รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 165 • พัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ อุดรธานีหนองบัวลำภูและชัยภูมิโดยพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ เชิงสร้างสรรค์และมีชีวิต ออกแบบการจัดแสดง จัดนิทรรศการ มัลติมีเดีย กิจกรรมต่าง ๆ ให้ ผู้ชมมีส่วนร่วม มีความสนุก รื่นรมย์เสมอ (play and learn) ทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ เพื่อขยายฐานนักท่องเที่ยวที่สนใจ ปรับปรุงสิ่งอำานวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยวให้ได้ มาตรฐาน โฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเข้าสู่แหล่ง ท่องเที่ยวเพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายและกลับมาได้บ่อยครั้ง • พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวกให้ได้มาตรฐาน ดูแลความปลอดภัย ให้ นักท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว และพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงใน ลักษณะเครือข่าย เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักไปสู่ชุมชนและท้องถิ่น เชื่อมโยง กิจกรรมการท่องเที่ยวระหว่างภาคเอกชนกับชุมชนและท้องถิ่น ทั้งในประเทศและกับ ประเทศเพื่อนบ้านที่สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว รวมทั้งพัฒนาทักษะฝีมือ บุคลากรในภาคบริการและการท่องเที่ยว จัดฝึกอบรมมัคคุเทศก์ด้านภาษาต่างประเทศ นอกจากนั้น พัฒนาสินค้า OTOP สินค้าวิสาหกิจชุมชน ของที่ระลึก ร้านอาหาร ที่พักให้มี คุณภาพดี โดยเน้นการให้บริการด้านอาหารพื้นถิ่นที่สะอาด ปลอดภัย รวมถึงระบบการ จัดการสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยว นอกจากนี้ ควรกำหนดแนวทางและดำเนินการพัฒนาให้สอดคล้องกับ แผนพัฒนาการท่องเที่ยว แห่งชาติฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566-2570) เป็นกรอบทิศทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยใน พ.ศ. 2566-2570 เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวม โดยมีเป้าหมายหลักคือ “การพลิกโฉมการท่องเที่ยว ไทยเพื่ออนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน (Building Forward a Better Tourism for All)” ภายใต้วิสัยทัศน์ “การท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอุตสาหกรรมที่เน้นคุณค่า มีความสามารถในการปรับตัว เติบโตอย่าง ยั่งยืนและมีส่วนร่วม” (Rebuilding High Value Tourism Industry with Resilience, Sustainability, and Inclusive Growth)” แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมต่อการ เปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงทุกรูปแบบ และพร้อมที่จะเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งจาก ภายใน มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ พัฒนาการท่องเที่ยวให้มีความทันสมัยผ่านการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัลและนวัตกรรม การยกระดับบุคลากรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้มีคุณภาพ เข้าใจ และสามารถปรับตัวให้เข้ากับบริบทของการท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Normal) โดยเฉพาะการฟื้นตัวจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตลอดจนให้ความสำคัญกับการบูรณการร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น และภาคประชาชน ในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับที่ 3 ดังกล่าว ซึ่งแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 นี้ ได้ผ่านกระบวนการรับฟังและระดมความคิดเห็นจาก มีผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ และภาคประชาชน ทั้งในส่วนกลางและใน ส่วนภูมิภาค โดยแผนพัฒนาดังกล่าว เป็นแผนระดับ 3 ที่มีความครอบคลุม เชื่อมโยง และสอดคล้องกับ
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 166 ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นด้านท่องเที่ยว รวมถึงร่างกรอบและทิศทางของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่ยังคงมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว ในฐานะที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไปในอนาคต อีกทั้งยังได้ ให้ความสำคัญกับแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจ BCG ที่มุ่งพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้วยการบริหาร จัดการการท่องเที่ยวเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 ครอบคลุมถึงหลักการของความยั่งยืน สอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจะมีส่วนช่วยส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืน SDGs ของประเทศไทยได้ ครบทั้ง 17 เป้าหมาย นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนกรอบแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับ ที่ 13 สู่การสร้างเศรษฐกิจมูลค่าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างสังคมแห่งโอกาสและความเท่าเทียม การมีวิถีชีวิตที่ ยั่งยืนและการพัฒนาปัจจัยสนับสนุนการพลิกโฉมประเทศไทย เพื่อพลิกโฉมประเทศไทยสู่การเป็น Hi- Value and Sustainable Thailand หัวใจหลักของการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยในอนาคต ซึ่งหัวใจหลัก ของการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยในอนาคต จะมุ่งเน้นไปที่การดำเนินการเพื่อพัฒนาและยกระดับ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้มีความเข้มแข็ง ต่อยอดการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงและ พัฒนาอุตสาหกรรมให้สอดรับกับภาวะความปกติถัดไป เพื่อการเติบโตอย่างครอบคลุมด้วยการพัฒนาแบบ องค์รวม โดยจะเป็นการพลิกโฉมการท่องเที่ยวของไทยไปอย่างสิ้นเชิง เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการท่องเที่ยว มีความเข้มแข็งและสมดุล การยกระดับความเชื่อมโยงและโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว การสร้างความเชื่อมั่น และมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณค่าสูง และการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนซึ่งจะส่งผลกระทบ เชิงบวกต่อสังคมที่ประชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน เศรษฐกิจฟื้นตัว ตลอดจน เกิดความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน วิสัยทัศน์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2579 พัฒนาอย่างบูรณาการกับกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องในทุกระดับ ได้แก่ ระดับประเทศ เช่น ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2561-2565) รวมถึงระดับนานาชาติ เช่น แผนยุทธศาสตร์การ ท่องเที่ยวอาเซียน (พ.ศ. 2559-2568) แผนการตลาดการท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (พ.ศ. 2558-2563) กรอบ ความร่วมมือระหว่างประเทศอื่น ๆ เช่น CLMVT (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย) เป็นต้น ดังนั้น จึงได้มีการ กำหนดวิสัยทัศน์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2579 ว่า “ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำของโลกที่ เติบโตอย่างมีดุลยภาพบนพื้นฐานความเป็นไทย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และกระจายรายได้ สู่ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน” เพื่อเป็นกรอบชี้นำการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว ซึ่งเป็นผล สังเคราะห์จากการวิเคราะห์และประเมินผลกระทบจากบริบทสภาพแวดล้อมและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงใน ระยะยาว รวมทั้งได้มีการผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ระยะ 20 ปี จึงได้มีการวางแนวทางการพัฒนาซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อวางรากฐาน และแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาการท่องเที่ยว เพื่อการเตรียมความพร้อมของอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวสู่การเติบโตในอนาคต โดยยุทธศาสตร์การพัฒนาที่เกี่ยวข้อง คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาคุณภาพ แหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการพัฒนาให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน เนื่อง
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 167 ด้วยพื้นฐานการเติบโตของการท่องเที่ยวนั้นมีปัจจัยหลักที่คุณภาพของแหล่งท่องเที่ยว สินค้า และบริการ ที่ต้องได้ มาตรฐานระดับสากลและมีเอกลักษณ์โดดเด่น การพัฒนาต้องเกิดขึ้นอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความสมดุล ทั้งในด้านพื้นที่ เวลา และกลุ่มการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมการกระจายนักท่องเที่ยวและรายได้จากนักท่องเที่ยว ซึ่งจะ ช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย การค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะช่วยสร้างอัตลักษณ์ให้ชุมชนเข้มแข็ง มากขึ้น ประกอบกับกระแสนิยมจากภายนอกที่มีบทบาทในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพในชุมชน เพื่อตอบสนองความสนใจไดโนเสาร์ของคนภายนอก ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีที่สำคัญใน ชุมชน หากมีการส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชนแหล่งขุดค้นเป็นอย่างมาก แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ให้กับคนในพื้นที่ ย่อมจะช่วยสร้างผลประโยชน์ทั้งต่อชุมชนและต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับอย่างไรก็ตาม ขณะที่ความเปลี่ยนแปลง ในชุมชนถูกผลักดันจากกระแสความสนใจไดโนเสาร์จากคนนอกพื้นที่ แต่การศึกษาเชิงวิชาการในปัจจุบันยังไม่ มีการระบุที่มาของกระแสความนิยมไดโนเสาร์ในประเทศไทยที่ชัดเจนทำให้การศึกษาการเกิดกระแสนิยม ไดโนเสาร์ภายในประเทศไทยถูกจำกัดอยู่ในกรอบของกระแสนิยมหลักของต่างประเทศ เช่น ในการศึกษาของ Cohen (2010) ที่ระบุว่ากระแสความนิยมไดโนเสาร์ของประเทศไทยเกิดขึ้นมาจากภาพยนตร์เรื่องจูราสซิก ปาร์คเป็นปัจจัยหลัก ทั้งที่จริงแล้วจากหลักฐานหลายอย่างสะท้อนให้เห็นกระแสความนิยมไดโนเสาร์ที่เกิด ขึ้นมาก่อน โดยกระแสนิยมนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการสร้างอัตลักษณ์ในทุกระดับ แนวทางการส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชนแหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ ควรมีการส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยน องค์ความรู้ระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อันได้แก่ การส่งเสริมให้ชุมชนมีความรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์มากขึ้น ส่งเสริมให้นักวิชาการมีความรู้เกี่ยวกับชุมชน และส่งเสริมให้หน่วยงานทางวิชาการภายนอกเข้ามาศึกษาและ สร้างองค์ความรู้เฉพาะให้กับชุมชนมากขึ้น หลังจากมีองค์ความรู้แล้ว ควรจะมีการส่งเสริมให้เกิดการผนวกอัต ลักษณ์ใหม่เข้ากับวิถีชีวิตเดิม ในด้านอาชีพ คติชน และวัฒนธรรมประเพณี เพื่อให้อัตลักษณ์ใหม่คงอยู่ ร่วมกับอัตลักษณ์เดิมได้อย่างกลมกลืน การปรับตัวที่สะท้อนให้เห็นการยอมรับอัตลักษณ์ที่เกิดขึ้นใหม่ในอีก รูปแบบหนึ่ง คือ การปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์เติมเข้ากับอัตลักษณ์ใหม่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะพบในร้านค้าเชิง พาณิชย์ในพื้นที่ใกล้เคียงกับพิพิธภัณฑ์ เช่น ร้านอาหารหน้าพิพิธภัณฑ์ที่นำคำว่า “ไดโนเสาร์” มาเป็นส่วนหนึ่ง ของชื่อร้าน แต่ในพื้นที่ที่ห่างจากพิพิธภัณฑ์ก็ยังคงพบการปรับตัวในลักษณะคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง และลดลง เรื่อย ตามระยะห่างจากแหล่งท่องเที่ยวการปรับตัวทั้งในรูปแบบของการสร้างรูปปั้นและ การปรับเปลี่ยนชื่อ ร้านเป็นการปรับตัวในรูปแบบของการผสม (Mixed) คือ การนำอัตลักษณ์ใหม่เข้ามาผนวกกับอัตลักษณ์เดิม โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนแบบแผน รูปแบบของอัตลักษณ์ที่เป็นองค์ประกอบ การปรับเปลี่ยนในลักษณะนี้แสดง ให้เห็นชัดเจนในของที่ระลึกของชุมชนในพื้นที่ที่มีการนำโปงลางซึ่งเป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่มีอยู่ก่อน และหุ่นปั้น ไดโนเสาร์ที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่เกิดขึ้นมาใหม่มาผสมกันเป็นผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก เพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ ชุมชนแหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ที่จำเพาะกับพื้นที่ และสร้างความแตกต่างกับอัตลักษณ์ชุมชนแหล่งขุดค้น ไดโนเสาร์ในพื้นที่อื่น ๆ การปรับตัวตามอัตลักษณ์ใหม่อีกรูปแบบหนึ่งที่พบในชุมชน คือ การปรับตัวในลักษณะ ของการผสาน (Merged) โดยการนำอัตลักษณ์เดิมมาผสมผสานกับอัตลักษณ์ใหม่ที่เกิดขึ้น มีการปรับเปลี่ยน รูปแบบของอัตลักษณ์ที่นำมาเป็นองค์ประกอบ โดยตัวอย่างที่พบ คือ ผ้าทอไดโนเสาร์ ซึ่งเป็นการนำอัตลักษณ์ เดิมของชุมชนคือ การทอผ้าไหมแพรวา มาผสมกับอัตลักษณ์ใหม่ คือ ไดโนเสาร์
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 168 5.7 ศักยภาพและความพร้อมของพื้นที่ที่พบไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์ 5.7.1 แหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย การศึกษาซากดึกดำบรรพ์ทุกชิ้นจำเป็นจะต้องรู้ถึงแหล่งที่มาของซากดึกดำบรรพ์ชิ้นนั้น เพื่อให้ทราบ ถึงข้อมูลในด้านอื่น ๆประกอบการศึกษาวิจัย ฉะนั้น แหล่งซากดึกดำบรรพ์จึงมีความสำคัญเพื่อให้เกิดการ คุ้มครอง อนุรักษ์ และพัฒนาอย่างยั่งยืน หากแหล่งซากดึกดำบรรพ์ใดในประเทศไทยมีความสำคัญตรงตาม หลักเกณฑ์การประกาศให้เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียน เช่น เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ชนิดใหม่ หรือเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ดัชนี หรือเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่มีซากดึกดำบรรพ์เป็นจำนวนมากที่สุด เท่าที่เคยพบ จึงต้องประกาศกำาหนดให้เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงทางธรณีวิทยาของประเทศ รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชน และเยาวชนรุ่นหลังสืบต่อไป โดยแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ช่วงปี พ.ศ. 2554-25642 โดยแต่ละแหล่งมีการสำรวจพบโดยสรุปดังนี้ 2 กรมทรัพยากรธรณี. (2564). แหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ช่วงที่ พ.ศ. 2554-2564 (ฉบับที่ 2). กรุงเทพฯ. 108 หน้า. กันยายน 2564.
