The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

A506 คู่มือการตรวจวินิจฉัยและติดตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏิบัติการ 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by E-Library DAS, 2021-08-18 00:32:51

คู่มือการตรวจวินิจฉัยและติดตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏิบัติการ 2564

A506 คู่มือการตรวจวินิจฉัยและติดตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏิบัติการ 2564

Keywords: A506,คู่มือการตรวจวินิจฉัยและติดตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏิบัติการ 2564

วธิ ที ำ� TPHA

1. ใช้ automatic pipette ดูด sample diluent 190 µl หยอดลงใน microtiter
plate หลุมที่ 1
2. ใช้ automatic ดดู ซีรม่ั 10 µl หยดลงในหลมุ ท่ี 1 ผสมใหเ้ ข้ากนั ดีโดยการดูดสว่ น
ผสมขน้ึ ลง6-10ครงั้ จากนนั้ ดดู สว่ นผสม25µlหยดลงในหลมุ ท่ี2และ หลมุ ที่3(ตามตาราง)
3. ใช้ automatic pipette ดดู control cell 75 µl หยดลงในหลมุ ที่ 2 และ ดดู test cell
75 µl หยดลงในหลุมท่ี 3
4. เคาะ microtiter plate เบาๆ และปิด plate วางไว้ท่ีไม่มีการส่ันสะเทือน ณ
อุณหภูมหิ อ้ ง 45 นาที และอ่านผลการทดลอง

ตารางแสดงวิธที ำ�

Sample diluent Well No” 12 3
190 µl 25 µl
Serum test 10 µl 25 µl 1:20
serum dilution 1:20 1:20
control cell - 75 µl -
test cell -- 75µl
final dilution 1:80 1:80
Mix the content, cover the tray and incubate for 45 mins

5. การท�ำ control sample ทำ� ด้วยวธิ ีเดยี วกบั test serum
6. อา่ นผลการทดลองโดยดลู กั ษณะของการเกดิ agglutination ดังน้ี

80 คูม่ ือการตรวจวนิ จิ ฉยั และติดตามการรกั ษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏิบัติการ

Setting pattern of Particles Reading Interpretation
เม็ดเลอื ดแดง ตกเปน็ กระดมุ และขอบเรียบ - Nonreactive
ตกเป็นวงแหวนขนาดเล็ก ขอบเรยี บ + Indeterminate
ตกเป็นวงแหวนขนาดใหญ่ ขอบไม่เรยี บ +
แผเ่ ปน็ แผ่นเรยี บเต็มก้นหลุม ++ Reactive

รูปที่ 3.15 แสดงผลการทดสอบ Treponema pallidum hemagglutination test
(TPHA)

(ภาพจาก ภาควชิ าจุลชวี วทิ ยาคลินกิ และเทคโนโลยปี ระยกุ ต์ คณะเทคนคิ การแพทย์ มหาวิทยาลยั มหดิ ล)

คมู่ อื การตรวจวินจิ ฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซิฟลิ ิสทางห้องปฏิบัตกิ าร 81

ซงึ่ จะอ่านผลการทดลองไดก้ ต็ ่อเมื่อ
1. ในหลุมท่ี 2 (control cell) ของแต่ละการทดสอบใหผ้ ล nonreactive
2. Reactive control serum ให้ผลถูกต้อง โดยหลมุ ที่ 2 ตกเปน็ เม็ดกระดุม
และหลมุ ท่ี 3 จะแผ่เต็มกน้ หลุม
3. Nonreactive control serum ให้ผลถูกต้อง โดยหลุมท่ี 2 หลุมท่ี 3
ตกเป็นเม็ดกระดุม
o Treponema pallidum particle agglutination (TPPA) test
(ตามเอกสารแนบชดุ ทดสอบ Serodia-TPPA บรษิ ทั Fujirebio Inc.)
หลกั การ เชน่ เดยี วกบั TPHA โดยใช้ gelatin particle แทนเมด็ เลอื ดแดง

วธิ ที �ำ TPPA

1. ใช้ automatic pipette ดูด sample diluent 100 µl หยอดลงใน microtiter
plate (U plate) หลมุ ที่ 1 และ 25 µl ลงในหลมุ ที่ 2, 3, 4
2. ใช้ automatic ดดู ซรี ม่ั 25 µl หยดลงในหลมุ ที่ 1 ผสมใหเ้ ขา้ กนั ดโี ดยการดดู สว่ น
ผสมขึ้นลง 6-10 ครง้ั จากนนั้ ดูดสว่ นผสม 25 µl หยดลงในหลุมที่ 2 และทำ� ผสมให้
เขา้ กนั เชน่ เดยี วกบั ขอ้ 2 และทำ� ซำ้� จากหลมุ ที่ 2 ไปยงั หลมุ ท่ี 3 และหลมุ ที่ 3 ไปยงั หลมุ ที่
4 (ตามตาราง)
3. ใช้ automatic pipette ดดู unsensitized particles 25 µl หยดลงในหลมุ ที่ 3 และ
ดดู sensitized particles 25 µl หยดลงในหลมุ ที่ 4
4. เคาะ microtiter plate เบาๆ และปดิ plate ตั้งท้ิงไว้ท่ีอุณหภมู ิห้อง 2 ช่วั โมง
ควรวางในบรเิ วณทีไ่ ม่มกี ารสัน่ สะเทือน และอา่ นผลการทดลอง

82 คมู่ อื การตรวจวนิ ิจฉยั และติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ิลสิ ทางห้องปฏบิ ัติการ

ตารางแสดงวิธีท�ำ

Well No” 1234
Sample diluent 100 µl 25 µl 25 µl 25 µl
Serum test 25 µl 25 µl 25 µl 25 µl discard
serum dilution 1:5 1:10 1:20 1:40
Unsensitized particle - - 25 µl -
sensitized particle - - - 25 µl
final dilution 1:40 1:80
Mix the content, cover the tray and incubate for 2 hours

5. การท�ำ control sample ท�ำดว้ ยวิธีเดยี วกบั test serum
6. อ่านผลการทดลองโดยดูลักษณะของการเกิด agglutination ดงั นี้

Setting pattern of Particles Reading Interpretation
Gelatin particle ตกเปน็ กระดมุ และขอบเรยี บ - Nonreactive
ตกเปน็ วงแหวนขนาดเลก็ ขอบเรียบ + Indeterminate
ตกเป็นวงแหวนขนาดใหญ่ ขอบไมเ่ รยี บ +
แผเ่ ป็นแผ่นเรยี บเตม็ ก้นหลุม ++ Reactive

คู่มือการตรวจวินจิ ฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางหอ้ งปฏบิ ัติการ 83

รูปท่ี 3.16 แสดงผลการทดสอบ Treponema pallidum passive
particle agglutination (TPPA) test

(ภาพจาก ภาควชิ าจลุ ชวี วทิ ยาคลินกิ และเทคโนโลยีประยกุ ต์ คณะเทคนคิ การแพทย์ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล)

ซึ่งจะอา่ นผลการทดสอบไดก้ ต็ ่อเมื่อ
1. ในหลมุ ที่ 3 (unsensitized particle) ของแตล่ ะการทดสอบใหผ้ ล nonreactive
2. Reactive control serum ให้ผลถูกต้อง โดยหลุมท่ี 3 (unsensitized
particle) ตกเปน็ เม็ดกระดุม และหลมุ ที่ 4 (sensitized particle) จะแผ่เต็มก้นหลุม
3. Nonreactive control serum ใหผ้ ลถกู ตอ้ ง โดยหลมุ ท่ี 3 (unsensitized
particle) หลุมท่ี 4 (sensitized particle) ตกเปน็ เมด็ กระดมุ

84 คู่มือการตรวจวินจิ ฉัยและตดิ ตามการรกั ษาโรคซฟิ ลิ สิ ทางหอ้ งปฏิบตั กิ าร

การรายงานผล
ให้รายงานว่า “reactive” เมอื่ ซรี มั่ น้ันเกิด agglutination ในหลุมที่ 4 และ
ไม่เกดิ agglutination ในหลมุ ท่ี 3
ใหร้ ายงานวา่ “nonreactive” เมือ่ ซีรมั่ นั้นไมเ่ กิด agglutination ทงั้ หลมุ ท่ี 3
และหลุมที่ 4
Absorption procedure
ถ้าการทดสอบใหผ้ ล agglutination ทงั้ ในหลุมท่ี 3 (unsensitized particle)
และหลมุ ท่ี 4 (sensitized particle) หรอื การทดสอบใหผ้ ล indeterminate แสดงวา่
มี nonspecific reaction เกดิ ขน้ึ จงึ ควรทำ� การทดสอบใหมโ่ ดยใชว้ ธิ ี absorption test
วธิ ที �ำ
1. ดดู unsensitized particle suspension 0.95 ml ใสล่ งในหลอดทดลอง
2. ดดู serum specimen 50 µl หยดลงในหลอดทใี่ ส่ unsensitized particle suspension
และผสมให้เขา้ กัน และ incubate ท่อี ณุ หภมู หิ อ้ ง 20 นาที
3. ป่นั ให้ particle ตกท่คี วามเรว็ 2,000 rpm เปน็ เวลา 5 นาที และดดู supernatant
ด้วยความระมัดระวัง
4. เรม่ิ ท�ำการทดสอบใหมด่ ้วยวิธีท่กี ล่าวข้างต้นโดยใชซ้ รี ั่มท่ีทำ� การ absorption แล้ว
และอ่านผลเชน่ เดยี วกนั

คู่มอื การตรวจวนิ ิจฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซิฟลิ ิสทางหอ้ งปฏิบตั กิ าร 85

3.2.2.2.2 Labeled immunoassay
การทดสอบเพ่อื ตรวจหา specific antibody ต่อแอนตเิ จนของเชอ้ื
T. pallidum ในกลุ่ม labeled immunoassay อาศัยหลักการ immunoassay
ทต่ี า่ งกนั เชน่ Enzyme-Linked Immunosorbent Assay (ELISA), Chemiluminescent
assay, Electrochemiluminescent assay เปน็ ต้น (ตารางท่ี 3.5) การทดสอบใน
กลุ่มนี้มคี วามไวและความจ�ำเพาะสงู ในโรคซิฟิลิสระยะต่างๆ ดังแสดงในตารางท่ี 3.6
โดยมีการพัฒนาการทดสอบเป็นเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติด้วย13-15 จึงเหมาะส�ำหรับ
การตรวจตัวอย่างตรวจจำ� นวนมาก เชน่ งานตรวจคดั กรองผู้บริจาคโลหติ

ตารางที่ 3.5 แสดงตัวอย่างวิธี labeled immunoassay ที่มีใช้ในประเทศไทย
(ส�ำรวจ ณ ปี พ.ศ. 2563)

Trade name Principle Antigen Company
Enzygnost Syphilis OEInAe step competitive T.lypsaaltleidum Dade Behring
Bioelisa Syphilis competitive EIA TpN15, TpN17 Biokit
ICE Syphilis sandwich EIA TanpdN1T5p,NT4p7N17 Murex
Roche
E(Fluelclsyyasustyopmhailtision) s(OEan-nCed-LswItAei)cphdaosusbalye-antigen aTnpdN1T5p,NT4p7N17
(TAFEbuCbllToytSatyuAptRohCmilHisaI-tTioPn) mcimhiecmrmoupinluaomratsiicsnlaeeysc(CeMntIA) TpaNn1d5T, pTNp4N717 Abbott

86 คูม่ ือการตรวจวินิจฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ลิ ิสทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ

3.2.2.2.3 Rapid diagnostic test
Syphilis rapid diagnostic test ส่วนใหญ่เป็น lateral flow
Immunochromatography test ทตี่ รวจหาแอนตบิ อดที จ่ี ำ� เพาะตอ่ โปรตนี แอนตเิ จน
เชอ้ื T. pallidum โดยอาศยั หลกั การแพรข่ องแอนตบิ อดใี นตวั อยา่ งตรวจซงึ่ เปน็ ไดท้ งั้ ซรี ม่ั
พลาสมา หรอื เลอื ดครบสว่ นผา่ นตวั กลางทเี่ ปน็ เมมเบรน (nitrocellulose membrane)
ทมี่ แี อนตเิ จนหรอื แอนตบิ อดที จ่ี ำ� เพาะของเชอื้ T. pallidum ตรงึ อยบู่ นเมมเบรน (ขนึ้ อยู่
กบั การออกแบบชดุ ทดสอบ) โดยในระบบมกั มแี อนตบิ อดหี รอื แอนตเิ จน (ขน้ึ อยกู่ บั การ
ออกแบบชดุ ทดสอบ) ทตี่ ิดฉลากด้วย gold หรือ selenium particle ท�ำใหส้ ามารถ
มองเห็นปฏิกิริยาได้ดว้ ยตาเปลา่ (รูปท่ี 3.17 และ รูปที่ 3.18) การทดสอบทำ� ได้งา่ ย
(โปรดท�ำตามวิธีการทดสอบท่ีแนบมากับชุดทดสอบอย่างเคร่งครัด) ใช้เวลาท�ำการ
ทดสอบนอ้ ย เกบ็ นำ�้ ยาไดท้ อี่ ณุ หภมู หิ อ้ ง ควรทำ� Internal quality control ของลอ็ ต
นำ�้ ยาทกุ คร้งั

รปู ที่ 3.17 แสดงหลักการของวิธี lateral flow Immunochromatography test

คู่มอื การตรวจวินจิ ฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏบิ ตั ิการ 87

รปู ที่ 3.18 แสดงตัวอยา่ งวธิ ที ำ� การทดสอบ Immunochromatography Test16

ตารางท่ี 3.6 แสดงคา่ รอ้ ยละของความไว (sensitivity) และความจำ� เพาะ(specificity)
ของการทดสอบแบบตา่ งๆ ในซิฟลิ ิสระยะต่างๆ1, 10, 17

Test Sensitivity during stage of infection, % (range) S%pe(craifnicgitey),
Primary Secondary Latent Late
TNVRePDosRnRttLsreponemal 8768 ((7774--8979)) 110000 9956((8985--110000)) 71 (7373-94) 9988 ((9963--9999))
CTFTTrTPPoeAHPnpA-vAoAenBneStmioanlaTlest
84 ((878066--110000)) 111000000 111000000 N9996A 97 ((999546--110000))
88 96
CIIiLmggaLGMbmI-A-eEEuLlIeAnISdoAassay 1990380 11800500 11600400 1NN0AA0 1N909A0
Rteasptid diagnostic 77-95 89-100

