ก
ข
แผนการจดั การเรียนรู้
วิชา โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ (ว33261)
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 โรงเรยี นหนองววั ซอพทิ ยาคม
นางสาวเบญจมาศ ศรอี าสนา
รหสั ประจาํ ตวั นกั ศกึ ษา 60100143120
สาขาวิชา วทิ ยาศาสตร์(ฟิสกิ ส์)
การฝกึ ปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศึกษา 2
รหัสวิชา ED18502 (INTERNSHIP IN SCHOOL 2)
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั อุดรธานี
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
ก
คํานาํ
แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ จัดทําข้ึนเพ่ือใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนรายวิชา
โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหัสวิชา ว33261 ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6/1-6/2 ภาคเรียนท่ี 2 ปี
การศึกษา 2564 ท่ีเน้นนักเรียนเป็นสําคัญ มีการจัดกิจกรรมและการวัดผลประเมินผลท่ีหลากหลาย
สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้และตัวช้ีวัดตามหลักสูตรแกนกลาง พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการ
เรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซ่งึ ประกอบดว้ ยหน่วยการเรียนรู้ จํานวน 5 หน่วย ดังน้ี
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 13 เรื่อง เอกภพและกาแลก็ ซี
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 14 เรอ่ื ง ดาวฤกษ์
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 15 เรื่อง ระบบสรุ ยิ ะ (แผนวิจยั 7E)
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 17 เรือ่ ง ทรงกลมฟา้
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 18 เรื่อง ตาํ แหนง่ ปรากฏของดาวเคราะห์
อน่ึงหวังว่าแผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ คงจะมีประโยชน์ต่อครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บ้างไม่มากก็น้อย ในการใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนและ
การจดั ทาํ แผนการเรยี นรู้ นอกจากนี้อาจจะทําใหก้ ารศกึ ษาของชาตมิ กี ารพัฒนามากขนึ้
ขอขอบพระคุณผู้ทเี่ ก่ียวขอ้ งทุกท่านท่มี สี ่วนทําให้แผนการจดั การเรยี นรู้น้ีสําเร็จลงดว้ ยดี
นางสาวเบญจมาศ ศรอี าสนา
นักศกึ ษาฝกึ ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา
เรอ่ื ง สารบัญ ข
คํานํา
สารบญั รายละเอียดของวิชา ตามทร่ี ะบใุ นตัวชว้ี ัดหลกั สูตรกลุ่มสาระการ หน้า
สว่ นนํา เรียนรู้ท่ีสอดคลอ้ งกบั วชิ าทสี่ อน ก
1) วสิ ยั ทัศน์ ข
2) หลกั การ 1
3) จดุ หมาย
4) สมรรถนะและคุณลักษณะอนั ทปี่ ระสงค์ของผู้เรียน 1
1
1) สมรรถนะของผู้เรียน 1
2) คณุ ลกั ษณะอันทปี่ ระสงคข์ องผู้เรียน 2
5) คุณภาพของผู้เรยี น (ท่เี พิม่ จากหลักสตู รแกนกลาง) 2
6) เงอื่ นไขในการใช้หลกั สูตร 3
สาระและมาตรฐานการเรยี นร้ทู เี่ กี่ยวขอ้ ง 3
ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรยี นรู้ 3
คาํ อธบิ ายรายวชิ า 4
การวเิ คราะห์ตัวชีว้ ดั เพอื่ กําหนดนํ้าหนักคะแนน 4
ตารางโครงสร้างหลักสูตร 5
การออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้ 5
1) แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1 6
2) แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 11
3) แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 11
4) แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 4 22
5) แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 5 28
6) แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 6 36
7) แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 7 43
8) แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 8 50
9) แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 9 57
10) แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 10 66
11) แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 11 75
84
91
สารบัญ ค
เร่อื ง หน้า
การออกแบบหน่วยการเรยี นรู้
12) แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 12 99
13) แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 13 105
14) แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 14 113
15) แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 15 120
16) แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 16 127
17) แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 17 134
18) แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 18 140
19) แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 19 147
20) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 153
21) แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 2 166
22) แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 172
23) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 176
1
รายละเอยี ดของวชิ า ตามทีร่ ะบุในตวั ชวี้ ดั หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรทู้ ่สี อดคล้องกับวิชาที่สอน
วสิ ัยทศั น์
หลักสูตรส่งเสริมศักยภาพสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ มุ่งพัฒนาขีดความสามารถ
ของผู้เรียนให้มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจําวัน มีทักษะข้ัน
สูงในการใช้และประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์อย่างสร้างสรรค์เพ่ือการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ
อย่างมคี ณุ ธรรมและจรยิ ธรรมตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
หลักการ
หลกั สูตรส่งเสริมศักยภาพส่คู วามเป็นเลศิ ดา้ นวิทยาศาสตร์มีหลักการท่ีสาํ คญั ดังน้ี
1. เป็นหลักสูตรการศึกษาท่ีมุ่งส่งเสริมผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศทางด้านวิทยาศาสตร์ มี
จุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมาย สําหรับพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ มีทักษะข้ันสูง มีเจต
คติท่ดี ตี อ่ การใช้วิทยาศาสตร์และมคี ุณธรรมจรยิ ธรรม
2. เป็นหลักสูตรการศึกษาท่ีมุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และความเป็นผู้นํา
ในการพฒั นานวัตกรรมด้านวทิ ยาศาสตร์
3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนท่ีมีความสนใจและความถนัดทางด้าน
วิทยาศาสตร์ให้มีความรู้และทักษะขั้นสูง เพื่อการศึกษาต่อและประกอบอาชีพตามความสนใจและ
ความถนัด โดยนอ้ มนาํ หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาปรับใช้ให้เหมาะสม
4. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพ
และความต้องการของโรงเรยี นและชุมชน
จุดหมาย
หลักสูตรส่งเสริมศักยภาพสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนท่ีมี
ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตรม์ ีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ
เกย่ี วกบั วทิ ยาศาสตรจ์ ึงกาํ หนดเปน็ จุดหมายเพอื่ ให้เกิดกับผู้เรียน เม่อื จบหลักสูตร ดังน้ี
1. ผ้เู รยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกบั วิทยาศาสตร์
2. ผู้เรียนมีความสามารถและทักษะข้ันสูงในการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์อย่างสร้างสรรค์
เพ่อื การศกึ ษาต่อและประกอบอาชพี
3. ผู้เรียนมีคุณธรรมและจริยธรรมในการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์เพ่ือการศึกษาต่อและ
ประกอบอาชพี
2
สมรรถนะและคุณลกั ษณะอันท่ปี ระสงคข์ องผู้เรยี น
สมรรถนะของผู้เรียน
หลักสูตรส่งเสริมศักยภาพสู่ความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์มุ่งให้ผู้เรียนเกิด
สมรรถนะสาํ คญั 6 ประการ ดังน้ี
1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร นําเสนอ
ผลงานท่ีสร้างข้ึน มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก และ
ทัศนะของตนเอง เพื่อแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา
ความสามารถทางด้านวิทยาศาสตร์รวมท้ังการส่ือสารเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่างๆ การ
เลอื กรบั หรือไม่รับข้อมูลขา่ วสารด้วยหลักเหตผุ ลและความถกู ตอ้ งตลอดจนการเลอื กใช้วิธีการส่ือสารที่
มีประสทิ ธภิ าพ
2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์
การคิดอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนําไปสู่การสร้างองค์
ความรู้ สร้างสรรค์ช้ินงาน หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจและการวางแผนในการใช้วิทยาศาสตร์ได้
อย่างเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรค
ต่างๆ ที่เผชิญได้อย่างสร้างสรรค์ และถูกต้องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูล
สารสนเทศเข้าใจความสัมพันธ์และปัจจัยต่างๆ ท่ีมีผลต่อการใช้วิทยาศาสตร์แสวงหาความรู้
ประยุกต์ใช้ความรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาท่ีเกิดข้ึน มีการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ โดย
คํานงึ ถึงผลกระทบท่จี ะเกิดขนึ้ ต่อศกั ยภาพในประยุกตใ์ ช้วทิ ยาศาสตร์
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนํากระบวนการต่างๆ
จากการฝึกปฏิบัติทางด้านวิทยาศาสตร์ไปใช้ในการด าเนินชีวิตประจําวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การ
เรียนรู้อย่างต่อเน่ือง การทํางานและการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดี
ระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่างๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการ
เปลี่ยนแปลงทางสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเล่ียงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่ง
ผลกระทบตอ่ การใช้วทิ ยาศาสตร์
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้
เทคโนโลยีด้านต่างๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้าน
การเรียนรู้ การสื่อสารการทาํ งาน การแก้ปญั หาอยา่ งสร้างสรรค์ ถกู ต้องเหมาะสม และมคี ณุ ธรรม
6. ความสามารถในด้านวิทยาศาสตรเ์ ป็นความสามารถในการใช้วิทยาศาสตร์ในด้าน
ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และมีทักษะข้ันสูงในการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์อย่างสร้างสรรค์ เพื่อการ
ประกอบทํางานและอาชีพ มีเจตคติท่ีดีต่อการใช้วิทยาศาสตร์ใช้วิทยาศาสตร์อย่างมีคุณธรรมและ
จรยิ ธรรม
3
คณุ ลักษณะทีพ่ งึ ประสงค์ของผเู้ รียน
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซื่อสตั ย์ สุจริต ใชว้ ิทยาศาสตร์อย่างมคี ุณธรรม จริยธรรม
