เกณฑรางวัลคุณภาพ
แหงสํานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน
ป 2559-2560
สาํ นกั บริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย
สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน
เกณฑรางวัลคุณภาพ
แหง สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน
OBECQA ป 2559-2560
ปท่พี มิ พ พ.ศ. 2559
จาํ นวนพมิ พ 3,500 เลม
ผูจัดพมิ พ สาํ นกั บรหิ ารงานการมธั ยมศึกษาตอนปลาย
สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
พิมพท ่ี โรงพมิ พช มุ นมุ สหกรณก ารเกษตรแหงประเทศไทย จํากัด
79 ถนนงามวงศว าน แขวงลาดยาว เขตจตจุ กั ร กรุงเทพมหานคร 10900
โทร. 0-2561-4567 โทรสาร 0-2579-5101
นายโชคดี ออสวุ รรณ ผพู ิมพผูโฆษณา
สารเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดยสาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ไดข บั เคลอื่ น
โรงเรียนมาตรฐานสากล มาตั้งแตปการศึกษา 2553 มีเปาหมายเพ่ือพัฒนานักเรียนใหมี
คณุ ภาพเทยี บเคยี งมาตรฐานสากล โรงเรยี นมาตรฐานสากลจงึ เปน นวตั กรรมการจดั การศกึ ษา
ท่ีสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน นํามาใชเปนมาตรการในการยกระดับ
คุณภาพการศึกษา โดยมีองคประกอบหลัก 2 สวน ไดแก การจัดการเรียนการสอนเทียบ
เคียงมาตรฐานสากล และการบรหิ ารจดั การดวยระบบคณุ ภาพ
เพ่ือใหการขับเคล่ือนดังกลาวเปนไปตามเปาหมายสําคัญ “คุณภาพการบริหาร
จัดการท่ีเปนเลิศ” สํานักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย สํานักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน จงึ ไดจ ดั ทาํ เกณฑร างวลั คณุ ภาพแหง สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา
ข้ันพื้นฐาน OBECQA ป 2559-2560 ตามเกณฑรางวัลคุณภาพแหง ชาติ (Thailand Quality
Award : TQA) ข้นึ สําหรับใหโ รงเรยี นนําแนวทางของเกณฑไปประยกุ ตใ ช โดยเทยี บเคยี ง
ใหเหมาะสมกับบริบทการบริหารจัดการของโรงเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพและ
เกิดความมุงม่ันท่ีจะพัฒนาตนเองสูความเปนเลิศอยางตอเน่ือง ท้ังน้ี สํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ถือเปนนโยบายสําคัญในการใหโรงเรียนในสังกัด
นาํ เกณฑรางวลั คณุ ภาพแหง สํานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน OBECQA ของ
โครงการโรงเรยี นมาตรฐานสากล ป 2559-2560 ไปใชข บั เคลอื่ นการบรหิ ารการจดั การศกึ ษา
ใหโ รงเรยี นมีคณุ ภาพเทยี บเคยี งมาตรฐานสากล และมีสมรรถนะในการแขงขันสเู วทีโลก
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ขอขอบคุณสถาบันเพ่ิมผลผลิต
แหงชาติ ผูทรงคณุ วฒุ ิ ผูเชี่ยวชาญ ผูบรหิ าร ครู และนักวิชาการศกึ ษาท่รี ว มกันดําเนนิ การ
ทาํ ใหเ อกสารฉบบั นสี้ าํ เรจ็ ลลุ ว งไปดว ยดี เกณฑร างวลั คณุ ภาพแหง สาํ นกั งานคณะกรรมการ
การศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน OBECQA ป 2559-2560 ฉบบั น้ี จะเปนประโยชนสําหรับสถานศกึ ษา
ในการพฒั นาคุณภาพการบรหิ ารจดั การท่ีเปนเลิศสืบไป
(นายการณุ สกลุ ประดิษฐ)
เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน
สารรองเลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน
เกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน OBECQA
ป 2559-2560 ฉบบั น้ี ไดพัฒนาปรับปรุงมาจากเกณฑป 2557-2558 มกี ารใชภ าษาท่ชี ดั เจน
และสอดคลองกับวงการทางการศึกษา เพื่อใหโรงเรียนมีความรูความเขาใจเนื้อหาสาระ
และแนวทางการใชเกณฑไดงายข้ึน และสามารถนําแนวทางของเกณฑไปประยุกตใช
โดยเทียบเคียงใหเหมาะสมกับบริบทการบริหารจัดการของโรงเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน มีความเช่ือม่ันวาโรงเรียน
ที่นําเกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน OBECQA
ป 2559-2560 ไปใชในการขับเคล่ือนและพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนจะไดรับ
ประโยชนในทุกขั้นตอน ผูบริหารโรงเรียน ครู และบุคลากรจะทราบสภาพท่ีแทจริงวา
ระบบการบริหารจัดการของตนยังขาดตกบกพรองในเร่ืองใด แลวสามารถกําหนดวิธีการ
และเปาหมายเพื่อการพัฒนาดวยกระบวนการและความรวมมือ จะสามารถทําใหผูเรียน
มคี วามเปน เลศิ ทางวชิ าการ มคี วามสามารถทางดานสอ่ื สารสองภาษา ลา้ํ หนา ทางความคดิ
ผลติ งานอยา งสรา งสรรค และรว มกนั รบั ผดิ ชอบตอ สงั คมโลก ซงึ่ เปน คณุ ลกั ษณะทปี่ ระเทศชาติ
ตอ งการ
คุณลักษณะผูเรียนดังกลาวขางตน จะนําพาประเทศไทยกาวสูศตวรรษที่ 21
ไดอยางมั่นคงและย่ังยืน สามารถพัฒนาขีดความสามารถในการแขงขันในเวทีโลกได
ซ่งึ เปน เปาหมายสําคญั ของเกณฑฉบบั นี้ ที่มุงใหบรรลพุ ันธกิจของสาํ นกั งานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพื้นฐานท่ีจะพัฒนาคุณภาพการบริหารและจัดการศึกษาดวยระบบคุณภาพ
สูมาตรฐานสากล
(นายพะโยม ชณิ วงศ)
รองเลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
คํานํา
ในการพัฒนาประเทศใหเ จริญทดั เทียมนานาอารยประเทศ จําเปน ตอ งพฒั นาระบบ
การจัดการศึกษาของประเทศใหทันสมัย มีคุณภาพตอบสนองความตองการของสังคม
และเปนสากล กลยุทธหน่ึงท่ีสํานักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลายไดรับมอบหมาย
จากสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน นํามาใชขับเคลื่อนและยกระดับ
คณุ ภาพการจดั การศกึ ษาของโรงเรยี น คอื เกณฑร างวลั คณุ ภาพแหง สาํ นกั งานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน OBECQA ป 2557-2558 ซงึ่ สาํ นกั บรหิ ารงานการมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ไดพัฒนามาจากเกณฑรางวัลคุณภาพแหงชาติ (Thailand Quality Award : TQA) ของ
สถาบันเพ่ิมผลผลิตแหงชาติ นํามาใชเปนเกณฑประเมินโรงเรียนท่ีพัฒนาอยางเขมขน
(Intensive School) ไปแลว นน้ั
เพ่ือใหการขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับคุณภาพโรงเรียนสูมาตรฐานสากล
เปนไปท้ังระบบ ตอเนื่องและทันตอการเปล่ียนแปลง สํานักบริหารงานการมัธยมศึกษา
ตอนปลาย จึงไดจัดทําเกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขนั้ พน้ื ฐาน OBECQA ป 2559-2560 ขนึ้ ซง่ึ มวี ตั ถปุ ระสงคใ หโ รงเรยี นสามารถนาํ ไปประยกุ ต
และพฒั นาระบบการจดั การศกึ ษาของโรงเรยี นใหม คี ณุ ภาพมปี ระสทิ ธผิ ลและประสทิ ธภิ าพได
ขอขอบคุณคณะทํางานผูจัดทําเอกสาร และผูขับเคลื่อนโรงเรียนมาตรฐานสากล
และหวังเปนอยางยิ่งวาเอกสารนี้ จะเปนประโยชนตอโรงเรียนและผูมีสวนเกี่ยวของ
ทกุ ระดบั
(นายไพรัช แสงทอง)
ผอู ํานวยการสํานกั บริหารงานการมธั ยมศึกษาตอนปลาย
สารบญั
หนา
สารเลขาธกิ ารคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน
สารรองเลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
คํานาํ
สวนที่ 1 เกณฑร างวลั คณุ ภาพแหงสาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน 12
OBECQA ป 2559-2560
กรอบความคดิ ของเกณฑ 18
โครงสรางเกณฑร างวัลคณุ ภาพแหงสํานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน 19
เพือ่ ผลการดาํ เนนิ งานทเ่ี ปนเลิศ (Criteria for Performance Excellence Structure)
หัวขอของเกณฑ 21
คาํ อธบิ ายเพ่ือการอา นเกณฑ 22
บทนาํ : โครงรางองคกร (Organizational Profile) 23
1. ลกั ษณะองคก ร (Organizational Description) 24
ก. สภาพแวดลอมขององคก ร (Organizational Environment) 24
ข. ความสัมพนั ธร ะดบั องคกร (Organizational Relationships) 25
2. สภาวการณข ององคก ร (Organizational Situation) 27
ก. สภาพแวดลอ มของการแขงขนั (Competitive Environment) 27
ข. บรบิ ทเชงิ กลยุทธ (Strategic Context) 27
ค. ระบบการปรับปรุงผลการดําเนินงาน (Performance Improvement System) 27
หมวด 1 การนาํ องคก ร (Leadership) 29
1.1 การนําองคก รโดยผูน าํ ระดับสงู (Senior Leadership) 29
ก. วิสยั ทศั น พนั ธกิจ และคา นยิ ม (Vision, Mission and Values) 29
ข. การสื่อสารและผลการดําเนินการของโรงเรยี น 31
(Communication and Organizational PERFORMANCE)
1.2 การกํากบั ดูแลองคกรและความรับผดิ ชอบตอสงั คม (Governance and Societal Responsibilities) 34
ก. การกาํ กับดูแลโรงเรยี น (Organizational GOVERNANCE) 34
ข. การประพฤติปฏิบัติตามกฎหมายและมจี ริยธรรม (Legal and ETHICAL BEHAVIOR) 35
ค. ความรบั ผิดชอบตอสงั คม (Societal Responsibilities) 36
หมวด 2 กลยทุ ธ (Strategy) 38
2.1 การจัดทํากลยุทธ (Strategy Development) 38
ก. กระบวนการจดั ทาํ กลยุทธ (Strategy Development PROCESS) 38
ข. วตั ถปุ ระสงคเ ชงิ กลยุทธ (STRATEGIC OBJECTIVES) 40
2.2 การนํากลยทุ ธไ ปปฏิบัติ (Strategy Implementation) 44
ก. การจัดทาํ แผนปฏบิ ตั กิ ารและการถา ยทอดสกู ารปฏิบัติ 44
(ACTION PLAN Development and DEPLOYMENT)
ข. การปรับเปลย่ี นแผนปฏบิ ตั ิการ (ACTION PLAN Modification) 45
สารบญั (ตอ )
หมวด 3 นกั เรียนและผมู สี วนไดสว นเสยี (Student and Stakeholder) หนา
3.1 เสียงของนกั เรียนและผมู ีสว นไดส วนเสีย (VOICE OF THE STUDENT and Stakeholder) 47
47
ก. การรบั ฟงนกั เรยี นและผมู สี ว นไดส วนเสยี (STUDENT and Stakeholder Listening) 47
ข. การประเมนิ ความพึงพอใจและความผกู พนั ของนกั เรยี นและผมู สี วนไดส ว นเสยี 48
50
(Determination of STUDENT and Stakeholder Satisfaction and ENGAGEMENT) 50
3.2 ความผกู พนั ของนักเรียนและผมู สี ว นไดสวนเสีย (Student and Stakeholder Engagement) 51
53
ก. หลักสูตรและการสนับสนนุ นกั เรียนและผมู ีสว นไดสว นเสยี 53
(Product Offerings STUDENT and Stakeholder Support) 53
54
ข. การสรา งความสัมพนั ธก บั นักเรยี นและผมู สี วนไดสว นเสยี 55
(Building STUDENT and Stakeholder Relationships) 57
57
หมวด 4 การวัด การวเิ คราะห และการจดั การความรู 58
(Measurement, Analysis and Knowledge Management) 60
4.1 การวดั การวเิ คราะห และการปรบั ปรงุ ผลการดําเนินการของโรงเรยี น 60
60
(Measurement, Analysis and Improvement of Organization Performance) 61
ก. การวดั ผลการดําเนนิ การ (PERFORMANCE MEASUREMENT) 64
ข. การวเิ คราะหและทบทวนผลการดาํ เนินการ (PERFORMANCE ANALYSIS and Review) 64
ค. การปรับปรุงผลการดาํ เนินการ (PERFORMANCE Improvement) 65
4.2 การจดั การความรู สารสนเทศ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ 67
(Knowledge Management, Information and Information Technology) 67
ก. ความรูขององคกร (Organization Knowledge) 67
ข. ขอมลู สารสนเทศ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ 68
(Data, Information and Information Technology)
หมวด 5 บคุ ลากร (Workforce)
5.1 สภาพแวดลอ มของบุคลากร (Workforce Environment)
ก. ขีดความสามารถและอตั รากาํ ลังบคุ ลากร (WORKFORCE CAPABILITY and CAPACITY)
ข. บรรยากาศการทาํ งานของบุคลากร (WORKFORCE Climate)
5.2 ความผกู พันของบคุ ลากร (Workforce Engagement)
ก. ความผกู พันและผลการปฏบิ ัติงานของบคุ ลากร
(WORKFORCE ENGAGMENT and PERFORMANCE)
ข. การพัฒนาบคุ ลากรและผูนํา (WORKFORCE and Leader Development)
หมวด 6 การปฏบิ ัติการ (Operations)
6.1 กระบวนการทาํ งาน (Workforce Process)
ก. การออกแบบหลกั สตู รและกระบวนการ (Product and PROCESS Design)
ข. การจัดการกระบวนการ (PROCESS Management)
สารบญั (ตอ )
หนา
ค. การจดั การนวตั กรรม (INOVATION Management) 68
6.2 ประสิทธิผลของการปฏบิ ตั กิ าร (Operational Effectiveness) 70
ก. ประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลของกระบวนการ (PROCESS Efficiency and EFFECTIVENESS) 70
ข. การจัดการหว งโซอปุ ทาน (Supply-Chain Management) 70
ค. การเตรยี มความพรอ มดานความปลอดภัยและภาวะฉุกเฉนิ 71
(Safety and Emergency Preparedness)
หมวด 7 ผลลัพธ (RESULTS) 72
7.1 ผลลัพธด า นหลักสตู รและกระบวนการ (Product and Process RESULTS) 72
7.2 ผลลัพธด า นนกั เรยี นและผมู ีสว นไดส วนเสีย (STUDENT and Stakeholder-Focused RESULTS) 76
7.3 ผลลพั ธด า นบุคลากร (WORKFORCE-Focused RESULT) 78
7.4 ผลลพั ธด า นการนาํ องคก รและการกาํ กบั ดแู ลองคก ร (Leadership and Governance Results) 80
7.5 ผลลัพธด านการเงินและตลาด (Financial and Market Results) 84
รายละเอยี ดที่เกย่ี วขอ งกับเกณฑ 85
แนวทางการตอบเกณฑ (How to Respond to the Criteria) 92
อภิธานศัพท (Glossary) 100
จากการเรียนรสู นู วตั กรรม : ตวั อยา งการประยุกตใ ชจ ากการดบั เพลงิ สนู วตั กรรมปองกันอคั คภี ัย 124
ระบบการใหคะแนน 126
การจําแนกหวั ขอและมิติการใหคะแนน 129
สวนท่ี 2 แนวทางการขบั เคลื่อนสคู วามสาํ เรจ็ ตามเกณฑร างวัลคณุ ภาพ 137
แหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน OBECQA ป 2559-2560 138
บทที่ 1 ความเปนมาของโครงการ 145
บทท่ี 2 การบริหารการเปล่ยี นแปลงสูระบบบรหิ ารจัดการดวยระบบคุณภาพ 156
175
ตามเกณฑร างวัลคุณภาพแหง สาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน OBECQA 189
บทที่ 3 กลไกสาํ คญั สคู วามสาํ เรจ็ OBECQA 197
