The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

A506 คู่มือการตรวจวินิจฉัยและติดตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏิบัติการ 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by E-Library DAS, 2021-08-18 00:32:51

คู่มือการตรวจวินิจฉัยและติดตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏิบัติการ 2564

A506 คู่มือการตรวจวินิจฉัยและติดตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏิบัติการ 2564

Keywords: A506,คู่มือการตรวจวินิจฉัยและติดตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏิบัติการ 2564

โรคซิฟิลสิ ระยะท่ี 2
• ผน่ื (skin rash) ผนื่ แดงกระจายบรเิ วณหนา้ อก และฝา่ มอื ฝา่ เทา้ มสี ะเกด็ สี
ขาวลอกคลา้ ยกลบี กหุ ลาบ เรียก Roseola Syphilitica3

(a) (b)

รปู ท่ี 2.3 ผน่ื บรเิ วณฝา่ มอื (a) และผน่ื บรเิ วณหนา้ อก (b) ของผปู้ ว่ ยโรคซฟิ ลิ สิ ระยะท่ี 2

• Condyloma lata ลักษณะเป็นผน่ื นนู หนา เกดิ ข้ึนบรเิ วณผวิ หนังทอ่ี บั ชน้ื

รปู ที่ 2.4 Condyloma lata

30 คมู่ อื การตรวจวนิ จิ ฉยั และติดตามการรักษาโรคซฟิ ิลสิ ทางหอ้ งปฏิบตั ิการ

• ผมรว่ ง (alopecia) มกั มลี กั ษณะผมรว่ งเปน็ หยอ่ มๆ (moth-eaten alopecia)

(a) (b)

รปู ที่ 2.5 ลกั ษณะผมรว่ งเปน็ หยอ่ มๆ (moth-eaten alopecia) ของผปู้ ่วยโรคซฟิ ลิ สิ
ระยะที่ 2 (a), (b)

(ที่มารปู : กลมุ่ บางรักโรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธ์ กองโรคเอดสแ์ ละโรคตดิ ต่อทางเพศสมั พนั ธ์)

2.2 โรคซิฟลิ สิ แต่กำ� เนดิ (Congenital syphilis)

โรคซิฟิลิสแต่ก�ำเนิด (congenital syphilis) ยังคงเป็นปัญหาท่ีพบได้บ่อย
ในประเทศไทยและเปน็ โรคทมี่ คี วามสำ� คญั เนอื่ งจากสง่ ผลตอ่ ความพกิ ารของทารกในครรภ์
แตส่ ามารถปอ้ งกนั ได้ หากไดร้ บั การวนิ จิ ฉยั และรบั การรกั ษาอยา่ งถกู ตอ้ งขณะตง้ั ครรภ์
โรคนเ้ี กดิ จากการตดิ เชอ้ื Treponema pallidum โดยผา่ นทางรกขณะทารกอยใู่ นครรภ์
สามารถเกิดได้ทุกระยะของการต้ังครรภ์ มีส่วนน้อยท่ีเกิดระหว่างการคลอด โดยพบ
ความรุนแรงของพยาธิสภาพแตกต่างกันได้มาก ตั้งแต่ตรวจไม่พบความผิดปกติใดๆ
เลยหลงั เกดิ จนเมอื่ โตจงึ พบความพกิ ารทางกระดกู และระบบประสาททารกทม่ี คี วามผดิ ปกติ
รนุ แรงจะไมส่ ามารถมชี วี ติ อยไู่ ด้ เชน่ ทารกภาวะบวมนำ�้ (hydrops fetalis) และกลมุ่ ทารก
คลอดกอ่ นกำ� หนด รวมทงั้ แทง้ และตายคลอด ทารกในกลมุ่ หลงั นใ้ี นหลายโรงพยาบาล

คูม่ อื การตรวจวนิ จิ ฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซิฟลิ ิสทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ 31

ไมส่ ามารถใหก้ ารวนิ จิ ฉยั ถงึ สาเหตทุ แี่ ทจ้ รงิ ได้ เนอื่ งจากขาดการทดสอบทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
และพยาธิวิทยา เช่น การส่งตรวจรกและทารกภายหลังเสียชีวิต อัตราการแพร่เช้ือ
60-100% ในโรคซฟิ ลิ สิ ระยะท่ี 1 และ 2 และอตั ราการแพรเ่ ชอ้ื จะลดลงหากเหลอื เพยี ง 40%
ในโรคซฟิ ลิ สิ ระยะแฝงชว่ งตน้ (early latent syphilis) และ 8% ในโรคซฟิ ลิ สิ ระยะแฝง
ช่วงปลาย (late latent syphilis)

อาการและอาการแสดงของโรคซิฟลิ ิสแตก่ �ำเนิด
โรคซฟิ ลิ ิสแต่ก�ำเนิดแบง่ เป็น 2 ระยะ คือ

1. Early-onset manifestation พบอาการและอาการแสดงตง้ั แต่ แรกเกดิ
จนถงึ อายุ 2 ปี สว่ นมากจะแสดงอาการภายใน 5 สปั ดาหแ์ รก ลกั ษณะอาการทพ่ี บบอ่ ย
ไดแ้ ก่ ซดี โดยเฉพาะจากเม็ดเลือดแดงแตก เหลือง ตับโต ม้ามโต ต่อมน้�ำเหลืองโต
ผ่ืนแบบ maculopapular ตุ่มน�้ำใสที่ฝ่ามือฝ่าเท้าและลอกเป็นมันวาว อาการอื่นๆ
ได้แก่ rhinitis (snuffle), thrombocytopenia, hepatitis และความผิดปกติของ
กระดกู เชน่ osteochondritis และ perichondritis ซงึ่ ทำ� ใหเ้ กดิ ภาวะ pseudoparalysis
(ตารางท่ี 2.4)
2. Late-onset manifestation หากผูป้ ว่ ยที่เป็นโรคซิฟลิ สิ แตก่ �ำเนดิ ไม่ได้
รบั การรกั ษาอย่างเหมาะสม จะพบอาการและอาการแสดงหลงั อายุ 2 ปี และมักเปน็
พยาธสิ ภาพทค่ี งอยตู่ ลอดชวี ติ ไดแ้ ก่ ฟนั แทม้ ลี กั ษณะผดิ ปกติ (hutchinson’s teeth)
ตาบอด (interstitial keratitis) หหู นวก (8th nerve palsy) รวมเรยี กวา่ Hutchinson’s
triad และความผิดปกติของกระดูกและข้อ ได้แก่ frontal bossing, maxillary
hypoplasia (ตารางท่ี 2)

32 คูม่ ือการตรวจวนิ ิจฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ลิ สิ ทางหอ้ งปฏิบัติการ

จากการศึกษาของ วราภรณ์ แสงทวีสิน และคณะ1,2 พบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่
คลอดทารกโรคซิฟิลิสแต่ก�ำเนิดที่วินิจฉัยว่าเป็นโรคซิฟิลิสหลัง neonatal period
ในสถาบนั สขุ ภาพเดก็ แหง่ ชาตมิ หาราชนิ ี ระหวา่ งเดอื นมกราคม 2529 ถงึ ธนั วาคม 2540
พบโรคซฟิ ลิ สิ แตก่ ำ� เนดิ 36 ราย โดยมลี กั ษณะทางคลนิ กิ ทสี่ ำ� คญั คอื ตบั มา้ มโต รอ้ ยละ 88.9
ผนื่ รอ้ ยละ 50.0 ซง่ึ สว่ นใหญม่ ลี กั ษณะเปน็ maculopapular rash และ desquamation
of palm and sole ภาวะเลี้ยงไม่โต (failure to thrive) ร้อยละ 33.3 อาการทาง
กระดูก ร้อยละ 19.4 โดยเป็น pseudoparalysis of extremities และ arthritis of
fingers อาการปอดอักเสบ ร้อยละ 19.4 persistent rhinitis/snuffle ร้อยละ 8.3
และ frontal bossing รอ้ ยละ 8.3 สำ� หรับการเปล่ยี นแปลงภาพถ่ายรงั สีกระดูกพบ
ร้อยละ 94.4 ความผิดปกติของน้�ำไขสันหลัง ร้อยละ 25.5 และ FTA-ABS IgM
ใหผ้ ลบวกในทารกเพียงร้อยละ 22.2

ตารางท่ี 2.4 ลักษณะทางคลินิกของโรคซิฟิลิสแต่ก�ำเนิดระยะแรก (Early onset
clinical manifestations of congenital syphilis)

Hydrops fetalis Skin manifestation
low birth weight - rash: vesiculobullous, erythematous

hepatomegaly, Hepatospleno- maculopapular rash, copper color
megaly hepatitis maculopapular rash at palms and soles

failure to thrive fever - wart-like lesion at mucocutaneous junction,
pneumonia persistent rhinitis mouth, anus, genitalia
(snuffles) - condyloma lata

คูม่ ือการตรวจวินิจฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ิลิสทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร 33

ตารางท่ี 2.4 ลักษณะทางคลินิกของโรคซิฟิลิสแต่ก�ำเนิดระยะแรก (Early onset
clinical manifestations of congenital syphilis) (ต่อ)

Hydrops fetalis Skin manifestation

rhagades pseudoparalysis of Central nervous system
parrot - CSF: VDRL positive, protein > 150 mg/dL,
(osteochondritis) WBC >25 cells/mm3
Hematologic manifestation Renal

