11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา/ ผู้ท่ไี ด้รบั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเน้ือหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของส่ือ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ...........................................................
(...นางจีรวรรณ อนิ ทรเพชร.)
ตำแหน่ง ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นหลมุ ขา้ ว
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 8
สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตรพ์ ้ืนฐาน รหสั วิชา ค 12101
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 การคูณ เร่ือง การคูณจำนวนหน่ึงหลกั กับจำนวนหน่ึงหลัก (3) เวลา 1 ช่ัวโมง
วันท.ี่ ...9.. เดอื น....พฤศจกิ ายน... พ.ศ. .....2565.... ครผู ู้สอน........นางภษู ิดา ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลท่เี กิดขึน้ จากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนนิ การ และการนำไปใช้
2. ตัวชี้วัดชัน้ ปี
หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณแ์ สดงการคูณของจำนวน 1 หลักกับจำนวนไม่เกิน
2 หลัก (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. หาผลคูณของจำนวนหนงึ่ หลกั กบั 6 และหาผลคูณของจำนวนหนึ่งหลักกับ 7 (K)
2. มคี วามสามารถในการสอ่ื สาร สอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ (P)
3. มีความสามารถในเช่ือมโยงความร้ทู างคณติ ศาสตร์ (P)
4. มีความสามารถในการให้เหตุผล (P)
5. มีระเบยี บวนิ ยั ในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. มคี วามสามารถในการส่ือสาร
5. สาระสำคัญ
1. 6 คูณกบั จำนวนหน่งึ หลัก หาผลคณู ไดโ้ ดยใชส้ ตู รคูณแม่ 6
2. 7 คูณกบั จำนวนหน่ึงหลัก หาผลคูณไดโ้ ดยใช้สตู รคูณแม่ 7
6. สาระการเรียนรู้
การคณู จำนวนหน่ึงหลกั กบั จำนวนหนง่ึ หลกั
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครทู บทวนความหมายของการคูณ
2. ครูติดบตั รภาพแอปเปลิ 6 แพ็ก แพก็ ละ 1 ผล แล้วถามนกั เรียนวา่
มีแอปเปิลกแี่ พ็ก แพก็ ละกี่ผลมีแอปเปลิ ท้งั หมดกผ่ี ล นกั เรยี นตอบวา่ มีแอปเปลิ 6 แพ็ก
แพ็กละ 1 ผล มแี อปเปิลทั้งหมด 6 ผล
เขยี นเป็นประโยคสญั ลักษณ์การคูณได้อย่างไร นักเรียนตอบ6 × 1 = 6
จากประโยคสญั ลกั ษณ์การคูณ 6 × 1 = 6 น้ัน 6 ตวั หน้าในทน่ี ีห้ มายถงึ อะไร 1 ในที่นี้หมายถงึ
อะไร และ 6 ตวั หลงั ในทนี่ ีห้ มายถึงอะไร
6 ตวั หน้าเป็นจำนวนกลุม่ และ 1 เป็นจำนวนสมาชิกในแตล่ ะกลมุ่ และ 6 ตวั หลังเป็นจำนวน
สมาชกิ ท้ังหมด ครตู ิดบัตรภาพแอปเปลิ 6 แพ็ก แพ็กละ 2 ผล
มแี อปเปลิ กแ่ี พก็ แพก็ ละก่ีผล มีแอปเปิลทัง้ หมดกผี่ ล นักเรยี นตอบว่า มีแอปเปลิ 6 แพ็ก แพก็ ละ
2 ผล มแี อปเปิลทง้ั หมด 12 ผล
เขียนเป็นประโยคสญั ลักษณก์ ารคูณได้อยา่ งไร นักเรียนตอบ 6 × 2 = 12
จากประโยคสญั ลกั ษณ์การคณู 6 × 2 = 12 นนั้ 6 ในท่ีน้ีหมายถงึ อะไร 2 ในท่ีนี้หมายถงึ อะไร
และ 12 ในท่ีนีห้ มายถึงอะไร นกั เรียนตอบ 6 เป็นจำนวนกลมุ่ และ 2 เป็นจำนวนสมาชิกในแต่ละกลุ่ม และ 12
เป็นจำนวนสมาชิกทัง้ หมด
3. ครูติดบัตรภาพแอปเปลิ 6 แพ็ก แพก็ ละ 3 ผล แล้วถามนักเรยี นวา่
มีแอปเปิลก่ีแพก็ แพก็ ละก่ีผล มแี อปเปิลทั้งหมดกีผ่ ล นกั เรียนตอบวา่ มีแอปเปิล 6 แพก็ แพก็ ละ
3 ผล มีแอปเปลิ ทงั้ หมด18 ผล
เขยี นเปน็ ประโยคสัญลักษณ์การคูณได้อย่างไร นกั เรียนตอบ 6 × 3 = 18
จากประโยคสญั ลกั ษณ์การคณู 6 × 3 = 18 น้นั 6 ในที่น้ีหมายถงึ อะไร
3 ในท่ีน้หี มายถึงอะไร และ 18 ในที่นี้หมายถงึ อะไร นกั เรยี นตอบ 6 เปน็ จำนวนกลมุ่ และ 3 เป็น
จำนวนสมาชิกในแตล่ ะกลุ่ม และ 18 เป็นจำนวนสมาชกิ ทง้ั หมด
4. ครูตดิ บัตรภาพแอปเปิล 6 แพก็ แพ็กละ 4 ผล แลว้ ถามนักเรียนว่า
มแี อปเปิลก่แี พก็ แพ็กละก่ีผล มแี อปเปลิ ทงั้ หมดกี่ผล นกั เรยี นตอบว่า มีแอปเปิล 6 แพก็ แพก็ ละ
4 ผล มีแอปเปิลท้งั หมด 24 ผล
เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณก์ ารคูณได้อยา่ งไร นกั เรยี นตอบ 6 × 4 = 24
5. ครูตดิ บัตรภาพแอปเปิล 6 แพ็ก แพ็กละ 5 ผล แลว้ ถามนักเรยี นว่า
มีแอปเปลิ กี่แพก็ แพ็กละกี่ผล มแี อปเปลิ ท้ังหมดก่ีผล นกั เรียนตอบวา่ มีแอปเปลิ 6 แพ็ก แพ็กละ
5 ผล มีแอปเปิลทั้งหมด 30 ผล
เขียนเป็นประโยคสัญลกั ษณ์การคูณได้อย่างไร นกั เรียนตอบ 6 × 5 = 30
6. ครูแนะนำวา่ การจดั ส่งิ ต่าง ๆ เปน็ 6 กลมุ่ กลุม่ ละเทา่ ๆ กนั เปน็ การนำ 6 ไปคณู กบั จำนวนของ
สิ่งต่าง ๆ อาจเขียนเปน็ 6 × 1 = 6 , 6 × 2 = 12 , 6 × 3 = 18 , 6 × 4 = 24 , 6 × 5 = 30 ซึ่งเรยี กวา่ สูตร
คณู แม่ 6
7. ให้นกั เรียนสังเกตผลคณู จะเห็นวา่ สตู รคูณแม่ 6 มีผลคูณเพิม่ ข้ึนทีละ 6 จากนน้ั ครูถามนักเรียนวา่
6 × 6 เท่ากบั เท่าไร 6 × 7 เท่ากบั เท่าไร 6 × 8 เท่ากับเท่าไร 6 × 9 เทา่ กับเท่าไร โดยสังเกตจากผลคูณ
จากน้ันครเู ขยี นสูตรคณู แม่ 6 ใหค้ รบแลว้ ให้นักเรียนอ่านพร้อมกัน
8. ครูติดบตั รภาพขนมกล้วย 7 จาน จานละ 1 ชิน้ แล้วถามนักเรยี นวา่ มขี นมกล้วยกี่จาน จานละก่ี
ช้นิ มีขนมกล้วยทั้งหมดกช่ี ้นิ นักเรยี นตอบว่า มีขนมกล้วย 7 จานจานละ 1 ชนิ้ มขี นมกลว้ ยท้งั หมด 7 ชิ้น
9. ครูถามนกั เรียนวา่
เขยี นเปน็ ประโยคสัญลกั ษณก์ ารคูณได้อย่างไร นักเรียนตอบ 7 × 1 = 7
จากประโยคสัญลกั ษณ์การคณู 7 × 1 = 7น้ัน 7 ตวั หนา้ ในท่ีน้หี มายถึงอะไร 1 ในทีน่ ี้หมายถึง
อะไร และ 7 ตวั หลงั ในท่นี ้ีหมายถงึ อะไร นักเรียนตอบ 7 ตัวหน้าเป็นจำนวนกลมุ่ และ 1 เป็นจำนวนสมาชิกใน
แตล่ ะกลมุ่ และ 7 ตัวหลงั เป็นจำนวนสมาชิกทงั้ หมด
10. ครตู ดิ บตั รภาพขนมกลว้ ย 7 จาน จานละ 2 ชิน้ แล้วถามนกั เรยี นว่า
มีขนมกลว้ ยกี่จาน จานละกี่ช้ิน มีขนมกลว้ ยท้ังหมดกช่ี ิ้น นกั เรียนตอบว่า มีขนมกลว้ ย 7 จาน
จานละ 2 ช้ิน มีขนมกล้วยทัง้ หมด 14 ชนิ้
เขียนเป็นประโยคสญั ลักษณ์การคณู ได้อย่างไร นักเรียนตอบ 7 × 2 = 14
จากประโยคสญั ลกั ษณ์การคณู 7 × 2 = 14 น้นั 7 ในทน่ี ห้ี มายถึงอะไร 2 ในท่ีนหี้ มายถงึ อะไร
และ 14 ในท่ีนหี้ มายถึงอะไร นักเรียนตอบ 7 เปน็ จำนวนกลุ่มและ 2 เป็นจำนวนสมาชิกในแต่ละกลุ่ม และ 14
เปน็ จำนวนสมาชกิ ท้ังหมด
11. ครตู ิดบตั รภาพขนมกล้วย 7 จาน จานละ 3 ช้ิน แล้วถามนักเรยี นว่า
มีขนมกลว้ ยกี่จาน จานละก่ชี นิ้ มขี นมกลว้ ยท้ังหมดก่ีชิ้น นกั เรยี นตอบวา่ มขี นมกลว้ ย 7 จาน
จานละ 3 ช้นิ มขี นมกล้วยทงั้ หมด 21 ชิ้น
เขยี นเป็นประโยคสญั ลกั ษณก์ ารคูณได้อยา่ งไร นักเรียนตอบ 7 × 3 = 21
จากประโยคสญั ลักษณ์การคูณ 7 × 3 = 21 นั้น 7 ในที่นีห้ มายถึงอะไร 3 ในท่ีนห้ี มายถงึ อะไร
และ 21 ในที่นห้ี มายถึงอะไร นกั เรียนตอบ 7 เป็นจำนวนกลมุ่ และ 3 เป็นจำนวนสมาชิกในแตล่ ะกล่มุ และ 21
เป็นจำนวนสมาชกิ ทัง้ หมด
12. ครตู ิดบัตรภาพขนมกล้วย 7 จาน จานละ 4 ช้นิ แล้วถามนักเรยี นวา่ มีขนมกล้วยกี่จาน จานละก่ี
ช้นิ มีขนมกล้วยท้งั หมดกชี่ ้นิ นักเรยี นตอบว่า มีขนมกล้วย 7 จาน จานละ 4 ชน้ิ มีขนมกล้วยทั้งหมด 28 ช้ิน
แล้วนกั เรยี นว่า เขียนเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์การคณู ได้อย่างไร นกั เรียนตอบ 7 × 4 = 28
13. ครตู ดิ บัตรภาพขนมกลว้ ย 7 จาน จานละ 5 ช้นิ แล้วถามนักเรียนว่า
มีขนมกล้วยกจี่ าน จานละกช่ี ิ้น มขี นมกลว้ ยท้งั หมดก่ชี ้ิน นักเรียนตอบวา่ มีขนมกลว้ ย 7 จาน
จานละ 5 ชน้ิ มีขนมกล้วยทัง้ หมด 35 ชน้ิ
เขียนเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์การคูณได้อย่างไร นักเรียนตอบ 7 × 5 = 35
14. ครแู นะนำวา่ การจดั ส่งิ ต่าง ๆ เป็น 7 กลมุ่ กลุม่ ละเทา่ ๆ กัน เปน็ การนำ 7 ไปคูณกับจำนวน
ของสิ่งตา่ ง ๆ อาจเขยี นเป็น 7 × 1 = 7 , 7 × 2 = 14 , 7 × 3 = 21 , 7 × 4 = 28 , 7 × 5 = 35 ซ่งึ เรยี กว่า
สูตรคูณแม่ 7
15. ให้นกั เรยี นสงั เกตผลคูณ จะเหน็ ว่า สูตรคณู แม่ 7 มีผลคูณเพิ่มขึน้ ทีละ 7
16. ครูถามนักเรียนวา่ 7 × 6 เท่ากับเทา่ ไร 7 × 7 เท่ากับเท่าไร 7 × 8 เท่ากบั เทา่ ไร 7 × 9 เท่ากบั
เทา่ ไร โดยสังเกตจากผลคูณ
17. ครเู ขียนสตู รคูณแม่ 7 ใหค้ รบ แลว้ ใหน้ กั เรียนอ่านพรอ้ มกนั
18. ให้นักเรียนหาผลคณู ของจำนวนหนึง่ หลักกับ 6 โดยใชก้ ารถาม-ตอบ เช่น 6 × 3 เท่ากบั เทา่ ไร
แลว้ ถามนักเรยี นวา่ 3 × 6 เท่ากบั เทา่ ไร นักเรียนควรจะตอบไดว้ า่ 3 × 6 = 6 × 3 เพราะนักเรียนทราบ
มาแลว้ ว่า การคูณจำนวนสองจำนวนเมือ่ สลบั ท่ีกันผลคูณยังคงเท่าเดิม
19. ให้นกั เรียนสงั เกตว่า สามารถหาคำตอบโดยใชส้ ูตรคูณแม่ 3 หรือสตู รคูณแม่ 6 ก็ได้
20. ให้นักเรยี นช่วยกันหาผลคณู ของจำนวนหน่ึงหลักกับ 6 และ ผลคณู ของจำนวนหน่งึ หลกั กบั 7
ตามหนังสือเรยี นหนา้ 263 โดยครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง
21. ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนักเรียนให้สอดคลอ้ งกับจุดประสงค์การเรยี นในช่ัวโมงน้โี ดยให้
นกั เรียนหาผลคูณของจำนวนหนึง่ หลกั กบั 6 และหาผลคูณของจำนวนหน่งึ หลัก กบั 7 ตามหนงั สือเรียนหน้า
264 แตจ่ ะพบว่าข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 5 เป็นการใชก้ ารสลบั ทีก่ ารคูณเพ่ือหาคำตอบ ซ่ึงนักเรียนทำมาแล้วใน
หนา้ 263 เพื่อใหน้ กั เรียนได้ฝึกทักษะการคิดให้คล่อง ซ่งึ เป็นจดุ เริ่มต้นของความคดิ สรา้ งสรรค์
22. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งและสรุปสิง่ ทไ่ี ดเ้ รียนรู้ ดังนี้
6 คณู กับจำนวนหน่งึ หลกั หาผลคณู ไดโ้ ดยใช้สตู รคูณแม่ 6
7 คูณกับจำนวนหนึง่ หลัก หาผลคณู ไดโ้ ดยใชส้ ตู รคูณแม่ 7
23. ให้นกั เรียนทำแบบฝึกหัด 5.6 หนา้ 167 – 169
8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.2
2. แบบฝกึ หดั
3. บัตรภาพ
9. การวดั และประเมินผล เครื่องมอื เกณฑ์
แบบฝึกหดั ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
9.1 การวัดผล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล
วิธกี าร
ตรวจแบบฝึกหัด
สงั เกตพฤติกรรมการทำงาน
รายบุคคล
9.2 การประเมนิ ผล
ประเด็นการ ระดับคุณภาพ
ประเมิน
4 32 1
(ดมี าก) (ตอ้ งปรับปรุง)
(ดี) (กำลังพัฒนา) ทำแบบฝกึ หดั ได้
อยา่ งถูกต้องต่ำกว่า
1. เกณฑ์การ ทำแบบฝกึ หัดได้ ทำแบบฝกึ หดั ได้ ทำแบบฝกึ หัดได้ รอ้ ยละ 60
ใช้รปู ภาษา และ
ประเมินการ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ สญั ลักษณท์ าง
คณติ ศาสตร์ในการ
ทำแบบฝึกหดั 90 ข้ึนไป 80 - 89 60 - 79 ส่ือสาร
สื่อความหมาย
2. เกณฑ์การ ใช้รปู ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ สรุปผล และ
นำเสนอไม่ได้
ประเมินความ สญั ลักษณท์ าง สญั ลักษณท์ าง สญั ลกั ษณ์ทาง
ใช้ความรทู้ าง
สามารถในการ คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์เป็น
เคร่ืองมือในการ
สอื่ สาร สอ่ื สอ่ื สาร สื่อสาร สอ่ื สาร เรียนรู้คณิตศาสตร์
เน้อื หาต่าง ๆ หรอื
ความหมาย สื่อความหมาย สอ่ื ความหมาย สอ่ื ความหมาย ศาสตร์อืน่ ๆ และ
นำไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ
ทาง สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ
คณิตศาสตร์ นำเสนอได้อยา่ ง นำเสนอได้ถกู ต้อง นำเสนอได้ถูกต้อง
ถกู ต้อง ชดั เจน แต่ขาดรายละเอียด บางส่วน
ทีส่ มบูรณ์
3. เกณฑ์การ ใช้ความรู้ทาง ใช้ความรู้ทาง ใชค้ วามรูท้ าง
ประเมินความ คณิตศาสตรเ์ ป็น
สามารถในการ เครอ่ื งมอื ในการ คณติ ศาสตรเ์ ป็น คณิตศาสตร์เป็น
เชื่อมโยง เรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
เครื่องมือในการ เคร่อื งมอื ในการ
เนอื้ หาตา่ ง ๆ หรือ
ศาสตร์อื่น ๆ และ เรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ เรยี นรู้คณิตศาสตร์
นำไปใช้ในชวี ิตจรงิ
เนอื้ หาต่าง ๆ หรือ เน้ือหาต่าง ๆ หรอื
ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ
นำไปใช้ในชวี ิตจรงิ
ประเด็นการ 4 ระดับคุณภาพ 1
ประเมนิ (ดมี าก) 32 (ต้องปรบั ปรุง)
ไดอ้ ยา่ งสอดคล้อง (ดี) (กำลังพัฒนา)
4. เกณฑ์การ เหมาะสม นำไปใชใ้ นชีวิตจริง รับฟงั และใหเ้ หตุผล
ประเมินความ รบั ฟังและใหเ้ หตุผล ไดบ้ างส่วน สนับสนนุ หรือ
สามารถในการ สนบั สนุนหรือ รับฟงั และใหเ้ หตุผล รับฟงั และให้เหตผุ ล โต้แย้งไม่ได้
ให้เหตุผล โต้แยง้ เพ่อื นำไปสู่
การสรุปโดยมี สนบั สนุน หรอื สนับสนุน หรือ สมดุ งาน ช้นิ งาน
5. เกณฑ์การ ข้อเท็จจริงทาง โตแ้ ยง้ เพอ่ื นำไปสู่ โตแ้ ย้ง แต่ไม่ ไมค่ ่อยเรียบรอ้ ย
ประเมนิ การมี คณติ ศาสตรร์ องรับ การสรปุ โดยมี นำไปสกู่ ารสรุปที่มี ไม่ปฏิบตั ติ นอยใู่ น
ระเบยี บวินยั ได้อยา่ งสมบรู ณ์ ข้อตกลงที่กำหนด
ในการทำงาน ข้อเทจ็ จรงิ ทาง ข้อเทจ็ จรงิ ทาง ใหร้ ว่ มกนั ต้อง
สมดุ งาน ชนิ้ งาน คณติ ศาสตรร์ องรับ คณติ ศาสตรร์ องรบั อาศยั การแนะนำ
สะอาดเรยี บร้อย
ปฏิบัตติ นอย่ใู น ไดบ้ างส่วน
ข้อตกลงท่ีกำหนด
ให้ร่วมกนั ทกุ คร้ัง สมดุ งาน ชน้ิ งาน สมดุ งาน ชิ้นงาน
สะอาดเรยี บร้อย สะอาดเรยี บร้อย
ปฏบิ ัตติ นอยู่ใน ปฏิบตั ิตนอยู่ใน
ข้อตกลงท่กี ำหนด ข้อตกลงที่กำหนด
ให้ร่วมกันเปน็ สว่ น ให้รว่ มกนั เป็น
ใหญ่ บางครงั้
10. บันทึกผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
10.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
1. นกั เรียนจำนวน...14.....คน
ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้.......11...คน คดิ เป็นรอ้ ยละ...78.57....
ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้.......3......คน คิดเป็นร้อยละ.....21.42.......
นักเรยี นน่ไี มผ่ ่าน มีดงั น้ี
1........เดก็ ชายบรุ เศรษฐ์ ภธู่ วัชชยั ....... 2.............เดก็ ชายอคั รเดชร ศรบี วั งาม........
3.........เด็กชายภูผา นวมสุข........ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแก้ไขนักเรียนท่ไี ม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
นกั เรียนยังจำแม่สูตรคูณที่มากกว่า แม่ 5 ไมไ่ ด้ ทำใหห้ าคำตอบไดย้ าก จงึ ต้องพยายามให้
ทอ่ งทุกเชา้ ให้ได้ และใหจ้ ำได้มากทีส่ ุด ฝกึ ถามและทำแบบฝึก
2. นักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K)
นักเรียนเข้าใจการหาผลคูณ 1 หลัก โดยใช้สูตรคณู แม่ 6 และสูตรคูณแม่ 7
3. นกั เรยี นเกดิ ทักษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นักเรยี นเช่ือมโยงสตู รคณู ในการหาคำตอบไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
4. นกั เรียนมีคุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ (A)
นกั เรยี นมวี ินัยในการทำงาน
10.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข
ไม่มี
10.3 ขอ้ เสนอแนะ
ฝกึ ใหน้ ักเรียนกลา้ แสดงออกในการตอบคำถาม และการคิดวเิ คราะห์ ให้มากขึ้น
ลงช่ือ...........................................................
(...นางภูษิดา ปานดำ....)
ตำแหน่ง..ครู ชำนาญการ.
11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศกึ ษา/ ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเนื้อหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของสื่อ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอ่ื ...........................................................
(...นางจรี วรรณ อินทรเพชร.)
ตำแหน่ง ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบา้ นหลมุ ข้าว
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 9
สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตรพ์ ้นื ฐาน รหสั วิชา ค 12101
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 5 การคณู เรื่อง การคูณจำนวนหน่งึ หลักกับจำนวนหนึ่งหลัก (4) เวลา 1 ชวั่ โมง
วนั ท่ี....10.. เดือน....พฤศจิกายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผู้สอน........นางภูษดิ า ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลที่เกดิ ข้นึ จากการดำเนินการ สมบตั ขิ องการดำเนนิ การ และการนำไปใช้
2. ตวั ช้ีวัดช้นั ปี
หาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณแ์ สดงการคูณของจำนวน 1 หลักกบั จำนวนไม่เกิน
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. หาผลคูณของจำนวน 1 หลักกับ 8 และหาผลคูณของจำนวน 1 หลักกับ 9 (K)
2. มคี วามสามารถในการสื่อสาร สอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ (P)
3. มคี วามสามารถในเชื่อมโยงความรทู้ างคณติ ศาสตร์ (P)
4. มีความสามารถในการใหเ้ หตุผล (P)
5. มีระเบยี บวนิ ัยในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. มีความสามารถในการสอ่ื สาร
5. สาระสำคญั
1. 8 คูณกบั จำนวนหนง่ึ หลกั หาผลคูณไดโ้ ดยใช้สตู รคูณแม่ 8
2. 9 คณู กับจำนวนหน่ึงหลกั หาผลคูณได้โดยใชส้ ูตรคูณแม่ 9
6. สาระการเรยี นรู้
การคูณจำนวนหนงึ่ หลักกบั จำนวนหนึ่งหลัก
7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครูติดบตั รภาพสาล่ี 8 แพ็ก แพ็กละ 1 ผล แล้วถามนกั เรียนวา่
มีสาลก่ี ่ีแพ็ก แพ็กละกีผ่ ล มีสาลที่ ้ังหมดก่ผี ล นักเรยี นตอบวา่ มีสาล่ี 8 แพ็ก แพ็กละ 1 ผล มสี าล่ี
ทัง้ หมด8 ผล
เขยี นเปน็ ประโยคสัญลักษณก์ ารคูณได้อยา่ งไร นักเรียนตอบ 8 × 1 = 8
จากประโยคสัญลักษณ์การคูณ 8 × 1 = 8 นนั้ 8 ตวั หนา้ ในทน่ี ี้หมายถงึ อะไร 1 ในท่ีนี้หมายถงึ
อะไร และ 8 ตวั หลังในทน่ี ้หี มายถงึ อะไร นักเรียนตอบ 8 ตัวหน้าเปน็ จำนวนกลุม่ และ 1 เปน็ จำนวนสมาชิกใน
แต่ละกลมุ่ และ 8 ตัวหลังเปน็ จำนวนสมาชกิ ทงั้ หมด
2. ครูตดิ บตั รภาพสาล่ี 8 แพ็ก แพ็กละ 2 ผล แล้วถามนกั เรียนวา่ มีสาลก่ี ่ีแพก็ แพ็กละก่ีผล มสี าล่ี
ทงั้ หมดก่ผี ล นกั เรียนตอบวา่ มสี าลี 8 แพก็ แพก็ ละ 2 ผล มสี าลี่ทง้ั หมด16 ผล
เขยี นเป็นประโยคสญั ลักษณ์การคูณได้อย่างไร นักเรียนตอบ 8 × 2 = 16
จากประโยคสัญลักษณ์การคูณ 8 × 2 = 16 น้ัน 8 ในท่ีนห้ี มายถงึ อะไร 2 ในที่นห้ี มายถงึ อะไร
และ 16 ในท่นี ีห้ มายถงึ อะไร นักเรียนตอบ 8 เป็น จำนวนกลุ่ม และ 2 เปน็ จำนวนสมาชิกในแต่ละกลุ่ม และ
16 เปน็ จำนวนทั้งหมด
3. ครูตดิ บตั รภาพสาลี่ 8 แพ็ก แพ็กละ 3 ผล แล้วถามนกั เรียนว่า
มสี าลก่ี ี่แพ็ก แพ็กละกี่ผล มีสาลท่ี ัง้ หมดกผี่ ล นกั เรยี นตอบว่า มีสาล่ี 8 แพ็ก แพ็กละ 3 ผล มีสาลี่
ทัง้ หมด 24 ผล
เขยี นเปน็ ประโยคสัญลักษณ์การคูณได้อยา่ งไร นักเรียนตอบ 8 × 3 = 24
จากประโยคสัญลกั ษณ์การคณู 8 × 3 = 24 นน้ั 8 ในท่ีน้ีหมายถึงอะไร 3 ในที่นี้หมายถงึ อะไร
และ 24 ในทน่ี หี้ มายถงึ อะไร นักเรียนตอบ 8 เป็นจำนวนกลมุ่ และ 3 เปน็ จำนวนสมาชกิ ในแต่ละกล่มุ และ 24
เป็นจำนวนสมาชิกทงั้ หมด
4. ครตู ิดบตั รภาพสาลี่ 8 แพ็ก แพก็ ละ 4 ผล แล้วถามนกั เรียนว่า
มสี าลีก่ แี่ พก็ แพก็ ละกผ่ี ล มสี าล่ีทัง้ หมดก่ผี ล นักเรียนตอบวา่ มสี าลี่ 8 แพ็ก แพ็กละ 4 ผลมสี าลี่
ทั้งหมด 32 ผล
เขยี นเปน็ ประโยคสัญลักษณก์ ารคูณได้อย่างไร นักเรียนตอบ 8 × 4 = 32
5. ครูติดบัตรภาพสาล่ี 8 แพ็ก แพ็กละ 5 ผล แลว้ ถามนักเรยี นว่า
มีสาลี่กี่แพก็ แพก็ ละก่ีผล มสี าลที่ ั้งหมดกผี่ ล นักเรียนตอบว่า มีสาล่ี 8 แพ็ก แพ็กละ 5 ผล มสี าล่ี
ท้งั หมด 40 ผล
เขียนเป็นประโยคสัญลักษณก์ ารคูณได้อยา่ งไร นักเรียนตอบ 8 × 5 = 40
6. ครูแนะนำว่า การจัดส่งิ ต่าง ๆ เป็น 8 กลุ่มกลมุ่ ละเท่า ๆ กัน เปน็ การนำ 8 ไปคณู กบั จำนวนของ
สิ่งตา่ ง ๆ อาจเขียนเป็น 8 × 1 = 8 , 8 × 2 = 16 , 8 × 3 = 24 , 8 × 4 = 32 , 8 × 5 = 40 ซ่งึ เรยี กวา่ สูตร
คูณแม่ 8
7. ครูใหน้ กั เรยี นสังเกตผลคูณจะเหน็ ว่า สูตรคณู แม่ 8 มีผลคูณเพ่ิมขนึ้ ทลี ะ 8
8. ครูถามนกั เรยี นวา่ 8 × 6 เท่ากับเท่าไร 8 × 7 เท่ากับเท่าไร 8 × 8 เท่ากับเทา่ ไร 8 × 9 เทา่ กับ
เทา่ ไร โดยสงั เกตจากผลคูณ
9. ครูเขยี นสตู รคณู แม่ 8 ให้ครบแล้วให้นักเรยี นอ่านพร้อมกนั
10. ครูตดิ บัตรภาพขนมถ้วยฟู 9 จาน จานละ 1 ชิน้ แล้วถามนักเรยี นวา่
มขี นมถว้ ยฟูกจี่ าน จานละก่ีชิ้น มีขนมถ้วยฟูทงั้ หมดกช่ี น้ิ นักเรียนตอบวา่ มีขนมถว้ ยฟู 9 จาน
จานละ 1 ชน้ิ มีขนมถ้วยฟู ทั้งหมด 9 ชิ้น
เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลักษณก์ ารคูณได้อย่างไร นักเรียนตอบ 9 × 1 = 9
จากประโยคสัญลกั ษณ์การคูณ 9 × 1 = 9 นนั้ 9 ตัวหน้าในทน่ี หี้ มายถึงอะไร 1 ในทนี่ ห้ี มายถึง
อะไร และ 9 ตัวหลังในท่ีน้ีหมายถงึ อะไร นักเรียนตอบ 9 ตัวหนา้ เป็นจำนวนกลมุ่ และ 1 เปน็ จำนวนสมาชิกใน
แต่ละกลมุ่ และ 9 ตวั หลงั เป็นจำนวนสมาชิกทงั้ หมด
11. ครตู ิดบัตรภาพขนมถ้วยฟู 9 จาน จานละ 2 ชน้ิ แลว้ ถามนักเรยี นว่า
มีขนมถ้วยฟูกจ่ี าน จานละก่ชี ้ิน มีขนมถว้ ยฟูทงั้ หมดกีช่ ้นิ นกั เรยี นตอบวา่ มีขนมถ้วยฟู 9 จาน
จานละ 2 ชน้ิ มี ขนมถ้วยฟูท้ังหมด 18 ช้ิน
เขียนเป็นประโยคสญั ลักษณ์การคณู ไดอ้ ย่างไร นักเรียนตอบ 9 × 2 = 18
จากประโยคสัญลกั ษณ์การคณู 9 × 2 = 18 นน้ั 9 ในที่นห้ี มายถงึ อะไร 2 ในทน่ี ี้หมายถงึ อะไร
และ 18 ในทน่ี ห้ี มายถงึ อะไร
9 เปน็ จำนวนกลุม่ และ 2 เป็นจำนวนสมาชกิ ในแตล่ ะกลมุ่ และ 18 เปน็ จำนวนสมาชกิ ทัง้ หมด
12. ครูติดบตั รภาพขนมถ้วยฟู 9 จาน จานละ 3 ชน้ิ แลว้ ถามนักเรยี นว่า
มีขนมถ้วยฟูกี่จาน จานละกชี่ น้ิ มขี นมถว้ ยฟูทั้งหมดกช่ี ิ้น นักเรยี นตอบว่า
มขี นมถ้วยฟู 9 จาน จานละ 3 ชน้ิ มขี นมถว้ ยฟูท้งั หมด 27 ชิ้น
เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์การคูณได้อยา่ งไร นักเรียนตอบ 9 × 3 = 27
จากประโยคสัญลกั ษณ์การคณู 9 × 3 = 27 น้ัน 9 ในที่นห้ี มายถึงอะไร 3 ในทน่ี ้ีหมายถึงอะไร
และ 27 ในทน่ี ้หี มายถงึ อะไร นกั เรียนตอบ 9 เปน็ จำนวนกล่มุ และ 3 เปน็ จำนวนสมาชกิ ในแต่ละกลุ่ม และ 27
เป็นจำนวนสมาชิกทัง้ หมด
13. ครูตดิ บัตรภาพขนมถว้ ยฟู 9 จาน จานละ 4 ชิน้ แลว้ ถามนักเรยี นว่า
มีขนมถ้วยฟูกี่จาน จานละกช่ี ิน้ มีขนมถ้วยฟูทงั้ หมดกีช่ ิ้น นกั เรียนตอบว่า มขี นมถ้วยฟู 9 จาน
จานละ 4 ชิ้น มีขนมถ้วยฟูท้ังหมด 36 ชน้ิ
เขียนเป็นประโยคสัญลกั ษณ์การคูณได้อย่างไร นักเรยี นตอบ 9 × 4 = 36 ครูตดิ บัตรภาพขนม
ถว้ ยฟู 9 จาน จานละ 5 ชิน้ แล้วถามว่า มขี นมถ้วยฟกู จ่ี าน จานละกชี่ ิน้ มขี นมถ้วยฟทู ั้งหมดกี่ช้ิน
มขี นมถว้ ยฟู 9 จาน จานละ 5 ชน้ิ มขี นมถว้ ยฟทู ้งั หมด 45 ช้นิ
เขียนเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์การคณู ไดอ้ ย่างไร นักเรยี นตอบ 9 × 5 = 45
14. ครูแนะนำวา่ การจดั ส่งิ ต่าง ๆ เป็น 9 กลุ่มกลมุ่ ละเทา่ ๆ กัน เปน็ การนำ 9 ไปคูณกับจำนวนของ
ส่ิงต่าง ๆอาจเขียนเป็น 9 × 1 = 9 , 9 × 2 = 18 , 9 × 3 = 27 , 9 × 4 = 36 , 9 × 5 = 45 ซึง่ เรยี กวา่ สตู ร
คณู แม่ 9
15. ให้นักเรยี นสังเกตผลคูณ จะเห็นว่า สูตรคณู แม่ 9 มผี ลคูณเพิ่มข้นึ ทลี ะ 9 จากนัน้ ครูถามนักเรยี น
วา่ 9 × 6 เท่ากบั เทา่ ไร 9 × 7 เท่ากบั เท่าไร 9 × 8 เทา่ กบั เท่าไร 9 × 9 เทา่ กับเท่าไร โดยสงั เกตจากผลคูณ
16. ครูเขยี นสูตรคณู แม่ 9 ให้ครบแล้วให้นกั เรยี นอ่านพร้อมกนั
17. ใหน้ กั เรียนหาผลคูณของจำนวนหนงึ่ หลกั กบั 9 โดยใช้การถาม-ตอบ เช่น
9 × 5 เทา่ กบั เท่าไร นกั เรียนตอบวา่ 45
5 × 9 เท่ากบั เท่าไร นักเรยี นตอบวา่ 45
18. ให้นักเรียนสงั เกตวา่ สามารถหาคำ ตอบโดยใช้สตู รคูณ แม่ 5 หรอื สูตรคูณแม่ 9 ก็ได้ เพราะการ
คณู จำนวนสองจำนวนเมื่อสลับท่ีกนั ผลคณู ยังคงเท่าเดิม
19. ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั หาผลคณู ของจำนวนหนงึ่ หลกั กับ 8 และผลคูณของจำนวนหน่ึงหลกั กับ 9
ตามหนังสือเรยี นหนา้ 267 โดยครูและนักเรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
20. ครตู รวจสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยให้นักเรยี นหาผลคณู ของจำนวนหนง่ึ หลักกับ 8
และหาผลคณู ของจำนวนหนงึ่ หลกั กบั 9 ตามหนงั สือเรียนหน้า 268 นกั เรยี นอาจหาผลคูณโดยใช้การสลับที่
การคณู เพื่อหาคำตอบก็ได้ ซง่ึ นักเรียนเรียนรมู้ าแลว้ ในหนา้ 267 เพ่ือใหน้ ักเรียนไดฝ้ ึกการคดิ ใหค้ ล่อง ซึ่งเปน็
การสง่ เสริมความคดิ สร้างสรรค์
21. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ งและสรุปสง่ิ ทีไ่ ด้เรยี นรู้ ดงั น้ี
8 คูณกบั จำนวนหนึ่งหลกั หาผลคณู ได้โดยใช้สูตรคูณแม่ 8
9 คูณกับจำนวนหนึง่ หลกั หาผลคณู ไดโ้ ดยใชส้ ูตรคูณแม่ 9
22. ใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกหัด 5.7 หนา้ 170 −172 และแบบฝกึ ทกั ษะชุดท่ี 5.3 เปน็ รายบุคคล
8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 1
2. แบบฝึกหัด
3. แบบฝึกทักษะชุดที่ 5.3
4. บตั รภาพ
9. การวัดและประเมนิ ผล
9.1 การวดั ผล
วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หัด แบบฝกึ หดั รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกทกั ษะชุดท่ี 5.3 แบบฝึกทกั ษะชดุ ท่ี 5.3 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล รายบคุ คล
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
9.2 การประเมินผล
ประเด็นการ ระดับคุณภาพ
ประเมิน
4 32 1
(ดีมาก) (ตอ้ งปรับปรุง)
(ด)ี (กำลังพัฒนา) ทำแบบฝึกหดั /
แบบฝกึ ทักษะ
1. เกณฑ์การ ทำแบบฝึกหดั / ทำแบบฝกึ หัด/ ทำแบบฝกึ หัด/ ได้อยา่ งถูกต้องต่ำ
กวา่ รอ้ ยละ 60
ประเมนิ การ แบบฝกึ ทกั ษะ แบบฝกึ ทักษะ แบบฝึกทกั ษะ ใชร้ ปู ภาษา และ
สญั ลกั ษณท์ าง
ทำแบบฝึกหัด/ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งร้อย ไดอ้ ย่างถูกต้องร้อย ได้อย่างถูกตอ้ งร้อย คณิตศาสตร์ในการ
สอ่ื สาร
แบบฝึกทักษะ ละ 90 ขน้ึ ไป ละ 80 - 89 ละ 60 - 79 ส่ือความหมาย
สรุปผล และ
2. เกณฑ์การ ใชร้ ปู ภาษา และ ใชร้ ูป ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ นำเสนอไม่ได้
ประเมินความ สัญลกั ษณท์ าง สัญลักษณ์ทาง สญั ลักษณ์ทาง ใชค้ วามรูท้ าง
คณติ ศาสตรเ์ ป็น
สามารถในการ คณติ ศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ เคร่อื งมอื ในการ
เรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
สื่อสาร ส่อื สอื่ สาร ส่ือสาร สอ่ื สาร
ความหมาย สือ่ ความหมาย สอ่ื ความหมาย สื่อความหมาย
ทาง สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ
คณิตศาสตร์ นำเสนอได้อย่าง นำเสนอได้ถูกต้อง นำเสนอได้ถูกต้อง
ถกู ต้อง ชัดเจน แต่ขาดรายละเอยี ด บางส่วน
ท่สี มบูรณ์
3. เกณฑ์การ ใช้ความรู้ทาง ใชค้ วามรทู้ าง ใชค้ วามร้ทู าง
ประเมินความ คณิตศาสตรเ์ ป็น
สามารถในการ เครือ่ งมอื ในการ คณิตศาสตร์เป็น คณิตศาสตร์เป็น
เชื่อมโยง เรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
เครอื่ งมอื ในการ เครือ่ งมอื ในการ
เรยี นรู้คณติ ศาสตร์ เรียนรูค้ ณติ ศาสตร์
ประเด็นการ 4 ระดบั คุณภาพ 1
ประเมนิ (ดีมาก) 32 (ตอ้ งปรบั ปรุง)
เนื้อหาตา่ ง ๆ หรอื (ด)ี (กำลงั พัฒนา) เนือ้ หาต่าง ๆ หรอื
4. เกณฑ์การ ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ เนอื้ หาต่าง ๆ หรอื เนอ้ื หาต่าง ๆ หรือ ศาสตรอ์ ื่น ๆ และ
ประเมนิ ความ นำไปใช้ในชวี ิตจริง ศาสตร์อนื่ ๆ และ ศาสตรอ์ ื่น ๆ และ นำไปใช้ในชีวิตจริง
สามารถในการ ไดอ้ ยา่ งสอดคล้อง นำไปใช้ในชีวิตจรงิ นำไปใช้ในชวี ิตจรงิ
ใหเ้ หตุผล เหมาะสม ไดบ้ างส่วน รบั ฟงั และให้เหตุผล
รับฟังและใหเ้ หตุผล สนบั สนนุ หรือ
5. เกณฑ์การ รบั ฟงั และให้เหตผุ ล รับฟงั และใหเ้ หตุผล โต้แย้งไม่ได้
ประเมินการมี สนับสนนุ หรือ สนับสนนุ หรอื สนับสนนุ หรือ
ระเบยี บวินัย โตแ้ ย้ง เพอ่ื นำไปสู่ โตแ้ ยง้ แตไ่ ม่ สมดุ งาน ช้นิ งาน
ในการทำงาน โต้แย้ง เพ่อื นำไปสู่ การสรปุ โดยมี นำไปส่กู ารสรุปท่ีมี ไม่ค่อยเรียบร้อย
ข้อเทจ็ จริงทาง ข้อเทจ็ จรงิ ทาง ไมป่ ฏบิ ตั ิตนอยู่ใน
การสรุปโดยมี คณิตศาสตรร์ องรบั คณติ ศาสตรร์ องรับ ขอ้ ตกลงที่กำหนด
ไดบ้ างสว่ น ใหร้ ่วมกนั ต้อง
ขอ้ เท็จจรงิ ทาง สมุดงาน ช้ินงาน อาศัยการแนะนำ
สมดุ งาน ชิน้ งาน สะอาดเรียบร้อย
คณิตศาสตรร์ องรับ สะอาดเรียบร้อย ปฏบิ ัติตนอยู่ใน
ปฏบิ ตั ิตนอย่ใู น ข้อตกลงท่กี ำหนด
ได้อยา่ งสมบรู ณ์ ขอ้ ตกลงทีก่ ำหนด ใหร้ ่วมกนั เปน็
ใหร้ ่วมกันเปน็ ส่วน บางครั้ง
สมุดงาน ช้ินงาน ใหญ่
สะอาดเรียบร้อย
ปฏบิ ัติตนอยู่ใน
ขอ้ ตกลงทกี่ ำหนด
ให้ร่วมกันทุกครั้ง
10. บันทึกผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
10.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
1. นกั เรียนจำนวน...14.....คน
ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้.......11...คน คดิ เป็นรอ้ ยละ...78.57....
ไม่ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้.......3......คน คิดเป็นรอ้ ยละ.....21.42.......
นักเรยี นน่ไี มผ่ ่าน มีดงั น้ี
1........เดก็ ชายบรุ เศรษฐ์ ภธู่ วัชชยั ....... 2.............เดก็ ชายอคั รเดชร ศรบี ัวงาม........
3.........เด็กชายภูผา นวมสุข........ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแก้ไขนักเรียนท่ไี ม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
นกั เรียนยังจำแม่สูตรคูณที่มากกว่า แม่ 5 ไมไ่ ด้ ทำให้หาคำตอบไดย้ าก จึงต้องพยายามให้
ทอ่ งทุกเชา้ ให้ได้ และใหจ้ ำได้มากทีส่ ุด ฝกึ ถามและทำแบบฝึก
2. นักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K)
นักเรียนเข้าใจการหาผลคูณ 1 หลัก โดยใช้สตู รคณู แม่ 8 และสูตรคูณแม่ 9
3. นกั เรยี นเกดิ ทักษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นักเรยี นเช่ือมโยงสตู รคณู ในการหาคำตอบไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
4. นกั เรียนมีคุณลักษณะทพี่ ึงประสงค์ (A)
นกั เรยี นมวี ินัยในการทำงาน
10.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข
ไม่มี
10.3 ขอ้ เสนอแนะ
ฝกึ ใหน้ ักเรียนกลา้ แสดงออกในการตอบคำถาม และการคิดวิเคราะห์ ให้มากข้ึน
ลงช่ือ...........................................................
(...นางภษู ิดา ปานดำ....)
ตำแหนง่ ..ครู ชำนาญการ.
11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา/ ผทู้ ่ไี ด้รับมอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเน้ือหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของส่ือ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ....................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชือ่ ...........................................................
(...นางจีรวรรณ อนิ ทรเพชร.)
ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นหลุมข้าว
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 10
สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณติ ศาสตร์พนื้ ฐาน รหัสวิชา ค 12101
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การคูณ เร่ือง การคูณจำนวนหน่ึงหลกั กับ 10 20 30 ... 90 เวลา 1 ช่ัวโมง
วันที่....11.. เดือน....พฤศจิกายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผู้สอน........นางภูษิดา ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลทีเ่ กดิ ข้ึนจากการดำเนินการ สมบตั ิของการดำเนินการ และการนำไปใช้
2. ตัวชี้วดั ชัน้ ปี
หาคา่ ของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณแ์ สดงการคณู ของจำนวน 1 หลักกับจำนวนไม่เกิน
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. หาผลคณู ของจำนวนหน่ึงหลกั กบั 10 20 30 ... 90 (K)
2. มีความสามารถในการส่ือสาร ส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ (P)
3. มีความสามารถในเชื่อมโยงความร้ทู างคณติ ศาสตร์ (P)
4. มคี วามสามารถในการให้เหตผุ ล (P)
5. มรี ะเบียบวนิ ยั ในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. มีความสามารถในการสื่อสาร
5. สาระสำคญั
จำนวนหนึง่ หลักคูณกบั 10 20 30 40 50 60 70 80 90 หาผลคณู โดยนำจำนวนหนึง่ หลกั นัน้ คณู กบั
1 2 3 4 5 6 7 8 9 ตามลำดับ แล้วเติม 0 ตอ่ ท้าย
6. สาระการเรียนรู้
การคูณจำนวนหน่ึงหลกั กบั 10 20 30 ... 90
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ครตู ดิ บัตรภาพดาวความดี 2 แถว แถวละ 10 ดวง ครูถามนักเรียนว่า มดี าวความดีกีแ่ ถว แถวละก่ี
ดวง มีดาวความดีท้ังหมดกด่ี วง นักเรียนตอบวา่ มีดาวความดี 2 แถว แถวละ 10 ดวง มีดาวความดที งั้ หมด 20
ดวง
2. ให้นักเรยี นเขยี นเปน็ ประโยคสญั ลักษณ์การคูณ นักเรียนเขยี นได้เป็น 2 × 10 = 20
3. ครนู ำดาวความดไี ปติดเพ่ิมอกี 1 แถว แถวละ 10 ดวง ครถู ามนักเรียนวา่ เม่ือติดดาวความดีเพ่ิม
มาอีก 1 แถว ตอนน้ีครูมดี าวความดกี แ่ี ถว แถวละก่ดี วง ครมู ดี าวความดีทั้งหมดกี่ดวง นักเรยี นตอบว่า ครูมี
ดาวความดี 3 แถว แถวละ 10 ดวง ครมู ีดาวความดีทง้ั หมด 30 ดวง
4. ใหน้ ักเรยี นเขยี นเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์การคูณ นักเรียนเขียนไดเ้ ปน็ 3 × 10 = 30
5. ครนู ำดาวความดไี ปติดเพ่ิมอกี 1 แถว แถวละ 10 ดวง ครูถามนักเรียนวา่ เมอื่ ติดดาวความดีเพิ่ม
อีก 1 แถว ตอนน้คี รูมดี าวความดีก่แี ถว แถวละก่ีดวง ครูมีดาวความดที ั้งหมดก่ีดวง นกั เรียนตอบว่า ครูมดี าว
ความดี 4 แถว แถวละ10 ดวง ครมู ดี าวความดีท้ังหมด 40 ดวง
6. ใหน้ กั เรยี นเขยี นเป็นประโยคสญั ลักษณ์การคูณ นักเรียนเขียนได้เปน็ 4 × 10 = 40
7. ครูนำดาวความดไี ปตดิ เพิ่มอีก 1 แถว แถวละ 10 ดวง ครถู ามนักเรยี นวา่ เมอ่ื ติดดาวความดเี พ่ิม
มาอีก 1 แถว ตอนน้ีครมู ดี าวความดกี ี่แถว แถวละก่ีดวง ครมู ดี าวความดที ั้งหมดกด่ี วง นกั เรยี นตอบวา่ ครูมี
ดาวความดี 5 แถว แถวละ 10 ดวง ครมู ดี าวความดีทงั้ หมด 50 ดวง
8. ให้นักเรยี นเขยี นเป็นประโยคสญั ลกั ษณ์การคูณ นักเรยี นเขยี นได้เปน็ 5 × 10 = 50
9. ครูถามนกั เรยี นว่า ถา้ ครตู ิดดาวความดเี พิ่มอีก 1 แถว เปน็ 6 แถว นักเรยี นเขยี นเป็นประโยค
สญั ลักษณ์การคณู ได้อยา่ งไร นกั เรียนตอบ 6 × 10 = 60
10. ครถู ามนักเรยี นว่า ถ้าครูตดิ ดาวความดเี พ่มิ ทลี ะ 1 แถว เป็น 7 แถว 8 แถว และ 9 แถว
นักเรยี นจะเขียนเป็นประโยคสญั ลกั ษณ์การคูณได้อย่างไร นักเรียนตอบ 7 × 10 = 70 , 8 × 10 = 80
และ 9 × 10 = 90 ตามลำดับ
11. ครเู ขียน 1 × 10 = 10 , 2 × 10 = 20 , 3 × 10 = 30 , 4 × 10 = 40 , 5 × 10 = 50 , 6 ×
10 = 60 , 7 × 10 = 70 , 8 × 10 = 80 และ 9 × 10 = 90 บนกระดานในแนวต้ัง แลว้ ให้นักเรยี นสงั เกตผล
คณู โดยครูใชก้ ารถาม-ตอบเพ่อื ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั สรปุ วา่ จำนวนใดคณู กับ 10 จะไดผ้ ลคณู เปน็ 1 คูณกบั
จำนวนนัน้ แลว้ เติม 0 ต่อท้าย 1 ตวั เช่น 9 × 10 หาผลคูณไดจ้ าก 9 × 1 = 9 แลว้ เตมิ 0 ตอ่ ทา้ ยทีผ่ ลคูณจะได้
9 × 10 = 90
12. ครูถามนักเรียนวา่
ถา้ มีดินสอ 2 กล่อง กล่องละ 30 แท่ง จะมดี ินสอท้ังหมด 30 + 30 = 60 แท่ง เขยี นเป็นประโยค
สญั ลักษณ์การคูณได้อย่างไร นักเรยี นตอบว่า 2 × 30 = 60
ถ้านำข้อสรปุ ขา้ งต้นมาใช้ในการหาผลคูณจะทำได้อย่างไร นกั เรยี นตอบว่าหา 2 × 3 ก่อน ได้
เทา่ กับ 6 แลว้ จึงเตมิ 0 ต่อท้าย 6
13. ครยู กตวั อยา่ งอ่นื จากหนังสือเรียนทา้ ยหน้า 269 เช่น 3 × 30 และ 2 × 40 ซ่ึงนกั เรียนควรจะ
ตอบไดว้ า่ 3 × 30 หาจาก 3 × 3 ก่อนแล้วเตมิ 0 และ 2 × 40 หาจาก 2 × 4 กอ่ นแลว้ เตมิ 0 ซง่ึ จะได้คำตอบ
เป็น 3 × 30 = 90 และ 2 × 40 = 80 ตามลำดบั ถา้ มีนักเรียนท่ียังไม่เข้าใจครูอาจใช้สื่อแผน่ ตารางสิบมาใช้
ประกอบการสอนตามตัวอย่างในหนังสือเรยี นหนา้ 270
14. ครูควรเนน้ ย้ำเรือ่ งการหาผลคูณท่ใี ช้การสลบั ที่การคูณเพอื่ ใหน้ กั เรียนเกิดความชำนาญในการหา
ผลคูณมากข้นึ
15. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ว่า จำนวนหนงึ่ หลักคูณกบั 10 20 30 40 50 60 70 80 90 หาผล
คูณไดโ้ ดยนำจำนวนหนึ่งหลกั นัน้ คณู กับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9ตามลำดบั แลว้ เติม 0 ต่อทา้ ย
16. ครูแบ่งนกั เรยี นเปน็ กลุ่มและใหแ้ ต่ละกลมุ่ ชว่ ยกันหาผลคณู ของจำนวนหน่ึงหลกั กบั 10 20 30
40 50 60 70 80 90 ตามหนังสอื เรยี นหนา้ 271
17. ใหน้ กั เรยี นหา 6 × 4 กอ่ นวา่ ไดเ้ ท่าไร แล้วกจ็ ะไดค้ ำตอบโดยเติม 0ต่อทา้ ย อาจสุ่มนักเรยี นใน
กลุ่มแต่ละกลุม่ ออกมานำเสนอวธิ หี าคำตอบหนา้ ชนั้ เรยี น
18. ครแู ละเพื่อนในห้องช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง ถา้ มีกลมุ่ ใดหาคำตอบผดิ ครใู หเ้ พ่ือนในกลุ่ม
นัน้ ช่วยกนั หาคำตอบใหมจ่ นกวา่ จะได้คำตอบทถ่ี ูกต้อง
19. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ว่า จำนวนหน่ึงหลักคูณกบั 10 20 30 40 50 60 70 80 90 หาผล
คณู ไดโ้ ดยนำจำนวนหน่ึงหลกั นั้นคูณกบั 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ตามลำดับ แลว้ เติม 0 ต่อท้าย
20. ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน โดยใหน้ ักเรียนหาผลคณู ของจำนวนหนึง่ หลกั กบั 10 20
30 40 50 60 70 80 90 เป็นรายบคุ คล ตามหนงั สือเรียนหนา้ 272 โดยใช้ข้อสรปุ ที่ครแู ละนกั เรยี นร่วมกัน
สรุปกอ่ นหน้านวี้ า่ จำนวนหน่งึ หลักคณู กับ 10 20 30 40 50 60 70 80 90 หาผลคณู ไดโ้ ดยนำจำนวน
หนึง่ หลกั นั้นคณู กับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ตามลำดับแลว้ เติม 0 ต่อทา้ ย
21. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ สิ่งท่ไี ดเ้ รยี นรู้ ดงั นี้ จำนวนหน่ึงหลักคณู กับ 10 20 30 40 50 60
70 80 90 หาผลคูณโดยนำจำนวนหนง่ึ หลักน้ันคณู กับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ตามลำดับ แลว้ เตมิ 0 ตอ่ ท้าย
22. ใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหัด 5.8 หนา้ 173 – 175 และแบบฝึกทักษะชดุ ที่ 5.4 เป็นรายบุคคล
8. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.2 เลม่ 1
2. แบบฝกึ หดั
3. แบบฝึกทักษะชุดท่ี 5.4
4. บตั รภาพ แผน่ ตารางสิบ
9. การวัดและประเมินผล
9.1 การวัดผล
วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหดั แบบฝกึ หัด ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ ทักษะชุดที่ 5.4 แบบฝึกทกั ษะชดุ ท่ี 5.4 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล รายบุคคล
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
9.2 การประเมินผล
ประเดน็ การ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมิน
4 32 1
(ดีมาก) (ตอ้ งปรบั ปรุง)
(ด)ี (กำลังพัฒนา) ทำแบบฝึกหัด/
แบบฝกึ ทักษะ
1. เกณฑ์การ ทำแบบฝกึ หดั / ทำแบบฝกึ หัด/ ทำแบบฝึกหัด/ ได้อยา่ งถกู ต้องตำ่
กวา่ รอ้ ยละ 60
ประเมินการ แบบฝกึ ทกั ษะ แบบฝกึ ทักษะ แบบฝกึ ทกั ษะ ใช้รูป ภาษา และ
สญั ลักษณ์ทาง
ทำแบบฝึกหดั / ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งร้อย ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งร้อย ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องร้อย คณติ ศาสตร์ในการ
ส่ือสาร
แบบฝกึ ทกั ษะ ละ 90 ข้นึ ไป ละ 80 - 89 ละ 60 - 79
2. เกณฑ์การ ใช้รปู ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ
ประเมนิ ความ สญั ลักษณท์ าง สญั ลักษณท์ าง สัญลักษณท์ าง
สามารถในการ คณิตศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ
สอื่ สาร ส่ือ ส่อื สาร ส่อื สาร ส่อื สาร
ความหมาย
ประเด็นการ ระดบั คุณภาพ
ประเมิน
4 32 1
ทาง (ดมี าก) (ต้องปรับปรุง)
คณิตศาสตร์ ส่ือความหมาย (ดี) (กำลงั พัฒนา) สอื่ ความหมาย
สรปุ ผล และ สรุปผล และ
3. เกณฑ์การ นำเสนอได้อย่าง ส่ือความหมาย สอ่ื ความหมาย นำเสนอไม่ได้
ประเมนิ ความ ถูกต้อง ชดั เจน
สามารถในการ สรุปผล และ สรุปผล และ ใชค้ วามร้ทู าง
เชือ่ มโยง ใชค้ วามรู้ทาง คณติ ศาสตร์เป็น
คณิตศาสตร์เป็น นำเสนอได้ถกู ต้อง นำเสนอได้ถูกต้อง เครอ่ื งมอื ในการ
4. เกณฑ์การ เคร่ืองมอื ในการ เรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ประเมนิ ความ เรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ แตข่ าดรายละเอยี ด บางสว่ น เน้อื หาตา่ ง ๆ หรอื
สามารถในการ เนอื้ หาต่าง ๆ หรอื ศาสตรอ์ น่ื ๆ และ
ให้เหตผุ ล ศาสตร์อน่ื ๆ และ ทีส่ มบูรณ์ นำไปใชใ้ นชีวติ จรงิ
นำไปใช้ในชีวิตจริง
5. เกณฑ์การ ไดอ้ ย่างสอดคลอ้ ง ใชค้ วามรู้ทาง ใชค้ วามรูท้ าง รับฟงั และใหเ้ หตผุ ล
ประเมินการมี เหมาะสม สนบั สนุน หรอื
ระเบียบวินยั รับฟงั และใหเ้ หตุผล คณติ ศาสตรเ์ ป็น คณิตศาสตรเ์ ป็น โต้แย้งไม่ได้
ในการทำงาน สนบั สนุนหรอื
โตแ้ ย้ง เพอ่ื นำไปสู่ เครอ่ื งมือในการ เครื่องมอื ในการ สมดุ งาน ช้นิ งาน
การสรุปโดยมี ไม่ค่อยเรยี บรอ้ ย
ขอ้ เท็จจริงทาง เรียนรู้คณิตศาสตร์ เรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ไมป่ ฏบิ ัติตนอยใู่ น
คณติ ศาสตร์รองรับ ขอ้ ตกลงทก่ี ำหนด
ไดอ้ ย่างสมบูรณ์ เนือ้ หาตา่ ง ๆ หรอื เนือ้ หาต่าง ๆ หรอื ใหร้ ่วมกัน ตอ้ ง
อาศยั การแนะนำ
สมดุ งาน ชิน้ งาน ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ ศาสตร์อืน่ ๆ และ
สะอาดเรียบร้อย
ปฏบิ ัตติ นอยูใ่ น นำไปใชใ้ นชีวติ จริง นำไปใชใ้ นชวี ิตจริง
ขอ้ ตกลงท่ีกำหนด
ใหร้ ว่ มกนั ทุกคร้ัง ได้บางส่วน
รบั ฟังและใหเ้ หตผุ ล รับฟงั และใหเ้ หตุผล
สนับสนนุ หรอื สนับสนนุ หรือ
โตแ้ ยง้ เพื่อนำไปสู่ โต้แยง้ แต่ไม่
การสรปุ โดยมี นำไปสู่การสรปุ ท่ีมี
ข้อเท็จจรงิ ทาง ข้อเทจ็ จริงทาง
คณติ ศาสตร์รองรับ คณติ ศาสตรร์ องรบั
ได้บางส่วน
สมุดงาน ชิ้นงาน
สมุดงาน ชิน้ งาน สะอาดเรียบร้อย
สะอาดเรยี บร้อย ปฏิบัตติ นอยใู่ น
ปฏบิ ัตติ นอยใู่ น ข้อตกลงท่ีกำหนด
ข้อตกลงทกี่ ำหนด ให้รว่ มกันเป็น
ให้ร่วมกนั เป็นสว่ น บางครงั้
ใหญ่
10. บนั ทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้
10.1 สรุปผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
1. นักเรยี นจำนวน......14......คน
ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้........8.......คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.....57.14......
ไม่ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้....6..........คน คดิ เป็นร้อยละ......42.85.....
นกั เรยี นนีไ่ ม่ผ่าน มีดังนี้
1.......เดก็ ชายบรุ เศรษฐ์ ภูธ่ วชั ชัย......... 2..........เด็กชายธนกฤต ทองนาค.....
3.......เด็กชายอัครเดช ศรีบัวงาม.......... 4.........เด็กชายภผู า นวมสขุ ...........
5.......เดก็ ชายบรรณสรณ์ ทองพร้อมพันธ์..... 6....เด็กหญงิ เจนจริ า นนทะศรี...........
แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นทไี่ ม่ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้
ตอ้ งฝกึ ทำแบบฝึกหัดบอ่ ยๆ และให้นกั เรียนท่องสูตรคูณให้ได้
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K)
นักเรียนมีความเขา้ ใจในการคูณหลงั สบิ หรือ การคูณสองหลักท่ีลงท้ายด้วย 0
3. นักเรียนเกดิ ทักษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นักเรียนเชื่อมโยงสตู รคูณกบั การคูณสองหลัก ที่เปน็ หลกั 10 ได้
4. นักเรียนมคี ุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ (A)
นักเรียนมคี วามมุมานะในการทำงาน
10.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
การคณู สองหลัก เปน็ ปัญหา เนอื่ งจากต้อง คูณทงั้ สองตัว การแก้ไขนักเรยี นต้องจำให้
ได้ วา่ เวลาคูณตอ้ งเริม่ จากหลักหน่วยไปหาหลกั สบิ เพื่อให้นักเรียนสามารถทำได้มากขึ้นการทำแบบฝึกลงสมุด
ต้องแสดงวธิ ที ำ เปน็ การลำดับข้นั ตอนให้นักเรียนได้เขา้ ใจ
10.3 ข้อเสนอแนะ
สง่ เสรมิ ใหน้ ักเรียนได้คิดวเิ คราะหม์ ากข้ึน
ลงชอื่ ...........................................................
(...นางภษู ดิ า ปานดำ..)
ตำแหนง่ .......ครู ชำนาญการ...
11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา/ ผู้ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเน้ือหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของส่ือ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชือ่ ...........................................................
(...นางจรี วรรณ อนิ ทรเพชร.)
ตำแหน่ง ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านหลุมข้าว
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 11
สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน รหัสวชิ า ค 12101
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 5 การคูณ
เร่ือง การคูณจำนวนหน่ึงหลักกบั จำนวนสองหลักโดยการตัง้ คูณ (1) เวลา 1 ชัว่ โมง
วันท่.ี ...14.. เดือน....พฤศจกิ ายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผู้สอน........นางภษู ิดา ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลท่ีเกดิ ขึ้นจากการดำเนนิ การ สมบตั ิของการดำเนินการ และการนำไปใช้
2. ตวั ช้ีวดั ชน้ั ปี
หาค่าของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการคณู ของจำนวน 1 หลกั กับจำนวนไมเ่ กิน
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. หาผลคูณจำนวนหน่ึงหลักกบั จำนวนสองหลกั โดยการตั้งคูณ (K)
2. มคี วามสามารถในการสอื่ สาร ส่อื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P)
3. มีความสามารถในเชื่อมโยงความรู้ทางคณิตศาสตร์ (P)
4. มีความสามารถในการให้เหตุผล (P)
5. มรี ะเบียบวินัยในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. มคี วามสามารถในการสอ่ื สาร
5. สาระสำคัญ
การหาผลคูณของจำนวนหน่ึงหลักกบั จำนวนสองหลักโดยการต้งั คูณต้องคูณในหลักหนว่ ยกอ่ น แลว้
คณู ในหลักสบิ
6. สาระการเรยี นรู้
การคูณจำนวนหน่ึงหลกั กบั จำนวนสองหลกั โดยการต้งั คูณ
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ให้นกั เรยี นพจิ ารณาสถานการณใ์ นหนงั สือเรยี นหน้า 273 แม่บริจาคหนังสือ 2 กอง กองละ 24
เลม่ แม่บริจาคหนงั สือท้งั หมดกเี่ ลม่ เขียนประโยคสัญลักษณ์ ได้ 2 × 24
2. ครใู ช้แผ่นตารางสบิ แผ่นตารางหนว่ ยชว่ ยอธบิ ายขัน้ ตอนการคูณโดยใชค้ วามหมายการคูณมาชว่ ย
อธบิ ายว่า
2 × 24 หมายถึง จัดแผน่ ตารางสบิ และตารางหน่วยเป็น 2 กลมุ่ กลุ่มละ 24 จะได้ แผ่นตารางสบิ
กล่มุ ละ 2 แผ่น และแผ่นตารางหน่วย กลมุ่ ละ 4 แผน่
จะได้ แผ่นตารางสิบทั้งหมด 4 แผน่ เทา่ กบั 4 สบิ และ แผน่ ตารางหน่วยทัง้ หมด 8 แผน่ เทา่ กบั 8
หน่วย รวมเป็น 48 ดงั นน้ั 2 × 24 = 48
ซ่ึงในการหาผลคณู โดยใชแ้ ผน่ ตารางสิบและแผ่นตารางหน่วย อาจชใี้ ห้นกั เรยี นเหน็ ว่า การจัดแผ่น
ตารางสบิ เป็น 2 กลมุ่ กลมุ่ ละ 2 แผ่น
นัน้ คือ 2 × 20 และการจัดแผน่ ตารางหนว่ ยเป็น 2 กลุ่ม กลุม่ ละ 4 แผ่น นั้นคือ 2 × 4
ดังนั้น 2 × 24 = 48 มาจาก 2 × 20 = 40 กับ 2 × 4 = 8 ท้ังน้ีเพ่อื ให้นกั เรยี นเช่ือมโยงไปสู่การ
คณู โดยการตั้งคูณท่ตี อ้ งคณู ในหลกั หน่วยและหลกั สิบ
3. ครูแนะนำขนั้ ตอนการตง้ั คูณ ดังน้ี
ขน้ั ที่ 1 คณู ในหลกั หนว่ ย 2 คูณ 4 หน่วย ได้ 8 หน่วย เขียน 8 ในหลกั หน่วย
ขน้ั ที่ 2 คูณในหลักสบิ 2 คูณ 2 สิบ ได้ 4 สิบ เขยี น 4 ในหลกั สบิ
เขียนการต้งั คณู ได้ตามหนังสือเรียนหน้า 273
4. ครยู กตัวอยา่ งการหาผลคูณของจำนวนหนึง่ หลักกับจำนวนสองหลักโดยการตั้งคณู เชน่ 13 × 3
5. ครใู ช้การถาม-ตอบ เพ่ือให้นกั เรียนหาผลคณู ตามขัน้ ตอนการตั้งคูณตามหนังสอื เรียนหน้า 274
โดยให้คณู ในหลกั หน่วยก่อน แลว้ จงึ คูณในหลกั สิบ ดังน้ี
ข้ันท่ี 1 คูณในหลกั หนว่ ย 3 คณู 3 หน่วยได้ 9 หน่วย เขียน 9 ในหลกั หน่วย
ขัน้ ที่ 2 คณู ในหลักสิบ 3 คูณ 1 สิบ ได้ 3 สิบ เขยี น 3 ในหลกั สบิ
เขยี นการตัง้ คณู ได้ตามหนังสือเรียนหน้า 274
6. ครแู นะนำว่า ในการหาผลคณู โดยการต้งั คูณไม่จำเปน็ ต้องเขียนคำวา่ หลักหนว่ ย หลักสิบ
7. ครูยกตวั อย่าง การหาผลคูณโดยการตั้งคูณของ 4 × 80
8. ครเู นน้ ยำ้ วา่ ในการตั้งคูณจะเขียนจำนวนใดข้นึ ก่อนก็ได้ เช่น 4 × 80 = เพือ่ ความสะดวกจะเขียน
80 ขึน้ ก่อนตามหนังสือเรยี นหนา้ 274
9. ครแู บง่ นักเรยี นเป็นกลุ่ม ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มช่วยกนั แสดงวิธีหาผลคณู โดยการต้ังคูณตามตัวอย่างใน
หนงั สอื เรยี น หนา้ 275
10. ครูและนักเรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถกู ตอ้ งครูเนน้ ย้ำว่า การหาผลคูณโดยการตงั้ คูณใหค้ ูณใน
หลกั หนว่ ยก่อนแล้วจึงคูณในหลกั สิบ
11. ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันหาผลคูณข้อท่ี 1 − 8 โดยการต้งั คูณลงในสมดุ
12. ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นโดยให้นักเรยี นแสดงวธิ หี าผลคูณโดยการตั้งคูณตามหนงั สือ
เรยี นหนา้ 276 และใช้ข้อสรุปวา่ ใหค้ ณู ในหลกั หน่วยก่อนแล้วจงึ คูณในหลักสบิ
13. ครูและนักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้องและสรุปสง่ิ ที่ไดเ้ รียนรู้ ถ้ามนี กั เรยี นเขียนแสดงวธิ ี
หาผลคณู โดยการตงั้ คูณไม่ถูกตอ้ ง ครคู วรใหน้ ักเรยี นมาฝกึ เพ่ิมเติมกับครูเป็นรายบคุ คล
14. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปสงิ่ ทไ่ี ด้เรียนรู้ ดังน้ี การหาผลคณู ของจำนวนหนง่ึ หลกั กับจำนวน
สองหลกั โดยการตั้งคูณต้องคูณในหลักหน่วยก่อน แล้วคูณในหลกั สบิ
15. ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 5.9 หน้า 176 – 177
8. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.2
2. แบบฝึกหดั
3. แผ่นตารางสิบ แผน่ ตารางหน่วย
9. การวดั และประเมนิ ผล
9.1 การวดั ผล
วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หดั แบบฝึกหดั รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล รายบุคคล
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
9.2 การประเมนิ ผล
ประเด็นการ ระดับคุณภาพ
ประเมนิ
4 32 1
1. เกณฑ์การ (ดีมาก) (ตอ้ งปรับปรุง)
ประเมนิ การ ทำแบบฝกึ หัดได้ (ด)ี (กำลงั พัฒนา) ทำแบบฝกึ หัดได้
ทำแบบฝกึ หดั อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องตำ่ กวา่
2. เกณฑ์การ 90 ขน้ึ ไป ทำแบบฝกึ หดั ได้ ทำแบบฝึกหดั ได้ ร้อยละ 60
ประเมนิ ความ ใช้รปู ภาษา และ ใช้รปู ภาษา และ
สามารถในการ สญั ลักษณ์ทาง อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องร้อยละ สญั ลกั ษณ์ทาง
สือ่ สาร สอื่ คณติ ศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ
ความหมาย ส่อื สาร 80 - 89 60 - 79 สื่อสาร
ทาง ส่อื ความหมาย ส่ือความหมาย
คณิตศาสตร์ สรปุ ผล และ ใชร้ ปู ภาษา และ ใช้รปู ภาษา และ สรุปผล และ
นำเสนอได้อยา่ ง นำเสนอไม่ได้
3. เกณฑ์การ ถกู ต้อง ชัดเจน สญั ลกั ษณ์ทาง สัญลกั ษณท์ าง
ประเมินความ ใช้ความรูท้ าง
สามารถในการ ใช้ความรู้ทาง คณติ ศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตรเ์ ป็น
เชอ่ื มโยง คณิตศาสตรเ์ ป็น เครอ่ื งมอื ในการ
เครอ่ื งมือในการ สอื่ สาร สื่อสาร เรียนรู้คณติ ศาสตร์
4. เกณฑ์การ เรียนรู้คณิตศาสตร์ เน้ือหาต่าง ๆ หรือ
ประเมนิ ความ เนอ้ื หาต่าง ๆ หรือ สือ่ ความหมาย ส่ือความหมาย ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ
สามารถในการ ศาสตรอ์ ่นื ๆ และ นำไปใช้ในชีวิตจรงิ
ใหเ้ หตุผล นำไปใชใ้ นชีวิตจริง สรปุ ผล และ สรุปผล และ
ไดอ้ ย่างสอดคล้อง รับฟังและใหเ้ หตุผล
เหมาะสม นำเสนอได้ถูกต้อง นำเสนอได้ถกู ต้อง สนบั สนนุ หรือ
รบั ฟังและให้เหตผุ ล โต้แยง้ ไม่ได้
สนบั สนนุ หรือ แตข่ าดรายละเอียด บางส่วน
โตแ้ ยง้ เพ่ือนำไปสู่
การสรุปโดยมี ที่สมบรู ณ์
ขอ้ เท็จจรงิ ทาง
คณติ ศาสตรร์ องรับ ใช้ความรู้ทาง ใช้ความรทู้ าง
ได้อยา่ งสมบูรณ์
คณิตศาสตร์เป็น คณติ ศาสตร์เป็น
เครอื่ งมอื ในการ เคร่ืองมือในการ
เรียนร้คู ณติ ศาสตร์ เรียนรู้คณติ ศาสตร์
เน้อื หาตา่ ง ๆ หรือ เนอื้ หาต่าง ๆ หรือ
ศาสตร์อืน่ ๆ และ ศาสตรอ์ ื่น ๆ และ
นำไปใชใ้ นชีวติ จริง นำไปใชใ้ นชวี ติ จริง
ได้บางส่วน
รบั ฟงั และให้เหตผุ ล รับฟงั และใหเ้ หตุผล
สนับสนุน หรอื สนบั สนนุ หรอื
โตแ้ ยง้ เพ่ือนำไปสู่ โตแ้ ย้ง แตไ่ ม่
การสรปุ โดยมี นำไปส่กู ารสรปุ ที่มี
ขอ้ เทจ็ จริงทาง ข้อเทจ็ จริงทาง
คณติ ศาสตร์รองรับ คณิตศาสตรร์ องรับ
ได้บางสว่ น
ประเด็นการ 4 ระดบั คุณภาพ 1
ประเมิน (ดีมาก) 32 (ตอ้ งปรับปรุง)
สมุดงาน ชน้ิ งาน (ดี) (กำลังพัฒนา) สมดุ งาน ช้นิ งาน
5. เกณฑ์การ สะอาดเรียบร้อย สมดุ งาน ช้ินงาน สมดุ งาน ชน้ิ งาน ไมค่ ่อยเรยี บร้อย
ประเมนิ การมี ปฏิบัตติ นอยใู่ น สะอาดเรียบร้อย สะอาดเรียบร้อย ไมป่ ฏบิ ตั ติ นอยูใ่ น
ระเบียบวนิ ยั ข้อตกลงท่ีกำหนด ปฏิบตั ิตนอยูใ่ น ปฏบิ ตั ติ นอยูใ่ น ข้อตกลงทกี่ ำหนด
ในการทำงาน ใหร้ ว่ มกันทกุ ครั้ง ขอ้ ตกลงที่กำหนด ขอ้ ตกลงที่กำหนด ให้ร่วมกนั ต้อง
ให้ร่วมกนั เปน็ สว่ น ใหร้ ่วมกันเปน็ อาศัยการแนะนำ
ใหญ่ บางครัง้
10. บันทึกผลหลังการจัดการเรยี นรู้
10.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. นักเรียนจำนวน.......14......คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้......10.......คน คิดเป็นรอ้ ยละ....71.42.......
ไมผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้......4.......คน คดิ เป็นร้อยละ......28.57....
นักเรยี นนไ่ี ม่ผ่าน มดี ังน้ี
1......เด็กชายบรุ เศรษฐ์ ภู่ธวชั ชยั .......... 2............เด็กชายภูผา นวมสุข.............
3........เดก็ ชายอคั รเดช ศรบี วั งาม............. 4...........เดก็ ชายธนกฤต ทองนาค..........
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแก้ไขนักเรยี นทีไ่ มผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ใหน้ กั เรยี นฝกึ ทอ่ งสูตรคูณและทำแบบฝึกหัดซ้ำเดิม ให้เข้าใจวิธกี ารหาคำตอบ
2. นกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K)
นกั เรียนเขา้ ใจการหาผลคูณหน่ึงหลกั กบั สองหลัก
3. นกั เรียนเกดิ ทกั ษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นักเรียนเชอ่ื มโยงความสัมพันธข์ องสูตรคูณ ในการหาคำตอบของการหาตัวไมท่ ราบ
ค่าได้
4. นกั เรียนมีคุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ (A)
นกั เรียนมีความมุมานะในการทำงาน
10.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข
การคณู หาตวั ไมท่ ราบคา่ ผดิ เกิดจากการท่องผดิ วธิ กี ารแก้ไขโดยให้นักเรยี นทอ่ งจำ
สตู รคูณให้แมน่
10.3 ขอ้ เสนอแนะ
ให้นกั เรยี นโต้ตอบและตอบคำถาม ดว้ ยการให้เหตผุ ล คิดวเิ คราะหใ์ หม้ ากกว่าเดิม
ลงชอ่ื ...........................................................
(.....นางภษู ิดา ปานดำ....)
ตำแหนง่ ......ครู ชำนาญการ.
11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา/ ผู้ทีไ่ ด้รับมอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเนื้อหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของสื่อ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ...........................................................
(...นางจีรวรรณ อินทรเพชร.)
ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านหลมุ ข้าว
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 12
สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตรพ์ ้นื ฐาน รหัสวิชา ค 12101
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 5 การคณู
เรอ่ื ง การคณู จำนวนหนงึ่ หลักกับจำนวนสองหลักโดยการต้งั คูณ (2) เวลา 1 ชว่ั โมง
วนั ท.่ี ...15.. เดือน....พฤศจกิ ายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผูส้ อน........นางภษู ิดา ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลที่เกดิ ขนึ้ จากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนนิ การ และการนำไปใช้
2. ตัวช้ีวดั ชัน้ ปี
หาคา่ ของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณแ์ สดงการคณู ของจำนวน 1 หลกั กับจำนวนไมเ่ กิน
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. หาผลคูณจำนวนหนึง่ หลักกบั จำนวนสองหลกั โดยการตั้งคณู (K)
2. มีความสามารถในการสื่อสาร สอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P)
3. มีความสามารถในเชื่อมโยงความรทู้ างคณติ ศาสตร์ (P)
4. มคี วามสามารถในการใหเ้ หตุผล (P)
5. มรี ะเบยี บวินัยในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. มีความสามารถในการส่ือสาร
5. สาระสำคัญ
การหาผลคณู ของจำนวนหนึง่ หลกั กบั จำนวนสองหลกั โดยการตั้งคณู ต้องคูณในหลกั หนว่ ยก่อนแล้ว
คณู ในหลักสิบ ถ้าผลคณู ในหลักใดครบสบิ หรอื มากกว่าสิบ ให้ทดจำนวนที่ครบสบิ ไปหลกั ถดั ไปทางซ้าย
6. สาระการเรยี นรู้
การคูณจำนวนหนง่ึ หลกั กบั จำนวนสองหลกั โดยการตง้ั คณู
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครทู บทวนการหาผลคูณโดยการตงั้ คูณที่ไม่มีทดโดยใช้แบบฝึกหัดจากชวั่ โมงท่แี ลว้ มาเฉลยใน
ห้องเรยี น
2. ครสู นทนากับนักเรยี นเกย่ี วกับสถานการณ์ในหนงั สือเรียนหน้า 277 ต้นกล้าซ้ือไกส่ ะเตะ๊ 3 ถุง ถุง
ละ 15 ไม้ ต้นกลา้ ซ้ือไก่สะเต๊ะทัง้ หมดกี่ไม้ ครูถามนกั เรียนวา่
จากสถานการณเ์ ขยี นประโยคสัญลกั ษณ์ได้อย่างไร นกั เรยี นตอบวา่ เขียนประโยคสัญลักษณ์ได้
3 × 15
จะหาผลคูณโดยการต้งั คูณได้อยา่ งไร
3. ครูอธบิ ายการหาผลคณู โดยการต้งั คูณทม่ี ีทด ดังนี้
ขั้นที่ 1 คูณในหลกั หน่วย 3 คูณ 5 หนว่ ยได้ 15 หนว่ ยหรือ 1 สบิ กบั 5 หนว่ ย เขียน 5 ในหลกั
หน่วย และทด 1 สิบ ไปหลกั สบิ
ขั้นที่ 2 คูณในหลกั สิบ 3 คูณ 1 สิบ ได้ 3 สิบ รวมกับที่ทดมาอีก 1 สิบ เป็น 4 สบิ เขียน 4 ในหลกั
สบิ
4. ครูยกตัวอย่างการหาผลคูณโดยการตง้ั คูณตามหนังสือเรยี นหน้า 278 8 × 47 ซึ่งในตัวอยา่ งน้ี
ผลคณู จะเป็นจำนวนสามหลัก ครูอธบิ ายข้ันตอนการต้ังคณู ดังน้ี
ขั้นท่ี 1 คูณในหลักหนว่ ย 8 คูณ 7 หนว่ ยได้ 56 หนว่ ย หรอื 5 สบิ กับ 6หนว่ ย เขยี น 6 ในหลัก
หน่วย และทด 5 สิบ ไปหลกั สบิ
ข้นั ท่ี 2 คณู ในหลกั สิบ 8 คูณ 4 สบิ ได้ 32 สิบ รวมกบั ท่ีทดมาอีก 5 สบิ เป็น 37 สิบ หรือ 3 รอ้ ย
กับ 7 สิบ เขียน 7 ในหลกั สิบ และ 3 ในหลักร้อย
เขียนแสดงการคูณได้ดังน้ี หลักรอ้ ย หลกั สบิ หลกั หนว่ ย
5. ครูแนะนำวา่ ในการหาผลคณู โดยการตง้ั คูณไมจ่ ำเปน็ ต้องเขยี น หลกั หน่วย หลักสบิ หลกั ร้อย
6. ครชู ่วยกนั แสดงวธิ ีหาผลคณู ของ 39 × 6 และ 9 × 27 ในกรอบทา้ ยหนา้ 278
7. ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
8. ให้นักเรยี นชว่ ยกนั แสดงวธิ ีหาผลคูณของจำนวนหนง่ึ หลักกบั จำนวนสองหลักโดยการตัง้ คณู
ท่มี ีทด ตามหนังสือเรียน หนา้ 279
9. ครสู ุ่มนกั เรยี นออกมาเขียนแสดงวธิ หี าผลคูณของ 34 × 7
10. ครแู ละนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง แลว้ ให้นักเรียนชว่ ยกนั หาผลคณู ข้อที่ 1 − 8 โดย
การตั้งคูณลงในสมุด
11. ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นโดยให้นักเรียนแสดงวิธีหาผลคณู โดยการตง้ั คูณตามหนงั สือ
เรยี น หนา้ 280 และใช้ข้อสรุปว่า ให้คูณในหลกั หน่วยก่อนแลว้ จงึ คูณในหลกั สิบ หากผลคูณในหลกั หน่วยครบ
สิบหรือมากกว่าสบิ ให้ทดจำนวนทคี่ รบสิบไปหลกั สิบหากผลคณู ในหลักสิบครบสิบหรือมากกวา่ สบิ ใหท้ ดจำนวน
ที่ครบสิบไปหลกั ร้อย
12. ครูและนักเรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง ถ้ามนี ักเรยี นเขียนแสดงวิธีหาผลคูณโดยการต้ัง
คูณไมถ่ ูกตอ้ ง ครคู วรใหน้ ักเรียนมาฝกึ เพิ่มเติมกับครเู ปน็ รายบุคคล
13. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปความรู้ ดังนี้ การหาผลคูณของจำนวนหนึ่งหลกั กบั จำนวนสองหลกั
โดยการตัง้ คณู ต้องคณู ในหลักหน่วยก่อนแลว้ คูณในหลกั สิบ ถ้าผลคณู ในหลักใดครบสิบหรอื มากกวา่ สบิ ให้ทด
จำนวนท่ีครบสิบไปหลักถัดไปทางซา้ ย
14. ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 5.10หนา้ 178 – 180 และแบบฝึกทักษะชดุ ท่ี 5.5 เป็นรายบุคคล
8. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.2
2. แบบฝึกหัด
3. แบบฝึกทกั ษะชดุ ท่ี 5.5
9. การวัดและประเมนิ ผล
9.1 การวดั ผล
วิธกี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหดั แบบฝกึ หดั ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกทักษะชุดท่ี 5.5 แบบฝกึ ทักษะชุดท่ี 5.5 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
9.2 การประเมินผล
ประเดน็ การ ระดับคณุ ภาพ
ประเมิน
4 32 1
1. เกณฑ์การ (ดีมาก) (ตอ้ งปรบั ปรุง)
ประเมินการ ทำแบบฝกึ หัด/ (ดี) (กำลังพัฒนา) ทำแบบฝกึ หดั /
ทำแบบฝกึ หดั / แบบฝกึ ทักษะ แบบฝกึ ทกั ษะ
แบบฝึกทักษะ ได้อยา่ งถกู ตอ้ งร้อย ทำแบบฝึกหัด/ ทำแบบฝึกหดั / ได้อย่างถูกต้องตำ่
2. เกณฑ์การ ละ 90 ข้นึ ไป กว่ารอ้ ยละ 60
ประเมินความ ใชร้ ปู ภาษา และ แบบฝึกทักษะ แบบฝึกทกั ษะ ใช้รปู ภาษา และ
สามารถในการ สัญลกั ษณท์ าง สัญลกั ษณท์ าง
สื่อสาร สอื่ คณิตศาสตร์ในการ ได้อย่างถูกต้องร้อย ได้อยา่ งถูกตอ้ งร้อย คณติ ศาสตร์ในการ
ความหมาย สอื่ สาร สือ่ สาร
ทาง สอ่ื ความหมาย ละ 80 – 89 ละ 60 – 79 สื่อความหมาย
คณติ ศาสตร์ สรปุ ผล และ สรุปผล และ
นำเสนอได้อยา่ ง ใชร้ ปู ภาษา และ ใชร้ ูป ภาษา และ นำเสนอไม่ได้
3. เกณฑ์การ ถูกต้อง ชัดเจน
ประเมินความ สญั ลักษณท์ าง สัญลกั ษณ์ทาง ใช้ความร้ทู าง
สามารถในการ ใช้ความรูท้ าง คณิตศาสตร์เป็น
เช่อื มโยง คณิตศาสตร์เป็น คณิตศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ เคร่ืองมือในการ
เครื่องมอื ในการ เรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
4. เกณฑ์การ เรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ส่ือสาร สอื่ สาร เน้ือหาตา่ ง ๆ หรอื
ประเมนิ ความ เนอ้ื หาตา่ ง ๆ หรอื ศาสตรอ์ ่นื ๆ และ
สามารถในการ ศาสตร์อ่นื ๆ และ ส่ือความหมาย สอ่ื ความหมาย นำไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ
ให้เหตผุ ล นำไปใช้ในชวี ติ จริง
ไดอ้ ยา่ งสอดคลอ้ ง สรุปผล และ สรุปผล และ รบั ฟังและใหเ้ หตุผล
เหมาะสม สนบั สนนุ หรอื
รับฟังและให้เหตุผล นำเสนอได้ถูกต้อง นำเสนอได้ถูกต้อง โต้แยง้ ไม่ได้
สนบั สนนุ หรือ
โตแ้ ย้ง เพอ่ื นำไปสู่ แตข่ าดรายละเอยี ด บางสว่ น
การสรปุ โดยมี
ขอ้ เท็จจรงิ ทาง ท่สี มบรู ณ์
ใช้ความรู้ทาง ใชค้ วามรู้ทาง
คณิตศาสตรเ์ ป็น คณติ ศาสตรเ์ ป็น
เครอ่ื งมอื ในการ เคร่ืองมือในการ
เรยี นรู้คณติ ศาสตร์ เรียนรู้คณติ ศาสตร์
เน้ือหาตา่ ง ๆ หรือ เนอื้ หาตา่ ง ๆ หรือ
ศาสตรอ์ นื่ ๆ และ ศาสตร์อ่นื ๆ และ
นำไปใช้ในชีวติ จริง นำไปใชใ้ นชวี ิตจริง
ไดบ้ างส่วน
รับฟงั และให้เหตผุ ล รับฟังและให้เหตผุ ล
สนับสนุน หรือ สนับสนุน หรอื
โต้แยง้ เพอื่ นำไปสู่ โตแ้ ยง้ แตไ่ ม่
การสรุปโดยมี นำไปส่กู ารสรุปท่ีมี
ข้อเทจ็ จริงทาง ขอ้ เทจ็ จริงทาง
คณติ ศาสตร์รองรบั
ประเด็นการ 4 ระดับคุณภาพ 1
ประเมิน (ดีมาก) 32 (ตอ้ งปรับปรุง)
คณติ ศาสตรร์ องรบั (ด)ี (กำลังพัฒนา)
5. เกณฑ์การ คณิตศาสตร์รองรับ สมดุ งาน ชน้ิ งาน
ประเมนิ การมี ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ค่อยเรียบรอ้ ย
ระเบยี บวนิ ยั ได้บางส่วน ไม่ปฏบิ ัตติ นอยใู่ น
ในการทำงาน สมดุ งาน ชน้ิ งาน ข้อตกลงทีก่ ำหนด
สะอาดเรียบร้อย สมุดงาน ชน้ิ งาน สมดุ งาน ช้นิ งาน ให้ร่วมกัน ตอ้ ง
ปฏิบัตติ นอยู่ใน สะอาดเรียบร้อย สะอาดเรยี บร้อย อาศยั การแนะนำ
ข้อตกลงทก่ี ำหนด ปฏิบตั ิตนอยใู่ น ปฏบิ ัติตนอยู่ใน
ใหร้ ่วมกนั ทุกครง้ั ข้อตกลงทก่ี ำหนด ขอ้ ตกลงที่กำหนด
ใหร้ ว่ มกนั เป็นสว่ น ใหร้ ว่ มกันเปน็
ใหญ่ บางครัง้
10. บันทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
10.1 สรปุ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. นกั เรียนจำนวน.....14......คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้......7........คน คดิ เปน็ ร้อยละ....50.00.....
ไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้.....7.......คน คดิ เป็นรอ้ ยละ......50.00......
นกั เรยี นนไ่ี มผ่ า่ น มดี ังน้ี
1......เด็กชายบุรเศรษฐ์ ภูธ่ วชั ชยั .... 2.........เด็กชายภผู า นวมสุข......
3......เด็กชายบรรณสรณ์ ทองพรอ้ มพันธ์........... 4........เดก็ ชายอคั รเดช ศรีบวั งาม......
5......เดก็ ชายธนกฤต ทองนาค....... 6.........เด็กหญิงสภุ สั สรา ทองพรม.........
7.....เดก็ หญิงเจนจิรา นนทะศรี.......
แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นท่ีไมผ่ ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้
ฝึกให้นกั เรียนแสดงวิธีทำ และทำแบบฝึกหัดเพ่มิ เตมิ มากขึน้
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจในคณิตศาสตร์ (K)
นักเรียนมีความเข้าใจในการคณู โดยมีทด
3. นกั เรียนเกดิ ทักษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นกั เรียนสามารถเชอื่ มโยงระหว่างสตู รคณู และการบวกทดได้
4. นักเรียนมีคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ (A)
นักเรียนมีวนิ ัยในการทำงาน
10.2 ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
ปญั หาในเร่อื งการคณู มที ด คือ การที่นกั เรยี นลืมนำทดไปบวก หรือเรยี กว่าลืมใสท่ ดใน
หลักสิบ วิธีการแกป้ ญั หา ต้องแสดงวิธที ำใหเ้ ป็นขน้ั ตอนทีละขั้นให้ดู ใหน้ กั เรยี นทำตาม และใหแ้ บบฝึกหดั
เพ่มิ เติม
10.3 ขอ้ เสนอแนะ
-
ลงชอื่ ...........................................................
(.......นางภษู ิดา ปานดำ....)
ตำแหน่ง..ครู ชำนาญการ.
11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา/ ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเน้ือหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของสื่อ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................ ..............
ลงช่ือ...........................................................
(...นางจีรวรรณ อนิ ทรเพชร.)
ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านหลมุ ข้าว
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 13
สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตรพ์ ้นื ฐาน รหสั วชิ า ค 12101
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 5 การคณู เรอ่ื ง การพัฒนาความรู้สึกเชงิ จำนวนเกย่ี วกับการคูณ เวลา 1 ชวั่ โมง
วนั ที่....16.. เดือน....พฤศจิกายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผ้สู อน........นางภูษิดา ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลท่ีเกดิ ข้นึ จากการดำเนนิ การ สมบตั ิของการดำเนินการ และการนำไปใช้
2. ตวั ชี้วัดช้ันปี
หาคา่ ของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการคณู ของจำนวน 1 หลักกบั จำนวนไมเ่ กนิ
2 หลัก (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. พฒั นาความรสู้ กึ เชิงจำนวนเก่ียวกบั การคูณ (K)
2. มีความสามารถในการสื่อสาร สื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P)
3. มคี วามสามารถในเช่ือมโยงความร้ทู างคณติ ศาสตร์ (P)
4. มีความสามารถในการให้เหตุผล (P)
5. มีระเบยี บวินยั ในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. มีความสามารถในการสอื่ สาร
5. สาระสำคญั
เราสามารถบอกไดว้ า่ ผลคูณของจำนวนสองจำนวนใดมคี า่ มากกว่ากนั น้อยกวา่ กัน หรือเท่ากัน โดยไม่
ต้องหาผลคูณของสองจำนวนน้นั
6. สาระการเรยี นรู้
การพัฒนาความร้สู ึกเชงิ จำนวนเกี่ยวกบั การคูณ
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครทู บทวนการหาผลคูณ ของจำนวนหน่ึงหลกั กับจำนวนหน่ึงหลกั โดยสุ่มนักเรียนหาผลคูณของ
5 × 8 , 5 × 9 และ 5 × 10 ครูเขยี น 5 × 8 = 40 , 5 × 9 = 45 และ 5 × 10 = 50 บนกระดาน
2. ให้นักเรยี นสงั เกตผลคณู ที่ไดว้ ่าเพิม่ ขน้ึ หรือลดลง (40 45 และ 50 เป็นจำนวนท่ีเพิม่ ข้ึน)
3. ใหน้ กั เรียนสังเกตจำนวนที่มาคูณกบั 5 วา่ เพิ่มขนึ้ หรือลดลง (8 9 และ 10 เปน็ จำนวนทีเ่ พมิ่ ขนึ้ )
4. ครูใชค้ ำถามวา่ ถา้ หา 5 × 12 จะได้ผลคูณมากกวา่ หรอื นอ้ ยกวา่ 5 × 10 นกั เรยี นตอบวา่
มากกว่าเพราะ 12 มากกวา่ 10
5. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปวา่ จำนวนสองจำนวนเมือ่ นำแต่ละจำนวนมาคณู กับ 5 จำนวนใด
มากกว่าผลคูณของจำนวนน้ันกับ 5 จะมากกว่า
6. ใหน้ ักเรยี นหาผลคณู ของจำนวนในลักษณะเดียวกนั น้ี เช่น 4 × 6 และ 4 × 13
7. ครูถามนักเรยี นว่า
4 × 6 กบั 4 × 13 ผลคณู ของจำนวนใดมากกว่า นักเรียนตอบว่า 4 × 13
รไู้ ดอ้ ย่างไร นักเรียนตอบว่า เพราะ 13 มากกว่า 6 ดังนั้น 4 × 13 มากกว่า 4 × 6
8. ครูติดบัตรโจทยก์ ารคณู 7 × 6 และ 7 × 9 และถามวา่ 7 × 6 กับ 7 × 9 ผลคูณใดมากกวา่
9. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายและสรปุ วา่ ผลคณู ของ 7 × 9 มากกว่า 7 × 6 เพราะ 9
มากกวา่ 6
10. ครูติดบตั รโจทยก์ ารคูณ 12 × 5 และ 8 × 12 และถามวา่ 12 × 5 กับ 8 × 12 ผลคูณใด
น้อยกว่า
11. ครูและนักเรยี นร่วมกันอภิปรายและสรุปคำตอบวา่ ผลคูณของ 12 × 5 น้อยกวา่ 8 × 12
เพราะ 5 น้อยกว่า 8
12. ครแู ละนักเรียนชว่ ยกนั เรยี งลำดับผลคูณจากมากไปน้อยในกรอบท้ายหน้า 281 โดยให้สงั เกตวา่
จำนวนสองจำนวนที่นำมาคูณกนั นนั้ มีจำนวนใดทีเ่ หมือนกัน แลว้ ให้พิจารณาจำนวนอีกจำนวนหนง่ึ วา่ นอ้ ย
กวา่ กนั หรือมากกว่ากัน โดยไมจ่ ำเป็นตอ้ งหาผลคณู ของสองจำนวนนั้น
13. ให้นักเรยี นหาผลคณู ของ 1 × 3 และ 2 × 4 แล้วถามนักเรยี นว่า
ผลคณู ใดมากกว่า นักเรียนตอบว่า 2 × 4 = 8 มผี ลคณู มากกวา่ 1 × 3 = 3
14. ให้นกั เรียนหาผลคณู ของ 2 × 3 และ 4 × 5 แล้วถามนักเรียนวา่
ผลคณู ใดมากกว่า นักเรียนตอบวา่ 4 × 5 = 20 มีผลคณู มากกวา่ 2 × 3 = 6
2 × 5 และ 4 × 6 ผลคูณใดมากกวา่ โดยไม่ตอ้ งหาผลคูณ นกั เรยี นอาจจะยงั ตอบไมไ่ ด้
15. ให้นกั เรยี นสงั เกตวา่ 4 มากกวา่ 2 และ 6 มากกวา่ 5 ดงั น้นั 4 × 6 มากกวา่ 2 × 5
16. ครตู ิดบตั รโจทย์การคูณ 11 × 3 และ 12 × 5 ผลคูณใดมากกวา่ โดยไมต่ ้องหาผลคูณ
นกั เรียนอาจยังตอบไม่ได้
17. ใหน้ ักเรียนหาผลคูณตามหนงั สือเรยี นหนา้ 282
18. ใหน้ ักเรยี นสงั เกต ดังน้ี 11 × 3 กับ 12 × 5 ผลคูณใดมากกวา่ สังเกต 11 กบั 12 จำนวนใด
มากกว่า (12 มากกว่า 11) 3 กับ 5 จำนวนใดมากกว่า (5 มากกวา่ 3) ดังน้ัน 12 × 5 มีผลคณู มากกวา่ 11 × 3
19. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรุปข้อสังเกตที่ได้ คือ 12 มากกว่า 11 และ 5 มากกว่า 3 จึงไดว้ ่า
12 × 5 มผี ลคณู มากกวา่ 11 × 3
20. ครูตดิ บตั รโจทย์การคูณ 78 × 9 กับ 56 × 7 และถามวา่ ผลคณู ใดนอ้ ยกว่า เพราะเหตุใด โดยไม่
ต้องหาผลคณู โดยให้นักเรียนสงั เกตจำนวนสองจำนวนที่นำมาคูณกนั แล้วใชข้ ้อสรุปที่ได้จากข้างตน้ เพ่ือหา
คำตอบว่าผลคูณของสองจำนวนใดนอ้ ยกว่า ดงั น้ี 56 น้อยกว่า 78 และ 7 น้อยกวา่ 9 ดงั นนั้ 56 × 7 มีผลคูณ
น้อยกว่า 78 × 9
21. ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั ตอบคำถามในกรอบท้ายหนา้ 282 ครูและนกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความ
ถูกต้อง
22. ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั เตมิ เคร่อื งหมาย > < หรือ = ในช่องว่าง โดยครูอาจใช้คำถามนำเพือ่ ให้
นักเรียนนำข้อสรุปขา้ งต้นมาใชใ้ นการเปรียบเทียบผลคูณ เชน่ 6 × 53 กบั 7 × 53 จำนวนท่ีเหมือนกนั คือ 53
จำนวนที่นำมาคูณกบั 53 คือ 6 กับ 7 ครูถามนักเรยี นว่า
จำนวนใดน้อยกว่า นักเรยี นตอบวา่ 6 น้อยกวา่ 7
6 × 53 กบั 7 × 53 ผลคูณใดน้อยกวา่ นกั เรียนควรตอบไดว้ า่ 6 × 53 มผี ลคูณนอ้ ยกวา่
7 × 53
23. ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ สำหรับขอ้ ท่ีให้เติมตวั เลขแสดงจำนวนนัน้ อาจมคี ำตอบหลายคำตอบ ควรให้
นกั เรยี นเลอื กคำตอบมาเติมเพยี งจำนวนเดยี ว ซึ่งคำตอบของนกั เรยี นแต่ละคนอาจไมเ่ หมอื นกนั หากมนี ักเรยี น
คนใดตอบไม่ถกู ต้อง
24. ครูอาจอธบิ ายเพิม่ เติม เชน่ 19 × 3 < 19 × …… ควรเตมิ ตวั เลขแสดงจำนวนใดในช่องว่าง ให้
นกั เรยี นหาตวั เลขแสดงจำนวนทเี่ ติมในชอ่ งว่าง โดยใช้คำถาม เช่น
จำนวนท่ีเตมิ ในช่องว่างมากกวา่ หรือน้อยกวา่ 3 (มากกว่า 3)
จำนวนท่ีเติมในชอ่ งว่างเป็นจำนวนใดได้บา้ ง (คำตอบมมี ากกวา่ 1 คำตอบ เชน่ 4 5 6 หรอื 7)
5. ครูควรใหน้ กั เรียนตอบมาให้ครบทกุ คำตอบ สำหรบั คำถามข้อ 1 − 4 ในกรอบทา้ ยหนา้ 283 บาง
ขอ้ จะมีคำตอบหลายคำตอบ
6. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั เฉลยและตรวจสอบความถูกต้อง ถา้ มนี ักเรยี นตอบคำถามไม่ถูกต้อง ครู
อาจถามเพิ่มเติมว่า จำนวนนับสองจำนวนที่คูณกันได้ 8มีจำนวนใดบา้ ง (1 × 8 และ 4 × 2)
7. ให้นักเรยี นยกตัวอย่างจำนวนนบั สองจำนวนใดบ้างที่คูณกันได้มากกวา่ 8 เช่น 2 × 9 5 × 3
8. ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียน โดยให้นักเรียนเติมเครอ่ื งหมาย > < และ = ลงในชอ่ งว่าง
เปน็ รายบุคคล
9. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรุปสิง่ ทไี่ ดเ้ รียนรู้ ดงั นี้ เราสามารถบอกไดว้ ่าผลคูณของจำนวนสองจำนวน
ใดมคี ่ามากกวา่ กัน นอ้ ยกว่ากัน หรอื เทา่ กนั โดยไม่ต้องหาผลคณู ของสองจำนวนนนั้
10. ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 5.11 หน้า 181 – 182
8. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.2
2. แบบฝกึ หดั
3. แบบฝกึ ทกั ษะชดุ ที่ 5.6
4. บตั รโจทยก์ ารคณู
9. การวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์
แบบฝกึ หัด ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
9.1 การวัดผล แบบฝกึ ทักษะชดุ ที่ 5.6 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
วิธกี าร รายบุคคล
ตรวจแบบฝกึ หัด
ตรวจแบบฝกึ ทักษะชุดท่ี 5.6
สังเกตพฤติกรรมการทำงาน
รายบคุ คล
9.2 การประเมนิ ผล
ประเด็นการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
4 32 1
1. เกณฑ์การ (ดีมาก) (ต้องปรับปรุง)
ประเมนิ การ ทำแบบฝึกหัดได้ (ด)ี (กำลงั พัฒนา) ทำแบบฝึกหดั ได้
ทำแบบฝึกหัด อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องตำ่ กวา่
2. เกณฑ์การ 90 ขึ้นไป ทำแบบฝกึ หดั ได้ ทำแบบฝกึ หัดได้ รอ้ ยละ 60
ประเมินความ ใช้รูป ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ
สามารถในการ สญั ลกั ษณ์ทาง อยา่ งถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ สัญลกั ษณท์ าง
80 - 89 60 - 79
ใช้รูป ภาษา และ ใช้รปู ภาษา และ
สญั ลกั ษณท์ าง สัญลักษณท์ าง
ประเดน็ การ ระดับคุณภาพ
ประเมิน
4 32 1
ส่อื สาร ส่อื (ดมี าก) (ต้องปรับปรุง)
ความหมาย คณติ ศาสตร์ในการ (ด)ี (กำลังพัฒนา) คณิตศาสตร์ในการ
ทาง สอ่ื สาร สอ่ื สาร
คณิตศาสตร์ สอ่ื ความหมาย คณติ ศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ สื่อความหมาย
สรปุ ผล และ สรุปผล และ
3. เกณฑ์การ นำเสนอได้อย่าง สื่อสาร สื่อสาร นำเสนอไม่ได้
ประเมินความ ถกู ต้อง ชดั เจน
สามารถในการ สอื่ ความหมาย ส่ือความหมาย ใช้ความร้ทู าง
เชื่อมโยง ใชค้ วามรทู้ าง คณิตศาสตรเ์ ป็น
คณติ ศาสตรเ์ ป็น สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ เคร่อื งมือในการ
4. เกณฑ์การ เครอื่ งมือในการ เรยี นรู้คณิตศาสตร์
ประเมินความ เรยี นรู้คณิตศาสตร์ นำเสนอได้ถกู ต้อง นำเสนอได้ถูกต้อง เนื้อหาตา่ ง ๆ หรือ
สามารถในการ เน้ือหาตา่ ง ๆ หรือ ศาสตรอ์ ่นื ๆ และ
ให้เหตผุ ล ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ แต่ขาดรายละเอียด บางส่วน นำไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ
นำไปใชใ้ นชวี ติ จรงิ
5. เกณฑ์การ ไดอ้ ย่างสอดคลอ้ ง ทส่ี มบรู ณ์ รบั ฟงั และใหเ้ หตุผล
ประเมนิ การมี เหมาะสม สนบั สนนุ หรือ
ระเบยี บวนิ ยั รับฟังและใหเ้ หตผุ ล ใชค้ วามรทู้ าง ใชค้ วามรู้ทาง โตแ้ ยง้ ไม่ได้
ในการทำงาน สนบั สนุนหรอื
โต้แยง้ เพ่อื นำไปสู่ คณติ ศาสตร์เป็น คณิตศาสตร์เป็น สมุดงาน ชน้ิ งาน
การสรปุ โดยมี ไมค่ ่อยเรียบรอ้ ย
ข้อเท็จจรงิ ทาง เครอ่ื งมือในการ เคร่อื งมอื ในการ ไม่ปฏิบตั ติ นอยู่ใน
คณิตศาสตร์รองรบั ขอ้ ตกลงท่กี ำหนด
ได้อย่างสมบูรณ์ เรียนรู้คณิตศาสตร์ เรียนรูค้ ณิตศาสตร์ ให้รว่ มกนั ต้อง
อาศยั การแนะนำ
สมดุ งาน ช้ินงาน เนอ้ื หาต่าง ๆ หรือ เนื้อหาต่าง ๆ หรอื
สะอาดเรียบร้อย
ปฏบิ ตั ิตนอย่ใู น ศาสตรอ์ ่นื ๆ และ ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ
ขอ้ ตกลงท่กี ำหนด
ให้ร่วมกนั ทกุ ครงั้ นำไปใช้ในชีวติ จรงิ นำไปใช้ในชวี ติ จริง
ได้บางสว่ น
รบั ฟงั และให้เหตุผล รบั ฟังและใหเ้ หตผุ ล
สนบั สนนุ หรอื สนับสนนุ หรือ
โตแ้ ยง้ เพ่อื นำไปสู่ โต้แย้ง แตไ่ ม่
การสรุปโดยมี นำไปสู่การสรปุ ที่มี
ขอ้ เทจ็ จรงิ ทาง ขอ้ เท็จจรงิ ทาง
คณติ ศาสตร์รองรบั คณิตศาสตร์รองรบั
ไดบ้ างส่วน
สมุดงาน ช้ินงาน
สมุดงาน ชิ้นงาน สะอาดเรียบร้อย
สะอาดเรียบร้อย ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ น
ปฏิบัตติ นอยใู่ น ข้อตกลงท่กี ำหนด
ข้อตกลงที่กำหนด ใหร้ ่วมกนั เปน็
ใหร้ ว่ มกันเปน็ สว่ น บางครงั้
ใหญ่
10. บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
10.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
1. นักเรยี นจำนวน.......14...คน
ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้.......10......คน คิดเปน็ รอ้ ยละ......71.42...
ไม่ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้.....4........คน คิดเปน็ ร้อยละ......28.57....
นักเรยี นนีไ่ มผ่ า่ น มดี งั น้ี
1........เด็กชายบุรเศรษฐ์ ภูธ่ วัชชัย......... 2..........เดก็ ชายภผู า นวมสขุ ........
3........เดก็ ชายบรรณสรณ์ ทองพร้อมพันธ์..... 4......เดก็ ชายอคั รเดช ศรบี วั งาม...........
แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นที่ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้
ให้นกั เรยี นฝึกการคูณให้ถูก ท่องสตู รคูณให้แม่ง
2. นกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K)
นักเรยี นมคี วามเข้าใจและพัฒนาความรสู้ ึกเชิงจำนวนได้
3. นกั เรียนเกดิ ทักษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นกั เรียนมีเหตุผลในการเปรยี บเทยี บ
4. นกั เรยี นมคี ุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ (A)
นกั เรียนมวี นิ ยั ในการทำงาน
10.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข
เน่ืองจากการเปรียบเทียบ จำเป็นต้องหาทง้ั สองจำนวนเพื่อเปรยี บเทยี บกัน ทำให้การ
ทำงานลา่ ชา้ แกไ้ ข คือต้องให้เวลาในการหาคำตอบ และใช้เวลาในการสอนเพ่ิมเติม
10.3 ข้อเสนอแนะ
ต้องหาแรงจูงใจ ให้แตม้ แจกรางวลั
ลงช่ือ...........................................................
(...นางภูษดิ า ปานดำ....)
ตำแหนง่ ..ครู ชำนาญการ.
11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา/ ผทู้ ่ไี ด้รบั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเน้ือหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของส่ือ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชือ่ ...........................................................
(...นางจรี วรรณ อนิ ทรเพชร.)
ตำแหน่ง ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบา้ นหลุมขา้ ว
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 14
สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ รายวิชา คณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน รหสั วิชา ค 12101
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 การคูณ
เรอื่ ง การหาคา่ ของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณก์ ารคูณ (1) เวลา 1 ช่วั โมง
วนั ท่.ี ...17.. เดือน....พฤศจกิ ายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผสู้ อน........นางภษู ดิ า ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลทเ่ี กดิ ขึ้นจากการดำเนินการ สมบัตขิ องการดำเนินการ และการนำไปใช้
2. ตัวชี้วัดชั้นปี
หาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณแ์ สดงการคูณของจำนวน 1 หลักกับจำนวนไม่เกิน
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. หาค่าของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์การคณู (K)
2. มีความสามารถในการสอ่ื สาร สื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P)
3. มคี วามสามารถในเช่ือมโยงความรทู้ างคณิตศาสตร์ (P)
4. มคี วามสามารถในการให้เหตผุ ล (P)
5. มรี ะเบียบวนิ ัยในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. มีความสามารถในการสอ่ื สาร
5. สาระสำคญั
การหาคา่ ของตวั ไมท่ ราบค่าในประโยคสญั ลักษณก์ ารคูณอาจใช้สตู รคณู
6. สาระการเรียนรู้
การหาค่าของตัวไมท่ ราบค่าในประโยคสญั ลักษณก์ ารคูณ
7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครูสนทนากับนกั เรียนเกี่ยวกับการหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณก์ ารคูณ เชน่
2 × = 6 แล้วถามนกั เรียนวา่ 2 คณู จำนวนใดได้ 6
2. ให้นักเรยี นทอ่ งสูตรคูณแม่ 2 พรอ้ มกนั นกั เรียนควรตอบได้ว่า 2 × 3 = 6 ดังน้ัน จำนวนทคี่ ณู กับ
2 ได้ 6 คือ 3
3. ครตู ดิ บัตรโจทย์การคูณ 6 × …… = 24 แลว้ ถามนักเรยี นว่า 6 คูณกบั จำนวนใดได้ 24
4. ใหน้ ักเรียนท่องสตู รคูณแม่ 6 พร้อมกนั นกั เรยี นควรตอบไดว้ ่า 6 × 4 = 24 ดงั นน้ั จำนวนทีค่ ูณ
กับ 6 ได้ 24 คอื 4 ตามหนงั สือเรียนหน้า 285
5. ครูติดบัตรโจทยก์ ารคณู …… × 8 = 56 แลว้ ถามนกั เรียนว่า จำนวนใดคณู กับ 8 ได้ 56
6. ให้นักเรียนท่องสตู รคูณแม่ 8 พรอ้ มกนั นักเรียนควรตอบได้ว่า 8 × 7 = 56 ดังนัน้ จำนวน
ที่คณู กบั 8 ได้ 56 คอื 7
7. ให้นักเรียนสงั เกตวา่ การหาคา่ ของตัวไม่ทราบหาได้จากการท่องสตู รคูณให้ได้ผลคณู เทา่ กับท่ี
โจทย์กำหนด
8. ให้นกั เรยี นช่วยกนั เติมตวั เลขแสดงจำนวนในกรอบทา้ ยหนา้ 285 โดยการท่องสูตรคูณ ครแู ละ
นักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
9. ครูติดบตั รโจทยก์ ารคณู 3 × = 36 ครูถามนกั เรียนวา่ 3 คณู จำนวนใดได้ 36
10. ให้นกั เรียนท่องสตู รคณู แม่ 3 ถึง 3 คณู 9 ได้ 27 พบว่า ผลคูณเพ่มิ ขึน้ ทลี ะ 3 ดังน้ัน
3 คณู 10 ไดจ้ าก 27 บวก 3 เทา่ กบั 30
3 คูณ 11 ไดจ้ าก 30 บวก 3 เทา่ กับ 33
3 คณู 12 ได้จาก 33 บวก 3 เท่ากบั 36
นกั เรียนควรตอบไดว้ ่า จำนวนทคี่ ูณกบั 3 ได้ 36 คอื 12
11. ครูตดิ บตั รโจทย์การคูณ ….. × 5 = 70 แลว้ ถามนักเรียนวา่ จำนวนใดคณู 5 ได้ 70
12. ใหน้ กั เรียนทอ่ งสตู รคูณแม่ 5 จนถงึ 5 คณู 9 ได้ 45 พบว่าผลคณู เพิม่ ขึน้ ทลี ะ 5 ดงั นั้น
5 คณู 10 ได้จาก 45 บวก 5 เท่ากบั 50
5 คูณ 11 ได้จาก 50 บวก 5 เทา่ กับ 55
5 คณู 12 ไดจ้ าก 55 บวก 5 เท่ากับ 60
5 คณู 13 ได้จาก 60 บวก 5 เท่ากับ 65
5 คณู 14 ไดจ้ าก 65 บวก 5 เท่ากบั 70
นักเรยี นควรตอบไดว้ ่า จำนวนที่คูณกบั 5 ได้ 70 คือ 14
13. ครแู บง่ กลมุ่ นักเรยี นออกเปน็ 3 กลุ่มและใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมาจบั สลากทค่ี รูเตรยี มไว้
มีโจทยข์ ้อ 1 2 และ 3 ท่ีอยใู่ นกรอบท้ายหนา้ 286 กลมุ่ ละ 1 ข้อ
14. ใหน้ ักเรยี นออกไปนำเสนอวธิ ีการหาคำตอบของแตล่ ะกลมุ่ โดยครแู ละนกั เรียนร่วมกันตรวจสอบ
ความถกู ต้อง
15. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี การหาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์การ
คณู อาจใช้สูตรคูณ
16. ให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะชดุ ที่ 5.7 เปน็ รายบุคคล
8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียนคณิตศาสตร์ ป.2
2. แบบฝึกหัด
3. แบบฝึกทักษะชุดท่ี 5.7
4. บัตรโจทยก์ ารคูณ
5. ตารางสูตรคูณแม่ 2 ถึง แม่ 9
9. การวัดและประเมินผล
9.1 การวดั ผล
วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหดั แบบฝกึ หดั รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกทักษะชดุ ท่ี 5.7 แบบฝึกทักษะชดุ ท่ี 5.7 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล รายบุคคล
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
9.2 การประเมนิ ผล
ประเด็นการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
4 32 1
1. เกณฑ์การ (ดมี าก) (ตอ้ งปรบั ปรุง)
ประเมินการ ทำแบบฝึกหดั / (ด)ี (กำลงั พัฒนา) ทำแบบฝกึ หดั /
ทำแบบฝกึ หดั / แบบฝกึ ทักษะได้ แบบฝกึ ทักษะได้
แบบฝกึ ทักษะ อย่างถูกต้องร้อยละ ทำแบบฝึกหัด/ ทำแบบฝึกหัด/ อย่างถูกต้องต่ำกว่า
2. เกณฑ์การ 90 ข้ึนไป รอ้ ยละ 60
ประเมนิ ความ ใช้รปู ภาษา และ แบบฝึกทกั ษะได้ แบบฝึกทักษะได้ ใชร้ ูป ภาษา และ
สามารถในการ สญั ลกั ษณท์ าง สัญลกั ษณ์ทาง
ส่ือสาร สอ่ื คณิตศาสตร์ในการ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ คณิตศาสตร์ในการ
ความหมาย สอ่ื สาร ส่อื สาร
ทาง สื่อความหมาย 80 - 89 60 - 79 สอื่ ความหมาย
คณิตศาสตร์ สรุปผล และ สรุปผล และ
นำเสนอได้อยา่ ง ใช้รูป ภาษา และ ใช้รปู ภาษา และ นำเสนอไม่ได้
3. เกณฑ์การ ถกู ต้อง ชัดเจน
ประเมินความ สญั ลกั ษณ์ทาง สญั ลกั ษณ์ทาง ใช้ความรทู้ าง
สามารถในการ ใชค้ วามร้ทู าง คณิตศาสตร์เป็น
เชือ่ มโยง คณิตศาสตรเ์ ป็น คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ เครอื่ งมอื ในการ
เครอื่ งมือในการ เรียนรู้คณติ ศาสตร์
4. เกณฑ์การ เรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ สื่อสาร สอ่ื สาร เนอื้ หาต่าง ๆ หรอื
ประเมินความ เนือ้ หาตา่ ง ๆ หรอื ศาสตร์อืน่ ๆ และ
สามารถในการ ศาสตร์อ่ืน ๆ และ สื่อความหมาย ส่อื ความหมาย นำไปใช้ในชวี ติ จรงิ
ให้เหตผุ ล นำไปใชใ้ นชวี ิตจริง
ได้อยา่ งสอดคลอ้ ง สรปุ ผล และ สรุปผล และ รับฟงั และใหเ้ หตผุ ล
เหมาะสม สนับสนนุ หรอื
รบั ฟงั และให้เหตผุ ล นำเสนอได้ถกู ต้อง นำเสนอได้ถกู ต้อง โตแ้ ยง้ ไม่ได้
สนับสนุนหรือ
โตแ้ ยง้ เพ่ือนำไปสู่ แตข่ าดรายละเอียด บางสว่ น
การสรปุ โดยมี
ข้อเทจ็ จรงิ ทาง ท่ีสมบรู ณ์
ใช้ความรู้ทาง ใชค้ วามรู้ทาง
คณติ ศาสตร์เป็น คณิตศาสตร์เป็น
เครื่องมือในการ เครือ่ งมอื ในการ
เรยี นร้คู ณิตศาสตร์ เรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
เน้ือหาต่าง ๆ หรือ เน้ือหาต่าง ๆ หรอื
ศาสตร์อื่น ๆ และ ศาสตรอ์ นื่ ๆ และ
นำไปใชใ้ นชวี ติ จริง นำไปใช้ในชวี ติ จริง
ได้บางส่วน
รับฟงั และใหเ้ หตผุ ล รบั ฟงั และให้เหตุผล
สนบั สนนุ หรอื สนบั สนุน หรอื
โตแ้ ยง้ เพอ่ื นำไปสู่ โต้แยง้ แต่ไม่
การสรปุ โดยมี นำไปสู่การสรปุ ท่ีมี
ขอ้ เท็จจรงิ ทาง ข้อเทจ็ จรงิ ทาง
คณิตศาสตร์รองรบั
ประเด็นการ 4 ระดับคุณภาพ 1
ประเมิน (ดีมาก) 32 (ตอ้ งปรับปรุง)
คณติ ศาสตรร์ องรบั (ด)ี (กำลังพัฒนา)
5. เกณฑ์การ คณิตศาสตร์รองรบั สมดุ งาน ชน้ิ งาน
ประเมนิ การมี ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ค่อยเรียบรอ้ ย
ระเบยี บวนิ ยั ได้บางส่วน ไม่ปฏบิ ัตติ นอยใู่ น
ในการทำงาน สมดุ งาน ชน้ิ งาน ข้อตกลงทีก่ ำหนด
สะอาดเรียบร้อย สมุดงาน ชน้ิ งาน สมดุ งาน ช้นิ งาน ให้ร่วมกัน ตอ้ ง
ปฏิบัตติ นอย่ใู น สะอาดเรียบร้อย สะอาดเรยี บร้อย อาศยั การแนะนำ
ข้อตกลงทก่ี ำหนด ปฏิบตั ิตนอยใู่ น ปฏบิ ัติตนอยู่ใน
ใหร้ ่วมกนั ทุกครั้ง ข้อตกลงทก่ี ำหนด ขอ้ ตกลงที่กำหนด
ใหร้ ว่ มกนั เป็นสว่ น ใหร้ ว่ มกันเปน็
ใหญ่ บางครัง้