๔๖ เตี้ย ต่ า หนัก เบา หนักกว่า เบากว่า หนักที่สุด เบาที่สุด กลางวัน กลางคืน ก่อน หลัง เช้า บ่าย เย็น เมื่อวานนี้ วันนี้ พรุ่งนี้ ที่ไหน ข้างไหน ข้างบน ข้างล่าง ข้างหน้า ข้างหลัง ระหว่าง ข้าง ซ้าย ข้างขวา ใกล้ ไกล ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยม มุมฉาก ทรงกระบอก กรวย วงกลม รูปสี่เหลี่ยม รูปสามเหลี่ยม (๑๖) การอธิบาย เชื่อมโยงสาเหตุและผลที่ เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือ การกระท า - ส ารวจเหตุการณ์ในชีวิตประจ าวันและสนทนา เกี่ยวกับสาเหตุและผลที่เกิดขึ้นเช่น กินอาหาร แล้วไม่แปรงจะทกให้ฟันผุ ถ้าตากฝนอาจจะท า ให้เป็นหวัด การทิ้งขยะไม่ถูกที่จะท าให้บริเวณ นั้นสกปรก - สังเกต ส ารวจ หรือทดลองอย่างง่ายเกี่ยวกับ สิ่งต่างๆรอบตัว แล้วอธิบายสาเหตุและผลที่ เกิดขึ้น เช่น ลองใส่น้ าตาลลงไปในน้ าสังเกตแล้ว บอกได้ว่าน้ าตาลสามารถละลายในน้ าได้ ฟัง และเปรียบเทียบเสียงของสิ่งต่างๆแล้วบอกได้ว่า สิ่งของที่แตกต่างกันท าให้เกิดเสียงต่างกันทอด ไข่แล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงแล้วบอกได้ว่า ความร้อนท าให้ไข่สุกรับประทานได้ เล่นโยน หรือเตะลูกบอลโดยออกแรงแตกต่างกันแล้ว บอกได้ว่าถ้าออกแรงมากลูกบอลจะไปไกล (๑๗) การคาดเดาหรือ การคาดคะเนสิ่งที่อาจจะ เกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล - สนทนาระหว่างฟังนิทานหรือเรื่องเล่าเพื่อคาด เดาเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นพร้อมบอกเหตุผล ก่อนที่จะฟังเนื้อเรื่องต่อไป -คาดคะเนหรือตั้งสมมิติฐานก่อนทดลอง เช่น ค าดคะเนว่ าวัตถุใดจะจมน้ าห รือลอยน้ า คาดคะเนว่าสัตว์ที่สนใจน่าจะกินอาหารชนิดใด คาดคะเนว่าถ้าออกแรงในการผลักรถของเล่น ด้วยแรงที่แตกต่างกันจะท าให้รถของเล่นมีการ เคลื่อนที่เป็นอย่างไร (๑๘) การมีส่วนร่วมใน ก า รลงค ว ามเห็นจ า ก ข้อมูลอย่างมีเหตุผล -บอกสิ่งที่สังเกตพบหรืออธิบายข้อค้นพบจาก การสังเกต ส ารวจ หรือท าการทดลองอย่างง่าย เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น สนทนาและสรุป เกี่ยวกับส่วนประกอบของไข่ที่ได้จากการสังเกต ไข่ของจริง สนทนาและอธิบายเกี่ยวกับรสชาติ และส่วนประกอบของอาหารที่ได้จากการสังเกต และชิมอาหารของจริง
๔๗ สังเกตอากาศแต่ละวัน สนทนาเกี่ยวกับสภาพ อากาศในแต่ละวัน ส ารวจต้นไม้ในบริเวณ โรงเรียน สนทนาและสรุปชนิดของต้นไม้ที่พบใน บริเวณโรงเรียน -ส ารวจแบบรูปของสิ่งต่างๆ รอบตัว สนทนา และบอกลักษณะของแบบรูปที่พบ จัดกลุ่ม สิ่งของแล้วสนทนาเกี่ยวกับการจัดกลุ่มสิ่งของว่า เป็นกลุ่มได้อย่างไรบ้างโดยใช้อะไรเป็นเกณฑ์ (๑๙) การตัดสินใจและมี ส่วนร่วมในกระบวนการ แก้ปัญหา -ตัดสินและเลือกวิธีแก้ปัญหาในระหว่างเล่น หรือในชีวิตประจ าวัน หรือท ากิจกรรม เช่น เล่น เกมการศึกษาต่างๆ แก้ปัญหาในการเล่นกับ เพื่อน แก้ปัญหาในการแบ่งของเล่นให้เพียงพอ กับจ านวนของเพื่อนในกลุ่ม แก้ปัญหาจัดวาง หรือเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ ร่วมกับครูและ เพื่อน วางแผนและลงมือแก้ปัญหาเกี่ยวกับการ ก าจัดหรือลดปริมาณขยะหรือ เศษวัสดุเหลือใช้ การประดิษฐ์ของหรือท าชิ้นงานให้ได้ตาม เงื่อนไข ๑.๔.๓ จินตนาการ แ ล ะ ค ว า ม คิ ด สร้างสรรค์ (๑) การรับรู้ และแสดง ความคิด ความรู้สึกผ่าน สื่อ วัสดุ ของเล่น และ ชิ้นงาน -สังเกต สัมผัส ทดลอง เล่นอิสระกับสื่อ วัสดุ และของเล่น บอกห รือเล่ าเ รื่องถ่ายทอด ความคิดความรู้สึกที่ได้จากสังเกต สัมผัส ทดลอง หรือ เล่นอิสระกับสิ่งต่างๆเหล่านั้น เช่น ต่อบล็อกเป็นรูปต่างๆ ประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ -บอกหรือเล่าเรื่องถ่ายถอดความคิดความรู้สึกที่ ได้จากการต่อบล็อกหรือประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ ท ากิจกรรมศิลปะในลักษณะต่างๆ บอกหรือเล่า เรื่องถ่ายทอดความคิดความรู้สึกจากชิ้นงาน (๒) การแสดงความคิด ส ร้ างส ร รค์ผ่ านภ าษ า ท่าทาง การเคลื่อนไหว และศิลปะ เล่าเรื่องต่อกันคนละประโยคอย่างสัมพันธ์กัน วาดภาพและเล่าเรื่องต่อเนื่อง และปริศนาค า ทาย แสดงท่ าท างเคลื่อนไหวอย่างอิสระ ประกอบการเล่านิทาน การเล่าเรื่อง การร้อง
๔๘ เพลง รวมทั้งเพลงบรรเลงเคลื่อนไหวประกอบ สื่อหรือวัสดุอื่นที่เหมาะสม ต่อบล็อกเป็นรูป ต่างๆ ประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ อย่างอิสระที่แสดง ถึงความแปลกใหม่ (๓) การสร้างสรรค์ ชิ้นง านโ ด ยใ ช้ รูป ร่ าง รู ป ท ร ง จ า ก วั ส ดุ ที่ หลากหลาย ระบายสีสร้างภาพ ตัดฉีกปะ ประดิษฐ์ หรือปั้น โดยใช้รูปต่างๆ รูปทรงต่างๆ จากวัสดุที่แตกต่าง กัน ทั้งวัสดุท้องถิ่น วัสดุธรรมชาติ และวัสดุ เหลือใช้ ๑.๔.๔ เจตคติที่ดีต่อ การเรียนรู้และการ แสดงหาความรู้ (๑)การส ารวจสิ่งต่างๆ และแหล่งเรียนรู้รอบตัว ส ารวจ สังเกตและบันทึกสิ่งต่างๆที่ทั้งพบใน ห้องเรียนและนอกห้องเรียนเช่น ส ารวจสิ่งของ เ ค รื่ องให้ในห้ อง ส า ร ว จ ข อง เ ล่ นใน มุ ม ประสบการณ์ ส ารวจหนังสือในมุมหนังสือ ส ารวจเครื่องเล่นในสนาม ส ารวจขนมและ อาหารที่ขายในโรงเรียน ส ารวจสิ่งมีชีวิตและไม่ มีชีวิตในโรงเรียน ส ารวจยานพาหนะ ไปทัศน ศึกษ า ต า ม ส ถ านที่ ต่ าง ๆ เ ช่น ส ว น สั ต ว์ สวนสาธารณะ ตลาด พิพิธภัณฑ์ และแหล่ง เรียนรู้อื่นๆ (๒)การตั้งค าถามในเรื่อง ที่สนใจ -ตั้งค าถามจากนิทานที่ฟังหรือเรื่องที่สนใจ เช่น ชอบตัวละครใดมากที่สุด ฉาก ล าดับเหตูการณ์ ปัญหาและวิธีแก้ไข -ตั้งค าถามจากสิ่งที่พบจากการสังเกต การ ส ารวจ หรือการท ากิจกรรมต่างๆ เช่น การ สังเกตสิ่งต่างๆรอบตัว การไปทัศนศึกษา การ ท าอาหาร การเลี้ยงสัตว์การปลูกพืช การทดลอง อย่างง่ายๆ การสนทนากับวิทยากร ภูมิปัญญา ท้องถิ่นหรือผู้ปกครอง (๓)การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อหาค าตอบของข้อ สงสัยต่างๆ ระบุหรือเลือกค าถามที่สามารถหาค าตอบได้ ร่วมกับครูและเพื่อนในการวางแผนและลงมือ ส ารวจตรวจสอบ เก็บรวบรวม และบันทึกข้อมูล ด้วยวิธีการต่างๆ ลงความเห็นจากข้อมูลเพื่อ อธิบายสิ่งที่พบ และน าเสนอ สื่อสารสิ่งที่พบเพื่อ
๔๙ ตอบค าถามที่ตั้งเอาไว้ (๔) การมีส่วนร่วมใน การรวบรวมข้อมูลและ น าเสนอข้อมูลจากการ สืบเสาะ ห า ค ว า ม รู้ใน รู ป แบ บ ต่างๆ และแผนภูมิอย่าง ง่าย -รวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการต่างๆ เช่น สังเกตโดย ใช้ประสาทสัมผัสหรือใช้เครื่องมืออย่างง่ายเช่น แว่นขยาย เครื่องชั่งสองแขนอย่างง่าย อุปกรณ์ ในการวัดความยาวหรือตวง ส ารวจ จ าแนก เปรียบเทียบ ท าการทดลองอย่างง่ายๆ สืบค้น ข้อมูล สอบถามผู้รู้ และบันทึกข้อมูลด้วยวิธีการ ต่างๆเช่น วาดภาพ ท าสัญลักษณ์ ถ่ายภาพ น า ตัวอย่างของจริงมาติดลงในกระดาษ -น าเสนอข้อมูลด้วยรูปแบบต่างๆ เช่น พูกบอก เล่าหรืออธิบายประกอบภาพวาดหรือภาพถ่ายที่ บันทึกไว้ แสดงบทบาทสมมต เช่น บทบาท สมมตแสดงท่าทางเลียนแบบพฤติกรรมสัตว์ที่ไป สังเกตพบ ท าแบบจ าลอง เช่น แบบลองของ สัตว์หรือพืชที่สังเกตพบ ร่วมกับครูและเพื่อนใน การท าแผนผัง ผังความคิด แผนภูมิอย่างง่าย เช่น แผนภูมิรูปภาพแสดงชนิดและจ านวนของ ยานพาหนะที่ส ารวจได้ในบริเวณโรงเรียน ๒. สาระที่ควรเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ เป็นเรื่องราวรอบตัวเด็กที่น ามาเป็นสื่อในการจัดกิจกรรมให้เด็กเกิดแนวคิด หลังจากน าสาระการเรียนรู้นั้นๆ มาจัดประสบการณ์ให้เด็ก เพื่อให้บรรลุจุดหมายที่ก าหนดไว้ทั้งนี้ ไม่เน้น การท่องจ าเนื้อหา ผู้สอนสามารถก าหนดรายละเอียดขึ้นเองให้สอดคล้องกับวัย ความต้องการ และความ สนใจของเด็ก โดยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ส าคัญ ทั้งนี้อาจยืดหยุ่นเนื้อหาได้ โดยค านึงถึง ประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมในชีวิตจริงของเด็ก ดังนี้ ๒.๑ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ นามสกุล รูปร่างหน้าตา อวัยวะต่างๆ วิธีรักษาร่างกายให้สะอาดและมีสุขภาพอนามัยที่ดี การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การรักษาความ ปลอดภัยของตนเอง รวมทั้งการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัยการรู้จักประวัติความเป็นมาของตนเองและ ครอบครัว การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและโรงเรียน การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น การรู้จักแสดงความคิดเห็นของตนเองและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การก ากับตนเอง การเล่นและท าสิ่ง ต่างๆด้วยตนเองตามล าพังหรือกับผู้อื่น การตระหนักรู้เกี่ยวกับตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง การสะท้อน การรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น การแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกอย่างเหมาะสม การแสดงมารยาทที่ดี การมีคุณธรรม จริยธรรม เมื่อเด็กมีโอกาสเรียนรู้แล้วควรเกิดแนวคิด เช่น ❖ฉันมีชื่อตั้งแต่เกิด ฉันมีเสียง รูปร่างหน้าตาไม่เหมือนใคร ฉันภูมิใจที่เป็นตัวฉันเองเป็น คนไทยที่ดี มีมารยาท มีวินัย รู้จักแบ่งปันท าสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง เช่น แต่งตัว แปรงฟัน รับประทานอาหาร ฯลฯ ❖ฉันมีอวัยวะต่างๆ เช่น ตา หู จมูก ปาก ขา มือ ผม นิ้วมือ นิ้วเท้า ฯลฯ และฉันรู้จักวิธี
๕๐ รักษาร่างกายให้สะอาด ปลอดภัย มีสุขภาพดี ❖ฉันใช้ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย ช่วยในการรับรู้สิ่งต่างๆ จึงควรดูแลรักษาให้ปลอดภัย ❖ฉันต้องการอากาศ น้ า และอาหาร เพื่อการด ารงชีวิต ฉันจึงต้องรับประทานอาหารที่มี ประโยชน์ ออกก าลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเจริญเติบโต ❖ฉันตระหนักรู้เกี่ยวกับตนเองว่า ฉันสามารถเคลื่อนไหวโดยควบคุมร่างกายไปในทิศทาง ระดับ และพื้นที่ต่างๆ ร่างกายของฉันอาจมีเปลี่ยนแปลงเมื่อฉันรู้สึกไม่สบาย ❖ฉันเรียนรู้ข้อตกลงต่างๆ รู้จักระมัดระวังรักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นเมื่อ ท างาน เล่นคนเดียว และเล่นกับผู้อื่น ❖ฉันอาจรู้สึกดีใจ เสียใจ โกรธ เหนื่อย หรืออื่นๆที่ฉันเรียนรู้ที่จะแสดงความรู้สึกในทางที่ ดีและเหมาะสม เมื่อฉันแสดงความคิดเห็นหรือท าสิ่งต่างๆ ด้วยความคิดของตนเอง แสดงว่าฉันมีความคิดสร้างสรรค์ ความคิดของฉันเป็นสิ่งส าคัญ แต่คนอื่นก็มีความคิดที่ ดีเหมือนฉันเช่นกัน ๒.๒ เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน บุคคลต่างๆ ที่เด็กต้องเกี่ยวข้องหรือใกล้ชิด และมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจ าวัน สถานที่ ส าคัญ วันส าคัญ อาชีพของคนในชุมชน ศาสนา แหล่งวัฒนธรรมในชุมชน สัญลักษณ์ส าคัญของชาติไทย และการปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเป็นไทย หรือแหล่งเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นอื่นๆ เมื่อ เด็กมีโอกาสเรียนรู้แล้วควรเกิดแนวคิด เช่น ❖ทุกคนในครอบครัวของฉันเป็นบุคคลส าคัญ ต้องการที่อยู่อาศัย อาหาร เสื้อผ้า และยา รักษาโรค รวมทั้งต้องการความรัก ความเอื้ออาทร ช่วยดูแลซึ่งกันและกัน ช่วยกันท างาน และปฏิบัติตามข้อตกลงภายในครอบครัว ฉันต้องเคารพเชื่อฟังพ่อแม่และผู้ใหญ่ใน ครอบครัว ปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามกาลเทศะ ครอบครัวของฉันมีวันส าคัญต่างๆ เช่น วัน เกิดของบุคคลในครอบครัว วันท าบุญบ้าน ฉันภูมิใจในครอบครัวของฉัน ❖สถานศึกษาของฉันมีชื่อ เป็นสถานที่ที่เด็กๆ มาท ากิจกรรมร่วมกัน และท าให้ได้เรียนรู้สิ่ง ต่างๆ มากมาย สถานศึกษาของฉันมีคนอยู่ร่วมกันหลายคน ทุกคนมีหน้าที่ที่รับผิดชอบ ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ช่วยกันรักษาความสะอาด และทรัพย์สมบัติของสถานศึกษา ครูรัก ฉันและเอาใจใส่ดูแลเด็กทุกคน เวลาท ากิจกรรม ฉันและเพื่อนจะช่วยกันคิด ช่วยกันท า รับฟังความคิดเห็น และรับรู้ความรู้สึกซึ่งกันและกัน ❖ท้องถิ่นของฉันมีสถานที่ บุคคล แหล่งวิทยากร แหล่งเรียนรู้ต่างๆที่ส าคัญคนในท้องถิ่นที่ ฉันอาศัยอยู่ มีอาชีพที่หลากหลาย เช่น ครู แพทย์ ทหาร ต ารวจ ชาวนา ชาวสวน พ่อค้า แม่ค้า ท้องถิ่นของฉัน มีวันส าคัญของตนเอง สิ่งจะมีการปฏิบัติกิจกรรมที่แตกต่างกันไป ❖ฉันเป็นคนไทย ฉันภูมิใจในความเป็นไทยที่มีวันส าคัญของชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ มีภาษา วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ และท้องถิ่นหลาย อย่าง ฉันและเพื่อนนับถือศาสนา หรือมีความเชื่อที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันได้ ศาสนา ทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี ๒.๓ ธรรมชาติรอบตัว เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ ลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง และความสัมพันธ์ของมนุษย์ สัตว์ พืช ตลอดจนการรู้จักเกี่ยวกับดิน น้ า ท้องฟ้า สภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ แรงและพลังงานในชีวิตประจ าวันที่แวดล้อมเด็ก รวมทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมดูและการรักษาสาธารณ สมบัติ เมื่อเด็กมีโอกาสเรียนรู้แล้วควรเกิดแนวคิด เช่น