- anemia Hct< 35% - glomerulonephritis, congenital nephrotic
- thrombocytopenia: platelets syndrome, hypertension
<150,000/ mm3
- leukemoid reaction
- lymphocytosis, monocytosis
Eyes X-ray
- chorioretinitis, glaucoma, - metaphysitis, diaphysitis of long bone,
uveitis osteochondritis of wrist, elbows, ankles and knee
- periositis, subperiosteal hemorrhage
- Wimberger’s sign: localized bilateral metaphyseal
destruction of the medial proximal tibias

34 คู่มอื การตรวจวินิจฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏิบตั กิ าร

ตารางที่ 2.5 ลกั ษณะทางคลนิ กิ ของโรคซฟิ ลิ สิ แตก่ ำ� เนดิ ระยะหลงั (Late onset clinical
manifestation of congenital syphilis)

Facial Eye
- frontal bossing, short - interstitial keratitis*, optic atrophy
maxillae, saddle nose, - old chorioretinitis (salt and pepper fundus)
protruding mandible, - ghost vessels
high-arched palate peg-shaped
upper incisors*
(Hutchinson teeth), mulberry
molars, perioral fissures (rhagades)
Bone and joints Neurogenic abnormalities

- sternoclavicular thickening, - mental retardation, eighth cranial nerve
flaring scapulas bilateral knee deafness*, hydrocephalus, seizure, schizophrenia
effusion, anterior bowing of
the shins (saber shins),
Clutton joints (symmetric,
painless swelling of the knees)
*Hutchinson’s triad

ค่มู อื การตรวจวนิ ิจฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ิลิสทางหอ้ งปฏิบัตกิ าร 35

รปู ท่ี 2.6 โรคซิฟลิ สิ แต่ก�ำเนดิ แสดงลักษณะทารกภาวะบวมน�้ำ (hydrops fetalis)

(ท่ีมารูป: รศ. พญ.วราภรณ์ แสงทวีสนิ )

36 คู่มอื การตรวจวินจิ ฉยั และตดิ ตามการรกั ษาโรคซิฟลิ ิสทางห้องปฏิบตั กิ าร

รปู ที่ 2.7 โรคซิฟิลสิ แตก่ �ำเนิด แสดงลกั ษณะทารกมีตับและม้ามโต
(Hepatosplenomegaly)

(ทม่ี ารูป: รศ. พญ.วราภรณ์ แสงทวีสนิ )

คู่มอื การตรวจวนิ จิ ฉยั และตดิ ตามการรกั ษาโรคซฟิ ลิ ิสทางหอ้ งปฏิบัตกิ าร 37

รปู ท่ี 2.8 โรคซิฟลิ ิสแต่กำ� เนิด แสดงลักษณะ frontal bossing

(ทีม่ ารปู : รศ. พญ.วราภรณ์ แสงทวสี นิ )

38 คมู่ อื การตรวจวินิจฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร

รปู ท่ี 2.9 ภาวะผมร่วงในเดก็ ที่เป็นโรคซฟิ ลิ สิ

(ทีม่ ารปู : ศ.คลินิก พญ.ศรศี ภุ ลกั ษณ์ สงิ คาลวนิช)

คมู่ อื การตรวจวนิ จิ ฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซิฟลิ สิ ทางห้องปฏิบตั กิ าร 39

รูปท่ี 2.10 ทารกโรคซฟิ ลิ ิสแต่กำ� เนิด แสดงลักษณะมอื เป็นมนั วาว

(ทีม่ ารปู : รศ. พญ.วราภรณ์ แสงทวสี นิ )

40 คมู่ อื การตรวจวินจิ ฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ิลิสทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร

รปู ท่ี 2.11 โรคซิฟลิ สิ แตก่ ำ� เนดิ แสดงลกั ษณะเท้าเป็นมนั วาว

(ท่ีมารูป: รศ. พญ.วราภรณ์ แสงทวสี นิ )

คู่มอื การตรวจวนิ จิ ฉยั และติดตามการรกั ษาโรคซิฟลิ สิ ทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ 41

รูปท่ี 2.12 โรคซฟิ ิลสิ แตก่ ำ� เนิด แสดงลกั ษณะฝ่าเท้าลอก

(ทีม่ ารปู : รศ. พญ.วราภรณ์ แสงทวีสนิ , นพ.ศุภวชั ร บญุ กษิดิ์เดช)

42 คมู่ ือการตรวจวนิ ิจฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏบิ ตั ิการ

รปู ท่ี 2.13 โรคซิฟลิ สิ แต่ก�ำเนิด แสดงลักษณะผนื่ ผิวหนัง

(ที่มารูป: รศ. พญ.วราภรณ์ แสงทวีสิน, นพ.ศุภวชั ร บุญกษิดเิ์ ดช)

คู่มือการตรวจวินิจฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซิฟิลสิ ทางหอ้ งปฏิบตั ิการ 43

รูปท่ี 2.14 โรคซฟิ ลิ สิ แตก่ ำ� เนดิ แสดงลักษณะ snuffering และ rhagades

(ทม่ี ารปู : ศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพทิ ยสุนนท)์

44 คมู่ ือการตรวจวนิ จิ ฉยั และติดตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร

Epiphyseal change and periosteal reaction
รูปแสดงลักษณะ x-ray long bone แบบต่างๆทพี่ บไดใ้ นโรคซฟิ ิลิสแตก่ �ำเนิด
(Congenital syphilis)

รปู ที่ 2.15 โรคซิฟิลสิ แตก่ �ำเนิด แสดง transverse radiolucent bands
with sclerotic lines at distal metaphyses

ค่มู ือการตรวจวินิจฉัยและติดตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางหอ้ งปฏิบตั ิการ 45

รปู ที่ 2.16 โรคซฟิ ลิ ิสแต่ก�ำเนดิ แสดง Wimberger’s sign: destructive
metaphysitis medial aspects of the proximal and distal tibia

(ทีม่ ารปู : ผศ. นพ.ณรงค์ นธิ ิปญั ญา)

46 ค่มู ือการตรวจวินิจฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซิฟลิ ิสทางหอ้ งปฏิบตั ิการ

เอกสารอา้ งอิง

1. สิริพร มนยฤทธิ์. สถานการณ์การป่วยโรคซิฟิลิส (Morbidity & Abnormal event).
ใน: สิริพร มนยฤทธิ์, บรรณาธิการ. สถานการณ์โรคซิฟิลิส ประเทศไทย ปีงบประมาณ
พ.ศ.2561 วิเคราะห์ตามกรอบระบบเฝ้าระวังโรค 5 มิติ. พิมพ์ครั้งท่ี 1. กรุงเทพฯ:
กลุ่มเทคโนโลยีระบบขอ้ มลู กองโรคเอดส์และโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พันธ์ กรมควบคมุ โรค
กระทรวงสาธารณสุข; 2562. หนา้ 3-12.

2. นิสิต คงเกริกเกียรติ, นพดล ไพบูลย์สิน. การรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซิฟิลิส.
ใน: นสิ ติ คงเกรกิ เกยี รต,ิ รสพร กติ ตเิ ยาวมาลย,์ เอกชัย แดงสอาด, บรรณาธิการ. แนวทาง
การดแู ลรกั ษาโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ พ.ศ. 2558. พมิ พค์ รง้ั ท่ี 1. กรงุ เทพฯ: กลมุ่ บางรกั
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส�ำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสขุ ; 2558. หน้า 14-21.

3. Tuddenham SA, Zenilman JM. Syphilis. In: Kang S, Amagai M, Bruckner AL,
Enk AH, Margolis DJ, McMichael AJ, et al., editors. Fitzpatrick’s dermatology.
Vol. 2. 9th ed. New York: McGraw-Hill; 2019. p. 3145-72.

4. Stary G, Stary A. Sexually transmitted infections. In: Bolognia J, Schaffer J,
Cerroni L, editors. Dermatology. Vol. 2. 4th ed. China: Elsevier; 2018. p. 1447-69.

5. Kinghorn GR, Omer R. Syphilis and congenital syphilis. In: Griffiths CEM, Barker J,
Bleiker T, Chalmers R, Creamer D, editors. Rook’s textbook of dermatology.
Vol. 1. 9th ed. New Delhi: John Wiley & Sons; 2016. p.29.3-35.

6. Lukehart SA. Biology of treponemes. In: Holmes KK, Sparling PF, Stamm WE,
Piot P, Wasserheit JN, Corey L, et al., editors. Sexually transmitted diseases. 4th
ed. New York: McGraw-Hill; 2008. p. 647-59.

7. Centers for Disease Control and Prevention. Sexually transmitted diseases
treatment guidelines, 2015. MMWR Recomm Rep 2015;64(RR-03):1-137.

