“
101
ระบบประสาท (nervous system)
ระบบประสาทรอบนอก ระบบประสาทสว่ นกลาง
(peripheral nervous system : PNS) (central nervous system : CNS)
เสน้ ประสาทสมอง เสน้ ประสาทไขสันหลัง สมอง ไขสันหลงั
(cranial nerve) (spinal nerve) (brain) (spinal cord)
102
ระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system ; CNS)
ประกอบดว้ ยส่วนประกอบหลกั 2 ส่วน ไดแ้ ก่ สมอง (brain) และไขสนั หลงั (spinal cord) 104
สมองและไขสนั หลงั พฒั นามาจากเนอื้ เยอ่ื ชนั้ นอก
(ectoderm) ในระยะการพฒั นาของเอม็ บรโิ อ
จากน้นั สว่ นนจ้ี ะพฒั นากลายเปน็ ท่อประสาท
หรือนิวรลั ทวิ บ์ (neural tube) ซง่ึ มีลกั ษณะ
เป็นทอ่ ยาวไปตามแนวลาตวั
นิวรลั ทิวบส์ ่วนหนา้ พองออกจะพัฒนาเปน็ สมอง 3 สว่ นคอื สมองสว่ นหนา้
(forebrain) สมองสว่ นกลาง (midbrain) และสมองสว่ นหลงั (hindbrain)
นิวรลั ทิวบส์ ว่ นหลงั มกี ารพัฒนาไมม่ ากกลายเป็นไขสันหลงั
ระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system ; CNS) ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก
2 สว่ น ไดแ้ ก่ สมอง (brain)
และไขสนั หลงั (spinal cord)
เยอ่ื หมุ้ สมองและไขสนั หลงั มีเยื่อหมุ้ ยาวตอ่ เนื่องเปน็ ส่วนเดียวกันเรยี ก เยือ่ เมนงิ จสิ (meninges) ประกอบด้วย 3 ชน้ั
1 ชน้ั นอก (dura matter) หนาเหนียวอยู่ใกลก้ บั
กะโหลกศีรษะ ปอ้ งกนั การกระทบกระเทือน
1 2 ชั้นกลาง (arachnoid) บางใส ลกั ษณะคล้ายกับ
2 ใยแมงมมุ ทาหน้าทป่ี ้องกันการกระทบกระเทอื น
3
3 ช้ันใน (pia matter) มหี ลอดเลอื ดมาเลี้ยงมากมาย
หลอดเลอื ดจะทอดตัวไปตามสมองและไขสนั หลัง 105
ระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system ; CNS) ประกอบดว้ ยส่วนประกอบหลกั
2 สว่ น ไดแ้ ก่ สมอง (brain)
และไขสนั หลงั (spinal cord)
ระหว่างชนั้ กลาง (arachnoid) และชั้นใน (pia matter) มีช่องบรรจขุ องเหลวเรียกว่า
นา้ เลย้ี งสมองและไขสนั หลงั (cerebrospinal fluid : CSF)
โดยน้าเล้ยี งจะไหลเวยี นตดิ ต่อกันตง้ั แต่โพรงสมอง (ventricle)
ยาวไปถึงช่องของไขสันหลัง (central canal)
>> ทาหนา้ ที่ หล่อเลีย้ งใหส้ มองและไขสนั หลงั
เปียกชนื้ ตลอดเวลา นาอาหารมาเลยี้ งเซลล์
ประสาทและนาของเสียออกจากเซลล์ด้วย
106
โครงสรา้ งและหนา้ ทขี่ องสมอง
สมองคนมีน้าหนักประมาณ 1.4 กโิ ลกรมั ประกอบดว้ ยเซลลป์ ระสาทมากกวา่ ร้อยละ 90
ของเซลลป์ ระสาททงั้ หมดในร่างกาย โดยสว่ นใหญเ่ ปน็ เซลลป์ ระสาทประสานงาน
