124
ดาํ เนินงาน ผลการดาํ เนินงานที่เกิดข้นึ ผลการประเมินคณุ ภาพ
ษา และรอ่ งรอย หลกั ฐานท่เี กิดขึ้น
จากการดําเนินงานตามสภาพจริง คะแนนทไี่ ด้ ระดับ
คณุ ภาพ
6. ร่องรอยการใชร้ ะบบฐานข้อมลู เพ่ือ
การบรหิ ารจัดการ (DMIS)
7. รอ่ งรอยการใช้สือ่ ออนไลน์ เช่น
เวป็ ไซต์ (website) เฟสบคุ๊
(Facebook) ไลน์ (Line)
8. ขอ้ มูลสารสนเทศด้านการบริหาร
วิชาการ การบรหิ ารงาน งบประมาณ
การบรหิ ารงานบุคคล และการ
บริหารงานทว่ั ไป
ารศกึ ษาตาม ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและ 3 ยอดเยี่ยม
าเนินการประเมิน การศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอมหาชนะ
ชยั มีผลการดาเนินการจัดกิจกรรม
ทศติดตามและ ดังนี้ สถานศกึ ษามีการวางแผนกากับ
สถานศึกษา ที่ นิเทศ ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการ
ในสถานศึกษา และ ดาเนินงานทีเ่ น้นการมีส่วนรว่ มของ
ชดั เจน ศนู ย์ บุคลากร มกี ารปฏบิ ัติตามแผนที่
กษาตามอธั ยาศัย กาหนดไวจ้ ัดทารายงานสรุปผลการ
รวางแผนการกากบั นิเทศ รายงานผล การนเิ ทศต่อ
ารดาเนนิ งาน โดย คณะกรรมการสถานศึกษาและมนี าผล
การนเิ ทศไปใชใ้ นการพัฒนาการ
รรมการนิเทศ ดาเนินงานของสถานศึกษา
การนิเทศ จัดทา - ผลประเมนิ คะแนนตามเกณฑ์การ
มาตรฐาน/ คา่ น้าํ หนัก กระบวนการ/วธิ ีการด
ประเดน็ การพิจารณา (คะแนน) ของสถานศึกษ
แผนการนิเทศ จดั ทาสอ่ื การนเิ ท
เคร่อื งมอื นเิ ทศ มีการกาหนดกร
หนา้ ทใี่ นการนิเทศประสานงานบ
และนิเทศตามแผน รปู แบบในว
ประเดน็ การนิเทศโครงการ กิจก
และจุดเน้นการดาเนินงานสานัก
ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
ทกุ คนต้องดาเนินงานให้เกิดผลง
ต้องได้
2. มกี ารกากับนิเทศ ตดิ ตาม แล
ดาเนนิ ของสถานศึกษา โดยออก
ตามประเดน็ การนเิ ทศโครงการ
นโยบายและจุดเน้นการดาเนินง
กศน. ประจาปงี บประมาณ พ.ศ
ภารกิจทุกคนต้องดาเนนิ งานใหเ้
สามารถจบั ตอ้ งได้
3. มีการสรปุ ขอ้ มูลหรอื จดั ทารา
นิเทศ ตดิ ตาม และประเมินผลก
สถานศึกษา โดยสถานศกึ ษาดาเ
ประเดน็ การนิเทศของนโยบายแ
ดาเนนิ งานสานกั งาน กศน. ประ
พ.ศ.2565 โดยทกุ ภารกิจทุกคน
125
ดาํ เนินงาน ผลการดาํ เนนิ งานทีเ่ กดิ ขนึ้ ผลการประเมินคุณภาพ
ษา
และรอ่ งรอย หลกั ฐานท่ีเกิดข้ึน คะแนนท่ไี ด้ ระดับ
จากการดาํ เนินงานตามสภาพจรงิ คุณภาพ
ทศ เตรยี ม พิจารณา ได้ 5 ข้อ 5 คะแนน
รอบการนเิ ทศ แบง่ การคานวณ (5/5)*3= 3.00 คะแนน
บคุ คลที่เกีย่ วขอ้ ง ระดับคุณภาพ ยอดเยี่ยม
วิธกี ารท่กี าเนิด ตาม เอกสาร/หลกั ฐาน
กรรม ตามนโยบาย 1. คาส่ังแตง่ ต้งั คณะกรรมการนเิ ทศ
กงาน กศน. 2. เอกสารบันทึกการประชมุ
5 โดยทุกภารกจิ 3. แผนการนเิ ทศประจาปงี บประมาณ
งานทีส่ ามารถจับ 2565
4. รายงานสรุปผลการกากบั นเิ ทศ
ละประเมินผลการ ตดิ ตาม และประเมินผลการดาเนินงาน
กปฏิบัตกิ ารนิเทศ 5. รอ่ งรอยการนาผลการกากับ นเิ ทศ
กจิ กรรม ตาม ตดิ ตาม และประเมนิ ผลการดาเนินงาน
งานสานักงาน ไปใช้
ศ.2565 โดยทกุ 6. แผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษา
เกดิ ผลงานท่ี พ.ศ. 2561-2564
7. แผนปฏบิ ตั กิ ารประจาปีงบประมาณ
ายงานผลการกากบั 2565
การดาเนินงาน ของ 8. บนั ทึกความเห็นชอบแผนพัฒนา
เนนิ การนิเทศตาม คณุ ภาพการศึกษา พ.ศ.2561-2564
และจดุ เนน้ การ แผนปฏิบัติการประจาปี 2565
ะจาปงี บประมาณ คา่ เปาู หมายมาตรฐานการศกึ ษา และ
นตอ้ งดาเนนิ งานให้ มาตรฐานการจัดการศกึ ษานอกระบบ
มาตรฐาน/ คา่ น้าํ หนัก กระบวนการ/วิธกี ารด
ประเดน็ การพิจารณา (คะแนน) ของสถานศกึ ษ
เกิดผลงานทส่ี ามารถจับตอ้ งได้
ข้อมลู และรายงานผลการนิเทศ
ชแ้ี จงและแจง้ บุคลากรทุกคนทร
ประเด็นการนเิ ทศ ตดิ ตามผล ให
นิเทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผล ร
พรอ้ มทัง้ จดั ทารายงานเสนอผลก
และประเมินผลกจิ กรรมตอ่ ผู้บร
ไปพัฒนาการดาเนินงานของสถา
ประสิทธิภาพ
4. มีการรายงานผลการกากับ น
ประเมนิ ผลการดาเนนิ งานของส
คณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อ
เมอื่ ดาเนนิ การนเิ ทศตดิ ตามผลต
นเิ ทศ ของนโยบายและจดุ เน้นก
สานกั งาน กศน. ประจาปีงบประ
โดยทกุ ภารกิจทุกคนต้องดาเนิน
ทสี่ ามารจับต้องได้ แลว้ สถานศึก
คณะกรรมการสถานศึกษา เพ่ือ
นเิ ทศตามแผนการดาเนนิ งานจัด
ระบบและการศึกษาตามอัธยาศ
งบประมาณ พ.ศ. 2565 ร่วมกนั
ปญ๎ หาและแนวทางแก้ไขร่วมกนั
126
ดําเนนิ งาน ผลการดาํ เนินงานทเี่ กดิ ขึ้น ผลการประเมินคณุ ภาพ
ษา และร่องรอย หลกั ฐานทเี่ กดิ ข้นึ
จากการดาํ เนนิ งานตามสภาพจรงิ คะแนนทไ่ี ด้ ระดับ
แล้วจดั ทาสรปุ คุณภาพ
เชน่ จัดประชมุ และการศึกษาตามอธั ยาศยั ของ
ราบเกย่ี วกับ คณะกรรมการสถานศึกษา
ห้คณะกรรมการ 9. เอกสารบนั ทึกและรายงานผลการ
รวบรวมข้อมูล ประชมุ คณะกรรมการสถานศึกษา
การนเิ ทศตดิ ตาม
รหิ ารเพื่อนาข้อมูล
านศึกษาให้เกดิ
นเิ ทศ ตดิ ตาม และ
สถานศกึ ษา
อให้ข้อเสนอแนะ
ตามประเด็นการ
การดาเนนิ งาน
ะมาณ พ.ศ. 2565
นงานใหเ้ กดิ ผลงาน
กษาจดั ประชุม
อนาเสนอผลการ
ดการศกึ ษานอก
ศยั ประจาปี
น พจิ ารณาสภาพ
น
มาตรฐาน/ ค่าน้าํ หนัก กระบวนการ/วิธีการด
ประเด็นการพจิ ารณา (คะแนน) ของสถานศึกษ
3.6 การปฏิบัตหิ น้าท่ีของ 5. มีการนาผลการกากบั นเิ ทศ
คณะกรรมการสถานศึกษา
ท่ีเป็นไปตามบทบาทท่กี าหนด ประเมนิ ผลการดาเนินงานของส
การพัฒนาการดาเนนิ งานของสถ
ประชุมบคุ ลากรสถานศึกษาทุกเ
ผลการนิเทศ ติดตามการดาเนนิ
นอกระบบและการศึกษาตามอธั
ประเด็นการนิเทศ ของนโยบายแ
ดาเนินงานสานกั งาน กศน. ประ
พ.ศ. 2565 โดยทุกภารกจิ ทกุ คน
เกิดผลงานทีส่ ามารจับต้องได้ แ
สภาพปญ๎ หาอุปสรรค และแนวท
แผนปฏิบตั ิประจาปตี ่อไป
3 ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและกา
อธั ยาศัยอาเภอมหาชนะชยั สรา้ ง
ปฏบิ ัติหน้าทข่ี องคณะกรรมการ
เป็นไปตามบทบาททก่ี าหนด ได
ประเมนิ ตามประเดน็ พจิ ารณา ด
1. คณะกรรมการสถานศึกษามกี
และพจิ ารณาใหข้ ้อเสนอแนะแล
เหน็ ชอบแผนพัฒนาการจัดการศ
สถานศึกษาดาเนนิ การจัดประช
สถานศึกษา รว่ มกันพจิ ารณาเสน
127
ดําเนินงาน ผลการดาํ เนินงานทเี่ กดิ ข้นึ ผลการประเมินคณุ ภาพ
ษา และร่องรอย หลกั ฐานที่เกดิ ขน้ึ
จากการดาํ เนนิ งานตามสภาพจริง คะแนนท่ีได้ ระดับ
ตดิ ตาม และ คณุ ภาพ
สถานศกึ ษาไปใชใ้ น
ถานศกึ ษา โดยจดั
เดือน เพอ่ื นาเสนอ
นงานจดั การศึกษา
ธยาศัย ตาม
และจดั เนน้ การ
ะจาปีงบประมาณ
นตอ้ งดาเนนิ งานให้
และนาผลการนิเทศ
ทางแก้ไขไปจดั ทา
ารศกึ ษาตาม ศนู ย์การศึกษานอกระบบและ 3 ยอดเยี่ยม
งความเขา้ ใจในการ การศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอมหาชนะ
รสถานศึกษาท่ี ชยั มีผลการดาเนินการจัดกิจกรรม
ดด้ าเนนิ การ ดังนี้ คณะกรรมการสถานศกึ ษามีการ
ดังนี้ ปฏบิ ตั หิ น้าทตี่ ามอานาจหน้าท่ี
การใหค้ าปรึกษา ครบถว้ น
ละใหค้ วาม - ผลประเมินคะแนนตามเกณฑ์การ
ศกึ ษา โดย พิจารณา ได้ 5 ข้อ 5 คะแนน
ชมุ คณะกรรมการ การคานวณ (5/5)*3= 3.00 คะแนน
นอแนวคดิ การ ระดับคุณภาพ ยอดเย่ียม
มาตรฐาน/ คา่ น้าํ หนัก กระบวนการ/วิธกี ารด
ประเดน็ การพิจารณา (คะแนน) ของสถานศึกษ
จัดทาแผนพัฒนาการจดั การศึกษ
(ปี 2561 - 2564) เพือ่ ปรับปรงุ
สอดคล้องกับสภาพการเปลย่ี นแ
2. คณะกรรมการสถานศึกษา ม
พจิ ารณาให้ขอ้ เสนอแนะ และให
แผนปฏิบตั ิการประจาปีของสถา
ดาเนินการเชิญคณะกรรมการสถ
ประชุม พจิ ารณาเสนอแนวคิด ก
แผนปฏิบตั ิการประจาปีงบประม
3. คณะกรรมการสถานศึกษา ม
เห็นชอบหลกั สูตรสถานศึกษา โด
คณะกรรมการสถานศึกษา ประ
แนวคดิ ทจี่ ะพฒั นาและปรบั ปรุง
สถานศึกษา ท้ังหลักสูตรการศึก
ระดบั การศึกษาขั้นพน้ื ฐาน หลัก
ตอ่ เนื่อง หลงั จากใช้หลกั สตู รไป
พบวา่ มกี ารเปล่ียนแปลงของสงั ค
เหน็ ชอบการปรบั ปรงุ และพฒั นา
สภาพ การเปลี่ยนแปลงของสังค
หลกั สูตรสถานศึกษาสูก่ ารปฏิบัต
ทันสมัยและทันกับสภาวการณ์ป
4. คณะกรรมการสถานศึกษามีก
128
ดาํ เนินงาน ผลการดาํ เนนิ งานทีเ่ กดิ ข้ึน ผลการประเมินคณุ ภาพ
ษา
และรอ่ งรอย หลกั ฐานท่เี กิดขนึ้ คะแนนท่ีได้ ระดับ
จากการดําเนินงานตามสภาพจรงิ คุณภาพ
ษา 4 ปี เอกสาร/หลกั ฐาน
งและพัฒนาแผนให้ 1. คาสั่งแตง่ ตัง้ คณะกรรมการ
แปลงของสังคม สถานศึกษา
มีการใหค้ าปรึกษา 2. บันทกึ ความเห็นชอบ แผนพัฒนา
หค้ วามเห็นชอบ คณุ ภาพการศึกษา แผนปฏบิ ัตกิ าร
านศกึ ษา โดยได้ ประจาปี ค่าเปูาหมายและมาตรฐาน
ถานศึกษามารว่ ม การจัดการศึกษาของคณะกรรมการ
การพัฒนาปรบั ปรุง สถานศึกษา
มาณ พ.ศ. 2565 3. เอกสารบันทึกการประชุม และ
มีการใหค้ วาม รายงานการประชุมคณะกรรมการ
ดยดาเนินการเชญิ สถานศกึ ษา
ะชุมพจิ ารณาเสนอ 4. คาส่งั แต่งตงั้ คณะกรรมการประเมิน
งหลกั สูตร คณุ ภาพการศึกษาและจดั ทารายงาน
กษานอกระบบ การประเมินตนเอง
กสตู รการศึกษา 5. คาสง่ั แต่งต้งั คณะกรรมการนิเทศ
ปแลว้ ระยะหนึ่ง ภายใน
คม จงึ ใหค้ วาม 6. คาสง่ั แต่งตง้ั คณะกรรมการ
าให้สอดคล้องกบั ดาเนินงานกิจกรรม โครงการ
คม หลงั จากใช้ 7. รายงานผลการดาเนนิ งานประจาปี
ติไปแลว้ เพ่ือความ งบประมาณ 2565
ปจ๎ จบุ ัน 8. เอกสารรายงานการประเมินตนเอง
การส่งเสริมให้มี (SAR) ปีงบประมาณ 2565
มาตรฐาน/ คา่ นํา้ หนัก กระบวนการ/วิธีการด
ประเดน็ การพิจารณา (คะแนน) ของสถานศกึ ษ
3.7 การสง่ เสริม สนับสนนุ ภาคี การระดมทุนทางสงั คม และทรัพ
เครือข่ายให้มสี ่วนร่วมในการจัด
การศึกษา องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น องค
และเอกชน ให้มีสว่ นรว่ มในการ
ระบบและการศึกษาตามอธั ยาศ
บริจาคหนังสือใหบ้ ้านหนังสือชุม
สถานศึกษาให้กาลังใจมอบรางว
กศน. ที่รว่ มกิจกรรมพฒั นาคุณภ
5. คณะกรรมการสถานศึกษา ม
ตดิ ตาม และเสนอแนะผลการดา
การศกึ ษานอกระบบและการศึก
ของสถานศึกษา โดยคณะกรรม
เป็นประธานและร่วมพิธีเปดิ โคร
จัดการศกึ ษานอกระบบระดับกา
กจิ กรรมพัฒนาคุณภาพผ้เู รยี น ก
กจิ กรรมการศกึ ษาเพื่อพัฒนาทกั
เพื่อพฒั นาสังคมและชมุ ชน กจิ ก
ตามอธั ยาศัย และให้ขอ้ คดิ เห็น
กาลังใจในการดาเนนิ งานและเส
การศึกษานอกระบบและการศกึ
3 ศนู ย์การศึกษานอกระบบและกา
อธั ยาศยั อาเภอมหาชนะชยั ดาเน
สง่ เสรมิ สนบั สนุนภาคเี ครือข่าย
