แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๑
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
หนวยการเรียนรทู ่ี ๑ เรอื่ ง ปฏิบัตกิ ารสายลบั จิว๋ เวลา ๑๐ ช่วั โมง
เรื่อง อา น เขยี น คาํ ควรรูคูความหมาย เวลา ๒ ชัว่ โมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
การอาน และการเขียนคาํ ควรรูค ูค วามหมาย จะชว ยใหการอานเรอ่ื งราวในบทเรียนเขาใจไดง า ย และ
สามารถพัฒนาทักษะทางภาษาไดด ี
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคดิ เพื่อนําไปตดั สนิ ใจแกปญ หาในการดาํ เนินชีวิตและม
นสิ ัยรกั การอา น
ตัวชีว้ ัด
ป.๓/๑ อา นออกเสียงคํา ขอความ เร่อื งส้นั และบทรอ ยกรองงายๆ ไดถกู ตอ งคลอ งแคลว
ป.๓/๒ อธบิ ายความหมายของคาํ และขอความที่อา น
จุดประสงค
๑. นกั เรียนอา นคําศัพทยากไดถ ูกตอง
๒. นกั เรียนบอกความหมายของคาํ ในบทเรียนได
๓. นักเรยี นใชค าํ ไดถกู ตอ งตามบริบท
สมรรถนะสาํ คัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ัย
๕. อยูอยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
- ความหมายของคํา
- การใชคํา
กระบวนการจดั การเรียนรู
ช่ัวโมงที่ ๑
๑. นักเรียนอานคําจากบัตรคาํ ตามครู คําละ ๒ คร้งั
๒. นกั เรียนอานออกเสยี งคําศพั ท อานเพ่มิ เตมิ ความหมาย จากหนังสือเรียน ภาษาพาที ช้นั
ประถมศึกษาปท่ี ๓ หนาท่ี ๘- ๙
๓. นักเรยี นและครรู ว มกันสนทนาถึงความหมายของคาํ พรอ มยกตวั อยางประกอบ
๔. นักเรยี นเลนแขงขนั ทายคาํ ทาทางจากคําทคี่ รกู ําหนดให
๕. นกั เรียนเขยี นคําและความหมายของคําลงในสมุดแบบฝกหดั
ช่วั โมงที่ ๒
๑. นกั เรียนแขง ขนั อา นคาํ จากบตั รคาํ (คําสําคัญในบทเรยี น)
๒. นักเรียนอานออกเสยี งคาํ ศพั ท อา นเพ่มิ เตมิ ความหมาย จากหนังสือเรยี นภาษาพาที ชนั้
ประถมศึกษาปท่ี ๓ หนาที่ ๘- ๙
๓. นกั เรยี นฝก แตง ประโยคปากเปลา จากบัตรคําทอ่ี า น(คาํ สําคัญในบทเรียน)
๔. นกั เรยี นทาํ แบบฝก หดั ทักษะภาษา แบบฝกหัดที่ ๑ ขอ ๒ ( ๑ – ๓ )
สือ่ / แหลง เรยี นรู
๑. บตั รคาํ
๒. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชวี ิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓
๓. แบบฝกหดั รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓
การวัดผลและประเมินผล รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วธิ ปี ระเมิน รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หัด
๒) เครอื่ งมือประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- แบบฝกหัด
๓) เกณฑการประเมนิ
- นักเรียนผา นเกณฑการสังเกตพฤติกรรม
- นักเรียนผานเกณฑก ารทาํ แบบฝกหดั
แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๒
กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๓
หนวยการเรียนรทู ี่ ๑ เร่อื ง ปฏิบัติการสายลบั จวิ๋ เวลา ๑๐ ชั่วโมง
เรื่อง การอานออกเสยี ง เวลา ๑ ช่วั โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คญั
การอานออกเสียง เปน การอา นใหผ ูอ ืน่ ฟง ฉะนั้นผอู า นจะตอ งแบงวรรคตอน เนน เสียงหนักเบา และออก
เสียงใหถูกตอ งชัดเจน จงึ จะสื่อความหมายไดอ ยา งมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรางความรแู ละความคดิ เพ่อื นาํ ไปตดั สินใจแกปญ หาในการดาํ เนินชวี ติ และมี
นสิ ยั รกั การอา น
ตวั ชี้วัด
ป.๓/๑ อา นออกเสยี งคํา ขอความ เรอ่ื งสั้นๆ และบทรอยกรองงา ยๆ ไดถูกตอ ง คลองแคลว
จดุ ประสงค
๑. นักเรยี นอานออกเสยี งเนอื้ หาในบทเรียนได
๒. นกั เรียนจบั ใจความเร่อื งทอ่ี านได
๓. นกั เรียนตอบคาํ ถามเรื่องท่อี านได
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยูอยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- การอา นออกเสียง
- การจบั ใจความสําคัญ
- การตอบคําถาม
กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. ครูใหน กั เรียนชว ยกันบอกหลักเกณฑการอา นออกเสยี งทีด่ ี เชน อา นคลอง อา นถกู ตอ ง ชัดเจน เวนวร
รคตอนถูกตอ ง ใชนาํ้ เสยี งสอดคลองกับอารมณของตวั ละคร เปน ตน
๒. ครูสาธติ การอา นทีด่ ีใหน ักเรยี นฟงหรือใหนักเรียนฟง จากเคร่อื งบันทกึ เสียงก็ได เพ่ือเปน แนวทางใน การอ
านของนกั เรยี น
๓. นกั เรียนอา นเนื้อหาในหนังสือเรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวิต ภาษาพาที ช้ัน
ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ หนา ๒–๓ โดยอานตอกันคนละ ๑ ยอ หนา แลว รว มกันสนทนาถึงเนื้อหาวา ใคร ทําอะไร
ทไ่ี หน ผลเปนอยา งไร แลว ชว ยกันเลาเรอื่ งตอเนอื่ งจนจบ โดยครชู วยเพิม่ เตมิ สว นทบี่ กพรอ ง
๔. นกั เรียนชวยกนั สรปุ ความรู เรื่องการอา นออกเสยี งและการตอบคาํ ถาม และขอคดิ ท่ีไดจากบทอาน
สื่อ / แหลง เรยี นรู
๑. บัตรคํา
๒. หนังสือเรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
การวดั ผลและประเมินผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วิธปี ระเมิน
- สังเกตพฤติกรรม
๒) เครือ่ งมอื ประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
๓) เกณฑการประเมิน
- นกั เรียนผา นเกณฑการสงั เกตพฤติกรรม
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๓
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๓
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๑ เรื่อง ปฏิบัติการสายลบั จ๋วิ เวลา ๑๐ ช่ัวโมง