คู่มือการตรวจวินจิ ฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ลิ ิสทางหอ้ งปฏิบัติการ 47

48 คมู่ อื การตรวจวนิ ิจฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ลิ สิ ทางห้องปฏบิ ัตกิ าร

3บทท่ี

เทคนิคการตรวจทางห้องปฏบิ ัติการ
เพอื่ ช่วยวนิ จิ ฉยั โรคซฟิ ลิ สิ

คูม่ ือการตรวจวินิจฉัยและตดิ ตามการรกั ษาโรคซฟิ ลิ สิ ทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ 49

50 คมู่ อื การตรวจวนิ ิจฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ลิ สิ ทางห้องปฏบิ ัตกิ าร

3บทที่ เทคนคิ การตรวจทางห้องปฏิบตั กิ าร
เพ่อื ชว่ ยวนิ จิ ฉัยโรคซฟิ ิลสิ

ผูช้ ่วยศาสตรจารย์ ดร. ชนิยา ลป้ี ิยะสกุลชยั

เทคนิคการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารเพ่ือช่วยวนิ จิ ฉยั โรคซิฟลิ สิ ประกอบไปด้วย
3 กลุ่มหลัก คือ การตรวจหาตัวเชื้อซิฟิลิสหรือช้ินส่วนทางพันธุกรรมเช้ือซิฟิลิส
จากแผลรมิ แขง็ หรอื ผน่ื การตรวจภมู คิ มุ้ กนั วทิ ยาและการตรวจนำ้� ไขสนั หลงั 1 การเกบ็ สง่ิ
สง่ ตรวจ เพื่อการทดสอบเปน็ ส่งิ ส�ำคัญซ่ึงตอ้ งท�ำใหถ้ กู วธิ ดี ังน้ี

3.1 การเก็บสง่ิ สง่ ตรวจ2, 3

3.1.1 เก็บสิง่ ส่งตรวจจากแผล
วัตถุประสงค์ของการเก็บส่ิงส่งตรวจจากแผล เพื่อส่งตรวจหาตัวเชื้อ
T. pallidum จากแผลโรคซิฟลิ สิ ระยะท่ี 1 และตุ่มน้�ำจากผื่นระยะที่ 2 ทำ� ได้โดย
3.1.1.1 เกบ็ นำ�้ เหลอื งจากแผลรมิ แขง็ (chancre) ซง่ึ มขี อบแขง็ (พบได้
ภายใน 10-90 วันหลังได้รับเช้อื ) พบแผลบริเวณทีส่ มั ผัสกบั ตัวเชือ้ เช่น บรเิ วณอวัยวะ
สืบพันธุ์ รอบทวารหนัก น�ำสะเก็ดออกจากบริเวณที่จะท�ำการขูดเช้ือหลังจากนั้น
ใชก้ อ๊ ซทช่ี บุ นำ้� เกลอื จนชมุ่ เชด็ บรเิ วณดงั กลา่ ว ไมค่ วรใชน้ ำ้� ยาฆา่ เชอื้ เชด็ เนอ่ื งจากทำ� ให้
เกิดผลลบลวงได้ ใช้นิ้วบีบฐานของแผลเพื่อให้เกิด สารคัดหลั่ง (serous exudate)
บนบรเิ วณแผล หลงั จากนนั้ เกบ็ สารคดั หลงั่ นนั้ ลงบนสไลด์ โดยนำ� สไลดแ์ กว้ (glass slide)
ที่สะอาดแตะนำ�้ เหลอื งแล้วปดิ ด้วย cover slip ไลฟ่ องอากาศออกจาก cover slip
(ถา้ ปรมิ าณนอ้ ยใหใ้ ชน้ ำ้� เกลอื ใสผ่ สมลงไปเลก็ นอ้ ย เพอ่ื ไมใ่ หน้ ำ�้ เหลอื งแหง้ ) รบี สง่ หอ้ ง
ปฏิบัตกิ ารทนั ที ควรทำ� การสอ่ งสไลดภ์ ายใต้กลอ้ งจลุ ทรรศน์ชนดิ Dark field ภายใน
5-20 นาที เนอื่ งจากเชือ้ ซิฟิลสิ จะลดการเคลอ่ื นท่ตี ามระยะเวลาทีน่ านขึ้น

คมู่ ือการตรวจวินิจฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซิฟิลิสทางหอ้ งปฏิบตั ิการ 51

3.1.1.2 จำ� นวนเชอื้ ซฟิ ลิ สิ ในผน่ื โรคซฟิ ลิ สิ ระยะทสี่ องนน้ั ไมส่ ามารถนำ�
มาใช้ในการวินิจฉัยได้เนื่องจากมีปริมาณน้อย ยกเว้นผ่ืน condyloma lata และ
mucous patch ให้ใช้ใบมีดทางการแพทย์ท่ีท�ำการฆ่าเช้ือแล้ว ค่อยๆ ขูดที่ขอบ
ของผ่นื ถา้ มีเลอื ดไหลออกมา เชด็ เลอื ดออกกอ่ นใชน้ ิว้ หัวแมม่ อื กบั น้ิวชคี้ ลึงแผลเบาๆ
เพือ่ ให้น้ำ� เหลืองไหลซมึ ออกมาแล้วปฏบิ ัตเิ ช่นเดยี วกบั ขอ้ 3.1.1.1

3.1.2 การเกบ็ น้ำ� ไขสนั หลงั (CSF)
วัตถุประสงค์ของการเก็บน�้ำไขสันหลังเพื่อการวินิจฉัยโรคซิฟิลิสของ
ระบบประสาทเกิดจากการติดเชื้อซิฟิลิสและเชื้อเข้าไปสู่ระบบประสาทส่วนกลาง
สงิ่ ที่ตรวจพบในน้ำ� ไขสันหลงั จากผูป้ ่วย neurosyphilis คือ
1. จะพบ mononuclear cells มากกวา่ 5 cells/mm3
2. ระดับโปรตีนมากกว่า 40 mg/dl ระดับน้�ำตาลปกติ ดังนั้นจึงมัก
ตรวจหาโปรตนี ดว้ ยวธิ ี Pandy’s test (Qualitative test) หาปรมิ าณโปรตีนด้วยวธิ ี
Denis-Ayer method (Quantitative test)
3. VDRL Slide test จากน�้ำไขสนั หลงั ให้ผลบวก (Reactive)
3.1.2.1 การเกบ็ น�้ำไขสนั หลัง ทำ� ไดด้ งั นี้
a) เกบ็ นำ้� ไขสนั หลงั ประมาณ 3-5 ml ใสภ่ าชนะทสี่ ะอาด แหง้ และผา่ น
การท�ำใหป้ ราศจากเชอื้ แล้ว รีบนำ� สง่ ห้องปฏบิ ตั ิการทนั ทหี รือส่งภายใน 30 นาที
b) น้�ำไขสันหลังท่ีเจาะมาได้ ปกติจะมีลักษณะใส แต่ถ้ามีสีแดงหรือ
ขนุ่ ใหร้ บี นำ� มาตรวจนบั หาจำ� นวนเมด็ เลอื ดขาว (White blood cell counts) จากนนั้
จงึ นำ� ไปปน่ั ใหต้ กตะกอน นำ� สว่ นใสไปทดสอบ VDRL, และปรมิ าณโปรตนี สว่ นตะกอน
ให้น�ำไปตรวจนับแยกหาชนิดของเม็ดเลือดขาว (Differential white blood cell
counts) ต้องทำ� การตรวจนับเม็ดเลือดและตรวจหาโปรตีนต่างๆ ภายใน 2 ช่วั โมง

52 คู่มือการตรวจวนิ ิจฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ลิ สิ ทางหอ้ งปฏิบตั ิการ

c) ปน่ั นำ้� ไขสนั หลงั ทอ่ี ณุ หภมู หิ อ้ ง (23-29ºC) ความเรว็ 1,000-1,200 g
หรอื 3,000-3,500 rpm 10±5 นาที
d) หากไม่ตรวจภายใน 4 ช่ัวโมง เก็บที่ 2-8ºC หากนานกว่า 5 วัน
เกบ็ ท่ี -20ºC ไม่ควร freeze-thaw ซ้ำ�
e) ในการตรวจ VDRL Slide test นำ�้ ไขสันหลงั ทเี่ จาะไดใ้ หมไ่ มต่ อ้ งท�ำ
heat inactivate ใน water bath ที่ 56ºC ใหท้ �ำการทดสอบไดเ้ ลย

3.1.3 การเกบ็ นำ้� เหลอื ง (Serum / Plasma) เพอ่ื การตรวจทางนำ�้ เหลอื งวทิ ยา
3.1.3.1 การเก็บตัวอยา่ งซีรัม่ (Serum)
a) เจาะเลอื ด Clotted blood ประมาณ 5 ml ตงั้ ทง้ิ ไวป้ ระมาณ 20 นาที
b) ปั่นเลือดที่อุณหภูมิห้อง (23-29ºC) ด้วยความเร็ว 2500 rpm 10
นาที เก็บซรี ัม่ ใหไ้ ดป้ ระมาณ 1-2 ml (อยา่ งนอ้ ยท่ีสุด 0.5 ml)
c) หากมกี อ้ น Clot ให้แยกออกก่อนการตรวจ
d) กรณตี รวจ VDRL ตอ้ ง inactivate ซรี มั่ กอ่ นเพอ่ื ทำ� ลายคอมพลเี มนท์
ทม่ี ผี ลตอ่ ปฏกิ ริ ยิ า ทำ� โดยแยกซรี มั่ ใสห่ ลอดแยกและนำ� ไปใสใ่ น water bath อณุ หภมู ิ
56ºC นาน 30 นาที หากไม่ตรวจภายใน 4 ชว่ั โมง เก็บที่ 2-8ºC หากนานกว่า 5 วนั
เกบ็ ท่ี -20ºC ไมค่ วร freeze-thaw ซรี มั่ ซำ้� หากมกี าร freeze serum ซงึ่ กอ่ นตรวจตอ้ ง
inactivate ซรี ม่ั อกี ครง้ั โดย thaw ซรี มั่ และนำ� หลอดซรี ม่ั ใสใ่ น water bath อณุ หภมู ิ
56ºC ซ�ำ้ นาน 10 นาที
3.1.3.2 การเกบ็ ตัวอย่างพลาสม่า (Plasma)
a) เจาะเลอื ด EDTA blood ประมาณ 3 ml
b) ปั่นเลือดท่ีอุณหภูมิหอ้ ง (23-29ºC) ความเร็ว 2500 rpm 10 นาที
เก็บพลาสมาให้ได้ประมาณ 1-2 ml (อยา่ งน้อยท่สี ดุ 0.5 ml)
c) เกบ็ ตัวอยา่ งที่ 2-8ºC ไดน้ าน 48 ชวั่ โมง