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 169 ที่มา : หนังสือแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2554 - 2564 (ฉบับที่่2) รูปที่ 5.7-1 แหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 170 จุดที่ขุดพบไดโนเสาร์กระจายอยู่มากที่สุดในจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังภาพ รูปที่ 5.7-2 จุดค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ในประเทศไทย
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี ตารางที่ 5.7-1 แหล่งซากดึกดำบ
การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน 171 บรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี ตารางที่ 5.7-1 แหล่งซากดึกดำบรรที่มา : หนังสือแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2554 - 2564 (ฉบับที่่2
การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน 172 พ์ที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย (ต่อ) )
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 173 ที่มา : https://www.khoratcuesta.net/dinosuar-footprint รูปที่ 5.7-3 แหล่งชุมนุมรอยทางเดินและรอยตีนไดโนเสาร์ในประเทศไทย
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 174 5.7.2 แหล่งซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ ร่องรอยซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์และสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ที่ถูกขุดค้นพบในพื้นที่ประเทศไทย3 โดยเฉพาะในพื้นที่ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดเลย จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดนครพนม และพื้นที่เชื่อมโยงอื่น ๆ ซึ่งแต่ละแหล่งที่พบจะ ปรากฏความหลากหลายของชนิดและจำนวนซากดึกดำบรรพ์ที่แตกต่างกันออกไป โดยกรมทรัพยากรธรณีได้ จัดทำทำเนียบซากดึกดำบรรพ์ชนิดใหม่ที่พบครั้งแรกในประเทศไทย และกรมทรัพยากรธรณี ได้จัดทำแหล่ง ซากดึกดึกดำบรรพ์ที่่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2554-2564 ทั้งนี้ ในเบื้องต้นแหล่งซากดึกดึกดำบรรพ์ที่่ขึ้น ทะเบียนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2554-2564 ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าว สรุปได้ดังนี้ 1)แหล่งรอยตีนไดโนเสาร์ท่าอุเทน “แหล่งรอยตีน ไดโนเสาร์ที่มากที่สุดในเอเชียอาคเนย์” จังหวัดนครพนม แหล่งรอย ตีนไดโนเสาร์ท่าอุเทน ตั้งอยู่ในบ่อเหมืองหินทรายเก่า ตำบล พนอม อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2544 ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งซากดึกดําบรรพ์ที่ขึ้น ทะเบียนตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองซากดึกดําบรรพ์ พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2554 และถือเป็นแหล่งซากดึกดําบรรพ์ที่ ขึ้นทะเบียนแห่งแรกของประเทศไทย 2)แหล่งรอยตีนไดโนเสาร์ภูแฝก “ร่องรอยของนักล่าขนาด ใหญ่แห่งเทือกเขาภูพาน” จังหวัดกาฬสินธุ์“ภูแฝก” เป็นส่วนหนึ่งของ เทือกเขาภูพาน ตั้งอยู่ในเขตตําบลภูแล่นช้าง อําเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ รอยตีนไดโนเสาร์ ที่พบในภูแฝก ถูกค้นพบในห้วยผึ้ง เมื่อปี พ.ศ. 2539 ได้รับ การประกาศให้เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองซากดึกดําบรรพ์ พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 โดยได้รับการอนุรักษ์มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 3 หนังสือแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2554 - 2564 (ฉบับที่่2)
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 175 3)แหล่งซากไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว "ไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์ที่สุดใน เอเชียอาคเนย์" จังหวัดกาฬสินธุ์“ภูกุ้มข้าว” เป็นภูเขาลูกเล็ก ๆ ในพื้นที่ ตําบลโนนบุรี อําเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีการค้นพบซากดึกดําบรรพ์ ครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2537 ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งซากดึกดําบรรพ์ ที่ขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ซากดึกดําบรรพ์ พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557 4)แหล่งปลาโบราณภูน้ำจั้น “สุสานปลาโบราณยุคไดโนเสาร์” จังหวัดกาฬสินธุ์“ภูน้ำจั่น” เป็นแหล่งซากปลาโบราณ ตั้งอยู่บริเวณบ้านดง เหนือตําบลเหล่าใหญ่ อําเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ มีการค้นพบซากดึก ดําบรรพ์เมื่อปี พ.ศ. 2540 ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งซากดึกดําบรรพ์ที่ ขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดําบรรพ์ พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557 ปัจจุบันได้การพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้ด้านธรณีวิทยาและซากดึกดําบรรพ์ มีการสร้างอาคาร นิทรรศการและสิ่งอํานวยความสะดวก ภายใต้ความดูแลขององค์การบริหาร ส่วนตําบลเหล่าใหญ่ โดยพัฒนาให้เป็น “อุทยานภูน้ำจั้น” อยู่ในพื้นที่ป่าสงวน แห่งชาติภูโหล่ย 5)แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูเวียง หลุมขุดค้นที่ 1 (ภูประตูตีหมา) “แหล่งไดโนเสาร์ภูเวียง เจ้าฟ้าสิรินธร” จังหวัดขอนแก่น “ภูประตูตีหมา” ตั้งอยู่บนยอดเขาทางทิศตะวันออกของที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเวียง ตําบล ในเวียงอําเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เป็น แหล่งซากดึกดําบรรพ์ที่ค้นพบ เมื่อปี พ.ศ. 2525 ได้รับการประกาศเป็นแหล่งซากดึก ดําบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองซาก ดึกดําบรรพ์ พ.ศ.2551 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ปัจจุบันมีการสร้างอาคารคลุมหลุมขุดค้นไว้ และ มีนิทรรศการแสดงชิ้นส่วนซากดึกดําบรรพ์ที่ค้นพบ
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 176 6)แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูเวียง หลุมขุดค้นที่ 4 (โนนสาวเอ้) “แหล่งอนุบาลไดโนเสาร์ภูเวียง”จังหวัด ขอนแก่น “โนนสาวเอ้” เป็นเนินเตี้ย ๆ ตั้งอยู่ทางทิศ เหนือ ไป 4กิโลเมตร จากที่ทําการอุทยานแห่งชาติภูเวียง ตําบลในเวียง อําเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เป็นแหล่ง ซากดึกดําบรรพ์ที่ค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2533 ได้รับการ ประกาศให้เป็นแหล่งซากดึกดําบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดําบรรพ์ พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ในปัจจุบันยังไม่ได้พัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ด้วยสภาพที่เป็นป่ารก และ ยังคงพบซากดึกดําบรรพ์แต่เป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ กระจายอยู่บริเวณกว้าง ไม่มีการเปิดหน้าดินเพิ่มเติม 7)แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูเวียง หลุมขุดค้นที่ 5 (ซำหญ้าคา) “แหล่งไดโนเสาร์นกกระจอกเทศของ ไทย” จังหวัดขอนแก่น “ซำหญ้าคา” เป็นพื้นที่ลานกว้าง ตั้งอยู่ในตําบลในเวียง อําเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ห่างจากที่ทําการอุทยานแห่งชาติภูเวียงไปทางทิศใต้ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหล่งซากดึกดําบรรพ์ที่ ค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2534 ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งซากดึกดําบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองซากดึกดําบรรพ์ พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ในปัจจุบันยังไม่ได้พัฒนาเป็นแหล่ง เรียนรู้ สภาพพื้นที่หลุมขุดค้นมีการค้นพบชิ้นส่วนกระดูกเล็กน้อย และยังพบร่อยรอยสภาพหลุมขุดค้นที่มีการ เปิดหน้าดินให้เห็นตั้งแต่เมื่อครั้งอดีต 8)แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูเวียง หลุมขุดค้นที่ 8 (หินลาดป่าชาด) “รอยสัตว์ดึกดําบรรพ์แห่งภูเวียง” จังหวัดขอนแก่น “หินลาดป่าชาด” เป็นชื่อเรียก ท้องถิ่นของลานหินแห่งหนึ่ง ในเขตอุทยานแห่งชาติ ภูเวียง ตําบลในเวียง อําเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ในปี พ.ศ. 2532 ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งซาก ดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ปัจจุบันสภาพพื้นที่สามารถเดินทางไปได้ สะดวก เนื่องจากมีถนนลาดยางไปถึงบริเวณขุดค้น และพื้นที่ใกล้เคียงยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น น้ำตก และมีจุดชมวิวที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทัศนียภาพรอบ ๆ หุบเขาภูเวียงได้อีกด้วย