๕๑ ❖ธรรมชาติรอบตัวฉันมีทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตต้องการอากาศ แสงแดด น้ าและ อาหารเพื่อเจริญเติบโต สิ่งมีชีวิตสามารถปรับตัวให้เข้ากับลักษณะลมฟ้าอากาศในแต่ละ วันหรือฤดู และยังต้องพึ่งพออาศัยซึ่งกันและกัน ส าหรับสิ่งไม่มีชีวิต เช่น น้ า หิน ดินทราย มีรูปร่าง รูปทรง ลักษณะ สีต่างๆ และมีประโยชน์ ❖ลักษณะลมฟ้าอากาศรอบตัวแต่ละวันอาจเหมือนหรือแตกต่างกันได้ บางครั้งฉันคาดคะเน ลักษณะลมฟ้าอากาศได้จากสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น เมฆ ท้องฟ้า ลม ในเวลากลางวันเป็น ช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนดวงอาทิตย์ตก คนส่วนใหญ่จะตื่นและท างานส่วนฉันไป โรงเรียนหรือเล่น กลางวันและกลางคืนมีลักษณะแตกต่างกัน เช่น ท้องฟ้าในเวลากลางวัน เป็นสีฟ้า ในเวลากลางคืนเป็นสีด า กลางวันมีแสงสว่าง แต่กลางคืนมืด อากาศเวลา กลางวันร้อนกว่าเวลากลางคืน ❖เมื่อฉันออกแรงกระท าต่อสิ่งของด้วยวิธีต่างๆ เช่น ผลัก ดึง บีบ ทุบ ตี เป่า เขย่า ดีด สิ่งของจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง การเคลื่อนที่ และเกิดเสียงแบบต่างๆ ❖แสง และไฟฟ้า ได้มาจากแหล่งพลังงาน เช่น ดวงอาทิตย์ ลม น้ า เชื้อเพลิง แสงช่วยให้เรา มองเห็นเมื่อมีสิ่งต่างๆ ไปบังแสงจะเกิดเงา ไฟฟ้าท าให้สิ่งของเครื่องใช้บางอย่างท างานได้ ช่วยอ านวยความสะดวกในชีวิตประจ าวัน การน าพลังงานมาใช้ท าให้แหล่งพลังงาน บางอย่างมีปริมาณลดลง เราจึงใช้พลังงานอย่างประหยัด ❖สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติรอบตัวฉัน เช่น สัตว์ พืช น้ า ดิน หิน ทราย สภาพของลมฟ้า อากาศ เป็นสิ่งจ าเป็นส าหรับชีวิตต้องได้รับการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น รอบๆตัวฉัน เช่น สิ่งของเครื่องใช้ บ้านอยู่อาศัย ถนนหนทาง สวนสาธารณะ สถานที่ต่างๆ เป็นสิ่งที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันทุกคนรวมทั้งฉันช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและรักษาสา ธารณสมบัติโดยไม่ท าลายและบ ารุงรักษาให้ดีขึ้นได้ ๒.๔ สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมายใน ชีวิตประจ าวันความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้หนังสือและตัวหนังสือ รู้จักชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร น้ าหนัก จ านวน ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ รอบตัว เวลา เงิน ประโยชน์ การใช้งาน และการเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะ การคมนาคม เทคโนโลยีและการสื่อสารต่างๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจ าวัน อย่างประหยัด ปลอดภัย และรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เมื่อเด็กมีโอกาสเรียนรู้แล้ว เด็กควรเกิดแนวคิด เช่น ❖ฉันใช้ภาษาทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน เพื่อการสื่อความหมายในชีวิตประจ าวันฉันติดตอสื่อสาร กับบุคคลต่างๆได้หลายวิธี เช่น โดยการไปมาหาสู่ โทรศัพท์ จดหมาย หรือเครื่องใช้ที่ใช้ใน การติดต่อสื่อสารต่างๆและฉันทราบข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆรอบตัวด้วยการสนทนา ฟัง วิทยุ ดูโทรทัศน์ และอ่านหนังสือ หนังสือเป็นสื่อในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึกไปยังผู้อ่าน ถ้าฉันชอบอ่านหนังสือฉันก็จะมีความรู้ความคิดมากขึ้น ฉันสามารถ รวบรวมข้อมูลง่ายๆน ามาถ่านทอดให้ผู้อื่นเข้าใจได้โดยน าเสนอด้วยรูปภาพ สัญลักษณ์ แผนผัง ผังความคิด แผนภูมิ ❖สิ่งต่างๆรอบตัวฉันส่วนใหญ่มีสี ยกเว้นกระจกใส พลาสติกใส สีมีอยู่ทุกหนทุกแห่งที่ฉัน สามารถเห็นตามดอกไม้ เสื้อผ้า อาหาร รถยนต์ และอื่นๆ สีที่ฉันเห็นมีชื่อเรียกต่างๆกัน เช่น แดง เหลือง น้ าเงิน สีแต่ละสีท าให้เกิดความรู้สึกต่างกัน สีบางสีสามารถใช้เป็น
๕๒ สัญญาณหรือสัญลักษณ์สื่อสารกันได้ ❖สิ่งต่างๆรอบตัวฉันมีชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส วัสดุ รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร น้ าหนักและ ส่วนประกอบต่างๆกัน สามารถจ าแนกประเภทตามชนิด ขนาด สี พื้นผิว วัสดุ รูปร่าง รูปทรง หรือประโยชน์ในการใช้งาน ❖ฉันสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆรอบตัว เช่น การเจริญเติบโตของ มนุษย์ สัตว์หรือพืช การเปลี่ยนแปลงของสภาพของลมฟ้าอากาศ การเปลี่ยนแปลงของสิ่ง ต่างๆ จากการทดลองอย่างง่ายๆหรือการประกอบอาหาร และฉันสามารถเห็น ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆรอบตัว เช่น การน าสิ่งต่างๆมาใช้ประโยชน์ ความสัมพันธ์ ระหว่างการกระท าบางอย่างกับผลที่เกิดขึ้น เช่น ถ้ารับประทานอาหารแล้วไม่แปรงฟันฟัน จะผุ ถ้าใส่น้ าตาลลงไปในน้ าแล้วน้ าตาลจะละลาย ถ้าปล่อยสิ่งของจากที่สูงแล้วสิ่งของจะ ตกลงมา ❖การนับสิ่งต่างๆท าให้ฉันรู้จ านวนสิ่งของ และจ านวนนับนั้นเพิ่มหรือลดลงได้ ฉันรู้ว่าสิ่งของ แต่ละชิ้นนับได้เพียงครั้งเดียว ไม่นับซ้ า และเสียงสุดท้ายที่นับเป็นตัวบอกปริมาณ ❖ฉันเปรียบเทียบและเรียงล าดับสิ่งของต่างๆตามลักษณะ รูปร่าง รูปทรง จ านวน ขนาด น้ าหนักปริมาตร สิ่งที่ช่วยในการสังเกต เช่น แว่นขยาย สิ่งที่ช่วยในการ ชั่ง ตวง วัด มี หลายอย่าง เช่น เครื่องชั่งสองแขนอย่างง่าย ถ้วย ช้อน เชือก วัสดุสิ่งของอื่นๆที่ฉันอาจใช้ คาดคะเนหรือกะประมาณ ❖ฉันใช้ค าที่เกี่ยวกับเวลาในชีวิตประจ าวัน เช่น กลางวัน กลางคืน ก่อน หลัง เช้า บ่าย เย็น เมื่อวานนี้ วันนี้ พรุ่งนี้ ❖ฉันใช้เงินเหรียญและธนบัตรในการซื้อขนมและอาหาร ตัวเลขที่อยู่บนเหรียญและธนบัตร จะบอกค่าของเงิน ❖ฉันใช้ตัวเลขในชีวิตประจ าวัน เช่น วันที่ ชั้นเรียน อายุ บ้านเลขที่ นาฬิกา หรือเบอร์ โทรศัพท์ และใช้ตัวเลขในการบอกปริมาณของสิ่งต่างๆและแสดงอันดับที่ ❖สิ่งของเครื่องใช้มีหลายชนิดและหลายประเภท เช่น เครื่องใช้ในการท าสวนเพาะปลูก การ ก่อสร้าง เครื่องใช้ภายในบ้าน เราใช้สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆช่วยอ านวยความสะดวกในการ ท างาน ขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังในการใช้งาน เพราะอาจเกิดอันตรายและความ เสียหายได้ถ้าใช้ผิดวิธีหรือใช้ผิดประเภท เมื่อใช้แล้วควรท าความสะอาดและเก็บเข้าที่ให้ เรียบร้อย เราควรใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและรักษาสิ่งแวดล้อม ❖ฉันเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ด้วยการเดินหรือใช้ยานพาหนะ พาหนะบางอย่างที่ ฉันเคลื่อนที่ได้โดยการใช้เครื่องยนต์ ลม ไฟฟ้า หรือคนเป็นผู้ท าให้เคลื่อนที่ คนเราเดินทาง หรือขนส่งได้ทั้งทางบก ทางน้ า ทางอากาศ พาหนะที่ใช้เดินทาง เช่น รถยนต์ รถเมล์ รถไฟ เครื่องบิน เรือ ผู้ขับขี่จะต้องได้รับใบอนุญาตขับขี่ และท าตามกฎจราจรเพื่อความ ปลอดภัยของบุคคล และฉันจะต้องเดินบนทางเท้า ข้ามถนนตรงทางม้าลาย สะพานลอย หรือตรงที่มีสัญญาณไฟ เพื่อความปลอดภัยและต้องระมัดระวังเวลาข้าม
๕๓ ๗. การวิเคราะห์สาระการเรียนรู้รายปี ๗.๑ การวิเคราะห์สาระการเรียนรู้รายปี ช่วงอายุ ๔ – ๕ ปี ๑.พัฒนาการด้านร่างกาย มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยเด็กมีสุขนิสัยที่ดี ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ (๔ – ๕ ปี) ประสบการณ์ ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑.๑ มีน้ าหนักและ ส่วนสูงตามเกณฑ์ ๑.การปฏิบัติตน ต าม สุ ข อน ามั ย สุ ข นิ สั ย ที่ ดี ใ น กิจวัตรประจ าวัน ๑ .ก า ร ป ฏิ บั ติ กิจวัตรประจ าวัน - การเปลี่ยนแปลง ของร่างกาย ๑ .๒ มี สุ ข ภ า พ อนามัย สุขนิสัยที่ดี ๑.การปฏิบัติตน ต าม สุ ข อน ามั ย สุ ข นิ สั ย ที่ ดี ใ น กิจวัตรประจ าวัน ๒. การประกอบ อาหารไทย สิ่งต่างๆรอบตัว ๑ .ก า ร ป ฏิ บั ติ กิจวัตรประจ าวัน - สุขนิสัยที่ดีใน การรับประทาน อาหาร ๑.การปฏิบัติตน ต าม สุ ข อน ามั ย สุ ข นิ สั ย ที่ ดี ใ น กิจวัตรประจ าวัน ๒. การช่วยเหลือ ต น เ อง ใ น ก า ร ปฏิบัติกิจก วัต ร ประจ าวัน ๓. การปฏิบัติตน ให้ป ล อ ดภั ยใน กิจวัตรประจ าวัน ๔. การฟังนิทาน เ รื่ อ ง ร า ว เ ห ตุ ก า ร ณ์ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ป้ อ ง กั น แ ล ะ รั ก ษ า ค ว า ม ปลอดภัย ๑ .ก า ร ป ฏิ บั ติ กิจวัตรประจ าวัน - การท าความ สะอาดร่างกาย ๑.การปฏิบัติตน ๑ .ก า ร ป ฏิ บั ติ
๕๔ ต าม สุ ข อน ามั ย สุ ข นิ สั ย ที่ ดี ใ น กิจวัตรประจ าวัน ๒. การช่วยเหลือ ต น เ อง ใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ กิ จ วั ต ร ประจ าวัน ๓. การปฏิบัติตน ให้ป ล อ ดภั ยใน กิจวัตรประจ าวัน ๔. การฟังนิทาน เ รื่ อ ง ร า ว เ ห ตุ ก า ร ณ์ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ป้ อ ง กั น แ ล ะ รั ก ษ า ค ว า ม ปลอดภัย กิจวัตรประจ าวัน -ก า ร ท า ค ว า ม สะอาดร่างกาย - การปฏิบัติตน ต าม สุ ข อน ามั ย สุ ข นิ สั ย ที่ ดี ใ น กิจวัตรประจ าวัน - การพักผ่อน ๑. การเล่นอิสระ ๒. การเคลื่อนไหว ข้ามสิ่งกีดขวาง ๓. การเล่นเครื่อง เ ล่ น อ ย่ า ง ปลอดภัย ๔. การละเล่น พื้นบ้านไทย ๕. การเล่นนอก ห้องเรียน ๖. การเล่นเครื่อง เล่นสนามอย่าง อิสระ -ก า ร อ อ ก ก า ลัง กาย -ก า ร เ ล่ น ใ น ห้องเรียนและนอก ห้องเรียน
๕๕ ๑.๓ รักษาความ ป ล อ ด ภั ย ข อ ง ตนเองและผู้อื่น ๑.การปฏิบัติตน ให้ป ล อ ดภั ยใน กิจวัตรประจ าวัน ๒. การฟังนิทาน เ รื่ อ ง ร า ว เ ห ตุ ก า ร ณ์ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ป้องกันและรักษา ความปลอดภัย ๓ .ก า ร เ ล่ น บ ท บ า ท ส ม มุ ติ เหตุการณ์ต่างๆ ๔. การพูดกับ ผู้ อื่ น เ กี่ ย ว กั บ ประสบการณ์ของ ตน เ อง ห รื อพู ด เรื่องราวเกี่ยวกับ ตนเอง ๕. การเล่นเครื่อง เ ล่ น อ ย่ า ง ปลอดภัย ๖. การเล่นและ ท าง า น ร่ ว ม กั บ ผู้อื่น - การเล่นและ ท างานด้วยตนเอง มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ (๔ – ๕ ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๒.๑ เคลื่อนไหว ร่ า ง ก า ย อ ย่ า ง ค ล่ อ ง แ ค ล่ ว ประสานสัมพันธ์ และทรงตัวได้ -เดินต่อเท้าไปข้างหน้าเป็น เส้นตรงได้โดยไม่ต้องกาง แขน ๑. การเคลื่อนไหวอยู่ กับที่ ๒. การเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ ๓. การเคลื่อนไหว พร้อมอุปกรณ์ ๔. การเคลื่อนไหวที่ใช้ การประสานสัมพันธ์ ของกล้ามเนื้อใหญ่ใน ๑. การเคลื่อนไหว ร่างกายในลักษณะ ต่าง ๆ ๒. การใช้มือท าสิ่ง ต่าง ๆ -กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ได้ โดยไม่เสียการทรงตัว -วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ -โยนรับลูกบอลได้ด้วยมือ ทั้งสองข้าง
๕๖ การขว้าง การจับ การ โยน การเตะ ๕. การเล่นเครื่องเล่น สนามอย่างอิสระ ๖. การเคลื่อนไหวข้าม สิ่งกีดขวาง ๗. การเคลื่อนไหวโดย ค วบคุมตนเองไปใน ทิศทางระดับและพื้นที่ ๒ .๒ ใ ช้ มื อ-ต า ประสานสัมพันธ์ กัน -ใช้กรรไกรตัดกระดาษตาม แนวเส้นตรงได้ ๑. การเล่นเครื่องเล่น สัมผัส และการสร้างสิ่ง ต่างๆจากแท่งไม้บล็อก ๒.การเขียนภาพและ การเล่นกับสี ๓. การประดิษฐ์สิ่ง ต่างๆด้วยเศษวัสดุ ๔. การหยิบจับ การใช้ กรรไกร การฉีก การตัด การปะ การร้อยวัสดุ - การใช้มือท าสิ่งต่าง ๆ -เขียนรูปสี่เหลี่ยมตามแบบ ได้อย่างมีมุมชัดเจน -ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้นผ่าน ศูนย์ กลาง ๐.๕ ซม.ได้ ๒.พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ (๔ – ๕ ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๓.๑ แ ส ด ง อ อ ก ทางอารมณ์อย่าง เหมาะสม -แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้ ตามสถานการณ์ ๑. การพูดสะท้อน ความรู้สึกของตนเอง และผู้อื่น ๒. การเล่นบทบาท สมมุติ ๓. การเคลื่อนไหวตาม เสียงเพลง ดนตรี ๔. การร้องเพลง ๕. การท างานศิลปะ ๑. อารมณ์และ ความรู้สึก - การแสดงออกทาง อารมณ์ที่เหมาะสมกับ สถานการณ์ต่าง ๆ - ความต้องการทาง ร่ า ง ก า ย แ ล ะ ก า ร ตอบสนอง - ความต้องการทาง จิตใจและการตอบสนอง ๓.๒ มีความรู้สึกที่ ดีต่อตนเองแล ะ -กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่าง เหมาะสมบางสถานการณ์ - การพูดแสดงความ คิดเห็น