คู่มอื การตรวจวินจิ ฉยั และติดตามการรักษาโรคซฟิ ิลิสทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร 53

Specimen แนวทางการเก็บตวั อย่างสง่ิ สง่ ตรวจ (Specimens Collection)
ขอ้ บง่ ชี้ สำ� หรับการตรวจหาโรค Syphilis
เก็บSตliัวdอeย่าง
Serum Clotted blood EDTA Blood CSF
(4 หรือ 6 ml) (3 ml)



ชนดิ ภาชนะ



ขอ้ ปฏิบัติ ป้ายน�ำ้ เหลอื ง ตามขอ้ ชี้บ่งข้างหลอด 3 - 5 ml
ในการเกบ็ บนสไลดป์ ดิ ดว้ ย
ระยะเวลา
cover slip
น�ำส่ง ส่งทนั ที ภายใน 4 ชวั่ โมง (ชม.) ภายใน 4 ชว่ั โมง (ชม.) ภายใน 30 นาที
>4 ชม. เกบ็ ที่ 2-8 ºC >4 ชม. เกบ็ ท่ี 2-8 ºC
รายการ >5 วนั เกบ็ ที่ -20 ºC >5 วนั เกบ็ ท่ี -20 ºC
ตรวจ - Dark-field - VDRL (inactivate - RPR - Cell count
(DF) at 56ºC 30 นาท)ี - EIA - Cell
examination - RPR - Rapid diagnostic differential
- Direct - TPHA,TPPA test - Biochemical
fluorescent - FTA-ABS examination
antibody - EIA (Protein)
(DFA) test - Rapid diagnostic - VDRL
test

รูปที่ 3.1 แนวทางการเกบ็ ตวั อย่างส่ิงส่งตรวจ (Specimens Collection)
ส�ำหรับการตรวจหาโรคซฟิ ิลสิ

54 คมู่ อื การตรวจวินิจฉัยและตดิ ตามการรกั ษาโรคซิฟลิ ิสทางหอ้ งปฏิบัติการ

3.2 การตรวจทางห้องปฏิบตั กิ ารและ การรายงานผล

การตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารเพื่อการวินิจฉยั โรคซฟิ ิลิสทำ� ได้ 2 กลุ่มวธิ หี ลกั คอื
การตรวจหาตวั เชอื้ ซฟิ ลิ สิ หรอื ชน้ิ สว่ นทางพนั ธกุ รรมเชอ้ื ซฟิ ลิ สิ จากแผลรมิ แขง็ หรอื ผนื่
(Direct test) และการตรวจทางภมู คิ มุ้ กนั วทิ ยา (Indirect test) ดงั แสดงตามรปู ที่ 3.2

Laboratory Diagnosis for Syphilis

(organism/Dainreticgtente/sntuscleic acid) (seInrdoliroegcictatletsetsst)

IDDNmrauimrecklcuetfiinecfloluadhocismirdteoiscaccrmheoenspcmcloiefiipsc-tiacraytnitoe(tIniHsbtC(oN()dDAyFA)tTe)st (DFA-TP) Treponemal tests
Rapid diagnostic tests
Non-treponemal tests

VDRL, RPR

Conventional tests Labeled immunoassay

FTA-ABS, TPPA, TPHA EIA, CLIA, CMIA, E-CLIA

รูปที่ 3.2 การตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ ารเพอ่ื การวนิ จิ ฉัยโรคซิฟลิ ิส

คูม่ อื การตรวจวนิ ิจฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซิฟลิ สิ ทางห้องปฏบิ ตั ิการ 55

3.2.1 การตรวจหาตัวเช้ือซิฟิลิสหรือช้ินส่วนทางพันธุกรรมเชื้อซิฟิลิสจาก
แผลริมแข็งหรือผนื่ (Direct tests)
เนอ่ื งจาก T. pallidum ไมส่ ามารถเพาะเลยี้ งบนอาหารเลยี้ งเชอื้ ทว่ั ไปได้
ดงั นนั้ การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารจงึ อาศยั การตรวจหาตวั เชอ้ื โดยตรงโดยวธิ ี Dark-field
microscopy หรอื Direct immunofluorescence assay (DFA) จากแผลรมิ แข็ง
หรือผ่ืนตามร่างกายที่สงสัยว่าจะมีเชื้อ T. pallidum หรืออาจใช้วิธีการตรวจหา
สารพันธุกรรมของเช้ือ
• Dark-field microscopic test (DF)
เกบ็ ตวั อยา่ งสำ� หรบั ตรวจหาตวั เชอ้ื ตามขอ้ กำ� หนดในการเกบ็ ตวั อยา่ ง
(3.1.1 การเกบ็ สงิ่ สง่ ตรวจจากแผล) และทำ� การวนิ จิ ฉยั ดว้ ยกลอ้ งจลุ ทรรศนช์ นดิ Dark-field
เทา่ นนั้ และควรตรวจในขณะทเี่ ชอื้ ยงั มกี ารเคลอ่ื นไหว และสไลดย์ งั ไมแ่ หง้ โดยใชก้ ำ� ลงั
ขยาย 100 เทา่ (10x) เพอื่ ดกู ารเคลอ่ื นไหวของตวั เชอ้ื และใชก้ ำ� ลงั ขยาย 400 เทา่ (40x)
เพอ่ื ดคู วามชดั เจนของตวั เชอ้ื โดยเชอื้ T. pallidum คอื แบคทเี รยี ทม่ี รี ปู รา่ งเปน็ เกลยี ว
สวา่ น ผอมบาง มีลักษณะเกลียวสม่�ำเสมอ ขนาดของเกลียวเท่ากันมีจ�ำนวนเกลียว
6-14 เกลยี ว ยาว 5-16 µm กวา้ ง 0.15-0.30 µm ตวั เชอื้ จะมกี ารเคลอ่ื นไหวทเ่ี รว็ มาก
แบบควงสว่าน และลักษณะการเคลอื่ นไหว ดงั นี้
- หมุนรอบตัวเองแบบเกลียวสวา่ น มคี วามเรว็ สม่ำ� เสมอ
- มีการเคล่ือนไหวแบบเดินหน้าและถอยหลัง
- มีการเคลื่อนไหวแบบงอโค้งล�ำตวั เปน็ มมุ แหลม4

56 ค่มู ือการตรวจวินิจฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ลิ ิสทางห้องปฏบิ ัตกิ าร

รปู ท่ี 3.3 Microscopic view of Treponema pallidum.
with darkfield microscopy, spirochetes appear as motile,

bright corkscrews against a black background5

(ภาพจาก: กลุ่มบางรกั โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์)

คู่มอื การตรวจวินิจฉยั และติดตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏบิ ตั กิ าร 57

การรายงานผล
Positive เมอ่ื พบตัวเชอ้ื T. pallidum
Not found เม่อื ไม่พบตวั เชื้อ T. pallidum

ข้อดี ขอ้ เสยี
- เป็น definite diagnosis ท�ำได้ง่าย เร็ว - มีความไวต่ำ�

ราคาไมแ่ พง
- ช่วยวินิจฉัย Primary syphilis ในช่วงท่ี - ตอ้ งใช้ผูเ้ ช่ยี วชาญในการตรวจวิเคราะห์

การตอบสนองทางภมู คิ มุ้ กนั ยงั เกดิ ไมส่ มบรู ณ์

ข้อจำ� กัดของการทดสอบ
การท่ีไม่พบเช้ือไม่สามารถบอกได้ว่าผู้ป่วยไม่เป็นโรคซิฟิลิส เน่ืองจากผลลบ
อาจเกิดไดจ้ าก
1. จำ� นวนของตวั เชอ้ื มีไม่เพยี งพอที่จะตรวจพบ
2. ผู้ป่วยอาจได้รับยาปฏชิ ีวนะ
3. รอยโรคก�ำลงั เข้าสรู่ ะยะสมานแผล
4. ไม่ใช่แผลโรคซิฟิลิสซ่ึงควรนึกถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อ่ืนที่เกิดแผลได้
เชน่ herpes
• Direct fluorescent antibody test (DFA-TP)
เปน็ วธิ กี ารตรวจหาตวั เชอ้ื T. pallidum ในสงิ่ สง่ ตรวจโดยใชแ้ อนตบิ อดี
ตอ่ T. pallidum ทต่ี ดิ ฉลากสารเรอื งแสงทำ� ปฏกิ ริ ยิ าตอ่ ตวั เชอื้ T. pallidum ในตวั อยา่ ง
ตรวจโดยตรง โดยเกบ็ ตวั อยา่ งสำ� หรบั ตรวจหาตวั เชอื้ ตามขอ้ กำ� หนดในการเกบ็ ตวั อยา่ ง
และท�ำการทดสอบตามเอกสารก�ำกับน้�ำยา หลังจากท�ำปฏิกิริยาแล้วน�ำไปดูด้วย
กล้องจุลทรรศน์ชนิดเรืองแสง (fluorescent microscope) ผลบวกจะพบเช้ือ
T. pallidum เรืองแสง ดังแสดงในรูปที่ 3.4

