กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. ครูใหนักเรยี นชวยกนั บอกหลักเกณฑการอา นออกเสียงท่ีดี เชน อานคลอ ง อานถูกตอง ชัดเจน เวนวร
รคตอนถูกตอ ง ใชนํ้าเสียงสอดคลอ งกบั อารมณข องตวั ละคร เปน ตน
๒. ครูสาธติ การอานท่ีดใี หน ักเรยี นฟง หรอื ใหนักเรยี นฟง จากเครื่องบนั ทกึ เสยี งก็ได เพอื่ เปน แนวทางใน การ
อานของนักเรยี น
๓. นักเรียนอานบทเรยี นเรอ่ื ง พลังงานคือชวี ติ ในหนังสอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่
ชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓ หนา ๗๓ – ๗๙ โดยอา นตอ กนั คนละ ๑ ยอหนา แลว รวมกันสนทนา
ถึงเนือ้ หาวา ใคร ทําอะไร ทไ่ี หน ผลเปนอยางไร แลว ชวยกันเลาเรอื่ งตอ เนือ่ งจนจบ โดยครูชวยเพมิ่ เตมิ สว นที่ บก
พรอง
๔. นักเรยี นชวยกนั สรปุ ความรู เร่อื งการอา นออกเสยี งและการตอบคาํ ถาม และขอ คิดที่ไดจากบทอา น
ส่อื / แหลงเรยี นรู
๑. บัตรคาํ
๒. หนังสอื เรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ิต ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๓
การวดั ผลและประเมนิ ผล รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๑. วิธปี ระเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม
๒. เคร่อื งมือประเมิน
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
๓. เกณฑการประเมิน
- นักเรียนผานเกณฑการสังเกตพฤติกรรม
แผนการจัดการเรียนรูท ่ี ๓
กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๘ เร่อื ง พลังงานคือชีวิต เวลา ๑๐ ชัว่ โมง
เรื่อง การอา นคดิ วเิ คราะห เวลา ๒ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
การวเิ คราะหเรอ่ื ง เปน การพิจารณาสว นตางๆ ของเรือ่ ง เชน ขอเทจ็ จรงิ และขอ คิดเหน็ สวนดแี ละสวน
บกพรอ งของเนือ้ เรือ่ ง จุดประสงคของผูแตง ความเหมาะสมในการใชคาํ ประโยค ขอความ ฯลฯ สรปุ ขอคิดท่ีได
จากเรอื่ ง สามารถนาํ ความรูที่ไดรับไปใชประโยชนในชวี ิตประจําวัน
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอา นสรางความรแู ละความคดิ เพ่อื นําไปตดั สนิ ใจแกปญหาในการดาํ เนนิ ชวี ิตและ
มีนสิ ยั รักการอาน
ตัวชว้ี ดั
ป.๓/๓ ตั้งคาํ ถามและตอบคาํ ถามเชิงเหตผุ ลเก่ียวกบั เรอื่ งทีอ่ าน
ป.๓/๕ สรปุ ความรูแ ละขอคดิ จากเรื่องท่อี า นเพื่อนําไปใชในชวี ติ ประจาํ วนั
จุดประสงคการเรียนรู
๑. นกั เรยี นต้ังคาํ ถาม – ตอบคาํ ถามเร่อื งทีอ่ านได
๒. นกั เรยี นแยกขอ เทจ็ จรงิ และขอคดิ เหน็ จากเรอ่ื งท่อี า นได
๓. นกั เรยี นสรปุ ขอคิดทไี่ ดจากการอานได
สมรรถนะสําคัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยอู ยางพอเพียง
สาระการเรียนรู
- การตง้ั คาํ ถามและตอบคาํ ถาม
- การแยกขอเทจ็ จริงและขอ คิดเห็น
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ใหนักเรยี นทบทวนเน้ือหาบทเรยี น โดยการอานคําจากบตั รคาํ
๒. นกั เรียนอานออกเสยี งเรื่อง พลงั งานเพื่อชวี ิต จากหนงั สือเรียนภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
หนา ๗๓ – ๗๙ พรอมกนั
๓. นกั เรยี นแบง กลุมอานเสยี งจากบทเรยี นกลุมละ ๑ ยอ หนา
๔. นักเรียนชวยกนั ตอบคําถามปากเปลา จากเรือ่ งทอี่ า น
๕. นักเรยี นและครูชวยกนั สรุปบทเรียนจากเร่ืองทอ่ี า น
๖. นักเรยี นทาํ แบบฝก หดั ทักษะภาษา แบบฝก หดั ท่ี ๖ ขอ ๑ (๑ – ๖)
สือ่ / แหลงเรยี นรู
๑. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๓
๒. แบบฝก หัด รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ทักษะภาษา ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
การวัดผลและประเมนิ ผล รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๑) วธิ ีประเมิน รอยละ ๗๕ – ๘๐
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกหดั
๒) เครื่องมอื ประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หัด
๓) เกณฑก ารประเมนิ
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารสงั เกตพฤตกิ รรม
- นกั เรียนผา นเกณฑการทาํ แบบฝกหัด
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๔
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๘ เร่อื ง พลงั งานคอื ชวี ติ เวลา ๑๐ ชัว่ โมง
เรอ่ื ง การอานเสริมบทเรยี น เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
การอา นเสรมิ บทเรียน ทาํ ใหผอู านไดรับความรู ความบันเทงิ และขอ คิดจากการอาน และสามารถเลือก
หนงั สอื อานไดตรงตามความตองการ นอกจากนี้ทส่ี ําคญั คอื สามารถนาํ ความรูทไี่ ดร ับจากการอานมาปรบั ใชใ ห เป
นประโยชนใ นชวี ติ ประจาํ วันได
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรแู ละความคิดเพ่ือนําไปตดั สินใจแกปญหาในการดาํ เนินชวี ิตและ
มนี ิสัยรักการอาน
ตวั ช้วี ัด
ป.๓/๑ อานออกเสียงคาํ ขอ ความ เร่อื งสั้นๆ และบทรอยกรองงา ยๆ ไดถกู ตอ งคลองแคลว
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นกั เรียนอา นและจับใจความสําคญั ของเรอ่ื งได
๒. นกั เรยี นสรปุ และบอกขอ คดิ จากเรอ่ื งท่ีอาน
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
- รกั ความเปนไทย
- ใฝเรยี นรู
- มีจติ สาธารณะ
- มีวนิ ัย
- อยอู ยางพอเพียง
สาระการเรียนรู
- การอานเสริม “เร่อื งใชโ ทรทศั น ใหป ระหยดั คา ไฟฟา ”
กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ทบทวนเนอ้ื หาท่เี รียนในชวั่ โมงท่แี ลวดวยการเลา เรอื่ งพลังงานคอื ชีวิต
๒. นักเรยี นอา นออกเสยี งเรอื่ ง พลังงานคอื ชีวิต จากหนังสอื เรยี นภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓ หนา
๗๓ – ๗๙ พรอ มกนั
๓. นักเรียนอา นออกเสยี ง อา นเสริม “เรื่องใชโ ทรทศั น ใหประหยัดคาไฟฟา” จากหนังสือเรยี นภาษาพา ที
ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ หนา ๘๐ พรอ มกัน
