The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว โครงการ Dinosaurs Siamensis ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี กันยายน 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by DOT e-Library, 2023-10-18 03:20:39

รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว โครงการ Dinosaurs Siamensis ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี กันยายน 2566

รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว โครงการ Dinosaurs Siamensis ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี กันยายน 2566

รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 65 7) หลุมขุดค้นที่ 9 หินลาดยาว ค้นพบโดยนายสมชัย เตรียมวิชานนท์ นักธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี เมื่อ พ.ศ. 2536 พบในหิน ทรายของหมวดหินเสาขัวยุคครีเทเชียสตอนต้น (ประมาณ 130 ล้านปีมาแล้ว) พบกระดูกสันหลัง กระดูก สะโพก และกระดูกหางของไดโนเสาร์เทอร์โรพอด เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่มเดียวกับ ที.เรกซ์ ศึกษาวิจัยแล้ว พบว่าเป็นสกุลและชนิดใหม่ของโลก ได้รับการตั้งชื่อว่า “สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส” ถือเป็นไดโนเสาร์ใน กลุ่มของ ที.เรกซ์ ที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งกล่าวได้ว่าไดโนเสาร์ในกลุ่มนี้มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเซียแล้วกระจายเผ่าพันธุ์ ออกไปถึงทวีปอเมริกาในช่วงยุคครีเทเชียสตอนปลาย รูปที่ 4.2-8 บริเวณหลุมขุดค้นที่ 9 หินลาดยาว 8) ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ได้โนเสาร์ ศูนย์ศึกษาวิจัย และ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ตั้งอยู่ตำบลในเมือง เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรณีวิทยา ธรรมชาติวิทยา และซากดึกดำบรรพ์ มีการจัดพื้นที่ดำเนินงานประกอบด้วย ส่วนนิทรรศการและการจัดแสดง ส่วนสำรวจและวิจัย ส่วนอนุรักษ์ ส่วนคลังตัวอย่าง นอกจากนี้ยังมีห้องประชุม โรงอาหาร ร้านค้าสวัสดิการ และร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกให้บริการ ในส่วนของนิทรรศการ แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 กำเนิดจักรวาล วิวัฒนาการสิ่งมีชีวิต และเรื่องราวของไดโนเสาร์ทั่วโลก ส่วนที่ 2 ไดโนเสาร์ในแหล่งเทือกเขาภูเวียง ส่วนที่ 3 ห้องปฏิบัติการด้านซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ในจังหวัดขอนแก่น ส่วนที่ 4 สวนไดโนเสาร์ และส่วนที่ 5 ยุคเทอร์เชียรี การใช้ประโยชน์หินแร่ และห้องเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 66 รูปที่ 4.2-9 การจัดแสดงภายในศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ได้โนเสาร์ 9) น้ำตกวังสักสิ่ว น้ำตกวังสักสิ่ว" อีกหนึ่งน้ำตกสวย ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติภูเวียงในจังหวัดขอนแก่น สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะเกี่ยวกับ ซากฟอสซิลไดโนเสาร์ที่สามารถค้นพบได้ เป็นจำนวนมากใน เขตภูเวียง นอกจากนี้แล้ว น้ำตกวังสักสิ่ว ยังถือว่าเป็นน้ำตกขนาดเล็ก ที่อยู่ใกล้กับด่านตรวจโคกสูง ซึ่งใช้ ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร โดยตัวน้ำตกนั้นมีลักษณะเป็นอ่างธารน้ำใหญ่ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “วังน้ำ” สายน้ำมีลักษณะสีเขียวมรกต สีสันสวยงาม และมีน้ำไหลตลอดปี รูปที่ 4.2-10 บรรยากาศบริเวณน้ำตกวังสักสิ่ว


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 67 10) แหล่งรอยตีนไดโนเสาร์ หลุม 8 หินนลาดป่าชาด ร่องรอยไดโนเสาร์จากชั้นหินที่แตกต่างของเทือกเขาภูเวียงในหมวดหินพระวิหาร ที่ลานหินลาดป่า ชาดภูเวียง พบรอยเท้าไดโนเสาร์ มากกว่า 60 รอยใน 10 แนวทางเดิน เป็นของไดโนเสาร์พวกกินเนื้อขนาดเล็ก ซึ่งเดินด้วย 2 ขาหลัง รูปที่ 4.2-11 รอยตีนไดโนเสาร์ หลุม 8 หินนลาดป่าชาด 11) น้ำตกตาดฟ้า น้ำตกตาดฟ้า ตั้งอยู่ในเขตของ อุทยานแห่งชาติภูเวียง หมู่บ้านโนนสูง ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ด้วยความกว้างใหญ่ของ เทือกเขาภูเวียง ที่กินพื้นที่ถึง 5 อำเภอด้วยกันในจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ อำเภอภูเวียง อำเภอสีชมพู อำเภอชุมแพ อำเภอเวียงเก่า และอำเภอหนองนาคำ รวมถึงความอุดม สมบูรณ์ของสภาพป่าจึงทำให้พื้นที่ ป่าภูเวียง ได้รับพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็น อุทยานแห่งชาติภูเวียง เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2534


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 68 รูปที่ 4.2-12 บรรยากาศบริเวณน้ำตกตาดฟ้า 12) น้ำตกแก่งม่วง น้ำตกแก่งม่วง เป็นหนึ่งในสามน้ำตกที่อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติภูเวียง ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยว ในช่วงฤดูฝน เพราะจะมีน้ำตกมากกว่าในฤดูอื่น ๆ และสำหรับการเดินทางเข้ามาที่น้ำตกแก่งม่วงต้องเดินเท้า เข้ามา ซึ่งห่างจากจุดที่จอดรถเพียง 300 เมตรเท่านั้น รูปที่ 4.2-13 บรรยากาศบริเวณน้ำตกแก่งม่วง


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 69 13) ผาชมตะวัน เป็นหน้าผาหินเกิดจากการยกตัวของแผ่นเปลือกโลกและรอยเลื่อน ทำให้เกิดลักษณะเป็นหน้าผาสูง ชันตลอดแนวเทือกเขา โดยเฉพาะบริเวณเทือกเขาด้านทิศตะวันออกของพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง เป็นจุด สนใจของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมความงามของพระอาทิตย์ยามเช้าเมื่อโผล่พ้นจากขอบฟ้า สามารถมองเห็น ทัศนียภาพอันสวยงามเบื้องล่างและสามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ได้ นับว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ ขึ้นในตอนเช้าที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของจังหวัดขอนแก่นผาชมตะวัน จากตัวจังหวัดขอนแก่น ใช้เส้นทางหลวง แผ่นดินหมายเลข 12 (ขอนแก่น-ชุมแพ) ผ่านอำเภอบ้านฝาง อำเภอหนองเรือ ระยะทางประมาณ 48 กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2038 เป็นระยะทาง 18 กิโลเมตร ถึงอำเภอภูเวียง แล้วใช้เส้นทางภูเวียงบ้านเมืองใหม่ ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 30 เลี้ยวซ้ายตรงทางเข้าอ่างเก็บน้ำบ้านโพธิ์ เป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร ถึงที่ ทำการอุทยานแห่งชาติภูเวียง จากนั้นเดินทางโดยรถยนต์ขึ้นเขาอีกประมาณ 10 กิโลเมตร อยู่ห่างจากน้ำตก ตาดฟ้า ประมาณ 2 กิโลเมตร รูปที่ 4.2-14 บรรยากาศบริเวณผาชมตะวัน


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 70 14) หลุมขุดค้นที่ 5 ชำหญ้าคา อยู่ห่างจากภูประตูตีหมาไปประมาณ 2 กม. เริ่มการขุดในปี พ.ศ. 2535-2536 พบไดโนเสาร์ทั้งขนาดใหญ่และ ที่ยังเยาว์ และยังพบฟอสซิลของจระเข้ขนาดเล็ก นับเป็นหลุมขุดที่มีความสำคัญทางวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก รูปที่ 4.2-15 หลุมขุดค้นที่ 5 ชำหญ้าคา 15) หลุมขุดค้นที่ 7 ภูน้อย พบไดโนเสาร์ทั้งขนาดใหญ่และที่ยังเยาว์ และยังพบฟอสซิลของจระเข้ขนาดเล็ก แต่ยังไม่ได้มีการขุด ค้นอย่างเป็นระบบ รูปที่ 4.2-16 หลุมขุดค้นที่ 7 ภูน้อย


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 71 16) ถ้ำหินลาดหัวเมย อยู่ห่างจากถ้ำฝ่ามือแดงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 300 เมตร เป็นแหล่งหินทรายขนาดใหญ่ มีภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เป็นภาพลายเส้นลากเป็นทาง ขนาดรูปเส้นโค้งขนานลายแบบหัวลูกศร และรูปตัววายหัวกลับ ปัจจุบันยังไม่มีการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน รูปที่ 4.2-17 ถ้ำหินลาดหัวเมย 17) เสาเฉลียง เสาเฉลียง ลานหินปูนที่คล้ายปะการังและถ้ำคนนอน สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้นนักท่องเที่ยวที่สนใจควร ติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูเวียงก่อนเข้าพื้นที่ รูปที่ 4.2-18 เสาเฉลียง


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 72 18) น้ำตกทับพญาเสือ อยู่ในอำเภอเวียงเก่าอุทยานแห่งชาติภูเวียง เป็นน้ำตกที่ลาดยาวประมาณ 400 เมตร อยู่ทางด้านทิศ ใต้ของเทือกเขาภูเวียง มีเส้นทางเดินเท้าระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร จากด่านตรวจหินร่อง เป็นน้ำตก 2 ชั้น ชั้นแรกเป็นน้ำตกขนาดกลาง สูงประมาณ 8 เมตร มีธรรมชาติที่งดงาม ชั้นที่สองเป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีน้ำไหล มาตามลำห้วย ยาวประมาณ 100 เมตร ธรรมชาติสองข้างทางร่มรื่นสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เหมาะ สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ และชมดงจันผาในยุคไดโนเสาร์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของถ้ำฝ่ามือแดง เป็นน้ำตก 2 ชั้น สูงประมาณ 8 เมตร มีธรรมชาติที่งดงาม รูปที่ 4.2-19 น้ำตกทับพญาเสือ 19) ถ้ำฝามือแดง เป็นก้อนหินทราย ขนาดประมาณ กว้าง 25 เมตร ยาว 25 เมตร สูงประมาณ 15 เมตร หน่วยศิลปากรที่ 7 สำรวจพบเมื่อปี พ.ศ. 2507 สันนิษฐานว่าคนสมัยโบราณใช้วิธีเอามือทาบกับผนังหินและพ่นสีแดงเรื่อๆ ขนาด เท่าฝ่ามือผู้ใหญ่ 4 ภาพ เท่าฝ่ามือเด็ก 2 ภาพ แสดงให้เห็นว่าคนโบราณอาศัยอยู่บริเวณนี้เพื่อเป็นที่พักผ่อน และหลบแดด หลบฝน และยังสันนิษฐานได้ว่าการทำรอยฝ่ามือนี้จะเป็นการประกาศอาณาเขตของคนสมัย โบราณ ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวนี้เหมาะแก่การมาศึกษาประวัติศาสตร์มนุษย์โบราณเป็นอย่างมาก


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 73 รูปที่ 4.2-20 ถ้ำฝามือแดง 20) โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช (โคกภูตากา) “โคกภูตากา” ตำบลเมืองเก่าพัฒนา อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น เป็นโครงการอนุรักษ์ พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีโดยทรงมีพระราชดำริกับท่านเลขาธิการพระราชวังให้มีการดำเนินการอนุรักษ์พืชพรรณ ของประเทศ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2535 ดำเนินโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดสร้างธนาคารพืชพรรณสำหรับการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ การเก็บรักษาโดยการเลี้ยงเนื้อเยื่อรวมทั้งการศึกษา ด้านชีวโมเลกุลในปี พ.ศ. 2536 รายละเอียดพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารีได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ในการอนุรักษ์พืชพรรณไม้เก่า เช่น ทุเรียน พืชพรรณไม้ตามเกาะ เนื่องจากมีผู้สนใจน้อย แนวทางในการสร้างจิตสำนึกในเยาวชนที่ให้เห็นความ งดงาม ความน่าสนใจที่จะอนุรักษ์พืชพรรณต่อไปโดยไม่ให้เกิดความเครียดการจัดทำข้อมูลที่เป็นภาพสีเพื่อ สะดวกในการอ้างอิงค้นคว้า รวมทั้งพระราโชวาทในการประชุมประจำปีในวันที่ 14 สิงหาคม 2540 ที่ให้ หน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมกันทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่ซ้ำซ้อนกันทรงเน้นการสอนให้เด็ก เกิดความรับหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ การนำเอาธรรมชาติมาเป็นสื่อการสอน การอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่ใช้การปลูกป่าปลูกต้นไม้เท่านั้น ทรงให้เรียนรู้ในเรื่องพรรณไม้ที่มีอยู่รอบตัว รวมทั้ง การดำเนินงานให้คำนึงถึงเรื่องของกฎหมาย และสิทธิต่าง ๆ รวมทั้งมาตรฐานของงานที่มิใช่ดำเนินงานใน ประเทศเท่านั้น ต้องติดต่อกับต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการยอมรับเป็นการสร้างความเจริญให้กับประเทศ


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 74 การดำเนินกิจกรรมของโครงการฯ ในการปกปักพันธุกรรมพืช สำรวจเก็บรวบรวม ปลูกรักษาและใช้ประโยชน์ ศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช วางแผนพัฒนาพันธุ์พืช สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุ์พืช และกิจกรรมพิเศษ สนับสนุนการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช โดยนำพระราชดำริ พระราโชวาท มาเป็นกรอบในการดำเนินงาน ความเป็นมา พื้นที่โคกภูตากา มีลักษณะเป็นป่าชุมชน ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่า เป็นสถานที่ที่มีความลี้ลับ มีอาถรรพ์ และเชื่อกันว่าเป็นเมืองลับแล ผู้ที่ไม่เชื่อถือ หรือลบหลู่ จะถูกอาถรรพ์ของ โคกภูตากา ทำให้หายไปจากบ้าน และอาจทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งยังคงมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความลี้ลับของโคกภูตา กามาจนถึงปัจจุบัน จังหวัดขอนแก่น ได้ร่วมสนองพระราชดำริในโครงการโดยการประสานงานของสถาบัน เทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตขอนแก่น ประกอบกับสภาตำบลเมืองเก่าพัฒนา (ในขณะนั้น) ปัจจุบันคือ อบต.เมืองเก่าพัฒนา อ.เวียงเก่า มีความประสงค์จะร่วมสนองพระราชดำริฯ ที่ประชุมสภาตำบลเมืองเก่าพัฒนา ในคราวประชุม ครั้งที่ 1/2538 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2538 และประชาชนในเขตพื้นที่ จึงมีมติน้อมเกล้าถวายที่สาธารณะ ประโยชน์โคกภูตากา ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ 31991 ออกให้เมื่อ วันที่ 11 มิถุนายน 2529 เนื้อที่ 706 ไร่ 1 งาน 22 ตารางวา อยู่ในเขตบ้านเมืองเก่า หมู่ที่ 3 ต.เมืองเก่าพัฒนา อ.เวียงเก่า เพื่อร่วมสนองพระราชดำริ ในโครงการดังกล่าว รูปที่ 4.2-21 โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช (โคกภูตากา)


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 75 21) อุทยานศรีเวียง ตั้งอยู่ที่บ้านโนนจานเกี้ยวหมู่ที่ 8 ตำบลเมืองเก่าพัฒนา เป็นสวนสาธารณะริมทางหลวงหมายเลข 2038 เส้นทางไปอุทยานแห่งชาติภูเวียง มีเนื้อที่ 25 ไร่ ฉากหลังของอุทยานฯ เป็นเทือกเขาภูเวียง ในบริเวณอุทยาน อุทยานไดโนเสาร์จัดทำคล้ายสวนสาธารณะ มีสวนหย่อม โต๊ะนั่ง จัดแต่งโดยรอบด้วยหุ่นจำลองไดโนเสาร์ ทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ บางตัวสามารถส่งเสียงร้องและขยับได้ด้วย การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปอุทยาน แห่งชาติภูเวียง โดยเดินทางจากขอนแก่นถึงอำเภอภูเวียงระยะทาง 70 กิโลเมตร และเดินทางจากตัวอำเภอ ต่อไปอีก 7 กิโลเมตร จะเห็นอุทยานไดโนเสาร์ศรีเวียงอยู่ด้านซ้ายมือ สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ และผู้สูงอายุ ที่จอดรถ ไม่มีที่จอดระสำหรับคนพิการ แต่ที่จอดรถเป็นลานกว้างใกล้ทางเข้าออกอุทยานทาง เดินทางเชื่อม อยู่ระดับเดียวกันกับพื้นภายนอก บางพื้นที่เป็นพื้นขรุขระเป็นกรวดใหญ่และแผ่นหินวางเว้นร่อง ยากแก่การสัญจร มีทางลาดเข้าสู่บริเวณอุทยาน บันได พื้นผิววัสดุไม่ลื่นBlog ท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่นเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบยั่งยืนผ่านเส้นทางผ้า ที่กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโขสัมผัสวิถีชีวิตพื้นบ้านผ่านศิลปะแห่ง ความศรัทธา รูปที่ 4.2-22 ภาพถ่ายทางอากาศอุทยานศรีเวียง 22) ผาเทิบ เป็นผลาญหินขนาดใหญ่ มีโขดหินเรียงรายอยู่ 2 ก้อน ในบริเวณก้อนหินพบว่ามีหลักฐานทาง โบราณคดีเป็นรอยฝ่ามือประทับอยู่ 3 รอย นอกจากนี้ยังมีลักษณะทางน้ำโบราณอยู่ระหว่างลานหินและ ชะง่อนผา