58 คมู่ อื การตรวจวินิจฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ิลสิ ทางหอ้ งปฏิบตั ิการ

รปู ท่ี 3.4 Positive Direct fluorescent antibody test6

คู่มอื การตรวจวินจิ ฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซิฟิลสิ ทางห้องปฏิบัตกิ าร 59

การรายงานผล
Positive เมื่อพบตัวเช้อื T. pallidum เรอื งแสง
Not found เม่ือไมพ่ บการเรอื งแสงตวั เชอ้ื T. pallidum

ข้อดี ขอ้ เสยี

- มีความจ�ำเพาะสูงเน่ืองจากใช้แอนติบอดี - น�ำ้ ยาราคาแพง และไม่เป็นทน่ี ยิ มทำ�
จ�ำเพาะตอ่ แอนติเจนของเชอื้ - ตอ้ งใช้กล้องฟลอู อเรสเซนต์

- ช่วยวินิจฉัย Primary syphilis ในช่วงท่ี - ตอ้ งใช้ผู้เช่ยี วชาญในการตรวจวิเคราะห์
การตอบสนองทางภมู คิ มุ้ กนั ยงั เกดิ ไมส่ มบรู ณ์ - Turn around time 1-2 วนั

ข้อจำ� กดั ของการทดสอบ เชน่ เดียวกบั การทดสอบดว้ ยวธิ ี Dark-field micro-
scopic test
• Immunohistochemistry test (IHC)
เปน็ วิธีการตรวจหาตัวเช้อื T. pallidum ในสง่ิ สง่ ตรวจเนื้อเยือ่ เช่น จากรก
และสายสะดือ หรือเนื้อเยื่อจากแผลโรคซิฟิลิส ซ่ึงมีประโยชน์ในการช่วยวินิจฉัยโรค

ซฟิ ลิ สิ แต่กำ� เนดิ ท�ำไดโ้ ดยตดั ชนิ้ เนอื้ เยื่อ (paraffin embed tissue) ใหม้ คี วามหนา

ประมาณ 4 μm และยอ้ มชนิ้ เนอ้ื ดว้ ยแอนตบิ อดตี อ่ T. pallidum ทตี่ ดิ ฉลากดว้ ยเอน็ ไซม์
ซึ่งแอนตบิ อดจี ะจบั ตัวเชอ้ื T. pallidum ในตัวอยา่ งตรวจโดยตรง และใส่ enzyme
substrate หลงั จากทำ� ปฏกิ ริ ยิ าแลว้ ทำ� การยอ้ มเซลลช์ นดิ ตา่ งๆ บนเนอื้ เยอ่ื ดว้ ยสี Meyer’s

hematoxylin นำ� ไปดดู ว้ ยกลอ้ งจลุ ทรรศน์ ซงึ่ หากใชเ้ อนไซม์ alkalinephosphatase

จะพบผลบวกเป็นสีแดงเข้มตามรูป 3.5 และพบนิวเคลียสเซลล์ที่ติดสีน้�ำเงินของสี

hematoxylin

60 คู่มือการตรวจวินิจฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซิฟลิ สิ ทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร

รปู ที่ 3.5 Immunohistochemistry test จากเน้ือเย่ือรก: positive T. pallidum7

คูม่ อื การตรวจวินจิ ฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ลิ ิสทางห้องปฏิบตั ิการ 61

การรายงานผล
Positive เม่ือพบตัวเช้อื T. pallidum
Not found เมอ่ื ไม่พบตัวเชอื้ T. pallidum

ข้อดี ขอ้ เสีย
- มีความจ�ำเพาะสูงเน่ืองจากใช้แอนติบอดี - นำ�้ ยาราคาแพง

จำ� เพาะตอ่ แอนติเจนของเชือ้
- ช่วยวินิจฉัย Primary syphilis ในช่วงที่ - ต้องใช้ผเู้ ชย่ี วชาญในการตรวจวิเคราะห์

การตอบสนองทางภมู คิ มุ้ กนั ยงั เกดิ ไมส่ มบรู ณ์ - Turn around time 1-2 วัน
- ช่วยวนิ ิจฉัยโรคซฟิ ลิ ิสแต่ก�ำเนดิ
- ช่วยวนิ จิ ฉัยโรคซิฟิลิสในผปู้ ว่ ย HIV8
- ประโยชน์ในการตรวจสอบความผิดปกติ

ของเซลล์และเนอื้ เย่ือ

• Nucleic acid amplification test (NAAT)
ในปัจจบุ นั ใช้เฉพาะในการวจิ ยั มกี ารใชใ้ นเวชปฏบิ ตั ิน้อย สามารถนำ� ไปใช้
ตรวจในสิ่งส่งตรวจบางอย่างได้ เช่น เน้ือเย่ือ น�้ำในเบ้าตา (vitreous fluid)
น�้ำไขสันหลัง หรือ ส่ิงส่งตรวจที่เก็บจากแผล มีความไวในการวินิจฉัยโรคซิฟิลิสสูง
(≥10 organisms per specimen)9 ในปจั จุบนั มกี ารพฒั นาโดยใชเ้ ทคนิค real-time
PCR ในการตรวจวนิ จิ ฉยั โรคตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์ที่ทำ� ใหเ้ กดิ แผลบริเวณอวัยวะเพศ
โดยตรวจพร้อมกันทั้ง 3 เชื้อที่ก่อโรคคือ T. pallidum, Haemophilus ducreyi
และ Herpes simplex viruses10 ซงึ่ ยงั ไม่ได้ใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย

62 คมู่ ือการตรวจวินจิ ฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏิบตั กิ าร

3.2.2 การตรวจทางภูมคิ ุ้มกันวทิ ยา (Indirect tests)
ระบบภูมิคุ้มกันผู้ติดเชื้อซิฟิลิสสามารถสร้างแอนติบอดีเพ่ือตอบสนอง
ตอ่ ภาวะตดิ เชอื้ โดยแอนตบิ อดที ถ่ี กู สรา้ งขน้ึ มอี ยา่ งนอ้ ย 2 ชนดิ คอื 1) Nontrepomenal
antibodies หรือ reagin ซ่ึงเป็นแอนติบอดีแบบไม่จ�ำเพาะท้ังชนิด IgM และ IgG
มีระดับสงู ขน้ึ ในเลอื ดหลงั ตดิ เชอ้ื reagin ชนดิ IgM จะถกู สรา้ งขนึ้ กอ่ น IgG และ reagin
ทง้ั 2 ชนดิ มรี ะดบั ลดลงหากตอบสนองตอ่ การรกั ษา และ 2) Treponemal antibodies
เปน็ แอนตบิ อดแี บบจำ� เพาะและมรี ะดบั สงู ในเลอื ดตลอดชวี ติ แมจ้ ะไดร้ บั การรกั ษาหาย
แล้วก็ตาม ดังแสดงในรูปท่ี 3.6 ดังนั้นการทดสอบหาแอนติบอดีท้ังสองชนิดจึงมี
ประโยชน์ในการช่วยวินิจฉัยและติดตามการรักษา วิธีการตรวจทางภูมิคุ้มกันวิทยา
แบง่ เปน็ 2 กลุ่มการทดสอบ คือ Nontreponemal test และ treponemal test
(รูปที่ 3.2)

Anti-treponemal lgM Anti-treponemal lgG Reagin antibodies (Anti-cardiolipins)