บทท่ี 4 การประเมินพัฒนาการโรงเรยี นตามแนวทาง OBECQA 198
School Excellence Framwork
บทท่ี 5 เสนทางความสาํ เรจ็ สรู างวัลคณุ ภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน
OBECQA
บรรณานุกรม
คณะทํางาน
สวนท่ี 1
เกณฑรางวัลคุณภาพ
แหง สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน
ป 2559-2560
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํา ันกงานคณะกรรมการการศึกษา ้ขันพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-256012
เกณฑร างวัลคุณภาพแหง สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
OBECQA ป 2559-2560
เกณฑเ พ่อื ผลการดําเนินงานท่ีเปน เลิศ
เกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ขับเคล่ือน
ใหโรงเรียนบรรลุเปาประสงค ปรับปรุงผลลัพธ และเพ่ิมขีดความสามารถในการแขงขัน
กับโรงเรียนในระดบั นานาชาติ
การใชเ กณฑร างวลั คณุ ภาพแหง สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน-คา นยิ ม
และแนวคดิ หลัก (หนา 11) เกณฑเพื่อผลการดาํ เนนิ งานท่ีเปนเลศิ (หนา 16) และแนวทาง
การใหคะแนน (หนา 130-131) เพื่อปรบั ปรงุ และใหไดมาซ่ึงผลลัพธทย่ี ั่งยนื โรงเรยี นที่ไดร บั
รางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ไดรับการยอมรับวา
เปนโรงเรียนตนแบบระดับประเทศ โรงเรียนเหลาน้ีไดแลกเปลี่ยนเรียนรูวิธีปฏิบัติท่ีเปนเลิศ
และเปนแรงบันดาลใจใหโรงเรียนอื่นๆ ปรับปรุงการปฏิบัติการและผลลัพธของตนเอง
ซึ่งสงผลดีตอ การพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาของประเทศไทย
เกณฑมีเจตจาํ นงที่เรยี บงา ย
เจตจาํ นงของเกณฑร างวลั คณุ ภาพแหง สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
คือ การชวยโรงเรียน ไมวาขนาดใดหรืออยูในสังกัดใด ตอบคําถามที่ทาทาย 3 ขอดังนี้ :
1) โรงเรียนดําเนินการไดดีเทาที่ควรเปนหรือไม 2) โรงเรียนรูไดอยางไร และ 3) โรงเรียน
ควรปรบั ปรงุ หรอื เปลี่ยนแปลงอะไร ดว ยวิธกี ารอยา งไร
จากการทาทายตนเองดวยการตอบคําถามของเกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน เพอ่ื ผลการดาํ เนนิ งานทเ่ี ปน เลศิ โรงเรยี นสาํ รวจตนเองวา
ไดด าํ เนนิ การวดั ผลสาํ เรจ็ ในสงิ่ ทสี่ าํ คญั ตอ โรงเรยี นแลว หรอื ไม คาํ ถามของเกณฑค รอบคลมุ
7 ดา นทสี่ าํ คญั ในการจดั การและการดาํ เนนิ การของโรงเรยี น (แบง ยอ ยออกเปน กระบวนการ
6 หมวด และผลลัพธ 1 หมวด) ไดแก
1. การนําองคกร
2. กลยทุ ธ
3. นักเรียนและผมู สี ว นไดสวนเสยี
4. การวัด การวิเคราะห และการจัดการความรู
5. บคุ ลากร
6. การปฏิบตั กิ าร
7. ผลลัพธ
เกณฑส ง เสรมิ ใหเ กดิ มมุ มองเชิงระบบ
มมุ มองเชงิ ระบบ หมายถงึ การบรหิ ารจดั การองคป ระกอบทงั้ หมดของโรงเรยี นใหเ ปน
หนง่ึ เดยี วเพอ่ื ใหเ กดิ ความสาํ เรจ็ อยา งตอ เนอ่ื ง โครงสรา งและกลไกการบรู ณาการของระบบ
ไดแก คา นิยมและแนวคดิ หลกั เกณฑ 7 หมวดทม่ี ีการปฏิบัตทิ ่ีเก่ียวเนอื่ งกนั และแนวทาง
การใหค ะแนน
13
ลกั ษณะที่สําคัญของเกณฑ
การมงุ เนนท่ีคานยิ มและแนวคดิ หลัก
เกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มีพื้นฐาน
มาจาก “คา นยิ มและแนวคดิ หลกั 11 ประการ” (หนา 11) ซงึ่ เปน รากฐานสาํ หรบั การบรู ณาการ
ผลการดําเนินการท่ีสําคัญและขอกําหนดการปฏิบัติการภายใตกรอบท่ีมุงเนนผลลัพธ
ซงึ่ จะสรา งพนื้ ฐานสาํ หรับการปฏบิ ัติ ขอมลู ปอ นกลบั และความสําเร็จอยางตอ เนื่อง:
1. มุมมองเชิงระบบ (Systems perspective)
2. การนําองคก รอยา งมีวสิ ัยทัศน (Visionary leadership)
3. ความเปน เลิศทมี่ งุ เนน นกั เรยี น (Student-focused excellence)
4. การใหความสําคญั กับบุคลากร (Valuing people)
5. การเรียนรูระดับองคกรและความคลอ งตัว (Organizational learning and agility)
6. การมุง เนน ความสาํ เรจ็ (Focus on success)
7. การจัดการเพื่อนวัตกรรม (Managing for innovation)
8. การจัดการโดยใชข อมูลจริง (Management by fact)
9. ความรบั ผดิ ชอบตอสงั คม (Societal responsibility)
10. จรยิ ธรรมและความโปรงใส (Ethics and transparency)
11. การสง มอบคณุ คาและผลลัพธ (Delivering value and results)
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํา ันกงานคณะกรรมการการศึกษา ้ขันพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํา ันกงานคณะกรรมการการศึกษา ้ขันพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-256014
การมุง เนน กระบวนการ
กระบวนการ หมายถึง วิธกี ารตางๆ ทีโ่ รงเรียนใชเ พือ่ ทําใหงานสําเร็จ เกณฑรางวัล
คุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ชวยใหโรงเรียนตรวจประเมิน
และปรบั ปรงุ กระบวนการตาม 4 ปจจัยเหลาน้ี
1. แนวทาง (Approach) หมายถงึ การออกแบบและการเลอื กกระบวนการ วิธกี าร
และตัววดั ท่มี ปี ระสิทธิผล
2. การถายทอดสูการปฏิบัติ (Deployment) หมายถึง การนําแนวทางไปปฏิบัติ
อยา งคงเสนคงวาท่วั ทงั้ องคก ร
3. การเรียนรู (Learning) หมายถึง การประเมินความกาวหนาและการไดมา
ซ่งึ ความรูใ หม รวมทงั้ การเสาะหาโอกาสสาํ หรบั การสรางนวัตกรรม
4. การบูรณาการ (Integration) หมายถึง ความสอดคลองระหวางแนวทางกับ
ความจําเปนขององคกร การทําใหม่ันใจวาตัววัด สารสนเทศและระบบการปรับปรุงเสริม
ซ่ึงกันและกันระหวางกระบวนการและหนวยงาน และสรางความสอดคลองระหวาง
กระบวนการและการปฏิบตั ิการทว่ั ทงั้ องคก รเพอ่ื ใหบรรลเุ ปา ประสงคระดบั องคกรท่ีสําคัญ
15
การมุง เนน ผลลัพธ
เกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ช้ีนํา
ใหโ รงเรยี นประเมนิ ผลลพั ธจ าก 3 มุมมอง
• มมุ มองภายนอก (นกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี อ่นื มองโรงเรียนอยา งไร)
• มมุ มองภายใน (การปฏบิ ตั กิ ารของโรงเรยี นมปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลอยา งไร)
• มมุ มองอนาคต (โรงเรียนมกี ารเรยี นรูและการเตบิ โตหรอื ไม)
เกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน กําหนด
ใหแ สดงผลลพั ธท ค่ี รอบคลมุ ทกุ ประเดน็ สาํ คญั ของโรงเรยี น เนอื่ งจากองคป ระกอบของตวั วดั
เปนสิ่งที่ทําใหมั่นใจวากลยุทธของโรงเรียนมีความสมดุลระหวางผูมีสวนไดสวนเสีย
ท่ีสําคัญกับวัตถุประสงคตางๆ ตลอดจนเปาประสงคระยะส้ันและระยะยาว เกณฑรางวัล
คุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานชวยใหโรงเรียนประเมินผลลัพธ
ตาม 4 ปจ จยั เหลาน้ี
1. ระดบั (Level) หมายถงึ ผลการดําเนินการปจ จบุ นั ในมาตรวดั ทีเ่ หมาะสม
2. แนวโนม (Trend) หมายถงึ ทิศทางและอัตราการเปลย่ี นแปลงของผลลัพธ
3. การเปรียบเทียบ (Comparison) หมายถึง ผลการดาํ เนนิ การขององคก รเทียบกบั
องคกรอน่ื ทีเ่ หมาะสม เชน คแู ขงหรอื องคก รที่คลายคลึงกนั และเทียบกบั ระดบั เทยี บเคียง
หรือผนู าํ ทางการศึกษา
4. การบูรณาการ (Integration) หมายถึง ขอบขายของความสําคัญของผลลัพธ
ท่ีองคกรใชติดตามดู และการใชผลลัพธน้ันเพ่ือสนับสนุนเปาประสงคระดับองคกรและ
การปรบั เปลี่ยนแผน
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํา ันกงานคณะกรรมการการศึกษา ้ขันพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํา ันกงานคณะกรรมการการศึกษา ้ขันพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-256016
การมงุ เนนการปฏิบัติท่ีเก่ยี วเนอื่ งกนั
การปฏิบัติที่เก่ียวเนื่องกันระหวางเกณฑหมวดตางๆ เปนองคประกอบที่สําคัญ
ของมุมมองเชิงระบบในเกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้นั พน้ื ฐานตัวอยางการปฏบิ ัตทิ ีเ่ กย่ี วเนอื่ งกนั เชน
• การปฏบิ ัตทิ เ่ี กี่ยวเน่อื งกันระหวางกระบวนการและผลลพั ธท่เี กิดขึน้
• ความจาํ เปน ของขอ มลู ในกระบวนการวางแผนกลยทุ ธแ ละการปรบั ปรงุ การปฏบิ ตั กิ าร
• การปฏิบัติทเ่ี กี่ยวเน่ืองกนั ระหวา งการวางแผนบุคลากรกับการวางแผนกลยทุ ธ
• ความจําเปนของความรูเก่ียวกับนักเรียนและตลาดในการสรางกลยุทธและ
แผนปฏบิ ัตกิ าร
• การปฏิบัติที่เกี่ยวเน่ืองกันระหวางแผนปฏิบัติการและการเปล่ียนแปลงท่ีจําเปน
ในระบบงานขององคกร
การมุง เนน การปรับปรงุ
เกณฑร างวลั คณุ ภาพแหง สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานชว ยใหโ รงเรยี น
เขาใจและตรวจประเมินโรงเรียนวาไดประสบผลสําเร็จในส่ิงท่ีสําคัญตอโรงเรียนในระดับใด
โรงเรยี นมกี ารถา ยทอดกระบวนการไปสกู ารปฏบิ ตั ใิ นระดบั พฒั นาการใด ผลลพั ธข องโรงเรยี น
ดีในระดับใด โรงเรียนไดเรียนรูและปรับปรุงหรือไม และแนวทางของโรงเรียนตอบสนอง
ความจาํ เปน ของโรงเรยี นไดด ใี นระดบั ใด แนวทางการใหค ะแนน (หนา 130-131) แสดงใหเ หน็
ถงึ มิติของกระบวนการและผลลพั ธท ่อี ธิบายขา งตน
ในขณะที่โรงเรียนตอบคําถามตามเกณฑ และประเมินผลการตอบของตนเอง
กับแนวทางการใหคะแนน โรงเรียนจะสามารถระบุจุดแข็งและโอกาสในการปรับปรุง
ท้ังภายในเกณฑแตละหมวดและระหวางหมวด เมื่อโรงเรียนใชเกณฑรางวัลคุณภาพ
แหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อบริหารจัดการผลการดําเนินการ
ของโรงเรยี น จะเกดิ การทาํ งานประสานกนั ระหวา งกระบวนการทสี่ าํ คญั และขอ มลู ปอ นกลบั
ระหวา งกระบวนการกับผลลพั ธ ซง่ึ จะนําไปสูวงจรการปรบั ปรุง และเม่อื โรงเรียนใชเกณฑน้ี
อยางตอเน่ือง โรงเรียนจะไดเรียนรูเกี่ยวกับตนเองมากข้ึน และจะสามารถระบุวิธีที่ดีที่สุด
ในการเสริมสรางจุดแขง็ ปดชองวา ง และสรา งนวตั กรรม
17 เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํา ันกงานคณะกรรมการการศึกษา ้ขันพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
เกณฑร างวลั คณุ ภาพแหงสาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน
สามารถปรบั ใชได
เกณฑไมไดกําหนดวาโรงเรียนควรจัดโครงสรางหรือการปฏิบัติการอยางไร
ในโครงรางองคกร (หนา 21-26) โรงเรียนจะอธิบายวาอะไรเปนสิ่งสําคัญตอโรงเรียน
(สภาพแวดลอ มการปฏบิ ตั กิ าร ความสมั พนั ธทส่ี ําคญั สภาพแวดลอ มเชิงแขง ขนั และบริบท
เชิงกลยทุ ธ) เกณฑสนับสนุนใหโ รงเรียนใชแนวทางที่สรางสรรค ปรบั เปลย่ี นไดแ ละยดื หยนุ
ซึ่งจะเอ้ือใหเกิดการปรับปรุงอยางตอเนื่องและอยางกาวกระโดดดวยนวัตกรรม เกณฑ
สนบั สนนุ ใหโ รงเรยี นเลอื กใชเ ครอ่ื งมอื ทเ่ี หมาะสมและมปี ระสทิ ธผิ ลทสี่ ดุ เพอ่ื ชว ยใหโ รงเรยี น
ปรบั ปรุง (เชน Lean, Six Sigma, ISO 9000, Balanced Scorecard, Plan-Do-Check-Act
[PDCA]) หากใชงานอยา งเหมาะสม เครือ่ งมอื เหลานีจ้ ะชวยใหโ รงเรียนบรรลคุ วามเปนเลศิ
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํา ันกงานคณะกรรมการการศึกษา ้ขันพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-256018
เกณฑรางวัลคณุ ภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน
OBECQA ป 2559-2560
กรอบความคิดของเกณฑ
เกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน OBECQA
เพ่อื ผลการดาํ เนินงานที่เปน เลิศ: มุมมองเชงิ ระบบ
ระบบของการดําเนินการท่ีเปนเลศิ ประกอบดวยเกณฑ 6 หมวดท่อี ยูสวนกลางของ
ภาพซึง่ ระบุกระบวนการและผลลัพธท่ีองคก รบรรลุ
ผลการดาํ เนนิ การทเ่ี ปน เลศิ ตอ งอาศยั การนาํ องคก รทเี่ ขม แขง็ และแสดงใหเ หน็ เดน ชดั
ในภาพ 1 คําวา “บูรณาการ” ทก่ี ลางภาพ แสดงใหเ หน็ วา ทุกองคป ระกอบของระบบเชอ่ื ม
โยงกนั
ลกู ศรแนวนอนตรงกลาง แสดงการเชอื่ มโยงทส่ี าํ คญั ระหวา งกลมุ การนาํ องคก ร (หมวด
1, 2, และ 3) กบั กลมุ ผลลพั ธ (หมวด 5, 6, และ 7) และยงั แสดงถึงความสัมพนั ธโ ดยตรง
ระหวางกลุม การนําองคกรและกลมุ ผลลพั ธ
ลูกศรแนวต้ังที่กลางภาพ แสดงความสัมพันธแบบ 2 ทิศทาง ระหวางพ้ืนฐานของ
ระบบ ซ่ึงใหสารสนเทศและขอมูลปอนกลับสําหรับกระบวนการที่สําคัญกับสภาพแวดลอม
ขององคกร
ภาพประกอบ 1 Criteria for Performance Excellence Framework* : OBECQA
19
โครงสราง เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํา ันกงานคณะกรรมการการศึกษา ้ขันพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
เกณฑร างวัลคุณภาพแหง สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน
เพ่ือผลการดาํ เนินงานที่เปน เลิศ
(Criteria for Performance Excellence Structure)
เกณฑทั้ง 7 หมวดประกอบดว ยหัวขอและประเดน็ พิจารณา
หัวขอ
เกณฑม ที งั้ หมด 17 หวั ขอ และอกี 2 หวั ขอ ในโครงรา งองคก ร แตล ะหวั ขอ มจี ดุ มงุ เนน
ทีเ่ ฉพาะเจาะจง หัวขอเหลา น้แี บง ออกเปน 3 กลุม ตามประเภทของสารสนเทศทต่ี อ งการ
• โครงรางองคก ร ถามเพ่อื ใหโรงเรียนระบสุ ภาพแวดลอมของโรงเรยี น
• หวั ขอทเี่ ปน กระบวนการ (หมวด 1-6) ถามเพือ่ ใหโ รงเรยี นระบกุ ระบวนการตา งๆ
ของโรงเรยี น
• หวั ขอ ทเี่ ปน ผลลพั ธ (หมวด 7) ถามเพอื่ ใหโ รงเรยี นรายงานผลลพั ธข องกระบวนการ
ตา งๆ ของโรงเรยี น ดหู นา 19 สําหรบั ดูรายชื่อหวั ขอ และคะแนน
หมายเหตขุ องหัวขอ
หมายเหตุของหัวขอ มเี พ่อื
(1) อธบิ ายคําหรอื ขอกําหนดของแตล ะหวั ขอ
(2) แนะนําและใหต ัวอยางวิธีการตอบตามขอกาํ หนดของหัวขอ และ
(3) ชใี้ หเหน็ การปฏบิ ัตทิ ่ีเกี่ยวเน่อื งกันที่สาํ คญั กบั หัวขออ่นื ๆ
หมายเหตขุ องหัวขอท่ีใชตวั อกั ษรตัวเอยี ง เปน คาํ อธิบายสําหรับองคก รทไี่ มแ สวงหา
ผลกําไร
ประเด็นพิจารณา
ในแตล ะหัวขอ มปี ระเด็นพจิ ารณาอยางนอยหนง่ึ ประเดน็ (ใชตวั อกั ษร ก., ข. และ ค.)
