151 Organizational Profile
การจดั การศกึ ษามคี วามจาํ เปน ตอ งตอบสนองอยา งรวดเรว็ ตอ ประเดน็ ทางสงั คม
เศรษฐกิจและการเมืองใหม ๆ เชน ความเปนสังคมเมือง สังคมผูสูงอายุ การเกิดขึ้นของ เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
นวตั กรรมและเทคโนโลยสี มยั ใหม เศรษฐกจิ ยคุ ดจิ ติ อล การกา วสคู วามเปน ประชาคมอาเซยี น
วิกฤตเศรษฐกิจ เหตุการณรุนแรงจากสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนเสียงเรียกรองจากสังคม
และนโยบายการจดั การศกึ ษาของรฐั บาล ดงั นนั้ โรงเรยี นจงึ ตอ งมคี วามสามารถในการรบั มอื
กับการเปลีย่ นแปลงอยา งรวดเร็วดวยรอบเวลาท่สี ัน้ ลง
การตอบสนองการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วมักตองอาศัยระบบงานใหม
การปรบั โครงสรา งของกระบวนการทาํ งานใหเ รยี บงา ยขนึ้ การปรบั เปลยี่ นจากกระบวนหนงึ่
ไปสอู กี กระบวนการหนงึ่ หรอื การบรู ณาการ การทาํ งานเขา ดว ยกนั นนั้ ตอ งอาศยั การจดั การ
ความรูของโรงเรียนใหทันสมัยและมีประสิทธิผล เนนการสรางองคความรูและแบงปน
องคค วามรทู ว่ั ทง้ั โรงเรยี น และใหย ดึ ถอื วา การเรยี นรเู ปน สว นหนง่ึ ของการปฏบิ ตั งิ านประจาํ วนั
ท่ีทาํ จนเปน กจิ วัตร
6. การมงุ เนนความสาํ เรจ็ (Focus on Success)
การสรางองคกรท่ีประสบความสําเร็จในปจจุบันและตอเนื่องไปในอนาคต
ตลอดจนเปน ผนู าํ ดา นผลการดาํ เนนิ การ โรงเรยี นตอ งมแี นวทางทม่ี งุ เนน อนาคตอยา งชดั เจน
และมีความมุงมั่นที่จะสรางพันธะระยะยาวกับผูมีสวนไดสวนเสียที่สําคัญ เชน นักเรียน
ผปู กครองนกั เรียน บุคลากรของโรงเรยี น ผูสงมอบ พันธมติ ร ผสู นบั สนนุ ผใู หค วามรว มมอื
ทสี่ าํ คญั สาธารณชนและชมุ ชน โดยอาศยั ความคลอ งตวั ในการปรบั เปลย่ี นแผนการดาํ เนนิ การ
ไปตามสถานการณ
บท ํนา : โครง รางองคกร152
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560การจัดทําแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการจัดสรรทรัพยากรของโรงเรียน
จงึ ควรคาดการณลว งหนาถงึ ปจจัยตางๆ เชน ความคาดหวังของนักเรยี นทงั้ ในปจจุบันและ
อนาคต โอกาสทางเศรษฐกิจ สงั คม การเมอื ง ความจาํ เปนและขีดความสามารถดานอตั รา
กําลังของบุคลากร การเปล่ียนแปลงดานสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลง
ดานนโยบาย กฎระเบียบ ขอบงั คับตา งๆ รวมทงั้ การปรับเปล่ยี นกลยทุ ธข องโรงเรียนคูแ ขง
ฯลฯ ซ่ึงเปนปจ จยั สําคญั ตอความสาํ เร็จของโรงเรียนท้ังในระยะสนั้ และระยะยาว
7. การจัดการเพื่อนวัตกรรม (Managing for Innovation)
นวัตกรรม หมายถึง การเปลย่ี นแปลงทางความคดิ การปฏบิ ัติดว ยวธิ กี ารใหมๆ
เพื่อปรับปรุงหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนการสอน การบริการทางการศึกษา
แผนงาน กระบวนการทํางาน การปฏิบัติการ และรูปแบบทางการบริหารจัดการองคกร
เพอื่ สรา งคณุ คาใหมใ หแกนกั เรียนและผมู ีสวนไดส ว นเสีย
นวัตกรรมมีความสําคัญตอการปฏิบัติการ ระบบงานและกระบวนการทํางาน
ของโรงเรียนในทุกดาน ผูบริหารสถานศึกษาจึงควรช้ีนําและบริหารสถานศึกษาเพื่อระบุ
โอกาสเชงิ กลยุทธ และเพ่ือใหความกลา เสยี่ งท่ีผานการประเมินผลไดผ ลเสียอยางรอบดา น
กลายเปน สว นหน่งึ ของวัฒนธรรมการเรยี นรูของโรงเรยี น รวมทัง้ บรู ณาการนวัตกรรมเขา ไว
ในการปฏิบัติงานประจําวัน โดยมีระบบการปรับปรุงผลการดําเนินการของโรงเรียน
เปน สวนชวยเก้อื หนนุ ใหเกดิ นวตั กรรม
153 Organizational Profile
8. การจดั การโดยใชขอ มลู จริง (Management by Fact)
การจัดการโดยใชขอมูลจริง ตองมีการวัดและการวิเคราะหผลการดําเนินการ
ของโรงเรียน ทงั้ ภายในโรงเรยี นและในสภาพแวดลอ มการแขงขนั
การวัดผลควรมาจากความตองการและแผนกลยุทธของโรงเรียน และควรสื่อ
ถึงขอมูลและสารสนเทศที่สําคัญยิ่งเก่ียวกับกระบวนการ ผลผลิต ผลลัพธ และผลสัมฤทธ์ิ
ทส่ี ําคัญ รวมทงั้ ผลการดาํ เนินการของคูแขง
ขอมูลและสารสนเทศอาจอยูในหลายรูปแบบ เชน ตัวเลข กราฟ หรือขอมูล
เชิงคุณภาพ และมาจากหลายแหลงขอมูล ทั้งกระบวนการภายใน ผลสํารวจและส่ือสังคม
ออนไลน
โรงเรียนอาจจําเปนตองใชตัววัดและตัวชี้วัดเพ่ือสนับสนุนการตัดสินใจ
ในสภาพแวดลอ มทมี่ กี ารเปลย่ี นแปลงอยา งรวดเรว็ การวเิ คราะหข อ มลู ทไ่ี ดจ ากกระบวนการ
ติดตามจะทําใหโรงเรียนสามารถประเมินและปรับเปล่ียนตัววัดหรือตัวช้ีวัดเหลาน้ัน
เพอ่ื ใหสนับสนุนเปาประสงคข องโรงเรยี นไดดีย่งิ ข้ึน
การวเิ คราะห หมายถงึ การสาํ รวจหาสาระสาํ คญั ของขอ มลู และสารสนเทศใหได
เพอ่ื นํามาใชสนบั สนนุ การประเมินผล การตดั สินใจ การปรบั ปรงุ การปฏิบตั ิการ การสรา ง
นวัตกรรม การทบทวนผลการดําเนินการโดยรวม และการเปรียบเทียบผลการดําเนินการ
กับระดบั เทยี บเคยี งของคแู ขง ของวธิ ปี ฏิบัตทิ ่เี ปนเลิศ
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
บท ํนา : โครง รางองคกร154
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-25609. ความรบั ผดิ ชอบตอสงั คม (Societal Responsibility)
ผูบริหารสถานศึกษาควรใหความสําคัญตอความรับผิดชอบที่มีตอสังคม และ
คํานึงถึงความผาสุกและประโยชนของสังคม เปนแบบอยางท่ีดีแกโรงเรียนและบุคลากร
ในการคุมครองปองกันสุขอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดลอมของสาธารณะ
ใหความสําคัญตอการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ คาดการณลวงหนาถึงผลกระทบเชิงลบ
ท่ีอาจเกดิ ขึน้ จากกระบวนการปฏบิ ัตงิ านของโรงเรยี น
โรงเรียนควรปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ขอบังคับของทองถิ่น จังหวัด
โดยเครงครัดหรือเหนือกวาตามท่ีกฎหมายกําหนด และกําหนดความรับผิดชอบตอสังคม
ไวในการวางแผนกลยทุ ธข องโรงเรยี น
การคํานึงถึงความผาสุกและประโยชนของสังคม หมายถึง การสนับสนุน
ความตองการที่สําคัญเรื่องส่ิงแวดลอม สังคม เศรษฐกิจ ในขอบขายที่โรงเรียนสามารถ
ดําเนินการใหแกชุมชน เชน การใหความรูแกชุมชน การรวมกันปองกันยาเสพติด
ในชมุ ชน การรว มกนั อนรุ กั ษท รพั ยากร การลดคารบ อนฟตุ พรนิ้ ต (การลดปรมิ าณการปลอ ย
คารบอนไดออกไซดสูบรรยากาศ) การใหบริการดานอาคารสถานท่ี วัสดุ ครุภัณฑ และ
กิจกรรมเพอื่ การกศุ ลตา ง ๆ
10. จริยธรรมและความโปรง ใส (Ethics and Transparency)
โรงเรยี นควรแสดงใหเ หน็ ถงึ ความสาํ คญั ของการประพฤตปิ ฏบิ ตั อิ ยา งมจี รยิ ธรรม
ตอการทาํ ธุรกรรมและการปฏิสัมพันธก บั ผูมสี ว นไดสวนเสยี ทกุ กลมุ
คณะกรรมการกํากับดูแลโรงเรียนตองมีจริยธรรมสูงและตรวจติดตาม
การดาํ เนินการท้ังหมดของโรงเรียนอยเู สมอ
ผูบริหารสถานศึกษาตองปฏิบัติตนเปนแบบอยางที่ดีของการประพฤติปฏิบัติ
อยา งมจี รยิ ธรรม และแสดงถงึ ความคาดหวงั อยา งชดั เจนทจ่ี ะใหบ คุ ลากรทกุ คนมกี ารประพฤติ
ปฏิบตั อิ ยา งมีจริยธรรมเชนเดยี วกัน
ผูบริหารสถานศกึ ษาตองแสดงใหเ ห็นถึงความโปรงใสในการบรหิ ารงานตามหลัก
ธรรมาภิบาล
155 Organizational Profile
11. การสง มอบคณุ คาและผลลัพธ (Delivering Value and Results)
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
การสงมอบคุณคาท่ีสําคัญที่สุดใหแกนักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย จะชวยให
นกั เรยี นและผมู สี วนไดส วนเสียมคี วามผูกพันและความภักดีตอ โรงเรยี น
กลยทุ ธข องโรงเรยี นตอ งระบคุ วามตอ งการของนกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสยี ไว
ใหช ดั เจน เพอ่ื ชว ยใหม นั่ ใจวา แผนงานและการปฏบิ ตั ติ า ง ๆ สามารถตอบสนองความตอ งการ
ของทกุ กลมุ ได โดยหลกี เลย่ี งการเกดิ ผลกระทบดา นลบตอ ผมู สี ว นไดส ว นเสยี กลมุ ใดกลมุ หนงึ่
การวัดผลการดําเนินการของโรงเรียนตองมุงเนนผลลัพธที่สําคัญ และผลลัพธ
ตองประกอบดวยตัววัดตาง ๆ ท่ีไมใชตัววัดเฉพาะดานการเงิน แตรวมถึงดานหลักสูตร
และกระบวนการ ความพึงพอใจและความผูกพันของนักเรียนและบุคลากร รวมทั้ง
ผลการดาํ เนินการดานการนาํ องคกรและดา นกลยุทธดวย
คา นยิ มหลกั (Core value) จงึ เปนคานิยมท่ีใชในการชี้นําโรงเรยี นและพฤตกิ รรม
ของบคุ ลากรใหป ฏบิ ตั ติ าม และเปน ตวั สนบั สนนุ การตดั สนิ ใจตา ง ๆ ทม่ี ผี ลตอ การดาํ เนนิ งาน
ของโรงเรียนอีกดวย โดยบุคลากรทุกคนตองยึดม่ันและปฏิบัติเพื่อใหทุกภาคสวนของ
โรงเรยี นน้นั มุง หนา ไปในทศิ ทางเดยี วกนั
บท ํนา : โครง รางองคกร156
บทที่ 3
กลไกสําคญั สูค วามสาํ เร็จ OBECQA
รางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ OBECQA
เปนรางวัลสูงสุดในการบริหารจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานที่อิงขอกําหนดของเกณฑรางวัล
คุณภาพแหงชาติ หรือ TQA ซ่ึงเปนรางวัลที่จะชวยรับรองคุณภาพของการบริหารจัดการ
องคก รระดับชาติเทยี บเทา คุณภาพระดับสากล สถานศกึ ษาทไ่ี ดร บั รางวัล OBECQA จึงได
รับการรบั รองวาเปนสถานศึกษาทม่ี กี ารบรหิ ารจดั การท่มี คี ุณภาพเทยี บเทา มาตรฐานสากล
ความสําเร็จของสถานศึกษาท่ีจะไดรับรางวัลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานเกิดจากกลไกสาํ คญั 5 ประการ
ประการท่ี 1 ความรู ความเขาใจเกี่ยวกับ OBECQA
ประการที่ 2 ภาวะผนู ําของผูนําสูงสดุ ผูน าํ ระดับสงู และผูนาํ หนว ยงาน
ประการที่ 3 การนํา OBECQA ไปสกู ารปฏิบัตจิ ริงในองคก ร
ประการท่ี 4 การเขยี นรายงานวิธีการและผลการดาํ เนนิ งานตามขอ กําหนด
ของ OBECQA
ประการท่ี 5 ผลสาํ เรจ็ การนําเกณฑ OBECQA สูการปฏบิ ัติ
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
157 Organizational Profile
กลไกในแตละเร่อื งมสี าระสาํ คญั ดังนี้
OBECQA มอบคุณคา ท่ีสําคญั ใหก บั โรงเรยี น เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
OBECQA ชว ยเสรมิ สรา งคุณภาพของโรงเรียนสูค วามเปน เลิศที่สาํ คญั 3 ประการ
1. ชวยปรบั ปรุงวิธดี าํ เนนิ การ และผลดาํ เนนิ การของโรงเรียน
2. ชวยใหเกิดการส่ือสาร และการแลกเปลี่ยนขอมูลวิธีปฏิบัติท่ีเปนเลิศของ
หนว ยงานในโรงเรียน
3. ใชเ ปนเครอื่ งมือในการจัดการการดําเนินการของโรงเรียน
OBECQA ใชไดกับโรงเรียนทุกขนาดเทียบเคียงไดกับมาตรฐานโลกจะกอใหเกิด
ประโยชนในทุกขนั้ ตอนกบั โรงเรียน
1. ใชต รวจประเมนิ ตนเองวา ระบบการบรหิ ารจดั การของโรงเรยี นสว นใดยงั บกพรอ ง
2. นําสวนที่บกพรองหรือยังไมบรรลุเปาหมายมากําหนดวิธี และเปาหมายใหม
โดยผา นแผนปฏิบัตกิ าร
3. เมอ่ื โรงเรยี นพฒั นาไดถ งึ จดุ ทมี่ คี วามพรอ มกเ็ ขยี นรายงานผลการดาํ เนนิ การเสนอ
เพอ่ื รบั การตรวจประเมนิ ดว ยกระบวนการท่มี ีประสิทธิผลโดยผทู รงคณุ วฒุ ิ
4. ไมวาโรงเรียนจะไดผลการตรวจประเมินระดับใด โรงเรียนจะไดรับรายงาน
ปอนกลับที่ระบุจุดแข็ง และจุดที่ตองปรับปรุง ซึ่งจะเปนประโยชนสําคัญยิ่งตอการนําไป
วางแผนปรับปรุงระบบบรหิ ารจดั การของโรงเรยี น
5. โรงเรียนที่ไดรับการตรวจประเมินและผานเกณฑจะมีสิทธ์ิใชตราสัญลักษณ
รางวลั คณุ ภาพแหงสาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน หรอื OBECQA แสดงถงึ
ความเปนเลิศในระบบบริหารจดั การ
OBECQA ใชว ฒั นธรรมและคา นยิ มของโรงเรยี นชว ยขบั เคลอ่ื นการปฏบิ ตั ขิ องบคุ ลากร
ในโรงเรียนไปอยา งพรอมเพยี ง
วัฒนธรรม เปนส่ิงที่โรงเรียนตองการใหครูและบุคลากรทางการศึกษายึดถือ และ
นําไปปฏิบัติในกิจวัตรประจําวัน ทําเปนวิถีชีวิต และทําอยางเปนธรรมชาติ ซ่ึงตองอาศัย
เวลาในการสรา ง ถา มกี ารปฏบิ ตั กิ นั มากอยา งทว่ั ถงึ วฒั นธรรมจงึ จะเขม แขง็ คงอยใู นโรงเรยี น
อยา งถาวร เชน วัฒนธรรมการใหเกียรตผิ อู าวุโส
คา นิยม เปนสิ่งที่โรงเรยี นใหครูและบคุ ลากรทางการศึกษาคิดและมคี วามเชอ่ื เชนนัน้
คานยิ มถูกบม เพาะมาจากการสรางบรรยากาศ หรอื สภาพแวดลอ มในการทาํ งาน อยา งเชน
การทํางานที่เปนระบบ เม่ือทุกหนวยงานทํางานอยางเปนระบบและนําไปปฏิบัติอยาง