๔. นักเรยี นพดู คยุ สนทนา เก่ยี วกบั “เรื่องใชโทรทัศน ใหประหยัดคาไฟฟา” จากความรทู ไี่ ดอ านโดยตง้ั
คาํ ถามใหนักเรยี นตอบ
๕. นักเรยี นรวมกันสรุปความรูและขอ คิดทไี่ ดจากการอา น “เร่อื งใชโ ทรทศั น ใหประหยดั คาไฟฟา”
ส่ือ / แหลงเรียนรู
- หนงั สือเรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓
การวดั ผลและประเมนิ ผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑. วธิ ีประเมิน
- สังเกตพฤตกิ รรม
๒. เครื่องมือประเมิน
- แบบสังเกตพฤติกรรม
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรยี นผานเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม
แผนการจัดการเรียนรูที่ ๕
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓
หนวยการเรียนรทู ่ี ๘ เรือ่ ง พลงั งานคอื ชวี ติ เวลา ๑๐ ชวั่ โมง
เร่ือง การอา นคาํ ทเ่ี ปน อกั ษรควบกล้ํา เวลา ๒ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
คาํ ควบกลาํ้ คือคําทีอ่ อกเสียงพยัญชนะตนพรอ มกันท้งั ๒ คาํ หรอื ออกเสยี งเปนเสยี งพยัญชนะตัวอื่น
ผเู รียนตองเรียนรูเรื่องการออกเสยี งและการเขียนคําควบกล้าํ ที่ถูกตองเพ่ือเปน พ้ืนฐานในการใชภาษาและทาํ ใหการ
ส่ือสารมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิ
ปญ ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปนสมบัติของชาติ
ตวั ชี้วัด
ป.๓/๑ เขียนสะกดคําและบอกความหมายของคํา
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
๑. นกั เรยี นอานออกเสยี งคําควบกลาํ้ ไดถูกตอง
๒. เขียนคําควบกล้าํ ไดถกู ตอง
๓. นกั เรยี นใชค ําควบกลํ้าไดถ ูกตองตามสถานการณ
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชีวติ
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยอู ยา งพอเพียง
สาระการเรียนรู
๑. คําควบแท
๒. คาํ ควบไมแ ท
๓. การอานเขียนคําควบกลํา้
กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. นักเรยี นแตล ะกลุม รับแจกกระดาษเปลา จากครูกลุม ละ ๑ แผน ครใู หเ วลา ๓ นาที ใหท กุ กลมุ
หาคาํ ควบกล้ําท้ังควบแทแ ละคําควบกล้าํ ไมแท จาก เรอ่ื ง “พลังงานคือชวี ติ ” ใหไดมากท่ีสุดพอหมดเวลาใหแต ละ
กลุมนบั ดคู าํ ศพั ทท ่เี ขยี นได วา มีทัง้ หมดกค่ี าํ สง ตวั แทนออกมาอานหนา ชนั้ เรียน
๒. ครแู ขวนแผนภมู ิ “คําควบกลํ้า” ไวบ นกระดาน นกั เรียนอานพรอมกัน ครนู าํ นกั เรียนฝกอานตาม
จากนั้นนักเรยี นอา นกันเอง
๓. ใหน กั เรียนศึกษาเร่ือง คาํ ควบกลาํ้ จากหนังสือเรียน จากน้ันครูเขียนควบกลาํ้ บนกระดานใหนกั เรยี น อ
านทลี ะคน คนละ ๕ คํา โดยมหี วั หนา กลมุ เปนผูดูแลควบคมุ และสมาชิกในกลมุ รว มกันประเมนิ การอา นของ แต
ละคน
๔. นกั เรียนทําแบบฝกหัดท่ี ๖ ขอ ๓ (๑ – ๒)
สือ่ / แหลง เรียนรู
๑. หนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชีวิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๓
๒. แบบฝกหดั รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวิต ทักษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
การวดั ผลและประเมินผล
๑. วิธปี ระเมิน
- สังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- ตรวจแบบฝก หดั รอยละ ๗๕ – ๘๐
๒. เคร่ืองมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หัด
๓. เกณฑการประเมนิ
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารสงั เกตพฤตกิ รรม
- นักเรยี นผานเกณฑการทาํ แบบฝกหดั
แผนการจัดการเรียนรูที่ ๖
กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๘ เรอื่ ง พลังงานคือชีวิต เวลา ๑๐ ชั่วโมง
เรือ่ ง การอานคาํ ท่เี ปนอักษรนํา เวลา ๑ ชัว่ โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คญั
อกั ษรนาํ คอื กฎเกณฑทางหลกั ภาษาอีกประเภทหน่ึง ทีท่ ําใหก ระบวนการอานเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจาก
รปู ลักษณอักษรทป่ี รากฏ ผเู รียนตองเรยี นรูก ฎเกณฑเ หลานี้อยา งละเอยี ด เพ่อื เพม่ิ ประสิทธิภาพในการสือ่ สาร
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภมู ิ
ปญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปน สมบตั ิของชาติ
ตวั ชีว้ ัด
ป.๓/๑ เขียนสะกดคําและบอกความหมายของคํา
ป.๓/๔ แตง ประโยคงายๆ
จดุ ประสงคการเรียนรู
๑. นกั เรยี นอา นเขียนคําทม่ี ีอักษรนาํ ไดถ ูกตอ ง
๒. นกั เรียนบอกกฎเกณฑทางหลกั ภาษาเกย่ี วกบั อักษรนาํ ได
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. มรี ะเบยี บวนิ ยั ในตนเอง
๒. เปน ผนู ําและผูต ามทีด่ ไี ด
๓. มีความรกั และภูมิใจในเอกลกั ษณไทย
๔. รูจกั ประหยัดอดออม
สาระการเรยี นรู
๑. การอา นอกั ษรนาํ
๒. การเขียนอักษรนาํ
กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. นกั เรียนดูบตั ร ห นํา ติดไวบ นกระเปา ผนังใหนกั เรียนอานออกเสยี งคํา นกั เรยี นนาํ คํามาแตง ประโยค
จากคาํ ท่ีครกู าํ หนดให และเปลยี่ นกนั ตรวจผลงาน
๒. นักเรียนและครรู วมกนั สรุปหลกั เกณฑก ารอา นคาํ ท่เี ปน อักษรนํา
๓. ใหนกั เรียนแตละกลมุ ชว ยกันหาคําท่เี ปนอักษรนาํ เรื่อง พลังงานคือชวี ติ ใหไ ดมากที่สดุ เขียนใส แผน กระ
ดาษแลว สงตัวแทนรายงานหนา ช้นั เรียน
๔. นักเรียนทําแบบฝก หดั ที่ ๔ หนา ๔๔ ขอ ๓ (๒ – ๔)
สอ่ื / แหลงเรียนรู
๑. บัตรคาํ
๒. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓
๓. แบบฝกหัด รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ิต ทกั ษะภาษา ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๓
การวัดผลและประเมินผล
๑. วิธปี ระเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- ตรวจแบบฝก หัด
๒. เครื่องมอื ประเมิน
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หดั
๓. เกณฑการประเมิน