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 76 รูปที่ 4.2-23 ผาเทิบ 23) ลานตากหมอก ลานตากหมอก มีลักษณะเป็นลานหินกว้างขนาดใหญ่ ที่สามารถมองเห็นป่าไม้นานาพรรณที่อยู่ ด้านล่างของลาน อีกทั้งยังสามารถมองเห็นวิวภูเขาที่อยู่ทางด้านหน้าอีกด้วย ซึ่งบริเวณลานตากหมอกยังมีการ ทำสะพานเชื่อมระหว่างลานหินต่าง ๆ จึงทำให้สะดวกต่อการเดินทาง โดยส่วนมากนักท่องเที่ยวนิยมเดินทาง มาพักผ่อนและถ่ายรูปเช็กอินท่ามกลางธรรมชาติ รูปที่ 4.2-24 ลานตากหมอก


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 77 4.3 การสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการกำหนดแนวคิดการพัฒนาในเบื้องต้น 4.3.1 การสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวคิดการพัฒนาในเบื้องต้น พื้นที่จังหวัดขอนแก่น ในการดำเนินการสำรวจพื้นที่เบื้องต้น ได้ขอเข้าพบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินงาน เพื่อสอบถาม ข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นเบื้องต้นของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลักได้แก่ 1) ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวในเขต อำเภอเวียงเก่า 2) ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง และ 3) เจ้าหน้าที่อุทยาน แห่งชาติภูเวียง โดยมีประเด็นในการหารือหลักในด้านการจัดทำแนวคิดในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว และ การพัฒนาพื้นที่ เพื่อนำเอาข้อมูลด้านต่างๆ นำมาวิเคราะห์และจัดทำแนวคิดเบื้องต้นในการดำเนินงานต่อไป โดยในแต่ละภาคส่วนได้มีประเด็นข้อเสนอแนะหลักๆ ดังนี้ 1) ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวในเขตอำเภอเวียงเก่า คุณแสงเพ็ชร ตัณฑะอธิพาณิชย์ เจ้าของไร่แทนคุณแผ่นดิน (ตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์ศึกษาวิจัยและ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง) โดยที่ผ่านมาคุณแสงเพ็ชร ได้ดำเนินการในการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในอำเภอ ภูเวียง ทั้งในด้านกิจกรรมการท่องเที่ยว การปรับปรุงสินค้าท้องถิ่น และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้านการท่องเที่ยว เพื่อผลักดันให้เกิดการจัดการท่องเที่ยวภูเวียงที่เป็นระบบเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ จากการสอบถามข้อมูลและแนวคิดเบื้องต้น มีประเด็นที่น่าสนใจโดยสรุปได้ดังนี้ รูปที่ 4.3-1 การหารือและสอบถามข้อมูล ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวในเขตอำเภอเวียงเก่า


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 78 สรุปประเด็นการเข้าพบผู้ประกอบการการท่องเที่ยวในเขตอำเภอเวียงเก่า เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2565 เวลา 10.00-12.00 น. (1) ภาพรวมของการท่องเที่ยวใน อ.เวียงเก่า ยังมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย ดูได้จากจำนวนที่พักค้าง แรมและร้านอาหาร มีค่อนข้างน้อย เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจในการลงทุนด้านการท่องเที่ยว (2) นักท่องเที่ยวประมาณร้อยละ 80 เป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง เพียงครึ่งวันและเดินทางกลับ (3) นักท่องเที่ยวกลุ่มรองลงมา เป็นนักท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียง มาเป็นครอบครัว จุดหมายหลัก คือมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง และไปท่องเที่ยวต่อที่วัดผาเกิ้ง แล้วเดินทางกลับ (4) การท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติภูเวียง ยังไม่ได้เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นในชุมชน เนื่องจากแหล่งที่มีศักยภาพในชุมชน ยังไม่ได้รับการพัฒนา และไม่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับนักท่องเที่ยว ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวไม่ได้กระจายเข้าสู่ชุมชน (5) แหล่งท่องที่ยวที่มีศักยภาพในชุมชนเวียงเก่ามีมิติทางประวัติศาสตร์ ศาสนา ธรรมชาติที่ควร ได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับแหล่งไดโนเสาร์เพื่อทำให้การท่องเที่ยวในเวียงเก่ามีศักยภาพมากขึ้น และสามารถ กระจายรายให้ชุมชนด้วย 2) ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง รูปที่ 4.3-2 การเข้าพบ ผอ.ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 79 สรุปประเด็นการเข้าพบ ผอ.ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2565 เวลา 10.00-12.00 น. (1) นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพิพิธภัณฑ์ ร้อยละ 80 เป็นนักเรียน ที่มาเป็นคณะ ส่วนใหญ่ใช้เวลา ประมาณครึ่งวัน แล้วเดินทางกลับ นักท่องเที่ยวกลุ่มรองลงมาเป็นลักษณะครอบครัว เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว (2) พื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวภายในพิพิธภัณฑ์มีองค์ประกอบค่อนข้างครบ แต่ในบางช่วงที่ นักท่องเที่ยวเข้ามามาก จะมีปัญหาพื้นที่รองรับเช่นกัน เช่น ร้านอาหารภายในพิพิธภัณฑ์และที่นั่งรับประทาน อาหารไม่เพียงพอ (3) การพัฒนาการท่องเที่ยวใน อ.เวียงเก่า ควรมีการเชื่อมโยงจากทุกแหล่ง โดยควรปรับปรุงแหล่ง อื่นๆ ที่อยู่ในชุมชนด้วย เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับกิจกรรมการท่องเที่ยว และสามารถรองรับ นักท่องเที่ยวได้หลายกลุ่มมากขึ้น (4) การปรับปรุงพื้นที่เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่นำเอาเรื่องไดโนเสาร์เป็นจุดขายหลัก ควรจัดทำเป็น ระบบเช่น การสร้างบรรยากาศของเมืองให้มีอัตลักษณ์ของการเป็นเมืองไดโนเสาร์ ตั้งแต่ระบบป้ายสื่อสาร เส้นทางการเข้าถึงที่มีการออกแบบให้ชัดเจน 3) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง รูปที่ 4.3-3 การเข้าพบเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 80 สรุปประเด็นการเข้าพบ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูเวียงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2565 เวลา 14.00-16.00 น. และได้หารือกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเวียง เนื่องจากติดราชการที่ต่างจังหวัด (1) ปัจจุบันมีการขุดค้นแหล่งบรรณพชีวินเพิ่มเติมหลายจุด แต่ยังไม่ได้เปิดให้เข้าชม ตามแผนงานที่ วางไว้จะทยอยเปิดให้เข้าชมในอนาคต (2) นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในอุทยาน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป กิจกรรมส่วนใหญ่เป็น การเข้ามาชมธรรมชาติตามแหล่งต่างๆ และเดินชมหลุมขุด โดยเฉพาะหลุมขุด 1, 2, 3, 5 เนื่องจากสามารถ เดินเป็นเส้นทางรอบได้และทางเริ่มต้นอยู่ติดกับที่ทำการอุทยาน เข้าถึงได้ง่าย (3) สิ่งอำนวยความสะดวกในบริเวณที่ทำการมีค่อนข้างครบเช่น ที่จอดรถ ห้องน้ำ ร้านค้าสวัสดิการ ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว เป็นต้น แต่ในจุดอื่น ๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยังมีไม่ครบมากนัก (4) สิ่งที่อยากปรับปรุงคือ ระบบป้ายสื่อสารให้มีรูปแบบที่น่าสนใจ การปรับปรุงทางเดินชมหลุมขุด ต่างๆ ยังต้องปรับปรุงเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว (5) ควรเพิ่มที่พักผ่อน ห้องน้ำในเส้นทางการเดินชมหลุมขุดที่มีระยะทางยาว เพราะต้องใช้เวลานาน ในการเดินในป่า (6) การก่อสร้างสิ่งก่อสร้างถาวรใดๆในเขตอุทยาน ถ้าไม่ใช่แบบก่อสร้างมาตรฐานของกรมอุทยาน ต้องได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าอุทยาน เพื่อส่งต่อไปถึงอธิบดีกรม ให้ความเห็นชอบก่อนถึงจะดำเนินการ ก่อสร้างได้ 4.3.2 การสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวคิดการพัฒนาในเบื้องต้น พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ หลังจากการสำรวจพื้นที่ตามแหล่งทางธรณีวิทยาและเส้นทางเชื่อมโยงในเขตพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ คณะที่ปรึกษาได้เชิญภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่เข้าร่วมหารือเบื้องต้น เพื่อแนะนำโครงการและ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวตามเส้นทางไดโนเสาร์กาฬสินธุ์ โดยได้เชิญ ผู้เกี่ยวข้องเข้าหารือเบื้องต้นในวันที่ 11 เมษายน 2566 เวลา 10.00-12.00 น. ณ. สำนักงานเทศบาลตำบล โนนบุรี อ.สหัสขันธุ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยมีผู้เข้าร่วมหารือดังนี้ 1) นายบุญมี แก่นนาคำ นายกเทศมนตรีตำบลโนนบุรี 2) นายครองพล ชินโน เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลโนนบุรี ผู้ดูแลด้านการท่องเที่ยวในเขตเทศบาล 3) นายณรงค์ ขูรูรักษ์ผู้อำนวยการกองสวัสดิการและสังคม และเป็นผู้ประกอบการด้านการ ท่องเที่ยวในอำเภอสหัสขันธุ์ 4) นายวัชรพงศ์ ชาวสามทอง นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกาสินธุ์ 5) อาจารย์ภูมิ หมั่นพลศรี หัวหน้าสาขาวิชาการท่องเที่ยว คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัย กาฬสินธุ์และเป็นผู้ผลักดันโครงการอุทยานธรณีกาฬสินธุ์ (Kalasin Geopark)


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 81 จากการหารือเบื้องต้น สรุปประเด็นสำคัญต่างๆ ได้ดังนี้ 1) สถานการณ์และรูปแบบการท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.สหัสขันธุ์ นายกเทศมนตรีตำบลโนนบุรีได้กล่าวถึงภาพรวมในการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยสรุปว่า นักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบการทัศนศึกษาเพื่อมาเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สิรินธร เป็นนักเรียน นักศึกษา สำหรับ ประชาชนทั่วไปเป็นการเข้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สิรินธร มาแบบเป็นครอบครัว โดยทั้ง 2 กลุ่มเป็นการ ท่องเที่ยวแบบไปกลับ และเป็นนักท่องเที่ยวที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ปัจจุบันหลายหน่วยงานได้เข้ามาพัฒนาด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยเน้นการพัฒนาในแหล่ง ท่องเที่ยวที่ใกล้เคียงและตั้งอยู่ภายในเขต อ.สหัสขันธุ์ เช่น ภูสิงห์ ภูกุ้มข้าว สะพานเทพรัตนสุดา แหลมโนน วิเศษ เป็นต้น ส่งผลให้แนวโน้มด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น แต่อัตราการพัก แรมไม่มากนัก เนื่องจากยังขาดสิ่งรองรับหลายอย่างเช่น โรงแรม ร้านอาหาร เป็นต้น 2) แนวคิดการพัฒนาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.สหัสขันธุ์ นายณรงค์ ขูรูรักษ์ผู้อำนวยการกองสวัสดิการและสังคม เทศบาลตำบลโนนบุรีได้เสนอแนวคิดการ พัฒนาเส้นทางการเชื่อมโนงแหล่งท่องเที่ยวภายในพื้นที่ โดยกล่าวถึงแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงที่เชื่อมโยงกับ แหล่งไดโนเสาร์สหัสขันธุ์ มี 4 แหล่งที่สำคัญได้แก่ พิพิธภัณฑ์สิรินธร ภูสิงห์ ภูกุ้มข้าว และสะพานเทพรัตน สุดา ควรมีการพัฒนาแหล่งต่างๆดังกล่าว ในด้านของการให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวของแหล่งต่างๆ อย่างเป็น ระบบ เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ได้ข้อมูลเรื่องการท่องเที่ยวเฉพาะเรื่องไดโนเสาร์เท่านั้น ทำให้ ขาดการท่องเที่ยวต่อเนื่องไปยังแหล่งใกล้เคียง ปัญหาของการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางด้านข้อมูลของแหล่งและการเดินทาง จึงเป็นปัญหาที่ควร แก้ไข เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถท่องเที่ยวเชื่อมต่อกับแหล่งต่างๆได้โดยสะดวก เช่น การจัดรถโดยสารหรือ รถท่องเที่ยวของชุมชนให้บริการรับส่งนักท่องเที่ยวและเชื่อมโยงระหว่างแหล่งต่างๆ เนื่องจากปัจจุบัน นักท่องเที่ยวต้องเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีระบบขนส่งมวลชนด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ นายกเทศมนตรีตำบลโนนบุรีกล่าวถึงแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ว่า สภาพแวดล้อมของเมืองสหัสขันธุ์ มีภูมิสัณฐานเป็นเมืองในแอ่งหุบเขาที่มีความสวยงาม แต่ยังไม่ได้สร้างบรรยากาศของเมืองที่แสดงให้เห็นถึง ความเป็นเมืองไดโนเสาร์ ปัจจุบันมีเพียงรูปปั้นไดโนเสาร์กระจายตามจุดต่างๆ เท่านั้น ดังนั้นแนวคิดการพัฒนา บรรยากาศของเมืองให้สอดคล้องกับความเป็นแหล่งไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ระดับประเทศ ควรมีการพัฒนาพื้นที่ เมืองให้มีบรรยากาศแบบ จูราสิคปาร์ค เริ่มจากการตกแต่งภูมิทัศน์ตั้งแต่เส้นทางเข้าถึงพื้นที่จากเส้นทาง กาฬสินธุ์ – สหัสขันธุ์และเส้นทาง สมเด็จ – สหัสขันธุ์ สำหรับภายในเขตชุมชนก็ควรปรับรูปแบบของภูมิทัศน์ เมืองเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเช่น รูปแบบอุปกรณ์ประกอบถนน พืชพรรณ ภูมิทัศน์ชุมชน ภูมิทัศน์ถนน เป็นต้น นายวัชรพงศ์ ชาวสามทอง นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกาสินธุ์ได้เสนอแนวคิด การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวในประเด็นการจัดทำโครงสร้างพื้นฐานรองรับการท่องเที่ยวในอนาคต โดยเล็งเห็น ถึงการเข้าถึงของนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ ที่เชื่อมโยงในระดับอาเซียน และนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางด้วย รถไฟความเร็วสูงของ สปป. ลาว ที่สามารถเข้ามาท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้สะดวกขึ้น ดังนั้น จึงควรพัฒนาเรื่องระบบขนส่งมวลชนในการเข้าถึงพื้นที่ เนื่องจากปัจจุบันมีจำนวนระบบขนส่งที่น้อยมาก และ ไม่มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่มีมาตรฐาน ทั้งระบบการให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นระบบมากนัก


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 82 อาจารย์ภูมิ หมั่นพลศรี หัวหน้าสาขาวิชาการท่องเที่ยว คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ได้ เสนอแนวคิดในการจัดทำแผนผลักดันแหล่งไดโนเสาร์สหัสขันธุ์และแหล่งธรณีวิทยาที่อยู่ใกล้เคียงเช่น แหล่งภู แฝก อ. ห้วยผึ้ง แหล่งไม้กลายเป็นหิน อ.คำม่วง แหล่งภูน้ำจั้นและภูผาผึ้ง อ. กุฉินารายณ์ ให้เป็นเขตอุทยาน ธรณีกาฬสินธุ์ (Kalasin Geopark) เพื่อให้เป็นแหล่งบรรพชีวินและธรณีวิทยาขนาดใหญ่ ที่ส่งผลให้มีความ น่าสนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมากขึ้น รูปที่ 4.3-4 สำนักงานเทศบาลตำบลโนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ รูปที่ 4.3-5 การประชุมหารือแนวคิดเบื้องต้นในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ชี้แจงโครงการเบื้องต้น รูปที่4.3-6 นายวัชรพงศ์ ชาวสามทอง นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกาสินธุ์(ภาพซ้าย) นายบุญมี แก่นนาคำ นายกเทศมนตรีตำบลโนนบุรี(ภาพขวา)