สมํ่าเสมอจะกลายเปนวฒั นธรรมในทส่ี ุด
บท ํนา : โครง รางองคกร158
OBECQA มีคา นิยมหลกั เชนเดยี วกบั รางวัลคณุ ภาพแหง ชาติ 11 ประการ
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-25601. มุมมองเชิงระบบ
2. การนาํ องคก รอยา งมวี ิสัยทัศน
3. ความเปน เลศิ ท่ีมงุ เนนนักเรียนและผมู สี วนไดส วนเสีย
4. การใหความสาํ คัญกบั บคุ ลากร
5. การเรยี นรรู ะดับองคกรและความคลองตัว
6. การมงุ เนนความสาํ เรจ็
7. การจดั การเพ่อื นวตั กรรม
8. การจดั การโดยใชข อ มูลจริง
9. ความรับผิดชอบตอ สงั คม
10. จริยธรรมและความโปรงใส
11. การสงมอบคุณคา และผลลพั ธ
OBECQA มงุ เนน กระบวนการซงึ่ เปน วธิ กี ารทโ่ี รงเรยี นใชเ พอ่ื กอ ใหเ กดิ ผลลพั ธอ ยา งมี
ประสทิ ธภิ าพและเกดิ ประสทิ ธผิ ล โดยใชอ งคป ระกอบในการตรวจประเมนิ และการปรบั ปรงุ
กระบวนการ
1. แนวทาง เปนการออกแบบและการเลือกกระบวนการ วิธีการ และตัววัดท่ีมี
ประสทิ ธิผล
2. การถา ยทอดสกู ารปฏิบตั ิ เปนการนาํ แนวทางไปสูการปฏบิ ัติอยา งคงเสนคงวา
3. การเรียนรู เปนการประเมินความกาวหนา การไดมาซึ่งความรูใหม และการหา
โอกาสสาํ หรบั การสรางนวัตกรรม
4. การบูรณาการ เปนความสอดคลองระหวางแนวทางกับวิสัยทัศนและพันธกิจ
ของโรงเรียน ซ่ึงตัววัด สารสนเทศ และระบบการปรับปรุงเสริมซ่ึงกันและกันระหวาง
กระบวนการและหนวยงานตามโครงสรางการบริหาร รวมไปถึงความสอดคลองระหวาง
กระบวนการกับการปฏบิ ตั ทิ ั่วท้งั โรงเรียนเพ่อื ใหบรรลเุ ปาประสงคระดบั โรงเรยี น
159 Organizational Profile
OBECQA มงุ เนนผลลัพธข องกระบวนการที่เปนระบบมีความครอบคลุมทกุ ประเดน็
ท่ีสาํ คัญของโรงเรยี น ผานตัววัดที่เกดิ จาก กลยุทธส ูความสาํ เรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงคส าํ คัญ ๆ เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
ของโรงเรยี น โดยใชองคประกอบในการตรวจประเมนิ
1. ระดบั เปนผลการดําเนนิ การปจจบุ นั ในมาตรวดั ทเี่ หมาะสมตามตัววัดทก่ี ําหนด
2. แนวโนม เปนทศิ ทางและอตั ราการเปลย่ี นแปลงของผลลพั ธ
3. การเปรียบเทียบ เปนผลการดําเนินการของโรงเรียนเทียบกับโรงเรียนอ่ืนท่ีมี
ลกั ษณะ การดาํ เนนิ การคลา ยกนั หรอื เทยี บกบั ระดบั เทยี บเคยี ง หรอื เทยี บกบั โรงเรยี นชน้ั นาํ
4. การบรู ณาการ เปน การแสดงผลลพั ธท เี่ ชอ่ื มโยงระหวา งตวั วดั สาํ คญั เพอ่ื การบรรลุ
เปา ประสงคของโรงเรยี น
OBECQA จะประสบความสําเร็จหรอื ไม ขึน้ อยูก บั ผนู าํ ระดับสูงและผูนาํ สูงสุด
1. เพอ่ื นรว มงานจะเชอ่ื ผนู าํ ทเ่ี กง ทาํ มากกวา เกง พดู ผนู าํ ทเ่ี กง ทาํ จะชว ยสรา งแรงจงู ใจ
ใหผ ตู ามสรางการเปลีย่ นแปลงไปสกู ารจัดการที่เปน เลิศ
2. ผนู าํ ทาํ หนา ทกี่ าํ หนดวสิ ยั ทศั น คา นยิ ม และถา ยทอดไปสเู พอื่ นรว มงาน ผสู ง มอบ
พันธมิตร ผใู หค วามรว มมอื นกั เรียน และผมู สี ว นไดส ว นเสียตา งๆ
3. ผนู าํ ตอ งปฏบิ ตั ติ นใหเ ปน แบบอยา งทด่ี ี ดา นพฤตกิ รรมตามกฎหมายและจรยิ ธรรม
4. ผูนําเปนผูสรางบรรยากาศหรือสภาพแวดลอมที่เอ้ือในการทํางานใหกับครูและ
บุคลากรทางการศึกษา
5. ผูนําตองมีสวนรวมในการวางแผนบุคลากร การสรางผูนําในอนาคต และ
สรางความย่ังยืนใหก บั โรงเรียน
6. ผูนําตองกระตุนใหเพ่ือนรวมงานกลาคิด กลาพูด กลาท่ีจะปรับปรุง และ
การเปลย่ี นแปลง ผา นระบบการมอบหมายงานและการกํากบั งาน
7. ผนู าํ ตอ งบรหิ ารทรัพยากรอยา งคุมคา คุมทนุ และจดั ลําดับความสาํ คัญกอนหลงั
8. ผูนําตองใหความสําคัญกับบุคลากร โดยเฉพาะเร่ืองการสรางความผูกพันท่ีชวย
ทําใหเ พ่อื รว มงานทํางานดวยใจ
9. ผนู ําตองรบั ผดิ ชอบตอ สังคม ชวยเหลือสังคม
บท ํนา : โครง รางองคกร160
OBECQA สนับสนุนใหเกิดภาวะผูนําในโรงเรียน (Leadership) โดยเฉพาะผูนํา
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
ของหนวยงานเปนผูกอใหเกิดการเปล่ียนแปลง เกิดการคิดคนหาวิธีใหม ๆ ในการทํางาน
ท่เี รียกวา นวตั กรรมซ่ึงเกดิ จากการเรียนรขู องบคุ คลในโรงเรยี น
คณุ ลักษณะ 10 ประการของบคุ คลทม่ี ภี าวะผนู ํา
L : Listen เปน ผฟู งทด่ี ี
E : Explainเปนผูอธิบายสงิ่ ตา ง ๆ ไดอยา งเขาใจ
A : Assist เปนผูชว ยเหลอื เพอื่ นรวมงานในเร่ืองอันสมควร
D : Discuss เขารว มวงถกปญ หาคนหาคําตอบรว มกัน
E : Evaluate วัดผลการทํางานดวยมาตรวัดท่เี หมาะสม
R : Response สะทอนขอมลู ยอ นกลับเพ่ือการทบทวน
S : Salute ทักทายดว ยใจกัลยาณมิตร
H : Health หม่นั ดูแลสขุ ภาพไมใหเปนภาระของสงั คม
I : Inspire เสริมแรงใจใหเ พื่อนรวมงาน
P : Patientอดทนตอ ความคิดท่ีแตกตาง
OBECQA เปน เกณฑท ก่ี าํ หนดหนา ทขี่ องผนู าํ ไว 14 ขอ
1. กําหนดทศิ ทางและความสําเรจ็ ของโรงเรยี น
2. ถายทอดผานการส่ือสารทมี่ ีประสิทธภิ าพ
3. ปฏบิ ตั ิตนใหเ ปนแบบอยา งกบั ผตู าม
4. สรา งบรรยากาศในการทาํ งานท่สี รางสรรค
5. มสี ว นรวมคดิ รว มทาํ และรวมรับผดิ ชอบ
6. สรา งความยั่งยนื ใหกับโรงเรียน
7. ใชก ารส่ือสารท่โี นม นาวใหผ ูทเ่ี กย่ี วของคลอยตาม
8. กระตนุ ใหเ พ่ือนรวมงานทํางานอยางเต็มศักยภาพ
9. ใชอ าํ นาจในตําแหนงเพอ่ื กํากบั องคกรใหไ ปสคู วามสําเรจ็
10. สรางแรงจูงใจใหเกิดความผูกพนั กับโรงเรยี น
11. กาํ หนดแนวทางการปฏบิ ัตแิ ละกํากับใหเกิดผลอยา งจรงิ จัง
12. พาองคกรพฒั นาและชว ยเหลอื สังคม
13. ปฏบิ ัตติ ามจรรยาบรรณครเู พ่อื เปนแบบอยาง
14. มีบทบาทในการใหรางวลั และยกยอ งชมเชย
161 Organizational Profile
ผนู าํ สูงสดุ เปน กุญแจดอกสําคญั สู OBECQA
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
ผนู ําสงู สดุ เปนผูประกาศนโยบาย
1. สรา งความชดั เจนในการใชร ะบบบรหิ ารจดั การโรงเรยี นดว ยเกณฑร างวลั คณุ ภาพ
แหงสาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
2. แสดงความมงุ ม่ันของผนู ําสงู สดุ ท่ีจะนําพาโรงเรียนสมู าตรฐานสากล
3. สรา งความมน่ั ใจใหแ กคณะทํางาน
4. สอ่ื สารใหผ นู าํ ระดบั สงู และผนู าํ ของโรงเรยี นใหร ว มมอื รว มใจทจ่ี ะพฒั นาโรงเรยี น
สคู วามเปน เลิศ
5. สอื่ สารใหค ณะกรรมการสถานศกึ ษา สมาคมฯ ชมรมฯทม่ี สี ว นเกย่ี วขอ งกบั โรงเรยี น
รว มมอื รว มใจใหก ารสนับสนนุ
ผูนาํ สงู สุดนําทบทวนโครงสรางการบริหารและขอบขา ยความรบั ผดิ ชอบ
1. วางระบบการปฏบิ ัติ รองรับการดาํ เนินงานตามเกณฑ OBECQA
2. วางระบบการกํากับดแู ล การติดตาม ใหส อดคลองกบั โครงสรางการบริหาร
3. จัดทําขอกําหนดและมาตรฐานการปฏิบัติงานของหนวยงานตามโครงสราง
การบรหิ ารใหส อดคลองกบั OBECQA
4. มอบหมายขอบขา ยความรบั ผิดชอบตามขอ กาํ หนดของ OBECQA
5. มอบกลุมบริหารวิชาการ รับผิดชอบการบริหารหลักสูตรและการจัดการเรียน
การสอน การวดั วิเคราะห การปรับปรุงผลการดําเนนิ การ การจัดการความรู สารสนเทศ
และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
6. มอบกลมุ บรหิ ารทว่ั ไป รบั ผดิ ชอบการบรกิ ารเสรมิ และสนบั สนนุ การเรยี นการสอน
และจัดสภาพแวดลอ มทเ่ี อตอ การจัดการเรยี นการสอน
7. มอบกลุมบริหารงานบุคคล รับผิดชอบการบริหารอัตรากําลัง สมรรถนะ
สรางความผูกพันใหกับครูและบุคลากรทางการศึกษา การรับฟงเสียงของนักเรียนและ
ผูม ีสวนไดสว นเสีย และการสรา งความผกู พนั ของนกั เรยี น
8. มอบกลุมบริหารงบประมาณ รับผิดชอบการบริหารการเงิน ทรัพยากร
ทางการศึกษา รายรับ รายจาย การวางแผนกลยุทธ และการนาํ แผนกลยุทธไปสูก ารปฏบิ ัติ
9. ผบู รหิ ารสงู สดุ และผบู รหิ ารระดบั สงู รบั ผดิ ชอบการนาํ องคก รและการกาํ กบั องคก ร
ความรับผดิ ชอบตอ สังคม กระบวนการทํางาน และประสิทธผิ ลของการปฏิบัติงาน
บท ํนา : โครง รางองคกร162
ผนู าํ สงู สดุ แตง ตง้ั คณะกรรมการขบั เคลอ่ื นการบรหิ ารจดั การตามเกณฑ OBECQA
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-25601. คณะกรรมการบริหาร OBECQA หรือ Steering Committee ประกอบดวย
ผูนําสงู สุด และผนู ําระดบั สูงที่รบั ผิดชอบกลุม บริหารวิชาการ กลุมบริหารทั่วไป กลุม บรหิ าร
งบประมาณ และกลุมบรหิ ารงานบุคคล
บทบาทความรับผดิ ชอบ
1.1 จัดสรรทรัพยากร งบประมาณ บคุ คล และความรวมมือในการจดั เกบ็ ขอ มูล
1.2 ตัดสินใจในประเด็นที่เปนนโยบายของโรงเรียน และขอมูลในสวนท่ีเปน
ความลบั
1.3 ทบทวนความถูกตอ งเหมาะสม และใหขอเสนอแนะรายงานฉบบั รา ง
1.4 ตอ งมีความรูหลกั การ วิธีการ และแนวทางการบรหิ ารจดั การสมยั ใหมท ีใ่ ช
กบั OBECQA
2. ผูจ ัดการโครงการ OBECQA หรอื Project Manager เปนทมี งานทีม่ คี วามรูเรอื่ ง
แนวทางการบรหิ ารจดั การองคก รยคุ ใหม โดยเฉพาะการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศ และคนุ เคย
กบั ภาพรวมการบรหิ ารจดั การศกึ ษาของโรงเรยี น รวมทง้ั มเี วลาใหก บั การประสานการปฏบิ ตั ิ
และเขียนรายงานผลการดาํ เนนิ การตาม OBECQA
บทบาทความรบั ผดิ ชอบ
2.1 ประสานงานการเขยี นรายงานของแตล ะกลมุ ยอ ยใหส อดคลอ งกบั OBECQA
2.2 ประสานงานระหวางคณะกรรมการบรหิ ารและคณะกรรมการปฏบิ ตั ิการ
2.3 ประสานการพฒั นาความรู ความเขา ใจ และกระบวนทศั นข องบคุ ลากรและ
หนวยงานโรงเรยี น ผานระบบการจัดทํากลยุทธ และการนํากลยุทธไปสูการปฏบิ ตั ิ
2.4 วัดและประเมินความกาวหนาของ OBECQA สรุปรายงานคณะกรรมการ
บริหาร
2.5 เปน คณะทาํ งานทเ่ี ผยแพรค วามรู และประสบการณใ หก บั โรงเรยี นมาตรฐาน
สากลอน่ื ๆ
163 Organizational Profile
3. คณะกรรมการปฏิบัติ OBECQA หรือ Award Application Committee
หรือ ทีม Champion เปนคณะกรรมการประกอบดวยหัวหนากลุมสาระการเรียนรู และ เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
หวั หนาหนวยงานทงั้ หมดตามโครงสรา งการบรหิ ารของโรงเรยี น ซ่งึ เปนผูนาํ ของหนวยงาน
ท่ีรับผิดชอบการปฏิบัติการตามขอกําหนดซึ่งตองมีภาวะผูนําและความรูการบริหารจัดการ
องคกรยคุ ใหม และ OBECQA
บทบาทความรบั ผิดชอบ
3.1 เปน ผูน ําหนวยงานปฏิบตั งิ านตามขอกาํ หนดใหไ ดมาตรฐานการปฏิบตั ิงาน
3.2 วัดและประเมินประสิทธภิ าพของการปฏิบัติ
3.3 วดั และประเมินประสิทธิผลของหนว ยงาน
3.4 วิเคราะห ปรับปรุงและสรา งนวตั กรรม
3.5 รายงานผลการปฏบิ ัติการตามสายงาน
3.6 ใหขอ มูลเพอ่ื ใชประกอบการเขียนรายงานตาม OBECQA
ผูน าํ สงู สุดนาํ พาโรงเรียนไปสู OBECQA
1. ศกึ ษาโครงรา งองคก ร ซงึ่ มี 2 หวั ขอ คือ ลกั ษณะองคก รซงึ่ เปน ตัวตนของโรงเรยี น
ในสภาพปจจุบัน และสถานการณขององคกรวาอยูในสภาพเชนไรเม่ือเทียบกับโรงเรียน
ท่ีมีลักษณะเชนเดียวกัน พิจารณาวาโรงเรียนสามารถตอบคําถามตางๆ ไดหรือไม
โดยคณะกรรมการบริหาร OBECQA ถือเปน การตรวจประเมินตนเองเปน ครัง้ แรก
2. ศกึ ษาคา นยิ ม และแนวคดิ หลกั ของ OBECQA 11 ประการ เปรยี บเทยี บกบั โรงเรยี น
ท่กี ําลงั บรหิ ารจดั การอยูวา มีประเด็นใดบา งทโี่ รงเรียนควรปรับปรุงแกไข
3. คณะกรรมการบริหาร OBECQA ตอบคําถามหมวด 1-6 ดานกระบวนการ
จํานวน 12 หัวขอ เพื่อทําความเขาใจพื้นฐานเก่ียวกับเกณฑ และผลการดําเนินการ
ของโรงเรยี นตามหัวขอของเกณฑ
4. คณะกรรมการบรหิ าร OBECQA ตอบคาํ ถามหมวด 7 ดา นผลลพั ธจ าํ นวน 5 หวั ขอ
เพ่ือทําความเขาใจพื้นฐานเกี่ยวกับเกณฑ และผลการดําเนินการของโรงเรียนตามหัวขอ
ของเกณฑ
5. ศกึ ษาความเชอ่ื มโยงองคป ระกอบตา งๆ ของโครงรา งองคก ร กระบวนการ ผลลพั ธ
และ คา นยิ มและแนวคดิ หลกั จากภาพกรอบความคดิ ของเกณฑร างวลั คณุ ภาพแหง ชาติ หรอื
TQA เพือ่ นํามาพจิ ารณาวางระบบการนาํ องคก ร และการวดั ผลการดาํ เนนิ การของโรงเรียน
6. ศึกษา OBECQA เอกสารประกอบเนื้อหา และคําอธิบายตางๆ อยางเขาใจ
เพอื่ ทบทวนแหลง ขอ มลู ตา งๆ ทีจ่ ะนาํ มาใชปรับปรุงการดาํ เนินการของโรงเรยี น
7. สงเสริมสนับสนุนใหครูและบุคลากรเขารับการอบรม สัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู
เพื่อนาํ มาประยุกตใชใ นการบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียน
บท ํนา : โครง รางองคกร164
ผนู าํ สงู สุดนําการตรวจวินิจฉยั โรงเรยี น
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-25601. ผูนําสูงสุดกับผูนําระดับสูงเร่ิมวินิจฉัยที่วัฒนธรรมและคานิยมของโรงเรียน
เปน ลาํ ดบั แรกถือวาเปน ปจจัยแหงความสําเร็จหลักที่สาํ คัญ
2. ตรวจตดิ ตาม (Audit) ตรวจสอบวา หนว ยงานตามโครงสรา งการบรหิ ารปฏบิ ตั งิ าน
ตามขอกําหนด และไดม าตรฐานการปฏิบัตงิ านหรอื ไมอ ยางไร
3. ตรวจวนิ ิจฉยั (Diagnosis) ตรวจสอบวาหนวยงานตามโครงสรางการบรหิ ารงาน
มีอุปสรรคอะไรท่ีกอใหเกิดปญหาตอการปฏิบัติงาน การใหคําแนะนํา พรอมจัดเคร่ืองมือ
ทถ่ี กู ตอ งเพื่อนาํ ไปแกไข ปรับปรงุ และพัฒนาเปน หนาทขี่ องผูนาํ ระดับสงู และผูนําสงู สุด
4. ตรวจประเมิน (Assessment) ตรวจสอบวาหนวยงานตามโครงสรางการบริหาร
ปฏิบัติหนาท่ีไดผลต่ํากวาเกณฑหรือสูงกวาเกณฑ สวนที่ตํ่ากวาเกณฑอะไรคือโอกาส
ในการปรับปรงุ สวนท่สี ูงกวาเกณฑอ ะไรคอื จดุ แข็ง
5. ตรวจประเมินประสิทธิภาพ (Efficiency) ตรวจสอบการใชตนทุน เวลา หรือ
ประเดน็ ทโ่ี รงเรยี นใชว ดั และประเมนิ ประสทิ ธภิ าพการปฏบิ ตั ขิ องโรงเรยี นวา เปน ไปตามเกณฑ
ทโ่ี รงเรียนกําหนดหรอื ไม
6. ตรวจประเมนิ ประสทิ ธผิ ล (Effectiveness) ตรวจสอบผลการดาํ เนนิ งานของหนว ยงาน
ตามโครงสรา งการบรหิ ารปฏิบัตงิ านบรรลผุ ลตามคาเปาหมายทกี่ าํ หนดไวห รอื ไม
ผูน ําสงู สดุ นําการจัดลําดบั ความสําคญั
1. การตรวจวินจิ ฉยั จะทําใหผนู ําสูงสุดและผนู ําระดบั สูงคน พบจุดแขง็ และโอกาสใน
การปรบั ปรงุ ของหนว ยงานตามโครงสรา งการบริหาร
2. จัดลําดับความสําคัญของจุดแข็งในลําดับตนๆจะถูกกําหนดเปนสมรรถนะหลัก
และความไดเ ปรยี บเชงิ กลยุทธของโรงเรียน
3. จัดลําดับความสําคัญของโอกาสในการปรับปรุงในลําดับตนๆ จะถูกกําหนด
ใหเ ปนประเดน็ เรงดว นในการดาํ เนินการและเปนความทา ทายทสี่ ําคญั ของโรงเรียน
4. จดุ แข็งและโอกาสในการปรับปรุง ผานการพจิ ารณาของผทู ่ีเก่ยี วขอ งกับโรงเรียน
ดวยฉนั ทามตยิ อ มถูกนําไปใชประโยชนกับการพฒั นา
5. จดุ แขง็ และโอกาสในการปรับปรุงเปนประเด็นสาํ คัญทจี่ ะนาํ ไปใชกาํ หนดกลยทุ ธ
165 Organizational Profile
ผนู าํ สูงสดุ นาํ การจดั ทําแผนท่กี ารปรบั ปรุง
1. ความรู ทกั ษะ ความสามารถ และสมรรถนะของบคุ คลยอ มนาํ ไปสวู ธิ กี ารปรบั ปรงุ เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
ทด่ี ี
2. วิธีการปรบั ปรุงทดี่ ยี อมนําไปสผู ลลัพธท ด่ี ีมีคุณภาพ
3. การศึกษา การฝก อบรม และการแบงปน ความรู หรือ Knowledge Management
เปนหัวใจของการเติบโตของโรงเรยี น เพราะจะนําไปสวู ิธีการปรับปรุงทด่ี ี
4. แผนการปรบั ปรุงดานการศกึ ษา (Education Road Map: ERM) มงุ เนน ความรู
ของบุคลากรในโรงเรียนโดยเฉพาะความรูดานการบริหารจัดการยุคใหม เพื่อนําไปใช
ตอบคําถาม “อยา งไร” ดงั่ เชน โรงเรยี นมวี ธิ กี ารอยางไรในการออกแบบและพัฒนาหลกั สตู ร
สถานศกึ ษาและการจดั การเรยี นการสอนตามหลกั สตู ร เปน กรณตี วั อยา งในหวั ขอ 6.1 ก. (2)
แนวคดิ ในการออกแบบ
5. จากกรณีตัวอยางหัวขอ 6.1 ก. (2) การวินิจฉัยองคกร จะคนหาคําตอบวา
หนวยงานไหน ใคร เปนผูรับผิดชอบ ผูรับผิดชอบนั้นมีความรูระดับใด มีความจําเปน
มากนอยแคไ หนที่จะพัฒนา และถา จะพัฒนาควรพัฒนาในเร่อื งใด วิธใี ด และจะทําเมอื่ ไหร
คาํ ตอบเหลาน้ีเกดิ จากการตรวจวินจิ ฉัยองคกรอยา งมีประสทิ ธิผล
6. OBECQA มปี ระเดน็ คาํ ถามเหลา นอ้ี ยใู นหมวด 1-6 ความรตู า งๆ ทจี่ ะถกู นาํ มาใช
ตอบคําถามจึงเปนเรื่องสําคัญ การสรางองคกรแหงการเรียนรูและการเรียนรูจึงเปนหัวใจ
ของแผนการปรับปรุงดา นองคความรูเรือ่ ง Competency Gap และ Training Need เปนเรอ่ื ง
ทไ่ี มย ากเกนิ ทผ่ี นู ําสงู สดุ และผนู ําระดับสูงพึงเรียนรู
7. แผนที่การปรับปรุงดานการนําไปปฏิบัติ (Implementation Road Map: IRM)
มงุ เนน การปฏบิ ัติ วาจะใชก ระบวนการใด วธิ ีการใดดาํ เนินการ สว นใหญโ รงเรยี นจะมุงเนน
การปฏิบตั ิมากกวา มุง เนนความรู
8. การไดความรูคไู ปกับการปฏิบัตกิ าร เปน วธิ ที ค่ี อ ยเปนคอ ยไป “ไมม ผี ดิ ” “ไมม ีถูก”
หากเรยี นรใู หจบเสยี กอ นคอยลงมอื ทําอาจสายไปไมท นั การเปลยี่ นแปลง
9. การสื่อสารแบบ 4 ทศิ ทาง (จากบนลงลา ง จากลางข้นึ บน การสื่อสารแนวนอน
และการสือ่ สารตางหนวยงานและตางระดบั ) เปนเร่อื งสาํ คัญที่ผูนาํ สงู สดุ และผูน าํ ระดบั สูง
นํามาใชในการจัดทาํ IRM เพอื่ แจง ใหท ราบ ซักถามใหเ ขา ใจ เปด โอกาสใหแ สดงความคดิ
เหน็ และช้ีแจงเหตุผลและผลกระทบ
10. การกําหนด IRM ใหผูที่เกี่ยวของทุกฝายมีสวนรวม เพ่ือใหผูท่ีไดรับมอบหมาย
หรือผูป ฏบิ ตั มิ คี วามสุขกับการทาํ งาน
11. ผูรับผิดชอบหลัก คือ ผูประคับประคองและใหคําแนะนํากับทีมงานท่ีปฏิบัติ
ทําใหผูปฏิบัติคลายความกังวล ไมเครียดและเต็มใจ ผูรับผิดชอบหลักอยูกับทีมปฏิบัติ
ไปสกั 2-3 ครง้ั ทีมปฏิบัติจะเกิดความเขมแข็งและลงมือปฏบิ ัตดิ ว ยตนเองอยา งมั่นใจ
12. งานประจําตามโครงสรางการบริหาร และกิจกรรม/โครงการภายใตแผนกลยุทธ
ERM และ IRM เปนกลไกสําคญั ของการบรหิ ารจัดการของ OBECQA
บท ํนา : โครง รางองคกร166
การเขียนรายงาน OBECQA ไมยากอยา งท่ีคดิ
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560ผูนําสูงสุดมุงม่ันที่จะใช OBECQA เปนเคร่ืองมือการบริหารจัดการศึกษา และ
ไดกําหนดเปนนโยบายสําคัญ ลื่อสารใหผูนําระดับสูง ครูและบุคลากรทางการศึกษาและ
ผมู สี ว นเกี่ยวของกบั โรงเรยี นไดมคี วามรู ความเขาใจ รว มมือรวมใจทจ่ี ะเดินตามขอกําหนด
ตางๆ ของ OBECQA จึงนาํ ไปสูก ารวินิจฉัยการบริหารจัดการในแงม ุมตางๆ มกี ารวางแผน
ปรับปรุงท้ังดานการศึกษาและการปฏิบัติอยางเปนระบบ มีความสอดคลอง ผลลัพธ
การดําเนินการของโรงเรยี นมรี ะดบั และแนวโนมทีด่ ขี ึ้นเปนไปตาม Road Map ของโรงเรยี น
การเขียนรายงานวิธีการและผลการดําเนินงานเปนเรื่องท่ียากกวาการศึกษาและการปฏิบัติ
จากประสบการณข องผเู ขยี นเอง “สงิ่ ทน่ี า เสยี ดายทสี่ ดุ คอื สง่ิ ดๆี ทโี่ รงเรยี นไดป ฏบิ ตั ไิ มป รากฏ
ในรายงานและสงิ่ ดๆี ทอี่ ยใู น OBECQA โรงเรยี นยงั ไมน าํ ไปปฏบิ ตั ”ิ การเขยี นรายงานจงึ ตอ ง
เกิดจากการปฏิบัติและเขียนรายงานตามเกณฑ OBECQA
ผูนําสูงสุดและผูนําระดับสูงเขาใจความหมายของคําถามและตอบคําถามไดดี
ตามเกณฑ OBECQA แลว หรือยัง
1. การไมเขาใจคําถาม เปนไดทั้งเขาใจแตไมชัดเจน หรือเขาใจแตเปนการเขาใจผิด
ผลทีต่ ามมาคอื ตอบไมไ ดเ พราะไมเ ขาใจคําถาม ตอบไดแตตอบผดิ เพราะเขา ใจความหมาย
ที่ผิด
2. ขอสังเกตของคําถามตามขอกําหนดดานกระบวนการตามเกณฑ OBECQA
(จากกรณตี วั อยาง)
2.1 คาํ ถามของขอกําหนดพน้ื ฐาน : ผนู ําระดับสูงนาํ องคก รอยางไร ?
2.2 คําถามของขอกําหนดโดยรวม : ผูนําระดับสูง (SENIOR LEADERS)
ดาํ เนนิ การอยา งไรในการกําหนดวสิ ยั ทัศน พันธกจิ และคานยิ ม
2.3 คาํ ถามของขอ กาํ หนดยอ ย : ผนู าํ ระดบั สงู ดาํ เนนิ การอยา งไรในการถา ยทอด
วิสัยทัศน พันธกิจ และคานิยม สูการปฏิบัติโดยผานระบบการนําองคกร (LEADERSHIP
SYSTEM) ไปยังบุคลากร ผูสงมอบและพันธมิตรที่สําคัญ นักเรียนและผูมีสวนไดสวนเสีย
รวมทงั้ ผมู สี ว นไดส ว นเสยี อนื่ ๆ (*) การปฏบิ ตั ติ นของผนู าํ ระดบั สงู แสดงใหเ หน็ ถงึ ความมงุ มน่ั
ตอ คา นิยมขององคกรอยางไร
167 Organizational Profile
กรณีตัวอยา งดานกระบวนการ เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
1.1 การนําองคกรโดยผูนําระดับสูง (Senior Leadership) :
ผนู ําระดับสูงนําองคก รอยา งไร? (60 คะแนน)
ใหอธบิ ายโดยคาํ ถาม ดงั ตอไปน้ี
ก. วสิ ัยทศั น พนั ธกจิ และคานิยม (Vision, Mission and Values)
(1) วิสยั ทัศน พันธกจิ และคานิยม (Vision, Mission and Values)
ผูนําระดับสูง (SENIOR LEADERS) ดําเนินการอยางไรในการ
กําหนดวิสัยทัศน พันธกิจและคานิยม ผูนําระดับสูงดําเนินการ
อยางไรในการถายทอดวสิ ัยทศั น พันธกิจ และคานยิ ม สกู ารปฏิบัติ
โดยผานระบบการนําองคกร (LEADERSHIP SYSTEM) ไปยัง
บุคลากร ผูสงมอบ พันธมิตร ผูใหความรวมมือท่ีสําคัญ นักเรียน
และผมู สี ว นไดส ว นเสยี (*) การปฏบิ ตั ติ นของผนู าํ ระดบั สงู แสดงใหเ หน็
ถึงความมุงมั่นตอ คา นยิ มขององคก รอยางไร
3. ความหมายของขอกําหนดพื้นฐาน ขอกําหนดโดยรวม และขอกําหนดยอย
ของ OBECQA ทั้ง 3 นี้เชอื่ มโยงกบั การใหคะแนนโดยตรง
3.1 ตอบคําถามของขอกําหนดพื้นฐานครบ อยางสมบูรณไดคะแนนสูงสุด
ไมเกนิ รอยละ 45
3.2 ตอบคําถามของขอกําหนดโดยรวมครบ อยางสมบูรณไดคะแนนสูงสุด
ไมเ กนิ รอ ยละ 65
3.3 ตอบคาํ ถามของขอ กําหนดยอยครบ อยางสมบูรณไ ดคะแนนรอ ยละ 70 ขึน้ ไป
4. จากกรณคี ําถามของขอ กาํ หนดยอ ย 1.1 ก. (1) จะมี 2 คําถาม
4.1 ผูนําระดับสูงดําเนินการอยางไรในการถายทอดวิสัยทัศน พันธกิจ และ
คา นิยม สูก ารปฏิบตั ิ โดยผานระบบการนําองคก ร (LEADERSHIP SYSTEM) ไปยังบคุ ลากร
ผสู งมอบ พนั ธมติ ร ผใู หค วามรว มมือที่สําคญั นกั เรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสีย (*)
4.2 การปฏิบัติตนของผูนําระดับสูงแสดงใหเห็นถึงความมุงม่ันตอคานิยมของ
องคกรอยางไร
บท ํนา : โครง รางองคกร168
5. โรงเรียนตองตอบคําถามของขอกําหนดตาง ๆ ไดอยางสมบูรณ ในดาน
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
กระบวนการทีค่ รอบคลุม
5.1 แนวทาง (A) เปนการออกแบบและการเลือกกระบวนการ วธิ ีการ และตวั วดั
ท่ีมีประสิทธผิ ล
5.2 การถา ยทอดสกู ารปฏบิ ตั ิ (D) เปน การนาํ แนวทางไปสกู ารปฏบิ ตั ใิ หค รอบคลมุ
และทัว่ ถงึ อยา งคงเสนคงวา
5.3 การเรยี นรู (L) เปนการประเมนิ ความกา วหนา การไดม าซง่ึ ความรูใหม และ
การหาโอกาสสาํ หรบั การสรา งนวัตกรรม
5.4 การบูรณาการ (I) เปนความสอดคลองระหวางแนวทางกับวิสัยทัศน และ
พนั ธกิจของโรงเรยี น ซง่ึ ตวั วัด สารสนเทศ และระบบการปรับปรุงเสริมซง่ึ กันและกนั ระหวา ง
กระบวนการและหนวยงานตามโครงสรางการบริหาร รวมไปถึงความสอดคลองระหวาง
กระบวนการกบั การปฏิบัตทิ ่ัวทง้ั โรงเรยี นเพื่อใหบ รรลเุ ปาประสงคระดบั โรงเรยี น
6. การตอบคําถามของขอกําหนดดานกระบวนการที่สําคัญอยูท่ีการออกแบบ
แนวทาง (A) ที่แสดงใหเห็นถึงความเหมาะสมของวิธีการที่ตอบคําถามของขอกําหนดได
อยางมีประสิทธิผล นําไปปฏิบัติซํ้าได อยูบนพื้นฐานของขอมูลสารสนเทศท่ีเช่ือถือได
กลา วคือ เปน การดาํ เนนิ การทเ่ี ปนระบบ สอดคลองเช่อื มโยงกันตลอดแนวทาง
7. สําหรับ D, L, I เปนการสรางความม่ันใจวา A เปนแนวทางท่ีนําไปปฏิบัติจริง
มีการเรียนรู ปรับปรุง พัฒนา และมีความสอดคลองกลมกลืนกับกระบวนการอื่นและ
หนว ยงานตาง ๆ ในโรงเรียนซ่ึงจะสง ผลตอ ความสําเร็จของเปา ประสงคท่โี รงเรยี นกาํ หนด
8. สําหรับ (*) ท่ีปรากฏในคําถามหมายถึง การตอบในขอคําถามน้ีใหพิจารณา
ตามความเหมาะสม
9. คําวา แนวทางทเ่ี ปน ระบบ หมายถงึ แนวทางท่มี จี ดั ขัน้ ตอนไวเปนลําดบั สามารถ
ทาํ ซา้ํ ได แสดงการใชข อมลู และสารสนเทศเพอื่ ใหเ กดิ การเรยี นรู
คาํ ถามจากกรณีตวั อยาง
ผนู าํ ระดบั สงู (SENIOR LEADERS) ดาํ เนนิ การอยา งไรในการกาํ หนดวสิ ยั ทศั น
พนั ธกจิ และคา นยิ ม ผนู าํ ระดบั สงู ดาํ เนนิ การอยา งไรในการถา ยทอดวสิ ยั ทศั น พนั ธกจิ
และคานิยม สูการปฏิบัติ โดยผานระบบการนําองคกร (LEADERSHIP SYSTEM)
ไปยังบุคลากร ผูสงมอบ พันธมิตร ผูใหความรวมมือท่ีสําคัญ นักเรียนและผูมี
สวนไดส ว นเสีย (*)
169 Organizational Profile
แนวทางการตอบคาํ ถาม
9.1 ทาํ ความเขา ใจขอ คาํ ถาม วา อะไรทคี่ าํ ถามตอ งการคาํ ตอบ ในทน่ี ี้ คอื วธิ กี าร เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
ดาํ เนนิ การของผูนาํ ระดบั สูงในการถายทอดวิสัยทัศน พันธกิจ และคานยิ มสูการปฏิบัต.ิ ....
