10. บันทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
10.1 สรุปผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. นักเรียนจำนวน.....14......คน
ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้......10........คน คดิ เปน็ ร้อยละ.....71.42.....
ไมผ่ ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้....4.......คน คดิ เป็นร้อยละ.....28.57........
นกั เรยี นน่ีไมผ่ า่ น มีดงั นี้
1........เด็กชายบุรเศรษฐ์ ภู่ธวชั ชัย......... 2............เด็กชายอัครเดช ศรบี ัวงาม........
3.........เดก็ ชายภผู า นวมสขุ ...... 4..................เด็กชายธนกฤต ทองนาค.......
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแก้ไขนักเรียนที่ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
นักเรียนต้องฝึกทอ่ งสูตรคูณ และต้องเช่ือมโยงระหวา่ งการคูณการบวกให้เข้าและแมน่
ใหม้ ากขึน้
2. นกั เรียนมีความรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K)
นักเรียนเข้าใจประโยคสัญลกั ษณ์ของตัวไม่ทราบค่า
3. นกั เรียนเกดิ ทักษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นกั เรียนสามารถเช่ือมโยงการหาตัวไม่ทราบค่าโดยใช้แม่สูตรคูณ และการบวกมาช่วยใน
การทำ หรือทกั ษะการแสดงวิธีทำโดยการคณู เรียงลำดับจำนวนทมี่ ากกว่าแม่ 12
4. นกั เรยี นมคี ุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ (A)
นักเรยี นมวี นิ ัยในการทำงาน
10.2 ปญั หา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
-
10.3 ขอ้ เสนอแนะ
ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันคิดมากกว่าเดิม หาวธิ ีการให้นักเรียนรจู้ กั ตอบกล้าแสดงออก และคดิ
วเิ คราะห์ให้เปน็
ลงชอ่ื ...........................................................
(.....นางภูษิดา ปานดำ....)
ตำแหนง่ ....ครู ชำนาญการ.
11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา/ ผทู้ ี่ไดร้ บั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเน้ือหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของส่ือ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
ลงชอื่ ...........................................................
(...นางจีรวรรณ อนิ ทรเพชร.)
ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นหลุมขา้ ว
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 15
สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ รายวชิ า คณติ ศาสตร์พ้นื ฐาน รหสั วชิ า ค 12101
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 การคูณ
เรอื่ ง การหาคา่ ของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลกั ษณก์ ารคูณ (2) เวลา 1 ชวั่ โมง
วนั ท่.ี ...18.. เดือน....พฤศจกิ ายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผูส้ อน........นางภูษิดา ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลทเ่ี กดิ ขึ้นจากการดำเนินการ สมบตั ิของการดำเนนิ การ และการนำไปใช้
2. ตัวชี้วัดชั้นปี
หาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณแ์ สดงการคณู ของจำนวน 1 หลกั กบั จำนวนไม่เกิน
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. หาค่าของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลกั ษณ์การคณู (K)
2. มีความสามารถในการสอ่ื สาร ส่ือความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P)
3. มคี วามสามารถในเช่ือมโยงความรูท้ างคณิตศาสตร์ (P)
4. มคี วามสามารถในการให้เหตผุ ล (P)
5. มรี ะเบียบวนิ ัยในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. มีความสามารถในการสอ่ื สาร
5. สาระสำคญั
การหาคา่ ของตวั ไมท่ ราบค่าในประโยคสัญลักษณ์การคณู อาจใช้สูตรคูณ
6. สาระการเรียนรู้
การหาค่าของตัวไมท่ ราบคา่ ในประโยคสัญลกั ษณ์การคูณ
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ครูทบทวนเก่ยี วกบั การคูณจำนวนหนง่ึ หลกั กับ 10 20 … 90 โดยการยกตัวอยา่ ง เชน่
2 × 3 = (6) และ 2 × 30 = (60)
5 × 9 = (45) และ 5 × 90 = (450)
2. ใหน้ ักเรยี นช่วยกันหาผลคณู และสังเกตคำตอบท่ีได้
3. ครยู กตวั อย่างเพ่ิมเติม 1 - 2 ตวั อย่าง
4. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปว่า จำนวนหนึง่ หลกั คูณกับ 10 20 … 90 หาผลคณู ได้โดยนำจำนวน
หนึ่งหลักนนั้ คณู กบั 1 2 … 9 ตามลำดับ แลว้ เตมิ 0 ตอ่ ทา้ ย
5. ครตู ิดบัตรโจทย์การคูณ 7 × = 140 แลว้ ถามนักเรยี นว่า 7 คณู จำนวนใดได้ 140 นักเรยี นอาจจะ
ยงั หาคำตอบไม่ได้ ครูอาจใชค้ ำถามนำ เช่น
7 คูณจำนวนใดได้ 14 (2)
7 คูณจำนวนใดได้ 140 (20)
ดังน้ัน จำนวนทีค่ ูณกบั 7 ได้ 140 คือ 20
6. ครูตดิ บตั รโจทยก์ ารคูณ × 4 = 320 และถามนกั เรียนว่า
จำนวนใดคณู 4 ได้ 320
หาจำนวนนนั้ ได้อยา่ งไร นักเรียนควรตอบไดว้ า่ หาจำนวนทีค่ ณู กับ 4 แล้วได้ 32 แล้วเติม 0
ตอ่ ท้ายจำนวนน้นั
7. ครสู ังเกตถ้ามนี ักเรียนไม่เขา้ ใจ อาจอธิบายดงั นี้ จาก 8 คณู 4 ได้ 32 จะไดว้ ่า 80 คูณ 4 ได้ 320
ดังนั้น จำนวนที่คูณกับ 4 แลว้ ได้ 320 คือ 80
8. ครอู าจยกตัวอย่างเพิ่มเติมเพือ่ ให้นักเรยี นฝกึ การนำข้อสรุปข้างตน้ ไปใช้ในการหาค่าของตวั ไม่
ทราบค่า เช่น × 8 = 160 นกั เรยี นตอ้ งหาจำนวนมาคณู กบั 8 ได้ 16 แลว้ เตมิ 0 ต่อท้ายจำนวนนน้ั จะได้
20 × 8 = 160
9. ใหน้ กั เรียนช่วยกนั เตมิ ตัวเลขแสดงจำนวนในกรอบทา้ ยหนา้ 287 แล้วครแู ละนักเรียนรว่ มกัน
ตรวจสอบความถูกต้อง
10. ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคนเตมิ ตัวเลขแสดงจำนวน
ในชอ่ งวา่ ตามหนงั สือเรียนหน้า 288
11. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง ถ้ามนี ักเรียนคนใดเติมตวั เลขแสดงจำนวนไม่
ถกู ต้อง ครูอาจทบทวนสตู รคูณแม่ 2 ถึงแม่ 9 และใหน้ กั เรียนฝกึ การหาผลคณู ของจำนวนหนงึ่ หลักกบั 10 20
30 40 50 60 70 80 90 ใหค้ ลอ่ ง แลว้ ใหต้ รวจสอบความเข้าใจอีกคร้งั แต่ถา้ ยังทำไมไ่ ด้ใหม้ าฝึกเปน็
รายบคุ คลกบั ครู
12. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรปุ ความรู้ ดังน้ี การหาค่าของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์การ
คูณอาจใชส้ ตู รคณู
13. ให้นักเรยี นทำแบบฝึกหัด 5.12 หนา้ 183 – 184 เป็นรายบคุ คล
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือเรยี นคณิตศาสตร์ ป.2 เล่ม 1
2. แบบฝกึ หัด
3. บตั รโจทยก์ ารคณู
4. ตารางสูตรคณู แม่ 2 ถงึ แม่ 9
9. การวดั และประเมนิ ผล
9.1 การวดั ผล
วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหดั แบบฝกึ หดั ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล รายบุคคล
9.2 การประเมนิ ผล
ประเด็นการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
4 32 1
1. เกณฑ์การ (ดีมาก) (ตอ้ งปรบั ปรุง)
ประเมนิ การ ทำแบบฝกึ หดั ได้ (ดี) (กำลังพัฒนา) ทำแบบฝึกหัดได้
ทำแบบฝกึ หัด อยา่ งถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องต่ำกวา่
2. เกณฑ์การ 90 ข้นึ ไป ทำแบบฝกึ หัดได้ ทำแบบฝึกหัดได้ ร้อยละ 60
ประเมินความ ใชร้ ปู ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ
สามารถในการ สัญลกั ษณท์ าง อยา่ งถูกต้องร้อยละ อย่างถูกต้องร้อยละ สญั ลักษณท์ าง
ส่ือสาร สื่อ คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ
สื่อสาร 80 - 89 60 - 79 ส่ือสาร
ใชร้ ปู ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ
สัญลกั ษณ์ทาง สญั ลักษณ์ทาง
คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ
สอ่ื สาร ส่ือสาร
ประเดน็ การ ระดับคณุ ภาพ
ประเมิน
4 32 1
ความหมาย (ดมี าก) (ต้องปรับปรุง)
ทาง สื่อความหมาย (ด)ี (กำลังพัฒนา) สือ่ ความหมาย
คณติ ศาสตร์ สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ
นำเสนอได้อย่าง สือ่ ความหมาย ส่อื ความหมาย นำเสนอไม่ได้
3. เกณฑ์การ ถกู ต้อง ชัดเจน
ประเมินความ สรปุ ผล และ สรุปผล และ ใช้ความรูท้ าง
สามารถในการ ใชค้ วามรูท้ าง คณิตศาสตรเ์ ป็น
เชือ่ มโยง คณติ ศาสตรเ์ ป็น นำเสนอได้ถกู ต้อง นำเสนอได้ถกู ต้อง เครื่องมือในการ
เครื่องมอื ในการ เรยี นรูค้ ณิตศาสตร์
4. เกณฑ์การ เรียนรู้คณิตศาสตร์ แตข่ าดรายละเอียด บางสว่ น เนอื้ หาตา่ ง ๆ หรอื
ประเมินความ เนอ้ื หาต่าง ๆ หรอื ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ
สามารถในการ ศาสตร์อน่ื ๆ และ ทีส่ มบรู ณ์ นำไปใช้ในชวี ติ จริง
ให้เหตผุ ล นำไปใช้ในชีวติ จรงิ
ไดอ้ ย่างสอดคล้อง ใช้ความร้ทู าง ใช้ความรูท้ าง รบั ฟงั และให้เหตุผล
5. เกณฑ์การ เหมาะสม สนบั สนนุ หรือ
ประเมนิ การมี รบั ฟังและใหเ้ หตุผล คณติ ศาสตรเ์ ป็น คณิตศาสตร์เป็น โต้แย้งไม่ได้
ระเบยี บวนิ ยั สนบั สนุนหรือ
ในการทำงาน โตแ้ ย้ง เพอ่ื นำไปสู่ เครือ่ งมือในการ เครอ่ื งมอื ในการ สมดุ งาน ชิ้นงาน
การสรปุ โดยมี ไม่ค่อยเรียบรอ้ ย
ขอ้ เทจ็ จรงิ ทาง เรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ เรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ไมป่ ฏิบัติตนอยู่ใน
คณติ ศาสตร์รองรบั ขอ้ ตกลงท่กี ำหนด
ไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์ เน้อื หาตา่ ง ๆ หรือ เน้อื หาต่าง ๆ หรือ ใหร้ ว่ มกนั ตอ้ ง
อาศยั การแนะนำ
สมุดงาน ชน้ิ งาน ศาสตรอ์ ื่น ๆ และ ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ
สะอาดเรยี บร้อย
ปฏิบัตติ นอยใู่ น นำไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ นำไปใช้ในชีวติ จริง
ข้อตกลงท่ีกำหนด
ให้รว่ มกันทุกครั้ง ได้บางส่วน
รับฟังและใหเ้ หตุผล รบั ฟงั และให้เหตผุ ล
สนบั สนุน หรือ สนบั สนนุ หรอื
โต้แย้ง เพื่อนำไปสู่ โตแ้ ย้ง แต่ไม่
การสรุปโดยมี นำไปส่กู ารสรปุ ท่ีมี
ข้อเท็จจริงทาง ข้อเท็จจริงทาง
คณติ ศาสตร์รองรบั คณิตศาสตรร์ องรับ
ไดบ้ างส่วน
สมดุ งาน ชิ้นงาน
สมดุ งาน ชน้ิ งาน สะอาดเรียบร้อย
สะอาดเรียบร้อย ปฏบิ ัติตนอย่ใู น
ปฏบิ ัติตนอยใู่ น ข้อตกลงที่กำหนด
ขอ้ ตกลงท่ีกำหนด ใหร้ ว่ มกันเป็น
ให้รว่ มกนั เปน็ สว่ น บางครง้ั
ใหญ่
10. บันทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
10.1 สรุปผลหลังการจัดการเรียนรู้
1. นักเรยี นจำนวน.....14......คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้......10........คน คดิ เปน็ ร้อยละ.....71.42.....
ไม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้....4.......คน คิดเปน็ ร้อยละ.....28.57........
นกั เรียนนไ่ี ม่ผา่ น มดี งั น้ี
1........เดก็ ชายบรุ เศรษฐ์ ภูธ่ วัชชัย......... 2............เดก็ ชายอัครเดช ศรบี วั งาม........
3.........เดก็ ชายภผู า นวมสุข...... 4..................เดก็ ชายธนกฤต ทองนาค.......
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนทไ่ี ม่ผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
นกั เรยี นตอ้ งฝึกทอ่ งสูตรคณู และต้องเชื่อมโยงระหวา่ งการคูณการบวกให้เขา้ และแม่น
ให้มากขึ้น
2. นักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K)
นักเรยี นเข้าใจประโยคสัญลกั ษณข์ องตวั ไมท่ ราบค่า
3. นกั เรียนเกดิ ทักษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นกั เรียนสามารถเชื่อมโยงการหาตวั ไม่ทราบค่าโดยใชแ้ ม่สูตรคูณ และการบวกมาช่วยใน
การทำ หรือทักษะการแสดงวิธีทำโดยการคณู เรียงลำดับจำนวนทม่ี ากกว่าแม่ 12
4. นักเรยี นมคี ณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ (A)
นักเรยี นมวี นิ ยั ในการทำงาน
10.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข
การหาตวั ไมท่ ราบคา่ โดยทกี่ ารคณู มี 0 นักเรียนชอบลมื เติม 0 ทตี่ ่อท้ายทำใหจ้ ำนวน
หรอื ผลคณู ผดิ วิธแี กไ้ ข คือให้นักเรียนใส่ 0 ตัวท้ายไวอ้ ันดับแรกจากนัน้ คูณหลักสิบ ซ่ึงเปน็ หลักทอี่ ยหู่ นา้ สดุ
คำตอบตวั เลขจะต้องอยู่หน้าเลข 0 และฝกึ ให้ทำแบบฝกึ หัดแสดงวิธีทำอยา่ งต่อเน่ือง
10.3 ขอ้ เสนอแนะ
ให้นกั เรียนชว่ ยกันคดิ มากกว่าเดิม หาวิธีการให้นกั เรียนร้จู ักตอบกล้าแสดงออก และคดิ
วเิ คราะหใ์ หเ้ ป็น
ลงชื่อ...........................................................
(.....นางภูษดิ า ปานดำ....)
ตำแหน่ง....ครู ชำนาญการ.
11. ความคดิ เหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา/ ผทู้ ไี่ ด้รบั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเนื้อหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของสื่อ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
5. ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ ....................................................................................................................................
.................................................................................................. ............................................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................. .............................................
ลงช่อื ...........................................................
(...นางจีรวรรณ อินทรเพชร.)
ตำแหน่ง ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบ้านหลมุ ข้าว
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 16
สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ รายวิชา คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน รหัสวชิ า ค 12101
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2565
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 5 การคูณ เร่ือง โจทย์ปัญหาการคณู (1) เวลา 1 ชัว่ โมง
วนั ท.่ี ...21.. เดือน....พฤศจิกายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผูส้ อน........นางภษู ิดา ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลทเี่ กิดขน้ึ จากการดำเนินการ สมบตั ขิ องการดำเนนิ การ และการนำไปใช้
2. ตวั ชี้วัดชนั้ ปี
หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน 1 หลกั กับจำนวนไมเ่ กนิ
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป์ ัญหาการคูณ (K)
2. มีความสามารถในการแก้ปัญหา (P)
3. มคี วามสามารถในการสอื่ สาร ส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ (P)
4. มคี วามสามารถในเช่ือมโยงความรูท้ างคณติ ศาสตร์ (P)
5. มคี วามสามารถในการให้เหตผุ ล (P)
6. มคี วามมุมานะในการทำความเขา้ ใจปัญหาและแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ (A)
7. มรี ะเบยี บวินัยในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. มีความสามารถในการแก้ปญั หา
2. มีความสามารถในการสื่อสาร
5. สาระสำคัญ
การแก้โจทยป์ ญั หาทำได้โดยอ่านทำความเขา้ ใจปัญหา วางแผนแกป้ ญั หา หาคำตอบ และตรวจสอบ
ความสมเหตสุ มผลของคำตอบ
6. สาระการเรียนรู้
โจทยป์ ญั หาการคูณ
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครสู นทนากับนักเรยี นเกี่ยวกับโจทย์ปญั หาการคูณท่ีกำหนดตามหนงั สือเรยี นหน้า 289
2. ครใู ช้คำถามกระตนุ้ ให้นักเรยี นวิเคราะห์โจทยป์ ญั หา เช่น
โจทย์ถามอะไร นักเรียนตอบว่า โจทย์ถาม คือ ยายลซี ้ือกล้วยปง้ิ ทั้งหมดกผ่ี ล
โจทย์บอกอะไร นักเรียนตอบวา่ ยายลซี อ้ื กล้วยปิ้ง 4 ไม้ แตล่ ะไม้มีกลว้ ย 5 ผล
หาคำตอบได้อย่างไร นกั เรียนอาจหาคำตอบได้ดว้ ยการบวกทลี ะ 5 เช่น 5 + 5 + 5 + 5 = 20 ผล
ดงั นัน้ ยายลีซ้อื กล้วยปง้ิ ท้ังหมด 20 ผล หรือนกั เรียนอาจหาคำตอบด้วยการคูณ ซง่ึ พิจารณาจากกล้วยปิง้ 4 ไม้
แต่ละไมม้ ีกล้วย 5 ผล จะได้ 4 × 5 = 20 ผล ดงั นน้ั ยายลซี ื้อกล้วยป้งิ ท้ังหมด 20 ผล
3. ครสู งั เกตถา้ นักเรยี นไม่สามารถหาคำตอบได้ ครูอาจใช้บตั รภาพประกอบการอธิบายว่า กล้วยป้ิง
4 ไม้ ไมล้ ะ 5 ผล
4. นักเรียนนับจำนวนกลว้ ยปง้ิ ทง้ั หมดหรือบวกทีละ 5 หรอื ให้เขยี นเปน็ ประโยคสัญลกั ษณ์การคณู ได้
4 × 5= และใชส้ ตู รคณู แม่ 4 หรอื แม่ 5 หาผลคูณ
5. ครูควรเนน้ ยำ้ เร่ืองการตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ เช่น 4 × 5 = 20 อาจตรวจสอบ
ดว้ ยการนบั ทีละ 5 ไป 4 คร้งั จะได้ 20 ดังนัน้ 20 เปน็ คำตอบท่ีถูกต้อง
6. ครยู กตัวอยา่ งโจทย์ปัญหาถดั ไป ให้นักเรยี นวิเคราะหโ์ จทย์วา่ โจทย์ถามอะไร โจทยบ์ อกอะไร
และหาคำตอบได้อย่างไร
7. ครอู าจใชข้ วดมาเรยี งเป็นแถว 3 แถว แถวละ 6 ขวด ครถู ามนกั เรยี นวา่
การจัดขวดเปน็ แถว 3 แถว แถวละ 6 ขวด ไดท้ ัง้ หมดก่ีขวด เขียนเป็นประโยคสญั ลักษณก์ ารคูณ
ได้อย่างไร นกั เรียนควรตอบได้วา่ 3 × 6
หาคำตอบอยา่ งไร นักเรียนอาจตอบว่าใชก้ ารบวกเพิม่ ทีละเทา่ ๆ กัน (6 + 6 + 6) หรอื ใช้สูตรคูณ
แม่ 3 หรือแม่ 6เม่ือนกั เรยี นได้คำตอบ 18 ขวด
8. ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบตามหนังสือเรียนหน้า 289
9. ครูตดิ บตั รโจทย์ปญั หาตามหนังสอื เรียนหนา้ 290 ให้นักเรยี นรว่ มกนั วิเคราะหโ์ จทย์ปญั หาวา่
โจทยถ์ ามอะไร โจทยบ์ อกอะไร และจะหาคำตอบได้อย่างไร โดยใช้การถาม−ตอบ
การนำตู้มาวางเรยี งตอ่ กนั ความยาวทง้ั หมดจะเพิ่มขนึ้ หรือลดลง (เพ่ิมขึน้ )
หาคำตอบด้วยวิธใี ด (นำความยาวมาบวกกัน)
ถา้ ความยาวตู้แตล่ ะต้เู ท่ากันทง้ั 3 ตอู้ าจหาคำตอบดว้ ยวธิ ีใดได้อีก (หาคำตอบด้วยการคูณ)
10. ใหน้ ักเรยี นเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์การคณู แล้วหาคำตอบ ตามหนังสือเรียนหน้า 290
11. ครูอาจแนะนำการตรวจสอบความสมเหตสุ มผลว่า ถ้าตแู้ ต่ละตยู้ าว 50 เซนติเมตร เรียงตอ่ กนั 3
ตู้ความยาวทง้ั หมด 3 × 50 = 150 เซนตเิ มตร แต่ความยาวตใู้ นโจทย์ 45 เซนติเมตร ซ่งึ มีคา่ นอ้ ยกว่า 50
คำตอบท่ีได้ควรนอ้ ยกว่า 150 เซนติเมตร ซ่ึงคำตอบทไ่ี ด้คอื 135 เซนตเิ มตร เป็นคำตอบท่สี มเหตสุ มผล
12. ครยู กตวั อย่างโจทยป์ ัญหาในหนังสือเรียนหนา้ 291 แล้วให้นกั เรยี นชว่ ยกันวเิ คราะห์โจทยป์ ัญหา
และหาคำตอบ
13. ครูแบง่ กลมุ่ นักเรียนเป็น 5 กลุ่ม แลว้ ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนประโยคสัญลักษณ์และ
หาคำตอบกลุ่มละ 1 ข้อ เมือ่ เสรจ็ แลว้ ใหแ้ ต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอวธิ หี าคำตอบหน้าชน้ั เรยี น
14. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง และตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบ ครู
ควรเนน้ ยำ้ นักเรยี นทุกครงั้ วา่ เม่อื แกโ้ จทยป์ ญั หาจนได้คำตอบแลว้ ต้องอย่าลืมตรวจสอบความสมเหตสุ มผล
ของคำตอบทกุ ครั้ง
15. ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรยี นโดยใหน้ ักเรียนแต่ละคนเขียนประโยคสญั ลักษณ์และหา
คำตอบตามหนงั สือเรียนหน้า 292 ครูและนักเรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้องและสรุปสง่ิ ทไ่ี ดเ้ รียนรู้ ถา้ มี
นักเรียนคนใดเขยี นประโยคสัญลกั ษณ์และหาคำตอบไม่ถกู ต้อง
16. ใหน้ กั เรียนฝึกการหาผลคูณของจำนวนหนึง่ หลกั กับจำนวนสองหลักใหค้ ล่อง หรือถ้านกั เรยี น
เขยี นประโยคสญั ลักษณ์การคูณผดิ ครูอาจทบทวนเรือ่ งความหมายของการคณู ที่จัดส่ิงของเป็นกลมุ่
กลมุ่ ละเท่า ๆ กัน หรอื จัดส่ิงของเปน็ แถว แถวละเทา่ ๆ กัน แล้วให้ตรวจสอบความเข้าใจอีกคร้ัง แต่ถา้ ยังทำ
ไมไ่ ด้ใหม้ าฝกึ เปน็ รายบคุ คลกับครู
17. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดังน้ี การแกโ้ จทยป์ ญั หาทำไดโ้ ดยอา่ นทำความเขา้ ใจปัญหา
วางแผนแกป้ ัญหา หาคำตอบ และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ
18. ใหน้ ักเรียนทำแบบฝึกหัด 5.13 หนา้ 185 – 186
8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนคณิตศาสตร์ ป.2
2. แบบฝกึ หดั
3. บตั รภาพ
4. บัตรโจทย์ปัญหา
5. สอ่ื ของจรงิ เชน่ ขวด
9. การวัดและประเมนิ ผล
9.1 การวัดผล
วธิ กี าร เครือ่ งมือ เกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล รายบุคคล
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
9.2 การประเมนิ ผล
ประเด็นการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
4 32 1
1. เกณฑ์การ (ดีมาก) (ต้องปรบั ปรุง)
ประเมนิ การ ทำแบบฝึกหดั ได้ (ด)ี (กำลังพัฒนา) ทำแบบฝึกหดั ได้
ทำแบบฝกึ หัด อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องตำ่ กวา่
2. เกณฑ์การ 90 ขึ้นไป ทำแบบฝึกหัดได้ ทำแบบฝึกหดั ได้ รอ้ ยละ 60
ประเมินความ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ
สามารถในการ ปญั หา คิดวเิ คราะห์ อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ ปญั หา คิดวิเคราะห์
แกป้ ัญหา วางแผนแกป้ ัญหา มรี ่องรอยของการ
และเลอื กใช้วธิ กี าร 80 - 89 60 - 79 วางแผนแกป้ ญั หา
3. เกณฑ์การ ท่เี หมาะสม โดย แตไ่ มส่ ำเรจ็
ประเมนิ ความ คำนงึ ถงึ ความ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ
สามารถในการ สมเหตสุ มผลของ ใช้รูป ภาษา และ
สื่อสาร สอื่ คำตอบพร้อมทั้ง ปัญหา คิดวเิ คราะห์ ปัญหา คดิ วเิ คราะห์ สญั ลักษณ์ทาง
ความหมาย ตรวจสอบความ คณิตศาสตร์ในการ
ถกู ต้องได้ วางแผนแกป้ ัญหา วางแผนแก้ปญั หา สื่อสาร
ใชร้ ปู ภาษา และ
สญั ลกั ษณท์ าง และเลอื กใชว้ ธิ กี าร และเลือกใชว้ ิธีการ
คณิตศาสตร์ในการ
สื่อสาร ทเ่ี หมาะสม แต่ ได้บางสว่ น คำตอบ
ความสมเหตุสมผล ที่ไดย้ งั ไม่มีความ
ของคำตอบยงั ไม่ดี สมเหตุสมผล และ
พอ และตรวจสอบ ไมม่ ีการตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ งไม่ได้ ความถกู ตอ้ ง
ใชร้ ูป ภาษา และ ใชร้ ูป ภาษา และ
สญั ลกั ษณ์ทาง สัญลักษณ์ทาง
คณติ ศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ
สื่อสาร ส่ือสาร
ประเดน็ การ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
4 32 1
ทาง (ดีมาก) (ตอ้ งปรับปรุง)
คณิตศาสตร์ สอ่ื ความหมาย (ดี) (กำลงั พัฒนา) สอื่ ความหมาย
สรุปผล และ สรุปผล และ
4. เกณฑ์การ นำเสนอได้อยา่ ง สือ่ ความหมาย ส่อื ความหมาย นำเสนอไม่ได้
ประเมินความ ถูกต้อง ชดั เจน
สามารถในการ สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ ใช้ความรู้ทาง
เชื่อมโยง ใช้ความร้ทู าง คณิตศาสตร์เป็น
คณิตศาสตรเ์ ป็น นำเสนอได้ถูกต้อง นำเสนอได้ถูกต้อง เครอ่ื งมอื ในการ
5. เกณฑ์การ เครื่องมอื ในการ เรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
ประเมนิ ความ เรียนรูค้ ณิตศาสตร์ แต่ขาดรายละเอยี ด บางส่วน เน้ือหาต่าง ๆ หรือ
สามารถในการ เนอื้ หาต่าง ๆ หรือ ศาสตรอ์ ่ืน ๆ และ
ให้เหตผุ ล ศาสตรอ์ นื่ ๆ และ ที่สมบูรณ์ นำไปใชใ้ นชีวติ จริง
นำไปใช้ในชีวิตจริง
6. เกณฑ์การ ได้อย่างสอดคลอ้ ง ใช้ความรทู้ าง ใชค้ วามรู้ทาง รับฟงั และใหเ้ หตุผล
ประเมนิ ความ เหมาะสม สนบั สนนุ หรอื
มุมานะในการ รบั ฟงั และใหเ้ หตผุ ล คณิตศาสตรเ์ ป็น คณิตศาสตร์เป็น โต้แยง้ ไม่ได้
ทำความเข้าใจ สนับสนนุ หรือ
ปัญหาและ โตแ้ ยง้ เพ่อื นำไปสู่ เครือ่ งมอื ในการ เครอ่ื งมือในการ ไม่มีความตงั้ ใจและ
แก้ปัญหาทาง การสรปุ โดยมี พยายามในการทำ
คณติ ศาสตร์ ขอ้ เทจ็ จริงทาง เรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ เรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ความเขา้ ใจปัญหา
คณติ ศาสตร์รองรบั และแก้ปัญหาทาง
ได้อยา่ งสมบูรณ์ เนือ้ หาต่าง ๆ หรือ เนอื้ หาตา่ ง ๆ หรือ คณติ ศาสตร์ ไม่มี
มคี วามตัง้ ใจและ ความอดทนและ
พยายามในการทำ ศาสตร์อืน่ ๆ และ ศาสตร์อนื่ ๆ และ ท้อแทต้ ่ออปุ สรรค
ความเข้าใจปัญหา
และแกป้ ัญหาทาง นำไปใชใ้ นชวี ติ จริง นำไปใชใ้ นชวี ิตจริง
คณติ ศาสตร์ มี
ความอดทนและไม่ ไดบ้ างส่วน
ท้อแท้ต่ออปุ สรรค
รบั ฟังและใหเ้ หตผุ ล รบั ฟงั และให้เหตผุ ล
สนบั สนุน หรอื สนบั สนนุ หรือ
โตแ้ ย้ง เพื่อนำไปสู่ โตแ้ ย้ง แต่ไม่
การสรปุ โดยมี นำไปสกู่ ารสรุปที่มี
ข้อเทจ็ จริงทาง ข้อเทจ็ จริงทาง
คณิตศาสตรร์ องรบั คณิตศาสตร์รองรับ
ไดบ้ างสว่ น
มคี วามต้ังใจและ มคี วามตัง้ ใจและ
พยายามในการทำ พยายามในการทำ
ความเข้าใจปัญหา ความเขา้ ใจปัญหา
และแกป้ ัญหาทาง และแก้ปัญหาทาง
คณิตศาสตร์ แต่ไม่ คณิตศาสตร์ แต่ไม่
มคี วามอดทนและ มคี วามอดทนและ
ทอ้ แท้ต่ออุปสรรค ท้อแท้ตอ่ อปุ สรรค
ประเด็นการ 4 ระดับคุณภาพ 1
ประเมิน (ดีมาก) 32 (ต้องปรับปรุง)
จนทำให้แกป้ ัญหา (ดี) (กำลังพัฒนา) จนทำใหแ้ กป้ ัญหา
ทางคณิตศาสตร์ได้ จนทำใหแ้ กป้ ัญหา จนทำให้แก้ปัญหา ทางคณิตศาสตร์ได้
สำเรจ็ ทางคณิตศาสตร์ได้ ทางคณิตศาสตร์ได้ ไม่สำเรจ็
ไม่สำเร็จเล็กน้อย ไมส่ ำเร็จเป็นส่วน
ใหญ่
7. เกณฑ์การ สมุดงาน ช้ินงาน สมดุ งาน ช้ินงาน สมดุ งาน ช้นิ งาน สมดุ งาน ชิ้นงาน
ประเมินการมี สะอาดเรียบร้อย สะอาดเรียบร้อย สะอาดเรียบร้อย ไมค่ ่อยเรียบร้อย
ระเบยี บวินัย ปฏิบัติตนอย่ใู น ปฏบิ ตั ติ นอย่ใู น ปฏบิ ตั ิตนอยใู่ น ไม่ปฏิบตั ิตนอยู่ใน
ในการทำงาน ข้อตกลงทกี่ ำหนด ขอ้ ตกลงทกี่ ำหนด ข้อตกลงท่ีกำหนด ข้อตกลงท่ีกำหนด
ให้รว่ มกนั ทกุ ครัง้ ให้ร่วมกันเปน็ ส่วน ให้รว่ มกันเปน็ ให้ร่วมกนั ตอ้ ง
ใหญ่ บางครงั้ อาศยั การแนะนำ
10. บันทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
10.1 สรุปผลหลังการจดั การเรยี นรู้
1. นักเรียนจำนวน.....14.......คน
ผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้......11.....คน คดิ เป็นร้อยละ......78.57......
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้...3..........คน คิดเป็นร้อยละ....21.42....
นักเรียนน่ีไม่ผ่าน มีดงั น้ี
1....เดก็ ชายบรุ เศรษฐ์ ภธู่ วชั ชัย.... 2..........เดก็ ชายอคั รเดช ศรบี ัวงาม.......
3.....เดก็ ชายภผู า นวมสุข............ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแก้ไขนักเรยี นท่ีไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้
ตอ้ งใชเ้ วลา เพราะมปี ญั หาทางดา้ นการอ่านเขียน เป็นนักเรียน LD ตอ้ งอ่านใหฟ้ ังและ
หาวิธกี ารให้เพอ่ื นชว่ ยเพ่ือน
2. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจในคณิตศาสตร์ (K)
นกั เรียนเข้าใจแสดงวิธกี ารหาคำตอบของโจทย์ปญั หาได้
3. นกั เรยี นเกิดทกั ษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นกั เรียนมีความสามารถในการแกป้ ัญหา เชือ่ มโยงโจทย์ปญั หาแสดงประโยคสัญลกั ษณ์
ได้ถูกต้อง
4. นักเรียนมคี ุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์ (A)
นักเรยี นมีความมุ่งมนั ในการทำงาน
10.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข
ความล่าช้าในการอา่ น และการคิดวเิ คราะหโ์ จทย์ ต้องฝกึ การวเิ คราะห์ปญั หา และให้
เขียนประโยคสญั ลักษณใ์ ห้ได้
10.3 ข้อเสนอแนะ
ให้นักเรยี นฝกึ อ่านโจทย์และวเิ คราะห์โจทย์ปัญหาเพิม่ เติม
ลงชอื่ ...........................................................
(.....นางภูษดิ า ปานดำ.....)
ตำแหนง่ ...ครู ชำนาญการ..
11. ความคดิ เหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา/ ผทู้ ไี่ ด้รบั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเนื้อหา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของสื่อ
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอ่ืนๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................ ..................................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................... ...................................
ลงช่ือ...........................................................
(...นางจีรวรรณ อินทรเพชร.)
ตำแหน่ง ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบ้านหลมุ ข้าว
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 17
สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน รหัสวิชา ค 12101
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 5 การคณู เรือ่ ง โจทย์ปัญหาการคณู (2) เวลา 1 ชวั่ โมง
วนั ท.่ี ...22.. เดือน....พฤศจกิ ายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผูส้ อน........นางภูษิดา ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลท่เี กดิ ขนึ้ จากการดำเนินการ สมบัตขิ องการดำเนนิ การ และการนำไปใช้
2. ตวั ชี้วดั ช้นั ปี
หาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน 1 หลกั กับจำนวนไมเ่ กิน
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาการคณู (K)
2. มีความสามารถในการแก้ปญั หา (P)
3. มคี วามสามารถในการสอื่ สาร สือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ (P)
4. มคี วามสามารถในเชื่อมโยงความรทู้ างคณิตศาสตร์ (P)
5. มคี วามสามารถในการใหเ้ หตุผล (P)
6. มีความมมุ านะในการทำความเข้าใจปัญหาและแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ (A)
7. มรี ะเบยี บวินัยในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. มคี วามสามารถในการแก้ปญั หา
2. มคี วามสามารถในการสื่อสาร
5. สาระสำคญั
การแกโ้ จทย์ปัญหาทำไดโ้ ดยอ่านทำความเข้าใจปัญหา วางแผนแกป้ ัญหา หาคำตอบ และตรวจสอบ
ความสมเหตสุ มผลของคำตอบ
6. สาระการเรยี นรู้
โจทยป์ ัญหาการคูณ
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครูยกตวั อยา่ งโจทยป์ ัญหาการคูณตามหนงั สือเรยี นหน้า 293 โดยตดิ บัตรโจทยป์ ญั หาบนกระดาน
แล้วให้นักเรียนช่วยกนั วิเคราะห์วา่ โจทยถ์ ามอะไร โจทย์บอกอะไร และนักเรียนจะหาคำตอบไดอ้ ยา่ งไร
2. ครูใช้คำถามกระตุ้นให้นกั เรียนคดิ ว่า ซาลาเปา 3 ลูก ราคาลูกละเท่ากนั จา่ ยเงนิ ไป 15 บาท
หมายความวา่ 3 คณู จำนวนใด ไดผ้ ลคณู เท่ากบั 15 เขียนเป็นประโยคสัญลักษณ์ 3 × ….. = 15
ซงึ่ นกั เรยี นอาจใชว้ ธิ กี ารท่องสตู รคูณแม่ 3 จะไดว้ ่า 3 × 5 = 15 ดงั นน้ั ซาลาเปาราคาลูกละ 5 บาท
3. ให้นักเรียนตรวจสอบคำตอบโดยการนำคำตอบทีไ่ ด้คณู กับ 3 แล้วไดผ้ ลคูณเท่ากับ 15 หรือไม่ ถา้
ไดเ้ ท่ากับ 15 แสดงวา่ เปน็ คำตอบท่ีถูกต้อง
4. ครูยกตัวอยา่ งโจทยป์ ญั หาการคณู ทมี่ ีตัวไม่ทราบคา่ ตามหนังสอื เรยี นหน้า 294
5. ให้นักเรยี นชว่ ยกันวิเคราะห์โจทย์ปญั หาวา่ โจทย์ถามอะไร โจทยบ์ อกอะไร และจะหาคำตอบได้
อย่างไร
6. ครใู ช้คำถามกระตนุ้ ให้นกั เรยี นคิดว่า
ครจู ดั โตะ๊ 5 แถว แถวละเทา่ ๆ กัน ตอ้ งจัดโต๊ะ แถวละก่ีตวั
ถา้ จดั โตะ๊ ทั้งหมด 100 ตัว หมายความวา่ 5 คณู จำนวนใดได้ผลคณู เทา่ กบั 100
เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลกั ษณ์ 5 × ….. = 100 ซ่ึงนกั เรยี นอาจใชก้ ารคูณกับจำนวน 10 20 30 …
จะไดว้ ่า 5 × 20 = 100 ดงั น้ัน จดั โต๊ะแถวละ 20 ตวั
7. ใหน้ ักเรยี นตรวจสอบคำตอบโดยนำคำตอบที่ได้ไปคณู กับ 5 ถ้าได้ผลคูณเทา่ กบั 100 แสดงวา่ เป็น
คำตอบท่ถี ูกต้อง
8. ครูอาจยกตวั อย่างโจทย์ปัญหาการคูณท้ายหน้า 294 เพื่อให้นักเรยี นได้ฝกึ การวเิ คราะห์และหา
คำตอบของโจทย์ปญั หาในลกั ษณะหาตวั ไมท่ ราบคา่ ทเี่ ป็นจำนวนสมาชิกในกลมุ่ ซ่ึงจะไดป้ ระโยคสัญลักษณค์ ือ
4 × ….. = 48 ในการหาคำตอบนน้ี กั เรยี นอาจใช้สูตรคณู แม่ 4 ดังน้นั 4 × 9 = 36 และ 4 × 10 = 40 ,
4 × 11 = 44 , 4 × 12 = 48
9. ให้นกั เรยี นตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบ
10. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรุปความรู้ ดังนี้ การแกโ้ จทย์ปญั หาทำไดโ้ ดยอา่ นทำความเขา้ ใจปญั หา
วางแผนแก้ปญั หา หาคำตอบและตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบ
11. ให้นักเรยี นทำแบบฝึกทกั ษะชดุ ท่ี 5.8 เปน็ รายบุคคล
8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนคณิตศาสตร์ ป.2
2. แบบฝกึ หดั
3. บตั รภาพ
4. แบบฝกึ ทกั ษะชุดท่ี 5.8
5. บัตรโจทย์ปญั หา
9. การวดั และประเมนิ ผล
9.1 การวัดผล
วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหดั แบบฝกึ หัด รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกทักษะชดุ ที่ 5.8 แบบฝึกทักษะชดุ ที่ 5.8 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล รายบคุ คล
9.2 การประเมนิ ผล
ประเดน็ การ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
4 32 1
1. เกณฑ์การ (ดมี าก) (ต้องปรบั ปรุง)
ประเมินการ ทำแบบฝึกทักษะได้ (ดี) (กำลงั พัฒนา) ทำแบบฝึกทักษะได้
ทำแบบฝกึ อย่างถูกต้องร้อยละ อยา่ งถูกต้องต่ำกว่า
ทักษะ 90 ขนึ้ ไป ทำแบบฝึกทักษะได้ ทำแบบฝกึ ทักษะได้ ร้อยละ 60
อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ
80 - 89 60 - 79
ประเด็นการ 4 ระดบั คุณภาพ 1
ประเมิน (ดีมาก) 32 (ตอ้ งปรับปรุง)
ทำความเข้าใจ (ดี) (กำลังพัฒนา) ทำความเข้าใจ
2. เกณฑ์การ ปญั หา คดิ วิเคราะห์ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ ปญั หา คิดวเิ คราะห์
ประเมนิ ความ วางแผนแก้ปญั หา ปัญหา คิดวิเคราะห์ ปญั หา คิดวเิ คราะห์ มีรอ่ งรอยของการ
สามารถในการ และเลือกใช้วิธกี าร วางแผนแกป้ ัญหา วางแผนแกป้ ญั หา วางแผนแกป้ ญั หา
แกป้ ญั หา ท่เี หมาะสม โดย และเลอื กใช้วธิ กี าร และเลือกใชว้ ิธีการ แตไ่ ม่สำเรจ็
คำนงึ ถงึ ความ ทีเ่ หมาะสม แต่ ไดบ้ างสว่ น คำตอบ
3. เกณฑ์การ สมเหตุสมผลของ ความสมเหตสุ มผล ทีไ่ ดย้ ังไมม่ ีความ ใชร้ ปู ภาษา และ
ประเมินความ คำตอบพรอ้ มทั้ง ของคำตอบยังไม่ดี สมเหตุสมผล และ สัญลกั ษณท์ าง
สามารถในการ ตรวจสอบความ พอ และตรวจสอบ ไมม่ ีการตรวจสอบ คณิตศาสตร์ในการ
สอื่ สาร สอื่ ถูกต้องได้ ความถูกต้องไม่ได้ ความถูกต้อง ส่อื สาร
ความหมาย ใชร้ ูป ภาษา และ สื่อความหมาย
ทาง สญั ลักษณ์ทาง ใช้รูป ภาษา และ ใช้รปู ภาษา และ สรุปผล และ
คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์ในการ สญั ลกั ษณ์ทาง สัญลักษณ์ทาง นำเสนอไม่ได้
ส่ือสาร คณิตศาสตร์ในการ คณิตศาสตร์ในการ
4. เกณฑ์การ สือ่ ความหมาย สื่อสาร สอื่ สาร ใช้ความรู้ทาง
ประเมินความ สรุปผล และ สอ่ื ความหมาย สื่อความหมาย คณิตศาสตรเ์ ป็น
สามารถในการ นำเสนอได้อย่าง สรุปผล และ สรุปผล และ เครื่องมอื ในการ
เชอ่ื มโยง ถกู ต้อง ชดั เจน นำเสนอได้ถกู ต้อง นำเสนอได้ถกู ต้อง เรยี นรู้คณติ ศาสตร์
แต่ขาดรายละเอียด บางสว่ น เนอ้ื หาต่าง ๆ หรือ
ใช้ความรูท้ าง ที่สมบูรณ์ ศาสตรอ์ นื่ ๆ และ
คณติ ศาสตรเ์ ป็น ใช้ความรทู้ าง ใชค้ วามรู้ทาง นำไปใช้ในชีวิตจรงิ
เครื่องมอื ในการ คณติ ศาสตรเ์ ป็น คณติ ศาสตร์เป็น
เรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ เคร่ืองมือในการ เครอ่ื งมอื ในการ
เน้ือหาต่าง ๆ หรือ เรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ เรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ศาสตร์อ่ืน ๆ และ เน้อื หาต่าง ๆ หรือ เน้อื หาต่าง ๆ หรอื
นำไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ ศาสตร์อ่นื ๆ และ ศาสตรอ์ ื่น ๆ และ
ได้อยา่ งสอดคล้อง นำไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ นำไปใช้ในชวี ิตจรงิ
เหมาะสม ไดบ้ างสว่ น
ประเดน็ การ 4 ระดบั คุณภาพ 1
ประเมนิ (ดีมาก) 32 (ตอ้ งปรบั ปรุง)
รบั ฟังและให้เหตผุ ล (ด)ี (กำลังพัฒนา) รับฟงั และให้เหตุผล
5. เกณฑ์การ สนบั สนุนหรอื รับฟังและให้เหตุผล รบั ฟงั และใหเ้ หตผุ ล สนบั สนุน หรือ
ประเมนิ ความ โตแ้ ยง้ เพื่อนำไปสู่ สนบั สนุน หรือ สนับสนนุ หรอื โตแ้ ย้งไม่ได้
สามารถในการ การสรปุ โดยมี โต้แยง้ เพ่อื นำไปสู่ โต้แยง้ แตไ่ ม่
ให้เหตุผล ขอ้ เท็จจรงิ ทาง การสรุปโดยมี นำไปสกู่ ารสรุปที่มี ไม่มีความต้ังใจและ
คณิตศาสตรร์ องรับ ข้อเทจ็ จรงิ ทาง ข้อเท็จจรงิ ทาง พยายามในการทำ
6. เกณฑ์การ ไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์ คณติ ศาสตร์รองรับ คณิตศาสตรร์ องรบั ความเข้าใจปัญหา
ประเมนิ ความ มคี วามตัง้ ใจและ ได้บางส่วน และแกป้ ัญหาทาง
มุมานะในการ พยายามในการทำ มีความต้งั ใจและ มีความต้งั ใจและ คณติ ศาสตร์ ไมม่ ี
ทำความเข้าใจ ความเขา้ ใจปัญหา พยายามในการทำ พยายามในการทำ ความอดทนและ
ปญั หาและ และแก้ปัญหาทาง ความเข้าใจปัญหา ความเขา้ ใจปัญหา ท้อแท้ต่ออุปสรรค
แกป้ ญั หาทาง คณิตศาสตร์ มี และแก้ปัญหาทาง และแก้ปัญหาทาง จนทำใหแ้ กป้ ัญหา
คณติ ศาสตร์ ความอดทนและไม่ คณิตศาสตร์ แต่ไม่ คณติ ศาสตร์ แต่ไม่ ทางคณิตศาสตร์ได้
ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรค มคี วามอดทนและ มีความอดทนและ ไมส่ ำเรจ็
จนทำใหแ้ ก้ปัญหา ท้อแทต้ อ่ อปุ สรรค ทอ้ แทต้ อ่ อุปสรรค
ทางคณิตศาสตร์ได้ จนทำให้แกป้ ัญหา จนทำให้แก้ปัญหา
สำเร็จ ทางคณิตศาสตร์ได้ ทางคณิตศาสตร์ได้
ไมส่ ำเรจ็ เลก็ น้อย ไมส่ ำเรจ็ เปน็ ส่วน
ใหญ่
7. เกณฑ์การ สมดุ งาน ชน้ิ งาน สมุดงาน ชน้ิ งาน สมดุ งาน ชน้ิ งาน สมดุ งาน ชน้ิ งาน
ประเมนิ การมี สะอาดเรยี บร้อย สะอาดเรียบร้อย สะอาดเรยี บร้อย ไมค่ ่อยเรียบร้อย
ระเบียบวินยั ปฏบิ ตั ติ นอย่ใู น ปฏบิ ตั ติ นอยู่ใน ปฏบิ ัติตนอย่ใู น ไมป่ ฏิบตั ิตนอยูใ่ น
ในการทำงาน ขอ้ ตกลงท่กี ำหนด ข้อตกลงท่ีกำหนด ขอ้ ตกลงท่ีกำหนด ขอ้ ตกลงท่ีกำหนด
ใหร้ ่วมกันทุกคร้ัง ให้ร่วมกันเป็นสว่ น ใหร้ ว่ มกันเปน็ ให้รว่ มกนั ต้อง
ใหญ่ บางคร้ัง อาศัยการแนะนำ
10. บันทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้
10.1 สรปุ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
1. นักเรยี นจำนวน.....14.......คน
ผา่ นจุดประสงค์การเรียนรู้......11.....คน คิดเปน็ รอ้ ยละ......78.57......
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้...3..........คน คิดเปน็ ร้อยละ....21.42....
นกั เรียนน่ไี มผ่ า่ น มีดังน้ี
1....เดก็ ชายบุรเศรษฐ์ ภธู่ วชั ชยั .... 2..........เดก็ ชายอคั รเดช ศรบี วั งาม.......
3.....เดก็ ชายภูผา นวมสขุ ............ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นที่ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้
ตอ้ งใช้เวลา เพราะมปี ญั หาทางด้านการอ่านเขียน เปน็ นักเรยี น LD ต้องอา่ นใหฟ้ ังและ
หาวธิ กี ารให้เพอ่ื นชว่ ยเพ่ือน
2. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจในคณิตศาสตร์ (K)
นักเรียนเข้าใจแสดงวธิ ีการหาคำตอบของโจทย์ปญั หาได้ และเข้าใจในการเขยี นประโยค
สัญลักษณ์
3. นกั เรยี นเกิดทักษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นกั เรยี นมีความสามารถในการแกป้ ัญหา เช่ือมโยงโจทย์ปญั หาแสดงประโยคสญั ลกั ษณ์
ได้ถูกต้อง เชื่อมโยงสูตรคูณเพื่อหาตัวไมท่ ราบคา่ ในโจทย์ปัญหา
4. นักเรยี นมีคณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ (A)
นกั เรียนมีความมุ่งมนั ในการทำงาน
10.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
ความลา่ ชา้ ในการอา่ น และการคิดวิเคราะหโ์ จทย์ ตอ้ งฝกึ การวิเคราะห์ปัญหา และให้
เขียนประโยคสญั ลกั ษณใ์ ห้ได้
10.3 ขอ้ เสนอแนะ
ใหน้ กั เรียนฝกึ อา่ นโจทยแ์ ละวิเคราะห์โจทย์ปัญหาเพิม่ เติม
ลงชือ่ ...........................................................
(..นางภษู ิดา ปานดำ...)
ตำแหน่ง..ครู ชำนาญการ
11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา/ ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเน้ือหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของสื่อ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................... ...........
ลงช่ือ...........................................................
(...นางจีรวรรณ อนิ ทรเพชร.)
ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านหลมุ ข้าว
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 18
สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน รหัสวิชา ค 12101
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 5 การคณู เรือ่ ง โจทย์ปัญหาการคณู (2) เวลา 1 ชวั่ โมง
วนั ท.่ี ...23.. เดือน....พฤศจกิ ายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผูส้ อน........นางภูษิดา ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลท่เี กดิ ขนึ้ จากการดำเนินการ สมบัตขิ องการดำเนนิ การ และการนำไปใช้
2. ตวั ชี้วดั ช้นั ปี
หาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน 1 หลกั กับจำนวนไมเ่ กิน
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป์ ญั หาการคณู (K)
2. มีความสามารถในการแก้ปญั หา (P)
3. มคี วามสามารถในการสอื่ สาร สือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ (P)
4. มคี วามสามารถในเชื่อมโยงความรทู้ างคณิตศาสตร์ (P)
5. มคี วามสามารถในการให้เหตุผล (P)
6. มีความมมุ านะในการทำความเข้าใจปัญหาและแก้ปญั หาทางคณิตศาสตร์ (A)
7. มรี ะเบยี บวินัยในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. มคี วามสามารถในการแก้ปญั หา
2. มคี วามสามารถในการสื่อสาร
5. สาระสำคัญ
การแก้โจทย์ปัญหาทำไดโ้ ดยอ่านทำความเขา้ ใจปญั หา วางแผนแกป้ ัญหา หาคำตอบ และตรวจสอบ
ความสมเหตุสมผลของคำตอบ
6. สาระการเรียนรู้
โจทยป์ ัญหาการคูณ
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ครูทบทวนขนั้ ตอนการแก้โจทย์ปญั หาทำได้โดยอ่านทำความเขา้ ใจปัญหา วางแผนแกป้ ญั หา หา
คำตอบ และตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบ
2. ครูยกตัวอยา่ งโจทย์ปญั หาการคณู ท่มี ตี ัวไมท่ ราบค่าเปน็ จำนวนกลุ่ม เช่น ครูจดั ดอกบัว 12 ดอก
เปน็ กำ กำละ 6 ดอก ครจู ดั ดอกบัวได้ก่กี ำ หมายความว่า จำนวนใดคณู กับ 6 ไดผ้ ลคูณเท่ากบั 12 เขยี นเป็น
ประโยคสัญลักษณ์ …… × 6 = 12 นักเรยี นอาจหาคำตอบโดยใชส้ ตู รคณู แม่ 6 จะได้ 6 × 2 = 12 ดังน้ัน ครจู ดั
ดอกบัวได้ 2 กำ
3. ใหน้ ักเรยี นตรวจสอบความถกู ต้องของคำตอบทำนองเดียวกบั ข้างต้น
4. ครแู บง่ นกั เรยี นเป็น 4 กลุ่ม ให้นกั เรียนแต่ละกล่มุ ชว่ ยกันวเิ คราะหโ์ จทย์ปญั หาการคูณในหนังสอื
เรียนหนา้ 295 กลุ่มละ 1 ข้อ โดยให้นักเรยี นช่วยกนั เขยี นประโยคสัญลกั ษณแ์ ละหาคำตอบ และครเู นน้ ย้ำให้
นกั เรยี นตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบ
5. ครอู าจแนะนำนกั เรียนกลุ่มทีแ่ ก้โจทยป์ ัญหาข้อ 1 และ 2 ซึ่งมตี ัวไม่ทราบค่าเปน็ จำนวนแถวและ
จำนวนกลมุ่ ตามลำดบั ประโยคสัญลักษณ์ทเ่ี ขยี นไดด้ งั นี้ × 4 = 24 และ × 6 = 48
6. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอประโยคสัญลกั ษณ์และวิธีหาคำตอบของแต่ละข้อ
ครแู ละนักเรียนรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง
7. ครตู รวจสอบความเข้าใจของนักเรยี นโดยนักเรียนแตล่ ะคนเขยี นประโยคสัญลักษณ์และหาคำตอบ
ตามหนงั สือเรยี นหน้า 296
8. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ งและสรุปส่งิ ที่ไดเ้ รียนรู้ ถา้ มนี ักเรียนคนใดเขียน
ประโยคสัญลกั ษณแ์ ละหาคำตอบไมถ่ ูกต้อง ครอู าจให้นกั เรียนฝกึ การหาคา่ ของตวั ไม่ทราบคา่ ในประโยค
สัญลักษณ์การคณู ใหค้ ล่อง หรอื ถา้ นักเรยี นเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์การคูณผดิ
9. ครูอาจทบทวนเรื่องความหมายของการคณู ทีเ่ นน้ จำนวนสมาชิกในแตล่ ะกลมุ่ และจำนวนกลุม่ หรือ
จำนวนสมาชิกในแต่ละแถวและจำนวนแถว แลว้ ใหต้ รวจสอบความเขา้ ใจอกี คร้ังแตถ่ ้านักเรียนยังทำไม่ไดใ้ หม้ า
ฝึกเป็นรายบุคคลกับครู
10. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปความรู้ ดังนี้ การแกโ้ จทย์ปัญหาทำได้โดยอา่ นทำความเข้าใจปญั หา
วางแผนแกป้ ัญหา หาคำตอบและตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบ
11. ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด 5.1หน้า 187 – 188
8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นคณิตศาสตร์ ป.2
2. แบบฝกึ หัด
3. บัตรภาพ
4. บัตรโจทยป์ ัญหา
9. การวัดและประเมินผล
9.1 การวดั ผล
วธิ ีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหดั แบบฝึกหดั รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล รายบคุ คล
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
9.2 การประเมินผล
ประเดน็ การ ระดบั คุณภาพ
ประเมิน
4 32 1
1. เกณฑ์การ (ดมี าก) (ต้องปรับปรุง)
ประเมนิ การ ทำแบบฝึกหัดได้ (ดี) (กำลงั พัฒนา) ทำแบบฝกึ หัดได้
ทำแบบฝึกหดั อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องต่ำกว่า
2. เกณฑ์การ 90 ขน้ึ ไป ทำแบบฝกึ หดั ได้ ทำแบบฝกึ หัดได้ ร้อยละ 60
ประเมินความ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ
สามารถในการ ปญั หา คดิ วเิ คราะห์ อย่างถูกต้องร้อยละ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ ปัญหา คดิ วเิ คราะห์
แกป้ ัญหา วางแผนแกป้ ัญหา มรี อ่ งรอยของการ
และเลอื กใชว้ ิธกี าร 80 - 89 60 - 79 วางแผนแกป้ ัญหา
แต่ไมส่ ำเร็จ
ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ
ปัญหา คิดวเิ คราะห์ ปญั หา คดิ วเิ คราะห์
วางแผนแกป้ ัญหา วางแผนแกป้ ัญหา
และเลอื กใชว้ ิธกี าร และเลือกใชว้ ธิ กี าร
ประเด็นการ 4 ระดับคุณภาพ 1
ประเมนิ (ดีมาก) 32 (ต้องปรับปรุง)
ท่เี หมาะสม โดย (ดี) (กำลงั พัฒนา)
3. เกณฑ์การ คำนงึ ถงึ ความ ที่เหมาะสม แต่ ไดบ้ างส่วน คำตอบ ใช้รปู ภาษา และ
ประเมนิ ความ สมเหตสุ มผลของ ความสมเหตุสมผล ทีไ่ ด้ยงั ไม่มีความ สญั ลักษณท์ าง
สามารถในการ คำตอบพร้อมทัง้ ของคำตอบยังไมด่ ี สมเหตสุ มผล และ คณิตศาสตร์ในการ
สือ่ สาร สอ่ื ตรวจสอบความ พอ และตรวจสอบ ไมม่ ีการตรวจสอบ สอ่ื สาร
ความหมาย ถูกต้องได้ ความถูกต้องไม่ได้ ความถูกตอ้ ง สื่อความหมาย
ทาง ใช้รูป ภาษา และ สรุปผล และ
คณติ ศาสตร์ สญั ลกั ษณ์ทาง ใช้รูป ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ นำเสนอไม่ได้
คณติ ศาสตร์ในการ สัญลกั ษณ์ทาง สญั ลกั ษณ์ทาง
4. เกณฑ์การ สื่อสาร คณติ ศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ ใช้ความรูท้ าง
ประเมนิ ความ ส่อื ความหมาย สอ่ื สาร สอ่ื สาร คณติ ศาสตร์เป็น
สามารถในการ สรุปผล และ ส่อื ความหมาย ส่ือความหมาย เคร่ืองมือในการ
เชื่อมโยง นำเสนอได้อยา่ ง สรุปผล และ สรปุ ผล และ เรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ถกู ต้อง ชดั เจน นำเสนอได้ถูกต้อง นำเสนอได้ถกู ต้อง เน้อื หาตา่ ง ๆ หรือ
5. เกณฑ์การ แต่ขาดรายละเอียด บางส่วน ศาสตร์อน่ื ๆ และ
ประเมินความ ใชค้ วามรูท้ าง ที่สมบูรณ์ นำไปใช้ในชวี ิตจริง
สามารถในการ คณิตศาสตรเ์ ป็น ใชค้ วามรูท้ าง ใชค้ วามร้ทู าง
ให้เหตุผล เครอื่ งมือในการ คณติ ศาสตร์เป็น คณติ ศาสตรเ์ ป็น รบั ฟงั และให้เหตผุ ล
เรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ เครอ่ื งมือในการ เครอ่ื งมือในการ สนบั สนนุ หรอื
เนอ้ื หาต่าง ๆ หรือ เรียนร้คู ณิตศาสตร์ เรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ โตแ้ ยง้ ไม่ได้
ศาสตร์อน่ื ๆ และ เน้อื หาตา่ ง ๆ หรือ เน้อื หาตา่ ง ๆ หรอื
นำไปใชใ้ นชีวิตจริง ศาสตรอ์ น่ื ๆ และ ศาสตรอ์ นื่ ๆ และ
ไดอ้ ยา่ งสอดคลอ้ ง นำไปใชใ้ นชวี ิตจริง นำไปใชใ้ นชีวติ จริง
เหมาะสม ได้บางส่วน
รบั ฟังและให้เหตผุ ล
สนบั สนนุ หรือ รับฟังและให้เหตุผล รบั ฟงั และใหเ้ หตุผล
โต้แยง้ เพื่อนำไปสู่ สนับสนุน หรอื สนบั สนุน หรือ
การสรุปโดยมี โต้แยง้ เพือ่ นำไปสู่ โต้แย้ง แตไ่ ม่
ข้อเท็จจริงทาง การสรปุ โดยมี นำไปสู่การสรุปที่มี
ขอ้ เท็จจริงทาง
ประเด็นการ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมิน
4 32 1
(ดมี าก) (ต้องปรบั ปรุง)
(ดี) (กำลังพัฒนา)
ไมม่ ีความตง้ั ใจและ
คณิตศาสตรร์ องรบั คณติ ศาสตร์รองรบั ขอ้ เท็จจริงทาง พยายามในการทำ
ความเข้าใจปัญหา
ไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์ ไดบ้ างส่วน คณติ ศาสตร์รองรับ และแกป้ ัญหาทาง
คณติ ศาสตร์ ไมม่ ี
6. เกณฑ์การ มีความตั้งใจและ มีความตงั้ ใจและ มคี วามตั้งใจและ ความอดทนและ
ทอ้ แท้ตอ่ อปุ สรรค
ประเมินความ พยายามในการทำ พยายามในการทำ พยายามในการทำ จนทำให้แกป้ ัญหา
ทางคณิตศาสตร์ได้
มมุ านะในการ ความเข้าใจปัญหา ความเขา้ ใจปัญหา ความเข้าใจปัญหา ไม่สำเร็จ
ทำความเข้าใจ และแก้ปัญหาทาง และแกป้ ัญหาทาง และแก้ปัญหาทาง
ปญั หาและ คณิตศาสตร์ มี คณติ ศาสตร์ แต่ไม่ คณิตศาสตร์ แต่ไม่
แกป้ ัญหาทาง ความอดทนและไม่ มีความอดทนและ มีความอดทนและ
คณติ ศาสตร์ ท้อแท้ตอ่ อุปสรรค ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรค ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรค
จนทำใหแ้ ก้ปัญหา จนทำใหแ้ ก้ปัญหา จนทำให้แกป้ ัญหา
ทางคณิตศาสตร์ได้ ทางคณิตศาสตร์ได้ ทางคณิตศาสตร์ได้
สำเร็จ ไม่สำเร็จเลก็ น้อย ไม่สำเรจ็ เป็นส่วน
ใหญ่
7. เกณฑ์การ สมดุ งาน ชิน้ งาน สมุดงาน ชน้ิ งาน สมุดงาน ชนิ้ งาน สมุดงาน ช้นิ งาน
ประเมนิ การมี สะอาดเรยี บร้อย สะอาดเรยี บร้อย สะอาดเรียบร้อย ไมค่ ่อยเรยี บร้อย
ระเบยี บวนิ ยั ปฏิบตั ิตนอยู่ใน ปฏบิ ตั ิตนอยูใ่ น ปฏิบตั ิตนอยใู่ น ไมป่ ฏิบตั ติ นอยู่ใน
ในการทำงาน ขอ้ ตกลงท่กี ำหนด ขอ้ ตกลงทีก่ ำหนด ข้อตกลงท่กี ำหนด ข้อตกลงท่ีกำหนด
ให้ร่วมกนั ทกุ ครัง้ ใหร้ ่วมกันเปน็ ส่วน ใหร้ ่วมกนั เป็น ใหร้ ่วมกัน ตอ้ ง
ใหญ่ บางครงั้ อาศยั การแนะนำ
10. บันทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. นกั เรียนจำนวน.....14.......คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้......11.....คน คิดเปน็ ร้อยละ......78.57......
ไมผ่ า่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้...3..........คน คิดเป็นรอ้ ยละ....21.42....
นกั เรยี นนี่ไม่ผา่ น มดี ังน้ี
1....เด็กชายบรุ เศรษฐ์ ภธู่ วัชชยั .... 2..........เดก็ ชายอัครเดช ศรบี ัวงาม.......
3.....เด็กชายภูผา นวมสขุ ............ 4............................................................
5............................................................ 6............................................................
แนวทางแก้ไขนักเรยี นทไ่ี มผ่ ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ต้องใช้เวลา เพราะมปี ัญหาทางด้านการอ่านเขียน เป็นนักเรียน LD ตอ้ งอ่านใหฟ้ ังและ
หาวธิ กี ารใหเ้ พ่ือนชว่ ยเพื่อน
2. นักเรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K)
นักเรยี นเข้าใจแสดงวธิ ีการหาคำตอบของโจทยป์ ัญหาได้
3. นกั เรียนเกิดทักษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นักเรยี นมีความสามารถในการแก้ปัญหา เชือ่ มโยงโจทย์ปัญหาแสดงประโยคสญั ลกั ษณ์
ไดถ้ ูกตอ้ ง
4. นักเรียนมคี ณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ (A)
นักเรยี นมีความมงุ่ มันในการทำงาน
10.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข
ความลา่ ชา้ ในการอา่ น และการคิดวิเคราะห์โจทย์ ตอ้ งฝึกการวิเคราะห์ปญั หา และให้
เขยี นประโยคสัญลักษณใ์ ห้ได้
10.3 ข้อเสนอแนะ
ใหน้ ักเรียนฝึกอ่านโจทยแ์ ละวิเคราะหโ์ จทยป์ ญั หาเพิ่มเติม
ลงช่ือ...........................................................
(...นางภษู ดิ า ปานดำ..)
ตำแหนง่ ....ครู ชำนาญการ
11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา/ ผู้ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเนื้อหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของสื่อ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................................. .
............................................................................................................................. .................................................
ลงชือ่ ...........................................................
(...นางจรี วรรณ อินทรเพชร.)
ตำแหน่ง ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบ้านหลุมข้าว
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 19
สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตร์พ้ืนฐาน รหัสวิชา ค 12101
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 5 การคูณ เรือ่ ง การสร้างโจทย์ปัญหาการคูณจากภาพ เวลา 1 ชว่ั โมง
วันท.่ี ...23.. เดือน....พฤศจิกายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผูส้ อน........นางภูษดิ า ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลท่เี กดิ ขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการนำไปใช้
2. ตัวช้ีวัดช้ันปี
หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณแ์ สดงการคณู ของจำนวน 1 หลักกบั จำนวนไมเ่ กนิ
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สรา้ งโจทยป์ ัญหาการคณู จากภาพ (K)
2. มคี วามสามารถในการแก้ปญั หา (P)
3. มีความสามารถในการส่ือสาร สอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P)
4. มคี วามสามารถในเชื่อมโยงความรู้ทางคณิตศาสตร์ (P)
5. มีความสามารถในการใหเ้ หตุผล (P)
6. มคี วามสามารถในการคิดสรา้ งสรรค์ (P)
7. มคี วามมมุ านะในการทำความเขา้ ใจปัญหาและแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ (A)
8. มีระเบียบวินยั ในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. มีความสามารถในการสอื่ สาร
2. มีความสามารถในการแก้ปัญหา
3. มคี วามสามารถในการคิดสร้างสรรค์
5. สาระสำคญั
การสรา้ งโจทย์ปญั หาต้องมที ้ังส่วนทีโ่ จทย์บอกและส่วนทโี่ จทยถ์ าม นอกจากนโี้ จทยป์ ญั หาทส่ี รา้ งตอ้ ง
มคี วามเปน็ ไปได้
6. สาระการเรียนรู้
การสร้างโจทย์ปัญหาการคูณจากภาพ
7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. ใหน้ กั เรยี นพิจารณาภาพ โดยครใู ชค้ ำถามนำ เชน่
จากภาพในหนงั สอื เรียนหนา้ 297 นกั เรียนเหน็ อะไรบ้าง(มสี ม้ 3 จาน แต่ละจานมีสม้ 2 ผล)
มีสม้ ท้งั หมดก่ผี ล ( 6 ผล)
ถา้ จะสรา้ งโจทยป์ ญั หาการคูณ ส่วนทโ่ี จทยถ์ ามคืออะไร (มสี ้มทง้ั หมดกผี่ ล)
ส่วนทีโ่ จทย์บอกคอื อะไร (มสี ม้ 3 จาน จานละ 2 ผล)
ดงั นนั้ เขยี นเป็นโจทย์ปญั หาการคณู
จากภาพนีไ้ ด้ว่า มีส้ม 3 จาน จานละ 2 ผล มสี ม้ ทง้ั หมดกผี่ ล
หรอื มีสม้ จานละ 2 ผล อยู่ 3 จาน มีสม้ ทั้งหมด ก่ผี ล
เขยี นเป็นประโยคสญั ลักษณไ์ ดว้ ่า 3 × 2
2. ครเู น้นยำ้ วา่ โจทย์ปัญหาท่สี รา้ งตอ้ งมคี วามเป็นไปได้
3. ครตู ดิ บัตรภาพตามหนงั สือเรยี นหนา้ 298 และครใู ชค้ ำถาม ดงั น้ี
จากภาพในหนงั สอื เรยี นนักเรียนเห็นอะไรบ้าง (ปลูกกะหลำ่ ปลี 3 แถว แตล่ ะแถวมีกะหล่ำปลี 10
ตน้ )
ปลูกกะหลำ่ ปลีทง้ั หมดกี่ต้น (30 ตน้ )
ถา้ จะสร้างโจทยป์ ัญหาการคณู ส่วนทโ่ี จทย์ถามคอื อะไร (ปลูกกะหล่ำปลที ้ังหมดกีต่ น้ )
สว่ นท่ีโจทย์บอกคอื อะไร (ปลกู กะหล่ำปลี 3 แถว แตล่ ะแถวมีกะหล่ำปลี 10 ตน้ )
ดังนน้ั เขยี นเปน็ โจทย์ปัญหาการคูณจากภาพน้ีไดว้ ่า ปลูกกะหล่ำปลี 3 แถวแต่ละแถวมกี ะหลำ่ ปลี
10 ตน้ ปลกู กะหลำ่ ปลที งั้ หมดกต่ี ้น หรือปลูกกะหลำ่ ปลแี ถวละ 10 ต้น ปลกู 3 แถว ปลูกกะหลำ่ ปลที ้ังหมดกี่
ตน้ เขยี นเปน็ ประโยคสญั ลักษณไ์ ด้ว่า 3 × 10
4. ครูเนน้ ยำ้ วา่ โจทย์ปัญหาทส่ี ร้างตอ้ งมคี วามเปน็ ไปได้
5. ครตู ดิ บัตรภาพปลกู ผักกาดตามหนังสอื เรยี นท้ายหน้า 298 แล้วใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันสร้างโจทย์
ปญั หาการคูณ และชว่ ยกนั พิจารณาความเปน็ ไปไดข้ องโจทยป์ ญั หาที่สรา้ งขน้ึ
6. ครูแบ่งนักเรียนออกเปน็ กลุ่ม 3 กล่มุ แล้วใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุม่ ช่วยกนั สร้างโจทยป์ ัญหาการคูณ
จากภาพพร้อมทั้งเขียนประโยคสญั ลักษณ์ กลุ่มละ 2 ขอ้ ตามหนังสอื เรียนหน้า 299
7. ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอโจทย์ปญั หาท่สี ร้างได้ นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ อาจสรา้ งโจทย์
ปญั หาการคูณได้แตกต่างกนั ครแู ละนกั เรียนชว่ ยกันพจิ ารณาความถูกต้องและความเป็นไปได้ของโจทยป์ ัญหา
ท่สี รา้ ง
8. ครูตรวจสอบความเข้าใจของนกั เรยี นโดยใหน้ ักเรยี นแต่ละคนสร้างโจทย์ปัญหาการคูณ
และเขียนประโยคสัญลกั ษณจ์ ากภาพตามหนงั สือเรยี นหน้า 300
9. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและความเป็นไปได้ ถ้ามีนักเรยี นคนใดสร้างโจทย์
ปญั หาการคูณและเขียนประโยคสญั ลักษณ์จากภาพไม่ถกู ต้อง ครูอาจใหน้ ักเรียนฝึกพิจารณาโจทย์ปญั หาการ
คูณวา่ ประกอบดว้ ยส่วนทโ่ี จทยบ์ อกและสว่ นท่โี จทย์ถามให้คล่องแลว้ ให้ตรวจสอบความเข้าใจอีกคร้ังแตถ่ า้ ยัง
ทำไม่ไดใ้ ห้มาฝึกเป็นรายบุคคลกับครู
10. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปส่งิ ทีไ่ ด้เรียนรู้ ดังน้ี การสร้างโจทย์ปัญหาต้องมีทัง้ ส่วนท่ีโจทย์บอก
และสว่ นทโี่ จทย์ถาม นอกจากนี้โจทยป์ ัญหาที่สรา้ งต้องมคี วามเปน็ ไปได้
11. ให้นกั เรยี นทำแบบฝึกหัด 5.15 หนา้ 189 – 190 เป็นรายบคุ คล
8. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นคณิตศาสตร์ ป.2
2. แบบฝกึ หัด
3. บตั รภาพ
9. การวดั และประเมินผล
9.1 การวดั ผล
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หดั แบบฝกึ หดั ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
รายบุคคล รายบุคคล
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
9.2 การประเมนิ ผล
ประเดน็ การ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
4 32 1
1. เกณฑ์การ (ดมี าก) (ต้องปรบั ปรุง)
ประเมนิ การ ทำแบบฝึกหดั ได้ (ดี) (กำลงั พัฒนา) ทำแบบฝกึ หัดได้
ทำแบบฝกึ หัด อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องตำ่ กว่า
2. เกณฑ์การ 90 ขน้ึ ไป ทำแบบฝกึ หดั ได้ ทำแบบฝกึ หัดได้ ร้อยละ 60
ประเมนิ ความ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ
สามารถในการ ปัญหา คิดวิเคราะห์ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องร้อยละ ปญั หา คดิ วเิ คราะห์
แก้ปญั หา วางแผนแก้ปัญหา มรี ่องรอยของการ
และเลอื กใช้วธิ ีการ 80 - 89 60 - 79 วางแผนแกป้ ัญหา
3. เกณฑ์การ ที่เหมาะสม โดย แต่ไมส่ ำเรจ็
ประเมินความ คำนงึ ถึงความ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ
สามารถในการ สมเหตสุ มผลของ ใชร้ ูป ภาษา และ
สื่อสาร ส่ือ คำตอบพรอ้ มทั้ง ปญั หา คดิ วเิ คราะห์ ปัญหา คิดวิเคราะห์ สญั ลกั ษณท์ าง
ความหมาย ตรวจสอบความ คณิตศาสตร์ในการ
ทาง ถูกต้องได้ วางแผนแก้ปัญหา วางแผนแกป้ ัญหา สอื่ สาร
คณติ ศาสตร์ ใช้รปู ภาษา และ สอื่ ความหมาย
สัญลกั ษณท์ าง และเลือกใช้วิธกี าร และเลือกใชว้ ิธีการ สรปุ ผล และ
4. เกณฑ์การ คณติ ศาสตร์ในการ นำเสนอไม่ได้
ประเมนิ ความ สื่อสาร ทเี่ หมาะสม แต่ ไดบ้ างสว่ น คำตอบ
สามารถในการ สอ่ื ความหมาย ใช้ความร้ทู าง
เช่ือมโยง สรุปผล และ ความสมเหตุสมผล ท่ีได้ยังไมม่ ีความ คณติ ศาสตร์เป็น
นำเสนอได้อยา่ ง เคร่อื งมือในการ
ถูกต้อง ชดั เจน ของคำตอบยังไม่ดี สมเหตุสมผล และ เรียนรูค้ ณิตศาสตร์
เนือ้ หาตา่ ง ๆ หรือ
ใชค้ วามรูท้ าง พอ และตรวจสอบ ไมม่ ีการตรวจสอบ
คณิตศาสตรเ์ ป็น
เครอ่ื งมือในการ ความถูกตอ้ งไม่ได้ ความถูกต้อง
เรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์
เนือ้ หาตา่ ง ๆ หรือ ใช้รปู ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ
ศาสตร์อ่นื ๆ และ สญั ลักษณ์ทาง สญั ลกั ษณท์ าง
คณิตศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ
สอื่ สาร สอื่ สาร
ส่ือความหมาย ส่อื ความหมาย
สรปุ ผล และ สรุปผล และ
นำเสนอได้ถูกต้อง นำเสนอได้ถกู ต้อง
แต่ขาดรายละเอยี ด บางสว่ น
ทส่ี มบูรณ์
ใชค้ วามรูท้ าง ใชค้ วามรู้ทาง
คณิตศาสตรเ์ ป็น คณิตศาสตรเ์ ป็น
เคร่อื งมือในการ เคร่อื งมือในการ
เรยี นร้คู ณิตศาสตร์ เรียนรู้คณิตศาสตร์
เนื้อหาตา่ ง ๆ หรือ เนื้อหาตา่ ง ๆ หรอื
ศาสตร์อื่น ๆ และ
ประเด็นการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
4 32 1
5. เกณฑ์การ (ดมี าก) (ต้องปรบั ปรุง)
ประเมินความ นำไปใชใ้ นชีวิตจริง (ด)ี (กำลังพัฒนา) ศาสตร์อ่ืน ๆ และ
สามารถในการ ไดอ้ ย่างสอดคลอ้ ง นำไปใช้ในชวี ิตจริง
ใหเ้ หตผุ ล เหมาะสม นำไปใช้ในชวี ิตจรงิ ศาสตร์อ่นื ๆ และ
รับฟังและใหเ้ หตุผล รับฟงั และให้เหตุผล
6. เกณฑ์การ สนับสนุนหรือ ไดบ้ างสว่ น นำไปใช้ในชีวิตจริง สนบั สนนุ หรือ
ประเมนิ ความ โตแ้ ยง้ เพอื่ นำไปสู่ โตแ้ ย้งไม่ได้
สามารถในการ การสรปุ โดยมี รบั ฟงั และให้เหตผุ ล รบั ฟังและให้เหตุผล
คิดสร้างสรรค์ ข้อเท็จจรงิ ทาง สนับสนุน หรอื สนบั สนุน หรือ ขยายแนวคดิ ท่ีมอี ยู่
คณิตศาสตรร์ องรับ โต้แย้ง เพือ่ นำไปสู่ โต้แยง้ แตไ่ ม่ เดมิ ไม่ได้ สร้าง
7. เกณฑ์การ ไดอ้ ย่างสมบรู ณ์ การสรปุ โดยมี นำไปสู่การสรปุ ที่มี แนวคดิ ใหมเ่ พอ่ื
ประเมนิ ความ ขยายแนวคิดท่ีมีอยู่ ข้อเท็จจรงิ ทาง ขอ้ เทจ็ จรงิ ทาง ปรบั ปรุงพฒั นาองค์
มมุ านะในการ เดิม หรอื สร้าง คณติ ศาสตรร์ องรับ คณิตศาสตรร์ องรับ ความรู้ไม่ได้
ทำความเข้าใจ แนวคิดใหมเ่ พื่อ ได้บางสว่ น
ปญั หาและ ปรับปรงุ พฒั นาองค์ ขยายแนวคิดท่ีมอี ยู่ ขยายแนวคิดท่ีมีอยู่ ไมม่ ีความต้ังใจและ
แก้ปญั หาทาง ความรูไ้ ด้อยา่ ง เดมิ หรอื สรา้ ง เดิมได้ แต่สรา้ ง พยายามในการทำ
คณิตศาสตร์ สมบรู ณ์ แนวคดิ ใหมเ่ พอื่ แนวคิดใหม่เพือ่ ความเขา้ ใจปัญหา
มีความตัง้ ใจและ ปรบั ปรงุ พฒั นาองค์ ปรับปรุงพฒั นาองค์ และแก้ปัญหาทาง
พยายามในการทำ ความรู้ไดแ้ ต่ไม่ ความรู้ไม่ได้ คณติ ศาสตร์ ไม่มี
ความเข้าใจปัญหา สมบรู ณ์ ความอดทนและ
และแกป้ ัญหาทาง มคี วามตง้ั ใจและ มีความตั้งใจและ ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรค
คณติ ศาสตร์ มี พยายามในการทำ พยายามในการทำ จนทำใหแ้ ก้ปัญหา
ความอดทนและไม่ ความเขา้ ใจปัญหา ความเข้าใจปัญหา ทางคณิตศาสตร์ได้
ท้อแท้ต่ออุปสรรค และแกป้ ัญหาทาง และแก้ปัญหาทาง ไมส่ ำเรจ็
จนทำให้แกป้ ัญหา คณิตศาสตร์ แต่ไม่ คณติ ศาสตร์ แต่ไม่
ทางคณิตศาสตร์ได้ มคี วามอดทนและ มคี วามอดทนและ
สำเร็จ ทอ้ แท้ตอ่ อปุ สรรค ทอ้ แทต้ อ่ อุปสรรค
จนทำให้แกป้ ัญหา จนทำใหแ้ กป้ ัญหา
ทางคณิตศาสตร์ได้ ทางคณิตศาสตร์ได้
ไมส่ ำเรจ็ เลก็ น้อย ไมส่ ำเรจ็ เป็นส่วน
ใหญ่
ประเด็นการ 4 ระดบั คุณภาพ 1
ประเมิน (ดีมาก) 32 (ตอ้ งปรับปรุง)
สมุดงาน ชน้ิ งาน (ดี) (กำลังพัฒนา) สมดุ งาน ช้นิ งาน
8. เกณฑ์การ สะอาดเรียบร้อย สมดุ งาน ช้ินงาน สมดุ งาน ชน้ิ งาน ไมค่ ่อยเรยี บร้อย
ประเมนิ การมี ปฏิบัตติ นอยใู่ น สะอาดเรียบร้อย สะอาดเรียบร้อย ไมป่ ฏบิ ตั ติ นอยูใ่ น
ระเบียบวนิ ยั ข้อตกลงท่ีกำหนด ปฏิบตั ิตนอยูใ่ น ปฏบิ ตั ติ นอยูใ่ น ข้อตกลงทกี่ ำหนด
ในการทำงาน ใหร้ ว่ มกันทกุ ครั้ง ขอ้ ตกลงที่กำหนด ขอ้ ตกลงที่กำหนด ให้ร่วมกนั ต้อง
ให้ร่วมกนั เปน็ สว่ น ใหร้ ่วมกันเปน็ อาศัยการแนะนำ
ใหญ่ บางครัง้
10. บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้
10.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรยี นรู้
1. นักเรยี นจำนวน....14......คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้......6........คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.......42.82
ไมผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้....8.......คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ....57.14....
นกั เรียนนไี่ ม่ผ่าน มดี งั นี้
1.......เด็กชายบรุ เศรษฐ์ ภธู่ วชั ชัย.... 2............เดก็ ชายอคั รเดช ศรบี ัวงาม........
3.......เดก็ ชายภผู า นวมสุข.......... 4.........เดก็ ชายบรรณสรรณ์ ทองพร้อมพันธ์......
5........เดก็ หญงิ เจนจริ า นนทะศรี.............. 6......เดก็ หญิงดารนิ ทร์ นินทะวฒั น์.......
7.......เด็กชายธนกฤต ทองนาค..............8.......เดก็ หญิงสุภสั สรา ทองพรม.........
แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นทไ่ี ม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้
เดก็ ชายบุรเศรษฐ์ เดก็ ชายอัครเดช เด็กชายภผู า เด็กชายบรรณสรณ์ เด็กชาย
ธนกฤต มปี ัญหาดา้ นภาษาไทย คอื การแตง่ ประโยคเป็นข้อความทำใหเ้ กิดปญั หาในการแตง่ โจทย์
วิธกี ารแกป้ ัญหาต้องเรียกมาสอนฝึกทลี ะคน และคอยดูแล
เดก็ หญงิ เจนจริ า เดก็ หญิงดารนิ ทร์ เดก็ หญงิ สุภสั สรา ยงั ไม่เขา้ ใจในการแต่งประโยค
จากภาพ เร่อื งของการคูณ ต้องแต่งประโยคแนวไหน ตอ้ งมคี ำวา่ ละ หรอื เทา่ ๆ กัน เพื่อบอกวา่ คือ
การคูณ วธิ ีแก้ไขใหแ้ บบฝกึ หัดและสอนเพิ่มเติม
2. นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจในคณิตศาสตร์ (K)
มคี วามเขา้ ใจและสร้างโจทยป์ ญั หาจากภาพได้
3. นักเรยี นเกดิ ทักษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นกั เรียนมเี หตแุ ละผล และมคี วามคิดสร้างสรรค์
4. นกั เรยี นมคี ณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ (A)
นักเรยี นมวี ินยั ในการทำงาน มีความอดทน
10.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
ความลา่ ช้าในการแตง่ ประโยค เพราะตอ้ งเช่ือมโยคกบั ตวั เลขและให้เปน็ ประโยคการ
คูณทำใหใ้ ชเ้ วลานาน ดังน้นั ควรฝกึ ฝนและใหแ้ บบฝึกหัดไปเสริม
10.3 ขอ้ เสนอแนะ
ฝึกให้นักเรียนไดใ้ ชท้ กั ษะภาษาไทยให้มีความคิดสร้างสรรคเ์ พิ่มขน้ึ
ลงช่ือ...........................................................
(....นางภษู ิดา ปานดำ....)
ตำแหน่ง..ครู ชำนาญการ.
11. ความคดิ เหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา/ ผู้ทไี่ ด้รบั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรงุ ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเน้ือหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของสื่อ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
5. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
.................................................................................................. ............................................................................
ลงช่อื ...........................................................
(...นางจีรวรรณ อินทรเพชร.)
ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านหลุมข้าว
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 20
สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตร์พื้นฐาน รหสั วิชา ค 12101
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 การคณู
เรือ่ ง การสร้างโจทย์ปญั หาการคณู จากประโยคสญั ลักษณ์ เวลา 1 ชั่วโมง
วันท่ี....24.. เดือน....พฤศจิกายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผู้สอน........นางภูษดิ า ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลที่เกดิ ขนึ้ จากการดำเนินการ สมบตั ิของการดำเนนิ การ และการนำไปใช้
2. ตัวช้ีวัดช้ันปี
หาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน 1 หลกั กบั จำนวนไม่เกิน
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สร้างโจทยป์ ญั หาการคูณจากภาพ (K)
2. มีความสามารถในการแก้ปญั หา (P)
3. มคี วามสามารถในการสือ่ สาร สอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ (P)
4. มคี วามสามารถในเช่ือมโยงความรทู้ างคณิตศาสตร์ (P)
5. มีความสามารถในการใหเ้ หตผุ ล (P)
6. มคี วามสามารถในการคิดสรา้ งสรรค์ (P)
7. มีความมุมานะในการทำความเข้าใจปญั หาและแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ (A)
8. มีระเบียบวินยั ในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
1. มีความสามารถในการส่ือสาร
2. มีความสามารถในการแก้ปญั หา
3. มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์
5. สาระสำคัญ
การสร้างโจทย์ปญั หาต้องมที ้ังสว่ นที่โจทย์บอกและส่วนทีโ่ จทยถ์ าม นอกจากน้โี จทยป์ ัญหาท่ีสรา้ งต้อง
มคี วามเปน็ ไปได้
6. สาระการเรียนรู้
การสร้างโจทย์ปัญหาการคูณจากประโยคสญั ลกั ษณ์
7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครตู ดิ บัตรภาพและบัตรประโยคสญั ลกั ษณ์ 3 × 2 แลว้ ใช้คำถามนำเพ่ือให้นกั เรยี นสรา้ ง
โจทยป์ ญั หาการคูณจากประโยคสญั ลกั ษณ์ทีก่ ำหนดโดยนำขอ้ มูลจากภาพมาเป็นแนวทางในการสร้างโจทย์
ปัญหาการคูณ เช่น จากประโยคสัญลักษณ์ 3 × 2
2. ให้นักเรยี นบอกความหมายของการคูณวา่ 3 × 2 คอื มี 3 กลุ่ม แต่ละกล่มุ มสี มาชกิ 2 หรอื มี 3
แถวแตล่ ะแถวมสี มาชกิ 2
3. ใหน้ กั เรียนใช้ขอ้ มลู จากภาพท่ีกำหนดให้ สร้างเปน็ โจทยป์ ัญหาการคูณได้วา่ เรือจักรยานน้ำ 3 ลำ
แตล่ ะลำมคี นนัง่ 2 คน มีคนนั่งเรือจักรยานนำ้ ทั้งหมดก่ีคน หรอื นกั เรยี นอาจสร้างโจทย์ปัญหาการคูณแบบอื่น
ได้วา่ มีคนยืนรอซ้ือตวั๋ ลงเรือ 3 แถว แถวละ 2 คน มีคนยืนรอซื้อต๋ัวลงเรือทง้ั หมดกี่คน
4. ใหน้ กั เรียนระบุสว่ นท่โี จทย์บอก และสว่ นท่โี จทยถ์ าม
5. ครูและนกั เรียนชว่ ยกนั ตรวจสอบความเป็นไปไดข้ องโจทยป์ ัญหาทส่ี รา้ งขน้ึ
6. ครกู ำหนดประโยคสญั ลักษณก์ ารคณู 5 × 2 ใหน้ กั เรียนชว่ ยกันสรา้ งโจทยป์ ัญหาการคูณ โดยระบุ
ส่วนทีโ่ จทยบ์ อก และส่วนท่โี จทยถ์ าม
7. ครูควรเน้นยำ้ และตรวจสอบว่าโจทยป์ ัญหาทนี่ ักเรียนแต่ละคนช่วยกนั สรา้ งขน้ึ มคี วามเปน็ ไปได้
หรือไม่
8. ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั หาคำตอบของโจทยป์ ญั หานั้น โจทย์ปญั หาท่ีนกั เรียนสร้างอาจมีความแตกต่าง
กนั
9. ครูและนักเรยี นชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
10. ครกู ำหนดประโยคสญั ลักษณ์ 4 × 6 แล้วจัดกจิ กรรม ทำนองเดยี วกบั ขา้ งต้น
11. ครูแบง่ นกั เรยี นเปน็ กลมุ่ แล้วใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ สร้างโจทยป์ ญั หาการคูณจากประโยค
สญั ลกั ษณ์ตามหนงั สอื เรียนหน้า 303 โดยให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มได้ฝึกการสรา้ งโจทย์ปัญหาการคณู จากประโยค
สญั ลกั ษณท์ ั้ง 2 ข้อ
12. ให้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ นำเสนอเก่ยี วกบั โจทย์ปญั หาที่สร้าง ระบสุ ่วนท่โี จทย์บอก สว่ นท่ีโจทย์ถาม
และหาคำตอบ โดยครูและนักเรยี นช่วยกันตรวจสอบความถกู ต้อง และความเป็นไปได้ของโจทย์ปัญหาทสี่ รา้ ง
13. ครตู รวจสอบความเขา้ ใจของนักเรยี น โดยให้นกั เรยี นแตล่ ะคนสร้างโจทยป์ ญั หาการคณู จาก
ประโยคสญั ลักษณ์ ตามหนังสือเรยี นหนา้ 304
14. ครูและนักเรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง และความเป็นไปไดข้ องโจทย์ปัญหาท่ีสร้าง ถ้ามี
นกั เรียนคนใดสรา้ งโจทย์ปัญหาการคูณจากประโยคสญั ลักษณไ์ ม่ถูกต้องครูอาจใหน้ ักเรยี นฝกึ บอกความหมาย
การคณู ตามประโยคสญั ลักษณแ์ ละบอกส่วนประกอบของโจทยป์ ญั หาว่าประกอบดว้ ยสว่ นทโี่ จทยบ์ อกและ
ส่วนท่โี จทย์ถามใหค้ ล่อง แลว้ ใหต้ รวจสอบความเข้าใจอีกคร้ัง แตถ่ ้ายงั ทำไม่ไดใ้ ห้มาฝกึ เป็นรายบคุ คลกบั ครู
15. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ส่งิ ที่ไดเ้ รียนรู้ ดงั น้ี การสรา้ งโจทยป์ ญั หาต้องมีทั้งสว่ นที่โจทย์
บอกและสว่ นท่โี จทยถ์ าม นอกจากน้ีโจทย์ปญั หาที่สร้างตอ้ งมีความเป็นไปได้
16. ให้นกั เรยี นทำแบบฝึกหัด 5.16 หนา้ 191 – 192 และแบบฝึกทักษะชดุ ท่ี 5.9 เปน็ รายบุคคล
8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นคณิตศาสตร์ ป.2
2. แบบฝึกหัด
3. แบบฝกึ ทกั ษะชดุ ท่ี 5.9
4. บตั รภาพ
5. บตั รประโยคสัญลักษณ์การคูณ
9. การวัดและประเมินผล
9.1 การวัดผล
วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจแบบฝกึ หดั แบบฝกึ หดั ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจแบบฝึกทกั ษะชดุ ท่ี 5.9 แบบฝึกทักษะชุดที่ 5.9 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล รายบุคคล
สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุม่ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
9.2 การประเมนิ ผล
ประเดน็ การ ระดับคุณภาพ
ประเมิน
4 32 1
(ดมี าก) (ตอ้ งปรับปรุง)
(ดี) (กำลังพัฒนา) ทำแบบฝกึ หัด/
แบบฝกึ ทกั ษะได้
1. เกณฑ์การ ทำแบบฝกึ หัด/ ทำแบบฝึกหัด/ ทำแบบฝกึ หดั / อยา่ งถูกต้องต่ำกวา่
ร้อยละ 60
ประเมินการ แบบฝึกทักษะได้ แบบฝึกทักษะได้ แบบฝึกทกั ษะได้ ทำความเข้าใจ
ปัญหา คดิ วเิ คราะห์
ทำแบบฝึกหัด/ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องร้อยละ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ มีรอ่ งรอยของการ
วางแผนแกป้ ญั หา
แบบฝึกทักษะ 90 ขึน้ ไป 80 - 89 60 - 79 แตไ่ มส่ ำเร็จ
2. เกณฑ์การ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ ใชร้ ปู ภาษา และ
สญั ลกั ษณ์ทาง
ประเมนิ ความ ปญั หา คดิ วิเคราะห์ ปัญหา คิดวเิ คราะห์ ปญั หา คดิ วเิ คราะห์ คณติ ศาสตร์ในการ
สือ่ สาร
สามารถในการ วางแผนแกป้ ญั หา วางแผนแกป้ ัญหา วางแผนแกป้ ัญหา สอ่ื ความหมาย
สรุปผล และ
แก้ปญั หา และเลอื กใช้วธิ ีการ และเลอื กใชว้ ธิ กี าร และเลอื กใช้วิธกี าร นำเสนอไม่ได้
ท่เี หมาะสม โดย ทเ่ี หมาะสม แต่ ได้บางสว่ น คำตอบ ใชค้ วามรทู้ าง
คณิตศาสตรเ์ ป็น
คำนึงถึงความ ความสมเหตสุ มผล ที่ได้ยังไม่มีความ เครอ่ื งมอื ในการ
เรียนร้คู ณติ ศาสตร์
สมเหตสุ มผลของ ของคำตอบยงั ไม่ดี สมเหตสุ มผล และ เนือ้ หาต่าง ๆ หรอื
คำตอบพรอ้ มทั้ง พอ และตรวจสอบ ไมม่ ีการตรวจสอบ
ตรวจสอบความ ความถูกตอ้ งไม่ได้ ความถกู ตอ้ ง
ถกู ต้องได้
3. เกณฑ์การ ใชร้ ูป ภาษา และ ใชร้ ปู ภาษา และ ใช้รปู ภาษา และ
สญั ลักษณ์ทาง สัญลกั ษณ์ทาง
ประเมินความ สัญลักษณท์ าง คณิตศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ
ส่อื สาร สอ่ื สาร
สามารถในการ คณติ ศาสตร์ในการ ส่อื ความหมาย สือ่ ความหมาย
สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ
ส่ือสาร สอ่ื ส่ือสาร นำเสนอได้ถกู ต้อง นำเสนอได้ถูกต้อง
แต่ขาดรายละเอยี ด บางส่วน
ความหมาย ส่ือความหมาย ทีส่ มบรู ณ์
ใช้ความรทู้ าง ใช้ความรูท้ าง
ทาง สรปุ ผล และ คณติ ศาสตรเ์ ป็น คณิตศาสตรเ์ ป็น
เครือ่ งมือในการ เครื่องมือในการ
คณติ ศาสตร์ นำเสนอได้อยา่ ง เรียนรูค้ ณิตศาสตร์ เรียนรู้คณติ ศาสตร์
เนื้อหาตา่ ง ๆ หรอื เน้อื หาตา่ ง ๆ หรือ
ถกู ต้อง ชัดเจน
4. เกณฑ์การ ใชค้ วามรูท้ าง
ประเมินความ คณิตศาสตร์เป็น
สามารถในการ เคร่ืองมือในการ
เช่อื มโยง เรยี นรู้คณิตศาสตร์
เนือ้ หาต่าง ๆ หรือ
ประเดน็ การ 4 ระดบั คณุ ภาพ 1
ประเมนิ (ดีมาก) 32 (ต้องปรับปรุง)
ศาสตร์อ่นื ๆ และ (ดี) (กำลังพัฒนา) ศาสตร์อนื่ ๆ และ
5. เกณฑ์การ นำไปใชใ้ นชวี ติ จริง ศาสตรอ์ ื่น ๆ และ ศาสตรอ์ ืน่ ๆ และ นำไปใช้ในชวี ติ จรงิ
ประเมินความ ได้อย่างสอดคล้อง นำไปใช้ในชวี ิตจริง นำไปใช้ในชีวติ จริง
สามารถในการ เหมาะสม ได้บางส่วน รบั ฟงั และให้เหตผุ ล
ใหเ้ หตผุ ล รับฟงั และใหเ้ หตุผล สนบั สนนุ หรือ
สนับสนุนหรือ รบั ฟังและให้เหตุผล รบั ฟังและให้เหตผุ ล โตแ้ ย้งไม่ได้
6. เกณฑ์การ โตแ้ ย้ง เพ่อื นำไปสู่ สนบั สนุน หรอื สนับสนนุ หรอื
ประเมินความ การสรุปโดยมี โต้แยง้ เพือ่ นำไปสู่ โตแ้ ยง้ แตไ่ ม่ ขยายแนวคดิ ที่มีอยู่
สามารถในการ ขอ้ เท็จจริงทาง การสรปุ โดยมี นำไปสู่การสรปุ ที่มี เดิมไม่ได้ สรา้ ง
คิดสร้างสรรค์ คณติ ศาสตรร์ องรับ ขอ้ เทจ็ จริงทาง ข้อเท็จจรงิ ทาง แนวคดิ ใหม่เพ่อื
ได้อยา่ งสมบรู ณ์ คณิตศาสตรร์ องรบั คณิตศาสตร์รองรับ ปรบั ปรงุ พฒั นาองค์
7. เกณฑ์การ ขยายแนวคิดที่มีอยู่ ไดบ้ างส่วน ความรู้ไม่ได้
ประเมินความ เดมิ หรอื สร้าง ขยายแนวคิดท่ีมีอยู่ ขยายแนวคดิ ที่มอี ยู่
มมุ านะในการ แนวคิดใหม่เพือ่ เดิม หรอื สร้าง เดมิ ได้ แตส่ รา้ ง ไม่มีความต้งั ใจและ
ทำความเข้าใจ ปรบั ปรงุ พัฒนาองค์ แนวคดิ ใหม่เพอื่ แนวคดิ ใหม่เพอ่ื พยายามในการทำ
ปญั หาและ ความร้ไู ด้อย่าง ปรบั ปรุงพัฒนาองค์ ปรบั ปรงุ พัฒนาองค์ ความเข้าใจปัญหา
แกป้ ัญหาทาง สมบูรณ์ ความรูไ้ ดแ้ ต่ไม่ ความรู้ไม่ได้ และแก้ปัญหาทาง
คณิตศาสตร์ มคี วามตัง้ ใจและ สมบรู ณ์ คณติ ศาสตร์ ไม่มี
พยายามในการทำ มีความตง้ั ใจและ มคี วามตัง้ ใจและ ความอดทนและ
ความเขา้ ใจปัญหา พยายามในการทำ พยายามในการทำ ท้อแท้ต่ออปุ สรรค
และแกป้ ัญหาทาง ความเขา้ ใจปัญหา ความเข้าใจปัญหา จนทำใหแ้ กป้ ัญหา
คณิตศาสตร์ มี และแก้ปัญหาทาง และแก้ปัญหาทาง ทางคณิตศาสตร์ได้
ความอดทนและไม่ คณิตศาสตร์ แต่ไม่ คณิตศาสตร์ แต่ไม่ ไมส่ ำเร็จ
ทอ้ แทต้ ่ออปุ สรรค มีความอดทนและ มีความอดทนและ
จนทำให้แก้ปัญหา ทอ้ แท้ตอ่ อปุ สรรค ทอ้ แทต้ อ่ อปุ สรรค
ทางคณิตศาสตร์ได้ จนทำให้แกป้ ัญหา จนทำใหแ้ ก้ปัญหา
สำเรจ็ ทางคณิตศาสตร์ได้ ทางคณิตศาสตร์ได้
ไม่สำเรจ็ เล็กน้อย
ประเดน็ การ 4 ระดบั คณุ ภาพ 1
ประเมนิ (ดมี าก) 32 (ต้องปรับปรุง)
(ด)ี (กำลงั พัฒนา)
สมดุ งาน ชนิ้ งาน
ไม่สำเร็จเปน็ สว่ น ไมค่ ่อยเรียบร้อย
ไม่ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ น
ใหญ่ ข้อตกลงทกี่ ำหนด
ให้รว่ มกัน ตอ้ ง
8. เกณฑ์การ สมุดงาน ชิ้นงาน สมดุ งาน ช้ินงาน สมดุ งาน ชิ้นงาน อาศยั การแนะนำ
ประเมินการมี สะอาดเรยี บร้อย สะอาดเรยี บร้อย สะอาดเรียบร้อย
ระเบยี บวินัย ปฏบิ ตั ติ นอยใู่ น ปฏิบตั ติ นอยูใ่ น ปฏบิ ตั ิตนอยู่ใน
ในการทำงาน ข้อตกลงท่ีกำหนด ข้อตกลงท่กี ำหนด ขอ้ ตกลงท่กี ำหนด
ใหร้ ่วมกันทุกครง้ั ให้รว่ มกันเปน็ ส่วน ให้รว่ มกันเปน็
ใหญ่ บางคร้ัง
10. บนั ทึกผลหลังการจดั การเรียนรู้
10.1 สรุปผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
1. นักเรยี นจำนวน....14......คน
ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้......9........คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.......64.28
ไมผ่ ่านจุดประสงค์การเรียนรู้....5.......คน คิดเปน็ ร้อยละ....35.71....
นกั เรยี นนไ่ี มผ่ ่าน มดี งั นี้
1.......เด็กชายบุรเศรษฐ์ ภู่ธวชั ชัย.... 2............เด็กชายอคั รเดช ศรีบวั งาม........
3.......เดก็ ชายภูผา นวมสขุ .......... 4.........เด็กชายบรรณสรรณ์ ทองพร้อมพนั ธ์......
5.......เด็กชายธนกฤต ทองนาค..............
แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นท่ไี มผ่ ่านจุดประสงค์การเรียนรู้
เดก็ ชายบรุ เศรษฐ์ เด็กชายอัครเดช เด็กชายภูผา เด็กชายบรรณสรณ์ เด็กชาย
ธนกฤต มีปัญหาด้านภาษาไทย คือการแต่งประโยคเป็นข้อความทำให้เกิดปญั หาในการแตง่ โจทย์
วิธกี ารแกป้ ญั หาต้องเรยี กมาสอนฝกึ ทีละคน และคอยดูแล
2. นกั เรียนมีความรคู้ วามเขา้ ใจในคณิตศาสตร์ (K)
มคี วามเขา้ ใจและสรา้ งโจทย์ปญั หาจากภาพได้
3. นกั เรยี นเกิดทักษะทางคณิตศาสตร์ (P)
นกั เรยี นมีเหตแุ ละผล และมคี วามคดิ สรา้ งสรรค์
4. นกั เรยี นมคี ณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงค์ (A)
นกั เรยี นมีวนิ ัยในการทำงาน มีความอดทน
10.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข
ความลา่ ช้าในการแตง่ ประโยค เพราะต้องเชื่อมโยคกับตวั เลขและให้เป็นประโยคการ
คณู ทำให้ใช้เวลานาน ดังนั้นควรฝึกฝนและให้แบบฝึกหัดไปเสริม
10.3 ข้อเสนอแนะ
ฝึกใหน้ ักเรยี นได้ใช้ทกั ษะภาษาไทยให้มีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขน้ึ
ลงช่ือ...........................................................
(....นางภูษดิ า ปานดำ....)
ตำแหน่ง..ครู ชำนาญการ.
11. ความคิดเหน็ ของหัวหน้าสถานศึกษา/ ผทู้ ไ่ี ด้รบั มอบหมาย
1. ความเหมาะสมของกิจกรรม
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรบั ปรุง ........................................................................................................................................
2. ความเหมาะสมของเน้ือหา
ดมี าก
ดี
พอใช้
ปรับปรงุ ........................................................................................................................................
3. ความเหมาะสมของเวลา
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
4. ความเหมาะสมของส่ือ
ดีมาก
ดี
พอใช้
ปรับปรุง ........................................................................................................................................
5. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ....................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื ...........................................................
(...นางจีรวรรณ อนิ ทรเพชร.)
ตำแหน่ง ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นหลมุ ขา้ ว
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 21
สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ รายวิชา คณติ ศาสตร์พ้ืนฐาน รหสั วิชา ค 12101
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การคูณ เร่ือง ร่วมคดิ ร่วมทำ (กิจกรรมเกมบิงโก) เวลา 1 ชวั่ โมง
วนั ท.่ี ...25.. เดือน....พฤศจกิ ายน... พ.ศ. .....2565.... ครูผสู้ อน........นางภูษิดา ปานดำ...
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลท่ีเกิดขึน้ จากการดำเนินการ สมบตั ขิ องการดำเนนิ การ และการนำไปใช้
2. ตัวชี้วดั ชั้นปี
หาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคณู ของจำนวน 1 หลกั กบั จำนวนไม่เกิน
2 หลกั (ค 1.1 ป.2/5)
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. หาผลคูณในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการคูณของจำนวน 1 หลกั กบั จำนวนไม่เกิน 2 หลกั (K)
2. หาคา่ ของตวั ไมท่ ราบค่าในประโยคสญั ลกั ษณ์แสดงการคณู ของจำนวน 1 หลักกับจำนวนไมเ่ กนิ
2 หลัก (K)
3. แสดงวิธหี าคำตอบของโจทย์ปัญหาการคูณ (K)
4. มีความสามารถในการแก้ปัญหา (P)
5. มคี วามสามารถในการส่ือสาร สอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ (P)
6. มคี วามสามารถในเชื่อมโยงความรู้ทางคณิตศาสตร์ (P)
7. มีความสามารถในการใหเ้ หตผุ ล (P)
8. มคี วามมุมานะในการทำความเข้าใจปญั หาและแก้ปัญหาทางคณติ ศาสตร์ (A)
9. มรี ะเบยี บวินัยในการทำงาน (A)
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. มคี วามสามารถในการแก้ปญั หา
2. มคี วามสามารถในการสอื่ สาร
5. สาระสำคญั
1. ส่งิ ตา่ ง ๆ ท่ีจัดเป็นกลมุ่ หรือเป็นแถวท่ีแตล่ ะกลมุ่ หรือแต่ละแถวมจี ำนวนสมาชกิ เทา่ กันสามารถ
เขยี นในรปู การคณู ของจำนวนสองจำนวน คอื จำนวนกลมุ่ หรือจำนวนแถวคณู กบั จำนวนสมาชกิ ในแต่ละกล่มุ
หรือจำนวนสมาชกิ ในแต่ละแถว ผลคูณของจำนวนสองจำนวนนน้ั คอื จำนวนสมาชิกท้ังหมด
2. จำนวนใดคูณกบั 1 ผลคูณเทา่ กบั จำนวนนั้น และจำนวนใดคณู กับ 0 ผลคูณเทา่ กับ 0
3. การคูณจำนวน 1 หลกั กับจำนวน 1 หลัก หาผลคณู โดยใชส้ ตู รคูณแม่ 2 แม่ 3 แม่ 4 แม่ 5 แม่ 6
แม่ 7 แม่ 8 หรอื แม่ 9
4. จำนวน 1 หลกั คณู กบั 10 20 30 40 50 60 70 80 90 หาผลคูณโดยนำจำนวน 1 หลกั น้นั คูณ
กับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ตามลำดับ แลว้ เติม 0 ต่อท้าย
5. การหาผลคูณของจำนวน 1 หลกั กบั จำนวน 2 หลักโดยการต้งั คูณ ตอ้ งคูณในหลกั หน่วยกอ่ น แลว้
คูณในหลกั สิบ ถ้าผลคณู ในหลกั ใดครบสิบ หรอื มากกวา่ สบิ ใหท้ ดจำนวนที่ครบสิบไปหลักถดั ไปทางซ้าย
6. ความรสู้ กึ เชงิ จำนวนเกย่ี วกบั การคูณเป็นการบอกว่าผลคณู ของจำนวนสองจำนวนใดมคี า่ มากกวา่
กนั น้อยกวา่ กัน หรอื เทา่ กัน โดยไมต่ ้องหาผลคูณของสองจำนวนน้ัน
7. การหาคา่ ของตัวไมท่ ราบค่าในประโยคสญั ลักษณก์ ารคูณ อาจใช้สูตรคูณ
8. การแก้โจทย์ปญั หาทำได้โดยอา่ นทำความเข้าใจปัญหา วางแผนแกป้ ญั หาหาคำตอบ แลตรวจสอบ
ความสมเหตุสมผลของคำตอบ
9. การสรา้ งโจทยป์ ญั หาตอ้ งมที งั้ ส่วนที่โจทย์บอกและส่วนทโ่ี จทยถ์ าม นอกจากน้โี จทย์ปัญหา
ที่สร้างต้องมีความเปน็ ไปได้
6. สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของการคณู การหาผลคูณ
2. การแกโ้ จทย์ปญั หาและการสร้างโจทยป์ ัญหา พรอ้ มทั้งหาคำตอบ
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ใหน้ กั เรยี นจับคเู่ ลน่ เกมบิงโก แล้วแจกอปุ กรณค์ ู่ละ 1 ชุด
2. ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนเลือกเบีย้ โดยคู่เดียวกนั ใหเ้ ลือกเบย้ี คนละสี และให้ควำ่ บัตรโจทย์การคณู และ
บัตรโจทยป์ ัญหาการคูณไว้
3. ใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนสลบั กันหงายบัตรทค่ี วำ่ ไว้ หาคำตอบ แล้ววางเบย้ี ของตนเองลงในกระดาน
บงิ โกใหต้ รงกบั ช่องทเ่ี ป็นคำตอบของบตั รทีห่ ยิบได้ ผเู้ ล่นที่วางเบ้ยี ได้ครบ 3 ช่อง เรียงกันกอ่ นเป็นผู้ชนะ
4. ใหน้ ักเรยี นสลับค่กู นั เลน่ เพอ่ื เป็นการฝกึ ทักษะการคณู และการแก้โจทยป์ ญั หาการคณู มากขน้ึ
5. ครูแนะนำวา่ ในระหว่างท่ีเล่นเกมถ้านักเรยี นคนใดหาคำตอบผดิ หรือหาคำตอบไมไ่ ด้ อาจให้เพื่อน
ช่วยหาคำตอบหรือใหแ้ นะนำวธิ กี ารหาคำตอบได้ ไม่ถือว่าผิดกตกิ า
6. ให้นกั เรียนทำแบบฝึกทา้ ทายในหนงั สือแบบฝึกหัดหน้า 193 – 196
8. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื คณติ ศาสตร์ ป.2
2. กระดานบงิ โกขนาด 3 × 3
3. บตั รโจทย์ 9 − 10 บัตร
4. เบี้ย 2 สี สีละ 9 อัน
9. การวัดและประเมนิ ผล
9.1 การวัดผล
วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์
ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝกึ หัด ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
รายบคุ คล รายบคุ คล
สงั เกตพฤติกรรมการทำงานราย แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานราย ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
กลมุ่ กล่มุ
9.2 การประเมนิ ผล
ประเดน็ การ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
4 32 1
1. เกณฑ์การ (ดมี าก) (ต้องปรบั ปรุง)
ประเมนิ การ ทำแบบฝึกหดั ได้ (ดี) (กำลงั พัฒนา) ทำแบบฝกึ หัดได้
ทำแบบฝกึ หัด อยา่ งถูกต้องรอ้ ยละ อย่างถูกต้องตำ่ กว่า
2. เกณฑ์การ 90 ขน้ึ ไป ทำแบบฝกึ หดั ได้ ทำแบบฝกึ หัดได้ ร้อยละ 60
ประเมนิ ความ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ
สามารถในการ ปัญหา คิดวิเคราะห์ อย่างถูกต้องรอ้ ยละ อยา่ งถูกต้องร้อยละ ปญั หา คดิ วเิ คราะห์
แก้ปญั หา วางแผนแกป้ ัญหา มรี อ่ งรอยของการ
และเลอื กใชว้ ธิ ีการ 80 - 89 60 - 79 วางแผนแกป้ ัญหา
3. เกณฑ์การ ท่เี หมาะสม โดย แต่ไมส่ ำเรจ็
ประเมินความ คำนงึ ถึงความ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ
สามารถในการ สมเหตสุ มผลของ ใชร้ ูป ภาษา และ
สื่อสาร ส่ือ คำตอบพรอ้ มทั้ง ปญั หา คดิ วเิ คราะห์ ปัญหา คิดวิเคราะห์ สญั ลกั ษณท์ าง
ความหมาย ตรวจสอบความ คณิตศาสตร์ในการ
ทาง ถูกต้องได้ วางแผนแก้ปัญหา วางแผนแกป้ ัญหา สอื่ สาร
คณติ ศาสตร์ ใช้รปู ภาษา และ สอื่ ความหมาย
สัญลกั ษณท์ าง และเลือกใช้วิธกี าร และเลือกใชว้ ิธีการ สรปุ ผล และ
4. เกณฑ์การ คณติ ศาสตร์ในการ นำเสนอไม่ได้
ประเมนิ ความ สื่อสาร ทเี่ หมาะสม แต่ ไดบ้ างสว่ น คำตอบ
สามารถในการ สอ่ื ความหมาย ใช้ความร้ทู าง
เช่ือมโยง สรุปผล และ ความสมเหตุสมผล ที่ได้ยังไมม่ ีความ คณติ ศาสตร์เป็น
นำเสนอได้อยา่ ง เคร่อื งมือในการ
ถูกต้อง ชดั เจน ของคำตอบยังไม่ดี สมเหตุสมผล และ เรียนรูค้ ณิตศาสตร์
เนือ้ หาตา่ ง ๆ หรือ
ใชค้ วามรู้ทาง พอ และตรวจสอบ ไมม่ ีการตรวจสอบ
คณิตศาสตรเ์ ป็น
เครอ่ื งมือในการ ความถูกตอ้ งไม่ได้ ความถูกต้อง
เรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์
เนือ้ หาตา่ ง ๆ หรือ ใช้รปู ภาษา และ ใช้รูป ภาษา และ
ศาสตร์อ่ืน ๆ และ สญั ลักษณ์ทาง สญั ลกั ษณท์ าง
คณิตศาสตร์ในการ คณติ ศาสตร์ในการ
สอื่ สาร สอื่ สาร
ส่ือความหมาย ส่อื ความหมาย
สรปุ ผล และ สรุปผล และ
นำเสนอได้ถูกต้อง นำเสนอได้ถกู ต้อง
แต่ขาดรายละเอยี ด บางสว่ น
ท่สี มบูรณ์
ใชค้ วามรูท้ าง ใชค้ วามรู้ทาง
คณิตศาสตรเ์ ป็น คณิตศาสตรเ์ ป็น
เคร่อื งมือในการ เคร่อื งมือในการ
เรยี นร้คู ณิตศาสตร์ เรียนรู้คณิตศาสตร์
เนื้อหาตา่ ง ๆ หรือ เนื้อหาตา่ ง ๆ หรอื
ศาสตร์อื่น ๆ และ