แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1
สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหสั วิชา ค 12101
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 การคณู เรือ่ ง ทดสอบก่อนเรยี น เวลา 1 ชัว่ โมง
วันท่.ี .1.... เดือน.....พฤศจิกายน.. พ.ศ. ...2565... ครผู ้สู อน.......นางภษู ิดา ปานดำ.....
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลทเี่ กิดขึน้ จากการดำเนินการ สมบตั ิของการดำเนินการ และการนำไปใช้
2. ตัวช้ีวดั ช้ันปี
หาค่าของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการคณู ของจำนวน 1 หลกั กบั จำนวนไม่เกนิ
2 หลัก (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. หาผลคณู ในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน 1 หลกั กับจำนวนไมเ่ กิน 2 หลัก (K)
2. หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการคณู ของจำนวน 1 หลักกบั จำนวนไมเ่ กิน
2 หลกั (K)
3. แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาการคูณ (K)
4. สร้างโจทยป์ ญั หาการคูณ (K)
5. มีความสามารถในการแก้ปญั หา (P)
6. มคี วามสามารถในการส่ือสาร สอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ (P)
7. มีความสามารถในเชื่อมโยงความรูท้ างคณติ ศาสตร์ (P)
8. มีความสามารถในการให้เหตผุ ล (P)
9. มคี วามสามารถในการคดิ สรา้ งสรรค์ (P)
10. มีความมุมานะในการทำความเขา้ ใจปัญหาและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ (A)
11. มีระเบยี บวนิ ัยในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. มีความสามารถในการแก้ปญั หา
2. มคี วามสามารถในการส่อื สาร
3. มีความสามารถในการคดิ สรา้ งสรรค์
5. สาระสำคญั
1. สง่ิ ต่าง ๆ ท่ีจดั เปน็ กลุ่มหรือเป็นแถวท่ีแตล่ ะกลุม่ หรอื แต่ละแถวมีจำนวนสมาชิกเทา่ กันสามารถ
เขยี นในรปู การคูณของจำนวนสองจำนวน คอื จำนวนกลมุ่ หรือจำนวนแถวคูณกบั จำนวนสมาชกิ ในแตล่ ะกลุ่ม
หรือจำนวนสมาชิกในแตล่ ะแถว ผลคณู ของจำนวนสองจำนวนนั้น คือ จำนวนสมาชกิ ทงั้ หมด
2. จำนวนใดคณู กบั 1 ผลคูณเทา่ กับจำนวนนนั้ และจำนวนใดคณู กับ 0 ผลคูณเท่ากบั 0
3. การคูณจำนวน 1 หลกั กบั จำนวน 1 หลัก หาผลคณู โดยใช้สูตรคณู แม่ 2 แม่ 3 แม่ 4 แม่ 5 แม่ 6
แม่ 7 แม่ 8 หรอื แม่ 9
4. จำนวน 1 หลัก คณู กบั 10 20 30 40 50 60 70 80 90 หาผลคณู โดยนำจำนวน 1 หลักน้ันคูณ
กับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ตามลำดบั แล้วเติม 0 ตอ่ ทา้ ย
5. การหาผลคูณของจำนวน 1 หลกั กบั จำนวน 2 หลกั โดยการตั้งคูณ ตอ้ งคูณในหลกั หน่วยก่อน แลว้
คณู ในหลกั สบิ ถ้าผลคณู ในหลักใดครบสบิ หรือมากกวา่ สิบ ใหท้ ดจำนวนทค่ี รบสบิ ไปหลักถดั ไปทางซ้าย
6. ความรสู้ ึกเชิงจำนวนเก่ียวกบั การคูณเปน็ การบอกวา่ ผลคูณของจำนวนสองจำนวนใดมีค่า มากกว่า
กนั น้อยกว่ากนั หรือเท่ากนั โดยไมต่ ้องหาผลคณู ของสองจำนวนนน้ั
7. การหาค่าของตวั ไมท่ ราบค่าในประโยคสัญลักษณ์การคูณ อาจใชส้ ูตรคูณ
8. การแกโ้ จทยป์ ญั หาทำไดโ้ ดยอ่านทำความเข้าใจปัญหา วางแผนแกป้ ญั หาหาคำตอบ แลตรวจสอบ
ความสมเหตุสมผลของคำตอบ
9. การสร้างโจทย์ปัญหาต้องมที ้ังส่วนทีโ่ จทย์บอกและสว่ นทีโ่ จทย์ถาม นอกจากนี้โจทย์ปัญหา
ทีส่ รา้ งต้องมีความเป็นไปได้
6. สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของการคูณ การหาผลคณู
2. การแกโ้ จทยป์ ญั หาและการสรา้ งโจทยป์ ัญหา พร้อมทัง้ หาคำตอบ
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ให้นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น โดยใช้แบบทดสอบเรื่องการคณู เพื่อตรวจสอบพื้นฐานของ
นกั เรียน
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
แบบทดสอบเรื่องการคูณ
9. การวดั และประเมินผล
9.1 การวัดผล
วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบเร่ืองการคูณ แบบทดสอบเร่ืองการคูณ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล รายบุคคล
9.2 การประเมินผล
ประเด็นการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
4 32 1
1. เกณฑ์การ (ดมี าก) (ตอ้ งปรบั ปรุง)
ประเมนิ การ ทำแบบทดสอบได้ (ด)ี (กำลังพัฒนา) ทำแบบทดสอบได้
ทำแบบ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องตำ่ กวา่
ทดสอบ 90 ข้นึ ไป ทำแบบทดสอบได้ ทำแบบทดสอบได้ ร้อยละ 60
2. เกณฑ์การ
ประเมินความ ทำความเข้าใจ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ ทำความเข้าใจ
สามารถในการ ปัญหา คดิ วิเคราะห์ ปญั หา คดิ วเิ คราะห์
แกป้ ญั หา วางแผนแกป้ ญั หา 80 - 89 60 - 79 มรี ่องรอยของการ
และเลอื กใช้วิธีการ วางแผนแก้ปญั หา
ทีเ่ หมาะสม โดย ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ แต่ไมส่ ำเร็จ
คำนึงถึงความ ปัญหา คดิ วเิ คราะห์ ปัญหา คดิ วิเคราะห์
สมเหตสุ มผลของ วางแผนแก้ปัญหา วางแผนแกป้ ัญหา
คำตอบพรอ้ มทั้ง และเลือกใชว้ ิธกี าร และเลอื กใช้วิธีการ
ทเี่ หมาะสม แต่ ไดบ้ างส่วน คำตอบ
ความสมเหตสุ มผล ที่ได้ยังไม่มีความ
ของคำตอบยงั ไมด่ ี สมเหตสุ มผล และ
ประเดน็ การ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมิน
4 32 1
3. เกณฑ์การ (ดมี าก) (ต้องปรบั ปรุง)
ประเมินความ ตรวจสอบความ (ด)ี (กำลงั พัฒนา)
สามารถในการ ถกู ต้องได้ ใช้รปู ภาษา และ
สอ่ื สาร สอื่ ใชร้ ปู ภาษา และ พอ และตรวจสอบ ไมม่ ีการตรวจสอบ สัญลกั ษณ์ทาง
ความหมาย สญั ลักษณท์ าง คณติ ศาสตร์ในการ
ทาง คณิตศาสตร์ในการ ความถกู ตอ้ งไม่ได้ ความถูกตอ้ ง สอื่ สาร
คณิตศาสตร์ สอ่ื สาร สื่อความหมาย
สอื่ ความหมาย ใชร้ ูป ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ สรุปผล และ
4. เกณฑ์การ สรุปผล และ นำเสนอไม่ได้
ประเมินความ นำเสนอได้อย่าง สญั ลักษณท์ าง สญั ลักษณ์ทาง
สามารถในการ ถูกต้อง ชดั เจน ใชค้ วามร้ทู าง
เชอ่ื มโยง คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์เป็น
ใชค้ วามรทู้ าง เครอ่ื งมอื ในการ
5. เกณฑ์การ คณิตศาสตร์เป็น สือ่ สาร สื่อสาร เรียนรูค้ ณิตศาสตร์
ประเมินความ เครือ่ งมือในการ เน้อื หาตา่ ง ๆ หรือ
สามารถในการ เรียนรคู้ ณิตศาสตร์ สอื่ ความหมาย สอ่ื ความหมาย ศาสตร์อ่ืน ๆ และ
ให้เหตผุ ล เน้อื หาต่าง ๆ หรอื นำไปใชใ้ นชีวิตจรงิ
ศาสตรอ์ ่ืน ๆ และ สรปุ ผล และ สรุปผล และ
นำไปใช้ในชวี ิตจริง รับฟงั และให้เหตผุ ล
ไดอ้ ยา่ งสอดคลอ้ ง นำเสนอได้ถกู ต้อง นำเสนอได้ถูกต้อง สนับสนุน หรอื
เหมาะสม โต้แยง้ ไม่ได้
รบั ฟงั และให้เหตผุ ล แต่ขาดรายละเอยี ด บางส่วน
สนับสนุนหรอื
โต้แยง้ เพอ่ื นำไปสู่ ท่สี มบรู ณ์
การสรปุ โดยมี
ข้อเท็จจริงทาง ใชค้ วามรู้ทาง ใชค้ วามรทู้ าง
คณติ ศาสตรร์ องรับ
ไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์ คณติ ศาสตรเ์ ป็น คณติ ศาสตรเ์ ป็น
เคร่อื งมอื ในการ เครอื่ งมอื ในการ
เรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ เรียนรู้คณิตศาสตร์
เน้ือหาตา่ ง ๆ หรือ เน้อื หาตา่ ง ๆ หรือ
ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ ศาสตร์อ่ืน ๆ และ
นำไปใช้ในชวี ติ จรงิ นำไปใชใ้ นชีวติ จรงิ
ได้บางสว่ น
รับฟงั และให้เหตผุ ล รบั ฟงั และให้เหตผุ ล
สนับสนนุ หรือ สนับสนนุ หรอื
โต้แยง้ เพื่อนำไปสู่ โต้แย้ง แตไ่ ม่
การสรุปโดยมี นำไปสู่การสรปุ ที่มี
ข้อเท็จจรงิ ทาง ข้อเทจ็ จรงิ ทาง
คณิตศาสตรร์ องรบั คณติ ศาสตร์รองรับ
ได้บางส่วน
ประเดน็ การ 4 ระดับคุณภาพ 1
ประเมิน (ดีมาก) 32 (ตอ้ งปรบั ปรุง)
(ดี) (กำลังพัฒนา) ขยายแนวคดิ ท่ีมอี ยู่
6. เกณฑ์การ ขยายแนวคดิ ที่มีอยู่ ขยายแนวคดิ ท่ีมอี ยู่ ขยายแนวคิดท่ีมอี ยู่ เดมิ ไม่ได้ สร้าง
เดมิ หรือสรา้ ง เดิมได้ แต่สรา้ ง แนวคดิ ใหมเ่ พ่ือ
ประเมนิ ความ เดิม หรอื สรา้ ง แนวคดิ ใหมเ่ พื่อ แนวคดิ ใหมเ่ พื่อ ปรบั ปรุงพัฒนาองค์
ปรบั ปรุงพัฒนาองค์ ปรบั ปรงุ พัฒนาองค์ ความรไู้ ม่ได้
สามารถในการ แนวคิดใหมเ่ พือ่ ความรู้ได้แตไ่ ม่ ความรู้ไม่ได้
สมบรู ณ์ ไม่มีความตง้ั ใจและ
คดิ สร้างสรรค์ ปรบั ปรุงพัฒนาองค์ มคี วามตั้งใจและ มีความต้ังใจและ พยายามในการทำ
พยายามในการทำ พยายามในการทำ ความเขา้ ใจปัญหา
ความรูไ้ ด้อยา่ ง ความเขา้ ใจปัญหา ความเขา้ ใจปัญหา และแกป้ ัญหาทาง
และแกป้ ัญหาทาง และแกป้ ัญหาทาง คณิตศาสตร์ ไมม่ ี
สมบูรณ์ คณติ ศาสตร์ แต่ไม่ คณติ ศาสตร์ แต่ไม่ ความอดทนและ
มีความอดทนและ มีความอดทนและ ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรค
7. เกณฑ์การ มีความตงั้ ใจและ ทอ้ แท้ต่ออุปสรรค ท้อแทต้ ่ออุปสรรค จนทำให้แกป้ ัญหา
จนทำใหแ้ กป้ ัญหา จนทำให้แกป้ ัญหา ทางคณิตศาสตร์ได้
ประเมนิ ความ พยายามในการทำ ทางคณิตศาสตร์ได้ ทางคณิตศาสตร์ได้ ไม่สำเร็จ
ไมส่ ำเรจ็ เล็กน้อย ไมส่ ำเรจ็ เปน็ ส่วน
มมุ านะในการ ความเข้าใจปัญหา
ใหญ่
ทำความเข้าใจ และแกป้ ัญหาทาง
ปัญหาและ คณติ ศาสตร์ มี
แก้ปัญหาทาง ความอดทนและไม่
คณติ ศาสตร์ ท้อแทต้ ่ออปุ สรรค
จนทำใหแ้ ก้ปัญหา
ทางคณิตศาสตร์ได้
สำเรจ็
8. เกณฑ์การ สมุดงาน ช้ินงาน สมุดงาน ชิ้นงาน สมุดงาน ช้นิ งาน สมดุ งาน ช้นิ งาน
ประเมนิ การมี สะอาดเรยี บร้อย สะอาดเรียบร้อย สะอาดเรยี บร้อย ไม่ค่อยเรยี บร้อย
ระเบยี บวินยั ปฏิบัตติ นอยใู่ น ปฏิบตั ิตนอย่ใู น ปฏิบัติตนอยใู่ น ไมป่ ฏิบัติตนอยู่ใน
ในการทำงาน ข้อตกลงที่กำหนด ข้อตกลงท่ีกำหนด ขอ้ ตกลงท่กี ำหนด ข้อตกลงท่กี ำหนด
ให้รว่ มกันทุกครง้ั ให้ร่วมกนั เปน็ สว่ น ให้รว่ มกันเปน็ ใหร้ ว่ มกัน ตอ้ ง
ใหญ่ บางครง้ั อาศัยการแนะนำ
10. บนั ทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้
10.1 สรปุ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. นักเรยี นจำนวน..14....คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้........10......คน คิดเปน็ รอ้ ยละ....71.42..
ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้....4.......คน คิดเป็นรอ้ ยละ...28.57.......
นักเรยี นนี่ไม่ผ่าน มีดังนี้
1......เดก็ ชายบรุ เศรษฐ์ ภู่ธวชั ชัย.......... 2........เดก็ ชายบรรณสรณ์ ทองพรอ้ มพันธ์.........
3......เดก็ ชายอคั รเดช ศรบี ัวงาม.......... 4........เดก็ ชายธนกฤต ทองนาค......
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนท่ีไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้
เน่ืองจากเป็นการทดสอบรอบแรกจึงจำเป็นต้องดูพฒั นาการ เพิม่ เตมิ และให้นักเรยี นฝึก
ทอ่ งสูตรคูณเพิ่มเติม
2. นักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K)
.นกั เรียนเข้าใจการหาผลคูณของหลักเดยี วหรือ 1 หลักได้ โดยการใชส้ ตู รคูณประกอบ
3. นกั เรยี นเกดิ ทักษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นกั เรียนใช้ความเชือ่ มโยงในการหาคำตอบโดยการท่องสูตรคูณ หรอื ดูแม่สูตรคณู ได้
4. นกั เรยี นมคี ณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ (A)
นกั เรียนมคี วามตั้งใจ ขยนั ทำงาน
10.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
ปัญหาคอื นักเรียน ท่องจำแม่สตู รคูณยังไมไ่ ด้ ซึ่งเปน็ ปัญหาในการเรยี น การคณู จงึ จำเป็นต้อง
แกไ้ ขโดยให้นกั เรียนท่องทกุ วันในห้องเรียนตอนเชา้ เพ่ือให้นกั เรยี นจำได้
10.3 ข้อเสนอแนะ
เพ่ือใหน้ ักเรยี นจำแมส่ ูตรคูณได้ ตอ้ งมกี ารทดสอบรายบุคคล เพ่ือใหน้ กั เรียนกระตอื รือรน้ ในการ
ทอ่ งจำแม่สูตรคูณ
ลงชอื่ ...........................................................
