แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568147แหล่งข้อมูล / วิธีการจัดเก็บข้อมูล:1. แหล่งข้อมูลข้อมูลจากผู้ผลิต/ให้บริการ• การสำรวจและสัมภาษณ์เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการผลิต จำนวนและประเภทผลิตภัณฑ์ การจำหน่าย และรายได้ที่เกิดขึ้น• การตรวจสอบเอกสารประกอบ เช่น ใบเสร็จรับเงิน บัญชีรายรับรายจ่าย และรายงานการขาย เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล• การติดตามผลการดำเนินงาน อย่างต่อเนื่อง เช่น รายงานยอดขาย รายงานผลประกอบการรายเดือนหรือรายไตรมาส• การประเมินคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน คุณภาพ และความสอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมข้อมูลจากตลาดและลูกค้า• การสำรวจตลาด เพื่อเก็บข้อมูลราคาสินค้า ความต้องการของผู้บริโภค และข้อมูลการแข่งขันในตลาด• การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า ผ่านแบบสอบถามหรือสัมภาษณ์ เพื่อประเมินภาพรวมของผลิตภัณฑ์และบริการ• ข้อมูลการขายผ่านช่องทางออนไลน์เช่น สถิติการเข้าชมเว็บไซต์ ยอดสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ• ข้อมูลจากงานแสดงสินค้าและงานจำหน่าย รวมถึงยอดขายและจำนวนผู้เข้าชมงานข้อมูลจากหน่วยงานภายนอก• สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด: ข้อมูลผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้รับการส่งเสริม รวมถึงผลิตภัณฑ์ OTOP• หอการค้าจังหวัด: ข้อมูลเกี่ยวกับการค้า การส่งออก และแนวโน้มตลาด• การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย: ข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม• กรมศิลปกรรม: ข้อมูลด้านหัตถกรรม มาตรฐานผลิตภัณฑ์ และการรับรองทางวัฒนธรรมวิธีการจัดเก็บข้อมูล1. ระบบทะเบียนผลิตภัณฑ์และบริการ (Product/Service Registry System)- ฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์/บริการ - ข้อมูลผู้ผลิต/ผู้ให้บริการ - ข้อมูลการขายและรายได้ - ข้อมูลฐานทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง - ข้อมูลการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัย - ข้อมูลตลาด - ข้อมูลผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม 2. กระบวนการจัดเก็บข้อมูลขั้นตอนที่ 1: การระบุและคัดกรอง- สำรวจผลิตภัณฑ์และบริการในพื้นที่เป้าหมาย- คัดกรองตามเกณฑ์คุณภาพและความสอดคล้องกับวัฒนธรรม- ติดต่อผู้ผลิต/ผู้ให้บริการเพื่อเชิญเข้าร่วมโครงการ- ประเมินศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขั้นตอนที่ 2: การลงทะเบียนและประเมิน- กรอกข้อมูลลงในระบบทะเบียนผลิตภัณฑ์
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568148- ตรวจสอบเอกสารหลักฐานและข้อมูลประกอบ- ประเมินคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ด้านภูมิปัญญา ความยั่งยืน และศักยภาพทางการตลาด- ดำเนินการอนุมัติและให้การรับรองผลิตภัณฑ์และบริการขั้นตอนที่ 3: การติดตามและประเมินผล- เก็บข้อมูลรายงานการขายและรายได้เป็นระยะ (รายเดือน รายไตรมาส)- ติดตามความก้าวหน้าและพัฒนาการของผลิตภัณฑ์- ประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นในชุมชน- ทบทวนและต่ออายุการรับรองตามผลการประเมินผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด : รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและกิจการพิเศษ เบอร์ติดต่อ : 081-5433444ผู้จัดเก็บข้อมูล: ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น เบอร์ติดต่อ : 073-299699 ต่อ 36000ผู้จัดเก็บข้อมูล: ฝ่ายวิชาการของทุกคณะ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568149ตัวชี้วัด YRU04-14 จำนวนแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่ได้รับการพัฒนาหน่วยวัด: แหล่งการเรียนรู้ค่าเป้าหมาย: 23คำอธิบาย: จำนวนแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่ได้รับการพัฒนา หมายถึง สถานที่หรือพื้นที่ที่มีความสำคัญทางศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ซึ่งได้รับการส่งเสริม ฟื้นฟู ปรับปรุง หรือจัดการให้เหมาะสมเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ทางวัฒนธรรมได้อย่างยั่งยืน โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานหลักในการการดำเนินงาน ซึ่งมีลักษณะสำคัญดังนี้1. ประเภทของแหล่งเรียนรู้:- แหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม เช่น พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ศูนย์วัฒนธรรม หมู่บ้านวัฒนธรรม- แหล่งเรียนรู้เชิงภูมิปัญญา เช่น สถานที่ฝึกอบรมงานหัตถกรรมชุมชน ศูนย์เรียนรู้เกษตรพื้นบ้าน- แหล่งเรียนรู้เชิงศาสนาและประเพณี เช่น วัด โบราณสถาน ศาลาประชาคมสำหรับจัดกิจกรรมประเพณี2. เกณฑ์การพัฒนาแหล่งเรียนรู้:- การฟื้นฟูและปรับปรุงสถานที่ให้มีความพร้อมต่อการใช้งาน เช่น การจัดแสดงนิทรรศการ การพัฒนาพื้นที่ให้ปลอดภัยและสะดวกสำหรับผู้เข้าเยี่ยมชม- การจัดทำสื่อการเรียนรู้และเอกสารประกอบการศึกษา เช่น คู่มือ โบรชัวร์ วิดีโอ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ- การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ เพื่อสร้างความยั่งยืนและสืบทอดองค์ความรู้3. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง:- แหล่งเรียนรู้สามารถรองรับผู้เข้าเยี่ยมชมและนักเรียน นักศึกษา ที่สนใจศึกษาศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น- สร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นแก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่- เป็นแหล่งสนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้และวิจัยทางวัฒนธรรมที่ต่อเนื่องสูตรการคำนวณ: คำนวนจากจำนวนแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่ได้รับการพัฒนาตามเกณฑ์ที่กำหนดในปีงบประมาณนั้นเงื่อนไขที่นับรวม:1. มหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมในการพัฒนา/สร้าง/ปรับปรุง2. เปิดให้บริการการเรียนรู้ตามปกติอย่างน้อย 6 เดือนต่อปี3. มีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ4. มีผู้เข้าใช้บริการเรียนรู้อย่างน้อย 500 คน/ปี5. ผ่านการประเมินคุณภาพได้คะแนนรวม ≥ 80 จากคะแนนเต็ม 1006. มีข้อมูลและหลักฐานการดำเนินงานที่ครบถ้วน
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568150รายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัด ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 2567 25681.พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ (Museums & Archives)ก. พิพิธภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่นพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมไทยใต้: แสดงวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมมลายู: อารยธรรม ประวัติศาสตร์ ศิลปะมลายูพิพิธภัณฑ์จีนไทย: การอพยพ การผสมผสาน วัฒนธรรมจีนไทยพิพิธภัณฑ์เฉพาะทาง: เครื่องปั้นดินเผา ผ้าทอ หัตถกรรมแหล่ง 1 2 32. ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (Community Learning Centers)ก. ศูนย์การเรียนรู้แบบผสมผสานศูนย์วัฒนธรรมพหุนิยม: ครอบคลุมทุกกลุ่มวัฒนธรรมศูนย์การเรียนรู้ชุมชนตำบล: ระดับรากหญ้าศูนย์การเรียนรู้ในสถาบันการศึกษา: โรงเรียน วิทยาลัยศูนย์การเรียนรู้ในสถาบันศาสนา: วัด มัสยิดแหล่ง 1 2 3ข.ศูนย์ทักษะและฝีมือศูนย์ฝึกหัตถกรรม: การทอผ้า แกะสลัก จักสานศูนย์ศิลปะการแสดง: มโนราห์ ดนตรีพื้นเมืองศูนย์ภูมิปัญญาการเกษตร: เกษตรดั้งเดิม สมุนไพรศูนย์อาหารและการปรุง: อาหารพื้นเมือง ขนมไทยแหล่ง 14 14 183. แหล่งเรียนรู้ธรรมชาติและประวัติศาสตร์ (Natural & Historical Sites)ก. แหล่งโบราณคดีและประวัติศาสตร์โบราณสถานและแหล่งโบราณคดี: วัดเก่า ซากเมืองโบราณสถานที่ประวัติศาสตร์: สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แหล่งจารึกและศิลาจารึก: จารึกโบราณ ศิลาจารึกสุสานและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์: สุสานโบราณ เจดีย์ มกบารอห์แหล่ง 1 2 3
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568151ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัด ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 2567 2568ข. แกลลอรี่และพื้นที่แสดงผลงาน● แกลลอรี่ศิลปินท้องถิ่น: ผลงานศิลปินในพื้นที่● พื้นที่แสดงหัตถกรรม: ผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP● ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์: ร้านค้าในพิพิธภัณฑ์● พื้นที่จัดนิทรรศการ: นิทรรศการหมุนเวียนแหล่ง 2 3 4แหล่งข้อมูล / วิธีการจัดเก็บข้อมูล:1. แหล่งข้อมูล:1. การสำรวจและการเก็บข้อมูลภาคสนาม เป็นกระบวนการสำคัญเพื่อค้นหาและคัดเลือกแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ โดยครอบคลุมการสำรวจในหลายมิติ ได้แก่• การสำรวจเชิงพื้นที่ (Area Survey):สำรวจแหล่งเรียนรู้ในแต่ละพื้นที่ ตำบล หรืออำเภอ เพื่อลงทะเบียนและเก็บข้อมูลเบื้องต้น เช่น พิกัด ที่ตั้ง ความเป็นมาของแหล่งเรียนรู้• การประเมินศักยภาพ (Potential Assessment):ประเมินความพร้อมของแหล่งเรียนรู้ทั้งด้านกายภาพ บุคลากร องค์ความรู้ และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อคัดเลือกแหล่งที่เหมาะสมต่อการพัฒนา• การสำรวจทรัพยากร (Resource Survey):รวบรวมข้อมูลด้านบุคลากร (เช่น ครูภูมิปัญญา, ปราชญ์ชาวบ้าน) วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือที่จำเป็นต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้• การสำรวจความต้องการ (Needs Assessment):ศึกษาความต้องการของชุมชนหรือกลุ่มเป้าหมายในการใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้ เช่น ความต้องการฝึกอบรม ทักษะ หรือการถ่ายทอดองค์ความรู้2. ข้อมูลจากการดำเนินงานจริง (Monitoring & Evaluation) หลังจากแหล่งเรียนรู้ได้รับการพัฒนาแล้ว จะมีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องผ่าน• รายงานการดำเนินงานประจำปี:สรุปกิจกรรมต่าง ๆ ผลการดำเนินงาน และงบประมาณที่ใช้• การประเมินความพึงพอใจ:ผ่านแบบสอบถาม หรือการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วม• การประเมินผลกระทบ:วัดผลกระทบที่เกิดกับชุมชน เช่น การเพิ่มรายได้, การมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่, การอนุรักษ์วัฒนธรรม3. ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (External Data Sources)• หน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฯลฯ• หน่วยงานท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เทศบาล ฯลฯ• หน่วยงานพัฒนาเศรษฐกิจและการค้า เช่น หอการค้าจังหวัดข้อมูลเหล่านี้จะช่วยยืนยันสถานะ การสนับสนุน และการพัฒนาของแหล่งเรียนรู้4. วิธีการจัดเก็บข้อมูลผ่าน “ระบบทะเบียนแหล่งเรียนรู้” การจัดเก็บข้อมูลจะถูกบันทึกใน ฐานข้อมูลแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมแบบครบวงจร แยกเป็นตารางข้อมูลสำคัญ ดังนี้ข้อมูลแหล่งเรียนรู้• ชื่อแหล่งเรียนรู้ ประเภท พิกัด ที่ตั้ง• สถานะการพัฒนา งบลงทุน วันที่เริ่มดำเนินงาน
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568152ข้อมูลการบริหารจัดการ• โครงสร้างบุคลากร แผนงบประมาณ ระบบการบริหารข้อมูลเนื้อหา/หลักสูตรการเรียนรู้• หัวข้อการเรียนรู้ ระดับเนื้อหา สื่อและเทคโนโลยีประกอบข้อมูลผู้ใช้บริการ• จำนวนผู้เยี่ยมชม การเข้าร่วมกิจกรรม ผลการเรียนรู้ข้อมูลการประเมินคุณภาพ• คะแนนประเมิน ผู้ประเมิน ข้อเสนอแนะ แผนปรับปรุงข้อมูลความร่วมมือ• รายชื่อพันธมิตร ข้อตกลง ผลการดำเนินงานร่วม5. กระบวนการจัดเก็บข้อมูลขั้นตอนที่ 1: สำรวจและคัดเลือกแหล่งเรียนรู้ขั้นตอนที่ 2: ลงทะเบียนและบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบขั้นตอนที่ 3: ติดตามผลและประเมินคุณภาพต่อเนื่องขั้นตอนที่ 4: ทบทวนและต่อยอดพัฒนาในรอบถัดไปผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด : รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและกิจการพิเศษ เบอร์ติดต่อ : 081-5433444ผู้จัดเก็บข้อมูล: ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่น เบอร์ติดต่อ : 073-299699 ต่อ 36000ผู้จัดเก็บข้อมูล: ฝ่ายวิชาการของทุกคณะ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568153ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 5 การเสริมสร้างพลเมืองคุณภาพ ในสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนใต้ เพื่อสันติสุขตัวชี้วัด YRU05-01 ร้อยละของบัณฑิตที่ผ่านการประเมินความเป็นพลเมืองคุณภาพหน่วยวัด: ร้อยละค่าเป้าหมาย: 100คำอธิบาย: จำนวนบัณฑิตที่ผ่านการประเมินความเป็นพลเมืองคุณภาพที่แสดงออกถึงความรักและ ยึดมั่นสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การเคารพกฎหมายและกฎกติกา มีคุณธรรมจริยธรรม ความมีระเบียบวินัยและจิตสาธารณะการหลีกเลี่ยงให้ห่างไกลสิ่งแวดล้อมที่มียาเสพติด การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความแตกต่างของบุคคล ความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม มีความรู้รักสามัคคี การรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงาม อีกทั้งดำเนินชีวิต ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแบบประเมินที่มหาวิทยาลัยกำหนดคำนิยาม พลเมืองคุณภาพ หมายถึง การแสดงออกถึงความรักและยึดมั่นสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ การเคารพกฎหมายและกฎกติกา มีคุณธรรมจริยธรรม ความมีระเบียบวินัยและจิตสาธารณะ หลีกเลี่ยงให้ห่างไกลสิ่งแวดล้อมที่มียาเสพติด การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความแตกต่างของบุคคล ความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม มีความรู้รักสามัคคี การรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงาม อีกทั้งดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสูตรการคำนวณ: จำนวนนักศึกษาที่ผ่านการประเมินความเป็นพลเมืองคุณภาพ x 100จำนวนนักศึกษาทั้งหมดเงื่อนไข: 1. จัดทำแบบประเมินความเป็นพลเมืองคุณภาพ2. นักศึกษาประเมิน มากกว่าร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายรายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัด ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 2567 2568ร้อยละของบัณฑิตที่ผ่านการประเมินความ เป็นพลเมืองคุณภาพร้อยละ - - -หมายเหตุ: ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2568 ไม่มีข้อมูลเนื่องจากเป็นตัวชี้วัดใหม่แหล่งข้อมูล/วิธีการจัดเก็บข้อมูล:1. กองพัฒนานักศึกษาจัดทำแบบประเมินความเป็นพลเมืองคุณภาพ 2. คณะและกองพัฒนานักศึกษาประเมินความเป็นพลเมืองคุณภาพกับกลุ่มเป้าหมาย3. กองพัฒนานักศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและมวลชนสัมพันธ์ เบอร์ติดต่อ: 089-465-2200ผู้จัดเก็บข้อมูล: ฝ่ายพัฒนานักศึกษาของทุกคณะ เบอร์ติดต่อ: 073-299699ผู้จัดเก็บข้อมูล: กองพัฒนานักศึกษา เบอร์ติดต่อ: 073-299605
