101 Glossary
ANALYSIS: การวิเคราะห เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
“การวเิ คราะห” หมายถงึ การตรวจสอบขอ เทจ็ จรงิ และขอ มลู เพอื่ ใชเ ปน พนื้ ฐาน
ในการตัดสินใจอยางมีประสิทธิผล การวิเคราะหมักเกี่ยวของกับการหาความสัมพันธใน
เชิงเหตุและผล การวิเคราะหระดับองคกรโดยรวมจะชวยช้ีนําการบริหารจัดการระบบงาน
และกระบวนการทํางานเพ่อื ใหบ รรลผุ ลลพั ธที่สําคญั และวัตถุประสงคเ ชิงกลยุทธ
ถึงแมขอเท็จจริงและขอมูลแตละตัวจะมีความสําคัญ แตไมใชองคประกอบหลักที่มี
ประสทิ ธผิ ลตอ การปฏบิ ตั กิ ารหรอื การจดั ลาํ ดบั ความสาํ คญั เสมอไป เนอื่ งจากการปฏบิ ตั กิ าร
ท่ีมีประสิทธิผลขึ้นอยูกับความเขาใจในความสัมพันธขางตน ซ่ึงไดจากการวิเคราะห
ขอเท็จจรงิ และขอมลู
ANECDOTAL: มีสารสนเทศนอ ยและไมชัดเจน
“มสี ารสนเทศนอยและไมชัดเจน” หมายถงึ สารสนเทศดานกระบวนการทขี่ าด
ความเฉพาะเจาะจงในดานวิธีการ ตัววัด กลไกการถายทอดสูการปฏิบัติ และปจจัย
การประเมิน การปรับปรุงและการเรียนรู สารสนเทศนอยและไมชัดเจนนี้มักเปนการใช
ตัวอยางและการอธิบายกจิ กรรมแตล ะเร่อื งมากกวากระบวนการท่ีเปน ระบบ
ตวั อยา ง เชน การตอบทมี่ สี ารสนเทศนอ ยและไมช ดั เจนในเรอื่ งวธิ กี ารทผ่ี นู าํ ระดบั สงู
ถายทอดสูการปฏิบัติเก่ียวกับผลการดําเนินการที่คาดหวัง อาจอธิบายถึงเหตุการณ
ที่ผูนําระดับสูงคนหน่ึงไปตรวจเยี่ยมหนวยงานตางๆ ของโรงเรียน ในขณะท่ีการตอบ
ดวยกระบวนการที่เปนระบบ จะอธิบายถึงวิธีการท่ีผูนําระดับสูงทั้งหมดใชในการสื่อสาร
ถึงผลการดําเนินการท่ีคาดหวังไปยังทุกพื้นท่ีทําการและบุคลากรทุกคนอยางสมํ่าเสมอ
รวมทงั้ อธบิ ายถงึ ตวั วดั ทผี่ นู าํ ใชใ นการตรวจประเมนิ ประสทิ ธผิ ลของวธิ กี าร รวมถงึ เครอ่ื งมอื
และเทคนคิ ทใ่ี ชใ นการประเมินและปรับปรงุ
APPLICATION REPORT: รายงานวิธีการและผลการดาํ เนินงาน
“รายงานวธิ กี ารและผลการดาํ เนนิ งาน” หมายถงึ เอกสารเพอ่ื ใชใ นการสมคั รรบั
รางวัลคณุ ภาพแหง สํานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน ทั้งน้ี โรงเรียนทส่ี มคั ร
จะตองเปนผดู าํ เนินการจัดทาํ และจดั สงภายในวัน เวลา และสถานที่ทีก่ าํ หนด
อ ิภธานศัพ ท102
APPROACH: แนวทาง
“แนวทาง” หมายถึง วิธีการท่โี รงเรยี นใชใ นการดาํ เนินกระบวนการ (หมวด 1-6)
ในเกณฑน้ี แนวทางยังหมายรวมถึงความเหมาะสมของวิธีการตอขอกําหนดของหัวขอ
และสภาพแวดลอมการดําเนินงานของโรงเรียน รวมท้งั ประสทิ ธิผลของการใชแ นวทางน้ัน
แนวทางเปน มิติหน่ึงในการประเมินหวั ขอ ในหมวด 1-6
BASIC REQUIREMENTS: ขอ กาํ หนดพ้นื ฐาน
“ขอกําหนดพื้นฐาน” หมายถึง แนวคิดท่ีเปนแกนสารท่ีสําคัญของหัวขอนั้น
ในเกณฑน ี้ ขอกําหนดพืน้ ฐานของแตล ะหัวขอ แสดงไวท่ี “ชอื่ หัวขอ ”
BENCHMARKS: ระดบั เทยี บเคียง
“ระดับเทียบเคียง” หมายถึง กระบวนการและผลลัพธ ซ่ึงมีผลการดําเนินการ
และวธิ ปี ฏบิ ัติทเ่ี ปนเลศิ ของกิจกรรมทีค่ ลายคลึงกันภายในวงการการศึกษา
การท่ีโรงเรียนเขารวมการจัดระดับเทียบเคียงเพ่ือใหเขาใจถึงผลการดําเนินการ
ในปจจบุ นั และเพอ่ื ใหบรรลุผลการปรับปรงุ อยางกาวกระโดด
ระดบั เทยี บเคยี งเปน รปู แบบหนงึ่ ของขอ มลู เชงิ เปรยี บเทยี บ ขอ มลู เชงิ เปรยี บเทยี บอน่ื ๆ
รวมถึงขอ มูลทางการศกึ ษา ซ่ึงรวบรวมโดยแหลงขอมูลท่เี ชื่อถือได ขอมลู ผลการดาํ เนนิ การ
ของคแู ขง และการเปรยี บเทยี บกบั โรงเรยี นทคี่ ลา ยคลงึ กนั ทอี่ ยใู นพนื้ ทภี่ มู ศิ าสตรเ ดยี วกนั หรอื
ทน่ี ําเสนอหลกั สตู รและโปรแกรมการจัดการเรยี นการสอนทค่ี ลา ยกนั ในพน้ื ทภี่ มู ิศาสตรอ ืน่
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
103 Glossary
CAPABILITY, WORKFORCE: ขดี ความสามารถ, บคุ ลากร
ดคู าํ จาํ กัดความของ “Workforce Capability” “ขีดความสามารถของบุคลากร”
CAPACITY, WORKFORCE: อตั รากําลงั , บุคลากร
ดูคําจาํ กัดความของ “Workforce CAPACITY” “อัตรากําลังบคุ ลากร”
COLLABORATORS: ผูใหความรว มมอื
“ผใู หค วามรว มมอื ” หมายถงึ หนว ยงานหรอื บคุ คลทม่ี คี วามรว มมอื ในการดาํ เนนิ การ
กับองคก ร ท่จี ะสนบั สนนุ ในการจดั งานหรอื กจิ กรรมบางสว น หรอื ผทู ี่รวมดําเนินการ
เปนคร้ังคราวเมื่อมีเปาหมายระยะส้ันที่สอดคลองกันหรือเหมือนกัน โดยท่ัวไป
ความรวมมอื ในลกั ษณะน้มี ักไมมีขอตกลงหรอื รูปแบบทเี่ ปนทางการ
CORE COMPETENCIES: สมรรถนะหลักของโรงเรียน
“สมรรถนะหลักของโรงเรียน” หมายถึง เรื่องที่โรงเรียนมีความชํานาญที่สุด
เปนขีดความสามารถท่ีสําคัญเชิงกลยุทธ เปนแกนหลักที่ทําใหโรงเรียนบรรลุพันธกิจ
ซึ่งสรางความไดเปรียบในวงการใหแกองคกรหรือสภาพแวดลอมของการบริการ
สมรรถนะหลกั ของโรงเรยี น มกั เปน สง่ิ ทคี่ แู ขง หรอื ผสู ง มอบและพนั ธมติ รลอกเลยี นแบบไดย าก
และสมรรถนะหลักของโรงเรียนอาจสรางความไดเปรียบอยางตอเนื่องในการแขงขัน
หากขาดสมรรถนะหลกั ที่จําเปนของโรงเรยี น อาจสงผลตอ ความทา ทายเชงิ กลยุทธท่ีสาํ คัญ
หรอื การเสยี เปรยี บในวงการสมรรถนะหลกั ของโรงเรยี นเปน เรอ่ื งทโี่ รงเรยี นมคี วามเชย่ี วชาญ
มากท่ีสุดเปนความสามารถเชิงกลยุทธที่สําคัญซ่ึงเปนแกนหลักในการทําใหโรงเรียน
บรรลุพันธกิจ หรือทําใหไดเปรียบในสภาพแวดลอมของการใหบริการทางการศึกษาของ
ตนเอง
เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
อ ิภธานศัพ ท104
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560CYCLE TIME: รอบเวลา
“รอบเวลา” หมายถึง เวลาทีต่ องใชเ พื่อบรรลุตามขอ ผูกพนั หรอื ทํางานใหเ สรจ็
สมบูรณ ผลการดําเนินการดานเวลาและความเร็วมีความสําคัญอยางย่ิงตอการปรับปรุง
ความสามารถในการแขงขันและผลการดาํ เนนิ การโดยรวม
DEPLOYMENT: การถา ยทอดสูก ารปฏบิ ัติ
“การถายทอดสูการปฏิบัติ” หมายถึง ความครอบคลุมและทั่วถึงของการนํา
แนวทางไปดําเนินการเพ่ือตอบสนองขอกําหนดในเกณฑ การถายทอดสูการปฏิบัติจะ
ประเมินจากความครอบคลุมและความลึกในการนําแนวทางไปใชกับหนวยงานท่ีเกี่ยวของ
ท่ัวท้ังโรงเรยี น
การถา ยทอดสกู ารปฏบิ ตั ิ เปน มติ หิ นงึ่ ในการประเมนิ หวั ขอ กระบวนการในหมวด 1-6
DIVERSITY: ความหลากหลาย
“ความหลากหลาย” หมายถงึ ความแตกตางระหวา งบุคลากรที่ทาํ ใหเกิดสภาพ
แวดลอ มการทํางานทีเ่ ปนประโยชนและเปน ตัวแทนของบคุ ลากร ชมุ ชน นักเรยี นและ
ผูมีสวนไดส ว นเสีย ความแตกตางของบุคลากร ครอบคลุมถึงตัวแปรตางๆ เชน เชื้อชาติ
ศาสนา สผี วิ เพศ สัญชาติ ความพิการ แนวโนมทางเพศ อายุ และพฤติกรรมทแ่ี ตกตา งกนั
ตามยคุ สมยั การศกึ ษา ถนิ่ กาํ เนดิ และทกั ษะ รวมทง้ั ความแตกตา งทางความคดิ ความคดิ เหน็
สาขาการศึกษา และมมุ มอง
เกณฑร างวลั คณุ ภาพแหง สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานใหค ณุ คา และ
การใชประโยชนจ ากความหลากหลายของบคุ ลากร ชุมชน นักเรยี นและผมู สี วนไดส วนเสยี
การใชประโยชนจากความหลากหลายน้ี จะเพ่ิมโอกาสในการมีผลการดําเนินการท่ีดี
สรา งความพงึ พอใจและสรา งความผกู พนั ใหแ กบ คุ ลากร ชมุ ชน นกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี
105 Glossary
EFFECTIVE: ประสิทธผิ ล
“ประสทิ ธผิ ล” หมายถึง การประเมินวากระบวนการหรอื มาตรการทใี่ ชส ามารถ
ตอบสนองเจตจาํ นงทีต่ ง้ั ไวไดดีเพียงใด การประเมนิ ประสทิ ธผิ ลตอ ง
(1) ประเมนิ วา แนวทางนนั้ มคี วามสอดคลอ งไปในแนวทางเดยี วกนั กบั ความตอ งการ
ของโรงเรยี นและโรงเรียนถา ยทอดเพือ่ นาํ แนวทางสกู ารปฏบิ ตั ไิ ดดเี พียงใด หรอื
(2) ประเมินผลลัพธของมาตรการที่ใช โดยเปนตัวบงช้ีของกระบวนการหรือ
ผลการดําเนินการของหลักสูตรและโปรแกรมการจดั การเรียนการสอน
EMPOWERMENT: การเอ้อื อํานาจในการตัดสนิ ใจ
“การเอื้ออาํ นาจในการตัดสนิ ใจ” หมายถึง การใหอํานาจและความรบั ผดิ ชอบ
ในการตัดสินใจ และการปฏิบัติการแกบุคลากร เม่ือบุคลากรใดไดรับการเอื้ออํานาจ
ในการตัดสินใจ บุคลากรนั้นจะพยายามใชความรูและความเขาใจท่ีตนมีอยูเก่ียวกับ
เรอื่ งงานนั้นๆ ในการตดั สินใจอยา งมคี ุณภาพมากท่ีสุด
การเอื้ออํานาจในการตัดสินใจมีจุดมุงหมายในการชวยบุคลากรใหสามารถสราง
ความพึงพอใจ ใหแกนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสียต้ังแตการติดตอครั้งแรก ปรับปรุง
กระบวนการและเพ่ิมผลิตภาพ รวมท้ังปรับปรุงผลการดําเนินการของโรงเรียน บุคลากร
ท่ีไดรับอํานาจในการตัดสินใจจะตองมีสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจที่เหมาะสม ดังนั้น
โรงเรยี นจึงตอ งจดั ใหม สี ารสนเทศทีท่ นั กาลและเปน ประโยชนอ ยูเ สมอ
เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
อ ิภธานศัพ ท106
ETHICAL BEHAVIOR: การประพฤติปฏบิ ตั อิ ยางมีจรยิ ธรรม
“การประพฤติปฏิบัติอยางมีจริยธรรม” หมายถึง การกระทําท่ีโรงเรียนทําให
มั่นใจวาทุกการตัดสินใจ การปฏิบัติการและการปฏิสัมพันธกับผูมีสวนไดสวนเสีย
เปนไปตามหลักจรรยาบรรณของวิชาชีพ
หลกั การเหลา น้ี ควรสนบั สนนุ กฎหมายและกฎระเบยี บขอ บงั คบั ทงั้ หมดของโรงเรยี น
รวมท้ังเปนพื้นฐานสําหรับคานิยมและวัฒนธรรมองคกร ซึ่งจะตัดสิน “ความถูก” และ
“ความผิด”
ผูนําระดับสูงควรประพฤติตนเปนแบบอยางท่ีดีของการประพฤติปฏิบัติอยาง
มีจริยธรรม หลักการน้ีใชกับทุกคนที่เก่ียวของในโรงเรียน ตั้งแตลูกจางช่ัวคราวจนถึง
คณะกรรมการบริหาร และจาํ เปน ตองมีการสื่อสารและการเสรมิ สรางอยา งสม่าํ เสมอ แมว า
เกณฑไ มไ ดก าํ หนดรปู แบบทเี่ ฉพาะเจาะจงเพอ่ื ใหม นั่ ใจวา บคุ ลากรมพี ฤตกิ รรมทมี่ จี รยิ ธรรม
ผูนําระดับสูงมหี นาท่ีรับผิดชอบในการทําใหวสิ ัยทัศนและพันธกิจของโรงเรียนสอดคลองไป
ในแนวทางเดียวกันกับหลักจริยธรรม ทั้งน้ีพฤติกรรมท่ีมีจริยธรรม รวมถึงการปฏิสัมพันธ
ตอ ผูม ีสวนไดส วนเสยี ท้ังหมด
การกําหนดหลักจริยธรรมที่ออกแบบเปนอยางดีและมีความชัดเจนจะเอ้ืออํานาจ
ในการตดั สนิ ใจแกบ คุ ลากร เพอ่ื ใหส ามารถตดั สนิ ใจอยา งมปี ระสทิ ธผิ ลดว ยความมนั่ ใจยงิ่ ขนึ้
บางโรงเรียนใชหลักจริยธรรมเปนกรอบในการจํากัดพฤติกรรมท่ีอาจจะทําใหเกิดผลกระทบ
ทางลบตอ โรงเรยี นและ/หรอื สังคม
EXCELLENCE: ความเปนเลิศ
ดคู ําจํากดั ความของ “PERFORMANCE EXCELLENCE” “การดําเนินการท่ีเปนเลศิ ”
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
107 Glossary
GOALS: เปา ประสงค
เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
“เปา ประสงค” หมายถงึ สภาพในอนาคตหรอื ระดบั ผลการดาํ เนนิ การทโี่ รงเรยี น
ตอ งการ ทจ่ี ะบรรลุ เปา ประสงคเ ปน ไดท งั้ ระยะสนั้ และระยะยาว เปา ประสงคเ ปน จดุ หมาย
ปลายทางท่ีชี้นําการปฏิบัติการ เปาประสงคเชิงปริมาณท่ีแสดงคาเปนจุดหรือเปนชวงที่
เปนตัวเลขมักเรียกวา “เปาหมาย” เปาหมายอาจเปนผลการดําเนินการที่โรงเรียนตองการ
โดยพิจารณาจากขอมูลเชิงเปรียบเทียบหรอื ขอมูลเชงิ แขงขนั
“เปา หมายทีท่ า ทายอยา งยงิ่ (Stretch Goals)” หมายถึง เปา หมายของการปรับปรุง
ทยี่ งิ่ ใหญ การฉกี แนว หรอื การปรบั ปรงุ อยา ง “กา วกระโดด” ในเรอ่ื งทมี่ คี วามสาํ คญั อยา งยงิ่
ตอความสําเร็จในอนาคตของโรงเรียน
ประโยชนของเปาประสงค รวมถงึ
• การทาํ ใหว ตั ถปุ ระสงคเ ชงิ กลยทุ ธแ ละแผนปฏบิ ตั กิ ารมคี วามชดั เจน เพอ่ื ใหส ามารถ
วัดความสําเร็จได
• การสนบั สนนุ การทาํ งานเปน ทมี ดว ยการมงุ เนน จุดหมายปลายทางรว มกนั
• การสนับสนุนใหมีความคิดนอกกรอบ (นวัตกรรม) เพื่อบรรลุเปาหมายที่ทาทาย
อยา งยง่ิ
• การเปน พ้นื ฐานสําหรบั วัดความกา วหนาและเรงใหบ รรลผุ ล
GOVERNANCE: การกํากบั ดแู ลโรงเรียน
“การกาํ กบั ดแู ลโรงเรยี น” หมายถงึ ระบบของการบรหิ ารจดั การและการควบคมุ ตา งๆ
ในการปกครองโรงเรียน รวมท้ังความรับผิดชอบในดานตางๆ ของคณะกรรมการบริหาร
คณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน และผูนาํ ระดบั สูงของโรงเรียน
กฎระเบียบ และนโยบายของโรงเรียนจะระบุเปนลายลักษณอักษรถึงสิทธิ
และความรับผิดชอบของผูท่ีเกี่ยวของแตละกลุม รวมทั้งอธิบายวิธีการกําหนดทิศทาง
และการควบคมุ เพอ่ื สรา งหลกั ประกันในดา น
(1) ภาระความรบั ผดิ ชอบตอนกั เรียนและผูมสี วนไดสว นเสยี
(2) ความโปรงใสของการปฏบิ ัติการ
(3) การปฏบิ ัติอยา งยุติธรรมตอ นักเรยี นและผูม สี วนไดส วนเสยี ทกุ กลมุ
กระบวนการตางๆ ดานการกํากับดูแล อาจรวมถึงการอนุมัติทิศทางเชิงกลยุทธ
การตรวจติดตามและประเมินผลการดําเนินการของผูอํานวยการโรงเรียน การกําหนด
คาตอบแทนและผลประโยชนของระดับบริหาร การวางแผนการสืบทอดตําแหนง
การตรวจสอบทางการเงินและความซื่อสตั ยสุจรติ (Fiduciary) อ่ืนๆ การจัดการความเสี่ยง
การเปดเผยขอมลู ขาวสาร รวมท้ังการรายงานการดาํ เนนิ การตอ คณะกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพ้ืนฐาน การทําใหม่ันใจวา การกํากับดูแลโรงเรียนมีประสิทธิผล มีความสําคัญตอ