(..นางภษู ิดา ปานดำ.)
ตำแหน่ง.ครชู ำนาญการ
11. ความคดิ เหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ ผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเนื้อหา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของสื่อ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
5. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...........................................................
(.นางจรี วรรณ อนิ ทรเพชร.)
ตำแหนง่ .ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นหลมุ ข้าว
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 2
สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน รหสั วิชา ค 12101
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การคูณ เร่ือง เตรยี มความพร้อม เวลา 1 ช่ัวโมง
วนั ท.ี่ ...2.. เดอื น....พฤศจกิ ายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผู้สอน........นางภษู ดิ า ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลท่ีเกดิ ขน้ึ จากการดำเนินการ สมบตั ิของการดำเนนิ การ และการนำไปใช้
2. ตวั ช้ีวดั ชน้ั ปี
หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน 1 หลกั กบั จำนวนไมเ่ กนิ
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. หาผลคูณในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการคณู ของจำนวน 1 หลกั กบั จำนวนไมเ่ กนิ 2 หลัก (K)
2. มีความสามารถในการสื่อสาร ส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P)
3. มคี วามสามารถในเชื่อมโยงความร้ทู างคณิตศาสตร์ (P)
4. มีระเบยี บวนิ ัยในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. มคี วามสามารถในการสื่อสาร
5. สาระสำคญั
1. สง่ิ ตา่ ง ๆ ทีจ่ ดั เป็นกลมุ่ หรือเป็นแถวท่ีแต่ละกลมุ่ หรือแต่ละแถวมีจำนวนสมาชกิ เทา่ กันสามารถ
เขียนในรูปการคูณของจำนวนสองจำนวน คอื จำนวนกล่มุ หรือจำนวนแถวคูณกบั จำนวนสมาชิกในแตล่ ะกลุ่ม
หรือจำนวนสมาชกิ ในแตล่ ะแถว ผลคณู ของจำนวนสองจำนวนน้นั คอื จำนวนสมาชิกท้ังหมด
6. สาระการเรยี นรู้
ความหมายของการคูณ
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ให้นกั เรยี นใช้ขอ้ มลู ในหนังสือเรยี นหน้าเปดิ บททเ่ี ปน็ เร่ืองราวเกี่ยวกบั การไปปกิ นกิ กับครอบครัวที่
สวนสาธารณะ โดยครูอาจเล่าวา่ มกี จิ กรรมให้รว่ มสนุกกนั หลายอยา่ งเชน่ นง่ั เรือจักรยานนำ้ นำอาหารมา
รับประทานร่วมกนั เปน็ ต้น
2. ครูกระตนุ้ ความสนใจของนกั เรยี นเกี่ยวกบั กิจกรรมต่าง ๆโดยใช้คำถาม เชน่
ใครเคยไปปกิ นิกกับครอบครัวบ้าง
เคยไปทไี่ หน
มกี จิ กรรมท่ที ำรว่ มกันอะไรบา้ ง
3. ใหน้ กั เรียนสงั เกตจำนวนคน จำนวนสิ่งของทีม่ ีในภาพว่ามลี ักษณะอยา่ งไรบ้าง
4. ให้นักเรยี นสงั เกตภาพในหนังสอื เรียนหน้าเปดิ บทว่าเป็นกจิ กรรมปิกนิกของครอบครัวขนุ แกว้ ตา
ตน้ กลา้ และใบบวั
5. ครูใช้คำถามนำเขา้ สู่บทเรียนเรือ่ งการคูณว่า ถา้ ต้องการทราบว่า มีคนนง่ั เรือจกั รยานน้ำกี่คน จะ
หาคำตอบได้อยา่ งไร หรือถา้ ต้องการทราบวา่ มีลูกชิน้ ทง้ั หมดทว่ี างในจานก่ีไม้ และมลี ูกช้ินทัง้ หมดก่ลี ูก จะหา
คำตอบได้อยา่ งไร นักเรยี นอาจหาคำตอบโดยการนำจำนวนมาบวกกัน หรอื โดยการนบั รวมกัน
6. ครแู นะนำวา่ มีอกี วธิ หี น่งึ ที่จะช่วยในการหาคำตอบได้ โดยใชก้ ารคูณ ซ่ึงจะใช้ความรู้ในบทท่ีจะ
เรียนนีใ้ นการหาคำตอบ
7. ครูสนทนากบั นกั เรียนเกีย่ วกบั ภาพผลไมต้ ่าง ๆ ที่แม่คา้ ขายทสี่ วนสาธารณะในหน้าเปิดบทวา่
แม่ค้าจัดผลไม้ในลกั ษณะอยา่ งไร และจะหาจำนวนผลไม้ทั้งหมดได้อย่างไร นกั เรยี นอาจใช้วธิ ีการนำจำนวน
ผลไมม้ าบวกกนั โดยเป็นการบวกจำนวนเดยี วกนั ซ้ำ ๆ เชน่ ภาพส้มในหน้าเปิดบทมี 6 แพก็ แตล่ ะแพ็กมี 3 ผล
ดังนน้ั มสี ม้ ทั้งหมด 3 + 3 + 3 + 3 + 3 + 3 = 18 ผล
8. ครแู บ่งนกั เรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ใหน้ กั เรยี นใช้วธิ ีการบวกจำนวนเดยี วกันซ้ำ ๆ
เช่นเดียวกนั นใ้ี นกจิ กรรมเตรียมความพร้อม
9. ครูชบู ตั รภาพผลไมท้ ี่จดั ไว้เป็นกล่มุ กลุม่ ละเทา่ ๆ กัน แล้วใหน้ ักเรียนหาจำนวนผลไมท้ ง้ั หมดท่ีอยู่
ในภาพน้ัน (ครูอาจใช้สือ่ ภาพผลไมจ้ ากเอกสารสื่อเพิม่ เติมบทที่ 5 หนา้ 240) กลมุ่ ใดตอบได้รวดเร็วและ
ถูกต้องเป็นกลุ่มทช่ี นะ และเพอ่ื ตรวจสอบว่านักเรียนใช้วธิ กี ารบวกจำนวนเดียวกนั ซ้ำ ๆ ในการหาคำตอบ
หรอื ไม่ ครอู าจให้นักเรียนเขียนแสดงวิธหี าคำตอบไว้ในบตั รภาพผลไมแ้ ตล่ ะบตั รท่ีไดร้ ับแจกดว้ ย
10. ครูตรวจสอบว่านักเรยี นแต่ละคนมคี วามรู้พืน้ ฐานเพียงพอในการเรียนเรื่องการคณู หรือไม่ ครูควร
แจกใบกิจกรรมการบวกซ้ำ ๆ ให้นกั เรยี นทำเปน็ รายบุคคล
11. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง ถ้าพบว่ามนี กั เรียนคนใดยังบวกจำนวนเดยี วกนั
ซำ้ ๆ ไม่ได้ ครคู วรฝึกเป็นรายบคุ คล
12. ครูควรระวัง เช่น 6 + 6 + 6 + 6 + 6 ครูมักจะอ่านผิดวา่ มี 6 บวกกัน5 ครง้ั ท่ีถูกต้องคือ มี 6
บวกกนั 5 จำนวน เหตุผลทอ่ี ่านว่า มี 6 บวกกนั 5 ครงั้ ไมถ่ ูกต้อง เนื่องจาก 6 + 6 + 6 + 6 + 6 เมอ่ื หา
ผลบวกจะบวก 6 เพียง 4 คร้ังเทา่ น้นั คือ
บวกครง้ั ที่ 1 ได้ 12 + 6 + 6 + 6
บวกครั้งที่ 2 ได้ 18 + 6 + 6
บวกคร้งั ท่ี 3 ได้ 24 + 6 และ
บวกคร้งั ท่ี 4 ได้ 30
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนคณิตศาสตร์ ป.2
2. ใบกจิ กรรม
3. บตั รภาพแสดงผลไมท้ จี่ ัดเปน็ กล่มุ กล่มุ ละเท่า ๆ กนั
9. การวดั และประเมนิ ผล
9.1 การวัดผล
วธิ ีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
ตรวจใบกิจกรรม ใบกจิ กรรม ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล รายบุคคล
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
9.2 การประเมนิ ผล
ประเด็นการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมิน
4 32 1
1. เกณฑ์การ (ดมี าก) (ต้องปรบั ปรุง)
ประเมินการ ทำใบกิจกรรม (ด)ี (กำลงั พัฒนา) ทำใบกจิ กรรม
ทำใบกิจกรรม ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งร้อย ไดอ้ ย่างถูกต้องต่ำ
ละ 90 ข้นึ ไป ทำใบกจิ กรรม ทำใบกจิ กรรม กวา่ รอ้ ยละ 60
ได้อยา่ งถูกต้องร้อย ไดอ้ ยา่ งถูกต้องร้อย
ละ 80 - 89 ละ 60 - 79
ประเด็นการ ระดับคุณภาพ
ประเมนิ
4 32 1
(ดีมาก) (ต้องปรบั ปรุง)
(ด)ี (กำลงั พัฒนา) ใชร้ ปู ภาษา และ
สญั ลกั ษณ์ทาง
2. เกณฑ์การ ใชร้ ูป ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ คณิตศาสตร์ในการ
สอื่ สาร
ประเมนิ ความ สญั ลักษณท์ าง สัญลกั ษณ์ทาง สัญลกั ษณ์ทาง สือ่ ความหมาย
สรุปผล และ
สามารถในการ คณติ ศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ นำเสนอไม่ได้
สอื่ สาร ส่อื สื่อสาร ส่ือสาร สือ่ สาร ใช้ความรู้ทาง
คณติ ศาสตร์เป็น
ความหมาย สื่อความหมาย สือ่ ความหมาย สอ่ื ความหมาย เครือ่ งมอื ในการ
เรียนร้คู ณิตศาสตร์
ทาง สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ สรุปผล และ เน้อื หาต่าง ๆ หรือ
ศาสตรอ์ น่ื ๆ และ
คณิตศาสตร์ นำเสนอได้อยา่ ง นำเสนอได้ถกู ต้อง นำเสนอได้ถกู ต้อง นำไปใชใ้ นชีวติ จริง
ถกู ต้อง ชัดเจน แตข่ าดรายละเอยี ด บางส่วน สมุดงาน ชิ้นงาน
ไม่ค่อยเรียบร้อย
ทสี่ มบูรณ์ ไมป่ ฏบิ ัตติ นอยู่ใน
ข้อตกลงท่ีกำหนด
3. เกณฑ์การ ใชค้ วามรทู้ าง ใช้ความรทู้ าง ใช้ความรทู้ าง ใหร้ ่วมกนั ตอ้ ง
ประเมนิ ความ คณิตศาสตรเ์ ป็น อาศยั การแนะนำ
สามารถในการ เคร่อื งมอื ในการ คณิตศาสตร์เป็น คณิตศาสตรเ์ ป็น
เชือ่ มโยง เรยี นรู้คณติ ศาสตร์
เครือ่ งมือในการ เคร่ืองมอื ในการ
เนือ้ หาต่าง ๆ หรือ
ศาสตรอ์ ่ืน ๆ และ เรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ เรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
นำไปใช้ในชีวิตจริง
ได้อยา่ งสอดคล้อง เน้ือหาตา่ ง ๆ หรอื เนอื้ หาตา่ ง ๆ หรอื
เหมาะสม
ศาสตร์อนื่ ๆ และ ศาสตร์อ่นื ๆ และ
4. เกณฑ์การ สมุดงาน ช้ินงาน
ประเมินการมี สะอาดเรยี บร้อย นำไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ นำไปใชใ้ นชีวติ จรงิ
ระเบยี บวินยั ปฏบิ ัตติ นอย่ใู น
ในการทำงาน ข้อตกลงที่กำหนด ได้บางส่วน
ให้รว่ มกันทุกครงั้ สมุดงาน ช้นิ งาน สมุดงาน ชน้ิ งาน
สะอาดเรียบร้อย สะอาดเรยี บร้อย
ปฏบิ ัติตนอย่ใู น ปฏิบัตติ นอยใู่ น
ขอ้ ตกลงท่กี ำหนด ข้อตกลงท่กี ำหนด
ให้รว่ มกนั เป็นส่วน ให้ร่วมกันเปน็
ใหญ่ บางครงั้
10. บันทึกผลหลังการจัดการเรยี นรู้
10.1 สรุปผลหลงั การจดั การเรียนรู้
1. นักเรยี นจำนวน....14........คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้.......12........คน คิดเป็นร้อยละ...85.71......
ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้........2......คน คดิ เป็นรอ้ ยละ......14.28...
นักเรียนนีไ่ มผ่ า่ น มีดังนี้
1.....เดก็ ชายบรุ เศรษฐ์ ภธู่ วชั ชัย.... 2........เด็กชายอัครเดช ศรบี วั งาม..........
3............................................................ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแก้ไขนักเรยี นทไี่ ม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้
เดก็ ชายบรุ เศรษฐ์ กบั เดก็ ชายอคั รเดช มปี ัญหาการนับเลขบวกตอ่ กัน และนับข้ามเลข ตอ้ ง
ฝึกให้นับเลขต่อกันให้ได้ โดยใชน้ วิ้ ช่วยนับและชี้นำทางใหพ้ ูดตาม
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K)
นักเรียนเข้าใจประโยคสัญญาลักษณ์การคูณ และหาผลคณู ตามประโยคสัญลักษณ์
3. นักเรยี นเกดิ ทักษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นักเรยี นสามารถส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์ได้ โดย สือ่ ความหมายการบวกมาเชื่อมสัมพนั ธ์
กับการคูณ
4. นกั เรียนมีคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ (A)
นักเรียนมคี วามมุมานะในการทำงาน ตง้ั ใจ มวี นิ ยั ในการสง่ งาน
10.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
นกั เรียนบวกเลขตอ่ กันผิดบา้ ง แต่แก้ไขได้ โดยแรกให้นิ้วช่วยนับเพ่อื ความถูกตอ้ ง
10.3 ขอ้ เสนอแนะ
ตอ้ งฝึกใหน้ ักเรียนตอบคำถามมากข้นึ และมสี ว่ นร่วมให้มากกว่าเดิม
ลงชอ่ื ...........................................................
(.นางภษู ิดา ปานดำ.)
ตำแหนง่ ..ครู ชำนาญการ.
11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ ผู้ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเน้ือหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของสื่อ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงช่ือ...........................................................
(..นางจรี วรรณ อินทรเพชร...)
ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นหลุมขา้ ว
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3
สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน รหสั วิชา ค 12101
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 การคูณ เรื่อง ความหมายของการคูณ (1) เวลา 1 ชัว่ โมง
วนั ที่....3.. เดือน....พฤศจกิ ายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผู้สอน........นางภษู ดิ า ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลท่เี กดิ ขึ้นจากการดำเนนิ การ สมบตั ิของการดำเนนิ การ และการนำไปใช้
2. ตัวช้ีวดั ชัน้ ปี
หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน 1 หลกั กบั จำนวนไมเ่ กนิ
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. เขยี นประโยคสัญลกั ษณแ์ สดงการคูณจากสถานการณ์ท่ีกำหนด (K)
2. มีความสามารถในการสอ่ื สาร ส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P)
3. มคี วามสามารถในเช่ือมโยงความรทู้ างคณิตศาสตร์ (P)
4. มคี วามสามารถในการให้เหตผุ ล (P)
5. มีระเบียบวินยั ในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. มคี วามสามารถในการส่อื สาร
5. สาระสำคญั
ส่งิ ตา่ ง ๆ ทจี่ ดั เปน็ กลมุ่ แต่ละกลมุ่ มีจำนวนสมาชิกเท่ากัน สามารถเขียนในรปู การคูณของจำนวนสอง
จำนวน คอื จำนวนกลุม่ คูณกับจำนวนสมาชิกในแต่ละกลุ่ม ผลคูณของจำนวนสองจำนวนน้นั คือ จำนวน
สมาชิกทง้ั หมด
6. สาระการเรียนรู้
ความหมายของการคูณ
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ครูชูบตั รภาพสม้ 4 จาน จานละ 5 ผล ตามหนังสอื เรยี นหนา้ 241 ให้นักเรียนดูแล้วครใู ช้คำถาม
ดังนี้
ในภาพมอี ะไรบ้าง นักเรียนตอบ มีส้ม 4 จาน จานละ 5 ผล
มีสม้ ทง้ั หมดกี่ผล นักเรยี นตอบ มสี ม้ ท้ังหมด 20 ผล
หาคำตอบได้อยา่ งไร นักเรียนอาจใชก้ ารนบั หรือการบวกโดยนำจำนวนสม้ มาบวกกัน เชน่ มสี ้ม
5 + 5 + 5 + 5 = 20 ผล
2. ครแู นะนำวา่ จากสถานการณ์ดงั กลา่ ว สามารถเขียนเป็นประโยคสญั ลักษณ์การคูณได้ 4 × 5 = 20
3. ครแู นะนำเคร่ืองหมายคณู และผลคูณ พร้อมทง้ั แนะนำว่า เม่อื เขียน 4 × 5 = 20 นนั้ 4 เป็น
จำนวนกลุ่ม 5 เปน็ จำนวนสมาชกิ ในแต่ละกลุ่ม และ 20 คือผลคณู ในทน่ี ้ีคอื ส้ม 4 จาน จานละ 5 ผล มสี ้ม
ทั้งหมด 20 ผล
3. ให้นักเรียนเขยี นประโยคสัญลกั ษณ์การคูณจากสถานการณท์ ี่กำหนดให้จากหนงั สือเรียนหนา้ 242
ภาพแรก แลว้ ใชค้ ำถาม ดงั นี้
เห็นอะไรในภาพบ้าง นกั เรียนตอบ มีขนมถว้ ย 3 จาน จานละ 4 ถ้วย
มีขนมถว้ ยทงั้ หมดก่ถี ้วย นักเรยี นตอบ 12 ถว้ ย
4. ครูแนะนำเขียนเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์การบวกได้ 4 + 4 + 4 = 12 เขียนเปน็ ประโยคสัญลักษณ์
การคณู ได้ 3 × 4 = 12 และใช้คำถามวา่
จาก 3 × 4 = 12 นั้น 3 ในทน่ี ห้ี มายถงึ อะไร
4 ในท่นี ้ีหมายถึงอะไร
12 ในทนี่ หี้ มายถึงอะไร
นกั เรยี นตอบวา่ 3 เป็นจำนวนกลุ่ม 4 เป็นจำนวนสมาชกิ ในแตล่ ะกลุม่ และ 12 เป็นจำนวนสมาชิกท้ังหมด
5. ครสู อนในทำนองเดียวกนั น้โี ดยใชภ้ าพคกุ กี้ และภาพโดนัทตามหนังสอื เรียนหน้า 242
6. ครนู ำคกุ กี้มาจดั เปน็ ถุง 8 ถงุ ถงุ ละ 3 ชน้ิ แล้วให้นกั เรยี นเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์
การบวก และประโยคสัญลักษณ์การคูณแสดงจำนวนคุกก้ีทง้ั หมดจะได้
3 + 3 + 3 + 3 + 3 + 3 + 3 + 3 = 24 และ 8 × 3 = 24
7. ครถู ามนักเรยี นเพ่อื เนน้ ย้ำความเข้าใจว่า
จาก 8 × 3 = 24 นัน้ 8 ในทน่ี ้ีหมายถึงอะไร
3 ในทนี่ หี้ มายถงึ อะไร
24 ในท่ีน้หี มายถึงอะไร
นกั เรียนตอบว่า 8 เปน็ จำนวนกลุ่ม 3 เปน็ จำนวนสมาชิกในแต่ละกลุ่ม และ 24 เปน็ จำนวนสมาชิก
ทัง้ หมด
8. ครูจัดกล่มุ คุกกี้ใหมเ่ ปน็ 3 ถุง ถงุ ละ 8 ชิน้ แล้วใช้คำถาม ดงั นี้
มคี ุกก้ที ัง้ หมดกชี่ ิน้ และจัดเปน็ กีถ่ ุง ถุงละก่ชี นิ้ นกั เรียนตอบว่า มีคุกกท้ี ั้งหมด 24 ชิน้ จดั เปน็ 3
ถงุ ถงุ ละ 8 ชิ้น
เขียนเปน็ ประโยคสัญลักษณ์การคูณได้อย่างไร นกั เรียนเขียนได้เปน็ 3 × 8 = 24
9. ครูชี้ไปทปี่ ระโยคสัญลักษณก์ ารคูณ 8 × 3 = 24 อกี คร้ังแลว้ ให้นกั เรียนพดู ว่า จดั คุกก้ี 8 ถงุ ถุงละ
3 ชน้ิ มคี กุ ก้ีท้ังหมด 24 ชิน้ และครูชไ้ี ปทีป่ ระโยคสัญลักษณก์ ารคูณ 3 × 8 = 24 แล้วใหน้ กั เรียนพูดว่า จดั
คุกก้ี 3 ถุง ถงุ ละ 8 ชิน้ มคี กุ กี้ทัง้ หมด 24 ชิน้
10. ใหน้ กั เรียนสงั เกตว่า 3 × 8 = 24 และ 8 × 3 = 24 ถึงแม้วา่ จะมี จำนวนคุ้กก้ี 24 ชนิ้
เทา่ กนั แต่ลกั ษณะของการจัดคกุ้ กี้ใสถ่ งุ แตกตา่ งกัน
11. ให้นักเรียนช่วยกันเขียนประโยคสัญลกั ษณ์การคูณจากสถานการณข์ ้อ 1− 4 ท่กี ำหนดในกรอบ
ท้ายหน้า 243 ครู และนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง
12. ครูตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น โดยใหน้ กั เรียนเขียนประโยคสัญลักษณ์การคูณจาก
ประโยคสัญลักษณก์ ารบวก และจากสถานการณ์ท่ีกำหนดให้ โดยให้บอกดว้ ยวา่ จำนวนกลมุ่ คือจำนวนใด
จำนวนสมาชกิ ในแต่ละกลมุ่ คือจำนวนใด และจำนวนสมาชิกท้ังหมดคอื จำนวนใดเพื่อให้นักเรยี นไดเ้ นน้ ยำ้
ความเขา้ ใจวา่ จากประโยคสัญลกั ษณ์การคูณ จำนวนท่อี ยู่หน้าเครอ่ื งหมายคูณเปน็ จำนวนกลุ่ม จำนวนทอ่ี ยู่
หลังเคร่อื งหมายคณู เป็นจำนวนสมาชิกในแต่ละกลุ่ม และจำนวนหลงั เครอ่ื งหมายเทา่ กับเปน็ จำนวนสมาชิก
ทัง้ หมด
13. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ส่งิ ทีไ่ ดเ้ รยี นรู้ ดังน้ี สิ่งต่าง ๆ ท่จี ัดเปน็ กลมุ่ แต่ละกลมุ่ มจี ำนวน
สมาชกิ เท่ากนั สามารถเขียนในรูปการคูณของจำนวนสองจำนวน คอื จำนวนกลุ่มคูณกบั จำนวนสมาชิกในแต่
ละกลุม่ ผลคณู ของจำนวนสองจำนวนน้นั คอื จำนวนสมาชกิ ท้งั หมด
14. ใหน้ ักเรยี นทำแบบฝึกหัด 5.1 หนา้ 154 – 156
8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนคณิตศาสตร์ ป.2
2. แบบฝกึ หัด
3. บัตรภาพ
4. ส่ือของจรงิ เช่น ตัวนับ ปากกา ดนิ สอ
9. การวัดและประเมินผล เครื่องมอื เกณฑ์
แบบฝึกหดั ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
9.1 การวัดผล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล
วิธกี าร
ตรวจแบบฝึกหัด
สงั เกตพฤติกรรมการทำงาน
รายบุคคล
9.2 การประเมนิ ผล
ประเดน็ การ ระดับคุณภาพ
ประเมิน
4 32 1
(ดมี าก) (ตอ้ งปรับปรุง)
(ดี) (กำลังพัฒนา) ทำแบบฝกึ หดั ได้
อยา่ งถูกต้องต่ำกว่า
1. เกณฑ์การ ทำแบบฝกึ หัดได้ ทำแบบฝกึ หดั ได้ ทำแบบฝกึ หัดได้ รอ้ ยละ 60
ใช้รปู ภาษา และ
ประเมินการ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ สญั ลักษณท์ าง
คณติ ศาสตร์ในการ
ทำแบบฝึกหดั 90 ข้ึนไป 80 - 89 60 - 79 ส่ือสาร
สื่อความหมาย
2. เกณฑ์การ ใช้รปู ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ สรุปผล และ
นำเสนอไม่ได้
ประเมินความ สญั ลักษณท์ าง สญั ลักษณท์ าง สญั ลกั ษณ์ทาง
ใช้ความรทู้ าง
สามารถในการ คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์เป็น
เคร่ืองมือในการ
สือ่ สาร สอ่ื สอ่ื สาร สื่อสาร สอ่ื สาร เรียนรู้คณิตศาสตร์
เน้อื หาต่าง ๆ หรอื
ความหมาย สื่อความหมาย สอ่ื ความหมาย สอ่ื ความหมาย ศาสตร์อืน่ ๆ และ
นำไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ
ทาง สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ
คณติ ศาสตร์ นำเสนอได้อยา่ ง นำเสนอได้ถกู ต้อง นำเสนอได้ถูกต้อง
ถกู ต้อง ชดั เจน แต่ขาดรายละเอียด บางส่วน
ทีส่ มบูรณ์
3. เกณฑ์การ ใช้ความรู้ทาง ใช้ความรู้ทาง ใชค้ วามรูท้ าง
ประเมนิ ความ คณิตศาสตรเ์ ป็น
สามารถในการ เครอ่ื งมอื ในการ คณติ ศาสตรเ์ ป็น คณิตศาสตร์เป็น
เชื่อมโยง เรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
เครื่องมือในการ เคร่อื งมอื ในการ
เนอื้ หาตา่ ง ๆ หรือ
ศาสตร์อื่น ๆ และ เรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ เรยี นรู้คณิตศาสตร์
นำไปใช้ในชวี ิตจรงิ
เนอื้ หาต่าง ๆ หรือ เน้ือหาต่าง ๆ หรอื
ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ
นำไปใช้ในชวี ิตจรงิ
ประเด็นการ 4 ระดับคุณภาพ 1
ประเมนิ (ดมี าก) 32 (ต้องปรบั ปรุง)
ไดอ้ ยา่ งสอดคลอ้ ง (ดี) (กำลังพัฒนา)
4. เกณฑ์การ เหมาะสม นำไปใชใ้ นชีวิตจริง รับฟงั และใหเ้ หตุผล
ประเมินความ รบั ฟังและใหเ้ หตุผล ไดบ้ างส่วน สนับสนนุ หรือ
สามารถในการ สนบั สนุนหรือ รับฟงั และใหเ้ หตุผล รับฟงั และให้เหตผุ ล โต้แย้งไม่ได้
ให้เหตุผล โต้แยง้ เพ่อื นำไปสู่
การสรุปโดยมี สนบั สนุน หรอื สนับสนุน หรือ สมดุ งาน ช้นิ งาน
5. เกณฑ์การ ข้อเท็จจริงทาง โตแ้ ยง้ เพอ่ื นำไปสู่ โตแ้ ย้ง แต่ไม่ ไมค่ ่อยเรียบรอ้ ย
ประเมนิ การมี คณติ ศาสตรร์ องรับ การสรปุ โดยมี นำไปสกู่ ารสรุปที่มี ไม่ปฏิบตั ติ นอยใู่ น
ระเบยี บวินยั ได้อยา่ งสมบูรณ์ ข้อตกลงที่กำหนด
ในการทำงาน ข้อเทจ็ จรงิ ทาง ข้อเทจ็ จรงิ ทาง ใหร้ ว่ มกนั ต้อง
สมดุ งาน ชนิ้ งาน คณติ ศาสตรร์ องรับ คณติ ศาสตรร์ องรบั อาศยั การแนะนำ
สะอาดเรยี บร้อย
ปฏิบัตติ นอยใู่ น ไดบ้ างส่วน
ข้อตกลงทกี่ ำหนด
ให้ร่วมกนั ทกุ คร้งั สมดุ งาน ชน้ิ งาน สมดุ งาน ชิ้นงาน
สะอาดเรยี บร้อย สะอาดเรยี บร้อย
ปฏบิ ัตติ นอยู่ใน ปฏิบตั ิตนอยู่ใน
ข้อตกลงท่กี ำหนด ข้อตกลงที่กำหนด
ให้ร่วมกันเปน็ สว่ น ให้รว่ มกนั เป็น
ใหญ่ บางครงั้
10. บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้
10.1 สรุปผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. นักเรยี นจำนวน..14.....คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้.........11.......คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ......78.57.....
ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้.......3...........คน คิดเป็นรอ้ ยละ.....21.42......
นกั เรยี นนไ่ี มผ่ า่ น มีดงั นี้
1.....เด็กชายบรุ เศรษฐ์ ภธู่ วัชชยั ...... 2.........เด็กชายภผู า นวมสุข...............
3.........เด็กชายธนกฤต ทองนาค........... 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นทีไ่ ม่ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้
ตอ้ งฝึกใหเ้ ขียนประโยคสญั ลกั ษณ์การหารให้ถูกต้อง และหาตวั ไมท่ ราบค่าโดยการบวก
จำนวนที่เท่ากนั ไปจนครบจำนวน
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจในคณิตศาสตร์ (K)
นกั เรียนเข้าใจในการเขยี นประโยคสัญลักษณ์จากข้อความที่กำหนด เป็นประโยคสัญลักษณ์
การคณู ได้
3. นักเรียนเกดิ ทักษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นักเรยี นส่ือความหมายและเช่อื มโยงข้อความจนสามารถเขียนประโยคสัญลักษณ์ได้
4. นักเรยี นมคี ณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ (A)
นักเรยี นมวี นิ ยั ในการทำงาน มีความขยนั
10.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
ไม่มี
10.3 ขอ้ เสนอแนะ
พยายามใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั ตอบ ต้องกระตนุ้ ความคดิ
ลงชอื่ ...........................................................
(.นางภูษิดา ปานดำ.)
ตำแหนง่ . ครู ชำนาญการ.
11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ ผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเนื้อหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของส่ือ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ....................................................................................................................................
........................................................................................................................ ......................................................
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................... .......................
ลงชอ่ื ...........................................................
(..นางจรี วรรณ อินทรเพชร.)
ตำแหน่ง.ผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นหลุมขา้ ว.
