The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว โครงการ Dinosaurs Siamensis ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี กันยายน 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by DOT e-Library, 2023-10-18 03:20:39

รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว โครงการ Dinosaurs Siamensis ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี กันยายน 2566

รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว โครงการ Dinosaurs Siamensis ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี กันยายน 2566

รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 115 ตารางที่ 4.7-5 จำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มย่อย ณ สำนักงานเทศบาลตำบลโนนบุรี ลำดับที่ หน่วยงาน จำนวนผู้เข้าร่วม 1 หน่วยงานภาครัฐและผู้ที่เกี่ยวข้อง 21 2 หน่วยงานภาคเอกชน 1 3 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 2 4 คณะกรรมการกรมการท่องเที่ยว 3 5 คณะที่ปรึกษา/คณะศึกษา 5 รวม 32 2) การอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ประเด็นความคิดเห็น ข้อแลกเปลี่ยน และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม สามารถสรุปประเด็น ใจความสำคัญได้ ดังนี้ 1. ประเด็นการนำเสนอที่ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นด้วยและแสดงความคิดเห็น - การสร้างเกทเวย์ที่สามารถดึงดูดความน่าสนใจและให้รู้สึกเข้าถึงเส้นทางสู่ดินแดนไดโนเสาร์ - ประเด็นการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าทำอย่างไรคนในชุมชนจึงจะมีส่วนร่วมกับอุทยานไดโนเสาร์ ในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และทำอย่างไรชุมชนจึงจะมีรายได้จากอุทยานไดโนเสาร์ ถือ สองเรื่องนี้มีความสำคัญ ที่ผ่านมายังไม่ได้รับผลประโยชน์ในส่วนนี้ องค์กรต่าง ๆ และ เทศบาลจึงพยายามผลักดัน สำหรับเส้นทางขอนแก่น-กาฬสินธุ์-นครพนม มีความเหมาะสม และในแผนที่ถือว่าโนนบุรีเป็นศูนย์กลางของอีสาน และมองว่าโนนบุรีมีทั้งภูเขาและแหล่งน้ำ อุดมสมบูรณ์ อาหารการกิน วัฒนธรรม ถือว่าเป็นโอเอซีสอีสาน ดังนั้น การส่งเสริมการ ท่องเที่ยวหากได้โดโนเสาร์เป็นตัวชู และดึงดูดสิ่งอื่น ๆ ที่จะตามมา - การโปรโมทไปทั่วไปโลกโดยถ่ายภาพจากเครื่องบินลงมาที่โนนบุรีมีคอโดโนเสาร์ยาวอยู่เหนือ ป่าไม้ เทศบาลพยายามบริหารทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวที่เกิดประโยชน์ต่อ ชุมชน ชาวบ้านมีส่วนร่วมและมีรายได้จากการท่องเที่ยว - โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดีมาก รถบริการไดโนเสาร์ เรือไดโนเสาร์ ทำหมู่บ้าน ไดโนเสาร์เพื่อรักษาทรัพยากรที่เกี่ยวกับไดโนเสาร์ ป่าไม้ บรรยากาศ แหล่งเรียนรู้เรื่อง ไดโนเสาร์ในหมู่บ้าน หมู่บ้านเลี้ยงแย้ จะได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของไดโนเสาร์ที่ช่วย พัฒนาการท่องเที่ยว - มีแนวคิดที่จะดึงนักท่องเที่ยวที่มาพิพิธภัณฑ์สิรินธรกลับมาที่ชุมชนให้ได้ เลยสร้างถนน ไดโนโรดและมีการขับเคลื่อนเรื่อยมา กลุ่มผู้สูงวัยมีความพยายามในการพัฒนาโดยเริ่มจาก ธรรมะนำการพัฒนา ชูเอาถนนสายนี้ขึ้นมาก่อนเพื่อให้คนเข้ามาและทำอย่างไรให้คนมาที่นี่ และมาพัก


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 116 - การเชื่อมโยงพื้นที่ 3 จังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ และนครพนม และสามารถสรุปคำสำคัญใน การดำเนินโครงการนี้ว่ามี “สหัสขันธ์โมเดล” และ “แผนแม่บทบูรณาการแบบองค์รวมของ กาฬสินธุ์จีโอพาร์ค” สิ่งที่สำคัญคือต้องทำเก็บข้อมูล และจัดทำเป็นฐานข้อมูล (Big Data) สำคัญของแหล่งท่องเที่ยวทั้ง 4 แห่ง และพื้นที่เชื่อมโยง 3 จังหวัด อันทำให้เกิดกิจกรรมและ ออกมาเป็นเส้นทางการท่องเที่ยว จะเป็นประโยชน์และเกิดการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม - อุทยานธรณีกาฬสินธุ์ เป็นอุทยานธรณีระดับท้องถิ่น แห่งที่ 10 ของประเทศไทย จึงถือได้ว่า กาฬสินธุ์เป็นแหล่งที่ร่ำรวยที่สุดเต็มไปด้วยบรรพชีวิน มีการขึ้นทะเบียนของกรมทรัพยากร ธรณี 4 แห่งว่าเป็นแหล่งบรรพชีวิน เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญและเป็นพื้นที่หลักของจีโอพาร์ค กาฬสินธุ์ก็คือ ภูกุ้มข้าว ภูน้อย ภูแฝก ภูน้ำจั้น ดังนั้นไดโนเสาร์จึงเป็นแม่เหล็กของการพัฒนา 2. ประเด็นปัญหาในพื้นที่ - สถานที่ท่องเที่ยวไม่มีจุดเช็คอินที่ชัดเจน สถานที่พักไม่เพียงพอต่อผู้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว รวมทั้งขาดความน่าสนในและขาดอัตลักษณ์ในการท่องเที่ยว บริเวณ “ไดโนโรด” - มีนักท่องเที่ยวมาพิพิธภัณฑ์สิรินทรเยอะมาก แต่มาแล้วก็กลับ มาแล้วก็ไปที่อื่น ชุมชนไม่ได้ ประโยชน์จากการท่องเที่ยว - แหล่งบรรพชีวินในภาคอีสาน แต่ละแห่งก็มีความพยายามในการเล่าเรื่องในพื้นที่ของตนเอง มากไป แต่ไม่ได้เล่าเรื่องที่จะสามารถทำให้เกิดการส่งต่อนักท่องเที่ยวไปยังแหล่งอื่น เช่น ภูเวียงอยู่ห่างจากอุทยาน 3 กิโล แต่คนก็ไม่เข้าไปอุทยาน - พิพิธภัณฑ์สิรินทร มีรูปแบบการนำเสนอที่ดีทั้งการออกแบบ land scape และการออกแบบ ป้ายสื่อความหมาย เช่น การห้ามจับไดโนเสาร์ เป็นต้น แต่ไม่มีการส่งต่อการพัฒนาที่ดี ออกมาสู่พื้นที่ข้างนอก และไม่มีการขยายออกมาสู่ชุมชนและสถานที่อื่น ๆ เพื่อให้เกิด บรรยากาศของพื้นที่ไดโนเสาร์ 3. ข้อเสนอแนะ - อยากสร้างสวนไดโนเสาร์ที่มีชีวิต นักท่องเที่ยวจูงเดินเที่ยวได้ การท่องเที่ยวต้องสร้าง ฐานความรู้ บรรยากาศ อาหารการกิน สถาปัตย์ ทำให้เกิดผลกระทบด้านการท่องเที่ยว การ สร้างภาพลักษณ์ด้วยการสร้างภาพยนตร์เป็นสิ่งที่ดีและต้องคิดต่อว่า เมื่อภาพยนตร์จบลง แล้วสิ่งที่จะตามมาคืออะไร จะรองรับอย่างไร คนจะเดินทางอย่างไร จุดหมายที่มี สถาปัตยกรรมที่คนจะมาเยี่ยมชม การดีไซน์ การออกแบบ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตคืออะไร design thinking จึงมีความสำคัญ - การประชาสัมพันธ์ไดโนเสาร์จะสามารถนำไปสู่สากลได้ - หากกรมการท่องเที่ยวสามารถดำเนินการตามแผนโครงการ ฯ ได้ก็จะเสริมศักยภาพการ ท่องเที่ยวในพื้นที่ได้ทั้งภาคอีสาน เส้นทางท่องเที่ยวไดโนโรด จะได้รับการสนับสนุนจาก กรมการท่องเที่ยวและดำเนินการต่อเนื่องโดยชุมชน - ไดโนโรด เชื่อม เส้นทางสวรรค์ภูสิงห์ รองผู้ว่าฯ เสนอว่าอยากให้ไดโนเสาร์มีหลายบรรยากาศ อาทิ ภูปอ ภูกุ้มข้าว ภูสิงห์ และการท่องเที่ยวทางน้ำควรหาวิธีการให้มีไดโนเสาร์เคลื่อนไหว ทางน้ำ สะพานเทพสุดาจะทำเช็คอินให้มีไดโนเสาร์ และเชื่อมถึงภูน้อยพบไดโนเสาร์ตัวที่ 13 จะเชื่อมกับสะพานเทพสุดาอย่างไร


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 117 - หุ่นไดโนเสาร์ก็จะทำให้เด็กๆที่นั่งอยู่บนรถบัสตื่นเต้นในการเข้าสู่ดินแดนไดโนเสาร์ ซึ่งหุ่น ไดโนเสาร์ก็วางอยู่เฉย ๆ ไม่มีการสร้างเรื่องราวอะไรจึงขาดความน่าสนใจ ดังนั้นหากมีฉาก ไดโนเสาร์กำลังสู้กัน เป็นการเล่าเรื่องที่สนุกสนาน พิพิธภัณฑ์แทบไม่ต้องซ่อมตัวที่กำลัง เสียหายอยู่เลย - สำหรับเส้นทางกาฬสินธุ์และโนนศิลา ถ้ามีการออกแบบสะพานให้มีอัตลักษณ์เพื่อให้เห็น พระอาทิตย์ขึ้นทางน้ำ และตกดิน มีความสวยทั้งเช้าและเย็น และเชื่อมไปสหัสขันธ์ได้ มี story เชื่อมไปบ้านใหม่ อำเภอคำม่วง ผ้าไหมแพรวา และภูน้อย อยากให้ปรับภูมิทัศน์ ห้องเรียนรู้ทางธรรมชาติ คือ พื้นที่ป่าภูสิงห์เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ที่อยากเรียนรู้บรรพชีวิตที่ ไม่ใช่ไดโนเสาร์ ไม้กลายเป็นหิน ฟอสซิลปลา เต่าโบราณ และเส้นทางไปภูสิงห์ไปจนถึงลาน ฟอสซิลหอยเพื่อเชื่อมโยงการเดินทาง เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวบรรพชีวิน 4.7.5 การประชุมกลุ่มย่อยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยหน่วยงาน กลุ่มเป้าหมาย ณ องค์การบริหารส่วนตำบลดินจี่ 1) การดำเนินงานจัดกิจกรรมการประชุม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม 2566 เวลา 13.30-16.00 น. ณ องค์การบริหารตำบลดินจี่ เป็น การประชุมย่อยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมีหน่วยงานเข้าร่วมประชุมประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ องค์การบริหารส่วนตำบลดินจี่ กรมการปกครอง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ โรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ และผู้ประกอบการในพื้นที่ร่วมหารือรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ แผน(ร่าง)พัฒนาเส้นทาง สถานที่ การท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สามารถนำไปพัฒนาต่อได้ รวมถึงร่วมแสดงความ คิดเห็นปัญหาและข้อจำกัดของพื้นที่ในการพัฒนาโครงการ ฯ โดยบรรยากาศการประชุมดังรูปที่ 4.7-5 และ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุมดังตารางที่ 4.7-6 รูปที่ 4.7-5การประชุมรับฟังความคิดเห็น ณ องค์การบริหารส่วนตำบลดินจี่


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 118 ตารางที่ 4.7-6 จำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มย่อย ณ องค์การบริหารส่วนตำบลดินจี่ ลำดับที่ หน่วยงาน จำนวนผู้เข้าร่วม 1 หน่วยงานภาครัฐและผู้ที่เกี่ยวข้อง 21 2 คณะที่ปรึกษา/คณะศึกษา 6 รวม 27 2) การอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ประเด็นความคิดเห็น ข้อแลกเปลี่ยน และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม สามารถสรุปประเด็น ใจความสำคัญได้ ดังนี้ 1. ประเด็นการนำเสนอที่ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นด้วยและแสดงความคิดเห็น - ในปี 67 จะได้งบประมาณ และอยากให้ปรับปรุงพื้นที่โดยดูจากเขตที่กรมทรัพยากรธรณี ขอใช้ลานด้านล่างที่เคยจัดงานตามรอยไดโนเสาร์ อยากให้มีห้องน้ำ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ลานกางเต้น จุดเช็คอิน ร้านจำหน่ายอาหาร ร้านกาแฟไดโนเสาร์ศูนย์อาหาร ร้านค้าของ ฝากของที่ระลึก การผลิตสินค้าพื้นเมือง ชุดพื้นเมืองให้นักเที่ยวสวมชุดพื้นเมืองถ่ายภาพได้ - ต้องพัฒนาคนในพื้นที่ เพื่อให้เป็นเจ้าบ้านที่ดี หากต้องการความสะดวก สบาย ปลอดภัย มี ข้อมูลข่าวสารเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว - หากกรมการท่องเที่ยวมีการสร้างภาพยนตร์ไดโนเสาร์กาฬสินธุ์จะทำให้มีคนมาเยี่ยมชม สร้าง story ไล่มาตั้งแต่อำเภอสหัสขันธ์ถึงบ้านน้ำจั้น นักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลมาเอง - พื้นที่มีศักยภาพสูงโดยเฉพาะไดโนเสาร์ แต่ในมุมการพัฒนาของท้องถิ่นมีข้อจำกัดเยอะ หาก อบจ. หรือกรมท่องเที่ยวไม่มาช่วย การพัฒนาอาจจะยากและลำบาก ดังนั้น โอกาสนี้เราจะ ช่วยกันในการพัฒนาศักยภาพเนื่องจากเป็นพื้นที่มีจุดแข็งในการเชื่อมต่อของภูน้อย-ภูเวียง - ถ้าจะพัฒนาในการเชื่อมโยงเส้นทาง จุดขายของพื้นที่เป็นเส้นทางเชื่อมโยง เส้นทางเชิงนิเวศ ในการปั่นจักรยาน จัดกิจกรรมประจำปี แข่งกีฬา เพื่อดึงหน่วยงานต่าง ๆ และนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนจะเป็นพื้นที่ซึ่งมีความสวยงาม - เป็นโครงการที่ดีเพราะจะช่วยทำให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชน การสร้างเจ้าบ้านที่ดี ควรสร้างตั้งแต่เด็ก อยากให้เป็นโครงการต่อเนื่อง - สำหรับพื้นที่นี้คือ ข้อดี จุดแข็งมีเยอะ แต่ที่ขาดคือการทำให้จุดแข็งให้เป็นรูปธรรม มีคำเดียว ที่จะเริ่มต้นที่ดินจี่ คือ โครงการฝึกอบรมการบริหารจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงธรณีวิทยา หรือบรรพชีวิน - สินค้าโอทอป ข้าวปลอดสาร ทรัพยากรธรรมชาติมีเยอะ มีโฮมสเตย์ มีรถซาเล้ง แต่ไม่มีคน ดำเนินการต่อ อยากให้ทำเป็นรูปเป็นร่างเหมือนตามที่โครงการเสนอ


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 119 2. ประเด็นปัญหาในพื้นที่ของจังหวัด - สร้างสิ่งต่าง ๆ เองก็ไม่ได้ เพราะขาดงบประมาณ - พื้นที่ในการจัดทำโครงการไม่อยู่ในการดูแลของ อบต. จึงยุ่งยาก พื้นที่ตรงบริเวณนั้น เป็นเพียงพื้นที่ขอใช้ของกรมทรัพยากรธรณี - ท้องถิ่นดินจี่ขาดแคลนหลายอย่าง อาทิ แรงดึงดูดนักท่องเที่ยว น้ำไม่สะอาด ไม่มีระบบ ประปาในการทำให้น้ำสะอาด ขาดที่พัก ที่จอดรถ แม้มีสินค้ามีเยอะ แต่ไม่มีสถานที่วาง จำหน่าย มีโฮมสเตย์ แต่ต้องมีน้ำสะอาด มีอาหารการกิน นักท่องเที่ยวจึงจะมา - การเข้าถึงพื้นที่ท่องเที่ยว เราไม่มีรถโดยสารประจำทาง นักท่องเที่ยวจะมาอย่างไร มาแล้วมีที่ พักหรือไม่ แล้วให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริการรถสองแถว สามล้อเครื่อง ในการขึ้นไปเที่ยว ชมแหล่งท่องเที่ยว 3. ข้อเสนอแนะ - หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมการท่องเที่ยว อบจ.กาฬสินธุ์ เสนอว่าควรมีอะไรที่สอดรับกับการ ท่องเที่ยว คือ เส้นทางเข้ามายังแหล่งท่องเที่ยวโดยจัดทำไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ ปากทางบ้าน ใหม่ ซุ้มประตู (เข้าบ้านโพนด้วย ซุ้มแพรวา*ไดโนเสาร์) ตามเส้นทางที่เข้ามามีป้ายบอกทาง มีหุ่นถือป้ายบอกระยะทาง พอถึงทางเข้าดินจี่ ป้ายเข้าเขตอยากให้มีหุ่นเฉพาะของดินจี่ให้ ถ่ายรูปได้ เช็คอินได้ แต่ต้องมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ - เส้นทางถนนชนบทอยากให้พัฒนาเป็นเส้นทางไดโนเสาร์ และเป็นถนนเสียงไดโนเสาร์หรือ เสียงดนตรี ทางขึ้นภูน้อยควรมีหลุมขุดค้นจำลองให้นักท่องเที่ยวได้ขุดค้น ได้ทดลองทำ ได้ สัมผัส ได้ขุด ได้ถ่ายภาพ ให้เด็กเป็นนักธรณีวิทยาน้อย จัดบรรยากาศและพื้นที่ให้เขาได้ สัมผัสว่าได้มาถึงแหล่งท่องเที่ยวภูน้อย - ต้องพัฒนาคนเพื่อให้เป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้องการความสะดวก สบาย ปลอดภัย มีข้อมูลข่าวสาร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว หากกรมท่องเที่ยวมีการสร้างภาพยนตร์ไดโนเสาร์ กาฬสินธุ์จะทำให้มีคนมาเยี่ยมชม สร้าง story ไล่มาตั้งแต่สหัสขันธ์บ้านน้ำจั้น นักท่องเที่ยว จะหลั่งไหลมาเอง เราต้องเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับ - สร้างสะพานข้ามเป็นพื้นที่เดินออกกำลังกาย มีอุโมงค์ผจญภัยไดโนเสาร์ เส้นทางเชื่อมแต่ละจุด อาทิ จอดรถไปอาคารและศูนย์ประชุมจะเป็นเส้นทางรอยไดโนเสาร์ที่มีไฟเพราะมีกิจกรรมทั้ง กลางวันและกลางคืน - การพัฒนาโอทอปและผลิตภัณฑ์ให้ดินจี่มีความโดดเด่น และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้ อย่างแท้จริง ดังนั้น วิธีการคือนำสินค้าโอทอปดินจี่ (เมืองรอง) ไปวางจำหน่ายที่สหัสขันธ์ (เมืองหลัก) เพื่อให้คนติดตามมายังสถานที่จริง