ความเชอ่ื ถอื ของผมู สี ว นไดส ว นเสยี และสงั คมโดยรวม ตลอดจนตอ ประสทิ ธผิ ลของโรงเรยี น
อ ิภธานศัพ ท108
HIGH-PERFORMANCE: ผลการดาํ เนนิ การทีด่ ี
“ผลการดําเนินการที่ดี” หมายถึง การทํางานที่มุงใหผลการดําเนินการของ
โรงเรียนและบุคลากรมีระดับดขี ึน้ ตามลาํ ดับอยา งเปนระบบ รวมถึงผลการดําเนินการ
ดานคุณภาพ ผลิตภาพ อัตราการสราง นวัตกรรมและรอบเวลา ซึ่งจะสงผลให
การใหบริการและการสรา งคุณคา แกนักเรียนและผมู ีสวนไดสวนเสียดีขึ้น แนวทางทน่ี ําไปสู
ผลการดําเนินการท่ีดีมีรูปแบบ หนาที่ และระบบจูงใจที่แตกตางกันไป ผลการดําเนินการ
ท่ีดีเกิดจากความผูกพันของบุคลากร และชวยเสริมสรางความผูกพันกับบุคลากร และ
ยังเกี่ยวของกับความรวมมือระหวางฝายบริหารและบุคลากร ซึ่งอาจเกี่ยวของกับกลุม
ท่ีทําหนาท่ีตอรองใหเกิดความรวมมือ ระหวางหนวยงานทีมงานตางๆ การเอ้ืออํานาจ
ในการตดั สนิ ใจแกบ คุ ลากร รวมถงึ ภาระความรบั ผดิ ชอบสว นบคุ คล การนาํ ขอ มลู ของบคุ ลากร
มาใชใ นการวางแผน การเรยี นรแู ละการสรา งทกั ษะระดบั บคุ คลและระดบั โรงเรยี น การเรยี นรู
จากองคกรอื่น ความยืดหยุนในการออกแบบภาระงานและการมอบหมายงาน การรักษา
โครงสรางองคกรแนวราบ (Flattened Organizational Structure) เพ่ือใหมีการเอ้ืออํานาจ
ในการตดั สนิ ใจและมกี ารตดั สนิ ใจอยา งมคี ณุ ภาพทส่ี ดุ รวมทง้ั การใชต วั วดั ผลการดาํ เนนิ การ
และการเปรียบเทยี บผลการดาํ เนินการอยางมีประสทิ ธิผล
หลายโรงเรียนที่มีผลการดําเนินการท่ีดีใชส่ิงจูงใจทั้งที่เปนตัวเงินและไมเปนตัวเงิน
โดยพิจารณาจากปจจัยตางๆ เชน ผลการดําเนินการของโรงเรียน ส่ิงที่บุคคลและกลุม
ทําใหโ รงเรยี นและการเพ่ิมทกั ษะ นอกจากน้ี กระบวนการทํางานทีใ่ หผ ลการดาํ เนินการที่ดี
ตองพยายามทําใหโ ครงสรางองคก ร สมรรถนะหลกั ของโรงเรยี น (core competencies) งาน
ลกั ษณะงาน การพฒั นาบคุ ลากร และการใหส ง่ิ จงู ใจมคี วามสอดคลอ งไปในแนวทางเดยี วกนั
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
109 Glossary
HOW : อยางไร เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
“อยางไร” หมายถึง ระบบและกระบวนการที่โรงเรียนใชเพ่ือบรรลุพันธกิจ
ในการตอบคําถาม “อยางไร” ในขอกําหนดของหัวขอในหมวดกระบวนการ (หมวด 1-6)
ควรรวมถึงสารสนเทศท่ีเกี่ยวกับแนวทาง (วิธีการและตัววัด) การถายทอดสูการปฏิบัติ
การเรยี นรู และการบูรณาการดวย
INDICATORS: ตวั ชวี้ ัด
ดูคาํ จาํ กดั ความของ “Measures and Indicators” “ตัววัดและตัวช้วี ดั ”
INNOVATION: การสรางนวัตกรรม
“การสรางนวตั กรรม”หมายถงึ การเปล่ยี นแปลงท่สี าํ คัญเพอื่ ปรับปรงุ หลักสูตร
และโปรแกรมการจัดการเรียนการสอน กระบวนการ หรือประสิทธิผลของโรงเรียน
รวมทงั้ สรา งมลู คา ใหมใ หแ กน กั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี การสรา งนวตั กรรมเปน การ
รบั เอาความคดิ กระบวนการ เทคโนโลยี หลกั สตู รและโปรแกรมการจดั การเรยี นการสอน หรอื
แนวทางในการดําเนินการบริหารจัดการ ซึ่งอาจเปนของใหมหรือนํามาปรับเพื่อการใชงาน
ในรูปแบบใหม ผลลพั ธของการสรางนวัตกรรม เปนการฉีกแนวหรือการเปล่ยี นแปลงอยา ง
กาวกระโดดในดานผลลัพธ ผลิตภัณฑ หรือกระบวนการ การสรางนวัตกรรมใชประโยชน
จากสภาพแวดลอมที่เกื้อหนุน กระบวนการในการระบุโอกาสเชิงกลยุทธ และความเต็มใจ
ทีจ่ ะดําเนินการตามความกลา เสี่ยงทผ่ี านการประเมนิ ผลไดผลเสยี อยางรอบดาน
การสรางนวัตกรรมที่ประสบความสําเร็จในระดับโรงเรียนเปนกระบวนการ
ทีป่ ระกอบดวยหลายขน้ั ตอนทเี่ กีย่ วของกับการพัฒนาและการแบงปนความรู การตดั สินใจ
ที่จะนําไปใช การดําเนินการ การประเมินผลและการเรียนรู แมวาการสรางนวัตกรรม
มักเก่ียวของกับเทคโนโลยี แตการสรางนวัตกรรมสามารถเกิดไดในทุกกระบวนการ
ท่ีสําคัญของโรงเรียน ซ่ึงอาจไดประโยชนจากการเปล่ียนแปลงผานการสรางนวัตกรรม
ไมวาจะเปนการปรับปรุงอยางกาวกระโดดหรือการเปลี่ยนแปลงแนวทาง หรือผลผลิต
การสรา งนวตั กรรม อาจรวมถงึ การเปลยี่ นแปลงพน้ื ฐานของโครงสรา งโรงเรยี นเพอื่ ใหส าํ เรจ็
ในงานของโรงเรยี นอยางมปี ระสทิ ธผิ ลยงิ่ ขนึ้
อ ิภธานศัพ ท110
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560INTEGRATION: การบรู ณาการ
“การบูรณาการ” หมายถึง การประสานกลมกลืนกันของแผน กระบวนการ
สารสนเทศ การจัดสรรทรัพยากร ขีดความสามารถและอัตรากําลังของบุคลากร
การปฏบิ ตั กิ าร ผลลพั ธแ ละการวเิ คราะห เพอื่ สนบั สนนุ เปา ประสงคท สี่ าํ คญั ขององคก ร
การบูรณาการท่ีมีประสิทธิผลเปนมากกวาความสอดคลองไปในแนวทางเดียวกัน และ
จะสําเร็จไดตอเมื่อการดําเนินการของแตละองคประกอบภายในระบบการจัดการผล
การดาํ เนนิ การขององคกรมีการปฏิบัติทเ่ี กีย่ วเน่อื งกนั เปน หนึ่งเดยี วอยางสมบรู ณ
การบูรณาการเปนมิติหนึ่งในการประเมินท้ังหมวดกระบวนการและหมวดผลลัพธ
ดคู าํ อธบิ ายเพ่มิ เติมเก่ียวกับการบรู ณาการ ในเร่อื ง “ระบบการใหค ะแนน” หนา 105
INTELLIGENT RISKS: ความกลา เส่ยี งทีผ่ า นการประเมินผลไดผ ลเสียอยางรอบ
ดา น
“ความกลา เสยี่ งทผี่ า นการประเมนิ ผลไดผ ลเสยี อยา งรอบดา น” หมายถงึ โอกาส
ท่ีจะไดรับประโยชนสูงกวาโอกาสท่ีจะเกิดความเสียหายหรือหากไมนําโอกาสนั้นมา
พิจารณาจะบั่นทอนความสําเร็จในอนาคตของโรงเรียน
ความกลาเส่ียงที่ผานการประเมินผลไดผลเสียอยางรอบดาน โรงเรียนตองสามารถ
ยอมรับความลมเหลว และตองยอมรับวาไมสามารถคาดหวังใหเกิดนวัตกรรมหาก
ดําเนนิ การเฉพาะเรอื่ งท่ีมีโอกาสสําเรจ็ เทา นั้น
KEY: ท่สี ําคัญ
“ท่ีสําคัญ” หมายถึง สิ่งท่ีสําคัญมากหรือสําคัญท่ีสุดมีความสําคัญอยางย่ิง
ตอการบรรลุผลลัพธท ี่ ตอ งการของโรงเรียน
ตัวอยาง เกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กลาวถึงความทาทายที่สําคัญ แผนงานท่ีสําคัญ กระบวนการทํางานท่ีสําคัญ และตัววัด
ท่ีสําคัญ ซ่ึงเปนส่ิงที่มีความสําคัญท่ีสุดตอความสําเร็จของโรงเรียน ส่ิงเหลาน้ีเปน
องคประกอบที่จําเปนตอการมุงไปสูหรือตรวจติดตามผลลัพธที่ตองการ โดยทั่วไปมักระบุ
สงิ่ ทสี่ ําคญั ทส่ี ุดประมาณ 5 ประเด็น (เชน ความทาทายท่ีสําคญั 5 ประเดน็ )
111
KNOWLEDGE ASSETS: สินทรพั ยทางความรู Glossary
“สินทรัพยทางความรู” หมายถึง ทรัพยากรทางปญญาท่ีมีการส่ังสมภายใน
เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
โรงเรียน โดยเปนความรูท่ีท้ังโรงเรียนและบุคลากรเก็บรวบรวมไวในรูปแบบของ
สารสนเทศ ความคดิ การเรียนรู ความเขาใจ ความจํา ความเขาใจอยางถอ งแท ทกั ษะ
ดา นการรับรแู ละดานเทคนิค รวมทัง้ ขีดความสามารถ ตางๆ
บุคลากร ซอฟตแวร สิทธิบัตร ฐานขอมูล เอกสาร แนวทางปฏิบัติ นโยบายและ
วิธีปฏิบัติ รวมท้ังแผนภาพทางเทคนิคเปนที่เก็บสินทรัพยทางความรูของโรงเรียนไว
นอกจากน้ีสินทรัพยทางความรูยังมีอยูที่นักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย ผูสงมอบ และ
พันธมติ รดวย
สินทรัพยทางความรูเปน “ความรูในภาคปฏิบัติ” (Know How) ที่โรงเรียนสามารถ
นําไปใชประโยชนเพ่ือลงทุน และเพ่ือการเติบโต การสรางและการจัดการสินทรัพย
ทางความรูจึงเปนสวนประกอบสําคัญสําหรับโรงเรียน ในการสรางคุณคาใหแกผูมีสวนได
สวนเสียของโรงเรียน และชวยรักษาความไดเ ปรียบเชงิ แขงขันอยา งย่ังยนื
LEADERSHIP SYSTEM: ระบบการนําองคกร
“ระบบการนําองคกร” คือ 1) วิธีการนําองคกรอยางเปนทางการและไมเปน
ทางการท่ีถูกใชทั่วท้ังโรงเรียน 2) เปนรากฐานสําหรับการตัดสินใจที่สําคัญ 3) เปน
กระบวนการในการตัดสินใจ และนําผลการตัดสินใจไปสื่อสารและปฏิบัติ ระบบ
การนาํ องคก ร ประกอบดว ยโครงสรา งและกลไกในการตดั สนิ ใจ การทาํ ใหม น่ั ใจเรอ่ื งการสอื่ สาร
2 ทิศทาง การเลือกและการพัฒนาผูนํา การเสริมสรางคานิยม การประพฤติปฏิบัติ
อยา งมีจริยธรรม ทศิ ทาง และความคาดหวังตอผลการดาํ เนนิ การ
ระบบการนาํ องคก รทม่ี ปี ระสทิ ธผิ ลตอ งคาํ นงึ ถงึ ความสามารถและความตอ งการของ
บคุ ลากร นกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี อนื่ และตอ งตงั้ ความคาดหวงั ตอ ผลการดาํ เนนิ การ
และการปรบั ปรงุ ผลการดาํ เนนิ การใหส งู ระบบการนาํ องคก รสรา งความภกั ดแี ละการทาํ งาน
เปน ทมี โดยขึน้ อยูกับวิสยั ทศั นและคา นยิ ม รวมท้งั การมุง ไปสูเปา ประสงครวมของโรงเรียน
ระบบการนําองคกรกระตุนและสนับสนุนความคิดริเริ่ม การสรางนวัตกรรมและการเส่ียง
ที่เหมาะสม การจัดโครงสรางสายการบังคับบัญชาตามเจตจํานงและหนาท่ี รวมท้ัง
หลีกเล่ียงการมีสายการบังคับบัญชาที่ตองผานการตัดสินใจหลายขั้นตอน ระบบ
การนาํ องคก รทม่ี ปี ระสทิ ธผิ ลตอ งมกี ลไกทผ่ี นู าํ ใชใ นการประเมนิ ตนเอง การรบั ขอ มลู ปอ นกลบั
และการปรับปรงุ
อ ิภธานศัพ ท112
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560LEARNING: การเรียนรู
“การเรยี นร”ู หมายถงึ ความรหู รอื ทกั ษะใหมท ไ่ี ดร บั จากการประเมนิ การศกึ ษา
ประสบการณ และนวัตกรรม
เกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน กลาวถึง
การเรยี นรทู งั้ สองสว น คอื การเรยี นรรู ะดบั โรงเรยี นและระดบั บคุ คล การเรยี นรรู ะดบั โรงเรยี น
ไดมาจากการวิจัยและพัฒนาวงจรการประเมินและการปรับปรุง ความคิดและมุมมองจาก
บคุ ลากรและผมู สี ว นไดส ว นเสยี การแบง ปน วธิ ปี ฏบิ ตั ทิ เ่ี ปน เลศิ และการจดั ระดบั เทยี บเคยี ง
การเรียนรูระดับบุคคลไดมาจากการศึกษา การฝกอบรม และโอกาสในการพัฒนา
เพ่ือความเจริญกาวหนาของบุคลากรแตละบุคคลเพื่อความมีประสิทธิผล การเรียนรู
ควรถูกปลูกฝงอยูในวิถีการทํางานของโรงเรียน ซึ่งสงผลใหเกิดการไดเปรียบเชิงแขงขัน
และความสาํ เร็จอยา งตอเน่อื งของโรงเรียนและบคุ ลากร
ดูคําอธิบายเพ่ิมเติมของ “การเรียนรูระดับโรงเรียนและระดับบุคคล” ในคานิยม
และแนวคดิ หลักการเรียนรู เปนมิตหิ นงึ่ ในการประเมินหัวขอในหมวด 1-6
LEVELS: ระดับ
“ระดับ” หมายถึง สารสนเทศที่เปนตัวเลข ท่ีทําใหทราบวาผลลัพธและ
ผลการดาํ เนนิ การขององคก รอยใู นตาํ แหนง หรอื อนั ดบั ใดในมาตรวดั ทเี่ หมาะสม ระดบั
ผลการดาํ เนนิ การทาํ ใหส ามารถตรวจประเมนิ ผลเปรยี บเทยี บกบั ผลการดาํ เนนิ การทผ่ี า นมา
การคาดการณ เปาประสงค และตัวเปรียบเทยี บอ่ืนๆ ทเี่ หมาะสม
MEASURES AND INDICATORS: ตัววดั และตวั ช้ีวัด
“ตัววัดและตัวช้ีวัด” หมายถึง สารสนเทศเชิงตัวเลขท่ีบอกจํานวนปจจัยนําเขา
และผลการดําเนินการของกระบวนการ หลักสูตรและโปรแกรมการจัดการเรียน
การสอน /แผนงาน โครงการ บรกิ าร และผลการดาํ เนนิ การของโรงเรยี นโดยรวม ตวั วดั
และตวั ชว้ี ดั อาจเปน แบบไมซ บั ซอ น (ไดจ ากการวดั แตล ะครงั้ ) หรอื แบบหลายตวั ประกอบกนั
เกณฑไ มไ ดแ บง แยกอยา งชดั เจนระหวา งตวั วดั และตวั ชวี้ ดั อยา งไรกต็ าม บางคนชอบ
ใชค ําวา “ตัวชีว้ ดั ” ในกรณีดังนี้
(1) เม่ือการวัดน้ันมีความสัมพันธกับผลการดําเนินการ แตไมใชตัววัดโดยตรงของ
ผลการดาํ เนนิ การนั้น (เชน จาํ นวนขอรองเรียน เปนตวั ชว้ี ัดของความไมพึงพอใจ แตไมใ ช
ตัววัดโดยตรงของความไมพ งึ พอใจ)
(2) เมอื่ การวดั นน้ั เปน ตวั ทาํ นาย (ตวั ชวี้ ดั นาํ -Leading Indicator) ของผลการดาํ เนนิ การ
ดานอื่นๆ ที่มีนัยสําคัญมากกวา (เชน ความพึงพอใจของนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย
ทเ่ี พิม่ ข้ึน อาจเปนตวั ชวี้ ัดนําของการเพ่มิ สว นแบง ตลาด)
113 Glossary
MISSION: พนั ธกิจ
“พันธกิจ” หมายถึง หนาท่ีโดยรวมของโรงเรียน พันธกิจเปนการตอบคําถามวา
“องคกรพยายามบรรลุอะไร” พันธกิจอาจกําหนดกลุมนักเรียนหรือเขตพื้นที่บริการ
สมรรถนะหลักขององคก ร (Core Competencies) หรอื เทคโนโลยีท่ีโรงเรียนใช
MULTIPLE REQUIREMENTS : ขอกําหนดยอย
“ขอกาํ หนดยอ ย” หมายถงึ คาํ ถามยอยๆ ในแตละประเด็นพจิ ารณา คาํ ถามแรก
สุดในชุดคําถามของขอกําหนดยอยแสดงถึงคําถามที่สําคัญท่ีสุดในชุดคําถามน้ัน คําถาม
ตางๆ ที่ตามมาจะขยายความคําถามแรก โรงเรียนท่ีมีผลการดําเนินการดี มีคะแนนสูง
อาจไมสามารถตอบสนองขอกําหนดยอยทั้งหมดไดดวยความสามารถหรือความสําเร็จ
ที่เทาเทยี มกนั
OVERALL REQUIREMENTS: ขอ กําหนดโดยรวม
“ขอ กาํ หนดโดยรวม” หมายถงึ นยั สาํ คญั ของแตล ะหวั ขอ แสดงดว ยคาํ ถามแรก
(คาํ ถามนาํ ท่เี ปน ตัวอกั ษรตัวเขม ) ในแตละยอ หนา ของประเด็นพจิ ารณา
PARTNERS: พนั ธมติ ร
“พันธมิตร” หมายถึง โรงเรียน องคกรหรือกลุมบุคคลที่สําคัญที่ตกลงทํางาน
รวมกบั โรงเรียน เพือ่ ใหบ รรลุเปา ประสงคร วมกนั หรอื เพอ่ื ปรับปรุงผลการดาํ เนนิ การ
โดยทั่วไป มักเปนความรวมมือในลักษณะที่เปนทางการเพื่อจุดมุงหมายหรือจุดประสงค
เฉพาะเจาะจง เชน เพื่อบรรลุวัตถุประสงคเชิงกลยุทธ หรือเพ่ือสงมอบกิจกรรมการเรียน
การสอนท่ีเฉพาะอยาง
เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
อ ิภธานศัพ ท114
PERFORMANCE: ผลการดาํ เนนิ การ
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560“ผลการดาํ เนนิ การ” หมายถงึ ผลผลติ และผลลพั ธท ไ่ี ดจ ากกระบวนการ หลกั สตู ร
และโปรแกรมการจัดการเรียนการสอนนักเรียน ซึ่งทําใหสามารถประเมินและ
เปรียบเทยี บผลลัพธกบั การคาดการณผลการดาํ เนนิ การ มาตรฐาน ผลลพั ธทผ่ี า นมา
เปาประสงค และผลลัพธข ององคกรอ่ืนๆ ผลการดําเนินการอาจแสดงในรูปแบบการเงนิ
และทไี่ มใ ชการเงนิ
เกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครอบคลุม
ผลการดําเนนิ การ 5 ดา น ไดแก
(1) ดานหลกั สตู รและกระบวนการ
(2) ดา นนักเรยี นและผมู ีสวนไดสว นเสีย
(3) ดานบุคลากร
(4) ดานการนาํ องคกรและการกํากบั ดแู ลองคก ร
(5) ดานการเงินและตลาด
“ผลการดําเนินการดานหลักสูตรและกระบวนการ” หมายถึง ผลการดําเนินการ
ที่เก่ียวของกับลักษณะของตัววัดและตัวชี้วัดของหลักสูตรและโปรแกรมการจัดการเรียน
การสอนที่มีความสําคัญตอนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย ตัวอยางเชน ความเช่ือถือได
ของหลักสูตรและโปรแกรมการจัดการเรียนการสอน การสงมอบท่ีตรงเวลา ระดับของเสีย
จากประสบการณนกั เรยี นและผูม สี ว นไดส ว นเสีย และเวลาในการตอบสนองการใหบริการ
“ผลการดําเนินการดานการมุงเนนนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย” หมายถึง
ผลการดําเนินการที่เกี่ยวของกับตัววัดและตัวช้ีวัดในเรื่องการยอมรับ ปฏิกิริยา และ
พฤตกิ รรมของนกั เรยี น ตวั อยา งเชน การรกั ษานกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี ไว ขอ รอ งเรยี น
และผลจากการสํารวจนักเรียนและผมู สี ว นไดส ว นเสีย
“ผลการดาํ เนินการดานบุคลากร” หมายถึง ผลการดาํ เนินการดานขีดความสามารถ
และอตั รากาํ ลงั ของบคุ ลากร ดา นการสรา งบรรยากาศ สรา งความผกู พนั การพฒั นาบคุ ลากร
ตัวช้ีวัดดานประสิทธิผล ประสิทธิภาพ และภาระความรบั ผิดชอบ ตัวอยางเชน การลาออก
ของบคุ ลากร อตั ราการฝก อบรมขามสายงาน การปฏิบตั ิตามกฎระเบยี บขอ บังคับ
“ผลการดําเนินการดานการนําองคกรและการกํากับดูแลองคกร” หมายถึง
ผลการดําเนินการเพ่ือบรรลุวิสัยทัศน พันธกิจ คานิยม และการส่ือสารของผูนําระดับสูง
กับบุคลากร นักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย ความรับผิดชอบในการกํากับดูแลองคกร
ดานกฎหมายและกฎระเบียบขอบังคับ การประพฤติปฏิบัติอยางมีจริยธรรม ดานความ
รบั ผดิ ชอบตอสังคม การสนบั สนุนชมุ ชน และดานการนาํ กลยทุ ธไ ปสกู ารปฏบิ ัติ
“ผลการดําเนินการดานการเงินและตลาด” หมายถึง ผลการดําเนินการท่ีเกี่ยวของ
กับตัววัดและตวั ช้วี ัดในเร่อื งตน ทุน รายรับ และลําดับทใ่ี นการแขงขัน รวมท้ังประสทิ ธิภาพ
ในการใชสนิ ทรพั ย การเตบิ โตของสินทรัพย และสวนแบงตลาด
115 Glossary
PERFORMANCE EXCELLENCE: ผลการดาํ เนนิ การท่ีเปน เลศิ เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
“ผลการดําเนนิ การทเ่ี ปนเลศิ ” หมายถึง แนวทางการจัดการผลการดําเนินการ
ของโรงเรียนอยางบรู ณาการ ซ่งึ สงผลใหเ กดิ
(1) การสงมอบคุณคาที่ดีขึ้นอยูเสมอใหแกนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย
ซงึ่ จะสงผลตอ ความสาํ เร็จอยางตอเน่ืองของโรงเรียน
(2) การปรับปรงุ ประสทิ ธผิ ลและขดี ความสามารถของโรงเรียนโดยรวม
(3) การเรียนรรู ะดับองคก รและระดับบคุ คลของบคุ ลากร
เกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เพ่ือผล
การดาํ เนนิ งานทเี่ ปน เลศิ ซงึ่ ประกอบดว ยโครงรา งองคก รคา นยิ มและแนวคดิ หลกั และแนวทาง
การใหคะแนน สามารถนํามาใชเปนกรอบการทํางานและเครื่องมือในการตรวจประเมิน
ที่ทําใหเขาใจถึงจุดแข็งและโอกาสในการปรับปรุง เพื่อเปนแนวทางในการวางแผนใหบรรลุ
ผลการดาํ เนินการที่ดียิ่งขน้ึ และการมุงมัน่ สูความเปน เลศิ
PERFORMANCE PROJECTIONS: การคาดการณผลการดาํ เนนิ การ
“การคาดการณผลการดําเนินการ” หมายถึง การคาดคะเนผลการดําเนินการ
ในอนาคต การคาดการณควรอยูบนพื้นฐานความเขาใจถึงผลการดําเนินการที่ผานมา
อัตราการปรับปรุง และสมมติฐานเก่ียวกับการเปล่ียนแปลงภายในและการสรางนวัตกรรม
ในอนาคต รวมทง้ั สมมตฐิ านเกยี่ วกบั การเปลย่ี นแปลง สภาพแวดลอ มภายนอก ซงึ่ สง ผลตอ
การเปลี่ยนแปลงภายใน ดังนั้นการคาดการณผลการดําเนินการสามารถใชเปนเคร่ืองมือ
ที่สําคัญอยางหน่ึงในการจัดการการปฏิบัติการ การพัฒนาและการนํากลยุทธไปปฏิบัติ
การคาดการณผ ลการดาํ เนนิ การเปน การแถลงถงึ ผลการดาํ เนนิ การในอนาคตทค่ี าดหมายไว
เปาประสงคเปนการระบุชดั เจนถงึ ผลการดาํ เนนิ การในอนาคตทีโ่ รงเรียนตองการ
การคาดการณผลการดําเนินการของคูแขงหรือโรงเรียนในระดับที่เทียบเคียงกันได
อาจชี้ใหเห็นถึงความทาทายท่ีโรงเรียนเผชิญอยูและเร่ืองที่จําเปนตองมีผลการดําเนินการ
ที่กาวกระโดดหรือนวัตกรรม เม่ือโรงเรียนมุงหวังผลการดําเนินการที่กาวกระโดดหรือ
นวตั กรรม การคาดการณผลการดาํ เนินการและเปา ประสงคอ าจเหล่ือมซอ นกันได
อ ิภธานศัพ ท116
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560PROCESS: กระบวนการ
“กระบวนการ” หมายถงึ กจิ กรรมทเี่ ชอ่ื มโยงกนั ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
โดยมีเจตจํานงท่ีเก่ียวของกับการจัดการเรียนการสอนและบริการ ใหแกนักเรียน
และผมู สี ว นไดส ว นเสยี โดยทว่ั ไปกระบวนการเปน ขน้ั ตอนหรอื การกระทาํ ทม่ี ลี าํ ดบั ชดั เจน
ซง่ึ เกดิ จากการผสมผสานระหวา งการทาํ งานของคน เครอื่ งมอื เทคนคิ วสั ดแุ ละการปรบั ปรงุ
นอกจากน้ีแทบจะไมมีกระบวนการใดเลยท่ีสามารถดําเนินงานไดโดยลําพัง ดังนั้นจึงตอง
พจิ ารณาความสมั พนั ธก บั กระบวนการอนื่ ทส่ี ง ผลกระทบกนั ในบางสถานการณก ระบวนการ
อาจตองดําเนินตามลําดับข้ันตอนท่ีกําหนดไวเฉพาะเจาะจงอยางเครงครัดตามเอกสารวิธี
ปฏบิ ตั กิ ารและขอ กาํ หนด (ทอ่ี าจเปน ทางการ) รวมทง้ั การวดั และขนั้ ตอนการควบคมุ ทชี่ ดั เจน
ในกรณีท่ีเปนการบริการ โดยเฉพาะอยางย่ิงเม่ือนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสียเก่ียวของ
โดยตรงกบั การใหบ รกิ ารนนั้ คาํ วา “กระบวนการ” จะมคี วามหมายทกี่ วา งมากขนึ้ ในการระบุ
วา ตอ งทาํ อะไรในการบรกิ าร ซง่ึ อาจรวมถงึ ลาํ ดบั ขนั้ ตอนกอ นหลงั ทพ่ี งึ ประสงคห รอื คาดหวงั
ไว ถาหากขนั้ ตอนนัน้ มคี วามสาํ คญั การบรกิ ารจะตองใหสารสนเทศทีช่ วยให นกั เรยี นและ
ผูมีสวนไดสวนเสียเขาใจและปฏิบัติตามขั้นตอนดังกลาวได กระบวนการบริการดังกลาว
จําเปนตองมีแนวทางสําหรับผูใหบริการในการจัดการแกปญหาเฉพาะหนาท่ีเกี่ยวกับ
การกระทาํ หรือพฤติกรรมของผูรบั บริการ
ในงานทใี่ ชค วามรู เชน การวางแผนเชงิ กลยทุ ธ การวจิ ยั การพฒั นา และการวเิ คราะห
คําวา “กระบวนการ” อาจไมไดหมายความถึงลําดับขั้นตอนท่ีกําหนดไวอยางเปนทางการ
แตหมายความถึงความเขาใจ โดยรวมเก่ียวกับการดําเนินการที่ตองใชความสามารถ เชน
จังหวะเวลา ทางเลอื กทีก่ าํ หนดไว การประเมนิ ผล และการรายงานผล ทัง้ น้ีลาํ ดับขัน้ ตอน
ของกระบวนการอาจเปนผลทเี่ กิดขนึ้ ภายหลงั ทม่ี คี วามเขา ใจในเรอ่ื งดงั กลาวแลว
กระบวนการเปนมิติ 1 ใน 2 มิติในการตรวจประเมินตามเกณฑรางวัลคุณภาพ
แหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ปจจัยทั้ง 4 ประการท่ีใชในการตรวจ
ประเมนิ กระบวนการ ไดแ ก แนวทาง การถา ยทอดสกู ารปฏบิ ตั ิ การเรยี นรู และการบรู ณาการ
PRODUCTIVITY: ผลิตภาพ
“ผลิตภาพ” หมายถงึ การวัดประสทิ ธภิ าพของการใชทรพั ยากร
แมคําวา “ผลิตภาพ” มักใชกับปจจัยใดปจจัยหนึ่งเพียงอยางเดียว เชน บุคลากร
(ผลิตภาพแรงงาน) เครือ่ งมอื วัสดุอปุ กรณ พลังงาน และทนุ แตแนวคดิ เกี่ยวกับผลติ ภาพ
ยังสามารถนําไปพจิ ารณาถงึ การใชท รพั ยากรทั้งหมดในการสรา งผลผลิต การวดั “ผลติ ภาพ
โดยรวม” โดยใชตัววัดเชิงประกอบทําใหสามารถประเมินผลกระทบของการเปล่ียนแปลง
ทงั้ หมดในกระบวนการ ซง่ึ อาจรวมถึงการเลือกใชท รัพยากรวา มีประโยชนหรอื ไม
117
RESULTS: ผลลัพธ Glossary
“ผลลัพธ” หมายถึง ผลลัพธของโรงเรียน การประเมินผลลัพธจะพิจารณาจาก
เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
ผลการดาํ เนนิ การในปจ จบุ นั ผลการดาํ เนนิ การเมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั ตวั เปรยี บเทยี บทเ่ี หมาะสม
รวมท้ังอัตราความครอบคลุม และความสําคัญของการปรับปรุงผลการดําเนินการ รวมถึง
ความสมั พนั ธร ะหวา งตวั วดั ผลลพั ธก บั ขอ กาํ หนดดา นผลการดาํ เนนิ การทสี่ าํ คญั ของโรงเรยี น
ผลลพั ธเ ปน มติ ิ 1 ใน 2 มติ ใิ นการตรวจประเมนิ ตามเกณฑร างวลั คณุ ภาพแหง สาํ นกั งาน
คณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปจจัยท้ัง 4 ประการ ที่ใชในการตรวจประเมินผลลัพธ
ไดแก ผลการดาํ เนินการในปจ จุบัน แนวโนม การเปรยี บเทียบ และการบรู ณาการ
SEGMENT: สวน
“สว น” หมายถงึ สว นใดสวนหน่งึ ของกลุมนกั เรียน เขตพ้ืนที่บรกิ าร หลกั สตู ร
และโปรแกรมการจัดการเรียนการสอน หรอื สวนใดสวนหนงึ่ ของบคุ ลากร
โดยปกติ “สวน” จะมีคุณลักษณะรวมกันที่สามารถจัดเปนกลุมไดอยางมีเหตุมีผล
ในหัวขอในหมวดผลลัพธ คําวา “สวน” หมายถึง ขอมูลดานผลลัพธที่แบงเปนสวนๆ
ในรูปแบบท่ีทําใหสามารถวิเคราะหผลการดําเนินการของโรงเรียนไดอยางเหมาะสม
แตล ะโรงเรยี นสามารถกาํ หนดปจ จยั ของตนเองทใ่ี ชใ นการแบง สว นของกลมุ นกั เรยี น เขตพน้ื ท่ี
บริการ หลักสูตรและโปรแกรมการจัดการเรียนการสอน และบุคลากร
ความเขาใจในเรื่อง “สวน” มีความสําคัญอยางยิ่งในการจําแนกความตองการ
และความคาดหวังเฉพาะทีแ่ ตกตา งกนั อยางชัดเจนของกลมุ นกั เรยี น เขตพืน้ ทบี่ ริการ และ
กลมุ บคุ ลากร และสาํ คญั อยา งยงิ่ ในการทาํ ใหห ลกั สตู รและโปรแกรมการจดั การเรยี นการสอน
สามารถตอบสนองตอ ความตอ งการและความคาดหวังของกลุมตา งๆ ดังกลา ว
SENIOR LEADERS: ผูน าํ ระดับสูง
“ผนู าํ ระดบั สงู ” หมายถงึ กลมุ หรอื ทมี ผบู รหิ ารระดบั สงู ของโรงเรยี น ประกอบดว ย
ผูอ าํ นวยการโรงเรยี น รองผูอ ํานวยการโรงเรยี น หัวหนา ฝา ย/กลมุ สาระการเรยี นร/ู ระดบั ช้ัน
และหวั หนา งานตามโครงสรา งการบรหิ ารโรงเรียน
STAKEHOLDER : ผมู สี ว นไดส วนเสีย
“ผูมสี วนไดสวนเสีย” หมายถงึ ผูปกครองนักเรียน ชุมชน ตลอดจนหนวยงาน
ทีเ่ กย่ี วของกบั การจัดการศึกษาของโรงเรียน
อ ิภธานศัพ ท118
STRATEGIC ADVANTAGES: ความไดเปรียบเชิงกลยุทธ
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560“ความไดเปรียบเชิงกลยุทธ” หมายถึง ความไดเปรียบในเรื่องตางๆ ท่ีเปน
ตัวตัดสินวา โรงเรียนจะประสบความสําเร็จในอนาคตหรือไม โดยท่ัวไปมักเปนปจจัย
ท่ีชวยใหโรงเรียนประสบความสําเร็จในการแขงขันท้ังในปจจุบันและอนาคต เม่ือเทียบกับ
โรงเรยี นอนื่ ทมี่ หี ลกั สตู รและโปรแกรมการจดั การเรยี นการสอนทค่ี ลา ยคลงึ กนั ความไดเ ปรยี บ
เชิงกลยุทธมักมาจาก
(1) สมรรถนะหลกั ของโรงเรยี น (Core Competencies) ทมี่ งุ เนน การสรา งและเพม่ิ พนู
ขีดความสามารถภายในของโรงเรียน และ
(2) ทรัพยากรภายนอกที่สําคัญในเชิงกลยุทธ ซึ่งเกิดจากการปรับและใชประโยชน
จากความสัมพนั ธกับโรงเรียนอน่ื และกับพนั ธมติ ร
เมื่อโรงเรียนเขาใจที่มาของความไดเปรียบเชิงกลยุทธทั้งสองแหลงแลว โรงเรียน
สามารถเพมิ่ พนู ขดี ความสามารถภายในทเี่ ปน เอกลกั ษณน โี้ ดยการใชป ระโยชนจ ากขดี ความ
สามารถทเี่ กื้อหนุนกันจากโรงเรียนอืน่ เชงิ กลยทุ ธ และวัตถปุ ระสงคเชิงกลยุทธ ซง่ึ เปนสง่ิ ท่ี
โรงเรยี นระบอุ ยางชดั เจนในการตอบสนองตอความทา ทายและความไดเปรยี บดังกลา ว
STRATEGIC CHALLENGES: ความทาทายเชงิ กลยุทธ
“ความทาทายเชิงกลยุทธ” หมายถึง แรงกดดันตางๆ ที่มีผลอยางชัดเจนตอ
ความสาํ เรจ็ ในอนาคตของโรงเรยี น ความทา ทายเหลา นมี้ กั เกดิ จากแรงผลกั ดนั ของตาํ แหนง
ในการแขง ขนั ทคี่ าดหวงั ในอนาคตของโรงเรียน เมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั โรงเรยี นอ่นื ท่ีมหี ลักสตู ร
และโปรแกรมการจดั การเรียนการสอนท่คี ลายคลงึ กัน
โดยทั่วไป ความทาทายเชิงกลยุทธเกิดจากแรงผลักดันภายนอก อยางไรก็ตาม
ในการตอบสนองตอ ความทา ทายเชงิ กลยทุ ธท มี่ าจากแรงผลกั ดนั ภายนอกโรงเรยี นอาจตอ ง
เผชิญกับความทาทายเชิงกลยุทธภายในโรงเรยี นเองดวย ความทา ทายเชิงกลยุทธภายนอก
อาจเกี่ยวของกับความตองการหรือความคาดหวังของนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย
การเปลี่ยนแปลงของหลักสูตรและโปรแกรมการจัดการเรียนการสอนหรือเทคโนโลยี
รวมถึงความเส่ียงดานการเงิน สังคม และความเสี่ยงหรือความจําเปนอ่ืนๆ ความทาทาย
เชิงกลยุทธภายในอาจเกี่ยวกับขีดความสามารถของโรงเรียนหรือทรัพยากรบุคคลและ
