The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by info_dlict, 2020-07-24 05:20:19

เอกสารประกอบการอบรม วิทยาศาสตร์

ผลกระทบของสิ่งมีชีวิต 3. นักเรียนร่วมอภิปรายเพื่อลงข้อสรุปว่าสิ่งมีชีวิตดัด

ดัดแปรพันธุกรรมที่ แปรพันธุกรรมคือ สิ่งมีชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลง
อาจมีผลต่อมนุษย์และ พันธุกรรมโดยมนุษย์ซึ่งเป็นกระบวนการที่

สิ่งแวดล้อม โดยการ นอกเหนือไปจากการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติ การ

เผยแพร่ความรู้ที่ได้ สร้างสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม ทำให้ได้โดยการ
จากการโต้แย้งทาง ถ่ายทอดยีนที่มีลักษณะที่ต้องการจากสิ่งมีชีวิตหนึ่ง

วิทยาศาสตร์ซึ่งมีข้อมูล เข้าไปอยู่ในสิ่งมีชีวิตหนึ่ง ทำให้สิ่งมีชีวิตที่ได้รับยีน
สนับสนุน เกิดการแสดงออกของยีนที่ต้องการ และลักษณะ

ดังกล่าวสามารถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อไปได้ ตัวอย่าง

ของสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม เช่น ข้าวโพด
มะละกอ ถั่วเหลือง มนุษย์มีการใช้ประโยชน์จาก

สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมเป็นจำนวนมาก เช่น
ผลิตอาหาร ผลิตยารักษาโรค

4. นักเรียนร่วมอภิปรายโต้แย้งเกี่ยวกับผลของสิ่งมีชีวิต

ดัดแปรพันธุกรรมที่มีผลต่อมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม
ทั้งด้านบวกและด้านลบจากข้อมูลที่รวบรวมได้

เพื่อให้นักเรียนเห็นมุมมองของสังคมที่เกี่ยวกับ

เรื่องดังกล่าวซึ่งมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย



27. อธิบายผลของ 1. ครูกระตุ้นให้นักเรียนเกิดข้อสงสัยและตั้งคำถาม
ความสว่างที่มีต่อ เกี่ยวกับผลของความสว่างของแสงที่มากหรือน้อย


วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 27 จาก 69


43

ดวงตาจากข้อมูลที่ได้ เกินไปที่มีต่อดวงตาโดยอาจใช้วิธี ซักถาม การ

จากการสืบค้น สาธิต หรือใช้สื่อต่างๆ
2. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมโดยวัดความสว่างของแสง
28. วัดความสว่างของ

แสงโดยใช้อุปกรณ์วัด บริเวณต่างๆ ในโรงเรียนหรือที่บ้านโดยใช้อุปกรณ์
ความสว่างของแสง วัดความสว่างของแสง เช่น ลักซ์มิเตอร์ หรือ
โปรแกรมประยุกต์จากโทรศัพท์เคลื่อนที่ บันทึกผล
29. ตระหนักในคุณค่า สรุป และนำเสนอ

ของความรู้เรื่องความ 3. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายโดยใช้หลักฐานเชิง
สว่างของแสงที่มีต่อ ประจักษ์เพื่อลงข้อสรุปว่าความสว่างบนพื้นที่รับ

ดวงตาโดยวิเคราะห์ แสงมีหน่วยเป็นลักซ์ บริเวณต่างๆ มีความสว่าง

สถานการณ์ปัญหา ของแสงแตกต่างกัน
และเสนอแนะการจัด 4. นักเรียนตั้งคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสว่างของ

ความสว่างให้เหมาะสม แสงที่เหมาะสมในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อ
ในการทำกิจกรรมต่าง นำไปสู่การสืบค้นข้อมูล

ๆ 5. นักเรียนสืบค้นข้อมูล บันทึกผล และนำเสนอ

6. นักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อลงข้อสรุปว่าความ

สว่างของแสงที่เหมาะสมในการทำกิจกรรมต่างๆ มี

ค่าแตกต่างกัน ความสว่างของแสงมีผลต่อดวงตา
มนุษย์ การใช้สายตาในสภาพแวดล้อมที่มีความ

สว่างของแสงไม่เหมาะสมจะเป็นอันตรายต่อ

ดวงตา เช่นการดูวัตถุในที่มีความสว่างของแสงมาก


วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 28 จาก 69


44

หรือน้อยเกินไป การจ้องดูหน้าจอภาพเป็น

เวลานาน
7. นักเรียนนำเสนอแนวทางการปรับปรุงบริเวณต่าง ๆ

ในโรงเรียนหรือที่บ้านให้มีความสว่างของแสงที่

เหมาะสมกับการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการ
ถนอมสายตา

สร้างแบบจำลองที่ 1. ครูกระตุ้นให้นักเรียนเกิดข้อสงสัยและตั้งคำถาม

อธิบายการเกิดก เกี่ยวกับการเกิดน้ำขึ้น น้ำลง โดยใช้สถานการณ์หรือ
ข้างขึ้นข้างแรม การ คำถาม หรือสื่อต่าง ๆ

เปลี่ยนแปลงเวลาการ 2. นักเรียนสืบค้นข้อมูล จัดกระทำ วิเคราะห์ข้อมูล
ขึ้นและตกของดวง เกี่ยวกับการเกิดน้ำขึ้น น้ำลงและนำเสนอ

จันทร์ และการเกิดน้ำ 3. นักเรียนร่วมอภิปรายเพื่อลงข้อสรุปว่า โลกและดวง

ขึ้นน้ำลง จันทร์มีแรงโน้มถ่วง ระหว่างกันทำให้ดวงจันทร์
โคจรรอบโลก แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ต่อโลก

ส่งผลให้น้ำบนผิวโลกด้านที่หันเข้าหาดวงจันทร์ถูก
แรงโน้มถ่วงดึงเข้าไปหาดวงจันทร์มากกว่าตำแหน่ง

อื่น ทำให้บริเวณผิวโลกด้านที่อยู่ใกล้ดวงจันทร์เกิด

น้ำขึ้น ในขณะเดียวกันน้ำบริเวณด้านตรงข้ามกันบน
ผิวโลกที่อยู่ด้านไกลจากดวงจันทร์เคลื่อนที่ได้เป็น

ระยะทางน้อยกว่าพื้นดินที่เคลื่อนไปทางดวงจันทร์

ทุกส่วนทำให้เกิดช่องว่างที่น้ำข้างเคียงไหลไปรวมกัน


วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 29 จาก 69


45

เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้นด้วย ในขณะที่เกิดน้ำขึ้น

บริเวณผิวโลกด้านใกล้และไกลดวงจันทร์ ก็จะเกิด
น้ำลงบริเวณกึ่งกลางระหว่างบริเวณน้ำขึ้นทั้งสอง