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 83 4.4 การสัมภาษณ์หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ศึกษา • สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขอนแก่น 1. การท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์ ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จัดแสดงรอยตีน กระดูก เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ของไดโนเสาร์จำนวน 5 สายพันธุ์ที่ค้นพบใหม่ 2. ปัญหาของแหล่งท่องเที่ยว ปัญหาการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์ไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางหลักของการ ท่องเที่ยวของกลุ่มทั่วไป เพราะส่วนใหญ่กิจกรรมที่เกิดเน้นการศึกษาเชิงวิชาการ 3. แผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อบจ. ขอนแก่น กำลังส่งเสริมพัฒนาให้พิพิธภัณฑ์เป็นอุทยานธรณี ซึ่งอยู่ในช่วงของการดำเนินการ 4. มุมมองหากจะพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์ เน้นกิจกรรมที่ไม่ขัดต่อกฎหมายของป่าไม้ ไม่เป็นกิจกรรมที่เอ็กซ์ตรีม ส่วนใหญ่เป็นสวน พื้นที่ พิพิธภัณฑ์เส้นทางศึกษาธรรมชาติ • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น 1. การท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์ ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง 2. ปัญหาของแหล่งท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวก การประชาสัมพันธ์ การเดินทาง มีความพร้อมในทุกด้านแล้ว ไม่ค่อยเป็นปัญหา 3. แผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว แนะนำให้สอบถาม อบจ. ขอนแก่น ซึ่งกำลังดำเนินการส่งเสริมพัฒนาให้เป็นอุทยานธรณีโลก 4. มุมมองหากจะพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์ แนะนำให้สอบถาม อบจ. ขอนแก่น แต่กิจกรรมส่วนใหญ่เป็นการเน้นการศึกษาเชิงธรรมชาติ กิจกรรมที่ไม่ขัดต่อกฎหมายป่าไม้ • พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ การท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์ 1. จังหวัดนครราชสีมา - พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน (อยู่ภายใต้การดูแลของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชมา) 2. จังหวัดขอนแก่น - ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง (อยู่ภายใต้การดูแลของทรัพยากรธรณี เขต 2) 3. จังหวัดกาฬสินธุ์ - พิพิธภัณฑ์สิรินธร (อยู่ภายใต้การดูแลของทรัพยากรธรณี เขต 2)


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 84 - ไดโนเสาร์ภูน้อย-ภูแฝก - ไดโนเสาร์ภูน้ำจั้น - ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว - ไดโนเสาร์ภูน้อย 4. จังหวัดเลย - รอยตีนไดโนเสาร์ภูหลวง 5. จังหวัดเพชรบูรณ์ - รอยตีน-กระดูกไดโนเสาร์อ.น้ำหนาว (อยู่ภายใต้การดูแลของทรัพยากรธรณี เขต 1) 6. จังหวัดหนองบัวลำภู - รอยตีนไดโนเสาร์ภูเก้า - พิพิธภัณฑ์หอยหิน 150 ล้านปี (อยู่ภายใต้การดูแล อบต.โนนพัน) - ไดโนเสาร์โนนพัน (อยู่ภายใต้การดูแล อบต.โนนพัน) 7. จังหวัดอุบลราชธานี - แหล่งไดโนเสาร์โคกผาส้วม 8. จังหวัดนครพนม - รอยตีนไดโนเสาร์ท่าอุเทน 9. จังหวัดชัยภูมิ - ไดโนเสาร์บ้านพนังเสื่อ • สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 (ลำปาง) เพชรบูรณ์ ให้ติดต่อ ผอ.พิพิธภัณฑ์ โดยตรง ในวันที่ 09/05/2566 เบอร์โทรติดต่อ 089-711-5099 ผอ. กมลลักษณ์ 1. การท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน - ส่วนที่ 1 คือ พื้นที่ไข่แดง อ.เมือง อ.หล่มสัก อ.น้ำหนาว - ส่วนที่ 2 คือ พื้นที่ไข่ขาว อ.บ้านโพน อ.ภูน้ำหยด 2. ปัญหาของแหล่งท่องเที่ยว ปัญหาแหล่งท่องเที่ยวของส่วนที่ 1 - เส้นทางการท่องเที่ยวเป็นทางเกวียน ทำให้หน้าฝนทางชำรุด ไม่สามารถใช้ได้ และบางครั้ง หญ้าขึ้นรกร้างในทุก ๆ ปี ต้องมีการปรับปรุงอยู่ตลอด เพื่อให้การเดินทางง่ายขึ้น - ห้องน้ำ จุดรวมพล ยังไม่มี เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าสงวน การดำเนินการหรือบูรณาการจึงทำได้ ยาก ต้องมีความร่วมมือจากหลายฝ่าย หลายหน่วยงานที่รับผิดชอบต่างกัน ปัญหาแหล่งท่องเที่ยวของส่วนที่ 2 - ขาดป้ายสื่อความหมายที่สอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศ - เป็นพื้นที่ไม่อยู่ในจีโอพาร์ค คนดูแลจึงเป็น อบต. ในพื้นที่รับผิดชอบ งบประมาณการดูแลน้อย


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 85 3. แผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว - มีการจำทำแผนบริหารจัดการ อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อใช้ในการเสนอผู้บริหาร - สร้างกิจกรรมให้มีความหลากหลาย และหมุนเวียนกิจกรรม เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวเกิดความจำเจ - เน้นกิจกรรมการท่องเที่ยว วิจัย และการเก็บรักษา 4. มุมมองหากจะพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์ เพิ่มพื้นที่อำนวยความสะดวก เส้นทาง ไฟ จุดรวมพล ห้องน้ำ • สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดหนองบัวลำภู ให้ติดต่อ อบต. โนนทัน ที่เป็นผู้ดูแลโดยตรง ในวันที่ 09/05/2566 เบอร์โทรติดต่อ ปลัด : 095-172-2722 สำนักงาน : 042-000-048 • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานหนองบัวลำภู ให้ติดต่อ อบต. โนนทัน ที่เป็นผู้ดูแลโดยตรง ในวันที่ 09/05/2566 เบอร์โทรติดต่อ ปลัด : 095-172-2722 สำนักงาน : 042-000-048 • สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม 1. การท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์ รอยตีนไดโนเสาร์ท่าอุเทน 2. ปัญหาของแหล่งท่องเที่ยว - อบต.พนอม เป็นผู้รับผิดชอบดูแล ปรับปรุงพิพิธภัณฑ์แต่ไม่สามารถ/ดำเนินการได้ยาก เนื่องจากสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 เป็นเจ้าของที่ ทาง อบต. ต้องดำเนินการขออนุญาต สำนักงาน ก่อน ทำให้การพัฒนาล่าช้า บางครั้ง สำนักงาน ส่งคนเข้ามาดูแล สำรวจนานๆ ครั้ง - เส้นทางการเดินทางเข้าพื้นที่พิพิธภัณฑ์จากจังหวัดหวัดบึงกาฬ มีปัญหาของถนนที่เดินทางลำบาก - หลังคาพิพิธภัณฑ์ชำรุด การดำเนินการล่าช้า เนื่องจากต้องขออนุญาต สำนักงาน และรอ งบประมาณในการปรับปรุง 3. แผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ไม่มี ต้องติดต่อสอบถามสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 เพราะสำนักงานเป็นผู้รับผิดชอบ ต้องทำหนังสือเข้าไปขอข้อมูล 4. มุมมองหากจะพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์ พัฒนากิจกรรมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ สวนจัดแสดงไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์เพิ่มเติมใน พิพิธภัณฑ์ • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม อบต.พนอม เป็นผู้รับผิดชอบดูแลให้ดำเนินการติดต่อ อบต. โดยตรง


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 86 • สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยภูมิชัยภูมิ 1. การท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์ ไดโนเสาร์บ้านพนังเสื่อ 2. ปัญหาของแหล่งท่องเที่ยว - พื้นที่จังหวัดชัยภูมิ เป็นจังหวัดเดียวที่ไม่มีพิพิธภัณฑ์และกรมยังไม่รับรอง จึงไม่สามารถเก็บ ซากดึกดำบรรพ์เองได้ ต้องเอาไปฝากไว้ที่ พิพิธภัณฑ์สิรินธร และศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภู เวียง ทำให้พื้นที่ไม่มีศักยภาพทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ เนื่องจากไม่มีความพร้อม - ให้หน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาดูแลรับผิดชอบในพื้นที่ แต่ท้องถิ่นไม่มีกำลังในการดูแลในเรื่อง ของบุคลากรและงบประมาณ - ผู้ดูแลไม่มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลโดยตรง หากต้องการปรับปรุงหรือพัฒนาพื้นที่แหล่ง ท่องเที่ยว ต้องดำเนินการขออนุญาตเจ้าของพื้นที่ก่อน ทำให้การดำเนินการล่าช้า และงบประมาณที่เข้ามาใช้ ในการดูแลน้อย - สิ่งอำนวยความสะดวกภายในไม่พร้อม - รอยตีนไดโนเสาร์ขนาดเล็กที่พบในบริเวณก้นแม่น้ำชี ไม่สามารถให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ ถ้า หากน้ำขึ้นท่วมพื้นที่ และมีความกังวนว่ารอยเท้านั้นจะได้รับความเสียหาย 3. แผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว จังหวัดพร้อมขับเคลื่อนและประชาสัมพันธ์พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ในพื้นที่ไม่พร้อม เป็นแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากไม่มีอะไรให้นักท่องเที่ยวดูได้จึงยังไม่สามารถทำอะไรได้ จึงต้องไปพัฒนาแหล่ง ท่องเที่ยวอื่นก่อน 4. มุมมองหากจะพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์ อยากให้มีพิพิธภัณฑ์เป็นของตัวเอง จะได้มีอำนาจและสามารถเก็บซากดึกดำบรรพ์เองได้ เพื่อที่จะได้มีซากดึกดำบรรพ์จัดแสดง หรือสร้างหลุมจำลองการขุด เพื่อให้พื้นที่สามารถทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ เพราะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมาก ต้องมีความพร้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกให้ นักท่องเที่ยวประทับใจ • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานชัยภูมิ 1. การท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์ ไดโนเสาร์บ้านพนังเสื่อ 2. ปัญหาของแหล่งท่องเที่ยว พื้นที่ไม่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ เนื่องจากไม่มีซากดึกดำบรรพ์จัดแสดง ยังขาด งบประมาณ และบุคคลากรในการดูแล 3. แผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ยังไม่มี 4. มุมมองหากจะพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวไดโนเสาร์และซากดึกดำบรรพ์ สร้างพิพิธภัณฑ์ไว้สำหรับจัดเก็บซากดึกดำบรรพ์และศึกษาวิจัย จะทำให้พื้นที่สามารถพัฒนา เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 87 4.5 กิจกรรมการเข้าพบเพื่อหารือแนวทางพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์เบื้องต้น คณะผู้เชี่ยวชาญ ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจและวิเคราะห์เส้นทางท่องเที่ยวตามความเหมาะสมและความ เป็นไปได้ในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวโครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี ในกิจกรรมเข้าพบเพื่อหารือแนวทางพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ภายใต้โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่านมิติทะลุโลกล้านปี 4.5.1 การเข้าพบเพื่อหารือแนวทางพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์เบื้องต้น จังหวัดนครราชสีมา 1) ณ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00 – 15.00 น. ปี เข้าพบนายชนม์บันลือ วรรธรพันธุ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา และ พ.ต.ท.หญิง พิชชาภา บุญโสดา นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ ร่วมหารือรับฟังความคิดเห็นในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ โดยเข้ารับฟัง ประเด็นปัญหา อุปสรรคและแผนการพัฒนาโคราชจีโอพาร์คและพื้นที่ในเส้นทางศึกษา โดยนายชนม์บันลือ วรรธรพันธุ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา และ พ.ต.ท.หญิงพิชชาภา บุญโสดา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ โครงการไว้ ดังนี้ (1) สิ่งต้องการเพิ่มเติมในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเฉพาะพื้นที่ อยากจะให้เป็นโคราชเป็น ต้นแบบในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ จุดเชื่อโยงของเส้นทาง ซึ่งโคราชได้รับรองเป็นอุทยาน ธรณีโลกแห่งที่ 2 จากยูเนสโก ถ้าเราสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์เมืองยูเนสโกได้ ต้องทำยังไงให้พื้นที่อื่นๆ ไปถึงจะจุดเดียวแบบโคราช รวมทั้งการท่องเที่ยวและการจัดการพื้นที่ โดยนครราชสีมา มีแผนการพัฒนา แผนงานกองกลางที่เตรียมไว้ โดยแบ่งสัดส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกับการดำเนินเดินงาน อย่างเช่น ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเรื่องของบุคลากรและของการพัฒนาแหล่ง ซึ่งพื้นที่ไม่ใช่แหล่งของทกจ. จึงต้องให้คน ในพื้นที่ดูแลและจัดการ ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น อุทยาน เราเลือกจากบุคลากรไหนอยู่ใกล้แหล่งไหนมากกว่า ก็จะ เลือกบุคคลากรไปจัดการพื้นที่ตรงนั้น (2) การส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มโครงเป็นคณะอนุกรรมการ โดยเริ่มตั้งแต่โครงการจากพิพิธภัณฑ์ไม้ กลายเป็นหิน ขั้นตอนในการจัดเตรียมเป็นยูเนสโก มีแผนเขียนมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และแผนต่อไปในเชิง วิชาการคือทำอย่างไร เดินหน้าต่อยังไง จะทำอย่างไรให้พื้นที่รับรู้รับทราบว่ามีพื้นที่อยู่ บวกกับว่ายูเนสโก ต้องการอะไรด้วย ซึ่งยูเนสโกไม่ได้รวมด้านวัฒนธรรมไปด้วย โดยตัวชี้วัด มี 3ตัว คือ ชีวมวลฑล ไอยูซีเอ็น จีโอพาร์ค (3) โดยกลุ่มเป้าหมาย ในการร่วมงาน จีโอปาร์ค ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน กลุ่มเป้าหมายใน โครงการเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ คือ เด็กและครอบครัว สื่อท่องเที่ยวเน้นไปทางการเรียนรู้ เพื่อ ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทั้งสองทาง


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 88 (4) บ้านปราสาท มีโครงกระดูกมนุษย์โบราณ อาจเป็นแหล่งท่องเที่ยวระหว่างเส้นทางไปยัง จังหวัดขอนแก่นได้ (5) การแบ่งงานเพื่อการขับเคลื่อนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนต่อไป โดย ทกจ. ดูแลเรื่องพัฒนาบุคลากร และประชาสัมพันธ์จีโอพาร์ค งานส่วนใหญ่ด้านบุคลากร ททท. ประชาสัมพันธ์ เป็นหลัก ทสจ.เป็นเจ้าของพื้นที่เกี่ยวกับกรมทรัพยากรธรณี อาคารที่จะก่อสร้างและแหล่งพบซากดึกดำบรรพ์ และแนวคิดที่จะสร้างศูนย์กลางของการประสานงานไปยังแหล่งพบซากดึกดำบรรพ์ต่างๆ ให้เกิดการท่องเที่ยว แบบต่อเนื่อง รูปที่ 4.5-1 การประชุมเพื่อหารือฯ ณ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา 2) ณ พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 เวลา 15.30 – 17.00 น. เข้าพบ ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการ อุทยานธรณีโคราช ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ในการบรรยายให้ข้อมูลเกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์ที่จัดตั้งแสดงใน พิพิธภัณฑ์และข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน อีกทั้งยังร่วมกันหาแนวทางในการพัฒนาโคราชจีโอ พาร์ค รับฟังประเด็นปัญหา อุปสรรคในแผนการพัฒนาดังกล่าว รูปที่ 4.5-2 การบรรยายให้ข้อมูลเกี่ยวกับซากดึกดำบรรพ์ที่จัดตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 89 โดย ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการอุทยานธรณีโคราช ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ โครงการไว้ ดังนี้ (1) การพัฒนาโครงกระดูก และเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ รายได้ที่จะมาล่อ เลี้ยงพิพิธภัณฑ์ไม่เพียงพอ เนื่องจากพิพิธภัณฑ์และแหล่งท่องเที่ยวแตกต่างกัน ต้องเป็นการทำแหล่งเรียนรู้ และท่องเที่ยวได้ รายได้ที่จะเข้ามาจึงจะสามารถมาเข้าล่อเลี้ยงได้ ซึ่งพื้นที่พิพิธภัณฑ์เป็นของมหาวิทยาลัยราช ภัฏนครราชสีมา มีนโยบายให้เลี้ยงตัวเอง ซึ่งก็ช่วยได้ส่วนหนึ่ง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าซ่อมบำรุง พิพิธภัณฑ์ต้องออก เอง บุคลากรเป็นของมหาวิทยาลัย ซึ่งงบประมาณในการบริหารจัดการก็ขึ้นอยู่กับโครงการผู้ที่จะลงทุน (2) มีเป้าหมายเป็นมหานครแห่งบรรพชีวิน และมีการพบฟอสซิลที่หนาแน่นใน 3 อำเภอ คือ อำเภอมือง อำเภอขามทะเลสอ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และจะแนวทางการกระจายรายได้ลงไปในชุมชน (3) การดำเนินงานต่อหลังจากได้รับการับรองจากยูเนสโก ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้ สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินเป็นศูนย์กลางในการบริหารงาน ทีมบริหารไม้กลายเป็นหินตั้งแต่ผู้อำนวยการลงมา จนถึงรองผู้อำนวยการก็เป็นผู้ดูแลหลักในการดูแลโคราชจีโอพาร์ค แต่เนื่องด้วยต้องทำงานบรูณาการกับหลาย ภาคส่วนเพราะฉนั้นจึงดึง อบจ.มาร่วมด้วย ซึ่งอดีตนายกอบจ. ก็เป็นประธานสภา อบจ.เป็นรองผู้อำนวยการ อุทยานธรณีโคราช (4) การมอบหมายงานให้ คือ การสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งต้องทำโครงการ และทำเรื่องบรรจุ เข้าไปอยู่ในแผนการดำเนินงาน และของบประมาณผ่านจังหวัด (5) ตอนนี้มีการเสนอประเด็นที่ว่า จะทำให้จังหวัดนครราชสีมาเป็นประเทศที่ 2 ของโลกและเป็น เมืองที่ 4 เป็นเมือง 3 มรดกโลก ยูเนสโก (6) จีโอพาร์ค มีการประเมินทุกๆ 4 ปี ซึ่งต้องมีการพัฒนาอยู่เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาข้อขัด แยง ข้อโต้แย้ง ซึ่งจะมาจากสภาพบังคับใช้ หากไม่มีข้อกฎหมายก็ตาม และเตรียมแผนการพัฒนาจีโอพาร์ค ต่อไป ยูเนสโกไม่มีการสนับสนุนด้านงบประมาณ ซึ่งงบประมาณต้องมาจากรัฐบาลกลาง (7) การหารายได้เข้าสู่พื้นที่ มีแผนให้เอกชนเข้ามามีส่วนในการพัฒนา ปัญหา คือ ที่ดินตอนนี้ เป็นของกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวน หากต้องการดึงคนเข้ามาลงทุน ต้องมีการจ่ายเพื่อขอค่าชดเชยการ ปลูกป่าก่อน (8) ที่ตั้งโครงการนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งอยู่ภายใต้กรมป่าอีกที แต่ไม่มีปัญหา เนื่องจากมีการต่อสัญญาทุกๆ 30 ปี (9) เขื่อนลำตะคลองเป็นทางเข้าอุทยานธรณีโคราช และเขายายเที่ยงเป็นสถานที่สำคัญของจีโอ พาร์ค อยู่ใกล้เขาใหญ่ สามารถเชื่อมไปถึงแหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ได้ และมีกิจกรรมบนเขายายเที่ยงมีรถพาชม ผายายเที่ยง มีเยาวชนทำกิจกรรม มีการปลูกป่า นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ อีกทั้งยังสามารถสร้างจุดเช็คอินใน เส้นทางได้ด้วย