เรื่อง การอา นคดิ วิเคราะห เวลา ๑ ชวั่ โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
การวเิ คราะหเร่ือง เปน การพจิ ารณาสว นตา งๆ ของเรอ่ื ง เชน ขอ เท็จจริงและขอ คิดเห็น สวนดแี ละสวน
บกพรองของเนอ้ื เร่ือง จุดประสงคข องผูแ ตง ความเหมาะสมในการใชค าํ ประโยค ขอ ความ ฯลฯ สรุปขอ คดิ ท่ีได
จากเรอ่ื ง สามารถนาํ ความรูท ี่ไดรับไปใชป ระโยชนในชีวิตประจําวนั
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรา งความรูและความคดิ เพอื่ นาํ ไปตดั สินใจแกปญหาในการดําเนินชีวิตและม
นิสยั รักการอาน
ตัวช้ีวัด
ป.๓/๓ ตง้ั คาํ ถามและตอบคาํ ถามเชิงเหตุผลเกยี่ วกับเรือ่ งที่อาน
ป.๓/๕ สรุปความรูและขอ คิดจากเรื่องที่อานเพอื่ นําไปใชใ นชีวิตประจําวนั
จดุ ประสงค
๑. นกั เรยี นต้ังคาํ ถาม – ตอบคําถามเรอ่ื งทีอ่ า นได
๒. นกั เรยี นแยกขอ เทจ็ จริงและขอ คดิ เห็นจากเรื่องทอี่ า นได
๓. นักเรยี นสรุปขอ คดิ ทีไ่ ดจากการอา นได
สมรรถนะสําคัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี ินัย
๕. อยอู ยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- การตงั้ คําถามและตอบคําถาม
- การแยกขอ เท็จจริงและขอ คิดเห็น
กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. ใหน ักเรียนทบทวนเน้อื หาบทเรยี น โดยการอา นคําจากบัตรคาํ
๒. นกั เรียนอานออกเสยี ง เรอื่ ง ปฏิบัตกิ ารสายลบั จ๋วิ จากหนงั สือเรียนภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
หนา ๒-๖ พรอมกัน
๓. นกั เรยี นแบง กลมุ อานเสยี งจากบทเรียนกลมุ ละ ๑ ยอหนา
๔. นักเรยี นชว ยกันตอบคําถามปากเปลา จากเรอื่ งท่ีอาน
- เหตุการณน ้ีเกดิ ขน้ึ ท่ไี หน
- เด็กๆ กาํ ลงั วางแผนทาํ อะไร
- เพราะเหตุใดเดก็ ๆ จงึ ทํางานสาํ เรจ็
- นักเรียนไดข อคดิ อยา งไรจากเรือ่ งท่ีอาน ๕.
นักเรียนและครชู ว ยกนั สรปุ บทเรยี นจากเรอื่ งทอ่ี าน
สอื่ / แหลง เรยี นรู
- หนงั สอื เรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชวี ิต ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๓
การวัดผลและประเมินผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วิธีประเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม
๒) เครอื่ งมอื ประเมิน
- แบบสังเกตพฤติกรรม
๓) เกณฑการประเมนิ
- นักเรยี นผานเกณฑการสงั เกตพฤติกรรม
แผนการจัดการเรียนรูที่ ๔
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑ เรื่อง ปฏิบตั ิการสายลับจิว๋ เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เรือ่ ง การอา นเสริมบทเรยี น เวลา ๑ ชั่วโมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
การอา นเสรมิ บทเรียน ทําใหผอู านไดร ับความรู ความบนั เทงิ และขอคดิ จากการอา น และสามารถเลอื ก
หนังสืออานไดต รงตามความตองการ นอกจากนี้ทส่ี าํ คัญ คือสามารถนาํ ความรูท ไ่ี ดรบั จากการอา นมาปรบั ใชใ ห เป
นประโยชนในชวี ติ ประจําวันได
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอา นสรา งความรูและความคิดเพอื่ นําไปตดั สินใจแกปญ หาในการดาํ เนินชวี ติ และม
นิสัยรกั การอา น
ตัวชว้ี ดั
ป.๓/๑ อานออกเสยี งคาํ ขอความ เร่ืองสนั้ ๆ และบทรอ ยกรองงา ยๆ ไดถกู ตอ ง คลอ งแคลว
จดุ ประสงค
๑. นกั เรยี นอานและจับใจความสาํ คญั ของเรอื่ งได
๒. นักเรียนสรปุ และบอกขอคดิ จากเร่อื งท่ีอา น
สมรรถนะสําคัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยูอยางพอเพียง
สาระการเรยี นรู
- การอา นเสรมิ “เร่อื งมดดํา มดแดง”
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ทบทวนเนอื้ หาทเี่ รียนในชวั่ โมงท่ีแลว ดวยการเลาเร่อื งปฏิบตั ิการสายลับจิว๋
๒. นกั เรยี นอา นออกเสยี งเรื่อง ปฏบิ ัตกิ ารสายลบั จิว๋ จากหนังสอื เรยี นภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓
หนา ๒-๖ พรอ มกนั
๓. นกั เรียนอานออกเสยี ง อานเสริม “เร่ืองมดดํา มดแดง” จากหนงั สือเรียนภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษา
ปท ี่ ๓ หนา ๗ พรอมกัน
๔. นักเรียนพูดคยุ สนทนา เกีย่ วกบั “เรือ่ งมดดํา มดแดง” จากความรูท ี่ไดอา นโดยต้งั คําถามดังน้ี
- รูปรางลกั ษณะของมดดํากับมดแดง
- ทีอ่ ยูอ าศยั ของมดดาํ กบั มดแดง
- มดดํากับมดแดงมีลกั ษณะท่เี หมือนกนั หรือตา งกนั อยา งไร
๕. นกั เรียนรว มกนั สรปุ ความรูแ ละขอคดิ ท่ีไดจากการอาน “เร่อื งมดดํา มดแดง”
๖. นกั เรียนทาํ แบบฝกหดั ทักษะภาษา แบบฝก หดั ที่ ๑ ขอ ๑
สือ่ / แหลงเรียนรู
๑. หนงั สือเรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
๒. แบบฝก หดั รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวติ ทักษะภาษา ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๓
การวดั ผลและประเมินผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วธิ ีประเมนิ รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หดั
๒) เครอื่ งมือประเมิน
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝกหัด
๓) เกณฑก ารประเมิน
- นักเรยี นผา นเกณฑก ารสังเกตพฤตกิ รรม
- นกั เรยี นผา นเกณฑการทาํ แบบฝกหดั
แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๕
กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๓
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑ เรือ่ ง ปฏบิ ตั กิ ารสายลับจิ๋ว เวลา ๑๐ ช่วั โมง