ขอกาํ หนด
ในเกณฑ แสดงดวยคาํ ถามหรือการใหอ ธบิ ายโดยแบง ออกเปน 3 ระดบั
• ขอ กาํ หนดพ้ืนฐาน (Basic requirements) คอื คาํ ถามท่ีตามหลังหวั ขอหลัก
• ขอกําหนดโดยรวม (Overall requirements) แสดงดวยคําถามตัวอักษรเขม
คาํ ถามชนี้ าํ เหลาน้เี ปน จดุ เริ่มตนในการตอบขอ กาํ หนดของเกณฑ
• ขอกําหนดยอย (Multiple requirements) เปนคําถามเดี่ยวๆ ในแตละประเด็น
พิจารณา รวมท้ังคําถามท่ีเปนตัวอักษรเขม คําถามแรกแสดงถึงส่ิงที่สําคัญที่สุดในชุด
คําถามนนั้
เกณฑรางวัลคณุ ภาพแหงสาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้น� ฐาน OBECQA ป 2559-2560
20
รปู แบบของหัวขอ
ภาพประกอบ 2 รูปแบบของหัวขอ
21
หวั ขอ ของเกณฑ
โครงรา งองคกร
1. ลกั ษณะองคกร
2. สภาวการณข ององคกร
หมวดและหวั ขอตา ง ๆ คะแนน
หมวด 1 การนําองคกร 110
1.1 การนําองคก รโดยผนู ําระดบั สงู 60
1.2 การกาํ กับดแู ลองคกรและความรับผดิ ชอบตอ สังคม 50
หมวด 2 กลยทุ ธ 95
2.1 การจัดทาํ กลยุทธ 45
2.2 การนาํ กลยทุ ธไปสกู ารปฏิบตั ิ 50
หมวด 3 นักเรียนและผูมีสวนไดสว นเสยี 95
3.1 เสียงของนักเรียนและผูมีสวนไดส ว นเสยี 45
3.2 ความผกู พันของนกั เรยี นและผมู สี ว นไดส วนเสีย 50
หมวด 4 การวดั การวเิ คราะห และการจดั การความรู 100
4.1 การวดั การวิเคราะห และการปรบั ปรุงผลการดําเนินการของโรงเรียน 55
4.2 การจดั การความรู สารสนเทศ และเทคโนโลยสี ารสนเทศ 45
หมวด 5 บคุ ลากร 100
5.1 สภาพแวดลอมของบุคลากร 45
5.2 ความผกู พันของบคุ ลากร 55
หมวด 6 การปฏิบัตกิ าร 100
6.1 กระบวนการทํางาน 55
6.2 ประสทิ ธผิ ลของการปฏิบัติการ 45
หมวด 7 ผลลพั ธ 400 เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํา ันกงานคณะกรรมการการศึกษา ้ขันพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
7.1 ผลลัพธด านหลกั สูตรและกระบวนการ 120
7.2 ผลลัพธด านนกั เรียนและผูม ีสวนไดส วนเสีย 75
7.3 ผลลัพธดา นบุคลากร 75
7.4 ผลลพั ธด า นการนาํ องคก รและการกํากบั ดูแลองคก ร 65
7.5 ผลลัพธด านการเงนิ และตลาด 65
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํา ันกงานคณะกรรมการการศึกษา ้ขันพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-256022
คาํ อธิบายเพือ่ การอานเกณฑ
1. คําศัพทที่สําคัญ เพ่ือใชในเกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน สงั เกตไดจ าก
1.1 คาํ ท่ขี ดี เสนใต ในเนื้อหาเกณฑรางวัลคุณภาพแหงสาํ นักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขน้ั พื้นฐาน
1.2 คาํ ทพ่ี มิ พเ ปน ตวั พมิ พใ หญ คาํ เหลา นส้ี ามารถดคู วามหมายไดจ ากอภธิ านศพั ท
หนา 98
2. หวั ขอ ตา งๆ ในเนอ้ื หาเกณฑร างวลั คณุ ภาพแหง สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา
ขั้นพนื้ ฐาน แบงออกเปน 3 กลุม ไดแ ก
บทนํา อธบิ ายสภาพแวดลอ มขององคก ร
หมวด 1-6 อธบิ ายกระบวนการตางๆ ของโรงเรยี น
หมวด 7 แสดงผลลพั ธจากกระบวนการตา งๆ ของโรงเรียน
3. คาํ ทเ่ี ปน ตวั เอียงในหมายเหตุ เปน คาํ อธบิ ายสําหรบั องคกรไมแ สวงหาผลกาํ ไร
4. (*) หมายถึง การตอบในประเด็นน้ี ใหพจิ ารณาตามความเหมาะสม
5. ในขอกําหนดตางๆ ของประเด็นพิจารณา ที่มีตัวเลขในวงเล็บ เชน [1.1ก (3)]
ประกอบดว ยคําถามหลายคําถาม คําถามเหลาน้ีมีความสัมพันธเ ก่ียวของกัน และไมจําเปน
ตอ งแยกตอบแตล ะคาํ ถาม คาํ ถามยอ ยเหลา นใ้ี ชเ ปน แนวทางในการทาํ ความเขา ใจวา ตอ งใช
สารสนเทศใดในการตอบ
6. หมายเหตทุ า ยเกณฑแ ตล ะหวั ขอ มีจดุ ประสงค 3 ประการ คอื
(1) อธิบายคาํ หรอื ขอ กําหนดของแตล ะหัวขอใหชดั เจน
(2) แนะนําและใหต วั อยา งวิธีการตอบตามขอ กําหนดของหวั ขอ
(3) ชใ้ี หเ หน็ การปฏิบัตทิ ่ีเกย่ี วเนอ่ื งกนั ทีส่ าํ คญั กับหัวขออนื่
โดยสรุปจดุ ประสงคของหมายเหตุ คอื เพื่อชว ยใหโ รงเรยี นสามารถตอบคําถาม
ตา งๆ ตามขอกาํ หนดของหัวขอไดชัดเจนยิ่งขนึ้
7. หนังสือเกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
ป 2559-2560 เลมน้ี จะใชในการดาํ เนินงานในป 2559-2560 สาํ หรบั โรงเรียนที่สนใจสมคั ร
ขอรับรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน สามารถพิจารณา
รายละเอียด ไดจากคูมือการสมัครขอรับรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพ้ืนฐานปน้ันๆ โดยขอรับไดท่ีสํานักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย
(สมป.) สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน
23
เกณฑรางวลั คุณภาพแหง สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน Organizational Profile
OBECQA
เร่ิมตน ดว ยโครงรางองคกร (Begin with the Organization Profile)
โครงรา งองคก ร คอื ภาพรวมขององคก ร ซงึ่ เปน สงิ่ สาํ คญั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ วธิ กี ารดาํ เนนิ งาน
และเปน ความทาทายสําคัญท่อี งคก รเผชญิ อยู
โครงรา งองคก ร จะทาํ ใหเ ขา ใจองคก รลกึ ซงึ้ เกยี่ วกบั ปจ จยั ภายในและภายนอกทสี่ าํ คญั
ซงึ่ กาํ หนดสภาพแวดลอ มดา นการดาํ เนนิ งาน ปจ จยั เหลา น้ี ไดแ ก วสิ ยั ทศั น (VISION) พนั ธกจิ
(MISSION) คานิยม (VALUES) สมรรถนะหลักขององคกร (CORE COMPETENCY)
สภาพแวดลอมดานการแขงขัน ความทาทายและความไดเปรียบเชิงกลยุทธ ผลกระทบตอ
วธิ กี ารดาํ เนนิ งานและการตดั สนิ ใจขององคก ร ดงั นน้ั โครงรา งองคก รจะชว ยใหเ ขา ใจองคก ร
ไดดีข้ึนในบริบทของการดําเนินงาน ขอกําหนดที่สําคัญเพื่อใหบรรลุผลสําเร็จของการจัด
การศึกษา ทั้งในปจจุบันและอนาคต และความยั่งยืนขององคกร รวมท้ัง ความตองการ
โอกาสและขอ จาํ กัดทมี่ ีผลตอ ระบบการจัดการผลการดําเนนิ การขององคก ร
บทนํา : โครงรางองคก ร (Organizational Profile)
โครงรางองคกรมี 2 สวน ดงั น้ี
1. ลักษณะองคก ร (Organizational Description)
2. สภาวการณขององคกร (Organizational Situation)
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
บท ํนา : โครง รางองคกร 24
1. ลักษณะองคกร (Organizational Description) :
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560 คุณลักษณะท่ีสําคญั ของโรงเรียน คืออะไร
ใหอธบิ ายโดยตอบคําถามตอ ไปนี้
ก. สภาพแวดลอ มขององคก ร (Organizational Environment)
(1) หลกั สตู ร (Product Offerings) โรงเรียนมีหลักสูตรหรือโปรแกรมการจดั
การเรยี นการสอนทสี่ ําคญั อะไรบาง
• ความสาํ คญั เชงิ เปรยี บเทยี บของแตล ะหลกั สตู รหรอื โปรแกรมการเรยี น
การสอนท่ีสง ผลตอ ความสําเรจ็ ของโรงเรียน คอื อะไร
• กลไกที่โรงเรียนใชในการจัดการการเรียนการสอนใหนักเรียนจบ
การศึกษาอยา งมคี ณุ ภาพตามหลกั สูตร คอื อะไร
(2) วสิ ยั ทัศน พนั ธกจิ และคา นยิ ม (VISION, MISSION and VALUES)
วิสัยทัศน พันธกิจ และคานิยม ท่ีโรงเรียนไดประกาศไวคืออะไร
สมรรถนะหลักของโรงเรียน (CORE COMPETENCIES) คืออะไร และ
มคี วามเกี่ยวของอยางไรกบั พันธกิจของโรงเรียน
(3) ลักษณะโดยรวมของบุคลากร (WORKFORCE Profile) ลักษณะ
โดยรวมของบคุ ลากรคืออะไร
• มกี ารจาํ แนกบคุ ลากรออกเปน กลมุ และประเภทอะไรบา ง และกลมุ เหลา นี้
มขี อ กําหนดดา นการศกึ ษาระดบั ใด
• ปจจัยที่สําคัญท่ีทําใหบุคลากรมุงม่ันในการทํางานเพื่อบรรลุวิสัยทัศน
และพันธกิจของโรงเรียนคืออะไร
• มีกลุม อะไรบา งทจ่ี ดั ตง้ั ใหท ําหนาท่ีเจรจาสิทธิประโยชนกับโรงเรียน
• สิทธิประโยชนและขอกําหนดพิเศษดานสุขภาพและความปลอดภัย
ที่สาํ คัญของบุคลากรมีอะไรบา ง
(4) สินทรัพย (Assets) โรงเรยี นมีอาคารสถานท่ี เทคโนโลยี ครภุ ัณฑ และ
อุปกรณทสี่ าํ คัญตอการบริหารจัดการหลกั สตู ร อะไรบา ง
(5) กฎระเบยี บขอ บงั คบั (Regulatory Requirements) โรงเรยี นดาํ เนนิ งาน
ภายใตสภาพแวดลอมดานกฎระเบียบขอบังคับท่ีสําคัญอะไรบางในดาน
ตอ ไปน้ี
• กฎระเบียบดานอาชวี อนามยั และความปลอดภัย
• ขอ กําหนดดานมาตรฐานการประกนั คุณภาพการศึกษา
• กฎ ระเบยี บ เกยี่ วกบั หลกั สตู ร การจดั การเรยี นการสอน และการบรกิ าร
เสริมพเิ ศษ
• กฎระเบยี บเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั ิงานทางการศกึ ษา
• กฎระเบยี บขอ บงั คับดานการเงินและสิ่งแวดลอม
25
ข. ความสมั พนั ธร ะดบั องคกร (Organizational Relationships) Organizational Profile
(1) โครงสรา งองคก ร (Organizational Structure) โครงสรา งองคก รและระบบ
การกํากับดูแลองคกร (GOVENANCE system) ของโรงเรียนมีลักษณะ
อยางไร ระบบการรายงานระหวางคณะกรรมการการกํากับดูแลองคกร
ผูนําระดับสูง หนว ยงานตน สงั กัด มีลกั ษณะเชน ใด (*)
(2) นกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี (STUDENTS and STAKEHOLDERS)
สวนตลาดหรือเขตพ้ืนที่บริการ (Catchment Area) กลุมนักเรียนและ
ผมู สี ว นไดส ว นเสยี ทสี่ าํ คญั จาํ แนกตามหลกั สตู รของโรงเรยี นมอี ะไรบา ง (*)
• ความตองการและความคาดหวังท่ีสําคัญของกลุมนักเรียนและผูมี
สวนไดสวนเสียตอหลักสูตรและการบริการตางๆ มีอะไรบาง และ
มีความแตกตางกนั อยางไร
(3) ผสู ง มอบและพนั ธมติ ร (Suppliers and PARTNERS) ผสู ง มอบ พนั ธมติ ร
และผูใหความรวมมือ (COLLABORATORS) ที่สําคัญมีประเภทใดบาง
และมีบทบาทอะไรในระบบงานของโรงเรียน โดยเฉพาะอยางยิ่งในสวน
ท่ีเกี่ยวของกับการจัดการเรียนการสอน การจบหลักสูตรของนักเรียน
และการยกระดบั ความสามารถในการแขง ขนั ของโรงเรียน
• โรงเรยี นมกี ลไกทสี่ าํ คญั อะไรในการสอื่ สารแบบสองทศิ ทางกบั ผสู ง มอบ
พันธมิตร และผูใหค วามรว มมือ
• ผูสงมอบ พันธมิตร และผูใหความรวมมือมีสวนรวมอะไรในการ
สรางนวตั กรรมใหแกโ รงเรยี น
• ขอกําหนดท่ีสําคัญของหวงโซอุปทาน (Supply-chain) ของโรงเรียน
คอื อะไร (พจิ ารณาจากระบบการบริหารจดั การหลักสตู ร)