๕๗ ผู้อื่น -แสดงความพอใจในผลงาน แ ล ะค ว ามส าม า ร ถ ของ ตนเอง - ก ารป ระสบ คว ามส าเ ร็จใน สิ่ง ต่างๆ ที่ท า มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ (๔ – ๕ ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๔ .๑ ส นใ จ แ ล ะ มี ค ว า ม สุ ข แ ล ะ แสดงออกผ่านงาน ศิลป ะ ดนต รีแล ะ การเคลื่อนไหว -สนใจและมีความสุขและ แสดงออกผ่านงานศิลปะ ๑. การท ากิจกรรม ศิลปะต่างๆ ๒. การสร้างสรรค์สิ่ง สวยงาม ๓. การรับรู้และแสดง ความคิด ความรู้สึก ผ่านสื่อ วัสดุ ของเล่น และชิ้นงาน ๔. การปฏิบัติกิจกรรม ต่ า ง ๆ ต า ม ค ว า ม ส า ม า ร ถ ข อง ตนเอง - การท ากิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์ -สนใจ มีค ว ามสุ ขแ ล ะ แสดงออกผ่านเสียงเพลง ดนตรี ๑. การฟังเพลง การ ร้องเพลง แล ะก า ร แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ เสียงดนตรี ๒. การเล่นเครื่อง ดนตรีประกอบจังหวะ ๔. การปฏิบัติกิจกรรม ต่ า ง ๆ ต า ม ค ว า ม ส า ม า ร ถ ข อง ตนเอง - การฟัง การร้องเพลง -สนใจ มีค ว ามสุ ขแ ล ะ แสดงท่าทาง/เคลื่อนไหว ประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี ๑. การฟังเพลง การ ร้องเพลง แล ะก า ร แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ เสียงดนตรี ๒. การเคลื่อนไหวตาม เสียงเพลง ดนตรี ๔. การปฏิบัติกิจกรรม ต่ า ง ๆ ต า ม - การแสดงท่าทาง เคลื่อนไหวประกอบ เ พ ลง จัง ห ว ะ แ ล ะ ดนตรี
๕๘ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ข อง ตนเอง ๕. การเล่นเครื่อง ดนตรีประกอบจังหวะ มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงาม ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ (๔ – ๕ ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๕.๑ ซื่อสัตย์ สุจริต - ขออนุญาตหรือรอคอย เมื่อต้องการสิ่งของของ ผู้อื่นเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๑. ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ ดีของห้องเรียน ๒. การฟังนิทานเกี่ยวกับ คุณธรรม จริยธรรม ๓. การร่วมสนทนาและ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เชิงจริยธรรม ๔. เล่นบทบาทสมมุติ ๕. การเล่นและท างาน ร่วมกับผู้อื่น ๖. การปฏิบัติตนตามหลัก ศาสนาที่นับถือ สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก ๑. คุณธรรมจริยธรรม - ความซื่อสัตย์ สุจริต - ความเกรงใจ ๒. การเคารพสิทธิของ ตนเองและผู้อื่น ๕.๒ มีความ เมตตา กรุณา มี น้ าใ จ แ ล ะ ช่ ว ย เ ห ลื อ แบ่งปัน -แสดงความรักเพื่อนและมี เมตตาสัตว์เลี้ยง ๑. การฟังนิทานเกี่ยวกับ คุณธรรม จริยธรรม ๒. เล่นบทบาทสมมุติ ๓. การเลี้ยงสัตว์ ๑. คุณธรรมจริยธรรม - ความเมตตากรุณา -ช่วยเหลือและแบ่งปัน ผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ ๑. การฟังนิทานเกี่ยวกับ คุณธรรม จริยธรรม ๒. เล่นบทบาทสมมุติ ๓. ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ ดีของห้องเรียน ๔. การเล่นรายบุคคล กลุ่ม ย่อย และกลุ่มใหญ่ ๕. การเล่นตามมุม ประสบการณ์/มุมเล่นต่างๆ ๑. คุณธรรมจริยธรรม - ความมีน้ าใจ ช่วยเหลือ แบ่งปัน - ความกตัญญู ๕.๓ มี ความเห็นอก เห็นใจผู้อื่น -แสดงสีหน้าหรือท่าทาง รับรู้ความรู้สึกผู้อื่น ๑. การเล่นและท างาน ร่วมกับผู้อื่น ๒. การเล่นบทบาทสมมุติ ๓. การแสดงความยินดีเมื่อ ๑. คุณธรรมจริยธรรม - ความเห็นอกเห็นใจ ผู้อื่น
๕๙ ผู้อื่นมีความสุข เห็นใจเมื่อ ผู้อื่นเศร้าหรือเสียใจและ การช่วยเหลือปลอบโยน เมื่อผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ๕.๔ มีความ รับผิดชอบ -ท างานที่ได้รับมอบหมาย จนส าเร็จเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๑. การท ากิจกรรมศิลปะ ต่างๆ ๒. การดูแลห้องเรียน ร่วมกัน ๓. การมีส่วนร่วม รับ ผิ ด ช อบ ดู แ ล รั กษ า สิ่งแวดล้อมทั้งภายในและ ภายนอกห้องเรียน ๔. การร่วมก าหนด ข้อตกลงของห้องเรียน ๑. คุณธรรมจริยธรรม - ความรับผิดชอบ - ความอดทน มุ่งมั่น - ความเพียร ๓.พัฒนาการด้านสังคม มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ (๔ – ๕ ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๖.๑ ช่วยเหลือ ตนเ อ งในก า ร ปฏิบัติ กิจ วัต ร ประจ าวัน - แต่งตัวด้วยตนเอง ๑. การช่วยเหลือตนเอง ในกิจวัตรประจ าวัน ๒. การให้ความร่วมมือใน การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ๓. การปฏิบัติกิจกรรม ต่างๆตามความสามารถ ของตนเอง ๑. การช่วยเหลือตนเอง ๒. มารยาทในการ รับประทานอาหาร -รับประทานอาหารด้วย ตนเอง - ใช้ห้องน้ าห้องส้วมด้วย ตนเอง ๖.๒ มี วินั ยใน ตนอง -เก็บของเล่นของใช้เข้าที่ ด้วยตนเอง ๑. การร่วมก าหนด ข้อตกลงของห้องเรียน ๒. การปฏิบัติตนเป็น สมาชิกที่ดีของห้องเรียน ๓. การให้ความร่วมมือใน การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ๔. การดูแลห้องเรียน ร่วมกัน ๑. การเล่นและการเก็บ สิ่งของ -เ ข้ า แ ถ ว ต า ม ล า ดั บ ก่อนหลังได้ด้วยตนเอง ๑. การรอคอย ตามล าดับก่อนหลัง ๒. การเข้าแถว ๖.๓ ป ร ะหยัด และพอเพียง -ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่าง ประหยัดและพอเพียงเมื่อ มีผู้ชี้แนะ ๑. การปฏิบัติตนตาม แนวทางหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง ๑. การเลือกใช้สิ่งของ เครื่องใช้อย่างประหยัด
๖๐ ๒. การใช้วัสดุและสิ่ง ของเครื่องใช้อย่างคุ้มค่า มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ (๔ – ๕ ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๗.๑ ดูแลรักษา ธ ร ร มช า ติ แ ล ะ สิ่งแวดล้อม -มีส่วนร่วมในการดูแล รั ก ษ า ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ สิ่งแวดล้อมเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๑. การมีส่วนร่วมในการ ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทั้ง ภ า ยใน แ ล ะภ า ยน อ ก ห้องเรียน ๒.การสนทนาข่าวและ เห ตุ ก า รณ์ที่ เ กี่ ย ว กับ ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ใ น ชีวิตประจ าวัน ๓. การเพาะปลูกและ ดูแลต้นไม้ ๔. การอธิบายเชื่อมโยง สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นใน เ ห ตุ ก า ร ณ์ ห รื อ ก า ร กระท า ๕. การตัดสินใจและมี ส่วนร่วมในกระบวนการ แก้ปัญหา ๑. สิ่งแวดล้อมใน โรงเรียนและการดูแล รักษา ๒. สิ่งแวดล้อมตาม ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ ก า ร อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ๓. การรักษาสาธารณ สมบัติในห้องเรียน -ทิ้งขยะได้ถูกที่ ๑. การคัดแยก การจัด กลุ่มและจ าแนกสิ่งต่างๆ ตามลักษณะและรูปร่าง รูปทรง ๒. การใช้วัสดุและสิ่งของ เครื่องใช้อย่างคุ้มค่า ๓. การท างานศิลปะที่น า วัสดุหรือสิ่งของเครื่องใช้ ที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ าหรือแปร รูปแล้วน ากลับมาใช้ใหม่ ๔. การสร้างสรรค์ชิ้นงาน โดยใช้รูปร่างรูปทรงจาก ๑. ขยะและการคัดแยก ขยะ ๒. การดูแลรักษา สิ่งแวดล้อม
๖๑ วัสดุที่หลากหลาย ๕. การปฏิบัติตนเป็น สมาชิกที่ดีของห้องเรียน ๗.๒ มีมารยาท ตามวัฒนธ รรม ไทยและรักความ เป็นไทย -ปฏิบัติตนตามมารยาท ไทยได้ด้วยตนเอง ๑. การปฏิบัติตนตาม วั ฒ น ธ ร ร ม ท้ อ ง ถิ่นที่อาศัยและประเพณี ไทย ๒. การเล่นบทบาทสมมุติ การปฏิบัติตนในความ เป็นคนไทย ๑. การปฏิบัติตนตาม มารยาทและวัฒนธรรม ไทย - การแสดงความเคารพ -กล่าวค าขอบคุณและขอ โทษด้วยตนเอง ๑. การปฏิบัติตนตาม วั ฒ น ธ ร ร ม ท้ อ ง ถิ่นที่อาศัยและประเพณี ไทย ๒. การเล่นบทบาทสมมุติ การปฏิบัติตนในความ เป็นไทย ๓. การพูดสะท้อน ความรู้สึกของตนเองและ ผู้อื่น ๑. การปฏิบัติตนตาม มารยาทและวัฒนธรรม ไทย - การพูดสุภาพ - การกล่าวค าขอบคุณ และขอโทษ -หยุดเมื่อได้ยินเพลงชาติ ไทยและเพลงสรรเสริญ พระบารมี ๑. การปฏิบัติตนตาม วั ฒ น ธ ร ร ม ท้ อ ง ถิ่นที่อาศัยและประเพณี ไทย ๒. การเล่นบทบาทสมมุติ การปฏิบัติตนในความ เป็นไทย ๓. การร่วมกิจกรรมวัน ส าคัญ - การแสดงออกที่ เ ห ม า ะ ส ม กั บ สถานการณ์ มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ (๔ – ๕ ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๘.๑ ยอมรับความ เหมือนและความ แตกต่างระหว่าง -เ ล่ น แ ล ะท า กิ จ ก ร ร ม ร่วมกับกลุ่มเด็กที่แตกต่าง ไปจากตน ๑.การเล่นและท างาน ร่วมกับผู้อื่น ๒. การเล่นพื้นบ้านของ - การเล่นและการท า กิจกรรมร่วมกับผู้อื่น - การเล่นและท า
๖๒ บุคคล ไทย ๓. การศึกษานอก สถานที่ ๔. การเล่นและท า กิจก ร รม ร่วมกับกลุ่ม เพื่อน ๕. การท าศิลปะแบบ ร่วมมือ ๖. การร่วมสนทนาและ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ๗. การเล่นรายบุคคล กลุ่มย่อยและกลุ่มใหญ่ กิจกรรมกลุ่มใหญ่ - การปฏิบัติตาม วัฒนธรรมท้องถิ่นและ ความเป็นไทย ๘.๒ มีปฏิสัมพันธ์ ที่ดีกับผู้อื่น -เล่นหรือท างานร่วมกับ เพื่อนเป็นกลุ่ม -ยิ้ ม ห รื อ ทั ก ท า ย ห รื อ พู ด คุ ย กั บ ผู้ ใ ห ญ่ แ ล ะ บุคคลที่คุ้นเคยได้ด้วย ตนเอง ๘.๓ ป ฏิบั ติ ต น เบื้องต้นในก า ร เป็ น สม า ชิ กที่ ดี ของสังคม -มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลง และปฏิบัติตามข้อตกลง เมื่อมีผู้ชี้แนะ ๑. การร่วมก าหนด ข้อตกลงของห้องเรียน ๒.ก า รปฏิบัติ ตนเป็ น สมาชิกที่ดีของห้องเรียน ๓. การให้ความร่วมมือ ในการปฏิบัติกิจกรรม ต่างๆ ๔. การร่วมกิจกรรมวัน ส าคัญ ๕. การมีส่วนร่วมในการ เลือกวิธีการแก้ปัญหา ๖. การมีส่วนร่วมในการ แก้ปัญหาความขัดแย้ง - การปฏิบัติตาม กฎระเบียบและข้อตกลง - ผู้น าผู้ตาม - การแสดงออกทาง อารมณ์และความรู้สึก อย่างเหมาะสม -ปฏิบัติตนเป็นผู้น าและผู้ ตามที่ดีได้ด้วยตนเอง -ป ร ะนีป ร ะน อม แก้ไข ปัญหาโดยปราศจากการ ใช้ความรุนแรงเมื่อมีผู้ ชี้แนะ ๔. ด้านสติปัญญา มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ (๔ – ๕ ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๙.๑ สนทน า โต้ตอบและเล่า เ รื่ อ งใ ห้ ผู้ อื่ น เข้าใจ -ฟังผู้อื่นพูดจนจบและ สนทนาโต้ตอบสอดคล้อง กับเรื่องที่ฟัง ๑. การฟังเสียงต่างๆใน สิ่งแวดล้อม ๒. การฟังและปฏิบัติตาม ค าแนะน า ๓. การฟังเพลง นิทาน ค า คล้องจอง บทร้อยกรอง หรือเรื่องราวต่างๆ มารยาทในการฟัง - การรับฟัง
๖๓ ๔. การเล่นเกมทางภาษา -เล่าเรื่องเป็นประโยค อย่างต่อเนื่อง ๑. การพูดแสดงความคิด ค ว า ม รู้ สึ ก แ ล ะ ค ว า ม ต้องการ ๒. การพูดเกี่ยวกับ ประสบการณ์ของตนเอง หรือพูดเรื่องราวเกี่ยวกับ ตนเอง ๓. การพูดอธิบายเกี่ยวกับ สิ่งของ เหตุการณ์ และ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ๔. การพูดอย่างสร้างสรรค์ ในการเล่นและการกระท า ต่างๆ ๕. การรอจังหวะที่ เหมาะสมในการพูด ๖. การพูดเรียงล าดับเพื่อ ใช้ในการสื่อสาร ๗. การเล่นเกมทางภาษา - การเล่าเรื่องราวหรือ นิทาน ๙ .๒ อ่ า น เขียนภาพ และ สัญลักษณ์ได้ -อ่านภาพ สัญลักษณ์ ค า พร้อมทั้งชี้ หรือกวาดตา มองข้อความตามบรรทัด ๑. การอ่านหนังสือภาพ นิทานหลากหลายประเภท/ รูปแบบ ๒. การอ่านอย่างอิสระตาม ล าพัง การอ่านร่วมกัน การ อ่านโดยมีผู้ชี้แนะ ๓. การเห็นแบบอย่างของ การอ่านที่ถูกต้อง ๔. การสังเกตทิศทางการ อ่ าน ตั ว อั กษ ร ค า แ ล ะ ข้อความ ๕. การอ่านและชี้ข้อความ โ ด ย ก ว า ด ส า ย ต า ต า ม บรรทัดจากซ้ายไปขวา จาก บนลงล่าง ๖. การสังเกตตัวอักษรใน ชื่อของตน หรือค าคุ้นเคย ๗. การสังเกตตัวอักษรที่ ประกอบเป็นค าผ่านการ - การอ่านภาพ สัญลักษณ์ นิทาน
๖๔ อ่านหรือเขียนของผู้ใหญ่ ๘. การคาดเดาค า วลี หรือ ประโยคที่มีโครงสร้างซ้ าๆ กันจากนิทาน เพลง ค า คล้องจอง ๙. การเล่นเกมทางภาษา ๑๐. การเห็นแบบอย่างของ การเขียนที่ถูกต้อง -เขียนคล้ายตัวอักษร ๑. การเขียนร่วมกันตาม โอกาส และการเขียนอิสระ ๒. การเขียนค าที่มี ความหมายกับตัวเด็ก/ค า คุ้นเคย ๓. การคิดสะกดค าและ เขียนเพื่อสื่อความหมาย ด้วยตนเองอย่างอิสระ ๔. การเล่นเกมทางภาษา - การใช้มือท าสิ่งต่าง ๆ - การเขียนภาพ สัญลักษณ์ ตัวอักษร มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ (๔ – ๕ ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑ ๐ .๑ มี ความสามารถ ในการคิดรวบ ยอด -บ อ ก ลั ก ษ ณ ะ แ ล ะ ส่วนประกอบของสิ่งของ ต่างๆจากการสังเกตโดย ใช้ประสาทสัมผัส ๑. การสังเกตลักษณะ ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง แ ล ะ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ โดยใช้ประสาทสัมผัสอย่าง เหมาะสม ๒. การสังเกตสิ่งต่างๆแลละ สถานที่จากมุมมองที่ต่างกัน ๓. การเล่นกับสื่อต่างๆที่ เป็นทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยม มุมฉาก ทรงกระบอก กรวย ๔. การใช้ภาษาทาง คณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ใน ชีวิตประจ าวัน ๑. การคิด - ประสาทสัมผัส - การสังเกต ๒. การเปลี่ยนแปลง และความสัมพันธ์ของ สิ่งต่างๆรอบตัว -จับคู่และเปรียบเทียบ ความแตกต่างหรือความ ๑. การคัดแยก การจัดกลุ่ม และการจ าแนกสิ่งต่างๆตาม ๑. การคิด - การจับคู่