ทรพั ยากรอื่นๆ ของโรงเรยี น
119 Glossary
STRATEGIC OBJECTIVES: วัตถปุ ระสงคเ ชิงกลยทุ ธ เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
“วัตถุประสงคเชิงกลยุทธ” หมายถึง จุดมุงหมายท่ีชัดเจนของโรงเรียน หรือ
การตอบสนองตอ การเปลยี่ นแปลงหรอื การปรบั ปรงุ ทสี่ าํ คญั ความสามารถในการแขง ขนั
หรือประเดน็ ทางสงั คม และการไดเ ปรยี บทางการบริหารจดั การศึกษา
โดยท่ัวไป วัตถุประสงคเชิงกลยุทธจะมุงเนนท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน
และเกี่ยวของกับโอกาสและความทาทายท่ีสําคัญในดานนักเรียนและผูสวนไดสวนเสีย
เขตพนื้ ทบ่ี รกิ าร หลกั สตู รและโปรแกรมการจดั การเรยี นการสอน หรอื เทคโนโลยี (ความทา ทาย
เชิงกลยุทธ) กลาวอยางกวางๆ วัตถุประสงคเชิงกลยุทธ คือ สิ่งท่ีโรงเรียนตองบรรลุ
เพ่ือรักษาหรือทําใหเกิดความสามารถในการแขงขัน และทําใหม่ันใจถึงความสําเร็จ
ในระยะยาว วัตถุประสงคเชิงกลยุทธจะกําหนดทิศทางระยะยาวของโรงเรียน และชี้นํา
ในการจัดสรรทรัพยากรและปรบั เปล่ียนการจดั สรรทรัพยากร
STRATEGIC OPPORTUNITIES: โอกาสเชิงกลยทุ ธ
“โอกาสเชิงกลยุทธ” หมายถึง ภาพอนาคตที่เกิดจากการคิดนอกกรอบ
การระดมสมอง การใชป ระโยชนจ ากความบงั เอญิ กระบวนการวจิ ยั และสรา งนวตั กรรม
การประมาณอยางฉีกแนวจากสภาพปจจุบัน และแนวทางอ่ืนๆ เพ่ือมองอนาคต
ท่ีแตกตา งออกไป
การเกิดความคิดท่ีนําไปสูโอกาสเชิงกลยุทธ มักเกิดจากสภาพแวดลอมที่กระตุน
ใหเ กดิ ความคดิ อยา งอสิ ระโดยไมถ กู ชนี้ าํ การเลอื กวา จะดาํ เนนิ การตามโอกาสเชงิ กลยทุ ธใ ด
ตองพิจารณาถึงความเส่ียงสัมพัทธ (Relative Risk) ดานการเงินและดานอ่ืนๆ จากน้ันจึง
ตดั สินใจอยางรอบคอบ (ความกลาเสี่ยงทผ่ี านการประเมนิ ผลไดผ ลเสียอยางรอบดาน)
STUDENT : นกั เรยี น
“นกั เรียน” หมายถึง นักเรยี นในอดีต ปจจบุ ัน และในอนาคต
STUDENT and STAKEHOLDER ENGAGEMENT:
ความผูกพันของนักเรียนและผูมีสว นไดสวนเสีย
“ความผูกพันของนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย” หมายถึง ความเช่ือถือ
ความศรัทธาของนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสียท่ีสนับสนุน ทุมเทใหกับชื่อเสียง
และหลักสูตรของโรงเรียน ท้ังน้ีขึ้นอยูกับความสามารถของโรงเรียนในการตอบสนอง
ความตองการและการสรางความสัมพันธก ับนกั เรยี นและผมู ีสวนไดส ว นเสียอยา งตอเน่ือง
อ ิภธานศัพ ท120
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560SYSTEMATIC: เปนระบบ
“ระบบ” หมายถึง แนวทางซึ่งมีการจัดขั้นตอนไวเปนลําดับ สามารถทําซํ้าได
และแสดงการใชข อมลู และสารสนเทศเพ่ือใหเ กิดการเรยี นรู
แนวทางจะมคี วามเปนระบบ ถา หากมีการสรา งโอกาสในการประเมนิ การปรับปรุง
และการแบง ปน รวมอยดู ว ย จนสงผลใหแ นวทางน้ันมรี ะดบั ความสมบูรณย่ิงขน้ึ
TRENDS: แนวโนม
“แนวโนม” หมายถึง สารสนเทศท่ีเปนตัวเลขท่ีแสดงใหเห็นทิศทางและอัตรา
การเปลยี่ นแปลงของผลลพั ธข องโรงเรยี นหรอื ความคงเสน คงวาของผลการดาํ เนนิ การ
ในชว งเวลาหนงึ่
แนวโนม แสดงผลการดาํ เนนิ การของโรงเรยี นตามลาํ ดบั ชว งเวลาทเี่ ปลยี่ นไป โดยทว่ั ไป
การแสดงแนวโนม ตอ งมขี อ มลู ในอดตี อยา งนอ ยสามป (ทมี่ ใิ ชก ารคาดการณ) ทงั้ นี้ อาจจาํ เปน
ตอ งแสดงขอ มลู เพม่ิ ขนึ้ เพอ่ื ยนื ยนั ผลในเชงิ สถติ ิ ชว งเวลาทใี่ ชเ พอ่ื ใหเ หน็ แนวโนม จะสามารถ
กําหนดไดจากรอบเวลาในการวัดกระบวนการ รอบเวลาที่สั้นลงทําใหตองมีการวัดบอยขึ้น
ในขณะท่ีรอบเวลาที่ยาวกวาอาจตองใชชวงเวลานานกวา จึงจะทราบแนวโนมที่สื่อ
ความหมายไดชัดเจน
ตัวอยางของแนวโนม ท่ีตอ งตอบตามเกณฑและแนวทางการใหคะแนน ไดแก ขอ มลู
ที่เกี่ยวกับผลการดําเนินการดานหลักสูตร ผลลัพธดานความพึงพอใจและไมพึงพอใจ
ของนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย และบุคลากร ผลการดําเนินการดานการเงิน ผลการ
ดาํ เนนิ การดา นตลาด และผลการดาํ เนนิ การดา นการปฏบิ ตั กิ าร เชน รอบเวลา และผลติ ภาพ
VALUE: คณุ คา
“คุณคา” หมายถึง ความคุมคาของหลักสูตรและโปรแกรมการจัดการเรียน
การสอน กระบวนการ สินทรัพย หรือการใชงานเม่ือเทียบกับคาใชจายและทางเลือก
อน่ื ๆ
โรงเรียนมักพิจารณาคุณคาเพ่ือประเมินผลประโยชนของทางเลือกตางๆ เทียบกับ
ตน ทนุ คา ใชจ า ย เชน คณุ คา ทน่ี กั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี ไดร บั จากหลกั สตู รและโปรแกรม
การจัดการเรียนการสอนและบริการตางๆ รวมกัน โรงเรียนจําเปนตองเขาใจวาคุณคา
ตอ ผูม ีสวนไดส ว นเสียแตล ะกลมุ คอื อะไร จากนัน้ สงมอบคณุ คา ใหแตละกลมุ นนั้ การกระทํา
ดังน้ี โรงเรยี นตองสรางความสมดุลของคุณคา ทมี่ ตี อนักเรียนและผมู สี วนไดสว นเสยี อนื่ ดว ย
121 Glossary
VALUES: คา นิยม เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
“คา นยิ ม” หมายถงึ หลกั การและพฤตกิ รรมชนี้ าํ ทสี่ อื่ ถงึ ความคาดหวงั ใหโ รงเรยี น
และบุคลากรปฏิบัติ คานิยมสะทอนและหนุนเสริมวัฒนธรรมท่ีพึงประสงคของโรงเรียน
คา นยิ มสนบั สนนุ และชน้ี าํ การตดั สนิ ใจของบคุ ลากรทกุ คน และชว ยใหโ รงเรยี นบรรลพุ นั ธกจิ
และวิสัยทัศนดว ยวิธีการที่เหมาะสม
ตวั อยา งของคา นยิ มอาจรวมถงึ การแสดงใหเ หน็ ถงึ ความมคี ณุ ธรรมและความยตุ ธิ รรม
ในการปฏสิ ัมพนั ธก บั ทุกกรณี การทําใหเหนอื กวาความคาดหวงั ของนักเรียนและผูม สี ว นได
สว นเสยี การใหคุณคาตอ บุคคลแตละคน และตอ ความหลากหลาย การพทิ ักษส ่ิงแวดลอ ม
และความมงุ ม่ันใหมผี ลการดาํ เนนิ การทีเ่ ปนเลิศทุกวนั
VISION: วิสยั ทัศน
“วิสัยทัศน” หมายถงึ สภาวะท่โี รงเรียนตองการเปนในอนาคต วิสัยทศั นอ ธบิ าย
ถงึ ทศิ ทางทโ่ี รงเรยี นจะมงุ ไป สงิ่ ทโ่ี รงเรยี นตอ งการจะเปน หรอื ภาพลกั ษณท โ่ี รงเรยี นตอ งการ
ใหผ ูอ ่นื รับรใู นอนาคต
VOICE OF THE STUDENT and STEAKHOLDER:
เสยี งของนกั เรียนและผูมสี วนไดส ว นเสยี
“เสยี งของนกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี ” หมายถงึ กระบวนการในการเฟน หา
สารสนเทศที่เก่ียวกับนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย เปนกระบวนการเชิงรุก
และสรา งสรรคอ ยา งตอ เนอื่ งในการเฟน หาความตอ งการ ความคาดหวงั และความปรารถนา
ของนกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี ทงั้ ทช่ี ดั เจน ไมช ดั เจน และทคี่ าดการณไ ว โดยมเี ปา หมาย
เพื่อใหนักเรยี นและผมู สี วนไดส ว นเสียเกดิ ความผูกพัน
การรับฟงเสียงของนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย อาจรวมถึงการรวบรวมและ
การบรู ณาการขอ มลู ตา งๆ ของนกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี เชน ขอ มลู ทไ่ี ดจ ากการสาํ รวจ
ผลจากการสอบถามกลมุ ตวั อยา ง ขอ คดิ เหน็ บนเวบ็ ไซต ขอ รอ งเรยี นทมี่ ผี ลตอ การทน่ี กั เรยี น
และผมู ีสวนไดส วนเสียจะตัดสินใจเขาใชบรกิ าร
อ ิภธานศัพ ท122
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �พ้นฐาน OBECQA ป 2559-2560WORK PROCESSES: กระบวนการทํางาน
“กระบวนการทํางาน” หมายถึง กระบวนการสรางคุณคาท่ีสําคัญท่ีสุดภายใน
โรงเรียน ซ่ึงอาจรวมถึงการออกแบบหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการสงมอบ
การสนบั สนนุ นกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี การจดั การหว งโซอ ปุ ทาน กระบวนการบรหิ าร
จัดการของโรงเรียน และกระบวนการสนับสนนุ กระบวนการทาํ งานเปน กระบวนการตา งๆ
ท่ีเกี่ยวของกับบุคลากรสวนใหญของโรงเรียน กระบวนการทํางานที่สําคัญของโรงเรียน
มักเกี่ยวของกับสมรรถนะหลักของโรงเรียน ปจจัยท่ีกําหนดความสําเร็จของโรงเรียน
เม่ือเทยี บกับคแู ขง และปจ จยั ท่ีผนู ําระดับสูงใชพจิ ารณาวาสาํ คัญตอการเตบิ โตของโรงเรียน
กระบวนการทํางานที่สําคัญของโรงเรียนตองดําเนินการใหสําเร็จโดยบุคลากรของโรงเรียน
เสมอ
WORK SYSTEMS: ระบบงาน
“ระบบงาน” หมายถึง วิธีการท่ีโรงเรียนใชในการทาํ งานใหส าํ เรจ็ ประกอบดวย
กระบวนการทํางานภายในและแหลงทรัพยากรตางๆ จากภายนอกท่ีจําเปนตอการพัฒนา
หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนใหแกนักเรียน ทําใหโรงเรียนประสบความสําเร็จ
และมชี อื่ เสยี ง
ระบบงานเกยี่ วขอ งกบั บคุ ลากรของโรงเรยี น ผสู ง มอบและพนั ธมติ รทสี่ าํ คญั คสู ญั ญา
ผูใหความรวมมือและสวนอ่ืนๆ ในหวงโซอุปทานที่จําเปนตอการจัดการเรียนการสอน
รวมทั้งกระบวนการบรหิ ารจัดการ และกระบวนการสนบั สนุน
การตดั สินใจเกยี่ วกบั ระบบงานเปน เรอื่ งในระดบั กลยทุ ธ ซึ่งครอบคลมุ ถงึ การปกปอ ง
และใชป ระโยชนจากสมรรถนะหลักของโรงเรยี น และการตดั สินใจวา สงิ่ ใดทโ่ี รงเรยี นไมตอ ง
ดําเนินงานเองหรือใหหนวยงานภายนอกเขามาดําเนินงานเพื่อใหเกิดประสิทธิภาพและ
ความสําเรจ็ ในปจจุบนั และอนาคต
WORKFORCE: บคุ ลากร
“บุคลากร” หมายถึง บุคคลทุกคนที่โรงเรียนเปนผูดูแลและมีสวนรวมโดยตรง
ในการปฏิบัติงานท่ีจะทําใหงานของโรงเรียนประสบความสําเร็จ รวมท้ังพนักงาน
ทีโ่ รงเรียนจา ยคาตอบแทน เชน ครอู ตั ราจา ง เจาหนา ทส่ี าํ นกั งาน พนักงานจา งเหมา
บริการ นักศึกษาฝกประสบการณ และอาสาสมัคร (ถา มี) ฯลฯ
123 Glossary
WORKFORCE CAPABILITY: ขดี ความสามารถของบุคลากร เกณฑรางวัลคุณภาพแ หงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
“ขดี ความสามารถของบคุ ลากร” หมายถงึ ความสามารถของโรงเรยี นทจี่ ะทาํ งาน
ใหสําเร็จตามกระบวนการทํางาน ดวยความรู ทักษะ ความสามารถ และสมรรถนะ
(Competencies) ของบุคลากร
ขีดความสามารถ อาจรวมถึงความสามารถในการสรางและรักษาความสัมพันธกับ
นักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย การสรางนวัตกรรมและการเปล่ียนผานสูเทคโนโลยีใหม
การพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการทํางานใหม รวมทั้งการตอบสนองภารกิจและ
ความตอ งการของกฎระเบยี บขอ บงั คับท่ีเปล่ยี นแปลงไป
WORKFORCE CAPACITY: อตั รากาํ ลังบุคลากร
“อัตรากําลังบุคลากร” หมายถึง จํานวนบุคลากรท่ีตองการในแตละภาระงาน
ของโรงเรยี นทจี่ ะทาํ ใหม น่ั ใจไดว า โรงเรยี นมจี าํ นวนผปู ฏบิ ตั งิ านทเี่ พยี งพอตอ การทาํ ให
กระบวนการทาํ งานสาํ เรจ็ และสามารถจดั การเรยี นการสอนและบรกิ ารใหแ กน กั เรยี น
ไดสําเรจ็
WORKFORCE ENGAGEMENT: ความผูกพันของบุคลากร
“ความผูกพันของบุคลากร” หมายถึง ระดับความมุงม่ันของบุคลากรท้ัง
ในดานความรสู กึ และสตปิ ญญา เพ่ือทําใหวสิ ยั ทศั น พันธกจิ และคา นยิ มของโรงเรียน
บรรลผุ ล โรงเรยี นทมี่ รี ะดบั ความผกู พนั ของบคุ ลากรสงู แสดงใหเ หน็ เดน ชดั ดว ยสภาพแวดลอ ม
ท่สี งเสรมิ ใหมกี ารทํางานทใ่ี หผลการดําเนินการท่ีดี ทาํ ใหบุคลากรมแี รงจูงใจท่ีจะปฏิบัตงิ าน
อยา งเตม็ ท่ี เพอื่ ผลประโยชนข องนกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี และความสาํ เรจ็ ของโรงเรยี น
โดยท่ัวไปบุคลากรในโรงเรียนจะรูสึกมีความผูกพันกับโรงเรียนเม่ือมีแรงจูงใจ
และไดทํางานท่ีมีความหมายตอตน และเมื่อไดรับการสนับสนุนจากเพื่อนรวมงาน
และในสถานทีท่ ํางาน ประโยชนข องความผูกพนั ของบุคลากร คือ การทําใหเ กิดบรรยากาศ
ความไวใ จซงึ่ กนั และกนั สภาพแวดลอ มทม่ี คี วามปลอดภยั และใหค วามรว มมอื ซง่ึ กนั และกนั
การส่ือสารและแลกเปลี่ยนสารสนเทศที่ดี การเอื้ออํานาจในการตัดสินใจ และการมีภาระ
ความรบั ผิดชอบตอผลการดาํ เนนิ การของตน
ปจ จยั แหงความสําเรจ็ ทีจ่ ะนาํ มาซ่งึ ความผกู พนั ไดแ ก การฝกอบรมและการพฒั นา
ความกาวหนาในอาชีพการงาน ระบบการยกยองชมเชยและระบบการใหรางวัล
ท่ีมีประสิทธิผล โอกาสท่ีเทาเทียมกันและการไดรับการปฏิบัติอยางเปนธรรม รวมท้ัง
การมีไมตรจี ิตตอ ครอบครวั ของบคุ ลากร
จากการเ �รยน ูร สูนวัตกรรม124
จากการเรียนรูสูนวตั กรรม
ตัวอยา งการประยกุ ตใชจ ากการดับเพลงิ สูนวัตกรรมปอ งกันอัคคภี ยั
การเรียนรูถือไดวาเปนคุณลักษณะสําคัญขององคกรสมรรถนะสูง และแนนอนวา
ยอมสงผลสูผลการดําเนินการท่ีเปนเลิศ จึงเห็นไดวาประเด็นเรื่องการเรียนรูไดปรากฏ
อยูทั่วไปในหนังสือเกณฑรางวัลคุณภาพแหงชาติ และเปนหน่ึงปจจัยการใหคะแนนการ
ประเมินสถานภาพของกระบวนการตา งๆ ขององคก ร
การเรียนรูขององคกรอยางมีประสิทธิผลชวยผลักดันองคกรจากระดับเบื้องตน
ท่ีมุงตั้งรับปญหา (ระดับคะแนน 0-5%) ไปสูข้ันตอนการปรับปรุง การพัฒนาองคกร
และการสรางนวัตกรรมในท่ีสุด (70-100%) ซ่ึงชุดภาพดานลางจะแสดงใหเห็นถึงระดับข้ัน
ของพัฒนาการเรียนรูโดยเปรียบเทียบกับการพัฒนารูปแบบการรับมือและปองกันอัคคีภัย
ดงั ตอไปน้ี
ขั้นท่ี 1 การต้ังรบั ปญ หา
ผทู ร่ี บั ผดิ ชอบโดยตรงเกดิ ความตระหนกตกใจกบั ปญ หาทเ่ี กดิ ขน้ึ เนน การหาทางแกไ ข
ปญ หาเฉพาะหนา คลคี่ ลายสถานการณใ หป กตอิ ยา งรวดเรว็ คลา ยกบั เจา หนา ทผ่ี รู บั ผดิ ชอบ
