ขนั้ สรุป
สุ่มนักเรยี นให้อธิบายก่ยี วกับเสียงพยัญชนะท่ีได้เรียนรูใ้ นคาบเรียนนี้ ให้กบั เพื่อนในห้องเรียนฟังเพ่ือ
เปน็ การทบทวนความรู้ที่ไดร้ ับในวนั นี้
ชว่ั โมงท่ี 6 การทบทวนการเขยี น
ขน้ั นำ
ครผู สู้ อนกลา่ วทักทายนักเรยี น และเกริน่ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเนื้อหาจากชั่วโมงทผี่ า่ น
มา รวมถงึ สุ่มนักเรียนว่าได้มีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ข้ันสอน
การสอนเนน้ การเขียนภาษาจีนท่ีถูกต้องตามหลกั การเขียน เพื่อเป็นการทบทวนภาษาจนี ทใี่ ช้บ่อยใน
เนือ้ หาบทเรยี นนี้
ข้นั สรปุ
ครผู ู้สอนสรุปเนื้อหาในบทเรยี น แล้วใหน้ กั เรียนคำศัพท์ในแบบฝกึ เป็นภาษาไทย
ชว่ั โมงที่ 7 การใชเ้ สยี งวรรณยกุ ตซ์ ำ้
ขั้นนำ
ครูผสู้ อนกล่าวทักทายนกั เรยี น และเกรนิ่ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเน้ือหาจากช่ัวโมงทผี่ า่ น
มา รวมถึงส่มุ นักเรียนวา่ ไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขนั้ สอน
การสอนเน้นการออกเสียงและหลักการนำไปใช้โดยเฉพาะคำศัพทบ์ างคำทเ่ี สียงวรรณยุกต์ เหมือนกนั
แตม่ ีการเปลยี่ นเสียง ดงั นี้
กฏการเปล่ียนเสียงในภาษาจีน (อธบิ ายแบบละเอียด)
1) เสียง3อยู่ตดิ กันสองพยางค์ พยางคห์ น้าจะเปลย่ี นเป็นเสยี งสอง เช่น 你好 nǐ hǎo จะ
อ่านออกเสยี งเป็น หนีห่าว ní hǎo
2) เสียง3อยตู่ ดิ กันสามพยางค์ สามารถอา่ นไดห้ ลายแบบขึน้ อยู่กบั โครงสรา้ ง
เช่น โครงสร้าง 2+1 ในกรณีทส่ี องพยางค์แรกเป็นกลมุ่ คำศพั ท์เดยี วกัน สว่ นพยางค์ทส่ี ามเปน็ ส่วนแยก
• 洗脸水 xǐ liǎn shuǐ => 洗脸 ลา้ งหนา้ (กลมุ่ เดยี วกัน) +水 น้ำ (กลุม่
แยก)จะเปลย่ี นเสียงอ่านจากเดิมทีอ่ ่าน 3+3+3 ส่เี หลยี่ นสยุ่ เป็น 2+2+3 สเี หลยี นสุ่ย xí lián shuǐ
โครงสร้าง1+2 ในกรณีพยางค์แรกเปน็ ส่วนแยก ส่วนพยางค์ทสี่ องแบะท่ีสามเปน็ กลมุ่ เดียวกัน
• 跑百米 pǎo bǎi mǐ => 跑 วิง่ (กลุ่มแยก) + 百米 100เมตร (กลุ่ม
เดียวกนั ) จะเปลย่ี นเสียงอ่านจากเดมิ ที่อา่ น 3+3+3 เผา่ ไป่หมี่ เป็น 3+2+3 เผา่ ไปห๋ มี่ pǎo bái mǐ
โครงสรา้ ง 1+1+1 ในกรณีท่ีพยางค์แยกออกจากกันไม่ได้ เปน็ ส่วนประกอบของกลมุ่ คำศพั ท์
เช่น
• 我想买 wǒ xiǎng mǎi จะเปลีย่ นเสียงอา่ นจากเดิม หว่อเสยี่ งหมา่ ย เป็น
+2+3 อวั๋ เสียงหมา่ ย wó xiáng mǎi
• 我想你 wǒ xiāng nǐ จะเปล่ยี นเสยี งอา่ นจากเดมิ หว่อเส่ยี งหน่ี เป็น 2+2+3
อว๋ั เสียงหนี่ wó xiáng nǐ
3) เสยี งสามอยตู่ ิดกันตงั้ แต่สี่พยางค์ขนึ้ ไป
จะใช้วธิ ีแยกกลุ่มคำศัพท์ออกเปน็ สองคำหรือสามคำ ต่อจากนน้ั จงึ ออกเสยี งตามกฏข้างบน
ขนั้ สรปุ
ทบทวนโดยการอา่ นคำสัพท์ภาษาจนี พร้อมแปลภาษาไทย และสมุ่ นักเรียนให้แตง่ ประโยคโดยการใช้
คำศัพทท์ ีเ่ รียน
ชั่วโมงที่ 8 การใชเ้ สียงวรรณยุกตซ์ ้ำ (ต่อ)
ขนั้ นำ
ครผู ู้สอนกล่าวทกั ทายนกั เรียน และเกรน่ิ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเนอ้ื หาจากช่ัวโมงที่ผา่ น
มา รวมถึงสุ่มนักเรียนว่าได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม
ข้นั สอน
ซึง่ ต่อเน่อื งจากคาบเรยี นท่แี ล้วจงึ ไดม้ ีการยกตัวอยา่ ง คำศัพท์และประโยคภาษาจีน ใหม้ ากขน้ึ
เพอื่ ใหผ้ ู้เรยี นเหน็ ภาพชัดเจน และสามารถนำมาใช้ได้จริง
1. เสียง 3 อยตู่ ิดกันสองพยางค์ พยางค์หนา้ จะเปลย่ี นเป็นเสียง 2 (3+3) เป็น (2+3)
shuǐguǒ xǐ zǎo shǒubiǎo hǎishuǐ kě yǐ
水果 洗澡 手表 海水 可以
liǎnguǐ yǔsǎn guǎn lǐ yǔ fǎ xuǎn jǔ
脸鬼 雨伞 管理 语法 选举
lǎohǔ
老虎
2. เสียง 3 อย่ตู ิดกันสองพยางค์ พยางคท์ ่ี 1 และ 2 เปน็ กลุ่มเดยี วกนั สองพยางคแ์ รกจะเปล่ียนเป็นเป็น
เสียง 2 (3+3+3) เปน็ (2+2+3)
zhǎnliǎnguǎn biǎoyǎnzhě měnggǔyǔ xǐ liǎnshuǐ
展脸馆 表 演者 蒙 古语 洗脸 水
3. เสยี ง 3 อยู่ติดกันสามพยางค์ พยางคท์ ี่ 2 และ 3 เปน็ กลุม่ เดยี วกัน พยางค์ตรงกลางจะเปล่ยี นเปน็
เสยี ง 2 (3+3+3) เป็น (3+2+3)
xiǎomuzhǐ hǎolǎobǎn zǒngdǎoyǎn
小 拇指 好老板 总 导演
4. เสียง 3 อยูต่ ิดกันสามพยางค์ แต่แยกกลุ่มคำไมอ่ อก ก็ให้อา่ นพยางคห์ นา้ เป็นเสียงที่ 2 (3+3+3) เปน็
(2+2+3)
wǒhěnhǎo qǐng nǐ xiě wǒxiǎngmǎi wǔwǔwǔ
我很 好 请 你写 我想 买 五五五
jiǔ jiǔ jiǔ
九九九
ขั้นสรปุ
นกั เรยี นทุกคนอ่านออกเสยี งคำศัพทท์ ่ีได้เรียนในบทเรียนนี้
ชว่ั โมงท่ี 9 การใช้เสียงวรรณยกุ ต์ซ้ำมาแต่งประโยคสนทนาภาษาจนี (ตอ่ )
ขั้นนำ
ครผู สู้ อนกล่าวทักทายนกั เรยี น และเกรน่ิ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเน้อื หาจากช่วั โมงท่ผี า่ น
มา รวมถงึ สุ่มนักเรียนวา่ ได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ข้นั สอน
การสอนเนน้ การอา่ นออกเสยี งวรรณยกุ ต์ใหถ้ ูกต้อง
1.你好. สวสั ดี
2.你好吗. คณุ สบายดไี หม
3.我很好. ฉนั สบายดี
4.你家有几口人? บา้ นคณุ มีกี่คน
5.你很可爱。 คณุ นา่ รกั จัง
6.现在几点了? ตอนนก้ี ี่โมงแล้ว
7.你有女朋友了吗? คุณมแี ฟนหรอื ยัง(แฟนผหู้ ญิง)
8.我很想念你。 ฉันคดิ ถงึ เธอมาก
9.你怎么办? คณุ จะทำอยา่ งไร
10.你可以帮我妈? คณุ ชว่ ยฉันได้ไหม
11. 我找不到。 ฉันหาไม่เจอ
12.你可以跟我们去。 คุณสามารถไปกบั พวกเราได้
ขัน้ สรปุ
เป็นการฝึกผู้เรียนโดยการได้ปฏิบัติจริง และเปน็ การทบทวนเน้อื หาในบทเรียน
ชวั่ โมงท่ี 10 การใช้หลกั ไวยากรณ์ภาษาจนี เพอื่ มาเขยี นประโยคบทสนทนาภาษาจนี การใช้ 两
การสอนเนน้ การอ่านจับใจความและแปลความหมายภาษาไทย โดยสุม่ บทความเพ่ือให้ผเู้ รยี น
สามารถแก้ปญั หา เฉพาะหน้าได้ดังน้ี
1.我的家庭 ครอบครัวของฉนั 我有一个幸福的家。 家里大大小小的
事都由妈妈负责。爸爸什么都不管。虽然无威信,但是对我和
弟弟非常好。爸爸风趣幽默,总是使这个家每天晚上充满快
乐。 我呢,学习成绩还算好,年年评为“三好学生”。有时
在家做家务,会不服气。 弟弟有点顽皮,但是又很可爱。顽
皮的时侯,满脸黑,像包公;可爱的时侯,像小兔。 “我的
家庭真可爱,真可爱。”这就是我赞美我的家庭。 我的家庭
很可爱,很幸福。
2.现在我有我自己的房间了。房间不是很大。里面有一张蓝色
的小床。因为我喜欢植物,所以桌子有一些太阳花。每次我讨
厌做作业的时候,我就会看看它。然后我就会放松并充满活
力。除了这些之外,我的房间里有一个书架。架子上有很多
书。床上有一只可爱的兔子时钟,每天早上都是它叫醒我。我
终于有了我自己的地方。我非常喜欢它
3. 宏达小学很漂亮也很大。那里有许多的学生和老师。我们
的学校有一个大大的操场,我们经常在里面上体育课。而我们
的教室在四楼,教室又明亮又干净。我在学校睡觉,吃饭,学
习。学校就是一个大家庭,老师们就像我们的父母。我爱我的
学校!