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 177 9)แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูเวียง หลุมขุดค้นที่ 9 (หินลาดยาว) “แหล่งไดโนเสาร์กินเนื้อแห่งภูเวียง” จังหวัดขอนแก่น “หินลาดยาว” เป็นลานหินที่ตั้งอยู่ ทางทิศเหนือไปประมาณ 2 กิโลเมตร จากที่ทําการ อุทยานแห่งชาติภูเวียง ตําบลในเวียง อําเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เป็นแหล่งซากดึกดําบรรพ์ที่ถูก ค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2536 ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งซากดึกดําบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองซากดึกดําบรรพ์ พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ปัจจุบันมีการสร้างอาคารคลุมหลุมขุด ค้นถาวร และมีนิทรรศการแสดงโดยรอบอาคาร และตลอดเส้นทางเดินเท้าก่อนถึงพื้นที่แหล่งซากดึกดําบรรพ์ 10) แหล่งรอยตีนไดโนเสาร์ภูเก้า “รอยตีนนักล่าน้อยใหญ่ แห่งภูเก้า” จังหวัดหนองบัวลําภู“ภูเก้า” ตั้งอยู่ในเขตอุทยาน แห่งชาติภูเก้า-ภูพานคํา ตําบลนิคมพัฒนา อําเภอโนนสัง จังหวัด หนองบัวลําภู เมื่อ ปี พ.ศ. 2543 ได้รับการประกาศให้เป็นแหล่งซาก ดึกดําบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองซากดึกดำ บรรพ์ พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 ปัจจุบันสภาพพื้ นที่ อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำธรรมชาติ ในฤดูนํ้าหลากร่องรอยดังกล่าวจะถูก ลบเลือนหายไปตามกาลเวลา ปัจจุบันมีร่องรอยที่เด่นชัดที่สุดเพียง 11 รอย จึงควรเร่งดําเนินการอนุรักษ์เพื่อให้แหล่งซากดึกดําบรรพ์ ดังกล่าว คงอยู่ต่อไปได้ และได้มีการสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ซากดึกดําบรรพ์ภายในอุทยานทั้งภายในภูเก้า และภู พานคํา ภายใต้ความร่วมมือของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมทรัพยากรธรณีเพื่อเป็น ศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา ธรรมชาติวิทยา และซากดึกดําบรรพ์ที่สําคัญของ จังหวัดหนองบัวลําภู 11) แหล่งซากดึกดําบรรพ์ภูน้อย “จูแรสสิกพาร์คเมืองไทย” จังหวัดกาฬสินธุ์“ภูน้อย” เป็นภูเขาลูกเล็ก ที่อยู่ตามแนวเทือกเขา ภูพาน บริเวณตํา บลดินจี่ อําเภอคําม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นแหล่ง ซากดึกดําบรรพ์ที่ถูกค้นพบ เมื่อปี พ.ศ. 2551 ได้รับการประกาศให้ เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองซากดึกต่าบรรพ์ พ.ศ. 2551 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ปัจจุบันกําลังอยู่ในช่วงการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและ แหล่งเรียนรู้ด้านซากดึกดำบรรพ์ รวมถึงเป็นพื้นที่ศึกษาวิจัยของ นักวิจัยทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 178 12) แหล่งรอยตีนไดโนเสาร์ภูหลวง “แหล่งรอยตีน ไดโนเสาร์แห่งแรกของไทย” จังหวัดเลย “ภูหลวง” เป็นภูเขาที่ถูก ยกตัวกลายเป็นที่ราบสูง อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของอําเภอภูเรือ อําเภอวังสะพุง อําเภอ ด่านซ้าย และอําเภอภูหลวง จังหวัดเลย มีการค้นพบซากดึกดํา บรรพ์รอยตีนสัตว์ดึกดําบรรพ์ภายในพื้นที่ใกล้กับผาเตลิ่น ตําบล ท่าศาลา อําเภอภูเรือ จังหวัดเลย โดยเจ้าหน้ำที่ของเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้ค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2527 ได้รับการประกาศให้เป็น แหล่งซากดึกดําบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ซากดึกดําบรรพ์ พ.ศ. 2551 ในปี พ.ศ. 2564 ปัจจุบันยั งไม่มีการพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ เนื่องจากอยู่ ห่างไกล ต้องใช้ระยะเวลาเดินเท้าหลายชั่วโมง และเป็นเส้นทางหากินของสัตว์ป่า จึงไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ 5.8 อุทยานธรณีในพื้นที่ศึกษา 5.8.1 โคราชจีโอพาร์ค ความเป็นมา องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก (UNESCO) มีนโยบาย ที่จะอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาที่มีคุณค่าในระดับนานาชาติ และ/หรือแหล่งธรรมชาติอื่นหรือวัฒนธรรมในพื้นที่ที่ เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนและเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจของท้องถิ่น พื้นที่จังหวัดนครราชสีมามี ความอุดมสมบูรณ์ และความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติ รวมไปถึงเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่มี คุณค่าในระดับนานาชาติ อีกทั้งมีแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ ประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ที่ สำคัญยังเป็นจังหวัดเดียวของประเทศไทยที่มีโปรแกรมการอนุรักษ์และริเริ่มขององค์การยูเนสโกอยู่แล้วถึง 2 โปรแกรม คือ 1) มรดกโลก (World Heritage) ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ 2) มนุษย์และชีวมณฑล (Man & Biosphere) พื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าสะแกราช สาหรับโปรแกรมที่ 3) จีโอพาร์คโลกยูเนสโก (UNESCO Global Geopark) นั้น มีคำแนะนาของผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโก ซึ่งเคยมาตรวจสอบพื้นที่ในจังหวัด นครราชสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2558 เห็นว่าพื้นที่ในเขตอำเภอสีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ เมืองนครราชสีมา และ เฉลิมพระเกียรติ เป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการดำเนินการจัดตั้งเป็นจีโอพาร์คโลกได้ในอนาคต ทางจังหวัด นครราชสีมาจึงได้ประกาศให้เป็นจีโอพาร์คระดับจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2558 เพื่อดำเนินการพัฒนา ยกระดับการจัดตั้งจีโอพาร์ค การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตต่อไป ความหมายของ “โคราชจีโอพาร์ค” หมายถึง “พื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคองในเขตอำเภอสีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ เมืองนครราชสีมา และเฉลิม พระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมาที่มีภูมิประเทศเขาเควสตา (เขารูปอีโต้) และฟอสซิล 3 ยุค 1 โดดเด่นเป็น เอกลักษณ์ (Cuesta & Fossil Land) เชื่อมโยงกับระบบนิเวศป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และวิถีชีวิตผู้คนกว่า 4,000 ปี
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 179 ที่มาของชื่อ “โคราชจีโอพาร์ค” “โคราชจีโอพาร์ค หรือ อุทยานธรณีโคราช” ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Khorat Geopark” ด้วยเหตุผล ดังนี้ 1) ในทางธรณีวิทยา “โคราช” หรือ “Khorat” (ราชบัณฑิตยสถาน, 2544) เป็นชื่อกลุ่มหินโคราช (Khorat Group) ที่เป็นชุดของชั้นหินตะกอน รวมความหนามากกว่า 4,000 เมตร รองรับพื้นที่ราบสูงโคราช และจีโอพาร์ค ที่มีอายุอยู่ในช่วง 210 – 65 ล้านปีก่อน และเป็นหินโผล่ให้เห็นชัดเจนในบริเวณริมถนน มิตรภาพของโคราชจีโอพาร์ค รวมทั้งมีเอกสารทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์โลกที่เป็นภาษาต่างประเทศกล่าว อ้างอิงจำนวนมาก 2) ชื่อ “โคราช” หรือ “Khorat” ได้ถูกใช้เป็นชื่อวิทยาศาสตร์ระดับสกุลและชนิดในการจำแนก ฟอสซิลสัตว์สายพันธุ์ใหม่ของโลกหลายชนิด ในวารสารวิทยาศาสตร์นานาชาติ เช่น อุรังอุตังโคราช (Khoratpithecus) จระเข้โคราช (Khoratosuchus) เต่าชนิดที่พบที่โคราช (Kizylkumemys khoratensis) 3) เป็นชื่อเดิมของเมืองนครราชสีมา ปรากฏในหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา ก่อนชื่อเมือง นครราชสีมา โดยเมืองเก่าชื่อ “โคราช” ที่อำเภอสูงเนิน มีอายุมากกว่า 1,000 ปี ขอบเขตอุทยานธรณีโคราช ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอต่อเนื่องกันในบริเวณลุ่มน้ำลำตะคองตอนกลาง ถึงตอนล่าง คือ อำเภอสีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ เมืองนครราชสีมา และเฉลิมพระเกียรติ รวมพื้นที่ 3,167 ตารางกิโลเมตร หรือร้อยละ 15.22 ของพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 180 ความโดดเด่นทางด้านธรณีวิทยาในระดับนานาชาติ (International geological significances) ลักษณะภูมิประเทศเควสตา (Cuesta) หรือเขารูปอีโต้ เควสตาโคราช (Khorat Cuesta) เป็นชื่อเควสตาบริเวณขอบและใกล้ขอบที่ราบสูงโคราช (Khorat Plateau) ของหินทรายหมวดหินพระวิหารและหมวดหินภูพานที่ต้านทานมากกว่าหินโผล่ของหมวดหินอื่น ๆ จึงก่อให้เกิดเป็นเควสตาหรือเขารูปอีโต้ 2 แนวคู่ขนานกัน (Double Cuesta) จำนวนมากกว่า 20 เขา ในพื้นที่ จีโอพาร์ค โดยมีความสูงอยู่ในช่วง 400-800 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เช่น เขายายเที่ยง เขาขนานจิต เขากระโดน เขาสะเดา เขาซับประดู่ เขาปืนแตก เขาเขียว เขาสามสิบส่าง เป็นต้น และอยู่ในเขตอำเภอสีคิ้วกับ อำเภอสูงเนิน เขาเหล่านี้เกิดจากลำตะคองและสาขาไหลตัดผ่านหรือเซาะกร่อน นำตะกอนกรวด ทราย ทราย แป้งและดินเหนียวไปทับถมในที่ราบหรือที่ราบลุ่มจนถึงอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จึงทำให้เกิดภูมิประเทศเขา สลับหุบเขาเป็นแนวในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ ในบริเวณด้านตะวันตกสุด ซึ่งบางส่วนเกิด เป็นช่องเขาน้ำกัด (Water Gap) เช่น บริเวณลำตะคองระหว่างเขายายเที่ยงและเขาเขื่อนลั่น กับเขาขนานจิต และเขาเตียน ทำให้สามารถสร้างเขื่อนลำตะคองได้ ส่วนบริเวณที่ถัดออกมาทางด้านตะวันออก ลำตะคองและ สาขาไหลกัดเซาะพื้นที่มาก่อนหรือนานกว่า จึงเกิดภูมิประเทศเป็นเขาโดด ในพื้นที่ราบลูกคลื่นลอนลาด โดย กระจายตัวเป็นแนวเขาโดดคู่ขนานกับแนวแรกที่กล่าวแล้ว คือ แนวเขาโดดเขาผาแดง – เขาพริก – เขาเขียว
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 181 ซากดึกดำบรรพ์ สิ่งที่เป็นความพิเศษเฉพาะพื้นที่ (Unique) ในทางธรณีวิทยา คือ ฟอสซิลไดโนเสาร์และสัตว์ร่วมยุค จำนวนมากและหลากหลายชนิดในชั้นหินกรวดมนปนปูนที่แทรกสลับชั้นอยู่กับหินทราย ในเขตอำเภอเมือง นครราชสีมา กับฟอสซิลช้างดึกดำบรรพ์และสัตว์ร่วมยุค รวมทั้งไม้กลายเป็นหินที่สะสมตัวอยู่ในชั้นตะกอนร่วน กรวดทราย ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เมืองนครราชสีมา และอำเภอขามทะเลสอ จนอาจกล่าวได้ว่า เมือง โคราช คือ มหานครแห่งบรรพชีวินของโลก หรือเวิร์ลพาลีออนโตโปลิส (World Paleontopolis) 1) แหล่งไดโนเสาร์ ในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา และอำเภอใกล้เคียง เป็นแหล่งพบฟอสซิล ไดโนเสาร์จำนวนนับพันชิ้น ฟันไดโนเสาร์มากกว่า 200 ชิ้น และพบไดโนเสาร์อิกัวโนดอนต์สายพันธุ์ใหม่ของ โลกแล้ว 3 สกุล มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ (Ratchasimasaurus suranareae) สยามโมดอน นิ่มงามมิ (Siamodon nimngami) และ สิรินธรน่า โคราชเอนซิส (Sirindhorna khoratensis) พบจระเข้สายพันธุ์ใหม่ของโลก โคราโตซูคัส จินตสกุลไล (Khoratosuchus jintasakuli) เต่า พันธุ์ใหม่ของโลกชนิด คิซิลคูเมมิส โคราชเอนซิส (Kizylkumemys khoratensis) รวมทั้งไดโนเสาร์พันธุ์กิน เนื้อที่คาดว่ามีความยาวมากกว่า 10 เมตร ในจำพวก “คาร์คาโรดอนโตซอร์” (Carcharodontosaur)
