The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนภาษาพาทีป.3.docx

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kitiya100634, 2022-09-13 14:45:40

แผนการสอนภาษาพาทีป.3.docx

แผนการสอนภาษาพาทีป.3.docx

กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. นักเรยี นทบทวนความรูเ ดมิ และนาํ คําเลน เกมตอ คาํ
๒. นกั เรียนและครูชวยกนั ทบทวนการใชพ จนานกุ รมท่ีถกู ตอ งและรวดเรว็ และควรอา นคําแนะนําวา

พจนานกุ รมเรียงลาํ ดบั พยัญชนะและสระอยางไร
๓. ครแู ละนกั เรยี นสนทนาถึง กจิ กรรมอานเพ่ิมเติมความหมาย โดยนักเรียนแขง ขนั คน ควา คาํ ใหมใ น

กจิ กรรม
๔. ตัวแทนนกั เรียนออกมาเลาเรอื่ งเกยี่ วกับพระธรณี พระคงคา พระพาย พระอาทติ ย หรือพระจันทร

เพ่อื แลกเปล่ยี นในช้ันเรยี น โดยมีครูคอยแนะนาํ
๕. นักเรยี นแบงกลุม เพอ่ื ไปศกึ ษาและรวบรวมคาํ ราชาศัพทในหองสมุดตามกิจกรรมชวนกนั เขยี นใน

หนงั สือเรียน
๖. นกั เรียนทาํ แบบฝกในหนงั สอื แบบฝก ท่ี ๓ ขอ ๓ - ๔
๗. ครแู ละนักเรียนชว ยกนั สรปุ การใชพ จนานกุ รมท่ถี กู ตอ ง

สื่อ / แหลงเรยี นรู
๑. บตั รคาํ ศัพท
๒. หนงั สือเรียน รายวิชาพน้ื ฐานภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ิต ภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๓
๓. แบบฝกหัด รายวิชาพืน้ ฐานภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ติ ภาษาพาที ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๓

การวดั และประเมนิ ผล
๑. วิธกี ารประเมนิ
- สังเกตพฤติกรรม
- ตรวจผลงาน
๒. เครอ่ื งมือที่ใชในการประเมิน
- แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรม
- แบบประเมินผลงาน
๓. เกณฑก ารประเมิน
- นกั เรียนผา นเกณฑการสงั เกตพฤตกิ รรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- นักเรียนผา นเกณฑก ารประเมนิ ผลงาน รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๘

กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓

หนวยการเรียนรทู ่ี ๒๑ เรอื่ ง เลน คําทาย เวลา ๑๐ ชว่ั โมง

เร่อื ง รอ ยกรองประเภทกลอนแปด เวลา ๑ ชว่ั โมง

………………………………………………………………….

สาระสําคญั

รอ ยกรองประเภทกลอนแปดเปนการนําเอาคอ ยคาํ สาํ นวนมาเรียบเรยี งใหอ ยูในกรอบแบบแผนคาํ ประพนั

ธอกี ประเภทหนงึ่ อยา งมีศิลปะ ทสี่ ามารถทาํ ใหผอู า นหรือผูฟง เกิดสุนทรยี ภาพในอรรถรสเปน เอกลกั ษณ ของ

ภาษาไทยทม่ี ีคุณคา สมควรแกก ารอนรุ กั ษไวใหคงอยคู ูค วามเปน ไทยสบื ไป

มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๕.๑ เขา ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยางเห็นคุณคา และนาํ มา ประยกุ

ตใ ชในชีวติ จรงิ

ตัวชีว้ ดั
ป ๓/๔ ทองจาํ บทอาขยานตามทกี่ ําหนดและบทรอยกรองทีม่ คี ณุ คา ตามความสนใจ

จุดประสงคการเรยี นรู
- ทองจํารอ ยกรองประเภทกลอนแปดได

จุดประสงคก ารเรียนรู
๑. นักเรียนบอกรูปแบบของการเขียนรอยกรองประเภทกลอนแปดได
๒. นักเรยี นแตงกลอนรอยกรองประเภทกลอนแปดได

สมรรถนะสําคญั
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. รกั ชาติ ศาสน กษัตริย
๒. ซอื่ สัตยสุจรติ
๓. มวี ินัย
๔. ใฝเรยี นรู
๕. อยูอ ยางพอเพียง
๖. มงุ ม่นั ในการทาํ งาน

สาระการเรยี นรู
๑. ลักษณะกลอนรอ ยกรองประเภทกลอนแปด
๒. การแตงกลอนรอ ยกรองประเภทกลอนแปด

กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. นักเรียนทบทวนความรูเ ร่ืองกลอนส่สี ภุ าพ และเลน เกมตอคาํ คลอ งจอง
๒. นักเรยี นและครสู นทนาช่อื ของบทรอยกรอง
๓. นกั เรยี นดูแผนภูมิเร่ืองบทรอ ยกรองประเภทกลอนแปด ท่ีแขวนบนกระดานดาํ ครูอธิบายถงึ การ เขยี น