เรงวงิ่ ลากสายดับเพลิงเพอื่ ดบั เพลงิ ใหเรว็ ที่สุดเทา ทจี่ ะทาํ ได (0-5%)
ขนั้ ท่ี 2 รณรงคใ หเกดิ การปรบั ปรงุ
องคกรโดยผูที่รับผิดชอบแสวงหาเครื่องมือหรือกําหนดมาตรการในการแกไขปญหา
เพอ่ื ใหส ามารถรบั มอื กบั ปญ หาไดอ ยา งรวดเรว็ และลดผลกระทบของความเสยี หายทเี่ กดิ ขนึ้
เทยี บไดก บั การทอี่ งคก รตดิ ตงั้ ทอ และสายดบั เพลงิ จาํ นวนมากขน้ึ เพอื่ ชว ยเพม่ิ ความรวดเรว็
ในการดบั เพลิงและลดความเสียหายทีอ่ าจเกิดขน้ึ (10-25%)
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ้ัขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
125 จากการเ �รยน ูร สูนวัตกรรม
ขนั้ ท่ี 3 การปรับปรงุ และประเมนิ ผลอยา งเปนระบบ
องคกรเริ่มมีการประชุมหารือรวมกันเพื่อประเมินจุดที่เปนความเส่ียงหรือสาเหตุ
ของปญหาเพ่ือหาทางรับมือกับความผิดปกติท่ีอาจข้ึนตรงจุดน้ันไดอยางมีประสิทธิผล
มากขึ้น เทียบไดกับการที่องคกรประเมินวาพ้ืนที่ใดมีความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม
และตดิ ตั้งอุปกรณต รวจจบั ความรอ นและหวั รดนํ้า (heat sensors and a sprinkler system)
เปน พเิ ศษ พรอ มทง้ั แผนการรบั มืออัคคีภัยท่อี าจเกดิ ขน้ึ ในพ้ืนทบี่ ริเวณน้ัน (30-45%)
ขนั้ ที่ 4 กาํ หนดกลยุทธปรับปรุงและการเรยี นรู ทบทวน
องคกรดําเนินการบริหารจัดการเชิงปองกันการเกิดอัคคีภัยอยางเปนระบบมากขึ้น
เทียบไดกับการที่องคกรติดต้ังระบบตรวจจับความรอนและ หัวรดน้ํา เพื่อชวยเตือนภัย
ใหทราบเมือ่ ระดบั อุณหภูมเิ พ่มิ สงู ขน้ึ จนสามารถทาํ ใหเ กิดเพลงิ ไหมได (50-65%)
ขัน้ ที่ 5 การวเิ คราะหองคก รและสรางนวตั กรรม
องคกรดําเนินการวิเคราะหขอมูลสารสนเทศระดับองคกรและสรางสรรคนวัตกรรม
ทเ่ี นน การปอ งกนั ทสี่ าเหตเุ บอ้ื งตน เพอ่ื ลดโอกาสการเกดิ ของปญ หา เทยี บไดก บั การทอี่ งคก ร
เนน ใหเ กดิ ความปลอดภยั โดยเปลย่ี นมาใชว สั ดอุ ปุ กรณท ปี่ อ งกนั ไฟและตดิ ไฟยาก การเปลยี่ น
มาใชของเหลวท่ีมีน้ําเปนสวนประกอบหลักแทนของเหลวไวไฟ และองคกรใหความสําคัญ
กับระบบตรวจจับความรอนและหัวรดนํ้า ในฐานะวิธีการปองกันเชิงเตือนภัยเมื่อปญหาได
เกิดข้ึนแลว (70-100%)
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ้ัขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
จากการเ �รยน ูร สูนวัตกรรม126
ระบบการใหคะแนน
การใหค ะแนนคาํ ตอบในแตล ะหวั ขอ และการใหข อ มลู ปอ นกลบั ใหแ กผ สู มคั รรบั รางวลั
จะขนึ้ อยูกบั การประเมินใน 2 มิติ คอื
(1) กระบวนการ
(2) ผลลพั ธ
ผทู นี่ าํ เกณฑไ ปใชจ ะตอ งใหข อ มลู ทส่ี มั พนั ธก บั มติ เิ หลา นี้ ซง่ึ สามารถศกึ ษารายละเอยี ด
ไดจากแนวทางการใหค ะแนน (Scoring Guidelines) (หนา 130-131) ซึ่งปจจัยของแตล ะมิติ
มดี งั นี้
กระบวนการ
“กระบวนการ” หมายถึง วิธกี ารที่โรงเรียนใชและปรบั ปรงุ เพ่อื ตอบสนองขอกําหนด
ตางๆ ของหัวขอในหมวด 1-6 ปจจัยท้ัง 4 ท่ีใชประเมินกระบวนการ ไดแก “แนวทาง
(Approach–A) การถายทอดสูการปฏิบัติ (Deployment–D) การเรียนรู (Learning–L) และ
การบูรณาการ (Integration–I)
“แนวทาง” (Approach–A) หมายถงึ
• วิธีการทใี่ ชเพือ่ ใหบ รรลุผลตามกระบวนการ
• ความเหมาะสมของวิธีการท่ีใชตอบขอกําหนดของหัวขอตางๆ ของเกณฑ และ
สภาพแวดลอ ม การดําเนนิ งานของโรงเรยี น
• ความมปี ระสิทธิผลของการใชว ิธกี ารตา งๆ ของโรงเรยี น
• ระดับของการที่แนวทางนั้นนําไปใชซ้ําได และอยูบนพ้ืนฐานของขอมูลและ
สารสนเทศท่ีเชอื่ ถือได (ซึง่ หมายถึง การดําเนินการอยางเปนระบบ)
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ้ัขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
127 จากการเ �รยน ูร สูนวัตกรรม
“การถา ยทอดสูการปฏบิ ัติ” (Deployment–D) เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ้ัขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
หมายถึง ความครอบคลมุ และทั่วถงึ ของ
• การใชแนวทางเพ่ือตอบสนองขอกําหนดของหัวขอท่ีมีความเกี่ยวของและสําคัญ
ตอโรงเรียน
• การใชแ นวทางอยางคงเสนคงวา
• การนาํ แนวทางไปใช (สูก ารปฏบิ ตั ิ) ในทุกหนวยงานท่เี หมาะสม
“การเรยี นร”ู (Learning-L) หมายถงึ
• การปรบั ปรงุ แนวทางใหด ีขนึ้ โดยใชว งจรการประเมินและการปรับปรุง
• การกระตุนใหเกิดการเปลี่ยนแปลงอยางกาวกระโดดของแนวทาง ผานการสราง
นวตั กรรม
• การแบงปนความรูที่ไดจากการปรับปรุงและการสรางนวัตกรรมกับหนวยงานและ
กระบวนการอ่นื ทเี่ ก่ยี วของภายในโรงเรยี น
“การบรู ณาการ” (Integration-I)
หมายถงึ ความครอบคลุมและทั่วถงึ ของ
• แนวทางที่ใชสอดคลองไปในแนวทางเดียวกันกับความตองการของโรงเรียน
ตามท่ีระบุไวใน โครงรางองคกร และขอกําหนดของหัวขอตางๆ ในเกณฑ (หมวด 1
ถงึ หมวด 6)
• การใชตัววัด สารสนเทศ และระบบการปรับปรุง ท่ีชวยเสริมซึ่งกันและกัน
ทัง้ ระหวา งกระบวนการและระหวา งหนว ยงานท่วั ท้งั โรงเรยี น
• แผนงาน กระบวนการ ผลลัพธ การวิเคราะห การเรียนรู และการปฏิบัติการ
มคี วามสอดคลอ งกลมกลนื กนั ในทุกกระบวนการและหนว ยงาน เพอ่ื สนับสนนุ เปาประสงค
ระดบั โรงเรียน
จากการเ �รยน ูร สูนวัตกรรม128
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ้ัขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560ผลลพั ธ
“ผลลัพธ” หมายถึง ผลผลิตและผลลัพธของโรงเรียนที่บรรลุผลตามขอกําหนด
ในหวั ขอ ท่ี 7.1 ถงึ 7.5 (หมวด 7) ปจ จยั ทงั้ 4 ทใ่ี ชใ นการประเมนิ ผลลพั ธ ไดแ ก ระดบั (Level-L)
แนวโนม (Trend-T) การเปรียบเทียบ (Comparison-C) และการบูรณาการ (Integration-I)
(LeTCI) โดยมีความหมาย ดงั ตอไปน้ี
“ระดับ” (Level-Le) หมายถึง ผลการดาํ เนนิ การในปจจบุ ัน
“แนวโนม” (Trend-T) หมายถึง
• อตั ราของการปรบั ปรงุ ผลการดาํ เนนิ การ หรอื การรกั ษาไวข องผลการดาํ เนนิ การทด่ี ี
(ความลาดชันของแนวโนมของขอมูล)
• ความครอบคลุมของผลการดําเนินการของโรงเรยี นในเร่ืองตางๆ (ความครอบคลมุ
และทัว่ ถงึ ของการถา ยทอดสกู ารปฏบิ ัต)ิ ของผลลพั ธ
“การเปรยี บเทยี บ” (Comparison-C)หมายถงึ
• ผลการดําเนินการของโรงเรียนเปรียบเทียบกับสารสนเทศของโรงเรียนอื่น
อยางเหมาะสม เชนโรงเรียนทีม่ ีการจดั การเรยี นการสอนทค่ี ลา ยคลงึ กัน
• ผลการดําเนินการของโรงเรียนเทียบเคียงกับระดับเทียบเคียง หรือโรงเรียน
ทีเ่ ปน ผูน ําทางการศึกษา
“การบูรณาการ” (Integration-I)
หมายถงึ ความครอบคลุมและทว่ั ถงึ ของ
• ตัววัดผลตางๆ (มักมีการจําแนกประเภท) ท่ีระบุผลการดําเนินการดานนักเรียน
และผมู สี ว นไดส ว นเสยี ทส่ี าํ คญั หลกั สตู รและโปรแกรมการจดั การเรยี นการสอน กระบวนการ
และแผนปฏิบัติการที่ระบุผลการดําเนินการท่ีตองการ ตามที่ปรากฏอยูในโครงรางองคกร
และหัวขอ ทอี่ ยูในหมวด 1-6
• ผลลัพธ รวมถงึ ตวั ช้วี ัดทเ่ี ชื่อถอื ไดสําหรบั ผลการดําเนนิ การในอนาคต
• ผลลัพธมีการสอดประสานอยางกลมกลืนในทุกกระบวนการและหนวยงาน
เพื่อสนบั สนนุ เปา ประสงคระดับโรงเรียน
129 การจําแนกหัวขอและ ิมติการใหคะแนน
การจําแนกหัวขอและมติ ิการใหคะแนน
หัวขอตางๆ จําแนกตามชนิดของสารสนเทศ และขอมูลท่ีโรงเรียนตองนําเสนอ
ตามมติ ิการประเมินทัง้ 2 มติ ดิ งั กลาวขางตน หัวขอแบงเปน 2 ประเภท ไดแก
1. กระบวนการ
2. ผลลัพธ
หัวขอ ทอี่ ยูใ นหมวด 1-6 นนั้ “แนวทาง (A)-การถา ยทอดสกู ารปฏิบัติ (D)-การเรียนรู
(L)-การบูรณาการ (I)” มีความเชื่อมโยงกัน เพื่อเนนวาเมื่อมีการอธิบายถึงแนวทางทุกครั้ง
โรงเรียนตองชี้ใหเหน็ ถงึ การนําแนวทางน้นั ๆ ไปถายทอดสกู ารปฏิบัตดิ ว ย และคงเสน คงวา
กบั ขอ กาํ หนดที่ระบุไวในหัวขอ นน้ั ๆ และโรงเรียนเสมอ เมอ่ื อธบิ ายถึงระดบั ความสมบรู ณ
ของกระบวนการ ควรแสดงใหเห็นวาวงจรการเรียนรู (รวมทั้งการสรางนวัตกรรม) และ
การบูรณาการกบั กระบวนการและหนวยงานอ่ืนเกดิ ข้ึนไดอยา งไร ถึงแมวา ปจจัย อนั ไดแ ก
แนวทาง-การถายทอดสูการปฏิบัติ-การเรียนรู- การบูรณาการ จะมีความเชื่อมโยงกันก็ตาม
ขอมูลปอนกลับที่สงใหแกผูสมัครรับรางวัลจะสะทอนจุดแข็งและโอกาสในการปรับปรุง
ในปจจยั ใดปจจัยหนง่ึ หรือทกุ ปจ จัยก็ได
หัวขอท่ีอยูในหมวด 7 กําหนดใหตองแสดงผลของตัววัดหรือตัวช้ีวัดที่สําคัญ
ของผลการดาํ เนนิ การของโรงเรยี น ในรปู แบบของ “ระดบั ” “แนวโนม ” และ “การเปรยี บเทยี บ”
รวมท้ัง “การบูรณาการ” ของผลลัพธกับขอกําหนดที่สําคัญของโรงเรียน หัวขอท่ีอยูใน
หมวด 7 ยงั กาํ หนดใหร ายงานผลลพั ธก ารดาํ เนนิ การทม่ี ขี อ มลู ครอบคลมุ ซง่ึ สมั พนั ธโ ดยตรง
กับการถายทอดสูการปฏิบัติและการเรียนรูของโรงเรียน หากมีการแบงปนความรูในเร่ือง
กระบวนการปรับปรุงและมีการถายทอดสูการปฏิบัติอยางกวางขวางควรจะแสดงผลลัพธ
ทีส่ อดคลองกันดวย ดงั นัน้ คะแนนของผลลัพธแตล ะหวั ขอ ในหมวด 7 จะเปนตวั เลขเชงิ รวม
โดยพิจารณาองคป ระกอบในปจ จัยทงั้ 4 (LeTCI) ของผลการดาํ เนินการ
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํา ันกงานคณะกรรมการการศึกษา ้ขันพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
จากการเ �รยน ูร สูนวัตกรรม130
“ความสําคัญ” ในการพิจารณาคะแนน
การประเมิน 2 มิติดังกลาวขางตน เปนหัวใจสําคัญในการประเมินและใหขอมูล
ปอ นกลบั ประเดน็ สาํ คญั ทตี่ อ งพจิ ารณา คอื “ความสาํ คญั ” ของกระบวนการและผลลพั ธต อ
ปจจยั สาํ คัญทางการศึกษา การทแ่ี สดงไวในรายงานวธิ กี ารและผลการดําเนนิ งานท่ีใชส มัคร
รับรางวัล โรงเรียนควรระบุเร่ืองท่ีเห็นวาสําคัญที่สุดไวในโครงรางองคกรและหัวขอตางๆ
เชน หัวขอ 2.1, 2.2, 3.2, 5.1, 5.2 และ 6.1 โดยเฉพาะอยา งยิง่ เรอ่ื งความตองการท่สี าํ คญั
ของนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย สภาพแวดลอมดานการแขงขัน ความตองการ
ของบคุ ลากร วตั ถุประสงคเ ชงิ กลยุทธท ส่ี าํ คัญ และแผนปฏบิ ตั ิการ
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ้ัขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
131 จากการเ �รยน ูร สูนวัตกรรม
การใหคะแนน
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ้ัขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
การใหคะแนนในแตล ะหัวขอ ควรยดึ แนวทางดังตอไปนี้
• คําตอบของแตละหัวขอ ควรอธิบายประเด็นพิจารณาทั้งหมด และควรสะทอน
ส่ิงที่สําคัญตอ โรงเรียน
• การใหคะแนนในแตละหัวขอ ใหเร่ิมดวยการกําหนดชวงคะแนนท่ีอธิบาย “ระดับ
ความสาํ เรจ็ ของโรงเรยี นไดใ กลเ คยี งทส่ี ดุ ” (เชน รอ ยละ 50 ถงึ 65) ดงั ทรี่ ายงานไวใ นการตอบ
ในหวั ขอนัน้ ระดบั ดงั กลาว อาจยังมีความไมสมบรู ณใ นบางปจจยั ทีใ่ ชใ นการตรวจประเมิน
ในหมวด 1-6 (ADLI) หรอื ในหมวด 7 (LeTCI) กไ็ ด การประเมนิ ระดบั ความสาํ เรจ็ ของโรงเรยี น
เปนการประเมินภาพรวมของปจจัยทั้ง 4 ของกระบวนการ หรือปจจัยท้ัง 4 ของผลลัพธ
โดยไมเปนการแจงนับหรือการเฉล่ียผลของการตรวจประเมินทีละปจจัย เมื่อกําหนดชวง
คะแนนแลว การตัดสินใจวาจะใหคะแนนจริงเทาไร ตองประเมินวาคําตอบในหัวขอนั้นๆ
ใกลเ คยี งกับเนอื้ หาทอ่ี ธบิ ายในชว งคะแนนทสี่ งู ขึน้ ไปหรือต่าํ ลงมาเพียงใด
• หัวขอ ทีอ่ ยูในหมวด 1-6 ท่ีไดคะแนนรอยละ 50 แสดงวา โรงเรียนมแี นวทางทต่ี อบ
สนองขอ กาํ หนดโดยรวมของหวั ขอ นนั้ มกี ารถา ยทอดสกู ารปฏบิ ตั อิ ยา งคงเสน คงวาในหนว ย
งานสวนใหญที่ดําเนินการเกี่ยวของกับหัวขอนั้นๆ โดยใชวงจรการปรับปรุงและการเรียนรู
รวมทั้งตอบสนองความตองการท่ีสําคัญของโรงเรียน หากจะใหไดรับคะแนนสูงขึ้น ตองมี
การถา ยทอดสูการปฏิบตั อิ ยางครอบคลุมมากขึ้น มีการเรยี นรูข องโรงเรียนอยางมีนัยสาํ คัญ
ชดั เจน และมกี ารบูรณาการมากขึ้น
• หัวขอท่ีอยูในหมวด 7 ท่ีไดคะแนนรอยละ 50 แสดงวา โรงเรียนมีระดับผลการ
ดําเนินการที่ดีอยางชัดเจน มีแนวโนมท่ีดี พรอมดวยขอมูลเชิงเปรียบเทียบท่ีเหมาะสม
ในผลลพั ธเ กอื บทกุ หวั ขอ ทม่ี คี วามสาํ คญั ตอ การศกึ ษาหรอื พนั ธกจิ หากจะใหไ ดร บั คะแนนสงู ขน้ึ
ตองมีอัตราการปรับปรุง และ/หรือระดับของผลการดําเนินการท่ีดีข้ึน มีผลการดําเนินการ
เชงิ เปรยี บเทยี บทดี่ ขี น้ึ รวมทง้ั มคี วามครอบคลมุ มากขนึ้ และมกี ารบรู ณาการกบั ความตอ งการ
ทางการศกึ ษา หรือพันธกจิ มากขึ้น
ในรายงานปอ นกลับท่ใี หแกผ สู มคั รรบั รางวลั จะระบุชวงคะแนนในแตละหวั ขอ และ
จะทราบคะแนนรวมสาํ หรบั 2 มติ ิ คอื มิติกระบวนการสาํ หรับหัวขอในหมวด 1-6 และมิติ
ผลลัพธสําหรับหวั ขอในหมวด 7
คาํ อธบิ ายของชว งคะแนนแสดงใหเ หน็ ถงึ ความกา วหนา โดยรวมของโรงเรยี นและระดบั
ความสมบูรณในมติ ิกระบวนการและผลลพั ธ
132
จากการเ �รยน ูร สูนวัตกรรม แนวทางการใหค ะแนนกระบวนการ หมวด 1-6
ระดบั คะแนน กระบวนการ (หมวด 1-6)
1 0% • ไมมีแนวทางอยางเปน ระบบใหเหน็ มีสารสนเทศนอยและไมช ัดเจน (A)
หรือ • แทบไมพบการนําแนวทางที่เปน ระบบสูการปฏิบตั ิ (D)
5% • ไมแสดงใหเ ห็นวา มีแนวคดิ ในการปรับปรุง มกี ารปรับปรุงเมือ่ เกดิ ปญ หา (L)
• ไมแ สดงใหเ ห็นวา มคี วามสอดคลองไปในแนวทางเดยี วกนั ในระดบั องคกร แตล ะพื้นทห่ี รอื หนวยงาน (I)
2 10% • แสดงใหเ ห็นวาเรม่ิ มีแนวทางอยา งเปนระบบที่ตอบสนองตอขอกําหนดพ้นื ฐานของหวั ขอ (A)
15% • การนําแนวทางไปถายทอดสูก ารปฏิบตั ยิ งั อยใู นขั้นเร่ิมตนในเกือบทกุ พื้นทห่ี รอื หนวยงานซ่งึ เปนอปุ สรรค
20% ตอ การบรรจขุ อกําหนดพ้นื ฐานของหวั ขอ (D)
หรือ • แสดงใหเ ห็นวาเรมิ่ มีการเปลย่ี นแปลงจากการต้ังรับปญ หามามาเปนแนวคดิ ในการปรบั ปรุงทั่วๆ ไป (L)
25% • มแี นวทางทส่ี อดคลอ งไปในแนวไปในแนวทางเดียวกนั กบั พน้ื ทหี่ รือหนวยงานอนื่ ๆ สวนใหญเ กดิ จาก
การรวมกันแกป ญหา (I)
3 30% • แสดงใหเหน็ วา เริ่มมีแนวทางอยางเปน ระบบและมปี ระสทิ ธผิ ลท่ตี อบสนองตอขอกาํ หนดพ้นื ฐาน
35% ของหวั ขอ (A)
40% • การนาํ แนวทางไปถา ยทอดสกู ารปฏิบตั ถิ ึงแมวา บางพื้นทห่ี รอื บางหนวยงานเพ่งิ อยใู นชั้นเริม่ ตน (D)
หรือ • แสดงใหเ หน็ วาเรมิ่ มีแนวทางอยางเปน ระบบในการประเมินและปรับปรงุ กระบวนการทส่ี ําคัญ (L)
45% • เร่มิ มแี นวทางทีส่ อดคลอ งไปในแนวทางเดียวกนั กบั ความตอ งการพื้นฐานขององคก ร
ตามทีร่ ะบไุ วในโครงรา งองคกรและในเกณฑห ัวขอ กระบวนการอื่นๆ (I)
เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ้ัขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560 4 50% • แสดงใหเหน็ วา มแี นวทางอยา งเปนระบบและมปี ระสิทธิผลที่ตอบสนองตอ ขอกําหนดโดยรวมของหวั ขอ
55% อยางชดั เจน (A)
60% • มีการนําแนวทางไปถา ยทอดสกู ารปฏบิ ัติเปน อยางดี ถึงแมวา อาจแตกตา งกนั ในบางพืน้ ท่ี
หรือ หรอื บางหนวยงาน (D)
65% • มกี ระบวนการประเมนิ และปรบั ปรงุ อยา งเปนระบบโดยใชขอมลู จรงิ และเร่มิ มีการเรียนรูในระดบั องคก ร
รวมถงึ การสรา งนวตั กรรมบา ง เพ่ือปรบั ปรุงประสิทธิภาพและประสิทธผิ ลของกระบวนการทส่ี ําคญั (L)
• มแี นวทางทสี่ อดคลอ งไปในแนวทางเดียวกันกับความตองการโดยรวมขององคก ร ตามทร่ี ะบุ
ไวใ นโครงรา งองคกรและในเกณฑหัวขอ กระบวนการอื่นๆ (I)
5 70% • แสดงใหเหน็ วามีแนวทางอยางเปนระบบและมปี ระสิทธิผลท่ีตอบสนองตอขอ กําหนดยอย
75% ของหัวขออยา งชดั เจน (A)
80% • มกี ารนําแนวทางไปถา ยทอดสูการปฏิบตั เิ ปน อยางดีโดยไมมีความแตกตางทส่ี ําคญั (D)
หรือ • กระบวนการประเมินและปรบั ปรงุ อยา งเปน ระบบโดยใชขอมูลจรงิ และมีการเรียนรู
85% ในระดบั องคก รรวมถงึ การสรางนวตั กรรมเปนเครอื่ งมอื ทสี่ ําคญั ในการจดั การ มกี ารแสดงใหอ ยา งชัดเจน
ถงึ การเปลี่ยนแปลงทด่ี ีข้ึน อนั เปน ผลจากการวเิ คราะหและการแบง ปนระดับองคกร (L)
• มแี นวทางทบ่ี รู ณาการกับความตอ งขององคกรในปจจุบันและอนาคต ตามท่ีระบุไวในโครงรา งองคกร
และในเกณฑหวั ขอ กระบวนการอน่ื ๆ (I)
6 90% • แสดงใหเหน็ วา มีแนวทางอยางเปน ระบบและมปี ระสทิ ธผิ ลทต่ี อบสนองตอขอกาํ หนดยอย ของหวั ขอ
95% อยางสมบูรณ (A)
หรือ • มกี ารนําแนวทางไปถายทอดสกู ารปฏิบตั อิ ยางสมบรู ณโดยไมม จี ดุ ออนหรอื ความแตกตางท่สี ําคัญในพนื้ ที่
100% หรอื หนว ยงานใดๆ (D)
• กระบวนการประเมินและปรบั ปรงุ อยา งเปนระบบโดยใชข อมูลจรงิ และการเรยี นรใู นระดบั องคกรดว ยการ
สรา งนวตั กรรมเปน เครอ่ื งมอื ทส่ี าํ คญั ในการจดั การทว่ั ทง้ั องคก ร มกี ารแสดงใหเ หน็ อยา งชดั เจนทวั่ ทงั้ องคก ร
วาการเปลย่ี นแปลงท่ีดขี นึ้ และนวตั กรรมมีพืน้ ฐานจากการวิเคราะห และการแบงบันในระดบั องคก ร (L)
• มแี นวทางที่บูรณาการกบั ความตองการขององคกรในปจ จุบนั และอนาคตเปนอยางดี ตามทีร่ ะบุไวใน
โครงรางองคกรและในเกณฑห ัวขอ กระบวนการอืน่ ๆ(I)
133
แนวทางการใหค ะแนนผลลพั ธ หมวด 7 จากการเ �รยน ูร สูนวัตกรรม
ระดบั คะแนน ผลลัพธ (หมวด 7)
1 0% • ไมมกี ารรายงานผลดําเนินการขององคก ร และ/หรือมีผลลัพธทไี่ มดีในหวั ขอ ทีร่ ายงานไว (Le)
หรือ 5% • ไมแ สดงแนวโนม ของขอ มูล หรอื มีขอ ทีแ่ สดงแนวโนมในทางลบเปนสว นใหญ (T)
• ไมม รี ายงานสารสนเทศเชงิ เปรียบเทยี บ (C)
• ไมมีรายงานผลลพั ธในเรอ่ื งท่ีมีความสําคัญตอ การบรรลุพันธกิจขององคก ร (I)
2 10% • มกี ารรายงานผลการดาํ เนนิ การขององคก รเพียงบางเร่ืองทตี่ อบสนองตอขอกําหนดพ้ืนฐานของหัวขอ
15% และมีระดับผลการดําเนินการท่ีเรมิ่ ดี (Le)
20% • มีการรายงานแนวโนมของขอมลู ในบางเรื่อง โดยบางเรือ่ งแสดงแนวโนมในทางลบ (T)
หรือ 25% • แทบไมม ีการรายงานสารสนเทศเชิงเปรียบเทียบ (C)
• มกี ารรายงานผลลพั ธเพียงบางเรอ่ื งที่มีความสาํ คัญตอการบรรจพุ ันธกิจ(I)
3 30% • มรี ายงานผลการดาํ เนนิ การท่ีตอบสนองตอขอกาํ หนดพนื้ ฐานของหวั ขอ และผลอยใู นระดบั ท่ีดี (Le)
35% • มกี ารรายงานแนวโนมของขอมูลในบางเรอ่ื ง และขอมลู สวนใหญท่แี สดงนนั้ มีแนวโนม ทด่ี ี (T)
40% • เร่มิ มีสารสนเทศเชิงเปรยี บเทียบ (C)
หรอื 45% • มกี ารรายงานผลลพั ธใ นหลายเรือ่ งทมี่ คี วามสาํ คญั ตอการบรรลพุ นั ธกิจขององคกร (I)
4 50% • มกี ารรายงานผลการดําเนินการทตี่ อบสนองตอ ขอ กําหนดโดยรวมของหัวขอและผลอยูในระดบั ทด่ี ี (Le)
55% • แสดงถงึ แนวโนม ท่ดี ีอยางชดั เจนในเรอ่ื งอยูในระดับที่ดี ทมี คี วามสาํ คัญตอการบรรลุพนั ธกิจขององคก ร(T)
60% • ผลการดาํ เนินงานในปจจบุ ันบางเร่ืองอยูในระดับทดี่ ี เมอ่ื เทียบเคยี งกับตัวเปรยี บเทยี บและ/หรือระดับ
หรือ เทียบเคยี งท่เี หมาะสม(C)
85% • มีการรายงานผลการดาํ เนินการขององคก รเปน สว นใหญด า นลกู คาท่สี าํ คัญ ตลาดทสี่ ําคัญ และขอกําหนด
ทส่ี าํ คญั ของกระบวนการ (I)
5 70% • มกี ารรายงานผลการดําเนนิ การที่ตอบสนองตอ ขอ กาํ หนดยอยของหัวขอ และผลอยใู นระดบั ทดี่ ีถึงดีเลิศ (Le) เกณ ฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ้ัขนพ�้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
75% • สามารถรกั ษาแนวโนม ทดี่ อี ยา งตอ เนอื่ งในเรอื่ งทสี่ าํ คญั ทจ่ี ะบรรลพุ นั ธกจิ ขององคก รไวไ ดเ ปน สว นใหญก บั (T)
80% • มีการเปรยี บเทียบแนวโนมและระดบั ผลการดําเนนิ การในปจ จบุ ันเปน จาํ นวนมากหรือเปนสว นใหญ
หรือ กบั ตวั เปรียบเทียบและ/หรอื ระดบั เทียบเคียงทเี่ หมาะสม และแสดงถึงความเปนผนู ําในบางเร่ือง
85% และมีผลการดาํ เนนิ การเชงิ เปรียบเทียบทด่ี ีมาก (C)
• มกี ารรายงานผลการดาํ เนนิ การขององคก รเปน สว นใหญ ดา นลกู คา ทส่ี าํ คญั ตลาดทสี่ าํ คญั รวมทงั้ ขอ กาํ หนด
ท่สี ําคัญของกระบวนการและแผนปฏิบตั ิการ (I)
6 90% • มกี ารรายงานผลการดาํ เนินการท่ีตอบสนองตอ ขอกาํ หนดยอยของหัวขอ อยางสมบูรณแ ละอยูใ นระดบั
95% ดเี ลศิ (Le)
หรอื • สามารถรักษาแนวโนม ทีด่ อี ยางตอเนือ่ งในเรอื่ งทีส่ ําคญั ท่ีจะบรรลพุ ันธกจิ ขององคกร(T)
100% • แสดงถงึ ความเปน ผูนาํ ในธุรกิจและเปน ระดบั เทยี บเคยี งใหองคก รอืน่ ในหลายเรื่อง(C)
• มกี ารรายงานผลการดําเนนิ การขององคกรและการคาดการณผ ลการดําเนินการในดา นลูกคาทส่ี ําคญั
ตลาดท่ีสําคัญ รวมท้งั ขอ กาํ หนดทสี่ าํ คญั ของกระบวนการและแผนปฏิบตั ิการเกอื บทัง้ หมด (I)
เกณฑรางวลั คุณภาพแหงสาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้น� ฐาน OBECQA ป 2559-2560 จากการเรย� นรูสูนวตั กรรม 134
ตารางการเทยี บคะแนน
หมวด % % % % % % % % % % % % % % % % % % % %
1 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85 90 95 100
60 3.0 6.0 9.0 12.0 15.0 18.0 21.0 24.0 27.0 30.0 33.0 36.0 39.0 42.0 45.0 48.0 51.0 54.0 57.0 60.0
50 2.5 5.0 7.5 10.0 12.5 15.0 17.5 20.0 22.5 25.0 27.5 30.0 32.5 35.0 37.5 40.0 42.5 45.0 47.5 50.0
%%% %% %% %%%%% %%% % % %%%
2 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85 90 95 100
45 2.3 4.5 6.8 9.0 11.3 13.5 15.8 18.0 20.3 22.5 24.8 27.0 29.3 31.5 33.8 36.0 38.3 40.5 42.8 45.0
50 2.5 5.0 7.5 10.0 12.5 15.0 17.5 20.0 22.5 25.0 27.5 30.0 32.5 35.0 37.5 40.0 42.5 45.0 47.5 50.0
%%% %% %% %%%%% %%% % % %%%
3 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85 90 95 100
45 2.3 4.5 6.8 9.0 11.3 13.5 15.8 18.0 20.3 22.5 24.8 27.0 29.3 31.5 33.8 36.0 38.3 40.5 42.8 45.0
50 2.5 5.0 7.5 10.0 12.5 15.0 17.5 20.0 22.5 25.0 27.5 30.0 32.5 35.0 37.5 40.0 42.5 45.0 47.5 50.0
%%% %% %% %%%%% %%% % % %%%
4 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85 90 95 100
55 2.8 5.5 8.3 11.0 13.8 16.5 19.3 22.0 24.8 27.5 30.3 33.0 35.8 38.5 41.3 44.0 46.8 49.5 52.3 55.0
45 2.3 4.5 6.8 9.0 11.3 13.5 15.8 18.0 20.3 22.5 24.8 27.0 29.3 31.5 33.8 36.0 38.3 40.5 42.8 45.0
%%% %% %% %%%%% %%% % % %%%
5 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85 90 95 100
45 2.3 4.5 6.8 9.0 11.3 13.5 15.8 18.0 20.3 22.5 24.8 27.0 29.3 31.5 33.8 36.0 38.3 40.5 42.8 45.0
55 2.8 5.5 8.3 11.0 13.8 16.5 19.3 22.0 24.8 27.5 30.3 33.0 35.8 38.5 41.3 44.0 46.8 49.5 52.3 55.0
ตารางการเทียบคะแนน
หมวด % % % % % % % % % % % % % % % % % % % %
6 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85 90 95 100
55 3.0 6.0 9.0 12.0 15.0 18.0 21.0 24.0 27.0 30.0 33.0 36.0 39.0 42.0 45.0 48.0 51.0 54.0 57.0 60.0
45 2.5 5.0 7.5 10.0 12.5 15.0 17.5 20.0 22.5 25.0 27.5 30.0 32.5 35.0 37.5 40.0 42.5 45.0 47.5 50.0
%%% %% %% %%%%% %%% % % %%%
7 5 10 15 20 25 30 35 40 45 50 55 60 65 70 75 80 85 90 95 100
120 6.0 12.0 18.0 24.0 30.0 36.0 42.0 48.0 54.0 60.0 66.0 72.0 78.0 84.0 90.0 96.0 102.0 108.0 114.0 120.0
75 3.8 7.5 11.3 15.0 18.8 22.5 26.3 30.0 33.8 37.5 41.3 45.0 48.8 52.5 56.3 60.0 63.8 67.5 71.3 75.0
75 3.8 7.5 11 15 19 23 26 30 34 38 41 45 49 53 56 60 64 68 71 75
65 3.3 6.5 9.8 13.0 16.3 19.5 22.8 26.0 29.3 32.5 35.8 39.0 42.3 45.5 48.8 52.0 55.3 58.5 61.8 65.0
65 3.3 6.5 9.8 13.0 16.3 19.5 22.8 26.0 29.3 32.5 35.8 39.0 42.3 45.5 48.8 52.0 55.3 58.5 61.8 65.0
400 20 40 60 80 100 120 140 160 180 200 220 240 260 280 300 320 340 360 380 400
เกณฑรางวลั คณุ ภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้น� ฐาน OBECQA ป 2559-2560 จากการเร�ยนรูสนู วัตกรรม 135
สวนท่ี 2
แนวทางการขบั เคลื่อนสูความสาํ เร็จ
ตามเกณฑรางวัลคุณภาพ
แหงสํานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน
ป 2559-2560
บท ํนา : โครง รางองคกร138
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560บทที่ 1
ความเปน มาของโครงการ
โรงเรียนมาตรฐานสากล เปนนวัตกรรมการจัดการศึกษา ทสี่ ํานกั งานคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพื้นฐาน นํามาใชเปนยุทธศาสตร ในการพัฒนายกระดับการจัดการศึกษา
ใหม คี ณุ ภาพมาตรฐานเทยี บเทา สากล ผเู รยี นมศี กั ยภาพและความสามารถทดั เทยี มกบั ผเู รยี น
นานาประเทศ หรอื มาตรฐานของประเทศทม่ี คี ณุ ภาพการศกึ ษาสงู (ประเทศทมี่ ผี ลการเขา รว ม
โครงการ PISA หรือ TIMSS สงู ในระดบั 50 % บน) มคี วามสามารถในการรวมมอื ทาํ งาน
และแขงขันกับนานาชาติไดอยางมีประสิทธิภาพ เพราะสิ่งเหลานี้ จะทําใหประเทศไทย
ดํารงอยูในเวทรี ะดับนานาชาติไดอ ยา งรูเทา ทนั สมศกั ดิศ์ รี เคียงบาเคยี งไหล ไมถกู เอารดั
เอาเปรียบ ไดรับประโยชนในส่ิงที่ควรจะไดรับ และมีคุณภาพชีวิตท่ีดี สามารถดํารงชีวิต
อยรู ว มกนั อยางสงบ สันติ ถอ ยที ถอยอาศยั และชว ยเหลอื ซง่ึ กันและกนั
โครงการโรงเรยี นมาตรฐานสากลเปน วาระแหง ชาตแิ ละเปน การตอบโจทยก ารพฒั นา
ผูเรียนสูเปาหมายปลายทางการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษท่ีสอง ซึ่งไดคัดเลือกโรงเรียน
ท่ีมีความพรอมและมีคุณภาพสูงทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเขาโครงการ
ดวยการใหโรงเรียนในโครงการ พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา และพัฒนาวิธีการจัดกิจกรร
มการเรียนการสอนท่ีสอดคลองกับปฏิญญาวาดวยการจัดการศึกษาของ UNESCO
ทั้ง 4 ดา น คือ Learning to Know, Learning to Do, Learning to Live Together และ
Learning to Be รวมถึงการพัฒนาระบบการบริหารจัดการโรงเรียนดวยระบบคุณภาพ
ตามเกณฑร างวลั คุณภาพแหงชาติ (Thailand Quality Award : TQA) มงุ พัฒนาใหผ เู รียน
บรรลุคุณภาพตามมาตรฐานที่กําหนดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 และเพิ่มเติมสาระการเรียนรูความเปนสากล เพื่อพัฒนาผูเรียน
ใหมีศักยภาพเปนพลโลก มีทักษะ ความรู ความสามารถ และคุณลักษณะอันพึงประสงค
ในระดบั เดยี วกับมาตรฐานของสากล หรอื มาตรฐานของประเทศที่มคี ุณภาพการศกึ ษาสงู
โรงเรียนมาตรฐานสากล หมายถึง โรงเรียนท่ีมีการพัฒนาหลักสูตรการจัดกิจกรรม
การเรียนการสอน และการบริหารจัดการดวยระบบคุณภาพที่มุงเนนการพัฒนาผูเรียน
ใหมีศักยภาพเปนพลโลก มีทักษะ ความรู ความสามารถ และคุณลักษณะอันพึงประสงค
ในระดับเดียวกับมาตรฐานสากลหรือมาตรฐานของประเทศช้ันนําท่ีมีคุณภาพการศึกษาสูง
สอดคลองกับวัตถุประสงคของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
ทม่ี งุ เนน การพัฒนาคุณภาพเยาวชนสําหรับยุคศตวรรษที่ 21
การดําเนินงานของโรงเรียนมาตรฐานสากล จะประสบความสําเร็จไดจะตอง
มีการพัฒนาหลายมิติไปพรอมกัน โดยจะตองดําเนินการทั้งระบบ คือ ดานหลักสูตร
ดา นการจดั การเรยี นการสอน และดา นการบรหิ ารจดั การ มใิ ชเ ปน การจดั การศกึ ษาเพยี งบางสว น
ของโรงเรยี นหรือเพยี งจดั เปนแผนการเรยี นมาตรฐานสากล
139 Organizational Profile
จดุ มงุ หมายและทิศทางของโรงเรยี นมาตรฐานสากล
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
1. เพื่อยกระดับการจัดการเรียนการสอนใหเทียบเคียงมาตรฐานสากลหรือประเทศ
ชนั้ นาํ ทม่ี คี ณุ ภาพการศกึ ษาสงู ไดแ ก ประเทศทปี่ ระสบความสาํ เรจ็ สงู ในการเขา รว มโครงการ
PISA หรือ TIMSS โดยมุงพัฒนาผูเรียนใหมีศักยภาพเปนพลโลก โดยเนนความเปนเลิศ
ทางวชิ าการ สอื่ สารสองภาษา ลาํ้ หนา ทางความคิด ผลิตงานอยา งสรา งสรรค และรวมกัน
รับผิดชอบตอสังคมโลก และคํานึงถึงความแตกตางของผูเรียนทางดานสติปญญา
ความสามารถและความถนัด มีการจัดการเรียนรูท่ีเหมาะสมในการเพิ่มพูนศักยภาพของ
ผเู รยี น สง เสรมิ พหปุ ญ ญาของผเู รยี น บนพน้ื ฐานของความเขา ใจ มกี ารใชก ระบวนการคดั กรอง
ในระบบดแู ลชว ยเหลอื ผเู รยี นเปน รายบคุ คล เพอ่ื ใหส ามารถพฒั นาไปสจู ดุ สงู สดุ แหง ศกั ยภาพ
2. เพื่อยกระดับการบริหารจัดการของโรงเรียนใหมีการบริหารดวยระบบคุณภาพ
ตามเกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (OBECQA)
และพฒั นาไปสูเกณฑรางวลั คุณภาพแหงชาติ (Thailand Quality Award : TQA) ตอไป
เปาหมายของโรงเรียนมาตรฐานสากล
1. เปา หมายเชงิ ปรมิ าณ
โรงเรยี นในโครงการมาตรฐานสากลรนุ ท่ี 1 จาํ นวน 500 โรงเรียน ประกอบดวย
โรงเรียนมธั ยมศกึ ษา 381 โรงเรียน โรงเรียนประถมศึกษา 119 โรงเรยี น และปง บประมาณ
2556 สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน คัดเลือกโรงเรียนเพ่ือยกระดับ
เปนโรงเรียนมาตรฐานสากลในรุนที่ 2 เพ่ิมเติมอีก 232 โรงเรียน มีโรงเรียนในโครงการ
รวม 732 โรงเรยี น
ป 2557 สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน อนุญาตใหโรงเรียน
จุฬาภรณราชวิทยาลัยจํานวน 12 โรงเรียน ออกจากโครงการ ดังน้นั ปจ จุบันจึงมโี รงเรยี น
ในโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล รวมท้งั สนิ้ 720 โรงเรยี น
2. เปาหมายเชิงคุณภาพ ประกอบดวย
เปาหมายและตัวช้ีวัดความสําเร็จในการดําเนินการดานผูเรียนของโรงเรียน
มาตรฐานสากล มี 5 เปาหมาย คือ เปนเลิศทางวิชาการ สื่อสารสองภาษา ลํ้าหนาทาง
ความคิด ผลติ งานอยางสรา งสรรค รวมกันรับผิดชอบตอ สังคมโลก
เปาหมายขอ 1 เปนเลิศวิชาการ : หมายถึง นักเรียนโรงเรียนมาตรฐานสากล
มีผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนทุกกลมุ สาระการเรียนรูส ูง
เปา หมายขอ 2 สอ่ื สารสองภาษา : หมายถงึ นักเรียนโรงเรียนมาตรฐานสากล
มีทักษะและความสามารถดานภาษา ท้ังภาษาไทยและภาษาอังกฤษสูงในระดับเดียวกับ
นักเรียนของประเทศท่ีมีคุณภาพการศึกษาสูง ทั้งเพื่อการศึกษาคนควาหาความรู
เพอ่ื การตดิ ตอสื่อสาร เพอื่ การนาํ เสนอผลงาน เพือ่ การโตแ ยง ใหเหตุผล และเพ่อื การเจรจา
ความรว มมอื ทง้ั ดา นการฟง การพดู การอา น และการเขยี น และนกั เรยี นโรงเรยี นมาตรฐาน
สากลมีความสนใจเรียนวชิ าภาษาตา งประเทศทสี่ องเพิม่ มากขึ้น
บท ํนา : โครง รางองคกร140
เปา หมายขอ 3 ล้าํ หนา ทางความคดิ หมายถึง นกั เรยี นโรงเรยี นมาตรฐานสากล
มคี วามคดิ รเิ รมิ่ สรา งสรรค (creative thinking ) มคี วามคดิ ทางวทิ ยาศาสตร (scientific thinking)
และมีความคิดอยางมีวิจารณญาณ (critical thinking) รวมถึงมีทักษะความสามารถในการ
คดิ วเิ คราะห (analytical thinking)ในการแกปญ หาและการใช ICT เพื่อการเรียนรูสูงในระดับ
เดยี วกบั นกั เรยี นของประเทศทม่ี คี ณุ ภาพสงู โดยประเทศไทยมหี ลกั คดิ ทนี่ อ มนาํ ปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง ท่พี ระบาทสมเด็จพระเจาอยหู วั ฯ พระราชทานมาใชไดในทุกมติ ิ
เปาหมายขอ 4 ผลติ งานอยา งสรา งสรรค หมายถึง นักเรยี นโรงเรยี นมาตรฐาน
สากลมีทักษะความสามารถในการศึกษาเรียนรูดวยตนเอง (independent study) และ
มีความสามารถในการผลิตผลงานดา นตา ง ๆ ดว ยตนเองอยา งมีคุณภาพสงู
เปาหมายขอ 5 รวมกันรับผิดชอบตอสังคมโลก หมายถึง นักเรียนโรงเรียน
มาตรฐานสากลเปน ผมู จี ติ สาธารณะ มสี าํ นกึ ในการบรกิ ารสงั คม มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ สงั คม
และมจี ติ สํานึกในการสงเสรมิ พทิ ักษแ ละปกปองสง่ิ แวดลอ ม ตลอดจนมคี วามรูค วามเขา ใจ
เกี่ยวกับวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และสถานภาพทางเศรษฐกิจ สังคมและส่ิงแวดลอม
ของประเทศตาง ๆ โดยเฉพาะกลุม ประเทศอาเซยี นอยูใ นระดับสูง
นอกจากการกําหนดเปาหมายดงั กลา วแลว ในการดาํ เนนิ ตามแผนงาน/กิจกรรม
ของโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล ตั้งแตป 2556-2558 ยังกําหนดตัวชี้วัดความสําเร็จ
ไวในเอกสารเปาหมายและตัวช้ีวัดดานผูเรียนโรงเรียนมาตรฐานสากล (สํานักบริหารงาน
การมัธยมศกึ ษาตอนปลาย, 2556.)
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
141 Organizational Profile
การบริหารจดั การดว ยระบบคุณภาพตามเกณฑรางวลั คุณภาพ เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
แหงสาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน (OBECQA)
เพือ่ ผลการดําเนินการทีเ่ ปน เลศิ
ภูมิหลงั
การบริหารจัดการระบบคุณภาพ เปนกลไกสําคัญในการผลักดันการพัฒนาโรงเรียน
สมู าตรฐานสากล ซง่ึ จะทาํ ใหเ กดิ คณุ ลกั ษณะตอ การจดั การเรยี นการสอน อนั จะสง ผลกระทบ
ตอนักเรียนอันเปนเปาหมายปลายทางของการจัดการศึกษา ระบบบริหารจัดการ ซึ่งได
รบั การยอมรบั วา เปน ระบบทจี่ ะพฒั นาองคก รใหม ผี ลการดาํ เนนิ การทเ่ี ปน เลศิ โดยองิ แนวทาง
การดาํ เนนิ งานตามเกณฑร างวลั คณุ ภาพแหง ชาติ (Thailand Quality Award-TQA) มาพฒั นา
ขีดความสามารถดานการบริหารจัดการองคกร เพ่ือใหมีวิธีปฏิบัติและผลการดําเนินการ
ในระดับมาตรฐานโลก เน่ืองจากระบบดังกลาวมีพ้ืนฐานทางดานเทคนิคและกระบวนการ
ตัดสินรางวัลเชนเดียวกับรางวัลคุณภาพแหงชาติของสหรัฐอเมริกา (Malcolm Baldrige
National Quality Award-MBNQA) ซ่ึงเปนตน แบบรางวลั คุณภาพแหง ชาติทปี่ ระเทศตา ง ๆ
หลายประเทศท่ัวโลกนําไปประยุกตโดยเรียกช่ือแตกตางกันไป เชน ประเทศออสเตรเลีย
เรยี กวา Australian Business Excellence Award (ABEA) สงิ คโปร เรยี กวา Singapore Quality
Award (SQA) ญี่ปนุ เรยี กวา Japan Quality Award (JQA) สหภาพยโุ รป เรยี กวา European
Quality Award (EQA) สวนประเทศไทย เรียกรางวัลนว้ี า Thailand Quality Award (TQA)
ซึ่งมีหนวยงานที่รับผิดชอบในการดําเนินการประเมิน คือ สถาบันเพ่ิมผลผลิตแหงชาติ
ในดานการศึกษาไดมีการนําแนวทางดังกลาวมาประยุกตใชในองคกร สถาบัน และ
สถานศึกษาตาง ๆ โดยไดกําหนดกรอบเกณฑดานการจัดการศึกษาเพื่อผลงานที่เปนเลิศ
(Baldrige Education Criteria for Performance Excellence) ตัง้ แตป พ.ศ. 2541 เพอ่ื ชวย
ใหมีการทําความเขาใจและปรับใชในวงการศึกษาเพ่ือการปรับปรุงคุณภาพของโรงเรียน
โดยยดึ หลกั การดาํ เนนิ งาน เชงิ ระบบเพอื่ ชว ยใหอ งคก ร โรงเรยี นสรา งการเปลยี่ นแปลงอยา ง
เปน ระบบ ทงั้ นเี้ พอื่ ผลการดาํ เนนิ งานทเ่ี ปน เลศิ สาํ หรบั ในประเทศไทยยงั ไมไ ดก าํ หนดเกณฑ
การประเมินสําหรับองคกรที่จัดการศึกษาไวโดยเฉพาะ ดังน้ันกรอบในการบริหารจัดการ
โรงเรียนใหมีคุณภาพสําหรับการยกระดับโรงเรียนสูมาตรฐานสากล จึงประยุกตแนวทาง
เกณฑรางวัลคุณภาพแหงชาติ (TQA) มาเปนแนวทางในการพัฒนาระบบบริหารจัดการ
คณุ ภาพของโรงเรียน ซึ่งโรงเรยี นสามารถดาํ เนนิ การไดใน 2 ระดบั คอื
บท ํนา : โครง รางองคกร142
ระดับท่ี 1 การบริหารจัดการระบบคุณภาพเพ่ือรับรางวัลระดับโรงเรียน (School
Quality Award : ScQA)
ระดบั ที่ 2 การบรหิ ารจดั การระบบคณุ ภาพเพอื่ รบั รางวลั ระดบั สาํ นกั งานคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (Office of the Basic Education Commission Quality Award :
OBECQA)
สําหรับโรงเรียนท่มี กี ารพัฒนาผลการดาํ เนินการผา นเกณฑ OBECQA ซึง่ เปนรางวัล
สงู สดุ ในดา นการบรหิ ารจดั การองคก รของสาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานแลว
สามารถพฒั นาระบบบรหิ ารจดั การองคก รใหส งู ขน้ึ สเู กณฑร างวลั คณุ ภาพแหง ชาติ (Thailand
Quality Award : TQA) ตอไป
วตั ถปุ ระสงค
การนําเกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
(OBECQA) มาใช มวี ัตถุประสงคดงั นี้
1. เพ่ือใหโรงเรียนไดใชเกณฑน้ีไปพัฒนาปรับปรุงการดําเนินการ ขีดความสามารถ
และผลลัพธใ หด ีขึน้
2. เพื่อเปนกลไกในการส่ือสารและการแบงปนเรียนรูจากวิธีปฏิบัติที่เปนเลิศ
เกดิ การเรียนรทู ้งั ในระดับองคก รและบุคคล
3. เพอ่ื เปน เครอ่ื งมอื ในการสรา งความเขา ใจและทบทวนผลการดาํ เนนิ การในระบบ
การบริหารจดั การของโรงเรยี น
4. เพ่ือทําใหการจัดการศึกษามีการปรับปรุงอยูเสมอ เปนประโยชนกับผูเรียนและ
ผมู ีสวนไดสว นเสีย สง ผลตอคุณภาพและความสาํ เรจ็ ในปจจุบันและในอนาคต
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
143 Organizational Profile
การขับเคลื่อนการดาํ เนินการบริหารจดั การดว ยระบบคุณภาพ เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
ตามเกณฑร างวลั คณุ ภาพแหง สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน
(OBECQA) ระหวา งป 2556-2559
สํานักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย สํานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขนั้ พ้นื ฐานขบั เคลือ่ นการดาํ เนินการพฒั นาการบริหารดวยระบบคุณภาพ สรุปไดด งั น้ี
1. จดั ทาํ เอกสารแนวทางการบรหิ ารจดั การดว ยระบบคณุ ภาพใหโ รงเรยี นไวเ ปน คมู อื
ในการดําเนินการและเอกสารเกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพ้นื ฐาน (OBECQA) ของโครงการโรงเรยี นมาตรฐานสากลป 2557-2558 เพื่อใหโรงเรยี น
นําแนวทางของเกณฑไปประยุกตใชโดยเทียบเคียงใหเหมาะสมกับบริบทการบริหารจัดการ
ของโรงเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพและเกิดความมุงมั่นท่ีจะพัฒนาตนเองสูความเปนเลิศ
อยา งตอเนือ่ ง
2. พัฒนาบุคลากรไดแก ผูบริหาร ครูและบุคลากรหลักของโรงเรียนในโครงการ
มาตรฐานสากล เพื่อใหดําเนินการบริหารจัดการดวยระบบคุณภาพ ตามแนวทางเกณฑ
รางวัลคุณภาพแหงสํานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน OBECQA ได โดยมงุ เนน
ทง้ั ดา นการสรา งความรคู วามเขา ใจและการฝก ปฏบิ ตั ิจริง
3. เพี่อใหเกิดการขับเคลื่อนท่ีชัดเจน สํานักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย
สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน จงึ คดั เลอื กโรงเรยี นในโครงการทม่ี กี ารพฒั นา
แบบเขม ขน เพอื่ เปน ตน แบบการบรหิ ารจดั การดว ยระบบคณุ ภาพ ทเ่ี รยี กวา intensive school
จาํ นวน 63 โรงเรยี น เพอื่ เขา สกู ระบวนการพฒั นาเพอ่ื เปน ตน แบบ โดยมกี ารดาํ เนนิ การดงั นี้
ปงบประมาณ 2556 โรงเรยี นจดั ทํารายงานโครงรา งองคกร (School Profile) ตามขอ กาํ หนด
นาํ เสนอใหค ณะกรรมการพเ่ี ลย้ี งตรวจเยยี่ ม นเิ ทศ กาํ กบั ตดิ ตาม โรงเรยี นใชเ ปน ขอ มลู พนื้ ฐาน
ในการพัฒนาปรับปรุงใหไดตามเกณฑคุณภาพการศึกษาเพ่ือการดําเนินงานที่เปนเลิศ
ของโรงเรยี น
ปง บประมาณ 2557 โรงเรยี นรบั การตรวจเยยี่ มและประเมนิ ScQA โดยคณะกรรมการ
พเ่ี ลยี้ ง โรงเรยี นจดั ทาํ รายงานตามขอ กาํ หนดของหวั ขอ ตา งๆในเกณฑ ตงั้ แตโ ครงรา งองคก ร
และการบริหารงานดานกระบวนการหมวด 1-6 โดยใชแนวทางตามเกณฑ OBECQA
ป 2557-2558 แตใชร ะดับคะแนนแตกตางกัน และสรปุ ผลการประเมิน ScQA และนาํ ผล
มาปรบั ปรงุ พัฒนาเพอื่ ใหไ ดผลลพั ธท สี่ มบูรณ
บท ํนา : โครง รางองคกร144
