอบการแปรผลที่เทยี่ งตรงของครูผูส อน รับ
ทราบผลการประเมินของเด็ก และสะทอ นใหข อ มูลยอนกลบั ท่ีเปนประโยชนในการสง เสริมและพฒั นาเดก็ ในปกครองของ
ตนเอง และรวมกับครูผูสอนในการจดั ประสบการณหรือเปนวิทยากรทอ งถิน่
2.3.5 ครูจดั ประสบการณใหเดก็ มปี ฏสิ ัมพนั ธก บั เด็กอืน่ กบั ผูใหญ ภายใตส ภาพแวดลอ มทีเ่ อือ้ ตอ การเรียนรใู นบรรยากาศทอ่ี บอนุ มีความสขุ และเรียนรกู ารทํา
กิจกรรมแบบรว มมอื ในลักษณะตางๆ กนั ครูจัดประสบการณส าํ หรบั เด็กโดยใหพอแม ครอบครวั และชมุ ชนมสี วนรวมทง้ั การวางแผน การสนับสนุน สอ่ื แหลงเรียนรู
การเขารว มกจิ กรรม มาเปนวทิ ยากรภูมปิ ญ ญาทองถ่ินทตี่ รงกับความสนใจของเดก็ และการประเมินพฒั นาการ
สงเสรมิ การจัดสภาพแวดลอ มทางกายภาพ และสื่อเพือ่ การเรยี นรูอยา งมีคณุ ภาพ ปลอดภยั และเพยี งพอ
โรงเรยี นสตรมี ารดาพิทกั ษ ไดวางแผนการบริหารจดั การศึกษาระดบั ปฐมวัยในการใหบรกิ ารดานอาคารสถานทีท่ ุกแหง อยูใ นสภาพท่ี
สะอาด ปลอดภยั และถูกสุขลกั ษณะ โดยผบู รหิ ารไดแตง ต้งั คณะกรรมการงานอาคารสถานที่ มหี นาที่บรหิ ารงานดานอาคารสถานที่
ดแู ลตกแตง สภาพภมู ิทัศน ดแู ลรักษาความสะอาด จัดการงานดานความปลอดภัยและความพรอมในการใชงานของอาคารเรียนและ
สิง่ ปลกู สรางอื่น รวมกับงานพสั ดุครภุ ัณฑในการปฏิบตั งิ านดา นการบริหารจัดการและงานซอ มบาํ รงุ วัสดุครุภณั ฑโ รงเรียน สงผลใหมี
สภาพแวดลอ มภายใน-นอกหอ งเรียนท่ดี ี ดังน้ี
ภายในหอ งเรยี นอาคาร SANCTA MARIA มพี ้นื ท่ี 64 ตร.ม. มีพืน้ ทีท่ ่เี อ้ือตอการจัดกจิ กรรมท้งั รายบุคคลและกลมุ จัดใหมีสอื่
เทคโนโลยี เชน โทรทศั นขนาด 43 นิว้ สาย HDMI เชือ่ มตอระหวางคอมพิวเตอรและโทรทศั น, และจดั ใหมสี ัญญาณ wifi
เพื่อเชือ่ มตอ อินเตอรเน็ตไดอ ยางทว่ั ถึง จัดสื่อ อปุ กรณ ไวตามมมุ อยางเหมาะสม พรอมอาํ นวยความสะดวกตอ การเรียน เลน
โดยจัดเปนแบบศนู ยการเรยี น จัดใหมีมุมประสบการณต างๆ ไดแก มุมบล็อก มมุ หนงั สือ มุมเกมการศกึ ษา มุมบทบาท
สมมุติ มุมดนตรี มุมวิทยาศาสตร และมมุ ศิลปะ เปน มมุ ท่นี ักเรียนไดเ ลอื กเลนตามความสนใจ ทง้ั รายบุคคลและรายกลุม ใน
แตล ะมมุ ไดจดั ส่ือ อุปกรณ และเครอื่ งเลนใหเ หมาะสมกบั วยั และกจิ กรรมเพียงพอกบั จํานวนเด็กทเ่ี ขา เลนในแตล ะมุม หาก
อยูใ นชว งการระบาดของโรคไวรัส โคโรนา 2019 จะเนนการเลนของเลน สวนตวั
ภายนอกหองเรียน โรงเรยี นมีระบบการดแู ลรกั ษาความปลอดภยั ทเี่ หมาะสม ดงั น้ี
โรงเรยี นมีการตดิ ตัง้ กลอ งวงจรปด ทั้งภายในและภายนอกอาคารในบริเวณโรงเรยี น จํานวน 18 ตวั และมกี ารตดิ ตั้งสัญญาณเตอื นภยั
โรงเรยี นจัดใหมีครูเวรรับ-สง นักเรยี น คอยดูแลความปลอดภยั ในแตล ะวนั และมีครูจราจรที่ดูแลความปลอดภยั ใหกับนกั เรยี นท่ีขน้ึ -
ลงรถรบั สง บริเวณหนา ประตโู รงเรียนอกี ทัง้ ครเู วรประจาํ วนั ปฏิบัติหนา ท่ีตามบริเวณตา งๆ ของอาคารเรียน และจุดตา งๆ ใน
โรงเรียน พรอ มจดบนั ทกึ เหตกุ ารณป ระจาํ วัน
โรงเรียนจดั บรเิ วณใหผ ูปกครองเปนสดั สว นเพื่อรอรบั เดก็ กลับบาน เพ่อื ความเปนสดั สวนและเปนไปตามมาตรการรักษาความ
ปลอดภยั ที่โรงเรยี นกําหนด ในกรณีท่ีจะรบั เด็กกลบั กอ นเวลาเลิกเรียน ผปู กครองจะตองตดิ ตอขอแบบบันทึกการขออนญุ าตออก
นอกโรงเรยี นจากคณุ ครูทอี่ ยหู อ งธุรการไวเปน หลักฐาน และครูประจําชัน้ จะเปน ผนู าํ เด็กมาสงถงึ ผูปกครอง ท่ีบรเิ วณจดุ ที่กําหนด
Page 60 of 95
เปน รายบุคคล ในกรณีทผี่ ูปกครองมอบหมายใหผ ูอืน่ มารับเด็กแทน จะตอ งมีการสอบถามจากผปู กครองทางโทรศัพทก อนเสมอ
และถามเด็กถึงความสมั พนั ธของบคุ คลทมี่ ารับแทน เพอ่ื ปองกนั อันตรายท่อี าจจะเกิดขึน้ ได
โรงเรียนจดั ทําประกนั อุบัติเหตใุ หนกั เรียนเปนรายบคุ คลทุกป
โรงเรยี นจัดทาํ บัตรประจําตัวนักเรยี น พรอ มทั้งมีขอมลู พ้ืนฐานปรากฏอยบู นบัตร และใหเด็ก พกตดิ ตวั หรอื ใสไวใ นกระเปา
โรงเรยี นจัดใหมเี ครื่องสาธารณูปโภคประจาํ หองเรยี น และหอ งประกอบการทเ่ี พยี งพอ อาทิ มหี ลอดไฟหอ งเรียนละ 6 ดวง
แสงสวา งเพียงพอไมเ ปนอันตรายตอ สายตาของเด็ก มพี ัดลมเพดาน 4 ตัว และเครอ่ื งปรับอากาศ 2 เคร่อื ง เพ่อื ชว ยระบาย
ความรอนและถา ยเทอากาศ มเี ครอื่ งทําน้าํ เย็นประจาํ อาคาร มกี ารเปลี่ยนสารกรองน้ํา ทุก 6 เดอื น และปองกนั อันตรายท่ี
เกิดจากไฟฟารั่วโดยไดติดตงั้ สายดนิ และระบบ เซฟ ที คทั มีหอ งน้าํ ท่ถี กู สุขลักษณะ จาํ นวน 39 หอง มอี างลางหนา และลาง
มือเพื่อชาํ ระสิง่ สกปรกหลังปฏิบตั กิ จิ กรรมของเด็กอยา งเพยี งพอ มรี ะบบการปอ งกนั อนั ตรายและมีการตรวจสอบใหเกิด
ความพรอมใชและปลอดภยั อยูเสมอ
คณะกรรมการงานอาคารสถานที่ ไดจัดทําแผนการตรวจเช็คสภาพการใชง าน บํารุงรักษา ซอ มแซม อาคารสถานที่ อุปกรณ
เครอ่ื งเลน และสาธารณปู โภค ไวในปฏิทินปฏิบัตงิ านประจําปของสถานศึกษา พรอมจัดสรรงบประมาณใชดาํ เนินการอยา ง
พอเพยี ง ตามกิจกรรมปรับปรงุ สภาพแวดลอมในโรงเรียนซง่ึ เปนกิจกรรมหน่ึงในโครงการอนุบาลนาอยู จดั ใหมพี นกั งาน
ทําความสะอาดอุปกรณเคร่ืองเลน อยางตอ เนอื่ งเพื่อปอ งกันโรคติดตอ
โรงเรียนเห็นความสําคญั ของการจดั บรรยากาศในชน้ั เรยี นให นา ดู นาอยู และนาเรยี น สะอาดโดยโรงเรยี นไดน าํ หลักปฏบิ ตั ิ 5
ส. มาปลูกจิตสํานึกใหเกิดแกเด็กและบคุ ลากรทกุ ฝาย ไดร ว มกนั ปฏิบตั ิอยางตอเนือ่ งจนเกิดเปนกจิ นิสยั ครูปลูกฝงใหเดก็
รักษาความสะอาดท้งั ตอ ตนเอง เชน ทิ้งขยะใหล งถัง, รบั ประทานอาหารไมห กหลน หรือถา หกหลน จะตองรบั ผดิ ชอบเก็บไป
ทงิ้ ถังขยะใหเ รียบรอย และครปู ระจาํ ช้นั จัดเวรรักษาความสะอาดในหอ งเรียนของเด็ก เชน เชด็ โตะ จดั ช้ันวางรองเทา จัด
โตะ รดนาํ้ ตน ไม เปน ตน
โรงเรยี นมมี าตรการในการปอ งกนั การแพรระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ดังนี้
(1) การมีมาตรการคัดกรอง
โรงเรียนมมี าตรการคัดกรอง ครู นักเรียน บุคลากร ผปู กครอง หรือบุคคลที่เขาออกโรงเรยี นเพอ่ื เปน การเฝา ระวัง และปอ งกัน การแพรระบาดของโรคติดเช้อื ไวรสั โคโร
นา 2019 เมือ่ ทุกคนมาถงึ โรงเรยี นเดินเปนแถวผา นประตโู รงเรียน ครเู วรประจาํ วนั ดําเนนิ การคัดกรองโดยผานตามจุดดังนี้
- จุดที่ 1 กระบะวางผา ชบุ นา้ํ ยาฆา เช้ือใหทกุ คนที่จะเขา มาภายในบริเวณโรงเรยี นตองเชด็ รองเทา
- จดุ ท่ี 2 ตรวจวัดอุณหภูมิ จากกลองเทอรโ มสแกนในการตรวจวดั อุณหภมู ิทุกคนท่ผี า น เขา -ออก ภายในโรงเรยี น ถาพบวา มไี ขเกินท่กี ําหนด
จะคัดแยกออก บนั ทกึ รายชือ่ และอาการปว ยประเมิน ความเส่ยี ง แจงผูปกครองมารบั พาไปพบแพทย โรงเรยี นตดิ ตามอาการอยางตอ เนือ่ ง
- จุดท่ี 3 ลางมอื ดว ยเจลแอลกอฮอล จากเครอ่ื งพน แอลกอฮอล
- จุดที่ 4 เปลี่ยนหนากากอนามัยหรอื หนา กากผา สํารองทีน่ กั เรียนทุกคนนาํ ใสกระเปา มาจากบานเปลี่ยนกอ นเขา โรงเรยี น
(2) การสวมหนากากอนามัย
ใหทุกคนสวมหนากากอนามยั หรอื หนากากผา พรอ มทง้ั ใส Face Shield ตลอดเวลาเมือ่ อยภู ายในบริเวณโรงเรยี น
(3) การจัดจุดลา งมือดว ยสบูหรอื แอลกอฮอลเจล
จัดจดุ ลางมอื ดวยสบหู รือแอลกอฮอลเ จลตามสถานทตี่ างๆ เชน หอ งเรยี น หอ งประกอบการ หองสขุ า หอ งสหการณ และหองอนื่ ๆ และใหน กั เรียน ครู
บคุ ลากร ลางมือบอย ๆ ดว ยวธิ ลี างมอื 7 ขั้นตอน อยางนอ ย 20 วินาที กอนกินอาหาร หลังใชหอ งสขุ า หลกี เลยี่ งการสัมผสั ใบหนา ตา ปาก จมกู โดยไมจาํ เปน สรา ง
สุขนิสยั ที่ดหี ลงั เลนกับเพ่ือนเมื่อกลับบา นใหร ีบอาบนาํ้ สระผม และเปล่ยี นเสื้อผา ใหมทันที
(4) การเวนระยะหา งในหองเรยี น
ใหนักเรยี นเวน ระยะหางในหองเรยี น ขณะน่งั เรียน เนน จดั การเรียนการสอนภายในหองเรียนเดียวกนั ใหมีกจิ กรรมทําในหอ งเรยี นเดยี วกนั ตลอดทั้งวัน ไมส ง
เสรมิ ใหจ ัดกจิ กรรมรวมเปนกลมุ ในชวงพัก
หลงั เลกิ เรยี น หรอื น่งั รบั ประทานอาหาร เลนกบั เพอ่ื น เขาแถวตอคิว ระหวา งเดินทางอยบู นรถใหเ วนระยะหา งท้ังส้นิ มกี ารทําความสะอาดโตะ เกา อีน้ กั เรียน ทั้งกอน
เรียนภาคเชา และกอนเรยี นภาคบาย โดยครปู ระจําช้นั
(5) การทําความสะอาดพน้ื ที่ พื้นผิวสมั ผัสท่ใี ชรวมกัน
- โรงเรยี นจดั ใหเ จา หนา ทส่ี าธารณสุขอนามัยสิ่งแวดลอ มจากเทศบาลเมอื งทา ชา งและเทศบาลเมอื งจนั ทนมิ ติ ฉดี พนยาฆา เช้ือกําจดั ไวรสั ลดความเส่ยี ง ลด
การแพรกระจายในหอ งเรียนและบริเวณโรงเรียน
Page 61 of 95
- ใหค รูประจาํ หอ งเรียนทกุ หอ ง และหองประกอบการทาํ ความสะอาดโตะ เกา อี้ อปุ กรณ และจุดสัมผสั เส่ียง เชน ลกู บิดประตู เครื่องเลนของใชร ว มทุกวันอยางนอ ย
วันละ 2 ครง้ั กอนเขา เรยี นใน
ภาคเชา และภาคบา ย
- กรณีมกี ารยายหองเรียน ตองทําความสะอาดโตะ เกาอ้ี กอ นและหลงั ใชง านทุกครง้ั
- เจา หนา ท่นี ักการภารโรงและผูรบั ผิดชอบใชน้าํ ยาฆาเช้ือทําความสะอาดพืน้ ที่สว นกลาง
ทีส่ ัมผสั รวมกันเปน ประจํา เชน พื้นหอประชุม สนามบาส โรงอาหาร สนามเด็กเลน หอ งพยาบาล หอ งนอนเดก็ เล็ก
ตูกดน้าํ ด่มื โตะเกาอห้ี รืออปุ กรณตา ง ๆ ทท่ี กุ คนใชแ ละสัมผัสตลอดเวลา
- หอ งสุขาใหพนักงานทําความสะอาดทกุ 2 ช่วั โมง ดว ยนํ้ายาฆา เชอื้ และมกี ารกาํ กบั ดูแลตรวจสอบการปฏิบัตติ นใหเปนสขุ นิสัย โดยจดั ใหม ีผคู วบคุมดูแลทกุ วนั
- จดั ใหม ีเจลแอลกอฮอลใ ชทาํ ความสะอาดมือ ทุกหอ งเรยี นอยางเพยี งพอ
(6) การลดความแออัด ไมจ ัดกจิ กรรมทเี่ กิดการรวมกลมุ ของเดก็
โรงเรียนลดความแออัดในการจดั กจิ กรรมโดยไมม ีการเรยี นวา ยน้าํ ของนกั เรียนช้ันอนุบาล 1 –
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ 2 และจดั ชว งทานอาหารกลางวนั โดยนักเรียนพักเปน 4 ผลดั เพอื่ ลดความแออดั ของนกั เรียนและรกั ษาการเวน ระยะหา งระหวา งบคุ คล
- ผลดั ที่ 1 เวลา 10.30 น.
- ผลดั ท่ี 2 เวลา 11.00 น.
- ผลัดท่ี 3 เวลา 11.30 น.
- ผลัดที่ 4 เวลา 12.00 น.
(7) จดั อบรมครู “รอบรสู ขุ อนามัย” ในโรงเรียน เพ่อื รองรบั สถานการณ COVID-19 โดยบคุ ลากรสาธารณสขุ จัดอบรมครูท้งั โรงเรียนโดยมีเจาหนา ทีจ่ าก
สาธารณสุขชาํ นาญงาน และเจา หนา ทพ่ี ยาบาลจากโรงพยาบาลสงเสรมิ สุขภาพ ตําบลจันทนมิ ติ มาเปน วทิ ยากรใหความรเู มื่อวนั ท่ี 6 มนี าคม 2563
เวลา 09.00 -16.00 น. ณ หอประชุมโรงเรยี นสตรมี ารดาพิทกั ษ
โรงเรียนสตรีมารดาพิทกั ษ ไดจ ัดใหมีหอ งประกอบการ พรอมอุปกรณ ส่ิงอาํ นวยความสะดวกใหแ กเดก็ ทง้ั ภายในและภายนอกอาคาร ให
อยูในสภาพที่ดี ปลอดภัยและมปี รมิ าณเพียงพอ ดังรายละเอยี ดตอ ไปนี้
สนามเด็กเลน มีพืน้ ท่ี 96 ตร.ม. อยูบ ริเวณช้นั ลาง อาคาร SANCTA MARIA จดั ใหม ีอปุ กรณเ ครอ่ื งเลนสนามมากมาย เชน สไลดเด
อร ปนหนา ผา บารทรงตัว บารโหน สะพานเชอื ก อโุ มงคล อด
สระวา ยนํา้ มพี นื้ ท่ี 665.6 ตร.ม. อยูบ รเิ วณชัน้ ลา ง อาคาร SANCTA MARIA มคี รู พลศึกษาท่มี คี วามรแู ละประสบการณเ ปน ครผู ู
สอน มีอปุ กรณช ว ยในการวายน้าํ มีระบบดูแลความปลอดภัย มีการดูแลรักษาความสะอาดสระนํา้ เปน ประจํา
บริเวณลานกิจกรรมบรเิ วณช้นั 1 อาคาร SANCTA MARIA มพี นื้ ทกี่ วา งขวางและมพี ื้นทเ่ี พยี งพอใหเดก็ ไดว ง่ิ เลน อยา งมีความสุข
หอ งพยาบาล มีพ้นื ท่ี 48 ตร.ม. อยูบริเวณชนั้ 1 อาคาร SANCTA MARIA มีครพู ยาบาลรับผดิ ชอบประจาํ มอี ปุ กรณปฐมพยาบาล
พรอมยารักษาโรค มเี ตียงสําหรับนกั เรยี นทเ่ี จ็บปว ยไดน อนพัก มีบันทกึ สถติ ิการเจ็บปว ยของเดก็ ระดบั ปฐมวยั
หองศูนยการเรยี นรู มีพนื้ ท่ี 96 ตร.ม. อยูบรเิ วณชน้ั 1 อาคาร SANCTA MARIA ภายในหองประกอบดวย มุมบลอ็ ก มุมบทบาท
สมมุติ มุมดนตรี มุมพลาสติกสรางสรรค มุมเกมการศกึ ษา และมมุ หนังสือ เพอ่ื ใหค รไู ดจดั กจิ กรรมการเรียนรใู นคาบเรียนอสิ ระ
หองสมุด มีพน้ื ที่ 128 ตร.ม. อยบู รเิ วณชั้น 1 อาคาร SANCTA MARIA มคี รูหอ งสมดุ ท่มี ีความรูและประสบการณ แบง สว นการให
บรกิ ารเปน 3 สว น คือ มมุ หนงั สือนทิ านเด็กสําหรบั เดก็ มมุ หนังสอื หมวด 000-900 และมุมใหบรกิ ารสืบคน ทางคอมพิวเตอร โดยมี
จาํ นวนหนังสือมากกวา 2,600 เลม
หอ งคอมพวิ เตอร มีพื้นที่ 75.33 ตร.ม. อยูบ รเิ วณช้ัน 2 อาคาร SANCTA MARIA มีครคู อมพิวเตอรท ีม่ ีความรแู ละประสบการณเปน
ครูผูสอน มีการจัดโปรแกรมการเรียนรคู รอบคลมุ ทกุ ระดบั ร ัศนเกยี่ วกบั ส่ือและนวตั กรรมน้ันๆ เผยแพรท างเวบ็ ไซคข องโรงเรยี น
และทางเพจ รุปรายงานผลการดําเนนิ งานตอ ผูบริหาร พรอ มท้ังข มีเครื่องคอมพิวเตอร โตะ เกาอ้ี จํานวน 40 เครื่อง มีระบบดูแล
ความปลอดภัย
หองคําสอน มีพน้ื ท่ี 64 ตร.ม. อยูบริเวณช้นั 2 อาคาร SANCTA MARIA ซสิ เตอรและครทู ม่ี ีความรูและประสบการณเปนครผู ูส อน
ใหค วามรูเ รอ่ื งศาสนาครสิ ต หลักคําสอน และพิธีกรรมทางศาสนา พรอ มทงั้ มสี ือ่ อปุ กรณท พี่ รอ มสาํ หรบั การจัดกิจกรรมการเรียนรใู ห
เดก็
Page 62 of 95
หองวทิ ยาศาสตร มีพน้ื ท่ี 96 ตร.ม. อยูบรเิ วณชน้ั 3 อาคาร SANCTA MARIA มคี รวู ทิ ยาศาสตรทม่ี คี วามรแู ละประสบการณเ ปนครู
ผูส อน มีการจดั บรรยากาศท่สี ง เสรมิ การเรยี นรวู ทิ ยาศาสตร มีอุปกรณส ําหรบั การทดลอง อาทเิ ชน บีกเกอร เฮเลนเมเยอร หลอด
ทดลอง ดอปเปอร ตะเกียงแอลกอฮอลล เปนตน มหี นงั สอื วิทยาศาสตรสาํ หรบั ผเู รียน อีกทง้ั ยงั มสี ื่อการสอนวทิ ยาศาสตร
ตา งๆ
หองดนตรแี ละหองนาฏศลิ ป มีพื้นทห่ี อ งละ 64 ตร.ม. อยูบริเวณชั้น 3 อาคาร SANCTA MARIA มีครูนาฏศิลปทีม่ ีความรูและ
ประสบการณเปนครผู ูส อน จดั ใหม ี สือ่ อุปกรณสาํ หรบั การสอน
ผูบรหิ ารแตง ตัง้ คณะกรรมการงานอาคารสถานท่ี ในการจัดระบบการซอ มบาํ รงุ อาคารสถานที่ วัสดุอุปกรณประจําอาคารใหม คี วาม
ปลอดภยั และมีความพรอมตอ การใชง านอยูเสมอ โดยครูทพ่ี บเหน็ สิ่งของชํารุดเสียหาย เขยี นใบแจงซอมสง มายงั คณะกรรมการงานอาคาร
สถานที่ เพือ่ ประสานงานใหชางดําเนนิ การซอมบาํ รงุ ใหเรียบรอ ยพรอ มใชง านเสมอ
2.5 ใหบรกิ ารสอื่ เทคโนโลยีสารสนเทศและส่ือการเรยี นรูเพอ่ื สนบั สนุนการจัดประสบการณ
2.5.1 โดยผูบริหารและคณะกรรมการฝา ยวิชาการไดป ระชุมวางแผน ออกแบบการดําเนินการจัดหาและผลติ ส่อื โดยมีการดําเนินงานดงั นี้
2.5.1.1 โรงเรยี นจัดใหมีหอ งสอื่ การสอน ประจําอาคาร SANCTA MARIA อยูบรเิ วณชน้ั 1 เพ่อื เปน หองสาํ หรับรวบรวมส่ือตา งๆ ท่ีใชในการจดั กิจกรรมการเรยี นการ
สอน โดยมีการลงทะเบียนส่อื และจัดหมวดหมูแยกประเภทสอ่ื เพ่ือสะดวกตอ การนาํ ไปใช และมกี ารบันทึกการยืม-คนื สอ่ื ประจําหอ งสือ่ การสอน
2.5.1.2 โรงเรียนจัดสรรงบประมาณสําหรับการจดั ซอ้ื สอ่ื สาํ เร็จรูป สําหรับหองสือ่ การสอน, หอ งเรยี น, หอ งประกอบการ และวสั ดุอุปกรณในการผลติ สอ่ื ของครู โดย
ครผู ูสอนวางแผนการเบกิ วสั ดอุ ปุ กรณ ลว งหนา โดยบนั ทึกการขอเบกิ วัสดอุ ปุ กรณในสมุดบนั ทึกการเบิกจา ยวสั ดอุ ปุ กรณ ประจําอาคาร SANCTA MARIA แจง ฝาย
ธุรการทกุ ตนเดือน เพอื่ ดาํ เนนิ การจดั ซื้อใหทนั ตอการใช
2.5.1.3 สื่อการสอนประจําหอ งเรยี น ครูประจําชนั้ ดาํ เนนิ การลงทะเบยี นสื่อประจาํ หองเรยี น และ มีการแลกเปลีย่ น ยืมสอื่ ระหวา งหองเรียนและจดบนั ทึกใน
แบบบันทกึ การยมื -คืนส่อื ประจําหอ งเรียน และไดรับความรว มมอื จากผปู กครองในการสนับสนุนส่อื การสอน เชน มอบหนังสอื นิทาน, ประดษิ ฐสอ่ื ตาม หนวยการ
เรียนรูประจาํ สปั ดาห, โครงงานและตามเร่ือง Project Approach ของแตละหอ ง
คณะกรรมการงานดานเทคโนโลยเี พ่ือการศกึ ษา ฝา ยบรหิ ารงานท่ัวไป ไดว างแผน กาํ หนดแนวทางในการใชเ ทคโนโลยเี พ่ือการศกึ ษา รว ม
กบั ฝา ยวชิ าการ ในการจดั ตารางเรียนคอมพิวเตอร สําหรบั เด็ก ระดับกอ นประถมศึกษา โดยจัดใหเ ด็กทกุ คนไดเ รยี นรูผ านโปรแกรม E –
Learning จํานวน 20 คาบเรียนตอ 1 ภาคเรยี น เพื่อฝก ทักษะใหก บั เดก็ เชน การสรา งความสมั พนั ธภาพการเรียนรทู างพุทธิปญญา การ
คดิ เลข การฝกความคิดสรางสรรค นอกจากนเี้ ปน การฝกการใชกลามเนื้อมอื และตาใหส มั พันธกนั
จัดการอบรมสําหรับครูทุกคนภายในโรงเรยี นเก่ียวกบั การใชเทคโนโลยเี พอื่ การจดั การเรยี นการสอนในชัน้ เรยี น เพื่อใหค รูพัฒนาความรู
ความสามารถในดา นการเรยี นการสอนใหมีประสทิ ธภิ าพมากยิ่งข้นึ เชน จดั อบรมเร่ือง “ผลิตส่ือการสอนดว ยโปรแกรม Power point”
และสงเสริมใหครูประจําชน้ั จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนครอบคลุมทกุ หนว ยการเรียนรู โดยใชสื่อการสอนดวยโปรแกรม Power point
ใชน ทิ าน เพลง จากเว็บไซต YouTube เพ่อื ใหเดก็ เกิดความสนใจและมีความเขาใจในการเรยี นรมู ากยิ่งขน้ึ
โรงเรียนสงเสริม สนับสนุนใหครูผูสอนผลติ ขึน้ มาใชเ อง ตามโครงการครูนักคดิ นกั ประดษิ ฐ และทดลองใชส่ือกอนนํามาใชจริง เพ่ือพัฒนา
ส่อื ใหมีคณุ ภาพ พรอมเขียนคมู ือประกอบการใชสอื่ น้ัน ประโยชน รวมทง้ั จํานวนชิ้นสวนของสือ่ ในชดุ น้ัน และเกบ็ คูม อื ไวใ นซองพรอมสอ่ื ท่ี
ผลติ มกี ารตดิ ตามประเมนิ ความพึงพอใจของครตู อการนาํ สือ่ การสอนไปใชในการจัดประสบการณ และสรปุ รายงานผลการดําเนนิ งานตอผู
บริหาร พรอมท้งั ขอเสนอแนะในการดําเนนิ งานตอไป
2.5.4 โรงเรียนไดมีการวางแผนงาน ดําเนินการจัดแหลง เรียนรูแ ละสิ่งแวดลอมทีเ่ อื้อตอการจัดประสบการณ ไดร บั ความรว มมอื จากผปู กครอง หนวยงานภายนอกใน
การสนับสนุนส่ือตามแหลง เรียนรู มกี ารติดตาม และประเมนิ ผลการดาํ เนนิ งาน ตลอดจนมีการพัฒนาปรบั ปรงุ การดาํ เนนิ งานใหเ กิดประสิทธิภาพอยา งตอเนอื่ ง สงผล
ใหโ รงเรียนมแี หลง เรียนรทู ่ีหลากหลาย เอื้อตอ การจดั ประสบการณ การเรียนรูของเด็ก ตอบสนองความสนใจและความตอ งการของเด็กทงั้ ภายในและภายนอก
หอ งเรียน ดงั นี้
2.5.4.1 โรงเรียนจดั แหลง เรยี นรแู ละส่งิ แวดลอมในโรงเรยี น ตามกจิ กรรมพฒั นาแหลง เรยี นรูค โู รงเรียน ภายใตโครงการอนุบาลนา อยู โดยผรู บั ผิดชอบกจิ กรรม จัด
ประชุมครเู พื่อช้ีแจงวัตถุประสงคและแหลง เรียนรูตา งๆ ที่จัดขนึ้ ภายนอกหองเรยี น ดว ยส่ือของจริง และส่อื จําลอง 2 มติ ิ, 3 มิติ ดังน้ี
- สวนสัตว อยบู รเิ วณสวนหยอมหนาอาคาร SANCTA MARIA ประกอบดวยรปู ปนสัตวชนิดตา งๆ พรอ มชือ่ เรยี ก เชน ยีราฟ มาลาย เสือ กวาง เปด เมน ลิง นก ชาง
กระบือ วัว หมู หมี แกะ เปน ตน
Page 63 of 95
- สวนสมุนไพร-พชื ผกั สวนครัว อยูบรเิ วณรอบอาคาร SANCTA MARIA เปน แปลงสาธิตการปลูกขา ว สมุนไพร และพืชผักสวนครัว พรอ มติดปา ยชอื่ ลักษณะของแตละ
ตน เชน ผักบุง, กะเพรา, พริก, คะนา , มะเขือเทศ, อญั ชัน, ขม้ิน, ขา , ตะไคร, เตยหอม, มะนาว เปน ตน
- มมุ ปลาสวยงาม อยูบริเวณช้นั ลา งอาคาร SANCTA MARIA ทจ่ี ัดแสดงปลาชนดิ ตา งๆ เชน ปลาทอง, ปลาเทวดา, ปลาฉลามหางไหม, ปลานีออน และ กงุ เครยฟ ช
เปนตน
- บนั ไดนับเลข 3 ภาษา อยบู รเิ วณบนั ไดดา นขา งของอาคาร SANCTA MARIA ซงึ่ ประกอบดว ยปา ยแสดงตัวเลขและคาํ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษและภาษาจีน
- ลานความรู อยูบรเิ วณชั้น 1 อาคาร SANCTA MARIA ทแี่ สดงแบบจาํ ลอง 3 มติ ิ เก่ียวกับสายพนั ธุของไดโนเสาร, สถานท่ีสําคัญของโลก, แมลงและหอยชนดิ ตา งๆ
ครูผรู ับผิดชอบกจิ กรรมออกแบบบนั ทกึ การใชแหลง เรยี นรูภายใน-ภายนอกสถานศึกษาทีม่ ีรายละเอยี ดเกยี่ วกับการใชแหลง เรยี นรทู ี่
สอดคลองกบั หนวยการเรยี นรู มาตรฐานการเรียนรูต ามตัวชี้วดั และผลการจดั การเรยี นรู รวมทั้งปญ หา อุปสรรค ขอ เสนอแนะ ใหค รู
ประจําชนั้ บนั ทกึ การเขาใชตามแหลง เรยี นรูตางๆ และนําสงผรู บั ผดิ ชอบกิจกรรม เพื่อรวบรวมขอมลู และสรปุ ผลการเขาใชแหลง เรียนรู
ครปู ระจาํ ชั้น จัดบรรยากาศในหองเรยี นเนนความอบอนุ เหมือนอยูทบี่ า น จดั อุปกรณแ ละของใชสวนตัวใหเ ปน สัดสวน จัดมมุ ประสบการณ
ในหอ งเรยี น เชน มมุ บา น มมุ บลอ็ ก มมุ ดนตรี มมุ ศลิ ปะ มุมหนังสือ มมุ เกมการศึกษา มมุ วทิ ยาศาสตร โดยครูประจาํ ชัน้ จะมีการสงั เกต
พฤติกรรม ติดตามการเขาใช และบนั ทกึ ผลการเขาใชในแบบบันทึกการเลน ตามมุมของเด็กแตละหอ งเรียน และสรปุ ผลการใชแ ตล ะมมุ โดย
ภาพรวมทุกภาคเรยี น และมกี ารปรับปรุงสื่อตามมุมทเี่ ดก็ ใหความสนใจนอยที่สุด ครผู สู อนจัดประสบการณการเรียนรทู ่สี งเสรมิ ใหเ ดก็ ได
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมแบบรวมมอื ในการรว มกจิ กรรมท้งั รายบคุ คล กลมุ ยอย และกลุมใหญ เพอ่ื ใหเดก็ ไดฝ ก ทักษะ กระบวนการทาํ งานเปนกลุม
ฝก บทบาทหนาทแ่ี ละความรับผดิ ชอบในการทาํ งานเปน กลุม เสริมสรางปฏสิ มั พนั ธเชิงบวกระหวา งกนั รูจกั ชว ยเหลอื ซึ่งกนั และกนั รจู กั
แบงปน เออื้ เฟอ ตอ ผอู ่นื เชน กจิ กรรมสรางสรรค เด็กแบง ปน อุปกรณ วัสดใุ หกบั เพ่ือนท่ไี มไดนาํ มาทาํ กจิ กรรม จดั เกมการศกึ ษา เด็กมีการ
แบงเกมใหเ พื่อนในกลมุ เลน เม่ือเสร็จไดช วยกนั เก็บเขา ที่ เปน ตน