129
ดาํ เนนิ งาน ผลการดําเนนิ งานทีเ่ กดิ ขนึ้ ผลการประเมินคณุ ภาพ
ษา และร่องรอย หลกั ฐานท่ีเกิดขน้ึ
จากการดาํ เนินงานตามสภาพจริง คะแนนท่ไี ด้ ระดับ
พยากรจากชุมชน 9. สมุดเย่ียมสถานศึกษา คณุ ภาพ
ค์กรอ่ืนท้งั ภาครฐั 10. หลกั สตู รสถานศึกษาและหลักสูตร
รจดั การศึกษานอก การศึกษาต่อเนื่องทีไ่ ด้รบั ความ 3 ยอดเยี่ยม
ศัย โดยได้มีการ เห็นชอบจากคณะกรรมการ
มชน กรรมการ สถานศกึ ษา
วลั แดน่ ักศกึ ษา
ภาพผู้เรยี น ศูนย์การศึกษานอกระบบและ
มสี ่วนรว่ มในการ การศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอมหาชนะ
าเนินงานการจดั ชัย มีผลการดาเนนิ การจดั กจิ กรรม
กษาตามอัธยาศัย
มการสถานศกึ ษา
รงการ/กิจกรรม
ารศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน
การศึกษาตอ่ เนือ่ ง
กษะชวี ติ การศึกษา
กรรมการการศึกษา
ตลอดจนให้
สนอแนะการพฒั นา
กษาตามอธั ยาศยั
ารศกึ ษาตาม
นินงานดา้ นการ
ยให้มสี ่วนร่วมใน
มาตรฐาน/ คา่ น้าํ หนัก กระบวนการ/วิธีการด
ประเดน็ การพิจารณา (คะแนน) ของสถานศกึ ษ
การจดั การศกึ ษา ไดด้ าเนนิ การป
ประเด็นพจิ ารณา ดังน้ี
1. มกี ารชี้แจงสร้างความเขา้ ใจ
และบทบาทหนา้ ทีข่ องสถานศกึ
ภาคีเครือขา่ ยไดร้ บั รู้รบั ทราบ โด
สถานศึกษาและบคุ ลากรทุกคน
เข้าใจเกย่ี วกับพันธกจิ และบทบา
สถานศกึ ษา ให้แกภ่ าคีเครือข่าย
ระดับอาเภอและตาบล มกี ารพบ
อย่างไม่เปน็ ทางการ ตลอดจนช
ผ่านสื่อดิจทิ ัลออนไลน์ เช่น กลมุ่
ระดบั อาเภอ ระดับตาบล และก
ช่องทาง เฟสบ๊คุ เปน็ ต้น
2. มภี าคเี ครอื ขา่ ยทเี่ ขา้ มามสี ่วน
สนบั สนนุ สถานศึกษา ในดา้ นส่อื
เพ่ือการศึกษา มาใช้ในการจัดกา
เครือข่ายส่งเสริมสนบั สนุน เช่น
สาธารณสขุ อาเภอมหาชนะชัย ส
อุปกรณ์และบุคลากรหน่วยงานเ
ความรใู้ นการจัดอบรม โรงพยาบ
สุขภาพตาบลส่งเสรมิ สนบั สนุนส
เรยี นรู้ และบคุ ลกรของหน่วยงา
130
ดําเนนิ งาน ผลการดาํ เนินงานที่เกดิ ขน้ึ ผลการประเมินคุณภาพ
ษา และรอ่ งรอย หลักฐานทเี่ กิดขึน้
จากการดําเนินงานตามสภาพจรงิ คะแนนท่ไี ด้ ระดบั
คณุ ภาพ
ประเมินตาม ดงั น้ี สถานศึกษามภี าคีเครือข่ายร่วม
สง่ เสรมิ สนบั สนุนส่อื เทคโนโลยีการ
เกี่ยวกบั พนั ธกจิ จัดการศกึ ษา การพฒั นาวิชาการ
กษา ใหห้ นว่ ยงาน บคุ ลากร ขวัญกาลงั ใจแกผ่ ู้จดั การ
ดยผู้บรหิ าร ศกึ ษาผเู้ รียน หรือผู้รับ บรกิ าร และ
รว่ มสรา้ งความ พฒั นาแหล่งเรียนรู้
าทหน้าทข่ี อง - ผลประเมินคะแนนตามเกณฑก์ าร
ย สว่ นราชการ พิจารณา ได้ 5 ข้อ 5 คะแนน
บปะพูดคยุ สนทนา การคานวณ (5/5)*3= 3.00 คะแนน
ช่องทางการสื่อสาร ระดบั คุณภาพ ยอดเย่ียม
มไลน์เครือขา่ ย เอกสาร/หลักฐาน
การส่ือสารผา่ น 1. รายงานสรุปผลการดาเนินงาน
โครงการกิจกรรม
นร่วม ส่งเสริม 2. หนังสอื เชิญ หนงั สือขอบคุณ
อ หรือเทคโนโลยี 3. ทาเนียบแหล่งเรยี นรู้
ารศกึ ษา โดยมภี าคี 4. ทาเนียบภูมิป๎ญญา ท้องถน่ิ รายชอ่ื
น สานกั งาน ภาคเี ครอื ข่าย
สนับสนุนวสั ดุ 5. สถานทต่ี ้ัง กศน.ตาบล (ภาพอาคาร
เปน็ วทิ ยากรให้ สถานที่ และพิกัดแสดงจดุ ตั้ง กศน.
บาลส่งเสรมิ ตาบล)
สถานท่ี/สื่อการ 6. บันทึกลงนามความร่วมมือ (MOU)
านสาธารณสุขเป็น
มาตรฐาน/ คา่ น้าํ หนัก กระบวนการ/วธิ กี ารด
ประเดน็ การพิจารณา (คะแนน) ของสถานศึกษ
วิทยากรให้ความรู้ในการจดั กิจก
สานักงานคณะกรรมการเลือกตง้ั
สนับสนนุ ส่ือการรณรงค์การเลือ
ประชาธิปไตย องคก์ รปกครองส
สนบั สนนุ สถานทีแ่ ละส่อื การเรีย
กจิ กรรมการศกึ ษานอกระบบแล
อธั ยาศัยประจาตาบล เปน็ ตน้
3. มภี าคีเครือขา่ ยที่เข้ามามสี ่วน
สนับสนนุ สถานศกึ ษาในดา้ นการ
พัฒนาวชิ าการและบุคลากร โดย
ความรว่ มมอื สนับสนุน เชน่ โรง
ชนะชยั วิทยาคม สนบั สนนุ อาคา
บุคลากรครู ดาเนินการจัดสอบว
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
ดาเนนิ การทดสอบระดับชาติทา
ระบบโรงเรียน (N-NET) ภาคเรยี
การศกึ ษา 2564 และภาคเรียนท
2565
4. มภี าคีเครอื ข่ายทีเ่ ขา้ มามสี ่วน
สนับสนนุ สถานศึกษาในด้านการ
แก่ผู้ที่จัดการศกึ ษา หรอื ผเู้ รยี น
สถานศึกษาไดร้ ับการสนบั สนุนบ
131
ดาํ เนนิ งาน ผลการดาํ เนนิ งานทเ่ี กิดข้ึน ผลการประเมนิ คุณภาพ
ษา
และร่องรอย หลกั ฐานท่เี กดิ ขนึ้ คะแนนทไ่ี ด้ ระดับ
กรรมอบรม จากการดําเนินงานตามสภาพจรงิ คุณภาพ
งจงั หวัดยโสธร
อกต้ังตามระบอบ
ส่วนทอ้ งถน่ิ
ยนรู้ในการจดั
ละการศกึ ษาตาม
นร่วมสง่ เสรมิ
รจดั การศึกษา หรือ
ยมีเครือขา่ ยให้
งเรยี นมหา
ารสถานที่และ
วดั ผลสมั ฤทธ์ิปลาย
4 และในการ
างการศกึ ษานอก
ยนที่ 2 ปี
ท่ี 1 ปกี ารศึกษา
นรว่ มสง่ เสริม
รสรา้ งขวญั กาลงั ใจ
ผ้รู ับบริการ โดย
บคุ ลากรของ
มาตรฐาน/ คา่ นํ้าหนกั กระบวนการ/วธิ กี ารด
ประเดน็ การพจิ ารณา (คะแนน) ของสถานศึกษ
3.8 การส่งเสริม สนับสนุน หนว่ ยงานหรือโรงเรยี น เปน็ วทิ ย
การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้
โครงการ/กจิ กรรมพฒั นาคณุ ภา
ทกั ษะวชิ าการและยกระดบั ผลส
เรยี นของผู้เรยี นใหส้ ูงขนึ้
5. ภาคเี ครอื ข่ายที่เขา้ มามสี ว่ นร
สนับสนุนสถานศกึ ษา เพื่อสร้าง
เรยี นร้ทู ห่ี ลากหลาย โดยสถานศ
ประชาธปิ ไตยประจาตาบล (ศส
การดาเนนิ งาน ขบั เคล่ือนกจิ กร
ประชาธิปไตยรว่ มกับสานักงานค
เลอื กต้งั ประจาจงั หวดั ยโสธร เช
ความรู้คณะกรรมการศูนยส์ ่งเสร
ประจาตาบล (ศส.ปชต.) และให
ประชาชนในเรือ่ งเกีย่ วกบั การเส
ประชาธิปไตย จดั กิจกรรมอบรม
ดวี ถิ ีประชาธิปไตย จดั กจิ กรรมก
รณรงคห์ ม่บู า้ นไม่ขายเสยี ง การ
ท้งั ในระดับชาตแิ ละระดบั ท้องถ
5 ศนู ย์การศึกษานอกระบบและกา
อัธยาศัยอาเภอมหาชนะชัย ไดด้
ตาม ประเด็นพจิ ารณา ดงั นี้
1. มีการวางแผนงาน โครงการ
132
ดาํ เนินงาน ผลการดาํ เนนิ งานท่เี กดิ ขนึ้ ผลการประเมินคณุ ภาพ
ษา
และร่องรอย หลกั ฐานทเ่ี กิดขนึ้ คะแนนทไี่ ด้ ระดับ
ยากรใหค้ วามรู้จัด จากการดาํ เนนิ งานตามสภาพจรงิ คณุ ภาพ
าพผู้เรียนเพอ่ื เพิ่ม
สมั ฤทธิ์ทางการ
รว่ มสง่ เสริม 5 ยอดเยี่ยม
งหรอื พฒั นาแหล่ง
ศึกษามศี ูนยส์ ่งเสรมิ
ส.ปชต.) 10 แหง่ ใน
รรมส่งเสริม
คณะกรรมการ
ช่น การพัฒนาให้
รมิ ประชาธิปไตย
หค้ วามรูก้ บั
สรมิ สร้าง
มให้ความรู้พลเมือง
การประชาสัมพันธ์
รเตรียมการเลือกตงั้
ถิน่
ารศกึ ษาตาม ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและ
ดาเนนิ การประเมนิ การศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอมหาชนะ
ชยั มีผลการดาเนินการจัดกจิ กรรม
กจิ กรรม หรอื ดงั น้ี ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและ
มาตรฐาน/ ค่านํา้ หนัก กระบวนการ/วิธีการด
ประเดน็ การพจิ ารณา (คะแนน) ของสถานศกึ ษ
ขน้ั ตอนการดาเนนิ งานในการส่ง
สร้างสงั คมแหง่ การเรียนรู้ โดยส
กาหนดแผนงานโครงการและขัน้
ดาเนินงานจดั การศึกษาตามอัธย
สง่ เสริมและสรา้ งสังคมและการเ
วางแผนจัดประชาคมเวทชี าวบา้
คณะกรรมการสถานศึกษา จดั ป
คณะกรรมการ กศน.ตาบล ในก
สง่ เสรมิ การเรยี นรูใ้ นตาบล และ
ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กบั ประช
มีการประชาสัมพนั ธก์ ิจกรรมกา
ประชาชนเขา้ ถงึ ได้ง่ายและหลา
กจิ กรรมการศึกษานอกระบบระ
พน้ื ฐาน กจิ กรรมพัฒนาคุณภาพ
การศกึ ษาต่อเน่อื ง และกิจกรรม
อธั ยาศัย
2. มีการดาเนินงานตามแผนงาน
กิจกรรม หรือข้ันตอนการดาเนนิ
ส่งเสรมิ สนับสนุนการสรา้ งสงั ค
โดยสถานศกึ ษาดาเนนิ งานจัดกา
และการศึกษาตามอัธยาศัย การ
สงั คมและการเรียนรู้ เช่น มีการ
133
ดาํ เนินงาน ผลการดาํ เนินงานท่เี กดิ ขน้ึ ผลการประเมินคณุ ภาพ
ษา
และร่องรอย หลักฐานที่เกิดขึ้น คะแนนที่ได้ ระดับ
จากการดําเนนิ งานตามสภาพจรงิ คณุ ภาพ
งเสริมสนบั สนนุ การ การศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอมหาชนะ
สถานศกึ ษามีการ ชยั มีแหลง่ เรยี นรทู้ ีห่ ลากหลาย
นตอนการ กระจายอยูใ่ นทุกตาบล นอกจากนีย้ งั
ยาศัย ในการ ได้มกี ารแสวงหาแหล่งเรยี นรใู้ หม่ๆ
เรียนรู้ เชน่ เพิม่ ขึน้ เพื่อร่วมกนั สร้างสังคมแห่งการ
าน จัดประชมุ เรียนรใู้ หเ้ กิดขึ้นในชมุ ชน
ประชุม - ผลประเมนิ คะแนนตามเกณฑก์ าร
การจัดกิจกรรม พิจารณา ได้ 6 ข้อ 5 คะแนน
ะจัดกิจกรรมที่ ระดบั คุณภาพ ยอดเย่ียม
ชาชนและนักศกึ ษา เอกสาร/หลกั ฐาน
ารเรียนรู้ให้ 1. แผนปฏบิ ตั ิการประจาปงี บประมาณ
ากหลาย เช่น 2565
ะดับการศึกษาขน้ั 2. บันทกึ รายงานผลโครงการและ
พผเู้ รยี น กิจกรรม กจิ กรรม
มการศึกษาตาม 3. หนังสอื เชญิ ภาพกจิ กรรม
4. ทาเนียบแหลง่ เรยี นรู้
น โครงการ 5. สมดุ เย่ียมแหล่งเรียนรู้
นงานในการ 6. รายงานผลการนาผลการติดตาม
คมแหง่ การเรยี นรู้ และประเมินผลการใชแ้ หลง่ การเรยี นรู้
ารศกึ ษานอกระบบ ไปใชใ้ นการพัฒนาแหล่งการเรยี นรู้
รส่งเสรมิ และสรา้ ง
รจัดประชาคมเวที
มาตรฐาน/ ค่านา้ํ หนัก กระบวนการ/วธิ ีการด
ประเด็นการพิจารณา (คะแนน) ของสถานศกึ ษ
ชาวบ้าน จัดประชุมคณะกรรมก
ประชุมคณะกรรมการ กศน.ตาบ
กจิ กรรมส่งเสริมการเรยี นร้ใู นตา
กจิ กรรมที่ถ่ายทอดองค์ความรใู้ ห
นักศกึ ษามีการประชาสัมพันธ์กิจ
ให้ประชาชน เข้าถึงไดง้ ่าย ท่ีห
กจิ กรรมการศกึ ษานอกระบบระ
พื้นฐาน กิจกรรมการศึกษาต่อเน
การศกึ ษาตามอัธยาศัย
3. มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ หร
ความรู้ทม่ี ีอยู่แลว้ ในพนื้ ท่ี ไปใช้ถ
และแลกเปลีย่ นเรียนรู้แก่กลุม่ เป
สถานศกึ ษากาหนดและดาเนินง
จัดกจิ กรรม/โครงการ ในการส่ง
สร้างสังคมแหง่ การอ่าน เชน่ โค
อ่านออนไลน์กจิ กรรมห้องสมุดเค
กจิ กรรมห้องสมดุ เคลอ่ื นท่ีของช
ส่งเสรมิ การอ่านและการเรียนรรู้
บรกิ ารโครงการอาเภอย้ิมเคล่ือน
หนว่ ยบาบดั ทุกข์บารุงสุขสรา้ งร
ประชาชน จังหวดั เคลอื่ นที่ กจิ ก
ส่งเสรมิ การอา่ น กจิ กรรมบ้านห
134
ดาํ เนินงาน ผลการดาํ เนินงานท่เี กดิ ขน้ึ ผลการประเมนิ คณุ ภาพ
ษา และร่องรอย หลักฐานที่เกิดขึ้น
จากการดาํ เนนิ งานตามสภาพจริง คะแนนที่ได้ ระดบั
การสถานศึกษา คณุ ภาพ
บล ในการจดั
าบล และจดั
ห้กับประชาชนและ
จกรรมการเรยี นรู้
หลากหลาย เช่น
ะดับการศกึ ษาขัน้
นือ่ ง และกจิ กรรม
รอื การนาองค์
ถา่ ยทอดความรู้
ปูาหมาย โดย
งานตามแผนงาน
งเสรมิ สนบั สนนุ การ