- นกั เรียนผานเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรม
- นักเรยี นผา นเกณฑการทาํ แบบฝก หัด
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๗
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๓
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๘ เรือ่ ง พลังงานคอื ชีวติ เวลา ๑๐ ชั่วโมง
เรื่อง การแตง คําขวัญ เวลา ๑ ชั่วโมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
คาํ ขวัญเปนขอ ความที่ใชคาํ สนั้ กะทดั รดั มักนิยมใหคลอ งจองกันเพ่ือใหจ าํ ไดงาย มีความหมายที่ดี จงู ใจ ใหข
อคิด มคี ติเตอื นใจในเรื่องใดเรอ่ื งหนง่ึ ซ่ึงนําไปใชป ระกอบไดท้งั การพดู และการเขยี น
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิ
ปญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปนสมบตั ิของชาติ
ตวั ชว้ี ดั
ป.๓/๕ แตงคําคลองจอง และคาํ ขวัญ
จดุ ประสงคการเรียนรู
๑. นักเรยี นอานคําขวัญไดถกู ตอง
๒. นกั เรียนบอกกฎเกณฑท างหลักภาษาเก่ยี วกบั การแตงคาํ ขวญั และแตง คาํ ขวญั ได
คุณลักษณะอนั พึงประสงค
๑. มีระเบียบวนิ ยั ในตนเอง
๒. เปน ผนู าํ และผูตามทด่ี ีได
๓. มีความรกั และภมู ิใจในเอกลักษณไ ทย
๔. รูจกั ประหยัดอดออม
สาระการเรยี นรู
๑. การอา นคําขวญั
๒. การแตง คาํ ขวญั
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. นักเรียนดูตัวอยา งคําขวัญ บนกระดานดาํ แลว สนทนาคําคลอ งจองในคําขวญั นน้ั ๆ เชน
พลงั งานคือชีวติ รูจ กั คดิ รจู กั ใช ไดคุณคา
เดก็ ดเี ปน ศรแี กชาติ เด็กฉลาดชาตเิ จรญิ
๒. นกั เรียนอา นคําขวัญ พรอมกนั และชว ยกนั ขดี เสนใตคําสมั ผัสและขดี แบงจังหวะการอาน
๓. นกั เรยี นฝก อา นคาํ ขวญั จากหนังสอื เรยี นภาษาพาที แลว อภิปรายสรุปความหมายจาก พรอมทง้ั หาคํา
คลอ งจองจากคําขวัญ
๔. นักเรยี นฝก การแตงคาํ ขวัญแลวนาํ เสนอ เพื่อแลกเปล่ียนเรียนรซู ่งึ กนั และกนั พรอมท้งั ชวยกนั ปรับปรุง
แกไ ขใหถกู ตอ ง
๕. นกั เรยี นและครูสรุปบทเรียนการแตงคําขวญั
๖. นักเรยี นทําแบบฝก หัดที่ ๖ ขอ ๓ (๕) และขอ ๔
ส่ือ / แหลง เรียนรู
๑. ตวั อยางคาํ ขวัญ
๒. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
๓. แบบฝกหดั รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชีวิต ทกั ษะภาษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
การวัดผลและประเมินผล
๑. วธิ ปี ระเมิน
- สังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
รอยละ ๗๕ – ๘๐
- ตรวจแบบฝกหดั
๒. เคร่อื งมือประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- แบบฝกหดั
๓. เกณฑการประเมิน
- นกั เรยี นผา นเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม
- นกั เรียนผานเกณฑก ารทําแบบฝก หดั
แผนการจัดการเรียนรูที่ ๑
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๙ เรือ่ ง เด็กเอยเดก็ นอ ย เวลา ๕ ช่ัวโมง
เร่ือง การอานออกเสยี งบทเรยี น เวลา ๑ ชั่วโมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรา งความรแู ละความคิดไปใชต ัดสินใจแกป ญหา และสรา งวิสยั ทัศนใ น
การดาํ เนนิ ชวี ิต และมนี สิ ยั รักการอา น
ตวั ชี้วัด
ท. ๑.๑ ป.๓/๑ อา นออกเสยี งบทรอยแกวและบทรอยกรองไดถูกตอ ง
สาระสาํ คญั
การอานออกเสียง คือ การอา นเปลงเสยี งตามตัวอักษร ถอยคาํ และเคร่อื งหมายตางๆ ทีเ่ ขยี นออกมาให
ถูกตอ งชดั ถอ ยชัดคํา เพื่อใหเขา ใจและสามารถสรปุ ตอบคําถามจากเรื่องทอ่ี า นได
จุดประสงคการเรยี นรู
๑. นกั เรยี นอา นออกเสียงจากบทเรียน เรอ่ื ง เดก็ เอย เด็กนอ ย ไดถ ูกตอ งตามเกณฑท ก่ี ําหนด
๒. นักเรียนตอบคาํ ถามจากเรอื่ งได
๓. มมี ารยาทในการอานและการเขยี น
คุณลักษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มีวนิ ัย
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
๑. การอา นออกเสียงจากบทเรียน เร่ือง เดก็ เอย เดก็ นอ ย
๒. การตอบคาํ ถามจากเร่อื งทีอ่ าน
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. นกั เรยี นดภู าพประกอบจากหนังสอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพอื่ ชีวิต วรรณคดลี าํ นาํ
ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ บทท่ี ๒ เรื่อง “เด็กเอยเดก็ นอ ย” โดยรว มกันอภปิ รายแสดงความคิดเห็นจากภาพตาม
ประเดน็ ดงั ตอไปนี้
- มีบคุ คลใดบางที่อยใู นภาพ และนักเรียนคิดวาบคุ คลในภาพมคี วามสมั พนั ธก นั อยางไร จง
อธิบายตามความเขาใจ
- บุคคลในภาพกําลงั ทํากจิ กรรมใด อยา งไรบา ง
- ใหนกั เรียนลองชว ยกันคิดบทสนทนาของบคุ คลในภาพ วามเี รอื่ งราวเก่ยี วกับอะไร อยางไรบา ง
๒. ครูใหนักเรยี นอานออกเสยี งบทเรียน เรื่อง เดก็ เอย เดก็ นอย จากหนังสอื หนังสือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน
ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ติ วรรณคดีลํานาํ ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๓ (หนาที่ ๕๐-๕๘ ) พรอ มกัน ๑ รอบ
๓. นักเรียนอานออกเสียงบทเรยี น เรื่อง “เดก็ เอยเดก็ นอ ย” จากหนงั สือหนังสอื เรยี น สลบั กนั ทีละแถว โดย
ครสู ังเกตลักษณะการอานออกเสียงของนกั เรียนอยางครา วๆ ตามประเดน็ พจิ ารณาดังตอไปนี้
- พจิ ารณาจากความถูกตอ งชดั เจน
- พจิ ารณาจากการเวนวรรคตอน
- พิจารณาจากความคลอ งแคลว ในการอาน
- พิจารณาจากการใชนํา้ เสยี งแลจังหวะในการอานไดถ ูกตองเหมาะสม
- พิจารณาจากความถกู ตอ งในการอา นออกเสยี งคาํ ควบกลา้ํ ร ล
๔. เมอื่ อา นจบแลวครนู าํ นักเรียนรวมกันสนทนาเก่ยี วกับเนอ้ื หาในบทเรียน โดยตั้งเปน ประเด็นคาํ ถาม เพ่อื
กระตุนใหน กั เรียนแสดงความคดิ เห็น
๕. นักเรยี นตอบคําถามจากเรอ่ื ง เด็กเอยเดก็ นอ ย ลงในสมุด โดยครเู ปนผูต้งั ประเดน็ คาํ ถาม ดงั ตอไปน้ี
- จากเรอื่ ง เด็กเอย เดก็ นอ ย ใหน กั เรียนลองพิจารณาดวู านักเรียนเคยประสบเหตุการณ ดงั เชน
