The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน - ภาษาอังกฤษ ม.1 1/2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by i-berrytofu, 2022-05-31 11:37:49

แผนการสอน - ภาษาอังกฤษ ม.1 1/2565

แผนการสอน - ภาษาอังกฤษ ม.1 1/2565

Keywords: แผนการสอน,ภาษาอังกฤษ

เรือ่ ง Daily ต 1.2 ม.1/1, สนทนาแลกเปล่ยี น
Routine ต 2.1 ม.1/1 ข้อมูลเกี่ยวกบั กิจวัตร
(ชัว่ โมงที่ 5)
ประจำวนั

โครงสร้างประโยค/ เขียนสรุปใจความ นกั เรยี นอยา่ งมี

ไวยากรณ์ สำคญั จากสิ่งทีฟ่ งั ระเบียบ

Simple Present ได้

Tense

Adverbs of

Frequency:

always, usually,

sometimes, never

Time Expressions:

every day, before,

after, then

1 ภาษาทีใ่ ช้สนทนา สนทนาแลกเปลย่ี น ใช้ภาษาถกู กาลเทศะ 1

แลกเปล่ยี นข้อมูล ข้อมลู เกี่ยวกบั มั่นใจในการใช้ภาษา

เกีย่ วกบั กิจวตั ร กิจวัตรประจำวัน มีปฏิสมั พนั ธ์ที่ดีกับ

ประจำวนั ผู้อื่น

คำศพั ท์และสำนวน

ภาษาทีเ่ กี่ยวข้อง

โครงสร้างประโยค/

ไวยากรณ์

Simple Present

Tense

Third Person

Ending: -s, -es, -

ies

เรือ่ ง Daily ต 1.3 ม.1/1 เขียน email ถึงเพือ่ น
Routine เกี่ยวกับกิจกรรมที่ทำ
(ชั่วโมงที่ 6) ในวันหยุดสุดสปั ดาห์

เรือ่ ง Daily ต 1.2 ม.1/1, พดู อภิปรายเกีย่ วกับ
Routine ต 1.3 ม.1/1 กิจกรรมที่ทำในแต่ละ
(ชัว่ โมงที่ 7)
วนั

Review 2
(บททบทวนครงั้ ที่ 2)

Adverbs of

Frequency:

always, usually,

sometimes, never

Time Expressions:

every day, before,

after, then

1 รปู แบบอีเมล เขียนอีเมลถงึ เพื่อน ใช้ภาษาถูกกาลเทศะ 1
1
ภาษาทีใ่ ช้ในการ เกี่ยวกับกิจกรรมที่ ม่ันใจในการใช้ภาษา 3

บรรยายกิจกรรมที่ทำ ทำใน

ชว่ งสุดสัปดาห์ วันหยดุ สุดสปั ดาห์

คำศัพท์และสำนวน

ภาษาทีเ่ กีย่ วข้อง

1 ภาษาทีใ่ ช้ในการ พดู อภิปราย ม่ันใจในการใช้ภาษา

สอบถามและให้ เกีย่ วกับกิจกรรมที่ มีปฏิสัมพันธท์ ี่ดีกบั

ข้อมูลเกีย่ วกบั กิจวัตร ทำในแต่ละวนั ผู้อืน่

ประจำวนั คำศัพท์ มีวินัย : รู้จักหนา้ ที่

และสำนวนภาษาที่ ทำกิจวัตรของ

เกี่ยวข้อง นกั เรยี นอย่างมี

ระเบียบ

3 ภาษาทีใ่ ช้ในการ ทบทวนสง่ิ ที่เรียน หมน่ั พัฒนาตนเอง :

สอบถามและให้ มาแลว้ ใน ทบทวนส่งิ ที่เคยเรยี น

ข้อมูลเกีย่ วกับ หน่วยการเรียนรู้ที่ มาม่ันใจในการใช้

กิจวตั รประจำวัน 4-6

สอบวดั ผลปลายภาคเรียน 1/2565
รวม

รวมเวลาเรียน / คะแนน ตลอดภาคเรียน

คำศัพทแ์ ละสำนวน ภาษาใช้ภาษาถกู
ภาษาทีเ่ รียนมาแลว้ กาลเทศะ
จากหน่วยการเรียนรู้
ที่ 4-6 1
โครงสร้างประโยค/ 30
ไวยากรณ์ 60/100

want + Infinitive
Why and Because
Expressions of
Quantity:
some/any
Count/Non-Count
Nouns
Simple Present
Tense
Adverbs of
Frequency:
always, usually,
sometimes, never
1

เกณฑก์ ารวดั และประเมินผล
1. อัตราสว่ นคะแนน หน่วยการเรียน : ภาคเรยี น

รายละเอียดของการให้คะแนน
- คะแนนการทำงาน ตามหนว่ ยการเรียนรู้ 6 หนว่ ย (50 คะแนน)

- คะแนนสอบเพื่อวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น

- กลางภาคเรียนที่ 1/2565 (20 คะแนน)
- ปลายภาคเรียนที่ 1/2565 (30 คะแนน)
รวม 100 คะแนน/ภาคเรียน



การวเิ คราะห์มาตรฐานแล

รายวิชา....................................ระดับชั้น......................................จำนวน

หนว่ ยการ ตัวชีว้ ดั ที่ รู้อะไร / ทำอะไร ภาระงาน / ชนิ้ งาน
เรียนรู้ที่ /เรอื่ ง

รู้อะไร
...................................................
..................................................
..................................................
ทำอะไร
.................................................
.................................................

]

ละตัวชีว้ ัด / ผลการเรียนรู้

น................. หน่วยกิต ภาคเรียนท.ี่ ............. ปีการศึกษา....................

สมรรถนะสำคญั คณุ ลักษณะของวิชา คณุ ลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์

ผงั มโนทศั น์หนว่ ย

วิชาภาษาองั กฤษ อ 21101 ระดับช้ัน มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียน

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 หนว่ ยการเ
First Day At School?
Where Are

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 แผนการจดั การเรยี
เรอ่ื ง School เร่อื ง Traveli
(ชว่ั โมงที่ 1-9) (ชว่ั โมงที่ 10-

สอบกลางภาค 1/64 Review 1 วชิ า ภาษา
(บททบทวนครัง้ ที่ 1)
(ชั่วโมงที่ 31) ช้ัน ม.1 ภาค
ชั่วโมงที่ 28-30

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 4 หนว่ ยการเ
What Do You Want to Be?
What Is Ther
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4
เร่อื ง Occupations แผนการจัดการเร
(ชั่วโมงที่ 32-40) เรอ่ื ง Foods and

(ชว่ั โมงที่ 41-

ยการเรียนรูท้ ี่ 1-6

นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ

รเรียนรู้ที่ 2 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3

You Going? What Do You Like to Do?

ยนรู้ที่ 2 แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 3
ing เรื่อง Hobbies
-18)
(ช่ัวโมงที่ 19-27)

าอังกฤษ อ 21101 Review 2 สอบปลายภาค 1/64
(บททบทวนครัง้ ที่ 2)
คเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 (ชัว่ โมงที่ 60)
ชั่วโมงที่ 57-59

เรียนรู้ที่ 5 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 6
re for Lunch? Day after Day

รียนรทู้ ี่ 5 แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6
d Drinks เรอ่ื ง Daily Routine
-49) (ช่ัวโมงที่ 50-56)

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรอ่ื ง First Day At School? จำนวน 9 ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ช้ัน ม.1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหัสวิชา อ 21101 ครูผู้สอน นางสาวอังคณา ทบั ลอ้ ม

_________________________________________________________
สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด (Learning Concepts)

ให้นักเรยี นอ่านออกเสียงบทสนทนา เข้าใจบทสนทนาทีอ่ า่ นและฟงั เขียนกรอกแบบฟอรม์ ใบสมัครและ
เขียนเปรยี บเทียบข้อมูลเกีย่ วกบั โรงเรียนของไทยกบั ต่างประเทศ พดู เกีย่ วกบั ข้อมูลสว่ นตวั และค้นคว้าขอ้ มลู
เกีย่ วกับโรงเรียนของประเทศต่าง ๆ แล้วนำเสนอผลงานการค้นคว้า
มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชีว้ ดั
สาระที่ 1 : ภาษาเพือ่ การสือ่ สาร
มาตรฐาน ต 1.1 ม.1/2, ต 1.1 ม.1/4, ต 1.2 ม.1/1, ต 1.2 ม.1/4 ต 1.3 ม.1/1
สาระที่ 2 : ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 ม.1/1, ต 2.1 ม.1/2
สาระที่ 3 : ภาษากับความสัมพนั ธ์กบั กล่มุ สาระการเรียนรู้อื่น
มาตรฐาน ต 3.1 ม.1/1
สาระที่ 4 : ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ ับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต 4.1 ม.1/1, ต 4.2 ม.1/1, ต 4.2 ม.1/2

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น ( Competency ) คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ( Desired Characteristics )
ความสามารถในการสอ่ื สาร การคิด การใช้ ใฝ่เรยี นรู้ : ค้นคว้าหาความรู้จากแหลง่ เรียนรู้ตา่ ง ๆ
เทคโนโลยี

ทกั ษะ / กระบวนการ ( Skill during the process ) ทกั ษะการคิด
1. ระดมพลังสมอง
ทกั ษะเฉพาะวิชา 2. การระบุ
1. การฟงั : ระบุรายละเอียด
2. การพดู : สนทนาแลกเปล่ยี นข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง
3. การอา่ น : อ่านออกเสยี งและระบรุ ายละเอียด
4. การเขียน : เขียนเปรยี บเทียบและนำเสนอข้อมูล

เกีย่ วกับโรงเรียน

ความเขา้ ใจที่ยงั่ ยืน
นกั เรยี นเข้าใจการใช้ Verb to be และ Wh- Questions ในการทกั ทาย แนะนำตัวและให้ข้อมลู ต่าง ๆ

ความสมั พนั ธ์กับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อืน่
สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม; คณิตศาสตร์

ชวั่ โมงที่ 1 : เรื่อง School

1. เป้าหมายการเรยี นร้/ู หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวัดผลและประเมินผล

มาตรฐานการเรยี นรู้ สิ่งทีต่ ้องร้แู ละปฏิบัตไิ ด้ ผลงาน/ชิ้นงาน การวดั ผลและประเมินผล

และตวั ชี้วัด

ต 1.2 ม.1/1, แสดงบทบาทสมมติจาก ถ้อยคำ น้ำเสียง และ ประเมินการแสดงบทบาท

ต 4.1 ม.1/1 บทสนทนาทีฟ่ งั และอ่าน อากัปกิริยาที่ใช้ใน สมมติโดยใช้แบบประเมินการ

ได้ การแสดงบทบาทสมมติ แสดงบทบาทสมมติ และใช้

เกณฑ์ผ่านระดบั พอใช้

ต 1.1 ม.1/4 บอกรายละเอียดจาก คำตอบที่ไดจ้ ากการ ประเมินผลจากจำนวนคำตอบ

ข้อมลู ที่ฟังและอา่ นได้ ทำกิจกรรม Language ที่ถกู ต้อง โดยใช้เกณฑ์ผา่ น
Check ร้อยละ 80

2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)

ความรู้

- คำศพั ท์

กิจกรรม New Language

- grade (n.): a level of academic development in an elementary, middle, or secondary

school (ระดบั ชั้นเรียน)

- subjects (n.): something that you study at a school or university (วิชา)

- ordinal numbers (n.): a number such as first, second, or third (เลขลำดบั )

- สำนวนภาษา

-

- หนา้ ที่ภาษา

- Greetings and introductions

- To give personal information

- To talk about school, school subjects and teachers

- To spell words

- โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์

- Verb to be

- Wh- Questions: Who, What, Where

3. กิจกรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรม New Language

1. นำเข้าสบู่ ทเรียน
- ครูพูดแนะนำตนเองและบอกขอ้ มลู ส่วนตัวของครโู ดยย่อให้นกั เรียนฟัง
- ครใู ห้นักเรยี นแนะนำตนเองและบอกขอ้ มลู สว่ นตวั แก่เพอ่ื นและครู โดยใช้โครงสร้าง ดงั นี้
- I’m (…..first name + last name….). My favorite subject is English.
ครูพยายามให้นักเรียนพูดและครไู มแ่ กไ้ ขข้อผิดพลาดในขณะทีน่ ักเรยี นพดู และให้นกั เรียนพดู หนา้ ช้ันเรียน
จนครบทุกคน
- ครูอธิบายเพิ่มเตมิ เกี่ยวกับคำนำหน้านาม โดยเขียนบนกระดาน ดงั นี้
- Mr. ใช้กับผู้ชาย
- Mrs. ใช้กับผู้หญงิ ทีแ่ ต่งงานแล้ว
- Miss ใช้กบั ผู้หญงิ ที่ยงั ไม่แตง่ งาน
- Ms. ใช้ไดท้ ้ังกบั ผู้หญงิ ทีแ่ ต่งงานแล้ว และยงั ไมแ่ ต่งงาน
- ครชู ีไ้ ปที่นักเรยี น 1 คน แล้วพดู ว่า This is (name). และครูให้นกั เรยี นคนน้ันพดู ว่า I’m (name). เสร็จแล้ว
นกั เรยี นคนเดิมชี้ไปทีเ่ พ่อื น แล้วพดู เหมือนที่ครูพูด แล้วนกั เรยี นคนทีเ่ พือ่ นชกี้ ็พดู แนะนำตนเองเหมือนที่
เพื่อนทำ ครใู ห้นักเรยี นทำกิจกรรมนีจ้ นครบทุกคน

2. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้
- ครูบอกนักเรียนว่า ในหน่วยการเรียนรู้นี้นักเรียนจะได้ฟังและอ่านบทสนทนาเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของ
บุคคล แล้วสามารถบอกรายระเอียดของข้อมูลทีไ่ ดจ้ ากการฟงั และอา่ น และแสดงบทบาทสมมติได้

