แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี(พ.ศ. 2569-2575)ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาที่ประชุมผู้บริหารมหาวิทยาลัยมีมติให้ความเห็นชอบในคราวประชุมวาระพิเศษครั้งที่ 1/2568 วันที่ 11 ก.ค. 2568
คำนำ(ร่าง) แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568 เป็นแผนที่ดำเนินการตามกฎหมายที่กําหนดให้ส่วนราชการ ต้องจัดทำก่อนปฏิบัติภารกิจ ทั้งนี้ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการเรื่องนี้หลายฉบับ อาทิ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 65 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วย การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 16 และ 17มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี(พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568 เป็นอย่างมากทั้งในด้านการจัดทำแผน การรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่าง ๆ เพราะตระหนักดีว่าแผนปฏิบัติราชการเป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิบัติงานตามภารกิจของมหาวิทยาลัย ทั้งในเชิงเป้าหมายในการปฏิบัติงาน การจัดสรรงบประมาณ และผลสัมฤทธิ์ของงาน อันจะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนและพัฒนามหาวิทยาลัยไปสู่ทิศทางที่พึงประสงค์ต่อไปมหาวิทยาลัยขอขอบคุณผู้มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนทุกคน และทุกฝ่ายที่ร่วมกันทำให้เกิดผลผลิตที่มีคุณค่านี้มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลากันยายน 2568
สารบัญ❖ ส่วนที่ 1 บทนำ 1• ความนำ 1• การวิเคราะห์ความจำเป็นทางยุทธศาสตร์จากนโยบาย 7• ข้อมูลพื้นฐาน 12❖ ส่วนที่ 2 แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ.2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568 23• ปรัชญา วิสัยทัศน์ ค่านิยม พันธกิจ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย 23• ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาคุณภาพการศึกษา 25• ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิต พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาชายแดนใต้ 29• ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 การวิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรม 34• ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน 39• ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 การเสริมสร้างพลเมืองคุณภาพในสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้ เพื่อสันติสุข 43• ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพสู่มหาวิทยาลัยสมรรถนะสูง ทันสมัย และยั่งยืน 45❖ ภาคผนวก 49• กรอบโครงการ/กิจกรรม/ตัวชี้วัด 50• คำอธิบายตัวชี้วัด 75• ผลการวิเคราะห์ SWOT 182• แผนผังความเชื่อมโยงของแผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 186• คำสั่งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 295• กำหนดการ 200
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25681ส่วนที่ 1บทนำบริบทการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในศตวรรษที่ 21โลกในศตวรรษที่ 21 กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงไม่เหมือนยุคใดที่ผ่านมา การปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และการเชื่อมโยงแบบไร้พรมแดนมาเปลี่ยนแปลงทุกมิติของชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่การเรียนรู้ การทำงาน การสื่อสาร ไปจนถึงการสร้างอาชีพใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน ขณะเดียวกัน ความท้าทายระดับโลกอย่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การขาดแคลนทรัพยากร ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และความขัดแย้งในระดับต่าง ๆ ก็กำลังส่งผลกระทบต่อทุกประเทศและทุกภูมิภาคสำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลให้ต้องปรับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ ผ่านยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ที่มุ่งหวังให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น \"ประเทศพัฒนาแล้ว มีความมั่นคง และประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี\" และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ที่เน้นการพัฒนาที่ยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน นโยบายเหล่านี้เรียกร้องให้สถาบันการศึกษา โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย ปรับบทบาทจากการเป็นเพียงแหล่งผลิตบัณฑิต มาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในทุกมิติความเป็นอัตลักษณ์ของพื้นที่ชายแดนภาคใต้จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วยจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เป็นพื้นที่ที่มีเอกลักษณ์และความซับซ้อนเฉพาะตัวที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศอย่างชัดเจน ลักษณะพิเศษเหล่านี้ทั้งเป็นทุนทางสังคมและวัฒนธรรมอันล้ำค่า แต่ขณะเดียวกันก็เป็นความท้าทายที่ต้องการการจัดการอย่างละเอียดอ่อนและเข้าใจลึกซึ้งด้านวัฒนธรรมและสังคม พื้นที่ชายแดนใต้เป็นจุดบรรจบของอารยธรรมที่หลากหลายทั้งวัฒนธรรมไทย มลายู จีน อินเดีย และอาหรับ ที่หล่อหลอมสังคมตลอดหลายศตวรรษ ส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางภาษา ศาสนา ประเพณี และวิถีชีวิต ที่สร้างความงดงามและความเข้มข้นทางวัฒนธรรมอย่างน่าประทับใจ ภูมิปัญญาท้องถิ่นในพื้นที่มีความหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่องค์ความรู้ด้านการเกษตร การประมง หัตถกรรม การแพทย์พื้นบ้าน ไปจนถึงศิลปะการแสดงและดนตรี ที่ล้วนเป็นทรัพยากรทางปัญญาที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นนวัตกรรมและมูลค่าทางเศรษฐกิจด้านเศรษฐกิจ พื้นที่ชายแดนใต้มีฐานการผลิตทางการเกษตรและการประมงที่เข้มแข็ง เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว และสัตว์น้ำ ที่เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศ ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างไทยกับมาเลเซียและสิงคโปร์ ทำให้พื้นที่นี้มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนในระดับภูมิภาค นอกจากนี้ ความหลากหลายทางชีวภาพในป่าชายเลนและแหล่งน้ำธรรมชาติ ยังเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสูงในการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างไรก็ตาม พื้นที่ชายแดนใต้ยังเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนหลายประการ ปัญหาความไม่สงบที่ยืดเยื้อมาหลายทศวรรษได้ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม การขาดแคลนบุคลากรที่มีคุณภาพในหลายสาขาวิชาชีพ การเข้าถึงการศึกษาที่ยังไม่ทั่วถึงและมีคุณภาพ รวมถึงการขาดการเชื่อมโยงระหว่างภาคการศึกษากับภาคการผลิตและบริการ ปัญหาเหล่านี้ต้องการการแก้ไขอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยต้องคำนึงถึงบริบทวัฒนธรรมและการเมืองของพื้นที่
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25682ความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์สู่ความยั่งยืนการปรับแผนปฏิบัติราชการจากระยะที่ 2 สู่ระยะที่ 3 เป็นการปรับตัวเชิงรุกที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถรับมือกับความท้าทายและใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น โดยมีเหตุผลสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงดังนี้• การตอบสนองต่อบริบทภายนอกและกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงการปรับสู่การก้าวสู่สากล (From Local to Global) โดยการยกระดับวิสัยทัศน์อย่างชัดเจนด้วยการเพิ่มคำว่า \"สู่สากล\" เข้าไป เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นที่จะสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับต่างประเทศ การพัฒนาหลักสูตรนานาชาติ และมุ่งสู่การจัดอันดับในระดับนานาชาติ• การปรับตัวรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ด้วยการปฏิรูปสู่ \"มหาวิทยาลัยดิจิทัลอัจฉริยะ\" และการพัฒนา \"สมรรถนะดิจิทัล\" ของทั้งนักศึกษาและอาจารย์อย่างเข้มข้น เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว• การบูรณาการ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals - SDGs) เข้ามาในยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น และการตอบสนองต่อนโยบายเศรษฐกิจ BCG และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ• การปรับยุทธศาสตร์ด้านนักศึกษาและหลักสูตรเพื่อความอยู่รอดและการเติบโต เนื่องจากการลดลงของประชากรวัยเรียนเป็นความท้าทายโดยตรง แผนใหม่จึงปรับตัวโดยเน้น \"ระบบคลังหน่วยกิต (Credit Bank)\" และ \"การเรียนรู้ตลอดชีวิต\" เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังคนวัยทำงานและผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะ และการพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยและตอบโจทย์ตลาดงาน โดยเปลี่ยนจากการเน้นผลิตบัณฑิตตามสาขาวิชา ไปสู่การสร้าง \"บัณฑิตฐานสมรรถนะ\" ที่มีทักษะจำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 และการส่งเสริมให้นักศึกษาสามารถสร้างอาชีพและธุรกิจของตนเองได้• การสร้างความคมชัดในอัตลักษณ์และพันธกิจของมหาวิทยาลัย การจัดตั้ง ยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อเน้นการผลิตและพัฒนาครูโดยสร้าง \"ยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิต พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาชายแดนใต้\" ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อตอบสนองจุดเน้นของกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ และตอกย้ำภารกิจหลักในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นด้านการศึกษา การยกระดับการผลิตครูด้วยนวัตกรรม \"หลักสูตรนอกเวลาเรียนโดยใช้หอพักเป็นฐาน (Extra Time)\" และการพัฒนาโรงเรียนสาธิตให้เป็น \"ห้องปฏิบัติการที่มีชีวิต (Living Laboratory)\" เป็นต้นแบบการจัดการศึกษาในบริบทพหุวัฒนธรรม ทั้งนี้มหาวิทยาลัยได้มีการเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคงสู่การสร้าง \"สันติสุข\" โดยปรับจาก \"การศึกษาและการพัฒนาเพื่อความมั่นคง\" เป็น \"การเสริมสร้างพลเมืองคุณภาพเพื่อสันติสุข\"• การปฏิรูปการบริหารจัดการภายในสู่ความเป็นเลิศ การมุ่งสู่ \"มหาวิทยาลัยสมรรถนะสูง (HighPerformance University)\" ด้วยการพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ คล่องตัว โปร่งใส และทันสมัย โดยการยกระดับคุณภาพสู่มาตรฐานสากล (AUN-QA, EdPEx) และการพัฒนาอาจารย์ตามกรอบมาตรฐานสากล (PSF) เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และการสร้างความมั่นคงทางการเงินและการพึ่งพาตนเอง รวมถึงการเสริมสร้างแบรนด์และการสื่อสารองค์กรเชิงรุก และการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความสุขของบุคลากร
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25683บทบาทและภารกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาถือกำเนิดขึ้นจากความต้องการในการพัฒนาการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานในฐานะสถาบันผลิตครูและบุคลากรทางการศึกษา มหาวิทยาลัยจึงมีรากฐานที่แข็งแกร่งในการเข้าใจบริบทและความต้องการของท้องถิ่น รวมถึงมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่กว้างขวางกับชุมชน โรงเรียน และหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้ตนเองเป็น \"มหาวิทยาลัยคลังปัญญาแห่งชายแดนใต้ เป็นเลิศในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่นยืนสู่สากล\" วิสัยทัศน์นี้สะท้อนความมุ่งมั่นที่จะก้าวพ้นจากการเป็นเพียงสถานที่ผลิตบัณฑิต มาเป็นแหล่งรวมและสร้างสรรค์องค์ความรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริงเป้าหมายสำคัญ 4 ประการของมหาวิทยาลัย ได้แก่ (1) การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาแก่ชุมชนและท้องถิ่น (2) การบูรณาการงานวิจัย การบริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมเข้ากับกระบวนการจัดการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมกับชุมชนและท้องถิ่น (3) การยกระดับคุณภาพชีวิต การลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำทางสังคม การสร้างประชาชนในท้องถิ่นชายแดนใต้ให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน (4) มหาวิทยาลัยเป็นองค์กรแห่งความเป็นเลิศ นำสังคม พร้อมเป็นที่พึ่งของชุมชนและท้องถิ่น เป้าหมายเหล่านี้ไม่เพียงสอดคล้องกับนโยบายระดับชาติ แต่ยังตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของพื้นที่ชายแดนใต้ที่ต้องการการพัฒนาที่ครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความมั่นคงความจำเป็นในการพัฒนายุทธศาสตร์แบบบูรณาการการที่จะบรรลุวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกมิติของการพัฒนา ไม่สามารถพึ่งพาการดำเนินงานแบบแยกส่วนหรือเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว ดังนั้น จึงมีความจำเป็นในการกำหนดยุทธศาสตร์ที่มีลักษณะบูรณาการ เชื่อมโยงกัน และสร้างความเสริมกันระหว่างกิจกรรมต่าง ๆการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก รวมถึงการศึกษาความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มตั้งแต่นักศึกษา ผู้ปกครอง บัณฑิต สถานประกอบการ ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนทั่วไป ได้นำไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ที่ครอบคลุมพันธกิจหลักทั้งหมดของมหาวิทยาลัย และตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่ชายแดนใต้อย่างชัดเจนยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ (1) การพัฒนาคุณภาพการศึกษา (2) การผลิต พัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษาชายแดนใต้ (3) การวิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรม (4) การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน (5) การเสริมสร้างพลเมืองคุณภาพ ในสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้ เพื่อสันติสุข และ (6) การพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ สู่มหาวิทยาลัยสมรรถนะสูง ทันสมัย และยั่งยืน มีความเชื่อมโยงและส่งเสริมซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบยุทธศาสตร์ที่ 1: การพัฒนาคุณภาพการศึกษา-ฐานรากแห่งการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษาถือเป็นรากฐานสำคัญที่สุดของการพัฒนา เนื่องจากเป็นกระบวนการที่สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและสามารถเป็นกำลังขับเคลื่อนการพัฒนาในทุกด้าน ยุทธศาสตร์นี้มุ่งเน้นการผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติที่มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดงาน ผ่านการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะที่ผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัลและทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้มหาวิทยาลัยได้
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25684พัฒนานักศึกษาด้วยหลักสูตรวิศวกรสังคม เพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนการจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันไม่เพียงมุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ความสามารถในการแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร และการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านี้เป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการทำงานและการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21นอกจากนี้ การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับการเรียนการสอนจะช่วยให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงข้อมูลและองค์ความรู้ได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง รวมถึงพัฒนาทักษะทางเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคดิจิทัลยุทธศาสตร์ที่ 2: การผลิต พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาชายแดนใต้-การสานต่อพันธกิจประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามีประวัติศาสตร์อันยาวนานในฐานะสถาบันผลิตครู ยุทธศาสตร์ด้านการผลิต พัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษาชายแดนใต้ จึงเป็นการสานต่อพันธกิจสำคัญนี้ให้ทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะการสร้างครูที่มีความเข้าใจบริบทพหุวัฒนธรรมของพื้นที่ชายแดนใต้ และสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายโดยมหาวิทยาลัยมีโรงเรียนสาธิตที่เป็นห้องปฏิบัติการสำหรับการฝึกปฏิบัติจริงของนักศึกษาสายครุศาสตร์และการใช้นวัตกรรมหรือต้นแบบทางการศึกษาที่พัฒนาโดยอาจารย์สายครุศาสตร์ครูในพื้นที่ชายแดนใต้ต้องเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อน ทั้งความหลากหลายทางภาษาของนักเรียน ความแตกต่างทางวัฒนธรรมและศาสนา สภาพแวดล้อมที่อาจมีความไม่แน่นอนด้านความปลอดภัย และการขาดแคลนทรัพยากรการเรียนรู้ ดังนั้น การผลิตครูจึงต้องเน้นการพัฒนาทั้งความรู้ในเนื้อหาวิชา ทักษะการจัดการเรียนรู้ ความเข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น และความสามารถในการปรับตัวและแก้ปัญหาเฉพาะหน้ายุทธศาสตร์ที่ 3: การวิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรม-กลไกสร้างองค์ความรู้ใหม่การวิจัยและการสร้างสรรค์นวัตกรรมเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นมหาวิทยาลัย และเป็นกลไกหลักในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาและการพัฒนาท้องถิ่น ยุทธศาสตร์ด้านนี้มุ่งเน้นการวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ ทั้งการวิจัยในบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การพัฒนานวัตกรรมการศึกษา และการสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมความสำคัญของการวิจัยไม่ได้อยู่ที่การผลิตผลงานทางวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาจริงของชุมชนและสังคม การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ จะช่วยให้การวิจัยมีผลกระทบในวงกว้างและสร้างประโยชน์สูงสุดต่อสังคม ทั้งนี้การเข้าถึงทุนวิจัยภายนอกยังเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยสามารถดำเนินงานวิจัยที่ตอบโจทย์ชุมชนท้องถิ่นมากขึ้นยุทธศาสตร์ที่ 4: การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน-การบูรณาการภูมิปัญญาและวิทยาการสมัยใหม่ยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืนเป็นการแปลงพันธกิจการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏให้เป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ชายแดนใต้ โดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชามาเป็นแนวทางในการพัฒนา ร่วมกับการใช้วิทยาการเทคโนโลยี
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25685สมัยใหม่และการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการส่งเสริม Soft power บนฐานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่และเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่มากขึ้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การรักษาสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมสังคมและวัฒนธรรม สำหรับพื้นที่ชายแดนใต้ ความท้าทายเฉพาะ คือ การพัฒนาที่ต้องเคารพและสืบสานความหลากหลายทางวัฒนธรรม สร้างความเข้าใจและการยอมรับซึ่งกันและกัน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรมและทั่วถึงยุทธศาสตร์ที่ 5: การเสริมสร้างพลเมืองคุณภาพ ในสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้เพื่อสันติสุข-รากฐานของสังคมสันติสุขยุทธศาสตร์การเสริมสร้างพลเมืองคุณภาพ ในสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้ เพื่อสันติสุข เป็นยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งต้องการการสร้างความเข้าใจ การยอมรับความแตกต่าง และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ยุทธศาสตร์นี้มุ่งเน้นการพัฒนาคนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีความรู้ ทักษะ และคุณธรรมจริยธรรม มีความเข้าใจในบริบทพหุวัฒนธรรม และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมที่หลากหลายได้อย่างเป็นสุขการสร้างพลเมืองคุณภาพไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในกลุ่มนักศึกษา แต่ครอบคลุมไปถึงประชาชนทุกช่วงวัยในพื้นที่ ผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมสาธารณะ และการสร้างพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมยุทธศาสตร์ที่ 6: การพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ สู่มหาวิทยาลัยสมรรถนะสูง ทันสมัย และยั่งยืน-โครงสร้างรองรับการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ สู่มหาวิทยาลัยสมรรถนะสูง ทันสมัย และยั่งยืน เป็นยุทธศาสตร์สนับสนุนที่สำคัญ ซึ่งจะทำให้ยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ด้านที่กล่าวมาสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมาย ยุทธศาสตร์นี้เน้นการพัฒนาโครงสร้างระบบบริหารจัดการที่ทันสมัย คล่องตัว มีประสิทธิภาพ และสามารถปรับตัวได้เมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง โดยปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) ในการบริหารจัดการมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นระบบการลงชื่อเข้าออกของบุคลากร ระบบบริการการศึกษา เป็นต้นการบริหารจัดการในยุคปัจจุบันต้องอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบสารสนเทศที่ทันสมัย การพัฒนาบุคลากรให้มีสมรรถนะสูง การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นผลงานและนวัตกรรม และการมีระบบประกันคุณภาพที่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ ยังต้องให้ความสำคัญกับการเป็นองค์กรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืน
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25686การเชื่อมโยงและการสร้างความเสริมกันระหว่างยุทธศาสตร์ยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ด้านไม่ใช่การดำเนินงานที่แยกออกจากกัน แต่มีความเชื่อมโยงและสร้างความเสริมกันอย่างเป็นระบบ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาจะช่วยสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่น การผลิตครูที่มีคุณภาพจะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ การวิจัยและนวัตกรรมจะสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่นำไปสู่การแก้ปัญหาและการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพการสร้างพลเมืองคุณภาพจะเป็นรากฐานของสังคมที่สันติสุขและเป็นแรงขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ในขณะที่การมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจะเป็นโครงสร้างรองรับที่ทำให้ทุกยุทธศาสตร์สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นและบรรลุเป้าหมายความคาดหวังและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ด้านอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง คาดว่าจะส่งผลให้มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาบรรลุวิสัยทัศน์ในการเป็น \"คลังปัญญาแห่งชายแดนใต้ เป็นเลิศในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืนสู่สากล\" อย่างแท้จริง ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นครอบคลุมหลายมิติในมิติการศึกษา จะเกิดการยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ ทั้งในระดับอุดมศึกษาและการศึกษาขั้นพื้นฐาน นักศึกษาและบัณฑิตจะมีสมรรถนะที่ตรงตามความต้องการของตลาดงาน มีทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 และมีความเข้าใจในบริบทพหุวัฒนธรรมของพื้นที่ ครูและบุคลากรทางการศึกษาจะมีคุณภาพสูงและสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย โดยมีโรงเรียนสาธิตเป็นต้นแบบในการจัดการศึกษาในสังคมพหุวัฒฯธรรมในมิติการวิจัยและนวัตกรรม จะเกิดองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่ การวิจัยจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาจริงของชุมชนและสังคม และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ เครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยจะขยายตัวทั้งในระดับชาติและนานาชาติในมิติการพัฒนาท้องถิ่น จะเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งและยั่งยืน ชุมชนจะมีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ภูมิปัญญาท้องถิ่นจะได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาต่อ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมจะเป็นจุดแข็งในการสร้างมูลค่าและการพัฒนาในมิติสังคมและวัฒนธรรม จะเกิดสังคมที่มีความเข้าใจและยอมรับซึ่งกันและกัน ประชาชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและการพัฒนาตนเองอย่างเท่าเทียม ความขัดแย้งจะลดลงและเกิดสันติสุขในสังคม พลเมืองจะมีคุณภาพ มีความรู้ ทักษะ และคุณธรรมจริยธรรมที่จำเป็นสำหรับการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมในมิติการบริหารจัดการ มหาวิทยาลัยจะมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และยืดหยุ่น สามารถปรับตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว บุคลากรจะมีสมรรถนะสูงและมีแรงจูงใจในการทำงาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศจะรองรับการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพการปรับแผนในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนเอกสาร แต่เป็นการปรับกระบวนทัศน์ครั้งสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เพื่อเปลี่ยนผ่านจากบทบาทเดิมไปสู่การเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ทันสมัย ยั่งยืน เป็นที่พึ่งของท้องถิ่น และได้รับการยอมรับในระดับสากลได้อย่างแท้จริง