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 90 รูปที่ 4.5-3 การประชุมเพื่อหารือฯ ณ พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน จังหวัดนครราชสีมา 3) ณ โคราชฮอลล์ เซ็นทรัลโคราช อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2566 คณะผู้เชี่ยวชาญได้เข้าร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมจีโอพาร์คและฟอสซิล นครราชสีมา การประชุมทางวิชาการเครือข่ายอุทยานธรณีประเทศครั้งที่ 2 และได้ร่วมพูดคุย สอบถาม แลกเปลี่ยนฟังความความคิดเห็นในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ แหล่งจีโอพาร์คในจังหวัด พื้นที่ศึกษาและจังหวัดอื่นๆ ที่มีการจัดบูธประชาสัมพันธ์ในงาน เพื่อเป็นแนวทางในการลงพื้นที่ศึกษาต่อไป รูปที่ 4.5-4 ร่วมพิธีเปิดการประชุมทางวิชาการเครือข่ายอุทยานธรณีประเทศครั้งที่ 2 4.5.2 การเข้าพบเพื่อหารือแนวทางพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์เบื้องต้น จังหวัดขอนแก่น 1) ณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 เวลา 14.00-15.00 น. เข้าพบนายเสกสรร ศรีไพวรรณ ผอ.ททท. สำนักงานขอนแก่น ร่วมหารือรับฟังความคิดเห็นในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ โดยมีการ แลกเปลี่ยนเสนอแนวคิดสร้างสรรค์ ปัญหาอุปสรรคที่พบในพื้นที่ และการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำ บรรพ์ในเส้นทางศึกษา


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 91 โดยนายเสกสรร ศรีไพวรรณ ผอ.ททท.สำนักงานขอนแก่น ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับโครงการ ดังนี้ (1) เมื่อปลายปีที่ผ่านมามีการประชุมวิชาการระดับโลก ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมที่เป็นชาวต่างชาติ จัดขึ้นที่จังหวัดขอนแก่นเป็นการประชุมนานาชาติ มีปปส.ร่วมกับสถาบันและกระทรวงทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องไดโนเสาร์หรือสิ่งที่หายไปเป็นล้านปี ทำให้ทราบถึงความชื่นชอบและความสนใจของเด็กๆ รวมถึง อรรถรสของผู้เข้าชม ซึ่งพื้นที่ก็มีทั้งพื้นที่ขุดจริงและพื้นที่จำลอง จังหวัดกาฬสินธุ์และขอนแก่น ยังมีการขุดพบ ซากดึกดำบรรพ์จนปัจจุบัน (2) อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น กำลังจะขึ้นทะเบียนเป็น Geo Park ตามจังหวัดนครราชสีมาที่ ประกาศเป็นสากลมาก่อนหน้า (3) ในขอนแก่นมีทั้งไดโนเสาร์ตระกูลกินพืชกินเนื้อ และปลาโบราณที่เป็นซากดึกดำบรรพ์ เคย นำไปจัดแสดงที่การสัมมาเชิงวิชาการหลายปีที่ผ่านมา และมีการนำซากไดโนเสาร์ต่างๆ มาตั้งชื่อ แต่ก็ยังพบ ปัญหาเพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก ยังจำการจดจำรูปลักษณ์ภายนอกยังไม่ได้ (4) การทำการตลาดมาสคอตก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จเหมือนประเทศญี่ปุ่น จึงเปลี่ยนมาใช้ภาพ การ์ตูนไดโนเสาร์และน้องมะม่วง ที่มีความน่ารักดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย และเตรียมจัดทำวีดีโอสั้นเล่าเรื่อง เกี่ยวกับไดโนเสาร์และสื่ออัตลักษณ์ของพื้นที่ (5) กลุ่มเป้าหมายทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่นในการท่องเที่ยว เส้นทางบรรพชีวิน คือ กลุ่มนักเรียน สถาบันการศึกษา โดยทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงาน ขอนแก่น มีหน้าที่ทำเนื้อหา องค์ประกอบต่างๆ ให้เข้าใจได้ง่ายๆ (6) การนำแนวคิดวรรณกรรมสินไซทำเป็นสื่อให้กับเด็กออทิสติได้เรียนรู้ (7) ปัญหาในการบริหารจัดการพื้นที่ในพื้นที่ยังขาดแคลนมัคคุเทศก์ และยังมีข้อจำกัดในเรื่องของ ที่พักโดยส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวต้องการพักโรงแรม สิ่งอำนวยคาวมสะดวกคอนข้างน้อยและระยะทางแหล่ง ท่องเที่ยวมีความห่างมากเกินไป ทั้ง จ.ขอนแก่นและ อ.สหสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ (8) มีรัฐวิสหกิจชุมชนทำงานร่วมกับอบจ. อาจเข้ามาสนับสนุนในการสร้างห้องน้ำและสิ่งอำนวย ความสะดวกอื่นๆให้เพิ่มมากขึ้นในเส้นทางได้ (9) รายได้ส่วนใหญ่ในจังหวัดมาจากการทำธุรกิจอาหารมากกว่าการทำธุรกิจที่พัก เนื่องจาก จ. ขอนแก่น อาหารอร่อยและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เข้ามาเพื่อมาทานอาหารมากกว่า รูปที่ 4.5-5 การประชุมหารือฯ ณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดขอนแก่น


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 92 2) ณ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2566 เวลา 15.30-16.30 น. เข้าพบนายสุรสิทธิ์ สิงห์หลง ท่องเที่ยวและ กีฬาจังหวัดขอนแก่น โดยมีคณะกรรมการกรมการท่องเที่ยว เข้าร่วมหารือรับฟังความคิดเห็นในการพัฒนา เส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ โดยเข้ารับฟังประเด็นปัญหา อุปสรรคและแนวทางในการพัฒนาการ เชื่อมโยงเส้นทางซากดึกดำบรรพ์ เพื่อนำไปพัฒนาเส้นทางศึกษาต่อไป โดยนายสุรสิทธิ์ สิงห์หลง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขอนแก่น ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับ โครงการ ดังนี้ (1) อำเภอภูเวียงและอำเภอเวียงเก่ากำลังจะถูกพลักดันให้ขึ้นทะเบียนยูเนสโก และอนาคต ข้างหน้าจะมีการขยายแหล่งขุดพบซากดึกดำบรรพ์ทั้งอำเภอมัญจาคีรี ภูผาม่าน สีชมพู และชุมแพ อยู่ในพื้น เทือกเขาภูเวียงเช่นกัน จึงเสนอเพียง 2 อำเภอก่อน (2) ยังไม่มีสถานที่รองรับหรือประชาสัมพันธ์ อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่เดิน ทางผ่านไปมาหรือเพื่อเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยว (3) เอกลักษณ์ในเส้นทางซากดึกดำบรรพ์จังหวัดขอนแก่น คือ การค้นพบสายพันธุ์ไดโนเสาร์ 5 สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน โดยไม่ได้อยู่ในยุคเดียวกัน และในจังหวัดกาฬสินธุ์ สกลนคร ก็มีการ ค้นพบแต่ยังไม่ทำการขุดค้นออกมา (4) คาดหวังในการสร้างรถไฟเร็วสูงในการเข้าถึงขอนแก่นเพื่อเป็นเส้นทางเลือกในการท่องเที่ยว ภายในจังหวัด และมีแผนการท่องเที่ยวขายในการท่องเที่ยวจังหวัด เป็นกลไกภาครัฐที่ต้องทำหนังสือขอ (5) กลุ่มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ถ้าเป็นเด็กส่วนใหญ่เข้ามาศึกษาเกี่ยวกับ ธรรมชาติ ป่าไม้ ลานกางเต้น และถ้าเป็นผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เข้ามาหาแหล่งที่ศรัทธาขอพร ท่องเที่ยวธรรมาชาติที่ เก่าแก่ ชมทัศนียภาพต่างๆ และการเข้ามามีส่วนร่วมของชุมชน ทั้งเป็นแหล่งอาหารและการผูกมิตรกับ นักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยี่ยมชมสถานที่ (6) ความคาดหวังในการขึ้นทะเบียน คาดหวังในระดับเดียวกันกับประเทศจีนและประเทศเพื่อน บ้าน คือ ระดับพิพิธภัณฑ์ และเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่จะเข้าถึงอีกไม่เกิน 10 ปี ในการท่องเที่ยวจากจีนที่ จะลงเข้ามาในจังหวัดขอนแก่น (7) กระทรวงการท่องเที่ยวได้จัดตั้งเขตธรณีวิทยากิตติสาร 5 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น อุดรธานี หนองบัวลำภู เพื่อเชื่อมต่อธรณีเนื่องจากพบเจอเปลือกหอย และธรณีต่างๆ กำลังขอเรื่อง เพื่อทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวบริเวณภูเวียง แหล่งศึกษาธรรมชาติ (8) งบประมาณในการพัฒนาพื้นที่แหล่งขุดพบซากดึกดำบรรพ์มาจาก อบจ. เนื่องจากเป็น เจ้าของพื้นที่ (9) จุดเชื่อมโยงระหว่างเส้นทางท่องเที่ยวขอนแก่นไปกาฬสินธุ์ ไม่มีจุดแวะพักหรือจุดท่องเที่ยว ระหว่างเส้นทาง (10) แผนการขับเคลื่อนจีโอพาร์คยังไม่มี แต่ส่วนใหญ่เน้นเรื่องธรรมชาติ การเข้ามามีส่วนร่วมของ ชุมชนท่องเที่ยวในชุมชน และพัฒนาบุคลากร (11) เอกลักษณ์ของพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและกาฬสินธุ์ มีความเหมือนกัน ซึ่งต้องหาความแตกต่าง ของทั้งสองจังหวัดให้ได้ เพื่อเป็นเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 93 รูปที่4.5-6 การประชุมหารือฯ ณ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขอนแก่น 3) ณ อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00-11.30 น. เข้าพบนายสุธรรม วงจันทร์ หัวหน้าอุทยาน แห่งชาติภูเวียง/รองผู้อำนวยการอุทยานธรณีขอนแก่นและนางสาวผกาสวรรค์ ปรัชญคุปต์ นักผังเมืองชำนาญ การ ร่วมหารือรับฟังความคิดเห็นในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ โดยเป็นการอธิบายและ แนะนำความเป็นมาของอุทยานฯ รวมถึงหลักการและแผนในการพัฒนาอุทยานฯ พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ให้ ความรู้และนำทางในการเดินสำรวจหลุมขุดพบซากไดโนเสาร์บริเวณอุทยานแห่งชาติภูเวียง รูปที่ 4.5-7 อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น โดยนายสุธรรม วงจันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเวียงและนางสาวผกาสวรรค์ ปรัชญคุปต์ นัก ผังเมืองชำนาญการ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับโครงการ ดังนี้


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 94 (1) เมื่อก่อนนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เข้ามาจะมาเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์เป็นหลัก ดังนั้น ความต่อเนื่อง ระหว่างพิพิธภัณฑ์และอุทยานจะไม่ค่อยต่อเนื่องกัน เนื่องจากระยะห่างที่ห่างจากกัน แต่ปีหลังๆมีเรื่องของ อุทยานธรณีขอนแก่นเข้ามาและมีการเชื่อมโยงต่อกัน จึงมึนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2562 มี นักท่องเที่ยวเข้ามา 6200 กว่า คน/ปี แต่ในปี 2565 นักท่องเที่ยวเกือบ 80000 คน/ปี (2) การดำเนินการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างในอุทยานต้องผ่านการอนุมัติจากกรมอุทยาน การ ดำเนินการใดๆต้องผ่านอุทยานก่อนเสมอ (3) มีแหล่งท่องเที่ยวธรณีที่เชื่อมเส้นทางไดโนเสาร์ ทั้งหมู่บ้านทอผ้าไหมลายไดโนเสาร์ บ้าน ทราย หาดสวรรค์ พัทยา 2 เป็นต้น (4) เสนอแนวทางการจัดรูปแบบธีมพาร์คไดโนเสาร์เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางไดโนเสาร์ โดยใช้วิธีการ ตามหาไดโนเสาร์ 12 สายพันธุ์ว่าแต่ละสายพันธุ์อยู่จังหวัดไหนบ้าง (5) จังหวัดขอนแก่นเป็นโมเดลพิเศษ ใช้อบต. ท้องถิ่นเป็นตัวนำในการท่องเที่ยว (6) การท่องเที่ยวในอุทยานที่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มมาขึ้น เนื่องจากได้รับการปรับปรุงโครงสร้าง สาธารณูปโภค หลังจากที่ได้ขึ้นเป็นอุทยานธรณีขอนแก่น (7) อุทยานมีภาระหน้าที่ คือ 1.ป้องกันอนุรักษ์ทรัพยากร 2.การจัดการท่องเที่ยวนันทนาการ 3.ด้านงานวิชาการ 4.การมีส่วนร่วม ทั้ง 4 ภารกิจนี้อยู่ในหลักการจัดการอุทยาน ปรับแผนการจัดการมาจากอเมริกา (8) มีระเบียบให้กับราษฎรที่เข้ามาใช้ประโยชน์พื้นที่ในเขตอุทยาน โดยใช้มาตรา 22 และมาตรา 23 ในการกำกับดูแลพื้นที่ และมีการออกระเบียบกำหนดการเข้ามาใช้พื้นที่ (9) กำลังจะทำโครงการศึกษาวิจัยหลุมขุดที่ 3 และหลุมขุดที่ 8 เพื่อสำรวจและศึกษาวิจัย เพิ่มเติม เนื่องจากมีการพบเจอฟันไดโนเสาร์กินพืช ปัญหาคือการยังไม่มีการเริ่มโครงการ แต่มีการสำรวจ เบื้องต้นในการเก็บตัวอย่าง เนื่องจากต้องใช้งบประมาณมาก และใช้เวลานานในการขออนุมัติงบประมาณ (10) จะมีผู้ประเมินจากยูเนสโก เข้ามาประเมินพื้นที่เพื่อขึ้นเป็นจีโอพาร์ค ว่าผ่านตามเกณฑ์ หรือไม่ ซึ่งต้องตอบโจทย์ตามเกณฑ์ในการประเมินให้ครบ โดยมีการทำเป็นทีม ทำตามตัวชีวัดของอุทยานที่มี อยู่แล้ว และอบจ. ทำหน้าที่ประสานให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาทำเป็นการมีส่วนร่วม โดยเป็นการทำงานแบบ บรูณาการหลายๆชุมชนมาทำร่วมกัน รูปที่ 4.5-8 การประชุมเพื่อหารือฯ ณ อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 95 4) ณ ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00-15.30 น. เข้าพบนายภาสกรณ์ กัณทาทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ และเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ เข้าร่วมหารือรับฟัง ความคิดเห็นในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ โดยเข้ารับฟังประเด็นปัญหา อุปสรรคและ แนวทางในการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ เพื่อเชื่อมโยงในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ และได้รับความ อนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ในการความรู้เกี่ยวกับฟอสซิลที่แสดงพิพิธภัณฑ์ฯ รูปที่ 4.5-9 ทางเข้าศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดขอนแก่น โดยนายภาสกรณ์ กัณทาทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ และ เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับโครงการ ดังนี้ (1) การเชื่อมโยงเส้นทางไดโนเสาร์ ขึ้นอยู่กับตัวผู้ทำโครงการว่าจะสามารถทำได้ไหม เพราะ ความแตกต่างระหว่างขอนแก่นและกาฬสินธุ์ การที่จะเป็นอุทยานธรณีระดับโลกนั้นต้องมีความต่าง ปัญหา ของ จ.กาฬสินธุ์ ที่จะเป็นได้หรือเป็นไม่ได้จุดเด่นต้องแตกต่างอย่างชัดเจน ขึ้นอยู่กับลักษณะของไดโนเสาร์ เหมือนกับขอนแก่นหรือเปล่า ถ้าเหมือนกันก็จะเป็นไม่ได้ ต้องหาข้อแตกต่างก่อน หรือต้องหาความโดดเด่น ทางธรณีวิทยาก่อนแต่ตอนนี้วางตัวเป็นระดับโลกไว้ก่อน (2) ความโดดเด่นของจังหวัดขอนแก่น คือ การค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลก 5 สายพันธุ์ จึงสามารถพลักดันให้เป็นจีโอพาร์คระดับโลกได้ และมองเรื่องของธรณีวิทยาเป็นหลักมากกว่า และโครงสร้าง การบริหาร การอนุรักษ์ การศึกษาวิจัย (3) นักท่องเที่ยวหลัก คือ นักเรียน นักศึกษา และคนสนใจเฉพาะทาง มีทุกวัย ซึ่งต้องวัดความ เหมาะสมของแต่ละกลุ่ม ในการจัดกิจกรรมให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามา และเงินรายได้ทุกอย่างที่ได้รับจากทัวร์ จากการขายตั๋วต้องเข้ากองทุน รวมถึงเงินบริจาค หากต้องการใช้จะต้องทำเรื่องขอจากกองทุน