๖๕ เหมือนของสิ่งต่างๆโดยใช้ ลักษณะที่สังเกตพบเพียง ลักษณะเดียว ลักษณะและรูปร่าง รูปทรง ๒. การต่อของชิ้นเล็กเติมใน ชิ้นใหญ่ให้สมบูรณ์ และการ แยกชิ้นส่วน ๓. การจับคู่ การ เ ป รี ย บ เ ที ย บ แ ล ะ ก า ร เ รียงล าดับสิ่งต่ างๆต าม ลักษณะความยาว/ความสูง น้ าหนัก ปริมาตร ๔. การใช้ภาษาทาง คณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ใน ชีวิตประจ าวัน - การเปรียบเทียบความ เหมือนความต่าง -จ าแนกและจัดกลุ่มสิ่ง ต่างๆโดยใช้อย่างน้อย หนึ่งลักษณะเป็นเกณฑ์ ๑. การคัดแยก การจัดกลุ่ม และการจ าแนกสิ่งต่างๆตาม ลักษณะและรูปร่าง รูปทรง ๒. การท าซ้ า การต่อเติม และการสร้างแบบรูป ๓. การรวมและการแยกสิ่ง ต่างๆ ๔. การใช้ภาษาทาง คณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ใน ชีวิตประจ าวัน ๑. การคิด - การจ าแนก - การจัดกลุ่ม สิ่งของ หนึ่งลักษณะ -เรียงล าดับสิ่งของหรือ เหตุการณ์อย่างน้อย ๔ ล าดับ ๑. การนับและแสดงจ านวน ข อ ง สิ่ ง ต่ า ง ๆ ใ น ชีวิตประจ าวัน ๒. การเปรียบเทียบและ เรียงล าดับจ านวนของสิ่ง ต่าง ๆ ๓. การบอกและแสดง อันดับที่ของสิ่งต่าง ๆ ๔. การบอกและเรียงล าดับ กิจกรรมหรือเหตุการณ์ตาม ช่วงหรือเวลา ๕. การใช้ภาษาทาง คณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ใน ชีวิตประจ าวัน ๖. การบอกและแสดง ต า แห น่ง ทิ ศท าง แ ล ะ ๑. การคิด - การเรียงล าดับ เหตุการณ์ ๔ ล าดับ - จ านวนและตัวเลข
๖๖ ระยะทางของสิ่งต่างด้วย ก า ร ก ร ะ ท า ภ า พ ว า ด ภาพถ่าย และรูปภาพ ๑ ๐ .๒ มี ความสามารถ ในการคิดเชิง เหตุผล -ร ะบุ ส าเห ตุห รื อผ ลที่ เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือ การกระท าเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๑. การชั่ง ตวง วัดสิ่งต่างๆ โดยใช้เครื่องมือและหน่วยที่ ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน ๒. การอธิบายเชื่อมโยง สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณ์หรือการกระท า ๑. การแสดงความ คิดเห็น - การชั่ง - การตวง - การวัด - คาดเดา หรือคาดคะเน สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น หรือมี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก า ร ล ง ความเห็นจากข้อมูล ๑. การคาดเดาหรือการ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น อย่างมีเหตุผล ๒. การมีส่วนร่วมในการลง ความเห็นจากข้อมูลอย่างมี เหตุผล -การหาความสัมพันธ์ และแสดงความคิดเห็น ๑ ๐ .๓ มี ความสามารถ ใ น ก า ร คิ ด แก้ปัญหาและ ตัดสินใจ -ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ แ ล ะ เ ริ่ ม เ รี ย น รู้ ผ ล ที่ เกิดขึ้น ๑. การตัดสินใจและมีส่วน ร่ ว ม ใ น ก ร ะ บ ว น ก า ร แก้ปัญหา ๒. การอธิบายเชื่อมโยง สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณ์หรือการกระท า ๑. การตัดสินใจสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง -ร ะ บุ ปั ญ ห า แ ล ะ แก้ปัญหาโดยลองผิดลอง ถูก ๑. การตัดสินใจและมีส่วน ร่ ว ม ใ น ก ร ะ บ ว น ก า ร แก้ปัญหา ๒. การคาดเดาหรือการ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น อย่างมีเหตุผล ๓. การมีส่วนร่วมในการลง ความเห็นจากข้อมูลอย่างมี เหตุผล ๑. การแก้ปัญหาด้วย ตนเอง
๖๗ มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ (๔ – ๕ ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑๑.๑ เล่น/ ท างานศิลปะ ตาจินตนาการ และความคิด สร้างสรรค์ -สร้างผลงานศิลปะเพื่อ สื่ อ ส า ร ค ว า ม คิ ด ความรู้สึกของตนเองโดย มีการดัดแปลงและแปลก ใ ห ม่ จ า ก เ ดิ ม ห รื อ มี รายละเอียดเพิ่มขึ้น ๑. การสังเกตลักษณะ ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง แ ล ะ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆโดย ใ ช้ ป ร ะ ส า ท สั ม ผั ส อ ย่ าง เหมาะสม ๒. การสังเกตสิ่งต่างๆแลละ สถานที่จากมุมมองที่ต่างกัน ๓. การเล่นกับสื่อต่างๆที่เป็น ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก ทรงกรวย ๔. การใช้ภาษาทาง คณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ใน ชีวิตประจ าวัน การท างานศิลปะ - วิธีการใช้เครื่องมือ เครื่องใช้ในการท างาน ศิลปะอย่างถูกวิธีและ ปลอดภัย ๑๑.๒ แสดง ท่าทาง/ เคลื่อนไหวตาม จินตนาการ อย่าง สร้างสรรค์ -เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อ สื่ อ ส า ร ค ว า ม คิ ด ความรู้สึกของตนเอง อย่ างหล ากหลายห รือ แปลกใหม่ ๑. การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ ๒. การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ ๓. การเคลื่อนไหวพร้อมวัสดุ อุปกรณ์ ๔. การแสดงความคิด สร้างสรรค์ผ่านภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหวและศิลปะ ๕. การเคลื่อนไหวโดยควบคุม ตนเองไปในทิศทาง ระดับ และพื้นที่ ๖. การเคลื่อนไหวตาม เสียงเพลง/ดนตรี ๗. การฟังเพลง การร้องเพลง แ ล ะ ก า ร แ ส ดง ป ฏิ กิ ริ ย า โต้ตอบเสียงดนตรี ๑. การเคลื่อนไหว ร่ าง ก า ยในทิศท าง ระดับและพื้นที่ต่างๆ ๒. การแสดงท่าทาง อย่างอิสระ
๖๘ มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ (๔ – ๕ ปี) ประสบการณ์ ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑๒.๑ มีเจต ค ติ ที่ ดี ต่ อ การเรียนรู้ -ส น ใ จ ซั ก ถ า ม เกี่ยวกับสัญลักษณ์ หรือตัวหนังสือที่พบ เห็น ๑. การส ารวจสิ่ง ต่างๆ และแหล่ง เรียนรู้รอบตัว ๒. การตั้งค าถามใน เรื่องที่สนใจ - ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้ หนังสือและตัวหนังสือ -กระตือรือร้นในการ เข้าร่วมกิจกรรม ๑. การให้ความ ร่ ว ม มื อ ใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ กิ จ ก ร ร ม ต่างๆ ๒. การตั้งค าถามใน เรื่องที่สนใจ ๓. การมีส่วนร่วม ใ น ก า ร ร ว บ ร ว ม ข้อมูลและน าเสนอ ข้อมูลจากการสืบ เสาะหาความรู้ใน รูปแบบต่างๆและ แผนภูมิอย่างง่าย ๑.การแสดงออกทางอารมณ์ และความรู้สึกอย่างเหมาะสม ๒. ความสนใจในการท า กิจกรรม ๑ ๒ .๒ มี ความสามาร ถ ใ น ก า ร แ ส ว ง ห า ความรู้ -ค้นหาค าตอบของ ข้อสงสัยต่างๆ ตาม วิธีการของตนเอง ๑. การส ารวจสิ่ง ต่างๆ และแหล่ง เรียนรู้รอบตัว ๒. การตั้งค าถามใน เรื่องที่สนใจ ๓. การสืบเสาะหา ความรู้เพื่อค้นหา ค า ต อ บ ข อง ข้ อ สงสัยต่างๆ ๔. การมีส่วนร่วม ใ น ก า ร ร ว บ ร ว ม ข้อมูลและน าเสนอ ข้อมูลจากการสืบ เสาะหาความรู้ใน - การเรียนรู้ที่จะเล่นและท าสิ่ง ต่างๆ
๖๙ รูปแบบต่างๆและ แผนภูมิอย่างง่าย -ใช้ประโยคค าถามว่า “ที่ไหน” “ท าไม” ใน การค้นหาค าตอบ ๑. การตั้งค าถามใน เรื่องที่สนใจ ๒. การสืบเสาะหา ความรู้เพื่อค้นหา ค า ต อ บ ข อง ข้ อ สงสัยต่างๆ - การสนใจซักถามค าถามเพื่อ ค้นหาค าตอบ ๗.๒ การวิเคราะห์สาระการเรียนรู้รายปี ช่วงอายุ ๕ – ๖ ปี ๑.พัฒนาการด้านร่างกาย มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยเด็กมีสุขนิสัยที่ดี ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑ .๑ มี น้ าหนักและ ส่วนสูงตาม เกณฑ์ -น้ าหนักและส่วนสูง ต ามเ กณฑ์ของก รม อนามัย ๑.การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีในกิจวัตรประจ าวัน ก า ร ป ฏิ บั ติ กิ จ วั ต ร ประจ าวัน - การเจริญเติบโตของ ร่างกาย ๑ .๒ มี สุ ข ภ า พ อนามัย สุข นิสัยที่ดี -รับประทานอาหารที่มี ประโยชน์ได้หลายชนิด และดื่มน้ าสะอาดได้ ด้วยตนเอง ๑.การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีในกิจวัตรประจ าวัน ๒. การประกอบอาหารไทย ก า ร ป ฏิ บั ติ กิ จ วั ต ร ประจ าวัน ๑. อาหารที่มีประโยชน์ และไม่มีประโยชน์ ๒. อาหารหลัก๕ หมู่ ๓. การมีเจตคติที่ดีต่อการ รับป ระท านอาห า รที่มี ประโยชน์ -ล้ า ง มื อ ก่ อ น รับประทานอาหารและ หลังจากใช้ห้องน้ าห้อง ส้วมด้วยตนเอง ๑.การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีในกิจวัตรประจ าวัน ๒. การช่วยเหลือตนเองในการ ปฏิบัติกิจกวัตรประจ าวัน ๓. การปฏิบัติตนให้ปลอดภัย ก า ร ป ฏิ บั ติ กิ จ วั ต ร ประจ าวัน ๑. อวัยวะต่างๆของ ร่างก ายและก าร รักษ า ความปลอดภัย
๗๐ ในกิจวัตรประจ าวัน ๔. การฟังนิทาน เรื่องราว เหตุการณ์เกี่ยวกับการป้องกัน และรักษาความปลอดภัย ๒. วิธีรักษาร่างกายให้ สะอาดและมีสุขอนามัยที่ ดี -ล้างหน้าและแปรงฟัน ถูกวิธีหลังรับประทาน อาหารด้วยตนเอง ๑.การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุ ข นิ สั ย ที่ ดี ใ น กิ จ วั ต ร ประจ าวัน ๒. การช่วยเหลือตนเองในการ ปฏิบัติกิจวัตรประจ าวัน ๓. การปฏิบัติตนให้ปลอดภัย ในกิจวัตรประจ าวัน ๔. การฟังนิทาน เรื่องราว เหตุการณ์เกี่ยวกับการป้องกัน และรักษาความปลอดภัย ก า ร ป ฏิ บั ติ กิ จ วั ต ร ประจ าวัน ๑. อวัยวะต่างๆของ ร่างก ายและก าร รักษ า ความปลอดภัย ๒. วิธีรักษาร่างกายให้ สะอาดและมีสุขอนามัยที่ ดี -นอนพักผ่อนเป็นเวลา - การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีในกิจวัตรประจ าวัน -ประโยชน์ของการนอน หลับพักผ่อน -ออกก าลังก ายเป็น เวลา ๑. การเล่นอิสระ ๒. การเคลื่อนไหวข้ามสิ่งกีด ขวาง ๓. การเล่นเครื่องเล่นอย่าง ปลอดภัย ๔. การละเล่นพื้นบ้านไทย ๕. การเล่นนอกห้องเรียน ๖. การเล่นเครื่องเล่นสนาม อย่างอิสระ ๑. ประโยชน์ของการออก ก าลังกาย ๒. การเล่นเครื่องเล่น สนามอย่างถูกวิธี ๑.๓ รั กษ า ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย ของตนเอง และผู้อื่น -เล่นและท ากิจกรรม ร่วมกับผู้อื่นด้วยความ ร ะ มั ด ร ะ วั ง อ ย่ า ง ปลอดภัย ๑.การปฏิบัติตนให้ปลอดภัยใน กิจวัตรประจ าวัน ๒. การฟังนิทาน เรื่องราว เหตุการณ์เกี่ยวกับการป้องกัน และรักษาความปลอดภัย ๓. การเล่นบทบาทสมมุติ เหตุการณ์ต่างๆ ๔. การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับ ประสบการณ์ของตนเองหรือ พูดเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง ๕. การเล่นเครื่องเล่นอย่าง ปลอดภัย ๑. การรักษาความ ปลอดภัยของตนเองและ การปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่าง ปลอดภัยในชีวิตประจ าวัน ๒. การปฏิบัติตนอย่าง เหมาะสมเมื่อเจ็บป่วย ๓. การระวังภัยจากคน แปลกหน้าและอุบัติภัย ต่างๆ
๗๑ ๖. การเล่นและท างานร่วมกับ ผู้อื่น มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๒.๑ เ ค ลื่ อ นไ ห ว ร่ า ง ก า ย อ ย่ า ง ค ล่ อ ง แ ค ล่ ว ป ร ะส านสัมพัน ธ์ และทรงตัวได้ -เดินต่อเท้าถอยหลังเป็น เ ส้ น ต ร ง ไ ด้ อ ย่ า ง คล่องแคล่ว ๑. การเคลื่อนไหวอยู่ กับที่ ๒. การเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ ๓. การเคลื่อนไหว พร้อมอุปกรณ์ ๔. การเคลื่อนไหวที่ใช้ การประสานสัมพันธ์ ของกล้ามเนื้อใหญ่ใน การขว้าง การจับ การ โยน การเตะ ๕. การเล่นเครื่องเล่น สนามอย่างอิสระ ๖. การเคลื่อนไหวข้าม สิ่งกีดขวาง ๗. การเคลื่อนไหวโดย ค วบคุมตนเ องไปใน ทิศท าง ร ะ ดับ แ ล ะ พื้นที่ ๑. การออกก าลังกาย ๒. การเคลื่อนไหว ร่างกาย -กร ะโดดข าเดีย ว ไป ข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เสียการทรงตัว -วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ได้อย่างคล่องแคล่ว -โ ย น รั บ ลู ก บ อ ล ที่ กระดอนขึ้นจากพื้นโดย ใช้มือทั้ง ๒ ข้างได้ ๒ .๒ ใ ช้ มื อ-ต า ประสานสัมพันธ์กัน -ใช้กรรไกรตัดกระดาษ ตามแนวเส้นโค้งได้ ๑. การเล่นเครื่องเล่น สัมผัส และการสร้างสิ่ง ต่างๆจากแท่งไม้บล็อก ๒.การเขียนภาพและ การเล่นกับสี ๓. การประดิษฐ์สิ่ง ต่างๆด้วยเศษวัสดุ ๔. การหยิบจับ การใช้ กรรไกร การฉีก การตัด การปะ การร้อยวัสดุ ๑. การเล่นและการ ท างานร่วมกับผู้อื่น -เขียนรูปสามเหลี่ยมตาม ๒. การท างานศิลปะ แบบได้อย่างมีมุมชัดเจน -ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้น ผ่านศูนย์กลาง๐.๒๕ ซม. ได้