4. ครูตั้งคำถามเพื่อให้นักเรียนหาคำตอบเกี่ยวกับ การ

เกิดน้ำขึ้นน้ำลง 2 ครั้งในรอบวัน จากนั้นนักเรียน
ร่วมกันวิเคราะห์ อภิปรายเพื่อลงข้อสรุปว่าในหนึ่ง

วันตำแหน่งของดวงจันทร์ที่โคจรรอบโลกเคลื่อนไป
หลายองศา และโลกหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบในหนึ่ง

วัน ดังนั้นผิวโลกบริเวณหนึ่ง ๆ จึงเป็นได้ทั้งด้านใกล้

และด้านไกลดวงจันทร์ในหนึ่งวัน ทำให้ผิวโลกแต่ละ
บริเวณเกิดน้ำขึ้น 2 ครั้งต่อวันและลง 2 ครั้งต่อวัน

5. ครูใช้ภาพสถานการณ์จริงกระตุ้นให้นักเรียนเกิดข้อ
สงสัยเกี่ยวกับการเกิดน้ำขึ้นสูงมากในวันข้างขึ้น 15

ค่ำ และแรม 15 ค่ำ

6. นักเรียนสืบค้นข้อมูลระดับน้ำขึ้นและลงแต่ละวันใน
รอบเดือน เพื่อสร้างกราฟความสัมพันธ์ระหว่างน้ำ

ขึ้นน้ำลงกับวันข้างขึ้นข้างแรม

7. นักเรียนตีความหมายจากข้อมูลและลงข้อสรุปโดย
บรรยายความสัมพันธ์ระหว่างเวลากับการ

เปลี่ยนแปลงระดับน้ำ เพื่อลงข้อสรุปว่า ช่วงวันขึ้น

15 ค่ำ และวันแรม 15 ค่ำ ความแตกต่างระวห่าง


วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 30 จาก 69


46

ระดับน้ำขึ้นและน้ำลงจะมีค่าสูงสุด และช่วงวนขึ้น 8

ค่ำ และวันแรม 8 ค่ำ ระดับน้ำขึ้นและน้ำลงจะ
เปลี่ยนแปลงไม่มาก

8. ครูเพิ่มเติมความรู้โดยให้ความหมายของน้ำเกิดและ

น้ำตาย
9. นักเรียนสืบค้นข้อมูล หรือหาภาพจากสื่อต่าง ๆ

แสดงตำแหน่งของโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์
ช่วงวันขึ้น 15 ค่ำ วันแรม 14 ค่ำ หรือ 15 ค่ำ วันขึ้น

8 ค่ำ และวันแรม 8 ค่ำ เพื่อหาความสัมพันธ์

ระหว่างตำแหน่งเหล่านั้นกับการเกิดน้ำเกิดและน้ำ
ตาย





























วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 31 จาก 69


47

ตัวอย่างการเฉลยกิจกรรม

สมรรถนะตามแนว PISA


การอธิบายปรากฏการณ์ การประเมินและ การแปลความหมาย
ในเชิงวิทยาศาสตร์ ออกแบบกระบวนการ ข้อมูลและการใช้
ตัวชี้วัด แนวทางการจัดเรียนรู้
สืบเสาะหาความรู้ทาง ประจักษ์พยานในเชิง

วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์

A1 A2 A3 A4 A5 B1 B2 B3 B4 B5 C1 C2 C3 C4 C5


13. อธิบายการใช้ 1. ครูกระตุ้นให้นักเรียนความเกิดสงสัยเกี่ยวกับ
ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมโดยใช้วิธีการต่าง ๆ - - -

ดัดแปรพันธุกรรมและ 2. นักเรียนตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปร เกิด B2 ครูให้นักเรียนตั้ง

ผลกระทบที่อาจมีต่อ พันธุกรรมเพื่อนำไปสู่การสืบค้นเกี่ยวกับหลักการสร้าง ประเด็นคำถามเพื่อสู่การ
มนุษย์ลิส่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตดัดแปร สืบเสาะ ซึ่งผู้เรียนควร

โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวม พันธุกรรม ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม วิเคราะห์ได้ว่าคำถามที่ตั้ง
ได้
รวมทั้งผลกระทบที่อาจมีต่อสิ่งมีชีวิตสิ่งแวดล้อม นั้นเหมาะสมในการ
14. ตระหนักถึง รวบรวมข้อมูล และนำเสนอผล ตรวจสอบได้ด้วยวิธีการ

ประโยชน์และ ทางวิทยาศาสตร์หรือไม่
ผลกระทบของสิ่งมีชีวิต หรือมีวิธีการตรวสอบ

ดัดแปรพันธุกรรมที่ ยืนยันความน่าเชื่อถือของ

อาจมีผลต่อมนุษย์และ ข้อมูล ซึ่งเป็น B5



วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 32 จาก 69


48

สิ่งแวดล้อม โดยการ 3. นักเรียนร่วมอภิปรายเพื่อลงข้อสรุปว่าสิ่งมีชีวิตดัด สมรรถนะที่คาดหวังคือ สมรรถนะที่คาดหวัง คือ

เผยแพร่ความรู้ที่ได้ แปรพันธุกรรมคือ สิ่งมีชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลง A1 A2 A3 เนื่องจากมี C1 C2 เนื่องจากมี
จากการโต้แย้งทาง พันธุกรรมโดยมนุษย์ซึ่งเป็นกระบวนการที่ กิจกรรมให้อภิปรายเพื่อ กิจกรรมให้อภิปรายเพื่อ

วิทยาศาสตร์ซึ่งมีข้อมูล นอกเหนือไปจากการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติ การสร้าง ลงข้อสรุป ลงข้อสรุป

สนับสนุน สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม ทำให้ได้โดยการถ่ายทอดยีน
ที่มีลักษณะที่ต้องการจากสิ่งมีชีวิตหนึ่ง เข้าไปอยู่ใน

สิ่งมีชีวิตหนึ่ง ทำให้สิ่งมีชีวิตที่ได้รับยีน เกิดการ
แสดงออกของยีนที่ต้องการ และลักษณะดังกล่าวสา

มารถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อไปได้ ตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตดัด

แปรพันธุกรรม เช่น ข้าวโพด มะละกอ ถั่วเหลือง
มนุษย์มีการใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม

เป็นจำนวนมาก เช่น ผลิตอาหาร ผลิตยารักษาโรค


4. นักเรียนร่วมอภิปรายโต้แย้งเกี่ยวกับผลของ สมรรถนะที่คาดหวังคือ
สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมที่มีผลต่อมนุษย์ และ A1 A2 A3 เนื่องจากมี

สิ่งแวดล้อมทั้งด้านบวกและด้านลบจากข้อมูลที่รวบรวม กิจกรรมให้อภิปราย
ได้ เพื่อให้นักเรียนเห็นมุมมองของสังคมที่เกี่ยวกับเรื่อง โต้แย้ง

ดังกล่าวซึ่งมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย











วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 33 จาก 69


49

ใบกิจกรรมที่ 2.2 (วิทยาศาสตร์)

การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างตัวชี้วัดและพฤติกรรมของตัวชี้วัดวิชาวิทยาศาสตร์ตามหลักสูตรแกนกลางฯ กับสมรรถนะตามแนว PISA

คำชี้แจง: วิเคราะห์ตัวชี้วัดรายวิชาวิทยาศาสตร์ เพื่อหาพฤติกรรมของตัวชี้วัดที่แสดงถึงสมรรถนะตามแนว PISA วิชาวิทยาศาสตร์



สมรรถนะตามแนว PISA

การอธิบายปรากฏการณ์ การประเมินและออกแบบ การแปลความหมาย

ตัวชี้วัด ในเชิงวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหา ข้อมูลและการใช้ประจักษ์

ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ พยานในเชิงวิทยาศาสตร์ พฤติกรรมของตัวชี้วัดที่แสดงถึง PISA

A1 A2 A3 A4 A5 B1 B2 B3 B4 B5 C1 C2 C3 C4 C5


1. อธิบายปฏิสัมพันธ์ของ

องค์ประกอบของระบบ
นิเวศที่ได้จากการสำรวจ


2. อธิบายรูปแบบ

ความสัมพันธ์ระหว่าง
สิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตรูปแบบ

ต่าง ๆ ในแหล่งที่อยู่
เดียวกัน ที่ได้จากการสำรวจ








วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 34 จาก 69


50

3. สร้างแบบจำลองในการ

อธิบายการถ่ายทอด
พลังงานในสายใยอาหาร


4. อธิบายความสัมพันธ์ของ

ผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ย่อย
สลายสารอินทรีย์ในระบบ

นิเวศ


5. อธิบายการสะสมสารพิษ
ในสิ่งมีชีวิตในโซ่อาหาร


6. ตระหนักถึงความสัมพันธ ์
ของสิ่งมีชีวิต และ

สิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศ

โดยไม่ทำลายสมดุลของ
ระบบนิเวศ


7. อธิบายความสัมพันธ์

ระหว่าง ยีน ดีเอ็นเอ และ
โครโมโซมโดยใช้

แบบจำลอง






วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 35 จาก 69


51

8. อธิบายการถ่ายทอด

ลักษณะทางพันธุกรรมจาก
การผสมโดยพิจารณา

ลักษณะเดียวที่แอลลีลเด่น

ข่มแอลลีล ด้อยอย่าง
สมบูรณ์


9. อธิบายการเกิดจีโนไทป์
และฟีโนไทป์ของลูก และ

คำนวณอัตราส่วนการเกิดจี

โนไทป์ และฟีโนไทป์ของรุ่น
ลูก


10. อธิบายความแตกต่าง

ของการแบ่งเซลล์แบบไมโท
ซิสและไมโอซิส


11. บอกได้ว่าการ

เปลี่ยนแปลงของยีน หรือ
โครโมโซมอาจทำให้เกิดโรค

ทางพันธุกรรม พร้อมทั้ง







วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 36 จาก 69


52

ยกตัวอย่างโรคทาง

พันธุกรรม

12. ตระหนักถึงประโยชน์

ของความรู้เรื่องโรคทาง

พันธุกรรม โดยรู้ว่าก่อน
แต่งงานควรปรึกษาแพทย์

เพื่อตรวจและวินิจฉัยภาวะ
เสี่ยงของลูกที่อาจเกิดโรค

ทางพันธุกรรม


13. อธิบายการใช้ประโยชน์
จากสิ่งมีชีวิตดัดแปร

พันธุกรรมและผลกระทบที่

อาจมีต่อมนุษย์และ
สิ่งแวดล้อม โดยใช้ข้อมูลที่

รวบรวมได้


14. ตระหนักถึงประโยชน์
และผลกระทบของสิ่งมีชีวิต

ดัดแปรพันธุกรรมที่อาจมี
ต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

โดยการเผยแพร่ความรู้ที่ได้


วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 37 จาก 69


53

จากการโต้แย้งทาง

วิทยาศาสตร์ซึ่งมีข้อมูล
สนับสนุน


15. เปรียบเทียบความ

หลากหลายทางชีวภาพ ใน
ระดับชนิดสิ่งมีชีวิตในระบบ

นิเวศต่าง ๆ


16. อธิบายความสำคัญของ
ความหลากหลายทาง

ชีวภาพที่มีต่อการรักษา
สมดุลของระบบนิเวศ และ

ต่อมนุษย์


17. แสดงความตระหนักใน
คุณค่าและ ความสำคัญของ

ความหลากหลายทาง

ชีวภาพ โดยมีส่วนร่วมใน
การดูแลรักษาความ

หลากหลาย ทางชีวภาพ







วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 38 จาก 69


54

18. ระบุสมบัติทางกายภาพ

และการใช้ประโยชน์วัสดุ
ประเภทพอลิเมอร์ เซรามิก

และวัสดุผสมโดยใช้

หลักฐานเชิงประจักษ์ และ
สารสนเทศ


19. ตระหนักถึงคุณค่าของ
การใช้วัสดุประเภทพอลิ

เมอร์ เซรามิก และวัสดุผสม

โดยเสนอแนะแนวทางการ
ใช้วัสดุอย่างประหยัดและ

คุ้มค่า


20. อธิบายการเกิดปฏิกิริยา
เคมี รวมถึงการจัดเรียงตัว

ใหม่ของอะตอมเมื่อ
เกิดปฏิกิริยาเคมีโดยใช้

แบบจำลองและสมการ

ข้อความ








วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 39 จาก 69


55

21. อธิบายกฎทรงมวล โดย

ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์

22. วิเคราะห์ปฏิกิริยาดูด

ความร้อน และปฏิกิริยา

คายความร้อน จากการ
เปลี่ยนแปลงพลังงานความ

ร้อนของปฏิกิริยา


23. อธิบายปฏิกิริยาการเกิด
สนิมของเหล็ก ปฏิกิริยาของ

กรดกับโลหะ ปฏิกิริยาของ
กรดกับเบส และปฏิกิริยา

ของเบสกับโลหะ โดยใช้

หลักฐานเชิงประจักษ์ และ
อธิบายปฏิกิริยาการเผาไหม้

การเกิดฝนกรด การ
สังเคราะห์ด้วยแสง โดยใช้

สารสนเทศ รวมทั้งเขียน

สมการข้อความแสดง
ปฏิกิริยาดังกล่าว






วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 40 จาก 69


56

24. ระบุประโยชน์และโทษ

ของปฏิกิริยาเคมีที่มีต่อ
สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

และยกตัวอย่างวิธีการ

ป้องกันและแก้ปัญหาที่เกิด
จากปฏิกิริยาเคมีที่พบใน

ชีวิตประจำวัน จากการ
สืบค้นข้อมูล


25. ออกแบบวิธีแก้ปัญหา

ในชีวิตประจำวัน โดยใช้
ความรู้เกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมี

โดยบูรณาการวิทยาศาสตร์

คณิตศาสตร์เทคโนโลยี และ
วิศวกรรมศาสตร์


26. วิเคราะห์ความสัมพันธ ์
ระหว่างความต่างศักย์

กระแสไฟฟ้า และความ

ต้านทาน และคำนวณ
ปริมาณที่เกี่ยวข้องโดยใช้






วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 41 จาก 69


57

สมการ V = IR จาก

หลักฐานเชิงประจักษ์

27. เขียนกราฟ

ความสัมพันธ์ระหว่าง

กระแสไฟฟ้าและความต่าง
ศักย์ไฟฟ้า


28. ใช้โวลต์มิเตอร์

แอมมิเตอร์ในการวัด
ปริมาณทางไฟฟ้า


29. วิเคราะห์ความต่าง
ศักย์ไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า

ในวงจรไฟฟ้าเมื่อต่อตัว

ต้านทานหลายตัวแบบ
อนุกรมและแบบขนานจาก

หลักฐานเชิงประจักษ์


30. เขียนแผนภาพ
วงจรไฟฟ้าแสดงการต่อตว

ต้านทานแบบอนุกรมและ
ขนาน




วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 42 จาก 69


58

31. บรรยายการทำงานของ

ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่าง
ง่ายในวงจรจากข้อมูลที่

รวบรวมได้


32. เขียนแผนภาพและต่อ
ชิ้นส่วนเล็กทรอนิกส์อย่าง

ง่ายในวงจรไฟฟ้า


33. อธิบายและคำนวณ
พลังงานไฟฟ้าโดยใช้สมการ

W = Pt รวมทั้งคำนวณค่า
ไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าใน

บ้าน


34. ตระหนักในคุณค่าของ
การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า


โดยนำเสนอวิธการใช้
เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่าง
ประหยัดและปลอดภัย


35. สร้างแบบจำลองที่
อธิบายการเกิดคลื่นและ




วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 43 จาก 69


59

บรรยายส่วนประกอบของ

คลื่น

36. อธิบายคลื่น

แม่เหล็กไฟฟ้าและ

สเปกตรัมคลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้าจากข้อมูลที่

รวบรวมได้


37. ตระหนักถึงประโยชน์
และอันตรายจากคลื่น

แม่เหล็กไฟฟ้าโดยนำเสนอ
การใช้ประโยชน์ในด้านต่าง

ๆ และอันตรายจากคลื่น

แม่เหล็กไฟฟ้าใน
ชีวิตประจำวัน


38. ออกแบบการทดลอง

และดำเนินการทดลองด้วย
วิธีที่เหมาะสมในการอธิบาย

กฎการสะท้อนของแสง







วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 44 จาก 69


60

39. เขียนแผนภาพการ

เคลื่อนที่ของแสง แสดงการ
เกิดภาพจากกระจกเงา


40. อธิบายการหักเหของ

แสงเมื่อผ่านตัวกลางโปร่งใส
ที่แตกต่างกัน และอธิบาย

การกระจายแสงของแสง
ขาวเมื่อผ่านปริซึมจาก

หลักฐานเชิงประจักษ์


41. เขียนแผนภาพการ
เคลื่อนที่ของแสงแสดงการ

เกิดภาพจากเลนส์บาง


42. อธิบายปรากฏการณ์ที่
เกี่ยวกับแสง และการ

ทำงานของทัศนอุปกรณ์

จากข้อมูลที่รวบรวมได ้

43. เขียนแผนภาพการ

เคลื่อนที่ของแสง แสดงการ






วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 45 จาก 69


61

เกิดภาพของทัศนอุปกรณ์

และเลนส์ตา

44. อธิบายผลของความ

สว่างที่มีต่อดวงตาจาก

ข้อมูลที่ได้จากการสืบค้น

45. วัดความสว่างของแสง

โดยใช้อุปกรณ์วัดความสว่าง

ของแสง

46. ตระหนักในคุณค่าของ

ความรู้เรื่อง ความสว่างของ
แสงที่มีต่อดวงตา โดย

วิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา

และเสนอแนะการจัดความ
สว่างให้เหมาะสมในการทำ

กิจกรรมต่าง ๆ


47. อธิบายการโคจรของ
ดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์

ด้วยแรงโน้มถ่วงจากสมการ


= 1 2
2

วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 46 จาก 69


62

48. สร้างแบบจำลองที่

อธิบายการเกิดฤดู และการ
เคลื่อนที่ปรากฏของดวง

อาทิตย์


49. สร้างแบบจำลองที่
อธิบายการเกิดข้างขึ้น

ข้างแรม การเปลี่ยนแปลง
เวลาการขึ้นและตกของดวง

จันทร์ และการเกิดน้ำขึ้นน้ำ

ลง

50. อธิบายการใช้ประโยชน์

ของเทคโนโลยีอวกาศและ

ยกตัวอย่างความก้าวหน้า
ของโครงการสำรวจอวกาศ

จากข้อมูลที่รวบรวมได ้












วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 47 จาก 69


63

ตัวอย่างผลการวิเคราะห์

การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางฯ กับสมรรถนะตามแนว PISA



สมรรถนะตามแนว PISA


การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิง การประเมินและออกแบบ การแปลความหมายข้อมูลและการใช ้
ตัวชี้วัด วิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทาง ประจักษ์พยานในเชิงวิทยาศาสตร์