บทรอยกรองประเภทกลอนแปดและการสมั ผสั ตามแผนภูมิ
๔. นกั เรยี นเปดหนงั สือเรยี น เรือ่ งนาํ้ ขึน้ ใหร บี ตกั เพื่อศึกษาหัวขอ อธิบาย เพิม่ เติมความรเู กีย่ วกบั บท

รอ ยกรองประเภทกลอนแปด
๕. นักเรียนอา นบทรอยกรองตามครู ๑ คร้ัง และอา นกลอนแปดอีกครง้ั เพอื่ ทบทวนจงั หวะการอานที่ ถกู

ตอ งและทอ งเรื่องน้ําข้นึ ใหร บี ตกั เปนการบา น
๖. นักเรยี นทาํ แบบฝก หัดที่ ๔

สือ่ / แหลงเรยี นรู
๑. บัตรคาํ ศัพท
๒. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพืน้ ฐานภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชีวิต ภาษาพาที ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓

การวดั และประเมนิ ผล
๑. วิธีการประเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม
๒. เคร่ืองมือทใี่ ชในการประเมนิ
- แบบประเมนิ การสงั เกตพฤตกิ รรม
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นกั เรียนผา นเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๑

กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๓

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒๒ เรื่อง บนั ทกึ ความหลงั เวลา ๑๐ ช่ัวโมง

เร่ือง อา น เขยี น คาํ ควรรูคูความหมาย เวลา ๒ ช่วั โมง

.....................................................................................

สาระสําคัญ

การอาน และการเขยี นคาํ ควรรูค ูความหมาย จะชว ยใหการอานเรอ่ื งราวในบทเรยี นเขา ใจไดง า ย และ

สามารถพฒั นาทักษะทางภาษาไดดี

มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคดิ เพอ่ื นําไปตดั สินใจแกป ญหาในการดําเนนิ ชวี ติ และ

มนี ิสยั รกั การอาน

ตวั ช้วี ัด
ป.๓/๑ อานออกเสยี งคํา ขอ ความ เรอ่ื งส้นั และบทรอ ยกรองงา ยๆ ไดถ กู ตอ งคลองแคลว
ป.๓/๒ อธิบายความหมายของคาํ และขอความทอ่ี า น

จุดประสงค
๑. นักเรียนอานคาํ ศัพทยากไดถูกตอ ง
๒. นักเรยี นบอกความหมายของคําในบทเรียนได
๓. นักเรียนใชคาํ ไดถูกตอ งตามบรบิ ท

สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มีวนิ ัย
๕. อยอู ยา งพอเพียง

สาระการเรียนรู
- ความหมายของคํา
- การใชคํา

กระบวนการจัดการเรยี นรู
(ชั่วโมงท่ี ๑)

๑. นกั เรยี นอา นคําจากบัตรคําตามครู คาํ ละ ๒ ครั้ง

๒. นกั เรียนอานออกเสียงคําศัพท อานเพมิ่ เติมความหมาย จากหนังสอื เรียนภาษาพาที ช้นั
ประถมศึกษาปท ่ี ๓ หนา ที่ ๒๐๙

๓. นักเรยี นและครรู วมกนั สนทนาถงึ ความหมายของคํา พรอ มยกตวั อยา งประกอบ

๔. นกั เรียนเลน แขงขนั ทายคําทาทางจากคําทค่ี รกู ําหนดให

๕. นกั เรยี นทาํ แบบฝก หัด ทกั ษะภาษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ แบบฝก หดั ท่ี ๑๖ ขอ ๒ (๑) หนา ๑๗๐

(ช่ัวโมงท่ี ๒)

๑. นกั เรยี นแขง ขนั อานคําจากบตั รคาํ (คําสาํ คญั ในบทเรียน)

๒. นกั เรียนอานออกเสยี งคาํ ศพั ท อานเพม่ิ เติมความหมาย จากหนังสอื เรยี นภาษาพาที ชัน้

ประถมศึกษาปท่ี ๓ หนาท่ี ๒๐๙

๓. นักเรยี นคนหาความหมายคําศัพทจ ากพจนานกุ รม แลวเขยี นบันทกึ ลงในสมดุ แบบฝกหดั

๔. นักเรยี นฝกแตงประโยคปากเปลาจากบัตรคําท่ีอาน (คาํ สาํ คัญในบทเรียน)

๕. นกั เรียนทาํ แบบฝกหัด ทกั ษะภาษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ แบบฝก หดั ท่ี ๑๖ ขอ ๒ (๓) หนา

๑๗๑-๑๗๒

สื่อ / แหลง เรยี นรู
๑. บัตรคํา
๒. หนังสือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชีวติ ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
๓. แบบฝกหัด รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่ือชวี ติ ทักษะภาษา ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓

การวดั ผลและประเมินผล
๑. วธิ ปี ระเมนิ

- สังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
รอยละ ๗๕ – ๘๐
- ตรวจแบบฝก หดั
๒. เครื่องมอื ประเมิน

- แบบสังเกตพฤติกรรม

- ทาํ แบบฝกหัด
๓. เกณฑก ารประเมนิ

- นกั เรยี นผานเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม
- นักเรยี นผา นเกณฑการทาํ แบบฝกหัด



แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๒

กลุม สาระการเรียนรภู าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒๒ เรื่อง บันทกึ ความหลัง เวลา ๑๐ ชั่วโมง

เรอ่ื ง การอานในใจ เวลา ๑ ช่ัวโมง

.....................................................................................