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 120 4.7.6 การประชุมกลุ่มย่อยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยหน่วยงาน กลุ่มเป้าหมาย ณ สำนักงานเทศบาลตำบลภูแล่นช้าง 1) การดำเนินงานจัดกิจกรรมการประชุม เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.00-11.00 น. ณ สำนักงานเทศบาลตำบลภูแล่นช้าง เป็น การประชุมย่อยกับหน่วยงานทีเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมีหน่วยงานเข้าร่วมประชุมประกอบด้วย เทศบาลตำบลภูแล่นช้าง กรมการปกครอง วนอุทยานภูแฝก และมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ร่วมหารือรับฟังความ คิดเห็นเกี่ยวกับ แผน(ร่าง)พัฒนาเส้นทาง สถานที่ การท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สามารถนำไปพัฒนาต่อได้ รวมถึง ร่วมแสดงความคิดเห็นปัญหาและข้อจำกัดของพื้นที่ในการพัฒนาโครงการ ฯ โดยบรรยากาศการประชุม ดังรูปที่ 4.7-6 และจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมดังตารางที่ 4.7-7 รูปที่ 4.7-6 การประชุมรับฟังความคิดเห็น ณ สำนักงานเทศบาลตำบลภูแล่นช้าง ตารางที่ 4.7-7 จำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มย่อย ณ สำนักงานเทศบาลตำบลภูแล่นช้าง ลำดับที่ หน่วยงาน จำนวนผู้เข้าร่วม 1 หน่วยงานภาครัฐและผู้ที่เกี่ยวข้อง 21 2 คณะที่ปรึกษา/คณะศึกษา 5 รวม 26 2) การอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ประเด็นความคิดเห็น ข้อแลกเปลี่ยน และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม สามารถสรุปประเด็น ใจความสำคัญได้ ดังนี้


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 121 1. ประเด็นการนำเสนอที่ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นด้วยและแสดงความคิดเห็น - ภูแฝก จะมีจุดแข็งด้านธรรมชาติ ระบบนิเวศสมบูรณ์แบบมาก การพบรอยเท้าไดโนเสาร์ถือ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ในพื้นที่ส่วนจุดอ่อนและอุปสรรคในเรื่องของสภาพพื้นที่ที่คาบเกี่ยวอำเภอ ห้วยผึ้งและอำเภอนาคู คนมักเข้าใจผิดเรื่องที่ตั้ง - รอยเท้าเก่าและใหม่อยู่ห่างกันมาก ไอเดียใหม่ คือ หัวหน้าอุทยานปรับถนนให้ดีแล้วทำซาเล้ง ในการขนส่งนักท่องเที่ยว มีมัคคุเทศก์ให้ความรู้ด้วย ขายสินค้าโอทอป ขายน้ำแร่ได้ด้วย เพื่อให้เกิดรายได้ - เห็นด้วยในเรื่อง การทำป้ายบอกทางให้สะดุดตา ทางเข้าหมู่บ้านมีป้ายและไดโนเสาร์ทำให้ เป็นจุดเด่น เป็นทางเข้าพื้นที่ดินแดนแห่งไดโนเสาร์ และศูนย์ข้อมูลบริการนักท่องเที่ยว - รองปลัดเทศบาล : เคยประชุมการเชื่อมโยง 7 อำเภอในการทำจีโอพาร์ค โดยในการประชุม ล่าสุดเสนอแหล่งท่องเที่ยวกาฬสินธุ์ให้ทำหุ่นไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ที่อ.กุฉินารายณ์เพื่อแสดง ขอบเขตพื้นที่ของจังหวัดกาฬสินธุ์ที่เชื่อมต่อมุกดาหาร ภูแล่นช้างเคยนำเสนอของดีในตำบล วนอุทยานภูแฝกที่เชื่อมโยงกับรอยตีน มีแม่ย่าเบ้า การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ชื่อ “กราบแม่ย่า เบ้า กินข้าวเม่า ดูรอยเท้าไดโนเสาร์” - สิ่งสำคัญคือสาธารณูปโภค ถนนหนทาง รอยเก่ากับรอยใหม่ห่างกัน 1.5 กิโลเมตร แม้ว่าเรา จะมีมัคคุเทศก์แล้ว ดังนั้นสาธารณูปโภคพื้นฐาน ร้านอาหาร ถนนหนทาง ศูนย์บริการ นักท่องเที่ยว จึงมีความสำคัญในการพัฒนาเมืองแห่งการท่องเที่ยว อำเภอนาคู ตำบลแล่น ช้าง น่าจะมีการพัฒนาสาธารณูปโภคที่เพียบพร้อม - หากมีการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวขอเสริม คือ ป้าย เพราะมีความสำคัญ เป็นจุดเด่น เป็นที่ สังเกตของนักท่องเที่ยว ทางแยก ทางเชื่อม ควรทำป้ายข้อมูล ป้ายบอกทาง - วนอุทยานภูแฝก (อยู่ในท้องถิ่น) อยู่ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พื้นที่ 6 พันไร่ ประกาศเป็นวนอุทยาน เพื่อวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองป่าในพื้นที่ ศึกษา เรียนรู้ และการท่องเที่ยว สิ่งที่อยากเห็นและอยากทำ คือ การปรับภูมิทัศน์ในเส้นทางแยก เข้ามา ซึ่งตรงนั้นเป็นสามแยกห้วยผึ้ง แต่เราเป็นนาคูแต่ในความเป็นจริงรอยเท้าอยู่ห้วยผึ้ง แต่ทางขึ้นอยู่ทางนาคู ดังนั้น การพัฒนาป้ายทางเข้าจึงเป็นหน้าที่ของส่วนท้องถิ่นและ หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง การทำป้ายตรงสามแยก จะเป็นการสื่อสารให้คนทั่วไปได้รู้ว่ามี แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ ระยะทางไม่ไกลจาก 3 แยก สามารถแวะไปชมได้ 2. ประเด็นปัญหาในพื้นที่ - ระบบราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ วนอุทยาน กรมอุทยาน กระทรวงมหาดไทย เทศบาล กรมส่งเสริม ถือระเบียบคนละตัว ทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนา หลักๆ คือ ระบบราชการต่างกรม ต่างกระทรวง ต่างระเบียบ เวลาจะพัฒนาก็ยุ่งยากเรื่องของความ รับผิดชอบ เจ้าภาพดำเนินการ และงบประมาณ สุดท้ายชาวบ้านก็ไม่ได้ประโยชน์ - การก่อสร้างอาคารในภูแฝกและผู้รับจ้างทิ้งงาน ดังนั้น การไปภูแฝกไม่ใช่แค่ไปดูรอยตีน ไดโนเสาร์แต่ได้เข้าไปดูซากอาคารที่ไม่เสร็จและเป็นซากปรักหักพัง


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 122 - ปัญหาประการหนึ่ง คือ สัญญาณโทรศัพท์ไม่มีระบบนิเวศดี ต้นไม้ดีแล้ว อาจทำสกายวอร์ค หากมีสัญญาณโทรศัพท์ก็จะสามารถจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ - ทั้งสิ้นที่ผ่านมา “ระเบียบราชการ” เป็นปัญหาใหญ่ ในรอยเท้าเก่ามีต้นไม้โผล่มาตรงกลาง และมีคนนำเหรียญและวัตถุอื่น ๆ ไปวาง (ต้นเงิน) ไว้ในกลุ่มรอยเท้า เป็นสัญญาณทำให้รู้ว่ามี นักท่องเที่ยวมาในพื้นที่ แต่มาครั้งเดียวไม่มาอีก ยิ่งหน้าแล้งก็ไม่มีอะไร - ไม่มีป้ายบอกทางที่โดดเด่น - ข้อจำกัดเรื่องสาธารณูปโภค คือสัญญาณโทรศัพท์เพราะพื้นที่อยู่ในหุบเขาพอดี แต่ถ้าจำนวน นักท่องเที่ยวมีมากพอ บริษัทต่างๆ จะสนใจมาติดตั้งเสาสัญญาณให้โดยไม่ต้องร้องขอ - เรื่องไฟฟ้า จัดทำราคาในการประมูลให้ด้วย 4 กิโลเมตรขึ้นเขา 8 ล้านบาท ต้องให้จังหวัด ช่วยผลักดัน - ประปาและน้ำดื่ม เนื่องจากเราเป็นเทือกเขาสั้น ความอุดมสมบูรณ์ไม่มากพอที่จะมีน้ำซับ เคยขุดน้ำบาล แล้วก็ใช้ไม่ได้เกิดการถล่ม จึงทำถังกักน้ำ และ อบต.ภูแล่นช้างไปส่งน้ำเพื่อให้ บริการนักท่องเที่ยว - ระเบียบที่ยากที่สุดคือการสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่อนุรักษ์ - การเกิดรายได้แก่ชุมชนเรื่องการขายน้ำแร่ที่วนอุทยาน ส่วนในการท่องเที่ยวเราขาดแคลน บุคลากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน - ระยะห่างในการเดินดูรอยตีนต้องมีเจ้าหน้าที่ การทำป้ายสื่อความหมาย ข้อมูล ความถูกต้อง อักขระต้องรอข้อมูลจากกรมทรัพยากรธรณีและค่อย ๆ เปิดพื้นที่ต่อไปในอนาคต 3. ข้อเสนอแนะ - ทางขึ้นภูแฝกค่อนข้างคดเคี้ยว สูง สวยงาม หากมีรูปปั้นไดโนเสาร์ผลุบโผล่ข้างทางขึ้นก็จะ สร้างความตื่นเต้นได้ พอถึงภูแฝก จะมีศาลแม่ย่าเบ้า อาจเป็นจุดให้นั่งท่องเที่ยวกราบไหว้ได้ มีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน - หากเราต้องการนำเสนอการออกแบบอยากได้สกายวอร์คที่อยู่บนต้นไม้ ชมธรรมชาติ และ หาสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ - อยากเห็นภูแล่นช้าง คือ แลนด์มาร์ค ทั้งทางเข้าหมู่บ้าน การปรับปรุงภูมิทัศน์ จุดบริการและ รองรับนักท่องเที่ยว ที่จอดรถ ห้องน้ำ สถานที่จำหน่ายสินค้าของชุมชน นอกจากมีรอยเท้า ยังมีน้ำตก (น้ำตกไหลผ่านรอยเท้า) และเพิ่มกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ - รอยเท้าเดิมจะมีน้ำตกหลากมาเยอะ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม อยากให้มีสไลเดอร์ เสื้อชูชีพเพื่อเล่นน้ำ ถ้าไปแล้วอาจไม่อยากไปอีก เพราะมันเหนื่อยจากการเดินทาง ไม่คุ้มค่า ตรงทางเดินที่ผุพัง - จุดรอยเท้าเดิมและรอยใหม่ยังไม่มีป้าย แต่ควรทำป้ายนำทางไปให้ชัดเจน จากจุดใหม่ไปอีก จุดหนึ่ง ซึ่งเป็น “รอยประหลาด” คล้ายหอย อาจทำเป็นทางเดินรอยเท้าไดโนเสาร์ - หากมีการเชื่อมโยงและพัฒนาถนนสายอื่นก็อาจทำที่ภูน้อย และมาถึงภูแฝก ก็จะมีถนน ไดโนเสาร์ การตะลุยตามเส้นทางไดโนเสาร์สายที่ 1 สายที่ 2 สายที่ 3 จึงเป็นสิ่งท้าท้ายและ เกิดการท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงไปหากันได้


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 123 - นำแนวคิดไดโนโรดมาทำที่ภูแล่นช้าง และสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวไดโนเสาร์ ทำเป็นแผน ที่มาร์คจุดต่าง ๆ แผนที่เดินเท้าตามรอยไดโนเสาร์ เพื่อให้ง่ายต่อการท่องเที่ยว - บนเขามีจุดที่สวยงามอีกมาก ภูแล่นช้างจะมีวิวสวยงามมาก จะเห็นวิวทั่วอำเภอเขาวง วิว ทิวทัศน์เป็นจุดแข็งของภูแล่นช้าง อยากให้มีจุดเด่นเวลาชาวบ้านขึ้นไปขนเขา เพราะชาวบ้าน เคยหลง ต้องมีโดมสูงเพื่อมีจุดมาร์คจะได้ไม่หลง หรือไดโนเสาร์คอยาว ๆ 4.7.7 การประชุมกลุ่มย่อยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยหน่วยงาน กลุ่มเป้าหมาย ณ สำนักงานเทศบาลตำบลเหล่าใหญ่ 1) การดำเนินงานจัดกิจกรรมการประชุม เมื่อวันศุกร์ดีที่ 21 กรกฎาคม 2566 เวลา 13.00-16.00 น. ณ สำนักงานเทศบาลตำบลเหล่าใหญ่ เป็นการประชุมย่อยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมีหน่วยงานเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย เทศบาลตำบลเหล่าใหญ่ กรมการปกครอง โรงเรียน ชมรมผู้สูงอายุ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมหารือรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ แผน(ร่าง)พัฒนาเส้นทาง สถานที่ การท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สามารถนำไปพัฒนาต่อได้ รวมถึงร่วมแสดงความคิดเห็นปัญหาและข้อจำกัด ของพื้นที่ในการพัฒนาโครงการ ฯ โดยบรรยากาศการประชุมดังรูปที่ 4.7-7 และจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมดัง ตารางที่ 4.7-8 รูปที่ 4.7-7 การประชุมรับฟังความคิดเห็น ณ สำนักงานเทศบาลตำบลเหล่าใหญ่ ตารางที่ 4.7-8 จำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มย่อย ณ สำนักงานเทศบาลตำบลเหล่าใหญ่ ลำดับที่ หน่วยงาน จำนวนผู้เข้าร่วม 1 หน่วยงานภาครัฐและผู้ที่เกี่ยวข้อง 21 2 หน่วยงานภาคเอกชน 2 3 คณะที่ปรึกษา/คณะศึกษา 5 รวม 28


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 124 2) การอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ประเด็นความคิดเห็น ข้อแลกเปลี่ยน และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม สามารถสรุปประเด็น ใจความสำคัญได้ ดังนี้ 1. ประเด็นการนำเสนอที่ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นด้วยและแสดงความคิดเห็น - พื้นที่อำเภอเหล่าใหญ่ มีสิ่งที่จะโชว์คือ อัตลักษณ์ชนเผ่าภูไท และฟอสซิลปลาโบราณ ทางพื้นที่จะใช้สองส่วนนี้เกื้อหนุนกันอย่างไร เพื่อให้ชุมชนได้ประโยชน์ จะฟื้นฟูวัฒนธรรม ของเหล่าใหญ่ให้ก่อเกิดรายได้ และเชื่อมโยงกับฟอสซิล - จะทำอย่างไรดี ให้คนที่จะมาเที่ยวภูน้ำจั้นแล้ว แวะมาที่โฮมสเตย์ ไปโอทอปนวัตวิถี ตามอาหารวิถีของภูไท จะทำอย่างไร ออกแบบอย่างไรให้ไปด้วยกันได้ ทำอย่างไรให้ วัฒนธรรมของเหล่าใหญ่ถูกเผยแพร่สู่สาธารณชนก่อน เริ่มจากของดีชุมชน เมื่อคนมาดู วัฒนธรรม และค่อยไปดูภูน้ำจั้นด้วยรถซาเล้ง รถขนส่งของชาวบ้าน เพื่อให้ชุมชนมีรายได้ - โครงสร้างพื้นฐานที่เคยคุยไว้แล้วทำอย่างไรจะให้มีฟอสซิลปลาเต็มไปหมด ทำในระดับอำเภอ อาจไม่ได้ ทำได้ในระดับตำบล รวมถึงทางเข้า 3 ทาง เพื่อให้เป็นจุดสังเกต จุดเด่น ในการเดิน ทางตรงแยกห้วยผึ้ง สำหรับพื้นที่มุ่งเน้นคือ หมู่ 2 และหมู่ 9 ที่มีฟอสซิลปลาโบราณ - ภูหินกองเขตรอยต่อภูสิงห์ ขึ้นกับอำเภอเขาวง แต่กรมส่งเสริมท้องถิ่นจะอยู่ในเขตเทศบาล - ขอบเขตชาวบ้านไม่ได้มาคัดค้าน เหล่าใหญ่จึงเป็นเอามาขึ้นอยู่ในเขตและยังมีพระธาตุ อีก 3 แห่ง ที่มีลักษณะเป็นหินกองบนเขา ชื่อพระธาตุหินกอง อายุน่าจะ 200 ปีมีที่พักสงฆ์ และมีการพัฒนาบ้างแล้ว มีน้ำตกตาดฮัง ทางเข้ายังไม่สะดวก กรมป่าไม้ไม่อนุญาตในการทำ ทางเข้าไป - ภูน้ำจั้นมีศูนย์บริการเดือนกันยายนจึงจะแล้วเสร็จ (งบกรมส่งเสริม) และมีบริเวณหนองแจน แลน จะมีอาคารไซต์แอล - ชุดองค์ความรู้ของกรมทรัพยากรธรณีพร้อมแล้ว แต่เรื่องการนำไปต่อยอดเพื่อการท่องเที่ยว นั้นท้องถิ่นต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดการพัฒนา แบบตัวอย่างที่เขายายเที่ยง คือ ก่อนจะไป เที่ยวจะมีการเรียนรู้และทำกิจกรรมกับกลุ่มผ้าย้อมมือ และสอนวิธีการย้อม อบรมเด็ก นักเรียนร้อยลูกปัทม์ จะไปชมผาแดง - เหล่าใหญ่เป็นชุมชนนวัตวิถีต้นแบบของประเทศ 1 ใน 5 ระดับประเทศ สิ่งที่โดดเด่น คือ คำขวัญ : ศาลเจ้าปู่คู่บ้าน สิมโบราณคู่เมือง เลื่องลือผ้าทอมือ โลกระบือซากปลาโบราณ สิ่งจักสานฝีมือดี เลิศล้ำประเพณีวัฒนธรรมภูไทย ก้าวไกลด้วยเศรษฐกิจพอเพียง 2. ประเด็นปัญหาในพื้นที่ของจังหวัด - ก่อนหน้านี้มีโดม และอาคาร 1 หลังเพื่อเป็นศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเหล่าใหญ่ ดังนั้น ควรยกภูน้ำจั้นลงมาไว้ที่อาคารไซส์แอล แต่ขาดผู้เชี่ยวชาญในการจัดแสดง - สายมูกำลังได้รับความนิยม เราต้องสร้าง คือเมื่อนักท่องเที่ยวมาแล้วดูนิทรรศการใน พิพิธภัณฑ์แล้วกลับไปนอนพักที่ขอนแก่น เราเลยไม่ได้เงิน จากที่สังเกตนักท่องเที่ยวก็อยาก ค้างคืน อยากซื้อสินค้า แต่มันยังไม่น่าสนใจให้หยิบจับ