วิทยาศาสตร์ ระดับความคิดเห็น

A1 A2 A3 A4 A5 B1 B2 B3 B4 B5 C1 C2 C3 C4 C5


1. อธิบาย มีผู้เชี่ยวชาญเกิน

ปฏิสัมพันธ์ของ ร้อยละ 70 เห็น
องค์ประกอบของ ด้วยว่าสามารถ

ระบบนิเวศที่ได ้ จัดกิจกรรมการ

จากการสำรวจ เรียนการสอนให้
สามารถเกิด

สมรรถนะนั้นได้


2. อธิบายรูปแบบ มีผู้เชี่ยวชาญเกิน
ความสัมพันธ ์ ร้อยละ 30 เห็น


ระหว่างสิ่งมีชวิต ด้วยว่าสามารถ
กับสิ่งมีชีวิต จัดกิจกรรมการ


วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 48 จาก 69


64

รูปแบบต่าง ๆ ใน เรียนการสอนให้

แหล่งที่อยู่เดียวกัน สามารถเกิด
ที่ได้จากการ สมรรถนะนั้นได้

สำรวจ


3. สร้าง
แบบจำลองในการ

อธิบายการ
ถ่ายทอดพลังงาน

ในสายใยอาหาร


4. อธิบาย
ความสัมพันธ์ของ

ผู้ผลิต ผู้บริโภค

และผู้ย่อยสลาย
สารอินทรีย์ใน

ระบบนิเวศ


5. อธิบายการ
สะสมสารพิษใน

สิ่งมีชีวิตในโซ่
อาหาร





วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 49 จาก 69


65

6. ตระหนักถึง

ความสัมพันธ์ของ
สิ่งมีชีวิต และ

สิ่งแวดล้อมใน

ระบบนิเวศ โดยไม่
ทำลายสมดุลของ

ระบบนิเวศ

7. อธิบาย

ความสัมพันธ ์

ระหว่าง ยีน ดีเอ็น
เอ และโครโมโซม

โดยใช้แบบจำลอง


8. อธิบายการ
ถ่ายทอดลักษณะ

ทางพันธุกรรมจาก
การผสมโดย

พิจารณาลักษณะ

เดียวที่แอลลีลเด่น
ข่มแอลลีล ด้อย

อย่างสมบูรณ์



วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 50 จาก 69


66

9. อธิบายการเกิด

จีโนไทป์และฟีโน
ไทป์ของลูก และ

คำนวณอัตราส่วน

การเกิดจีโนไทป์
และฟีโนไทป์ของ

รุ่นลูก

10. อธิบายความ

แตกต่างของการ

แบ่งเซลล์แบบไม
โทซิสและไมโอซิส


11. บอกได้ว่าการ

เปลี่ยนแปลงของ
ยีน หรือโครโมโซม

อาจทำให้เกิดโรค
ทางพันธุกรรม

พร้อมทั้ง

ยกตัวอย่างโรค
ทางพันธุกรรม






วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 51 จาก 69


67

12. ตระหนักถึง

ประโยชน์ของ
ความรู้เรื่องโรค

ทางพันธุกรรม

โดยรู้ว่าก่อน
แต่งงานควร

ปรึกษาแพทย์เพื่อ
ตรวจและวินิจฉัย

ภาวะเสี่ยงของลูก

ที่อาจเกิดโรคทาง
พันธุกรรม


13. อธิบายการใช้

ประโยชน์จาก
สิ่งมีชีวิตดัดแปร

พันธุกรรมและ
ผลกระทบที่อาจมี

ต่อมนุษย์และ

สิ่งแวดล้อม โดยใช้
ข้อมูลที่รวบรวมได้







วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 52 จาก 69


68

14. ตระหนักถึง

ประโยชน์และ
ผลกระทบของ

สิ่งมีชีวิตดัดแปร

พันธุกรรมที่อาจมี
ต่อมนุษย์และ

สิ่งแวดล้อม โดย
การเผยแพร่

ความรู้ที่ได้จาก

การโต้แย้งทาง
วิทยาศาสตร์ซึ่งมี

ข้อมูลสนับสนุน


15. เปรียบเทียบ
ความหลากหลาย

ทางชีวภาพ ใน
ระดับชนิด

สิ่งมีชีวิตในระบบ

นิเวศต่าง ๆ

16. อธิบาย

ความสำคัญของ



วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 53 จาก 69


69

ความหลากหลาย

ทางชีวภาพที่มีต่อ
การรักษาสมดุล

ของระบบนิเวศ

และต่อมนุษย์

17. แสดงความ

ตระหนักในคุณค่า
และ ความสำคัญ

ของความ

หลากหลายทาง
ชีวภาพ โดยมีส่วน

ร่วมในการดูแล

รักษาความ
หลากหลาย ทาง

ชีวภาพ

18. ระบุสมบัติ

ทางกายภาพและ

การใช้ประโยชน์
วัสดุประเภทพอลิ

เมอร์ เซรามิก



วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 54 จาก 69


70

และวัสดุผสมโดย

ใช้หลักฐานเชิง
ประจักษ์ และ

สารสนเทศ


19. ตระหนักถึง
คุณค่าของการใช้

วัสดุประเภทพอลิ
เมอร์ เซรามิก

และวัสดุผสม โดย

เสนอแนะแนว
ทางการใช้วัสดุ

อย่างประหยัดและ

คุ้มค่า

20. อธิบายการ

เกิดปฏิกิริยาเคมี
รวมถึงการจัดเรียง

ตัวใหม่ของอะตอม

เมื่อเกิดปฏิกิริยา
เคมีโดยใช ้






วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 55 จาก 69


71

แบบจำลองและ

สมการข้อความ

21. อธิบายกฎ

ทรงมวล โดยใช้

หลักฐานเชิง
ประจักษ์


22. วิเคราะห์

ปฏิกิริยาดูดความ
ร้อน และปฏิกิริยา

คายความร้อน
จากการ

เปลี่ยนแปลง

พลังงานความร้อน
ของปฏิกิริยา


23. อธิบาย

ปฏิกิริยาการเกิด
สนิมของเหล็ก

ปฏิกิริยาของกรด
กับโลหะ ปฏิกิริยา

ของกรดกับเบส


วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 56 จาก 69


72

และปฏิกิริยาของ

เบสกับโลหะ โดย
ใช้หลักฐานเชิง

ประจักษ์ และ

อธิบายปฏิกิริยา
การเผาไหม้การ

เกิดฝนกรด การ
สังเคราะห์ด้วย

แสง โดยใช้

สารสนเทศ
รวมทั้งเขียน

สมการข้อความ
แสดงปฏิกิริยา

ดังกล่าว


24. ระบุประโยชน์
และโทษของ

ปฏิกิริยาเคมีที่มี

ต่อสิ่งมีชีวิตและ
สิ่งแวดล้อม และ

ยกตัวอย่างวิธีการ
ป้องกันและ


วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 57 จาก 69


73

แก้ปัญหาที่เกิด

จากปฏิกิริยาเคมีที่
พบใน