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
บท ํนา : โครง รางองคกร 26
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560 หมายเหตุ :
หมายเหตุ 1ก(1)
หลักสูตรหรือผลิตภัณฑ (Product offerings) หมายถึง หลักสูตรสถานศึกษา
ซึ่งประกอบดวยหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551และสาระ
การเรียนรูระดบั ทอ งถิน่
โปรแกรมการจัดการเรียนการสอน หมายถึง แผนงาน/โครงการการจัดการเรียน
การสอนตามหลักสูตรสถานศึกษา เชน โครงการจัดการเรียนการสอนภาคภาษาอังกฤษ
(English Program) International Program หรอื โครงการหอ งเรยี นพเิ ศษท่เี นน เฉพาะดา น
เปน ตน
หมายเหตุ 1ก(2)
สมรรถนะหลักของโรงเรียน (Core Competencies) หมายถึง เรื่องท่ีโรงเรียน
มคี วามเชยี่ วชาญมากทสี่ ดุ เปน ความสามารถเชงิ กลยทุ ธท สี่ าํ คญั ซง่ึ เปน แกนหลกั ในการทาํ ให
โรงเรยี นบรรลพุ นั ธกจิ หรอื ทาํ ใหไ ดเ ปรยี บในสภาพแวดลอ มของการใหบ รกิ ารทางการศกึ ษา
ของตนเอง
หมายเหตุ 1ก(3)
กลุมและประเภทของบุคลากร (รวมถึงกลุมที่ทําหนาท่ีเจรจาสิทธิประโยชนตาง ๆ
เชน ชมรมครู ลูกจางประจํา ลูกจางชั่วคราว) อาจจัดแบงตามประเภทของงาน หรือ
ตามสถานะสภาพแวดลอมในการทาํ งาน และใหร วมถงึ นกั ศกึ ษาฝก ประสบการณ
หมายเหตุ 1ข(2)
ความตองการและความคาดหวังของกลุมนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย หมายถึง
การสงมอบที่ ตรงเวลา การจบช้ันสูงสุดของแตละระดับช้ันเรียนตามที่หลักสูตรกําหนด
เชน ประถมศกึ ษา 6 ป มธั ยมศกึ ษาตอนตน 3 ป มัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ป การไดศกึ ษา
ตอตามเสนทางท่ีคาดหวังและเหมาะสมกับศักยภาพของผูเรียนแตละคน ความปลอดภัย
การปอ งกันภยั การจัดสวสั ดิการและการใหบ รกิ ารทม่ี คี ุณภาพ การใชเทคโนโลยีที่เหนอื ช้ัน
การตอบสนองอยา งรวดเรว็ การตดิ ตามผเู รยี นหลงั จบการศกึ ษา และ การจดั เสรมิ ภาษาตา ง ๆ
นอกเหนอื จากภาษาองั กฤษ
หมายเหตุ 1ข(2)
ความตองการของกลุมผูมีสวนไดสวนเสียอาจรวมถึงพฤติกรรมที่แสดงถึง
ความรับผิดชอบตอสังคม และการบริการชุมชน อาจรวมถึงการลดตนทุนของการบริหาร
จดั การ การสง รายงานผลการเรยี นและพฤตกิ รรมของนักเรยี น
หมายเหตุ 1ข(3)
หวงโซอุปทาน (Supply-chain) เปนกระบวนการของการบริหารจัดการทุกข้ันตอน
ทเี่ กี่ยวขอ งกบั ผสู งมอบ (Supplier), ปจจัยนําเขา (Input) เชน นักเรยี น บคุ ลากร เทคโนโลยี
วัสดุอุปกรณ, กระบวนการจัดการเรียนการสอน (Process), ผลลัพธที่ไดจากกระบวนการ
จัดการเรียนการสอน (Output), และสงมอบคุณคาท่ีดีท่ีสุดใหแกนักเรียน (Customer)
(พิจารณาจากอภิธานศัพท Work systems หนา 120)
27
2. สภาวการณข ององคกร (Organizational Situation) : Organizational Profile
สภาวการณเชิงกลยุทธของโรงเรยี น คอื อะไร
ใหอ ธบิ ายโดยตอบคาํ ถามดังตอ ไปนี้ เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
ก. สภาพแวดลอ มของการแขงขนั (Competitive Environment)
(1) ลาํ ดบั ในการแขง ขัน (Competitive Position) โรงเรียนอยูใ นลาํ ดบั ทีเ่ ทาใด
ในการแขง ขนั ใหอ ธบิ ายขนาดและการเตบิ โตของโรงเรยี น เมอ่ื เปรยี บเทยี บ
กับโรงเรียนท่ีมีหลักสูตรลักษณะเดียวกัน หรือตลาดเดียวกัน โรงเรียน
ท่เี ปนคูแขงมจี าํ นวนเทาไร และประเภทอะไรบา ง
(2) การเปลยี่ นแปลงความสามารถในการแขง ขนั (Competitiveness Changes)
ระบกุ ารเปล่ยี นแปลงที่สาํ คัญ (ถาม)ี ซึ่งมผี ลตอสถานการณใ นการแขง ขนั
ของโรงเรียน รวมถึงการเปล่ียนแปลงท่ีสรางโอกาสสําหรับการสราง
นวตั กรรมและความรวมมือ
(3) แหลงขอมูลเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Data) ระบุแหลงที่มาสําคัญ
สําหรับขอมูลเชิงเปรียบเทียบ และเชิงแขงขันทางการศึกษา มีอะไรบาง
มีขอจํากัดอะไรบางในการไดมาซ่ึงขอมูลเหลาน้ี หรือมีขอจํากัดอะไร
ในการใชขอ มูลเหลา น้ี
ข. บรบิ ทเชงิ กลยทุ ธ (Strategic Context)
ระบุความทาทายเชิงกลยุทธและความไดเปรียบเชิงกลยุทธท่ีสําคัญดานการ
จดั การหลกั สตู ร ดา นการปฏบิ ตั กิ าร ดา นความรบั ผดิ ชอบตอ สงั คม และดา นทรพั ยากรบคุ คล
ของโรงเรียน
ค. ระบบการปรบั ปรงุ ผลการดาํ เนนิ งาน (Performance Improvement System)
ระบุองคประกอบสําคัญของระบบการปรับปรุงผลการดําเนินการ รวมถึง
กระบวนการของโรงเรียนสําหรับการประเมินผลและปรับปรุงกระบวนการที่สําคัญของ
โรงเรียน
บท ํนา : โครง รางองคกร 28
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560 หมายเหตุ
หมายเหตุ 2ก
ความเขาใจวาคูแขงคือใครมีจํานวนกี่ราย และคุณลักษณะที่สําคัญของคูแขง
เปนสิ่งจําเปนอยางยิ่งในการกําหนดวาอะไรเปนความไดเปรียบเชิงกลยุทธขององคกร
ในการจัดการศึกษาและขอบขายการใหบริการ (ตลาด) โรงเรียนควรศึกษาตัวอยางจาก
โรงเรียนช้ันนําที่มีความเขาใจอยางลึกซึ้งในสภาพแวดลอมดานการแขงขันในปจจุบัน
รวมถงึ ปจ จัยตางๆ ที่อาจมีผลกระทบตอ การดําเนนิ การในอนาคต
หมายเหตุ 2ข
ความทาทายและความไดเปรียบเชิงกลยุทธ อาจเก่ียวของกับเทคโนโลยี หลักสูตร
และกระบวนการเรยี นการสอน การเงนิ โครงสรางและวัฒนธรรมองคกร ขีดความสามารถ
ของสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา นักเรียน
และตลาด ช่ือเสียงและการเปนท่ียอมรับโรงเรียน การปฏิบัติการ การบริการท่ีสนับสนุน
นักเรียนและผูปกครองรูปแบบการจัดการศึกษาท่ีเกี่ยวของกับโรงเรียน โลกาภิวัตน
หว งโซคุณคา และผทู ี่เกี่ยวของ รวมถึงสงิ่ ที่ทาํ ใหโ รงเรียนมคี วามโดดเดน เชน การเปนผนู าํ
ดานหลักสูตร การพัฒนาหลกั สตู ร การใหบ ริการ อตั ราของการสรา งนวตั กรรม สถานท่ีต้งั
ของโรงเรียน (ความสะดวกในการเดินทางของนักเรียน) รวมถึงระบบการประกันคุณภาพ
การศึกษา สัดสวนตนทุนการบริหารจัดการ ช่ือเสียงในดานการสงมอบ โปรแกรมหรือ
การบริการ และระยะเวลาทร่ี อรับการบรกิ าร
หมายเหตุ 2ค
ระบบการใหค ะแนนของเกณฑร างวลั คณุ ภาพแหง สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา
ข้ันพื้นฐาน พิจารณาการปรับปรุงผลการดําเนินการ ผานการเรียนรูและการบูรณาการ
เปนมิติการประเมินโรงเรียนตามระบบการใหคะแนน เพื่อประเมินความสมบูรณและ
ระดับการพัฒนาการของแนวทางและวิธีการนําไปปฏิบัติ คําถามน้ีชวยใหโรงเรียนและ
ผูประเมินคุณภาพกําหนดบริบทในภาพรวมของแนวทางท่ีใชปรับปรุงผลการดําเนินการ
ของโรงเรียนที่สอดคลองกับแนวทางท่ีเปนระบบตามเกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน
29
หมวด 1 การนําองคก ร (Leadership) (110 คะแนน) Leadership
ในหมวดการนําองคกรนี้ เปนการตรวจประเมินวา การดําเนินการโดยผูนําระดับสูง
ของโรงเรยี นไดกําหนดนโยบายและสงเสรมิ สนบั สนุนใหโ รงเรยี นมกี ารพฒั นาอยางตอ เนือ่ ง
และยงั่ ยืนอยา งไร รวมท้ังตรวจประเมนิ ระบบกาํ กบั ดูแลโรงเรยี น (GOVERNANCE System)
และวิธีการทโ่ี รงเรยี นใชเพ่อื บรรลุผลดา นกฎหมาย จรยิ ธรรม และความรับผดิ ชอบตอ สงั คม
1.1 การนําองคก รโดยผนู าํ ระดับสงู (Senior Leadership) :
ผูนาํ ระดบั สูงนําองคก รอยางไร (60 คะแนน)
กระบวนการ
ใหอ ธิบายโดยตอบคําถามตอไปน้ี เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
ก. วสิ ัยทัศน พันธกิจ และคา นิยม (Vision, Mission and Values)
(1) วิสัยทัศน พันธกิจ และคานิยม (Vision, Mission and Values)
ผนู าํ ระดบั สงู (SENIOR LEADERS) ดาํ เนนิ การอยา งไรในการกาํ หนด
วิสัยทัศน พันธกิจและคานิยม ผูนําระดับสูงดําเนินการอยางไรใน
การถา ยทอดวสิ ยั ทศั น พนั ธกจิ และคานิยม สกู ารปฏบิ ตั ิ โดยผานระบบ
การนาํ องคก ร (LEADERSHIP SYSTEM) ไปยงั บคุ ลากร ผสู ง มอบ พนั ธมติ ร
ผใู หค วามรว มมอื ทส่ี าํ คญั นกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี (*) การปฏบิ ตั ติ น
ของผนู าํ ระดบั สงู แสดงใหเ หน็ ถงึ ความมงุ มน่ั ตอ คา นยิ มขององคก รอยา งไร
(2) การสง เสรมิ การประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย และการประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ
อยา งมจี รยิ ธรรม (Promoting Legal and Ethical Behavior) การปฏบิ ตั ิ
ตนของผูนําระดับสูงแสดงใหเห็นถึงความมุงมั่นตอการประพฤติ
ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและ การประพฤตปิ ฏบิ ตั อิ ยา งมจี รยิ ธรรมอยา งไร
ผนู ําระดับสงู สรางสภาพแวดลอมในโรงเรียนเพอ่ื สรางส่ิงเหลา น้อี ยา งไร
หมวด 1 การ ํนาองคกร30
(3) การสรางโรงเรียนที่ประสบความสําเร็จ (Creating a Successful
Organization) ผูน าํ ระดบั สงู ดําเนินการอยางไรในการทาํ ใหโรงเรียน
ประสบความสําเร็จในปจจุบันและอนาคต และดําเนินการอยางไร
ในเรือ่ งตอไปนี้
• สรางสภาพแวดลอมเพื่อใหเกิดการปรับปรุงผลการดําเนินการของ
โรงเรียน ใหบรรลุตามพันธกิจ และวัตถุประสงคเชิงกลยุทธ การเปน
ผนู าํ ในดา นผลการดาํ เนนิ การและการเรยี นรรู ะดบั องคก รและการเรยี น
รขู องบคุ ลากรทกุ กลุม
• สรางวฒั นธรรมการปฏบิ ตั ิงานของบุคลากร เพอื่ สงมอบประสบการณ
ที่มคี ณุ คา สูน กั เรียนอยางตอเน่อื ง และเสริมสรา งความรักความผูกพัน
ของนักเรียนท่มี ีตอ โรงเรียน
• สรางสภาพแวดลอมเพื่อใหเกิดการสรางนวัตกรรมและยอมรับ
ความเสย่ี งทผี่ า นการประเมนิ ผลไดผ ลเสยี อยา งรอบดา น (INTELLIGENT
RISK taking) การบรรลุวัตถุประสงคเชิงกลยุทธ และความคลองตัว
ขององคกร (Organizational Agility)
• การพัฒนาและเสริมสรางทักษะความเปนผูนําใหกับบุคลากร การมี
สวนรวมในการดําเนินงานทุกกิจกรรมของโรงเรียน การวางแผน
ในการพฒั นาบคุ ลากรเพอื่ รองรบั ภาระงานใหมท ไ่ี ดร บั มอบหมาย และ
การพัฒนาผูน ําในอนาคต
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