ในเรือ่ งหรือไม อยา งไร
- เม่อื อานเร่อื ง เดก็ เอย เด็กนอ ย แลวนกั เรียนไดขอคดิ อะไรจากเรื่องน้บี าง
๖. ครูสุมตวั แทนนักเรียนออกมานาํ เสนอผลงานหนาชัน้ เรียน
๗. ครแู ละนกั เรยี นชว ยกนั เฉลยแนวคําตอบและตรวจใหค ะแนน
๘. ครสู งั เกตพฤตกิ รรมการรว มกจิ กรรมในชั้นเรยี นของนกั เรยี น และบันทึกลงในแบบประเมิน
๙. ครแู ละนกั เรยี นรว มกันสรปุ บทเรียน เร่ือง เด็กเอย เด็กนอ ย พรอมกนั อีกคร้ังและชวยกันแสดงความ
คิดเห็นเกยี่ วกับขอคดิ ที่ไดจากเรื่อง และแนวทางการนําไปประยุกตใชในชีวิตประจาํ วนั
สือ่ / แหลงเรียนรู
- หนังสือเรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ิต วรรณคดีลาํ นํา ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓
วดั ผลประเมนิ ผล
๑. วิธกี ารประเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจผลงานนกั เรียน
๒. เครอื่ งมอื ทีใ่ ชใ นการประเมิน
- แบบการสงั เกตพฤติกรรม
- แบบบันทึกการประเมินผลงานนักเรยี น
๓. เกณฑการประเมนิ
- นกั เรียนผา นเกณฑการสังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผา นเกณฑป ระเมินผลงาน รอ ยละ ๘๐
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๒
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๙ เรอื่ ง เด็กเอยเดก็ นอ ย เวลา ๕ ชั่วโมง
เรอ่ื ง คาํ ศัพทยากในบทเรยี น เวลา ๑ ช่วั โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรแู ละความคิดไปใชตดั สนิ ใจแกป ญหา และสรา งวิสยั ทศั นใ น
การดาํ เนนิ ชวี ติ และมนี สิ ัยรกั การอาน
ตวั ช้ีวัด
ท. ๑.๑ ป.๓/๒ อธบิ ายความหมายของคําและขอความทอี่ า
น
สาระสําคญั
คาํ ศัพทใหมหรือคาํ ศพั ทย ากในบทเรียน คือ คําศัพททม่ี ีความเกย่ี วโยงกบั เน้ือหาสาระในบทเรียนท
ผเู รยี นควรรจู กั และความเขาใจเก่ยี วกับความหมาย ๒. นักเรียนเขียนคาํ ศพั ททีก่ ําหนดให
ของศัพทการอานออกเสียงคาํ ศัพทต ลอดจนการนําคาํ ๓. นกั เรยี นนําคาํ ศพั ทใ หมใ นบทเรียนไปแตง เป
นประโยค
ศพ จริงในสถานการณตา งๆ ไดอยา งเหมาะสม
จุดประสงคการเรียนรู กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. นักเรยี นอานออกเสียงคาํ ศพั ทใ หมใน
บทเรยี นไดถูกตอ ง
๒. นกั เรียนเขียนคาํ ศพั ทท ก่ี าํ หนดใหไดถกู ตอง
๓. นักเรยี นนาํ คําศัพทใ หมในบทเรยี นไปแตงเป
นประโยคได
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยอู ยางพอเพียง
สาระการเรียนรู
๑. นกั เรยี นอานออกเสยี งคําศัพทใหมใน
บทเรียน
ทไ ปใช
๑. ครนู าํ นกั เรียนสนทนาเกี่ยวกับเนือ้ เรอ่ื งในบทเรียนรวมกนั เพอื่ ทบทวนความรจู ากชั่วโมงทผี่ า นมา
๒. ครนู ําบ รคําศัพทย ากในบทเรียนมาติดไวบ นกระดาน แลวใหนกั เรยี นอานออกเสียงคําศพั ทจ ากบตั ร
คําทคี่ รตู ิดไวพรอมๆ กนั ทลี ะคาํ เชน คาํ วา ความเพียร เรข าย เยาะเยย เปน ตน
๓. น เรยี นแบง กลมุ ออกเปน ๒ กลมุ จากนักเรยี นทง้ั หมดในหองเรียน โดยในแตล ะกลุมจะมนี ักเรียนท
มีระดบั ผลการเรยี น ดี ปานกลาง และออ น อยูรวมกัน
๔. ครใู หนกั เรียนเขียนคาํ ศัพท โดยมกี ติกาในการแขงขนั ดังนี้
- ใหน กั เรียนแตล ะกลมุ สง ตัวแทนออกมาแขงขันเขยี นคาํ ศพั ทกลมุ ละ ๑ คน ตอ คําศพั ท ๑ คาํ
จะหมุนเวียนสลับกันไป โดยทท่ี กุ คนในกลุมจะไดอ อกมาเขียนคําศัพทครบทุกคน
- นกั เรยี นคอยฟง สญั ญาณจากครู โดยครจู ะบอกคาํ ศัพทน ัน้ ๒ ครงั้ แลวใหน กั เรียนเขียน
คาํ ศัพทท คี่ รูบอกไดทันที กลุมใดเขียนไดถ ูกตองและเสร็จกอ นกลมุ นน้ั จะเปน ผูไ ดคะแนน ใน
กรณีทีเ่ ขยี นเสรจ็ พรอมกันและเขยี นไดถกู ตองจะไดค ะแนนทั้ง ๒ กลมุ
๕. เมอื่ แขงขนั เกมจบแลว ครสู รุปผลคะแนนใหน ักเรียนทราบ และชวยกนั แสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับ ประ
โยชน และขอ ดีขอ เสยี ของกิจกรรม
๖. นกั เรยี นแตละคนเลือกคําศพั ทยากจากบทเรยี น จาํ นวน ๑๐ คํา ไปแตง ประโยคลงในสมดุ แลว สงครู
เพอื่ ตรวจใหค ะแนน
๗. ครสู ังเกตพฤตกิ รรมการรวมกิจกรรมในชั้นเรยี นของนกั เรยี น และบันทกึ ลงในแบบประเมนิ
๘. ครูและนักเรียนรว มกนั สรปุ บทเรยี นและ - นักเรียนผานเกณฑก ารสงั เกต
ความหมายของคําศัพทในบทเรียนอีกครั้งในประเด็นเกย พฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
การนําไปใชในชวี ิตประจาํ วัน - นักเรียนผานเกณฑป ระเมินผลงาน
รอ ยละ ๘๐
สอื่ / แหลงเรยี นรู
๑. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย
ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ติ วรรณคดีลาํ นํา ช้ันประถม
ศกึ ษาปท
๒. พจนานุกรมภาษาไทย
๓. บตั รคาํ ศพั ทย ากในบทเรียน
วัดผลประเมนิ ผล
๑. วธิ ีการประเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจผลงานนักเรียน
๒. เครือ่ งมือท่ีใชในการประเมิน
- แบบการสังเกตพฤติกรรม
- แบบบนั ทึกการประเมินผลงาน
นักเรยี น
๓. เกณฑก ารประเมนิ
วกบ
่ี ๓
แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๓
กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๙ เรอ่ื ง เด็กเอยเดก็ นอ ย เวลา ๕ ชั่วโมง
เรอื่ ง การแตง คําขวญั เวลา ๒ ชวั่ โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา
ภมู ิปญ ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ิของชาติ
ตวั ช้วี ดั
ท. ๔.๑ ป.๓/๓ เขยี นสะกดคาํ และบอกความหมายของคาํ
สาระสาํ คญั
คาํ ขวัญ คือ คําพดู หรือขอความทม่ี งุ ใหกําลงั ใจ มกั จะมีขอคดิ ทีผ่ อู า นสามารถนาํ ไปใชเ ปน แนวทางในการ
ดําเนินชวี ิตได
จดุ ประสงคการเรยี นรู
๑. นกั เรยี นเขาใจและบอกความหมายและหลกั การของการแตง คําขวัญได
๒. นกั เรยี นยกแตง คาํ ขวญั ได
๓. น เรยี นนาํ คาํ ขวญั ท่ีแตง ไปประยุกตใชในชีวติ ประจาํ วนั ได
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวินยั
๕. อยอู ยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