3. มีวนิ ัย ในการทํางานและการฝกึ ฝนด้านวิทยาศาสตร์
4. ใฝ่เรยี นรู้ในการใช้วทิ ยาศาสตร์
5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
6. มงุ่ มัน่ ในการทํางานและพฒั นาตนเองสู่ความเป็นเลิศดา้ นวิทยาศาสตร์
7. รกั ความเป็นไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
9. มกี ารเคารพสิทธทิ างปญั ญาด้านวทิ ยาศาสตร์
10. มคี วามสามารถในการแสวงหาความรู้และสืบค้นขอ้ มูล
คุณภาพของผู้เรียน (ทีเ่ พิม่ จากหลักสูตรแกนกลาง)
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6
ผู้เรียนมีความสามารถในการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ได้อย่างคล่องแคล่ว มีความรู้
ความสามารถเกี่ยวกับวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ นําเสนอ เผยแพร่ เพ่ือพัฒนาผลงานตนเอง
ได้อย่างเหมาะสม และใช้วิทยาศาสตร์สร้างสรรค์ช้ินงานได้ตามจินตนาการ สามารถแก้ปัญหาและ
ซ่อมบํารุงรักษาวิทยาศาสตร์รวมถึงการติดต้ังซอฟต์แวร์ฮาร์ดแวร์และการบํารุงรักษา เคร่ือง
วทิ ยาศาสตรม์ ีจติ สาํ นึกและมีสว่ นร่วมรับผดิ ชอบตอ่ การใชง้ านวทิ ยาศาสตร์
เง่ือนไขในการใช้หลกั สตู ร
เพ่อื ให้การใช้หลักสตู รสาระเพิม่ เตมิ วิทยาศาสตรม์ ีประสทิ ธภิ าพสงู สุดในการพฒั นา
ศกั ยภาพส่คู วามเปน็ เลิศของผูเ้ รยี น จึงมีเงือ่ นไขในการนาํ หลักสตู รไปใช้ ดังน้ี
1. โรงเรียนต้องมีห้องปฏิบัติการและวัสดุอุปกรณ์ในการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่
เพยี งพอ อยา่ งนอ้ ย 1 คนตอ่ หน่งึ เคร่อื ง และมหี ้องปฏบิ ตั กิ ารท่เี หมาะสม
2. โรงเรียนต้องมีครูท่ีสอนวิทยาศาสตร์ที่สําเร็จการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์โดยตรง
หรือมีความรู้ความสามารถในสาขาที่สอน รวมถึงโรงเรียนควรให้ครูผู้สอนพัฒนาโดยการไปอบรม
ปฏิบัติการในวิชาหรือสาขาท่ีสอนอย่างสม่ําเสมอ เนื่องจากความรู้ด้านเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง
อย่างรวดเร็ว และควรมีจํานวนครูวิทยาศาสตร์ต่อนักเรียนในหลักสูตรที่พอเพียงในการดูแลและให้
คาํ แนะนาํ ในการเรยี นรูข้ องผเู้ รยี น ในสดั สว่ นครสู อนวทิ ยาศาสตร์ 1 คน ต่อนักเรียน 15 - 20 คน
3. โรงเรียนต้องมีกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาทักษะขั้นสูง รวมถึงความ
สนใจของผู้เรียน เช่น การจัดประกวดแข่งขัน การจัดนิทรรศการด้านวิทยาศาสตร์ห้องคลินิกความเป็น
เลศิ ด้านวทิ ยาศาสตร์เป็นตน้
4
4. ผู้ปกครองควรเห็นความสําคัญและสนับสนุนอย่างจริงจังการเรียนหลักสูตร
วิทยาศาสตรข์ องบุตรหลาน โดยนักเรียนจะต้องมีวิทยาศาสตร์ไว้ใช้ที่บ้านทุกคน เน่ืองจากทักษะทาง
วทิ ยาศาสตรเ์ ป็นทักษะท่ีต้องฝึกฝนและปฏบิ ัติเป็นประจาํ และต่อยอดจากสง่ิ ที่เรียนรู้ในห้องเรียน
5. โรงเรียนต้องจัดแสดงผลงาน หรือจัดค่ายเพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศทาง
วิทยาศาสตร์รวมถึงจัดกิจกรรมพิเศษเพ่ือให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรม แสดงความสามารถในทาง
สร้างสรรค์ เช่น ชมรมแก้ปัญหาวิทยาศาสตร์สําหรับคนท่ัวไปในโรงเรียนหรือชุมชน เป็นต้น โดยด า
เนินแสดงผลงาน หรอื จดั คา่ ยวทิ ยาศาสตรอ์ ย่างน้อยปกี ารศึกษาละ 1 คร้ัง
6. โรงเรียนหรือหน่วยงานที่เก่ียวข้องต้องจัดซ้ือซอฟต์แวร์ที่ถูกต้องตามกฎหมายเพ่ือ
ใช้ในการเรียนในหลักสูตรและส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียนในการใช้ของท่ีถูกต้องตาม
ลิขสทิ ธิ์
7. เน้ือหาท่ีกําหนดไว้ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ในโครงสร้าง
หลักสูตรจากหนังสือเรียนโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ท้ังหมด 6 เล่ม ซึ่งค่อนข้างมาก ดังนั้นให้
โรงเรียนเลือกสอน โดยเลือกตามจุดเนน้ และความพรอ้ มของโรงเรียน
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
สาระที่ ๗ ดาราศาสตร์และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๗.๑ เข้าใจวิวัฒนาการของระบบสุริยะ กาแล็กซีและเอกภพการ
ปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะและผลต่อส่ิงมีชีวิตบนโลก มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจิต
วิทยาศาสตร์ การส่ือสารส่งิ ทเ่ี รียนรู้และนาํ ความรไู้ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๗.๒ เข้าใจความสําคัญของเทคโนโลยีอวกาศท่ีนํามาใช้ในการสํารวจ
อวกาศและทรัพยากรธรรมชาติ ด้านการเกษตรและการสื่อสาร มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้
และจิตวิทยาศาสตร์ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนําความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างมีคุณธรรมต่อชีวิตและ
สิง่ แวดล้อม
5
คําอธบิ ายรายวิชาวโลก ดาราศาสตร์และอวกาศ
รหสั วิชา ว 30261 จํานวน 60 ชั่วโมง 1.5 หน่วยกติ
ศึกษา โลกและการเปลี่ยนแปลง ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา ธรณีประวัติ การหมุนเวียน
อากาศ วัฏจักรน้ํา ลมฟ้าอากาศ เอกภพ ดาวฤกษ์ ระบบสุริยะ ปรากฏการณ์ท้องฟ้า เทคโนโลยี
อวกาศ
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต
วิเคราะห์เปรียบเทียบ และสรุปเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มี
ทักษะปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปัญหาด้านการส่ือสาร เพ่ือสามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ นําความรู้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม
คุณธรรม และคา่ นิยมท่เี หมาะสม
เง่อื นไขการผา่ นในรายวชิ าโลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ
โดยนักเรียนจะตอ้ งทาํ ตามเกณฑก์ ารวัดผลประเมินผลดังตอ่ ไปนี้
1. ระหวา่ งเรยี น : ปลายภาค
70 : 30
2. การเกบ็ คะแนนระหว่างเรยี น
2.1 ภาระงาน จาํ นวน 3 ชน้ิ (30 คะแนน) คอื
2.2 สอบยอ่ ย ( 10 คะแนน)
2.3 สอบกลางภาค ( 20 คะแนน)
2.4 ทาํ แบบฝึกหดั ในสมุด (10 คะแนน)
3. ทําแบบทดสอบปลายภาค 30 คะแนน
4. นกั เรียนตอ้ งได้รับการตัดสนิ ผลการเรียนตัง้ แต่ระดับผลการเรยี น 1 ข้นึ ไป
5. นักเรียนต้องได้รับการประเมินผลการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนสื่อความในรายวิชา
วิทยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ ต้ังแต่ระดบั 1 ขนึ้ ไป
6. นักเรียนต้องได้รับการประเมินคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ในรายวิชาวิทยาศาสตร์โลกและ
อวกาศ ต้งั แตร่ ะดบั 1 ขึน้ ไป
6
โครงสร้างรายวิชา ช่ัวโมง
70 : 30
รหสั วิชา ว 30261 วิชา โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 เวลาเรียน 60
จํานวน 1.5 หน่วยกิต อัตราส่วนคะแนนระหวา่ งภาค : คะแนนปลายภาค
คะแนน
หน่วย ช่อื หนว่ ยการ มาตรฐานการเรยี นรู้ ภาระงาน/ เวลา
ท่ี เรยี นรู้ ช้ินงาน (ชัว่ โมง) ก่อน กลาง หลงั ปลาย รวม
กลาง ภาค กลาง ภาค
ภาค ภาค
1 เอกภพและ สาระที่ 3 ว 3.1 ม.6/2-3 แบบฝึกหัด 12 5 4 - - 9
กาแล็กซี่ 1. อ ธิ บ า ย ก า ร กํ า เ นิ ด แ ล ะ ก า ร
เปล่ียนแปลงพลังงาน สสาร ขนาด (1) (1)
อุณหภูมิของเอกภพหลังเกิดบิกแบงใน
ช่วงเวลาต่าง ๆ ตามวิวัฒนาการของเอก (1) (1)
ภพ
2. อธิบายหลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีบิก (2) (1)
แบง จากความสัมพันธ์ระหว่างความ เร็ว
กับระยะทางของกาแล็กซี รวมทั้งข้อมูล
การคน้ พบไมโครเวฟพ้ืนหลงั จากอวกาศ (1) (1)
3. อธิบายโครงสร้างและองค์ประกอบ
ของกาแล็กซีทางช้างเผือก และระบุ
ตําแหน่งของระบบสุริยะพร้อมอธิบาย
เชอ่ื มโยงกบั การสงั เกตเห็นทางชา้ งเผอื ก
2 ดาวฤกษ์ สาระที่ 3 ว 3.1 ม.6/4-9 แบบฝึกหดั 11 5 4 - - 9
4. อธิบายกระบวนการเกดิ ดาวฤกษ์ โดย
แสดงการเปลี่ยนแปลงความดัน อุณหภูมิ (1) (2)
ขนาด จากดาวฤกษ์ก่อนเกิดจนเป็นดาว
ฤกษ์
5. อธิบายกระบวนการสร้างพลังงานของ
ดาวฤกษ์และผลท่ีเกิดข้ึน โดยวิเคราะห์
ปฏิกิริยาลูกโซ่โปรตอน-โปรตอน และวัฏ
จักรคารบ์ อนไนโตรเจน ออกซเิ จน
7
6. ระบุปัจจัยที่ส่งผลต่อส่องความสว่าง (2) (1)
ของดาวฤกษ์ และอธิบายความสัมพันธ์
ระหว่างความส่องสว่างกับโชติมาตรของ
ดาวฤกษ์
7. อธิ บ า ยค ว า ม สั ม พั น ธ์ ระ หว่ า งสี
อณุ หภมู ผิ ิวและสเปกตรัมของดาวฤกษ์ (2) (1)
8. อธิบายวิธีหาระยะทางของดาวฤกษ์
ด้วยหลักการแพรัลแลกซ์ และคํานวณ
ระยะทางของดาวฤกษ์
9. อธิบายลําดับวิวัฒนาการท่ีสัมพันธ์กับ
อธิบายลําดับวิวัฒนาการที่สัมพันธ์กับ
ม ว ล ตั้ ง ต้ น แ ล ะ วิ เ ค ร า ะ ห์ ก า ร
เปลี่ยนแปลงสมบัติบางประการของดาว
ฤกษ์ในลําดับวิวัฒนาการ จากแผนภาพ
เฮริ ์ตซปรุง-รัสเซลล์
3 ระบบสุริยะ สาระท่ี 3 ว 3.1 ม.6/10-12 แบบฝึกหัด 12 5 4 - -9
10. อธิบายกระบวนการเกิดระบบสุริยะ
การแบ่งเขตบริวารของดวงอาทิตย์และ (1) (1)
ลักษณะของดาวเคราะห์ท่ีเอ้ือต่อการ
ดาํ รงชวี ิต
11. อธิบายการโคจรของดาวเคราะห์รอบ (1) (1)
ดวงอาทิตย์ด้วยกฎเคพเลอร์ และกฎ
ความโน้มถ่วงของนิวตัน พร้อมคํานวณ
คาบการโคจรของดาวเคราะห์ (1) (1)
12. อธิบายโครงสร้างของดวงอาทิตย์
กา รเกิดลมสุริยะ พายุสุริยะ และ
วิเคราะห์ นําเสนอปรากฏการณ์หรือ
เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผลของลมสุริยะ
และพายุสุริยะท่ีมีต่อโลก รวมท้ังประเทศ
ไทย
8
4 ทรงกลมฟา้ สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 2 แบบฝึกหดั 24 - - 10 10 20
(2) (2)
ม.5/8-13 (2) (2)
8. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเสถียรภาพ (2) (2)
อากาศ และการเกิดเมฆ (2) (2)
9. อธิบายการเกิดแนวปะทะอากาศแบบต่าง (1) (1)
(1) (1)
ๆ และลักษณะลมฟ้าอากาศทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
10. อธิบายปัจจัยต่างๆ ท่ีมีผลต่อการ
เปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศของโลก พร้อม
ยกตัวอยา่ งขอ้ มลู สนบั สนนุ
11. วิเคราะห์และอภิปรายเหตุการณ์ท่ีเป็น
ผลจาก การเปล่ียนแปลงภูมิอากาศโลก และ
นําเสนอ แนวปฏิบัติของมนุษย์ที่มีส่วนช่วยใน
การชะลอ การเปลยี่ นแปลงภูมอิ ากาศโลก
12. แปลความหมายสัญลักษณ์ลมฟ้าอากาศ
บนแผนท่ีอากาศ
13. วิเคราะห์และคาดการณ์ลักษณะลมฟ้า
อากาศ เบื้องต้นจากแผนท่ีอากาศและข้อมูล
สารสนเทศ อ่ืน ๆ เพื่อวางแผนในการ
ประกอบอาชีพและ การดําเนินชีวิตให้
สอดคล้องกับสภาพลมฟา้ อากาศ
7 เอกภพ สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ 3 แบบฝึกหดั 10 5 10 15
(2)
ม.6/1--13
(2)
1. อธิบายการกําเนิดและการเปล่ียนแปลง
(1)
พลังงาน สสาร ขนาดอุณหภูมิของเอกภพหลัง
เ กิ ด บิ ก แ บ ง ใ น ช่ ว ง เ ว ล า ต่ า ง ๆ ต า ม
ววิ ัฒนาการของเอกภพ
2. อธิบายหลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง
จ า ก ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ค ว า ม เ ร็ ว กั บ
ระยะทาง ของกาแล็กซีรวมทั้งข้อมูลการ
คน้ พบไมโครเวฟ พ้ืนหลงั จากอวกาศ
3. อธิบายโครงสร้างและองค์ประกอบของ
กาแล็กซี ทางช้างเผือก และระบุตําแหน่งของ
