The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมแผนโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 60100143120, 2022-03-12 20:41:55

รวมแผนโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

รวมแผนโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

146

ใบใบงางานนทที่่ี 119

เรือ่ ง คาบดาราคตแิ ละคาบซินอดิก

คาํ ชี้แจง : ตอบคําถามเก่ียวกบั มมุ หา่ งและคาบการโคจรของดาวเคราะห์

1. ระบุตําแหน่งที่สามารถสังเกตได้ สําหรับดาวเคราะห์วงในและดาวเคราะห์วงนอก จากตําแหน่ง
ต่อไปนี้

ร่วมทิศแนววงใน (inferior conjunction) ร่วมทิศแนววงนอก (superior conjunction)

ต้งั ฉาก (quadrature) ตรงขา้ ม (opposition)

2. ดาวพฤหสั บดมี ีคาบซนิ อดกิ 398.9 วัน ดาวพฤหัสบดมี คี าบยาวเทา่ ใด

147

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 19

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รายวชิ าเพม่ิ เตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 18 ตาํ แหนง่ ปรากฏของดาวเคราะห์ เวลา 13 ช่ัวโมง

เร่อื ง มมุ ห่างและคาบการโคจรของดาวเคราะห์ 2 เวลา 3 ช่ัวโมง

ครูผู้สอน นางสาวเบญจมาศ ศรอี าสนา ปฏิบัตกิ ารสอน วนั ท.่ี .....เดอื น................พ.ศ. .........

8. ผลการเรียนรู้และสาระการเรยี นร้เู พิม่ เตมิ
เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์

และระบบสุริยะ ความสัมพันธ์ของดาราศาสตร์กับมนุษย์จากการศึกษาตําแหน่งดาวบนทรงกลมฟ้า

และปฏิสมั พนั ธภ์ ายในระบบสรุ ยิ ะ รวมทง้ั การประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยอี วกาศในการดาํ รงชีวติ
ผลการเรยี นรู้
อธิบายมุมห่างท่ีสัมพันธ์กับตําแหน่งในวงโคจร และอธิบายเช่ือมโยงกับตําแหน่งปรากฏของ

ดาวเคราะหท์ ่สี ังเกตไดจ้ ากโลก
2. สาระสําคญั /ความคิดรวบยอด

มุมห่าง (elongation) คือ มุมระหว่างเส้นตรงที่เช่ือมโลกกับดวงอาทิตย์ กับเส้นตรงท่ีเชื่อม

โลกกับดาวเคราะห์ โดยที่มีโลกเป็นจุดหมุนหรือมุมระหว่างดาวเคราะห์ถึงดวงอาทิตย์ท่ีสังเกตได้จาก
โลก

คาบ (period) คือ ระยะเวลาท่ีดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ 1 รอบ ซ่ึงการนิยาม 1

รอบ สามารถทําได้ คือ คาบดาราคติ (sidereal period) ระยะเวลาที่ดาวเคราะห์ใช้ในการโคจร
กลับมายังตําแหน่งเดิมในวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ และคาบซินอดิก (synodic period) ระยะเวลาที่

ดาวเคราะหใ์ ช้ในการโคจรกลับมายงั มุมห่างเดมิ ระหว่างดวงอาทติ ยก์ ับโลกอกี ครั้ง
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ าย สืบคน้ และอภปิ รายเกยี่ วกบั มมุ ห่างและคาบการโคจรของดาวเคราะห์ได้ (K)

2. ปฏบิ ตั ิกิจกรรมคาบดาราคตแิ ละคาบซินอดกิ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง (P)

3. ซอื่ สตั ย์ สจุ รติ ใฝ่เรยี นรู้ และมุง่ มั่นในการทาํ งาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้

มุมห่างของดาวเคราะห์ คือ มุมระหว่างเส้นตรงที่เช่ือมระหว่างโลกกับดาวเคราะห์กับเส้นตรง

ที่เช่ือมระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ เม่ือวัดบนเส้นสุริยวิถี โดยดาวเคราะห์อาจอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์
ไปทางทิศตะวันออก หรือทางทิศตะวันตก ซึ่งมีการเรียกช่ือตามตําแหน่งของดาวเคราะห์ในวงโคจร

ขนาดของมุมห่างและทศิ ทางของมุมห่าง

ดาวเคราะห์ท่ีมีมุมห่างต่างกันจะมีตําแหน่งปรากฏบนท้องฟ้าแตกต่างกัน โดยตําแหน่ง
ปรากฏของดาวเคราะห์วงในจะอยู่ใกล้ขอบฟ้าในช่วงเวลาใกล้รุ่งหรือเวลาหัวคํ่า ส่วนตําแหน่งปรากฏ

148

ของดาวเคราะห์วงนอกจะสามารถเห็นได้ในช่วงเวลาอื่น ๆ นอกจากนี้ มุมห่างยังสามารถนํามาอธิบาย
ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ เช่น ดาวเคียงเดือน ดาวเคราะห์ชุมนุม ดาวเคราะห์ ผ่านหน้าดวง
อาทติ ย์
5. สมรรถนะสําคัญของผูเ้ รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมั่นในการทาํ งาน
7. การจัดกิจกรรมกระบวนการเรยี นรู้ ( 3 ชั่วโมง )
ใชว้ ธิ กี ารสอนแบบ 5E
ข้ันท่ี 1 ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูถามคําถามเพ่ือเข้าสู่บทเรียนว่า การเห็นตําแหน่งของดาวเคราะห์วงในและดาวเคราะห์
วงนอกเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร โดยครูให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายและแสดงความคิด
เหน็ อย่างอิสระโดยไม่มกี ารเฉลยว่าถูกหรอื ผิด
ขั้นที่ 2 ขน้ั สาํ รวจและค้นหา (Exploration)
1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ปฏิบัติกิจกรรม คาบดาราคติและคาบซินอ
ดิก จากหนังสือเรียน โดยกําหนดให้สมาชิกแต่ละคนภายในกลุ่มมีบทบาทหน้าที่ของตนเอง
2. นักเรียนทํากิจกรรมโดยครูกําหนดเวลาในการทํากิจกรรม ขณะท่ีนักเรียนทํากิจกรรม ครู
คอยตรวจพฤตกิ รรมของนักเรียนและจดบันทกึ ในแบบบันทึกพฤติกรรม
ข้นั ท่ี 3 ข้ันอธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
1. ครูให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมารายงานผลที่ได้จากการทํากิจกรรมหน้าชั้นเรียน แล้ว
ครูสอบถามนักเรียนกลุ่มอื่นว่าได้ผลของการวัดคาบดาราคติและคาบซินอดิกเหมือนหรือต่างกัน
หรือไม่ อย่างไร ถ้าไม่ตรงกันให้ช่วยกันวิเคราะห์และสรุปว่าผลท่ีถูกต้องเป็นอย่างไร จากน้ันครูเป็นผู้
เฉลยผลทไ่ี ดจ้ ากการทาํ กจิ กรรมที่ถกู ต้อง
2. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับกิจกรรม คาบดาราคติและคาบซินอดิก และครู
อธิบายเพ่ิมเติมว่า ปัจจุบันทราบแล้วว่า การเคล่ือนท่ีถอยหลัง เป็นปรากฏการณ์แพรัลแลกซ์อย่าง
หนึ่ง ซึ่งเกิดข้ึนเพราะโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทําให้ตําแหน่งของดาวเคราะห์ช้ันนอกท่ีมองเห็นเมื่อ
เทียบกับดาวฉากหลังเปลี่ยนไป การปรากฏถอยหลังและเดินหน้าของดาวเคราะห์จึงเกิดข้ึนทุกปี ๆ
ละหนง่ึ รอบ ย่ิงดาวห่างออกไปจากโลกมาก วงของการเคลอ่ื นที่ถอยหลงั ก็จะเล็กลง
เพราะมมุ แพรลั แลกซ์จะแคบ

149

ข้นั ท่ี 4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครูมอบหมายให้นักเรียนฝึกทําแบบฝึกหัด เรื่อง มุมห่างและคาบการโคจรของดาวเคราะห์

และ การเคลื่อนท่ีปรากฏของดาวเคราะห์ จากหนังสือเรียนฯ ลงในสมุดประจําตัว เพื่อนําส่งครูท้าย

ชั่วโมง
ข้นั ที่ 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation)

1. ประเมินความรู้เก่ียวกับเร่ือง มุมห่างและคาบการโคจรของดาวเคราะห์ โดยสังเกต
พฤติกรรมการตอบคาํ ถาม การทาํ แบบฝึกหดั ใบงาน และการสรุปสาระสาํ คญั

2. ประเมินทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จากโดยสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุ่ม
การปฏิบตั ิกิจกรรมคาบดาราคติและคาบซินอดิก และการนําความรู้ทไ่ี ดไ้ ปใชป้ ระโยชน์

3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์โดยสังเกตพฤติกรรมจากการสังเกตพฤติกรรมการ

ปฏบิ ตั ิกิจกรรม การอภิปราย และการทาํ แบบฝกึ หดั
8. วัสดุอปุ กรณ์ สื่อการเรยี นการสอน และแหลง่ การเรียนรู้

1. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ม.6 เลม่ 2
2. PowerPoint เรื่อง คาบดาราคติและคาบซนิ อดิก

9. วิธกี ารวัดและการประเมินผล การวัดผล
จุดประสงค์การเรยี นรู้
วิธีการวดั เคร่อื งมอื วดั การประเมนิ ผล
- ผา่ น 80%
1. อ ธิ บ า ย สื บ ค้ น แ ล ะ ตรวจ ใบงานและ ใบงานและคําถาม
อภิปรายเก่ียวกับมุมห่างและ ถามคาํ ถาม - ผ่าน 80%
คาบการโคจรของดาวเคราะห์ ใบกิจกรรมและ - ผ่าน 80%
ได้ (K) ตรวจกจิ กรรมและ แบบทดสอบ
แบบทดสอบ
2. ปฏิบัติกิจกรรมคาบดารา
คติและคาบซินอดิกได้อย่าง
ถูกต้อง (P)

3. ซ่ือสัตย์ สุจริต ใฝ่เรียนรู้ สงั เกตพฤติกรรม สงั เกตพฤติกรรม
และมงุ่ มั่นในการทาํ งาน (A) และการทาํ งาน

150

10. บนั ทกึ ผลหลังกระบวนการจัดการเรียนรู้

1. ผลการจัดการเรียนการสอน

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2. ปัญหาและอปุ สรรค

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแก้ไข

..........................................................................................................................................…………………
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................…….
(นางสาวเบญจมาศ ศรีอาสนา)

ครผู ู้สอน

…......…/..........…/.............

ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของครพู เ่ี ล้ียง
................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ………………………………… ลงชือ่ ……………………..……………….
(……………………………………….…………) (นายถาวร ศรีบญุ เรอื ง)
ครูพ่ีเลี้ยง
………/………/………. ………/………/……….

151

ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ช่ือ…………………………………

ลงช่อื ……………………..……………………

(นางลรี าภรณ์ ชัยคีรี)

………/………/………. หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์

………/………/……….

ความคดิ เห็นของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ีไ่ ด้รบั มอบหมาย

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ...............................................
(……………………………………..……….)
ตาํ แหน่ง…………………………………………

….……../…………./…………..

152

แผนการจัดการเรยี นรู้ (วจิ ยั การศกึ ษา)

153

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1

กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รายวิชาเพ่ิมเติม โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 15 ระบบสุรยิ ะ เวลา 12 ชวั่ โมง

เรื่อง กาํ เนดิ ระบบสรุ ิยะและการแบง่ เขตบริวารรอบดวงอาทติ ย์ เวลา 3 ชวั่ โมง

ครูผสู้ อน นางสาวเบญจมาศ ศรอี าสนา ปฏบิ ตั ิการสอน วันท.่ี .....เดือน................พ.ศ. .........

1. ผลการเรียนรูแ้ ละสาระการเรียนรเู้ พิ่มเตมิ

เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์
และระบบสุริยะ ความสัมพันธ์ของดาราศาสตร์กับมนุษย์จากการศึกษาตําแหน่งดาวบนทรงกลมฟ้า
และปฏสิ มั พนั ธ์ภายในระบบสุรยิ ะ รวมทง้ั การประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยีอวกาศในการดํารงชวี ิต

ผลการเรียนรู้
10. อธิบายกระบวนการเกิดระบบสุริยะ การแบ่งเขตบริวารของดวงอาทิตย์และลักษณะของ
ดาวเคราะหท์ เ่ี อื้อต่อการดาํ รงชวี ิต
11.
2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด
ระบบสุริยะเกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มฝุ่นและแก๊สท่ีเรียกว่า เนบิวลาสุริยะ โดยฝุ่นและ
แก๊สประมาณร้อยละ 99.8 ของมวล ได้รวมตัวเป็นดวงอาทิตย์ซ่ึงเป็นก้อนแก๊สร้อน หรือพลาสมา
สสารส่วนที่เหลือรวมตัวเป็นดาวเคราะห์และบริวารอ่ืน ๆ ของดวงอาทิตย์ เม่ือแบ่งเขตบริวารของดวง
อาทิตย์ตามลักษณะการเกิดองค์ประกอบจะแบ่งได้ 4 เขต คือ ดาวเคราะห์ช้ันใน ดาวเคราะห์น้อย
ดาวเคราะห์ชน้ั นอก และดงดาวหาง

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายกระบวนการเกิดระบบสุรยิ ะ และการแบ่งเขตบริวารของดวงอาทติ ย์ได้ (K)

2. สรา้ งแบบจาํ ลองของระบบสุรยิ ะได้อยา่ งถูกตอ้ ง (P)

3. ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมน่ั ในการทํางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้
ระบบสุริยะเกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มฝุ่นและแก๊สท่ีเรียกว่า เนบิวลาสุริยะ โดยฝุ่นและ

แก๊สประมาณร้อยละ 99.8 ของมวล ได้รวมตัวเป็นดวงอาทิตย์ซ่ึงเป็นก้อนแก๊สร้อน หรือพลาสมา

สสารส่วนท่ีเหลือรวมตัวเป็นดาวเคราะห์และบริวารอ่ืน ๆ ของดวงอาทิตย์ ดังนั้น จึงแบ่งเขตบริวาร

154

ของดวงอาทิตย์ตามลักษณะการเกิดและองค์ประกอบ ได้แก่ ดาวเคราะห์ชั้นใน ดาวเคราะห์น้อย ดาว
เคราะห์ชัน้ นอก และดงดาวหาง

5. สมรรถนะสําคญั ของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทํางาน

7. การจัดกิจกรรมกระบวนการเรียนรู้ ( 3 ช่ัวโมง ) ใชว้ ิธีการสอนแบบ 7E
ข้ันท่ี 1 ขั้นตรวจสอบความร้เู ดิม (Elicitation Phase)

1. นกั เรยี นตอบคําถามก่อนเรียน เพื่อวัดความรู้เดมิ ของนักเรยี นกอ่ นเขา้ ส่บู ทเรียน
- เพราะเหตใุ ดเราจึงตอ้ งศกึ ษาเกีย่ วกับดวงอาทิตย์

(แนวคําตอบ : เพราะดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ และดวงอาทิตย์ยังเป็นดาวฤกษ์ที่อยู่
ใกล้โลกมากท่ีสุด ข้อมูลท่ีได้จากการศึกษาสามารถนําไปสู่ความเข้าใจดาวฤกษ์อ่ืน ๆ ท่ีอยู่ไกลออกไป
ได้)
ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั เรา้ ความสนใจ (Engagement Phase)

1. ครูชักชวนนักเรียนพูดคุยเกี่ยวกับระบบสุริยะและดาวเคราะห์ในระบบสุริยะเพ่ือเป็นการ
ทบทวนความร้เู ดิม

2. เพ่ือเป็นการกระตุ้นความสนใจนักเรียน ครูเปิดวิดีโอ เรื่อง กําเนิดระบบสุริยะ ให้นักเรียน
ดู
ขน้ั ที่ 3 ข้นั สํารวจและค้นหา (Exploration Phase)

1. ครูแจ้งให้นักเรียนทราบว่าจะได้ศึกษา เร่ือง การกําเนิดระบบสุริยะและการแบ่งเขตบริวาร
ของดวงอาทติ ย์

2. นักเรียนนับจํานวน 1-5 วนไปเร่ือย ๆ จนครบทุกคน เพ่ือแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่ม
ละ 5 คน โดยคนทีน่ บั จํานวนเดียวกันให้อยกู่ ลุ่มเดยี วกัน (เสรมิ ด้วยกลวิธี STAD )

3. ครูถามคาํ ถาม ดังน้ี
- ระบบสุริยะเกดิ ข้นึ ไดอ้ ย่างไร

155

(แนวคําตอบ : ระบบสุริยะเกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มฝุ่นและแก๊สท่ีเรียกว่า เนบิวลาสุริยะ โดยฝุ่น
และแก๊สประมาณร้อยละ 99.8 ของมวล ได้รวมตัวกันเป็นดวงอาทิตย์ซ่ึงเป็นก้อนรแก๊สร้อนหรือ
พลาสมา โดยสสารส่วนทเ่ี หลือจะรวมตัวเป็นดาวเคราะห์และบรวิ ารอ่นื ๆ ของดวงอาทติ ย์)

4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมสืบค้นและศึกษา เรื่อง การกําเนิดระบบสุริยะและการแบ่งเขต
บริวารของดวงอาทิตย์ จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น หนังสือเรียน อินเทอร์เน็ต โดยครูเน้นยํ้ากับ
นกั เรยี นวา่ ควรคัดเลือกศึกษาแหลง่ ขอ้ มลู ท่นี า่ เชอ่ื ถอื
ข้นั ท่ี 4 ขนั้ อธิบาย (Explanation Phase)

1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้ศึกษาลงในกระดาษฟลิปชาร์ตกลุ่มละ 1 แผ่น
โดยจัดทําให้อยู่ในรูปแบบที่น่าสนใจ เช่น แผนที่ความคิด อินโฟกราฟิก แล้วนําช้ินงานของกลุ่มตนเอง
ตดิ ทฝ่ี าผนงั รอบหอ้ งเรียน

2. ครูคัดเลือกชิ้นงานท่ีถูกต้องสมบูรณ์ และน่าสนใจ 2-3 ชิ้นงาน แล้วให้กลุ่มเจ้าของชิ้นงาน
ออกมานาํ เสนอชนิ้ งาน พร้อมกบั อธิบายแนวคิดในการจัดทาํ ชิ้นงาน

3. นักเรียนแต่ละกลุ่มกลับเข้าสู่กลุ่มเดิมตามที่แบ่งไว้ตอนต้นชั่วโมง แล้วแจ้งให้นักเรียนทราบ
วา่ จะไดท้ ํากิจกรรมแบบจาํ ลองระบบสรุ ิยะ พรอ้ มแจ้งจุดประสงคก์ ารทํากจิ กรรม

4. ครูใช้กลวิธี STAD มาจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยกําหนดให้สมาชิกแต่ละคนภายในกลุ่มมี
บทบาทหน้าทีข่ องตนเอง ดงั น้ี