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568154ตัวชี้วัด YRU05-02 ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตด้านความเป็นพลเมืองคุณภาพหน่วยวัด: ระดับค่าเป้าหมาย: 5คำอธิบาย:ระดับการรับรู้ การประเมิน และความรู้สึกเชิงบวกของผู้ที่รับบัณฑิตเข้าทำงานหรือผู้ที่ได้ร่วมงานกับบัณฑิต (เช่น นายจ้าง หัวหน้างาน หรือผู้ร่วมงาน) ที่มีต่อคุณลักษณะ พฤติกรรม และการแสดงออกของบัณฑิตในมิติของการเป็นพลเมืองที่ดีและมีความรับผิดชอบต่อสังคมสูตรการคำนวณ: คะแนนระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตด้านความเป็นพลเมืองคุณภาพ 5 ระดับรายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัด ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 2567 2568ระดับความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตด้านความเป็นพลเมืองคุณภาพระดับ - - -หมายเหตุ: ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2568 ไม่มีข้อมูลเนื่องจากเป็นตัวชี้วัดใหม่แหล่งข้อมูล/วิธีการจัดเก็บข้อมูล:1. กองพัฒนานักศึกษาและคณะจัดทำแบบประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตด้านความเป็นพลเมืองคุณภาพ 2. คณะและกองพัฒนานักศึกษาประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้บัณฑิตด้านความเป็นพลเมืองคุณภาพ3. กองพัฒนานักศึกษาและคณะเก็บรวบรวมข้อมูลผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและมวลชนสัมพันธ์ เบอร์ติดต่อ: 089-465-2200ผู้จัดเก็บข้อมูล: ฝ่ายพัฒนานักศึกษาของทุกคณะ เบอร์ติดต่อ: 073-299699ผู้จัดเก็บข้อมูล: กองพัฒนานักศึกษา เบอร์ติดต่อ: 073-299605
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568155ตัวชี้วัด YRU05-03จำนวนรางวัลด้านความเป็นพลเมืองคุณภาพที่นักศึกษาได้รับในระดับชาติหรือนานาชาติหน่วยวัด: รางวัลค่าเป้าหมาย: 25คำอธิบาย:เป็นการประกาศเกียรติคุณและยกย่องนักศึกษาที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านการเป็นพลเมืองที่ดีมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีจิตสาธารณะ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน สังคม ในระดับชาติหรือนานาชาติสูตรการคำนวณ: คำนวณจากจำนวนรางวัลด้านความเป็นพลเมืองคุณภาพที่นักศึกษาได้รับในระดับชาติหรือนานาชาติตามเกณฑ์ที่กำหนด ณ สิ้นปีงบประมาณเงื่อนไข : การที่นักศึกษาจะได้รับรางวัลด้านความเป็นพลเมืองคุณภาพในระดับชาติหรือนานาชาตินั้น มักจะมี เงื่อนไข หรือ คุณสมบัติเฉพาะ ที่ผู้จัดรางวัลกำหนดขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่ได้รับรางวัลนั้นมีคุณสมบัติและพฤติกรรมที่โดดเด่นสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของรางวัลนั้น ๆ เงื่อนไขเหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็นหมวดหมู่หลัก ๆ ได้ดังนี้1. คุณสมบัติพื้นฐาน• สถานะ: ต้องเป็นนักศึกษา (หรือเพิ่งจบการศึกษาไม่นาน) ตามที่กำหนด• อายุ/สัญชาติ: อาจมีข้อกำหนดเรื่องช่วงอายุ สัญชาติ หรือถิ่นที่อยู่• ความประพฤติ: มีประวัติความประพฤติดี ไม่เคยมีประวัติเสีย2. ผลงานและพฤติกรรม• การมีส่วนร่วม: ต้องมีส่วนร่วมหรือเป็นผู้ริเริ่มกิจกรรม/โครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน หรือสิ่งแวดล้อม• ผลกระทบ: กิจกรรมนั้นต้องสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ชัดเจน อาจมีความต่อเนื่องและยั่งยืน• คุณธรรม: แสดงออกถึงคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบ• การเคารพกฎ: ปฏิบัติตามกฎระเบียบและกติกาของสังคม• ภาวะผู้นำ/การทำงานร่วม: สามารถเป็นผู้นำ และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี3. การนำเสนอผลงาน• เอกสาร: ต้องจัดเตรียมเอกสาร หลักฐาน และจดหมายแนะนำที่ครบถ้วน• การนำเสนอ/สัมภาษณ์: อาจต้องนำเสนอผลงานหรือเข้ารับการสัมภาษณ์รายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัดผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 2567 2568จำนวนรางวัลด้านความเป็นพลเมืองคุณภาพที่นักศึกษาได้รับในระดับชาติหรือนานาชาติรางวัล - - -หมายเหตุ: ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2568 ไม่มีข้อมูลเนื่องจากเป็นตัวชี้วัดใหม่
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568156แหล่งข้อมูล/วิธีการจัดเก็บข้อมูล:1 รางวัลด้านความเป็นพลเมืองคุณภาพที่นักศึกษาได้รับในระดับชาติหรือนานาชาติ2 กองพัฒนานักศึกษาและคณะเก็บรวบรวมข้อมูล3 หลักฐานประกอบ เช่น รูปถ่าย เกียรติบัตร เป็นต้นผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและมวลชนสัมพันธ์ เบอร์ติดต่อ: 089-465-2200ผู้จัดเก็บข้อมูล: ฝ่ายพัฒนานักศึกษาของทุกคณะ เบอร์ติดต่อ: 073-299699ผู้จัดเก็บข้อมูล: กองพัฒนานักศึกษา เบอร์ติดต่อ: 073-299605
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568157ตัวชี้วัด YRU05-04จำนวนหลักสูตรที่บูรณาการกับหน่วยงานภายนอกในการส่งเสริมความเป็นพลเมืองคุณภาพหน่วยวัด: หลักสูตรค่าเป้าหมาย: 8คำอธิบาย: เป็นหลักสูตรการศึกษาที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างสถาบันการศึกษา (เช่น มหาวิทยาลัย วิทยาลัย) และองค์กรหรือหน่วยงานภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญหรือบทบาทสำคัญในการส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมของการเป็นพลเมืองคุณภาพการบูรณาการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านความเป็นพลเมือง (civic skills) และบ่มเพาะคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของการเป็นพลเมืองที่ดีผ่านประสบการณ์จริง การลงมือปฏิบัติ และการมีส่วนร่วมกับสังคมภายนอกห้องเรียน สูตรการคำนวณ: คำนวณจากจำนวนของหลักสูตรที่บูรณาการกับหน่วยงานภายนอกในการส่งเสริมความเป็นพลเมืองคุณภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด ณ สิ้นปีงบประมาณเงื่อนไข :การที่หลักสูตรจะสามารถบูรณาการกับหน่วยงานภายนอกเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองคุณภาพ ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น มีเงื่อนไขสำคัญหลายประการที่ทั้งสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภายนอกต้องพิจารณาและดำเนินการร่วมกัน เงื่อนไขเหล่านี้เป็นปัจจัยที่เอื้อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาที่ยั่งยืนรายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัด ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 2567 2568จำนวนหลักสูตรที่บูรณาการกับหน่วยงานภายนอกในการส่งเสริมความเป็นพลเมืองคุณภาพหลักสูตร - - -หมายเหตุ: ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2568 ไม่มีข้อมูลเนื่องจากเป็นตัวชี้วัดใหม่แหล่งข้อมูล/วิธีการจัดเก็บข้อมูล:1 หลักสูตรที่ส่งเสริมความเป็นพลเมืองคุณภาพ2 หลักสูตรที่บูรณาการกับหน่วยงานภายนอกในการส่งเสริมความเป็นพลเมืองคุณภาพ3 ช่องทางการเผยแพร่หลักสูตรการส่งเสริมความเป็นพลเมืองคุณภาพผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและมวลชนสัมพันธ์ เบอร์ติดต่อ: 089-465-2200ผู้จัดเก็บข้อมูล: กองพัฒนานักศึกษา เบอร์ติดต่อ: 073-299605
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568158ตัวชี้วัด YRU05-05จำนวนต้นแบบเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองคุณภาพ และความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นหน่วยวัด: ต้นแบบค่าเป้าหมาย: 30คำอธิบาย: มุ่งวัดจำนวน “ต้นแบบ” ที่ได้รับการพัฒนาและนำไปใช้จริงเพื่อสร้าง หรือสนับสนุน ความเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ส่งเสริมสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น ทั้งในเชิงกระบวนการ (Process Innovation) ผลิตภัณฑ์ (Product Innovation) หรือรูปแบบการจัดการ (Social/Organizational Innovation) ที่มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ และมีคุณค่าต่อการเปลี่ยนแปลง ทางสังคมในระดับชุมชนหรือท้องถิ่นสูตรการคำนวณ: คำนวณจากจำนวนต้นแบบเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองคุณภาพ และความเข้มแข็งของชุมชนตามเกณฑ์ที่กำหนด ณ สิ้นปีงบประมาณรายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัด ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 2567 2568จำนวนต้นแบบเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองคุณภาพ และความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นต้นแบบ 3 3 4 แหล่งข้อมูล/วิธีการจัดเก็บข้อมูล:1. จำนวนต้นแบบของบุคลากรนักศึกษาที่นำไปใช้ประโยชน์2. จำนวนต้นแบบของบุคลากรและนักศึกษา ทั้งหมดของมหาวิทยาลัย3. หลักฐานประกอบ เช่น รูปถ่าย นวัตกรรม หลักสูตร เป็นต้นแหล่งข้อมูล/วิธีการจัดเก็บข้อมูล: กองพัฒนานักศึกษาและคณะเก็บรวบรวมข้อมูลจำนวนต้นแบบเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองคุณภาพ และความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและมวลชนสัมพันธ์ เบอร์ติดต่อ: 089-465-2200ผู้จัดเก็บข้อมูล: กองพัฒนานักศึกษา เบอร์ติดต่อ: 073-299605
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568159ตัวชี้วัด YRU05-06จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่นและเสริมสร้างความเป็นพลเมืองที่ดีหน่วยวัด: เครือข่ายค่าเป้าหมาย: 35คำอธิบาย: เครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่นและเสริมสร้างความเป็นพลเมืองที่ดีคือการเชื่อมโยงระหว่างองค์กร ชุมชน หรือภาคส่วนต่างๆ ที่ร่วมกันดำเนินกิจกรรมหรือโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตในท้องถิ่น และส่งเสริมการเป็นพลเมืองที่มีคุณธรรม รู้จักสิทธิและหน้าที่ การสร้างเครือข่ายนี้ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งในการจัดการทรัพยากรและแก้ไขปัญหาของชุมชน รวมถึงการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจที่มีผลต่อการพัฒนาท้องถิ่นในระยะยาวสูตรการคำนวณ: คำนวณจากจำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่นและเสริมสร้างความเป็นพลเมืองที่ดี ตามเกณฑ์ที่กำหนด ณ สิ้นปีงบประมาณเงื่อนไข : การที่เครือข่ายความร่วมมือจะประสบความสำเร็จในการพัฒนาท้องถิ่นและเสริมสร้างความเป็นพลเมืองที่ดีนั้น มีเงื่อนไขสำคัญ ดังนี้:1. การมีเป้าหมายและผลประโยชน์ร่วมกัน• วิสัยทัศน์เดียว: สมาชิกทุกภาคส่วน (รัฐ เอกชน ประชาสังคม สถาบันการศึกษา) ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกันในการพัฒนาท้องถิ่นและปลูกฝังความเป็นพลเมืองที่ดี• ผลประโยชน์ลงตัว: ทุกฝ่ายต้องเห็นคุณค่าและได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมเครือข่าย2. การบริหารจัดการและกลไกการทำงานที่ชัดเจน• บทบาทชัดเจน: มีการกำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของแต่ละภาคส่วนอย่างชัดเจน• การประสานงานที่ดี: มีช่องทางการสื่อสารและการประชุมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพ• การตัดสินใจร่วม: มีกระบวนการตัดสินใจที่เป็นธรรมและโปร่งใส3. การสนับสนุนและทรัพยากรที่เพียงพอ• ทรัพยากรบุคคล: มีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และความมุ่งมั่นจากทุกภาคส่วน• ทรัพยากรอื่น ๆ: มีการแบ่งปันความรู้ งบประมาณ หรือวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างเหมาะสม• ภาวะผู้นำ: มีผู้นำที่เข้มแข็งและสามารถประสานงานให้เกิดความร่วมมือได้4. ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ• สัมพันธ์ที่ดี: สมาชิกในเครือข่ายมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจซึ่งกันและกัน• เปิดกว้าง: พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับฟังความคิดเห็น และยอมรับความแตกต่างรายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัด ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 2567 2568จำนวนเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่นและเสริมสร้างความเป็นพลเมืองที่ดีเครือข่าย 5 7 10แหล่งข้อมูล วิธีการจัดเก็บข้อมูล:1. กองพัฒนานักศึกษารวบรวมข้อมูลเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่นและเสริมสร้างความเป็นพลเมืองที่ดีผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและมวลชนสัมพันธ์ เบอร์ติดต่อ: 089-465-2200ผู้จัดเก็บข้อมูล: กองพัฒนานักศึกษา เบอร์ติดต่อ: 073-299605