คณะผบู ริหาร คณะกรรมการงานดานเทคโนโลยเี พ่ือการศกึ ษา และผชู ว ยผอู ํานวยการฝาย ไดร วมกันติดตาม ประเมนิ ผลการดําเนนิ งาน
รวมไปถึงการรบั ทราบความสําเรจ็ ปญ หา เพอื่ การวางแผน พฒั นา ปรบั ปรุงวิธีการดําเนนิ งานใหเ กิดประสทิ ธภิ าพตอ ไป และรวบรวม
ขอมลู ท่ีไดร ับจากการตดิ ตาม ประเมนิ ผลการดําเนินงาน ไปนาํ เสนอผบู รหิ ารสงู สุดของโรงเรียน เพื่อใชเปนขอมลู ในการวางแผน พัฒนา
ปรบั ปรุงการดําเนินงานดานเทคโนโลยีเพอื่ การศกึ ษาและการสอื่ สารเพ่อื การเรยี นรขู องเดก็ เพอื่ การบริหารและการจัดการอยา งเปน ระบบ
ใหเกิดประสิทธภิ าพตอไป
โรงเรยี นสงเสรมิ สนบั สนุนการเผยแพรก ารพัฒนาสอ่ื และนวัตกรรมเพื่อการจดั ประสบการณท้ังในรูปแบบเอกสาร และวีดที ัศนเกี่ยวกบั สื่อ
และนวตั กรรมน้ันๆ เผยแพรทางเวบ็ ไซค และเพจ facebook ของโรงเรยี น และการเขารว มแสดงผลงานทางวชิ าการ ทงั้ ภายในและ
ภายนอกสถานศึกษา
มีระบบบริหารคุณภาพทเ่ี ปด โอกาสใหผ ูเ ก่ียวของทุกฝา ยมสี วนรว ม
2.6.1 โรงเรยี นกําหนดมาตรฐานการศึกษาทีส่ อดคลองกบั มาตรฐานการศกึ ษาปฐมวยั และอัตลักษณของโรงเรยี น โดยการมีสวนรวมของคณะกรรมการบริหาร
โรงเรียน คณะครูระดับปฐมวัย ผปู กครอง และผูมสี ว นเก่ยี วขอ งทุกฝาย รวมกันวิเคราะหม าตรฐานการศึกษาปฐมวยั ตามประกาศของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร และสภาพ
บริบทของสถานศึกษาในการระดมความคดิ ในการกาํ หนดมาตรฐานการศกึ ษาระดับปฐมวยั และคาเปาหมายความสําเรจ็ ของของมาตรฐานการศกึ ษา ใหสอดคลอง
กบั บรบิ ทของสถานศึกษา และประกาศคา เปาหมายตอ สาธารณชน
2.6.2 เพื่อการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาของระดับปฐมวัยใหม ีประสิทธิภาพ โรงเรียนจึงมกี ารวางแผนการดําเนินงานท่เี ปนระบบ ชัดเจน และปฏิบตั ิไดจรงิ ดังนั้น
โรงเรียนจึงจดั ทาํ แผนพฒั นาการจดั การศกึ ษา ระดบั กอ นประถมศกึ ษา มกี รอบระยะเวลา 3 ป ท่มี ุงคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียน โดยกาํ หนดวิธีการท่ี
เหมาะสมสอดคลอ งกับบรบิ ทของโรงเรียน โดยมวี ธิ จี ัดทําแผนพฒั นาการจดั การศึกษา ระดบั กอ นประถมศึกษา ดงั นี้
2.6.2.1 ผบู ริหารแตง ตง้ั คณะทํางาน ประกอบดวย คณะบุคคลจากหลายฝายท้งั ในและนอกสถานท่ี เชน หวั หนา ฝาย หัวหนาสายช้นั ผแู ทนครู คณะกรรมการบริหาร
โรงเรยี น ผูแทนผูปกครอง ผูแทนหนวยงานและชุมชน เพื่อใหคณะทํางานดําเนินการรวบรวม วเิ คราะห สงั เคราะหข อมลู สารสนเทศทีเ่ กีย่ วของ
2.6.2.1 รวบรวมขอมูลสารสนเทศเกย่ี วกบั สภาพภายใน และสภาพภายนอกของโรงเรยี น เปน การรวบรวมขอ มลู เกีย่ วกับสภาพภายใน ดา นจุดแข็ง จุดออน และ
สภาพภายนอก ดา นโอกาส และอปุ สรรคในการจดั การศกึ ษา จัดเกบ็ และรวบรวมจากแหลง ขอ มูลดานกฎหมาย นโยบายแผนการศึกษาของชาติ แผนพฒั นาคุณภาพ
Page 64 of 95
การศกึ ษาของคณะรกั กางเขน แหง จันทบุรี ยุทธศาสตร/ กลยุทธ ของสํานกั งานคณะกรรมการสงเสริมการศกึ ษาเอกชน และสํานักงานศึกษาธกิ ารจังหวัดจันทบุรี
มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา และมาตรฐานการประกนั คณุ ภาพภายนอก รวมทัง้ ความตอ งการของเด็ก ผูปกครอง และชุมชน
2.6.2.2 วิเคราะหขอมูลเกยี่ วกับสภาพภายใน และภายนอกสถานศกึ ษา เปนการวิเคราะหขอมูลโดยจัดทาํ SWOT
2.6.2.3 กําหนดวสิ ัยทัศน โดยนําผลการวิเคราะหส ภาพภายในและภายนอกของโรงเรยี นมาประมวลเพอ่ื เปน ทศิ ทางการพฒั นาของโรงเรียนในอนาคต และกําหนด
พนั ธกิจ ที่สอดคลอ งกับวิสยั ทศั น และเปาหมายของสถานศึกษา
2.6.2.4 กาํ หนดยทุ ธศาสตร ตวั ชว้ี ดั ความสําเรจ็ และชอ่ื แผนงาน โครงการ กิจกรรม ตามพันธกิจและเปา หมายทไ่ี ดวางไวสอดคลองกับวสิ ยั ทัศน
2.6.2.5 จัดทํารายละเอียดของแผนพัฒนาการจัดการศึกษา ระดบั กอนประถมศกึ ษาทีม่ อี งคประกอบครบถวนตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวงฯ และนําเสนอใหคณะ
กรรมการบรหิ ารโรงเรยี นพจิ ารณาใหค วามเหน็ ชอบ นาํ ไปใชใ นการจดั การศกึ ษาของโรงเรยี นใหม ีคุณภาพตอ ไป
2.6.3 โรงเรียนใชแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษาเปน เครอ่ื งมือในการบริหารจดั การ และดําเนินการอยา งเปน ระบบ ผบู รหิ ารนําแผนพัฒนาการจดั การศกึ ษา ระดับกอ น
ประถมศึกษา มาเปน กรอบในการนเิ ทศ ตดิ ตาม ตรวจสอบ การดําเนินงานตามแผนงาน/โครงการ/กจิ กรรมของแตล ะฝายอยางตอเนอื่ ง และนําผลจากการนเิ ทศ
ตดิ ตาม ประเมินผลจากทุกฝา ยมาพฒั นาแกไขการดาํ เนินงานตอไป โดยมวี ธิ ีการดําเนนิ งาน ดังน้ี
2.6.3.1 ผบู รหิ าร มีการนเิ ทศ กาํ กบั ตดิ ตามการดําเนินงาน ดว ยวิธกี ารตา งๆ เชน การประชุมครเู พอ่ื รับทราบรวมกันถงึ แนวทางในการดําเนนิ การของแตล ะโครงการ/
กจิ กรรม, มกี ารประเมินผลงาน/กิจกรรมทไ่ี ดร ับมอบหมาย
2.6.3.2 รองผูอาํ นวยการดานการบรหิ ารการศกึ ษาระดับกอ นประถมศกึ ษา มกี ารนเิ ทศ ติดตาม ประเมินผลการปฏิบัตงิ านตามแผนการดําเนินงานของแตล ะ
โครงการ/กิจกรรมทีจ่ ัดทาํ ขึ้นโดยมีการบนั ทกึ ผล การปฏบิ ัติงานแตล ะโครงการ/กจิ กรรมรายงานตอผบู รหิ ารระหวางปการศึกษา
2.6.3.3 หัวหนาฝา ยมกี ารนเิ ทศ ติดตามงาน ในรปู แบบของการประชุมทุกฝายอยางเปนทางการและไมเปนทางการ เพ่ือการปฏิบัตงิ านของทุกฝายเปน ไปตามแผนท่ี
ไดว างไวในปฏทิ นิ การปฏิบัติงานของทกุ ฝาย
2.6.3.4 ผูร วมงานแลกเปลีย่ นประสบการณซ งึ่ กันและกัน โดยการสนทนา การปรึกษาหารอื ในการทํางานประจําวนั หรือตามสถานการณต างๆ เม่อื สนิ้ สุดการดําเนิน
งานตามแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ผูมหี นาท่รี ับผิดชอบมีการประเมนิ โครงการ/กจิ กรรมทุกกิจกรรม รวบรวมผลการประเมินโครงการเปนรปู เลม และรายงานตอ ผู
บรหิ าร
2.6.3.5 จดั ใหม กี ารประเมินคณุ ภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากคณะกรรมการประเมินคุณภาพภายในอยางนอย 3 คน ซ่งึ มผี ูทรงคณุ วุฒิ
ภายนอกจากหนวยงานตนสงั กัดอยางนอย 1 คน เขา รว มในกระบวนการประเมนิ คุณภาพภายในของสถานศึกษาปล ะ 1 คร้งั โดยใชว ธิ ีการและเคร่ืองมอื ที่หลากหลาย
และเหมาะสม
2.6.4 คณะกรรมการประเมนิ คณุ ภาพภายในจดั ทํารายงานประจําป ทสี่ รปุ ผลการประเมนิ คณุ ภาพภายในของสถานศกึ ษาทีส่ ะทอ นคณุ ภาพเด็กและผลสาํ เร็จของ
การบรหิ ารจดั การศึกษาตามรูปแบบทหี่ นว ยงานตน สงั กัดกาํ หนด นําเสนอรายงาน การประเมนิ ตนเองของสถานศึกษาประจําป ระดบั ปฐมวยั ตอ คณะกรรมการ
บรหิ ารโรงเรียนใหค วามเหน็ ชอบ และเผยแพรรายงานตอ สาธารณชน สํานักงานคณะกรรมการสง เสริมการศกึ ษาเอกชน และฝา ยการศกึ ษาของคณะรักกางเขน แหง
จันทบรุ ี
2.6.5 คณะกรรมการบรหิ ารโรงเรียนนาํ ผลการประเมินคณุ ภาพภายในของสถานศึกษา มาระดมความคิดในการแสวงหาแนวทางในการปรบั ปรงุ แกไขการปฏิบตั ิงาน
ท่ีไมเ ปน ไปตามมาตรฐานคณุ ภาพการศึกษาของสถานศกึ ษา เพอ่ื ใหส ถานศึกษาบรรลผุ ลสาํ เรจ็ ตามเปาหมายท่ีไดกําหนดไว
2.6.6 โรงเรยี นมุง มัน่ พฒั นาสถานศึกษาแหง นใ้ี หประสบกับความเจริญและเปน เลิศทางการศึกษาดว ยการบริหารจดั การศกึ ษาดว ยระบบการดาํ เนนิ งาน/กิจกรรม/
โครงการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาทม่ี ปี ระสิทธภิ าพ สงผลใหเด็กไดรับประโยชนอยางเต็มที่ โดยยึดหลกั การมีสว นรวม ขับเคลอื่ นระบบการประกันคณุ ภาพภายในสู
การปฏิบัติอยางเขม แขง็ มีการนเิ ทศ กํากับตดิ ตามอยา งเปนระบบ ตอเนื่อง เพอื่ ใหเกดิ การปรับปรุงและพฒั นาท่ีย่งั ยืน สง ผลให คณะกรรมการสถานศกึ ษา บิดา
มารดา ผปู กครอง ชมุ ชน ผูที่เกีย่ วของ และหนว ยงานตน สงั กดั มคี วามมั่นใจตอ ระบบการบรหิ ารและการจัดการของสถานศึกษาในระดบั สงู มาก
Page 65 of 95
มาตรฐานท่ี 3 การจดั ประสบการณทเ่ี นน เด็กเปนสาํ คัญ
จํานวนครทู งั้ หมด : 39
การปฏบิ ตั ิงาน เปา จาํ นวนครทู ่ี ผลการ ผลการ
หมาย/ ผานเกณฑ ประเมิน ประเมนิ
ประเดน็ พจิ ารณา ปฏิบัติ ไม รอ ยละ ทโ่ี รงเรียน (รอย คุณภาพ
ปฏิบตั ิ กําหนด
ละ) ทีไ่ ด
(คน)
1. จัดประสบการณท ส่ี ง เสรมิ ใหเด็กมพี ัฒนาการทกุ ดา น อยา งสมดลุ เต็มศกั ยภาพ 90.00 37 94.87 ยอด
เย่ยี ม
1.1 มกี ารวิเคราะหข อมลู เดก็ เปน รายบคุ คล √- 37
1.2 จดั ทาํ แผนและใชแ ผนการจดั ประสบการณจากการวเิ คราะหมาตรฐาน √- 37
คณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงคใ นหลักสตู รสถานศกึ ษา
1.3 จดั กจิ กรรมท่สี ง เสริมพฒั นาการเด็กครบทุกดา น ท้งั ดา นรางกาย ดา น √ - 37
อารมณจติ ใจ ดา นสังคม และดานสตปิ ญญา โดย ไมม งุ เนน การพฒั นาดา นใด
ดา นหน่ึงเพียงดา นเดียว
2. สรางโอกาสใหเ ดก็ ไดรบั ประสบการณต รง เลนและปฏิบตั ิอยางมีความสุข 90.00 39 100.00 ยอด
เย่ียม
2.1 จัดประสบการณท เ่ี ช่ือมโยงกับประสบการณเ ดิม √- 39
2.2 ใหเดก็ มีโอกาสเลือกทาํ กิจกรรมอยา งอสิ ระ ตามความตองการความสนใจ √ - 39
ความสามารถ ตอบสนองตอ วธิ ีการเรียนรขู องเดก็ เปนรายบุคคล หลากหลาย
รูปแบบจากแหลง เรยี นรูที่หลากหลาย
2.3 เดก็ ไดเลือกเลน เรยี นรลู งมอื กระทาํ และสรา งองคค วามรดู ว ยตนเอง √- 39
3. จดั บรรยากาศทีเ่ อ้อื ตอการเรยี นรู ใชส ่อื และเทคโนโลยี ทีเ่ หมาะสมกับวยั 90.00 38 97.44 ยอด
เยี่ยม
3.1 จดั บรรยากาศและสภาพแวดลอ มในหอ งเรยี นไดส ะอาด ปลอดภัย และ √ - 39
อากาศถายเทสะดวก
3.2 จัดใหมพี น้ื ทีแ่ สดงผลงานเดก็ พ้นื ที่สําหรบั มุมประสบการณแ ละการจัด √ - 39
กจิ กรรม
3.3 จดั ใหเดก็ มสี วนรว มในการจัดภาพแวดลอมในหองเรยี น เชน ปายนิเทศ √ - 36
การดแู ลตน ไม เปน ตน
3.4 ใชส ่ือและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชว งอายุ ระยะความสนใจ และวถิ กี าร √ - 39
เรยี นรขู องเด็ก เชน กลองดิจิตอล คอมพิวเตอร สําหรบั การเรียนรูกลมุ ยอย
สื่อของเลนทีก่ ระตุนใหคดิ และหาคําตอบ เปน ตน
4. ประเมินพฒั นาการเดก็ ตามสภาพจรงิ และนาํ ผลการประเมนิ พฒั นาการเด็กไปปรบั ปรงุ การจดั 90.00 38 97.44 ยอด
ประสบการณแ ละพัฒนาเด็ก เย่ียม
Page 66 of 95
การปฏิบตั ิงาน เปา จาํ นวนครูท่ี ผลการ ผลการ
หมาย/ ผานเกณฑ ประเมนิ ประเมิน
ประเด็นพิจารณา ปฏบิ ัติ ไม รอยละ ทโี่ รงเรียน (รอ ย คุณภาพ
ปฏบิ ัติ กําหนด
ละ) ทไ่ี ด
(คน)
4.1 ประเมนิ พฒั นาการเดก็ จากกิจกรรมและกจิ วตั รประจําวนั ดวยเคร่ืองมือ √ - 38
และวิธีการทหี่ ลากหลาย
4.2 วเิ คราะหผลการประเมนิ พฒั นาการเดก็ โดยผปู กครองและผูเกย่ี วขอ งมี √ - 38
สวนรว ม
4.3 นําผลการประเมนิ ทไ่ี ดไ ปพฒั นาคณุ ภาพเดก็ อยา งเปน ระบบและตอ เนอ่ื ง √ - 38
4.4 นําผลการประเมินแลกเปลย่ี นเรียนรโู ดยใชก ระบวนการชมุ ชนแหงการ √- 38
เรียนรทู างวชิ าชพี
สรุปผลการประเมิน 97.44 ยอด
เยี่ยม
จดุ เนน และกระบวนการพัฒนาทส่ี ง ผลตอ ระดับคณุ ภาพของมาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณทเ่ี นนเดก็ เปนสาํ คัญ
3.1 สงเสริมการจดั ประสบการณเพื่อเด็กไดม ีพัฒนาการทุกดา นอยางสมดลุ เตม็ ศักยภาพ
3.1.1 คณะครูระดบั กอนประถมศึกษา รวมกันประชมุ วางแผน กาํ หนดวิธี และดําเนนิ การวิเคราะหข อมูลเดก็ เปนรายบุคคลทกุ คน ดว ยวิธีการที่หลากหลายและ
เหมาะสมดงั นี้
3.1.1.1 เกบ็ รวบรวมขอมลู ทไ่ี ดจาก บันทึกประวตั ิขอ มูลเด็ก, บัตรบนั ทกึ สขุ ภาพประจาํ ตัวเดก็ , บนั ทกึ การเยี่ยมบานนกั เรียน, การสอบถามพดู คุยกับผปู กครองเด็ก
เปนประจาํ , สมุดบันทกึ รายงานผลการเรยี นรูแ ละพัฒนาการของเด็ก, แบบประเมินพัฒนาการและการวิเคราะหกิจกรรม มาศึกษาวเิ คราะหเดก็ เปนรายบคุ คล เกี่ยว
กับความรพู ้ืนฐานและประสบการณเ ดมิ ทีม่ ีอยกู อนท่จี ะใหผเู รยี นไดรับการเรยี นรตู ลอดทง้ั ศึกษาวเิ คราะห เกย่ี วกับความพรอมในดา นตางๆ เชน ดานความรู ความ
สามารถ และประสบการณ ความพรอมดา นสติปญ ญา ดานพฤติกรรม ดา นรางกาย ดา นสงั คม
3.1.1.2 นําขอมลู มาศกึ ษาวเิ คราะห ผลพัฒนาการเด็กพรอมจัดกลมุ ผูเ รยี นออกเปน ดี พอใช และควรไดร ับการสง เสรมิ
3.1.2 โดยผูบ รหิ าร คณะกรรมการฝา ยวิชาการรวมกนั ประชมุ วางแผน กําหนดระยะเวลาและแนวทางในการศึกษา วิเคราะหห ลกั สตู รปฐมวัยของสถานศกึ ษา
โดยมีการดําเนินการ ดงั นี้
3.1.2.1 คณะครูระดับกอนประถมศกึ ษา ไดรว มกนั ศกึ ษา ทาํ ความเขาใจ หลกั สตู รสถานศึกษาอยางละเอยี ด เพื่อพัฒนาเดก็ ใหบ รรลตุ ามจุดมงุ หมายของสถานศึกษา
และมีการศึกษาเอกสารทเี่ กยี่ วขอ งเพม่ิ เตมิ เชน คมู อื หลักสูตรการศึกษาปฐมวยั , ขอ มลู พฒั นาการเด็ก เปนตน
3.1.2.2 คณะกรรมการฝายวิชาการ รวมกันออกแบบตารางวิเคราะหความสมั พันธเชือ่ มโยง ของพัฒนาการ มาตรฐานคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค ตัวบง ช้ี สภาพทพ่ี ึง
ประสงค และสาระการเรยี นรูทปี่ ระกอบดวย ประสบการณสาํ คญั และสาระท่คี วรเรียนรู
3.1.2.3 คณะกรรมการฝา ยวิชาการ ประชมุ ครูระดับกอ นประถมศึกษา เพอื่ ชีแ้ จงแนวทางการจดั ทํา การวเิ คราะหหลกั สตู ร ตามตารางวิเคราะหค วามสัมพนั ธเ ชื่อม
โยง โดยครูแตละระดบั ชัน้ รว มกนั จดั ทํา
3.1.2.4 คณะกรรมการฝา ยวชิ าการ รวบรวมขอมูลท่ีไดจ ากครูแตล ะระดับช้ัน มาพจิ ารณาความถูกตอง เหมาะสม และรวบรวมจดั ทําเปนรปู เลม ทีส่ มบรู ณ
คณะกรรมการฝา ยวิชาการดําเนินการนําผลสรุปการวิเคราะหหลกั สูตรสถานศกึ ษา และสรุปขอมลู พฒั นาการเด็ก รว มกันพจิ ารณา เพื่อ
ใหการออกแบบการจดั ประสบการณการเรยี นรูมีความสอดคลอ งกับหลกั สูตรสถานศกึ ษา และพฒั นาการของเด็ก ครผู ูส อนออกแบบจัด
ประสบการณต ามรปู แบบการจดั ประสบการณทก่ี ําหนดไวในหลักสตู รสถานศกึ ษา และกาํ หนดรายละเอยี ดของหนว ยการจดั ประสบการณ
โดยนาํ มาจากการวิเคราะหสาระการเรียนรรู ายปในหลกั สตู รสถานศกึ ษา ดงั นี้
Page 67 of 95
- ครผู สู อนกาํ หนดหวั เรือ่ งการจัดประสบการณ โดยพจิ ารณาจากสาระท่คี วรเรยี นรู ซ่ึงระบไุ วใ น การวเิ คราะหสาระการเรยี นรรู ายปในหลักสตู รสถานศกึ ษา
กาํ หนดช่ือหนว ยการเรียนรูท่ีมีความเหมาะสมกับวยั และพฒั นาการของเดก็ ตรงตามความตองการความสนใจของเด็ก สอดคลองกบั สภาพบรบิ ทในการดําเนินชีวติ
ประจําวนั สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ควบคูกนั ไปกับการนําหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่สงเสรมิ ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล การมภี ูมิคมุ กันในตวั ที่
ดี บนพืน้ ฐานของการมคี วามรูและมคี ณุ ธรรมดว ยกระบวนการไตรต รอง (See - Judge - Act) ท่ีเปนแนวทางสอดคลอ งกับบริบทของสถานศกึ ษาอยางเหมาะสม
และชดั เจน
- ครกู าํ หนดรายละเอยี ดของหนว ยการจัดประสบการณ ซ่งึ ประกอบดวย มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค 12 มาตรฐาน, ตัวบงช้ี 29 ตัวบง ชี้, สภาพทีพ่ ึงประสงค
ของเดก็ ตามชว งอายุ, กําหนดจุดประสงคก ารเรียนรู ซึง่ เปนพฤตกิ รรมที่ตอ งการใหเกิดกบั เด็กโดยพจิ ารณาจากสภาพทีพ่ ึงประสงคแ ละสมั พนั ธก บั มาตรฐานและตัวบง
ชี้ และสาระการเรยี นรู ท้ังประสบการณส าํ คญั ทใี่ ชเปนแนวทางในการจัดกิจกรรมประสบการณใหเดก็ ไดเ รียนรู ลงมอื ปฏบิ ตั ิ
- สงเสริมพัฒนาการที่ครอบคลุมทกุ ดา น และสาระท่คี วรเรียนรู 4 สาระคอื เร่ืองราวเกี่ยวกับตวั เด็ก, เรอ่ื งราวเกยี่ วกับบุคคลและสถานทแี่ วดลอ มเดก็ , ธรรมชาติรอบ
ตวั และสิง่ ตางๆ รอบตวั เด็ก โดยนํามาจาก การวเิ คราะหส าระการเรียนรูในหลกั สูตรสถานศึกษา พรอมทงั้ กาํ หนดเวลาเรียนของแตละหนวยการจัด
ประสบการณ
3.1.3 ครผู สู อนทกุ คนจดั ทาํ แผนการจัดประสบการณแตละหนว ยการเรยี นรรู ายสัปดาห ซง่ึ จะม ี การกาํ หนดกจิ กรรมท่สี ง เสริมพฒั นาการทง้ั 4 ดา น
อยางชัดเจน เชน หนวยการเรียนรเู รอื่ ง ชวี ิตสัตวนารู ระดับ ชน้ั อนุบาลปที่ 2 ครกู าํ หนดการจัดกิจกรรมเพื่อสงเสรมิ พัฒนาการทั้ง 4 ดาน ดงั นี้
พัฒนาการดานรางกาย พัฒนาการดานอารมณ จิตใจ พฒั นาการดานสังคม พัฒนาการดา นสติปญญา
พฒั นากลา มเนอื้ ใหญ - รา เรงิ สดชนื่ แจม ใส และ - เขา แถวไดอ ยางมีระเบียบ เกบ็ ของ - สนทนาและตอบคาํ ถามในกจิ กรรม
อารมณด ี เขาท่ีเมื่อเลนเสรจ็ เก็บรกั ษาของใช เสรมิ ประสบการณทง้ั 5 วัน
- แสดงทาทางประกอบคํา
คลอ งจองตามจินตนาการ “สตั วบ ก - แสดงทาทางพอใจในผลงาน สวนตวั ได - จับคูสตั วก บั รอยเทา
ความสามารถและยอมรับในสิง่ ท่ีผอู ืน่
สตั วนา้ํ ” - ทาํ งานท่ีไดร บั มอบหมายโดยมกี าร - นบั จํานวนสัตวครง่ึ บกคร่งึ น้าํ
มีอยู ตักเตือนบางครง้ั
- เดินทรงตวั ตามเสนทกี่ ําหนด - เรยี งลําดับภาพเหตุการณ
- รอคอยตามลําดับกอ นหลงั ได อนั ตราย จากสตั ว
- ว่ิงจบั กลมุ ตามชือ่ สัตวเลอ้ื ย
คลาน - เปน ผนู ําและผูตามได - สงั เกตและบอกลกั ษณะของสัตวบ ก
สัตวน ํ้า สัตวค ร่งึ บกครงึ่ นํ้าและสตั ว
ทักษะการใชกลา มเน้ือเล็ก
เล้อื ยคลาน
- ประดิษฐตุกตาสตั ว
- อานคําศพั ทในนทิ านเรื่อง “เพอื่ น
- ระบายสแี ละปะตดิ วงจรชีวติ ใหมใ นบานครสู ิงโต”
สัตว
- ปน ดินนาํ้ มันเปนสัตว ที่มพี ิษ
3.2 สรางโอกาสใหเดก็ ไดร ับประสบการณต รง เลน และปฏบิ ัตอิ ยา งมีความสุข
3.2.1 เพื่อชวยใหเ ด็กมีความพรอ มในการเชื่อมโยงความรใู หมกบั ความรเู ดมิ ของตน ครูจงึ ใชว ธิ กี ารตาง ๆ เชน ครใู ชค าํ ถามเพ่ือสอบถามเกีย่ วกบั ความรเู ดมิ , การ
สนทนาซกั ถามใหเ ดก็ เลาเรื่องราว เปน ตน เพอื่ ทําใหครูทราบวา ควรจะจดั ประสบการณการเรียนรขู องเด็กตอ ไปอยางไร โดยครจู ะบันทกึ ขอ มูลในแผนจัดประสบการณ
ในส่งิ ท่ีเดก็ รแู ลว สิง่ ทเี่ ดก็ อยากรู เปน แนวทางวางแผนการจดั ประสบการณไ ปสูเรอ่ื งท่เี ด็กควรรู เชน ครูระดบั ช้ันอนุบาลปท ่ี 3/6 จัดประสบการณการเรยี นรตู าม
หนวยการเรียนรเู รอื่ ง อนามัยดีมีสุข
ส่ิงทเ่ี ดก็ รูแลว ส่งิ ทเ่ี ดก็ อยากรู ส่งิ ทเี่ ดก็ ควรรู
- การลางมอื เปน วิธหี น่ึงของ การดูแลรักษา - การดแู ลตนเองเมือ่ เจ็บปวย 1.การสํารวจสุขภาพและการดูแลตนเองเมื่อเจ็บ
รางกาย - การดูแลรักษาความสะอาดรางกาย ปว ย
- การนอนหลับคือการพกั ผอน 2.การทาํ ความสะอาดรางกาย
3.การออกกาํ ลงั กายใหรางกายแขง็ แรง
4.การพักผอนหยอนใจ
5.การขับถาย
Page 68 of 95
3.2.2 ครนู าํ ผลการวเิ คราะหขอมูลเดก็ เพื่อนาํ มาจัดประสบการณทีต่ อบสนองความตอ งการ ความสนใจ และความแตกตา งระหวางบคุ คล ดงั น้ี
3.2.2.1 จากผลการประเมินพัฒนาการของเด็ก ดวยวธิ กี ารและเครือ่ งมอื ท่ีหลากหลาย ครปู ระจาํ ช้ันนาํ ผลสรปุ การประเมนิ ของเด็กมาจดั กลมุ เดก็ ท่ีมีผลการเรียนรูด ี,
พอใช และควรสง เสริม โดยครมู ีแนวทางในการสง เสริมการเรยี นรูข องเด็กแตละกลุมดงั น้ี
- เด็กที่มีผลพัฒนาการดี ครสู งเสริมการเรยี นรขู องเดก็ ดว ยการใหเด็กจนิ ตนาการวา อะไรเกดิ ขน้ึ กอนหนาและจะเกดิ อะไรขนึ้ ตอ จากนี้ ครูคอยตง้ั คาํ ถามปลายเปด ดว ย
คาํ วา “ถา” ใหเด็กไดค าดเดาอยเู สมอ และรูสกึ ทา ทายกับการเรยี นรมู ากยิ่งขึ้น สงเสริมใหเ ดก็ เปนผมู ีนํ้าใจ คอยชวยเหลือเพื่อนทย่ี ังออ นกวา ฝก การเปนผนู ําท่ีดี
- เด็กที่มีผลพัฒนาการพอใช ครจู ดั ใหเ ดก็ เปน บดั ด้ี ใชร ะบบเพอ่ื นชวยเพ่อื น เพอ่ื เสริมสรา งประสบการณก ารเรยี นรูรวมกนั
- เดก็ ท่ีมผี ลพัฒนาการทค่ี วรสงเสริม ครูผูสอนจะสอนโดยการลดเนอ้ื หาบางสว นลง ดแู ลการทาํ งานของเดก็ จนเด็กสามารถทาํ ไดเอง
3.2.2.2 การปรบั เปลีย่ นใชสอ่ื การสอนที่ตอบสนองความสนใจของเด็กมากขน้ึ เชน ใชสอ่ื เทคโนโลยสี ารสนเทศ ไดแ ก เพลง และคลิปวดี โี อจาก Youtube, การนาํ
เสนอบทเรยี นดวย Power Point ใชส อื่ ของจรงิ สือ่ จําลอง หนังสือ สอื่ เกมการศกึ ษา สอื่ การทดลองวทิ ยาศาสตร ที่สอดคลองกบั หนวยการเรียนรมู าจดั
บรรยากาศและกจิ กรรมในชั้นเรียน
3.2.2.3 การสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม พฤติกรรมทีพ่ ึงประสงค ในเรื่องทเี่ ดก็ จะตองไดรับการสงเสริม
3.2.2.4 การเพมิ่ กิจกรรมบรู ณาการตามศาสตรตางๆ ไดแก วิทยาศาสตร คณติ ศาสตร สังคมศาสตร ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย เชน หนว ยเรยี นรูเ รื่อง อวัยวะรับสัมผสั
มีการบูรณาการวทิ ยาศาสตร ดว ยกจิ กรรมลองชมิ รสชาต,ิ ปดตาบอกความรูสึก บรู ณาการคณิตศาสตรดว ยกจิ กรรมการนับนิ้วมือ นบั จงั หวะยาํ่ เทา 1-10, ตอภาพ
เรขาคณิตสรางภาพอวยั วะรบั สัมผัส บรู ณาการสงั คมศาสตร ดวยการปฏิบตั ิตามกติกาขอตกลงในหองเรียน บูรณาการภาษาอังกฤษ ดวยกจิ กรรมการพดู และการ
อานออกเสียงคําศพั ทท ี่เก่ยี วของกับอวัยวะรับสมั ผัส, บูรณาการภาษาไทย ดวยกจิ กรรมฟง อานนทิ านเรอื่ ง เปดนอยเลอื กท่ีนอน การพดู สนทนาและตอบคําถาม
เกยี่ วกับนทิ าน การเขยี นลากเสน โคงในภาพผลไมทเ่ี คยไดทานและบอกรสชาตขิ องผลไม
3.2.2.5 กิจกรรมวิชาการ โดยจดั ฐานความรใู นเรอื่ งตางๆ ท่จี ะเนนใหความรูและฝก ทกั ษะของเด็กใน แตล ะปการศึกษา ซ่งึ เด็กๆ จะเปนผูนาํ เสนอขอมูลความรูใน