Chancre Secondary leslion Asymptomatic stage

Primary syphilis Secondary syphilis Latent syphilis Tertiary syphilis

Untreated or serofastness

Treated or seroreversion

Infec2tion4 6 8 W10eek1s2 Time pos2t-infection 10 Years 20

รูปท่ี 3.6 การตอบสนองทางแอนตบิ อดีตอ่ โรคซฟิ ลิ สิ ในระยะต่างๆ

(ดัดแปลงจาก Peeling RW, Ye H. 2004)9

คูม่ อื การตรวจวนิ ิจฉัยและตดิ ตามการรกั ษาโรคซิฟิลสิ ทางห้องปฏิบตั กิ าร 63

3.2.2.1 Nontreponemal test
เปน็ การทดสอบเพอ่ื ตรวจหา antilipoidal antibody (reagin) ในสง่ิ สง่
ตรวจชนดิ ซรี มั่ พลาสมา หรอื นำ้� ไขสนั หลงั reagin หมายถงึ antibody ทงั้ ชนดิ IgM และ
IgG ตอ่ lipoildal antigen เชน่ cardiolipin ทห่ี ล่งั ออกมาจากเน้อื เย่อื ท่ีถูกทำ� ลายใน
ขณะท่มี ีการอกั เสบของเนือ้ เยอื่ หรือ cardiolipin ทห่ี ล่ังจากตวั เช้อื Treponeme11
ดงั นน้ั Nontreponemal test เชน่ VDRL (Venereal Disease Research
Laboratory) RPR Card test (Rapid Plasma Reagin card test) จึงเป็นการตรวจ
หา reagin โดยอาศัยหลักการ Flocculation (การเกิดปฏิกิริยาแอนติเจนและ
แอนติบอดีในสารแขวนลอย) Antigen ทใี่ ชใ้ นการทดสอบเปน็ cardiolipin, lecithin
และ cholesterol ซ่งึ สกัดมาจากเนอ้ื เยื้อต่างๆ ของสตั ว์เลีย้ งลูกดว้ ยนม
• Venereal Disease Research Laboratory (VDRL)
VDRL เปน็ serological test ซง่ึ ใชต้ รวจหา nonspecific reagin
ในผปู้ ว่ ยที่เป็น syphilis ใชเ้ ปน็ screening test หากห้องปฏบิ ัตกิ ารใช้ Traditional
algorithm ในการตรวจคดั กรองโรคซฟิ ลิ สิ specimen ใชไ้ ดท้ ง้ั ซรี มั่ และ cerebrospinal
fluid (CSF) โดยต้อง heat inactivated ซีรั่ม ใน water bath 56๐C 30 นาที
สว่ น CSF ตวั อยา่ งทไ่ี ดต้ อ้ งใส หรอื ตอ้ งปน่ั ใหใ้ ส โดยไมใ่ หม้ เี ซลล์ หรอื เมด็ เลอื ดแดงเจอื ปน
การตรวจ CSF-VDRL จะใช้กับคนไข้ท่ีเป็น neurosyphilis และมีผลตรวจ serum
treponemal test เปน็ reactive การตรวจ CSF- VDRLจะไม่คอ่ ยมี false positive12
Antigen ทใ่ี ชใ้ น VDRL test คอื alcoholic solution ของ cardiolipin
ซง่ึ มี cardiolipin อยู่ 0.03% แลว้ เตมิ cholesterol 0.9% และ lecithin 0.21+0.01%
lecithin จะชว่ ยให้ sensitivity ของแอนตเิ จนดขี นึ้ สว่ น cholesterol จะทำ� หนา้ ทเี่ ปน็ ตวั
absorb tissue lipid และเมอื่ เตมิ lecithin และ cholesterol ลงไปใน antigen
เรียบร้อยแล้ว จะทำ� ให้ antigen particle ใหญข่ ้ึน

64 คมู่ อื การตรวจวนิ ิจฉยั และติดตามการรกั ษาโรคซิฟิลสิ ทางหอ้ งปฏบิ ัติการ

Serum VDRL slide flocculation test
หลักการ เม่อื น�ำน�ำ้ เหลอื งผู้ปว่ ย ท่ี heat inactivate แล้ว มาท�ำปฏิกริยา
กับ VDRL antigen emulsion ถา้ ในน�ำ้ เหลอื งน้นั มี reagin antibodies อยูจ่ ะทำ� ให้
antigen emulsion มาจบั กลุ่มกนั โดยอ่านผลภายใต้กล้องจุลทรรศน์

รปู ท่ี 3.7 หลกั การการทดสอบ Venereal Disease Research Laboratory (VDRL)

รปู ท่ี 3.8 สไลดแ์ กว้ มขี อบสำ� หรบั ท�ำการทดสอบ VDRL

คูม่ อื การตรวจวนิ จิ ฉยั และติดตามการรกั ษาโรคซิฟลิ สิ ทางห้องปฏิบตั ิการ 65

วสั ดอุ ุปกรณแ์ ละน�ำ้ ยา
1. สไลด์แกว้ มขี อบสำ� หรบั ท�ำ agglutination
2. 0.9% Saline solution
3. VDRL antigen emulsion
4. Automatic pipette ขนาด 20 และ 200 µl
5. Rotator ซึ่งสามารถปรับไดท้ ่ี 180 rpmและหมุนเป็นวงกลมในแนวราบ
6. Reactive, weakly reactive, nonreactive control sera
วิธีเตรียม Antigen emulsion
1. Pipette 0.4 ml 1% Buffer saline ลงในขวดขนาด 30 ml โดยใช้ pipette ขนาด 5 ml
2. หยด VDRL antigen 0.5 ml ลงไปทลี ะหยด พร้อมเขยา่ ขวดในแนวราบ
3. เขยา่ ขวดในแนวราบต่อไป 10 วนิ าที หลังจากเติม antigen ลงไปหมดแล้ว
4. เตมิ 4.1 ml 1% Buffer saline โดยใช้ pipette 5 ml อนั เดมิ ปดิ จกุ และ เขยา่ ตอ่ อกี
10 วนิ าที
5. antigen emulsion ควรจะใช้ในวนั ท่ีเตรยี ม

66 คู่มอื การตรวจวินิจฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซิฟิลสิ ทางหอ้ งปฏิบตั กิ าร

วิธที �ำ VDRL slide flocculation test (Qualitative)
1. Heat inactivate serum ใน waterbath 56๐C เป็นเวลา 30 นาที
2. ใช้ pipette ดดู ซีร่มั ที่ inactivated แลว้ มา 50 µl หยดลงบนสไลดห์ ลุม
3. หยด antigen emulsion ลงไป 17 µl
4. น�ำสไลด์วางบนเครื่องเขย่า ตั้งความเร็วรอบในการหมุนที่ 180 RPM เขย่า
slide นาน 4 นาที
5. อ่านผลทันทีหลังจากเขย่า โดยดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ ด้วย low power (10x)
objective หากผลการทดสอบเปน็ reactive ให้ท�ำ semiquantitative test ต่อเพ่ือ
หาไตเตอร์
6. ควรทำ� Internal quality control โดยใช้ reactive control และ nonreactive
control ในการทดสอบ

ค่มู ือการตรวจวินจิ ฉยั และติดตามการรกั ษาโรคซิฟลิ ิสทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร 67

ตารางที่ 3.1 การอา่ นและรายงานผลการทดสอบ VDRL

การอ่านผล การรายงานผล

Nonreactive
(ไม่มีการรวมกลุ่มกันของตะกอน)

Weakly reactive
(มกี ารรวมกลมุ่ กนั ของตะกอนเลก็ นอ้ ย)

Reactive
(มกี ารรวมกลุ่มกันของตะกอน)

68 คู่มือการตรวจวนิ ิจฉัยและติดตามการรักษาโรคซฟิ ิลิสทางหอ้ งปฏิบัติการ

วิธที ำ� VDRL slide flocculation test (Semiquantitative)
1. ทำ� การเจอื จางซรี มั่ แบบ 2 fold dilution 1:2, 1:4, 1:8 ดว้ ย 0.9% saline solution
โดยสามารถท�ำบนสไลดห์ ลมุ โดยใชป้ เิ ปต ดดู 0.9% Saline solution จำ� นวน 50 µl
และปลอ่ ยลงบนหลมุ ที่ 1, 2, 3 หลงั จากนนั้ ดดู ซรี ม่ั จำ� นวน 50 µl และปลอ่ ยลงบนวงกลมที่
1 ท�ำการผสมซีรม่ั และ saline ให้เข้ากนั โดยดดู ปล่อยขึน้ ลง 5-6 คร้ัง หลังจากนัน้ ถ่าย
ไปยงั วงกลมท่ี 2 จ�ำนวน 50 µl และทำ� การผสมซรี ่มั ในวงกลมท่ี 2 ด้วยวิธเี ดียวกนั
ทำ� ต่อเนื่องจนถึงหลุมสดุ ทา้ ยให้ดดู ท้ิงไป 50 µl
2. หยด antigen emulsion จ�ำนวน 17 µl ทกุ หลุม หรือท่กี ำ� หนดในเอกสารนำ้� ยา
3. นำ� สไลดว์ างบนเคร่ืองเขยา่ ตั้งความเร็วรอบในการหมุนท่ี 180 RPM เขยา่ slide
นาน 4 นาที
4. อา่ นผลทนั ทหี ลงั จากเขยา่ โดยดดู ว้ ยกลอ้ งจลุ ทรรศน์ ดว้ ย low power (10 x) objective
5. ถ้าในหลุมที่ 3 ยังเกิด clumping ต้องเจือจางต่อโดยน�ำซีร่ัมมาเจือจางเป็น 1:8
โดยใชซ้ ีรมั่ 0.1 ml ต่อ 0.9% saline solution 0.7 ml และท�ำการเจือจางตอ่ เหมือน
กบั หลุมท่ี 1, 2, 3 และท�ำการทดสอบตามข้อ 2-5
6. ควรทำ� Internal quality control โดยใช้ known titer reactive control ในการ
ทดสอบ

วธิ ีอ่านผล
อ่านผลจาก dilution สูงสดุ ทใ่ี หผ้ ลเปน็ reactive คอื เกดิ clumping โดย
รายงานผลดังตัวอย่างเชน่

คู่มือการตรวจวนิ จิ ฉัยและติดตามการรักษาโรคซิฟลิ สิ ทางห้องปฏบิ ตั ิการ 69

ตารางที่ 3.2 ตัวอย่างการรายงานผลการทดสอบ VDRL

Undiluted Serum dilution 1:16 1:32 รายงานผล
(1:1)
R 1:2 1:4 1:8 NR NR Reactive, undiluted
R NR NR Reactive, 1:2 dilution
R WR NR NR NR NR Reactive, 1:4 dilution
WR R WR NR WR NR Reactive, 1:8 dilution
WR R R WR R NR Reactive, 1:16 dilution
WR WR R R NR NR Weakly Reactive, undiluted
WR R R
NR NR NR

ในกรณที สี่ งสัยตัวอย่างตรวจอาจเกิด prozone คอื การมปี ริมาณของ reagin สูงใน
ซีรมั่ ให้ทำ� การเจอื จางซีรั่มจาก 1:2, 1:4, 1:8 และ 1:16 และท�ำการทดสอบตอ่
จนสามารถรายงานผลไตเตอร์สุดท้ายท่ใี ห้ผล reactive