- ทาํ หนา้ ท่ีเตรยี มวัสดอุ ุปกรณ์
- ทาํ หนา้ ทอ่ี ่านวิธกี ารทาํ กิจกรรม และนาํ มาอธบิ ายใหส้ มาชิกภายในกลมุ่ ฟงั
- ทาํ หนา้ ทบ่ี นั ทึกผลการทํากจิ กรรม
5. แต่ละกลุ่มทํากิจกรรมตามข้ันตอนในหนังสือเรียน โดยครูแจ้งให้นักเรียนทราบว่า ใน
ชว่ั โมงถดั ไปจะให้แต่ละกลุ่มนําแบบจําลองระบบสรุ ยิ ะของกล่มุ ตนเองออกมานําเสนอ
6. ครูแจกใบงานที่ 1 เรื่อง การกําเนิดระบบสุริยะและการแบ่งเขตบริวารของดวงอาทิตย์ ให้
นักเรียนทําเปน็ การบ้านเป็นรายบุคคล ส่งครูในชวั่ โมงถดั ไป
ข้นั ท่ี 5 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration Phase)
1. ครูจดั ลําดับการนําเสนอแบบจาํ ลองระบบสรุ ิยะโดยการจับสลาก
2. แต่ละกลุ่มนําเสนอแบบจําลองระบบสุริยะตามลําดับที่ได้จากการจับสลาก เมื่อทุกกลุ่ม
นําเสนอเสร็จแลว้ ครูใหข้ อ้ เสนอแนะเก่ยี วกับแบบจาํ ลองระบบสรุ ิยะของแต่ละกลุ่ม
3. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทํากิจกรรม โดยครูและนักเรียนจะต้องให้ข้อสรุป
ร่วมกันว่า ระบบสุริยะประกอบด้วยดวงอาทิตย์ และดาวเคราะห์ 8 ดวง ซึ่งดาวเคราะห์นั้นหมุนรอบ
ตัวเองและโคจรรอบดวงอาทิตย์ โดยดาวเคราะห์แต่ละดวงจะมีขนาดและระยะทางจากดวงอาทิตย์
แตกต่างกัน

156

4. ครูถามคําถามเพื่อให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์และอภิปราย โดยแต่ละกลุ่มแข่งขันกันหา
คําตอบ ถ้ากลุ่มใดตอบคําถามได้ถูกต้องและรวดเร็วท่ีสุด ครูกล่าวชมเชยหรือให้คะแนนเก็บเพ่ิม โดย
ใช้คาํ ถามดังน้ี

- ถา้ มวลท่ีศนู ย์กลางของเนบิวลาเกิดเปน็ ดวงอาทติ ย์ มวลท่อี ยรู่ อบนอกจะเกิดเป็นอะไร
(แนวคาํ ตอบ : มวลทอี่ ยู่รอบนอกจะรวมตัวเป็นดาวเคราะหแ์ ละบริวารอื่น ๆ )

- ถ้ามวลทั้งหมดของเนบิวลายุบรวมกันเป็นดวงอาทิตย์ จะเกิดเป็นระบบสุริยะเหมือนท่ีเป็นอยู่
ในปัจจบุ ันหรือไม่ อย่างไร
(แนวคําตอบ : ไม่เหมือนเดิม ถ้ามวลท้ังหมดของเนบิวลายุบรวมกันเป็นดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์ก็จะ
กลายเป็นดาวฤกษ์ที่มีบริวาร แต่ความสว่างจะไม่เพิ่มข้ึน เพราะมวลของดวงอาทิตย์จะเพ่ิมข้ึนน้อย
มาก)

- การแบ่งเขตบริวารของดวงอาทิตย์ตามลักษณะการเกิดสามารถแบ่งออกได้เป็นกี่แบบ
อะไรบ้าง
(แนวคาํ ตอบ : 4 แบบ คือ ดาวเคราะห์ช้นั ใน ดาวเคราะห์ชัน้ นอก ดาวเคราะห์นอ้ ย และดงดาวหาง)

5. แต่ละกลุ่มร่วมกันทําแบบฝึกหัด เรื่อง กําเนิดระบบสุริยะและการแบ่งเขตบริวารของดวง
อาทิตย์ จากแบบฝึกหัด รายวิชาเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
ม.6 เล่ม 1

6. ครแู จกใบงานที่ 2 เร่ือง ระบบสรุ ิยะในอนาคต ให้แต่ละกลุ่ม
7. นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามข้ันตอนในใบงานที่ 2 ร่วมกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการ
เปลี่ยนแปลงระบบสุริยะในอนาคต แล้ววาดระบบสุริยะในอนาคตตามความคิดของกลุ่มตนเอง แล้ว
รวบรวมส่งครู
8. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคําตอบ หากมีจุดใดท่ียังไม่เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัยให้ครู
อธิบาย เพ่มิ เติม
ขน้ั ท่ี 6 ข้นั ประเมินผล (Evaluation Phase)
1. ครูประเมินความรู้เก่ียวกับเร่ือง กําเนิดระบบสุริยะและการแบ่งเขตบริวารของดวงอาทิตย์
จากการทําชิน้ งานสรุปความรู้ การตอบคําถาม การทาํ แบบฝกึ หัด และการทําใบงาน
2. ครูประเมินทักษะและกระบวนการ โดยประเมินการทํากิจกรรม แบบจําลองระบบสุริยะ
สังเกตพฤติกรรมจากการทํางานรายบุคคล สังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุ่มจากการทําชิ้นงานสรุป
ความรู้ เร่ือง การกาํ เนดิ ระบบสรุ ิยะ
ข้ันท่ี 7 ขัน้ นําความรู้ไปใช้ (Extension Phase)
1. ครูกระตุ้นให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่าสามารถนําความรู้เกี่ยวกับระบบสุริยะมา
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวันได้อย่างไร หรือ นักเรียนคิดว่าในอนาคตระบบสุริยะจะมีการ
เปลย่ี นแปลงเป็นอยา่ งไร”

157

8. วัสดอุ ปุ กรณ์ ส่อื การเรยี นการสอน และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ม.6 เลม่ 1
2. ใบงานที่ 1 เร่อื ง การกําเนดิ ระบบสรุ ยิ ะและการแบง่ เขตบรวิ ารของดวงอาทิตย์
3. ใบงานท่ี 2 เรื่อง ระบบสรุ ยิ ะในอนาคต
4. วัสดอุ ุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการทํากิจกรรมแบบจําลองระบบสุริยะ
5. PowerPoint เรอื่ ง กําเนิดระบบสุรยิ ะและการแบง่ เขตบรวิ ารรอบดวงอาทติ ย์
6. วดิ ีโอ เรอื่ ง กําเนดิ ระบบสรุ ิยะ

9. วธิ ีการวดั และการประเมินผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ การวัดผล

1. อธบิ ายกระบวนการเกิด วธิ กี ารวัด เคร่อื งมือวัด การประเมนิ ผล
ระบบสรุ ิยะ และการแบ่งเขต - ผ่าน 80%
บริวารของดวงอาทิตย์ได้ (K) ตรวจ ใบงานและ ใบงานและคําถาม
2. สร้างแบบจําลองของระบบ - ผ่าน 80%
สุริยะไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง (P) ถามคําถาม - ผ่าน 80%
3. ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการ
ทํางาน (A) ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ

สงั เกตพฤตกิ รรม สังเกตพฤติกรรม
และการทํางาน

158

10. บันทึกผลหลงั กระบวนการจดั การเรียนรู้

1. ผลการจดั การเรยี นการสอน

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2. ปญั หาและอปุ สรรค

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแก้ไข

..........................................................................................................................................…………………
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................…….
(นางสาวเบญจมาศ ศรีอาสนา)

ครผู สู้ อน

…......…/..........…/.............

ความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะของครพู ่ีเลีย้ ง

.......................................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ………………………………… ลงชอ่ื ……………………..……………….
(……………………………………….…………) (นายถาวร ศรบี ุญเรือง)
ครพู เ่ี ล้ียง
………/………/………. ………/………/……….

159

ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ชือ่ …………………………………

ลงชื่อ……………………..……………………

(นางลรี าภรณ์ ชยั ครี ี)

………/………/………. หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

………/………/……….

ความคิดเห็นของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ไี ด้รบั มอบหมาย

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ...............................................
(……………………………………..……….)
ตําแหน่ง…………………………………………

….……../…………./………….

160

ใบใบงงาานนทที่ ี่11

เร่อื ง การกําเนิดระบบสุริยะและการแบ่งเขตบรวิ ารของดวงอาทติ ย์

คาํ ชแ้ี จง : ตอบคําถามต่อไปนี้
1. ระบบสุรยิ ะมตี ้นกําเนิดมาจากส่งิ ใด
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ดวงอาทติ ยเ์ กดิ ขึน้ ไดอ้ ยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ดาวเคราะห์ในระบบสรุ ยิ ะเกดิ ข้นึ ไดอ้ ยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. เพราะเหตใุ ดดาวเคราะหช์ ้นั ในจึงเปน็ ดาวเคราะห์หินและดาวเคราะหช์ นั้ นอกเป็นดาวเคราะห์แกส๊
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. เขตบริวารของดวงอาทิตย์แบง่ เปน็ ก่เี ขต อะไรบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. เขตดาวเคราะห์ชั้นนอกประกอบดว้ ยดาวเคราะห์ใดบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. เขตดาวเคราะห์นอ้ ยประกอบดว้ ยสิง่ ใดบ้าง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. เขตดงดาวหางประกอบดว้ ยส่ิงใดบ้าง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

161

9. ดาวเคราะห์ท่เี อือ้ ต่อการดํารงชีวิตควรมีสมบัตอิ ยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
10. นกั วทิ ยาศาสตรค์ าดวา่ ดาวนอกระบบสุรยิ ะใดท่อี าจมีสิง่ มีชวี ติ อยู่
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

162

ใบงานท่ี 2

เรอื่ ง ระบบสุริยะในอนาคต

คาํ ช้แี จง : ให้นักเรยี นปฏิบตั ิกจิ กรรมตามข้นั ตอนท่ีให้ แล้วบนั ทึกผลทีไ่ ด้จากการสบื ค้น
ขน้ั ตอนการปฏิบตั กิ ิจกรรม

5. สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับการเปลี่ยนแปลงของระบบสุริยะในอนาคต รวมถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่

เก่ยี วขอ้ ง

6. วิเคราะหข์ อ้ มูล แล้ววาดระบบสรุ ิยะในอนาคตตามความคิดของตนเอง

163

เฉลยใบงานที่ 1

เรอ่ื ง การกาํ เนดิ ระบบสรุ ยิ ะและการแบ่งเขตบรวิ ารของดวงอาทิตย์

คําชีแ้ จง : ตอบคําถามต่อไปนี้
1. ระบบสรุ ิยะมีต้นกาํ เนิดมาจากสิ่งใด
เนบิวลาสรุ ิยะ ซึง่ ประกอบไปดว้ ยฝุ่น แกส๊ โลหะ เศษหนิ และสสารต่าง ๆ