ครงการสง่ เสรมิ การ
คลื่อนที่สชู่ มุ ชน
ชาวตลาด กจิ กรรม
ร่วมกับหน่วย
นที่ และรว่ มกบั
รอยยิ้มให้กบั
กรรมรถโมบาย
หนงั สอื ชุมชน
มาตรฐาน/ คา่ น้าํ หนัก กระบวนการ/วธิ กี ารด
ประเดน็ การพิจารณา (คะแนน) ของสถานศกึ ษ
บริการหนงั สือพมิ พส์ ่งเสริมการอ
4. มแี หล่งเรียนรทู้ ส่ี ามารถเข้าถ
ประโยชน์ตอ่ การเรียนรู้ได้ เชน่
ประชาชน กศน.ตาบลทั้ง 10 แห
ชมุ ชน ห้องสมดุ ประชาชนเคล่ือ
ศนู ยเ์ รยี นรู้ตามหลักปรัชญาของ
และเกษตรทฤษฎีใหม่ประจาตา
และพัฒนาประชาธปิ ไตยตาบล
5. มกี ารตดิ ตาม ประเมนิ ผลการ
โครงการ กจิ กรรม หรอื ข้นั ตอนก
การสง่ เสรมิ สนบั สนุนการสร้างส
เรียนรู้หรือตดิ ตาม ประเมินผลก
แหล่งเรียนรู้ โดยจดั ทาแบบประ
ตอ่ การร่วมกิจกรรม กศน. ในกา
กจิ กรรมต่าง ๆ และสรปุ ผลการ
โครงการ เช่น จัดการศึกษานอก
การศึกษาขน้ั พื้นฐาน จดั การศึก
กจิ กรรมสง่ เสริมการอ่านการศึก
เปน็ ตน้
6. มกี ารนาผลการตดิ ตามและป
การพัฒนาโครงการ กิจกรรมหร
มีการจดั ทาแบบประเมนิ ความพ
135
ดาํ เนนิ งาน ผลการดําเนินงานที่เกิดขนึ้ ผลการประเมินคณุ ภาพ
ษา และร่องรอย หลกั ฐานท่เี กิดขน้ึ
จากการดาํ เนนิ งานตามสภาพจรงิ คะแนนท่ไี ด้ ระดบั
อ่าน เปน็ ตน้ คณุ ภาพ
ถึงได้งา่ ย และใช้
หอ้ งสมดุ
ห่ง บา้ นหนงั สือ
อนท่ีของชาวตลาด
งเศรษฐกิจพอเพียง
าบล ศูนยส์ ่งเสริม
เปน็ ต้น
รดาเนินงาน
การดาเนนิ งานใน
สังคมแหง่ การ
การดาเนนิ งานของ
ะเมินความพึงพอใจ
ารร่วมโครงการ
รดาเนนิ งานจดั
กระบบระดบั
กษาต่อเนื่อง และ
กษาตามอธั ยาศัย
ประเมินผลไปใชใ้ น
รือแหล่งเรียนรู้ โดย
พึงพอใจท่มี ตี ่อการ
มาตรฐาน/ คา่ นา้ํ หนกั กระบวนการ/วธิ กี ารด
ประเดน็ การพจิ ารณา (คะแนน) ของสถานศึกษ
3.9 การวิจยั เพอ่ื การบริหาร ร่วมกิจกรรม กศน. สรปุ ผลการป
จัดการศกึ ษาสถานศกึ ษา
พอใจ และสรปุ ผลการดาเนนิ งา
ส่งเสรมิ การอ่านการศึกษาตามอ
ทราบสภาพป๎ญหาอปุ สรรคในก
นามาพิจารณาหาแนวทางปรับป
การศกึ ษาใหด้ ียิง่ ขนึ้ ต่อไป
3 ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและกา
อธั ยาศัยอาเภอมหาชนะชัยนาโด
ศกึ ษาและบุคลากรของสถานศกึ
งานวจิ ยั อย่างง่ายท่ีเกีย่ วข้องกับ
ของสถานศกึ ษา ได้ดาเนนิ การป
ประเดน็ พจิ ารณา ดังน้ี
1. สถานศึกษามกี ารกาหนดประ
สอดคล้องกบั สถานการณ์ ป๎ญห
ตอ้ งการของสถานศึกษา โดยผบู้
บุคลากรร่วมประเมนิ โครงการ/ก
ดาเนนิ งานประจาปี งบประมาณ
พบว่ามปี ๎ญหาท่ีเกิดข้นึ 4 ดา้ น ป
ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด
บุคคล และด้านการบรหิ ารงานท
จาแนกประเดน็ ปญ๎ หาท่ีพบ จัดล
และจาเป็นเรง่ ด่วน และดาเนินก
136
ดําเนนิ งาน ผลการดําเนนิ งานท่ีเกิดขนึ้ ผลการประเมินคณุ ภาพ
ษา
และร่องรอย หลกั ฐานที่เกดิ ขึ้น คะแนนทไ่ี ด้ ระดบั
ประเมนิ ความพึง จากการดาํ เนนิ งานตามสภาพจรงิ คณุ ภาพ
านจัดกจิ กรรม
อธั ยาศัย เพื่อให้
การดาเนินงาน
ปรุงแก้ไข พัฒนา
ารศึกษาตาม ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและ 2.40 ดเี ลศิ
ดยผู้บริหารสถาน การศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอมหาชนะ
กษามกี ารจัดทา ชยั มีผลการดาเนินการจัดกิจกรรม
บการบรหิ ารจดั การ ดงั น้ี ครู กศน.ทุกคนมีการทาการวจิ ยั ที่
ประเมนิ ตาม สอดคล้องกับสถานการณ์ ป๎ญหา หรอื
ความตอ้ งการมีการกาหนดแผน
ะเด็นการวิจยั ท่ี แนวทางการวจิ ัยดาเนินการทาการวจิ ยั
หา หรือความ อยา่ งงา่ ย และนาผลไปปรับปรงุ และ
บริหารไดร้ ่วมกบั พัฒนางานของสถานศึกษา
กิจกรรมท่ี - ผลประเมินคะแนนตามเกณฑก์ าร
ณ พ.ศ.2565 เม่อื พิจารณา ได้ 5 ข้อ 4 คะแนน
ประกอบด้วย การคานวณ (4/5)*3= 2.4 คะแนน
ดา้ นการบรหิ ารงาน ระดบั คุณภาพ ดีเลศิ
ท่วั ไป รว่ มกนั เอกสาร/หลกั ฐาน
ลาดบั ความสาคัญ 1. คาส่ังมอบหมายงาน
การวิจยั คน้ หาแนว 2. แผนหรอื แนวทางการดาเนินงาน
มาตรฐาน/ คา่ น้าํ หนัก กระบวนการ/วิธีการด
ประเดน็ การพิจารณา (คะแนน) ของสถานศึกษ
ทางแก้ไข ป๎ญหาทีส่ ถานศกึ ษาพ
แกไ้ ขได้ก็ดาเนนิ การแก้ไขเอง ห
นอกเหนือจากสถานศกึ ษาจะดา
ดาเนนิ การรายงานต่อผบู้ ริหารก
หนว่ ยงานตน้ สงั กดั ทราบต่อไป
2. มีการกาหนดแผนหรือแนวทา
วิจยั ของสถานศกึ ษา โดยสถานศ
บคุ ลากรทุกคน จดั ทาสรปุ ผลกา
ตนเอง สรปุ ผลการดาเนินงานขอ
แห่ง แลว้ คน้ หาสภาพปญ๎ หาในก
ประจาปี 2565 เมือ่ พบป๎ญหาแ
และแนวทางในการแก้ปญ๎ หานนั้
อยา่ งง่าย เพ่ือหาแนวทางแกไ้ ข
3. มกี ารดาเนินงานวิจยั อย่างง่าย
มอบหมายให้บคุ ลากรทกุ คน ดา
สรปุ ผลการปฏบิ ัตงิ านของตนเอ
เมอ่ื พบปญ๎ หาอปุ สรรค จุดเด่น จ
แล้วรว่ มกันวางแผนและแนวทา
โดยดาเนินการจัดทาการวจิ ัยอย
บุคลากรแต่ละคน เพือ่ แก้ไขป๎ญ
4. มรี ายงานผลการวจิ ัย เม่ือสถา
มอบหมายใหบ้ คุ ลากรทุกคน จดั
137
ดาํ เนินงาน ผลการดาํ เนินงานท่เี กดิ ขน้ึ ผลการประเมนิ คุณภาพ
ษา และรอ่ งรอย หลักฐานทีเ่ กิดขนึ้
จากการดาํ เนนิ งานตามสภาพจรงิ คะแนนทีไ่ ด้ ระดบั
พอจะดาเนนิ การ คณุ ภาพ
หากปญ๎ หาที่พบ วิจยั ของสถานศึกษา
าเนนิ การได้ ให้ 3. รายงานการวิจยั อยา่ งง่าย การวจิ ยั
การศกึ ษาและ เพอ่ื พัฒนางานของสถานศึกษา
4. บนั ทึกหลังการจดั การเรียนรู้
างการดาเนนิ งาน
ศกึ ษามอบหมายให้
ารปฏบิ ัตงิ านของ
อง กศน.ตาบล 10
การดาเนนิ งาน
แลว้ ร่วมกันวางแผน
น โดยการทาวจิ ัย
ย โดยสถานศึกษา
าเนินการจัดทา
อง ประจาปี 2565
จดุ ด้อยควรพัฒนา
างการแกป้ ๎ญหาน้นั
ยา่ งง่ายของ
ญหานน้ั
านศึกษา
ดทาสรปุ ผลการ
มาตรฐาน/ คา่ น้าํ หนัก กระบวนการ/วิธกี ารด
ประเดน็ การพิจารณา (คะแนน) ของสถานศกึ ษ
ปฏิบัติงานของตนเอง ประจาปี
ปญ๎ หาอปุ สรรค จดุ เด่น จุดดอ้ ย
รว่ มกันวางแผนและแนวทางการ
ดาเนินการจัดทาการวิจัยอย่างง
ละคน เพื่อแกไ้ ขป๎ญหานั้น หาส
ดาเนินงานประจาปีเมอ่ื พบป๎ญห
วางแผนและแนวทางในการแก้ป
ทาวิจัยอยา่ งง่าย เพือ่ แก้ไขป๎ญห
ผลการวิจัยของบุคลากรแต่ละค
ผู้บริหารทราบ เพ่อื ดาเนนิ การต
5. มกี ารเสนอผลงานวจิ ัยต่อคณ
สถานศึกษา หรือเผยแพร่ เมอื่ ส
มอบหมายใหบ้ คุ ลากรทุกคน จดั
ปฏบิ ัตงิ านของตนเอง ประจาปี
สภาพปญ๎ หาในการดาเนนิ งานป
ป๎ญหาและร่วมกันวางแผนและแ
แกป้ ญ๎ หาน้นั โดยการทาวจิ ยั อยา่
ปญ๎ หานั้น นาผลการวิจัยของบุค
เสนอตอ่ ผ้บู ริหารทราบแลว้ นาส
และแกป้ ๎ญหาได้แล้วนาเสนอใน
คณะกรรมการสถานศึกษาทราบ
6. มกี ารนาผลการวจิ ยั ไปใช้ในก
138
ดาํ เนนิ งาน ผลการดาํ เนินงานทเ่ี กดิ ขึน้ ผลการประเมินคุณภาพ
ษา และรอ่ งรอย หลกั ฐานทเี่ กดิ ข้ึน
จากการดําเนนิ งานตามสภาพจริง คะแนนทไ่ี ด้ ระดับ
2565 เมื่อพบ คณุ ภาพ
ยควรพฒั นา แลว้
รแกป้ ญ๎ หานน้ั โดย
ง่ายของบุคลากรแต่
สภาพปญ๎ หาในการ
หาและรว่ มกัน
ปญ๎ หานน้ั โดยการ
หานั้นแล้ว ให้นา
คน เสนอต่อ
ต่อไป
ณะกรรมการ
สถานศึกษา
ดทาสรุปผลการ
2565 แล้ว คน้ หา
ประจาปีเม่ือพบ
แนวทางในการ
างงา่ ย เพื่อแก้ไข
คลากรแต่ละคน
สภาพปญ๎ หาที่พบ
นการประชมุ
บต่อไป
การปรับปรุง หรือ
มาตรฐาน/ คา่ นํา้ หนกั กระบวนการ/วธิ ีการด
ประเดน็ การพิจารณา (คะแนน) ของสถานศึกษ
รวมคะแนน พฒั นางานของสถานศกึ ษา เมอ่ื
มอบหมายให้บคุ ลากรทกุ คน จดั
ปฏบิ ัติงานของตนเอง ประจาปี
สภาพป๎ญหาในการดาเนินงานป
ปญ๎ หาและร่วมกันวางแผนและแ
แกป้ ญ๎ หานั้นโดยการทาวิจัยอยา่
ป๎ญหา นาผลการวจิ ยั ของบุคลา
ผู้บรหิ ารทราบ นาสภาพป๎ญหาท
ได้แล้ว นาเสนอในการประชุมค
สถานศกึ ษาทราบ และรว่ มกันก
พฒั นางานวิจัยที่พบปญ๎ หาและแ
ขนึ้ ร่วมกนั
30
139
ดําเนนิ งาน ผลการดําเนนิ งานท่ีเกดิ ขึ้น ผลการประเมินคณุ ภาพ
ษา และรอ่ งรอย หลักฐานท่ีเกิดขึ้น
จากการดําเนนิ งานตามสภาพจรงิ คะแนนที่ได้ ระดับ
อสถานศึกษา คณุ ภาพ
ดทาสรปุ ผลการ
2565 แลว้ คน้ หา
ประจาปีเมื่อพบ
แนวทางในการ
างง่าย เพื่อแก้ไข
ากรแต่ละคนเสนอ
ทีพ่ บและแก้ปญ๎ หา
คณะกรรมการ
กาหนดแนวทาง
แนวทางแก้ไขใหด้ ี
29.40 ยอดเยี่ยม
140
จากการประเมินตนเองของสถานศึกษา ในมาตรฐานท่ี 3 คณุ ภาพการบรหิ ารจดั การของสถานศกึ ษา
อยใู่ นระดับยอดเย่ยี ม มคี ะแนนรวมเทา่ กบั 29.40 คะแนน
ซ่ึงจากผลการประเมนิ คณุ ภาพในมาตรฐานที่ 3 คุณภาพการบรหิ ารจัดการของสถานศึกษา พบวา่
สถานศึกษามีจดุ เดน่ และจุดทค่ี วรพฒั นา ดังน้ี
จดุ เด่น
1. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอมหาชนะชัย มีกระบวนการในการบริหาร
จัดการของสถานศึกษาท่ีเน้นการมีส่วนร่วม โดยมีการศึกษานโยบาย ยุทธศาสตร์ และจุดเน้นการดาเนินงาน กฎ
ระเบยี บ ท่ีเก่ยี วขอ้ งกับการบริหารงานด้านวิชาการ มกี ารประชุมเพ่อื เปดิ โอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการบริหาร
จดั การ และดาเนินงานเพ่ือใหเ้ ขา้ ถงึ ขอ้ มูลไดง้ า่ ย สะดวกต่อการตรวจสอบ มีการวางแผนการดาเนินงานร่วมกันโดย
ให้มีความเหมาะสมกับพ้ืนท่ี และมีความยืดหยุ่น ซ่ึงการดาเนินงานจะคานึงถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดความ
คุ้มค่า และประโยชน์สูงสุดอย่างมีเหตุผล มีการกากับติดตามการดาเนินงาน และจัดทาสรุปรายงานผลการ
ดาเนินงานซึ่งบุคลากรจะมีส่วนร่วมประเมินผลการดาเนินงาน และนารายงานผลการดาเนินการ รวมถึงการกากับ
ติดตามมาปรับปรุง โดยนาผลการประเมินทางวิชาการท่ีได้มาวิเคราะห์เพ่ือนาไปใช้ในการพัฒนาการกากับติดตาม
ในครั้งตอ่ ไป
2. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอมหาชนะชัย มีระบบการประกันคุณภาพ
ของสถานศึกษาที่เป็นไปตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ.2542 ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2545 ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติและกฎกระทรวง
การศึกษาธิการกาหนดระบบหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพภายในสาหรับสถานศึกษาท่ีจัดการศึกษานอก
ระบบ พ.ศ.2555 ท่ีอาศัยอานาจตามความในมาตรา 20 วรรคสามและมาตรา 25 วรรคหน่ึงแห่งพระราชบัญญัติ
ส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั พ.ศ.2551 โดย
1. สถานศกึ ษามีการกาหนดมาตรฐานของสถานศึกษา
2. สถานศึกษาไดม้ ีการจดั ทาแผนพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2561 -2564 และแผนปฏิบตั ิการ ประจาปี พ.ศ.