ชีวิตประจำวัน

จากการสืบค้น
ข้อมูล


25. ออกแบบวิธี
แก้ปัญหาใน

ชีวิตประจำวัน

โดยใช้ความรู้
เกี่ยวกับปฏิกิริยา

เคมีโดยบูรณาการ

วิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์

เทคโนโลยี และ
วิศวกรรมศาสตร์


26. วิเคราะห์

ความสัมพันธ ์
ระหว่างความต่าง

ศักย์กระแสไฟฟ้า



วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 58 จาก 69


74

และความ

ต้านทาน และ
คำนวณปริมาณที่

เกี่ยวข้องโดยใช้

สมการ V = IR
จากหลักฐานเชิง

ประจักษ์

27. เขียนกราฟ

ความสัมพันธ ์

ระหว่าง
กระแสไฟฟ้าและ

ความต่าง

ศักย์ไฟฟ้า

28. ใช้โวลต์มิเตอร์

แอมมิเตอร์ในการ
วัดปริมาณทาง

ไฟฟ้า


29. วิเคราะห์
ความต่าง

ศักย์ไฟฟ้าและ


วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 59 จาก 69


75

กระแสไฟฟ้าใน

วงจรไฟฟ้าเมื่อต่อ
ตัวต้านทานหลาย

ตัวแบบอนุกรม

และแบบขนาน
จากหลักฐานเชิง

ประจักษ์

30. เขียน

แผนภาพ

วงจรไฟฟ้าแสดง
การต่อตัว

ต้านทานแบบ

อนุกรมและขนาน

31. บรรยายการ

ทำงานของชิ้นส่วน
อิเล็กทรอนิกส์

อย่างงายในวงจร

จากข้อมูลที่
รวบรวมได้






วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 60 จาก 69


76

32. เขียน

แผนภาพและต่อ
ชิ้นส่วนเล็กทรอ

นิกส์อย่างง่ายใน

วงจรไฟฟ้า

33. อธิบายและ

คำนวณพลังงาน
ไฟฟ้าโดยใช้

สมการ W = Pt

รวมทั้งคำนวณค่า
ไฟฟ้าของ

เครื่องใช้ไฟฟ้าใน

บ้าน

34. ตระหนักใน

คุณค่าของการ
เลือกใช้

เครื่องใช้ไฟฟ้าโดย

นำเสนอวิธีการใช้
เครื่องใช้ไฟฟ้า






วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 61 จาก 69


77

อย่างประหยัดและ

ปลอดภัย

35. สร้าง

แบบจำลองที่

อธิบายการเกิด
คลื่นและบรรยาย

ส่วนประกอบของ
คลื่น


36. อธิบายคลื่น

แม่เหล็กไฟฟ้าและ
สเปกตรัมคลื่น

แม่เหล็กไฟฟ้าจาก

ข้อมูลที่รวบรวมได้

37. ตระหนักถึง

ประโยชน์และ

อันตรายจากคลื่น
แม่เหล็กไฟฟ้าโดย

นำเสนอการใช้
ประโยชน์ในด้าน

ต่าง ๆ และ


วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 62 จาก 69


78

อันตรายจากคลื่น

แม่เหล็กไฟฟ้าใน
ชีวิตประจำวัน


38. ออกแบบการ

ทดลองและ
ดำเนินการทดลอง

ด้วยวิธีที่เหมาะสม
ในการอธิบายกฎ

การสะท้อนของ

แสง

39. เขียน

แผนภาพการ

เคลื่อนที่ของแสง
แสดงการเกิดภาพ

จากกระจกเงา


40. อธิบายการหัก
เหของแสงเมื่อ

ผ่านตัวกลาง
โปร่งใสที่แตกต่าง

กัน และอธิบาย


วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 63 จาก 69


79

การกระจายแสง

ของแสงขาวเมื่อ
ผ่านปริซึมจาก

หลักฐานเชิง

ประจักษ์

41. เขียน

แผนภาพการ
เคลื่อนที่ของแสง

แสดงการเกิดภาพ

จากเลนส์บาง

42. อธิบาย

ปรากฏการณ์ที่

เกี่ยวกับแสง และ
การทำงานของ

ทัศนอุปกรณ์จาก
ข้อมูลที่รวบรวมได้


43. เขียน

แผนภาพการ
เคลื่อนที่ของแสง

แสดงการเกิดภาพ


วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 64 จาก 69


80

ของทัศนอุปกรณ์

และเลนส์ตา

44. อธิบายผลของ

ความสว่างที่มีต่อ

ดวงตาจากข้อมูลที่
ได้จากการสืบค้น


45. วัดความสว่าง

ของแสงโดยใช้
อุปกรณ์วัดความ

สว่างของแสง

46. ตระหนักใน

คุณค่าของความรู้

เรื่อง ความสว่าง
ของแสงที่มีต่อ

ดวงตา โดย

วิเคราะห์
สถานการณ์ปัญหา

และเสนอแนะการ
จัดความสว่างให้





วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 65 จาก 69


81

เหมาะสมในการ

ทำกิจกรรมต่าง ๆ

47. อธิบายการ

โคจรของดาว

เคราะห์รอบดวง
อาทิตย์ด้วยแรง

โน้มถ่วงจาก

สมการ =
2
1
2
48. สร้าง
แบบจำลองที่

อธิบายการเกิดฤดู

และการเคลื่อนที่
ปรากฏของดวง

อาทิตย์

49. สร้าง

แบบจำลองที่

อธิบายการเกิด
ข้างขึ้นข้างแรม




วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 66 จาก 69


82

การเปลี่ยนแปลง

เวลาการขึ้นและ
ตกของดวงจันทร์

และการเกิดน้ำขึ้น

น้ำลง

50. อธิบายการใช้

ประโยชน์ของ
เทคโนโลยีอวกาศ

และยกตัวอย่าง

ความก้าวหน้าของ
โครงการสำรวจ

อวกาศ จากข้อมูล

ที่รวบรวมได้


















วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 67 จาก 69


83

สมรรถนะตามแนว PISA ในรายวิชาวิทยาศาสตร์

1. การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ (Explain Phenomena Scientifically) การมีความสามารถในการรับรู้ เสนอและประเมินคำอธิบายที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
และเทคโนโลยี
A1 1.1 นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้สร้างคำอธิบายที่สมเหตุสมผล
A2 1.2 ระบุ ใช้ และสร้างตัวแบบ และนำเสนอข้อมูลเพื่อใช้ในการอธิบาย

A3 1.3 เสนอสมมติฐานเพื่อใช้ในการอธิบาย
A4 1.4 พยากรณ์การเปลี่ยนแปลงในเชิงวิทยาศาสตร์โดยใช้ความเป็นเหตุเป็นผลที่เป็นไปได้
A5 1.5 อธิบายถึงศักยภาพของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้เพื่อสังคม

2. การประเมินและออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (Evaluate and Design Scientific Enquiry) การมีความสามารถในการอธิบายและประเมินคุณค่าของ
การสำรวจตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ และนำเสนอแนวทางในการตอบคำถามอย่าง เป็นวิทยาศาสตร์
B1 2.1 สามารถระบุประเด็นปัญหาที่ต้องการสำรวจตรวจสอบจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่กำหนดให้
B2 2.2 แยกแยะได้ว่าประเด็นปัญหาหรือคำถามใดสามารถตรวจสอบได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์

B3 2.3 เสนอวิธีสำรวจตรวจสอบปัญหาทางวิทยาศาสตร์ที่กำหนดให้
B4 2.4 ประเมินวิธีสำรวจตรวจสอบปัญหาทางวิทยาศาสตร์ที่กำหนดให้
B5 2.5 บรรยายและประเมินวิธีการต่าง ๆ ที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการยืนยันถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูล และความเป็นกลางและการสรุปอ้างอิง จากคำอธิบาย

3. การแปลความหมายข้อมูลและการใช้ประจักษ์พยานในเชิงวิทยาศาสตร์ (Interpret Data and Evidence Scientifically) การมีความสามารถในการวิเคราะห์และประเมินข้อมูล
คำกล่าวอ้าง และข้อโต้แย้งในหลากหลายรูปแบบ และลงข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์ได้ อย่างเหมาะสม
C1 3.1 แปลงข้อมูลที่นำเสนอในรูปแบบหนึ่งไปสู่รูปแบบอื่น
C2 3.2 วิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และลงข้อสรุป

C3 3.3 ระบุข้อสันนิษฐาน ประจักษ์พยาน และเหตุผล ในเรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
C4 3.4 แยกแยะระหว่างข้อโต้แย้งที่มาจากประจักษ์พยานและทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ กับที่มาจากการพิจารณาจากสิ่งอื่น
C5 3.5 ประเมินข้อโต้แย้งทางวิทยาศาสตร์และประจักษ์พยานจากแหล่งที่มาที่หลากหลาย (เช่น หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต และวารสาร







วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 68 จาก 69


84

ข้อมูลเพิ่มเติม รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ

ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่ม
สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง

พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา

ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในระดับชั้นอื่นๆ
สามารถสืบค้นได้จากหนังสือคู่มือในลิงค์นี้

https://bit.ly/37PY1Wf



































วิทยาศาสตร์: วิเคราะห์ตัวชี้วัดการเรียนรู้และสมรรถนะ PISA หน้า 69 จาก 69


85

86

2




หน่วยการเรียนรู้


























◼ แผนการจัดการเรียนรู้ 1 สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม



◼ แผนการจัดการเรียนรู้ 2 ความสว่าง



◼ แผนการจัดการเรียนรู้ 3 ปรากฏการณ์น ้าขึ้น-น ้าลง































87

88

แผนการจัดการเรียนรท 1
ู้
ี่
เรื่อง สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม


ู้
รหัสวิชา ว23101 รายวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนร วิทยาศาสตร ์
ี่
ี่
ชั้นมัธยมศึกษาปีท 3 ภาคเรียนท 1 การศึกษา 2562 เวลา 3 ชั่วโมง


ู้
1. มาตรฐานการเรียนร/ตัวชี้วัด
ี่
สาระท 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ




มาตรฐาน ว 1.3 เขาใจกระบวนการและความสำคญของการถายทอดลกษณะทางพนธกรรม สารพนธกรรม




การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพและ
วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน ์
ตัวชี้วัด
ว 1.3 ม.3/7 อธิบายการใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม และผลกระทบที่อาจมีต่อมนุษย ์
และสิ่งแวดล้อม โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได ้
ว 1.3 ม.3/8 ตระหนักถึงประโยชน์และผลกระทบของสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมที่อาจมีต่อมนุษยและ

สิ่งแวดล้อม โดยการเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการโต้แย้งทางวิทยาศาสตร ซึ่งมีข้อมูลสนับสนุน


2. จุดประสงค์การเรียนร ู้


1. อธิบายความหมายของสิ่งมีชีวิตดัดแปรทางพันธุกรรมได (K)
2. อธิบายการใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม และผลกระทบที่อาจมีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม (K)
3. โต้แย้งถึงประโยชน์และผลกระทบของสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมที่อาจมีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

(K และ P)














4. เผยแพรประโยชนและผลกระทบของส่งมชวตดดแปรพนธกรรมท่อาจมตอมนษยและส่งแวดลอมท่ได ้




จากการโต้แย้งโดยใช้สื่อในรูปแบบต่าง ๆ (P และ A)

3. สาระสำคัญ
สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม หรือ GMOs (genetically modified organisms) คือ สิ่งมีชีวิตไม่ว่าจะเปน



พืช สัตว์ รวมถงจลนทรยที่ผ่านการดัดแปรพันธกรรม โดยใชกระบวนการทางพนธวศวกรรม (genetic engineering)








ึ่
ในการคัดเลือกหน่วยพันธุกรรม หรือ ยีน (gene) ที่ดีของสิ่งมีชีวิตหนึ่งมาตัดต่อใส่เข้าไปในยีนของอีกสิ่งมีชีวิตหนง

ุ์
ด้วยเทคโนโลยีนี้เอง ทำให้เราสามารถนำยีนของสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถผสมพันธกันได้ตามธรรมชาติมาตัดต่อเขา
ด้วยกัน เพื่อใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรให้มีคุณสมบัตเฉพาะตรงตามความต้องการได ้

วิทยาศาสตร์: สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม หน้า 1 จาก 31
89

