The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nalove Nana, 2022-09-06 01:07:13

ปก_merged

ปก_merged

B : 今天......月.......号星期....... 。
A : 明天星期几?
B : 明天星期......... 。
A : 昨天是几号星期几?
B : 昨天是..........号星期.......... 。
A : 星期一,你去哪儿玩?
B : 我去天安门,您去不去?
A : 不去,我去学习教汉语课。
B : 对不起老师!我有一个问题?
A : 你有什么问题?
B : 您喜欢喝茶还是咖啡?
A : 我喜欢喝咖啡。你呢?
B : 我喜欢喝牛奶。
A : 你去买吗?
B : 去买咖啡送给您。
A : 谢谢!
B : 不客气!

ขน้ั สรปุ
เปน็ การฝกึ ผู้เรยี นโดยการไดป้ ฏิบัติจรงิ และเป็นการทบทวนเนื้อหาในบทเรียน

ช่วั โมงท่ี 11 การใช้ 儿
ขั้นนำ

ครผู ู้สอนกลา่ วทกั ทายนกั เรยี น และเกริน่ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเนอ้ื หาจากช่วั โมงทผี่ า่ น
มา รวมถึงสุม่ นกั เรียนวา่ ไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน

การสอนเน้นการ การใช้ 儿 ในคำศพั ท์และในรูปประโยคอน่ื ๆในภาษาจีน

1.“一点儿” ประกอบด้วย จำนวน หรือเลข (数词) “一” + ลกั ษณนาม (量词) “点

儿” อยใู่ นรปู โครงสร้าง “一” + “ 点儿” หมายถงึ “จำนวนทีไ่ ม่แนน่ อน (จำนวนหนึง่ )” (หรือ
“(จำนวน) นิดหน่อย”, “เลก็ น้อย” ก็ได้) ใช้ขยายคน หรือสิง่ ของ หรอื เปน็ 定语 นน่ั เอง เชน่

• 买一点儿水果。 (ซอ้ื ผลไม้นิดหน่อย — จำนวนหนง่ึ )

• 学一点儿汉语。 (เรียนภาษาจนี กลางนดิ หน่อย)

• 做一点儿吃的。 (ทำอะไรกินเลก็ น้อย)

สว่ น “有点儿”เป็นกรยิ าวเิ ศษณ์ (副词) หมายถึง “เล็กนอ้ ย” (稍微) ใช้ขยายคน หรอื
สิ่งของไม่ได้ แตใ่ ช้ขยายคำคุณศัพท์ หรอื คำกรยิ า ทเ่ี รยี กว่า 状语 น่ันเอง เชน่

• 有点儿高兴。 (ดีใจนดิ หนอ่ ย)

• 有点儿生气。 (โกรธเลก็ น้อย)

2.“一点儿” มักวางหลงั คำคุณศพั ท์ จะอย่ใู นรูป หรือโครงสรา้ ง “形容词 +(一)
点儿” เช่น

• 你来得早了(一)点儿。

• 这件衣服贵了(一)点儿。

• 人多了(一)点儿。

สว่ น “有点儿”วางไวห้ น้าคำคณุ ศัพท์ ในรูป หรือโครงสร้าง “有点儿 + 形容词”
เช่น

• 你来得有点儿早了。

• 这件衣服有点儿贵。

• 人有点儿多。

3.ในประโยคเปรยี บเทียบ (“比”子句) จะใช้ได้แต่ “一点儿” เทา่ นั้น เช่น
• 我比你胖一点儿。

• 这间屋子比那间大一点儿。

4.“有点儿” มักใชใ้ นการเลอื ก (หรือเปรียบเทียบ) ระหว่างคณุ สมบัตขิ องสิ่งของ หรือกรยิ า
(การกระทำ) ในความหมายไม่พงึ พอใจ, ไม่เปน็ ไปตามท่ีตอ้ งการ (不如意的事情) ดงั น้นั คำคณุ ศัพท์
(形容词) หรือคำกรยิ า (动词) มักเปน็ คำที่มีความหมายในเชิงลบ (消极意义或贬义)
แต่ “一点儿” ไม่มีข้อจำกัดนี้ หมายถงึ จะใชก้ ับคำคุณศพั ท์ (形容词) หรือคำกรยิ า (动词) ทม่ี ี
ความหมายในเชงิ ลบ หรอื เชงิ บวกกไ็ ด้ เชน่

• 有点儿笨。 (โง่นดิ หน่อย — คณุ ศัพท์ด้านลบ)

• 有点儿难。 (ยากเลก็ นอ้ ย — คุณศํพท์ดา้ นลบ)

• 有点儿紧张。 (ซีเรียสเล็กนอ้ ย — คุณศัพท์ด้านลบ)

• 高兴(一)点儿。 (ดใี จนิดหน่อย — คณุ ศัพท์ดา้ นบวก)

• 这个学生笨了(一)点儿。 (โงน่ ิดหน่อย — คุณศัพท์ดา้ นลบ)

• 别紧张,轻松(一)点儿。 (ผ่อนคลาย, สบายๆ นดิ หนอ่ ย — คุณศพั ท์ด้าน
บวก)

5.เม่ือใช้ในรูป หรอื โครงสร้าง “有点儿 + 不 + 形容词/动词” คำคุณศัพท์ (
形容词) หรอื คำกริยา (动词) จะเปน็ คำทีม่ ีความหมายในเชงิ บวก (积极意义或褒义) เชน่

• 有点儿不舒服。
• 有点儿不高兴。
• 有点儿不懂事。
• 有点儿不讲道理。

6.“一点儿” และ “有点儿” สามารถใช้เป็นกรยิ าวิเศษณ์ (副词) ได้ท้ังคู่ แต่
ความหมายต่างกนั กล่าวคือ “一点儿” จะใช้ในรูปปฏิเสธ หรือใช้กับคำปฏิเสธ เช่น “不”、“没
(有)” เปน็ ตน้ เทา่ นัน้ หมายถงึ “ปฏิเสธโดยส้นิ เชิง, ปฏเิ สธท้ังหมด” และมักใช้ร่วมกบั กรยิ าวเิ ศษณ์ “
也”、“都”

สว่ น “有点儿” จะใช้ในรูป (ความหมาย) ปฏเิ สธ หรอื รูปบอกเล่าธรรมดากไ็ ด้ มคี วามหมายวา่
“เล็กน้อย” เช่น

• 一点儿也不紧张。
• 他一点儿也不知道这件事。
• 有点儿没听懂。
• 有点儿不高兴。

• 她总有点儿担心。

• 妈妈有点儿生气了。

ขน้ั สรุป
ใหน้ ักเรยี นแต่งประโยคภาษาจนี โดยใชค้ ำศพั ท์ท่ีได้เรียนมาในคาบเรยี นนี้

ชั่วโมงท่ี 12 แบบฝกึ การพัฒนาตนเอง
ขัน้ นำ

ครผู ู้สอนกลา่ วทกั ทายนกั เรียน และเกรนิ่ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเนอ้ื หาจากชว่ั โมงท่ผี า่ น
มา รวมถึงสุม่ นักเรยี นว่าไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ข้นั สอน

การสอนเนน้ การสอนโดยการอธิบายและชแ้ี จงเก่ยี วกับแบบเรยี นและแบบฝกึ หดั ทา้ ยบทเรยี น ซ่งึ
แบบฝกึ หัดผเู้ รียนได้ใชท้ ักษะการเขยี น การอา่ นออกเสียง และใช้ความเข้าใจในการทำแบบเรียนและ
แบบฝึกหัดทา้ ยบทเรียน



9. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้

- เอกสารประกอบการเรยี น (ผ่าน Google Classroom)

- ส่อื อินเทอรเ์ นต็ / VDO ออกเสียงตามเจ้าของภาษา (ผ่าน Google Classroom)

- สื่อการสอน Power Point (ผา่ น Google Classroom)

- ขอ้ สอบ Online ผ่านโปรแกรม Google Meet และ Google From

10. การวัดและประเมินผล

ประเด็นการประเมิน เครือ่ งมอื /วธิ ีการประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน

ทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบกอ่ นเรียน -

ทำการทดลอง สงั เกต ตง้ั ใจ

ทดสอบหลงั เรยี น แบบทดสอบหลังเรียน ผา่ นร้อยละ 80

11. บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้

11.1 สรุปผลการจดั การเรียนรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.2 ปัญหา/อุปสรรค

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.3 แนวทางแกไ้ ข /แนวทางการพฒั นา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ..........................................................ครผู ้สู อน
( นางสาวสธุ าภรณ์ วรกาญจนกลุ )
ตำแหน่ง ครู

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 3

รายวิชา ภาษาจนี 1 รหสั วชิ า จ31201 กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ
ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3
เรือ่ ง 这是王老师 (น่ีคอื คุณครูหวงั ) จำนวน 12 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวช้วี ดั /ผลการเรียนรู้
ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรียนรู้
ผลการเรยี นรู้ที่ 4. สนทนาอย่างตอ่ เนื่อง หรือเขียนตอบโต้ขอ้ มูลข่าวสาร ประสบการณ์และเรื่องทีอ่ ยู่

ในความสนใจ ของสงั คม
ผลการเรียนรู้ที่ 6. พูดและเขียนแสดงความรู้สกึ ความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกบั เร่ืองต่างๆ กิจกรรม

ประสบการณ์ ข่าว เหตุการณ์ พรอ้ มให้เหตุผลประกอบ
ผลการเรียนรู้ท่ี 9. เขา้ รว่ มและจดั กิจกรรมทางภาษา และวฒั นธรรมตามความสนใจ
ผลการเรียนรู้ที่ 11. เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือน ความแตกต่างระหว่างชีวิตความเป็นอยู่

ความเชอ่ื และวฒั นธรรมจีนกับไทย

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรสู้ ตู่ วั ช้วี ดั /ผลการเรยี นรู้
นกั เรียนสามารถอธบิ ายสนทนาอย่างต่อเนื่อง หรอื เขยี นตอบโต้ข้อมลู ขา่ วสาร ประสบการณ์และเร่ือง

ที่อยู่ในความสนใจ ของสังคม รวมถึงการพูดและเขียนแสดงความรู้สึก ความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเรื่อง
ตา่ งๆ กจิ กรรม ประสบการณ์ ขา่ ว เหตุการณ์ พร้อมใหเ้ หตุผลประกอบ

3. สาระสำคัญ (เนื้อหา)
1. คำศพั ท์ สำนวนภาษา ประโยค และข้อความท่ีใช้ในการขอและใหข้ ้อมูล การแนะนำคูส่ นทนา การ

ถามชื่อบุคคล สญั ชาติ และการสนทนาเกีย่ วกบั สิ่งของ โดยใช้ไวยากรณ์ 是
2. สระ -i (zhi chi shi ri)
3. การใช้ 请问

4. การใช้ 贵姓
5. การเขียนตัวอักษรจนี
8. การเขยี นตวั อักษรจีน

4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ (K)

ผู้เรยี นมีความรูค้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั การใช้ 是 (เปน็ /คือ/ใช่) และความรูค้ วามเข้าใจเกีย่ วกบั การ

ใช้ 请问(ขอถามหน่อย) / 贵姓(คุณแซ่อะไร) ไดอ้ ย่างถูกต้องและ เหมาะสมพร้อมทั้งสามารถนำไปปรับ

ใช้ในชีวิตประจำวนั ได้

4.2 ทักษะ/กระบวนการ( P ) (วธิ ีการและข้ันตอนทีใ่ ช้ดำเนินการคน้ ควา้ หาความรู้)

ผู้เรยี นสามารถใช้ภาษาเพอ่ื การสอ่ื ความหมายของตนเองได้ สามารถนำหลกั ภาษาทีไ่ ด้เรยี นรู้ไปใช้

ประโยชน์ไดจ้ ริง

4.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค(์ A )

 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์  ซอื่ อสัตย์ สุจริต

 มวี นิ ัย  ใฝเ่ รียนรู้
 อยูอ่ ย่างพอเพียง  มุ่งมน่ั ในการทำงาน
 รักความเป็นไทย  มีจติ สาธารณะ

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น  ความสามารถในการคดิ
 ความสามารถในการสอ่ื สาร  ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
 ความสามารถในการแก้ปญั หา
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี  ใสใ่ จนวัตกรรม
 แก้ปญั หาเป็น
6. ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21  เต็มใจรว่ มมือ
6.1 ทกั ษะด้านการเรียนร้แู ละนวตั กรรม
 คิดสร้างสรรค์  รเู้ ท่าทนั สือ่
 มวี ิจารณญาณ  ฉลาดส่อื สาร
 ส่อื สารดี
6.2 ทกั ษะด้านสารสนเทศ สือ่ เทคโนโลยี  ร้จู ักปรบั ตัว
 อัพเดตทุกข้อมลู ขา่ วสาร  ใสใ่ จดแู ลตนเอง
 รอบรูเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ  เรียนร้วู ัฒนธรรม
6.3 ทกั ษะชวี ติ และอาชีพ  รบั ผิดชอบหนา้ ที่
 มคี วามยืดหยุ่น  หมนั่ หาความรู้รอบดา้ น
 รเิ รมิ่ สงิ่ ใหม่
 รู้จกั เขา้ สงั คม
 มคี วามเปน็ ผ้นู ำ
 พัฒนาอาชีพ

7. แนวทางการบรู ณาการ การจดั การเรยี นรู้  โรงเรยี นสง่ิ แวดล้อม
 โรงเรยี นสุจริต/ตา้ นทจุ รติ
 หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
 โรงเรียนคุณธรรม
 บูรณาการกลมุ่ สาระการเรียนรู้
 บรหิ ารจดั การชัน้ เรียนเชิงบวก

8. การจัดกจิ กรรม /กลยทุ ธ์/วธิ กี าร/รปู แบบการจดั การเรยี นรู้

ชวั่ โมงท่ี 1 เรียนรคู้ ำศพั ท์ใหมใ่ นบทเรยี น
ข้นั นำ

ครูผู้สอนกลา่ วทกั ทายนักเรียน และเกรน่ิ นำบทเรยี น โดยใชภ้ าษาไทยเช่ือมโยงกับเน้ือหาในบทเรยี นน้ี
และมีความเช่ือมโยงกับคำศพั ทใ์ นบทเรยี น และยกตวั อย่างท่ีนักเรยี นสามารถมองเหน็ ภาพได้อยา่ งชัดเจน
ขั้นสอน

การสอนแบบอธบิ าย โดยเนน้ ความรแู้ ละความเขา้ ใจในการเรยี นรู้คำศัพท์ เกี่ยวกับการถามช่อื ดงั นี้

ข้ันสรปุ
ใหน้ ักเรยี นทกุ คนอา่ นคำศัพท์ทไี่ ดเ้ รยี นในบทเรยี นนี้ เพ่ือให้นักเรยี นได้ใช้ทักษะการอ่านออกเสยี ง

ชวั่ โมงที่ 2 รูปประโยคและการนำไปใช้
ขน้ั นำ

ครผู สู้ อนกล่าวทกั ทายนักเรยี น และเกรนิ่ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเนือ้ หาจากชัว่ โมงที่ผา่ น
มารวมถึงสุ่มนักเรยี นว่าไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขน้ั สอน

การสอนแบบการอ่านบทสนทนาหรือพดู บทสนทนาได้ ทำความเขา้ ใจกบั เนื้อหาโดยมรี ูปแบบ
ประโยคการเขียน ดังน้ี

ขั้นสรุป
ใหน้ กั เรยี นจับคู่พูดบทสนทนาตอ่ ไปนี้ โดยนกั เรียนทุกคนร่วมทำกิจกรรม

ช่วั โมงท่ี 3 ใชไ้ วยากรณใ์ นบทเรยี นแตง่ บทสนทนา

ขัน้ นำ

ครผู ้สู อนกล่าวทกั ทายนักเรียน และเกร่ินนำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนือ้ หาจากชัว่ โมงท่ีผา่ น
มา รวมถงึ สมุ่ นักเรยี นวา่ ไดม้ ีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่

ขน้ั สอน

การสอนแบบใช้ทักษะการเรียน เพอื่ มีความต่อเนอ่ื งจากเนื้อหาในบทเรียนคร้ังที่แลว้ จึงมกี ารใหผ้ ู้เรียน
ไดท้ ำกจิ กรรมร่วมกนั นนั้ กค็ ือการจบั คฝู่ กึ การแตง่ บทสนทนาภาษาจนี โดยใชค้ ำศัพท์ในบทเรยี นทนี่ กั เรยี นได้
เรียนรู้แลว้ และการใชร้ ูปแบบการเขียนประโยคในบทเรยี น นำมาเขียนใหเ้ ปน็ บทสนทนาของคู่ตนเอง

一,我学习汉语 二,这是什么书

麦克 : 请问,你贵姓? A : 这是什么?
张东 :我姓张。
麦克 : 你叫什么名字。 B : 这是书。
张东 :我叫张东。 A : 这是什么书?
麦克 : 你是哪国人?
张东 :我试中国人。你是哪国人? B :这是中文书。
麦克 : 我是美国人。
张东 :你学习什么? A : 这是谁的书?
麦克 : 我学习汉语。 B : 这是老师的书。
张东 :汉语难吗? A : 那是什么?
麦克 : 汉字很难,发音不太难。
zá zhì

B : 那是杂志。
A : 那是什么杂志?
B : 那是英文杂志。
A : 那是谁的杂志?
B : 那是我朋友的杂志。

ขัน้ สรุป
ให้นักเรยี นจบั คู่พดู บทสนทนาต่อไปนี้ โดยนกั เรยี นทุกคนร่วมทำกจิ กรรม

ช่ัวโมงที่ 4 การทดสอบการเขียนคำศัพทแ์ ละการเขยี นรูปประโยค

ขน้ั นำ
ครผู ้สู อนกล่าวทักทายนักเรียน และเกร่ินนำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเน้ือหาจากชั่วโมงที่ผ่าน

มา รวมถงึ ส่มุ นักเรยี นว่าได้มีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่

ข้ันสอน
การสอนแบบเน้นการเขียน โดยการทดสอบผเู้ รยี นเก่ยี วกับเร่ืองท่ีเรยี น
1. การทดสอบเขยี นคำศัพท์
这 、是、老师、请、喝、谢谢、不客气、工作、身体
2. ใหเ้ ขยี นประโยคภาษาไทยต่อไปนี้เปน็ ภาษาจนี
- เชิญนั่งลง
- น่คี อื คุณครหู วังใช่ไหม
- คุณทำงานยุ่งไหม
- เชญิ ดื่มชา
- ฉนั ชอบไปโรงเรยี น

ขั้นสรุป
ให้นักเรียนฝกึ ฝนการเขียนอักษรจีน โดยการเขียนตามภาษาไทยที่คุณครกู ำหนด

ชวั่ โมงที่ 5 การทบทวนการออกเสียงพยญั ชนะ สระ และวรรณยกุ ต์
ขั้นนำ

ครผู ู้สอนกลา่ วทักทายนักเรียน และเกร่นิ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนื้อหาจากช่วั โมงทผี่ า่ น
มา รวมถงึ สุ่มนักเรียนวา่ ได้มีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขน้ั สอน

การสอนเนน้ การเขยี นและการอ่านออกเสียงในภาษาจีนที่ถูกตอ้ งตามหลักการออกเสยี ง เพือ่ เปน็ การ
ทบทวนเสยี งพยญั ชนะภาษาจีนที่ใชบ้ อ่ ยในเน้ือหาบทเรียนนี้ คือการใช้ zh ch sh r

ขน้ั สรปุ

สุม่ นักเรยี นใหอ้ ธิบายก่ยี วกับเสียงพยญั ชนะท่ีได้เรียนรใู้ นคาบเรียนน้ี ใหก้ บั เพื่อนในห้องเรียนฟงั เพื่อ
เปน็ การทบทวนความรูท้ ีไ่ ด้รับในวันนี้

ขวั่ โมงที่ 6 ตวั เลขภาษาจนี

ข้นั นำ

ครผู ู้สอนกล่าวทกั ทายนกั เรยี น และเกร่นิ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนื้อหาจากชั่วโมงท่ผี ่าน
มา รวมถงึ สุม่ นักเรียนวา่ ไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่

ข้นั สอน

เนื่องจากภาษาจีนเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากขึ้น ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีจำนวนการเรียน
การสอนภาษาจีนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรียนแค่เฉพาะภาษาจีนตามสถาบันกวดวิชาต่างๆเพื่อให้
สามารถส่ือสารภาษาจนี ได้ หรอื ตามทส่ี ถานศึกษาตา่ งๆไดบ้ รรจวุ ชิ าภาษาจนี ลงไปในการเรียนการสอน เพื่อให้
ผู้เรียนได้เรียนรู้ท้ังภาษา และวัฒนธรรมตา่ งๆ ซึ่งรวมไปถึงผู้ทีม่ ีความชืน่ ชอบในด้านต่างๆของประเทศจีน ผู้ท่ี
ทำการคา้ กบั ชาวจีน หรอื ผู้ท่กี ำลงั ศึกษาภาษาจนี ด้วยตนเอง

ด้วยเหตผุ ลตามท่กี ล่าวมาข้างต้น จึงเกิดเป็นบทความท่ีมีเกรด็ ความรู้สำหรบั ผู้ทส่ี นใจภาษาจนี แต่ยัง
ไมร่ วู้ ่าจะเริม่ ตน้ ทจี่ ุดใดมาให้ได้อา่ น

วนั นีจ้ ะเร่มิ ต้นกันที่ ตัวเลข หรือการนบั เลขในภาษาจนี กลางกันค่ะ ซงึ่ บางทา่ นอาจจะยังไม่ทราบวา่
การอา่ นตัวเลขตามปา้ ยราคาสนิ ค้า หรอื การนบั เลขในภาษาจีนกลางท่เี ราสามารถนำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั นน้ั
เปน็ อยา่ งไร และจะยากหรือไม่ ลองมาดูกนั นะคะกบั การอ่านตวั เลขในภาษาจนี ตอนท่ี 1

หลกั หนว่ ย

12 3 45 6 78 9 0

一二 三 四五 六 七八 九 零

yī èr sān sì wǔ liù qī bā jiǔ ling

หลกั สบิ

10 20 30 40 50 60 70 80 90

十 二十 三十 四十 五十 六十 七十 八十 九十

shí èrshí sānshí sìshí wǔshí liùshí qīshí bāshí jiǔshí

หลกั รอ้ ย 300 400 500 600 700 800 900
100 200

一百 二百、两百 三百 四百 五百 六百 七百 八百 九百

yībǎi èrbǎi,liǎngbǎi sānbǎi sìbǎi wǔbǎi liùbǎi qībǎi bābǎi jiǔbǎi

**วธิ กี ารอ่าน และนับจำนวนเพิม่ เติม

การอ่านหลักสิบ ให้อ่านจำนวนหลักสิบก่อน แลว้ ตามดว้ ยหลักหนว่ ย ดังนี้

11 = 十一 shíyī

25 = 二十五 èrshíwǔ

44 = 四十四 sìshísì

การอา่ นหลักร้อย ให้อ่านจำนวนหลกั ร้อยก่อน แลว้ ตามดว้ ยหลกั สบิ กับหลักหนว่ ย ดังนี้

120 = 一百二十 yībǎi èrshí

145 = 一百四十五 yībǎi sìshíwǔ
และจะแบ่งออกเป็นกรณีพิเศษ ดงั น้ี

1. เม่อื อา่ นตวั เลขหลกั ร้อยท่ีมเี ลข “0” อยูต่ รงกลาง

101 = 一百零一 yībǎi líng yī

409 = 四百零九 sìbǎi líng jiǔ

2. เมอื่ อา่ นตัวเลขท่ีขึน้ ต้นด้วยเลข “2” ต้งั แตห่ ลักรอ้ ยขน้ึ ไป

200 = 两百 liǎng bǎi

222 = 两百二十二 liǎngbǎi èrshíèr

2,008 = 两千零八 liǎng qiān líng bā

250,000 = 二十五万 èrshíwǔ wàn

ขนั้ สรปุ

ครผู ้สู อนสรุปการใช้ 不 และสุม่ นักเรียนให้แต่งประโยคภาษาจีน โดยใช้คำศัพท์ที่ได้เรยี นในคาบ
เรียนน้ี

ชั่วโมงท่ี 7 แบบฝึกการอ่านออกเสียงและประโยค
ขั้นนำ

ครูผู้สอนกลา่ วทักทายนกั เรยี น และเกรน่ิ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนอื้ หาจากชัว่ โมงท่ผี า่ น
มา รวมถึงสมุ่ นกั เรยี นว่าไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขัน้ สอน

การสอนเน้นใหผ้ ้เู รียนลงมอื ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมดว้ ยตนเอง โดยการทำแบบฝกึ หัดท้ายบทเรยี น

ชัว่ โมงที่ 8 คำศัพทเ์ สริมในบทเรียน

ขน้ั นำ

ครผู ้สู อนกล่าวทักทายนักเรียน และเกรน่ิ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเนื้อหาจากชัว่ โมงที่ผา่ น
มา รวมถึงสุ่มนักเรียนว่าไดม้ ีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม

ขั้นสอน

การสอนเน้นการใช้ทักษะการอ่านออกเสยี งและการฝกึ การเขยี น 拼 音 พร้อมทง้ั แปลความหมาย
ภาษาไทย โดยมีคำศัพท์ ดงั นี้

อักษรจีน พินอนิ ความหมาย อักษรจนี พนิ อิน ความหมาย

请 qǐng เชิญ 是 shì เป็น,คือ,ใช้
座 zuò น่ัง 几 jǐ ก,ี่ เท่าไร
进 jìn เข้า 岁 suì อายุ
叫 jiào เรยี กว่า 多大 duōdà อายุเทา่ ไร
名字 míngzi ช่อื 都 dōu ทั้งหมด,ลว้ น
姓 xìng แซ่,นามสกุล 也 yě ก็,ก.็ ....จะ
贵 gùi แพง 吗 ma ไหม,ใชไ่ หม,เหรอ
贵姓 guìxìng นามสกุลอะไร 吧 ba ไหม,ใช่ไหม,เหรอ
什么 Shénme อะไร 啊 a ไหม,ใช่ไหม,เหรอ
谁 Shéi ใคร 呢 ne แล้ว....หล่ะ
的 de ของ 了 le แลว้
很 hěn มาก 泰国 tàiguó ประเทศไทย
高兴 gāoxìng ดีใจ,ยินดี 菲律宾 fēilǜbīn ประเทศฟิลิปปินส์
认识 rèn shì รจู้ ัก 缅甸 miǎndiàn ประเทศพม่า
们 men พวก 新加坡 xīnjiāpō ประเทศสิงคโปร์
真 zhēn จรงิ ๆ 越南 yuènán ประเทศเวียดนาม
好听 hǎotīng ไพเราะ ,น่าฟัง 柬埔寨 jiǎnpǔzhài ประเทศกัมพชู า
欢迎 huānyíng ยินดตี ้อนรบั yìndùníxīyà ประเทศอินโดนีเซีย
学习 xuéxí เรยี น 印度尼西亚 mǎláixīyà ประเทศมาเลเซยี
哪 nǎ ไหน lǎowō ประเทศลาว
国 guó ประเทศ 马来西亚 rén
老挝 คน


ขั้นสรุป
นักเรยี นทกุ คนอ่านออกเสียงคำศัพทท์ ่ีไดเ้ รียนในบทเรยี นนี้

ชัว่ โมงท่ี 9 บทเรียนเนื้อหาของคำศพั ท์เสริมในบทเรยี น

ขน้ั นำ

ครผู ูส้ อนกลา่ วทกั ทายนักเรยี น และเกริน่ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนอื้ หาจากชว่ั โมงท่ผี ่าน
มา รวมถึงสมุ่ นักเรียนวา่ ได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่

ขั้นสอน

การสอนเน้นการใช้ทักษะการอ่านออกเสียงที่ถูกต้องตามหลกั การอ่าน และการฝกึ พดู สนทนาภาษาจนี
โดยการใหผ้ ้เู รยี นจบั คสู่ นทนาภาษาจนี จากบทเรยี นท่ผี ู้เรยี นได้เรยี นรู้ ดงั น้ี

yǔ fǎ

❖ 语法:หลักภาษา

1.การถามชือ่ สกุล ถา้ เจอกนั คร้ังแรกเพ่ือเป็นการใหเ้ กียรติกับคนท่เี ราสนทนาดว้ ยมกั จะถาม
นามสกลุ ว่า

nínguìxìng ท่านแซ่อะไร

您贵 姓 ?

nǐ xìngshénme คณุ แซ่อะไร

你 姓 什 么?

nǐ de lǎoshīxìngshénme คุณครูของเธอแซ่อะไร

你的老师 姓 什 么?

nǐ jiàoshénme เธอช่ืออะไร

你叫 什 么?

nǐ jiàoshénmemíng zì เธอช่ือเรยี กว่าอะไร

你叫 什 么 名 字?

nǐ de míng zì jiàoshénme ชือ่ ของเธอเรยี กว่าอะไร

你的 名 字叫 什 么?

2. การบอกชือ่ ประเทศ และการถามตอบ

guó

2.1 ถ้าชอื่ ประเทศมพี ยางค์เดียวในการบอกชือ่ ประเทศจะมีคำวา่ 国 เสมอ เชน่

yīngguó ( ................................................)

英国

hánguó ( ................................................)

韩国

zhōngguó

中 国 ( ................................................)

měiguó ( ................................................)

美国

tàiguó

泰国 ( ................................................)

guó

2.2 ถา้ ชอ่ื ประเทศมสี องพยางคข์ ้ึนไปในการบอกชื่อประเทศไม่ต้องมีคำว่า 国 เชน่

rì běn ( ................................................)

日本

táiwān ( ................................................)

台湾

yì dà lì ( ................................................)

意大利

ขนั้ สรุป

เปน็ การฝึกผูเ้ รยี นโดยการได้ปฏิบตั ิจรงิ และเปน็ การทบทวนเน้อื หาในบทเรียน

ชว่ั โมงที่ 10 การใช้หลักไวยากรณ์ภาษาจีนเพ่อื มาเขยี นประโยคบทสนทนาภาษาจีน

ขั้นนำ

ครูผสู้ อนกล่าวทักทายนกั เรยี น และเกร่ินนำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเน้อื หาจากชัว่ โมงท่ีผา่ น
มา รวมถึงส่มุ นกั เรียนว่าไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่

ขน้ั สอน

1. นกั เรยี นเรียนรูร้ ปู ประโยคการถาม การตอบ ดงั เชน่
你叫什么名字?
我叫………………………。

2. นกั เรียนฝกึ พูดบทสนทนาตามครผู ้สู อน เพใ่ิ ห้นักเรียนได้ทำกจิ กรรมร่วมกนั จงึ ให้นักเรียนจับคฝู่ ึก
พดู ถาม-ตอบ สนทนาโต้ตอบกนั ไปมา ตามประโยคดงั น้ี

huìhuàkèwén
❖ 会 话 课 文 :บทสนทนา

xiǎomíng nǐ hǎo nǐ jiàoshénmemíng zì

小 明 :你 好 ,你 叫 什 么 名 字?

yángzhìmíng wǒjiàoyángzhìmíng

杨 志 明 :我 叫 杨 志 明 。

xiǎomíng nǐ xìngshénme

小 明 :你 姓 什 么?

yángzhìmíng wǒxìngyáng

杨 志 明 :我 姓 杨 。

xiǎomíng hěngāoxìngrènshi nǐ

小 明 : 很 高 兴 认 识你。

yángzhìmíng wǒyěhěngāoxìngrènshi nǐ

杨 志 明 :我也 很 高 兴 认 识你。
…………………………………………………………………………………..

xiǎomíng qǐngjìn

小 明 : 请 进!

yángzhìmíng lǎoshī nínhǎo wǒshìtàiguóxuéshēng

杨 志 明 :老 师,您 好 !我是泰 国 学 生 。

xiǎomíng nǐ hǎo qǐngzuò nǐ jiàoshénmemíng zì

小 明 :你 好 ! 请 坐 !你 叫 什 么 名 字?

yángzhìmíng wǒjiàoyángzhìmíng nǐ ne

杨 志 明 :我 叫 杨 志 明 ,你呢!

xiǎomíng hěngāoxìngrènshi nǐ

小 明 : 很 高 兴 认 识你。

yángzhìmíng rènshinín wǒyěhěngāoxìng qǐngwèn nínguìxìng

杨 志 明 :认 识您,我也 很 高 兴 ! 请 问 ,您 贵 姓 ?

xiǎomíng wǒxìngxiǎo wǒjiàoxiǎomíng nǐ yǒutàiwénmíng zì ma

小 明 :我 姓 小 ,我 叫 小 明 。你 有 泰 文 名 字吗?

yángzhìmíng yǒu wǒdetàiwénmíng zì jiào lǐ líng

杨 志 明 : 有 ,我的泰 文 名 字 叫 李 玲 。

xiǎomíng nǐ detàiwénmíng zì zhēnhǎotīng huānyíng nǐ láiwǒmenxué

小 明 :你的泰 文 名 字 真 好 听 ! 欢 迎 你来我 们 学

xiàoxué xí

校 学习

5. ให้นักเรยี นฝึกแปลบทสนทนาทีไ่ ดเ้ รยี นรู้

ขั้นสรปุ

เปน็ การฝกึ ผ้เู รียนโดยการได้ปฏิบตั จิ รงิ และเป็นการทบทวนเน้ือหาในบทเรยี น

ชวั่ โมงที่ 11 การใช้ 是

ข้ันนำ

ครูผ้สู อนกล่าวทกั ทายนกั เรยี น และเกร่นิ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเนือ้ หาจากช่ัวโมงท่ผี า่ น
มา รวมถึงสมุ่ นักเรียนวา่ ได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่

ขน้ั สอน

是 มคี วามหมายว่า เปน็ อยู่ คอื ซง่ึ ในภาษาองั กฤษ คือ verb to be ในภาษาจีนนน้ั จะใช้ 是 (shì)
เราจะมาเรียนรู้การแต่งประโยคในภาษาจีนท่ีบอกว่า เปน็ อยู่ คอื กัน โดยใชค้ ำว่า 是 (shì) ท่เี ช่ือมระหวา่ ง
คำนามเข้าดว้ ยกัน ดังนัน้ โครงสรา้ งประโยค คือ

1. ใช้ 是 ในประโยคบอกเล่าและปฏเิ สธ
ประธาน + 是 + คำนาม
ประธาน + 不 + 是 + คำนาม
我是学生。ฉันเปน็ นักเรยี น
我不是学生。ฉนั ไม่ไดเ้ ป็นนกั เรยี น

2. ใช้ 是 ในประโยคคำถาม
ประธาน + 是 + คำนาม + 吗 ?
ประธาน + 是 + 不 + 是 + คำนาม ?
你是学生吗?
เธอเป็นนกั เรยี นใช่ม้ยั ?
你是不是日本人?
เธอเป็นชาวญีป่ นุ่ หรอื เปลา่ ?

3. ในคำถามแบบให้เลือก
ประธาน + 是 + คำนาม + 还是 +คำนาม ?
他是学生还是老师?
เขาเป็นนกั เรยี นหรือวา่ คณุ ครู?
他是日本人还是中国人?
เขาเป็นชาวญปี่ ่นุ หรือวา่ ชาวจีน?

รวมศพั ทเ์ พ่ิมเติมในบทนี้
学生 = นักเรียน
日本人 = ชาวญปี่ นุ่
中国人= ชาวจนี

ขัน้ สรุป

ใหน้ ักเรยี นแตง่ ประโยคภาษาจีน โดยใช้คำศพั ท์ที่ได้เรียนมาในคาบเรยี นนี้

ชัว่ โมงท่ี 12 แบบฝกึ การพัฒนาตนเอง

ข้นั นำ

ครูผ้สู อนกล่าวทกั ทายนักเรยี น และเกร่ินนำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเน้อื หาจากชั่วโมงทผ่ี ่าน
มา รวมถงึ สมุ่ นักเรียนว่าไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่

ข้นั สอน

การสอนเน้นการสอนโดยการอธบิ ายและชี้แจงเกี่ยวกบั แบบเรยี นและแบบฝกึ หัดทา้ ยบทเรยี น ซง่ึ
แบบฝึกหดั ผู้เรียนได้ใช้ทักษะการเขียน การอ่านออกเสียง และใชค้ วามเข้าใจในการทำแบบเรยี นและ
แบบฝึกหดั ท้ายบทเรียน

1. ชแ้ี จงเรอื่ งการสอบเก็บคะแนนในครัง้ น้ี
2. ให้นกั เรียนปฏบิ ตั ติ ามคำสั่งท่ีครูผ้สู อนมอบหมาย
2.1. ใหน้ ักเรยี นเขยี นประโยคตอ่ ไปนเ้ี ปน็ อักษรจีน

1. nǐ hǎo! nín guìxìng?
____________________________________________________________

2. wǒ xìng lǐ, nǐ jiào shénme míngzì?
____________________________________________________________

3. wǒ shì tàiguó rén, nǐ ne?
____________________________________________________________
4. wǒ rènshì nǐ ma?
____________________________________________________________
5. wǒ shì wáng xiǎojiě.
_____________________________________________________

2.2. ให้นกั เรียนแปลประโยคตอ่ ไปนีเ้ ปน็ ภาษาไทย
1. 你好,你叫什么名字?

____________________________________________________________
2. 你是哪国人?

____________________________________________________________
3. 你也是中国人吗?

____________________________________________________________
4. 我们都是泰国人。
____________________________________________________________
5. 我明天见。
____________________________________________________________

2.3. ให้นักเรยี นเรยี งประโยคต่อไปนี้ให้ถกู ตอ้ ง

míng de zì jiào wǒ

1. 名 的 字 叫 我。

___________________________________________________________

wǒ guó shì bà ba zhōng rén

2. 我 国 是 爸爸 中 人。

___________________________________________________________

wǒ jiàn men tiān míng

3. 我 见 们 天 明。

___________________________________________________________

tā wǒ gē ge shì de péngyou

4. 他 我 哥哥 是 的 朋 友 。

___________________________________________________________

rén shì tài nǐ guó ma wǒ

5. 人 是 泰 你 国 吗 我

yě men shì guó tài rén

也们是国泰人

___________________________________________________________

2.4. ใหน้ ักเรียนเขียนประโยคต่อไปนเ้ี ปน็ ภาษาจีน

1 ผชู้ ายคนน้ันเป็นคนไทย

____________________________________________________
2 เธอรู้จักเขาหรือป่าว เขาชอ่ื อะไร

____________________________________________________
3. เพ่อื นของฉนั เขาเป็นคนจีน แฟนผ้ชู ายของเขาเปน็ คนไทย

____________________________________________________
4. คุณครูของเธอแซ่อะไร

____________________________________________________
5. เขาไม่ใชค่ ุณครูของฉนั แต่เขาเป็นเพื่อนของแม่ฉนั

___________________________________________________

ขน้ั สรปุ

โดยการเขยี นทำแบบทบทวนและเขยี นใหน้ ักเรียนดูอกี คร้ัง เพือ่ ให้นกั เรยี นไดเ้ ห็นและเป็นการทบทวน
อกี คร้ัง

9. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้

- เอกสารประกอบการเรียน

- ส่อื อนิ เทอร์เนต็ / VDO ออกเสยี งตามเจา้ ของภาษา

- สอ่ื การสอน Power Point

- แบบฝึกหัดท้ายทบเรียน

10. การวัดและประเมินผล

ประเดน็ การประเมิน เครื่องมอื /วิธีการประเมิน เกณฑ์การประเมนิ
-
ทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรยี น
ต้งั ใจ
ทำการทดลอง สงั เกต ผา่ นร้อยละ 80

ทดสอบหลงั เรยี น แบบทดสอบหลังเรยี น

11. บันทึกผลหลงั การจดั การเรียนรู้

11.1 สรุปผลการจัดการเรียนรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.2 ปญั หา/อุปสรรค

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.3 แนวทางแก้ไข /แนวทางการพฒั นา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ..........................................................ครผู ู้สอน
( นางสาวสุธาภรณ์ วรกาญจนกลุ )
ตำแหน่ง ครู

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 4

รายวิชา ภาษาจนี 1 รหสั วชิ า จ31201 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4
เรอ่ื ง 你吃什么 (คณุ กนิ อะไร) จำนวน 12 ช่ัวโมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ดั /ผลการเรียนรู้

ตวั ชวี้ ดั /ผลการเรียนรู้
ผลการเรยี นรู้ท่ี 2 อ่านออกเสยี งข้อความ ขา่ ว โฆษณาและบทร้อยกรอง ตามหลกั การอ่าน
ผลการเรียนรทู้ ี่ 5 พูด หรือเขียนแสดงความต้องการ ขอ และให้ความชว่ ยเหมอื ตอบรบั หรือ
ปฏิเสธในสถานการณ์ ต่างๆ
ผลการเรยี นรทู้ ่ี 10 เปรยี บเทยี บและอธบิ ายความแตกต่างระหวา่ งโครงสรา้ งประโยค สำนวนภาษา
ของภาษาจีนกบั ภาษาไทย

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นร้สู ตู่ วั ชวี้ ดั /ผลการเรียนรู้

นักเรยี นสามารถอ่านออกเสียงขอ้ ความ ขา่ ว โฆษณาและบทร้อยกรอง ตามหลักการอ่าน พูด หรอื
เขยี นแสดงความต้องการ ขอ และให้ความชว่ ยเหมือตอบรบั หรือปฏเิ สธในสถานการณ์ ต่างๆ และสามารถ
เปรียบเทยี บและอธิบายความแตกต่างระหว่างโครงสร้างประโยค สำนวนภาษาของภาษาจนี กับภาษาไทย

3. สาระสำคัญ (เนื้อหา)
1. คำศัพท์ สำนวนภาษา ประโยค และขอ้ ความท่ีใช้ในการขอและใหข้ ้อมูลเกยี่ วกบั อาหาร การ

สอบถามราคาสนิ คา้
2. การเปล่ียนเสียง 一
3. การใช้ ......吧
4. คำลักษณะนาม 两
5. การเขยี นตัวอักษรจีน

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ (K)
ผู้เรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับการใช้ 一 และความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั การใช้ 吧/ 两 ได้

อย่างถูกต้องและ เหมาะสมพรอ้ มทง้ั สามารถนำไปปรบั ใช้ในชวี ิตประจำวันได้

4.2 ทักษะ/กระบวนการ( P ) (วิธีการและขน้ั ตอนท่ีใช้ดำเนินการคน้ คว้าหาความร)ู้

ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาเพอ่ื การส่ือความหมายของตนเองได้ สามารถนำหลกั ภาษาทไี่ ด้เรยี นรูไ้ ปใช้

ประโยชน์ได้จริง(

4.3 คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค(์ A )

 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์  ซ่ืออสตั ย์ สจุ ริต

 มวี นิ ัย  ใฝ่เรียนรู้

 อยู่อย่างพอเพียง  มุ่งม่นั ในการทำงาน

 รักความเป็นไทย  มจี ิตสาธารณะ

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน  ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการส่อื สาร  ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
 ความสามารถในการแก้ปญั หา
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21  ใสใ่ จนวตั กรรม
 แกป้ ญั หาเปน็
6.1 ทักษะด้านการเรยี นรแู้ ละนวัตกรรม  เตม็ ใจรว่ มมือ

 คิดสร้างสรรค์  รู้เทา่ ทนั สือ่
 มีวจิ ารณญาณ  ฉลาดส่อื สาร
 สื่อสารดี
6.2 ทักษะด้านสารสนเทศ ส่ือ เทคโนโลยี  รจู้ ักปรบั ตัว
 ใสใ่ จดแู ลตนเอง
 อัพเดตทุกข้อมูลข่าวสาร  เรยี นรู้วฒั นธรรม
 รอบรู้เทคโนโลยสี ารสนเทศ  รับผิดชอบหนา้ ที่
6.3 ทกั ษะชวี ิตและอาชีพ  หมั่นหาความรู้รอบด้าน

 มคี วามยืดหยุ่น
 ริเร่มิ สง่ิ ใหม่
 รูจ้ กั เข้าสงั คม
 มีความเป็นผู้นำ
 พัฒนาอาชพี

7. แนวทางการบูรณาการ การจดั การเรยี นรู้  โรงเรียนสง่ิ แวดล้อม
 โรงเรยี นสจุ รติ /ต้านทจุ รติ
 หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง  สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
 โรงเรียนคุณธรรม
 บรู ณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้
 บรหิ ารจัดการช้ันเรียนเชิงบวก

8. การจดั กจิ กรรม /กลยทุ ธ์/วธิ ีการ/รูปแบบการจัดการเรยี นรู้

ช่วั โมงท่ี 1 เรียนร้คู ำศัพทใ์ หมใ่ นบทเรียน
ข้ันนำ

ครผู สู้ อนกลา่ วทกั ทายนกั เรยี น และเกร่นิ นำบทเรยี น โดยใช้ภาษาไทยเชอ่ื มโยงกบั เนื้อหาในบทเรยี นนี้
และมคี วามเชื่อมโยงกบั คำศพั ท์ในบทเรียน และยกตวั อย่างท่นี กั เรยี นสามารถมองเหน็ ภาพได้อย่างชัดเจน
ขั้นสอน

การสอนแบบอธบิ าย โดยเนน้ ความรู้และความเขา้ ใจในการเรียนรคู้ ำศัพท์ เกีย่ วกับการถามชือ่ ดังนี้

ขัน้ สรุป
ใหน้ กั เรียนทกุ คนอา่ นคำศพั ท์ท่ีไดเ้ รียนในบทเรยี นน้ี เพื่อให้นักเรียนไดใ้ ชท้ ักษะการอา่ นออกเสยี ง

ชั่วโมงท่ี 2 รูปประโยคและการนำไปใช้
ขน้ั นำ

ครผู สู้ อนกลา่ วทกั ทายนักเรียน และเกรน่ิ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนื้อหาจากชวั่ โมงที่ผา่ น
มารวมถึงสุ่มนักเรียนว่าไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน

การสอนแบบการอา่ นบทสนทนาหรอื พูดบทสนทนาได้ ทำความเขา้ ใจกบั เน้ือหาโดยมีรูปแบบ
ประโยคการเขยี น ดงั นี้

ขั้นสรปุ
ใหน้ ักเรยี นจับคู่พดู บทสนทนาตอ่ ไปน้ี โดยนักเรียนทุกคนรว่ มทำกจิ กรรม

ชวั่ โมงที่ 3 ไวยากรณ์ในบทเรียนแต่งบทสนทนา 一[yī]
ขัน้ นำ

ครูผูส้ อนกล่าวทกั ทายนกั เรยี น และเกรนิ่ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเน้ือหาจากช่วั โมงทผ่ี า่ น
มา รวมถงึ สมุ่ นกั เรยี นวา่ ได้มีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน

การสอนแบบใชท้ ักษะการเรียน เพื่อมีความต่อเนื่องจากเน้ือหาในบทเรียนครั้งที่แล้วจึงมกี ารให้ผเู้ รียน
ไดท้ ำกจิ กรรมรว่ มกนั นน้ั ก็คือการจบั คฝู่ กึ การแตง่ บทสนทนาภาษาจีนโดยใชค้ ำศัพทใ์ นบทเรยี นที่นักเรียนได้
เรียนรู้แลว้ และการใชร้ ูปแบบการเขยี นประโยคในบทเรียน นำมาเขียนใหเ้ ปน็ บทสนทนาของคู่ตนเอง
การออกเสียง 一[yī] (ปกตเิ ราจะออกเสียงคำนเ้ี ป็นเสียงหนงึ่ )

1.1 การออกเสยี ง 一 [yī] เป็นเสียงหนง่ึ (第一声/阴平)
• เมื่ออย่เู ด่ยี วๆ เช่น

o 一 [yī]

• เม่ือเป็นลำดบั ท่ี (序数) เช่น

o 第一 [dì yī]

• เมอื่ อยู่ท้ายประโยค เชน่

o 初一 [chū yī]

o 统一 [tǒng yī]

1.2 การออกเสียง 一 [yí] เปน็ เสียงสอง (第二声/阳平)
• เม่ือวางอยหู่ น้าเสยี งส่ี (第四声/去声) เช่น

o 一面 [yí miàn]

o 一切 [yí qiè]

o 一个 [yí gè]

1.3 การออกเสยี ง 一 [yì] เปน็ เสียงสี่ (第四声/去声)
• เมอื่ วางอยหู่ นา้ เสียงหนึง่ (第一声/阴平), เสยี งสอง (第二声/阳平) และ

เสียงสาม (第三声/上声) เชน่

o 一般 [yì bān]

o 一时 [yì shí]

o 一无所有 [yì wú suǒ yǒu]

1.4 การออกเสยี ง 一 [yi] เปน็ เสยี งเบา (轻声)
• เม่อื วางอยู่ระหวา่ งคำกริยาซ้ำกนั สองตัว เชน่

o 说一说 [shuō yi shuō]

o 学一学 [xué yi xué]

o 看一看 [kàn yi kàn]

o 找一找 [zhǎo yi zhǎo]

การนำไปใชส้ ามารถใชร้ ว่ มกับอักษรภาษาจนี คำอืน่ ๆได้อีกด้วย เช่น โครงสร้างประโยค
“一.....就.....” แปลวา่ อะไร? ใช้ยังไง ? มาดกู ัน...พดู งา่ ยๆกค็ ือ โครงสรา้ งประโยค 一.....就..... แสดงถงึ
การกระทำที่ 2 เกิดข้นึ ต่อจากการกระทำท่ี 1 อย่างรวดเร็ว

- ตัวอยา่ งการใช้ -
她一看到我就哭了。
พอเธอเหน็ ฉนั กร็ อ้ งไห้ทนั ทีเลย
他一到家就给我来了电话。
พอเขาถงึ บา้ นกโ็ ทรหาฉันทันทเี ลย
姐姐一毕业就结婚了。
พอพีส่ าวเรยี นจบกแ็ ต่งงานทันทีเลย

ขั้นสรุป
ใหน้ กั เรยี นจับคู่พดู บทสนทนาตอ่ ไปนี้ โดยนักเรียนทกุ คนร่วมทำกจิ กรรม

ชว่ั โมงที่ 4 การเขยี นรปู ประโยค 一[yī]
ข้ันนำ

ครูผู้สอนกล่าวทกั ทายนกั เรียน และเกร่ินนำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนือ้ หาจากชวั่ โมงที่ผา่ น
มา รวมถงึ สุ่มนกั เรียนว่าได้มีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน

การสอนเนน้ การเขยี นเปน็ หลักเพ่ือให้ผู้เรียนสามารถแก้ปัญหา และมีความคิดสร้างสรรค์รจู้ กั
ปรบั เปลย่ี นเรียนรู้คำสัพท์มาเขียนใหเ้ กิดประโยคการสนทนา และถูกตอ้ งตามหลกั การเขียน

คำสันธาน (连词 คำเชอื่ ม) ท่ีใช้บอ่ ย
一边 …… 一边……. กบั 一面 …….. 一面 ……. ใชต้ ่างกนั หรือไม่ ?

คำสันธานสองคนู่ ้ี เป็นคำสนั ธานทเี่ ชอ่ื มคำกริยา เชื่อมการกระทำสองอยา่ งเข้าดว้ ยกนั เพ่ือสอื่ ว่า
ประธานทำอะไรสองอย่าง(หรือมากกว่าสองอย่าง)ในเวลาเดียวกนั

…ทำ … (อยา่ งน)้ี ….. ขณะเดียวกนั กท็ ำ …(อย่างน้ี)… ไปด้วย
โดยพ้นื ฐานแล้ว 一边 …… 一边……. กบั 一面 ..….. 一面 ……. เปน็ คำเหมอื น
(同义词)ที่ใชเ้ หมือนกัน ตัวอยา่ ง

一边说一边笑。 / 一面说一面笑。
คุยไปหวั เราะไป
一边学习,一边工作挣钱。 / 一面学习,一面工作挣
钱。

เรียนไปด้วยทำงานหาเงนิ ไปด้วย
一边看书,一边思考 / 一面看书,一面思考。

อ่านไปดว้ ย คิดไปด้วย (อ่านไปคดิ ไป)

一边举办展览, 一边卖商品。 / 一面举办展览,

一面卖商品。จดั นิทรรศการไปด้วย ขายสินคา้ ไปด้วย

他一面做作业,一面看电视,一点儿都不用心。

เขาทำการบา้ นไปดว้ ย ดทู ีวีไปด้วย ไม่ได้ต้ังใจทำเลย

ขน้ั สรุป
ให้นกั เรียนฝึกฝนการเขยี นอักษรจีน โดยการเขียนตามภาษาไทยที่คุณครกู ำหนด

ชัว่ โมงท่ี 5 การทบทวนการออกเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยกุ ต์

ข้ันนำ
ครูผสู้ อนกลา่ วทกั ทายนกั เรยี น และเกร่ินนำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนื้อหาจากชวั่ โมงท่ีผ่าน

มา รวมถงึ สุม่ นักเรยี นว่าไดม้ ีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน

การสอนเนน้ การเขยี นและการอา่ นออกเสยี งในภาษาจีนที่ถูกต้องตามหลกั การออกเสยี ง เพ่ือเป็นการ
ทบทวนเสียงพยัญชนะภาษาจีนทใี่ ชบ้ อ่ ยในเน้ือหาบทเรียนนี้



ขนั้ สรุป

สุ่มนักเรยี นให้อธิบายก่ยี วกับเสียงพยัญชนะท่ีได้เรียนรูใ้ นคาบเรียนนี้ ให้กบั เพื่อนในห้องเรียนฟังเพ่ือ
เปน็ การทบทวนความรู้ที่ไดร้ ับในวนั นี้

ชั่วโมงที่ 6 คำศัพทเ์ สริมในบทเรยี นเกยี่ วกบั อาหาร และการแปลบทความ

ข้นั นำ

ครผู สู้ อนกล่าวทกั ทายนกั เรยี น และเกริ่นนำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเนื้อหาจากช่ัวโมงที่ผา่ น
มา รวมถงึ สุ่มนักเรียนวา่ ไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่

ขน้ั สอน

การสอนเน้นการส่อื สารถาม - ตอบ เกีย่ วกับภาษาจนี 这是/那是 และการเติมคำศัพท์ให้
ประโยคในภาษาจนี มคี วามถูกตอ้ งและเข้าใจง่ายมากขึน้ เมื่อผเู้ รียนสามารถส่ือสารไดแ้ ล้วนน้ั ผู้เรียนจงึ
จำเป็นตอ้ งแปลในส่ิงที่ผูเ้ รยี นไดย้ ินอีกดว้ ย ถงึ จะเป็นการเรียนรู้ทคี่ รบ 4 ทักษะของผู้เรยี น

ขั้นสรุป

ครูผสู้ อนสรุปเนื้อหาในบทเรยี น แลว้ ใหน้ ักเรยี นคำศัพท์ในแบบฝึกเปน็ ภาษาไทย

ชว่ั โมงท่ี 7 คำศพั ทเ์ สรมิ ในบทเรียน

ขน้ั นำ
ครูผูส้ อนกล่าวทกั ทายนักเรยี น และเกริ่นนำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเน้อื หาจากชัว่ โมงทผ่ี า่ น

มา รวมถงึ สุ่มนักเรียนวา่ ได้มีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน

การสอนเน้นการใช้ทกั ษะการอ่านออกเสียงและการฝกึ การเขยี น 拼音 พร้อมทงั้ แปลความหมาย
ภาษาไทย โดยมีคำศัพท์ ดงั นี้

ขน้ั สรปุ
ทบทวนโดยการอ่านคำสัพทภ์ าษาจีน พร้อมแปลภาษาไทย และสุ่มนกั เรียนใหแ้ ต่งประโยคโดยการใช้

คำศัพท์ท่ีเรยี น

ช่ัวโมงท่ี 8 บทเรียนเนื้อหาของคำศัพทเ์ สรมิ ในบทเรียน

ขน้ั นำ

ครูผู้สอนกลา่ วทกั ทายนักเรียน และเกร่ินนำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเนือ้ หาจากชว่ั โมงทผี่ ่าน
มา รวมถึงสมุ่ นกั เรียนว่าได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม

ขั้นสอน

การสอนเนน้ การใชท้ ักษะการอา่ นออกเสยี งท่ีถูกต้องตามหลักการอ่าน และการฝึกพูดสนทนาภาษาจนี
โดยการใหผ้ ้เู รยี นจบั คู่สนทนาภาษาจนี จากบทเรยี นทีผ่ เู้ รยี นได้เรยี นรู้ ดงั น้ี

ข้ันสรปุ

นกั เรียนทกุ คนอา่ นออกเสยี งคำศัพท์ที่ไดเ้ รยี นในบทเรยี นนี้

ชว่ั โมงที่ 9 การใช้หลกั ไวยากรณ์ภาษาจนี เพือ่ มาเขียนประโยคบทสนทนาภาษาจีน การใช้ 吧

ขน้ั นำ

ครูผู้สอนกล่าวทกั ทายนักเรยี น และเกรนิ่ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนอื้ หาจากช่วั โมงท่ีผ่าน
มา รวมถงึ สุ่มนักเรียนวา่ ไดม้ ีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่

ขั้นสอน

การใช้ศพั ท์เสริมน้ำเสยี ง 吧 ในภาษาจีน
คำว่า 吧=ba (ปา) ในภาษาจีนเป็นคำที่ไม่มีความหมายชัดเจนเมื่ออยู่เดี่ยวๆ แต่เมื่อนำมาใช้ใน
ประโยคจะเป็นคำท่ชี ว่ ยทำให้ประโยคกระชบั หนักแนน่ และดูมชี ีวติ ชวี า ถือเปน็ คำชว่ ยเสรมิ นำ้ เสยี งให้ประโยค
ทพ่ี ูดหรอื เขยี นน่าฟงั นา่ อ่านมากขนึ้ คำว่า 吧 จะมีตำแหนง่ อยู่ทา้ ยประโยค จะใชใ้ นประโยคทบี่ อกให้ทำสิงใด
สิ่งหนึ่ง ชวนทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง บอกให้รู้ รวมทั้งในประโยคที่เป็นการถามยืนยันหรือคาดคะเน ดูตัวอย่างการใช้
คำศพั ท์เสรมิ น้ำเสยี ง 吧 ไดต้ ่อไปนี้ครบั

การใชศ้ พั ทเ์ สรมิ น้ำเสียง 吧 ในภาษาจนี
1. 快 上 车 吧! (รีบขึ้นรถเรว็ เข้า!)
2. 快 上 飞 机 吧。 (รีบขนึ้ เคร่ืองเถอะ)

3.上 船 吧。(ขนึ้ เรอื ได้แล้ว)
4. 我 们 去 吃 饭 吧。 (เราไปทานขา้ วกนั เถอะ)
5. 我 们 去 吧! (พวกเราไปกนั เถอะ!)

การใชค้ ำลงท้ายท่มี ีความหมายและหลกั การใชเ้ หมอื น 吧 ก็ยงั มี 吗 และ 呢 เพราะเปน็ คำเสรมิ ท่ี
ออกเสยี งคล้ายกันและมีความหมายคลา้ ยกนั จนไปถึงหลกั การใชท้ มี่ ีความเหมือนกนั เช่น อยา่ งเวลาเราพูด
ภาษาไทย เชน่ ชวนเพ่อื นไปดูหนงั เราก็ชอบพูดวา่ "ไปดหู นังกนั เถอะ" หรอื "กนิ ขา้ วกันป่ะ" คำว่า "เถอะ"

หรอื "ปะ่ " เน่ยี ถ้ามีคนตา่ งชาติมาถามเราว่าแปลว่าไร? สยุ่ หลินวา่ เรามีนงงไปแปดตลบ จะอธบิ ายไงดหี วา่ ?
1. คำแรกเลย 吧 [ba] คำนีจ้ ะเหน็ บอ่ ยแบบสุดๆ เลยน้า ใช้เหมอื นเปน็ ลักษณะแนะนำหรือเชญิ ชวนใหค้ น

ที่เราพูดด้วยทำอะไรบางอย่าง ซ่ึงฟงั แล้วกเ็ ป็นมติ รและสภุ าพกว่าการสงั่ ตรงๆ ถา้ เทียบกับภาษาไทยกแ็ ปลได้
ว่า "เถอะ" หรือ"กันเถอะ" ทำนองนี้ การใช้ 吧 น้ันไม่ไดเ้ ป็นประโยคคำถาม ดงั น้นั เวลาเขยี นกล็ งทา้ ย
ดว้ ย 。เช่น 我们出去吃饭吧。 [wǒ men chū qù chī fàn ba] จะแปลว่า พวก
เราออกไปกนิ ข้าวกัน"เหอะ" หรือจะ "เถอะ" ก็ย่อมได้

2. คำที่สอง 吗 [ma] 吗 น้ใี ชต้ ่อท้ายประโยคท่ีเป็นคำถามค่ะ คนถามกต็ ้องการคำตอบ ถา้ ไม่ตอบ
เค้าอาจมเี สียใจหรอื มีงอนกนั ได้ ถ้าเทียบกับคำไทย ก็ "ไหม" หรือ "มย๊ั " วธิ กี ารใช้ช่างเหมอื นภาษาไทยเด๊ะๆ
คอื ต่อทา้ ยประโยค คำตอบก็คอื yes หรอื no กับคำถามนั้นนัน่ และ เชน่ 你知道了吗? [nǐ
zhīdàole ma] เธอเข้าใจแล้วใช่มย๊ั ?

3. คำทีส่ าม 呢 (ne) 呢 น้พี เิ ศษกว่าชาวบ้านเค้าค่ะ ใช้ได้หลากหลายแนวนะ เชน่
• เปน็ คำถามที่ถามความคิดเห็นให้ตอบตามใจชอบ แปลเปน็ ไทยกป็ ระมาณวา่ "....ละ่ "

我吃饭了,你呢? [wǒ chīfàn le. nǐ ne?] ชัน้ กินขา้ วแลว้ , เธอล่ะ?
• เป็นคำถามแบบแนะนำชักชวนกลายๆ คะ่ ออกแนวซอฟท์ๆ

今天天气太好了,你 为什么不出去 玩儿呢?

[jīntiān tiānqì tài hǎole, nǐ wèishéme bù chūqù wán er ne?]

วันน้ีอากาศดจี ัง ทำไมเธอไม่ออกไปเทยี่ วข้างนอกมงั่ ล่ะ?
• เตมิ ท้ายคำถามทำใหด้ ูซอฟท์ลง ประหนง่ึ ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม (จะไม่มี 呢 กไ็ ด้ แต่จะ

ดแู ข็งๆ แห้งๆ หน่อยนึง)这是谁的笔呢?[zhè shì shéi de bǐ ne?]นีป่ ากกาใครล่ะ
• นอกจากน้ี 呢 ก็ใชใ้ นประโยคบอกเล่าก็ได้อีกนะคะ เช่น 我正吃饭呢。

[wǒ zhèng chīfàn ne]ช้นั กนิ ข้าวอยลู่ ะ่ เปน็ การเนน้ กรยิ าว่ากำลงั ทำอยู่

ชว่ั โมงที่ 10 การใช้หลักไวยากรณ์ภาษาจนี เพอื่ มาเขียนประโยคบทสนทนาภาษาจีน การใช้ 两

การสอนเน้นการใช้ภาษาจนี ใหถ้ ูกต้อง โดยเฉพาะคำท่ีมีความหมายเหมือนกันแตก่ ารนำไปใชห้ รอื การ
เรียนรนู้ ั้นต่างกนั เชน่ คำว่า 二 และ 两

二 (èr/เอ้อร)์ และ 两 (liǎng/เหลย่ี ง) ในภาษาไทยลว้ นหมายถึง 'สอง' แต่อักษรสองตัวนี้
กลับมีวิธีใช้ทีแ่ ตกตา่ งกันในภาษาจีน น่นั คอื

二 (èr/เออ้ ร์) จะใชบ้ อกตัวเลข หมายเลข และลำดบั ท่ี เช่น
• 二十 (èrshí /เออ้ ร์สอื ) ย่ีสิบ
• 十二 (shí èr/สอื เออ้ ร์) สบิ สอง
• 二五二七 (èr wǔ èr qī /เออ้ ร์ อู่ เออ้ ร์ ชี) สองหา้ สองเจด็
• 第二 (dì'èr/ต้ี เอ้อร)์ ลำดับที่2

两 (liǎng/เหลีย่ ง) จะใช้บอกจำนวน จะวางหนา้ ลักษณะนาม เชน่ 两 + ลักษณะนาม + คำนาม
• 两本书 (liǎng běn shū/เหลยี ง เปน่ิ ซ)ู หนงั สือ 2 เล่ม
• 两张床(liǎng zhāng chuáng/เหลย่ี ง จัง ฉวง) เตยี ง 2 เตียง
• 两个苹果 (liǎng ge píngguǒ/เหลย่ี ง เกอ ผงิ กัว่ ) แอปเป้ิล 2 ลกู
• 两杯啤酒 (liǎng bēi píjiǔ/เหลย่ี ง เปย ผีจ่วิ ) เบียร์ 2 แก้ว
• 两天 (liǎng tiān/เหลีย่ ง เทียน) 2 วนั

两 + หลกั เลข
• 两百 (liǎng bǎi/เหลียง ไป)่ สองร้อย
• 两千 (liǎng qiān/เหลย่ี ง เชียน)สองพนั
• 两万 (liǎng wàn/เหลยี่ ง วั่น) สองหมืน่

ขั้นสรปุ
เป็นการฝกึ ผู้เรยี นโดยการได้ปฏิบตั ิจรงิ และเป็นการทบทวนเน้อื หาในบทเรยี น

ชว่ั โมงที่ 11 แบบฝึกการพัฒนาตนเอง

ขน้ั นำ
ครผู ู้สอนกลา่ วทักทายนกั เรยี น และเกริน่ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเน้อื หาจากชว่ั โมงทผี่ ่าน

มา รวมถงึ สุม่ นักเรยี นว่าได้มีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ข้นั สอน

การสอนเน้นการสอนโดยการอธิบายและช้ีแจงเก่ียวกบั แบบเรียนและแบบฝกึ หัดทา้ ยบทเรียน ซ่งึ
แบบฝึกหัดผ้เู รียนได้ใชท้ กั ษะการเขียน การอา่ นออกเสียง และใช้ความเขา้ ใจในการทำแบบเรียนและ
แบบฝึกหดั ท้ายบทเรียน



ขั้นสรุป
เป็นการฝึกผเู้ รียนโดยการได้ปฏบิ ัตจิ รงิ และเป็นการทบทวนเนือ้ หาในบทเรยี น

ชัว่ โมงท่ี 12 ทดสอบหลังเรียน

ชั่วโมงท่ี 11 การใช้ 是

ขั้นนำ
ครูผู้สอนกลา่ วทกั ทายนักเรียน และเกรนิ่ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเนอ้ื หาจากชั่วโมงที่ผ่าน

มา รวมถึงสุ่มนักเรียนว่าไดม้ ีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขนั้ สอน

การสอนเน้นการใชท้ ักษะการเขยี น โดยใหผ้ ้เู รยี นได้นำคำศพั ทเ์ กยี่ วกับคำบทเสรมิ เชน่ 一、
吧、两 มาแตง่ บทสนทนาภาษาจนี ให้เกดิ ความถกู ต้องในหลักการเขยี นภาษาจีน โดยการเป็นประโยค
คำถาม คำตอบ ประโยคบอกเล่าและประโยคปฏเิ สธ

ข้ันสรปุ
โดยการเขยี นทำแบบทบทวนและเขียนให้นักเรียนดูอีกครั้ง เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นไดเ้ หน็ และเป็นการทบทวน

อกี คร้ัง
9. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้

- เอกสารประกอบการเรียน
- สอ่ื อินเทอรเ์ นต็ / VDO ออกเสียงตามเจ้าของภาษา (ผ่านชอ่ งทาง YouTube )
- สอื่ การสอน Power Point (ผา่ นการเรียนการสอน Google Meet , Group line , Zoom)
- แบบฝกึ หัดทา้ ยทบเรียน (ผา่ น Google Classroom )

10. การวัดและประเมนิ ผล เคร่ืองมือ/วธิ กี ารประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
ประเด็นการประเมนิ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ต้ังใจ
พฤติกรรมการเรียนรู้ การอา่ นออกเสียง และการเขียน
ผา่ นร้อยละ 60
การประเมินผลจากสภาพจรงิ ตวั อักษรจนี
แบบสังเกตพฤติกรรมผูเ้ รยี น ผา่ นรอ้ ยละ 80
การปฏบิ ัติกจิ กรรม

11. บันทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้

11.1 สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.2 ปัญหา/อุปสรรค

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.3 แนวทางแก้ไข /แนวทางการพฒั นา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ..........................................................ครูผ้สู อน
( นางสาวสุธาภรณ์ วรกาญจนกุล)
ตำแหน่ง ครู

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5

รายวิชา ภาษาจีน 1 รหัสวิชา จ31201 กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5
เรื่อง 我换人民币 (ฉันแลกเงินจีน) จำนวน 11 ชั่วโมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวดั /ผลการเรียนรู้

ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้
ผลการเรียนร้ทู ่ี 11 เปรยี บเทียบและอธบิ ายความเหมือน ความแตกตา่ งระหว่างชีวติ ความเปน็ อยู่
ความเชอื่ และวฒั นธรรมจีนกบั ไทย
ผลการเรยี นรทู้ ่ี 12 ค้นควา้ รวบรวม และสรปุ ข้อมูลหรือข้อเท็จจรงิ ทเ่ี กีย่ วข้องกับกล่มุ สาระการ
เรียนรอู้ นื่ จากแหลง่ เรยี นรู้และนำเสนอด้วยวธิ กี ารท่ีหลากหลาย

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้สตู่ วั ชีว้ ดั /ผลการเรียนรู้
นักเรยี นสามารถเปรียบเทยี บและอธบิ ายความเหมือน ความแตกตา่ งระหว่างชีวติ ความเป็นอยู่ ความ

เช่อื และวัฒนธรรมจีนกบั ไทย และค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูลหรือข้อเทจ็ จริงที่เกีย่ วข้องกบั กลมุ่ สาระการ
เรียนรู้อน่ื จากแหล่งเรียนรู้และนำเสนอด้วยวธิ กี ารที่หลากหลาย

3. สาระสำคญั (เนื้อหา)
1. คำศพั ท์ สำนวนภาษา ประโยค และขอ้ ความที่ใช้ในการขอและให้ข้อมลู เก่ยี วกบั การแลกเงนิ
2. การใช้ 先生 และ 小姐
3. การใช้ 等一会儿
4. การออกเสยี งวรรณยกุ ตท์ ่ีมเี สยี ง 3 ตดิ กนั 3 ตวั
5. การเขยี นตวั อักษรจีน

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ (K)

ผู้เรียนมีความร้คู วามเขา้ ใจเกี่ยวกับการใช้ 先生 และ 小姐 และความรู้ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั การ

ใช้ 等一会儿 และ การออกเสยี งวรรณยุกต์ทม่ี ีเสียง 3 ซำ้ กัน ได้อยา่ งถูกต้องและ เหมาะสมพร้อมทง้ั
สามารถนำไปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้

4.2 ทักษะ/กระบวนการ( P ) (วธิ ีการและข้นั ตอนท่ใี ช้ดำเนินการคน้ ควา้ หาความร)ู้
ผเู้ รียนสามารถใชภ้ าษาเพอื่ การส่ือความหมายของตนเองได้ สามารถนำหลกั ภาษาทไ่ี ด้เรยี นรู้ไปใช้
ประโยชนไ์ ด้จรงิ

4.3 คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์( A )  ซอ่ื อสัตย์ สจุ รติ
 รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  ใฝเ่ รยี นรู้
 มวี นิ ยั  มุ่งมนั่ ในการทำงาน
 อยูอ่ ย่างพอเพยี ง มจี ิตสาธารณะ
 รกั ความเปน็ ไทย

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน  ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการสือ่ สาร  ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21  ใสใ่ จนวัตกรรม
 แก้ปญั หาเปน็
6.1 ทกั ษะด้านการเรยี นรู้และนวัตกรรม  เตม็ ใจร่วมมอื

 คดิ สร้างสรรค์  รเู้ ท่าทนั ส่อื
 มีวิจารณญาณ  ฉลาดสอื่ สาร
 ส่ือสารดี
6.2 ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ เทคโนโลยี  รู้จักปรับตัว
 ใส่ใจดูแลตนเอง
 อัพเดตทุกข้อมลู ข่าวสาร  เรียนรู้วฒั นธรรม
 รอบรเู้ ทคโนโลยีสารสนเทศ  รบั ผดิ ชอบหน้าท่ี
6.3 ทักษะชวี ิตและอาชีพ  หม่ันหาความรู้รอบด้าน

 มีความยดื หยนุ่
 รเิ ริม่ ส่งิ ใหม่
 รูจ้ ักเขา้ สังคม
 มีความเป็นผู้นำ
 พฒั นาอาชพี

7. แนวทางการบูรณาการ การจดั การเรียนรู้  โรงเรียนสิง่ แวดล้อม
 โรงเรยี นสุจรติ /ต้านทจุ รติ
 หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
 โรงเรียนคุณธรรม  สวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น
 บรู ณาการกลุ่มสาระการเรยี นรู้
 บรหิ ารจดั การชัน้ เรยี นเชิงบวก

8. การจัดกิจกรรม /กลยทุ ธ์/วิธกี าร/รูปแบบการจดั การเรียนรู้
ช่ัวโมงที่ 1 เรยี นรูค้ ำศพั ท์ใหม่ในบทเรียน
ขน้ั นำ

ครูผูส้ อนกล่าวทกั ทายนักเรียน และเกร่ินนำบทเรียน โดยใชภ้ าษาไทยเชอ่ื มโยงกับเน้ือหาในบทเรยี นน้ี
และมีความเชอื่ มโยงกบั คำศัพทใ์ นบทเรยี น และยกตัวอย่างทน่ี กั เรยี นสามารถมองเหน็ ภาพได้อยา่ งชดั เจน
ขั้นสอน

การสอนแบบอธบิ าย โดยเน้นความรแู้ ละความเข้าใจในการเรียนรคู้ ำศัพท์ เกยี่ วกบั การถามชื่อ ดังน้ี

ขั้นสรุป
ให้นกั เรียนทกุ คนอ่านคำศพั ท์ทีไ่ ด้เรยี นในบทเรยี นนี้ เพ่ือให้นักเรียนได้ใชท้ ักษะการอา่ นออกเสยี ง

ชวั่ โมงท่ี 2 รูปประโยคและการนำไปใช้

ขัน้ นำ
ครผู ู้สอนกลา่ วทักทายนักเรยี น และเกรนิ่ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเน้ือหาจากชวั่ โมงท่ผี า่ น

มารวมถงึ สุ่มนักเรยี นว่าไดม้ ีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน

การสอนแบบการอา่ นบทสนทนาหรือพดู บทสนทนาได้ ทำความเข้าใจกบั เนื้อหาโดยมีรูปแบบ
ประโยคการเขียน ดังน้ี

ข้นั สรปุ
ให้นกั เรยี นจบั คู่พดู บทสนทนาตอ่ ไปน้ี โดยนักเรยี นทุกคนร่วมทำกิจกรรม

ชว่ั โมงที่ 3 ไวยากรณ์ในบทเรยี นแต่งบทสนทนา 先生 และ 小姐

ขนั้ นำ
ครผู ู้สอนกล่าวทักทายนักเรยี น และเกรน่ิ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเนอื้ หาจากช่ัวโมงทผ่ี า่ น

มา รวมถงึ สมุ่ นักเรยี นวา่ ไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน

การสอนแบบใชท้ กั ษะการเรยี น เพ่ือมคี วามต่อเนอื่ งจากเนื้อหาในบทเรยี นครั้งท่ีแล้วจึงมกี ารให้ผู้เรียน
ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน นั้นก็คือการจับคู่ฝึกการแต่งบทสนทนาภาษาจีนโดยใช้คำศัพท์ในบทเรียนที่นักเรียนได้
เรียนรูแ้ ลว้ และการใชร้ ปู แบบการเขียนประโยคในบทเรียน นำมาเขยี นให้เป็นบทสนทนาของคู่ตนเอง
ผู้ชายใช้คำว่า 先生 (xiānsheng/เซียนเซิง) , ผู้หญิงใช้คำว่า 小姐 (xiĕojiĕ/เสียวเจี่ย) และให้
ผู้เรียนฝกึ การเขียนโดยการมีหลกั การเขยี นประโยค ดงั น้ี
ขน้ั สรุป

ให้นักเรยี นจับคู่พูดบทสนทนาตอ่ ไปนี้ โดยนกั เรยี นทกุ คนร่วมทำกจิ กรรม

ชว่ั โมงท่ี 4 การเขียนรูปประโยค 等一会儿

ขั้นนำ
ครผู ูส้ อนกล่าวทักทายนักเรียน และเกรน่ิ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนอ้ื หาจากชั่วโมงท่ผี า่ น

มา รวมถึงสมุ่ นักเรยี นว่าไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขน้ั สอน

การสอนเน้นการเขียนเปน็ หลักเพ่ือให้ผู้เรียนสามารถแกป้ ัญหา และมีความคิดสร้างสรรค์รูจ้ กั
ปรับเปล่ียนเรียนรคู้ ำสัพท์มาเขยี นให้เกิดประโยคการสนทนา และถกู ตอ้ งตามหลกั การเขียน “等”หรือ
“等等” กนั มาบา้ ง เวลาอา่ น หรอื พูดภาษาจีน เราก็มักจะใชอ้ ยบู่ ่อยๆ ใชไ้ ปใชม้ ากอ็ ดจะสับสนว่า เมื่อไร
ควรจะใช้ “等”เม่อื ไรควรจะใช้ “等等”

กฎเกณฑ์วิธกี ารใช้คำ 2 คำนี้ รวมท้ังคำวา่ “什么的”

1. “等” และ “等等” ใช้ไดท้ ง้ั ในภาษาพูด และภาษาเขยี น ส่วน “什么的” ใชเ้ ฉพาะใน
ภาษาพูดเท่าน้ัน (ถา้ เปรียบเทียบเฉพาะ “等” กับ “等等” — “等” จะพบ หรือนิยมใช้ในภาษาเขียน
มากกว่า สว่ น “等等” มกั พบในภาษาพูดมากกวา่ อนั นเ้ี ป็นรายละเอยี ดเล็กๆ ใหจ้ ำแค่กฎเกณฑส์ ำคัญ
หลักๆ กพ็ อ คือใชไ้ ด้ท้ังในภาษาพูด และภาษาเขียน)

2. หลัง “等” สามารถตามด้วยคำ หรอื วลบี อก (หรือสรุปท้าย) สง่ิ ตา่ งๆ ท่ยี กตัวอยา่ งมาได้ ส่วน “
等等” โดยทวั่ ไป จะไม่ตามด้วยคำ หรือวลีบอก (หรือสรุปทา้ ย) สงิ่ ต่างๆ ท่ยี กตวั อย่างมา สว่ น “什么
的” จะวางทา้ ยประโยคเทา่ น้นั (ข้างหลังจะมสี ว่ นประกอบอ่ืนอีกไม่ได้) ตวั อย่างเชน่

• 水、电、暖气、煤气等设备的检修工作均已完毕。(มี “设
备” สรปุ ทา้ ย)

• 青年人积极、热情、有朝气 (zhāo qì)、肯于学习、接受
新事物快等等,这些都是难能可贵的优点。(หลงั “等等”
ไม่มีคำ หรอื วลสี รปุ ท้าย)

3. เมอ่ื ยกตวั อยา่ งชอื่ เฉพาะ หรอื วสิ ามัญนาม (专有名词) (เช่น ช่อื คน, ช่อื สถานที่ เปน็ ต้น) ตอ้ ง
ใช้ “等” เท่าน้นั จะใช้ “等等” และ “什么的” ไม่ได้ เพราะ (คนจนี ถือว่า) ส่ือถึงความไมส่ ุภาพ
โดยเฉพาะเมื่อยกตวั อย่างชื่อคน อาทเิ ช่น

• 学习结束后,我们将西安、四川等地旅游。(ชอื่ สถานที)่

• 唐代著名的诗人有李白、杜甫、白居易等。(ชือ่ คน)

และเม่ือ “什么的” ใช้ในภาษาพดู สิ่งต่างๆ ทยี่ กตัวอย่างมากล่าวถึงจึงมักเป็นเร่ืองธรรมดาสามัญทั่วๆ ไป
เชน่

• 我刚买了些啤酒、火腿、面包什么的,咱们一起吃吧。

4. ถ้ายกตัวอย่างเพียงสงิ่ เดยี ว เร่อื งเดยี ว ต้องใช้ “等” หรือ “什么的” เทา่ นน้ั จะใช้ “等
等” ได้ ต้องยกตัวอย่างอย่างน้อย 2 สิ่งข้ึนไป ตวั อย่างเช่น

• 雅典 (Athens) 等城市输出的精美的手工艺品,都是奴隶血
汗的结晶。 (ตวั อยา่ งเดียว)

• 妻子在家做饭什么的,丈夫在外打工什么的,日子过得
倒也蛮好。 (ตวั อยา่ งเดยี ว)

• 思想、意识等等是主观的东西,做或行动是主观见于客
观的东西。 (2 ตวั อย่าง)

5. เราสามารถใช้ “等等” ซำ้ คำ กลายเปน็ “等等, 等等” ได้ (อยา่ ลืมเคร่ืองหมาย “,”
ระหว่างกลางด้วย) ถ้าต้องการสอื่ วา่ ส่งิ ที่ยกตัวอย่างยงั มีอีกเป็นจำนวนมาก หรือมีนยั ส่ือถึงสิ่งทีก่ ล่าวถงึ นัน้ มี
เปน็ จำนวนมาก (很多) และในบางกรณี “等等” ยงั วางหลงั “如此” ได้ดว้ ย เชน่



• 除了这些正在受罪的人以外,长廊两侧还摆着压杠、老
虎凳、皮鞭、竹钎、手铐、脚镣,等等,等等。

• 这个说 “离铁矿太远了”,那个说 “附近没有水源”,还有
的说 “交通也很不方便”,如此等等。…… (แปลเป็นไทยก็ประมาณวา่
“เชน่ นีเ้ ปน็ ตน้ ”)

6. “等” ยงั สามารถตามด้วยตัวเลขที่เปน็ จำนวนรวม (เท่ากับ) สง่ิ ตา่ งๆ ที่ยกตวั อยา่ ง หรอื กล่าวถงึ
ได้ดว้ ย เชน่

• 我国古代有造纸、印刷术、指南针、火药等四大发明。

• 中国有北京、上海、天津、重庆等四个中央直辖市。

ขั้นสรุป
ให้นกั เรียนฝึกฝนการเขยี นอักษรจีน โดยการเขยี นตามภาษาไทยท่ีคุณครูกำหนด

ชว่ั โมงที่ 5 การทบทวนการออกเสียงพยญั ชนะ สระ และวรรณยุกต์

ขั้นนำ
ครูผสู้ อนกล่าวทกั ทายนักเรยี น และเกริน่ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเนอื้ หาจากช่วั โมงทผ่ี า่ น

มา รวมถึงสมุ่ นกั เรยี นว่าไดม้ ีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ข้นั สอน

การสอนเนน้ การเขียนและการอา่ นออกเสยี งในภาษาจนี ท่ีถูกต้องตามหลกั การออกเสยี ง เพอ่ื เป็นการ
ทบทวนเสียงพยญั ชนะภาษาจีนทีใ่ ชบ้ ่อยในเนื้อหาบทเรยี นน้ี


Click to View FlipBook Version