ระบบสุริยะ พร้อมอธิบายเชื่อมโยงกับ การ 9
สงั เกตเห็น ทางชา้ งเผอื กของคนบนโลก
4. อธิบายกระบวนการเกิดดาวฤกษ์โดยแสดง (1)
การเปลี่ยนแปลงความดัน อุณหภูมิขนาด จาก (1)
ดาวฤกษ์กอ่ นเกดิ จนเป็นดาวฤกษ์ (1)
5. อธิบายกระบวนการสร้างพลังงานของดาว (1)
ฤกษ์ และผลท่ีเกิดขึ้น โดยวิเคราะห์ปฏิกิริยา (1)
ลูกโซ่ โปรตอน-โปรตอน และวัฏจักรคาร์บอน (1)
ไนโตรเจน ออกซิเจน (1)
6. ระบุปัจจัยที่ส่งผลต่อความส่องสว่างของ
ดาวฤกษ์ และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง (1)
ความสอ่ งสวา่ งกับโชตมิ าตรของดาวฤกษ์ (1)
7. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสีอุณหภูมิผิว
และสเปกตรมั ของดาวฤกษ์ (1)
8 อธิบายวิธีการหาระยะทางของดาวฤกษ์
ด้วยหลักการแพรัลแลกซ์พร้อมคํานวณ หา
ระยะทางของดาวฤกษ์
9. อธบิ ายลําดับวิวัฒนาการที่สมั พันธก์ บั มวล
ตง้ั ต้น และวิเคราะหก์ ารเปลีย่ นแปลงสมบตั ิ
บางประการ ของดาวฤกษใ์ นลําดบั ววิ ฒั นาการ
จากแผนภาพ เฮริ ์ซปรุง-รสั เซลล์
10. อธบิ ายกระบวนการเกิดระบบสุรยิ ะการ
แบง่ เขต บริวารของดวงอาทติ ย์และลกั ษณะ
ของ ดาวเคราะห์ทเ่ี อื้อต่อการดํารงชวี ติ
11. อธิบายการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวง
อาทิตย์ ด้วยกฎเคพเลอร์และกฎความโน้มถ่วง
ของ นิวตัน พร้อมคํานวณคาบการโคจรของ
ดาวเคราะห์
12. อธิบายโครงสร้างของดวงอาทิตย์การเกิด
ลมสุริยะ พายุสุริยะ และวิเคราะห์นําเสนอ
ปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์ที่เก่ียวข้องกับ ผล
ของลมสุริยะ และพายุสุริยะท่ีมีต่อโลก รวมทั้ง
ประเทศไทย
13.สืบค้นข้อมูล อธิบายการสํารวจอวกาศ
โดยใช้ กล้องโทรทรรศน์ในช่วงความยาวคล่ืน
10
ต่าง ๆ ดาวเทียมยานอวกาศสถานีอวกาศและ
นําเสนอ แนวคิดการนําความรู้ทางด้าน
เ ท ค โ น โ ล ยี อ ว ก า ศ ม า ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ ใ น
ชีวติ ประจําวนั หรือในอนาคต
8 ปรากฏการณ์ สาระโลกดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 3 แบบฝึกหัด 5 5 10 15
(1) (2)
ท้องฟา้ ม.6/1-4
1. สร้างแบบจําลองทรงกลมฟ้า สังเกต
และเชื่อมจุดและเส้นสําคัญของแบบจําลอง
ทรงกลมท้องฟ้ากับท้องฟ้าจริง และอธิบาย
การระบุพิกัดของดาวในระบบขอบฟ้า และ
ระบบศนู ยส์ ูตร (1) (2)
(1) (2)
2. สังเกตท้องฟ้า และอธิบายเส้นทางการขึ้น
ตกของดวงอาทติ ย์และดาวฤกษ์
3. อธิบายเวลาสุริยคติปรากฏ โดยรวบรวม
ข้อมูล และเปรียบเทียบเวลาขณะที่ดวง
อาทิตย์ผ่านเมริเดียนของผู้สังเกตในแต่ละ
วัน
4. อธิบายเวลาสุริยคติปานกลาง และการ (1) (2)
เปรียบเทยี บเวลาของแตล่ ะเขตเวลาบนโลก (1) (2)
5 -5
5. อธิบายมุมห่างที่สัมพันธ์กับตําแหน่งในวง (5)
โคจร และอธิบายเช่ือมโยงกับตําแหน่ง
ปรากฏของดาวเคราะหท์ สี่ ังเกตได้จากโลก
9 เ ท ค โ น โ ล ยี สาระโลกดาราศาสตร์และอวกาศ 3 แบบฝึกหดั 2
อวกาศ ม.6/6
6. สืบค้นข้อมูล ออกแบบ และนําเสนอ
กิจกรรม การสังเกตดาวบนท้องฟ้าด้วยตา
เปล่าและ/ หรือกลอ้ งโทรทรรศน์
รวมคะแนนสอบปลายภาคเรยี น 60 30 30 100
รวม 25 20 25
รวมคะแนนท้ังสิน้ 100
11
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 1
กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวิชาเพิ่มเตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 6
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 13 เอกภพและกาแล็กซี เวลา 12 ชว่ั โมง
เรื่อง การขยายตัวของเอกภพ เวลา 3 ช่วั โมง
ครผู ูส้ อน นางสาวเบญจมาศ ศรอี าสนา ปฏิบัติการสอน วนั ท.ี่ .....เดอื น................พ.ศ. .........
1. ผลการเรยี นรู้และสาระการเรียนรู้เพ่ิมเตมิ
เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์
และระบบสุริยะ ความสัมพันธ์ของดาราศาสตร์กับมนุษย์จากการศึกษาตําแหน่งดาวบนทรงกลมฟ้า
และปฏสิ มั พนั ธ์ภายในระบบสุรยิ ะ รวมท้งั การประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยอี วกาศในการดาํ รงชวี ิต
ผลการเรยี นรู้
2. อธิบายหลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง จากความสัมพันธ์ระหว่างความ เร็วกับ
ระยะทางของกาแลก็ ซี รวมท้ังข้อมลู การค้นพบไมโครเวฟพนื้ หลงั จากอวกาศ
2. สาระสําคญั /ความคิดรวบยอด
เอกภพมีการขยายตัว โดยศึกษาได้จากความสัมพันธ์ระหว่างระยะทางของกาแล็กซีจากโลก
กับความเร็วในการเคล่ือนท่ีห่างออกจากโลกของกาแลกซี ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นตามกฎของฮับเบิลท่ี
กล่าวไวว้ ่า อัตราเรว็ ในการเคลื่อนที่ถอยหา่ งของกาแล็กซีนนั้ แปรผันตรงกับระยะทาง
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายกระบวนการเกิดบิกแบง การขยายตวั ของเอกภพ และบอกความสัมพนั ธต์ ามกฎ
ของฮับเบิลได้ (K)
2. ปฏิบัตกิ ิจกรรมกฎของฮับเบิล กิจกรรมการขยายตวั ของเอกภพไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งอย่างเป็น
ลาํ ดบั ขน้ั ตอน (P)
3. ซ่อื สตั ย์ สจุ ริต ใฝเ่ รียนรู้ และม่งุ มัน่ ในการทาํ งาน (A)
4. สาระการเรียนรู้
หลักฐานสําคัญท่ีสนับสนุนทฤษฎีบิกแบง คือ การขยายตัวของเอกภพ ซ่ึงอธิบายด้วยกฎฮับเ
บิล โดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วแนวรัศมีและระยะทางของกาแล็กซีท่ีเคล่ือนที่ห่างออกจาก
โลกและหลักฐานอีกประการ คือ การค้นพบรังสี ไมโครเวฟพื้นหลังท่ีกระจายตัวอย่างสม่ําเสมอทุก
ทศิ ทาง และสอดคลอ้ งกับอุณหภมู เิ ฉลีย่ ของอวกาศ มคี ่าประมาณ 2.73 เคลวิน
5. สมรรถนะสําคัญของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
12
6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทาํ งาน
7. การจดั กจิ กรรมกระบวนการเรียนรู้ ( 3 ชว่ั โมง )
ใช้วธิ ีการสอนแบบ 5E
ข้ันท่ี 1 ข้ันสร้างความสนใจ (Engagement)
1. กระตุ้นความสนใจโดยใชค้ ําถาม ดงั นี้
- เอกภพมกี ารเปล่ียนแปลง หรือไม่ อยา่ งไร
(แนวคําตอบ : มกี ารเปลี่ยนแปลง โดยในปจั จบุ นั เอกภพกาํ ลังขยายตัว)
ขน้ั ที่ 2 ขน้ั สาํ รวจและคน้ หา (Exploration)
1. ครแู จง้ ให้นักเรยี นทราบวา่ จะได้ศึกษา เรอื่ ง กฎของฮับเบิล
2. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมสืบค้นและศึกษา
เรือ่ ง กฎของฮับเบิล จากหนังสือเรยี น และสอ่ื หรอื แหลง่ การเรยี นรู้ต่าง ๆ
3. แต่ละกลุ่มอภิปรายข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้าร่วมกันแล้วสรุปผลการอภิปรายลงใน
กระดาษ A4
4. ครูแจกใบกิจกรรมที่ 1 กิจกรรมการศึกษากฎของฮับเบิล พร้อมแจ้งจุดประสงค์การทํา
กจิ กรรมกฎของฮับเบิล
- แต่ละกลุ่มทํากิจกรรมตามข้ันตอนในใบกิจกรรมท่ี 1 เมื่อนักเรียนปฎิบัติกิจกรรม
เรียบร้อยแล้วครูส่มุ บางกล่มุ ใหอ้ อกมานาํ เสนอผลการทาํ กิจกรรมของกลุ่มตนเอง
5. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทํากิจกรรม จะต้องให้ข้อสรุปร่วมกันว่า อัตราเร็ว
ในการเคลื่อนที่ถอยห่างของกาแล็กซีนั้นแปรผันตรงกับระยะทาง ดังนั้น กาแล็กซีที่อยู่ไกลขึ้นสองเท่า
จะมอี ัตราเรว็ ในการเคลื่อนที่ถอยหา่ งเพมิ่ ขึน้ สองเท่าซึ่งเรยี กกฎน้ีวา่ กฎของฮบั เบลิ
ข้ันที่ 3 ขน้ั อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
1. ครูต้ังคําถามเพื่อตรวจสอบความคิดรวบยอดของนักเรียน โดยนําคําถามท่ีเคยถามเม่ือ
ตอนต้นชั่วโมงมาถามอีกครั้ง และครูอาจให้นักเรียนแข่งขันกันเพ่ือหาคําตอบ หากใครตอบได้ถูกต้อง
และรวดเรว็ จะไดร้ างวลั หรอื คะแนนพิเศษ
- กฎของฮบั เบิลอธบิ ายความสัมพันธ์ของสิ่งใด อย่างไร
(แนวคําตอบ : กฎของฮับเบิลอธิบายความสัมพันธ์ของอัตราเร็วในการเคลื่อนท่ีถอยห่างของ กาแล็กซี
กับระยะทาง ซ่ึงอัตราเร็วในการเคลื่อนที่ถอยห่างของกาแล็กซีนั้นจะแปรผันตรงกับระยะทาง จึงกล่าว
ไดว้ ่า กาแล็กซีที่อย่ไู กลข้ึนสองเท่าจะมีอตั ราเร็วในการเคลื่อนที่ถอยห่างเพิม่ ขน้ึ สองเท่า)
13
- การขยายตวั ของเอกภพมีลักษณะอย่างไร
(แนวคําตอบ : การขยายตัวของเอกภพเป็นการเพิ่มพ้ืนที่ว่างข้ึนมาระหว่างพ้ืนท่ีว่างที่มีอยู่เดิม แต่เทห
วตั ถุในอวกาศยังอยู่เช่นเดมิ ไม่ไดเ้ พิม่ ขนาดตามเอกภพ)
ขัน้ ท่ี 4 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration)
1. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนร่วมชั้นเรียนทําใบงานท่ี 1 เรื่อง การขยายตัวของเอกภพ ครูขอ
อาสาสมัครให้ออกมาเขียนเฉลยแบบฝึกหัดแต่ละข้อลงบนกระดานหน้าชั้นเรียน แล้วครูตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง
2. ครูมอบหมายการบ้านโดยให้นักเรียนจัดทําแผนผังความคิด เรื่อง การขยายตัวของเอกภพ
และทําแบบฝึกหัด เรื่อง กฎของฮบั เบลิ และการขยายตัวของเอกภพ
ขน้ั ท่ี 5 ขั้นประเมิน (Evaluation)
1. ครูประเมินความรู้เก่ียวกับ เรื่อง กฎของฮับเบิลและการขยายตัวของเอกภพ จากการตอบ
คําถาม การทาํ แผนผังความคดิ และการทําแบบฝึกหดั
2. ครูประเมินทักษะและกระบวนการโดยประเมินการทําใบกิจกรรมที่ 1 กิจกรรมการศึกษา
กฎของฮับเบิล และกิจกรรมการขยายตัวของเอกภพ สังเกตพฤติกรรมจากการทํางานรายบุคคล
สังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกล่มุ จากการสบื ค้นและศกึ ษา เรอื่ ง กฎของฮับเบิล
3. ครูประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยการสังเกตความซื่อสัตย์ สุจริต และความมุ่งม่ัน
ในการทาํ งานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
8. วสั ดุอปุ กรณ์ สื่อการเรียนการสอน และแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
ม.6 เลม่ 1
2. ใบกิจกรรมท่ี 1 กจิ กรรมการศึกษากฎของฮบั เบิล
3. ใบงานท่ี 1 เรอื่ ง การขยายตัวของเอกภพ
4. PowerPoint เรอื่ ง การขยายตัวของเอกภพ
14
9. วธิ กี ารวดั และการประเมินผล
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ การวัดผล
วธิ กี ารวดั เครือ่ งมอื วัด การประเมนิ ผล
- ผ่าน 80%
1. อธิบายกระบวนการเกิดบิก ตรวจ ใบงานและ ใบงานและคําถาม
- ผา่ น 80%
แบง การขยายตัวของเอกภพ ถามคาํ ถาม
- ผา่ น 80%
และบอกความสัมพันธ์ตามกฎ
ของฮับเบิลได้ (K)
2. ปฏิบัติกิจกรรมกฎของฮับเบิล ตรวจกจิ กรรมและ ใบกิจกรรมและ
กิจกรรมการขยายตัวของเอกภพ แบบทดสอบ แบบทดสอบ
ได้อย่างถูกต้องอย่างเป็นลําดับ
ขนั้ ตอน (P)
3. ซื่อสัตย์ สุจริต ใฝ่เรียนรู้ และ สังเกตพฤติกรรม สังเกตพฤตกิ รรม
ม่งุ ม่นั ในการทาํ งาน (A) และการทํางาน
15
10. บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจดั การเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรยี นการสอน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปญั หาและอปุ สรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
..........................................................................................................................................…………………
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.................................…….