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 96 (4) การเข้าถึงอุทยานและพิพิธภัณฑ์ เริ่มมีการขยายสิ่งอำนวยความสะดวกเข้ามา รวมทั้งจะมี การสร้างเขื่อนชลประทานในอุทยาน และมีโครงสร้างพื้นฐานที่จะดึงดูดคนที่จะเข้ามา โดยเมื่อก่อนแหล่ง ท่องเที่ยวหลักของอำเภอเวียงเก่า คือ พิพิธภัณฑ์และวัดถ้ำผาเกิ้ง แต่ปัจจุบันมีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการ พัฒนาเพิ่มขึ้น และมีที่พักแรม ร้านอาหารเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น มีการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน (5) กิจกรรมการท่องเที่ยวในพิพิธภัณฑ์นอกเหนือจากการเดินชมในพิพิธภัณฑ์ มีการจัดกิจกรรม การเรียนรู้นักล่าไดโนเสาร์ เป็นคอร์สสั้นๆในการสร้างแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์ โดยเป็นการสอนทฤษฎีนัก ธรณีวิทยา กิจกรรมทั้งหมดส่วนใหญ่ไม่เสียค่าใช้จ่าย (6) ช่วงเดือนสิงหาคม จะเป็นช่วงที่มีนักเรียนเข้ามาเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์มากที่สุด และจุดดึงดูดที่ เป็นจุดแข็งที่สุด คือ กระดูกไดโนเสาร์ชิ้นแรกในประวัติศาสตร์ และสวนไดโนเสาร์ โดยจุดที่ทำให้เป็นภาพจำ ที่สุด คือ ภูเวียงโกซอรัสสิรินธรเน และได้รับพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระเทพฯ มีคุณค่าทางวิชาการ และ จังหวัดขอนแก่นมีการขุดค้นพบซากไดโนเสาร์ 5 สายพันธุ์เยอะที่สุดของประเทศไทยจาก 12 สายพันธุ์ และ เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดขอนแก่น รูปที่ 4.5-10 การประชุมเพื่อหารือฯ ณ ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์จังหวัดขอนแก่น 4.5.3 การเข้าพบเพื่อหารือแนวทางพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์เบื้องต้น จังหวัดกาฬสินธุ์ 1) ณ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 10.30 น. เข้าพบนางสาวสิริน โครตธนู นักวิเคราะห์ นโยบายและแผนชำนาญการ เพื่อร่วมหารือรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ โดยนางสาวสิริน โครตธนู นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับ โครงการ ดังนี้ (1) การผลักดันการเป็นจีโอพาร์ค ของจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งทางจังหวัดนั้นกำลังส่งเรื่องการเป็น GEO Park โดยมีการเสนอพื้นที่อุทยานทางธรณีวิทยา ทั้งหมด 7 อำเภอ ประกอบไปด้วย อำเภอสหัสขันธ์ คำ ม่วง สมเด็จ ห้วยผึ้ง กุฉินารายณ์ นาคู และอำเภอเขาวง ทางทสจ. ได้มีการขับเคลื่อนทั้ง 7 อำเภอให้เป็นที่รู้จัก โดยการจัดกิจกรรมในพื้นที่อุทยานธรณี เช่น การจัดกิจกรรมวิ่งภูสิงห์ และกำลังจะมีการเพิ่มกิจกรรมต่าง ๆ อีกในอนาคต (2) พิพิธภัณฑ์ปลาโบราณภูน้ำจั้น เป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ปลาโบราณ ที่ได้รับงบจากทาง กรม ธรณีวิทยา ให้มีการสร้างและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ปลาโบราณ แต่ทางภูน้ำจั้นมีปัญหาด้านการถ่ายโอนสิทธิ์ ทำให้ ทางเทศบาลที่จะเข้าไปดูแล ไม่สามารถดูแลพิพิธภัณฑ์ได้อย่างเต็มที่ บริเวณพิพิธภัณฑ์จึงมีความทรุดโทรมและ ในพื้นที่ไม่มีมัคคุเทศคอยให้คำแนะนำแก่ผู้มาเยี่ยมชมได้อย่างเต็มที่


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 97 (3) กาฬสินธุ์ส่วนใหญ่จะเน้นการขายความเป็นอุทยานธรณี และกลุ่มร้อยแก่นสารสินธุ์ มี ททท. ที่เดียวกัน ซึ่งทาง ททท. ได้มีการให้แต่ละจังหวัดนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ภายในจังหวัดของตนเอง ทางจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ยื่นเสนอ สถานที่ที่พึ่งค้นพบใหม่ คือ ผาแดงภูสิงห์ ตั้งอยู่ที่ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ นอกจากนี้บริเวณอำเภอ สหัสขันธ์ยังเชื่อมโยงกับการผลักดันการเป็นจีโอพาร์ค เนื่องจาก อ.สหัสขันธ์เป็น พื้นที่ที่มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งแม่น้ำ ภูเขา วัด หรือจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ เขื่อน ร่วมไป ถึงพิพิธภัณฑ์สิรินธร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ อ.สหัสขันธ์ รูปที่ 4.5-11 การประชุมเพื่อหารือฯ ณ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาฬสินธุ์ 2) ณ พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00 – 14.30 น. เข้าพบนางสาวศศอร ขันสุภา นักวิชาการ ทรัพยากรธรณีชำนาญการพิเศษ และเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์สิรินธรที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมหารือรับฟังความคิดเห็น และปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ รูปที่ 4.5-12 พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 98 โดย นางสาวศศอร ขันสุภา นักวิชาการทรัพยากรธรณีชำนาญการพิเศษ และเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์สิริน ธรที่เกี่ยวข้องได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับโครงการ ดังนี้ (1) ข้อมูลเกี่ยวฟอสซิลไดโนเสาร์และสัตว์ร่วมสมัยกับไดโนเสาร์มีดังนี้ - ภายในพื้นที่มีการค้นพบฟอสซิลของไดโนเสาร์ที่สมบูรณ์ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นฟอสซิลไดโนเสาร์นอนขดตัวอยู่ - ภูกุ้มข้าวพบซากฟอสซิลของซอโรพอด อย่างน้อย 3 ชนิด และกำลังศึกษาเพิ่มอีก 2 ชนิด - ภูเป้งพบซากฟอสซิลของไดโนเสาร์ 2 ตัว คาดว่าเป็นพี่น้อง หรือแม่ลูกกัน เนื่องพบทั้งตัว ใหญ่และตัวเล็ก - ภูน้อยพบซากฟอสซิลของไดโนเสาร์และสัตว์ร่วมสมัยสายพันธุ์ใหม่ รวมกันทั้งหมด 7 สาย พันธุ์ จากการวิจัยแล้วมีไดโนเสาร์ที่รอประกาศชื่อ 3 สายพันธุ์ ทั้งไดโนเสาร์กินพืชและกินเนื้อ โครงกระดูกที่ พบส่วนใหญ่จะเป็นไดโนเสาร์กินพืช หัวกะโหลกสมบูรณ์ที่สุด (2) จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นพื้นที่ที่มีความโดดเด่นในเรื่องระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ และมีความ หลากหลายทางด้านชีวภาพ จากความหลากหลายในอดีตเมื่อ หนึ่งร้อยล้านปีก่อน ทำให้ในพื้นที่ที่มีความอุดม สมบูรณ์มาจนถึงในช่วงยุคปัจจุบันเกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรม หลากหลายชาติพันธุ์ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น ชาวภูไทที่อพยพเข้ามาอยู่ในบริเวณพื้นที่ ซึ่งในชาวภูไทมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ คือ การทำบั้งไฟตะไลล้าน ผ้าไหมแพรวา (3) จังหวัดกาฬสินธุ์มี 4 แหล่งหลัก แต่ละแหล่งจะจัดอยู่ในยุคต่าง ๆ ดังนี้ 3.1. แหล่งไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวอยู่ในยุคครีเทเซียสตอนต้น 3.2. แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อยจูราสิคตอนปลาย-ครีเทเซียสตอนต้น พบซากปลาโบราณ ปลานักล่า ปลาปอด 3.3. พิพิธภัณฑ์ปลาโบราณภูน้ำจั้นเป็นแหล่งปลา และเป็น 1 ใน 7 ที่ของโลกที่มีการพบซาก ปลาโบราณมากกว่า 200 ตัว มีความอุดมสมบูรณ์ของปลาโบราณ 3 สายพัน ไทยอิคทิส อีสานอิคทิส (ปลานักล่า) ปลาพง 3.4.วนอุทยานภูแฝก เป็นรอยตีนไดโนเสาร์แหล่งแรกในประเทศไทย ล่าสุดพบแหล่งใหม่ นอกจากนี้ทั้ง 4 แหล่งกำลังอบรมมัคคุเทศท้องถิ่นและผู้ให้ความรู้ท้องถิ่นได้เข้าใจถึงธรณีวิทยา ของกาฬสินธุ์ซึ่งมันอาจจะง่ายสำหรับผู้ที่ไม่ใช่นักธรณีวิทยา รูปที่ 4.5-13 การประชุมเพื่อหารือฯ ณ พิพิธภัณฑ์สิรินธร


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 99 3) ณ องค์การบริหารส่วนตำบลดินจี่ อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2566 เวลา 15.30 – 16.30 น. เข้าพบนายบุญช่วย สารจันทร์ เลขานายก อบต.ดินจี่ และเจ้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังความคิดเห็นและประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว ซากดึกดำบรรพ์ ร่วมไปถึงข้อมูลการลงพื้นที่สำรวจบริเวณพื้นที่หลุมขุดค้นซากดึกดำบรรพ์ ดังนี้ โดย นายบุญช่วย สารจันทร์ เลขานายก อบต.ดินจี่ และเจ้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ได้มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย ดังนี้ (1) บริเวณพื้นที่ขุดค้นซากดึกดำบรรพ์นี้อยู่ในความดูแลของกรมธรณี เป็นพื้นที่ที่มีการทับถมมา เป็นเวลานาน มีพื้นที่ประมาณ 293 ไร่ ชิ้นส่วนต่างๆของไดโนเสาร์มีการขุดพบมากในบริเวณนี้และมีการขุดพบ มากกว่า 5000 ชิ้น ซึ่งในพื้นที่ยังไม่ได้มีการปิดพื้นที่ ทำให้ผู้ไปเยี่ยมชมสามารถชมชิ้นส่วนกระดูกของไดโนเสาร์ ได้อย่างใกล้ชิด หากมีผู้ต้องการมาเยี่ยมชมบริเวณพื้นที่ขุดค้นต้องมีการประสานงานเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าชม เนื่องจากเสาร์อาทิตย์ไม่มีผู้ดูแล (2) ในอนาคตมีโครงการจะสร้างพื้นที่นี้เป็นพิพิธภัณฑ์ร่วมกับ พิพิธภัณฑ์สิรินธร และจะมีการ สร้างแผนการท่องเที่ยวที่ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ คือ ภูน้อย ภูกุ้มข้าว ภูแฝก และภูน้ำจั้น จะเป็นการเน้น การท่องเที่ยว ซึ่งในตอนนี้มีการพัฒนาผู้นำเที่ยวท้องถิ่นหรือผู้สื่อความหมายท้องถิ่น นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมี ศิลปะวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น คือ การออกแบบและการทอผ้าไหมแพรวา ผ้าไหมสมเด็จ ให้เป็น สินค้า OTOP ของพื้นที่ อบต.ดินจี่ รูปที่ 4.5-14 การประชุมเพื่อหารือฯ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลดินจี่ อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ 4) ณ วนอุทยานภูแฝก เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2566 เวลา 09.30 – 11.00 น. เข้าพบเจ้าหน้าที่วนอุทยานภูแฝก เพื่อรับ ฟังความเห็นและประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ โดยเจ้าที่วนอุทยานภูแฝกได้เล่าถึงที่มาและประเด็นปัญหาในพื้นที่ ดังนี้ (1) ความเป็นมาของวนอุทยานภูแฝก - ในอดีตเป็นพื้นที่ตั้งค่ายคมนาคม ของทหารอากาศ ตั้งเป็นค่ายสื่อสารของภูแฝกมีการบุกรุก พื้นที่ในการทำไร่มันสำปะหลัง ในปี พ.ศ.2520-2527 โดยประมาณ ทางการจึงมีการขับไล่กลุ่มผู้บุกรุกโดย การให้นำไม้โตเร็วมาปลูก และในปี พ.ศ.2533 จึงมีการปลูกป่าแบบจริงจัง ภายในป่าจึงมีต้นไม้ทั้งแบบปลูก และแบบเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติต่อมาในปี พ.ศ.2539 พบรอยเท้าของไดโนเสาร์ โดยเด็กหญิง 2 ท่าน จาก การดูสื่อทำให้เด็กหญิงทั้ง 2 ท่านเข้าใจว่านี้คือรอยเท้าของไดโนเสาร์ จึงนำเรื่องไปบอกผู้ปกครองและ ผู้ปกครองได้นำเรื่องไปแจ้งแก่ผู้ชาญให้มาตรวจสอบ ต่อมา ดร.วราวุธ สุธีธร นักธรณีวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้าน


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 100 ไดโนเสาร์จึงได้มาตรวจสอบและพบว่าเป็นรอยเท้าของไดโนเสาร์เทโรพอด เป็นนักล่ากินเนื้อ จำนวน 7 รอย พบบริเวณบนลานหินที่เป็นทางน้ำของห้วยเหง้าดู่ จากการศึกษาคาดว่าบริเวณนี้ในอดีตน่าจะเป็นหาดทราย และการพัดพาของตะกอนทำให้รอยเท้าของไดโนเสาร์ยังคงอยู่ - ในปี พ.ศ.2540 กรมป่าไม้ได้ประกาศตั้งพื้นที่โดยรอบประมาณ 4000 ไร่ ขึ้นเป็นวนอุทยานภู แฝก วนอุทยานภูแฝกได้จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถมาพักผ่อนได้ และสามารถมาตั้งแคมป์ กางเต็นท์ ร่วมไปถึงสามาถรถจัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือได้ โดยต้องมีการแจ้งทางเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมความพร้อมในการ ใช้พื้นที่ (2) ปัญหาในพื้นที่ คือ ขาดสิ่งอุปโภคบริโภคในพื้นที่ น้ำและไฟยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ เจ้าที่ ต้องทำการเก็บน้ำฝนมาใช้ หรือเรียกให้รถน้ำของทาง อบต.นำน้ำขึ้นมาส่ง ร่วมไปถึงสัญญาณโทรศัพท์ที่ยังเข้า ไม่ถึงในพื้นที่ รูปที่4.5-15 การประชุมเพื่อหารือฯ ณ วนอุทยานภูแฝก 4.5.4 การเข้าพบเพื่อหารือแนวทางพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์เบื้องต้น จังหวัดนครพนม 1) ณ สำนักการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00-15.00 น. เข้าพบนางสาวปวริศา สุขมาก นักวิเคราะห์ นโยบายและแผนชำนาญการ และ นายรัตนพร ใจแก้ว เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว โดยเข้ารับฟังประเด็น ปัญหา อุปสรรคและแนวทางในการพัฒนาแผนการท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม รวมถึงแนวทางแก้ไขปัญหา แหล่งเรียนรู้รอยเท้าไดโนเสาร์ ท่าอุเทน พร้อมให้คำแนะนำในการพัฒนาแผนการท่องเที่ยว โดยนางสาวปวริศา สุขมาก นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ และ นายรัตนพร ใจแก้ว เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ ดังนี้ (1) ดั้งเดิมเป็นเหมืองเก่า ขุดหินมาทำเป็นเขื่อน ถนน เจอรอยเท้าไดโนเสาร์เป็นจำนวนมาก นัก กรมทรัพยากรเข้าสำรวจ ณ ปัจจุบันทรุดโทรมตามกาลเวลา ตอนนี้ทางจังหวัดมีนโยบายให้อบต. เขียนขอ งบประมาณทางอำเภอและจังหวัด และมีทางบริษัทเสนอ ทำเป็นจุดเช็คอิน ห้องน้ำ ร้านกาแฟ และอนุรักษ์ รอยเท้าไปพร้อมๆกัน ท่าอุเทนเป็นที่แรกในประเทศ ที่พบจำนวนรอยเท้าที่มากที่สุดในประเทศไทย