2. ดวงอาทติ ย์เกิดขนึ้ ไดอ้ ย่างไร
ดาวฤกษก์ ่อนเกิดในเนบวิ ลาสุริยะเกดิ การยบุ ตวั ลงไปจนมคี วามดันและมอี ุณหภูมิสูงจะเกิดปฏิกิรยิ า
นิวเคลียร์ ฟิวชัน เกิดเป็นดวงอาทิตย์

3. ดาวเคราะห์ในระบบสรุ ิยะเกดิ ขึน้ ได้อย่างไร
แผน่ จานหมนุ บรเิ วณโดยรอบดวงอาทิตย์เริม่ บางลง เน่ืองจากโลหะ เศษหิน แกส๊ และสสารต่าง ๆ เกิด
การรวมตวั กนั ดว้ ยแรงโนม้ ถว่ งและคอ่ ย ๆ พอกพูนจนกลายเปน็ วัตถทุ ม่ี ขี นาดใหญข่ นึ้ ตอ่ มาวตั ถุเหลา่ นี้
ไดก้ ลายเปน็ ดาวเคราะห์

4. เพราะเหตุใดดาวเคราะหช์ น้ั ในจงึ เป็นดาวเคราะหห์ ินและดาวเคราะห์ช้ันนอกเปน็ ดาวเคราะหแ์ ก๊ส
ดาวเคราะหช์ ้ันในอย่ใู กล้ดวงอาทิตย์จะถูกลมสรุ ยิ ะจากดวงอาทิตย์พดั พาแกส๊ ออกไปจากผิว สว่ นดาว
เคราะหช์ นั้ นอกได้รับอทิ ธิพลจากลมสรุ ยิ ะนอ้ ย ท าให้บรเิ วณผวิ มแี ก๊สปรมิ าณมากปกคลุม

5. เขตบริวารของดวงอาทิตยแ์ บ่งเป็นก่ีเขต อะไรบ้าง
4 เขต ดังน้ี เขตดาวเคราะหช์ ั้นใน เขตดาวเคราะหช์ ้ันนอก เขตดาวเคราะห์นอ้ ย และเขตดงดาวหาง

6. เขตดาวเคราะห์ช้ันนอกประกอบด้วยดาวเคราะหใ์ ดบ้าง
ดาวพฤหสั ดาวเสาร์ ดาวยูเรนสั และดาวเนปจูน

7. เขตดาวเคราะห์น้อยประกอบดว้ ยส่ิงใดบา้ ง
ประกอบด้วยดาวเคราะห์นอ้ ยซึง่ เปน็ ก้อนหินแขง็ ทีม่ ีรปู ร่างไมแ่ นน่ อน มีขนาดเล็กกวา่ ดาวเคราะห์ แต่
ใหญ่กวา่ สะเกด็ ดาวและไม่ใชด่ าวหาง

8. เขตดงดาวหางประกอบด้วยสิง่ ใดบา้ ง
ประกอบดว้ ยดาวหางซึง่ เปน็ วตั ถทุ ปี่ ระกอบด้วยหนิ น้ าแข็ง และก๊าซแขง็

164

9. ดาวเคราะหท์ ่ีเอ้ือต่อการดํารงชวี ติ ควรมีสมบตั ิอย่างไร
มีนํา้ บนดาวเคราะหแ์ ละมีสถานะเปน็ ของเหลว และมีระยะห่างทีเ่ หมาะสมจากดาวฤกษ

10. นกั วทิ ยาศาสตร์คาดว่าดาวนอกระบบสุรยิ ะใดทอี่ าจมสี ิง่ มีชีวติ อยู่
ดาวฤกษ์ TRAPPIST-1 ท่อี ย่หู ่างจากโลก 40 ปแี สงมดี าวเคราะห์ขนาดพอๆกับโลก 7 ดวงโคจรอยู่ ซงึ่
ดาว เคราะห์สามดวงโคจรในระยะหา่ งพอเหมาะท่ีนํา้ สามารถดํารงสถานะเปน็ ของเหลวทผ่ี ิวดาวได

165

เฉลยใบงานที่ 2

เรือ่ ง ระบบสุรยิ ะในอนาคต

คําชแี้ จง : ให้นกั เรยี นปฏิบตั กิ ิจกรรมตามขน้ั ตอนท่ใี ห้ แล้วบันทึกผลทีไ่ ดจ้ ากการสบื ค้น
ข้ันตอนการปฏิบัตกิ ิจกรรม

7. สืบค้นข้อมูลเก่ียวกับการเปลี่ยนแปลงของระบบสุริยะในอนาคต รวมถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่
เกีย่ วขอ้ ง

8. วเิ คราะห์ข้อมลู แลว้ วาดระบบสรุ ยิ ะในอนาคตตามความคดิ ของตนเอง

(ขึ้นอย่กู ับดลุ ยพนิ ิจผสู้ อน โดยพิจารณาจากความสมเหตุสมผลและความนา่ เชอ่ื ถือของแหล่งขอ้ มูล)

166

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 2

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รายวิชาเพม่ิ เติม โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 15 ระบบสรุ ยิ ะ เวลา 12 ช่วั โมง

เรอ่ื ง การโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทิตย์ เวลา 3 ชั่วโมง

ครผู สู้ อน นางสาวเบญจมาศ ศรีอาสนา ปฏบิ ตั กิ ารสอน วนั ท.่ี .....เดอื น................พ.ศ. .........

1. ผลการเรยี นร้แู ละสาระการเรียนรเู้ พิ่มเตมิ
เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์

และระบบสุริยะ ความสัมพันธ์ของดาราศาสตร์กับมนุษย์จากการศึกษาตําแหน่งดาวบนทรงกลมฟ้า

และปฏิสมั พันธภ์ ายในระบบสรุ ิยะ รวมทั้งการประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยีอวกาศในการดํารงชวี ติ
ผลการเรียนรู้
11. อธิบายการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ด้วยกฎเคพเลอร์ และกฎความโน้มถ่วง

ของนวิ ตัน พรอ้ มคํานวณคาบการโคจรของดาวเคราะห์

2. สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด
บริวารของดวงอาทิตย์อยู่รวมกันเป็นระบบซ่ึงเป็นไปตามกฎแรงโน้มถ่วงของนิวตัน ส่วนการ

โคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์เป็นไปตามกฎเคพเลอร์ ส่วนแรงโน้มถ่วงระหว่างดวงอาทิตย์กับ

ดาวเคราะห์เปน็ ไปตามกฎแรงโนม้ ถ่วงของนวิ ตนั

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายการโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทิตย์ด้วยกฎของเคพเลอร์และแรงโน้มถว่ ง

ระหว่างดวงอาทิตยก์ บั ดาวเคราะหไ์ ด้ (K)

2. ปฏิบตั กิ จิ กรรมวงโคจรของดาวเคราะห์ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง (P)

3. ใฝ่เรียนรู้ ม่งุ มัน่ ในการทํางาน (A)

4. สาระการเรยี นรู้
บริวารของดวงอาทิตย์อยู่รวมกันเป็นระบบภายใต้แรงโน้มถ่วงระหว่างดาวเคราะห์กับดวง

อาทิตย์ ตามกฎแรงโน้มถ่วงของนิวตัน ส่วนการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์เป็นไปตามกฎ
เคพเลอร์

5. สมรรถนะสาํ คญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการสอื่ สาร

167

2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต

6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ ม่นั ในการทํางาน

7. การจัดกจิ กรรมกระบวนการเรียนรู้ ( 3 ชั่วโมง )
ใชว้ ิธกี ารสอนแบบ 7E

ขน้ั ท่ี 1 ขนั้ ตรวจสอบความรู้เดมิ (Elicitation Phase)
1. ครชู กั ชวนนกั เรยี นพดู คุยเกีย่ วกบั ดาวเคราะหใ์ นระบบสุริยะเพอ่ื เปน็ การทบทวนความรูเ้ ดิม

ขนั้ ที่ 2 ขนั้ เร้าความสนใจ (Engagement Phase)
1. ครูกระตุน้ ความสนใจนักเรยี น โดยให้นักเรียนดวู ดิ ีโอ เรอ่ื ง วงโคจรคอื อะไร
2. ครูถามคําถามกระตนุ้ ความคดิ โดยครอู าจใชค้ ําถามดังน้ี
- วงโคจรดาวเคราะหม์ ีลกั ษณะอยา่ งไร
(แนวคาํ ตอบ : เปน็ วงรี )
- แบบจําลองของระบบสุริยะแบบใดทไ่ี ดร้ บั การยอมรับในปัจจุบนั
(แนวคาํ ตอบ : แบบเคพเลอร์ )

ขัน้ ท่ี 3 ขน้ั สาํ รวจและคน้ หา (Exploration Phase)
1. ครูให้ความรู้ เร่ือง กฎการเคล่ือนท่ีของดาวเคราะห์ของเคพเลอร์ แก่นักเรียน โดยอธิบาย

ว่า จากแบบจําลองระบบสุริยะแบบเคพเลอร์ เคพเลอร์ได้สรุปการเคล่ือนที่ของดาวเคราะห์เป็นกฎได้
3 ข้อ โดยขอ้ ท่ี 1 คอื วงโคจรของดาวเคราะห์เปน็ วงรี โดยมีดวงอาทติ ยเ์ ป็นจดุ โฟกสั จุดหน่ึง

2. ครูให้นักเรียบจับกลุ่มอย่างอิสระ กลุ่มละ 4 คน แล้วแจ้งให้นักเรียนทราบว่า จะได้ทํา
กิจกรรมวงโคจรของดาวเคราะห์ พร้อมแจง้ จุดประสงค์การทํากจิ กรรม

3. แต่ละกลุ่มทํากิจกรรมตามข้ันตอนในหนังสือเรียน โดยครูแจ้งให้นักเรียนทราบว่า เมื่อทํา
กิจกรรมเสรจ็ แล้วให้แตล่ ะกลุ่มออกมานาํ เสนอผลการทาํ กิจกรรมของกลุ่มตนเอง

4. ครูสุ่มบางกลุ่มให้ออกมานําเสนอผลการทํากิจกรรมหน้าชั้นเรียน โดยในระหว่างท่ีนักเรียน
นาํ เสนอ ครูคอยให้ข้อเสนอแนะและข้อมลู เพิม่ เตมิ เพอื่ ให้นักเรยี นมคี วามเขา้ ใจท่ถี ูกต้อง
ขั้นท่ี 4 ขั้นอธบิ าย (Explanation Phase)

1. ครูให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษากฎการเคล่ือนที่ของดาวเคราะห์ของเคพเลอร์ข้อที่ 2 และข้อ
ท่ี 3

168

2. แต่ละกลุ่มสรุปกฎการเคล่ือนท่ีของดาวเคราะห์ของเคพเลอร์ท้ัง 3 ข้อ ลงในกระดาษ A4
1 แผน่ โดยจัดทําให้อยูใ่ นรปู แบบสอื่ สารให้เขา้ ใจง่ายและน่าสนใจ

3. ครูแจกใบงานที่ 3 กฎการเคลื่อนท่ีของดาวเคราะห์ของเคพเลอร์ ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันทํา
โดยมคี รคู อยสงั เกตการณ์และใหค้ ําแนะนาํ

4. ครูถามคําถามเพื่อนําเข้าสู่เนื้อหา เร่ือง แรงโน้มถ่วงระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์
โดยถามว่า

- เพราะเหตใุ ดดาวเคราะหถ์ งึ โคจรรอบดวงอาทติ ย์
(แนวคาํ ตอบ : เพราะมแี รงโน้มถ่วงระหวา่ งดวงอาทติ ยก์ บั ดาวเคราะห์กระทาํ ต่อกนั )
ขน้ั ท่ี 5 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration Phase)

1. ครแู ละนักเรียนอภิปรายร่วมกันเกยี่ วกับเนื้อหาซ่งึ ควรไดข้ ้อสรปุ ดังน้ี
- นิวตันได้ศึกษาจนสรุปเป็นกฎแรงโน้มถ่วงของนิวตัน ซึ่งกล่าวไว้ว่า แรงโน้มถ่วงไม่

เพียงแต่จะดึงดูดระหว่างโลกกับดวงจันทร์เท่านั้น แต่แรงโน้มถ่วงเป็นแรงดึงดูดที่เกิดข้ึนกับวัตถุสอง
วัตถุใด ๆ ท่ีเป็นมวล และขนาดของแรงโน้มถ่วงจะเพ่ิมข้ึนตามมวลท่ีเพิ่มข้ึน แต่จะแปรผันกับ
ระยะหา่ งของมวลยกกาํ ลังสอง

- อัตราเร็วโคจรของวัตถุใด ๆ น้ัน จะขึ้นอยู่กับมวลและระยะห่าง และสําหรับดาวเคราะห์ท่ี
โคจรรอบดวงอาทิตย์น้ัน ดาวเคราะห์ที่ไกลออกไปจะมีความเร็วโคจรท่ีช้ากว่า ซึ่งสอดคล้องกับกฎข้อ
ทีส่ ามของเคพเลอร์

2. ครูแจกใบงานที่ 4 แรงโน้มถ่วงระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ ให้นักเรียนแต่ละคู่
ร่วมกันทํา

3. ครูขออาสาสมัครให้ออกมาเขียนเฉลยโจทย์ในใบงานบนกระดานหน้าชั้นเรียน แล้วครู
ตรวจสอบความถูกต้อง
ขัน้ ท่ี 6 ขน้ั ประเมินผล (Evaluation Phase)

1. ครูประเมินความรู้เกี่ยวกับ เร่ือง กฎการเคล่ือนท่ีของดาวเคราะห์ของเคพเลอร์ และแรง
โน้มถ่วงระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ จากการทําใบงานและชิ้นงานสรุปความรู้ การตอบคําถาม
การทาํ แบบฝกึ หดั และการทาํ ใบงาน

2. ครูประเมินทักษะและกระบวนการโดยประเมินการทํากิจกรรมวงโคจรของดาวเคราะห์
สังเกตพฤติกรรมจากการทํางานรายบุคคล สังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุ่มจากการทําช้ินงานสรุป
ความรู้ เร่ือง กฎการเคลอ่ื นที่ของดาวเคราะหข์ องเคพเลอร์
ข้ันท่ี 7 ขัน้ นาํ ความรู้ไปใช้ (Extension Phase)

1. ครูกระตุ้นให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่าสามารถนําความรู้เกี่ยวกับการโคจรของดาว
เคราะห์รอบดวงอาทิตย์ด้วยกฎของเคพเลอร์ หรือ แรงโน้มถ่วงระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์มา
ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตประจําวนั ได้อย่างไร

169

8. วสั ดอุ ปุ กรณ์ ส่อื การเรียนการสอน และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ม.6 เลม่ 1
2. ใบงานท่ี 3 เรอ่ื ง กฎการเคลื่อนทข่ี องดาวเคราะหข์ องเคพเลอร์
3. ใบงานท่ี 4 เรื่อง แรงโนม้ ถว่ งระหว่างดวงอาทติ ยก์ บั ดาวเคราะห์
4. วัสดอุ ปุ กรณ์ทใ่ี ชใ้ นการทาํ กิจกรรมวงโคจรของดาวเคราะห์
5. PowerPoint เร่ือง การโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์
6. วดิ ีโอ เรื่อง วงโคจรคอื อะไร

9. วิธีการวัดและการประเมนิ ผล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ การวดั ผล

1. อธิบายการโคจรของดาว วิธีการวดั เครือ่ งมอื วดั การประเมนิ ผล
เคราะห์รอบดวงอาทติ ยด์ ว้ ย - ผา่ น 80%
กฎของเคพเลอร์และแรงโนม้ ตรวจ ใบงานและ ใบงานและคําถาม
ถว่ งระหวา่ งดวงอาทติ ย์กับ - ผ่าน 80%
ดาวเคราะห์ได้ (K) ถามคําถาม - ผ่าน 80%
2. ปฏบิ ัติกจิ กรรมวงโคจรของ
ดาวเคราะห์ได้อย่างถกู ต้อง ตรวจกจิ กรรมและ ใบกจิ กรรมและ
(P) แบบทดสอบ แบบทดสอบ
3. ใฝเ่ รียนรู้ มุง่ มั่นในการ
ทาํ งาน (A) สังเกตพฤติกรรม สงั เกตพฤติกรรม
และการทาํ งาน

170

10. บนั ทึกผลหลังกระบวนการจัดการเรียนรู้

1. ผลการจดั การเรยี นการสอน

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2. ปัญหาและอปุ สรรค

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข

..........................................................................................................................................………………….
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงช่อื .................................…….
(นางสาวเบญจมาศ ศรอี าสนา)

ครูผสู้ อน

…......…/..........…/.............

ความคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของครพู ่ีเลยี้ ง
..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

ลงช่อื ………………………………… ลงชือ่ ……………………..……………….
(……………………………………….…………) (นายถาวร ศรบี ญุ เรอื ง)
ครูพเ่ี ล้ียง
………/………/………. ………/………/……….

171

ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ชือ่ …………………………………

ลงชื่อ……………………..……………………

(นางลรี าภรณ์ ชยั ครี ี)

………/………/………. หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

………/………/……….

ความคิดเห็นของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ไี ด้รบั มอบหมาย

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ...............................................
(……………………………………..……….)
ตําแหน่ง…………………………………………

….……../…………./………….

172

ใบงานท่ี 3

เรื่อง กฎการเคลื่อนทขี่ องดาวเคราะหข์ องเคพเลอร์

คําชี้แจง : แสดงวธิ ีหาคําตอบของโจทย์ต่อไปนี้

1. ดาวหางดวงหนงึ่ โคจรรอบดวงอาทติ ย์ โดยมคี าบการโคจร 76 ปี จงหาระยะครง่ึ แกนหลกั ของดาว
หางนี้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ดาวเคราะหน์ อ้ ยดวงหนง่ึ กวาดพืน้ ท่ไี ป 1 ของวงโคจรภายในระยะเวลา 5 เดือน คาบการโคจรของ
5
ดาวเคราะห์นอ้ ยดวงนีม้ ีคา่ เทา่ ใด

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ดาวอังคารมีระยะครึ่งแกนหลกั 1.5 AU หรอื คดิ เป็น 1.5 เท่าของโลก จงหาคาบการโคจรของดาว

องั คาร

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ใบงานท่ี 4 173

เร่ือง แรงโน้มถ่วงระหวา่ งดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์

คาํ ชีแ้ จง : แสดงวธิ ีหาคาํ ตอบของโจทยต์ อ่ ไปน้ี
1. จงหาแรงโนม้ ถว่ งทีก่ ระทําระหวา่ งโลกกบั วัตถุหนง่ึ ทม่ี ีมวล 50 กโิ ลกรัม ซง่ึ อยหู่ า่ งจากจุดศนู ยก์ ลาง
ของโลก 6.38 × 106 เมตร กาํ หนดให้ โลกมีมวล 5.98 × 1024 กิโลกรมั
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ดวงจนั ทรข์ องโลกมรี ศั มวี งโคจร 364,000 กโิ ลเมตร ถา้ โลกมีมวล 6 × 1024 กโิ ลกรัม ดวงจนั ทร์
จะตอ้ งโคจรด้วยอัตราเรว็ เทา่ ใด จงึ สามารถโคจรเป็นวงกลมรอบโลกได้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………..……………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………..……………………………………………………………………………………………………

3. ดาวอังคารมีมวล 5.4 × 1023 กโิ ลกรมั และมีรศั มี 3,400 กิโลเมตร ความเร็วหลุดพน้ จากดาว

อังคารมคี า่ เทา่ ใด

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………..……………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