2565
3. สถานศกึ ษามกี ารดาเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพและแผนปฏิบตั กิ ารประจาปี พ.ศ.2565
4. สถานศกึ ษาไดม้ ีการตดิ ตามตรวจสอบคณุ ภาพการศกึ ษา
5. สถานศึกษามีการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของ
สถานศึกษา
6. สถานศกึ ษามกี ารจดั ทารายงานการประเมนิ ตนเองประจาปี พ.ศ.2565
7. สถานศกึ ษามีการเสนอรายงานประเมินคณุ ภาพภายในต่อคณะกรรมการสถานศกึ ษาใหไ้ ดต้ าม
หน่วยงานตน้ สังกดั และภาคเี ครือข่าย รวมถงึ เผยแพรต่ ่อสาธารณชน
8. สถานศึกษามีการนาผลการประเมนิ คุณภาพมาเป็นส่วนหน่ึงในการวางแผนเพอ่ื พัฒนาคุณภาพ
การศึกษาโดยการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาและภาคีเครือข่าย
9. สถานศึกษามีการจัดระบบการบริหารและสารสนเทศของสถานศึกษา ยดึ หลักการมสี ่วนรว่ มของ
คณะกรรมการ บุคลากรในสถานศึกษา ภาคเี ครือข่ายและผู้รบั บรกิ าร
3. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอมหาชนะชัย มีการส่งเสริมสนับสนุนให้
บุคลากรทางการศึกษาให้ได้รับการพัฒนาจนมีความรู้ความสามารถและทักษะในการจัดการเรียนรู้ ให้แก่
141
กลมุ่ เปาู หมายรวมถงึ การปฏิบัติงานและสามารถใช้เทคโนโลยีไดอ้ ยา่ งเหมาะสม โดยได้รับการพัฒนาจาก สานักงาน
กศน.จงั หวัดยโสธร สถาบนั กศน.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สานกั งาน กศน. โดยบุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพ
ท้ังในด้านกระบวนการจัดเรียนรู้ การปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าท่ี ความสามารถในด้านเทคโนโลยีเพื่อนามาจัด
กระบวนการเรียนรูแ้ ละการปฏบิ ตั ิงานตามบทบาทหนา้ ที่ไดอ้ ย่างเหมาะสมรวมถึงผู้บริหารคอยให้คาแนะนาปรึกษา
ข้อเสนอแนะเกย่ี วกับการจดั กระบวนการเรยี นรกู้ ารปฏบิ ตั งิ านตามบทบาทหนา้ ท่ีทกุ คน
4. ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอมหาชนะชัย มีการนาเอาเทคโนโลยีดิจิตอล
มาใช้ในการบริหารจัดการซึ่งทาให้เกิดความรวดเร็วถูกต้องและเป็นป๎จจุบัน ครอบคลุมภารกิจท้ัง 4 ด้านประกอบ
ไปด้วยด้านการบริหารงานวิชาการ ด้านการบริหารงบประมาณ ด้านการบริหารบุคคล ด้านการบริหารงานทั่วไป
รวมถึงงานสนับสนุนอื่น ๆ และได้มีการนาเทคโนโลยีไปจัดทาฐานข้อมูลที่เป็นสารสนเทศโดยใช้ระบบโปรแกรม
สาเร็จรูปทางคอมพิวเตอร์ เช่นระบบ e-budget ระบบ e-sarary ระบบdmis65 ระบบ itw51 รวมถึงสื่อออนไลน์
ตา่ ง ๆ เช่น Facebook Line Google site Google form เว็บไซต์ กศน.อาเภอ เว็บไชต์ กศน.ตาบล และเว็บไชต์
ห้องสมดุ ประชาชน เพ่อื บรหิ ารจัดการภายในสถานศกึ ษา
5. คณะกรรมการสถานศึกษาปฏิบัติหน้าที่ไปตามบทบาทท่ีกาหนด โดยสถานศึกษามีการคัดเลือก
คณะกรรมการสถานศึกษาและทาการแตง่ ตั้งรวมถึงไดอ้ ธิบายบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาให้ทราบ
ในการจัดการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาคอยให้การแนะนาและพิจารณาให้ข้อเสนอแนะรวมถึงให้ความ
เห็นชอบในการทาแผนพัฒนาการศึกษา แผนปฏิบัติการประจาปี พ.ศ.2565 รวมถึงการจัดการศึกษา การศึกษาข้ัน
พื้นฐาน การศึกษาต่อเน่ืองและการศึกษาตามอัธยาศัย ซ่ึงคณะกรรมการสถานศึกษามีการให้ความเห็นชอบ
หลกั สูตรสถานศกึ ษาทกุ หลกั สูตร
6. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอมหาชนะชัย ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจาก
ภาคีเครือข่าย รายการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาโดยมีการชี้แจงทาความเข้าใจเกี่ยวกับพันธกิจและบทบาท
หน้าที่ของสถานศึกษาให้แก่ภาคเี ครือข่ายไดท้ ราบเพื่อท่ีเขา้ เพอ่ื ที่ใหเ้ ข้ามาสง่ เสรมิ สนับสนุนสถานศึกษา ในด้านต่าง
ๆ เชน่ ด้านส่ือการเรยี นรู้ แหล่งเรียนรู้ ด้านเทคโนโลยีเพ่อื การจัดการศึกษาทางด้านพฒั นาวชิ าการบคุ ลากร
จุดทค่ี วรพฒั นา
1. ครู กศน. ขาดทักษะในด้านงานวิชาการ ซึ่งมกั จะเน้นการปฏบิ ตั ิจรงิ มากกว่า ทาให้ในการบริหาร
จดั การในดา้ นข้อมลู สารสนเทศยงั ไม่มีประสิทธภิ าพสมบูรณ์เทา่ ทีค่ วร ควรมกี ารจัดทาระบบสารสนเทศเพื่อการ
บรหิ ารจดั การโดยใช้ Digital Platform เข้ามาใช้ในการดาเนินงานของสถานศึกษา
2. สถานศกึ ษาควรมกี ารจัดทาและพฒั นาระบบฐานข้อมลู สารสนเทศของสถานศึกษาให้เป็นป๎จจุบัน และ
ควรมีการอบรมและพฒั นาบุคลากรในการเขยี นรายงานและการใชเ้ ทคโนโลยดี จิ ิทัลที่พฒั นาขนึ้ อยา่ งต่อเนื่องไม่
หยดุ ย้งั เพอื่ นามาประยกุ ตใ์ ช้ในการปฏิบตั งิ านให้มีประสิทธิภาพ
3. สถานศกึ ษาควรมกี ารส่งเสริม สนับสนนุ ใหภ้ าคเี ครือขา่ ยมสี ่วนรว่ มในการจัดการศึกษาให้
มากขนึ้
ข้อเสนอแนะ
ควรพฒั นากระบวนการวจิ ยั ที่เกยี่ วขอ้ งกับการบรหิ ารจดั การของสถานศกึ ษาอย่างเรง่ ด่วน
แบบอยา่ งทีด่ ี (Best practice)
142
ชื่อผลงาน : “(สวย)2”
ช่อื ผู้เสนอผลงาน : กศน.อาํ เภอมหาชนะชัย
สังกดั : สํานักงาน กศน.จงั หวดั ยโสธร
กระบวนการจัดการเรยี นมงุ่ สู่ความสาเรจ็ รปู แบบ “สวยยกกาลังสอง”
ขน้ั ที่ 1 สภาพแวดล้อมดี (ส)
การสร้างบรรยากาศการเรยี นรใู้ นห้องเรียนหรอื ศูนย์การเรยี นใหเ้ หมาะสมและเอือ้ แกก่ ารจดั การเรียนรนู้ ั้น
ถอื วา่ มีความสาคญั อย่างย่ิง เพราะมคี วามเก่ยี วพนั โดยตรงกับการประสบความสาเร็จของเดก็ ท้ังน้ี การสร้าง
บรรยากาศการเรียนรใู้ นการจัดการเรยี นการสอนของครูจะเป็นตวั บ่งชี้วา่ ครูเองมปี ระสิทธิภาพมากน้อยเพยี งใด
และสามารถเป็นผูน้ าทดี่ ขี องเดก็ ไดห้ รือไม่ ครสู ามารถจดั ห้องเรียนหรอื ศนู ย์การเรียนให้เป็นสถานทีท่ น่ี า่ เรียน
หรือไม่ เด็กๆ รู้สึกปลอดภยั ในหอ้ งเรยี นหรือไม่ เด็กทราบหรอื ไม่ว่าครคู าดหวังอะไรในตัวเด็กบา้ ง
สภาพบรรยากาศของหอ้ งเรียนประกอบด้วยป๎จจัย 4 ประการ
1. คา่ นิยม (Values) คอื แนวคิดหลักหรือมโนทศั น์ทค่ี รูต้องการให้เด็กเรยี นรู้ แม้ครูจะตง้ั เปูาหมายและ
หัวข้อต่างๆ ไวม้ ากมายกต็ าม แตส่ ิง่ เหล่านม้ี ักจะประกอบด้วยแนวคดิ หลกั ๆ เพียงไม่กีเ่ รื่องเท่าน้นั โดยแนวคดิ หลัก
เหล่าน้ีควรจะสะท้อนออกมาในวตั ถปุ ระสงค์ในการจดั การเรยี นรู้ของครู ซึ่งใชค้ านยิ ามส้นั ๆ เพียงไมก่ ี่คา
2. สภาพแวดลอ้ ม (Environment) หมายถงึ สภาพทางกายภาพในห้องเรียนหรอื ศูนย์การเรยี น ครูอาจจะ
ควบคมุ ทุกอย่างไม่ได้ แต่ครูสามารถควบคุมไดห้ ลายอยา่ ง เปน็ ตน้ ว่า การจัดห้องเรียน การตกแตง่ ผนังห้อง และ
การใช้พื้นทภ่ี ายในหอ้ งเรียนของเดก็ ปจ๎ จัยตา่ งๆ เหล่าน้คี วรสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดหลกั ของครู กญุ แจสาคญั ใน
เรอื่ งนคี้ ือการจัดสภาพแวดลอ้ มให้ตอบสนองวตั ถุประสงค์ที่ครูกาหนด เพราะการสอนคอื การปฏิบตั อิ ย่างจงใจท่ีครู
จะตอ้ งเสริมกาลงั ทกุ สิง่ ทุกอย่างที่อยูร่ ายรอบตวั เด็ก
3. รูปแบบของการปฏิบัติ (Patterns of Action) คือรปู แบบของการปฏสิ มั พันธใ์ นห้องเรียนท่คี รูคาดหวัง
รูปแบบเหลา่ นีจ้ ะผกู พันกบั คา่ นยิ มท่ีครกู าหนดไว้ สงิ่ ท่ีดีท่สี ดุ ประการหนงึ่ ที่ครูสามารถทาไดค้ ือการชว่ ยเดก็ ให้เขา้ ใจ
และรบั รู้ในส่ิงท่ีครคู าดหวัง วิธกี ารนห้ี มายรวมถึงการมอบหมายงานทเี่ ด็กต้องรับผดิ ชอบพิเศษ ตารางเวลา
ปฏิบัตงิ านท่ีแน่นอน และการกาหนดกฎระเบยี บพน้ื ฐาน ตารางการปฏบิ ัติการถอื เป็นเคร่อื งมือทรงพลังอย่างหนงึ่ ท่ี
จะสอนเรื่องคา่ นยิ ม การปลอ่ ยให้เดก็ ตกอยูใ่ นสถานการณ์ทรี่ อคอยให้ครูสงั่ ว่าต้องทาอะไรเมอื่ ไรจะทาใหเ้ ด็กหมด
พลงั ในการเรยี นรโู้ ดยท่ีครูเองอาจไมไ่ ด้ตั้งใจ ส่วนแผนภมู กิ ารปฏิบัตงิ านเปน็ เคร่ืองมือทด่ี ีในการสอนเด็กเรื่องความ
รับผิดชอบและสรา้ งความภาคภมู ิใจในผลงานทเี่ ด็กทา นอกจากนี้แล้ว รปู แบบของการปฏิบตั นิ ้ันยังหมายรวมถึง
ดา้ นพฤติกรรมดว้ ย เช่น เวลาอยนู่ อกหอ้ งเรยี นเดก็ ปฏบิ ตั ติ นอย่างไร ทัง้ นี้ เปูาหมายส่วนหนึ่งของครคู วรจะชี้นา
รูปแบบเหล่านี้ในด้านบวก ดังนน้ั ครูจงึ ควรระมัดระวังรูปแบบในการปฏิบตั ิของตวั ครเู องในระหวา่ งที่ครูอยูก่ บั เพื่อน
รว่ มงานหรอื อยู่กับเด็ก
4. ผ้คู น (People) เป็นสว่ นสาคัญทสี่ ุด ครคู วรระลึกเสมอวา่ คนจานวนมากสามารถช่วยเหลอื งานของครูได้
เพยี งแต่ถ้าครูรู้จักเลือกใช้คนเหล่าน้นั ไมว่ ่าจะเปน็ รปภ.ไปจนถึงพ่อแม่ผปู้ กครองและคนในชมุ ชน ทกุ คนสามารถ
เปน็ ประโยชน์ต่อการจดั การเรยี นการสอนของครูไดท้ ั้งสิ้น ตัวอย่างเชน่ หากหนึ่งในเปูาหมายของครคู ือการให้
นักเรียนปฏบิ ตั ติ นเปน็ ส่วนหนึ่งของชุมชน ครจู ะแสดงให้เด็กเหน็ ถึงการนาไปสสู่ ิง่ เหล่านั้นอย่างไร มีรูปภาพ
ประกอบหรือไม่ มีแขกรบั เชิญจากภายนอกมาพดู คยุ กบั เด็กบา้ งหรือไม่
143
ความสาคญั ของสภาพแวดล้อมการเรยี นรู้มหี ลายประการ ไดแ้ ก่
1. สภาพแวดลอ้ มการเรียนรู้สนับสนนุ และอานวยความสะดวกในการเรียนการสอน สภาพแวดล้อมการ
เรยี นร้ทู เี่ หมาะสม เช่นห้องเรียนมีความสะดวกสบาย มอี ุปกรณแ์ ละสื่อการเรียนการสอนครบถว้ น ทาใหผ้ ้เู รยี นมี
ความสุขในการเรียน ผู้สอนก็มีความสขุ ในการสอน ส่ิงตา่ ง ๆ เหลา่ นก้ี ็จะช่วยสนับสนนุ และส่งเสริมให้การเรียนการ
สอนดาเนินไปด้วยความราบร่ืน สะดวก รวดเร็ว ตามแผนที่วางไว้
2. สภาพแวดล้อมการเรยี นรู้สนบั สนุนการเรียนรหู้ ลายดา้ นเชน่ ทาใหผ้ ้เู รียนเกดิ ความประทบั ใจ เป็น
ตัวกระตุ้นผู้เรยี นให้มีความสนใจและเกิดแรงจูงใจในการเรียนเปลย่ี น เจตคตไิ ปในทางท่ีดี มคี วามพึงพอใจในการ
เรียนชว่ ยใหเ้ กดิ ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน ป๎จจยั สาคญั ในกระบวนการเรยี นการสอนก็คอื ความรู้สึกที่เกิดจากตวั
ผเู้ รยี น ความรู้สกึ พงึ พอใจ สนใจ อยากเรยี น อยากรู้ซึ่งจะเป็น ตวั การนาไปสู่การเรียนรู้อย่างมีประสทิ ธภิ าพในทส่ี ุด
ดังน้ันถา้ ผเู้ รยี นอยู่ในสภาพแวดลอ้ มการเรียนรู้ทสี่ มบูรณ์ ท้ังทางด้านกายภาพ จิตภาพ และทางด้านสงั คมภาพแลว้
จะชว่ ยกระตุ้นใหผ้ ูเ้ รยี นเกดิ ความรสู้ ึกดังกล่าวได้
3. สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ช่วยจัดประสบการณ์การเรียนรู้ทีพ่ งึ ประสงคใ์ ห้แก่ผู้ เรียนประสบการณ์การ
เรียนรขู้ น้ึ อยกู่ บั สภาพแวดลอ้ ม ตามปกติแลว้ การรับร้แู ละการเรียนรู้ของผเู้ รียนจะเกิดข้นึ หลังจากทไ่ี ด้ปะทะ
สมั พนั ธ์กับสิ่งภายนอกท่ีมากระตุ้นประสาทสัมผัสของผู้เรยี น การปะทะสัมพนั ธก์ บั สิง่ ต่าง ๆ เปน็ การสรา้ ง
ประสบการณ์ ดังนั้นถา้ เราต้องการใหผ้ ูเ้ รยี นได้รบั ประสบการณก์ ารเรยี นร้ทู ่ดี ีก็ต้องจดั ใหผ้ เู้ รียนอย่ใู น
สภาพแวดลอ้ มการเรียนร้ทู ด่ี ีกอ่ นแล้วสภาพแวดล้อมตา่ ง ๆ เหล่านนั้ จะเป็นตัวกาหนดประสบการณ์ของผเู้ รียน
ภายหลงั
4. สภาพแวดลอ้ มการเรยี นรู้ทีด่ จี ะช่วยพฒั นาบุคลกิ ภาพของผู้เรยี น จุดม่งุ หมายทส่ี าคญั ของการจดั
การศกึ ษาประการหนึ่งก็คือมุ่งให้ผู้เรียนมีบุคลิกภาพดี มีการแสดงออกทางกายวาจาและใจตามแบบอย่างทสี่ ังคม
ยอมรบั กล่าวคือมีคุณธรรม และจริยธรรม
5. สภาพ แวดล้อมการเรยี นรู้มีสว่ นช่วยในการควบคมุ ชนั้ เรียนใหผ้ ู้เรยี นมรี ะเบยี บ วินัยสภาพแวดล้อมการ
เรียนรเู้ ป็นตวั กาหนดอาณาเขตของการเรียน ทาให้มีบรรยากาศที่แตกต่างไปจากกจิ กรรมอืน่ ยกตวั อย่างเชน่
ลกั ษณะของสภาพแวดล้อมในสถานเริงรมย์ ผเู้ รียนเมอื่ อย่ใู นสภาพแวดลอ้ มทางการเรียนทจ่ี ดั ไวอ้ ยา่ งเหมาะสม ก็
จะรูจ้ ักสารวมอยู่ในระเบียบวินยั มากข้ึน โดยเฉพาะถ้ามีการจัดโตะ๊ เกา้ อ้ี ของนักเรียนอยา่ งมีวัตถุประสงค์ จะช่วย
ใหก้ ารควบคุมช้นั เรียนมรี ะบบระเบียบ และง่ายสาหรบั ผู้สอนมากขน้ึ
6. สภาพ แวดลอ้ มการเรยี นรู้เปน็ แหลง่ ทรพั ยากรทางการเรยี น การจดั สภาพแวดลอ้ มการเรียนรใู้ น
ป๎จจบุ นั เป็นไปอย่างกวา้ งขวาง หลายแหลง่ เหน็ ความสาคญั ของมุมวิชาการ ศนู ยว์ ิชาการ มมุ ส่ือการเรยี นการสอน
ทาให้ทั้งผู้เรียนและผู้สอน สามารถใช้เป็นแหล่งค้นคว้าหาความร้เู พิม่ เติมได้ตลอดเวลาท่ตี ้องการ เป็นการส่งเสริม
การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง สามารถจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนแบบยึดเดก็ เป็นศูนยก์ ลางได้อยา่ งดี นอกจากนแ้ี หล่ง
ทรัพยากรการเรยี นจะช่วยพฒั นาความรบั ผดิ ชอบใหเ้ กดิ ข้ึนในตวั ผ้เู รยี นตลอดจนเปน็ การสร้างนิสยั ใหใ้ ฝเุ รยี นใฝุรู้
ศึกษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง ไมย่ ึดติดอยู่เฉพาะความรู้ที่ไดจ้ ากผสู้ อน
7. สภาพ แวดล้อมการเรียนรู้เสรมิ สรา้ งบรรยากาศในการเรียน สภาพแวดลอ้ มการเรียนรู้ท่ีดีจะทาให้
บรรยากาศในการเรียนเออ้ื ต่อการเรียนการ สอนให้ดาเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากทสี่ ุด ใน
สภาพแวดล้อมทางกายภาพที่มีความสะดวกสบาย สงบ ปราศจากสิ่งรบกวน จะ ชว่ ยสรา้ งบรรยากาศทางวิชาการ
ให้เกิดขึ้นทาใหผ้ ูเ้ รียนมีความกระตือรอื รน้ ท่ี จะศึกษาหาความรหู้ รือทากิจกรรมการเรียนต่าง ๆ อย่างตั้งใจและมี
144
สมาธิ ย่งิ ถา้ ผูส้ อนและเพื่อนร่วมชน้ั ซงึ่ จัดว่าเปน็ สภาพแวดลอ้ มการเรยี นรดู้ ้าน จติ ภาพมีบุคลิกลักษณะท่ีอบอุ่น เป็น
มติ ร ก็จะย่ิงทาให้บรรยากาศในการเรียนการสอนเป็นไปในทศิ ทางทีพ่ ึงประสงคม์ ากย่ิง ขึ้น
8. สภาพ แวดลอ้ มการเรยี นรู้ช่วยสร้างความสัมพันธอ์ ันดีระหว่างผู้สอนกับผูเ้ รียน และผู้เรียนกับผ้เู รียน
ด้วยกัน การจดั สถานที่ โต๊ะ เกา้ อ้ี อปุ กรณ์ต่าง ๆ ให้ง่ายต่อการเคลอื่ นไหวโยกย้าย ทาให้ผสู้ อนไปถึงตัวผเู้ รียนได้
สะดวก ตาแหนง่ ของผสู้ อนไม่จาเป็นตอ้ งอยหู่ น้าชั้นเสมอไป ผ้สู อนอาจนัง่ อยูท่ า่ มกลางผูเ้ รยี นเพื่อให้คาปรกึ ษา แนะ
แนวทางสภาพแวดลอ้ มเชน่ น้ชี ่วยให้ผูส้ อนมคี วามใกลช้ ิดกับผูเ้ รียนมากขนึ้ ทาใหไ้ ดร้ ู้จักอปุ นสิ ยั ตลอดจนพฤติกรรม
ของผ้เู รยี นเปน็ รายบุคคลได้ดี ส่วนผู้เรียนจะลดความกลวั และมีความกล้ามากขึ้น กล้าพูด กล้าแสดงความคิดเหน็
มีเจตคตทิ ี่ดีต่อผสู้ อน
9. สภาพ แวดลอ้ มการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสมจะช่วยลดความเม่ือยลา้ หรือความอ่อนเพลีย ทางดา้ นสรรี ะของ
ผูเ้ รยี น เชน่ การจัดโตะ๊ เก้าอ้ที ี่มขี นาดพอเหมาะกบั ร่างกายของผู้เรียนช่วยให้การนงั่ สบายสามรถน่งั ไดน้ าน ๆ โดยไม่
ปวดหลัง การให้แสงสว่างในห้องเรยี นท่ีเหมาะ จะชว่ ยให้ผ้เู รยี นคลายความเมื่อยลา้ ของสายตา นอกจากนยี้ ังเปน็
การสง่ เสริมพฒั นาการของผเู้ รยี นด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสตปิ ญ๎ ญาดว้ ย
กล่าวโดยสรุปแล้วมนุษยจ์ ะเรียนรูไ้ ด้ดีนัน้ ขึน้ อยู่กับป๎จจัย 2 ประการ คือ
1.ป๎จจัยภายใน ไดแ้ ก่ ผูศ้ ึกษา หรอื ตวั ของผเู้ รยี นเองว่า จะมีความสนใจ เอาใจใส่ ขยนั ท่ีจะทาการศกึ ษา
มากน้อยแค่ไหน
2.ปจ๎ จัยภายนอก ได้แก่ สภาพแวดลอ้ มตา่ งๆ เช่น บรรยากาศ ความพรอ้ มของสถานท่ี และสื่อการสอน
ตวั ของผู้สอน เป็นตนั
ป๎จจัย 2 อยา่ งนีม้ ีความสมั พนั ธ์กันอย่างมาก ดงั นนั้ สิ่งเหลา่ นท้ี ก่ี ล่าวมาแล้วจงึ เป็นสิง่ ท่ีสามารถสรา้ งขน้ึ มาได้ และ
ท้ังผู้สอน และผูเ้ รยี นต้องรว่ มกนั สรา้ งขึ้นมาเพ่ือให้การเรยี นรู้น้ันมีประสิทธภิ าพมากที่สุด
ข้นั ท่ี 2 วิเคราะหเ์ ปน็ (ว)
วเิ คราะหก์ ารจดั การเรียนรู้ คือ จดุ แขง็ จดุ อ่อน โอกาส และ อุปสรรคในการจัดการเรยี นรู้ ซึ่งในการจัด
กระบวนการเรยี นการสอนนี้ ได้ แบง่ เปน็ 2 ทิศทาง ดังนี้
2.1 วิเคราะหห์ ลกั สูตร
1. วิเคราะห์จดุ แข็ง จดุ ดีของหลกั สูตรทจ่ี ะนาไปสู่การจัดการเรยี นการสอนต้องใช้ประโยชน์จาก
จดุ แข็งเหล่าน้ใี นการกาหนดรูปแบบการสอน
2. วเิ คราะห์จดุ อ่อน ความอ่อนแอของหลกั สูตร นาไปส่กู ารการจัดการเรียนการสอน นา
ขอ้ บกพร่องท่ีเกิดจากหลักสตู รไปหาวธิ แี ก้ไขป๎ญหาในการจัดการเรยี นการสอนน้ันใหไ้ ด้
3. วเิ คราะห์ป๎จจัยภายนอกที่สง่ ผลกระทบต่อหลกั สูตร เชน่ นโยบาย แนวทางการดาเนินการจาก
หน่วยงาน องคก์ ร ต่างๆท้งั ภาครฐั และเอกชน ทชี่ ่วยสง่ เสรมิ การสนับสนนุ การจดั การเรียนการสอน ครทู ่ีดจี ะต้อง
เสาะแสวงหาโอกาสอยูเ่ สมอเพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสนน้ั ใหส้ ง่ ผลต่อผเู้ รยี นอย่างยั่งยนื
4. วเิ คราะหป์ ๎จจัยตา่ งๆภายนอกที่เปน็ อปุ สรรคต่อการจัดการเรยี นการสอน เปน็ ขอ้ จากัดทเี่ กิด
จากสภาพแวดล้อมภายนอก ครมู ืออาชีพจาเป็นต้องปรบั กลยทุ ธก์ ารจดั การเรียนการสอนใหส้ อดคล้องและพยายาม
ขจัดป๎ญหาอปุ สรรคทเ่ี กิดขนึ้ ให้หมดไป
2.2 วเิ คราะหผ์ ูเ้ รยี น
145
1. วเิ คราะห์จุดแข็ง จดุ ดีของของผู้เรยี นความถนดั ความชอบ ผลสมั ฤทธ์กิ ารเรยี นทีม่ คี ะแนนสูง
เพ่อื จะนาไปสู่การจัดการเรยี นการสอนต้องใชป้ ระโยชนจ์ ากจุดแข็งเหล่าน้ีในการกาหนดรูปแบบการสอน
2. วเิ คราะห์จุดออ่ น ความอ่อนแอของผูเ้ รยี นความไม่ถนัด ความไมช่ อบ เพื่อนาไปสูก่ ารการ
จดั การเรยี นการสอน นาข้อบกพร่องที่พบกบั ผเู้ รยี น ไปหาวธิ แี ก้ไขป๎ญหาในการจดั การเรียนการสอนนน้ั ให้ได้
3. วเิ คราะหป์ จ๎ จยั ภายนอกท่ีส่งผลกระทบต่อผู้เรยี น ไดแ้ ก่ ครอบครวั สภาพแวดชุมชน ทสี่ ง่
สง่ เสริมสนบั สนนุ ผูเ้ รยี น ครทู ีด่ จี ะตอ้ งเสาะแสวงหาโอกาสเพื่อเด็กอยู่เสมอ เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสน้ันใหส้ ง่ ผล
ตอ่ ผเู้ รยี นอยา่ งยั่งยืน
4. วิเคราะห์ปจ๎ จัยต่างๆภายนอกทเ่ี ปน็ อปุ สรรคทส่ี ง่ ผลกับเด็ก เปน็ ข้อจากัดท่ีเกดิ จาก
สภาพแวดล้อมภายนอก เช่น รา้ นเกม ยาเสพติด การพนัน ครมู อื อาชีพจาเป็นตอ้ งปรับกลยทุ ธก์ ารจดั การเรยี นการ
สอนให้สอดคล้องและพยายามขจัดปญ๎ หาอปุ สรรคที่เกิดขน้ึ ให้หมดไป
ขัน้ ท่ี 3 แยกแยะเห็น (ย)
แนวคิดในการแยกแยะ
1. การจัดการเรียนรใู้ ห้ประสบความสาเรจ็ มีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นสงู ผูเ้ รยี นควรมีความพร้อมทดี่ ีในทุก
ๆ ดา้ น ดงั นนั้ กอ่ นจะเริ่มดาเนินการสอนวชิ าใด ๆ ควรมกี ารศกึ ษา วิเคราะห์ผู้เรยี นเปน็ รายบุคคล เกย่ี วกบั ความ
พรอ้ มดา้ นความรู้ ความสามารถประสบการณ์ความพรอ้ มด้านสตปิ ญ๎ ญาความพร้อมด้านรา่ งกายความพร้อมดา้ น
สงั คม
2. ก่อนจะเริ่มดาเนินการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าใด ๆ ผสู้ อนควรศกึ ษาวิเคราะหผ์ ู้เรียน ใหร้ ู้ถึงความแตกต่าง
ระหว่างบุคคลในแต่ละด้าน หากพบผูเ้ รียนคนใดมีข้อบกพร่องดา้ นใดควร ปรับปรุงแก้ไขใหม้ ีความพรอ้ มทดี่ ขี นึ้
ก่อน
3. การเตรยี มความพร้อม หรอื การแกไ้ ขข้อบกพร่อง สาหรับนักเรียนทย่ี งั ขาดความพรอ้ มในดา้ นใด ๆ
ควรใชก้ ิจกรรมหลาย ๆ แบบ หรือใช้เทคนิควธิ กี ารทเ่ี หมาะสม จนผู้เรยี นมีความพร้อมดีข้ึน
วตั ถุประสงค์การแยกแยะ
1. เพอ่ื ศึกษา วิเคราะห์ แยกแยะเก่ียวกับความพรอ้ มของผู้เรยี นในแตล่ ะด้านเป็นรายบคุ คล
2. เพื่อให้ครผู ้สู อนร้จู กั นักเรียนเปน็ รายบุคคล และหาทางช่วยเหลือผู้เรียนท่ีมีข้อบกพรอ่ งให้มีความพร้อม
ที่ดีข้ึน
3. เพือ่ ใหผ้ สู้ อนไดจ้ ัดเตรียมการสอน สอ่ื หรอื นวตั กรรม สาหรับดาเนินการจัด การเรียนรู้แก่ผเู้ รยี นได้
สอดคล้องเหมาะสม ตรงตามความต้องการของผูเ้ รียน มากยง่ิ ขน้ึ
ขอบเขตของการการแยกแยะ
การวิเคราะหผ์ ู้เรียนเพอ่ื แยกแยะหาความแตกตา่ งระหว่างบุคคลในเร่อื งตา่ ง ๆ ดังต่อไปนี้
1. ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์
1.1 ความรู้พืน้ ฐานของวิชาที่จะทาการสอนในระดบั ช้ันนัน้ ๆ
1.2 ความสามารถในการแก้ป๎ญหา
1.3 ความสนใจและสมาธิในการเรียนรู้
2. ความพรอ้ มด้านสติปญ๎ ญา
146
2.1 ความคิดรเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์
2.2 ความมเี หตุผล
2.3 ความสามารถในการเรยี นรู้ / การลาดบั ความ
3. ความพร้อมดา้ นพฤติกรรม
3.1 การแสดงออก
3.2 การควบคุมอารมณ์
3.3 ความมุง่ มั่น ขยันหมน่ั เพียร อดทน
3.4 ความรบั ผดิ ชอบ
4. ความพร้อมด้านรา่ งกายและจติ ใจ
4.1 ด้านสุขภาพร่างกายสมบูรณ์
4.2 การเจริญเติบโตสมวัย
4.3 ความสมบูรณด์ ้านสุขภาพจิต
5. ความพร้อมดา้ นสงั คม
5.1 การปรับตวั เขา้ กับคนอ่ืน
5.2 การชว่ ยเหลือ เสยี สละ แบ่งปน๎