สาระสาํ คัญ

การอา น และการเขยี นคาํ ควรรูค ูค วามหมาย จะชวยใหก ารอานเร่ืองราวในบทเรียนเขา ใจไดงาย และ

สามารถพฒั นาทกั ษะทางภาษาไดด ี

มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรางความรแู ละความคิดเพื่อนําไปตดั สนิ ใจแกปญหาในการดําเนินชวี ิตและม

นิสัยรกั การอาน

ตวั ชว้ี ดั
ป.๓/๑ อานออกเสียงคํา ขอ ความ เรอ่ื งส้นั และบทรอยกรองงายๆ ไดถ ูกตองคลองแคลว
ป.๓/๒ อธิบายความหมายของคําและขอความท่ีอา น

จดุ ประสงค
๑. นกั เรยี นอานคําศพั ทย ากไดถ กู ตอ ง
๒. นกั เรยี นบอกความหมายของคําในบทเรยี นได
๓. นักเรียนสรุปเร่อื งยอ จากเรอ่ื งทอ่ี านได

สมรรถนะสาํ คัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชีวติ

คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ยั
๕. อยอู ยางพอเพียง

สาระการเรียนรู
- อา นคําศัพทย าก
- ความหมายของคํา
- การสรปุ เลาเรื่องยอ

กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. ครูใหน กั เรยี นอา นบตั รคาํ ในกระเปา ผนังบนกระดานดาํ ดังนี้ ครา่ํ ครา ตามรอย ตกรถ ทะนุถนอม

เพนยี ด มรดก หวุดหวดิ อุทยาน และสนทนาเก่ยี วกบั ความหมายของคาํ
๒. ครูและนกั เรยี นสนทนาเกย่ี วกบั ภาพในเรื่อง บนั ทกึ ความหลัง จากหนังสือภาษาพาที ชัน้ ประถมศกึ ษา ป

ที่ ๓ หนา ๒๐๒-๒๐๖
๓. นกั เรยี นอา นในใจ เรื่อง บนั ทกึ ความหลัง หลงั จากน้นั ครแู ละนักเรียนชวยกันสรุปเนอ้ื เรื่อง

๔. นกั เรียนแบง กลุมชวยกันสรปุ เรือ่ งนาํ เสนอผลงานหนาช้ันเรยี น
๕. แตล ะกลุมสงตวั แทนเลา เรือ่ งยอหนา ชนั้ เรยี น ตงั้ คําถามจากเรื่องใหกลมุ อน่ื ตอบ
๖. นกั เรยี นทาํ แบบฝก หดั ทกั ษะภาษา แบบฝกหัดท่ี ๑๖ ขอ ๑ (๑-๕) หนา ๑๖๘-๑๖๙

สื่อ / แหลง เรยี นรู
๑. บตั รคํา
๒. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
๓. แบบฝกหดั รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ทกั ษะภาษา ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓

การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วิธปี ระเมิน

- สังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- ตรวจแบบฝก หดั รอยละ ๗๕ – ๘๐
๒. เครอ่ื งมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- ทาํ แบบฝก หดั
๓. เกณฑก ารประเมนิ
- นักเรียนผานเกณฑก ารสังเกตพฤตกิ รรม
- นกั เรยี นผา นเกณฑการทําแบบฝก หดั

แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๓

กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๓

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๒๒ เร่ือง บนั ทกึ ความหลงั เวลา ๑๐ ชว่ั โมง

เร่อื ง การอา นออกเสียง เวลา ๑ ช่ัวโมง

.....................................................................................

สาระสาํ คัญ

การอา นออกเสยี ง เปนการอานใหผูอื่นฟง ฉะนั้นผอู า นจะตอ งแบง วรรคตอน เนน เสยี งหนกั เบา และออก

เสียงใหถ กู ตองชดั เจน จงึ จะสือ่ ความหมายไดอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ

มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคดิ เพ่อื นาํ ไปตัดสินใจแกป ญหาในการดาํ เนนิ ชวี ิตและ

มีนิสยั รักการอา น

ตวั ชว้ี ัด
ป.๓/๑ อานออกเสียงคาํ ขอ ความ เร่อื งสั้นๆ และบทรอยกรองงายๆ ไดถ ูกตอ ง คลองแคลว