แตล ะฐาน เปนการสง เสรมิ ใหเด็กกลา พูด กลาแสดงออก รูจักเปนผูนาํ และผูตาม กลา ซกั ถามสง่ิ ท่ตี นเองสนใจไดอยางเหมาะสมตามวยั มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับส่ิง
ตา งๆ ที่เกิดจากการประสบการณการเรียนรู
3.2.2.6 กจิ กรรมการแสดงบนเวที เปนการจดั กจิ กรรมแสดงความสามารถของเดก็ ใหเ ด็กกลาแสดงออกอยางสรา งสรรคตอหนาสาธารณชน เชน การรอ งเพลง การ
เลน เครือ่ งดนตรี เชน ขมิ องั กะลุง เปยโน กตี าร และแสดงทาทางประกอบเพลง, การแสดงละครภาษาองั กฤษ-จีน เปน ตน
3.2.2.7 กิจกรรม smart children ครูไดนาํ ผลการประเมนิ พฒั นาการมาเปนขอ มลู ในการวิเคราะหความสามารถของเดก็ ท่ีมีเฉพาะแตล ะคน สง เสริมเดก็ ใหไ ดพัฒนา
ความสามารถของตนเองไดอยา งเตม็ ศกั ยภาพและเหมาะสมกับวยั เด็กสามารถนาํ ความรคู วามสามารถไปพัฒนางานและสรา งผลงานไดอยางสรางสรรค สงผลใหเ ดก็
ไดรบั รางวัลทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
3.2.2.8 ครมู ีการวางแผน ออกแบบกิจกรรมลวงหนาในการกําหนดการเขาใชแ หลง เรียนรทู ั้งภายใน โดยระบอุ ยา งชัดเจนในแผนการจดั ประสบการณ และมกี ารดําเนนิ
การดงั น้ี
- กอ นนําเด็กเขาใชแ หลง เรียนรูตา งๆ ครูลงไปสํารวจสถานท่ีจรงิ กอ นทกุ ครั้ง เพ่อื ตรวจสอบสภาพความพรอ มและความปลอดภยั ใหเหมาะสมกบั การเรยี นรูแ ละ
จัดกิจกรรม
- ครูบนั ทกึ การเขาใชแ หลงเรยี นรูในแบบบันทกึ การเขา ใชแ หลงเรียนรูภายในทรี่ ะบคุ วามสอดคลอ งกบั หนว ยการเรียนรู มาตรฐานการเรยี นรู ระบุสถานที่ ผลการ
จัดการเรยี นรู และปญหาอุปสรรคขอเสนอแนะเพ่ือใชเปน ขอมูลในการจดั กจิ กรรมตอ ไป
- ครผู รู บั ผิดชอบกิจกรรมนําขอมูลที่ไดมารวบรวมและสรุปเปน ภาพรวมของการเขาใชท กุ ภาคเรยี น
3.2.3 ครูเปดโอกาสใหเ ด็กไดเ ลือกเลน เรียนรลู งมือกระทํา และสรางองคค วามรดู ว ยตนเอง โดยมวี ธิ ีดาํ เนินการดังนี้
3.2.3.1 ครูผูสอนจดั ทําแผนการจดั ประสบการณท่ีมีการกาํ หนดกิจกรรมทเี่ นนการเรียนรูจากประสบการณจรงิ ท่ีไดล งมอื กระทําของเด็ก (Learning by doing) ผาน
การเลนอยางหลากหลาย โดยใหเด็กไดเ รียนรผู า นประสาทสมั ผสั ทัง้ 5 การสาํ รวจ สงั เกต สบื คน ทดลอง และคดิ แกป ญหาดวยตนเอง รจู กั คดิ โตตอบ และแสวงหา
ความรู เชน เด็กชั้นอนบุ าลปที่ 1 เรียนเรอ่ื ง รางกายของฉนั เดก็ ไดเ ลนเกมจบั อวัยวะ โดยครูบอกชือ่ อวัยวะสว นตา งๆ ของรางกาย และใหเดก็ ช้ีอวยั วะสวนนน้ั , เดก็
ชน้ั อนุบาลปท ี่ 2 เรยี นเรื่องสุขภาพดีมสี ขุ เดก็ ผลัดกันเปน ผูนาํ ในการออกกําลงั กาย, เดก็ ชัน้ อนุบาลปท่ี 3 เรยี นเร่อื ง พชื นา รู เดก็ ไดทดลองพืชเปล่ยี นสี ดวยการสังเกต
การดูดอาหารของตน กระสงั และบันทกึ ผลทีไ่ ดจ ากการสังเกต เปน ตน การใชผังกราฟฟค (Graphic Organizers) เชน ผงั แบบฟอง ผงั แบบเวนน ผงั ไลเ รยี ง ผงั แบบ
วงกลม และผงั แบบที ทเ่ี ปน เครื่องมือในการสอนคดิ (Thinking tools) จัดกจิ กรรมการเรยี นรทู เ่ี นนการกระตุนการคิดของเด็กดวยคําถามปลายเปด โดยเนน 5W 1H
(What, When, Where, Who, Why and How) มกี ารใชกระบวนการเรียนรูแ บบกลมุ เพ่ือเสริมทกั ษะการทาํ งานรวมกบั ผูอ ่นื
3.2.3.2 ครเู ปด โอกาสใหเ ด็กไดเ ลือกเรยี นในเรอื่ งทตี่ นเองสนใจ ดว ยการจดั กิจกรรมการเรยี นรใู นรปู แบบโครงการ (Project Approach) ใหเ ดก็ ไดร ะดมความคิด
แสดงความคิดเห็น รจู ักแสวงหาความรรู วมกบั ผอู นื่ ดว ยกระบวนการกลมุ ไดมีสวนรวมในกิจกรรม เด็กไดรบั ประสบการณต รง สนกุ และมีความสุขกบั การเรียนรู โดยมี
วธิ ีการจดั การเรยี นการสอนเปน 3 ระยะ คือ
Page 69 of 95
ระยะที่ 1 ระยะเริ่มตน โครงการ เด็กจะรว มกันเลือกเร่ืองทีส่ นใจอยากจะเรียน โดยครูคอยใหค าํ แนะนํา มกี ารอภปิ รายความรเู ดิม เสนอขอ สงสัย และตง้ั คาํ ถามรวมกนั
เกี่ยวกบั เรอื่ งราวทเี่ ดก็ อยากเรยี นรู เชน มีการลงคะแนนเสยี งเลอื กหัวขอ เรอ่ื งทเ่ี ด็กอยากรู นาํ เสนอในสงิ่ ทีต่ นเองสงสัย อยากรเู กย่ี วกับเรื่องท่ไี ดเลอื กรว มกันเพอื่ ครจู ะ
ไดน ําไปเปน ขอมลู ในการออกแบบกจิ กรรม เปน ตน
ระยะที่ 2 ระยะพัฒนาโครงการ เดก็ รว มกนั วางแผนเกยี่ วกบั สถานทีต่ างๆ ทเ่ี ด็กสามารถสํารวจ สบื คนได มีการรวมกนั ใชหนังสือและคอมพิวเตอรใ นการสบื คน ขอมลู
โดยมคี รแู ละผปู กครองเปนผชู ว ยเหลือ รว มกันนําเสนอ ส่งิ ทเี่ ด็กๆ คน พบในการทํากจิ กรรมตางๆ มีการตั้งคาํ ถามและใหความคิดเหน็ เก่ียวกับส่งิ ท่ีเดก็ แตละคน ได
คน พบคาํ ตอบ หรือเรียนรรู วมกนั
ระยะท่ี 3 ระยะสรุปโครงการ เด็กรว มกันแลกเปล่ียนสงิ่ ท่ีตนเรยี นรูกับเพอื่ น ชวยกนั วางแผนการจัดนทิ รรศการ เพอื่ แบงปน ความรใู หแ กผ ูอ ่นื และมสี วนรว มในการจัด
นทิ รรศการการนาํ เสนอความรูแ ละเรื่องราวเกย่ี วกับ Project Approach ของเด็กๆ
3.3 จัดบรรยากาศท่ีเอือ้ ตอ การเรียนรู ใชสอื่ และเทคโนโลยที ่ีเหมาะสมกบั วัย
3.3.1 ภายในหองเรยี นอาคาร SANCTA MARIA มีพื้นท่ี 64 ตร.ม. อากาศถายเทไดส ะดวก ปลอดภยั ในการทาํ กิจกรรม ครแู ละเด็กรวมกันดแู ลรักษาความสะอาดของ
หองเรียน และไดจ ัดใหมีส่ือเทคโนโลยี เชน โทรทศั นข นาด 43 นิ้ว สาย HDMI เชอ่ื มตอระหวางคอมพิวเตอรและโทรทัศน, และจดั ใหม สี ญั ญาณ wifi เพือ่ เช่ือมตอ
อินเตอรเนต็ ไดอ ยางทว่ั ถึง จดั ส่อื อุปกรณ ไวต ามมมุ อยา งเหมาะสม พรอ มอาํ นวยความสะดวกตอ การเรียน เลน โดยจัดเปน แบบศูนยก ารเรียน จดั ใหม มี ุม
ประสบการณต างๆ เปน มุมทีน่ ักเรยี นไดเลือกเลนตามความสนใจ ท้งั รายบุคคลและรายกลมุ ในแตละมมุ ไดจ ัดสื่อ อปุ กรณ และเคร่อื งเลนใหเหมาะสมกบั วัย
และกจิ กรรมเพียงพอกบั จาํ นวนเด็กทเ่ี ขา เลน ในแตละมุมดงั น้ี
3.3.1.1 มมุ บทบาทสมมุติ คุณครูจะจัดเตรยี มเส้อื ผา ของบุคคลอาชพี ตางๆ พรอ มทงั้ อุปกรณ การเลน ท่ีสอดคลอ งกับอาชพี ใหเ ดก็ เลนบทบาทสมมตุ ติ ามความคิดและ
จนิ ตนาการ รวมทง้ั จดั เตรยี มอปุ กรณของใชภ ายในบา นท่มี ขี นาดเลก็ เปนของใชจ าํ ลอง เชน ตกุ ตา หนุ มือ หนุ นว้ิ มือ ของเลนเครือ่ งใชในครวั เรือน ของเลน เครอื่ งมือ
แพทย ของเลน เคร่ืองมือชา ง เปนตน เพอื่ ใหเด็กเลนบทบาทสมมตุ ิตามความสนใจของเดก็ แตละคน ในมุมนจี้ ะมีการเปลี่ยนแปลงใหสอดคลอ งกบั ฤดกู าลหรอื เรื่องท่ี
เดก็ กาํ ลงั เรยี นรอู ยใู นขณะนัน้
3.3.1.2 มมุ บลอ็ ก คณุ ครูจัดเตรียมไมบ ล็อกไมทม่ี รี ูปทรง ขนาด และสที แี่ ตกตางกนั และตัวตอเลโก เสรมิ ประสบการณใหเดก็ เลน และสรา งผลงานตามจนิ ตนาการ
และความคดิ สรา งสรรคใ นทุกหอ งเรียนอยางเพียงพอ
3.3.1.3 มมุ วิทยาศาสตร คณุ ครจู ัดอุปกรณและส่ือตา งๆ เพื่อใหเ ด็กไดใชท ักษะในการสงั เกต รวมทั้งจัดหาวสั ดุธรรมชาติมาจัดวาง เชน เปลือกหอย เมล็ดพืช ตน ไม ตู
ปลา อปุ กรณอ่นื ๆ แวนขยาย เครอื่ งช่ังน้าํ หนัก เปนตน และมีการเปลีย่ นวัสดธุ รรมชาตใิ หส อดคลองกับเน้ือหาที่เรยี นในแตละสปั ดาห
3.3.1.4 มุมหนงั สอื คุณครูจดั หาหนงั สือนทิ านใหม จี าํ นวนเพียงพอกับความตองการของเด็ก และเปล่ยี นหนงั สอื ใหสอดคลองกับเรือ่ งที่เด็กเรียนรูทุกสปั ดาหโดยผู
ปกครองนํามามอบใหแกหอ งเรยี นดว ย
3.3.1.5 มมุ ศลิ ปะ คุณครูจดั หาอุปกรณส าํ หรับสรางสรรคผลงาน เชน สีเทยี น สไี ม สีน้ํา ดินนํ้ามนั แปง โด พูก นั จานสี กาวนํ้า กรรไกร ใหมีจาํ นวนเพียงพอตอ การจดั
กจิ กรรมสําหรบั เดก็
3.3.1.6 มมุ ดนตรี คุณครูจัดหาอปุ กรณและเครอ่ื งเคาะจังหวะ ท้งั ทจี่ ดั ซื้อและประดิษฐขึน้ เอง เชน แทมโบลนี , ฉง่ิ , ลูกแซ็ก, เครอ่ื งเคาะจงั หวะจากกระปอ งและเมลด็
ถว่ั , กลอง, ไมค, เครือ่ งเลน DVD และแผน DVD เพลง
3.3.2 ครูประจาํ ชน้ั สงเสรมิ ใหเด็กมีสวนรวมในการจัดสภาพแวดลอมในหอ งเรยี น เชน ปา ยนิเทศ ดว ยการนําผลงานของเด็กมาใชในการตกแตง การมอบหมายหนาที่
ความรับผิดชอบในการดแู ลความสะอาดเรยี บรอยของหองเรยี น โดยมกี ารจัดตารางเวรประจําวนั การดแู ลรดนํา้ ตน ไมภายในหอ งเรยี น เปน ตน
3.3.3 ครูจดั ประสบการณก ารเรียนรจู ากส่อื ภายในหอ งเรียน เพอ่ื พัฒนาเด็กระดบั กอนประถมศึกษา ทั้งทางดา นรางกาย อารมณ- จิตใจ สังคม และสติปญญา
โดยใชส ่อื จากสอ่ื ของจรงิ ภาพถาย ภาพโครงรา ง และสญั ลักษณ เพือ่ พฒั นาเด็กในดานตา งๆ ท่ีเอื้อใหเด็กเรียนรผู านประสาทสมั ผัสทงั้ 5 ครูวางแผนผลติ โดยกาํ หนด
จดุ มงุ หมายและรปู แบบของสอื่ ใหเหมาะสมกับวัยและความสามารถของเด็ก เปน สื่อท่มี ีความคงทนแข็งแรง สะดวกตอการใชและปลอดภัยตอตัวเด็ก
3.3.3.1 ครูผูสอนมีการเตรียมความพรอมกอนการใชส อ่ื โดยไดกาํ หนดจดุ มุงหมาย วางแนวทางในการจัดกจิ กรรม จัดหาและศกึ ษาวิธีการใชส ่ืออยางละเอียด เตรยี มอุ
ปกรณอนื่ ๆ เพ่ิมเติม และมีการทดลอง ใชส ือ่ กอ นที่จะนาํ ไปใชจรงิ กบั เดก็ มกี ารเตรียมความพรอ มเดก็ โดยสนทนาถึงประสบการณเดิมของเด็กในเร่ืองทจี่ ะจัดกจิ กรรม
และใชส อ่ื เพ่อื กระตนุ ความสนใจของเดก็ และตรวจสอบความพรอ มและความเหมาะสมของสอื่ กอ นการนํามาใชประกอบการจดั กิจกรรม มกี ารใชส่ือตามลําดับขั้นท่ี
ครูไดร ะบไุ วในแผนการจดั ประสบการณ
3.3.3.2 ครผู ูสอนนําส่ือที่ตนเองผลิตสง ผรู บั ผิดชอบกจิ กรรมสอ่ื นอยสรางสรรค เพอ่ื พจิ ารณาสื่อและเทคโนโลยวี ามคี วามเหมาะสมและสอดคลองกับพฒั นาการของ
เดก็ หรือไม และบันทึกเปนขอ มลู ในแบบบันทกึ การสง ส่ือ และมีการติดตาม ประเมินผลการใชส ่อื ตามแบบประเมนิ ความคิดเห็นและความพงึ พอใจตอ การนาํ สอ่ื ไปใช
ในชัน้ เรยี น พรอ มขอ เสนอแนะเพื่อเปน ขอ มูลในการปรบั ปรุงพฒั นาตอไป
3.3.3.3 ครปู ระจาํ ช้นั มีการลงทะเบยี นสอ่ื ตา งๆ ประจาํ หอ งเรยี น และมีการยืมสือ่ ระหวา งหองเรียน เพอ่ื การนําไปใชในกิจกรรมสําหรบั เด็ก มกี ารจดบันทกึ ในแบบ
บันทกึ การยมื -คืนสือ่ ประจาํ หองเรยี น
3.4 ประเมนิ พัฒนาการเด็กตามสภาพจรงิ และนาํ ผลการประเมนิ พฒั นาการเดก็ ไปปรับปรงุ การจดั ประสบการณแ ละพฒั นาเด็ก
Page 70 of 95
3.4.1 ครูผสู อนไดกําหนดเคร่ืองมอื ท่ใี ชใ นการประเมนิ พฒั นาการของเด็ก ซ่ึงเปนเครอื่ งมอื ท่ีเหมาะสมกบั กจิ กรรมแตล ะกจิ กรรม เชน แบบประเมินพัฒนาการตาม
หนวยการเรียนรทู ่ีสอดคลอ งกบั มาตรฐานคุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค ตัวบงช้ี และสภาพทพ่ี งึ ประสงคแ ตละวัยและสอดคลองกบั วิสยั ทศั นของหลักสูตรสถานศกึ ษาทมี่ งุ
พฒั นาเดก็ ทุกคนใหไดร ับการพฒั นาทั้ง 4 ดา น ดังนี้
3.4.1.1 ใชแ บบประเมนิ พฒั นาการและการวเิ คราะหกจิ กรรม โดยครปู ระจําช้นั จะบนั ทึกผลการประเมินพฒั นาการของเดก็ เปน รายบคุ คล ตามตารางประเมนิ
พัฒนาการเดก็ ตามมาตรฐานคณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงคตามหลักสตู ร และนาํ ผลการประเมนิ มาวเิ คราะหใ นภาพรวมของหองเรียนในบนั ทกึ หลกั การจดั ประสบการณ
การเรียนรตู ามหนวยการเรยี นรรู ายสปั ดาห พรอมทงั้ ประเมนิ การจัดประสบการณการเรยี นรูของครูในสภาพการจัดประสบการณการเรียนรู ปญ หาและอปุ สรรค
พรอมทงั้ แนวทางแกไขปญ หา
3.4.1.2 ครูบนั ทกึ ผลการเรียนรูและพัฒนาการของเดก็ ตามหนวยการเรียนรูรายสัปดาห ลงในสมุดบันทกึ รายงานผลการเรียนรูและพัฒนาการของเดก็ เพ่อื รายงาน
พฒั นาการของเด็กสงใหผ ูป กครองทราบพัฒนาการของเด็กสปั ดาหละครงั้ และผปู กครองไดม ีสว นรวมในการแสดงความคดิ เหน็ ชวยสง เสรมิ พัฒนาการของเด็กให
เปนไปในแนวทางเดยี วกันเมื่ออยทู ี่บาน รวมท้งั มกี ารรายงานผลพัฒนาการเด็กกับผปู กครอง ดวยการพดู คุย สนทนา เปน ประจาํ
3.4.1.3 ครปู ระจําชนั้ มีการจดั ทําแฟมสะสมผลงานของนักเรียนเปน รายบุคคล รวบรวมและจดั เก็บขอ มลู ตา งๆ ทีเ่ กีย่ วกับตัวเดก็ ครบู ันทึกคาํ พดู ของเด็กเก่ียวกบั ผล
งานของตนเอง รวบรวมเอาไวอยา งมจี ดุ มุงหมายท่ชี ัดเจน เพอ่ื ผสู อนจะไดขอ มูลเก่ียวกับตัวเดก็ อยา งชดั เจนและถกู ตอ ง ครูประจําชั้นใชแ ฟมผลงานเพือ่ สือ่ สารกบั ผู
ปกครอง เปรียบเทียบความกา วหนาของเดก็ อยางตอเน่ืองและสมาํ่ เสมอ
3.4.1.4 ครปู ระจําชนั้ มีการตรวจความสะอาดของรา งกายของเด็ก ไดแก เลบ็ มอื ผม ตา หู เสอื้ ผา ผิวหนงั และเกบ็ ขอ มูลของเด็กแตล ะคนไวใ นแบบบันทกึ ตรวจ
สุขภาพ
3.4.1.5 ครูประจําชน้ั ดําเนินการตดิ ตามการเจรญิ เติบโตทางรา งกายของเดก็ ดว ยการช่งั น้าํ หนกั และวดั สวนสงู ทกุ เดอื น บนั ทึกผลลงในแบบบันทกึ นํา้ หนกั สวนสงู และ
นาํ ขอ มลู มาวเิ คราะห ตามเกณฑอ างอิงนํ้าหนัก สว นสูง และตวั บง ชีท้ างโภชนาการของกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสขุ
3.4.1.6 ครปู ระจาํ ชั้น มีการประเมนิ พัฒนาการของเด็กระดบั กอ นประถมศึกษา โดยมกี ารใหค ะแนนตามเกณฑท ่กี ําหนดไวใ นแบบประเมนิ ซง่ึ แบง การประเมินออก
เปน ดา นรางกาย ดานอารมณ ดานสงั คม ดานการคิดและสติปญญา ดานจริยธรรม ดา นสรางสรรคและดา นภาษา เปนรายบุคคล ซง่ึ จะดําเนนิ การประเมนิ
พฒั นาการของเดก็ 4 คร้ัง ตอ ปการศกึ ษา เพอ่ื ติดตามพัฒนาการความกาวหนา ของเด็กเปน รายบุคคล
3.4.1.7 ครูประจําชน้ั มกี ารจดบนั ทกึ พัฒนาการของเด็กอยางไมเ ปน ทางการ โดยบันทึกพฤติกรรม เหตุการณ จากการจดั ประสบการณในชนั้ เรียนทุกวนั เปนขอ มลู ที่
ตรงตามความเปนจรงิ เพ่ือใหทราบจุดเดน และขอ ควรสง เสรมิ ของเด็กแตล ะคน และเปน ขอมลู ในการพจิ ารณาปรับปรุงแกไ ข หรอื พัฒนาการจดั กจิ กรรมหรือ
ประสบการณข องครูใหด ยี งิ่ ขน้ึ
3.4.1.8 ครผู สู อนกจิ กรรมเสริมหลกั สูตร มกี ารบนั ทกึ ประเมนิ ผลการเรียนรขู องเดก็ ในแบบบนั ทึกหลังการสอนรายสัปดาห และติดตามพฒั นาการการเรยี นรขู องเด็ก
อยางตอ เน่ืองและบันทกึ ผลในแบบประเมินตามกจิ กรรมตา งๆ ที่มเี กณฑการประเมนิ เฉพาะของแตล ะกิจกรรม
3.4.2 จากการทค่ี รไู ดประเมินพฒั นาการเดก็ เปนรายบคุ คลดว ยวิธีการท่ีหลากหลาย เชน สงั เกต สนทนา สมั ภาษณ ตลอดท้ังมวี ธิ กี ารประเมนิ เพอื่ ใหไดขอมูลจาก
หลายแหลง ครจู ึงมกี ารจัดเกบ็ ขอมูลของเดก็ อยางเปนระบบ วิเคราะหข อมลู และนาํ ผลการประเมินไปใชปรบั ปรงุ และพฒั นาการจดั ประสบการณ ดงั นี้
3.4.2.1จดั เก็บขอ มลู พัฒนาการของเดก็ และวิเคราะหข อ มูลอยางเปนระบบ ดว ยการจัดทําแฟมสะสมผลงานของนกั เรยี นเปนรายบคุ คล, บันทึกพฤติกรรมของเด็กราย
บคุ คลในรายงานผลการเรียนรแู ละพัฒนาการของเด็ก และประเมนิ พฒั นาการท้ัง 4 ดา นตามมาตรฐานคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค 12 มาตรฐาน 29 ตวั บง ช้ีของ
หลกั สูตรสถานศึกษา ระดบั ปฐมวยั , แบบบนั ทึกตรวจสุขภาพ, ผลการติดตามการเจรญิ เติบโตทางรา งกายของเด็กในแบบบันทกึ น้ําหนกั สวนสูง และการประเมนิ
พฒั นาการของเดก็ ในดา นรา งกาย ดา นอารมณ ดานสงั คม ดานการคดิ และสตปิ ญญา ดานจรยิ ธรรม ดานสรา งสรรคแ ละดานภาษา เปนรายบุคคล
ครปู ระจําชนั้ วเิ คราะหและแปรผลการประเมนิ พัฒนาการเมอ่ื สน้ิ สดุ หนว ยการจดั ประสบการณ โดยมีการบันทกึ ผลการประเมินพัฒนาการ
ของเดก็ จากพฤตกิ รรมตามสภาพที่พึงประสงคของแตล ะหนวยการเรียนรู เมื่อดําเนนิ การประเมินพฒั นาการของเด็กทุกหนวยการเรยี นรูจน
ครบภาคเรยี น จะนาํ ผลการประเมนิ มารวบรวมสรุปลงในตารางประเมินพัฒนาการเดก็ ตามมาตรฐานคณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงคตาม
หลักสูตร ประจาํ ภาคเรียน, แบบบนั ทกึ ผลประเมินพฒั นาการประจาํ ชัน้ และสรปุ ผลพฒั นาการรายดานทงั้ ชน้ั เรียนครบถวน เปน ปจจบุ ัน
ครผู สู อนมกี ารนําผลการประเมินพัฒนาการของเด็กมาใชในการปรับปรุงและพฒั นาการจัดประสบการณ ดงั น้ี
- จากการประเมนิ หลังการจัดประสบการณก ารเรยี นรูรายสปั ดาห พบวา มีเด็กทมี่ พี ัฒนาการ บางดา นทค่ี วรสงเสริม ครูจึงไดม ีแนวทางในการแกไขปญหา
พฒั นาการของเดก็ ไดทนั ทวงที เชน พบวาเด็กบางคนยงั ไมส ามารถจาํ สญั ลักษณช อ่ื ของตนเองได จึงเลอื กหยบิ ของใชของตนเองไมถูก ครปู ระจาํ ช้ันมแี นวทางแกไ ข
ปญหาดังนี้ โดยครจู ัดทาํ ปา ยสัญลักษณชอ่ื ใหกบั เด็กทุกคน เพื่อนาํ ไปเปรียบเทียบหาของใชของตนเองได, พบวา เดก็ บางคนยงั ไมส ามารถเลาหรอื อธิบายผลงานของ
ตนเองกับครูและเพอื่ นๆ ได ครูประจาํ ชัน้ จงึ ชว ยเสรมิ แรงจงู ใจใหเ ด็กกลาพูด กลาแสดงความคดิ เหน็ และอธบิ ายผลงานตนเองไดม ากข้ึนตามลาํ ดับ, พบวาเดก็ สว น
ใหญยังไมเขา ใจในเรือ่ งผิวสัมผสั ยงั แยกแยะและบอกลกั ษณะของผิวสัมผสั ไมได ครจู ึงจดั กจิ กรรมโดยนําสง่ิ ของทมี่ ลี ักษณะผิวสัมผสั ตางๆ มาใหเ ด็กไดสงั เกต เรียนรู
โดยการจับสมั ผสั และฝกแยกประเภทสงิ่ ของท่ีมลี ักษณะเดยี วกัน ใหเด็กทาํ กจิ กรรมจนเกดิ ความเขา ใจและสามารถบอกลกั ษณะไดอยางถูกตอ ง
Page 71 of 95
- จากการติดตามผลการเจรญิ เตบิ โตของเดก็ รายบคุ คล ตามบันทึกน้ําหนกั -สวนสงู รายเดอื น พบวา เด็กสวนหน่งึ ที่นํ้าหนกั สวนสงู ไมเปน ไปตามเกณฑ จงึ มกี ารบันทกึ
ขอมลู แยกออกจากกลุมปกติ เพ่ือจัดกิจกรรมควบคุมโภชนาการเกิน โดยมีรายละเอยี ดดังน้ี เดก็ ท่ีมีนํ้าหนกั ต่าํ กวาเกณฑม าตรฐาน ครปู ระจาํ ชั้นไดป รึกษากบั ผู
ปกครอง ช้ีแจง และใหความรูแ กผูป กครองของเด็ก เพอ่ื ความรว มมอื กบั โรงเรยี นในการจดั อาหารใหเ ดก็ อยา งครบถวน สว นเด็กทมี่ ีน้าํ หนกั สูงกวาเกณฑ ครปู ระจาํ ชั้น
ไดจัดทาํ แบบสอบถามเก่ยี วกบั โภชนาการของเดก็ เมื่ออยทู ี่บา น เพื่อใหท ราบพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีผลตอนํ้าหนักของเดก็ และจัดกจิ กรรมออกกาํ ลงั กาย
เพอื่ ใหนํ้าหนักของเดก็ เปน ไปตามเกณฑมาตรฐาน
3.4.2.4 ครใู ชก ระบวนการวิจยั เพอื่ พัฒนาและสง เสริมใหเ ด็กเกิดการเรยี นรทู ั้งรายบุคคลและรายกลมุ โดยนําขอ มูลจากการประเมินพฒั นาการเด็ก มาวเิ คราะหปญหา
และดําเนนิ การพฒั นาอยา งเปน ระบบ เกิดการพฒั นาอยางแทจริง โดยครูไดก าํ หนดจุดประสงคข องการวจิ ยั กําหนดระยะเวลาทช่ี ัดเจน มีเครือ่ งมอื ในการเกบ็ รวบรวม
ขอ มลู อยา งหลากหลายซง่ึ ครูทุกคนจัดดําเนินการวิจยั ในช้ันเรยี นเพ่อื แกป ญหาพัฒนาการของเด็กทุกปก ารศึกษา
ครปู ระจาํ ชัน้ บันทึกและรายงานผลประเมินพัฒนาการและความกาวหนา ในการเรยี นรูและพฤติกรรมของเด็กใหผปู กครองทราบอยางตอ
เนอื่ งผานทางสมดุ บันทกึ รายงานผลการเรียนรแู ละพัฒนาการของเดก็ เปน รายบุคคล เพอื่ รายงานพฒั นาการของเดก็ ใหผปู กครองทราบถึง
ความกา วหนา ของพัฒนาการเด็กเปนรายสปั ดาห และผูป กครองไดม สี วนรวมในการแลกเปล่ยี นความคดิ เห็น และสนับสนนุ การเรียนรูของ
เด็กทงั้ ที่บานและทีโ่ รงเรียนอยา งสอดคลองกัน ครูประจําชน้ั จดั ทาํ แฟมสะสมผลงานของเด็กเปน รายบคุ คล โดยผลงานของเด็กแตล ะผล
งานน้นั สามารถประเมินถงึ พัฒนาการท้งั 4 ดา น เด็กและผปู กครองมคี วามภาคภมู ใิ จในผลงานทแ่ี สดงถงึ ความกาวหนาและพัฒนาการของ
เด็กอยา งตอ เนื่อง โดยไดจัดแสดงผลงานของเดก็ ใหผ ูปกครองไดรบั ทราบขอ มูลทุกสปั ดาหโ ดยจัดแสดงผลงานหนา หอ งเรยี น และจัดสง ใหผ ู
ปกครองเมื่อสิ้นสุดภาคเรียน
3.4.4 จากการที่โรงเรยี นไดมนี โยบายใหค ณะครูมีการประชมุ รวมกนั ทกุ วันศกุ ร ทง้ั ในระดบั สายช้นั หรอื รวมกนั ท้ังหมด เปน โอกาสอนั ดีทค่ี รไู ดแ ลกเปลีย่ น
ประสบการณซึ่งกันและกัน โดยการสนทนา การปรึกษาหารือในการจัดการเรยี นการสอนประจาํ วนั หรอื ตามสถานการณตา งๆ สง ผลใหค รเู กิดความรสู ึกผกู พันตอเปา
หมาย มีความกระตอื รอื รน ท่มี ุงจะพัฒนาเดก็ ใหม ีพัฒนาการท่ดี ี นอกจากนโ้ี รงเรียนยังเปน สมาชิกในโครงการพัฒนาสถานศึกษาสูมาตรฐานสากลภายใตหลกั ปรชั ญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ของสถาบันวิจยั การเรยี นรู ทเ่ี ปน องคกรแหงการเรยี นรทู ี่มีประสิทธิภาพในการจัดการศกึ ษาระดับปฐมวยั อยางมีคณุ ภาพ ท่ชี ว ยใหโ รงเรียนมี
ระบบการบรหิ ารจดั การทีท่ นั สมยั และมปี ระสิทธิภาพ ครูไดร บั การพัฒนาอยางเขม แข็งและตอ เนื่องจากการเขารวมสัมมนา แลกเปลยี่ นเรียนรูรวมกนั กับโรงเรยี น
สมาชกิ อยา งนอยภาคเรียนละ 1 ครั้ง
ผลการดาํ เนนิ งาน
1. โรงเรยี นสตรีมารดาพิทักษไ ดด ําเนินการวเิ คราะหหลักสตู ร วิเคราะหข อมูลเดก็ เปน รายบุคคลทุกคน
ออกแบบการจัดประสบการณการเรียนรูทีม่ คี วามสอดคลอ งกับหลักสูตรสถานศกึ ษาและสอดคลองกับบรบิ ทของสถานศกึ ษา ทม่ี งุ สง เสรมิ พัฒนาการเด็กครอบคลุมทง้ั
4 ดาน
2. ครผู สู อนจัดทาํ แผนการจัดประสบการณการเรยี นรูซ ึ่งประกอบดวยกจิ กรรมทีห่ ลากหลายตามทไี่ ดออกแบบไวอ ยางเหมาะสมกบั วยั ของเดก็
และประสบการณเดมิ ของเดก็ เปนแผนการจดั ประสบการณท ่ีตอบสนองความตองการ ความสนใจ และความแตกตา งระหวางบุคคลของ
เด็ก จัดกิจกรรมที่สงเสรมิ ใหเดก็ ไดเรยี นรูดวยการสํารวจ สงั เกต สืบคน ทดลอง สบื เสาะหาความรู คิดโตต อบ และแกป ญหาดวยตนเอง ครู
ใชส ือ่ และแหลง เรียนรภู ายในและภายนอกหอ งเรยี นในการจดั ประสบการณการเรียนรสู ําหรบั เดก็
3. ครูไดม ีการจดั บรรยากาศในหอ งเรียนใหส ะอาด ปลอดภยั อากาศถายเท กอใหเกิดความรูสึกอบอุน เปนกันเอง ยอมรับซึ่งกันและกัน มี