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568160ตัวชี้วัด YRU05-07จำนวนแหล่งเรียนรู้ด้านความเป็นพลเมืองในองค์กรหรือชุมชนเครือข่ายหน่วยวัด: แหล่งเรียนรู้ค่าเป้าหมาย: 10คำอธิบาย: แหล่งเรียนรู้ด้านความเป็นพลเมืองในองค์กรหรือชุมชนเครือข่ายหมายถึงแหล่งข้อมูลหรือกิจกรรมที่สนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ และบทบาทของพลเมืองในสังคม แหล่งเรียนรู้ นี้อาจประกอบไปด้วยการอบรม การประชุมกลุ่ม หรือการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการแบ่งปันข้อมูล เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการมีส่วนร่วมทางการเมือง การตัดสินใจร่วมกัน และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน การเรียนรู้เหล่านี้มีความสำคัญในการเสริมสร้างความรับผิดชอบและการเคารพสิทธิของผู้อื่นในสังคมสูตรการคำนวณ: คำนวณจากจำนวนแหล่งเรียนรู้ด้านความเป็นพลเมืองในองค์กรหรือชุมชนเครือข่ายตามเกณฑ์ที่กำหนด ณ สิ้นปีงบประมาณเงื่อนไข:การที่องค์กรหรือชุมชนเครือข่ายจะเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านความเป็นพลเมืองที่มีประสิทธิภาพได้นั้นต้องมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้:1. ความพร้อมของแหล่งเรียนรู้• มีกิจกรรมจริง: ต้องมีกิจกรรม โครงการ หรือปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร/ชุมชน ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาหรือสมาชิกได้เข้าไปมีส่วนร่วม• บุคคลากรพร้อม: มีผู้นำ ผู้เชี่ยวชาญ หรืออาสาสมัครที่สามารถถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และเป็นแบบอย่างที่ดีได้• โครงสร้างเอื้ออำนวย: มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีทรัพยากร (เช่น ข้อมูล, อุปกรณ์) ที่สนับสนุนการเรียนรู้2. การออกแบบและจัดการเรียนรู้• เป้าหมายชัดเจน: กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ด้านความเป็นพลเมือง (เช่น ความรับผิดชอบ, จิตอาสา, การแก้ปัญหา) ให้ชัดเจน• กระบวนการเรียนรู้: มีกระบวนการที่ส่งเสริมให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติ สะท้อนคิด และวิเคราะห์ปัญหา• การเชื่อมโยงกับทฤษฎี: สามารถเชื่อมโยงประสบการณ์ที่ได้รับเข้ากับแนวคิดหรือหลักการด้านความเป็นพลเมืองได้3. การสนับสนุนและการประสานงาน• ความร่วมมือ: มีความร่วมมือที่ดีระหว่างสถาบันการศึกษา (ถ้ามีนักศึกษาเข้าร่วม) และแหล่งเรียนรู้ เพื่อให้การจัดการราบรื่น• การอำนวยความสะดวก: แหล่งเรียนรู้ต้องอำนวยความสะดวกและให้การสนับสนุนแก่นักศึกษาหรือผู้เรียนในระหว่างการปฏิบัติงาน
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568161รายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัด ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 2567 2568จำนวนแหล่งเรียนรู้ด้านความเป็นพลเมืองในองค์กรหรือชุมชนเครือข่ายแหล่ง - - -หมายเหตุ: ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2568 ไม่มีข้อมูลเนื่องจากเป็นตัวชี้วัดใหม่แหล่งข้อมูล/วิธีการจัดเก็บข้อมูล:1. กองพัฒนานักศึกษารวบรวมข้อมูลจำนวนแหล่งเรียนรู้ด้านความเป็นพลเมืองในองค์กรหรือชุมชนเครือข่ายผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและมวลชนสัมพันธ์ เบอร์ติดต่อ: 089-465-2200ผู้จัดเก็บข้อมูล: ฝ่ายพัฒนานักศึกษาของทุกคณะ เบอร์ติดต่อ: 073-299699
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568162ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 6การพัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ สู่มหาวิทยาลัยสมรรถนะสูง ทันสมัย และยั่งยืนตัวชี้วัด YRU06-01 จำนวนระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจ หน่วยวัด: จำนวนค่าเป้าหมาย: 1คำอธิบาย:ระบบสารสนเทศที่มีการพัฒนาเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเป็นการวัดความสำเร็จในการพัฒนาระบบสารสนเทศของมหาวิทยาลัยเพื่อการตัดสินใจสำหรับผู้บริหาร (DSS: Decision Support System) ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพสามารถสนับสนุนการตัดสินใจและการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งสอดคล้องการบริหารจัดการตามกลยุทธ์และการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อนำมาสนับสนุนการบริหารจัดการการกำหนดให้มหาวิทยาลัยต้องพัฒนาระบบสารสนเทศใหม่อย่างน้อย 1 ระบบต่อปี มีเป้าหมายหลักในการสร้างความยั่งยืนและความต่อเนื่องในการพัฒนาเทคโนโลยี เป็นการสร้างระบบที่มีคุณค่าและสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของมหาวิทยาลัย ระบบสารสนเทศใหม่ที่พัฒนาขึ้นต้องมีลักษณะเป็นระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ซึ่งจะครอบคลุมข้อมูลนักศึกษา บุคลากร การบริหารทรัพย์สิน การประเมินความคุ้มค่าของครุภัณฑ์ และการบริหารโครงการต่างๆ ระบบเหล่านี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์แนวโน้ม คาดการณ์สถานการณ์ และวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นกระบวนการพัฒนาและเกณฑ์การประเมิน การพัฒนาระบบสารสนเทศใหม่ในแต่ละปีจะต้องผ่านกระบวนการตามมาตรฐาน เริ่มตั้งแต่การศึกษาความต้องการ การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ การออกแบบระบบ การพัฒนาและทดสอบ จนถึงการนำไปใช้งานจริง ระบบที่พัฒนาแล้วเสร็จ ต้องมีการใช้งานจริงอย่างน้อย 3 เดือน มีเอกสารคู่มือการใช้งานที่ชัดเจน และมีการฝึกอบรมผู้ใช้งาน อย่างเป็นระบบ การสร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อองค์กร ระบบที่พัฒนาใหม่ต้องสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงาน ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และให้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำสำหรับการตัดสินใจ นอกจากนี้ ระบบให ม่ยังต้องมีความสามารถในการบูรณาการกับระบบเดิมที่มีอยู่ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกันอย่างลงตัวเงื่อนไขการดำเนินงานเกณฑ์การประเมิน 7 ด้าน (ตามเกณฑ์มาตรฐาน) สำหรับการพัฒนาระบบสารสนเทศ: ความพร้อมใช้งาน (Availability) - ระบบสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง1. ความถูกต้องและน่าเชื่อถือของข้อมูล (Accuracy and Reliability) - ข้อมูลมีความแม่นยำ2. ความปลอดภัยของข้อมูล (Security) - มีระบบรักษาความปลอดภัย3. ความสามารถในการใช้งานได้ง่าย (Usability) - ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่าย4. ประสิทธิภาพการทำงาน (Performance) - ระบบทำงานได้อย่างรวดเร็ว5. ความสามารถในการบูรณาการกับระบบอื่น (Integration) - เชื่อมโยงกับระบบอื่นได้6. ความพึงพอใจของผู้ใช้งานระบบ - ผู้ใช้มีความพึงพอใจต่อระบบประเภทระบบ DSS ที่ยอมรับได้:● ระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับข้อมูลนักศึกษา● ระบบสนับสนุนการตัดสินใจข้อมูลบุคลากร● ระบบเพื่อตัดสินใจการบริหารทรัพย์สินและรายได้● ระบบประเมินความคุ้มค่าของครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง● ระบบสนับสนุนข้อมูลการบริหารโครงการประจำ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568163● ระบบสนับสนุนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องรายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัด ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 2567 2568จำนวนระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการตัดสินใจระบบ 22 33 36แหล่งข้อมูล / วิธีการจัดเก็บข้อมูล :แหล่งข้อมูล: ● สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัย● คณะกรรมการดำเนินงานที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้ง● หน่วยงานเจ้าของระบบสารสนเทศแต่ละระบบวิธีการเก็บข้อมูล: 1) รายงานความก้าวหน้าการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ2) แบบสำรวจและประเมินผลการให้บริการ3) ข้อมูลจากหน่วยพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด : ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เบอร์ติดต่อ : 20000ผู้จัดเก็บข้อมูล : สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568164ตัวชี้วัด YRU06-02 ร้อยละของบริการที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นดิจิทัล หน่วยวัด: ร้อยละค่าเป้าหมาย: 100คำอธิบาย: ตัวชี้วัดร้อยละของบริการที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นดิจิทัล เป็นตัวชี้วัดที่กำหนดเพื่อประเมินความก้าวหน้าในการพัฒนาการบริการให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล โดยวัดจากจำนวนบริการที่ได้รับการปรับเปลี่ยนจากรูปแบบ Manual เปลี่ยนเป็นกระบวนการทำงานหรือช่องทางการให้บริการให้สามารถดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยได้กำหนดวัตถุประสงค์ของบริการที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นดิจิทัล ดังนี้เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการให้บริการ เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และประสิทธิภาพในการให้บริการ ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการปฏิบัติงาน อำนวยความสะดวกให้กับผู้รับบริการการบริการที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นดิจิทัล หมายถึง ระบบสารสนเทศหลักของมหาวิทยาลัยที่ใช้ในการสนับสนุนการให้บริการการดำเนินงานตามพันธกิจและการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยประกอบด้วย ระบบสารสนเทศด้านต่าง ๆ เช่น ระบบบริการการศึกษาระบบ บริหารงานบุคคล (HRM) ระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ระบบบริหารงานวิจัยระบบประกันคุณภาพการศึกษา และระบบแจ้งเรื่องให้บริการ (YRUService) ระบบจองห้อง (ebooking) ระบบยืม-คืนพัสดุ (eborrow) หรือระบบเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ ที่ครอบคลุมการให้บริการของมหาวิทยาลัยสูตรการคำนวณ: จำนวนบริการที่พัฒนาเป็นดิจิทัล × 100จำนวนบริการทั้งหมดเงื่อนไข :1. การบริการที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นดิจิทัล ต้องเป็นระบบสารสนเทศหลักของมหาวิทยาลัยที่ใช้ ในการสนับสนุนการให้บริการของมหาวิทยาลัย 2. เกณฑ์การพิจารณาบริการที่เป็นดิจิทัลเป็นไปตามเงื่อนไขต่อไปนี้ 1) มีระบบออนไลน์รองรับการให้บริการ (Have an online system supporting service) หมายถึง การสร้างระบบอินเทอร์เน็ตที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงบริการได้ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ให้บริการยืม – คืนหนังสือการจองทรัพยากร การสืบค้นฐานข้อมูล สามารถเข้าใช้งานได้จากคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ2) สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองผ่านระบบดิจิทัล (Able to perform services dependently through digital systems) หมายถึงผู้ใช้สามารถทำรายการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง เช่น การต่ออายุสมาชิก การจองหนังสือ การดาวน์โหลดเอกสาร การลงทะเบียนอบรม ระบบมีความเป็นอัตโนมัติและใช้งานง่าย3) มีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือของระบบ (System security and reliability) หมายถึง มีระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล เช่น การเข้ารหัส (Encryption) มีการพิสูจน์ตัวตน(Authentication) ก่อนเข้าใช้งาน ป้องกันการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล สำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ 4) ลดการใช้เอกสารกระดาษ (Increase convenience and speed of service) ให้บริการได้ 24ชั่วโมง ลดระยะเวลารอคอย สามารถทำรายการได้จากทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต ลดขั้นตอนการติดต่อแบบเดิม5) เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการให้บริการ หมายถึง ลดระยะเวลา ขั้นตอนการรอ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568165รายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัด ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 2567 2568ระบบสารสนเทศที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นดิจิทัล ระบบ 22 33 36แหล่งข้อมูล / วิธีการจัดเก็บข้อมูล :แหล่งข้อมูล: ● สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัย● คณะกรรมการดำเนินงานที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้ง● หน่วยงานเจ้าของระบบสารสนเทศแต่ละระบบวิธีการเก็บข้อมูล: 4) ทะเบียนบันทึกการพัฒนาบริการดิจิทัล5) รายงานความก้าวหน้าการพัฒนาระบบ6) แบบสำรวจและประเมินผลการให้บริการ7) ข้อมูลจากหน่วยพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด : ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เบอร์ติดต่อ : 20000ผู้จัดเก็บข้อมูล : สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568166ตัวชี้วัด YRU06-03 ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA)หน่วยวัด: ร้อยละค่าเป้าหมาย: 90คำอธิบาย:ประเมินระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ตามเกณฑ์การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ( Integrity and Transparency Assessment: ITA) ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยการประเมินครอบคลุม 10 ตัวชี้วัด ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่ การใช้งบประมาณ การใช้อำนาจ การใช้ทรัพย์สินของทางราชการ การแก้ไขปัญหาการทุจริต คุณภาพการดำเนินงาน ประสิทธิภาพการสื่อสาร การปรับปรุงระบบการทำงาน การเปิดเผยข้อมูล และการป้องกันการทุจริต ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การปฏิบัติหน้าที่สูตรการคำนวณ: ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ( ITA) คำนวณตามเกณฑ์ที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด ดังนี้ คะแนน ITA = (คะแนน IIT × 30%) + (คะแนน EIT × 30%) + (คะแนน OIT × 40%)โดยที่:● คะแนน IIT = คะแนนจากแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (น้ำหนัก 30%)● คะแนน EIT = คะแนนจากแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (น้ำหนัก 30%)● คะแนน OIT = คะแนนจากแบบตรวจการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (น้ำหนัก 40%)รายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัด ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 2567 25681. ผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA)คะแนน 93.50 83.64 88.242. คะแนนแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน (IITคะแนน 84.86 78.10 80.793. คะแนนแบบวัดการรับรู้ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (EIT)คะแนน 93.48 67.37 80.014. คะแนนแบบตรวจการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (OIT)คะแนน 100.00 100.00 100.00