5.3 การเคารพ ครู กติกา และมีระเบียบวนิ ัย
ข้ันท่ี 4 สอ่ื สาคัญทนั สมยั (ส)
ปญ๎ หาอย่างหนึง่ ในการสอนก็คือ แนวทางการตัดสนิ ใจจัดดาเนินการใหผ้ ู้เรยี นเกดิ การเปล่ยี นแปลง
พฤติกรรมขน้ึ ตามจดุ มงุ่ หมาย ซึง่ การสอนโดยทั่วไป ครูมกั มีบทบาทในการจดั ประสบการณต์ ่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้าน
เนอื้ หาสาระ หรอื ทักษะและมีบทบาทในการจดั ประสบการณ์เพื่อการเรยี นการสอน ทั้งน้ีข้นึ อยกู่ ับตวั ผเู้ รยี นแตล่ ะ
คนด้วยวา่ ผเู้ รยี นมคี วามต้องการอย่างไร ดังน้นั การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบน้ี การจดั สภาพแวดล้อมท่ีดีเพ่ือ
การเรียนการสอนจงึ มีความสาคัญมาก ทง้ั นี้เพอื่ สรา้ งบรรยากาศและแรงจงู ใจผู้เรียนใหเ้ กดิ ความอยากเรยี นรู้และ
เพอ่ื เปน็ แหล่งศกึ ษาค้นคว้าหาความร้ขู องผู้เรียนไดต้ ามจดุ มุ่งหมาย สภาพแวดลอ้ มเพ่ือการเรยี นรูท้ งั้ มวลที่จัดขึ้นมา
เพอ่ื การเรยี นการสอนนั้น ก็คือ การเรียนการสอนนน่ั เอง
ความสาคญั ของส่ือการเรยี นการสอน
1. ช่วยใหค้ ุณภาพการเรยี นรู้ดีขึน้ เพราะมีความจรงิ จังและมคี วามหมายชัดเจนต่อผูเ้ รยี น
2. ชว่ ยให้นักเรียนร้ไู ดใ้ นปริมาณมากขึ้นในเวลาท่ีกาหนดไว้จานวนหน่งึ
3. ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นสนใจและมสี ่วนร่วมอย่างแข็งขันในกระบวนการเรียนการสอน
4. ชว่ ยใหผ้ เู้ รียนจา ประทบั ความรู้สกึ และทาอะไรเป็นเร็วขน้ึ และดีขนึ้
5. ชว่ ยสง่ เสริมการคดิ และการแกป้ ญ๎ หาในขบวนการเรยี นรู้ของนักเรยี น
6. ชว่ ยใหส้ ามารถเรยี นรูใ้ นสง่ิ ทีเ่ รยี นไดล้ าบากโดยการช่วยแก้ป๎ญหา หรอื ขอ้ จากัดตา่ ง ๆ ได้ดงั นี้
• ทาสง่ิ ทซ่ี บั ซอ้ นใหง้ า่ ยขน้ึ
• ทานามธรรมให้มีรปู ธรรมขึ้น
• ทาสง่ิ ที่เคลื่อนไหวเร็วให้ดชู ้าลง
• ทาส่ิงที่ใหญม่ ากใหย้ ่อยขนาดลง
147
• ทาสิ่งท่เี ลก็ มากใหข้ ยายขนาดขนึ้
• นาอดีตมาศึกษาได้
• นาสิ่งท่ีอยไู่ กลหรอื ลล้ี บั มาศึกษาได้
หลกั การผลติ สอ่ื การสอน
1. ตอ้ งออกแบบใหต้ รงกบั จดุ มงุ่ หมาย เหมาะสมกับผ้เู รยี น
2. ผลิตโดยคานงึ ถงึ ประโยชน์ที่จะนาไปใชง้ าน
3. สามารถนาไปใช้ไดง้ า่ ย วธิ กี ารใช้ไมย่ ุ่งยาก มีคูม่ ือประกอบการใชง้ าน
4. การสอ่ื บางประเภทไมจ่ าเป็นต้องแสดงรายละเอยี ดมากนกั
5. คานึงถงึ ความประหยัดทง้ั งบประมาณและเวลาใหเ้ หมาะสม
ข้ันที่ 5 วาจาไพเราะจบั ใจ (ว)
สมั มาวาจา คอื วาจาชอบ เว้นจาก วจีทจุ รติ 4
1. เว้นจากการพูดเท็จ พดู แตค่ าจริง ดารงคาสัตย์ มถี อ้ ยคาเปน็ หลักฐาน ควรเชื่อได้ ไม่พดู ลวงโลก
2. งดเว้นจากการพูดส่อเสียด ฟ๎งจากข้างนี้แล้วไม่ไปบอกขา้ งโนน้ เพ่ือให้คนหมู่น้แี ตกร้าวกัน หรือฟ๎งจาก
ข้างโน้น แลว้ ไม่มาบอกขา้ งน้ี เพ่ือให้คนหมูโ่ นน้ แตกรา้ วกนั สมานคนทแี่ ตกร้าวกนั แล้วบ้าง สง่ เสริมคนทีพ่ ร้อม
เพรียงกันแลว้ บ้าง ชอบคนผพู้ ร้อมเพรียงกัน ยนิ ดีในคนผ้พู ร้อมเพรยี งกนั เพลิดเพลนิ ในคนผ้พู รอ้ มเพรียงกนั กลา่ ว
แต่คาท่ีทาให้คนพร้อมเพรยี งกัน
3. งดเวน้ จากการพูดคาหยาบ กล่าวแตค่ าทีไ่ ม่มีโทษเพราะหู ชวนใหร้ ัก จบั ใจ เปน็ ของชาวเมือง คน
สว่ นมากรักใคร่พอใจ
4. งดเวน้ จากการพูดเพ้อเจ้อ พดู ถูกกาล พดู แต่คาที่เปน็ จริง พดู องิ อรรถ พดู อิงธรรม พูดองิ วินัย พูดแต่คา
มีหลักฐานมที ี่อ้าง มีท่ีกาหนด ประกอบด้วยประโยชน์ โดยกาลอนั ควร
วาจาสุภาษติ วาจาประกอบดว้ ยองค์ ๕ ประการ เปน็ วาจาสุภาษิต ไม่เป็นทุพภาษติ และเปน็ วาจาไม่มโี ทษ
วิญํูชนไม่ตเิ ตียน คือ วาจานั้นยอ่ มเปน็ วาจาท่ีกล่าวถูกกาล
เป็นวาจาท่กี ลา่ วเปน็ สัจ
เป็นวาจาที่กลา่ วอ่อนหวาน
เป็นวาจาทก่ี ลา่ วประกอบดว้ ยประโยชน์
เป็นวาจาทกี่ ล่าวด้วยเมตตาจิต
วาจาอนั ประกอบดว้ ยองค์ ๔ เป็น วาจาสุภาษิต ไมม่ ีโทษ และวิญํูชนไม่พึงตเิ ตียน
ยอ่ มกล่าวแต่คาท่ีเป็นสุภาษิต ไม่กล่าวคาทเี่ ป็นทุพภาษติ
ย่อมกล่าวคาทเ่ี ปน็ ธรรม ไม่กล่าวคาที่ไมเ่ ป็นธรรม
ยอ่ มกล่าวแต่คาอันเปน็ ท่รี กั ไม่กลา่ วคาอนั ไมเ่ ปน็ ที่รกั
ยอ่ มกล่าวแต่คาสตั ย์ ไม่กล่าวคาเหลาะแหละ
การพูดท่ีดี มีลกั ษณะสาคญั 5 ประการ คือ
1. มถี อ้ ยคาดี การพูดท่ีใช้ถอ้ ยคาดชี ว่ ยทาใหผ้ ู้ฟง๎ ช่ืนใจ ประกอบด้วย มีความไพเราะ พูดจาสุภาพ
ออ่ นหวาน มหี างเสยี ง ไม่กระโชกโฮกฮาก และไมข่ ู่ตะคอก เปน็ ความจริง
148
2. มีประโยชน์ แมส้ งิ่ ทีพ่ ดู เป็นความจริง แตต่ ้องพิจารณาว่าความจริงน้นั เมื่อพูดไปแล้วมีประโยชนด์ ้วย
ผู้ฟง๎ พอใจ ไม่ควรพูดให้ใครต้องเสียหาย ควรพูดไปแล้วให้เกดิ มติ รไมตรที ี่ดีตอ่ กัน
3. มคี วามเหมาะสม เหมาะสมกับกาลเวลา เหมาะสมกบั เทศะ เหมาะสมกับบุคคล
4. มีความมงุ่ หมาย การรู้ว่าพดู ทาไม เพอ่ื อะไร จะชว่ ยให้การพดู ได้เน้ือหาสาระไมเ่ สียเวลา
5. มีวาทศิลป์ เชน่ การใชส้ หี นา้ ท่าทาง น้าเสยี งและสายตา รวมทั้งใจจติ วิทยาในการพูดดว้ ย เวน้ วจี
ทจุ รติ ไม่พดู เท็จ ไมพ่ ูดคาหยาบ เพ้อเจ้อ และส่อเสยี ด
ข้ันท่ี 6 ยกย่องปลอบใจให้เป็น (ย)
หมายถงึ กลวธิ หี รือวธิ ีท่แี ยบคาย ผนู้ าท่ดี ีมีความปรารถนาอนั แรงกลา้ ทจ่ี ะนาพาผูต้ ามของเขาด้วย
คุณสมบตั ิ ทางด้านจติ ใจให้เป็นแบบอยา่ งถงึ วสิ ยั ทศั น์ท่ีชัดเจนถงึ ชีวิตทดี่ กี ว่าเดมิ ด้วยความแนว่ แนแ่ ละทะเยอะ
ทะยาน ผนู้ าทดี่ ีรูว้ ิธจี ดุ ประกายให้ผู้อื่นเพ่ิมประสทิ ธภิ าพได้สูงสุดและกระตุน้ ให้เขาเหลา่ น้นั บรรลุเปาู หมายของ
พวกเขาได้ พวกเขามภี าพทช่ี ัดเจนถึงอนาคตท่ีพวกเขาตอ้ งการและพวกเขามีความสามารถในการสื่อสารวสิ ยั ทศั นน์ ้ี
ไปยงั ผู้อนื่ ดว้ ยความเรา้ ใจ
สร้างกาลงั ใจ..ดว้ ยคาชมเชย
ในทางจติ วทิ ยาเคยมีการสารวจพบวา่ ทรพั ยส์ ินเงินทองกลับไมใ่ ช่สง่ิ ยอดปรารถนาของคนทวั่ ไป แต่เป็น
การไดร้ ับการยกย่องนับถือจากบคุ คลสะท้อนใหเ้ ห็นวา่ คนเราทกุ คนล้วนต้องการเปน็ คนสาคัญและได้รับการช่นื ชม
จากผ้อู ่นื อาจกล่าวไดว้ ่า เป็นธรรมชาตขิ องมนุษยท์ ี่ต้องการได้รบั คาชมเชย เม่ือทาบางสง่ิ บางอย่างได้ดี หรือ
ประสบความสาเร็จ อันจะทาใหเ้ ขาร้สู ึกภาคภูมใิ จ เกิดความมัน่ ใจในความสามารถของตนเองและมีกาลังใจทจี่ ะทา
ส่ิงนนั้ ต่อไปดังนน้ั ในฐานะผูน้ า ส่ิงหนึ่งทขี่ าดไม่ได้ หากต้องการสร้างทีมงานที่เข้มแข็ง มุ่งม่นั ทางานอยา่ งเต็มกาลงั
รว่ มผกู พนั อย่างเตม็ ใจ บรรลุเปูาหมายร่วมกัน น่นั คือ การกลา่ วชมเชยที่สาคัญ เราควรเรียนร้วู ่าจะเอย่ ชมเม่ือใด
และอยา่ งไรดว้ ย เพ่ือให้คาชมของเรานัน้ เกิดผลในเชิงบวกต่อทีมงาน ส่ิงที่เราควรเรียนรู้ ได้แก่
ชมเชยด้วยความจริงใจ
บุคคลหน่งึ กลา่ วจากประสบการณ์วา่ คาชมเชยทป่ี ราศจากความจรงิ ใจน้นั แย่เสียย่ิงกว่าไมพ่ ูดอะไรเลย
เสยี อกี คากลา่ วนเี้ ปน็ จริงอย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะคนรับยอ่ มสมั ผัสได้ถึงความจริงใจ ดังนน้ั เราจึงควรชม
ผรู้ ว่ มงานออกมาด้วยความจรงิ ใจ ควรเอย่ ชมทีมงานตามความเป็นจริง ตามที่เขาควรจะได้รับเท่าน้ัน มใิ ชเ่ สแสรง้
หรือเพ่ือหวงั ผลประโยชนบ์ างอย่าง
ชมเชยสง่ิ ดีทีไ่ ดท้ า แม้เล็กน้อย
เราตอ้ งคิดไว้เสมอวา่ ทุกคนย่อมมบี างส่งิ บางอย่างท่เี ราสามารถเอ่ยชมเขาได้ แมเ้ ป็นสง่ิ เล็กน้อยก็ตาม เมื่อ
เราทีมงานกระทาสิง่ ดี มีนิสยั สว่ นตวั ทด่ี ีท่ีได้แสดงออก เช่น ความมีน้าใจต่อเพื่อนรว่ มงาน การเสียสละเวลาส่วนตัว
เพอ่ื ไปชว่ ยเหลืองานภาพรวมขององค์กร เปน็ ต้น เราไม่ควรละเลยท่ีจะเอ่ยชม เพื่อเป็นกาลงั ใจใหก้ ระทาสงิ่ นัน้
ต่อไป
ชมเชยอยา่ งยตุ ธิ รรม
149
เมื่อผรู้ ว่ มงานของเรากระทาสิ่งดี มคี า่ แก่การชมเชย เราควรให้เกยี รตเิ ขาดว้ ยการชน่ื ชมอยา่ งเปดิ เผยต่อ
หนา้ เพอ่ื นร่วมงาน ซึ่งนอกจากจะเปน็ การใหเ้ กียรติแลว้ ยงั เป็นการชว่ ยใหท้ มี งานคนอื่น ๆ ไดเ้ ห็นแบบอย่างการ
กระทาทีน่ า่ ยกย่อง และเรียนรทู้ จี่ ะกระทาตามบา้ ง
อย่างไรก็ตาม ส่ิงท่ีต้องระวังสาหรับผู้นาคอื เราจาเปน็ ต้องชมเชยใหท้ ่ัวถึง ไม่เพียงเลือกชมเพียงบางคน แต่
ต้องคดิ ว่า แต่ละคนนัน้ ต่างมสี ่วนดที ี่เราสามารถชมเชยเขาไดเ้ สมอ เพ่ือให้เกิดความรสู้ ึกวา่ เราในฐานะหัวหนา้ มี
ความยุติธรรม ไมล่ าเอยี ง เพราะหากหวั หน้าเลอื กชมบางคน จะทาใหค้ นทไ่ี มเ่ คยไดร้ ับคาชมเชยเลยนน้ั เกดิ
ความรสู้ กึ ท้อแท้ใจ รสู้ กึ ไม่มีคุณค่าในสายจากหัวหนา้ งาน เกิดความร้สู ึกหมดกาลงั ใจในการทางานใหด้ ตี ่อไป
อย่าประหยดั คาชม แต่ไม่พร่าเพรือ่
ครไู ม่ควรย้งั ปากของเราในการเอย่ ชมเชยผู้เรียน เมอื่ เห็นเขาทาบางสิ่งได้ดหี รอื ทาสงิ่ ที่มีค่าควรแก่การชม
อยา่ ประหยัดคาพดู ชมเชยเพราะคิดว่าเขารแู้ ล้ว หรอื เกรงว่า หากชมมาก ๆ อาจทาใหไ้ ดใ้ จ หยิง่ ทะนง คดิ ว่าตนดี
หรือเก่งกว่าผอู้ ื่น ในทางกลบั กนั เราต้องตระหนักวา่ คนที่ตง้ั ใจทางาน แต่ไม่มใี ครชมเขา ยอ่ มเทา่ กบั เปน็ การสรา้ ง
ความรสู้ ึกท้อแท้ใจ หรอื รสู้ ึกขาดความมัน่ ใจในสิง่ ท่ีทา หรือบางคนอาจไมร่ ู้ตวั เลยวา่ เขามีสง่ิ ดีทค่ี วรค่าแก่การได้รบั
คาชม จนกระท่ังไดย้ นิ จากปากของเรา ขณะเดียวกัน เราไม่ควรชมคนอย่างพร่าเพรื่อ เพราะนอกจากจะก่อใหเ้ กดิ
ความเคอะเขนิ แก่ผู้รับแล้ว ยงั อาจก่อให้เกิดความราคาญ เกิดความร้สู ึกว่าไมจ่ ริงใจก็ได้ เราควรรู้จกั ขอบเขตของคา
ชมเชย นน่ั คือ เอ่ยคาชมหรอื แสดงความชืน่ ชมเทา่ ทเ่ี ขาจะรู้และสัมผสั ไดเ้ ท่านนั้
คาชมเชยเปรยี บได้กบั กระจกสะท้อนคณุ ค่าใหผ้ อู้ นื่ เห็นคุณความดที เ่ี ขามหี รอื ท่เี ขาไดท้ า เพ่ือเป็นกาลังใจ
ใหเ้ ขามงุ่ มน่ั ทาสิง่ นน้ั ต่อไป
สุขวาทะ เร่อื ง นยิ มชมเชย ช้ใี ห้เหน็ ถงึ ความสาคัญของการพูดชมเชยผูอ้ ่ืนเม่ือเขากระทาส่งิ ท่ดี ี
คากลา่ วชมเชยของเราในฐานะ ครูผูส้ อนน้นั ย่อมเปน็ เหมือนรางวลั อันมีค่า ช่วยสรา้ งแรงจงู ใจและเพ่ิมพลังท่ชี ว่ ยให้
เกดิ กาลังใจใหผ้ ู้เรยี นที่ได้รับคาชมจากเรานนั้ ทมุ่ เททางานอย่างเตม็ ท่ี เต็มกาลังความสามารถต่อไป
.........................................................................