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 182 2) แหล่งฟอสซิลไม้กลายเป็นหิน พบกระจายทั้ง บนผิวดินและใต้ดินในทุกอำเภอของอุทยานธรณี ด้วยความ สวยงามที่มีเนื้อดั่งอัญมณี ความหลากหลายชนิดและ รูปแบบการพบในปริมาณที่มาก และพบเป็นพันธุ์ใหม่ของ โลกหลายชนิดทำให้จังหวัดนครราชสีมาและหลายภาคส่วน ร่วมกันจัดตั้งสถาบันวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน และทรัพยากรธรณีขึ้นในอำเภอเมืองนครราชสีมา และ นับเป็นพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินขนาดใหญ่แห่งแรกของ เอเชียและเป็น 1 ใน 7 แห่งของโลก 3) แหล่งฟอสซิลช้างลุ่มน้ำมูล เป็นแหล่งในอำเภอเฉลิมพระเกียรติและอำเภอเมืองนครราชสีมาใน พื้นที่ราบลุ่มบริเวณจุดบรรจบของลำตะคองกับแม่น้ำมูลที่เป็นสายหลักของภาคอีสาน รวมทั้งในลุ่มน้ำลำเชียง ไกรอีกสาขาหนึ่งของแม่น้ำมูล โดยพบฟอสซิลช้างดึกดำบรรพ์หลากหลายสายพันธุ์ที่สุดในโลกที่มีอายุอยู่ใน ช่วง 16 -0.01 ล้านปีก่อน คือพบถึง 10 สกุล จาก 55 สกุลที่พบทั่วโลก (ร้อยละ 18) ได้แก่ ช้างสี่งา กอมโฟธีเรียม (Gomphotherium)ช้างงาจอบเล็กโปรไดโนธีเรียม (Prodeinotherium) ช้างงาเสียม โปรตานันคัส (Protanancus) เตตระโลโฟดอน (Tetralophodon) สเตโกโลโฟดอน (Stegolophodon) ไซโกโลโฟดอน (Zygolophodon) ช้างงา จอบใหญ่ไดโนธีเรียม (Deinotherium) ช้างสองงาไซโนมาสโตดอน (Sinomastodon) สเตโกดอน (Stegodon)
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 183 และเอลิฟาส (Elephas) แหล่งพบเป็นบ่อทรายริมแม่น้ำมูลในตำบลท่าช้าง และพบร่วมกับสัตว์อื่น ๆ ซึ่งบาง ชนิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ของโลก ได้แก่ อุรังอุตังโคราช (Khoratpithecus piriyai) บรรพบุรุษฮิปโปโบราณ คือ เมอริโคโปเตมัส ท่าช้างเอนซิส (Merycopotamus thachangensis) แรดโคราชไร้นอ (Aceratherium porpani) รวมทั้งฟอสซิลสัตว์อื่น ๆ อีกจำนวนมาก เช่น ยีราฟคอสั้น ม้าสามนิ้วฮิปปาเรียน ฮิปโปโบราณ ชาลิ โคแธร์ เสือเขี้ยวดาบ หมูป่า กวางเขาเกลียว วัวควาย จระเข้ ตะโขง ตะพาบน้ำ หอยกาบ ฯลฯ โดยคาดว่า แหล่งฟอสซิลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมท่าช้าง ซึ่งมีอายุอยู่ในสมัยไมโอซีน-ไพลโอซีน-ไพลสโตซีน มีความสำคัญ เทียบเท่าแหล่งมรดกโลกเมสเซล (Messel) ซึ่งเป็นแหล่งฟอสซิลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในสมัยอีโอซีน (57 – 36 ล้านปีก่อน) ของประเทศเยอรมนี ส่วนในพื้นที่ราบทางตอนเหนือของอำเภอเมืองนครราชสีมา พบฟอสซิลสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยนมสมัยไพลโตซีนตอนปลาย หลากหลายชนิดมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ต่ำกว่า 15 ชนิด เช่น ไฮยีน่า ช้างสเตโกดอน ช้างเอลิฟาส กวางดาว กูปรี ลิงแม็คแคก หมาใน เลียงผาใต้ แรดชวา แรด อินเดีย เป็นต้น มรดกทางธรณีวิทยา ธรรมชาติ และวัฒนธรรม โคราชจีโอพาร์ค มีมรดกทางธรณีวิทยา ธรรมชาติอื่น ๆ และวัฒนธรรมที่สำคัญและสัมพันธ์กัน จำนวน 35 แหล่ง ตารางที่ 1 โดยจำแนกเป็นแหล่งที่มีคุณค่าในระดับนานาชาติ (INT) กรณีที่มีบทความทาง วิชาการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับนานาชาติ ส่วนในระดับประเทศ (NAT) มักจะเป็นแหล่งที่สังกัด หรือขึ้นอยู่กับหน่วยงานในส่วนกลางของประเทศ นอกนั้นจะเป็นระดับท้องถิ่น (LOC) และยังมีการจำแนก ประเภทแหล่ง เป็นแหล่งธรณีวิทยา (G) ธรรมชาติอื่น ๆ (N) และแหล่งวัฒนธรรม (C) รวมทั้งแหล่งเรียนรู้ด้าน วิทยาศาสตร์ การศึกษา การท่องเที่ยวหรือการคุ้มครองด้วย
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 184 ตัวอย่างมรดกทางวัฒนธรรม-ธรณีวิทยาในโคราชจีโอพาร์ค ตัวอย่างมรดกทางธรรมชาติในโคราชจีโอพาร์ค
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 185 ตัวอย่างมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในโคราชจีโอพาร์ค การอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยา การอนุรักษ์เป็นกิจกรรมสำคัญประการหนึ่งของจีโอพาร์คทุกแหล่ง โคราชจีโอพาร์คมีการอนุรักษ์ ฟอสซิลในแหล่งพบที่สำคัญ เช่น ไม้กลายเป็นหินบริเวณป่าไม้กลายเป็นหินโกรกเดือนห้า พื้นที่ประมาณ 10 ไร่ ซึ่งมีศาลาคลุมหลุมไม้กลายเป็นหิน 5 หลัง รวมทั้งมีอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินขนาดใหญ่ที่จัดแสดง นิทรรศการ ในตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา ช้างดึกดำบรรพ์มีการอนุรักษ์แหล่งพบมากกว่า 20 ไร่ และจัดภูมิทัศน์โขลงช้างดึกดำบรรพ์ รวมทั้งมีพิพิธภัณฑ์ในอำเภอเฉลิมพระเกียรติและอำเภอเมืองนครราชสีมา ส่วนไดโนเสาร์มีโครงการอนุรักษ์แหล่งและจะจัดสร้างไดโนพาร์คในพื้นที่กว่า 500 ไร่ ในตำบลโคกกรวด รวมทั้งมีพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ในตำบลสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา ไม้กลายเป็นหินขนาดใหญ่ในป่าไม้กลายเป็นหินบ้าน โกรกเดือนห้าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางบริเวณโคน 1.80 เมตร ยาว 8 เมตร ภูมิทัศน์โขลงช้างดึกดำบรรพ์ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำมูล ตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 186 โครงการไดโนพาร์ค (Dino Park) ตำบลโคกกรวด อำเภอเมืองนครราชสีมา โคราชจีโอพาร์ค คือ พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ในบริเวณลุ่มน้ำลำตะคองตอนกลางถึงตอนล่าง ครอบคลุม พื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา (อำเภอสีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ เมืองนครราชสีมาและอำเภอเฉลิม พระเกียรติ) มีความแตกต่างจากจีโอพาร์คโลกที่มีอยู่ 147 แห่งทั่วโลก คือ เป็นดินแดนแห่งเควสตาและฟอสซิล (Cuesta & Fossil Land) โคราชจีโอพาร์ค พัฒนาต่อยอดและขยายจากสถาบันวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินและ ทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฉลิมพระเกียรติ ที่ดำเนินโครงการในระยะแรกมาตั้งแต่ พ.ศ. 2537 โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงอุตสาหกรรม กรมทรัพยากรธรณี และ จังหวัดนครราชสีมา ต่อมาใน พ.ศ. 2558 เมื่อจังหวัดนครราชสีมาประกาศจัดตั้งอุทยานธรณีโคราชหรือโคราช จีโอพาร์ค สถาบันวิจัยและพิพิธภัณฑ์เป็น 1 ใน 35 แหล่งธรณีวิทยา ธรรมชาติและวัฒนธรรม ใน 5 อำเภอของ โคราชจีโอพาร์ค และใน พ.ศ. 2560 จังหวัดนครราชสีมา โดยคณะกรรมการอานวยการอุทยานธรณีโคราช ที่ นาโดย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา (นายวิเชียร จันทรโณทัย) เห็นชอบให้สถาบันวิจัยและพิพิธภัณฑ์ฯ เป็นที่ตั้งสานักงานโคราชจีโอพาร์ค ที่ทางานประสานการพัฒนากับแหล่งชุมชนท้องถิ่นในแหล่งธรณีและอำเภอ ทั้ง 5 อำเภอ และในปีต่อมาได้ประกาศเป็นวาระจังหวัด “อุทยานธรณีโคราชสู่อุทยานธรณีโลกยูเนสโก” ที่ ประสงค์ให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนช่วยกันขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายวาระจังหวัด ดังกล่าว ปัจจุบันโคราชจีโอพาร์ค (Korat Geopark) ได้รับการประเมินจาก UNESCO และได้รับการรับรองให้ เป็นอุทยานธรณีโลก (UNESCO Global Geopark) เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2566 ตามมติที่คณะกรรมการ บริหารองค์การยูเนสโก สำนักงานใหญ่ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้รับรองผลการพิจารณาและได้เผยแพร่ อย่างเป็นทางการบนเว็บไซต์ของยูเนสโกไปเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 5.8.2 อุทยานธรณีเพชรบูรณ์ อุทยานธรณีเพชรบูรณ์ เป็นดินแดน 2 แผ่นทวีปรอยต่อเปลือกโลก ของอินโดไชน่าทางตะวันออกและ ชาน-ไทยทางตะวันตก จึงเกิดการดันและยกตัวของทะเลดึกดำบรรพ์ขึ้นมากลายเป็นแผ่นดินและภูเขา ทำให้ เกิดสิ่งมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาต่าง ๆ ขึ้นมากมาย อุทยานธรณีเพชรบูรณ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่ง ท่องเที่ยว ทั้งหมด 22 จุด เกิดเป็นสมบัติอันล้ำค่าของจังหวัดเพชรบูรณ์
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 187 การประกาศจัดตั้ง “อุทยานธรณีเพชรบูรณ์” Phetchabun Geopark เพื่อเป็นการผลักดันให้ผู้คนใน ท้องถิ่น ได้เกิดการร่วมกันศึกษาให้ตระหนักในคุณค่าและร่วมรักษา พัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ รวมทั้งเป็น แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ รวมกันเบื้องต้นทั้งหมด 22 จุด สมบัติอันล้ำค่าของจังหวัดเพชรบูรณ์ของประเทศ ไทยและของมวลมนุษยชาติของโลกต่อไป ความโดดเด่นทางธรณีจังหวัดเพชรบูรณ์ มีลักษณะเป็นแอ่งวางตัวตามแนวเหนือ-ใต้ เกิดจากเคลื่อนตัวเข้าหากันของเปลือกโลกหรืออนุทวีป 2 แผ่น คือ อินโดไชน่า (Indochina Micro Plate) ทางตะวันออก และ ชาน-ไทย (Shan-Thai Micro Plate) ทางตะวันตกเมื่อ 280-240 ล้านปี เกิดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่หลากหลายโดดพื้นที่ที่มีศักยภาพนำ ร่องขับเคลื่อนงานอุทยานธรณีเฟสแรกคือ ถ้ำใหญ่น้ำหนาว ถ้ำบันทึกโลก บ้านห้วยลาด ต.หลักด่าน อ.น้ำ หนาว มีความยาวเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ภายนอกมีลักษณะเป็นเขาหินปูนสูงประมาณ 955 เมตร จาก ระดับน้ำทะเล ทางเข้าถ้ำเป็นผาหินปูนวางตัวแนวตะวันออก-ตะวันตก ตั้งฉากกับแนวระนาบ ประกอบด้วยชั้น หินปูนที่มีขนาดตั้งแต่ น้อยกว่า 5 เซ็นติเมตรถึงชั้นที่หนาประมาณ 50 เซ็นติเมตร ปากถ้ำอยู่สูงจากพื้น ประมาณ 10 เมตร กว้างประมาณ 2 เมตร ลึกลงไปในแนวดิ่งจนถึงระดับเดียวกับพื้นราบหน้าถ้ำ ตัวถ้ำทอดลึก เข้าไปในภูเขา มีความลึกมากกว่า 10.6 กิโลเมตร ภายในโถงถ้ำมีความกว้างมากกว่า 10 เมตร สูงกว่า 10 เมตร บริเวณโถงถ้ำ มีหินย้อยจากเพดานถ้ำจำนวนมาก และบางส่วนมีหินที่เกิดจากการตกผลึกของแร่แคลไซต์ หรือหินปูนผลึกงอกขึ้นมาจากพื้นถ้ำ ทำให้เกิดเป็นหินที่มีรูปร่างต่างกันตามจินตนาการ มีความงามวิจิตร พิสดาร เช่น หินรูปช้าง หินรูปน้ำตก หินรูปผาม่าน รูปคน รูปอาหารชนิดต่าง ๆ เป็นต้น ภายในถ้ำมีห้องโถง เป็นช่วง ๆ มีทางเดินเท้าไปเชื่อมต่อถึงกัน ที่สำคัญคือ บนภูเขาปรากฏมีซากฟอสซิลหอยชนิดต่าง ๆ ปะการัง และฟิวซูลินิด (Fusulinids) ซึ่ง เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่เคยอาศัยอยู่ในทะเลบนโลกในช่วงเวลาต่าง ๆ แต่ได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ฟอสซิลฟิวซู ลินิดที่เขาถ้ำใหญ่น้ำหนาวแห่งนี้มีหลายชนิดหลายขนาด ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงวิวัฒนาการของเปลือกโลกในยุค เพอร์เมียน (280-240 ล้านปี) ได้อย่างครบถ้วน