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568167แหล่งข้อมูล/วิธีการจัดเก็บข้อมูล:แหล่งข้อมูล: ● ผลการประเมิน ITA อย่างเป็นทางการจากสำนักงาน ป.ป.ช.● ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตของมหาวิทยาลัย (University Anti-Corruption Operation Center)● หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการประเมิน ITA ของมหาวิทยาลัยวิธีการเก็บข้อมูล: ● รวบรวมผลการประเมิน ITA ที่เป็นทางการจากสำนักงาน ป.ป.ช.● วิเคราะห์ผลการประเมินแยกตามตัวชี้วัดย่อยและเครื่องมือการประเมิน● จัดทำรายงานสรุปผลการประเมินและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 10009ผู้จัดเก็บข้อมูล: สำนักงานประกันคุณภาพ เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 17000ผู้จัดเก็บข้อมูล: ฝ่ายบริหารของทุกคณะ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568168ตัวชี้วัด YRU06-04 ร้อยละของรายได้ที่เพิ่มจากปีที่ผ่านมาหน่วยวัด: ร้อยละค่าเป้าหมาย: 15คำอธิบาย: ป ระเ มิ นค ว า มส า มา รถ ในกา รส ร้ า ง รา ย ได ้ จ า กแ ห ล ่ ง อื ่ นนอกเ ห นื อจ า กง บ ป ระ ม า ณ แผ่นดินของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาโดยพิจารณาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ทั้งหมดที่ไม่รวมงบประมาณ แผ่นดินเมื่อเทียบกับปีงบประมาณที่ผ่านมาซึ่งรายได้ดังกล่าวประกอบด้วยเงินรายได้จากค่าธรรมเนียมการศึกษา รายได้จากการบริการวิชาการ รายได้จากการวิจัย รายได้จากการบริหารทรัพย์สิน และรายได้จากแหล่งอื่นๆ ตัวชี้วัดนี้สะท้อนถึงศักยภาพในการพึ่งพาตนเองทางการเงิน ความสามารถในการแสวงหารายได้จากการดำเนินงานตามพันธกิจและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อสร้างรายได้ของมหาวิทยาลัยสูตรการคำนวณ: (รายได้ที่ไม่รวมงบประมาณแผ่นดินในปีงบประมาณปัจจุบัน -รายได้ที่ไม่รวมงบประมาณแผ่นดินในปีงบประมาณที่ผ่านมา)รายได้ที่ไม่รวมงบประมาณแผ่นดินในปีงบประมาณที่ผ่านมา × 100รายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัดผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566-25682566 2567 2568ร้อยละของรายได้ที่เพิ่มจากปีที่ผ่านมาไม่รวมงบประมาณแผ่นดิน ร้อยละ 20.68 4.93 7.71แหล่งข้อมูล/วิธีการจัดเก็บข้อมูล:1 รายงานงบการเงินประจำปีของมหาวิทยาลัย2 ระบบบัญชี 3 มิติของมหาวิทยาลัย3 รายงานสรุปรายได้จากแหล่งต่างๆ ที่ไม่ใช่งบประมาณแผ่นดิน4 รายงานการวิเคราะห์แหล่งที่มาของรายได้นอกงบประมาณแผ่นดินผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ฯ เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 10009ผู้จัดเก็บข้อมูล: ฝ่ายบริหารของทุกคณะ เบอร์ติดต่อ: 073-299699ผู้จัดเก็บข้อมูล: งานบริหารและสิทธิประโยชน์ของมหาวิทยาลัยผู้จัดเก็บข้อมูล: สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เบอร์ติดต่อ: 073-299636ผู้จัดเก็บข้อมูล: สถาบันวิจัยและพัฒนาชายแดนภาคใต้ เบอร์ติดต่อ: 073-299634
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568169ตัวชี้วัด YRU06-05 ร้อยละของค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพหน่วยวัด: ร้อยละค่าเป้าหมาย: 2คำอธิบาย:ประเมินความสำเร็จในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพของ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โดยพิจารณาจากสัดส่วนของค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากการบริหารจัดการทรัพยากร อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรการประหยัดพลังงานและลดการใช้กระดาษ และบรรลุเป้าหมาย ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุมทั้งการใช้พลังงานไฟฟ้า และการลดการใช้กระดาษและวัสดุสิ้นเปลืองผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน ตัวชี้วัดนี้สะท้อน ถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการลดค่าใช้จ่าย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสร้างจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน โดยเพิ่มการนำ 3R มาใช้ ประกอบไปด้วย Reduce (ลด), Reuse (ใช้ซ้ำ), Recycle (รีไซเคิล)สูตรการคำนวณ: ค่าใช้จ่ายพลังงานและกระดาษปีงบประมาณปัจจุบัน-ค่าใช้จ่ายพลังงานและกระดาษปีงบประมาณที่ผ่านมา × 100ค่าใช้จ่ายพลังงานและกระดาษปีงบประมาณที่ผ่านมามาตรการที่หน่วยงานต้องดำเนินการด้านการประหยัดพลังงาน:● มีการแต่งตั้งคณะทำงานลดใช้พลังงานระดับหน่วยงาน● มีการจัดทำแผนปฏิบัติการประหยัดพลังงานประจำปี● มีการรายงานข้อมูลการใช้พลังงานทุกเดือนต่อคณะกรรมการบริหารพลังงานของมหาวิทยาลัย● มีการรณรงค์และสร้างจิตสำนึกในการประหยัดพลังงานภายในหน่วยงาน● มีการนำเทคโนโลยีประหยัดพลังงานมาใช้ เช่น การเปลี่ยนหลอดไฟเป็นหลอด LED การติดตั้งระบบเซ็นเซอร์เปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ● มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงาน เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25-26 องศาเซลเซียส การปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้งานมาตรการที่หน่วยงานต้องดำเนินการด้านการลดการใช้กระดาษ:● มีการกำหนดนโยบายลดการใช้กระดาษในหน่วยงาน● มีการนำระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการรับ-ส่งเอกสาร● มีการจัดประชุมแบบไร้กระดาษ (Paperless Meeting)● มีการจัดเก็บเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์● มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการปฏิบัติงานแทนการใช้กระดาษ● มีการนำกระดาษที่ใช้แล้วหน้าเดียวกลับมาใช้ซ้ำ● มีการรณรงค์ให้บุคลากรตรวจทานเอกสารบนหน้าจอก่อนพิมพ์
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568170การประเมินผล:มหาวิทยาลัยจะมีการประเมินผลการบริหารจัดการทรัพยากรของแต่ละหน่วยงานปีละ 2 ครั้ง (ทุก 6 เดือน) โดยพิจารณาจาก: ● ข้อมูลการใช้พลังงานและกระดาษเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐาน● การดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานและลดการใช้กระดาษ● นวัตกรรมหรือแนวปฏิบัติที่ดีในการบริหารจัดการทรัพยากร● การมีส่วนร่วมของบุคลากรในการประหยัดทรัพยากรรายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัดผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566-25682566 2567 25681. ค่าใช้จ่ายพลังงาน(ไฟฟ้า) บาท 14,316,760.49 14,159,019.19 13,956,383.652. ค่าใช้จ่ายพลังงาน (น้ำมันเชิ้อเพลิง)บาท 493,555.19 407,655.77 199,594.16แหล่งข้อมูล/วิธีการจัดเก็บข้อมูล:แหล่งข้อมูล:1. รายงานการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงของแต่ละหน่วยงาน2. รายงานการจัดซื้อและการใช้กระดาษของแต่ละหน่วยงาน3. ระบบฐานข้อมูลการบริหารจัดการทรัพยากรของมหาวิทยาลัย4. รายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการประหยัดพลังงานและลดการใช้กระดาษของแต่ละหน่วยงาน5. ผลการประเมินการบริหารจัดการทรัพยากรของแต่ละหน่วยงานผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ฯเบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 10009ผู้จัดเก็บข้อมูล: สำนักงานอธิการบดี (งานอาคารสถานที่และงานพัสดุ) เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ11400,11500
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568171ตัวชี้วัด YRU06-06 ร้อยละของบุคลากรสายวิชาการที่มีตำแหน่งทางวิชาการหน่วยวัด: ร้อยละค่าเป้าหมาย: 75คำอธิบาย: วัดความสำเร็จของการพัฒนาบุคลากรสายวิชาการให้มีความก้าวหน้าในเส้นทางอาชีพทางวิชาการ สอดคล้องกับมาตรการการพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคลเชิงสมรรถนะตามมาตรฐานสากล ตามแนวทางปฏิบัติในกลยุทธ์ การส่งเสริมให้บุคลากรสายวิชาการมีตำแหน่งทางวิชาการที่สูงขึ้นเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของมหาวิทยาลัย ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นเลิศตำแหน่งทางวิชาการ ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) รองศาสตราจารย์ (รศ.) และศาสตราจารย์ (ศ.) โดยคำนวณจากจำนวนบุคลากรสายวิชาการทั้งหมด ที่มีสถานะเป็นข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย และอาจารย์ประจำตามสัญญาที่ปฏิบัติงานจริง ณ วันที่รายงานผล (ไม่นับรวมผู้ลาศึกษาต่อ)สูตรการคำนวณ: จำนวนบุคลากรสายวิชาการที่มีตำแหน่งทางวิชาการ x 100จำนวนบุคลากรสายวิชาการทั้งหมด (ไม่นับรวมผู้ลาศึกษาต่อ)รายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัดผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566-25682566 2567 25681. จำนวนบุคลากรสายวิชาการทั้งหมด (ไม่รวมผู้ลาศึกษาต่อ)คน 328 304 3032. จำนวนบุคลากรสายวิชาการที่มีตำแหน่งทางวิชาการคน 106 129 124 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คน 100 120 124 - รองศาสตราจารย์ คน 6 9 11 - ศาสตราจารย์ คน - - -3. ร้อยละของบุคลากรสายวิชาการที่มีตำแหน่งทางวิชาการคน 32.32 42.43 45.54แหล่งข้อมูล / วิธีการจัดเก็บข้อมูล:1 รวบรวมข้อมูลจำนวนบุคลากรสายวิชาการและตำแหน่งทางวิชาการจากระบบฐานข้อมูลบุคลากรของมหาวิทยาลัย2 ตรวจสอบข้อมูลการแต่งตั้งตำแหน่งทางวิชาการจากรายงานการประชุมสภามหาวิทยาลัย3 รวบรวมข้อมูลการลาศึกษาต่อของบุคลากรสายวิชาการจากกองบริหารงานบุคคลผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ เบอร์ติดต่อ: 073-299607ผู้จัดเก็บข้อมูล: งานการเจ้าหน้าที่ เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 11300ผู้จัดเก็บข้อมูล: ฝ่ายวิชาการ/ฝ่ายบริหารของทุกคณะ เบอร์ติดต่อ: 073-299699
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568172ตัวชี้วัด YRU06-07 ร้อยละของบุคลากรสายสนับสนุนที่มีตำแหน่งสูงขึ้นหน่วยวัด: ร้อยละค่าเป้าหมาย: 65 คำอธิบาย: แสดงถึงการพัฒนาศักยภาพและความก้าวหน้าทางวิชาการของบุคลากรสายสนับสนุนของมหาวิทยาลัย โดยวัดจากสัดส่วนของบุคลากรสายสนับสนุนที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งทางวิชาการในระดับที่สูงขึ้นจากเดิม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง:● ประสิทธิภาพของระบบการพัฒนาบุคลากร● ความสำเร็จในการสร้างแรงจูงใจและโอกาสในการเติบโตทางวิชาการ● การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของบุคลากรสายสนับสนุน● การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่องสูตรการคำนวณ: จำนวนบุคลากรสายสนับสนุนที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งระดับสูงขึ้นในปีงบประมาณนั้น × 100 จำนวนบุคลากรสายสนับสนุนทั้งหมดที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งรายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัดผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566-25682566 2567 2568จำนวนบุคลากรสายสนับสนุนทั้งหมด คน 174 172 171จำนวนบุคลากรสายสนับสนุนระดับชำนาญการ คน 42 52 68ร้อยละของบุคลากรสายสนับสนุนที่มีตำแหน่งสูงขึ้น ร้อยละ 24.14 33.72 39.77ประเภทตำแหน่งทางวิชาการของบุคลากรสายสนับสนุน● ระดับปฏิบัติการ● ระดับชำนาญการ● ระดับชำนาญการพิเศษคุณสมบัติการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง● มีอายุงานในตำแหน่งปัจจุบันครบตามที่กำหนด● มีคุณวุฒิการศึกษาตามที่กำหนดในแต่ละตำแหน่ง● ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานในระดับดีขึ้นไป● มีผลงานทางวิชาการหรือการพัฒนางานตามที่กำหนดช่วงเวลาการประเมิน● ปีงบประมาณ (1 ตุลาคม - 30 กันยายน)● รายงานผลทุก 6 เดือน (ระหว่างปี) และรายงานสรุปประจำปี