88 คู่มือการตรวจวนิ ิจฉัยและตดิ ตามการรกั ษาโรคซฟิ ลิ สิ ทางห้องปฏบิ ตั กิ าร

ขอ้ ควรระวงั ในการเลอื กใชแ้ ละแปลผลการทดสอบทางนำ�้ เหลอื งวทิ ยาในโรคซฟิ ลิ สิ

1. การเลอื กใชก้ ารทดสอบทางนำ�้ เหลอื งวทิ ยาเพอื่ ชว่ ยในการวนิ จิ ฉยั ควรประกอบดว้ ย
การทำ� quantitativetestเพอ่ื หาระดบั ของreaginรว่ มกบั การทดสอบหาantitreponemal
antibodies
2. ไมว่ า่ จะเลือกการทดสอบแบบ algorithm ใด ในกรณีของ early syphilis ผลการ
ทดสอบของผู้ป่วยส่วนหน่ึงจะให้ผลเป็นลบได้ ดังน้ันจึงควรตรวจหาตัวเชื้อจากแผล
รว่ มด้วยโดยวธิ ี dark field microscopic test/ direct fluorescent test หรอื PCR
และตรวจทางน้�ำเหลอื งวทิ ยาซ�ำ้ ภายใน 2-4 อาทติ ย์
3. ในปจั จบุ นั นยี้ งั ไมม่ กี ารทดสอบทางนำ้� เหลอื งวทิ ยาอนั ใดทส่ี ามารถใชแ้ ยกโรคซฟิ ลิ สิ
ออกจากโรคติดเชื้อ treponematoses อื่นๆ เช่น yaws, pinta และ endemic
nonvenereal syphilis.
4. การตรวจพบแอนตบิ อดีจ�ำเพาะต่อตัวเชอ้ื (Treponemal antibodies) ไมไ่ ด้ชว่ ย
ในการบอก activity ของโรคว่าก�ำลังมีอาการหรือเป็นมานานแล้ว นอกเสียจากว่า
แอนตบิ อดที พี่ บนนั้ เปน็ ชนดิ IgM ทต่ี รวจโดยวธิ ี FTA-ABS หรอื Labeled Immunoassay
5. การศกึ ษา activity ของโรค สามารถสงั เกตไดจ้ ากอาการทางคลินกิ และการตรวจ
หา reagin วา่ มรี ะดบั เพ่ิมข้ึนหรอื ลดลง แต่ต้องระวงั ดว้ ยวา่ โรคน้สี ามารถดำ� เนนิ ตาม
ระยะอาการของโรคได้โดยท่ีการทดสอบหา reagin ใหค้ า่ ลดลงหรือให้ผลเปน็ ลบ
6. ใชก้ ารทดสอบ VDRL/RPR แบบ Semiquantitative test สำ� หรบั การตดิ ตามผล
การรกั ษา และควรเป็นผลท่ีมาจากห้องปฎิบัติการเดียวกันเพราะอาจมีความแตกต่าง
ในการอ่านผลการทดสอบระหว่างหอ้ งปฎิบัติการ
7. การใชน้ ำ�้ ยาทดสอบสำ� เรจ็ รปู (commercial kit) จะตอ้ งทำ� ตามวธิ ที ำ� และเอกสาร
ก�ำกบั น�้ำยาท่มี ากับน�ำ้ ยาอยา่ งเคร่งครดั (เช่น ระยะเวลาที่อา่ นผลการทดสอบ)

คูม่ ือการตรวจวินจิ ฉยั และติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ลิ สิ ทางห้องปฏิบัตกิ าร 89

เอกสารอ้างอิง

1. Unemo M BR, Ison C, Lewis D, Ndowa F, Peeling R. Laboratory diagnosis of
sexually transmitted infections, including human immunodeficiency virus.
Geneva: World Health Organization; 2013.

2. กระทรวงสาธารณสขุ . ค่มู อื การปฏิบัติงาน เรือ่ ง กามโรค. 2534. p. 1-6.
3. สมยศ จารุวจิ ิตรรตั นา, เทคนิคการชันสูตรโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ : โรคติดตอ่ ทางเพศ

สัมพนั ธ.์ 2532. p. 344-53.
4. Larsen SA, Steiner BM, Rudolph AH. Laboratory diagnosis and interpretation

of tests for syphilis. Clin Microbiol Rev. 1995;8(1):1-21.
5. Morse S BR, Holmes KK. Atlas of Sexually Transmitted Diseases. 3rd, editor.

Edinburgh: Mosby; 2003.
6. 2020 [Available from: https://www.memorangapp.com/flashcards/58561/

Treponema,+Chlamydia,+Neisseria/.
7. Guarner J, Southwick K, Greer P, Bartlett J, Santander A, Blanco S, et al.

Testing umbilical cords for funisitis due to Treponema pallidum infection,
Bolivia. Emerg Infect Dis. 2000;6(5):487-92.
8. Hernandez C, Funez R, Repiso B, Frieyro M. Usefulness of immunohistochemial
staining with antitrepenomal antibodies in the diagnosis of syphilis. Actas
Dermosifiliogr. 2013;104(10):926-8.
9. Peeling RW, Mabey D, Kamb ML, Chen XS, Radolf JD, Benzaken AS. Syphilis.
Nature reviews Disease primers. 2017;3:17073.
10. Arlene C Sena AP, David L Cox, Justin D Radolf. Treponema and Brachayspira,
Human host- Associated Spirochetes. In: James H Jorgensen MAP, Karen C
Carroll, Guido Funke, Marie Louise Landry, Sandra S Richter, David W Warnock,
editor. Manual of Clinical Microbiology. 1. 11 ed. Canada: ASM; 2015. p. 1055-81.

90 คู่มอื การตรวจวินิจฉัยและตดิ ตามการรกั ษาโรคซิฟลิ สิ ทางห้องปฏบิ ตั กิ าร

11. Gao K, Shen X, Lin Y, Zhu XZ, Lin LR, Tong ML, et al. Origin of Nontreponemal
Antibodies During Treponema pallidum Infection: Evidence From a Rabbit
Model. The Journal of infectious diseases. 2018;218(5):835-43.

12. Cutler JC, Bauer TJ, Price EV, Schwimmer BH. Comparison of spinal fluid
findings among syphilitic and nonsyphilitic individuals. Am J Syph Gonorrhea
Vener Dis. 1954;38(5):447-58.

13. De Keukeleire S, Desmet S, Lagrou K, Oosterlynck J, Verhulst M, Van Besien J, et
al. Analytical and clinical comparison of Elecsys syphilis (Roche(R)) - Architect
syphilis TP and reformulated Architect syphilis TP (Abbott(R)) assay.
Diagn Microbiol Infect Dis. 2017;87(3):210-2.

14. Abbott. Syphilis TP package insert. 2019.
15. Morshed MG, Singh AE. Recent trends in the serologic diagnosis of syphilis.

Clin Vaccine Immunol. 2015;22(2):137-47.
16. Abbott. SD Product Catalog : SD bioline 3.0 Syphilis antibody test 2019. p. 11.
17. Sena AC, White BL, Sparling PF. Novel Treponema pallidum serologic tests: a

paradigm shift in syphilis screening for the 21st century. Clinical infectious
diseases : an official publication of the Infectious Diseases Society of America.
2010;51(6):700-8.

คู่มือการตรวจวินจิ ฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซิฟลิ สิ ทางห้องปฏิบตั ิการ 91

92 คมู่ อื การตรวจวนิ ิจฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ลิ สิ ทางห้องปฏบิ ัตกิ าร

4บทที่

แนวทางการตรวจโรคซฟิ ลิ สิ ในผู้ใหญ่

คมู่ อื การตรวจวนิ ิจฉยั และติดตามการรักษาโรคซฟิ ลิ ิสทางหอ้ งปฏิบัติการ 93

94 คมู่ อื การตรวจวนิ ิจฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ลิ สิ ทางห้องปฏบิ ัตกิ าร

4บทที่ แนวทางการตรวจโรคซฟิ ลิ สิ ในผู้ใหญ่

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเจนจิต ฉายะจนิ ดา
ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ นายแพทยโ์ อภาส พุทธเจรญิ
นายเกรียงศกั ด์ิ ไชยวงศ์, นายปิยะ วงศ์จ�ำปา

4.1 บทน�ำ

การวนิ จิ ฉยั โรคซฟิ ลิ สิ จะตอ้ งอาศยั การซกั ประวตั ิ การตรวจรา่ งกาย และการตรวจ
ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารประกอบกนั ทงั้ นขี้ น้ึ อยรู่ ะยะเวลาหลงั ตดิ เชอื้ และระยะโรค กลา่ วคอื
• ในช่วงตน้ ของโรคซฟิ ิลสิ ระยะท่ี 1 (primary syphilis) หรอื หลังจากทเ่ี พงิ่
ตดิ เชอื้ มาไม่เกนิ 10-14 วัน จะต้องวินิจฉยั ดว้ ยการตรวจร่างกายดูรอยโรค (primary
lesion) เป็นหลัก คอื ตรวจดูแผลรมิ แข็ง (chancre) ตรงบรเิ วณที่สัมผัสเช้ือ เน่ืองจาก
พบเชอื้ ไดจ้ ำ� นวนมากในบรเิ วณแผลดงั กลา่ ว ดงั นน้ั การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทท่ี ำ� ได้
ในชว่ งนค้ี อื การตรวจหาเชอ้ื โดยตรง(directexamination)ในสงิ่ สง่ ตรวจทเี่ กบ็ จากรอยโรค1
ซง่ึ รายละเอยี ดไดก้ ล่าวไวแ้ ล้วในบทท่ี 3
• ตงั้ แตช่ ว่ งกลางของโรคซฟิ ิลสิ ระยะที่ 1 หรือประมาณสปั ดาห์ที่ 2 หลังจาก
ติดเชื้อเป็นต้นไป ซึ่งเริ่มมีการสร้างแอนติบอดีตอบสนองต่อโรคแล้ว การวินิจฉัยโรค
ตง้ั แตช่ ว่ งนเ้ี ปน็ ตน้ ไปจงึ ทำ� ไดด้ ว้ ยวธิ กี ารตรวจหาแอนตบิ อดตี อ่ โรค (serological test)1,2
ซง่ึ ตวั อยา่ งวธิ ีการตรวจหาแอนติบอดีตอ่ โรค ดงั แสดงในตารางที่ 4.1 และรายละเอยี ด
ในบทท่ี 3

คมู่ อื การตรวจวนิ จิ ฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏบิ ัตกิ าร 95

ปจั จบุ นั การวนิ จิ ฉยั โรคซฟิ ลิ สิ ดว้ ยการตรวจหาแอนตบิ อดตี อ่ โรคถอื เปน็ วธิ ที ส่ี ะดวกทส่ี ดุ
เพราะสามารถทำ� ไดใ้ นหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารของสถานพยาบาลทกุ ระดบั นำ� ไปใชใ้ นตรวจเชงิ รกุ
นอกสถานบริการได้ นอกจากน้ีการตรวจหาแอนติบอดีต่อโรคยังใช้ตรวจผู้ติดเช้ือได้
เกอื บทกุ ระยะ จงึ มปี ระโยชนอ์ ยา่ งยง่ิ ในการใชต้ รวจคดั กรองคน้ หากลมุ่ ผตู้ ดิ เชอ้ื ระยะแฝงท่ี
ไมแ่ สดงอาการ (late latent syphilis) เพือ่ นำ� ผู้ตดิ เชอื้ กล่มุ นี้เข้าสกู่ ระบวนการรกั ษา
ก่อนเกดิ ปญั หาแทรกซ้อนจากโรคซฟิ ิลิสระยะที่ 3 (tertiary syphilis) หรือโรคซฟิ ิลสิ
ระบบประสาท (neurosyphilis) รวมไปถึงใช้ตรวจคัดกรองผู้บริจาคเพื่อป้องกันการ
แพร่เช้ือผ่านทางการบริจาคเลือดหรืออวัยวะ หรือใช้ตรวจคัดกรองหญิงต้ังครรภ์เพ่ือ
ป้องกันการแพรเ่ ชอ้ื ไปสทู่ ารก อนั ทำ� ใหเ้ กดิ โรคซฟิ ลิ สิ แตก่ ำ� เนดิ (congenital syphilis)
ซงึ่ เปน็ ปญั หาทางสาธารณสุขที่ส�ำคญั ของประเทศไทย

4.2 การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันด้วยการสรา้ งแอนติบอดีต่อโรคซิฟลิ ิส

การวนิ จิ ฉยั โรคซฟิ ลิ สิ จะตอ้ งอาศยั การซกั ประวตั ิ การตรวจรา่ งกาย และการตรวจ
ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารประกอบกนั ทง้ั นข้ี นึ้ อยรู่ ะยะเวลาหลงั ตดิ เชอ้ื และระยะโรค กลา่ วคอื

Anti-treponemal lgM Anti-treponemal lgG Reagin antibodies (Anti-cardiolipins)

Chancre Secondary leslion Asymptomatic stage

Primary syphilis Secondary syphilis Latent syphilis Tertiary syphilis

Untreated or serofastness

Treated or seroreversion

Infec2tion4 6 8 1W0eek1s2 Time po2st-infection 10 Years 20

รูปที่ 4.1 การตอบสนองทางแอนตบิ อดีต่อโรคซิฟลิ ิสในระยะตา่ งๆ
(ดัดแปลงจาก Peeling RW, Ye H. 2004)3