๗๒ ๒.พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๓.๑ แสดงออกทาง อ า ร ม ณ์ อ ย่ า ง เหมาะสม -แสดงอารมณ์ ความรู้สึก ไ ด้ ส อ ด ค ล้ อ ง กั บ ส ถ า น ก า ร ณ์ อ ย่ า ง เหมาะสม ๑. การพูดสะท้อน ความรู้สึกของตนเอง และผู้อื่น ๒. การเล่นบทบาท สมมุติ ๓. การเคลื่อนไหว ตามเสียงเพลง ดนตรี ๔. การร้องเพลง ๕. การท างานศิลปะ - การแสดงทาง อารมณ์และความรู้สึก อย่ างเหม าะสมกับ สถานการณ์ ๓.๒ มีความรู้สึกที่ดี ต่อตนเองและผู้อื่น -กล้าพูดกล้าแสดงออก อ ย่ าง เ ห ม า ะ ส ม ต า ม สถานการณ์ - การรู้จักแสดงความ คิดเห็นอย่างเหมาะสม กับสถานการณ์ -แ ส ดง ค ว า ม พ อ ใ จ ใ น ผลงานและความสามารถ ของตนเองและผู้อื่น - การประสบ ค ว า ม ส า เ ร็ จใ น สิ่ง ต่างๆที่ท าด้วยตนเอง มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๔ .๑ ส น ใ จ แ ล ะ มี ค ว า ม สุ ข แ ล ะ แสดงออกผ่านงาน ศิลปะ ดนตรีและการ เคลื่อนไหว -สนใจและมีความสุขและ แสดงออกผ่านงานศิลปะ ๑. การท ากิจกรรม ศิลปะต่างๆ ๒. การสร้างสรรค์สิ่ง สวยงาม ๓. การรับรู้และแสดง ความคิด ความรู้สึก ผ่านสื่อ วัสดุ ของเล่น และชิ้นงาน ๔. การปฏิบัติกิจกรรม ต่ า ง ๆ ต า ม ค ว า มส า ม า ร ถ ข อง ตนเอง - การท ากิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์ -สนใจ มีความสุขและ แสดงออกผ่านเสียงเพลง ดนตรี ๑. การฟังเพลง การ ร้องเพลง แล ะก า ร แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ เสียงดนตรี ๒. การเล่นเครื่อง ดนตรีประกอบจังหวะ - การฟัง การร้องเพลง
๗๓ ๔. การปฏิบัติกิจกรรม ต่ า ง ๆ ต า ม ค ว า มส า ม า ร ถ ข อง ตนเอง -สนใจ มีความสุขและ แสดงท่าทาง/เคลื่อนไหว ประกอบเพลง จังหวะ และ ดนตรี ๑. การฟังเพลง การ ร้องเพลง แล ะก า ร แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ เสียงดนตรี ๒. การเคลื่อนไหวตาม เสียงเพลง ดนตรี ๔. การปฏิบัติกิจกรรม ต่ า ง ๆ ต า ม ค ว า มส า ม า ร ถ ข อง ตนเอง ๕. การเล่นเครื่อง ดนตรีประกอบจังหวะ - การแสดงท่าทาง เคลื่อนไหวประกอบ เ พ ลง จัง ห ว ะ แ ล ะ ดนตรี มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงาม ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๕.๑ ซื่อสัตย์ สุจริต - ขออนุญาตหรือรอคอย เมื่อต้องการสิ่งของของ ผู้อื่นด้วยตนเอง ๑. ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ ดีของห้องเรียน ๒. การฟังนิทานเกี่ยวกับ คุณธรรม จริยธรรม ๓. การร่วมสนทนาและ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เชิงจริยธรรม ๔. เล่นบทบาทสมมุติ ๕. การเล่นและท างาน ร่วมกับผู้อื่น ๖. การปฏิบัติตนตามหลัก ศาสนาที่นับถือ ๑.คุณธรรมจริยธรรม - ความซื่อสัตย์ สุจริต - ความเกรงใจ ๒. การเคารพสิทธิ ของตนเองและผู้อื่น ๕.๒ มีความเมตตา กรุณา มีน้ าใจและ ช่วยเหลือแบ่งปัน -แสดงความรักเพื่อน และมีเมตตาสัตว์เลี้ยง ๑. การฟังนิทานเกี่ยวกับ คุณธรรม จริยธรรม ๒. เล่นบทบาทสมมุติ ๓. การเลี้ยงสัตว์ ๑.คุณธรรมจริยธรรม - ความเมตตากรุณา - ความมีน้ าใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
๗๔ -ช่วยเหลือและแบ่งปัน ผู้อื่นได้ด้วยตนเอง ๑. การฟังนิทานเกี่ยวกับ คุณธรรม จริยธรรม ๒. เล่นบทบาทสมมุติ ๓. ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ ดีของห้องเรียน ๔. การเล่นรายบุคคล กลุ่ม ย่อย และกลุ่มใหญ่ ๕. การเล่นตามมุม ป ร ะ สบ ก า รณ์/มุม เ ล่ น ต่างๆ ๑.คุณธรรมจริยธรรม - ความมีน้ าใจ ช่วยเหลือแบ่งปัน - ความกตัญญู - ความมีน้ าใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ๕.๓ มีความเห็นอก เห็นใจผู้อื่น -แสดงสีหน้าหรือท่าทาง รับรู้ความรู้สึกผู้อื่นอย่าง ส อ ด ค ล้ อ ง ก บ สถานการณ์ ๑. การเล่นและท างาน ร่วมกับผู้อื่น ๒. การเล่นบทบาทสมมุติ ๓. การแสดงความยินดี เมื่อผู้อื่นมีความสุข เห็นใจ เมื่อผู้อื่นเศร้าหรือเสียใจ แ ล ะ ก า ร ช่ ว ย เ ห ลื อ ปลอบโยนเมื่อผู้อื่นได้รับ บาดเจ็บ ๑.คุณธรรมจริยธรรม - ความเห็นอกเห็นใจ ผู้อื่น - ความมีน้ าใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ๕ .๔ มี ค ว า ม รับผิดชอบ -ท า ง า น ที่ ไ ด้ รั บ มอบหมายจนส าเร็จด้วย ตนเอง ๑. การท ากิจกรรมศิลปะ ต่างๆ ๒. การดูแลห้องเรียน ร่วมกัน ๓. การมีส่วนร่วม รับ ผิ ด ชอบ ดู แล รั กษ า สิ่งแวดล้อมทั้งภายในและ ภายนอกห้องเรียน ๔. การร่วมก าหนด ข้อตกลงของห้องเรียน ๑. คุณธรรม จริยธรรม - ความรับผิดชอบ - ความอดทน มุ่งมั่น - ความเพียร ๓.พัฒนาการด้านสังคม มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๖.๑ ช่ วยเหลือ ต น เ อ งใ น ก า ร ป ฏิ บั ติ กิ จ วั ต ร - แต่งตัวด้วยตนเองได้ อย่างคล่องแคล่ว ๑. การช่วยเหลือตนเอง ในกิจวัตรประจ าวัน ๒. การให้ความร่วมมือ ๑ .ก า ร ช่ ว ย เ ห ลื อ ตนเอง - รับประทานอาหารด้วย ๒ .ม า ร ย า ทใ น ก า ร
๗๕ ประจ าวัน ตนเองอย่างถูกวิธี ในการปฏิบัติกิจกรรม ต่างๆ ๓. การปฏิบัติกิจกรรม ต่างๆตามความสามารถ ของตนเอง รับประทานอาหาร - ใช้และท าความสะอาด หลังใช้ห้องน้ าห้องส้วม ด้วยตนเอง ๖.๒ มีวินัยในตน อง -เก็บของเล่นของใช้เข้าที่ อ ย่ าง เ รี ย บ ร้ อ ย ด้ ว ย ตนเอง ๑. การร่วมก าหนด ข้อตกลงของห้องเรียน ๒. การปฏิบัติตนเป็น สมาชิกที่ดีของห้องเรียน ๓. การให้ความร่วมมือ ในการปฏิบัติกิจกรรม ต่างๆ ๔. การดูแลห้องเรียน ร่วมกัน ๑. การเล่นและการ เก็บสิ่งของอย่างถูกวิธี -เ ข้ า แ ถ ว ต า ม ล า ดั บ ก่อนหลังได้ด้วยตนเอง ๑. การรอคอย ตามล าดับก่อนหลัง ๒. การเข้าแถว ๖ .๓ ป ร ะ ห ยั ด และพอเพียง -ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่าง ประหยัดและพอเพียง ด้วยตนเอง ๑. การปฏิบัติตนตาม แนวทางหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง ๒. การใช้วัสดุและสิ่ง ของเครื่องใช้อย่างคุ้มค่า - การเลือกใช้สิ่งของ เครื่องใช้ น้ า ไฟอย่าง ประหยัด มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๗.๑ ดูแลรักษา ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม -มีส่วนร่วมในการ ดูแลรักษาธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้วย ตนเอง ๑. การมีส่วนร่วมใน ก า ร ดู แ ล รั ก ษ า สิ่งแวดล้อมทั้งภายใน แ ล ะ ภ า ย น อ ก ห้องเรียน ๒.การสนทนาข่าวและ เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับ ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ใ น ชีวิตประจ าวัน ๓. การเพาะปลูกและ ดูแลต้นไม้ ๔. การอธิบาย เชื่อมโยงสาเหตุและ ๑. สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน และการดูแลรักษา ๒. สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ๓. การรักษาสาธารณสมบัติ ในห้องเรียน
๗๖ ผ ล ที่ เ กิ ด ขึ้ น ใ น เหตุก า รณ์ห รือก า ร กระท า ๕. การตัดสินใจและมี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น กระบวนการแก้ปัญหา -ทิ้งขยะได้ถูกที่ ๑. การคัดแยก การ จัดกลุ่มและจ าแนกสิ่ง ต่างๆตามลักษณะและ รูปร่าง รูปทรง ๒. การใช้วัสดุและ สิ่งของเครื่องใช้อย่าง คุ้มค่า ๓. การท างานศิลปะที่ น า วัสดุห รือสิ่งของ เครื่องใช้ที่ใช้แล้วมาใช้ ซ้ าหรือแปรรูปแล้วน า กลับมาใช้ใหม่ ๔. การสร้างสรรค์ ชิ้นงานโดยใช้รูปร่าง รู ป ท รง จ า ก วั ส ดุ ที่ หลากหลาย ๕. การปฏิบัติตนเป็น ส ม า ชิ ก ที่ ดี ข อ ง ห้องเรียน ๑. ขยะและการคัดแยกขยะ ๒. การดูแลรักษา สิ่งแวดล้อม ๗.๒ มีมารยาท ตามวัฒนธรรม ไ ท ย แ ล ะ รั ก ความเป็นไทย -ป ฏิ บั ติ ต น ต า ม ม า ร ย า ท ไ ท ย ไ ด้ ตามกาลเทศะ ๑. การปฏิบัติตนตาม วั ฒ น ธ ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น ที่ อ า ศั ย แ ล ะ ประเพณีไทย ๒. การเล่นบทบาท สมมุติการปฏิบัติตนใน ความเป็นคนไทย ๑. การปฏิบัติตนตาม มารยาทและวัฒนธรรมไทย - การแสดงความเคารพ -การพูดสุภาพ - การกล่าวค าขอบคุณและ ขอโทษ -กล่าวค าขอบคุณ แ ล ะ ข อโ ทษ ด้ ว ย ตนเอง ๑. การปฏิบัติตนตาม วั ฒ น ธ ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น ที่ อ า ศั ย แ ล ะ ประเพณีไทย ๒. การเล่นบทบาท สมมุติการปฏิบัติตนใน ๑. การปฏิบัติตนตาม มารยาทและวัฒนธรรมไทย - การพูดสุภาพ - การกล่าวค าขอบคุณและ ขอโทษ
๗๗ ความเป็นไทย ๓. การพูดสะท้อน ความรู้สึกของตนเอง และผู้อื่น -ยืน ต รง แ ล ะ ร่ ว ม ร้องเพลงชาติไทย และเพลงสรรเสริญ พระมารมี ๑. การปฏิบัติตนตาม วั ฒ น ธ ร ร ม ท้ อ ง ถิ่ น ที่ อ า ศั ย แ ล ะ ประเพณีไทย ๒. การเล่นบทบาท สมมุติการปฏิบัติตนใน ความเป็นไทย ๓. การร่วมกิจกรรม วันส าคัญ ๑. วันส าคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ๒. สัญลักษณ์ส าคัญของชาติ ไทย ๓. การแสดงความจงรักภัคดี ต่ อ ช า ติ ศ า ส น า พระมหากษัตริย์ มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๘.๑ ยอมรับความ เหมือนและความ แตกต่างระหว่าง บุคคล -เล่นและท ากิจก ร รม ร่วมกับเด็กที่แตกต่างไป จากตน ๑.ก า ร เ ล่ น แ ล ะ ท าง า น ร่วมกับผู้อื่น ๒. การเล่นพื้นบ้านของไทย ๓. การศึกษานอกสถานที่ ๔. การเล่นและท ากิจกรรม ร่วมกับกลุ่มเพื่อน ๕. การท าศิลปะแบบ ร่วมมือ ๖. การร่วมสนทนาและ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ๗. การเล่นรายบุคคล กลุ่ม ย่อยและกลุ่มใหญ่ ๑. การเล่นและการท า กิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ๒. การปฏิบัติตาม วัฒนธรรมท้องถิ่นและ ๘.๒ มีปฏิสัมพันธ์ ความเป็นไทย ที่ดีกับผู้อื่น -เล่นหรือท างานร่วมกับ เพื่อนอย่างมีเป้าหมาย -ยิ้มห รื อทักท า ยห รื อ พู ด คุ ย กับ ผู้ให ญ่ แ ล ะ บุ ค ค ล ที่ คุ้ น เ ค ย ไ ด้ เ ห ม า ะ ส ม กั บ สถานการณ์ ๘ .๓ ป ฏิ บั ติ ต น เบื้องต้นในการเป็น ส ม า ชิ ก ที่ ดี ข อง สังคม -มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลง และปฏิบัติตามข้อตกลง ด้วยตนเอง ๑. การร่วมก าหนด ข้อตกลงของห้องเรียน ๒.การปฏิบัติตนเป็นสมาชิก ที่ดีของห้องเรียน ๓. การให้ความร่วมมือใน การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ๑. การปฏิบัติตาม ก ฎ ร ะ เ บี ย บ แ ล ะ ข้อตกลง - ผู้น าผู้ตาม ๒. การแสดงออกทาง อารมณ์และความรู้สึก -ปฏิบัติตนเป็นผู้น าและ ผู้ตามได้เหมาะสมกับ สถานการณ์
๗๘ -ประนีประนอมแก้ไข ปัญหาโดยปราศจากการ ใ ช้ ค ว า ม รุ น แ รง ด้ ว ย ตนเอง ๔. การร่วมกิจกรรมวัน ส าคัญ ๕. การมีส่วนร่วมในการ เลือกวิธีการแก้ปัญหา ๖. การมีส่วนร่วมในการ แก้ปัญหาความขัดแย้ง อย่างเหมาะสม ๓. การแสดงมารยาท ที่ดี ๔. ด้านสติปัญญา มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ (๕-๖ ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๙ .๑ ส น ท น า โต้ตอบแล ะเล่ า เรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ -ฟังผู้อื่นพูดจนจบและ สนทน าโต้ตอบอย่ าง ต่อเนื่องเชื่อมโยงกับ เรื่องที่ฟัง ๑. การฟังเสียงต่างๆใน สิ่งแวดล้อม ๒. การฟังและปฏิบัติตาม ค าแนะน า ๓. การฟังเพลง นิทาน ค า คล้องจอง บทร้อยกรอง หรือเรื่องราวต่างๆ ๔. การเล่นเกมทางภาษา มารยาทในการฟัง - การรับฟัง - การสนทนาเชื่อมโยง สิ่งต่างๆ -เ ล่ า เ ป็ น เ รื่ อ ง ร า ว ต่อเนื่องได้ ๑. การพูดแสดงความคิด ค ว า ม รู้ สึ ก แ ล ะ ค ว า ม ต้องการ ๒. การพูดเกี่ยวกับ ประสบการณ์ของตนเอง หรือพูดเรื่องราวเกี่ยวกับ ตนเอง ๓. การพูดอธิบายเกี่ยวกับ สิ่งของ เหตุก ารณ์ และ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ๔. การพูดอย่างสร้างสรรค์ ในการเล่นและการกระท า ต่างๆ ๕. การรอจังหวะที่ เหมาะสมในการพูด ๖. การพูดเรียงล าดับเพื่อใช้ ในการสื่อสาร ๗. การเล่นเกมทางภาษา ๑. การใช้ภาษาในการ สื่ อ ค ว า ม ห ม า ย ใ น ชีวิตประจ าวัน ความรู้ พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้ หนังสือและตัวหนังสือ
๗๙ ๙.๒ อ่าน เขียน ภ า พ แ ล ะ สัญลักษณ์ได้ -อ่านภาพ สัญลักษณ์ ค า ด้วยการชี้ หรือกวาด ตามองจุดเริ่มต้นและจุด จบของข้อความ ๑. การอ่านหนังสือภาพ นิทานหลากหลายประเภท/ รูปแบบ ๒. การอ่านอย่างอิสระตาม ล าพัง การอ่านร่วมกัน การ อ่านโดยมีผู้ชี้แนะ ๓. การเห็นแบบอย่างของ การอ่านที่ถูกต้อง ๔. การสังเกตทิศทางการ อ่ าน ตั ว อั กษ ร ค า แ ล ะ ข้อความ ๕. การอ่านและชี้ข้อความ โ ด ย ก ว า ด ส า ย ต า ต า ม บรรทัดจากซ้ายไปขวา จาก บนลงล่าง ๖. การสังเกตตัวอักษรใน ชื่อของตน หรือค าคุ้นเคย ๗. การสังเกตตัวอักษรที่ ประกอบเป็นค าผ่านการ อ่านหรือเขียนของผู้ใหญ่ ๘. การคาดเดาค า วลี หรือ ประโยคที่มีโครงสร้างซ้ าๆ กันจากนิทาน เพลง ค า คล้องจอง ๙. การเล่นเกมทางภาษา ๑๐. การเห็นแบบอย่างของ การเขียนที่ถูกต้อง ๑. การใช้ภาษาในการ สื่ อ ค ว า ม ห ม า ย ใ น ชีวิตประจ าวัน ความรู้ พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้ หนังสือและตัวหนังสือ - การอ่านภาพ สัญลักษณ์ นิทาน -เขี ยน ชื่ อของตนเ อง ตามแบบ เขียนข้อความด้วยวิธีที่ คิดขึ้นเอง ๑. การเขียนร่วมกันตาม โอกาส และการเขียนอิสระ ๒. การเขียนค าที่มี ความหมายกับตัวเด็ก/ค า คุ้นเคย ๓. การคิดสะกดค าและ เขียนเพื่อสื่อความหมาย ด้วยตนเองอย่างอิสระ ๔. การเล่นเกมทางภาษา ๑. การใช้ภาษาในการ สื่ อ ค ว า ม ห ม า ย ใ น ชีวิตประจ าวัน ความรู้ พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้ หนังสือและตัวหนังสือ - การเขียนภาพ สัญลักษณ์ ตัวอักษร ชื่อ- สกุลของตนเอง