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568173แหล่งข้อมูล/วิธีการจัดเก็บข้อมูล:1. แหล่งข้อมูล: งานการเจ้าหน้าที่ กองกลาง สำนักงานอธิการบดี (ข้อมูลจำนวนบุคลากรและการพัฒนาบุคลากร) คณะ/วิทยาลัย/สำนัก/ศูนย์ (ข้อมูลการพัฒนาบุคลากรในหน่วยงาน)2. วิธีการเก็บข้อมูล:รวบรวมข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมการพัฒนาบุคลากรจากระบบฐานข้อมูลการพัฒนาบุคลากรรวบรวมข้อมูลจากแบบรายงานการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานต่างๆการรายงาน: จัดทำรายงานติดตามผลทุก 6 เดือนและรายงานประจำปีการจัดเก็บเอกสาร: Archive ข้อมูลเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปีผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและกิจการสภา เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 10009ผู้จัดเก็บข้อมูล: งานการเจ้าหน้าที่ เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 11300ผู้จัดเก็บข้อมูล: ฝ่ายวิชาการ/ฝ่ายบริหารของทุกคณะเบอร์ติดต่อ: 073-299699
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568174ตัวชี้วัด YRU06-08 ดัชนีความสุขหน่วยวัด: ร้อยละค่าเป้าหมาย: 90คำอธิบาย: ดัชนีความสุขเป็นตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินระดับความสุขของบุคลากรและนักศึกษาในมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา โดยสะท้อนจากการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาวะและบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต การเรียนรู้ และการทำงานอย่างมีความสุข ครอบคลุม 8 มิติ ได้แก่ ร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตใจ ครอบครัว การเงิน การผ่อนคลาย และการเรียนรู้ โดยมีเกณฑ์การวัดผลจากจำนวนกิจกรรมที่จัด ผู้เข้าร่วม ความพึงพอใจ และระดับความผูกพันที่เพิ่มขึ้นของบุคลากร ตัวชี้วัดนี้ช่วยสะท้อนประสิทธิผลของการสร้างองค์กรแห่งความสุขและเชื่อมโยงสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านสุขภาพและการศึกษาสูตรการคำนวณ: ดัชนีความสุข (%) = (คะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจ / คะแนนเต็ม) × 100รายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัดผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2565-25672565 2566 2567ดัชนีความสุข ร้อยละ - - -หมายเหตุ: ยังไม่มีการเก็บข้อมูล เนื่องจากเป็นตัวชี้วัดใหม่แหล่งข้อมูล / วิธีการจัดเก็บข้อมูล :● แบบสอบถามออนไลน์/ออฟไลน์● รายงานกิจกรรมจากผู้รับผิดชอบแต่ละกิจกรรม● บันทึกการเข้าร่วมกิจกรรม● Feedback/ความเห็นจากผู้เข้าร่วมวิธีการจัดเก็บข้อมูล● ใช้ Google Forms หรือ Microsoft Forms สำหรับการสำรวจ● บันทึกใน Excel หรือระบบ MIS ภายในมหาวิทยาลัย● จัดเก็บในฐานข้อมูลกลางของโครงการ Happy University โดยสำนักงานอธิการบดีผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและกิจการสภา เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 10009ผู้จัดเก็บข้อมูล: ฝ่ายบริหารของทุกคณะ เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ผู้จัดเก็บข้อมูล: งานการเจ้าหน้าที่ สำนักงานอธิการบดี เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 11300
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568175ตัวชี้วัด YRU06-09 ร้อยละของคะแนนที่เพิ่มขึ้นจากผลการประเมิน UI Greenหน่วยวัด: ร้อยละค่าเป้าหมาย: 5คำอธิบาย: ตัวชี้วัดร้อยละของหน่วยงานที่ผ่านมาตรฐานตามเกณฑ์ Green & Sustainable University เป็นการวัดความสำเร็จในการพัฒนามหาวิทยาลัยสู่ความยั่งยืนตามแนวทางมหาวิทยาลัยสีเขียว ซึ่งสอดคล้องกับโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยรับผิดชอบต่อสังคมตามมาตรฐานสากล (University Social Responsibility Enhancement Program) การพัฒนามหาวิทยาลัยสีเขียวและยั่งยืนเป็นแนวทางที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาให้ความสำคัญ โดยมุ่งเน้นการจัดการสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการส่งเสริมวัฒนธรรมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO 14001 Environmental Management System และระบบการจัดการพลังงานตามมาตรฐาน ISO 50001 Energy Management System ตามที่ระบุไว้ในมาตรการการพัฒนาต่อยอดความสำเร็จอย่างต่อเนื่องหน่วยงานที่ผ่านมาตรฐานตามเกณฑ์ Green & Sustainable University หมายถึง คณะ สำนัก สถาบันภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ที่มีผลการประเมินตามเกณฑ์ Green & Sustainable University ที่มหาวิทยาลัยกำหนด ซึ่งอ้างอิงตามมาตรฐานสากลด้านมหาวิทยาลัยสีเขียวและยั่งยืน เช่น UI Green Metric World University Rankings, THE Impact Rankings ห รื อเ กณฑ ์ ส ำ นักงา นสี เ ขี ยว ( G r e en O f fice) ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยต้องผ่านเกณฑ์การประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของคะแนนเต็มสูตรการคำนวณ: คะแนน UI Green ปีปัจจุบัน - คะแนน UI Green ปีที่แล้ว × 100คะแนน UI Green ปีที่แล้วรายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัดผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2565-25672565 2566 25671.สรุปผลการจัดอันดับคะแนน1.1 ด้านสถานที่ตั้งและโครงสร้างพื้นฐาน คะแนน 555 620 6201.2 ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 630 1,010 1,1501.3 ด้านการจัดการของเสีย 900 675 9001.4 ด้านการจัดการน้ำ 750 800 7001.5 ด้านการขนส่ง 1,010 960 1,1601.6 ด้านการศึกษาและวิจัย 975 750 8502. ร้อยละของคะแนนที่เพิ่ม / ลดลง ร้อยละ 6.52 (0.104) 11.743. คณะ สำนัก สถาบัน ที่เข้าร่วมประเมิน หน่วยงาน 1 1 1
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568176แหล่งข้อมูล / วิธีการจัดเก็บข้อมูล :● คณะกรรมการประเมิน Green & Sustainable University● หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของมหาวิทยาลัย● คณะ/วิทยาลัย/สำนัก/ศูนย์/หน่วยงานระดับกอง (รายงานผลการดำเนินงาน)● การประเมินตามเกณฑ์ Green & Sustainable University โดยคณะกรรมการประเมิน● การเก็บข้อมูลจากรายงานผลการดำเนินงานของหน่วยงาน● การสำรวจและตรวจประเมินพื้นที่จริงของหน่วยงานผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ฯเบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 10009ผู้จัดเก็บข้อมูล: ฝ่ายบริหารของทุกคณะ เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ผู้จัดเก็บข้อมูล: งานอาคารและสถานที่ สำนักงานอธิการบดี เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 11500
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568177ตัวชี้วัด YRU06-10 ร้อยละของคะแนนที่เพิ่มขึ้นจากผลการประเมิน THE impact Rankingหน่วยวัด: ร้อยละค่าเป้าหมาย: 5คำอธิบาย: คะแนนผลการประเมินเป้าหมาย SDGs แต่ละเป้าหมายที่เข้าร่วมการจัดอันดับที่มีคะแนนที่เพิ่มขึ้น หรือผลการจัดอันดับของมหาวิทยาลัยใน Times Higher Education (THE) Impact Ranking เทียบกับปีที่ผ่านมา เพื่อแสดงให้เห็นว่า ผลงานโดยรวมของมหาวิทยาลัยในด้านเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) มีแนวโน้มพัฒนา ดีขึ้น และก้าวหน้ามากน้อยเพียงใดสูตรการคำนวณ: คะแนนที่เพิ่มขึ้นในเป้าหมายที่เข้าร่วมการจัดอันดับ THE impact Rankingคะแนน THE Impact ปีปัจจุบัน - คะแนน THE Impact ปีที่แล้ว × 100คะแนน THE Impact ปีที่แล้ว รายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัดผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566-25682566 2567 2568คะแนนจากผลการประเมิน THE impact Rankingคะแนน 1001+ 1001+ 1001+แหล่งข้อมูล/วิธีการจัดเก็บข้อมูล:แหล่งข้อมูล:1. รายงานผลการดำเนินงานของหน่วยงาน2. เอกสาร/หลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence)3. แบบรายงาน SDGs ของมหาวิทยาลัย (SDG Reporting Template)4. ผลการตรวจประเมินภายใน/ภายนอก5. ข้อมูลจากระบบสารสนเทศของมหาวิทยาลัย6. เว็บไซต์ THE Impact Rankingวิธีการเก็บข้อมูล:1. กำหนดแบบฟอร์มการรายงาน (SDGs Reporting Template)2. เก็บหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence Folder)3. ตรวจสอบและรับรองข้อมูลโดยคณะกรรมการ SDGsผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด : รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ฯ เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 10009ผู้จัดเก็บข้อมูล : ฝ่ายบริหารของทุกคณะ เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ผู้จัดเก็บข้อมูล: สำนักงานอธิการบดี เบอร์ติดต่อ: 073-299672
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568178ตัวชี้วัด YRU06-11 ร้อยละของหลักสูตรที่มีผลการประเมินตามเกณฑ์ AUN QA คะแนน 4 ในระดับมาตรฐานสากลหน่วยวัด: ร้อยละค่าเป้าหมาย: 50คำอธิบาย: ประเมินความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพหลักสูตรของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาให้มีมาตรฐาน ในระดับสากลหรือระดับอาเซียนโดยพิจารณาจากจำนวนหลักสูตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงาน หรือ องค์กรที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลหรือระดับอาเซียนซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและมาตรฐานของหลักสูตรที่เทียบเคียงได้กับสถาบันการศึกษาชั้นนำในระดับนานาชาติ อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา การพัฒนาศักยภาพของบัณฑิตให้มีความพร้อมในการแข่งขันในระดับสากล และการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในและต่างประเทศสูตรการคำนวณ: หลักสูตรที่มีผลการประเมินตามเกณฑ์ AUN QA คะแนน 4 ในปีการศึกษาปัจจุบัน x 100จำนวนหลักสูตรทั้งหมดที่เข้ารับการประเมินเงื่อนไข: 1. มาตรฐานระดับสากลหรือระดับอาเซียนที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่ ● ASEAN University Network Quality Assurance (AUN-QA)● ASEAN Qualifications Reference Framework (AQRF)● ASEAN Credit Transfer System (ACTS)● ASEAN Quality Assurance Framework (AQAF)● Association to Advance Collegiate Schools of Business (AACSB)● European Quality Improvement System (EQUIS)● Accreditation Board for Engineering and Technology (ABET)● International Accreditation Council for Business Education (IACBE)● World Federation of Medical Education (WFME)● Washington Accord หรือ Sydney Accord หรือ Dublin Accord● มาตรฐานสากลหรือมาตรฐานระดับอาเซียนอื่นๆ ที่ได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย2. เกณฑ์การนับจำนวนหลักสูตร:● นับเฉพาะหลักสูตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอย่างเป็นทางการ (Full Accreditation) เท่านั้น● กรณีหลักสูตรที่อยู่ระหว่างกระบวนการขอรับรองและได้รับการรับรองเบื้องต้น (Initial Accreditation) สามารถนับรวมได้● หลักสูตรที่ผ่านการรับรองมาตรฐานมากกว่า 1 มาตรฐาน ให้นับเป็น 1 หลักสูตร● การรับรองมาตรฐานต้องมีอายุการรับรองไม่น้อยกว่า 1 ปี● กรณีที่การรับรองมาตรฐานหมดอายุและอยู่ระหว่างการต่ออายุ สามารถนับรวมได้หากมีหลักฐานการยื่นขอต่ออายุก่อนวันหมดอายุ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568179รายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัด ผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2565-25672565 2566 25671.หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ (ASEAN University Network Quality Assurance: AUN-QA)คะแนน - ทุกหลักสูตรที่รับการประเมินตามเกณฑ์ AUNQA ได้2 คะแนน{(Overall Inadequate and Improvement is Necessary)(คุณภาพไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีการปรับปรุงแก้ไขหรือพัฒนา)}หลักสูตรรับการประเมิน ตามเกณฑ์ AUN-QA ปีการศึกษา 2567 จำนวน 30 หลักสูตร ได้คะแนน 2 จำนวน 22 หลักสูตร และคะแนน 3 จำนวน 8 หลักสูตร2.หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ (AUNQAคะแนน -3. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต ส า ข า ว ิ ช า ภ า ษ า อ ั ง กฤ ษ (ASEAN Qualifications Reference Framework: AQRFคะแนน -4 หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ (AUNQA)คะแนน -5. หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต ส า ข า ว ิ ช า ภ า ษ า อ ั ง กฤ ษ (AQRF)คะแนน -6. หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ (ASEAN Credit Transfer System: ACTS)คะแนน -แหล่งข้อมูล / วิธีการจัดเก็บข้อมูล :1. เอกสารการรับรองมาตรฐานหลักสูตรจากหน่วยงานหรือองค์กรระดับสากลหรือระดับอาเซียน2. ฐานข้อมูลหลักสูตรของสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน3. รายงานการประเมินตนเองของหลักสูตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลหรือระดับอาเซียน4. รายงานผลการดำเนินงานตามแผนการพัฒนาหลักสูตรสู่มาตรฐานสากลผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายแผน ฯ เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 10007ผู้จัดเก็บข้อมูล: สำนักงานประกันคุณภาพ เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 17000ผู้จัดเก็บข้อมูล: ฝ่ายวิชาการของทุกคณะ เบอร์ติดต่อ: 073-299699
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568180ตัวชี้วัด YRU06-12 จำนวนส่วนราชการที่ผ่าน EdPEx 200หน่วยวัด: ส่วนราชการค่าเป้าหมาย: 5คำอธิบาย: ประเมินความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการของคณะต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาตามเกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศ (Education Criteria for Performance Excellence: EdPEx) โดยพิจารณาจากจำนวนคณะที่ผ่านการรับรองในระดับ EdPEx 200 ซึ่งเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการองค์กรให้เทียบเคียงได้กับมาตรฐานสากล มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องในทุกด้าน ทั้งด้านการนำองค์กร การวางแผนเชิงกลยุทธ์ การมุ่งเน้นลูกค้า การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ การมุ่งเน้นบุคลากร การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการและผลลัพธ์สูตรการคำนวณ: คำนวณจากจำนวนส่วนราชการภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาที่ผ่านการรับรองในระดับ EdPEx 200รายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัดผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2566-25682566 2567 2568ส่วนราชการภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาที่ ผ่านการรับรองในระดับ EdPEx 200หน่วยงาน - - -หมายเหตุ: ยังไม่มีผลการประเมิน เนื่องจากมหาวิทยลัยจะเริ่มเข้าสู่การประเมินในปีการศึกษา 2568แหล่งข้อมูล / วิธีการจัดเก็บข้อมูล :1. เอกสารการรับรองผลการผ่าน EdPEx 200 จากสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง2. รายงานการประเมินตนเองตามเกณฑ์ EdPEx ของแต่ละคณะ3. รายงานผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศตามเกณฑ์ EdPEx4. รายงานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน EdPEx ของมหาวิทยาลัยผู้กำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายแผน ฯ เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 10007ผู้จัดเก็บข้อมูล: สำนักงานประกันคุณภาพ เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 17000
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568181ตัวชี้วัด YRU06-13 จำนวนหน่วยงานสนับสนุนวิชาการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล (เช่น ISO 9001 ISO 17025) และอื่นๆหน่วยวัด: หน่วยงานค่าเป้าหมาย: 3คำอธิบาย :ความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการของหน่วยงานสนับสนุนวิชากา รใน มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลโดยพิจารณาจากจำนวนหน่วยงานสนับสนุน วิชาการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานหรือองค์กรที่เป็นที่ยอมรับในระดับสา กล ซึ่งสะท้อนถึงการมีระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ และเทียบเคียงได้กับมาตรฐานสากล อ ั น จ ะ ส ่ ง ผ ล ต ่ อ ค ุ ณ ภ า พ ก า ร ใ ห ้ บ ร ิ ก า ร แ ล ะ ก า ร ส น ั บ ส น ุ น พ ั น ธ ก ิ จ ห ล ั ก ข อ ง ม ห า ว ิ ท ย า ลั ย รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสูตรการคำนวณ คำนวณจากหน่วยงานสนับสนุนวิชาการในมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจากหน่วยงานหรือองค์กรที่เป็นที่ยอมรับในปีงบประมาณนั้นรายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน: ข้อมูลพื้นฐานประกอบตัวชี้วัด หน่วยวัดผลการดำเนินงานในอดีต ปีงบประมาณ พ.ศ.2565-25672565 2566 2567หน่วยงานสนับสนุนวิชาการ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล (เช่น ISO 9001 ISO 17025) และอื่นๆหน่วยงาน - - 1 แหล่งข้อมูล/วิธีการจัดเก็บข้อมูล:1. เอกสารการรับรองมาตรฐานสากลจากหน่วยงานหรือองค์กรที่เป็นที่ยอมรับ2. รายงานผลการตรวจประเมินตามมาตรฐานสากลของแต่ละหน่วยงาน3. ฐานข้อมูลการรับรองมาตรฐานของหน่วยงานสนับสนุนวิชาการ4. รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนามาตรฐานสากลกำกับดูแลตัวชี้วัด: รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ฯ เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 10009ผู้จัดเก็บข้อมูล: สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 21000ผู้จัดเก็บข้อมูล: สำนักงานอธิการบดี เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 10008ผู้จัดเก็บข้อมูล: ศูนย์วิทยาศาสตร์ เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 32000ผู้จัดเก็บข้อมูล: คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร เบอร์ติดต่อ: 073-299699 ต่อ 70000
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568182การวิเคราะห์ SWOTจุดแข็ง (Strengths)1. ประวัติศาสตร์และประสบการณ์การผลิตครูมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามีรากฐานทางประวัติศาสตร์ที่แข็งแกร่งในฐานะสถาบันผลิตครูมาเป็นระยะเวลากว่า 90 ปี ตั้งแต่ยุควิทยาลัยครูยะลา ประสบการณ์อันยาวนานนี้ทำให้มหาวิทยาลัยสั่งสมองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีในการผลิตและพัฒนาครู โดยเฉพาะการเข้าใจลักษณะและความต้องการของพื้นที่ชายแดนใต้ สถิติแสดงให้เห็นว่าครูที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 65 ของครูที่ได้รับการบรรจุใหม่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความไว้วางใจจากชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ต่อคุณภาพของบัณฑิตครูเป็นทุนทางสังคมที่มีคุณค่ายิ่ง2. ความเชี่ยวชาญด้านบริบทพหุวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการจัดการศึกษาภายใต้บริบทพหุวัฒนธรรมของพื้นที่ชายแดนใต้ที่มีความซับซ้อนทางสังคม วัฒนธรรม ศาสนา และภาษา การมีบุคลากรที่หลากหลายทางศาสนา (มุสลิมร้อยละ 60, พุทธร้อยละ 38 และศาสนาอื่นร้อยละ 2 ) ช่วยให้เกิดการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันข้ามวัฒนธรรมภายในองค์กร ความเข้าใจในวิถีชีวิตและค่านิยมของชุมชนท้องถิ่นทำให้สามารถออกแบบหลักสูตรและกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม โดยมีศูนย์ภาษาและอาเซียนศึกษาเป็นหน่วยงานสำคัญที่เสริมสร้างศักยภาพด้านความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม3. เครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง มหาวิทยาลัยสร้างและรักษาเครือข่ายความร่วมมือที่หลากหลายและครอบคลุม ทั้งกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน เครือข่ายดังกล่าวประกอบด้วยองค์กรมากกว่า 80 แห่ง และมีโรงเรียนเครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพกว่า 200 แห่ง การมีเครือข่ายศิษย์เก่าที่แข็งแกร่งโดยมีศิษย์เก่ากว่า 70,000 คนที่ทำงานในหน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่เป็นทุนทางสังคมสำคัญ เครือข่ายเหล่านี้ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานทั้งด้านการจัดการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการให้มีประสิทธิภาพ4. ความเชี่ยวชาญการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในบริบทของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีโครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนมากกว่า 50 โครงการที่ครอบคลุมกว่า 100 ชุมชน ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญ วิสาหกิจชุมชนที่ประสบความสำเร็จ เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าบาติก เป็นต้น ความเชี่ยวชาญนี้สอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏในการเป็นสถาบันเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น5. โครงสร้างพื้นฐานและทำเลที่ตั้ง มหาวิทยาลัยลงทุนพัฒนาระบบสนับสนุนการเรียนรู้ดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมร้อยละ 98 ของพื้นที่การศึกษา ระบบการเรียนการสอนออนไลน์ (LMS) สามารถรองรับผู้เรียนได้พร้อมกันสูงสุด 5,000 คน ทำเลที่ตั้งในจังหวัดยะลาซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารของจังหวัดชายแดนภาคใต้และติดกับประเทศมาเลเซียเป็นข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ มีพื้นที่กว่า 320 ไร่และศูนย์การเรียนรู้ 6 ศูนย์ที่กระจายในพื้นที่ต่าง ๆ เอื้อต่อการให้บริการการศึกษาแก่ชุมชนอย่างทั่วถึง
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568183จุดอ่อน (Weaknesses)1. คุณภาพบุคลากรที่ยังต้องพัฒนา มหาวิทยาลัยประสบปัญหาด้านคุณภาพบุคลากรที่ยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่พึงประสงค์ อาจารย์ที่มีวุฒิปริญญาเอกมีเพียงร้อยละ 37.46 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศที่ร้อยละ 42.50 อาจารย์ที่ดำรงตำแหน่งทางวิชาการในระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์รวมกันเพียงร้อยละ 43.89 ทักษะด้านภาษาต่างประเทศและภาษาอังกฤษของบุคลากรบางส่วนยังจำกัด ส่งผลต่อการพัฒนาหลักสูตรนานาชาติและการเผยแพร่ผลงานวิจัยในระดับสากล ปัญหาเหล่านี้กระทบต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการสร้างความเป็นสากลให้กับสถาบัน2. ข้อจำกัดด้านทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล บุคลากรของมหาวิทยาลัยยังมีข้อจำกัดด้านทักษะดิจิทัลและการปรับตัวต่อเทคโนโลยีใหม่ โดยมีบุคลากรกว่าร้อยละ 40 ที่มีระดับทักษะดิจิทัลต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด โดยเฉพาะบุคลากรที่มีอายุเฉลี่ยสูงกว่า 45 ปี การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเรียนรู้สมัยใหม่ในการจัดการเรียนการสอนมีเพียงร้อยละ 50 ของรายวิชาทั้งหมด การจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน (Blended Learning) มีเพียงร้อยละ 30 ข้อจำกัดเหล่านี้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนในยุคดิจิทัลและการเตรียมนักศึกษาให้พร้อมสำหรับโลกการทำงานในอนาคต3. ระบบการวิจัยที่ยังไม่เข้มแข็ง การพัฒนาด้านการวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยยังมีข้อจำกัดหลายประการ อาจารย์ร้อยละ 45 ไม่มีผลงานวิจัยในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา และมีเพียงร้อยละ 25 ที่มีผลงานวิจัยอย่างต่อเนื่องทุกปี การบูรณาการงานวิจัยกับการเรียนการสอนยังไม่เป็นระบบและต่อเนื่อง มีรายวิชาเพียงร้อยละ 48 ที่มีการบูรณาการงานวิจัยหรือนวัตกรรมอย่างชัดเจน งบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาคิดเป็นเพียงร้อยละ 5.8 ของงบประมาณทั้งหมด ซึ่งไม่เพียงพอต่อการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพสูงและตอบสนองต่อความต้องการของพื้นที่4. ระบบบริหารจัดการที่ต้องปรับปรุง มหาวิทยาลัยยังคงใช้ระบบบริหารงบประมาณที่เน้นการจัดสรรตามประเภทรายการ (Line-item Budgeting) มากกว่าการมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ ทำให้การใช้จ่ายงบประมาณไม่สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์อย่างเต็มที่ พึ่งพางบประมาณแผ่นดินในสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 73 ขณะที่รายได้จากแหล่งอื่นเพียงร้อยละ 27 แหล่งรายได้ที่หลากหลายยังมีน้อย โครงสร้างองค์กรบางส่วนมีความซ้ำซ้อนและขาดความคล่องตัวในการดำเนินงาน ระบบการติดตามและประเมินผลยังคงให้ความสำคัญกับการเบิกจ่ายงบประมาณมากกว่าการวัดผลลัพธ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงโอกาส (Opportunities)1. นโยบายและงบประมาณสนับสนุนพิเศษ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ระยะ 20 ปี (2560-2579) พร้อมงบประมาณสนับสนุนโครงการพัฒนาเฉลี่ย 18,000 ล้านบาทต่อปี ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สนับสนุนทุนการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่เพื่อเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย นโยบาย BCG Economy ที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปีเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 และแผนพัฒนากำลังคนของประเทศให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแห่งอนาคตและการศึกษาตลอดชีวิต2. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์เปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยขยายการเข้าถึงการศึกษาไปยังพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ชายแดนใต้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 65 ในปี 2563