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 101 (2) เดิมทีจังหวัดพยายามผลักดันแหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ทกจ.ดูแลแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัด อยู่ แต่ไม่สามารถเสนอโครงการได้ ปัญหาคือขาดบุคลากร บุคลากรไม่พอ ทั้งด้านสถาปนิกการออกแบบ นาย ช่าง โครงการทุกอย่างต้องขอพื้นที่ผ่านอำเภอและผ่านจังหวัดขึ้นมา (3) เบื้องต้นพื้นที่ อบต. จัดการได้บางส่วน เช่น มีนักธรณี ผู้สื่อความหมายท้องถิ่น และทาง จังหวัดได้ทำการวิเคราะห์ปัญหาของนักท่องเที่ยว โดยพื้นที่ไม่ได้เป็นของรัฐโดยตรง เป็นของเอกชน เอกชน บริจาคเป็นสาธารณประโยชน์ และกรรมสิทธิ์เป็นของเอกชน ผู้ครอบครองน่าจะเป็นกรมทรัพยากรธรณี (4) ตอนนี้เป็นเส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวนาคี นาคา เป็นทางผ่านไม่ได้ประโยชน์อะไร จึงมี แนวคิดคิดที่จะทำเป็นที่พักจุดแวะชม และห้องน้ำสะอาด แต่ไม่มีงบประมาณ (5) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ท่องเที่ยวตาม เส้นทางลุ่มแม่น้ำโขง ที่ จะเชื่อมโยงไปฝั่ง สปป.ลาว ถ้ามาเพื่อชมรอยเท้าไดโนเสาร์ก็มาแบบไม่ได้ตั้งใจมา (6) ในการพัฒนาต้องดูพื้นที่บริบทว่าควรทำแบบไหน เช่น ตัวปัญหาในเรื่องของทางเข้า 1.ทำถนนใหม่ 2.เป็นเนินลงไปเป็นหัวสะพาน ซึ่งคนจะขับผ่านทางเข้า จะทำให้เลยทางเข้าไปและไม่วนกลับมา (7) ทางจังหวัดพึ่งเข้ามาแก้ไขและทราบปัญหาของแหล่งท่องเที่ยวนี้ และแก้ไขเป็นนโยบายของ ท่านผู้ว่า ณ ตอนนี้เราไม่สามารถประชาสัมพันธ์ได้มากเท่าไหร่ เนื่องจากสภาพสถานที่ยังทรุดโทรม ยังไม่ สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ หากมาแล้วจะเสียภาพลักษณ์ไม่ประทับใจ ซึ่งในอนาคตจะนำเข้าแผนพัฒนาการ ท่องเที่ยวของจังหวัด (8) การท่องเที่ยวต้องเลือกจากค่านิยมปัจจุบัน เช่นตอนนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชอบเกี่ยวกับ เรื่องของความเชื่อ ความศรัทธา การตลาดตรงนี้มาอันดับ 1 ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ควบคู่กับการศึกษาบูรณา การไปร่วมกัน (9) ท่าอุเทนรอยเท้าไดโนเสาร์กับแหล่งเรียนรู้อยู่ที่เดียวกัน ทกจ.ตอนนี้กำลังพยายามทำการ ท่องเที่ยวเชื่อมโยง ทำ 9 วัดริมโขง เชื่อมโยงกับนิเวศน์สำคัญซึ่งตอนนี้อยู่ในแผน กำลังนำตัวรอยเท้าไดโนเสาร์ เข้าไปอยู่ในเส้นทาง รูปที่ 4.5-16 การประชุมเพื่อหารือฯ ณ สำนักการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 102 2) ณ แหล่งเรียนรู้รอยเท้าไดโนเสาร์ ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00-15.00 น. เข้าพบนางเอ็มอร บุญโท ผู้อำนวยการกอง สวัสดิการสังคม นายสำราญ พรมอินทร์ เจ้าหน้าที่ประจำแหล่งเรียนรู้ และเจ้าหน้าที่อบต.พนอม โดยเป็นการ รับฟังการให้ความรู้แหล่งเรียนรู้รอยเท้าไดโนเสาร์ ท่าอุเทน และแลกเปลี่ยนฟังความคิดเห็นในการพัฒนาพื้นที่ พร้อมให้คำแนะนำในการวางแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้รอยเท้าไดโนเสาร์ ท่าอุเทน โดยนางเอ็มอร บุญโท ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม นายสำราญ พรมอินทร์ เจ้าหน้าที่ประจำ แหล่งเรียนรู้ และเจ้าหน้าที่อบต.พนอม ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ ดังนี้ (1) เป็นแหล่งที่มีการพบเจอรอยตีนไดโนเสาร์มากที่สุดในทวีปเอเชีย ซึ่งแหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ ท่าอุเทนมีการพบเจอรอยเท้าหลากหลายสายพันธุ์ โดยรอยเท้าของอิกัวโนดอน ออรนิโธมิโมซอร์และจระเข้ ขนาดเล็กมีความชัดเจนและเป็นแหล่งธารน้ำ รอยเท้ามีทิศทางการเดินไปทางทิศเหนือ คาดการณ์ได้ว่าแหล่ง บริเวณนี้เป็นแหล่งอาหารของไดโนเสาร์กินพืช และเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ของอาหาร (2) ร่องรอยบริเวณนี้เป็นนักวิทยาศาสตร์และกรมทรัพยากรธรณีดูแล ซึ่งพื้นที่นี้ยังคงต้องรอการ ศึกษาวิจัยเพิ่มเติม อาจจะพบเจอร่องรอยเพิ่มอีก ซึ่งพื้นที่ตรงนี้เป็นหลักฐานธารน้ำโบราณ (3) มีการพัฒนาเพื่อป้องกันการเสื่อมโทรมของหลักฐานรอยเท้าไดโนเสาร์ด้วยการสร้างโดม และ ทางจังหวัดอาจมีการเข้ามาสร้างน้ำตกเทียม นำร้านค้าเข้ามา ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุงภูมิทัศน์ อาคาร และ ต่อไปจะมีที่พัก งบประมาณในการพัฒนามาจากกรมทรัพยากรและการท่องเที่ยว อาคารที่มีเป็นของอำเภอ รวมถึงแทงค์น้ำ ซึ่งแทงค์น้ำที่มีเพื่อจะผลิตน้ำดื่มไดโนเสาร์ สร้างรายได้ให้พื้นที่ ได้ความรู้ ได้รับการอนุรักษ์ และได้รับงบประมาณปรับปรุงพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยว (4) พื้นที่บริเวณที่กรมทรัพยากรธรณีดูแล มีทั้งหมด 8 ไร่ ซึ่งปัญหาของพื้นที่ คือ การขอ งบประมาณเพื่อเข้ามาพัฒนาแหล่งเรียนรู้รอยตีนไดโนเสาร์ ท่าอุเทน กลไกในการพัฒนายังไม่สามารถพัฒนา เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ แต่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ได้ (5) ความต้องการในการพัฒนาพื้นที่ คือ ต้องการปัจจัยเพื่อเข้ามาบริหารจัดการพื้นที่ รูปที่ 4.5-17 สำรวจพื้นที่ และหารือฯ ณ แหล่งเรียนรู้รอยเท้าไดโนเสาร์ ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 103 4.6 การประชุมหารือคณะกรรมการ ฯ เสนอแนวทางการดำเนินงานและการจัดทำรายงาน ความก้าวหน้า เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2566 เวลา 14.00 – 16.00 น. รศ.ดร.อภิสิทธิ์ เอี่ยมหน่อ ผู้จัดการโครงการ ดร.พิเศษ เสนาวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว ผศ.ดร.สุดสันต์ สุทธิพิศาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยว และ ผศ.ดร.อนุวัฒน์ การถัก ที่ปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิสถาปัตยกรรมและวางผัง ร่วมกับคณะกรรมการ กรมการท่องเที่ยว โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปีร่วมหารือแนว ทางการดำเนินงานในแผนการปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์โครงการ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงาน โดยเบื้องต้นคณะผู้เชี่ยวชาญมีการจัดการวางแผนในการวางเกณฑ์เพื่อประเมินความเหมาะสม ไว้ คร่าวๆ เพื่อออกแบบพื้นที่ และเสนอให้คณะกรรมการฯ ช่วยพิจารณา ซึ่งแนวคิดในการเลือก ต้องมีโครงสร้าง พื้นฐานไว้เบื้องต้น เนื่องจากเป็นการก่อสร้างขนาดเล็กและต้องเป็นแหล่งที่มีองค์การบริหารท้องถิ่นดูแล จึงได้ พื้นที่เป้าหมายในการปรับปรุงออกแบบเส้นทางเรียนรู้บรรพชีวินตามเกณฑ์ประเมินองค์ประกอบทางกายภาพ เบื้องต้น 8 จุด ดังนี้ 1. โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเข้า ดินแดนไดโนเสาร์ภูเวียง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น 2. โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเข้าเมืองเวียงเก่า อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น 3. โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์สามแยก ชุมชนไก่ย่าง ต.โนนทัน อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น 4. โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเข้าเชื่อนลำปาว ต.โคกสี อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ 5. โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองไดโนเสาร์ ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ 6. โครงการวางผังศูนย์ข้อมูลไดโนเสาร์ภูน้อย ต.ดินจี่ อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ 7. โครงการจัดระบบสื่อข้อมูลบรรพชีวิน พระธาตุภูเพ็ก อ.เมือง จ.สกลนคร 8. โครงการวางผังแหล่งเรียนรู้รอยเท้าไดโนเสาร์ ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งสามารถให้เหตุผลในการเลือกพื้นที่และการวางแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ทั้ง 8 จุดได้ ดังนี้ จุดที่ 1 โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเข้า ดินแดนไดโนเสาร์ภูเวียง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น สาเหตุ : เนื่องจากการเข้าถึง เมื่อหลุดออกจากแหล่งชุมชน ไม่มีป้ายนำทางหรือป้ายนำทางห่างกัน เกินไป อาจทำให้รู้สึกหลง แนวคิด : สร้าง Gateway รับรู้ถึงการเข้าถึงพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง หุบเขาไดโนเสาร์ จุดที่ 2 โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเข้าเมืองเวียงเก่า อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น สาเหตุ : นิเวศโดยรอบมีความน่าสนใจ และน่าจะเสริมได้ดีขึ้นเนื่องจากเป็น Gateway เข้าออกได้ทาง เดียว สามารถสร้างการรับรู้ในการเข้าสู่เส้นทางได้ดีขึ้น แนวคิด : สร้าง landmark รับรู้ถึงการเข้าถึงเมืองแห่งไดโนเสาร์พัฒนาศาลเจ้าจอมนรินทร์ ปากช่องภู เวียง โดยรอบพื้นที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ริมน้ำห้วยบาง จุดที่ 3 โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์สามแยก ชุมชนไก่ย่าง ต.โนนทัน อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น สาเหตุ : ป้ายบอกทางค่อนข้างเล็กหากไม่สังเกต อาจมองไม่เห็น เนื่องจากบริเวณนี้มีการใช้ความเร็ว รถค่อนข้างเร็ว และเป็นชุมชนไก่ย่าง แนวคิด : สร้าง Gateway รับรู้ถึงการเข้าถึง แนวคิดเมืองนิเวศไดโนเสาร์


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 104 จุดที่ 4 โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ทางเข้าเชื่อนลำปาว ต.โคกสี อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ สาเหตุ : หากมีป้ายบอกทางที่สามารถดึงดูด ก็อาจสามารถช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ผ่านเส้นทางนี้ มากขึ้น และชาวบ้านจะได้ประโยชน์จากการเคลื่อนผ่านบริเวณนี้ด้วย เนื่องจากมีกิจกรรมในชุมชนด้วย แนวคิด : สร้าง Gateway รับรู้ถึงการเข้าถึงเมืองไดโนเสาร์ จุดที่ 5 โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองไดโนเสาร์ ต.โนนบุรี 1อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ สาเหตุ : ท้องถิ่นสามารถทำเองได้ ดูแล รักษาง่าย และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการลงทุนอยู่ใกล้ แหล่งเศรษฐกิจ ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานอยู่ แต่ขาดบรรยากาศ แนวคิด : สร้างบรรยากาศเมืองไดโนเสาร์ จุดที่ 6 โครงการวางผังศูนย์ข้อมูลไดโนเสาร์ภูน้อย ต.ดินจี่ อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ สาเหตุ : มีโครงการที่จะพัฒนาพื้นที่ เพื่อสร้างอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่ และปรับปรุง ภูมิทัศน์ สามารถสร้างเป็นแหล่งรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนได้ แนวคิด : อาจเข้าไปช่วยในเรื่องการออกแบบอาคารให้เข้ากับศูนย์บริการบรรพชีวิน จุดที่ 7 โครงการจัดระบบสื่อข้อมูลบรรพชีวิน พระธาตุภูเพ็ก อ.เมือง จ.สกลนคร สาเหตุ: เนื่องจากมีการพบเจอชิ้นส่วนซากดึกดำบรรพ์ แต่ยังไม่ได้มีการผลักดันให้ขึ้นมาอยู่ในระดับจังหวัด แนวคิด : สร้างจุดแวะชม เพื่อนำมาเชื่อมเส้นทางระหว่างกาฬสินธุ์ไปนครพนม ซึ่งมีระยะไกล จุดที่ 8 โครงการวางผังแหล่งเรียนรู้รอยเท้าไดโนเสาร์ ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม สาเหตุ : มีการพัฒนาบางส่วนแต่ยังไม่ได้สมบูรณ์ มีการจัดการที่ยังไม่เป็นระเบียบ และยังไม่สามารถ ทำเป็นแหล่งเยี่ยมชมหรือแหล่งเรียนรู้ได้ เนื่องจากแรงดึงดูดไม่พอ แนวคิด : พัฒนาปรับปรุงเป็นแหล่งเรียนรู้ จุดพักรถ ออกแบบเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยทางคณะกรรมการกรมการท่องเที่ยว “โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติ ทะลุโลกล้านปี” แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการให้เหตุผลในการเลือกพื้นที่และการวางแนวคิดในการพัฒนา พื้นที่ทั้ง 8 จุดเบื้องต้น ไว้ดังนี้ 1. ทางคณะกรรมการเห็นด้วยในการออกแบบและผสมผสานความคิดของพื้นที่ โดยให้ข้อเสนอแนะ เพิ่มเติมไว้ ดังนี้ - จุดที่ 1 เป็นทางแยกอาจสร้างความสับสนในเส้นทางได้ หากพื้นที่ตรงนี้ทำให้บรรยากาศชัด ขึ้น องค์ประกอบของเส้นทางจะยิ่งชัดมาขึ้น - จุดที่ 2 เห็นด้วยกับแนวคิดการออกแบบ แต่เนื่องด้วยสถานที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่รกร้าง ต้อง คำนึงถึงผลตอบรับด้วย เพราะเหมือนเป็นการสร้างกิจกรรมให้กับพื้นที่ตรงนั้น จะสามารถ ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จริงหรือไม่ หรืออาจปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณสวนไดโนเสาร์แทน - จุดที่ 3 มีความห่างจากจุดที่ 4 ขาดความต่อเนื่อง เสนอความคิดเห็นว่าช่วงตัวเมืองขอนแก่นควรมี อีก 1 จุด แต่ทั้งขึ้นอยู่กับการจัดทำว่าจะสามารถทำได้มากน้อยขนาดไหน ควรศึกษาเพิ่มเติม