๘๐ มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑ ๐ .๑ มี คว ามส าม า ร ถใน การคิดรวบยอด -บ อ ก ลั ก ษ ณ ะ ส่ วนป ร ะกอบ ก า ร เป ลี่ ยน แป ลง ห รื อ ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ข อง สิ่งของต่างๆจากการ สังเกตโดยใช้ประสาท สัมผัส ๑. การสังเกตลักษณะ ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง แ ล ะ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆโดย ใ ช้ ป ร ะ ส า ท สั ม ผั ส อ ย่ าง เหมาะสม ๒. การสังเกตสิ่งต่างๆแลละ สถานที่จากมุมมองที่ต่างกัน ๓. การเล่นกับสื่อต่างๆที่เป็น ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก ทรงกรวย ๔. การใช้ภาษาทาง คณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ใน ชีวิตประจ าวัน ๑. การคิด - ประสาทสัมผัส - การสังเกต ๒. ก า ร เปลี่ยนแปลงและ ความสัมพันธ์ของสิ่ง ต่างๆรอบตัว -จับคู่และเปรียบเทียบ ค ว ามแตกต่ างห รื อ ความเหมือนของสิ่ง ต่างๆโดยใช้ลักษณะที่ สังเกตพบสองลักษณะ ขึ้นไป ๑. การคัดแยก การจัดกลุ่ม และการจ าแนกสิ่งต่างๆตาม ลักษณะและรูปร่าง รูปทรง ๒. การต่อของชิ้นเล็กเติมใน ชิ้นใหญ่ให้สมบูรณ์ และการ แยกชิ้นส่วน ๓. การจับคู่ การเปรียบเทียบ และการเรียงล าดับสิ่งต่างๆ ตามลักษณะความยาว/ความ สูง น้ าหนัก ปริมาตร ๔. การใช้ภาษาทาง คณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ใน ชีวิตประจ าวัน ๑. การคิด - การจับคู่ - การเปรียบเทียบ ลักษณะต่างๆ -จ าแนกและจัดกลุ่มสิ่ง ต่างๆโดยใช้ตั้งแต่สอง ลั กษณ ะ ขึ้ นไ ป เ ป็ น เกณฑ์ ๑. การคัดแยก การจัดกลุ่ม และการจ าแนกสิ่งต่างๆตาม ลักษณะและรูปร่าง รูปทรง ๒. การท าซ้ า การต่อเติม และ การสร้างแบบรูป ๓. การรวมและการแยกสิ่ง ต่างๆ ๑. การคิด - การจ าแนกสิ่งของ ตั้งแต่ ๒ลักษณะ - การจัดกลุ่ม
๘๑ ๔. การใช้ภาษาทาง คณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ใน ชีวิตประจ าวัน -เรียงล าดับสิ่งของหรือ เหตุการณ์อย่างน้อย ๕ ล าดับ ๑. การนับและแสดงจ านวน ของสิ่งต่างๆในชีวิตประจ าวัน ๒. การเปรียบเทียบและ เรียงล าดับจ านวนของสิ่งต่าง ๆ ๓. การบอกและแสดงอันดับ ที่ของสิ่งต่าง ๆ ๔. การบอกและเรียงล าดับ กิจกรรมหรือเหตุการณ์ตาม ช่วงหรือเวลา ๕. การใช้ภาษาทาง คณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ใน ชีวิตประจ าวัน ๖. การบอกและแสดง ต า แ ห น่ง ทิ ศ ท าง แ ล ะ ระยะทางของสิ่งต่างด้วยการ กระท า ภาพวาด ภาพถ่าย และรูปภาพ ๑. การคิด - การเรียงล าดับ อย่างน้อย ๕ ล าดับ - จ านวนและตัวเลข ๑ ๐ .๒ มี คว ามส าม า ร ถใน การคิดเชิงเหตุผล -อ ธิ บ า ย เ ชื่ อ ม โ ยง สาเหตุและผลที่เกิดขึ้น ในเหตุการณ์หรือการ กระท าด้วยตนเอง ๑. การชั่ง ตวง วัดสิ่งต่างๆ โดยใช้เครื่องมือและหน่วยที่ ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน ๒. การอธิบายเชื่อมโยง สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณ์หรือการกระท า ๑. การแสดงความ คิดเห็น - การชั่ง - การตวง - การวัด ๒. การเชื่อมโยงสิ่ง ต่ า ง ๆ ใ น ชีวิตประจ าวัน -คาดคะเนสิ่งที่อาจจะ เกิดขึ้น และมีส่วนร่วม ในการลงความเห็น จ า ก ข้ อ มู ล อ ย่ าง มี เหตุผล ๑. การคาดเดาหรือการ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น อย่างมีเหตุผล ๒. การมีส่วนร่วมในการลง ความเห็นจากข้อมูลอย่างมี เหตุผล -ก า ร ห า ความสัมพันธ์อย่าง มีเหตุผล
๘๒ ๑ ๐ .๓ มี คว ามส าม า ร ถใน ก า ร คิ ด แ ก้ ปัญห า และตัดสินใจ -ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ แ ล ะ ย อ ม รั บ ผ ล ที่ เกิดขึ้น ๑. การตัดสินใจและมีส่วน ร่วมในกระบวนการแก้ปัญหา ๒. การอธิบายเชื่อมโยง สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณ์หรือการกระท า ๑. การตัดสินใจสิ่ง ต่างๆด้วยตนเอง -ร ะ บุ ปั ญ ห า ส ร้ า ง ทางเลือกและเลือกวิธี แก้ปัญหา ๑. การตัดสินใจและมีส่วน ร่วมในกระบวนการแก้ปัญหา ๒. การคาดเดาหรือการ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น อย่างมีเหตุผล ๓. การมีส่วนร่วมในการลง ความเห็นจากข้อมูลอย่างมี เหตุผล ๑. การแก้ปัญหา ด้ วยตนเองอย่ าง มั่นใจ มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑๑.๑ เล่น/ท างาน ศิ ล ป ะ ต า ม จิ น ต น า ก า ร แ ล ะ ความคิดสร้างสรรค์ -สร้างผลงานศิลปะ เพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง โดยมีก า รดัด แปลง และแปลกใหม่จ าก เดิมและมีรายละเอียด เพิ่มขึ้น ๑. การแสดงความคิด ส ร้ าง ส ร ร ค์ ผ่ า น ภ า ษ า ท่าทาง ก ารเคลื่อนไหว และศิลปะ ๒. การเขียนภาพและการ เล่นกับสี ๓. การปั้น ๔. การประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ด้วยเศษวัสดุ ๕. การท างานศิลปะที่น า วัสดุหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ ใช้แล้วมาใช้ซ้ าหรือแปรรูป แล้วน ากลับมาใช้ใหม่ ๖. การหยิบจับ การใช้ กรรไกร การฉีก การตัด การปะและการร้อยวัสดุ ๗ .ก า ร แ ส ดง ค ว า ม คิ ด ส ร้ าง ส ร ร ค์ ผ่ า น ภ า ษ า ท่าทาง ก ารเคลื่อนไหว และศิลปะ ๑.การท างานศิลปะที่ แปลกใหม่ ๒. วิธีการใช้เครื่องมือ เครื่องใช้ในการท างาน ศิลปะอย่างถูกวิธีและ ปลอดภัย เช่นกรรไกร
๘๓ ๘. การท างานศิลปะ ๙. การสร้างสรรค์ชิ้นงาน โดยใช้รูปร่าง รูปทรง จาก วัสดุที่หลากหลาย ๑๐. การรับรู้และแสดง ความคิด ความรู้สึกผ่านสื่อ วัสดุ ของเล่น และชิ้นงาน ๑๑.๒ แสดงท่าทาง/ เ ค ลื่ อ น ไ ห ว ต า ม จินตน าก า ร อย่ า ง สร้างสรรค์ -เคลื่อนไหวท่ าท าง เพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง อย่างหลากหลายและ แปลกใหม่ ๑. การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ ๒. การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ ๓. การเคลื่อนไหวพร้อม วัสดุอุปกรณ์ ๔. การแสดงความคิด ส ร้ าง ส ร ร ค์ ผ่ า น ภ า ษ า ท่าทาง การเคลื่อนไหวและ ศิลปะ ๕. การเคลื่อนไหวโดย ควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดับและพื้นที่ ๖. การเคลื่อนไหวตาม เสียงเพลง/ดนตรี ๗. การฟังเพลง การร้อง เ พ ล ง แ ล ะ ก า ร แ ส ด ง ปฏิกิริยาโต้ตอบเสียงดนตรี ๑. การเคลื่อนไหว ร่ าง ก า ยใน ทิ ศท าง ระดับและพื้นที่ต่างๆ ๒. การแสดงท่าทาง ต่างๆตามความคิดของ ตนเอง มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาลปีที่ ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์ส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑๒.๑ มีเจตคติที่ดี ต่อการเรียนรู้ -หยิบหนังสือมาอ่าน และเขียนสื่อความคิด ด้วยตนเองเป็นประจ า อย่างต่อเนื่อง ๑. การส ารวจสิ่งต่างๆ และ แหล่งเรียนรู้รอบตัว ๒. การตั้งค าถามในเรื่องที่ สนใจ ๑. ความรู้พื้นฐาน เกี่ยวกับการใช้หนังสือ และตัวหนังสืออย่าง อิสระ -กระตือรือร้นในการ ร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้น จนจบ ๑. การให้ความร่วมมือใน การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ๒. การตั้งค าถามในเรื่องที่ สนใจ ๓. การมีส่วนร่วมในการ รวบรวมข้อมูลและน าเสนอ ๑. การแสดงออกทาง อารมณ์และความรู้สึก อย่างเหมาะสม ๒. ความสนใจในการ ท ากิจกรรม
๘๔ ข้อมูลจากการสืบเสาะหา ความรู้ในรูปแบบต่างๆและ แผนภูมิอย่างง่าย ๑ ๒ .๒ มี คว ามส าม า ร ถใน การแสวงหาความรู้ -ค้นหาค าตอบของข้อ สง สั ย ต่ า ง ๆ ต า ม วิธีการที่หลากหลาย ด้วยตนเอง ๑. การส ารวจสิ่งต่างๆ และ แหล่งเรียนรู้รอบตัว ๒. การตั้งค าถามในเรื่องที่ สนใจ ๓. การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อค้นหาค าตอบของข้อ สงสัยต่างๆ ๔. การมีส่วนร่วมในการ รวบรวมข้อมูลและน าเสนอ ข้อมูลจากการสืบเสาะหา ความรู้ในรูปแบบต่างๆและ แผนภูมิอย่างง่าย - การเรียนรู้ที่จะเล่น และท าสิ่งต่างๆอย่าง หลากหลายด้วยตนเอง -ใช้ประโยคค าถามว่า “เมื่อไร” อย่างไร” ใน การค้นหาค าตอบ ๑. การตั้งค าถามในเรื่องที่ สนใจ ๒. การสืบเสาะหาความรู้ เพื่อค้นหาค าตอบของข้อ สงสัยต่างๆ - การสนใจซักถาม ค า ถ า ม เ พื่ อ ค้ น ห า ค าตอบด้วยตนเอง ๘.ขอบข่ายเวลาเรียน และสาระการเรียนรู้รายปี โรงเรียนนิกรราษฎร์บ ารุงวิทย์ ได้วิเคราะห์สาระการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับ เป้าหมาย สาระการเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๔ และสอดคล้องกับบริบทของ โรงเรียน และท้องถิ่น โดยจัดหน่วยการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงอายุ ดังนี้ ระดับชั้นอนุบาลปีที่ ๒ (๔ - ๕ ปี ) สาระการเรียนรู้ รายละเอียดสาระการเรียนรู้ ( หน่วยการเรียน ) เวลา / สัปดาห์ หมายเหตุ ๑ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก หน่วยร่างกายของฉัน หน่วยปลอดภัยไว้ก่อน หน่วยบ้านของฉัน หน่วยกินดี อยู่ดี มีสุข ๔ ๑ ๑ ๑ ๑ ๒ บุ ค ค ล แ ล ะ ส ถ า น ที่ แวดล้อมเด็ก หน่วยโรงเรียนของฉัน หน่วยครอบครัวของฉัน หน่วยอาชีพในฝัน ๑๔ ๑ ๑ ๑
๘๕ หน่วยชุมชนของเรา หน่วยหนูน้อยมารยาทงาม หน่วยวันเด็ก /วันครู หน่วยอาสาฬหบูชา /วันเข้าพรรษา หน่วยตลาดแสนสนุก หน่วยวันขึ้นปีใหม่ หน่วยวันลอยกระทง หน่วยวันแม่ หน่วยการละเล่นเด็กไทย หน่วยวันพ่อ หน่วยตามรอยเท้าพ่ออย่างพอเพียง ๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑ ๓ ธรรมชาติรอบตัว หน่วยดอกไม้แสนสวย หน่วยต้นไม้มีชีวิต หน่วยสัตว์โลกน่ารัก หน่วยกลางวัน กลางคืน หน่วยปทุมถิ่นบัวหลวง หน่วยเมืองรวงข้าว หน่วยฤดูฝน หน่วยฉันรักฤดูหนาว หน่วยโลกสวยด้วยมือเรา ๙๑๑๑๑๑๑๑๑๑ ๔ สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก หน่วยผักสดสะอาด หน่วยผลไม้แสนอร่อย หน่วยเดินทางแสนสนุก หน่วยการสื่อสาร หน่วยคณิตคิดสนุก หน่วยวิทยาศาสตร์น่ารู้ หน่วยงานบ้าน หน่วยสีสันแสนสนุก หน่วยหนังสือที่รัก ๑๓๑๑๑๑๑๑๑๑๑
๘๖ ระดับชั้นอนุบาลปีที่ ๓ (๕ – ๖ ปี ) สาระการเรียนรู้ รายละเอียดสาระการเรียนรู้ ( หน่วยการเรียน ) เวลา / สัปดาห์ หมายเหตุ ๑ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก หน่วยร่างกายของฉัน หน่วยปลอดภัยไว้ก่อน หน่วยหน้าที่พลเมือง หน่วยฉลาดกิน ฉลาดใช้ ๔ ๑ ๑ ๑ ๑ ๒ บุ ค ค ล แ ล ะ ส ถ า น ที่ แวดล้อมเด็ก หน่วยโรงเรียนของฉัน หน่วยครอบครัวของฉัน หน่วยอาชีพในฝัน หน่วยชุมชนของเรา หน่วยหนูน้อยมารยาทงาม หน่วยหนูน้อยรักความเป็นไทย หน่วยตลาดแสนสนุก หน่วยอาสาฬหบูชา/วันเข้าพรรษา หน่วยวันเด็ก/วันครู หน่วยวันขึ้นปีใหม่ หน่วยวันลอยกระทง หน่วยวันแม่ หน่วยวันพ่อ หน่วยตามรอยเท้าพ่ออย่างพอเพียง ๑๔ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๓ ธรรมชาติรอบตัว หน่วยต้นไม้มีชีวิต หน่วยสัตว์โลกน่ารัก หน่วยกลางวัน กลางคืน หน่วยปทุมถิ่นบัวหลวง หน่วยเมืองรวงข้าว หน่วยฤดูฝน หน่วยฉันรักฤดูหนาว หน่วยดิน หิน ทรายน่ารู้ หน่วยหนูน้อยนักอนุรักษ์ ๙ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑
๘๗ ๔ สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก หน่วยผัก ผลไม้สดสะอาด หน่วยคมนาคม หน่วยเทคโนโลยีเพื่อการสื่อสาร หน่วยคณิตคิดสนุก หน่วยวิทยาศาสตร์น่ารู้ หน่วยของเล่นของใช้ หน่วยหนูน้อยก้าวไกลสู่อาเซียน หน่วยยาเสพติดให้โทษ หน่วยหนังสือที่รัก ๑๓ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๙. การจัดหน่วยการเรียนรู้รายปี โรงเรียนนิกรราษฎร์บ ารุงวิทย์ ได้ก าหนดการจัดหน่วยการเรียนรู้รายปี โดยเรียงล าดับตาม ความส าคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ที่เด็กควรรู้ก่อนและหลัง บูรณาการหลักสูตรต้านทุจริต และสะเต็มศึกษา ค านึงถึงวันส าคัญทางประเพณีและศาสนา วันส าคัญของชาติ และความเหมาะสมของเด็กในแต่ละระดับชั้น ดังนี้ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ สัป ดาห์ ที่ วันเดือนปี หน่วยการจัดประสบการณ์ บูรณาการหน่วยการ เรียนรู้สอดคล้องกับ จุดเน้น ชั นอนุบาลปีที่ ๒ ชั นอนุบาลปีที่ ๓ ๑ 1๕ – ๑๙ พ.ค.6๖ ปฐมนิเทศ ปฐมนิเทศ - ๒ 2๒ – 2๖ พ.ค.6๖ โรงเรียนของเรา โรงเรียนของเรา - ๓ ๒๙ พ.ค. – 2 มิ.ย. 6๖ ตัวเรา ตัวเรา - ๔ ๕ – ๙ มิ.ย. 6๖ หนูท าได้ หนูท าได้ ต้านทุจริต (หน่วยที่ 1,2) ๕ 1๒ – 1๖ มิ.ย. 6๖ ครอบครัวมีสุข ครอบครัวมีสุข - ๖ ๑๙ – 2๓ มิ.ย. 6๖ อาหารดีมี ประโยขน์ อาหารดีมีประโยขน์ - ๗ 2๖ – ๓๐ มิ.ย.6๖ ฝน ฝน - ๘ 3 – ๗ ก.ค.6๖ ข้าว ข้าว สาระท้องถิ่น
