สาระการเรยี นรู
- การต้งั คําถามและตอบคาํ ถามเก่ยี วกบั เรื่องทอา น
กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. นกั เรียนอานเนื้อหาในหนังสือเรียนรายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ชนั้
ประถมศึกษาปท่ี ๓ หนา ๑๖๒–๑๖๕ โดยอานตอกนั คนละ ๑ ยอหนา แลวรวมกันสนทนาถึงเนอื้ หาวา ใคร ทาํ
อะไร ท่ไี หน ผลเปนอยา งไร แลว ชว ยกนั เลาเรื่องตอเน่อื งจนจบ โดยครูชว ยเพ่ิมเติมสวนทบี่ กพรอง
๒. นกั เรียนชว ยกันสรปุ ความรู เรื่องการอานออกเสียงและการตอบคําถาม และขอคดิ ที่ไดจ ากบทอา น
๓. ใหนกั เรยี นอาน อธิบายเพิม่ เติมความรูจ ากหนังสือภาษาพาทชี ้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓ หนา ๑๗๐
๔. นักเรียนจบั คผู ลัดกันตง้ั คาํ ถามและตอบคําถามเกย่ี วกบั เร่ืองทอา น
๕. นักเรยี นทําแบบฝก หัด ทกั ษะภาษา ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ แบบฝกหดั ท่ี ๑๓ ขอ ๓ (๓) จากน้นั นาํ สง
ครู ครเู ฉลยและตรวจสอบความถูกตอ ง
ส่อื / แหลงเรยี นรู
๑. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชีวิต ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓
๒. แบบฝกหัด รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วิธีประเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกหัด
๒. เคร่ืองมือประเมิน
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- แบบฝกหดั
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- ผูเ รียนผานเกณฑการสงั เกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- ผเู รยี นไดค ะแนนการทาํ แบบฝกหัดผา นเกณฑ รอยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรียนรูที่ ๗
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๓
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๑๙ เรอ่ื ง ของดีในตาํ บล เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เร่อื ง การเขยี นอวยพร เวลา ๒ ชั่วโมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ อ ผอู ื่นในโอกาสตางๆ
การเขียนอวยพร หมายถึง การเขยี นความแสดง
ความยินดีหรอื ความปรารถนาดต
มาตรฐานการเรยี นรู
ท๓.๑ สามารถเลือกฟงและดอู ยางมีวิจารณญาณ และพดู แสดงความรู ความรสู กึ ในโอกาสตางๆ อยา ง มี
วจิ ารณญาณและสรางสรรค
ท๔.๑ เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิปญ
ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปน สมบตั ขิ องชาติ
ตวั ช้วี ดั
มาตรฐาน ท ๓.๑
ป.๓/๕ พดู ส่ือสารไดช ัดเจนตรงตามวัตถปุ ระสงค
ป.๓/๖ มมี ารยาทในการฟง การดูและการพูด
มาตรฐาน ท ๔.๑
ป.๓/๔ แตง ประโยคงา ยๆ
ป.๓/๖ เลือกใชภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ินไดเหมาะสมกับกาลเทศะ
จดุ ประสงค
๑. นักเรียนเขียนความแสดงความยินดหี รือความปรารถนาดี ตอผอู ื่นในโอกาสตา งๆ ไดถ ูกตอง
๒. นักเรยี นสามารถนําผลงานทไ่ี ดไปใชใ นโอกาสตา งๆ อยางเหมาะสม
สมรรถนะสําคัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยูอยางพอเพียง
สาระการเรยี นรู
- การเขยี นคําอวยพร
- การพดู อวยพร
กระบวนการจดั การเรยี นรู
(ชว่ั โมงที่ ๑)
๑. นกั เรียน พดู คยุ สนทนาเก่ียวกบั การอวยพรในโอกาสตา งๆ
๒. ใหน กั เรียนอาน อธบิ ายเพ่ิม เติมความรู จากหนงั สอื ภาษาพาทีช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๓ หนา ๑๗๑
๓. นกั เรียนแบงกลมุ เลือกแสดงบทบาทสมมตุ สิ ้นั ๆ ในกิจกรรมตอ ไปนโ้ี ดยมีครูเปนผชู ้ีแนะ
- การพดู ทผี่ ใู หญใ หพรแกผูนอย
- การพูดทผ่ี ูนอ ยตอ งการอวยพรแกผูใหญ
๔. นกั เรยี นทําแบบฝกหัด ทักษะภาษา ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๓ แบบฝกหัดที่ ๑๓ ขอ ๓ (๔) จากนนั้ นําสง
ครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถกู ตอ ง
(ชว่ั โมงท่ี ๒)
๑. ทบทวนเก่ียวกับการอวยพรในโอกาสตางๆ
๒. ใหน กั เรยี นอา น อธบิ ายเพม่ิ เติมความรูจ ากหนงั สือภาษาพาทชี ้ันประถมศกึ ษาปที่ ๓ หนา ๑๗๑
๓. นักเรยี นเขยี นบัตรอวยพรในโอกาสตา งๆ ดงั กจิ กรรมตอไปน้ี
- บัตรอวยพรเพ่ือน
- บตั รอวยพรแกผูใ หญ
จากนัน้ นาํ สง ครู ครเู ฉลยและตรวจสอบความถูกตอง
๔. ครู และนกั เรียนรว มกนั อภิปรายสรุปวาการเขยี นอวยพรคือการเขยี นความแสดงความยนิ ดีหรือความ
ปรารถนาดตี อผอู ื่นในโอกาสตางๆ
สอ่ื / แหลงเรียนรู
๑. หนงั สอื เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
๒. แบบฝกหดั รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวิต ทกั ษะภาษา ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓
การวดั ผลและประเมนิ ผล
๑. วิธปี ระเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หดั
๒. เคร่อื งมือประเมิน
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- ทําแบบฝก หัด
๓. เกณฑการประเมนิ
- ผูเรยี นผานเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- ผเู รยี นไดค ะแนนการทําแบบฝก หัดผา นเกณฑ รอยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๘
กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๑๙ เรอ่ื ง ของดีในตาํ บล เวลา ๑๐ ชั่วโมง
เรอ่ื ง การอานขอ มูลจากแผนที่ เวลา ๑ ชั่วโมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
ผูอานตองมคี วามรูความเขา ใจจึงจะบอกตาํ แหนง ท่ีต้งั และอธบิ ายความหมายของขอมลู จากการอา นนั้นๆ ได
อยางถกู ตอง
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคิดเพือ่ นําไปตดั สินใจแกปญ หาในการดําเนนิ ชวี ติ และ
มนี ิสัยรักการอาน
ตัวชว้ี ัด
ป.๓/๖ อธิบายความหมายของขอ มูลจากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ
จุดประสงคการเรยี นรู
๑. นักเรยี นบอกทต่ี ั้งของจงั หวัดตนเองได
๒. นกั เรียนอา นขอ มลู จากแผนทไ่ี ด
สมรรถนะสําคัญของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต
คุณลักษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มีวนิ ัย