3. ฟังและอ่านข้อมูลของบคุ คล
- ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียน หน้า 2 ให้นักเรียนดูรูปภาพและให้นักเรียนบอกว่า นักเรียนเห็นอะไรใน
รูปภาพ โดยครูใช้คำถามนำเพอ่ื กระตนุ้ ให้นกั เรยี นพูด ดงั นี้
- Who are the people?
- Where are they?
- How old are they?
- What are they doing?
- ครเู ขียนคำถามในกิจกรรม New Language จากหนังสือเรียน หน้า 2 บนกระดาน และอ่านออกเสียง
คำถาม
ให้นกั เรยี นฟงั Is your school the same or different from this one? How? และครอู ธิบายความหมายของ
คำถามให้นักเรยี นเข้าใจ ครใู ห้นักเรยี นอาสาสมคั รตอบ โดยครเู สนอแนะแนวความคิดในการตอบคำถาม
เป็นภาษาอังกฤษวา่
- We wear uniforms to school.
- We can’t talk in the halls.
- ครูให้นกั เรยี นดูถ้อยคำพูดจากกรอบคำพูดในกิจกรรม New Language ในหนงั สือเรียน หน้า 2 และให้
นกั เรยี นอา่ นออกเสียงสำนวนการทักทายทีน่ กั เรียนทราบ
- ครูเปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 2 ให้นกั เรยี นฟัง และให้นกั เรยี นชไี้ ปที่คนที่พดู สำนวนทีน่ ักเรยี นได้ยิน
- ครูเขียนตัวอย่างบทสนทนา แล้วให้นักเรียนอ่านให้ครูฟัง จำนวน 1 ประโยคให้ครูฟัง หลังจากนั้นให้
นกั เรยี นแบ่ง กลุ่ม กลุ่มละ 3 คน ฝึกอา่ นบทสนทนาในกิจกรรม New Language ในหนงั สือเรียน หน้า 2
- ครแู บ่งกลุ่มนกั เรยี น กลุ่มละ 3 คน ให้นกั เรยี นใช้ขอ้ มลู จริงของนักเรียนเองแสดงบทบาทสมมติจากบท
สนทนาดงั กล่าว

- ครูให้นักเรียนทุกคนยืนขึ้น และให้แต่ละคนพูดแนะนำตนเองให้เพื่อนรู้จักและคุยกับเพื่อน ถามเพื่อนว่า
เรียนอยู่ระดับอะไร มีครูชื่ออะไร และสอนวิชาอะไร โดยให้นักเรียนใช้บทสนทนาจากหนังสือเรียนเป็น
ตวั อยา่ ง

- ครูประเมินโดยใช้แบบประเมินการแสดงบทบาทสมมติ และใช้เกณฑ์ผา่ นระดบั พอใช้
- ครใู ห้นักเรยี นจับคแู่ ละทำกิจกรรมหาข้อมูลพื้นฐานของค่ขู องตนเอง โดยให้นกั เรยี นผลดั เปล่ียนกันแนะนำ

ตนเอง โดยครูกำหนดโครงสร้างการฝึก ดังนี้
- This is (name), และให้นกั เรยี นเพิม่ ขอ้ มลู ประมาณ 1-2 รายการ
- ครเู ขียนคำวา่ Who’s และ I’m บนกระดาน และอธิบายว่า 2 คำนเี้ ป็นรปู ย่อของ Who is และ I am หลังจาก
น้ันครใู ห้นักเรยี นยกตวั อยา่ งคำในรูปยอ่ ตัวอืน่ และให้บอกรปู เต็มดว้ ย
- ครูให้นกั เรยี นดหู วั ข้อ School Subjects ในหนงั สอื เรียน หน้า 2 แล้วให้นกั เรยี นบรรยายสง่ิ ที่เหน็
- ครูเปิดซีดีบนั ทึกเสียง CD 1 Track 3 ให้นกั เรยี นฟังและกล่าวตาม
- ครูให้นักเรยี นจับคู่และบอกรายวิชาทีน่ กั เรยี นกำลังเรียน
- ครูเขียนข้อมูล Classmates ในหนังสือเรียน หน้า 3 บนกระดาน ครูอ่านให้นักเรียนฟัง และชี้ไปที่ตำแหน่ง
ชื่อของบุคคลในบทอา่ น ดังนี้
- Michael is first in line. Ashley is second, Vicky is third, and Natalie is fourth. Blake is fifth, and Wayne

is last.
- ครูทบทวนเรื่อง Ordinal numbers จำนวน 10 อันดับ อธิบายนักเรียนว่าเป็นเลขที่ใช้บอกตำแหน่งหรือ

ลำดับ และครูเขียน Ordinal numbers ทั้ง 10 อันดับบนกระดานดำ ครูออกเสียง Cardinal numbers และ
ให้นักเรยี นบอก Ordinal numbers
- ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับภาพในหัวข้อ Classmates ในหนังสือเรียน หน้า 3 ให้นักเรียนตอบพร้อมกัน โดย
ครูใช้คำถาม ดังนี้ Who’s first in line? What place in line is Vicky? และหลังจากนั้นครูให้นักเรียนจับคู่
ผลัดเปลย่ี นกนั ถาม-ตอบโดยใช้ขอ้ มลู จากหวั ข้อ Classmates
- ครูให้นักเรียนดแู ผนผังเกี่ยวกบั ชื่อคนและวิชาทีช่ อบเรียนมากทีส่ ุดจากหวั ข้อ Classmates ในหนังสือเรียน
หน้า 3 ให้นักเรียนอ่านออกเสียงชื่อคนและรายวิชาที่ชอบจากแผนผังพร้อมกัน หลังจากนั้นครูอ่านออก
เสยี งชื่อบุคคล
เหล่านั้น และนกั เรยี นพดู รายวิชาทีบ่ คุ คลน้ัน ๆ ชอบมากที่สุด
- ครูให้นักเรยี นทำกิจกรรมสำรวจ โดยให้นักเรียนเดนิ ไปรอบ ๆ ห้องเรียน แล้วถามเพือ่ นอย่างน้อย 5 คน
เกีย่ วกบั วิชาที่นกั เรยี นชอบมากทีส่ ุด หลังจากน้ันให้นกั เรยี นเปรยี บเทียบคำตอบทีไ่ ด้มา และครสู ำรวจ
นักเรยี นทั้งชั้น โดยครพู ูดชือ่ วิชา และให้นักเรยี นทีช่ อบรายวิชาที่ครพู ดู ยกมอื ขนึ้
- ครูและนักเรยี นอา่ นประโยคบอกเล่าในกิจกรรม Language Check ในหนงั สือเรียน หน้า 3 รว่ มกัน
- ครูให้นักเรียนอ่านบทสนทนาและข้อมูลในแผนผังอีกครั้ง หลังจากนั้นให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด true or
false ในกิจกรรม Language Check ในหนงั สือเรียน หน้า 3
- ครูและนกั เรยี นตรวจคำตอบรว่ มกัน และให้นกั เรยี นแก้ไขขอ้ ทีผ่ ิดให้ถูกต้องดว้ ย (ดูเฉลยท้ายเล่ม)
- ครปู ระเมินความเข้าใจจากจำนวนคำตอบทีถ่ ูกต้องโดยใช้เกณฑ์ผ่านร้อยละ 80

กจิ กรรมเสริมทกั ษะ/ประสบการณท์ างภาษา

- ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบฝึกหัดข้อ A และ B ในหนงั สือแบบฝึกหดั New World 2 หน้า 1 เพื่อส่งเสริมความรู้
เกีย่ วกบั คำศพั ทเ์ รื่อง School Subjects และ Ordinal Numbers (ดเู ฉลยท้ายเลม่ )

สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้ 3. ซีดีบนั ทึกเสียง
4. เคร่อื งเล่นซีดี
1. หนงั สือเรียน New World 2 หน้า 2-3
2. หนังสือแบบฝึกหดั New World 2 หน้า 1

ชัว่ โมงที่ 2 : เรื่อง School

1. เปา้ หมายการเรยี นร/ู้ หลักฐานการเรยี นร้/ู การวดั ผลและประเมินผล

มาตรฐานการเรยี นรู้ สิง่ ที่ตอ้ งรูแ้ ละปฏิบัตไิ ด้ ผลงาน/ชิน้ งาน การวัดผลและ
และตวั ชี้วดั ประเมินผล
สนทนาแลกเปล่ยี นข้อมูล ถ้อยคำ น้ำเสียง สหี น้า ประเมินการสนทนาโดย
ต 1.2 ม.1/1 เกีย่ วกับตนเอง และ ท่าทางที่ใช้ในการ ใช้เกณฑก์ ารประเมิน
สนทนา ความสามารถในการ
สนทนา และใช้เกณฑ์
ผา่ นระดับพอใช้

2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)

ความรู้

- คำศพั ท์
-

- สำนวนภาษา
-

- หนา้ ที่ภาษา
- To give and ask for personal information

- โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
- Verb to be
- Wh- Questions: Who, What, Where

3. กิจกรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรม Pronunciation and Practice

1. นำเข้าสูบ่ ทเรียน
- ครูเขียนพยัญชนะ R และ L บนกระดานแล้วให้นักเรียนออกเสียงพร้อมกนั หลังจากนั้นครูเขียน GR และ

CL, DR และ PL, FR และ BL ให้นกั เรยี นออกเสียงพร้อมกนั และครูยกตัวอย่างคำศพั ท์ทีม่ พี ยญั ชนะเหล่านี้
เปน็ พยญั ชนะตน้ และเขียนบนกระดาน เชน่ great, block, draw และ plane ให้นักเรยี นอ่านออกเสียง และ
ครกู ลา่ วชมนักเรยี น
2. แจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- ครูบอกนักเรียนว่า ในหน่วยการเรียนรู้นี้นักเรียนจะได้ฝึกออกเสียงพยัญชนะควบกล้ำที่มี r และ l และ
สำนวนการพูดสนทนา แล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพูดสนทนาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับ
ตนเองได้
3. ออกเสียงพยัญชนะควบกล้ำ r และ l
- ครใู ห้นักเรยี นทำกิจกรรม Pronunciation ในหนงั สือเรียน หน้า 3
- ครชู ีแ้ จงนกั เรียนวา่ ในบทเรียนนีน้ ักเรียนจะพบคำศัพท์ทีม่ พี ยญั ชนะควบกล้ำทีม่ ีเสยี ง r และ l ประมาณ 2-
3 คำ และเสยี งพยัญชนะ r และ l จะเป็นเสยี งที่ 2 หรือพยัญชนะตาม ในคำศัพทท์ ี่มีพยัญชนะควบกล้ำนั้น

- ครูเปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 4 ให้นักเรยี นฟังและให้นกั เรียนดูคำศัพทใ์ นกิจกรรม Pronunciation ใน
หนังสือเรียน หน้า 3

- ครูเปิดซีดีบนั ทึกเสียง CD 1 Track 4 ให้นักเรยี นฟงั อีกคร้ังและให้นักเรยี นออกเสียงตาม
- ครูให้นักเรียนจับคู่และผลัดเปลี่ยนกันออกเสียงคำศัพท์ ครูเดินไปรอบ ๆ ห้องเรียนเพื่อสังเกตการออก

เสยี งของนักเรยี น
4. สนทนาแลกเปลย่ี นข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง

- ครูเปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 5 และให้นักเรียนดูกิจกรรม Practice ในหนังสือเรียน หน้า 3 ให้
นักเรียนชี้ประโยคที่นักเรียนฟัง หลังจากนั้นครูบอกให้นักเรียนฟังซีดีบันทึกเสียงอีกครั้ง และให้นักเรียน
อา่ นตามบทสนทนาที่ฟัง

- ครูให้นกั เรยี นดูตัวอย่างบทสนทนาที่ 1 แล้วใหน้ ักเรยี นจบั ค่ผู ลัดเปลย่ี นกันเป็น A และ B ฝึกอา่ นบทสนทนา
- ครใู ห้นกั เรยี นดบู ทสนทนาที่ 1 อีกครั้ง และครงั้ นเี้ ปล่ยี นชื่อ Daniel เป็น Emma แล้วให้นกั เรยี นตอบ
- ครยู กตวั อย่างบทสนทนาอีกประมาณ 3-4 บท โดยให้นกั เรยี นอาสาสมคั รจำนวน 2 คน เปน็ ทั้งคนถาม

และคนตอบ และให้เปล่ยี นข้อมลู ชื่อบุคคลด้วย
- ครูให้นกั เรยี นจบั คู่สนทนาโดยใช้ขอ้ มูลจริง ๆ ของนักเรียนเองในการสนทนา
- ครูประเมินผลโดยใช้เกณฑ์การประเมินความสามารถในการสนทนา และใช้เกณฑ์ผา่ นระดบั พอใช้

กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท์ างภาษา

-
สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรียน New World 2 หน้า 3
2. ซีดีบันทึกเสียง
3. เคร่อื งเลน่ ซีดี

ชั่วโมงที่ 3 : เรือ่ ง School

1. เป้าหมายการเรยี นรู้/หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวัดผลและประเมินผล

มาตรฐานการเรยี นรู้ สิง่ ที่ตอ้ งรแู้ ละปฏิบตั ไิ ด้ ผลงาน/ชิน้ งาน การวดั ผลและ
และตัวชีว้ ดั ประเมินผล
สนทนาเกีย่ วกบั ภาษา น้ำเสียง และกิริยา ประเมินการสนทนาโดย
ต 2.1 ม.1/1 การสมคั รเรียน ทา่ ทางทีใ่ ช้ในการสนทนา ใช้เกณฑ์การประเมิน
ความสามารถในการ
ต 4.1 ม.1/1 แสดงบทบาทสมมติ ถ้อยคำ น้ำเสียง และ สนทนา และใช้เกณฑผ์ า่ น
เกี่ยวกับการให้ข้อมูล กิริยาท่าทางในการแสดง ระดบั พอใช้
ส่วนตัว บทบาทสมมติ
ประเมินการแสดงบทบาท
สมมติโดยใช้แบบประเมิน
การแสดงบทบาทสมมติ
และใช้เกณฑ์ผา่ นระดบั
พอใช้

2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)

ความรู้

- คำศัพท์
กิจกรรม Conversation
- register (v.): to arrange to put your name on the official list to attend a class
(จดทะเบียน, ลงทะเบยี น)

- สำนวนภาษา
- I’m interested in… หมายถึง “ฉันสนใจใน...” ซึ่งมคี วามหมายวา่ ผู้พดู มคี วามตอ้ งการใน
สง่ิ นั้นมาก

- หนา้ ที่ภาษา
- To spell words

- โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
-

3. กิจกรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรม Conversation

1. นำเข้าสบู่ ทเรียน
- ครูถามนกั เรยี นเกี่ยวกับวิชาที่นักเรียนเรียนเพิ่มเติมหลังเลกิ เรียนท้ังที่โรงเรียนจัดให้และหรือที่นักเรียนหา

เรียนเองข้างนอก โดยครชู ่วยเหลอื นักเรยี นในเรือ่ งของคำศพั ทต์ ามความตอ้ งการของนกั เรยี น
- ครูให้นักเรียนดูภาพจากกิจกรรม Conversation ในหนังสือเรียน หน้า 4 ครูถามนักเรียนเกี่ยวกับรูปภาพ