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 105 - จุดที่ 4 มีความหนาแน่นของชุมชนค่อนข้างมาก หากจะทำให้หยุดเพื่อเข้ามาท่องเที่ยว อาจจะต้องมีการดึงดูดความสนใจ - จุดที่ 5 เห็นด้วยเพราะสามารถเข้าไปส่งเสริมเศรษฐกิจได้ - จุดที่ 6 ช่วงจังหวัดสกลนครเสนอให้ทำที่บริเวณหนองหาร เนื่องจากเส้นทางอาจจะไกลไป และรู้สึกขาดความเชื่อมโยงบางอย่าง แต่หากขยับไปบริเวณที่แยกหนองหารยังพอได้ แต่ อยากให้พิจารณาช่วงบริเวณตัวเมืองสกลนคร - โดยจุดที่ 6 ไม่ใช่เป้าหมายหลักของเส้นทาง แต่อาจเป็นจุดเชื่อมโยงเส้นทางไปยังนครพนม จุดที่ 7 2. การออกแบบป้ายจีโอพาร์ค หากจะออกแบบป้ายจีโอพาร์คให้โดดเด่นกว่าเป็นป้ายปกติทั่วไป ควรออกแบบให้โดดเด่นดึงดูดสายตา เพื่อเป็นต้นแบบให้กับเมืองจีโอพาร์คอื่นๆ และมีเสนอการ ออกแบบป้ายแต่ละจุด ดังนี้ - จุดที่ 1 หากมีการออกแบบป้ายให้มีลูกเล่น เป็นสื่อการเรียนรู้ เพื่อจะนำไปสู่อุทยานและ พิพิธภัณฑ์ ก่อนเข้าชม อาจจะดีกว่าปล่อยให้ตามทางว่างเปล่า หากสามารถทำป้ายสื่อจาก พิพิธภัณฑ์ให้เข้าไปท่องเที่ยวในอุทยานต่อได้ก็อาจจะดี หากทำได้ - จุดที่ 2 ในส่วนทางเข้าอาจทำเพียงป้ายบอกทางเข้า คล้ายๆจูราสซิกพาร์ค แทนการปรับปรุง ภูมิทัศน์ทางเข้าเมืองเวียงเก่า อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น - จุดที่ 3 ตัวอักษรบอกทางที่อยู่กับไดโนเสาร์ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งพอเดินทางต่อจากจุด ที่ 3 ไปยังจุดที่ 2 ระยะห่างค่อนข้างมาก หากมีการเพิ่มป้ายระหว่างทางในช่วงที่ภูมิทัศน์ที่ เหมาะสมอาจจะดี โดยใช้รูปแบบเดียวกัน - จุดที่ 4 พื้นที่ค่อนข้างน้อย อาจมีการดึงโมเดลจากจุดที่ 3 มาทำกับจุดที่ 4 ซึ่งอาจจะพัฒนา ทั้งเส้นหากทำได้ - จุดที่ 5 ป้ายการสร้างแรงดึงดูดให้เข้าไปท่องเที่ยว ยังไม่มีการนำออกมาใช้นอกพิพิธภัณฑ์ โดยการประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาความเห็นชอบในการประเมินและการออกแบบพื้นที่ เบื้องต้นยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ทางคณะกรรมการฯ เห็นชอบตามการประเมินและการออกแบบพื้นที่ทั้ง 8 จุด แบบไม่เป็นทางการ รอจัดทำหนังสือความเห็นชอบอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังจากได้ข้อสรุปในการประชุม คณะกรรมการฯ รูปที่ 4.6-1 การประชุมหารือคณะกรรมการฯ เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานและการจัดทำรายงาน ความก้าวหน้าโครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 106 4.7 กิจกรรมการเข้าพบเพื่อหารือแนวทางพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์เบื้องต้น ในการศึกษาครั้งนี้ มีการจัดประชุมย่อยในเส้นทางพื้นที่ศึกษาเพื่อสำรวจความต้องการและความ คิดเห็นในการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวซากดึกดำบรรพ์ทั้งหมด 8 พื้นที่ ดังตารางที่ 4.7-1 ตารางที่ 4.7-1 กิจกรรมประชุมรับฟังความคิดเห็น ฯ และจำนวนผู้เข้าร่วมการประชุม ลำดับ ที่ วันที่ สถานที่ พิจารณาพื้นที่ จำนวน ผู้เข้าร่วม (คน) 1 18 กรกฎาคม 2566 (ภาคเช้า) ห้องประชุมสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดขอนแก่นชั้น 2 ภาพรวมทั้งจังหวัดขอนแก่น (อุทยานแห่งชาติภูวียงและพิพิธภัณฑ์ ไดโนเสาร์) 24 2 18 กรกฎาคม 2566 (ภาคบ่าย) ห้องประชุมสยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส ณ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง และอุทยาน แห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น 22 3 19 กรกฎาคม 2566 (ภาคบ่าย) ห้องประชุมสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดกาฬสินธุ์ชั้น 2 ภาพรวมทั้งจังหวัดกาฬสินธุ์ (แหล่งบรรพชีวิน) 20 4 20 กรกฎาคม 2566 (ภาคเช้า) ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลโนนบุรี พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ 32 5 20 กรกฎาคม 2566 (ภาคบ่าย) ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลดินจี่ แหล่งเรียนรู้ซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย จังหวัดกาฬสินธุ์ 27 6 21 กรกฎาคม 2566 (ภาคเช้า) ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลภูแล่นช้าง แหล่งรอยเท้าไดโนเสาร์ วนอุทยานภูแฝก จังหวัดกาฬสินธุ์ 26 7 21 กรกฎาคม 2566 (ภาคบ่าย) ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลเหล่าใหญ่ พิพิธภัณฑ์ปลาโบราณภูน้ำจั้น จังหวัดกาฬสินธุ์ 28 8 25 กรกฎาคม 2566 (ภาคเช้า) ห้องประชุมองค์การบริการส่วนตำบลพนอม แหล่งเรียนรู้รอยตีนไดโนเสาร์ ท่าอุเทน จังหวัดนครพนม 30 รวม 209 4.7.1 การประชุมกลุ่มย่อยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยหน่วยงาน กลุ่มเป้าหมาย ณ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขอนแก่น 1) การดำเนินงานจัดกิจกรรมการประชุม เมื่อวันอังคารที่ 18 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.00-11.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานท่องเที่ยวและ กีฬาจังหวัดขอนแก่น ชั้น 2 เป็นการประชุมย่อยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมี หน่วยงานเข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขอนแก่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด ขอนแก่น แขวงทางหลวงขอนแก่นที่ 1 กลุ่มบริการท่องเที่ยวอำเภอเวียงเก่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานขอนแก่น และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น ร่วมหารือรับฟังความ คิดเห็นเกี่ยวกับแผน(ร่าง)พัฒนาเส้นทาง สถานที่ การท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สามารถนำไปพัฒนาต่อได้ รวมถึง ร่วมแสดงความคิดเห็นปัญหาและข้อจำกัดของพื้นที่ในการพัฒนาโครงการ ฯ โดยบรรยากาศการประชุมดัง รูปที่ 4.7-1 และจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมดังตารางที่ 4.7-2


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 107 รูปที่ 4.7-1 การประชุมรับฟังความคิดเห็น ณ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขอนแก่น ตารางที่ 4.7-2 จำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มย่อย ณ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดขอนแก่น ลำดับที่ หน่วยงาน จำนวนผู้เข้าร่วม 1 หน่วยงานภาครัฐและผู้ที่เกี่ยวข้อง 17 2 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 2 3 คณะที่ปรึกษา/คณะศึกษา 5 รวม 24 2) การอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ประเด็นความคิดเห็น ข้อแลกเปลี่ยน และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม สามารถสรุปประเด็น ใจความสำคัญได้ ดังนี้ 1. ประเด็นการนำเสนอที่ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นด้วยและแสดงความคิดเห็น - ศาลเจ้านรินทร์ทางเข้าเมืองเวียงเก่า อ.เวียงเก่า ควรมีการดูแลทำความสะอาด มีไดโนเสาร์ อยู่บริเวณช่องทางเข้าให้โดดเด่น พัฒนาพื้นที่ศาลและอาคารให้สะอาด ขยะพวงมาลัยควรมี การจัดการให้เรียบร้อยสวยงาม นำแนวคิด คาร์บอน เครดิต การท่องเที่ยวปลอดขยะมาใช้ใน การจัดการขยะในพื้นที่ - แหล่งท่องเที่ยวไดโนเสาร์ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร เห็นด้วยกับการเชื่อมโยงเส้นทาง ขอนแก่น กาฬสินธุ์ นครพนม และเสนอแนวคิดการออกแบบ ดังนี้ (1) การออกแบบให้มีมาตรฐานระดับโลก (2) ออกแบบให้สามารถรองรับคนทั้งมวลอารยสถาปัตย์ (3) ออกแบบสร้างสรรค์และเชื่อมโยงเส้นทางและพื้นที่โดยรอบของโครงการ - เห็นด้วยกับการสร้างแลนมาร์คบริเวณบายพาสทางหลวงรอบเมือง เช่น ถนนมะลิวัลย์ สามแยกไก่ย่าง ต้องยิ่งใหญ่และโดดเด่น บริเวณศาลเจ้านรินทร์ควรพัฒนาอย่างมาก เพราะ ถือเป็นพื้นที่จิตวิญญาณ ในแต่ลพพื้นที่การเชื่อมโยงควรมีความแตกต่างด้านเอกลักษณ์ เพื่อ เชื่อมพื้นที่ให้น่าสนใจไม่ซ้ำ จิตภาพการรับรู้ให้มีความชัดเจน และเชื่อมโยงให้เกิดอัตลักษณ์ ในแต่ละพื้นที่ เพื่อออกแบบมาประกอบในการเชื่อมโยงเส้นทางไดโนเสาร์


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 108 - แหล่งท่องเที่ยวไดโนเสาร์ 3 แหล่ง โดยแบ่งได้2 ยุค คือ ยุคครีเทเชียส (สหัสขันธ์) และ ยุคจูราสซิก (ภูน้อย) นำเรื่องราวทางบรรพชีวินมาเป็นแนวคิดและกระบวนการในการ ออกแบบเส้นทางไดโนเสาร์ การสร้างคุณค่า สร้างการรับรู้ ให้เกิดขึ้นก่อน - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจังหวัดขอนแก่น จะมองเรื่องการตลาดเป็น หลัก เรื่องกายภาพ ควรจัดกิจกรรมให้กับสถานศึกษาและหน่วยงานราชการให้เข้าไป เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว โดย ททท. ได้มีการจัดออกแบบตัวการ์ตูน มาสคลอส 4 ตัว ไว้เป็น ตัวแทนต้อนรับนักท่องเที่ยวในป้ายและจอมอนิเตอร์ ที่สนามบินและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ - การประชาสัมพันธ์ การสื่อสารออนไลน์ ควรมีอย่างจริงจังและเข้าถึงนักท่องเที่ยวหลากหลาย กลุ่ม การพัฒนาสนามบินนานาชาติขอนแก่นให้เป็นจุดหลักในการต้อนรับและขายสินค้า แหล่งท่องเที่ยว ก่อนที่จะกระจ่ายต่อยอดไปยังจุดเชื่อมการท่องเที่ยวอื่น ๆ - ชุมชนและผลิตภัณฑ์ชุมชนได้รับรองมาตราฐานระดับโลก ทั้งในด้านกลุ่มโฮมสเตย์และ ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมจากหิน 70 ล้านปี แต่ยังขาดการประชาสัมพันธ์ และพื้นที่รองรับในการ วางจำหน่ายและโฆษณาสินค้า - เห็นด้วยกับโครงการเส้นทางไดโนเสาร์ทั้ง 3 จังหวัด และควรประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่ม นักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น เพราะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ญี่ปุ่น เข้ามาท่องเที่ยวทาง บรรพชีวิน จึงควรเน้นป้ายบอกทาง ป้ายประชาสัมพันธ์ที่ทำให้ต่างชาติรับรู้และเข้าใจได้ง่าย มีความโดดเด่น โดยการใช้กรอบเส้นทางโครงการนี้เป็นตัวอย่างนำร่องเส้นทาง 2. ประเด็นปัญหาในพื้นที่ของจังหวัด - สามแยกชุมชนไก่ย่าง ทางเข้าไม่สะดุดตาสื่อความหมายไม่ชัดเจนว่าจะชูไก่ย่างหรือไดโนเสาร์ - ปัจจุบันหน่วยงานทั้งจังหวัดและท้องถิ่นมีการพัฒนาและจัดการงบประมาณด้านพื้นที่ ไดโนเสาร์ แต่กระจัดกระจายขาดการพูดคุยเชื่อมโยงแต่ละหน่วยงาน ทำให้โครงการการ ท่องเที่ยวหรืออุทยานไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ไม่เกิดขึ้น เพราะต่างคนต่างทำ - ปัจจุบันหน่วยงานทั้งจังหวัดและท้องถิ่นมีการพัฒนาและจัดการงบประมาณด้านพื้นที่ ไดโนเสาร์ แต่กระจัดกระจายขาดการพูดคุยเชื่อมโยงแต่ละหน่วยงาน ทำให้โครงการ การท่องเที่ยวหรืออุทยานไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ไม่เกิดขึ้น เพราะต่างคนต่างทำ - อดีตเคยมีการร่วมใช้พื้นที่บริเวณปากช่องร่วมกัน สร้างอาคารให้เป็นอาคารขายสินค้า OTOP แต่ติดแนวเขตที่ดินถึง 2 อำเภอ คือ อำเภอเวียงเก่า อำเภอภูเวียง โดยมี 5 องค์การ ปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ติดแนวเขตที่ดินอำเภอภูเวียงเป็นเจ้าภาพดูแลให้ แต่ไม่เกิดการ พัฒนาเท่าที่ควร โดยสองฝั่งถนนจะติดปัญหาคนละหน่วยงานดูแล - เรื่องราวการเชื่อมโยงของยุคสมัยไดโนเสาร์ในยุคโบราณว่าทั้งสามที่เชื่อมกันอย่างไร และต้อง สร้างไดโนเสาร์และสิ่งแวดล้อมให้เสมือนจริงและตรงกับชนิดที่ค้นพบในแต่ละพื้นที่ สนามบิน ขอนแก่นควรเป็นจุดศูนย์กลาง เพราะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นจุดแรกแต่ยังขาดการ เชื่อมโยงด้านไดโนเสาร์ในพื้นที่สนามบิน


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 109 - ปัญหาหลักของเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวที่อยากให้คนเข้าถึง ยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นฐานต่าง ๆ ขาดการลงทุนจากภาครัฐทำให้ไม่สามาถนำหน่วยงานหรือสถานศึกษาไปใน พื้นที่ได้อย่างเหมาะสม เช่น ความห่างไกลของเส้นทางทำให้ไม่อยากเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว - ชุมชนได้รับการประเมินจากกรมธรณีโลก แต่ยังขาด สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องน้ำ ทางเดิน ทางลาด เพื่อคนทั้งมวล การประชาสัมพันธ์ออนไลน์ต่าง ๆ 3. ข้อเสนอแนะ - การพัฒนาการท่องเที่ยวบรรพชีวิน จะสามารถผลักดันให้เทียบเท่าแหล่งท่องเที่ยวแบบอื่น ๆ ได้อย่างไร การเพิ่มคุณค่าทางการตลาดอย่างพัฒนาสร้างสรรค์ เพื่อนำไปสู่มหกรรม Geopark (อุทยานธรณีโลก) เพื่อการท่องเที่ยวสู่ระดับโลก - การประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับอุทยานไดโนเสาร์ทางโลกออนไลน์ ช่องทางต่าง ๆ ควรมีอย่างจริงจัง เพราะคนรับรู้และเข้าถึงพื้นที่อุทยานมีน้อย ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะแวะ พักทานไก่ย่างบริเวณสามแยกแล้วผ่านไป ควรเพิ่มจุดเชื่อมต่ออุทยานไดโนเสาร์ตั้งแต่ใน ตัวเมืองขอนแก่น เพื่อเกิดความน่าสนใจและการรับรู้ว่าเป็นเมืองไดโนเสาร์ - หากสามารถปรับปรุงบริเวณสวนแยกบายพาสรอบเมืองเพิ่มเติมอีกจะทำให้สวยงาม โดย ปัจจุบันแขวงการทางหลวงเป็นผู้ดูแลสวน มีเทศบาลนครขอนแก่นเป็นผู้ออกแบบทำแบบให้ ระเบียบกรมทางหลวงในการปรับปรุง แนวคิดนี้มีความเป็นไปได้ แต่ต้องออกแบบเอาไป นำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน - ควรนำการปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าอบบรมให้ความรู้ความเข้าใจ ให้เกิด เป็นภารกิจเร่งด่วนของจังหวัด เพราะในปัจจุบันไดโนเสาร์ในหุบเขาภูเวียง ยังไม่ถึงปากช่อง ทางเข้าเวียงเก่าศาลเจ้านรินทร์ - เส้นทางกาฬสินธุ์ เน้นการขุดค้น การเข้าถึงพื้นที่จริง และสร้างกิจกรรมต่าง ๆ ของโลก ไดโนเสาร์ เพราะอยู่ใกล้แหล่งชุมชน สร้างเส้นทางเพื่อให้ง่ายต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว และประหยัดงบประมาณ พร้อมมีจุดรองรับนักท่องเที่ยว - อยากให้มีการประชาสัมพันธ์สินค้าหรือเอกลักษณ์ชุมชนเข้าไปในงานท่องเที่ยวไดโนเสาร์ เช่น ป้าย ลวดลาย ของใช้ในที่ท่องเที่ยว 4.7.2 การประชุมกลุ่มย่อยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยหน่วยงาน กลุ่มเป้าหมาย ณ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง 1) การดำเนินงานจัดกิจกรรมการประชุม เมื่อวันอังคารที่ 18 กรกฎาคม 2566 เวลา 14.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมสยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส ณ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง เป็นการประชุมย่อยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและ ภาคเอกชน ซึ่งมีหน่วยงานเข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คณะกรรมการกรมการท่องเที่ยว ตัวแทนจากอุทยาน แห่งชาติภูเวียง ศูนย์ศึกษาวิจัยและพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง เจ้าของไร่และร้านอาหาร และตัวแทนชุมชน ร่วมหารือรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแผน(ร่าง)พัฒนาเส้นทาง สถานที่ การท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สามารถนำไป พัฒนาต่อได้ รวมถึงร่วมแสดงความคิดเห็นปัญหาและข้อจำกัดของพื้นที่ในการพัฒนาโครงการ ฯ โดย บรรยากาศการประชุมดังรูปที่ 4.7-2 และจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมดังตารางที่ 4.7-3