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25687การวิเคราะห์ความจำเป็นทางยุทธศาสตร์จากนโยบาย (Policy Needs Analysis)การวิเคราะห์ความจำเป็นทางยุทธศาสตร์จากนโยบายเป็นกระบวนการสำคัญที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาใช้เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับนโยบายระดับชาติและระดับพื้นที่ โดยเฉพาะในบริบทของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความท้าทายและโอกาสเฉพาะตัว การวิเคราะห์นี้ครอบคลุมยุทธศาสตร์ทั้ง 6 ด้านของมหาวิทยาลัย ได้แก่ 1) การพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2) การผลิต พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาชายแดนใต้3) การวิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรม 4) การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน 5) การเสริมสร้างพลเมืองคุณภาพในสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้ เพื่อสันติสุข และ 6) การพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ สู่มหาวิทยาลัยสมรรถนะสูง ทันสมัย และยั่งยืน1. ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580)ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กำหนดวิสัยทัศน์ \"ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง\" สร้างความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาต้องปรับบทบาทจากการเป็นสถาบันการศึกษาแบบดั้งเดิมสู่การเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ ภายใต้ 6 ยุทธศาสตร์หลัก โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านความมั่นคงที่จำเป็นต้องมีการสร้างความเข้าใจอันดีและความปรองดองในสังคมพหุวัฒนธรรม ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันที่ต้องพัฒนาทุนมนุษย์และนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจฐานราก และยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ที่เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม ความจำเป็นนี้กำหนดให้มหาวิทยาลัยต้องปรับโครงสร้างหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ เสริมสร้างความรู้ด้านภาษาและวัฒนธรรมท้องถิ่น พัฒนาระบบการศึกษาที่เข้าถึงได้ในทุกกลุ่มประชากร และสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนในการกำหนดทิศทางการพัฒนา นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมยังกำหนดให้มหาวิทยาลัยต้องเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม ผ่านการให้การศึกษาที่มีคุณภาพแก่ประชาชนทุกช่วงวัยและการพัฒนาระบบสวัสดิการชุมชนที่เข้มแข็ง และยุทธศาสตร์ที่ 6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ กำหนดให้มหาวิทยาลัยยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวม มีความทันสมัยและพร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะการนำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยพัฒนาระบบการปฏิบัติงานที่เป็นดิจิทัลเทียบได้กับมาตรฐานสากล2. แผนแม่บทการพัฒนาประเทศด้านการศึกษาแผนแม่บทด้านการศึกษา แบ่งออกเป็น 4 แผนย่อย ได้แก่ การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ สร้างความจำเป็นให้มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาต้องปรับเปลี่ยนจากการเป็นผู้ให้การศึกษาแบบเดิมสู่การเป็นนิวเคลียสของการเรียนรู้ในชุมชน โดยเฉพาะในบริบทของพื้นที่ชายแดนใต้ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความจำเป็นนี้กำหนดให้มหาวิทยาลัยต้องพัฒนาระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เรียนที่มาจากพื้นฐานและบริบทที่แตกต่างกัน การสร้างเครือข่ายการ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25688เรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาระดับพื้นฐานและชุมชน การพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์การพัฒนาท้องถิ่นและเศรษฐกิจชุมชน และการสร้างระบบประกันคุณภาพการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ นอกจากนี้ แผนยังเน้นการพัฒนาอาจารย์ให้มีความสามารถในการบูรณาการงานสอน งานวิจัย และงานบริการวิชาการเข้าด้วยกัน การสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการที่เชื่อมโยงกับปัญหาและความต้องการของท้องถิ่น และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาที่ทันสมัยและเข้าถึงได้3. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 มุ่งเน้นการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็น \"ประเทศพัฒนาแล้วที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง\" สร้างความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาต้องปรับบทบาทเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและสังคมในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น การพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิต และการสร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาชุมชน ความจำเป็นนี้กำหนดให้มหาวิทยาลัยต้องพัฒนานวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างระบบการบ่มเพาะธุรกิจชุมชน พัฒนาหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับ การประกอบอาชีพ แล ะการสร้างงาน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน นอกจากนี้ แผนยังเน้นการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและการสร้างความเป็นธรรมในสังคม ซึ่งต้องอาศัยบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่4. แผนการศึกษาชาติ พ.ศ. 2560-2579แผนการศึกษาชาติมุ่งเน้นการพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองที่มีความรู้ คุณธรรม และมีความสุข ภายใต้หลักการ 6 ประการ ได้แก่ การพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา การสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ การพัฒนาระบบบริหารจัดการการศึกษา และการพัฒนาระบบการศึกษาให้สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต สร้างความจำเป็นให้มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการเป็นสถาบันการศึกษาแยกส่วนสู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการศึกษาที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงการศึกษาตลอดชีวิต โดยเฉพาะในบริบทของพื้นที่ชายแดนใต้ที่มีความซับซ้อนทางสังคมและวัฒนธรรม ความจำเป็นนี้กำหนดให้มหาวิทยาลัยต้องพัฒนาระบบการผลิตและพัฒนาครูที่มีความเข้าใจในบริบทของพื้นที่ การสร้างหลักสูตรที่ยืดหยุ่นและตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย การพัฒนาระบบการประเมินผลที่เหมาะสมกับผู้เรียนที่มาจากพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน และการสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนและครอบครัวในกระบวนการจัดการศึกษา นอกจากนี้ แผนยังเน้นการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และการพัฒนาระบบการศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน5. แผนยุทธศาสตร์กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแผนยุทธศาสตร์กระทรวงฯ มุ่งเน้นการพัฒนาการอุดมศึกษาให้เป็นแหล่งสร้างและพัฒนากำลังคนระดับสูง เป็นแหล่งสร้างความรู้และนวัตกรรม และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก คือ การพัฒนาการเรียนรู้และการสร้างกำลังคน การสร้างความรู้และนวัตกรรม การถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาชุมชน และการพัฒนาระบบบริหารจัดการ สร้างความจำเป็นให้มหาวิทยาลัย
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25689ราชภัฏยะลาต้องเปลี่ยนแปลงจากการเป็นสถาบันที่เน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบเดิมสู่การเป็นสถาบันที่สร้างความรู้ใหม่และนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ตามบทบาทของมหาวิทยาลัยกลุ่ม 3 กลุ่มพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนอื่น โดยเฉพาะการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การสร้างเครือข่ายความร่วมมือวิจัยกับสถาบันการศึกษาและองค์กรต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ การพัฒนาระบบการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนอย่างมีประสิทธิผล และการสร้างกลไกการประเมินผลกระทบของงานวิจัยต่อการพัฒนาท้องถิ่น ความจำเป็นนี้ยังกำหนดให้มหาวิทยาลัยต้องปรับปรุงระบบบริหารจัดการให้มีความคล่องตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง พัฒนาระบบประกันคุณภาพที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาท้องถิ่น และสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการเรียนรู้และนวัตกรรม6. แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดกลุ่มภาคใต้ชายแดนแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดกลุ่มภาคใต้ชายแดน (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา สตูล) มุ่งเน้นการสร้างความสงบสุขและความมั่นคงในพื้นที่ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยว การอนุรักษ์และพัฒนาศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สร้างความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาต้องปรับบทบาทเป็นสะพานเชื่อมระหว่างความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการเป็นหน่วยงานทางการศึกษาและพัฒนาภาษา วัฒนธรรม และประเพณีของชาติพันธุ์ต่างๆ ในพื้นที่ การพัฒนาหลักสูตรและโปรแกรมการศึกษาที่ส่งเสริมความเข้าใจและความสามัคคี การสร้างนักวิจัยและนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาของพื้นที่และสันติภาพ และการพัฒนาระบบการศึกษาที่เป็นกลางทางการเมืองและศาสนา ความจำเป็นนี้กำหนดให้มหาวิทยาลัยต้องสร้างศูนย์พัฒนาสภาพลเมืองสันติสุขชายแดนใต้ พัฒนาหลักสูตรการพัฒนาชุมชนที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้นำชุมชนและองค์กรศาสนา และพัฒนาระบบการติดตามและประเมินผลการพัฒนาที่มีส่วนร่วมจากชุมชน นอกจากนี้ แผนยังเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งต้องอาศัยการสนับสนุนจากสถาบันการศึกษาในการสร้างองค์ความรู้และพัฒนากำลังคน7. เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ข้อ โดยเฉพาะเป้าหมายที่ 4 (การศึกษาที่มีคุณภาพ) เป้าหมายที่ 1 (การขจัดความยากจน) เป้าหมายที่ 10 (การลดความเหลื่อมล้ำ) เป้าหมายที่ 16 (สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง) และเป้าหมายที่ 17 (ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา) สร้างความจำเป็นให้มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาต้องปรับวิสัยทัศน์จากการเป็นสถาบันการศึกษาระดับท้องถิ่นสู่การเป็นสถาบันที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล โดยเฉพาะในบริบทของพื้นที่ชายแดนใต้ที่มีความซับซ้อนทางสังคมและวัฒนธรรม ความจำเป็นนี้กำหนดให้มหาวิทยาลัยต้องพัฒนาระบบการศึกษาที่ครอบคลุมและเป็นธรรม สร้างโอกาสการเข้าถึงการศึกษาสำหรับกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการ พัฒนาหลักสูตรที่ส่งเสริมความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างระบบการวิจัยที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม และพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นอกจากนี้ SDGs ยังกำหนดให้มหาวิทยาลัยต้องมีบทบาททางจริยธรรมในการสร้างสันติภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างกลุ่มคนที่มีความแตกต่างทางศาสนาและวัฒนธรรม การสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่มีจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคม และการเป็นแบบอย่างในการดำเนินงานที่โปร่งใสและมีธรรมาภิบาล