๑. นักเรยี นเขา ใจและบอกความหมายและหลกั การของการแตง คาํ ขวญั
๒. นกั เรียนยกแตง คาํ ขวัญ
๓. นกั เรยี นนําคําขวญั ท่ีแตง ไปประยกุ ตใชในชวี ติ ประจําวนั
กระบวนการจดั การเรียนรู แลว สนทนากบั นักเรยี นเก่ียวกับ
(ชั่วโมงที่ ๑)
๑. ครสู มุ ตัวแทนนักเรียน ๒–๓ คนทองคาํ ขวญั ทีน่ กั เรียนจาํ ได
ประเดน็ ดังตอ ไปน้ี
- คาํ ขวัญที่นกั เรียนยกตวั อยา งมาน้ันเปน คาํ ขวญั ประเภทใหขอคดิ หรือเตือนสติในเรือ่ งใด
- นักเรียนสามารถฟง พบเห็น หรอื อานคําขวญั เหลานไี้ ดจ ากทีใ่ ดบา ง อยางไร จงชวยกนั
อธบิ าย
๒. นกั เรยี นใหนกั เรยี นออกเสียงคําท่สี ะกดดวยมาตรตัวสะกดแม ก กา ตามครู และครรู วมกนั สนทนา เก่ียว
กบั ประเดน็ ดงั ตอ ไปน้ี
- นกั เรียนเคยไดย ิน หรือพูดคาํ ทีส่ ะกดดวยมาตรตัวสะกดแม ก กา หรือไม
- นกั เรยี นคิดวา คําทส่ี ะกดดวยมาตรตวั สะกดแม ก กา คืออะไร ใหอธิบายมาพอเขา ใจ
๓. ครูอธิบายความหมาย ของคาํ ขวญั เพือ่ ใหน กั เรยี นเกดิ ความรูค วามเขาใจ และบันทึกความรูลงใน
สมุด ๔. นักเรยี นยกตัวอยางคาํ ขวัญ มา พิจารณาวา คาํ ขวัญ
คนละ ๑ คําขวัญ ครเู ขยี นบน
กระดานแลว ชวยกน
แตละบทน้ันใหข อคดิ และคติเตือนใจในเร่อื งใดบา ง
๕. นักเรียนแบง กลมุ กลุม ละ ๕ คน ครูมอบหมายใหน กั เรียนไปคนควาคําขวัญจากสอ่ื และแหลง ตางๆ
รอบตัว พรอ มท้ังจดบนั ทึกมาใหมากท่ีสดุ
๖. นักเรยี นออกมานาํ เสนอคาํ ขวัญทสี่ ามารถรวบรวมและคน ความาไดหนาช้นั เรยี น ครูและนักเรยี น ชว
ยกนั พิจารณาถึงความหมายและคณุ คาของคําขวญั ในแตคาํ ขวัญวาสง่ั สอนหรอื ใหขอคิดคตเิ ตือนใจอยา งไรบา ง
๗. นกั เรยี นบันทกึ คาํ ขวัญทค่ี น ควา ไดล งในสมดุ และอานออกเสียงพรอ มกนั อกี ครง้ั
๘. ครูสงั เกตพฤติกรรมการรวมกิจกรรมในชัน้ เรียนของนักเรยี น และบนั ทกึ ลงในแบบประเมิน
๙. นกั เรยี นชวยกนั สรปุ เรอื่ ง คาํ ขวัญอีกครง้ั แลว จดบันทึกลงสมดุ
(ชว่ั โมงท่ี ๒)
๑. ครสู นทนารวมกับนักเรียนเกยี่ วกบั ความหมาย หลกั และวิธีการการแตงคําขวัญ
๒. ครอู ธบิ ายความหมายหลักและวิธกี ารแตง คําขวัญ ใหน กั เรียนเขา ใจและจดบันทึกลงในสมุด
๓. ครูยกตัวอยางคาํ ขวัญ และสาธติ การแตงคําขวญั ใหเพ่อื เปนตวั อยางใหนกั เรยี นสามารถแตง คาํ ขวญั ได ถกู
ตองตามหลักและวิธกี าร
๔. นกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ ๓ คน และชว ยกนั แตงคาํ ขวญั เก่ียวกบั การรณรงคใ หร ักและเชิญชวนให อา
นหนงั สอื มากลุมละ๑ คาํ ขวญั
๕. นักเรียนนําเสนอผลงานหนา ชน้ั เรยี น
๖. ครูสงั เกตพฤตกิ รรมการรวมกิจกรรมในช้นั เรียนของนักเรยี น และบันทกึ ลงในแบบประเมิน
๗. ครแู ละนกั เรียนรวมกันสรุปบทเรียนอกี คร้งั และชี้แจงเนือ้ หาท่ีจะเรียนในรายช่ัวโมงตอ ไป
ส่ือ/ แหลงเรียนรู
๑. หองสมดุ
๒. หนงั สอื พิมพ วารสาร นติ ยสารหรอื หนังสอื อื่น ๆ
๓. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชีวติ วรรณคดีลาํ นํา ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๓
วดั ผลประเมนิ ผล
๑. วิธีการประเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจผลงานนกั เรียน
๒. เครอ่ื งมือทใ่ี ชในการประเมนิ
- แบบการสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบบันทึกการประเมินผลงานนกั เรยี น
๓. เกณฑการประเมนิ
- นักเรียนผา นเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผา นเกณฑประเมินผลงาน รอ ยละ ๘๐
แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๔
กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๓
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๙ เรื่อง เด็กเอยเด็กนอย เวลา ๕ ช่วั โมง
เร่ือง การทอ งจําบทอาขยาน เวลา ๑ ชว่ั โมง
……………………………………………………………………………………………………...…………..
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว รรรคดีและวรรณกรรมไทยอยางเห็นคุณคา และนาํ มา
ประยุกตใ ชใ นชีวิตจริง
ตัวชีว้ ัด
ท. ๕.๑ ป.๓/๔ ทอ งจาํ บทอาขยานตามทกี่ ําหนดและบทรอยกรองท่มี คี ุณคา ตามความสนใจ
สาระสําคญั
บทอาขยาน คอื บททอ งจาํ การบอก การสวด
จดุ ประสงคการเรียนรู
- นักเรียนทองจาํ บทอาขยาน เด็กนอย และวิชาหนาเจาได
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยูอ ยา งพอเพียง
สาระการเรียนรู
- นกั เรียนทอ งจาํ บทอาขยาน เด็กนอย และวิชาหนาเจา
กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. นักเรียนเละครสู นทนารวมกันเก่ยี วกบั การทอ งจาํ บทอาขยาน เดก็ นอ ย และวิชาหนาเจา
๒. ครูสาธิตการทองบทอาขยาน เด็กนอ ย และวชิ าหนาเจา จากหนงั สอื เรียน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชีวติ
วรรณคดลี ํานํา ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๓ (หนา ๕๔ และ ๕๖) ใหน กั เรียนฟง
๓. นักเรียนฝก ทองบทอาขยาน บทอาขยาน เด็กนอ ย และวิชาหนาเจา จากหนงั สอื เรยี น ภาษาไทย ชุด
ภาษาเพื่อชีวติ วรรณคดลี ํานํา ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๓ (หนา ๕๔ และ ๕๖) โดยมคี รคู อยใหคาํ แนะนาํ ใหนักเรียน
สามารถฝก ปฏบิ ตั ไิ ดถกู ตอ ง
๔. นกั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ ๔-๕ คน และออกมาทองบทอาขยานท่ีกําหนดใหหนา ช้นั เรียนทีละกลมุ ครู
ตรวจสอบความถูกตอ งพรอมทัง้ ใหค าํ แนะนําติชมเพ่อื ใหนักเรยี นสามารถนําความรไู ปพฒั นาและปรับปรงุ แกไข
สบื ไป
๕. ครสู ังเกตพฤติกรรมการรวมกิจกรรมในชนั้ เรียนของนักเรียน และบันทึกลงในแบบประเมิน
๖. ครแู ละนกั เรียนชว ยกันสรุปความรูจากเร่ือง บทอาขยาน เด็กเอยเด็กนอยและวชิ าหนาเจา ประเดน็
เร่ืองของการนําความรูจากเรื่องไปประยกุ ตใ ชใ นสงั คมปจ จบุ นั
สอ่ื / แหลงเรยี นรู
- หนังสือเรียน รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชวี ิต วรรณคดลี ํานํา ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