เร่ือง พยัญชนะไทย เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสําคัญ
พยัญชนะหมายถงึ อกั ษร หรอื ตัวหนังสอื พยญั ชนะที่ใชในภาษาไทยมี ๔๔ ตวั ในฐานะท่ีเราเปนคนไทย เรา
ควรรูจักและออกเสียงพยญั ชนะไทยใหถูกตอ ง
มาตรฐานการเรยี นรู
ท๔.๑ เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภมู ปิ ญ
ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปนสมบัตขิ องชาติ
ตวั ช้วี ดั
ป.๓/๑ เขยี นสะกดคาํ และบอกความหมายของคํา
จุดประสงค
๑. นกั เรยี นบอกช่อื พยญั ชนะไทยไดถกู ตอง
๒. นักเรยี นแยกพยญั ชนะท่เี ปนอกั ษรสงู อักษรกลาง และอกั ษรตํ่าได
สมรรถนะสําคญั ของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชีวิต
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยูอยางพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
- พยญั ชนะไทย อกั ษรสามหมู
กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. นกั เรียนทบทวนพยัญชนะ อักษรสูง อกั ษรกลางและอักษรตํ่า
๒. นักเรียน พดู คุย สนทนาเกีย่ วกับพยัญชนะทีช่ อบโดยใหเหตุผลประกอบ
๓. ใหนกั เรียนอา น อธิบายเพ่มิ เตมิ ความรู จากหนงั สือภาษาพาทีชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ หนา ๑๐ –๑๑
๔. นกั เรียนเลนเกมทายคําจากบัตรคําดงั นี้
ครูชบู ัตรคํา “อาการ” นักเรยี นตอบ : อักษรกลาง
ครชู ูบตั รคํา “ธงชาติ” นกั เรียนตอบ : อกั ษรตํา่
ครูชบู ัตรคาํ “ศกึ ษา” นักเรยี นตอบ : อักษรสูง
ฯลฯ
๕. นกั เรียนทาํ แบบฝกหดั ทักษะภาษา ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓แบบฝก หดั ท่ี ๑ ขอ ๓ (๑) จากนนั้ นําสง
ครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถูกตอง
ส่อื / แหลง เรยี นรู
๑. บัตรคาํ
๒. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๓
๓. แบบฝก หัด รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
การวดั ผลและประเมนิ ผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วิธปี ระเมนิ รอยละ ๗๕ – ๘๐
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกหัด
๒) เครอ่ื งมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- แบบฝกหัด
๓) เกณฑก ารประเมิน
- นกั เรียนผานเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรม
- นักเรยี นผา นเกณฑก ารทําแบบฝก หดั
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๖
กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑ เรื่อง ปฏบิ ัตกิ ารสายลับจว๋ิ เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เร่อื ง อานและสงั เกตสระ เวลา ๑ ช่ัวโมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
สระ หมายถงึ เครื่องหมายท่ีใชแ ทนเสียงทีเ่ ปลง ออกมา ตามหลักภาษาถือวา พยญั ชนะจําเปนตองอาศัย
สระจงึ จะอานออกเสียงได
มาตรฐานการเรียนรู
ท๔.๑ เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภมู ปิ ญ
ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปนสมบตั ิของชาติ
ตัวช้วี ัด
ป.๓/๑ เขียนสะกดคําและบอกความหมายของคาํ
จุดประสงค
๑. นกั เรียนบอกรูปสระในภาษาไทยได
๒. นักเรียนบอกเสียงสระในภาษาไทยได
๓. นักเรยี นใชส ระในภาษาไทยไดถ กู ตอง
สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ิต
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยูอยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- สระในภาษาไทย
- การอานสะกดคาํ
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. นักเรยี นทบทวนรปู และเสียงสระในภาษาไทย
๒. นกั เรียน พูดคุย สนทนาเกย่ี วกบั สระที่ชอบโดยใหเหตผุ ลประกอบ
๓. ใหน กั เรยี นอา น อธบิ ายเพิม่ เตมิ ความรู จากหนงั สือภาษาพาทชี ้นั ประถมศึกษาปท่ี ๓ หนา ๑๑-๑๒
๔. นกั เรยี นเลน เกมทายคาํ จากบัตรคาํ โดยใหนกั เรียนตอบสระทใี่ ชในการประสมคาํ ดังน้ี
ครูชูบัตรคํา “โตะ ” นักเรียนตอบ : สระเดีย่ ว
ครูชบู ตั รคาํ “เกยี๊ ะ” นักเรียนตอบ : สระประสม
ฯลฯ
๕. นักเรียนทําแบบฝก หัด ทกั ษะภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓ แบบฝก หดั ที่ ๑ ขอ ๓ (๒) จากนัน้ นําสง
ครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถกู ตอ ง
สอื่ / แหลงเรยี นรู
๑. เกมทายคาํ
๒. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
๓. แบบฝกหดั รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวติ ทกั ษะภาษา ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
การวดั ผลและประเมนิ ผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วิธปี ระเมนิ รอยละ ๗๕ – ๘๐
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หดั
๒) เครอ่ื งมือประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หัด
๓) เกณฑการประเมิน
- นักเรียนผา นเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม
- นักเรยี นผา นเกณฑก ารทาํ แบบฝกหดั
แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๗
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑ เรื่อง ปฏิบตั ิการสายลับจิว๋ เวลา ๑๐ ชวั่ โมง
เรือ่ ง อา นและสงั เกตวรรณยุกต เวลา ๑ ชัว่ โมง
.....................................................................................