เจตคติทด่ี ตี อ การเรยี นรู เพ่ือเสรมิ สรางการมีปฏิสมั พันธท ดี่ ีของเด็กรวมกนั จดั ใหมีพ้ืนที่แสดงผลงานเด็ก และจดั สื่อและเทคโนโลยีอยาง
หลากหลายตามมุมประสบการณตา งๆ ภายในหองเรียนใหพ รอมตอการเรียนรูของเดก็ ตามชวงอายุ สงเสริมใหเด็กมีสว นรวมในการจดั
สภาพแวดลอมภายในหอ งเรยี นทําใหเดก็ รูสึกเปนสว นหนง่ึ ของหองเรยี น
4. โรงเรยี นสตรมี ารดาพทิ ักษ โดยผูบรหิ าร หวั หนา สายช้นั ไดม ีการติดตามการประเมนิ พัฒนาการ ของเด็กเปน รายบุคคล ตามแบบบนั ทึก
ตา งๆ ที่ครมู ีการประเมินพัฒนาการของเดก็ ดวยวิธีการและเคร่ืองมอื ทห่ี ลากหลาย มีการตดิ ตาม การวิเคราะหขอ มลู ประเมินพัฒนาการ
ของเด็กเปนรายบคุ คลอยา งเปนระบบ นาํ ขอมูลจากผลการประเมนิ แลกเปลยี่ นเรยี นรูโ ดยใชกระบวนการชมุ ชนแหงการเรยี นรูทาง
วิชาชีพ(PLC) มาปรับปรุง แกไข วิธกี ารสอน มุงพัฒนาเดก็ ครบทั้ง 4 ดา น มีการรายงานผลประเมินพฒั นาการและความกา วหนาในการ
เรียนรู รวมไปถึงพฤติกรรมของเดก็ ใหผ ูปกครองทราบถงึ ความกา วหนาของพัฒนาการเดก็ อยา งสมํ่าเสมอ และผูป กครองไดม สี ว นรวมใน
Page 72 of 95
การแลกเปลย่ี นความคดิ เห็น และสนบั สนนุ การเรียนรูของเดก็ ทัง้ ที่บานและท่โี รงเรียนอยา งสอดคลอ งกนั ตามจดุ มุงหมายของการจัดการ
ศกึ ษาของโรงเรียน
Page 73 of 95
ระดบั การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน
มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผเู รยี น
จํานวนเดก็ ท้ังหมด : 3,039
การปฏิบัตงิ าน เปา จาํ นวนเดก็ ที่ ผลการ ผลการ
หมาย/ ผานเกณฑที่ ประเมนิ ประเมิน
ประเด็นพจิ ารณา ปฏบิ ตั ิ ไม รอยละ (รอ ย คุณภาพ
ปฏบิ ตั ิ โรงเรียน
กําหนด (คน) ละ) ทไ่ี ด
ผลสมั ฤทธท์ิ างวชิ าการของผูเรยี น
1. มีความสามารถในการอาน การเขยี น การส่อื สาร และ การคดิ คํานวณ 90.00 2,871 94.47 ยอด
เยี่ยม
1.1 รอ ยละของผเู รยี นมีทกั ษะในการอานในแตละระดับชน้ั ตามเกณฑท่ี √- 2,836
สถานศึกษากาํ หนด
1.2 รอยละของผูเรยี นมที ักษะในการเขียนในแตล ะระดับชัน้ ตามเกณฑท ี่ √- 2,903
สถานศกึ ษากาํ หนด
1.3 รอ ยละของผเู รียนมที ักษะในการสื่อสารในแตละระดบั ชัน้ ตามเกณฑท ี่ √ - 2,849
สถานศกึ ษากาํ หนด
1.4 รอ ยละของผูเ รยี นมที กั ษะในการคดิ คํานวณในแตล ะดบั ชัน้ ตามเกณฑท ่ี √ - 2,896
สถานศกึ ษากําหนด
2. มีความสามารถในการคดิ วิเคราะห คดิ อยา งมวี จิ ารณญาณ อภปิ รายแลกเปลยี่ นความคิดเห็น 90.00 2,764 90.95 ยอด
และแกปญหา เยี่ยม
2.1 รอ ยละของผเู รยี นมคี วามสามารถในการคิดจาํ แนกแยกแยะ ใครครวญ √ - 2,703
ไตรต รองอยางรอบคอบโดยใชเหตุผลประกอบการตดั สินใจ
2.2 รอยละของผเู รยี นมกี ารอภปิ รายแลกเปลย่ี นความคดิ เห็น √- 2,859
2.3 รอ ยละของผเู รยี นมกี ารแกป ญหาอยา งมีเหตผุ ล √- 2,730
3. มีความสามารถในการสรางนวัตกรรม 90.00 2,880 94.77 ยอด
เยยี่ ม
3.1 รอ ยละของผเู รยี นมีความสามารถในการรวบรวมความรูไ ดท ั้งตัวเองและ √ - 2,924
การทาํ งานเปนทีม
3.2 รอ ยละของผเู รยี นสามารถเชื่อมโยงองคค วามรแู ละประสบการณมาใชใน √ - 2,835
การสรา งสรรคส ง่ิ ใหม ๆ อาจเปน แนวความคิด โครงการ โครงงาน ชน้ิ งาน
ผลผลิต
4. มีความสามารถในการใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศ และการสอ่ื สาร 90.00 2,892 95.16 ยอด
เยย่ี ม
4.1 รอ ยละของผเู รยี นมคี วามสามารถในการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและ √ - 2,951
การสือ่ สาร
Page 74 of 95
การปฏบิ ัติงาน เปา จํานวนเดก็ ที่ ผลการ ผลการ
หมาย/ ผา นเกณฑท่ี ประเมิน ประเมิน
ประเดน็ พิจารณา ปฏบิ ตั ิ ไม รอยละ (รอย คณุ ภาพ
ปฏิบตั ิ โรงเรยี น
กําหนด (คน) ละ) ท่ไี ด
4.2 รอยละของผูเรยี นมีความสามารถในการนําเทคโนโลยสี ารสนเทศและ 2,833
การส่ือสารเพ่ือพัฒนาตนเองและสงั คมในดา นการเรียนรู การส่อื สาร การ √ -
ทํางานอยางสรา งสรรค และมีคณุ ธรรม
5. มผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา 90.00 3,039 100.00 ยอด
เยี่ยม
5.1 รอยละของผูเรยี นบรรลุการเรยี นรูต ามหลักสตู รสถานศกึ ษา √- 3,039
6. มคี วามรูทักษะพนื้ ฐาน และเจตคติท่ีดตี อ งานอาชีพ 90.00 2,953 97.17 ยอด
เยย่ี ม
6.1 รอ ยละของผเู รยี นมคี วามรู ทกั ษะพืน้ ฐานและเจตคตทิ ด่ี ีในการศึกษาตอ √ - 2,971
6.2 รอยละของผเู รยี นมคี วามรู ทกั ษะพื้นฐานและเจตคตทิ ่ดี ใี นการจดั การ √ - 2,935
การทํางานหรืองานอาชีพ
คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงคข องผเู รยี น
7. การมีคณุ ลกั ษณะและคา นิยมทด่ี ีตามท่สี ถานศึกษากําหนด 90.00 2,920 96.08 ยอด
เยีย่ ม
7.1 รอ ยละของผเู รียนมพี ฤตกิ รรมเปนผูที่มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม เคารพในกฎ √ - 2,871
กตกิ า
7.2 รอยละของผูเรียนมคี านยิ มและจติ สาํ นึกตามที่สถานศกึ ษากาํ หนด โดย √ - 2,968
ไมขดั กับกฎหมายและวฒั นธรรมอันดีของสังคม
8. ความภมู ิใจในทอ งถิ่นและความเปนไทย 90.00 3,009 99.01 ยอด
เย่ยี ม
8.1 รอยละของผเู รยี นมคี วามภมู ิใจในทอ งถิน่ เห็นคณุ คาของความเปนไทย √ - 3,010
8.2 รอ ยละของผเู รยี นมสี วนรว มในการอนุรกั ษวฒั นธรรมและประเพณีไทย √ - 3,008
รวมทัง้ ภูมิปญญาไทย
9. การยอมรบั ทีจ่ ะอยูรว มกนั บนความแตกตางและหลากหลาย 90.00 2,924 96.22 ยอด
เยย่ี ม
9.1 รอยละของผูเรยี นยอมรบั และอยรู ว มกันบนความแตกตางระหวา งบคุ คล √ - 2,924
ในดา นเพศ วยั เชอื้ ชาติ ศาสนา ภาษาวัฒนธรรม ประเพณี
10. สุขภาวะทางรา งกายและจิตสงั คม 90.00 2,944 96.87 ยอด
เยย่ี ม
10.1 รอ ยละของผเู รยี นมีการรักษาสุขภาพกาย สขุ ภาพจิต อารมณแ ละ √- 2,901
สังคม และแสดงออกอยางเหมาะสมในแตล ะชว งวัย
Page 75 of 95
การปฏิบตั งิ าน เปา จํานวนเดก็ ท่ี ผลการ ผลการ
หมาย/ ผานเกณฑท่ี ประเมนิ ประเมิน
ประเด็นพจิ ารณา ปฏิบตั ิ ไม รอ ยละ (รอย คณุ ภาพ
ปฏิบตั ิ โรงเรียน
กําหนด (คน) ละ) ทีไ่ ด
10.2 รอยละของผูเ รยี นสามารถอยรู ว มกับคนอนื่ อยา งมีความสุข เขาใจผูอน่ื √ - 2,987
ไมม คี วามขัดแยง กับผอู นื่
สรปุ ผลการประเมนิ 96.07 ยอด
เยยี่ ม
จดุ เนน และกระบวนการพฒั นาทีส่ งผลตอ ระดับคณุ ภาพของมาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผเู รยี น
กระบวนการพฒั นาท่ีสงผลตอ ระดบั คณุ ภาพของมาตรฐานที่ 1
1. มีความสามารถในการอาน การเขียน การส่ือสาร และคดิ คํานวณ
โรงเรยี นมีกระบวนการพัฒนาความสามารถของนกั เรยี นในการอาน การเขียน การสื่อสาร และคดิ คํานวณ โดยสงเสริมกจิ กรรมการเรยี นใหนกั เรียนไดอานหนังสือ
ตําราเรียนและสืบคน ขอมลู ความรจู ากสื่ออเิ ล็กทรอนิกสเ ชน อินเทอรเ น็ต แอฟพรเิ คช่นั ตา งๆ เวป็ ไชต เพจเฟสบุค ฯลฯ เพื่อพัฒนาองคค วามรูของตนเอง โรงเรียนได
จดั กิจกรรมสงเสริมรักการอานใหนกั เรยี นไดเ ขาไปศึกษาคนควาหาความรูใ นหอ งสมุด จดั กิจกรรม อา น คิดพินิจเหตุผล เปนการใหนกั เรียนอา นบทความหรอื ความรู
ตางๆท่คี รูกาํ หนดใหแลว คดิ วิเคราะหห าคําตอบแลวเขยี นส่อื สารคาํ ตอบตามทก่ี ําหนด จดั กิจกรรมเขียนสะกดคําใหก ับนกั เรียนทุกช้ันไดเ สริมเตมิ เตม็ คําศัพทท ีน่ อก
เหนอื จากคาํ ศัพทพืน้ ฐานของระดับชนั้ เรยี นท่ีเรยี น สวนดา นการพัฒนาการอาน เขยี น การสือ่ สารภาษาตา งประเทศ โรงเรียนไดดาํ เนินโครงการพฒั นาศักยภาพดาน
ภาษาองั กฤษและภาษาจีน กิจกรรมทดสอบความสามารถดา นภาษาองั กฤษและภาษาจีนกิจกรรมฝกทักษะการนาํ เสนอในทส่ี าธารณะ (THAMBRIT) กจิ กรรมคา ย
ภาษาองั กฤษ กจิ กรรม DICTATION วนั ละนดิ ฝก ความคิด เพ่มิ ความจาํ เปนตน สว นกิจกรรมท่ีเนนทักษะการคดิ คาํ นวณ ไดแ กก ิจกรรมคดิ เลขเรว็ เปน การฝกการคดิ
คาํ นวณทางคณิตศาสตรใหมีความรวดเร็วและแมนยํามากยิ่งข้ึน เปนการคดิ คํานวณท่ีตอ งใชหลกั ทางคณติ ศาสตรมากาํ กบั ในการลงจํานวนตวั เลขในชองท่ีกาํ หนด
นอกจากนใี้ นแตล ะภาคเรยี นนกั เรียนจะไดรบั การทดสอบในเร่ืองของการอาน คิดวิเคราะหและเขียนสื่อความเพ่ือติดตามความกา วหนาของนักเรียน
จากผลการประเมินความสามารถในการอาน การเขยี น การสอื่ สาร และคิดคาํ นวณของผูเรยี นคดิ เปน รอยละ 94.47 สูงกวา เปา หมายทีส่ ถานศกึ ษากาํ หนด
2. มคี วามสามารถในการคดิ วเิ คราะห คิดอยางมีวจิ ารณญาณ อภปิ รายแลกเปลยี่ นความคดิ เห็นและแกป ญ หา
โรงเรียนมีกระบวนการพัฒนาความสามารถของนักเรียนในการคดิ วิเคราะห คดิ อยางมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปล่ยี นความคดิ เห็นและแกป ญ หา โดยโรงเรยี นเนน
ใหครจู ัดการเรยี นการสอนและจดั กจิ กรรมการเรยี นทเี่ นน ทกั ษะ กระบวนการคดิ และมีการบรู ณาการใหเ หมาะสมกับทุกกลุมสาระมีการจัดโครงการท้ังโครงการตอ
เนื่องและโครงการใหม เพ่ือสง เสริมใหน ักเรียนมคี วามสามารถทางดา นการคิดวเิ คราะห คิดสรางสรรคผ ลงาน เชน โครงการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 เปนการฝก
นักเรียนวเิ คราะห จําแนกแยกแยะ ใครค รวญ ไตรตรองอยา งรอบคอบโดยใชเหตผุ ลประกอบการตัดสนิ ใจ สามารถอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหวา งเพ่ือนใน
ชัน้ เรยี น และนอกชน้ั เรยี น มกี ารจัดกจิ กรรมเพ่อื สงเสรมิ ใหผ ูเ รียนรูจักแกปญหาและตดั สินใจดวยตนเอง เชน กิจกรรมการแขง ขนั ทกั ษะทางวิชาการทงั้ ภายในและ
ภายนอกโรงเรียน นอกจากนที้ างโรงเรียนยงั ไดมีการสง เสริมใหผ ูเรียนรจู ักนําเสนอวธิ คี ดิ เชนโครงงานวิทยาศาสตร โครงงานคณติ ศาสตร กจิ กรรมวชิ าการ และในการ
เรยี นรขู องนกั เรยี นแตล ะภาคเรยี นนักเรียนตอ งผานการทดสอบเรื่องของการ คดิ วิเคราะหตามมาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัดในแตล ะกลุมสาระในแตล ะภาคเรียน
จากผลการประเมนิ ความสามารถในการคิดวิเคราะห คดิ อยางมีวจิ ารณญาณ อภิปรายแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ และแกป ญหาผูเ รยี น คิดเปนรอยละ 90.95 สูงกวา เปา
หมายทส่ี ถานศกึ ษากําหนด
3. มคี วามสามารถในการสรา งนวัตกรรม
โรงเรยี นมกี ระบวนการพฒั นาความสามารถของนกั เรียนในการสรางนวตั กรรม โดยดาํ เนนิ โครงการพัฒนาการเรยี นรูสสู ตวรรษท่ี 21 เพ่ือสง เสรมิ ใหนักเรียนเกิด
สมรรถนะสาํ คัญตามท่ีกาํ หนดไวใ นหลักสูตร และกระบวนการคิดทีเ่ กดิ จากกระบวนการเรยี นรแู บบโครงงานนวตั กรรม สงเสรมิ ใหนกั เรยี นทาํ งานเปน ทมี เปนกลุม
ยอยเพ่ือศกึ ษาคนควา รวบรวมความรูข องตนเองและของกลุม นําความรูที่ไดม าสรา งสรรคผ ลงานของกลมุ ผลงานท่สี รางมีทง้ั รูปแบบ ช้นิ งาน โครงงาน และ
นวัตกรรมทม่ี คี ณุ ภาพสามารถนาํ ไปประยุกตใ ชใ นการเรยี นและในชีวติ ประจาํ วันได
จากผลการประเมนิ ความสามารถในการสรา งนวตั กรรมผเู รียน คดิ เปนรอยละ 94.77 สงู กวา เปาหมายทส่ี ถานศึกษากาํ หนด
4. มคี วามสามารถในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
โรงเรยี นมีกระบวนการพัฒนานักเรียนใหม ีความสามารถในการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร โดยโรงเรียนจดั โครงการพฒั นาทักษะการใชเ ทคโนโลยีเพือ่
การเรียนรู และ กจิ กรรม ICT เพ่ือใหนกั เรยี นไดใ ชเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารไดอยางเหมาะสม ปลอดภัย มปี ระสทิ ธิภาพ และเพือ่ ใหนกั เรียนทกุ คนใช
เทคโนโลยใี นการสบื คน ขอมูลที่เปนประโยชนต อ การเรียน การพัฒนาตนเองและสงั คมในดา นการเรียนรู การสื่อสาร การทาํ งานอยา งสรางสรรค มคี ณุ ธรรม เชน การ
ใชโปรแกรมคอมพวิ เตอรก ราฟก , Presentation , Coding การพัฒนาการเขยี นแอฟพริเคชนั่ ในมือถอื เพ่อื นําไปใชป ระโยชนตา งๆ เปนตน
Page 76 of 95
จากผลการประเมนิ ความสามารถในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของผเู รียน คดิ เปนรอ ยละ 95.16 สงู กวาเปาหมายท่สี ถานศึกษากําหนด
5. มีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา
โรงเรยี นมกี ระบวนการพฒั นานักเรียนให มผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นตามหลกั สตู รสถานศึกษา โดยผานการวัดประเมินผลรายวิชาตามมาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด ทส่ี ถานศกึ ษา
กําหนด โรงเรียนจดั ทาํ โครงการ พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา กจิ กรรมยกระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน เพือ่ ใหนกั เรียนทกุ คนไดรบั การพัฒนาศักยภาพการเรียนรู การ
วัดความกาวหนา ทางการเรยี นของนกั เรียนทกุ ระดับชน้ั ท่ไี ดระดบั ดี ขนึ้ ไป โรงเรยี นเขารว มโครงการการทดสอบการอานระดบั ชาตขิ องนกั เรยี นระดบั ช้นั ประถมศึกษา
ปท ่ี 1 ( RT) ซง่ึ ผลการทดสอบมคี า เฉลีย่ รวมทั้งการอา นออกเสยี งและการอา นรูเรอื่ ง อยใู นระดับคณุ ภาพ ดีมาก เขา รว มการทดสอบระดบั ชาตริ ะดับชาตชิ น้ั ประถม
ศึกษาปที่ 3 ( NT) เพือ่ วัดความกา วหนาทางการเรียนทไี่ ดมาตรฐาน และผลการทดสอบระดบั ชาติ (O-NET) ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 6 ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 3 และ
ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ี่ 6 มีคา เฉลยี่ สงู กวา ระดบั ประเทศ 3 ปต ดิ ตอ กนั
จากผลการประเมนิ ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นตามหลักสูตรสถานศึกษาของผเู รียน คิดเปนรอยละ 97.10 สงู กวา เปา หมายทส่ี ถานศึกษากําหนด
6. มีความรูทักษะพนื้ ฐาน และเจตคติที่ดตี องานอาชพี
โรงเรยี นมกี ระบวนการพัฒนานักเรยี นดานความรูทักษะพ้นื ฐาน และเจตคติท่ดี ตี องานอาชีพโดยการดําเนินงานผานกระบวนการโครงการ แนะแนว ทสี่ รา งองคความ
รพู ้นื ฐาน เจตคตทิ ี่ดใี นการดําเนนิ ชวี ติ การศึกษาตอ การทาํ งานและการเลอื กอาชพี โดยโรงเรียนไดสง เสริมใหผเู รียนมคี วามรูและทกั ษะพรอ มท่จี ะศึกษาตอในระดับที่
สงู ขน้ึ หรอื มีวุฒภิ าวะทางอาชีพเหมาะสมกับชวงวยั โดยจัดกิจกรรมทห่ี ลากหลายเพอื่ ใหตรงกบั ผูเ รยี น เชน เชญิ วทิ ยากรจากสถาบันการศกึ ษาภายในและภายนอก มา
ใหค วามรูดานการศึกษาตอและการประกอบอาชีพใหก ับนกั เรยี นระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 และ ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 6 มกี ารจดั กิจกรรมแนะแนวท่มี งุ เนน ขอบขา ย
การศึกษาตอในชัน้ เรยี นทกุ ระดบั ชนั้ พานกั เรียนไปรว มงานเปดบานการศึกษา (OPEN HOUSE) ใหบ รกิ ารขอ มูล ประชาสัมพนั ธดา นการศึกษาตอ และการประกอบ
อาชีพทีห่ ลากหลาย ใหบริการใหค าํ ปรึกษา สาํ รวจความตอ งการการศึกษาตอและการประกอบอาชีพทีต่ นเองตองการ เจตคตทิ ี่ดพี รอมที่จะศกึ ษาตอในระดบั ช้นั ทีส่ ูง
ขึน้ หรือมีวฒุ ิทางอาชีพเหมาะสมกับชว งวยั โรงเรียนไดสง เสริม โดยจดั กจิ กรรม ชมุ นมุ กจิ กรรม 1 สายชน้ั 1นวตั กรรม ท่ใี หผ ูเรยี นไดไ ดฝกทกั ษะการทํางานกลุม ฝก
ประสบการการประกอบอาชีพตามความถนดั และความสนใจ จากการดาํ เนินโครงการแนะแนวและกิจกรรมตา งๆสง ผลใหนักเรยี นระดบั ชั้นประถมศึกษามคี วามรพู น้ื
ฐานในการเรยี นตอระดบั ช้ันท่ีสูงขน้ึ สวนนกั เรยี นช้นั มธั ยมศึกษานอกจากมีความรูในการเรียนตอระดับชั้นทีส่ งู ขึ้นแลว ยงั สามารถในการบรหิ ารจัดการการทํางานรว ม
กับผอู ืน่ อยา งมีความสขุ มีทักษะในการเวางแผนลอื กงานอาชพี ท่ีตนเองสนใจ
จากผลการประเมินความรทู กั ษะพ้ืนฐาน และเจตคตทิ ด่ี ตี อ งานอาชีพของผูเรียน คิดเปนรอยละ 97.17 สงู กวาเปา หมายทสี่ ถานศึกษากําหนด
คณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค
1. การมคี ุณลักษณะและคานยิ มทด่ี ีตามท่ีสถานศกึ ษากาํ หนด
โรงเรยี นมกี ระบวนการพฒั นานักเรียนใหมคี ุณลักษณะและคานิยมที่ดตี ามที่สถานศกึ ษากําหนด 9 ขอ ไดแก รกั ชาติ ศาสน กษตั ริย, ซอ่ื สัตยส ุจริต, มีวนิ ัย, ใฝเรียนรู,
อยอู ยา งพอเพยี ง, มงุ มั่นในการทํางาน, รกั ความเปน ไทย, มจี ิตสาธารณะ, มคี วามกตัญู กตเวที โรงเรยี นไดด าํ เนนิ การจดั ทาํ โครงการและกจิ กรรมที่สง เสริมคุณธรรม
จรยิ ธรรม และคุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค ไดแ ก โครงการโรงเรียนสขี าว กิจกรรมบูรณาการสถานศกึ ษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข กจิ กรรมสง เสริมเทิดทูน
สถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย กจิ กรรมรณรงคเ ผยแพรความรูใหแกน ักเรียนเกยี่ วกับชีวิตทป่ี ลอดภยั จากสารเสพตดิ และอบายมขุ กจิ กรรมทาํ บญุ ตกั บาตร
กิจกรรมวนั เฉลิมพระชนมพ รรษาสมเดจ็ พระเจาอยูห ัวรัชกาลที่ 10 กจิ กรรมจิตอาสาและสาธารณประโยชน นอกจากน้ียังมกี ารจัดการเรียนการสอนธรรมศกึ ษาใน
สถานศกึ ษา สง เสรมิ ใหนักเรียนเขา รวมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนเองนบั ถือ จดั การเรียนการสอนเร่ืองการหางไกลยาเสพตดิ โดยครตู าํ รวจ D.A.R.E. กิจกรรมคนดีมีอตั
ลักษณพ ระแมมารยี กจิ กรรมจิตอาสา นอกจากนโ้ี รงเรียนมีการดาํ เนนิ โครงการโรงเรยี นคุณธรรม ท่กี ําหนดคาเปา หมาย และพฤติกรรมเชิงบวกของครู ผูบริหารและ
นักเรยี นไวอยางชัดเจน การดําเนินงานโครงงานคณุ ธรรมของนักเรียน ในแตล ะโครงงานจะมีการจดั เวรของนกั เรียนผูรบั ผิดชอบโครงงานเพอ่ื ดูแล ตรวจสอบ กํากับ
ตดิ ตามและแกไ ขพฤตกิ รรมที่เปนเชิงลบของนักเรียน ในโรงเรยี น ซึ่งมาตรการในการดแู ล แกไ ข สง เสรมิ น้นั ใหน ักเรยี นทที่ ําหนา ท่เี วรประจําวนั มบี ทบาทในการตกั
เตือนเพ่อื นนกั เรยี นอยา งเปน กัลยาณมติ รเสมือนกบั นักเรยี นปฏบิ ัติหนา ทเ่ี ปนครูเวรประจําวนั มอี ํานาจในการตักเตอื น และใหคาํ แนะนําทถ่ี กู ตองเหมาะสม
จากผลการประเมินคณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงคและคานิยมทดี่ ีงาม ความภูมิใจในทอ งถน่ิ และความเปน ไทยการยอมรับท่ีจะอยรู ว มกันบนความแตกตางและหลาหลาย
สุขภาวะทางรา งกายและจิตใจของผเู รียน ตามทีส่ ถานศึกษากาํ หนด คิดเปน รอ ยละ 97.05 สงู กวา เปาหมายท่ีสถานศกึ ษากาํ หนด
Page 77 of 95
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
เปาหมาย 5 ขอ
การปฏิบตั งิ าน ผลการ
ประเด็นพิจารณา ไม ผล ประเมิน
ปฏิบตั ิ
ปฏิบัติ สําเร็จ คุณภาพท่ี
ได
1. มเี ปาหมายวสิ ยั ทัศนแ ละพนั ธกิจท่สี ถานศึกษากําหนดชดั เจน 5.00 ยอดเย่ียม
1.1 กําหนดเปาหมายที่สอดคลอ งกบั บริบทของสถานศกึ ษา ความตองการของชมุ ชน ทองถ่นิ √-
วตั ถปุ ระสงคข องแผนการศึกษาชาติ นโยบายของรฐั บาลและตนสงั กัด
1.2 กําหนดวสิ ัยทัศน และพนั ธกจิ ทีส่ อดคลอ ง เชอื่ มโยง กบั เปาหมาย แผนยุทธศาสตรช าติ √-
แผนการศกึ ษาแหง ชาติ นโยบายของรัฐบาลและตน สังกัด
1.3 กาํ หนดเปาหมาย วิสัยทัศน และพนั ธกจิ ทนั ตอการเปล่ยี นแปลงของสังคม √-
1.4 นาํ เปาหมาย วสิ ัยทศั น และพนั ธกจิ ผา นความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการบรหิ ารโรงเรยี น √-
1.5 นาํ เปา หมาย วสิ ยั ทัศน และพนั ธกิจของโรงเรยี นเผยแพร ตอ สาธารณชน √-
2. มีระบบบริหารจดั การคณุ ภาพของสถานศึกษา 5.00 ยอดเยย่ี ม
2.1 มีการวางแผนพัฒนาคณุ ภาพการจดั การศกึ ษาอยางเปน ระบบ √-
2.2 มีการนาํ แผนไปปฏบิ ัติ ติดตามตรวจสอบประเมนิ ผลและปรบั ปรุงพัฒนางานอยา งตอเนอื่ ง √-
2.3 มกี ารบรหิ ารอตั รากาํ ลงั ทรัพยากรทางการศึกษาจดั ระบบดแู ลชวยเหลอื นักเรียน และระบบการ √ -
นเิ ทศภายใน
2.4 สถานศกึ ษามีการนาํ ขอมูลมาใชในการพฒั นาสถานศึกษา √-
2.5 สถานศึกษาใหบ คุ ลากรและผูท เี กีย่ วของทุกฝา ยมสี ว นรวมในการวางแผน ปรบั ปรงุ พัฒนา และ √ -
รวมรบั ผิดชอบตอผลการจดั การศกึ ษา
3. ดาํ เนนิ งานพฒั นาวิชาการท่ีเนน คณุ ภาพผูเรียนรอบดา นตามหลกั สตู รสถานศกึ ษาและทุกกลมุ เปา หมาย 5.00 ยอดเยย่ี ม
3.1 บรหิ ารจัดการเกีย่ วกบั งานวชิ าการ ในดา นการพฒั นาหลกั สตู รสถานศึกษา √-
3.2 บริหารจัดการเกี่ยวกบั งานวชิ าการ ในดานการพัฒนาหลักสตู รตามความตองการของผูเ รียน ที่ √ -
สอดคลองกบั บริบทของสถานศึกษา ชุมชน และทองถนิ่
3.3 บริหารจดั การเกีย่ วกบั กิจกรรมเสรมิ หลกั สูตรท่ีเนนคณุ ภาพผเู รียนรอบดา นเช่ือมโยงวถิ ชี วี ติ จริง √ -
3.4 กําหนดหลกั สตู รสถานศึกษาครอบคลมุ การจดั การเรียนการสอนทุกกลุมเปา หมาย √-
3.5 สถานศึกษามีการปรบั ปรุง และพฒั นาหลกั สตู รใหทันตอ การเปล่ยี นแปลงของสงั คม √-
4. พฒั นาครูและบุคลากรใหม คี วามเชี่ยวชาญทางวิชาชพี 5.00 ยอดเย่ียม
4.1 สง เสรมิ สนับสนุน พัฒนาครู บคุ ลากร ใหม ีความเชีย่ วชาญทางวิชาชีพ √-
4.2 จัดใหม ีชุมชนการเรยี นรทู างวชิ าชพี √-
4.3 นาํ ชุมชนการเรียนรูทางวิชาชีพเขามาใชในการพัฒนางานและการเรยี นรขู องผเู รียน √-
Page 78 of 95
การปฏิบตั ิงาน ผลการ
ประเด็นพจิ ารณา ไม ผล ประเมนิ
ปฏบิ ตั ิ
ปฏิบัติ สําเร็จ คณุ ภาพที่
ได