ช่วั โมงที่ 11 ทดสอบหลังเรียน
ขั้นนำ
ครูผสู้ อนกล่าวทักทายนักเรยี น และเกริน่ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเน้อื หาจากช่วั โมงทผ่ี า่ น
มา รวมถงึ สุม่ นักเรียนว่าไดม้ ีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน
การสอนเน้นการใช้ทักษะการเขยี น โดยใหผ้ ู้เรยี นได้นำคำศพั ทเ์ กี่ยวกับคำบทเสรมิ เชน่ 先生、
小姐、等一会儿 และเสยี งวรรณยุกต์ทมี่ เี สยี ง 3 ซำ้ กัน มาแต่งบทสนทนาภาษาจนี ใหเ้ กดิ ความ
ถกู ต้องในหลักการเขยี นภาษาจีน โดยการเปน็ ประโยคคำถาม คำตอบ ประโยคบอกเล่าและประโยคปฏเิ ส
ขั้นสรปุ
เป็นการฝกึ ผเู้ รียนโดยการไดป้ ฏบิ ตั ิจริง และเปน็ การทบทวนเนื้อหาในบทเรยี น
9. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
- เอกสารประกอบการเรยี น
- สอื่ อนิ เทอร์เน็ต / VDO ออกเสียงตามเจา้ ของภาษา (ผา่ นชอ่ งทาง YouTube )
- สอ่ื การสอน Power Point (ผ่านการเรยี นการสอน Google Meet , Group line , Zoom)
- แบบฝกึ หดั ท้ายทบเรียน (ผ่าน Google Classroom )
10. การวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมือ/วธิ กี ารประเมนิ เกณฑก์ ารประเมนิ
ประเดน็ การประเมิน แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ตง้ั ใจ
พฤติกรรมการเรยี นรู้ การอ่านออกเสยี ง และการเขียน
ผา่ นร้อยละ 60
การประเมนิ ผลจากสภาพจรงิ ตัวอกั ษรจีน
แบบสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน ผา่ นร้อยละ 80
การปฏบิ ัติกิจกรรม
11. บันทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้
11.1 สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 แนวทางแก้ไข /แนวทางการพฒั นา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ..........................................................ครูผ้สู อน
( นางสาวสุธาภรณ์ วรกาญจนกุล)
ตำแหน่ง ครู
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 6
รายวิชา ภาษาจนี 1 รหัสวิชา จ31201 กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6
เร่ือง 他住哪儿 (เขากำลังอยูท่ ี่ไหน) จำนวน 12 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้
ตวั ชี้วัด/ผลการเรียนรู้
ผลการเรียนรทู้ ี่ 5 พูด หรอื เขียนแสดงความตอ้ งการ ขอ และให้ความช่วยเหมือตอบรับหรือปฏเิ สธ
ในสถานการณ์ ต่างๆ
ผลการเรียนร้ทู ่ี 4 สนทนาอยา่ งตอ่ เนื่อง หรือเขยี นตอบโต้ขอ้ มลู ขา่ วสาร ประสบการณ์และเรอื่ งทอี่ ยู่
ในความสนใจ ของสังคม
ผลการเรยี นร้ทู ี่ 10 เปรยี บเทียบและอธบิ ายความแตกตา่ งระหวา่ งโครงสรา้ งประโยค สำนวนภาษา
ของภาษาจีนกบั ภาษาไทย
ผลการเรียนรู้ที่ 13 ใช้ภาษาจนี สอื่ สารในสถานการณ์จรงิ หรอื สถานการณจ์ ำลองทเี่ กิดขน้ึ ใน
ห้องเรียนสถานศกึ ษา ชุมชน และสงั คม
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรสู้ ู่ตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้
นกั เรยี นสามารถพดู หรือเขียนแสดงความต้องการ ขอ และให้ความช่วยเหมือตอบรับหรือปฏิเสธใน
สถานการณ์ ตา่ งๆ สนทนาอย่างตอ่ เน่ือง หรอื เขียนตอบโตข้ ้อมลู ข่าวสาร ประสบการณแ์ ละเร่ืองที่อยู่ในความ
สนใจ ของสงั คม
3. สาระสำคญั (เน้อื หา)
1. คำศัพท์ สำนวนภาษา ประโยค และขอ้ ความที่ใชใ้ นการขอและใหข้ ้อมลู เกี่ยวกบั ท่ีอยู่อาศยั
2. การใช้ 呢
3. การใช้ 您
4. การออกเสียงเลข 0
5. การเรยี งลำดบั คำของประโยคภาษาจีน
6. ประโยคทภ่ี าคแสดงเปน็ กริยา
7. วิธีการอ่านตวั เลข
8. การใช้ ........吗?
9. การใช้คำกริยาวเิ ศษณ์ 也 และ 都
10. บทขยายกริยา
11. เสยี งหนกั ของประโยค
12. การเขยี นตวั อักษรจนี
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ความรู้ (K)
ผู้เรียนมคี วามรู้ความเข้าใจเก่ียวกับการใช้ 呢/ 您 และความรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกบั การออกเสียง 0
การเรียงลำดับคำของประโยคภาษาจนี ประโยคที่ภาคแสดงเป็นกริยา ประโยคที่ภาคแสดงเปน็ กริยา วธิ ีการ
อ่านตวั เลข การใช้ ........吗?การใช้คำกรยิ าวเิ ศษณ์ 也 และ 都 บทขยายกริยา เสยี งหนกั ของประโยค
ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและ เหมาะสมพรอ้ มทั้งสามารถนำไปปรับใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้
4.2 ทักษะ/กระบวนการ( P ) (วิธีการและขนั้ ตอนท่ีใช้ดำเนนิ การคน้ คว้าหาความรู้)
ผู้เรยี นสามารถใชภ้ าษาเพ่อื การสื่อความหมายของตนเองได้ สามารถนำหลกั ภาษาทีไ่ ด้เรยี นร้ไู ปใช้
ประโยชน์ไดจ้ ริง
4.3 คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์( A )
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ืออสตั ย์ สุจรติ
มวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้
อยูอ่ ยา่ งพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน
รักความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ
5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน ความสามารถในการคดิ
ความสามารถในการสือ่ สาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ใส่ใจนวัตกรรม
แกป้ ญั หาเปน็
6. ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เต็มใจรว่ มมือ
6.1 ทกั ษะด้านการเรียนร้แู ละนวัตกรรม
คดิ สร้างสรรค์ รเู้ ท่าทันส่อื
มีวิจารณญาณ ฉลาดสือ่ สาร
สือ่ สารดี
6.2 ทกั ษะด้านสารสนเทศ ส่อื เทคโนโลยี รู้จกั ปรบั ตวั
ใส่ใจดแู ลตนเอง
อัพเดตทุกข้อมลู ข่าวสาร เรียนรู้วัฒนธรรม
รอบรูเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ รับผดิ ชอบหน้าท่ี
6.3 ทักษะชวี ิตและอาชีพ หม่ันหาความรรู้ อบด้าน
มคี วามยดื หยุน่
ริเริม่ สิ่งใหม่
รจู้ กั เขา้ สงั คม
มีความเปน็ ผ้นู ำ
พัฒนาอาชพี
7. แนวทางการบรู ณาการ การจดั การเรียนรู้ โรงเรียนสง่ิ แวดลอ้ ม
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนสุจริต/ตา้ นทุจรติ
โรงเรียนคุณธรรม สวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น
บรู ณาการกลุม่ สาระการเรียนรู้
บริหารจดั การชนั้ เรียนเชิงบวก
8. การจัดกิจกรรม /กลยุทธ์/วธิ ีการ/รูปแบบการจดั การเรยี นรู้
ชว่ั โมงที่ 1 เรียนรคู้ ำศพั ท์ใหมใ่ นบทเรียน
ขัน้ นำ
ครผู ู้สอนชแ้ี จงเนอ้ื หาในบทเรียน และเกริ่นนำการเรยี นรู้ในคาบเรียนนี้
ขน้ั สอน
การสอนแบบอธิบาย โดยเนน้ ความรู้และความเขา้ ใจในการเรียนรูค้ ำศพั ท์ การอ่านบทสนทนาหรอื
พดู บทสนทนาได้ ทำความเข้าใจกบั เน้ือหาโดยมีรูปแบบประโยคการเขียน ดงั น้ี
ขนั้ สรปุ
นักเรียนสามารถนำเสียงพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ ทไ่ี ดเ้ รียนมาแลว้ นั้น มาประสมกนั เพื่อให้ได้
คำศัพทห์ นง่ึ คำ ทีต่ ้องมีความหมาย การประสมคำโดยการนำแต่ละเสียงมานนั้ หรือการที่ใหน้ ักเรยี นได้เรยี นรู้
พินอนิ ก่อนซ่ึงเปน็ สิ่งท่ีดเี พราะเป็นพนื้ ฐานในการทจ่ี ะอ่านอกั ษรจีนไดน้ ่ันเอง
คาบเรียนที่ 2 การใช้ 呢 กับการใช้ 您
ข้ันนำ
รูปแบบการสอนเป็นการอธิบาย และมีกิจกรรมร่วมกันปฏิบัติในขณะที่มีการเรียนการสอนนั้นเอง
เพราะการทักทายนั้นเป็นมารยาทหนึ่งทางสังคมทีบ่ ุคคลพึงปฏิบัตติ ่อกันเพื่อพบ้จอกัน ทั้งนี้การทักทายยังเป้น
การแสดงออกถึงไมตรีจิตที่มีต่อกัน ไม่ว่าบุคคลที่เรารู้จักคุ้นเยหรือไม่รู้จักมาก่อนก็ตาม และยังเ ป็นการเปิด
สำหรบั การเรมิ่ ตน้ การสนทนาระหวา่ งบคุ คล หรือบคุ คลกับกลม่ บุคคลอีกดว้ ย
ขัน้ สอน
การสอนแบบการเนน้ การนำ 呢 และ 您 ไปใชใ้ นรปู ประโยคภาษาจนี ซง่ึ เปน็ คำเสริม 助词
(zhùcí)คอื คำท่ผี นวกเข้าไปทข่ี า้ งหลังคำ วลี หรอื ประโยค เพอื่ เสรมิ ความหมาย
คำเสริม มี 3 ชนดิ
1. คำเสรมิ โครงสร้าง 结构助词 ผนวกไปขา้ งหลงั คำ หรอื วลเี พอื่ แสดงความสัมพันธท์ าง
ไวยากรณ์ ได้แก่ 的 de 得 de 地 de
2. คำเสริมอาการ 动态助词 คอื คำเสริมท่ีผนวกไปขา้ งหลงั กรยิ าเพื่อเสริมความหมาย ได้แก่
了 le 着 zhe 过 guo
3. คำเสริมน้ำเสียง 语气助词 คอื คำเสริมที่ผนวกไปท่ีท้ายประโยค เพ่ือแสดงนำ้ เสียง ได้แก่
吗 ma 呢 ne 吧 ba 了 le 啊 a
การใช้ 呢,?! อ่านวา่ …. เนอ
1. ล่ะ , เลา่ ใชใ้ นประโยคคำถาม ใชค้ ่กู บั คำปฤจฉาสรรพนาม
你找谁呢? คณุ หาใครกนั เลา่
他到底上哪儿去了呢? เขาไปไหนกันแน่ เลา่
2. ใช้ในประโยคย้อนถาม ที่ไม่มคี ำปฤจฉาสรรพนาม
你们都在这儿,小王呢? พวกคณุ อย่ทู ่ีน่ีกันหมด แลว้ เสีย่ วหวงั ล่ะ
这本是你的,那本呢? เล่มน้เี ปน็ ของคุณ แลว้ เล่มน้ัน ละ่
3. ใช้ในประโยคคำถามท่ีให้เลอื กอย่างใดอย่างหนึ่ง หรอื ว่าให้เลอื กระหว่าง คำยืนยนั กบั คำปฏิเสธ
你吃米饭还是吃面条呢? คณุ กินข้าว หรอื วา่ กินบะหม่ี ล่ะ
经理同意不同意呢? ผ้จู ดั การเห็นดว้ ย หรอื ว่า ไมเ่ หน็ ดว้ ย ล่ะ
4. ใช้ในประโยคย้อนถาม
一点儿小事,你何必大惊小怪呢? (大惊小怪 กระตา่ ยตน่ื
ตมู ) เรื่องเลก็ ขี้ปะต๋วิ ทำไมเธอต้องทำเปน็ กระต่ายต่นื ตูม ล่ะ
5. แนะ่ , ล่ะ ใชใ้ นประโยคบอกเล่า ยืนยนั ความเป็นจรงิ แสดงน้ำเสียงจงู ใจพูดใหเ้ กนิ ความจรงิ นดิ
หนอ่ ย
什么,现在就去?可我还没吃饭呢!
อะไร ไปตอนน้ีหรือ แต่ฉันยังไม่ไดก้ นิ ข้าวแน่ะ
他真有福气,女朋友漂亮得很呢!