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 125 3. ข้อเสนอแนะ - การออกแบบพื้นที่น่าจะได้โมเดลนำมาซึ่งการของบประมาณ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสื่อสารไปสู่สาธารณชน - ที่นี่มีสถานที่ปฏิบัติธรรม มีพระธาตุภูหินกอง มีความศักดิ์สิทธิ์ จะเชื่อมโยงการท่องเที่ยวไป ได้หรือไม่ มีแหล่งน้ำธรรมชาติหนองแจนแลน 214 ไร่ เชื่อมโยงได้หรือไม่อย่างไร - การดีไซด์รายละเอียดที่จะเข้าไปอยู่ในอาคารทั้ง 2 หลัง (อาคารบนเป็นการแสดงลักษณะของ ชุมชนวิถีคนภูไท อาคารล่างเป็นภูน้ำจั้น) ช่วยกันลองจินตนาการเพื่อให้เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ ต่อไป - ต้องทำสถานที่ให้น่าสนใจ รักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะได้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ - อยากให้ศูนย์วัฒนธรรมที่จะเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว เริ่มจากประชาสัมพันธ์เพื่อให้ทราบว่า เหล่าใหญ่มีอะไรบ้าง อยากชม อยากกินอะไร ก็จะจัดให้ พร้อมที่จะนำเสนอ อัตลักษณ์ วัฒนธรรมประเพณี ส่วนภูน้ำจั้นต้องพัฒนาอีกหลายอย่างเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว อาทิ อาคารสำหรับจัดงานประชุม เสวนา และกิจกรรม 4.7.8 การประชุมกลุ่มย่อยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยหน่วยงาน กลุ่มเป้าหมาย ณ องค์การบริการส่วนตำบลพนอม 1) การดำเนินงานจัดกิจกรรมการประชุม เมื่อวันอังคารที่ 25 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.00-11.00 น. ณ องค์การบริหารตำบลพนอม เป็น การประชุมย่อยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมีหน่วยงานเข้าร่วมประชุมประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนตำบลดินจี่ โรงเรียน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ และผู้ประกอบการในพื้นที่ร่วมหารือรับ ฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ แผน(ร่าง)พัฒนาเส้นทาง สถานที่ การท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สามารถนำไปพัฒนาต่อได้ รวมถึงร่วมแสดงความคิดเห็นปัญหาและข้อจำกัดของพื้นที่ในการพัฒนาโครงการ ฯ โดยบรรยากาศการ ประชุมดังรูปที่ 4.7-8 และจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมดังตารางที่ 4.7-9 รูปที่ 4.7-8 การประชุมรับฟังความคิดเห็น ณ องค์การบริหารส่วนตำบลพนอม


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 126 ตารางที่ 4.7-9 จำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มย่อย ณ องค์การบริการส่วนตำบลพนอม ลำดับที่ หน่วยงาน จำนวนผู้เข้าร่วม 1 หน่วยงานภาครัฐและผู้ที่เกี่ยวข้อง 27 2 คณะที่ปรึกษา/คณะศึกษา 3 รวม 30 2) การอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ประเด็นความคิดเห็น ข้อแลกเปลี่ยน และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม สามารถสรุปประเด็น ใจความสำคัญได้ ดังนี้ 1. ประเด็นการนำเสนอที่ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นด้วยและแสดงความคิดเห็น - หากโครงการสามารถทำให้เกิดการเรียนรู้ เข้าใจ และเป็นประโยชน์ต่อชุมชนได้ ทาง อบต.พนอมยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และแหล่งรอยตีนไดโนเสาร์ ท่าอุเทน เป็นทางผ่านไปถ้ำนาคี ถ้ำนาคา ซึ่งไม่ห่างจากตรงนี้มาก - หากจัดทำเป็นที่พักค้างคืน กางเต็นท์ จัดเตรียมรักษาความปลอดภัย ร้านอาหาร สถานที่ พักผ่อนหย่อนใจ จะเกิดประโยชน์มากกว่าการที่นักท่องเที่ยวไปแล้วกลับเลย - ที่ผ่านมาคนที่เข้ามาเที่ยวชมรอยเท้า เข้ามายืนดูสักพักแล้วก็ขับรถออกไป ในพื้นที่ของเรา ไม่เหมือนกับขอนแก่นและกาฬสินธุ์ ที่เข้าไปศึกษา มีองค์ความรู้ แต่ อบต.พนอม เรามีแค่ รอยเท้า อยากให้ทางทีมออกแบบ จัดทำให้เป็นแหล่งไดโนเสาร์แบบย้อนยุค มีน้ำตก มีการ ปีนหน้าผา ให้คนอยากเข้ามาดูอย่างต่อเนื่อง ไปถ่ายรูป สร้างกิจกรรมเพื่อดึงดูดคน ปัจจุบัน พื้นที่ตรงนี้เป็นแค่ทางผ่าน - ตำบลพนอมมีแหล่งท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงหลายอย่าง มีพระนอน เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ตำบล พนอม อยากให้ทีมไปดูพระนอนและออกแบบปั้นเพื่อให้คนสามารถบูชา สักการะ ขอพรได้ ในจุดเดียวที่ไปเยี่ยมชม ก็จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว - หากมีงบประมาณที่สามารถซื้อที่ดินเพิ่มสัก 4-5 ไร่ ขยายพื้นที่ได้จะสามารถดำเนินการ สร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ตามที่ออกแบบไว้ และอยากให้มีสระว่ายน้ำเด็ก คนจะไปพักผ่อน หย่อนใจ และเด็กจะดึงผู้ปกครองเข้ามา ออกเป็นสไตล์ย้อนยุคดึกดำบรรพ์ หรืออาจขอ ซื้อหน้าผาซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง - พื้นที่ของเราเป็นจุดศึกษาประวัติศาสตร์ นักเรียนจะมาเรียนรู้นอกห้องเรียนในรายวิชา ประวัติศาสตร์จากทุกแห่ง ซึ่งบางแห่งมาเป็นปีที่ 5 ครู อาจารย์ ก็มาจากหลายที่ มาศึกษาไปพร้อม กับเด็ก ตรงนี้เป็นจุดเล็กๆ แต่ใหญ่มากในความหมาย เพราะคนทั่วโลกมา คนที่เดินทางจากถ้ำนาคี นาคา พระยาศรีสัตตนาคราช เขาก็ตั้งใจมาที่นี่เพราะอยากเห็นสถานที่โดดเด่น - กลุ่มใหญ่ที่เข้ามาตอนนี้คือ นักท่องเที่ยวจากฝรั่ง มาเป็นครั้งที่ 4 เขาตั้งใจมา และเขามีความผูกพัน แต่ชาวบ้านเราไม่ได้ผูกพัน ล่าสุดทัวร์จากญี่ปุ่น และจีน จะเข้ามาแต่โควิดมาพรากเสียก่อน


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 127 - อยากนำเสนอให้สถานที่นี้เป็นโลกดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ อาจมีไดโนเสาร์เคลื่อนที่ได้ ให้เด็กและผู้ปกครองเข้ามาเที่ยวชม และศึกษาหาความรู้ ทั้งนี้มี 3 กลุ่ม 1. กลุ่มศึกษา หาความรู้ นั่นคือเด็กและเยาวชน นักศึกษา 2. กลุ่มที่สนใจจริง ๆ 3. กลุ่มพ่อแม่ถูกลูกรบเร้าให้พามา และผู้เดินทางผ่านไปมาบนถนนจากบึงกาฬ แต่กลุ่มที่น่าสนใจคือ กลุ่มต่างประเทศที่ให้ความสนใจ และเริ่มเข้ามาเป็นจำนวนมาก - ประชุมหารือกับกรมทรัพยากรธรณีแล้ว ขอให้ยื่นหลังคาลงมาอีก เพื่อไม่ให้น้ำไหลย้อนกลับ มาโดนรอยเท้า เพราะมีตะไคร้น้ำทำให้รอยเท้าลบเลือน ในส่วนนี้มีปัญหามาก ริมทางอาจทำ ที่จอดรถไม่ได้อาจทำให้น้ำไหลย้อนกลับมา - หน้าผาน่าจะมีรอยเท้าอีก หากเป็นไปได้และมีงบอาจทำกิจกรรมปีนหน้าผาได้ ตรงไหน อาคารไม่สมควร ไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่ ก็สามารถรื้อถอนได้ 2. ประเด็นปัญหาในพื้นที่ของจังหวัด - ทางขึ้นเป็นร่องน้ำเมื่อฝนตกและน้ำหลากมักจะไหลเข้าไปในพื้นที่รอยเท้าไดโนเสาร์ อยากให้ หาวิธีการไม่ให้น้ำไหลเข้าไปในพื้นที่รอยเท้า จึงอยากให้แก้ปัญหาอย่างถาวรด้วยการสร้างสิ่ง ปกคลุมพื้นที่รอยเท้า เพื่อไม่ให้น้ำในหน้าฝนไหลมาลงในบริเวณพื้นที่รอยเท้า - ส่วนอาคารที่สร้างไว้แล้วระดับหนึ่งหากมันเกะกะ หรือสามารถตกแต่งเพิ่มเติมใหม่ ก็พร้อม ที่จะทำการรื้อถอนเพื่ออำนวยความสะดวกให้รถขนาดใหญ่ เช่น รถบัส เป็นต้น - ปัจจุบันไม่มีที่จอด และกลับรถยุ่งยากมาก - พื้นที่มีรอยเท้าไดโนเสาร์เป็นพื้นที่จำกัด เดิมเป็นพื้นที่เอกชน และบางอย่างขนาดสิ่งที่ อยากจะทำอาจไม่เหมาะสมกับพื้นที่ เพราะพื้นที่มีจำกัด - พื้นที่ของเราเชื่อมโยงหลายจุดมาก ห่างจากท่าอุเทน 4-5 กิโลเมตรและมีน้ำตกซึ่งตรงนั้นเป็นจุด ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ จุดแข็งของเรามีเยอะ แต่จุดอ่อน คือ เรื่องป้ายบอกทางมีเพียง 1 ป้ายที่บ้าน หนองญาติ เป็นปัญหามาก ทาง อบต.ทำป้ายไปติด แต่ถูกรื้อถอนเพราะมีการทำถนน - แหล่งเรียนรู้รอยเท้าไดโนเสาร์ ท่าอุเทน ติดถนนสายหลัก แต่สิ่งที่นักท่องเที่ยวไปมาก คือ หินสามวาฬ ฝรั่งชอบมากลงเครื่องจากนครพนมแล้วไปเลย ทัวร์ต่างประเทศทุกตัวต้องไป หินสามวาฬ สถานที่แห่งนี้ยังเป็นแหล่งศึกษาของนักเรียน นักศึกษา และมหาวิทยาลัยดัง ๆ ในกรุงเทพ ฯ เข้ามาศึกษาเพื่อทำวิทยานิพนธ์ - อบต. งบประมาณน้อย ไม่สามารถทำการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม เพื่อดึงคนให้เข้ามา เที่ยวและใช้เวลาอยู่นาน ทำให้ชาวบ้านก่อเกิดรายได้ 3. ข้อเสนอแนะ - อยากให้มีรูปหุ่นไดโนเสาร์ตัวใหญ่ขึ้น และตั้งเป็นระยะ ๆ ไป ป้ายต่าง ๆ ก็จัดทำขึ้นมาใหม่ - อยากให้สร้างตัวอาคารให้ยาวไปครอบคลุมทั้งหมดเพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าไปหารอยเท้า มีทั้งดิน และทรายที่ไหลเข้าไปทับรอย ที่ผ่านมาต้องเดือนร้อนเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีที่จะต้อง เข้ามาปัดกวาดและตกแต่งเพื่อให้พื้นหินสะอาด และต้องใช้บุคคลที่มีองค์ความรู้เท่านั้น เจ้าหน้าที่ของ อบต.ก็ไม่สามารถทำได้


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 128 - ตำบลพนอมมีแหล่งท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงหลายอย่าง อยากให้ทำเป็นการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยง และน่าจะมีศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับรอยเท้าอยู่ในวัดเพื่อเชื่อมโยงให้คนออกไปดู - อยากให้ป้ายประชาสัมพันธ์เป็นระยะ ๆ ก่อนที่จะถึงรอยตีนไดโนเสาร์ ถ้ามาจากบึงกาฬ ก็ควรมีป้ายบอกทาง - อยากให้ปรับปรุงห้องน้ำ อาคารจำหน่ายสินค้า ของที่ระลึก และสาธารณูปโภคอื่น ๆ - อยากให้มีการอบรมมัคคุเทศก์ในชุมชน เพิ่มศักยภาพชาวบ้าน - อยากให้มีรถรางไดโนเสาร์พานักท่องเที่ยวเลาะไปไหว้พระที่เหล่าหนาดไปดูหอพระธรรม พิพิธภัณฑ์ แคน ไปจบที่พระนอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ตำบลพนอมที่อุ้มข้ามน้ำมาจากลาว รายได้ จึงจะกระจายไป ทั่วพื้นที่ เพราะที่นั่นบรรยากาศดีมาก ฤดูหนาวสวยมาก สามารถกางเต็นท์ได้ 4.8 กิจกรรมประชุมประชาสัมพันธ์และนำเสนอผลออกแบบโครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี เมื่อวันจันทร์ที่ 4 กันยายน 2566 เวลา 09.00 – 12.00 น. กรมการท่องเที่ยว และคณะที่ปรึกษา โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปีร่วมกันจัดประชุมประชาสัมพันธ์และ นำเสนอผลออกแบบโครงการ ฯ เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติ ทะลุโลกล้านปีและนำเสนอแผนการปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์ รวมถึงนำเสนอผลออกแบบโครงการที่จัดทำมา โดยคณะผู้เชี่ยวชาญ ได้นำเสนอโครงการ แผนการพัฒนา และผลการออกแบบเส้นทางโครงการให้มี บรรยากาศของการท่องเที่ยวเส้นทางไดโนเสาร์ซึ่งในการประชุมประชาสัมพันธ์ครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 92 คนดังรูปที่ 4.8-1และได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนโครงการได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาปรับ ใช้ในการพัฒนาโครงการต่อไป ซึ่งสามารถสรุปการประชุมประชาสัมพันธ์ได้ ดังนี้ รูปที่ 4.8-1 ผู้เข้าร่วมประชุมประชาสัมพันธ์และนำเสนอผลออกแบบโครงการ


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 129 4.8.1 สรุปประเด็นการประชุมประชาสัมพันธ์ จากคุณแก้วตา แสนเวียง ให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นไว้ดังนี้ 1. ถ้ามีการทำเส้นทางเชื่อมโยงเข้าแหล่งท่องเที่ยว และจุดเรียนรู้ในชุมชน ที่ชุมชนมีกิจกรรมจะทำ ให้เกิดการกระจายรายได้ให้ชุมชนด้วย 2. เส้นทางเข้าถึงแหล่งธรณีในชุมชน เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวไดโนเสาร์ก็เป็นความหวังของชุมชน - กิจกรรมเยอะ วัฒนธรรมการทอผ้าฝ้าย - วัฒนธรรมวิถีคนต้มเกลือ - กิจกรรมย้อมผ้าจากสีหินยุคไดโนเสาร์ - กิจกรรมทำไข่เค็มจากดินไดโนเสาร์ ถึง ททท มาท่องเที่ยวมุมมองใหม่ได้ จากคุณศุภฤกษ์ โออินทร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นไว้ดังนี้ 1. ควรสำรวจโครงสร้างพื้นฐานโดยประเมินความสามารถในการรองรับทั้งคนและยานพาหนะด้วย ว่าแต่ละแห่งมีเท่าไหร่ ต้องการเพิ่มเติมไหม หรือในปัจจุบันสภาพการใช้งานเป็นอย่างไร รวมไปถึงการสำรวจ สิ่งสนับสนุนการท่องเที่ยวในระหว่างเส้นทาง 2. การกำหนดบางจุดต้องพิจารณาแหล่งท่องเที่ยวประเภทอื่นที่ใกล้เคียงด้วย เพราะจะห่างไกลจาก จุดท่องเที่ยวแหล่งอื่นมาก 3. การวางผังศูนย์ข้อมูลหรือแหล่งเรียนรู้ต้องพิจารณาและคำนึงถึงช่วงเวลากิจกรรม (ทุกเสาร์- อาทิตย์ หรือนักขัตฤกษ์) ความพร้อมของบุคคลากร และความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้า มาเที่ยว รวมถึงความสม่ำเสมอหรือความถี่ของจำนวนนักท่องเที่ยวด้วย จากคุณประวิทย์ จันทร์เพ็ญ ให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นไว้ดังนี้ 1. จะมีการพัฒนาขยายไปในเส้นทางอื่น ๆ อีกหรือไม่ 2. สามารถเอาอุทยานแห่งชาติที่วิวสวยแล้ว มาทำที่พักที่มีบรรยากาศจูราสซิกพาร์คได้บ้างมั้ยน่าจะ น่าสนใจมาก ในมุมมองคนออกแบบ จากสำนักงานกรมทรัพยากรธรณีเขต 2 ให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นไว้ดังนี้ แหล่งซากดึกดำบรรพ์ มีพรบ คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์กำกับไว้อยู่ ไม่ทราบว่าในโครงการมีแผนใน เรื่องนี้อย่างไร เนื่องจากแหล่งที่ระบุไว้ในเส้นทางท่องเที่ยวมีหลายแหล่งที่เป็นแหล่งเพื่อการศึกษาวิจัย หากจะ มีการพัฒนาจะเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 130 จากคุณจิดาภา ขูรูรักษ์ให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นไว้ดังนี้ การเดินทางของนักท่องเที่ยวก่อนที่จะเข้าสู่จังหวัดหรือดินแดนไดโนเสาร์การวางแผน หรือออกแบบ ตั้งแต่ทางเข้า และสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ทราบว่าเป็นเมืองแห่งไดโนเสาร์ ให้นักท่องเที่ยวได้มีความตื่นเต้นในเมือง ไดโนเสาร์ไม่ทราบว่าทางกรมการท่องเที่ยวได้มีแผนวางไว้อย่างไรบ้าง จากคุณปรารถนา ขำไข พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นไว้ดังนี้ แหล่งภูน้อยเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่ขึ้นทะเบียนของกรมทรัพยากรธรณี และอยู่ในความดูแลและ การใช้ประโยชน์ของกรมทรัพยากรธรณี จากคุณสิทธิชัย ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขอนแก่น ให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นไว้ดังนี้ คิดว่าเทรนด์ท่องเที่ยวในปัจจุบัน ต้องขายความน่าสนใจในเชิงการได้ประสบการณ์ของการมา ท่องเที่ยว เช่น เชื่อมโยงกับกิจกรรมในเชิงวัฒนธรรมมากกว่าการเน้นไปในเชิงตัวสินค้า เพราะนักท่องเที่ยว เปลี่ยนพฤติกรรมในการเลือกที่จะไปเที่ยวไปจากในอดีต จากคุณจักรกฤษณ์ ศิริพานิชย์ หอการค้าขอนแก่น ให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นไว้ดังนี้ นอกจากการปรับภูมิทัศน์ จุดพักรถ และอื่น ๆ ตามที่วิทยากรนำเสนอแล้ว อยากให้ปรับจุดที่เป็นเกต เวย์ทางเข้าเมือง สนามบิน สถานีขนส่งและในเมืองเพื่อให้ผู้ที่มาถึงจังหวัดที่มีแหล่งไดโนเสาร์ ได้รับกลิ่นอาย และเป็นเสน่ห์ของเมือง เช่น ทางม้าลายเป็นตัวหรือรอยเท้าไดโนเสาร์ สัญญาณ ไฟ ป้ายบอกทาง ป้ายถนน และอื่น ๆ พัฒนารูปแบบของฝากของที่ระลึกถึงไม่ได้เดินทางไปดูแหล่งแต่ก็ได้รับรู้บรรยากาศว่ามาถึงเมือง ไดโนเสาร์แล้ว อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสิงคโปร์ได้มาพบผู้ว่าฯขอนแก่น เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ได้คุยถึงด้านการ ท่องเที่ยวว่า เด็กสิงคโปร์สนใจเรื่องฟอสซิลไดโนเสาร์เป็นพิเศษ สิงคโปร์ก็จะเป็นอีกประเทศที่น่าสนใจ ถ้าใน อนาคตมีรอบบินตรงมาอีสานก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาเที่ยวอีสาน จากคุณระพีพรรณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มข. ให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นไว้ดังนี้ จากพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นมาใหม่อย่าง พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น เรามีเนื้อหา และรูปปั้นไดโนเสาร์หลายตัว ซึ่งดูจากแผนที่แล้วเป็นทางผ่านไปภูเวียง-กาฬสินธุ์ ไม่ทราบว่ามีแผนสำหรับจุดที่ ไม่ได้ค้นพบสามารถให้เข้าร่วมเส้นทางด้วยไหม ยินดีและสนใจเข้าร่วมในเส้นทาง จากผู้แทนเทศบาลตำบลโนนบุรี อ.สหัสขันธ์ให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นไว้ดังนี้ อยากให้ดำเนินการโดยเร็ว ส่งเสริมการรับรู้ให้กับชุมชน ส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในชุมชน รองรับการท่องเที่ยว จะสร้างรายได้ให้กับพื้นที่ได้มากขึ้น และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศอีกแห่ง