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4
สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตรพ์ ้นื ฐาน รหัสวิชา ค 12101
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การคณู เร่ือง ความหมายของการคูณ (2) เวลา 1 ชั่วโมง
วันท่.ี ...4.. เดือน....พฤศจกิ ายน... พ.ศ. .....2565.... ครผู ู้สอน........นางภษู ดิ า ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลทีเ่ กดิ ข้ึนจากการดำเนนิ การ สมบัตขิ องการดำเนินการ และการนำไปใช้
2. ตัวชี้วดั ชั้นปี
หาคา่ ของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลกั ษณแ์ สดงการคูณของจำนวน 1 หลักกับจำนวนไม่เกิน
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. เขยี นประโยคสญั ลักษณ์แสดงการคณู จากสถานการณ์ที่กำหนด (K)
2. มคี วามสามารถในการส่อื สาร สื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P)
3. มคี วามสามารถในเช่ือมโยงความรู้ทางคณติ ศาสตร์ (P)
4. มคี วามสามารถในการให้เหตุผล (P)
5. มรี ะเบียบวินยั ในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. มคี วามสามารถในการสือ่ สาร
5. สาระสำคัญ
สิง่ ตา่ ง ๆ ทีจ่ ดั เป็นแถว แต่ละแถวมจี ำนวนสมาชิกเท่ากันสามารถเขียนในรูปการคณู ของจำนวนสอง
จำนวน คือจำนวนแถวกบั จำนวนสมาชิกในแตล่ ะแถว ผลคณู ของจำนวนสองจำนวนน้นั คือจำนวนสมาชกิ
ทัง้ หมด เช่น จำนวนสองจำนวนคูณกนั เมื่อสลับทก่ี ันผลคูณยังคงเทา่ เดิม
6. สาระการเรียนรู้
ความหมายของการคูณ
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ครูชบู ตั รภาพเด็กท่ีนั่งเปน็ แถว 3 แถวตามแนวนอนในภาพแรกตามหนงั สือเรยี นหนา้ 245 ครูถาม
นักเรียนว่า
ในแนวนอนมีเด็กน่งั อยกู่ ี่แถว นกั เรียนตอบ 3 แถว
แถวละก่ีคน นักเรยี นตอบ แถวละ 4 คน
มีเดก็ ทงั้ หมดกีค่ น นักเรียนตอบ 12 คน
12 คนหาไดโ้ ดยวิธีใด นกั เรยี นตอบ 4 + 4 + 4 = 12
เขยี นเป็นประโยคสญั ลกั ษณ์การคูณได้อยา่ งไร นกั เรยี นตอบ 3 × 4 = 12
3 ในทนี่ ี้หมายถึงอะไร 4 ในทน่ี ห้ี มายถงึ อะไร และ12 ในท่ีน้หี มายถึงอะไร นักเรยี นตอบว่า
3 เปน็ จำนวนแถว 4 เปน็ จำนวนสมาชกิ ในแต่ละแถว และ 12 เปน็ จำนวนสมาชิกทัง้ หมด
2. ใหน้ กั เรียนดภู าพเดก็ น่ังเป็นแถวตามแนวตัง้ และครใู ช้คำถาม ดังน้ี
ในแถวแนวตั้งมีเดก็ นัง่ อย่กู ี่แถว แถวละกี่คน และมีจำนวนเด็กทั้งหมดก่คี น นักเรยี นตอบ มีเด็กน่งั
อยู่ 4 แถว แถวละ 3 คน มีเด็กน่งั อยู่ทง้ั หมด 12 คน
12 คนหาไดโ้ ดยวธิ ใี ด นักเรยี นตอบ 3 + 3 + 3 + 3 = 12
เขยี นเปน็ ประโยคสัญลกั ษณก์ ารคูณได้อย่างไร นกั เรียนตอบ 4 × 3 = 12
4 ในทนี่ ีห้ มายถงึ อะไร 3 ในทน่ี หี้ มายถงึ อะไร และ 12 ในที่น้ีหมายถงึ อะไร นักเรยี นตอบ 4
หมายถงึ จำนวนแถว 3 หมายถงึ จำนวนสมาชกิ ในแตล่ ะแถว และ 12 หมายถึงจำนวนสมาชกิ ท้งั หมด
3. ครูชี้ไปท่ปี ระโยคสัญลักษณ์การคูณ 3 × 4 = 12 อีกคร้ัง แล้วให้นกั เรียนพูดพร้อมกันวา่ 3 เป็น
จำนวนแถว 4 เป็นจำนวนสมาชิกในแต่ละแถว และ 12 เปน็ จำนวนสมาชิกทั้งหมด และครูช้มี าทปี่ ระโยค
สญั ลักษณ์การคูณ 4 × 3 = 12 อีกคร้งั แล้วให้นกั เรียนพดู พรอ้ มกนั วา่ 4 เป็นจำนวนแถว 3 เป็นจำนวน
สมาชกิ ในแต่ละแถว และ 12 เป็นจำนวนสมาชกิ ทงั้ หมด
4. ใหน้ กั เรียนสงั เกตวา่ 3 × 4 = 4 × 3 ถ้าพบว่ามีนกั เรียนท่ยี งั ไม่เข้าใจเรื่องแถวแนวตง้ั และแถว
แนวนอน ให้ครใู ช้สื่อประกอบทีเ่ ปน็ QR Code ในหนังสือเรียนหน้า 245 ซ่ึงเม่ือแสกน QR Code แลว้ จะ
เป็นวีดทิ ัศนแ์ สดงให้นักเรียนเหน็ ไดง้ ่ายขึน้ ว่า แถวแนวนอนกบั แถวแนวต้ังนั้นต่างกนั อยา่ งไรและใหส้ ังเกต
อย่างไร โดยครูอาจจะอธิบายเพ่ิมเติมประกอบวีดทิ ัศน์ดว้ ยกไ็ ด้
5. ใหน้ กั เรยี นดภู าพต้นตะบองเพชรในหนังสือเรียนหน้า 246 แลว้ ถามนกั เรียนว่าต้นตะบองเพชรมกี ่ี
แถว แถวละก่ีต้น มที ั้งหมดกี่ต้น นักเรียนอาจตอบว่า มี 2 แถว แถวละ 3 ตน้ มที ัง้ หมด 6 ตน้ หรอื มี 3 แถว
แถวละ 2 ต้น มีท้งั หมด 6 ตน้
6. ใหน้ ักเรียนเขยี นเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์การคูณ จะได้ว่า 2 × 3 = 6 หรอื 3 × 2 = 6
7. ครชู ไ้ี ปท่ปี ระโยคสญั ลักษณ์การคูณ 2 × 3 = 6 แลว้ ถามนกั เรยี นว่า
2 ในที่นี้หมายถงึ อะไร นกั เรยี นตอบ 2 เป็นจำนวนแถว
3 ในทน่ี ี้หมายถงึ อะไร นกั เรียนตอบ 3 เปน็ จำนวนสมาชกิ ในแต่ละแถว
6 ในทีน่ หี้ มายถงึ อะไร นกั เรยี นตอบ 6 เปน็ จำนวนสมาชกิ ทงั้ หมด
8. ครชู ไี้ ปที่ประโยคสญั ลกั ษณก์ ารคูณ 3 × 2 = 6 แล้วถามนกั เรยี นวา่
3 ในท่นี ห้ี มายถงึ อะไร นกั เรยี นตอบ 3 เปน็ จำนวนแถว
2 ในที่น้ีหมายถงึ อะไร นกั เรยี นตอบ 2 เปน็ จำนวนสมาชิกในแตล่ ะแถว
6 ในที่น้หี มายถึงอะไร นักเรียนตอบ 6 เป็นจำนวนสมาชกิ ท้งั หมด
9. ใหน้ กั เรียนสงั เกต 2 × 3 = 3 × 2 แล้วใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาภาพขวดในลงั ว่ามกี ี่แถวแต่ละแถว
มกี ีข่ วด และมขี วดทั้งหมดเท่าไร แล้วทำกิจกรรมเช่นเดียวกันกบั ข้างต้นโดยครูควรเนน้ ยำ้ เรื่องการเขียน
ประโยคสัญลักษณ์การคณู และการบอกความหมายใหต้ รงกับประโยคสญั ลักษณก์ ารคณู เพือ่ ให้นักเรียนบอก
ความหมายไดค้ ล่องและจำได้แม่น
10. ครูแบง่ นักเรียนเป็นกลุ่มแลว้ แจกกระดาษจดุ ท่ีทำเปน็ แถวตามหนังสือเรียนหน้า 247 แลว้ ให้
นักเรียนเขยี นประโยคสัญลกั ษณ์การคณู แสดงจำนวนจดุ ทั้งหมดลงไปในกระดาษทีแ่ จกให้ เม่ือนักเรยี นเขยี น
เสร็จทุกกลมุ่
11. ให้นักเรยี นแต่ละกลมุ่ นำเสนอประโยคสัญลักษณ์การคูณ และอธิบายความหมาย กลมุ่ ละ 1 ขอ้
จากนัน้ ครแู ละเพ่ือนในห้องร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
12. ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นโดยให้นักเรยี นเขียนประโยคสัญลักษณก์ ารคูณจาก
สถานการณ์ทีก่ ำหนดให้และใหน้ กั เรียนบอกว่า
จำนวนแถวคือจำนวนใด
จำนวนสมาชกิ ในแต่ละแถวคอื จำนวนใด
จำนวนสมาชิกทั้งหมดคือจำนวนใด
13. ครูแนะนำอกี ครง้ั ว่าจากประโยคสญั ลักษณก์ ารคณู จำนวนทีอ่ ยู่หน้าเคร่ืองหมายคณู เปน็ จำนวน
แถว จำนวนทอี่ ยหู่ ลังเครื่องหมายคณู เป็นจำนวนสมาชกิ ในแต่ละแถว และจำนวนที่อยหู่ ลังเครือ่ งหมายเทา่ กับ
เปน็ จำนวนสมาชกิ ท้งั หมด
14. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรุปสิ่งที่ไดเ้ รยี นรู้ ดงั นี้ สิง่ ตา่ ง ๆ ทีจ่ ดั เป็นแถว แตล่ ะแถวมีจำนวน
สมาชกิ เทา่ กนั สามารถเขียนในรปู การคูณของจำนวนสองจำนวน คอื จำนวนแถวกบั จำนวนสมาชิกในแตล่ ะแถว
ผลคณู ของจำนวนสองจำนวนน้ันคอื จำนวนสมาชิกทัง้ หมด เช่น จำนวนสองจำนวนคูณกัน เม่อื สลับที่กันผลคูณ
ยังคงเทา่ เดมิ
15. ให้นกั เรยี นทำแบบฝึกหัด 5.2 หนา้ 157 – 158 และแบบฝึกทกั ษะชุดที่ 5.1 เป็นรายบคุ คล
8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.2
2. แบบฝกึ หัด
3. แบบฝกึ ทกั ษะชดุ ที่ 5.1
4. บัตรภาพ
9. การวัดและประเมินผล เครอื่ งมือ เกณฑ์
แบบฝึกหัด รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
9.1 การวัดผล แบบฝกึ ทกั ษะชดุ ท่ี 5.1 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
วธิ กี าร รายบุคคล
ตรวจแบบฝึกหดั
ตรวจแบบฝกึ ทกั ษะชุดท่ี 5.1
สงั เกตพฤติกรรมการทำงาน
รายบคุ คล
9.2 การประเมินผล
ประเด็นการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
4 32 1
(ดมี าก) (ต้องปรบั ปรุง)
(ดี) (กำลงั พัฒนา) ทำแบบฝกึ หัด/
แบบฝึกทักษะ
1. เกณฑ์การ ทำแบบฝึกหดั / ทำแบบฝกึ หัด/ ทำแบบฝึกหัด/ ได้อย่างถูกตอ้ งต่ำ
กว่าร้อยละ 60
ประเมินการ แบบฝกึ ทกั ษะ แบบฝึกทกั ษะ แบบฝึกทกั ษะ ใช้รูป ภาษา และ
สญั ลักษณ์ทาง
ทำแบบฝึกหัด/ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งร้อย ได้อย่างถกู ต้องร้อย ได้อย่างถกู ต้องร้อย คณติ ศาสตร์ในการ
สอื่ สาร
แบบฝึกทักษะ ละ 90 ขึ้นไป ละ 80 - 89 ละ 60 - 79
2. เกณฑ์การ ใชร้ ปู ภาษา และ ใชร้ ูป ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ
ประเมินความ สัญลักษณ์ทาง สัญลกั ษณ์ทาง สัญลกั ษณท์ าง
สามารถในการ คณิตศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ
สอ่ื สาร สือ่ สอื่ สาร สื่อสาร สือ่ สาร
ความหมาย สอ่ื ความหมาย ส่อื ความหมาย ส่ือความหมาย
สรุปผล และ สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ
ประเดน็ การ ระดับคุณภาพ
ประเมิน
4 32 1
ทาง (ดีมาก) (ตอ้ งปรบั ปรุง)
คณิตศาสตร์ นำเสนอได้อยา่ ง (ดี) (กำลงั พัฒนา) ส่อื ความหมาย
ถูกต้อง ชดั เจน สรปุ ผล และ
3. เกณฑ์การ นำเสนอได้ถูกต้อง นำเสนอได้ถกู ต้อง นำเสนอไม่ได้
ประเมนิ ความ ใชค้ วามรูท้ าง ใช้ความรูท้ าง
สามารถในการ คณิตศาสตรเ์ ป็น แตข่ าดรายละเอยี ด บางส่วน คณิตศาสตรเ์ ป็น
เช่ือมโยง เคร่ืองมือในการ เครื่องมอื ในการ
เรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ทส่ี มบรู ณ์ เรียนร้คู ณิตศาสตร์
4. เกณฑ์การ เน้ือหาตา่ ง ๆ หรือ เน้ือหาตา่ ง ๆ หรือ
ประเมนิ ความ ศาสตรอ์ ื่น ๆ และ ใช้ความรูท้ าง ใช้ความรทู้ าง ศาสตรอ์ น่ื ๆ และ
สามารถในการ นำไปใช้ในชีวิตจริง นำไปใช้ในชวี ิตจรงิ
ให้เหตผุ ล ได้อย่างสอดคล้อง คณิตศาสตรเ์ ป็น คณติ ศาสตร์เป็น
เหมาะสม รับฟงั และใหเ้ หตุผล
5. เกณฑ์การ รบั ฟงั และให้เหตผุ ล เครือ่ งมือในการ เคร่ืองมอื ในการ สนบั สนุน หรือ
ประเมินการมี สนับสนุนหรือ โต้แย้งไม่ได้
ระเบียบวนิ ยั โต้แย้ง เพือ่ นำไปสู่ เรียนรคู้ ณิตศาสตร์ เรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์
ในการทำงาน การสรุปโดยมี สมดุ งาน ชนิ้ งาน
ข้อเท็จจรงิ ทาง เน้อื หาตา่ ง ๆ หรือ เน้อื หาต่าง ๆ หรอื ไมค่ ่อยเรยี บร้อย
คณิตศาสตร์รองรับ ไมป่ ฏบิ ัติตนอยู่ใน
ไดอ้ ย่างสมบูรณ์ ศาสตรอ์ ื่น ๆ และ ศาสตร์อื่น ๆ และ ข้อตกลงทก่ี ำหนด
สมุดงาน ช้นิ งาน ให้รว่ มกัน ตอ้ ง
สะอาดเรยี บร้อย นำไปใช้ในชวี ิตจริง นำไปใช้ในชีวิตจรงิ อาศัยการแนะนำ
ปฏิบตั ิตนอยใู่ น
ขอ้ ตกลงท่กี ำหนด ได้บางสว่ น
ให้รว่ มกันทกุ คร้ัง
รบั ฟังและใหเ้ หตผุ ล รับฟังและใหเ้ หตผุ ล
สนับสนุน หรอื สนับสนุน หรอื
โตแ้ ยง้ เพอ่ื นำไปสู่ โต้แย้ง แตไ่ ม่
การสรปุ โดยมี นำไปสู่การสรุปท่ีมี
ขอ้ เท็จจริงทาง ขอ้ เท็จจรงิ ทาง
คณิตศาสตร์รองรับ คณติ ศาสตรร์ องรบั
ได้บางส่วน
สมุดงาน ช้นิ งาน
สมดุ งาน ช้ินงาน สะอาดเรียบร้อย
สะอาดเรียบร้อย ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ น
ปฏิบัติตนอยูใ่ น ขอ้ ตกลงทีก่ ำหนด
ข้อตกลงทก่ี ำหนด ใหร้ ว่ มกนั เปน็
ให้ร่วมกนั เปน็ สว่ น บางครงั้
ใหญ่
10. บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้
10.1 สรปุ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้
1. นักเรียนจำนวน.....14.......คน
ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้......10.......คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.....71.42....
ไมผ่ ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้......4......คน คดิ เปน็ ร้อยละ......28.57...
นักเรียนนไ่ี มผ่ า่ น มีดังนี้
1.........เด็กชายบรุ เศรษฐ์ ภธู่ วชั ชยั ........ 2..........เด็กชายภผู า นวมสขุ .....
3..........เดก็ หญงิ เจนจิรา นนทะศรี....... 4............เดก็ ชายอคั รเดช ศรีบวั งาม........