โดยใช้คำถาม ดงั นี้

- Where are the people? (At the art course.)
- What are they doing? (They are talking.)
2. แจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
- ครูบอกนกั เรยี นว่า ในหน่วยการเรียนรู้นี้นักเรียนจะได้ฟงั บทสนทนาเกีย่ วกบั การสมัครเรียนเพิม่ เตมิ แล้ว
สามารถพูดสนทนาหน้าชั้นเรียนและแสดงบทบาทสมมติได้
3. ฟงั และอ่านบทสนทนา
- ครูเปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 6 ครูสั่งให้นักเรียนปิดหนังสือเรียน และให้ฟังบทสนทนาจากซีดี
บันทึกเสียง 1 รอบ แล้วถามนักเรียนว่าบทสนทนาที่นกั เรียนฟังเกีย่ วกบั อะไร โดยใช้คำถาม What is the
conversation about? คำตอบจากนกั เรยี นอาจหลากหลาย
- ครูให้นักเรียนเปิดหนังสือเรียนและดูบทสนทนาในกิจกรรม Conversation ในหนังสือเรียน หน้า 4 และครู
เปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 6 ให้นกั เรยี นฟงั อีกครั้ง และครั้งนใี้ ห้นกั เรยี นอ่านตามในใจ
- ครูให้นักเรียนทำความเข้าใจคำถามในกิจกรรม About the Conversation ในหนังสือเรียน หน้า 4 โดยครู
อ่านคำถามทกุ คำถาม และเปิดโอกาสให้นกั เรยี นถามถ้านักเรยี นไมเ่ ข้าใจคำถาม
- ครใู ห้นักเรยี นจบั ค่ตู อบคำถาม และตรวจคำตอบโดยให้นกั เรยี นอา่ นคำตอบพร้อมกนั ในชั้นเรียน (ดูเฉลย
ท้ายเล่ม)
- ครอู ธิบายความหมายของคำศัพท์ register โดยครูเขียนความหมายเป็นภาษาอังกฤษบนกระดาน ถ้า
นกั เรยี น
ยังไม่เข้าใจกอ็ นญุ าตให้หาความหมายจากพจนานกุ รม
- ครูให้นักเรยี นอาสาสมัครจำนวน 2 คน อา่ นบทสนทนาให้เพื่อนฟงั หน้าชั้นเรียน โดยครกู ระตุ้นให้นกั เรยี นใช้
ภาษาท่าทาง น้ำเสียง ให้เปน็ ธรรมชาติ สมจริงทีส่ ดุ
- ครใู ห้นกั เรยี นจบั คู่ แล้วให้แต่ละคู่สนทนาพร้อมกับแสดงท่าทาง ใช้ภาษา น้ำเสียง ประกอบการสนทนา ครู
เดนิ สงั เกตการพูดสนทนารอบ ๆ หอ้ งเรียน และคอยให้ความชว่ ยเหลอื ในเรือ่ งของการออกเสยี ง
- ครูให้นักเรียนแต่ละคู่พูดสนทนาหน้าชั้นเรียน และครูประเมินการสนทนาของนักเรียนโดยใช้เกณฑ์การ
ประเมินความสามารถในการสนทนา และใช้เกณฑ์ผา่ นระดบั พอใช้
- ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสะกดชื่อและนามสกุลว่า เนื่องจากในประเทศสหรัฐอเมริกามีคนที่มีชื่อ
คล้ายกัน หรือเหมือนกนั แต่เขียนต่างกัน ทุกครั้งจึงต้องให้มีการสะกดชื่อให้ฟัง และเพื่อเป็นการทบทวน
เรื่องพยญั ชนะ ครูจงึ ให้นักเรยี นสะกดชื่อและนามสกุลของนักเรียนให้เพือ่ นฟัง ครูให้นักเรยี นดูสำนวน I’m
interested in… ในบทสนทนา และบอกนักเรียนว่าเป็นสำนวนที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นบทสนทนา ซึ่งมี
ความหมายว่า ผู้พูดมคี วามตอ้ งการสง่ิ นั้นมาก
- ครูให้นกั เรยี นทำกิจกรรมบทบาทสมมติ โดยครูเขียนคำศัพท์เกีย่ วกับ After school classes บนกระดาน เช่น
- After school classes:Drawing

French
Chinese
Dancing
Word processing
- ครูให้นักเรียนเลือกกิจกรรมที่นักเรียนสนใจ หลังจากนั้นให้นักเรียนจับคู่กันแสดงบทบาทสมมติโดยใช้
ข้อมูลทีน่ ักเรยี นเลอื ก และใช้บทสนทนาเดิมเป็นตวั อย่าง ให้นกั เรยี นสลับบทบาทกนั เป็น receptionist
- ครูประเมินการแสดงบทบาทสมมติโดยใช้แบบประเมินการแสดงบทบาทสมมติ และใช้เกณฑ์ผ่านระดบั
พอใช้

กจิ กรรมเสริมทกั ษะ/ประสบการณท์ างภาษา

- ครูให้นักเรียนแต่ละคนแต่งบทสนทนาโดยใช้ข้อมูลของนักเรียนเอง เพื่อฝึกความชำนาญด้านการ
เขียน และให้นกั เรยี นแลกเปล่ยี นกนั ดผู ลงานการเขียนกับเพือ่ นในช้ันเรียน

สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรียน New World 2 หน้า 4
2. ซีดีบนั ทึกเสียง
3. เคร่อื งเลน่ ซีดี
4. พจนานกุ รมอังกฤษ-ไทย

ช่ัวโมงที่ 4 : เรื่อง School

1. เปา้ หมายการเรยี นรู/้ หลักฐานการเรยี นรู้/การวัดผลและประเมินผล

มาตรฐานการเรยี นรู้ สิ่งที่ต้องร้แู ละปฏิบัตไิ ด้ ผลงาน/ชิ้นงาน การวัดผลและ

และตัวชีว้ ัด ประเมินผล

ต 1.1 ม.1/4 ระบรุ ายละเอียดจาก คำตอบที่ไดจ้ ากการทำ ประเมินผลจากจำนวน

บทสนทนาที่ฟงั กิจกรรม Listening คำตอบทีถ่ ูกต้อง โดย

ใช้เกณฑ์ผา่ นร้อยละ

80

2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)

ความรู้

- คำศัพท์
-

- สำนวนภาษา
-

- หน้าที่ภาษา
-

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
-

3. กิจกรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรม Listening

1. นำเข้าส่บู ทเรียน
- ครูให้นักเรียนดูรูปภาพในกิจกรรม Listening ในหนังสือเรียน หน้า 4 แล้วให้นักเรียนพูดสิ่งที่นกั เรียนเห็น
จากรูปภาพ พร้อมกับอธิบายให้นักเรียนฟังว่า เปน็ ภาพของนกั เรียนในห้องเรียนการสอนเต้นรำที่นักเรียน
เหล่านไี้ ปเรยี นหลังเลกิ เรยี น

2. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้
- ครูบอกนักเรียนว่า ในหน่วยการเรียนรู้นี้ นักเรียนจะได้ฟังบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกบั รูปภาพ แล้วสามารถ
บอกรายละเอียดจากบทสนทนาที่ฟงั ได้

3. ฟังบทสนทนา
- ครูให้นักเรยี นดภู าพในกิจกรรม Listening ในหนังสือเรียน หน้า 4 อีกคร้ัง และให้นกั เรยี นแสดงความคิดเหน็
เกี่ยวกบั ภาพ โดยครอู าจใช้คำถาม What do you think about the picture?
- ครูเปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 7 ให้นักเรียนฟัง หลังจากนั้นให้นักเรียนอ่านประโยคในกิจกรรม
Listening ในหนงั สือเรียน หน้า 4 ซึง่ เปน็ กิจกรรม true or false ครูเปิดโอกาสให้นกั เรยี นถามถ้านักเรียนไม่
เข้าใจประโยคทีน่ ักเรยี นอา่ น
- ครเู ปิดซีดีบนั ทึกเสียง CD 1 Track 7 ให้นกั เรยี นฟงั อีกครั้ง และครั้งนคี้ รูให้นักเรยี นเขียน true หรือ false
ในแต่ละประโยคในกิจกรรม Listening

- ครูและนกั เรยี นตรวจสอบคำตอบรว่ มกนั โดยครูเปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 7 ให้นักเรียนฟังอีกคร้ัง
(ดเู ฉลยท้ายเลม่ )

- ครปู ระเมินความเข้าใจจากจำนวนคำตอบทีถ่ ูกต้อง โดยใช้เกณฑผ์ า่ นร้อยละ 80

กจิ กรรมเสริมทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา
- ครูเปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 7 ในกิจกรรม Listening ในหนังสือเรียน หน้า 4 ให้นักเรียนฟังอีก
ครง้ั แล้วให้นักเรยี นเขียนบทสนทนาลงในสมุด
- ครูเปิดซีดีบนั ทึกเสียงให้นักเรียนฟงั ตามจำนวนครั้งที่นกั เรียนต้องการ เพื่อฝึกทักษะการฟังและการเขียน
ของนกั เรยี น

สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรียน New World 2 หน้า 4
2. ซีดีบนั ทึกเสียง
3. เคร่อื งเล่นซีดี

ช่วั โมงที่ 5 : เรือ่ ง School

1. เปา้ หมายการเรยี นร/ู้ หลักฐานการเรยี นรู้/การวดั ผลและประเมินผล

มาตรฐานการเรยี นรู้ สิ่งที่ต้องรแู้ ละปฏิบตั ไิ ด้ ผลงาน/ชิน้ งาน การวัดผลและ
และตัวชี้วดั ประเมินผล
อา่ นออกเสียงบทสนทนา ถ้อยคำอ่านออกเสียง ประเมินการอ่านออก
ต 1.1 ม.1/2 ทีก่ ำหนดไดถ้ กู ต้อง บทสนทนาในกิจกรรม เสยี งโดยใช้แบบประเมิน
Grammar A การอ่านออกเสียง และใช้
เกณฑ์ผา่ นระดับพอใช้
ต 1.2 ม.1/1 พูดนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกบั ถ้อยคำ น้ำเสียง สหี น้า
ประเมินการพูดโดยใช้
ตนเอง และอากปั กิริยาทีใ่ ช้ใน เกณฑก์ ารประเมินการ
การพดู นำเสนอ พดู และใช้เกณฑ์ผา่ น
ระดับพอใช้
ต 4.2 ม.1/1 ใช้ภาษาในการกรอก การกรอกแบบฟอรม์ ใบ
แบบฟอร์มใบสมัครได้ สมคั รในกิจกรรม ประเมินการเขียนโดยใช้
ถกู ต้อง Grammar C เกณฑ์การประเมินการ
เขียน และใช้เกณฑผ์ ่าน
ระดับพอใช้

2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)

ความรู้

- คำศัพท์
-

- สำนวนภาษา
-

- หนา้ ที่ภาษา
- To give personal information

- โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
- Verb to be
- Wh- Questions: Who, What, Where

3. กจิ กรรมการเรยี นรู้
กจิ กรรม Grammar
1. นำเข้าส่บู ทเรียน

- ทบทวนความรู้เดิมเรื่อง Verb to be โดยครูเขียนคำสรรพนามทั้งที่เป็นเอกพจน์และพหูพจน์บนกระดาน
หลังจากนั้นครูวาดตารางซึ่งมีหัวข้อ is/am/are และให้นักเรียนจัดกลุ่มคำสรรพนามกับ Verb to be ที่
เหมาะสม ครูและนกั เรยี นเฉลยคำตอบรว่ มกนั

2. แจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้

- ครบู อกนักเรยี นว่า ในหนว่ ยการเรียนรู้นีน้ กั เรียนจะได้เรยี นรู้เกีย่ วกับโครงสร้างทางไวยากรณ์เรือ่ ง Verb to

be และ Wh- Questions แล้วสามารถนำความรู้มาประยกุ ตใ์ ช้ได้

3. เข้าใจและใช้ Verb to be

- ครใู ห้นักเรยี นศึกษารายละเอียดเรือ่ ง Verb to be จากกรอบ Grammar ในหนังสือเรียน หน้า 5 หลงั จากน้ัน

ครเู ขียนคำสรรพนามบนกระดาน และให้นักเรียนบอก Verb to be ทีใ่ ช้กบั คำสรรพนามเหลา่ นี้

- I You We They He She

- ครูให้นกั เรยี นบอกรูปยอ่ ของคำสรรพนามกับ Verb to be และครเู ขียนรปู เต็ม เช่น

- He’s = He is

- I’m = I am

- You’re = You are

- She’s = She is

- We’re = We are

- They’re = They are

- ครูอธิบายนักเรียนว่า I, He, She เป็นคำสรรพนามเอกพจน์ We, They เป็นคำสรรพนามพหูพจน์ และ

อธิบายนักเรยี นเพิ่มเติมวา่ You เปน็ ไดท้ ้ังคำสรรพนามเอกพจน์และพหูพจน์

- ครูให้นกั เรยี นฝึกการใช้ Verb to be โดยครูพูดคำสรรพนาม I/You/He/She/We/They แล้วให้นกั เรยี นพูดรปู

ยอ่ ของคำสรรพนามและ Verb to be ดังนี้

- Teacher: He is

- Students: He’s

- ครูพดู เป็นรปู ประโยคเตม็ ๆ และนกั เรยี นพูดเป็นประโยครปู ยอ่ เชน่

- Teacher: He is tall.

- Students: He’s tall.

- ครูเขียนประโยคทีส่ มบูรณ์บนกระดาน และให้นกั เรยี นเขียนเป็นประโยคปฏิเสธ เช่น

- Teacher: They are from Mexico.

- Students: They aren’t from Mexico.

- ครูบอกนกั เรยี นวา่ ในการเขียนเป็นประโยคปฏิเสธสามารถเขียนได้ 2 แบบ และครูเขียนให้นกั เรยี นดูบน

กระดาน ดังนี้

- Teacher: They are from Mexico.

- Students: They aren’t from Mexico.

They’re not from Mexico.

- ครเู ขียนคำสรรพนาม I/You/He/She/We/They แล้วให้นักเรยี นแต่งประโยคเป็นรูปปฏิเสธทั้ง 2 แบบ ครู

บอกนักเรยี นว่า การเขียนประโยคปฏิเสธของประธาน I เขียนรูปย่อได้แบบเดยี วเท่านั้น ครูเขียนตวั อยา่ งให้

นักเรยี นดู

บนกระดาน คือ I am not… = I’m not…

- ครเู ขียนประโยคบอกเล่าบนกระดาน และให้นักเรยี นอาสาสมัครเปล่ยี นเปน็ ประโยคปฏิเสธ เชน่

- I’m in seventh grade. = ………………………………….

- He’s from France. = ………………………………….

- ครใู ห้นักเรยี นทบทวนความรจู้ ากกรอบ Grammar ในหนงั สือเรียน หน้า 5 อีกครงั้ เสร็จแล้วครูถามและให้

นกั เรยี นตอบโดยใช้คำถามเหล่านี้ คือ

- Are you French?

- Is John in seventh grade?