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 131 4.8.2 สรุปจากแบบสำรวจความคิดเห็น • ส่วนที่ 1 ความคิดเห็นต่อแนวคิดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 132 4. ข้อเสนออื่น ๆ ในการออกแบบพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว 1. ควรมีการออกแบบเรื่องของโลจิสติกส์การท่องเที่ยว เช่น รูปแบบการเดินทางสำหรับนักควรมีการ นำเสนอ วิธีเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างกัน เช่น มีรถส่วนตัวหรือเดินทางด้วยตัวเองผ่านทางรถประจำ ทาง จุดขึ้นลงรถโดยสาร กำหนดระยะเวลาในการเดินเที่ยวชมในแต่ละแห่ง 2. ในขั้นตอนการวิเคราะห์และเสนอกิจกรรม ควรเน้นไปที่การวิเคราะห์พฤติกรรมนักท่องเที่ยว กลุ่มเป้าหมาย มากกว่าที่จะเน้น ว่ามีแหล่งท่องเที่ยวหรือสินค้าอะไรบ้าง 3. ควรวิเคราะห์เทรนด์รูปของเครื่องมือ ในการประชาสัมพันธ์หรือใช้ในการส่งเสริม เช่น ใช้ คาแรคเตอร์ไดโนเสาร์ที่เหมาะสมกับเทนต์หรือเทคโนโลยีที่ทางโซเชียลที่ กลุ่มเป้าหมายนิยมหรือเข้าถึงได้ง่าย มากกว่าไปจัดทำตามรูปแบบเดิม ๆ ของหน่วยราชการต่าง ๆ เพื่อเวลานักออกแบบและผู้มีส่วนร่วม นำไปจัด ผังการพัฒนาพื้นที่ จัดแบบก่อสร้าง ในแหล่งท่องเที่ยวและทำinformation material ออกมาตรงกับความ สนใจของ TARGET GROUP ที่ต้องการโดยเฉพาะความน่าสนใจในกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประสบการณ์ที่น่าสนใจ ของกลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ รวมถึงการเชื่อมโยงกับสินค้าทางการท่องเที่ยวในพื้นที่เชื่อมโยง ควรมีการพัฒนาให้ เหมาะสมไม่ควรนำรูปแบบเดิมมาผูกเข้ากับกิจกรรมที่ถูกออกแบบขึ้นมาใหม่ • ส่วนที่ 2 ความต้องการในการพัฒนาการท่องเที่ยว 1.โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแหล่งอื่น ควรเชื่อมโยงกับกิจกรรมที่น่าสนใจในพื้นที่ เช่น กิจกรรมดูดาวของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติที่ มีกิจกรรม DARKSKY ที่เพิ่มประสบการณ์ที่น่าสนใจของกลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาในพื้นที่ 2.โครงการพัฒนาเส้นทางคมนาคม ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ที่จะเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว หรือ เป็นความต้องการของคนในชุมชน ส่งเสริมและพัฒนาเส้นทางหรือบริการของการเดินทาง ทางบก ในแง่ของพาหนะหรือบริการที่ เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวที่เที่ยวด้วยตัวเองเพิ่มขึ้น ไม่ใช่รองรับเฉพาะการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะอย่างเดียว เนื่องจากความนิยมในการท่องเที่ยวแบบเป็นกลุ่มเล็ก ๆ หรือ ครอบครัว ที่ไม่พึ่งพาทัวร์ มีมากขึ้น 3.โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอํานวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยว จุดชาร์จรถไฟฟ้า ที่เป็นเทรนด์ในอนาคต หรือ WIFI ในจุดที่กำหนดเป็นจุดพักหรือจุดจอดรถในแหล่ง ท่องเที่ยวในเส้นทาง 4.โครงการในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ LOW CARBON ร่วมกับแคปเป็นสินค้าที่น่าสนใจในวัยของกลุ่มเป้าหมาย 5.โครงการพัฒนาบุคลากรรองรับการท่องเที่ยวภายในเส้นทาง พัฒนาบุคลากรในพื้นที่ที่เข้าใจความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 133 6.โครงการพัฒนาและส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ ควรใช้วิธีการและเครื่องมือที่เหมาะสม เช่น การใช้วิธีทางการตลาดสมัยใหม่มากำหนดแบรนด์ และ ควรมีภาพรวมเดียวกันของแต่ละจุดในเส้นทางท่องเที่ยว เช่น สื่อประชาสัมพันธ์ทางโซเชียลมีเดียที่เหมาะสม ไม่ควรใช้สิ่งพิมพ์ที่ล้าสมัยและก่อให้เกิดขยะในภายหลังจากที่สิ่งพิมพ์นั้นล้าสมัยไปแล้ว 7.โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สินค้า และของที่ระลึก เพื่อการท่องเที่ยว ควรวิเคราะห์จากกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวมากกว่าใช้รูปแบบที่คุ้นเคย แต่สามารถประยุกต์จาก ความทรงจำหรือประสบการณ์ในพื้นที่ ให้เข้ากับเทนต์สมัยใหม่ของกลุ่มเป้าหมายได้ จะเหมาะสมมากกว่าการ เน้นไปที่แบรนด์หรือวิธีการที่นำรูปแบบในอดีตมาใช้โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 134 ส่วนที่ 5 การวิเคราะห์ศักยภาพและการพัฒนาอัตลักษณ์ 5.1 การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขันทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต ประเทศไทยถือเป็นแหล่งค้นพบไดโนเสาร์สกุลใหม่ของโลกหลายสายพันธุ์ โดยนักโบราณชีววิทยา ของไทยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ร่วมกันศึกษา ค้นคว้า และได้ขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์ครั้งแรก ในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2519 ที่อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น กระดูกไดโนเสาร์ในประเทศไทย ตั้งแต่นั้น มาประเทศไทยมีการขุดค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ถึง 16 ชนิด ในจำนวนนี้เป็นไดโนเสาร์ชนิดใหม่ ของโลก 6 ชนิด และ อีก 5 ชนิด อยู่ในกลุ่มสกุลใหม่ของโลก โดยได้รับการตั้งชื่อตามชื่อของบุคคลหรือสถานที่ที่ขุดพบ เช่น ไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่ ภูเวียงโกซอรัสสิรินธรเน ไดโนเสาร์คล้ายนกกระจอกเทศ กินรีมีมัส ขอนแก่นเอนซิส ไดโนเสาร์ปากจระเข้ สยามโมซอรัสสุธีธรณี ไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ สยามโมไทรันนัส อีสานเอนซิส ฯลฯ รวมไปถึงซากฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เช่น ไม้กลายเป็นหิน เป็นต้น โดยปัจจุบันหน่วยงานที่รับผิดชอบการขุดค้น เป็นผู้ดูแลและดำเนินการสร้างพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ต่าง ๆ โดยมีรูปแบบการพัฒนาที่หลากหลายตามลักษณะ พื้นที่ของตน การค้นพบซากดึกด่าบรรพ์ชิ้นแรกในประเทศไทย เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2463 / ค.ศ.1920 โดยกรม ทรัพยากรธรณี ซึ่งขณะนั้นยังขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ด้านทรัพยากรธรณี จึงได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ ชาวต่างชาติ และได้ตีพิมพ์บทความทางวิชาการเกี่ยวกับการค้นพบ สิ่งมีชีวิต ดึกดำบรรพ์ชนิดใหม่ในประเทศ ไทยเป็นครั้งแรก โดย Reed (1920) ชื่อบทความว่า “Caboniferous Fossil From Siam' โดยสิ่งมีชีวิตชนิด แรกที่มีการตีพิมพ์ คือ Posidonomya Becheri Siunnensis ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 2565 / ค.ศ.1922 กรมทรัพยากรธรณี (ณ ขณะนั้น คือ กรมราชโลหะกิจและภูมิวิทยา) ได้จัดให้มีการลงทะเบียนซากดึกดำบรรพ์ ในประเทศไทย ซึ่งซากดึกดำบรรพ์ชิ้นแรก ที่ค้นพบ คือ ซากดึกดำบรรพ์ของหอยสองฝา ที่ค้นพบโดย Wallace Lee และพระอุดมพิทยภูมิพิจารณ์ (Songthamm and Department of Mineral Resource, 2006) อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ ในประเทศไทย คือ การดำเนินกิจการเหมืองแร่ ทำให้มีการ ค้นพบซากดึกดำบรรพ์จำนวนมาก อาทิ ซากดึกดำบรรพ์ ของช้าง ที่เหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ในปี ค.ศ. 1959 (Von Koenigswald, 1959) และซากใบไม้โบราณที่อำเภอลี้ จังหวัดลำปาง ในปี ค.ศ. 1966 (Endo, 1963) เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีการค้นพบเนื่องจากโครงการการสำรวจของต่างประเทศ เช่น คณะสำรวจชาว เยอรมัน และคณะสำรวจชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการสำรวจซากดึกดำบรรพ์ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ (Kobayashi, Toriyama and Hashimoto, 1964)


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 135 อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของกระแสความนิยมไดโนเสาร์ในประเทศไทยครั้งแรกน่าจะเกิดขึ้นก่อนการ ค้นพบไดโนเสาร์ในประเทศไทยซึ่งจากหลักฐานการบันทึก พบว่า ในปี พ.ศ.2504 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอุบลรัตน ราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ได้เสด็จเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ แร่และหินที่จัดโดยกรมทรัพยากรธรณีมีการบันทึกพระรูปเจ้าฟ้า ทั้งสองพระองค์ทรงทอดพระเนตร รูปปั้นไดโนเสาร์ในพิพิธภัณฑ์ นับเป็นหลักฐานการเข้ามาของกระแสความ นิยมไดโนเสาร์ภายในประเทศไทย ชิ้นแรกที่ผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลได้ โดยผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการวิจัยได้สันนิษฐานว่า เกิดขึ้นจากนักเรียนไทยที่ ศึกษาต่อในต่างประเทศ หรือนักวิชาการชาวต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศไทยได้นำกระแสความนิยมมา เผยแพร่ ไดโนเสาร์ได้ปรากฏในวรรณกรรมไทยที่ได้รับความนิยมระดับสูง คือ เรื่อง เพชรพระอุมา โดยใน วรรณกรรม เรื่องนี้ถูกประพันธ์ขึ้นในปี พ.ศ.2507 / ค.ศ.1964 ใช้ระยะประพันธ์เป็นเวลา 25 ปี แบ่งเป็น ทั้งหมด 2 ภาค ถูกเผยแพร่ครั้งแรกลงในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ซึ่งตอนที่ มีไดโนเสาร์และสัตว์ กาบรรพ์อื่น ปรากฏอยู่นั้น คือ ตอน อาถรรพ์นิทรานคร เป็นเนื้อเรื่องช่วงท้ายของภาคแรก ซึ่งพิจารณาได้ว่าน่าจะถูก ประพันธ์ขึ้นก่อนปี พ.ศ.2518 /ค.ศ.1975 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มตีพิมพ์เพชรพระอุมาภาคที่ 2 (ภาคสมบูรณ์) (Wisedsuvarnabhumi, 2003) และเป็นการกล่าวถึงไดโนเสาร์ในวรรณกรรม ก่อนการค้นพบ ไดโนเสาร์ครั้ง แรกในประเทศไทย หลักฐานของกระแสความนิยมไดโนเสาร์สอดคล้อง กับการบัญญัติศัพท์คำว่าไดโนเสาร์ในประเทศไทย โดยคำว่า ไดโนเสาร์นั้นเริ่มถูกบันทึกครั้งแรกในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ฉบับปี พ.ศ. 2525 / ค.ศ. 1982 โดยให้ความหมายว่า “สัตว์เลื้อยคลานยุคก่อนประวัติศาสตร์ พวกหนึ่ง รูปร่างคล้ายกิ้งก่ายักษ์ แต่มี ขนาดใหญ่กว่ามาก มีหลายชนิด บางชนิดกินพืช บางชนิดกินเนื้อสัตว์” (Office of the Royal Society, 1982) ซึ่งการบันทึกลงในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ที่มิใช่พจนานุกรมฉบับเฉพาะทางสะท้อนให้เห็น ว่าคนไทยเริ่มรู้จักไดโนเสาร์อย่างแพร่หลาย ในช่วงระหว่าง พ.ศ.2493 ที่ยังไม่มีการบัญญัติคำศัพท์ลงใน พจนานุกรม (Office of the Royal Society, 1950) ถึงปี พ.ศ. 2525 ที่มีการเริ่มบัญญัติคำว่า ไดโนเสาร์ใน พจนานุกรม การบัญญัติคำว่าไดโนเสาร์ในพจนานุกรมเล่มปัจจุบัน พ.ศ.2554 ได้มีการให้ความหมายที่ละเอียด มากขึ้น คือ มีการยกตัวอย่างไดโนเสาร์กินพืช และไดโนเสาร์กินเนื้อโดยตัวอย่างที่หยิบยกมานั้นเป็นไดโนเสาร์ ที่ค้นพบในประเทศไทย (Office of the Royal Society, 2011) การเพิ่มเติมบัญญัติศัพท์นอกจากจะสะท้อน ให้เห็นการ เติบโตของกระแสไดโนเสาร์ในประเทศไทยแล้ว ให้เห็นว่ากระแสไดโนเสาร์ที่เกิดขึ้นก่อน พ.ศ.2525 นั้นยังสะท้อนน่าจะมีอิทธิพลมาจากองค์ความรู้และกระแสนิยมของต่างประเทศเป็นหลัก เพราะ ณ เวลานั้นยัง ไม่มีการค้นพบ และตีพิมพ์วารสารทางวิชาการเกี่ยวกับไดโนเสาร์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ช่องทางที่กระแสความนิยมไดโนเสาร์จากต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศไทย น่าจะผ่านทางสื่อ ที่สำคัญ คือ ภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ โดยภาพยนตร์ที่ผู้ให้ ข้อมูลสำคัญสามารถระลึกได้ว่าเคยได้รับชม เมื่อสมัยเด็กได้แก่ ก็อตซิลลา ในปี ค.ศ.1954 มนุษย์หินฟลินท์สโตน ปี ค.ศ. 1960 รายการโทรทัศน์ Land of The Lost ในปี ค.ศ.1974 ภาพยนตร์ The Land Before Time ปี ค.ศ. 1988 ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วก็อตซิลลา แม้ว่าจะได้รับแรง บันดาลใจจาก Rhedosaurus จากภาพยนตร์เรื่อง The Beast from 20,000 Fathons ที่ มีต้นแบบเป็นสัตว์เลื้อยคลานยักษ์ แต่ ณ เวลานั้นยังเป็นช่วงเวลาที่คนไทยมีความรู้ เกี่ยวกับไดโนเสาร์ที่จำกัด ยังไม่มีการจัดตั้งหน่วยงานทางราชการเพื่อจัดการซากดึกดำบรรพ์อย่างเป็นทางการคน ส่วนใหญ่น่าจะชม ภาพยนตร์เรื่องนี้ในมุมมองของสัตว์ประหลาดมากกว่าไดโนเสาร์ แต่ภาพยนตร์ในยุคหลัง เช่น Land of the


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 136 Lost ในปี ค.ศ.1974 (พ.ศ.2517) ที่เป็นอนิเมชันจากดินน้ํามันฉายทางโทรทัศน์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ไดโนเสาร์ที่ สอดคล้องกับความเป็นจริงมากกว่า เพราะเป็นอนิเมชันที่ใช้ไดโนเสาร์ดำเนินเรื่องหลัก มิใช่องค์ประกอบย่อย ดังเช่นในการ์ตูนมนุษย์หินฟลินท์สโตน หรือสัตว์ประหลาดในภาพยนตร์ก็อตซิลล่า นับเป็นการสร้างมิติการรับรู้ ไดโนเสาร์ที่เป็นนิยามตามวิทยาศาสตร์มากขึ้นและเป็นข้อบ่งชี้ที่สำคัญว่ากระแสไดโนเสาร์ในต่างประเทศนั้น เติบโตขึ้นจนสามารถผลิตรายการเชิงกึ่งสารคดีที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ 5.2 การวิเคราะห์ประเมินศักยภาพคู่แข่ง จากความอุดมสมบูรณ์ของร่องรอยไดโนเสาร์และสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ที่ถูกขุดค้นพบในพื้นที่ประเทศ ไทย เช่น จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น กาฬสินธุ์ เลย เพชรบูรณ์ หนองบัวลำภู อุบลราชธานี นครพนมและ พื้นที่เชื่อมโยงอื่น ๆ กรมการท่องเที่ยวในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการท่องเที่ยว ได้เล็งเห็นความสำคัญ ในการพัฒนาสิ่งอํานวยความสะดวกพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและตระหนักถึงความสำคัญของการสร้าง มูลค่าเพิ่มด้านการตลาด ด้านการมุ่งเน้นพัฒนาการสื่อสารคุณค่า และภาพลักษณ์ของประเทศ ให้เข้าถึงกลุ่ม นักท่องเที่ยวเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มสนใจพิเศษด้านประวัติศาสตร์ กลุ่มเยาวชน กลุ่มสถาบันการศึกษา และกลุ่ม ครอบครัว รวมไปถึงการเชื่อมโยงกลุ่มนักท่องเที่ยวในอนาคตจากประเทศริมแม่น้ำโขง เช่น ลาว และจีน การค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะช่วยสร้างอัตลักษณ์ให้ชุมชนเข้มแข็ง มากขึ้น กอรปกับกระแสนิยมจากภายนอกที่มีบทบาทในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพในชุมชนเพื่อ ตอบสนองความสนใจไดโนเสาร์ของคนภายนอก ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีที่สำคัญในชุมชน หากมีการส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชนแหล่งขุดค้นเป็นอย่างมาก แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ให้กับคนในพื้นที่ ย่อมจะ ช่วยสร้างผลประโยชน์ทั้งต่อชุมชนและต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับอย่างไรก็ตาม ขณะที่ความเปลี่ยนแปลงใน ชุมชนถูกผลักดันจากกระแสความสนใจไดโนเสาร์จากคนนอกพื้นที่ แต่การศึกษาเชิงวิชาการในปัจจุบันยังไม่มี การระบุที่มาของกระแสความนิยมไดโนเสาร์ในประเทศไทยที่ชัดเจนทำให้การศีกษาการเกิดกระแสนิยม ไดโนเสาร์ภายในประเทศไทยถูกจำกัดอยู่ในกรอบของกระแสนิยมหลักของต่างประเทศ เช่นในการศึกษาของ Cohen (2010) ที่ระบุว่ากระแสความนิยมไดโนเสาร์ของประเทศไทยเกิดขึ้นมาจากภาพยนตร์เรื่องจูราสสิค ปาร์คเป็นปัจจัยหลัก ทั้งที่จริงแล้วจากหลักฐานหลายอย่างสะท้อนให้เห็นกระแสความนิยมไดโนเสาร์ที่เกิด ขึ้นมาก่อน โดยกระแสนิยมนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการสร้างอัตลักษณ์ในทุกระดับ Cohen (2010) ได้ทำการศีกษาพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ในประเทศไทย รวมถึงพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ใน ภูกุ้มข้าว เพื่อตอบหนึ่งในคำถามวิจัยว่า กระแสไดโนเสาร์ในประเทศไทยนั้นเกิดขึ้นมาจากปัจจัยใด คำตอบที่ได้ ในการศึกษา พบว่า กระแสความนิยมน่าจะเกิดขึ้นมาจากภาพยนตร์ เรื่องจูราสสิคปาร์ค (Jurassic Park) ที่ เข้าฉายในปี พ.ศ. 2536 (ค.ศ.1993) และมีความเป็นไปได้ว่าความนิยมไดโนเสาร์ในประเทศไทยจะเพิ่มสูงขึ้น หลังจากการเผยแพร่ ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว แต่จากหลักฐานอื่น ๆ ทำให้สามารถ สันนิษฐานได้ว่าคนไทย น่าจะรู้จักและมีกระแสความนิยม ไดโนเสาร์มาก่อนภาพยนตร์ เรื่อง จูราสสิคปาร์คเข้าฉาย ภายในประเทศไทย การขุดค้นพบไดโนเสาร์ในประเทศไทยได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการบรรพชีวินไทย ทั้ง ในด้านการวิชาการ และในด้านการท่องเที่ยว โดยหลังจากมีการค้นพบซากไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในพื้นที่ภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ได้มีการพัฒนาต่อยอดโดยการ


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 137 สร้างพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ขึ้นภายในพื้นที่ เพื่อตอบรับความสนใจของประชาชนจำนวนมากที่เข้ามาเยี่ยมชม แหล่งขุดค้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญภายในชุมชน นำความเจริญด้านกายภาพ อาทิ การพัฒนาถนน เพื่อเดินทางจากตัวเมืองมายังพิพิธภัณฑ์ มีการสร้างถาวรวัตถุที่เกี่ยวข้องกับไดโนเสาร์ในพื้นที่ รวมไปถึงความ พยายามผลักดันให้เกิดภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวใหม่ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระยะแรกเป็นการ วางแผนและดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐ โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลก ล้านปีนี้ ควรมุ่งเน้นการสร้างอัตลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวให้แก่แหล่งท่องเที่ยวให้จดจําได้ง่าย ได้ความรู้ เข้าใจ ง่าย พัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวใหม่ ๆ ให้น่าสนใจเพิ่มมากขึ้น 5.3 การวิเคราะห์ SWOT Analysis การวิเคราะห์ SWOT Analysis ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในภาพรวมของการพัฒนาภาค และ ด้านการท่องเที่ยว ดังนี้ จุดแข็ง • ที่ตั้งของภาคอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลางของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ซึ่งมีการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว โดยมีแนวชายแดนติดต่อกับ สปป.ลาว กัมพูชา และสามารถ เชื่อมโยงต่อไปเวียดนามและจีนตอนใต้ได้อย่างสะดวก • พื้นที่ทำการเกษตรมีมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 42.8 ของพื้นที่เกษตรประเทศ และมีพื้นที่ปลูกข้าว มากที่สุด โดยสามารถปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพดีที่สุดของประเทศ • ทรัพยากรท่องเที่ยวมีความหลากหลาย อาทิ แหล่งท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ยุคก่อน ประวัติศาสตร์ โบราณคดีบ้านเชียง อารยธรรมขอม ท่องเที่ยวเชิงนิเวศและธรรมชาติ และท่องเที่ยวเชิง กีฬาที่สามารถสร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวนานาชาติและนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มไดโนเสาร์ จุดอ่อน • ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ สภาพพื้นดินเป็นดินทรายไม่อุ้มน้ำ บางพื้นที่มีปัญหาดินเค็ม ทำให้ไม่ สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างเต็มที่ • ระบบชลประทานครอบคลุมพื้นที่เกษตรเพียงร้อยละ 11.9 เกษตรกรส่วนใหญ่ ยังทำการผลิตที่ พึ่งพาน้ำฝน • จำนวนคนจนมากที่สุดของประเทศ คิดเป็นร้อยละ 11.4 ของประชากรภาค ไม่สามารถเข้าถึง บริการที่มีคุณภาพของรัฐ ขาดโอกาสทางการศึกษาและการประกอบอาชีพ • คนมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารดิบ มีปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีมากที่สุดใน ประเทศ • แม่และเด็กมีปัญหาโภชนาการส่งผลให้เด็กในวัยเรียนมีความสามารถทางเชาว์ปัญญา และความ ฉลาดทางอารมณ์ต่ำสุดของประเทศ • แหล่งท่องเที่ยวเสื่อมโทรม สิ่งอำนวยความสะดวกยังไม่เพียงพอและไม่ได้มาตรฐาน บางแห่ง ตั้งอยู่ห่างไกลเข้าถึงได้ยาก กิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวมีน้อย • ทรัพยากรการท่องเที่ยวหลากหลาย แต่ยังไม่ได้รับการพัฒนาให้เป็นที่รู้จัก อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ขาดสิ่งอำนวยความสะดวก


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 138 โอกาส • การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศสู่ภาค อาทิ โครงข่ายรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง รวมทั้งการพัฒนาพื้นที่เขต เศรษฐกิจพิเศษชายแดน จะทำให้เกิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ในภาค • ประเทศเพื่อนบ้านมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง มีความต้องการสินค้าและบริการมากขึ้น • กระแสของสังคมโลกให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ ประกอบกับโครงสร้างประชากร สัดส่วน ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ทำให้มีความต้องการสินค้าและบริการด้านสุขภาพสูงขึ้น เช่น อาหารมาตรฐาน อินทรีย์พืชสมุนไพร ซึ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความพร้อมในด้านการผลิต ภัยคุกคาม • การย้ายฐานการผลิตและการขนส่งยาเสพติดบริเวณชายแดน อาชญากรรมข้ามชาติภัยจาก โรคติดต่อจากคนและสัตว์ที่เคลื่อนย้ายจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ • การเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติมีความผันผวนและรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะอุทกภัยและภัยแล้ง ส่งผลต่อความมั่นคงด้านอาหารและรายได้ของเกษตรกร 5.4 การวิเคราะห์ Segmentation-Targeting-Positioning 5.4.1 แนวโน้มทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ข้อมูลจากการสัมมนาวิชาการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2565 เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2565 มีการ นำเสนอข้อมูลในการเสวนา "ยกระดับเศรษฐกิจการเงินภาคอีสานด้วยกระแส "ดิจิทัล" และ "ความยั่งยืน" โดย นายพิทูร ชมสุข และ นางสาวอภิชญาณ์จึงตระกูล ผู้วิเคราะห์อาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจภาคอีสานมีลักษณะ "กระจุกตัวและมูลค่าเพิ่มน้อย" โดย รายได้หลักมาจากภาคเกษตรคิดเป็นร้อยละ 20 และกระจุกตัวอยู่กับพืชไม่กี่ชนิด ได้แก่ ข้าว ยางพารา มัน สำปะหลัง และอ้อย ซึ่งมีความไม่แน่นอนทั้งด้านผลผลิตและราคา อีกทั้งภาคการผลิตเกินครึ่งยังเกี่ยวโยงกับ ภาคเกษตรที่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มได้ไม่มากนัก จากโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่กระจุกตัวและมีมูลค่าเพิ่มน้อยมา โดยตลอด ทำให้รายได้เฉลี่ยของคนอีสานแทบจะไม่แตกต่างจาก 5 ปีก่อน สวนทางกับหนี้สินครัวเรือนเฉลี่ยที่ เพิ่มสูงกว่าทุกภาค สะท้อนให้เห็นว่า ฐานะทางการเงินของคนอีสานมีความอ่อนแอและเปราะบางมากที่สุดใน ประเทศ ปัจจุบันภาคอีสานต้องเผชิญกับกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังวิกฤต COVID19 คือ กระแสดิจิทัลและกระแสความยั่งยืน ที่จะเป็นทั้งโอกาสให้คว้าไว้ หรือเป็นความท้าทายให้รีบปรับตัว ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกมิติ และทำให้ภาพเศรษฐกิจอีสานเปลี่ยนไปสู่ 5 ภาพใหม่ในอนาคต ได้แก่ 1) เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farmer) เป็นการทำเกษตรที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยเพื่อแก้ปัญหา สภาพอากาศแปรปรวน ขาดแคลนปัจจัยการผลิต ขาดแคลนแรงงาน และลดต้นทุน แม้ปัจจุบันยังกระจุกตัวอยู่ ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) แต่เห็นกระจายตัวอยู่ทั้งภาคอีสานแล้ว เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer โครงการ "หัวตะพานโมเดล" อำนาจเจริญ ที่ใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่น้ำท่วม หว่านข้าว และพ่นยา หรือใช้ข้อมูลสภาพอากาศเพื่อวางแผนการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว อย่างไรก็ตาม สำหรับเกษตรกรสูงวัยในภาค อีสานยังไม่สามารถปรับมาใช้ Smart Farming ได้ทันทีจึงเป็นความท้าทายที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือ และส่งเสริมให้เกิดการปรับตัวในอนาคตมากขึ้น


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 139 2) การผลิตที่มุ่งสู่มาตรฐานความยั่งยืน (Sustainable Manufacturing) จากพฤติกรรมผู้บริโภค ทั่วโลกที่หันมาบริโภคสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ภาค การผลิตรายใหญ่ในอีสานเริ่มปรับตัวใช้มาตรฐานความยั่งยืนมากขึ้น เช่น อ้อยและน้ำตาล ที่ผู้ผลิตได้ปรับตัว ให้รองรับมาตรฐาน Bonsucro อย่างไรก็ตาม การปรับตัวสู่มาตรฐานความยั่งยืนยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การ ปรับตัวต้องใช้ทั้งเงินและเวลา จึงต้องเริ่มทยอยปรับตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ความต้องการของคู่ค้าและกระแสการบริโภคใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 3) แหล่งผลิตอาหารทางเลือกที่สำคัญ (Alternative Food) จากการเพิ่มจำนวนประชากรที่ รวดเร็ว ทำให้ในอนาคตโลกอาจเผชิญปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรที่ใช้ผลิตอาหาร ดังนั้น อาหารแห่ง อนาคตหรือสารอาหารทางเลือก โดยเฉพาะโปรตีนที่มาจากพืชและสัตว์ จึงเป็นทางออกที่น่าสนใจ ซึ่งภาค อีสานมีความพร้อมและศักยภาพสูงที่จะเป็นแหล่งผลิตโปรตีนทางเลือกจากสัตว์อย่างแมลงหลากชนิด โดยเฉพาะจิ้งหรีด ที่สามารถผลิตได้มากถึงร้อยละ 70 ของผลผลิตทั้งประเทศ สามารถนำมาแปรรูปได้ หลากหลาย ทั้งขนมขบเคี้ยว นมอัดเม็ด และสารสกัดโปรตีนคุณภาพสูง เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค ทั้งภายในและต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากปัจจัยความได้เปรียบด้านภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการเลี้ยง แมลงได้ทุกฤดูกาล มีอุทยานวิทยาศาสตร์กับมหาวิทยาลัยให้การสนับสนุนความรู้และเงินทุนเพื่อพัฒนา ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ช่วยประสานความเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการและเกษตรกรเข้าด้วยกัน หากได้รับการ สนับสนุนจากทุกภาคส่วนมากยิ่งขึ้น จะช่วยให้ภาคอีสานสามารถยกระดับเป็นศูนย์กลางผลิตอาหารทางเลือก จากแมลงทั้งของประเทศ และของโลก 4) เมืองอัจฉริยะ (Smart City) เป็นการใช้เทคโนโลยีจัดการปัญหาเมืองให้ดีขึ้น เช่น ปัญหา การจราจร มลพิษ ความแออัด และอาชญากรรม ทั้งยังช่วยดึงดูดคนและการลงทุนเข้าประเทศด้วย ซึ่งหลาย จังหวัดในภาคอีสานได้ปรับตัวสู่ Smart City มากขึ้น เช่น ขอนแก่นที่พัฒนาด้านคุณภาพชีวิต โดยนำสายรัด ข้อมืออัจฉริยะมาวิเคราะห์และดูแลสุขภาพของประชาชน และด้านคมนาคมที่นำเทคโนโลยีมาใช้ผลิตรถไฟราง เบา เพื่อแก้ปัญหาการจราจร นอกจากนี้ นครราชสีมาได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ เพื่อแก้ปัญหา การจราจร และอุดรธานีที่วางระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ เพื่อลดปัญหาอาชญากรรม แต่ทั้งนี้ต้องอาศัย ความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ทำให้ Smart City มีความคืบหน้า สามารถดึงดูดนักลงทุน และ นำไปสู่การสร้างเมืองให้น่าอยู่อย่างยั่งยืนได้ 5) การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์(Medical Tourism) มีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากวิกฤต COVID-19 และการเข้าสู่สังคมสูงวัย ซึ่งภาคอีสานมีศักยภาพที่จะพัฒนาสู่ Medical Tourism จาก 3 ปัจจัย ได้แก่ โรงพยาบาลที่มีคุณภาพให้บริการระดับสากล ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และความคุ้มค่าในการ รักษาพยาบาล และเป็นแหล่งวัตถุดิบการเกษตรที่ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้มารับบริการ ซึ่งจะดึงดูดกลุ่มลูกค้า เดิมจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและกัมพูชา และกลุ่มเป้าหมายใหม่ให้มาใช้บริการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ มากขึ้น ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญช่วยยกระดับให้การท่องเที่ยวภาคอีสานมีมูลค่าสูงขึ้น ทั้ง 5 ภาพนี้ จะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของคนอีสานให้ดีขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจาก ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา รวมถึงภาคการเงิน ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะผู้ กำกับดูแล ได้ออกแนวนโยบายด้านการเงินให้ธุรกิจปรับตัวพร้อมรับกระแสดิจิทัลและความยั่งยืนได้มากขึ้น เช่น