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568108. นโยบายและยุทธศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง8.1 นโยบายประเทศไทย 4.0นโยบาย Thailand 4.0 ที่มุ่งสู่การเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม สร้างความจำเป็นให้มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาต้องปรับเปลี่ยนจากการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีสู่การเป็นผู้สร้างนวัตกรรม โดยเฉพาะนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและการแก้ไขปัญหาสังคม การพัฒนาศูนย์ประกอบการและการบ่มเพาะธุรกิจ การสร้างหลักสูตรที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอนาคต และการพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมให้กับนักศึกษาและชุมชน8.2 ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันยุทธศาสตร์นี้กำหนดให้มหาวิทยาลัยต้องพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ผ่านการสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายของจังหวัด การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติอย่างยั่งยืน8.3 นโยบายการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้นโยบายเฉพาะของรัฐบาลสำหรับการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ที่เน้นการสร้างความสงบสุข การพัฒนาเศรษฐกิจ และการรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม กำหนดให้มหาวิทยาลัยต้องมีบทบาทสำคัญในการเป็นกลไกการพัฒนาที่เป็นกลางและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 8.4 ยุทธศาสตร์การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และการเชื่อมโยงกับประเทศอาเซียน สร้างความจำเป็นให้มหาวิทยาลัยต้องพัฒนาความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษามลายูและภาษาอังกฤษ การสร้างหลักสูตรและโปรแกรมแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ และการพัฒนาความเข้าใจในวัฒนธรรมและการดำเนินธุรกิจในภูมิภาค8.5 ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เรื่อง นโยบายสภามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2565-2567) นโยบายที่เป็นกรอบทิศทางในการดำเนินงาน รวมทั้งบริหารจัดการทรัพยากรภายในมหาวิทยาลัยอย่างมีประสิทธิภาพด้วยหลักธรรมาภิบาล พร้อมรองรับบริบทการเปลี่ยนแปลงให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน8.6 นโยบายอธิการบดี (2568-2572)นโยบายการบริหารที่ครอบคลุมและบูรณาการพันธกิจหลักของมหาวิทยาลัย ทั้งการผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และการบริหารจัดการ โดยนโยบายทั้ง 4 ด้านสามารถพลิกโฉมมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา8.7 นโยบายการศึกษาของภูมิภาคอาเซียนแนวโน้มการศึกษาในภูมิภาคอาเซียนในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะเน้นการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลอย่างเข้มข้น โดยประเทศสมาชิกจะให้ความสำคัญกับการบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์เข้ากับหลักสูตรการศึกษาเพื่อลดช่องว่างการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ นโยบาย ASEAN Education Work Plan 2021-2025 และแผนต่อเนื่องจะขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะด้านการคิดเชิงวิพากษ์ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี การเคลื่อนย้ายนักศึกษาและอาจารย์ภายในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นผ่านกลไก ASEAN University Network และโครงการ ASEAN Credit Transfer System ซึ่งส่งเสริมการยอมรับคุณวุฒิข้ามชาติ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256811ความท้าทายสำคัญที่ต้องเผชิญคือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเขตเมืองและชนบท รวมถึงช่องว่างดิจิทัลที่ยังคงมีอยู่ในประเทศพัฒนาน้อยกว่าของอาเซียน นโยบายจะเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาครูให้มีสมรรถนะทางเทคโนโลยี และการสร้างเนื้อหาการเรียนรู้ท้องถิ่นที่สอดคล้องกับบริบทวัฒนธรรม แนวโน้มการศึกษาตลอดชีวิตและการศึกษาเพื่อการทำงาน Technical and Vocational Education and Training (TVET) จะได้รับการส่งเสริมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดงานและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ภาคเอกชนจะมีบทบาทมากขึ้นในรูปแบบความร่วมมือภาครัฐและเอกชน Public Private Partnership (PPP) เพื่อพัฒนาหลักสูตรที่ตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรม การเน้นความยั่งยืนและการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน Education for Sustainable Development (ESD) จะถูกบูรณาการเข้าสู่ระบบการศึกษาทุกระดับเพื่อรองรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพSustainable Development Goal 4 (SDG 4) ซึ่งความสำเร็จของนโยบายเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นทางการเมือง งบประมาณที่เพียงพอ และกลไกการติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพในระดับภูมิภาคและระดับชาติ8.8 นโยบายการศึกษาของโลกแนวโน้มการศึกษาโลกในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะถูกกำหนดโดยการปฏิวัติดิจิทัลและการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์อย่างครอบคลุม ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของระบบการศึกษาจากรูปแบบการสอนแบบดั้งเดิมสู่การเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Personalized Learning) ที่ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่และอัลกอริทึมในการปรับหลักสูตรให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละคน นโยบายระดับสากลภายใต้กรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อที่ 4 Sustainable Development Goal 4 และกรอบการดำเนินการด้านการศึกษา ปี 2030 ของยูเนสโกUNESCO Education 2030 Framework จะเร่งรัดการดำเนินการเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โดยเฉพาะในภูมิภาคแอฟริกาใต้สะฮารา เอเชียใต้ และละตินอเมริกาที่ยังประสบปัญหาการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน รูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Hybrid Learning) จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ โดยผสานการเรียนในชั้นเรียนและออนไลน์เข้าด้วยกัน ขณะที่แพลตฟอร์ม MOOC และ Micro-credentials จะขยายโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับประชากรวัยทำงาน การปฏิรูปหลักสูตรจะเน้นการพัฒนาทักษะที่สำคัญต่ออนาคต ได้แก่ ความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Literacy) ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาเชิงซับซ้อน และความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งเป็นทักษะที่เครื่องจักรทดแทนไม่ได้ นโยบายด้านการศึกษาจะให้ความสำคัญกับ STEAM Education (Science, Technology, Engineering, Arts, Mathematics) และการบูรณาการความยั่งยืนและการศึกษาเพื่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Education) เข้าสู่ทุกระดับการศึกษา ความท้าทายสำคัญที่ชุมชนโลกต้องเผชิญคือช่องว่างดิจิทัล (Digital Divide) ที่เพิ่มความเหลื่อมล้ำระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา การขาดแคลนครูที่มีคุณภาพโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล และความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนระบบประเมินผลจากการวัดความรู้ไปสู่การวัดสมรรถนะ ภาคเอกชนและองค์กรเทคโนโลยีจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในการพัฒนานวัตกรรมการศึกษา แต่จะต้องมีการกำกับดูแลอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการผูกขาดและรักษาความเป็นสาธารณะของการศึกษา การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาทางการศึกษา การสร้างระบบข้อมูลการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ และความร่วมมือระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีจะเป็นกุญแจสำคัญในกาบรรลุเป้าหมายการศึกษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพสำหรับทุกคน
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256812ข้อมูลพื้นฐานข้อมูลบุคลากรจำนวนบุคลากรทั้งหมดปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีจำนวนบุคลากรทั้งสิ้น 641 คน เป็นบุคลากรสายวิชาการ จำนวน338 คน คิดเป็นร้อยละ 52.73 เป็นบุคลากรสายสนับสนุน จำนวน 303 คน คิดเป็นร้อยละ 47.27 ตารางที่ 1 แสดงจำนวนบุคลากรระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2563-2568ประเภทปีงบประมาณ พ.ศ.2563 2564 2565 2566 2567 2568สายวิชาการ 399 369 362 336 334 338สายสนับสนุน 271 257 265 265 268 303รวม 670 626 627 601 602 641แผนภูมิแสดงจำนวนบุคลากรระหว่างปีงบประมาณ พ.ศ. 2563-2568จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563–2568 จำนวนบุคลากรโดยภาพรวมมีแนวโน้มลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ทั้งนี้ ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2564–2567 มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นและลดลงเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวนบุคลากรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีการปรับเพิ่มอัตราลูกจ้างชั่วคราวในหน่วยงานระดับคณะ โดยปัจจุบันมหาวิทยาลัยมีสัดส่วนบุคลากรสายวิชาการต่อสายสนับสนุนเท่ากับ 1 : 0.90 คนสายวิชาการสายสนับสนุน0501001502002503003504004502563 2564 2565 2566 2567 2568
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256813จำนวนบุคลากรจำแนกตามประเภทบุคลากรปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวนบุคลากรจำแนกตามประเภทบุคลากร ดังนี้ ข้าราชการ จำนวน 57 คน คิดเป็นร้อยละ 8.89 พนักงานมหาวิทยาลัย จำนวน 417 คน คิดเป็นร้อยละ 65.05 พนักงานราชการ จำนวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 4.99 ลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 127 คน คิดเป็นร้อยละ 19.81 ลูกจ้างประจำ จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 1.25 ตารางที่ 2 แสดงจำนวนบุคลากรจำแนกตามประเทภบุคลากร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568ประเภท วิชาการ สนับสนุน รวมข้าราชการ 52 5 57พนักงานมหาวิทยาลัย 251 166 417พนักงานราชการ 15 17 32ลูกจ้างประจำ 0 8 8ลูกจ้างชั่วคราว 20 107 127รวม 338 303 641แผนภูมิแสดงอัตราส่วนของบุคลากรจำแนกตามประเภทของบุคลากรจะเห็นได้ว่า พนักงานมหาวิทยาลัยถือเป็นบุคลากรหลักและมีกำลังคนมากที่สุดของมหาวิทยาลัยรองลงมาคือ ลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการจ้างงานตามสัญญาจ้างรายปีในแต่ละหน่วยงาน ขณะที่ จำนวนข้าราชการมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเกษียณอายุราชการ การโอนย้าย และการลาออกข้าราชการ8.89%พนักงานมหาวิทยาลัย65.05%ลูกจ้างประจํา1.25%ลูกจ้างชั่วคราว19.81%พนักงานราชการ4.99%
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256814จำนวนบุคลากรสายวิชาการจำแหนกตามตำแหน่งวิชาการปีงบประมาณ พ. ศ.2568 จำนวนบุคลากรสายวิชาการจำแนกตามตำแหน่งวิชาการ ดังนี้ อาจารย์ จำนวน 158 คน คิดเป็นร้อยละ 52.15 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ จำนวน 133 คน คิดเป็นร้อยละ 43.89 รองศาสตราจารย์ จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 3.96ตารางที่ 3 แสดงจำนวนบุคลากรสายวิชาการจำแนกตามตำแหน่งวิชาการคณะ อาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ รวมข้าราชการ 16 28 8 52คณะครุศาสตร์ 3 6 1 10คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 4 4 1 9คณะวิทยาการจัดการ 4 5 6 15คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร 5 13 0 18พนักงานมหาวิทยาลัย 142 105 4 251คณะครุศาสตร์ 23 18 1 42คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 40 36 2 78คณะวิทยาการจัดการ 37 13 0 50คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร 42 38 1 81รวมทั้งสิ้น 158 133 12 303ร้อยละ 52.15 43.89 3.96 100.00แผนภูมิแสดงอัตราส่วนของบุคลากรสายวิชาการที่มีตำแหน่งทางวิชาการอาจารย์ 52.15%ผู้ช่วยศาสตราจารย์43.89%รองศาสตราจารย์3.96%