9.2 พจิ ารณาองคป ระกอบของวธิ กี ารทผ่ี นู าํ ระดบั สงู นาํ มาใชท จ่ี ะใหท กุ หนว ยงาน
ตามโครงสรา งการบรหิ ารกาํ หนดวิสัยทศั นท่ีสนับสนุนวสิ ัยทศั นข องโรงเรียน เชน วเิ คราะห
วิสัยทัศนโรงเรียน จัดทําวิสัยทัศนของหนวยงาน กําหนดกิจกรรมของหนวยงาน ดําเนิน
กิจกรรม วัดและประเมินผล วิเคราะหผลและปรับปรุงวิธีการ ประเมินผลการนําวิสัยทัศน
ไปสูก ารปฏิบัติ (ตามตัวชีว้ ัด)
9.3 พิจารณาตัวชี้วัดสําคัญในขอคําถามน้ีที่โรงเรียนกําหนด เชน รอยละ
ของหนว ยงานที่มีกจิ กรรมสนับสนนุ วิสยั ทัศนข องหนว ยงานและของโรงเรียน
9.4 เขียนกระบวนงานของแตละองคประกอบ เชน วิเคราะหวิสัยทัศน
ของโรงเรียน โรงเรียนมีกระบวนงานอยางไร เขียนใหครบทุกองคประกอบแบบกะทัดรัด
ไดใจความ ที่สามารถนํามาปฏบิ ัตไิ ดใ หม
9.5 การสอื่ ความดว ยแผนภาพ ประกอบการอธบิ ายแผนภาพจะใหก ารสอื่ ความ
มปี ระสิทธิภาพมากขึ้น
10. การตอบคาํ ถามของขอกาํ หนดตาง ๆ ในดา นผลลพั ธท สี่ มบูรณต อ งครอบคลุม
10.1 ระดบั (Le) เปน ผลการดําเนินการปจ จุบันในมาตรวดั ท่ีเหมาะสมตามตัววดั
ท่กี ําหนด
10.2 แนวโนม (T) เปน ทิศทางและอตั ราการเปล่ียนแปลงของผลลพั ธ
10.3 การเปรียบเทียบ (C) เปนผลการดําเนินการของโรงเรียนเทียบกับ
โรงเรียนอ่ืนท่ีมีลักษณะการดําเนินการคลายกัน หรือเทียบกับระดับเทียบเคียง หรือเทียบ
กบั โรงเรียนชัน้ นํา
10.4 การบูรณาการ (I) เปนการแสดงผลลัพธที่เชื่อมโยงระหวางตัววัดสําคัญ
เพอื่ การบรรลเุ ปาประสงคของโรงเรยี น
บท ํนา : โครง รางองคกร170
11. ขอสังเกตของคาํ ถามตามขอกาํ หนดดา นผลลัพธต ามเกณฑ OBECQA (จากกรณี
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
ตวั อยาง)
กรณีตวั อยางดานผลลัพธ
7.1 ผลลพั ธด า นหลกั สตู รและกระบวนการ (Product and Process RESULTS):
ผลลพั ธก ารดําเนนิ การดานหลักสตู ร และประสิทธผิ ลของกระบวนการ
เปนอยางไร (120 คะแนน)
ใหแสดงขอมลู และสารสนเทศเพือ่ ตอบคาํ ถามตอไปนี้
ก. ผลลพั ธด า นหลกั สตู รและกระบวนการจดั การเรยี นการสอนทม่ี งุ เนน
นักเรียน (STUDENT Focused Product and PROCESS Result)
ผลลพั ธด า นหลกั สตู ร กระบวนการจดั การเรยี นการสอน และกระบวนการ
ที่ใหบริการทางการศึกษาแกนักเรียนเปนอยางไร ระดับปจจุบัน
และแนวโนมของตัววัดหรือตัวช้ีวัดที่สําคัญของผลการดําเนินการ
ดานหลักสูตร และกระบวนการจัดการเรียนการสอนท่ีมีความสําคัญ
และตอบสนองโดยตรงตอ นกั เรยี นเปน อยา งไร ผลลพั ธเ หลา นเี้ มอ่ื เปรยี บ
เทียบกบั ผลการดาํ เนนิ การของคูแขงเปน อยา งไร
ผลลัพธเหลานี้แตกตางกันตามหลักสูตรกลุมนักเรียนและสวนตลาด
อยา งไร (*)
11.1 คําถามของขอ กาํ หนดพืน้ ฐาน : ผลลัพธการดําเนนิ การดา นหลักสูตร และ
ประสิทธิผลของกระบวนการเปนอยางไร?
11.2 คําถามของขอ กําหนดโดยรวม : ผลลัพธดานหลกั สูตร กระบวนการจดั การ
เรยี นการสอน และกระบวนการทีใ่ หบ รกิ ารทางการศึกษาแกนกั เรยี นเปนอยา งไร
11.3 คําถามของขอกําหนดยอย : ระดับปจจุบันและแนวโนมของตัววัดหรือ
ตวั ชวี้ ดั ทส่ี าํ คญั ของผลการดาํ เนนิ การดา นหลกั สตู ร และกระบวนการจดั การเรยี นการสอนทมี่ ี
ความสาํ คญั และตอบสนองโดยตรงตอ นกั เรยี นเปน อยา งไร ผลลพั ธเ หลา นเ้ี มอ่ื เปรยี บเทยี บ
กับผลการดําเนินการของคูแขงเปนอยางไร ผลลัพธเหลานี้แตกตางกันตามหลักสูตร
กลุมนักเรยี นและสว นตลาดอยา งไร (*)
171
12. พิจารณาตอบคําถามของขอกําหนดตาง ๆ ท่ีไดจากตัววัดหรือตัวชี้วัดสําคัญ Organizational Profile
ดา นหลกั สตู รและการเรยี นการสอนทเ่ี กดิ กบั นกั เรยี น ทแ่ี สดงระดบั แนวโนม การเปรยี บเทยี บ
และผลลพั ธแ ตล ะสว นทมี่ คี วามสอดคลอ งกนั แยกตามหลกั สตู ร กลมุ นกั เรยี น และสว นตลาด เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
13. การแสดงผลลัพธท่ีแสดงถึงการปรับปรุง พัฒนา และการเรียนรูอยางตอเน่ือง
จะตองใชเ วลาในแตล ะรอบของการดําเนนิ การ ซึ่งในระบบของการจัดการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน
ใชร อบดาํ เนนิ การ 1 ปก ารศึกษา ขอ มูลสารสนเทศทีน่ ําเสนออยา งนอย 3 ป
14. คะแนนของการเสนอดานผลลัพธน้ันความเช่ือมโยง สอดคลองของตัววัดหรือ
ตัวชี้วัด หรือ Integration เปนสวนสําคัญ โดยเฉพาะดานหลักสูตรและกระบวนการเรียน
การสอน
15. คําตอบท่ีปรากฏในโครงรางองคกร ตัววัดหรือตัวชี้วัดท่ีปรากฏในคําถามของ
ขอ กาํ หนดตาง ๆ และแผนกลยทุ ธข องโรงเรียนจะตองมีความสอดคลอง เชื่อมโยงสูผลลพั ธ
ในหมวด 7
ผนู าํ สงู สดุ และผนู าํ ระดบั สงู เปน ผนู าํ การเขยี นรายงานวธิ กี ารและผลการดาํ เนนิ งาน
1. กาํ กบั ใหค ณะกรรมการขบั เคลอื่ น OBECQA ทงั้ 3 ชดุ ไดแ ก คณะกรรมการบรหิ าร
OBECQA ทมี ผจู ดั การโครงการ และทมี ปฏบิ ตั กิ าร OBECQA ใหป ฏบิ ตั หิ นา ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบ
ตามท่กี ําหนดอยางเครง ครัด
2. จัดทําโครงรางองคกร โดยคณะกรรมการบริหาร และทมี ผูจดั การโครงการ
3. เมื่อครบรอบดําเนินการทีมปฏิบัติการ OBECQA รายงานผลการดําเนินการ
ตามความรับผิดชอบ พรอ มเสนอสารสนเทศประกอบการรายงาน
4. ทมี ผจู ดั การโครงการปรับเน้อื หา และวิธกี ารเขาสูเกณฑ OBECQA
5. คณะกรรมการบรหิ าร OBECQA วนิ จิ ฉยั รายงาน พรอมใหขอเสนอแนะ
6. ทมี ผจู ดั การโครงการ ปรบั แกไ ข นาํ เสนอคณะกรรมการบรหิ าร OBECQA พจิ ารณา
เหน็ ชอบ
7. โรงเรียนนําเสนอรายงานวิธีการและผลการดําเนินการตอคณะกรรมการ
ตรวจประเมินเปนลําดับข้ันเพ่อื รับการตรวจประเมินในระดับ ScQA
บท ํนา : โครง รางองคกร172
ผูนําสูงสุดและผูนําระดับสูงตองปฏิบัติและแสดงผลการปฏิบัติตามขอกําหนด
ของเกณฑ OBECQA
การนาํ ขอ กาํ หนดของเกณฑ OBECQA มาใชเ ปน กรอบความคดิ ในการบรหิ ารจดั การ
ทําไดทั้งระดับโรงเรียน ระดับกลุมบริหาร และระดับหนวยงานตามโครงสรางการบริหาร
การติดตามตรวจสอบวาโรงเรียน กลุมบริหาร และหนวยงานมีการบริหารจัดการ
ตามขอกําหนดของเกณฑหรือไม วัดและประเมินไดจากการตอบคําถามของผูนําโรงเรียน
กลุมบริหาร และหนวยงาน 17 ขอตอไปน้ี
1. ผูนาํ นําองคก รไปสคู วามสําเร็จตามวสิ ัยทศั นอยางไร
2. ผนู ํากํากับองคก รใหป ฏบิ ัตติ ามขอ กําหนดไดอ ยางไร
3. ผูนาํ มีกลยทุ ธอะไรทีจ่ ะเอาชนะคา เปา หมายหรอื คูเทียบและมวี ิธีกาํ หนดอยา งไร
4. ผูนาํ มกี ารปฏบิ ัติตามกลยุทธท่ีกําหนดหรอื ไมอยา งไร
5. ผูนํารับฟงเสียงผรู ับบริการหรอื ไมอ ยางไร
6. ผนู ํา นําขอมลู จากการรับฟง เสยี งผูรับบริการมาปรับ แกไข พฒั นา เปน ท่พี อใจ
ของผรู ับบรกิ ารจนเกดิ ความผูกพนั กับการใหบรกิ ารหรอื ไมอยางไร
7. ผนู าํ มกี ารวดั วเิ คราะห และจดั การความรใู นทกุ กิจกรรมหรือไมอยางไร
8. ผูนํานําระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาเพ่ิมสมรรถนะในการจัดกระทําขอมูล
หรือไมอยา งไร
9. ผนู าํ จัดสภาพแวดลอมท่เี ออ้ื ตอ การทาํ งานใหก บั บคุ ลากรอยา งไร
10. ผูนําสรางแรงจงู ใจใหบุคลากรเกิดความผกู พันกบั งาน กบั สมาชิกรว มงานอยา งไร
11. ผูนํากําหนดระบบงานอยางไรท่ีจะใหการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร
และการบริการเสริมตา งๆมีประสิทธิภาพเกิดประสิทธผิ ลตามมาตรฐานการปฏิบัตงิ าน
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
173 Organizational Profile
12. ผูนํามีวิธีการอยางไรท่ีจะใหการปฏิบัติตามขอกําหนดของระบบงานดําเนินงาน
เปน ไปตามกรอบเวลาทกี่ ําหนดและพรอมที่จะเผชญิ ตอภาวะฉกุ เฉินที่อาจจะเกดิ ขึน้
13. โรงเรียนแสดงผลลัพธดานประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของการจัดการเรียน
การสอนตามหลักสูตรและโปรแกรมการจัดการเรียนการสอน การบริการเสริม ท้ังระดับ
แนวโนม การเทยี บเคยี งและการบูรณาการไดอ ยางครบถว นหรอื ไม อยา งไร
14. โรงเรียนแสดงผลลัพธของการตอบสนองขอเรียกรองของผูรับบริการไดครบถวน
จนเปนทีพ่ อใจหรือไม อยางไร
15. โรงเรียนไดแสดงผลลัพธของการบริหารจัดการดานบุคลากร ท้ังอัตรากําลัง
สมรรถนะการทํางาน และผลของการปฏิบตั ิงานไดอ ยา งครบถวนหรอื ไม อยางไร
16. โรงเรียนไดแสดงผลลัพธดานประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการนําและกํากับ
องคกรไดครบถว นหรือไม อยางไร
17. โรงเรยี นไดแ สดงผลลพั ธด า นประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลของการบรหิ ารจดั การ
ดา นการเงนิ และการตลาด (การเพมิ่ และขยายการใหบ รกิ ารทง้ั ดา นหลกั สตู ร การเรยี นการสอน
และการบริการเสริมกับผูรับบริการที่มจี าํ นวนเพ่มิ ขน้ึ )
คาํ ถามทง้ั 17 ขอ เปน ขอ กาํ หนดโดยรวม ท่ใี ชเปนขอ บงชที้ ส่ี ําคญั ที่แสดงวา องคก ร
(โรงเรียน กลุมบริหาร หนวยงานตามโครงสราง) มีการบริหารจัดการตามขอกําหนด
ของเกณฑ OBECQA
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
บท ํนา : โครง รางองคกร174
ผนู าํ สงู สดุ และผนู าํ ระดบั สงู มคี วามสาํ คญั ตอ ความสาํ เรจ็ ของการบรหิ ารจดั การ
ตามขอกาํ หนดของเกณฑ OBECQA
ผนู าํ สงู สดุ ผนู าํ ระดบั สงู และผนู าํ หนว ยงานตามโครงสรา งการบรหิ าร มบี ทบาทสาํ คญั
ทจ่ี ะทําใหเกิดผลลัพธขององคก ร 5 ประการ ดงั นี้
1. โรงเรียนมีเอกสารรายงานวิธีการและผลการดําเนินการตามเกณฑ OBECQA
ไดถ กู ตอ ง ครบถว น
2. โรงเรียนมีทีมนําท่ีจะขับเคลื่อนการบริหารจัดการตามเกณฑ OBECQA อยางมี
ประสิทธิภาพ และพรอมทีจ่ ะพฒั นาระบบเขาสขู อ กาํ หนดของเกณฑ TQA ตอ ไป
3. โรงเรียนมีผนู ําสงู สุด ผูนาํ ระดับสูง ผูน าํ หนว ยงาน และบุคลากรทม่ี คี วามรวู ิธกี าร
ปฏบิ ัตติ ามขอ กําหนดของเกณฑ OBECQA อยา งทั่วถึง
4. โรงเรยี นมกี ารบริหารจัดการตามเกณฑ OBECQA ทง้ั ระดบั โรงเรยี น กลมุ บริหาร
และหนวยงานตามโครงสรางการบริหารอยางเปนรูปธรรม วัดและประเมินผลไดทั้งภายใน
และภายนอกโรงเรยี นตามคําถาม 17 ขอ อยา งสมบูรณ
5. โรงเรยี นเปน องคก รแหง การเรยี นรู เกดิ นวตั กรรม และเกดิ ความสาํ เรจ็ ทงั้ ในปจ จบุ นั
ทสี่ บื เนื่องไปสูอนาคต
ความสําเร็จทัง้ 5 ประการ เปนความคาดหวังทจ่ี ะชว ยยกระดับคุณภาพการบริหาร
จดั การ ยกระดบั สมรรถนะของครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา ยกระดบั ความรู ความสามารถ
และทักษะของผเู รียนระดบั การศกึ ษาข้นั พื้นฐานใหเทียบเคียงกบั ประเทศตา งๆ
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
175
บทท่ี 4 Organizational Profile
การประเมนิ พัฒนาการโรงเรียนตามแนวทาง OBECQA
School Excellence Framework
ภาพรวม
วัตถปุ ระสงค
1. เพื่อเปนแนวทางใหโรงเรียนประเมินความกาวหนาของตนเองในการพัฒนา
สคู วามเปน เลิศตามแนวทาง OBECQA
2. เพอ่ื เปน แนวทางใหผ ตู รวจประเมนิ ประเมนิ ความกา วหนา ในการพฒั นา โรงเรยี น
สูความเปนเลศิ ตามแนวทาง OBECQA
3. เพอื่ เปนพนื้ ฐานในการคนหา Best Practices
4. เพอ่ื เตรียมพรอมโรงเรยี นเขา สูร างวัล OBECQA และ TQA
กรอบแนวคิด
1. ความเปนเลิศเกิดจากการวางแนวทางท่ีดี การนําสูการปฏิบัติอยางท่ัวถึง และ
มีประสทิ ธิผล การเรยี นรูและปรบั ปรุงอยางตอเนือ่ ง นําไปสูผลลพั ธท ี่เปนเลศิ