Spinal fluid VDRL slide flocculation test
Spinal fluid VDRL ควรทำ� ในกรณที ส่ี งสัย Neurosyphilis และ ผลตรวจ
serum treponemal test เปน็ reactive สว่ น antigen emulsion ท่ีใช้ตอ้ งนำ� มา
dilute เพม่ิ อกี 1 เทา่ ดว้ ย 10% Saline solution (แอนตเิ จนทเี่ ตรยี มนค้ี วรใชภ้ ายใน 2
ชวั่ โมง) และ ไมต่ อ้ ง inactivate spinal fluid ทจ่ี ะนำ� มาทดสอบ วธิ กี ารทำ� การทดสอบ
เหมอื นกบั serum VDRL test ยกเวน้
1. ใช้ antigen emulsion เพยี ง 10 µl
2. ต้ังความเร็วรอบในการหมุนท่ี 180 RPM เขย่าสไลด์นาน 8 นาที
การอา่ นผลและการรายงานผล เหมอื นกบั serum VDRL test

70 คู่มือการตรวจวนิ จิ ฉยั และติดตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ

o Rapid Plasma Reagin test (RPR)
การตรวจดว้ ยวธิ ี RPR card test เปน็ การทดสอบในกลมุ่ ของ Nontreponemal
test ซ่ึงใช้หลักการ flocculation เหมือน VDRL แต่ RPR เป็น Macroscopic
flocculation ทไ่ี มต่ อ้ งใชก้ ารอา่ นผลดว้ ยกลอ้ งจลุ ทรรศน์ สามารถอา่ นผลไดด้ ว้ ยตาเปลา่
เพราะแอนติเจนมีส่วนประกอบของผง carbon (carbon-containing cardiolipin
antigen) โดยผงถ่านนไี้ ดแ้ ทรกตัวอยู่ในร่างแหของปฏิกริ ยิ าแอนติเจนแอนติบอดชี ่วยใน
การมองเหน็ ปฏิกริ ยิ าด้วยตาเปล่า นอกจากน้ยี ังไมต่ อ้ งทำ� heat inactivated ตวั อยา่ ง
ซรี ัม่ เพราะมี choline chloride ในสว่ นประกอบแอนตเิ จนท่ียบั ย้งั การทำ� งานของคอม
พลเี มนท์ และยงั มี Ethylene diamine tetra-acetic acid (EDTA) ทชี่ ว่ ยในรกั ษาสภาพ
แอนติเจน cardiolipin, lecithin และ cholesterol ให้อยู่ได้นานยิ่งขึ้น สามารถใช้
plasma ในการทดสอบได้ แต่ไม่สามารถใชต้ วั อย่าง CSF ในการทดสอบ RPR card test

รปู ท่ี 3.9 หลักการของ Rapid Plasma Reagin test

ค่มู อื การตรวจวนิ ิจฉยั และติดตามการรักษาโรคซิฟิลสิ ทางห้องปฏบิ ัติการ 71

วัสดุและน้ำ� ยา

1. RPR test kit ซึง่ ประกอบดว้ ย
1.1 Carbon-containing cardiolipin antigen
1.2 Dispenstir หลอดพลาสตกิ ปลายปิด หยดได้ 50 µl/1 หยด
1.3 แผน่ กระดาษแขง็ เคลอื บพลาสตกิ ทม่ี วี งกลมขนาดเสน้ ผา่ นศนู ย-์ กลาง 18 mm
2. ซรี ม่ั หรือพลาสมา (ไม่ตอ้ ง inactivated)
3. 0.9% Saline solution
4. Automatic pipette ขนาด 20 และ 200 µl
5. Rotator ซง่ึ สามารถปรบั ไดท้ ี่ 100 rpm และหมุนในแนวราบเป็นวงกลม
6. Reactive, nonreactive control sera

วธิ ที �ำ RPR card test (Qualitative test)

1. ใช้ dispenstir ที่ให้มากบั ชดุ น้ำ� ยา ดูดซรี ั่มหรือพลาสมา
2. หยดลงในวงกลมบนการด์ 1 หยด (1 วงกลมตอ่ 1 specimen) ใหห้ ยดในลกั ษณะตง้ั
ตรง (1 หยด = 50 µl)
3. ใชอ้ กี ปลายหนึง่ ของ dispenstir เกลี่ยซรี ัม่ หรือพลาสมาให้เต็มวงกลม
4. เขย่าแอนติเจนให้ผสมกันแล้วหยด 1 หยดในลักษณะปลายเข็มต้ังตรงลงบนซีร่ัม
หรอื พลาสมา (1 หยด = 17 µl)
5. นำ� ไปใสใ่ นกลอ่ งชน้ื วางบนเครอื่ งเขยา่ ปรบั ความเรว็ รอบที่ 100 rpm 8 นาที แลว้ อา่ น
ผลดว้ ยตาเปล่า

72 คู่มือการตรวจวินจิ ฉยั และติดตามการรกั ษาโรคซิฟิลสิ ทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ

การอ่านผล
Reactive มีการจบั กลมุ่ เห็นเปน็ ตะกอนสดี ำ� เกดิ ขึ้น
Nonreactive ไม่มีการรวมกลมุ่ กันของตะกอน
เมอ่ื RPR card test ไดผ้ ล Reactive ตอ้ งนำ� ไปทำ� semiquantitative test
ตอ่ เพ่ือหาค่าไตเตอรข์ อง reagin ในตัวอยา่ งของผปู้ ่วย
ข้อแนะน�ำ ตอ้ งท�ำตามวธิ ีที่แนบมากบั น้�ำยาอยา่ งเครง่ ครัด

RPR 18 mm Circle Card Test
Qualitative Test

Reactive Reactive Reactive Reactive Nonreactive
(Moderate) (Minimal)

Report as Reactive

รปู ที่ 3.10 ตวั อย่างการอา่ นผล RPR card test แบบ qualitative

(ภาพจากภาควิชาจุลชีววิทยาคลนิ ิกและเทคโนโลยปี ระยกุ ต์ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวทิ ยาลัยมหิดล)

คมู่ อื การตรวจวนิ ิจฉยั และตดิ ตามการรกั ษาโรคซฟิ ลิ ิสทางหอ้ งปฏิบัตกิ าร 73

วธิ ที �ำ RPR card test (semiquantitative test)

1. เจอื จางซรี ม่ั หรอื พลาสมา ดว้ ย 0.9% Saline solution เปน็ 1:2, 1:4, 1:8 การเจอื
จางตัวอย่างสามารถท�ำได้บนแผ่นกระดาษแข็งเคลือบพลาสติกท่ีมีวงกลมขนาดเส้น
ผา่ นศนู ยก์ ลาง 18 mm โดยใช้ Dispenstir ดูด 0.9% Saline solution และหยดลง
วงกลมบนการด์ วงที่ 1, 2 และ 3 หลงั จากนน้ั ใชไ้ ปเปตดดู ซรี มั่ 50 µl และปลอ่ ยลงบน
วงกลมท่ี 1 ท�ำการผสมซรี ม่ั และ saline ใหเ้ ขา้ กันโดยดูดปลอ่ ยขึ้นลง 5-6 ครัง้ หลงั
จากนั้นถา่ ยไปยังวงกลมท่ี 2 จ�ำนวน 50 µl และทำ� การผสมซรี มั่ ในวงกลมท่ี 2 ด้วยวธิ ี
เดยี วกนั ทำ� ตอ่ เนอ่ื งจนถงึ หลมุ สดุ ทา้ ยใหด้ ดู ทงิ้ ไป 50 µl หากเจอื จางซรี ม่ั หรอื พลาสมา
ในหลอดทดลองใหใ้ ช้ dispenstir ดดู ซรี ม่ั หรอื พลาสมา ทเ่ี จอื จางแลว้ หยดลงในวงกลม
บนการด์ 1 หยด (50 µl) 1 dilution ตอ่ 1 วง
2. ใชอ้ กี ปลายหนงึ่ ของ dispenstir เกลย่ี ซรี ม่ั หรอื พลาสมาใหเ้ ตม็ วงกลม โดยเรม่ิ จาก
วงกลมทม่ี ี dilution สงู สดุ ไปยงั วงกลมถดั ไป โดยไมต่ ้องเปล่ียน dispenstir
3. เขย่าแอนติเจนใหผ้ สมกนั ดแี ล้วหยด 1 หยดในลกั ษณะปลายเข็มตงั้ ตรงลงบนซีรั่ม
หรอื พลาสมา (1 หยด=17 µl)
4. นำ� ไปใสใ่ นกลอ่ งชน้ื วางบนเครอื่ งเขยา่ ปรบั ความเรว็ รอบที่ 100 rpm 8 นาที แลว้ อา่ น
ผลดว้ ยตาเปล่า

การอ่านผล
เชน่ เดยี วกบั RPR card test แบบ qualitative โดย endpoint คือ dilution
สงู สุดทีใ่ ห้ผล Reactive

74 คมู่ อื การตรวจวนิ จิ ฉยั และติดตามการรักษาโรคซิฟิลสิ ทางห้องปฏบิ ตั ิการ

Quantitative Test

Undiluted 1:2 1:4 1:8 1:16
Reactive Reactive Reactive Nonreactive Nonreactive

รูปท่ี 3.11 ตวั อย่างการอ่านผล RPR card test แบบ quantitative

(ภาพจาก ภาควชิ าจลุ ชวี วทิ ยาคลนิ ิกและเทคโนโลยีประยุกต์ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลยั มหดิ ล)

ขอ้ ควรทราบ
• RPR ใชต้ วั อยา่ งตรวจเปน็ ซรี ม่ั หรอื พลาสมา โดยไมต่ อ้ งทำ� heat inactivate
• หา้ มใชต้ รวจ CSF