(ไมโ ท) ( ไมตร)ี (ไมจัตวา)
สาระสาํ คัญ
วรรณยกุ ต หมายถึง
เครอื่ งหมายท่ใี ชก าํ กับเสียง มี ๔ รปู
คอื ( ไมเอก) และ ๕ เสียง คือ
สามญั เอกโทตรจี ัตวา
มาตรฐานการเรียนรู
ท๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ปิ ญ
ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปนสมบัตขิ องชาติ
ตัวชวี้ ดั
ป.๓/๑ เขียนสะกดคําและบอกความหมายของคํา
จุดประสงค
๑. นักเรียนบอกรูปวรรณยุกตใ นภาษาไทยได
๒. นกั เรียนบอกเสยี งวรรณยกุ ตใ นภาษาไทยได
๓. นักเรยี นใชวรรณยุกตใ นภาษาไทยไดถ กู ตอง
สมรรถนะสาํ คัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
- รูปและเสยี งวรรณยุกตในภาษาไทย
- การผนั วรรณยกุ ต
กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. นักเรียนทบทวนรปู และเสียงวรรณยุกตในภาษาไทย
๒. นกั เรยี น พูดคยุ สนทนาเก่ยี วกบั วรรณยุกตทีช่ อบโดยใหเ หตผุ ลประกอบ
๓. ใหนักเรยี นอา น อธิบายเพิม่ เตมิ ความรูจากหนงั สือภาษาพาทีช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๓ หนา ๑๓
๔. นักเรยี นเลนเกมทายคาํ จากบัตรคําโดยใหนักเรยี นตอบรปู และเสียงวรรณยกุ ตท ใ่ี ชใน
๕. การประสมคําดงั น้ี
ครชู ูบตั รคํา “เส้ือ” นักเรยี นตอบ : รปู วรรณยกุ ต ( ไมโ ท) เสียง โท ครู
ชบู ัตรคาํ “จิ๋ว” นักเรยี นตอบ : รปู วรรณยกุ ต ( ไมจัตวา) เสยี ง
จัตวา
ฯลฯ
๖. นกั เรยี นทาํ แบบฝก หดั ทกั ษะภาษา ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ แบบฝกหัดท่ี ๑ ขอ ๓ (๓) จากน้นั นาํ สง
ครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถกู ตอ ง
สอื่ / แหลง เรียนรู
๑. เกมทายคาํ
๒. หนงั สือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชีวติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๓
๓. แบบฝกหดั รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชวี ติ ทกั ษะภาษา ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓
การวัดผลและประเมนิ ผล รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วธิ ีประเมิน รอยละ ๗๕ – ๘๐
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หดั
๒) เครอื่ งมอื ประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝกหดั
๓) เกณฑการประเมนิ
- นักเรียนผานเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรม
- นกั เรยี นผา นเกณฑก ารทาํ แบบฝก หัด
แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๘
กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๑ เร่อื ง ปฏิบัติการสายลับจิว๋ เวลา ๑๐ ช่ัวโมง
เร่อื ง พยัญชนะ ฑ เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
คาํ ที่ใชพยญั ชนะ “ฑ” ออกเสียงได ๒ แบบคอื เสยี ง ด และเสียง ท เราตอ งหมัน่ ฝก อา นและสงั เกตคาํ
เพอ่ื ใหสามารถนาํ ไปสอ่ื สารไดถกู ตอง
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภมู ิ
ปญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปนสมบัตขิ องชาติ
ตวั ชวี้ ดั
ป.๓/๑ เขยี นสะกดคําและบอกความหมายของคํา
จดุ ประสงค
๑. นกั เรยี นอานและสะกดคําที่ใชพยญั ชนะ ฑ ไดถกู ตอ ง
๒. นกั เรยี นบอกความหมายของคาํ ท่ีมี ฑ ได
๓. นกั เรยี นใชค าํ ท่มี ี ฑ ไดถ กู ตอง
สมรรถนะสําคัญของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยูอยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
- การอา นออกเสียง ฑ ออกเสียง ด
- การอานออกเสยี ง ฑ ออกเสียง ท
กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. นักเรียนทบทวน พยญั ชนะ สระและวรรณยุกต
๒. นกั เรยี นอานบทรอยกรองพรอ มกนั บณั ฑติ
ขึ้นมณฑป เสียงกระทบ
กลองบณั เฑาะว บัณฑเุ หลืองออ น
เหมาะ เสียงไพเราะออกเสียง ดอ
๓. ครูเฉลยการอา นทีถ่ กู ตอ งใหนักเรียนฟง แลว ใหนักเรยี นอา นออกเสยี งตามครู
๔. ครูอธบิ ายวาคําท่ีใช ฑ นี้ ไมใ ชค าํ ไทยแท และออกเสยี งได ๒ แบบคือ ๑) ฑ ออกเสียง ด ๒) ฑ
ออกเสียง ท
๕. นกั เรยี นอา นความรู เรอ่ื ง พยัญชนะ “ฑ” จากหนังสือเรยี น ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ หนาท่ี
๑๔
๖. นกั เรยี นทําแบบฝก หัด ทักษะภาษา แบบฝกหัดที่ ๑ ขอ ๓ (๔)
ส่อื / แหลง เรียนรู
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชวี ิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
๒. แบบฝกหัด รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชีวิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
การวดั ผลและประเมนิ ผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วิธปี ระเมนิ รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกหดั
๒) เครื่องมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หัด
๓) เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรยี นผานเกณฑการสังเกตพฤติกรรม
- นกั เรยี นผานเกณฑการทาํ แบบฝกหัด
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๙
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๑ เรื่อง ปฏบิ ัตกิ ารสายลับจว๋ิ เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เรื่อง การใชถอยคําสภุ าพ เวลา ๑ ชั่วโมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