2. ความเปนเลิศเกิดจากการบูรณาการของกระบวนการและตัววัดสูเปาหมายรวม
ขององคก ร
3. ความเปนเลิศเกิดจากความพยายามพัฒนาและปรับปรุงอยางตอเน่ือง จนเปน
วัฒนธรรมองคกร เพ่อื มุง สรา งคณุ คาสูงสดุ แกผ ูเรยี นและผมู สี ว นไดส ว นเสียท่สี าํ คัญ
ขน้ั ตอนการพัฒนา
โรงเรียนพัฒนาตนเอง โรงเรียนพฒั นาตนเอง เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
โรงเรียนพฒั นาตนเอง โรงเรียนพฒั นาตนเอง
1 นายแพทยส ิทธิศกั ดิ์ พฤกษป ตกิ ลุ
176
บท ํนา : โครง รางองคกร เกณฑก ารประเมิน
APPROACH 0 12 3 45
ไมม ีแนวทาง มแี นวทางท่ีเปน มีหลักฐาน แนวทางไดรับ
ที่เปนข้ันตอน ขัน้ ตอนชัดเจน ท่ีแสดงวา การปรบั ปรงุ แนวทาง เปนแบบอยา ง
ชัดเจน ใหด ขี ้นึ ครอบคลุม ทีด่ สี าํ หรับ
แนวทางน้นั ขอ กําหนดยอย องคกรอื่น
ไดผ ล
DEPLOY 0 12 3 4 5
ยังไมมีการ อยูระหวาง มกี ารปฏบิ ตั ิ มกี ารปฏบิ ัติ มีการปฏิบตั ิ มีการปฏิบัติ
นาํ ไปปฏิบัติ การนาํ ไปปฏบิ ตั ิ ในหนว ยงาน ในหนว ยงาน อยางดใี น อยา งสมบรู ณ
สาํ คญั สว นใหญ ทกุ หนวยงาน ทกุ หนว ยงาน
LEARNING 01 2 3 45
ไมม ีการติดตาม มีการตดิ ตาม มตี วั วัด ใชก ารวิเคราะห ใชข อ มลู เชิง ใชการสราง
ใดใด ความกา วหนา เปาหมาย และ ขอมูลนําสู เปรยี บเทียบ นวตั กรรมและ
การติดตามผล การปรับปรงุ นาํ สกู ารปรบั ปรงุ Best Practice
และหาทาง และเริม่ เหน็ แนวทางทใ่ี ช แนวทางอยา ง เปน กลไกสาํ คญั
แกไขปญ หา การปรับปรงุ อยา งสมา่ํ เสมอ สม่าํ เสมอ ในการปรับปรงุ
ที่เกิดขน้ึ
องคก ร
INTEGRATION 0 1 2 3 45
ตางคน แนวทาง แนวทาง แนวทาง
ตางทํางาน ตอบสนอง ตอบสนอง ตอบสนอง แนวทาง แนวทาง
ประชมุ กัน เปา หมาย ความตอ งการ กลยทุ ธองคกร บรู ณาการกับ ตอบสนอง
เมือ่ มปี ญ หา หนว ยงาน ลูกคา เปน อยา งดี กระบวนการอื่น ความตองการ
เกิดข้ึน ของตน เปนอยา งดี เปน อยางดี ในอนาคต
เปน หลกั ขององคกร
เปนอยา งดี
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560 PERFORMANCE 0 1 2 3 45
ไมมกี ารวดั ผล เร่ิมมีการวัดผล ผลลพั ธสําคญั ผลลัพธส าํ คัญ มีผลลัพธแยก ผลลัพธชนะ
ไดตามเปา มแี นวโนมทดี่ ี Segment คแู ขงและ
หมาย ขนึ้ ชดั เจน และผลลพั ธ เปนหน่งึ ในผนู าํ
และผลลพั ธเ ชงิ เชงิ เปรียบเทียบ ระดับแนวหนา
เปรียบเทียบ อยใู นระดบั (>p95)
อยใู นระดบั ดี ดมี าก (>p85)
(>p70)
177
หวั ขอสําคัญในการตรวจประเมนิ Organizational Profile
หวั ขอ 1.1 การนาํ องคก รโดยผนู ําระดับสูง
หวั ขอ 1.1 การนาํ องคกรโดยผูนําระดบั สูง
Process 1.1 ก(1) กระบวนการนาํ องคก รดวยวิสัยทัศน พันธกจิ และคา นยิ มองคก ร
Performance ผลลพั ธความสาํ เรจ็ ท่ีสําคญั ตามวสิ ัยทศั นและพันธกจิ
ผลลัพธค วามสาํ เรจ็ ของการสรา งคา นยิ มองคกร
Process 1.1 ก(3) กระบวนการสรางความสําเร็จในปจจบุ นั และอนาคตใหก ับองคก ร
Performance ไมต อ งมีตวั วดั
Process 1.1 ข(1) กระบวนการสอื่ สารและสรา งความผกู พันกบั บุคลากร
Performance ผลลพั ธป ระสิทธผิ ลของการส่ือสารของผูนําระดบั สูง
ผลลัพธก ารสรางความผกู พนั โดยผูน าํ ระดบั สูง
ผลลพั ธป ระสทิ ธผิ ลของการสง เสรมิ การส่ือสารสองทาง
Process 1.1 ข(2) กระบวนการทที่ าํ ใหท กุ คนในองคก รใสใ จกบั เปา หมายขององคกร
Performance และการปรบั ปรุงผล
ผลลพั ธการทําใหท กุ คนสนใจเปาหมายขององคกร
และการปรบั ปรุงผลโดยผูน าํ ระดบั สงู
หัวขอ 1.2 การกํากับดแู ลองคกรและความรบั ผิดชอบตอ สังคม
Process 1.2 ก(1) กระบวนการกาํ กบั ดแู ลองคก ร เพอ่ื ใหเ ปน องคก รทมี่ ธี รรมาภบิ าลทด่ี ี
Performance ผลลัพธท ่ีแสดงถึงการเปนองคกรที่มธี รรมาภิบาลที่ดี
ผลลัพธก ารตรวจสอบทั้งจากองคกรภายนอก
และการตรวจสอบภายใน เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
Process 1.2 ข(1) กระบวนการจดั การผลกระทบเชงิ ลบและทาํ ใหเ กิดการปฏิบัติ
Performance ตามกฎหมาย
ผลลัพธท ี่แสดงถงึ ประสิทธิผลของการปฏิบัติตามกฎหมาย
ผลลพั ธท แ่ี สดงประสทิ ธผิ ลของการจดั การผลกระทบเชงิ ลบตอ สงั คม
Process 1.2 ข(2) กระบวนการทําใหเ กิดการปฏิบตั อิ ยา งมจี ริยธรรมตอ ผมู สี วนได
Performance สว นเสยี ทุกกลมุ
ผลลัพธทแ่ี สดงประสทิ ธิผลของการประพฤติอยา งมีจริยธรรม
ผลลพั ธทแ่ี สดงระดบั ความไววางใจของผมู ีสวนไดส วนเสีย
ตอผนู าํ ระดับสูง
Process 1.2 ค(2) กระบวนการที่แสดงถงึ ความรบั ผิดชอบตอสังคมและการให
Performance การสนับสนนุ ชมุ ชนสาํ คญั
ผลลพั ธที่แสดงความรับผิดชอบตอสงั คม
ผลลัพธท แ่ี สดงประสิทธิผลของการใหก ารสนบั สนุนชุมชน
178
บท ํนา : โครง รางองคกร หัวขอ 2.1 การวางแผนกลยทุ ธ
Process 2.1 ก(1) กระบวนการวางแผนกลยุทธ
Performance ไมตองมีตัววดั
Process 2.1 ก(2) กระบวนการทาํ ใหเ กดิ นวตั กรรม
Performance ไมต อ งมตี ัววดั
Process 2.1 ก(3) กระบวนการวเิ คราะหแ ละคดิ กลยทุ ธ
Performance ไมต องมตี วั วัด
Process 2.1 ก(4) กระบวนการออกแบบระบบงานและสมรรถนะหลักของโรงเรยี น
Performance ไมต อ งมีตัววัด
Process 2.1 ข(1)(2) กระบวนการกําหนดวัตถุประสงคเชงิ กลยุทธ ทที่ าํ ใหก ลยุทธ
สมดุล และมเี ปา หมายชดั เจน
Performance ไมตองมตี วั วดั
หัวขอ 2.2 การนาํ กลยุทธไ ปปฏบิ ตั ิ
Process 2.2 ก(1) กระบวนการแปลงวตั ถุประสงคเชงิ กลยทุ ธเปน แผนปฏบิ ัติการ
ทส่ี ําคัญ
Performance ไมต องมตี ัววัด
Process 2.2 ก(2) กระบวนการถา ยทอดแผนปฏิบตั ิการสําคญั สกู ารปฏบิ ตั ิทที่ ว่ั ถึง
Performance ทง้ั องคกร
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560 ผลลพั ธท แี่ สดงถงึ ประสทิ ธผิ ลของการบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคเ ชงิ กลยทุ ธ
ผลลพั ธท แี่ สดงถงึ ประสทิ ธิผลของการบรรลุแผนปฏบิ ัตกิ าร
ผลลพั ธที่แสดงความสาํ เร็จในการเสรมิ สรา งสมรรถนะหลัก
ใหแกอ งคกร
Process 2.2 ก(3) กระบวนการจดั สรรทรพั ยากรและงบประมาณเพอื่ สนับสนนุ
ความสําเรจ็ ของแผนปฏิบัติการ
Performance ไมต อ งมีตัววัด
Process 2.2 ก(4) กระบวนการจดั เตรียมแผนงานดา นทรัพยากรบคุ คลเพอ่ื สนบั สนุน
ความสําเร็จของแผนปฏิบตั กิ าร
Performance ไมต องมีตัววัด
Process 2.2 ก(5) กระบวนการกระจายตัววดั และเปา หมายเพื่อใหสอดคลอง
ไปในแนวทางเดียวกนั ทว่ั ทงั้ องคกร
Performance ไมตอ งมตี วั วัด
179
หวั ขอ 2.2 การนํากลยทุ ธไ ปปฏิบัติ Organizational Profile
Process 2.2 ก(6) กระบวนการกาํ หนดคาคาดการณและการปรบั เปล่ยี นแผน
หากไมเ ปน ไปตามทค่ี าดการณ
Performance ไมต องมีตวั วดั
หัวขอ 3.1 การรบั ฟง นกั เรียนและผมู สี ว นไดส ว นเสีย
Process 3.1 ก(1) กระบวนการรับฟง เสียงนักเรียนและผมู ีสวนไดสวนเสยี ปจ จุบนั
Performance ไมต อ งมตี ัววัด
Process 3.1 ก(2) กระบวนการรบั ฟง เสยี งนักเรียนและผูม ีสวนไดสวนเสียในอนาคต
Performance ไมตองมีตัววดั
Process 3.1 ข(1) กระบวนการประเมินความพึงพอใจ ความไมพ งึ พอใจ
และความผกู พัน
Performance ไมต องมีตวั วัด
Process 3.1 ข(2) กระบวนการประเมนิ ความพงึ พอใจเชิงเปรียบเทยี บ
Performance ไมต องมตี วั วดั
หัวขอ 3.2 ความผกู พันของนกั เรียนและผูมสี วนไดสว นเสยี
Process 3.2 ก(1) กระบวนการกาํ หนดความตอ งการของนกั เรยี นและกาํ หนดหลกั สตู ร/
บรกิ ารการศึกษาทจี่ ะใหบริการ
Performance ผลลพั ธความพงึ พอใจตอหลักสตู ร/บริการการศึกษาทส่ี ําคัญ
ผลลพั ธท แี่ สดงความนยิ มของนกั เรยี นตอ หลกั สตู ร/บรกิ ารการศกึ ษา
ท่ีสําคัญ
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
Process 3.2 ก(2) กระบวนการสนบั สนนุ นกั เรียน
Performance ผลลพั ธค วามพงึ พอใจของนักเรียนตอ การสนับสนนุ สําคญั
ท่ีโรงเรยี นจัดให
Process 3.2 ก(3) กระบวนการใชป ระโยชนจากขอมูลเกีย่ วกับนกั เรยี น
Performance ไมตองมีตัววดั
Process 3.2 ข(1) กระบวนการสรางความสมั พนั ธก ับนกั เรียน ผูปกครอง ศษิ ยเกา
Performance และผรู ับนักเรียนไปศกึ ษาตอ
ผลลัพธด านความพงึ พอใจของนกั เรยี นดานตางๆ
ผลลัพธดา นความผกู พันของนกั เรยี น
ผลลัพธด า นความพงึ พอใจ/ผูกพนั ของผปู กครอง
ผลลพั ธด านความพงึ พอใจของผูรบั นักเรียนไปศกึ ษาตอ
ผลลพั ธดานความพงึ พอใจ/ผกู พันของศษิ ยเกา
180
บท ํนา : โครง รางองคกร หัวขอ 3.2 ความผกู พนั ของนักเรียนและผูมีสว นไดสว นเสีย
Process 3.2 ข(2) กระบวนการแกไขขอรอ งเรยี นของนักเรียน ผปู กครอง ศษิ ยเ กา
และผูรับนักเรยี นไปศกึ ษาตอ
Performance ผลลพั ธความไมพ อใจของนกั เรียน
ผลลัพธความไมพ อใจของผปู กครอง ศิษยเกา และผรู บั นกั เรียน
ไปศึกษาตอ
ผลลัพธความพอใจตอ การแกไขขอ รอ งเรยี น
หวั ขอ 4.1 การวัด วิเคราะห และปรับปรงุ ผลการดําเนินการ
Process 4.1 ก(1) กระบวนการวัดผลและใชประโยชนต วั วดั ผล
Performance ผลลัพธด า นรายได และสัดสวนรายจาย
ผลลพั ธด านผลตอบแทนทางการเงนิ
ผลลัพธด านความมนั่ คงทางการเงนิ
ผลลัพธด านสว นแบงตลาด
ผลลพั ธดานตลาดใหม ๆ หรอื นักเรยี นกลมุ ใหม ๆ
ผลลพั ธดานการจดั การงบประมาณ
Process 4.1 ก(2) กระบวนการคัดเลือกและใชประโยชนขอมูลเชงิ เปรียบเทยี บ
Performance ไมตองมตี วั วัด
Process 4.1 ก(3) กระบวนการเลอื กและใชขอ มูลสารสนเทศเกี่ยวกับนกั เรยี น
และผมู สี ว นไดสว นเสีย
Performance ไมตองมตี วั วัด
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560 Process 4.1 ก(4) กระบวนการท่ที ําใหระบบวดั ผลชว ยใหองคก รเกดิ ความคลองตวั
Performance ไมต อ งมีตวั วดั
Process 4.1 ข(1) กระบวนการวิเคราะหและทบทวนผลการดําเนินการ
Performance ไมต องมีตัววดั
Process 4.1 ค(1) กระบวนการรวบรวมและขยายผลการปฏบิ ตั ทิ ่ีดี
Performance ไมตอ งมตี วั วดั
Process 4.1 ค(2) กระบวนการทบทวนคา คาดการณ
Performance ไมต องมตี ัววดั
Process 4.1 ค(3) กระบวนการปรบั ปรุงผลการดาํ เนนิ การ
Performance ไมต อ งมีตัววดั
181
หัวขอ 4.2 การจดั การความรูและเทคโนโลยีสารสนเทศ Organizational Profile
Process 4.2 ก(1) กระบวนการจดั การความรู
Performance ไมต องมตี ัววดั
Process 4.2 ข(1) กระบวนการจดั การขอ มูล สารสนเทศ ใหม คี ุณภาพและปลอดภยั
Performance ผลลัพธค วามนาเชื่อถือและความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ
Process 4.2 ข(3) กระบวนการจัดการใหข อ มูลสารสนเทศมีความพรอ มใชงาน
Performance ผลลพั ธความพรอมใชงานของระบบสารสนเทศ
Process 4.2 ข(4) กระบวนการจดั การใหฮารด แวร ซอฟทแวร มคี ณุ ภาพ
และใชงานงาย
Performance ผลลพั ธค วามพึงพอใจของผใู ชง าน
Process 4.2 ข(5) กระบวนการจดั การความพรอ มใชงานของระบบสารสนเทศ
ในยามฉกุ เฉนิ
Performance ผลลพั ธท แ่ี สดงประสทิ ธผิ ลของการเตรยี มความพรอ มในยามฉกุ เฉนิ
หวั ขอ 5.1 สภาพแวดลอ มของบคุ ลากร
Process 5.1 ก(1) กระบวนการประเมินขดี ความสามารถและอัตรากาํ ลงั ทต่ี อ งการ
Performance ไมต องมีตัววดั
Process 5.1 ก(2) กระบวนการจดั การบคุ ลากรใหม
Performance ผลลัพธดา นการสรรหาบคุ ลากรใหม
ผลลพั ธด านการรกั ษาบคุ ลากรใหม
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