174

เฉลยใบงานที่ 3

เรือ่ ง กฎการเคลอื่ นทขี่ องดาวเคราะหข์ องเคพเลอร์

คําชแี้ จง : แสดงวิธีหาคําตอบของโจทยต์ อ่ ไปนี้

1. ดาวหางดวงหน่งึ โคจรรอบดวงอาทิตย์ โดยมีคาบการโคจร 76 ปี จงหาระยะครึง่ แกนหลกั ของดาว
หางน้ี

2. ดาวเคราะห์น้อยดวงหนง่ึ กวาดพน้ื ท่ไี ป 1 ของวงโคจรภายในระยะเวลา 5 เดอื น คาบการโคจรของ
5
ดาวเคราะห์น้อยดวงนมี้ คี า่ เท่าใด

3. ดาวอังคารมีระยะครงึ่ แกนหลัก 1.5 AU หรอื คิดเป็น 1.5 เท่าของโลก จงหาคาบการโคจรของดาว
อังคาร

เร่ือง

175

เฉลยใบงานท่ี 4

แรงโนม้ ถว่ งระหวา่ งดวงอาทติ ยก์ บั ดาวเคราะห์

คาํ ชีแ้ จง : แสดงวิธีหาคําตอบของโจทยต์ อ่ ไปน้ี
1. จงหาแรงโนม้ ถ่วงทก่ี ระทําระหวา่ งโลกกับวตั ถหุ นง่ึ ทมี่ มี วล 50 กโิ ลกรัม ซง่ึ อย่หู า่ งจากจุดศนู ยก์ ลาง

ของโลก 6.38 × 106 เมตร กําหนดให้ โลกมมี วล 5.98 × 1024 กิโลกรมั

2. ดวงจันทร์ของโลกมีรัศมีวงโคจร 364,000 กโิ ลเมตร ถา้ โลกมีมวล 6 × 1024 กิโลกรมั ดวงจันทร์
จะต้องโคจรด้วยอตั ราเร็วเท่าใด จึงสามารถโคจรเป็นวงกลมรอบโลกได้

3. ดาวองั คารมีมวล 5.4 × 1023 กิโลกรมั และมรี ัศมี 3,400 กโิ ลเมตร ความเรว็ หลุดพน้ จากดาว
อังคารมคี ่าเทา่ ใด

176

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

รายวชิ าเพิ่มเตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6

หน่วยการเรียนรู้ที่ 15 ระบบสรุ ยิ ะ เวลา 12 ช่วั โมง

เรือ่ ง โครงสรา้ งและชั้นบรรยากาศของดวงอาทติ ย์ เวลา 3 ชั่วโมง

ครผู สู้ อน นางสาวเบญจมาศ ศรอี าสนา ปฏิบตั ิการสอน วนั ท.่ี .....เดอื น................พ.ศ. .........

1. ผลการเรียนรแู้ ละสาระการเรียนรู้เพิม่ เติม
เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์

และระบบสุริยะ ความสัมพันธ์ของดาราศาสตร์กับมนุษย์จากการศึกษาตําแหน่งดาวบนทรงกลมฟ้า

และปฏสิ มั พันธภ์ ายในระบบสรุ ยิ ะ รวมท้ังการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศในการดาํ รงชวี ติ
ผลการเรยี นรู้
12. อธิบายโครงสร้างของดวงอาทิตย์ การเกิดลมสุริยะ พายุสุริยะ และวิเคราะห์ นําเสนอ

ปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์ท่ีเก่ียวข้องกับผลของลมสุริยะและพายุสุริยะท่ีมีต่อโลก รวมท้ังประเทศ
ไทย
2. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด

โครงสร้างภายในดวงอาทิตย์แบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ แก่น เขตการแผ่รังสีความร้อน เขตการ
พาความร้อน และโฟโตสเฟียร์ ส่วนชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มดวงอาทิตย์ซ่ึงเป็นบริเวณกว้างและแผ่ขยาย

ออกไปจากดวงอาทิตย์และไม่มีขอบเขตชัดเจน จะแบ่งย่อยออกเป็น 5 ชั้น คือ ช้ันอุณหภูมิตํ่าสุด ชั้น

โครโมสเฟียร์ เขตเปล่ยี นผา่ น คอโรนา และเฮลโิ อสเฟียร์
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธบิ ายโครงสรา้ งภายในดวงอาทติ ยแ์ ละชนั้ บรรยากาศที่หอ่ หุ้มดวงอาทิตย์ได้ (K)
2. จดั ทําแผนทีค่ วามคดิ ได้อยา่ งถูกตอ้ ง (P)

3. ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทาํ งาน (A)
4. สาระการเรียนรู้

ดวงอาทิตย์มีโครงสร้างภายในแบ่งเป็นแก่น เขตการแผ่รังสี และเขตการพาความร้อน และมี
ช้ันบรรยากาศอยู่เหนือเขตพาความร้อน ซ่ึงแบ่งเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นโฟโตสเฟียร์ ชั้นโครโมสเฟียร์ และ

คอโรนา ในช้ันบรรยากาศของดวงอาทิตย์มีปรากฏการณ์สําคัญ เช่น จุดมืดดวงอาทิตย์ การลุกจ้า ที่

ทาํ ใหเ้ กิดลมสรุ ยิ ะและพายุสรุ ยิ ะ ซ่งึ สง่ ผลต่อโลก
5. สมรรถนะสาํ คญั ของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร

2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

177

6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. ม่งุ มั่นในการทํางาน

7. การจดั กจิ กรรมกระบวนการเรยี นรู้ ( 3 ชวั่ โมง )
ใช้วธิ กี ารสอนแบบ 7E

ข้ันท่ี 1 ขน้ั ตรวจสอบความรู้เดมิ (Elicitation Phase)
1. นักเรยี นทําแบบทดสอบกอ่ นเรยี น จํานวน 20 ข้อ

ขัน้ ท่ี 2 ขน้ั เรา้ ความสนใจ (Engagement Phase)
1. ครูกระต้นุ ความสนใจนกั เรียน โดยใหน้ ักเรยี นดวู ดิ ีโอ เร่อื ง ดวงอาทติ ย์
2. ครูถามคําถามกระตุ้นความคิดนักเรียนโดยใช้คําถาม ว่า “นักเรียนคิดว่าโครงสร้างของดวง

อาทติ ยม์ ีลักษณะอยา่ งไร” โดยครใู หน้ กั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายหาคําตอบ
(แนวคําตอบ : แบ่งออกเปน็ ชนั้ โดยแต่ละช้นั มีอณุ หภูมิและความดันแตกตา่ งกนั )
ขน้ั ที่ 3 ขนั้ สาํ รวจและค้นหา (Exploration Phase)

1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ร่วมกันศึกษา เรื่อง โครงสร้างภายในดวงอาทิตย์ จาก
หนงั สอื เรยี น หรอื จากแหลง่ การเรยี นรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เนต็

2. ครูแจกกระดาษฟลิปชาร์ทให้แต่ละกลุ่ม กลุ่มละ 1 แผ่น แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม
ร่วมกันสรุปความรู้ที่ศึกษาได้โดยเขียนเป็นแผนท่ีความคิด (Mind Mapping) เรื่อง โครงสร้าง
ภายในดวงอาทิตย์

3. นักเรียนแต่ละกลุ่มนําแผนท่ีความคิดของกลุ่มตนเองมาติดรอบห้องเรียน แล้วเดินชม
ผลงานของเพ่ือนร่วมชั้นเรียน โดยในระหว่างที่นักเรียนเดินชมผลงาน ครูคอยกระตุ้นให้นักเรียน
แลกเปล่ียนความคิดเห็นเก่ียวกับผลงานท่ีแต่ละกลุ่มได้ทํา

4. ครูให้นักเรียนร่วมกันโหวตให้คะแนนแผนท่ีความคิดท่ีกลุ่มที่ตนเองชื่นชอบ กลุ่มไหน
มีคะแนนมากสุดครูให้ออกมานําเสนอแผนท่ีความคิดของกลุ่มตนเองหน้าชั้นเรียน
ขน้ั ท่ี 4 ขัน้ อธบิ าย (Explanation Phase)

1. ครูแจกใบงานท่ี 5 เร่ือง โครงสร้างภายในดวงอาทิตย์ แล้วให้แต่ละกลุ่มร่วมกันทํา และสุ่ม
นักเรียนบางกลุ่มให้ออกมาเฉลยใบงานหน้าชั้นเรียน แล้วกระตุ้นให้นักเรียนร่วมกันตรวจสอบความ
ถกู ต้อง โดยครจู ะเปน็ ผเู้ ฉลยคําตอบทีถ่ ูกต้องในตอนสุดท้าย

ขนั้ ท่ี 5 ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration Phase)
1. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาท่ีได้ศึกษา เรื่อง โครงสร้างภายในดวงอาทิตย์ ว่า

มีส่วนไหนท่ียังไม่เข้าใจ แล้วให้ความรู้เพ่ิมเติมในส่วนน้ัน โดยท่ีครูอาจจะใช้ PowerPoint เร่ือง
โครงสรา้ งภายในดวงอาทิตย์ มาช่วยในการอธิบาย

178

2. นักเรียนทําแบบฝึกหัด เร่ือง โครงสร้างภายในดวงอาทิตย์ จากหนังสือเรียนฯ ลงในสมุด
ประจําตัว

3. ครูมอบหมายการบ้านให้นักเรียนโดยให้นักเรียนออกแบบและจัดทําอินโฟกราฟิก เรื่อง
โครงสรา้ งภายในดวงอาทติ ย์ สง่ ครใู นชว่ั โมงถัดไป
ขั้นที่ 6 ข้ันประเมินผล (Evaluation Phase)

1. ครูประเมินความรู้เกี่ยวกับ เร่ือง โครงสร้างภายในดวงอาทิตย์ จากการทําใบงาน แผนที่
ความคดิ อินโฟกราฟิก การตอบคําถาม การทําแบบฝกึ หัด และการทําใบงาน

2. ครูประเมินทักษะและกระบวนการ สังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุ่มจากการทําแผนท่ี
ความคิด เรอ่ื ง โครงสรา้ งภายในดวงอาทติ ย์

3. ครูประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยการสังเกตความใฝ่รู้และความมุ่งม่ันในการ
ทาํ งานที่ไดร้ บั มอบหมาย
ข้นั ท่ี 7 ขั้นนาํ ความรู้ไปใช้ (Extension Phase)

1. ครูกระตุ้นให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่าสามารถนําความรู้เก่ียวกับระบบสุริยะมา
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวันได้อย่างไร หรือ นักเรียนคิดว่าในอนาคต โครงสร้างและชั้นบรรยากาศ
ของดวงอาทิตยจ์ ะมกี ารเปลยี่ นแปลงเปน็ อยา่ งไร”

8. วสั ดอุ ปุ กรณ์ สอื่ การเรยี นการสอน และแหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ม.6 เลม่ 1
2. ใบงานที่ 5 เรื่องโครงสรา้ งภายในดวงอาทิตย์
3. วัสดุอุปกรณท์ ใี่ ชใ้ นการทํากจิ กรรมแบบจําลองระบบสุรยิ ะ
4. PowerPoint เร่อื ง กาํ เนดิ ระบบสุริยะและการแบง่ เขตบริวารรอบดวงอาทติ ย์

179

9. วธิ กี ารวัดและการประเมนิ ผล

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ การวัดผล

1. อธบิ ายโครงสร้างภายใน วิธกี ารวดั เครือ่ งมอื วดั การประเมนิ ผล
ดวงอาทติ ยแ์ ละชน้ั บรรยากาศ - ผ่าน 80%
ที่ห่อหมุ้ ดวงอาทิตยไ์ ด้ (K) ตรวจ ใบงานและ ใบงานและคาํ ถาม
2. จดั ทําแผนท่คี วามคดิ ได้ - ผ่าน 80%
อยา่ งถกู ตอ้ ง (P) ถามคาํ ถาม - ผา่ น 80%
3. ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมั่นในการ
ทํางาน (A) ตรวจกจิ กรรมและ ใบกิจกรรมและ
แบบทดสอบ แบบทดสอบ

สงั เกตพฤตกิ รรม สงั เกตพฤตกิ รรม
และการทํางาน

180

10. บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจดั การเรียนรู้

1. ผลการจดั การเรยี นการสอน

..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

2. ปญั หาและอปุ สรรค

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข

..........................................................................................................................................…………………
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................…….
(นางสาวเบญจมาศ ศรอี าสนา)

ครผู ้สู อน

…......…/..........…/.............

ความคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะของครูพีเ่ ลย้ี ง
..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................................................

..........................................................................................................................................……………………………

ลงชอื่ ………………………………… ลงช่ือ……………………..……………….
(……………………………………….…………) (นายถาวร ศรีบุญเรือง)
ครพู เี่ ลีย้ ง
………/………/………. ………/………/……….

181

ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ชือ่ …………………………………

ลงชื่อ……………………..……………………

(นางลรี าภรณ์ ชยั ครี ี)

………/………/………. หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

………/………/……….

ความคิดเห็นของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ไี ด้รบั มอบหมาย

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ...............................................
(……………………………………..……….)
ตําแหน่ง…………………………………………

….……../…………./………….

182

ใบงานท่ี 5

เร่ือง โครงสร้างภายในดวงอาทติ ย์

คาํ ชี้แจง : นาํ ขอ้ ความที่กาํ หนดไปเติมหนา้ ประโยคท่มี คี วามสอดคล้องกัน

แก่น เขตการแผ่รังสคี วามรอ้ น เขตการพาความร้อน โฟโตสเฟยี ร์

1. บรเิ วณท่ีแรงโนม้ ถว่ งมหาศาลคอยบบี อดั อะตอมของ

ไฮโดรเจนเข้าหากัน ซง่ึ เปรยี บเสมือนกบั เตาปฏกิ รณ์

นิวเคลยี รท์ ี่คอยหลอมรวมไฮโดรเจนเข้าดว้ ยกันกลายเปน็

ฮเี ลยี ม

2. บรเิ วณนไ้ี ฮโดรเจนจะรวมตัวกันเปน็ ฮเี ลยี ม มวลทหี่ ายไปจะ

ถกู เปลีย่ นไปเป็นพลงั งาน ซง่ึ จะสร้างอณุ หภูมแิ ละแรงดนั ท่ี

คอยตา้ นแรงโนม้ ถ่วงอันมหาศาลไว้

3. เป็นบริเวณท่ีแผ่รังสีที่มีความแตกต่างของอุณหภูมิเกินกว่าท่ี

จะเกิดการพาความรอ้ นข้นึ ได้

4. ในบริเวณน้ีความร้อนที่เกิดขึ้นจากแกนกลางจะถูกส่งสู่

ภายนอกโดยการแผ่รังสี

5. การเคล่ือนที่ของพลาสมาท่ีได้รับความร้อนทําให้พ้ืนผิวของ

ดวงอาทิตยม์ ีสภาพเปน็ เกลด็ อย่ตู ลอดท่ัวทัง้ พ้นื ผวิ

6. พสาสมาที่ได้รับความรอ้ นจากภายในดวงอาทิตย์จะมคี วาม

ร้อนเพยี งพอท่จี ะลอยตวั ขน้ึ มายังผิวดา้ นบน พร้อมกบั นํา

ความร้อนมายงั พ้ืนผวิ ภายนอก กอ่ นทีจ่ ะเย็นตวั ลงและจงลง

ไปยงั เบื้องล่างอกี ครง้ั หนง่ึ

7. พนื้ ผวิ ชั้นบนสุดของดวงอาทิตย์ มลี ักษณะทบึ แสง

8. เปน็ สว่ นหลกั ของตน้ กาํ เนดิ แสงอาทิตยท์ เ่ี ราสังเกตได้

183

เฉลยใบงานที่ 5

เรอื่ ง โครงสร้างภายในดวงอาทติ ย์

คําชแ้ี จง : นําขอ้ ความท่ีกาํ หนดไปเติมหนา้ ประโยคทม่ี คี วามสอดคลอ้ งกนั

แกน่ เขตการพาความร้อน เขตการแผร่ งั สีความร้อน โฟโตสเฟียร์

แกน่ 1. บรเิ วณท่ีแรงโน้มถว่ งมหาศาลคอยบบี อดั อะตอมของ

แก่น ไฮโดรเจนเข้าหากัน ซึ่งเปรียบเสมอื นกับเตาปฏิกรณ์
เขตการแผร่ งั สคี วามรอ้ น
เขตการแผร่ ังสคี วามร้อน นิวเคลียร์ที่คอยหลอมรวมไฮโดรเจนเข้าดว้ ยกนั กลายเปน็

เขตการพาความรอ้ น ฮีเลยี ม
เขตการพาความรอ้ น
2. บรเิ วณนี้ไฮโดรเจนจะรวมตวั กนั เป็นฮเี ลียม มวลทห่ี ายไปจะ
โฟโตสเฟยี ร์
โฟโตสเฟียร์ ถูกเปล่ียนไปเปน็ พลงั งาน ซึ่งจะสรา้ งอณุ หภูมิและแรงดันท่ี

คอยตา้ นแรงโนม้ ถว่ งอันมหาศาลไว้

3. เป็นบริเวณท่ีแผ่รังสีท่ีมีความแตกต่างของอุณหภูมิเกินกว่าที่

จะเกดิ การพาความร้อนขึ้นได้

4. ในบริเวณน้ีความร้อนท่ีเกิดขึ้นจากแกนกลางจะถูกส่งสู่

ภายนอกโดยการแผร่ ังสี

5. การเคล่ือนที่ของพลาสมาท่ีได้รับความร้อนทําให้พ้ืนผิวของ

ดวงอาทติ ยม์ สี ภาพเปน็ เกลด็ อยูต่ ลอดทั่วทัง้ พ้ืนผิว

6. พสาสมาทไ่ี ดร้ บั ความร้อนจากภายในดวงอาทิตย์จะมคี วาม

รอ้ นเพียงพอทจี่ ะลอยตัวขึน้ มายงั ผิวดา้ นบน พร้อมกับนํา

ความร้อนมายงั พ้ืนผวิ ภายนอก ก่อนท่ีจะเย็นตวั ลงและจงลง

ไปยงั เบื้องล่างอกี ครั้งหนง่ึ

7. พื้นผิวช้ันบนสุดของดวงอาทติ ย์ มีลกั ษณะทึบแสง

8. เป็นสว่ นหลกั ของตน้ กําเนดิ แสงอาทิตยท์ ี่เราสังเกตได้

184

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวิชาเพิม่ เตมิ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 15 ระบบสุรยิ ะ เวลา 12 ช่ัวโมง

เรือ่ ง ปรากฏการณ์บนดวงอาทติ ย์ เวลา 3 ช่ัวโมง

ครูผูส้ อน นางสาวเบญจมาศ ศรอี าสนา ปฏบิ ตั ิการสอน วันท.ี่ .....เดือน................พ.ศ. .........