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 188 หลังจากที่มีการประกาศจัดตั้งอุทยานธรณีเพชรบูรณ์จำนวน 22 แหล่งเพื่อเป็นอุทยานธรณีระดับ จังหวัดเรียบร้อยแล้ว จากนั้น ก็จะได้มีการประเมินข้อมูลทางธรณีวิทยาตามหลักเกณฑ์ และคัดเลือกบางแหล่ง ที่สำคัญและมีศักยภาพ เพื่อเสนอให้เป็นอุทยานธรณีประเทศไทย และของโลกต่อไป อุทยานธรณีเพชรบูรณ์ จึงได้กำหนด 43 แหล่ง เพื่อผลักดันให้เป็นสู่อุทยานธรณีประเทศไทย จังหวัด เพชรบูรณ์ (Phetchabun National Geopark) ดังนี้
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 189 แหล่งธรณีวิทยา 22 แหล่ง 1) ถ้ำใหญ่น้ำหนาว 2) แคนยอนน้ำหนาว 3) น้ำตกตาดใหญ่ 4) ผารอยตีนอาร์โคซอร์ 5) เลยดั้น 6) ผาแดง 7) ถ้ำผาหงส์ 8) สะพานห้วยตอง 9) ชั้นหินแบบฉบับ หมวดหินน้ำดุก 10) กระดูกโปรซอโรพอด 11) โนนหัวโล้น แคนยอนหล่มสัก 12) โคกเดิ่นฤาษี 13) น้ำก้อ – น้ำชุน 14) ห้วยร่อนทอง 15) น้ำตกธารทิพย์ 16) ปลาน้ำจืด 15 ล้านปี บ้านหนองปลา 17) ปลาน้ำจืด 15 ล้านปี บ้านท่าพล 18) ไม้กลายเป็นหิน 19) สุสานหอยน้ำจืด 20) หินกรวดมน บ้านนางั่ว 21) คตข้าวสาร สำนักสงฆ์เต็มสิบ 22) อุกกาบาตร่องดู่ แหล่งทางธรรมชาติ 9 แหล่ง ได้แก่ : 23) ผาสวรรค์ 24) ผารอยพระบาท 25) น้ำตกถ้ำค้างคาว 26) น้ำตกพรานบา 27) น้ำตกวงพระจันทร์ 28) ป่าเปลี่ยนสี 29) เส้นทางเดินป่าน้ำหนาว 30) น้ำตกวังหินลาด 31) น้ำตกตาดหมอก แหล่งทางวัฒนธรรม 12 แหล่ง ได้แก่ : 32) วัดห้วยสนามทราย 33) ศาลเจ้าพ่อผาแดง
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 190 34) อนุสรณ์เมืองราด 35) วัดท่ากกแก 36) พิพิธภัณฑ์หล่มศักดิ์ 37) อนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง 38) ถ้ำฤาษีสมบัติ 39) เสาหลักเมืองนครบาลเพชรบูรณ์ 40) พุทธอุทยานเพชบุระ 41) อุทยานวิทยาศาสตร์หนองนารี 42) หอโบราณคดีเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย 43) ศาลหลักเมืองเพชรบูรณ์ 5.8.3 อุทยานธรณีผาชัน สามพันโบก อุทยานธรณีผาชัน สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี ครอบคลุมแหล่งมรดกธรณีและแหล่งคุณค่าใน พื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.โพธิ์ไทร ศรีเมืองใหม่ โขงเจียม และสิรินธร มีขนาดพื้นที่ 1,994 ตาราง กิโลเมตร หรือคิดเป็น 1.25 ล้านไร่ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอุทยานธรณี ได้ ประกาศรับรองให้อุทยานธรณีผาชัน สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี เป็น “อุทยานธรณีระดับประเทศ” นับเป็นอุทยานธรณีประเทศไทย ลำดับที่ 3 ถัดจากอุทยานธรณีโลกสตูล และอุทยานธรณีโคราช ความสำคัญและความโดดเด่นทางธรณีวิทยาในระดับนานาชาติ “อุทยานธรณีผาชัน สามพันโบก” มีแหล่งซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ยุคสุดท้าย ที่มีอายุของไดโนเสาร์อยู่ในยุคที่อ่อนที่สุดในประเทศไทย พบฟอสซิลปลาฉลามน้ำจืด ไฮโบดอนท์ที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ของโลกและมีความหลากหลายทางชีวภาพบรรพ กาล มีลักษณะธรณีสัณฐานที่โดดเด่น เช่น แหล่งสามพันโบก ที่มีโบกหรือกุมภลักษณ์มากที่สุดในอาเซียน และ สามหมื่นรู มีรูของพื้นผิวของหินทรายที่มีความยาวของพื้นที่ที่มีรูมากที่สุดในอาเซียน และมีเขตแม่น้ำสองสี เป็นบริเวณปากแม่น้ำที่เกิดจากลำน้ำมูลและลำน้ำโขงไหลมาบรรจบที่อำเภอโขงเจียม โดยเป็นจุดที่เกิดการ แบ่งแยกสีของลำน้ำมูลที่มีสีครามตัดกับลำน้ำโขงสีขุ่น กลายเป็นเขตแม่น้ำสองสี “โขงสีปูน มูลสีคราม” จังหวัดอุบลราชธานี มีแหล่งธรณีวิทยาและแหล่งอนุรักษ์ธรณีวิทยาที่สวยงามมากมาย หลายแห่งมี ความสวยงามโดดเด่นแปลกตา และมีคุณค่าทางวิชาการด้านธรณีวิทยาในระดับประเทศหรือระดับภาค การได้รับประกาศให้เป็นอุทยานธรณีผาชัน-สามพันโบก จะช่วยส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม พื้นที่อุทยานธรณีผาชัน-สามพันโบก กำหนดขอบเขตได้ 3 พื้นที่ ดังนี้ 1) ดินแดนแห่งไดโนเสาร์ยุคสุดท้าย ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบลในเขต อ.ศรีเมืองใหม่ ได้แก่ ต.นาคำ ต.สงยาง ต.นาเลิน และ ต.ลาดควาย 2) แหล่งธรรมชาติแปลกตา ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานแห่งชาติผาแต้ม บางส่วนของ อ.โพธิ์ไทร (ต.สองคอน เหล่างาม และสำโรง) บางส่วนของ อ.ศรีเมืองใหม่ (ต.หนามแท่ง) และบางส่วนของ อ.โขงเจียม (ต.ห้วยใผ่ และนาโพธิ์กลาง) 3) เขตแม่น้ำสองสี ครอบคลุมพื้นที่ อ.โขงเจียม (ต.โขงเจียม และคำเขื่อนแก้ว) และ อ.สิรินธร
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 191 แหล่งท่องเที่ยวที่เราคุ้นเคย สถานที่ใดบ้างที่อยู่ในเขตอุทยานธรณีผาชัน-สามพันโบก 1) แหล่งอนุรักษ์ธรณีวิทยา 7 แหล่ง ได้แก่ - สามพันโบก บ้านโป่งเป้า อ.โพธิ์ไทร - สวนหินสีประกายแสง บ้านผาชัน อ.โพธิ์ไทร - สามหมื่นรู บ้านผาชัน อ.โพธิ์ไทร - เสาเฉลียงยักษ์ บ้านผาชัน อ.โพธิ์ไทร - ผาแต้ม อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อ.โขงเจียม - ถ้ำปาฏิหาริย์ บ้านนาโพธิ์กลาง อ.โขงเจียม - โคกผาส้วม บ้านทุ่งบุญ อ.ศรีเมืองใหม่ 2) แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรณี - แก่งตะนะ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อ.โขงเจียม - เสาระเบียงภูจันทร์แดง ป่าสงวนแห่งชาติภูโหล่น อ.ศรีเมืองใหม่ - ภูอานม้า บ้านใหม่ดงสำโรง อ.ศรีเมืองใหม่ - น้ำตกแสงจันทร์ บ้านทุ่งนาเมือง อ.โขงเจียม - น้ำตกสร้อยสวรรค์ บ้านหนองผือ อ.โขงเจียม - ผาชัน บ้านผาชัน อ.โพธิ์ไทร - ปากบ้อง-หาดสลึง บ้านสองคอน อ.โพธิ์ไทร - แม่น้ำสองสี บ้านด่าน อ.โขงเจียม - หาดวิจิตรา-แก่งพิสมัย บ้านตามุย อ.โขงเจียม - ผานางคอย วัดถ้ำผานางคอย (หลวงปู่พรมมา) บ้านดงนา อ.ศรีเมืองใหม่ - น้ำตกตาดโตน อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อ.สิรินธร - ห้วยนาเมืองใหญ่ บ้านทุ่งนาเมือง - หินเต่าชมจันทร์ บ้านซะซอม อ.โขงเจียม - น้ำตกกิ๊ด บ้านซะซอม อ.โขงเจียม - บ้านโยก ภูสมุย บ้านสะเอิงทอง อ.โพธิ์ไทร - ผาถ้ำค้างคาว ภูสมุย บ้านสะเอิงทอง อ.โพธิ์ไทร - ลานผาผึ้ง อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อ.สิรินธร - แหล่งไดโนเสาร์ภูทอง ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม - เสาเฉลียงภูจันทร์แดง ป่าสงวนแห่งชาติภูโหล่น อ.ศรีเมืองใหม่ - กลุ่มเสาเฉลียง วัดถ้ำผานางคอย บ้านดงนา อ.ศรีเมืองใหม่ 3) แหล่งโบราณคดี - ภูโหล่น บ้านภูโหล่น อ.ศรีเมืองใหม่ - ถ้ำแต้ม (ถ้ำภาพเขียนสี) ภูสมุย บ้านสะเอิงทอง อ.โพธิ์ไทร - ถ้ำพระ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ อ.สิรินธร - รอยเกวียนโบราณ (ถ้ำขามภูสูบ) บ้านใหม่ดงสำโรง อ.ศรีเมืองใหม่ - ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อ.โขงเจียม - ภูโลง บ้านผาชัน อ.โพธิ์ไทร
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 192 5.8.4 อุทยานธรณีชัยภูมิ“ชัยภูมิจีโอพาร์ค” อุทยานธรณี (Geopark) เป็นรูปแบบการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งมรดกทางธรณีวิทยาของโลก และ เป็นเครื่องมือในการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดความยั่งยืน โดยองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่ง สหประชาชาติ (United Nations Educational Scientific and Cultural Organization : UNESCO) และ รัฐบาลไทยได้สนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งอุทยานธรณีในแหล่งพื้นที่ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ ซึ่งผู้ว่าราชการ จังหวัดชัยภูมิ (นายวิเชียร จันทรโณทัย) มีข้อสั่งการให้มีการขับเคลื่อนการจัดตั้งอุทยานธรณีชัยภูมิ ให้เกิดผล เป็นรูปธรรม และได้แต่งตั้งคณะกรรมการอํานวยการและคณะทํางานอุทยานธรณีชัยภูมิ โดยมีผู้ว่าราชการ จังหวัดชัยภูมิ เป็นประธาน ตามคําสั่งจังหวัดชัยภูมิ ที่ 4538/2564 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2564 การประชุม คณะกรรมการอํานวยการและคณะทํางานอุทยานธรณีชัยภูมิ ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564 ณ ห้องประชุมสภา องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ มีมติเห็นชอบให้ นายอร่าม โล่ห์วีระ นายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดชัยภูมิ เป็นผู้อํานวยการอุทยานธรณีชัยภูมิ ต่อมามีการประชุมหารือของคณะทํางานอุทยานธรณี ชัยภูมิ ในวันที่ 28 มิถุนายน 2564 ณ ห้องประชุมทุ่งดอกกระเจียว ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ เห็นชอบให้ ใช้ชื่อ อุทยานธรณีชัยภูมิว่า “ชัยภูมิจิโอพาร์ค” (Chaiyaphum Geopark) และให้ใช้พื้นที่ศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า) ชั้น 1 เป็นที่ตั้งสํานักงานชัยภูมิจิโอพาร์ค ขอบเขตของ “ ชัยภูมิ จีโอพาร์ค” (Chaiyaphum Geopark) ใช้แนวเขตของอําเภอรวม 4 อําเภอ ประกอบด้วย อําเภอคอนสาร หนองบัวแดง ภักดีชุมพล เกษตรสมบูรณ์ หนองบัวระเหว เทพสถิต บ้านเขว้า และอําเภอเมืองชัยภูมิ ด้วยศักยภาพของจังหวัดชัยภูมิ ที่โดดเด่นในด้านลักษณะทางธรณีวิทยา เป็น 1 ใน 4 ของจังหวัดที่เป็นรอยต่อเปลี่ยนผ่านจากทะเลเป็น แผ่นดิน รวมทั้งพบว่าชัยภูมิเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่พบซากดึกดำบรรพ์ครบทั้ง 3 มหายุค ได้แก่ 1) มหายุคพาลีโอโซอิก (สัตว์ทะเลโบราณ 298 - 259.1 ล้านปี) 2) มหายุคมีโซโซอิก (มูลปลาโบราณ 220 ล้านปี ไดโนเสาร์กินพืชที่เก่าแก่ที่สุด อีสานโนซอรัส อรรถ วิภัชน์ชิ อายุ 209 - 200 ล้านปี เป็นต้น) 3) มหายุคซีโนโซอิก (หมีแพนด้ายักษ์และสัตว์ร่วมสมัย หลายชนิด อายุ 2 แสนปี) นอกจากนี้ ของดีของจังหวัดชัยภูมิ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เช่น อุทยานแห่งชาติตาดโตน (น้ำตกตาดโตน) อุทยานแห่งชาติภูแลนคา (ป่าปรงพันปี และมอหินขาว) อุทยาน แห่งชาติป่าหินงาม (ผาสุด แผ่นดิน และทุ่งดอกกระเจียว) อุทยานแห่งชาติไทรทอง (ผาหําหด และทุ่งดอก กระเจียว) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ ป่าภูเขียว (ทุ่งกระมัง) และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมทั้งแหล่งโบราณสถาน โบราณวัตถุ ตลอดจนประเพณี วัฒนธรรมที่งดงาม เหมาะสมที่จะพัฒนาให้เป็นอุทยานธรณีในระดับประเทศ และระดับโลกต่อไป โดย จ.