จุดประสงค
๑. นักเรยี นอานออกเสยี งเน้ือหาในบทเรยี นได
๒. นกั เรยี นจบั ใจความเรอ่ื งท่ีอา นได
๓. นักเรยี นตอบคาํ ถามเร่ืองทีอ่ านได

สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสื่อสาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวนิ ัย
๕. อยูอยา งพอเพียง

สาระการเรยี นรู

- การอา นออกเสียง
- การจบั ใจความสําคัญ
- การตอบคําถาม

กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ทบทวนคาํ ศัพทจ ากบตั รคาํ
๒. ครใู หน กั เรยี นชวยกนั บอกหลกั เกณฑการอา นออกเสยี งทดี่ ี เชน อานคลอ ง อานถูกตอง ชัดเจน เวน วร

รคตอนถกู ตอ ง ใชน้าํ เสยี งสอดคลอ งกับอารมณของตัวละคร เปน ตน
๓. ครสู าธิตการอา นท่ีดีใหนกั เรียนฟง หรือใหน กั เรียนฟงจากเคร่ืองบนั ทึกเสียงก็ได เพื่อเปนแนวทางใน การ

อานของนักเรยี น
๔. นกั เรียนอานเนอื้ หาในหนงั สือเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ิต ภาษาพาที ช้นั

ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ หนา ๒๐๒-๒๐๖ โดยอานตอ กนั คนละ ๑ ยอหนา แลวรว มกันสนทนาถงึ เนอื้ หาวา ใคร
ทําอะไร ที่ไหน ผลเปนอยา งไร แลว ชว ยกันเลาเรือ่ งตอเน่ืองจนจบ โดยครูชวยเพ่ิมเติมสว นทบ่ี กพรอ ง

๕. นักเรยี นชว ยกนั สรปุ ความรู เร่ืองการอา นออกเสยี งและการตอบคําถาม และขอ คดิ ท่ไี ดจ ากบทอาน

ส่ือ / แหลง เรยี นรู
๑. บัตรคํา
๒. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่อื ชวี ิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓

การวดั ผลและประเมินผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
๑. วิธีประเมิน
- สังเกตพฤตกิ รรม
๒. เครอื่ งมือประเมนิ
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
๓. เกณฑการประเมนิ
- นกั เรยี นผานเกณฑการสงั เกตพฤตกิ รรม

แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๔

กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๒๒ เรื่อง บนั ทึกความหลงั เวลา ๑๐ ชว่ั โมง

เร่อื ง การอานคดิ วเิ คราะห เวลา ๑ ช่วั โมง

.....................................................................................

สาระสําคัญ

การวิเคราะหเ รอื่ ง เปนการพจิ ารณาสวนตา งๆของเรอ่ื ง เชน ขอเทจ็ จริงและขอคิดเหน็ สวนดีและสวน บก

พรองของเน้อื เรอื่ ง จุดประสงคข องผแู ตง ความเหมาะสมในการใชคํา ประโยค ขอ ความ ฯลฯ สรุปขอคดิ ทไ่ี ด จาก

เร่ือง สามารถนําความรทู ไ่ี ดร ับไปใชประโยชนใ นชีวิตประจําวัน

มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรา งความรแู ละความคดิ เพื่อนําไปตัดสนิ ใจแกป ญ หาในการดาํ เนินชวี ติ และ

มนี ิสัยรักการอา น

ตวั ชว ัด
ป.๓/๓ ต้ัง
คําถามและตอบคําถามเชิงเหตผุ ลเกย่ี วกบั เรอื่ งทอ่ี า น
ป.๓/๕ สรุปความรูแ ละขอ คดิ จากเรือ่ งที่อา น
เพื่อนําไปใชในชวี ติ ประจาํ วนั

จดุ ประสงค
๑. นักเรียนตง้ั คําถาม – ตอบคําถามเร่ืองทอี่ านได
๒. นักเรียนแยกขอเท็จจรงิ และขอ คดิ เห็นจากเรือ่ งทอ่ี านได
๓. นักเรยี นสรปุ ขอคดิ ทไ่ี ดจากการอา นได

สมรรถนะสําคญั ของผูเ รียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต

คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปนไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ

๔. มวี ินัย
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง

สาระการเรยี นรู
- การต้งั คําถามและตอบคําถาม
- การแยกขอเทจ็ จริงและขอคิดเหน็

กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ใหน ักเรียนทบทวนเน้ือหาบทเรยี น โดยการอานคําจากบตั รคํา
๒. นกั เรยี นอา นออกเสยี งเรอ่ื ง บนั ทึกความหลัง จากหนังสือเรียนภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓ หนา

๒๐๒- ๒๐๖ พรอ มกัน
๓. นกั เรยี นแบงกลมุ อานออกเสียงจากบทเรียนกลุมละ ๑ ยอ หนา
๔. นักเรยี นชวยกันต้งั และตอบคําถามปากเปลาตามเหตุการณของเนื้อเรอ่ื ง
- กะทิพบสมดุ บนั ทึกของพอทไี่ หน และพบไดอยา งไร
- เพราะเหตใุ ดกะทิจงึ ไมกลา เปด อานสมดุ บนั ทกึ ของพอ
- การปฏิบตั ิในเรื่องใดบา งท่ีทําใหก ะทิเห็นวาพอเปน ลูกที่ดี
- นกั เรยี นรว มกนั สรุปเน้ือเร่อื ง โดยนําคําตอบตามเหตกุ ารณ ใหต อ เนือ่ งกนั
- นักเรียนไดข อ คดิ อยางไรจากเรอื่ งทอี่ า น
๕. นกั เรยี นแบง กลมุ เขียนแผนภาพโครงเรื่อง พรอ มนาํ เสนอหนาชัน้ เรียน

สอ่ื / แหลงเรียนรู
- หนังสอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓

การวดั ผลและประเมนิ ผล
๑. วิธีประเมิน

- สังเกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- ตรวจผลงาน รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๒. เครือ่ งมอื ประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- ผลงาน
๓. เกณฑการประเมนิ
- นักเรยี นผา นเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม
- นักเรยี นผานเกณฑการตรวจผลงาน

แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี ๕

กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓

หนวยการเรียนรทู ี่ ๒๒ เรอ่ื ง บนั ทกึ ความหลัง เวลา ๑๐ ชวั่ โมง

เรอ่ื ง การอานเสริมบทเรียน เวลา ๑ ช่วั โมง

.....................................................................................

สาระสาํ คญั

การอานเสริมบทเรยี น ทําใหผอู านไดรับความรู ความบันเทงิ และขอ คดิ จากการอาน และสามารถเลอื ก

หนงั สืออานไดต รงตามความตองการ นอกจากนี้ทส่ี าํ คัญ คอื สามารถนําความรูท ไ่ี ดรบั จากการอานมาปรบั ใชใ ห เป

นประโยชนใ นชวี ติ ประจาํ วันได

มาตรฐานการเรียนรู
ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรา งความรแู ละความคดิ เพอ่ื นําไปตดั สนิ ใจแกป ญหาในการดาํ เนนิ ชีวติ และ

มนี ิสัยรักการอา น

ตวั ช้วี ัด
ป.๓/๑ อานออกเสยี งคาํ ขอความ เรอื่ งสนั้ ๆ และบทรอ ยกรองงา ยๆ ไดถ ูกตอ ง คลอ งแคลว

จดุ ประสงค
๑. นกั เรยี นอา นและจับใจความสําคญั ของเรอ่ื งได
๒. นกั เรียนสรุปและบอกขอ คิดจากเรื่องท่ีอา น

สมรรถนะสําคัญของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ

คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเ รียนรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มีวินัย
๕. อยอู ยางพอเพียง

สาระการเรียนรู

- การอานเสริม “เที่ยวกรุงเกา (กรงุ ศรอี ยุธยา)”

กระบวนการจัดการเรียนรู
๑. ทบทวนเน้อื หาทเี่ รียนในชวั่ โมงทแี่ ลว ดวยการเลาเรื่องบนั ทึกความหลงั
๒. นักเรียนอานออกเสยี งพรอมกนั เร่อื ง บันทกึ ความหลงั จากหนังสอื เรียนภาษาพาที ชนั้ ประถมศึกษาป

ท่ี ๓ หนา ๒๐๒-๒๐๖
๓. นกั เรียนอานออกเสยี ง อา นเสริม “เท่ยี วกรุงเกา (กรุงศรีอยุธยา)” จากหนังสือเรียนภาษาพาที ชัน้

ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ หนา ๒๐๗-๒๐๘ พรอมกัน
๔. นกั เรียนพดู คยุ สนทนา เกยี่ วกบั “เทยี่ วกรงุ เกา (กรุงศรีอยธุ ยา)” จากความรทู ไี่ ดอ านโดยตัง้ คําถาม

ดังน้ี - กรุงศรอี ยธุ ยามีช่ือเรยี กอกี อยา งหนึง่ วาอยา
งไร
- คาํ ขวัญของจังหวดั พระนครศรอี ยุธยามีวา
อยา งไร
- นักเรียนเหน็ ดวยหรอื ไม กับการ
ประกาศให “อุทยานประวตั ศิ าสตร
พระนครศรอี ยธุ ยา” เปน มรดกทาง
วัฒนธรรมของโลก เพราะเหตใุ ด

๕. นักเรียนรว มกนั สรุปความรูแ ละขอ คิดที่ไดจ ากการอา
น “เท่ียวกรงุ เกา (กรงุ ศรอี ยธุ ยา)”
๖. นักเรยี นทําแบบฝกหดั ทักษะภาษา แบบฝก ๑ (๖-๗) หนา ๑๖๙
หัดท่ี ๑๖ ขอ

สือ่ / แหลง เรียนรู

๑. หนังสือเรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพ่ือชีวิต ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓
๒. แบบฝก หดั รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ติ ทกั ษะภาษา ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓

การวดั ผลและประเมินผล รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
๑. วธิ ีประเมนิ
- สงั เกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝก หัด
๒. เครอ่ื งมอื ประเมิน
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- แบบฝก หัด
๓. เกณฑการประเมิน
- นกั เรียนผานเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม

- นกั เรยี นผานเกณฑการทําแบบฝกหดั รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรียนรูท ี่ ๖

กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๓

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๒๒ เรือ่ ง บันทึกความหลงั เวลา ๑๐ ช่วั โมง

เรอื่ ง เครอื่ งหมายตา งๆ เวลา ๑ ชว่ั โมง

.....................................................................................