150
บทท่ี 3
สรปุ ผลการประเมนิ ตนเอง และแนวทางการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา
จากผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา สามารถสรุปผลการประเมินตนเองในภาพรวมของสถานศึกษา
ตามมาตรฐานการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ดงั น้ี
มาตรฐานการศกึ ษา คะแนนจากผลการประเมินคณุ ภาพ รวม
แต่ละประเภท คะแนนทไี่ ด้
ด้านท่ี 1 ด้านท่ี 2 ดา้ นที่ 3 คณุ ภาพ ระดบั
คณุ ภาพของ คณุ ภาพการจดั การบริหารจัดการ คณุ ภาพ
ผเู้ รียน การศึกษา ของสถานศึกษา
คะแนนเต็ม 50 คะแนน 20 คะแนน 30 คะแนน 100 คะแนน
มาตรฐานการศึกษา 46.80 20 29.40 96.20 ยอดเย่ยี ม
นอกระบบ ระดบั การศึกษา
ขน้ั พืน้ ฐาน
มาตรฐานการศึกษา 50.00 20.00 29.40 99.40 ยอดเยยี่ ม
ต่อเนือ่ ง
มาตรฐานการศึกษา 50.00 19.45 29.40 98.85 ยอดเย่ยี ม
ตามอธั ยาศัย
คะแนนเฉล่ยี จากผลการประเมินตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษา 98.15 ยอดเย่ียม
หมายเหตุ
สาหรับคะแนนท่ีจะกรอกลงในช่อง “คะแนนผลการประเมินคุณภาพ ด้านท่ี 3 คุณภาพการบริหารจัดการของสถานศึกษา”
ให้นําคะแนนจากผลการประเมินคุณภาพด้านการบริหารจัดการของสถานศึกษา ที่ประเมินไว้ในบทท่ี 2 ไปใส่ในช่อง
“คะแนนผลการประเมินคุณภาพ ด้านท่ี 3 คุณภาพการบริหารจัดการของสถานศึกษา” ในมาตรฐานการศึกษาแต่ละ
ประเภท (ใชค้ ะแนนเดียวกนั ) เนอ่ื งจากเปน็ มาตรฐานท่ีใชป้ ระเดน็ การพิจารณารว่ มกนั ในทกุ ประเภทการศึกษา
ท้ังน้ี จากการสรุปผลการประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา เม่ือนา
คะแนนเฉลี่ยจากทุกมาตรฐานท่ีได้ในภาพรวม ไปเทียบกับเกณฑ์ระดับคุณภาพ พบว่า สถานศึกษามีผลการ
ประเมินตนเองในภาพรวม อยู่ในระดับยอดเย่ียม มีคะแนนรวมเท่ากับ 98.15 คะแนน และเม่ือพิจารณาผล
การประเมนิ ตนเองตามมาตรฐานการศกึ ษาแต่ละประเภท สามารถสรปุ ผลการประเมินตนเอง ได้ดงั นี้
151
สรุปผลการประเมินตนเอง ประเภทการศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน
ระดับคณุ ภาพจากผลการประเมนิ คุณภาพ
จากการประเมินตนเองของสถานศึกษา สามารถสรุปไดว้ ่า สถานศึกษามีคุณภาพตามมาตรฐาน
การศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาข้ันพื้นฐาน อยใู่ นระดับยอดเย่ยี ม
ผลการดาํ เนนิ งาน ร่องรอย และหลักฐานทสี่ นบั สนุนผลการประเมินคุณภาพ
ดา้ นคุณภาพของผู้เรียนการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน
จากผลการจดั การศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐานของสถานศึกษา พบว่าผู้เรียนการศึกษา
นอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐานมผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนอย่ใู นเกณฑ์ที่สูงกว่าระดับท่ีสถานศึกษากาหนดไว้ มี
ความสามารถในการอ่าน การเขียน การสร้างสรรค์ผลงาน ช้ินงาน หรือนวัตกรรม การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล มี
พฤติกรรม คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะที่ดีเป็นไปตามท่ีหลักสูตรสถานศึกษานอกระบบระดับ
การศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 กาหนด มีจิตอาสา และเคารพในกฎกติกาบนหลักประชาธิปไตย ภูมิใจใน
ทอ้ งถ่ิน เหน็ คุณคา่ ของความเปน็ ไทย มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ วัฒนธรรม ประเพณี รวมท้ังภูมิป๎ญญาไทยสามารถ
อยู่และทางานร่วมกับผู้อื่นบนพ้ืนฐานความแตกต่างระหว่างบุคคลในด้านเพศ อายุ เช้ือชาติ ศาสนา ภาษ า
วัฒนธรรม ประเพณี โดยปราศจากความขัดแย้ง แสดงออกทางพฤติกรรม มีกริยาที่เหมาะสม ถูกกาลเทศะ มีสุข
ภาวะทางกาย และสุนทรียภาพ หรือมีคุณลักษณะที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ที่สถานศึกษากาหนด โดยไม่ขัดต่อ
กฎหมายและวัฒนธรรมที่ดีงาม รวมถึงความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ แลกเปลี่ยนความ
คิดเห็น ความสามารถในการนาความรู้ทักษะพ้ืนฐานไปใช้หรอื ประยุกต์ใช้และสามารถทางานรว่ มกบั ผ้อู น่ื ได้
ด้านคุณภาพการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ
สถานศึกษามีการประชุม วางแผน สารวจข้อมูลความต้องการของชุมชนเพื่อวิเคราะห์เป็นข้อมูลพื้นฐาน และมี
กระบวนการในการส่งเสริม พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาอย่างเป็นระบบถูกต้องตามหลักวิชาการ มีความสอดคล้อง
กับหลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน มีคุณภาพ มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพป๎ญหา
และความต้องการของกลุ่มเปูาหมาย รวมถึงนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด โดยผ่านความเห็นชอบจาก
คณะกรรมการสถานศึกษา เพ่ือใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และ
คณุ ลกั ษณะตามทห่ี ลกั สูตรกาหนดไว้ โดยมีองค์ประกอบที่สาคัญครบถ้วน ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย หลักการ
จุดหมายของหลกั สูตร กลุม่ เปูาหมาย โครงสร้างหลักสูตร ระยะเวลาเรยี น วิธีการจัดการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้
การวัดและประเมินผล การจบหลักสูตร นอกจากนั้นสถานศึกษามีการจัดอบรมพัฒนาครู และส่งเสริมให้ครูเข้ารับ
การพัฒนาด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ ทาให้ครูการศึกษาข้ันพ้ืนฐานมีกระบวนการในการออกแบบและจัด
กระบวนการเรียนรู้รายวิชาหรือหน่วยการเรียนรู้ ที่ให้ความสาคัญกับความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียนโดย
ก่อนเปิดภาคเรียนครูวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล จากข้อมูลประวัติของผู้เรียน การสัมภาษณ์พูดคุยกับผู้เรียน
และการสังเกตจากผู้เรียนรายบุคคล และนาข้อมูลมาจัดทาแผนการเรยี นรู้ ให้ตรงตามความตอ้ งการของผู้เรยี น
ดา้ นคณุ ภาพการบริหารจดั การของสถานศึกษา สถานศึกษามีการกาหนดเปูาหมาย วิสัยทัศน์ พันธ
กิจ อัตลักษณ์ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา แผนปฏิบัติการประจาปี พ.ศ.2565 หลักสูตรสถานศึกษาท่ี
152
สอดคล้องกบั บริบทของสถานศกึ ษา ความตอ้ งการของชมุ ชน ทอ้ งถ่ิน และสอดคล้องตามนโยบายของหน่วยงานต้น
สังกัด ที่เน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากรในสถานศึกษา ซึ่งได้มีการเสนอแผนปฏิบัติการประจาปี พ.ศ.2565 แก่
คณะกรรมการสถานศึกษาในการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา เพ่ือพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะก่อนที่จะ
นาไปใช้ต่อไป อีกทั้งสถานศึกษายังมีการส่งเสริมสนับสนุนบุคลากรของสถานศึกษาให้ได้รับการพัฒนาจาก
หน่วยงานภายในหรือภายนอกสังกัดสานักงาน กศน.และบุคลากรทุกคนได้รับการพัฒนาในเรื่องท่ีเกี่ยวข้องกับการ
จัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน หรือการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าท่ีแล้วมีการนาความรู้ท่ีได้รับไปใช้หรือประยุกต์ใช้ใน
การจัดกระบวนการเรียนรู้ หรือการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ รวมถึงบุคลากรของสถานศึกษามีความรู้
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพ่ือการจัดกระบวนการเรียนรู้ หรือการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าท่ีได้อย่าง
เหมาะสม มีการนเิ ทศ ติดตามจากผูบ้ ังคบั บัญชา พร้อมใหข้ อ้ เสนอแนะเกี่ยวกับการจัดกระบวนการการเรียนรู้ หรือ
การปฏบิ ตั งิ านตามบทบาทหนา้ ที่
แนวทางการพัฒนาคณุ ภาพ
1. สถานศึกษาควรจดั ให้ผู้เรียนไดร้ บั การส่งเรมิ ในดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยีดิจิทัล
2. สถานศกึ ษาควรจดั ให้ผู้เรยี นได้รบั การส่งเสรมิ ใหม้ สี ุขภาวะทางกาย และสุนทรียภาพมากขึน้
3. สถานศกึ ษาควรดาเนินการประเมนิ หลกั สตู ร เพอ่ื ปรบั ปรงุ พฒั นาหลกั สตู รอยา่ งต่อเนอ่ื ง
4. สถานศกึ ษาควรพัฒนาหลกั สูตรใหส้ อดคล้องกับความตอ้ งการของชมุ ชน ควรมกี ารประเมินคุณภาพของ
หลกั สตู ร
ความตอ้ งการการสง่ เสรมิ สนบั สนุนจากหนว่ ยงานตน้ สงั กดั
ต้นสังกัดควรมีการส่งเสริมให้ครู มีความรู้เก่ียวกับการวิจัยทาวิจัยในช้ันเรียน โดยจัดอบรมพัฒนาครูให้มี
ความรู้ที่จะนาผลการวิจัยมาแก้ป๎ญหา และพัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน พัฒนาสื่อการเรียนรู้เพ่ือให้การ
จัดการเรียนรูม้ ปี ระสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล
สรุปผลการประเมินตนเอง ประเภทการศึกษาต่อเนอื่ ง
ระดบั คณุ ภาพจากผลการประเมนิ คณุ ภาพ
จากการประเมินตนเองของสถานศึกษา สามารถสรปุ ไดว้ า่ สถานศึกษามีคุณภาพตามมาตรฐานการศกึ ษา
ตอ่ เนอ่ื ง อยใู่ นระดบั ยอดเยย่ี ม
ผลการดําเนินงาน ร่องรอย และหลักฐานทสี่ นับสนุนผลการประเมินคุณภาพ
ด้านคุณภาพของผเู้ รยี นการศกึ ษาต่อเนอ่ื ง
จากผลการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องของสถานศึกษา พบว่าผู้เรียนการศึกษา
ต่อเนื่อง สามารถเข้าร่วมกระบวนการจัดการเรียนรู้ท่ีเป็นไปตามตามแผนการจัดการเรียนรู้ในแต่ละหลักสูตรได้
สามารถผ่านกระบวนการวัดและประเมินผลจนมีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถจบการศึกษาตามหลักสูตร ใน
153
หลกั สตู รการพัฒนาอาชีพ หลักสูตรการพัฒนาทักษะชีวิตและการพัฒนาสังคมชุมชนผู้จบหลักสูตรร้อยละ 100 นา
ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพพัฒนาอาชีพ ตลอดจนต่อยอดด้านการพัฒนาทักษะชีวิตพัฒนาสังคม
ชุมชน หรือประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจาวนั
ด้านคุณภาพการจัดการเรียนรู้การศึกษาต่อเนื่อง สถานศึกษามีการจัดหา และพัฒนาหลักสูตร
การศึกษาต่อเน่ืองท่ีมีความหลากหลายเป็นไปตามบริบท และความต้องการของกลุ่มเปูาหมายซึ่งสถานศึกษามี
หลกั สตู รการศกึ ษาตอ่ เน่ือง จานวนทั้งหมด 13 หลักสตู รทีน่ ามาใช้ในปี งบประมาณ 2565 เช่น หลักสูตรทอเสื่อกก
หลักสูตรการทาแคปหมู หลักสูตรทอผ้าพื้นเมือง เป็นต้น ซ่ึงสถานศึกษาสามารถนาหลักสูตรการศึกษาต่อเน่ืองแต่
ละหลักสูตรไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่กลุ่มเปูาหมายได้ โดยใช้วิทยากรหรือผู้จัดการ เรียนรู้ท่ีมีความรู้
ความสามารถตรงตามหลักสูตร และสามารถจัดการเรียนรู้ให้เป็นไปตามแผนการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม
และจัดให้มีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของแต่ละหลักสูตร ส่งผลให้ผู้เรียน
การศกึ ษาต่อเน่อื งจบการศกึ ษาตามหลักสูตรเฉลี่ยไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของจานวนผเู้ รียน
ด้านคุณภาพการบริหารจัดการของสถานศึกษา สถานศึกษามีการกาหนดเปูาหมาย วิสัยทัศน์ พันธ
กิจ อัตลักษณ์ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา แผนปฏิบัติการประจาปี พ.ศ.2565 หลักสูตรสถานศึกษาท่ี
สอดคล้องกับบรบิ ทของสถานศึกษา ความต้องการของชมุ ชน ทอ้ งถ่นิ และสอดคล้องตามนโยบายของหน่วยงานต้น
สังกัด ที่เน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากรในสถานศึกษา ซ่ึงได้มีการเสนอแผนปฏิบัติการประจาปี พ.ศ.2565 แก่
คณะกรรมการสถานศึกษาในการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา เพ่ือพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะก่อนท่ีจะ
นาไปใช้ต่อไป อีกทั้งสถานศึกษายังมีการส่งเสริมสนับสนุนบุคลากรของสถานศึกษาให้ได้รับการพัฒนาจาก
หน่วยงานภายในหรือภายนอกสังกัดสานักงาน กศน.และบุคลากรทุกคนได้รับการพัฒนาในเรื่องท่ีเกี่ยวข้องกับการ
จัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน หรือการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าท่ีแล้วมีการนาความรู้ท่ีได้รับไปใช้หรือประยุกต์ใช้ใน
การจัดกระบวนการเรียนรู้ หรือการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าท่ี รวมถึงบุคลากรของสถานศึกษามีความรู้
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพ่ือการจัดกระบวนการเรียนรู้ หรือการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ได้อย่าง
เหมาะสม มีการนเิ ทศ ติดตามจากผบู้ ังคบั บัญชา พร้อมให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดกระบวนการการเรียนรู้ หรือ
การปฏิบัตงิ านตามบทบาทหน้าท่ี
แนวทางการพัฒนาคุณภาพ
1. สถานศกึ ษาควรมีสอื่ การเรียนการสอนที่หลากหลายและเทคนคิ วิธีการใหม่ๆมาช่วยในการจัด
กระบวนการเรยี นรู้
2. สถานศึกษาควรเพิ่มหลักสตู รใหม้ ีความหลากหลายตรงตามความต้องการของผู้เรยี น และทันสมยั
สามารถนาไปประกอบอาชพี หรือใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้มากที่สดุ
ความต้องการการสง่ เสรมิ สนบั สนุนจากหนว่ ยงานตน้ สังกัด
ต้นสังกัดควรส่งเสริมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีการทบทวนหลักสูตรโดยนาป๎ญหา อุปสรรค ปรับปรุงเน้ือหา
หลกั สูตรให้ทันต่อการเปล่ียนแปลงในยุคป๎จจบุ ัน
154
สรุปผลการประเมินตนเอง ประเภทการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