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568184เป็นร้อยละ 85 ในปี 2567 การใช้สมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 92 ของประชากร สถานการณ์โควิด-19 เร่งให้เกิดการยอมรับการเรียนรู้แบบออนไลน์และผสมผสาน (Blended Learning) มากขึ้น งบประมาณการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในพื้นที่ห่างไกลในช่วงปี 2566-2570 มีมูลค่ารวม 8,500 ล้านบาท3. ความร่วมมือระหว่างประเทศ การขยายตัวของความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรมในกลุ่มประเทศอาเซียนตอนใต้ โดยเฉพาะไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องร้อยละ 30 ต่อปี มีทุนการศึกษาและโครงการความร่วมมือที่สนับสนุนโดยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของทั้งสามประเทศกว่า 50 โครงการในปี 2566 การค้าชายแดนไทย-มาเลเซียมีมูลค่า 285,000 ล้านบาทต่อปีและมีแนวโน้มเติบโตร้อยละ 10 ต่อปี ตลาดสินค้าฮาลาลโลกมีมูลค่า 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐและเติบโตร้อยละ15 ต่อปี องค์กรระหว่างประเทศ เช่น UNESCO, UNICEF และ British Council ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 500 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนโครงการด้านการศึกษาและการส่งเสริมความเข้าใจข้ามวัฒนธรรมในพื้นที่4. การพัฒนาเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนและการเชื่อมโยงกับประเทศมาเลเซียสร้างความต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง ผลการสำรวจตลาดแรงงานในปี 2567 พบว่ามีความต้องการแรงงานทักษะสูงในอุตสาหกรรมฮาลาล การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตร และเทคโนโลยีดิจิทัลกว่า 5,000 อัตราต่อปี แต่มีผู้จบการศึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการเพียง 2,500 คนต่อปี การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) ที่จะเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษา เศรษฐกิจของไทยมีการเติบโตในโมเดล BCG เป็นวาระแห่งชาติในปี 2564 พร้อมงบประมาณกว่า 10,000 ล้านบาทสำหรับโครงการตามโมเดล BCGอุปสรรค (Threats)1. ความไม่แน่นอนด้านความมั่นคง แม้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ความไม่แน่นอนยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาในทุกมิติ ในช่วงปี 2561-2565 ยังมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นเฉลี่ย 140 ครั้งต่อปี ส่งผลกระทบต่อการลงทุน การท่องเที่ยว และการพัฒนาเศรษฐกิจ ข้อจำกัดในการจัดกิจกรรมนอกพื้นที่ การศึกษาดูงาน และการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากร ส่งผลต่อคุณภาพการพัฒนาทักษะที่จำเป็น ภาพลักษณ์ของพื้นที่ที่ยังถูกมองว่ามีความเสี่ยงด้านความมั่นคงส่งผลต่อการสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชนและองค์กรระหว่างประเทศ การดึงดูดบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญจากภายนอกมาร่วมพัฒนาท้องถิ่นเป็นไปได้ยากขึ้น2. การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในระบบอุดมศึกษา การแข่งขันในระบบอุดมศึกษาทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งจากสถาบันการศึกษาในประเทศและต่างประเทศที่เข้ามาเปิดวิทยาเขตหรือเสนอหลักสูตรออนไลน์ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัยและมีอัตราการเกิดที่ลดลง จำนวนประชากรวัยเรียนระดับอุดมศึกษา (อายุ 18-22 ปี) ลดลงจาก 4.2 ล้านคนในปี 2553 เหลือประมาณ 3.6 ล้านคนในปี 2565 สถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยมีมากกว่า 300 แห่ง ทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงในการรับนักศึกษา การขยายตัวของมหาวิทยาลัยต่างประเทศที่เข้ามาเปิดสาขาในไทยและหลักสูตรออนไลน์จากสถาบันชั้นนำทั่วโลก ส่งผลให้ทางเลือกการศึกษาของผู้เรียนหลากหลายขึ้น มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาจำนวนนักศึกษาให้เป็นไปตามเป้าหมาย3. ภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงาน ภาวะทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดแรงงานเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนากำลังคนและการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในพื้นที่
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568185เศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพียงร้อยละ 2.5 ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2561-2565) และได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 เศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพียงร้อยละ1.8 ต่อปี ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดแรงงานจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Digital Disruption) ทำให้ความต้องการแรงงานในบางสาขาวิชาชีพลดลงและเกิดความต้องการทักษะใหม่ๆ อัตราการมีงานทำของบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เฉลี่ยเพียงร้อยละ 65 ภายใน 1ปีหลังสำเร็จการศึกษา4. ข้อจำกัดด้านงบประมาณและทรัพยากร แนวโน้มการลดลงของงบประมาณและทรัพยากรในระบบอุดมศึกษาส่งผลกระทบต่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการ งบประมาณด้านการอุดมศึกษาของประเทศมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการจัดสรรงบประมาณตามผลการดำเนินงาน (Performance-Based Budgeting) ทำให้มหาวิทยาลัยขนาดเล็กและมหาวิทยาลัยในพื้นที่ห่างไกลเสียเปรียบในการแข่งขัน ต้นทุนการพัฒนาเทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการสมัยใหม่กลับมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเกษียณของบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในช่วง 5 ปีข้างหน้าถึง 28 คน คิดเป็นร้อยละ 19.7 ของอาจารย์ทั้งหมด ในขณะที่การรับอาจารย์ใหม่ถูกจำกัดด้วยนโยบายการปรับลดอัตรากำลังภาครัฐและข้อจำกัดด้านงบประมาณ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568186
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568187ความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติยุทธศาสตร์ที่ 1 ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์/วิธีการ2. การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงเพื่อแก้ไขปัญหาเดิมที่มีอยู่อย่างตรงประเด็นจนหมดไปอย่างรวดเร็ว และป้องกันไม่ให้ปัญหาใหม่เกิดขึ้นอันจะส่งผลให้การบริหารจัดการและการพัฒนาประเทศในทุก ๆ ด้าน ดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่นตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน2.3 การสร้างความปลอดภัยและความสันติสุขอย่างถาวรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ปัญหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการแก้ไขจนเกิดความสงบและสันติสุขอย่างยั่งยืน ประชาชนในพื้นที่มีความปลอดภัยทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม รวมทั้งได้รับการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกันกับภาคอื่น ๆ โดยยกระดับการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงอย่างมีเอกภาพ ครอบคลุมทุกพื้นที่และทุกกลุ่มเป้าหมาย มีการบูรณาการความเชื่อมโยงระหว่างประเด็นเชิงยุทธศาสตร์และเชิงพื้นที่ แผนการดำเนินงาน การลงมือปฏิบัติ ตลอดถึงการติดตาม ประเมิน และรายงานผลอย่างสอดคล้องต่อเนื่องกันทุกระดับ ส่งเสริมและอำนวยความยุติธรรม ประสิทธิภาพในการเข้าแก้ปัญหา สภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดความรุนแรง รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคประชาสังคมในพื้นที่อย่างเหมาะสม มุ่งเน้นการขจัดปัญหาความขัดแย้งและความไม่เป็นธรรมให้ได้อย่างจริงจังและถาวร ส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมในพื้นที่ให้เข้มแข็งจนเป็นพลังสำคัญในการปกป้องและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ รวมไปถึงการพูดคุยกันอย่างเป็นมิตรผลักดันให้มีการยึดถือคำสอนที่ถูกต้องของศาสนามาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต พร้อมดูแลและป้องกันมิให้มีการบิดเบือนคำสอนของศาสนาไปในทางที่ไม่ถูกต้อง อันจะนำไปสู่การปฏิบัติที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน และความมั่นคงของประเทศ มีการส่งเสริมให้ภาคประชาสังคมร่วมมือกับภาครัฐในการพัฒนาพื้นที่อย่างเข้มแข็ง ต่อเนื่อง และสอดคล้องกับความต้องการของทุกกลุ่มประชาชนโดยเฉพาะเยาวชน ตามยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งศาสตร์พระราชา รวมถึงการสร้างเสริมโอกาสในการเข้าถึงการบริการต่าง ๆ ของรัฐให้ทัดเทียมกับภูมิภาคอื่น ๆ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568188ยุทธศาสตร์ที่ 2 ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์/วิธีการ4. โครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมไทย เชื่อมโลกโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศไทยในการเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน และเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญของภูมิภาคเอเชีย ในยุคของการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและรุนแรง โครงสร้างพื้นฐานจะครอบคลุมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพในด้านโครงข่ายคมนาคม พื้นที่และเมือง รวมถึงเทคโนโลยีตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดต้นทุนในการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ เงินทุน บุคลากร และเชื่อมโยงประเทศไทยกับประชาคมโลก4.4 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสมัยใหม่ สนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศในการร่วมสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมจากภาคเอกชน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานวิจัยหรือมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก เพื่อสร้างและถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานและเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้จริง ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทั้งในภาครัฐและเอกชน พร้อมทั้งการสร้างระเบียงทางด่วนดิจิทัล และเสริมสร้างความรู้และโอกาสในการเข้าถึงโครงข่ายบรอดแบรนด์หลากรูปแบบตามความเหมาะสมของพื้นที่ โดยมีรูปแบบการเชื่อมโยงด้านดิจิทัลที่เป็นมาตรฐานเดียวกันในระดับสากลทั้ง ภาครัฐและเอกชน รวมถึงการวางกรอบในการจัดการทรัพยากรคลื่นความถี่ให้เพียงพอรองรับบริการที่มีคุณภาพในราคาที่ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ มีการสนับสนุนธุรกิจแบบแพลตฟอร์ม ที่ทำให้เกิดการสร้างงานบริการในโลกดิจิทัลใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงานบริการและบริหารของภาครัฐและเอกชน และสร้างความมั่นคงในการเชื่อมโยงเครือข่ายดิจิทัลเชื่อมต่อกับโลก และการสนับสนุนและเร่งรัดการนำวิทยาศาสตร์ ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ การออกแบบที่คำนึงถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง มาใช้ในภาคการผลิตและบริการ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในรูปแบบที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลหลากหลายแหล่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการเพิ่มศักยภาพคนในสังคมด้วยการเข้าถึงความรู้ เครื่องมือบนพื้นฐานของธรรมาภิบาลข้อมูล ซึ่งครอบคลุมความปลอดภัยไซเบอร์ ความมีจริยธรรม และการไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล รวมทั้งการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน โดยการจัดหาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน บริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพและมีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม มีราคาที่เหมาะสมและการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้พลังงานในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนภาคการผลิต บริการ และการขนส่ง รวมทั้งส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือกในสัดส่วนที่มากขึ้น
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568189ประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์/วิธีการตลอดจนพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ สร้างและรวบรวมผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้ง ในมหาวิทยาลัย และ หน่วยงานวิจัยผ่านการสร้างแรงจูงใจต่าง ๆ เพื่อให้มีความพร้อมกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงใน อนาคต รวมทั้งการสร้างผลงานที่ช่วยให้ผู้ประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างเต็มที่ยุทธศาสตร์ที่ 3 ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์/วิธีการ2. การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต มุ่งเน้นการพัฒนาคนเชิงคุณภาพในทุกช่วงวัยตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์ ปฐมวัย วัยเด็ก วัยรุ่น วัยเรียน วัยผู้ใหญ่ วัยแรงงาน และวัยผู้สูงอายุ เพื่อสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพ มีทักษะความรู้ เป็นคนดี มีวินัย เรียนรู้ได้ด้วยตนเองในทุกช่วงวัย มีความรอบรู้ทางการเงิน มีความสามารถในการวางแผนชีวิตและการวางแผนทางการเงินที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย และความสามารถในการดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่า รวมถึงการพัฒนาและปรับทัศนคติให้คนทุกช่วงวัยที่เคยกระทำผิดได้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างสงบสุขและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ2.2 ช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น ปลูกฝังความเป็นคนดีมีวินัยพัฒนาทักษะความสามารถการเรียนรู้ที่สอดรับกับทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน มีภูมิคุ้มกันต่อปัญหาหรืออาชญากรรมต่างๆ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถในการทํางานร่วมกับผู้อื่น มีความยืดหยุ่นทางความคิด รวมถึงทักษะด้านภาษา ศิลปะ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี และได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพสอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดและความสนใจรวมถึงการวางพื้นฐานการเรียนรู้เพื่อการวางแผนชีวิตและวางแผนทางการเงินที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัยและนําไปปฏิบัติได้ ตลอดจนการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เชื่อมต่อกับโลกการทํางาน รวมถึงทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ มีทักษะชีวิต สามารถอยู่ร่วมและทํางานกับผู้อื่นได้ภายใต้สังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรม 2.3 ช่วงวัยแรงงาน ยกระดับศักยภาพ ทักษะ และสมรรถนะแรงงานอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับความสามารถเฉพาะบุคคล และความต้องการของตลาดแรงงาน มีการทํางานตามหลักการทํางานที่มีคุณค่าเพื่อสร้างผลิตภาพเพิ่มให้กับประเทศ มีวัฒนธรรมการทํางานที่พึงประสงค์มีความรู้ความเข้าใจและมีทักษะทางการเงิน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการเงินของตนเองและครอบครัว มีการวางแผน