Process 5.1 ก(3) กระบวนการจัดรปู แบบการทาํ งานและบรหิ ารบุคลากร
เพ่ือใหง านบรรลุผล
Performance ผลลพั ธค วามพึงพอใจตอ รปู แบบการทาํ งาน
หัวขอ 5.1 สภาพแวดลอมในการทาํ งาน
Process 5.1 ก(4) กระบวนการจดั การการเปลีย่ นแปลงเพือ่ ใหบคุ ลากรเพียงพอ
และมขี ีดความสามารถเพยี งพอ
Performance ผลลพั ธดา นความเพยี งพอของบคุ ลากร
ผลลัพธด านขีดความสามารถของบุคลากร
Process 5.1 ข(1) กระบวนการจดั การสภาพแวดลอมในการทํางาน
Performance ผลลัพธด านความปลอดภัยบุคลากร
ผลลัพธด า นสขุ ภาพของบุคลากร
ผลลพั ธดา นสวสั ดภิ าพของบุคลากร
182
บท ํนา : โครง รางองคกร หวั ขอ 5.1 สภาพแวดลอมในการทํางาน
Process 5.1 ข(2) กระบวนการสนับสนนุ บุคลากร
Performance ผลลพั ธดานประสิทธผิ ลของการสนับสนุนบุคลากร
ผลลัพธค วามพงึ พอใจตอการไดรบั การสนับสนนุ ของบุคลากร
หัวขอ 5.2 ความผูกพนั ของบคุ ลากร
Process 5.2 ก(1) กระบวนการสรา งวฒั นธรรมองคก รเพอื่ เปน องคก รทม่ี ผี ลดาํ เนนิ การ
ทดี่ ีและมรี ะดบั ความผกู พนั สงู
Performance ผลลัพธดา นความพึงพอใจตอ วฒั นธรรมหรือบรรยากาศ
ภายในองคก ร
Process 5.2 ก(2) กระบวนการกําหนดปจจัยที่สําคญั ที่สง ผลตอ ความผกู พัน
ของบุคลากร
Performance ไมตอ งมตี ัววดั
Process 5.2 ก(4) กระบวนการจดั การผลการดําเนนิ งานเพื่อเปน องคก รทม่ี ี
ผลดําเนินการทดี่ แี ละมีระดบั ความผูกพันสงู
Performance ผลลัพธความพงึ พอใจตอ กระบวนการประเมินผลการดาํ เนินงาน
หวั ขอ 5.2 ความผูกพนั ของบคุ ลากร
Process 5.2 ก(3) กระบวนการประเมนิ ระดบั ความผกู พนั ของบคุ ลากร และนาํ ผลทไ่ี ด
ไปใชป ระโยชน
Performance ผลลัพธด า นความพึงพอใจของบุคลากรดานตา ง ๆ ตามปจ จัย
ความผกู พนั
ผลสํารวจระดบั ความผกู พันและความภักดขี องบุคลากร
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560 ผลลัพธดา นผลติ ภาพของบคุ ลากร
ผลลพั ธด า นอตั ราการลาออก อตั ราการรอ งทกุ ข อตั ราการขาดงาน
ผลลพั ธท ี่สะทอนความผกู พันอืน่ ๆ เชน การมสี ว นรวมในกิจกรรม
การพฒั นา เปน ตน
Process 5.2 ข(1) กระบวนการจัดการเรยี นรแู ละพัฒนาใหแกบ คุ ลากรและผนู ํา
Performance และการประเมนิ ประสิทธผิ ล
ผลลพั ธด า นการพัฒนาบคุ ลากร
ผลลัพธด า นการพัฒนาผนู าํ
Process 5.2 ข(3) กระบวนการจดั การความกา วหนา ในอาชพี การงานและ
Performance การเตรยี มผูนํา
ผลลัพธด า นประสทิ ธผิ ลของการจดั การความกาวหนาในอาชพี
ของบุคลากร
ผลลพั ธด า นประสิทธิผลของการเตรยี มผูน าํ
183
หัวขอ 6.1 กระบวนการทาํ งาน Organizational Profile
Process 6.1 ก(1) กระบวนการออกแบบหลกั สูตรและกระบวนการทาํ งาน
Performance ไมต องมตี ัววดั
Process 6.1 ข(1) กระบวนการนาํ กระบวนการทํางานไปสูก ารปฏบิ ตั ิ
Performance ผลลพั ธค วามสาํ เร็จตามขอ กาํ หนดของกระบวนการทาํ งานงาน
ผลลพั ธความสําเร็จตามขอกาํ หนดของกระบวนการสนบั สนุน
ผลลัพธดา นผลติ ภาพสําคัญขององคกร
ผลลัพธดานประสิทธิภาพและรอบเวลาที่สําคญั ขององคก ร
Process 6.1 ก(3) กระบวนการปรับปรุงหลักสตู รและกระบวนการทาํ งาน
Performance ผลลพั ธความสําเร็จในการปรับปรงุ หลักสูตรและความแข็งแกรง
ของสมรรถนะหลัก
หวั ขอ 6.1 กระบวนการทํางาน
Process 6.1 ค กระบวนการจัดการนวตั กรรม
Performance ผลลพั ธดานนวัตกรรมขององคก ร
หัวขอ 6.2 ประสทิ ธผิ ลของการปฏิบตั กิ าร
Process 6.2 ก กระบวนการควบคุมตน ทุน
Performance ผลลพั ธความสาํ เรจ็ ในการควบคมุ ตนทนุ
ผลลัพธดา นผลิตภาพสาํ คัญขององคกร
ผลลัพธดา นประสทิ ธิภาพ และรอบเวลาท่สี าํ คัญขององคก ร
Process 6.2 ข กระบวนการจดั การผสู งมอบ เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
Performance ผลลพั ธท ่สี ะทอนประสทิ ธิผลของการจดั การผสู งมอบ
ผลลัพธความสําเร็จตามขอกาํ หนดของกระบวนการสนับสนุน
Process 6.2 ค(1) กระบวนการทําใหเกิดสภาพแวดลอ มที่ปลอดภยั
Performance ผลลพั ธที่สะทอนสภาพแวดลอมท่ีปลอดภยั
Process 6.2 ค(1) กระบวนการเตรยี มความพรอมตอ ภาวะฉุกเฉิน
Performance ผลลัพธท ี่สะทอนประสิทธิผลของการเตรียมความพรอ ม
ตอ ภาวะฉุกเฉิน
บท ํนา : โครง รางองคกร184
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560แนวทางการตัง้ คาํ ถาม
1. สําหรับเรื่องน้ี มแี นวทางในการดาํ เนนิ การอยา งไร?
2. มหี นว ยงาน (หรือพนื้ ที่หรือกลุม ) ใดบางที่ตอ งนําแนวทางนไ้ี ปปฏิบตั ?ิ
3. ติดตามความคบื หนา และผลสาํ เรจ็ ของการนาํ แนวทางนีไ้ ปปฏบิ ตั อิ ยา งไร?
4. ความสาํ เร็จในเรื่องน้ี วดั ดว ยตัววดั อะไร เปาหมายคอื อะไร?
5. แนวทางที่ใชม กี ารปรบั ปรงุ อะไรไปบาง? ปรับปรงุ ดวยเหตุผลอะไร?
6. แนวทางทใ่ี ช ตอบสนองความตองการของผเู รียนผปู กครอง
(และ/หรอื ผมู สี ว นได สว นเสีย) อยางไร?
7. แนวทางทีใ่ ช ตอบสนองกลยุทธข ององคกรอยา งไร?
8. แนวทางทใ่ี ช ตอบสนองความย่ังยนื ระยะยาวในอนาคตขององคกรอยา งไร?
9. มกี ารเทยี บเคียงผลลพั ธแ ละแนวทางที่ใชก ับองคกรอ่นื บางไหม?
10. มกี ารสรา งนวัตกรรมเกย่ี วกับในเรื่องนี้บางไหม?
11. มกี ารใชประโยชนจ าก Best Practice และแบงปน Best Practice บางไหม?
แนวทางการประเมนิ คะแนน
1. เนื่องจากกรอบการประเมินท่ีกําหนด มีวัตถุประสงคใหองคกรมีการพัฒนา
แนวทาง การบริหารจัดการ และผลลัพธขององคกร สูองคกรท่ีมีผลการดําเนินการ
ที่เปนเลิศ อยางเปนข้ันเปนตอน การประเมินจึงขอใหประเมินแบบขั้นบันได โดยเรียง
ลําดบั จาก A-0 D-0 L-0 I-0 P-0 ตอมาคอยพิจารณา A-1 D-1 L-1 I-1 P-1 และ A-2
D-2 L-2 I-2 P-2 เปน ลาํ ดบั จนถึง A-5, D-5, L-5, I-5 P-5 อยาลดั ขนั้ ตอน การใชแนวทาง
การประเมินแบบน้ี เพอื่ เปน กรอบใหอ งคก รตองพฒั นาอยางไมห ยุดยัง้ และเพ่ือใหแ นใจวา
ผลลัพธท่ีเปนเลิศ มาจากการบริหารจัดการทีเปนเลิศจริงๆ ไมใชโชคชวยหรือมีทรัพยากร
ทีเ่ หนอื กวา
2. การใหคะแนน สามารถใหคะแนน 0.5, 1.5, 2.5, 3.5, 4.5 ได กรณีท่ีองคกร
มหี ลักฐานวา มีระดับพฒั นาการเกินกวา 0, 1, 2, 3, 4 แตย ังไมสมบรู ณพอ ทจี่ ะไดคะแนน
เต็มในระดับถัดไป แตไมอนุญาตใหคะแนนเปนทศนิยมอยางอ่ืน เพื่อตีกรอบใหองคกร
ตอ งพัฒนา เพอื่ ยกระดบั ตัวเอง
3. ตอ ไปนค้ี อื หลกั ฐานทเ่ี ปน ขอ แนะนาํ เพอื่ เปน กรอบในการใหค ะแนนใหเ ปน ทศิ ทาง
เดยี วกัน
185
หลกั ฐานทพ่ี บ Organizational Profile
A-0 ไมมีการดําเนินการในเร่ืองนี้ หรือมีการดําเนินการแตเปนกิจกรรมยอยๆ เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
ตามสถานการณ มากกวาท่จี ะเปนระบบท่ีมขี ้นั ตอนชัดเจน พิจารณาให 0 ในกรณี
ที่เริ่มเปนข้ันตอนเปนตอนใหเห็นบาง แตยังไมชัดเจนถึง ขนาดเปนรูปธรรม
จบั ตอ งได หรือมเี อกสารยนื ยัน พิจารณาให 0.5
D-0 ไมมีการนําสูการปฏิบัติ พิจารณาให 0 (ในการตรวจประเมินจริง ถาตัดสินใจ
ใหค ะแนน A-0 แลว คะแนน D, L, I, P ตองเปน 0 ดวย แตจ ะเร่มิ พจิ ารณาขอ นี้
เมื่อให A-0.5) ในกรณีท่ีเห็นรองรอยวา เริ่มมีการวางแผนที่จะนําสูการปฏิบัติ
พิจารณาให 0.5
L-0 ไมม กี ารตดิ ตามใดใด พจิ ารณาให 0 (ในการตรวจประเมนิ จรงิ ถา ตดั สนิ ใจใหค ะแนน
A-0 แลว คะแนน D, L, I, P ตองเปน 0 ดว ย แตจ ะเร่ิมพิจารณาขอ นเี้ มื่อให A-0.5)
ในกรณีท่ีพบวามีการประชุม เมื่อมีปญหาขอขัดของเกิดขึ้น โดยไมมีวาระหรือ
วงรอบกาํ หนดไวช ัดเจน พิจารณา ให 0.5
I-0 พบวาตางคนตางทํางาน ไมมีเปาหมายที่ชัดเจน ทําไปเรื่อยๆ รอใหปญหา
เกดิ กอ นคอยมาประชมุ กนั พจิ ารณาให 0 (ในการตรวจประเมนิ จริง ถา ตดั สินใจ
ใหคะแนน A-0 แลว คะแนน D, L, I, P ตองเปน 0 ดว ย แตจ ะเรมิ่ พิจารณาขอน้ี
เม่ือให A-0.5) ในกรณีที่พบวาเร่ิมมี การกําหนดวัตถุประสงคของส่ิงท่ีทําบาง
พจิ ารณาให 0.5
P-0 พบวาไมมีการวัดผลใดใด พิจารณาให 0 (ในการตรวจประเมินจริง ถาตัดสินใจ
ใหค ะแนน A-0 แลว คะแนน D, L, I, P ตอ งเปน 0 ดว ย แตจะเรม่ิ พจิ ารณาขอ นี้
เม่ือได A-0.5) ในกรณีที่พบวามีการวัดผลบาง แตไมใชตัววัดท่ีมีความสําคัญ
พิจารณาให 0.5
A-1 มแี นวทาง เปน ขนั้ ตอนชดั เจน มผี รู บั ผดิ ชอบชดั เจน มกี ารจดั ทาํ ไว เปน ลายลกั ษณ
อกั ษรชดั เจน พิจารณาให 1 ในกรณีทีม่ ีหลกั ฐาน วา แนวทางนี้ เริ่มไดผ ลบางแลว
พจิ ารณาให 1.5
D-1 มีการวางแผนชัดเจนในการนําสูการปฏิบัติ และมีหลักฐานใหเห็นวา ไดเริ่มมี
การปฏบิ ตั ิในหนว ยงาน (หรอื พื้นที่ / หรือกลุม) ท่ีมคี วามสําคญั ตอความสาํ เร็จ
พจิ ารณาให 1 ในกรณที ่ีพบวาการนาํ สกู ารปฏิบตั ิ ไดดีระดับหน่งึ พิจารณาให 1.5
L-1 มีหลักฐานใหเห็นวา มกี ารกาํ หนดวงรอบท่แี นน อนในการตดิ ตาม ความกาวหนา
ของการนําสูก ารปฏิบัตแิ ละมีการติดตามผลลพั ธบาง ในท่ปี ระชมุ พิจารณาให 1
ในกรณีทพ่ี บวา มกี ารแกไ ขแนวทางที่ใชบา ง แตเ กิดจากการแกไ ขปญ หา พจิ ารณา
ให 1.5
I-1 มกี ารกาํ หนดวตั ถปุ ระสงคแ ละเปา หมายทชี่ ดั เจน แตเ ปน เปา หมายของ หนว ยงาน
เปนหลัก พิจารณาให 1 ในกรณีท่ีพบวาเริ่มคํานึงถึง ความตองการของผูเรียน
ผูปกครอง และผมู สี ว นไดสว นเสยี บาง พจิ ารณาให 1.5
P-1 เร่ิมมกี ารวัดผลในเรื่องท่มี คี วามสําคญั ตรงกับวัตถปุ ระสงคท ก่ี ําหนดไว พิจารณา
ให 1 ในกรณที ีพ่ บวาผลลัพธม รี ะดบั ดีพอใชเม่อื เทยี บกับเปาหมาย แตยังไมบ รรลุ
เปาหมาย พจิ ารณาให 1.5
บท ํนา : โครง รางองคกร186
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560หลกั ฐานท่พี บ
A-2 มหี ลกั ฐานใหเ หน็ วา แนวทางทวี่ างไว เมอื่ นาํ สกู ารปฏบิ ตั แิ ลว ไดผ ลตาม ทป่ี ระสงค
เชน เริม่ ไดผ ลตามวัตถุประสงค เรมิ่ ใกลเคียงเปา หมาย ผานการรบั รองมาตรฐาน
เปนตน พจิ ารณาให 2 ในกรณที ี่มหี ลักฐานวา ไดผลดมี ากเทยี บกับเปา หมาย หรือ
วัตถุประสงค พจิ ารณาให 2.5
D-2 มหี ลกั ฐานใหเห็นวา ไดมีการนําแนวทางสกู ารปฏบิ ตั อิ ยา งดี ในหนวยงาน/พนื้ ท/ี่
กลุมหลักๆ ท่ีมีความสําคัญตอความสําเร็จ เชนหนวยงานหลัก กลุมผูเรียนหลัก
บุคลากรกลุมหลักท่ีมีความสําคัญสูง เปนตน พิจารณาให 2 ในกรณีที่พบวา
เรม่ิ มีการนาํ แนวทางสกู ารปฏิบัติในหนวยงาน/พนื้ ท่/ี กลุม อื่น นอกเหนอื จากกลุม
หลกั พจิ ารณาให 2.5
L-2 มีหลักฐานใหเหน็ วา มีการกาํ หนดตวั วัด เปา หมายท่ีชัดเจน และมกี ารตดิ ตามผล
ตัววัดเทียบกับเปาหมาย เปนวงรอบท่ีชัดเจน พิจารณาให 2 ในกรณีที่พบวา
เริ่มเห็นการปรับปรุงแนวทางที่ใชบาง อันเกิดจากการทบทวนติดตามตัววัด
พจิ ารณาให 2.5
I-2 มหี ลกั ฐานทแี่ สดงใหเ หน็ วา แนวทางทใ่ี ช ตอบสนองตอ ความตอ งการ ของนกั เรยี น
และผูมีสวนไดสวนเสีย เชน ตรงกับความตองการ ความคาดหวังหลัก ที่ไดจาก
การสาํ รวจผเู รียนหรือผูมีสวนไดสว นเสยี เปน ตน พิจารณาให 2 ในกรณีที่พบวา
เร่มิ สอดคลองกับทศิ ทางกลยุทธ พิจารณาให 2.5
P-2 ผลลพั ธข องตวั วดั ทมี่ คี วามสาํ คญั ตามวตั ถปุ ระสงคท กี่ าํ หนดไว บรรลตุ ามเปา หมาย
ทกี่ ําหนด พิจารณาให 2 ในกรณีทพี่ บวา เริ่มเห็นแนวโนมที่ดขี ้ึน พจิ ารณาให 2.5
A-3 มีหลักฐานใหเ หน็ วามีการปรบั ปรงุ แนวทางท่ีใช และมหี ลักฐานใหเหน็ วา ไดผ ลดี
กวา เดมิ พิจารณาให 3 ในกรณที พ่ี บวา แนวทางมคี วามละเอยี ดขึ้น ครอบคลุม