สมองของสัตว์มกี ระดกู สนั หลังช้นั สูงมี 2 ชั้น ได้แก่
ชัน้ นอกเปน็ เนอ้ื สเี ทา เป็นทอ่ี ยขู่ อง
ตัวเซลล์และแอกซอนทไี่ ม่มีเย่อื ไมอลี ินหมุ้
โพรงสมอง ชัน้ ในเปน็ เนอ้ื สขี าว เปน็ ท่ีอยู่
ของแอกซอนทม่ี ีเยื่อหุ้มไมอลี ิน
ซงึ่ มีสารพวกลพิ ิดเปน็ องค์ประกอบ
108
การพฒั นา
สมองของสตั ว์
แต่ละประเภท
109
การเจริญเตบิ โตของสมองมนษุ ย์
สมองสว่ นหน้า telencephalon ซีรีบรมั (cerebrum)
(forebrain) diencephalon
ทาลามัส (thalamus)
สมองสว่ นกลาง mesencephalon ไฮโพทาลามัส (hypothalamus)
(midbrain) metencephalon
myelencephalon สมองส่วนกลาง (midbrain)
สมองสว่ นหลงั
(hindbrain) พอนส์ (pons) 111
ซรี ีเบลลัม (cerebellum)
เมดลั ลาออบลองกาตา
(medulla oblongata)
112
โครงสร้างของสมองมนษุ ย์
สมองของมนุษยแ์ บง่ ได้ 3 ส่วน
ไดแ้ ก่ สมองสว่ นหนา้ (forebrain)
สมองสว่ นกลาง (midbrain) และ
สมองสว่ นหลัง (hindbrain) และ
ยงั แบง่ ออกเปน็ สว่ นยอ่ ย ๆ ได้อกี
ซึ่งแตล่ ะสว่ นมกี ารควบคมุ การทางาน
ของร่างกายแตกตา่ งกัน
113
โครงสร้างของสมองมนุษย์ : สมองสว่ นหนา้ (forebrain)
1. ซีรบี รัม (cerebrum)
จัดเป็นสมองสว่ นทีใ่ หญ่ท่ีสดุ
114
โครงสร้างของสมองมนษุ ย์ : สมองสว่ นหนา้ (forebrain)
1. ซีรีบรัม (cerebrum)
หากมองจากด้านบนจะเหน็ เป็น 2 ก้อนซา้ ยและขวา เรียกแตล่ ะกอ้ นว่า cerebral hemisphere
มี corpus callosum เป็นแถบเส้นประสาท
เช่อื มโยงไว้ มีทัง้ ส่วนส่ังการและส่วนรบั ความรสู้ ึก115
โครงสรา้ งของสมองมนุษย์ : สมองสว่ นหนา้ (forebrain) สมองสว่ นซรี บี รมั
ทาหนา้ ท่ีดงั ต่อไปน้ี
1. ซีรีบรมั (cerebrum)
สมองสว่ นซรี บี รมั (cerebrum) แบง่ ออกเปน็ 4 ส่วน ได้แก่
เปน็ ศนู ยก์ ลางการเคล่ือนไหว 1 2 เป็นศนู ย์กลางรับความรู้สึกตา่ ง ๆ
การทางานของกลา้ มเนอ้ื โครงรา่ ง การสัมผัส การรับรส การดมกล่ิน
ศูนย์กลางการเรียนรู้ การพูด
ความจา การคดิ วเิ คราะห์ และ เปน็ ศนู ยก์ ลาง
ศนู ย์กลางทางอารมณ์ 4 ของการมองเหน็
เปน็ ศนู ย์กลางของการไดย้ ิน 3 116
และความสามารถใน
การเขา้ ใจภาษา
โครงสรา้ งของสมองมนษุ ย์ : สมองสว่ นหนา้ (forebrain)
1. ซรี บี รัม (cerebrum)
อบุ ัตเิ หตรุ นุ แรงจนเปน็ เจา้ ชายนทิ รา
หรอื เจา้ หญงิ นทิ รา เกดิ จากซรี บี รมั
ถูกทาใหเ้ สยี หายหนกั จะทาให้รา่ งกาย
ไมส่ ามารถรบั รแู้ ละตอบสนองได้
117
โครงสรา้ งของสมองมนษุ ย์ : สมองสว่ นหนา้ (forebrain)