ตารางการวิเคราะห์ตัวชี้วัด ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และสมรรถนะของผู้เรียนตามแนวทาง PISA
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ สมรรถนะ การได้มาของความรู้ กระบวนการ การแปลความหมายข้อมูลและการใช้ • การวิพากษ์ข้อมูล • อธิบาย ประจักษ์พยานในเชิงวิทยาศาสตร์ • การวิพากษ์วิธีการ • สืบค้นข้อมูล • แปลงข้อมูลที่นำเสนอในรูปแบบหนึ่งไปสู่ สืบค้นข้อมูล • นำเสนอข้อมูล รูปแบบอื่น • การวิพากษ์การ • การโต้แย้งข้อมูลจาก • วิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลทาง นำเสนอข้อมูล ประจักษ์พยานทาง วิทยาศาสตร์ และลงข้อสรุป วิทยาศาสตร์ • ระบุข้อสันนิษ








• สิ่งมีชีวิตดัดแปร พันธุกรรม • ประโยชน์ของ สิ่งมีชีวิตดัดแปร พันธุกรรม • ผลกระทบของ สิ่งมีชีวิตดัดแปร พันธุกรรมที่อาจ มีต่อมนุษย์และ สิ่งแวดล้อม
เนื้อหา










4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ตัวชี้วัด ว 1.3 ม.3/7 อธิบายการใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิต ดัดแปรพันธุกรรม และผลกระทบที่ อาจมีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ ว 1.3 ม.3/8 ตระหนักถึงประโยชน์และผลกระทบ ของสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมที่อาจ มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยการ เผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการโต้แย้ง ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีข้อมูลสนับสนุน



















วิทยาศาสตร์: สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม หน้า 2 จาก 31

การแปลความหมายข้อมูลและการใช้ ประจักษ์พยานในเชิงวิทยาศาสตร์ • แปลงข้อมูลที่นำเสนอในรูปแบบหนึ่งไปสู่ รูปแบบอื่น • วิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลทาง วิทยาศาสตร์ และลงข้อสรุป • ระบุข้อสันนิษฐาน ประจักษ์พยาน และ เหตุผล ในเรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ จากการพิจารณาจากสิ่งอื่น • ประเมินข้อโต้แย้งทางวิทยาศาสตร์และ



สมรรถนะ • แยกแยะระหว่างข้อโต้แย้งที่มาจากประจักษ์ พยานและทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ กับที่มา ประจักษ์พยานจากแหล่งที่มาที่หลากหลาย (เช่น หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต และวารสาร)






ตารางการวิเคราะห์ตัวชี้วัด ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และสมรรถนะของผู้เรียนตามแนวทาง PISA







การได้มาของความรู้ • การวิพากษ์ข้อมูล • การวิพากษ์วิธีการ สืบค้นข้อมูล • การวิพากษ์การ นำเสนอข้อมูล










ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการ • อธิบาย • สืบค้นข้อมูล • นำเสนอข้อมูล • การโต้แย้งข้อมูลจาก ประจักษ์พยานทาง วิทยาศาสตร์ 90















• สิ่งมีชีวิตดัดแปร พันธุกรรม • ประโยชน์ของ สิ่งมีชีวิตดัดแปร พันธุกรรม • ผลกระทบของ สิ่งมีชีวิตดัดแปร พันธุกรรมที่อาจ มีต่อมนุษย์และ สิ่งแวดล้อม
เนื้อหา










4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ตัวชี้วัด ว 1.3 ม.3/7 อธิบายการใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิต ดัดแปรพันธุกรรม และผลกระทบที่ อาจมีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ ว 1.3 ม.3/8 ตระหนักถึงประโยชน์และผลกระทบ ของสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมที่อาจ มีต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยการ เผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการโต้แย้ง ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีข้อมูลสนับสนุน


















วิทยาศาสตร์: สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม หน้า 2 จาก 31

5. สาระการเรียนร ู้
• มนุษย์เปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ เพื่อให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตามต้องการ เรียก

สิ่งมีชีวิตนี้ว่า สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม

• ในปัจจุบัน มนุษย์มีการใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมเป็นจำนวนมาก เช่น การผลิตอาหาร
การผลิตยารักษาโรค การเกษตร อย่างไรก็ดี สังคมยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสิ่งมีชีวิตดัดแปร

พันธุกรรมที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังทำการติดตามศึกษาผลกระทบดังกล่าว


6. กิจกรรมการเรียนร ู้



คาบท 1 50 นาที
ี่

6.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement)

6.1.1 (10 นาท) นำเข้าสู่บทเรียน โดยการนำเสนอพืชในท'องตลาดที่เป2นพืชปกติและพืชดัดแปรพันธุกรรม


ในกรณีที่ไม?สามารถหาผลิตภัณฑFของจริงได' ให'ใช'ภาพพืชและสัตวที่ถูกดัดแปรพันธุกรรม และใช้คำถามต่อไปน ี้
• ภาพที่นักเรียนเห็นคืออะไร

• ภาพที่นักเรียนเห็นมีลักษณะผิดแผกไปจากความเป็นจริงในธรรมชาติอย่างไร

ู่
• นักเรียนคิดว่าพืชและสัตว์เหล่านี้มีอยจริงหรือไม่ และนักเรียนคิดว่า ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบน

ี้



มนุษยสามารถสร้างพืชและสัตวแบบนขึ้นมาได้หรือไม อย่างไร
ครูอาจสรุปว่ามีความเป็นไปได้ที่จะสร้างสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ขึ้นมา โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรม
หรือยีน (gene) ของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ และจะเรียกสิ่งมีชีวิตนั้นว่า สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม (genetically modified
organisms: GMOs) เพอนำเข้าสู่การสืบค้นเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมต่อไป
ื่


หมายเหตุ: ภาพที่กำหนดให้มีทั้งสิ่งมีชีวิตที่ได้รับการดัดแปรพันธุกรรมและที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม


1. ข้าวโพดอัญมณีแก้ว: ไม่ใชสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม แต่เป็นพืชที่ได้รับการปรับปรุงพันธ ุ์
2. มะเขือเทศสีม่วง: เป็นสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม

3. ปลาแซลมอนขนาดใหญ: เป็นสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม







4. แมวสีเขียว: ไมใชสิ่งมชีวิตดดแปรพนธุกรรม แตเปนแมวท่ชอบนอนบนถุงบรรจุผงสีเขียวท่อย ู่


ในอู่ซ่อมรถยนต ์






วิทยาศาสตร์: สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม หน้า 3 จาก 31

91


Click to View FlipBook Version