4.4 มีการตรวจสอบ ทบทวน การปฏบิ ตั งิ านของครู บคุ ลากร ท่มี ผี ลตอ การเรียนรขู องผูเรยี น √-
4.5 ถอดบทเรยี นเพ่ือสรา งนวตั กรรมหรอื วิธกี ารท่เี ปน แบบอยางทดี่ ที ส่ี งผลตอการเรียนรูข องผเู รยี น √ -
5. จัดสภาพแวดลอมทางกายภาพและสังคมทีเ่ อือ้ ตอการจัดการเรยี นรู อยางมีคณุ ภาพ 5.00 ยอดเยี่ยม
5.1 จัดสภาพแวดลอ มทางกายภาพภายในหองเรยี น ทีเ่ ออ้ื ตอ การเรยี นรู และคํานงึ ถงึ ความปลอดภัย √ -
5.2 จัดสภาพแวดลอ มทางกายภาพภายนอกหอ งเรียน ท่เี อือ้ ตอการเรียนรู และคาํ นึงถึงความ √-
ปลอดภยั
5.3 จดั สภาพแวดลอมท่ีสงเสรมิ ใหผเู รียนเกดิ การเรียนรเู ปนรายบุคคล และเปน กลุม √-
5.4 จดั สภาพแวดลอ มทางสังคม ท่ีเอือ้ ตอการจัดการเรียนรู และมคี วามปลอดภัย √-
5.5 จัดใหผเู รยี นไดใชป ระโยชนจากการจัดสภาพแวดลอมตามศักยภาพของผูเรียน √-
6. จดั ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนบั สนนุ การบรหิ ารจัดการและ การจัดการเรียนรู 5.00 ยอดเย่ยี ม
6.1 ไดศึกษาความตอ งการเทคโนโลยสี ารสนเทศท่เี หมาะสมกบั สภาพของสถานศกึ ษา √-
6.2 จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือบริหารจัดการและการจดั การเรียนรทู ่ีเหมาะสมกบั สภาพของ √ -
สถานศกึ ษา
6.3 พัฒนาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ บริหารจดั การและการจัดการเรยี นรทู ่ีเหมาะสมกับสภาพ √ -
ของสถานศึกษา
6.4 ใหบ ริการเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื ใชใ นการบริการจดั การและการจัดการเรยี นรูทเ่ี หมาะสมกบั √ -
สภาพของสถานศึกษา
6.5 ตดิ ตามผลการใชบ ริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสถานศกึ ษาเพ่อื ใชในการบรกิ ารจัดการ √ -
และการจัดการเรยี นรูทเ่ี หมาะสมกบั สภาพของสถานศกึ ษา
สรุปผลการประเมิน 5.00 ยอดเยีย่ ม
จดุ เนน และกระบวนการพฒั นาทีส่ ง ผลตอ ระดับคณุ ภาพของมาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ
กระบวนการพัฒนาที่สง ผลตอระดับคุณภาพของมาตรฐานที่ 2
1. มีเปา หมายวิสยั ทศั นและพนั ธกิจทส่ี ถานศกึ ษากาํ หนดชัดเจน
โรงเรยี นสตรีมารดาพิทกั ษ มกี ารบริหารจัดการโดยใชโ รงเรียนเปนฐาน ภายใตว งจรคุณภาพ (PDCA) ดว ยการบริหารทีเ่ ปนระบบ เนน ผลสัมฤทธขิ์ องงานเปน สําคญั
กระจายอํานาจ และการมีสว นรว มของทุกฝา ยท่ีเกีย่ วของ มกี ารวิเคราะหผ ลการจดั การศึกษาทผ่ี านมา จดั การประชุมระดมความคิดเห็น วางแผนกําหนดเปาหมายใน
การจัดศึกษา เพอ่ื ใหป ระสทิ ธิภาพมากขน้ึ ใหค วามสาํ คญั กับการเสรมิ สรางประสทิ ธภิ าพขององคก ร จดั โครงสรา งการบริหารงานออกเปน 6 ฝา ยไดแก ฝายวิชาการ
ฝา ยสง เสรมิ คุณธรรม จริยธรรมและการแพรธรรม ฝายธุรการและการเงิน ฝา ยกิจการนกั เรียน ฝา ยกจิ การนกั เรียน ฝา ยบคุ ลากร และ ฝายบรหิ ารงานทั่วไป มรี ปู
แบบการพัฒนาภายใตการมีสว นรวมของทุกฝา ยโดยนอมนําหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชเปนหลักคิดและหลกั ปฏิบัติในการบรหิ ารจัดการ
จัดบุคลากรประจาํ แตล ะฝา ยอยางชดั เจนเหมาะสมกบั ความรู ความสามารถ มีการนิเทศ กาํ กบั ตดิ ตามการปฏบิ ตั ิหนา ทข่ี องบุคลากรเพ่อื ใหก ารดาํ เนินงานเกดิ ความ
ถูกตองและมี ประสทิ ธภิ าพสูงสุด จัดระบบประกันคณุ ภาพภายในสถานศึกษา ใหม กี ารรายงานคณุ ภาพการศึกษาทกุ ภาคสว น ในรูปแบบ SAR รายบุคคลของครทู กุ
คน เพือ่ สะทอ นผลการ ดําเนินงาน และพฒั นางานทกุ ดา นในทุกภาคสว นในโรงเรียน
Page 79 of 95
โรงเรยี นกาํ หนดเปา หมายทสี่ อดคลองกับบรบิ ทของสถานศกึ ษา ความตองการของชมุ ชน ทอ งถ่นิ วัตถปุ ระสงคของแผนการศกึ ษาชาติ นโยบายของรัฐบาลและตน
สงั กัด พรอ มท้งั กาํ หนดมาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษาเพ่ือเปนเปาหมายในการประกันคุณภาพภายในสถานศกึ ษา 6 เปาหมายดังน้ี
1. พัฒนาคุณภาพผเู รยี นใหมผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นและคณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงคใ หเ ปนไปตามเกณฑ
ทส่ี ถานศกึ ษากาํ หนด
2. เสริมสรางกระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
3. พฒั นากระบวนการจดั การเรยี นการสอนท่ีเนนผูเรียนเปนสาํ คญั
4. พัฒนาการจัดการศึกษาคาทอลิกใหเปน ไปตามอัตลักษณของการศึกษาคาทอลิก
5. พัฒนาโรงเรยี นคุณธรรมในการสรางคนดีใหบา นเมอื ง
6. สง เสริมการนําหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและหลกั นิตธิ รรม มาขบั เคลื่อนในสถานศกึ ษา
นอกจากนนั้ โรงเรยี นกําหนดวิสยั ทัศนทวี่ า “โรงเรยี นสตรีมารดาพิทักษ มงุ เนนการยกระดับการบรหิ ารจดั การคุณภาพสถานศึกษาตามอตั ลักษณการศึกษา
คาทอลิก และนอ มนาํ หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง มาประยกุ ตใช ใหบคุ ลากรและผูเรียนมีคณุ ธรรมนาํ ความรูเ ปน คนดขี องบา นเมือง ” พรอมท้งั
กําหนดพนั ธกจิ ทีส่ อดคลอง เชื่อมโยงกับเปาหมาย แผนยุทธศาสตรช าติ แผนการศกึ ษาแหง ชาติ นโยบายของรฐั บาลและตนสงั กัดดงั นี ้
1. จดั กิจกรรมการเรียนรูต ามหลกั สตู รการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน ปพ ทุ ธศักราช 2551 ฉบบั ปรับปรงุ 2560
ทส่ี อดคลอ งกบั ความตองการ ความสนใจ และวยั ของผเู รยี น
2. นกั เรยี นครูและบุคลากรทุกคนเปน ผูมีคุณธรรม จริยธรรมและประพฤติตนเปนแบบอยา งทีด่ ี
ตามคาํ สอนของศาสนาท่ีตนเองนบั ถอื
3. จดั การศึกษาใหน กั เรียนมคี วามรู ความสามารถกาวทันตอ การเปลยี่ นแปลง
4. สง เสรมิ สนับสนนุ และปลุกจติ สํานึกใหนกั เรยี นรักความเปน ไทยใสใจส่ิงแวดลอมและ มสี าํ นึก
ความกตัญกู ตเวทีตอ ผมู ีพระคุณ
5. ใชการมีสวนรวมในการบริหารจัดการศกึ ษาจากเครอื ขา ยผูปกครอง ชมุ ชน และภูมิปญ ญาทองถน่ิ
6. ปลูกจิตสาํ นึกใหนกั เรียน ครูบุคลากรและผปู กครองนักเรียน ใหใ ชชีวติ อยา งมคี ุณคา มีความสุข
ในสงั คมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
2. มรี ะบบบรหิ ารจัดการคุณภาพของสถานศกึ ษา
ผูบริหารสงู สดุ ของโรงเรียน ผูบริหารสูงสุดยึดหลกั สาํ คญั ของการบรหิ ารสถานศึกษาใหด าํ เนนิ
ไปอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ สนองนโยบายของชาติ หนวยงานตน สงั กดั ใหบ รรลวุ ตั ถปุ ระสงค ตองอาศยั บุคลากรหลายฝายดว ยกัน ผูบริหารจงึ กระจายอาํ นาจการบริหาร
และมอบหมายงาน ใหบคุ ลากรไดร ว มรบั ผดิ ชอบงานเปน การระดมสมองและพลงั ความสามคั คใี นการปฏิบัติงาน ตามโครงสรา งการบริหารงานสถานศกึ ษาอยา ง
ชดั เจนเหมาะสมกบั สภาพการณป จจุบันในสถานศกึ ษาเปน 6 ฝา ย ไดแก (1) ฝายวิชาการ (2) ฝา ยสง เสริมคุณธรรม จริยธรรม และการแพรธรรม (3) ฝา ยกจิ การ
นักเรียน (4) ฝายธุรการและการเงนิ (5) ฝา ยบคุ ลากร และ (6) ฝา ยบรหิ ารงานทั่วไป ท้ัง 6 ฝา ยมแี ผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ในการพฒั นาคุณภาพสถานศกึ ษา เพื่อ
ใหการบรหิ ารงานในแตล ะฝายมีความชัดเจนในการปฏบิ ัติงาน จงึ แตง ตั้งผูชว ยผูอ าํ นวยการรับผดิ ชอบ พรอ มกําหนดภาระงาน บทบาทหนา ทใ่ี นแตล ะฝา ย ทตี่ องรบั
ผิดชอบ ใหเปน ไปในทางเดียวกนั ในคูมือครูเพ่ือการปฏิบตั ิงานอยา งชดั เจน ดงั น้ี
2.1 ฝา ยวิชาการ แตงตั้ง นางสาวนํา้ เพชร สายสวุ รรณ เปน ผชู วยผูอํานวยการ มีอํานาจหนาที่ในการสง่ั การ สง เสริม สนบั สนนุ ติดตามประเมินผลการปฏบิ ตั งิ าน
ของฝายและงานที่อยูในความรบั ผิดชอบของผชู วยผูอ ํานวยการฝายวิชาการ 9 งาน คอื (1) งานวิชาการระดบั ประถม (2) งานวชิ าการระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน (3)
งานวิชาการระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย (4) งานพัฒนาหลักสตู ร (5) งานสาระการเรียนรู 8 กลุม สาระ (6) งานกจิ กรรมพัฒนาผูเรยี น (7) งานหอ งเรยี นพเิ ศษ (8)
งานวัดผลประเมนิ ผล และ (9) งานทะเบยี นและวดั ผล เพื่อจัดกิจกรรมทุกอยางทเ่ี ก่ยี วกบั การปรบั ปรุงพฒั นาการเรียนการสอนใหเกดิ การเรียนรูไดผลดี และมี
ประสิทธิภาพใหเกดิ ประโยชนสูงสดุ แกผ ูเรียนสอดคลองกบั ความตอ งการของผูเ รยี น สถานศกึ ษา ชุมชน ทองถิ่น อยา งมีคณุ ภาพและไดม าตรฐานตามทสี่ ถานศกึ ษา
กําหนด
2.2 ฝา ยสง เสริมคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และการแพรธรรม แตงตัง้ นางภาวินี กําไร เปนผชู ว ยผอู าํ นวยการฝา ย มหี นาทีใ่ นการส่งั การ สงเสริม สนับสนนุ ตดิ ตาม
ประเมินผลการปฏิบตั ิงานของฝายงานท่ีอยูใ นความรบั ผิดชอบของผชู วยผอู ํานวยการฝา ยสงเสรมิ คุณธรรม จริยธรรม อภิบาลและแพรธรรม
5 งาน คือ (1) งานสงเสริมคริสตศาสนา (2) งานสง เสริมพทุ ธศาสนา (3) งานเสรมิ สรางอัตลักษณส ถานศึกษา (4) งานโรงเรยี นคุณธรรม (5) งานสงเสรมิ ระเบยี บวินัย
เพือ่ ใหบคุ ลากรทุกคนในโรงเรียน
ยดึ มั่นตามหลกั ธรรมคาํ สอนของศาสนาทตี่ นเองนบั ถือ ปฏบิ ตั ิตนตามกฎระเบียบของโรงเรียนสังคม ประเทศชาติ เปนผูม ีคุณธรรม จริยธรรม และเปน คนดีของบาน
เมอื ง
2.3 ฝายกจิ การนกั เรยี น แตง ตง้ั นางรัชฎาภรณ เจริญสุข เปนผูช ว ยผูอาํ นวยการ มอี ํานาจหนาที่ในการสง่ั การ สง เสรมิ สนบั สนุน ติดตามประเมินผลการปฏบิ ตั ิงาน
ของฝา ยและงานทอี่ ยใู นความรบั ผิดชอบของผูชวยผูอาํ นวยการฝา ยกิจการนักเรยี น 7 งานคอื (1) งานกจิ กรรมนักเรยี น (2) งานอนามยั โรงเรียน (3) งานทุนการ
ศึกษา (4) งานสภานักเรียน (5) งานนกั ศกึ ษาวชิ าทหาร (6) งานกีฬาและนนั ทนาการ (7) งานดนตรไี ทยและดนตรีสากล เพื่อสงเสรมิ สนบั สนุน หรือชวยเหลอื ผูเ รยี น
ตามโอกาสและใชความสามารถพเิ ศษทางดานศลิ ปะ ดนตรแี ละกฬี า รูจกั ดูแลสขุ ภาพเพ่อื ใหร างกายสมบรู ณแข็งแรง
Page 80 of 95
2.4 ฝายธุรการและการเงนิ แตงตั้ง นางสาวสาลี ตนั ตกิ ลุ เปน ผชู วยผอู ํานวยการ มอี าํ นาจหนาทใี่ นการสงั่ การ สงเสริม สนบั สนนุ ติดตามประเมินผลการปฏบิ ัติงาน
ของฝายและงานที่อยใู นความรับผดิ ชอบของผูชว ยผอู ํานวยการฝา ยธรุ การและการเงิน 4 งานคอื (1) งานบัญชีและการเงนิ (2) งานพสั ดุครุภัณฑ (3) งานสารบรรณ
(4) งานสนับสนุนคาใชจ ายในการจดั การศึกษาเพ่ือบริหารจดั การงบประมาณของสถานศกึ ษาในการพัฒนาคุณภาพของสถานศกึ ษาและคุณภาพผูเรยี น
2.5 ฝายบุคลากร แตง ตั้ง นางจรญู พุม พวง เปนผูชว ยผูอํานวยการ มอี าํ นาจหนา ท่ใี นการสง่ั การ สง เสริม สนับสนุน ตดิ ตามประเมินผลการปฏบิ ตั งิ านของฝายและ
งานท่อี ยูใ นความรบั ผิดชอบ ของผูชวยผอู าํ นวยการฝา ยบุคลากร 5 งาน คอื (1) งานวางแผนอตั รากําลงั และกาํ หนดตําแหนง (2) งานสงเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพครู
(3) งานพัฒนาบคุ ลากร (4) งานจราจร (5) งานประเมินผลงานประจําป เพื่อพัฒนาบุคลากรใหเ ปนผมู คี ุณธรรม จริยธรรม มีความรู ความสามารถ และมี
ประสทิ ธิภาพดา นการปฏบิ ัติงาน พัฒนามาตรฐานวชิ าชีพและจรรยาบรรณ
2.6 ฝายบริหารงานทัว่ ไป แตงต้งั นางสาวบุญยรัตน ลมงาม เปนผชู วยผอู าํ นวยการมีอาํ นาจหนาทใี่ นการส่งั การ สงเสรมิ สนับสนนุ ตดิ ตามประเมินผลการปฏิบตั งิ าน
ของฝา ยและงานที่อยูในความรบั ผิดชอบของผชู ว ยผอู ํานวยการฝายบริหารท่วั ไป 9 งานคือ (1) งานนโยบายและแผน (2) งานอาคารสถานทแี่ ละแหลงเรียนรู (3) งาน
สมั พนั ธชมุ ชน (4) งานธนาคารโรงเรยี น (5) งานเศรษฐกจิ พอเพียง (6) งานอนุรักษห ัตถกรรมพ้นื บานเส่อื จันทบรู (7) งานสวนพฤกษศาสตร (8) งานวิจัยเพ่อื การ
พัฒนา (9) งานใชเ ทคโนโลยีเพื่อการศกึ ษา เพอ่ื บริหารงานดา นนโยบายและแผน เพอ่ื ใชเปน กรอบแนวทางในการดําเนินงานพฒั นาสถานศึกษา รวมทงั้ กาํ หนด
แนวทางพัฒนาระบบประกันคณุ ภาพภายในสถานศกึ ษาตามกฎกระทรวง รวมทั้งบริหารงานดานอาคารสถานท่กี ารจดั สภาพแวดลอ มเพ่ือการเรยี นร/ู แหลง เรียนรู
เศรษฐกจิ พอเพียงรวมทงั้ งานวจิ ยั เพื่อการพัฒนา
นอกจากนผ้ี บู ริหารออกระเบยี บและประกาศตางๆ ทสี่ อดคลอ งกบั นโยบายของหนวยงานตนสงั กดั เพ่ือเปนกรอบและแนวทางใหบ คุ ลากรทีเ่ กีย่ วขอ งทงั้ ในและนอก
โรงเรียนรบั ทราบ เชน “ระเบียบวาดว ยคณะกรรมการเครอื ขา ยผูป กครองโรงเรยี นสตรมี ารดาพิทักษ” มคี ณะกรรมการเครอื ขา ยผปู กครอง ระดับประถมศกึ ษา
มธั ยมศกึ ษา เพ่ือเปด โอกาสใหผปู กครองและชุมชนเขามามสี ว นรวมในการจัดการศึกษา และพัฒนาสถานศกึ ษา เชน ประกาศเรอ่ื งการรับสมคั รนกั เรยี นใหม โรงเรียน
สตรีมารดาพทิ ักษ ใหผปู กครองรบั ทราบทุกปการศกึ ษา ประกาศ เรอ่ื งการกาํ หนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษา ระดบั การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานเพ่ือประกัน
คุณภาพภายในของสถานศึกษา ประกาศเร่อื งอัตราคาธรรมเนียมการศึกษาและคา ธรรมเนยี มอ่ืนๆ เปนตน
นอกจากน้โี รงเรียนจัดระบบดแู ลชว ยเหลือนกั เรียนโดยมคี ณะกรรมการรับผดิ ชอบกระบวนการดําเนนิ งานดูแลชว ยเหลอื นกั เรยี นอยา งเปนระบบ มขี ้นั ตอนชัดเจน
พรอมทัง้ มวี ธิ ีการและเครอ่ื งมือทม่ี มี าตรฐาน คณุ ภาพ และมหี ลกั ฐานการทํางานที่ตรวจสอบไดโ ดยมี ครปู ระจาํ ช้นั /ครทู ่ปี รกึ ษาเปนบุคลากรหลกั ในการดาํ เนนิ งาน
โดยการมีสวนรว มของบุคลากรทุกฝายทเ่ี กย่ี วของท้งั ภายในและนอกสถานศกึ ษา ไดแ ก คณะกรรมการบริหารโรงเรยี น เครือขายผปู กครอง ผูปกครอง ในการตรวจ
สอบระบบดแู ลชวยเหลอื นกั เรยี นเพือ่ สงเสรมิ พฒั นา การปองกัน และแกไ ขปญหาเพือ่ ใหน ักเรียนไดพฒั นาเตม็ ตามศักยภาพ มคี ุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค มีภมู คิ มุ กัน
ทางจติ ใจท่เี ข็มแข็ง คุณภาพชีวิตทดี่ ี มีทักษะการดาํ รงชวี ิต และรอดพน จากวกิ ฤติทงั้ ปวงโดยมีฝายสง เสริมคณุ ธรรม จริยธรรม และการแพรธรรม มหี นาทีร่ บั ผดิ ชอบ
โดยตรงในการนิเทศตดิ ตาม การดําเนินงานของระบบดแู ลชว ยเหลือนกั เรยี น (สม.ดล.) โดยการสรางเคร่ืองมอื ใหค รทู ่ีปรกึ ษานาํ ไปใชอยา งชดั เจน มีมาตรฐานคณุ ภาพ
และมหี ลักฐานการทาํ งานที่ใชในการดแู ลนักเรียนในการดาํ เนนิ งานตามองคประกอบในการดําเนินงาน 5 ขนั้ ตอน
1. การรจู กั นกั เรียนเปนรายบุคคล โดยครทู ปี่ รึกษาแตละหองพจิ ารณาขอมลู ทีเ่ กี่ยวกับนักเรียนเพื่อการจดั กลุมนักเรยี นเปน กลมุ ไวใ จ ซึ่งเปนกลุมท่ีควรไดร บั การ
สรา งภูมิคุม กนั และการพฒั นา กลุมหว งใย ซึ่งตองใหก ารปอ งกนั หรือแกไ ขตามแตก รณี กลมุ ใกลชดิ ซงึ่ ตอ งชวยเหลอื และแกป ญ หา โดยเรง ดว น และกลมุ พิเศษ คอื
นกั เรยี นท่มี ีความสามารถพเิ ศษ มคี วามเปนอจั ฉรยิ ะซ่ึงตองใหการสงเสรมิ ใหไดรับการพัฒนาศกั ยภาพ ตามความสามารถพิเศษนน้ั จนถึงขัน้ สูงสดุ โดยใชเครือ่ งมือใน
การเก็บขอมลู ดงั น้ี
1.1 สม.ดล. R.1 แบบบนั ทกึ ขอมูลนกั เรยี นนักเรียนเปนรายบคุ คล
1.2 สม.ดล. R. ๒ แบบบนั ทกึ การเยีย่ มบา นนกั เรียน
1.3 สม.ดล. R. ๒.๑ แบบสรุปผลการเย่ยี มบานนักเรียน
2. การคดั กรองนกั เรียน เปน การพจิ ารณาขอมลู ที่เก่ยี วกบั ตวั นักเรียนโดยใชแบบประเมนิ พฤติกรรมเด็กและวยั รุนเปนเครือ่ งมอื ที่สาํ คัญในการคดั กรองปญหาทาง
พฤติกรรมและปญ หาทางอารมณทีเ่ บย่ี งเบนซงึ่ มคี วามเสย่ี งตอปญหาสขุ ภาพจิตในอนาคตทําใหทราบถงึ ปญหาท่เี กดิ ข้นึ ต้ังแตร ะยะแรกกอนท่จี ะลกุ ลามจนยากตอ การ
แกไ ขกอ ใหเกดิ ปญ หาตา งๆ ทพี่ บในปจจบุ ัน เชน การติดยาเสพติด ความกาวรา วรุนแรง ปญ หาอาชญากรรม โรคซึมเศรา การฆา ตัวตาย ความผิดปกตขิ อง
บุคลกิ ภาพ เปนตน โดยมีเครอ่ื งมือในการคัดกรอง ดังน้ี
2.1 SDQ แบบประเมนิ ตนเอง ฉบบั นักเรียน (นักเรียนประเมิน)
2.2 SDQ แบบประเมินตนเอง ฉบบั ครปู ระเมนิ (ครูประเมิน)
2.3 SDQ แบบประเมินตนเอง ฉบบั ผูป กครอง (ผปู กครองประเมิน)
2.4 การใหคะแนนและการแปลผล SDQ
2.5 แบบบนั ทกึ การคดั กรองนกั เรยี นเปนรายบคุ คล
3. การสง เสรมิ และพัฒนานักเรียน โรงเรียนมโี ครงการ กจิ กรรมที่สง เสริมและพัฒนานกั เรยี นกลุม ปกตใิ หไ ดรบั การพัฒนาตรงตามความสามารถและความถนัดของ
นกั เรยี นเชน โครงการพฒั นาทักษะ การคิดสูศตวรรษที่ ๒๑ โครงการพฒั นาทกั ษะการใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การสอ่ื สาร โครงการสงเสริมสรา งโอกาสและ
พฒั นาผูเรียน โครงการพัฒนาศักยภาพดานการใชภ าษาองั กฤษและภาษาจีน โครงการพฒั นาความกาวหนา การอาน เขียน สื่อสาร และคิดพิชติ คาํ นวณ และ
โครงการยกระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นระดบั ชาติ สวนนกั เรียนกลุมเสยี่ ง /มีปญหา โรงเรยี นไดด ําเนนิ งานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในโรงเรียน ใหเปนมนษุ ย
ทีส่ มบูรณต ามจิตตารมยข องพระสงั ฆราช ลมั แบรต เดอ ลา มอ็ ต โครงการสง เสริมอตั ลักษณสถานศกึ ษา โครงการสงเสรมิ การปฏิบัติศาสนกิจทางพระพทุ ธศาสนา
Page 81 of 95
โครงการพัฒนาโรงเรยี นคณุ ธรรม โครงการสถานศกึ ษาสีขาวปลอดยาเสพตดิ และอบายมขุ และโครงการทนุ การศกึ ษาเพ่อื สงเสรมิ และพฒั นาคุณภาพนักเรียนใหม ี
คุณภาพตามทสี่ ถานศกึ ษากาํ หนด นอกจากนีโ้ รงเรียนไดใชเ ครอื่ งมือในการสง เสริมและพฒั นานกั เรียนเพ่มิ เตมิ ดังนี้
3.1 สม.ดล.R 1.1 บนั ทึกการดแู ลพฤติกรรมนกั เรียนในการเขาแถวเคารพธงชาติ
3.2 สม.ดล.R 1.2 แบบบันทกึ การแกไ ขพฤตกิ รรมนักเรียนในการเขาแถวเคารพธงชาติ
3.3 สม.ดล.R 1.3 แบบบนั ทกึ การตรวจรา งกายและเครือ่ งแบบนกั เรียน
3.4 สม.ดล.R 1.4 แบบบนั ทึกการแกไ ขการตรวจรา งกายและเครอื่ งแบบนกั เรยี น
3.5 สม.ดล.R. 5 แบบบันทึกการจดั กิจกรรมโฮมรมู สั้น (5-10 นาที)
3.6 สม.ดล.R. 1.6 แบบสรุปผลการดาํ เนินงานสงเสรมิ และพฒั นานกั เรยี น
3.7 สม.ดล.R 4.4 แบบบันทึกการไมเขารวมกจิ กรรม
3.8 สม.ดล.R.4.3 แบบบันทึกผลการดาํ เนินงานการชวยเหลือนักเรียนของครทู ่ปี รึกษา
3.9 สม.ดล.R 4.5 แบบสรุปจํานวนนักเรยี นท่ไี มรว มกจิ กรรม
3.10 สม.ดล.R 4.6 แบบบันทึกพฤติกรรมทีไ่ มพงึ ประสงค
4. การปองกันและแกไ ขปญหา ในการดแู ลชวยเหลอื นักเรียน ครเู อาใจใสกบั นกั เรยี นทุกคน อยางเทาเทยี มกนั แตสาํ หรับนกั เรียนกลุม เสย่ี ง/มปี ญหาน้นั จาํ เปน
อยางมากทีต่ อ งใหค วามดแู ลเอาใจใสอยา งใกลชดิ และหาวิธีการชว ยเหลอื ทงั้ การปองกนั และการแกไขปญหา โดยไมปลอ ยปละละเลยนกั เรียนจนกลายเปนปญ หาของ
สงั คม การสรา งภูมิคุมกัน การปองกันและแกไขปญ หาของนักเรยี น ใหน ักเรียนเติบโตเปนบุคคลทีม่ คี ุณภาพของสังคม โดยมวี ธิ กี ารปองกนั และแกไ ขปญหา โดยจดั
เครือขา ยนักเรยี นประจําหอ งใชเ ครื่องมอื ดังน้ี
4.1 สม.ดล.R. 8 แบบบนั ทกึ การใหคําปรกึ ษาเบอ้ื งตนแกนักเรียนเปน รายบคุ คล
4.2 สม.ดล.R. 9 แบบบนั ทกึ การติดตามดแู ลนกั เรียน
4.3 สม.ดล.R. 10 แบบบนั ทึกการสง ผปู กครอง
4.4 สม.ดล.R. 11 แบบบนั ทกึ การเฝาระวงั พฤติกรรมนกั เรียน
4.5 สม.ดล.R. 1๒ แบบสรปุ ผลการดาํ เนนิ งานปอ งกันและแกป ญ หานักเรยี น
5. การสงตอ โรงเรยี นไดกาํ หนดแนวทางในการปอ งกันและแกไ ขปญ หาของนกั เรยี นโดย ครทู ่ปี รกึ ษาตามกระบวนการในขอ 4 นนั้ อาจมีบางกรณีทีป่ ญหามคี วามยาก
ตอการชวยเหลอื หรอื ชว ยเหลือแลวน้นั นกั เรียนมีพฤติกรรมไมด ีขน้ึ ก็ควรดําเนินการสง ตอ ไปยงั ผเู ชยี่ วชาญเฉพาะดา นตอ ไป เพื่อใหปญ หาของนกั เรยี นไดรบั การชวย
เหลอื อยา ง ถกู ทางและรวดเรว็ ข้นึ หากปลอ ยใหเปน บทบาทหนาทข่ี องครทู ่ปี รกึ ษาหรอื ครูคนใดหนึ่งเทาน้นั ความยุงยากของปญหาอาจมมี ากขน้ึ หรอื ลกุ ลามกลาย
เปนปญหาใหญโ ตจนยากตอการแกไ ข ในการสงตอโรงเรียนได แบงเปน 2 แบบ คอื
5.1 การสงตอภายใน กรณีนกั เรยี นมปี ญ หาครูท่ีปรกึ ษาไมสามารถแกปญหาได จะสง ตอไปยังครูฝายปกครองของสายชน้ั ในการแกป ญ หาถา ไมส ามารถแกปญหาได
จะสง ตอไปทคี่ รูฝายปกครองของโรงเรียนหาวธิ ีการแกป ญ หา ถาแกไมไดจะสง ตอไปทคี่ รูแนะแนวถาไมสามารถใหก ารชว ยเหลอื นักเรยี นได ก็จะสงตอภายนอกใหผ ูท ี่มี
ความเชีย่ วชาญเฉพาะทางแกป ญ หานกั เรียนตอไป ทง้ั น้ขี ้ึนอยกู ับลักษณะของปญ หา
5.2 การสงตอ ภายนอก ครแู นะแนวหรอื ฝายปกครองเปนผดู าํ เนนิ การสงตอไปยงั ผเู ช่ยี วชาญภายนอก สําหรบั การสงตอ ภายใน หากสง ตอ ไปยังครแู นะแนวหรือฝา ย
ปกครองจะเปนการแกไ ข ปญ หาท่ยี ากตอ การชว ยเหลือของครูทป่ี รกึ ษา เชน ปญ หาเกยี่ วกับจิตใจ ความรูส กึ ปญหาพฤติกรรมท่ี ซบั ซอนหรอื รนุ แรง เปนตน ครทู ีร่ ับ
ตอตอ งมีการชว ยเหลืออยางเปน ระบบ และประสานการทํางานกับผูเกยี่ วของ เพอื่ การชว ยเหลือที่มปี ระสทิ ธภิ าพ แตห ากเกดิ กรณยี ากตอการชว ยเหลืออีกกต็ องสง ตอ
ผูเชย่ี วชาญภายนอกตอ ไป โดยใชเครือ่ งมือในการดําเนินงานดงั นี้
5.2.1 สม.ดล.R. 12 แบบบนั ทึกการสง ตอนักเรียน (ภายใน)
5.2.2 สม.ดล.R. 13 แบบบนั ทึกการติดตามดแู ลนกั เรียน
5.2.3 สม.ดล.R. 14 แบบสรุปผลการสง ตอ นกั เรยี น
5.2.4 สม.ดล.R. 15 บันทึกขอความขอความอนุเคราะหชวยเหลอื นกั เรยี นเพอื่ สง ตอ หนวยงานภายนอก