2. ทาลามสั (thalamus)
>> เป็นศูนยร์ วมสญั ญาณประสาท
จากร่างกายแลว้ ส่งไปยังสมอง
สว่ นตา่ ง ๆ เพ่อื ประมวลผล
และสง่ั การ
118
โครงสร้างของสมองมนษุ ย์ : สมองสว่ นหนา้ (forebrain)
3. ไฮโพทาลามสั (hypothalamus)
>> มีขนาดเล็ก อยทู่ างดา้ นใตข้ อง
สมองสว่ นทาลามัส
>> สามารถสรา้ งฮอร์โมนประสาท
(neurohormone) ไดห้ ลายชนดิ
เช่น ADH และ Oxytocin
>> สร้างฮอร์โมนประสาททคี่ วบคุม
การทางานของตอ่ มใตส้ มองส่วนหน้า
119
โครงสรา้ งของสมองมนษุ ย์ : สมองสว่ นหนา้ (forebrain) 120
3. ไฮโพทาลามสั (hypothalamus)
>> ทาหน้าทหี่ ลากหลาย ได้แก่
1) ควบคุมอุณหภมู ิของร่างกาย และควบคุมความดนั เลือด
การเต้นของหัวใจ นาฬกิ าชีวติ (biological clock)
2) ควบคุมความต้องการขัน้ พน้ื ฐานในชวี ิต เช่น
ปรมิ าณนา้ ในร่างกาย ควบคมุ การหิว การอม่ิ การกระหายนา้
และเกี่ยวข้องกบั การนอนหลบั ความรสู้ กึ ใคร่ เศรา้ โศก ดีใจ
ความรสู้ ึกทางเพศ
3) ศนู ยก์ ลางควบคุมระบบประสาทแบบอัตโนวัติ (autonomic center)
โครงสรา้ งของสมองมนุษย์ : สมองสว่ นหนา้ (forebrain)
4. olfactory bulb
>> เป็นศนู ยก์ ลางในการรับกลิน่ เจริญดใี นปลาและ
สตั ว์สะเทินนา้ สะเทนิ บก แต่ในสตั วเ์ ลีย้ งลกู ด้วยนม
เจรญิ ไม่ดนี ัก (ในคนเจรญิ ไมด่ ี)
121
โครงสรา้ งของสมองมนุษย์ : สมองสว่ นหนา้ (forebrain)
4. olfactory bulb
>> เป็นศนู ยก์ ลางในการรบั กล่นิ
เจริญดีในปลาและสัตวส์ ะเทินน้า
สะเทินบก แต่ในสตั ว์เลีย้ งลูกด้วยนม
เจรญิ ไม่ดีนัก (ในคนเจรญิ ไมด่ ี)
122
โครงสรา้ งของสมองมนษุ ย์ : สมองสว่ นหนา้ (forebrain)
5. เอพิทาลามสั (epithalamus)
>> สมองสว่ น epithalamus มตี ่อมไพเนียล (pineal gland)
ทาหนา้ ทีส่ ร้างเมลาโทนนิ (melatonin) ซ่งึ เปน็ ฮอร์โมน
ท่ชี ว่ ยกาหนดการเปลย่ี นแปลงของรอบวัน (circadian rhythm)
รวมถึงยบั ยง้ั การเขา้ สวู่ ยั เจรญิ พนั ธุข์ องมนุษย์
123
โครงสร้างของสมองมนุษย์ : สมองสว่ นกลาง (midbrain)
สมองสว่ นกลาง (midbrain)
>> เปน็ สมองส่วนท่ีเป็นศนู ยก์ ลางการมองเห็น การเคลือ่ นไหวของนยั น์ตา
และเกย่ี วกับการไดย้ นิ
>> ในสตั วม์ กี ระดกู สนั หลงั ชนิดอืน่ ที่ไมใ่ ช่สตั วเ์ ลย้ี งลูกด้วยน้านม
จะเป็นศนู ยก์ ลางการมองเหน็ เรยี ก optic lobe เจริญดใี นปลา
ส่วนในสัตวช์ ั้นสูงจะมขี นาดเลก็ ลง และมขี นาดเล็กสุด
ในสตั วเ์ ลี้ยงลูกด้วยนา้ นม
124
โครงสรา้ งของสมองมนษุ ย์ : สมองสว่ นกลาง (midbrain)
สมองส่วนกลาง (midbrain)
125
โครงสรา้ งของสมองมนุษย์ : สมองสว่ นหลงั (hindbrain)
1. พอนส์ (pons)
>> ทาหน้าท่คี วบคุมการเคล่อื นไหว
และการแสดงออกของใบหน้า
การเคย้ี วอาหาร การหล่ังนา้ ลาย
และควบคมุ การหายใจ
126
โครงสร้างของสมองมนุษย์ : สมองสว่ นหลงั (hindbrain)
2. เมดัลลาออบลองกาตา (medulla oblongata)
>> อย่ทู ้ายสุดติดกับไขสนั หลัง
ทาหน้าท่ีเป็นศูนยก์ ลางของระบบ
ประสาทอัตโนวัตติ า่ ง ๆ เช่น
ศูนยค์ วบคุมการหายใจ
การหมนุ เวียนเลอื ด ความดันเลือด
การเตน้ ของหัวใจ และยงั ควบคมุ
การกลนื การไอ การจาม การสะอกึ
การหลั่งน้าลาย และการอาเจียน
127
โครงสร้างของสมองมนุษย์ : สมองสว่ นหลัง (hindbrain)
3. ซรี เี บลลมั (cerebellum)
>> จัดเปน็ สมองสว่ นท้ายทอย
ทาหน้าทีค่ วบคมุ การเคลอ่ื นไหว
ของรา่ งกายใหต้ ่อเนอ่ื ง เท่ยี งตรง
ทาใหท้ รงตวั ได้
>> เกย่ี วขอ้ งกับการควบคุมการเกดิ
ทกั ษะบางอยา่ ง เช่น การว่ายนา้
การสอดเขม็ และการคดั ลายมือ
128
กา้ นสมอง (brain stem)
ประกอบดว้ ยสมองสว่ นกลาง
พอนส์ และเมดลั ลาออบลองกาตา
ถ้ากา้ นสมองถกู ทาลาย
จะสง่ ผลใหเ้ สยี ชวี ิต
129
ความรเู้ พิ่มเติม ระบบลมิ บกิ
(limbic
เปน็ ระบบการทางานของสมองทมี่ บี ทบาทเกย่ี วขอ้ ง system)
กบั การตอบสนองทางอารมณ์ ความกระตอื รือรน้
การตอบสนองทางเพศ ความสนใจการเรยี นรู้ การจดจา 130
และความตอ้ งการขน้ั พนื้ ฐานของชวี ติ ประกอบดว้ ยสมอง
ส่วนไฮโพทาลามัส (hypothalamus) และต่อมใตส้ มอง
(pituitary gland) ทกี่ ลา่ วมาข้างตน้ ยังมีสมองส่วน
amygdala (กระตนุ้ การแสดงออกทางอารมณต์ ่อสงิ่ ท่ี
ไดย้ นิ รสู้ กึ และความจาทางอารมณ์) ส่วน hippocampus
(เกยี่ วข้องกบั การเรยี นร้แู ละความจาระยะสนั้ -ระยะยาว)
ความรเู้ พม่ิ เตมิ 131
โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer's disease)
เป็นโรคทเี่ กดิ กบั สมองส่วนเซรีบรมั เกดิ จากการตายของเซลลป์ ระสาท
เนอ่ื งจากความผิดปกตขิ องโปรตนี ภายในเซลลป์ ระสาทและไซแนปส์ถูกทาลาย
สว่ นใหญพ่ บในผสู้ งู อายุประมาณ 65 ปี ขึน้ ไป ผปู้ ว่ ยจะมอี าการ
ความจาเสอ่ื ม หลงลมื บคุ ลิกภาพหรือนิสัยเปลี่ยนไป หากอาการของโรค
ดาเนนิ ต่อไปจะทาให้ไม่สามารถทากิจกรรมง่าย ๆ ได้
หรือไม่สามารถชว่ ยเหลอื ตัวเองได้ สาเหตุของโรคยงั ไมท่ ราบแน่ชัด
แตพ่ บว่ามคี วามเกีย่ วข้องกบั อายุท่ีมากข้นึ เคยประสบอุบตั ิเหตเุ กีย่ วกบั
สมองหรอื ครอบครวั มีประวตั ิผ้ปู ่วยโรคนี้