๕. อยูอ ยางพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
- การอา นขอ มลู จากแผนท่ี
กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. ครูนําแผนที่ประเทศไทยมาใหนกั เรยี นดแู ละสงั เกต
๒. รวมกนั บอกตําแหนง ทีต่ ั้งของจังหวัดตนเองในแผนที่
๓. นักเรียนอา นและดูแผนทป่ี ระเทศไทยจากหนังสือเรยี นภาษาพาที หนา ๑๗๒
๔. ครูใหข อมลู เพ่มิ เตมิ ในการอา นแผนท่ปี ระเทศไทย เชน การดทู ศิ
๕. นักเรียนแบงกลมุ เปน ๒ ฝา ย ผลัดการหาตาํ แหนงท่ีอยูข องจังหวดั ตางๆ
๖. นักเรียนทาํ แบบฝก หัด ทกั ษะภาษา แบบฝก หดั ที่ ๑๓ ขอ ๓ (๕) หนา ๑๔๒
๗. นักเรียนทําแบบฝกหัด ทกั ษะภาษา แบบฝก หัดท่ี ๑๓ ขอ ๔ หนา ๑๔๓
สอ่ื / แหลงเรียนรู
๑. หนังสอื เรียน รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชีวิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
๒. แบบฝก หดั รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ติ ทักษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
การวดั ผลและประเมินผล
๑. วิธปี ระเมิน
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หดั
๒. เครอ่ื งมือประเมิน
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- แบบฝกหัด
๓. เกณฑการประเมนิ
- นกั เรยี นผา นเกณฑการสังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผา นเกณฑการทําแบบฝก หัด รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๑
กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒๐ เรื่อง ธรรมชาตเิ จา เอย เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เรอ่ื ง อา น เขียน คําควรรูคูความหมาย เวลา ๒ ชั่วโมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
การอาน และการเขียนคําควรรูค ูค วามหมาย จะชว ยใหก ารอา นเรือ่ งราวในบทเรยี นเขา ใจไดงาย และ
สามารถพัฒนาทกั ษะทางภาษาไดด ี
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคดิ เพ่ือนําไปตดั สนิ ใจแกป ญ หาในการดําเนนิ ชวี ติ และ
มนี ิสยั รกั การอา น
ตัวชว้ี ัด
ป.๓/๑ อานออกเสียงคาํ ขอความ เรือ่ งสั้นและบทรอ ยกรองงายๆ ไดถ กู ตอ งคลอ งแคลว
ป.๓/๒ อธบิ ายความหมายของคําและขอความทอี่ า น
จุดประสงค
๑. นกั เรยี นอานคาํ ศัพทย ากไดถ กู ตอ ง
๒. นักเรยี นบอกความหมายของคาํ ในบทเรียนได
๓. นกั เรียนใชค ําไดถ กู ตองตามบริบท
สมรรถนะสาํ คัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มีวนิ ัย
๕. อยอู ยา งพอเพียง
สาระการเรียนรู
- ความหมายของคํา
- การใชคํา
กระบวนการจัดการเรยี นรู
(ชั่วโมงท่ี ๑)
๑. นักเรยี นอานคําจากบตั รคาํ ตามครู คาํ ละ ๒ ครั้ง
๒. นกั เรยี นอา นออกเสียงคําศพั ท อานเพิ่ม เตมิ ความหมาย จากหนังสอื เรียนภาษาพาที ช้ัน
ประถมศึกษาปที่ ๓ หนาที่ ๑๘๓ – ๑๘๔
๓. นกั เรยี นและครรู ว มกันสนทนาถึงความหมายของคาํ พรอมยกตวั อยางประกอบ
๔. นักเรยี นทาํ แบบฝกหัด ทกั ษะภาษา ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๓ แบบฝก หัดที่ ๑๔ ขอ ๒ (๑)
(ช่วั โมงท่ี ๒)
๑. นกั เรียนแขงขนั อา นคาํ จากบตั รคํา (คาํ สาํ คญั ในบทเรียน)
๒. นกั เรยี นอานออกเสียงคาํ ศพั ท อานเพม่ิ เตมิ ความหมาย จากหนงั สอื เรียนภาษาพาที ชั้น
ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ หนา ที่ ๑๘๓ – ๑๘๔
๓. นักเรียนทําแบบฝกหัด ทักษะภาษา ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓ แบบฝกหดั ที่ ๕ ขอ ๒ (๓)
๔. นักเรียนคนหาความหมายคําศัพทในแบบฝก หดั ทักษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ แบบฝก หดั ที่ ๕
ขอ ๒ (๓) จากพจนานกุ รม แลว เขียนบันทึกลงในสมดุ แบบฝกหัด
๕. นักเรยี นฝก แตงประโยคปากเปลาจากบัตรคําที่อา น (คาํ สาํ คญั ในบทเรียน)
สอื่ / แหลงเรยี นรู
๑. บัตรคาํ
๒. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชวี ิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
๓. แบบฝก หัด รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ทกั ษะภาษา ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓
๔. หนงั สือพจนานกุ รม
การวดั ผลและประเมินผล
๑. วิธีประเมิน
- สังเกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- ตรวจแบบฝกหดั
๒. เคร่ืองมอื ประเมิน
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- ทําแบบฝกหดั
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรียนผา นเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม
- นกั เรยี นผานเกณฑการทําแบบฝกหดั รอยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรียนรูท ่ี ๒
กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒๐ เร่อื ง ธรรมชาตเิ จา เอย เวลา ๑๐ ช่วั โมง
เรอื่ ง การอา นในใจ เวลา ๑ ชัว่ โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คญั
การอาน และการเขยี นคําควรรูค ูความหมาย จะชวยใหการอา นเรอ่ื งราวในบทเรียนเขาใจไดง าย และ
สามารถพัฒนาทักษะทางภาษาไดดี
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคดิ เพ่อื นาํ ไปตัดสนิ ใจแกป ญ หาในการดาํ เนินชวี ติ และ
มีนสิ ยั รกั การอา น
ตวั ช้วี ดั
ป.๓/๑ อานออกเสียงคํา ขอความ เร่ืองสนั้ และบทรอ ยกรองงา ยๆไดถูกตอ งคลอ งแคลว
ป.๓/๒ อธบิ ายความหมายของคําและขอ ความที่อาน
จดุ ประสงค
๑. นักเรยี นอานคาํ ศัพทย ากไดถ กู ตอ ง
๒. นกั เรียนบอกความหมายของคําในบทเรียนได
๓. นกั เรียนสรปุ เรอื่ งยอ จากเรือ่ งท่อี า นได
สมรรถนะสาํ คญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการส่ือสาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวิต
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี ินัย
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
- อา นคําศัพทย าก
- ความหมายของคํา
- การสรปุ เลาเรื่องยอ
กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ครใู หนกั เรยี นอา นบตั รคําในกระเปา ผนังบนกระดานดาํ ดงั นี้ คาคบ ตะขบ ทาก นกเงอื ก พงไพร