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแก้ไขนักเรยี นท่ไี มผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้
ท่องสูตรคูณเพิม่ ขึ้น และใหแ้ ก้ไขหาคำตอบ ทำแบบฝกึ หดั เพ่ิมเติม
10.2. นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K)
นกั เรียนมีเข้าใจและเขียนประโยคสัญลักษณต์ ามโจทยท์ ่ีกำหนดได้
10.3. นักเรยี นเกิดทักษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นกั เรยี นมีความสามารถในเช่อื มโยงความรู้ทางคณติ ศาสตร์ และนักเรยี นมคี วามสามารถ
ในการใหเ้ หตผุ ลของความสัมพนั ธก์ ารคูณได้
10.4. นกั เรียนมีคณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ (A)
นกั เรยี นมีความตง้ั ใจ มวี ินยั ในการทำงาน
10.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
ใช้เวลานานในการทำความเข้าใจ แนวทางคือการ ฝกึ ใหต้ อบ และเขียนใหเ้ ห็นภาพ
10.3 ขอ้ เสนอแนะ
ต้องหาวิธีให้นักเรยี นชว่ ยคดิ และตอบคำถาม
ลงช่อื ...........................................................
(...นางภษู ดิ า ปานดำ....)
ตำแหน่ง .ครู ชำนาญการ
11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ ผทู้ ่ไี ด้รับมอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเนื้อหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของส่ือ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................................. .
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื ...........................................................
(...นางจีรวรรณ อนิ ทรเพชร...)
ตำแหนง่ ..ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหลมุ ข้าว
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 5
สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตร์พืน้ ฐาน รหัสวิชา ค 12101
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 การคณู เรือ่ ง หน่ึงและศูนยก์ บั การคูณ เวลา 1 ชัว่ โมง
วนั ที.่ ...7.. เดือน....พฤศจิกายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผู้สอน........นางภูษิดา ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลท่เี กิดข้นึ จากการดำเนินการ สมบัตขิ องการดำเนินการ และการนำไปใช้
2. ตัวช้ีวดั ชนั้ ปี
หาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการคณู ของจำนวน 1 หลักกบั จำนวนไมเ่ กิน
2 หลัก (ค 1.1 ป.2/5)
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. หาผลคูณของจำนวนหนงึ่ หลักกบั 0 และหาผลคูณของจำนวนหน่ึงหลักกบั 1 (K)
2. มคี วามสามารถในการส่ือสาร สือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ (P)
3. มีความสามารถในเชื่อมโยงความรู้ทางคณติ ศาสตร์ (P)
4. มคี วามสามารถในการใหเ้ หตุผล (P)
5. มีระเบยี บวนิ ัยในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. มีความสามารถในการส่อื สาร
5. สาระสำคญั
1. จำนวนใดคณู กบั 1 ผลคูณเทา่ กบั จำนวนนั้น
2. จำนวนใดคูณกับ 0 ผลคูณเท่ากบั 0
6. สาระการเรยี นรู้
หนึ่งและศูนย์กบั การคูณ
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครูติดบตั รภาพขนมคกุ ก้ี 3 ถุง ถงุ ละ 1 ช้ินตามหนงั สอื เรยี นหนา้ 249 แลว้ ถามนักเรียนวา่
มีคุกก้ีกี่ถุง นกั เรียนตอบวา่ มคี ุกก้ี 3 ถงุ
ถงุ ละกช่ี ิ้น นักเรยี นตอบว่า ถงุ ละ 1 ชิ้น
มีคุกกที้ ัง้ หมดกช่ี นิ้ นกั เรียนตอบวา่ มีคุกก้ที ั้งหมด 3 ช้ิน
เขยี นเป็นประโยคสัญลกั ษณ์การคูณไดอ้ ย่างไร นักเรียนตอบ 3 × 1 = 3
จากประโยคสัญลักษณ์การคูณ 3 × 1 = 3 นนั้ 3 ตวั หนา้ ในทน่ี ห้ี มายถงึ อะไร นักเรียนตอบว่า 3
ตัวหน้าเปน็ จำนวนกลุ่ม
1 ในทน่ี ้หี มายถึงอะไร นักเรียนตอบวา่ 1 เป็นจำนวนสมาชิกในแต่ละกลุ่ม
3 ตวั หลงั ในทน่ี ห้ี มายถงึ อะไร นักเรยี นตอบวา่ 3 ตัวหลังเป็นจำนวนสมาชกิ ทั้งหมด
2. ครตู ดิ บัตรภาพคุกก้ี 1 ถงุ ถุงละ 3 ชน้ิ ครถู ามนักเรียนว่า
มคี ุกกี้ก่ีถงุ นกั เรียนตอบว่า มคี กุ ก้ี 1 ถงุ
ถงุ ละกชี่ ้นิ นกั เรียนตอบว่า ถุงละ 3 ช้นิ
มคี กุ กีท้ งั้ หมดก่ชี ิ้น นักเรียนตอบว่ามคี ุกก้ีทัง้ หมด 3 ชิ้น
เขียนเป็นประโยคสัญลกั ษณ์การคณู ไดอ้ ย่างไร นักเรียนตอบ 1 × 3 = 3
จากประโยคสัญลักษณ์การคณู 1 × 3 = 3 น้นั 1 ในท่ีน้ีหมายถึงอะไร นักเรยี นตอบ 1 เป็น
จำนวนกลุ่ม
3 ตัวหน้าในที่นห้ี มายถึงอะไร นักเรยี นตอบวา่ 3 ตวั หน้าเป็นจำนวนสมาชกิ ในแตล่ ะกลุ่ม
3 ตัวหลงั ในทน่ี ้ีหมายถึงอะไร นักเรยี นตอบวา่ 3 ตวั หลังเป็นจำนวนสมาชกิ ทงั้ หมด
3. ใหน้ กั เรยี นสงั เกตวา่ 3 × 1 = 3 และ 1 × 3 = 3
4. ครูตดิ บัตรภาพส้ม 4 จาน จานละ 1 ผล ตามหนงั สือเรียนหน้า 249 แล้วถามนักเรียนว่า
มีส้มก่จี าน นักเรียนตอบว่า มีส้ม 4 จาน
จานละกี่ผล นักเรียนตอบวา่ จานละ 1 ผล
มสี ม้ ท้ังหมดก่ีผล นักเรยี นตอบวา่ มีสม้ ท้ังหมด 4 ผล
เขียนเปน็ ประโยคสัญลกั ษณก์ ารคณู ได้อย่างไร นักเรียนตอบ 4 × 1 = 4
จากประโยคสญั ลักษณ์การคูณ 4 × 1 = 4 นั้น 4 ตวั หนา้ ในที่นห้ี มายถึงอะไร นกั เรียนตอบ 4 ตวั
หนา้ เป็นจำนวนกลุ่ม
1 ในทน่ี ้ีหมายถงึ อะไร นักเรียนตอบ 1 เป็นจำนวนสมาชิกในแต่ละกลมุ่
4 ตัวหลังนห้ี มายถึงอะไร นกั เรยี นตอบ 4 ตัวหลงั เปน็ จำนวนสมาชิกท้ังหมด
4. ครตู ดิ บัตรภาพส้ม 1 จาน จานละ 4 ผล แล้วถามนักเรียนวา่ มสี ้มก่ีจาน จานละกผ่ี ล
มีส้มทง้ั หมดกีผ่ ล นกั เรียนตอบว่า มีสม้ 1 จาน จานละ 4 ผล มสี ้มท้งั หมด 4 ผล แลว้ ถามนักเรยี นวา่
เขียนเปน็ ประโยคสัญลักษณก์ ารคูณได้อย่างไร นกั เรยี นตอบ 1 × 4 = 4
จากประโยคสญั ลักษณ์การคูณ 1 × 4 = 4 นั้น 1 ในท่นี ้ีหมายถึงอะไร 4 ตวั หนา้ ในที่นหี้ มายถึง
อะไรและ 4 ตวั หลงั ในที่นี้หมายถงึ อะไร นักเรยี นตอบ 1 เป็นจำนวนกลุม่ และ 4 เปน็ จำนวนสมาชกิ
ในแต่ละกลุ่ม และ 4 ตวั หลงั เปน็ จำนวนสมาชกิ ทั้งหมด
5. ครยู กตัวอย่างอืน่ เพ่ิมเตมิ จนไดข้ ้อสรปุ รว่ มกับนกั เรยี นว่า จำนวนใดคณู กับ 1 ผลคณู เทา่ กบั จำนวน
นั้น
6. ครูสนทนากับนักเรยี นเก่ียวกับภาพตามหนงั สือเรยี นหน้า 250 ว่าเปน็ เร่อื งราวที่มีขนม
อยู่ในจานแล้วขุนกบั ต้นกลา้ กินขนมที่อยใู่ นจานหมดแล้ว
7. ครตู ิดบัตรภาพจานขนม 3 จาน ๆ ละ 0 ชน้ิ แลว้ ถามนักเรยี นวา่
มีขนมก่ีจาน จานละก่ชี ิ้น มีขนมท้ังหมดกีช่ ิ้น นักเรยี นตอบวา่ มีขนม 3 จาน จานละ 0 ชน้ิ มขี นม
ทั้งหมด0 ชิน้
เขียนเป็นประโยคสัญลกั ษณก์ ารคูณได้อยา่ งไร นักเรียนตอบ 3 × 0 = 0
จากประโยคสัญลกั ษณ์การคณู 3 × 0 = 0 นั้น 3 ในทน่ี ห้ี มายถงึ อะไร 0 ตวั หนา้ ในท่ีน้ีหมายถึง
อะไร และ 0 ตัวหลังในทนี่ หี้ มายถึงอะไร นักเรยี นตอบ 3 เป็นจำนวนกลมุ่ และ 0 ตัวหนา้ เป็นจำนวนสมาชิก
ในแตล่ ะกลมุ่ และ 0 ตัวหลงั เปน็ จำนวนสมาชิกทัง้ หมด
8. ครูแนะนำว่า เนื่องจากการคูณจำนวนสองจำนวนเมื่อสลบั ที่กันผลคูณยงั คงเท่าเดมิ แล้วถาม
นกั เรยี นวา่ เนื่องจาก 3 × 0 = 0 แล้ว 0 × 3 เท่ากับเท่าไร นักเรียนตอบ 0 × 3 = 0
9. ครูยกตัวอยา่ งเพ่มิ เติม เช่น
1 × 0 เทา่ กบั เทา่ ไร 2 × 0 เท่ากบั เท่าไร
0 × 1 เท่ากบั เทา่ ไร 0 × 2 เท่ากับเท่าไร
10. ครนู ำนักเรียนอภปิ รายจนเขา้ ใจและได้ขอ้ สรปุ ร่วมกันวา่ จำนวนใดคูณกบั 0 ผลคูณเท่ากบั 0
11. ให้นักเรียนช่วยกบั หาผลคูณของจำนวนใด ๆ กับ 0 ในกรอบท้ายหนา้ 250 เมื่อนักเรียน
ชว่ ยกันหาคำตอบเสรจ็ แลว้ ครอู าจให้นักเรยี นนำเสนอเปน็ รายบคุ คลเพ่ือตรวจสอบว่ามีใครไมเ่ ข้าใจบ้าง
โดยครแู ละนักเรียนรว่ มกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
12. ให้นกั เรยี นฝึกหาผลคูณตามหนังสือเรยี นหนา้ 251 โดยตอบเปน็ รายบุคคล
13. ครูและนักเรียนช่วยกันตรวจสอบความถกู ต้อง ถ้ามีนักเรยี นบางคนตอบไม่ได้ ครคู วรสอนโดย
ใชส้ ่ืออีกครั้งเพอื่ ให้นักเรียนเข้าใจย่ิงขึน้
15. ครูตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น โดยใหน้ ักเรียนหาผลคณู ของจำนวนใด ๆ กับ 0 และ
หาผลคณู ของจำนวนใด ๆ กบั 1 ตามหนงั สอื เรียนหน้า 252 แตจ่ ะพบวา่ ข้อ 7−10 เปน็ การใหเ้ ตมิ ตวั เลขแสดง
จำนวนใหไ้ ด้ผลคูณเท่ากบั 1 หรือให้ไดผ้ ลคูณเท่ากบั 0 เพื่อให้นกั เรยี นได้ฝกึ ทักษะในการคิดใหค้ ล่อง ซ่ึงเป็น
การสง่ เสริมความคดิ สร้างสรรค์
16. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปสิง่ ท่ีไดเ้ รยี นรู้ ดังนี้
จำนวนใดคูณกบั 1 ผลคณู เทา่ กบั จำนวนนน้ั
จำนวนใดคูณกบั 0 ผลคณู เทา่ กบั 0
17. ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 5.3 หนา้ 159 – 160 และแบบฝกึ ทกั ษะชุดที่ 5.2 เปน็ รายบคุ คล
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.2
2. แบบฝกึ หดั
3. แบบฝกึ ทกั ษะชดุ ท่ี 5.2
4. บัตรภาพ
9. การวดั และประเมินผล
9.1 การวดั ผล
วธิ ีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝกึ หดั รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกทกั ษะชดุ ท่ี 5.2 แบบฝึกทกั ษะชดุ ท่ี 5.2 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล รายบุคคล
9.2 การประเมินผล
ประเดน็ การ ระดบั คุณภาพ
ประเมิน
4 32 1
(ดมี าก) (ตอ้ งปรับปรุง)
(ด)ี (กำลงั พัฒนา) ทำแบบฝึกหัด/
แบบฝึกทกั ษะ
1. เกณฑ์การ ทำแบบฝึกหัด/ ทำแบบฝึกหดั / ทำแบบฝึกหดั / ได้อยา่ งถูกต้องตำ่
กวา่ ร้อยละ 60
ประเมินการ แบบฝึกทกั ษะ แบบฝึกทกั ษะ แบบฝึกทกั ษะ ใชร้ ูป ภาษา และ
สัญลกั ษณ์ทาง
ทำแบบฝกึ หดั / ไดอ้ ย่างถกู ต้องร้อย ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งร้อย ไดอ้ ย่างถูกต้องร้อย
แบบฝกึ ทกั ษะ ละ 90 ขึ้นไป ละ 80 - 89 ละ 60 - 79
2. เกณฑ์การ ใช้รปู ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ ใช้รปู ภาษา และ
ประเมินความ สัญลกั ษณ์ทาง สญั ลักษณท์ าง สัญลักษณ์ทาง
สามารถในการ
ประเดน็ การ ระดับคุณภาพ
ประเมิน
4 32 1
ส่อื สาร สือ่ (ดมี าก) (ต้องปรับปรุง)
ความหมาย คณติ ศาสตร์ในการ (ด)ี (กำลังพัฒนา) คณิตศาสตร์ในการ
ทาง สอ่ื สาร สอ่ื สาร
คณติ ศาสตร์ สอ่ื ความหมาย คณติ ศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ สื่อความหมาย
สรปุ ผล และ สรุปผล และ
3. เกณฑ์การ นำเสนอได้อย่าง สื่อสาร สื่อสาร นำเสนอไม่ได้
ประเมินความ ถกู ต้อง ชดั เจน
สามารถในการ สอื่ ความหมาย ส่ือความหมาย ใช้ความร้ทู าง
เช่ือมโยง ใชค้ วามรทู้ าง คณิตศาสตรเ์ ป็น
คณติ ศาสตรเ์ ป็น สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ เคร่อื งมือในการ
4. เกณฑ์การ เครอื่ งมือในการ เรยี นรู้คณิตศาสตร์
ประเมนิ ความ เรยี นรู้คณิตศาสตร์ นำเสนอได้ถกู ต้อง นำเสนอได้ถูกต้อง เนื้อหาตา่ ง ๆ หรือ
สามารถในการ เน้ือหาตา่ ง ๆ หรือ ศาสตรอ์ ่นื ๆ และ
ให้เหตผุ ล ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ แต่ขาดรายละเอียด บางส่วน นำไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ
นำไปใชใ้ นชวี ติ จรงิ
5. เกณฑ์การ ไดอ้ ย่างสอดคลอ้ ง ทส่ี มบรู ณ์ รบั ฟงั และใหเ้ หตุผล
ประเมินการมี เหมาะสม สนบั สนนุ หรือ
ระเบยี บวินัย รับฟังและใหเ้ หตผุ ล ใชค้ วามรทู้ าง ใชค้ วามรู้ทาง โตแ้ ยง้ ไม่ได้
ในการทำงาน สนบั สนุนหรอื
โต้แยง้ เพ่อื นำไปสู่ คณติ ศาสตร์เป็น คณิตศาสตร์เป็น สมุดงาน ชน้ิ งาน
การสรปุ โดยมี ไมค่ ่อยเรียบรอ้ ย
ข้อเท็จจรงิ ทาง เครอ่ื งมือในการ เคร่อื งมอื ในการ ไม่ปฏิบตั ติ นอยู่ใน
คณิตศาสตร์รองรบั ขอ้ ตกลงท่กี ำหนด
ได้อย่างสมบูรณ์ เรียนรู้คณิตศาสตร์ เรียนรูค้ ณิตศาสตร์ ให้รว่ มกนั ต้อง
อาศยั การแนะนำ
สมดุ งาน ช้ินงาน เนอ้ื หาต่าง ๆ หรือ เนื้อหาต่าง ๆ หรอื
สะอาดเรียบร้อย
ปฏบิ ตั ิตนอย่ใู น ศาสตรอ์ ่นื ๆ และ ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ
ขอ้ ตกลงท่กี ำหนด
ให้ร่วมกนั ทกุ ครั้ง นำไปใช้ในชีวติ จรงิ นำไปใช้ในชวี ติ จริง
ได้บางสว่ น
รบั ฟงั และให้เหตุผล รบั ฟังและใหเ้ หตผุ ล
สนบั สนนุ หรอื สนับสนนุ หรือ
โตแ้ ยง้ เพ่อื นำไปสู่ โต้แย้ง แตไ่ ม่
การสรุปโดยมี นำไปสู่การสรปุ ที่มี
ขอ้ เทจ็ จรงิ ทาง ขอ้ เท็จจรงิ ทาง
คณติ ศาสตร์รองรบั คณิตศาสตร์รองรบั
ได้บางส่วน
สมุดงาน ช้ินงาน
สมุดงาน ชิ้นงาน สะอาดเรียบร้อย
สะอาดเรียบร้อย ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ น
ปฏิบัตติ นอยใู่ น ข้อตกลงท่กี ำหนด
ข้อตกลงที่กำหนด ใหร้ ่วมกันเปน็
ใหร้ ว่ มกันเปน็ สว่ น บางครงั้
ใหญ่
10. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้
10.1 สรุปผลหลังการจดั การเรยี นรู้
1. นักเรียนจำนวน.....14.....คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้.......14.........คน คดิ เปน็ ร้อยละ....100......
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้..................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ..................
นักเรียนน่ไี ม่ผ่าน มีดงั น้ี
1............................................................ 2............................................................
3............................................................ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแก้ไขนักเรียนท่ีไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้
.......................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........................
2. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจในคณิตศาสตร์ (K)
นกั เรยี นมคี วามเข้าใจการหาผลคูณด้วย 0 และ 1
3. นักเรียนเกดิ ทกั ษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นักเรยี นเชอื่ มโยงความรู้ มีเหตผุ ลในหาคำตอบ
4. นกั เรยี นมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ (A)
มีวินยั ในการทำงาน
10.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข
ไมม่ ี เปน็ เรื่องที่นกั เรยี นเขา้ ใจง่าย
10.3 ข้อเสนอแนะ
-
ลงชอ่ื ...........................................................
(....นางภูษิดา ปานดำ.....)
ตำแหนง่ ....ครู ชำนาญการ......
11. ความคดิ เหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ ผ้ทู ีไ่ ด้รับมอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเนื้อหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของสื่อ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ....................................................................................................................................
........................................................................................................................ ......................................................
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................... .......................
ลงชอื่ ...........................................................
(......นางจรี วรรณ อนิ ทรเพชร......)
ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านหลมุ ข้าว
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 6
สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตรพ์ ้ืนฐาน รหสั วิชา ค 12101
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 การคูณ เร่ือง การคูณจำนวนหน่ึงหลกั กับจำนวนหนึ่งหลัก (1) เวลา 1 ช่ัวโมง
วันท.ี่ ...8.. เดอื น....พฤศจกิ ายน... พ.ศ. .....2565.... ครผู ู้สอน........นางภูษิดา ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลท่เี กิดขึน้ จากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนนิ การ และการนำไปใช้
2. ตัวชี้วดั ชัน้ ปี
หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณแ์ สดงการคูณของจำนวน 1 หลักกับจำนวนไม่เกิน
2 หลัก (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. หาผลคูณของจำนวนหนงึ่ หลักกบั 2 และหาผลคูณของจำนวนหนง่ึ หลักกับ 3 (K)
2. มคี วามสามารถในการสอ่ื สาร สอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ (P)
3. มีความสามารถในเช่ือมโยงความร้ทู างคณติ ศาสตร์ (P)
4. มีความสามารถในการให้เหตุผล (P)
5. มีระเบยี บวนิ ยั ในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. มคี วามสามารถในการส่ือสาร
5. สาระสำคัญ
1. 2 คูณกบั จำนวนหน่งึ หลัก หาผลคณู ไดโ้ ดยใชส้ ตู รคูณแม่ 2
2. 3 คูณกบั จำนวนหน่ึงหลัก หาผลคูณไดโ้ ดยใช้สตู รคูณแม่ 3
6. สาระการเรียนรู้
การคูณจำนวนหน่งึ หลกั กบั จำนวนหนง่ึ หลกั
7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครูตดิ บัตรภาพมะนาว 2 จาน จานละ 1 ผล แลว้ ถามนักเรียนวา่
มมี ะนาวกีจ่ าน จานละกี่ผล มมี ะนาวทง้ั หมดกี่ผล นกั เรียนตอบว่า มมี ะนาว 2 จาน จานละ 1 ผล
มีมะนาวท้ังหมด 2ผล
เขียนเปน็ ประโยคสัญลักษณ์การคูณได้อยา่ งไร นักเรียนตอบ 2 × 1 = 2
จากประโยคสัญลกั ษณ์การคูณ 2 × 1 = 2 นั้น 2 ตวั หน้าในทน่ี ้ีหมายถงึ อะไร 1 ในท่นี ี้หมายถงึ
อะไร และ 2 ตัวหลังในท่นี ีห้ มายถงึ อะไร นักเรยี นตอบ 2 ตัวหนา้ เปน็ จำนวนกลมุ่ และ 1 เปน็ จำนวนสมาชกิ ใน
แตล่ ะกล่มุ และ 2 ตัวหลงั เป็นจำนวนสมาชิกทง้ั หมด
2. ครตู ดิ บตั รภาพมะนาว 2 จาน จานละ 2 ผล แลว้ ถามนกั เรยี นว่า
มมี ะนาวกจ่ี าน จานละก่ีผล มีมะนาวทงั้ หมดกผ่ี ล นักเรียนตอบวา่ มมี ะนาว 2 จาน จานละ 2 ผล
มมี ะนาวท้ังหมด4 ผล
เขียนเปน็ ประโยคสัญลกั ษณก์ ารคูณได้อย่างไร นกั เรียนตอบ 2 × 2 = 4
จากประโยคสญั ลักษณ์การคูณ 2 × 2 = 4 นั้น 2 ตวั หน้าในทน่ี หี้ มายถงึ อะไร 2 ตวั หลงั ในท่ีน้ี
หมายถงึ อะไร และ 4 ในทนี่ ี้หมายถึงอะไร นกั เรยี นตอบ 2 ตัวหนา้ เป็นจำนวนกลุ่ม และ 2 ตวั หลงั เปน็ จำนวน
สมาชกิ ในแตล่ ะกลุม่ และ 4 เป็นจำนวนสมาชิกท้งั หมด
3. ครตู ดิ บัตรภาพมะนาว 2 จาน จานละ 3 ผล แล้วถามนักเรียนวา่
มีมะนาวกจ่ี าน จานละกผี่ ล มีมะนาวทั้งหมดกผ่ี ล นกั เรียนตอบว่า มมี ะนาว 2 จาน จานละ 3 ผล
มมี ะนาวทั้งหมด 6 ผล
เขียนเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์การคูณได้อย่างไร นักเรียนตอบ 2 × 3 = 6
จากประโยคสญั ลกั ษณ์การคูณ 2 × 3 = 6 นัน้ 2 ในทีน่ ้หี มายถึงอะไร 3 ในทน่ี ีห้ มายถึงอะไร และ
6 ในทนี่ ้หี มายถึงอะไร นักเรยี นตอบ 2 เป็นจำนวนกลมุ่ และ 3 เปน็ จำนวนสมาชกิ ในแต่ละกลุ่ม และ 6 เป็น
จำนวนสมาชิกทัง้ หมด
4. ครูติดบัตรภาพมะนาว 2 จาน จานละ 4 ผล แลว้ ถามนักเรียนวา่
มมี ะนาวกจ่ี าน จานละก่ผี ล มมี ะนาวทง้ั หมดกผ่ี ล นกั เรียนตอบว่า มมี ะนาว 2 จาน จานละ 4 ผล
มมี ะนาวท้ังหมด 8 ผล
เขยี นเปน็ ประโยคสัญลกั ษณก์ ารคูณได้อยา่ งไร นักเรียนตอบ 2 × 4 = 8
5. ครูตดิ บัตรภาพมะนาว 2 จาน จานละ 5 ผล แล้วถามนกั เรยี นวา่
มมี ะนาวกจ่ี าน จานละกผี่ ล มมี ะนาวทัง้ หมดก่ีผล นักเรียนตอบวา่ มมี ะนาว 2 จาน จานละ 5 ผล
มีมะนาวท้ังหมด 10 ผล
เขียนเป็นประโยคสญั ลักษณ์การคูณได้อย่างไร นักเรยี นตอบ 2 × 5 = 10
6. ครแู นะนำวา่ การจัดสิ่งต่าง ๆ เป็น 2 กลุ่ม กลมุ่ ละเท่า ๆ กนั เปน็ การนำ 2 ไปคณู กบั จำนวนของ
สง่ิ ตา่ ง ๆ อาจเขยี นเป็น 2 × 1 = 2 , 2 × 2 = 4 , 2 × 3 = 6 , 2 × 4 = 8 , 2 × 5 = 10 ซึง่ เรียกวา่
สูตรคณู แม่ 2
7. ให้นักเรียนสังเกตผลคูณ จะเห็นวา่ สตู รคณู แม่ 2 มีผลคณู เพิ่มขึ้นทีละ 2
8. ครูถามนกั เรียนว่า 2 × 6 เท่ากับเทา่ ไร 2 × 7 เท่ากับเทา่ ไร 2 × 8 เทา่ กับเทา่ ไร 2 × 9 เทา่ กบั
เท่าไร โดยสงั เกตจากผลคูณ
9. ครเู ขยี นสตู รคูณแม่ 2 ให้ครบ แลว้ ใหน้ กั เรยี นอ่านพร้อมกัน
10. ครูติดบัตรภาพขนมถว้ ย 3 จาน จานละ 1 ถว้ ย แลว้ ถามนกั เรียนวา่
มีขนมถว้ ยกจ่ี าน จานละก่ถี ้วย มีขนมถว้ ยทง้ั หมดกี่ถ้วย นักเรียนตอบว่า มขี นมถว้ ย 3 จาน จาน
ละ 1 ถว้ ย มีขนมถว้ ยทั้งหมด 3 ถ้วย
เขยี นเป็นประโยคสญั ลกั ษณก์ ารคูณไดอ้ ย่างไร นักเรยี นตอบ 3 × 1 = 3
จากประโยคสัญลักษณ์การคณู 3 × 1 = 3 นนั้ 3 ตัวหนา้ ในท่นี ้หี มายถึงอะไร 1 ในท่นี ้ี หมายถงึ
อะไร และ 3 ตัวหลงั ในที่นหี้ มายถงึ อะไร นักเรียนตอบ 3 ตัวหน้าเป็นจำนวนกล่มุ และ 1 เปน็ จำนวนสมาชิกใน
แตล่ ะกลุ่ม และ 3 ตัวหลงั เป็นจำนวนสมาชกิ ท้ังหมด
11. ครูติดบตั รภาพขนมถ้วย 3 จาน จานละ 2 ถว้ ย แลว้ ถามนักเรยี นว่า
มีขนมก่ีจาน จานละกี่ถ้วย มขี นมถว้ ยทัง้ หมดกี่ถ้วย นกั เรยี นตอบวา่ มีขนมถ้วย 3 จาน จานละ 2
ถว้ ย มีขนมถว้ ยท้ังหมด 6 ถ้วย
เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลักษณก์ ารคูณได้อย่างไร นักเรยี นตอบ 3 × 2 = 6
จากประโยคสญั ลกั ษณ์การคณู 3 × 2 = 6 นน้ั 3 ในทน่ี ี้หมายถึงอะไร 2 ในทน่ี ีห้ มายถงึ อะไร
และ 6 ในท่ีน้ีหมายถึงอะไร นักเรยี นตอบ 3 เปน็ จำนวนกลมุ่ และ 2 เป็นจำนวนสมาชกิ ในแต่ละกลุ่ม และ 6
เป็นจำนวนสมาชิกท้ังหมด
12. ครตู ดิ บัตรภาพขนมถว้ ย 3 จาน จานละ 3 ถ้วย แล้วถามนกั เรียนวา่
มีขนมถ้วยกี่จาน จานละก่ถี ว้ ย มขี นมถ้วยท้งั หมดกี่ถว้ ย นักเรียนตอบว่า มขี นมถว้ ย 3 จาน จาน
ละ 3 ถ้วย มขี นมถว้ ยท้งั หมด 9 ถ้วย
เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณก์ ารคณู ได้อย่างไร นักเรยี นตอบ 3 × 3 = 9
จากประโยคสญั ลักษณ์การคูณ 3 × 3 = 9 นั้น 3 ตัวหนา้ ในท่ีนี้หมายถงึ อะไร 3 ตัวหลงั ในทีน่ ี้
หมายถึงอะไร และ 9 ในทนี่ ้ีหมายถึงอะไร นกั เรียนตอบ 3 ตวั หนา้ เปน็ จำนวนกลุ่ม และ 3 ตวั หลังเป็นจำนวน
สมาชกิ ในแต่ละกลุม่ และ 9 เปน็ จำนวนสมาชิกทงั้ หมด
13. ครตู ิดบัตรภาพขนมถว้ ย 3 จาน จานละ 4 ถ้วย แลว้ ถามนักเรยี นว่า
มีขนมถว้ ยก่จี าน จานละกี่ถ้วย มขี นมถ้วยทง้ั หมดกีถ่ ว้ ย นักเรยี นตอบว่า มีขนมถว้ ย 3 จาน จาน
ละ 4 ถว้ ย มขี นมถว้ ยท้ังหมด 12 ถ้วย
เขียนเป็นประโยคสัญลักษณก์ ารคณู ไดอ้ ย่างไร นักเรยี นตอบ 3 × 4 = 12
14. ครตู ดิ บตั รภาพขนมถ้วย 3 จาน จานละ 5 ถว้ ย แลว้ ถามนักเรยี นว่า
มีขนมถว้ ยกจ่ี าน จานละกี่ถ้วย มีขนมถว้ ยท้งั หมดกี่ถ้วย นกั เรียนตอบวา่ มขี นมถ้วย 3 จาน จาน
ละ 5 ถ้วย มขี นมถ้วยท้ังหมด 15 ถ้วย
เขียนเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณก์ ารคูณไดอ้ ย่างไร นักเรยี นตอบ 3 × 5 = 15 ครแู นะนำวา่ การจดั สิ่ง
ตา่ ง ๆ เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน เป็นการนำ 3 ไปคูณกบั จำนวนของสิ่งตา่ ง ๆ อาจเขียนเป็น 3 × 1 = 3 ,
3 × 2 = 6 , 3 × 3 = 9 , 3 × 4 = 12 , 3 × 5 = 15 ซึง่ เรยี กว่า สูตรคูณแม่ 3 ครูใหน้ ักเรียนสังเกตผลคูณ จะ
เหน็ ว่าสตู รคูณแม่ 3 มี ผลคูณเพิม่ ขึ้นทลี ะ 3
15. ครูถามนักเรียนวา่
3 × 6 เท่ากบั เท่าไร
3 × 7 เท่ากับเทา่ ไร
3 × 8 เทา่ กบั เทา่ ไร
3 × 9 เทา่ กบั เทา่ ไร
16. ครูเขยี นสูตรคณู แม่ 3 ใหค้ รบแลว้ ให้นักเรียนอ่านพร้อมกัน
17. ใหน้ ักเรียนหาผลคณู ของจำนวนหน่งึ หลกั กบั 2 โดยใชก้ ารถาม−ตอบ เช่น 4 × 2 เท่ากับเทา่ ไร
ซ่ึงนักเรยี นอาจหาผลคณู โดยนำ 2 มาบวกกัน 4 จำนวน (2 + 2 + 2 + 2)
18. ครแู นะนำว่า เน่อื งจากการคูณจำนวนสองจำนวน เมื่อสลบั ทกี่ นั ผลคณู ยังคงเท่าเดิมจะได้
4 × 2 = 2 × 4 ดังน้นั สามารถหาผลคูณของ 4 × 2 ได้จาก 2 × 4 ซ่ึงเทา่ กับ 8
19. ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันหาผลคูณของจำนวนหนึ่งหลักกับ 2 และหาผลคูณของจำนวนหน่ึงหลกั กับ 3