31
ข. การส่อื สารและผลการดําเนนิ การของโรงเรียน Leadership
(Communication and Organizational PERFORMANCE)
(1) การส่ือสาร (Communication) ผูนําระดับสูง (SENIOR LEADERS) เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
ดําเนินการอยางไรในการส่ือสารและสรางความผูกพันกับบุคลากร
(WORKFORCE) ทุกคนในโรงเรียน และดําเนินการอยางไรในเร่ืองดัง
ตอไปน้ี
• กระตุนใหมีการส่ือสารอยางตรงไปตรงมา และเปนไปในลักษณะสอง
ทิศทาง รวมท้ังการใชส่ือสังคมออนไลนอยางมีประสิทธิผลตามท่ีเห็น
สมควร
• ส่ือสารใหทราบถึงการตัดสินใจที่สําคัญและความจําเปนตอการ
เปล่ยี นแปลงของโรงเรยี น
• เพอ่ื เสรมิ สรา งใหม ผี ลการดาํ เนนิ การทด่ี ี และใหค วามสาํ คญั กบั นกั เรยี น
และผูมีสวนไดสวนเสีย โดยมีบทบาทโดยตรงในการจูงใจบุคลากร
ซึ่งหมายรวมถงึ การมีสว นรวมในการใหร างวัลและยกยองชมเชย
(2) การทาํ ใหเ กดิ การปฏบิ ตั อิ ยา งจรงิ จงั (Focus on Action) ผนู าํ ระดบั สงู
(SENIOR LEADERS) ดําเนินการอยางไรใหเกิดการปฏิบัติการ
อยางจริงจังเพื่อใหบรรลุวิสัยทัศน พันธกิจ และคานิยมขององคกร
และดาํ เนินการอยา งไร ในเรื่องดงั ตอไปนี้
• มงุ เนน การปฏบิ ตั งิ านเพอ่ื ใหบ รรลผุ ลการปรบั ปรงุ ผลการดาํ เนนิ การของ
โรงเรยี นอยา งจรงิ จงั
• ทําใหเ กิดการสรา งนวัตกรรมและยอมรบั ความเสี่ยงท่ผี า นการประเมนิ
ผลไดผ ลเสียอยางรอบดา น (INTELLIGENT RISK Taking) และบรรลุ
วิสยั ทศั นของโรงเรยี น
• ระบสุ งิ่ ทตี่ อ งการใหเ กดิ การปฏบิ ตั อิ ยา งจรงิ จงั และการตงั้ ความคาดหวงั
ตอ ผลการดาํ เนนิ การทที่ าํ ใหเ กดิ ความสมดลุ ของคณุ คา (Value) ระหวา ง
นกั เรียนและผูมสี ว นไดส ว นเสยี (Student and Stakeholder)
หมวด 1 การ ํนาองคกร 32
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560 หมายเหตุ
หมายเหตุ 1.1
ผลลัพธการดําเนินการขององคกรควรรายงาน ในหัวขอ 7.1-7.5 ผลลัพธดาน
ประสิทธิผลของการนําองคก รและระบบการนาํ องคก รควรรายงานในหัวขอ 7.4
หมายเหตุ 1.1ก(1)
วิสัยทัศนของโรงเรียน ควรเปนตัวกําหนดบริบทของวัตถุประสงคเชิงกลยุทธและ
แผนปฏบิ ตั กิ าร ซง่ึ ไดอธบิ ายไวใ นขอ 2.1 และ 2.2
หมายเหตุ 1.1ก(3)
โรงเรียนที่ประสบความสําเร็จตองมีความสามารถตอบสนองตอความตองการของ
นักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสียในปจจุบัน และดวยการใชความคลองตัวและการบริหาร
จัดการเชิงกลยุทธ โรงเรียนจะตองมีความสามารถในการเตรียมพรอมตอสภาพแวดลอม
ทางการศกึ ษา เศรษฐกจิ สงั คม และการเปลยี่ นแปลงทจี่ ะเกดิ ขน้ึ ในอนาคต การประสบความ
สาํ เรจ็ ในอนาคตอาจตอ งนาํ สกู ารเปลย่ี นแปลงแบบพลกิ โฉมในดา นโครงสรา งและวฒั นธรรม
องคก ร (Transformational Changes) ทง้ั นี้ ควรคาํ นึงถงึ ท้งั ปจจยั ภายในและภายนอกดวย
ปจจัยที่สรางความย่ังยืนใหแกโรงเรียน อาจรวมถึงขีดความสามารถและอัตรากําลัง
ของบคุ ลากร การมีทรพั ยากรพรอ มใชง าน เทคโนโลยี ความรู สมรรถนะหลกั ของโรงเรียน
ระบบงาน สถานท่ี และอุปกรณ ความสาํ เรจ็ ในปจจุบันและในอนาคตอาจไดรบั ผลกระทบ
จากการเปลี่ยนแปลงตางๆ ในดา นตลาดและความช่ืนชอบของนกั เรยี นและผูมีสว นไดส วน
เสีย ในดานการเงนิ และสภาพแวดลอ มดานกฎหมาย กฎระเบยี บและขอ บงั คับ ในบริบท
ของความสําเรจ็ อยางตอ เนอื่ ง แนวคิดเรื่องนวตั กรรมและความกลา เสย่ี งทีผ่ า นการประเมนิ
ผลไดผ ลเสียอยางรอบดาน (Taking Intelligent Risks) ทจ่ี ะทาํ ใหโรงเรียนประสบความสาํ เรจ็
ในอนาคตน้นั รวมถึงนวัตกรรมดานเทคโนโลยีและนวตั กรรมระดบั โรงเรียนดว ย
นอกจากน้ี โรงเรียนที่ประสบความสําเร็จจะตองมีสภาพแวดลอมที่ปลอดภัย และ
มีสวัสดิภาพสําหรับบุคลากรและผูมีสวนไดสวนเสียที่สําคัญ โรงเรียนที่ประสบความสําเร็จ
เปน โรงเรยี นทสี่ ามารถตอบสนองตอ ความเสย่ี งและโอกาสตา งๆ ทเี่ กดิ ขนึ้ จากการพจิ ารณา
ปจจยั สงิ่ แวดลอ มและการเปล่ียนแปลงของสภาวะภมู ิอากาศ
33
หมายเหตุ 1.1ข(1) Leadership
การใชส อ่ื สงั คมออนไลนอ าจรวมถงึ การสง ขา วสารเปน ระยะๆ ทง้ั ภายในและภายนอก
ผานเว็บไซต ทวีต (Tweet) บล็อก (Blogging) และวงสนทนาอิเล็กทรอนิกส (Electronic
Forums) ของบุคลากรนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย รวมท้ังการติดตามเว็บไซตและ
บล็อกภายนอกและตอบสนองกลับตามความเหมาะสม
สําหรับโรงเรียนที่จําเปนตองใชอาสาสมัครมาชวยปฏิบัติงานหรือนักศึกษา
ฝกประสบการณว ิชาชีพครู การตอบคาํ ถามขอ 1.1ข(1) นน้ั ควรจะกลา วถงึ วิธีการท่ีโรงเรยี น
ใชในการส่ือสารและสรางความผูกพันกับอาสาสมัครมาชวยปฏิบัติงานหรือนักศึกษา
ฝก ประสบการณว ชิ าชพี ครดู วย
หมายเหตุ 1.1ข(2)
การมุงเนนการปฏิบัติงานนั้น ใหคํานึงถึงแผนกลยุทธ บุคลากรผูปฏิบัติงาน ระบบ
การทาํ งาน และวสั ดุ ครภุ ัณฑ ท่ีดิน อาคารเรยี นและอาคารประกอบ รวมถึงนวัตกรรมและ
ในสวนของการปรับปรุงพัฒนาที่กําลังดําเนินการอยู ซึ่งสงผลตอการเรียนรูของนักเรียน
เชน การนํานวัตกรรมใหม ๆ มาใชในการจัดการศกึ ษา การนําเทคโนโลยใี หมม าบูรณาการ
ปรบั ปรงุ วธิ กี ารสอน หรอื การสรา งและพฒั นาหลกั สตู รรวมทงั้ โครงการพฒั นาครแู ละบคุ ลากร
นอกจากนก้ี ารมงุ เนน การปฏบิ ตั งิ านยงั รวมถงึ การดาํ เนนิ การอน่ื ๆ เพอ่ื ใหบ รรลวุ ตั ถปุ ระสงค
เชงิ กลยทุ ธข องโรงเรยี นดว ย (ดขู อ 2.2ก(1)) และอาจเกยี่ วขอ งกบั การบรหิ ารการเปลยี่ นแปลง
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
34
หมวด 1 การ ํนาองคกร 1.2 การกํากับดแู ลองคกรและความรบั ผิดชอบตอ สงั คม
(Governance and Societal Responsibilities):
โรงเรียนดาํ เนินการอยา งไรในการกาํ กับดูแล และทําใหบ รรลผุ ล
ดานความรับผิดชอบตอสังคม (50 คะแนน)
กระบวนการ
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560 ใหอ ธบิ ายโดยตอบคําถามตอไปนี้
ก. การกํากับดแู ลโรงเรยี น (Organizational GOVERNANCE)
(1) ระบบการกํากับดูแลโรงเรียน (GOVERNANCE System) โรงเรียน
ดําเนินการอยางไรเพื่อใหม่ันใจวามีระบบการกํากับดูแลที่มีความ
รับผิดชอบ โรงเรียนดําเนินการอยางไรในการทบทวนและทําใหประสบ
ความสาํ เรจ็ ในเรอื่ งตา งๆ ทสี่ าํ คญั ในระบบการกาํ กบั ดแู ลโรงเรยี นตอ ไปน้ี
• ภาระความรับผิดชอบในการกระทําของผูนําระดับสูง (SENIOR
LEADERS)
• ภาระความรบั ผิดชอบตอแผนกลยทุ ธ
• ภาระความรบั ผดิ ชอบดา นการเงนิ
• ความโปรง ใสของการดาํ เนินการ
• การสรรหากรรมการในคณะกรรมการกาํ กบั ดแู ลโรงเรยี น และการเปด เผย
ขอมูลเกย่ี วกับคณะกรรมการกํากบั ดูแลโรงเรียน (*)
• การตรวจสอบภายในและภายนอกที่เปน อสิ ระและมีประสทิ ธผิ ล
• การปกปองผลประโยชนของนักเรยี นและผมู สี วนไดส ว นเสยี (*)
• การเตรยี มความพรอ มเพื่อสืบทอดตาํ แหนง สําหรับผนู ําระดับสงู
(2) การประเมินผลการดําเนินการ (PERFORMANCE Evaluation)
โรงเรยี นประเมนิ ผลการดาํ เนนิ การของผนู าํ ระดบั สงู อยา งไร (SENIOR
LEADERS)
• โรงเรียนใชการประเมินผลการดําเนินการเหลาน้ีในการกําหนด
คา ตอบแทนของผูน าํ ระดับสงู อยางไร
• ผูนําระดับสูงและคณะกรรมการกํากับดูแลองคกรใชผลการประเมิน
ขางตนไปพัฒนาตนเองและปรับปรุงประสิทธิผลในการนําองคกร
ของตนเองรวมท้ังระบบการนําองคก รอยางไร
35
ข. การประพฤตปิ ฏิบตั ติ ามกฎหมายและมีจริยธรรม Leadership
(Legal and ETHICAL BEHAVIOR)
(1) การประพฤตปิ ฏิบตั ติ ามกฎหมายและระเบยี บขอบังคับ (Legal and เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
Regulatory Behavior) โรงเรียนไดค าดการณลวงหนา ถงึ ความกงั วล
ของสาธารณะ (Public Concerns) ท่ีมตี อหลักสตู รการจดั การศกึ ษา
และการปฏบิ ตั ิการอยางไร โรงเรียนดาํ เนนิ การอยา งไรในเรอื่ งตอไปน้ี
• การดําเนินการในกรณีท่ีหลักสูตรและการดําเนินงานของโรงเรียน
มีผลกระทบเชิงลบตอ สงั คม
• การคาดการณล ว งหนา ถงึ ความกงั วลของสาธารณะ (Public Concerns)
ที่มีตอหลักสตู รและการปฏบิ ัตกิ ารในอนาคต
• การเตรียมการเชิงรุกตอความกังวลและผลกระทบเหลานี้ ทั้งนี้รวมถึง
การอนุรักษท รพั ยากรธรรมชาติและกระบวนการจดั การหวงโซอุปทาน
ทม่ี ปี ระสิทธิผล (*)
• โรงเรียนมีกระบวนการ ตัววัด และเปาประสงคท่ีสําคัญอะไรเพื่อให
การดําเนินการเปนไปตามระเบียบขอบังคับท่ีกําหนด หรือดีกวา
ทกี่ าํ หนด (*) โรงเรยี นมกี ระบวนการ ตวั วดั และเปา ประสงคท สี่ าํ คญั อะไร
ในการดาํ เนนิ การเรอ่ื งความเสยี่ งทเ่ี กย่ี วขอ งกบั หลกั สตู รและการปฏบิ ตั ิ
การของโรงเรยี น
(2) การประพฤตปิ ฏบิ ตั อิ ยา งมจี รยิ ธรรม (ETHICAL BEHAVIOR) โรงเรยี น
มีการดําเนินการอยางไรในการสงเสริมและสรางความม่ันใจวา
ปฏิสัมพันธท ุกดานขององคกรเปน ไปอยางมีจรยิ ธรรม
• โรงเรยี นมกี ระบวนการ ตวั วดั หรอื ตวั ชว้ี ดั ทส่ี าํ คญั อะไรในการสง เสรมิ และ
กํากับดูแลใหมีการประพฤติปฏิบัติอยางมีจริยธรรมภายใตโครงสราง
ระบบการกํากับดูแลโรงเรียน รวมทั้งการปฏิสัมพันธกับบุคลากร
นักเรียนผูมีสวนไดสวนเสีย โรงเรียนในเขตพื้นที่บริการ อีกทั้งสถาบัน
อดุ มศึกษา สถานประกอบการ หนวยงานท้งั ภาครฐั และเอกชน
• โรงเรียนมีวิธีการอยางไรในการติดตามและดําเนินการในกรณีที่มี
การกระทาํ ทขี่ ัดตอ การประพฤติปฏบิ ัตอิ ยางมจี รยิ ธรรม
หมวด 1 การ ํนาองคกร 36
ค. ความรบั ผิดชอบตอ สังคม (Societal Responsibilities)
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560 (1) ความผาสุกของสังคม (Societal Well-Being) โรงเรียนคํานึงถึง
ความผาสุกและผลประโยชนของสังคมที่เปนสวนหน่ึงในกลยุทธ
และการปฏิบัติการประจําวันอยางไร โรงเรียนมีสวนในการสราง
ความผาสุกแกสังคมอยางไร โดยผานระบบส่ิงแวดลอม สังคม และ