- หลังจากนั้นครูให้นักเรยี นศึกษาเนอื้ หาเกี่ยวกบั การถามและการตอบคำถามแบบสน้ั จากกรอบ Grammar
แล้ว
ครูสรปุ ให้นักเรยี นฟังว่า รปู แบบการปฏิเสธมี 2 รปู แบบ แต่สำหรบั ประธานทีเ่ ป็นสรรพนาม I สามารถ
ตอบได้
แบบเดยี วเทา่ นั้น

- ครอู ่านคำถามทางซ้ายมือในกรอบ Grammar ให้นักเรยี นตอบรับในรปู ประโยคบอกเลา่ หลงั จากนั้นให้ตอบ
ปฏิเสธ โดยให้นักเรยี นตอบปฏิเสธทั้ง 2 รปู แบบ

- ครูให้นักเรียนเขียนประโยคคำถามและคำตอบโดยใช้ Verb to be และให้นักเรียนพูดนำเสนอคำถาม และ
ให้เพื่อนในช้ันเรียนตอบแบบสนั้
- Wh- Questions: Who, What, Where

- ครวู าดตารางและเขียน Who, What, Where บนกระดาน และเขียนคำตอบกำกบั ดงั นี้

Question words Answers
Who’s that? That’s Ivan.
What’s his last name? It’s Petrovitch.
Where’s he from? He’s from Russia.

- ครูอา่ นประโยคคำถามและชีค้ ำตอบให้นกั เรยี นอา่ นพร้อมกนั หลงั จากน้ันครใู ห้นักเรียนศึกษาเนือ้ หา เรื่อง
Wh
Questions จากกรอบ Grammar ในหนังสือเรียน หน้า 5 อีกครง้ั เปน็ การทบทวน และครูย้ำวา่ Who’s และ
What’s เป็นรูปย่อของ Who is และ What is

- ครอู ่านคำถามทางซ้ายมือในกรอบ Grammar และครใู ห้นกั เรยี นอา่ นคำตอบพร้อมกัน
- ครูเขียนคำถามและคำตอบบนกระดาน แล้วให้นกั เรยี นจบั ค่คู ำถามและคำตอบทีถ่ กู ต้อง ดังนี้

Match the question words with the answers.

Question words Answers

1. What’s Emma’s favorite subject? A. It’s Ivan.

2. Who is the new math teacher? B. It’s science.

3. What’s your name? C. He’s Mr. Wilson.

(เฉลยคำตอบ: 1 = B, 2 = C, 3 = A)

- ครูอาจให้นกั เรยี นฝึกทำแบบฝึกหดั ให้มาก ๆ เพื่อฝึกความชำนาญ

4. อ่านออกเสียงบทสนทนาทีใ่ ช้ Verb to be

- ครูให้นกั เรยี นทำกิจกรรม Grammar A ในหนังสือเรียน หน้า 5

- ครูอ่านออกเสียงคำสั่งและอา่ นประโยคคำถามแรก และให้นกั เรยี นเติม Verb to be ที่ถกู ต้องลงในช่องว่าง

ครูพูดประโยคที่สมบูรณ์ ดังนี้ Who is that boy? ครูให้นักเรียนพูดประโยคที่ใช้รูปย่อของ Who is คือ

Who’s และครอู ธิบายนักเรยี นเพิ่มเตมิ ว่า Who’s นิยมใช้ในภาษาพูดมากกว่าภาษาเขียน

- ครใู ห้นกั เรยี นทำกิจกรรม Grammar A เปน็ รายบุคคลหรือเป็นคไู่ ด้ เมือ่ นกั เรียนทำเสรจ็ ครใู ห้นกั เรยี นจับคู่

อา่ น ออกเสียงบทสนทนาที่สมบูรณเ์ พือ่ ตรวจสอบคำตอบที่ถกู ต้อง (ดูเฉลยท้ายเล่ม)

- ครูย้ำว่า รูปยอ่ ของ Verb to be นิยมใช้หลงั คำสรรพนาม และ Wh- Questions

- ครูให้นกั เรยี นจบั คู่อา่ นบทสนทนา ครสู งั เกตการออกเสียง

- ครูประเมินการอา่ นออกเสียงของนกั เรยี นโดยใช้แบบประเมินการอา่ นออกเสียงและใช้เกณฑผ์ ่านระดบั

พอใช้

5. พูดสนทนา

- ครใู ห้นกั เรยี นดูรายวิชาในตาราง ในกิจกรรม Grammar B ในหนังสือเรียน หน้า 6

- ครแู บ่งนกั เรยี นเปน็ 2 กลุม่ A และ B ให้นักเรยี นอา่ นบทสนทนาในกิจกรรม Grammar B ในหนงั สือเรียน
หน้า 6 และครู
ต้ังคำถามให้นักเรยี นตอบ โดยใช้ขอ้ มลู ในตาราง ตวั อยา่ งคำถาม เชน่
- Where’s the geography class?
- Who’s the art teacher?

- ครูให้นักเรียนจับคู่แต่งบทสนทนาโดยใช้โครงสร้างเหมือนบทสนทนาตัวอย่าง และใช้ข้อมูลในตาราง
หลังจากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละคู่อ่านบทสนทนาคู่ละ 1 บทสนทนา ครูตรวจสอบความถูกต้องและให้
นักเรยี นปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของครู

- ครูให้นกั เรยี นจับคู่แตง่ บทสนทนาโดยใช้ข้อมูลของนักเรยี นเอง ท้ังข้อมูลรายวิชา ห้องเรียน และครผู ู้สอน
หลงั จากนั้นให้นกั เรยี นพดู นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง

- ครปู ระเมินการพูดของนักเรียนโดยใช้เกณฑ์การประเมินการพูด และใช้เกณฑผ์ ่านระดับพอใช้
6. เขียนกรอกแบบฟอรม์

- ครใู ห้นักเรยี นทำกิจกรรม Grammar C ในหนงั สอื เรียน หน้า 6 ให้นักเรยี นบอกชื่อสถานที่หรือสถานการณ์
ทีผ่ ู้คนจำเป็นต้องกรอกแบบฟอร์มข้อมลู เกีย่ วกบั ตนเอง โดยครใู ห้แนวคิดว่า จะเป็นข้อมลู เพื่อ to register
for a class, to get official government documents, to buy things online หลงั จากน้ันครถู ามนกั เรยี นว่า
นกั เรยี นกรอกแบบฟอรม์ ครั้งลา่ สุดเมื่อไหร่

- ครูให้นักเรียนดูแบบฟอร์ม School Registration ในกิจกรรม Grammar C ในหนังสือเรียน หน้า 6 และให้
นกั เรยี นศึกษาทำความเข้าใจประเด็นในแบบฟอร์ม ครูอนุญาตให้นักเรียนถามถ้านักเรียนไมเ่ ข้าใจ และให้
นักเรยี นทำกิจกรรม Grammar C

- ครตู รวจการทำกิจกรรม Grammar C ของนกั เรยี นเป็นรายบุคคล และประเมินโดยใช้เกณฑ์การประเมินการ
เขียน และใช้เกณฑ์ผา่ นระดับพอใช้

- ครูให้นักเรยี นจับคู่ และให้นกั เรยี นถาม-ตอบกันเกี่ยวกับข้อมูลทีน่ ักเรยี นเติมในแบบฟอร์ม โดยครูให้
ตวั อยา่ งคำถาม เช่น What’s your first name? และครบู อกนกั เรยี นวา่ นักเรยี นสามารถใช้คำถาม What ใน
การตั้งคำถามได้ทุกประเดน็ ในแบบฟอรม์

กจิ กรรมเสริมทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

- ครูให้นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ข้อ C, D และ E ในหนงั สือแบบฝึกหดั New World 2 หน้า 2-3 เพือ่ ฝึกความ
ชำนาญเกี่ยวกบั การแนะนำตัวและการใช้ Verb to be และ Wh- Questions (ดเู ฉลยท้ายเลม่ )

สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนังสือเรียน New World 2 หน้า 5-6
2. หนงั สือแบบฝึกหดั New World 2 หน้า 2-3

ช่วั โมงที่ 6 : เรือ่ ง School

1. เปา้ หมายการเรยี นรู้/หลกั ฐานการเรยี นรู/้ การวัดผลและประเมินผล

มาตรฐานการเรยี นรู้ สิ่งทีต่ อ้ งร้แู ละปฏิบัตไิ ด้ ผลงาน/ชิ้นงาน การวัดผลและ
และตวั ชี้วัด ประเมินผล
สนทนาแลกเปลย่ี นข้อมูล ถ้อยคำ น้ำเสียง สหี น้า ประเมินการสนทนาโดย
ต 1.2 ม.1/1, ใช้แบบประเมินการ
ต 4.1 ม.1/1 เกีย่ วกบั ตนเอง และอากปั กิริยาที่ใช้ใน สนทนากจิ กรรมคู่ และใช้
เกณฑผ์ า่ นระดับพอใช้
การสนทนา

2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)

ความรู้

- คำศัพท์
-

- สำนวนภาษา
-

- หนา้ ทีภ่ าษา
- To give personal information

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Wh- Questions: Who, What, Where

3. กิจกรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรม Speaking

1. นำเข้าสบู่ ทเรียน
- ครเู ขียนชือ่ คน ตัวเลข จำนวนนักเรยี นในห้องเรียน ตวั เลขระดบั ช้ัน ชือ่ รายวิชา และชื่อนกั เรียนในห้องเรียน
บนกระดาน และให้นกั เรยี นทายว่า ข้อมลู ที่ครูหมายถึงอะไรบ้าง (คำตอบอาจหลากหลาย)
- ครูใช้คำถามที่ใช้ Wh- Questions: Who, What, และ Where ในการถามเพื่อใช้ขอ้ มลู ที่ครูเขียนบนกระดาน
เปน็
คำตอบ

2. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้
- ครูบอกนกั เรียนวา่ ในหนว่ ยการเรียนรู้นีน้ กั เรยี นจะได้ฝึกพดู ถาม-ตอบเกี่ยวกบั ข้อมูลส่วนตัว แล้วสามารถ
พูดสนทนาแลกเปล่ยี นข้อมลู เกีย่ วกับตนเองได้

3. สนทนาแลกเปลย่ี นข้อมลู เกี่ยวกับตนเอง
- ครูอ่านออกเสียงประโยคคำถามจากกิจกรรม Speaking ในหนงั สือเรียน หน้า 6 และเปิดโอกาสให้นกั เรียน
ถามถ้านกั เรยี นไม่เข้าใจประโยคคำถาม
- ครูให้นักเรยี นจบั คู่ทำกิจกรรม Speaking และให้นักเรยี นผลัดเปล่ียนกันถาม-ตอบ โดยครูคอยสังเกตการ
สนทนาของนักเรียน และให้ความชว่ ยเหลอื ในเรื่องคำศพั ทแ์ ละการออกเสียงทีถ่ ูกต้อง
- ครูให้นกั เรยี นแตล่ ะค่ผู ลัดเปลี่ยนกนั ถาม-ตอบหน้าช้ันเรียน
- ครปู ระเมินการสนทนาของนกั เรียนโดยใช้แบบประเมินการสนทนากจิ กรรมคู่ และใช้เกณฑผ์ ่านระดบั พอใช้

กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท์ างภาษา

- ครูให้นกั เรยี นแบ่งกล่มุ กลมุ่ ละ 9 คน แตล่ ะคนในกลมุ่ สมมติตนเองเป็น
ชาวมาเลเซีย สงิ คโปร์ ฟลิ ปิ ปินส์ พมา่ ลาว กัมพูชา เวียดนาม บรไู น หรืออินโดนีเซีย

- นักเรยี นแตล่ ะชาตคิ ้นคว้าคำพูดทกั ทายทีม่ ีความหมายตรงกันกบั Good morning, Good afternoon, Good
evening และ Good night

- นกั เรยี นแต่ละคนในกลุ่มพูดทักทายเพือ่ นในกลุ่มดว้ ยภาษาประจำชาติทีต่ นเองรับบทบาท
- ครบู อกนกั เรยี นว่า ชาวพมา่ นยิ มทกั ทายโดยใช้คำวา่ “มิงกะละบา” กันตลอดวัน ชาวลาวนิยมใช้คำวา่

“สบายด”ี และชาวเวียดนามนยิ มใช้คำว่า “ซนิ จ่าว” หรือ “จา่ ว” ตลอดทั้งวัน

สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน New World 2 หน้า 6
2. พจนานุกรมอังกฤษ-ไทย
3. ส่อื อิเล็กทรอนิกส์

- http://wikihow.com/Say-Hello-in-Different-Languages

ชัว่ โมงที่ 7 : เรื่อง School

1. เปา้ หมายการเรยี นรู้/หลักฐานการเรยี นรู้/การวดั ผลและประเมินผล

มาตรฐานการเรยี นรู้ สิ่งที่ต้องร้แู ละปฏิบตั ไิ ด้ ผลงาน/ชิ้นงาน การวดั ผลและ
และตวั ชี้วัด ประเมินผล
บอกรายละเอียดเกี่ยวกับ คำตอบที่ไดจ้ ากการ ประเมินผลจากจำนวน
ต 1.1 ม.1/4 คำตอบทีถ่ กู ต้องโดยใช้
เกณฑ์ผา่ นร้อยละ 80
เรือ่ งทีอ่ ่านได้ ทำกิจกรรม About the

Reading

2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)

ความรู้

- คำศัพท์

กิจกรรม Reading

- village (n.): a small town (หม่บู ้านเล็ก ๆ)

- athlete (n.): someone who plays sports (นักกฬี า)

- marathon (n.): a long race in which runners run over 26 miles (การแข่งขันการวิ่งระยะยาว

ไมต่ ่ำกวา่ 26 ไมล์)

- สำนวนภาษา

-

- หน้าทีภ่ าษา

-

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์

-

3. กจิ กรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรม Reading

1. นำเข้าสู่บทเรียน
- ครใู ห้นักเรยี นดภู าพจากกจิ กรรม Reading ในหนงั สือเรียน หน้า 7 แล้วถามนักเรยี นวา่ นักเรยี นคิดว่าเรื่อง
ที่นักเรยี นกำลงั อา่ นเกีย่ วกับอะไร โดยใช้คำถาม ดงั นี้
- What do you think the reading is about?
- ครูอ่านออกเสียงคำสัง่ ให้นักเรียนฟังและถามนักเรียนว่า นักเรียนสามารถพูดอะไรเกี่ยวกับโรงเรียนบ้าง
โดยครใู ช้คำถามวา่ What can you say about school? และคำตอบทีอ่ าจเปน็ ไปได้ เช่น
- Students use blackboards.
- Students read to the class.
- School buildings are simply made.

2. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้

- ครูบอกนักเรียนว่า ในหน่วยการเรียนรู้นี้นักเรียนจะได้อ่านบทอ่านเกี่ยวกับนักเรียน 2 คน แล้วสามารถ

บอกรายละเอียดสนับสนนุ เรื่องทีอ่ า่ นได้

3. อ่านบทอา่ น

- ครูบอกนักเรียนอีกครั้งว่า นักเรียนจะได้อ่านบทอ่านเกี่ยวกับเด็กนักเรียน 2 คน คนหนึ่งมาจากประเทศ

ปากีสถาน และอีกคนหนึ่งมาจากประเทศเคนย่า หลังจากนั้นครูแสดงแผนที่โลกและให้ตัวแทนนักเรียน

ออกไปชี้ให้เพื่อนดูว่า ประเทศทั้งสอง อยู่ตรงส่วนไหนของโลก และให้นักเรียนบอกในสิ่งที่นักเรียนทราบ

เกี่ยวกับประเทศทั้งสอง

- ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละคนอ่านบทอ่านเรือ่ ง The Will to Learn ในกิจกรรม Reading ในหนงั สือเรียน หน้า 7

หลังจากนั้นครูเปิดซีดีบนั ทึกเสียง CD 1 Track 8 ให้นักเรยี นฟัง แล้วให้นักเรยี นพดู สรปุ เกี่ยวกับบทอา่ นท่ี

ฟังโดยใช้คำพูดของนักเรียนเอง

- ครูอ่านออกเสียงประโยคทั้ง 5 ในกิจกรรม About the Reading ในหนังสือเรียน หน้า 7 และให้นักเรียน

อ่านพร้อมกนั อีกคร้ัง หลังจากนั้นให้นกั เรียนตอบคำถามโดยให้เขียนตอบ true หรือ false ลงหน้าประโยค

แต่ละประโยคทีน่ ักเรยี นคิดว่าเปน็ จริงหรือไม่จริงตามข้อมูลเนือ้ หาทีน่ ักเรยี นอา่ น เสรจ็ แล้วนกั เรียนช่วยกัน

เฉลยคำตอบ (ดูเฉลยท้ายเล่ม)

- ครูประเมินความเข้าใจการอา่ นจากจำนวนคำตอบทีถ่ กู ต้อง โดยใช้เกณฑ์ผ่านร้อยละ 80

- ครใู ห้นกั เรยี นอา่ นบทอ่านอีกครั้งและให้นกั เรยี นขีดเสน้ ใต้คำศัพทท์ ีน่ ักเรยี นไม่คุ้นเคยหรือไม่ทราบ

ความหมาย

- ครูให้นกั เรยี นบอกคำศัพทน์ ้ันและครเู ขียนบนกระดาน นกั เรยี นในห้องช่วยกนั บอกความหมายถ้านกั เรยี น

ทราบ

- ครูบอกความหมายเปน็ ภาษาองั กฤษ และถ้านกั เรยี นไม่เข้าใจครูอนญุ าตให้นักเรยี นใช้พจนานกุ รมในการ

หาความหมายได้

- ครอู ธิบายความหมายคำศัพทข์ ้างล่างนีเ้ พิม่ เตมิ โดยเขียนคำศพั ทแ์ ละความหมายที่เป็นภาษาอังกฤษบน

กระดานให้นักเรยี นอ่านและจดบนั ทึกไว้ในสมุด ดังนี้

- village - athlete - marathon (ดขู ้อมูลคำศัพท์)

- ครเู ปิดซีดีบนั ทึกเสียง CD 1 Track 8 อีกครงั้ และให้นักเรยี นอ่านออกเสียงบทอ่านพร้อมกนั เพือ่ ฝึกการ

อ่านออกเสียง

กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

- ครใู ห้นกั เรยี นทำแบบฝึกหดั ข้อ F ในหนงั สือแบบฝึกหัด New World 2 หน้า 4 เพื่อฝึกเกี่ยวกบั การให้ขอ้ มูล
ส่วนตวั และการตอบดว้ ย Verb to be (ดูเฉลยท้ายเลม่ )

สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนังสือเรียน New World 2 หน้า 7
2. หนงั สือแบบฝึกหดั New World 2 หน้า 4
3. ซีดีบันทึกเสียง
4. เครอ่ื งเล่นซีดี
5. แผนทีโ่ ลก

ชั่วโมงที่ 8 : เรือ่ ง School

1. เป้าหมายการเรยี นรู้/หลักฐานการเรยี นร้/ู การวดั ผลและประเมินผล

มาตรฐานการเรยี นรู้ สิ่งที่ตอ้ งรแู้ ละปฏิบตั ไิ ด้ ผลงาน/ชิน้ งาน การวดั ผลและ
และตัวชีว้ ัด ประเมินผล
เขียนบรรยายเกี่ยวกับ งานเขียนบรรยาย ประเมินงานเขียนโดยใช้
ต 1.2 ม.1/4, ความแตกตา่ งระหวา่ ง เกีย่ วกบั ความแตกต่าง เกณฑก์ ารประเมินการ
ต 1.3 ม.1/1, โรงเรียนของนกั เรียนกับ ระหว่างโรงเรียนของ เขียน และใช้เกณฑ์ผ่าน
ต 2.1 ม.1/2 โรงเรียนของ Hakima นกั เรยี นกับโรงเรียนของ ระดบั พอใช้
และ Jomo Hakima และ Jomo

2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)

ความรู้

- คำศพั ท์
-

- สำนวนภาษา
-

- หน้าที่ภาษา
-

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
-

3. กิจกรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรม Writing

1. นำเข้าสบู่ ทเรียน
- ครูเขียนประโยคคำถามจากกิจกรรม Writing ในหนงั สือเรียน หน้า 7 บนกระดาน และอ่านให้นักเรยี นฟัง
ดังนี้
- How is your school different from Hakima’s and Jomo’s?
- ครูเปิดโอกาสให้นกั เรยี นถามเกีย่ วกบั ความหมายของประโยคคำถามถ้านกั เรยี นไม่เข้าใจ

2. แจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- ครูบอกนักเรียนว่า ในหน่วยการเรียนรู้นี้นักเรียนจะต้องเขียนบรรยายเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง
โรงเรียนของนักเรยี นและโรงเรียนของ Hakima และ โรงเรียนของ Jomo

3. เขียนบรรยายความแตกต่าง
- ครใู ห้นักเรยี นอ่านบทอ่านจากกิจกรรม Reading ในหนงั สือเรียน หน้า 7 หลังจากนั้นครใู ห้นักเรยี น
อภิปรายเกีย่ วกับความแตกต่างระหวา่ งโรงเรียนของนกั เรยี นกับโรงเรียนของ Hakima และ Jomo โดยครู
นำเสนอแนวความคิด (Idea) ของครูและเขียนบนกระดาน เช่น
- We live near school. Jomo runs far to school. We have big blackboards and computers in our school.
Hakima doesn’t have big blackboards or computers in her school.

- ครใู ห้นกั เรยี นเขียนบรรยายเปรยี บเทียบเกี่ยวกบั โรงเรียนของนกั เรียนกับโรงเรียนของ Hakima และ
โรงเรียนของ Jomo โดยให้นกั เรียนใช้ถอ้ ยคำภาษาและข้อมลู ของนักเรียนเอง

- ครแู นะนำว่านักเรียนสามารถเขียนเปรยี บเทียบระหว่างโรงเรียนของนักเรยี นกับของ Hakima หรือ Jomo
ก่อนหรือหลังก็ได้ และนกั เรยี นสามารถใช้พจนานุกรมในการค้นหาความหมายของคำศัพท์ได้ตามความ
ต้องการ

- ครูประเมินงานเขียนบรรยายเปรยี บเทียบของนกั เรยี นโดยใช้เกณฑก์ ารประเมินการเขียน และใช้เกณฑ์ผ่าน
ระดับพอใช้

กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท์ างภาษา

-
สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้

1. หนังสือเรียน New World 2 หน้า 7
2. พจนานกุ รมอังกฤษ-ไทย

ชว่ั โมงที่ 9 : เรื่อง School

1. เปา้ หมายการเรยี นรู้/หลักฐานการเรยี นร/ู้ การวัดผลและประเมินผล

มาตรฐานการเรยี นรู้ สิ่งทีต่ อ้ งรู้และปฏิบตั ไิ ด้ ผลงาน/ชิน้ งาน การวดั ผลและ
และตัวชีว้ ดั ประเมินผล
ใช้ภาษาอังกฤษค้นคว้า งานเขียนหรือแผนผงั ประเมินผลงาน โดยใช้
ต 2.1 ม.1/2, ข้อมลู เกีย่ วกบั โรงเรียน ข้อมูล เกณฑก์ ารประเมิน
ต 3.1 ม.1/1, ของประเทศตา่ ง ๆ และ ชนิ้ งาน และใช้เกณฑ์ผา่ น
ต 4.2 ม.1/1, นำเสนอผลงานให้ครแู ละ ระดับพอใช้
ต 4.2 ม.1/2 เพื่อนในชั้นเรียน

2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)

ความรู้

- คำศัพท์
-

- สำนวนภาษา
-

- หนา้ ทีภ่ าษา
-

- โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
-

3. กิจกรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรม World Link

1. นำเข้าสบู่ ทเรียน
- ครูเขียนคำว่า Another Country บนกระดาน แลว้ ถามนักเรยี นวา่ นกั เรียนทราบความหมายของคำศัพท์ที่ครู
เขียนบนกระดานหรือไม่ โดยครูใช้คำถามวา่ Do you know what it means? นกั เรยี นช่วยกันบอก
ความหมาย
- ครเู ขียนชื่อประเทศอื่น (another country) ทีไ่ ม่ใช่ประเทศไทย เช่น ประเทศปากีสถาน ประเทศเคนยา ฯลฯ
และครเู ขียนชือ่ ประเทศที่นกั เรยี นบอกบนกระดาน

2. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้
- ครูบอกนักเรียนว่า ในหน่วยการเรียนรู้นี้นักเรียนจะต้องค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนของประเทศ
อื่น แล้วนำเสนอเผยแพร่ให้เพื่อนและครใู นชั้นเรียน

3. ค้นคว้าขอ้ มูลเกีย่ วกับโรงเรียนในประเทศตา่ ง ๆ
- ครูอ่านคำสั่งในกิจกรรม World Link ในหนังสือเรียน หน้า 7 ให้นกั เรยี นทำความเข้าใจคำส่ัง และครูเปิด
โอกาสให้นักเรยี นถามถ้านักเรียนไมเ่ ข้าใจคำส่ัง ครูให้นักเรยี นระดมพลังสมองเกีย่ วกบั ส่งิ ที่นักเรยี นจะต้อง
ค้นคว้าวา่ จะเป็นข้อมลู เกีย่ วกบั โรงเรียนในดา้ นใดบ้าง เชน่ ปรมิ าณชว่ั โมงเรยี น อายขุ องนกั เรียนทีเ่ ริม่ เข้า
เรียน รายวิชาทีเ่ รยี น การแบ่งระดบั ชั้นเรียน และผลการเรียน

- ครูให้นกั เรยี นทำงานเปน็ กล่มุ กลมุ่ ละประมาณ 5-6 คน ให้แตล่ ะกลมุ่ เลอื กประเทศทีน่ ักเรยี นชว่ ยกนั เสนอ
เอาไว้
บนกระดานหรืออาจจะเลอื กใหม่ก็ไดแ้ ล้วแต่มติของกลุ่มครูแนะนำให้นกั เรยี นค้นคว้าขอ้ มูลทาง
อินเทอรเ์ นต็ โดยใช้ประโยคสำคญั ในการค้นคว้าข้อมลู ของโรงเรียน เช่น Schools in Brazil ให้นกั เรยี น
เปล่ยี นชือ่ ประเทศตามที่กล่มุ ของนักเรยี นเลอื ก

- ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มเขียนนำเสนอผลงานการค้นคว้าไว้ที่มุมในห้องเรียนหรือหลงั ห้องเรียน โดยครูแนะนำ
นักเรยี นว่า นักเรยี นสามารถนำเสนอข้อมลู ในรูปแผนผัง มีรูปภาพประกอบและให้ใช้ประเด็นหัวข้อที่ได้จาก
การระดมพลังสมองและการค้นคว้าขอ้ มูล

- ครปู ระเมินผลงานการค้นคว้าของนกั เรียนโดยใช้เกณฑก์ ารประเมินชิ้นงานและใช้เกณฑ์ผ่านระดบั พอใช้

นกั เรยี นประเมินตนเอง
- นกั เรยี นทำแบบประเมิน Self-Evaluation เพื่อประเมินตนเองเกีย่ วกบั เนือ้ หาที่ไดเ้ รียนไปแลว้ (แบบ
ประเมิน Unit 1
Self-Evaluation ท้ายค่มู ือครู/ท้ายหนังสือแบบฝึกหัด)

กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

- ครใู ห้นกั เรยี นค้นคว้าขอ้ มลู ของโรงเรียนในประเทศกลุ่มอาเซียน โดยครูอาจ
แบ่งกล่มุ นกั เรยี นเป็น 9 กลุ่ม ให้แต่ละกลมุ่ ค้นคว้ากลมุ่ ละ 1 ประเทศ หลังจากนั้น
ให้นักเรยี นนำเสนอผลงานไว้ที่มุมอาเซียนในห้องเรียน ซึ่งนกั เรยี นระดบั อืน่ ๆ สามารถเรยี นรู้
ได้ด้วย

สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรียน New World 2 หน้า 7
2. พจนานกุ รมองั กฤษ-ไทย

หลักฐานการเรยี นรู้ ชิน้ งานหรอื ภาระงาน (Work)
- ใบงาน Unit : 1 First Day at School
- ใบงาน Supplementary Reading and Grammar Unit 1

การวัดและการประเมินผล ( Evaluation )

ส่งิ ทีว่ ดั ผล วิธีวัดผล เครอ่ื งมือวดั ผล เกณฑ์การประเมิน

ดา้ นความรู้ (K) ประเมินความรู้ เรือ่ ง แบบประเมินความรู้ ร้อยละ 60
School ดว้ ยแบบทดสอบ

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) ประเมินกระบวนการ แบบประเมินกระบวนการ ระดับคุณภาพ
ทำงานกล่มุ ด้วยแบบ ทำงานกลมุ่ 4 = ดมี าก
3 = ดี
ประเมิน 2 = พอใช้
1 = ควรปรับปรงุ

เจตคต/ิ คณุ ลกั ษณะ (A) ประเมินคุณลักษณะอนั พึง แบบประเมินคณุ ลักษณะอัน ร้อยละ 80
ประสงค์ ดว้ ยแบบ พึงประสงค์
ประเมิน

สมรรถนะของผู้เรยี น (C) ประเมินสมรรถนะของ แบบประเมินสมรรถนะ ระดบั คุณภาพ
ผู้เรยี นแบบประเมิน ของผู้เรยี น 4 = ดมี าก
3 = ดี
2 = พอใช้
1 = ควรปรับปรุง

กระบวนการการจัดกจิ กรรม / รปู แบบการจัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้/แนวทางการเสริมแรงหรือช่วยเหลอื นักเรยี น
- การใช้ดาวเป็นสญั ลกั ษณ์แทนการชื่นชมหรือแทนรางวัลของการทำดี การกระตนุ้ ให้นกั เรยี นสะสม
ดาวเพือ่ กระตนุ้ ให้นกั เรยี นทำส่งิ ที่ดแี สดงพฤติกรรมทีด่ ี
- การใช้ลูกอม ขนม รวมทั้งการเลอื กใช้สติ๊กเกอร์สี และสติ๊กเกอร์รูปรา่ งลักษณะต่างๆ เพื่อแสดงออก
ถึงการชมเชย ยกยอ่ ง ให้กำลังใจนักเรียนในการทำพฤติกรรมทีด่ ตี อ่ ไป

บนั ทึกผลหลงั แผนการจดั การเรยี นรู้

1. ผลการเรยี นรู้

1.1 ดา้ นความรู้ (K)

ตารางที่ 1 แสดงค่าร้อยละระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรียน เรื่อง ...................................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น รอ้ ยละ

ดมี าก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)

จากตารางที่ 1 พบวา่ นักเรียนผลสัมฤทธิท์ างการเรียน ร้อยละ................อย่ใู นระดับ..........และ
รองลงมารอ้ ยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่านกั เรียน....................................................
............................................................................................................................................................

1.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P )

ตารางที่ 2 แสดงค่าร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น เรื่อง ..................................................

ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ

ดมี าก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรับปรุง (50-59 คะแนน)

จากตารางที่ 2 พบว่านกั เรียนผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น ร้อยละ................อยใู่ นระดบั ..........และ

รองลงมารอ้ ยละ.................อยู่ในระดบั ................และพบว่านกั เรียน

.............................................................................................................................................................

1.3 ดา้ นเจตคติ / คุณลกั ษณะฯ (A)/ สมรรถนะ (C) เชื่อมโยงกบั มาตรฐานหลักสูตร

ตารางที่ 3 แสดงคา่ ร้อยละคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เรือ่ ง ............................................

ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น ร้อยละ

ดมี าก (80-100 คะแนน)

ดี (70-79 คะแนน)

พอใช้ (60-69 คะแนน)

ปรับปรุง (50-59 คะแนน)

จากตารางที่ 3 พบวา่ นกั เรียนคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดบั ............
และรองลงมารอ้ ยละ.................อยใู่ นระดับ...............และพบวา่ นกั เรียน.....................................................
..................................................................................................................................................................

สรปุ ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ที่ …………………………..
1) นักเรยี นมีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดบั ...................
2) นกั เรยี นมีทกั ษะในระดบั ..................
3) นักเรยี นมีคณุ ลกั ษณะในระดับ...............

2. บรรยากาศการเรยี นรู้

............................................................................................................................. .....................................................................
..................................................................................................................................................................................................

3. การปรับเปลีย่ นแผนการจดั การเรยี นรู้ (ถ้ามี)

..................................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................................

4. ขอ้ ค้นพบด้านพฤติกรรมการจัดการเรยี นรู้

............................................................................................................................. .....................................................................
..................................................................................................................................................................................................

5. อืน่ ๆ....................................................................................................................................................

ปัญหา/สิ่งทีพ่ ฒั นา / แนวทางแกป้ ัญหา / แนวทางการพัฒนา

ปญั หา/สิ่งที่พัฒนา สาเหตขุ องปัญหา/ แนวทางแก้ไข/ วิธีแก้ไข/พัฒนา ผลการแก้ไข/พฒั นา
สง่ิ ทีพ่ ัฒนา พฒั นา

รับทราบผลการดำเนนิ การ ลงชือ่ ............................................. ผู้สอน
(นางสาวองั คณา ทบั ลอ้ ม)

ลงชื่อ.................................................
(นางสาวอังคณา ทบั ลอ้ ม)

หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

ลงชือ่ ............................................
( นายชาญยุทธ สทุ ธธิ รานนท์ )

รองผู้อำนวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวิชาการ

ลงชือ่ ...........................................
( นายวีระ แก้วกัลยา )

ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จังหวดั เพชรบุรี

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 เรอ่ื ง Where Are You Going? จำนวน 9 ชัว่ โมง

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้น ม.1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565

รายวิชา ภาษาองั กฤษ รหัสวิชา อ 21101 ครผู ู้สอน นางสาวองั คณา ทบั ลอ้ ม

_________________________________________________________

สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด (Learning Concepts)

ให้นักเรียนอ่านออกเสียงบทสนทนาโต้ตอบระหว่างผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสายการบิน

และระหว่างผู้โดยสารด้วยกัน ฟังประกาศที่สนามบิน พูดบรรยายเหตุการณ์ที่กำลังเกิดในขณะที่กำลังรอ

เคร่อื งบิน เขียนบรรยายเกีย่ วกบั สถานทท่ี อ่ งเทีย่ วที่น่าสนใจในประเทศไทย และค้นคว้าขอ้ มลู เกีย่ วกับสถานทท่ี ี่

ต้องการไปพักผอ่ นตอนปิดภาคเรียน และนำเสนอในชั้นเรียน

มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชีว้ ัด

สาระที่ 1: ภาษาเพือ่ การสือ่ สาร

มาตรฐาน ต 1.1 ม.1/1, ต 1.1 ม.1/2, ต 1.1 ม.1/4, ต 1.2 ม.1/1,

ต 1.2 ม.1/5, ต 1.3 ม.1/1, ต 1.3 ม.1/3

สาระที่ 2: ภาษาและวัฒนธรรม

มาตรฐาน ต 2.1 ม.1/2, ต 2.1 ม.1/3

สาระที่ 3 : ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อืน่

มาตรฐาน ต 3.1 ม.1/1

สาระที่ 4 : ภาษากับความสมั พันธ์กบั ชมุ ชนและโลก

มาตรฐาน ต 4.1 ม.1/1

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น ( Competency ) คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ( Desired Characteristics )

ความสามารถในการสอ่ื สาร การคิด การใช้ รู้ทนั โลก : การเรียนรู้หรือเดนิ ทางทอ่ งเทีย่ วทำให้เห็น

เทคโนโลยี โลกกว้าง

ทักษะ / กระบวนการ ( Skill during the process ) ทักษะการคิด
-ระดมพลังสมอง
ทักษะเฉพาะวิชา -การระบุ
การฟงั : ระบุรายละเอียด -การนำเสนอข้อมูล
การพดู : สนทนาแลกเปล่ยี นข้อมูลเกี่ยวกบั การเดนิ ทาง
ท่องเทีย่ ว
การอา่ น : อา่ นออกเสยี งและระบุรายละเอียด
การเขียน : เขียนบรรยายเกีย่ วกับสถานที่ทอ่ งเที่ยวทีน่ ่าสนใจ

ความเขา้ ใจที่ย่งั ยืน
นกั เรยี นเข้าใจว่าการใช้ภาษาอังกฤษไดด้ จี ะชว่ ยให้การเดนิ ทางทอ่ งเทีย่ วตา่ งประเทศหรือสอ่ื สารกบั ชาวตา่ งชาติ
ง่ายและสะดวกมากข้ึน
ความสมั พนั ธ์กบั กลุ่มสาระการเรยี นรูอ้ ืน่
สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม; วิทยาศาสตร์

ชวั่ โมงที่ 1 : เรื่อง Traveling

1. เปา้ หมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรยี นร้/ู การวดั ผลและประเมินผล

มาตรฐานการเรยี นรู้ สิ่งทีต่ อ้ งรแู้ ละปฏิบัตไิ ด้ ผลงาน/ชิน้ งาน การวดั ผลและ

และตวั ชี้วดั ประเมินผล

ต 1.1 ม.1/2 อ่านออกเสียงบท การอ่านออกเสียงบท ประเมินการอา่ นออก

สนทนาถูกต้องตาม สนทนาในกิจกรรม เสยี งโดยใช้แบบ
หลกั การอา่ น New Language ประเมินการอ่านออก

เสยี ง และใช้เกณฑ์ผ่าน

ระดับพอใช้

ต 1.1 ม.1/4 ระบุรายละเอียดจาก คำตอบทีไ่ ดจ้ ากการทำ ประเมินผลจากจำนวน

ข้อมลู ที่ฟังและอ่าน กิจกรรม Language คำตอบที่ถูกต้องโดยใช้

Check เกณฑผ์ ่านร้อยละ 80

2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)

ความรู้

- คำศัพท์

กิจกรรม New Language

- boarding pass (n.): an official card that you have to show before you get on a plane (บตั รที่

ผู้โดยสารต้องแสดงกอ่ นขนึ้ เคร่อื งบิน)

- depart (v.): to leave a place (ออกเดนิ ทาง)

- backpack (n.): a bag with two shoulder straps that can be carried on the back (เป้สะพายหลัง)

- สำนวนภาษา

-

- หน้าที่ภาษา

- To say where you are going

- To talk about travel and vacations

- To talk about time

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์

- Present Progressive

3. กจิ กรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรม New Language

1. นำเข้าสบู่ ทเรียน
- ครูถามนกั เรียนวา่ นักเรียนเคยเดนิ ทางโดยเครื่องบินหรือไม่ และถ้าเคยเดนิ ทางโดยเครือ่ งบิน นกั เรียนต้องทำ
อะไรบ้างเมือ่ ถึงท่าอากาศยานหรือกอ่ นจะขนึ้ เครือ่ งบิน ครูพยายามกระตุ้นให้นกั เรียนพูดเป็นภาษาอังกฤษ
เทา่ ที่สามารถทำได้ และครูให้ความชว่ ยเหลอื นกั เรยี นในเรือ่ งคำศัพท์ ครูอาจใช้คำถาม ดังนี้
- Have you ever travelled by plane?

- What do you have to do when you got to the airport?

- What do you have to do before you boarded a plane?

- ครใู ห้นักเรยี นระดมพลงั สมองเกีย่ วกับคำศพั ท์ภาษาองั กฤษที่เกีย่ วข้องกับ air travel มีอะไรบ้าง โดยครใู ช้

คำถาม ดงั นี้ What English words related to air travel? และครูเขียนคำศัพทท์ ีน่ ักเรยี นบอกบนกระดาน เชน่

- airplane - airport - luggage - arrival - departure

แล้วครูถามความหมายคำศพั ทท์ ี่นกั เรยี นบอก และให้นักเรยี นอา่ นออกเสียงพร้อมกัน

2. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้

- ครูบอกนักเรียนว่า ในหน่วยการเรียนรู้นี้นักเรียนจะได้ฟังและอ่านบทสนทนาเกี่ยวกับการพูดโต้ตอบระหว่าง

ผู้โดยสารกับเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน แล้วสามารถอ่านออกเสียงบทสนทนาและระบุรายละเอียดจากการฟงั

และอา่ นบทสนทนาได้

3. ฟังและอ่านบทสนทนา

- ครูให้นักเรียนดภู าพในกิจกรรม New Language ในหนังสือเรียน หน้า 8 และถามนักเรียนว่าเกิดอะไรขึ้น

ในภาพ โดยใช้คำถามวา่ What is happening? และครพู ยายามให้นกั เรียนบอกให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

และครใู ช้คำถามนำในการทีจ่ ะช่วยให้นักเรยี นพดู เช่น

- Where are the people?

- What are they doing?

- ครูให้ตวั อยา่ งคำตอบ เชน่ They are at the airport. The people are checking in for their flights.

- ครูอา่ นคำสั่งในกิจกรรม New Language และให้นักเรยี นดูข้อความในถ้อยคำพูดจากภาพในหนังสือเรียน

หน้า 8 หลังจากน้ันครูให้นักเรยี นจบั คแู่ ละอา่ นออกเสียงคำศพั ท์ทีน่ กั เรยี นทราบ และครูให้นกั เรยี น

อาสาสมคั รอา่ นคำศัพท์ทีท่ ราบให้ครูและเพอ่ื นฟงั

- ครูเปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 9 ให้นักเรยี นฟงั และชี้ไปที่ภาพคนทีก่ ำลังคยุ กันทีต่ รงกบั ทีน่ ักเรยี นฟงั

- ครทู บทวนคำศัพท์ในบทสนทนา และให้นกั เรยี นอธิบายความหมายคำศัพทท์ ีไ่ มค่ ุ้นเคย โดยครบู อกให้

นกั เรยี น

เดาจากบริบท

- ครเู ลอื กนักเรยี น 1 คู่ ให้อ่านออกเสียงบทสนทนา ครูคอยช่วยเหลอื และแก้ไขการออกเสียงคำศพั ทแ์ ละ

การใช้

เสยี งสงู ต่ำในบทสนทนา

- ครูให้นกั เรยี นฟงั ซีดบี นั ทึกเสยี ง CD 1 Track 9 อีกครั้ง และให้นักเรยี นฝึกอ่านบทสนทนา

- ครูให้นกั เรียนจบั คูอ่ ่านออกเสยี งบทสนทนาให้ครูและเพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน ครูประเมินการอ่านออกเสียงโดย

ใช้แบบประเมินการอ่านออกเสยี ง และใช้เกณฑ์ผา่ นระดับพอใช้

- ครูให้นักเรยี นจับค่แู ตง่ บทสนทนา โดยให้นักเรียนคนที่ 1 อ่านคำถามจากบทสนทนาในหนงั สือเรียน หน้า

8 และ

คนที่ 2 ตอบโดยใช้ขอ้ มลู ของนกั เรยี นเอง หลังจากน้ันครูให้นกั เรยี นสลับบทบาทกนั ครูให้นักเรียน

อาสาสมัครอ่านบทสนทนาทีน่ กั เรยี นแตง่ เองให้ครูและเพือ่ นฟังหน้าชั้นเรียน ครูกล่าวชมนักเรียนคู่ดังกลา่ ว

- ครอู ธิบายสรุปเพิ่มเตมิ เกี่ยวกับโครงสร้างประโยค ที่ใช้ Verb to be และ Verb + ing วา่ เป็นโครงสร้าง

Present Progressive หลงั จากนั้นครใู ห้นักเรยี นพดู เกี่ยวกับกิจกรรมทีน่ กั เรียนกำลังกระทำคนละ 1

ประโยค

- ครใู ห้นกั เรียนศึกษาข้อมลู ใน Boarding Pass แลว้ ให้นกั เรียนพดู บอกความหมายของคำศัพทแ์ ต่ละคำทีป่ รากฏ

ใน Boarding Pass

- ครูอ่านข้อมูลใน Boarding Pass แล้วให้นักเรยี นอา่ นตามครู

- ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า ประตูทางเข้าและหมายเลขที่นง่ั ที่ทา่ อากาศยาน มักใช้ผสมผสานกนั ระหวา่ งตัวเลขและ

พยัญชนะ และครอู ธิบายเกีย่ วกับรหัส 3 ตวั ที่ใช้โดยเขียนบนกระดานให้นกั เรยี นดู ตัวอย่างเชน่

JFK is New York City’s John F. Kennedy Airport.
SYD is for Sydney, Australia.
- ครูอธิบายเกีย่ วกบั Frequent Flyer Programs วา่ เป็นโปรแกรมทีส่ ายการบินเสนอเพือ่ มดั ใจลูกค้า เช่น การ
เดนิ ทางฟรี หรือการขอบคุณกรณีพิเศษ เปน็ ต้น
- ครูอธิบายว่าแตล่ ะสายการบินมีความแตกตา่ งกัน มีหลายระดบั คือ ระดับ economy หรือ coach เปน็ ระดับ
ที่ราคาถกู ทีส่ ุด ระดบั business class เป็นสายการบินสำหรบั นักธุรกิจ ระดับ first class เปน็ ระดับทีม่ ี
คา่ บรกิ ารแพงที่สดุ สำหรบั ระดับ business class และ first class มีการบรกิ ารที่นง่ั ทีใ่ หญก่ ว่า สะดวก สบาย
กว่า มีบริการอาหารและเคร่อื งดื่ม
- ครูให้นกั เรยี นตอบคำถามเพือ่ ประเมินความเข้าใจเกี่ยวกบั เนอื้ หาใน Boarding Pass โดยใช้คำถาม เช่น
- What time is the flight boarding?
- What seat is Mr. Roberts in?
- ครเู ปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 9 ให้นักเรยี นฟังและอา่ นตาม
- ครูให้นักเรยี นดูภาพในหนงั สือเรียน หน้า 9 และถามนกั เรียนวา่ เกิดอะไรขนึ้ ในภาพน้ัน โดยใช้คำถามวา่
- What is happening?
- ครอู ธิบายนกั เรยี นว่า ผู้โดยสารจะต้องได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนขนึ้ เครอ่ื งบินทุกครั้ง พวก
เขาต้องเดนิ ผ่านเครื่องสแกนเพื่อตรวจหาปืนหรือวตั ถรุ ะเบิด
- ครูเขียนตัวอย่างบทสนทนาและอ่านออกเสียงบทสนทนาให้นกั เรยี นฟัง หลงั จากนั้นให้นกั เรียนอาสาสมคั ร
อ่าน
- ครถู ามนักเรยี นเกีย่ วกบั บทสนทนาทีอ่ า่ นในหนังสือเรียน หน้า 9 เพือ่ ประเมินความเข้าใจ โดยใช้คำถาม
- What is the boy taking? (Teddy bear)
- What clothing do the passengers need to take off? (belt, shoes, and jewelry)
- ครูและนักเรียนอ่านประโยคบอกเล่าในกิจกรรม Language Check ในหนังสือเรียน หน้า 9 และครู
ตรวจสอบ ความเข้าใจของนักเรียน และเปิดโอกาสให้ถามถ้านักเรียนไม่เข้าใจ หลังจากนั้นให้นักเรียนดู
ภาพในหนังสือเรียน หน้า 8-9 เพื่อทำกิจกรรม Language Check โดยให้นักเรียนเขียน true or false ลง
หน้าประโยคเหลา่ น้ัน
- ครแู ละนกั เรยี นตรวจสอบคำตอบร่วมกัน (ดเู ฉลยท้ายเลม่ )
- ครูประเมินผลความเข้าใจจากจำนวนคำตอบทีถ่ กู ต้อง โดยใช้เกณฑ์ผ่านร้อยละ 80

กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท์ างภาษา

-

ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน New World 2 หน้า 8-9
2. ซีดีบันทึกเสียง
3. เคร่อื งเลน่ ซีดี

ชวั่ โมงที่ 2 : เรื่อง Traveling

1. เป้าหมายการเรยี นร/ู้ หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวัดผลและประเมินผล

มาตรฐานการเรยี นรู้ สิ่งที่ตอ้ งรแู้ ละปฏิบัตไิ ด้ ผลงาน/ชิ้นงาน การวัดผลและ
ประเมินผล
และตัวชี้วัด ประเมินการสนทนา
โดยใช้แบบประเมินการ
ต 1.2 ม.1/1 สนทนาแลกเปลย่ี น ถ้อยคำ น้ำเสียง สหี น้า สนทนากจิ กรรมคู่ และ
ใช้เกณฑ์ผา่ นระดับ
ข้อมูลเกีย่ วกบั การ และอากัปกิริยาทีใ่ ช้ใน พอใช้

เดนิ ทาง การสนทนา

ท่องเทีย่ ว

2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)

ความรู้

- คำศพั ท์

กิจกรรม Practice

- check in (v.): to show your ticket at the airport so that you can be told where you will

be sitting and so that your luggage can be put on the craft (ลงทะเบียนขนึ้

เครอ่ื งบินทีส่ นามบิน)

- สำนวนภาษา

-

- หนา้ ทีภ่ าษา

- To talk about travel and vacations

- โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์

- Present Progressive: Wh- Questions, Yes/No Questions

3. กจิ กรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรม Pronunciation and Practice

1. นำเข้าสู่บทเรียน
- ครูเขียนประโยคคำถามบนกระดานจำนวน 2 ประโยค ดงั นี้
- Where are you going?
- Are you waiting for someone?
- ครใู ห้นกั เรยี นอา่ นออกเสียงประโยคคำถามท้ัง 2 ประโยคพร้อมกัน หลงั จากน้ันครูอา่ นให้นักเรยี นฟัง และ
สังเกตความแตกตา่ งพร้อมกบั บอกครวู า่ ทีน่ ักเรยี นอ่านกับทีค่ รอู า่ นเหมือนหรอื ตา่ งกนั อย่างไร ครสู รุป
เพิม่ เตมิ ให้นักเรยี นฟังว่า คำถามแบบ Yes/No Questions มกั ใช้เสียงสูงท้ายคำถาม ในขณะที่คำถาม
แบบ Wh- Questions ใช้
เสยี งต่ำ

2. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้
- ครบู อกนักเรียนวา่ ในหนว่ ยการเรียนรู้นีน้ ักเรียนจะไดฝ้ ึกเกีย่ วกบั การถาม-ตอบด้วย Yes/No Questions และ
Wh- Questions แล้วสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้ได้

3. ออกเสียง Yes/No Questions
- ครูให้นักเรียนดูประโยคคำถามจากกิจกรรม Pronunciation ในหนังสอื เรียน หน้า 9 หลังจากนั้นครเู ปิดซีดี
บนั ทึกเสยี ง CD 1 Track 10 ให้นกั เรยี นชตี้ ามประโยคทีน่ ักเรยี นฟัง
- ครใู ห้นักเรยี นพูดตามซีดีบนั ทึกเสียง หลังจากน้ันครูปิดเสยี งซีดีบันทึกเสียง แล้วให้นกั เรยี นอ่านออกเสียง
- ครใู ห้นักเรยี นจบั คู่อา่ นออกเสียงประโยค ครเู ดนิ สงั เกตการออกเสียงของนักเรยี น
- ครูให้นักเรียนจับคู่แต่งประโยคคำถามแบบ Yes/No Questions จำนวน 3 ประโยค แล้วให้นักเรียน
เปรียบเทียบผลงานกับคู่อื่น ๆ หลังจากนั้นให้แต่ละคู่ผลัดเปลี่ยนกันถามและตอบ ครูสังเกตการทำ
กิจกรรมของนักเรยี น

4. สนทนาเกีย่ วกับการเดนิ ทางทอ่ งเทีย่ ว
- ครูเปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 11 ให้นักเรียนฟัง พร้อมกับให้นักเรียนดูบทสนทนาในกิจกรรม
Practice ในหนังสือเรียน หน้า 9
- ครใู ห้นกั เรยี นชี้ตามประโยคในบทสนทนา หลงั จากน้ันให้นกั เรยี นอา่ นบทสนทนา
- ครูพดู ตัวอยา่ งบทสนทนาที่ 1 ในกิจกรรม Practice ในหนงั สือเรียน หน้า 9 ครพู ูดถาม-ตอบ โดยใช้ขอ้ มูล
ของครใู ห้นักเรยี นฟงั หลังจากน้ันครูพูดกบั นกั เรียน และผลัดกนั เปน็ A และ B
- ครพู ูดยกตวั อยา่ งบทสนทนาที่ 1 อีกครงั้ และครั้งนคี้ รเู ปลย่ี นข้อมูลของ B คือเปลย่ี นสถานท่แี ละเวลา
หลงั จากนั้นให้นักเรยี นจับค่ฝู ึกสนทนา โดยใช้ข้อมูลของนกั เรยี นเองเป็นคำตอบ
- ครูใช้วิธกี ารเดมิ กับบทสนทนาที่ 2 ให้นักเรยี นจับคู่ฝึกสนทนา
- ครูพดู ตวั อยา่ งบทสนทนาที่ 3 ครงั้ นีค้ รูถามเกี่ยวกับบคุ คลในหนังสือเรียน หน้า 8-9 และให้นกั เรยี น
อาสาสมคั รเปน็ ผตู้ อบ หลงั จากน้ันให้นักเรยี นจบั คฝู่ ึกสนทนา โดยใช้ขอ้ มูลคำตอบของนักเรียนเอง
- ครสู รุปยำ้ เกีย่ วกับมาตรฐานระดับของการใช้บริการการเดนิ ทางโดยเคร่อื งบิน 3 ประการ คือ economy or
coach, business และ first class
- ครูยกตวั อย่างบทสนทนาที่ 4 โดยใช้ขอ้ มูลระดับต่าง ๆ ของสายการบินเป็นข้อมลู ในแต่ละคำถามและ
คำตอบ ให้นักเรยี นจบั คูฝ่ ึกสนทนา
- ครูให้นักเรียนจับคู่สนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางทอ่ งเที่ยว โดยใช้บทสนทนาที่ 1 และ 4
ในกิจกรรม Practice ในหนังสือเรียน หน้า 9 เป็นแนวทาง
- ครูประเมินการสนทนาของนักเรียนโดยใช้แบบประเมินการสนทนากจิ กรรมคู่ และใช้เกณฑผ์ ่านระดับพอใช้

กจิ กรรมเสริมทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

- ให้นักเรยี นทำแบบฝึกหัด ข้อ A, B และ C ในหนังสือแบบฝึกหดั New World 2 หน้า 5 เพื่อฝึกการพดู
เกี่ยวกับเวลา และรปู แบบการเติม -ing ในคำกริยา (ดเู ฉลยท้ายเล่ม)

สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรียน New World 2 หน้า 9
2. หนงั สือแบบฝึกหดั New World 2 หน้า 5
3. ซีดีบันทึกเสียง
4. เครอ่ื งเลน่ ซีดี

ชวั่ โมงที่ 3 : เรือ่ ง Traveling

1. เป้าหมายการเรยี นรู้/หลกั ฐานการเรยี นร/ู้ การวัดผลและประเมินผล

มาตรฐานการเรยี นรู้ สิง่ ทีต่ ้องรูแ้ ละปฏิบัตไิ ด้ ผลงาน/ชิน้ งาน การวัดผลและ

และตวั ชี้วดั ประเมินผล

ต 1.1 ม.1/4 ระบุรายละเอียด คำตอบที่ไดจ้ ากการทำ ประเมินผลจากจำนวน
เกี่ยวกับ
กิจกรรม About the คำตอบที่ถูกต้องโดยใช้
บทสนทนาทีฟ่ งั และ
อา่ น Conversation เกณฑ์ผา่ นร้อยละ 80

ต 1.1 ม.1/2 อ่านออกเสียงบท การอ่านออกเสียงบท ประเมินการอ่านออก
สนทนาถกู ต้องตาม สนทนาในกิจกรรม เสยี งโดยใช้แบบ
หลักการอ่าน Conversation ประเมินการอา่ นออก
เสยี ง และใช้เกณฑผ์ า่ น
ระดบั พอใช้

2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)

ความรู้

- คำศพั ท์
-

- สำนวนภาษา
-

- หน้าทีภ่ าษา
- To talk about travel and vacations

- โครงสร้างประโยค/ไวยากรณ์
- Present Progressive

3. กจิ กรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรม Conversation

1. นำเข้าสู่บทเรียน
- ครูให้นกั เรยี นปิดหนงั สือเรียน และครชู วนนักเรียนพูดคุยเกีย่ วกับขั้นตอนการเดนิ ทางโดยเคร่ืองบิน ว่าเมื่อ
มาถึงทา่ อากาศยาน ต้องไป check in ทีเ่ คาน์เตอรเ์ พือ่ แสดงรายการต๋ัว บัตรประจำตัว หรือหนังสอื
เดนิ ทาง ตรวจกระเป๋า หาประตทู างข้ึนเครอ่ื งบิน และอื่น ๆ
- ครูให้นักเรียนดูภาพในกิจกรรม Conversation ในหนังสือเรียน หน้า 10 และใช้คำถามเพื่อกระตุ้นให้
นกั เรยี นตอบเกีย่ วกบั ภาพ ดงั นี้
- Where are the people? (At the airport.)
- What are they doing? (They are checking in.)
- Where is the dog? (Beside the clerk.)
- ครูถามนักเรยี นวา่ บทสนทนานีเ้ กี่ยวกบั อะไร โดยใช้คำถาม

- What is the conversation about?
2. แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้

- ครบู อกนกั เรียนว่า ในบทเรียนนี้นักเรียนจะได้ฟังและอา่ นบทสนทนาเกี่ยวกับการเดินทางโดยเครื่องบิน แล้ว
สามารถระบรุ ายละเอียดของบทสนทนา และอ่านออกเสียงบทสนทนาไดถ้ ูกต้อง

3. ฟังและอ่านบทสนทนา
- ครูให้นกั เรยี นปิดบทสนทนาในกิจกรรม Conversation ในหนงั สือเรียน หน้า 10 แล้วเปิดซีดีบนั ทึกเสียง CD
1 Track 12 ให้นกั เรยี นฟัง 1 รอบ ครถู ามนักเรยี นวา่ บทสนทนาทีน่ กั เรยี นฟังเกี่ยวกบั อะไร โดยใช้คำถาม
- What is the conversation about?
- ครูให้นักเรียนดูบทสนทนาและฟังซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 12 อีกครั้งพร้อมกับอ่านบทสนทนาไป
พร้อมกับการฟงั ในใจ
- ครูให้นักเรยี นศึกษาคำสั่งในกิจกรรม About the Conversation ในหนังสอื เรียน หน้า 10 ครูอา่ นออกเสียง
ประโยคคำถามและเปิดโอกาสให้นักเรยี นถามความหมายประโยคคำถามถ้านกั เรยี นไม่เข้าใจ
- ครูให้นักเรยี นทำกิจกรรม About the Conversation ในหนงั สือเรียน หน้า 10 และตรวจสอบคำตอบโดยให้
นักเรยี นจบั คูอ่ า่ นคำถามและคำตอบ (ดเู ฉลยท้ายเลม่ )
- ครทู บทวนคำตอบทีถ่ ูกต้องให้นกั เรยี นโดยการอา่ นทง้ั คำถามและคำตอบให้นักเรยี นฟัง
- ครปู ระเมินความเข้าใจบทสนทนาจากจำนวนคำตอบทีถ่ กู ต้อง โดยใช้เกณฑผ์ า่ นร้อยละ 80
- ครใู ห้นักเรยี นอาสาสมคั ร 2 คน ออกไปพดู บทสนทนาหน้าช้ันเรียน ครูกระตนุ้ ให้นกั เรยี นใช้ภาษาทา่ ทาง
น้ำเสียง และการออกเสียงสูง-ตำ่ ในการพูดสนทนาให้มากเท่าที่จะทำได้
- ครูให้นักเรยี นจบั คู่อา่ นบทสนทนา ครูเดนิ ดูนกั เรียนไปรอบ ๆ ช้ันเรียน และให้ความชว่ ยเหลอื นกั เรยี นแต่ละ
คู่ในเรือ่ งของการออกเสียง และการออกเสียงสงู -ตำ่
- ครูให้นักเรียนแต่ละคู่อ่านบทสนทนาหน้าชั้นเรียน ครูประเมินการอ่านออกเสียงโดยใช้แบบประเมินการ
อา่ นออกเสียง และใช้เกณฑผ์ า่ นระดบั พอใช้
- ครใู ห้นักเรียนพูดเลา่ ประสบการณ์เกี่ยวกบั การเดนิ ทางทอ่ งเที่ยวโดยถามนกั เรียนวา่ นกั เรียนเคยเดนิ ทางโดย
เครื่องบิน รถไฟ หรือรถประจำทาง และนักเรียนมีสัตว์เล้ยี งไปดว้ ยหรือไม่ ถ้าเคยนกั เรยี นมีปัญหาตรงจุด
ใดบ้างหรือไม่ และครูคอยชว่ ยเหลอื นักเรยี นเรื่องของคำศพั ท์ ครใู ช้คำถามนำให้นักเรยี นพูด ดังนี้
- Have you ever travelled by plane, train or by bus with pets?
- If yes, are there any problems?
- ครใู ห้นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 3-4 คน ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มพูดอภิปรายตามหัวข้อคำถามดังกล่าว และ
หรือนักเรียนอาจเพิ่มเตมิ หวั ข้อ ประเด็นอืน่ ๆ ได้

กจิ กรรมเสริมทักษะ/ประสบการณท์ างภาษา

- ครูให้นกั เรยี นเขียนสรปุ การพดู อภิปรายลงในสมุดแบบฝึกหดั เพื่อฝึกทกั ษะการเขียน

สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้

1. หนงั สือเรียน New World 2 หน้า 10
2. ซีดีบันทึกเสียง
3. เครอ่ื งเล่นซีดี
4. พจนานกุ รมอังกฤษ-ไทย

ช่วั โมงที่ 4 : เรื่อง Traveling

1. เป้าหมายการเรยี นรู/้ หลกั ฐานการเรยี นรู้/การวดั ผลและประเมินผล

มาตรฐานการเรยี นรู้ สิ่งทีต่ ้องรู้และปฏิบตั ไิ ด้ ผลงาน/ชิ้นงาน การวัดผลและ

และตวั ชี้วดั ประเมินผล

ต 1.1 ม.1/1, ระบุรายละเอียด คำ คำตอบทีไ่ ดจ้ ากการทำ ประเมินผลจากจำนวน

ต 1.1 ม.1/4 ชีแ้ จงจากการฟงั กิจกรรม Listening คำตอบที่ถูกต้อง โดย

ประกาศของทา่ อากาศ ใช้เกณฑผ์ า่ นร้อยละ

ยาน 80

2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)

ความรู้

- คำศัพท์

กิจกรรม Listening

- porter (n.): a person who carries travelers’ bags at places such as airports and hotels

(พนกั งานขนกระเป๋า)

- carousel (n.): a circular moving belt on which you pick up your bags at an airport

(สายพานส่งกระเป๋าในสนามบิน)

- สำนวนภาษา

-

- หน้าทีภ่ าษา

-

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์

-

3. กิจกรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรม Listening

1. นำเข้าสูบ่ ทเรียน
- ครูอธิบายนักเรียนเกี่ยวกับพนักงานประชาสัมพันธ์ที่ท่าอากาศยานว่า มีหน้าที่ประชาสัมพันธ์ข้อมลู เกี่ยวกับ
การเดนิ ทางทั้งขาเข้าและขาออกของเครือ่ งบิน และครถู ามนักเรยี นวา่ พนักงานประชาสมั พันธ์จะให้ข้อมูล
เกี่ยวกับอะไรบ้าง โดยให้นักเรียนระดมพลังสมองและบอกครู ครูเขียนสิ่งที่นักเรียนบอกบนกระดาน ครูใช้
คำถามนำให้นักเรียนพูด ดังนี้
- What information do the loudspeakers give about flights?

2. แจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- ครูบอกนักเรียนว่า ในหน่วยการเรียนรู้นี้นักเรียนได้ฟังข้อมูลเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ที่ท่าอากาศ
ยาน แล้วสามารถระบุข้อมลู ของบุคคลทเ่ี กีย่ วข้องได้

3. ฟงั ประกาศในสนามบิน
- ครูให้นักเรยี นดกู ิจกรรม Listening ในหนังสือเรียน หน้า 10 ครอู ่านหวั ข้อประเดน็ ให้นักเรยี นฟัง และเปิด
โอกาสให้นักเรยี นถามถ้านกั เรียนไม่เข้าใจ หรือมีปัญหาเรื่องคำศัพท์

- ครอู ธิบายความหมายของคำศัพท์ porter และ carousel โดยพดู ความหมายเป็นภาษาอังกฤษ และครเู ขียน
ความหมาย
ทีค่ รพู ดู บนกระดาน ถ้านกั เรยี นยังไมเ่ ข้าใจ ครูอนุญาตให้นักเรยี นเปิดพจนานุกรมได้

- ครเู ปิดซีดีบนั ทึกเสียง CD 1 Track 13 และบอกให้นกั เรยี นต้ังใจฟงั
- ครูเปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 13 อีกครั้ง และบอกให้นักเรียนทำกิจกรรม Listening โดยการเลือก

หวั ข้อที่ถกู ต้องทีส่ ุด
- ครูให้นกั เรยี นฟังซีดบี ันทึกเสยี งอีกครั้งเพื่อตรวจสอบคำตอบที่ถกู ต้อง
- ครูและนักเรียนช่วยกนั เฉลยคำตอบโดยครอู า่ นข้อมลู ประโยคและให้นักเรียนอ่านตัวเลอื กที่ถูกต้องพร้อมกนั

(ดูเฉลยท้ายเลม่ )
- ครูประเมินผลความเข้าใจจากจำนวนคำตอบทีถ่ ูกต้อง โดยใช้เกณฑผ์ า่ นร้อยละ 80

กจิ กรรมเสริมทกั ษะ/ประสบการณ์ทางภาษา

- ครูเปิดซีดีบันทึกเสียง CD 1 Track 13 ในกิจกรรม Listening ในหนังสือเรียน หน้า 10 ให้นกั เรยี นฟัง
หลาย ๆ ครงั้

- ครูให้นักเรยี นเขียนข้อมูลที่ฟังลงในสมุดหลังจากนั้นให้นกั เรยี นอาสาสมัครออกไปเขียนบนกระดาน และให้
นกั เรยี นเขียนข้อมูลประกาศของท่าอากาศยาน แล้วอา่ นให้เพือ่ นในช้ันเรียนฟัง

สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้

1. หนังสือเรียน New World 2 หน้า 10
2. ซีดีบนั ทึกเสียง
3. เครอ่ื งเล่นซีดี
4. พจนานุกรมอังกฤษ-ไทย

ชวั่ โมงที่ 5 : เรื่อง Traveling

1. เป้าหมายการเรยี นรู้/หลกั ฐานการเรยี นรู้/การวดั ผลและประเมินผล

มาตรฐานการเรยี นรู้ สิง่ ที่ตอ้ งร้แู ละปฏิบัตไิ ด้ ผลงาน/ชิน้ งาน การวัดผลและ
ประเมินผล
และตวั ชี้วัด ประเมินการเข้าร่วม
กิจกรรมโดยใช้การ
ต 2.1 ม.1/2 เข้าร่วมกิจกรรมการ การเข้ารว่ มกิจกรรม สงั เกต และใช้เกณฑ์
ผา่ นระดับพอใช้
เล่นเกม Guessing การเล่นเกม Guessing
ประเมินการเขียนโดย
game game ใช้เกณฑก์ ารประเมิน
การเขียน และใช้เกณฑ์
ต 1.3 ม.1/3 เขียนบรรยายภาพได้ งานเขียนบรรยายภาพ ผา่ นระดับพอใช้
ถกู ต้องตามโครงสร้าง
ไวยากรณท์ ีเ่ รยี น

2. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)

ความรู้

- คำศัพท์
-

- สำนวนภาษา
-

- หนา้ ทีภ่ าษา
- To talk about family and what they are doing

- โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
- Present Progressive: Question with What, Yes/No Questions

3. กจิ กรรมการเรยี นรู้

กจิ กรรม Grammar

1. นำเข้าสบู่ ทเรียน

- ครใู ห้นกั เรยี นเปิดหนงั สือเรียน หน้า 11 และบอกให้นกั เรยี นดเู นอื้ หาในกรอบ Grammar และให้นกั เรยี นพูด

เกีย่ วกับข้อมูลทีเ่ ห็นในกรอบ Grammar ครูเขียนสง่ิ ทีน่ กั เรยี นพดู บนกระดาน เช่น

Question with What Affirmative Negative

Question Short answer Short answer

2. แจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้

- ครบู อกนกั เรยี นว่า ในบทเรียนนีน้ กั เรยี นจะได้เรยี นรู้เกีย่ วกับโครงสร้างไวยากรณเ์ รือ่ ง Present Progressive

และ Question with What แล้วสามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ได้

3. เข้าใจและใช้ Present Progressive

- ครูให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาความรู้เรื่อง Present Progressive จากกรอบ Grammar ในหนังสือเรียน หน้า

11 แล้วอธิบายนักเรยี นว่า Present Progressive ใช้สำหรบั พูดคยุ เกี่ยวกับการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นขณะที่

พดู และครูทบทวนรปู แบบโครงสร้างของ Present Progressive โดยเขียนบนกระดาน ดงั นี้

- Subject + Verb to be + -ing
- ครแู ละนักเรยี นอา่ นประโยคบอกเล่าและประโยคปฏิเสธในกรอบ Grammar ในหนังสือเรียน หน้า 11

พร้อมกัน และครใู ห้นกั เรยี นดูรปู ยอ่ ของ Verb to be กบั สรรพนามแต่ละตวั
- ครูอธิบายนกั เรียนวา่ ในประโยคคำถามของ Present Progressive น้ัน Verb to be และ Subject จะสลบั ตำแหน่ง

กนั
- ครูบอกนักเรยี นว่า What (หรือ Question words อื่น ๆ) วางอยใู่ นตำแหน่งแรกของประโยค หลงั จากน้ันก็

จะตามดว้ ย Verb to be + Subject + Verb + -ing ครูเขียนประโยคคำถาม What are you doing? บน
กระดาน แล้วให้นักเรยี นอ่านพร้อมกบั ครู เสรจ็ แล้วให้นักเรยี นอ่านคำถามที่เหลอื ในกรอบ Grammar ใน
หนังสือเรียน หน้า 11 ทุกคำถามพร้อมกนั
- ครใู ห้นกั เรยี นดูภาพบุคคลในหนังสอื เรียน หน้า 8-10 แล้วให้นักเรยี นใช้โครงสร้างประโยคคำถาม What
ใน Present Progressive ตั้งคำถาม แล้วให้นักเรียนอาสาสมัครตอบคำถาม ครูรับรองความถูกต้อง ให้
นักเรยี นในช้ันเรียนกลา่ วคำตอบซ้ำอีกครั้ง ตวั อย่างคำถาม เชน่
Q: What is the man with sunglasses doing?
A: He’s checking in.
Q: What is the woman with the cat wearing?
A: She’s wearing pants and a jacket and jewelry.
- ครูให้นักเรียนศึกษาเนื้อหา Yes/No Questions จากกรอบ Grammar ในหนังสือเรียน หน้า 11 แล้วบอก
นักเรียนว่า ในคำถาม Yes/No Questions นั้น ตำแหน่ง Verb to be และ Subject จะสลับตำแหน่งกัน ครู
และนักเรยี นอา่ นประโยค Yes/No Questions พร้อมกับตอบแบบ Short answers ในกรอบ Grammar พร้อม
กัน
- ครสู รุปเพิ่มเตมิ เกีย่ วกบั การเติม -ing หลังคำกริยา และเขียนบนกระดาน ดงั นี้
- เติม ing หลังคำกริยาทั่วไป เชน่

- eat  eating
- ถ้าคำกริยาลงท้ายดว้ ย e ให้ตดั e ออกแลว้ เตมิ -ing เช่น

- take  taking
- make  making
- ถ้าคำกริยาลงท้าย y เติม -ing ได้เลย เช่น
- enjoy  enjoying
- ถ้าคำกริยามีเสยี งพยางคเ์ ดยี ว สระเสยี งสน้ั ให้เพิ่มพยญั ชนะตวั สุดทา้ ยเพิ่ม 1 ตัว แล้วเติม -ing เช่น
- run  running
- hit  hitting
- ครูให้นกั เรียนเล่นเกม Guessing game มีวิธกี ารเล่น ดงั นี้ คือ ครใู ห้นกั เรยี นอาสาสมคั รประมาณ 10 คน
ออกมาแสดงทา่ ทางเกี่ยวกับกิจกรรมทีก่ ระทำทีท่ า่ อากาศยานอย่างหลากหลายหน้าชั้นเรียน และให้
นกั เรยี นที่เหลอื ในชั้นเรียนใช้ประโยคคำถาม Yes/No Questions เพื่อทายว่าคนเหล่าน้ันกำลังทำอะไร
ตวั อยา่ งคำถาม เชน่
- Are you carrying bags?
- Are you checking in?
- Are you showing your ID?
- Are you going through security?
- ครูประเมินการเข้าร่วมกิจกรรมเล่นเกมของนกั เรียนโดยใช้การสงั เกตและใช้เกณฑผ์ ่านระดบั พอใช้
- ครทู บทวนความรู้เดิมของนกั เรียนเกี่ยวกับจำนวนเลข โดยครูเขียน 1 ถึง 60 บนกระดาน แลว้ ให้นักเรียนอา่ น
ออกเสยี ง ถ้าผิดพลาด ครูแก้ไขและให้นักเรยี นอา่ นใหม่


Click to View FlipBook Version