บางสวนของขอ กาํ หนดยอยๆ พจิ ารณาให 3.5
D-3 มีหลักฐานใหเห็นวา มีการนําแนวทางสูการปฏิบัติอยางดี ในหนวยงาน/พื้นท่ี/
กลมุ สว นใหญข ององคก ร พจิ ารณาให 3 ในกรณที ่ี พบวา มกี ารปฏบิ ตั ใิ นทกุ หนว ย
งานแลว โดยทห่ี นว ยงานสว นใหญม กี ารปฏบิ ตั ิ อยา งดี แตย งั มบี างสว นทย่ี งั ปฏบิ ตั ิ
ไดไมดีนัก พจิ ารณาให 3.5
L-3 มีหลักฐานใหเห็นวา มีการใชขอมูลและสารสนเทศในการติดตามผล อยางเปน
วงรอบท่ีชัดเจน สมํ่าเสมอ มีการวิเคราะหขอมูลอยางเปนระบบ และนํามา
ซ่ึงการปรับปรุงผลการดําเนินการและแนวทางที่ใชท่ีเปนระบบ พิจารณาให 3
ในกรณีท่เี ริ่มเห็นการใชขอ มลู เชงิ เปรียบเทยี บบา ง พจิ ารณาให 3.5
I-3 มีหลักฐานที่แสดงใหเห็นวา แนวทางท่ีใช คํานึงถึงและตอบสนองตอทิศทาง
กลยุทธขององคกรเปน อยา งดี พิจารณาให 3 ในกรณที ่ีพบวา ตอบสนองครบถว น
ท้งั กลยทุ ธร ะยะสั้น และระยะยาว พิจารณาให 3.5
P-3 ผลลพั ธข องตวั วดั ทมี่ คี วามสาํ คญั นอกจากเปน ไปตามเปา หมายแลว ยงั มแี นวโนม
ที่ดีข้ึนอยางชัดเจน และมีระดับเชิงเปรียบเทียบที่ดี คือไมตํ่ากวา 70 percentile
ของอตุ สาหกรรม/ของวงการ พิจารณาให 3 ในกรณที ่ีพบวา มีผลลพั ธเชงิ เปรยี บ
เทียบระดบั 80 percentile พิจารณาให 3.5
187
หลกั ฐานทีพ่ บ Organizational Profile
A-4 แนวทางท่ีใชมีความเปนระบบและมีประสิทธิผล ครอบคลุมขอกําหนดยอย เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
พิจารณาให 4 ในกรณีที่พบวา มีประสิทธิผลดีมาก พอที่จะเปนแบบ อยางท่ีดี
ใหก บั องคกรอน่ื ได พจิ ารณาให 4.5
D-4 มีหลักฐานใหเห็นวา มีการนําแนวทางสูการปฏิบัติอยางดี ในทุกหนวยงาน/
ทกุ พน้ื ท/่ี ทกุ กลมุ พจิ ารณาให 4 ในกรณที พี่ บวา มกี ารปฏบิ ตั ทิ ดี่ มี ากในพน้ื ทส่ี ว นใหญ
พจิ ารณาให 4.5
L-4 มหี ลกั ฐานใหเ หน็ วา มกี ารใชข อ มลู และสารสนเทศเชงิ เปรยี บเทยี บอยา ง สมา่ํ เสมอ
และนํามาซ่ึงการปรับปรุงผลการดําเนินการ และแนวทาง ที่ใชอยางชัดเจน
พจิ ารณาให 4 ในกรณที ่ีพบวา ขอมลู เชงิ เปรยี บเทยี บ ดงั กลา ว นาํ มาสกู ารสราง
นวัตกรรม และมหี ลักฐานการใช Best Practice เปน เครอ่ื งมือหลกั ในการปรับปรงุ
องคกร พจิ ารณาให 4.5
I-4 มีหลักฐานที่แสดงใหเห็นวา แนวทางที่ใช นอกจากคํานึงถึง และตอบสนอง
ตอ ทศิ ทางกลยทุ ธข ององคก รทง้ั ระยะสน้ั และระยะยาวเปน อยา งดแี ลว ยงั เชอื่ มโยง
และสง เสรมิ ความสาํ เรจ็ ซงึ่ กนั และกนั ดว ย พจิ ารณาให 4 ในกรณที พ่ี บวา แนวทาง
ที่ใช เร่ิมคํานึงถึงและเริ่มตอบสนองความยั่งยืน ขององคกรระยะยาว พิจารณา
ให 4.5
P-4 มีการวัดผลลัพธครบถวนในทุกกลุมท่ีมีความสําคัญ (Segment) ผลลัพธมี
การเปรยี บเทยี บกบั คเู ทยี บทมี่ คี วามสาํ คญั (หรอื คแู ขง ) และผลลพั ธเ ชงิ เปรยี บเทยี บ
อยูในเกณฑดีมาก คอื ในระดับ 85 percentile ขนึ้ ไปเมอื่ เทยี บกับอตุ สาหกรรม
หรือวงการ พิจารณาให 4 ในกรณีท่ีพบวาผลลัพธอยูในระดับ 90 percentile
พิจารณาให 4.5
A-5 แนวทางท่ีใชมีความเปนระบบและมีประสิทธิผล ครอบคลุมขอกําหนดยอย
ไดอ ยา งสมบรู ณ มปี ระสทิ ธผิ ลสงู และมคี วามเปน นวตั กรรม สมควรเปน แบบอยา ง
ใหก ับองคกรอ่นื
D-5 มหี ลกั ฐานใหเ หน็ วา มีการนําแนวทางสกู ารปฏบิ ัตอิ ยา งสมบูรณ โดยไมมชี อ งวาง
ใดใด ในทกุ หนวยงาน/ทกุ พนื้ ที/่ ทุกกลุม
L-5 มีหลักฐานใหเ ห็นวา องคก รใชการวนิ ิจฉัยองคกร การสรางนวตั กรรม และ Best
Practices เปนกลยุทธหลักในการปรับปรุงองคกร และเปนวิถีการ ทํางานปกติ
ขององคก ร
I-5 มีหลกั ฐานทีแ่ สดงใหเ ห็นวา แนวทางท่ใี ช ตอบสนองเปนอยา งดกี บั ปจ จัย ท่ีเปน
ความย่ังยืนระยะยาวขององคกรในอนาคต แสดงใหเห็นวา องคกรมีการเตรียม
พรอม เปนอยางดีสําหรับความไมแนนอน ความผันผวน และการเปลี่ยนแปลง
ท่อี าจเกดิ ขึ้นในอนาคต
P-5 ผลลพั ธช นะคแู ขง (เฉพาะผลลพั ธด า นคณุ ภาพ ความพอใจ/ความผกู พนั ของผเู รยี น
ผูป กครอง และสวนแบง ตลาดเทา นน้ั ที่ตองเทยี บกับคแู ขง ) และเปนแนวหนาของ
อตุ สาหกรรม คอื ระดบั 95 percentile ขึน้ ไป หรือเปนแนวหนาของโลก
บท ํนา : โครง รางองคกร188
เกณฑก ารใหรางวลั
หลกั เกณฑพ จิ ารณารางวัล OBECQA
1. ไดคะแนน Process เฉลีย่ แตล ะหวั ขอไมน อ ยกวา 3.5
2. ไดค ะแนน Performance เฉล่ยี รวมไมน อยกวา 3.5
3. มี Best Practice อยา งนอ ย 2 หวั ขอ
หลักเกณฑก ารพจิ ารณา Best Practice
1. ไดคะแนน Process ในระดบั 4.5
2. ไดคะแนน Performance ในหวั ขอน้ันในระดับ 4.5
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
189
บทท่ี 5 Organizational Profile
เสนทางความสําเร็จสรู างวลั คณุ ภาพ
แหง สาํ นักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน OBECQA
ลาํ ดบั พัฒนาการสรู างวลั คณุ ภาพ
แหง สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน OBECQA
โรงเรียนท่วั ไป โรงเรียนรางวัลระดับ โรงเรยี นรางวัลระดบั เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
1. ผูบริหารมงุ มั่น ScQA OBECQA
2. ทีมงานเขมแขง็
3. ศกึ ษาคูม ือ OBECQA 1. โรงเรยี นสมัครเขา รว ม 1. โรงเรียนท่ีไดรับรางวลั
ขอรับการพัฒนา ระดบั ScQA แลว
อยา งละเอยี ด ตามเกณฑ OBECQA พัฒนางานตอเนอ่ื ง
4. มีพ้ืนฐานวฒั นธรรม รวมกบั โรงเรยี นพ่ีเล้ียง
2. โรงเรยี นกบั เขตพน้ื ที่
ในการทาํ งาน สอดคลอ ง ลงนาม MOUรวมกนั 2. โรงเรียนเสนอรายงาน
กับคา นยิ ม และแนวคิด เพือ่ ขอรับการประเมิน
หลกั 11 ประการ 3. Cluster มอบหมาย รางวัลระดับ OBECQA
5. มกี ระบวนการทํางาน ใหโ รงเรียน OBECQA
ภายในโรงเรยี น เปน พี่เลีย้ งดูแลชวยเหลอื 3. คณะกรรมการ
ทีเ่ ปนระบบและพรอ มรบั อานเอกสาร รายงาน
การเปล่ียนแปลง 4. โรงเรยี นปรับระบบ กรณีไมผ า นเกณฑ
การทํางานตามเกณฑ ใหแ จงโรงเรยี นดาํ เนนิ การ
OBECQA เวลา 1 ป ปรบั ปรุง
การศกึ ษา
4. โรงเรียนทีม่ คี ะแนน
5. โรงเรยี นเสนอรายงาน ผา นเกณฑ คณะกรรมการ
เพือ่ ขอรับการประเมิน ดําเนินการตรวจเยี่ยม
เพอ่ื รบั รางวลั ระดับ และประเมิน
โรงเรียน ScQA
5. คณะกรรมการแจง ผล
การประเมินใหโรงเรียน
ทผ่ี า นการประเมนิ ทราบ
เพอ่ื รบั รางวัล OBECQA
กรณีไมผานเกณฑ
ใหโรงเรยี นขอรับ
การประเมินใหมไ ด
ในปการศึกษาตอไป
เขตพื้นทต่ี รวจสอบความพรอม สพฐ. ตั้งคณะกรรมการ สพฐ. ต้ังคณะกรรมการ
และเสนอรายชื่อโรงเรยี น ตรวจเยี่ยมและประเมนิ ตรวจเยย่ี มและประเมนิ
บท ํนา : โครง รางองคกร190
กรอบแนวคิดหลักในการเตรียมการเพอ่ื รบั การประเมนิ
มกี ารประเมินผลการทํางาน เอกสารรายงาน มคี มู ือแนวปฏบิ ตั ิในการทาํ งาน
ตามเกณฑ OBECQA การพัฒนาตามเกณฑ ของโรงเรยี นมีเอกสารหลักฐาน
ดว ยการประเมนิ ตนเอง และรอ งรอยในการทาํ งาน
ScQA ได 250-350 คะแนน OBECQA
OBECQA ไดต งั้ แต 351 คะแนน
คณะทํางาน การบรหิ าร
ทมี ผนู ํา จัดการ 7 หมวด
(ทีมวิทยากร ตามเกณฑ
ของโรงเรียน) OBECQA
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560 เกิดโรงเรียนมาตรฐานสากลท่มี ี มีการทํางานท่ีเนน กระบวนการ
1. การนาํ องคกรเขม แข็งโดยผนู าํ ทกุ ระดบั 1. การออกแบบและการเลอื กวธิ กี ารทาํ งาน การกาํ หนดตวั ชว้ี ดั
2. กลยุทธเ ฉยี บคมสง ผลตอบวสิ ยั ทัศน 2. การถา ยทอดสูการปฏิบัติทว่ั ถงึ ทั้งองคก ร
3. เนนนักเรยี นและผมู ีสว นไดสว นเสยี 3. การเรยี นรู โดยประเมินความกาวหนา การหาความรใู หม
4. ทาํ งานเปนระบบบนฐานการจัดการความรู
5. บคุ ลากรมีคุณภาพ รักและผกู พันกับโรงเรยี น การสรางนวัตกรรม
6. กระบวนการทํางานทุกระบบมปี ระสิทธิภาพ 4. การบรู ณาการมคี วามสอดคลอ งระหวา งแนวทางกระบวนการ
7. เกิดผลลพั ธครอบคลุมทกุ มิติของโรงเรียน
และการบรรลเุ ปา ประสงค
การปฏบิ ตั ทิ เี่ ปน เลศิ ความเขมแขง็
มวี ธิ ีการท่เี ปน เลศิ ที่เกดิ จากการพฒั นา มีการพัฒนาคา นิยมและแนวคิดหลกั 11 ประการ
กระบวนการทาํ งานจนถอื เปน แบบอยางได ของ OBECQA สรา งเปนนวตั กรรม
ในการทํางานของโรงเรยี น
ภาพประกอบ กรอบแนวคดิ หลกั ในการเตรียมการเพือ่ รับการประเมิน
191
องคประกอบของความสําเรจ็ Organizational Profile
- มุงสรา งคา นยิ มและแนคิดหลกั 11 - วางระบบการวดั วเิ คราะห และ
ประการ ใหเ กิดเปน วัฒนธรรมในการ การจัดการความรเู ปนพืน้ ฐาน
ทํางานและมผี ลทาํ ใหเกิดการ ของขอ มูลจรงิ
ดาํ เนนิ การทเ่ี ปน เลิศ
- กาํ หนดตวั วดั ตวั ชี้วดั ทีส่ าํ คัญ แตล ะ
- มงุ เนน กระบวนการตาม 4 ปจจยั หมวดไวอยา งชัดเจน
- มงุ เนน การทํางานใหบ รรลกุ ลยทุ ธ
- วดั และประเมินตนเองตามเกณฑ
และมุงเนน เรียนเปน สําคญั OBECQA
กระบวนการ ํทางาน การวดั ประเมนิ ผล
ผลลัพธ
คน
- ผนู ําระดับสงู ไดแ ก ผอู ํานวยการโรงเรียน รองผูอํานวยการโรงเรยี น
หัวหนา งานทุกหนว ยงานในโรงเรียน
- บุคลากร ไดแก ครแู ละบุคลากรทกุ สว นในโรงเรียน
- ลูกคา ไดแก นกั เรยี นและผูมสี วนไดส วนเสีย
ภาพประกอบ องคป ระกอบของความสาํ เร็จ
การทํางานทุกอยางมุงสูผลลัพธ ซึ่งกําหนดไวชัดเจนท้ัง 5 ดาน ซ่ึงท้ัง 5 ดาน เกณฑรางวัลคุณภาพแหงสํา ันกงานคณะกรรมการการศึกษา ้ขัน ้พ�นฐาน OBECQA ป 2559-2560
จะเกยี่ วขอ งกบั การทาํ งานของผูอํานวยการโรงเรียน รองผอู ํานวยการโรงเรียน หวั หนา งาน
หัวหนากลุมสาระการเรียนรู หัวหนาระดับชั้น ครูและบุคลากรทุกคน เปนการทํางาน
เชงิ บรู ณาการทกุ งานในโรงเรยี นทม่ี สี ว นรว มในการทาํ งานเพอ่ื ใหบ รรลผุ ลลพั ธท ง้ั 5 ดา น คอื
1. ดานหลักสตู รและกระบวนการ
2. ดา นนักเรยี นและผมู สี ว นไดสว นเสีย
3. ดานบุคลากร
4. ดา นการนาํ องคก รและการกํากับดแู ลองคก ร
5. ดานการเงนิ และตลาด
192
บท ํนา : โครง รางองคกร แนวทางการประเมนิ ScQA
โรงเรียนท่ีสมัครเขารับการประเมินโรงเรียนรางวัลระดับ ScQA จะไดรับการดูแล
โดยโรงเรียนพ่เี ลย้ี งอยา งนอ ย 1 ป ใหส ามารถจัดทํารายงาน และสมคั รเขา รับการประเมิน
ดวยตนเอง
ข้นั ตอน การดําเนนิ งาน หมายเหตุ
- ทศี่ นู ยของ Cluster
ขั้นตอนท่ี 1 - โรงเรยี นจดั สงรายงานเพอื่ ขอรบั
การประเมนิ การประเมนิ - ศนู ย Cluster
เอกสารรายงาน - คณะกรรมการการอา นเอกสารรายงาน ตงั้ คณะกรรมการ
(Independent Review) เพ่อื ใหเห็น การประเมนิ ทกุ โรงเรียน
จุดแขง็ จุดทค่ี วรพัฒนา กําหนด ในลักษณะการประเมิน
ส่ิงท่ตี องเสนอแนะโรงเรียน เพื่อพฒั นา
ในการ Site Visit
- คณะกรรมการประชมุ เพ่ือ Consensus
สรปุ จุดแข็ง จดุ ท่ีควรพฒั นา
ของโรงเรยี น ในแตละหมวด
กอนออกประเมนิ
ข้ันตอนท่ี 2 - ประธานคณะกรรมการชแ้ี จงภาพรวม - พบคณะกรรมการ
การตรวจเย่ยี ม ของ การตรวจเยีย่ ม Site Visit
และประเมนิ - โรงเรยี นนําเสนอโครงรางองคก ร เวลา 08:30-09:00 น.
(site visit) (ไมเกนิ 30 นาท)ี
- ตัวแทนโรงเรยี นแตละหมวดนาํ เสนอ - ประชมุ รวมทุกทมี
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560 วิธีการและผลการดําเนนิ งาน เพอื่ ใหเห็น
ทงั้ 7หมวด การบรู ณาการ
- คณะกรรมการทร่ี บั ผิดชอบแตล ะหมวด เวลา 09:00-12:00 น.
สะทอนใหเหน็ โอกาสในการพฒั นา
ของแตล ะหมวด - พบคณะกรรมการ
- คณะกรรมการทุกทา นเสนอเพมิ่ เติม Site Visit
- แบงกลุม คณะทํางานของโรงเรยี น เวลา 13:00-15:00 น.