เศรษฐกิจของโรงเรียนที่มีอยู
(2) การสนับสนุนชุมชน (Community Support) โรงเรียนดําเนินการ
สนับสนุนและการสรางความเขมแข็งใหแกชุมชนที่สําคัญ (KEY
communities) ของโรงเรียนอยางไร
• โรงเรียนมีวิธีการกําหนดกิจกรรมท่ีใชประโยชนจากสมรรถนะหลักของ
โรงเรยี น (CORE COMPETENCIES) เขาไปมีสวนรวมสนบั สนุน และ
สรา งความเขมแขง็ ใหแ กชมุ ชนที่สําคญั อยางไร
• ชุมชนที่สําคัญของโรงเรียนมีอะไรบาง และมีวิธีการอยางไรในการ
กาํ หนดชุมชนทสี่ ําคญั ดังกลา ว
• ผนู าํ ระดับสูงและบคุ ลากร รว มมือกนั ในการพฒั นาชมุ ชนน้ันอยางไร
หมายเหตุ :
หมายเหตุ 1.2
ควรนําเรื่องความรับผิดชอบตอสังคมในประเด็นที่มีความสําคัญอยางยิ่งตอ
ความสําเร็จดานการประชาสัมพันธในปจจุบันของโรงเรียนไปใชในการจัดทํากลยุทธ
(ขอ 2.1) และการจดั การกระบวนการ (หมวด 6) ดว ย ในหัวขอผลลพั ธดานการนําองคกร
และความรับผิดชอบตอสังคม ควรประกอบดวยผลลัพธท่ีสําคัญ เชน ผลการปฏิบัติ
ตามระเบียบ ขอบังคับ และกฎหมาย (รวมถึงผลการตรวจสอบดานการเงินตามขอบังคับ)
การลดผลกระทบตอสภาพแวดลอม การปรับปรุงส่ิงแวดลอม โดยใชเทคโนโลยีที่เปนมิตร
ตอ สงิ่ แวดลอ ม (Green Technology) การอนรุ กั ษท รพั ยากร หรอื วธิ กี ารอนื่ ๆ หรอื การปรบั ปรงุ
ผลกระทบตอสังคมโดยกิจกรรมการมีสวนรวมระหวางชุมชนและโรงเรียน ควรรายงาน
เปน ผลลัพธข องหมวดการนําองคกร (ขอ 7.4)
หัวขอน้ีไมครอบคลุมเร่ืองสุขอนามัยและความปลอดภัยของบุคลากรผูปฏิบัติงาน
จงึ ควรอธิบายเรอื่ งนีใ้ นหวั ขอ 5.2 และ หัวขอ 6.2
37
หมายเหตุ 1.2ก(1) Leadership
กระบวนการควบคุมภายในของระบบธรรมาภิบาล ควรครอบคลมุ เร่ืองความโปรงใส
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
ในการทาํ งานของคณะกรรมการสถานศกึ ษา ขอ 1.2ก(1) สาํ หรบั โรงเรยี นทท่ี าํ หนา ทด่ี แู ลรกั ษา
เงินกองทุนสาธารณะ ตองเนนความสําคัญในเร่ืองการดูแลรักษาเงินกองทุนเงินสาธารณะ
และความโปรงใสในการดาํ เนนิ การ
หมายเหตุ 1.2ก(2)
การประเมินผลการดําเนินการของผูนําระดับสูง อาจใชขอมูลท่ีไดจากการประเมิน
โดยผูรวมงาน การประเมินการดําเนินการของผูบริหารอยางเปนทางการ การประเมิน
โดยคณะกรรมการที่ปรึกษาจากภายนอก รวมทั้งขอมูลปอนกลับและผลการสํารวจ
ของบคุ ลากรและผูมสี ว นไดส วนเสียอนื่ ๆ ท่ที ําอยางเปน ทางการหรือไมเปน ทางการ
หมายเหตุ 1.2ข(1)
ควรอธบิ ายถงึ วธิ กี ารทโี่ รงเรยี นดาํ เนนิ การตามกฎหมายและขอ กาํ หนดตา ง ๆ รวมทงั้
มาตรฐานทใ่ี ชในการกํากับกจิ กรรมการระดมทุน
หมายเหตุ 1.2ข(2)
ตัวชี้วัดหรือตัวบงชี้ของการประพฤติปฏิบัติที่มีจริยธรรม อาจใชผลการรายงานกรณี
ทมี่ กี ารกระทาํ ทขี่ ดั ตอ จรยิ ธรรม และการจดั การตอ กรณเี หลา นนั้ ผลการสาํ รวจความคดิ เหน็
ของบคุ ลากรตอ จรยิ ธรรมของโรงเรยี น การใชโ ทรศพั ทส ายดว นเฉพาะสาํ หรบั เรอ่ื งจรยิ ธรรม
การมีคณะกรรมการจริยธรรม รวมท้ังผลการทบทวนและการตรวจสอบดานจริยธรรม
นอกจากนี้อาจรวมถึงหลักฐานซ่ึงแสดงใหเห็นวาโรงเรียนมีนโยบาย มีการเปดเผยขอมูล
ตอสาธารณะ มีการพัฒนาบุคลากร และมีระบบการกํากับดูแลในเรื่องตางๆ ไดแกเรื่อง
ผลประโยชนทับซอน การใชเทคโนโลยีอยางเหมาะสม การบริหารเงินกองทุนท่ีให
ผลประโยชนสูง หรือการคัดเลือกผูสงมอบอยางเหมาะสม ตัวชี้วัดหรือตัวบงชี้อื่นๆ
อาจรวมถึงความนาเช่ือถือไดของระบบการสอบรับรองวิทยฐานะของบุคลากร และ
ความเทา เทียมกันในการเขา ถึงทรพั ยากร
หมายเหตุ 1.2ค
การชวยเหลือสังคมและการสนับสนุนชุมชนท่ีสําคัญ อาจรวมถึงการท่ีโรงเรียนทํา
เพอ่ื สรา งความเขมแข็งใหงานบริการสงั คมทม่ี ีอยแู ลว การศึกษาของชมุ ชน สภาพแวดลอม
รวมท้ังกิจกรรมความรวมมือในการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดลอม และ
การดําเนนิ การของสมาคมวิชาชพี ตาง ๆ
หมวด 2 กล ุยท ธ 38
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560 หมวด 2 กลยทุ ธ (Strategy) (95 คะแนน)
ในหมวดกลยุทธน้ี เปนการตรวจประเมินวาโรงเรียนมีการจัดทําวัตถุประสงค
เชิงกลยุทธและแผนปฏิบัติการของโรงเรียนอยางไร และการนําแผนปฏิบัติการไปปฏิบัติ
มีการปรับเปล่ยี นเมือ่ สถานการณเ ปลีย่ นไป และมีการวดั ผลความกา วหนา อยางไร
2.1 การจัดทาํ กลยทุ ธ (Strategy Development):
โรงเรียนมวี ิธีการในการจัดทํากลยทุ ธอยางไร (45 คะแนน) กระบวนการ
ใหอ ธบิ ายโดยตอบคําถามตอไปนี้
ก. กระบวนการจัดทํากลยุทธ (Strategy Development PROCESS)
(1) กระบวนการวางแผนกลยทุ ธ (Strategy Planning PROCESS) โรงเรยี น
มีวธิ กี ารอยา งไรในการวางแผนกลยทุ ธ ข้นั ตอนท่สี าํ คัญของการจัดทํา
แผนกลยุทธมีอะไรบาง และผูท่ีเกี่ยวของท่ีสําคัญมีใครบาง กรอบเวลา
ของการวางแผนระยะส้ันและระยะยาวคืออะไร โรงเรียนมีวธิ กี ารอยา งไร
ในการทาํ ใหก ระบวนการวางแผนกลยทุ ธม คี วามสอดคลอ งกบั กรอบเวลา
ดงั กลา ว กระบวนการวางแผนกลยทุ ธไ ดค าํ นงึ ถงึ ความจาํ เปน ทอ่ี าจเกดิ ขนึ้
ในโรงเรียนในเร่อื งตอ ไปนีอ้ ยา งไร
• การเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉม และลําดับความสําคัญของแผนงาน
ตางๆ ใน การเปลีย่ นแปลง
• ความคลองตวั (Organizational Agility)
• ความยืดหยนุ ในการปฏบิ ัติการ (Operational Flexibility)
(2) นวตั กรรม (INNOVATION) กระบวนการจดั ทาํ กลยทุ ธข องโรงเรยี นกระตนุ
และทาํ ใหเ กดิ นวัตกรรมอยางไร
• โรงเรียนกําหนดโอกาสเชิงกลยุทธ (STRATEGY OPPORTUNITIES)
อยา งไร
• โรงเรยี นมวี ธิ กี ารอยา งไรในการตดั สนิ ใจวา จะเลอื กโอกาสเชงิ กลยทุ ธแ ละ
ความเส่ียงท่ีผานการประเมินผลไดผลเสียอยางรอบดานเรื่องใดบาง
ทีจ่ ะดําเนนิ การ
• โอกาสเชงิ กลยทุ ธท่ีสาํ คญั ของโรงเรียน คืออะไร
39
(3) การวเิ คราะหแ ละกาํ หนดกลยทุ ธ (Strategy Considerations) โรงเรยี น Strategy
มวี ธิ กี ารอยา งไรในการรวบรวม วเิ คราะหข อ มลู และพฒั นาสารสนเทศ
ในกระบวนการวางแผนกลยุทธ ในการรวบรวมและวิเคราะหขอมูลนี้
โรงเรียนคํานึงถึงองคประกอบตอ ไปน้อี ยางไร
• ความทาทายเชงิ กลยุทธ และความไดเปรยี บเชิงกลยทุ ธ
• ความเสย่ี งทีค่ ุกคามตอความสาํ เรจ็ ในอนาคตของโรงเรียน
• ความเปลีย่ นแปลงท่ีมโี อกาสจะเกดิ ขนึ้ ดานกฎระเบยี บ ขอ บังคับ
• จดุ บอดทอี่ าจเกิดขึ้นในกระบวนการวางแผนกลยทุ ธแ ละสารสนเทศ
• ความสามารถของโรงเรียนในการนาํ แผนกลยทุ ธไปปฏบิ ตั ิ
(4) ระบบงานและสมรรถนะหลกั ของโรงเรยี น (WORK SYSTEMS and
CORE COMPETENCIES) ระบบงานทส่ี าํ คญั ของโรงเรียนคอื อะไร
• โรงเรียนมีวิธีการอยางไรในการตัดสินใจเรื่องระบบงานเพื่อชวยให
โรงเรยี นบรรลวุ ตั ถุประสงคเชิงกลยทุ ธ
• โรงเรียนมีวิธีการอยางไรในการตัดสินใจวากระบวนการท่ีสําคัญใด
จะดําเนินการโดย ผูสงมอบและพันธมิตร การตัดสินใจเหลานี้
ไดค าํ นงึ ถงึ สมรรถนะหลกั ของโรงเรยี น (CORE COMPETENCIES) และ
สมรรถนะหลกั ของผูสงมอบและพันธมิตรทม่ี ศี ักยภาพอยางไร
• โรงเรียนมีวิธีการอยางไรในกําหนดสมรรถนะหลัก (CORE
COMPETENCIES) และระบบงานในอนาคตของโรงเรยี น
เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
หมวด 2 กล ุยท ธ40
ข. วตั ถปุ ระสงคเ ชิงกลยุทธ (STRATEGIC OBJECTIVES)
(1) วตั ถปุ ระสงคเชงิ กลยทุ ธท ีส่ ําคัญ (KEY STRATEGIC OBJECTIVES)
วัตถุประสงคเชิงกลยุทธที่สําคัญของโรงเรียนมีอะไรบาง ใหระบุ
ตารางเวลาท่จี ะบรรลวุ ตั ถุประสงคเ หลานนั้
• เปาประสงค (GOALS) ท่สี ําคัญท่ีสุดของวัตถุประสงคเชงิ กลยทุ ธเ หลา
น้นั มอี ะไรบา ง
• การเปล่ยี นแปลงท่ีสําคัญ (ถา มี) ในดานหลกั สตู ร นกั เรยี นและผูมสี วน
ไดส วนเสีย ผสู งมอบและพันธมิตร และการปฏบิ ตั กิ ารทไี่ ดว างแผนไวมี
อะไรบาง
(2) การพิจารณาวัตถุประสงคเชิงกลยุทธ (STRATEGIC OBJECTIVES
Considerations) วัตถุประสงคเชิงกลยุทธของโรงเรียนสามารถ
สรางสมดุลท่ีเหมาะสมระหวางความตองการท่ีหลากหลายและ
แขง ขนั กนั เองในโรงเรยี นไดอ ยา งไร วตั ถปุ ระสงคเ ชงิ กลยทุ ธข องโรงเรยี น
ดาํ เนนิ การเรือ่ งตอไปนี้อยา งไร
• ตอบสนองความทา ทายเชงิ กลยทุ ธ ใชป ระโยชนจ ากสมรรถนะหลกั ของ
โรงเรยี น ความไดเ ปรยี บเชงิ กลยทุ ธ และโอกาสเชงิ กลยทุ ธ
• สรางความสมดุลระหวา งกรอบเวลาระยะสัน้ ระยะยาว
• สรา งความสมดลุ ระหวา งความตอ งการของผมู สี ว นไดส ว นเสยี ทส่ี าํ คญั
ทงั้ หมด
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
41
หมายเหตุ : Strategy
หมายเหตุ 2.1
เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
หวั ขอ นก้ี ลา วถงึ กลยทุ ธโ ดยรวมขององคก ร ซง่ึ อาจรวมถงึ การเปลยี่ นแปลงในหลกั สตู ร
และกระบวนการสรา งความผกู พนั กบั นกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี อยา งไรกต็ าม โรงเรยี น
ควรอธบิ ายยทุ ธวธิ กี ารออกแบบหลกั สตู รและการสรา งความผกู พนั กบั นกั เรยี นและผมู สี ว นได
สวนเสยี ในหัวขอ 3.1, 3.2(*) และ 6.1
“การจัดทาํ กลยุทธ” (Strategy Development) หมายถึง วธิ หี รือแนวทางของโรงเรียน
ท่ีจะเตรียมการสําหรับอนาคต การจัดทํากลยุทธอาจจะใชการคาดการณ การคาดคะเน
ทางเลือก สถานการณจําลอง ความรู (ดู ขอ 4.2ก เก่ียวกับความรูของโรงเรียน) หรือ
วิธีการอื่นๆ ท่ีชวยใหเห็นภาพในอนาคต เพื่อการตัดสินใจ และการจัดสรรทรัพยากร
การจดั ทาํ กลยทุ ธอ าจเกยี่ วขอ งกบั ความรว มมอื ของผปู กครอง นกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี
คําวา “กลยุทธ” ควรตีความใหค รอบคลมุ อยา งกวางๆ กลยทุ ธอ าจมาจากหรอื นําไป
สสู ่งิ ตอ ไปนี้ ไดแ ก
- การเพ่ิมหรืองดบริการทางการศึกษาและหลกั สูตร
- การปรับปรงุ วิธกี ารสอน
- การใชเทคโนโลยี
- การเปลย่ี นแปลงวธิ กี ารทดสอบ หรือการนํามาตรฐานใหมมาใช