สาระสําคัญ

เครือ่ งหมายวรรคตอน เปน สิ่งทีช่ วยใหผ อู านเขา ใจเรอื่ งราวไดง า ยขึน้ ชว ยใหข อเขียนนัน้ สวยงาม นา อา น

และสื่อความหมายกับผอู านไดอยางมีประสทิ ธิภาพ

มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิ

ปญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ิของชาติ

ตวั ชวี้ ดั
ป.๓/๒ ระบชุ นิดและหนา ท่ีของคําในประโยค

จดุ ประสงค
๑. นกั เรียนบอกช่ือเครื่องหมายตาง ๆไดถ ูกตอ ง
๒. นกั เรยี นอานประโยคโดยใชเครอ่ื งหมายตา ง ๆ ไดถ กู ตอง
๓. นกั เรียนเขียนประโยคโดยใชเคร่อื งหมายตาง ๆ ไดถ ูกตอ ง
๔. นักเรยี นเขียนคําคลอ งจองได

สมรรถนะสาํ คัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ

คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยูอยา งพอเพยี ง

สาระการเรยี นรู
- เคร่อื งหมายตา งๆ

กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. นักเรียนทบทวนความรูเ ดมิ เรอื่ งเคร่อื งหมายตางๆ โดยครแู สดงบตั รคาํ หรือแถบประโยคทีใ่ ช

เคร่อื งหมายวรรคตอนใหนักเรียนอา น
๒. นักเรยี นอานอธบิ ายเพิ่มเติมความรูเ รื่องเคร่ืองหมายตางๆ จากหนงั สอื ภาษาพาทีหนา ๒๑๐ – ๒๑๒
๓. นักเรียนแบงกลุม ครูแจกบัตรเครอื่ งหมายตา งๆ ใหแ ตล ะกลุม เมือ่ ครขู านชอื่ เครื่องหมายใดให นกั เรยี น

นําบัตรเครื่องหมายนั้นออกมาหนา ชนั้ เรยี น ชวยกนั ตรวจสอบความถูกตอง
๔. นกั เรยี นทําแบบฝก หัด ทักษะภาษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ แบบฝกหัดท่ี ๑๖ขอ ๓ (๑-๒) หนา

๑๗๓ – ๑๗๕ จากนั้นนําสง ครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถูกตอง

สอื่ / แหลง เรียนรู
๑. หนังสอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชวี ิต ภาษาพาที ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๓
๒. แบบฝกหดั รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอ่ื ชวี ิต ทักษะภาษา ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๓

การวัดผลและประเมินผล
๑. วิธีประเมนิ

- สงั เกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- ตรวจแบบฝกหัด
๒. เครื่องมอื ประเมิน

- แบบสงั เกตพฤติกรรม

- ทําแบบฝก หดั
๓. เกณฑการประเมิน

- นกั เรยี นผานเกณฑการสังเกตพฤตกิ รรม
- นักเรยี นผานเกณฑก ารทําแบบฝกหดั

แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๗

กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๓

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๒๒ เรือ่ ง บันทึกความหลัง เวลา ๑๐ ช่วั โมง

เรอื่ ง เครอื่ งหมายตา งๆ เวลา ๑ ชว่ั โมง

.....................................................................................

สาระสําคัญ

เครือ่ งหมายวรรคตอน เปน สิ่งทีช่ วยใหผ อู านเขา ใจเรอื่ งราวไดงา ยขึน้ ชว ยใหข อเขียนนัน้ สวยงาม นา อา น

และสื่อความหมายกับผอู านไดอยางมีประสทิ ธิภาพ

มาตรฐานการเรยี นรู
ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิ

ปญ ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ิของชาติ

ตวั ชวี้ ดั
ป.๓/๒ ระบชุ นิดและหนา ท่ีของคําในประโยค

จดุ ประสงค
๑. นกั เรียนบอกช่ือเครื่องหมายตางๆ ไดถ ูกตอ ง
๒. นกั เรยี นอานประโยคโดยใชเครอ่ื งหมายตา งๆ ไดถกู ตอ ง
๓. นกั เรียนเขียนประโยคโดยใชเครือ่ งหมายตางๆ ไดถกู ตอง
๔. นักเรยี นเขียนคําคลอ งจองได

สมรรถนะสาํ คัญของผูเรียน
๑. ความสามารถในการสอื่ สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกป ญ หา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ

คุณลักษณะอันพึงประสงค
๑. รักความเปน ไทย
๒. ใฝเรียนรู
๓. มจี ิตสาธารณะ
๔. มวี นิ ยั
๕. อยูอยา งพอเพยี ง

สาระการเรยี นรู
- เคร่อื งหมายตา งๆ

กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. นักเรยี นทบทวนความรูเดมิ เร่ืองเครอื่ งหมายตางๆ โดยครูแสดงบัตรคาํ หรือแถบประโยคท่ีใช เครื่องหมาย

วรรคตอนใหนักเรียนอา น
๒. นักเรยี นอานอธบิ ายเพิ่มเตมิ ความรูเ รื่องเครอื่ งหมายตา งๆ จากหนงั สอื ภาษาพาทหี นา ๒๑๐ – ๒๑๒
๓. ครูเขียนขอ ความหรอื ประโยคทต่ี องใชเครอ่ื งหมายตา งๆ บนกระดานดําทลี ะประโยค ใหน กั เรียน ชว ยกัน

เติมเครอ่ื งหมายใหถกู ตองแลว อานพรอมๆ กนั เชน
- เดก็ เด็ก ชว ยกันกวาดหอ งเรยี น
- แมบ อกวา รักลกู ทกุ คน
- บา นเลขท่ี ๙๐ ทับ ๕ หมู ๖
ฯลฯ

๔. นกั เรยี นและครชู ว ยกันสรปุ ความสาํ คญั และความจาํ เปนในการใชเครอ่ื งหมายตา งๆ
๕. นักเรียนทาํ แบบฝก หัด ทักษะภาษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ แบบฝก หัดท่ี ๑๖ขอ ๓ (๓-๔) หนา
๑๗๕ – ๑๗๗ จากนัน้ นําสงครู ครูเฉลยและตรวจสอบความถกู ตอ ง

ส่อื / แหลงเรียนรู
๑. หนงั สอื เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชวี ติ ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓
๒. แบบฝกหัด รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอ่ื ชีวติ ทักษะภาษา ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓

การวดั ผลและประเมนิ ผล
๑. วธิ ีประเมนิ
- สังเกตพฤตกิ รรม
- ตรวจแบบฝก หัด
๒. เครอื่ งมือประเมนิ
- แบบสังเกตพฤติกรรม
- ทําแบบฝกหัด
๓. เกณฑการประเมนิ
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารสงั เกตพฤติกรรม รอยละ ๗๕ – ๘๐
- น เรียนผา นเกณฑก ารทําแบบฝก หัด รอยละ ๗๕ – ๘๐

แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๘

กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๒๒ เร่ือง บนั ทกึ ความหลงั เวลา ๑๐ ชัว่ โมง

เรือ่ ง การบนั ทึกเหตกุ ารณประจาํ วนั เวลา ๑ ช่วั โมง

.....................................................................................

สาระสําคัญ

การบันทึกเหตกุ ารณป ระจาํ วัน เปนการบันทกึ สว นตวั เกยี่ วกับเรอื่ งราวทผี่ านมาถงึ เหตุการณตางๆ ที่ เกดิ

ข้นึ ดวยภาษาของผูบ ันทึกซึง่ อาจแสดงความคิดเหน็ หรือความรูส ึกตอ เหตกุ ารณน้นั ๆ ดว ยก็ได

มาตรฐานการเรียนรู
ท ๔.๑ เขา ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา

ภมู ปิ ญ ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปน สมบัตขิ องชาติ

ตวั ชี้วัด
ป.๓/๖ เลอื กใชภ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่นิ ใหเ หมาะสมกบั กาลเทศะ

จุดประสงค
๑. นกั เรยี นบอกลักษณะของการเขยี นบนั ทึกประจาํ วันได
๒. นักเรยี นเขยี นบันทึกเหตุการณประทับใจได

สมรรถนะสําคัญของผูเรยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคิด
๓. ความสามารถในการแกปญหา
๔. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
๑. รกั ความเปน ไทย
๒. ใฝเรยี นรู
๓. มจี ติ สาธารณะ
๔. มวี นิ ัย
๕. อยอู ยา งพอเพยี ง

สาระการเรียนรู
- การเขียนบันทกึ เหตุการณประจาํ วัน

กระบวนการจดั การเรยี นรู
๑. ทบทวนเคร่อื งหมายตา งๆ ที่เรียนไปแลว
๒. ครพู ดู คยุ กับนักเรยี นเกีย่ วกับเหตกุ ารณป ระทบั ใจท่เี กดิ ขน้ึ ในแตละวนั
๓. นกั เรยี นแบงกลมุ ใหส มาชิกของแตล ะกลุม เลาเหตุการณท ่ปี ระทบั ใจ แลวคัดเลอื กตวั แทนแตล ะกลุม ออก