เปน 6 กลมุ คือกลุม ต้งั แต หมวด 1-
หมวด 6 ดาํ เนินการศึกษาเอกสาร
รายงาน เอกสารเพ่ิมเติม สัมภาษณ
สังเกต ซกั ถาม และแลกเปลีย่ นเรยี นรู
และดกู ารปฏบิ ัติจริงของโรงเรยี น
193
ขนั้ ตอน การดาํ เนนิ งาน หมายเหตุ Organizational Profile
- คณะกรรมการใหข อมูลยอนกลับ - ที่ประชมุ รวมกลมุ
กับโรงเรยี น เพ่อื หาขอมูลตามเกณฑ เวลา 15:00-16:00 น.
พิจารณาใหคะแนนไดอยางชดั เจน
พิจารณาเอกสารทเี่ กย่ี วขอ งสมั ภาษณ
ผูเกย่ี วขอ ง
- คณะกรรมการใหขอมูลยอนกลบั
กบั โรงเรยี น รบั ฟงขอ ซกั ถาม
ใหขอเสนอแนะโดยประชมุ พรอ มกัน
ทัง้ 7 หมวด
ขั้นตอนท่ี 3 - คณะกรรมการประชมุ สรุปผลการ - โรงเรียนทไ่ี ดค ะแนน
การสรุปรายงาน ประเมินและจดั ทํารายงาน Feedback นอ ยกวา 250 ใหป รับปรุง
Report ใหแกโ รงเรียน และ สพฐ. เสนอรายงานใหม
ในปก ารศึกษาตอ ไป
- โรงเรยี นทไี่ ดคะแนน เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
ตั้งแต 250 ข้ึนไป
ใหแจง ผลการผา นเกณฑ
และเสนอ สพฐ. รับรอง
เปนโรงเรยี นรางวัล
ระดับ ScQA
- ในกรณที ่โี รงเรยี นได
คะแนนต้งั แต 351 ขึน้ ไป
สามารถเสนอขอรับ
การประเมินโรงเรียน
รางวัลระดบั OBECQA
ตอไปได
ขนั้ ตอนท่ี 4 - โรงเรยี นนาํ ขอ เสนอแนะมาจาก เกดิ ความยั่งยืน
พัฒนาตอเนือ่ ง Feedback Report ไปพฒั นาการบริหาร ในการบรหิ ารจดั การ
จดั การโรงเรยี น ตามมาตรฐานสากล
- โรงเรียนเตรยี มการปรบั ปรุงรายงาน
ฉบับใหมโดยแกไขพัฒนาตาม Feedback
Report ใหเ ปนเอกสารหลักในการบรหิ าร
จดั การโรงเรยี น
194
บท ํนา : โครง รางองคกร แนวทางการประเมิน OBECQA
โรงเรียนรางวัลระดับ ScQA สามารถสมัครเขารับการประเมินโรงเรียนรางวัลระดับ
OBECQA โดยตองไดรับรางวัลระดับ ScQA มาแลวอยางนอย 1 ป
ยกเวนโรงเรียนที่ผานการประเมินโรงเรียนรางวัลระดับ ScQA แลวมีคะแนน
ตง้ั แต 351 คะแนนขนึ้ ไป สามารถสมคั รเขา รับการประเมนิ โรงเรียนรางวัลระดบั OBECQA
ตอ ไปไดเ ลย
ขนั้ ตอน การดําเนนิ งาน หมายเหตุ
ขัน้ ตอนที่ 1
การประเมนิ - โรงเรยี นจัดสงรายงานเพอ่ื ขอรบั - ท่ี สพฐ.
เอกสารรายงาน
การประเมิน - สพฐ. ตงั้ คณะกรรมการ
ขน้ั ตอนท่ี 2
การตรวจเยีย่ ม - คณะกรรมการอานเอกสารรายงาน ประเมนิ โรงเรียน
และประเมิน
(site visit) (Independent Review) เพอ่ื ใหเ หน็ - โรงเรยี นทีไ่ ดค ะแนน
จดุ แข็ง จดุ ท่คี วรพัฒนา กาํ หนดส่ิงท่ตี อ ง นอ ยกวา 351
เสนอแนะโรงเรียน ในการ Site Visit
ใหป รบั ปรุงและ
- คณะกรรมการประชุมเพือ่ Consensus เสนอรายงานใหม
สรปุ จุดแข็ง จุดท่ีควรพฒั นา ของ
ในปก ารศึกษาตอ ไป
โรงเรยี นในแตล ะหมวดกอ นออกประเมิน - โรงเรียนที่ไดคะแนน
- กรณที โ่ี รงเรยี นไดคะแนนนอ ยกวา 351 ตั้งแต 351 ข้ึนไป
ใหจัดทาํ รายงาน feedback report
ใหคณะกรรมการไป
เสนอโรงเรยี นเพื่อปรับปรุงตอ ไป
ตรวจเย่ียมและประเมนิ
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560 - ประธานคณะกรรมการชีแ้ จงภาพรวม - พบคณะกรรมการ
ของ การตรวจเย่ียม Site Visit
- โรงเรียนนําเสนอโครงรางองคก ร เวลา 08:30-09:00 น.
(ไมเกนิ 30 นาท)ี
- ตวั แทนโรงเรียนแตละหมวดนําเสนอ - ประชมุ รวมทุกทมี
วธิ ีการและผลการดาํ เนินงานท้งั 7หมวด เพื่อใหเ หน็ การบูรณาการ
- คณะกรรมการท่ีรับผิดชอบแตละหมวด เวลา 09:00-12:00 น.
สะทอนใหเหน็ โอกาสในการพฒั นา
ของแตล ะหมวด - พบคณะกรรมการ
- คณะกรรมการทุกทา นเสนอเพม่ิ เตมิ Site Visit
- แบงกลมุ คณะทํางานของโรงเรียน เวลา 13:00-15:00 น.
เปน 6 กลมุ คือกลุม ต้งั แต หมวด 1-
หมวด 6 ดาํ เนินการศึกษาเอกสาร
รายงาน เอกสารเพ่ิมเติม สมั ภาษณ
สังเกต ซกั ถาม และแลกเปล่ยี นเรยี นรู
และดกู ารปฏบิ ตั จิ ริงของโรงเรียน
195
ขน้ั ตอน การดําเนินงาน หมายเหตุ Organizational Profile
ขนั้ ตอนที่ 3 - คณะกรรมการใหขอมลู ยอนกลับ - ที่ประชมุ รวมกลุม
การสรปุ รายงาน
กับโรงเรยี น เพ่ือหาขอมลู ตามเกณฑ เวลา 15:00-16:00 น.
พิจารณาใหคะแนนไดอ ยา งชดั เจน
พิจารณาเอกสารทเี่ กยี่ วขอ งสัมภาษณ
ผเู ก่ยี วของ
- คณะกรรมการใหข อมลู ยอ นกลับ
กบั โรงเรยี น รับฟงขอซกั ถาม ใหข อ เสนอ
แนะโดยประชุมพรอมกนั
ทัง้ 7 หมวด
- คณะกรรมการประชมุ สรปุ ผลการ - โรงเรยี นท่ีไดค ะแนน
ประเมนิ และจัดทาํ รายงาน Feedback นอ ยกวา 351
Report ใหแกโรงเรียน และ สพฐ. ใหปรับปรงุ เสนอ
รายงานใหม
ในปการศกึ ษาตอไป
- โรงเรยี นทีไ่ ดค ะแนน
ตงั้ แต 351 ขนึ้ ไป
ใหแ จง ผลการผา นเกณฑ
และเสนอ สพฐ.
รับรองเปนโรงเรยี น
รางวลั ระดับ OBECQA
ข้ันตอนท่ี 4 - โรงเรยี นนําขอเสนอแนะมาจาก เกดิ ความย่ังยืน เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
พัฒนาตอเน่ือง Feedback Report ไปพัฒนาการบรหิ าร ในการบริหารจดั การ
จดั การโรงเรียน ตามมาตรฐานสากล
- โรงเรียนเตรยี มการปรับปรงุ รายงาน
ฉบับใหมโ ดยแกไขพัฒนาตาม Feedback
Report ใหเ ปน เอกสารหลักในการบริหาร
จัดการโรงเรียน
หมายเหตุ โรงเรียนที่ไดคะแนนสูงและมีความพรอม สมป. จะสนับสนุนใหขอรับ
การประเมนิ TQA ตอไป
บท ํนา : โครง รางองคกร196
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560บทบาทของคณะกรรมการพี่เลีย้ งและโรงเรยี นพ่เี ลยี้ ง
มุงชวยเหลอื โรงเรียนใหท ํางานตามเกณฑ OBECQA ไดอ ยางถูกตอง โดยดําเนินการ
ดงั นี้
A1 : Awareness สรางความตระหนัก โดยทําหนาท่ีเปนวิทยากร เปนผูนิเทศ
ทาํ ความเขาใจในหลกั การ และวธิ ีการในสาระสําคญั คอื
- คมู ือเกณฑการประเมนิ การทํางานตามเกณฑ
- การวางแผนกลยทุ ธ
- การปลูกฝงคานิยมและแนวคดิ หลัก 11 ประการ
- การมุงเนนกระบวนการ
- การบรู ณาการการทํางาน
- การวดั วิเคราะหและการจดั การความรู
A2 : Attempt กระตุนความพยายาม ลงไปชวยเหลือในหนางานจริงที่โรงเรียน
เพื่อผลกั ดนั การทํางานของโรงเรียนไปในทศิ ทางที่ถูกตอ ง โดย
- ประชุมเชิงปฏบิ ตั กิ ารทีโ่ รงเรยี น
- การศึกษาดงู านแลกเปลยี่ นเรยี นรรู ะหวา งโรงเรียนกับโรงเรียนพเี่ ล้ียง
- การแนะนําชวยเหลอื ในการเขียนรายงาน
- การตรวจเอกสารรายงานและการชวยแนะนาํ ตอบขอขัดขอ งในการทาํ งาน เพ่ือให
ทาํ งานไดถ กู ตอ งสอดคลอ งกบั เกณฑก ารประเมนิ
A3 : Achievement ฝกใหโรงเรียนทํางานเชิงระบบใหเปนงานปกติของโรงเรียน
โดยการสนับสนนุ เพื่อใหโ รงเรยี นพรอ มรบั การประเมนิ
- เปน ทป่ี รึกษาในการวางระบบการทํางานของโรงเรยี น
- ชว ยดแู ลความถกู ตอ งในการจดั ทาํ กลยทุ ธ การวางแผนกลยทุ ธ และแผนปฏบิ ตั กิ าร
- ชว ยแนะนํา เร่ือง การกาํ หนดตวั ชีว้ ัด
- ทาํ ใหโรงเรยี นสามารถทาํ งานเปน ระบบ มมี าตรฐานในการทาํ งาน
A4 : Accredit การรบั รอง เนน ความย่งั ยืนทาํ งานไดตามกระบวนการของ OBECQA
เกดิ คา นยิ มและแนวคดิ หลัก 11 ประการฝงแนนอยูในโรงเรยี น
- ชวยฝก การประเมนิ ตนเองตามเกณฑใ หถูกตองแมนยํา
- ฝกการวเิ คราะห สงั เคราะห และประเมินคา เพือ่ นาํ ไปพฒั นา
197 Organizational Profile
บรรณานกุ รม
สถาบันเพิ่มผลผลิตแหงชาติ สํานักงานรางวัลคุณภาพแหงชาติ. (2558). เกณฑรางวัล
คณุ ภาพแหง ชาติ ป 2559-2560. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พต ะวนั ออก จาํ กดั (มหาชน).
สทิ ธิชยั นันทนาวจิ ิตร. (มปป.). สูความเปนเลศิ . สบื คน เม่อื 18 มิถนุ ายน 2559 เขา ถึงได
จาก http://202.183.190.2/FTPiWebAdmin/knw_pworld/image_content/74/
pw74_2_lds1.pdf
สาํ นกั บรหิ ารงานการมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย. (2556.) เกณฑร างวลั คณุ ภาพแหง สาํ นกั งาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน OBECQA ของโครงการโรงเรียน
มาตรฐานสากล ป 2557-2558. กรุงเทพฯ : โรงพิมพช ุมนุมสหกรณก ารเกษตร
แหงประเทศไทย จาํ กัด.
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
198
บท ํนา : โครง รางองคกร คณะทาํ งานผูจดั ทําเอกสารเกณฑรางวัลคณุ ภาพ
แหงสาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน OBECQA ป 2559-2560
ทป่ี รกึ ษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน
รองเลขาธิการคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน
1. นายการณุ สกลุ ประดษิ ฐ ผอู ํานวยการสํานกั บริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย
2. นายพะโยม ชณิ วงศ ท่ปี รึกษาสาํ นกั บรหิ ารงานการมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
3. นายไพรัช แสงทอง
4. นายนคร ตังคะพิภพ
ผจู ดั ทาํ เอกสาร ผูอาํ นวยการโรงเรียนภเู ขยี ว
1. นางศริ ิวรรณ อาจศรี
สํานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 30
2. นายมนตช ยั ปาณธปู ผูอํานวยการโรงเรยี นอตุ รดิตถด รุณี
สํานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 39
3. นายประชอบ หลนี กุ ูล ผูอํานวยการโรงเรียนสงวนหญงิ
สาํ นกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 9
4. นายสนุ ทรสั ส เพชรรักษคําดว ง ผูอํานวยการโรงเรยี นเมืองนครศรธี รรมราช
สาํ นักงานเขตพน้ื ที่การศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 12
5. นายวิษณุ ผสมทรัพย ผูอํานวยการโรงเรียนโพธิสมั พันธพ ิทยาคาร
สาํ นกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 18
6. นางสมจติ มุง กลาง ผูอ ํานวยการโรงเรียนโคราชพทิ ยาคม
สํานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 31
7. นางนิตยา มนั่ ชาํ นาญ ผูอํานวยการโรงเรยี นวัดพรหมประสิทธ์ิ
เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560 สํานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 7
8. นายสมชัย ชวลิตธาดา ผูอาํ นวยการโรงเรยี นเอกชัย
สํานกั งานเขตพื้นทก่ี ารประถมศกึ ษาสมุทรสาคร
9. นายบญุ เลิศ คอนสอาด ผูอ ํานวยการโรงเรียนอนบุ าลวัดปต ลุ าธิราชรังสฤษฏ์ิ
สาํ นกั งานเขตพื้นทก่ี ารประถมศึกษาฉะเชงิ เทรา เขต 1
10. นายอาํ นาจ อยูค ํา ผอู ํานวยการโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา
สาํ นักงานเขตพน้ื ทก่ี ารประถมศกึ ษานครราชสมี า เขต 1
11. นายอภัย บุญสาม ผูอํานวยการโรงเรยี นอนบุ าลอบุ ลราชธานี
สาํ นักงานเขตพ้ืนที่การประถมศกึ ษาอบุ ลราชธานี เขต 1
12. นายบัณฑติ พัดเย็น ผอู ํานวยการโรงเรยี นราชวินติ
สาํ นักงานเขตพื้นที่การประถมศกึ ษากรุงเทพมหานคร
199
13. นายไพศาล ประทุมชาติ ผทู รงคณุ วฒุ ิ Organizational Profile
14. นางเบญจวรรณ ไกรวุฒนิ นั ท ผูทรงคุณวุฒิ
15. นายลิขติ เพชรผล ผทู รงคุณวุฒิ เกณ ฑราง ัวลคุณภาพแหงสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ั้ขน �้พนฐาน OBECQA ป 2559-2560
16. นายธีระพนั ธุ ธรี านันท ผูทรงคณุ วฒุ ิ
17. นายทรงวิทย นิลเทยี น ผูทรงคณุ วฒุ ิ
18. นายนิพนธ เสอื กอน ผูทรงคุณวฒุ ิ
19. นายไตรรงค มณสี ุธรรม ผทู รงคุณวฒุ ิ
20. นายชัชวาลย สงวนศักดิ์ ผทู รงคณุ วฒุ ิ
21. นางสาวลสั ดา กองคาํ ผูทรงคณุ วฒุ ิ
22. นางศภุ วรรณ แกว คําแสน ผทู รงคณุ วฒุ ิ
23. นางสาวมทุ ติ า แพทยประทุม รองผูอํานวยการโรงเรียนสตรปี ระเสริฐศลิ ป
24. นางลดั ดา จติ รมาศ สํานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 17
25. นางพรทิพย อุปถมั ภ รองผูอํานวยการโรงเรียนเบญ็ จะมะมหาราช
26. นายภกั ดี รัตชวภิ าสนันท สํานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 29
27. นางจารวุ ัลฐ สุทธิสานนท รองผอู าํ นวยการโรงเรยี นเมืองนครศรีธรรมราช
28. นางสาวกนกวรรณ โกนาคม สาํ นักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 12
ครู โรงเรียนบญุ วาทยวทิ ยาลัย
29. นางสาวกลั ยาณี จิตรว ริ ยิ ะ สาํ นักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 35
30. นางสาวขวัญชีวา วรรณพินทุ ครู โรงเรยี นเลยพิทยาคม
31. นางสาวอุษา หลักดี สาํ นักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 19
ครู โรงเรยี นนวมนิ ทราชินูทศิ เตรยี มอุดมศกึ ษา
พฒั นาการ สมุทรปราการ
สํานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 6
ครู โรงเรียนสงวนหญิง
สํานักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เขต 9
สํานกั บรหิ ารงานการมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
สาํ นักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย
บรรณาธกิ ารกจิ สํานกั บริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย
สาํ นกั บรหิ ารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย
1. นางสาวขวัญชีวา วรรณพินทุ สํานกั บริหารงานการมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
2. นางสาวอุษา หลักดี
3. นางอังคณา เคหะฐาน
ปกและรปู เลม
นางสถิรา ปญ จมาลา