วัดผลประเมนิ ผล
๑. วิธกี ารประเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
- แบบประเมนิ การอา นบทรอยกรอง (บทอาขยาน)
๒. เครื่องมอื ทใ่ี ชใ นการประเมนิ
- แบบการสงั เกตพฤติกรรม
- แบบประเมนิ การอานบทรอ ยกรอง (บทอาขยาน)
๓. เกณฑการประเมิน
- นกั เรยี นผา นเกณฑก ารสงั เกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารทาํ แบบฝกหดั /ชิ้นงาน รอยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๑
กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๓
หนวยการเรียนรทู ี่ ๑๐ เรือ่ ง ความฝนเปนจริงได เวลา ๑๐ ช่ัวโมง
เร่อื ง อา น เขยี น คาํ ควรรูคูความหมาย เวลา ๒ ชวั่ โมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
การอา น และการเขียนคาํ ควรรูค ูค วามหมาย จะชวยใหการอานเรอ่ื งราวในบทเรียนเขา ใจไดงาย และ
สามารถพฒั นาทกั ษะทางภาษาไดดี
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ใชกระบวนการอา นสรางความรแู ละความคดิ เพอื่ นําไปตดั สนิ ใจแกปญ หาในการดําเนินชีวิตและม นสิ ัย
รักการอา น
ตวั ชีว้ ัด
ป.๓/๑ อานออกเสยี งคํา ขอ ความ เรือ่ งสน้ั และบทรอ ยกรองงายๆ ไดถ ูกตองคลองแคลว
ป.๓/๒ อธบิ ายความหมายของคาํ และขอ ความท่อี า น
จุดประสงค
๑. นักเรียนอา นคาํ ศพั ทย ากไดถกู ตอ ง
๒. นกั เรยี นบอกความหมายของคาํ ในบทเรียนได
๓. นักเรยี นใชคําไดถ กู ตองตามบรบิ ท
สมรรถนะสําคัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยอู ยางพอเพยี ง
สาระการเรยี รู
- ความหมายของคํา
- การใชคํา
กระบวนการจัดการเรียนรู
(ช่ัวโมงท่ี ๑)
๑. นักเรยี นอานคําจากบัตรคาํ ตามครู คําละ ๒ ครั้ง
๒. นกั เรยี นอา นออกเสยี งคําศัพท อานเพมิ่ เติมความหมายจากหนงั สอื เรยี นภาษาพาที ชั้น ประถม
ศึกษาปท่ี ๓ หนาท่ี ๙๓- ๙๔
๓. นกั เรยี นและครรู วมกันสนทนาถงึ ความหมายของคาํ พรอ มยกตวั อยางประกอบ
๔. นักเรยี นเลน แขงขันทายคําทา ทางจากคําทีค่ รกู ําหนดให
๕. นกั เรียนเขียนคาํ และความหมายของคําลงในสมดุ แบบฝก หัด
(ชว่ั โมงท่ี ๒)
๑. นกั เรียนแขง ขนั อา นคาํ จากบัตรคํา (คําสาํ คัญในบทเรยี น)
๒. นกั เรยี นอา นออกเสยี งคาํ ศัพท อานเพ่ิม เตมิ ความหมายจากหนงั สอื เรียนภาษาพาที ช้นั ประถม
ศึกษาปท่ี ๓ หนาที่ ๙๓- ๙๔
๓. นักเรยี นฝกแตงประโยคปากเปลา จากบตั รคาํ ที่อา น (คาํ สาํ คัญในบทเรยี น)
๔. นกั เรียนทําแบบฝก ทกั ษะภาษา แบบฝกหัดที่ ๒ ขอ ๒ (๑)
ส่อื / แหลง เรยี นรู
๑. บัตรคาํ
๒. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓
๓. แบบฝก หดั รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชีวิต ทกั ษะภาษา ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
การวดั ผลและประเมินผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑. วิธีประเมนิ รอยละ ๗๕ – ๘๐
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝก หดั
๒. เครอื่ งมอื ประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- แบบฝกหดั
๓. เกณฑการประเมิน
- นักเรยี นผานเกณฑก ารสังเกตพฤตกิ รรม
- นักเรียนผานเกณฑก ารตรวจแบบฝก หัด
แผนการจัดการเรียนรูท ่ี ๒
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
หนวยการเรียนรทู ่ี ๑๐ เรื่อง ความฝนเปน จริงได เวลา ๑๐ ชัว่ โมง
เรอื่ ง การอานออกเสียง เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
การอา นออกเสยี ง เปน การอานใหผ ูอื่นฟง ฉะนน้ั ผอู านจะตอ งแบงวรรคตอน เนน เสียงหนกั เบา และออก
เสียงใหถกู ตองชดั เจน จงึ จะส่ือความหมายไดอ ยา งมปี ระสิทธภิ าพ
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ใชก ระบวนการอานสรา งความรแู ละความคดิ เพ่ือนาํ ไปตดั สินใจแกปญ หาในการดําเนนิ ชวี ติ และมี นสิ ยั
รักการอา น
ตวั ชว้ี ดั
ป.๓/๑ อานออกเสียงคํา ขอ ความ เร่อื งสั้นๆ และบทรอ ยกรองงา ยๆ ไดถ ูกตอ งคลอ งแคลว
จดุ ประสงค
๑. นักเรียนอา นออกเสยี งเนอื้ หาในบทเรยี นได
๒. นกั เรียนจับใจความเรอ่ื งทีอ่ า นได
๓. นกั เรียนตอบคําถามเรื่องที่อานได
สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวิต
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยอู ยา งพอเพียง
สาระการเรียนรู
- การอา นออกเสียง
- การจบั ใจความสําคัญ
- การตอบคําถาม
กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. ครใู หน ักเรยี นชวยกันบอกหลักเกณฑก ารอานออกเสียงทด่ี ี เชน อา นคลอง อา นถกู ตอ ง ชดั เจน เวนวร
รคตอนถกู ตอง ใชน าํ้ เสยี งสอดคลอ งกับอารมณของตวั ละคร เปน ตน
๒. ครูสาธติ การอานทด่ี ีใหน กั เรียนฟงหรอื ใหน ักเรียนฟง จากเครือ่ งบนั ทกึ เสียงกไ็ ด เพอื่ เปนแนวทางใน การอ
านของนักเรียน
๓. นกั เรยี นอา นเนื้อหาในหนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่ือชีวิต ภาษาพาที ช้นั
ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ หนา ๙๐–๙๑ โดยอานตอ กันคนละ ๑ ยอหนา แลว รวมกนั สนทนาถงึ เน้ือหาวา ใคร ทํา
อะไร ทไ่ี หน ผลเปนอยางไร แลว ชวยกันเลา เรือ่ งตอเน่อื งจนจบ โดยครูชวยเพ่ิมเติมสว นทบ่ี กพรอ ง
๔. นกั เรยี นชว ยกันสรุปความรู เรือ่ งการอา นออกเสียงและการตอบคําถาม และขอคดิ ทไ่ี ดจ ากเรอ่ื งอาน
สอ่ื / แหลงเรยี นรู
๑. บตั รคาํ
๒. หนังสือเรยี น รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๓
การวดั ผลและประเมนิ ผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑. วิธีประเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม
๒. เครือ่ งมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
๓. เกณฑการประเมนิ
- นักเรียนผานเกณฑก ารสังเกตพฤตกิ รรม
แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๓