(นางสาวเบญจมาศ ศรีอาสนา)
ครผู ้สู อน
…......…/..........…/.............
ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของครพู ่ีเลี้ยง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ………………………………… ลงชือ่ ……………………..……………….
(……………………………………….…………) (นายถาวร ศรบี ญุ เรอื ง)
………/………/………. ครูพเ่ี ลยี้ ง
………/………/……….
ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์
16
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ชือ่ …………………………………
ลงช่อื ……………………..……………………
(นางลรี าภรณ์ ชัยครี ี)
………/………/………. หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
………/………/……….
ความคิดเห็นของผบู้ รหิ ารสถานศึกษาหรือผู้ท่ีไดร้ บั มอบหมาย
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ...............................................
(……………………………………..……….)
ตําแหน่ง…………………………………………
….……../…………./………….
17
ใบกใิจบงการนรทมี่ 1ท่ี 1
กจิ กรรมการศึกษากฎของฮบั เบิล
ชอ่ื -สกลุ 1)…………………………………………………………………………………เลขท่ี…………………………………
2)…………………………………………………………………………………เลขท…่ี ………………………………
3)…………………………………………………………………………………เลขท…่ี ………………………………
4)…………………………………………………………………………………เลขท…ี่ ………………………………
คําช้แี จง : ปฏิบัตกิ จิ กรรมตามขั้นตอนทไ่ี ดร้ ะบไุ ว้
จุดประสงค์ ศึกษาความสัมพันธร์ ะหวา่ งอัตราเร็วในการเคลื่อนท่ถี อยหา่ งของกาแล็กซีกบั ระยะทาง
วสั ดแุ ละอุปกรณ์
1. ดินสอ 2. ไม้บรรทัด 3. กระดาษกราฟ
วิธีการปฏบิ ัติกจิ กรรม
1. นําขอ้ มูลจากตารางที่ 1 มาเขียนกราฟแสดงความสัมพนั ธร์ ะหว่างอัตราเรว็ ในการเคลือ่ นที่
ถอยหา่ งของกาแล็กซี (v) กับระยะทางระหว่างผ้สู ังเกตกบั กาแล็กซี (D) โดยใหแ้ กนนอน
(แกน x) เปน็ D และแกนตัง้ (แกน y) เป็น v
2. หาความชันของกราฟ แลว้ ตอบคําถามทา้ ยกจิ กรรม
ตารางที่ 1 แสดงอัตราเร็วในการเคล่ือนท่ีถอยห่างของกาแลก็ ซีตา่ ง ๆ (v) กับระยะทางระหว่างผู้
สงั เกตกบั กาแล็กซี (D)
ช่ือกาแล็กซี v (m/s) D (Mpc) ชื่อกาแลก็ ซี v (m/s) D (Mpc)
NGC 278 650 1.52 NGC 3368 940 1.74
NGC 584 1,800 3.45 NGC 3379 810 1.49
NGC 936 1,300 2.37 NGC 3489 600 1.10
NGC 1023 300 0.26 NGC 3623 730 1.27
NGC 1700 800 1.16 NGC 4111 800 1.53
NGC 2681 700 1.42 NGC 4526 580 1.20
NGC 2683 400 0.67 NGC 4565 1,100 2.35
NGC 2841 600 1.24 NGC 4594 1,140 2.23
NGC 3034 290 0.79 NGC 5005 900 2.06
NGC 3115 600 1.00 NGC 5866 650 1.73
ที่มา : สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (2554)
18
บนั ทกึ ผลกิจกรรม
ความชันกราฟ = ∆v = ∆y = y2−y1 = ……………………………………………………………………………………………………………
∆D ∆x x2−x2
19
อภิปรายผลกิจกรรม
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
คําถามท้ายกจิ กรรม
1. ลักษณะของกราฟทีไ่ ดจ้ ากกิจกรรมเป็นอยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ความชันของกราฟมคี ่าเท่าใด และสอดคลอ้ งกบั ค่าใดในกฎของฮบั เบิล
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จากกิจกรรม ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราเร็วในการเคล่ือนท่ีถอยห่างของกาแล็กซีกับระยะทาง
ระหว่างผูส้ งั เกตกับกาแลก็ ซเี ป็นอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
20
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 2
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชาเพิ่มเติม โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 13 เอกภพและกาแลก็ ซี เวลา 12 ชวั่ โมง
เร่อื ง ทฤษฎีกาํ เนดิ เอกภพ เวลา 3 ช่ัวโมง
ครูผสู้ อน นางสาวเบญจมาศ ศรีอาสนา ปฏิบัตกิ ารสอน วันท.ี่ .....เดอื น................พ.ศ. .........
2. ผลการเรยี นรู้และสาระการเรียนร้เู พม่ิ เตมิ
เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์
และระบบสุริยะ ความสัมพันธ์ของดาราศาสตร์กับมนุษย์จากการศึกษาตําแหน่งดาวบนทรงกลมฟ้า
และปฏสิ ัมพันธ์ภายในระบบสุรยิ ะ รวมทั้งการประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยีอวกาศในการดาํ รงชวี ติ
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายการกําเนิดและการเปลี่ยนแปลงพลังงาน สสาร ขนาดอุณหภูมิของเอกภพหลังเกิดบิ
กแบงในช่วงเวลาต่าง ๆ ตามววิ ัฒนาการของเอกภพ
2. สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด
เอกภพกําเนิดข้ึนตามทฤษฎีบิกแบง และมีหลักฐานสําคัญที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง คือ รังสี
ไมโครเวฟพน้ื หลงั
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายทฤษฎีกาํ เนดิ ทฤษฎกี ําเนิดเอกภพและหลักฐานทส่ี นบั สนุนทฤษฎีบกิ แบงได้ (K)
2. จัดทาํ ชน้ิ งานสรุปความรูไ้ ด้อย่างถกู ต้องและเป็นลาํ ดบั ขน้ั ตอน (P)
3. ซ่อื สัตย์ สจุ ริต ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มัน่ ในการทํางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
หลักฐานสําคัญที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง คือ การขยายตัวของเอกภพ ซึ่งอธิบายด้วยกฎฮับเ
บิล โดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วแนวรัศมีและระยะทางของกาแล็กซีที่เคล่ือนท่ีห่างออกจาก
โลกและหลักฐานอีกประการ คือ การค้นพบรังสีไมโครเวฟพื้นหลังท่ีกระจายตัวอย่างสมํ่าเสมอทุก
ทศิ ทาง และสอดคลอ้ งกบั อณุ หภูมเิ ฉล่ยี ของอวกาศ มคี ่าประมาณ 2.73 เคลวิน
ทฤษฎีกําเนิดเอกภพที่ยอมรับในปัจจุบัน คือ ทฤษฎี บิกแบง ระบุว่าเอกภพเริ่มต้นจากบิก
แบง ที่เอกภพมีขนาดเล็กมาก และมีอุณหภูมิสูงมาก ซ่ึงเป็นจุดเร่ิมต้นของเวลาและวิวัฒนาการของ
เอกภพ โดยหลังเกิดบิกแบง เอกภพเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีอุณหภูมิลดลง มีสสารคงอยู่ในรูป
อนุภาคและปฏิยานุภาคหลายชนิด และมีวิวัฒนาการต่อเน่ืองจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีเนบิวลา กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะเป็นสมาชกิ บางสว่ นของเอกภพ
21
5. สมรรถนะสําคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ ม่นั ในการทาํ งาน
7. การจัดกจิ กรรมกระบวนการเรียนรู้ ( 3 ชัว่ โมง )
ใช้วิธีการสอนแบบ 5E
ขน้ั ท่ี 1 ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement)
2. กระตุ้นความสนใจโดยใชค้ ําถาม ดงั น้ี
- เอกภพในปัจจบุ ันมีลักษณะเปน็ อยา่ งไร
(แนวคําตอบ : ขนึ้ อยู่กับดลุ ยพนิ ิจผสู้ อน)
- เอกภพมีการเปล่ียนแปลง หรือไม่ อย่างไร
(แนวคาํ ตอบ : มกี ารเปลีย่ นแปลง โดยในปจั จบุ ันเอกภพกาํ ลงั ขยายตวั )
- ทฤษฎใี ดท่ีใช้ในการอธิบายการกําเนิดเอกภพ
(แนวคาํ ตอบ : ทฤษฎีบิกแบง)
ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั สาํ รวจและค้นหา (Exploration)
1. นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน โดยคนทนี่ บั เลขเดียวกนั ใหอ้ ยกู่ ลุ่มเดยี วกนั
2. ครูถามคําถามเพ่ือตั้งประเด็นในการศึกษาว่า “หลักฐานสําคัญที่สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง
คือส่งิ ใด”และ “เอกภพเกดิ ขึน้ ได้อย่างไร มีทฤษฎใี ดบ้างทใ่ี ช้อธบิ ายการเกิดเอกภพ”
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมสืบค้นและศึกษาและหาคําตอบจากหนังสือเรียน และส่ือหรือแหล่ง
การเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น หรืออินเทอร์เน็ต โดยครูเน้นย้ํากับนักเรียนว่า ควรคัดเลือกศึกษาแหล่งข้อมูลท่ี
น่าเช่ือถือ หลังจากนั้นครูแจกกระดาษ A4 ให้แต่ละกลุ่ม แล้วให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุป
ความรขู้ องกลุ่มตนเอง
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มนําข้อมูลที่ได้ศึกษามาร่วมกันอภิปรายแล้วบันทึกผลการอภิปรายลงใน
สมดุ ประจาํ ตัว
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันจัดทําฟลิปชาร์ทสรุปความรู้เร่ือง ทฤษฏีกําเนิดเอกภพ ใน
รูปแบบที่น่าสนใจ เมื่อจัดทําเสร็จแล้วนําฟลิปชาร์ทมาติดรอบห้องเรียน แล้วนักเรียนเดินชมผลงาน
ของเพ่ือนกลุ่มต่าง ๆ อย่างอิสระ ครูตรวจความถูกต้องของฟลิปชาร์ทพร้อมสรุปจํานวนสติ๊กเกอร์
ของแต่ละกลุ่ม แล้วให้กลุ่มท่ีมีจํานวนสติ๊กเกอร์มากท่ีสุด 3 ลําดับแรก ออกมานําเสนอฟลิปชาร์ทของ
กลุม่ ตนเอง
22
6. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับทฤษฏีกําเนิดเอกภพ โดยครูและนักเรียนจะต้อง
ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “เอกภพกําเนิดขึ้นตามทฤษฎีบิกแบง โดยเอกภพมีวิวัฒนาการ 8 ช่วง คือ ช่วงท่ี
เกิดบิกแบง ช่วงการพองตัวของเอกภพ ช่วงหลังการพองตัวของเอกภพ ช่วงกําเนิดโปรตอน ช่วง
กาํ เนดิ นวิ เคลียส ช่วงรคี อมบเิ นชัน ชว่ งกําเนดิ โครงสรา้ ง และช่วงปจั จุบนั ”
ข้ันที่ 3 ขัน้ อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
1. ครูใช้คําถามนักเรียนอธิบายส่ิงที่นักเรียนได้เรียนรู้ โดยให้นักเรียนแข่งขันกันตอบคําถาม
หากนักเรียนคนใดตอบได้ถูกต้องรวดเร็วท่ีสุดครูจะให้รางวัล เช่น คะแนนพิเศษ โดยครูอาจใช้คําถาม
ท่ีเคยใชเ้ พอื่ ตั้งประเด็นในการศึกษาท่ีเคยถามตอนตน้ ชัว่ โมง ดังนี้
- ทฤษฎใี ดทใี่ ช้ในการอธิบายการกําเนดิ เอกภพ
(แนวคําตอบ : ทฤษฏบี ิกแบง)
- เอกภพมีวิวฒั นาการก่ีช่วง อะไรบ้าง
(แนวคาํ ตอบ : เอกภพมวี ิวัฒนาการ 8 ช่วง คอื ชว่ งท่เี กิดบกิ แบง ช่วงการพองตวั ของเอกภพ ช่วงหลัง
การพองตัวของเอกภพ ช่วงกําเนิดโปรตอน ช่วงกําเนิดนิวเคลียส ช่วงรีคอมบิเนชัน ช่วงกําเนิด
โครงสรา้ ง และชว่ งปจั จบุ ัน)
- หลกั ฐานสาํ คญั ทส่ี นับสนนุ ทฤษฏบี ิกแบงคอื สงิ่ ใด
(แนวคาํ ตอบ : รงั สีไมโครเวฟพน้ื หลัง)
ข้ันที่ 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครูใช้เทคนิคเพื่อนคู่คิดโดยให้จับคู่กับเพื่อนร่วมช้ันเรียนอย่างอิสระ แล้วแจกใบงานที่ 2
เรื่อง ทฤษฎกี ําเนดิ เอกภพ ให้นักเรยี นแตล่ ะคู่รว่ มกนั ทาํ
2. ครูขออาสาสมัครให้ออกมาเขียนเฉลยใบแต่ละข้อลงบนกระดานหน้าชั้นเรียน แล้วครู
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
3. ครูมอบหมายการบ้านโดยให้นักเรียนจัดทําแผนผังความคิด เร่ือง ทฤษฎีกําเนิดเอกภพ
และทาํ แบบฝึกหดั เร่ือง ทฤษฎกี ารกาํ เนิดเอกภพ
ข้ันท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ (Evaluation)
1. ครูประเมินความรู้เกี่ยวกับ เรื่อง ทฤษฎีกําเนิดเอกภพ จากฟลิปชาร์ทสรุปความรู้ การทํา
แบบฝึกหัด และการตอบคาํ ถาม
2. ครูประเมินทักษะและกระบวนการโดยสังเกตสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุ่มจากการ
จัดทําฟลิปชาร์ทสรุปความรู้ เรื่อง ทฤษฎีกําเนิดเอกภพ และจากการสืบค้นและศึกษา เรื่อง หลักฐาน
สําคญั ท่ีสนับสนนุ ทฤษฎบี กิ แบง
3. ครปู ระเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยการสังเกตการใฝเ่ รยี นรู้และความม่งุ ม่นั ในการ
ทาํ งานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย
23
8. วัสดอุ ุปกรณ์ สอ่ื การเรยี นการสอน และแหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
ม.6 เล่ม 1
2. ใบงานที่ 2 เร่ือง ทฤษฏกี ําเนดิ เอกภพ
3. PowerPoint เรอื่ ง ทฤษฏีกําเนดิ เอกภพ
9. วิธีการวดั และการประเมินผล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ การวัดผล
วิธกี ารวดั เคร่ืองมอื วัด การประเมนิ ผล
1. อธบิ ายทฤษฎีกาํ เนิดทฤษฎี ตรวจ ใบงานและ ใบงานและคาํ ถาม - ผ่าน 80%
กาํ เนิดเอกภพและหลกั ฐานที่ ถามคาํ ถาม
สนับสนุนทฤษฎบี กิ แบงได้ (K)
2. จดั ทําชน้ิ งานสรุปความรไู้ ด้ ตรวจกจิ กรรมและ ใบกิจกรรมและ - ผา่ น 80%
อย่างถูกตอ้ งและเปน็ ลาํ ดับ แบบทดสอบ แบบทดสอบ
ข้นั ตอน (P)
3. ซ่ือสัตย์ สุจรติ ใฝ่เรียนรู้ สังเกตพฤตกิ รรม สังเกตพฤตกิ รรม - ผา่ น 80%
และมุง่ ม่ันในการทาํ งาน (A) และการทาํ งาน
24
10. บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรยี นการสอน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
..........................................................................................................................................…………………
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื .................................…….
(นางสาวเบญจมาศ ศรีอาสนา)
ครผู ูส้ อน
…......…/..........…/.............
ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของครพู ีเ่ ลยี้ ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………… ลงชอ่ื ……………………..……………….
(……………………………………….…………) (นายถาวร ศรบี ุญเรือง)
ครพู ่ีเลยี้ ง
………/………/………. ………/………/……….
25
ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ชอ่ื …………………………………
ลงชอ่ื ……………………..……………………
(นางลรี าภรณ์ ชยั ครี ี)
………/………/………. หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
………/………/……….
ความคิดเห็นของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ี่ได้รบั มอบหมาย
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...............................................
(……………………………………..……….)
ตาํ แหน่ง…………………………………………
….……../…………./………….
26
ใบใบงงาานนทท่ี ี่12
ทฤษฎีกําเนิดเอกภพ
คาํ ช้ีแจง : ตอบคาํ ถามตอ่ ไปน้ี
1. จงอธบิ ายลําดับวิวัฒนาการของเอกภพในแต่ขัน้ ดงั ต่อไปนี้
1) เกดิ บกิ แบง
................................. ...... ................................. ............. ................................. ......
................................. ........................................ ............. ................................. ......
2) การพองตวั ของเอกภพ
................................. ...... ................................. ............. ................................ใ.
................................. ........................................ ............. ................................. ......
3) หลังการพองตัว
................................. ...... ................................. ............. ................................ใ.งงงงงง
................................. ........................................ ............. ................................. ......
4) กาํ เนดิ โปรตอน
................................. ...... ................................. ............. ................................ใ.งงงงงง
................................. ........................................ ............. ................................. ......
5) กําเนดิ นวิ เคลียส
................................. ...... ................................. ............. ................................ใ.งงงงงง
................................. ........................................ ............. ................................. ......
6) รีคอมบิเนชัน
................................. ...... ................................. ............. ................................ใ.งงงงงง
................................. ........................................ ............. ................................. ......
7) กําเนิดโครงสรา้ ง
................................. ...... ................................. ............. ................................ใ.งงงง
................................. ........................................ ............. ................................. ......
8) ปัจจบุ นั
................................ใ.งงงง................................ใ.งงงง................................ใ.งงงง......................
................................. ........................................ ............. ................................. ......
27
2. เอกภพหน่ึงมคี า่ คงตวั ของฮบั เบิลเทา่ กับ 200 กโิ ลเมตรต่อวนิ าทตี อ่ เมกะพารเ์ ซก เอกภพน้ีจะมี
ความหนาแน่นวกิ ฤตเท่าใด
................................. ...... ................................. ...... ................................. ...... .................................
................................. ...... ................................. ...... ................................. ...... .................................
................................. ...... ................................. ...... ................................. ...... .................................
................................. ...... ................................. ...... ................................. ...... .................................
................................. ...... ................................. ...... ................................. ...... .................................
28
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 3
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 13 เอกภพและกาแล็กซี เวลา 12 ชว่ั โมง
เรือ่ ง องค์ประกอบและความหนาแน่นสัมพันธข์ องเอกภพ เวลา 3 ช่วั โมง
ครูผ้สู อน นางสาวเบญจมาศ ศรีอาสนา ปฏิบัติการสอน วันท.ี่ .....เดือน................พ.ศ. .........