พรรณนา พรู มะขามปอ ม ละหาน วิบตั ิ สมดุล สะพร่ัง สังวร
๒. ครแู ละนกั เรียนสนทนาเกยี่ วกบั ภาพในเรอื่ ง ธรรมชาติ เจาเอย จากหนังสอื ภาษาพาที ช้นั ประถม
ศกึ ษาปท ่ี ๓ หนา ๑๗๖ – ๑๘๑
๓. นกั เรียนอานในใจ เรือ่ ง ธรรมชาติ เจาเอย หลงั จากนัน้ ครแู ละนกั เรยี นชว ยกนั สรุปเน้อื เร่ือง
๔. นักเรยี นแบงกลมุ ชว ยกนั สรปุ เรือ่ งนาํ เสนอผลงานหนาช้ันเรยี น
๕. แตละกลมุ สง ตวั แทนเลาเรอ่ื งยอหนา ช้นั เรยี น ต้งั คาํ ถามจากเร่อื งใหก ลมุ อืน่ ตอบ
๖. นักเรียนทาํ แบบฝก หดั ทกั ษะภาษา แบบฝกหดั ท่ี ๑๔ ขอ ๑ (๑-๔)
สอื่ / แหลง เรียนรู
๑. บัตรคาํ
๒. หนงั สือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓
๓. แบบฝกหดั รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชีวติ ทักษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๓
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วิธีประเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- ตรวจแบบฝก หัด รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๒. เคร่อื งมอื ประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- ทําแบบฝก หัด
๓. เกณฑก ารประเมิน
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารสังเกตพฤตกิ รรม
- นักเรียนผา นเกณฑก ารทาํ แบบฝก หัด
แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๓
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๓
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๒๐ เร่อื ง ธรรมชาติเจาเอย เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เรอื่ ง การอานออกเสียง เวลา ๑ ช่ัวโมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
การอา นออกเสียง เปนการอา นใหผ ูอ ื่นฟง ฉะนั้นผอู า นจะตอ งแบงวรรคตอน เนน เสยี งหนักเบา และออก
เสยี งใหถ ูกตองชดั เจน จงึ จะสือ่ ความหมายไดอ ยางมีประสทิ ธิภาพ
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคิดเพื่อนําไปตดั สนิ ใจแกป ญ หาในการดาํ เนนิ ชวี ิตและ
มนี ิสัยรกั การอาน
ตัวชว้ี ดั
ป.๓/๑ อา นออกเสียงคํา ขอความ เร่ืองสน้ั ๆ และบทรอ ยกรองงายๆ ไดถ ูกตอ ง คลองแคลว
จดุ ประสงค
๑. นักเรยี นอา นออกเสยี งเนอื้ หาในบทเรียนได
๒. นกั เรยี นจบั ใจความเรอ่ื งท่อี า นได
๓. นกั เรยี นตอบคําถามเร่อื งท่อี า นได
สมรรถนะสําคัญของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี ินัย
๕. อยูอยางพอเพียง
สาระการเรียนรู
- การอา นออกเสียง
- การจบั ใจความสําคัญ
- การตอบคําถาม
กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ทบทวนคําศัพทจ ากบตั รคํา
๒. ครูใหน ักเรยี นชว ยกันบอกหลักเกณฑการอา นออกเสียงทด่ี ี เชน อานคลอง อานถูกตอ ง ชัดเจน เวน วร
รคตอนถกู ตอง ใชน ้ําเสยี งสอดคลองกบั อารมณของตัวละคร เปนตน
๓. ครูสาธติ การอานทีด่ ใี หน กั เรียนฟง หรือใหนกั เรยี นฟงจากเครอ่ื งบนั ทกึ เสยี งกไ็ ด เพอื่ เปนแนวทางใน การ
อา นของนักเรยี น
๔. นกั เรียนอา นเน้อื หาในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุดภาษาเพ่อื ชวี ิต ภาษาพาที ชน้ั
ประถมศึกษาปท่ี ๓ หนา ๑๗๖-๑๘๑ โดยอานตอกันคนละ ๑ ยอ หนา แลวรวมกนั สนทนาถงึ เนอื้ หาวา ใคร ทํา
อะไร ที่ไหน ผลเปน อยางไร แลว ชวยกันเลาเรอื่ งตอเนอ่ื งจนจบ โดยครูชวยเพมิ่ เตมิ สวนท่ีบกพรอง
๕. นกั เรียนชว ยกันสรปุ ความรู เรื่องการอานออกเสียงและการตอบคําถาม และขอคดิ ท่ไี ดจ ากบทอาน
สื่อ / แหลง เรยี นรู
๑. บตั รคาํ
๒. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓
การวัดผลและประเมนิ ผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑. วิธีประเมิน
- สังเกตพฤติกรรม
๒. เครอื่ งมือประเมิน
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
๓. เกณฑก ารประเมิน
- นกั เรยี นผา นเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรม
แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี ๔
กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๖
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๒๐ เร่ือง ธรรมชาติเจา เอย เวลา ๑๐ ชั่วโมง
เร่ือง การอานคดิ วเิ คราะห เวลา ๑ ชั่วโมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
การวิเคราะหเ รอื่ ง เปน การพิจารณาสวนตางๆ ของเรอื่ ง เชน ขอ เท็จจริงและขอคดิ เหน็ สว นดแี ละสวน
บกพรองของเน้อื เรอ่ื ง จุดประสงคข องผูแ ตง ความเหมาะสมในการใชค าํ ประโยค ขอความ ฯลฯ สรุปขอ คิดที่ได
จากเรอ่ื ง สามารถนําความรูท ี่ไดรับไปใชประโยชนในชวี ิตประจาํ วนั
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอา นสรางความรแู ละความคดิ เพ่อื นาํ ไปตดั สนิ ใจแกป ญหาในการดําเนินชวี ติ และ
มีนิสยั รักการอาน
ตัวชี้วดั
ป.๓/๓ ตง้ั คาํ ถามและตอบคําถามเชิงเหตผุ ลเก่ียวกับเรอื่ งทีอ่ าน
ป.๓/๕ สรปุ ความรูและขอคิดจากเรือ่ งท่อี านเพ่ือนาํ ไปใชในชีวติ ประจําวัน
จุดประสงค
๑. นักเรยี นตั้งคําถาม – ตอบคําถามเรอื่ งทีอ่ านได
๒. นักเรยี นแยกขอเท็จจรงิ และขอ คดิ เห็นจากเร่ืองที่อานได
๓. นกั เรยี นสรุปขอคดิ ท่ีไดจากการอานได
สมรรถนะสําคัญของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ
คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยอู ยา งพอเพียง
สาระการเรียนรู
- การตง้ั คําถามและตอบคาํ ถาม
- การแยกขอ เท็จจริงและขอ คดิ เห็น
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ใหน กั เรยี นทบทวนเน้ือหาบทเรยี น โดยการอานคําจากบัตรคํา
๒. นกั เรยี นอานออกเสียงเร่ือง ธรรมชาตเิ จา เอย จากหนังสือเรยี นภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
หนา ๑๗๖-๑๘๑ พรอ มกัน
๓. นักเรียนแบงกลุม อานออกเสียงจากบทเรยี นกลุม ละ ๑ ยอ หนา
๔. นกั เรียนชวยกนั ตัง้ และตอบคาํ ถามปากเปลา ตามเหตกุ ารณของเนอ้ื เรอ่ื ง
- เดก็ ๆ ไปทําอะไร ทไ่ี หน
- กอนเดินทางศึกษาธรรมชาติ เด็กๆ นําผามาพนั ขาเพอ่ื อะไร
- สงิ่ สาํ คญั ในการเดินปา ควรปฏบิ ัตอิ ยางไร
- นกั เรยี นรวมกันสรุปเนือ้ เรือ่ ง โดยนาํ คาํ ตอบตามเหตกุ ารณใ หต อเนือ่ งกัน
- นักเรยี นไดขอ คดิ อยา งไรจากเร่อื งท่ีอาน
๕. นักเรยี นทาํ แบบฝกหัด ทกั ษะภาษา แบบฝกหัดท่ี ๑๔ ขอ ๑ (๕-๗)
สื่อ / แหลงเรยี นรู
๑. หนงั สอื เรียน รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓
๒. แบบฝก หัด รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ิต ทักษะภาษา ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓
การวัดผลและประเมินผล
๑. วิธปี ระเมิน
- สังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- ตรวจแบบฝก หัด
๒. เครื่องมอื ประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หดั
๓. เกณฑการประเมนิ
- นักเรียนผานเกณฑการสังเกตพฤติกรรม
- นักเรียนผานเกณฑการทาํ แบบฝกหดั
แผนการจดั การเรียนรูท ่ี ๕
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒๐ เรอื่ ง ธรรมชาตเิ จา เอย เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เรื่อง การอานเสรมิ บทเรียน เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คญั
การอา นเสริมบทเรียน ทําใหผ อู านไดร ับความรู ความบันเทงิ และขอ คิดจากการอาน และสามารถเลือก
หนังสืออา นไดตรงตามความตอ งการ นอกจากน้ีทสี่ าํ คญั คอื สามารถนําความรูท ไ่ี ดรับจากการอา นมาปรับใชให เป
นประโยชนใ นชีวติ ประจาํ วันได
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคดิ เพื่อนาํ ไปตัดสินใจแกปญหาในการดาํ เนินชวี ติ และ
มนี สิ ยั รกั การอาน
ตวั ชี้วัด
ป.๓/๑ อานออกเสียงคาํ ขอความ เรอื่ งสนั้ ๆ และบทรอยกรองงา ยๆ ไดถกู ตอง คลอ งแคลว
จดุ ประสงค
๑. นักเรยี นอา นและจบั ใจความสาํ คญั ของเร่ืองได
๒. นกั เรยี นสรุปและบอกขอคิดจากเร่ืองที่อาน
สมรรถนะสําคญั ของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการสือ่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยูอยางพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
- การอา นเสรมิ “โลกแสนสวย ชวี ิตแสนสขุ ”
กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. ทบทวนเนือ้ หาทีเ่ รียนในชวั่ โมงท่ีแลวดวยการเลา เรื่องธรรมชาติเจา เอย
๒. นกั เรยี นอา นออกเสยี งพรอมกันเรือ่ ง ธรรมชาตเิ จา เอย จากหนังสอื เรยี นภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาป
ท่ี ๓ หนา ๑๗๖ - ๑๘๑
๓. นักเรยี นอา นออกเสยี ง อานเสรมิ “โลกแสนสวย ชีวติ แสนสขุ ” จากหนงั สอื เรียนภาษาพาที ช้นั ประถม
ศึกษาปท ่ี ๓ หนา ๑๘๒ พรอมกัน
๔. นักเรียนพดู คุย สนทนา เกย่ี วกับ “โลกแสนสวย ชีวิตแสนสขุ ” จากความรูที่ไดอ า นโดยตง้ั คาํ ถามดงั นี้
- ในบทรอยกรองน้มี ีช่อื ผลไมก่ีชนิด อะไรบา ง
- ในบทรอยกรองน้มี ชี ื่อสตั วก ี่ชนิด อะไรบาง
- ธรรมชาตใิ หประโยชนอ ะไรกับเราบา ง
- นกั เรยี นมคี วามคิดเห็นอยา งไรกบั ขอความน้ี “นกขาดปา ปลาขาดนา้ํ ”
๕. นกั เรยี นรวมกนั สรุปความรูแ ละขอคดิ ท่ไี ดจากการอาน “โลกแสนสวย ชีวิตแสนสุข”
๖. นกั เรียนทาํ แบบฝก หัด ทกั ษะภาษา แบบฝก หดั ที่ ๑๔ ขอ ๑ (๘-๙)
สอ่ื / แหลง เรยี นรู
๑. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓
๒. แบบฝก หัด รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชีวติ ทกั ษะภาษา ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วธิ ีประเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- ตรวจแบบฝก หัด รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๒. เครอ่ื งมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หัด
๓. เกณฑการประเมนิ
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารสงั เกตพฤตกิ รรม
- นักเรยี นผา นเกณฑการทําแบบฝกหดั
แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี ๖
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๒๐ เร่อื ง ธรรมชาติเจา เอย เวลา ๑๐ ช่วั โมง
เร่ือง ประโยคเพื่อการส่ือสาร เวลา ๑ ชั่วโมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
การเขยี นที่ถกู ตองชดั เจน จะทาํ ใหอา นมีความเขา ใจตรงกนั ขอ ความที่มใี จความสมบูรณชดั เจน จะตองมี
คํานาม คํากริยา ทบ่ี อกใหร ูวาใครทาํ อะไร เปนประโยคบอกเรื่องราว หรือประโยคบอกเลา ประโยคท่ีมีใจความไม
ยอมรบั เรียกวาประโยคปฏเิ สธ ประโยคที่ตองการคาํ ตอบเรยี กวาประโยคคาํ ถาม และประโยคท่ีแสดงความตองการ
สง่ิ หนึ่งสง่ิ ใดเรียกวาประโยคแสดงความตองการ
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๒.๑ ใชก ระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ยอความ และเขียนเรอื่ งราวในรูปแบบตางๆ
เขยี นรายงานขอ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคนควาอยางมีประสทิ ธภิ าพ
ตัวชี้วดั
ป.๓/๔ แตง ประโยคงา ยๆ
จุดประสงค
๑. นกั เรียนบอกความหมายของประโยคได
๒. นกั เรียนบอกประเภทของประโยคได
๓. นักเรียนแตง ประโยคตามท่กี าํ หนดได
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยูอ ยา งพอเพียง
สาระการเรียนรู
- ประโยคบอกเลา ประโยคปฏเิ สธ และประโยคคาํ ถาม
กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. ครนู ําแถบประโยคใหน ักเรยี นอานและสังเกตความแตกตา งระหวางประโยคแตล ะประโยค
๒. ครูใหค วามรูเพิ่มเตมิ เกี่ยวกบั ประโยคตา งๆ
๓. นักเรียนอานอธบิ ายเพม่ิ เตมิ ความรู ประโยคเพอ่ื การสอื่ สาร จากหนงั สอื ภาษาพาที หนา ๑๘๕ –
๑๘๖ (ชดุ ที่ ๑-๓)
๔. นักเรยี นแบงกลมุ ฝก เขียนประโยคบอกเลา ประโยคปฏเิ สธ และประโยคคําถาม อยางละ ๕ ประโยค
๕. ตัวแทนกลุม ออกมานาํ เสนอผลงาน ครูและนักเรยี นรวมกนั ตรวจผลงาน พรอ มแสดงความคดิ เหน็ แกไขข
อบกพรอ ง
๖. นกั เรยี นและครสู รปุ บทเรยี น และใหน กั เรียนทาํ แบบฝกหัด ทักษะภาษา แบบฝก หัดท่ี ๑๔ ขอ ๓
(๑-๒) หนา ๑๕๐-๑๕๑
สือ่ / แหลง เรยี นรู
๑. หนังสือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชวี ิต ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
๒. แบบฝก หัด รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชีวติ ทักษะภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓
การวัดผลและประเมินผล
๑. วิธปี ระเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝกหดั
๒. เครื่องมือประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบฝกหดั
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรยี นผา นเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- น เรยี นผา นเกณฑก ารทําแบบฝกหัด รอยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี ๗
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๒๐ เร่อื ง ธรรมชาติเจา เอย เวลา ๑๐ ช่วั โมง
เร่ือง ประโยคเพื่อการส่ือสาร เวลา ๑ ชั่วโมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
การเขยี นที่ถกู ตองชดั เจน จะทาํ ใหอา นมีความเขา ใจตรงกนั ขอ ความที่มใี จความสมบูรณชดั เจน จะตองมี
คํานาม คํากริยา ทบ่ี อกใหร ูวาใครทาํ อะไร เปนประโยคบอกเรื่องราว หรือประโยคบอกเลา ประโยคท่ีมีใจความไม
ยอมรบั เรียกวาประโยคปฏเิ สธ ประโยคที่ตองการคาํ ตอบเรยี กวาประโยคคาํ ถาม และประโยคท่ีแสดงความตองการ
สง่ิ หนึ่งสง่ิ ใดเรียกวาประโยคแสดงความตองการ
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๒.๑ ใชก ระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ยอความ และเขียนเรอื่ งราวในรูปแบบตางๆ
เขยี นรายงานขอ มลู สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคนควาอยางมีประสทิ ธภิ าพ
ตัวชี้วดั
ป.๓/๔ แตง ประโยคงา ยๆ
จุดประสงค
๑. นกั เรียนบอกความหมายของประโยคได
๒. นกั เรียนบอกประเภทของประโยคได
๓. นักเรียนแตง ประโยคตามท่กี าํ หนดได
สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยูอ ยา งพอเพียง
สาระการเรยี นรู
- ประโยคแสดงความตองการ ประโยคคาํ สั่ง และประโยคขอรอ ง
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ครูนาํ แถบประโยคใหน กั เรียนอา นและสงั เกตความแตกตา งระหวางประโยคแตล ะประโยค
๒. ครูใหค วามรูเพม่ิ เตมิ เกี่ยวกับประโยคตา งๆ
๓. นักเรียนอา นอธบิ ายเพ่ิม เติมความรู ประโยคเพ่อื การสอ่ื สาร จากหนงั สอื ภาษาพาที หนา ๑๘๖ –
๑๘๗ (ชดุ ท่ี ๔ – ๖)
๔. นักเรยี นแบง กลมุ ฝก เขยี นประโยคแสดงความตอ งการ ประโยคคําส่งั และประโยคขอรองอยา งละ ๕
ประโยค
๕. ตวั แทนกลุมออกมานําเสนอผลงาน ครแู ละนกั เรียนรวมกันตรวจผลงาน พรอมแสดงความคดิ เห็น
แกไขขอบกพรอ ง
๖. นกั เรยี นและครูสรุปบทเรียนบทเรยี น และใหน ักเรยี นทาํ แบบฝกหัด ทกั ษะภาษา แบบฝกหัดที่ ๑๔
ขอ ๓ (๓) หนา ๑๕๒-๑๕๓
สอ่ื / แหลงเรียนรู
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชีวติ ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๓
๒. แบบฝกหัด รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวติ ทกั ษะภาษา ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓
การวดั ผลและประเมนิ ผล
๑. วธิ ีประเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝก หดั
๒. เครอื่ งมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- แบบฝก หัด
๓. เกณฑการประเมิน
- นักเรยี นผานเกณฑการสังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารทําแบบฝกหดั รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๘
กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๒๐ เร่อื ง ธรรมชาติเจา เอย เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เรอ่ื ง การเขยี นแสดงความรสู ึกนึกคิด เวลา ๒ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสําคัญ
การเขียนใดๆ ผเู ขียนยอมมีจดุ ประสงคใ นการเขยี น แนวการเขยี นเพือ่ แสดงอารมณค วามรูส กึ นกึ คดิ หรือ
ตามจินตนาการ ผเู ขยี นสามารถเขียนไดอยางอิสระ
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขยี นเรยี งความ ยอ ความ และเขยี นเรื่องราวในรูปแบบตางๆ
เขยี นรายงานขอ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ
ตวั ช้วี ดั
ป.๓/๕ เขยี นเรอ่ื งตามจินตนาการ
ป.๓/๖ มมี ารยาทในการเขยี น
จุดประสงค
๑. นักเรยี นเขยี นเรือ่ งแสดงความรูส ึกได
๒. นักเรยี นมมี ารยาทในการเขียน
สมรรถนะสําคญั ของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มีวินยั
๕. อยูอยางพอเพยี ง
สาระการเรยี นรู
- การเขียนแสดงความรสู ึกนกึ คดิ
กระบวนการจัดการเรียนรู
(ชวั่ โมงท่ี ๑)
๑. ทบทวนบทเรยี นเรือ่ งประโยคประเภทตางๆ
๒. นกั เรียนอานอธบิ ายเพิม่ เติมความรู เรือ่ ง การเขยี นแสดงความรูสกึ นึกคดิ จากหนังสอื ภาษาพาที หนา
๑๘๗ – ๑๘๙
๓. ครใู หความรูเ พ่มิ เติม และแนะนาํ หลกั เกณฑการวางโครงเร่ืองทจ่ี ะเขียนวา ควรมสี าระสาํ คัญและ ราย
ละเอียดอะไรบาง รวมทงั้ เรือ่ งเขียนจะใหประโยชนแกผ ูอานอยา งไรบาง
๔. นักเรียนและครสู รุปบทเรียนบทเรียน และใหน กั เรียนทาํ แบบฝกหัด ทกั ษะภาษา แบบฝก หดั ที่ ๑๔
ขอ ๔ หนา ๑๕๓
(ชัว่ โมงท่ี ๒)
๑. ครูทบทวนหลักเกณฑก ารวางโครงเรือ่ งการเขียนแสดงความรสู ึกนกึ คดิ
๒. ใหน กั เรยี นกาํ หนดโครงเร่อื งในการเขียนแสดงความรูส ึกนึกคดิ โดยกําหนดและวางโครงเรอ่ื งให
ถูกตอง ๓. นักเรียนเขยี นแสดงความรสู ึกนกึ คิดของตนเอง
๔. ครคู ัดเลอื กผลงานทถี่ ูกตอ งเปนตัวอยางตอไป
๕. นกั เรยี นทําแบบฝก หัดทักษะภาษา แบบฝก หดั ที่ ๑๔
ขอ ๔ หนา ๑๕๔
สื่อ / แหลง เรียนรู
๑. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวิต ภาษาพาที ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
๒. แบบฝก หัด รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพือ่ ชวี ติ ทกั ษะภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๓
การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วิธีประเมิน
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกหัด
๒. เครอื่ งมอื ประเมิน
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หดั
๓. เกณฑการประเมิน
- นกั เรยี นผา นเกณฑการสงั เกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผานเกณฑการทาํ แบบฝก หดั รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรียนรูท ี่ ๑
กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๓
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒๑ เรือ่ ง เลนคาํ ทาย เวลา ๑๐ ชัว่ โมง
เร่ือง อาน เขยี น คําควรรูค ูค วามหมาย เวลา ๒ ช่วั โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
การอาน และการเขียนคําควรรูคูค วามหมาย จะชวยใหการอานเรอื่ งราวในบทเรียนเขา ใจไดงา ย และ
สามารถพฒั นาทักษะทางภาษาไดดี
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรา งความรแู ละความคดิ เพือ่ นาํ ไปตัดสนิ ใจแกป ญ หาในการดําเนนิ ชีวติ และม
นสิ ัยรกั การอา น
ตัวช้วี ัด
ป.๓/๑ อานออกเสยี งคาํ ขอ ความ เรือ่ งสั้นและบทรอ ยกรองงา ยๆ ไดถ กู ตอ งคลอ งแคลว
ป.๓/๒ อธบิ ายความหมายของคาํ และขอความทอี่ า น
จดุ ประสงคการเรียนรู
๑. นักเรียนอานคาํ ศพั ทย ากไดถูกตอง
๒. นักเรยี นบอกความหมายของคาํ ในบทเรยี นได
๓. นกั เรียนใชค ําไดถ ูกตอ งตามบรบิ ท
สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี ินัย
๕. อยอู ยางพอเพียง
สาระการเรียนรู
- ความหมายของคํา
- การใชคํา
กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. นักเรียนอานคําจากบัตรคาํ ตามครู คําละ ๒ ครั้ง
๒. นักเรยี นอา นออกเสียงคาํ ศัพท อานเพิม่ เตมิ ความหมายจากหนงั สอื เรียนภาษาพาที ชนั้ ประถม
ศึกษาปท ่ี ๓ หนา ท่ี ๑๙๖ – ๑๙๗
๓. นกั เรียนและครรู ว มกนั สนทนาถึงความหมายของคํา พรอ มยกตวั อยางประกอบ
๔. นกั เรยี นเลนแขง ขนั ทายคําทา ทางจากคําที่ครกู าํ หนดให
๕. นกั เรยี นเขยี นคําและความหมายของคาํ ลงในสมุดแบบฝกหดั
๖. นักเรยี นแขง ขันอา นคําจากบตั รคํา (คําสําคัญในบทเรยี น)
๗. นักเรยี นอา นออกเสยี งคาํ ศัพท อานเพ่มิ เตมิ ความหมายจากหนังสอื เรียน ภาษาพาที นักเรียนฝก แตง
ประโยคปากเปลา จากบตั รคาํ ที่อาน (คาํ สําคัญในบทเรียน)
๘. นกั เรยี นทําแบบฝกทักษะภาษา แบบฝกหัดที่ ๑ ขอ ๑ – ๓
สอื่ / แหลงเรียนรู
๑. บัตรคํา
๒. หนังสือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชีวิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
๓. แบบฝก หัด รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ทักษะภาษา ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
การวัดผลและประเมินผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑. วธิ ีประเมิน รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หดั
๒. เครือ่ งมือประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- ทําแบบฝก หัด
๓. เกณฑการประเมนิ
- นกั เรียนผา นเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรม
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารทาํ แบบฝกหดั
แผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๒
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
หนวยการเรียนรทู ่ี ๒๑ เร่ือง เลนคําทาย เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เรื่อง การอา นออกเสียง เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสาํ คญั
การอานออกเสยี ง เปนการอา นใหผูอ่นื ฟง ฉะนั้นผอู านจะตอ งแบงวรรคตอน เนน เสยี งหนกั เบา และออก
เสยี งใหถกู ตอ งชัดเจน จึงจะสอื่ ความหมายไดอ ยางมปี ระสิทธภิ าพ
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคดิ เพื่อนําไปตดั สนิ ใจแกป ญหาในการดําเนนิ ชวี ติ และมี
นิสยั รักการอา น
ตัวชีว้ ดั
ป.๓/๑ อา นออกเสยี งคาํ ขอ ความ เร่ืองสั้นๆ และบทรอยกรองงา ยๆ ไดถ กู ตอ ง คลอ งแคลว
จุดประสงคก ารเรยี นรู
๑. นักเรยี นอานออกเสยี งเนื้อหาในบทเรยี นได
๒. นกั เรียนจบั ใจความเรอ่ื งทีอ่ า นได
๓. นักเรยี นตอบคําถามเร่ืองที่อา นได
สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวินยั
๕. อยูอยางพอเพียง
สาระการเรยี นรู
๑. การอานออกเสียง
๒. การจับใจความสาํ คญั
๓. การตอบคําถาม
กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ครใู หน กั เรียนชวยกนั บอกหลักเกณฑก ารอา นออกเสยี งท่ดี ี เชน อา นคลอง อา นถูกตอง ชัดเจน
เวน วรรคตอนถกู ตอง ใชน ้าํ เสียงสอดคลองกับอารมณของตัวละคร เปน ตน
๒. ครูสาธิตการอานที่ดีใหน ักเรยี นฟงหรอื ใหนักเรียนฟง จากเคร่อื งบันทกึ เสยี งก็ได เพื่อเปน แนวทางใน การอ
านของนกั เรียน
๓. นกั เรียนอา นเน้ือหาในหนงั สือเรยี นรายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชวี ิต ภาษาพาที ชน้ั
ประถมศกึ ษาปที่ ๓ หนา ๑๙๒ – ๑๙๔ โดยอา นตอ กนั คนละ ๑ ยอหนา แลว รว มกันสนทนาถึงเนอ้ื หาวา ใคร
ทาํ อะไร ทไี่ หน ผลเปนอยางไร แลวชวยกันเลาเรอ่ื งตอ เนื่องจนจบ โดยครชู วยเพ่มิ เตมิ สว นทีบ่ กพรอ ง
๔. นักเรียนชวยกนั สรปุ ความรู เรอ่ื งการอานออกเสียงและการตอบคาํ ถาม และขอคิดท่ไี ดจากบทอา น
๕. นักเรยี นทําแบบฝกทกั ษะภาษา แบบฝก หัดที่ ๑ ขอ ๓ -๔
สือ่ / แหลงเรยี นรู
๑. บัตรคาํ
๒. หนงั สือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓
การวดั ผลและประเมนิ ผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑. วธิ ปี ระเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
๒. เคร่อื งมอื ประเมิน
- แบบสังเกตพฤติกรรม
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรยี นผานเกณฑการสงั เกตพฤติกรรม
แผนการจัดการเรียนรูท ี่ ๓
กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒๑ เร่อื ง เลนคาํ ทาย เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เรอ่ื ง การอา นคดิ วิเคราะห เวลา ๑ ชั่วโมง
.....................................................................................
สาระสาํ คัญ
การวเิ คราะหเ ร่อื ง เปน การพจิ ารณาสว นตางๆ ของเรอ่ื ง เชน ขอ เท็จจรงิ และขอ คดิ เห็น สวนดแี ละสวน
บกพรองของเน้ือเรอ่ื ง จดุ ประสงคข องผูแตง ความเหมาะสมในการใชคํา ประโยค ขอความ ฯลฯ สรุปขอคดิ ที่ได
จากเรอ่ื ง สามารถนาํ ความรูท ่ไี ดรับไปใชป ระโยชนในชวี ิตประจําวนั
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรา งความรูแ ละความคิดเพือ่ นาํ ไปตดั สนิ ใจแกปญ หาในการดาํ เนนิ ชีวติ และม
นสิ ยั รักการอา น
ตวั ชีว้ ัด
ป.๓/๓ ตง้ั คาํ ถามและตอบคาํ ถามเชิงเหตุผลเกยี่ วกับเรอ่ื งทอ่ี า น
ป.๓/๕ สรุปความรูแ ละขอ คดิ จากเรอื่ งท่อี า นเพอื่ นําไปใชในชวี ติ ประจําวัน
จุดประสงคก ารเรียนรู
๑. นกั เรียนตั้งคําถาม – ตอบคําถามเรอื่ งทีอ่ านได
๒. นกั เรียนแยกขอเทจ็ จริงและขอ คิดเห็นจากเร่ืองทีอ่ านได
๓. นักเรียนสรปุ ขอ คดิ ท่ีไดจากการอานได
สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชีวติ
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยอู ยา งพอเพียง
สาระการเรยี นรู
- การตงั้ คําถามและตอบคําถาม
- การแยกขอเทจ็ จรงิ และขอ คดิ เห็น
กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ใหน กั เรียนทบทวนเนอ้ื หาบทเรยี น โดยการอา นคาํ จากบัตรคํา
๒. นกั เรยี นอา นออกเสยี งเร่ือง เลนคําทาย จากหนังสือเรยี นภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๓ หนา
๑๙๒ – ๑๙๔ พรอ มกนั
๓. นักเรียนแบง กลุม อา นอกเสียงจากบทเรียนกลุมละ ๑ ยอ หนา
๔. นักเรียนชว ยกันตอบคําถามปากเปลา จากเรอื่ งที่อาน
- ใครนั่งตกั แม
- รําไมดีโทษปโทษกลองหมายความวาอยางไร
- หวานเปนลมขมเปน ยาหมายความวาอยา งไร
ฯลฯ
๕. นกั เรียนและครูชวยกันสรปุ บทเรียนจากเร่อื งท่ีอา น
๖. นกั เรยี นทําแบบฝก ทกั ษะภาษา แบบฝก หัดที่ ๒ ขอ ๑ – ๒
สือ่ / แหลง เรยี นรู
- หนังสือเรยี น รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓
การวัดและประเมนิ ผล รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๑. วธิ ีประเมิน
- สังเกตพฤตกิ รรม
๒. เคร่อื งมอื ประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรยี นผา นเกณฑการสงั เกตพฤติกรรม
แผนการจดั การเรียนรูที่ ๔
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๓
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๒๑ เร่ือง เลนคาํ ทาย เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เรื่อง การอา นเสริมบทเรียน เวลา ๑ ชว่ั โมง
.....................................................................................
สาระสําคญั
การอา นเสริมบทเรียน ทาํ ใหผอู า นไดรับความรู ความบันเทงิ และขอคดิ จากการอา น และสามารถเลอื ก
หนงั สอื อา นไดตรงตามความตองการ นอกจากนี้ทส่ี ําคัญ คือสามารถนําความรูทไี่ ดร บั จากการอานมาปรับใชใ ห เป
นประโยชนในชีวติ ประจําวันได
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรา งความรูแ ละความคดิ เพ่ือนาํ ไปตัดสินใจแกป ญหาในการดาํ เนินชีวติ และม
นิสัยรกั การอาน
ตัวชี้วดั
ป.๓/๑ อา นออกเสียงคาํ ขอความ เร่ืองส้นั ๆและบทรอ ยกรองงายๆไดถ ูกตอง คลอ งแคลว
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
๑. นักเรยี นอา นและจับใจความสําคัญของเรอื่ งได
๒. นักเรียนสรุปและบอกขอคดิ จากเรือ่ งทอ่ี าน
สมรรถนะสําคัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มีจิตสาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
สาระการเรียนรู
- การอา นเสรมิ “เร่อื ง นํา้ ข้นึ ใหร บี ตกั ”
กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. ทบทวนเน้อื หาทีเ่ รียนในชัว่ โมงทแี่ ลว ดว ยการเลาเรอ่ื ง ปฏบิ ัติการสายลบั จวิ๋
๒. นักเรียนอานออกเสยี งเรือ่ ง เลน ทายคํา จากหนงั สือเรียนภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ หนา
๑๙๒ – ๑๙๔ พรอ มกัน
๓. นักเรียนอา นออกเสียง อา นเสรมิ “เรื่อง นํ้าขึ้นใหรีบตัก” จากหนังสอื เรยี นภาษาพาที ช้ัน ประถมศึกษาป
ท่ี ๓ หนา ๗ พรอ มกนั
๔. นกั เรียนพดู คยุ สนทนา เกีย่ วกับ “เรื่อง นาํ้ ขนึ้ ใหร ีบตกั ” จากความรูท ่ีไดอ านโดยตงั้ คาํ ถามดังนี้
๕. นกั เรยี นรวมกันสรุปความรูแ ละขอคิดท่ไี ดจากการอา น “เรือ่ ง น้ําข้นึ ใหร ีบตัก”
๖. นักเรียนทําแบบฝกหัดทกั ษะภาษา แบบฝกหดั ท่ี ๑ ขอ ๕ และ แบบฝกหัดท่ี ๒ ขอ ๓
สื่อ / แหลง เรยี นรู
๑. บตั รคํา
๒. หนังสือเรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓
๓. แบบฝกหัด รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ิต ทกั ษะภาษา ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
การวดั ผลและประเมนิ ผล
๑. วิธีประเมิน
- สงั เกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- ตรวจแบบฝกหดั รอยละ ๗๕ – ๘๐
๒. เครื่องมอื ประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- ทาํ แบบฝกหดั
๓. เกณฑการประเมนิ
- นกั เรียนผานเกณฑการสังเกตพฤติกรรม
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารทาํ แบบฝก หดั
แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๕
กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๒๑ เรื่อง เลนคําทาย เวลา ๑๐ ช่ัวโมง
หวั ขอ เรื่อง การเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง เวลา ๒ ชั่วโมง
………………………………………………………………….
สาระสาํ คญั
แผนภาพโครงเรื่อง เปนแผนภาพทป่ี ระกอบดว ยสว นของคําถามเกี่ยวกับเรื่องบอกใหท ราบวาใคร ทาํ
อะไร ทไี่ หน อยา งไร เพราะเหตุใด และขอ คิดจากเรื่องแผนภาพโครงเรอ่ื ง จะชวยใหส ามารถบอกเหตกุ ารณของ
เร่อื งเปน ตอนๆ โดยอาศัยการคดิ คาํ ตอบจากคําถามในแผนภาพและชวยลําดับเร่ืองไดอยางตอเนอื่ ง ทําใหสามารถ
สรปุ เรอ่ื งท้ังหมดได
มาตรฐานการเรียนรู
ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขียนเขยี นสอ่ื สาร เขียนเรยี งความ ยอ ความ และเขียนเรือ่ งราวในรูปแบบตา งๆ
เขยี นรายงานขอ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยางมีประสทิ ธภิ าพ
ตวั ชีว้ ดั
ป ๔/๒ เขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื งและแผนภาพความคิดเพ่อื ใชพฒั นางานเขียน
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
๑. นกั เรยี นสามารถเขยี นแผนภาพโครงเร่อื งได
๒. นักเรยี นสามารถเลาเรอื่ งจากแผนภาพโครงเรื่องได
๓. นกั เรยี นสามารถเขียนเรื่องจากแผนภาพโครงเรอ่ื งได
สมรรถนะสาํ คัญ
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักชาติ ศาสน กษตั ริย
๒. ซอ่ื สัตยส จุ ริต
๓. มวี ินัย
๔. ใฝเ รียนรู
๕. อยูอ ยา งพอเพยี ง
๖. มงุ มั่นในการทํางาน
สาระการเรยี นรู
๑. การเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ งจากบทเรียน เร่ือง เลน คําทาย
๒. การเขยี นเรอ่ื งตามแผนภาพโครงเรอื่ ง
๓. การเลาเรื่องตามแผนภาพโครงเรือ่ ง
กระบวนการจัดการเรยี นรู
๑. ครูและนกั เรียนสนทนาเกยี่ วกับเร่ืองเลนคาํ ทาย
๒. นักเรยี นอา น อธบิ ายเพิม่ เตมิ ความรูและอานเสรมิ เพม่ิ ความรใู นหนังสือเรียน จากนัน้ ครแู ละ นกั เรยี น
อภิปรายเกยี่ วกับเรอ่ื งเลนคําทาย
๓. แบง กลมุ นกั เรียนอานเร่ืองเทยี่ วเลนคําทาย แลว รว มอภิปรายแสดงความคิดเหน็ และตอบขอซกั ถาม
เก่ียวกบั เรือ่ งเลน คําทาย
๔. นกั เรียนแตละกลมุ จัดทําแผนภาพโครงเร่ือง เรอ่ื งเลน คาํ ทาย
๕. ครูและนักเรียนชว ยกนั สรปุ ความรูจ ากเรอ่ื งเลน คาํ ทาย
สอื่ / แหลงเรียนรู
๑. บตั รคาํ ศพั ท
๒. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐานภาษาไทย ชดุ ภาษาเพือ่ ชีวติ ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓
๓. แบบฝก หดั รายวชิ าพื้นฐานภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓
การวัดและประเมนิ ผล
๑. วธิ ีการประเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจผลงาน
๒. เคร่ืองมอื ทีใ่ ชในการประเมิน
- แบบประเมนิ การสงั เกตพฤตกิ รรม
- แบบประเมนิ ผลงาน
๓. เกณฑการประเมิน
- นักเรียนผา นเกณฑการสังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรยี นผานเกณฑการประเมนิ ผลงาน รอยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๖
กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒๑ เรอ่ื ง เลนคาํ ทาย เวลา ๑๐ ชั่วโมง
เร่ือง สาํ นวนไทย เวลา ๑ ชว่ั โมง
………………………………………………………...…………..
สาระสําคญั
สาํ นวนหรือสํานวนโวหาร เปนถอ ยคาํ หรอื ขอความทม่ี คี วามหมายในเชงิ เปรยี บเทียบ ใหขอ คดิ
เตือนใจและใชส บื ตอกันมาชา นาน ชว ยทาํ ใหก ารใชภาษาในการสอ่ื สารไดอยางถกู ตอ งและมปี ระสิทธภิ าพ และ ให
อารมณ ความรสู ึกเปนพื้นฐานท่ีสําคญั ในการใชภ าษาไทยท้ังในการพูดและการเขียน
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภูมิ
ปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบตั ิของชาติ
ตัวชีว้ ดั
ป.๔/๒ อธบิ ายความหมายของคาํ ประโยคและสาํ นวนจากเร่อื งทอ่ี าน
จดุ ประสงคก ารเรยี นรู
๑. นักเรยี นบอกความหมายของสาํ นวนภาษาได
๒. นกั เรยี นใชส าํ นวนภาษาไดถ กู ตองตามสถานการณ
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. มคี วามรอบคอบในการทํางาน
๒. ยอมรบั ในขอตกลงของกลมุ ได
๓. มคี วามภาคภมู ิใจในภาษาไทย
๔. ใชส าํ นวนภาษาไดถกู ตอ งตามสถานการณ
๕. รูจ ักประหยดั อดออม
สาระการเรียนรู
- สํานวนไทย
กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. นกั เรยี นอภิปรายถึงเรือ่ งเลน คาํ ทาย
๒. นกั เรียน พดู คุย สนทนาเก่ียวกับสาํ นวนท่อี า นในเร่ืองเลนทายคาํ
๓. นักเรยี นเลน เกมทายสํานวนจากบตั รคําโดยนกั เรยี นตอบความหมายดงั น้ี ครชู ูบตั ร
คํา “ราํ ไมดโี ทษปโ ทษกลอง”
นกั เรียนตอบ : ตัวเองทาํ ผดิ แตไ มยอมรบั
ครูชบู ตั รคาํ “หวานเปน ลม ขมเปนยา” นกั เรียน
ตอบ : คาํ พูดไพเราะแตไ มไดช ว ยแกไขอะไร
ฯลฯ
๔. นักเรยี นทาํ แบบฝกหดั ทกั ษะภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๓ แบบฝกหัดท่ี ๒ ขอ ๔ แบบฝก หดั ท่ี ๓
ขอ ๑ – ๒ จากนัน้ นําสง ครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถูกตอ ง
๕. ครมู อบหมายนักเรียนสอบถามสํานวนจากครอบครัวและบคุ คลในชมุ ชนเปนการบา น
สือ่ / แหลงเรยี นรู
๑. บัตรคําสํานวน
๒. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพืน้ ฐานภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ิต ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓
๓. แบบฝกหัด รายวิชาพนื้ ฐานภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวติ ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๓
วัดผลประเมนิ ผล
๑. วธิ ีการประเมิน
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝก หัด
๒. เคร่ืองมือทใ่ี ชใ นการประเมิน
- แบบการสังเกตพฤติกรรม
- แบบฝกหัด
๓. เกณฑก ารประเมิน
- นกั เรยี นผา นเกณฑก ารสงั เกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรยี นผา นเกณฑการทําแบบฝกหัด รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๗
กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๒๑ เรอ่ื ง เลน คาํ ทาย เวลา ๑๐ ชว่ั โมง
เรอ่ื ง การใชพ จนานุกรม เวลา ๑ ชั่วโมง
……………………………………………………………..
สาระสาํ คญั
การใชพ จนานกุ รมคือการคนหาคาํ และความหมายของคาํ โดยเรียงจากลําดับพยญั ชนะและสระ ภายใน
พจนานุกรมแตล ะเลม จะบอกทัง้ ความหมายของคํา ชนดิ ของคาํ ทม่ี าของคํา ผูเ รยี นตอ งตองศึกษาหลกั การใชใ ห
ชัดเจน เพราะพจนานุกรมเปนเครอื่ งมือสําหรบั หาความหมายของคําและชวยใหเ ราสามารถอา นและเขียนคํา ตา
งๆ ไดถูกตอ ง
มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู
ปญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปน สมบัตขิ องชาติ
ตัวชว้ี ดั
ป. ๓/๓ ใชพจนานกุ รมคน หาความหมายของคํา
จดุ ประสงคการเรียนรู
๑. นกั เรียนใชพจนานุกรมคนหาความหมายได
๒. นกั เรียนบอกชนิดของคําจากพจนานุกรมได
สมรรถนะสาํ คัญ
๑. ความสามารถในการส่อื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ
๒. ซือ่ สัตยส จุ รติ
๓. มวี นิ ยั
๔. ใฝเ รยี นรู
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง
๖. มงุ มน่ั ในการทํางาน
สาระการเรียนรู
๑. การใชพจนานุกรมเพื่อคนหาความหมาย
๒. คําราชาศพั ท
๓. ชนดิ ของคํา