96 คู่มอื การตรวจวนิ ิจฉัยและตดิ ตามการรกั ษาโรคซฟิ ิลสิ ทางห้องปฏบิ ัตกิ าร

4.2.1 แอนติบอดีจำ� เพาะต่อเชือ้ (Anti-treponemal หรอื Treponemal
Antibodies)2
หลังจากติดเช้ือประมาณ 10-14 วัน ร่างกายจะเริ่มสร้างแอนติบอดี
จนตรวจพบแอนติบอดจี �ำเพาะตอ่ เชื้อชนดิ IgM (antitreponemal IgM) ได้เป็นชนิด
แรกภายในสปั ดาหท์ ่ี 2 หลงั ตดิ เชอื้ (ดรู ปู ที่ 4.1 เสน้ สแี ดง) แลว้ จงึ ตรวจพบแอนตบิ อดี
จำ� เพาะตอ่ เชอ้ื ชนดิ IgG (antitreponemal IgG) ตามมาภายในสปั ดาหท์ ี่ 4 หลงั ตดิ เชอื้
(ดรู ปู ท่ี 4.1 เสน้ สเี ขยี ว) โดยเฉลยี่ จะตรวจพบแอนตบิ อดจี ำ� เพาะตอ่ เชอ้ื (antitreponemal
หรอื treponemal antibodies) หลังจากมแี ผลริมแข็งแล้ว 1-4 สปั ดาห์
ชว่ งแรกรา่ งกายจะสรา้ งแอนตบิ อดตี อ่ สว่ นTpN47(membranelipoprotein)
และ flagellar protein ของเช้อื ก่อน แลว้ จงึ สร้างแอนติบอดตี ่อส่วน TpN15 และ
TpN17 ของเชื้อตามมา โดยระดับ antitreponemal จะเพมิ่ สูงขน้ึ อยา่ งรวดเรว็ ตั้งแต่
เมอื่ เรมิ่ สรา้ ง ในทางปฏบิ ตั จิ งึ ไมน่ ยิ มตรวจหา antibody titer เพอื่ ดู seroconversion
สำ� หรับวนิ จิ ฉยั recent infections
แม้ antitreponemal จะมคี วามจำ� เพาะตอ่ แอนตเิ จนของเชอื้ (specificity)
แต่สามารถตรวจพบต่อไปได้อีกนานหลังหายจากโรคแล้ว (long-live antibodies)
โดยประมาณรอ้ ยละ 75-854 ของผู้ทหี่ ายจากโรคแลว้ จะตรวจพบ antitreponemal
ไดต้ ลอดชวี ติ ตลอดจนระดับ antitreponemal น้ไี มส่ ัมพันธ์กบั การด�ำเนนิ โรคจึงไม่
นิยมตรวจหา antibody titer เพอื่ ดผู ลการตอบสนองต่อการรกั ษา
Antitreponemal เหล่านี้ สามารถตรวจได้ด้วย Treponemal test
(TT) ซ่งึ มีวธิ กี าร/หลักการต่างๆ ดงั แสดงในตารางท่ี 4.1 และรายละเอียดในบทท่ี 3

คู่มือการตรวจวินจิ ฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซิฟิลิสทางหอ้ งปฏิบัตกิ าร 97

4.2.2 แอนติบอดีไมจ่ �ำเพาะต่อเชอื้ (Reagin Antibodies)2
ในระหวา่ งทรี่ า่ งกายกำ� ลงั สรา้ งและตรวจพบ antitreponemal ไดแ้ ลว้ นน้ั
เชอื้ กอ่ โรคซฟิ ลิ สิ จะยงั คงเพมิ่ จำ� นวนและแพรไ่ ปในเนอ้ื เยอื่ ตา่ งๆ ทำ� ใหเ้ ซลลข์ องผตู้ ดิ เชอื้
ถูกท�ำลายและปล่อย lipoidal substance ออกมา ซ่ึงสารที่ปล่อยออกมานี้เป็น
แอนตเิ จนกระตนุ้ ใหเ้ กดิ การสรา้ งแอนตบิ อดี เรยี กวา่ reagin antibodies (หรอื anti-lipoidal
substance, nontreponemal antibodies, anti-cardiolipins) โดยจะตรวจพบได้
ด้วยวธิ ี RPR/VDRL ทป่ี ระมาณ 3-6 สปั ดาหห์ ลงั ติดเช้ือ (ดรู ปู ที่ 4.1 เส้นสีด�ำ)
Reagin antibodies น้ีไม่จ�ำเพาะกับแอนติเจนของเชื้อก่อโรคซิฟิลิส
จงึ อาจเรยี กว่า nonspecific antibodies สามารถตรวจพบไดใ้ นภาวะหรือโรคอ่ืนๆ
ที่มกี ารอักเสบของเน้ือเยื่อ เรยี กวา่ biological false positive (BFP)1 แต่ทั้งนรี้ ะดับ
reagin antibodies ในผตู้ ดิ เช้อื โดยเฉพาะในระยะแรกๆ สว่ นใหญ่มคี วามสัมพันธ์กับ
การดำ� เนนิ โรคจงึ ถกู ใชเ้ พอ่ื ประเมนิ ผลการรกั ษาดว้ ยการดู antibody titer ยกเวน้ ในบางราย
ทแี่ มจ้ ะไดร้ บั การรักษาอย่างมีประสิทธภิ าพแลว้ แตก่ ็ยังตรวจพบ reagin antibodies
ไดใ้ นระดับต�่ำๆ ไปตลอด เรียกวา่ persistent reactive หรอื serofastness1 (ดูรูปท่ี
4.1 เสน้ สีดำ� ) นอกจากน้ปี ระมาณรอ้ ยละ 25-305-7 ของผ้ตู ดิ เช้อื มาเป็นเวลานานจะมี
ระดับ reagin antibodies ลดลงไดเ้ องแมว้ า่ จะไมไ่ ดร้ ับการรกั ษา (seroreversion)
จนตรวจไม่พบด้วยวิธี RPR/VDRL (ดูรูปท่ี 4.1 เสน้ สดี �ำ) ดงั นั้น ถ้าตรวจคดั กรองผู้ตดิ
เชอ้ื กลมุ่ นด้ี ว้ ยวธิ ี RPR/VDRL ตามลำ� ดบั ขนั้ ตอนการตรวจแบบดง้ั เดมิ “จะตรวจไมพ่ บ”
และมโี อกาสทจ่ี ะแพรเ่ ชอื้ ไปสผู่ อู้ น่ื ทางเลอื ดได้ โดยเฉพาะในหญงิ ตงั้ ครรภจ์ ะถา่ ยทอด
เชอ้ื ไปส่ทู ารกในครรภไ์ ด้

98 คู่มือการตรวจวนิ จิ ฉยั และติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ลิ ิสทางห้องปฏบิ ตั กิ าร

4.3 การแบ่งกล่มุ วธิ กี ารตรวจหาแอนตบิ อดตี ่อโรคซิฟลิ ิส
วธิ กี ารตรวจหาแอนตบิ อดีตอ่ โรคซฟิ ิลสิ (syphilis serological test) แบง่ ออก
ไดเ้ ปน็ 2 กลมุ่ 1-3 ตามชนดิ ของแอนตบิ อดเี ปา้ หมาย (target antibodies) ทแ่ี ตล่ ะวธิ ตี รวจจบั
ไดแ้ ก่
4.3.1 Treponemal test (TT) เปน็ กลมุ่ วธิ กี ารตรวจหาแอนตบิ อดจี ำ� เพาะตอ่
แอนตเิ จนของเชอ้ื กอ่ โรคซฟิ ลิ สิ ประกอบดว้ ยวธิ ตี า่ งๆ ทง้ั วธิ ที ท่ี ำ� มานาน (conventional TT)
เช่น FTA-ABS, TPHA, TPPA และวิธีที่พัฒนาใหม่ (newly TT) เชน่ EIA, CLIA, RDT
เป็นต้น โดยบางวิธีสามารถตรวจแอนติบอดีจ�ำเพาะแยกชนิดเป็น IgM และ IgG ได้
ดรู ายละเอียดเพ่มิ เติมไดใ้ นบทท่ี 3
4.3.2 Nontreponemal test (NTT) เปน็ กลุ่มวิธกี ารตรวจหาแอนติบอดที ่ี
ตอบสนองต่อ lipoidal substance ท่ีปล่อยออกมาจากเซลล์ของผู้ติดเชื้อท่ีถูกเชื้อ
ทำ� ลาย โดยวิธที ี่ทำ� อยใู่ นประเทศไทย ได้แก่ VDRL ซ่ึงทำ� เฉพาะในโรงเรยี นแพทย์หรือ
โรงพยาบาลขนาดใหญ่เทา่ นั้น และ RPR ซงึ่ นิยมทำ� ในโรงพยาบาลทว่ั ไป
อนง่ึ ในการตรวจคดั กรองหรอื ตรวจวนิ จิ ฉยั โรคซฟิ ลิ สิ ดว้ ยการตรวจหาแอนตบิ อดนี นั้
จำ� เปน็ ตอ้ งใชว้ ธิ กี ารตรวจทง้ั ในกลมุ่ NTT และ TT รว่ มกนั โดยตรวจตามลำ� ดบั ขน้ั ตอน
เพื่อคัดกรอง และยืนยันหรือสนับสนุนผลตรวจคัดกรอง โดยอาจตรวจตามล�ำดับ
ขั้นตอนการตรวจแบบด้ังเดิม (traditional algorithm) หรือลำ� ดบั ข้ันตอนการตรวจ
แบบย้อน ทาง (reverse algorithm) ดงั จะกลา่ วรายละเอยี ดในหัวข้อท่ี 4.5 ต่อไป

คมู่ ือการตรวจวนิ จิ ฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ิลสิ ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร 99

ตารางท่ี 4.1 ตวั อยา่ งวธิ กี ารตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารและแอนตบิ อดเี ปา้ หมายทแ่ี ตล่ ะ
วิธตี รวจจบั

กลุ่มการตรวจ แอนตบิ อดเี ปา้ หมายท่ตี รวจจบั ตวั อยา่ งวธิ กี ารตรวจ
Treponemal test (TT) Antitreponemal TPHA, TPPA, CLIA, EIA, RDT
(หรอื treponemal antibodies)
Antitreponemal IgM FTA-ABS IgM
Antitreponemal IgG FTA-ABS IgG, EIA IgG
Nontreponemal test Reagin antibodies (หรือ VDRL, RPR
(NTT) nontreponemal antibodies,

anti-lipoidal substance,
anti-cardiolipins)

VDRL, venereal diseases research laboratory; RPR, rapid plasma reagin test; FTA,

fluorescent Treponemal antibody-absorption assay; TPHA, T. pallidum hemagglutination assay;
TPPA, T. pallidum particle agglutination assay, CLIA, chemiluminescent immunoassay; EIA,
enzyme immunoassay; RDT, rapid diagnostic test

4.4 บคุ คลทคี่ วรได้รับการตรวจหาแอนตบิ อดตี อ่ โรคซิฟิลสิ และล�ำดับขัน้ ตอน
การตรวจท่ีใหใ้ ชส้ ำ� หรบั แตล่ ะกลุ่มบคุ คล (ตารางที่ 4.2)

1) หญงิ ตัง้ ครรภ์และคู่เพศสัมพันธ์ของหญิงตั้งครรภ์ ทุกราย
2) ผบู้ รจิ าคเลือด/ผลติ ภณั ฑ์ของเลือด และผบู้ รจิ าคอวัยวะ ทุกราย
3) ผทู้ มี่ เี พศสมั พันธก์ ับผตู้ ิดเชือ้ ซิฟิลิสโดยไมไ่ ดป้ อ้ งกนั ทุกราย
4) ผู้ทีไ่ ด้รับการวินจิ ฉัยว่าติดเช้อื เอชไอวี ทกุ ราย
5) ผทู้ ่ีมีอาการเข้าไดก้ ับโรคซฟิ ิลิส
6) ผทู้ ไ่ี ดร้ บั การวนิ จิ ฉยั หรือมอี าการของโรคตดิ เชอ้ื ทางเพศสัมพันธอ์ น่ื ๆ ผูต้ ิด
เชื้อไวรสั ตบั อักเสบบีและ/หรอื ไวรัสตบั อักเสบซี

100 ค่มู อื การตรวจวนิ จิ ฉยั และติดตามการรกั ษาโรคซิฟิลสิ ทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร

7) บุคคลกลุ่มเส่ยี ง เช่น ผูใ้ หบ้ ริการทางเพศ ผู้ทีม่ เี พศสมั พันธ์โดยไมไ่ ด้ป้องกนั
ทง้ั ระหวา่ ง ชาย-ชาย หรอื ชาย-หญงิ หรอื หญงิ -หญงิ ผใู้ ชย้ าเสพตดิ ชนดิ ฉดี ทใี่ ชเ้ ขม็ รว่ ม
กนั ผถู้ ูกกล่าวหาและผู้ถกู ล่วงละเมิดทางเพศ เปน็ ต้น
8) ผตู้ รวจสขุ ภาพไปตา่ งประเทศ หรอื ตรวจสขุ ภาพเขา้ ประเทศ
9) ผทู้ ่ีต้องการตรวจเลอื ดก่อนแต่งงานหรอื วางแผนมบี ตุ ร
10) บคุ ลากรทางการแพทย์ทเี่ กิดอุบตั ิเหตใุ นการปฏิบตั ิงาน

ตารางท่ี 4.2 ล�ำดับขั้นตอนที่ให้ใช้ในการตรวจหาแอนติบอดีต่อโรคซิฟิลิสในกลุ่ม
บคุ คลตา่ งๆ

ล�ำดับขั้นตอนการตรวจ

กลุ่มบคุ คล แบบดั้งเดมิ แบบยอ้ นทาง
(traditional (reverse algorithm)
algorithm)
หวั ขอ้ ท่ี 4.5.1 หัวข้อที่ 4.5.2
และแผนภมู ทิ ่ี 4.1 และแผนภมู ิที่ 4.2

ตรวจฝากครรภใ์ นหญิงตั้งครรภ์และ ไมใ่ หใ้ ช้ √
คู่เพศสัมพันธ์ของหญงิ ตัง้ ครรภ์

ผูบ้ รจิ าคเลือด/ผลิตภัณฑข์ องเลอื ด หรอื ไม่ให้ใช้ √
ผบู้ รจิ าคอวยั วะ มแี นวทางตรวจเฉพาะ

ผตู้ รวจสุขภาพเขา้ ประเทศ √√
แนะนำ� ใหเ้ ลือกใช้

ผู้ตรวจสขุ ภาพไปต่างประเทศ √√
(ตามเกณฑ์ของแต่ละประเทศ) แนะน�ำใหเ้ ลอื กใช้

ผู้ทีม่ ีเพศสมั พนั ธ์กบั ผ้ตู ดิ เช้อื ซิฟิลิสโดยไมไ่ ด้ √ √
ป้องกัน หรือผทู้ ่มี ีอาการเขา้ ไดก้ ับโรคซฟิ ิลิส แนะน�ำใหเ้ ลอื กใช้

ค่มู อื การตรวจวินจิ ฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซิฟลิ สิ ทางหอ้ งปฏิบตั ิการ 101

ตารางท่ี 4.2 ล�ำดับข้ันตอนที่ให้ใช้ในการตรวจหาแอนติบอดีต่อโรคซิฟิลิสในกลุ่ม
บุคคลตา่ งๆ (ต่อ)

ลำ� ดับขั้นตอนการตรวจ

กลมุ่ บุคคล แบบด้ังเดิม แบบย้อนทาง
(traditional (reverse algorithm)
algorithm)
หวั ขอ้ ที่ 4.5.1 หวั ข้อที่ 4.5.2
และแผนภมู ิท่ี 4.1 และแผนภูมทิ ่ี 4.2

ผ้ทู ่ไี ดร้ ับการวินิจฉัยหรือมีอาการของโรค √ √
ติดเช้ือทางเพศสมั พนั ธ์อนื่ ๆ ผ้ตู ดิ เชอ้ื ไวรสั แนะนำ� ให้เลือกใช้
ตับอกั เสบบี ผตู้ ิดเชอ้ื ไวรัสตบั อักเสบซี ฯลฯ