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 110 รูปที่ 4.7-2 การประชุมรับฟังความคิดเห็น ณ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ตารางที่ 4.7-3 จำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มย่อย ณ พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ลำดับที่ หน่วยงาน จำนวนผู้เข้าร่วม 1 หน่วยงานภาครัฐและผู้ที่เกี่ยวข้อง 11 2 หน่วยงานภาคเอกชน 2 3 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 1 4 คณะกรรมการกรมการท่องเที่ยว 3 5 คณะที่ปรึกษา/คณะศึกษา 5 รวม 22 2) การอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ประเด็นความคิดเห็น ข้อแลกเปลี่ยน และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม สามารถสรุปประเด็น ใจความสำคัญได้ ดังนี้ 1. ประเด็นการนำเสนอที่ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นด้วยและแสดงความคิดเห็น - เห็นด้วยกับการนำเสนอแนวทางการออกแบบโครงการเส้นทางท่องเที่ยวไดโนเสาร์ เช่น ป้าย จุดหมายตา จุดสังเกตต่าง ๆ ที่ออกแบบ - ใช้หลัก ธรรมมะ ธรรมชาติ และการมีส่วนร่วมในชุมชน ปัจจุบันกำลังจะจัดกิจกรรมวิ่งในป่า เพื่อดึงดูคนเข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะหน้าหนาวจะมีกลุ่มนักท่องเที่ยว ครอบครัวเข้ามา กางเต็นท์ และยังมีแนวคิดจัดการท่องเที่ยวในกลุ่มผู้สูงอายุ ให้มีเส้นทางชมธรรมชาติ ไว้รองรับกลุ่มเป้าหมายนี้ด้วย - ภาพรวมการเชื่อมเส้นทาง 3 แหล่ง จังหวัดขอนแก่น จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดนครพนม ต้อง มองว่าเอกลักษณ์แต่ละจุดจะนำเสนอการท่องเที่ยวแบบไหนที่แตกต่างกันจึงทำให้เกิดการ เชื่อมโยงในเส้นทาง เอาอัตลักษณ์ของไดโนเสาร์และตัวพื้นที่ออกมาใช้เป็นแนวทางในการ ออกแบบ ป้าย หรือตั้งชื่อเรื่องราวให้กับพื้นที่นั้น ๆ


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 111 - เห็นด้วยกับการจัดวางจัดการงานออกแบบ เพราะปัญหาหลักของพื้นที่คือนักท่องเที่ยวเข้า มาแล้วไม่อยากกลับมาชมอีก เพราะตัวพื้นที่ถูกจัดแสดงอยู่ในลักษณะเดิม ไม่มีกิจกรรมหรือ การเปลี่ยนแปลงจากอดีตถึงปัจจุบันมากนัก - ทางอุทยานแห่งชาติภูเวียงพร้อมต่อยอดกับการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวไดโนเสาร์ โดยการ ออกแบบให้มีเอกลักษณ์ของพื้นที่ ทางด้านกายภาพปัญหาหลัก ๆ คือ ถนนที่เข้าไปจาก อุทยาน ฯ ไปพิพิธภัณฑ์ยังต้องมีการออกแบบพัฒนาปรับปรุงให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยว และเป็นเส้นทางที่มีบรรยากาศยุคไดโนเสาร์เข้ากับแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ - ปากทางเข้าบริเวณศาลเจ้านรินทร์มีอาคารอยู่ฝั่งศาลเป็นร้านค้าและจุดแวะพัก พอทำ อาคารขึ้นใหม่ในฝั่งตรงข้าม จึงเกิดร้างและไม่มีการใช้งานในปัจจุบัน ถ้าทำแลนมาร์คตาม เส้นทางเข้ามาถึงแหล่งไดโนเสาร์และชุมชนจะดีมาก เพราะจะทำให้คนในชุมชนเข้าถึง นักท่องเที่ยว และขายสินค้า การบริการกระจายรายได้แก่ชุมชน - มีนโยบายเรื่องการท่องเที่ยวแบบเฉพาะกลุ่ม เพื่อรองรับการท่องเที่ยวกลุ่มนี้ชุมชนควรมีการ เริ่มพัฒนาเรื่อง ของฝากของที่ระลึก ลายผ้าไดโนเสาร์ ลายสกรีนพวงกุญแจ เพื่อให้ทันหาก นักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ 2. ประเด็นปัญหาในพื้นที่ของจังหวัด - การเข้าถึงตัวหลุมขุดและพื้นที่อุทยานแห่งชาติมาเป็นกลุ่มคณะต้องทำหนังสือขออนุญาตเข้า พื้นที่ ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ ไม่สะดวกในการเข้าเยี่ยมชมพื้นที่อุทยานและ พื้นที่โดยรอบเองยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกแกนักท่องเที่ยว เช่น อาคาร ห้องน้ำ ร้านค้า ศาลา ลานจอดรถ - ส่วนตัวชุมชนมีความพร้อมเรื่องกลุ่มโฮมสเตย์กลุ่มงานฝีมือต่าง ๆ แต่ยังขาดการเชื่อมโยงกับ แหล่งท่องเที่ยวไดโนเสาร์อยู่ 3. ข้อเสนอแนะ - อาจจะมีทางข้ามรูปแบบต่าง ๆ สกายวอร์ค จุดเช็คอินถ่ายภาพร่วมกับสวนไดโนเสาร์ที่เป็น ธรรมชาติ เหมือนอยู่ในยุคดึกดำบรรพ์ - สร้างจุดการรับรู้กำลังเข้าสู่หุบเขาไดโนเสาร์ ตัวพื้นที่ชุมชนโดยรอบยังไม่มีความน่าสนใจ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สนใจแวะจอดทำกิจกรรมอื่น ๆ ทำให้คนเข้ามาดูพิพิธภัณฑ์ฯ และ หลุมขุดแล้วออกไป ไม่ค้างคืนในชุมชน - ควรสร้างเรื่องราวของไดโนเสาร์ในพื้นที่ นำเสนอความเป็นเอกลักษณ์ของไดโนเสาร์ 5 สาย พันธุ์ใหม่ของโลกที่พบในภูเวียง เช่น ชื่อไดโนเสาร์ รูปร่างความโดดเด่น และทั่งเชื่อมสถานที่ ไปยังหลุมขุด และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติภูเวียง


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 112 4.7.3 การประชุมกลุ่มย่อยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยหน่วยงาน กลุ่มเป้าหมาย ณ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาฬสินธุ์ 1) การดำเนินงานจัดกิจกรรมการประชุม เมื่อวันพุธที่ 19 กรกฎาคม 2566 เวลา 13.30-16.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดกาฬสินธุ์ชั้น 2 เป็นการประชุมย่อยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมีหน่วยงาน เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คณะกรรมการกรมการท่องเที่ยว ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาฬสินธุ์ แขวงทาง หลวงกาฬสินธุ์ เทศบาลตำบลโพนและสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วม หารือรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแผน(ร่าง)พัฒนาเส้นทาง สถานที่ การท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สามารถนำไป พัฒนาต่อได้ รวมถึงร่วมแสดงความคิดเห็นปัญหาและข้อจำกัดของพื้นที่ในการพัฒนาโครงการ ฯ โดย บรรยากาศการประชุมดังรูปที่ 4.7-3 และจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมดังตารางที่4.7-4 รูปที่ 4.7-3 การประชุมรับฟังความคิดเห็น ณ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาฬสินธุ์ ตารางที่ 4.7-4 จำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มย่อย ณ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาฬสินธุ์ ลำดับที่ หน่วยงาน จำนวนผู้เข้าร่วม 1 หน่วยงานภาครัฐและผู้ที่เกี่ยวข้อง 8 2 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 2 3 คณะกรรมการกรมการท่องเที่ยว 3 4 คณะที่ปรึกษา/คณะศึกษา 7 รวม 20


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 113 2) การอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ประเด็นความคิดเห็น ข้อแลกเปลี่ยน และข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม สามารถสรุปประเด็น ใจความสำคัญได้ ดังนี้ 1. ประเด็นการนำเสนอที่ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นด้วยและแสดงความคิดเห็น - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสามารถสร้างอัตลักษณ์ที่จะทำให้การท่องเที่ยวมีความสนุกสนาน มี บรรยากาศมากยิ่งขึ้น จากผลสะท้อนจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นที่ขอนแก่นทำให้เห็น ประเด็นที่ขาดการพัฒนา จากรุ่นพ่อมาดูแล้ว รุ่นลูกมาดูอีก ทุกสิ่งอย่างก็ยังเหมือนเดิม ไม่มี การพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลง จากสภาพของพื้นที่น่าจะมีการเพิ่มลูกเล่นสนุก ๆ ได้อีก - ผอ.การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด กล่าวว่า บริบทของพื้นที่ ลักษณะ และอัตลักษณ์แตกต่าง กันมาก และต้องการเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างสถานที่ต่างๆ การเชื่อมประตูสู่เมืองไดโนเสาร์ แยกยางตลาด กาฬสินธุ์จะมีสนามบินอยู่ที่ อ.แวง ติดกับ อ.กันทรวิชัย และใช้ชื่อว่า สนามบิน สารสินธุ์ จะสามารถทำเป็นประตูเข้าสู่เมืองไดโนเสาร์ได้อย่างชัดเจน - ทางผ่านที่จะไปภูน้อย ตรงทางแยกนั้นห่างจากบ้านโพน 2 กม. พอมีแผนที่จะพัฒนาเส้นทาง เชื่อมโยงที่จะไปสกลนคร ไปถ้ำเสรีไทย เรียนรู้ภูเพ็ก และเผ่าบรู ส่วนโครงการพื้นฐานของ อำเภอคำม่วงยังไปไม่ถึงที่จะพัฒนาการท่องเที่ยว เพราะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรเลย ดังนั้น เป้าหมายต้องกลับมาดูเรื่องผังเมือง และ universal design ยิ่งห่างไกลกันมาก พอมี โครงการนี้ขึ้นมาจึงอยากให้ผลักดันอำเภอคำม่วงได้มีโอกาสในการพัฒนา สำหรับคนในพื้นที่ พร้อมในการผลักดัน มีความสามัคคีและมีการปรึกษาหารือกันเป็นประจำ (ตัวแทนจาก เทศบาลตำบลบ้านโพน) 2. ประเด็นปัญหาในพื้นที่ของจังหวัด - การเข้าไปใช้พื้นที่ในภูน้อย กรมทรัพยากรธรณีขอใช้พื้นที่ เนื่องจากพื้นที่เป็นของกรมอุทยาน รอคำสั่งจากสำนัก 7 (กรมอุทยาน) ว่าจะเป็นอย่างไร หากอนุญาตให้ใช้ก็ต้องดูเงื่อนไขในการ จัดการกับชุมชนที่อยู่ในบริเวณก่อนที่จะทำการพัฒนา - แหล่งไดโนเสาร์ภูน้อย เดิมขอขุดค้นแต่ไม่ได้ขอพัฒนาพื้นที่ จึงใช้ได้เฉพาะส่วนหลุมที่ขุด 3. ข้อเสนอแนะ - การชูกิจกรรมในสถานที่นั้นให้มีความชัดเจน และจัดทำแผนการพัฒนาเพื่อให้ประชาชนจะ ทราบถึงแหล่งท่องเที่ยว ทั้งศักยภาพ และบรรยากาศของแต่ละสถานที่ อาทิ ไดโนเสาร์มี กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ (Niche Market) ในการท่องเที่ยว ทำอย่างไรจึงจะทำให้เกิดการ ท่องเที่ยวแบบ Mass Tourism ที่คนทั่วไปอยากจะมาเที่ยว - สหัสขันธ์มีแนวคิดในการสร้างหนังไดโนเสาร์ สิ่งแรกที่ผู้กำกับคิด คือ ภูเวียง ขอนแก่น ไม่นึก ว่าจะเป็นสหัสขันธ์จ.กาฬสินธุ์ จึงทำให้เกิดแนวคิดว่าทำอย่างไรเมื่อนึกถึงไดโนเสาร์จะนึกถึง กาฬสินธุ์ หากเป็นไปได้ให้เติมจำนวนไดโนเสาร์ให้มากขึ้น ไม่ใช่มีแค่ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น


รายงานการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขัน โครงการ Dinosaurs Siamensis : ตะลุยเส้นทางผ่ามิติทะลุโลกล้านปี 114 - หากเรากำหนดได้ว่า เวลาเท่านี้ จะมีไดโนเสาร์ข้ามถนน ทำให้มีทุกวัน คนจะแห่มาดูเหมือน ช้างที่เขาใหญ่ ที่ออกมาเวลาเดิมบ่อยครั้ง - หากเป็นไปได้ต้องขยายเส้นทางไดโนเสาร์ให้สามารถขายทัวร์ได้ตลอดเส้นทางไปถึงนครพนม - อยากให้กาฬสินธุ์เป็นเมืองไดโนเสาร์ ทางม้าลาย วาดกำแพง มองไปทางไหนก็เห็นไดโนเสาร์ กระจายไปหลาย ๆ พื้นที่ และสร้างการรับรู้ผ่านหุ่นไดโนเสาร์ อยากให้คนทั่วไปรับรู้มากขึ้น โดยกระจายไปไตามพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ใช่แค่ในพิพิธภัณฑ์ ศาลากลาง และสำนักงานท่องเที่ยว - เรื่องพื้นที่ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวมักจะมีปัญหาตลอด สำนักงานท่องเที่ยวส่งเสริมการ ท่องเที่ยว ไม่เคยมีแหล่งท่องเที่ยวเป็นของตนเองเพราะไม่มีที่ดินของตนเอง ในกรณีลงพื้นที่ น่าจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ป่าไม้ และอุทยาน เพราะเป็นพื้นที่ทับซ้อน เพื่อลด ปัญหาต่าง ๆ - ลักษณะพื้นที่ซึ่งแตกต่างจากขอนแก่นที่มีป่าและภูเขา ส่วนกาฬสินธุ์เป็นแหล่งที่อยู่ใกล้ชิดกับ ชุมชน มีความแตกต่างกันที่ชัดเจน สามารถนำเสนอให้แตกต่างกันได้ ดังนั้นที่อยากให้ ไดโนเสาร์มีชีวิต อาจจะรวมหมายถึงการที่คนในชุมชนมีชีวิตอยู่ร่วมกับไดโนเสาร์ด้วย หากมี การออกแบบควรนำประเด็นเรื่องของชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ไดโนเสาร์มาร่วมในการออกแบบ 4.7.4 การประชุมกลุ่มย่อยหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยหน่วยงาน กลุ่มเป้าหมาย ณ สำนักงานเทศบาลตำบลโนนบุรี 1) การดำเนินงานจัดกิจกรรมการประชุม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.00-11.00 น. ณ สำนักงานเทศบาลตำบลโนนบุรี เป็นการประชุมย่อยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมีหน่วยงานเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย คณะกรรมการกรมการท่องเที่ยว ที่ทำการอำเภอสหัสขันธ์ เทศบาลตำบลโนนบุรี พิพิธภัณฑ์สิรินธร มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ชุมชนไดโนโรด โรงเรียน และผู้ประกอบการในพื้นที่ร่วมหารือรับฟังความคิดเห็น เกี่ยวกับ แผน(ร่าง)พัฒนาเส้นทาง สถานที่ การท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สามารถนำไปพัฒนาต่อได้ รวมถึงร่วม แสดงความคิดเห็นปัญหาและข้อจำกัดของพื้นที่ในการพัฒนาโครงการ ฯ โดยบรรยากาศการประชุมดัง รูปที่ 4.7-4 และจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมดังตารางที่ 4.7-5 รูปที่ 4.7-4 การประชุมรับฟังความคิดเห็น ณ สำนักงานเทศบาลตำบลโนนบุรี


Click to View FlipBook Version