ปงบประมาณ 2558 โรงเรียนรับการประเมิน OBECQA โดยคณะผูประเมินที่ได
รับการแตงตั้งจากสํานักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย และใชเกณฑการประเมิน
ตามแนวทางเกณฑ OBECQA ป 2557-2558 ซึ่งการประเมินพิจารณาจากรายงานการ
ประเมินตนเองของโรงเรียน ตรวจสอบเอกสาร ตั้งแตโครงรางองคกรและหมวด 1-7
สมั ภาษณผ เู ก่ยี วขอ ง สังเกตสภาพจริงและรายงานสรุปผลการประเมิน OBECQA
ปงบประมาณ 2559 สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน แตงต้ัง
คณะกรรมการเพื่อพิจารณาปรับปรุงเอกสารแนวทางการบริหารจัดการดวยระบบคุณภาพ
ตามเกณฑรางวัลคณุ ภาพแหงสํานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน
4. สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน แตง ตง้ั คณะกรรมการระดบั ภมู ภิ าค
เพื่อเปนพ่ีเลี้ยงในการติดตาม ตรวจเย่ียมโรงเรียนในโครงการทั้งหมด และประเมินผล
การบริหารจัดการระบบคุณภาพระดับโรงเรียน (School Quality Award: ScQA) สําหรับ
โรงเรียนท่ีอยูในความดูแลของคณะกรรมการพ่ีเลี้ยงในแตละภูมิภาค โดยโรงเรียนจัดทํา
รายงานโครงรา งองคก ร (School Profile ) ตามขอ กําหนด นําเสนอใหคณะกรรมการพ่เี ล้ียง
ตรวจเยย่ี ม นิเทศ กํากบั ติดตาม โรงเรียนใชเ ปน ขอ มลู พ้ืนฐานในการพฒั นาปรบั ปรุง ใหไ ด
ตามเกณฑค ณุ ภาพการศึกษาเพอื่ การดาํ เนินงานท่ีเปนเลศิ ของโรงเรยี น
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
145 Organizational Profile
บทท่ี 2
การบรหิ ารการเปลย่ี นแปลงสรู ะบบบรหิ ารจัดการ
ดว ยระบบคณุ ภาพตามเกณฑรางวัลคณุ ภาพ
แหง สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน (OBECQA)
การบริหารการเปลย่ี นแปลง
ในปจ จบุ นั องคก รทง้ั ภาครฐั และภาคเอกชนลว นจาํ เปน ตอ งปรบั ตวั เพอื่ ความอยรู อด
และเจริญกาวหนาในสภาพแวดลอมที่เปล่ียนแปลงไปอยางรวดเร็วและวิกฤต ภายใน
ระยะเวลาสั้น ๆ จะพบวาธุรกิจท่ีเคยรุงเรืองและเติบโตอยางรวดเร็วในอดีต กลับตอง
ลม ละลายเลกิ กจิ การไปเปน จาํ นวนมาก หนว ยราชการทเ่ี คยคมุ อาํ นาจการบรหิ ารทว่ั ประเทศ
มาเปนเวลานานก็ตองถูกตัดทอนถายโอนอํานาจออกไปจนเกือบไมเหลือภารกิจใด ๆ
ทจี่ ะดาํ เนนิ การตอ ไป ประเทศทเี่ คยดาํ รงเอกราชมาเปน ศตวรรษกอ็ าจตอ งสญู เสยี กรรมสทิ ธิ์
ในปจ จัยการผลติ ใหแกชาตอิ ื่น ๆ ภายในระยะเวลาอนั สนั้
ทา นมัน่ ใจหรอื ไม เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
ทจ่ี ะใชเ ครือ่ งมือ
การบรหิ ารจดั การองคก ร
สาํ หรับศตวรรษที่ 19
มาใชในการขบั เคลอ่ื นองคกร
ในศตวรรษท่ี 21
องคก รทไี่ มส ามารถบรหิ ารการเปลย่ี นแปลงของตนเองเพอ่ื Uncertainty
ปรบั ตวั ใหท นั กบั สภาพแวดลอ มได มกั จะพบกบั ความเสอ่ื ม ในทาง • Social
กลับกัน องคกรท่ีสามารถบริหารการเปลี่ยนแปลงเพ่ือปรับตัวให • Technology
เทา ทนั กบั ความผนั แปรของสภาพแวดลอ มไดก จ็ ะสามารถอยรู อด • Environment
และเจริญกา วหนาไดอ ยา งรวดเร็ว • Economic
• Politic
การเปล่ียนแปลงเปนไปอยางรวดเร็วและทุกดาน ไมวา
จะเปน การเปลย่ี นแปลงทางดา นสงั คม เศรษฐกจิ การเมอื ง เทคโนโลยี
และสงิ่ แวดลอ ม การเปลย่ี นแปลงดงั กลา วลว นมผี ลกระทบอยา งยงิ่
ตอกระบวนการในการจัดการศึกษา เพ่ือเตรียมคนใหรองรับกับ
การเปล่ียนแปลงและสอดคลองกับบรบิ ทในอนาคต
บท ํนา : โครง รางองคกร146
การทําใหองคกรประสบความสําเร็จในปจจุบันและอนาคต ถือวาเปนเปาหมาย
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
ของการพฒั นา ทต่ี อ งอาศยั กรอบความคดิ ทม่ี องการพฒั นาเปน มติ ขิ องการศกึ ษา เศรษฐกจิ
สงั คม และสง่ิ แวดลอ มใหม คี วามเชอื่ มโยงสอดคลอ งไปในทศิ ทางเดยี วกนั เรยี กวา เปา หมาย
การพฒั นาทย่ี งั่ ยนื หรอื Sustainable Development Goals (SDGs) ซง่ึ องคก ารสหประชาชาติ
จะใชเปนทิศทางการพัฒนาต้ังแตเดือนกันยายน ป 2558 ถึงเดือนสิงหาคม 2573
ครอบคลุมระยะเวลา 15 ป โดยประกอบไปดว ย 17 เปา หมาย คอื
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปนหนวยงานหน่ึงที่รับผิดชอบ
การจัดการศึกษา ตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงดังกลาว จึงไดนําเกณฑ
รางวัลคณุ ภาพแหงชาติ (Thailand Quality Award: TQA) ของสถาบันเพ่มิ ผลผลิตแหง ชาติ
มาขบั เคลอ่ื นการบรหิ ารจดั การดว ยระบบคณุ ภาพสถานศกึ ษาในโครงการโรงเรยี นมาตรฐาน
สากล โดยกําหนดเกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(OBECQA) เปนกลไกในการบริหารจัดการดวยระบบคุณภาพของสถานศึกษาโดยรวม
เพ่ือรองรับการเปลย่ี นแปลงทุกดานในอนาคต
147 Organizational Profile
คานยิ มขององคกรท่มี ผี ลการดําเนินการท่ีเปนเลศิ เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
การสรางองคกรใหพรอมในการแขงขันและประสบความสําเร็จทั้งในปจจุบันและ
อนาคต ยอมเกิดจากความรวมแรงรวมใจที่เปนไปในทิศทางเดียวกันของบุคลากรทุกระดับ
เปรยี บดงั แมเ หลก็ ทมี่ พี ลงั ดงึ ดดู อนั เนอ่ื งมาจากเสน แรงทเ่ี ปน ระเบยี บมงุ ไปยงั ทศิ ทางเดยี วกนั
สทิ ธชิ ยั นนั ทนาวจิ ติ ร (มปป, ออนไลน) กลา ววา ถา คนไมม ศี รทั ธาตอ เรอื่ งใด ๆ ยอ มไมป ฏบิ ตั ิ
ในเรอ่ื งนน้ั ๆ และถา ผบู รหิ ารองคก รสรา งใหค นในองคก รมคี วามเชอื่ รว มกนั ในทส่ี ดุ จะกลาย
เปน คา นยิ ม ดงั นนั้ องคก รตา ง ๆ ทม่ี งุ หวงั จะประสบความสาํ เรจ็ จงึ ตอ งเรมิ่ ตน ทก่ี ารปลกู ฝง
ใหบคุ ลากรมคี วามเชอื่ รว มกนั และปฏบิ ตั ิรวมกนั ในสง่ิ ซึ่งจะสง ผลตอ ความสําเร็จขององคก ร
เชือ่ และ ปฏบิ ัติ
Believe and Behave
ภาพประกอบ การแปลงคา นิยมไปสวู ฒั นธรรมองคก ร
ทีม่ า : สทิ ธชิ ัย นันทนาวจิ ติ ร. (มปป.). สูความเปนเลิศ. สบื คนเมื่อ 18 มถิ นุ ายน 2559 เขาถึงได
จากhttp://202.183.190.2/FTPiWebAdmin/knw_pworld/image_content/74/pw74_2_lds1.pdf
คานิยมและแนวคิดหลัก เปนความเช่ือและพฤติกรรมที่พบวาฝงลึกอยูในองคกร
ที่มีผลการดําเนินการช้ันเลิศหลายแหง คานิยมและแนวคิดหลักจึงเปนรากฐานท่ีกอใหเกิด
การปฏิบัติที่เก่ียวเน่ืองกันระหวางผลการดําเนินการท่ีสําคัญและขอกําหนดของการปฏิบัติ
การภายใตกรอบการจัดการที่เนนผลลัพธซึ่งนําไปสูการปฏิบัติการ การใหขอมูลปอนกลับ
และความสําเรจ็ อยา งตอเน่อื ง
เกณฑร างวลั คณุ ภาพแหง สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน ป 2559-2560
เปนเกณฑท ไ่ี ดพ ฒั นาปรบั ปรุงมาอยา งตอ เน่อื งทกุ 2 ป เพ่อื ชวยใหองคกรประเมนิ ตนเอง
ภายใตสภาวะแวดลอมที่เปลี่ยนแปลงไป มุงเนนผลการดําเนินการตามกลยุทธขององคกร
เกณฑไดพัฒนาไปสูมุมมองเชิงระบบท่ีครอบคลุมและบูรณาการการบริหารจัดการกับ
ผลการดําเนินการโดยรวมขององคกร เพื่อมุงสูความเปนเลิศ เกณฑน้ีจัดทําขึ้นโดยอาศัย
คานิยมและแนวคิดหลกั 11 ประการ ดงั น้ี
บท ํนา : โครง รางองคกร148
1. มุมมองเชงิ ระบบ (Systems Perspective)
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560ระบบ หมายถึง แนวทางซึ่งมีการจัดขั้นตอนเปนลําดับ สามารถทําซ้ําได และ
แสดงการใชขอ มูลและสารสนเทศเพื่อใหเ กิดการเรียนรู
มมุ มองเชงิ ระบบ หมายถงึ แนวทางจะมคี วามเปน ระบบ ถา หากมกี ารสรา งโอกาส
ในการประเมิน การปรับปรุง และการแบงปนรวมอยูดวย จนสงผลใหแนวทางน้ันมีระดับ
ความสมบรู ณยิง่ ข้นึ
การจดั การกบั องคป ระกอบทกุ สว นขององคก รใหเ ปน องคก รหนงึ่ เดยี ว เพอ่ื บรรลุ
วสิ ัยทัศน พันธกจิ ความสาํ เรจ็ อยา งตอเน่ือง และมีผลการดาํ เนนิ การที่เปน เลิศ
การจดั การผลการดาํ เนนิ การโดยรวมของสถานศกึ ษาจะประสบความสาํ เรจ็ ไดต อ ง
อาศยั การปฏบิ ตั กิ ารทเ่ี ชอ่ื มโยงกนั ของระบบงานและความสอดคลอ งไปในแนวทางเดยี วกนั
ของแผนงาน กระบวนการปฏิบัตงิ าน และตวั วดั หรือตวั ช้วี ดั ตาง ๆ
ผูบริหารสถานศึกษาตองใหความสําคัญตอทิศทางเชิงกลยุทธ การมุงเนนเพื่อ
ตอบสนองความตองการและความคาดหวังของนักเรียน ตองตรวจติดตาม ปรับปรุงแกไข
และจดั การผลการดําเนินการโดยอาศัยผลลพั ธเ ปน พนื้ ฐาน
2. การนําองคกรอยา งมีวิสัยทศั น (Visionary Leadership)
ผูบริหารสถานศึกษาควรกําหนดวิสัยทัศน หรือภาพความสําเร็จของโรงเรียน
ในอนาคตใหชดั เจนและเปนรูปธรรม มกี รอบระยะเวลาความสําเรจ็ ท่สี ามารถวดั ได
ผูบริหารสถานศึกษาตองสือ่ สาร สรางแรงบันดาลใจ กระตุน สง เสรมิ ใหบคุ ลากร
และผมู สี ว นไดส ว นเสยี ทกุ คนมสี ว นรว มในการทาํ ใหโ รงเรยี นประสบความสาํ เรจ็ มกี ารพฒั นา
และเรียนรู มีความรบั ผิดชอบและยอมรบั การเปลยี่ นแปลง
149 Organizational Profile
ผูบริหารสถานศึกษาตองปฏิบัติตนเปนแบบอยางที่ดีในการประพฤติปฏิบัติ
ตามกฎหมาย ระเบียบขอ บงั คับตา ง ๆ อยา งมีจริยธรรม มีความรับผิดชอบตอ การปฏิบตั ิ เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
และผลการดําเนินการของตนเองและของคณะกรรมการกาํ กับดแู ลองคก ร
ผบู รหิ ารสถานศกึ ษาตอ งสามารถเสรมิ สรา งจรยิ ธรรม คา นยิ ม และความคาดหวงั
ของโรงเรยี นไปพรอม ๆ กบั การพฒั นาผนู ําในอนาคต การสรา งภาวะผนู าํ ความมงุ มน่ั และ
ความคิดรเิ รม่ิ ใหม ๆ ใหเกดิ ขนึ้ ท่วั ทงั้ โรงเรียน
3. ความเปน เลิศท่มี ุงเนน นกั เรยี น (STUDENT-Focused Excellence)
เน่ืองจากนักเรียนเปนผูตัดสินผลการดําเนินการและคุณภาพการจัดการเรียน
การสอนตามหลักสูตรและบริการทางการศึกษาตาง ๆ ของโรงเรียน ดวยเหตุนี้โรงเรียน
จงึ ตองคํานึงถึงองคป ระกอบและรายละเอียดตา ง ๆ ของกระบวนการจดั การเรยี นการสอน
ทง้ั หมดของหลกั สตู รและบรกิ ารอน่ื ๆ รวมทงั้ การสนบั สนนุ ผเู รยี นใหไ ดเ ขา ถงึ การบรกิ ารตา ง ๆ
เหลาน้ัน เพ่ือเปนการสงมอบคุณคาท่ีดีท่ีสุดใหนักเรียนไดรับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ
ของแตล ะคน
ความเปน เลิศท่มี งุ เนนนักเรยี น ประกอบดวยสวนทีเ่ ปน นักเรยี นปจจบุ ันและนกั เรยี น
ในอนาคต โดยการเขา ใจถงึ ความปรารถนา ความตอ งการ ความคาดหวงั ของนกั เรยี นปจ จบุ นั
และการคาดการณถงึ ความปรารถนาของนกั เรยี นในอนาคต
ความเปน เลศิ ทม่ี งุ เนน นกั เรยี นจงึ เปน แนวคดิ เชงิ กลยทุ ธท มี่ งุ เนน การใหไ ดน กั เรยี นใหม
การรักษานักเรียนเดิม การทําใหนักเรียนมีความพึงพอใจ ผูกพันตอหลักสูตรและกระบวน
การเรยี นการสอนและโรงเรียน
โรงเรียนจึงตองมีความไวตอความตองการของนักเรียน ไวตอการเปล่ียนแปลง
ทเ่ี กดิ ขน้ึ ใหม รวมทงั้ ปจ จยั ตา ง ๆ ทมี่ ผี ลตอ ความผกู พนั ของนกั เรยี น โรงเรยี นจงึ ตอ งรบั ฟง เสยี ง
ของนักเรียนอยางต้ังใจ และตองคาดการณความเปล่ียนแปลงในอนาคต ดังนั้น หลักสูตร
และบริการทางการศึกษาตาง ๆ ของโรงเรียนควรมีการพัฒนา ปรับปรุง เปล่ียนแปลง
ใหต อบสนองความตองการและความคาดหวงั ของนักเรยี น ทงั้ นักเรียนปจจบุ นั และนักเรียน
ในอนาคตอยูเ สมอ
บท ํนา : โครง รางองคกร150
4. การใหค วามสาํ คญั กับบคุ ลากร (Valuing People)
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560โรงเรียนที่ประสบความสําเร็จเกิดขึ้นจากบุคลากรที่มีความผูกพันกับโรงเรียน
ไดทํางานท่ีมีความหมายตอตนเองในสภาพแวดลอมท่ีปลอดภัย มีความไววางใจและ
ใหความรวมมือซ่ึงกันและกัน ทิศทางของโรงเรียนชัดเจน ไดมีโอกาสในการเรียนรู อีกท้ัง
มีความรับผดิ ชอบในผลการดาํ เนนิ การ
ผูบริหารสถานศึกษาจึงตองใหความสําคัญตอการมุงมั่นสรางสภาพแวดลอม
ทีเ่ ก้ือหนนุ บคุ ลากรท่มี ีความหลากหลาย สรา งระบบจูงใจและยกยองชมเชยหรอื ใหร างวลั
ท่ีนอกเหนือไปจากระบบการใหความดีความชอบตามปกติ พัฒนาและสนับสนุนบุคลากร
ใหเ กดิ ความกา วหนา ในหนา ท่ี มกี ารแบง ปน ความรขู ององคก รใหบ คุ ลากรสามารถปฏบิ ตั งิ าน
อยางมีประสิทธิภาพ เพ่ือชวยใหองคกรบรรลุวัตถุประสงคเชิงกลยุทธไดดียิ่งข้ึน
มีความรบั ผิดชอบในผลการดาํ เนนิ การของตนเองและโรงเรียน
5. การเรยี นรรู ะดับองคกรและความคลอ งตวั
(Organizational Learning and Agility)
เกณฑร างวลั คณุ ภาพแหง สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน กลา วถงึ
การเรียนรูทัง้ สองสวน คือ การเรยี นรรู ะดับองคกรและระดับบคุ คล การเรียนรรู ะดับองคก ร
ไดมาจากการวิจัยและพัฒนาวงจรการประเมิน การปรับปรุง ความคิดและมุมมองจาก
บคุ ลากร และผมู สี ว นไดส ว นเสยี การแบง ปน วธิ ปี ฏบิ ตั ทิ เี่ ปน เลศิ และการจดั ระดบั เทยี บเคยี ง
การเรียนรูระดับบุคคลไดมาจากการศึกษา การฝกอบรม และโอกาสในการพัฒนา
เพื่อความเจรญิ กา วหนา ของบุคลากรแตล ะบุคคล
ความสําเร็จของโรงเรียนในสภาวะปจจุบันท่ีมีการเปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา
และอยูในสภาวการณ การแขงขันสูง จําเปนตองอาศัยการเรียนรูในระดับองคกรเพื่อเพิ่ม
ขีดความสามารถในการเปล่ียนแปลงท่ีฉับไวตอเน่ือง และมีความคลองตัว ยืดหยุนในการ
ปฏิบัติการของโรงเรียน