มานาํ เสนอเร่ืองหรือเหตกุ ารณที่ประทับใจ
๔. นักเรยี นเขยี นบันทึกเรอื่ งราวเหตกุ ารณท ป่ี ระทบั ใจของตนเองคนละไมน อ ยกวา ๕ บรรทดั

๕. ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั คัดเลือกผลงานทถ่ี ูก ง เรยี บรอ ย แสดงผลงาน
ตอ

สื่อ / แหลง เรียนรู
๑. บตั รคาํ

๒. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพื้นฐาน ภาษาไทย ชุด ภาษาเพอื่ ชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓

การวัดผลและประเมนิ ผล รอยละ ๗๕ – ๘๐
- วธิ ปี ระเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม
- เคร่ืองมือประเมิน
- แบบสงั เกตพฤติกรรม
- เกณฑก ารประเมนิ
- นกั เรียนผา นเกณฑการสังเกตพฤติกรรม

แผนการจดั การเรียนรูท ่ี ๙

กลุมสาระการเรียนรภู าษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๒๒ เร่ือง บันทึกความหลัง เวลา ๑๐ ช่ัวโมง

เร่ือง การเขียนบนั ทึก เวลา ๑ ช่ัวโมง

.....................................................................................

สาระสาํ คัญ

การเขียนบนั ทึกนอกจากจะใชภาษาเขยี นในการสอ่ื สารแลว ผูบ ันทกึ ไดจ ดจาํ เรอื่ งราว เหตกุ ารณทพี่ บเห็น

หรือกระทาํ แลว บนั ทึกไวจ ะชว ยพฒั นาการเขยี นและเปนขอ มูลไวอ า งองิ ในโอกาสตอ ไป

มาตรฐานการเรียนรู
ท ๒.๑ ใชก ระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขยี นเรียงความ ยอความ และเขยี นเรอื่ งราวในรูปแบบตา งๆ

เขียนรายงานขอมลู สารสนเทศ และรายงานศกึ ษาคน ควา อยา งมปี ระสทิ ธิภาพ

ตัวชีว้ ัด
ป.๓/๓ เขยี นบนั ทกึ ประจําวัน

จุดประสงค
๑. นกั เรียนบอกความดีทค่ี วรกระทําได
๒. นกั เรยี นเขยี นบันทึกความดที ่ตี นเองทาํ ได

สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รยี น
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร
๒. ความสามารถในการคดิ
๓. ความสามารถในการแกปญ หา
๔. ความสามารถในการใชท ักษะชีวติ

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
๑. รกั ความเปนไทย
๒. ใฝเ รยี นรู
๓. มีจติ สาธารณะ
๔. มวี ินยั
๕. อยูอ ยางพอเพยี ง

สาระการเรยี นรู
- การเขียนบันทึกเหตกุ ารณป ระจาํ วนั

กระบวนการจดั การเรียนรู
๑. ครูนาํ ขา วจากหนงั สอื พมิ พทีม่ ีเคร่อื งหมายตา งๆ ใหน ักเรียนไดฝ กอาน พรอมกบั นาํ เสนอเหตุการณ ตา

งๆ ที่เกิดขนึ้ จากขาว
๒. ครูและนกั เรียนพดู คุยสนทนาเกีย่ วกบั ขา วทเี่ กิดขน้ึ ในแตล ะวัน มที ้ังขาวทปี่ ระทบั ใจ ไมป ระทบั ใจ และท่มี ี

ประโยชนต อ นักเรยี น
๓. ใหนกั เรยี นหาขอความเหตุการณจากสอ่ื สง่ิ พมิ พท ่ปี ระทบั ใจหรอื มีประโยชนต อตัวนกั เรยี น เขยี น บันทึก

ลงสมดุ
๔. นกั เรียนแตละกลมุ ชวนกนั อา นกจิ กรรมจากหนังสอื ภาษาพาที ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ หนา ที่ ๒๑๓
๕. นกั เรียนทาํ แบบฝกหัด ทักษะภาษา แบบฝก หดั ที่ ๑๖ ขอ ๔ หนา ๑๗๘ หนงั สอื เรียน รายวิชา

พื้นฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพ่อื ชวี ิต ภาษาพาที ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๓

สอ่ื / แหลง เรียนรู
๑. ส่งิ พมิ พ
๒. หนังสอื เรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพอื่ ชวี ติ ภาษาพาที ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓
๓. แบบฝก หัด รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย ชดุ ภาษาเพื่อชวี ิต ทักษะภาษา ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓

การวัดผลและประเมนิ ผล
๑. วธิ ปี ระเมนิ
- สงั เกตพฤติกรรม
- ตรวจแบบฝกหัด
๒. เครอ่ื งมือประเมิน
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม
- แบบฝก หดั
๓. เกณฑการประเมนิ
- นกั เรยี นผานเกณฑก ารสังเกตพฤติกรรม รอ ยละ ๗๕ – ๘๐
- นกั เรียนผา นเกณฑการตรวจแบบฝกหด รอ ยละ ๗๕ – ๘๐


Click to View FlipBook Version