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256815จะเห็นได้ว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มหาวิทยาลัยมีบุคลากรสายวิชาการที่ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ คิดเป็นร้อยละ 47.85 ซึ่งยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) กำหนดไว้ที่ร้อยละ 60 ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงควรเร่งดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรสายวิชาการสามารถพัฒนาตนเองเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องข้อมูลงบประมาณตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2568 มหาวิทยาลัยได้รับงบประมาณรวมทั้งสิ้น 3,911,613,700 บาท โดยจำแนกเป็น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำนวน 682,176,500 บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 649,385,500 บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 จำนวน 623,513,100 บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จำนวน 619,253,900 บาท ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 661,270,500 บาท และปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 676,014,200 บาทตารางที่ 4 แสดงงบประมาณตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2568แหล่งงบประมาณปีงบประมาณ (บาท)พ.ศ. 2563 พ.ศ. 2564 พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2566 พ.ศ. 2567 พ.ศ. 2568งบประมาณแผ่นดิน 528,258,600 480,580,100 456,455,200 453,985,300 485,089,100 493,733,500งบประมาณเงินรายได้159,156,600 173,783,600 172,861,000 171,582,000 182,755,500 188,854,800 รวม 687,415,200 654,363,700 629,316,200 625,567,300 667,844,600 682,588,300 แผนภูมิแสดงสัดส่วนงบประมาณแผ่นดินกับงบประมาณเงินรายได้งบประมาณแผ่นดิน72.33%งบประมาณรายได้27.67%
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256816จากแผนภูมิจะเห็นได้ว่า งบประมาณแผ่นดินยังคงเป็นแหล่งงบประมาณหลักของมหาวิทยาลัย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 72.33 ทั้งนี้ แนวโน้มในอนาคตการอุดหนุนงบประมาณแผ่นดินจากภาครัฐมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยจึงจำเป็นต้องมีแผนในการบริหารจัดการงบประมาณและพัฒนาการจัดหารายได้เพื่อพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ตลอดจนเตรียมรับมือกับผลกระทบจากจำนวนผู้เรียนที่ลดลงตามทิศทางสถานการณ์ของประเทศและระดับโลกข้อมูลนักศึกษาจำนวนนักศึกษาคงอยู่ปีการศึกษา 2567 มีจำนวนทั้งสิ้น 9,032 คน จำแนกเป็น คณะครุศาสตร์ จำนวน 1,595 คน คิดเป็นร้อยละ 1.66 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 3,583 คน คิดเป็นร้อยละ 39.67 คณะวิทยาการจัดการ จำนวน 2,069 คน คิดเป็นร้อยละ 22.91 คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร จำนวน 1,679 คน คิดเป็นร้อยละ 18.59 และคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ จำนวน 106 คน คิดเป็นร้อยละ 1.17ตารางที่ 5 แสดงจำนวนนักศึกษาระหว่างปีการศึกษา 2563-2567คณะ ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567ครุศาสตร์ 1,281 1,556 1,632 1,646 1,595มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 3,485 3,746 3,882 3,595 3,583วิทยาการจัดการ 2,593 2,519 2,335 2,093 2,069วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร 1,770 1,726 1,690 1,648 1,679สาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ 126 160 150 166 106รวม 9,255 9,707 9,689 9,148 9,032แผนภูมิแสดงจำนวนนักศึกษาระหว่างปีการศึกษา 2563-25678600880090009200940096009800ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256817จากแผนภูมิจะเห็นได้ว่า ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นมาจำนวนนักศึกษาคงอยู่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับสถานการณ์ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติที่สะท้อนอัตราการลดลงของผู้เรียนอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงควรวางแผนเชิงรุกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งในด้านการปรับตัวทางวิชาการ การพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ตลาดงาน และการขยายโอกาสทางการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมในอนาคตจำนวนนักศึกษารับใหม่ปีการศึกษา 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 3,198 คน จำแนกเป็น คณะครุศาสตร์ จำนวน 584 คน คิดเป็นร้อยละ 18.26 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จำนวน 1,115 คน คิดเป็นร้อยละ34.86 คณะวิทยาการจัดการ จำนวน 919 คนคิดเป็นร้อยละ 28.73 คณะวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ จำนวน 412 คน และคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ จำนวน 168 คน คิดเป็นร้อยละ 5.25 คนแผนภูมิแสดงจำนวนนักศึกษาใหม่ตามแผนรับและรับจริง ปีการศึกษา 2568จากแผนภูมิจะเห็นได้ว่า เมื่อเปรียบเทียบจำนวนนักศึกษารับใหม่กับแผนการรับนักศึกษา พบว่า คณะครุศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ มีจำนวนนักศึกษารับใหม่จริงสูงกว่าแผนรับที่กำหนดไว้ ขณะที่คณะวิทยาการจัดการ และคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีจำนวนนักศึกษารับใหม่จริงต่ำกว่าแผนรับที่กำหนดไว้020040060080010001200ครุศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ฯ วิทยาการจัดการ วิทยาศาสตร์ ฯ สาธารณสุขศาสตร์ ฯแผนรับ รับจริง
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256818ข้อมูลหลักสูตรปีการศึกษา 2568 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามีหลักสูตรที่เปิดสอนทั้งสิ้น จำนวน 57 หลักสูตร จำแนกเป็น หลักสูตรระดับปริญญาตรี จำนวน 48 หลักสูตร หลักสูตรระดับปริญญาโท จำนวน 5 หลักสูตร และหลักสูตรระดับปริญญาเอก จำนวน 4 หลักสูตรแผนภูมิแสดงจำนวนหลักสูตรที่เปิดสอนในปีการศึกษา 2568จะเห็นได้ว่า มหาวิทยาลัยยังคงเปิดสอนในระดับปริญญาตรีเป็นหลัก อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป พบว่าผู้เรียนมีแนวโน้มเลือกศึกษาหาความรู้ผ่านหลักสูตรระยะสั้นที่ตอบโจทย์ความสนใจเฉพาะด้าน และมุ่งพัฒนาสมรรถนะหรือทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานมากขึ้น เนื่องจากสถานประกอบการเริ่มให้ความสำคัญกับทักษะเฉพาะด้านมากกว่าการถือครองปริญญา อีกทั้งแรงงานรุ่นใหม่มีแนวโน้มสร้างอาชีพด้วยตนเองมากกว่าการทำงานในหน่วยงานแบบเดิม ดังนั้น มหาวิทยาลัยจึงควรเร่งพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นที่มีคุณภาพและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมข้อมูลด้านการวิจัยปีงบประมาณ พ.ศ.2567 มหาวิทยาลัยมีผลงานวิจัยและผลงานสร้างสรรค์ จำนวน 40 ผลงาน ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ จำนวน 76 ผลงาน ผลงานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อชุมชน จำนวน 32 ผลงาน ผลงานวิจัยที่ต่อยอดเชิงพาณิชย์ จำนวน 2 ผลงาน และผลงานที่ขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา จำนวน 38ผลงานปริญญาตรี, 48ปริญญาโท, 5ปริญญาเอก, 4
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256819ตารางที่ 6 แสดงผลงานด้านการวิจัยและงานสร้างสรรค์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2563-2567ผลงาน ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567ผลงานวิจัย/งานสร้างสรรค์ 220 271 164 67 40ผลงานตีพิมพ์เผยแพร่ 206 197 242 136 76ผลงานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อชุมชน 41 45 88 32 32ผลงานวิจัยที่ต่อยอดเชิงพาณิชย์ 7 8 15 7 2ผลงานที่ขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา 23 63 110 81 38แผนภูมิแสดงผลงานด้านการวิจัยและงานสร้างสรรค์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2563-2567จากแผนภูมิแสดงให้เห็นว่า ผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ พบว่าในช่วงปีงบประมาณ 2563-2567 มหาวิทยาลัยมีผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ รวมทั้งสิ้น จำนวน 762 ผลงาน โดยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ จำนวน 857 ผลงาน เป็นผลงานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อชุมชน จำนวน 238 ผลงาน ต่อยอดเชิงพาณิชย์ จำนวน 39 ผลงาน และขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา จำนวน 315 ผลงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยมีผลงานวิชาการจำนวนมาก แต่เมื่อพิจารณาเชิงคุณภาพ สัดส่วนผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อชุมชน ต่อยอดเชิงพาณิชย์ และขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญายังอยู่ในระดับต่ำ มหาวิทยาลัยจึงควรเน้นการส่งเสริมให้ผลงานวิจัยและสร้างสรรค์มีการประยุกต์ใช้ได้จริงและสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจและสังคมมากยิ่งขึ้น
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256820ตารางที่ 7 แสดงงบประมาณจากทุนอุดหนุนการวิจัย ปีงบประมาณ พ.ศ.2563-2567แหล่งงบประมาณ ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567งบประมาณแผ่นดิน 1,900,000 - - - -งบประมาณเงินรายได้ 8,502,407 9,375,878 9,131,928 2,176,282 925,000งบประมาณจากแหล่งทุนภายนอก5,660,440 45,282,328 13,758,580 39,991,903 45,333,000แผนภูมิแสดงงบประมาณจากทุนอุดหนุนการวิจัย ปีงบประมาณ พ.ศ.2563-2567จากแผนภูมิแสดงให้เห็นว่า งบประมาณในการอุดหนุนทุนวิจัย พบว่าในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2563-2567 มหาวิทยาลัยมีงบประมาณที่ได้รับการอุดหนุนทุนวิจัยจาก 3 แหล่ง หากดูแนวโน้มแล้วมีเพียงงบประมาณจากแหล่งทุนภายนอกที่มีสัดส่วนสูงขึ้น งบประมาณแผ่นดินงบประมาณเงินรายได้งบประมาณจากแหล่งทุนภายนอก05,000,00010,000,00015,000,00020,000,00025,000,00030,000,00035,000,00040,000,00045,000,00050,000,000ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256821ข้อมูลด้านบริการวิชาการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563-2568 มีจำนวนโครงการบริการวิชาการทั้งสิ้น 176 โครงการ เป็นโครงการลักษณะถ่ายทอดองค์ความรู้ จำนวน 131 โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยี จำนวน 27 โครงการ และถ่ายทอดนวัตกรรม 18 โครงการตารางที่ 8 แสดงข้อมูลด้านการบริการวิชาการ ปีงบประมาณ พ.ศ.2563-2568ปีงบประมาณลักษณะการให้บริการวิชาการรวมถ่ายทอดองค์ความรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยี ถ่ายทอดนวัตกรรม2563 23 7 0 302564 24 0 4 282566 25 7 4 362567 22 5 7 342568 37 8 3 48รวม 131 27 18 176แผนภูมิแสดงลักษณะการให้บริการวิชาการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563-2568จากแผนภูมิจะเห็นได้ว่า มหาวิทยาลัยได้ดำเนินโครงการบริการวิชาการในลักษณะของการถ่ายทอดองค์ความรู้เป็นสัดส่วนสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 75 ของโครงการบริการวิชาการทั้งหมด ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2563–2568 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยยังคงมุ่งเน้นไปที่การถ่ายทอด องค์ความรู้มากกว่ามิติอื่น ๆ มหาวิทยาลัยจึงควรพิจารณาขยายรูปแบบการบริการวิชาการให้มีความหลากหลายและตอบโจทย์ความต้องการของสังคมได้อย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้นองค์ความรู้75%เทคโนโลนี15%นวัตกรรม10%
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256822ข้อมูลการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562-2567 มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วมกับเครือข่ายภายนอกอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่ ครัวเรือนยากจน จำนวน 3,290 ครัวเรือน โรงเรียน จำนวน 393 แห่ง และผลิตภัณฑ์ชุมชน จำนวน 210 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการสนับสนุนและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมตารางที่ 9 แสดงข้อมูลการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562-2567เป้าหมายปีงบประมาณ พ.ศ.รวม2562 2563 2564 2565 2566 2567ครัวเรือนยากจน 316 300 502 1090 529 553 3,290โรงเรียน 60 60 60 60 105 48 393ผลิตภัณฑ์ชุมชน 49 68 24 18 15 36 210จากแผนภูมิจะเห็นได้ว่า ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562-2567 มหาวิทยาลัยได้ดำเนินโครงการยุทธศาสตร์ราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยมีผลสำเร็จในการพัฒนาครัวเรือนยากจน ทั้งสิ้น 3,290 ครัวเรือน พัฒนาโรงเรียน จำนวน 393 แห่ง และพัฒนาผลิตภัณฑ์ จำนวน 210 ผลิตภัณฑ์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256823ส่วนที่ 2แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568ปรัชญาสร้างพลังปัญญาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้วิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยคลังปัญญาแห่งชายแดนใต้ เป็นเลิศในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืนสู่สากลคลังปัญญา หมายถึง มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งสร้างสรรค์ ผลิต รวบรวม เผยแพร่ องค์ความรู้ ภูมิปัญญา ผลงานวิจัย นวัตกรรม ความเชี่ยวชาญเป็นเลิศ หมายถึง การศึกษาวิจัยเชิงพัฒนาต้นแบบที่ดี (Best Practices) ตามพันธกิจและสภาพบริบทปัจจุบัน สามารถนำไปขยายผลสู่การพัฒนาพื้นที่ในชุมชนท้องถิ่นที่ ตรงตามความต้องการและสามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเชิงประเด็นหลักของชุมชนท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน (Sustainable) หมายถึง การพัฒนามหาวิยาลัย และชุมชนท้องถิ่นโดยยึดกรอบเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบริบท โดย จัดกระบวนการบริหารและบูรณาการพันธกิจด้านการผลิตบัณฑิต การวิจัย บริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม จนสามารถบริการทางวิชาการช่วยเหลือและเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชนในชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิต สังคม และคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน สู่สากล หมายถึง มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาเป็นที่รู้จักและจดจำ เป็นที่ยอมรับในชุมชน ท้องถิ่น ประเทศ และนานาชาติในระดับอาเซียนค่านิยมร่วมขององค์กร : มรยม หมายถึง องค์กรที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์และความสำเร็จของงานเป็นสำคัญร หมายถึง องค์กรที่ยึดวิถีและวัฒนธรรม รู้รักสามัคคี และรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญย หมายถึง องค์กรที่ยึดมั่นคุณธรรม และจริยธรรม และยกย่องคนดีพันธกิจมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามีภารกิจที่สำคัญ ดังนี้1. ผลิตบัณฑิตให้เป็นนักปฏิบัติ มีสมรรถนะสำหรับการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 เป็นคลังปัญญาของชุมชนและท้องถิ่น2. วิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่มีคุณภาพและมาตรฐาน โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนและท้องถิ่นชายแดนใต้ 3. ให้บริการวิชาการ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยการบูรณาการองค์ความรู้กับภูมิปัญญาและความร่วมมือกับทุกภาคส่วน บนฐานทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรของชุมชนและท้องถิ่น4. บริหารจัดการมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพ มีคุณธรรมและความโปร่งใส พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนโดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและดิจิทัล
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256824วัตถุประสงค์มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจการ ดังนี้1. จัดการเรียนการสอนให้บัณฑิตมีสมรรถนะ มีความสามารถแก้ปัญหาและสร้างสรรค์นวัตกรรม ตลอดจนใช้ชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรมด้วยหลักคุณธรรมได้อย่างมีความสุข2. วิจัย สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหา การพัฒนาคุณภาพชีวิต การสร้างมูลค่า และทุนทางสังคม อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม การลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำให้แก่ชุมชน ท้องถิ่น และประเทศ3. ให้บริการวิชาการ ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม น้อมนำแนวพระราชดำริ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับความต้องการและการแก้ไขปัญหาของชุมชน ท้องถิ่นและสังคม เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพและมาตรฐานชีวิตที่ดี มีความพอเพียง มีความเข้มแข็งและพัฒนาอย่างยั่งยืน4. บริหารจัดการทรัพยากรของมหาวิทยาลัยให้มีความคล่องตัว สู่การเปลี่ยนแปลงที่ดี และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป้าหมายมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มีเป้าหมายดังนี้1. การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาแก่ชุมชนและท้องถิ่น2. การบูรณาการงานวิจัย การบริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมเข้ากับกระบวนการจัดการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมกับชุมชนและท้องถิ่น3. การยกระดับคุณภาพชีวิต การลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำทางสังคม การสร้างประชาชนในท้องถิ่นชายแดนใต้ให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน 4. เป็นองค์กรแห่งความเป็นเลิศ นำสังคมพร้อมเป็นที่พึ่งของชุมชนและท้องถิ่น
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256825ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1การพัฒนาคุณภาพการศึกษาวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์1. เพื่อพัฒนาหลักสูตรเชิงบูรณาการที่ตอบสนองบริบทพื้นที่ชายแดนใต้และเชื่อมโยงสู่สากล2. เพื่อพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการศึกษาที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคนในพื้นที่ชายแดนใต้3. เพื่อพัฒนาความเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาและนวัตกรรมการศึกษาในบริบทพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้4. เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และภาคีเครือข่ายในการยกระดับคุณภาพการศึกษาชายแดนใต้5. เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการคุณภาพการศึกษาที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและนวัตกรรมมาตรการแนวทางปฏิบัติ (Blueprint for change)1. พัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถาบันทางการศึกษาระดับนานาชาติที่มีความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาพหุวัฒนธรรม2. พัฒนาระบบการรับรองวิทยฐานะเฉพาะด้านการสอนในบริบทพหุวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ3. การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านภาษา และนวัตกรรมแห่งอนาคต4. สร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลที่บูรณาการระบบการฝึกอบรม และการเรียนรู้ตลอดชีวิต5. พัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ภาษาแบบบูรณาการที่สอดคล้องกับบริบทพหุวัฒนธรรมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้6. พัฒนาระบบและกลไกการออกแบบหลักสูตรที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น7. จัดทำคู่มือและแนวปฏิบัติการจัดการศึกษาในบริบทพหุวัฒนธรรมที่เป็นมาตรฐานกลางสำหรับมหาวิทยาลัย8. พัฒนาสื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ดิจิทัลที่ตอบสนองต่อความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม9. สร้างระบบการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถปรับตัวได้ทันทีในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือความไม่แน่นอนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้10. พัฒนาหลักสูตรที่มุ่งเน้นทักษะแห่งอนาคต (Future Skills) ที่จำเป็นสำหรับเศรษฐกิจใหม่11. ทบทวนและปรับปรุงหลักสูตรทั้งหมดให้สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติและกรอบมาตรฐานสากล12. สร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาและองค์กรชั้นนำในระดับนานาชาติ13. ออกแบบหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นสูง14. พัฒนาแผนยกระดับระบบบริหารจัดการคุณภาพการศึกษาที่ครอบคลุมทุกมิติ15. พัฒนากรอบสมรรถนะดิจิทัล (Digital Competency Framework) และพัฒนากรอบสมรรถนะดิจิทัลแบบบูรณาการข้ามศาสตร์ (Integrated Digital Competency Framework)16. จัดตั้งคณะกรรมการประเมินคุณภาพผลงานวิชาการดิจิทัลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน17. พัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับบุคลากร (Digital Upskilling Center)
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25682618. จัดตั้งทีมสนับสนุนด้านเทคโนโลยี (Tech Support Team) ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือแก่บุคลากรในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการทำงาน19. ส่งเสริม สนับสนุนให้อาจารย์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการจัดการเรียนการสอน และเสริมสร้างการเรียนรู้แก่นักศึกษา20. กำหนดมาตรฐานและนโยบายด้านการศึกษาดิจิทัลที่ครอบคลุม21. พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลที่รองรับความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมในพื้นที่ชายแดนใต้22. พัฒนาระบบการเรียนรู้แบบผสมผสานที่นำเทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality) และเทคโนโลยีผสมผสานความจริง (Augmented Reality)23. จัดตั้งสำนักความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศและภูมิภาคอาเซียนเป็นหน่วยงานเฉพาะที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ24. จัดทำข้อตกลงความร่วมมือกับสถานประกอบการและหน่วยงานผู้ใช้บัณฑิตในการวิเคราะห์ความต้องการกำลังคนในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต (Future Workforce Needs Analysis)25. สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับนานาชาติ26. สร้างเครือข่ายมหาวิทยาลัยในพื้นที่ชายแดนนานาชาติ (International Border Universities Network)27. พัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อความต้องการของพื้นที่ผ่านกลไกการพัฒนาหลักสูตรร่วมระหว่างสถาบันในเครือข่าย28. ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาร่วมกับครือข่าย
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256827
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256828
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256829ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2การผลิต พัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษาชายแดนใต้วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์1. เพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตครูที่มีสมรรถนะสูงในบริบทพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้2. เพื่อบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมการศึกษาในการผลิตและพัฒนาครูเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 213. เพื่อพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือแบบบูรณาการในการผลิต พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยใช้ชุมชนและสถานศึกษาเป็นฐาน4. เพื่อวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะของพื้นที่ชายแดนใต้5. เพื่อสร้างครูต้นแบบที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน6. เพื่อพัฒนาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาให้เป็นต้นแบบนวัตกรรมการจัดการศึกษาในบริบทพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้มาตรการแนวทางปฏิบัติ (Blueprint for change)1. จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศตามกรอบนโยบายการปฏิรูปการศึกษาแห่งชาติ2. พัฒนาหลักสูตรการผลิตครูให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพครูและกรอบมาตรฐานคุณวุฒิแห่งชาติ3. แก้ปัญหาการขาดแคลนครูที่มีความสามารถในการสื่อสารภาษามลายูและเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่น4. เตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีการศึกษาและการเรียนรู้ดิจิทัลในอนาคต5. พัฒนาต่อยอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการผลิตครู6. ยกระดับมาตรฐานการผลิตครูให้เทียบเท่ากับมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค7. สร้างหลักสูตรผลิตครูแบบบูรณาการสามภาษา ไทย-มลายู-อังกฤษ8. พัฒนาโรงเรียนสาธิตเป็น Living Laboratory สำหรับนวัตกรรมการจัดการศึกษาพหุวัฒนธรรม9. พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนการผลิตและพัฒนาครูพหุวัฒนธรรม10. สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้แบบครบวงจรที่เชื่อมโยงการผลิตครู การพัฒนาครู และการวิจัยเป็นหนึ่งเดียว11. สร้างเครือข่ายความร่วมมือตามกรอบนโยบายการศึกษาระหว่างประเทศ12. พัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพระหว่างประเทศตามมาตรฐานการพัฒนาครูสากล13. แก้ปัญหาการขาดแคลนครูที่มีประสบการณ์การทำงานในสังคมพหุวัฒนธรรมผ่านการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ14. เตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีการศึกษาผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ15. พัฒนาต่อยอดเครือข่ายความร่วมมือที่มีอยู่ให้เข้มแข็งและขยายขอบเขตสู่ระดับภูมิภาค
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25683016. ยกระดับระบบ Professional Development Schools สู่มาตรฐานสากลผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ17. สร้างโมเดล PTRU (Professional Teacher Rajabhat University) เพื่อการพัฒนาครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง18. พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลแบบพหุภาษาและพหุวัฒนธรรมร่วมกับประเทศในภูมิภาค19. พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้และการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมแบบอัตโนมัติ20. พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ตามกรอบนโยบายการศึกษาดิจิทัลแห่งชาติ21. สร้างระบบ Credit Bank สำหรับการพัฒนาครูตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ22. แก้ปัญหาการขาดแคลนโอกาสในการพัฒนาวิชาชีพครูในพื้นที่ห่างไกลผ่านระบบการเรียนรู้ดิจิทัล23. เตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตของระบบการศึกษาที่มีเทคโนโลยีเป็นพื้นฐาน24. พัฒนาต่อยอดระบบสนับสนุนการเรียนรู้ดิจิทัลที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น25. ยกระดับมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ดิจิทัลให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล26. สร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ดิจิทัลที่เฉพาะเจาะจงสำหรับบริบทพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้27. พัฒนาระบบการเรียนรู้แบบปรับตัวที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการวิเคราะห์และปรับปรุงการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล28. พัฒนาระบบการเรียนรู้แบบ Metaverse สำหรับการฝึกประสบการณ์การสอนเสมือนจริง29. พัฒนาเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยตามกรอบนโยบายการส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่นและหลักการบริหารจัดการแบรนด์ของสถาบันอุดมศึกษา30. แก้ปัญหาการขาดการรับรู้และความแตกต่างของมหาวิทยาลัยในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านการสื่อสาร31. เตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในอนาคตผ่านการสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันและการสื่อสารความเป็นเลิศ32. พัฒนาหลักสูตรครูตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพครูและนโยบายการศึกษาแห่งชาติ33. แก้ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของนักเรียนที่ใช้ภาษามลายูเป็นภาษาแม่ผ่านการผลิตครู34. เตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการศึกษาในอนาคต35. พัฒนาต่อยอดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการผลิตครูสำหรับพื้นที่ชายแดนใต้ที่สั่งสมมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ36. ยกระดับมาตรฐานการผลิตครูเฉพาะทางให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลด้านการศึกษาพหุวัฒนธรรม37. สร้างสรรค์หลักสูตรครูเฉพาะทางแบบบูรณาการข้ามวัฒนธรรม38. พัฒนาโมเดลการเรียนรู้แบบชุมชนที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย โรงเรียนและชุมชนเป็นเครือข่ายการเรียนรู้เดียว39. จัดตั้งระบบการพัฒนาวิชาชีพครูตามกรอบมาตรฐานวิชาชีพครูและข้อบังคับคุรุสภา
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25683140. สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน41. เตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีการศึกษาในอนาคต42. พัฒนาต่อยอดเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งกับสถานศึกษาและชุมชนให้เป็นระบบการพัฒนาครูที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ43. ยกระดับระบบการพัฒนาวิชาชีพครูให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลด้านการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง44. สร้างสรรค์ระบบการพัฒนาวิชาชีพครูแบบปรับตัวได้ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการจัดการการเรียนรู้45. พัฒนาโมเดลชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพแบบไฮบริดที่ผสานการเรียนรู้ทั้งแบบเผชิญหน้าและแบบออนไลน์
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256832
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256833
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256834ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3การวิจัยและสร้างสรรค์นวัตกรรมวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์1. เพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัยในบริบทสังคมพหุวัฒนธรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็งในการอยู่ร่วมกันในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ 2. เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่น3. เพื่อวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในบริบทพหุวัฒนธรรม4. เพื่อวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG5. เพื่อวิจัยเชิงนโยบายและการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการ เสริมสร้างธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นมาตรการแนวทางปฏิบัติ (Blueprint for change)1. จัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศอย่างน้อย 11 ศูนย์ที่สอดคล้องกับความท้าทายเฉพาะของพื้นที่ชายแดนใต้ ได้แก่ (1) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมการศึกษาในสังคมพหุวัฒนธรรม (2) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านความมั่นคงทางอาหารและเกษตรมูลค่าสูง (3) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และดิจิทัล (4) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (5) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการสร้างสันติภาพและความสมานฉันท์ (6) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช (7) ศูนย์ขับเคลื่อนวิจัยและนวัตกรรมเพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคม (8) ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจชายแดนใต้ (9) ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม BCG แบบบูรณาการ (10) ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมด้านสุขภาพ (11) ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมด้านพหุภาษาศึกษา MTB MLE Center (Mother Tongue-Based and Multilingual Education Center)2. จัดตั้ง \"หน่วยวิจัยตอบสนองรวดเร็ว\" (Rapid Response Research Unit) รองรับภารกิจเร่งด่วนทางการวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา3. จัดทำแผนพัฒนาบุคลากรเพื่อยกระดับความสามารถในการผลิตผลงานวิชาการระดับสากล4. จัดตั้งห้องปฏิบัติการนวัตกรรมข้ามศาสตร์เพื่อพัฒนาโซลูชันสร้างสรรค์การแก้ไขปัญหาซับซ้อนในพื้นที่ชายแดนใต้5. พัฒนาโครงการความร่วมมือกับศูนย์ความเป็นเลิศระดับโลก6. สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการต่อยอดผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์7. พัฒนาศูนย์วิจัยร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและชุมชน (Collaborative Research Center)8. สร้างเครือข่ายวิจัยข้ามสถาบันเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ (Area-based Research Network)9. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการวิจัยระดับสูง (Advanced Research Infrastructure)10. พัฒนาระบบการสื่อสารและเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่สาธารณะและผู้ใช้ประโยชน์ (Research Communication and Outreach System)11. จัดตั้งศูนย์บ่มเพาะนักวิจัยเพื่อสร้างการพัฒนาสู่ความยั่งยืนชายแดนใต้
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25683512. พัฒนาทักษะการวิจัยเฉพาะทางสำหรับอาจารย์ในการแก้ไขปัญหาซับซ้อนในพื้นที่ชายแดนใต้13. จัดตั้งเครือข่ายนักวิจัยข้ามศาสตร์แบบบูรณาการร่วมของมหาวิทยาลัยกับท้องถิ่น14. พัฒนาระบบพี่เลี้ยงนักวิจัย (Research Mentoring System) แก่อาจารย์ นักศึกษา (บัณฑิตศึกษา)15. พัฒนาศักยภาพนักวิจัยและสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญบริบทท้องถิ่น (Local Context Research Capability Enhancement)16. พัฒนาชุดทักษะการวิจัยพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้ (Research Competency Framework)17. พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล \"YRU Research Collaborative Platform\"18. สื่อสารและขับเคลื่อนค่านิยมการวิจัยเพื่อท้องถิ่นผ่านการมีส่วนร่วม (Participatory Research Value Communication)19. พัฒนาศักยภาพสถาบันวิจัยและพัฒนาชายแดนภาคใต้ (Southern Border Research and Development Institute Enhancement)20. ปฏิรูประบบการบริหารจัดการงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์เชิงพื้นที่ ( Area-Based Research Management Reform)21. พัฒนานโยบายและโครงสร้างการจัดการทุนวิจัยเพื่อการระดมทุนจากภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ (Strategic External Research Funding Policy Development)22. ปฏิรูประบบการบริหารจัดการงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์เชิงพื้นที่ ( Area-Based Research Management Reform)23. พัฒนาระบบสนับสนุนการวิจัยเชิงวิกฤติในพื้นที่ชายแดนใต้ (Crisis-Response Research Support System)24. ขยายความร่วมมือวิจัยนานาชาติผ่านการต่อยอดงานวิจัยเด่นในบริบทพหุวัฒนธรรม (International Research Collaboration Expansion)25. พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการระดมทุนและบริหารจัดการงานวิจัยในพื้นที่พิเศษ (Digital Platform for Special Area Research Funding)26. จัดตั้งบริษัทร่วมลงทุนเพื่อการพัฒนาชายแดนใต้อย่างยั่งยืน (Southern Border Development Investment Company)27. กำหนดแนวทางการจัดสรรทรัพยากรสำหรับงานวิจัยบูรณาการข้ามศาสตร์28. จัดตั้งห้องปฏิบัติการนโยบายและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่ชายแดนใต้29. พัฒนาระบบมาตรฐานงานวิจัยบูรณาการข้ามศาสตร์ตามหลักการสากล30. จัดตั้งพื้นที่ต้นแบบเพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมข้ามศาสตร์เพื่อท้องถิ่น (Cross-disciplinary Innovation Space)31. พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการบริหารงานวิจัยบูรณาการข้ามศาสตร์ (Cross-disciplinary Research Integration Platform)32. พัฒนาหลักสูตรและโปรแกรมฝึกอบรมด้านการวิจัยบูรณาการข้ามศาสตร์เพื่อท้องถิ่น (Transdisciplinary Research for Local Development Curriculum)33. สร้างระบบนิเวศการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการต่อยอดผลงานวิจัยบูรณาการสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสังคม
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25683634. จัดตั้งกองทุนนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาชายแดนใต้ (Southern Border Development Innovation Fund)35. สร้างพื้นที่ทดลองนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation Sandbox) ที่เป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับการทดลองนวัตกรรมทางสังคมและรูปแบบการแก้ไขปัญหาใหม่ ๆ ในชายแดนใต้
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256837
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256838
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256839ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืนวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์1. เพื่อเป็นศูนย์กลางการบูรณาการองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน2. เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนอัตลักษณ์และทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่น3. เพื่อพัฒนาระบบการศึกษาที่ตอบสนองต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตและสร้างทักษะ แห่งอนาคตแก่ประชาชน และท้องถิ่น4. เพื่อเป็นแกนหลักในการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนมาตรการแนวทางปฏิบัติ (Blueprint for change)1. จัดตั้งศูนย์พัฒนาทักษะแห่งอนาคตชายแดนใต้ตามนโยบายรัฐบาลและพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ2. บูรณาการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาทักษะอาชีพและการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับชุมชนชายแดนใต้3. พัฒนาระบบการตลาดดิจิทัลและช่องทางการจัดจำหน่ายข้ามพรมแดนสำหรับผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมสร้างสรรค์4. พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ \"มรดกวิถีชายแดนใต้\" (Southern Heritage Routes)5. นำแนวคิด \"YRU Skills Future\" มาพัฒนาระบบพัฒนาทักษะตลอดชีวิตสำหรับชายแดนใต้6. ประยุกต์ใช้โมเดล \"Finnish Open University\" ในการพัฒนาระบบเปิดเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตในพื้นที่ชายแดนใต้7. พัฒนาระบบการศึกษาทางไกลเพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่เสี่ยงภัย8. พัฒนาทักษะดิจิทัลและทักษะอาชีพใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในยุค AI9. ขยายผลโมเดลการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชนมุสลิมสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน 10. จัดตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงแบบบูรณาการระดับชุมชน11. พัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมสังคมและเทคโนโลยีเพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน12. พัฒนาท้องถิ่นและชุมชนเป็นห้องเรียนภาคปฏิบัติการของนักศึกษาว่าด้วยการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน (social lap)13. จัดตั้งเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนและระบบตลาดที่เป็นธรรม14. จัดตั้งศูนย์บูรณาการภูมิปัญญาและทรัพยากรทางวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Center for Cultural Resource Integration and Creative Economy)15. พัฒนามาตรฐานรับรองสินค้าวัฒนธรรมชายแดนใต้ (Southern Border Cultural Product Standard)16. พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่นและเทคโนโลยีที่เหมาะสม
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25684017. พัฒนาศูนย์แสดงสินค้าวัฒนธรรมสร้างสรรค์นานาชาติชายแดนใต้ (Southern Border Creative Cultural Expo)18. ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการวัฒนธรรมสร้างสรรค์ชายแดนใต้ด้วยการบ่มเพาะธุรกิจและการพัฒนาทักษะดิจิทัล19. พัฒนาระบบการตลาดดิจิทัลและช่องทางการจัดจำหน่ายข้ามพรมแดนสำหรับผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมสร้างสรรค์20. บูรณาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและนิเวศวิถีชุมชนพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้21. พัฒนาหลักสูตรที่ตอบสนองพันธกิจการพัฒนาท้องถิ่นในบริบทพื้นที่พิเศษ22. พัฒนาระบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นตามแนวทาง Higher Education Sandbox23. พัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น24. พัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลกับภูมิปัญญาท้องถิ่น
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256841
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256842
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256843ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5การเสริมสร้างพลเมืองคุณภาพ ในสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้ เพื่อสันติสุขวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์1. เพื่อเป็นสถาบันอุดมศึกษาต้นแบบในการบูรณาการการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมแก่ประชาชนชายแดนใต้ และความเป็นพลเมืองคุณภาพกับการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 212. เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการสร้างความเข้าใจในสังคมพหุวัฒนธรรมบนพื้นฐานของความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ3. เพื่อเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนท้องถิ่นยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และโมเดลเศรษฐกิจที่ยั่งยืน4. เพื่อเป็นสถาบันพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีสมรรถนะในการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นพลเมืองคุณภาพของสังคม 5. เพื่อพัฒนาเป็นสถาบันวิชาการและคลังปัญญาที่บูรณาการงานวิจัย นวัตกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ให้สันติสุขอย่างยั่งยืนมาตรการแนวทางปฏิบัติ (Blueprint for change)1. พัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนที่ส่งเสริมความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม2. ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักศึกษา บุคลากร และองค์ความรู้ระหว่างประเทศ3. สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการด้านพหุวัฒนธรรมและสันติศึกษาระดับนานาชาติ4. จัดประชุมวิชาการและเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับนานาชาติ5. พัฒนาหลักสูตรการศึกษาที่บูรณาการอัตลักษณ์ท้องถิ่นกับความเป็นพลเมืองโลก6. พัฒนาโปรแกรมแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระดับนานาชาติ7. พัฒนาศูนย์นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อการเป็นพลเมืองโลกในศตวรรษที่ 218. พัฒนาหลักสูตรพลเมืองศึกษาบนฐานพหุวัฒนธรรม9. พัฒนาศูนย์การเรียนรู้พลเมืองคุณภาพพหุวัฒนธรรมเพื่อสันติสุข10. พัฒนาโปรแกรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมสำหรับเยาวชน11. บูรณาการการเรียนรู้จิตอาสาเพื่อพัฒนาท้องถิ่นในทุกหลักสูตร12. พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของพลเมือง13. พัฒนาโมเดลการจัดการความขัดแย้งและสร้างความปรองดองในชุมชน14. พัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเยาวชนในชุมชน15. พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการมีส่วนร่วมของพลเมือง16. วิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสังคมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ17. พัฒนาสมรรถนะด้านความเป็นพลเมืองคุณภาพในสังคมพหุวัฒนธรรมสำหรับบุคลากรภาครัฐ และผู้นำชุมชน18. พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านความเป็นพลเมืองคุณภาพเพื่อสันติภาพระดับภูมิภาค และนานาชาติ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256844
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256845ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 6การพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ สู่มหาวิทยาลัยสมรรถนะสูง ทันสมัย และยั่งยืนวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์1. เพื่อเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนการบริหารจัดการและมีธรรมาภิบาล2. เพื่อบริหารทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นสมรรถนะและเหมาะสมกับบริบทพื้นที่พิเศษชายแดนใต้3. เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและฐานข้อมูลเพื่อการตัดสินใจและการพัฒนาท้องถิ่น4. เพื่อบริหารงบประมาณและทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งผลสัมฤทธิ์และความยั่งยืน5. เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ทั้งในและต่างประเทศมาตรการแนวทางปฏิบัติ (Blueprint for change)1. จัดทำแผนแม่บทดิจิทัลมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา (YRU Digital Transformation Master Plan)2. จัดทำแผนการปฏิรูปกระบวนการทำงานในทุกภารกิจด้วยเทคโนโลยี (Digital Process Reform Mapping)3. พัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กรอัจฉริยะที่เชื่อมโยงและบูรณาการระบบสารสนเทศต่าง ๆ4. พัฒนาระบบอาคารอัจฉริยะ (Smart Building)5. พัฒนาห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom)6. พัฒนาระบบการเรียนรู้ดิจิทัลที่ครบวงจร ตามมาตรฐาน Quality Matters และ Online Learning Consortium7. จัดตั้ง \"YRU AI Innovation Hub\"8. พัฒนา AI สำหรับระบบเกษตรอัจฉริยะตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และศาสตร์พระราชา (Wisdom King Smar9. พัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลที่สนับสนุนการเป็นมหาวิทยาลัยอัจฉริยะและพหุวัฒนธรรม (Smart Multicultural Digital Ecosystem)10. จัดตั้งศูนย์บริหารสินทรัพย์และการลงทุนเป็นหน่วยงานเฉพาะที่มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการทรัพย์สินและการลงทุนของมหาวิทยาลัย11. ปฏิรูประบบงบประมาณและการเงินบนฐานดิจิทัล12. พัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านบริการวิชาการเชิงพาณิชย์13. จัดตั้งและบริหารกองทุนพัฒนามหาวิทยาลัยและกองทุนคงยอดเงินต้น (Endowment Fund)14. การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนและสมาร์ทคอนแทรคต์ (Smart Contract) ในการระดมทุนและบริหารจัดการโครงการพัฒนาท้องถิ่น15. พัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูลทรัพย์สินอัจฉริยะ (Smart Asset Management System)16. ปรับโครงสร้างทางการเงินและงบประมาณเพื่อความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพสูงสุด17. พัฒนาแพลตฟอร์มการศึกษาและบริการวิชาการเชิงพาณิชย์สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้และระดับนานาชาติ18. พัฒนาระบบนิเวศด้านการระดมทุนและความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25684619. พัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยริมถนนใหญ่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการศึกษา (Education Economic Hub)20. จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาทรัพยากรบุคคลระยะ 7 ปี (พ.ศ. 2569-2575)21. พัฒนาทักษะดิจิทัลและทักษะอนาคตให้กับบุคลากรทุกระดับ22. จัดทำกรอบสมรรถนะผู้นำ (Leadership Competency Framework) ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และความท้าทายของมหาวิทยาลัย23. พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ส่วนบุคคลอัจฉริยะ (Intelligent Personalized Learning Platform)24. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสีเขียว25. พัฒนาระบบบริหารจัดการมหาวิทยาลัยอัจฉริยะแบบยั่งยืน26. พัฒนาระบบการเรียนการสอนดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน27. พัฒนาระบบตรวจสอบและรายงานคาร์บอนฟุตพรินต์28. พัฒนาทักษะดิจิทัลและจิตสำนึกสิ่งแวดล้อม29. พัฒนาระบบการจัดการขยะและการรีไซเคิลอัจฉริยะ30. พัฒนาเครือข่ายมหาวิทยาลัยสีเขียวในภูมิภาคอาเซียน31. พัฒนาระบบรับรองมาตรฐานมหาวิทยาลัยสีเขียวระดับสากล32. อบรมเป็นผู้ตรวจประเมินรางวัลคุณภาพแห่งชาติ33. อบรมผู้ตรวจประเมินตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (MU EdPEx Assessor Training)34. อบรมปฏิบัติการ \"การเขียนรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ระดับสถาบัน\" ตามเกณฑ์ EdPEx35. ประชุมปฏิบัติการจัดทำวิเคราะห์ระบบการดำเนินงานและตัววัดตามเกณฑ์ EdPEx36. พัฒนาผู้ประเมินฯ ระดับหลักสูตรตามเกณฑ์ AUN-QA (ทปอ.)37. อบรมปฏิบัติการ เรื่อง การเขียนรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ระดับหลักสูตรตามเกณฑ์ AUNQA38. แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการประกันคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์ EdPEx และการประเมิน ITA39. พัฒนาระบบ Chatbot สำหรับถาม-ตอบ งานประกันคุณภาพการศึกษา40. พัฒนามหาวิทยาลัยยั่งยืนด้วยเกณฑ์มาตรฐานสากล