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑๐ เรื่อง ความฝน เปนจริงได เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เรือ่ ง การอา นคิด วิเคราะห เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
การวเิ คราะหเร่อื ง เปน การพิจารณาสว นตา งๆ ของเรอ่ื ง เชน ขอเทจ็ จริงและขอคิดเหน็ สวนดแี ละสว น
บกพรองของเน้ือเร่อื ง จดุ ประสงคข องผูแตง ความเหมาะสมในการใชคํา ประโยค ขอ ความ ฯลฯ สรุปขอคิดที่ได
จากเร่ือง สามารถนําความรูท่ีไดร ับไปใชประโยชนใ นชวี ติ ประจาํ วนั
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูแ ละความคดิ เพือ่ นาํ ไปตัดสินใจแกป ญหาในการดําเนนิ ชีวิตและม
นิสยั รกั การอาน
ตัวชีว้ ัด
ป.๓/๓ ต้งั คําถามและตอบคําถามเชงิ เหตุผลเก่ยี วกับเรือ่ งทอ่ี า น
ป.๓/๕ สรปุ ความรูและขอ คิดจากเร่ืองท่อี า นเพอื่ นาํ ไปใชใ นชวี ิตประจาํ วนั
จุดประสงค
๑. นกั เรียนตั้งคาํ ถาม – ตอบคําถามเรอื่ งทีอ่ า นได
๒. นกั เรยี นแยกขอ เท็จจรงิ และขอ คิดเห็นจากเร่ืองทอ่ี า นได
๓. นกั เรียนสรุปขอคดิ ทไี่ ดจ ากการอานได
สมรรถนะสําคญั ของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวิต
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยอู ยา งพอเพียง
สาระการเรยี นรู
- การตง้ั คําถามและตอบคําถาม
- การแยกขอเท็จจรงิ และขอ คิดเหน็
กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. ใหนกั เรยี นทบทวนเนือ้ หาบทเรยี น โดยการอา นคาํ จากบตั รคํา
๒. นกั เรียนอานออกเสียงเรื่อง ความฝน เปนจริงได จากหนงั สอื เรยี นภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
หนา ๙๐-๙๑ พรอ มกนั
๓. นกั เรยี นแบงกลมุ อา นเสียงจากบทเรียนกลมุ ละ ๑ ยอหนา
๔. นกั เรยี นชวยกนั ตอบคาํ ถามปากเปลา จากเรอื่ งทอี่ าน
- เหตุการณน ี้เกิดขนึ้ ทไ่ี หน
- เวหาฝนวาเกดิ อะไรข้ึนกับตน
- ในความฝนเวหาไดพ บใคร
- นักเรียนไดขอ คดิ อะไรบางจากเรอ่ื งที่อา น
๕. นักเรียนและครูชว ยกนั สรุปบทเรียนจากเร่ืองทอ่ี า น
สื่อ / แหลง เรยี นรู
- หนงั สือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๓
การวดั ผลและประเมนิ ผล รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๑. วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
๒. เครอ่ื งมอื ประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
๓. เกณฑการประเมนิ
- นักเรียนผานเกณฑการสงั เกตพฤติกรรม
แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๔
กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓
หนวยการเรียนรทู ี่ ๑๐ เร่อื ง ความฝนเปน จริงได เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เรอ่ื ง การอานเสรมิ บทเรยี น เวลา ๑ ช่ัวโมง
.....................................................................................
สาระสําคัญ
การอา นเสรมิ บทเรียน ทําใหผ อู า นไดร บั ความรู ความบนั เทิงและขอคิดจากการอา น และสามารถเลือก
หนงั สอื อา นไดต รงตามความตองการ นอกจากนี้ทสี่ ําคัญ คอื สามารถนาํ ความรูท ไี่ ดรบั จากการอา นมาปรบั ใชให เป
นประโยชนใ นชีวิตประจาํ วันได
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ใชก ระบวนการอานสรา งความรแู ละความคิดเพ่ือนาํ ไปตัดสินใจแกป ญหาในการดาํ เนินชวี ิตและมี
นสิ ัยรกั การอาน
ตวั ช้วี ัด
ป.๓/๑ อา นออกเสยี งคาํ ขอความ เรื่องส้ันๆ และบทรอยกรองงา ยๆ ไดถ ูกตอ งคลอ งแคลว
จุดประสงค
๑. นกั เรยี นอานและจับใจความสาํ คัญของเร่อื งได
๒. นักเรยี นสรุปและบอกขอ คดิ จากเรอ่ื งท่ีอา น
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยอู ยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- การอา นเสรมิ “เรื่องมนษุ ยก ับการบนิ ”
กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. ทบทวนเนอ้ื หาทเ่ี รียนในชว่ั โมงทแี่ ลว ดวยการเลาเรือ่ งความฝนเปนจริงได
๒. นกั เรียนอา นออกเสียงเรอื่ ง ความฝน เปน จริงได จากหนังสอื เรยี นภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาป ท่ี ๓
หนา ๙๐-๙๑ พรอมกนั
๓. นกั เรยี นอานออกเสียง อานเสรมิ “เรอื่ งมนุษยก บั การบนิ ” จากหนังสอื เรยี นภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษา
ปที่ ๓ หนา ๙๒ พรอ มกนั
๔. นกั เรียนพูดคุย สนทนา เก่ียวกับ “เร่ืองมนษุ ยก บั การบนิ ” จากความรูท่ีไดอ า นโดยต้งั คาํ ถามดังนี้
- จากเรื่องมนษุ ยก บั การบินใครคือผูจ ุดประกายการบนิ
- เครอื่ งบินทบี่ ินไดด ว ยความเร็วเหนอื ความเร็วเสยี งสรา งขึน้ เม่ือใด
- ถา นกั เรยี นเปนนกั บนิ อยากเดินทางไปไหน
๕. นักเรยี นรวมกนั สรปุ ความรูแ ละขอ คดิ ทไ่ี ดจ ากการอา น “เรื่องมนุษยก บั การบิน”
๖. นักเรยี นทาํ แบบฝกหัดทกั ษะภาษา แบบฝก หัดที่ ๑ ขอ ๑
ส่อื / แหลงเรยี นรู
๑. หนังสือเรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓
๒. แบบฝกหดั รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชีวิต ทักษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
การวดั ผลและประเมนิ ผล
๑. วิธปี ระเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หัด
๒. เคร่อื งมอื ประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- แบบฝก หัด
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- ผเู รยี นผานเกณฑก ารสังเกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- ผเู รยี นไดคะแนนการทาํ แบบฝก หัดผา นเกณฑ รอยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรียนรูท ่ี ๕
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๑๐ เรือ่ ง ความฝน เปนจริงได เวลา ๑๐ ชวั่ โมง
เรือ่ ง คาํ ทมี่ ี ฤ ฤๅ เวลา ๑ ช่วั โมง
.....................................................................................