ชัยภูมิ มีแผนการที่จะพัฒนาและผลักดัน “ชัยภูมิจีโอพาร์ค” (Chaiyaphum Geopark) ให้ เป็นอุทยานธรณีระดับประเทศและระดับโลก โดยในเดือนสิงหาคม 2564 จะมีการประกาศให้ จ.ชัยภูมิ เป็นจังหวัดอุทยานธรณี (Geopark) ระดับท้องถิ่น ลำดับที่ 8 ของประเทศ และจะมีการส่งเอกสารต่างๆไปที่ กรมทรัพยากรธรณีในเดือน ตุลาคม 2564 ซึ่งจะมีการประเมินในช่วงเดือน พฤษภาคม 2565 เพื่อประกาศให้ ชัยภูมิเป็นอุทยานธรณี (Geopark) ของประเทศ หลังจากนั้น จากส่งหลักฐานให้คณะรัฐมนตรีรับรอง และเข้า รับการประเมินเป็นอุทยานธรณี (Geopark) ระดับโลกต่อไป
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 193 5.8.5 อุทยานธรณีกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ห้องประชุมสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ นายสมบัติ ชัยรัตน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานประชุมระดมสมองแนวทางการสื่อสารการประชาสัมพันธ์อุทยาน ธรณีกาฬสินธุ์ โดยมีคณะทำงานด้านการสื่อสารและให้ความรู้อุทยานธรณีกาฬสินธุ์ ประกอบด้วย นายยุทธนา เกียรติดำเนินงาม นายกสมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ ท้องถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานทรัพยากรจังหวัดกาฬสินธุ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พิพิธภัณฑ์สิริธร เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นเขตอุทยานธรณีกาฬสินธุ์ ระดับจังหวัด จำนวน 7 อำเภอ คือ อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอคำม่วง อำเภอสมเด็จ อำเภอห้วยผึ้ง อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอนาคู และอำเภอเขาวง โดยอุทยานธรณี คือพื้นที่เชื่อมโยงมรดกทางธรณี ทางนิเวศวิทยา ทางวัฒนธรรม และผู้คนเข้าด้วยกัน เพื่อการอนุรักษ์ การศึกษา และพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้จังหวัดกาฬสินธุ์ มีมรดกทาง ธรณีวิทยา คือ ซากดึกดำบรรพ์ มีมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่โดดเด่น ตลอดการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เข้มแข็ง ซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมที่จะเป็นอุทยานธรณี โดยจะมีการจัดงาน Kalasin Geopark อุทยานธรณีกาฬสินธุ์ ในวันที่ 9 ธ.ค. 65 ที่พิพิธภัณฑ์สิรินธร อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งประชาชนสามารถติดตามข่าวสาร
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 194 จากนั้นนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยผู้ร่วมแถลงข่าวได้ทำการกะเทาะ เปลือกไข่ไดโนเสาร์ เป็นพิธีการเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเปิดตัว อุทยานธรณีกาฬสินธุ์ Kalasin Geopark หรือ กาฬสินธุ์จีโอพาร์ค และย้ำว่า ทางจังหวัดพร้อมที่จะพัฒนาต่อยอด ร่วมกับทุกภาคส่วน ตลอดจนชุมชน ในการขยายผล อุทยานธรณีกาฬสินธุ์ Kalasin Geopark ไปสู่ระดับประเทศ และระดับสากลต่อไป ทั้งนี้ขอ เชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางมาท่องเที่ยวยังจังหวัดกาฬ สินธุ์ โดยจังหวัดกาฬสินธุ์มีความพร้อมใน ทุกด้านทั้งทางด้านแหล่งบรรพชีวิต อุทยานธรณีกาฬสินธุ์ Kalasin Geopark สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ความงามด้านวัฒนธรรมและอีกมากมาย ทั้งนี้ จ.กาฬสินธุ์ มีมรดกทางธรณีวิทยาที่มีคุณค่าทางวิชาการทาง ธรณี วิทยาที่โดดเด่นที่สุดคือ ซากดึก ดำบรรพ์และแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่สมบูรณ์ นอกจากนี้ ด้านธรณีวิทยา ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ตั้งอยู่ในพื้นที่แผ่นอนุทวีปอินโดไชน่า จากหลักฐานทางธรณีวิทยาที่พบตะกอนกรวดทราย โคลน รวมถึงซากดึกดำบรรพ์ต่าง ๆ ถูกพัดพามา และทับถมกันเป็นชั้น ๆ ตั้งแต่ยุคจูแรสซิก 150 ล้านปีก่อน โดยชั้นหินในจังหวัดอยู่ในหมวดหินย่อยที่อยู่ในหินโคราช และ จ.กาฬสินธุ์ยังมีมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่ โดดเด่น ตลอดการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เข้มแข็งด้วย 5.9 ตัวอย่างแหล่งท่องเที่ยวทางธรณีวิทยา ไดโนเสาร์ และบรรพชีวิน 5.9.1 พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ dinosaur museums ที่ดีที่สุดรอบโลก พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ เบอร์ลิน, เยอรมนีMuseum für Naturkunde (Berlin) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเยอรมนี เป็นแกลเลอรี่จัดแสดงโครงกระดูก ไดโนเสาร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยมีพระเอกอยู่ที่โครงกระดูกขนาดใหญ่ สูง 41 ฟุต 5 นิ้ว ของแบรคิโอซอรัส (Brachiosaurus) ไดโนเสาร์พันธุ์คอยาว ที่ได้รับการรับรองจากกินเนสบุ๊ค ว่าเป็นโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่สูง ที่สุดนับตั้งแต่เคยมีการจัดแสดงมา นอกจากนี้แล้วยังมีซากกระดูกต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ถูกขุดพบจาก ประเทศแทนซาเนียด้วย
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 195 พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ จื้อกง, จีน Zigong Dinosaur Museum China พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่เมืองจื้อกง ประเทศจีน เป็น 1 ในพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย พื้นที่กว่า 710,000 ฟุต จัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์กว่า 18 ตัว รวมถึงชิ้นส่วนต่างๆ กว่า 200 ชิ้น รอยเท้า ไข่ไดโนเสาร์ ฟอสซิล ฯลฯ รวมถึงมีการสาธิตวิธีการขุดค้นซากไดโนเสาร์แบบสมจริงทุกขั้นตอน ที่นี่ เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุด และดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พิพิธภัณฑ์จะเน้นไปที่การให้ ความรู้ในเรื่องไดโนเสาร์ที่อยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลกัน ระหว่างเกาะมาดากัสการ์ และทวีปแอนตาร์กติกา โดย ไฮไลท์ของที่นี่อยู่ที่โครงกระดูกไทแรนโนซอรัส ขนาดใหญ่สมบูรณ์แบบ ความยาว 42 ฟุต สูง 13 ฟุต และมี อายุกว่า 65 ล้านปี ตั้งเด่นเป็นสง่ากลางพิพิธภัณฑ์เลย แถมซากเจ้าตัวนี้ยังเคยถูกนำไปใช้เป็นต้นแบบใน ภาพยนตร์เรื่อง Night at the Museum มาแล้วด้วย ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ทางธรรมชาติ รอยัลเบลเยี่ยม, กรุงบรัสเซลส์, เบลเยี่ยม Royal Belgian Institute of Natural Science (Brussels) ที่นี่จัดแสดงคอลเลคชั่นเกี่ยวกับไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีพื้นที่จัดแสดงกว้างใหญ่ เป็นที่อยู่ของ Bernissart Iguanodons โครงกระดูก และฟอสซิลของไดโนเสาร์ที่ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1878 และยังรวมถึง โครงกระดูกไดโนเสาร์กินพืชกว่า 30 ตัว ที่จัดแสดงอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 196 พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์แห่งชาติ กรุงแคนเบอร์รา, ออสเตรเลีย National Dinosaur Museum, Canberra, Australia พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์แห่งชาติ กรุงแคนเบอร์รา เป็นสถานที่เก็บรวบรวมซากฟอสซิลดึกดำบรรพ์ ตั้งแต่ ยุคก่อนกำเนิดสิ่งมีชีวิตยุคไดโนเสาร์ เรื่อยมาจนถึงยุคน้ำแข็ง จัดแสดงฟอสซิลกว่า 300 ชิ้น และโครงกระดูก ไดโนเสาร์แบบสมบูรณ์อีกกว่า 23 ชิ้น พร้อมโซนกิจกรรมสำหรับเด็กที่สามารถลงขุดค้นซากไดโนเสาร์ได้ พิพิธภัณฑ์บรรพชีวินวิทยา รอยัลเทอเรลล์รัฐแอลเบอร์ตา, แคนาดา Royal Tyrrell Museum of Paleontology (Alberta) พิพิธภัณฑ์บรรพชีวินวิทยารอยัลเทอเรลล์ ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติกับ Joseph Burr Tyrrell นักธรณีวิทยาผู้ค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์เป็นครั้งแรกในหุบเขา Red Deer River ในปี ค.ศ. 1884 จากนั้น เขาจึงตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อจะได้เก็บรวบรวม ดูแลซากเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันเป็นศูนย์รวมฟอสซิล กว่า 130,000 ชิ้น มีโซน Dinosaur Hall ที่มีโครงกระดูกไดโนเสาร์แบบสมบูรณ์กว่า 40 ตัว และอีกหนึ่งไฮไลท์ สำคัญ คือ โครงกระดูก T. Rex ที่เป็นสีดำ จึงถูกเรียกว่า Black Beauty