ในการเขียนและการพูด ผูเ ขยี นและผูพ ดู ตอ งเลอื กคาํ มาใชใ หเหมาะสมกบั การสอ่ื สาร ผทู ี่จะเลือกใชค าํ ให
ถูกตองเหมาะสมไดน ้นั จะตอ งมคี วามรเู รอ่ื งคํา หนาท่ีของคาํ และความหมายเปนอยา งดีเพ่อื ใหสามารถนาํ ไปใชไ ด
ถูกตอง
มาตรฐานการเรียนรู
ท๓.๑ สามารถเลอื กฟงและดอู ยา งมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู ความรสู กึ ในโอกาสตางๆ อยาง
มีวิจารณญาณและสรา งสรรค
ตวั ชวี้ ดั
ป.๓/๕ พดู สอื่ สารไดช ัดเจนตรงตามวัตถปุ ระสง
ค ป.๓/๖ มีมารยาทในการฟง การดูและการพดู
จดุ ประสงค
๑. นกั เรยี นเลอื กใชถ อ ยคําทส่ี ุภาพ
๒. นักเรียนพูด เขยี นถอ ยคําท่สี ภุ าพไดเหมาะสม
สมรรถนะสําคัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี ินัย
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- การใชถ อยที่สภุ าพ
กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. ครแู ละนกั เรยี นทบทวนเรือ่ งมารยาทในการพดู และการฟง
๒. นกั เรยี นแบงกลมุ เลอื กแสดงบทบาทสมมุตสิ นั้ ๆ ในกิจกรรมตอไปนี้
- การทกั ทาย
- การพดู ขอรอง
- การปลอบใจ
- การพดู ปฏิเสธ
- การพูดซกั ถาม
- การชวยเหลอื ผทู ี่กําลงั เดือดรอ นลาํ บาก
๓. นกั เรียนแตละกลมุ ออกมาแสดงบทบาทสมมตุ ติ ามกจิ กรรมของกลุม ทีไ่ ดรับมอบหมาย
๔. นกั เรยี นและครรู ว มกนั แสดงความคดิ เหน็ ในการแสดงบทบาทสมมตุ ิตามกิจกรรมของแตละกลุม
๕. ใหนกั เรยี นเขยี นขอ ความจากกจิ กรรมการแสดงบทบาทสมมตุ ิกิจกรรมละ ๑ ขอ ลงในสมุด
สอ่ื / แหลง เรยี นรู
- หนังสอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
การวดั ผลและประเมินผล รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วธิ ปี ระเมนิ รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจสมดุ แบบฝกหดั
๒) เคร่ืองมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- ทาํ แบบฝก หัด
๓) เกณฑก ารประเมิน
- นักเรยี นผานเกณฑการสงั เกตพฤติกรรม
- นกั เรยี นผา นเกณฑก ารทําแบบฝก หดั
แผนการจัดการเรียนรูท ี่ ๑
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๓
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๒ เรือ่ ง แตเ ด็กซือ่ ไว เวลา ๑๐ ชั่วโมง
เร่อื ง อาน เขียน คําควรรูค ูความหมาย เวลา ๒ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
การอาน และการเขียนคาํ ควรรูคูความหมาย จะชว ยใหก ารอา นเร่ืองราวในบทเรียนเขา ใจไดง า ย และ
สามารถพัฒนาทกั ษะทางภาษาไดด ี
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรา งความรแู ละความคดิ เพ่อื นาํ ไปตดั สินใจแกป ญหาในการดาํ เนินชีวติ และม
นสิ ยั รักการอาน
ตัวชีว้ ัด
ป.๓/๑ อา นออกเสียงคาํ ขอความ เรือ่ งสน้ั และบทรอ ยกรองงา ยๆ ไดถ กู ตอ งคลองแคลว ป.
๓/๒ อธบิ ายความหมายของคาํ และขอความท่ีอาน
จุดประสงค
๑. นกั เรียนอานคําศพั ทย ากไดถ ูกตอง
๒. นักเรียนบอกความหมายของคาํ ในบทเรยี นได
๓. นกั เรียนใชคาํ ไดถกู ตองตามบรบิ ท
สมรรถนะสําคญั ของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยอู ยา งพอเพียง
สาระการเรียนรู
- ความหมายของคํา
- การใชคํา
กระบวนการจดั การเรียนรู
ช่ัวโมงที่ ๑
๑. นักเรยี นอา นคาํ จากบัตรคําตามครู คําละ ๒ ครัง้
๒. นกั เรยี นอานออกเสยี งคําศพั ท อานเพิ่ม เติมความหมาย จากหนังสอื เรียนภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปท ี่
๓ หนา ที่ ๒๕- ๒๖
๓. นกั เรยี นและครูรว มกนั สนทนาถึงความหมายของคํา พรอ มยกตัวอยา งประกอบ
๔. นกั เรียนเลนแขง ขันทายคําทา ทางจากคําท่คี รกู ําหนดให
๕. นกั เรยี นเขียนคาํ และความหมายของคําลงในสมุดแบบฝก หัด
ช่ัวโมงท่ี ๒
๑. นักเรยี นแขงขนั อานคําจากบตั รคาํ (คาํ สําคัญในบทเรยี น)
๒. นักเรยี นอา นออกเสยี งคาํ ศพั ท อา นเพมิ่ เตมิ ความหมาย จากหนังสอื เรยี นภาษาพาที ชั้น ประถมศึกษาปท ่ี
๓ หนา ท่ี ๒๕- ๒๖
๓. นกั เรียนฝก แตง ประโยคปากเปลา จากบัตรคําทอ่ี าน (คาํ สาํ คัญในบทเรียน)
๔. นกั เรยี นทําแบบฝกทกั ษะภาษา แบบฝก หดั ท่ี ๒ ขอ ๒ (๑– ๓)
สือ่ / แหลง เรยี นรู
๑. บัตรคํา
๒. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๓
๓. แบบฝกหัด รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ติ ทกั ษะภาษา ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
การวัดผลและประเมินผล รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วธิ ปี ระเมิน รอยละ ๗๕ – ๘๐
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝก หัด
๒) เครอ่ื งมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- ทาํ แบบฝก หัด
๓) เกณฑการประเมนิ
- นักเรยี นผา นเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรม
- นกั เรยี นผานเกณฑการทําแบบฝก หดั
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๒
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๓
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๒ เรือ่ ง แตเดก็ ซ่อื ไว เวลา ๑๐ ช่วั โมง