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 140 1) เปิดกว้างให้ภาคการเงินแข่งขันกันและมีบริการหลากหลายขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงได้ง่าย และตอบโจทย์ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เล่นใหม่เข้ามาและให้บริการด้วยดิจิทัล เช่น Virtual Bank หรือธนาคาร ออนไลน์ และปรับกฎระเบียบให้ผู้เล่นเดิมมีความคล่องตัวและยืดหยุ่น เพื่อให้สามารถแข่งขันกับผู้ให้บริการ รายใหม่ได้ 2) พัฒนาระบบการเงินสำหรับการทำธุรกิจดิจิทัลมากขึ้น โดยขยายบริการของระบบ PromptPay ให้สามารถทำธุรกรรมดิจิทัลกับต่างประเทศได้สะดวกขึ้น อีกทั้งการวางระบบการเงินรองรับธุรกรรมการค้า และการชำระเงินดิจิทัลที่ครบวงจร และปลอดภัย 3) จัดทำแนวนโยบายด้านการเงิน เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจปรับตัวอย่างยั่งยืน เช่น การจัดกลุ่ม กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืน การกำหนดมาตรฐานให้สถาบันการเงินเปิดเผยข้อมูลด้านความ ยั่งยืน การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เอื้อให้ธุรกิจปรับตัวสู่ความยั่งยืนในอนาคต 5.4.2 โอกาสทางการท่องเที่ยวเนื่องจากโครงการรถไฟจีน-ลาว หลังจากที่รถไฟจีน-ลาวได้มีการเปิดเส้นทางอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม 2564 จนถึงปี 2566 ได้มีการขนส่งทั้งสินค้าและผู้โดยสารเป็นจำนวนมหาศาล โดยโครงการเป็นส่วนหนึ่งของ "หนึ่งแถบหนึ่ง เส้นทาง" ของจีน และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงจีนสู่ช่องแคบมะละกา ธนาคารโลก และ ผู้เชี่ยวชาญอิสระอื่นๆ มองว่าโครงการรถไฟลาว-จีนจะนำพาความเจริญด้านการท่องเที่ยว การค้าและการ ลงทุนมูลค่ามหาศาลมายังอินโดจีนและกลับไปที่จีนเอง ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากรถไฟระหว่างประเทศ จีนกับลาวที่เชื่อมต่อกับประเทศไทย จะเกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ เช่น การเพิ่มของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ และการเพิ่มความเข้าถึงของสินค้าและบริการระหว่างประเทศ นอกจากนี้ รถไฟระหว่างประเทศจีน-ลาวยังสามารถเพิ่มปริมาณการเดินทางระหว่างประเทศและเพิ่มความ สะดวกสบายในการเดินทางของนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจช่วยเพิ่มการลงทุนในประเทศไทยอีกด้วย คนไทยเป็น จำนวนมากยังรอโอกาสที่จะเข้าไปสัมผัสโอกาส แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้ คนไทยเหล่านี้ยังต้องเฝ้ารอเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลง และมีความมั่นใจมากขึ้น ประเทศทต่างๆ มีความ พร้อมในการเปิดรองรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น จึงจะเกิดความมั่นใจในการเดินทาง และเมื่อนั้นทางผู้เขียนเชื่อ เป็นอย่างยิ่งว่านักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นจำนวนมากจะต้องหาโอกาสเพื่อลองประสบการณ์ใหม่ในการเดินทาง ด้วยรถไฟเพื่อไปยังประเทศจีนอย่างแน่นอน จากการลงพื้นที่สำรวจและสัมภาษณ์ประชาชนคนลาวในช่วงต้นปี 2566 พบว่าการซื้อตั๋วรถไฟจีน-ลาวเองโดยตรงมีความยากลำบาก แนะนำให้ติดต่อบริษัททัวร์จากฝั่งไทยเพื่อ ซื้อทัวร์ในการขึ้นรถไฟจากเวียงจันทน์ไปยังจุดหมายปลายทาง โดยวิธีนี้มีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากและคุ้มค่ากว่า การซื้อตั๋วเอง นอกจากนี้ การซื้อแพกเกจทัวร์จากตัวแทนการท่องเที่ยวทางฝั่งไทย (หนองคาย) ยังเป็น ทางเลือกอีกอย่างหนึ่งที่สะดวกและคุ้มค่ามากกว่าการซื้อตั๋วรถไฟเอง โดยตัวแทนการท่องเที่ยวทางฝั่งไทยได้ วางตารางการเดินทางและดำเนินการซื้อตั๋วไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ผู้เดินทางได้รับความสะดวกมากขึ้น


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 141 โครงการรถไฟจีน-ลาว จะมีผลต่อประเทศไทยในหลายแง่มุม เช่น 1) การคมนาคม: โครงการรถไฟจีน-ลาว จะเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศไทยกับจีน ซึ่ง จะช่วยให้เกิดการลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องขนส่งสินค้าไปยังจีน 2) เศรษฐกิจ: สร้างโอกาสในการขยายตลาดสำหรับสินค้าไทยที่เป็นผู้ผลิตและส่งออกไปยังจีนและ ประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค เพิ่มปริมาณการนำเข้าสินค้าจากจีนเข้ามาในประเทศไทย ทำให้ผู้บริโภคได้รับ ประโยชน์จากสินค้าที่มีราคาถูกและคุณภาพดี สร้างงานและเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการในธุรกิจขนส่ง และโลจิสติกส์ 3) การเข้าถึงสินค้าและบริการ: รถไฟจีน-ลาวจะเป็นแหล่งการส่งสินค้าและบริการระหว่างไทยกับ ประเทศใกล้เคียง 4) การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: การใช้รถไฟจีน-ลาวจะช่วยให้คนไทยและชาวจีน-ลาว สามารถมีการเดินทางระหว่างประเทศอย่างง่ายดาย ทำให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดีขึ้น 5) การพัฒนาการเที่ยวเชิงอุตสาหกรรม: รถไฟจีน-ลาวจะช่วยให้สถานที่ท่องเที่ยวในไทยรวมถึง ภูมิภาคใกล้เคียงได้รับผลกระทบจากการเข้าถึงของนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ทำให้การเที่ยวเชิง อุตสาหกรรมในไทยและภูมิภาคใกล้เคียงเติบโตขึ้น 6) การพัฒนาการที่อยู่อาศัย: รถไฟจีน-ลาวจะช่วยให้เกิดการพัฒนาการที่อยู่ในภูมิภาคใกล้เคียง เช่น การพัฒนาที่อยู่ การสร้างการค้าและธุรกิจ และการสร้างงาน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการสร้างเศรษฐกิจในภูมิภาค ใกล้เคียง 7) ความสะดวกสบายในการเดินทาง: การใช้รถไฟจีน-ลาวจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเดินทางไปยังประเทศ ไทยและประเทศอื่นในภูมิภาคใกล้เคียงได้อย่างสะดวกสบายขึ้น และ 8) การเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยว: การ เดินทางด้วยรถไฟจีน-ลาวจะช่วยให้ผู้เดินทางสามารถเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวในภูมิภาคใกล้เคียงได้ง่ายขึ้น และ เพิ่มโอกาสในการท่องเที่ยวในภูมิภาคดังกล่าวได้เช่นกัน การเชื่อมต่อระหว่างระบบรถไฟของประเทศจีนและลาวที่เชื่อมต่อกับประเทศไทยอาจมีผลกระทบ ทางด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ โดยเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างประเทศและเพิ่มความเข้าถึงของ สินค้าและบริการระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ระบบรถไฟนี้ยังสามารถเพิ่มปริมาณการเดินทางระหว่างประเทศ และเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางของนักท่องเที่ยว ซึ่งอาจช่วยเพิ่มการลงทุนในประเทศไทยอีกด้วย บทความเรื่อง “เปิดหวูดรถไฟจีน-ลาว: นัยต่อเศรษฐกิจไทย” ของสำนักเศรษฐกิจภูมิภาค ฝ่าย นโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ตอบคำถามเหล่านี้ทีมงาน CIM ขอสรุปประเด็น สำคัญดังนี้ • รถไฟจีน-ลาว จะเปลี่ยนโฉมหน้า “การขนส่งในอาเซียน” ไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยแผนการเดิน รถไฟที่มีจำนวนเที่ยวของการขนส่งสินค้าระหว่าง 5 – 14 เที่ยวต่อวัน และขนส่งผู้โดยสาร 2 – 4 เที่ยวต่อวัน และการเชื่อมต่อกับทางรถไฟหรือการเดินทางรูปแบบอื่น ๆ ภายในชาติอาเซียน รวมถึงการเชื่อมโยงกับโครงการรถไฟจีน-ยุโรป ทางรถไฟสายนี้จึงมีโอกาสที่จะสร้างการ เปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะการขนส่งในอาเซียน


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 142 • รถไฟจีน-ลาว ทำให้ไทยมีโอกาสในการขายสินค้าได้เพิ่มขึ้น รถไฟสายนี้จะใช้ขนส่งสินค้าเป็น หลัก หากมองถึงตลาดทางจีนตอนใต้-มณฑลยูนานและข้างเคียงมีประชากรมากกว่า 210 ล้าน คน ซึ่งไทยมีผลิตภัณฑ์หลายชนิดส่งออกไปขายแบบ Cross-border E-commerce (CBEC) ซึ่ง เอื้อต่อกลุ่ม SMEs เช่น อาหารเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ความงาม ผลิตภัณฑ์ยางพารา ผลิตภัณฑ์ฮา ลาลต่าง ๆ และสินค้า SMEs อื่น ๆ รวมแล้วมีโอกาสให้ไทยขายเพิ่มได้มากขึ้น ในขณะที่สินค้า ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเกษตรและปศุสัตว์ (ผลไม้ข้าว ยางพารา และไก่แช่แข็ง) ที่ผ่านมาไทยส่งออกไปจีนส่วนใหญ่ทางเรือ เส้นทางนี้จะเป็นทางเลือกที่ทำให้ ประสิทธิภาพในการขนส่งดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยจะเจอความท้าทายจากการที่สินค้า จีนจะเข้าไทยอย่างมหาศาล โดยเฉพาะสินค้า CBEC อาทิกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และสินค้า แฟชั่น ที่การนำเข้ามาไทยในช่วง 8 เดือนแรกของปี2564 ขยายตัวกว่า 275% • รถไฟจีน-ลาว เพิ่มโอกาสในการลงทุนโดยตรง จากจีนเข้าไทย (Foreign Direct Investment, FDI) ตัวอย่างเช่น จีนมีแนวโน้มที่จะมาลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาค ตะวันออก (EEC) อาทิกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์และพลาสติก รวมถึงผลิตยางล้อ ซึ่งเป็นซัพพลายเชนส่งออกไปจีน รวมถึงบริเวณเขต เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NEEC) อาทิกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ศูนย์รวบรวม และกระจายวัตถุดิบด้านอาหาร/สินค้า CBEC และอุตสาหกรรมประกอบรถจักรยานยนต์EV และอุตสาหกรรมใหม่ๆที่ต่อเนื่องจากทางรถไฟ รวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ภาคอีสาน จะมากขึ้น • รถไฟจีน-ลาว เพิ่มโอกาสในการลงทุนโดยตรง จากไทยในลาว (Thai Direct Investment Abroad, TDI) โดยธุรกิจไทยมีแนวโน้มจะเข้าไปลงทุนในลาวในด้านที่มีความชำนาญมากขึ้น เช่น ธุรกิจศูนย์กระจายสินค้าและโลจิสติกส์ธุรกิจการบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ร้านขาย ของที่ระลึก นวดสปา ธุรกิจเกษตรและปศุสัตว์เพื่ออาศัยสิทธิประโยชน์ทางการค้าในการ ส่งออกไปจีน และอุตสาหกรรมที่เน้นใช้เทคโนโลยีและซัพพลายเชนในเขตการค้าเสรีหรือเขต เศรษฐกิจพิเศษ ที่มีสิทธิประโยชน์และเอื้อต่อการลงทุน รวมทั้งการที่ลาวได้สิทธิGSP ในการ ส่งออกไปยังประเทศที่ 3 • รถไฟจีน-ลาว เพิ่มโอกาสที่ไทยจะได้รับนักท่องเที่ยวจากกลุ่มจีนตะวันตก โดยกลุ่มนี้จะเข้า มาเที่ยวไทยแบบกลุ่มทัวร์เป็นจำนวนมาก คาดว่าหาก 1% มาเที่ยวไทย จะมีรายได้จากการ ท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาทต่อปีไม่นับนักธุรกิจจีนในลาวจำนวนมากที่จะเข้ามา ท่องเที่ยวในไทย แต่ในเรื่องท่องเที่ยวยังคงต้องรอสถานการณ์โควิด 19 ในจีนคลี่คลายก่อน • รถไฟจีน-ลาวช่วยลดต้นทุนการขนส่งและเป็นทางเลือกกระจายความเสี่ยง จากการศึกษา ของธนาคารโลกที่เปรียบเทียบค่าขนส่งระหว่าง 4 เส้นทาง พบว่า ประมาณการค่าขนส่งผ่าน ทาง รถไฟจีน-ลาว ที่เชื่อมต่อมายังไทยด้วยรถบรรทุกจะช่วยลดค่าขนส่งได้กว่า 1 ใน 3 ของค่า ขนส่งทางถนนเดิม และหากรถไฟจีน-ลาว เชื่อมกับรถไฟไทยโดยสมบูรณ์จะช่วยลดต้นทุนการ ขนส่งได้มากกว่าครึ่งของการขนส่งทางถนนเดิม


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 143 ทั้งนี้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์จะได้ประโยชน์จากการ ขนส่ง แบบ Multimodal Transportation (รถบรรทุกไทยจะขนสินค้าไปเชื่อมกับรถไฟที่ลาว) ในระยะต่อไป หากรถไฟไทยสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟจีนลาวได้โดยสมบูรณ์จะมีปริมาณการใช้เส้นทางนี้เพิ่มมากขึ้น และเส้นทางนี้อาจเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่ง สินค้าจากจีนไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ อาทิมาเลเซียและสิงคโปร์แทนการขนส่งทางถนนและทางเรือ บางส่วน ลดต้นทุน ลดเวลา รถไฟจีน-ลาวจะช่วยส่งเสริมทางการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุน ลดต้นทุนการขนส่งสินค้า ทั้งค่า โดยสารและระยะเวลาจากนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน มาถึงจังหวัดหนองคายใช้เวลาไม่เกิน 15 ชั่วโมง เร็ว กว่าทางถนนจากนครคุนหมิง ถึงจังหวัดเชียงรายที่ใช้เวลาถึง 2 วัน และจากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและ แผนการขนส่งและจราจร คำนวณโดย ธปท. พบว่าจะมีต้นทุนถูกกว่าการขนส่งทางถนนถึง 2 เท่า ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากจีนมากขึ้น คนจีนจะเข้ามาประกอบธุรกิจใน ไทยและลาวเพิ่มขึ้น รวมทั้งสินค้าจีนจะมาแข่งขันกับสินค้าไทยในตลาดลาวมากขึ้นด้วย หากไทยมีการเตรียมพร้อมในการรับมือ เราจะเห็นโอกาสสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ (1) การค้า (2) การบริการและ การท่องเที่ยว และ (3) การลงทุนในต่างประเทศ ในด้านการค้า ไทยจะส่งออกสินค้าไปลาวและจีนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภค บริโภค รวมถึง ผลไม้สดและแปรรูป เพราะสินค้าไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง และจีนมีกำลังซื้อมหาศาล เฉพาะมณฑลยูน นานมีจำนวนประชากรราว 50 ล้านคน เกือบเท่ากับคนไทยทั้งประเทศ หากเรามีการศึกษาตลาดไลฟ์สไตล์ และความนิยมให้ดีก็จะทำให้ส่งออกได้มากขึ้น เนื่องจากทั้งคนจีนและคนลาวมีพฤติกรรมที่นิยมสินค้าไทยเป็น ทุนเดิมอยู่แล้วขณะเดียวกัน สินค้าจากจีนที่จะเข้ามาปริมาณมากขึ้น จะเป็นโอกาสให้ไทยสามารถใช้สินค้าจาก จีนที่มีต้นทุนต่ำมาผลิตในอุตสาหกรรมต่อเนื่องได้อีก โดยเฉพาะสินค้าส่งออกสำคัญจากมณฑลยูนนาน ได้แก่ ผัก ผลไม้ผ้าผืน เคมีภัณฑ์รวมถึงสินค้าไอทีต่าง ๆ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมบางประเภท


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 144 ท่องเที่ยวเติบโตด้วยรถไฟ ในด้านการบริการและการท่องเที่ยว คาดว่านักท่องเที่ยวจีนและลาวจะมา เที่ยวไทยได้สะดวกขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยสนับสนุนธุรกิจบริการ 3 กลุ่มใหญ่ของไทย ได้แก่ (1) กลุ่มบริการ สุขภาพ เช่น โรงพยาบาล นวดแผนไทย หรือสถานเสริมความงาม เพราะความเชื่อมั่นในคุณภาพ และ มาตรฐานสาธารณสุขของไทย รวมทั้งการเดินทางและการผ่านแดนที่สะดวก (2) กลุ่มห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และโรงแรม เนื่องจากราคาสินค้าและบริการถูก อีกทั้งอาหารและเครื่องดื่มของไทยยังเป็นที่นิยม ของทั้งชาวจีนและลาว จากข้อมูลสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพบว่า ของคนจีนและคนลาวในไทย มีอัตราการใช้จ่ายด้านช้อปปิ้ง และอาหารเครื่องดื่มในช่วงปี2556-2560 เติบโตเฉลี่ยปีละ 35% และ 29% ตามลำดับ และ (3) กลุ่มสถานศึกษาและโรงเรียนสอนภาษา ทั้งภาคกลางและภาคอีสานซึ่งมีศักยภาพรองรับ นักศึกษาจีนได้มากขึ้น และยังมีแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่มาจากมณฑลยูนนาน และกวางสีซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแนวรถไฟ เนื่องจากสถานศึกษาในจีนมีไม่เพียงพอ และค่าเรียนในไทยไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ขณะเดียวกัน คาดว่านักท่องเที่ยวไทยจะไปเที่ยวลาวและจีนได้สะดวกมาก ขึ้น เพราะเดินทางด้วยรถไฟจะเร็วกว่าการนั่งรถโดยสาร และราคาถูกกว่าขึ้นเครื่องบิน เส้นทางที่รถไฟสายนี้ ผ่านก็เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของลาวทั้งวังเวียงและหลวงพระบาง จุดหมายปลายทางยังเป็นจุดเชื่อมโยง การเดินทางท่องเที่ยวไปยังเมืองอื่น ๆ ในจีนได้อีกด้วย สำหรับด้านการลงทุนในต่างประเทศ คาดว่าธุรกิจไทยจะสามารถออกไปลงทุนและขยายธุรกิจผลิต สินค้าที่มีคุณภาพสูง ใน สปป. ลาว เพื่อขยายฐานการค้าในลาวและส่งออกไปยังจีนตอนใต้เช่น สินค้าสุขภาพ สินค้าออร์แกนิก สินค้าเกษตรแปรรูป รวมไปถึงภาคบริการที่ไทยมีความชำนาญอยู่แล้ว เช่น การท่องเที่ยวเชิง สุขภาพ และการบริหารจัดการโรงแรม เนื่องจากพื้นที่แขวงทางตอนเหนือของลาวที่ติดจีนมีศักยภาพ ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์และมีเขตเศรษฐกิจพิเศษของลาวตั้งอยู่ ปัจจุบันจึงมีทั้งทุนจีนและทุนไทยขนาดใหญ่ เข้าไปลงทุนบ้างแล้ว 5.4.3 แผนการตลาดการท่องเที่ยว ททท. แถลงทิศทาง การส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยว ปี 2567 ประกาศเร่งฟื้นฟูการท่องเที่ยวไทยสู่บท ต่อไปที่ดีขึ้น (Moving forward to Better) ทั้งฝั่ง Supply และ Demand ด้วยหัวใจหลักของการสร้างระบบ นิเวศใหม่ที่มีคุณค่า สมดุลและยั่งยืน พร้อมเสริมภูมิคุ้มกันสร้างความมั่นคงทางการท่องเที่ยว ก้าวสู่ High Value and Sustainable Tourism อย่างแท้จริง มั่นใจฟื้นรายได้สูงสุด 3 ล้านล้านบาท เทียบเท่าปี 2562 โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยนายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และคณะกรรมการ ททท. รวมถึง ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เข้าร่วมงาน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ปี พ.ศ. 2567 ถือเป็นปีแห่งการเร่ง “ฟื้นฟู” (Resilience) พร้อมพลิกโฉมสู่ High Value and Sustainable Tourism ที่เน้นคุณค่าและความยั่งยืน ททท. จึงได้ยกระดับ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและ ททท. แบบ Moving forward to Better เดินหน้าต่อเนื่องสู่ก้าวต่อไปของการ ท่องเที่ยวไทยที่ดียิ่งขึ้น โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้างระบบนิเวศทางการท่องเที่ยวใหม่ New Ecosystem ด้วยการลดการพึ่งพานักท่องเที่ยวจำนวนมาก สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง พัฒนาห่วงโซ่ อุปทานร่วมกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมฯ ให้พร้อมรับกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ รวมทั้งกระจายรายได้สู่ฐาน รากอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เพื่อให้เกิดความสมดุลทั้งมิติความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ มิติสังคมอยู่ดีมีสุข มิติ สิ่งแวดล้อมที่ดี และมิติภูมิปัญญา