1. ผลการเรียนร้แู ละสาระการเรียนรู้เพ่ิมเติม
เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์

และระบบสุริยะ ความสัมพันธ์ของดาราศาสตร์กับมนุษย์จากการศึกษาตําแหน่งดาวบนทรงกลมฟ้า

และปฏิสมั พนั ธภ์ ายในระบบสรุ ิยะ รวมทง้ั การประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยอี วกาศในการดํารงชวี ิต
ผลการเรียนรู้
12. อธิบายโครงสร้างของดวงอาทิตย์ การเกิดลมสุริยะ พายุสุริยะ และวิเคราะห์ นําเสนอ

ปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์ท่ีเกี่ยวข้องกับผลของลมสุริยะและพายุสุริยะที่มีต่อโลก รวมท้ังประเทศ
ไทย
2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด

ลมสุริยะเกิดจากการขยายตัวของโคโรนาของดวงอาทิตย์ที่มีพลังงานความร้อนท่ีสูงข้ึน เม่ือ
ขยายตัวจนอนุภาคหลุดพ้นจากแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์และหนีออกจากดวงอาทิตย์ไปทุกทิศทาง จน

ครอบคลุมระบบสุริยะ ส่วนพายุสุริยะเกิดจากการปลดปล่อยพลังงานอย่างรุนแรงจากดวงอาทิตย์ โดย

ที่กระแสของอนุภาคพลังงานสูงที่มีทั้งอิเล็กตรอนและโปรตอน พัดมาจากดวงอาทิตย์ด้วยปริมาณและ
ความเรว็ สงู กว่าระดบั ปกติ
3. จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายการเกดิ ลมสุริยะ พายุสุริยะ และผลของลมสุริยะและพายสุ รุ ยิ ะทมี่ ีต่อโลกได้ (K)

2. จดั ทําแผนทีค่ วามคดิ ได้อย่างถูกต้อง(P)

3. ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการทาํ งาน (A)
4. สาระการเรยี นรู้

ลมสุริยะเกิดจากการแพร่กระจายของอนุภาคจากช้ันคอโรนาออกสู่อวกาศตลอดเวลา

อนุภาคท่ีหลุดออกสู่อวกาศเป็นอนุภาคที่มีประจุ ลมสุริยะส่งผลทําให้เกิดหางของดาวหางท่ีเรืองแสง

และชี้ไปทางทิศตรงกนั ขา้ มกับดวงอาทติ ย์ และเกดิ ปรากฏการณแ์ สงเหนอื แสงใต้
พายุสุริยะเกิดจากการปลดปล่อยอนุภาคมีประจุพลังงานสูงจํานวนมหาศาล มักเกิดบ่อยครั้ง

ในช่วงทีม่ ีการลกุ จ้าและในช่วงท่ีมีจุดมืดดวงอาทิตย์จาํ นวนมาก และในบางคร้งั มีการพ่นกอ้ นมวล

185

คอโรนา พายุสุริยะอาจส่งผลต่อสนามแม่เหล็กโลก จึงอาจรบกวนระบบการส่งกระแสไฟฟ้าและการ
สื่อสาร รวมทั้งอาจส่งผลต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ของดาวเทียม นอกจากน้ันมักทําให้เกิดปรากฏการณ์
แสงเหนอื แสงใต้ท่สี ังเกตได้ชัดเจน
5. สมรรถนะสําคญั ของผเู้ รยี น

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทาํ งาน
7. การจดั กจิ กรรมกระบวนการเรยี นรู้ ( 3 ชัว่ โมง )
ใชว้ ิธีการสอนแบบ 7E
ขนั้ ท่ี 1 ข้นั ตรวจสอบความรเู้ ดิม (Elicitation Phase)
1. ครถู ามคําถามนักเรยี นและทบทวนความร้เู ดมิ จากคาบทแ่ี ล้ว
ขน้ั ที่ 2 ข้ันเร้าความสนใจ (Engagement Phase)
1. ครกู ระต้นุ ความสนใจนกั เรยี น โดยให้นกั เรียนดูวดิ ีโอเรอื่ ง แสงเหนอื และเปลว
2. ครูถามคําถามกระตุ้นความคิดนักเรียนโดยถามว่า “ลมสุริยะและพายุสุริยะเกิดขึ้นได้
อย่างไร และนักเรียนคิดว่าส่งผลกระทบต่อโลกของเราหรือไม่ อย่างไร” โดยครูให้นักเรียนอภิปราย
ร่วมกนั อยา่ งอสิ ระโดยทไ่ี มเ่ ฉลยว่าถูกหรอื ผิด แต่แจ้งนักเรยี นว่าจะทราบคาํ ตอบเมื่อเรียนจบช่ัวโมง
ขน้ั ที่ 3 ขัน้ สาํ รวจและค้นหา (Exploration Phase)
1. นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4-5 คน ร่วมกันศึกษา เรื่อง ลมสุริยะและพายุสุริยะ จากหนังสือ
เรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ม.6 หรือจากแหล่ง
การเรียนรตู้ า่ ง ๆ เชน่ อินเทอร์เน็ต
2. ครูแจกกระดาษฟลิปชาร์ทให้แต่ละกลุ่ม กลุ่มละ 1 แผ่น แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกัน
สรปุ ความรทู้ ศ่ี ึกษาได้โดยเขียนเปน็ แผนทค่ี วามคดิ (Mind Mapping) เรอื่ ง ลมสรุ ยิ ะและพายสุ ุริยะ
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มนําแผนท่ีความคิดของกลุ่มตนเองมาติดรอบห้องเรียน แล้วครูให้
นักเรียนเดินชมผลงานของเพื่อนร่วมช้ันเรียน โดยในระหว่างท่ีนักเรียนเดินชมผลงาน ครูคอยกระตุ้น
ใหน้ กั เรียนแลกเปลย่ี นความคิดเหน็ เก่ยี วกับผลงานทีแ่ ต่ละกลมุ่ ไดท้ าํ
ขัน้ ที่ 4 ขน้ั อธบิ าย (Explanation Phase)
1. ส่มุ นกั เรียนบางกลมุ่ ให้ออกมานําเสนอแผนที่ความคิดของกลุม่ ตนเองหนา้ ช้นั เรยี น
เมื่อนกั เรียนนําเสนอเสรจ็ แล้ว ครใู ห้ขอ้ มูลเสริมเพ่มิ เติมกับนกั เรียน

186

2. นักเรียนทําแบบฝึกหัด เรื่อง ปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์ จากแบบฝึกหัดรายวิชาเพ่ิมเติม
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ม.6 ลงในสมุดประจาํ ตัวเป็นรายบุคคล
ขนั้ ท่ี 5 ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration Phase)

1. ครถู ามคาํ ถามกระตุ้นความคดิ โดยถามวา่ “พายสุ ุริยะสง่ ผลกระทบต่อโลกหรอื ไม่
อยา่ งไร”
(แนวคําตอบ : พายสุ รุ ิยะสง่ ผลตอ่ สนามแม่เหลก็ โลก จงึ อาจรบกวนระบบการสง่ กระแสไฟฟา้ และการ
สอ่ื สาร รวมทั้งอาจสง่ ผลตอ่ วงจรอิเล็กทรอนิกส์ ของดาวเทยี ม นอกจากนนั้ ยงั ทําใหเ้ กดิ ปรากฏการณ์
แสงเหนือ แสงใต้ที่สงั เกตได้ชัดเจน)

2. ครมู อบหมายการบา้ นให้นกั เรียนสืบค้นขอ้ มูลเกย่ี วกบั ผลกระทบจากปรากฏการณ์บน
ดวงอาทิตย์ทมี่ ีต่อโลก แล้วเขียนสรุปขอ้ มลู ทีส่ ืบคน้ ได้ ลงในสมุดประจําตัวเป็นรายบคุ คล หลังจากนน้ั
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้ เรื่อง ลมสรุ ยิ ะและพายุสรุ ยิ ะ
ข้ันท่ี 6 ขั้นประเมินผล (Evaluation Phase)

1. ครูประเมินความรู้เก่ียวกับ เรื่อง ปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์ จากการทําแผนที่ความคิด
การตอบคําถาม การทําแบบฝึกหัด

2. ครูประเมินทักษะและกระบวนการ โดยประเมินการนําเสนอผลงานและสังเกตพฤติกรรม
การทํางานกลมุ่ จากการทําแผนที่ความคดิ เรื่อง ปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์

3. ครูประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยการสังเกตความใฝ่รู้และความมุ่งม่ันในการ
ทํางานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
ข้นั ที่ 7 ขั้นนาํ ความรูไ้ ปใช้ (Extension Phase)

1. ครูกระตุ้นให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่าสามารถนําความรู้เก่ียวกับปรากฏการณ์บนดวง
อาทิตย์มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจําวันได้อย่างไร หรือ นักเรียนคิดว่าในอนาคตปรากฏการณ์บนดวง
อาทิตยจ์ ะมีการเปลี่ยนแปลงเปน็ อย่างไร”

8. วัสดอุ ุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอน และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาเพ่ิมเติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ

ม.6 เลม่ 1
2. PowerPoint เรื่อง ปรากฏการณ์บนดวงอาทติ ย์

187

9. วิธีการวัดและการประเมินผล

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ การวัดผล

1. อธิบายการเกิดลมสุริยะ วิธีการวัด เครอื่ งมอื วัด การประเมินผล
พายุสุริยะ และผลของลม - ผ่าน 80%
สุริยะและพายุสุริยะที่มีต่อ ตรวจ ใบงานและ ใบงานและคาํ ถาม
โลกได้ (K) - ผ่าน 80%
2. จัดทําแผนท่ีความคิดได้ ถามคาํ ถาม - ผา่ น 80%
อย่างถกู ตอ้ ง (P)
ตรวจกิจกรรมและ ใบกจิ กรรมและ
แบบทดสอบ แบบทดสอบ

3. ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมั่นในการ สงั เกตพฤตกิ รรม สังเกตพฤติกรรม
ทํางาน (A) และการทํางาน

188

10. บนั ทึกผลหลงั กระบวนการจัดการเรียนรู้

1. ผลการจัดการเรียนการสอน

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2. ปญั หาและอปุ สรรค

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

3. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแก้ไข

..........................................................................................................................................…………………
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.................................…….
(นางสาวเบญจมาศ ศรีอาสนา)

ครูผ้สู อน

…......…/..........…/.............

ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของครพู เี่ ลี้ยง
................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

ลงช่ือ………………………………… ลงช่ือ……………………..……………….
(……………………………………….…………) (นายถาวร ศรีบญุ เรอื ง)
ครูพี่เลี้ยง
………/………/………. ………/………/……….

189

ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ชือ่ …………………………………

ลงชื่อ……………………..……………………

(นางลรี าภรณ์ ชยั ครี ี)

………/………/………. หัวหน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

………/………/……….

ความคิดเห็นของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาหรอื ผ้ทู ่ไี ด้รบั มอบหมาย

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชื่อ...............................................
(……………………………………..……….)
ตําแหน่ง…………………………………………

….……../…………./………….


Click to View FlipBook Version