- การใหบริการทางการศึกษาแกนักเรียนกลุมใหม กลุมท่ีกําลังเปลี่ยนแปลงและ
กลมุ ทม่ี ีลกั ษณะเฉพาะ
- สมรรถนะหลกั ของโรงเรยี น
- ความทาทายเชิงภูมิศาสตร
- เงนิ อดุ หนนุ และเงนิ บริจาค
- การจดั ลาํ ดบั ความสําคญั ของการวิจัย
- การมีคูความรว มมือทีเ่ ปน ทางการและพนั ธมติ รใหม
- การสรางความสัมพนั ธกบั ผูป ฏบิ ัตงิ าน ทงั้ คณาจารย บุคลากร และอาสาสมคั ร
- การมงุ ตอบสนองตอความตอ งการใหมๆ ของชุมชนหรือสงั คม
- การบรหิ ารจดั การทใี่ ชตนทนุ ตํา่
หมวด 2 กล ุยท ธ 42
หมายเหตุ 2.1ก(2)
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560 โอกาสเชงิ กลยทุ ธเ กดิ จากการคดิ นอกกรอบ การระดมสมอง การใชป ระโยชนจ ากโอกาส
ทเ่ี กดิ ขึน้ โดยบงั เอญิ การวจิ ยั และกระบวนการสรา งนวตั กรรม การคาดการณสง่ิ ทจี่ ะเกิดขนึ้
จากสถานการณปจจุบันดวยวิธีการท่ีไมใชเชิงเสนตรง และแนวทางอื่นๆ เพ่ือจินตนาการ
อนาคตทแี่ ตกตา งออกไป การสรา งแนวคดิ ทนี่ าํ ไปสโู อกาสเชงิ กลยทุ ธเ กดิ จากสภาพแวดลอ ม
ที่กระตุนใหเกิดการคิดอยางอิสระ การเลือกวาจะดําเนินการตามโอกาสเชิงกลยุทธใด
เกี่ยวของกับการพิจารณาถึงความเสี่ยงที่สัมพันธกัน กลาวคือ การเงิน และอ่ืนๆ จากน้ัน
จงึ ตดั สนิ ใจเลอื กดาํ เนนิ การ (ดอู ภธิ านศพั ท “Intelligent Risks ความเสยี่ งทผี่ า นการประเมนิ ผล
ไดผลเสยี อยางรอบดา น”)
หมายเหตุ 2.1ก(3)
ขอมลู และสารสนเทศท่ีเกี่ยวขอ งกับ
- นักเรียน
- ความตอ งการ ความคาดหวงั และโอกาสของนกั เรยี นและผูมีสว นไดส ว นเสยี
- โอกาสของโรงเรยี นในการสรา งนวตั กรรม และมผี ลการดาํ เนนิ การทเี่ ปน แบบอยา งทด่ี ี
- สมรรถนะหลกั ของโรงเรียน
- สภาพแวดลอมดานการแขงขัน และสมรรถนะของโรงเรียนเม่ือเปรียบเทียบกับ
คแู ขง ขนั และโรงเรียนทเ่ี ทียบเคียงกนั ได
- การปฏริ ปู การศกึ ษา
- นวัตกรรมดานเทคโนโลยีและดานอื่นๆ ท่ีสําคัญ หรือการเปลี่ยนแปลงท่ีอาจ
มีผลกระทบตอหลักสูตร บริการทางการศึกษา และวิธีปฏิบัติการ รวมท้ังอัตราการสราง
นวตั กรรม
- ความตองการดา นผูปฏบิ ตั ิงาน และทรพั ยากรอ่นื ๆ
- ความสามารถในการใชความหลากหลายใหเปนประโยชน โอกาสในการผัน
ทรพั ยากรท่ีมีอยูไปใชก บั หลักสูตร บริการทส่ี งเสรมิ การเรียนรแู ละบริการทางการศึกษาหรอื
ดา นอืน่ ๆ ที่มีความสําคญั กวา
- ความเส่ียงและโอกาสในดานการเงิน งบประมาณ สังคม จริยธรรม กฎระเบียบ
ขอบงั คับ เทคโนโลยี การรักษาความปลอดภัย และความเสย่ี งอ่นื ๆ ทอ่ี าจเกดิ ข้นึ
- ความสามารถของโรงเรียนในการปองกัน และตอบสนองตอภาวะฉุกเฉิน รวมท้ัง
ภัยพบิ ตั ิทางธรรมชาตแิ ละอ่ืนๆ
- การเปลยี่ นแปลงทางเศรษฐกิจในระดับทอ งถิน่ ประเทศ หรอื ระดบั โลก
43
การวางแผนเชิงกลยุทธของโรงเรียน ควรคํานึงถึงความสามารถของโรงเรียนในการ Strategy
ระดมทรพั ยากรและความรทู จ่ี าํ เปน ในการนาํ กลยทุ ธไ ปปฏบิ ตั ิ และควรคาํ นงึ ถงึ ความสามารถ
ของโรงเรยี นในการดาํ เนนิ การตามแผนฉกุ เฉนิ หรอื ความสามารถใชก ารปรบั เปลย่ี นแผน และ
การนาํ แผนใหมหรือแผนที่เปลี่ยนแปลงไปปฏบิ ตั ิอยา งรวดเร็ว ในกรณที สี่ ถานการณบังคบั
หมายเหตุ 2.1ก(4)
การตัดสินใจเร่ืองระบบงาน เปนการตัดสินใจระดับกลยุทธ การตัดสินใจน้ีเปนเรื่อง
ท่ีเก่ียวของกับการปกปองทรัพยสินทางปญญา การใชประโยชนจากสมรรถนะหลักของ
องคกรและการบรรเทาความเส่ียง การตัดสินใจในเร่ืองนี้จะสงผลตอการออกแบบ
และโครงสรา ง ขนาด แหลง ทตี่ ง้ั และความยง่ั ยนื ขององคก ร ตวั อยา งเชน โรงเรยี นอาจกาํ หนด
ระบบงานท่ัวๆ ไปออกเปน 3 ดาน ไดแก ดานหลักสูตรหรือบริการ ดานความผูกพันกับ
นักเรยี น และดา นสนบั สนนุ การจดั การเรียนการสอนและสนับสนุนความผกู พนั กับนักเรียน
หมายเหตุ 2.1ข(1)
วัตถุประสงคเชิงกลยุทธที่มุงเนนตอบสนองความทาทายและความไดเปรียบ
ที่สําคัญ อาจรวมถึงการตอบสนองท่ีรวดเร็ว การจัดกิจกรรมสงเสริมการเรียนรูใหตรงตาม
ความตอ งการของนักเรยี นเฉพาะราย/กลุม คคู วามรว มมือที่เปน ทางการ ขีดความสามารถ
และอัตรากําลัง การรวมทุน ความเขาใจการเปล่ียนแปลงของตลาดการศึกษา นวัตกรรม
ท่ีรวดเร็ว การจัดการสารสนเทศ และการดําเนินการในเรื่องที่แสดงถึงความรับผิดชอบ
ตอสังคม การตอบขอ 2.1 ควรเนนความทาทายและความไดเปรียบท่ีเปนลักษณะเฉพาะ
ของโรงเรียน ซึ่งสําคัญท่ีสุดตอความสําเร็จของนักเรียนและสงเสริมความเขมแข็ง
ของสมรรถนะหลักโดยรวมของโรงเรยี น
เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
44
หมวด 2 กล ุยท ธ 2.2 การนาํ กลยุทธไ ปปฏิบตั ิ (Strategy Implementation): กระบวนการ
โรงเรียนนํากลยทุ ธไ ปปฏบิ ัติอยางไร (50 คะแนน)
ใหอ ธบิ ายโดยตอบคําถามตอ ไปนี้
ก. การจัดทําแผนปฏบิ ัตกิ ารและการถา ยทอดสกู ารปฏบิ ัติ
(ACTION PLAN Development and DEPLOYMENT)
(1) การจดั ทาํ แผนปฏบิ ตั กิ าร (ACTION PLAN Development) แผนปฏบิ ตั ิ
การทั้งระยะส้ันและระยะยาวของโรงเรียนมีอะไรบาง แผนดังกลาว
มคี วามสมั พนั ธก บั วตั ถปุ ระสงคเ ชงิ กลยทุ ธอ ะไรบา ง และโรงเรยี นมวี ธิ กี าร
ในการจดั ทําแผนปฏบิ ตั ิการอยางไร
(2) การนําแผนปฏิบัติการไปปฏิบัติ (Action PLAN Implementation)
โรงเรียนมีวิธกี ารอยางไรในการถายทอดแผนปฏิบัตกิ ารสกู ารปฏิบัติ
โรงเรยี นมวี ธิ กี ารอยา งไรในการถา ยทอดแผนปฏบิ ตั กิ ารสกู ารปฏบิ ตั ไิ ปยงั
บคุ ลากร ผสู ง มอบ และพนั ธมติ รทส่ี าํ คญั (*) โรงเรยี นมวี ธิ กี ารอยา งไรเพอ่ื
จะทําใหม่ันใจวาผลการดําเนินการท่ีสําคัญตามแผนปฏิบัติการจะบรรลุ
วัตถุประสงคเ ชงิ กลยทุ ธท ่สี ําคัญและมีความยัง่ ยนื
(3) การจัดสรรทรัพยากร (Resource Allocation) โรงเรียนทําอยางไร
ใหม่ันใจวามีทรัพยากรดานการเงินและดานอ่ืนๆ พรอมใชในการ
สนับสนุนแผนปฏิบัติการจนประสบความสําเร็จและบรรลุพันธะ
ผูกพันในปจจุบัน โรงเรียนมีวิธีการจัดสรรทรัพยากรเหลานี้อยางไร
เพอ่ื สนับสนนุ แผนปฏบิ ัติการ โรงเรียนจัดการความเสย่ี งตางๆ ทีเ่ ก่ียวกบั
แผนดงั กลา วอยา งไร เพอื่ ทาํ ใหเ กดิ ความมน่ั ใจถงึ ความมน่ั คงทางการเงนิ
ของโรงเรียน
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
45 Strategy
(4) แผนดานบุคลากร (WORKFORCE Plans) แผนดานบุคลากรท่ีสําคญั เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
ที่สนับสนุนวัตถุประสงคเชิงกลยุทธ และแผนปฏิบัติการทั้งระยะส้ัน
และระยะยาวมีอะไรบาง แผนดังกลาวไดคํานึงถึงผลกระทบตอ
บุคลากร ความเปลี่ยนแปลงท่ีอาจเกิดขึ้นที่เกี่ยวของกับความตองการ
ดานขดี ความสามารถและอตั รากาํ ลงั บุคลากรอยา งไร
(5) ตัววัดผลการดาํ เนนิ การ (PERFORMANCE MEASURES) ตวั วดั หรือ
ตวั ชวี้ ดั ผลการดาํ เนนิ การทสี่ าํ คญั (KEY PERFORMANCE MEASURES
or INDICATORS) ท่ีใชติดตามความสําเร็จและประสิทธิผล
(EFFECTIVENESS) ของแผนปฏบิ ัตกิ ารมีอะไรบาง โรงเรียนมวี ิธกี าร
อยางไรเพื่อทําใหระบบการวัดผลโดยรวมของแผนปฏิบัติการเสริมสราง
ใหองคกร ดาํ เนนิ การสอดคลองไปในแนวทางเดยี วกนั (ALIGNMENT)
(6) การคาดการณผ ลการดาํ เนนิ การ (PERFORMANCE PROJECTIONS)
การคาดการณผลการดําเนินการตามกรอบเวลาของการวางแผน
ทงั้ ระยะสน้ั และระยะยาวของโรงเรยี นตามตวั วดั หรอื ตวั ชว้ี ดั ทร่ี ะบไุ ว
มีอะไรบาง ผลการดําเนินการที่คาดการณไวของตัววัดหรือตัวช้ีวัด
เหลา นเี้ ปนอยา งไร เมื่อเปรียบเทียบกับผลของคูแขง (Competitors) หรือ
ของโรงเรียนในระดับท่ีเทียบเคียงกันได และเม่ือเปรียบเทียบกับระดับ
เทียบเคียงท่ีสําคัญ (KEY PERFORMANCE) (*) โรงเรียนจะทําอยางไร
หากพบวามีความแตกตางเมื่อเปรียบเทียบกับคูแขงหรือกับโรงเรียนใน
ระดับทเี่ ทียบเคยี งกันได
ข. การปรับเปล่ยี นแผนปฏิบตั ิการ (ACTION PLAN Modification)
โรงเรียนมีวิธีการอยางไรในการปรับเปล่ียนและนําแผนปฏิบัติการ
ไปปฏบิ ตั ิในกรณที สี่ ถานการณบังคบั ใหตองปรับแผนและนาํ ไปปฏบิ ัตอิ ยา งรวดเรว็
หมวด 2 กล ุยท ธ 46
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560 หมายเหตุ
หมายเหตุ 2.2
การจัดทํากลยุทธและแผนปฏิบัติการ รวมทั้งการถายทอดสูการปฏิบัติท่ีเก่ียวของ
กบั หวั ขอ อ่ืน ในเกณฑ ดงั ตอไปน้ี
• หัวขอ 1.1 ผูนําระดับสูงสุดของโรงเรียนกําหนดและสื่อสารทิศทางของโรงเรียน
อยา งไร
• หมวด 3 การรบั ฟง นกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี ความรดู า นตลาดและการแขง ขนั
เปนปจจัยในการวางแผนกลยุทธและแผนปฏิบัติการตลอดจนการปรับกลยุทธ
ใหเหมาะสม
• หมวด 4 เรอ่ื งวธิ กี ารวดั การวิเคราะหขอมลู และการจัดการความรู เพ่ือตอบสนอง
ความตอ งการดา นสารสนเทศทส่ี าํ คญั เพอื่ สนบั สนนุ การจดั ทาํ กลยทุ ธข องโรงเรยี น
เพ่ือเปนพ้ืนฐานท่ีเหมาะสม (Effective Basis) ในการวัดผลการดําเนินการ และ
เพือ่ ติดตามความกา วหนาในการบรรลวุ ัตถปุ ระสงคเ ชงิ กลยทุ ธแ ละแผนปฏบิ ัตกิ าร
• หมวด 5 เรอ่ื งวธิ กี ารตอบสนองความตอ งการของโรงเรยี นดา นขดี ความสามารถและ
อตั รากาลงั บคุ ลากร เรอื่ งการระบคุ วามตอ งการและการออกแบบระบบการพฒั นา
และการเรียนรูของบุคลากร และเรื่องการดําเนินการเปล่ียนแปลงดานบุคลากร
ซง่ึ เปนผลจากแผนปฏบิ ัติการ
• หมวด 6 เรื่องวธิ ีการตอบสนองตอ การเปล่ียนแปลงกระบวนการทาํ งานซึ่งเปน ผล
จากแผนปฏิบตั กิ าร
• หัวขอ 7.4 เรื่องการบรรลุวตั ถปุ ระสงคเ ฉพาะทเ่ี กยี่ วขอ งกบั กลยทุ ธและแผนปฏบิ ตั ิ
การของโรงเรียน
หมายเหตุ 2.2ก(2)
การนําแผนปฏิบัติการไปปฏิบัติและการถายทอดสูการปฏิบัติ อาจทําใหตองมี
การเปลี่ยนโครงสรางองคกรหรือรูปแบบการปฏิบัติการ ความสําเร็จของแผนปฏิบัติการ
เปนผลมาจากชยั ชนะท่ีมองเห็นไดในระยะสนั้ และการดาํ เนินการในระยะยาว
หมายเหตุ 2.2ข
ความคลองตัวขององคกร ตองอาศัยความสามารถในการปรับตัวตอสถานการณ
ท่ีเปลยี่ นแปลง ทง้ั ภายในและภายนอก