บคุ คลกลมุ่ เส่ยี ง เชน่ ผใู้ ห้บริการทางเพศ √ √
ผทู้ มี่ เี พศสมั พนั ธโ์ ดยไมไ่ ดป้ อ้ งกนั ผใู้ ชย้ าเสพตดิ แนะนำ� ให้เลอื กใช้
ชนดิ ฉีดทีใ่ ช้เขม็ ร่วมกัน ผ้ถู ูกกล่าวหาและ
ผถู้ ูกลว่ งละเมิดทางเพศ เป็นต้น

กลุม่ บคุ คลอ่ืนๆ เชน่ ผู้ท่ตี ้องการตรวจเลอื ด √ √
กอ่ นแตง่ งานหรอื วางแผนมีบุตร บคุ ลากร แนะนำ� ให้เลอื กใช้
ทางการแพทยท์ เี่ กดิ อบุ ตั เิ หตใุ นการปฏบิ ตั งิ าน

4.5 ลำ� ดบั ขนั้ ตอนการตรวจหาแอนตบิ อดเี พอื่ วนิ จิ ฉยั โรคซฟิ ลิ สิ ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร8-15

ดังที่ได้กล่าวไว้แล้วในหัวข้อท่ี 4.3 ว่าการตรวจคัดกรองหรือการตรวจวินิจฉัย
โรคซฟิ ิลิสด้วยการตรวจหาแอนติบอดนี น้ั จ�ำเป็นตอ้ งใชว้ ิธกี ารตรวจท้งั ในกลมุ่ Non-
treponemal test (NTT) และ Treponemal test (TT) ร่วมกนั โดยตรวจตามล�ำดบั
ข้ันตอนเพ่ือคดั กรอง และยนื ยนั หรือสนับสนุนผลตรวจคัดกรอง ปจั จบุ ันท�ำได้ 2 แบบ
คือ ลำ� ดบั ขน้ั ตอน การตรวจแบบดั้งเดมิ (traditional algorithm) และลำ� ดบั ขัน้
ตอนการตรวจ แบบยอ้ นทาง (reverse algorithm)

102 ค่มู อื การตรวจวนิ ิจฉัยและติดตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางห้องปฏบิ ตั ิการ

การพจิ ารณาวา่ จะเลอื กใชล้ ำ� ดบั ขน้ั ตอนการตรวจแบบใดนน้ั ตอ้ งคำ� นงึ ถงึ ปจั จยั
หลายด้าน8 เช่น ความชุกในประชากรกลุ่มท่ีจะตรวจ ต้นทุนการตรวจและการดูแล
รักษาต่อเน่ืองตอ่ ราย รวมไปถงึ ประสิทธภิ าพในการตรวจ แตส่ ำ� หรบั ในประเทศไทยที่
ตงั้ เปา้ หมายไวว้ า่ จะลดการแพรร่ ะบาดของโรคซฟิ ลิ สิ ลงใหไ้ ดม้ ากทส่ี ดุ และลดจำ� นวน
ผู้ปว่ ยโรคซฟิ ลิ ิสแตก่ ำ� เนดิ (congenital syphilis) ลงจนหมด จึงให้ความสำ� คัญกับ
ปจั จัยดา้ นประสิทธภิ าพเปน็ หลัก สนบั สนุนใหห้ ้องปฏิบตั กิ ารเลือกใชล้ �ำดบั ขนั้ ตอน
การตรวจแบบย้อนทาง และได้ก�ำหนดล�ำดับขั้นตอนส�ำหรับการตรวจหาแอนติบอดี
ต่อโรคซฟิ ลิ ิสในกล่มุ บุคคลตา่ งๆ ตามตารางท่ี 4.2
ขอ้ ควรระวงั คอื ไมว่ า่ จะใชล้ ำ� ดบั ขนั้ ตอนการตรวจแบบใดกต็ าม เมอื่ ดำ� เนนิ การ
ตามกระบวนการครบถว้ นแลว้ หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารตอ้ งรายงานผลแตล่ ะวธิ ที ต่ี รวจไดต้ าม
ลำ� ดับขัน้ ตอนตามจรงิ (laboratory report) ไม่ตอ้ งแปลผล (interpretation)
และไม่ตอ้ งสรุปผล (conclusion) เพราะการวนิ ิจฉัยโรคซิฟิลสิ ตอ้ งพจิ ารณาประวัติ
และอาการทางคลนิ ิกรว่ มด้วยเสมอ1,8
4.5.1 ลำ� ดบั ขน้ั ตอนการตรวจแบบด้ังเดมิ (Traditional algorithm)
เปน็ ลำ� ดบั ขนั้ ตอนการตรวจทน่ี ยิ มทำ� มานานเนอ่ื งจากทำ� ไดง้ า่ ยและสะดวก1
โดยเร่ิมต้นตรวจกรองด้วย NTT เช่น RPR หรือ VDRL ก่อน ตามล�ำดับข้ันตอนใน
แผนภูมิที่ 4.1
• ถา้ ตรวจกรองด้วย NTT แล้วไม่เกดิ ปฏกิ ิริยา (nonreactive) ถอื ว่า

ตรวจไมพ่ บแอนติบอดตี ่อโรคซฟิ ลิ สิ และรายงานผลได้ แต่
• ถ้าตรวจกรองดว้ ย NTT แลว้ เกดิ ปฏิกริ ยิ า (reactive) ตอ้ งตรวจหา

ปรมิ าณไตเตอรด์ ว้ ยวธิ ี NTT และตรวจยนื ยนั ผลดว้ ย TT เชน่ TPHA
หรอื TPPA กอ่ นรายงานผล

คมู่ อื การตรวจวินจิ ฉยั และติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ลิ ิสทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ 103

แผนภูมทิ ่ี 4.1
ลำ� ดบั ข้นั ตอนการตรวจแบบด้งั เดมิ (Traditional Algorithm)

ตรวจกรองดว ย
Nontreponemal test ( NTT)

เชน RPR หรอื VDRL

Nonreactive Reactive

ตรวจหาปรมิ าณไตเตอร

ตรวจยืนยนั ดวย
Treponemal test (TT)(1)

Nonreactive Reactive

รายงานผล(2,3,4) รายงานผล(2,3) รายงานผล(2,3)

104 คู่มอื การตรวจวนิ จิ ฉยั และตดิ ตามการรกั ษาโรคซิฟลิ สิ ทางห้องปฏิบตั กิ าร

หมายเหตุ แผนภมู ทิ ี่ 4.1
(1) Treponemal test (TT) ใหใ้ ช้ conventional TT เชน่ TPHA หรอื TPPA เทา่ นนั้
(2) รายงานผลท่ีตรวจได้แต่ละวิธีตามล�ำดับขั้นตอน โดยไม่ต้องสรุปผลรวม

(conclusion) เชน่ รายงานผลวา่ “RPR nonreactive” หรอื “RPR reactive
1:128, TPHA reactive” หรอื “RPR reactive 1:2, TPPA nonreactive” เปน็ ตน้
(3) แปลผลตรวจ (interpretation) โดยแพทยพ์ จิ ารณารว่ มกบั ประวตั แิ ละอาการ
ทางคลนิ กิ หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารไมต่ อ้ งแปลผลตรวจในใบรายงานผล สำ� หรบั ความรู้
เก่ียวกับการแปลผลของหอ้ งปฏิบัตกิ าร ดูในตารางท่ี 4.3
(4) ถ้าผู้ป่วยมีประวัติเส่ียงสัมผัสโรคมาไม่นานให้เจาะเลือดส่งตรวจซ�้ำหลังจาก
ตรวจครงั้ แรก 2-4 สปั ดาห์ หรือถา้ แพทย์สงสัยว่าผู้ปว่ ยเปน็ โรคซฟิ ิลสิ ระยะ
ท่ี 2 (secondary syphilis) ใหเ้ จอื จางสง่ิ สง่ ตรวจดว้ ย 0.9% NaCl ที่ dilution
1:16 แล้วน�ำไปตรวจตามล�ำดับขั้นตอนตอ่ ไป


ค�ำแนะน�ำส�ำหรบั ล�ำดบั ขน้ั ตอนการตรวจแบบดัง้ เดิม (traditional algorithm)
• เลอื กใชช้ ดุ ตรวจทข่ี นึ้ ทะเบยี นกบั สำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แลว้

และ/หรอื
• มขี อ้ มลู ผลการศกึ ษาประสทิ ธภิ าพจากหนว่ ยงานภายในประเทศหรอื ตา่ งประเทศ

เช่น องค์การอนามยั โลก เป็นตน้
• TT ในลำ� ดบั ขนั้ ตอนการตรวจแบบดงั้ เดมิ ใหใ้ ช้ conventional TT เชน่ TPHA

หรือ TPPA เทา่ น้ัน
• หอ้ งปฏิบตั ิการควรมีวธิ ตี รวจครบทัง้ ชนดิ NTT และ TT เพอ่ื ใหส้ ามารถดำ� เนิน

การตรวจตามลำ� ดบั ขน้ั ตอนไดค้ รบถว้ นทงั้ กระบวนการ เพอื่ ใหแ้ พทยไ์ ดร้ บั ผลตรวจ
ทค่ี รบถว้ นภายในวนั เดยี วและใชผ้ ลตรวจตงั้ แตค่ รงั้ แรกเพอื่ รกั ษาผปู้ ว่ ยไดอ้ ยา่ งทนั เวลา

คมู่ อื การตรวจวนิ ิจฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ลิ สิ ทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร 105

• ถา้ หอ้ งปฏิบตั ิการมวี ิธีตรวจ NTT เพียงชนดิ เดียว ในกรณีท่ี NTT เกิดปฏิกิริยา
จะตอ้ งรายงานผลเบอ้ื งตน้ (preliminary report) ใหแ้ พทยท์ ราบกอ่ น และจดั ให้
มรี ะบบส่งตรวจต่อไปยังห้องปฏิบัติการรับตรวจต่อท่ีได้รับมาตรฐาน และเม่ือ
ไดร้ บั ผลกลบั มาแลว้ ใหร้ บี รายงานผลทค่ี รบถว้ นตามลำ� ดบั ขนั้ ตอนเพมิ่ เตมิ่ (final
report) ให้แพทย์ทราบตอ่ ไป

ข้อควรระวัง/ควรทราบส�ำหรับล�ำดับขั้นตอนการตรวจแบบด้ังเดิม (traditional
algorithm)
• ห้องปฏิบัติการท่ีใช้น้�ำยาตรวจ RPR ต้องระบุในใบสั่งตรวจให้ชัดเจนว่าตรวจ

ด้วยวิธี RPR และรายงานผลดว้ ยชือ่ RPR หา้ มรายงานผลด้วยช่ือ VDRL โดย
เดด็ ขาด เพราะจะท�ำให้เกดิ ผลเสียตอ่ ผ้รู ับบริการ
• NTT มีความไวเชิงวนิ จิ ฉัยตำ�่ ในโรคซิฟลิ สิ ระยะที่ 1 ดังนัน้ ถา้ ผูป้ ว่ ยมีประวัติ
เสี่ยงสมั ผสั โรคมาไมน่ านและตรวจไมพ่ บแอนตบิ อดดี ว้ ยวธิ ี NTT ใหเ้ จาะเลอื ด
สง่ ตรวจซำ�้ หลงั จากตรวจครัง้ แรก 2-4 สปั ดาห1์ ,15
• ผทู้ ตี่ ดิ เชอื้ มาเปน็ เวลานานและอยใู่ นระยะแฝง (late latent syphilis) ประมาณ
รอ้ ยละ 25-305-7 จะมรี ะดบั reagin antibodies ลดลงไปเองแมไ้ มไ่ ดร้ บั การรกั ษา
จึงตรวจไม่พบด้วยวิธี NTT ดังนั้น การใช้ล�ำดับข้ันตอนการตรวจแบบดั้งเดิม
อาจทำ� ใหว้ นิ จิ ฉยั ผตู้ ดิ เชอื้ ระยะแฝงกลมุ่ นผี้ ดิ พลาด (missed diagnosis) และไมใ่ ห้
ใช้ล�ำดับขั้นตอนแบบดั้งเดิมตรวจฝากครรภ์ในหญิงตั้งครรภ์และคู่เพศสัมพันธ์
ของหญิงต้ังครรภ์
• ในผปู้ ว่ ยโรคซฟิ ลิ สิ ระยะท่ี 2 ประมาณรอ้ ยละ 1-216-18 จะมรี ะดบั reagin antibodies
สงู มากจน NTT ตรวจ ไมพ่ บ ใหผ้ ลลบปลอม (false negative) เนอ่ื งจากมี
prozone phenomenon ถา้ ผปู้ ว่ ยมลี กั ษณะอาการทางคลนิ กิ และแพทยส์ งสยั
โรคซฟิ ลิ ิสระยะท่ี 2 ใหเ้ จอื จางสงิ่ สง่ ตรวจดว้ ย 0.9% NaCl ท่ี dilution 1:161
แลว้ นำ� ไปตรวจ NTT ตามขั้นตอนตอ่ ไป

106 คู่มอื การตรวจวนิ ิจฉัยและติดตามการรักษาโรคซิฟลิ ิสทางห้องปฏิบัติการ

4.5.2 ลำ� ดับขนั้ ตอนการตรวจแบบยอ้ นทาง (Reverse algorithm)
ปัจจุบันมีการพัฒนาวิธีตรวจ TT ด้วยเคร่ืองอัตโนมัติ (automated
immunoassay) หลกั การ เชน่ chemiluminescent immunoassay (CLIA) หรือ
enzyme-linked immunosorbent assay (ELISA) รวมไปถึงวิธีการตรวจที่ให้ผล
รวดเรว็ (rapid diagnostic test, RDT) ทใ่ี ช้หลกั การ immunochromatographic
assay (ICA) ซ่ึงมีความไวและความจ�ำเพาะสูง ท้ังยังท�ำง่ายและสะดวกสบายกว่าวิธี
TT แบบเดิม (conventional TT) เช่น TPHA หรือ TPPA หรือ FTA-ABS จึงมี
การดดั แปลงล�ำดบั ข้ันตอนการตรวจใหม่ที่เรม่ิ ตน้ ตรวจดว้ ย TT ซง่ึ ย้อนทางจากลำ� ดบั
ขนั้ ตอนแบบด้ังเดมิ ที่เร่ิมต้นตรวจด้วย NTT
เร่ิมต้นตรวจกรองด้วย TT ชนิดแรก (initial TT) ก่อน ตามล�ำดับ
ขน้ั ตอนในแผนภมู ทิ ี่ 4.2
• ถา้ ตรวจกรองดว้ ย initial TT แลว้ ไมเ่ กดิ ปฏกิ ริ ยิ า (nonreactive) จะถอื วา่

ตรวจไมพ่ บแอนตบิ อดีต่อโรคซิฟิลิสและรายงานผลได้ แต่
• ถา้ ตรวจกรองดว้ ย initial TT แล้วเกดิ ปฏิกริ ยิ า (reactive) ใหต้ รวจ NTT

สนับสนุนเพ่มิ เตมิ เพอ่ื ประเมินระยะโรคประกอบ
o ถ้า NTT เกิดปฏิกิริยา (reactive) ต้องตรวจหาปริมาณไตเตอร์ต่อ

แลว้ รายงานผลได้ แต่
o ถา้ NTT ไมเ่ กดิ ปฏกิ ริ ยิ า (nonreactive) จะตอ้ งตรวจ TT ชนดิ ท่ี 2 เพอื่

เตมิ (second TT) ดว้ ยวธิ ี conventional TT เพอ่ื ยนื ยนั ผลกอ่ นรายงาน
ผล เนอื่ งจาก initial TT มคี วามไวสงู อาจใหผ้ ลบวกปลอมได1้ 1-12

คู่มือการตรวจวินิจฉยั และตดิ ตามการรกั ษาโรคซิฟลิ สิ ทางหอ้ งปฏิบตั กิ าร 107

แผนภมู ทิ ี่ 4.2
ลำ� ดับข้นั ตอนการตรวจแบบยอ้ นทาง (Reverse Algorithm)

ตรวจกรองดว ย
Initial treponemal test (TT)(1)

Nonreactive Reactive

ตรวจสนับสนนุ ดวย
Nontreponemal test (NTT)

เชน RPR หรอื VDRL

Nonreactive Reactive

ตรวจหา
ปริมาณไตเตอร
ตรวจกรองดวย
Second treponemal test (TT)(2)

Nonreactive Reactive
รายงานผล(3,4,5) รายงานผล(3,4,6) รายงานผล(3,4) รายงานผล(3,4)

!