1. ผลการเรยี นรแู้ ละสาระการเรียนร้เู พิม่ เตมิ
เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์
และระบบสุริยะ ความสัมพันธ์ของดาราศาสตร์กับมนุษย์จากการศึกษาตําแหน่งดาวบนทรงกลมฟ้า
และปฏสิ ัมพันธภ์ ายในระบบสรุ ิยะ รวมทั้งการประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยอี วกาศในการดาํ รงชวี ิต
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายการกําเนิดและการเปล่ียนแปลงพลังงาน สสาร ขนาดอุณหภูมิของเอกภพหลังเกิดบิ
กแบงในชว่ งเวลาตา่ ง ๆ ตามววิ ัฒนาการของเอกภพ
2. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด
เอกภพมีองค์ประกอบ 4 องค์ประกอบ คือ สสาร โฟตอน สสารมืด และพลังงานมืด โดย
สดั สว่ นของแตล่ ะองคป์ ระกอบของเอกภพสามารถหาไดจ้ ากความหนาแนน่ สัมพันธ์ของเอกภพ
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายองคป์ ระกอบและความหนาแน่นสมั พันธ์ของเอกภพได้ (K)
2. จดั ทาํ แผน่ พบั สรุปความรไู้ ด้อยา่ งถกู ต้องและเป็นลําดบั ข้ันตอน (P)
3. ซือ่ สัตย์ สุจรติ ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ มน่ั ในการทาํ งาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
หลกั ฐานสาํ คัญทส่ี นบั สนนุ ทฤษฎบี กิ แบง คือ การขยายตัวของเอกภพ ซง่ึ อธิบายดว้ ย
กฎฮับเบิล โดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วแนวรัศมีและระยะทางของกาแล็กซีท่ีเคล่ือนท่ีห่าง
ออกจากโลกและหลักฐานอีกประการ คือ การค้นพบรังสีไมโครเวฟพ้ืนหลัง ท่ีกระจายตัวอย่าง
สมา่ํ เสมอทุกทิศทาง และสอดคล้องกบั อุณหภมู ิเฉลี่ยของอวกาศ มคี ่าประมาณ 2.73 เคลวนิ
ทฤษฎีกําเนิดเอกภพท่ียอมรับในปัจจุบัน คือ ทฤษฎี บิกแบง ระบุว่าเอกภพเริ่มต้นจากบิก
แบง ที่เอกภพมีขนาดเล็กมาก และมีอุณหภูมิสูงมาก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเวลาและวิวัฒนาการของ
เอกภพ โดยหลังเกิด บิกแบง เอกภพเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีอุณหภูมิลดลง มีสสารคงอยู่
ในรูปอนุภาค และปฏิยานุภาคหลายชนิด และมีวิวัฒนาการต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีเนบิวลา
กาแลก็ ซี ดาวฤกษ์ และระบบสุรยิ ะเปน็ สมาชิกบางส่วนของเอกภพ
29
5. สมรรถนะสําคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุง่ มั่นในการทํางาน
7. การจดั กจิ กรรมกระบวนการเรยี นรู้ ( 3 ชั่วโมง )
ใชว้ ธิ ีการสอนแบบ 5E
ขน้ั ที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement)
3. กระตุน้ ความสนใจโดยใช้คําถาม ดงั น้ี
- หลักฐานสาํ คญั ท่สี นับสนนุ ทฤษฎบี กิ แบงคือส่งิ ใด”
(แนวคําตอบ : รงั สีไมโครเวฟพ้นื หลัง)
- เอกภพมอี งค์ประกอบอะไรบา้ ง
(แนวคําตอบ : สสาร โฟตอน สสารมืด และพลงั งานมดื )
ข้นั ท่ี 2 ขัน้ สํารวจและคน้ หา (Exploration)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน คละกันตามความสามารถ และ
ครูถามคําถามเพื่อเป็นการต้ังประเด็นในการศึกษา โดยถามว่า “นักเรียนคิดว่าองค์ประกอบของเอก
ภพมอี ะไรบา้ ง”
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมสืบค้นและศึกษาและหาคําตอบจากหนังสือเรียน และส่ือหรือแหล่ง
การเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น หรืออินเทอร์เน็ต โดยครูเน้นย้ํากับนักเรียนว่า ควรคัดเลือกศึกษาแหล่งข้อมูลที่
น่าเชื่อถอื
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายข้อมูลท่ีได้ศึกษาค้นคว้ามาร่วมกันแล้วสรุปผลการอภิปรายลง
ในสมดุ ประจาํ ตัว
4. ครูแจกกระดาษ A4 ให้แต่ละกลุ่ม แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดทําผังมโนทัศน์ เร่ือง
องค์ประกอบของเอกภพ ในรูปแบบท่ีน่าสนใจ เม่ือจัดทําเสร็จแล้วนํามาติดรอบห้องเรียน แล้ว
นักเรียนเดนิ ชมผลงานของเพือ่ นกล่มุ ต่าง ๆ
5. ครูตรวจความถูกต้องของผังมโนทัศน์และคัดเลือกผังมโนทัศน์ท่ีมีความถูกต้องและรูปแบบ
น่าสนใจมา 1 ชน้ิ แล้วใหก้ ลมุ่ ทจ่ี ัดทาํ ออกมานาํ เสนอผงั มโนทศั น์ของกลุ่มตนเอง
6. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับองค์ประกอบของเอกภพ โดยครูและนักเรียน
จะต้องได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “เอกภพมีองค์ประกอบ 4 องค์ประกอบ คือ สสาร โฟตอน สสารมืด และ
พลงั งานมืด”
30
ขน้ั ที่ 3 ขน้ั อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
1. ครูใช้คําถามให้นักเรียนอธิบายส่ิงที่ได้เรียนรู้ โดยให้นักเรียนแข่งขันกันตอบคําถาม หาก
นักเรียนคนใดตอบได้ถูกต้องรวดเร็วท่ีสุดครูจะให้รางวัล เช่น คะแนนพิเศษ โดยครูอาจใช้คําถามที่เคย
ใช้เพอ่ื ต้งั ประเดน็ ในการศกึ ษาทเ่ี คยถามตอนตน้ ชัว่ โมง ดงั นี้
- เอกภพมอี งคป์ ระกอบอะไรบ้าง
(แนวคําตอบ : สสาร โฟตอน สสารมดื และพลังงานมดื )
- ความหนาแนน่ สัมพันธ์ของเอกภพคืออะไร หาไดอ้ ยา่ งไร
(แนวคําตอบ : ความหนาแน่นสัมพัทธ์ของเอกภพ คือ สัดส่วนของแต่ละองค์ประกอบของเอกภพ
หาไดจ้ ากสัดสว่ นระหวา่ งความหนาแน่นเฉลย่ี ของเอกภพกบั ความหนาแน่นวิกฤตของเอกภพ)
ขนั้ ที่ 4 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครูมอบหมายการบ้านโดยให้นักเรียนจัดทําแผนผังความคิด เร่ือง องค์ประกอบและความ
หนาแนน่ ของเอกภพ และทาํ แบบฝึกหดั เรือ่ ง องคป์ ระกอบและความหนาแนน่ ของเอกภพ
ขัน้ ที่ 5 ขน้ั ประเมิน (Evaluation)
1. ครูประเมินความรู้เก่ียวกับ เรื่อง องค์ประกอบและความหนาแน่นของเอกภพ จากแผ่น
พบั สรปุ ความรู้ การทําแบบฝึกหัด และการตอบคําถาม
2. ครูประเมินทักษะและกระบวนการโดยสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุ่มจากการแผ่นพับ
สรุปความรู้ และจากการสืบค้นและศึกษา เรือ่ ง องค์ประกอบและความหนาแนน่ ของเอกภพ
3. ครูประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยการสังเกตการใฝ่เรียนรแู้ ละความม่งุ มนั่ ในการ
ทาํ งานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
8. วสั ดุอุปกรณ์ ส่ือการเรยี นการสอน และแหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
ม.6 เล่ม 1
2. ใบงานท่ี 3 เรือ่ ง องค์ประกอบและความหนาแนน่ ของเอกภพ
3. PowerPoint เรอื่ ง องค์ประกอบและความหนาแน่นของเอกภพ
31
9. วธิ กี ารวดั และการประเมนิ ผล การวดั ผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
วธิ กี ารวดั เครื่องมือวดั การประเมินผล
- ผ่าน 80%
1. อธิบายองค์ประกอบและ ตรวจ ใบงานและ ใบงานและคาํ ถาม
ความหนาแน่นสัมพันธ์ของ ถามคําถาม - ผา่ น 80%
เอกภพได้ (K)
- ผ่าน 80%
2. จัดทําแผ่นพับสรุปความรู้ ตรวจกจิ กรรมและ ใบกิจกรรมและ
ได้อย่างถูกต้องและเป็นลําดับ แบบทดสอบ แบบทดสอบ
ข้นั ตอน (P)
3. ซอ่ื สัตย์ สุจรติ ใฝ่เรยี นรู้ สงั เกตพฤติกรรม สงั เกตพฤตกิ รรม
และมุง่ ม่ันในการทํางาน (A) และการทาํ งาน
32
10. บันทกึ ผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้
1. ผลการจัดการเรยี นการสอน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
2. ปัญหาและอุปสรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
..........................................................................................................................................…………………
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื .................................…….
(นางสาวเบญจมาศ ศรีอาสนา)
ครผู ูส้ อน
…......…/..........…/.............
ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของครพู ีเ่ ลยี้ ง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ………………………………… ลงชอ่ื ……………………..……………….
(……………………………………….…………) (นายถาวร ศรบี ุญเรือง)
ครพู ่ีเลยี้ ง
………/………/………. ………/………/……….
33
ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ชอ่ื …………………………………
ลงชอ่ื ……………………..……………………
(นางลรี าภรณ์ ชยั ครี ี)
………/………/………. หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
………/………/……….
ความคิดเห็นของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ี่ได้รบั มอบหมาย
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...............................................
(……………………………………..……….)
ตาํ แหน่ง…………………………………………
….……../…………./………….
34
ใใบบงงาานนทท่ี 1่ี 3
เรื่อง องค์ประกอบและความหนาแน่นสัมพนั ธ์ของเอกภพ
คาํ ชแ้ี จง : ตอบคําถามตอ่ ไปน้ี
1. ปัจจุบนั เอกภพมีโครงสร้างปรภิ ูมเิ วลาเปน็ แบบใด ให้อธบิ ายและวาดภาพประกอบ พรอ้ มใหเ้ หตุผล
ปจั จบุ ันเอกภพมโี ครงสร้างปรภิ มู เิ วลาแบบ
................................. ...... ................................. ...... ................................. ...... .................................
วาดภาพประกอบ
เหตุผล ..................... ...... ................................. ...... ................................. ...... .................................
................................. ...... ................................. ...... ................................. ...... .................................
................................. ...... ................................. ...... ................................. ...... .................................
................................. ...... ................................. ...... ................................. ...... .................................
2. พิจารณาข้อความทก่ี ําหนดให้แล้วระบุวา่ เปน็ ประกอบประเภทใดในเอกภพ
2.1 ดาวฤกษใ์ นกาแล็กซี
................................. ............. ................................. ............. ................................. ...ใ……………………
2.2 อนุภาคทม่ี แี รงโน้มถว่ ง แต่ไมต่ อบสนองต่อแรงแม่เหล็กไฟฟ้า
................................. ............. ................................. ............. ................................. ...ใ……………………
2.3 รังสไี มโครเวฟพ้ืนหลัง
................................. ............. ................................. ............. ................................. ………………………..
2.4 ส่ิงทที่ ําใหก้ ารขยายตวั ของเอกภพเป็นไปด้วยความเรง่
................................. ............. ................................. ............. ................................. ...ใ………………….
35
2.5 แก๊สในเนบิวลามดื
................................. ............. ................................. ............. ................................. ..……………………..
2.6 แสงจากดาวฤกษ์
................................. ............. ................................. ............. ................................. ..…………………….
2.7 มวลสว่ นมากของกาแล็กซี
................................. ............. ................................. ............. ................................. ..…………………….
2.8 แสงทีเ่ ปล่งออกมาจากซูเปอร์โนวา
................................. ............. ................................. ............. ................................. ..…………………….
2.9 สสารที่ทําอนั ตรกิริยากบั สสารอ่ืนไดน้ อ้ ยมาก
................................. ............. ................................. ............. ................................. ..…………………….
2.10 ส่ิงทาํ ใหช้ ่องว่างภายในเอกภพขยายตัวออก
................................. ............. ................................. ............. ................................. ..…………………….
36
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 4
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชาเพ่ิมเตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 6
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 13 เอกภพและกาแล็กซี เวลา 12 ชวั่ โมง
เรอื่ ง กาแล็กซแี ละกาแล็กซที างชา้ งเผือก เวลา 3 ชวั่ โมง
ครผู ูส้ อน นางสาวเบญจมาศ ศรีอาสนา ปฏบิ ัตกิ ารสอน วันท.่ี .....เดือน................พ.ศ. .........
4. ผลการเรยี นรแู้ ละสาระการเรียนรู้เพมิ่ เติม
เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์
และระบบสุริยะ ความสัมพันธ์ของดาราศาสตร์กับมนุษย์จากการศึกษาตําแหน่งดาวบนทรงกลมฟ้า
และปฏิสัมพนั ธภ์ ายในระบบสรุ ิยะ รวมทั้งการประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยอี วกาศในการดํารงชีวติ
ผลการเรียนรู้
3. อธิบายโครงสร้างและองค์ประกอบของกาแล็กซีทางช้างเผือก และระบุตําแหน่งของ
ระบบสุรยิ ะพรอ้ มอธิบายเชอ่ื มโยงกับการสงั เกตเห็นทางช้างเผอื ก
2. สาระสําคญั /ความคิดรวบยอด
กาแล็กซีประกอบด้วยดาวฤกษ์จํานวนหลายแสนล้านดวงอยู่กันเป็นระบบของดาวฤกษ์ ซึ่ง
ระบบสรุ ิยะที่เราอยู่จะอย่ใู นกาแลก็ ซที างช้างเผอื กซง่ึ เป็นกาแล็กซกี งั หันแบบมคี าน
5. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายองค์ประกอบและรูปรา่ งของกาแลก็ ซีได้ (K)
2. จดั ทําชิ้นงานสรุปความรู้ได้อยา่ งถูกต้องและเป็นลาํ ดบั ขัน้ ตอน (P)
3. ซื่อสตั ย์ สุจริต ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ ม่ันในการทํางาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
กาแล็กซีประกอบด้วยดาวฤกษ์จํานวนหลายแสนล้านดวง ซึ่งอยู่กันเป็นระบบของดาวฤกษ์
นอกจากน้ียังประกอบด้วยเทห์ฟ้าอื่น เช่น เนบิวลาและสสารระหว่างดาว โดยองค์ประกอบต่าง ๆ
ภายในของกาแล็กซอี ยู่รวมกันดว้ ยแรงโน้มถว่ ง
กาแล็กซีมีรูปร่างแตกต่างกัน โดยระบบสุริยะอยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือกซ่ึงเป็นกาแล็กซี
กังหันแบบมีคาน โครงสร้าง คือ นิวเคลียส จาน และฮาโล ดาวฤกษ์จํานวนมากอยู่ในบริเวรนิวเคลียส
และจาน โดยมีระบบสุริยะอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของกาแล็กซีทางช้างเผือก คือ ดาวฤกษ์ ที่อยู่อย่าง
หนาแน่นในกาแล็กซีทางชา้ งเผอื ก
5. สมรรถนะสําคญั ของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
37
6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มัน่ ในการทาํ งาน
7. การจัดกจิ กรรมกระบวนการเรยี นรู้ ( 3 ช่วั โมง )
ใชว้ ธิ กี ารสอนแบบ 5E
ขนั้ ที่ 1 ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement)
4. กระตุ้นความสนใจโดยใช้คําถาม ดงั น้ี
- นกั เรียนรู้จกั กาแล็กซอี ะไรบ้าง”
(แนวคําตอบ : ขน้ึ อยู่กบั ดลุ ยพนิ จิ ผูส้ อน)
- กาแล็กซีประกอบดว้ ยส่ิงใดบ้าง
(แนวคําตอบ : ดาวฤกษ์จํานวนหลายแสนลา้ นดวง)
ขัน้ ที่ 2 ขั้นสาํ รวจและค้นหา (Exploration)
1. ครูให้นักเรียนนับจํานวน 1-4 วนไปเร่ือย ๆ จนครบทุกคน เพ่ือแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม
กล่มุ ละ 4 คน โดยคนทีน่ ับจาํ นวนเดยี วกันให้อยู่กล่มุ เดียวกัน
2. ครูถามคําถามเพื่อเป็นการตั้งประเด็นในการศึกษา โดยถามว่า “นักเรียนคิดว่ากาแล็กซีมี
กาํ เนิดมาจากอะไรและววิ ัฒนาการอยา่ งไร”
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมสืบค้นและศึกษาและหาคําตอบจากหนังสือเรียน และสื่อหรือแหล่ง
การเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น หรืออินเทอร์เน็ต โดยครูเน้นย้ํากับนักเรียนว่า ควรคัดเลือกศึกษาแหล่งข้อมูลที่
นา่ เช่อื ถอื
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายข้อมูลท่ีได้ศึกษามาร่วมกันแล้วสรุปการอภิปรายลงในสมุด
ประจําตัว
5. ครูแจกกระดาษฟลิปชาร์ทให้แต่ละกลุ่ม แล้วให้นักเรียนจัดทําฟลิปชาร์ทสรุปความรู้เรื่อง
กาํ เนิดและววิ ฒั นาการกาแลก็ ซี
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันจัดทําฟลิปชาร์ทสรุปความรู้เร่ือง กําเนิดและวิวัฒนาการ
กาแล็กซี ในรูปแบบท่ีน่าสนใจ เมื่อจัดทําเสร็จแล้วนําฟลิปชาร์ทมาติดรอบห้องเรียน แล้วนักเรียนเดิน
ชมผลงานของเพอ่ื นกลุ่มตา่ ง ๆ อย่างอิสระ
7. ครูตรวจความถูกต้องของฟลิปชาร์ทพร้อมสรุปจํานวนสติ๊กเกอร์ของแต่ละกลุ่ม แล้วให้
กลุ่มท่มี จี าํ นวนสติก๊ เกอร์มากท่ีสุด 3 ลําดับแรก ออกมานําเสนอฟลปิ ชาร์ทของกลุ่มตนเอง
8. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับกําเนิดและวิวัฒนาการกาแล็กซี โดยครูและ
นักเรียนจะต้องได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “กาแล็กซีประกอบด้วยดาวฤกษ์จํานวนหลายแสนล้านดวง ซ่ึงอยู่
กันเป็นระบบของดาวฤกษ์ นอกจากน้ียังประกอบด้วยเทห์ฟ้าอ่ืน เช่น เนบิวลาและสสารระหว่างดาว
โดยองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ภายในของกาแล็กซีอย่รู วมกนั ดว้ ยแรงโนม้ ถ่วง”
38
9. ครูชักชวนนักเรียนพูดคุยเก่ียวกับการกําเนิดเอกภพและคําถามเพื่อเป็นการทบทวนความรู้
เดิมของนกั เรยี น โดยถามว่า
- ดาววฤกษ์ในกาแลก็ ซอี ยูร่ วมกันไดเ้ พราะเหตุใด
(แนวตอบ : แรงโนม้ ถ่วง)
- เราอาศยั อย่ใู นกาแล็กซีอะไร
(แนวตอบ : กาแล็กซที างชา้ งเผอื ก)
10. ครูให้นักเรียนกลับเข้าสู่กลุ่มเดิมตามท่ีได้แบ่งไว้ในช่ัวโมงแรก และถามคําถามเพ่ือตั้ง
ประเด็นในการศกึ ษาวา่ “กาแล็กซมี รี ูปรา่ งเหมอื นกันหรอื ไม่อย่างไร”
11. นักเรียนแต่ละกลุม่ ร่วมสบื ค้นและศึกษาและหาคาํ ตอบจากหนังสือเรียน และส่อื หรือ
แหล่งการเรยี นรตู้ ่าง ๆ โดยครเู นน้ ยาํ้ กบั นกั เรียนว่า ควรคัดเลอื กศึกษาแหลง่ ข้อมูลท่ีน่าเชือ่ ถือ
12. ครูแจกกระดาษ A4 ให้แต่ละกลุ่ม แล้วให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปความรู้ของ
กลุม่ ตนเอง
13. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับรูปร่างของกาแล็กซี โดยครูและนักเรียนจะต้อง
ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “กาแล็กซีมีรูปร่างแตกต่างกัน โดยระบบสุริยะอยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือกซึ่งเป็น
กาแล็กซีกังหันแบบมีคาน โครงสร้าง คือ นิวเคลียส จาน และฮาโล ดาวฤกษ์จํานวนมากอยู่ในบริเวร
นิวเคลียสและจาน โดยมีระบบสุริยะอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของกาแล็กซีทางช้างเผือก คือ ดาวฤกษ์
ทีอ่ ยูอ่ ยา่ งหนาแนน่ ในกาแลก็ ซีทางชา้ งเผือก
ขน้ั ที่ 3 ข้นั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
1. ครูใช้คําถามให้นักเรียนอธิบายส่ิงท่ีนักเรียนได้เรียนรู้ โดยให้นักเรียนแข่งขันกันตอบ
คําถาม หากนักเรียนคนใดตอบได้ถูกต้องรวดเร็วที่สุดครูจะให้รางวัล เช่น คะแนนพิเศษ โดยครูอาจใช้
คาํ ถาม ดังน้ี
- กาแลก็ ซีประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
(แนวคําตอบ : กาแล็กซปี ระกอบด้วยดาวฤกษจ์ าํ นวนหลายแสนลา้ นดวง ซ่ึงอยู่กันเปน็ ระบบของ
ดาวฤกษ์ นอกจากน้ียังประกอบด้วยเทห์ฟ้าอื่น เช่น เนบิวลาและสสารระหว่างดาว โดยองค์ประกอบ
ตา่ ง ๆ ภายในของกาแลก็ ซอี ยรู่ วมกนั ดว้ ยแรงโน้มถ่วง)
- กาแล็กซมี กี ่ีประเภทอะไรบา้ ง
(แนวคําตอบ : 4 ประเภท คือ กาแล็กซีทรงรี กาแล็กซีกังหัน กาแล็กซีรูปเลนส์ และกาแล็กซีแบบไร้
รูปรา่ ง)
- ระบบสรุ ยิ ะท่เี ราอาศัยอยู่ อยู่ในกาแลก็ ซีอะไร
(แนวคาํ ตอบ : กาแลก็ ซที างชา้ งเผือก)
- กาแลก็ ซีทางชา้ งเผอื กเปน็ กาแล็กซปี ระเภทใด
(แนวคําตอบ : กาแล็กซีกังหนั แบบมีคาน)
39
ข้ันที่ 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครูใช้เทคนิคเพ่ือนคู่คิดโดยให้จับคู่กับเพื่อนร่วมช้ันเรียนอย่างอิสระ แล้วแจกใบงานที่ 4
เรอื่ ง กาแล็กซีและกาแล็กซที างช้างเผือก ใหน้ กั เรยี นแต่ละคูร่ ว่ มกนั ทํา
2. ครูขออาสาสมัครให้ออกมาเขียนเฉลยใบแต่ละข้อลงบนกระดานหน้าช้ันเรียน แล้วครู
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
3. ครูมอบหมายการบ้านโดยให้นักเรียนจัดทําแผนที่ความคิด เรื่อง กาแล็กซีและกาแล็กซี
ทางชา้ งเผือก และทาํ แบบฝึกหัด เร่ือง กาแลก็ ซีและกาแล็กซที างช้างเผอื ก
ขั้นที่ 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation)
1. ครูประเมินความรู้เกี่ยวกับ เรื่อง ทฤษฎีกําเนิดเอกภพ จากฟลิปชาร์ทสรุปความรู้ การทํา
แบบฝึกหดั และการตอบคาํ ถาม
2. ครูประเมินทักษะและกระบวนการโดยสังเกตสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุ่มจากการ
จดั ทาํ ฟลิปชาร์ทสรปุ ความรู้ และจากการสบื ค้นและศึกษา เรื่อง กาแล็กซแี ละกาแล็กซที างช้างเผือก
3. ครูประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยการสังเกตการใฝ่เรียนรู้และความมุ่งมั่นในการ
ทาํ งานท่ไี ด้รบั มอบหมาย
8. วสั ดอุ ปุ กรณ์ สอ่ื การเรียนการสอน และแหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
ม.6 เล่ม 1
2. ใบงานท่ี 4 เร่อื ง กาแลก็ ซแี ละกาแล็กซีทางชา้ งเผอื ก
3. PowerPoint เรอื่ ง กาแลก็ ซแี ละกาแล็กซที างชา้ งเผอื ก
9. วิธีการวดั และการประเมินผล การวดั ผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
วิธกี ารวัด เครอ่ื งมอื วดั การประเมนิ ผล
- ผ่าน 80%
1. อธิบายองค์ประกอบและ ตรวจ ใบงานและ ใบงานและคาํ ถาม - ผ่าน 80%
รปู ร่างของกาแลก็ ซไี ด้ (K) ถามคาํ ถาม - ผา่ น 80%
2. จดั ทาํ ช้ินงานสรปุ ความรไู้ ด้ ตรวจกิจกรรมและ ใบกิจกรรมและ
แบบทดสอบ
อยา่ งถูกตอ้ งและเปน็ ลําดบั แบบทดสอบ
ขัน้ ตอน (P)
3. ซื่อสตั ย์ สจุ รติ ใฝเ่ รยี นรู้ สงั เกตพฤตกิ รรม สังเกตพฤติกรรม
และมงุ่ มน่ั ในการทาํ งาน (A) และการทํางาน
40
10. บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจดั การเรียนรู้
4. ผลการจดั การเรียนการสอน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
5. ปญั หาและอปุ สรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
6. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแก้ไข
..........................................................................................................................................…………………
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื .................................…….
(นางสาวเบญจมาศ ศรีอาสนา)
ครผู ูส้ อน
…......…/..........…/.............
ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของครูพ่เี ล้ียง
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงช่อื ………………………………… ลงชอ่ื ……………………..……………….
(……………………………………….…………) (นายถาวร ศรบี ุญเรือง)
ครพู ่ีเลยี้ ง
………/………/………. ………/………/……….
41
ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ชอ่ื …………………………………
ลงชอ่ื ……………………..……………………
(นางลรี าภรณ์ ชยั ครี ี)
………/………/………. หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
………/………/……….
ความคิดเห็นของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ี่ได้รบั มอบหมาย
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...............................................
(……………………………………..……….)
ตาํ แหน่ง…………………………………………
….……../…………./………….