ความรู้เพิม่ เตมิ 132
โรคพาร์คินสนั (Parkinson's disease)
เกิดจากเซลลป์ ระสาทในสมองสว่ นท่ีทาหนา้ ทสี่ รา้ งสารโดพามนี
(dopamine) เส่ือมหรือตาย สารโดพามีนน้ีมีผลตอ่ การควบคุมการเคลื่อนไหว
ของร่างกาย ดังนนั้ ถ้าสารโดพามนี ลดลง ผู้ปว่ ยจะเกดิ อาการตดิ ขัดทาง
การเคลือ่ นไหวของรา่ งกายและการทรงตัว เชน่ อาการสน่ั เคลื่อนไหวชา้
เดนิ ลาบากและตดิ ขัด เวลาเดินแล้วไมแ่ กว่งแขนไปมา สาเหตุของโรคยัง
ไมท่ ราบแนช่ ัด แต่พบวา่ มีความเกีย่ วข้องกบั มวิ เทชนั ท่ีเกิดกบั ยีนทสี่ ังเคราะห์
โปรตีนท่ีทาหน้าทีเ่ กย่ี วกับการทางานของสมองหรือเกดิ จากสง่ิ แวดลอ้ ม เช่น
การได้รบั สารบางอย่างเปน็ เวลานาน ๆ โรคนย้ี ังไม่สามารถรกั ษาให้หายขาดได้
ไขสนั หลงั (spinal cord)
เปน็ ส่วนหนง่ึ ของระบบประสาทสว่ นกลางทอี่ ยตู่ ่อมาจากสมองส่วน medulla และมลี กั ษณะเป็นทอ่ ตรง
>> อยภู่ ายในกระดูกสันหลงั บรเิ วณคอขอ้ แรก
ถึงกระดูกสันหลังบริเวณเอวข้อท่ี 2 และ
มีเส้นประสาทแยกออกไขสนั หลัง เรยี กวา่
เส้นประสาทไขสนั หลัง จานวน 31 คู่
โดยส่วนปลายของไขสนั หลังจะเรยี วเลก็ จน
เหลือแตเ่ พยี งสว่ นของเสน้ ประสาท
ไขสนั หลังเทา่ นนั้
134
ไขสนั หลงั (spinal cord) ภาพตดั
ตามขวาง
ตรงกลางของไขสนั หลังมรี ูขนาดเลก็ เรยี กว่า central canal บรรจุนา้ เลี้ยงสมองและไขสันหลงั 135
ชน้ั เนอ้ื ทม่ี สี ขี าวหรอื สจี างกวา่
เรยี กวา่ white matter
ประกอบข้นึ จากมัดแอกซอนที่
มีเยื่อหมุ้ ไมอลี ิน
ชั้นเนื้อที่มีลักษณะคล้ายตัว H มีสีเทา เรียกว่า
gray matter ซึง่ ประกอบข้นึ จากตวั เซลล์
เดนไดรต์ และแอกซอนทไ่ี มม่ ีเยอ่ื หุ้มไมอลี นิ
ไขสนั หลงั (spinal cord) ไขสนั หลงั มเี นอื้ สเี ทา
ซ่ึงมลี กั ษณะคลา้ ยอกั ษร
>> สองปกี บนเรียกว่า dorsal horn มีแอกซอน
ตวั H หรอื ปกี ผเี สอ้ื
ของเซลล์ประสาทรับความรู้สึกจากอวยั วะ
สัมผสั ตา่ ง ๆ นากระแสประสาทเข้าสู่ 136
ปีกบนทางรากบน (dorsal root)
ของเส้นประสาทไขสนั หลงั
>> บรเิ วณรากบนพบว่ามีปมประสาทรากบน
(dorsal root ganglion) เป็นท่อี ย่ขู อง
ตวั เชลล์รับความรสู้ ึก (เซลลป์ ระสาทรบั
ความรสู้ ึกเป็นแบบ pseudounipolar neuron)
ไขสนั หลงั (spinal cord) ไขสนั หลงั มเี นอ้ื สเี ทา
ซึ่งมลี กั ษณะคลา้ ยอกั ษร
>> สองปีกล่างเรยี กว่า ventral horn
ตวั H หรือปกี ผเี สอื้
เป็นท่ีอยขู่ องตัวเซลล์ของเซลล์ประสาท
สัง่ การ (ชนิด multipolar neuron) 137
จะนากระแสประสาทออกทางรากล่าง
(ventral root) ของเสน้ ประสาท
ไขสันหลงั ไปยังหนว่ ยปฏบิ ัตกิ าร
“ปกี ลา่ ง (ventral horn)
จะไมม่ ปี มประสาทอยู่"
ไขสนั หลงั (spinal cord) มัดแอกซอน
เรียกวา่ เสน้ ประสาท
Ascending มดั แอกซอนทท่ี าหนา้ ท่ี (tract/pathway)
tracts นาสญั ญาณประสาทไปยงั สมอง
Descending
tracts
มัดแอกซอนทที่ าหนา้ ที่
นาสญั ญาณประสาท
จากสมองไปไขสนั หลงั
เพ่อื ไปยงั หนว่ ยสนอง
138
ไขสนั หลงั (spinal cord) หนา้ ที่
>> ประมวลผลการตอบสนอง เปน็ ตวั กลางใน
การรบั สง่ สญั ญาณระหวา่ งสมองกบั สว่ นรบั ความรสู้ กึ
และสว่ นสง่ั การ เช่น การถา่ ยทอดกระแสประสาท
โดยเสน้ ประสาทไขสนั หลังทุกคู่จะทาหน้าที่
รับความรสู้ กึ จากกล้ามเนอ้ื บรเิ วณแขนขาและลาตวั
เข้าสไู่ ขสันหลงั และนาคาสั่งออกจากไขสันหลัง
ไปยังกล้ามเนือ้ แขน ขาและลาตวั
139
ไขสันหลงั (spinal cord) หนา้ ที่
เกย่ี วข้องกบั การตอบสนองแบบรเี ฟลก็ ซแ์ อกชัน (reflex action)
ซึง่ เปน็ การตอบสนองท่ีรวดเรว็ เรยี บงา่ ย และเกิดข้ึนภายนอกอานาจจิตใจ
รเี ฟลก็ ซ์แอกชนั แบบที่งา่ ยทส่ี ุด เรียกวา่
Knee-jerk reflex
>> เกิดขน้ึ เมื่อมกี ารเคาะที่หัวเข่าแล้วทาใหเ้ กดิ การดดี ขาขน้ึ
>> เกย่ี วข้องกบั เซลล์ประสาท 2 ประเภท ไดแ้ ก่ 140
เซลลป์ ระสาทรบั ความรสู้ กึ และ
เซลลป์ ระสาทสั่งการ เทา่ นัน้
ไขสันหลงั (spinal cord) หนา้ ท่ี
เกี่ยวข้องกบั การตอบสนองแบบรเี ฟล็กซแ์ อกชัน (reflex action)
ซง่ึ เปน็ การตอบสนองทร่ี วดเรว็ เรยี บงา่ ย และเกดิ ขึน้ ภายนอกอานาจจิตใจ
withdrawal reflex
>> เปน็ การชักมือหรอื ดงึ เทา้ ออกจากสิ่งทเี่ ปน็ อันตราย เช่น
เมื่อเหยยี บของมีคม หรอื จับของทรี่ อ้ นจดั
>> มีเซลลป์ ระสาทประสานงาน เพมิ่ เขา้ มาเพ่ือเชือ่ ม 141
ระหวา่ งเซลลป์ ระสาทรับความรสู้ กึ
และเซลลป์ ระสาทสัง่ การ
ไขสนั หลงั (spinal cord) หน้าท่ี
เก่ยี วข้องกบั การตอบสนองแบบรเี ฟลก็ ซแ์ อกชนั (reflex action) 142
ซงึ่ เปน็ การตอบสนองทีร่ วดเรว็ เรยี บงา่ ย และเกดิ ขนึ้ ภายนอกอานาจจติ ใจ
withdrawal reflex
>> เมือ่ เหยียบของมีคมหรอื
จบั ของท่รี อ้ นแล้วร้สู กึ ว่า
เจบ็ หรือรอ้ นจะไม่จดั เป็น
reflex action เนือ่ งจากเกดิ การส่งสญั ญาณ
ประสาทไปประมวลผลที่บรเิ วณสมอง
“
143
ระบบประสาทรอบนอก (peripheral nervous system ; PNS)
>> ประกอบขน้ึ จากสว่ นที่รบั ความรสู้ กึ (sensory division)
ทท่ี าหน้าทร่ี ับรสู้ กึ สิง่ เร้าจากภายนอกแล้วสง่ สญั ญาณผ่าน