108 ค่มู อื การตรวจวนิ จิ ฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ิลสิ ทางห้องปฏบิ ัติการ

หมายเหตุ แผนภูมทิ ่ี 4.2
(1) Initial treponemal test (initial TT) ใหเ้ ลอื กใชห้ ลกั การ CLIA หรอื ELISA

ที่ตรวจหาแอนติบอดีได้ท้ังชนิด IgM และ IgG ใช้แอนติเจนท่ีหลากหลาย
ในกรณหี ้องปฏบิ ตั กิ ารขนาดเล็ก หรอื จดุ บริการนอกสถานที่ หรือการตรวจ
ทตี่ อ้ งผลด่วน อาจเลือกใชช้ ดุ ตรวจท่ใี หผ้ ลรวดเรว็ (RDT) ได้ ตามคำ� แนะน�ำ
ในตารางท่ี 4.4
(2) Second treponemal test (second TT) ให้ใช้ conventional TT เชน่
TPHA หรอื TPPA เท่าน้ัน
(3) รายงานผลท่ีตรวจได้แต่ละวิธีตามล�ำดับขั้นตอน โดยไม่ต้องสรุปผลรวม
(conclusion) เช่น รายงานผลว่า “Treponemal antibodies (ELISA)
nonreactive” หรือ “Treponemal antibodies (CLIA) reactive, RPR
reactive 1:256” หรอื “Treponemal antibodies (ELISA) reactive, RPR
nonreactive, TPPA reactive” เปน็ ตน้
(4) แปลผลตรวจ (interpretation) โดยแพทย์พิจารณาร่วมกับประวัติและ
อาการทางคลินิก ห้องปฏิบัติการไม่ต้องแปลผลตรวจในใบรายงานผล
ดูรายละเอียดเพม่ิ เตมิ ในตารางท่ี 4.3
(5) ถ้าผู้ป่วยมีประวัติเส่ียงสัมผัสโรคมาไม่นานให้เจาะเลือดส่งตรวจซ�้ำหลังจาก
ตรวจคร้งั แรก 2-4 สัปดาห์
(6) แนะน�ำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ถ้าผู้ป่วยมีประวัติเส่ียงสัมผัสโรคมาไม่นาน
ใหเ้ จาะเลอื ดสง่ ตรวจซำ�้ หลงั จากตรวจครงั้ แรก 2-4 สปั ดาห์ โดยพจิ ารณาผล
รว่ มกับประวัติการรักษา

ค่มู อื การตรวจวินิจฉัยและติดตามการรักษาโรคซฟิ ลิ ิสทางห้องปฏิบัติการ 109

คำ� แนะน�ำสำ� หรับล�ำดับขน้ั ตอนการตรวจแบบย้อนทาง (reverse algorithm)
• เลอื กใชช้ ดุ ตรวจทข่ี น้ึ ทะเบยี นกบั สำ� นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

แลว้ และ/หรอื
• มขี อ้ มลู ผลการศกึ ษาประสทิ ธภิ าพจากหนว่ ยงานภายในประเทศหรอื ตา่ งประเทศ

เชน่ องคก์ ารอนามัยโลก เป็นต้น
• Initial TT เป็นวธิ ีแรกในล�ำดับข้นั ตอนการตรวจแบบยอ้ นทาง
o ตอ้ งเลอื กใชช้ ดุ ตรวจทมี่ คี วามไวสงู ทสี่ ดุ เพอ่ื ใหส้ ามารถตรวจคน้ หาผตู้ ดิ เชอื้

ไดม้ ากท่ีสุด
o ควรเลือกใชช้ ุดตรวจที่ตรวจจับแอนติบอดีได้ทง้ั ชนิด IgM และ IgG
o ควรเลอื กใชช้ ดุ ตรวจทมี่ แี อนตเิ จนทห่ี ลากหลาย เพอ่ื ใหส้ ามารถตรวจคน้ หา

ผ้ตู ดิ เชอื้ ได้ครอบคลุมทกุ ระยะ
o ควรเลือกใช้ชุดตรวจทใี่ ช้เครอ่ื งอัตโนมัติ (automated immunoassay)

โดยเฉพาะห้องปฏิบัตกิ ารท่ีมีการส่งตรวจจ�ำนวนมาก หรือห้องปฏบิ ัตกิ าร
ทมี่ กี ารใชเ้ ครอ่ื งอตั โนมตั สิ ำ� หรบั การตรวจอนื่ ๆ อยแู่ ลว้ เชน่ เครอ่ื งอตั โนมตั ิ
ทต่ี รวจ Anti HIV เป็นตน้
o ห้องปฏิบัติการขนาดเล็ก หรือจุดบริการนอกสถานที่ หรือการตรวจที่
ตอ้ งการผลดว่ น อาจเลอื กใชช้ ดุ ตรวจทใ่ี หผ้ ลรวดเรว็ (RDT) ได้ ตามคำ� แนะนำ�
ในตารางที่ 4.4
• หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารหรอื จดุ บรกิ ารควรมวี ธิ กี ารตรวจครบทง้ั ชนดิ initial TT และ NTT
เพอื่ ใหแ้ พทยไ์ ดร้ บั ผลตรวจทจี่ ำ� เปน็ ตอ่ การวนิ จิ ฉยั โรคครบถว้ นภายในวนั เดยี ว
• ถา้ หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารหรอื จดุ บรกิ ารตรวจเฉพาะ initial TT เพยี งอยา่ งเดยี ว ในกรณี
ท่ี initial TT เกดิ ปฏกิ ริ ยิ า จะตอ้ งรายงานผลเบอื้ งตน้ (preliminary report)
ใหแ้ พทยท์ ราบทนั ที และจดั ใหม้ รี ะบบสง่ ตรวจตอ่ ไปยงั หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารรบั ตรวจ
ต่อที่ได้รับมาตรฐาน และเมื่อได้รับผลตรวจกลับมาแล้วให้รีบรายงานผล
ทีค่ รบถ้วนตามล�ำดบั ขนั้ ตอนเพิ่มเตม่ิ ให้แพทยท์ ราบตอ่ ไป

110 คมู่ ือการตรวจวินจิ ฉยั และติดตามการรักษาโรคซิฟลิ สิ ทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร

• หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารควรมี second TT หรอื มรี ะบบสง่ ตรวจตอ่ เพอ่ื ยนื ยนั ผล ในกรณที ่ี
initial TT เกิดปฏิกริ ยิ า และ NTT ไมเ่ กดิ ปฏกิ ริ ิยา แต่ถ้าไมส่ ามารถตรวจหรอื
ส่งตรวจต่อได้ ใหแ้ พทย์ประเมินผลร่วมกบั ประวตั ิและอาการทางคลินกิ ต่อไป

• Second TT ในลำ� ดบั ขน้ั ตอนการตรวจแบบยอ้ นทาง ใหใ้ ช้ conventional TT
เช่น TPHA หรือ TPPA เทา่ นั้น

• การตรวจทต่ี อ้ งการผลดว่ น (urgent test) เชน่ ตรวจคลอดฉกุ เฉนิ ตรวจหญงิ ตงั้
ครรภท์ มี่ าฝากครรภห์ ลงั 32 สปั ดาห์ ตรวจกลมุ่ เสยี่ งทจี่ ะไมก่ ลบั มาฟงั ผลตรวจและ
เขา้ รบั การรกั ษา สามารถใชช้ ดุ ตรวจทใ่ี หผ้ ลรวดเรว็ (RDT) ได้ และใหร้ บี รายงาน
ผลโดยเรว็ ท่ีสดุ ทั้งน้ี

o ถ้าตรวจพบแอนตบิ อดใี ห้รีบรายงานผลเบือ้ งต้น เพ่อื แพทย์จะประเมินผล
รว่ มกบั ประวตั ิ แลว้ รบี ใหก้ ารรกั ษาเบอ้ื งตน้ จากนน้ั จงึ ตรวจสนบั สนนุ หรอื
ยนื ยนั ผลตามลำ� ดบั ขั้นตอนแบบย้อนทาง และรายงานผลเพิ่มเตมิ ตอ่ ไป

o ถา้ ตรวจไมพ่ บแอนตบิ อดี แพทยจ์ ะประเมนิ ความเสยี่ งประกอบการพจิ ารณา
ใหก้ ารรกั ษาเบอื้ งตน้ และอาจสง่ ตรวจซำ้� ตามลำ� ดบั ขน้ั ตอนมาตรฐานตอ่ ไป

ขอ้ ควรระวงั /ควรทราบสำ� หรบั ลำ� ดบั ขน้ั ตอนการตรวจแบบยอ้ นทาง(reversealgorithm)
• ถา้ ผปู้ ว่ ยมปี ระวตั เิ สยี่ งสมั ผสั โรคมาไมน่ าน และตรวจไมพ่ บแอนตบิ อดี ใหเ้ จาะเลอื ด

สง่ ตรวจซ้ำ� หลังจากตรวจครั้งแรก 2-4 สัปดาห1์ ,15
• Treponemal antibodies จะตรวจพบดว้ ยวธิ ี TT ตอ่ ไปไดห้ ลงั หายจากโรคแลว้ 4

ดงั น้ันถ้าตรวจ initial TT เกิดปฏิกิริยา แต่ NTT ไม่เกิดปฏิกริ ิยาใหพ้ ิจารณา
ประวัติการรักษาร่วมด้วยทุกคร้ัง ถ้าไม่ทราบประวัติแพทย์อาจพิจารณาให้
การรกั ษาเหมือนกบั โรคซฟิ ิลิสระยะแฝง
• ล�ำดับข้ันตอนการตรวจแบบย้อนทางให้ผลบวกปลอมได้สูงโดยเฉพาะในกลุ่ม
ประชากรที่มีความชุกของโรคต่�ำ11 ในกรณีท่ี initial TT และ second TT
ได้ผลไม่สอดคล้องกัน ให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและพิจารณาผลร่วมกับประวัติ
การรักษาทกุ คร้ัง

ค่มู อื การตรวจวินจิ ฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ิลิสทางหอ้ งปฏิบตั กิ าร 111

ตารางที่ 4.3 การแปลผลการตรวจหาแอนตบิ อดเี พื่อวนิ ิจฉัยโรคซฟิ ลิ สิ

Treponemal test (TT)

Nonreactive Reactive

Nontreponemal test (NTT) Nonreactive • ไมพ่ บแอนตบิ อดตี อ่ โรคซฟิ ลิ สิ • เคยเปน็ โรคซิฟิลสิ แตร่ ักษาหายแลว้
• อย่ใู นระยะฟกั ตัวของโรค(1) • โรคซฟิ ลิ สิ ระยะท่ี 1 ยงั ตรวจ RPR/VDRL ไมพ่ บ(1)
• โรคซิฟิลสิ ระยะที่ 1 ชว่ งแรก • โรคซฟิ ลิ สิ ระยะท่ี2มีProzonePhenomenon(2)
ทย่ี งั ไมส่ ร้างแอนตบิ อด(ี 1) • ตดิ เชอ้ื มานานและยงั ไมไ่ ดร้ กั ษา แตแ่ อนตบิ อดี

ลดลงจนตรวจ RPR/VDRL ไม่พบ(3)
• ผลลบปลอมของ nontreponamal test(4)
• ผลบวกปลอมของ treponemal test(5)

Reactive • Biological false positive • เป็นโรคซิฟิลิส(7)
(BFP)(6) • Lyme disease
• ผลลบปลอมของtreponemal • Endemic nonvenereal treponematoses
test(4)

112 คู่มอื การตรวจวินจิ ฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ลิ ิสทางหอ้ งปฏิบัติการ

หมายเหตุ ตารางที่ 4.3
(1) อยู่ในระยะก่อนสร้างแอนติบอดี (pre-seroconversion) โดยแอนติบอดี

จะเรมิ่ สรา้ งท่ี 2 สปั ดาหห์ ลงั ตดิ เชอื้ ดงั นนั้ ถา้ ผปู้ ว่ ยมปี ระวตั เิ สย่ี งสมั ผสั โรคมา
ไม่นานให้เจาะเลอื ดสง่ ตรวจซ้�ำหลงั จากตรวจครงั้ แรก 2-4 สปั ดาห์ หรอื เกบ็
ตัวอยา่ งจากรอยโรคไปตรวจหาเชื้อโดยตรง (direct examination)1,2,15
(2) Prozone phenomenon พบในผปู้ ว่ ยโรคซฟิ ลิ สิ ระยะที่ 2 ไดป้ ระมาณรอ้ ยละ
1-216,18 ท�ำให้เกิดผลลบปลอมจากการตรวจ RPR/VDRL ถ้าแพทย์สงสัย
โรคซฟิ ลิ สิ ระยะท่ี 2 ใหเ้ จอื จางสงิ่ สง่ ตรวจดว้ ย 0.9% NaCl ท่ี dilution 1:161
แลว้ น�ำไปตรวจตามข้นั ตอนตอ่ ไป
(3) ประมาณรอ้ ยละ 25-305-7 ของผู้ติดเช้อื มาเป็นเวลานานจะมรี ะดบั reagin
antibodies ลดลงแมไ้ ม่ไดร้ ับการรกั ษา จนตรวจไม่พบดว้ ยวิธี RPR/VDRL
แตย่ งั ตรวจพบ treponemal antibodies ได้ดว้ ยวิธี TT
(4) พบในผู้ท่ีมีความบกพร่องในการสร้างแอนติบอดี เช่น ผู้ติดเชื้อร่วมกับเชื้อ
เอชไอว1ี 9-22
(5) พบไดน้ ้อยกว่ารอ้ ยละ 1 ในคนทั่วไป และจะพบมากข้ึนในหญิงมคี รรภ์1,4
(6) พบไดป้ ระมาณรอ้ ยละ 0.3-1 ในคนทวั่ ไป23 ดรู ายละเอยี ดเพม่ิ เตมิ ไดใ้ นบทที่ 3
(7) เปน็ ไปได้ทง้ั untreated และ treated syphilis ในบางรายแมจ้ ะได้รบั การ
รักษาท่ีเหมาะสมแล้ว แต่ยังตรวจพบ reagin antibodies ในระดับต�่ำๆ
ไดต้ ลอดเรียกวา่ persistent reactive หรือ serofastness1 ดังน้นั จงึ ตอ้ ง
พิจารณาร่วมกับประวัตกิ ารรกั ษาดว้ ยเสม

ค่มู อื การตรวจวินิจฉัยและตดิ ตามการรกั ษาโรคซฟิ ิลิสทางห้องปฏบิ ัตกิ าร 113

ตารางที่ 4.4 คำ� แนะนำ� ในการพจิ ารณาเลอื กชดุ ตรวจทใี่ หผ้ ลรวดเรว็ (Rapid Diagnostic
Test, RDT)

• แนะนำ� ใหเ้ ลือกใชเ้ ฉพาะในหอ้ งปฏบิ ัตกิ ารทมี่ ที รัพยาการจ�ำกดั (low resource setting)
หรอื จดุ บรกิ ารนอกสถานท่ี หรอื ใชใ้ นการตรวจทตี่ อ้ งการผลดว่ น เชน่ ใชต้ รวจคลอดฉกุ เฉนิ
ตรวจหญิงต้ังครรภ์ท่ีมาฝากครรภ์หลัง 32 สัปดาห์ ตรวจกลุ่มเสี่ยงท่ีจะไม่กลับมาฟังผล
ตรวจและเข้ารับการรกั ษา เปน็ ตน้

• ไม่แนะน�ำให้ใช้ในห้องปฏิบัติการท่ีมีการส่งตรวจจ�ำนวนมาก หรือห้องปฏิบัติการที่มี
เครอ่ื งอตั โนมตั ิ (automated immunoassay) พรอ้ มสำ� หรบั ตรวจ treponemal antibodies
อยแู่ ล้ว เชน่ เครอ่ื งอัตโนมตั ิตรวจท่ีใช้ Anti HIV เป็นตน้

• ชุดตรวจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายก�ำหนด ในการจัด
จ�ำหน่ายหรือแจกจา่ ย

• ชุดตรวจต้องผ่านการขึ้นทะเบียนจากส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
กระทรวงสาธารณสขุ

• ชุดตรวจควรผ่านเกณฑ์การรับรองมาตรฐาน in vitro diagnostic product (IVD)
นานาชาติ เช่น US FDA หรือ CE mark เปน็ ต้น

• ชุดตรวจควรผา่ นเกณฑ์การทดสอบคุณภาพกอ่ นการขายขององคก์ ารอนามยั โลก (WHO
prequalification of diagnostics program)

• ชดุ ตรวจควรผา่ นการประเมนิ คณุ ภาพดว้ ยวธิ กี ารทถี่ กู ตอ้ งตามหลกั วชิ าการ และมกี ารเผย
แพรใ่ นวารสารระดบั นานาชาตอิ ยา่ งนอ้ ย 2 เรื่อง โดยใหผ้ ลทดี่ ีเมื่อเทยี บกบั วิธมี าตรฐาน
ตามความเหน็ ของผเู้ ชย่ี วชาญ เมอ่ื วนั ที่ 16 กรกฎาคม 2563 ชดุ ตรวจทใี่ หผ้ ลรวดเรว็ (RDT)
ควรมีคุณลกั ษณะ ดงั นี้

o ความไวเชิงวนิ ิจฉัย (diagnostic sensitivity) ไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 96 จากการ
ตรวจตัวอย่างอ้างอิง จำ� นวน (N) ไมน่ อ้ ยกวา่ 100

o ความจำ� เพาะเชงิ วนิ จิ ฉยั (diagnostic specificity) ไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 95 จากการ
ตรวจตัวอย่างอ้างอิง จำ� นวน (N) ไม่น้อยกวา่ 100

• มรี ะบบการควบคมุ คณุ ภาพภายในและ/หรอื ระบบการควบคมุ คณุ ภาพภายนอกทน่ี า่ เชอ่ื ถอื
และน�ำผลท่ไี ด้จากควบคมุ คุณภาพกลบั ไปทวนสอบประสทิ ธภิ าพชดุ ตรวจอยู่เสมอ

• บรษิ ทั ทจ่ี ดั จำ� หนา่ ยและ/หรอื นำ� เขา้ ชดุ ตรวจ จะตอ้ งมที มี งานทพ่ี รอ้ มใหบ้ รกิ ารทางเทคนคิ
เพือ่ ช่วยเหลือห้องปฏบิ ตั ิการท่ใี ชช้ ดุ ตรวจดงั กล่าว

• ชุดตรวจควรมีอายุการใช้งานที่เหมาะสมกับภาระงาน เก็บรักษาไม่ยุ่งยาก เหมาะสมกับ
ความพรอ้ มของสถานทต่ี รวจ ทง้ั ดา้ นอปุ กรณ์ เครอื่ งมอื และความรคู้ วามชำ� นาญผใู้ ชช้ ดุ ตรวจ

114 คูม่ ือการตรวจวนิ จิ ฉยั และตดิ ตามการรกั ษาโรคซิฟลิ ิสทางห้องปฏิบัติการ

4.6 การตรวจวนิ จิ ฉัยโรคซิฟลิ สิ ในกลมุ่ เฉพาะ

4.6.1 การวินจิ ฉยั โรคซฟิ ิลิสของระบบประสาท
ทำ� ไดโ้ ดยอาศยั อาการ อาการแสดงรว่ มกบั การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
ท่ยี ืนยันของการมกี ารติดเชื้อซฟิ ลิ สิ ในเลือด เชน่ RPR, VDRL, FTA-ABS, TPPA, EIA
ร่วมกบั ที่ตรวจทางห้องปฏิบตั กิ ารทางระบบประสาทท่ที �ำไดบ้ อ่ ย ได้แก่ การตรวจน�้ำ
ไขสนั หลงั เปน็ ตน้ ยกเวน้ ในภาวะ asymptomatic neurosyphilis ทไ่ี มพ่ บความผดิ ปกติ
ทางคลินกิ แตม่ คี วามผดิ ปกติของน�ำ้ ไขสันหลัง

ขอ้ บ่งชีข้ องการตรวจนำ�้ ไขสนั หลังเพ่อื วนิ จิ ฉยั โรคซิฟลิ ิสของระบบประสาท
1. ผู้ป่วยท่ีมีอาการโรคซิฟิลิสของระบบประสาทหรือ ocular syphilis หรือ
otosyphilis
2. ผู้ป่วย tertiary syphilis
3. ผปู้ ว่ ยทลี่ ม้ เหลวจากการรกั ษา(treatmentfailureหรอื inadequatetreatment
response)

ตารางท่ี 4.5 การแปลผลการตรวจน้ำ� ไขสนั หลังในภาวะซิฟลิ สิ ของระบบประสาท

ประเภทของการตรวจ การแปลผล

CSF-VDRL • ถอื เป็นการตรวจทเี่ ป็น gold standard ในการวินจิ ฉัยโรคซฟิ ลิ สิ
ระบบประสาท
• มีความไวต่�ำแต่ความจ�ำเพาะค่อนข้างสูง ดังนั้นหากการตรวจ
เปน็ ลบคนไข้ก็ยงั อาจเปน็ โรคซิฟลิ สิ ของระบบประสาทได้
• อาจมผี ลลบลวงในคนไขท้ ีเ่ ป็น late neurosyphilis
• อาจมีผลบวกลวงได้ถ้ามีการปนเปื้อนของเลือดในน�้ำไขสันหลัง
หากในเลอื ดมีค่าไตเตอร์ VDRL สูง

CSF-RPR • ไมม่ ีบทบาทในการวนิ จิ ฉยั โรคซิฟิลสิ ของระบบประสาท

คมู่ ือการตรวจวินจิ ฉยั และติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ิลิสทางห้องปฏบิ ตั กิ าร 115

ตารางที่ 4.5 การแปลผลการตรวจนำ�้ ไขสนั หลงั ในภาวะซฟิ ลิ สิ ของระบบประสาท (ตอ่ )

ประเภทของการตรวจ การแปลผล

CSF-FTA • มคี วามไวสงู แตค่ วามจ�ำเพาะต�่ำ
• อาจเกดิ ผลบวกลวงเนอื่ งจากมกี ารขา้ มผา่ น blood brain barrier
ของ IgG antitreponemal antibody ได้
• ในทางคลินิกอาจใช้ negative predictive value ในการช่วย
แยกโรคซฟิ ลิ ิสหากผล CSF-FTA เป็น nonreactive
จำ� นวนของเมด็ เลอื ดขาว • หากจ�ำนวนเม็ดเลือดขาวในน้�ำไขสันหลังมากกว่า 5 cells/µl
ถอื ว่ามคี วามผดิ ปกติ และควรแปลผลรว่ มกบั อาการทางคลินิก

ระดบั ของโปรตนี • ค่าของโปรตีนในน้�ำไขสันหลงั มากกวา่ 45 mg/dl
• ควรแปลผลคา่ ของโปรตนี ในนำ�้ ไขสนั หลงั รว่ มกบั จำ� นวนเมด็ เลอื ดขาว
และอาการทางคลินิก

4.6.2 การวนิ จิ ฉยั โรคซิฟลิ สิ ในหญงิ ตัง้ ครรภ์
หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเช้ือซิฟิลิสส่วนใหญ่ไม่มีอาการและอาการแสดง
เนอื่ งจากอยใู่ นระยะแฝง เมอ่ื มาฝากครรภ์ ไดร้ บั การตรวจเลอื ดหาแอนตบิ อดตี อ่ โรคซฟิ ลิ สิ
ท้ังแบบไม่จำ� เพาะและแบบจำ� เพาะ ทง้ั นอี้ าจเป็นเพราะโรคซฟิ ลิ สิ ระยะแรกท�ำให้เกิด
แผลท่ีไมเ่ จ็บ ถ้ารกั ษาความสะอาดไดด้ ี ไม่มกี ารตดิ เชือ้ แบคทีเรยี อื่นซ้ำ� ซอ้ นแผลก็จะ
หายไปได้เอง และหากเกิดแผลท่ีช่องคลอดหรือปากมดลูก ย่อมไม่สามารถทราบได้
ส่วน secondary syphilis นั้น ฮอร์โมนเพศหญิงในรอบระดูก็อาจท�ำให้อาการและ
อาการแสดงของโรคซฟิ ลิ สิ ในระยะนน้ั ไมช่ ดั เจน จงึ ไมไ่ ดร้ บั การรกั ษาจนกระทงั่ โรคเขา้
สรู่ ะยะแฝงหรอื latent phase ซึง่ การวนิ จิ ฉยั ต้องอาศัยการตรวจเลอื ดหาแอนตบิ อดี

116 ค่มู อื การตรวจวินจิ ฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ิลิสทางหอ้ งปฏบิ ัติการ

4.6.2.1 การวนิ ิจฉัยโรคซฟิ ิลิสในหญิงตงั้ ครรภ์ดำ� เนินการดงั นี้
• การซกั ประวตั ิ
- ซักประวัติตามแนวทางการฝากครรภข์ องกรมอนามัย
- ซักประวัติอาการของโรคซิฟลิ สิ เชน่ แผลทอ่ี วยั วะเพศ
ผน่ื ผมรว่ ง ตอ่ มนำ้� เหลอื งโต24-29 และประวตั พิ ฤตกิ รรมเสย่ี งในการตดิ เชอ้ื ทางเพศสมั พนั ธ์
- รายละเอียดของการรักษาท่ีผ่านมาของหญิงตั้งครรภ์
ทเี่ คยเป็นโรคซฟิ ลิ ิส สถานทร่ี ักษา การวนิ ิจฉัยทไ่ี ดร้ ับ การรักษาที่ได้รบั ผลการตรวจ
ทางห้องปฏิบตั ิการ (RPR/VDRL และ Treponemal test) ครงั้ ลา่ สุด
- ประวตั ทิ างสตู กิ รรมทผ่ี า่ นมาไดแ้ ก่ทารกตายคลอดการแทง้
- ประวตั กิ ารบรจิ าคและการไดร้ บั เลอื ดและประวตั กิ ารฝากครรภ์
- ประวตั กิ ารตดิ เชอื้ กลมุ่ Treponema อนื่ ๆ ไดแ้ ก่ yaws,
pinta เป็นต้น และประวัติการเดินทางไปท�ำงานในต่างประเทศหรือการอาศัยอยู่ใน
ประเทศทม่ี ีความชกุ ของโรคเหลา่ น้ีสงู
• การตรวจรา่ งกายและการตรวจทางห้องปฏบิ ัตกิ าร
- ตรวจรา่ งกายเพอื่ คน้ หาอาการแสดงทางคลนิ กิ ของโรค
ซฟิ ลิ สิ ระยะที่ 1 และโรคซิฟลิ สิ ระยะที่ 2
- การตรวจทางหอ้ งปฏิบัตกิ าร

4.6.2.2 ข้อบง่ ช้วี ่าการรักษาโรคซฟิ ิลสิ ในหญงิ ตัง้ ครรภ์ล้มเหลว
1. มีอาการทางคลนิ กิ ไมด่ ขี ้ึน หรือกลบั เปน็ ซ้ำ� อกี
2. มกี ารเพิ่มระดับ VDRL หรือ RPR titer ตัง้ แต่ 4 เทา่ ขนึ้ ไป
ที่ระยะเวลาสามเดอื น
3. ระดบั RPR/VDRL titer ลดน้อยกว่า 4 เท่า หรอื ยงั มี titer
ตงั้ แต่ 1:8 ขนึ้ ไปหลังจากรกั ษาเปน็ เวลาอย่างนอ้ ย 6 เดอื น24

ค่มู อื การตรวจวินิจฉัยและติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ลิ สิ ทางห้องปฏบิ ตั ิการ 117

แผนภูมิท่ี 4.3
การคัดกรองโรคซิฟิลิสในหญงิ ตั้งครรภ์ (ใช้ automated machine)

หญงิ ตง้ั ครรภม าฝากครรภ
หรือมารับบรกิ ารคลอดโดยไมฝากครรภ
ซกั ประวัตแิ ละเก็บตัวอยา งเลอื ด เพอ่ื ตรวจคัดกรองซิฟลิส

ตรวจคัดกรองซิฟลิสดว ย CIA/CMIA/EIA

Nonreactive Reactive

ตรวจ RPR/VDRL

Non-reactive Reactive

ตรวจดว ย TPHA/TPPA

Nonreactive Reactive

ทำการรกั ษา
ตามระยะของโรค

118 คูม่ อื การตรวจวนิ จิ ฉัยและตดิ ตามการรกั ษาโรคซิฟิลสิ ทางหอ้ งปฏิบตั ิการ

แผนภมู ทิ ี่ 4.4
การคัดกรองโรคซิฟลิ ิสในหญิงตั้งครรภ์ (ใช้ rapid diagnostic test)

หญิงต้งั ครรภมาฝากครรภ
หรอื มารับบริการคลอดโดยไมฝากครรภ

ซักประวตั แิ ละเก็บตวั อยางเลอื ด เพือ่ ตรวจคดั กรองซิฟลิส

ตรวจคดั กรองซิฟลิสดว ย rapid diagnostic test*

Nonreactive Reactive
และใหร กั ษาดว ยตBรeวnจzatRhPinRe/VpeDnRicLillin G 2.4 ลา นยูนิต

ฉดี เขากลามเน้ือทนั ที ถายงั ไมเ คยไดรบั การรกั ษามากอ น**

Non-reactive Reactive

ตรวจดวย TPHA/TPPA

Nonreactive Reactive

ทำการรกั ษา
ตามระยะของโรค

* Rapid diagnostic test จะตอ้ งมกี ารรายงานประสทิ ธภิ าพในวารสารทไ่ี ดร้ บั การยอมรบั อยา่ งนอ้ ย 2 บทความ
และมีความไวอยา่ งน้อยร้อยละ 96

**สามารถเรม่ิ การรักษาได้เลยหากไมส่ ามารถรอผล RPR/VDRL ได้

คมู่ อื การตรวจวนิ ิจฉยั และติดตามการรักษาโรคซฟิ ลิ ิสทางห้องปฏิบตั กิ าร 119

4.7 แนวทางการปฏบิ ัตใิ นการตรวจการติดเช้อื ซฟิ ลิ ิสในโลหติ บรจิ าค
(Donated Blood Screening for Syphilis30-36)

การตรวจคัดกรองหารอ่ งรอยการติดเชื้อ Treponema pallidum ทที่ ำ� ใหเ้ กดิ
โรคซฟิ ลิ สิ เปน็ การตรวจคดั กรองการตดิ เชอ้ื ชนดิ แรกในโลหติ บรจิ าค แตพ่ บวา่ มปี ญั หา
เกดิ ขนึ้ เนอ่ื งจากมกี ารนำ� การตรวจดว้ ยวธิ ี Treponemal test มาแทนการตรวจดว้ ยวธิ ี
Nontreponemal test ทำ� ใหม้ คี วามขดั แยง้ ในการรายงานผล โดยพบวา่ ผบู้ รจิ าคจำ� นวน
หนงึ่ ที่เคยบรจิ าคโลหติ มานานแลว้ และ ผลการตรวจโลหติ ด้วยวิธี Nontreponemal
test เปน็ Nonreactive มาตลอด แตเ่ มอ่ื เปลยี่ นมาตรวจดว้ ยวธิ ี Treponemal test
กลบั ใหผ้ ล เปน็ Reactive ทำ� ใหผ้ บู้ รจิ าคเหลา่ นนั้ เสยี ความรสู้ กึ และตอ้ งงดบรจิ าคโลหติ
ตลอดไป ทงั้ นผี้ บู้ รจิ าคทเ่ี คยตดิ เชอ้ื นใี้ นอดตี แมว้ า่ จะไดร้ บั การรกั ษาจนครบ course แลว้
โลหติ ไมม่ เี ชอ้ื แลว้ แตจ่ ะยงั คงมแี อนตบิ อดตี อ่ เชอ้ื นอ้ี ยซู่ ง่ึ จะมอี ยตู่ ลอดไป หรอื 20-30 ปี
ปัจจุบันแนวทางปฏิบัติพบว่ามีความหลากหลายแตกต่างกันไป บางสถาบันปฏิเสธ
ไม่รับบริจาคโลหิตตลอดไป บางแห่งมีระบบ Re-entry ให้ผู้บริจาคโลหิตกลับมา
บริจาคโลหิตได้อีก หลังจากได้รับการรักษาเรียบร้อยแล้ว แต่มีเง่ือนไขต่างๆ กัน
คณะอนกุ รรมการวชิ าการฯ ศนู ยบ์ รกิ ารโลหติ แหง่ ชาติ ไดจ้ ดั ใหม้ กี ารเสวนาวชิ าการขนึ้
เพอื่ น�ำประเดน็ ปัญหานี้ มาวิเคราะห์ วจิ ารณ์ และหาขอ้ สรปุ ร่วมกัน เพอ่ื ก�ำหนดเปน็
แนวทางปฏบิ ตั ิขนึ้ ส�ำหรบั ใชย้ ดึ ถือปฏบิ ตั ใิ หเ้ ป็นแนวทางเดียวกนั

4.7.1. แนวปฏบิ ัตใิ นการตรวจคัดกรองโรคซฟิ ลิ สิ ในโลหติ ผ้บู ริจาค
การตรวจคัดกรองหาร่องรอยการติดเชื้อ Treponema pallidum
ทที่ ำ� ใหเ้ กิดโรคซฟิ ิลสิ ในการรายงานผลท่เี ป็น Positive ต้องใชก้ ารทดสอบอยา่ งน้อย
2 ชนิด ที่มหี ลักการการทดสอบที่ต่างกนั และให้ผลบวกตรงกัน ถ้าผลการตรวจครงั้
แรกเปน็ ลบสามารถรายงานผลเป็น Nonreactive หรือ Negative ได้เลย โดยไม่ต้อง
ทดสอบซ้ำ� ด้วยการทดสอบในกล่มุ ท่ี 2

120 ค่มู อื การตรวจวินจิ ฉยั และตดิ ตามการรักษาโรคซิฟลิ ิสทางหอ้ งปฏิบัติการ

4.7.1.1 การทดสอบทใ่ี ชใ้ นการตรวจ มดี งั น้ี :
1. การทดสอบกลมุ่ ท่ี1: ใชส้ ำ� หรบั การตรวจคดั กรอง(Screening
Test) เลือกใช้การตรวจใดการตรวจหน่ึง ต่อไปน้ี
Recommended Tests
• EIA (Enzyme Immuno Assay)
• CIA (Chemiluminescent Immunoassay)
Alternative Tests
• TPHA (Treponema pallidum heamagglutination test)
• TPPA (Treponema pallidum passive particle
agglutination test)
• RDT (Rapid Diagnostic Test)

คำ� อธบิ ายประกอบ
ให้ใช้การตรวจใดการตรวจหน่ึงใน Recommended tests เป็นล�ำดับแรก
หากไม่มีจึงเลือกใช้การตรวจใดการตรวจหนึ่งใน Alternative tests ซ่ึงมีข้อจ�ำกัด
ในการใชด้ ังน้ี
- EIA และ CIA อ่านผลการทดสอบเป็น S/CO (Signal to cutoff ratio)
และสามารถสั่งพิมพ์ผลจากเครื่องได้ ซึ่งเป็นการอ่านผลแบบ objective reading
แตส่ ำ� หรบั TPHA, TPPA และ RDT จะอา่ นผลของปฏกิ ริ ยิ า หรอื pattern การจบั กลมุ่
ของ red cell หรือ particles ด้วยตา โดยรูปแบบของปฏิกิรยิ าจะแตกตา่ งกันระหวา่ ง
ปฏกิ ริ ยิ าทเ่ี ปน็ reactive และ nonreactive ซง่ึ การอา่ นผลดว้ ยตาจะเปน็ การอา่ นผล
แบบ subjective reading ทม่ี ีความถกู ตอ้ ง แม่นยำ� สู้การอ่านผลแบบ objective
reading ไมไ่ ด้

ค่มู ือการตรวจวนิ จิ ฉยั และติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ิลิสทางหอ้ งปฏบิ ัติการ 121

2. การทดสอบกลุ่มท่ี 2: ใช้ส�ำหรับตรวจยนื ยนั (confirm)
เมอื่ การตรวจ Screening test ใหผ้ ล reactive โดยใหเ้ ลอื กการตรวจใดการตรวจหนง่ึ
ทีม่ หี ลักการตา่ งกับการตรวจท่ีเลือกใช้เปน็ Screening test ดงั ต่อไปน้ี
• FTA-ABS (Fluorescent Treponemal Antibody-
Absorption test)
• CIA
• EIA
• TPHA
• TPPA
• Rapid diagnostic test (RDT)*
(* ส�ำหรับ RDT ให้เลอื กใช้ชุดตรวจทป่ี ระเมนิ แล้ววา่ มี sensitivity & speci-
ficity เทียบเท่ากบั การตรวจ 5 วธิ ีขา้ งบน)
3. การทดสอบกลมุ่ ที่ 3: ใชส้ ำ� หรบั Staging และ Monitor-
ing syphilis ถา้ ใหผ้ ล reactive ใหท้ ำ� titer สำ� หรบั ใหแ้ พทยใ์ ชก้ ำ� หนดระยะ (staging)
ของโรค และใช้เป็นข้อมูลประกอบ ในการตดิ ตามการรกั ษา (Monitoring) โดยใช้ผล
การทดสอบและตดิ ตามดู titer ของการตรวจตอ่ ไปนี้
• VDRL
• RPR
แล้วให้ผู้ที่ได้รับการตรวจนี้น�ำผลทั้ง 2 กรณีไม่ว่าจะเป็น
ผล reactive พรอ้ ม titer หรือผล nonreactive ไปพบแพทย์ด้วย

122 คู่มือการตรวจวินจิ ฉยั และติดตามการรกั ษาโรคซฟิ ิลิสทางห้องปฏิบตั ิการ

แผนภมู ิท่ี 4.5
ล�ำดบั ขน้ั ตอนการตรวจทีแ่ นะนำ� ให้ใช้ (Recommended Algorithm)

SYPHILIS SCREENING TEST เลอื กการทดสอบ ในกลมุ ที่ 1
-+ -+ :: RNeoanctreivaective

Report Negative TuRbeep&eaBtag ทวเลาดือมสกาอกจบาาตกรทวัคอดนยสเดาองยี บจวใากนกันกถลุงุมเพทือ่ ่ี 2พิสจู น

+,+ &+* 1!+,+ &-* +,- &-* +,- &+*

เลือใกนกกาลรุม ททด่ี ส3อบ RPR/VDRL RRefea-plesonerttrryenardgcuatietviveteo Incorensculultsive เลอื กการทดสอบใน
(Ti+ter) - Repeat tube กลุมที่ 2
เพ่อื พสิ ูจนผลจาก
หลอด 3 ค้งั

+,-+ &+** +,-,- &+**
RPRReRpeoartctPivoes,iTtiivteer... RROeRpNoortnP-roesaitcitvieve Reactive Incorensculultsive
NatDifyisacdnaodrndtorBer,laiontomvdeesnUtitgnaittion
errCoaru&tswuebrsoe:n/ucglnesiartimcaplle

จผ*ห*ผผงึลาไลลกตดกกไรผดาาวลรรผจเททลจปดดอาน กสสยบพออาวงบบลกนาเเอรรอสียียอยมงงนาดด2ใงังั(นWในนนถี้ี้eุง::3aผผกkเลลรlปyคคณน ดััดrีนeกกRผี้aรรeลcออaไtงงcมivจจtสeาาivอกก)eดหหคสลลลาออมอดดางกร,, ถันผผสลลแรตตลปุ ะรรเววตปจจอ นซซงำำ้้กtจจrาuาารeกกทหหดreลลสaอออcดดบtเi,&vพผe่ิมผลอไลตดกีตร รหว1วจรจซือคจ้ำอราจาั้งกาจพ(กเทปหลั้งนาลหสกอมมรดดณา&ใ3เีนพถคิ่มุงรไ้งัด)ร ับเชอื้
ขเ1ร!อมิ่ องสตารจวั าอเงกยแดิ าอจงนาโลตกหิบกิตอารทดเี้้งัก(ชvบ็ ดุeตมrวัlาyอตยeราaวงrจโlซลyห้ำsิตeอสrาoลจcับเoปกnน บั vกยeรูนrณsติ iหีoอnย่นื )ิบตหอลงอทดำผกิดารสพลิสบั ูจตนวั ตออ ยดาวงยหกราือรตเพัดส่มิ าตยิดปเชล้อื องแลbะaรgาทงกุกายยนู ติ

ค่มู ือการตรวจวนิ ิจฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ลิ ิสทางห้องปฏบิ ตั กิ าร 123

4.7.1.2 การแจง้ ผลใหไ้ ปรบั คำ� ปรึกษา และการรักษา
• สง่ จดหมาย ตามผบู้ รจิ าคทกุ รายทมี่ ผี ลการทดสอบในกลมุ่ ท่ี 1
(screening test) เปน็ reactive
• ผบู้ รจิ าคกลับมาพบเจา้ หน้าทพ่ี รอ้ มจดหมาย
• ซกั ถามประวตั ิ ความเสยี่ ง กอ่ นแจง้ ผลการตรวจโลหติ ทบี่ รจิ าค
เจาะเกบ็ ตวั อยา่ งโลหติ เพอื่ ตรวจซำ�้ เพอ่ื ยนื ยนั ตวั บคุ คลและผลทไ่ี ดค้ รง้ั แรก ดว้ ยนำ�้ ยา
ท่ใี ช้ในการทดสอบทงั้ กลุ่มท่ี 1 กลมุ่ ที่ 2 และ กลุม่ ท่ี 3
• แจง้ ผลการตรวจโลหติ ซำ้� ทางจดหมาย ทง้ั 2 กรณแี กผ่ บู้ รจิ าค
โลหติ ดังน้ี
• กรณีที่ 1 ผลการตรวจซ�้ำด้วยน้�ำยากลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2
กลมุ่ ท่ี 3 เปน็ ลบทงั้ หมด ใหร้ ายงานผลเปน็ Negative และใหก้ ลบั มาบรจิ าคโลหติ ตอ่ ไป
• กรณที ่ี 2 ผลการตรวจซำ�้ ดว้ ยนำ�้ ยา กลมุ่ ท่ี 1 และ/หรอื
กลมุ่ ที่ 2 ไดผ้ ลเปน็ บวก ขณะทผี่ ลการทดสอบดว้ ยนำ�้ ยากลมุ่ ที่ 3 อาจเปน็ บวก หรอื ลบ กไ็ ด้
(ให้ทำ� titer ควบคดู่ ว้ ยทกุ ครั้ง)
• ในกรณที ี่ 2 ใหส้ ง่ จดหมายถงึ ผบู้ รจิ าค 2 ฉบบั ประกอบดว้ ย
ฉบบั ท่ี 1 เปน็ จดหมายแจง้ ผลและคำ� แนะนำ� ใหไ้ ปรบั คำ� ปรกึ ษาและการรกั ษา ฉบบั ท่ี 2
เป็นจดหมายถึงสถานพยาบาลท่ีให้ผู้บริจาคไปรับค�ำปรึกษาและการรักษาซ่ึงเป็น
โรงพยาบาลที่สามารถฉีด Benzathine penicillin เพื่อรกั ษาโรคซิฟิลิสได้

124 คมู่ อื การตรวจวนิ จิ ฉัยและตดิ ตามการรกั ษาโรคซิฟลิ ิสทางห้องปฏิบัตกิ าร

4.7.1.3 Re-entry
• ถงุ โลหติ (Blood unit) ทตี่ รวจยนื ยนั แลว้ วา่ เปน็ False reactive
กลา่ วคอื มผี ล Screening เปน็ Reactive และผลตรวจซำ้� ของตวั อยา่ งโลหติ ทง้ั หลอด
(tube) และ พลาสมาจากถุงโลหิต ใหผ้ ลเปน็ Nonreactive ด้วยน�้ำยากลุ่มท่ี 2 ให้น�ำ
ถงุ โลหติ นน้ั กลบั เขา้ คลงั (Stock) เพอื่ จา่ ยใหผ้ ปู้ ว่ ยตอ่ ไป (ดู Recommended Algorithm
ประกอบ) สถาบันท่ีมีระบบที่เอ้ือต่อการรับผู้บริจาคกลับเข้ามาบริจาคอีก มีแนวทาง
ปฏิบัติดังน้ี ผู้บริจาคโลหิตท่ีมีผลตรวจเป็น Positive ให้งดบริจาคอย่างน้อย 1 ปี
การกลบั มาบรจิ าคใหม่ ตอ้ งมหี ลกั ฐานการรกั ษาโรคซฟิ ลิ สิ ดว้ ย Benzathine penicillin
จากสถาบนั ทเ่ี ชอ่ื ถอื ไดเ้ ชน่ โรงพยาบาลบางรกั โรงพยาบาลศนู ย์ โรงพยาบาลประจำ� จงั หวดั
หรือโรงพยาบาลอ่ืนๆ ท่สี ามารถฉีด Benzathine penicillin รักษาโรคซฟิ ลิ ิสได้
• หลกั ฐานการรกั ษาโรคซฟิ ลิ สิ ตอ้ งประกอบทงั้ 3 ขอ้ ดงั นค้ี อื
1. ข้อความท่ีแสดงว่าผู้บริจาคท่านน้ัน และผู้สัมผัสโรค
ไดร้ บั การ counseling และไดร้ บั การรกั ษา ดว้ ยการฉดี ยา Benzathine penicillin
หรอื penicillin sodium ครบ dose ตามระยะ (Stage) ของโรคซิฟลิ ิส
2. ข้อความท่ีแสดงว่าได้รับการตรวจติดตาม (Follow-up)
เพอ่ื ใหค้ ำ� ปรกึ ษา (counseling) และมผี ลการประเมนิ วา่ ปจั จบุ นั นม้ี พี ฤตกิ รรมทางเพศ
ทไ่ี ม่อยใู่ นกลมุ่ เสยี่ ง และเหมาะสมที่จะกลับมาเป็นผูบ้ รจิ าคโลหิตตอ่ ไปได้
3. ผลการตรวจโลหิตด้วยน้�ำยาในกลุ่มที่ 3 หลังการรักษา
ครบ course แล้ว ปกติจะได้ผลเป็น Nonreactive แต่ในบางกรณีก็อาจได้ผลเป็น
Reactive titer ตำ่� ๆ ถงึ แมจ้ ะไดร้ บั การรกั ษาอยา่ งถกู ตอ้ งครบถว้ นจนหายจากโรคแลว้
กต็ าม ซง่ึ ผบู้ รจิ าคในกรณนี ส้ี ามารถใหก้ ลบั มาบรจิ าคโลหติ ตอ่ ไปไดถ้ า้ titer ไมเ่ กนิ 1:4
และมหี ลกั ฐานอยา่ งอนื่ ครบตามเกณฑ์ โดยธนาคารเลอื ดตอ้ งมบี นั ทกึ และจำ� แนกโลหติ
ถงุ นอ้ี อกจากกลมุ่ โลหติ ทม่ี าจากผบู้ รจิ าคปกติ เพอ่ื ปอ้ งกนั ความสบั สนใหก้ บั หอ้ งปฏบิ ตั กิ าร

คมู่ อื การตรวจวนิ จิ ฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ิลิสทางห้องปฏิบัตกิ าร 125

โลหติ จากการบรจิ าคทกุ ยนู ติ รวมทง้ั ทไี่ ดจ้ ากการกลบั มาบรจิ าค
ใหม่ (Re-entry) ตอ้ งมกี ารตรวจคดั กรองการตดิ เชือ้ ในตัวอย่างโลหิตตามมาตรฐาน
กรณีรับผู้บริจาคน้ันกลับมาบริจาคโลหิตอีก (Re-entry)
การตรวจ Screening test ดว้ ยวธิ ตี รวจหา Antibody ตอ่ เชอ้ื Treponema pallidum
โดยตรง (Treponemal test) ผลการตรวจจะยงั คงให้ผลเป็น Reactive อยู่ ถึงแม้ว่า
จะไดร้ บั การรกั ษาครบ course แลว้ ใหน้ ำ� โลหติ ถงุ นน้ั มาทำ� การตรวจ RPR หรอื VDRL
เพม่ิ เตมิ กรณที ไ่ี ด้ผลเป็น Reactive ใหด้ ู titer ด้วย ซงึ่ ตอ้ งไม่เกิน 1:4 จึงจะสามารถ
ใชโ้ ลหติ นนั้ ได้ ทง้ั นก้ี ารทจ่ี ะมกี าร re-entry หรอื ไมข่ น้ึ อยกู่ บั นโยบายของแตล่ ะสถาบนั
ซงึ่ จะตอ้ งนำ� ปจั จยั หลายประการมาพจิ ารณา ไดแ้ ก่ ระบบการปฏบิ ตั งิ านของหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
ระบบทะเบยี น และการใหค้ ำ� ปรึกษา เปน็ ตน้
สำ� หรบั ผทู้ ไ่ี ดร้ บั การรกั ษาดว้ ยยาอนื่ ทไี่ มใ่ ช่ penicillin ไมพ่ จิ ารณา
ใหก้ ลบั มาบรจิ าคโลหติ อกี เนอ่ื งจากไมส่ ามารถตรวจสอบไดว้ า่ ผนู้ น้ั รบั ประทานยาจรงิ หรอื ไม่

126 ค่มู อื การตรวจวนิ จิ ฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซิฟลิ ิสทางห้องปฏบิ ัตกิ าร

เอกสารอ้างอิง

1. Larsen SA, Steiner BM, Rudolph AH. Laboratory diagnosis and interpretation
of test for syphilis. clinical microbiology review. 1995 Jan; 8(1): 1-21.

2. Seña AC, White BL, Sparling PF. Novel Treponema pallidum serologic tests:
a paradigm shift in syphilis screening for the 21st century. Clin Infect Dis. 2010
Sep 15; 51(6): 700-8.

3. Peeling RW, Ye H. Diagnostic tools for preventing and managing maternal and
congenital syphilis: an overview. Bull World Health Organ. 2004 Jun; 82(6):
439-446.

4. Cherneskie T. An update and review of the diagnosis and management of
syphilis. Region II STD/HIV Prevention Training Center; New York City Department
of Health and Mental Hygiene, New York, NY: 2006.

5. Schroeter A, Lucas JB, Price EV, Falcone VH. Treatment for early syphilis and
reactive serologic tests. JAMA. 1972 Jul 31; 221(5): 471-6.

6. Fiumara NJ. Serologic responses to treatment of 128 patients with late latent
syphilis. Sex Transm Dis. 1979 Oct-Dec; 6(4): 243-6.

7. Fiumura NJ. Treatment of primary and secondary syphilis; serological response.
JAMA. 1980 Jun 27; 243(24): 2500-2.

8. Center for Disease control and Prevention (CDC). Syphilis testing algorithms
using treponemal test for initial screening-four laboratories, New York City,
2005-2006. MMWR Morb Mortal Wkly Rep 2008; 57: 872-875.

คมู่ ือการตรวจวินิจฉัยและตดิ ตามการรักษาโรคซฟิ ิลสิ ทางห้องปฏบิ ัติการ 127

9. นิสิต คงเกริกเกียรติ, นพดล ไพบูลย์สิน. การรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซิฟิลิส.
ใน: นิสิต คงเกริกเกียรติ, รสพร กิตติเยาวมาลย์, เอกชัย แดงสอาด, บรรณาธิการ.
การตรวจคดั กรองโรคซฟิ ลิ สิ : แนวทางการดแู ลรกั ษาโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ พ.ศ. 2558.
พมิ พ์คร้งั ท่ี 1. กรงุ เทพฯ: กลุ่มบางรกั โรคติดต่อทางเพศสมั พันธ์ สำ� นักโรคเอดส์ วณั โรค
และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข; กันยายน 2558:
หนา้ 80-86.

10. สำ� นกั โรคเอดส์ วณั โรคและโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ.์ การตรวจวนิ จิ ฉยั โรคซฟิ ลิ สิ ทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร:
แนวทางระดบั ชาตเิ รอ่ื งการกำ� จดั โรคซฟิ ลิ สิ แตก่ ำ� เนดิ ในประเทศไทย พ.ศ. 2558, กรงุ เทพฯ:
โรงพมิ พ์ หจก. ส�ำนักพมิ พอ์ กั ษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน;์ ธันวาคม 2557 หนา้ 69-84.

11. Binder SR, Theel ES. Syphilis testing algorithms: A review. World J Immunol.
2016 Mar; 6(1): 1-8.

12. Morshed MG, Singh AE. Recent trends in the serologic diagnosis of syphilis.
Clin Vaccine Immunol. 2015 Feb; 22(2): 137-47.

13. Tong ML, Lin LR, Liu LL, et al. Analysis of 3 algorithms for syphilis serodiag-
nosis and implications for clinical management. Clin Infect Dis. 2014 Apr; 58(8):
1116-1124.

14. Boonchaoy A, Wongchampa P, Hirunkarn N, Chaithongwongwatthana S. Per-
formance of chemiluminescent microparticle immunoassay in screening for
syphilis in pregnant woman from low-prevalence, resource-limitted setting.
J Assoc Thail. 2016; 99(2): 119-124.

15. Association of Public Health Laboratories. Suggested reporting language for
syphilis serology testing, December 2015; [cited 2020 Jul 27]. Available from:
https://www.aphl.org/aboutAPHL/publications/Documents/ID_Suggested_
Syphilis_Reporting_Lang_122015.pdf

16. Jurado RL, Champbell J, Martin PD. Prozone phenomenon in secondary
syphilis: Has its time arrived? Arch Intern Med. 1993 Nov 8; 153(21): 2496-8.

128 คู่มือการตรวจวนิ จิ ฉยั และติดตามการรักษาโรคซิฟิลิสทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร

17. Geisler WM. The prozone phenomenon in syphilis testing. South Med J. 2004
Apr; 97(4): 327-8.

18. el-Zaatari MM, Martens MG, Anderson GD. Incidence of the prozone
phenomenon in syphilis serology. Obstet Gynecol. 1994 Oct; 84(4): 609-12.

19. Hicks CB, Benson PM, Lupton GP, Tramont EC. Seronegative secondary
syphilis in a patient infected with the human immunodeficiency virus with
Kaposi sarcoma. A diagnostic dilemma. Ann Intern Med. 1987 Oct; 107(4): 492-5.

20. Radolf JD, Kaplan RP. Unusual manifestations of secondary syphilis and
abnormal humoral immune response to Treponema pallidum antigens in
homosexual man with asymptomatic human immunodeficiency virus infection.
J AM Acad Dermatol. 1988 Feb; 18(2 Pt 2): 423-8.

21. Hutchinson CM, Rompalo AM, Reichart CA, Hook EW 3rd. Characteristics of
patients with syphilis attending Baltimore STD clinics: Multiple highrisk
subgroups and interactions with Human immunodeficiency virus infections.
Arch Intern Med. 1991 Mar; 151(3): 511.

22. Tikjøb G, Russel M, Petersen CS, Gerstoft J, Kobayasi T. Seronegative secondary
syphilis in a patient with AIDS: identification of Treponema pallidumin biop-
sy specimen. J Am Acad Dermatol. 1991; 24(3): 506-8.

23. Nandwani R, Evans D. Are you sure it’s syphilis? A review of false positive
serology. Int J STD AIDS. 1995 Jul-Aug; 6(4): 241-8.

24. นิสิต คงเกริกเกียรติ, นพดล ไพบูลย์สิน. การรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซิฟิลิส.
ใน: นสิ ิต คงเกรกิ เกยี รต,ิ รสพร กิตติเยาวมาลย,์ เอกชยั แดงสอาด, บรรณาธกิ าร. แนวทาง
การดูแลรกั ษาโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์ พ.ศ. 2558. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 1. กรงุ เทพฯ: กลมุ่ บางรกั
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส�ำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสุข; 2558. หน้า 14-21

คมู่ อื การตรวจวนิ จิ ฉยั และตดิ ตามการรกั ษาโรคซิฟิลสิ ทางหอ้ งปฏบิ ัติการ 129


Click to View FlipBook Version