42
ใบใบงงาานนทที่ ่ี14
เรอ่ื ง กาแลก็ ซแี ละกาแลก็ ซีทางชา้ งเผอื ก
คาํ ชี้แจง : ตอบคําถามต่อไปนี้
1. พจิ ารณาภาพแล้วระบุประเภทของกาแล็กซี
กาแลก็ ซี NGC1132 กาแล็กซี M101
เป็นกาแล็กซปี ระเภท ................................. ...... เปน็ กาแล็กซีประเภท ................................. ......
กาแลก็ ซี NGC7049 กาแลก็ ซี NGC4449
เปน็ กาแล็กซปี ระเภท ................................. ...... เป็นกาแล็กซีประเภท ................................. ......
2. พิจารณาโครงสรา้ งทก่ี าํ หนดให้ แลว้ เรียงลําดับจากโครงสร้างขนาดเลก็ ไปยงั โครงสร้างขนาดใหญ่
โลก เอกภพ กล่มุ ท้องถ่นิ ระบบสุรยิ ะ กระจุกเวอรโ์ ก
เฮโลกาแล็กซี กระจุกดาวเปดิ จานกาแล็กซี กาแลก็ ซีทางช้างเผือก
................................. ...... ................................. ...... ................................. ...... ..................................
................................. ...... ................................. ...... ................................. ...... .................................
................................. ...... ................................. ...... ................................. ...... .................................
................................. ...... ................................. ...... ................................. ...... .................................
43
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 5
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ าเพ่มิ เตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 14 ดาวฤกษ์ เวลา 11 ชว่ั โมง
เรือ่ ง กําเนดิ ดาวฤกษ์ เวลา 3 ช่วั โมง
ครผู ู้สอน นางสาวเบญจมาศ ศรอี าสนา ปฏิบัติการสอน วันท.่ี .....เดอื น................พ.ศ. .........
1. ผลการเรยี นรูแ้ ละสาระการเรยี นรเู้ พม่ิ เติม
เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์
และระบบสุริยะ ความสัมพันธ์ของดาราศาสตร์กับมนุษย์จากการศึกษาตําแหน่งดาวบนทรงกลมฟ้า
และปฏสิ ัมพันธ์ภายในระบบสรุ ยิ ะ รวมท้ังการประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยอี วกาศในการดํารงชีวติ
ผลการเรยี นรู้
4. อธิบายกระบวนการเกิดดาวฤกษ์ โดยแสดงการเปลี่ยนแปลงความดัน อุณหภูมิ ขนาด
จากดาวฤกษ์ก่อนเกดิ จนเป็นดาวฤกษ์
5. อธิบายกระบวนการสร้างพลังงานของดาวฤกษ์และผลท่ีเกิดข้ึน โดยวิเคราะห์ปฏิกิริยา
ลกู โซ่โปรตอน-โปรตอน และวฏั จักรคารบ์ อนไนโตรเจน ออกซเิ จน
2. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด
ดาวฤกษ์เกิดจากการยุบตัวของกลุ่มสสารในเนบิวลาภายใต้แรงโน้มถ่วง ทําให้บางส่วนของ
เนบิวลามีขนาดเล็กลง ความดันและอุณหภูมิเพิ่มข้ึนเกิดเป็นดาวฤกษ์ก่อนเกิด เมื่ออุณหภูมิที่แก่น
สูงข้ึนจนเกิดปฏิกิริยาเทอร์มอนิวเคลียร์ซ่ึงเป็นแหล่งพลังงานของดาวฤกษ์ โดยดาวฤกษ์ก่อนเกิดจะ
กลายเป็นดาวฤกษ์
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายกระบวนการเกดิ ดาวฤกษแ์ ละแหลง่ กําเนดิ พลงั งานของดาวฤกษ์ได้ (K)
2. สรุปความรไู้ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง เรียบรอ้ ย และเปน็ ลาํ ดับขั้นตอน (P)
3. ซื่อสตั ย์ สจุ รติ ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งม่ันในการทาํ งาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้
ดาวฤกษ์ส่วนใหญ่อยู่รวมกันเป็นระบบดาวฤกษ์ คือ ดาวฤกษ์ท่ีอยู่รวมกันตั้งแต่ 2 ดวงขึ้นไป
ดาวฤกษ์เป็นก้อนแก๊สร้อนขนาดใหญ่ เกิดจากการยุบตัวของกลุ่มสสารในเนบิวลาภายใต้แรงโน้มถ่วง
ทําให้บางส่วนของเนบิวลามีขนาดเล็กลง ความดันและอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเกิดเป็นดาวฤกษ์ก่อนเกิด เมื่อ
อุณหภูมิที่แก่นสูงขึ้นจนเกิดปฏิกิริยาเทอร์มอนิวเคลียร์ ดาวฤกษ์ก่อนเกิดจะกลายเป็นดาวฤกษ์ ดาว
ฤกษ์อยู่ในสภาพสมดุลระหว่างแรงดันกับแรงโน้มถ่วงซ่ึงเรียกว่า สมดุลอุทกสถิต จึงทําให้ดาวฤกษ์มี
ขนาดคงทีเ่ ปน็ เวลานานตลอดชว่ งชีวิตของดาวฤกษ์
44
ปฏิกิริยาเทอร์มอนิวเคลียร์ เป็นปฏิกิริยาหลักของกระบวนการสร้างพลังงานของดาวฤกษ์ ทํา
ให้เกิดการหลอมนิวเคลียสของไฮโดรเจนเป็นนิวเคลียสีฮีเลียมท่ีแก่นของดาวฤกษ์ ซ่ึงมี 2 กระบวนการ
คอื ปฏกิ ริ ิยาลูกโซโ่ ปรตอน-โปรตอน และวัฏจกั รคารบ์ อน ไนโตรเจน ออกซิเจน
5. สมรรถนะสาํ คัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งม่ันในการทาํ งาน
7. การจัดกจิ กรรมกระบวนการเรยี นรู้ ( 3 ชั่วโมง )
ใชว้ ิธีการสอนแบบ 5E
ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement)
1. ครูให้นกั เรยี นทําแบบทดสอบก่อนเรียน เพ่อื วัดความร้เู ดมิ ของนกั เรียนก่อนเข้าสู่บทเรียน
2. ครูถามคําถามเพ่ือกระตุ้นความสนใจและตรวจสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับดาวฤกษ์ของ
นักเรยี น โดยครใู ชค้ ําถาม ดังตอ่ ไปน้ี
- นกั เรยี นเห็นอะไรบนทอ้ งฟา้ ในเวลากลางคืน
(แนวคาํ ตอบ: ดาว)
- ดาวบนทอ้ งฟา้ มีก่แี บบ อะไรบา้ ง
(แนวคาํ ตอบ: 2 แบบ คอื ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์)
- ดาวฤกษม์ ีลกั ษณะอยา่ งไร
(แนวคําตอบ: เม่ือสังเกตไปบนทอ้ งฟ้าจะเห็นว่า กระพรบิ ได้)
- ดาวฤกษ์คือดาวแบบใด
(แนวคาํ ตอบ: ดาวที่มีแสงสว่างในตัวเอง)
ขัน้ ที่ 2 ขัน้ สาํ รวจและค้นหา (Exploration)
1. ครถู ามคาํ ถามกระตุ้นความคิดนกั เรียน โดยถามว่า “ดาวฤกษเ์ กดิ ข้นึ ไดอ้ ย่างไร”
2. นักเรียนอภิปรายร่วมกันหาคําตอบอย่างอิสระ โดยครูไม่เฉลยคําตอบแต่แจ้งให้นักเรียน
ทราบวา่ เม่ือศึกษาจนจบหัวข้อนจี้ ะทราบคําตอบ
3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาเก่ียวกับกระบวนการเกิด
ดาวฤกษ์ จากหนังสอื เรียนหรือสืบค้นจากแหล่งการเรยี นรตู้ า่ ง ๆ เชน่ อนิ เทอรเ์ นต็ หอ้ งสมุด
45
4. ครูแจกกระดาษฟลิปชาร์ทให้แต่ละกลุ่ม กลุ่มละ 1 แผ่น แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
ร่วมกันสรุปความรู้ที่ศึกษาได้โดยเขียนเป็นแผนที่ความคิด (Mind Mapping) เร่ือง กระบวนการ
เกดิ ดาวฤกษ์
5. ครูให้แต่ละกลุ่มนําแผนที่ความคิดของกลุ่มตนเองมาติดรอบห้องเรียน แล้วครูให้
นักเรียนเดินชมผลงานของเพื่อนร่วมช้ันเรียน โดยในระหว่างท่ีนักเรียนเดินชมผลงาน ครูคอย
กระตุ้นให้นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานที่แต่ละกลุ่มได้ทาํ
ข้นั ที่ 3 ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)
1. ครูให้นักเรียนร่วมกันโหวตให้คะแนนแผนผังความคิดท่ีกลุ่มท่ีตนเองช่ืนชอบ กลุ่มไหน
มีคะแนนมากสุดครูให้ออกมานําเสนอแผนที่ความคิดของกลุ่มตนเองหน้าช้ันเรียน
2. ครูนําคําถามกระตุ้นความคิดท่ีเคยถามตอนต้นชั่วโมงมาถามอีกคร้ัง โดยครูให้นักเรียนแต่
กลุ่มออกมาเขียนคําตอบบนกระดานหน้าชั้นเรียน ครูชักชวนให้เรียนร่วมกันอภิปรายคําตอบท่ีกลุ่ม
ตา่ ง ๆ เขยี นจนไดข้ ้อสรุปของคาํ ตอบท่ีถกู ต้องร่วมกนั
- ดาวฤกษเ์ กดิ ขน้ึ ได้อย่างไร
(แนวคาํ ตอบ: ดาวฤกษ์เกิดจากการยุบตวั ของกล่มุ สสารในเนบิวลาภายใตแ้ รงโน้มถ่วง ทาํ ให้บางส่วน
ของเนบวิ ลามขี นาดเล็กลง ความดนั และอุณหภมู ิเพมิ่ ขนึ้ เกิดเปน็ ดาวฤกษก์ ่อนเกดิ เมอ่ื อณุ หภูมิทแ่ี กน่
สงู ขึ้นจนเกดิ ปฏิกริ ิยาเทอร์มอนวิ เคลียร์ ดาวฤกษ์กอ่ นเกิดจะกลายเป็นดาวฤกษ์ โดยดาวฤกษจ์ ะอยูใ่ น
สภาพสมดุลระหวา่ งแรงดนั กบั แรงโน้มถว่ งซงึ่ เรยี กว่า สมดุลอทุ กสถติ )
ข้ันท่ี 4 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครูถามคําถามเพ่ือกระตุ้นความสนใจและตรวจสอบความเข้าใจเก่ียวกับดาวฤกษ์ของ
นักเรียน โดยครูเขียนคําถามลงในกระดาษและขยําเป็นก้อนกลม ๆ คล้ายลูกบอล แล้วโยนให้
นักเรียนในช้ันเรียนแบบสุ่ม นักเรียนที่ได้รับกระดาษคําถามต้องตอบคําถาม หากยังได้คําตอบไม่
ครบถ้วนและถูกต้อง นักเรียนก็โยนกระดาษคําถามให้เพื่อนร่วมช้ันรับและตอบคําถามจนกว่าจะได้
คาํ ตอบท่คี รบถว้ นและถูกตอ้
- ดาวฤกษ์มลี ักษณะอย่างไร
(แนวคาํ ตอบ: มแี สงสวา่ งในตวั เอง)
- ดาวฤกษ์ท่อี ยู่ใกลโ้ ลกสดุ คือดาวดวงใด
(แนวคาํ ตอบ: ดวงอาทิตย์)
- ในระบบสรุ ิยะทเ่ี ราอาศัยอยมู่ ดี าวฤกษ์ทั้งหมดกดี่ วง
(แนวคาํ ตอบ: 1 ดวง)
1. ครใู หแ้ จกใบงานที่ 5 เร่อื ง กาํ เนดิ ดาวฤกษ์ ให้นักเรียนแต่ละกล่มุ รว่ มกนั ทํา
2. ครูขออาสาสมัครให้ออกมาเขียนเฉลยคําถามแต่ละข้อในใบงานที่ 2.1 ลงบนกระดานหน้า
ชั้นเรยี น แลว้ ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง