เกณฑ์การประเมิน ผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับ 3 ผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับ 3 ผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับ 3
ผู้ประเมิน ครู ครู ครู
เครื่องมือการประเมิน แบบประเมินใบกิจกรรม แบบประเมินใบกิจกรรม แบบประเมินใบกิจกรรม
วิธีการประเมิน ตรวจใบกิจกรรม ตรวจใบกิจกรรม ตรวจคำถาม 142
ชิ้นงาน / ภาระงาน ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่อง ความสว่าง มีผลต่อดวงตาอย่างไร ใบกิจกรรมที่ 2 เรื่อง การวัด ความสว่างของแสง ใบกิจกรรมที่ 3 ตาลEาและ ความเขEมของแสงสวWางสำหรับผูEใชE สมารKทโฟนในเด็กวัยรุWนตอนตEน / คำถาม: แสงสวWางในหEองพักคนไขE
8. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ อธิบายผลของความสว่างที่มีต่อ ดวงตาจากข้อมูลที่ได้จากการสืบค้น วัดความสวWางของแสงโดยใชE อุปกรณKวัดความสวWางของแสง ตระหนักในคุณค่าของความรู้เรื่อง ความสว่างของแสงที่มีต่อดวงตา โดยวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา และเสนอแนะการจัดความสว่างให้ เหมาะสมในการทำกิจกรรมต่าง ๆ
1. 2. 3.
วิทยาศาสตร์: ความสว่าง หน้า 22 จาก 25
นักเรียนสามารถสรุป ดวงตาไดEแตWไม0ถูกต4อง ทั้งหมด
1 ความหมายของความสวWาง และผลของความสวWางที่มีตWอ นักเรียนสามารถวัดความสวWาง โดยใชEอุปกรณKวัดความสวWาง โดยได4รับคำแนะนำจากครู เปรียบเทียบความสวWางแตWละ พื้นที่ พรEอมใหEเหตุผลการปรับ ความสวWางใหEเหมาะสมกับ การมองเห็นไดEแต0ไม0ถูกต4อง
นักเรียนสามารถสรุป ได4รับคำแนะนำจากครู เปTนส0วนใหญ0 ไม0ชัดเจน
2 ความหมายของความสวWาง และผลของความสวWางที่มีตWอ ดวงตาไดEถูกตEองแตWไม0ชัดเจน นักเรียนสามารถวัดความสวWาง โดยใชEอุปกรณKวัดความสวWาง ด4วยตนเองได4เล็กน4อย และ เปรียบเทียบความสวWางแตWละ พื้นที่ พรEอมใหEเหตุผลการปรับ ความสวWางใหEเหมาะสมกับ การมองเห็นได4ถูกต4องแต0
ระดับคุณภาพ ระดับ 3 หมายถึง มีระดับคุณภาพดี ระดับ 1 หมายถึง มีระดับคุณภาพปรับปรุง
นักเรียนสามารถสรุป บ4างเล็กน4อย จากผลการสืบค4น 143
3 ความหมายของความสวWาง และผลของความสวWางที่มีตWอ ดวงตาไดEอยWางถูกตEองโดย ใช4วลีเดิมจากผลการสืบค4น นักเรียนสามารถวัดความสวWาง โดยใชEอุปกรณKวัดความสวWาง ด4วยตนเองเปTนส0วนใหญ0 และได4รับคำแนะนำจากครู เปรียบเทียบความสวWางแตWละ พื้นที่ พรEอมใหEเหตุผลการปรับ ความสวWางใหEเหมาะสมกับ การมองเห็นโดยใช4วลีเดิม
นักเรียนสามารถสรุป อยWางถูกตEอง จากครู และถูกต4อง ระดับ 4 หมายถึง มีระดับคุณภาพดีมาก ระดับ 2 หมายถึง มีระดับคุณภาพพอใช้
4 ความหมายของความสวWาง และผลของความสวWางที่มีตWอ ดวงตาด4วยภาษาของตนเอง นักเรียนสามารถวัดความสวWาง โดยใชEอุปกรณKวัดความสวWาง ด4วยตนเองได4อย0างถูกต4อง โดยไม0ต4องได4รับคำแนะนำ เปรียบเทียบความสวWางแตWละ พื้นที่ พรEอมใหEเหตุผลการปรับ ความสวWางใหEเหมาะสมกับ การมองเห็นด4วยภาษาของ ตนเอง อย0างสมเหตุสมผล
เกณฑ์การประเมิน ประเด็นการประเมิน อธิบายผลของความสว่างที่มี ต่อดวงตาจากข้อมูลที่ได้จาก การสืบค้น (K) วัดความสวWางของแสงโดยใชE อุปกรณKวัดความสวWางของแสง (P) ตระหนักในคุณค่าของความรู้ เรื่อง ความสว่างของแสงที่มี ต่อดวงตา โดยวิเคราะห์ สถานการณ์ปัญหาและ เสนอแนะการจัดความสว่าง ให้เหมาะสมในการทำ กิจกรรมต่าง ๆ (P) การแปลความหมาย
1. 2. 3.
วิทยาศาสตร์: ความสว่าง หน้า 23 จาก 25
9. บันทึกผลหลังการสอน
9.1 สรุปผลการเรียนการสอน
นักเรียนจำนวน ............................... คน
ู้
ผ่านจุดประสงค์การเรียนร .............. คน คิดเป็นร้อยละ ................................
ไม่ผ่านจุดประสงค ........................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
์
ได้แก ่
1. ..................................................................................................................
2. ..................................................................................................................
9.2 ปัญหา/อุปสรรค
(ผลการประเมินที่ไม่เป็นไปตามจุดประสงค์สู่ตัวชี้วัด คุณลักษณะหรือสมรรถนะของผู้เรียน)
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.3 แนวทางแก้ไข /แนวทางการพัฒนา
(แนวทางการแก้ปัญหา/พัฒนานักเรียนใหได ตามตัวชี้วัด คุณลักษณะ หรือสมรรถนะของผู้เรียน)
้
้
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.................................................................
(..........................................................)
ตำแหน่ง คร วิทยฐานะ...............................................
ู
วิทยาศาสตร์: ความสว่าง หน้า 24 จาก 25
144
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย
แผนการจัดการเรียนรู้ของ..........................................................................................สรุปผล ดังน ี้
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท ี่
r นำไปใช้ได้จริง
้
r ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช (ระบุ)...............................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
2. การจัดกิจกรรมการเรียนร ู้
r มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน
r เน้นการคิด
r มีการบูรณาการ
r ฝึกทักษะการปฏิบัติจริง
r มีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
3. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
ลงชื่อ.................................................................
(..........................................................)
ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน...............................................
วิทยาศาสตร์: ความสว่าง หน้า 25 จาก 25
145
146
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3
เรื่อง ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง
รหัสวิชา ว23101 รายวิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 การศึกษา 2562 เวลา 3 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพกาแล็กซี ดาวฤกษ์
และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีอวกาศ
ตัวชี้วัด
ว 3.1 ม.3/3 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิดข้างขึ้นข้างแรม การเปลี่ยนแปลงเวลา การขึ้นและตกของ
ดวงจันทร์ และการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงทางวิทยาศาสตร์โดยใช้แบบจำลองที่สมเหตุสมผลได้ (K)
2. วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูลของปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง และลงข้อสรุปได้ (K)
3. สรุปความสัมพันธ์และสร้างข้อสันนิษฐานจากข้อมูลที่มีอยู่ได้ (K)
4. พยากรณ์ปรากฏการณ์น้ำเกิดน้ำตายโดยใช้ความเป็นเหตุผลที่เป็นไปได้ (K)
5. ออกแบบและสร้างแบบจำลองน้ำขึ้นน้ำลงตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ได้ (P)
6. ตระหนักถึงผลกระทบและความสำคัญของปรากฏการน้ำขึ้นน้ำลงที่มีต่อสิ่งมีชีวิต และการดำรงชีวิต (A)
3. สาระสำคัญ
น้ำขึ้นน้ำลงเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากแรงไทดัล (tidal force) ซึ่งเป็นแรงที่เกิดจากแรงดึงดูด
ระหว่างมวลที่วัตถุหนึ่งกระทำต่ออีกวัตถุหนึ่ง ในกรณีนี้คือการที่แรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์กระทำ
ต่อมวลน้ำบนผิวโลก ถึงแม้ดวงอาทิตย์จะมีมวลมากกว่าดวงจันทร์ แต่ผลของแรงไทดัลที่เกิดจากดวงจันทร์นั้น
มีมากกว่าดวงอาทิตย์ เนื่องจากดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลกมากกว่าดวงจันทร์ ทำให้แรงไทดัลจากดวงอาทิตย์ส่งผล
ต่อน้ำบนผิวโลกน้อยกว่า
ขณะที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก แรงไทดัลจากดวงจันทร์จะกระทำกับน้ำบนผิวโลก ทำให้ระดับน้ำในบริเวณ
ที่อยู่ใกล้กับดวงจันทร์สูงขึ้น และในขณะเดียวกันก็ทำให้ระดับน้ำในซีกโลกฝั่งตรงข้ามสูงขึ้นด้วย ทั้งนี้ เป็นเพราะ
แรงไทดัลของดวงจันทร์มีผลต่อส่วนต่าง ๆ ของผิวโลกแตกต่างกัน ผิวโลกส่วนที่หันหน้าไปทางดวงจันทร์จะได้รับ
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 1 จาก 34
147
แรงโน้มถ่วงสูงกว่าผิวโลกด้านที่หันออกจากดวงจันทร์ ในขณะเดียวกัน การที่โลกหมุนรอบตัวเองก็ทำให้เกิด
แรงหนีศูนย์กลาง (centrifugal force) ประกอบกับสภาพเฉื่อย (inertia) ของมวลน้ำในมหาสมุทร ทำให้ไม่เพียง
ระดับน้ำของมหาสมุทรฝั่งที่อยู่ใกล้กับดวงจันทร์สูงขึ้นเท่านั้น แต่ระดับน้ำของมหาสมุทรในซีกโลกฝั่งตรงข้ามก็จะ
สูงขึ้นด้วย ดังนั้น เมื่อสังเกตมวลน้ำในมหาสมุทรบริเวณที่อยู่ในแนวเดียวกันกับดวงจันทร์จะพบว่ามวลน้ำจะโป่งออก
ทั้งสองข้าง (two tidal bulges) หรือเป็นบริเวณที่น้ำขึ้น (high tide) และในขณะเดียวกันบริเวณที่อยู่ในแนวตั้งฉาก
กับดวงจันทร์จะเป็นบริเวณที่น้ำลง (low tide) นอกจากนี้ การที่โลกหมุนรอบตัวเอง จะทำให้เราสังเกตเห็นน้ำขึ้น
2 ครั้ง และน้ำลง 2 ครั้ง ในแต่ละวัน
นอกจากดวงจันทร์แล้ว ดวงอาทิตย์ก็มีบทบาทต่อการเกิดน้ำขึ้นน้ำลงเช่นกัน ในวันเพ็ญ (ขึ้น 15 ค่ำ) และ
วันเดือนมืด (แรม 15 ค่ำ) โลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์จะเรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน ทำให้แรงดึงดูดระหว่างมวล
ที่ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์กระทำต่อโลกเสริมกันมากที่สุด ดังนั้น ในวันทั้งสองนี้ น้ำจะขึ้นสูงสุดและลงต่ำสุด
เรียกว่า น้ำเกิด (spring tide) ส่วนในวันขึ้น 8 ค่ำ และแรม 8 ค่ำ โลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์จะเรียงตัวในแนว
ตั้งฉากกัน ทำให้แรงดึงดูดระหว่างมวลที่ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์กระทำต่อโลกหักล้างกัน น้ำจึงขึ้นและลงน้อยที่สุด
เรียกว่า น้ำตาย (neap tide)
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
1.1 ความสามารถในการแก้ปัญหา
1.2 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
2. สมรรถนะของวิทยาศาสตร์ตามแนวทาง PISA
2.1 การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์
• นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้สร้างคำอธิบายที่สมเหตุสมผล
• ระบุ ใช้ และสร้างตัวแบบ และนำเสนอข้อมูลเพื่อใช้ในการอธิบาย
• เสนอสมมติฐานเพื่อใช้ในการอธิบาย
• พยากรณ์การเปลี่ยนแปลงในเชิงวิทยาศาสตร์โดยใช้ความเป็นเหตุเป็นผลที่เป็นไปได้
• อธิบายถึงศักยภาพของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้เพื่อสังคม
2.2 การแปลความหมายข้อมูลและการใช้ประจักษ์พยานในเชิงวิทยาศาสตร์
• วิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และลงข้อสรุป
• ระบุข้อสันนิษฐาน ประจักษ์พยาน และเหตุผลในเรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 2 จาก 34
148
• นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้สร้าง คำอธิบายที่สมเหตุสมผล • ระบุ ใช้ และสร้างตัวแบบ และนำเสนอ ข้อมูลเพื่อใช้ในการอธิบาย • เสนอสมมติฐานเพื่อใช้ในการอธิบาย • พยากรณ์การเปลี่ยนแปลงในเชิง ที่เป็นไปได้ • อธิบายถึงศักยภาพของความรู้ทาง การแปลความหมายข้อมูลและการใช้ ประจักษ์พยานในเชิงวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์และลงข้อสรุป • ระบุข้อสันนิษฐาน ประจักษ์พยาน และ เหตุผลในเรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
สมรรถนะ การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์โดยใช้ความเป็นเหตุเป็นผล วิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปใช้เพื่อสังคม • วิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลทาง
ตารางการวิเคราะห์ตัวชี้วัด ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และสมรรถนะของผู้เรียนตามแนวทาง PISA
การได้มาของความรู้ • การตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล • การตรวจสอบ การออกแบบ การทดลอง • การตรวจสอบ การสร้างแบบจำลอง
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการ • อธิบาย • สืบค้นข้อมูล • ออกแบบการทดลอง • การสร้างแบบจำลอง
• ปรากฏการณ์ข้างขึ้น ข้างแรมที่เกิดจาก การขึ้นและตกของ ดวงจันทร์ • การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง ดวงจันทร์ และ ดวงอาทิตย์
เนื้อหา จากอิทธิพลของโลก
ตัวชี้วัด สร้างแบบจำลองที่อธิบายการเกิด ข้างขึ้นข้างแรม การเปลี่ยนแปลงเวลา การขึ้นและตกของดวงจันทร์ และ
ว 3.1 ม.3/3 การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 3 จาก 34
149
5. สาระการเรียนรู้
5.1 ความรู้ (K)
• การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง
• วันน้ำเกิดน้ำตาย
5.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด (P)
• สร้างแบบจำลองที่อธิบายเกิดน้ำขึ้นน้ำลง
• สร้างแบบจำลองการเกิดน้ำเกิดน้ำตาย
6. กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1 50 นาที
6.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement)
6.1.1 (10 นาที) นักเรียนทบทวนความรู้เกี่ยวกับการเกิดข้างขึ้นข้างแรมโดยชมวีดีทัศน์จากลิงก์ที่ให้
และตอบคำถามต่อไปนี้ https://www.youtube.com/watch?v=WM376BnK9CY (นาทีที่ 20.25-24.59)
• จากวิดีทัศน์นี้ นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง
• การโคจรของโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ ส่งผลต่อการเกิดข้างขึ้นข้างแรมอย่างไร
6.1.2 (10 นาที) ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-6 คน และให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาใบกิจกรรมที่ 1
ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง โดยครูช่วยตอบข้อซักถามของนักเรียนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างที่ศึกษาใบกิจกรรม
6.2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)
6.2.1 (15 นาที) ให้นักเรียนทำกิจกรรมตอนที่ 1 โดยเขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างระดับความสูง
้
ของนำกับเวลา จากนั้นครูสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนสงสัยเกี่ยวกับลักษณะของกราฟที่ได้โดยการตั้งคำถาม เช่น
• ลักษณะกราฟที่เกิดขึ้น มีแนวโน้มเป็นอย่างไร คล้ายกับกราฟที่นักเรียนเคยเจอมาหรือไม่
• นักเรียนคิดว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ระดับน้ำมีการขึ้นลงในแต่ละช่วงเวลาของวัน
ต่อมา นักเรียนและครูร่วมกันสรุปคำตอบในกิจกรรมตอนที่ 1 ดังนี้
• กราฟความสัมพันธ์ระหว่างระดับความสูงของน้ำกับเวลามีลักษณะเป็นรูปคลื่น โดยมีช่วงที่ระดับน้ำลดลง
2 ครั้ง ได้แก่ ช่วง 00.00-04.00 น. และ 08.00-16.00 น. และช่วงที่ระดับน้ำสูงขึ้น 2 ครั้ง ได้แก่ ช่วง
04.00-08.00 น. และ 16.00-23.00 น.
• ในหนึ่งวัน ระดับน้ำขึ้นและลงมีความแตกต่างกันตามแต่ละช่วงเวลา ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของจุดที่ทำการ
ตรวจวัดระดับน้ำกับตำแหน่งของดวงจันทร์ ณ เวลานั้น ๆ
6.2.2 (15 นาที) ครูให้นักเรียนตอบคำถามในตอนที่ 2 เพื่อเน้นย้ำความเข้าใจเกี่ยวกับการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 4 จาก 34
150
ใบกิจกรรมที่ 1 ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง
น้ำขึ้นน้ำลงคืออะไร
น้ำขึ้นน้ำลงคือปรากฏการณ์ที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและลดลงเป็นช่วง ๆ ในแต่ละวัน อันเป็นผลมาจาก
แรงไทดัล (tidal force) ซึ่งเกิดจากการที่สนามโน้มถ่วงของดวงจันทร์มีอิทธิพลต่อบริเวณต่าง ๆ ของโลก
ไม่เท่ากัน น้ำขึ้นจะเกิดบนผิวโลกบริเวณที่มีตำแหน่งใกล้ดวงจันทร์และตรงกันข้ามกับตำแหน่งของดวงจันทร์
ส่วนน้ำลงเกิดในพื้นที่บนโลกที่อยู่ในแนวตั้งฉากกับตำแหน่งของดวงจันทร์ เมื่อโลกหมุนรอบตัวเอง พื้นที่บน
โลกที่มีตำแหน่ง ใกล้ ตรงกันข้าม หรือตั้งฉากกับดวงจันทร์จะมีการเปลี่ยนตำแหน่งไป จึงทำให้พื้นที่หนึ่ง ๆ
เกิดน้ำขึ้นและน้ำลง โดยปกติน้ำทะเลจะขึ้นวันละ 2 ครั้ง และลงวันละ 2 ครั้ง โดยมีช่วงเวลาระหว่างน้ำขึ้น
และน้ำลงประมาณ 6 ชั่วโมง 12 นาที ทำให้น้ำขึ้นครั้งแรกถึงครั้งถัดไปห่างกันประมาณ 12 ชั่วโมง 25 นาที
และวันถัดไปน้ำจะขึ้นช้าวันละประมาณ 50 นาที ยกตัวอย่างเช่น น้ำขึ้นครั้งล่าสุดเวลา 00.00 น. น้ำจะขึ้น
ครั้งต่อไปประมาณเวลา 12.25 น. และในวันถัดไปน้ำจะขึ้นประมาณเวลา 00.50 น.