เขาโชคดจี รงิ ๆ แฟนสาวสวยมากๆเลยล่ะ
6. น่ะ ใช้หยดุ พักเสียง ในประโยคบอกเล่าเพ่ือยกตัวอย่าง
他们个个都事业有成,而我呢,一事无成。
พวกเขาทุกคนประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน ส่วนฉันนะ่ ยงั ทำอะไรไม่สำเร็จสักเรื่องเลย
การใช้ 您 (ท่าน / คณุ ) ซ่งึ สว่ นมากใชก้ บั คนท่ีสูงอายุ หรืออาวุโสกว่า เชน่
你好! nǐ hǎo (หนี หา่ ว) สวสั ดี (ใชไ้ ด้ทัว่ ไป)
您好! nín hǎo (หนิน ห่าว) สวสั ดี (ใช้แบบเป็นทางการหรือกับผทู้ ่ีอาวุโสกวา่ )
ข้ันสรุป
ครผู สู้ อนให้นกั เรียนไดฝ้ ึก (练习) เขียนคำศัพท์ตวั อักษรจนี (汉字) พร้อมท้งั ฝึกฝนการอ่าน
คำศัพท์ท้งั การดจู ากตัวกำกับเสยี งพินอนิ (拼音) และอ่านจากตัวอกั ษรจนี เพียงอยา่ งเดียว โดยครผู ู้สอนมี
หน้าทใ่ี นการให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่นักเรยี น
คาบเรียนท่ี 3 การอา่ นออกเสยี งและการเขียน
ขัน้ สรปุ
ครผู ้สู อนให้นกั เรียนไดฝ้ ึก (练习) เขียนคำศัพท์ตัวอักษรจนี (汉字) พร้อมทง้ั ฝึกฝนการอ่าน
คำศัพท์ทงั้ การดูจากตัวกำกบั เสยี งพินอิน (拼音) และอ่านจากตัวอักษรจีนเพียงอยา่ งเดียว โดยครผู ้สู อนมี
หนา้ ทีใ่ นการให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่นักเรียน
ขน้ั สอน
การสอนแบบใช้ทักษะการอ่านออกเสียงและการเขียนโดยการทำแบบฝึกทักษะในเอกสาร
ประกอบการเรียน
ขัน้ สรุป
ใหน้ ักเรยี นฝึกการเขยี นประโยคจากหลกั ไวยากรณ์ที่นักเรียนเรียนในคาบเรียนน้ี โดยการเขียนเปน็
อักษรจนี พร้อมแปลความหมายภาษาไทย
คาบเรยี นที่ 4 เรยี นร้คู ำศพั ท์ใหม่ในบทเรยี น เนื้อหารูปประโยคและการนำไปใช้
ขนั้ นำ
การสอนเป็นแบบอธบิ าย เนื้อหาในบทเรียน
ขั้นสอน
การสอนแบบอธบิ าย โดยเน้นความรแู้ ละความเข้าใจในการเรียนร้คู ำศัพท์ การอา่ นบทสนทนาหรอื
พูดบทสนทนาได้ ทำความเข้าใจกับเน้ือหาโดยมรี ูปแบบประโยคการเขียน ดังนี้
คาบเรียนที่ 5 การการออกเสยี งเลข 0 วธิ กี ารอา่ นตัวเลข
ขั้นนำ
ครูผสู้ อนกล่าวทกั ทายนักเรยี น และเกร่นิ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเน้อื หาจากช่วั โมงท่ผี า่ น
มา รวมถงึ สุ่มนกั เรียนวา่ ไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ข้ันสอน
การสอนเน้นการเขยี นและการอ่านออกเสยี งในภาษาจนี ท่ีถูกต้องตามหลักการออกเสยี ง เพอื่ เปน็ การ
ทบทวนเสยี งพยัญชนะภาษาจีนทใ่ี ชบ้ ่อยในเน้ือหาบทเรยี นนี้
การอ่านตัวเลขในภาษาจีน
เนื่องจากภาษาจีนเร่ิมเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากข้ึน ดังนนั้ ในปัจจุบันจึงมจี ำนวนการเรียน
การสอนภาษาจนี เพมิ่ ขน้ึ ตามไปดว้ ย ไมว่ า่ จะเปน็ เรยี นแคเ่ ฉพาะภาษาจีนตามสถาบันกวดวิชาต่างๆเพื่อให้
สามารถสือ่ สารภาษาจีนได้ หรือตามทส่ี ถานศึกษาต่างๆได้บรรจวุ ิชาภาษาจนี ลงไปในการเรียนการสอน เพื่อให้
ผู้เรยี นไดเ้ รียนร้ทู ัง้ ภาษา และวฒั นธรรมต่างๆ ซง่ึ รวมไปถึงผทู้ มี่ คี วามชืน่ ชอบในด้านต่างๆของประเทศจนี ผู้ที่
ทำการค้ากบั ชาวจีน หรือผู้ที่กำลงั ศกึ ษาภาษาจีนด้วยตนเอง
ดว้ ยเหตุผลตามทก่ี ล่าวมาข้างตน้ จึงเกิดเปน็ บทความที่มเี กร็ดความรสู้ ำหรับผู้ทีส่ นใจภาษาจนี แต่ยงั
ไมร่ วู้ ่าจะเริ่มต้นท่ีจดุ ใดมาให้ไดอ้ ่านกันนะคะ
วันน้จี ะเรมิ่ ต้นกนั ท่ี ตวั เลข หรอื การนับเลขในภาษาจีนกลางกันค่ะ ซ่งึ บางทา่ นอาจจะยังไม่ทราบว่า
การอา่ นตวั เลขตามปา้ ยราคาสนิ คา้ หรือการนับเลขในภาษาจนี กลางที่เราสามารถนำไปใช้ในชีวติ ประจำวันนั้น
เปน็ อยา่ งไร และจะยากหรือไม่ ลองมาดูกันนะคะกบั การอ่านตัวเลขในภาษาจีน
หลักหน่วย
12 3 4 5 678 9 0
一二 三 四 五 六七八 九 零
yī èr sān sì wǔ liù qī bā jiǔ ling
(อี) (เออ้ ร์) (ซาน) (ซอ่ื ) (อู่ว) (ลว่ิ ) (ช)ี (ปา) (จิว่ ) (หลงิ )
หลกั สบิ
10 20 30 40 50 60 70 80 90
十 二十 三十 四十 五十 六十 七十 八十 九十
shí èrshí sānshí sìshí wǔshí liùshí qīshí bāshí jiǔshí
(สือ) (เออ้ ร์ สอื ) (ซาน สอื ) (ซอ่ื สอื ) (อ่วู สือ) (ล่ิว สอื ) (ชี สอื ) (ปา สือ) (จิว่ สอื )
หลักรอ้ ย
100 200 300 400 500 600 700 800 900
一百 二百、两百 三百 四百 五百 六百 七百 八百 九百
yībǎi èrbǎi,liǎngbǎi sānbǎi sìbǎi wǔbǎi liùbǎi qībǎi bābǎi jiǔbǎi
(อี ป่าย) (เอ้อร์ ปา่ ย,เหลียง ป่าย) (ซาน ป่าย) (ซอ่ื ปา่ ย) (อวู่ ปา่ ย) (ลว่ิ ป่าย) (ชี ป่าย) (ปา ปา่ ย) (จวิ่ ป่าย)
ข้อสังเกต
กรณีการอา่ น 200 500 และ900 จากคำอา่ นภาษาไทย จะเหน็ ได้ว่าวรรณยุกต์ไม่ตรงกับตวั พนิ อนิ (ตัวอ่าน
ภาษาจนี ทเ่ี ป็นอักษรโรมนั ) เพราะในกฎการผนั เสียงวรรณยุกต์ของภาษาจีนนนั้ มีอยู่วา่ เม่ือเสยี งสามชนกับเสยี ง
สาม เวลาท่อี า่ นคำแรกหรือคำที่อยดู่ ้านหน้าจะผันเปน็ เสยี งสองทนั ที แตร่ ปู การเขยี นไมเ่ ปลยี่ นแปลง
***วธิ กี ารอ่าน และนับจำนวนเพ่มิ เติม
การอ่านหลกั สบิ ให้อ่านจำนวนหลกั สบิ กอ่ น แล้วตามดว้ ยหลกั หน่วย ดังน้ี
11 = 十一 shíyī
25 = 二十五 èrshíwǔ
44 = 四十四 sìshísì
การอา่ นหลกั ร้อย ให้อ่านจำนวนหลักรอ้ ยกอ่ น แลว้ ตามด้วยหลกั สบิ กบั หลกั หน่วย ดงั น้ี
120 = 一百二十 yībǎi èrshí
145 = 一百四十五 yībǎi sìshíwǔ
และจะแบ่งออกเป็นกรณีพิเศษ ดงั น้ี
1. เมื่ออ่านตัวเลขหลักร้อยทมี่ ีเลข “0” อยู่ตรงกลาง
101 = 一百零一 yībǎi líng yī
409 = 四百零九 sìbǎi líng jiǔ
2. เมอื่ อา่ นตัวเลขที่ข้นึ ต้นดว้ ยเลข “2” ตง้ั แตห่ ลกั ร้อยข้นึ ไป
200 = 两百 liǎng bǎi
222 = 两百二十二 liǎngbǎi èrshíèr
2,008 = 两千零八 liǎng qiān líng bā
250,000 = 二十五万 èrshíwǔ wàn
ขนั้ สรปุ
สมุ่ นักเรยี นใหอ้ ธบิ ายกย่ี วกับเสยี งพยัญชนะท่ีได้เรยี นร้ใู นคาบเรียนนี้ ใหก้ ับเพ่ือนในห้องเรียนฟังเพื่อ
เปน็ การทบทวนความรู้ท่ไี ด้รับในวนั นี้
คาบเรยี นท่ี 6 การการใช้ ........吗?
ขั้นนำ
ครูผสู้ อนกล่าวทกั ทายนักเรยี น และเกรน่ิ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเนอื้ หาจากชัว่ โมงทผ่ี ่าน
มา รวมถึงสุม่ นักเรียนว่าได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน
การสอนเนน้ การเขียนและการอ่านออกเสยี งในภาษาจีนท่ีถูกต้องตามหลกั การออกเสียง เพอ่ื เปน็ การ
ทบทวนเสยี งพยัญชนะภาษาจีนทใี่ ชบ้ อ่ ยในเน้ือหาบทเรียนน้ี
การใช้ 吗? 吗 เป็นคำเสรมิ แสดงคำถาม ไว้วางท้ายประโยคบอกเลา่ ทำให้กลายเป็นประโยค
คำถามแบบตอบรับหรอื ปฏเิ สธ ดังตวั อย่าง
A: 你是中国人吗? เธอเปน็ คนจีนรึเปลา่
B: 是。(我是中国人。) ใช่ (ฉนั เป็นคนจีน)
不是(búshì/ปู๋ซอ่ื )จะวางหน้าเหตุการณ์หรือการกระทำน้ันๆ และลงทา้ ยประโยคด้วยคำวา่
吗(ma/มะ) หรือจะพูดถึงเหตุการณห์ รอื การกระทำนั้นๆก่อนแล้วจงึ ลงท้ายประโยคดว้ ย 不是吗?
(bú shì ma/ปู๋ ซ่ือ มะ) ประโยคตวั อย่าง
你不是去过上海了吗?怎么还要去?
คุณเคยไปเซีย่ งไฮ้แลว้ ไมใ่ ชเ่ หรอ ทำไมยงั ไปอีกละ่ คะ
你去他去不是一样吗?你们不要再争了。
เธอไปหรือเขาไปกเ็ หมือนกนั ไมใ่ ช่เหรอ? ไวกคุณไม่ต้องเถียงกันอีกเลยค่ะ
你不是不缺钱吗?为什么还去打工?