๘๘ ๙ 1๐ – 1๔ ก.ค.6๖ ปลอดภัยไว้ก่อน ปลอดภัยไว้ก่อน - ๑๐ 1๗ – 2๑ ก.ค.6๖ รักเมืองไทย รักเมืองไทย สาระท้องถิ่น ๑๑ 2๔ – 2๘ ก.ค.6๖ วันเฉลิมพระ ชนมพรรษา วันเฉลิมพระ ชนมพรรษา - ๑๒ ๓1 ก.ค. – ๔ ส.ค.6๖ ของเล่นของใช้ ของเล่นของใช้ STEM Education ๑๓ ๗ – 11 ส.ค.6๖ วันแม่ วันแม่ - ๑๔ 1๕ – 1๘ ส.ค.6๖ วิทยาศาสตร์น่ารู้ วิทยาศาสตร์แสน สนุก บ้านนักวิทยาศาสตร์ น้อย ๑๕ 2๑ – 2๕ ส.ค.6๖ ชุมชนของเรา ชุมชนของเรา สาระท้องถิ่น ๑๖ 2๘ ส.ค. – ๑ ก.ย. 6๖ ต้นไม้ที่รัก ต้นไม้ที่รัก บ้านนักวิทยาศาสตร์ น้อย ๑๗ ๔ – ๘ ก.ย. 6๖ ดิน หิน ทราย ดิน หิน ทราย บ้านนักวิทยาศาสตร์ น้อย ๑๘ 1๑ – 1๕ ก.ย. 6๖ สัตว์น่ารัก สัตว์น่ารัก - ๑๙ 1๘ – 2๒ ก.ย. 6๖ การคมนาคม การคมนาคม STEM Education ๒๐ 2๕ – ๒๙ ก.ย. 6๖ หนูน้อยมารยาท ดี เด็กดีมีมารยาท ต้านทุจริต (หน่วยที่ 4) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา ๒๕๖๖ สัปดา ห์ที่ วันเดือนปี หน่วยการจัดประสบการณ์ บูรณาการหน่วยการ เรียนรู้สอดคล้องกับ จุดเน้น ชั นอนุบาลปีที่ ๒ ชั นอนุบาลปีที่ ๓ ๒๑ 1 – ๓ พ.ย.6๖ รอบรู้ปลอดภัย รอบรู้ปลอดภัย ๒๒ ๖ – 1๐ พ.ย.6๖ ลอยกระทง ลอยกระทง - ๒๓ 1๓ – 1๗ พ.ย.6๖ กลางวัน - กลางคืน กลางวัน - กลางคืน - ๒๔ 2๐ – 2๔ พ.ย.6๖ ค่านิยมไทย ค่านิยมไทย - ๒๕ 2๗ พ.ย.–๑ ธ.ค. 6๖ วันชาติ วันชาติ - ๒๖ ๔ – ๘ ธ.ค. 6๖ เศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง ต้านทุจริต (หน่วยที่ 3) ๒๗ 1๒ – 1๕ ธ.ค. 6๖ เทคโนโลยีและการ สื่อสาร เทคโนโลยีและการ สื่อสาร บ้านนักวิทยาศาสตร์ น้อย ๒๘ 1๘ – 2๒ ธ.ค. 6๖ สนุกกับตัวเลข สนุกกับตัวเลข - ๒๙ 2๕ – ๒๙ ธ.ค. 6๖ วันขึ้นปีใหม่ วันขึ้นปีใหม่ - ๓๐ 2 – ๕ ม.ค. 6๗ ขนาด รูปร่าง รูปทรง ขนาด รูปร่าง รูปทรง STEM Education ๓๑ ๘ – 1๒ ม.ค. 6๗ วันเด็ก วันครู วันเด็ก วันครู -
๘๙ ๓๒ 1๕ – ๑๙ ม.ค. 6๗ ฤดูหนาว ฤดูหนาว - ๓๓ 2๒ – 2๖ ม.ค. 6๗ เสียงรอบตัว เสียงรอบตัว บ้านนักวิทยาศาสตร์ น้อย ๓๔ ๒๙ ม.ค. – ๒ ก.พ.6๗ โลกสวยด้วยสีสัน โลกสวยด้วยสีสัน - ๓๕ ๕ – ๙ ก.พ.6๗ แรงและพลังงานใน ชีวิตประจ าวัน แรงและพลังงานใน ชีวิตประจ าวัน บ้านนักวิทยาศาสตร์ น้อย ๓๖ 1๒ – 1๖ ก.พ.6๗ โครงงาน วิทยาศาสตร์ โครงงาน วิทยาศาสตร์ บ้านนักวิทยาศาสตร์ น้อย ๓๗ ๑๙ – 2๓ ก.พ.6๗ โครงงาน วิทยาศาสตร์ โครงงาน วิทยาศาสตร์ บ้านนักวิทยาศาสตร์ น้อย ๓๘ 27 ก.พ. – ๑ มี.ค.6๖ รักการอ่าน รักการอ่าน - ๓๙ ๔ – ๘ มี.ค.6๗ ปริมาณ น้ าหนัก ปริมาณ น้ าหนัก บ้านนักวิทยาศาสตร์ น้อย ๔๐ 1๑ – 1๕ มี.ค.6๗ ฤดูร้อน ฤดูร้อน - ๑๐. การจัดประสบการณ์ ๑๐.๑ แนวคิด/นวัตกรรมที่น ามาใช้ในการจัดประสบการณ์ การจัดประสบการณ์ส าหรับเด็กปฐมวัย จะไม่จัดเป็นรายวิชา แต่จัดในรูปของกิจกรรมบูรณาการ ผ่านการเล่น เพื่อให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เกิดการเรียนรู้ ได้พัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา กิจกรรมที่จัดให้เด็กในแต่ละวัน อาจใช้ชื่อเรียกกิจกรรมแตกต่างกันไปในแต่ละ โรงเรียน แต่ทั้งนี้ประสบการณ์ที่จัดจะต้องครอบคลุมประสบการณ์ส าคัญที่ก าหนดในหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัย และควรยืดหยุ่นให้มีสาระการเรียนรู้ที่เด็กสนใจ และสาระการเรียนรู้ที่ผู้สอนก าหนด เมื่อเด็กได้รับ ประสบการณ์ส าคัญและท ากิจกรรมในแต่ละหัวเรื่องแล้ว เด็กควรจะเกิดแนวคิดตามที่ได้เสนอแนะใน หลักสูตร ส าหรับการน าแนวคิดจากนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้ในการจัดประสบการณ์ ผู้สอนต้องท าความเข้าใจ นวัตกรรมนั้น ๆ แต่ละนวัตกรรมจะมีจุดเด่นของตนเอง แต่โดยภาพรวมแล้ว นวัตกรรมส่วนใหญ่จะยึดเด็ก เป็นส าคัญ การลงมือปฏิบัติจริงด้วยตัวเด็กจะเป็นหัวใจส าคัญในแต่ละนวัตกรรม นวัตกรรมที่เข้ามามี บทบาทในการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย โรงเรียนนิกรราษฎร์บ ารุงวิทย์ มีดังนี้ แนวคิด/นวัตกรรม การน ามาใช้ปฏิบัติ/บูรณาการเพื่อพัฒนาเด็ก ๑. การสอนตามแนวคิดไฮสโคป (HighScope) - ใช้ในการกิจกรรมเสรีให้เด็กใช้กระบวนการ Plan-DoReview ในการท ากิจกรรมตามความสนใจ โดยมีการ วางแผน ปฏิบัติตามแผน และการน าเสนอผลงาน - ใช้ในการวางแผนจัดห้องเรียน จัดสื่อ มุมประสบการณ์ และพื้นที่ในห้องเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ตามแนวคิด
๙๐ ไฮสโคป ๒. สะเต็มศึกษา - เป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่บูรณาการกลุ่มสาระและ ทักษะกระบวนการของทั้ง 4 สาระ อันได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดยน า ลักษณะธรรมชาติของแต่ ละสาระวิชาและกระบวนการ จัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนมาผสมผสานกันเพื่อให้ผู้เรียนได้ เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่ส าคัญแลจ าเป็น ๓. หลักสูตรต้านทุจริต - การเรียนการสอนหลักสูตรต้านทุจริต เพื่อปลูกฝังจิตส านึก ในการแยกแยะประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม จิต พอเพียง และสร้างพฤติกรรมที่ไม่ยอมรับและไม่ทนต่อการ ทุจริต ๔.บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย - เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่หาค าตอบให้กับค าถาม และการอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ได้มาด้วยการค้นหาอย่าง มีระบบและมีเป้าหมาย ๑. การสอนตามแนวคิดไฮสโคป (HighScope) ทฤษฏีการเรียนรู้ของเด็กมีแนวคิดหลากหลายแบบ “ไฮสโคป” สพฐ.ได้จัดให้มีห้องเรียนน าร่องทั่ว ป ร ะเทศในโ รงเ รียนอนุบ าลป ระจ าอ าเภอและป ร ะจ าจังห วัดในปีก า รศึกษ านี้ (ปี ๒๕๖๒) ทฤษฏีนี้ริเริ่มโดย ดร.เดวิด ไวคาร์ท ร่วมกับนักวิชาการท าการวิจัยศึกษาเปรียบเทียบเด็กปฐมวัย ๓ กลุ่ม ซึ่งเรียนรู้ตามแนวทางที่แตกต่างกันคือ กลุ่มที่ครูสอนโดยตรง กลุ่มที่อยู่ในเนอร์สเซอรี่แบบเดิม และ กลุ่มไฮสโคป ติดตามตั้งแต่เล็กจนถึงอายุ ๒๙ ปี ผลวิจัยแสดงให้เห็นว่า เด็กกลุ่มที่เรียนด้วยแนวไฮสโคปนั้น พบปัญหาพฤติกรรมทางสังคมและอารมณ์น้อยกว่า # กลุ่มแรก เป็นผลพิสูจน์ว่าการศึกษาตามแนวทางนี้ ช่วยป้องกันอาชญากรรม เพิ่มพูนความส าเร็จทั้งการศึกษาและการด าเนินชีวิตได้ หัวใจของไฮสโคปเน้นให้เด็กเรียนรู้แบบลงมือท าผ่านการเล่น ด้วยสื่อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับ พัฒนาการ เพื่อให้เด็กมีประสบการณ์ตรงกับคน สิ่งของ เหตุการณ์ และความคิด ส่งเสริมให้รู้จักคิด วิเคราะห์ได้และคิดสร้างสรรค์เป็น สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างกระตือรือร้น โดยครูจะเป็นผู้สนับสนุนให้ เด็กเกิดกระบวนการ วางแผน – ลงมือท า – และทบทวน (Plan – Do - Review) หัวใจของไฮสโคป ประกอบด้วยกระบวนการ ๓ กระบวนการ อันได้แก่ ๑. การวางแผน (Plan) เป็นการให้เด็กก าหนดแนวทางการปฏิบัติ หรือการด าเนินงานตามงานที่ ได้รับมอบหมายหรือตามสิ่งที่ตัวเองสนใจ โดยคุณครูจะต้องเปิดโอกาสให้เด็กสนทนากับครู หรือสนทนา ระหว่างเพื่อนด้วยกัน เพื่อวางแผนการท างานอย่างเหมาะสม ว่าจะท าอะไร อย่างไร การวางแผนกิจกรรมนี้ เด็กต้องมีโอกาสเลือกและตัดสินใจ ซึ่งอาจจะบันทึกด้วยภาพหรือสัญลักษณ์ประจ าตัวเด็กหรือบอกให้ครู ช่วยบันทึกก็ได้ ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยส่งเสริมความรู้สึกเชื่อมั่นในตนเองของเด็กและความรู้สึกในการ ควบคุมตนเอง ท าให้เด็กสนใจในกิจกรรมที่ตนเองได้วางแผนไว้ ๒. การปฏิบัติ (Do) คือ การให้เด็กลงมือท ากิจกรรมตามแผนที่วางไว้อย่างอิสระตามเวลาที่ก าหนด โดยเน้นให้เด็กได้ช่วยกันคิด ทดลองและแก้ปัญหาร่วมกันอย่างมีจุดมุ่งหมาย ได้เรียนรู้ตามประสบการณ์ ค้นพบความคิดใหม่ๆ โดยคุณครูจะท าหน้าที่เป็นผู้ชี้แนะและให้ค าแนะน า มากกว่าจะลงไปจัดการด้วย ตัวเอง ๓. การทบทวน (Review) คือกระบวนการที่ให้เด็กสะท้อนผลงานของตัวเองที่ได้ลงมือท าผ่านการ
๙๑ พูดคุยหรือแสดงผลต่างๆ เพื่อทบทวนว่าตนเองนั้นได้ปฏิบัติงานตามแผนที่ได้วางไว้หรือไม่ มีการ เปลี่ยนแปลงอย่างไร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กได้เชื่อมโยงแผนการปฏิบัติงานกับผลงานที่ท า รวมถึงการ เล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้ลงมือท าด้วยตนเอง วงล้อแห่งการเรียนรู้ของไฮสโคปคือ เมื่อเด็กได้ “เรียนรู้แบบลงมือท า” เด็กจึงจะสร้างองค์ความรู้ ได้ ตั้งแต่การมีส่วนเลือกและตัดสินใจสิ่งต่าง ๆ เอง วิธีนี้เด็กจะเกิดการเรียนรู้มากกว่าการเป็นฝ่ายรับ การมี “ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น” ทั้งกับครูและเพื่อน ท าให้เด็กเกิดการเรียนรู้ระหว่างกัน จึงมีโอกาสแก้ปัญหาต่าง ๆ “การจัดสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้” ให้เด็กมีสื่อให้เล่นอิสระ หลากหลายและเพียงพอ การมี “กิจวัตร ประจ าวัน” จะท าให้เด็กได้พบประสบการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจ าวันอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะ ประสบการณ์เป็นส่วนหนึ่งของความรู้ที่เด็กจะได้รับเมื่อผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ นั่นเอง จากนั้นจะ เป็นขั้นตอนของคุณครูที่เป็นผู้ท า “การประเมิน” พัฒนาการเด็ก ๒. สะเต็มศึกษา เป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่บูรณาการกลุ่มสาระและทักษะกระบวนการของทั้ง 4 สาระ อันได้ แกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ โดยน าลักษณะธรรมชาติของแต่ ละสาระ วิชาและกระบวนการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนมาผสมผสานกันเพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้และพัฒนา ทักษะที่ส าคัญแลจ าเป็น ความส าคัญของการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มระดับการศึกษาปฐมวัย การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มระดับการศึกษาปฐมวัยผ่านการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง (Active Learning) มี ความส าคัญต่อการพัฒนาส าหรับเด็กปฐมวัยในด้านต่างๆดังนี้ 1. พัฒนาทักษะที่จ าเป็นต่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย ทักษะการคิด ทักษะทาง คณิต ศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะการแสวงหาความรู้ ทักษะการสื่อสาร ทักษะการ คิด วิเคราะห์ ทักษะการใช้เทคโนโลยีและทักษะทางสังคม 2. ส่งเสริมการท ากิจกรรมแบบบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และ วิศวกรรมศาสตร์ซึ่งเป็นพื้นฐานในการสร้างความรู้ด้วยตนเองในหัวข้อเรื่องที่เรียนรู้และสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อ พัฒนาก าลังคนของประเทศตั้งแต่ระดับการศึกษาปฐมวัย 3. กระบวนการเรียนรู้เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เป็นหัวข้อเรื่องในชีวิตจริงของเด็ก สอดคล้องกับปรัชญา และแนวคิดทางการศึกษาปฐมวัย ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยตั้งค าถาม สืบค้นโดยใช้ ความสามารถในการสังเกต ช่วยเด็กคิดเกี่ยวกับกระบวนการในการท างานของตน 4. ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้มากที่สุด การจัดกิจกรรมเป็นการท างาน แบบ ร่วมมือผ่านลักษณะกิจกรรมที่หลากหลาย ฝึกความมีวินัยและสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมใน กระบวนการท างานแบบร่วมมือ 5. จัดบรรยากาศในชั้นเรียนส่งเสริมการกล้าแสดงออก การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 6. ส่งเสริมให้เด็กรักและเห็นคุณค่าของการเรียนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และ คณิตศาสตร์ ๓. หลักสูตรต้านทุจริต ๑. หลักการจัดประสบการณ์ ๑.๑ จัดประสบการณ์การเล่นและการเรียนรู้หลากหลายลักษณะ เพื่อพัฒนาเด็กโดยองค์รวมอย่าง
๙๒ ต่อเนื่อง และสอดคล้องกับการท างานของสมอง ๑.๒ เน้นเด็กเป็นส าคัญ สนองความต้องการ ความสนใจ ความแตกต่างระหว่างบุคคลและบริบท ของสังคมที่เด็กอาศัยอยู่ ๑.๓ จัดให้เด็กได้รับการพัฒนาโดยให้ความส าคัญ ทั้งกับกระบวนการเรียนรู้และผลผลิตการเรียนรู้ ๑.๔ จัดการประเมินพัฒนาการให้เป็นกระบวนการอย่างต่อเนื่อง และเป็นส่วนหนึ่งขอการจัด ประสบการณ์ พร้อมทั้งน าผลการประเมินมาพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่อง ๑.๕ ให้ผู้ปกครองและชุมชน มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็ก ๒. แนวการจัดประสบการณ์ ๒.๑ จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการและการท างานของสมองที่เหมาะสมกับ อายุ วุฒิภาวะและระดับพัฒนาการ เพื่อให้เด็กทุกคนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ ๒.๒ จัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ของเด็ก โดยเด็กได้ลงมือกระท า เรียนรู้ ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้เคลื่อนไหว ส ารวจ เล่น สังเกต สืบค้นทดลอง และคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง ๒.๓ จัดประสบการณ์ในรูปแบบบูรณาการ โดยบูรณาการทั้งกิจกรรมทักษะและสาระการเรียนรู้ ๒.๔ จัดประสบการณ์ให้เด็กได้ริเริ่มคิด วางแผน ตัดสินใจ ลงมือกระท า และน าเสนอความคิดโดย ผู้สอนเป็นผู้สนับสนุน อ านวยความสะดวก และเรียนรู้ร่วมกับเด็ก ๒.๕ จัดประสบการณ์ให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กอื่น กับผู้ใหญ่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการ เรียนรู้ในบรรยากาศที่อบอุ่น มีความสุข และเรียนรู้การท ากิจกรรมแบบร่วมมือในลักษณะต่าง ๆ กัน ๒.๖ จัดประสบการณ์ให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย และอยู่ในวิถีชีวิต ของเด็ก ๒.๗ จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมลักษะนิสัยที่ดีและทักษะการใช้ชีวิตประจ าวัน ตลอดจนสอดแทรก คุณธรรม จริยธรรม ให้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ๒.๘ จัดประสบการณ์ทั้งในลักษณะที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในสภาพ จริง โดยไม่ได้คาดการณ์ไว้ ๒.๙ จัดสารนิทัศน์ด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กเป็นรายบุคคล น าข้อมูลที่ได้รับมาไตร่ตรอง และใช้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการเด็กและการวิจัยในชั้นเรียน ๒.๑๐ จัดประสบการณ์โดยให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดประสบการณ์ ทั้งการ วางแผน การสนับสนุนสื่อการสอน การเข้าร่วมกินกรรม และการประเมินผลพัฒนาการ ๔.บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย เป็นรูปแบบการจัดการศึกษาในกระบวนการสืบเสาะ การหาค าตอบให้กับค าถาม และการอธิบาย ปรากฏการณ์ต่างๆ ได้มาด้วยการค้นหาอย่างมีระบบ และมีเป้าหมาย มีการตั้งค าถามเป็นพื้นฐาน และใช้ เป็นจุดเริ่มต้นของค าถาม และการสังเกตด้วยความสงสัย โดยตระหนักถึงพฤติกรรมของตัวเด็กและการ ด าเนินการอย่างเป็นระบบ ๓. การจัดกิจกรรมประจ าวัน ๓.๑ หลักการจัดกิจกรรมประจ าวัน ก าหนดระยะเวลาในการจัดกิจกรรมแต่ละกิจกรรมให้เหมาะสมกับวัยของเด็กในแต่ละวันและ ยืดหยุ่นได้ตามความต้องการและความสนใจของเด็ก เช่น เด็ก ๔ - ๕ ขวบ มีความสนใจอยู่ได้ประมาณ ๑๒ - ๑๕ นาที
๙๓ ๓.๑.๑ กิจกรรมที่ต้องใช้ความคิด ทั้งในกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ ไม่ควรใช้เวลาต่อเนื่องนาน เกินกว่า ๒๐ นาที ๓.๑.๒ กิจกรรมที่มีการวางแผนโดยครู เพื่อช่วยให้เด็กเกิดทักษะหรือความคิดรวบยอดใน เรื่องใดเรื่องหนึ่งตามที่ก าหนดไว้ในหลักสูตร ซึ่งครูต้องวางแผนกิจกรรมล่วงหน้าใน ๑ กิจกรรม เวลาที่ใช้ใน แต่ละวันส าหรับเด็กอายุ ๓ ปี ประมาณ ๔๕ นาที และเด็ก ๔ – ๕ ปี ประมาณ ๖๐ นาที ครูต้องพิจารณา ว่าเด็กมีช่วงสนใจสั้นจะต้องจัดแบ่งเวลาหลายช่วงให้เหมาะกับเด็ก ๓.๑.๓ กิจกรรมที่เด็กมีอิสระเลือกเล่นเสรี เพื่อช่วยให้เด็กรู้จักเลือกตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา คิดสร้างสรรค์ เช่น การเล่นตามมุม การเล่นกลางแจ้ง ฯลฯ ใช้เวลาประมาณ ๔๐ - ๖๐ นาที ๓.๑.๔ กิจกรรมควรมีความสมดุลระหว่างกิจกรรมในห้องเรียนและนอกห้องเรียน กิจกรรมที่ ใช้กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็ก กิจกรรมที่เป็นรายบุคคล กลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่ กิจกรรมที่เด็กเป็นผู้ ริเริ่มและผู้สอนเป็นผู้ริเริ่ม กิจกรรมที่ใช้ก าลังและไม่ใช้ก าลัง จัดให้ครบทุกประเภท ทั้งนี้กิจกรรมที่ต้องออก ก าลังกาย ควรจัดสลับกับกิจกรรมที่ไม่ต้องออกก าลังมากนัก เพื่อเด็กจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป ๓.๒ ขอบข่ายของกิจกรรมประจ าวัน การเลือกจัดกิจกรรมในแต่ละวันต้องให้ครอบคลุมสิ่งต่อไปนี้ ๓.๒.๑ การพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ เพื่อให้เด็กได้พัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อใหญ่ การเคลื่อนไหว และความคล่องแคล่วในการใช้อวัยวะต่างๆ จึงควรจัดกิจกรรมโดยให้เด็กได้เล่นอิสระ กลางแจ้ง เล่นเครื่องเล่นสนาม เคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะดนตรี ๓.๒.๒ การพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก เพื่อให้เด็กได้พัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเล็ก การ ประสานสัมพันธ์ระหว่างมือและตา จึงควรจัดกิจกรรมโดยให้เด็กได้เล่นเครื่องเล่นสัมผัส เล่นเกมต่อภาพ ฝึก ช่วยเหลือตนเองในการแต่งกาย หยิบจับช้อนส้อม ใช้อุปกรณ์ศิลปะ เช่น สีเทียน กรรไกร พู่กัน ดินเหนียว ฯลฯ ๓.๒.๓ การพัฒนาอารมณ์ จิตใจ และปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้เด็กมีความรู้สึก มารดีต่อตนเองและผู้อื่น มีความเชื่อมั่น กล้าแสดงออก มีวินัยในตนเอง รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ประหยัด มี ความเมตตากรุณา เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน มีมารยาทและการปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทยและศาสนาที่นับถือ จึง ควรจัดกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านการเล่น ให้เด็กได้ตัดสินใจเลือก ได้รับการตอบสนองความต้องการ ได้ฝึกปฏิบัติ โดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม ตลอดเวลาที่โอกาสเอื้ออ านวย ๓.๒.๔ การพัฒนาสังคมนิสัย เพื่อให้เด็กมีลักษณะนิสัยที่ดี แสดงออกอย่างเหมาะสม และ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ช่วยเหลือตนเองในการท ากิจวัตรประจ าวัน มีนิสัยรักการท างาน รู้จัก ระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น จึงควรจัดให้เด็กได้ปฏิบัติกิจวัตรประจ าวันอย่างสม่ าเสมอ เช่น รับประทานอาหาร พักผ่อนนอนหลับขับถ่าย ท าความสะอาดร่างกาย เล่นและท างานร่วมกับผู้อื่น ๓.๒.๕ การพัฒนาการคิด เพื่อให้เด็กได้พัฒนาความคิดรวบยอด สังเกต จ าแนก เปรียบเทียบจัดหมวดหมู่ เรียงล าดับเหตุการณ์ แก้ปัญหา จึงควรจัดกิจกรรมให้เด็กได้สนทนาอภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เชิญวิทยากรมาพูดคุยกับเด็ก ค้นคว้าจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทดลอง ศึกษานอก สถานที่ ประกอบอาหาร หรือจัดให้เด็กได้เล่นเกมการศึกษาที่เหมาะสมกับวัยอย่างหลากหลาย ฝึกการ แก้ปัญหาในชีวิตประจ าวันและในการท ากิจกรรมทั้งที่เป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม ๓.๒.๖ การพัฒนาภาษา เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสใช้ภาษาสื่อสาร ถ่ายทอดความรู้ ความนึก คิดความรู้ความเข้าใจในสิ่งต่างๆ ที่เด็กมีประสบการณ์ จึงควรจัดกิจกรรมทางภาษาให้มีความหลากหลายใน สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มุ่งปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านและบุคลากรที่แวดล้อมต้องเป็นแบบอย่างที่
๙๔ ดีในการใช้ภาษา ทั้งนี้ต้องค านึงถึงหลักการจัดกิจกรรมทางภาษาที่เหมาะสมกับเด็กเป็นส าคัญ ๓.๒.๗ การส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์เพื่อให้เด็กได้พัฒนาความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ ได้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก และความเห็นความสวยงามของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว โดยใช้กิจกรรม ศิลปะและดนตรีเป็นสื่อ ใช้การเคลื่อนไหวและจังหวะตามจินตนาการ ให้ประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ อย่างอิสระตาม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของเด็ก เล่นบทบาทสมมุติในมุมเล่นต่างๆ เล่นน้ า เล่นทราย เล่นก่อสร้าง ๓.๓ รูปแบบการจัดกิจกรรมประจ าวัน การจัดตารางกิจกรรมประจ าวัน สามารถจัดได้หลาย รูปแบบทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการน าไปใช้ของแต่ละสถานศึกษาและชุมชน ที่ส าคัญผู้สอนต้อง ค านึงถึงการจัดกิจกรรมให้ครอบคลุมพัฒนาการทุกด้าน ตอบสนองความต้องการความสนใจ และความ แตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก ส าหรับโรงเรียนนิกรราษฎร์บ ารุงวิทย์ ได้จัดท าตารางกิจกรรมประจ าวัน ดังนี้ ตารางกิจกรรมประจ าวัน เวลา กิจกรรม ๐๗.๐๐ – ๐๗.๔๐ น. รับเด็ก ๐๗.๔๐ - ๐๘.๐๐ น. กิจกรรมหน้าเสาธง/ตรวจสุขภาพ ๐๘.๐๐ – ๐๙.๐๐ น. กิจกรรมเสริมทักษะภาษาอังกฤษ ๐๙.๐๐ - ๐๙.๒๐ น. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ (๒๐ นาที) ๐๙.๒๐ - ๐๙.๕๐ น. กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (๓๐ นาที) ๐๙.๕๐ - ๑๐.๒๐ น. กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ (๓๐ นาที) ๑๐.๒๐ - ๑๐.๕๐ น. กิจกรรมเล่นตามมุม (๓๐ นาที) ๑๐.๕๐ – ๑๑.๒๐ น. กิจกรรมกลางแจ้ง (๓๐ นาที) ๑๑.๒๐ - ๑๑.๓๐ น. ล้างมือ เตรียมตัวรับประทานอาหาร ๑๑.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน / แปรงฟัน ๑๒.๐๐ - ๑๔.๐๐ น. นอนพักผ่อน ๑๔.๑๐ - ๑๔.๒๐ น. เก็บที่นอน ล้างหน้า เข้าห้องน้ า ๑๔.๒๐ – ๑๔.๓๐ น. ดื่มนม ๑๔.๓๐ - ๑๔.๕๐ น. เกมการศึกษา (๒๐ นาที) ๑๔.๕๐ - ๑๕.๓๐ น. เตรียมตัวกลับบ้าน * ตารางกิจกรรมสามารถยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมในแต่ละห้องเรียน เวลาในตารางกิจกรรมซึ่งควรได้รับการวางแผนเป็นอย่างดีจากครูคือเวลาที่เด็กเปลี่ยนจากการท า กิจกรรมอย่างหนึ่งไปท ากิจกรรมต่อไป หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า รอยเชื่อมต่อระหว่างกิจกรรม ในช่วงเวลา ดังกล่าวเด็กจ าเป็นต้องมีผู้ใหญ่คอยให้ค าแนะน าและช่วยเหลือ ทั้งนี้เพื่อป้องกันความสับสนวุ่นวายอันอาจ เกิดขึ้นได้ การวางแผนเพื่อเตรียมเด็กส าหรับรอยเชื่อมต่อระหว่างกิจกรรมมีดังนี้ ๑. การบอกเด็กล่วงหน้า (advance notice) ในการเปลี่ยนกิจกรรมทุกครั้ง ครูจ าเป็นต้องบอก เด็กล่วงหน้า ทั้งนี้เนื่องจากการให้เด็กเปลี่ยนกิจกรรมอย่างกะทันหัน และทันทีทันใดอาจส่งผลให้เด็กเกิด
๙๕ การต่อต้านได้ ๒. การให้สัญญาณที่คุ้นเคย (familiar cues) เช่น เพลง “เก็บของเล่น” หรือเสียงสัญญาณที่ คุ้นเคย เป็นต้น เพราะจะช่วยให้เด็กท าพฤติกรรมที่เคยชินการปฏิบัติตามกิจวัตรประจ าวันอย่างสม่ าเสมอ จะช่วยให้เด็กทราบถึงสิ่งที่ต้องท าในแต่ละวัน ๓. การมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบแก่เด็ก จะช่วยให้กิจกรรมที่เด็กต้องท าในระหว่างการ เปลี่ยนกิจกรรมมีความหมายมากขึ้น เช่น มอบหมายให้เด็กดูแลเพื่อนในระหว่างการเก็บของเล่น เป็นต้น ๔. การลดความวุ่นวาย (chaos) ครูอาจใช้เพลง หรือการก าหนดเงื่อนไขเพื่อให้เด็กแยกย้ายกัน ไปท ากิจกรรมใหม่ทีละกลุ่มเล็กๆ อาทิ ครูอาจก าหนดว่าให้เด็กที่ผูกโบไปท ากิจกรรมก่อน หรือเด็กที่ไว้ผม สั้นไปท ากิจกรรม เป็นต้น ๓.๔ แนวทางการจัดกิจกรรมประจ าวัน การจัดกิจกรรมประจ าวัน ครูสามารถน าไปปรับใช้ได้ หรือน านวัตกรรมต่างๆมาปรับใช้ในการจัด กิจกรรมประจ าวันให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของสถานศึกษา โดยมีแนวทางในการจัดกิจกรรมและการ ใช้สื่อ ดังนี้ ๑. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ การเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายอย่างอิสระ ตามจังหวะ โดยใช้เสียงเพลง ค าคล้องจอง เครื่องเคาะจังหวะ และอุปกรณ์อื่นๆมาประกอบการเคลื่อนไหว ซึ่งจังหวะและเครื่องดนตรีประกอบ ได้แก่ การปรบมือ การร้องเพลง การเคาะไม้ กรุ่งกริ่ง ร ามะนา กลอง กรับ เพื่อส่งเสริมให้เด็กพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็ก อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เกิด จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และสอดคล้องกับจุดประสงค์ ดังนี้ จุดประสงค์ ๑. เพื่อพัฒนาอวัยวะทุกส่วนให้มีความสัมพันธ์กันอย่างดีในการเคลื่อนไหว ๒. เพื่อฝึกทักษะภาษา ฝึกฟังค าสั่ง และข้อตกลง ๓. เพื่อฝึกให้เกิดทักษะในการฟังดนตรี หรือจังหวะต่างๆ ๔. เพื่อให้เกิดความทราบซึ่งและสุนทรียภาพ ๕. เพื่อฝึกความจ าและสร้างเสริมประสบการณ์ ๖. เพื่อฝึกความเป็นผู้น าและผู้ตามที่ดี ๗. เพื่อพัฒนาด้านสังคม การปรับตัวและความร่วมมือในกลุ่ม ๘. เพื่อให้โอกาสเด็กได้แสดงออก มีความเชื่อมั่นในตนเอง และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ๙. เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน ผ่อนคลายความตึงเครียดทั้งร่างกายและจิตใจ ขอบข่ายของการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ๑. การเคลื่อนไหวร่างกาย ๒. การฟังสัญญาณและการปฏิบัติตามข้อตกลง ๓. การฝึกการเป็นผู้น าและผู้ตามที่ดี ๔. การฝึกจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ๕. ความมีระเบียบวินัย ๖. การเรียนรู้จังหวะ