ตารางท่ี 3.3 เปรียบเทียบคุณลักษณะของการทดสอบ VDRL และ RPR card test

คณุ ลักษณะ VDRL test RPR card test
ขน้ั ตอนการตรวจไมย่ งุ่ ยาก ออกผลไดร้ วดเร็ว √√
ราคาถูก √√
มีความไว เทยี บเทา่ กัน
ใช้เพื่อติดตามการรักษา และคัดกรองโรค √√
อ่านผล
เตรยี ม heat-inactivated serum (56๐C 30 นาท)ี ดว้ ยกลอ้ งจลุ ทรรศน์ ดว้ ยตาเปลา่
อายกุ ารใชง้ านแอนติเจน √-
ผลลบปลอมเนื่องจาก prozone phenomenon
ผลบวกปลอม หรอื biological false positive (BFP) ภายใน 8 ชม 18-24 เดอื น
เกิดขึน้ ได้
เกดิ ขึน้ ได้

ค่มู อื การตรวจวนิ จิ ฉัยและติดตามการรักษาโรคซิฟลิ ิสทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร 75

ตารางที่ 3.4 แสดงสาเหตทุ ่ีทำ� ใหเ้ กดิ Biological false positive ของการตรวจหา
Nontreponemal antibody เพื่อวนิ ิจฉยั โรคซิฟิลสิ

Conditions that cause biological false positive for Nontreponemal test
เงอื่ นไขทางสรีระวทิ ยา ภาวะตดิ เช้ือ
ผู้สงู วัย แผลริมอ่อน
การตัง้ ครรภ์ อสี กุ อีใส
การฉดี วัคซีน วัณโรค
Typhoid หดั , คางทูม
Smallpox โรคเรอื้ น
ภาวะภูมิคุ้มกันผดิ ปกติ HIV/AIDS
Immunoglobulin abnomalities Infectious mononucleosis
Systemic lupus erythematosus Brucellosis
Autoimmune thyroiditis Bacterial endocarditis
Rheumatic heart disease Pinta
Ulcerative colitis Yaws
ภาวะอืน่ ๆ Viral pneumonia
มะเรง็ บางชนดิ Pneumococcal pneumonia
การติดสารเสพติด Yaws
ตับอักเสบ
ขาดสารอาหาร
Vasculitis

3.2.2.2 Treponemal test
การทดสอบทางนำ�้ เหลืองวทิ ยา ส�ำหรบั วินจิ ฉยั โรคซิฟลิ ิส โดยเปน็ การ
ตรวจหาแอนติบอดที ่ีจ�ำเพาะต่อแอนตเิ จนจากเช้ือ T. pallidum การทดสอบในกลุ่ม
Treponemal test มหี ลายการทดสอบ (รปู ที่ 3.2) ไดแ้ ก่ กลมุ่ conventional treponemal
test เชน่ Fluorescent Treponemal Antibody-Absorption (FTA-ABS) test,
Treponema pallidum Haemagglutination (TPHA) test และ Treponema
palladum particle agglutination test (TPPA) แอนติเจนที่ใช้ในการทดสอบน้ี

76 คูม่ ือการตรวจวนิ ิจฉัยและติดตามการรักษาโรคซฟิ ิลิสทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร

มักเปน็ whole cell lysate ต่อมาได้มกี ารพัฒนาวิธกี ารทดสอบโดยใช้การตดิ ฉลาก
แอนตบิ อดตี ดิ ตามดว้ ยเอนไซม์ หรอื สารเรอื งแสง และใชแ้ อนตเิ จนทเี่ ปน็ โปรตนี ลกู ผสม
(recombinant protein) และยงั สามารถใชใ้ นระบบการวเิ คราะหโ์ ดยเครอ่ื งอตั โนมตั ิ
ตามหลักการการทดสอบต่างๆ เช่น Enzyme-linked Immunosorbent assay
(ELISA), Chemiluminescent assay และอื่นๆ การทดสอบในกลุ่ม Labeled
immunoassay จะมคี วามไวสงู เมอื่ เทยี บกบั กลมุ่ conventional test และกลมุ่ สดุ ทา้ ย
คือ Rapid diagnostic test ซึง่ เป็น Immunochromatography test

3.2.2.2.1 Conventional treponemal test
• Fluorescent Treponemal Antibody-Absorption
test (FTA-ABS test)
อาศัยหลักการ indirect immunofluorescent test
ทม่ี คี วามไว และมจี ำ� เพาะสูงเพราะได้ absorbed เอา non-specific antibody ต่างๆ
ที่มีอยู่ในซีร่ัมออกก่อนแล้ว เป็นการทดสอบที่จะให้ผลบวกก่อนการทดสอบอื่นๆ
ใน early syphilis และสามารถทดสอบหาชนดิ ของแอนตบิ อดไี ดว้ า่ เปน็ ชนดิ IgM หรอื IgG
ในปจั จุบนั การทดสอบน้ไี ม่เป็นที่นิยมในประเทศไทย
หลักการ
Specific antibody ตอ่ เชอ้ื T. pallidum ทม่ี ใี นซรี ม่ั คนไข้
ท่ีเป็นโรคซฟิ ิลิส จะทำ� ปฏกิ รยิ าไดก้ บั เชอื้ T. pallidum (Nichols strain) ที่ยดึ ตดิ ไว้
บนแผน่ สไลด์ ทำ� ใหเ้ กดิ เปน็ antigen-antibody complex ซึ่งท�ำปฏิกริยาตอ่ ไดก้ ับ
fluorescein tagged anti-human immunoglobulin เมื่อสังเกตภายใตก้ ลอ้ งจุล
ทศั นเ์ รอื งแสงจะเหน็ ตวั T. pallidium เรืองแสง วธิ ีนไี้ ด้ absorbed ซรี ัม่ ทจ่ี ะน�ำมา
ตรวจด้วย sorbent ซ่ึงมีส่วนประกอบท่ีส�ำคัญ คือ sonically disrupted Reiter
treponemes suspension เพ่ือก�ำจัด non-specific treponemal antibodies
(group specific) ออกก่อน ท�ำให้การทดสอบนี้มีความจ�ำเพาะ ต่อ T. pallidum
(Nichols strain) ดยี ่งิ ข้ึน

คู่มือการตรวจวนิ จิ ฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ลิ สิ ทางห้องปฏิบตั ิการ 77

T.pallidum on slide Speci c antibody in serum Binding Anti human Fluorescent spirochetes
immunoglobulin
conjugated FITC

รูปท่ี 3.12 แสดงหลักการของวธิ ี Fluorescent Treponemal
Antibody-Absorption test (FTA-ABS test)

รปู ที่ 3.13 แสดงผล Fluorescent Treponemal Antibody-Absorption test: Reactive

(ภาพจาก ภาควชิ าจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั )

78 คมู่ ือการตรวจวนิ จิ ฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซิฟลิ สิ ทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร

• Treponemal agglutination test
การทดสอบหาแอนตบิ อดที ่จี �ำเพาะต่อ T. pallidum ทีอ่ าศยั หลกั
การ indirect หรอื passive agglutination test มี 2 การทดสอบหลกั คอื Treponema
pallidum hemagglutination test (TPHA) และ Treponema pallidum particle
agglutination (TPPA) test ท้ังสองการทดสอบมีความไวและความจ�ำเพาะสูงโดย
แอนตเิ จนทใี่ ช้ในการทดสอบนี้เป็น sonicated T. pallidum (Nichols strain) แลว้
นำ� มา coated หรอื sensitized ไวบ้ น particle เช่นเมด็ เลอื ดแดงแกะ หรือ gelatin
particle และน�้ำเหลืองผู้ป่วยที่จะน�ำมาตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อ T. pallidum
จะถูกน�ำมา absorbed ก่อนด้วย absorbing diluent เพ่ือลด non-specific
antibodies ทำ� ให้การทดสอบมคี วามจำ� เพาะสูง ในทางเทคนิคคอื ทำ� งา่ ย เครื่องมอื
ทใี่ ช้ทดสอบไมย่ ่งุ ยาก และราคาไม่แพง
o Treponema pallidum hemagglutination test (TPHA)
หลกั การ ในนำ้� เหลอื งผปู้ ว่ ยทเี่ ปน็ ซฟิ ลิ สิ จะมแี อนตบิ อดตี อ่ T. pallidum
antigens ดงั นน้ั เมอ่ื นำ� เอาซรี มั่ คนไขม้ าทำ� ปฏกิ รยิ ากบั เมด็ เลอื ดแดงของแกะ หรอื สตั วป์ กี
ท่ีถูก sensitized ไว้ด้วยแอนติเจนที่ได้มาจากการแตกย่อยเชื้อ T. pallidum
(Nichol’s) จะท�ำใหเ้ ม็ดเลอื ดแดงเกดิ ปฏิกริยาเกาะกลมุ่ (hemagglutination) ได้

Patient earum containing Igm/IgG
speci c T.pallidum antigens
Coating the RBCS

Avine RBCs Coated with Antibodies bind to antigens on the
T.pallidum antigens surface of the RBC, forming
agglutination in microtitration plate

รูปท่ี 3.14 แสดงหลักการของวิธี Treponema pallidum hemagglutination
test (TPHA)

คูม่ อื การตรวจวินิจฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซิฟลิ ิสทางห้องปฏบิ ัตกิ าร 79


Click to View FlipBook Version