เรอ่ื ง การอานออกเสยี ง เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสําคัญ
การอานออกเสียง เปนการอา นใหผ ูอ ่ืนฟง ฉะนัน้ ผอู านจะตอ งแบงวรรคตอน เนนเสยี งหนักเบา และออก
เสยี งใหถ กู ตองชัดเจน จงึ จะสอ่ื ความหมายไดอ ยา งมปี ระสทิ ธิภาพ
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ใชกระบวนการอา นสรางความรแู ละความคดิ เพอ่ื นาํ ไปตดั สนิ ใจแกป ญ หาในการดาํ เนนิ ชีวิตและมี นิสยั
รักการอา น
ตวั ชีว้ ดั
ป.๓/๑ อา นออกเสยี งคาํ ขอ ความ เร่อื งสน้ั ๆและบทรอยกรองงายๆไดถ กู ตอ ง คลอ งแคลว
จดุ ประสงค
๑. นักเรยี นอา นออกเสียงเนือ้ หาในบทเรียนได
๒. นักเรยี นจับใจความเร่อื งที่อานได
๓. นักเรยี นตอบคําถามเรือ่ งท่ีอานได
สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวิต
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
- การอา นออกเสียง
- การจบั ใจความสําคัญ
- การตอบคําถาม
กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. ครูใหนักเรยี นชวยกนั บอกหลักเกณฑการอา นออกเสยี งทดี่ ี เชน อานคลอง อา นถูกตอง ชัดเจน เวน วร
รคตอนถูกตอ ง ใชนา้ํ เสยี งสอดคลอ งกับอารมณข องตวั ละคร เปน ตน
๒. ครสู าธติ การอา นทด่ี ใี หนกั เรียนฟงหรือใหน กั เรียนฟง จากเครื่องบันทึกเสียงกไ็ ด เพ่ือเปนแนวทางใน การอ
านของนักเรียน
๓. นกั เรยี นอา นเนือ้ หาในหนังสอื เรยี นรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวิต ภาษาพาที ชนั้
ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ หนา ๑๘–๒๒ โดยอานตอกนั คนละ ๑ ยอ หนา แลวรว มกนั สนทนาถงึ เนื้อหาวา ใคร ทาํ
อะไร ทีไ่ หน ผลเปน อยางไร แลวชว ยกันเลาเรื่องตอเนอื่ งจนจบ โดยครูชว ยเพม่ิ เติมสวนที่บกพรอง
๔. นักเรยี นชว ยกันสรุปความรู เรอ่ื งการอา นออกเสยี งและการตอบคําถาม และขอคดิ ทไ่ี ดจ ากบทอาน
ส่อื / แหลงเรยี นรู
๑. บัตรคาํ
๒. หนังสือเรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชีวิต ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
การวัดผลและประเมนิ ผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วิธีประเมิน
- สังเกตพฤติกรรม
๒) เครอื่ งมอื ประเมิน
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
๓) เกณฑก ารประเมนิ
- นกั เรียนผานเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม
แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๓
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒ เรือ่ ง แตเด็กซ่ือไว เวลา ๑๐ ชัว่ โมง
เรอื่ ง การอานคดิ วิเคราะห เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
การวเิ คราะหเรื่อง เปน การพจิ ารณาสว นตา งๆ ของเรอ่ื ง เชน ขอ เท็จจรงิ และขอคิดเห็น สว นดแี ละสวน
บกพรองของเนือ้ เรือ่ ง จุดประสงคข องผูแ ตง ความเหมาะสมในการใชคํา ประโยค ขอความ ฯลฯ สรปุ ขอ คดิ ท่ีได
จากเร่ือง สามารถนาํ ความรูท่ไี ดร บั ไปใชประโยชนในชวี ิตประจําวนั
มาตรฐานการเรยี นรู สินใจแกปญหาในการดําเนินชวี ติ และม
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรา งความรแู ละ
ความคิดเพื่อนาํ ไปตด นสิ ัยรักการอา น
ตวั ชว้ี ดั
ป.๓/๓ ตั้งคาํ ถามและตอบคาํ ถามเชงิ เหตุผลเกี่ยวกับเรอ่ื งทอี่ าน
ป.๓/๕ สรุปความรูแ ละขอ คิดจากเรอ่ื งทอี่ า นเพอื่ นาํ ไปใชใ นชีวิตประจําวนั
จดุ ประสงค
๑. นกั เรียนตัง้ คําถาม – ตอบคําถามเร่ืองท่อี า นได
๒. นักเรียนแยกขอเท็จจริงและขอ คดิ เห็นจากเร่ืองที่อา นได
๓. นกั เรยี นสรปุ ขอ คิดทไี่ ดจากการอานได
สมรรถนะสําคัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยอู ยางพอเพียง
สาระการเรยี นรู
- การต้ังคาํ ถามและตอบคาํ ถาม
- การแยกขอเท็จจรงิ และขอ คิดเหน็
กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ใหน ักเรยี นทบทวนเนื้อหาบทเรียน โดยการอานคําจากบัตรคาํ
๒. นักเรียนอานออกเสียงเรือ่ ง แตเ ด็กซอื่ ไว จากหนังสอื เรียนภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓ หนา
๑๘-๒๒ พรอ มกัน
๓. นกั เรยี นแบง กลุมอานเสียงจากบทเรยี นกลุม ละ ๑ ยอหนา
๔. นกั เรียนชวยกันตอบคาํ ถามปากเปลา จากเรอ่ื งที่อาน
- เหตุการณน ีเ้ กิดขนึ้ ทไี่ หน
- ชามามหี นาที่ทาํ อะไร
- เพราะเหตุใดชามาจงึ คิดขโมยเงินคาขายขยะ
- นกั เรียนไดขอคิดอยางไรจากเร่ืองทีอ่ า น ๕.
นักเรียนและครชู วยกันสรปุ บทเรียนจากเร่ืองทอ่ี าน
ส่อื / แหลงเรยี นรู
- หนังสอื เรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
การวัดผลและประเมนิ ผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
๒) เครือ่ งมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
๓) เกณฑการประเมนิ
- นักเรียนผานเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรม
แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี ๔
กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓
หนวยการเรียนรทู ่ี ๒ เรือ่ ง แตเ ด็กซ่อื ไว เวลา ๑๐ ชั่วโมง
เรื่อง การอา นเสรมิ บทเรยี น เวลา ๑ ชั่วโมง
.....................................................................................