สาระสําคัญ
การอา นคาํ ท่ใี ช “ฤ” ในภาษาไทยจะอานออกเสียงตัว “ฤ” ได ๓ แบบ คือ จะอานออกเสียง รึ ริ และเรอ ส
วนคําทีม่ ี ฤๅ จะอา นออกเสียงเปน รอื
มาตรฐานการเรยี นรู
ท๔.๑ เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภมู ิปญ
ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปนสมบตั ขิ องชาติ
ตัวชว้ี ัด
ป.๓/๑ เขยี นสะกดคําและบอกความหมายของคาํ
จุดประสงค
๑. นกั เรยี นอา นคาํ ทีใ่ ช “ฤ” ในภาษาไทยไดถกู ตอง
๒. นกั เรยี นเขยี นคาํ ท่ใี ช “ฤ” ในภาษาไทยไดถ กู ตอ ง
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยูอ ยา งพอเพียง
สาระการเรยี นรู
- การอานคาํ ที่ใช “ฤ” และ “ฤๅ”
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ใหน ักเรยี นอาน อธิบายเพ่มิ เติมความหมายจากหนงั สอื ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ หนา ๙๓
–๙๔
๒. ครูอธิบายวา คําท่ใี ช ฤ ฤๅ นี้ อา นออกเสยี งได 3 แบบคือออกเสียง รึ ริ และเรอ สวนคาํ ทมี่ ี ฤๅ จะ
อา นออกเสียงเปน รือ
๓. นกั เรยี นเขียนเรื่องโดยเลือกคําทใี่ ช ฤ ฤๅ อยา งนอ ย ๓ คาํ ลงในสมดุ แลว นํามาแลกเปลย่ี นกัน
๔. นกั เรียนและครูรวมกนั สรุปความรเู ร่ือง คําท่ีใช ฤ ฤๅ
๕. นกั เรยี นทําแบบฝกหดั ทักษะภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓ แบบฝก หัดที่ ๑๐ ขอ ๓ (๑) จากนน้ั นําสงครู
ครูเฉลยและตรวจสอบความถูกตอ ง
สื่อ / แหลงเรียนรู
๑. หนังสอื เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
๒. แบบฝก หดั รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวิต ทักษะภาษา ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
การวดั ผลและประเมินผล
๑. วิธปี ระเมิน
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกหัด
๒. เคร่อื งมอื ประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- แบบฝกหัด
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- ผเู รียนผา นเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- ผเู รียนไดคะแนนการทาํ แบบฝก หัดผานเกณฑ รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๖
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๑๐ เรือ่ ง ความฝน เปน จริงได เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เร่ือง คาํ ท่ใี ช บนั บรร เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
บนั และ บรร อา นวา บัน ใชเขยี นนาํ หนา พยางค เพอ่ื ใหเปน คํา ซ่ึงคําท่ีใช บนั ในภาษาไทยปจ จบุ ัน มี ๕
คํา สว นคาํ ท่ีใช บรร ในภาษาไทยมีหลายคํา
มาตรฐานการเรยี นรู
ท๔.๑ เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปญ
ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ
ตัวช้วี ัด
ป.๓/๑ เขียนสะกดคาํ และบอกความหมายของคํา
จุดประสงค
๑. นักเรียนอา นและเขียนสะกดคาํ ทใี่ ชพ ยัญชนะ บนั และ บรร ไดถูกตอง
๒. นักเรยี นใชค ําท่เี ขยี นดว ย บนั และ บรร ได
สมรรถนะสําคญั ของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ิต
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยอู ยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- การเขียน คาํ บนั บรร
- การอานออกเสยี ง คาํ บนั บรร
กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. นักเรยี นทบทวน พยัญชนะ สระและวรรณยกุ ต
๒. นักเรยี นอา นบทรอยกรองพรอ มกัน
บันดาลลงบันได บนั ทกึ ให
จําจงดี ร่ืนเริงบันเทงิ มี บนั ลอื
ลั่นสน่ันดัง
๓. ครเู ฉลยการอา นทีถ่ กู ตอ งใหน ักเรียนฟง แลว ใหน ักเรียนอานออกเสยี งตามครู
๔. นักเรียนสงั เกตบทรอ ยกรองวามคี ําบันกี่คาํ
๕. ครอู ธิบายวา คาํ ที่ใช บัน มีหลายคาํ ทใี่ ชประจาํ มี ๕ คาํ คือ บนั ดาล บันได บนั ทึก บันเทงิ บันลอื
๖. น เรียนอานความรู เร่ือง “คาํ ทใี่ ช บนั บรร” จากหนงั สอื
๙๖ ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๓ หนาท
๗. นักเรียนทําแบบฝกหัด ทักษะภาษา แบบฝกหดั ท่ี ๑๐ ขอ ๒ (๒), (๓)
สื่อ / แหลง เรียนรู
๑. หนังสือเรยี น รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชีวิต ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓
๒. แบบฝกหัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ติ ทักษะภาษา ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๓
การวดั ผลและประเมินผล
๑. วธิ ีประเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝก หดั
๒. เครื่องมอื ประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- แบบฝกหดั
๓. เกณฑการประเมิน
- ผูเรยี นผา นเกณฑก ารสังเกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- ผเู รียนไดค ะแนนการทําแบบฝกหดั ผา นเกณฑ รอยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรียนรูที่ ๗
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑๐ เรอื่ ง ความฝนเปน จริงได เวลา ๑๐ ชัว่ โมง
เรอ่ื ง คําที่ใช รร ( ร หนั ) เวลา ๑ ช่ัวโมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
คาํ ทใ่ี ช รร เรียกวา ร หัน ออกเสียง อัน บรร อานวา บนั (บอ-อนั -บัน)
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรางความรแู ละความคิด เพอ่ื นาํ ไปใชต ดั สินใจ แกปญหาในการดําเนินชวี ิต และ
มีนิสัยรักการอาน
ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ปิ ญ
ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปนสมบตั ขิ องชาติ
ตวั ช้ีวดั
มฐ.ท ๑.๑ ป.๓/๑ อานออกเสียงคํา ขอ ความ เรองสน้ั ๆ และบทรอ ยกรองงายๆ ไดถูกตอ งคลอ งแคลว
มฐ.ท ๔.๑ ป.๓/๑ เขียนสะกดคาํ และบอกความหมายของคํา
จุดประสงค
๑. นักเรยี นสามารถอา นคาํ ทีใ่ ช รร (ร หัน) เปน ตัวสะกดไดอ ยางถูกตองตามหลักภาษาไทย
๒. นักเรียนสามารถเขียนคาํ ทีใ่ ช รร (ร หัน) เปน ตัวสะกดไดอยา งถกู ตองตามหลกั ภาษาไทย
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ัย
๕. อยูอยา งพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- การอา นคาํ ทประสมดว ยตัว รร (ร หัน)
- การเขยี นคําทีป่ ระสมดวยตวั รร (ร หนั )
กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. ใหน กั เรยี นอานทบทวน ความรู คําท่ีใช บนั บรร จากหนังสือภาษาพาทีชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓ หนา
๙๖ ๒. นักเรยี นเลนเกมทาย
คาํ จากบตั รคาํ โดยใหนกั เรยี น
ตอบวา มีตัวสะกดและไมม ี
ตวั สะกดดังน้ี ครชู บู ัตรคาํ
“กรรไกร”
๙๖-๙๗ นักเรยี นตอบ : ไมมตี วั สะกด
ครูชบู ัตรคํา “พรรคพวก”
นกั เรียนตอบ : มีตัวสะกด
ฯลฯ
๓. นักเรยี นสังเกตคําทใ่ี ช รร ไมม ตี ัวสะกดและมีตัวสะกด
๔. ครูอธิบายเพมิ่ เตมิ วา
- คาํ ท่ีใช รร ไมม ตี วั สะกด จะอา นออกเสยี ง อนั
- คําทใ่ี ช รร มตี ัวสะกด จะอานออกเสยี ง
อะ ประสมดวยตัวสะกดนน้ั ๆ
๕. นักเรียนอานความรู เรอ่ื ง “คาํ ที่ใช รร (รหนั )” จาก
หนังสือภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓ หนาท
๖. นกั เรยี นทําแบบฝกหดั ทักษะภาษา แบบฝก หดั ท่ี ๑๐
ขอ ๓ (๒), (๓), (๔)
สอ่ื / แหลงเรยี นรู
๑. หนังสือเรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๓
๒. แบบฝก หัด รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ิต ทกั ษะภาษา ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓
การวัดผลและประเมินผล
๑. วธิ ปี ระเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝก หดั
๒. เครอ่ื งมือประเมิน
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม