The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nalove Nana, 2022-09-06 01:07:13

ปก_merged

ปก_merged

ชัว่ โมงท่ี 11 การอ่านอักษรภาษาจนี ทีเ่ ปน็ ขอ้ ความยาวๆได้
ขั้นนำ

ครผู สู้ อนกลา่ วทักทายนกั เรียน และเกรน่ิ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเนอ้ื หาจากชวั่ โมงท่ีผ่าน
มา รวมถึงสุ่มนกั เรยี นว่าได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ข้นั สอน

การสอนเน้นการอ่านอักษรจนี ทีเ่ ป็นบทความยาว ผเู้ รยี นสามารถอา่ นบทความภาษาจนี ออกโดยไมม่ ี
สว่ นประกอบของสัทอักษรจนี ประกอบหรือที่เรยี นว่า 拼音 และผู้เรียนสามารถแปลความหมายภาษาไทย
ได้ โดยอ่านและแปลบทความต่อไปน้ี

我叫王丽,今年十九岁,是大学生。我在北京大学学习日
语。我有一个泰国朋友,她叫安娜,二十岁。去年她和她的好朋
友安美一起来北京。安娜的家在曼谷,安美的家在美国。安娜来
北京大学学习汉语,他说,在泰国,学生早上八点开始上课。他
每天早上八点起床,八点半吃早饭。安娜的爸爸是医生,工作很
忙,有时候还要加班,没有时间送她去学校,所以平时他自己去
学校。

ข้นั สรุป
ใหน้ กั เรียนทุกคนอา่ นเนอื้ หาพรอ้ มแปลความหมายภาษาไทย

ชว่ั โมงที่ 12 การเขียนตัวอักษรจีน
ขั้นนำ

ครูผสู้ อนกลา่ วทกั ทายนกั เรยี น และเกริ่นนำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนือ้ หาจากชั่วโมงทีผ่ า่ น
มา รวมถึงสมุ่ นักเรยี นว่าไดม้ ีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขน้ั สอน

การสอนเนน้ การเขียนตัวอักษรจนี โดยให้ผเู้ รยี นเน้นการทำแบบฝึกหดั ท้ายบทเรียน ดงั น้ี



ขัน้ สรุป

สรปุ เน้อื หาในบทเรียนให้นักเรยี นเร่มิ ต้งั แตค่ ำศัพท์ เนื้อหาและไวยากรณ์ภาษาจนี

9. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้

- เอกสารประกอบการเรยี น
- สือ่ อินเทอรเ์ นต็ / VDO ออกเสยี งตามเจ้าของภาษา
- สอ่ื การสอน Power Point
- แบบฝกึ หัดทา้ ยทบเรียน

10. การวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมือ/วธิ กี ารประเมนิ เกณฑก์ ารประเมิน
ประเด็นการประเมิน แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ต้งั ใจ
พฤติกรรมการเรียนรู้ การอ่านออกเสยี ง และการเขียน
ผา่ นร้อยละ 60
การประเมนิ ผลจากสภาพจริง ตวั อกั ษรจนี
แบบสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน ผ่านรอ้ ยละ 80
การปฏบิ ตั กิ จิ กรรม

11. บันทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้

11.1 สรุปผลการจัดการเรียนรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.2 ปัญหา/อุปสรรค

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.3 แนวทางแก้ไข /แนวทางการพฒั นา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ..........................................................ครผู ู้สอน
( นางสาวสธุ าภรณ์ วรกาญจนกุล)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 8

รายวชิ า ภาษาจีน 1 รหสั วชิ า จ31201 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 8
เรือ่ ง 这是不是中药(นี่คือไมใ่ ช่แพทย์แผนจนี ) จำนวน 12 ช่ัวโมง

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวัด/ผลการเรียนรู้

ตวั ช้วี ัด/ผลการเรียนรู้
ผลการเรียนรูท้ ่ี 5 พดู หรอื เขียนแสดงความต้องการ ขอ และให้ความชว่ ยเหมือตอบรบั หรอื ปฏิเสธ
ในสถานการณ์ ตา่ งๆ
ผลการเรียนรทู้ ่ี 10 เปรยี บเทยี บและอธิบายความแตกตา่ งระหวา่ งโครงสรา้ งประโยค สำนวนภาษา
ของภาษาจีนกบั ภาษาไทย

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรูส้ ตู่ วั ชี้วดั /ผลการเรยี นรู้

นกั เรยี นสามารถพูด หรือเขียนแสดงความต้องการ ขอ และให้ความช่วยเหมือตอบรับหรอื ปฏเิ สธใน
สถานการณ์ ตา่ งๆ และยังสามารถเปรียบเทยี บและอธิบายความแตกต่างระหว่างโครงสรา้ งประโยค สำนวน
ภาษาของภาษาจนี กับภาษาไทย

3. สาระสำคัญ (เนอื้ หา)
1. คำศพั ท์ สำนวนภาษา ประโยค และข้อความที่ใช้ในการขอและให้ขอ้ มูล
2. การใชค้ ำลักษณะนาม 些
3. ประโยคท่ภี าคแสดงเป็นคำคุณศัพท์
4. ประโยคคำถามแบบยนื ยนั -ปฏเิ สธ
5. การใช้คำชว่ ย 的
6. นำ้ เสียง
7. การเขยี นตวั อักษรจีน

4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ (K)
ผ้เู รียนมคี วามรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั คำศัพท์ สำนวนภาษา ประโยค และข้อความทใ่ี ช้ในการขอและให้

ข้อมลู การใช้ลกั ษณะนาม 些 การใช้ประโยคท่ีภาคแสดงเป็นคำคณุ ศพั ท์ ประโยคคำถามแบบยนื ยนั -ปฏเิ สธ
การใช้คำชว่ ย 的 ได้อยา่ งถูกตอ้ งและ เหมาะสมพร้อมท้ังสามารถนำไปปรับใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้

4.2 ทักษะ/กระบวนการ( P ) (วิธีการและขั้นตอนท่ีใช้ดำเนนิ การคน้ ควา้ หาความรู้)

ผู้เรยี นสามารถใช้ภาษาเพอ่ื การสือ่ ความหมายของตนเองได้ สามารถนำหลักภาษาทไ่ี ด้เรียนรไู้ ปใช้

ประโยชน์ไดจ้ รงิ

4.3 คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์( A )

 รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์  ซอื่ อสตั ย์ สจุ รติ

 มีวนิ ัย  ใฝ่เรียนรู้

 อย่อู ยา่ งพอเพยี ง  มุง่ มนั่ ในการทำงาน

 รักความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น  ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการสอ่ื สาร  ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21  ใสใ่ จนวัตกรรม
6.1 ทักษะด้านการเรยี นรูแ้ ละนวัตกรรม  แก้ปัญหาเป็น
 คิดสร้างสรรค์  เตม็ ใจร่วมมอื
 มีวิจารณญาณ
 สอ่ื สารดี  ร้เู ท่าทนั สื่อ
6.2 ทักษะด้านสารสนเทศ สอ่ื เทคโนโลยี  ฉลาดสอื่ สาร
 อพั เดตทุกข้อมลู ข่าวสาร
 รอบรเู้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ  รู้จกั ปรับตัว
6.3 ทักษะชวี ิตและอาชีพ  ใส่ใจดูแลตนเอง
 มคี วามยดื หยุ่น  เรียนรวู้ ฒั นธรรม
 รเิ รม่ิ ส่งิ ใหม่  รับผิดชอบหน้าท่ี
 รูจ้ กั เขา้ สังคม  หมน่ั หาความร้รู อบดา้ น
 มีความเป็นผู้นำ
 พฒั นาอาชพี  โรงเรียนส่ิงแวดล้อม
 โรงเรยี นสุจรติ /ตา้ นทุจริต
7. แนวทางการบูรณาการ การจัดการเรียนรู้  สวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น

 หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
 โรงเรียนคณุ ธรรม
 บูรณาการกล่มุ สาระการเรียนรู้
 บรหิ ารจัดการช้นั เรยี นเชิงบวก

8. การจดั กิจกรรม /กลยทุ ธ์/วิธีการ/รูปแบบการจดั การเรยี นรู้

ช่วั โมงท่ี 1 เรียนรู้คำศพั ทใ์ หม่ในบทเรียน
ขัน้ นำ

ครูผ้สู อนกลา่ วทักทายนกั เรยี น และเกร่ินนำบทเรยี น โดยใช้ภาษาไทยเช่อื มโยงกับเนื้อหาในบทเรยี นน้ี
และมีความเชอ่ื มโยงกบั คำศพั ท์ในบทเรียน และยกตวั อย่างทน่ี ักเรยี นสามารถมองเหน็ ภาพได้อยา่ งชัดเจน
ขน้ั สอน

การสอนแบบอธิบาย โดยเนน้ ความรูแ้ ละความเขา้ ใจในการเรียนรคู้ ำศัพท์ ดังน้ี

ขั้นสรุป
ให้นกั เรยี นทุกคนอ่านคำศพั ท์ทไี่ ดเ้ รยี นในบทเรียนน้ี เพ่ือให้นกั เรียนไดใ้ ช้ทักษะการอา่ นออกเสยี ง

ช่วั โมงที่ 2 รปู ประโยคและการนำไปใช้

ขน้ั นำ
ครผู สู้ อนกลา่ วทกั ทายนกั เรยี น และเกร่นิ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเนือ้ หาจากช่ัวโมงทผ่ี ่าน

มารวมถงึ สมุ่ นักเรยี นว่าได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน

การสอนแบบการอ่านบทสนทนาหรอื พูดบทสนทนาได้ ทำความเขา้ ใจกับเนื้อหาโดยมีรูปแบบ
ประโยคการเขียน ดังน้ี

ข้นั สรปุ
ใหน้ กั เรยี นจบั คู่พูดบทสนทนาต่อไปน้ี โดยนกั เรยี นทุกคนรว่ มทำกจิ กรรม

ชัว่ โมงท่ี 3 คำคุณศัพท์

ขัน้ นำ

ครูผสู้ อนกลา่ วทกั ทายนักเรียน และเกร่นิ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเน้ือหาจากชั่วโมงที่ผา่ น
มา รวมถงึ ส่มุ นกั เรยี นวา่ ได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่

ข้นั สอน

การสอนแบบการอธบิ ายของคำคณุ ศัพท์ (Adjective) 形容词 (xíngróngcí) เช่น 好, 白
(สีขาว), 快, 认真(จรงิ จงั )

คำคุณศัพท์ (形容词) ก็คือ คำที่ใช้แสดงคุณลักษณะของสิ่งที่กล่าวถึงนั้น ว่ามีลักษณะหรือ
คณุ สมบตั ิอยา่ งไร เช่น ใหญ่ เลก็ ขาว สงู อ่อนแอ แขง็ แรง เรยี บร้อย นมุ่ สวย ดี เหงา งา่ ย ยาก ซับซอ้ น ฯลฯ
วธิ สี งั เกตุคำคุณศัพท์อย่างงา่ ยๆก็คือ จะเปน็ คำทมี่ คี วามหมายแบบจบั ตอ้ งไม่ได้

คำคุณศพั ท์บางคำฟังดูแล้วจะมคี วามหมายคลา้ ยๆคำกริยา (คล้ายๆกบั กรยิ านั้นมองไม่เหน็ ) ซึง่ การจะ
แยกว่าคำอะไรเป็นคำประเภทไหนคิดว่าตรงนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะธรรมชาติของทุกภาษา เวลาเราพูด
(ยกตวั อย่างภาษาไทยเราเอง) เรายงั ไมม่ านั่งนกึ เลยใช่ไหมครับวา่ คำไหนเปน็ คณุ ศพั ท์ คำไหนเปน็ กรยิ า เวลาท่ี
เราพูดออกไป แต่ท่สี ำคัญกค็ ือเราต้องหดั อ่านและหัดแปลเยอะๆครับ แล้วจำเปน็ รูปๆประโยคๆไป จากนั้นเรา
จะแยกออกเองวา่ คำนค้ี วรวางตำแหนง่ ไหน และเป็นคำอะไร

สำหรับ 形容词 ให้ดูว่าคำไหนสามารถใส่ 很 ข้างหน้าได้ สามารถเข้าใจโดยปริยายเลยครับว่า
คำนั้นคือ 形容词 เช่น 早 สามารถเติม 很 ข้างหน้าได้ คือ 很早 ดังนั้น 早 เป็นคำคุณศัพท์ครับ

คำว่า 对 สามารถเขียนเป็น 很对 ได้เหมือนกัน แต่ค่อนข้างจะเป็นภาษาพูด (口语)แต่ 很 ก็ไม่

สามารถตัดสินได้ว่าคำนั้นๆเป็นคำคุณศัพท์ได้ร้อยเปอร์เซนต์ เพราะปัจจุบันนี้คนจีนเองก็เอาคำว่า 很 ไปใช้
อธิบายคำนามได้เหมือนกัน เช่น 很中国 หมายถึง จีนมากๆ classical ,很男人 หมายถึง
สุภาพบุรุษมากๆ ผู้ช๊ายผู้ชาย วิธีที่ดีที่สุดที่จะเข้าใจความหมายของมันคือ ใช้ความรู้สึกครับ 很中国,
很男人,很女人,很爸爸,很妈妈 ปัจจุบันนี้คนจีนพูดกันครับ แต่ไม่ถูกตามหลักไว
ยกรณน์ ะครับ ใช้ไดใ้ นภาษาพูด ทำให้ฝ่ายตรงข้ามมองเหน็ ภาพไดช้ ดั ข้นึ ครบั

ขั้นสรปุ

ใหน้ ักเรียนจบั คู่พูดบทสนทนาตอ่ ไปน้ี โดยนักเรียนทุกคนร่วมทำกจิ กรรม

ชัว่ โมงท่ี 4 ประโยคทภ่ี าคแสดงเปน็ คำคุณศพั ท์

ขั้นนำ

ครูผ้สู อนกลา่ วทักทายนักเรียน และเกริ่นนำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนอื้ หาจากชั่วโมงทีผ่ ่าน
มา รวมถึงสุม่ นักเรยี นว่าไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่

ขนั้ สอน

การสอนเนน้ การใช้คำคุณศัพท์ (形容词) ในภาษาจีนทีอ่ ยใู่ นภาคแสดงคำคุณศพั ท์ และการ
นำไปใช้ในรปู ประโยคของภาษาจนี

1. คำคุณศัพท์ในภาษาจนี สว่ นใหญ่มคี ำวเิ ศษณ์ (副词) ขยายได้ เช่น

很好 很热 最高

2. รูปปฎิเสธ (หรือการปฏเิ สธ) คำคุณศพั ท์ ทำโดยใส่ "不" ไว้ขา้ งหนา้ คำคุณศัพทน์ นั้ เชน่
不好 不多 不漂亮

3. สามารถใชค้ ำคุณศัพทร์ ปู บอกเลา่ ซ้อนกบั รปู ปฏเิ สธ เพื่อตง้ั คำถามได้ เช่น

好不好? 着急不着急?

4. หลังคำคุณศัพท์สามารถมีบทเสริม (หรือส่วนสมบูรณ์) (补语) ได้ เชน่

好极了 整齐得很

5. หลังคำคุณศัพท์มีกรรม (宾语) ไม่ได้

6. หน้าทขี่ องคำคุณศัพท์
6.1 เป็นบทขยายนาม (定语) เช่น 新同学 / 漂亮的姑娘
6.2 เปน็ ภาคแสดง (谓语) เช่น 时间紧急
6.3 เป็นบทขยายภาคแสดง (状语) เช่น 快走/认真地说
6.4 เปน็ บทเสรมิ (หรอื สว่ นสมบรู ณ)์ (补语) เช่น 吃饱了 / 做好了
6.5 เปน็ กรรม (宾语) เช่น 病人需要安静。

1. คำคุณศัพท์ "多" ไม่สามารถใช้เป็นบทขยายนาม (定语) โดดๆ ตามลำพัง โดยทั่วไปจะต้องประกอบ

กบั คำวา่ "很" เป็น "很多" วางไวห้ นา้ คำนาม เช่น

很多人 很多学生 很多事情

2. เมอ่ื มีการซำ้ คำคณุ ศัพทแ์ ล้ว จะมคี ำวเิ ศษณ์ เชน่ "很" หรอื "真" มาขยายอีกไมไ่ ด้ เชน่
高高兴兴 (= 很高兴) 漂漂亮亮 (= 很漂亮)

3. "真 + 形容词" ใชเ้ ป็นบทขยายนาม (定语) ไมไ่ ด้ เชน่
北京是真美丽的城市。 (ประโยคนี้ผิด) ที่ถกู คือ
北京真美丽。 หรอื
北京是美丽的城市。

4. เม่ือคำคุณศํพท์ทำหนา้ ท่เี ป็นภาคแสดง (谓语) รูปปฎเิ สธจะใช้ "不" (ไมใ่ ช่ "没") เชน่

今天的课不难。

ข้ันสรุป
ใหน้ ักเรียนฝึกฝนการเขยี นอักษรจนี โดยการเขียนตามภาษาไทยที่คณุ ครกู ำหนด

ชัว่ โมงท่ี 5 ประโยคคำถามแบบยนื ยนั -ปฏเิ สธ

ข้นั นำ

ครผู ูส้ อนกลา่ วทักทายนกั เรยี น และเกริน่ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเน้ือหาจากชวั่ โมงทีผ่ า่ น
มา รวมถึงสมุ่ นักเรยี นว่าไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่

ข้ันสอน
การสอนเน้นการเขียนรปู ประโยคเป็นสำคัญบทเสรมิ ประเภททีบ่ อกความเป็นไปได้ (可能补

语) ใช้ตามหลังคำ กรยิ า เพื่อชี้แจงเพ่มิ เติมว่าการกระทำมคี วามเปน็ ไปได้ที่จะบรรลผุ ลหรอื ไม่ กรณนี ีม้ ี
เพียง คำกริยา คำคุณศัพท์ หรอื วลีกริยา หรอื วลกี รยิ า-ส่วนเสริมเทา่ นั้นท่สี ามารถทำหน้าทเ่ี ป็นบทเสริม
ประเภทนีไ้ ด้ และระหวา่ งคำกริยากบั บทเสริมต้องเดิม 得 (รปู ยืนยัน) หรือ 不 (รปู ปฏิเสธ)
例句V + 得/不 + 了

吃得/不了
喝得/不了
做得/不了
拿得/不了
用得/不了
这么多菜,你一个人吃得了吗?
吃得/不了
喝得/不了
做得/不了
走得/不了
去得/不了
解决得/不了
这个问题,我们目前还解决不了。
V + 得/不 + 上
吃得/不上
喝得/不上
去得/不上
赶得/不上
起得太晚了,又吃不上早饭了。
V + 得/不 + 下
装得/不下
盛得/不下

吃得/不下

放得/不下
坐得/不下
箱子太小了,放不下这么多东西。
V + 得/不 + 动
走得/不动
跑得/不动
爬得/不动
搬得/不动
抬得/不动
拿得/不动
我可拿不动这么重的包,你来帮帮我。
V + 得/不 + 起
买得/不 起
吃得/不 起
用得/不 起
住得/不 起
穿得/不 起
花得/不 起
交得/不 起
经得/不 起
承得/不 起
我薪水不高,买不起汽车。
V + 得/不 + 过
打得/不过
抵得/不过
赢得/不过
赛得/不过
比得/不过
信得/不过
瞒得/不过
骗得/不过
他是乒乓球运动员,我根本打不过他。

V + 得/不 + 来
做得/不来
吃得/不来
住得/不来
唱得/不来
喝得/不来
听得/不来

我吃不来香菜。
谈得/不来
合得/不来
处得/不来

他们俩很谈得来。
划得/不来

花费宝贵的时间谈论这个无聊的问题,真划不来。
V + 得/不 + 着
找得/不着
听得/不着
看得/不着
吃得/不着
数得/不着
怪得/不着
犯得/不着

他找不着钥匙了。
V + 得/不 + 住
靠得/不住
忍得/不住
对得/不住
站得/不住
扶得/不住
顶得/不住
控制得/不住
坚持得/不住

他控制不住自己,激动得流下眼泪。
V + 得/不得
算不得
恨不得
吹不得
顾不得
怪不得
哭不得
笑不得
怨不得
舍得/不得

别谢我,这其实算不得什么。
V + 得/不 + 过来
吃得/不过来
忙得/不过来
跑得/不过来
干得/不过来
看得/不过来
照顾得/不过来

ขัน้ สรุป
สุ่มนกั เรยี นให้อธบิ ายก่ียวกบั เสียงพยัญชนะที่ไดเ้ รยี นรู้ในคาบเรยี นนี้ ให้กบั เพ่ือนในห้องเรียนฟงั เพื่อ

เปน็ การทบทวนความรทู้ ไี่ ดร้ ับในวนั น้ี

ชว่ั โมงที่ 6 การใช้คำช่วย 的

ขน้ั นำ
ครูผู้สอนกลา่ วทกั ทายนกั เรียน และเกริน่ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเน้ือหาจากชวั่ โมงทผี่ ่าน

มา รวมถงึ ส่มุ นกั เรียนว่าได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขน้ั สอน

การสอนเนน้ การแตง่ ประโยคหรอื ทำให้ขอ้ ความนนั้ เกิดความเข้าใจและนำไปใช้ไดจ้ รงิ โดยการใช้คำ
ช่วย “的” (de/เตอ) ดงั นี้

1. ใช้แสดงความเปน็ เจา้ ของ

句型(jùxíng/จวส้ี ิง) โครงสรา้ งประโยค :

“N(คำนาม) + 的 + N(คำนาม)”
我的书
他的词典
老师的本子
图书馆的书

2. เม่อื กล่มุ คำคุณศัพท์ทำหน้าท่เี ป็นบทขยายนาม ต้องใชค้ ำช่วย “的”เชือ่ ม ซ่งึ “的”ในท่นี ้ี
จะหมายถึง “ที”่ ไม่ไดห้ มายถึง “ของ” ใช้บอกลกั ษณะของคำนามนั้นๆ

句型(jùxíng/จวสี้ งิ ) โครงสร้างประโยค :
“Adj(คำคณุ ศพั ท)์ / V(คำกริยา)+的+N(คำนาม)” 例(lì /ล)ี่ ตัวอยา่ ง
“Adj(คำคุณศพั ท)์ +的+N(คำนาม)”

大的包
远的地方
漂亮的房子
很旧的手机
很难的问题
很好的同事
“v(คำกริยา)+的+N(คำนาม)” 例(lì /ล)่ี ตวั อย่าง
喜欢的饭菜
读过的课文
**บางครงั้ การแสดงความเปน็ เจา้ ของไม่ต้องมี“的”เช่ือมกไ็ ด้
1. ในกรณีท่แี สดงความเป็นเจ้าของ เพอ่ื บอกความสัมพันธ์ในเครอื ญาตหิ รือบอกวา่ มีความสมั พนั ธท์ ่ี
สนิทชิดเชื้อ 例(lì /ลี)่ ตัวอย่าง
我的爸爸---->我爸爸
我的妈妈---->我妈妈
我的朋友---->我朋友
2. ในกรณีทบี่ อกวา่ มีความสัมพันธเ์ ป็นหัวหน้างานหรอื เป็นหน่วยงานตน้ สังกดั 例(lì /ล)ี่ ตวั อย่าง
我的经理--->我经理
我的公司----> 我公司
3. ในกรณบี รรยายลักษณะส่ิงของทีม่ ีอยู่เป็นปกติทัว่ ไป หรือมีมานานจนเปน็ ทคี่ ุ้นเคยหรือเคยชินแล้ว
例(lì /ลี่) ตวั อยา่ ง
黑的头发---->黑头发
日本的汽车 ---->日本汽车
ข้ันสรปุ

ครผู ู้สอนสรปุ เน้ือหาในบทเรียน แลว้ ให้นกั เรียนคำศัพท์ในแบบฝึกเป็นภาษาไทย

ชั่วโมงท่ี 7 การทบทวนการออกเสียงพยญั ชนะ สระ และวรรณยุกต์
ข้ันนำ

ครผู ู้สอนกลา่ วทกั ทายนกั เรยี น และเกร่นิ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเนื้อหาจากชัว่ โมงทผ่ี ่าน
มา รวมถึงสมุ่ นักเรียนว่าได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขน้ั สอน

การสอนเนน้ การเขียนและการอ่านออกเสียงในภาษาจนี ท่ีถูกตอ้ งตามหลกั การออกเสยี ง เพือ่ เปน็ การ
ทบทวนเสยี งพยญั ชนะภาษาจีนท่ใี ชบ้ ่อยในเนื้อหาบทเรียนนี้

ข้นั สรปุ
ทบทวนโดยการอา่ นคำสพั ทภ์ าษาจนี พร้อมแปลภาษาไทย และสมุ่ นักเรียนให้แต่งประโยคโดยการใช้

คำศัพทท์ ี่เรยี น

ชัว่ โมงที่ 8 การอ่านและการทำให้รูปประโยคสมบรู ณ์
ข้นั นำ

ครผู ูส้ อนกล่าวทักทายนกั เรียน และเกรนิ่ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนอื้ หาจากช่ัวโมงทผ่ี ่าน
มา รวมถึงสมุ่ นักเรียนวา่ ได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม
ขน้ั สอน

การสอนเน้นการออกเสียงและการทำใหร้ ูปประโยคสมบรู ณ์



ขน้ั สรปุ
นกั เรียนทุกคนอ่านออกเสียงคำศัพทท์ ่ีไดเ้ รยี นในบทเรยี นน้ี

ชว่ั โมงที่ 9 การเขยี นและการทำให้รูปประโยคสมบูรณ์
ขั้นนำ

ครผู ู้สอนกล่าวทักทายนกั เรยี น และเกริ่นนำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนื้อหาจากชว่ั โมงทผี่ า่ น
มา รวมถึงสุม่ นักเรียนวา่ ได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ข้นั สอน

ซึ่งตอ่ เน่อื งจากคาบเรียนท่ีแตค่ าบเรยี นน้ีการสอนเน้นการเขียนและการทำใหร้ ูปประโยคสมบูรณ์มาก
ข้ึนและมีความเข่าใจงา่ ย



ขนั้ สรปุ
เปน็ การฝกึ ผู้เรยี นโดยการได้ปฏิบัตจิ ริง และเปน็ การทบทวนเน้ือหาในบทเรียน

ชั่วโมงท่ี 10 การอา่ นอักษรภาษาจนี
ขน้ั นำ

ครผู สู้ อนกล่าวทกั ทายนกั เรยี น และเกริ่นนำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเนอ้ื หาจากชว่ั โมงที่ผ่าน
มา รวมถึงสมุ่ นกั เรยี นว่าไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขนั้ สอน

การสอนเน้นการอา่ นอักษรจนี ผู้เรยี นสามารถอา่ นบทความภาษาจีนออกโดยไม่มสี ว่ นประกอบของสัท
อกั ษรจีนประกอบหรือท่เี รยี นว่า 拼音 และผู้เรยี นสามารถแปลความหมายภาษาไทยได้ โดยอ่านและแปล
บทความต่อไปนี้

• 谢谢你的邀请。ขอบคณุ ที่ชวนนะ
• 谢谢你邀请我,不过我觉得很累了。ขอบคุณที่ชวนฉนั นะ แต่ฉนั
รู้สึกเหน่ือย
• 谢谢你让我做你的伴娘。ขอบคุณที่ใหฉ้ นั เป็นเพ่ือนเจา้ สาวของคณุ
• 我很乐意。ยนิ ดีเลย ;อยากไปมากเลย
• 我很乐意和你一起出去。ฉนั ยนิ ดีที่จะไดไ้ ปกบั คณุ
• 我很乐意下班后和你见面。ฉนั ยนิ ดีที่จะพบคณุ หลงั เลิกงาน
• 要是你愿意,我很乐意跟你一起去。ถา้ คุณตอ้ งการฉนั กย็ ินดีท่ีจะ
ไปกบั คุณ

• 当然。แน่นอน
• 有何不可?เอาสิ
• 太好了。ดีเหมือนกนั
• 把我也算上。นบั ฉนั ดว้ ยคนนะ
• 请把我也算一个。โปรดนบั ฉันดว้ ยคนนะ
• 听起来不错,算上我一个。ฟังดูดีทีเดียว นบั ฉนั ดว้ ยคนนะ
• 不要把我算在内。ไม่ตอ้ งนบั ฉนั นะ
• 这次别把我算进去。คร้ังน้ีฉนั ขอผา่ น
• 听起来很有趣。ดูน่าสนุกจงั

• 对不起,我不能参加明天的聚会了。
ตอ้ งขอโทษดว้ ยที่ฉนั ไมส่ ามารถไปร่วมงานปาร์ต้ีในวนั พรุ่งน้ีได้

• 对不起,我不能参加你们的聚会,因为那天晚上我有
个会要参加。ขอโทษดว้ ยนะ ที่ไม่สามารถเขา้ ร่วมงานเล้ียงของคุณได้ เพราะว่าฉนั มีการประชุมใน
คนื น้นั ดว้ ย

• 对不起,我不能,我没有钱。ขอโทษนะ ไม่ไดห้ รอก ฉนั ไมม่ ีเงิน
• 对不起,我不能答应你的要求。ขอโทษดว้ ยนะ ฉนั ไม่สามารถตอบ
รับคาขอของคุณได้
• 对不起,我不能跟你一块去,我还有事要忙。ขอโทษดว้ ย
นะที่ฉนั ไปกบั คณุ ไมไ่ ด้ เพราะฉนั ยงั มีอยา่ งอื่นที่ตอ้ งทา
• 对不起,我不能马上给你答案。ขออภยั ดว้ ย ฉนั ไม่สามารถให้
คาตอบคุณไดท้ นั ที
• 我希望我能加入。ฉนั อยากไปจงั
• 我已经有计划了。ฉนั มีแผนแลว้
• 我现在有点忙。ตอนน้ีฉนั ยงุ่ นิดหน่อย
• 我现在没时间。ตอนน้ีฉนั ยงั ไม่มีเวลาเลย
• 也许下一次吧。เอาไวค้ ร้ังหนา้ แลว้ กนั นะ
• 恐怕不行,也许下一次吧。ฉนั เกรงว่าจะไม่ได้ เอาไวค้ ร้ังหนา้ แลว้ กนั
• 我改天再去。ขอเป็นคร้ังหนา้ แลว้ กนั
• 我可以改期吗?ขอเป็นคร้ังหนา้ ไดไ้ หม

• 我只是没有心情参加聚会。ฉนั กแ็ ค่ไม่มีอารมณ์ท่ีจะเขา้ ร่วมงานปาร์ต้ี
ขั้นสรปุ

เป็นการฝึกผูเ้ รียนโดยการไดป้ ฏบิ ัตจิ ริง และเป็นการทบทวนเนอื้ หาในบทเรียน

ชว่ั โมงท่ี 11 การเขียนตัวอักษรจนี
ขนั้ นำ

ครูผ้สู อนกล่าวทักทายนกั เรียน และเกริ่นนำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเนือ้ หาจากชั่วโมงทผี่ า่ น
มา รวมถึงสมุ่ นักเรียนวา่ ไดม้ ีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ข้นั สอน

การสอนเนน้ การเขียนตวั อกั ษรจีน โดยใหผ้ ูเ้ รยี นเนน้ การทำแบบฝึกหัดท้ายบทเรียน ดังนี้



ชวั่ โมงที่ 12 การทดสอบหลงั เรยี น

การสอนเนน้ การเขยี นและการทำความเขา้ ใจ โดยการทดสอบความรู้ความเข้าใจ ผา่ นทาง Social
Network โดยการใชโ้ ปรแกรม Google From

9. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้

- เอกสารประกอบการเรยี น
- สอื่ อินเทอรเ์ น็ต / VDO ออกเสยี งตามเจ้าของภาษา
- สื่อการสอน Power
- แบบฝึกหัดท้ายทบเรยี น

10. การวัดและประเมินผล เครอ่ื งมือ/วิธกี ารประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ
ประเดน็ การประเมนิ แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ตง้ั ใจ
พฤติกรรมการเรยี นรู้ การอ่านออกเสียง และการเขียน
ผ่านร้อยละ 60
การประเมนิ ผลจากสภาพจริง ตัวอักษรจีน
แบบสังเกตพฤติกรรมผู้เรยี น ผ่านรอ้ ยละ 80
การปฏบิ ตั กิ ิจกรรม

11. บันทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้

11.1 สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.2 ปญั หา/อุปสรรค

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.3 แนวทางแก้ไข /แนวทางการพฒั นา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ..........................................................ครผู ้สู อน
( นางสาวสุธาภรณ์ วรกาญจนกุล)
ตำแหนง่ ครู

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 9

รายวิชา ภาษาจีน 1 รหัสวิชา จ31201 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 9
เรอื่ ง 你的车是新的还是旧的 จำนวน 12 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้

ตัวช้ีวดั /ผลการเรยี นรู้
ผลการเรยี นร้ทู ่ี 5 พูด หรือเขียนแสดงความต้องการ ขอ และใหค้ วามชว่ ยเหมือตอบรับหรือปฏิเสธ
ในสถานการณ์ ต่างๆ
ผลการเรยี นรทู้ ี่ 10 เปรียบเทยี บและอธบิ ายความแตกต่างระหว่างโครงสรา้ งประโยค สำนวนภาษา
ของภาษาจีนกับภาษาไทย

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้สู่ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรยี นรู้

นกั เรยี นสามารถพดู หรือเขียนแสดงความต้องการ ขอ และใหค้ วามชว่ ยเหมือตอบรบั หรือปฏเิ สธใน
สถานการณ์ ต่างๆ เปรียบเทียบและอธบิ ายความแตกต่างระหวา่ งโครงสรา้ งประโยค สำนวนภาษาของ
ภาษาจีนกบั ภาษาไทย

3. สาระสำคัญ (เน้ือหา)
1. คำศัพท์ สำนวนภาษา ประโยค และข้อความที่ใชใ้ นการขอและให้ขอ้ มลู
2. คำกรยิ าวิเศษณ์ 再
3. การใช้ 从...到...
4. กรยิ าช่วย
5. 怎么 และ 为什么

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ (K)
ผเู้ รยี นมีความร้คู วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั การใช้ 再 และความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การใช้ 从...到 และ

ประโยคทใี่ ช้วลี “ประธาน+กรยิ า” เปน็ บทกริยา
4.2 ทักษะ/กระบวนการ( P ) (วิธีการและข้นั ตอนท่ีใช้ดำเนนิ การคน้ ควา้ หาความร้)ู
ผเู้ รยี นสามารถใชภ้ าษาเพื่อการส่ือความหมายของตนเองได้ สามารถนำหลักภาษาท่ีได้เรียนรู้ไปใช้

ประโยชนไ์ ด้จรงิ

4.3 คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์( A )  ซอื่ อสัตย์ สจุ รติ
 รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์  ใฝ่เรยี นรู้
 มวี นิ ยั  มุง่ มนั่ ในการทำงาน
 อยูอ่ ย่างพอเพยี ง มจี ิตสาธารณะ
 รกั ความเปน็ ไทย

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน  ความสามารถในการคิด
 ความสามารถในการสือ่ สาร  ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21  ใส่ใจนวัตกรรม
 แก้ปัญหาเป็น
6.1 ทกั ษะด้านการเรยี นรู้และนวัตกรรม  เต็มใจรว่ มมือ

 คดิ สร้างสรรค์  ร้เู ทา่ ทนั ส่ือ
 มีวิจารณญาณ  ฉลาดสื่อสาร
 ส่ือสารดี
6.2 ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ เทคโนโลยี  รจู้ ักปรบั ตวั
 ใส่ใจดูแลตนเอง
 อัพเดตทุกข้อมลู ข่าวสาร  เรยี นรูว้ ัฒนธรรม
 รอบรเู้ ทคโนโลยีสารสนเทศ  รบั ผดิ ชอบหนา้ ที่
6.3 ทักษะชวี ิตและอาชีพ  หมั่นหาความรรู้ อบดา้ น

 มีความยดื หยนุ่
 รเิ ริม่ ส่งิ ใหม่
 รูจ้ ักเขา้ สังคม
 มีความเป็นผู้นำ
 พฒั นาอาชพี

7. แนวทางการบูรณาการ การจดั การเรียนรู้  โรงเรยี นสิง่ แวดลอ้ ม
 โรงเรยี นสุจรติ /ต้านทุจรติ
 หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง  สวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น
 โรงเรียนคุณธรรม
 บรู ณาการกลุ่มสาระการเรยี นรู้
 บรหิ ารจดั การชัน้ เรยี นเชิงบวก

8. การจัดกจิ กรรม /กลยุทธ์/วธิ กี าร/รปู แบบการจัดการเรียนรู้
ชว่ั โมงที่ 1 เรียนรู้คำศพั ทใ์ หมใ่ นบทเรยี น
ขัน้ นำ

ครูผู้สอนกล่าวทักทายนกั เรยี น และเกริ่นนำบทเรียน โดยใชภ้ าษาไทยเชอื่ มโยงกับเนื้อหาในบทเรยี นน้ี
และมีความเชือ่ มโยงกบั คำศัพท์ในบทเรยี น และยกตวั อย่างที่นักเรยี นสามารถมองเหน็ ภาพได้อยา่ งชัดเจน
ขน้ั สอน

การสอนแบบอธบิ าย โดยเน้นความรแู้ ละความเข้าใจในการเรยี นรู้คำศพั ท์ ดังน้ี

❖ 会 +N.
V.

会汉语 会电脑
❖ 会+V.

会说汉语 不会打太极拳

很会唱歌 不太会画画儿

❖ 下←→上

上个月 上星期 下个月 下星期

❖ 听说……

听说下星期开始报名。
听说你会打太极拳。
听说体育老师下星期教太极
拳。
❖ 能(≈会)+V.
能说汉语=会说汉语 能吃 20 个饺子
(*会吃 20 个饺子)
他今天不能上课。 (*他今天不会上课)

❖ 再+V.
明天再来 再说一遍 再试试

❖ 懂电脑 不懂微信 懂英语 不懂汉语
❖ 什么意思?
不懂“一三五”是什么意思。

ชวั่ โมงที่ 2 รูปประโยคและการนำไปใช้
การสอนแบบการอ่านบทสนทนาหรือพดู บทสนทนาได้ ทำความเขา้ ใจกบั เนื้อหาโดยมรี ูปแบบ

ประโยคการเขยี น ดงั นี้

课文 Text



ชวั่ โมงท่ี 3 การใช้ 有点儿

การสอนเน้นการอธิบายและการทำความเข้าใจของผ้เู รยี น เพือ่ ให้ผเู้ รยี นสามารถรแู้ ละนำมาปรบั ใช้ใน
การเรียนได้ โดยการใช้ 一点儿 และ 有点儿

1. การใช้ 一点儿

คณุ ศัพท์ (adj) + 一点儿

• 有没有大一点儿 มใี หญก่ ว่านี้หน่อยไหม
• 我想买小一点儿的提包。ฉนั อยากซ้ือกระเปา๋ ถือท่เี ล็กกวา่ นหี้ น่อย
• 别紧张,轻松一点儿。
• 买一点儿猪肉 ซ้ือเนอื้ หมนู ดิ หน่อย
• 我们吃了一点儿面条 พวกเราทานบะหม่ีไปนดิ นึง
• 别忘了带一点儿钱 อย่าลืมพกเงินติดตัวไปนิดหนอ่ ย
• 我会说 一点儿 汉语。ฉนั พดู ภาษาจีนได้นิดหน่อย
• 妈妈去超市买 一点儿东西。คุณแมจ่ ะไปซูเปอร์มาเก็ต ซอื้ ของนิดหน่อย
2.การใช้ 有点儿

有点儿+คำคุณศพั ท์

• 这双帆布鞋有点儿大 รองเท้าผา้ ใบคู่น้ีใหญ่ไปหนอ่ ย
• 经理有点儿生气 ผู้จัดการโกรธเล็กน้อย
• 这条小狗有点儿瘦 ลูกสุนัขตวั วนผ้ี อมไปหน่อย
• 这次考试有点儿难 การสอบครั้งน้ียากไปหน่อย
• 最近的天气有点儿热。อากาศช่วงนร้ี อ้ นไปหน่อย
• 我有点儿累,想休息一下儿。ฉนั เหนอื่ ยไปหน่อย อยากพักสักครู่
• 他有点儿想家。เขาคิดถึงบ้านนิดหน่อย
• 我有点儿不明白。ฉันไม่เข้าใจนดิ หน่อย
• 我有点儿讨厌他。ฉนั รำคาญ(เบื่อ)เขานิดหน่อย

ชว่ั โมงท่ี 4 การใช้ 啊
การสอนเนน้ การอธบิ ายและการทำความเขา้ ใจของผ้เู รียน เพอื่ ใหผ้ ูเ้ รยี นสามารถรแู้ ละนำมาปรบั ใชใ้ น

การเรยี นได้ โดยการใช้ 啊 วา่ กันดว้ ยเร่ือง 啊 เป็นคำลงท้ายประโยค เพอ่ื แสดงนำเสียง คำเดียวกนั แต่

ออกเสยี งได้ตง้ั แต่ อา อ๋า อ่า อ้า เลยนะจ๊ะ
啊 ā แสดงความรู้สึกตกใจและชืน่ ชม

啊,下雨了!/ 啊,这件衣服真漂亮!
อา(อุย้ ) ฝนตกแลว้ / อา(โอว้ ) เส้อื ตัวนี้สวยจรงิ ๆ
啊 á แสดงความรสู้ กึ สงสยั และยอ้ นถาม
啊,你说什么? / 啊, 你还不知道?
อา๋ (หะ๊ ) เธอพูดอะไรนะ / อา๋ (หา) เธอยงั ไมร่ ูเ้ หรอเนีย่
啊 ǎ แสดงความรู้สกึ ตกใจและสงสยั
啊,怎么会有这件事?
อา่ (เอ่อะ) เกิดเรอ่ื งขึน้ ได้ยังไง
啊 à แสดงการตกลง เขา้ ใจแล้ว เห็นด้วย
啊,好的,我去/ 啊,原来王教授就是你!
อา้ (อื้ม) ไดเ้ ลย ฉนั ไปเอง / อ้า (ออ้ ) ท่แี ทเ้ ธอก็คอื อาจารย์หวงั นเ่ี อง
啊 a 1. ใชล้ งทา้ ยประโยคแสดงความรู้สึกช่นื ชม
多好的天气啊!อากาศดีจังเลย
2. ใช้ลงท้ายประโยคเพื่อแสดงการกำชับ/ เตือนความจำ
这件事千万别告诉他啊!/ 明天你一定要来啊!
เร่ืองนหี้ ้ามบอกเขาเด็กขาดนะ / พรงุ่ น้เี ธอต้องมาใหไ้ ด้นะ
3.ใช้วางตรงกลางประโยค เพ่ือเรียกความสนใจให้คนฟังฟงั ตอ่
他啊,就喜欢唱歌。เขาน่ะ...ก็ชอบร้องเพลงนะ
4. ลงท้ายคำเพ่ือใช้ยกตัวอย่างต่างๆ
苹果啊,香蕉啊,橘子啊,我都喜欢吃。
แอปเป้ลิ เอย กล้วยเอย ส้มเอย อชิ ้นั ชอบทานหมดแหละฮ่ะ

ชั่วโมงท่ี 5 ประโยคทใ่ี ชว้ ลี “ประธาน+กริยา” เปน็ บทกรยิ า

การสอนเนน้ การใช้ประโยคประกอบด้วยคำหรือวลีชนดิ ตา่ งๆตามความสัมพันธท์ างไวยากรณ์โดยคำ
และวลีดังกล่าวจะเปน็ ส่วนประกอบตามหน้าทต่ี า่ งกันในประโยค แบ่งเปน็ 6 ประเภทดังน้ี

**(定语)主语 + 状语 + 谓语 + 补语 + (定语)宾语 **
ส่วนประกอบ
ตวั อย่าง

1.บทประธาน(主语)我妈妈做中国菜。

2. บทกริยา(谓语)我妈妈做中国菜。
3.บทกรรม(宾语)我妈妈做中国菜。
4.บทขยายนาม(定语)我妈妈做中国菜。
5.บทขยายบทกรยิ า(状语)我妈妈正在做饭。
6.บทเสริม(补语)我妈妈做好饭了。
บทประธาน(主语)มีคำและวลีหลายชนดิ ทำหน้าท่เี ป็นบทประธานไดเ้ ช่น

鸡蛋很好吃。ไข่ไก่อร่อยมาก
讨论已经结束了。การอภปิ รายเสร็จสิน้ ลงแล้ว
你是我唯一的爱。เธอเปน็ รกั หนงึ่ เดยี วของฉัน
诚实是为人之本。ความซื่อสัตยค์ ือพนื้ ฐานในการประพฤตติ น
บทกริยา(谓语)มคี ำและวลหี ลายชนดิ ทำหนา้ ทีเ่ ปน็ บทกรยิ าไดเ้ ชน่
鸟吃虫。นกกนิ หนอน
他是我们班主任的老师。เขาเปน็ ครูประจำช้นั ของเรา
雨下了。ฝนตกแล้ว
今天星期天。วนั นีว้ นั อาทติ ย์
孩子们天真可爱。พวกเด็กๆน่ารักไรเ้ ดยี งสา
บทกรรม(宾语)มีคำและวลหี ลายชนดิ ทำหน้าท่เี ป็นบทกรรมได้เชน่
北方人吃面食。คนภาคเหนอื กินอาหารท่ีทำจากแป้งสาลี
我去图书馆。ฉันไปห้องสมดุ
她买香蕉和榴莲。หล่อนซอ้ื กลว้ ยกบั ทุเรียน
北京就是中国的首都。ปักกิ่งก็คือเมืองหลวงของจีน
บทขยายนาม(定语)บทขยายนามขยายคำนามหรอื นามวลีที่ทำหน้าท่ีเปน็ บทประธานหรอื บท
กรรมในประโยคมคี ำและวลีหลายชนิดทำหนา้ ทีเ่ ปน็ บทขยายนามไดเ้ ช่น
李老师是中文老师。ครหู ลเี่ ป็นครสู อนภาษาจนี
我的朋友很可爱。เพื่อนของฉนั นา่ รักมาก
朱先生是个直来直去的人。คุณจูเปน็ คนทต่ี รงไปตรงมาคนหนึ่ง
事情发生在一个寒冷的冬天。เรื่องเกดิ ขึ้นในฤดูหนาวทหี่ นาวเหน็บปีหนง่ึ
ขอ้ สังเกตคือ
1. บทขยายนามกับ 的 = ---(定语)--- + “的”
泰国的土地学术问题 (คำนามท่เี ป็นบทขยายนาม)
แผน่ ดินของไทยปัญหาทางวิชา
你们的朋友我(的)妈妈 (คำสรรพนามทเี่ ป็นบทขยายนาม)
เพอ่ื นของพวกเธอแม่ของฉนั
三公斤(的)西瓜 ( “ตัวเลข+ลักษณะนาม”เป็นบทขยายนามเพ่อื เนน้ จำนวนนั้นๆ )

แตงโมที่หนักสามกิโลกรัม
新的车旧的衣服 (คำคณุ ศพั ทท์ เ่ี ป็นบทขยายนาม)
รถ(ที)่ ใหม่เสอื้ ( ท่ี ) เกา่
买的车我买来的车对你的爱 ( คำกริยากริยาวลีประโยคหรือบุพบทวลที ่เี ปน็ บท
ขยายนาม ) รถทซ่ี ื้อรถทฉ่ี นั ซอื้ มาความรกั ท่มี ตี ่อคุณ
2. บทขยายนามหนึ่งข้อความขยายคำนามหลายขอ้ ความโดยใชเ้ ครือ่ งหมายหยุดพักเสียง“、”

คั่นไวร้ ะหว่างข้อความและข้อความมสดุ ท้ายหรือสองข้อความใช้ 和 หรอื (以)及 เชื่อม
好心的同事和朋友。เพ่ือนร่วมงานและเพ่ือนที่ใจดี
他的勤劳、善良和聪明。ความขยนั ความใจดีและความฉลาดของเขา
บทขยายนามหลายขอ้ ความขยายคำนามขอ้ ความเดยี ว(多项定语)นอกจากจะใช้
เคร่อื งหมาย“、”หรือ 和,(以)及 ยงั ใช้ 而,又…又 ฯลฯเช่อื มได้
她是一个天真、活泼而可爱的孩子。
หล่อนเป็นเดก็ ไร้เดียงสารา่ เรงิ และน่ารกั คนหน่ึง
( บทขยายนามแบบคู่ขนาน 并列关系定语)
他写了一部三百多页的长篇爱情小说。
เขาไดเ้ ขียนนวนิยายรกั เรื่องยาวเรือ่ งหน่งึ ทีห่ นาสามร้อยหว่าหนา้
( บทขยายนามแบบตามลำดับชัน้ 递加关系定语)

ช่วั โมงท่ี 6 ประโยคทใ่ี ช้วลี “ประธาน+กริยา” เปน็ บทกริยา (ตอ่ )

การสอนเนน้ การใช้ประโยคที่ใช้วลี “ประธาน+กรยิ า” เปน็ บทกริยา ตอ่ จากคาบเรียนท่ีแลว้ เป็นการ
สอนแบบอธบิ าย

บทขยายบทกรยิ า(状语)
บทขยายบทกรยิ าคือคำหรือวลที ่ขี ยายหรือจำกัดความให้กับบทกริยาเพ่อื แสดงเวลาสถานทรี่ ะดบั

ความเขม้ ข้นขอบเขตสภาวะการยนื ยนั หรอื การปฏิเสธการซ้ำการเป็นฝ่ายกระทำหรือถูกกระทำผู้รบั กิรยิ า
อาการสาเหตฯุ ลฯมคี ำและวลหี ลายประเภทสามารถทำหน้าที่เป็นบทขยายบทกริยาได้ เช่น

弟弟明年毕业。น้องชายจะจบการศกึ ษาปีหน้า
这个季节常下雨。ฤดกู าลน้ฝี นตกบอ่ ย
衣服在柜子里挂着。เสอ้ื ผา้ แขวนไวอ้ ยใู่ นตู้
我们应该节约用油。พวกเราควรใชน้ ้ามนั อยา่ งประหยดั
大家努力地工作。ทุกคนเพยี รพยายามทางาน

ขอ้ สงั เกตคอื

บทขยายบทกรยิ า(状语)ทาหน้าทข่ี ยายคากรยิ าหรอื คาคณุ ศพั ทเ์ ป็นหลกั เชน่
今天大约二十一号。วนั น้ีประมาณวนั ท่ี 21
บทขยายบทกรยิ า(状语)ตามหลงั ประธาน ( อยขู่ า้ งหน้าบทกรยิ า ) หรอื อย่รู ะหว่าง
ประธานกบั กรยิ านนั้ เอง 主语 + 状语 + 谓语 + 宾语。
*** คานามหรอื นามวลที ท่ี าหน้าทเ่ี ป็นบทขยายกรยิ าจะอยขู่ า้ งหน้าหรอื ขา้ งหลงั กไ็ ดเ้ ชน่
- คานามบอกเวลาเช่น 明天 , 今年 , 寒假,小的时候 ฯลฯ

他明天考试。พร่งุ น้ีเขาสอบ
我小的时候去过了英国。ตอนฉันเป็นเดก็ ๆไปประเทศองั กฤษ
- คากรยิ าวเิ ศษณ์บางคาเช่น 突然,居然,的确,确实,偏偏,明明,本
来,原来,回头
我确实不知道。 = 确实我不知道。ฉนั ไม่รจู้ รงิ ๆ
- บุพวลี 在 , 对 ใชใ้ นการบอกสถานที่เวลาสถานการณห์ รือประเดน็
在中国,他生活得很愉快。ที่เมืองจีนเขาใชช้ วี ิตอย่างมีความสขุ
= 他在中国生活得很愉快。เขาใช้ชวี ติ อย่างมีความสขุ ทเี่ มืองจนี

***** แตม่ ีคำนามหรอื นามวลบี างคำจะอยขู่ ้างหนา้ บทประธานอยา่ งเดียวเช่น
- คำกริยาวเิ ศษณบ์ างคำเช่น 反正,幸亏

反正你不信,我说了也没用。อย่างไรคุณก็ไม่เช่อื อยู่แลว้ ฉนั พดู ไปกไ็ ม่มี
ประโยชน์
- บพุ วลี 关于 , 至于

关于如何解决能源问题,会议继续讨论。
เกีย่ วกับปญั หาพลงั งานจะแก้ไขอยา่ งไรการประชุมจะอภปิ รายต่อไป
- บทขยายบทกริยาท่มี ีโครงสรา้ งประโยคซับซ้อน
บทขยายกริยากบั “地”มักจะอย่กู ันเสมอ ---(状语) --- + “地”คำท่ีทำ
หน้าที่เป็นบทขยายกริยาท่ีใชก้ ับ“地” คอื คำกรยิ าหรือกริยาวลีคำคณุ ศัพท์หรือคุณศัพท์วลี คำนามที่มี
ความหมายเป็นนามธรรมเทา่ น้นั คำเลยี นเสยี งและวลี 4 พยางค์ท่ีตายตวั
母亲担心地望着女儿离开了。( คำกริยา )
แม่มองดูลกู สาวเดนิ จากไปดว้ ยความเป็นหว่ ง
技师认真仔细地检查了一遍。 (คุณศพั ท์วลี )
ชา่ งเทคนิคไดต้ รวจดูอย่างจรงิ จงั และละเอียดหนึง่ รอบ
我们应该历史地评价毛泽东的功过。
พวกเราควรประเมนิ ความดแี ละความผิดพลาดของเหมาเจ๋อตงโดยอาศยั ข้อเทจ็ จรงิ ทาง
ประวตั ิศาสตร์ ( คำนามทม่ี ีความหมายเป็นนามธรรม )

北风呜呜地呼啸着。 (คำเลียนเสียง)
ลมเหนอื กำลงั คำรามอๆู้
这朵花像雪一样地洁白。 (คำวลี 4 พยางค์ )
ดอกไมด้ อกนี้ขาวบริสุทธด์ิ ่งั หิมะ
บทขยายบทกรยิ าแบบตามลำดบั ชัน้ (递加关系状语)
我晚上常常在家里跟父母一起看电视。
ตอนกลางคนื ฉันมักจะดูโทรทัศนด์ ้วยกันกับพอ่ แม่ท่บี ้านบ่อยๆ

บทเสรมิ (补语)
บทเสรมิ คือคำหรือวลที ่ตี ามหลังบทกริยา ( ซ่งึ ต้องเป็นคำกริยาหรือคำคุณศัพท์ )เพ่ือชีแ้ จงเพ่ิมเติม

ข้อมลู ที่เกย่ี วกบั ผลระดบั ความเขม้ ข้นทิศทางการเคลื่อนไหวความเปน็ ไปได้ใชเ้ วลานานแคไ่ หนจำนวน ของการ
กระทำหรือการเปลีย่ นแปลงใหก้ บั บทกริยา สามารถแบ่งบทเสรมิ 6 ประเภทดังน้ี

บทเสรมิ ประเภททีบ่ อกผล (结果补语)
บทเสริมประเภททบ่ี อกระดบั ความเขม้ ข้น (程度补语)
บทเสริมประเภทท่ีบอกทิศทางการเคลื่อนไหว (趋向补语)
บทเสรมิ ประเภททบ่ี อกจำนวน (数量补语)
บทเสรมิ ประเภททบ่ี อกความเปน็ ไปได้ (可能补语)
บทเสริมประเภทบุพบทวลี (助词短语补语)
บทเสรมิ ประเภทท่บี อกผล (结果补语)

ชวั่ โมงท่ี 7 การใช้ 还是

การสอนเน้นการเขยี นและการอา่ นออกเสยี งในภาษาจนี ที่ถูกตอ้ งตามหลักการออกเสียง เพื่อเปน็ การ
ทบทวนเสียงพยญั ชนะภาษาจีนท่ีใชบ้ อ่ ยในเน้ือหาบทเรยี นนี้ การใช้ คำว่า หรอื ของภาษาจีน มี 2 แบบ คอื
还是 และ 或者

การใช้ คำวา่ หรอื ของภาษาจีน มี 2 แบบ คือ 还是 และ 或者 ใชต้ ่างกันยังไงนะ ลองดูจาก
ประโยคตวั อยา่ ง เพราะบางทีการอยา่ งจากตวั อย่างประโยคหรอื การที่เราเข้าใจประโยคน่าจะทำใหเ้ ข้าใจภาษา
มากกวา่ โครงสร้าง

1. คำวา่ 还是 háishì แปลวา่ หรือ สว่ นใหญเ่ ปน็ การถามเชงิ เนน้ วา่ จะเอาสง่ิ ไหน จะทำสิง่ ใด แลว้
จะใชใ้ นประโยคคำถามด้วย
ประโยคที่ 1 คำว่า 还是

ตัวจีน 你是泰国人还是中国人?
แปลวา่ คุณเปน็ คนไทยหรือคนจนี ?
ประโยคท่ี 2 คำว่า 还是
ตัวจนี 你爱我还是爱她?
แปลว่า เธอรกั ฉันหรือเธอรักเขา ? ( เขาผูห้ ญงิ )

ประโยคที่ 3 คำวา่ 还是
ตัวจีน 你喜欢喝咖啡还是喜欢喝茶?
แปลว่า คุณชอบดืมกาแฟหรือชา ?

สรปุ งา่ ยๆ คำวา่ 还是 háishì แปลว่า หรอื ใชก้ บั ประโยคคำถามเลยนะครับ เวลาเขียนอย่าลืม ? นะครบั

2. คำวา่ 或者 huòzhě แปลว่า หรือ หรอื แปลประมาณว่า หรอื ไม่ก็ สว่ นใหญ่เป็นการถามเชงิ
อยา่ งใดอย่างนงึ อะไรก็ได้ แล้วจะใช้ในประโยคบอกเลา่ ด้วย เวลาเขียนกไ็ ม่ต้องใสเ่ ครอ่ื งหมาย ? นะครบั
ตัวอย่างประโยคการใช้ คำวา่ 或者 huòzhě แปลวา่ หรอื

ประโยคท่ี 1 คำว่า 或者
ตัวจีน 我想喝咖啡或者喝茶。
แปลวา่ ฉนั อยากด่ืมกาแฟหรือไม่กช็ า.

ประโยคที่ 2 คำวา่ 或者
ตวั จีน 你明天来或者后天来都可以。
แปลวา่ คุณจะมาวนั พรงุ่ นห้ี รือมาวันมะรนื น้กี ็ได.้

ประโยคท่ี 3 คำว่า 或者
ตัวจีน 每天他们都去打排球或者跑步。
แปลวา่ ทุกวันพวกเขาไปเล่นวอลเลยบ์ อลหรือไมก่ ็ไปวงิ่ .

ประโยคที่ 4 คำว่า 或者
ตวั จีน 我想喝水或者啤酒。
แปลวา่ ฉนั อยากด่มื นำ้ หรอื ไม่กเ็ บียร์ก็ได้.
สรุปงา่ ยๆ คำวา่ 或者 huòzhě แปลว่า หรอื หรือแปลประมาณวา่ หรือไม่ก็ ใชก้ บั ประโยคบอก

เล่า แล้วทีส่ ำคัญเวลาเขียนในประโยคไม่ต้องใส่ ?

ชัว่ โมงท่ี 8 ประโยคคำถามแบบละ .....呢

การสอนเน้นการออกเสยี งและการทำใหร้ ปู ประโยคสมบูรณ์ ประโยคคำถามแบบละ……..呢?
ในกรณีท่ีพดู ขน้ึ มาโดยไม่มีบริบท การใช้ คำถาม….呢?จะหมายถึงถามสถานท่ี
ตวั อย่าง 我的书呢? หนังสือของฉันละ่

(=我的书在哪儿?หนงั สือของฉนั อยู่ทไ่ี หน)
我的自行车呢? จกั รยานของฉนั ล่ะ

(=我的自行车在哪儿?รถจกั รยานของฉันอยู่ท่ีไหน)

โดย 呢

1.ละ่ , เล่า ใช้ในประโยคคำถาม ใชค้ ู่กบั คำปฤจฉาสรรพนาม

你找谁呢?คุณหาใครกนั เลา่
他到底上哪儿去了呢?เขาไปไหนกนั แน่ เลา่
2. ใชใ้ นประโยคย้อนถาม ที่ไมม่ คี ำปฤจฉาสรรพนาม
你们都在这儿,小王呢?พวกคุณอยู่ท่ีน่กี ันหมด แลว้ เสย่ี วหวงั ละ่
这本是你的,那本呢?เล่มนี้เปน็ ของคุณ แลว้ เล่มนั้น ละ่

3. ใชใ้ นประโยคคำถามท่ีให้เลือกอยา่ งใดอย่างหนึ่ง หรอื ว่าใหเ้ ลือกระหว่าง คำยนื ยนั กับคำปฏิเสธ
你吃米饭还是吃面条呢?คณุ กนิ ข้าว หรือวา่ กนิ บะหม่ี ล่ะ
经理同意不同意呢?ผู้จัดการเหน็ ด้วย หรอื ว่า ไม่เหน็ ด้วย ล่ะ
4. ใชใ้ นประโยคยอ้ นถาม
一点儿小事,你何必大惊小怪呢? (大惊小怪 กระตา่ ยตืน่ ตูม)
เร่ืองเลก็ ขีป้ ะติ๋ว ทำไมเธอต้องทำเปน็ กระต่ายตืน่ ตูม ล่ะ
5. แนะ่ , ละ่ ใช้ในประโยคบอกเลา่ ยืนยนั ความเป็นจรงิ แสดงนำ้ เสยี งจงู ใจพูดใหเ้ กินความจริงนดิ
หน่อย
什么,现在就去?可我还没吃饭呢!อะไร ไปตอนนีห้ รือ แตฉ่ ันยังไม่ได้กิน
ข้าวแน่ะ
他真有福气,女朋友漂亮得很呢!เขาโชคดจี ริงๆ แฟนสาวสวยมากๆเลยละ่
6. นะ่ ใช้หยดุ พกั เสยี ง ในประโยคบอกเลา่ เพือ่ ยกตวั อยา่ ง
他们个个都事业有成,而我呢,一事无成。
พวกเขาทุกคนประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน ส่วนฉันน่ะ ยังทำอะไรไม่สำเร็จสกั เร่ืองเลย

ช่วั โมงที่ 9 การเขยี นและการทำใหร้ ปู ประโยคสมบูรณ์
การสอนเนน้ การเขียนและการทำใหร้ ปู ประโยคสมบูรณ์มากขึ้นและมคี วามเข้าใจง่าย

ชัว่ โมงท่ี 10 การอา่ นอกั ษรภาษาจีนทเี่ ป็นข้อความได้

การสอนเนน้ การอ่านอกั ษรจีนท่ีเปน็ บทความยาว ผู้เรยี นสามารถอา่ นบทความภาษาจีนออกโดยไมม่ ี
ส่วนประกอบของสัทอักษรจนี ประกอบหรือที่เรียนวา่ 拼音 และผ้เู รยี นสามารถแปลความหมายภาษาไทย
ได้ โดยอ่านข้อความ





ช่วั โมงท่ี 11 การเขยี นตัวอักษรจีน
การสอนเนน้ การเขยี นตวั อักษรจนี โดยใหผ้ ู้เรยี นเน้นการทำแบบฝึกหดั ทา้ ยบทเรยี น ดงั น้ี

ให้นักเรียนเขียนคดั อักษรจนี ตามเนอ้ื เร่ืองในบทเรยี น พร้อมแปลความหมายภาษาไทย

ชั่วโมงท่ี 12 ทดสอบหลังเรียน

การสอนเน้นการเขียนและการทำความเข้าใจ โดยการทดสอบความรู้ความเข้าใจ ผ่านทาง Social
Network โดยการใช้โปรแกรม Google From

9. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้

- เอกสารประกอบการเรยี น
- สอื่ อินเทอรเ์ น็ต / VDO ออกเสยี งตามเจา้ ของภาษา (ผา่ นช่องทาง YouTube )
- สื่อการสอน Power Point (ผา่ นการเรียนการสอน Google Meet , Group line , Zoom)
- แบบฝกึ หัดท้ายทบเรยี น (ผา่ น Google Classroom )

10. การวดั และประเมนิ ผล เคร่อื งมอื /วิธกี ารประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ
ประเดน็ การประเมนิ แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ตั้งใจ
พฤติกรรมการเรียนรู้ การอา่ นออกเสยี ง และการเขียน
ผ่านรอ้ ยละ 60
การประเมินผลจากสภาพจริง ตัวอักษรจนี
แบบสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน ผา่ นร้อยละ 80
การปฏิบตั ิกิจกรรม

11. บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรยี นรู้

11.1 สรุปผลการจัดการเรียนรู้

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.2 ปญั หา/อุปสรรค

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

11.3 แนวทางแกไ้ ข /แนวทางการพฒั นา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ..........................................................ครผู สู้ อน
( นางสาวสุธาภรณ์ วรกาญจนกลุ )
ตำแหน่ง ครู

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 10

รายวชิ า ภาษาจนี 1 รหัสวิชา จ31201 กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 10
เรื่อง 你家有几口人 (ครอบครัวของคณุ มกี ่คี น) จำนวน 11 ชว่ั โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู้

ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรยี นรู้
ผลการเรยี นรทู้ ่ี 7 พูดและนำเสนอข้อมลู เกี่ยวกับตนเองประสบการณ์ ขา่ ว หรือเหตุการณห์ รอื เรอ่ื ง
หรือประเดน็ ตา่ งๆท่ีอยใู่ นความสนใจของสงั คม
ผลการเรียนรูท้ ี่ 10 เปรียบเทียบและอธบิ ายความแตกต่างระหวา่ งโครงสรา้ งประโยค สำนวนภาษา
ของภาษาจีนกับภาษาไทย

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรสู้ ู่ตวั ช้ีวัด/ผลการเรียนรู้

นักเรียนสามารถพดู และนำเสนอข้อมูลเก่ียวกับตนเองประสบการณ์ ข่าว หรอื เหตุการณ์หรอื เร่ือง
หรือประเดน็ ตา่ งๆที่อยู่ในความสนใจของสังคม และเปรียบเทียบและอธบิ ายความแตกตา่ งระหว่างโครงสร้าง
ประโยค สำนวนภาษาของภาษาจนี กับภาษาไทย

3. สาระสำคัญ (เน้อื หา)
1. คำศัพท์ สำนวนภาษา ประโยค และขอ้ ความท่ีใชใ้ นการขอและใหข้ อ้ มลู จำนวนสมาชิกใน

ครอบครัว
2. การใช้ 两 และ 二

3. การใช้ 多

4. การใช้ 不都是

5. ประโยคทใี่ ช้ 有
6. การนบั เลข
7. ลักษณะนาม 几 และ 多少
8. โครงสร้าง ตัวเลข+ลักษณะนาม+คำนาม
9. การเขียนตัวอักษรจีน

4. สาระการเรยี นรู้

4.1 ความรู้ (K)

ผู้เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกับการใช้ 两 และ 二 ,การใช้ 多, การใช้ 不都是,

ประโยคทใ่ี ช้ 有, การนบั เลข , ลักษณะนาม 几 และ 多少 , โครงสรา้ ง ตัวเลข+ลกั ษณะนาม+คำนาม

และการเขียนอักษรจนี

4.2 ทักษะ/กระบวนการ( P ) (วธิ กี ารและขน้ั ตอนท่ใี ช้ดำเนินการคน้ คว้าหาความรู้)

ผ้เู รยี นสามารถใช้ภาษาเพือ่ การสอ่ื ความหมายของตนเองได้ สามารถนำหลักภาษาทไี่ ด้เรยี นรไู้ ปใช้

ประโยชนไ์ ด้จรงิ

4.3 คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค(์ A )

 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์  ซอ่ื อสัตย์ สจุ รติ

 มีวนิ ยั  ใฝเ่ รียนรู้

 อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง  มุ่งม่นั ในการทำงาน

 รกั ความเป็นไทย มจี ิตสาธารณะ

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น  ความสามารถในการคดิ
 ความสามารถในการสื่อสาร  ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
 ความสามารถในการแก้ปัญหา
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี  ใสใ่ จนวัตกรรม
 แกป้ ัญหาเป็น
6. ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21  เตม็ ใจร่วมมอื
6.1 ทกั ษะด้านการเรยี นร้แู ละนวตั กรรม
 คิดสร้างสรรค์  ร้เู ทา่ ทันสื่อ
 มวี จิ ารณญาณ  ฉลาดส่อื สาร
 สือ่ สารดี
6.2 ทักษะด้านสารสนเทศ สอื่ เทคโนโลยี  รูจ้ ักปรบั ตวั
 ใส่ใจดแู ลตนเอง
 อพั เดตทุกข้อมลู ข่าวสาร  เรียนรู้วฒั นธรรม
 รอบรเู้ ทคโนโลยีสารสนเทศ  รบั ผดิ ชอบหน้าท่ี
6.3 ทกั ษะชวี ติ และอาชีพ  หมั่นหาความรูร้ อบด้าน
 มคี วามยดื หยุน่
 รเิ รม่ิ ส่งิ ใหม่
 รู้จักเขา้ สังคม
 มีความเปน็ ผู้นำ
 พฒั นาอาชีพ

7. แนวทางการบรู ณาการ การจดั การเรียนรู้  โรงเรยี นสงิ่ แวดลอ้ ม
 โรงเรียนสุจริต/ต้านทจุ รติ
 หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
 โรงเรยี นคณุ ธรรม
 บูรณาการกลุ่มสาระการเรยี นรู้
 บรหิ ารจดั การช้นั เรยี นเชิงบวก

8. การจัดกิจกรรม /กลยุทธ์/วิธกี าร/รูปแบบการจดั การเรียนรู้
ชว่ั โมงท่ี 1 เรยี นรู้คำศพั ทใ์ หมใ่ นบทเรยี น

การสอนแบบอธบิ าย โดยเน้นความรู้และความเขา้ ใจในการเรยี นรคู้ ำศพั ท์ เก่ยี วกับการถามชื่อ ดงั น้ี

ช่วั โมงที่ 2 รูปประโยคและการนำไปใช้

การสอนแบบการอา่ นบทสนทนาหรือพดู บทสนทนาได้ ทำความเข้าใจกับเน้ือหาโดยมรี ูปแบบ
ประโยคการเขยี น ดงั นี้

ชัว่ โมงที่ 3 การใช้ 两 และ 二
การสอนเน้นการใชภ้ าษาจนี ให้ถกู ต้อง โดยเฉพาะคำท่ีมีความหมายเหมือนกันแต่การนำไปใชห้ รือการ

เรียนรนู้ น้ั ตา่ งกัน เชน่ คำวา่ 二 และ 两
二 (èr/เออ้ ร์) และ 两 (liǎng/เหลี่ยง) ในภาษาไทยลว้ นหมายถึง 'สอง' แต่อักษรสองตัวน้ี

กลับมีวิธีใชท้ ่ีแตกตา่ งกันในภาษาจนี น่นั คอื
二 (èr/เอ้อร)์ จะใชบ้ อกตัวเลข หมายเลข และลำดับที่ เช่น
• 二十 (èrshí /เออ้ รส์ ือ) ยส่ี ิบ
• 十二 (shí èr/สือ เอ้อร)์ สิบสอง
• 二五二七 (èr wǔ èr qī /เออ้ ร์ อู่ เอ้อร์ ชี) สองห้าสองเจด็
• 第二 (dì'èr/ต้ี เอ้อร)์ ลำดับท่ี2
两 (liǎng/เหลี่ยง) จะใชบ้ อกจำนวน จะวางหน้าลักษณะนาม เชน่ 两 + ลกั ษณะนาม + คำนาม
• 两本书 (liǎng běn shū/เหลียง เปิ่น ซ)ู หนงั สอื 2 เลม่
• 两张床(liǎng zhāng chuáng/เหลี่ยง จัง ฉวง) เตียง 2 เตยี ง
• 两个苹果 (liǎng ge píngguǒ/เหลี่ยง เกอ ผงิ กัว่ ) แอปเปล้ิ 2 ลูก

• 两杯啤酒 (liǎng bēi píjiǔ/เหลยี่ ง เปย ผจี วิ่ ) เบยี ร์ 2 แก้ว
• 两天 (liǎng tiān/เหล่ียง เทยี น) 2 วัน
两 + หลกั เลข
• 两百 (liǎng bǎi/เหลยี ง ไป)่ สองร้อย
• 两千 (liǎng qiān/เหลยี่ ง เชยี น)สองพนั
• 两万 (liǎng wàn/เหล่ียง วนั่ ) สองหมน่ื

ชั่วโมงท่ี 4 การใช้ 多
การสอนเน้นการใชภ้ าษาจีนให้ถกู ต้อง โดยเฉพาะคำทม่ี ีความหมายเหมือนกนั แตก่ ารนำไปใช้หรอื การ

เรียนรู้นน้ั ต่างกัน เช่น คำวา่ 多
1) ใชใ้ นประโยคอทุ าน แสดงถึงระดับท่ีสูงหรือมาก => ….ยิง่ นัก,….เป็นอย่างมาก,…เปน็ อย่างยง่ิ เช่น

• 她是多么好的老师啊! หล่อนช่างเป็นครูท่ีดียงิ่ นกั !

• 景色多么漂亮啊! ทศั นียภาพช่างงดงามยง่ิ นกั !

• 那个姑娘多么可爱啊! หญิงสาวผนู้ ้นั น่ารักยงิ่ นกั !

2) ใชใ้ นประโยคเชิงซ้อนท่ีมคี วามสมั พนั ธแ์ บบมีเงื่อนไข มักใช้คูก่ ับ 不管(ไมว่ า่ ),无论 (ไม่วา่ )
=> …..เพียงใด,…..แค่ไหน เช่น

• 无论你多么聪明,也不可能什么都知道!
ไม่วา่ คุณจะฉลาดแค่ไหน คุณก็ไม่สามารถรู้ทุกเรื่อง !!!

3) ใชใ้ นประโยคคำถาม ใช้ถามระดับหรือปริมาณ => ….แคไ่ หน,….เทา่ ไหร่ เช่น
• 你家离学校多么远 บ้านของคณุ ไกลจากโรงเรยี นแค่ไหน?

• 从这里到教堂多么远? จากท่นี ี่ไปโบสถ์ไกลแคไ่ หน?

• 这件事到底有多么重要啊 เรอื่ งนี้มันสำคัญแค่ไหนกนั เชียว?

หมายเหตุ: 多么 duōme สามารถใช้เป็น 多 duō เฉยๆกไ็ ด้ค่ะ เช่น
• 有多么远? => 有多远?

• 多么漂亮啊 => 多漂亮啊 !

• 多么幸福啊 => 多幸福啊!


Click to View FlipBook Version