มายังระบบประสาทสว่ นกลาง เพอื่ ประมวลผลและ
สง่ สัญญาณไปยังสว่ นท่สี ง่ั การ (motor division)
รปู แบบการ การตอบสนองภายใตอ้ านาจจติ ใจ เรียกวา่ ระบบ
ตอบสนอง ประสาทโซมาตกิ (somatic nervous system : SNS)
การตอบสนองภายนอกอานาจจติ ใจ เรียกว่า ระบบ
ประสาทอตั โนวตั ิ (autonomic nervous system : AN1S4)5
ระบบประสาทรอบนอก (peripheral nervous system ; PNS) ประกอบดว้ ย
เส้นประสาทสมอง (cranial nerve : CN) เส้นประสาทไขสนั หลงั (spinal nerve)
146
ระบบประสาทรอบนอก (peripheral nervous system ; PNS) เสน้ ประสาท
(nerve) คืออะไร
WHAT IS NERVE? คือมัดของแอกซอนใน
เซลล์ประสาทท่ีอยูร่ วมกัน
147
ระบบประสาทรอบนอก (peripheral nervous system ; PNS) มีตน้ กาเนดิ อยทู่ ี่สมอง
เสน้ ประสาทสมอง (cranial nerve : CN)
สมองมีเส้นประสาทแยกออกมาเป็นคู่ ๆ มีทง้ั หมด 12 คู่ เพือ่ ทาหนา้ ทรี่ บั สัญญาณความรู้สึก
(sensory nerve) และสงั่ การ (motor nerve) ควบคุมหน่วยปฏิบัติงาน
เสน้ ประสาทแบง่ ออกเปน็ 3 กลุ่ม ตามหนา้ ทแี่ ละการทางาน ไดแ้ ก่
1 เส้นประสาทสมองรับความรสู้ กึ อยา่ งเดยี ว
(sensory nerve) ไดแ้ ก่ คูท่ ่ี 1, 2, 8
2 เส้นประสาทสมองส่ังการอยา่ งเดยี ว
(motor nerve) ได้แก่ คู่ท่ี 3, 4, 6, 11, 12
3 เส้นประสาทสมองท้ังรับความรสู้ กึ และส่งั การ
(mixed neve) ได้แก่ คทู่ ่ี 5, 7, 9, 10 148
ตารางแสดงชอื่ ชนิด และหนา้ ทข่ี องเสน้ ประสาทสมองทงั้ 12 คู่ รับความรสู้ กึ อยา่ งเดยี ว
สั่งการอยา่ งเดยี ว
ทง้ั รบั ความรสู้ กึ และสงั่ การ
เสน้ ประสาทคทู่ ่ี ชอื่ ชนดิ หนา้ ที่
I (1) Olfactory sensory การดมกลน่ิ
sensory การรบั แสง (มองเหน็ )
II (2) Optic motor การเคลอ่ื นไหวของลกู ตา
motor การเคลอื่ นไหวของลกู ตา
III (3) Oculomotor mixed การรบั รแู้ ละตอบสนองของใบหนา้ (เค้ียว ปิด-เปดิ ปาก)
motor การเคลอื่ นไหวของลกู ตา
IV (4) Trochlear mixed การเคลอื่ นไหวใบหนา้ การรบั รส การหลง่ั นา้ ลาย
sensory การไดย้ นิ การทรงตวั
V (5) Trigeminal mixed การรบั รส การหลง่ั นา้ ลาย คมุ การกลนื
mixed การเตน้ ของหวั ใจ ความดนั เลอื ด การขยายและหดตัวของปอด
VI (6) Abducens motor การเคลอ่ื นทขี่ องไหล่ ศรี ษะเคลือ่ นท่ี คอ
motor การเคลอ่ื นไหวของลน้ิ
VII (7) Facial
VIII (8) Vestibulocochlear
IX (9) Glossopharyngeal
X (10) Vagus
XI (11) Accessory
XII (12) Hypoglossal 149
150