3. ดําเนินงานพฒั นาวชิ าการท่เี นน คณุ ภาพผเู รียนรอบดา นตามหลักสูตรสถานศกึ ษาและทกุ กลุม เปา หมาย
โรงเรยี นไดด าํ เนินงานพัฒนาวชิ าการทีเ่ นน คณุ ภาพผเู รยี นรอบดานตามหลกั สูตรสถานศึกษาและ ทกุ กลุม เปา หมายโดยผูบริหารแตงตงั้ คณะ
กรรมการจดั ทําและพฒั นาหลกั สูตร เพ่อื ดําเนนิ การโครงการพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษาใหสอดคลอ งกับหลกั สูตรการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐานพทุ ธศกั ราช 2551 ฉบับ
ปรบั ปรุง 2560 และตรงตามความตองการของผเู รียน บริบทของสถานศึกษาเปน ไปตามความตองการของชมุ ชน ทอ งถ่ิน ในการดาํ เนนิ การพัฒนาหลักสูตรผูบ รหิ าร
โรงเรียนไดมกี ารประชุมครูฝา ยวชิ าการ คณะกรรมการจัดทําและพัฒนาหลกั สตู ร ครูกลมุ สาระการเรียนรูและครผู ูสอน เพ่อื วางแผนการดาํ เนนิ การพัฒนาหลกั สตู ร
ดว ยการศึกษาวิเคราะหผลการใชห ลกั สตู รในปท่ีผานมา ศกึ ษานโยบายคําสั่งการเปล่ียนแปลงหลักสูตรตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ออกแบบสอบถามไปยงั
ผูปกครองเก่ียวกบั ความตอ งการของผูปกครองในการจัดการศึกษาของโรงเรยี น รว มกนั ศึกษาสภาพบรบิ ทของชมุ ชนทอ งถ่ินนาํ มาเปนขอมูลในบูรณาการเน้อื หา
หลักสตู รใหเ หมาะสมตามสภาพจริง มีการจัดกจิ กรรมเสริมหลกั สตู รทเ่ี นนคุณภาพผเู รยี นรอบดาน เช่อื มโยงชีวิตจรงิ เชน กจิ กรรมพฒั นาทักษะทางภาษาองั กฤษ
กจิ กรรมเสรมิ ทักษะภาษาจนี ท่สี อดคลอ งกบั วิถชี วี ิตของจงั หวดั กจิ กรรมงาน 1 สายชนั้ 1 นวตั กรรมทีฝ่ กทกั ษะการทาํ งานใหก บั ผเู รยี นตงั้ แตช ้นั ประถมศึกษาจนถงึ
ช้นั มัธยมศึกษา โดยเปนการปูพน้ื ฐานการทํางานฝมอื เบื้องตน นําไปสกู ารทาํ งานสรา งนวตั กรรมและอาชพี ในอนาคต โรงเรยี นมกี ารเปด หลกั สตู รทห่ี ลากหลาย เปน
Page 82 of 95
ทางเลอื กใหกับผูเ รยี น ทกุ กลมุ เปา หมาย เชน หลักสูตรพเิ ศษสําหรบั ผเู รยี นทีม่ คี วามสนใจดา นวทิ ยาศาสตร คณิตศาสตร และเทคโนโลยี (สสวท.) หลักสูตรแผนการ
เรียน วิทย-คณิต หลักสตู รแผนการเรียนภาษาอังกฤษ-จนี หลกั สูตรแผนการเรยี นพฒั นาแววอจั ฉรยิ ภาพ (Gifted) หลักสตู รแผนการเรยี นการสอนโดยใชภาษาองั กฤษ
เปน ส่อื (MEP) หลักสูตรแผนการเรียนวทิ ยาศาสตร คณติ ศาสตร ภาคภาษาองั กฤษ (ISMEP) เปนตน นอกจากนี้โรงเรยี นมคี ําสง่ั แตงตั้งคณะกรรมการนิเทศ กาํ กบั
ติดตามการใชห ลกั สูตรอยา งเปนระบบ มกี ารประเมนิ การใชห ลกั สตู รในรปู แบบการวิจยั เพอื่ ปรบั ปรุงและพัฒนาหลักสูตรใหห ลักสตู รทนั ตอ การเปลีย่ นแปลงของสังคม
ใหผูเรียนไดร ับการพฒั นาคณุ ภาพอยางรอบดานตามหลักสูตรสถานศึกษาในทุกกลมุ เปา หมาย
4. พัฒนาครแู ละบุคลากรใหม คี วามเช่ยี วชาญทางวิชาชพี
โรงเรียนตระหนกั และใหความสําคัญ การสงเสรมิ พัฒนาครูและบคุ ลากรอยางเปน ระบบและตอเนือ่ ง ภายใตก รอบแนวคดิ แผนการศกึ ษาแหง ชาติท่ีวา “คนไทยทกุ คน
ไดรับการศึกษาและเรยี นรตู ลอดชวี ิตอยางมีคุณภาพ ดาํ รงชีวิตอยางเปนสขุ สอดคลอ งกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการเปล่ยี นแปลงของโลกศตวรรษท่ี
21 “ โดยบรรจโุ ครงการพฒั นาศักยภาพบุคลากรเปน โครงการตอ เน่ืองอยูใ นแผนปฏิบัตกิ ารประจําป มีการสรปุ ประเมินผลและสงั เคราะหผลงานท่ผี า นมา
เพอ่ื นาํ ไปพัฒนาปรับปรุง แกไ ข ในการจดั ทําแผนงาน ของปตอไป จดั ใหม ีการประชุมดานวิชาการอยางตอเนอื่ งของคณะกรรมการงานวิชาการ คณะ
กรรมการงานพฒั นาหลกั สตู ร คณะกรรมการกลุม สาระการเรยี นรู คณะกรรมการกลมุ งานหอ งเรยี นพิเศษและคณะกรรมการกิจกรรมพัฒนาผเู รียน คดิ วเิ คราะห
วางแผนยุทธศาสตรด านการศึกษา สรางจุดเดน เสรมิ จดุ ดอ ย เปนการรวมตัว รวมใจ รวมพลัง รว มมือกันของครู ผบู รหิ าร สรา งชุมชนการเรียนรู
ทางวิชาชพี (PLC) บนพ้นื ฐานวัฒนธรรมความสมั พันธแบบกลั ยาณมติ ร มวี สิ ยั ทัศน คณุ คา เปา หมาย และภารกิจรวมกนั สูการเรยี นรู และการพฒั นาวิชาชีพทีเ่ นน
ความสําเรจ็ หรือประสิทธิผลของผเู รียนเปน สําคัญ สนับสนุนใหครแู ละบคุ ลากรสรา งองคค วามรูใ หม แกนกั เรียน โดยเฉพาะอยางย่ิงการสรา ง
นวตั กรรมทางการศึกษา เพือ่ สรา งนักคดิ นักประดษิ ฐบนพนื้ ฐานของการจดั การเรยี นการสอน ควบคูไ ปกับการพัฒนาโรงเรียนคณุ ธรรมและกระบวนการนาํ หลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและหลกั นิตธิ รรม มาประยุกตใชใ นสถานศกึ ษา และเพ่ือใหก ารบริหารบุคลากรเปนไปตามเปา หมายดา นการพฒั นาเพิม่ พูนศักยภาพใน
การทาํ งานและการจัดการเรียนการสอนอยางเปนรปู ธรรม ฝายบคุ ลากรจึงกําหนดใหค รแู ละบคุ ลากรเขา รับการอบรม สัมมนา ประชุม/ประชมุ เชิงปฏิบัติการและ
ศกึ ษาดูงานคนละไมน อ ยกวา 50 ชั่วโมง/ปการศึกษา
5. จดั สภาพแวดลอมทางกายภาพและสงั คมท่ีเอ้ือตอการจดั การเรียนรูอยา งมคี ุณภาพ
โรงเรยี นสตรีมารดาพทิ ักษ มีความตระหนักในการจัดสภาพแวดลอ มและบรรยากาศท่ีเหมาะสม ตอการเรยี นรภู ายในหอ งเรยี นใหม ีความสะอาด ปลอดภัย และสราง
จติ สํานึกในการมีสวนรวมดแู ลรักษาบรรยากาศภายในหอ งเรียน โรงเรียนไดจดั อาคาร สถานทใ่ี หเ พียงพอแกน กั เรียน มคี วามสะอาด ปลอดภยั ม่นั คง แข็งแรง อากาศ
ถายเทไดส ะดวก มีแสงสวา งใหเ หน็ ทกุ ดา น ภูมิทัศนร มรื่นเหมาะสมแกก ารทาํ กจิ กรรมการเรียนรู ของนกั เรยี น อุปกรณ ครุภณั ฑ มคี วามเหมาะสมกบั นักเรยี น และมี
ครู บคุ ลากรทีช่ าํ นาญการ คอยดูแลควบคุมนักเรยี นอยา งใกลชดิ และทวั่ ถงึ อาคารเรยี นมีทง้ั หมด 5 หลัง ประกอบดวย อาคารมารีรักษ อาคารสริ วิ จนาถต อาคารมารี
อา อาคารรว มใจ อาคารพระแมมารีย และอาคาร 70 ป ไดจัดใหมหี อ งเรยี น หอ งประกอบการ พรอ มสิง่ อํานวยความสะดวกภายในและภายนอกอาคารใหอยูใน
สภาพทีด่ ี ปลอดภยั และมีปรมิ าณเพยี งพอ โรงเรียนจัดใหม เี คร่ืองสาธารณูปโภคประจาํ หอ งเรียน และหอ งประกอบการท่เี พียงพอ
โรงเรยี นสตรมี ารดาพิทักษ มอี าคารเรียนจาํ นวน 6 อาคาร ประกอบดวย อาคารมารรี กั ษ อาคารสิรวิ จนาตถ อาคารรว มใจ อาคารมารีอา อาคารพระแมมารีย และ
อาคาร 70 ป อาคารสถานทท่ี กุ แหง อยูในสภาพทสี่ ะอาด ปลอดภยั และถูกสขุ ลกั ษณะ โดยผบู รหิ ารไดแ ตง ตั้งคณะกรรมการอาคารสถานทม่ี ีหนาท่ีบรหิ ารงานดาน
อาคารสถานท่ี ดแู ลตกแตง สภาพภูมิทัศน ดูแลรกั ษาความสะอาด ความปลอดภัยและความพรอ มในการใชงาน ของอาคารเรียนและส่งิ ปลกู สรางอื่นรวม
กบั งานพัสดคุ รุภัณฑใ นการปฏิบัตงิ านดา นการบริหารจัดการและ งานซอ มบํารุงวสั ดคุ รุภณั ฑโ รงเรียน คณะกรรมการงานอาคารสถานที่ ไดจัดทําแผนการตรวจเช็ค
สภาพการใชง าน บาํ รุงรกั ษา ซอ มแซม อาคารสถานท่ี อปุ กรณ เครอื่ งเลน และสาธารณปู โภคไวใ นปฏทิ ินปฏิบัตงิ านประจําปของสถานศึกษา พรอมจัดสรรงบ
ประมาณใชด าํ เนินการอยา งพอเพยี ง ตามกิจกรรมปรับปรงุ สภาพแวดลอมในโรงเรียนโรงเรยี นเห็นความสาํ คญั ของการจัดบรรยากาศในชน้ั เรยี นให นา ดู นา อยู และนา
เรยี น สะอาด โดยโรงเรยี นไดนําหลกั ปฏบิ ัติ 5 ส. มาปลูกจติ สํานึกใหแกนกั เรยี นและบุคลากรทกุ ฝา ยไดร วมกนั ปฏิบัตอิ ยางตอ เนอื่ งจนเกดิ เปนกจิ นิสัย ครปู ลกู ฝง ให
นกั เรียนรกั ษาความสะอาด เชน พบั ขยะใหเล็กทิ้งขยะใหถ กู ทถี่ กู ประเภท ทําความสะอาดโตะหลงั รบั ประทานอาหารเสรจ็ ทกุ คร้ัง ลา งภาชนะของตนเองหลงั จากรับ
ประทานอาหารและรับผิดชอบทําความสะอาด เขตพน้ื ที่ที่กําหนดใหทั้งในและนอกหอ งเรียน เปน ตน โรงเรียนจดั ใหม ีระบบสาธารณูปโภคครบ ทง้ั
ไฟฟา นํ้าประปา โทรศพั ท และอุปกรณอ าํ นวยความสะดวก ไวส ําหรับใหบริการอยางท่วั ถงึ พอเพียงและมีประสิทธภิ าพ
6. จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนนุ การบริหารจัดการและการจดั การเรียนรู
โรงเรยี นมีการจดั ระบบขอ มลู และสารสนเทศทีม่ ีประสทิ ธภิ าพ เปน ระบบ ถกู ตอง สมบรู ณเปน ปจ จบุ นั โดยใชระบบ PSIS เปน เครื่องมอื จดั เกบ็ ขอ มูลสถานศึกษา ครู
บคุ ลากร และนกั เรียน ต้ังแตปก ารศึกษา 2555 โรงเรยี นตอ งจดั ทําเอกสารเกี่ยวกบั เอกสารเงินอดุ หนุน (PSIS) ระบบ PSIS กําหนดใหป ระมวลผลเปน ไปตามเง่ือนไข
ท่ีสอดคลองกบั ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการวา ดวยการกาํ หนดมาตรการชวยเหลอื นักเรยี นในโรงเรียนเอกชน เปนเงินอดุ หนนุ รายบคุ คล
พ.ศ. 2552 แกไ ขเพม่ิ เติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2553 และแกไขเพิม่ เติม (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2554 และแกไ ขเพ่มิ เติม (ฉบบั ที่ 4) จึงมีการแตง ตั้งบุคลากรผูดูแลระบบของ
โรงเรียน ทีม่ หี นาทบ่ี ริหารจัดการขอ มลู และสารสนเทศรวมถึงรายงานขอมูลสารสนเทศตอสาํ นักงานคณะกรรมการสงเสริมการศกึ ษาเอกชนทกุ เดอื น
และรายงานประจําป ดาํ เนนิ การมอบหมายหนาท่ีใหบ คุ ลากรทเี่ ก่ียวของ จดั เกบ็ ขอ มูลและสารสนเทศพื้นฐาน ของโรงเรียนอยา งเปนระบบ
ครอบคลมุ ครบถวน ดังนี้
1. ขอ มูลพืน้ ฐานโรงเรยี นมีการจดั เกบ็ ขอ มลู และจดั ทําสารสนเทศพ้นื ฐานของโรงเรียน ประจาํ ปการศึกษา ท่ไี ดรวบรวมขอ มลู พ้นื ฐานของโรงเรยี นท่ี
เก่ียวขอ งกบั ขอ มลู ทั่วไปของโรงเรียน วิสยั ทศั น นโยบายการดําเนนิ งาน เปา หมาย พนั ธกิจ การบรหิ ารจดั การทรพั ยากรภายในโรงเรียนท่เี กยี่ วกบั สภาพ ของแหลง
เรียนรู อุปกรณ เทคโนโลยี ส่งิ อาํ นวยความสะดวก รวบรวมผลการดําเนนิ งานดา นตาง ๆ ในปท ี่ผานมานาํ มาจดั เปนรูปเลม เพ่อื สะดวกในการ
Page 83 of 95
คนหาหรอื นาํ ขอมลู มาใชงาน
2. จัดเกบ็ ขอมูลในระบบ PSIS เพ่อื ใหโ รงเรยี นใชเคร่ืองมอื จดั เกบ็ ขอมลู สถานศึกษา เช่อื มโยงกับสํานกั งานคณะกรรมการสงเสรมิ การศกึ ษาเอกชน เกีย่ วกบั ขอ มลู ของ
สถานศึกษาดานขอ มลู โรงเรียน ขอมูลพ้นื ฐานของโรงเรยี น งานสารสนเทศโรงเรยี นดําเนินการประสานการจัดเกบ็ ขอ มลู ครอบคลุมทุกฝา ย 6 ฝาย กลุม สาระ
การเรียนรู โครงการตา ง ๆ งานสารสนเทศโรงเรยี นประมวลผลความพงึ พอใจ วเิ คราะหทางสถิติและรายงานผลการดาํ เนินงานในแตละปก ารศกึ ษาของ
โรงเรียน รายงานขอ มูลการจดั ระบบขอมูลและสารสนเทศพื้นฐาน จดั ทําเปน รปู เลม เอกสารสรปุ สารสนเทศโรงเรียนและเกบ็ ขอมลู เปนไฟลไวแตล ะปก ารศึกษา และ
การดําเนินการเผยแพรขอมูลสารสนเทศโรงเรียนผา นทางเว็บไซตข องโรงเรยี น (www.sm.ac.th) โดยจดั หมวดหมูขอมูลอยา งเปนระบบ เชน ขอมลู พ้นื ฐาน
ขอมลู บคุ ลากร ขอ มูลนักเรียน เปน ตน
ผบู รหิ ารสถานศึกษาใชข อ มูลและสารสนเทศ ในการตัดสินใจในการบริหารจดั การและการจดั การเรียน การสอนเพอื่ พัฒนาคณุ ภาพการศึกษาใหเ กิดประโยชน
สูงสุด นาํ ขอ มลู ไปใชในการกําหนดนโยบายจดั ทาํ รางนโยบาย ยุทธศาสตร วางแผน จดั สรรงบประมาณ สนับสนนุ และสงเสริม เชน ขอ มลู นกั เรยี นนาํ ไปใชในการ
วางแผนรับนักเรยี นในปก ารศึกษาตอไป , ขอมูลงบประมาณ ใชตงั้ งบประมาณการใชจา ยของโครงการทเี่ สนอ เพ่ือขออนมุ ตั ขิ ึน้ มามีความเหมาะสม สม
เหตสุ มผลมากนอ ยเพียงใด ขอมลู สถติ ิการมาปฏิบัตงิ านของบคุ ลากรครูและบคุ ลาการสนับสนนุ ใชป ระกอบการขึน้ ขน้ั เงินเดือนตามความเหมาะสม
ครูผูสอนนําขอมูลไปใชไปใชใ นการจัดการเรียนการสอนในชนั้ เรียน เชน การสรา งและใชส ือ่ การสอน ในบทเรยี นใหเกดิ ความนาสนใจใหแกนักเรยี น การ
ตรวจสอบรายชือ่ นักเรียนในชั้นเรยี นท่ีเปน ปจจบุ ัน การเก็บรวบรวมคะแนนสอบ การคน หาขอ มลู นํามาประกอบการเรยี นการสอน เปน ตน
ครูสายสนับสนนุ นาํ ขอมลู ไปใชใ นการบรหิ ารจัดการ เชน ฝา ยธรุ การและการเงนิ เกบ็ คา ธรรมเนียมการเรยี น บุคลากรเชค็ สถติ ิการมาทาํ งานของครใู หเ ปนปจจบุ นั
ฝายวชิ าการจัดตารางสอนกําหนดหนาท่ปี ฏบิ ัตงิ านของครูผสู อนในรายวชิ าทส่ี อน และจัดทําแผนการเรยี นนาํ ผลสัมฤทธ์ทิ ่ไี ดตามกลุมสาระการเรียนรู ผลการทดสอบ
ทางการศกึ ษาระดับชาตขิ ้ันพน้ื ฐาน (O-NET) มาบรหิ ารจัดการในการเรยี นการสอน ฝายทะเบยี นและวัดผล จดั ทําขอ มลู นกั เรียน บันทึกขอมูลนักเรยี นเขาใหมและ
นักเรยี นลาออก เปน ตน
ผูป กครองนําขอมูลท่ไี ดร บั จากทางโรงเรียนเปน เอกสารหรือมาติดตอกบั ทางโรงเรยี น เชน ใบรายงานผล การเรียนของนกั เรยี น จดหมายเวียนในเรือ่ งตา ง
ๆ ของทางโรงเรียนถึงผปู กครองใหไดร ับทราบ วารสารของโรงเรยี น เว็บไซต เฟสบคุ ของทางโรงเรยี น หรอื โทรคยุ มาตดิ ตอ สอบถามความกา วหนา ในทางการเรยี น
ของนักเรียนไดห รอื มขี อ มูลคาํ ถามทผี่ ปู กครองตองการทราบ สามารถมาสอบถามโรงเรียนไดเปนการสานสมั พนั ธอ นั ดรี ะหวา งผปู กครองและโรงเรียน เปน ตน
Page 84 of 95
มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจดั การเรียนการสอนทเี่ นน ผูเรียนเปนสําคญั
จาํ นวนครูทั้งหมด : 154
การปฏบิ ตั งิ าน เปา จาํ นวนครทู ่ีผาน ผลการ ผลการ
หมาย/ เกณฑท่ีโรงเรยี น ประเมนิ ประเมนิ
ประเดน็ พจิ ารณา ปฏบิ ตั ิ ไม รอ ยละ กําหนด (คน) (รอ ยละ) คณุ ภาพท่ี
ปฏบิ ตั ิ
ได
1. จดั การเรยี นรผู านกระบวนการคิดและปฏบิ ตั จิ ริง และสามารถนาํ ไปประยกุ ตใชใ นชวี ติ ได 90.00 149 96.75 ยอดเยี่ยม
1.1 จัดกจิ กรรมการเรยี นรตู ามมาตรฐานการเรยี นรู ตัวชว้ี ัดของ √ - 150
หลกั สูตรสถานศกึ ษาท่ีเนน ใหผ ูเรียนไดเ รยี นรู โดยผานกระบวนการคดิ
และปฏิบตั ิจรงิ
1.2 มีแผนการจัดการเรยี นรูท่ีสามารถนาํ ไปจดั กจิ กรรมไดจริง √- 150
1.3 มีรูปแบบการจัดการเรยี นรเู ฉพาะสําหรบั ผทู ี่มีความจําเปน และ √ - 145
ตอ งการความชว ยเหลอื พิเศษ
1.4 ฝกทกั ษะใหผเู รียนไดแ สดงออก แสดงความคิดเห็น สรุปองคความ √ - 149
รู และนําเสนอผลงาน
1.5 สามารถจดั กจิ กรรมการเรียนรูใหผเู รียนสามารถนาํ ไปประยุกตใช √ - 152
ในชีวติ ประจาํ วันได
2. ใชส ื่อ เทคโนโลยสี ารสนเทศ และแหลง เรยี นรทู ่ีเอ้ือ ตอ การเรยี นรู 90.00 147 95.45 ยอดเย่ยี ม
2.1 ใชส่อื เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการเรียนรู √- 148
2.2 ใชแ หลงเรียนรู และภูมปิ ญญาทอ งถิน่ ในการจัดการเรยี นรู √- 147
2.3 สรางโอกาสใหผ เู รยี นไดแสวงหาความรูดว ยตนเองจากส่อื ที่หลาก √ - 145
หลาย
3. มีการบรหิ ารจัดการชัน้ เรียนเชงิ บวก 90.00 147 95.45 ยอดเยยี่ ม
3.1 ผสู อนมกี ารบรหิ ารจดั การช้ันเรยี น โดยเนน การมปี ฏสิ ัมพนั ธเ ชิง √ - 146
บวก
3.2 ผสู อนมีการบรหิ ารจัดการชน้ั เรียน ใหเดก็ รักครู ครรู ักเดก็ และ √ - 148
เด็กรักเดก็ เด็กรักที่จะเรยี นรู สามารถเรยี นรรู ว มกนั อยางมคี วามสขุ
4. ตรวจสอบและประเมนิ ผูเรยี นอยา งเปน ระบบ และ นําผลมาพัฒนาผูเรยี น 90.00 142 92.21 ยอดเยี่ยม
4.1 มกี ารตรวจสอบและประเมินคณุ ภาพการจัดการเรยี นรูอยางเปน √ - 146
ระบบ
4.2 มขี ั้นตอนโดยใชเ ครอ่ื งมือและวธิ กี ารวดั และประเมนิ ผลทเ่ี หมาะสม √ - 142
กบั เปาหมายในการจัดการเรยี นรู
4.3 เปด โอกาสใหผ เู รยี นและผูม ีสวนเกีย่ วของมสี ว นรว มในการวัดและ √ - 139
ประเมินผล
Page 85 of 95
การปฏิบัตงิ าน เปา จาํ นวนครูที่ผาน ผลการ ผลการ
หมาย/ เกณฑทโ่ี รงเรียน ประเมิน ประเมนิ
ประเดน็ พจิ ารณา ปฏิบัติ ไม รอ ยละ กาํ หนด (คน) (รอ ยละ) คุณภาพที่
ปฏบิ ัติ
ได
4.4 ใหข อ มลู ยอนกลับแกผูเรยี นเพื่อนาํ ไปใชใ นการพัฒนาการเรียนรู √ - 139
5. มีการแลกเปล่ียนเรียนรูและใหข อมลู สะทอนกลับ เพื่อพฒั นาปรบั ปรงุ การจัดการเรียนรู 90.00 148 96.10 ยอดเยี่ยม
5.1 และผมู ีสวนเกีย่ วขอ งรว มกนั แลกเปลยี่ นความรแู ละประสบการณ √ - 146
ในการจดั การเรยี นรู
5.2 นาํ ขอมูลปอ นกลับไปใชใ นการปรับปรุงและพัฒนาการจดั การเรยี น √ - 149
รูของตนเอง
สรปุ ผลการประเมิน 95.19 ยอดเยี่ยม
จดุ เนน และกระบวนการพัฒนาท่สี ง ผลตอระดับคณุ ภาพของมาตรฐานที่ 3 กระบวนการจดั การเรยี นการสอนที่เนนผเู รียนเปนสําคัญ
กระบวนการพัฒนาทส่ี ง ผลตอ ระดับคณุ ภาพของมาตรฐานที่ 3
1. จดั การเรยี นรผู า นกระบวนการคิดและปฏิบตั จิ ริง และสามารถนาํ ไประยกุ ตใ ชในชีวิตได
โรงเรียนสตรมี ารดาพทิ ักษมกี ระบวนการพฒั นาที่ทาํ ใหครจู ดั การเรียนรูใหเ ปน ไปตามศักยภาพของนกั เรียนและจดั ทําแผนการจัดการเรียนรทู ีม่ งุ พฒั นาคณุ ภาพ
นกั เรยี นและสมรรถนะนกั เรยี นตามทกั ษะในศตวรรษที่ 21 สอดคลองกับตวั ช้ีวดั หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐานพทุ ธศักราช 2551 ฉบบั ปรบั ปรงุ 2560 โดย
โรงเรียนมีการบรหิ ารจัดการการเรยี นการสอนและงานสนับสนนุ การเรียนรูด วยโดยใชก ระบวนการ PDCA ในการทาํ งาน โรงเรยี นมกี ารประชุมเชงิ ปฏบิ ัตกิ ารครเู พือ่
จัดทําแผนการจดั การเรียนรใู นรายวิชาที่ไดร บั มอบหมายและนาํ หลกั สตู รแกนกลางมาวิเคราะหและจดั ทําคําอธิบายรายวชิ า โครงสรางรายวชิ า หนวยการเรยี นรู
แผนการจัดการเรียนรู จากน้นั ครผู ูสอนทกุ คนจดั ทําแผนการจัดการเรียนรูบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งตามรปู แบบการเรยี นการสอนแบบยอ นกลบั
(Backward Design) เปน วิธกี ารออกแบบการเรียนการสอนทเ่ี อา “เปาหมายการเรยี นรู” (Desired outcomes) เปนตวั ตั้ง กาํ หนด “วิธกี ารวดั ผลและช้นิ งาน”
(Evidence of understanding) ทีส่ ามารถใชเปน การบอกวา ผเู รียนไดบ รรลุผลการเรียนรู หลงั จากน้ัน “ออกแบบกจิ กรรมการเรียน” (instruction) เพ่ือใหผูเรยี น
สามารถสรางช้นิ งานท่ีระบไุ ด โรงเรยี นมีการติดตามผลโดยใชกระบวนการนิเทศการศกึ ษาของครูในกลุม สาระการเรยี นรู และรายงานผลการนิเทศการศึกษาภายใน
กลมุ สาระการเรยี นรู หลังจากครจู ัดการเรยี นการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู ครูจะบันทกึ ผลลงในบันทกึ หลงั สอน และนาํ ผลท่ไี ดม าพูดคยุ กับครผู ูสอนในระดับช้นั
เดยี วกนั หรือในรายวิชาเดียวกนั และเขาสกู ระบวนการ PLC เพื่อแกไ ขปญ หา นาํ ไปสูการปรบั ปรุงและพฒั นาเพอื่ เปนขอ มลู ในการทําวิจัยในช้นั เรียนของครูผสู อนและ
ในการประเมนิ หลงั จากจบหนว ยการเรียนรูครมู ีการวัดและประเมินผลดวยความยุตธิ รรมและหลากหลายตามสภาพจริงของนักเรยี น
2. ใชส ่อื เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหลงเรยี นรูท่เี ออื้ ตอการเรยี นรู
โรงเรยี นสตรมี ารดาพิทกั ษมกี ระบวนการพฒั นาครูใหใ ชส่อื เทคโนโลยีสารสนเทศในการจดั การเรียนรู โดยการสง เสรมิ และสนับสนุนใหค รูผสู อนไดร บั การอบรมการ
ผลิตส่ือในรปู แบบตางๆ เชน การผลิตส่ือคอมพิวเตอรชวยสอน CAI และ E-Book จดั ครเู ขารบั การอบรมการจัดการเรยี นการสอนดวยโปรแกรม Google
Classroom และการจัดการเรียนการสอนดว ยโปรแกรม Zoom และในชวงสถานการณการแพรร ะบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 ครไู ดรับมอบหมายให
จัดการเรียนการสอนแบบออนไลนใ หกบั ผูเรียนซงึ่ ครผู สู อนสามารถจดั การเรยี นการ ไดเ ปน อยางดี ครผู สู อนทุกคนจัดทําและใชส อื่ การเรียนการสอน สื่อที่ใชเ กดิ
จากการสรา งสรรค มกี ารพัฒนาสื่อใหม ีประสทิ ธภิ าพสอดคลองเหมาะสมกับบริบทของเน้อื หา การจดั กจิ กรรมการเรยี นรแู ละเพียงพอตอ การเรยี นรขู องนักเรยี น ครู
ผูส อนจดั กจิ กรรมการเรยี นรโู ดยใชแหลงเรยี นรูในโรงเรียน เชน หอ งสมุด หองประกอบการ สวนสมนุ ไพร หองพิพธิ ภณั ฑ หองศนู ยห ตั ถกรรมพนื้ บา นเสือ่ จันทบูร
นอกโรงเรียน ในทองถิ่นและชุมชนใกลเ คียงไดอยางเหมาะสมกับบรบิ ทการเรยี นรูและสอดคลอ งกบั มาตรฐานการเรยี นรู ตวั ชวี้ ดั ท่ีกาํ หนดไวใ นหลกั สูตรอยา งชดั เจน
เชน ชุมชนรมิ นํา้ จนั ทบูร อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏสิ นธินริ มล วทิ ยาลัยเทคนคิ จนั ทบุรี มีการติดตอปราชญช าวบา น ภูมิปญ ญาทอ งถ่นิ เขามาจดั การเรียนการ
สอน และเปดโอกาสใหผ ูเรียนแสวงหาความรดู วยตนเองจากสอื่ เทคโนโลยแี ลว นํามานาํ เสนอเปน องคความรูรวมกันในชนั้ เรยี น อกี ทั้งโรงเรยี นจดั ใหมกี ารบรกิ ารการ
เรยี นการสอนเพื่อใหบ รกิ ารแกครูในดา นหนังสือ สื่อวิดีทัศน ICT เคร่ืองฉายขามศรี ษะ จอภาพและเครื่องฉาย โทรทัศนป ระจาํ หองเรียน เครอื่ งคอมพิวเตอร
ประจาํ สายชัน้ อปุ กรณก ารศึกษา เชน อปุ กรณการศึกษาในหอ งปฏิบัตกิ ารวทิ ยาศาสตร หองคอมพวิ เตอร หองโสตทศั นศกึ ษา
3. มีการบรหิ ารจดั การชั้นเรยี นเชงิ บวก
โรงเรยี นสตรีมารดาพิทักษม กี ระบวนการพฒั นาครูดวยการประชมุ ครูผูสอนเกย่ี วกบั การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู โดยใหค วามสําคญั กบั การบรกิ ารจัดการชน้ั เรียนเชิง
บวก จัดบรรยากาศแหง การยอมรบั นับถือกัน จดั กิจกรรมใหน ักเรยี นไดท าํ รว มกันเปน กลุมยอ ย สงเสริมการแลกเปล่ยี นเรียนรูรว มกัน ทาํ ใหเ กดิ การยอมรบั ระหวา ง
Page 86 of 95
สมาชิกในกลุม นักเรียนเห็นความสาํ คัญของกลมุ เกิดการพฒั นาวฒุ ิภาวะ และไดร ับประสบการณบ วกในการพัฒนาตนเอง ครูจัดกจิ กรรมใหนักเรียนอยรู ว มกนั ได
เลน ไดทํากจิ กรรมรว มกนั สอนใหน ักเรยี นรจู กั เอาใจเขามาใสใ จเรา รูจักการใหอ ภยั และชว ยเหลอื กัน ครแู สดงความรูสกึ ทด่ี ตี อนกั เรยี นและแสดงออกทางบวก เชน
การสมั ผัสทางกาย การมอง การสบตา การใชค าํ พูด การแสดงสหี นา ทาทาง เปน ตน ครูจดั บรรยากาศของการสงเสรมิ สมั พนั ธภาพทด่ี ีระหวางครูกบั นกั เรียน
ระหวา งนักเรยี นดว ยกนั และกบั บคุ คลอน่ื สงเสรมิ การสอื่ สารทด่ี ีระหวา งกัน ครูกระตุน ใหน ักเรียนปฏิบตั ิตอกนั ดวยดี โดยครเู ปน แบบอยา งทด่ี ที ้งั การใชว าจา ภาษา
ทาทางและการปฏิบตั ติ อ กนั ระหวา งตนเองและผอู ื่น
4. ตรวจสอบและประเมนิ ผเู รยี นอยา งเปน ระบบ และนาํ ผลมาพฒั นาผเู รยี น
โรงเรยี นสตรมี ารดาพทิ ักษก าํ หนดนโยบายใหครผู สู อนวิเคราะหข อมลู ผลการประเมนิ นักเรียนเปน รายบคุ คลและรายกลมุ ตามระดบั ความสามารถในการเรยี นรู (เกง
กลาง ออน) นําขอ มูลมาใชในการพฒั นาการจัดการเรยี นการสอนและพฒั นานักเรียน ครผู ูสอนวัดและประเมินผลการเรียนรูข องนักเรยี นเปนรายวิชา บนพนื้ ฐานของ
ตัวช้วี ดั ตามที่กาํ หนดในหนวยการเรียนรู โดยใชวิธีการท่ีหลากหลายอยางตอเนื่องไปพรอมกับการจดั การเรียนการสอน และวเิ คราะหขอมลู ผลการประเมนิ ของ
นักเรียนเปนรายบคุ คลและรายกลุม ตามเกณฑที่กําหนด เพื่อใหนกั เรียนไดรับการพฒั นาการเรียนรสู ูงสดุ ในดานความรู ทกั ษะและคุณลักษณะที่กําหนดในหลักสตู ร
ครใู ชข อมลู ผลการประเมินเปนขอมูลพน้ื ฐานในการวิเคราะห และนาํ ผลไปสง เสริมพฒั นากระบวนการจัดการเรยี นรู สง เสรมิ พฒั นาการของนกั เรยี นในเรอื่ ง
กระบวนการคิด คดิ อยางเปนระบบ คดิ สรางสรรค ตัดสินใจแกป ญหาอยา งมีสติ สมเหตสุ มผล บนพน้ื ฐานของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เปดโอกาสใหผู
เรยี นและผมู สี วนเกี่ยวขอ งมีสว นรว มในการวดั และประเมนิ ผล และมกี ารใหข อ มูลยอ นกลับแกผเู รียนเพอ่ื นาํ ไปใชในการพัฒนาการเรียนรตู อไป ฝายวิชาการตดิ ตาม
การดาํ เนินงานการวิเคราะหขอ มูลผลการประเมนิ นกั เรยี นเปนรายบุคคลและรายกลมุ การพัฒนาการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน การพัฒนานกั เรยี น รับทราบ
ความสาํ เร็จ ปญหา เพอ่ื วางแผนพัฒนาปรับปรงุ ใหเกดิ ประสทิ ธิภาพสูงสดุ แกผูเรียน
5. มกี ารแลกเปล่ยี นเรยี นรูและใหขอมลู สะทอ นกลบั เพอื่ พัฒนาปรบั ปรงุ การจดั การเรยี นรู
โรงเรียนสตรมี ารดาพทิ กั ษกําหนดนโยบายใหค รผู สู อนและผูมีสวนเก่ยี วขอ งรว มกันแลกเปลีย่ นความรูและประสบการณในการจดั การเรยี นรโู ดยการจัดประชุมรว มกัน
และนําขอ มลู ปอนกลับไปใชใ นการปรบั ปรงุ และพัฒนาการจัดการเรยี นรูข องตนเองไดอ ยางเปนรปู ธรรม มกี ารนาํ ผลการวิเคราะหข อ มลู ผลการประเมินนักเรียนมา
ปรบั ปรงุ แผนการจัดการเรยี นรู เพื่อใหน กั เรยี นมีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนเพิ่มข้นึ ครผู ูสอนประเมนิ ผลการเรยี นรูของนักเรยี น เปน ระยะ อยา งตอเนอื่ งตลอดปการ
ศกึ ษา มขี อ มูลผลการเรยี นรรู ายบคุ คลทกุ ระดับชัน้ มขี อมลู ท่เี หมาะสมและเพยี งพอสาํ หรับการนาํ มาใชปรบั ปรงุ แผนการจดั การเรยี นรู ครบู นั ทกึ ผลการเรยี นรู และ
นําผลการประเมนิ มาวิเคราะหใ นภาพรวมของหอ งเรียน สายช้นั ในบนั ทึกหลงั สอนตามหนวยการเรยี นรู ครูผูสอนใชผ ลการประเมินในการพิจารณาจําแนกความ
สามารถพน้ื ฐานของนักเรียนในการเรียนรู
ในเร่อื งท่คี รูสอน เพ่ือกําหนดรูปแบบการจัดการเรยี นรทู ่ีเหมาะสมกบั นักเรยี น ปรับปรงุ กระบวนการจัดการเรียนรู ระหวางการจัดการเรยี นการสอน โดยการสราง
นวัตกรรมใหมในการสอนทจ่ี ะชว ยใหน กั เรียนเกิดการเรียนรูต ามเกณฑท ่กี าํ หนดไว หาวธิ กี ารปรบั ปรุงแกไ ขจุดบกพรองดว ยการจัดทําวจิ ัยในช้นั เรยี น
Page 87 of 95
2. สรุปผลการประเมนิ คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ระดับคณุ ภาพ
ระดับปฐมวัย ยอดเยย่ี ม
ยอดเยย่ี ม
มาตรฐานการศึกษา ยอดเยี่ยม
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก ยอดเยี่ยม
ยอดเยย่ี ม
1. มพี ัฒนาดานรางกาย แขง็ แรง มสี ขุ นสิ ัยทด่ี ี และดแู ลความปลอดภัยของตนองได ยอดเยี่ยม
2. มพี ัฒนาการดา นอารมณ จติ ใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณไ ด ยอดเยย่ี ม
3. มีพัฒนาการดา นสงั คม ชวยเหลอื ตนเองและเปนสมาชิกท่ีดขี องสังคม ยอดเยย่ี ม
4. มพี ฒั นาการดา นสตปิ ญญา สอ่ื สารได มที กั ษะการคิดพนื้ ฐาน และแสวงหาความรูได ยอดเยย่ี ม
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ ยอดเย่ยี ม
1. มีหลักสูตรครอบคลมุ พัฒนาการทัง้ สดี่ า น สอดคลอ งกับบริบทของทองถนิ่ ยอดเยย่ี ม
2. จัดครใู หเพียงพอกบั ช้ันเรยี น ยอดเยี่ยม
3. สง เสรมิ ใหครูมีความเชยี่ วชาญดา นการจัดประสบการณ ยอดเยย่ี ม
4. จัดสภาพแวดลอ มและสอื่ เพือ่ การเรียนรอู ยางปลอดภัยและเพียงพอ ยอดเยี่ยม
5. ใหบริการสื่อเทคโนโลยสี ารสนเทศและสอ่ื การเรยี นรูเพ่ือสนับสนนุ การจดั ประสบการณ ยอดเยี่ยม
6. มรี ะบบบรหิ ารคณุ ภาพทเ่ี ปดโอกาสใหผ ูเก่ยี วของทกุ ฝายมีสว นรวม ยอดเยี่ยม
มาตรฐานที่ 3 การจดั ประสบการณท ี่เนนเดก็ เปนสําคญั
1. จัดประสบการณท ส่ี งเสริมใหเดก็ มีพัฒนาการทุกดา น อยา งสมดลุ เตม็ ศกั ยภาพ ยอดเยี่ยม
2. สรา งโอกาสใหเ ด็กไดรับประสบการณตรง เลน และปฏบิ ตั อิ ยา งมคี วามสขุ
3. จดั บรรยากาศท่เี อื้อตอการเรยี นรู ใชสือ่ และเทคโนโลยี ทีเ่ หมาะสมกับวัย ยอดเยย่ี ม
4. ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจรงิ และนาํ ผลการประเมนิ พัฒนาการเด็กไปปรบั ปรุงการจัดประสบการณและพฒั นา
เดก็
สรุปผลการประเมนิ ระดับปฐมวัย
Page 88 of 95
ระดับการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน ระดบั คุณภาพ
ยอดเย่ยี ม
มาตรฐานการศึกษา
มาตรฐานที่ 1 คณุ ภาพของผเู รยี น ยอดเยย่ี ม
ผลสัมฤทธิท์ างวชิ าการของผูเ รียน ยอดเยย่ี ม
ยอดเยย่ี ม
1. มีความสามารถในการอาน การเขยี น การสื่อสาร และ การคิดคาํ นวณ ยอดเยย่ี ม
2. มคี วามสามารถในการคิดวเิ คราะห คิดอยา งมวี ิจารณญาณ อภปิ รายแลกเปล่ียนความคิดเห็นและแกปญหา ยอดเย่ียม
3. มคี วามสามารถในการสรา งนวัตกรรม ยอดเยี่ยม
4. มคี วามสามารถในการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศ และการสอ่ื สาร
5. มีผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนตามหลักสตู รสถานศกึ ษา ยอดเยี่ยม
6. มคี วามรทู กั ษะพื้นฐาน และเจตคติท่ีดตี อ งานอาชีพ ยอดเยี่ยม
คุณลกั ษณะที่พึงประสงคของผูเ รียน ยอดเยี่ยม
7. การมคี ุณลกั ษณะและคา นิยมทีด่ ตี ามที่สถานศกึ ษากําหนด ยอดเยี่ยม
8. ความภูมใิ จในทอ งถ่นิ และความเปน ไทย ยอดเยี่ยม
9. การยอมรบั ที่จะอยูรวมกนั บนความแตกตางและหลากหลาย ยอดเยี่ยม
10. สุขภาวะทางรา งกายและจิตสังคม ยอดเยี่ยม
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ ยอดเยย่ี ม
1. มเี ปา หมายวสิ ยั ทัศนแ ละพนั ธกิจทสี่ ถานศึกษากาํ หนดชดั เจน ยอดเยย่ี ม
2. มรี ะบบบรหิ ารจดั การคุณภาพของสถานศกึ ษา ยอดเยี่ยม
3. ดาํ เนินงานพฒั นาวิชาการท่ีเนน คณุ ภาพผเู รียนรอบดา นตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุกกลมุ เปา หมาย ยอดเยย่ี ม
4. พัฒนาครแู ละบุคลากรใหมีความเชย่ี วชาญทางวชิ าชีพ ยอดเยย่ี ม
5. จัดสภาพแวดลอ มทางกายภาพและสังคมทีเ่ อ้อื ตอการจัดการเรยี นรู อยา งมคี ณุ ภาพ ยอดเยยี่ ม
6. จัดระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื สนบั สนนุ การบรหิ ารจดั การและ การจัดการเรยี นรู ยอดเยย่ี ม
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เนน ผเู รียนเปน สําคญั ยอดเยี่ยม
1. จดั การเรียนรผู า นกระบวนการคิดและปฏิบัตจิ รงิ และสามารถนาํ ไปประยุกตใชในชีวิตได ยอดเยี่ยม
2. ใชส อื่ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหลง เรยี นรทู ีเ่ ออ้ื ตอการเรียนรู ยอดเยี่ยม
3. มกี ารบรหิ ารจดั การช้นั เรียนเชงิ บวก ยอดเยย่ี ม
4. ตรวจสอบและประเมินผูเรียนอยางเปนระบบ และ นําผลมาพฒั นาผูเรียน
5. มีการแลกเปลย่ี นเรยี นรูแ ละใหขอมลู สะทอนกลับ เพื่อพัฒนาปรับปรุงการจดั การเรยี นรู
สรปุ ผลการประเมนิ ระดับขนั้ พื้นฐาน
Page 89 of 95
3. จุดเดน
ระดับปฐมวัย
คุณภาพของเด็ก
1. โรงเรียนมกี ารสง เสรมิ ใหเ ดก็ มีพฒั นาการดา นรางกาย อารมณ จติ ใจ สงั คม และสติปญ ญา ตามปรัชญาของการศึกษาปฐมวยั และบรรลเุ ปาหมาย ยุทธศาสตรท่ี
สอดคลองกับแผนพัฒนาการจัดการศกึ ษา ระดับกอนประถมศกึ ษา ของสถานศึกษา 2. โรงเรียนมีแผนการจดั ประสบการณทมี่ ปี ระสิทธภิ าพสอดคลอ งกับหลกั สูตร
ของสถานศกึ ษา มีการดําเนินการจดั โครงการ/กิจกรรมตามแผนปฏบิ ตั กิ ารประจาํ ป โดยจัดกจิ กรรมทม่ี รี ูปแบบหลากหลาย นาสนใจ สรางสรรค เพือ่ มงุ สงเสรมิ พัฒนา
เดก็ ใหม ีพฒั นาการท่ดี ที งั้ 4 ดานเหมาะสมกบั วัย ท้ังเปน รายบุคคล และกลมุ อยา งเปน ระบบและตอเนอื่ ง 3. โรงเรียนมีการประสานการดาํ เนนิ การกับผูปกครอง
ชุมชน และหนวยงานภายนอก ทาํ ใหโ รงเรยี นมีผลการดาํ เนินงานทป่ี ระสบความสําเรจ็ อยางโดดเดน เปน ท่ียอมรบั ของผูป กครองและชมุ ชน
กระบวนการบริหารและการจัดการ
1. คณะกรรมการจัดทาํ และพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา ระดบั ปฐมวัย รวมกันประชุม วางแผน ดาํ เนินการและ นาํ ผลการวเิ คราะหขอ มูลจากแหลง ตางๆ มาจดั ทํา
และพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษา ระดับปฐมวยั ท่สี อดคลอ งกับหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศักราช 2560 ของกระทรวงศึกษาธิการ และวิสยั ทัศน เปาหมาย พนั ธ
กจิ จุดเนนของการจัดการศกึ ษาระดบั ปฐมวัยของโรงเรียน 2. โรงเรียนจดั สรรครทู ่ีมีวฒุ ทิ างการศึกษาเอกปฐมวัยใหเพียงพอตอ จาํ นวนเด็ก โดยจัดครูหอ งเรียนละ 2 คน
ตอจํานวนเด็กไมเ กนิ 40 คน หากอยใู นชวงการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 จดั ครู 1 คน ตอ เดก็ 12 -15 คน กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ (ตอ ) 3. ครผู ู
สอนสามารถจัดการเรยี นรไู ดอยา งมีคณุ ภาพ อุทศิ ตน มุงมัน่ ทุมเท เสียสละในการปฏบิ ัติงานรบั ผดิ ชอบตอ หนาที่ และพฒั นาตนเองไมนอยกวา 50 ช่ัวโมงตอ ป 4.
โรงเรียนสตรีมารดาพิทกั ษมีสถานที่และบรรยากาศที่เหมาะสมในการจดั การศกึ ษาสําหรับเดก็ สะอาด ปลอดภยั จดั บรรยากาศท่อี บอุน มสี ่งิ อํานวยความสะดวก
ประจําอาคาร และในหอ งเรยี นเหมาะสม เพียงพอ สนบั สนนุ ใหครูใชส อ่ื และแหลงเรียนรใู นการจดั ประสบการณก ารเรยี นรสู ําหรับเด็กอยา งหลากหลาย 5. โรงเรยี น
สตรีมารดาพิทักษใ หบรกิ ารเทคโนโลยีและการส่ือสารเปน ประโยชนตอ ผูบ รหิ าร ครู ผปู กครองในการบริหารและการจัดการอยา งมีประสิทธิภาพ ครผู ูส อนผลิตสอื่ ตาม
หนว ยการเรยี นรแู ละสื่อเทคโนโลยีการสอนจากโปรแกรมทเ่ี หมาะสม เพื่อใหเดก็ เกดิ ความสนใจและมคี วามเขาใจในการเรยี นรู 6. โรงเรียนสตรีมารดาพทิ ักษไดรับการ
ประเมนิ คุณภาพภายในสถานศกึ ษา จากคณะกรรมการประเมนิ คุณภาพภายในโรงเรยี นสงั กดั คณะรกั กางเขน แหง จนั ทบรุ ี เพอ่ื การจดั การศึกษาของโรงเรียนจะได
เปน ไปอยา งมีประสทิ ธภิ าพตามมาตรฐานการศึกษาของคณะรักกางเขน แหง จนั ทบุรี
การจัดประสบการณทเี่ นน เด็กเปนสาํ คัญ
1. ครจู ดั ประสบการณท ม่ี งุ สงเสรมิ พัฒนาการทัง้ 4 ดา น เพอ่ื เสรมิ ทักษะการทํางานรว มกบั ผอู นื่ คาํ ถงึ ความแตกตางในการเรยี นรแู ละสง เสริมความสามารถของเด็ก
แตล ะบุคคลตามศักยภาพของตน โดยไดรบั ความรวมมือจากผูปกครอง ชมุ ชน และผูเก่ียวของเปนอยา งดี 2. ครูจดั กจิ กรรมทใ่ี หเ ดก็ ไดมโี อกาสปฏบิ ัติกิจกรรมแบบ
รวมมือ ทําใหเด็กมที กั ษะการทํางานเปนกลุมมีความรับผดิ ชอบในบทบาทหนา ท่ีของตนเอง เปน ผูนําและผตู ามทด่ี ี อยูร ว มกบั ผอู ่นื ไดอยา งมีความสุข 3. ครไู ดจ ดั
บรรยากาศในหอ งเรยี น ใหเ กดิ ความรูสึกอบอนุ เปน กันเอง ยอมรบั และเคารพซึง่ กนั และกนั เดก็ มีปฏสิ ัมพนั ธที่ดรี ะหวางเพือ่ น ครู รูจ กั ยอมรับและปฏบิ ัตติ นตามขอ
ตกลงของหองเรยี น ไดร ับความรูผ า นสื่อและเทคโนโลยีอยางหลากหลายที่เหมาะสมกบั วยั 4. ครปู ระเมนิ พัฒนาการของเด็กโดยอาศยั การสังเกตพฤตกิ รรม สมั ภาษณ
ตรวจสอบความรูจากผลงานของเดก็ และบันทกึ ผลการประเมินในแบบประเมนิ พฒั นาการตามมาตรฐานคณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค รายงานใหผปู กครองรบั ทราบทุก
สปั ดาห และพบปะกบั ผูปกครองอยางเปน ทางการภาคเรียนละ 1 ครัง้ เพอื่ รบั ทราบผลพัฒนาการของเดก็ และรว มกันหาแนวทางในการพฒั นาเดก็ อยางตอ เนือ่ ง
ระดับข้ันพ้นื ฐาน
คุณภาพของผเู รยี น
คุณภาพของผเู รยี น 1. คะแนนเฉล่ียความสามารถดานการอาน (Reading Test: RT) ของนักเรียนระดับชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ 1 สงู กวา ระดบั ประเทศ 2. คะแนนเฉลี่ย
ผลการทดสอบความสามารถพนื้ ฐานระดับชาติ (National Test : NT) ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 3 สูงกวา ระดบั ประเทศ 3. คะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบทางการศึกษา
ระดับชาติขั้นพน้ื ฐาน (O-NET) ทุกกลมุ สาระการเรียนรขู องผเู รยี นระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ 6 และมัธยมศึกษาปท่ี 3 สงู กวาระดบั จังหวดั ระดับสังกดั ระดับภาค
และระดบั ประเทศ 4. นกั เรยี นระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ 1-5 มีผลการเรยี นระดบั 3 ขึ้นไป มากกวารอ ยละ 90 5. นกั เรยี นรอ ยละ 95 มีคุณลักษณะทพี่ งึ ประสงคใน
ระดบั ดเี ย่ียม 6. ผูเรียนมีมคี วามรูท กั ษะพ้ืนฐานและมีความพรอมในการเรียนรแู ละสรา งสรรคน วัตกรรม 7. เปนแบบอยา งในเร่อื งการนาํ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอ
เพยี งมาเปน หลักคิด หลักปฏิบัติ ในการดาํ เนนิ ชวี ติ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
กระบวนการบริหารและการจัดการ
กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ 1. สภาพแวดลอมทางกายภาพและสังคมทีเ่ อ้ือตอ การจดั การเรยี นรู 2. โรงเรียนมเี ปา หมายในการพฒั นาคณุ ภาพสถานศกึ ษาอยา ง
เปน ระบบ 3. โรงเรยี นมีครูทีม่ คี วามรคู วามสามารถเพยี งพอในการพัฒนาคณุ ภาพผเู รียนรอบดานตามหลกั สตู รสถานศึกษาและทกุ กลุมเปาหมาย 4. โรงเรยี นสงเสริม
สนบั สนนุ งบประมาณในการพัฒนาครูและบคุ ลากรใหม ีความเชย่ี วชาญทางวชิ าชพี ทุกคนไมนอ ยกวา 50 ชัว่ โมง 5. ครทู กุ คนอทุ ศิ ตนทุมเทเสียสละในการทํางานเปน ที่
ยอมรบั ของผูป กครองและชมุ ชน 6. จดั สภาพแวดลอมทางกายภาพและสังคมสะอาด รม รื่น มั่นคง แขง็ แรง ปลอดภัยเออ้ื ตอการจดั การเรียนรอู ยางมคี ณุ ภาพ 7. จดั
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทีท่ นั สมยั เพื่อสนบั สนนุ การบรหิ ารจดั การและการจดั การเรียนรูเพียงพอสามารถทาํ งานไดอยางคลอ งตัว 8. นาํ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ
พอเพยี งมาใชใ นการบริหารจัดการเปน ท่ยี อมรับและเปน แบบอยา งใหห นว ยงานตา ง ๆ มาเรียนรไู ด
Page 90 of 95
กระบวนการจดั การเรยี นการสอนทีเ่ นนผเู รยี นเปนสําคญั
1. ครจู ดั การเรยี นรบู ูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงปลกู ฝง กระบวนการคิด ผานการลงมอื ปฏบิ ัติจรงิ และสามารถนาํ ไปประยกุ ตใชใ นชีวิตได และเปน
แบบอยา งใหค นอ่ืนมาเรียนรูไ ด ในทกุ หนว ยการเรียนรู 2 ครรู อยละ 100 ใชส ่อื เทคโนโลยีสารสนเทศมาจัดกิจกรรมการเรียนรูไ ดอ ยา งมีประสิทธิภาพทงั้ ในหองเรียน
และนอกหองเรยี น โดยเฉพาะสถานการณการแพรร ะบาดของโรคติดเชือ้ ไวรสั โควิด 2019 ครทู ุกคนจดั การเรียนการสอนแบบ ONLINE ผา นโปรแกรม Zoom และ
มอบหมายใบงานไวท ี่โปรแกรม Google Classroom ไดอยา งคลองตวั สอดคลองกบั ความสนใจของผูเ รียน
4. จดุ ควรพฒั นา
ระดบั ปฐมวยั
คณุ ภาพของเด็ก
-
กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
-
การจดั ประสบการณท ีเ่ นน เด็กเปน สําคัญ
-
ระดับข้ันพื้นฐาน
คุณภาพของผเู รยี น
1. ควรพัฒนานกั เรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 6 ใหม ีผลการสอบ O-NET ดีขน้ึ 2. พัฒนานกั เรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1-6 ใหมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนกลมุ สาระ
วิทยาศาสตร คณิตศาสตร สงั คมศึกษา ภาษาไทย และภาษาตางประเทศ ใหม ผี ลการเรียนระดับ 3 ขนึ้ ไปมากขึน้
กระบวนการบริหารและการจดั การ
-
กระบวนการจัดการเรียนการสอนทเ่ี นน ผูเรียนเปน สําคญั
1. สง เสริมใหค รใู ชเ ทคโนโลยีในการเรียนการสอนใหมากขนึ้
5. แนวทางการพฒั นา
5. แนวทางการพฒั นา
5.1 ดา นคณุ ภาพของผเู รยี น
- ครผู สู อนศกึ ษามาตรฐานและตังช้วี ัดทนี่ กั เรยี นไมผ า นการประเมนิ นํามาวิเคราะหหาแนวทางแกไ ขรวมกนั เพอื่ กําหนดทศิ ทางพฒั นาคณุ ภาพผูเรยี นระดบั
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ใหม ีคะแนนเฉลีย่ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ั้นพืน้ ฐาน (O-NET) ใหสูงขนึ้
- ครผู ูสอนทุกวิชาหาสาเหตุที่แทจริงของผเู รยี นเรือ่ งผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นตามหลกั สตู รสถานศึกษาของผเู รียนระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1-6 มีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี นระดบั 3 ข้นึ ไปใหส งู ขึน้ โดยใชกระบวนการระบบดูแลชวยเหลือนักเรยี นใหม ากขนึ้ และสง เสริมพฒั นาครใู หม เี ทคนิคการสอนใหนกั เรยี นเกิดความสนใจ
และสนกุ กับการเรยี นรู รักการเรยี นรูใ หม ากข้ึน
5.2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ
ใหทุกฝายยึดหลกั วงจรการทํางานแบบ PDCA ในการขบั เคล่อื นการบริหารจัดการคณุ ภาพของสถานศกึ ษา โดยใหคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบ
อยางเปนระบบและตอ เนือ่ เพอื่ ปรับปรุงแนวทางการดําเนนิ การใหด ีข้ึน ตลอดจนมีการแลกเปลย่ี นเรียนรูผลการปรบั ปรงุ ทีด่ ีข้นึ ในองคกรอยางเปนระบบตามท่รี ะบไุ ว
ตามแผนพัฒนาคณุ ภาพการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษา โดยมงุ เนน ท่ีคณุ ภาพของผเู รยี นเปน หลัก
5.3 กระบวนการจดั การเรียนการสอนที่เนนผูเรียนเปน สําคญั
- เชิญวทิ ยากรท่ีมคี วามรคู วามสามารถมาพัฒนาครใู หมีเทคนคิ การสอนทกี่ ระตุน ใหผเู รียนอยากเรยี นรแู ละสนกุ กับการเรียนรูค ิดคน นวตั กรรมดว ยวิธกี ารเรียน
รแู บบโครงงานเปนฐานเพือ่ ใหผูเรยี นมีทักษะในการออกแบบนวัตกรรมอยางสรางสรรค
- นเิ ทศตดิ ตามการนาํ เทคโนโลยีมาใชในการจดั กจิ กรรมการเรียนรูทีห่ ลากหลายสรางความสนใจใหกับผูเรยี นใหสอดคลองกบั สถานการณปจจบุ ัน
Page 91 of 95
- จัดประกวดนวัตกรรมของผเู รียนและเชญิ วิทยากรจากหนวยงานภายนอกมาเปน กรรมการตดั สนิ การประกวดเพ่ือเปนการแลกเปล่ยี นเรียนรูและสรา งความ
มนั่ ใจใหก บั ครูและนักเรยี น
- จัดกิจกรรมทเ่ี ปด โอกาสใหนกั เรยี นไดใ ชท ักษะการสอ่ื สารภาษาองั กฤษใหม ากขึ้น ควบคไู ปกับการเรียนการสอนตามโครงสรา งของหลกั สตู ร
5.4 ดานกระบวนการพฒั นาโรงเรียนคณุ ธรรม
จดั ประชมุ ผูปกครองใหท ราบถึงคุณธรรมเปาหมายทโ่ี รงเรยี นกาํ หนดใหผ ูบ รหิ าร ครู และนกั เรียน ตอ งปฏบิ ตั ิและขอความรวมมือจากผปู กครองในการสง เสริมใหบ ุตร
หลานไดปฏิบตั ิตามคุณธรรมเปา หมายที่โรงเรียนกําหนดในเวลาทีอ่ ยกู บั ผูป กครอง
5.5 ดา นกระบวนการนาํ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยกุ ตใชในสถานศึกษา
- จัดอบรมนักเรยี นแกนนาํ พอเพยี งใหมคี วามรคู วามเขาใจหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ เรอื่ งเทคนิคการนาํ เสนอผลงานเพ่ือสรา งความนั่ ใจให
นกั เรยี นในการนําเสนอ และเปด โอกาสใหน ักเรยี นไดแสดงออก
6. ความตอ งการชว ยเหลือ
1. 1. ใหหนวยงานตนสงั กัดจดั หาส่ือเทคโนโลยีการเรียนการสอนแบบออนไลนท่ีทันสมยั เกิดประโยชนสูงสุดกบั ครูและนกั เรียนสามารถเขา ถงึ
ไดอ ยา งสะดวกและรวดเร็ว
2. 2. สนบั สนุนงบประมาณใหกบั โรงเรยี นในการดาํ เนนิ การปองกันและแกไ ขปญหาเก่ยี วกับสถานการณว ิกฤติ Covid 19
7. ความโดดเดน ของสถานศึกษา(ถา ม)ี
- ไดรับรางวลั สถานศึกษาพระราชทานระดับมัธยมศึกษาขนาดกลาง จากกระทรวงศึกษาธิการ ปการศกึ ษา 2562
ระดับการศกึ ษา : ขัน้ พ้ืนฐาน
ไดร บั การยอมรบั เปน ตน แบบระดับ : ชาติ (C2)
กระบวนการพัฒนาความโดดเดนของสถานศึกษา
กระบวนการพฒั นาความโดดเดน ของสถานศึกษา
1. รางวลั สถานศึกษาพระราชทานระดบั มธั ยมศึกษาขนาดกลาง จากกระทรวงศึกษาธิการ ปการศึกษา 2562 โรงเรยี นมีกระบวนการดงั น้ี
1.1 ดา นคุณภาพนักเรียน โรงเรียนไดม วี างแผนการพัฒนาการจดั การศกึ ษาทมี่ ีเปาหมายเพอื่ ยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นระดับชาติ (O-NET) ดวยการ
จัดทําโครงการยกระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นเพอื่ ยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนระดับชาติ (O-NET) ของนักเรยี นระดบั มัธยมศกึ ษาปท ่ี ๓ และ มธั ยมศึกษาปท่ี ๖
ใหสงู ข้นึ พบวา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดบั ชาติ (O-NET) ของสถานศึกษามีคาเฉล่ยี ในปการศึกษา 2561 สูงกวาคะแนนเฉล่ียระดบั ประเทศ รอ ยละ 4.09 และผล
การจดั กิจกรรมการเรียนรู และการจดั กจิ กรรมตาง ๆในโรงเรยี นดวยความทมุ เท อุทิศตน เสียสละ ในการติดตามดแู ลนกั เรียนอยางตอเนือ่ งของผูบริหาร ครู และผู
ปกครองทาํ ใหผลการพัฒนาคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงคข องนกั เรยี นมากกวา รอยละ 90 อยูในระดับดเี ยย่ี ม
1.2 ดานการบริหารหลักสตู รและงานวิชาการ
โรงเรยี นจดั หลกั สูตร Gifted, ISMEP และ สสวท. ทส่ี ง เสรมิ ใหนักเรยี นคน หาศักยภาพของตนเองมงุ พัฒนาการศกึ ษาใหน กั เรยี นมีทกั ษะการเรยี นรู ใน
ศตวรรษท่ี 21 โดยใชสอ่ื เทคโนโลยที ่ีทันสมยั เสริมสรางทักษะการคิดวเิ คราะห คิดแกป ญ หา คดิ สรา งสรรคและคิดอยา งมวี ิจารณญาณ มีความสามารถในการ
ออกแบบสรางสรรคนวัตกรรมจากองค ความรพู ้นื ฐาน บูรณาการหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมเี จตคติทีด่ ีตอการศึกษาและการประกอบอาชพี ในอนาคต
1.3 การบรหิ ารและการจัดการศึกษา
ผูบรหิ ารมีวสิ ยั ทัศนเ ชงิ กลยทุ ธ ยดึ หลกั การบรหิ ารแบบมีสวนรวม เปนผมู คี ุณธรรม จรยิ ธรรม และอทุ ิศตนในการปฏบิ ตั งิ านเปน แบบอยางท่ดี ี มีความเปน
ประชาธิปไตยบริหารและจัดการสถานศกึ ษาใหม ีผลงานโดดเดนประจักษชดั เปน ท่ยี อมรับโดยท่วั ไป สรา งขวัญและกําลงั ใจใหแ กค รแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาไดร ับ
การพัฒนาอยา งท่วั ถึงบคุ ลากรมคี วามพึงพอใจ รวมมอื กันจดั ระบบพฒั นาองคกรและจดั ทาํ แผนเพอ่ื ใชพฒั นาการเปลยี่ นแปลงสคู วามเปนเลิศ โดยทุกภาคสว นไดร ว ม
คดิ และรว มดําเนินการอยา งชัดเจน ทาํ ใหนกั เรียนเปนผูมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคานยิ มทด่ี ีงามสอดคลอ งกบั บริบทของสถานศึกษาและชุมชนอยางเปน รูปธรรม
ชดั เจน
จัดสภาพแวดลอ มรมร่ืน สวยงาม อาคารและสถานท่ีทกุ แหงมีความสะอาด และมีระบบรักษาความปลอดภัยท่ีมปี ระสิทธภิ าพ มีหองเรียน หองปฏิบตั กิ ารถูก
สขุ ลกั ษณะ มีความมัน่ คงแข็งแรง อุปกรณแ ละสงิ่ อํานวยความสะดวกมปี ริมาณเพียงพอพรอมใช จดั หาและหรอื ผลติ เทคโนโลยีและการส่ือสาร เพ่อื การเรยี นการสอน
ครอบคลุมกลมุ เปาหมาย รวมทัง้ เพ่ือการบรหิ ารและการจดั การตามแผนงาน/โครงการ/กจิ กรรมทก่ี ําหนด ครบทุกกลมุ งาน ผปู กครองมีความม่ันใจตอ ระบบการ
บริหารและการจัดการของสถานศกึ ษา
1.4 ดานการจัดการเรียนรูทเี่ นน ผเู รยี นเปนสาํ คญั ครูออกแบบการเรยี นรู โดยใชขอมูลการวเิ คราะหน ักเรียน และความเขาใจนกั เรียนรายบุคคล เนน ความสามารถใน
การอาน เขยี น การส่อื สาร การคิดคํานวณอยา งชดั เจน ครกู ําหนดเปาหมายการเรียนรู ครอบคลมุ ทัง้ ดา นองคค วามรู ทักษะกระบวนการและคุณลักษณะทพี่ งึ
ประสงค ตามมาตรฐาน ตวั ชีว้ ัด จดุ เนนของหลักสตู ร และเพ่มิ เตมิ เปา หมายตามความตองการจาํ เปนของนักเรยี น มกี ารออกแบบกจิ กรรมการเรียนรูและการมอบ
Page 92 of 95
หมายงานทีห่ ลากหลาย มคี วามทา ทาย สรา งสรรค ทั้งงานรายบุคคลและงานกลมุ ไดส อดคลองกับเปาหมายและจุดเนนทีส่ ถานศกึ ษา วดั และประเมินผลดวยวธิ ีการที่
หลากหลาย มคี ุณภาพ เนนการมีสวนรวมของนกั เรียน ผูปกครอง เพอ่ื ใชพ ัฒนาการเรียนรู การตดั สนิ ผลการเรียนรเู ปนไปตามระเบียบของสถานศึกษา ครูใชส อ่ื และ
แหลงเรียนรูท ่ีหลากหลายและสอดคลองกบั เปาหมาย การเรยี นรู กิจกรรมการเรียนรตู ามธรรมชาติวิชา และเนนการมสี ว นรว มของนักเรยี นครมู คี วามรูความเขา ใจ
ลึกซ้งึ ในวิชาทีส่ อนและจัดการเรยี นการสอนไดอยางมีประสิทธภิ าพตามแผนการสอนทอ่ี อกแบบไว ใหเวลานักเรียนไดฝ ก ปฏบิ ัติ ทํางานเปนกลุม อภิปรายและนํา
เสนองาน ดวยวธิ ีการที่เหมาะสม และประยุกตใ ชเ ทคโนโลยแี ละการสื่อสารเพือ่ การศกึ ษาอยางเปด กวา ง มีการวดั และประเมินผลการเรยี นรูของนักเรียนดวยวธิ ีการ
วดั และเครอื่ งมอื ประเมนิ ที่หลากหลาย สอดคลองกับมาตรฐาน ตวั ชีว้ ัดของรายวชิ าท่สี อน ครอบคลุมทง้ั ดา นความรู ทกั ษะและเจตคติ
- เปนแหลงเรยี นรูเ รอื่ งการขบั เคลือ่ นหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในสถานศกึ ษา ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
ระดับการศกึ ษา : ข้ันพน้ื ฐาน
ไดร ับการยอมรับเปน ตน แบบระดบั : ชาติ (C2)
กระบวนการพฒั นาความโดดเดน ของสถานศกึ ษา
2. เปน แหลงเรยี นรูเร่ืองการขบั เคลอ่ื นหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงในสถานศึกษา
ดวยโรงเรยี นผา นการประเมนิ เปนศนู ยการเรยี นรูตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งดานการศึกษา เพราะโรงเรียนนาํ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาปรับใช
ในสถานศกึ ษาครบทงั้ 4 ดา นคอื 1. การบรหิ ารจัดการดา นนโยบาย งานวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานท่ัวไป 2. ดา นหลกั สูตรและการจัดกิจกรรมการเรียนรู
ครูจัดกิจกรรมการเรียนรตู ามมาตรฐาน ส 3.1 ทม่ี ตี ัวชีว้ ดั เร่อื งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งโดยตรง ทุกระดบั ชนั้ และนําหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมา
บูรณาการในทกุ หนว ยการเรยี นรูค รบทุกกลุม สาระการเรียนรูทุกระดบั ช้นั มสี ื่อและแหลง เรยี นรเู ก่ยี วกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเพื่อเสริมสรา งคุณลกั ษณะ
อยูอยา งพอเพยี งใหก ับผเู รยี น มกี ารวัดและประเมินผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรตู ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทีช่ ดั เจน 3. ดา นการจัดกจิ กรรมพฒั นาผูเ รยี น
มแี ผนงานแนะแนว แผนงาน/โครงการสง เสรมิ กจิ กรรมนักเรียน เพื่อใหผเู รียนอยูอ ยา งพอเพยี งเศรษฐกจิ พอเพียง มกี ิจกรรมเพ่อื สง เสรมิ สนับสนนุ ใหผเู รยี นเกิดจิต
อาสา และมีสวนรวมในกจิ กรรม เพ่อื สังคมและสาธารณประโยชนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 4. ดา นการพัฒนาบคุ ลากรของสถานศึกษา มแี ผนงาน/
โครงการ พัฒนาบุคลากรของสถานศกึ ษา และตระหนักในคุณคาของหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มคี วามรูค วามเขา ใจ สามารถเปนวิทยาการขยายผลใหผอู นื่
ทีม่ าศกึ ษาดูงานเขาใจได จาการดําเนนิ งานดังกลาวโรงเรียนไดดาํ เนนิ การมาอยางตอเน่อื งทําใหโ รงเรยี นเปน แหลง เรยี นรใู หห นว ยงานตาง ๆมาศกึ ษาดูงานอยางตอ
เนื่อง
- ไดรบั คดั เลือกเปนแหลงเรียนรเู รื่อง ดานการพัฒนาคณุ ธรรม ของสถาบนั พฒั นาโรงเรยี นคุณธรรม มลู นิธยิ วพัฒน
ระดับการศึกษา : ข้ันพ้ืนฐาน
ไดร บั การยอมรบั เปน ตน แบบระดับ : ชาติ (C2)
กระบวนการพัฒนาความโดดเดน ของสถานศกึ ษา
3. ไดรบั คดั เลือกเปนแหลงเรียนรูเรอื่ ง ดา นการพฒั นาคณุ ธรรม ของสถาบันพฒั นาโรงเรยี นคุณธรรม มูลนิธยิ วพฒั น
โรงเรยี นไดเ ขารวมโครงการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมตั้งแตป การศึกษา 2559 และไดด ําเนินงานมาอยางตอเนอื่ งถงึ ปจจบุ ัน มคี รแู ละนกั เรียนแกนนาํ ทผี่ า นการอบรมมี
ความรูความเขาใจในกระบวนการทาํ งานอยา ง 6 ขั้นคือ ข้นั ตอนท่ี 1 การสรา งการรบั รู และการยอมรบั ของทกุ คนในโรงเรยี น ข้นั ตอนที่ 2 การสรา งครแู กนนาํ และ
นักเรยี นแกนนํา ขนั้ ตอนท่ี 3 การกําหนดคุณธรรมอัตลักษณข องโรงเรียน ขั้นตอนที่ 4 การกาํ หนดวิธีบรรลุคณุ ธรรมอัตลักษณของโรงเรียน ข้นั ตอนที่ 5 ลงมือปฏบิ ตั ิ
เพอ่ื บรรลุเปาหมายการเปลย่ี นแปลง (คณุ ธรรมอัตลกั ษณ) และขนั้ ตอนที่ 6 สรา งกลไกการขบั เคล่ือนโรงเรยี นคุณธรรม และมหี ลักการพฒั นาคือ ทําทงั้ โรงเรยี น ทํา
จากลา งข้ึนบน ทําอยา งมีสวนรวม ทําอยา งตอเนอื่ งสมาํ่ เสมอ จาการดําเนินงานดังกลาวนิเทศอาสาไดเ ขา ตดิ ตาม ช้ีแนะใหค าํ ปรึกษาทกุ ภาคเรียน จึงเหน็ ความมุงมัน่
ในการดําเนินงานของโรงเรียนอยางตอ เนอ่ื ง และบคุ ลการของโรงเรียนมคี ุณธรรม ตามทคี่ ุณธรรมเปา หมายที่กาํ หนด เปนวิทยากรอธิบายขยายผลใหโรงเรียนตา ง ๆได
ตลอดมาจึงทําใหโรงเรยี นไดร บั คดั เลอื กเปนแหลง เรียนรเู รอ่ื ง ดา นการพัฒนาคุณธรรม ของสถาบนั พัฒนาโรงเรียนคณุ ธรรม มลู นธิ ยิ วพฒั น
Page 93 of 95
รายงานรวบรวมโดย (Prepared by)
Lomyong Ounvun ผูอาํ นวยการ
Boonyarath Lomngam เจา หนาท่ี
Page 94 of 95
ภาคผนวก
Page 95 of 95
ประกาศโรงเรยี น เรอ่ื ง การกาํ หนดมาตรฐานการศกึ ษาและคา เปา หมายความสาํ เรจ็ ของ
โรงเรียนระดับปฐมวยั และระดบั การศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน
(กําหนดมาตรฐานและคา เปาหมายระดับข้ันพ้ืนฐาน)
เอกสารแนบหมายเลข 19
ประกาศโรงเรียนสตรมี ารดาพิทักษ์
เร่อื ง การกาหนดมาตรฐานการศึกษาและค่าเปา้ หมายความสาเรจ็ ของโรงเรียน
ระดบั การศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน ปกี ารศกึ ษา 256๓
.............................................................................................................................................................
ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศ ใช้กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกัน
คุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ที่ปรับปรุงใหม่ ให้ใช้มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันท่ี 6 สิงหาคม
พ.ศ. 2561 ดังน้ันเพ่ือให้การดาเนินงานประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 และประกาศสานักงานคณะกรรมการส่งเสริม
การศึกษาเอกชน เร่ือง แนวปฏิบัติการดาเนินงานคุณภาพการศึกษาระดับปฐมวัย และระดับการศึกษา
ขน้ั พนื้ ฐาน พ.ศ.๒๕๖๑ ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๑
โรงเรียนสตรีมารดาพทิ ักษ์ จงึ ได้กาหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา และค่าเป้าหมาย
ความสาเรจ็ ของโรงเรยี น ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 256๓ ให้เปน็ ไปตามบริบท จุดเน้น
ความต้องการของชุมชน และทอ้ งถ่นิ สอดคล้องกับวสิ ัยทัศน์ ไว้ดังรายละเอียดท่ีแนบทา้ ยประกาศ ต่อไปน้ี
มาตรฐาน ค่าเป้าหมาย
ความสาเรจ็ /ระดับ
มาตรฐานท่ี 1 คุณภาพของผเู้ รยี น
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ คุณภาพ
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจดั การเรยี นการสอนทเ่ี นน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคญั ยอดเยี่ยม
มาตรฐานที่ 4 กระบวนการจดั การศึกษาคาทอลกิ ให้เป็นไปตามอตั ลักษณ์ ยอดเยี่ยม
ยอดเยี่ยม
ของการศึกษาคาทอลิก ยอดเยี่ยม
มาตรฐานที่ 5 กระบวนการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรม
มาตรฐานท่ี 6 กระบวนการนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใ์ ช้ ยอดเยี่ยม
ยอดเยย่ี ม
ในในสถานศึกษา
ประกาศ ณ วันที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. 256๓
(นางสาวลายงค์ อุ้นว้นุ )
ประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรยี นสตรมี ารดาพทิ กั ษ์
การกาหนดมาตรฐานการศึกษา และคา่ เปา้ หมายความสาเร็จของโรงเรียน
ระดบั การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน ปีการศกึ ษา 256๓
มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา เป้าหมาย
ความสาเร็จ
มาตรฐานท่ี 1 คณุ ภาพของผูเ้ รียน รอ้ ยละ 90.83 ยอดเยี่ยม
1.1 ผลสัมฤทธ์ิทางวิชาการของผู้เรียน รอ้ ยละ 91.66
1) ผู้เรยี นร้อยละ ๙๐ มคี วามสามารถในการอ่าน การเขียน การสอ่ื สาร และการคิด ยอดเยี่ยม
ยอดเย่ียม
คานวณ
2) ผเู้ รียนร้อยละ 90 มคี วามสามารถในการคิดวิเคราะห์ คดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ ยอดเยี่ยม
อภปิ รายแลกเปลยี่ นความคดิ เห็น และแกป้ ัญหา
3) ผ้เู รียนร้อยละ 90 มีความสามารถในการสรา้ งนวตั กรรม
4) ผเู้ รียนรอ้ ยละ 90 มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร
5) ผเู้ รียนร้อยละ 100 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสตู รสถานศึกษา
6) ผู้เรยี นร้อยละ 90 มีความรู้ ทักษะพื้นฐาน และเจตคตทิ ด่ี ตี ่องานอาชีพ
1.2 คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ของผเู้ รียน ร้อยละ 90
1) ผเู้ รยี นร้อยละ 90 มีคุณลักษณะและค่านยิ มที่ดตี ามท่ีสถานศึกษากาหนด
2) ผูเ้ รยี นรอ้ ยละ 90 มคี วามภูมิใจในท้องถิ่นและความเปน็ ไทย
3) ผ้เู รยี นรอ้ ยละ 90 ยอมรบั ทจี่ ะอยรู่ ว่ มกันบนความแตกต่างและหลากหลาย
4) ผ้เู รียนร้อยละ 90 มสี ขุ ภาวะทางร่างกาย และจิตสงั คม
มาตรฐานท่ี 2 กระบวนการบรหิ ารและการจัดการ
2.1 มเี ป้าหมายวิสยั ทศั น์และพนั ธกิจทส่ี ถานศึกษากาหนดชดั เจน ระดับยอดเยี่ยม
2.2 มีระบบบริหารจัดการคณุ ภาพของสถานศึกษา ระดับยอดเยยี่ ม
2.3 ดาเนินงานพฒั นาวิชาการทีเ่ น้นคุณภาพผูเ้ รียนรอบด้านตามหลกั สูตรสถานศกึ ษาและ
ทกุ กลุม่ เป้าหมาย ระดบั ยอดเยย่ี ม
2.4 พฒั นาครแู ละบคุ ลากรให้มคี วามเชี่ยวชาญทางวชิ าชพี ระดบั ยอดเย่ียม
2.5 จดั สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้อยา่ งมคี ุณภาพ
ระดับยอดเยย่ี ม
2.6 จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนนุ การบริหารจดั การและการจดั การ
เรยี นรู้ ระดับยอดเยย่ี ม
มาตรฐานท่ี 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เนน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคญั รอ้ ยละ 90
3.1 ครรู ้อยละ 90 จดั การเรยี นรู้ผา่ นกระบวนการคิดและปฏิบตั ิจรงิ และสามารถ
นาไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตได้
3.2 ครรู ้อยละ 90 ใช้สือ่ เทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรทู้ เ่ี อ้ือตอ่ การเรยี นรู้
3.3 ครรู อ้ ยละ 90 มกี ารบริหารจัดการชนั้ เรียนเชิงบวก
3.4 ครรู อ้ ยละ. 90 ตรวจสอบและประเมินผูเ้ รียนอยา่ งเป็นระบบและนาผล
มาพัฒนาผเู้ รียน
3.5 ครรู ้อยละ 90 มีการแลกเปลยี่ นเรยี นรูแ้ ละให้ข้อมูลสะท้อนกลบั เพื่อพัฒนา
และปรับปรงุ การจัดการเรียนรู้
มาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษา เป้าหมาย
ความสาเรจ็
มาตรฐานที่ ๔ กระบวนการจัดการศึกษาคาทอลิกใหเ้ ปน็ ไปตามอัตลกั ษณข์ องการศึกษา ยอดเยี่ยม
คาทอลิก รอ้ ยละ 94.17 ยอดเย่ียม
1. ส่งเสริมบคุ ลากรและผู้เรียนให้ดารงตนตามอตั ลักษณ์ของการศึกษาคาทอลิก
ร้อยละ 97.5 ยอดเย่ียม
๑.๑ สถานศึกษาจัดกจิ กรรมมุ่งเนน้ งานอภิบาล และการอบรม หล่อหลอมบุคลากร และ
ยอดเย่ียม
ผเู้ รยี นส่คู วามเปน็ มนษุ ย์ท่สี มบรู ณท์ งั้ ร่างกาย สตปิ ัญญา จติ ใจ และจติ วญิ ญาณด้วย
จติ ตารมณ์แห่งพระวรสาร รอ้ ยละ 100
1.2 สถานศกึ ษาส่งเสริมให้บุคลากรและผเู้ รียนดาเนินชวี ติ ในหนทางของความเปน็ หนงึ่
เดียวกันกบั ผู้อื่น และสรา้ งสันติสุขในสังคมไทย ร้อยละ 100
1.3 สถานศกึ ษาเปน็ สนามเผยแผ่ธรรม ประกาศข่าวดีแหง่ ความรักของพระเจา้ ซ่ึงนาความ
รอดพน้ สชู่ วี ติ นิรันดร รอ้ ยละ 100
1.4 สถานศกึ ษาส่งเสริมใหบ้ ุคลากรและนักเรียนใหม้ ีจิตอาสาและเปน็ ผ้นู าการเปลีย่ นแปลง
ในสังคม ร้อยละ 90
2. ดาเนนิ งานพัฒนาบุคลากรและผู้เรียนให้มีคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ตามอัตลักษณข์ อง
การศึกษาคาทอลิก รอ้ ยละ 95.00
2.1 สถานศึกษาส่งเสริมให้บคุ ลากรและผเู้ รยี นรักเมตตา รบั ใช้-รกั ท่ีจะทาความดี รกั และ
เคารพในคุณค่าและศกั ดิ์ศรีของตนเองและผู้อื่น รอ้ ยละ 100
2.2 สถานศึกษาส่งเสริมให้บคุ ลากรและผเู้ รียนซอ่ื ตรง / ซอื่ สัตย์ – มปี รชี าญาณ ในการ
ดารงตนอยู่ในความจรงิ รู้จักแสวงหาความจริง ร้อยละ 100
2.3 สถานศึกษาส่งเสริมให้บุคลากรและผูเ้ รียนกตญั ญูรู้คุณ - รคู้ ุณตอ่ พระเจ้า สงิ่ สรา้ งและ
ผมู้ ีพระคุณ และตระหนักในความดีทีผ่ ูอ้ ่นื มอบให้ตน รอ้ ยละ 100
2.4 สถานศึกษาส่งเสริมให้บคุ ลากรและผู้เรยี นพอเพียง มภี ูมิคุ้มกนั - เฉลียวและฉลาด
รอบคอบ พรอ้ มรับการเปลย่ี นแปลง รอ้ ยละ 90
2.5 สถานศึกษาส่งเสริมให้บุคลากรและผู้เรียนรักกันฉันพนี่ อ้ ง-ดาเนนิ ชวี ิตเป็นหน่งึ เดียว
ชว่ ยเหลอื เกือ้ กูลกัน บนพ้นื ฐานของความเสมอภาคและเทา่ เทยี มกัน เคารพในความ
แตกต่างทางความเชื่อศาสนาและวัฒนธรรม รอ้ ยละ 90
2.6 สถานศึกษาส่งเสริมให้บุคลากรและผเู้ รยี นมงุ่ ความเปน็ เลศิ - ใฝร่ ้ใู ฝ่เรียน รูร้ อบ และ
มงุ่ พฒั นาสู่ความเป็นเลศิ เตม็ ตามศกั ยภาพแหง่ ตน ร้อยละ 90
3. จัดกิจกรรมแบบคาทอลิกให้บุคลากรและผู้เรียนรู้จักช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสตามจิต
ตารมณ์ของพระสังฆราช ลมั แบรต์ เดอ ลามอ็ ต ร้อยละ 90
3.1 สถานศึกษามีแผนงาน/โครงการ ท่ีส่งเสริมให้บุคลากรและผเู้ รยี นเปน็ ไปตาม
อัตลกั ษณ์ของสถานศึกษา ร้อยละ 100
3.2 สถานศึกษาจัดกิจกรรมกองหน้าร่าเริง ยุวธรรมทูต พลศีล และวายซีเอสที่เป็น
กิจกรรมแบบคาทอลิกให้บุคลากรและผู้เรียนเข้าร่วมและปฏิบัติ รอ้ ยละ 100
3.3 สถานศึกษาจัดกิจกรรมวันสาคัญทางศาสนาให้บุคลากรและผู้เรียนเข้าร่วมและ
ปฏิบัติ รอ้ ยละ 100
มาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษา เป้าหมาย
ความสาเร็จ
มาตรฐานที 5 กระบวนการพฒั นาโรงเรยี นคณุ ธรรม ร้อยละ 96.5 ยอดเยี่ยม
1. มีการบริหารจดั การและจัดกจิ กรรมทส่ี ่งเสริมคณุ ธรรมจรยิ ธรรม รอ้ ยละ 97.5 ยอดเยี่ยม
1.1 สถานศึกษากาหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาในการประกันคุณภาพภายใน
ยอดเยี่ยม
สถานศกึ ษา ร้อยละ 100 ยอดเย่ียม
1.2 สถานศึกษามแี ผนพฒั นาการจัดการศึกษา แผนปฏบิ ตั กิ ารประจาปี การดาเนินงาน ยอดเย่ียม
โรงเรยี นคุณธรรมใหส้ อดคล้องกับมาตรฐานของสถานศกึ ษา ร้อยละ 100 ยอดเยี่ยม
1.3 ผ้มู สี ว่ นเก่ยี วข้องในสถานศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสาคัญในการ ยอดเยี่ยม
ยอดเย่ียม
ดาเนินงานโรงเรียนคณุ ธรรม ร้อยละ 90
1.4 สถานศึกษามีคณะกรรมการดาเนนิ งานโรงเรยี นคุณธรรม ร้อยละ 100
2.บุคลากรและผูเ้ รียนปฏบิ ัติตนเป็นแบบอย่างทด่ี ตี ามศาสนาที่ตนเองนับถอื ร้อยละ 100
2.1 สถานศึกษามแี ผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ที่ส่งเสริมใหบ้ คุ ลากรและนักเรยี นดา้ น
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ร้อยละ 100
3. บคุ ลากรและผ้เู รียนดาเนินชวี ิตท่ีสอดคลอ้ งกบั วฒั นธรรมและประเพณที ีด่ ีงามของไทย
3.1 สถานศึกษามแี ผนวาน/โครงการ/กจิ กรรม ท่สี ่งเสริมให้บคุ ลากรและนักเรยี นดา้ น
วถิ ีไทย ร้อยละ 100
4. มีโครงงานคุณธรรมเป็นเครอื่ งมือในการพฒั นาบคุ ลากรและผูเ้ รยี นเป็นคนดใี ห้
บ้านเมืองตามคณุ ธรรมอตั ลักษณ์ของโรงเรยี น รอ้ ยละ 95
4.1 สถานศึกษามกี ารสรา้ งการรับร้แู ละการยอมรบั ในโรงเรยี น ร้อยละ 90
4.1 สถานศึกษามีสร้างครแู กนนานกั เรียนแกนนา ร้อยละ 90
4.3 สถานศึกษามกี าหนดเปา้ หมายการเปลีย่ นแปลงของโรงเรยี น
(คุณธรรมอตั ลกั ษณ์ของโรงเรียน) ร้อยละ 100
4.4 สถานศึกษามกี าหนดวธิ กี ารเพื่อบรรลเุ ปา้ หมาย (คุณธรรมอัตลักษณ์) ร้อยละ 100
4.5 บุคลากรและผู้เรยี นลงมือปฏิบัติเพื่อบรรลเุ ป้าหมายการเปลย่ี นแปลงของโรงเรยี น
(คุณธรรมอัตลกั ษณ)์ รอ้ ยละ 90
4.6 สถานศึกษาสรา้ งกลไกลการขบั เคล่ือนโรงเรียนคุณธรรม ร้อยละ 100
5. บคุ ลากรและผเู้ รียนมจี ิตอาสาทาความดีด้วยหัวใจ ร้อยละ 90
5.1 บุคลากรและผเู้ รยี นมีจติ อาสาดา้ นสังคมไม่น้อยกวา่ 50 ชวั่ โมง ร้อยละ 90
5.2 บุคลากรและผ้เู รยี นจิตอาสาด้านส่งิ แวดลอ้ มไม่น้อยกว่า 50 ช่วั โมง รอ้ ยละ 90
5.3 บุคลากรและผเู้ รยี นจิตอาสาด้านการศึกษาไมน่ ้อยกว่า 50 ชวั่ โมง รอ้ ยละ 90
มาตรฐานที่ ๖ กระบวนการนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและหลกั นติ ธิ รรม
มาประยกุ ต์ใช้ในสถานศกึ ษา รอ้ ยละ 93.13
1. การบริหารจัดการสถานศกึ ษาอย่างพอเพียง รอ้ ยละ 100
1.1 สถานศกึ ษามีนโยบายน้อมนาหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี งมาขบั เคลื่อนใน
สถานศกึ ษา ร้อยละ 100
1.2 สถานศกึ ษานาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมากาหนดไว้ในแผนงาน/โครงการ/
กิจกรรมในแผนปฏบิ ตั งิ านประจาปี รอ้ ยละ 100