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 197 พิพิธภัณฑ์อิไซโก้ เมืองเคปทาวน์,สาธารณรัฐแอฟริกาใต้Iziko Museum (Cape Town) พิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ และเก่าแก่ที่สุดของแอฟริกา จัดแสดงไดโนเสาร์ท้องถิ่นในแถบนี้ เช่น ฟอสซิลของ ไดโนเสาร์ Euparkeria และ Jobaria ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ขุดพบเฉพาะในประเทศแอฟริกาใต้เท่านั้น ซึ่งก็มีทั้ง ไดโนเสาร์ยอดนิยมอย่าง T. Rex และ Brachiosaurus ด้วย โดยจุดเด่นสำคัญอยู่ที่ซากกะโหลกของคาร์ชาโร ดอนโทซอรัส (Carcharodontosaurus) ไดโนเสาร์นักล่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์นิวเม็กซิโก เมืองแอลบูเคอร์คี, สหรัฐอเมริกา New Mexico Museum of Natural History & Science (Albuquerque) ที่นี่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1986 เน้นนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดโลกในยุคต่างๆ และเป็นหนึ่งใน พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องไดโนเสาร์แบบถาวร ไฮไลท์จะอยู่ที่โครงกระดูกของ T. Rex ที่มีขนาดกว้าง 40 ฟุต (12.2 เมตร) ยาว 12 ฟุต (≈3.7เมตร) นับเป็นอันดับสองของ T. Rex ที่เคยค้นพบ
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 198 จูราสซิกแลนด์ อิสตันบูล, ตุรกีJurassic Land (Istanbul) นับเป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่นานในปี 2011 เน้นเสริมสร้างการเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับ ความบันเทิงบนเนื้อที่กว่า 10,000 ตารางเมตร มีทั้งโซนจัดแสดงซากไดโนเสาร์ และซากฟอสซิลต่าง ๆ มากมาย ผ่านการเล่าเรื่องโดยกราฟิกแอนิเมชัน และหุ่นเคลื่อนไหวสุดไฮเทค รวมถึงการให้คนดูมาสวมบทบาท เป็นสัตวแพทย์ ดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการฟักไข่ ไปจนถึงรักษาอาการป่วยของไดโนเสาร์ ราวกับได้สวมบทบาทเป็น นักวิจัยในจูราสซิกพาร์คยังไงยังงั้น ที่มา : https://travel.trueid.net/detail/VMl3PPwVPOdm 5.9.2 แหล่งท่องเที่ยวประเภทแกะรอยฟอสซิล Jurassic Coast Dorset อังกฤษ Jurassic Coast แหล่งธรรมชาติที่มีความสำคัญทางธรณีวิทยา และแหล่งค้นพบฟอสซิลของสัตว์ดึก ดำบรรพ์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ สหราชอาณาจักร ทอดยาวคู่ขนานไปกับท้องทะเลเป็น ระยะทาง 95 ไมล์ เริ่มตั้งแต่เมือง Exmouth มณฑล East Devon ตลอดไปจนถึง Old Harry Rocks ซึ่งตั้งอยู่ ใกล้ๆ กับมือง Swarnage มณฑล Dorset มีการสันนิษฐานว่า ทั้งหน้าผา และหินต่าง ๆ ที่ค้นพบในเขต Jurassic Coast นั้นอาจมีอายุยาวนานกว่า 185 ล้านปี ไม่เพียงเท่านี้มีทั้งฟอสซิลของสัตว์ และพืชพันธุ์ดึกดำ บรรพ์ที่ค้นพบนั้น ยังคาดว่ามีความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยมหายุคมีโซโซอิก ซึ่งมีอายุกว่า 252 ถึง 66 ล้านปี และด้วยคุณค่าทางธรณีวิทยา จึงทำให้ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage Site) เมื่อปี ค.ศ. 2001
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 199 Mons Klint Borre เดนมาร์ก Mons Klint ขึ้นชื่อว่าเป็นชายหาดที่มีฟอสซิลมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ตั้งอยู่ในเมือง Borre ทาง ตอนใต้ของประเทศเดนมาร์ก ก่อนลงไปถึงชายหาด จะต้องเดินทางผ่านป่าทึบที่เต็มไปด้วยกล้วยไม้ป่าพันธุ์หา ยาก และพันธุ์ไม้ริมชายฝั่ง รวมไปถึงหน้าผาสีขาว หรือ Chalk Cliff ที่ตั้งโดดเด่นตัดกับสีฟ้าของน้ำทะเล บน นั้นจะเป็นที่ตั้งของ GeoCentre Mons Klint ซึ่งเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา และจุดบริการนักท่องเที่ยว สำหรับผู้อยากมาเดินป่า ปีนผา และชมแหล่งฟอสซิล West Coast Fossil Park แอฟริกาใต้ แหล่งฟอสซิลพืชพรรณและสัตว์ดึกดำบรรพ์อายุกว่า 5.2 ล้านปีที่ The West Coast Fossil Park ใน Western Cape จังหวัดทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแอฟริกาใต้ นอกจากจะเป็นแหล่งธรณีวิทยาที่สำคัญและ เก่าแก่มาก ๆ และยังเป็นแหล่งรวมฟอสซิลของสัตว์ดึกดำบรรพ์กว่า 200 ชนิด หนึ่งในนั้นก็ คือ เสือฟันดาบ (Sabre-Tooth Tiger) นักท่องเที่ยวจะได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับภูมิประเทศ พืชพรรณ และสัตว์ชนิดต่าง ๆ ที่ สูญพันธ์ไปแล้ว รวมถึงเข้าไปชมการสำรวจและการเก็บฟอสซิลกับเจ้าหน้าที่ได้ด้วย
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 200 Petrified Forest National Park Arizona อเมริกา Petrified Forest National Park ในรัฐแอริโซนา (Arizona) แหล่งของ ไม้กลายเป็นหิน (petrified wood) หลากสีที่มีอายุยาวนานตั้งแต่ช่วง ปลายยุคไทรแอสซิก (Late Triassic Period) ที่นี่จะได้สนุกสนานไป กับการผจญภัยในอุทยาน ฯ ไม่ว่าจะเป็นแบบ roadtrip หรือเดินบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชม Painted Desert, Blue Mesa และ Puerco Pueblo ไฮไลท์ของอุทยาน ฯ แห่งนี้ แต่ละที่ต่างมีทิวทัศน์ที่สวยงาม อลังการ และแปลกตาสุด ๆ นอกจากนี้ ยังมีส่วนของ Rainbow Forest Museum ที่จัดแสดงไม้กลายเป็นหิน ฟอสซิลไดโนเสาร์ และสัตว์ยุคก่อนประวัติศาสตร์จำลอง Dinosaur National Monument Colorado อเมริกา ภาพของสายน้ำที่ลัดเลาะไปตามหุบเหว ภูเขาอันยิ่งใหญ่ และทะเลทรายที่ Dinosaur National Monument ที่ครอบคลุมพื้นที่ของ รัฐโคโลราโด (Colorado) และ รัฐยูทาห์ (Utah) ครั้งหนึ่งสถานที่แห่งนี้ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าไดโนเสาร์ตั้งแต่ยุคจูราสซิก (Jurassic Period) เมื่อ 149 ล้านปีก่อน จะได้พบกับ ฟอสซิลของไดโนเสาร์กว่า 1,500 สายพันธุ์ ได้แก่ Allosaurus, Apatosaurus, Camarasaurus, Diplodicus และ Stegosaurus รวมถึงภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ตามผาหินบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังมี กิจกรรมไม่ว่าจะเป็น ขับรถชมวิว ล่องแก่ง ปีนเขา และกางเต็นท์แคมป์ปิ้งภายในอุทยาน ฯ
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 201 Dinosaur Valley State Park Texas อเมริกา เดินทางตามรอยเท้าไดโนเสาร์กันที่ Dinosaur Valley State Park ที่ลัดเลาะไปตาม แม่น้ำ Paluxy River ในระยะทาง 20 ไมล์ แหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ในรัฐเท็กซัส (Texas) นักเดินทางสามารถไปตั้ง แคมป์ ตกปลา นอนดูดาว เดินป่า ขี่ม้า หรือพายเรือไปตามแม่น้ำ Joggins Fossil Cliffs Nova Scotia แคนาดา Joggins Fossil Cliffs เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่มีสิ่งมีชีวิตอายุเก่าแก่กว่า 300 ล้านปี ตั้งแต่สมัย ยุค Coal Age ซึ่งเป็นยุคก่อนยุคไดโนเสาร์ถึง 100 ล้านปีเลยทีเดียวค่ะ ภายใน Joggins Fossil Cliffs นั้น เป็น แหล่งฟอสซิลของสัตว์และพืชพันธุ์ดึกดำบรรพ์หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น Pygocephalus, Stigmaria และ Lycopsid Tree ซึ่งสามารถพบเห็นได้ตามริมชายฝั่งและผาหิน นอกจากนี้ ยังมีส่วนของ The Joggins Fossil Centre ที่เป็นทั้งจุดสาธิตการเก็บฟอสซิล และจัดแสดงฟอสซิลชนิดต่าง ๆ รวมถึงประวัติความเป็นมาของ Joggins Fossil Cliffs และความรู้ทางธรณีวิทยาของ Joggins ด้วย
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 202 Lufeng Dinosaur Valley Museum Kunming จีน Lufeng Dinosaur Valley Museum ใน มณฑลยูนนาน (Yunnan Province) ประเทศจีน พิพิธภัณฑ์ ที่ก่อตั้งขึ้นหลังจากการค้นพบฟอสซิลในบริเวณนี้เป็นแรกเมื่อปี ค.ศ. 1938 จึงได้รวบรวมฟอสซิลไดโนเสาร์ สายพันธุ์ต่าง ๆ ไว้ที่นี่ โดยมีไฮไลท์เป็น Lufengosaurus สายพันธุ์ไดโนเสาร์จากยุคจูแรสซิก นอกจากจะได้ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของสัตว์โลกล้านปีแล้ว รอบ ๆ พิพิธภัณฑ์ยังรายล้อมไปด้วยสระน้ำ ขนาดใหญ่ และป่าเขาร่มรื่น พร้อมกับรูปปั้นไดโนเสาร์ตัวโตให้ถ่ายรูป Hwaseong Fossilized Dinosaur Egg Site Gyeonggi เกาหลี Hwaseong Fossilized Dinosaur Egg Site ตั้งอยู่ที่ เมืองฮวาซอง (Hwaseong) จังหวัดคยองกี (Gyeonggi) ประเทศเกาหลีใต้ เป็นแหล่งรวบรวมฟอสซิลไข่ไดโนเสาร์ตั้งแต่ยุคครีเทเซียส Cretaceous Period จำนวนทั้งหมด 180 ชิ้น แต่ละฟองมีขนาดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.25 – 0.36 ตารางเมตร และ เส้นผ่าศูนย์กลางที่ 11 - 12 เซนติเมตร นอกจากนี้ ก็ยังมีการจัดแสดงฟอสซิลของสัตว์สูญพันธุ์ชนิดต่างๆ
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 203 5.9.3 แหล่งท่องเที่ยว ตามรอย ไดโนเสาร์ ผจญภัยโลกล้านปีในไทย พิพิธภัณฑ์สิรินธร กาฬสินธุ์ พิพิธภัณฑ์สิรินธร เดิมชื่อ ศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว เพราะบริเวณนี้มีการขุดค้นพบโครงกระดูกของ ไดโนเสาร์กินพืช ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ในบริเวณที่เป็น หลุมขุดค้น ณ ปัจจุบัน ที่นี่มีจัดแสดงนิทรรศการ ต่าง ๆ มากมาย ทั้งนิทรรศการถาวร และนิทรรศการชั่วคราว โดยมี ทั้งการจัดแสดงหุ่นจำลองไดโนเสาร์สยามโมไทรันนัส อีสาน เอนซิส และข้อมูลเกี่ยวกับธรณีวิทยาของประเทศไทย ทั้งโซน จักรวาลและโลก โซนพาลีโอโซอิก โซนมหายุคมีโซโซอิค โซนวิถีชีวิตไดโนเสาร์ โซนมนุษย์ เป็นต้น โดยเฉพาะความ ยิ่งใหญ่อลังการของไดโนเสาร์จำลองนี่แหละ รับรองถูกใจกัน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ที่อยู่ : ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พิกัด : https://goo.gl/maps/E1qHAeUEJMpJc1D7A เปิดให้เข้าชม : 09.00-17.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์) พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ขอนแก่น พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง เป็นศูนย์ศึกษาวิจัย และพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงที่จัดตั้งขึ้นจากความ ร่วมมือของกรมทรัพยากรธรณี การท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย และ จังหวัดขอนแก่น เพื่อเป็นแหล่ง เรียนรู้ด้านธรณีวิทยา ธรรมชาติวิทยาและซากดึกดำ บรรพ์ ที่ให้ความรู้แก่เยาวชนและผู้ที่สนใจ มีโซน นิทรรศการทั้งหมด 5 โซนด้วยกัน โดยเฉพาะโซนที่ 4 สวนไดโนเสาร์ เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลย โดยจะ จำลองบรรยากาศของป่าดึกดำบรรพ์โลกล้านปี และมีทางเดินเข้าไป โดยทางเดินสองข้างทางก็จะมีไดโนเสาร์ที่ สำรวจพบที่ภูเวียง จำลองออกมาเป็นรูปร่างเหมือนจริงให้ได้ชมกัน ที่อยู่ : ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น พิกัด : https://goo.gl/maps/MB8RmfJGkXQ313wn7 เปิดให้เข้าชม : 09.00-17.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ (ยกเว้นวันจันทร์ที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์เปิดให้บริการ ปกติ)