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 145 อีกหนึ่งในความพยายามของ ททท. คือ การสร้าง“ความมั่นคงทางการท่องเที่ยว” หรือ Tourism Security เพื่อให้มั่นใจว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะเติบโตอย่างเข้มแข็ง “ล้มให้เป็น” “ลุกให้ไว”และ “ไป ต่อ” อย่างมีภูมิคุ้มกันระยะยาว สามารถเผชิญวิกฤติเชิงซ้อน (Polycrisis) ที่เกิดขึ้นได้ จึงมุ่งมั่นเสริมทัพด้วย 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1) เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานบนพื้นฐานของคุณภาพและความยั่งยืน สอดรับกับ ความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม 2) พัฒนาปัจจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยว เอื้อต่อการ เดินทางอย่างสะดวกและปลอดภัย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี มีคุณค่าอย่างเท่าเทียม ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ 3) ใช้ประโยชน์จากการปรับเปลี่ยนสู่โลกดิจิทัล เพิ่ม Digital Literacy ลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล เน้นการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าและความยั่งยืน และสุดท้าย 4) ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงภายนอก อย่างมีประสิทธิภาพ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2567 ททท. จะ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสานต่อการ “สร้างประสบการณ์ทรงคุณค่า” เพื่อส่งมอบให้กับกลุ่มเป้าหมาย นักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีความต้องการแตกต่างกัน โดยคำนึงถึง Sub-culture Movement และ Partnership 360o ประสานความร่วมมือกับทุกพันธมิตรผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อผลักดันอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวไทย “มุ่งสู่ความยั่งยืน” เริ่มต้นกันที่ ตลาดต่างประเทศ ททท. วางแผนกระตุ้นตลาดด้วย 5 ทิศทางหลัก ได้แก่ เสริม ภาพลักษณ์แบรนด์ท่องเที่ยวไทยด้านความยั่งยืนและใช้เป็นจุดขายใหม่ของประเทศไทย เน้นไม่สร้างภาระ แต่ สร้างสาระรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมและชุมชน (Travel with Care) กระจายรายได้อย่างทั่วถึง (Fair Income) และเสนออัตลักษณ์ท้องถิ่นเป็นจุดขาย (Encourage Identity & Biodiversity) โดย ททท. มี แนวคิดดำเนินโครงการ Kinnaree Brand Refresh ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รู้จักรางวัลอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวไทยหรือรางวัลกินรีในวงกว้าง เพื่อเป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพสินค้าและบริการทางการ ท่องเที่ยวภายใต้มาตรฐานการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Responsible Tourism) รุกเปิดตลาดคุณภาพใหม่ให้ท่องเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โฟกัสตลาดใหม่ในภูมิภาคยุโรป และตะวันออกกลาง และขยายสู่กลุ่มตลาดย่อย ซึ่งเป็นผู้มีรายได้สูง แสวงหาคู่ค้ารายใหม่และขยายความ ร่วมมือกับคู่ค้ารายใหญ่ในเวทีโลก เช่น Tourism Cares ของสหรัฐอเมริกา OTA ชั้นนำ หรือ Platform การ ชำระเงินยอดนิยมต่าง ๆ ขยายการเดินทางเชื่อมโยงทางบกเข้าถึงประเทศไทย เช่น เส้นทางรถไฟความเร็วสูง จีน-เวียงจันทน์ (ลาว) –ไทย และ ใช้ Digital Content เสริมพลังทางการตลาด เช่น เกาหลีใต้ ใช้ Virtual influencer คือ น้อง Rozy นำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยชวนนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมาย Gen Y – Z มาเที่ยวไทย ตลาดในประเทศ ททท. ให้น้ำหนักไปที่การกระตุ้นให้เที่ยวไทยทันที เพิ่มความถี่และการกระจายตัว ท่องเที่ยวหลากหลายพื้นที่มากขึ้น เป็น 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน ตลอดทั้งปี เพื่อสร้างรายได้ ให้ทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม ควบคู่กับการนำเสนอจุดแข็งสู่จุดขายของ Soft Power (5F) และนำเสนอสินค้า เชิงประสบการณ์ผ่านอัตลักษณ์ของ 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ เกิดเป็น Meaningful Travel ประกอบด้วย ภาคเหนือ ชวนสัมผัส “เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ” ผสานความร่วมสมัย ผ่าน Northern Thailand Soft Power


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 146 ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ กระตุ้นค่าใช้จ่ายด้วย Art & Craft ขยายฤดูกาลท่องเที่ยว ภาคกลาง เสิร์ฟความสุข ง่าย ๆ ใกล้ตัวจากสุขภาพดี เรื่องราวดีๆ งานดี เที่ยวดี และสบายใจดี ให้กับผู้เยี่ยมเยือน ภายใต้แนวคิด 4HD (4 Happy-Definition) ทั้งนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดประสบการณ์อาหารถิ่น และ Michelin Guide ชวนคนไทยเที่ยวอีสานในคอนเซปต์ “อีสาน…ไปไสกะแซ่บ มากกว่าอาหาร คือ ประสบการณ์” ผ่าน 20 เมนู แซ่บ จาก 20 จังหวัดภาคอีสาน 5.4.4 แนวโน้มการตลาดการท่องเที่ยว ปี 2565 ประเทศไทยยังเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เพียงแต่ไม่รุนแรง เท่ากับช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากสายพันธุ์ที่พบไม่มีอาการรุนแรงและไม่มีการแพร่กระจายเป็นวงกว้าง อีก ทั้งจำนวนประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพิ่มขึ้น ผนวกกับปรับตัวและรับมือที่จะอยู่ร่วมกับ COVID-19 ได้ดีขึ้น ทำให้ความวิตกกังวลของคนไทยคลี่คลายลง และกล้าที่จะออกเดินทางท่องเที่ยว จะ เห็นได้จากช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ที่คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศกันอย่างเนืองแน่นใน ทุกภูมิภาค แม้ว่าจะยังคงอยู่ภายใต้มาตรการ Social Distancing ก็ตาม และช่วงกลางปี 2565 ที่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทั่วโลกมีแนวโน้มลดลง พร้อมกับการเตรียมประกาศ ให้ COVID-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่น ทำให้นานาประเทศรวมทั้งประเทศไทยประกาศปลดล็อก และผ่อน คลายมาตรการต่าง ๆ ตามเงื่อนไขของแต่ละประเทศ พร้อมกับเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศแบบไม่มี เงื่อนไข ทำให้ผู้คนต่างวางแผนออกเดินทางท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวเริ่ม กลับมาคึกคักอีกครั้ง และเห็นสัญญาณการฟื้นตัวด้านท่องเที่ยวปี 2565 ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุน คือ สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ลดลง รวมถึงวันหยุดยาว วันหยุดกรณีพิเศษใน หลายช่วง ผนวกกับมาตรการส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลผ่านโครงการ “เราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 ส่วนขยาย” ที่ขยายการใช้สิทธิ์ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนตุลาคม และ โครงการคนละครึ่ง จากปัจจัยดังกล่าว ถือเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้คนไทยออกเดินทางและใช้จ่ายทางการท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น แม้ว่าภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศปี 2565 มีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เหมือนก่อนเกิดวิกฤต COVID-19 เนื่องจากปัจจัยอุปสรรคและประเด็นท้าทายที่ฉุดรั้งให้การท่องเที่ยวใน ประเทศเดินหน้าได้ไม่เต็มที่ ได้แก่ 1. ปัญหาเศรษฐกิจในประเทศที่พึ่งฟื้นตัว รวมทั้งอัตราเงินเฟ้อและหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น 2. ความผันผวนของราคาน้ำมัน 3. ความต้องการออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย ดังนั้นสถานการณ์ ในปี 2565 มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยอยู่ที่ 151.45 ล้านคน-ครั้ง ฟื้นตัวอยู่ที่ ร้อยละ 88 เมื่อเทียบกับปี 2562 และมีรายได้ทางการท่องเที่ยวอยู่ที่ 641,554 ล้านบาท ฟื้นตัวอยู่ที่ร้อย ละ 59 เมื่อเทียบกับปี 2562


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 147 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เผยภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยในช่วงไตรมาส 1 ปี 2566 มีทิศทางการฟื้นตัวเร็วกว่าที่ประเมินไว้ค่อนข้างมาก โดยในเดือนมกราคม 2566 มีนักท่องเที่ยว ต่างชาติเดินทางเข้าไทยจำนวน 2.14 ล้านคน ขยายตัว 1,502.76% อีกทั้ง ททท. คาดว่าไตรมาส 1 ปี 2566 นี้ จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยราว 6 ล้านคน และตลอดทั้งปีนี้ ไทยน่าจะมีลุ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่น้อยกว่า 25 ล้านคน และอาจมีลุ้นถึง 30 ล้านคน ซึ่งทิศทางการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นนี้ เป็นผลมาจากนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประกอบกับการเดินทางเที่ยว ในประเทศไตรมาสแรกปีนี้ มีปัจจัยสนับสนุนจากโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ช่วยสร้างงานสร้างรายได้ ให้แก่ผู้ประกอบการและแรงงานในท้องถิ่น รวมกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันโครงการกระตุ้นการ ท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย ภายใต้เป้าหมายการสร้างรายได้ภายในประเทศไทย ได้ช่วย กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังประเทศไทย และกระตุ้นให้คนไทยเที่ยวภายในประเทศได้เป็น อย่างดี ขณะที่โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อเป็นการกระตุ้นการ ท่องเที่ยวภายในประเทศไทยกับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ ให้เดินทางท่องเที่ยว ภายในประเทศเพิ่มขึ้น วงเงินรวม 1,930.4348 ล้านบาท แนวทางการดำเนินกิจกรรมประกอบด้วย 1. การ กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทยจากต่างประเทศ โดยเน้นการนำเสนอ Soft Power ผ่าน Digital Market และกิจกรรมทางการตลาด 2. กระตุ้นท่องเที่ยวไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ (ไทย เที่ยวไทย) ให้ประชาชนเดินทางท่องเที่ยวบ่อยครั้งขึ้น 3. การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ เผยแพร่และสร้าง กระแสการเดินทางภายในประเทศ ภายใต้แคมเปน Amazing Thailand, Amazing New Chapters 4. การยกระดับคุณภาพสินค้าเพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว สำหรับพื้นที่ดำเนินการ คือ จังหวัดทั่ว ประเทศไทย ระยะเวลาดำเนินการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - กันยายน 2566 ซึ่งเป้าหมายของโครงการ ฯ เพื่อช่วยผลักดันและสนับสนุนการสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้เป็นไปตามเป้าหมาย 2.38 ล้านล้านบาท


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 148 “ ททท. ตั้งเป้าหมายปี 2566 ประเทศไทยมีรายได้จากภาคการท่องเที่ยว 2.38 ล้านล้านบาท โดย มาจากนักท่องเที่ยวชาวไทยออกเดินทางภายในประเทศ 160 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 8.8 แสนล้านบาท หากรวมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทย ในกรณีที่ดีที่สุด (best case scenario) จำนวน 25-30 ล้านคน คาดว่าจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 1.5 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ได้รับผลดีจากภาคการท่องเที่ยวที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตลอดจนการบริโภค ภาคเอกชนที่ฟื้นตัวต่อเนื่องโดยเฉพาะภาคบริการ และการจ้างงานและรายได้แรงงานที่ปรับดีขึ้นด้วย” 5.4.5 เทรนด์การท่องเที่ยวในระยะต่อไป ผู้คนทั่วโลกต่างมองอนาคตของการเดินทางปี 2566 ในเชิงบวกมากขึ้นกว่าปี 2565 แม้ปัจจุบัน สถานการณ์ความไม่มั่นคง หรือความวุ่นวายต่าง ๆ ยังคงเกิดขึ้นและดำรงอยู่ในโลกของเรา ไม่ว่าจะเป็น สงคราม การแบ่งขั้วทางสังคมที่ขยายกว้างขึ้น อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศที่กำลังส่งผลกระทบต่อโลกอย่างเห็นได้ชัด แต่ 73% ของผู้เดินทางชาวไทยเชื่อมั่นว่าการเดินทาง ยังคงมีคุณค่าต่อจิตใจและการใช้ชีวิตของพวกเขาอยู่เสมอ Booking.com ได้จัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นของผู้เดินทางเพื่อคาดการณ์เทรนด์การเดินทางท่องเที่ยวปี 2566 โดยสอบถามผู้เดินทางกว่า 24,000 คนจาก 32 ประเทศและจุดหมายปลายทางทั่วโลก ซึ่งเผยให้เห็นถึง ความต้องการของผู้เดินทางในการปรับสมดุลระหว่างสิ่งสำคัญสำหรับพวกเขาให้เข้ากับภาระหน้าที่ใน ชีวิตประจำวัน ท่ามกลางยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ปี2566 จะเป็นปีที่ผู้เดินทางปรับมุมมองต่อ การท่องเที่ยวใหม่อีกครั้งอย่างสร้างสรรค์ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั่วโลก 1. แดนสวรรค์ของนักเอาตัวรอด ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราต้องเผชิญกับเหตุการณ์มากมายไม่ว่าจะเป็น ภัยธรรมชาติ ความปั่นป่วนทาง การเมือง และสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก ที่อาจทำให้บางคนรู้สึกหมดกำลังใจและไม่สามารถใช้ชีวิตได้ อย่างสะดวกสบายเหมือนแต่ก่อน ซึ่งในขณะเดียวกันความวุ่นวายเหล่านี้ กลับทำให้ผู้เดินทางหันมาสนใจการ ท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนในกระท่อมที่หลบซ่อนตัวกลางป่า สนุกสนานกับการตั้งแคมป์ ทำอาหารรอบกองไฟ และ การใช้เข็มทิศเดินทาง หรือที่เรียกว่าการท่องเที่ยวในรูปแบบ “ตัดขาดจากโลกภายนอก” (off-grid) ซึ่งจะเป็น ที่นิยมมากขึ้นในปี 2566 นี้ โดยผลสำรวจเผยให้เห็นถึงความต้องการที่น่าสนใจของผู้เดินทางชาวไทย ดังนี้ • 70% ของผู้เดินทางชาวไทยอยากสัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่เรียบง่ายและอยู่ได้ด้วยเพียง สิ่งจำเป็นในชีวิตมากขึ้น (back-to-basics) • 69% มองหาการพักผ่อนแบบ “ตัดขาดจากโลกภายนอก” เพื่อหลีกหนีจากความวุ่นวายในโลก ความเป็นจริง • 78% กระตือรือร้นที่จะใช้การเดินทางในปี 2566 เป็นโอกาสในการเรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอด ตั้งแต่วิธีการหาแหล่งน้ำสะอาด (70%) หัดก่อไฟจากวัสดุในธรรมชาติ (56%) หาอาหารในป่า (61%) ไปจนถึงการฝึกซ้อมและเตรียมพร้อมสำหรับวันสิ้นโลก (59%) แม้จะอยากหลีกหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอกเพียงใด แต่ผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าครึ่ง (53%) ก็ยังมี เงื่อนไขจำเป็นในการเดินทางที่ขาดไม่ได้ นั่นคือ การเชื่อมต่อโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตในจุดหมายปลายทางที่ พวกเขาเลือกเดินทางไป


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 149 2. นักท่องโลกเสมือนจริง ผู้เดินทางชาวไทยส่วนใหญ่ (72%) เผยว่าพวกเขาวางแผนจะเข้าสู่โลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ในปีหน้าเพื่อสร้างแรงบันดาลใจสำหรับทริปพักผ่อน ดังนั้นการเดินทางท่องเที่ยวจะถูกผสมผสานเข้ากับ โลก 3 มิติเสมือนจริงบนจักรวาล Metaverse อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้นในปี 2566 ที่จะถึงนี้ • 66% ของผู้เดินทางชาวไทยอยากสัมผัสประสบการณ์การเดินทางในโลกเสมือนจริง (Virtual Reality หรือ VR) แบบนานหลายวัน • 75% มีแนวโน้มที่จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่พวกเขาไม่เคยนึกถึงมาก่อน ถ้าได้ลอง ท่องเที่ยวในโลกเสมือนจริง ในอนาคตจักรวาล Metaverse จะเป็นมากกว่าแค่สถานที่สำหรับการ “ลองใช้จริงก่อนจะซื้อ” แต่จะกลายเป็น พื้นที่สำหรับการเรียนรู้ ให้ความบันเทิง สร้างแรงบันดาลใจ และช่วยให้ผู้คนได้สัมผัสการผจญภัยแบบไร้ ขีดจำกัด ซึ่งในท้ายที่สุดจะทำให้ผู้เดินทางจะมีความกล้ามากขึ้นในการตัดสินใจออกเดินทางในชีวิตจริง หลังจากได้ลองสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเสมือนจริงเหล่านั้นผ่านทางร่างจำลองของพวกเขาบนโลก ออนไลน์ ซึ่งแนวคิด Metaverse จะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้เดินทางที่ยังลังเลที่จะ ออกเดินทางไปยังที่แห่งใหม่ หรือจุดหมายที่พวกเขายังไม่เคยไป 3. สนุกไปกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคย ในปี 2566 ผู้เดินทางจะมองหาทริปท่องเที่ยวสุดแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ที่จะทำให้พวกเขารู้สึกตื่นตา ตื่นใจได้ตลอดการเดินทาง โดย 96% ของผู้เดินทางชาวไทยตั้งตารอที่จะได้สัมผัสกับการเดินทางแบบ “ก้าว ออกจากคอมฟอร์ตโซน” ที่ผลักดันให้ผู้เดินทางได้ออกไปเผชิญกับสิ่งที่เหนือขีดจำกัดและความคาดหมายของ พวกเขา ซึ่งประสบการณ์เดินทางแบบออกนอกกรอบที่ผู้เดินทางชาวไทยสนใจ มีดังนี้ • 80% ของผู้เดินทางชาวไทยต้องการสัมผัสกับความแตกต่างทางวัฒนธรรมอย่างสิ้นเชิง (culture shock) ในปี 2566 ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่มีวัฒนธรรมและภาษาที่ แตกต่างจากที่ตนเองคุ้นเคย (67%) หรือการสำรวจเมืองที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักซึ่งมีของดีซ่อนอยู่และ ยังไม่อยู่ในกระแส (28%) • 62% พร้อมสำหรับการลองเปิบพิสดาร เช่น พริกที่เผ็ดที่สุดในโลก • 65% ต้องการใช้วันหยุดไปกับการสำรวจเรื่องผู้มาเยือนจากนอกโลก เช่น จานบิน UFO หรือทริ ปส่องมนุษย์ต่างดาว • 32% ต้องการซื้อตั๋วเที่ยวเดียวในปี 2566 และออกเดินทางตามสัญชาตญาณไม่ว่าจุดหมาย ปลายทางจะเป็นที่ไหน Woman reading a book lying and drink ice coffee on the chair in wood terrace against beautiful view relax and happy day. Lifestyle Concept 4. ย้อนสู่วันวานที่น่าจดจำ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั่วโลกและความปรารถนาที่จะหลบหนีความวุ่นวายใน โลกความเป็นจริง ผู้เดินทางต่างใฝ่หาประสบการณ์การท่องเที่ยวที่พาพวกเขาย้อนเวลากลับไปสู่ยุคที่ทุกอย่าง เรียบง่ายกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดย 95% ของผู้เดินทางชาวไทยต้องการไปพักผ่อนในทริป “หวนคิดถึงอดีต” ที่ให้ความสุขในการรำลึกถึงวันวานเก่า ๆ ที่น่าจดจำ อันเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่จะมาแรงในปี 2566 และมี ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ของแผนการเดินทาง ผลการสำรวจยังเผยให้เห็นว่าผู้เดินทางทุกวัยต่างปรารถนา ที่จะได้สัมผัสถึงความโรแมนติกของโลกในยุคก่อนดิจิทัล แม้แต่คนรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen-Z ที่ไม่เคยใช้ชีวิต แบบนี้มาก่อน


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 150 • 31% ของผู้เดินทางชาวไทยมองหาประสบการณ์ที่ชวนให้นึกถึงความทรงจำในอดีต เช่น การ เยี่ยมชมสถานที่สำคัญหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่ปรากฏในภาพยนตร์ย้อนยุคอันโด่งดัง • 70% ไม่ได้ต้องการแค่เพียงหยุดพักเพื่อผ่อนคลายอีกต่อไป แต่ต้องการประสบการณ์ท่องเที่ยว แบบตื่นเต้นเร้าใจที่สามารถกระตุ้นการหลั่งอะดรีนาลีนของพวกเขา เช่น การเที่ยวสวนสนุก และ การได้ใช้จินตนาการไปกับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น เกมห้องหลบหนี (Escape Room) และเกมล่า สมบัติ 5. เดินทางแสวงความสุขและความสงบ การท่องเที่ยวในปี2566 จะเบนเข็มไปในทิศทางของการบำบัดและยกระดับ “ร่างกาย จิตใจ และจิต วิญญาณ” ของผู้เดินทางมากขึ้น โดย 77% ของผู้เดินทางชาวไทยมองหาการพักผ่อนเพื่อดูแลจิตใจ และ สถานที่ผ่อนคลายเพื่อการฝึกทำสมาธิ • 68% ต้องการพบความสบายใจในสถานที่พักผ่อนอันเงียบสงบ • 65% อยากหยุดพักเพื่อฟื้นฟูสุขภาพโดยเฉพาะสุขภาพจิต และเพื่อมองหาการดูแลสุขภาพกาย และใจในรูปแบบใหม่ รวมทั้งเวลาในการดูแลตัวเองในช่วงเวลาสำคัญหรือเปลี่ยนผ่านของชีวิต เช่น ทริปพักผ่อนในวัยหมดประจำเดือน หรือทริปพักผ่อนระหว่างตั้งครรภ์ • 55% อยากทดลองการบำบัดสุขภาพทางเลือกด้วยสารจากธรรมชาติ เช่น กัญชา และสารสกัด จากพืชที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอย่าง อายาวัสกา หรือเห็ดเมา เพื่อสัมผัสประสบการณ์ทาง จิตวิญญาณที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น 6. พักจากการตอกบัตร สู่ทริปเติมไฟให้เหล่าคนทำงาน การเปลี่ยนแปลงจากนโยบาย “ทำงานจากที่ใดก็ได้” ที่ตอนนี้เกือบจะเป็นเรื่องธรรมดาพอ ๆ กับ วันหยุดประจำปี พนักงานต่างมองหาวิธีการเก็บวันลาพักร้อนไว้เพื่อการท่องเที่ยวผ่อนคลายแบบตัดขาดจาก การทำงานอย่างแท้จริง • 75% อยากมีเวลาท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนจริง ๆ โดยไม่ต้องทำงานเลยในปี 2566 นี้ • 59% ไม่สนใจทำงานในขณะที่ท่องเที่ยวพักผ่อน แต่มีความคิดที่จะเข้าร่วมทริปพักผ่อนของบริษัท การเดินทางเพื่อธุรกิจจะกลับมาอีกครั้งในปี 2566 แต่จะแตกต่างจากการท่องเที่ยวเพื่อธุรกิจในช่วงก่อนโควิด เพราะพนักงานต่างมองหาโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์เหนียวแน่นระหว่างทีมผ่านการใช้ชีวิตจริงร่วมกัน มากขึ้น ที่ไม่ใช่แค่ในออฟฟิศ • 65% ของพนักงานไทยอยากให้นายจ้างวางแผนทริปการเดินทางเพื่อทำงาน “ในชีวิต จริง” เพื่อให้พนักงานในบริษัทที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานได้มีโอกาสมาพบปะกัน • 69% อยากให้นายจ้างใช้งบประมาณที่สะสมไว้ในช่วงที่มีการทำงานนอกสำนักงาน หรือ WFH หรือการทำงานแบบไฮบริดทั้งในและนอกสำนักงานมาใช้ในการจัดทริปท่องเที่ยวของ บริษัท • 73% เชื่อว่าการได้สำรวจสถานที่ใหม่ ๆ จะสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาทำงานอย่างมี ประสิทธิผลมากขึ้น 7. ประหยัดไว้ ค่อยใช้เมื่อถึงโอกาส ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนทั่วโลกในปี 2566 ผู้เดินทางจะยังคงให้ความสำคัญกับการเดินทาง แต่ จะระมัดระวังการใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้นเพื่อความคุ้มค่าที่สุด


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 151 • 68% ของผู้เดินทางชาวไทยเผยว่าการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวยังมีความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ • 82% ยังคงให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว แต่จะเลือกทริปที่คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดเท่านั้น • 78% วางแผนค่าใช้จ่ายการเดินทางให้รัดกุมมากขึ้น ด้วยการใช้ประโยชน์จากโปรโมชัน ส่วนลด และช่วงเวลาเดินทางที่คุ้มราคาที่สุด • 72% ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการใช้จ่าย ด้วยการเลือกใช้ส่วนลดและโปรแกรมสมาชิก ต่าง ๆ • 73% จะประหยัดเงินโดยเลือกจุดหมายปลายทางนอกฤดูกาลท่องเที่ยวหรือเส้นทางที่ยาวกว่าใน การเดินทาง จากผลสำรวจพบว่า แม้พวกเขาจะระมัดระวังค่าใช้จ่ายมากเพียงใด แต่กับสิ่งที่พวกเขาชอบหรือตั้งตา รอคอยสำหรับทริปเดินทางนั้น ๆ ผู้เดินทางก็พร้อมที่จะหมุนการใช้จ่าย เพื่อใช้จ่ายอย่างเต็มที่กับสิ่งที่ ความหมายมากที่สุดสำหรับพวกเขา 5.4.6 การวิเคราะห์ทางการตลาด Segmentation-Targeting-Positioning แนวทางการพัฒนาโครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี โดยใช้ เทคนิคการวิเคราะห์ทางการตลาด Segmentation-Targeting-Positioning คือ กลยุทธ์การตลาด STP Marketing หมายถึง การแบ่งส่วนการตลาด การกำหนดเป้าหมาย และการวางตำแหน่งของสินค้าหรือบริการ เมื่อทำการวิเคราะห์ STP จะทำให้กระบวนการทำการตลาดเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ หลักการ และ เป้าหมายของ STP Marketing คือ การดึงดูดนักท่องเที่ยวหรือลูกค้าทางการท่องเที่ยวให้เข้ามาซื้อสินค้าและ บริการของแนวทางการพัฒนาโครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปีและไม่ เพียงแต่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหรือลูกค้าทางการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวหรือลูกค้าทางการ ท่องเที่ยวที่ถูกต้องเหมาะสมตามที่วางแผนไว้ โดยใช้ต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยหากนำมาปรับใช้ กับการท่องเที่ยวของการจัดทำแนวทางการพัฒนาโครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุ โลกล้านปี อาจกำหนดได้ว่า Segmentation = กลุ่มสนใจพิเศษด้านประวัติศาสตร์ กลุ่มเยาวชน กลุ่มสถาบันการศึกษา และกลุ่มครอบครัว รวมไปถึงการเชื่อมโยงกลุ่มนักท่องเที่ยวในอนาคต จากประเทศริมแม่น้ำโขง เช่น ลาว และจีน Targeting = พัฒนาสิ่งอํานวยความสะดวกพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและตระหนัก ถึงความสำคัญของการสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการตลาด ด้านการมุ่ง เน้นพัฒนาการสื่อสารคุณค่า และภาพลักษณ์ของประเทศ ให้เข้าถึง กลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย Positioning = แหล่งค้นพบไดโนเสาร์สกุลใหม่ของโลกหลายสายพันธุ์ ดินแดนแห่ง ซากไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 152 5.5 เส้นทางท่องเที่ยวในปัจจุบัน ในการศึกษา สำรวจ แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติ ทะลุโลกล้านปี ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์ ประกอบด้วย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดเลย จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัด หนองบัวลำภู จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดนครพนม โดยในการศึกษานี้ที่ปรึกษาได้ศึกษา รวบรวม ข้อมูลที่ เกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยว เส้นทางการท่องเที่ยว และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ศึกษา ดังกล่าว จากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ และแหล่งข้อมูลออนไลน์ ทั้งจากกรมการท่องเที่ยว สำนักงานท่องเที่ยวและ กีฬาจังหวัด และสำนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในแต่ละจังหวัด โดยในเบื้องต้นทางที่ปรึกษาได้ ทำการทบทวนข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวจากข้อมูลของกรมการท่องเที่ยว (2565) ซึ่งโดยรวมแล้ว มีแหล่งท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 742 แหล่ง แบ่งออกได้เป็น 13 ประเภท โดยสรุปได้ดังนี้ ตารางที่5.5-1 ประเภทแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์ ประเภทแหล่งท่องเที่ยว นครราชสีมา ขอนแก่น กาฬสินธุ์ เลย หนองบัวลำภู เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ นครพนม อุบลราชธานี แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 4 1 4 18 2 8 1 1 13 แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ 27 11 7 1 12 14 5 5 8 แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม 30 26 36 31 25 8 5 45 47 แหล่งท่องเที่ยวทางศิลปะวิทยาการ 2 1 1 1 - 1 - 2 - แหล่งท่องเที่ยวประเภทชายหาด - - - - 1 - - 2 1 แหล่งท่องเที่ยวประเภทแก่ง - - - - - 2 - - - แหล่งท่องเที่ยวประเภทถ้ำ - 4 2 6 5 3 - - 3 แหล่งท่องเที่ยวประเภทธรณีสัณฐาน - 6 4 1 1 1 2 1 6 แหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตก 12 4 4 10 - 9 4 2 7 แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ 7 4 - 4 6 10 13 5 11 แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร 17 - - 9 2 3 - 1 2 แหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำพุร้อน - - - - - 1 - - - แหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการ 38 9 11 16 7 16 6 17 21 รวม 137 66 69 97 61 76 36 81 119 ที่มา : กรมการท่องเที่ยว, 2565.


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 153 รูปที่ 5.5-1 แผนที่ประเภทแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 154 รูปที่ 5.5-2 แผนที่ประเภทแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาที่มีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 155 รูปที่ 5.5-3 แผนที่ประเภทแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่จังหวัดขอนแก่นที่มีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 156 รูปที่ 5.5-4 แผนที่ประเภทแหล่งท่องเที่ยวพื้นที่กาฬสินธุ์ที่มีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 157 รูปที่ 5.5-5 แผนที่ประเภทแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดเลยที่มีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 158 รูปที่ 5.5-6 แผนที่ประเภทแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์ที่มีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 159 รูปที่ 5.5-7 แผนที่ประเภทแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิที่มีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 160 รูปที่ 5.5-8 แผนที่ประเภทแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดหนองบัวลำภูที่มีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 161 รูปที่ 5.5-9 แผนที่ประเภทแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานีที่มีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 162 รูปที่ 5.5-10 แผนที่ประเภทแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดนครพนมที่มีการขุดค้นพบซากดึกดำบรรพ์


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 163 5.6 การดำเนินการสร้างภาพลักษณ์หรืออัตลักษณ์ ผลการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ที่ 4 ในช่วง 4 ปี ของแผนพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ปีพ.ศ. 2560-2563) พบว่า รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งบรรลุค่าเป้าหมายตามที่กำหนดไว้นอกจากนั้น สถานการณ์การแพร่ ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตั้งแต่ช่วงปลาย ปี 2562 - 2563 เป็นต้นมา ได้ส่งผลให้ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงร้อยละ 22.3 และรายได้ลดลงร้อยละ 24.7 ค่าเป้าหมายและผลการดำเนินงาน 2562-2563 อัตราการขยายตัวรายได้การท่องเที่ยวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ค่าเป้าหมาย ขยายตัวไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 10.0 ขยายตัวไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10.0 ผลการดำเนินงาน ร้อยละ 2.6 หดตัวร้อยละ 51.9 ศักยภาพและโอกาสในบริบทของการพัฒนาช่วงแผน 13 มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และ หลากหลาย ทั้งในด้านแหล่งท่องเที่ยวเชิง ประวัติศาสตร์ เช่น แหล่งไดโนเสาร์ โบราณคดีบ้านเชียง โบราณสถานที่เชื่อมโยงอารยธรรมขอม เช่น ปราสาทหินพิมาย ปราสาทพนมรุ้ง แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และ ธรรมชาติที่สวยงาม เช่น เขาใหญ่ ภูกระดึง ภูเขียว รวมทั้งการรักษาประเพณีและวัฒนธรรม การแห่ปราสาท ผึ้ง ผีตาโขน บุญบั้งไฟ การแห่ช้างสุรินทร์ที่โดดเด่น สามารถสร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวได้และท่องเที่ยวเชิง กีฬาที่สามารถสร้างแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวนานาชาติและนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มได้ นอกจากนี้ ยังมีสินค้า พื้นเมืองที่มีคุณภาพและหลากหลาย โดยเฉพาะผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าย้อมครามที่สามารถพัฒนาต่อยอดให้ สามารถเข้าสู่ตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ ทิศทางการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 กำหนดให้เป็น “ศูนย์กลาง เศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง” โดยพัฒนาภาคเกษตรไปสู่เกษตรสมัยใหม่ เพื่อต่อยอดไปสู่เศรษฐกิจ ชีวภาพ เชื่อมโยงการค้า การลงทุนในภูมิภาค ตามแนวคิดการเป็นฐานการผลิตของประเทศที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม เป็นประตูเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยกำหนดทิศทางการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (NE Direction) ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนา 3G ได้แก่ Green พัฒนาเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ พัฒนาโมเดลเศรษฐกิจ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือ Bio Circular Green Economy) และการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน Growth โดยใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และ ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สนับสนุนการพัฒนา ศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ท่องเที่ยวชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิต และ Gate ใช้โอกาสจากการเชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดน ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ พัฒนาการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 164 แนวทางการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้พิจารณาถึงความเชื่อมโยงกับหมุดหมาย การพัฒนา ประเทศตามกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 พร้อมทั้งพิจารณา โอกาส ศักยภาพ ปัญหาและข้อจำกัดของภาค เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการพัฒนาไปสู่ “ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง” โดยใช้ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ ภายในภาคให้มี การเจริญเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ และการแสวงหาโอกาสการนำความรู้ ทุน เทคโนโลยีและนวัตกรรมมา ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนา มีแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและแหล่งท่องเที่ยวชุมชนให้ได้มาตรฐาน ดังนี้ สำหรับในพื้นที่ศึกษา ได้มีการกำหนดแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ • พัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง ในพื้นที่จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และสกลนคร และพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยง แหล่งท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ สี่เหลี่ยมวัฒนธรรมล้านช้าง เลย-อุดรธานี- หนองบัวลำภู-หนองคาย สปป.ลาว โดยพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการ ให้ สอดคล้องกับกระแสความนิยมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของสองฝั่งโขง พัฒนากิจกรรม การท่องเที่ยวให้มีความหลากหลาย อาทิ การท่องเที่ยว/พักผ่อน ชมทัศนียภาพและวิถีชีวิต ลุ่มแม่น้ำโขง (Leisure/Lifestyle) การท่องเที่ยวด้วยจักรยานและการเดินทางแบบคาราวาน (Cycling/Caravan Tours) การท่องเที่ยวเชิงมหกรรม (Festivals/Events) เป็นต้น พัฒนา ถนนเชื่อมโยงระหว่างแหล่งท่องเที่ยว พัฒนาท่าเรือและการท่องเที่ยวทางน้ำให้ได้มาตรฐาน ความปลอดภัย ส่งเสริมการบริหารจัดการที่เกิดจากชุมชนเพื่อสร้างงานและรายได้


Click to View FlipBook Version