สาระสาํ คญั
การอา นเสริมบทเรยี น ทําใหผ อู านไดรับความรู ความบันเทิงและขอ คดิ จากการอา น และสามารถเลือก
หนังสอื อา นไดต รงตามความตอ งการ นอกจากน้ีทส่ี ําคญั คือสามารถนําความรูทไ่ี ดรับจากการอานมาปรบั ใชใ ห เป
นประโยชนใ นชวี ติ ประจําวนั ได
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอา นสรางความรูแ ละความคิดเพ่ือนําไปตัดสินใจแกปญ หาในการดําเนินชีวติ และม
นิสยั รักการอาน
ตวั ชว ดั
ป.๓/๑ อา นออกเสยี งคํา ขอ ความ เร่อื งสนั้ ๆ และบทร
อยกรองงา ยๆ ไดถ กู ตอ ง คลอ งแคลว
จุดประสงค
๑. นักเรียนอานและจับใจความสาํ คญั ของเร่ืองได
๒. นกั เรียนสรปุ และบอกขอคิดจากเรอื่ งท่อี าน
สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยอู ยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- การอานเสรมิ “เร่อื งเทพารักษก ับคนตัดไม”
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ทบทวนเนอื้ หาทีเ่ รียนในช่ัวโมงทแ่ี ลว ดว ยการเลาเร่ืองแตเ ด็กซ่ือไว
๒. นกั เรียนอานออกเสียงเรื่อง แตเดก็ ซื่อไว จากหนงั สอื เรียนภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาป ท่ี ๓ หนา
๑๘-๒๒ พรอมกนั
๓. นกั เรยี นอานออกเสียง อานเสริม “เร่ืองเทพารักษก ับคนตัดไม” จากหนังสือเรยี นภาษาพาที ชน้ั ประถม
ศึกษาปท ่ี ๓ หนา ๒๓-๒๔ พรอมกัน
๔. นกั เรยี นพูดคยุ สนทนา เกย่ี วกับ “เรอื่ งเทพารักษก ับคนตัดไม” จากความรทู ไี่ ดอานโดยตง้ั คําถามดงั น้ี
- จากเรอ่ื งทอ่ี า นนักเรียนชอบคนตัดไมคนที่ ๑หรอื คนท่ี ๒
- เทพารักษม อนอะไรแกค นตัดไมคนแรก
- ถานกั เรยี นเปนเทพารกั ษจ ะทําอยางน้นั หรอื ไม
๕. นักเรยี นรว มกนั สรุปความรูและขอ คดิ ทไ่ี ดจากการอา น “เรอ่ื งเทพารกั ษก บั คนตัดไม”
๖. นกั เรยี นทาํ แบบฝก หดั ทักษะภาษา แบบฝกหดั ท่ี ๑ ขอ ๑
สือ่ / แหลงเรยี นรู
๑. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๓
๒. แบบฝกหดั รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชวี ติ ทักษะภาษา ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
การวัดผลและประเมนิ ผล รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วิธีประเมนิ รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หดั
๒) เครือ่ งมอื ประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- ทาํ แบบฝก หัด
๓) เกณฑการประเมิน
- นกั เรียนผานเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม
- นักเรยี นผานเกณฑการทําแบบฝก หัด
แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๕
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒ เรื่อง แตเดก็ ซ่อื ไว เวลา ๑๐ ชั่วโมง
เรือ่ ง ทบทวนตวั สะกด เวลา ๑ ชวั่ โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
ตัวสะกด เปน พยญั ชนะที่ใชบ ังคับเสยี งทายคาํ หรอื พยัญชนะทีป่ ระกอบอยทู ายสระ และมีเสยี งประสม เขา
กับสระ
มาตรฐานการเรียนรู
ท๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ญ
ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปน สมบตั ขิ องชาติ
ตวั ชวี้ ัด
ป.๓/๑ เขียนสะกดคาํ และบอกความหมายของคาํ
จุดประสงค
๑. นกั เรยี นบอกคาํ ทไี่ มมีตวั สะกดไดถ ูกตอ ง
๒. นกั เรยี นบอกคาํ ท่ีมตี ัวสะกดได
สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยอู ยางพอเพียง
สาระการเรยี นรู
- การอานคําท่มี ีตวั สะกดและไมม ตี ัวสะกด
กระบวนการจัดการเรยี นรู ฯลฯ
๑. นักเรียนทบทวนตัวสะกด
๒. นกั เรยี น พดู คุย สนทนาเกย่ี วกบั ๕. นกั เรยี นทาํ แบบฝกหัดทักษะภาษา ชนั้
คาํ ท่มี ีตวั สะกดและไมม ีตัวสะกดโดยครเู ปนผู ประถมศึกษาปท ี่ ๓ แบบฝกหดั ท่ี ๒ ขอ ๓ (๑) จากนน้ั
ช้แี นะ ครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถกู ตอง
๓. ใหน ักเรียนอา น อธบิ ายเพิ่ม เตมิ ความรูจ าก
หนงั สอื ภาษาพาทชี ัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓ หนา สื่อ / แหลงเรยี นรู
๒๗ ๑. บัตรคาํ
๔. นกั เรียนเลน เกมทายคาํ จากบัตรคําดังนี้ ๒. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด
ครชู บู ตั ร ภาษาเพอื่ ชวี ิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปที่
คาํ ๓
“บัว” ๓. แบบฝก หดั รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ
ภาษาเพ่ือชีวติ ทกั ษะภาษา ช้ันประถมศึกษาป
ท่ี ๓
นกั เรยี น การวัดผลและประเมนิ ผล
ตอบ : ๑) วิธปี ระเมิน
ไมม ี - สงั เกตพฤตกิ รรม
ตวั สะกด - ตรวจแบบฝก หดั
ครูชูบตั ร ๒) เคร่อื งมือประเมิน
คํา - แบบสงั เกตพฤติกรรม
“ทอง” - ทาํ แบบฝกหดั
๓) เกณฑการประเมนิ
นักเรยี น - นกั เรยี นผานเกณฑการสงั เกต
ตอบ : มี พฤตกิ รรม
ตัวสะกด
ครชู บู ตั ร รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
คํา - นกั เรียนผานเกณฑก ารทาํ แบบฝก หัด
“เรือ”
รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
นกั เรียน
ตอบ :
ไมม ี
ตวั สะกด
นาํ สง
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๖
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๓
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๒ เรอ่ื ง แตเ ดก็ ซือ่ ไว เวลา ๑๐ ช่ัวโมง
เรื่อง อานและสังเกตมาตราตัวสะกด เวลา ๑ ชวั่ โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
มาตราตัวสะกดมอี ยู 8 แม ไดแ ก แมก ง แมก น แมก ม แมกก แมกด แมก บ แมเ กย และแมเ กอว
มาตรฐานการเรียนรู
ท๔.๑ เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปญ
ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปน สมบัตขิ องชาติ
ตวั ช้วี ัด
ป.๓/๑ เขยี นสะกดคําและบอกความหมายของคํา
จดุ ประสงค
๑. นักเรยี นบอกรูปสระในภาษาไทยได
๒. นกั เรยี นบอกเสียงสระในภาษาไทยได
๓. นักเรียนใชสระในภาษาไทยไดถ ูกตอง
สมรรถนะสําคญั ของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี ินัย
๕. อยูอยา งพอเพียง
สาระการเรียนรู
- การอานออกเสียง การสะกดคํา และบอกความหมายของคําทีอ่ ยูใ นมาตราตวั สะกดตา งๆ ไดถูกตอ ง
จะทาํ ใหส ามารถอานบทรอยแกว บทรอยกรอง และสามารถสื่อสารกบั บุคคลอื่น ในชีวติ ประจาํ วันได
กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ครูและนักเรียนรว มกันทบทวนความรเู รือ่ ง มาตราตัวสะกด
๒. นักเรียนทาํ แบบฝกหัดในสมุดแบบฝก หดั โดยเขยี นคําตามมาตราตัวสะกดที่กําหนด และเติมตวั สะกด ใน
มาตราตา งๆ ลงในชองวา งใหเ ปน คาํ ทมี่ คี วามหมาย เสร็จแลวครูและนักเรยี นรวมกนั เฉลยคาํ ตอบของกจิ กรรม
๓. ครใู หนักเรียนทาํ กจิ กรรมรวบยอด ในสมดุ แบบฝกหัด โดยคิดแลว เขยี นสะกดคําตามหัวขอทกี่ าํ หนด อยา
งละ ๒ คํา จากน้ันเขียนแยกสว นประกอบของคําลงในตาราง
๔. ครูและนักเรยี นรว มกนั เฉลยคําตอบของกจิ กรรม
สอื่ / แหลง เรยี นรู
๑. สมุดแบบฝกหดั
๒. หนังสอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
การวัดผลและประเมินผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วธิ ปี ระเมนิ รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกหัด
๒) เครื่องมอื ประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบฝกหัด
๓) เกณฑก ารประเมนิ
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารสังเกตพฤตกิ รรม
- นักเรยี นผานเกณฑการทาํ แบบฝก หัด
แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๗
กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๓
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๒ เรื่อง แตเดก็ ซอื่ ไว เวลา ๑๐ ช่วั โมง
เรอ่ื ง สระเปลย่ี นรปู เวลา ๑ ช่วั โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
สระเปลี่ยนรปู คือ สระท่มี ีการเปลีย่ นแปลงรูปเม่ือประสมอักษร
มาตรฐานการเรียนรู
ท๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ญ
ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ิของชาติ
ตัวชี้วดั
ป.๓/๑ เขยี นสะกดคาํ และบอกความหมายของคาํ
จดุ ประสงค
๑. นกั เรยี นอา นคาํ สระเปล่ยี นรูปในภาษาไทยได
๒. นกั เรียนเขยี นคําสระเปล่ียนรปู ในภาษาไทยได
๓. นักเรยี นประสมคําสระเปลีย่ นรูปในภาษาไทยได
สมรรถนะสําคญั ของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยูอยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
๑. การประสมคาํ สระเปลย่ี นรปู - ะ เ – ะ เ – อ
๒. การอา นคาํ สระเปล่ียนรปู - ะ เ – ะ เ – อ
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. นักเรียนทบทวนรปู สระในภาษาไทย
๒. นักเรียน พูดคุย สนทนาเกีย่ วกบั สระทีช่ อบโดยใหเหตผุ ลประกอบ
๓. ใหน กั เรียนอาน อธบิ ายเพิม่ เตมิ ความรจู ากหนังสือภาษาพาทีช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ หนา ๒๘ – ๒๙
๔. นกั เรียนเลนเกมทายคาํ จากบตั รคําโดยใหน กั เรยี นตอบการเปล่ยี นรูปของสระท่ใี ชในการประสมคํา
ดังนี้ ค
รู
ชู
บั
ต
ร
คํ
า
“
กั
น
”
นั
ก
เ
รี
ย
น
ต
อ
บ
:
ส
ร
ะ
อ
ะ
ค บั
รู ต
ชู ร
บั คํ
ตา
ร“
คํ เ
า กิ
“น
เ”
ก็ นั
บก
”เ
นั รี
กย
เน
รี ต
ยอ
นบ
ต:
อส
บร
:ะ
สเ
รอ
ะอ
เฯ
อล
ะ
ค ฯ
รู ๕. นักเรยี นทําแบบฝก หัด ทักษะภาษา ช้นั ประถมศกึ ษา
ชู ปท่ี ๓ แบบฝกหดั ท่ี ๑ ขอ ๓ (๒) จากน้ัน
นาํ สง ครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถูกตอ ง
ส่ือ / แหลงเรยี นรู
๑. เกมทายคาํ
๒. หนังสือเรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
๓. แบบฝก หัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชีวติ ทกั ษะภาษา ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๓
การวดั ผลและประเมนิ ผล รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วิธปี ระเมิน รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกหดั
๒) เครอื่ งมือประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หดั
๓) เกณฑการประเมนิ
- นกั เรยี นผานเกณฑการสงั เกตพฤตกิ รรม
- นกั เรียนผานเกณฑการทาํ แบบฝก หัด
แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๘
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๒ เร่ือง แตเด็กซ่อื ไว เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เร่อื ง สระลดรูป( สระโอะ,สระอัว) เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
สระลดรปู คือ สระทเ่ี ขียนลดรปู เม่ือประสมอักษร
มาตรฐานการเรยี นรู
ท๔.๑ เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภูมปิ ญ
ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปนสมบตั ขิ องชาติ
ตัวช้ีวัด
ป.๓/๑ เขยี นสะกดคําและบอกความหมายของคาํ
จุดประสงค
๑. นกั เรียนอานคําสระลดรูปในภาษาไทยได
๒. นกั เรียนเขยี นคาํ สระลดรปู ในภาษาไทยได
๓. นักเรียนประสมคาํ สระลดรปู ในภาษาไทยได
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ิต
คุณลักษณะอนั พึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มีวินยั
๕. อยูอยา งพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
๑. การประสมคาํ สระลดรูป สระโอะ, สระอัว
๒. การอา นคาํ สระลดรูป สระโอะ, สระอัว
กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. นกั เรียนทบทวนรูปสระในภาษาไทย
๒. นกั เรยี น พูดคุย สนทนาเกีย่ วกบั สระที่ชอบโดยใหเ หตผุ ลประกอบ
๓. ใหน กั เรยี นอาน อธิบายเพ่ิม เติมความรจู ากหนงั สอื ภาษาพาทีช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ หนา ๓๐
๔. นักเรียนเลนเกมทายคําจากบตั รคําโดยใหนกั เรยี นตอบการเปล่ียนรูปของสระท่ีใชใ นการประสมคาํ
ดังนี้ ค
รู
ชู
บั
ต
ร
คํ
า
“
บั
ว
”
นั
ก
เ
รี
ย
น
ต
อ
บ
:
ส
ร
ะ
อั
ว รี
คย
รู น
ชู ต
บั อ
ตบ
ร:
คํ ส
าร
“ะ
ส อั
วว
นฯ
”ล
นั ฯ
ก ๕. นกั เรยี นทาํ แบบฝกหดั ทักษะภาษา ช้ันประถม
เ ศกึ ษาปท ี่ ๓ แบบฝก หดั ท่ี ๑ ขอ ๓ (๓), (๔) จากนน้ั
นาํ สงครู ครเู ฉลยและตรวจสอบความถกู ตอ ง
ส่ือ / แหลง เรียนรู
๑. เกมทายคํา
๒. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชวี ิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓
๓. แบบฝก หดั รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ทกั ษะภาษา ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓
การวดั ผลและประเมินผล
๑) วธิ ีประเมิน
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หัด
๒) เคร่ืองมอื ประเมิน
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝกหัด
๓) เกณฑการประเมิน