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 204 สวนนงนุช พัทยา สวนนงนุช เรียกได้ว่าเป็นสถานพักผ่อนหย่อนใจที่ใหญ่ ที่สุดในภาคตะวันออก หลาย ๆ คนน่าจะคุ้นว่าที่นี่เป็นสวน พฤกษชาติ ที่รวมเอาไม้ดอกไม้ประดับ และสวนต้นไม้นานา พันธุ์มารวมไว้ในที่เดียวกว่า 20 โซน เดินชมกันแทบไม่หวาดไม่ ไหวเลยทีเดียว และที่สำคัญที่นี่มีโซนหุบเขาไดโนเสาร์ ที่จะได้ สัมผัสกับเหล่าสิ่งมีชีวิตในยุคโบราณ กว่า 70 ชนิด มากกว่า 200 ตัวด้วยกัน เดินถ่ายรูปกันอย่างจุใจได้เลย ที่อยู่ : 34/1 7 หมู่ 7 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พิกัด : https://goo.gl/maps/UjbELrwtQpuUfNaW9 เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น. พิพิธภัณฑ์เด็ก กรุงเทพมหานคร พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ในบริเวณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ และส่วน ที่ให้น้อง ๆ หนู ๆ มาสนุกกับเจ้าสัตว์โลกดึกดำบรรพ์ ก็คือ ที่โซนนักสืบไดโนเสาร์ นั่นเอง มีฟอสซิลมากมายให้ได้ สำรวจกันอย่างเต็มที่ ที่อยู่ : 810 ถนนกำแพงเพชร 4 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ พิกัด : https://goo.gl/maps/tLJHZuwfXgZn2S3P7 เปิดให้เข้าชม : 10.00-16.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์) Siam Amazing Park กรุงเทพมหานคร Siam Amazing Park โ ซน Adventure World กับ จูแรสซิกไรเดอร์เสมือนจริงด้วยรถจิ๊ปตะลุยป่าพร้อม เนวิเกเตอร์อารมณ์ดี สนุกสนานตื่นตาตื่นใจกับ ไดโนเสาร์สาย พันธุ์ต่างๆ กว่า 60 ชีวิตในแบบใกล้ชิดสุดๆ ที่อยู่ : 203 ถนนสวนสยาม แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ พิกัด : https://goo.gl/maps/wmSKW35L8AjmyDjw9 เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น. โทร : 0-2919-7200 และ 0-2105-4294
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 205 5.9.4 Theme Park และสวนสนุกไดโนเสาร์ Jurassic Park Discovery Centre, Universal Studios, Orlando, USA สร้างโดย Universal Studios ตั้งอยู่ที่เมืองออร์แลนโด ที่นี่จะได้พบกับซากฟอสซิลของจริงที่ยัง หลงเหลืออยู่ของ T-rex รวมถึงพันธุ์อื่น ๆ อีกมากมาย มีห้องทดลองสนุก ๆ อย่างการทดสอบ DNA เพื่อดูว่า คุณเป็นไดโนเสาร์ประเภทกินเนื้อหรือกินพืช Dinosaurs Alive At King Island, Ohio, USA Dinosaurs Alive นั้นจัดว่าเป็นสวนน้ำ และสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในแถบ Midwest ของอเมริกา มีการ แสดงแบบจำลองไดโนเสาร์ขนาดเท่าของจริงกว่า 65 ชนิด บนพื้นที่กว่า 12 เอเคอร์ ใครอยากลองเป็นนัก โบราณคดีที่นี่ก็มีแคมป์จำลองการขุดหาฟอสซิล Natural History Museum, London, United Kingdom พิพิธภัณฑ์นี้มีการจัดแสดงซากไดโนเสาร์อายุกว่า 160 ล้านปี มากกว่า 100 สายพันธุ์ ตั้งอยู่ที่ย่าน Kensington ประเทศอังกฤษ ไฮไลท์เด่นของที่นี่อยู่ที่เจ้า Dippy โครงกระดูกไดโนเสาร์คอยาวที่ตั้งเด่นอยู่ใน ห้องโถงกลาง
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 206 Jurassic Land, Istanbul, Turkey สวนสนุก Jusassic Land แห่งนี้มีหุ่นยนต์ไดโนเสาร์แบบเคลื่อนไหวได้กว่า 90 ตัว คุณหนู ๆ ที่มา เรียนรู้เรื่องการขุดซากฟอสซิลที่นี่แล้วหาไข่ไดโนเสาร์ หากพบเจอจะได้รับใบประกาศนียบัตรกลับบ้านเป็นที่ ระลึกด้วย อีกอย่างที่ห้ามพลาดของที่นี่คือโรงภาพยนต์แบบ 4D ให้คุณนั่งคอปเตอร์บินผ่านหัวเหล่านักล่ายุค ดึกดำบรรพ์ Dinosaur Adventure, Norfolk, United Kingdom ที่นี่มีหุ่นไดโนเสาร์ตัวเด่น ๆ ขนาดเท่าของจริงให้ดู ทั้ง Tyrannosaurus Rex, Triceratops และ Stegosaurus มีกิจกรรมสนุก ๆ ให้เล่น อย่างสนามแข่งโกคาร์ท raptor races และสนามกอล์ฟ dinosaur crazy golf
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 207 PaleoWorld Research Foundation, Montana, USA สำหรับที่ PaleoWorld นั้นแม้จะไม่ใช่สวนสนุก แต่ก็เป็นที่เดียวที่คุณจะได้มีโอกาสขุดซากฟอสซิล ของจริง เช่น Triceratops และ Tyrannosaurus Rex โดยการสนับสนุนของ PaleoWorld Research Foundation ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร Royal Tyrrell Museum of Palaeontology, Alberta, Canada พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นศูนย์รวมฟอสซิลกว่า 130,000 ชิ้น รวมไปถึงห้องโถง “Dinosaur Hall” อันแสน น่าตะลึง ด้วยโครงกระดูกไดโนเสาร์แบบสมบูรณ์กว่า 40 ตัว The Museum of Natural Sciences, Brussels, Belgium แกลเลอรี่ไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีการแสดงแบบ Interactive ที่แฟน ๆ ไดโนเสาร์ไม่ควรพลาด The Children’s Museum of Indianapolis, Indiana, USA Children’s Museum of Indianapolis ขึ้นชื่อในเรื่องของไดโนเสาร์ที่นำมาแสดงจะเน้นพันธุ์หายาก และไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป รวมถึงมีซากมัมมี่ไดโนเสาร์ซึ่งมีเพียงสี่ตัวบนโลกนี้ด้วย ที่นี่จะเน้นการเรียนรู้ สำหรับเด็ก ๆ โดยเฉพาะ
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 208 Phu Wiang Dinosaur Museum, Khon Kaen, Thailand พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ที่อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เป็นที่ที่มีการขุดพบฟอสซิลไดโนเสาร์ เป็นแห่งแรกของประเทศไทย เน้นไปที่การจัดแสดงเรื่องราวของซากดึกดำบรรพ์ ทั้งกระดูก ฟัน และรอยเท้า ไดโนเสาร์จำนวนมาก มีทั้งไดโนเสาร์ซอโรพอดและเทอโรพอด หลากหลายสายพันธุ์ และมีขนาดตั้งแต่ตัวเท่า แม่ไก่ ไปจนถึงมีลำตัวยาวจากหัวจรดหางมากกว่า 15 เมตร โดยเฉพาะที่สร้างชื่อเสียง และชาวต่างชาติให้ ความสนใจมาก คือ “สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส” ลักษณะไม่เคยมีรายงานการค้นพบจากที่ใด ๆ ในโลกมา ก่อน อยู่ในวงศ์เดียวกันกับไทรันโนซอร์ แต่มีอายุมากกว่าถึงประมาณ 20 ล้านปี Dinosaur Planet, Bangkok, Thailand ธีมพาร์คใหม่ใจกลางสุขุมวิท Dinosaur Planet ที่คุณไม่ต้องดั้นด้นไปไกลแค่นั่งรถไฟฟ้าไปลงแถวดิ เอ็มดิสทริค ระหว่างซอยสุขุมวิท 22 และซอยสุขุมวิท 24 มีไดโนเสาร์เท่าขนาดจริงกว่า 200 ชีวิต หลากหลาย สายพันธุ์ ที่สำคัญยังขยับได้อีกต่างหาก
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 209 5.9.5 ตัวอย่างสินค้าและของที่ระลึกในพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศ ฟอสซิลและโครงกระดูกและชิ้นส่วนของไดโนเสาร์จำนวนมากถูกนำไปแสดงในพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งห่าง ออกไปจากที่ค้นพบ หรืออาจตั้งอยู่บนหรือใกล้เคียงกับที่ขุดค้น มีพิพิธภัณฑ์กระจายไปเกือบทุกประเทศ แต่ที่มี ขนาดใหญ่และมีฟอสซิลแสดงจำนวนมาก 10 แห่ง (https://edition.cnn.com/travel/article/world-bestdino-museums/index.html) ได้แก่ (1) Museum für Naturkunde (Berlin) ตั้งอยู่ในเบอร์ลิน เป็นที่เก็บกระดูกไดโนเสาร์จำนวน มากที่ขุดได้จากประเทศแทนซาเนีย มีกระดูกขนาดใหญ่มากของไดโนเสาร์ Brachiosaurus ที่สูงสุด (ขนาด 12.50 เมตร) ที่มีการแสดงในปัจจุบัน และได้รับการบันทึกในหนังสือกินเนส์ส ในอาคารยังมีฟอสซิลของ Archaeopteryx ที่สำคัญที่เป็นการเชื่อมโยงระหว่างไดโนเสาร์กับนก (https://www.museumfuernaturkunde.berlin/en/museum/exhibitions) Museum für Naturkunde (Berlin)
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 210 ตัวอย่างฟอสซิลไดโนเสาร์ในพิพิธภัณฑ์ Museum für Naturkunde ของเยอรมัน มีการแสดง ร้านค้าจำหน่ายสินค้า ของฝาก ของเด็กเล่น หลายชนิด เช่น Brachiosaurus (Giraffatitan) Kentrosaurus aethiopicus Allosaurus fragilis The short-tailed pterosaurs Archaeopteryx lithographica Archaeopteryx
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 211 และตัวอย่างสินค้าจำหน่ายในพิพิธภัณฑ์ Kinder T- Shirt 15,95 € * Kinder T-shirt 17,95 € * Kids T-Shirt 13,95 € * Tasse T-Rex, 8,50 € Thermo Achaeopteryx 9,95 € Tasse Dino-Skyline 8,95 € Brachiosaurus 15,95 € Moses Verlag LED 7,95 € Triceratops 14,99 € Spinosaurus violett 19,99 € Experimenten 9,95 € Dinos Memory 14,99 € Tattoo Dinosaurier 3,99 € Moses Verlag 8,95 € Ausgrabungsset 5,95 € Klasse, Ordnung, Art 24,90 € Mukas geheimnisvolle 9,95 € Dinosaurier Fragmente 26,90 €
รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว แนวคิดการออกแบบเส้นทางและพัฒนาแหล่งบรรพชีวิน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 212 (2) Field Museum (Chicago) ตั้งอยู่ในชิคาโก เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงถึงวิวัฒนาการของโลกตั้งแต่ เมื่อ 4 พันล้านปีก่อน มีฟอสวิลของไดโนเสาร์จากมาดากัสกา (Madagascar) และแอนตาร์กติกา (Antarctica) ที่น่าสนใจคือ การพบกับ ซู (Sue) ที่เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อ Tyrannosaurus ขนาด ใหญ่ของโลก มีฟันแหลมคม 58 ซี่ มีข้อมูลประกอบสำหรับผู้เข้าชมมากมาย