ตามหนังสอื เรียนหน้า 255 โดยครูและนกั เรยี นร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
20. ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น โดยให้นกั เรียนหาผลคณู ของจำนวนหนึ่งหลักกบั 2 และ
หาผลคูณของจำนวนหนง่ึ หลักกับ 3 ตามหนังสอื เรียนหนา้ 256 และจะพบวา่ ข้อ 2 ข้อ 4 ขอ้ 5 และข้อ 6 เป็น
การใช้การสลบั ท่ีการคณู เพ่ือหาคำตอบ ซ่ึงนกั เรยี นเรยี นรู้มาแล้วในหน้า 252 เพื่อใหน้ กั เรียนได้ฝึกทักษะการ
คิดใหค้ ล่อง ซงึ่ เป็นการส่งเสรมิ ความคดิ สร้างสรรค์
21. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั ส่ิงท่ไี ดเ้ รยี นรู้ ดังน้ี
2 คูณกับจำนวนหนงึ่ หลัก หาผลคณู ไดโ้ ดยใช้สตู รคูณแม่ 2
3 คณู กบั จำนวนหน่ึงหลกั หาผลคณู ได้โดยใชส้ ตู รคูณแม่ 3
22. ให้นักเรยี นทำแบบฝึกหัด 5.4 หน้า 161 – 163
8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.2
2. แบบฝกึ หดั
3. บัตรภาพ
9. การวดั และประเมินผล เครือ่ งมือ เกณฑ์
แบบฝึกหดั ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
9.1 การวัดผล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล
วิธีการ
ตรวจแบบฝกึ หัด
สงั เกตพฤติกรรมการทำงาน
รายบคุ คล
9.2 การประเมินผล
ประเด็นการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
4 32 1
(ดมี าก) (ตอ้ งปรบั ปรุง)
(ด)ี (กำลงั พัฒนา) ทำแบบฝึกหัดได้
อยา่ งถูกต้องตำ่ กว่า
1. เกณฑ์การ ทำแบบฝึกหดั ได้ ทำแบบฝึกหดั ได้ ทำแบบฝึกหัดได้ รอ้ ยละ 60
ใชร้ ูป ภาษา และ
ประเมนิ การ อยา่ งถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ สญั ลักษณท์ าง
คณิตศาสตร์ในการ
ทำแบบฝึกหัด 90 ข้นึ ไป 80 - 89 60 - 79 สือ่ สาร
สือ่ ความหมาย
2. เกณฑ์การ ใชร้ ูป ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ สรปุ ผล และ
นำเสนอไม่ได้
ประเมนิ ความ สัญลกั ษณ์ทาง สัญลกั ษณ์ทาง สญั ลักษณท์ าง
ใช้ความรู้ทาง
สามารถในการ คณิตศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ คณติ ศาสตรเ์ ป็น
เคร่อื งมอื ในการ
ส่อื สาร สอื่ ส่ือสาร ส่ือสาร สอื่ สาร เรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
เนื้อหาตา่ ง ๆ หรือ
ความหมาย ส่อื ความหมาย สื่อความหมาย สือ่ ความหมาย
ทาง สรุปผล และ สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ
คณิตศาสตร์ นำเสนอได้อยา่ ง นำเสนอได้ถูกต้อง นำเสนอได้ถกู ต้อง
ถกู ต้อง ชดั เจน แตข่ าดรายละเอียด บางสว่ น
ทสี่ มบูรณ์
3. เกณฑ์การ ใชค้ วามรูท้ าง ใชค้ วามร้ทู าง ใช้ความรู้ทาง
ประเมนิ ความ คณิตศาสตร์เป็น
สามารถในการ เครือ่ งมอื ในการ คณติ ศาสตร์เป็น คณติ ศาสตรเ์ ป็น
เชื่อมโยง เรียนรูค้ ณติ ศาสตร์
เครื่องมอื ในการ เครอื่ งมือในการ
เนอ้ื หาตา่ ง ๆ หรือ
ศาสตร์อื่น ๆ และ เรียนรู้คณติ ศาสตร์ เรยี นรู้คณิตศาสตร์
เนือ้ หาต่าง ๆ หรอื เนอ้ื หาต่าง ๆ หรือ
ศาสตรอ์ ื่น ๆ และ
ประเด็นการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมิน
4 32 1
4. เกณฑ์การ (ดีมาก) (ต้องปรบั ปรุง)
ประเมินความ นำไปใช้ในชีวติ จรงิ (ดี) (กำลังพัฒนา) ศาสตรอ์ ื่น ๆ และ
สามารถในการ ไดอ้ ย่างสอดคลอ้ ง นำไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ
ใหเ้ หตผุ ล เหมาะสม นำไปใชใ้ นชวี ิตจริง ศาสตร์อ่ืน ๆ และ
รบั ฟงั และใหเ้ หตผุ ล รับฟังและให้เหตผุ ล
5. เกณฑ์การ สนับสนนุ หรือ ไดบ้ างส่วน นำไปใชใ้ นชีวิตจรงิ สนบั สนุน หรือ
ประเมนิ การมี โต้แย้งไม่ได้
ระเบียบวนิ ยั โตแ้ ยง้ เพอื่ นำไปสู่ รบั ฟงั และใหเ้ หตุผล รับฟังและใหเ้ หตุผล
ในการทำงาน การสรุปโดยมี สนบั สนุน หรือ สนับสนนุ หรอื สมุดงาน ชิ้นงาน
โตแ้ ย้ง เพอ่ื นำไปสู่ โต้แยง้ แตไ่ ม่ ไมค่ ่อยเรยี บรอ้ ย
ขอ้ เท็จจริงทาง การสรุปโดยมี นำไปสู่การสรปุ ที่มี ไมป่ ฏบิ ตั ิตนอยู่ใน
คณิตศาสตรร์ องรบั ข้อเทจ็ จรงิ ทาง ขอ้ เท็จจริงทาง ขอ้ ตกลงทก่ี ำหนด
คณติ ศาสตร์รองรับ คณติ ศาสตรร์ องรบั ให้ร่วมกนั ต้อง
ได้อย่างสมบูรณ์ ได้บางสว่ น อาศยั การแนะนำ
สมุดงาน ช้ินงาน
สมุดงาน ช้ินงาน สมดุ งาน ชนิ้ งาน สะอาดเรียบร้อย
สะอาดเรียบร้อย สะอาดเรยี บร้อย ปฏบิ ตั ิตนอยใู่ น
ปฏบิ ัติตนอยใู่ น ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ น ข้อตกลงทก่ี ำหนด
ขอ้ ตกลงทกี่ ำหนด ขอ้ ตกลงท่กี ำหนด ใหร้ ่วมกันเป็น
ให้รว่ มกนั ทกุ คร้ัง ให้รว่ มกนั เป็นส่วน บางครง้ั
ใหญ่
10. บนั ทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้
10.1 สรุปผลหลังการจัดการเรยี นรู้
1. นกั เรียนจำนวน...14.....คน
ผ่านจุดประสงคก์ ารเรียนรู้.......13...คน คิดเปน็ ร้อยละ...92.85....
ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้.......1......คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.....7.14.......
นักเรยี นนไ่ี ม่ผ่าน มดี ังนี้
1........เด็กชายบรุ เศรษฐ์ ภู่ธวัชชัย....... 2............................................................
3............................................................ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนท่ไี ม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้
เด็กชายบรุ เศรษฐ์ จะท่องสตู รคณู ลำบากเพราะจะขา้ มตวั เลข เปน็ เด็กพิเศษ จงึ ต้อง
พยายามให้ท่องทกุ เช้าใหไ้ ด้ และให้จำได้มากท่ีสดุ
2. นักเรียนมีความรู้ความเขา้ ใจในคณิตศาสตร์ (K)
นักเรียนเขา้ ใจการหาผลคณู 1 หลัก โดยใชส้ ูตรคณู แม่ 2 และสูตรคูณแม่ 3
3. นักเรียนเกดิ ทกั ษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นกั เรยี นเชอื่ มโยงสตู รคณู ในการหาคำตอบได้อย่างถูกต้อง
4. นักเรียนมีคุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ (A)
นกั เรยี นมวี นิ ยั ในการทำงาน
10.2 ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข
ไมม่ ี
10.3 ขอ้ เสนอแนะ
ฝกึ ใหน้ กั เรียนกลา้ แสดงออกในการตอบคำถาม และการคิดวเิ คราะห์ ให้มากขึน้
ลงชือ่ ...........................................................
(.......นางภษู ดิ า ปานดำ.......)
ตำแหน่ง..ครู ชำนาญการ...
11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา/ ผู้ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเน้ือหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของสื่อ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................. .............
..................................................................................................................... .........................................................
ลงชอ่ื ...........................................................
(...นางจีรวรรณ อินทรเพชร.....)
ตำแหนง่ ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบ้านหลุมข้าว
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 7
สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตรพ์ ้ืนฐาน รหสั วิชา ค 12101
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 การคูณ เร่ือง การคูณจำนวนหน่ึงหลกั กับจำนวนหน่ึงหลัก (2) เวลา 1 ช่ัวโมง
วนั ที่....8.. เดอื น....พฤศจกิ ายน... พ.ศ. .....2565.... ครผู ู้สอน........นางภษู ิดา ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลทเ่ี กิดขึน้ จากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนนิ การ และการนำไปใช้
2. ตัวชี้วดั ชั้นปี
หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน 1 หลักกับจำนวนไม่เกิน
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. หาผลคูณของจำนวนหนงึ่ หลักกบั 4 และหาผลคูณของจำนวนหนึ่งหลักกับ 5 (K)
2. มีความสามารถในการสอ่ื สาร สอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ (P)
3. มีความสามารถในเช่ือมโยงความร้ทู างคณติ ศาสตร์ (P)
4. มีความสามารถในการให้เหตุผล (P)
5. มรี ะเบยี บวนิ ยั ในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. มคี วามสามารถในการส่ือสาร
5. สาระสำคัญ
1. 4 คูณกบั จำนวนหน่งึ หลัก หาผลคณู ไดโ้ ดยใชส้ ตู รคูณแม่ 4
2. 5 คูณกบั จำนวนหน่ึงหลัก หาผลคูณไดโ้ ดยใช้สตู รคูณแม่ 5
6. สาระการเรยี นรู้
การคณู จำนวนหนงึ่ หลกั กบั จำนวนหนึง่ หลกั
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ครูติดบตั รภาพคุกก้ี 4 ถงุ ถงุ ละ 1 ชิ้น แล้วถามนกั เรยี นวา่
มคี ุกกกี้ ี่ถุง ถุงละกช่ี น้ิ มคี ุกกท้ี งั้ หมดกีช่ ิ้น นักเรยี นตอบวา่ มคี กุ ก้ี 4 ถุง ถุงละ 1 ชน้ิ มีคุกกีท้ ั้งหมด
4 ชนิ้
เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์การคูณได้อยา่ งไร นักเรยี นตอบ 4 × 1 = 4
จากประโยคสญั ลกั ษณ์การคณู 4 × 1 = 4 นน้ั 4 ตัวหนา้ ในทีน่ ้หี มายถงึ อะไร 1 ในทีน่ ้ีหมายถึง
อะไร และ 4 ตัวหลังในทนี่ ีห้ มายถงึ อะไร นักเรียนตอบ 4 ตัวหนา้ เปน็ จำนวนกล่มุ และ 1 เป็นจำนวนสมาชิกใน
แตล่ ะกลุ่มและ 4 ตัวหลังเปน็ จำนวนสมาชกิ ทัง้ หมด
2. ครูตดิ บตั รภาพคุกก้ี 4 ถงุ ถุงละ 2 ชน้ิ แล้วถามนักเรียนวา่
มคี กุ ก้กี ี่ถงุ ถุงละกชี่ ิน้ มคี ุกกี้ทง้ั หมดกช่ี ้ิน นกั เรียนตอบวา่ มีคกุ ก้ี 4 ถุง ถงุ ละ 2 ช้ิน มีคุกกี้ทัง้ หมด
8 ชนิ้ ครูถามว่า เขยี นเป็นประโยคสญั ลักษณก์ ารคณู ไดอ้ ย่างไร นักเรียนตอบ 4 × 2 = 8
จากประโยคสญั ลกั ษณ์การคูณ 4 × 2 = 8 น้ัน 4 ในท่ีน้หี มายถงึ อะไร 2 ในทน่ี ี้หมายถึงอะไร และ
8 ในท่ีนีห้ มายถึงอะไร นักเรียนตอบ 4 เปน็ จำนวนกล่มุ และ 2 เปน็ จำนวนสมาชิกในแต่ละกลุม่ และ 8 เป็น
จำนวนสมาชกิ ท้ังหมด
3. ครตู ดิ บัตรภาพคุกก้ี 4 ถงุ ถงุ ละ 3 ชน้ิ แล้วถามนักเรียนว่า
มคี กุ กีก้ ี่ถุง ถงุ ละก่ชี ิ้น มีคุกกีท้ ง้ั หมดกชี่ ้ิน นักเรียนตอบวา่ มีคกุ ก้ี 4 ถงุ ถงุ ละ 3 ชน้ิ มีคุกก้ที ้ังหมด
12 ช้ิน
เขียนเปน็ ประโยคสัญลักษณก์ ารคูณได้อย่างไร นกั เรียนตอบ 4 × 3 = 12
จากประโยคสัญลกั ษณ์การคณู 4 × 3 = 12 น้ัน 4 ในที่น้ีหมายถึงอะไร 3 ในที่นหี้ มายถงึ อะไร
และ 12 ในทน่ี ห้ี มายถงึ อะไร นกั เรียนตอบ 4 เป็นจำนวนกลมุ่ และ3 เปน็ จำนวนสมาชกิ ในแต่ละกลุม่ และ 12
เปน็ จำนวนสมาชกิ ทัง้ หมด
4. ครตู ิดบัตรภาพคุกกี้ 4 ถุง ถุงละ 4 ชน้ิ แลว้ ถามนักเรยี นว่า
มีคกุ กก้ี ่ีถงุ ถงุ ละกีช่ ิ้น มคี ุกกที้ งั้ หมดกี่ชิน้ นกั เรียนตอบว่ามีคกุ กี้ 4 ถงุ ถงุ ละ 4 ชิน้ มคี กุ กี้ท้ังหมด
16 ชิ้น
เขียนเป็นประโยคสัญลกั ษณ์การคูณได้อยา่ งไร นกั เรยี นตอบ 4 × 4 = 16