ระดบั คุณภาพจากผลการประเมนิ คณุ ภาพ
จากการประเมินตนเองของสถานศึกษา สามารถสรุปไดว้ า่ สถานศกึ ษามีคุณภาพตามมาตรฐานการศกึ ษา
ตามอธั ยาศยั อยู่ในระดับยอดเย่ียม
ผลการดาํ เนนิ งาน ร่องรอย และหลักฐานทส่ี นับสนุนผลการประเมนิ คุณภาพ
ดา้ นคุณภาพของผู้รับบริการการศกึ ษาตามอัธยาศยั
จากผลการจัดกาศึกษาตามอัธยาศัยของสถานศึกษาผู้รับบริการ มีความรู้ทักษะประสบการณ์
สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย ผู้รับบริการ การศึกษาตามอัธยา ศัยของ
สถานศึกษา ได้เข้าร่วมกิจกรรมโครงการตามแผนกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย โดยได้กาหนดวัตถุประสงค์ของ
โครงการและกิจกรรมไว้อยา่ งชัดเจน รอ้ ยละของผูร้ ับบรกิ ารทเี่ ข้ารว่ มโครงการกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย ร้อย
ละ 100 และผูเ้ ข้าร่วมโครงการกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศยั มีความรูท้ กั ษะประสบการณ์เป็นไปตามวัตถุประสงค์
ของโครงการกจิ กรรมการศกึ ษาตามอัธยาศัยทกุ คน
ด้านคุณภาพการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อาเภอมหาชนะชัย มีการสารวจความต้องการของกลุ่มเปูาหมายในชุมชน จัดกิจกรรมตามแผนปฏิบัติการประจาปี
2565 ของสถานศึกษา จัดทารายงานสรุปผลการจัดโครงการกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัย โดยมีชิ้นงาน หรือ
ผลงานของผรู้ ับบริการการศึกษาตามอธั ยาศัย สือ่ ท่ีใชใ้ นการจดั กจิ กรรม เช่น
-แผน่ พับใหค้ วามรเู้ รื่อง Covid-19
-ประชาสัมพันธ์ความรูเ้ ทศกาลและวันสาคญั ต่างๆ
-หนงั สอื E-Book
-นิทรรศการออนไลน์ เชน่ นทิ รรศการออนไลนเ์ ฉลมิ พระเกียรตสิ มเดจ็ พระกนิษฐาธริ าชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารกี ิจกรรมสง่ เสริมการอ่าน ด้วย Google Forms พรอ้ มมอบ
เกียรตอิ อนไลน์ เช่น วันวิสาขบูชา และวนั สาคญั ต่าง ๆ กจิ กรรมการศึกษาตามอัธยาศัยเพ่อื ให้เกดิ ประโยชนก์ ับ
ชมุ ชน กศน.ตาบลท้งั 10 ตาบล ไปใชใ้ นการจดั กจิ กรรม มีการจดั หาสอื่ หรอื นวตั กรรม และจดั สภาพแวดลอ้ มท่เี อ้อื
ต่อการเรยี นรู้
ดา้ นคุณภาพการบรหิ ารจดั การของสถานศึกษา สถานศึกษามีการกาหนดเปูาหมาย วิสัยทัศน์ พันธ
กิจ อัตลักษณ์ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา แผนปฏิบัติการประจาปี พ.ศ.2565 หลักสูตรสถานศึกษาท่ี
สอดคลอ้ งกบั บริบทของสถานศกึ ษา ความต้องการของชุมชน ท้องถน่ิ และสอดคล้องตามนโยบายของหน่วยงานต้น
สังกัด ที่เน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากรในสถานศึกษา ซ่ึงได้มีการเสนอแผนปฏิบัติการประจาปี พ.ศ.2565 แก่
คณะกรรมการสถานศึกษาในการประชุมคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะก่อนที่จะ
นาไปใช้ต่อไป อีกท้ังสถานศึกษายังมีการส่งเสริมสนับสนุนบุคลากรของสถานศึกษาให้ได้รับการพัฒนาจาก
หนว่ ยงานภายในหรือภายนอกสังกัดสานักงาน กศน.และบุคลากรทุกคนได้รับการพัฒนาในเร่ืองที่เกี่ยวข้องกับการ
จัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน หรือการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่แล้วมีการนาความรู้ที่ได้รับไปใช้หรือประยุกต์ใช้ใน
การจัดกระบวนการเรียนรู้ หรือการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าท่ี รวมถึงบุคลากรของสถานศึกษามีความรู้
ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพ่ือการจัดกระบวนการเรียนรู้ หรือการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ได้อย่าง
เหมาะสม มีการนเิ ทศ ติดตามจากผู้บังคบั บัญชา พร้อมให้ขอ้ เสนอแนะเก่ียวกับการจัดกระบวนการการเรียนรู้ หรือ
การปฏบิ ัตงิ านตามบทบาทหน้าที่
155
จดุ ท่ีควรพฒั นา
1. ควรมีการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางกายภาพภายในและภายนอก ปรับปรงุ พฒั นาอาคารหอ้ งสมดุ
ประชาชน และกศน.ตาบล ใหม้ คี วามเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการเปลีย่ นแปลงทกี่ ้าวสสู่ ังคมแห่งการ
เรียนรู้โลกอินเตอรเ์ นต็ ไรพ้ รมแดน และควรจดั หาสอื่ อิเล็กทรอนกิ ส์ท่หี ลากหลายไว้บรกิ ารประชาชนทมี่ าใช้บริการ
ได้สบื คน้ ข้อมูลทหี่ ลากหลาย ควรเพ่ิมมุมผักผอ่ นทง้ั ภายในและภายนอกหอ้ งสมุดประชาชน และกศน.ตาบล
2. ควรส่งเสรมิ ให้มีการศึกษาและดูงานของเจ้าหนา้ ทบี่ รรณารักษ์และครู กศน. ระหว่างอาเภอหรือระหวา่ ง
จังหวดั เพือ่ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ใหก้ ารจัดการศกึ ษาตามอธั ยาศัยสนองต่อการเปล่ยี นแปลงของสังคมโลกยุค
ดจิ ิทลั
ขอ้ เสนอแนะ
สถานศกึ ษามีความต้องการให้ตน้ สงั กัด จัดอบรมพัฒนาผู้จดั การศึกษาตามอัธยาศยั ให้มีความต่อเนื่อง
เพอื่ ให้มคี วามรู้ ทักษะในการจดั การศกึ ษาที่เหมาะสมสอดคลอ้ งกับสถานการณ์ในปจ๎ จุบันโดยเฉพาะการใช้
เทคโนโลยีดิจทิ ัล เพ่ือเพ่ิมช่องทางการสง่ เสริมการอา่ นใหม้ ีประสทิ ธิภาพ
ภาคผนวก ก
เอกสารแนบท้าย หมายเลข 1 : ประเด็นการพิจารณาท1ี่ .1 ผเู้ รยี นการศึกษาขน้ั พ้นื ฐานมี
ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนทีด่ ีสอดคล้องกบั หลกั สูตรสถานศึกษา
เอกสารแนบทา้ ยหมายเลข 2 : ประเด็นพจิ ารณา1.2 ผู้เรียนการศึกษาข้ันพ้ืนฐานมีคุณธรรม
จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะทด่ี ตี ามที่สถานศึกษากาหนด
เอกสารแนบท้ายหมายเลข 3 : ประเดน็ พจิ ารณา 1.3 ผเู้ รียนการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน มคี วาม
สามารถในการคดิ วิเคราะห์ คิดอยา่ งมีวิจารณญาณ และแลกเปลีย่ นความคิดเห็นร่วมกับผู้อื่น
เอกสารแนบทา้ ยหมายเลข 4 :ประเด็นพจิ ารณา 1.4 ผู้เรยี นการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน
มคี วามสามารถในการสร้างสรรคง์ าน ชิน้ งาน หรือนวัตกรรม
เอกสารแนบท้ายหมายเลข 5 : ประเด็นพิจารณาที่ 1.5 ผู้เรียนการศึกษาข้ันพื้นฐาน
มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทลั
เอกสารแนบท้ายหมายเลข 6 : ประเด็นการพิจารณาที่ 1.6 ผูเ้ รยี นการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน
156
มสี ุขภาวะทางกาย และสุนทรยี ภาพ
เอกสารแนบทา้ ยหมายเลข 7 : ประเด็นการพิจารณาที่ 1.7 ร้อยละของผู้เรยี นท่ีมี
ความสามารถในการอา่ น การเขียนภาษาไทย เพ่ือการสื่อสารทเี่ ป็นไปตามเกณฑ์
ในแต่ละระดับชนั้
เอกสารแนบทา้ ยหมายเลข 8 ประเด็นการพิจารณาที่ 1.8 ผู้จบการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานนาความรู้
ทกั ษะพน้ื ฐานทไี่ ด้รบั ไปใชห้ รือประยุกต์ใช้
เอกสารแนบท้ายหมายเลข 9 : มาตรฐานการศกึ ษาตอ่ เนื่อง
ประเดน็ การพจิ ารณาที่ 1.1 ผู้เรียนการศกึ ษาต่อเน่อื งมีความรู้ ความสามารถ และหรอื ทักษะ
และหรอื คณุ ธรรมเป็นไปตามเกณฑ์การจบหลกั สูตร
เอกสารแนบท้ายหมายเลข 10 ประเด็นการพิจารณา ที่ 1.2 ผ้จู บหลักสตู รการศกึ ษาตอ่ เน่อื ง
สามารถนาความรู้ทไี่ ด้ไปใช้หรอื ประยุกต์ใช้ บนพน้ื ฐานค่านยิ มรว่ มของสังคม
เอกสารแนบท้ายหมายเลข 11 ประเดน็ การพิจารณาที่ 1.3 ผ้จู บหลกั สตู รการศกึ ษาต่อเนื่องท่ี
นาความรไู้ ปใช้จนเหน็ เป็นประจกั ษ์หรือตัวอย่างท่ดี ี
คา่ เปาู หมายเพอ่ื ใช้ในการประเมินคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามมาตรฐาน
ประกาศใช้มาตรฐานการศกึ ษาของสถานศึกษาเพือ่ การประกนั คุณภาพภายใน
ของสถานศึกษาการศึกษาของสถานศึกษา
คาสั่งแตง่ ตง้ั คณะกรรมการประเมินตนเองของสถานศึกษา
เอกสารแนบท้ายหมายเลข 1 : ประเด็นการพจิ ารณาที่ 1.1 ผู้เรยี นการศึกษาข้นั พ้ืนฐานมผี ลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี นท่ดี ีสอดคล้องกับหลักสตู รสถานศกึ ษา
ระดบั /สาระการเรียนรู้ ค่าเปูาหมาย ค่าเฉล่ยี ของคะแนนสอบ ผลการเปรียบเทยี บกับค่า
ทดสอบระดับชาติ เปูาหมาย
ประถมศึกษา
1. ทกั ษะการเรียนรู้ (N-NET) ของสถานศึกษา 2/2564 1/2565
2. ความรู้พ้นื ฐาน
3. การประกอบอาชพี 2/2564 1/2565
4. ทักษะการดาเนินชีวติ
5. การพฒั นาสงั คม 45.95 48.33 61.21 สงู กว่า สงู กว่า
มธั ยมศกึ ษาตอนต้น 55.75 50.63 71.17 ต่ากว่า สงู กว่า
1. ทักษะการเรยี นรู้ 52.49 39.58 58.64 ต่ากว่า สูงกวา่
2. ความรพู้ ้ืนฐาน 51.96 76.67 72.12 สงู กวา่ สูงกว่า
3. การประกอบอาชพี 60.52 59.17 46.67 ต่ากว่า ต่ากว่า
4. ทักษะการดาเนินชวี ติ
5. การพัฒนาสังคม 38.41 33.27 43.91 ตา่ กวา่ สูงกว่า
มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 33.76 32.57 48.26 ต่ากวา่ สงู กวา่
35.95 33.90 45.67 ต่ากวา่ สูงกว่า
42.97 37.74 41.09 ต่ากวา่ ต่ากว่า
35.59 27.88 40.94 ตา่ กว่า สงู กวา่
157
1. ทกั ษะการเรยี นรู้ 30.66 45.30 30.76 สูงกวา่ สงู กว่า
สงู กวา่ สงู กว่า
2. ความรพู้ ื้นฐาน 30.29 47.94 38.99 ต่ากว่า ตา่ กวา่
สูงกว่า ต่ากว่า
3. การประกอบอาชีพ 37.92 35.89 31.64 สงู กวา่ สูงกว่า
6*100/15 11*100/15
4. ทกั ษะการดาเนนิ ชวี ติ 43.26 43.27 39.55 =40 =73.33
5. การพฒั นาสังคม 31.37 42.17 45.27
คานวณร้อยละของจานวนสาระการเรยี นรูท้ ่ีมคี ะแนนเฉลยี่ ผลการทดสอบระดบั ชาติ
(N-Net) เทา่ กับหรอื สงู กว่าคะแนนผลสมั ฤทธทิ์ สี่ ถานศึกษาตั้งค่าเปูาหมายไวใ้ นแต่
ละภาคเรียน รวม 2 ภาคเรียน
คานวณร้อยละเฉล่ียในภาพรวม ท้งั ปงี บประมาณ 40+73.33/2=56.66
เอกสารแนบทา้ ยหมายเลข 2 : ประเด็นพจิ ารณา 1.2 ผู้เรียนการศึกษาขน้ั พน้ื ฐานมีคุณธรรม จรยิ ธรรม
คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะที่ดีตามท่สี ถานศกึ ษากําหนด สถานศึกษามีผเู้ รยี นทผ่ี า่ นการประเมินคณุ ธรรม
จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะทด่ี ีตามทสี่ ถานศกึ ษากาํ หนด ในระดับดีขึ้นไป โดยมจี ํานวนไมน่ อ้ ยกว่าร้อย
ละ 80 ของจาํ นวนผ้เู รียน (10 คะแนน)
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอมหาชนะชัย ได้มีการประเมินคุณธรรม
จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะท่ีดีตามที่สถานศึกษากาหนด ในระดับดีขึ้นไป โดยมีจานวนไม่น้อยกว่าร้อยละ
80 ของจานวนผเู้ รยี น ดังนี้
1.) ผู้เรียนการศึกษาข้ันพื้นฐานมีคุณธรรมพิจารณาจากสถานศึกษามีการประเมินคุณธรรมและ
คุณลกั ษณะที่พึงประสงคข์ องผู้เรียนอยใู่ นระดับดมี าก โดยสถานศึกษาได้ดาเนินการประเมินคุณธรรมของนักศึกษา
ท่ลี งทะเบยี น ในภาคเรียนท่ี 2/2564 และภาคเรียนที่ 1/2565
2) ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอมหาชนะชัย ใช้แบบประเมิน
คุณธรรมของผเู้ รยี นรายบุคคลในการประเมินทุกภาคเรียน ท้ังวิธีการสังเกตจากครูผู้สอนและบันทึกพฤติกรรมโดย
ใชแ้ บบประเมนิ คุณธรรมตามพฤติกรรมบ่งชี้รายภาคเรยี นเป็นเคร่ืองมือในการบันทึกการทากจิ กรรมของผูเ้ รยี น
3) ครูจัดการเรียนการสอนโดยการสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมอันพึงประสงค์โดย
บรู ณาการในแผนการจดั การเรยี นรู้
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอมหาชนะชัย ได้กาหนดค่าเปูาหมายให้กับ
นักศึกษาใหม้ คี ณุ ธรรมในระดบั ดมี ากข้นึ ไปในภาคเรียนที่ 2/2564 และภาคเรียนที่ 1/2565 มรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
ภาคเรียนที่ 2/2564 ภาคเรยี นที่ 1/2565
ระดับ จาํ นวน พอใช้ ดี ดีมาก ร้อยละ จํานวน พอใช้ ดี รอ้ ยละ
ผเู้ รยี น ระดับดี ผ้เู รียน ดมี าก ระดบั ดีข้ึน
ขน้ึ ไป
ไป
ประถม 59 - - 59 100 65 - - 65 100
ม.ตน้ 405 - - 405 100 413 - - 413 100
ม.ปลาย 636 - - 636 100 642 - - 642 100
รวม 1,100 - - 1,100 100 1,120 - - 1,120 100
158
เฉล่ยี 100 เฉล่ีย 100
จากตารางท่ี 1 การวเิ คราะห์ผลการประเมินคุณธรรม พบว่า ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัยอาเภอมหาชนะชัย มีนักศึกษาภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ท้ังหมด 1,100 คน มีผลการประเมิน
คุณธรรม ระดับดีข้ึนไป 1.100 คน คิดเป็นร้อยละ 100 และนักศึกษาภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 ทั้งหมด
1,120 คน มผี ลการประเมนิ คณุ ธรรม ระดบั ดีข้ึนไป 1,120 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100
ระดับ จํานวนผเู้ ขา้ ประเมิน ผลการประเมนิ คุณธรรมระดับ ดขี ึ้นไป
จาํ นวน รอ้ ยละ
ประถม 124 124 100
ม.ต้น 818 818 100
ม.ปลาย 1,278 1,278 100
รวม 2,220 2,220 100
จากข้อมลู การดาเนนิ งานภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 และภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 มีผู้เรียน
เข้ารับการประเมินคุณธรรม จานวน 2,220 คน รวม 2 ภาคเรียน ผลการประเมินคุณธรรม ระดับดีข้ึนไป ใน
ระดบั ประถมศึกษา จานวน 124 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น จานวน 818 คน คิดเป็นร้อย
ละ 100 และ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จานวน 1,278 คน คิดเป็นร้อยละ 100 มีผลการดาเนินงานสูงกว่าค่า
เปูาหมายกาหนดร้อยละ 80 ของจานวนผู้เรียน