คณุ ไม่ได้ขาดเงินไม่ใชเ่ หรอ ทำไมยังต้องไปทำงานพิเศษละ่ คะ
吗 สามารถใช้ต่อท้ายประโยคบอกเล่า แลว้ ทำให้ประโยคน้ันกลายเปน็ ประโยคคำถามได้ค่ะ คำตอบ
ก็คือ yes หรือ no กบั คำถามนัน้ นัน่ แล ถ้าเทียบกบั คำไทย ก็ “ไหม” หรอื “ม๊ัย” วธิ ีการใช้ช่างเหมอื น
ภาษาไทยเด๊ะๆ คือเอา 吗 ไปไว้ที่ทา้ ยประโยคค่ะ เช่น 你知道了吗? nǐ zhīdào le ma? เธอ
เข้าใจแลว้ ใช่มัย๊ ? (อย่าลืมเคร่ืองหมาย ? ในประโยค 吗 ด้วยนะคะ^^)
难道_____吗?สว่ นใหญ่จะแปลว่า "รึไง" "เชยี วหรอ" "จริงๆเหรอ" "เหรอ""หรอื วา่ "
(การแปลความหมายขึน้ อยกู่ ับรปู ประโยค) 难道 เปน็ คำเสริมน้ำเสียงท่ีใชใ้ นประโยคการย้อนถาม เอาไว้
ใชเ้ นน้ ประโยคให้ดูหนักแน่นข้ึน
难道你真的相信他吗?
หรอื วา่ คณุ เชื่อเขาจรงิ ๆเน่ยี
今天是我的生日,难道你不知道吗?
วนั นเี้ ปน็ วนั เกดิ ของฉนั , เธอไม่รรู้ ึไง
他这么帅,又这么有钱,难道你不想嫁给他吗?
เขาหลอ่ ขนาดน้ี แล้วกม็ ีเงนิ มากอีกด้วย เธอจะไมแ่ ต่งงานกับเขาจรงิ ๆเหรอ
这一点儿困难,难道我们还不能克服吗?
ปญั หาเลก็ ๆแคน่ ี้พวกเราจะพิชติ มนั ไม่ไดเ้ ชยี วเหรอ?
ขั้นสรปุ
ครผู ูส้ อนสรุปการใช้ 不 และสุ่มนักเรยี นใหแ้ ต่งประโยคภาษาจนี โดยใชค้ ำศัพทท์ ี่ได้เรียนในคาบ
เรียนน้ี
คาบเรียนท่ี 7 การใช้คำกรยิ าวเิ ศษณ์ 也 และ 都
ขน้ั นำ
ครผู ู้สอนกลา่ วทักทายนกั เรยี น และเกรน่ิ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเน้ือหาจากชั่วโมงทีผ่ า่ น
มา รวมถึงสุ่มนักเรยี นวา่ ไดม้ ีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ข้นั สอน
การสอนเนน้ การเขียนและการอ่านออกเสยี งในภาษาจนี ท่ีถูกต้องตามหลกั การออกเสยี ง เพอ่ื เปน็ การ
ทบทวนเสียงพยญั ชนะภาษาจีนทีใ่ ช้บอ่ ยในเน้ือหาบทเรียนน้ี
การใช้ 也(yě) กับ 都(dōu) ใช้ไดเ้ ฉพาะข้างหลังบทประธาน และข้างหนา้ ของคำกรยิ า หรือ
คำคุณศพั ท์ เมอ่ื ใช้ 也 กบั 都 ขยายคำกรยิ า หรือคำคุณศพั ท์คำเดยี วกัน ต้องวาง 也 ไว้ขา้ งหนา้ 都
คำวเิ ศษณ์ “也” และ“都”วางหนา้ คำกริยาหรือคำคุณศัพท์ ทำหนา้ ที่เป็นบทขยายภาคแสดงในประโยค
麦克是留学生,山本也是留学生。
田芳不是留学生,张东也不是留学生。
หา้ มพูดวา่ 麦克是留学生,也山本是留学生。
麦克和山本都是留学生。
หา้ มพดู วา่ 都麦克和山本是留学生。
คาบเรียนท่ี 8 การเรียงลำดับคำของประโยคภาษาจนี
การสอนเนน้ การเขียนและการอา่ นออกเสียงในภาษาจีนท่ีถูกต้องตามหลักการเขียนและการออกเสียง
เพื่อเปน็ การทบทวนเสยี งพยัญชนะภาษาจนี ทใี่ ชบ้ ่อยในเนื้อหาบทเรยี นน้ี เราต้องเข้าใจกอ่ นว่าสว่ นประกอบ
ของประโยคในภาษาจนี มี 3 สว่ นหลกั และ 3 สว่ นขยาย
Option I 3 ส่วนหลักไดแ้ ก่
主语 [zhǔyǔ] = บทประธาน
谓语 [wèiyǔ] = ภาคแสดง
宾语 [bīnyǔ] = บทกรรม
โดยเรียงกนั แบบ ภาษาไทย 主语 + 谓语 + 宾语 เชน่
爸爸 + 去 + 中国。[bàba + qù + Zhōngguó] = พ่อ + ไป + เมอื งจนี
Option II 2 สว่ นขยาย 1 สว่ นเสรมิ ไดแ้ ก่
定语 [dìngyǔ] = บทขยายนาม เนน้ วา่ ตวั นีส้ ามารถวางได้สองที่คอื หนา้ บทประธานกับ
หนา้ บทกรรม (แทนด้วยสีฟา้ )
状语 [zhuàngyǔ] = บทขยายภาคแสดง เน้นวา่ ตัวน้ตี อ้ งวาง "หนา้ " ภาคแสดงเท่านั้นนน
(แทนดว้ ยสมี ่วง)
补语 [bǔyǔ] = บทเสริมกริยา เนน้ ว่า ตัวนีต้ ้องวาง "หลงั " กรยิ าเทา่ น้ัน (แทนดว้ ยสชี มพู)
หากขยายจะวางไว้ข้างหน้าตวั ที่เราต้องการจะขยาย แต่หากเป็นการเสริม เราจะเสรมิ ไว้ข้างหลังตัว
ท่เี ราตอ้ งการเสริมนะ (ขยายเอาไว้หน้า เสรมิ เอาไวห้ ลัง)
3 ขา้ งบน กม็ ารวมกะ 3 ขา้ งล่างเป็นแบบนี้จา้
(定语) + 主语 + [状语] + 谓语 + < 补语 > + (定语) + 宾语
จรงิ ๆ แลว้ ถา้ เป็นประโยคพนื้ ฐานง่ายๆ ท่ัวไปมแี ค่ 3 สว่ นหลกั ก็เพยี งพอแล้วคา่ ดังเช่นตัวอย่างประโยคข้างบน
爸爸去中国。เอาให้ส้ันกวา่ นน้ั มีส่วนเดียวก็เป็นประโยคไดน้ ะ เชน่ ถามวา่ นนั่ คืออะไร ตอบกลับว่า
山。ถามว่าใครกนิ แอปเปิ้ล ตอบว่า 我。 ถามว่าพรุ่งมาหรอื ไม่มา ตอบวา่ 来。แคน่ ีก้ ็ถอื ว่าเป็น
ประโยคแลว้ คา่ า เหมือนภาษาไทย
แตถ่ ้าประโยคมันซับซ้อนข้ึน ยาวขนึ้ ยากขึ้นกต็ ้องมาเติม 3 สว่ นข้างลา่ ง(ขยาย/เสรมิ ) เขา้ ไป
爸爸去中国。= พ่อไปเมืองจีน
โครงสรา้ งเปน็ 主语 + 谓语 + 宾语
爸爸 [两年前] 去中国。= เมือ่ 2 ปกี ่อน พ่อไปเมืองจีน
โครงสร้างเป็น 主语 + [状语] + 谓语 + 宾语
两年前 เปน็ สว่ นขยายบอกเวลาและขยายกรยิ า 去
爸爸 [两年前] 去了 < 三次> 中国= เมือ่ 2 ปีกอ่ น พ่อไปเมืองจีนมาแลว้ 3 หน
โครงสร้างเปน็ 主语 + [状语] + 谓语 + < 补语 > + 宾语
三次 เสรมิ กรยิ า 去 บอกถึงความถ่คี ่ะ ว่าไปมาสามครัง้ แลว้
(我的) 爸爸 [两年前] 去了 < 三次> 中国。
= พอ่ ของชน้ั เมื่อ 2 ปีก่อนไปเมืองจีนมาแล้ว 3 หน
โครงสรา้ งเป็น (定语) + 主语 + [状语] + 谓语 + < 补语 > + 宾语
我的 ขยายนาม 爸爸 ซง่ึ เปน็ ประธานของประโยคค่ะ ขยายให้ชดั ข้ึนว่าพอ่ ตรเู อง
(我的) 爸爸 [两年前] 去了 < 三次> (他向往的) 中国。
2 ปีกอ่ นไปเมืองจนี ซ่ึงเคา้ อยากไปมากๆ มาแล้ว 3 หน
โครงสร้างเป็น (定语) + 主语 + [状语] + 谓语 + < 补语 > + (定语) + 宾
语 (ตวั เต็มข้นั ระดับสมบรู ณ์)
他向往的 ขยาย 中国 ว่าประเทศจนี ยังไงนะ?
ขน้ั สรปุ
เปน็ การฝึกผู้เรียนโดยการไดป้ ฏบิ ตั ิจริง และเปน็ การทบทวนเนอื้ หาในบทเรียน
คาบเรยี นท่ี 9 การเรยี งลำดับคำของประโยคภาษาจนี (ตอ่ )
ขั้นนำ
ครผู สู้ อนกล่าวทักทายนักเรียน และเกริน่ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเน้ือหาจากชั่วโมงทผ่ี ่าน
มา รวมถงึ ส่มุ นกั เรียนว่าได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขน้ั สอน
การสอนเนน้ การเขยี นและการอา่ นออกเสียงในภาษาจนี ท่ีถูกต้องตามหลกั การเขยี นและการออกเสียง
เพอ่ื เป็นการทบทวนเสียงพยัญชนะภาษาจีนท่ีใช้บ่อยในเนื้อหาบทเรยี นนี้
1. โดยใช้ 最/吃/我/西瓜/爱。3 ส่วนหลกั มาให้ไดก้ ่อนคือ 主语 + 谓语 +
宾语 ในประโยคนีบ้ ทประธานเหน็ ชัดๆ เลยคอื 我 ภาคแสดงคือ 爱 และบทกรรมเป็นกริยาวลี (กริยา+
กรรม) คือ 吃西瓜
ดงั นัน้ ประโยคแกนหลักของประโยคนี้คือ 我爱吃西瓜。 ถกู ไหมคะ เราเหลอื อีก 1 คำท่ีต้อง
ใส่ลงไปให้ได้คือ 最
最 เปน็ กริยาวเิ ศษณ์ (adverb) ทำหนา้ ที่ขยายกริยา ในทน่ี กี้ ็คือ 爱 นน่ั เอง เวลาขยายก็ตอ้ งเอาไว้
ขา้ งหน้าคำท่ีโดนขยาย เทา่ กับประโยคเป็น 我最爱吃西瓜。= ช้นั ชอบกินแตงโมท่ีซู้ดด
2. โดยใช้ 哪/ 复习/ 一/ 课/ 在/ 他们 ประโยคแกนหลัก บทประธานคือ 他
们 ภาคแสดงคือ 复习 บทกรรมคือ 课
ดังนัน้ ประโยคแกนหลักของประโยคนี้คอื 他们复习课。เหลืออีก 3 คำคือ 哪= ไหน?
一 = หนึ่ง และ 在 = กำลัง
一 คอื ตัวเลข จำนวนนับ มักใช้ร่วมกบั ลักษณนาม
在 ในท่ีนี้ไม่ได้แปลว่า อยทู่ ี่ แตแ่ ปลว่า กำลงั เป็นกริยาวิเศษณ์ (adverb) วางไว้หนา้ กรยิ า
哪 แปลวา่ ไหน เปน็ สรรพนามใช้เปน็ คำถาม
คำวา่ 一 มจี ดุ เดยี วท่จี ะวางได้คือหน้า 课 ซ่ึงเป็นกรรม (课 นอกจากแปลว่าบทเรยี น ตัวมันยงั ทำหนา้ ที่
เปน็ ลกั ษณนามได้ดว้ ย) ส่วน 哪 กม็ าขยาย 课 เชน่ กนั เพื่อชี้เฉพาะว่า อนั ไหน 哪 และ 一 สองตวั นม้ี า
ขยาย 课 คือเป็น 哪一课 (哪一 คือ 定语) เพราะแปลไดว้ า่ พวกเขากำลังทบทวนบทเรียน
แลว้ บทเรยี นไหนอ่ะ (哪一课?)