รูปที่ 1 ภาพสถานที่เดียวกันถ่ายในช่วงเวลาน้ำขึ้น (ขวา) และน้ำลง (ซ้าย)
ที่มา: https://wattsupwiththat.com/2015/03/06/study-average-sea-levels-rising-but-tide-levels-have-undergone-little-change/
แรงไทดัล (tidal force) คืออะไร
ตามกฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน แรงดึงดูดระหว่างวัตถุจะลดลงเมื่อวัตถุอยู่ไกลกันมากขึ้น
ดังนั้น เมื่อวัตถุหนึ่ง (วัตถุ ก) ถูกกระทำโดยแรงโน้มถ่วงจากอีกวัตถุหนึ่ง (วัตถุ ข) แรงโน้มถ่วงที่วัตถุ ข กระทำต่อ
วัตถุ ก บนด้านที่ประจันหน้ากับวัตถุ ข กับอีกด้านหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปจะแตกต่างกัน ดังจะเห็นได้ในรูปที่ 2
ว่าแรงโน้มถ่วงที่ดวงจันทร์กระทำต่อโลกมีความแตกต่างกันในแต่ละบริเวณ ความแตกต่างของแรงจะทำให้เกิด
ความเครียด (strain) และหากแรงมีขนาดสูงมากอาจทำให้วัตถุมีรูปร่างบิดเบี้ยวไป นอกจากนี้ ถ้าเนื้อของดาว
ไม่แข็งแรงพอก็อาจจะทำให้ดาวแตกได้ แต่ถ้าเนื้อของดาวมีความหยุ่นก็จะทำให้ดาวยืดออกเป็นทรงรี เราเรียก
แรงภายในที่แตกต่างนี้ว่า แรงไทดัล (tidal force) ตัวอย่างเหตุการณ์ที่เป็นผลมาจากแรงไทดัล ได้แก่ แรงที่ทำให้
ดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์แตกเป็นวงแหวน แรงที่ทำให้ดาวพุธเป็นทรงรี และแรงที่ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 5 จาก 34
151
รูปที่ 2 แผนภาพแสดงแรงโน้มถ่วงที่ดวงจันทร์กระทำต่อบริเวณต่าง ๆ บนโลก
เหตุใดน้ำจึงขึ้นทั้งสองด้าน (ที่อยู่ตรงข้ามกัน)
เนื่องจากโลกเป็นดาวเคราะห์ที่มีเปลือกแข็ง จึงไม่สามารถยืดหยุ่นตัวไปตามแรงไทดัลที่เกิดจาก
แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ได้ แต่ทว่าพื้นผิวส่วนใหญ่ของโลกปกคลุมด้วยน้ำ ทำให้น้ำในมหาสมุทรบริเวณที่
หันหน้าเข้าหาดวงจันทร์จึงโป่งออก (รูปที่ 3ก) แต่ในขณะเดียวกันน้ำในมหาสมุทรที่อยู่ในซีกโลกฝั่งตรงข้าม
กลับโป่งออกด้วย (รูปที่ 3ข) ถึงแม้ว่าทิศทางของแรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์น่าจะทำให้ระดับน้ำลดลงก็ตาม
ทั้งนี้ เป็นเพราะโลกหมุนรอบตัวเองอยู่ตลอดเวลาทำให้เกิดแรงหนีศูนย์กลาง (centrifugal force) ประกอบกับ
สภาพเฉื่อย (inertia) ของมวลน้ำในมหาสมุทร ทำให้ไม่เพียงระดับน้ำของมหาสมุทรฝั่งที่อยู่ใกล้กับดวงจันทร์
สูงขึ้นเท่านั้น แต่ระดับน้ำของมหาสมุทรในซีกโลกฝั่งตรงข้ามก็จะสูงขึ้นด้วย ดังนั้น เมื่อสังเกตมวลน้ำในมหาสมุทร
ในบริเวณที่อยู่ในแนวเดียวกันกับดวงจันทร์จะพบว่ามวลน้ำจะโป่งออกทั้งสองข้าง (two tidal bulges) เรียกเป็น
บริเวณที่น้ำขึ้น (high tide) และในขณะเดียวกันบริเวณที่อยู่ในแนวตั้งฉากกับดวงจันทร์จะเป็นบริเวณที่น้ำลง
(low tide) ดังแสดงในรูปที่ 3ค นอกจากนี้ จากการที่โลกหมุนรอบตัวเอง ทำให้เราสังเกตเห็นน้ำขึ้น 2 ครั้ง
และน้ำลง 2 ครั้ง ในแต่ละวัน
ก ข
ค
รูปที่ 3 (ก) การโป่งออกของน้ำในมหาสมุทรจากแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ (ข) การโป่งออกของน้ำ
ในมหาสมุทรจากแรงหนีศูนย์กลาง (ค) การโป่งออกของน้ำในมหาสมุทรทั้งสองข้าง
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 6 จาก 34
152
น้ำเกิดน้ำตาย
ในวันเพ็ญ (ขึ้น 15 ค่ำ) และวันเดือนมืด (แรม 15 ค่ำ) โลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์จะเรียงตัว
อยู่ในแนวเดียวกัน ทำให้แรงดึงดูดระหว่างมวลที่ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์กระทำต่อโลกเสริมกันมากที่สุด
ดังนั้น ในวันทั้งสองนี้ น้ำจะขึ้นสูงสุดและลงต่ำสุด เรียกว่า น้ำเกิด (spring tide) ส่วนในวันขึ้น 8 ค่ำ และ
แรม 8 ค่ำ โลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์จะเรียงตัวในแนวตั้งฉากกัน ทำให้แรงดึงดูดระหว่างมวลที่ดวงจันทร์
และดวงอาทิตย์กระทำต่อโลกหักล้างกัน น้ำจึงขึ้นและลงน้อยที่สุด เรียกว่า น้ำตาย (neap tide)
ก ข
รูปที่ 3 (ก) โลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์จะเรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำเกิด
(ข) โลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์จะเรียงตัวในแนวตั้งฉากกัน ทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำตาย
กิจกรรมเรื่องปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง
ตอนที่ 1 พิจารณาข้อมูลระดับความสูงของน้ำ ในวันที่ 1 เมษายน 2563 ณ ปากแม่น้ำท่าจีน
ความสูงของน้ำ ความสูงของน้ำ เวลา ความสูงของน้ำ
เวลา เวลา
(ม.รทก.) (ม.รทก.) (ชั่วโมง) (ม.รทก.)
00.00 1.22 08.00 1.10 16.00 -0.75
01.00 1.05 09.00 1.06 17.00 -0.66
02.00 0.87 10.00 0.82 18.00 -0.33
03.00 0.75 11.00 0.53 19.00 0.08
04.00 0.72 12.00 0.18 20.00 0.53
05.00 0.78 13.00 -0.17 21.00 0.92
06.00 0.92 14.00 -0.48 22.00 1.22
07.00 1.06 15.00 -0.67 23.00 1.36
หมายเหตุ: ม.รทก. = เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ที่มา: https://www.thaiwater.net/v3/sealevel คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 7 จาก 34
153
1. ให้นักเรียนสร้างกราฟเส้นจากข้อมูลปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงในหนึ่งวัน โดยใช้แกน X แทนเวลา และ
แกน Y แทนระดับความสูงของน้ำ
2. จากกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำในหนึ่งวันกับเวลา กราฟที่ได้มีรูปร่างเป็นอย่างไร มีน้ำขึ้น
และน้ำลงในหนึ่งวันกี่ครั้ง
ตอบ...................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 8 จาก 34
154
ตอนที่ 2 การสืบเสาะหาข้อมูลเพื่อหาสาเหตุการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง
1. แรงไทดัลคืออะไร
ตอบ...................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
2. ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงเกิดจาก
ตอบ...................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. ตามปกติแล้ว มีน้ำขึ้นน้ำลงเกิดขึ้นวันละกี่ครั้ง ระยะเวลาระหว่างน้ำขึ้นและน้ำลงห่างกันประมาณกี่ชั่วโมง
และเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
ตอบ...................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
4. ปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง
ตอบ...................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 9 จาก 34
155
[แนวคำตอบ] ตอนที่ 2 การสืบเสาะหาข้อมูลเพื่อหาสาเหตุการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง
1. แรงไทดัลคืออะไร
ตอบ....แรงไทดัล คือ แรงที่เกิดจากการที่แรงโน้มถ่วงจากวัตถุหนึ่ง (วัตถุ A) กระทำต่ออีกวัตถุหนึ่ง (วัตถุ B)
ไม่เท่ากันในแต่ละจุดของวัตถุนั้น ด้านของวัตถุ B ที่ประจันหน้ากับวัตถุ A จะได้รับอิทธิพลจากแรงโน้มถ่วง
มากกว่าด้านที่อยู่ไกลจากวัตถุ A ความแตกต่างของแรงโน้มถ่วงเป็นผลให้วัตถุ B บิดเบี้ยวไป หรืออาจทำให้
วัตถุ B แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้ แรงไทดัล เป็นสาเหตุให้เกิดเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ เช่น การแตก
ออกเป็นวงแหวนของดวงจันทร์บริวารของดาวเสาร์ การที่ดาวพุธเป็นทรงรี และการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง.................
2. ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงเกิดจาก
ตอบ....น้ำขึ้นน้ำลงเกิดจากแรงไทดัลที่ดวงจันทร์กระทำต่อมวลน้ำบนผิวโลก ดึงดูดให้มวลน้ำฝั่งที่หันเข้าหา
ดวงจันทร์ยกตัวสูงขึ้น และเป็นผลให้ระดับน้ำในบริเวณอื่นลดลง อย่างไรก็ตาม การหมุนรอบตัวเองของโลก
ทำให้เกิดแรงหนีศูนย์กลาง ประกอบกับสภาพเฉื่อยของน้ำ ทำให้มวลน้ำฝั่งตรงข้ามกับฝั่งที่หันเข้าหาดวงจันทร์
ยกตัวสูงขึ้นด้วย..................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. ตามปกติแล้ว มีน้ำขึ้นน้ำลงเกิดขึ้นวันละกี่ครั้ง ระยะเวลาระหว่างน้ำขึ้นและน้ำลงห่างกันประมาณกี่ชั่วโมง
และเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
ตอบ....หากวิเคราะห์จากปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลกและดวงจันทร์แล้ว แต่ละวันจะมีน้ำขึ้นเกิดขึ้น 2 ครั้ง และ
น้ำลงเกิดขึ้น 2 ครั้ง โดยน้ำขึ้นสูงสุดและน้ำลงต่ำสุดแต่ละครั้งเกิดขึ้นห่างกันประมาณ 6 ชั่วโมง 12 นาที ทั้งนี้
เป็นเพราะโลกหมุนรอบตัวเอง ทำให้จุดที่ทำการวัดระดับน้ำเคลื่อนที่ผ่านบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากแรงไทดัล
สูงสุด 2 ครั้ง (น้ำขึ้น) และบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากแรงไทดัลน้อยที่สุด 2 ครั้ง (น้ำลง).....................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
4. ปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง
่
ตอบ....ปัจจัยที่ส่งผลตอการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง ได้แก่ แรงไทดัลที่ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์กระทำต่อโลก แตด้วย
่
ดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลกมากกว่าระยะระหว่างดวงจันทร์กับโลกมาก ทำให้ดวงอาทิตย์ไม่มีอิทธิพลต่อการ
เกิดน้ำขึ้นน้ำลงมากนัก อีกทั้ง การที่โลกหมุนรอบตัวเองยังส่งผลให้น้ำโป่งออกทั้ง 2 ข้าง (two tidal bulges)
อย่างไรก็ตาม การเกิดน้ำขึ้นน้ำลงในแต่ละบริเวณบนโลกไม่ได้เป็นผลมาจากปฏิสัมพันธ์ระหว่าง โลก ดวง
จันทร์ และดวงอาทิตย์เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับลักษณะทางภูมิศาสตร์ของแต่ละบริเวณอีกด้วย.........................
...........................................................................................................................................................................
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 10 จาก 34
156
คาบที่ 2 50 นาที
6.2.3 (30 นาที) ครูชักชวนให้นักเรียนศึกษาใบกิจกรรมที่ 2 ความสัมพันธ์ระหว่างข้างขึ้นข้างแรมกับ
การเกิดน้ำขึ้นน้ำลงและน้ำเกิดน้ำตาย และให้นักเรียนสร้างกราฟเส้นแสดงความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำสูงสุด
และต่ำสุดกับข้างขึ้นข้างแรม ต่อมาครูอาจตั้งคำถามเพื่อชักชวนให้นักเรียนวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างข้างขึ้น
ข้างแรมกับการเกิดน้ำขึ้นน้ำลงและน้ำเกิดน้ำตาย ดังนี้
• นักเรียนคิดว่าข้างขึ้นข้างแรมมีความสัมพันธ์กับระดับน้ำสูงสุดและต่ำสุดหรือไม่ อย่างไร
• จากกราฟ วันใดบ้างที่เป็นวันน้ำเกิดและวันน้ำตาย พร้อมให้หลักฐานสนับสนุนข้อสรุป
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 11 จาก 34
157
ใบกิจกรรมที่ 2 ความสัมพันธ์ระหว่างข้างขึ้นข้างแรมกับการเกิดน้ำขึ้นน้ำลงและน้ำเกิดน้ำตาย
้
คำชี้แจง: ให้นักเรียนศึกษาตารางข้อมูลระดับนำทะเลสูงสุดและต่ำสุดในแต่ละวันแล้วนำข้อมูลดังกล่าวมา
์
เขียนกราฟแสดงความสัมพันธระหว่างระดับน้ำทะเลสูงสุดและต่ำสุดกับการเกิดข้างขึ้นข้างแรม
ระดับน้ำ (เมตร) ระดับน้ำ (เมตร)
ขึ้น-แรม ขึ้น-แรม
สูงสุด ต่ำสุด สูงสุด ต่ำสุด
ขึ้น 1 ค่ำ 3.5 0.7 แรม 1 ค่ำ 3.3 0.9
ขึ้น 2 ค่ำ 3.4 0.7 แรม 2 ค่ำ 3.3 0.9
ขึ้น 3 ค่ำ 3.4 0.8 แรม 3 ค่ำ 3.3 0.9
ขึ้น 4 ค่ำ 3.3 0.9 แรม 4 ค่ำ 3.2 0.9
ขึ้น 5 ค่ำ 3.1 1.1 แรม 5 ค่ำ 3.1 1.0
ขึ้น 6 ค่ำ 2.9 1.3 แรม 6 ค่ำ 2.9 1.0
ขึ้น 7 ค่ำ 2.7 1.4 แรม 7 ค่ำ 2.7 1.1
ขึ้น 8 ค่ำ 2.5 1.5 แรม 8 ค่ำ 2.7 1.2
ขึ้น 9 ค่ำ 2.5 1.6 แรม 9 ค่ำ 2.7 1.3
ขึ้น 10 ค่ำ 2.6 1.6 แรม 10 ค่ำ 2.8 1.3
ขึ้น 11 ค่ำ 2.8 1.5 แรม 11 ค่ำ 2.9 1.2
ขึ้น 12 ค่ำ 2.9 1.4 แรม 12 ค่ำ 3.1 1.2
ขึ้น 13 ค่ำ 3.0 1.2 แรม 13 ค่ำ 3.2 1.0
ขึ้น 14 ค่ำ 3.1 1.1 แรม 14 ค่ำ 3.3 0.8
ขึ้น 15 ค่ำ 3.2 1.0
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 12 จาก 34
158
1. ให้นักเรียนสร้างกราฟเส้นจากข้อมูลปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงในหนึ่งวัน โดยใช้แกน X แทนเวลา และ
แกน Y แทนระดับความสูงของน้ำ
จากกราฟ ข้างต้น ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปน ี้
1.1 ระดับน้ำสูงสุดและต่ำสุดในแต่ละวันมีความแตกต่างกันหรือไม่
ตอบ..............................................................................................................................................................
1.2 ในวันใดบ้างที่มีระดับน้ำขึ้นน้ำลงแตกต่างกันมากที่สุด
ตอบ..............................................................................................................................................................
1.3 ในวันใดบ้างที่มีระดับน้ำขึ้นน้ำลงแตกต่างกันน้อยที่สุด
ตอบ..............................................................................................................................................................
2. จากตารางข้อมูลน้ำขึ้นน้ำลงรายเดือน อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ระดับน้ำสูงสุดและต่ำสุดในแต่ละวันมีความ
แตกต่างกัน สืบค้นหาข้อมูลพร้อมแสดงหลักฐานสนับสนุนคำอธิบาย
ตอบ...................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 13 จาก 34
159
3. จากคำถามข้อ 1 และ 2 ให้นักเรียนลงข้อสรุปในคำถามต่อไปนี้
น้ำเกิด
3.1 วันน้ำเกิด หมายถึง
ตอบ..............................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
3.2 จากข้อมูลระดับน้ำสูงสุดและต่ำสุด วันน้ำเกิดตรงกับวันใด
ตอบ..............................................................................................................................................................
3.3 ตำแหน่งของโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ในวันดังกล่าวมีลักษณะเป็นอย่างไร
ตอบ..............................................................................................................................................................
น้ำตาย
3.4 วันน้ำตาย หมายถึง
ตอบ..............................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
3.5 จากข้อมูลระดับน้ำสูงสุดและต่ำสุด วันน้ำตายตรงกับวันใด
ตอบ..............................................................................................................................................................
3.6 ตำแหน่งของโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ในวันดังกล่าวมีลักษณะเป็นอย่างไร
ตอบ..............................................................................................................................................................
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 14 จาก 34
160
6.2.4 (20 นาที) ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-6 คน และชักชวนให้แต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบ
วิธีการในการสร้างแบบจำลองลงในใบกิจกรรมที่ 3 การสร้างแบบจำลองการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง โดยระบุวัสดุอุปกรณ์
อย่างละเอียด และความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในการสนับสนุนการอธิบายแบบจำลองนี้ แบบจำลองที่นักเรียน
สร้างขึ้นนั้น อาจมีได้ 2 ลักษณะ ได้แก่
• แบบจำลองแสดงปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลกและดวงจันทร์ (ข้างขึ้นข้างแรม) ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง
ของระดับน้ำในหนึ่งวัน (ข้อมูลระดับน้ำรายวัน)
• แบบจำลองแสดงปฏิสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ ที่ส่งผลต่อความแตกต่างของระดับน้ำ
สูงสุดและต่ำสุดในแต่ละวัน (ข้อมูลระดับน้ำรายเดือน)
ครูตรวจสอบการออกแบบแบบจำลองของนักเรียนแต่ละกลุ่ม โดยคำนึงถึงความถูกต้องของหลักการทาง
วิทยาศาสตร์ที่ใช้ประกอบการอธิบายแบบจำลองนั้น รวมถึงความเป็นไปได้ในการสร้างแบบจำลองโดยไม่จำเป็น
ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีราคาสูง
ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสร้างแบบจำลองเป็นการบ้าน และเตรียมนำเสนอในคาบต่อไป
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 15 จาก 34
161
ใบกิจกรรมที่ 3 การออกแบบและสร้างแบบจำลองการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง
ตอนที่ 1 การออกแบบและสร้างแบบจำลอง
1. นักเรียนออกแบบแบบจำลองปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง โดยนำข้อสรุปจากใบกิจกรรมที่ 1 และ 2 มาใช้
ในการสร้างแบบจำลอง โดยระบุวัสดุและอุปกรณ์อย่างละเอียด
2. นักเรียนใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เรื่องใดในการอธิบายแบบจำลอง จงอธิบายอย่างละเอียด
ตอบ...................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
3. ให้นักเรียนสร้างแบบจำลองการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง โดยใช้วัสดุอุปกรณ์และวิธีการตามที่ได้ออกแบบไว้ข้างต้น
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 16 จาก 34
162
คาบที่ 3 50 นาที
6.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
6.3.1 (20 นาที) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอแบบจำลองของกลุ่มตนเอง โดยใช้วิธีการ gallery walk
6.3.2 (10 นาที) นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและลงข้อสรุปเกี่ยวกับกิจกรรมการสร้างแบบจำลองและ
ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง โดยใช้ข้อมูลจากใบกิจกรรมที่ 1-3 ให้ครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้
• ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดมาจากแรงไทดัล ซึ่งเป็นผลจากการที่
แรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ที่กระทำต่อโลกมีความแตกต่างกันในแต่ละบริเวณ สำหรับโลกที่มีมวลน้ำ
ปกคลุมบนพื้นผิวและสามารถยืดหยุ่นตามแรงดึงดูดได้ แรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์จะทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง
่
่
นอกจากนี้ แรงโน้มถ่วงจากดวงอาทิตย์ก็มีอิทธิพลตอมวลน้ำบนผิวโลกเช่นเดียวกัน แตถึงแม้ดวงอาทิตย์
จะมีมวลมากกว่าดวงจันทร์ แรงไทดัลจากดวงอาทิตย์กลับมีอิทธิพลต่อโลกน้อยกว่าแรงไทดัลจากดวงจันทร์
เนื่องจากดวงอาทิตย์อยู่ห่างจากโลกมากกว่าดวงจันทร์
• ขณะที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก แรงไทดัลจากดวงจันทร์จะกระทำกับมวลน้ำบนพื้นโลกที่มีสถานะเป็น
ของเหลว ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นในทิศทางที่ดวงจันทร์ปรากฏ และในขณะเดียวกัน ระดับน้ำในซีกโลก
ฝั่งตรงข้ามจะสูงขึ้นด้วย เพราะโลกก็หมุนรอบตัวเองทำให้เกิดแรงหนีศูนย์กลาง (centrifugal force)
และจากสภาพเฉื่อย (inertia) ของมหาสมุทร ทำให้ผิวน้ำของมหาสมุทรโป่งออกสองข้าง (two tidal
bulges) ในแนวเดียวกับดวงจันทร์ นอกจากนี้ ผลจากที่โลกหมุนรอบตัวเองก็ทำให้ตำแหน่งที่เราสังเกต
ระดับน้ำถูกพาผ่านจุดที่โป่งออก ในแต่ละวันเราจึงสังเกตเห็นทั้งน้ำขึ้นและน้ำลง
• ด้วยปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงเกิดจากการหมุนรอบตัวเองของโลกและอิทธิพลของดวงจันทร์ที่มีต่อโลก
เราพบว่าการเกิดน้ำลงน้ำลงมีทั้งหมด 3 ลักษณะ ได้แก่ (1) น้ำเดี่ยว (diurnal) คือ มีน้ำขึ้น 1 ครั้ง และ
น้ำลง 1 ครั้งต่อวัน โดยมักพบในฝั่งทะเลอ่าวไทย (2) น้ำคู่ (semidiurnal) คือ มีน้ำขึ้น 2 ครั้ง และน้ำลง
2 ครั้งต่อวัน โดยมักพบในฝั่งทะเลอันดามัน และ (3) น้ำผสม (mixed) คือ มีน้ำขึ้นน้ำลงในหนึ่งวัน
อย่างไม่เป็นระบบ
• ในวันเพ็ญ (ขึ้น 15 ค่ำ) หรือวันเดือนมืด (แรม 15 ค่ำ) โลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์จะเรียงตัวอยู่ในแนว
เส้นตรงเดียวกัน ทำให้แรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เสริมกันมากที่สุด ดังนั้นในวันทั้งสองนี้
น้ำจึงขึ้นสูงสุดและลงต่ำสุด เรียกว่า น้ำเกิด (spring tide) แต่สำหรับวันขึ้น 8 ค่ำ และแรม 8 ค่ำ โลก
ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์จะเรียงตัวกันในแนวตั้งฉาก ทำให้แรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์
หักล้างกัน น้ำจึงขึ้นต่ำที่สุดและลงน้อยที่สุด เรียกว่า น้ำตาย (neap tide)
6.4 (10 นาที) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
นักเรียนศึกษาใบกิจกรรมที่ 4 ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงกับพลังงานทางเลือก เพื่อวิเคราะห์หาบริเวณ
ในประเทศไทยที่มีความเหมาะสมกับโครงการทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำขึ้นน้ำลงมากที่สุด
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 17 จาก 34
163
ใบกิจกรรมที่ 4 ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงกับพลังงานทางเลือก
คำชี้แจง: ให้นักเรียนวิเคราะห์ข้อมูลระดับน้ำจาก 4 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือกรุงเทพ เกาะสมุย ปากน้ำระนอง และ
เกาะตะเภาน้อย เพื่อประเมินว่าบริเวณใดในประเทศไทยที่มีความเหมาะสมกับโครงการทดลอง
ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำขึ้นน้ำลงมากที่สุด เพราะเหตุใด
ตารางแสดงข้อมูลระดับน้ำระหว่างวันที่ 1-7 เมษายน 2563
ท่าเรือกรุงเทพ เกาะสมุย ปากน้ำระนอง เกาะตะเภาน้อย
วันที่ ระดับน้ำ ระดับน้ำ ระดับน้ำ ระดับน้ำ
เวลา เวลา เวลา เวลา
(เมตร) (เมตร) (เมตร) (เมตร)
04:29 2.26 03:30 2.36 02:13 2.68 02:20 2.36
08:14 2.59 18:42 1.32 07:53 1.52 08:28 1.48
1 เมษายน 2563
16:34 0.82 15:26 2.82 15:00 2.56
21:12 1.66 21:35 1.56
01:12 2.59 04:17 2.35 04:15 2.48 03:51 2.18
05:49 2.46 18:36 1.27 10:02 1.79 09:54 1.67
2 เมษายน 2563
08:25 2.52 16:58 2.75 16:49 2.44
17:24 0.86 23:45 1.64 23:52 1.60
03:25 2.67 05:15 2.33 05:54 2.53 06:38 2.23
18:40 0.94 18:26 1.23 12:14 1.66 12:17 1.69
3 เมษายน 2563
18:43 2.87 18:59 2.55
04:41 2.79 06:38 2.3 01:21 1.33 01:34 1.36
20:23 0.99 18:14 1.23 07:54 2.81 08:05 2.48
4 เมษายน 2563
13:36 1.38 13:52 1.46
20:15 3.17 20:15 2.80
05:06 2.88 08:27 2.29 02:23 0.99 02:31 1.06
11:52 1.96 18:12 1.26 08:51 3.16 08:57 2.77
5 เมษายน 2563
13:56 2.01 14:43 1.08 14:51 1.18
22:21 0.96 21:11 3.47 21:05 3.05
05:30 2.93 09:45 2.28 03:18 0.68 03:17 0.78
12:04 1.71 18:00 1.34 09:41 3.48 09:38 3.04
6 เมษายน 2563
16:21 2.22 23:43 1.61 15:44 0.88 15:39 0.93
23:43 0.91 22:00 3.70 21:47 3.26
05:57 2.95 02:48 1.55 04:11 0.42 04:00 0.57
12:39 1.43 10:42 2.23 10:29 3.74 10:15 3.26
7 เมษายน 2563
17:38 2.50 18:00 1.42 16:37 0.54 16:24 0.73
23:33 1.78 22:45 3.85 22:26 3.38
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 18 จาก 34
164
บริเวณใดในประเทศไทยที่มีความเหมาะสมกับโครงการทดลองผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำขึ้นน้ำลง
มากที่สุด เพราะเหตุใด
ตอบ...................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 19 จาก 34
165
6.5 (10 นาที) ขั้นประเมิน (Evaluation)
นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนเกี่ยวกับปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง จากชุดข้อสอบตามแนวทาง PISA
น้ำขี้นน้ำลง
เด็กชายน้ำเพชรอาศัยอยู่ในบ้านริมทะเล เขาได้สังเกตและจดบันทึกข้อมูลของระดับน้ำในแต่ละวัน
ที่เวลาต่าง ๆ ในช่วงเดือนมิถุนายน ดังตาราง
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 20 จาก 34
166
คำถามที่ 1: น้ำขึ้นน้ำลง
จากข้อมูลระดับน้ำที่เด็กชายน้ำเพชรจดบันทึก ให้ตอบคำถามต่อไปนี้
เด็กชายน้ำเพชรได้นำข้อมูลที่เขาสนใจ มาเขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างระดับความสูงของน้ำ
กับเวลาของวันที่เขาสนใจ 4 วัน ดังกราฟ
เส้นกราฟใดที่แสดงข้อมูลระดับความสูงของน้ำในวันที่ 15 มิถุนายน
กราฟ A
กราฟ B
กราฟ C
กราฟ D
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 21 จาก 34
167
คำถามที่ 2: น้ำขึ้นน้ำลง
จากข้อมูลระดับน้ำที่เด็กชายน้ำเพชรจดบันทึก ให้ตอบคำถามต่อไปนี้
เด็กชายน้ำเพชรนำข้อมูลในตารางที่บันทึกไว้มาวิเคราะห์และเขียนข้อสรุปได้ถูกต้องหรือไม่ จงคลิก
ตัวเลือกระหว่างคำว่า “ถูกต้อง” หรือ “ไม่ถูกต้อง” ในแต่ละข้อสรุปต่อไปนี้
ข้อสรุปต่อไปนี้ สรุปได้ถูกต้องหรือไม่ ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง
1. ระดับน้ำที่ขึ้นสูงสุดในแต่ละวันมีค่าเท่ากัน
2. เวลาที่น้ำขึ้นสูงสุดในแต่ละวัน มีแนวโน้มเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับ
วันก่อนหน้า
3. ในแต่ละวันน้ำขึ้นครั้งที่ 2 มีระดับความสูงของน้ำน้อยกว่า
ครั้งที่ 1 เสมอ
4. ในวันเดียวกัน เวลาที่น้ำขึ้นครั้งที่ 2 จะช้ากว่าเวลาที่น้ำขึ้น
ครั้งแรกอยู่ประมาณ 6 ชั่วโมง
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 22 จาก 34
168
คำถามที่ 3: น้ำขึ้นน้ำลง
จากข้อมูลระดับน้ำที่เด็กชายน้ำเพชรจดบันทึก ให้ตอบคำถามต่อไปนี้
น้ำเกิดน้ำตาย เป็นสภาวะการขึ้นลงของระดับน้ำทะเลอย่างหนึ่ง
วันน้ำเกิด (spring tide) หมายถึง วันที่น้ำขึ้นในระดับสูงมากที่สุดและลดลงในระดับที่ต่ำมากที่สุด
เมื่อเทียบกับวันอื่น ๆ ในรอบเดือน
วันน้ำตาย (neap tide) หมายถึง วันที่น้ำขึ้นได้น้อยที่สุดและลดระดับลงได้น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับ
วันอื่น ๆ ในรอบเดือน
จากตารางบันทึกของเด็กชายน้ำเพชร วันใดที่เป็นวันน้ำเกิด
วันน้ำเกิด คือ วันที่................มิถุนายน
ให้อธิบายเหตุผลสนับสนุนด้วย ว่าเพราะเหตุใด วันดังกล่าวจึงเป็นวันน้ำเกิด
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 23 จาก 34
169
[เฉลย] คำถามที่ 1: น้ำขึ้นน้ำลง
จากข้อมูลระดับน้ำที่เด็กชายน้ำเพชรจดบันทึก ให้ตอบคำถามต่อไปนี้
เด็กชายน้ำเพชรได้นำข้อมูลที่เขาสนใจ มาเขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างระดับความสูงของน้ำ
กับเวลาของวันที่เขาสนใจ 4 วัน ดังกราฟ
เส้นกราฟใดที่แสดงข้อมูลระดับความสูงของน้ำในวันที่ 15 มิถุนายน
กราฟ A
กราฟ B
กราฟ C
กราฟ D
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 24 จาก 34
170
[เฉลย] คำถามที่ 2: น้ำขึ้นน้ำลง
จากข้อมูลระดับน้ำที่เด็กชายน้ำเพชรจดบันทึก ให้ตอบคำถามต่อไปนี้
เด็กชายน้ำเพชรนำข้อมูลในตารางที่บันทึกไว้มาวิเคราะห์และเขียนข้อสรุปได้ถูกต้องหรือไม่ จงคลิก
ตัวเลือกระหว่างคำว่า “ถูกต้อง” หรือ “ไม่ถูกต้อง” ในแต่ละข้อสรุปต่อไปนี้
ข้อสรุปต่อไปนี้ สรุปได้ถูกต้องหรือไม่ ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง
1. ระดับน้ำที่ขึ้นสูงสุดในแต่ละวันมีค่าเท่ากัน
2. เวลาที่น้ำขึ้นสูงสุดในแต่ละวัน มีแนวโน้มเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับ
วันก่อนหน้า
3. ในแต่ละวันน้ำขึ้นครั้งที่ 2 มีระดับความสูงของน้ำน้อยกว่า
ครั้งที่ 1 เสมอ
4. ในวันเดียวกัน เวลาที่น้ำขึ้นครั้งที่ 2 จะช้ากว่าเวลาที่น้ำขึ้น
ครั้งแรกอยู่ประมาณ 6 ชั่วโมง
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 25 จาก 34
171
[เฉลย] คำถามที่ 3: น้ำขึ้นน้ำลง
จากข้อมูลระดับน้ำที่เด็กชายน้ำเพชรจดบันทึก ให้ตอบคำถามต่อไปนี้
น้ำเกิดน้ำตาย เป็นสภาวะการขึ้นลงของระดับน้ำทะเลอย่างหนึ่ง
วันน้ำเกิด (spring tide) หมายถึง วันที่น้ำขึ้นในระดับสูงมากที่สุดและลดลงในระดับที่ต่ำมากที่สุด
เมื่อเทียบกับวันอื่น ๆ ในรอบเดือน
วันน้ำตาย (neap tide) หมายถึง วันที่น้ำขึ้นได้น้อยที่สุดและลดระดับลงได้น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับ
วันอื่น ๆ ในรอบเดือน
จากตารางบันทึกของเด็กชายน้ำเพชร วันใดที่เป็นวันน้ำเกิด
วันน้ำเกิด คือ วันที่......20......มิถุนายน
ให้อธิบายเหตุผลสนับสนุนด้วย ว่าเพราะเหตุใด วันดังกล่าวจึงเป็นวันน้ำเกิด
ระดับน้ำขึ้นสูงสุด 3.6 เมตร และระดับน้ำลงต่ำสุดเป็น 0.9 เมตร
ระดับน้ำขึ้นสูงสุด 3.1 เมตร และระดับน้ำลงต่ำสุดเป็น 0.7 เมตร
7. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้
1. สีเมจิก
2. กระดาษแผ่นใหญ่
3. ใบกิจกรรมที่ 1 ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง
4. ใบกิจกรรมที่ 2 ความสัมพันธ์ระหว่างข้างขึ้นข้างแรมกับการเกิดน้ำขึ้นน้ำลงและน้ำเกิดน้ำตาย
5. ใบกิจกรรมที่ 3 การออกแบบและสร้างแบบจำลองการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง
6. ใบกิจกรรมที่ 4 ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงกับพลังงานทางเลือก
7. search engine ต่าง ๆ เช่น Google และ Yahoo เป็นต้น
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 26 จาก 34
172
เกณฑ์การประเมิน ผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับ 3 ผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับ 3 ผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับ 3
เครื่องมือ การประเมิน แบบประเมิน ใบกิจกรรม / แบบประเมิน ชิ้นงาน / แบบประเมิน การนำเสนอ แบบประเมิน ใบกิจกรรม แบบประเมิน ใบกิจกรรม
ชิ้นงาน / ภาระงาน ใบกิจกรรมที่ 1 ปรากฏการณ์น้ำขึ้น น้ำลง / ใบกิจกรรมที่ 3 การ ออกแบบและสร้าง แบบจำลองการเกิด น้ำขึ้นน้ำลง ใบกิจกรรมที่ 2 ความสัมพันธ์ระหว่าง ข้างขึ้นข้างแรมกับ การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง และน้ำเกิดน้ำตาย ใบกิจกรรมที่ 2 ความสัมพันธ์ระหว่าง ข้างขึ้นข้างแรมกับ การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง และน้ำเกิดน้ำตาย
จุดประสงค์ตามตัวชี้วัด อธิบายปรากฏการณ์น้ำขึ้น น้ำลงทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้แบบจำลองที่ สมเหตุสมผลได้ (K) วิเคราะห์ แปลความหมาย ข้อมูลของปรากฏการณ์ น้ำขึ้นน้ำลง และ ลงข้อสรุปได้ (K) สรุปความสัมพันธ์และ สร้างข้อสันนิษฐานจาก ข้อมูลที่มีอยู่ได้ (K)
1. 2. 3.
สมรรถนะความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง PISA 1. การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ 1) นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้สร้างคำอธิบายที่ 2) ระบุ ใช้ และสร้างตัวแบบ และนำเสนอข้อมูลเพื่อใช้ 3) เสนอสมมติฐานเพื่อใช้ในการอธิบาย 4) พยากรณ์การเปลี่ยนแปลงในเชิงวิทยาศาสตร์โดยใช้ ความเป็นเหตุเป็นผลที่เป็นไปได้ 5) อธิบายถึงศักยภาพของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ 2. การแปลความหมายข้อมูลและการใช้ประจักษ์พยาน 1) วิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
8. การวัดและประเมินผล สมเหตุสมผล ในการอธิบาย ที่สามารถนำไปใช้เพื่อสังคม ในเชิงวิทยาศาสตร์ และลงข้อสรุป ในเรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 27 จาก 34
173
เกณฑ์การประเมิน ผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับ 3 ผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับ 3 ผ่านเกณฑ์การประเมิน ระดับ 3
เครื่องมือ การประเมิน แบบประเมิน ใบกิจกรรม แบบประเมิน ใบกิจกรรม / แบบประเมิน ชิ้นงาน / แบบประเมิน การนำเสนอ แบบประเมิน ใบกิจกรรม
ชิ้นงาน / ภาระงาน ใบกิจกรรมที่ 2 ความสัมพันธ์ระหว่าง ข้างขึ้นข้างแรมกับ การเกิดน้ำขึ้นน้ำลง และน้ำเกิดน้ำตาย ใบกิจกรรมที่ 3 การออกแบบและสร้าง แบบจำลองการเกิด น้ำขึ้นน้ำลงและ / แบบจำลองการเกิด น้ำขึ้นน้ำลง ใบกิจกรรมที่ 4 ปรากฏการณ์น้ำขึ้น น้ำลงกับพลังงาน ทางเลือก
จุดประสงค์ตามตัวชี้วัด พยากรณ์ปรากฏการณ์ น้ำเกิดน้ำตายโดยใช้ ความเป็นเหตุผลที่ เป็นไปได้ (K) ออกแบบและสร้าง แบบจำลองน้ำขึ้นน้ำลง ตามหลักการทาง วิทยาศาสตร์ได้ (P) ตระหนักถึงผลกระทบและ ความสำคัญของปรากฏการณ์ น้ำขึ้นน้ำลงที่มีต่อสิ่งมีชีวิต และการดำรงชีวิต (A)
4. 5. 6.
สมรรถนะความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง PISA
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 28 จาก 34
174
1 นักเรียนสามารถอธิบายผลของ แรงไทดัลที่ดวงจันทร์ดวงและ ดวงอาทิตย์กระทำต่อโลกทำให้ เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง ได้แต่ไม่ถูกต้อง นักเรียนมีคะแนนในแบบ ประเมิน 0-4 คะแนน นักเรียนสามารถอธิบาย ความหมายของวันน้ำเกิด น้ำตายได้ แต่ไม่ถูกต้อง
นักเรียนสามารถอธิบายผลของ แรงไทดัลที่ดวงจันทร์และ ดวงอาทิตย์กระทำต่อโลกทำให้ เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง ได้อย่างถูกต้องแต่ไม่ชัดเจน นักเรียนมีคะแนนในแบบ ประเมิน 6-8 คะแนน นักเรียนสามารถอธิบาย ความหมายของวันน้ำเกิด น้ำตายได้บางส่วน
2
ระดับคุณภาพ
3
นักเรียนสามารถอธิบายผลของ แรงไทดัลที่ดวงจันทร์และ ดวงอาทิตย์กระทำต่อโลกทำให้ เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง ได้อย่างถูกต้องโดยใช้วลีเดิม จากผลการสืบค้น นักเรียนมีคะแนนในแบบ ประเมิน 9-12 คะแนน นักเรียนสามารถอธิบาย ความหมายของวันน้ำเกิด น้ำตายได้อย่างถูกต้องโดยใช้ วลีเดิมจากผลการสืบค้น
4 นักเรียนสามารถอธิบายผลของ แรงไทดัลที่ดวงจันทร์และ ดวงอาทิตย์กระทำต่อโลกทำให้ เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง ได้อย่างถูกต้อง นักเรียนมีคะแนนในแบบ ประเมิน 13-16 คะแนน นักเรียนสามารถอธิบาย ความหมายของวันน้ำเกิด น้ำตายได้อย่างถูกต้อง
เกณฑ์การประเมิน ประเด็นการประเมิน อธิบายผลของแรงไทดัลที่ ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ กระทำต่อโลกทำให้เกิด ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง สร้างแบบจำลองการเกิด น้ำขึ้นน้ำลง/น้ำเกิดน้ำตาย อธิบายความหมายของ วันน้ำเกิดน้ำตาย
1. 2. 3.
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 29 จาก 34
175
นักเรียนแสดงความคิดเห็นถึง น้ำลงที่มีผลต่อการดำรงชีวิต
1 ความสำคัญของการเกิดน้ำขึ้น ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมใน ใบกิจกรรมที่ 4 ได้ แต่ไม่ถูกต้อง
นักเรียนแสดงความคิดเห็นถึง ความสำคัญของการเกิดน้ำขึ้น น้ำลงที่มีผลต่อการดำรงชีวิต
2 ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมใน ใบกิจกรรมที่ 4 ได้อย่างถูกต้อง
ระดับคุณภาพ บางส่วน
นักเรียนแสดงความคิดเห็นถึง ความสำคัญของการเกิดน้ำขึ้น น้ำลงที่มีผลต่อการดำรงชีวิต เป็นส่วนมาก ระดับ 3 หมายถึง มีระดับคุณภาพดี ระดับ 1 หมายถึง มีระดับคุณภาพปรับปรุง
3 ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมใน ใบกิจกรรมที่ 4 ได้อย่างถูกต้อง
นักเรียนแสดงความคิดเห็นถึง น้ำลงที่มีผลต่อการดำรงชีวิต
4 ความสำคัญของการเกิดน้ำขึ้น ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมใน ใบกิจกรรมที่ 4 ได้อย่างถูกต้อง
ประเด็นการประเมิน ความสำคัญของการเกิด น้ำขึ้นน้ำลงที่มีผลต่อการ ดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม การแปลความหมาย ระดับ 4 หมายถึง มีระดับคุณภาพดีมาก ระดับ 2 หมายถึง มีระดับคุณภาพพอใช้
4.
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 30 จาก 34
176
ผลการประเมิน ไม่ผ่าน
ผ่าน
ระดับ คุณภาพ
รวมคะแนน (16 คะแนน)
แบบบันทึกคะแนนผลการประเมินการสร้างแบบจำลองการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง/น้ำเกิดน้ำตาย
คำชี้แจง: ให้ทำการประเมินที่ตรงกับระดับคุณภาพของนักเรียนตามความเป็นจริงและกรอกคะแนนตามระดับคุณภาพที่ได้
การสื่อ ความหมายของ แบบจำลอง (4 คะแนน)
ความสัมพันธ์ ของแบบจำลอง กับข้อมูล (4 คะแนน)
การเลือกใช้วัสดุ ในการสร้าง แบบจำลอง (4 คะแนน)
วางแผน การออกแบบ แบบจำลอง (4 คะแนน)
ชื่อ-สกุล
เลขที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 31 จาก 34
177
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพการประเมินด้านทักษะการสร้างแบบจำลอง
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ความหมาย
13-16 4 ดีมาก
9-12 3 ดี
5-8 2 พอใช้
0-4 1 ควรปรับปรุง
เกณฑ์การผ่าน: ผลการประเมินได้ระดับคุณภาพ ดี (ระดับ 3) หรือ ได้คะแนนตั้งแต่ 9 คะแนน ขึ้นไป
เกณฑ์การตัดสินการสร้างแบบจำลองการเกิดน้ำขึ้นน้ำลง/น้ำเกิดน้ำตาย
ระดับคุณภาพ
การสร้างแบบจำลอง
4 3 2 1
วางแผนการออกแบบจำลอง
1. ร่างแบบจำลองได้ ปฏิบัติได ้ ปฏิบัติได ้ ปฏิบัติได ้ ปฏิบัติได ้
2. เขียนอธิบายข้อมูลได้ครบทุกข้อมูล
3. เขียนอธิบายข้อมูลได้ครบบางข้อมูล ทั้ง 4 ข้อ 3 ข้อ 2 ข้อ 1 ข้อ
4. อธิบายการออกแบบจำลองได้
การเลือกใช้วัสดุในการสร้างแบบจำลอง
1. นำวัสดุในการสร้างแบบจำลองมาครบถ้วน ปฏิบัติได ้ ปฏิบัติได ้ ปฏิบัติได ้ ปฏิบัติได ้
2. วัสดุที่เลือกสามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น
3. เลือกวัสดุเหมาะสมกับแบบจำลอง ทั้ง 4 ข้อ 3 ข้อ 2 ข้อ 1 ข้อ
4. ใช้วัสดุได้ในการสร้างแบบจำลองได้อย่างถูกต้อง
ลักษณะของแบบจำลองสัมพันธ์กับข้อมูล
1. แบบจำลองที่สร้างสอดคล้องกับข้อมูล ปฏิบัติได ้ ปฏิบัติได ้ ปฏิบัติได ้ ปฏิบัติได ้
2. แบบจำลองสามารถอธิบายข้อมูลได้ครบถ้วน
3. แบบจำลองสัมพันธ์กับข้อมูล ทั้ง 4 ข้อ 3 ข้อ 2 ข้อ 1 ข้อ
4. อธิบายลักษณะของแบบจำลอง
การสื่อความหมายของแบบจำลอง
1. เขียนบรรยายรูปภาพด้วยภาษาที่กระชับชัดเจน
และทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ถูกต้อง ปฏิบัติได ้ ปฏิบัติได ้ ปฏิบัติได ้ ปฏิบัติได ้
2. แบบจำลองมีครบถ้วนกับข้อมูลที่กำหนดให้ ทั้ง 4 ข้อ 3 ข้อ 2 ข้อ 1 ข้อ
3. แบบจำลองมีความถูกต้อง
4. แบบจำลองมีความสวยงาม
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 32 จาก 34
178
9. บันทึกผลหลังการสอน
9.1 สรุปผลการเรียนการสอน
นักเรียนจำนวน ............................... คน
ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ .............. คน คิดเป็นร้อยละ ................................
ไม่ผ่านจุดประสงค์ ........................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
ได้แก่
1. ..................................................................................................................
2. ..................................................................................................................
9.2 ปัญหา/อุปสรรค
(ผลการประเมินที่ไม่เป็นไปตามจุดประสงค์สู่ตัวชี้วัด คุณลักษณะหรือสมรรถนะของผู้เรียน)
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.3 แนวทางแก้ไข /แนวทางการพัฒนา
(แนวทางการแก้ปัญหา/พัฒนานักเรียนให้ได้ ตามตัวชี้วัด คุณลักษณะ หรือสมรรถนะของผู้เรียน)
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.................................................................
(..........................................................)
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ...............................................
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 33 จาก 34
179
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย
แผนการจัดการเรียนรู้ของ..........................................................................................สรุปผล ดังนี้
1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
นำไปใช้ได้จริง
ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ (ระบุ)...............................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน
เน้นการคิด
มีการบูรณาการ
ฝึกทักษะการปฏิบัติจริง
มีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
3. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
ลงชื่อ.................................................................
(..........................................................)
ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน...............................................
วิทยาศาสตร์: ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง หน้า 34 จาก 34
180
3
ภาคผนวก
◼ ภาคผนวกที่ 1 Scientific Literacy
◼ ภาคผนวกที่ 2 ระบบคลังข้อสอบออนไลน์
181
182
Scientific Literacy
ในปี ค.ศ. 2021 PISA ได้ให้ความสำคัญสำหรับการสอบวิชาคณิตศาสตร์อีกครั้ง (จากเดิมในปี ค.ศ. 2003 และ
2012) ดังนั้นนิยามของคำว่า “ความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ (scientific literacy)” จะยังคงเหมือนเดิม
กับนิยามในการสอบที่ผ่านมาดังนี้
นิยามของคำว่า scientific literacy สำหรับ PISA 2015 2018 และ 2021
Scientific literacy is … การรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ คือ …
the ability to engage with science-related issues, and with ความสามารถในการเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ เข้ากับประเด็นที่เกี่ยวข้อง
the ideas of science, as a reflective citizen. กับวิทยาศาสตร์ และแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างไตร่ตรอง
A scientifically literate person, therefore, is willing to engage บุคคลที่รู้เรื่องวิทยาศาสตร์ จะสื่อสารพดคุยในประเด็นที่เกี่ยวข้อง
ู
in reasoned discourse about science and technology which กับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งจำเป็นต้อง
requires the competencies of: ใช้สมรรถนะดังต่อไปนี้
1. Explaining phenomena scientifically: 1. การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ หมายถึง
Recognising, offering and evaluating explanations for มีความสามารถในการรับรู้ เสนอและประเมินคำอธิบายที่
a range of natural and technological phenomena. เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและเทคโนโลยี
2. Evaluating and designing scientific enquiry: 2. การประเมินและออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทาง
Describing and appraising scientific investigations and วิทยาศาสตร์ หมายถึง
proposing ways of addressing questions scientifically. มีความสามารถในการอธิบายและประเมินคุณค่าของการ
สำรวจตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ และนำเสนอแนวทางใน
การตอบคำถามอย่างเป็นวิทยาศาสตร ์
3. Interpreting data and evidence scientifically: 3. การแปลความหมายข้อมูลและการใช้ประจักษ์พยานในเชิง
Analysing and evaluating data, claims and arguments in วิทยาศาสตร์ หมายถึง
a variety of representations and drawing appropriate มีความสามารถในการวิเคราะหและประเมินข้อมูล คำกล่าวอ้าง
์
scientific conclusions. และข้อโต้แย้งในหลากหลายรูปแบบ และลงข้อสรุปทาง
วิทยาศาสตร์ได้อย่างเหมาะสม
์
หมายเหตุ สำหรับการสอบวิชาวิทยาศาสตร PISA 2015 2018 และ 2021 จะใช้นิยาม scientific literacy เดียวกัน
ข้อควรระวัง ศัพท์เทียบบัญญัติของคำว่า “scientific literacy”
การสอบ PISA ในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปี 2018 คำว่า “scientific literacy” จะใช้คำศัพท์ภาษาไทยเป็น
“การรู้เรื่องวิทยาศาสตร์” แต่ในปัจจุบันได้มีการใช้คำว่า “ความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์” แทน
183
กรอบโครงสร้างการประเมิน (Organisation of the Domain)
สำหรับการสอบ PISA 2021 ขอบเขตของการประเมินจะครอบคลุมองค์ประกอบ 3 ด้านดังต่อไปนี้
Organisation of the Domain สำหรับ PISA 2018 และ 2021
Contexts บริบท หมายถึง
Personal, local/national and global issues, both current การรับรู้ถึงสถานการณ์ในชีวิต ในระดับส่วนตัว ระดับชาติ
and historical, which demand some understanding of และระดับโลก ทั้งที่เป็นเรื่องในปัจจุบัน หรือในอดีตที่ผ่านมา
science and technology ซึ่งจำเป็นต้องมีความเข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
Knowledge ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง
An understanding of the major facts, concepts and ความเข้าใจในข้อเท็จจริง แนวคิดหลัก และทฤษฎีสำคัญ
explanatory theories that form the basis of scientific ที่ทำให้เกิดความรพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ความรู้
ู้
knowledge. Such knowledge includes ประกอบด้วย
1) content knowledge 1) ความรู้ด้านเนื้อหา
ิ่
knowledge of both the natural world and ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของโลกและสงประดิษฐ์
technological artefacts ทางเทคโนโลยี
2) procedural knowledge 2) ความรู้ด้านกระบวนการ
้
knowledge of how such ideas are produced ความรู้เกี่ยวกับวิธีการในการสรางแนวคิดต่าง ๆ
3) epistemic knowledge 3) ความรู้เกี่ยวกับการได้มาของความรู้
an understanding of the underlying rationale for ความเข้าใจในเหตุผลพนฐานของกระบวนการสร้างความรู้
ื้
these procedures and the justification for their use
Competencies สมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง
1) the ability to explain phenomena scientifically 1) ความสามารถในการอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร ์
2) evaluate and design scientific enquiry 2) การประเมินและออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้
ทางวิทยาศาสตร์
3) interpret data and evidence scientifically 3) การแปลความหมายข้อมูลและใช้ประจักษ์พยานเชิง
วิทยาศาสตร ์
สำหรับ PISA 2015 เท่านั้นที่ในกรอบการประเมินจะมีการประเมินเพิ่มอีกหนึ่งด้านคือ
Attitudes เจตคติต่อวิทยาศาสตร์ หมายถึง
A set of attitudes towards science indicated by an การแสดงการตอบสนองต่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วย
interest in science and technology, valuing scientific ความสนใจ ให้ความสำคัญกับกระบวนการสืบเสาะหาความร ู้
approaches to enquiry where appropriate, and a ทางวิทยาศาสตร์ และรับรู้และตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม
perception and awareness of environmental issues.
หมายเหตุ สำหรับการสอบวิชาวิทยาศาสตร์ PISA 2018 และ 2021 จะใช้กรอบการประเมินเดียวกันแต่สำหรับ PISA 2015 จะมีกรอบการประเมิน
ที่ต่างไปเล็กน้อยโดยที่มีการวัดด้านเจตคติต่อวิทยาศาสตรด้วย
์
184
้
กรอบโครงสร้างการประเมินนี้สามารถเขียนความสัมพันธ์ไดดังรูปที่ 1 และรูปที่ 2 ตามลำดับ
รูปที่ 1 กรอบการประเมินความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ สำหรับ PISA 2018 และ 2021
รูปที่ 2 กรอบการประเมินการรู้เรื่องด้านวิทยาศาสตร์ สำหรับ PISA 2015
185
Scientific competencies
ข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์ PISA 2021 จะประเมินความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ
สมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ (scientific competencies) และนิยามการประเมินสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์
ว่าเป็นการประเมินความสามารถของนักเรียนในการทำสิ่งต่อไปนี้ดังต่อไปน ี้
สมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ (scientific competencies)
1. การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ (explain phenomena scientifically)
2. การประเมินและออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์
(evaluate and design scientific enquiry)
3. การแปลความหมายข้อมูลและการใช้ประจักษ์พยานในเชิงวิทยาศาสตร์
(interpret data and evidence scientifically)
โดยมีสัดส่วนของข้อสอบในแต่ละหน่วยโดยประมาณดังตาราง
Scientific competencies Percentage of score points in PISA 2021
Explaining phenomena scientifically 40 - 50
Evaluating and designing scientific enquiry 20 - 30
Interpreting data and evidence scientifically 30 - 40
TOTAL 100
สำหรับกรอบโครงสร้างการประเมินรวมไปถึงสัดส่วนของข้อสอบในการวัดด้านความรู้และบริบทอื่นๆ สามารถ
ศึกษาได้จากรายงานด้านล่าง
รายงาน
PISA 2018 Assessment and Analytical Framework
ตัวอย่างของข้อมูลที่สามารถสืบค้นได้
คำนิยามของ scientific literacy และกรอบการประเมินวิชา
วิทยาศาสตร์ซึ่งใช้ในการสอบปี ค.ศ. 2018
URL และ QR code
https://doi.org/10.1787/b25efab8-en
หมายเหตุ ขณะนี้ยังไม่มีกรอบการประเมินวิชาวิทยาศาสตร์สำหรับ PISA 2021 (มีแต่เพียงกรอบการประเมินวิชาคณิตศาสตร์
เท่านั้น) แต่คาดว่าจะใช้กรอบการประเมินเดียวกันกับปี ค.ศ. 2018
186
สมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สำหรับ PISA 2015 2018 และ 2021
เพื่อให้เข้าใจความหมายของสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์ ในที่นี้จะกล่าวถึงตัวอย่างของกิจกรรม (action) หรือ
ความสามารถที่แสดงถึงสมรรถนะแต่ละอย่างดังตาราง
สมรรถนะที่ 1 การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์
Explaining phenomena scientifically การอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์
1.1 Recalling and applying appropriate scientific นำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้สร้างคำอธิบายที่
knowledge สมเหตุสมผล
1.2 Identifying, using and generating explanatory ระบุ ใช้ และสร้างแบบจำลองและการนำเสนอ
models and representations ข้อมูลเพื่อใช้ในการอธิบาย
1.3 Making and justifying appropriate predictions เสนอสมมติฐานเพื่อใช้ในการอธิบาย
1.4 Offering explanatory hypotheses พยากรณ์การเปลี่ยนแปลงในเชิงวิทยาศาสตร์และ
ให้เหตุผลที่สมเหตุสมผล
1.5 Explaining the potential implications of อธิบายถึงศักยภาพของความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่
scientific knowledge for society สามารถนำไปใช้เพื่อสังคม
สมรรถนะที่ 2 การประเมินและออกแบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์
Evaluating and designing scientific enquiry การประเมินและออกแบบกระบวนการสืบเสาะหา
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์
2.1 Identifying the question explored in a given ระบุปัญหาที่ต้องการสำรวจตรวจสอบจากการศึกษา
scientific study ทางวิทยาศาสตร์ที่กำหนดให้
2.2 Distinguishing questions that are possible to แยกแยะได้ว่าประเด็นปัญหาหรือคำถามใดสามารถ
investigate scientifically ตรวจสอบได้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์
2.3 Proposing a way of exploring a given question เสนอวิธีสำรวจตรวจสอบปัญหาทางวิทยาศาสตร์
scientifically ที่กำหนดให้
2.4 Evaluating ways of exploring a given question ประเมินวิธีสำรวจตรวจสอบปัญหาทางวิทยาศาสตร์
scientifically ที่กำหนดให้
2.5 Describing and evaluating a range of ways that บรรยายและประเมินวิธีการต่าง ๆ ที่นักวิทยาศาสตร์
scientists use to ensure the reliability of data ใช้ในการยืนยันถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูล และ
and the objectivity and generalisability of ความเป็นกลางและการสรุปอ้างอิงจากคำอธิบาย
explanations
187
สมรรถนะที่ 3 การแปลความหมายข้อมูลและการใช้ประจักษ์พยานในเชิงวิทยาศาสตร์
Interpreting data and evidence scientifically การแปลความหมายข้อมูลและการใช้ประจักษ์พยาน
ในเชิงวิทยาศาสตร์
3.1 Transforming data from one representation to แปลงข้อมูลที่นำเสนอในรูปแบบหนึ่งไปสู่รูปแบบอื่น
another
3.2 Analysing and interpreting data and drawing วิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
appropriate conclusions และลงข้อสรุป
3.3 Identifying the assumptions, evidence and ระบุข้อสันนิษฐาน ประจักษ์พยาน และเหตุผล ในเรื่อง
reasoning in science-related texts ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์
3.4 Distinguishing between arguments that are แยกแยะระหว่างข้อโต้แย้งที่มาจากประจักษ์พยาน
based on scientific evidence and theory and และทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ กับที่มาจากการพิจารณา
those based on other considerations จากสิ่งอื่น
3.5 Evaluating scientific arguments and evidence ประเมินข้อโต้แย้งทางวิทยาศาสตร์และประจักษ์พยาน
from different sources (e.g. newspaper, Internet, จากแหล่งที่มาที่หลากหลาย (เช่น หนังสือพิมพ์
์
journals) อินเทอรเน็ต และวารสาร)
188
ระบบคลังข้อสอบออนไลน์
เพื่อให้ผู้เข้าสอบมีความคุ้นเคยกับการสอบ PISA ที่เป็นการสอบดวยคอมพิวเตอร (computer-based
assessment : CBA) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015 ภาคผนวกนี้จะแนะนำคลังขอสอบแบบออนไลนที่สามารถวัดความ
ฉลาดรู้ด้านการอ่าน ด้านคณิตศาสตร์และด้านวิทยาศาสตร์ตามแนว PISA ดังต่อไปนี้
PISA STYLE
PISA STYLE คืออะไร
PISA STYLE คือ ระบบข้อสอบออนไลน์ที่จัดทำขึ้นเพื่อให้นักเรียนสามารถเข้ามาทดลองทำข้อสอบตามแนว
PISA ก่อนเข้าทำการทดสอบจริง โดยสามารถเข้าทำการทดสอบได้หลายครั้ง เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและเป็น
การเตรียมตัวสอบที่เสมือนจริง ด้วยเวลาการทำข้อสอบจริง และรูปแบบข้อสอบที่ตรงตามมาตรฐานสากล
ระบบนี้พัฒนาโดยศูนย์ PISA สำนักทดสอบทางการศึกษา ภายใต้สํานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
PISA STYLE เหมาะกับใคร
1.นักเรียน เพื่อที่จะฝึกทดลองทำและมีความคุ้นเคยข้อสอบตามแนว PISA
2.ผู้ดูแลระบบ เพื่อที่จะสามารถจัดการข้อสอบ โดยเพิ่มข้อสอบ จัดชุดข้อสอบ ตรวจข้อสอบ อนุมัติข้อสอบ
และเรียกดูรายงานผลระดับของนักเรียน เขต จังหวัด ประเทศได้ ดังนั้นผู้ดูแลระบบจะช่วย
พัฒนาสมรรถภาพการศึกษาของนักเรียนในปัจจุบัน ตัวอย่างของผู้ดูแลระบบ ได้แก่ ครู
อาจารย์ ศึกษานิเทศก์ ส่วนกลางสพฐ. ผู้อนุมัติข้อสอบ ผู้ตรวจข้อสอบ และผู้ดูแลระบบ
189
การใช้งาน PISA STYLE สำหรับนักเรียน
เว็บไซต์
PISA STYLE, OBEC
ตัวอย่างของข้อมูลที่สามารถสืบค้นได้
ระบบคลังข้อสอบออนไลน์ตามแนว PISA
URL และ QR code
https://pisastyle.pisacenterobec.org/
้
ก่อนการทดลองทำข้อสอบ นักเรียนหรือผู้ใชจำเป็นจะต้องลงทะเบียนกรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อขอเข้าใช้งาน
ระบบก่อน รายละเอียดของการลงทะเบียนสามารถศึกษาได้จากหนังสือคู่มือการใช้งาน
หนังสือ
คู่มือการใช้งานระบบ “PISA Style”
ตัวอย่างของข้อมูลที่สามารถสืบค้นได้
วิธีการใช้งานระบบ PISA STYLE ซึ่งเป็นระบบคลังข้อสอบออนไลน์
ตามแนว PISA
URL และ QR code
https://qrgo.page.link/QM7cv
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบข้อสอบออนไลน์ที่จัดทำโดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
นี้สามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์ดังกล่าว
เว็บไซต์
PISA Center, OBEC
ตัวอย่างของข้อมูลที่สามารถสืบค้นได้
ระบบคลังข้อสอบออนไลน์ จัดทำโดยศูนย์ PISA สพฐ.
สำนักทดสอบทางการศึกษา
URL และ QR code
https://www.pisacenterobec.org/
190
PISA-Like
PISA-Like คืออะไร
PISA-Like คือ ระบบข้อสอบออนไลน์โดยมีข้อสอบที่สอดคล้องกับกรอบการประเมินของ PISA ที่เน้นการนำ
ความรู้และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่
เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน และมีเนื้อหาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
PISA-Like ประกอบด้วยข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย และระดับ
มัธยมศึกษาตอนต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ให้ผู้เรียนทดสอบความรู้ของตนเอง และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้
ครูได้ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาข้อสอบสำหรับประเมินผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน หลังจากผู้เรียนทำข้อสอบเสร็จ
แล้ว ระบบจะตรวจคำตอบโดยอัตโนมัติหรือมีคำอธิบายไว้สำหรับตรวจด้วยตนเอง ระบบนี้พัฒนาโดยสถาบัน
ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
PISA-Like เหมาะกับใคร
นักเรียนและบุคคลทั่วไป เพื่อที่จะฝึกทดลองทำและมีความคุ้นเคยข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
ตามแนว PISA โดยผู้ใช้สามารถเลือกทำข้อสอบได้ 2 รูปแบบ ได้แก่
1. การทำข้อสอบแบบจัดชุด (สุ่มโดยระบบ)
ิ
ระบบจะทำการสุ่มเลือกข้อสอบเพื่อสร้างชุดข้อสอบที่มี 4 เรื่อง ประกอบด้วยข้อสอบวชาคณิตศาสตร์
2 เรื่อง และ ข้อสอบวิชาวิทยาศาสตร์ 2 เรื่อง
2. การทำข้อสอบแบบเลือกเอง
ผู้ใช้สามารถเลือกทำข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์หรือวิชาวิทยาศาสตร์ที่สนใจได้ทีละเรื่อง
191