47
หมวด 3 นักเรียนและผมู ีสว นไดสว นเสยี (Student and Stakeholder) Student and Stakeholders
(95 คะแนน)
ในหมวดนกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี น้ี เปน การตรวจประเมนิ ถงึ วธิ กี ารสรา งความ
ผกู พนั กบั นกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี เพอ่ื ความสาํ เรจ็ ดา นตลาดในระยะยาว ครอบคลมุ
ถงึ วธิ กี ารรบั ฟง “เสยี งของนกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี ” สรา งความสมั พนั ธก บั นกั เรยี นและ
ผูมีสวนไดส วนเสีย และใชส ารสนเทศเกี่ยวกบั นักเรียนและผูมสี ว นไดส วนเสีย เพื่อปรบั ปรงุ
และคน หาโอกาสในการสรางนวัตกรรม
3.1 เสยี งของนักเรยี นและผมู ีสวนไดสว นเสีย กระบวนการ
(VOICE OF THE STUDENT and Stakeholder):
โรงเรียนมวี ิธีการอยางไรในการรวบรวมขอ มลู สารสนเทศ
จากนกั เรียนและผมู สี วนไดส ว นเสยี (45 คะแนน)
ใหอ ธิบายโดยตอบคาํ ถาม ดงั ตอไปน้ี เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
ก. การรบั ฟงนักเรยี นและผมู สี วนไดส วนเสีย
(STUDENT and Stakeholder Listening)
(1) นักเรียนปจจุบันและผูมีสวนไดสวนเสีย (Current STUDENTS and
Stakeholders) โรงเรยี นมวี ธิ กี ารในการรบั ฟง มปี ฏสิ มั พนั ธแ ละสงั เกต
นักเรียน เพื่อใหไดมาซึ่งขอมูลสารสนเทศท่ีสามารถนําไปใชตอได
อยางไร วิธีการรับฟงเสียงดังกลาวมีความแตกตางกันอยางไร ระหวาง
นกั เรยี น กลุม นักเรยี น หรือสว นตลาด
• มีวิธีการอยางไรในการใชส่ือทางสังคมออนไลนและเทคโนโลยีบน
เว็บไซตตา ง ๆ ในการรบั ฟง นักเรียน (*)
• วิธีการรับฟงมีความแตกตางกันอยางไรภายในชวงเวลาของการเปน
นกั เรียน
• มวี ธิ กี ารอยา งไรในการคน หาขอ มลู ปอ นกลบั จากนกั เรยี นอยา งทนั ทว งที
และสามารถนําไปใชต อ ไดใ นเร่อื งคณุ ภาพของหลักสตู ร การสนับสนุน
นักเรยี นในเร่อื งการบริการทางการศึกษา และการทําธรุ กรรม
(2) นกั เรยี นในอนาคตและผมู สี ว นไดสวนเสีย (Potential STUDENT and
Stakeholders) โรงเรยี นมวี ธิ กี ารอยา งไรในการรบั ฟง สยี งจากนกั เรยี น
ในอนาคต และผมู สี ว นไดส ว นเสยี เพอ่ื ใหไ ดส ารสนเทศทน่ี าํ ไปใชต อ ได
• มีวิธีการอยางไรในการรับฟงเสียงนักเรียนในอดีต นักเรียนในอนาคต
ผูมีสวนไดสวนเสีย นักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสียของคูแขง เพ่ือให
ไดสารสนเทศท่ีสามารถนําไปใชตอไดเก่ียวกับหลักสูตร การสนับสนุน
นักเรยี นในเรื่องการบริการทางการศึกษา และการทาํ ธรุ กรรม (*)
หมวด 3 ันกเ �รยนและผู ีม สวนได สวนเ ีสย 48
ข. การประเมนิ ความพึงพอใจและความผกู พนั ของนกั เรียน
เกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํา ันกงานคณะกรรมการการศึกษา ้ขัน ้พ�นฐาน OBECQA ป 2559-2560 และผมู ีสวนไดสว นเสีย (Determination of STUDENT and Stakeholders
Satisfaction and ENGAGEMENT)
(1) ความพึงพอใจ ความไมพึงพอใจ และความผูกพัน (Satisfaction,
Dissatisfaction and ENGAGEMENT) โรงเรียนมีวิธีการอยางไร
ในการประเมนิ ความพงึ พอใจ ความไมพ งึ พอใจ และความผกู พนั ของ
นกั เรยี นและผมู ีสวนไดส วนเสีย
• วิธีการประเมินเหลานี้มีความแตกตางกันอยางไรระหวางกลุมนักเรียน
และสวนตลาด (*)
• การประเมินดังกลาวใหสารสนเทศที่นําไปใชไดในการตอบสนอง
ความตอ งการใหเ หนอื ความคาดหวงั และสรา งความผกู พนั กบั นกั เรยี น
และผูมสี ว นไดสว นเสยี ในระยะยาวไดอ ยางไร
(2) ความพึงพอใจเปรียบเทียบกับคูแขง (Satisfaction Relative to
Competitors) โรงเรยี นมวี ธิ กี ารอยา งไรในการเสาะหาสารสนเทศดา น
ความพึงพอใจของนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย ที่มีตอโรงเรียน
เปรียบเทียบกับโรงเรียนอ่ืน โรงเรียนมีวิธีการอยางไรในการเสาะหา
สารสนเทศดานความพึงพอใจของนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสียท่ีมีตอ
โรงเรยี น โดย
• เปรียบเทียบกับระดับความพึงพอใจของนักเรียนและผูมีสวนไดสวน
เสยี ทมี่ ตี อคแู ขง
• เปรยี บเทยี บกบั ระดบั ความพงึ พอใจของนกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี
ทม่ี ตี อ หลกั สตู รทคี่ ลา ยคลงึ กนั หรอื ระดบั เทยี บเคยี ง (BENCHMARKS)
(*)
หมายเหตุ :
หมายเหตุ 3.1
“การรบั ฟง เสียงของนกั เรียนและผมู ีสว นไดสวนเสีย” หมายถงึ กระบวนการคดั กรอง
สารสนเทศท่ีเก่ียวของกับนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย กระบวนการเหลานี้ควรจะเปน
เชิงรุกและสรางสรรคอยางตอเน่ือง เพ่ือใหไดความตองการ ความคาดหวัง และ
ความปรารถนา ทง้ั ท่รี ะบุอยางชัดเจน ไมไ ดร ะบชุ ัดเจนและท่คี าดหมายไว ของนกั เรียนและ
ผมู สี ว นไดส ว นเสยี โดยมเี ปา หมายเพอื่ ใหไ ดค วามผกู พนั ของนกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี
การรับฟงเสียงของนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย อาจรวมถึงการรวบรวมและบูรณาการ
ขอมูลชนิดตางๆ ของนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย เชน ขอมูลการสํารวจ ขอมูลจาก
การสนทนากลมุ (Focus Group Findings) กลองรบั ความคดิ เหน็ และขอมลู จากสอื่ สงั คม
ออนไลนอื่นๆ ขอมูลความพึงพอใจและขอรองเรียนท่ีมีผลกระทบตอการตัดสินใจสมัคร
เขาเรยี นของนักเรยี นและผมู ีสวนไดสว นเสยี กบั โรงเรียน
49
หมายเหตุ 3.1ก(1) Student and Stakeholders
การใชส่ือสังคมออนไลนและเทคโนโลยีบนเว็บไซตตางๆ เพื่อรับฟงนักเรียน
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
วิธีการใหมๆ ในการรวบรวมขอมูลเชิงลึกกับนักเรียน ใชสื่อสังคมออนไลน การตรวจสอบ
กลอ งขอ ความ สอ่ื สงั คมอสิ ระ เชน วกิ พิ เี ดยี เวบ็ ไซตต า งๆ กลอ งแสดงความคดิ เหน็ ออนไลน
ชว งเวลาของการเปน นกั เรยี น หมายถงึ เรม่ิ ตง้ั แตก ารเขา มาเปน นกั เรยี นไปจนกระทงั่
จบการศกึ ษาจากโรงเรยี น
หมายเหตุ 3.1ข
การประเมนิ ความพงึ พอใจ และความไมพ งึ พอใจของนกั เรยี น อาจรวมถงึ การใชว ธิ กี าร
บางอยางหรือทุกวิธีดังตอไปน้ี คือ การสํารวจ ขอมูลยอนกลับทั้งที่เปนทางการและ
ไมเปนทางการ อัตราการลาออกกลางคัน การขาดเรียน ขอมูลเก่ียวกับความขัดแยง
ของนักเรียนตลอดจนขอรองเรียน โรงเรียนอาจรวบรวมสารสนเทศเหลานี้ไดจากเว็บไซต
จากการตดิ ตอ โดยตรง จากกลมุ บคุ คลทสี่ าม หรอื ทางไปรษณยี การประเมนิ ความไมพ งึ พอใจ
ของนกั เรยี นควรพจิ ารณามากกวา เพยี งแคก ารดคู ะแนนความพงึ พอใจทไ่ี ดน อ ย และควรถกู
ประเมินแยกตางหากเพื่อวิเคราะหถึงสาเหตุรากเหงาของความไมพึงพอใจและสนับสนุน
การแกไขอยา งเปนระบบเพ่อื หลีกเลย่ี งความไมพงึ พอใจในอนาคต
หมายเหตุ 3.1ข(2)
สารสนเทศเก่ียวกับการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย
เชิงเปรียบเทียบ อาจไดจากการเปรียบเทียบกับคูแขง หรือกับโรงเรียนท่ีมีหลักสูตรท่ี
คลา ยคลงึ กนั แตม ใิ ชเ ปน คแู ขง ขนั นอกจากนี้ สารสนเทศเกย่ี วกบั การประเมนิ ความพงึ พอใจ
เชิงเปรียบเทียบอาจรวมถึงการคนหาสารสนเทศวาทําไมนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย
จงึ เลอื กคูแ ขงมากกวา โรงเรียนของตน
50
หมวด 3 ันกเ �รยนและผู ีม สวนได สวนเ ีสย 3.2 ความผูกพันของนักเรยี นและผูมีสว นไดส วนเสีย
(Student and Stakeholder Engagement) โรงเรยี นมวี ิธีอยางไร
ในการสรา งความผูกพันกบั นักเรยี นและผมู สี วนไดส วนเสีย
โดยตอบสนองความตอ งการและสรางสมั พนั ธกบั นกั เรยี น
และผมู ีสวนไดส ว นเสีย (50 คะแนน)
กระบวนการ
เกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํา ันกงานคณะกรรมการการศึกษา ้ขัน ้พ�นฐาน OBECQA ป 2559-2560 ใหอ ธิบายโดยตอบคาํ ถามตอไปน้ี
ก. หลักสตู รและการสนบั สนนุ นักเรียนและผมู ีสว นไดสวนเสีย
(Product Offerings STUDENT and Stakeholder Support)
(1) หลกั สตู ร (Product Offering) โรงเรยี นมวี ธิ กี ารอยา งไรในการกาํ หนด
หลักสตู ร และดําเนินการอยางไรในเรือ่ งตอ ไปนี้
• กาํ หนดความจาํ เปน และความตอ งการของนกั เรยี น ผมู สี ว นไดส ว นเสยี
และตลาดสําหรบั หลักสูตรและบริการ
• กําหนดและปรับหลักสูตรเพ่ือตอบสนองความตองการ และทําให
เหนือกวาความคาดหวังของกลุมนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย และ
สวนตลาด (ตามท่รี ะบุไวในโครงรางองคก ร)
• คน หาและปรบั หลกั สตู รเพอื่ เขา สตู ลาดใหม เพอ่ื ดงึ ดดู นกั เรยี นกลมุ ใหม
และสรา งโอกาสในการขยายความสัมพันธกบั นกั เรียนปจ จุบนั (*)
(2) การสนับสนุนนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย (STUDENT and
Stakeholder Support) โรงเรียนมีวิธีการอยางไรในการสนับสนุน
ใหนักเรียนสามารถสืบคนสารสนเทศ และรับการสนับสนุน และ
โรงเรยี นดาํ เนนิ การอยางไรในเรือ่ งตอไปนี้
• โรงเรียนมีวิธีการสนับสนุนนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสียท่ีสําคัญ
อะไรบาง
• วิธีการเหลานี้และกลไกการส่ือสารที่สําคัญมีความแตกตางกันอยางไร
ระหวา งนกั เรียน กลมุ นักเรียนหรอื สว นตลาด
• โรงเรยี นมวี ธิ กี ารอยา งไรในการทาํ ใหน กั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี ทาํ
ธุรกรรมกบั โรงเรียน
(3) การจําแนกนักเรียน (STUDENT Segmentation) โรงเรียนมีวิธีการ
อยางไร ในการจําแนกนักเรียน โรงเรียนดําเนินการในเรื่องตอไปนี้
อยางไร
• ใชสารสนเทศเกี่ยวกับนักเรียน ตลาด และหลักสูตร เพ่ือจําแนก
กลมุ นักเรยี น และสว นตลาดปจจุบนั และอนาคต
• นํานักเรียนของคูแขง นักเรียน และตลาดอื่นๆ ที่พึงมีในอนาคต
มาประกอบการพิจารณาดังกลาว
• กําหนดวานักเรียนใด กลุมนักเรียนใด และสวนตลาดใด ท่ีโรงเรียน
จะใหความสําคญั และทาํ ตลาดเพื่อการเตบิ โตของโรงเรยี น