คำว่า 在 แปลวา่ กำลงั ตอ้ งวางไว้หน้าภาคแสดง เพ่อื ขยายวา่ กริยานัน้ กำลังดำเนนิ อยู่ คือ 在复
习 = กำลังทบทวน ประโยคทถ่ี ูกตอ้ งกค็ ือ
他们在复习哪一课? = พวกเค้ากำลังทบทวนบทเรียน บทไหนอย่อู ่ะ?
มบี างประโยคเป็นประโยครปู แบบพเิ ศษของไวยกรณ์จนี เราจะเรยี งไดถ้ ูกก็ต้องเรียนร้กู ันมาก่อนอย่างเชน่
把字句, 被子句 หรือ 是....的 แบบข้างล่างค่ะ
3. โดยใช้ 菜单/ 汉语 /是 /用/ 这个/ 写/ 的
คำนามในประโยคนค้ี ือ 菜单 และ 汉语 คำกริยา คือ 用 และ 写 และโครงสรา้ งประโยค
คือ 是....的 โดยท่ีส่วนทีต่ ้องการเน้นจะอยู่ระหว่าง 是 กบั
บทประธานในประโยคน้ีซ่งึ ก็คอื 菜单 จึงเป็นส่วนที่ถูกเน้นโดย 是....的 ภาคแสดง
ท้งั หมดจะอย่ใู นโครงสรา้ ง 是....的 โดยมคี ำกรยิ าคือ 写 และเน้นวธิ ีการ 写 โดย 用汉语
ดงั นน้ั ภาคแสดงทั้งหมดคือ 是用汉语写的
โดยมีสรรพนาม 这个 ขยายประธาน
ประโยคท่เี รยี งแล้วคือ 这个菜单是用汉语写的 。
ขัน้ สรุป
นักเรียนทุกคนฝึกการเขียนด้วยการต่งประโยคภาษาจีน พร้อมอา่ นให้ครูผูส้ อนและเพือ่ นๆรว่ ม
ห้องเรียนฟัง
คาบเรยี นท่ี 10 ประโยคท่ีภาคแสดงเป็นกริยาและบทขยายกริยา
ขน้ั นำ
ครผู สู้ อนกล่าวทกั ทายนกั เรียน และเกริน่ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเน้ือหาจากชว่ั โมงทีผ่ า่ น
มา รวมถึงสุ่มนักเรยี นว่าได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ข้ันสอน
การสอนเนน้ การเขยี นและการอา่ นออกเสยี งในภาษาจนี ท่ีถูกต้องตามหลกั การออกเสยี ง เพื่อเปน็ การ
ทบทวนเสยี งพยัญชนะภาษาจีนทใี่ ช้บ่อยในเนื้อหาบทเรยี นนี้
- บทกริยา(谓语)มีคำและวลหี ลายชนดิ ทำหนา้ ท่ีเป็นบทกรยิ าไดเ้ ช่น
鸟吃虫。นกกนิ หนอน
他是我们班主任的老师。เขาเป็นครปู ระจำชั้นของเรา
雨下了。ฝนตกแลว้
今天星期天。วันนว้ี นั อาทิตย์
孩子们天真可爱。 พวกเด็กๆน่ารกั ไร้เดยี งสา
บทขยายบทกริยาคือคำหรอื วลที ี่ขยายหรือจำกดั ความใหก้ บั บทกริยาเพ่อื แสดงเวลาสถานที่
ระดับความเขม้ ข้นขอบเขตสภาวะการยนื ยนั หรือการปฏิเสธการซำ้ การเปน็ ฝ่ายกระทำหรือถูกกระทำผรู้ บั กริ ยิ า
อาการสาเหตุฯลฯมคี ำและวลหี ลายประเภทสามารถทำหน้าทเ่ี ปน็ บทขยายบทกริยาได้เช่น
弟弟明年毕业。น้องชายจะจบการศึกษาปีหน้า
这个季节常下雨。ฤดูกาลน้ฝี นตกบอ่ ย
衣服在柜子里挂着。เสื้อผา้ แขวนไวอ้ ยู่ในตู้
我们应该节约用油。พวกเราควรใชน้ ำ้ มันอยา่ งประหยดั
大家努力地工作。ทกุ คนเพียรพยายามทำงาน
- บทขยายบทกรยิ า(状语)ทำหนา้ ทีข่ ยายคำกรยิ าหรือคำคุณศัพทเ์ ป็นหลักเช่น
今天大约二十一号。 วนั น้ีประมาณวันท่ี 21
บทขยายบทกริยา(状语)ตามหลังประธาน ( อยขู่ ้างหน้าบทกริยา ) หรืออยูร่ ะหว่างประธานกบั กริยา
น้นั เอง 主语 + 状语 + 谓语 + 宾语。
Zhǔyǔ + zhuàngyǔ + wèiyǔ + bīnyǔ.
*** คำนามหรือนามวลีท่ีทำหน้าท่ีเป็นบทขยายกริยาจะอยู่ข้างหนา้ หรอื ข้างหลังก็ได้เช่น
- คำนามบอกเวลาเชน่ 明天,今年,寒假,小的时候 ฯลฯ
他明天考试。พร่งุ นี้เขาสอบ
我小的时候去过了英国。ตอนฉันเป็นเด็กๆไปประเทศองั กฤษ
- คำกริยาวิเศษณบ์ างคำเช่น 突然,居然,的确,确实,偏偏,明明,
本来,原来,回头 ฯลฯ
我确实不知道。 = 确实我不知道。ฉันไมร่ จู้ รงิ ๆ
- บพุ วลี 在 , 对 ใช้ในการบอกสถานทีเ่ วลาสถานการณ์หรอื ประเดน็
在中国,他生活得很愉快。ที่เมืองจีนเขาใชช้ วี ติ อย่างมีความสุข
他在中国生活得很愉快。เขาใช้ชวี ติ อย่างมีความสุขที่เมืองจนี
***** แตม่ คี ำนามหรือนามวลบี างคำจะอยู่ข้างหนา้ บทประธานอยา่ งเดียวเช่น
- คำกรยิ าวเิ ศษณบ์ างคำเชน่ 反正,幸亏
反正你不信,我说了也没用。
อยา่ งไรคณุ ก็ไม่เชอื่ อยู่แลว้ ฉันพูดไปกไ็ ม่มีประโยชน์
- บพุ วลี 关于 , 至于
关于如何解决能源问题,会议继续讨论。
เกยี่ วกบั ปญั หาพลังงานจะแก้ไขอย่างไรการประชมุ จะอภิปรายตอ่ ไป
- บทขยายบทกริยาทมี่ ีโครงสร้างประโยคซบั ซ้อน บทขยายกรยิ ากับ “地”มักจะอยกู่ นั เสมอ
---(状语) --- + “地”
คำทท่ี ำหน้าทเี่ ป็นบทขยายกริยาท่ีใชก้ ับ“地” คือคำกริยาหรอื กริยาวลีคำคุณศัพทห์ รือคุณศัพท์วลี
คำนามที่มคี วามหมายเปน็ นามธรรมเทา่ น้นั คำเลยี นเสยี งและวลี 4 พยางค์ทีต่ ายตวั
母亲担心地望着女儿离开了。( คำกรยิ า )
แมม่ องดลู กู สาวเดินจากไปดว้ ยความเป็นหว่ ง
技师认真仔细地检查了一遍。 (คุณศัพทว์ ลี )
ช่างเทคนคิ ได้ตรวจดูอยา่ งจริงจังและละเอยี ดหนึ่งรอบ
我们应该历史地评价毛泽东的功过。
พวกเราควรประเมินความดแี ละความผิดพลาดของเหมาเจ๋อตงโดยอาศัยข้อเทจ็ จริงทาง
ประวัติศาสตร์ ( คำนามท่มี ีความหมายเป็นนามธรรม )
北风呜呜地呼啸着。 (คำเลียนเสยี ง) ลมเหนือกำลงั คำรามอู้ๆ
这朵花像雪一样地洁白。 (คำวลี 4 พยางค์ ) ดอกไมด้ อกนข้ี าวบรสิ ุทธิด์ ่งั หิมะ
为了给母亲治病,他卖掉了所有值钱的东西。
เพื่อรักษาโรคให้กับแม่เขาได้ขายท้งิ ทกุ อย่างท่ีมีคา่
你应该把事情讲清楚,免得别人误会。
คณุ ควรอธบิ ายเร่ืองน้ใี หช้ ัดเจนจะได้ไม่ทำใหค้ นอื่นเข้าใจผิด
ข้ันสรุป
เป็นการฝกึ ผเู้ รียนโดยการได้ปฏบิ ัตจิ รงิ และเป็นการทบทวนเน้อื หาในบทเรยี น
คาบเรยี นท่ี 11 การออกเสียงหนักของประโยค
ข้ันนำ
ครูผู้สอนกลา่ วทกั ทายนักเรียน และเกรนิ่ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนอื้ หาจากชั่วโมงท่ีผ่าน
มา รวมถงึ สุ่มนักเรียนวา่ ได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน
การสอนเน้นการอ่านออกเสยี งในภาษาจนี ทถ่ี ูกต้องตามหลักการออกเสยี ง เพ่ือเปน็ การทบทวนเสยี ง
พยญั ชนะภาษาจนี ที่ใชบ้ ่อยในเนื้อหาบทเรียนนี้
ขน้ั สรปุ
เปน็ การฝกึ ผเู้ รียนโดยการไดป้ ฏิบัตจิ ริง และเป็นการทบทวนเน้อื หาในบทเรียน
คาบเรยี นที่ 12 ทดสอบหลังเรียน
ขั้นนำ
ครูผู้สอนกลา่ วทกั ทายนกั เรียน และเกร่ินนำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเน้ือหาจากช่วั โมงที่ผา่ น
มา รวมถึงสุ่มนกั เรยี นว่าไดม้ ีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน
การสอนเน้นการใช้ทกั ษะการเขยี นโดยการใหผ้ ู้เรียนได้ใช้ทกั ษะการเขยี นเป็นหลกั โดยให้ผูเ้ รยี นทำ
แบบฝกึ หัดท้ายบทเรยี น
ขั้นสรปุ
ให้นักเรียนแต่งประโยคภาษาจีน โดยใชค้ ำศัพท์ทไี่ ดเ้ รยี นมาในคาบเรยี นนี้
9. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
- เอกสารประกอบการเรียน
- สอื่ อนิ เทอร์เน็ต / VDO ออกเสียงตามเจา้ ของภาษา (ผา่ นชอ่ งทาง YouTube )
- สอ่ื การสอน Power Point (ผ่านการเรยี นการสอน Google Meet , Group line , Zoom)
- แบบฝึกหดั ท้ายทบเรียน (ผา่ น Google Classroom )
10. การวัดและประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ/วิธกี ารประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ
ประเดน็ การประเมิน แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ ตงั้ ใจ
พฤติกรรมการเรียนรู้ การอา่ นออกเสียง และการเขียน
ผา่ นร้อยละ 60
การประเมนิ ผลจากสภาพจรงิ ตวั อกั ษรจีน
แบบสังเกตพฤติกรรมผ้เู รยี น ผ่านรอ้ ยละ 80
การปฏิบัตกิ จิ กรรม
11. บนั ทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้
11.1 สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.2 ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
11.3 แนวทางแก้ไข /แนวทางการพฒั นา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ..........................................................ครูผ้สู อน
( นางสาวสธุ าภรณ์ วรกาญจนกลุ )
ตำแหนง่ ครู
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 7
รายวชิ า ภาษาจนี 1 รหัสวิชา จ31201 กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 4
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 7
เร่อื ง 你在哪儿学习(คณุ เรยี นทไ่ี หน) จำนวน 12 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้
ตัวช้ีวดั /ผลการเรยี นรู้
ผลการเรียนรู้ท่ี 5 พดู หรอื เขียนแสดงความต้องการ ขอ และให้ความช่วยเหมือตอบรบั หรอื ปฏเิ สธ
ในสถานการณ์ ต่างๆ
ผลการเรยี นรทู้ ่ี 7 พดู และนำเสนอข้อมูลเก่ยี วกับตนเองประสบการณ์ ข่าว หรอื เหตุการณ์หรือเร่ือง
หรือประเดน็ ตา่ งๆที่อย่ใู นความสนใจของสังคม
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนร้สู ู่ตวั ชี้วัด/ผลการเรยี นรู้
นกั เรยี นสามารถพูด หรอื เขยี นแสดงความต้องการ ขอ และใหค้ วามช่วยเหมือตอบรับหรอื ปฏเิ สธใน
สถานการณ์ ต่างๆ พดู และนำเสนอขอ้ มูลเกีย่ วกับตนเองประสบการณ์ ข่าว หรือเหตกุ ารณห์ รือเร่อื ง หรอื
ประเดน็ ต่างๆทอ่ี ยู่ในความสนใจของสังคม
3. สาระสำคัญ (เนือ้ หา)
1. คำศพั ท์ สำนวนภาษา ประโยค และขอ้ ความที่ใชใ้ นการขอและใหข้ ้อมลู
2. การใช้ปฤจฉาสรรพนาม
3. การใช้คำชว่ ยเสรมิ โครงสรา้ ง 的
4. การใช้คำบพุ บท 在 และ 给
5. เสียงหนกั ของประโยค
6. น้ำเสียง
7. การเขียนตัวอักษรจนี
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความรู้ (K)
ผู้เรียนมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกบั การใช้ 的 และความรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั การใช้ 在/ 给
และ การออกเสยี งวรรณยกุ ต์ท่ีมเี สยี ง 3 ซ้ำกนั ไดอ้ ย่างถูกต้องและ เหมาะสมพร้อมท้ังสามารถนำไปปรบั ใช้
ในชีวติ ประจำวนั ได้
4.2 ทักษะ/กระบวนการ( P ) (วิธีการและขั้นตอนท่ีใช้ดำเนนิ การคน้ ควา้ หาความรู้)
ผู้เรยี นสามารถใช้ภาษาเพอ่ื การสือ่ ความหมายของตนเองได้ สามารถนำหลักภาษาทไ่ี ด้เรียนรไู้ ปใช้
ประโยชน์ไดจ้ รงิ
4.3 คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์( A )
รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอื่ อสตั ย์ สจุ รติ
มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้
อย่อู ยา่ งพอเพยี ง มุง่ มนั่ ในการทำงาน
รักความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการสอ่ื สาร ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ใสใ่ จนวัตกรรม
แก้ปัญหาเป็น
6.1 ทักษะด้านการเรยี นรูแ้ ละนวัตกรรม เตม็ ใจร่วมมอื
คิดสร้างสรรค์ ร้เู ท่าทนั สื่อ
มีวิจารณญาณ ฉลาดสอื่ สาร
สอ่ื สารดี
6.2 ทักษะด้านสารสนเทศ สอ่ื เทคโนโลยี รู้จกั ปรับตัว
ใส่ใจดูแลตนเอง
อพั เดตทุกข้อมลู ข่าวสาร เรียนรวู้ ฒั นธรรม
รอบรเู้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ รับผิดชอบหน้าท่ี
6.3 ทักษะชวี ิตและอาชีพ หมน่ั หาความร้รู อบดา้ น
มคี วามยดื หยุ่น
รเิ รม่ิ ส่งิ ใหม่
รูจ้ กั เขา้ สังคม
มีความเป็นผู้นำ
พฒั นาอาชพี
7. แนวทางการบูรณาการ การจัดการเรียนรู้ โรงเรียนส่ิงแวดล้อม
หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง โรงเรยี นสุจรติ /ตา้ นทุจริต
โรงเรียนคณุ ธรรม สวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น
บูรณาการกล่มุ สาระการเรียนรู้
บรหิ ารจัดการช้นั เรยี นเชิงบวก
8. การจัดกิจกรรม /กลยทุ ธ์/วิธกี าร/รูปแบบการจดั การเรียนรู้
ช่ัวโมงที่ 1 เรยี นรูค้ ำศพั ท์ใหม่ในบทเรียน
ขน้ั นำ
ครูผูส้ อนกล่าวทกั ทายนักเรียน และเกร่ินนำบทเรียน โดยใชภ้ าษาไทยเชอ่ื มโยงกับเน้ือหาในบทเรยี นน้ี
และมีความเชอื่ มโยงกบั คำศัพทใ์ นบทเรยี น และยกตัวอย่างทน่ี กั เรยี นสามารถมองเหน็ ภาพได้อยา่ งชดั เจน
ขั้นสอน
การสอนแบบอธบิ าย โดยเน้นความรแู้ ละความเข้าใจในการเรียนรคู้ ำศัพท์ เกีย่ วกับการถามชื่อ ดังน้ี
ขั้นสรุป
ให้นกั เรียนทกุ คนอ่านคำศพั ท์ทีไ่ ด้เรยี นในบทเรียนนี้ เพ่ือให้นักเรียนได้ใชท้ ักษะการอ่านออกเสยี ง
ชวั่ โมงท่ี 2 รูปประโยคและการนำไปใช้
ขัน้ นำ
ครผู ู้สอนกลา่ วทักทายนักเรยี น และเกรนิ่ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพท์และเน้ือหาจากชวั่ โมงท่ผี า่ น
มารวมถงึ สุ่มนักเรยี นว่าไดม้ ีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน
การสอนแบบการอา่ นบทสนทนาหรือพดู บทสนทนาได้ ทำความเข้าใจกบั เนื้อหาโดยมีรูปแบบ
ประโยคการเขียน ดังน้ี
ข้นั สรปุ
ใหน้ ักเรยี นจบั คู่พดู บทสนทนาตอ่ ไปน้ี โดยนกั เรียนทุกคนรว่ มทำกิจกรรม
ชว่ั โมงที่ 3 การใชป้ ฤจฉาสรรพนาม
ขัน้ นำ
ครูผสู้ อนกล่าวทกั ทายนกั เรยี น และเกริน่ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนื้อหาจากชวั่ โมงท่ผี า่ น
มา รวมถงึ สมุ่ นกั เรยี นวา่ ได้มีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขน้ั สอน
การสอนแบบการอธิบายของปฤจฉาสรรพนาม ในภาษาจีน คอื คำสรรพนามที่ใชแ้ สดงคำถาม ได้แก่
谁 ใคร,哪 ไหน,哪儿 ท่ีไหน,什么 อะไร,多少 เท่าไหร่(ใชถ้ ามในกรณีท่สี งิ่ ท่ีถามมี
จำนวนมากกวา่ สิบ),几(ใช้ถามในกรณที ่ีส่ิงที่ถามมจี ำนวนนอ้ ยกวา่ สบิ ),怎么 อยา่ งไร,
怎么样(เปน็ )อย่างไรบา้ ง,为什么 ทำไม เพราะอะไร
นค่ี ือสรรพนามทจ่ี ะเจอในระดับสาม โดย จะอธบิ ายเล็กน้อยว่า 多少 กับ 几 ใชไ้ ม่เหมอื นกนั นะครบั
多少 เท่าไหร่จะใช้ถามในกรณที ่ีสิ่งที่ถามมีจำนวนมากกวา่ สบิ อยา่ งเชน่ 这件衣服多少
钱?。
几 จะใช้ถามในกรณที ส่ี ่งิ ที่ถามมีจำนวนนอ้ ยกว่าสิบ อยา่ งเช่น เวลาไปรา้ นอาหารบริกรจะถามว่า
请问您几位?。
ตวั อย่างการนำไปใช้ในรปู ประโยค
1) 谁 shuí ใคร? (ใชถ้ ามหาคน) เชน่
他是谁? เขาเป็นใคร?
桌子上的书是谁的? หนงั สอื ท่อี ยบู่ นโต๊ะเป็นของใคร?
2) 几 jǐ ก?่ี (ใช้ถามจำนวนที่คาดวา่ ไมเ่ กนิ สิบ /ใช้ถามเวลา) เช่น
你有几个儿子? คุณมีลกู ชายก่ีคน?
你早上几点起床? ตอนเชา้ คุณตืน่ กโี่ มง?
3) 什么 shénme อะไร? เชน่
这是什么书? นี่คอื หนงั สอื อะไร?
你正在找什么? คุณกำลังหาอะไร?
你最爱吃什么? คุณชอบกนิ อาหารอะไรมากที่สุด?
4) 怎么 zěnme อย่างไร?/ยงั ไง? เช่น
你知道吗这个汉字怎么写? เธอรู้ไหมว่า อกั ษรจีนตวั นเี้ ขยี นยังไง?
这个词怎么念? คำน้ีอา่ นยงั ไง?
5) 哪/哪儿/哪里 nǎ /nǎr/ nǎlǐ ไหน? ท่ีไหน? เชน่
你最喜欢哪一种颜色? คณุ ชอบสีไหนมากทีส่ ุด?
你想吃哪一个苹果? คณุ อยากกนิ แอปเป้ลิ ลูกไหน?
你是哪里人? คณุ เป็นคนทีไ่ หน?
你是哪国人? คณุ เปน็ คนประเทศไหน?
他在哪儿工作? เขาทำงานท่ีไหน?
6) 怎样/怎么样 zěnme /zěnme yàng เปน็ อย่างไร?/ เป็นยังไง? เชน่
听说你不舒服,现在怎么样?ไดย้ นิ วา่ เธอไมส่ บาย ตอนนเ้ี ป็นอย่างไร
今天天气怎么样? วันน้อี ากาศเป็นอยา่ งไร?
7) 什么时候 shénme shíhòu เมื่อไหร่? เชน่
我们什么时候出发? พวกเราจะออกเดนิ ทางเมือ่ ไหร่?
8) 多少 duōshǎo เท่าไหร่? เชน่
你的电话号码是多少?หมายเลขโทรศัพท์ของคุณคือหมายเลขอะไร?
这个多少钱? อันนี้ราคาเทา่ ไหร่?
苹果一斤多少钱?แอปเปล้ิ คร่งึ กโิ ลราคาเทา่ ไหร่?
ข้ันสรปุ
ใหน้ กั เรียนฝกึ ฝนการเขียนอักษรจนี โดยการนำคำศัพท์ท่ีได้เรียนในบทเรียน มาเขยี นใหเ้ ปน็ ประโยคที่
มคี วามเข้าใจแบบงา่ ย
ช่วั โมงที่ 4 การใชค้ ำช่วยเสรมิ โครงสรา้ ง 的
ขั้นนำ
ครูผู้สอนกลา่ วทักทายนักเรียน และเกรน่ิ นำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนือ้ หาจากชว่ั โมงที่ผ่าน
มา รวมถงึ สุ่มนกั เรยี นว่าได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน
การสอนแบบการอธิบายของการใชค้ ำช่วยเสริมโครงสร้าง 的、地 และ 得 ทง้ั 3 คำนี้ ล้วนเปน็
คำเสริมโครงสรา้ ง (结构助词) และออกเสียงเหมือนกันหมด คอื “de” ต่างกันตรงวิธีการใชง้ าน
1. “的” เปน็ คำเสรมิ โครงสร้าง หรอื เคร่ืองหมายของบทขยายนาม (定语) โดย “的” จะ
วางอยหู่ ลงั บทขยายนาม เพื่อบอกให้รวู้ า่ คำ หรอื วลที ี่อยู่ข้างหน้า “的” คือบทขยายนาม (定语) หรือ
ขยายคำนาม (รวมถึงคำทมี่ ีคุณสมบัติเหมือนคำนาม) หรือจะเรยี กวา่ “中心语” ท่ีอยขู่ า้ งหลัง (ก็ได)้ โดย
มโี ครงสรา้ งการเรยี งลำดบั คำ ดงั น้ี
“บทขยายนาม (定语) + 的 + คำทถ่ี กู ขยาย หรอื 中心语”ตัวอยา่ งเช่น
老师的书。
学生的本子。
我的朋友。
明天的会议。
谁的钥匙。
2. “地” เป็นคำเสริมโครงสร้าง หรือเครื่องหมายของบทขยายภาคแสดง (状语) โดย
“地” จะวางอยู่หลงั บทขยายภาคแสดง (谓语) (เช่น คำกริยา หรือคำคุณศัพท์) เพื่อบอกให้รู้ว่า คำ หรือ
วลีที่อยู่ข้างหน้า “地” คือบทขยายภาคแสดง (状语) หรือคำที่มีคุณสมบัติเหมือนภาคแสดง (谓语)
หรือจะเรยี กวา่ 中心语 (กไ็ ดเ้ หมือนกนั ) ทอี่ ยู่ข้างหลงั โดยมโี ครงสร้างการเรียงลำดับคำ ดังน้ี
“บทขยายภาคแสดง (状语) + 地 + คำท่ถี ูกขยาย หรือ 中心语”ตัวอยา่ งเช่น
满满地站起来。
认真地想。
3. “得” เป็นคำเสริมโครงสรา้ ง หรือเครือ่ งหมายของบทเสรมิ (补语) โดย “得” จะวาง
อย่หู นา้ บทเสรมิ เพอ่ื บอกใหร้ ู้วา่ คำ หรอื วลีที่อยู่หลงั “得” คือบทเสริม (补语) ท้งั นี้ คำทอ่ี ยู่หน้า “
得”มกั จะเป็นภาคแสดง หรอื คำท่ีมคี ุณสมบัติเหมือนภาคแสดง (谓语) โดยมีโครงสรา้ งการเรยี งลำดับคำ
ดงั น้ี“ภาคแสดง (谓语) + 得 + คำเสรมิ (补语)” ตวั อยา่ งเช่น
做得好。
做得不(太)好。
好得很。
打得不错。
打扫得干干净净。
忙得连饭都顾不上吃了。
他气得浑身直发抖。
ขั้นสรุป
สุ่มนักเรียนใหอ้ ธิบายก่ยี วกบั การใช้ 的、地 และ 得 และการนำไปใช้
ชัว่ โมงท่ี 5 การใช้คำบุพบท 在
ขั้นนำ
ครผู ู้สอนกล่าวทกั ทายนกั เรยี น และเกริ่นนำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเน้ือหาจากชวั่ โมงที่ผ่าน
มา รวมถงึ สุ่มนักเรยี นวา่ ได้มีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ข้นั สอน
การสอนแบบการอธิบายของการใช้คำบพุ บท 在 “กรยิ า หรือการกระทำ” นนั้ “กำลงั เกิดข้นึ หรือ
กำลงั ดำเนนิ อย”ู่ (คล้าย continue tense หรอื progressive tense) ซ่งึ ภาษาจีนเรยี กว่า “动作行为
的进行” โดยหลกั ๆ จะมีกริยาวิเศษณ์ (副词) อยู่ 2 + 1 ตัว ทีใ่ ช้บอกว่า “กริยา หรอื การกระทำน้ัน
กำลังเกิดขนึ้ หรือดำเน้ นิ อย”ู่ คอื
“在”, “ 正”, “正在” กรยิ าวเิ ศษณ์ 3 ตวั น้ี แปลเหมือนกนั หมด คอื
“กำลัง” (ทำกรยิ านนั้ อยู)่ โดยจะวางอย่หู นา้ กรยิ า (动词) เพือ่ ทำหน้าที่ขยาย หรอื บอกใหร้ ู้วา่ “กรยิ านน้ั
กำลัีงเกดิ ขน้ึ หรอื ดำเนินอยู่” ข้อแตกต่าง และรายละเอยี ดปลกี ยอ่ ยในการใชง้ าน คือ
1. ถ้าตอ้ งการเนน้ “เวลา” ที่กริยานนั้ กำลงั เกิดข้ึน หรือดำเนนิ อยู่ จะใช้ “正”
2. ถ้าต้องการเนน้ “สภาพ” หรือ “สภาวะ” ทกี่ ริยาน้นั กำลังเกดิ ขึ้น หรือดำเนนิ อยู่ จะใช้ “在”
3. ถ้าตอ้ งเน้นทงั้ สองอยา่ ง คือทงั้ “เวลา” และ “สภาวะ” ทกี่ รยิ าน้ันกำลังเกดิ ขน้ึ หรือดำเนนิ อยู่ ก็จะ
ใช้ “正在”
4. รปู ประโยคท่ใี ชก้ นั มักประกอบดว้ ยคำเสริมทา้ ยกริยา “着” เพื่อบอกให้รู้วา่ กรยิ ากำลีงั เกิดข้ึน
หรือดำเนินอยู่ และน้ำเสยี งเสรมิ ทา้ ยประโยค “呢” คืออยู่ในรูป
[“在/正/正在” + (คำกริยา) + “着” + (กรรม) + “呢”]
ถา้ ใช้ “正” มักจะมี “着” และ “呢” ประกอบด้วยเสมอ แต่ถ้าเป็น “在”
หรือ “正在” จะมี หรือไม่มี “着” หรอื “呢” ก็ไดต้ ัวอยา่ งประโยค เช่น
他在听音乐 (呢)。เขากำลังฟงั ดนตรี (เน้นสภาวะ “การฟังเพลง หรือดนตรี”
ที่กำลงั ดำเนินอย)ู่
爸爸正洗着澡呢。 พอ่ กำลังอาบนำ้ (เน้นเวลา ณ ขณะน้ันว่า พ่อ “กำลงั
อาบนำ้ ” อยู่)
妈妈正在做饭。 แม่กำลงั ทำอาหาร (เนน้ ทั้งเวลา และสภาวะทแ่ี ม่ “กำลัง
ทำอาหาร” อยู่)
5. กรยิ าทอี่ ยู่หลงั “正” โดยทั่วไปจะไมเ่ ปน็ คำกรยิ าอย่างเดยี วโดดๆ คอื จะมสี ่วนประกอบอ่นื
ตามมาดว้ ย เชน่ มี “着”, มี “呢” (ดูขอ้ 4.), มีกรรม หรือมสี ว่ นเสริมประเภท “来” หรือ
“去” (ท่ีเรยี กว่า “趋向补语”) เช่น
他正吃。 (ประโยคแบบน้เี ราจะไม่พดู … มันฟงั ดแู ปลกๆ) แตจ่ ะพดู ว่า
他正吃着呢。หรือ
他正吃着饭呢。
他们正跑来。
6. ขอ้ แตกต่าง (เล็กๆ) ระหวา่ ง “在” กบั “正” คอื เมอื่ “在” เน้นสภาวะ ในขณะ
ท่ี “正” เนน้ เวลา ดงั นั้น กริยา หรอื การกระทำท่ีมีลักษณะต่อเน่อื งค่อนข้างกินเวลา หรอื ใชเ้ วลานาน
มักจะใช้ “在” เปน็ ส่วนใหญ่ เช่น
• 他们在研究这个问题。 — พวกเขากำลังศกึ ษาวจิ ัยปัญหาน้ีอยู่ (กรยิ
“ศึกษาวิจยั ” ค่อนขา้ งใช้เวลายาวนาน จงึ ควรใช้ “在” มากกว่า “正”)
–> และ “在” จะครอบคลมุ เวลาในอดตี ดว้ ย (เกดิ ขึ้นแล้ว และดำเนินต่อเน่ืองถงึ ปัจจุบึ ัน)
–> แต่ “正” จะหมายถงึ “เวลา ณ ปัจจบุ ัน” ทีก่ ำลังเกิดขึ้น หรือดำเนินอยเู่ ป็นหลกั (ดูตัวอย่างประโยค
ขอ้ 3.)
7. “在/正/正在” จะไมใ่ ชก่ บั กรยิ าบางประเภท เชน่ “是”, “有”,
“认识” เปน็ ต้น เช่น
她正是学生。– เขา (ผหู้ ญิง) กำลงั เป็นนักเรียน (ประโยคน้ใี ช้ “正”,
“在” หรอื “正在” ไม่ได้ เพราะมันผดิ )
ขน้ั สรุป
สุ่มนักเรียนใหอ้ ธิบายกยี่ วกับการใช้ “在/正/正在”และการนำไปใช้
ช่ัวโมงท่ี 6 การใช้คำบุพบท 给
ขั้นนำ
ครูผู้สอนกล่าวทักทายนกั เรียน และเกริ่นนำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเนื้อหาจากชวั่ โมงท่ีผา่ น
มา รวมถงึ สุ่มนักเรยี นวา่ ไดม้ ีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขน้ั สอน
การสอนแบบการอธิบายของการใชค้ ำบุพบท(介词) “对”、”跟”、”给” โดยท่ัวไป
บพุ บท (介词) ในภาษาจนี (ตามดว้ ย “กรรมของบุพบท”) จะวางอยหู่ น้าคำกริยา หรอื ภาคแสดง ทำหน้าท่ี
ขยายภาคแสดง (ท่ีเรียกว่า 状语) ซึ่งอยใู่ นรปู (“对/跟/给” + กรรม) + คำกริยา หรอื ภาคแสดง
การใชบ้ พุ บท “对”、”跟”、”给”
1. บพุ บท 3 ตวั นี้ ใชแ้ ทนกันไดใ้ นบางกรณี เพื่อบอก/แสดงเปา้ หมาย (对象)ของกริยา/การ
กระทำ เชน่
他对/跟/给我使了一个眼色。
把你的想法对/跟/给大家说一说。
แต่บพุ บท 3 คำน้ี กย็ ังมีความแตกตา่ งกนั ในดา้ นความหมาย หรือจดุ ท่ีต้องการเนน้ (ดูข้อ 2.)
2. ถา้ ต้องการเน้น/สือ่ ความหมายทีต่ า่ งกนั ในกรณเี ชน่ นี้ บุพบท 3 คำน้ีจะใช้แทนกนั ไม่ได้ กลา่ วคอื
“对” (ต่อ) จะเน้น หรือหมายถึงการเผชญิ หนา้ กับเป้าหมาย หรอื แสดงถึงสภาพ/สภาวะของ
เป้าหมายท่ีเกดิ จากกรยิ า/การกระทำน้ัน”跟” (กบั , และ) จะเนน้ หรอื หมายถงึ เปา้ หมาย (เชน่ คน หรอื
สิ่งของ) มีความสัมพนั ธ์เกีย่ วข้อง หรอื ร่วมกระทำกริยา/การกระทำนนั้
“给” (ให้) จะเน้น หรอื หมายถงึ เป้าหมาย เป็นผู้รับผลของกรยิ า/การกระทำ
ตวั อยา่ งเช่น
这种方法的学习对我很有帮助。(วธิ ีการศึกษาแบบน้มี ีส่วนช่วย (มี
ประโยชน)์ ตอ่ (การเรยี นของ) ฉัน)
我对你抱有大的希望。(ฉนั คาดหวงั (มคี วามหวัง) ตอ่ ตวั เธอมาก)
他不想跟我见面。(เขาไม่อยากพบหน้า (กับ) ฉนั )
这份计划还需要跟老师商量商量。(แผนงานนย้ี งั ต้องปรึกษากบั อาจารย์)
你给小李去个电话吧。(คณุ โทรศัพท์ให้กับเสียวหลีห่ น่อย)
他要把自己的全部知识才能献给科学事业。(เขาตอ้ งการนำความรู้
ความสามารถทง้ั หมดทมุ่ เท (เสียสละ) ใหก้ ับงานด้านวิทยาศาสตร์
3. ถ้าตอ้ งการส่อื ความหมายถึงความสัมพันธใ์ นเชิงการปฏบิ ัติ (รักษา) ระหวา่ งคน หรือสิ่งของ ต้องใช้
“对” เทา่ นั้น กรณีน้ี “对” มคี วามหมายเนน้ ในเชิงการปฏิบัติ (การกระทำ) ในทิศทางเดยี ว เชน่ หมอรักษา
คนไข้
你是什么人我不管,我只知道我是医生,我要对病人负
责。
听说他对你很有意思,你呢?
4. ถา้ ตอ้ งการเน้นกริยา/การกระทำมีความสัมพันธ์ในลกั ษณะร่วมมอื กนั ทำ (กรยิ า/การกระทำน้ัน)
หรือมีความสมั พันธเ์ ก่ียวข้องกันน ตอ้ งใช้ “跟” เท่านั้น
ประโยคทใี่ ช้ “跟” ในบางกรณี คำกริยาจะมีลักษณะของการทำกรยิ า/การกระทำร่วมกนั เช่น 商
量 (ปรึกษา), 讨论 (ถกเถียง), 谈话 (พูดคุย, เจรจา), 见面 (พบหน้า), 聊天儿 (คุย (เลน่ )), 联
系 (ตดิ ต่อ), 交涉 (ติดต่อเจรจา), 交涉 (ก่อกวน) และ (ในประโยคทใี่ ช้ “跟”) มักจะมีส่วนประกอบ
อื่น (มักเปน็ กรยิ าวิเศษณ์) ทีบ่ อกถึงการรว่ มกันทำกริยา/การกระทำ (ทำด้วยกนั ) เชน่ 一起, 一块儿,
一同 (พร้อมกัน, ด้วยกัน), 一道 (ดว้ ยกัน)
我去跟他交涉,你们在这儿等着。
这是我跟他一起完成的课题。
5. ถ้าตอ้ งการแสดงถึงผรู้ ับผลของกรยิ า/การกระทำ ตอ้ งใช้ “给” เทา่ นัน้ เชน่
听说前不久他还给你写了一封信。
我们的责任就是给老人们送温暖、送关怀。
我要给他一点颜色看看。
6. สว่ นข้อสงั เกต (ข้อแตกตา่ ง) ในดา้ นไวยากรณข์ องการใช้บุพบท 3 ตวั น้ี คือ
โดยทว่ั ไป (“给” + กรรมของบพุ บท) สามารถวางไวไ้ ด้ 2 ตำแหน่ง คอื หน้าคำกริยา หรือหลงั
คำกรยิ า สว่ นบุพบท “对”、”跟” ต้องวางไว้หน้าคำกริยาเท่านนั้ เชน่
我给他送一封信。หรือ 我送给他一封信。
王师傅亲自给他做示范。
他对我有意见。
老师们对工作很负责任。
他跟这件事没关系。
ขั้นสรุป
สมุ่ นกั เรยี นใหอ้ ธบิ ายกี่ยวกบั การใช้ ““对”、”跟”、”给””และการนำไปใช้
ชั่วโมงท่ี 7 การทบทวนการออกเสียงพยญั ชนะ สระ และวรรณยกุ ต์
ขั้นนำ
ครูผ้สู อนกล่าวทักทายนักเรยี น และเกริน่ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเน้อื หาจากช่ัวโมงทผ่ี า่ น
มา รวมถงึ สุม่ นกั เรยี นว่าไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ข้นั สอน
การสอนเน้นการเขียนและการอา่ นออกเสยี งในภาษาจีนท่ีถูกตอ้ งตามหลักการออกเสยี ง เพือ่ เป็นการ
ทบทวนเสียงพยญั ชนะภาษาจีนที่ใช้บ่อยในเนื้อหาบทเรยี นน้ี
ข้นั สรปุ
เม่อื นกั เรยี นได้ฝึกการออกเสียงแลว้ น้ัน จึงใหน้ ักเรียนได้ฝึกการเขียนตัวอักษรจนี ตามทีไ่ ด้อา่ นออก
เสียง
ชัว่ โมงที่ 8 เสียงของประโยค
ขนั้ นำ
ครูผู้สอนกลา่ วทกั ทายนกั เรียน และเกริ่นนำบทเรยี น โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเนอื้ หาจากชว่ั โมงทผี่ า่ น
มา รวมถึงส่มุ นกั เรียนวา่ ไดม้ ีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขนั้ สอน
การสอนเน้นการเขียนภาษาจีนที่ถูกต้องตามหลักการเขียน เพ่ือเป็นการทบทวนภาษาจนี ที่ใชบ้ อ่ ยใน
เน้อื หาบทเรียนนี้
เสียงเบา (轻声) ในภาษาจนี
ภาษาจนี นั้น จะมวี รรณยุกตท์ ้ังหมด 4 เสยี ง แต่ละตวั อกั ษรจนี จะมีวรรณยกุ ตเ์ ฉพาะของมนั
อยา่ งเชน่ คำวา่ 学 【xué】คือเสียงวรรณยุกตเ์ สยี งที่ 2 คำว่า 生 【shēng】 คอื เสยี งวรรณยุกต์
เสยี งที่ 1 แตใ่ นบางกรณีที่นำตัวอักษรจนี 2 ตัวขึ้นไปมารวมกัน จะเปลย่ี นเป็นเสยี งส้นั และเบา เราจะเรียก
เสียงแบบนี้วา่ เสยี งเบา (轻声)
เสียงเบาในภาษาจีนนน้ั มีความสำคัญมาก ถ้าคำที่ควรจะออกเสยี งเบา แตอ่ อกเป็นเสียงปกติ อาจจะ
ทำให้ความหมายเปลี่ยนไปได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ คำวา่ 东西 คำนจ้ี ะอ่านวา่ dōngxi ซงึ่ แปลว่า"ส่ิงของ"
คำว่า 西 จริงๆแลว้ จะต้องอ่านเป็นเสยี งที่ 1 (xī) แตใ่ นทีนต้ี อ้ งอา่ นเปน็ เสียงเบา dōngxi ถงึ จะแปลว่า
สง่ิ ของ ถ้าไม่อา่ นเสยี งเบา อา่ นเป็นเสยี ง1 ตามเดิมจะอา่ นวา่ dōngxī ซึง่ ความหมายจะเปล่ียนไป ไม่ได้
แปลว่า "ส่งิ ของ" แต่จะแปลว่า "ตะวนั ออกและตะวนั ตก" แทน
เนือ่ งจากไม่มีกฏตายตัวแนน่ อน คนจีนเองยงั ออกเสยี งไดไ้ ม่ถูกทุกตวั เลยครบั ตอ้ งค่อยๆเรยี น คอ่ ยๆ
จำไป แตถ่ า้ คำไหนท่ีลงท้ายด้วย 子 หรอื ว่า 头 สว่ นใหญจ่ ะออกเป็นเสียงเบาครบั ตัวอย่างเช่น
儿子【érzi】 、桌子【zhuōzi】、裤子【kùzi】
馒头【mántou】、舌头【shétou】、石头【shítou】
ในภาษาจนี จะมีเครื่องหมายเสียงวรรณยุกตพ์ นิ อนิ 4 เสียง แตส่ งั เกตใหด้ ีๆวา่ พยางคท์ ่ีไม่มี
เครอ่ื งหมายเสยี งวรรณยกุ ต์นั้นเป็นพยางค์เสยี งเบา จะออกเสียงสน้ั และเบากว่าพยางค์ปกติ : สรปุ คือ เสยี งเบา
จะไม่มีการเติมวรรณยุกต์บนตวั พินอิน)
เชน่ 窗户 chuānghu หน้าตา่ ง 大夫 dàifu หมอ
答应 dāying ขานรบั รับปาก 答理 dāli สนใจ
报酬 bàochou ค่าตอบแทน 长处 chángchu ความถนดั
短处 duǎnchu ขอ้ บกพรอ่ ง 好处 hǎochu ผลดี ประโยชน์
害处 hàichu ผลเสีย 益处 yìchu ประโยชน์
苍蝇 cāngying แมลงวัน 称呼 chēnghu เรียก
出息 chūxi อนาคต 认识 rènshi ร้จู กั
知识 zhīshi ความรู้ 豆腐 dòufu เต้าหู้
东西 dōngxi สง่ิ ของ 干巴 gānba แห้งแล้ง
甘蔗 gānzhe อ้อย 耳朵 ěrduo หู
唠叨 láodao บ่น 骨头 gǔtou กระดกู
枕头 zhěntou หมอน 胳膊 gēbo แขน
姑娘 gūniang หญงิ สาว 和尚 héshang พระสงฆ์
蘑菇 mógu เห็ด 明白 míngbai เขา้ ใจ
狐狸 húli สนุ ัขจ้งิ จอก 咳嗽 késou ไอ (อาการ)
力气 lìqi กำลัง 戒指 jièzhi แหวน
朋友 péngyou เพ่อื น 屁股 pìgu ก้น
行李 xíngli สมั ภาระ , กระเปา๋ เดินทาง 休息 xiūxi พกั ผอ่ น
消息 xiāoxi ข่าวคราว 喜欢 xǐhuan ชอบ
娃娃 wáwa ตุ๊กตา เดก็ เลก็ 暖和 nuǎnhuo อบอุ่น
漂亮 piàoliang สวย 便宜 piányi ราคาถกู
吓唬 xiàhu ขู่ 月亮 yuèliang พระจันทร์
嘴巴 zuǐba ปาก 下巴 xiàba คาง
尾巴 wěiba หาง 哑巴 yǎba คนใบ้
丈夫 zhàngfu สามี 意思 yìsi ความหมาย
招呼 zhāohu ทักทาย 早晨 zǎochen ตอนเช้า รุ่งอรุณ
早上 zǎoshang เชา้ 晚上 wǎnshang กลางคนื
欺负 qīfu รังแก 扫帚 sàozhou ไม้กวาด
师傅 shīfu อาจารย์ 舒服 shūfu สบาย
ขัน้ สรุป
เมือ่ นกั เรียนไดฝ้ ึกการออกเสยี งแลว้ น้ัน จึงให้นักเรียนได้ฝึกการเขียนตัวอักษรจนี และฝึกการนำไปใช้
โดยการพูดประโยคภาษาจนี คนละ 1 ประโยค
ช่วั โมงท่ี 9 การอา่ นและการทำให้รปู ประโยคสมบูรณ์
ขั้นนำ
ครผู ู้สอนกล่าวทักทายนักเรียน และเกรน่ิ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพท์และเนอ้ื หาจากช่ัวโมงท่ผี ่าน
มา รวมถงึ สุม่ นักเรยี นวา่ ไดม้ ีการกลบั ไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน
การสอนเนน้ การออกเสยี งและการทำให้รปู ประโยคสมบูรณ์
ขน้ั สรปุ
เมอื่ นักเรยี นได้ฝึกการออกเสยี งและการทำใหป้ ระโยคนน้ั สมบูรณ์มากขึ้น
คาบเรยี นที่ 11 การเขยี นและการทำให้รูปประโยคสมบูรณ์
ขน้ั นำ
ครผู ้สู อนกล่าวทกั ทายนักเรียน และเกรนิ่ นำบทเรียน โดยทบทวนคำศัพทแ์ ละเน้ือหาจากช่วั โมงทผี่ า่ น
มา รวมถึงสุม่ นกั เรียนว่าได้มีการกลับไปทบทวนตนเองหรือไม่
ขั้นสอน
ซง่ึ ตอ่ เน่ืองจากคาบเรียนที่แตค่ าบเรยี นนี้การสอนเน้นการเขยี นและการทำให้รูปประโยคสมบูรณ์มาก
ขึ้นและมีความเข่าใจง่าย
ข้นั สรปุ
เม่อื นกั เรยี นไดฝ้ ึกการออกเสียงและการทำใหป้ ระโยคน้นั สมบรู ณม์ ากข้นึ