5. ครตู ิดบตั รภาพคุกก้ี 4 ถุง ถุงละ 5 ช้ิน แล้วถามนกั เรยี นวา่
มคี กุ ก้ีก่ีถงุ ถงุ ละกี่ชิ้น มีคุกกีท้ ง้ั หมดก่ีชิ้น นกั เรียนตอบว่า มคี กุ กี้ 4 ถงุ ถงุ ละ 5 ชนิ้ มีคุกกีท้ ้ังหมด
20 ชน้ิ
เขยี นเป็นประโยคสญั ลกั ษณ์การคูณได้อยา่ งไร นกั เรียนตอบ 4 × 5 = 20__
6. ครแู นะนำวา่ การจัดสิ่งต่าง ๆ เป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน เป็นการนำ 4 ไปคูณกับจำนวนของ
สิง่ ตา่ ง ๆ อาจเขียนเป็น 4 × 1 = 4 , 4 × 2 = 8 , 4 × 3 = 12 , 4 × 4 = 16 , 4 × 5 = 20 ซงึ่ เรยี กว่าสูตร
คณู แม่ 4 ครูใหน้ ักเรียนสงั เกตผลคูณจะเหน็ ว่า สตู รคณู แม่ 4 มีผลคณู เพ่ิมขึ้นทลี ะ 4
7. ครูถามนกั เรียนว่า 4 × 6 เท่ากับเท่าไร 4 × 7 เทา่ กบั เท่าไร 4 × 8 เทา่ กับเท่าไร 4 × 9 เทา่ กับ
เท่าไร โดยสงั เกตจากผลคูณ
8. ครูเขียนสูตรคณู แม่ 4 ให้ครบ แล้วให้นกั เรียนอา่ นพร้อมกนั
9. ครตู ิดบตั รภาพขนมตาล 5 จาน จานละ 1 ช้ิน แลว้ ถามนกั เรยี นว่า
มขี นมตาลกจี่ าน จานละกี่ชิ้นมีขนมตาลทง้ั หมดกีช่ ้ิน นักเรียนตอบว่า มขี นมตาล 5 จาน จานละ 1
ชิ้น มีขนมตาลทง้ั หมด 5 ชิน้
เขยี นเป็นประโยคสญั ลักษณ์การคูณได้อยา่ งไร นักเรียนตอบ 5 × 1 = 5
จากประโยคสญั ลกั ษณ์การคณู 5 × 1 = 5 น้ัน 5 ตัวหน้าในที่น้ีหมายถึงอะไร 1 ในทีน่ ี้หมายถงึ
อะไร และ 5 ตวั หลงั ในทน่ี หี้ มายถึงอะไร นักเรียนตอบ 5 ตัวหนา้ เปน็ จำนวนกลุ่ม และ 1 เปน็ จำนวนสมาชิกใน
แตล่ ะกลมุ่ และ 5 ตัวหลงั เป็นจำนวนสมาชกิ ทั้งหมด
10. ครตู ิดบัตรภาพขนมตาล 5 จาน จานละ 2 ชิ้นแล้วถามนักเรยี นว่า
มีขนมตาลก่ีจาน จานละกชี่ ้นิ มีขนมท้ังหมดกช่ี น้ิ นกั เรียนตอบว่า มีขนมตาล 5 จาน
จานละ 2 ชิน้ มีขนมตาลทั้งหมด 10 ชิ้น
เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์การคูณได้อย่างไร นักเรียนตอบ 5 × 2 = 10
จากประโยคสัญลกั ษณ์การคณู 5 × 2 = 10 นัน้ 5 ในที่นหี้ มายถงึ อะไร 2 ในทน่ี ้ีหมายถงึ อะไร
และ 10 ในที่นหี้ มายถึงอะไร นักเรยี นตอบ 5 เปน็ จำนวนกลมุ่ และ 2 เป็นจำนวนสมาชิกในแตล่ ะกลมุ่ และ 10
เป็นจำนวนสมาชิกทัง้ หมด
11. ครตู ิดบัตรภาพขนมตาล 5 จาน จานละ 3 ชิน้ แลว้ ถามนักเรียนว่า
มขี นมตาลกจี่ าน จานละกชี่ นิ้ มขี นมตาลทั้งหมดกี่ช้นิ นักเรยี นตอบว่ามีขนมตาล 5 จาน จานละ
3 ช้นิ มีขนมตาลท้ังหมด 15 ชิ้น
เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณก์ ารคณู ไดอ้ ย่างไร นักเรยี นตอบ 5 × 3 = 15
จากประโยคสญั ลกั ษณ์การคณู 5 × 3 = 15 นั้น 5 ในท่นี หี้ มายถึงอะไร 3 ในท่นี ้ีหมายถงึ อะไร
และ 15 ในทนี่ ี้หมายถงึ อะไร นักเรยี นตอบ 5 เปน็ จำนวนกลุ่ม และ 3 เป็นจำนวนสมาชกิ ในแตล่ ะกลมุ่ และ 15
เปน็ จำนวนสมาชกิ ทง้ั หมด
12. ครตู ดิ บตั รภาพขนมตาล 5 จาน จานละ 4 ชนิ้ แล้วถามว่า
มขี นมตาลกจ่ี าน จานละก่ชี ิน้ มขี นมตาลทั้งหมดก่ชี นิ้ นักเรยี นตอบว่า มีขนมตาล 5 จาน จานละ
4 ช้นิ มขี นมตาลทง้ั หมด 20 ชิน้
เขยี นเปน็ ประโยคสัญลักษณก์ ารคูณไดอ้ ย่างไร นักเรยี นตอบ 5 × 4 = 20 ครูตดิ บัตรภาพขนม
ตาล 5 จาน จานละ 5 ช้ิน แลว้ ถามนกั เรียนวา่ มขี นมตาล กจี่ าน จานละกช่ี ิน้ มีขนมตาลท้งั หมดกชี่ ิ้น นกั เรยี น
ตอบว่า มีขนมตาล 5 จาน จานละ 5 ช้นิ มีขนมตาลทงั้ หมด 25 ช้ิน
เขยี นเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์การคูณได้อย่างไร นักเรยี นตอบ 5 × 5 = 25__
13. ครแู นะนำว่า การจดั ส่งิ ต่าง ๆ เป็น 5 กลมุ่ กลมุ่ ละเท่า ๆ กนั เปน็ การนำ 5 ไปคณู กับจำนวน
ของสงิ่ ต่าง ๆอาจเขียนเปน็ 5 × 1 = 5 , 5 × 2 = 10 , 5 × 3 = 15 , 5 × 4 = 20 , 5 × 5 = 25 ซึ่งเรียกวา่
สูตรคูณแม่ 5
14. ใหน้ ักเรยี นสังเกตผลคูณจะเห็นวา่ สูตรคณู แม่ 5 มีผลคณู เพิ่มขนึ้ ทลี ะ 5 จากนัน้ ครูถามวา่ 5 × 6
เท่ากบั เท่าไร 5 × 7 เทา่ กบั เท่าไร 5 × 8 เท่ากบั เทา่ ไร 5 × 9 เท่ากับเทา่ ไร โดยสังเกตจากผลคูณ
15. ครูเขยี นสูตรคูณแม่ 5 ให้ครบ แล้วให้นกั เรียนอา่ นพร้อมกนั
16. ใหน้ ักเรยี นหาผลคณู ของจำนวนหนงึ่ หลักกบั 4 โดยใช้การถาม-ตอบ เชน่ 6 × 4 เท่ากบั เทา่ ไร
ซงึ่ นักเรียนอาจหาผลคณู โดยนำ 4 มาบวกกนั 6 จำนวน (4 + 4 + 4+ 4 + 4 + 4)
17. ครแู นะนำว่า เนือ่ งจากการคณู จำนวนสองจำนวนเมื่อสลบั ทก่ี ันผลคูณยงั คงเทา่ เดิม จะได้
6 × 4 = 4 × 6 ดงั นั้น สามารถหาผลคูณของ 6 × 4 ไดจ้ าก 4 × 6 ซ่งึ เทา่ กบั 24
18. ใหน้ กั เรียนช่วยกันหาผลคูณของจำนวนหนง่ึ หลักกับ 4 และผลคูณของจำนวนหนง่ึ หลักกบั 5
ตามหนังสือเรยี นหนา้ 259 โดยครูและนกั เรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
19. ครูตรวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียนโดยใหน้ กั เรยี นหาผลคณู ของจำนวนหนงึ่ หลกั กับ 4 และหา
ผลคูณของจำนวนหนึง่ หลัก กับ 5 ตามหนังสอื เรยี นหนา้ 260 แตจ่ ะพบวา่ ข้อ 3 และข้อ 4 เปน็ การใช้การสลับ
ท่กี ารคูณเพ่ือหาคำตอบ ซ่ึงนักเรียนเรียนรู้มาแล้วในหน้า 259 เพื่อให้นักเรียนไดฝ้ กึ ทกั ษะการคิดให้คล่อง ซง่ึ
เปน็ การส่งเสรมิ ของความคดิ สร้างสรรค์
20. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรปุ ส่ิงท่ีได้เรยี นรู้ ดังน้ี
4 คูณกับจำนวนหน่งึ หลกั หาผลคูณไดโ้ ดยใชส้ ูตรคูณแม่ 4
5 คูณกับจำนวนหนึง่ หลกั หาผลคูณได้โดยใช้สูตรคูณแม่ 5
21. ใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกหัด 5.5 หนา้ 164 – 166
8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.2
2. แบบฝึกหัด
3. บัตรภาพ
9. การวดั และประเมินผล เครื่องมอื เกณฑ์
แบบฝึกหดั ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
9.1 การวัดผล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล
วิธกี าร
ตรวจแบบฝึกหัด
สงั เกตพฤติกรรมการทำงาน
รายบุคคล
9.2 การประเมนิ ผล
ประเด็นการ ระดับคุณภาพ
ประเมิน
4 32 1
(ดมี าก) (ตอ้ งปรับปรุง)
(ดี) (กำลังพัฒนา) ทำแบบฝกึ หดั ได้
อยา่ งถูกต้องต่ำกว่า
1. เกณฑ์การ ทำแบบฝกึ หัดได้ ทำแบบฝกึ หดั ได้ ทำแบบฝกึ หัดได้ รอ้ ยละ 60
ใช้รปู ภาษา และ
ประเมินการ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ สญั ลักษณท์ าง
คณติ ศาสตร์ในการ
ทำแบบฝึกหดั 90 ข้ึนไป 80 - 89 60 - 79 ส่ือสาร
สื่อความหมาย
2. เกณฑ์การ ใช้รปู ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ สรุปผล และ
นำเสนอไม่ได้
ประเมินความ สญั ลักษณท์ าง สญั ลักษณท์ าง สญั ลกั ษณ์ทาง
ใช้ความรทู้ าง
สามารถในการ คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์เป็น
เคร่ืองมือในการ
สอื่ สาร สอ่ื สอ่ื สาร สื่อสาร สอ่ื สาร เรียนรู้คณิตศาสตร์
เน้อื หาต่าง ๆ หรอื
ความหมาย สื่อความหมาย สอ่ื ความหมาย สอ่ื ความหมาย ศาสตร์อนื่ ๆ และ
นำไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ
ทาง สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ
คณิตศาสตร์ นำเสนอได้อยา่ ง นำเสนอได้ถกู ต้อง นำเสนอได้ถูกต้อง
ถกู ต้อง ชดั เจน แต่ขาดรายละเอียด บางส่วน
ทีส่ มบูรณ์
3. เกณฑ์การ ใช้ความรู้ทาง ใช้ความรู้ทาง ใชค้ วามรูท้ าง
ประเมินความ คณิตศาสตรเ์ ป็น
สามารถในการ เครอ่ื งมอื ในการ คณติ ศาสตรเ์ ป็น คณิตศาสตร์เป็น
เชื่อมโยง เรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
เครื่องมือในการ เคร่อื งมอื ในการ
เนอื้ หาตา่ ง ๆ หรือ
ศาสตร์อื่น ๆ และ เรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ เรยี นรู้คณิตศาสตร์
นำไปใช้ในชวี ิตจรงิ
เนอื้ หาต่าง ๆ หรือ เน้ือหาต่าง ๆ หรอื
ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ
นำไปใช้ในชวี ิตจรงิ
ประเด็นการ 4 ระดับคุณภาพ 1
ประเมนิ (ดมี าก) 32 (ต้องปรบั ปรุง)
ไดอ้ ยา่ งสอดคล้อง (ดี) (กำลังพัฒนา)
4. เกณฑ์การ เหมาะสม นำไปใชใ้ นชีวิตจริง รับฟงั และใหเ้ หตุผล
ประเมินความ รบั ฟังและใหเ้ หตุผล ไดบ้ างส่วน สนับสนนุ หรือ
สามารถในการ สนบั สนุนหรือ รับฟงั และใหเ้ หตุผล รับฟงั และให้เหตผุ ล โต้แย้งไม่ได้
ให้เหตุผล โต้แยง้ เพ่อื นำไปสู่
การสรุปโดยมี สนบั สนุน หรอื สนับสนุน หรือ สมดุ งาน ช้นิ งาน
5. เกณฑ์การ ข้อเท็จจริงทาง โตแ้ ยง้ เพอ่ื นำไปสู่ โตแ้ ย้ง แต่ไม่ ไมค่ ่อยเรียบรอ้ ย
ประเมนิ การมี คณติ ศาสตรร์ องรับ การสรปุ โดยมี นำไปสกู่ ารสรุปที่มี ไม่ปฏิบตั ติ นอยใู่ น
ระเบยี บวินยั ได้อยา่ งสมบรู ณ์ ข้อตกลงที่กำหนด
ในการทำงาน ข้อเทจ็ จริงทาง ข้อเทจ็ จรงิ ทาง ใหร้ ว่ มกนั ต้อง
สมดุ งาน ชนิ้ งาน คณติ ศาสตรร์ องรับ คณติ ศาสตรร์ องรบั อาศยั การแนะนำ
สะอาดเรยี บร้อย
ปฏิบัตติ นอย่ใู น ไดบ้ างส่วน
ข้อตกลงท่ีกำหนด
ให้ร่วมกนั ทกุ คร้ัง สมดุ งาน ชน้ิ งาน สมดุ งาน ชิ้นงาน
สะอาดเรยี บร้อย สะอาดเรยี บร้อย
ปฏบิ ัตติ นอยู่ใน ปฏิบตั ิตนอยู่ใน
ข้อตกลงท่กี ำหนด ข้อตกลงที่กำหนด
ให้ร่วมกันเปน็ สว่ น ให้รว่ มกนั เป็น
ใหญ่ บางครงั้
10. บันทึกผลหลังการจดั การเรียนรู้
10.1 สรปุ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้
1. นกั เรยี นจำนวน...14.....คน
ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้.......13...คน คิดเปน็ ร้อยละ...92.85....
ไม่ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้.......1......คน คิดเป็นร้อยละ.....7.14.......
นักเรยี นนี่ไมผ่ ่าน มีดงั น้ี
1........เดก็ ชายบุรเศรษฐ์ ภธู่ วชั ชยั ....... 2............................................................
3............................................................ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นทไี่ ม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้
เดก็ ชายบรุ เศรษฐ์ จะท่องสตู รคูณลำบากเพราะจะข้ามตัวเลข เปน็ เด็กพเิ ศษ จึงต้อง
พยายามให้ทอ่ งทุกเชา้ ใหไ้ ด้ และใหจ้ ำได้มากท่สี ุด
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจในคณิตศาสตร์ (K)
นักเรียนเขา้ ใจการหาผลคูณ 1 หลัก โดยใชส้ ตู รคูณแม่ 4 และสตู รคูณแม่ 5
3. นกั เรยี นเกดิ ทกั ษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นักเรียนเช่อื มโยงสูตรคณู ในการหาคำตอบได้อยา่ งถกู ต้อง
4. นกั เรียนมีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ (A)
นักเรยี นมวี นิ ยั ในการทำงาน
10.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
ไม่มี
10.3 ขอ้ เสนอแนะ
ฝึกใหน้ กั เรยี นกล้าแสดงออกในการตอบคำถาม และการคิดวิเคราะห์ ให้มากขึน้
ลงช่อื ...........................................................
(...นางภษู ดิ า ปานดำ...)
ตำแหน่ง. ครู ชำนาญการ