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568190ประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์/วิธีการทางการเงินและมีการออม การรับผิดชอบของพ่อแม่ ต่อครอบครัว มีการพัฒนาระบบการเรียนรู้ และการอํานวยความสะดวกด้านความรู้เพื่อพัฒนาความรู้ แรงงานฝีมือ ความชํานาญพิเศษ การเป็นผู้ประกอบการใหม่ และการพัฒนาต่อยอดความรู้ในการสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ รวมทั้งมาตรการขยายอายุการทํางาน2.4 ช่วงวัยผู้สูงอายุส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเป็นพลัง ในการขับเคลื่อนประเทศ ส่งเสริมให้มีการทํางานหลังเกษียณ ผ่านการเสริมทักษะการดํารงชีวิต ทักษะอาชีพในการหารายได้ มีงานทําที่เหมาะสมกับศักยภาพ มีการสร้างเสริมสุขภาพ ฟื้นฟูสุขภาพ การป้องกันโรคให้แก่ ผู้สูงอายุพร้อมกับจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ และหลักประกันทางสังคมที่สอดคล้องกับความจําเป็นพื้นฐานในการดํารงชีวิตการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในสังคม 3. การปฏิรูปการเรียนรู้แบบพลิกโฉมโดยการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งเน้นผู้เรียนให้มีทักษะการเรียนรู้และมีใจใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาและการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต การสร้างความตื่นตัวให้คนไทยตระหนักถึงบทบาท ความรับผิดชอบ และการวางตำแหน่งของประเทศไทยในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์และประชาคมโลก การวางพื้นฐานระบบรองรับการเรียนรู้โดยใช้ดิจิตอลแพลตฟอร์ม และการสร้างระบบการศึกษาเพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ 3.1 การปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้ให้เอื้อต่อการพัฒนาทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 โดยออกแบบกระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับชั้นอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษาที่มุ่งเน้นการใช้ฐานความรู้และระบบคิดในลักษณะสหวิทยาการ อาทิ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการตั้งคำถาม ความเข้าใจและความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์ และการคิดเพื่อหาทางแก้ปัญหา ความรู้และทักษะทางศิลปะ และความรู้ด้านคณิตศาสตร์และระบบคิดของเหตุผลและการหาความสัมพันธ์ การพัฒนาระบบการเรียนรู้เชิงบูรณาการที่เน้นการลงมือปฏิบัติ มีการสะท้อนความคิด/ทบทวนไตร่ตรอง การสร้างผู้เรียนให้สามารถกำกับการเรียนรู้ของตนได้ การหล่อหลอมทักษะการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ที่ผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการสร้างรายได้หลายช่องทางรวมทั้งการเรียนรู้ด้านวิชาชีพและทักษะชีวิต3.4 การพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเน้นการจัดระบบการศึกษาและระบบฝึกอบรมบนฐานสมรรถนะที่มีคุณภาพสูงและยืดหยุ่นผ่านการพัฒนากลไกต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาการศึกษาออนไลน์แบบ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568191ประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์/วิธีการเปิด การพัฒนาระบบการเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะความรู้ดิจิทัล การมีระบบเทียบโอนประสบการณ์ ระบบธนาคารหน่วยกิต มาตรการจูงใจให้คนเข้าสู่การยกระดับทักษะ การให้สถานประกอบการเพิ่มผลิตภาพแรงงานผ่านการพัฒนาความสามารถทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่องภายใต้กรอบคุณวุฒิวิชาชีพ นอกจากนี้ ต้องพัฒนาระบบการเรียนรู้ในชุมชนให้เข้าถึงความรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลาปรับปรุงแหล่งเรียนรู้ในชุมชนให้เป็นพื้นที่เรียนรู้เชิงสร้างสรรค์และมีชีวิต รวมถึงการเรียนรู้และทบทวนทักษะพื้นฐาน ได้แก่ การอ่านออก-เขียนได้-คิดเลขเป็น โดยระดมทรัพยากรจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคม การพัฒนาทัศนคติและแรงบันดาลใจที่อยากเรียนรู้ การสร้างนิสัยใฝ่เรียนรู้ และให้ผู้เรียนได้ตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว รวมทั้งนำความรู้ไปพัฒนาต่อยอดหรือประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้3.7 การสร้างระบบการศึกษาเพื่อเป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ โดยเน้นการเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญและมีความโดดเด่นเฉพาะสาขาสู่ระดับนานาชาติ ในการให้บริการทางการศึกษา วิชาการ และการพัฒนาสมรรถนะแรงงาน ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาเพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางวิชาการ เป็นศูนย์ฝึกอบรม และศูนย์ทดสอบสมรรถนะในระดับภูมิภาคยุทธศาสตร์ที่ 4 ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์/วิธีการ1. การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในทุกมิติ1.7 สร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการการศึกษาโดยเฉพาะสำหรับผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มผู้ด้อยโอกาส โดยในด้านการศึกษาเน้นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพที่เป็นมาตรฐานเสมอกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารและยากจน และกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ การจัดให้มีมาตรการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การสนับสนุนกลไกความ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568192ประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์/วิธีการร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อพัฒนาการศึกษาในระดับจังหวัด การใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ความรู้และนวัตกรรมของคนทุกกลุ่มรวมถึงระบบการติดตามสนับสนุนและประเมินผลเพื่อสร้างหลักประกันสิทธิการได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพของประชาชนยุทธศาสตร์ที่ 6 ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์/วิธีการ1. ภาครัฐที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตอบสนองความต้องการ และให้บริการอย่างสะดวกรวดเร็ว โปร่งใส หน่วยงานของรัฐต้องร่วมมือและช่วยเหลือกันในการปฏิบัติหน้าที่มีระบบการบริหารจัดการที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพมีความโปร่งใส ให้การบริหารราชการแผ่นดินทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และงานของรัฐอย่างอื่นให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชน1.1 การ ให ้บริการสาธารณะของภาครัฐได้ มาตรฐานสากลและเป็นระดับแนวหน้าของภูมิภาค ปรับรูปแบบและวิธีการดำเนินการของภาครัฐมีลักษณะที่เบ็ดเสร็จครบวงจร และหลากหลายรูปแบบตามความต้องการของผู้รับบริการ มีความร่วมมือกับภาคีอื่น ๆ พร้อมทั้งปรับปรุงกลไกการปฏิบัติงานของภาครัฐให้มีลักษณะบูรณาการ สามารถส่งเสริมภารกิจของภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะการปรับปรุงบทบาทและกลไกภาครัฐให้เป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการประกอบการ การกำหนดกฎระเบียบที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจภาคเอกชนทุกขนาดสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะยาว1.2 ภาครัฐมีความเชื่อมโยงในการให้บริการสาธารณะต่าง ๆ ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ มีระบบการบริหารจัดการข้อมูลที่มีความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานและแหล่งข้อมูลต่าง ๆ นำไปสู่การวิเคราะห์การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อการพัฒนานโยบายและการให้บริการภาครัฐ มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการสาธารณะตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ เพื่อให้สามารถติดต่อราชการได้โดยง่าย รวดเร็ว โปร่งใส เสียค่าใช้จ่ายน้อยและตรวจสอบได้4. ภาครัฐมีความทันสมัย ภาครัฐมีความทันสมัย ทันการเปลี่ยนแปลง และมีขีดสมรรถนะสูง สามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีความคุ้มค่า เทียบได้กับมาตรฐานสากล สามารถรองรับกับสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติงานที่มีความ4.2 พัฒนาและปรับระบบวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย โดยมีการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการที่ตั้งอยู่บนข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์ มีความโปร่งใสยืดหยุ่นและคล่องตัวสูง นำนวัตกรรม เทคโนโลยี ข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบการ
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568193ประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์/วิธีการหลากหลายซับซ้อนมากขึ้น และทันการเปลี่ยนแปลงในอนาคตทำงานที่เป็นดิจิทัล มาใช้ในการบริหารและการตัดสินใจ รวมทั้งนำองค์ความรู้ในแบบสหสาขาวิชาเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างคุณค่าและแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศในการตอบสนองกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ อย่างทันเวลา พร้อมทั้งมีการจัดการความรู้และถ่ายทอดความรู้อย่างเป็นระบบเพื่อพัฒนาภาครัฐให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้5. บุคลากรภาครัฐเป็นคนดีและเก่ง ยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึก มีความสามารถสูง มุ่งมั่น และเป็นมืออาชีพ ในการปฏิบัติหน้าที่ขับเคลื่อนภารกิจยุทธศาสตร์ชาติ โดยภาครัฐมีกำลังคนที่เหมาะสมทั้งปริมาณและคุณภาพ มีระบบบริหารจัดการและพัฒนาบุคลากรให้สามารถสนองความต้องการในการปฏิบัติงาน มีความก้าวหน้าในอาชีพ สามารถจูงใจให้คนดีคนเก่งทำงานในภาครัฐ มีระบบการพัฒนาขีดความสามารถบุคลากรภาครัฐให้มีสมรรถนะใหม่ๆ สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงบริบทการพัฒนา มีการเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม การปรับเปลี่ยนแนวคิดให้การปฏิบัติราชการเป็นมืออาชีพ มีจิตบริการ ทำงานในเชิงรุกและมองไปข้างหน้า สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคส่วนอื่นได้อย่างเป็นรูปธรรม5.1 ภาครัฐมีการบริหารกำลังคนที่มีความคล่องตัว ยึดระบบคุณธรรม เพิ่มความยืดหยุ่นคล่องตัวให้กับหน่วยงานภาครัฐในการบริหารทรัพยากรบุคคลในทุกขั้นตอนควบคู่ไปกับการเสริมสร้างประสิทธิภาพและคุณภาพภายใต้หลักระบบคุณธรรม ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกลไกการวางแผนกำลังคน รูปแบบการจ้างงาน การสรรหา การคัดเลือก การแต่งตั้ง เพื่อเอื้อให้เกิดการหมุนเวียน ถ่ายเทแลกเปลี่ยน และโยกย้ายบุคลากรคุณภาพในหลากหลายระดับระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ของประเทศได้อย่างคล่องตัว รวมทั้งทบทวนและปรับเปลี่ยนระบบค่าตอบแทนที่เป็นธรรม มีมาตรฐาน เหมาะสมสอดคล้องกับภาระงาน5.2 บุคลากรภาครัฐยึดค่านิยมในการทำงานเพื่อประชาชน มีคุณธรรม และมีการพัฒนาตามเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ พัฒนาขีดความสามารถบุคลากรภาครัฐและวางการทำงานและสร้างค่านิยมในการปฏิบัติงานเพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคส่วนอื่นได้อย่างเป็นรูปธรรม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาวะผู้นำในทุกระดับให้มีขีดสมรรถนะสูง มีความรับผิดชอบ และมีความเป็นมืออาชีพ เป็นทั้งผู้นำทางความรู้และความคิดผลักดันภารกิจ นำการเปลี่ยนแปลง พัฒนา นโยบายและยุทธศาสตร์ เป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้ร่วมงานและต่อสังคม โดยมีการสร้างผู้นำทางยุทธศาสตร์ในหน่วยงานภาครัฐทุกระดับอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบเพื่อรองรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว 6. ภาครัฐมีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทุกภาคส่วนร่วมต่อต้านการทุจริตภาครัฐมีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล6.2 บุคลากรภาครัฐยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต กำหนดให้เจ้าพนักงานของรัฐต้องยึดถือแนวทางปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม หลัก
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568194ประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์/วิธีการและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในทุกระดับโดยเฉพาะการสร้างวัฒนธรรมแยกแยะประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมของบุคลากรปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และหลีกเลี่ยงการขัดกันระหว่างประโยชน์บุคคลและประโยชน์ส่วนรวม รวมทั้งยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ โดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง จะต้องเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปโดยเร็ว
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568195
แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2569-2575) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2568196