The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Academic Administration, 2019-12-11 11:10:42

pae2562

pae2562

ห น้ า | 148

โครงสร้างรายวชิ ากลมุ่ สาระสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ภาคเรียนท่ี 1

ระดับช้ัน รหสั วิชา ชื่อวชิ า หน่วยกติ
ม.4 ส31101 ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม 1
ม.4 ส30201 พระพุทธศาสนา 1 1
ม.5 ส32101 ภมู ศิ าสตร์ 1
ม.5 ส30202 พระพทุ ธศาสนา 2 1
ม.5 ส30281 ภูมศิ าสตรเ์ พ่อื การท่องเท่ียว (สายศิลป์) 1
ม.5 ส30221 กฎหมายน่ารู้ (สายศลิ ป์-วิทย-์ ภาษา) 1
ม.6 ส33101 ประวัติศาสตรแ์ ละเหตุการณ์ปจั จุบัน 1 1
ม.6 ส30203 พระพุทธศาสนา 3 1
ม.6 ส30221 กฎหมายนา่ รู้ (ภาษา-คณติ (วิทย์)) 1
ม.6 ส30233 หนา้ ทพ่ี ลเมือง 3 0.5

ภาคเรยี นที่ 2 หน่วยกติ
1
ระดับช้นั รหัสวชิ า ช่ือวชิ า 1
ม.4 ส31102 หนา้ ทีพ่ ลเมอื งและวัฒนธรรมการดาเนินชีวิต 0.5
ม.4 ส31103 ประวัติศาสตรไ์ ทยด้านการเมืองการปกครอง 1
ม.4 ส30231 หนา้ ท่ีพลเมือง 1 1
ม.5 ส32102 เศรษฐศาสตร์ 0.5
ม.5 ส32103 ประวัติศาสตร์ไทยด้านเศรษฐกิจ 1
ม.5 ส30232 หนา้ ท่พี ลเมอื ง 2 1
ม.5 ส30221 กฎหมายนา่ รู้ (สายวทิ ย์-คณิต) 1
ม.6 ส33102 ประวตั ิศาสตรแ์ ละเหตกุ ารณป์ จั จบุ นั 2 1
ม.6 ส30282 อาเซยี นศกึ ษา 0.5
ม.6 ส30281 ภมู ศิ าสตร์เพอื่ การท่องเท่ียว ภาษา-คณิต(วิทย์)
ม.6 ส30234 หน้าท่ีพลเมือง 4

โครงการอบรมเตรียมความพร้อมสคู่ วามเปน็ เลศิ ทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 149

ประมวลรายวชิ า (Course Syllabus) ม.4
วชิ า ส 31101 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม

9. รหัสวิชา (Course Number) ส 31101

10. จานวนหน่วยกติ (Course Credit) 1 หน่วยกิต

11. ช่ือวิชา (Course Title) ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม

12. คณะ/ภาควิชา (Faculty / Department) ---

13. ภาคการศึกษา (ตน้ /ปลาย/ฤดูรอ้ น) Semester (First / Second / Summer) ต้น

14. ปกี ารศึกษา (Academic Year) 2562

15. ชอ่ื ผ้สู อน (รายวิชาที่มีผสู้ อนหลายคน ระบชุ ื่ออาจารย์ผู้รว่ มสอนทกุ คน) (Instructor / Academic
Staff)

1) ครวู ีระชัย บัวผัน
2) ครสู มุ นา เสง่ียมศักด์ิ
3) ครูโสภติ เปรียญกจิ ไพศาล
4) ครพู ิมพ์พริ ส์ ุ สพุ ิพชิ ญ์
5) ครสู ราวุธ ศรเี กตุ
6) ครูพัชรพล นติ ิวฒั นะ
7) ครูปิยะนุช เนรมติ รพาณิชย์
8) ครชู วลิต แวงวรรณ

16. เง่อื นไขรายวชิ า (Condition) -
16.1 วชิ าท่ตี ้องเรยี นมากอ่ น (Prerequisite) --
16.2 วิชาบังคับร่วม (Corequisite) -- วิชาบงั คับ
16.3 วชิ าควบ (Concurrent) - สงั คมศกึ ษา มธั ยมศึกษาตอนปลาย
มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
17. สถานภาพของวิชา (Status) 2 คาบ/สัปดาห์

18. ชื่อหลักสูตร (Curriculum)

19. วชิ าระดบั (Degree)

20. จานวนชว่ั โมงท่ีสอน/สัปดาห์ (Hours / Week)

โครงการอบรมเตรียมความพรอ้ มสคู่ วามเป็นเลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 150

21. เนื้อหารายวิชา (Course Description)
1) มนษุ ย์กบั สงั คม
2) วฒั นธรรมการดาเนินชีวิต
3) โครงสร้างทางสังคม

4) สังคมไทยและการเปลีย่ นแปลงทางสังคมไทย

5) ปัญหาสงั คมไทย
6) ศาสนาท่ีสาคัญของโลก

7) ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู
8) ศาสนาพุทธ
9) ศาสนาคริสต์
10) ศาสนาอสิ ลาม
11) ความสอดคล้องของคาสอนท้ัง 4 ศาสนา

12) ชุมชนและสถานทที่ ่ีเกีย่ วขอ้ งกับศาสนาทตี่ นเองนับถือ

22. ประมวลการเรยี นรายวชิ า (Course Outline)
22.1 วัตถุประสงค์ทั่วไปและ/หรอื วัตถุประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม (Learning Objectives / Behavioral
Objectives)
ศึกษาธรรมชาติของมนุษย์และสัตว์ ระบุลักษณะพิเศษของมนุษย์ องค์ประกอบของสังคมมนุษย์
วิเคราะห์สาเหตุที่ทาให้มนุษย์อยู่ร่วมกันเป็นสังคม ลักษณะของวัฒนธรรม ประเภทของวัฒนธรรมและ
ความสาคัญของวฒั นธรรมทีม่ ตี อ่ มนุษย์
ศึกษาความหมายของโครงสร้างทางสังคม องค์ประกอบของโครงสร้างทางสังคม ประเภทและ
ความสัมพันธ์ของกลุ่มทางสังคม ปัจจัยท่ีใช้ในการจัดระเบียบทางสังคม รวมท้ังระบุองค์ประกอบหน้าที่
และความสาคญั ของสถาบนั ทางสงั คม
ศึกษาลักษณะของสังคมไทย ประเภทของสังคมไทย ค่านิยมที่ดีและค่านิยมที่ควรลดละของสังคมไทย
การเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยและแนวโน้มของสังคมไทย วิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ ผลกระทบที่ทาให้เกิด
ปญั หาสงั คมไทย ขอ้ เสนอแนะแนวทางในการแก้ปญั หาสังคมไทย
ศกึ ษาองคป์ ระกอบของศาสนา ประวตั คิ วามเปน็ มา ประวัตขิ องศาสดา คัมภีร์และนกิ าย หลกั ธรรมคา
สอน พิธกี รรมท่ีสาคัญ และจุดหมายปลายทางสงู สดุ ของศาสนาพราหมณ์ – ฮนิ ดู พระพทุ ธศาสนา ศาสนา
ครสิ ต์ และศาสนาอสิ ลาม ตลอดจนความสอดคล้องในหลักธรรมของศาสนาทั้ง 4

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมสูค่ วามเป็นเลิศทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 151

22.2 เนื้อหารายวิชาตอ่ สปั ดาห์ (Learning Contents)

22.3 วิธีจดั การเรยี นการสอน (Method)

 การบรรยาย (Lecture) 10 ชวั่ โมง/เทอม / รอ้ ยละ 25

 การบรรยายเชงิ อภปิ ราย (Lecture and discussion) 10 ช่ัวโมง/เทอม / ร้อยละ 25

 การระดมสมอง และการอภิปรายกรณศี ึกษา 10 ชัว่ โมง/เทอม / รอ้ ยละ 25

เพอื่ ให้รู้จกั การวเิ คราะห์ และการแกป้ ัญหา

(Brainstorming and discussion of case study so that students learn to analyze

and solve problems)

 การสรปุ ประเด็นสาคญั หรอื การนาเสนอ 10 ชัว่ โมง/เทอม / รอ้ ยละ 25

ผลของการสบื คน้ หรือผลของงานที่ไดร้ ับมอบหมาย (hour/time/period/percent)

(Making a summary of the main points or presentation

of the results of researching or the assigned tasks)

22.4 ส่ือการสอน (Media)

 แผน่ ใสและแผน่ ทึบ (Transparencies and opaque sheets)

 ส่ือนาเสนอในรูปแบบ (Powerpoint media)

 สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ / เว็บไซต์ (Electronics and website media)

 อนื่ ๆ (Others) .........................................................

22.5 การมอบหมายงาน ผา่ นระบบเครือขา่ ย (Assigment through Network System)

22.5.1 ข้อกาหนดวิธีการมอบหมายงาน และสง่ งาน (Assigning and Submitting Method)

1) การมอบหมายงานตามทีก่ าหนดในใบงาน ทีจ่ ะปรากฏในท้ายแบบเรยี น

2) การสง่ งานทางคอมพวิ เตอร์ /e-mail / ไฟลข์ ้อมลู

22.5.2 ระบบจดั การการเรียนรทู้ ใี่ ช้ (Learning Management System) ---

22.6 การวัดผลการเรยี น (Evaluation)

22.6.1 การประเมนิ ความรูท้ างวิชาการ ร้อยละ 70

(Assessment of academic knowledge) (percent)

22.6.2 การประเมนิ การทางานหรอื กจิ กรรมในชั้นเรียน รอ้ ยละ 10

(Assessment of work or classroom activities) (percent)

22.6.3 การประเมนิ ผลงานท่ีไดม้ อบหมาย รอ้ ยละ 20

(Assessment of the assigned tasks) (percent)

22.6.4 อนื่ ๆ (Others) รอ้ ยละ -

(percent)

23. รายชอ่ื หนงั สอื อ่านประกอบ (Reading List)

23.1 หนงั สอื บังคับ (Required Text)

เอกสารประกอบการเรียนเพิ่มเติม ส 31101 ศาสนา ศลี ธรรม จรยิ ธรรม

23.2 หนงั สืออา่ นเพ่มิ เติม (Supplementary Texts)

แบบเรยี น ส 31101 ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม สานกั พิมพ์คุรสุ ภา ทางโรงเรยี นแจกให้กบั นกั เรียน

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมส่คู วามเปน็ เลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 152

23.3 บทความวิจยั /บทความวชิ าการ (ถ้ามี) Research Articles / Academic Articles (If any)
1) ความรู้เบื้องตน้ เกย่ี วกบั มนุษย์กับสงั คม
2) ความร้เู บ้ืองต้นเก่ยี วกับศาสนาเปรียบเทียบ

23.4 สอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ หรอื เวบ็ ไซตท์ ่ีเกี่ยวขอ้ ง (Electronic Media or Websites)
1) เว็บไซตข์ องกระทรวงวฒั นธรรม
2) เว็บไซตข์ องสานกั งานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
3) เว็บไซตข์ องกรมการศาสนา

ตัวอย่างขอ้ สอบสาหรบั การวดั ผล/ประเมินผล
ส 31101 ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม

1. ทกี่ ล่าวว่าพระพุทธศาสนามลี กั ษณะเป็นอเทวนยิ ม หมายความวา่ อย่างไร

1. เทวดาไม่มีจรงิ 2. วญิ ญาณไมม่ จี ริง

3. วิญญาณหลงั จากตายแล้วไมม่ ีจรงิ 4. เทพเจ้าผู้สร้างไม่มจี ริง

2. หลักขอ้ ใดท่ีถือว่าเปน็ หัวใจสาคญั ของศาสนา

1. พิธกี รรม 2. สถาบนั และคัมภรี ์

3. ลกั ษณะแห่งความศักดส์ิ ิทธ์ิ 4. คาสอนเรื่องจดุ หมายสูงสุดของชีวิต

3. “หลักอาศรม 4” ในศาสนาพราหมณ์ – ฮนิ ดู เปน็ คาสอนที่มคี วามสาคญั เก่ยี วกับอะไร

1. การทาพธิ ีกรรมเพ่ือบูชาพระเจา้ ได้อยา่ งถูกต้อง

2. การทาหน้าทีใ่ นแตล่ ะช่วงชีวติ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

3. ความเขา้ ใจถกู ตอ้ งเกี่ยวกับการดาเนินชีวติ

4. ความเช่ือมนั่ ในการมวี ิถีชวี ิตท่ีสอดคลอ้ งกบั ธรรมชาติ

4. การชมุ นุมประทว้ งโดยสงบ ตรงกับหลกั ธรรมในศาสนาฮินดูในขอ้ ใด

1. หลกั อาศรม 4 2. หลกั วรรณะ 4

3. หลกั อวหิ งิ สา 4. หลักชญานโยคะ

5. ทาไมการใหอ้ ภยั จงึ เป็นส่งิ ท่ดี ตี ามคาสอนของศาสนาคริสต์

1. เพราะการให้อภัยเป็นหนทางสสู่ วรรค์

2. เพราะเมื่อใหอ้ ภัยแล้วเราจะสบายใจ

3. เพราะทุกฝา่ ยทจ่ี องเวรกันจะได้เลิกจองเวรหลังจากท่ใี หอ้ ภัยกนั

4. เพราะการให้อภัยเปน็ การแสดงความเข้าใจเพ่ือนมนษุ ย์ว่าคนที่ทาร้ายเราทาเชน่ นน้ั เพราะความ

ไม่รู้

โครงการอบรมเตรียมความพรอ้ มสคู่ วามเป็นเลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 153

6. ขอ้ ใดคือหลักคาสอนของศาสนาครสิ ต์

1. ยึดม่ันในพระบิดา พระบตุ ร พระจติ ร

2. ตรเี อกานุภาพ ความรกั บัญญตั ิ 10 ประการ

3. บญั ญตั ิ 10 ประการ ความเออื้ เฟื้อเผอื่ แผ่ ความรัก

4. ความรัก พระคัมภีร์ใหม่ ตรเี อกานภุ าพ

7. ข้อใดคือลกั ษณะพิเศษของศาสนาอสิ ลามทีแ่ ตกตา่ งจากศาสนาอื่น

1. ศาสนาอสิ ลามสอนใหเ้ คารพพระเจา้ เพียงพระองค์เดยี ว

2. ศาสนาอสิ ลามไม่มนี ักบวช

3. ศาสนาอิสลามห้ามบรโิ ภคอาหารบางชนิด

4. ศาสนาอสิ ลามใหผ้ ู้นับถือต้องสละทรัพย์เพือ่ สังคมตามสถานภาพ

8. หลักศรัทธาต่อพระเจา้ ของอสิ ลามมีความหมายอย่างไร

1. พระอัลลอฮเฺ ปน็ พระเจา้ ผู้สร้างและผลู้ ขิ ิต

2. เอกภาพของมุสลมิ ข้ึนอยู่กบั การนบั ถือ

3. พระอัลลอฮฺทรงเป็นพระเจ้าเพียงพระองคเ์ ดียว

4. พระเจ้าบัญชาใหศ้ รัทธาในพระมุฮมั มัดเพียงองคเ์ ดียว

9. พระพุทธเจา้ ทรงสอน “กฎไตรลักษณ”์ เพ่ือวัตถปุ ระสงค์อะไรเปน็ อนั ดับแรก

1. ไมใ่ หป้ ระมาท 2. ใหม้ จี ติ ใจกว้าง

3. ใหม้ คี วามเสียสละ 4. ไม่ใหเ้ ชื่อเรื่องไรเ้ หตผุ ล

10. วญิ ญาณในพระพุทธศาสนา หมายถงึ อะไร

1. ตวั ตนที่แทจ้ รงิ ของมนุษย์ 2. ความรูส้ กึ ของมนษุ ยท์ ี่ไม่แตกดบั

3. ส่วนทีจ่ ะไปเกดิ ใหม่เมอื่ คนเราสิน้ ชีวิตแลว้ 4. การรบั รู้ทางตา หู จมกู ล้ิน กาย และใจ

โครงการอบรมเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นเลศิ ทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 154

ประมวลรายวิชา (Course Syllabus) ม.4
วิชา ส 31102 หน้าท่พี ลเมืองและวัฒนธรรมการดาเนินชีวติ

1. รหัสวิชา (Course Number) ส 31102

2. จานวนหนว่ ยกติ (Course Credit) 1 หน่วยกติ

3. ชือ่ วชิ า (Course Title) หน้าทพ่ี ลเมืองและวฒั นธรรมการดาเนินชีวติ

4. คณะ/ภาควิชา (Faculty / Department) ---

5. ภาคการศึกษา (ต้น/ปลาย/ฤดรู ้อน) Semester (First / Second / Summer) ปลาย

6. ปีการศึกษา (Academic Year) 2562

7. ช่ือผสู้ อน (รายวิชาท่ีมีผู้สอนหลายคน ระบุชอื่ อาจารย์ผรู้ ว่ มสอนทกุ คน) (Instructor / Academic
Staff)

1) ครูวรี ะชยั บัวผนั --
2) ครสู มุ นา เสงยี่ มศักดิ์
3) ครูโสภิต เปรียญกจิ ไพศาล
4) ครพู มิ พ์พริ ส์ ุ สุพิพิชญ์
5) ครูสราวุธ ศรีเกตุ
6) ครูพชั รพล นติ วิ ัฒนะ
7) ครูปยิ ะนชุ เนรมิตรพาณิชย์
8) ครชู วลิต แวงวรรณ
8. เงอ่ื นไขรายวิชา (Condition)
8.1 วิชาทต่ี อ้ งเรยี นมากอ่ น (Prerequisite)
8.2 วิชาบงั คับร่วม (Corequisite)--

8.3 วชิ าควบ (Concurrent) --

9. สถานภาพของวชิ า (Status) วิชาบังคับ

10. ชื่อหลกั สตู ร (Curriculum) สงั คมศึกษา มัธยมศึกษาตอนปลาย

11. วิชาระดบั (Degree) มธั ยมศึกษาตอนปลาย

12. จานวนช่ัวโมงทสี่ อน/สัปดาห์ (Hours / Week) 2 คาบ/สปั ดาห์

13. เนอื้ หารายวชิ า (Course Description)
1) ความรพู้ ืน้ ฐานเกย่ี วกบั รฐั
2) องคป์ ระกอบและประเภทของรฐั
3) ระบบการเมืองการปกครอง

โครงการอบรมเตรยี มความพรอ้ มสคู่ วามเปน็ เลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 155

4) ความสัมพันธ์ระหวา่ งรัฐกับประชาชน
5) ความรพู้ ้ืนฐานเกยี่ วกบั กฎหมาย
6) กระบวนการยตุ ธิ รรมในคดีแพง่ และคดีอาญา
7) ความรพู้ น้ื ฐานเกีย่ วกับกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์
8) ความรูพ้ น้ื ฐานเกี่ยวกบั กฎหมายอาญา
9) กฎหมายในชีวติ ประจาวันทีค่ วรรู้

10) ความรู้เบ้ืองตน้ เกีย่ วกับสิทธิมนษุ ยชน

14. ประมวลการเรียนรายวิชา (Course Outline)

14.1 วัตถปุ ระสงค์ทัว่ ไปและ/หรอื วัตถุประสงค์เชงิ พฤติกรรม (Learning Objectives / Behavioral

Objectives)

ศึกษาความหมายของรัฐ องค์ประกอบของรัฐ ตลอดจนเปรียบเทียบรูปแบบของรัฐ วิเคราะห์ระบบ

การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและระบอบเผด็จการ ศึกษาโครงสร้างของระบอบการเมือง

การปกครองไทย วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหวา่ งรฐั กับประชาชน หน้าท่ีของรัฐต่อประชาชน และหน้าท่ี

ของประชาชนท่มี ีต่อรฐั

ศกึ ษาพัฒนาการทางการเมอื งการปกครองของไทยตั้งแต่สมยั สุโขทยั จนถึงปจั จุบัน ตระหนกั ถึงความสาคัญ

ของมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมขุ

วิเคราะห์ปัญหาการเมืองท่ีสาคัญ และแนวทางแก้ไข การรวมกลุ่มและการประสานประโยชน์ทาง

การเมืองการปกครอง การมีส่วนร่วมของประชาชนทางการเมืองการปกครองตลอดจนการตรวจสอบการ

ใชอ้ านาจรฐั

ศึกษาความหมาย ความสาคัญของกฎหมาย ตลอดจนที่มา ประเภทและการจัดทากฎหมาย รวมท้ัง

อธิบายข้ันตอนของการดาเนินกระบวนการยุติธรรมท้ังทางแพ่งและอาญา อานาจและหน้าที่เก่ียวกับศาล

ปกครอง ศาลรฐั ธรรมนูญ และศาลทเี่ กีย่ วขอ้ งกับการดาเนินชวี ติ

ศึกษาเกี่ยวกับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายอาญา ท่ีสาคัญในชีวิตประจาวันและการ

นาไปใช้อยา่ งถูกตอ้ ง

14.2 เน้อื หารายวิชาตอ่ สัปดาห์ (Learning Contents)

14.3 วธิ ีจัดการเรยี นการสอน (Method)

 การบรรยาย (Lecture) 10 ชวั่ โมง/เทอม / รอ้ ยละ 25

 การบรรยายเชงิ อภปิ ราย (Lecture and discussion) 10 ชว่ั โมง/เทอม / ร้อยละ 25

 การระดมสมอง และการอภิปรายกรณศี ึกษา 10 ชั่วโมง/เทอม / รอ้ ยละ 25

เพ่อื ให้รจู้ กั การวิเคราะห์ และการแกป้ ัญหา

(Brainstorming and discussion of case study so that

students learn to analyze and solve problems)

 การสรุปประเดน็ สาคญั หรอื การนาเสนอ 10 ชัว่ โมง/เทอม / รอ้ ยละ 25

ผลของการสบื ค้นหรือผลของงานที่ไดร้ บั มอบหมาย (hour/time/period/percent)

(Making a summary of the main points or presentation

of the results of researching or the assigned tasks)

โครงการอบรมเตรียมความพรอ้ มสู่ความเป็นเลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 156

14.4 สือ่ การสอน (Media)
 แผน่ ใสและแผ่นทึบ (Transparencies and opaque sheets)
 สื่อนาเสนอในรูปแบบ (Powerpoint media)
 สอ่ื อิเล็กทรอนิกส์ / เวบ็ ไซต์ (Electronics and website media)
 อน่ื ๆ (Others) .........................................................

1 14.5 การมอบหมายงาน ผา่ นระบบเครอื ขา่ ย (Assigment through Network System)

14.5.1 ข้อกาหนดวธิ ีการมอบหมายงาน และสง่ งาน (Assigning and Submitting Method)

1) การมอบหมายงานตามทกี่ าหนดในใบงาน ทจ่ี ะปรากฏในทา้ ยแบบเรยี น

2) การสง่ งานทางคอมพวิ เตอร์ /e-mail / ไฟลข์ ้อมลู

14.5.2 ระบบจดั การการเรียนรู้ทใ่ี ช้ (Learning Management System) ---

15. การวัดผลการเรียน (Evaluation)

15.1 การประเมินความร้ทู างวิชาการ ร้อยละ 70

(Assessment of academic knowledge) (percent)

15.2 การประเมนิ การทางานหรอื กจิ กรรมในช้นั เรียน ร้อยละ 10

(Assessment of work or classroom activities) (percent)

15.3 การประเมินผลงานท่ไี ดม้ อบหมาย ร้อยละ 20

(Assessment of the assigned tasks) (percent)

15.4 อ่ืนๆ (Others) ร้อยละ -

(percent)

24. รายช่ือหนังสอื อา่ นประกอบ (Reading List)

24.1 หนงั สอื บังคบั (Required Text)

เอกสารประกอบการเรยี นเพ่ิมเตมิ ส 31102 หนา้ ทพ่ี ลเมอื งและวฒั นธรรมการดาเนินชวี ิต

24.2 หนังสืออ่านเพม่ิ เติม (Supplementary Texts)

แบบเรียน ส 31102 หน้าท่ีพลเมืองและวฒั นธรรมการดาเนินชีวติ สานกั พิมพ์คุรสุ ภา ทางโรงเรียน

แจกให้กับนักเรยี น

24.3 บทความวจิ ยั /บทความวชิ าการ (ถ้าม)ี Research Articles / Academic Articles (If any)

1) ความรู้เบ้ืองตน้ เกยี่ วกับการเมอื งการปกครอง

2) ความรูเ้ บ้ืองตน้ เกี่ยวกบั กฎหมาย

24.4 สื่ออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หรอื เวบ็ ไซตท์ เ่ี ก่ยี วขอ้ ง (Electronic Media or Websites)

1) เว็บไซต์ของสถาบันพระปกเกลา้ ฯ

2) เว็บไซตข์ องรฐั สภา

3) เว็บไชต์ของศาลยุติธรรม

โครงการอบรมเตรียมความพร้อมส่คู วามเปน็ เลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 157

ตัวอยา่ งข้อสอบสาหรับการวัดผล/ประเมนิ ผล
ส 31102 หนา้ ท่พี ลเมืองและวัฒนธรรมการดาเนนิ ชีวติ

คาช้แี จง ใหเ้ ลอื กคาตอบทถี่ ูกต้องท่สี ุดเพียงคาตอบเดียว
1. การรับรองอนุสัญญาสหประชาชาตวิ ่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 ทาให้รัฐชายฝั่งมีอานาจอธิปไตยเหนอื
ทะเลอาณาเขตในระยะความกว้างไมเ่ กนิ เท่าใด
1. 12 ไมลท์ ะเล 2. 15 ไมลท์ ะเล
3. 18 ไมลท์ ะเล 4. 20 ไมล์ทะเล
2. ฮ่องกงเป็นรฐั หรือไม่ เพราะเหตุผลใด
1. เปน็ รัฐ เพราะมีการปกครองตนเองอย่างอสิ ระ 2. เป็นรัฐ เพราะมดี ินแดนทีม่ อี าณาเขตแน่นอน
3. ไมเ่ ปน็ รฐั เพราะไม่มรี ฐั บาลเป็นของตนเอง 4. ไม่เป็นรฐั เพราะไมม่ อี านาจอธิปไตย
3. หลักการทม่ี คี วามสาคัญมากทส่ี ดุ ในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย คอื ขอ้ ใด
1. หลกั เหตุผลในการตดั สินใจ 2. หลักความเสมอภาคทางการเมอื ง
3. หลกั สิทธเิ สรภี าพของพลเมอื ง 4. หลักอานาจอธปิ ไตยเป็นของประชาชน
4. วิธีการได้มาซึ่งบุคคลในตาแหน่งใดมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างประเทศที่ใช้ระบบรัฐสภากับ
ระบบประธานาธบิ ดี
1. สมาชิกวุฒิสภา 2. หวั หน้าฝา่ ยบริหาร
3. หวั หน้าฝ่ายตุลาการ 4. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
5. เผดจ็ การอานาจนิยมและเผด็จการเบด็ เสร็จนยิ มมคี วามแตกต่างกันในเรอ่ื งใดมากทสี่ ดุ
1. ทม่ี าของผู้ปกครอง 2. อานาจของผปู้ กครอง
3. ความเสมอภาคของประชาชน 4. สิทธแิ ละเสรีภาพของประชาชน
6. ข้อใดไม่สมควรกาหนดไวเ้ ป็นคุณสมบตั ิของผู้มสี ิทธิเ์ ลือกตั้ง
1. อายุ 2. สญั ชาติ
3. ภมู ลิ าเนา 4. การศกึ ษา
7. ขอ้ ใดไมใ่ ช่โทษทางอาญา
1. ปรับ 2. กกั กนั
3. ริบทรพั ยส์ ิน 4. ประหารชวี ิต
5. จาคกุ
8. ผเู้ ยาวส์ ามารถกระทากิจการใดได้ด้วยตนเองอย่างสมบรู ณ์และถูกต้องตามกฎหมาย ยกเว้นขอ้ ใด
1. ทาพนิ ยั กรรมเม่อื อายุ 14 ปี 2. การรับรองบตุ ร
3. การใชจ้ า่ ยสมแกฐ่ านะ 4. การรบั ของทม่ี บี คุ คลให้
9. ขอ้ ใดมิใช่เง่อื นไขของการสมรส
1. ชายและหญงิ ตอ้ งยนิ ยอมเปน็ สามีภริยากนั 2. ชายหรอื หญงิ ต้องไม่เปน็ คนวกิ ลจรติ
3. ชายและหญิงทาการหม้นั กนั ก่อนสมรส 4. ชายและหญงิ ต้องมีอายคุ รบ 17 ปบี รบิ ูรณ์
10. ตามกฎหมายว่าดว้ ยมรดก ใคร คือ ทายาทโดยธรรมลาดบั แรก
1. คสู่ มรส 2. บิดามารดา
3. ผสู้ ืบสันดาน 4. ผู้รับพินยั กรรม
5. พนี่ อ้ งร่วมบิดามารดาเดยี วกนั

โครงการอบรมเตรยี มความพรอ้ มส่คู วามเป็นเลิศทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 158

ประมวลรายวชิ า (Course Syllabus) ม.5
วชิ า ส 32101 ภูมิศาสตร์

1. รหัสวิชา (Course Number) ส 32101

2. จานวนหนว่ ยกิต (Course Credit) 1.0 หนว่ ยกิต

3. ชือ่ วิชา (Course Title) ภมู ิศาสตร์

4. กลุม่ สาระการเรยี นรู้ (Department) สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

5. ภาคการศกึ ษา (Semester) ตน้

6. ปกี ารศกึ ษา (Academic Year) 2562

7. ชอ่ื ผ้สู อน (Instructor / Academic Staff) วชิ าบงั คับ (Required)

1) ครูจนิ ตนา อนิ ทเศียร

2) ครูประพิศ ฝาคา

3) ครูปทั มน เชดิ ชูเกยี รติ

4) ครนู าโชค อนุ่ เวียง

5) ครธู ีรศักดิ์ เครือสุวรรณกุล
6) ครสู ิรินาถ พงษ์ธนู
7) ครูจุฑามาศ กนั ภยั
8. สถานภาพของวชิ า (Status)

9. ชื่อหลักสูตร (Curriculum) สังคมศึกษา มธั ยมศึกษาตอนปลาย

10. วชิ าระดับ (Degree) มัธยมศึกษาตอนปลาย

11. จานวนชั่วโมงท่สี อน/สัปดาห์ (Hours / Week) 2 คาบ

12. เนือ้ หารายวชิ า (Course Description)

1) เคร่อื งมือทางภมู ิศาสตร์
2) ภมู ิศาสตรก์ ายภาพ
3) ภมู ศิ าสตร์เศรษฐกิจและวัฒนธรรม
4) ภูมิศาสตรป์ ระชากรและเมือง
5) ภมู ศิ าสตร์ภยั พบิ ตั ิและการจัดการ
6) ภูมศิ าสตร์ส่งิ แวดล้อมกบั การพัฒนาท่ยี ั่งยืน
7) ภมู ศิ าสตรป์ ระเทศไทย

โครงการอบรมเตรียมความพร้อมสคู่ วามเปน็ เลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 159

13. ประมวลการเรยี นรายวิชา (Course Outline)
13.1 ผลการเรียนรทู้ ีคาดหวัง (Learning Objectives / Behavioral Objectives)

1. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจและสามารถประยกุ ต์ใช้เคร่ืองมือทางภูมิศาสตรไ์ ด้อย่างเหมาะสม
2. มคี วามรู้ความเข้าใจปฏิสมั พนั ธ์ทางภูมศิ าสตรด์ า้ นธรณีวทิ ยา
3. มีความรู้ความเข้าใจปฏสิ ัมพนั ธท์ างภูมิศาสตร์ด้านอากาศภาค
4. มคี วามรู้ความเข้าใจปฏิสัมพนั ธท์ างภูมศิ าสตรด์ า้ นอุทกภาค
5. มคี วามรคู้ วามเข้าใจปฏสิ มั พนั ธ์ทางภมู ศิ าสตรด์ ้านชีวภาค
6. มคี วามรคู้ วามเข้าใจปฏิสมั พันธท์ างภมู ิศาสตร์ในประเทศไทย
7. มีความรคู้ วามเขา้ ใจวกิ ฤตการณ์ดา้ นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม กับบทบาทขององค์กร

สง่ เสริมคุณภาพและแก้ปญั หาส่งิ แวดล้อม ตระหนักในปญั หาของสง่ิ แวดล้อม และอนรุ ักษ์สิง่ แวดลอ้ ม
ได้อย่างถกู ต้องและเหมาะสม

13.2 การวัดและประเมินผลรายวิชา ส 32101

การวดั ประเมนิ ผล คะแนน เนื้อหา ลักษณะการประเมนิ หมายเหตุ
ที่สอบ ปรนัย อตั นัย กิจกรรม

การสอบก่อนกลางภาค 10 บทที่ 1   - - แบบทดสอบ

การสอบกลางภาค 30 บทท่ี 2   - - แบบทดสอบ
-
การสอบหลังกลางภาค 20 บทท่ี 3-4 แบบทดสอบ 10 คะแนน
- กจิ กรรม 1-2
คะแนนคณุ ลกั ษณะ 10 - -
- - พฤตกิ รรมพึงประสงค์

การสอบปลายภาค 30 บทที่ 5-7  - - - แบบทดสอบ

รวมคะแนน 100

13.3 วิธจี ัดการเรยี นการสอน (Method) สอนโดยอธบิ าย ใช้สอื่ ตามความเหมาะสมของเน้ือหา การปฏบิ ัติ
จริง การทางานเป็นกลุ่ม การศึกษาเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
* สอื่ Powerpoint ตามเน้อื หา
* สื่ออเิ ล็กทรอนิกส์ / เวบ็ ไซต์ (Electronics and website media)

13.4 การมอบหมายงาน กจิ กรรม 2 กจิ กรรม

โครงการอบรมเตรยี มความพรอ้ มสคู่ วามเปน็ เลิศทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 160

13.5 ขอ้ กาหนดวิธกี ารมอบหมายงาน และสง่ งาน (Assigning and Submitting Method)
1. สง่ ตรงเวลา
2. ความถูกต้องของเนื้อหา
3. ความเรียบรอ้ ย สวยงาม
4. ความสามคั คี
5. ความคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์ ความตง้ั ใจ

13.6 กิจกรรมเสรมิ หลักสูตร แบบทดสอบ ทาสื่อ Power คาศัพทภ์ ูมศิ าสตร์
14. รายชื่อหนงั สอื อา่ นประกอบ (Reading List)

ภูมศิ าสตร์กายภาพ
เว็บไซต์ท่เี ก่ียวขอ้ ง

ตวั อยา่ งแบบทดสอบ

1. จงเปรยี บเทียบรูปถ่ายทางอากาศและภาพจากดาวเทยี ม

2. จงพจิ ารณารูปถ่ายทางอากาศของโรงเรยี นเตรียมอดุ มศึกษาและบริเวณใกลเ้ คยี ง

แลว้ หาสถานทต่ี ่อไปนี้ วา่ อยู่บรเิ วณใด ลักษณะทส่ี ังเกตได้เป็น อยา่ งไร

1.1 สวนลุมพนิ ี 1.2 ราชกรีฑาสโมสร

1.3 สนามกีฬาแห่งชาติ 1.4 โรงเรยี นเตรยี มอุดมศกึ ษา

โครงการอบรมเตรียมความพร้อมสคู่ วามเป็นเลิศทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 161

3. ใหน้ ักเรยี นจับกล่มุ กับเพ่ือน กลมุ่ ละ 3 คน หาพกิ ัดของสถานที่ท่กี าหนดให้ต่อไปนี้ โดยใชร้ ะบบ
กาหนดตาแหน่งบนพนื้ โลก (GPS) ทมี่ ีในโทรศัพทม์ ือถือ

สถานท่ี พกิ ดั

สนามฟุตบอล

น้าพสุ ยามพารากอน

วดั ปทุมวนาราม

จามจุรสี แควร์

เสาธง
ตึกคุณหญิงหร่ัง ฯ
ศนู ย์หนังสือจุฬา

สยามสแควร์

4. จงอธบิ ายศพั ท์ภูมิศาสตร์ต่อไปนี้

1.เนินตะกอนรปู พัด (Alluvian Fan) 2. กมุ ภลักษณ์ (Pothole)

3. หบุ ผาชัน (Canyon) 4. หบุ เขาแขวน (hanging valley)

5.สันทรายพระจนั ทร์เส้ียว ( Barchans ) 6. คนั ดนิ ธรรมชาติ (Natural levee)

7. ชายฝงั่ ทะเลยบุ จม ( Submerged Shoreline ) 8. แกง่ (Rapid)

9. ตะพักลาน้า (River terrace) 10. โกรกธาร (Gorge)

โครงการอบรมเตรียมความพร้อมสคู่ วามเปน็ เลศิ ทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 162

ประมวลรายวชิ า (Course Syllabus) ม.5
วิชา ส 32102 เศรษฐศาสตร์

1. รหัสวิชา (Course Number) ส 32102

2. จานวนหนว่ ยกิต (Course Credit) 1.0 หน่วยกิต

3. ชอ่ื วชิ า (Course Title) เศรษฐศาสตร์

4. กลุม่ สาระการเรียนรู้ (Department) สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

5. ภาคการศึกษา (Semester) ปลาย

6. ปีการศึกษา (Academic Year) 2562

7. ชือ่ ผูส้ อน (Instructor / Academic Staff) วชิ าบังคบั (Required)
1) ครจู ินตนา อินทเศยี ร

2) ครปู ระพิศ ฝาคา

3) ครปู ัทมน เชดิ ชูเกยี รติ

4) ครูนาโชค อนุ่ เวียง

5) ครธู รี ศกั ดิ์ เครือสุวรรณกุล
6) ครูสริ ินาถ พงษ์ธนู
7) ครูจฑุ ามาศ กนั ภัย
8. สถานภาพของวชิ า (Status)

9. ช่อื หลกั สูตร (Curriculum) สังคมศึกษา มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

10. วชิ าระดับ (Degree) มธั ยมศึกษาตอนปลาย

11. จานวนช่วั โมงทีส่ อน/สัปดาห์ (Hours / Week) 2 คาบ

12. เนื้อหารายวชิ า (Course Description)

1) วชิ าเศรษฐศาสตร์ (Economics)

2) กระบวนการทางเศรษฐกิจ
3) ระบบเศรษฐกิจ
4) การเงิน การคลงั การธนาคาร
5) เศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ
6) การพัฒนาเศรษฐกจิ
7) กิจกรรมทางเศรษฐกจิ
8) การค้มุ ครองผู้บรโิ ภค

โครงการอบรมเตรยี มความพรอ้ มสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 163

13. ประมวลการเรยี นรายวิชา (Course Outline)
13.1 การวดั และประเมินผลรายวชิ า ส 32102

การวัดประเมินผล คะแนน เน้อื หา ลกั ษณะการประเมนิ หมายเหตุ
ทส่ี อบ ปรนัย อัตนัย กจิ กรรม

การสอบก่อนกลางภาค 10 บทท่ี 1-2   - - แบบทดสอบ

การสอบกลางภาค 30 บทท่ี 1-3   - - แบบทดสอบ
แบบทดสอบ 10 คะแนน
การสอบหลงั กลางภาค 20 บทท่ี 4 - - กจิ กรรม 1-2
-
คะแนนคณุ ลักษณะ 10 - - - - พฤติกรรมพึงประสงค์

การสอบปลายภาค 30 บทท่ี 4-8  - - แบบทดสอบ

รวมคะแนน 100

13.2 วิธีจัดการเรยี นการสอน (Method)

สอนโดยอธบิ าย ใช้สื่อตามความเหมาะสมของเนื้อหา การทางานเปน็ กลุ่ม การศึกษาเรียนรูด้ ้วยตนเอง

* สอ่ื Powerpoint ตามเนือ้ หา

* สื่ออเิ ล็กทรอนกิ ส์ / เว็บไซต์ (Electronics and website media)

13.3 การมอบหมายงาน กิจกรรม 2 กิจกรรม

13.4 ข้อกาหนดวิธกี ารมอบหมายงาน และส่งงาน (Assigning and Submitting Method)
1. ส่งตรงเวลา
2. ความถกู ต้องของเนื้อหา
3. ความเรยี บรอ้ ย สวยงาม
4. ความสามัคคี
5. ความคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์ ความตง้ั ใจ

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมสคู่ วามเป็นเลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 164

14. รายชือ่ หนงั สอื อ่านประกอบ (Reading List)
หนงั สือเรยี นวิชาเศรษฐศาสตร์ จดั ทาโดย กลุ่มสาระสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี น

เตรียมอุดมศึกษา

ตวั อย่างแบบทดสอบ

คาช้แี จง จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้
1. เศรษฐศาสตรเ์ ปน็ ศาสตรแ์ ขนงหน่งึ ของวิชาอะไร
...................................................................................................................................... ........................
2. การพาครอบครัวไปพักผ่อนเพ่อื คลายเครียดเป็นการใชจ้ า่ ยเงนิ ในฐานะใด
............................................................................................................................................ ..................
3. ในทางเศรษฐศาสตรถ์ ือว่าส่ิงใดมีอยู่จากัด
..................................................................................................... .........................................................
4. วชิ าเศรษฐศาสตรส์ าขาใดทศี่ ึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจของครอบครวั ..............................................
5. วิชาเศรษฐศาสตรส์ าขาใดที่ศึกษาเร่ืองรายได้ประชาชาต.ิ ......................................................................
6. การที่รฐั บาลออกกฎหมายเพ่ือควบคมุ การเคลื่อนย้ายสนิ ค้าเป็นความสัมพันธ์ระหว่างวชิ าศรษฐศาสตร์
กับวชิ าใด ............................................................................................................................. ................
7. ความหมายของการผลติ ตรงกับคาใดมากทส่ี ดุ ( การประกอบการ , การสร้างเศรษฐทรัพย์, การ
บรหิ าร) .................................................................................................................................................
8. ผู้ผลิตท่ดี คี วรมคี ุณธรรมอะไรบา้ ง ..........................................................................................................
9. การผลิตเปน็ การสรา้ งสิ่งใดให้แกป่ ัจจยั การผลิตต่างๆ ...........................................................................
10. ส่ิงทเี่ ป็นตน้ ทนุ การผลติ และมีอย่จู ากัดเมื่อเทียบกบั ความต้องการของมนษุ ย์เรียกว่าอะไร
............................................................................................................................. ..................................
11. อะไรเป็นสินค้าและบริการข้ันสดุ ทา้ ย (สนิ ค้าทนุ , สินค้าเพื่อการบริโภค ) ...........................................
12. สับปะรด เงาะ ลาไย ท่ีโรงงานซ้ือไปผลิตผลไม้กระป๋องจัดเป็นสนิ คา้ ประเภทใด
(สินคา้ และบริการขนั้ สุดท้าย, สนิ ค้าและบรกิ ารขน้ั กลาง, สนิ คา้ และบริการขนั้ ต้น)
............................................................................................................................. .................................
13. กระบวนการบรรจุลาไยประป๋องในโรงงานถอื เป็นการผลิตในข้นั ........................................................
14. กจิ การประเภทใดท่ีกฎหมายบงั คับวา่ ต้องซอ้ื ผา่ นนายหน้า ...................................................................
15. ปัจจยั การผลติ มีอะไรบ้าง 1......................................................... 2.....................................................
3............................................................................ 4.............................................. ..............................

โครงการอบรมเตรยี มความพรอ้ มสคู่ วามเป็นเลิศทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 165

ประมวลรายวชิ า (Course Syllabus) ม.6
วิชา ส 33101 ประวัติศาสตรแ์ ละเหตกุ ารณป์ จั จุบัน 1

1. รหัสวชิ า (Course Number) ส33101
2. จานวนหน่วยกติ (Course Credit) 1 หนว่ ยกิต

3. ชื่อวิชา (Course Title) ประวตั ิศาสตร์และเหตุการณ์ปจั จบุ ัน 1

4. กลุ่มสาระ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

5. ภาคการศึกษา ตน้

6. ปกี ารศึกษา 2562

7. ชอ่ื ผ้สู อน
1) ครเู ตอื นใจ ใจสิงห์
2) ครมู นตฤ์ ดี จิตรากร
3) ครสู ยมภู รณชิตพานชิ ยกิจ
4) ครนู ติ ยา พมุ่ เพิ่ม
5) ครธู ณั ตวัธ ทับจันทร์
6) ครูชวลิต แวงวรรณ
7) ครชู ยั ภทั ร แก้วจรสั

8. สถานภาพของวชิ า วชิ าบงั คบั

9. ชอ่ื หลกั สตู ร (Curriculum) สังคมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

10. วชิ าระดบั (Degree) มธั ยมศึกษาตอนปลาย

11. จานวนชั่วโมงทส่ี อน/สปั ดาห์ 2 คาบ/สปั ดาห์

12. เนอื้ หารายวิชา (Course Description)
- พนื้ ฐานความร้ทู างประวตั ิศาสตร์
- การนบั เวลาและการแบ่งยคุ ทางประวตั ศิ าสตร์
- พัฒนาการอารยธรรมตะวนั ตก
- ความขัดแย้งและความรว่ มมือระหวา่ งประเทศ
- พัฒนาการอารยธรรมตะวนั ตก

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมสคู่ วามเป็นเลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 166

13. ประมวลการเรยี นรายวชิ า (Course Outline)

13.1 วัตถุประสงค์ทั่วไปและ/หรือวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม (Learning Objectives / Behavioral

Objectives)

ศึกษา วิเคราะห์ และทาความเข้าใจเก่ียวกับความหมาย ความสาคัญและการนับเวลาและ

การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งพัฒนาการของมนุษย์ชาติตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เปน็ ต้นวา่ อารยธรรมยุคหิน ยคุ โลหะ อารยธรรมอียปิ ต์ เมโสโปเตเมีย กรีก โรมัน การ

ปกครองแบบศักดินาสวามิภักด์ิ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ การฟ้ืนฟูศิลปะวิทยาการ การปฏิรูปทาง

ศาสนา การปฏิวัติอุตสาหกรรม ตลอดจนสามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ มาวิเคราะห์

เหตุการณ์ต่างๆของโลกปัจจุบันอย่างเป็นระบบและสามารถกาหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ

ตามกระบวนการอย่างมีเหตผุ ล รวมทง้ั สามารถศึกษา วเิ คราะห์ประเด็นสาคัญของอารยธรรมนุษย์

ตัง้ แตส่ มยั กอ่ นประวตั ศิ าสตรจ์ นถึงปัจจบุ ัน ท้งั ทางด้านหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ การ

เปลย่ี นแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ การเมอื งการปกครอง

13.2 เน้ือหารายวชิ าต่อสัปดาห์ (Learning Contents) ½ บทต่อสัปดาห์

13.3 วธิ ีจัดการเรียนการสอน (Method)

13.3.1 การบรรยาย (Lecture) ชัว่ โมง/ครงั้ /คาบ/ร้อยละ 50

13.3.2 การบรรยายเชงิ อภปิ ราย (Lecture and discussion) ชัว่ โมง/ครั้ง/คาบ/รอ้ ยละ 20

13.3.3 การระดมสมอง และการอภิปรายกรณีศึกษา ช่ัวโมง/คร้ัง/คาบ/รอ้ ยละ 10

13.3.4 การสรปุ ประเด็นสาคัญ หรอื การนาเสนอ ช่วั โมง/คร้งั /คาบ/รอ้ ยละ 15

ผลของการสืบคน้ หรือผลของงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย

(Making a summary of the main points

or presentation of the results of researching or the assigned tasks)

13.3.5 อืน่ ๆ (Others) ทศั นศกึ ษา ช่วั โมง/คร้งั /คาบ/ร้อยละ 5

13.4 ส่อื การสอน (Media)
สือ่ นาเสนอในรปู แบบ (Powerpoint media)
ส่ืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ / เว็บไซต์ (Electronics and website media)
อนื่ ๆ (Others) .........................................................

13.5 การมอบหมายงาน ผ่านระบบเครือข่าย (Assigment through Network System)
13.5.1 ขอ้ กาหนดวธิ กี ารมอบหมายงาน และส่งงาน (Assigning and Submitting Method)
13.5.2 ระบบจัดการการเรยี นรทู้ ่ีใช้ (Learning Management System)

13.6 กิจกรรมเสรมิ หลักสตู ร
13.6.1 การทศั นศกึ ษานอกสถานที่ อุทยาประวตั ิศาสตร์ พระนครศรีอยธุ ยา

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมสคู่ วามเป็นเลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 167

13.7 การวัดผลการเรยี น (Evaluation) คะแนน คิดเป็น
การวดั ผลการเรยี น (Evaluation)
70%
การประเมินความรทู้ างวชิ าการ
5%
(Assessment of academic knowledge) 20%
5%
1.การสอบวดั รายจุดประสงค์ คร้ังที่ 1 10 คะแนน

2.การสอบวดั ผลกลางภาคเรียน 30 คะแนน

3.การสอบวัดผลปลายภาคเรียน 30 คะแนน

การประเมินการทางานหรอื กิจกรรมในชั้นเรียน

(Assessment of work or classroom activities)

1.การสง่ แบบฝกึ หัด 5 คะแนน
2.ใบงานกิจกรรมในคาบเรียน

การประเมินผลงานทไ่ี ด้มอบหมาย

(Assessment of the assigned tasks)

1.การวัดรายจุดประสงค์ ครั้งที่ 2 (ใบงานทัศนศึกษา) 20 คะแนน

อน่ื ๆ (Others)

1.จติ พิสัย 10 คะแนน

14. รายชอ่ื หนังสืออ่านประกอบ (Reading List)
14.1 หนงั สอื บงั คบั (Required Text)
14.1.1 ตารา ส31101 ประวตั ิศาสตรแ์ ละเหตุการณป์ ัจจุบัน 1 โรงเรยี นเตรียมอุดมศึกษา

14.2 หนังสอื อ่านเพม่ิ เติม (Supplementary Texts)
14.2.1 อารยธรรม (Civilization) / ภาควิชาประวัติศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั
14.2.2 รวมอารยธรรมตะวันออก / ศรีสรุ างค์ พลู ทรพั ย์ สานกั พมิ พม์ หาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
14.2.3 อารยธรรมตะวันตก / เพช็ รี สมุ ติ ร สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
14.2.4 ประวัติศาสตรแ์ ละอารยธรรมโลกสมยั ใหม่ / นันทนา กปิลกาญจน์ สานักพมิ พ์โอเดียนสโตร์
14.2.5 ประวตั ิศาสตรย์ ุโร: เวยี นนา ค.ศ.1815-เบอร์ลนิ 2 นคร (ฉบับปรับปรุง) / สปุ ราณี มุขวิชติ
14.2.6 The Times Atlas of World History / Richard Overy Time Book Limited 2010

14.3 บทความวจิ ยั /บทความวิชาการ Research Articles / Academic Articles (If any)

14.4 ส่ืออเิ ล็กทรอนกิ ส์ หรือ เว็บไซต์ท่ีเกย่ี วข้อง (Electronic Media or Websites)

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมส่คู วามเปน็ เลิศทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 168

ตัวอยา่ งแบบฝึกหัด
วิชาประวัตศิ าสตรแ์ ละเหตกุ ารณ์ปจั จบุ ัน 1

1.วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์หมายถงึ ข้อใด
1. กระบวนการเรียนรู้ผลงานของนักประวัติศาสตร์
2. กระบวนการในการคน้ คว้าหาขอ้ เทจ็ จริงทางประวัตศิ าสตร์
3. กระบวนการวิเคราะห์เหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตร์
4. กระบวนการผลติ ผลงานทางดา้ นประวัติศาสตร์
2. กิจกรรมใดถือวา่ เป็นการ “ปฏิวตั ิทางเศรษฐกิจ” ครัง้ แรกของมนษุ ยชาติ
1. การค้นพบไฟ 2. การรวมตัวกนั เปน็ ชุมชน
3. การรจู้ ักลา่ สตั ว์ เกบ็ ของป่า 4. การรูจ้ กั เพาะปลูก
3. ขอ้ ใดไม่ใช่ มรดกท่ีอารยธรรมโรมนั ถา่ ยทอดสชู่ นชาติตา่ งๆในจนถึงปัจจบุ นั
1. ระบบตัวอักษร 2. ระบบคณิตศาสตร์
3. ระบบการปกครอง 4. ระบบศาสนา
4. ขอ้ ใดกล่าวผดิ เกี่ยวกบั สมัยกลาง (Middle Age)
1. ชนเผ่าตา่ งๆในทวปี ยุโรปต่างแยง่ ชิงดินแดนที่เคยเป็นของจักรวรรดโิ รมนั
2. เกิดระบบการปกครองแบบเผด็จการท่เี รยี กวา่ ศักดนิ าสวามภิ กั ดิ์
3. ศูนย์กลางของการปกครอง คอื กรุงวาติกนั
4. พระในคริสต์ศาสนาสามารถเป็นเจา้ ของท่ีดินและมีขา้ ติดท่ีดินได้
5. การสถาปนากรุงสุโขทยั ในปี พ.ศ. 1792 เกิดข้นึ ใกลเ้ คียงกับเหตกุ ารณ์ในประวตั ิศาสตรส์ ากลใดมากทสี ุด
1. การค้นพบหม่เู กาะแคริเบยี นของโคลัมบัส
2. การปฏวิ ัตอิ ุตสาหกรรม
3. การล่มสลายของจักรวรรดไิ์ บเซนไทม์
4. การปฏวิ ตั ิฝรงั่ เศส
6. ขอ้ ใดกล่าวถูกเก่ียวกบั การฟืน้ ฟูศลิ ปะวทิ ยาการ (Renaissance)
1. การนาเอาความรู้และความเจริญของโลกยคุ มดื มาต่อยอดและพัฒนาใหม่
2. มศี ูนย์กลางบริเวณเมอื งคอนแสตนตโิ นเปิล
3. เป็นผลโดยตรงจากความเสื่อมในศาสนจกั รคาทอลิก
4. การคา้ เป็นปัจจัยสาคัญในความก้าวหนา้ ของการฟน้ื ฟศู ิลปะวิทยาการ
7. ความขัดแย้งใดเป็นเรือ่ งที่มีสาเหตุต่างจากพวก
1. สงคราม 100 ปี 2. สงครามนโปเลยี น
3. สงครามญป่ี ุน่ -รัสเซยี 4. สงครามฝน่ิ
8. แนวคิดการปกครองใดเกดิ ขึน้ มสี าเหตจุ ากการปฏวิ ตั ิอตุ สาหกรรม
1. เผด็จการนยิ ม 2. สังคมนิยม
3. ทนุ นิยม 4. เสรนี ยิ ม
9. สญั ลกั ษณ์ของการสนิ้ สุดสงครามเย็น คือ เหตุการณ์ใด
1. การทาลายกาแพงเบอร์ลนิ 2. การลม่ สลายของสหภาพโซเวียต
3. การรวมชาตเิ กาหลี 4. ข้อตกลง SALT
10. องค์กรท่ีมีบทบาทมากท่ีสุดในการชว่ ยเหลอื ผ้ทู ไี่ ด้รบั ผลกระทบจากความขัดแย้งในปัจจุบัน
1. CARE 2. UNHCR
3. FAO 4. WHO

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมสู่ความเป็นเลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 169

ประมวลรายวชิ า (Course Syllabus) ม.6
วชิ า ส 33102 ประวตั ิศาสตร์และเหตุการณป์ จั จุบัน 2

1. รหสั วชิ า (Course Number) ส33102

2. จานวนหนว่ ยกิต (Course Credit) 1 หน่วยกิต

3. ชื่อวิชา (Course Title) ประวัติศาสตรแ์ ละเหตุการณ์ปจั จบุ ัน 2

4. กล่มุ สาระ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

5. ภาคการศึกษา ปลาย

6. ปกี ารศึกษา 2562

7. ชอ่ื ผู้สอน
1) ครเู ตือนใจ ใจสิงห์
2) ครูมนต์ฤดี จติ รากร
3) ครูสยมภู รณชติ พานชิ ยกจิ
4) ครนู ติ ยา พ่มุ เพิ่ม
5) ครูธัณตวธั ทบั จนั ทร์
6) ครูชวลติ แวงวรรณ
7) ครชู ัยภทั ร แก้วจรสั

8. สถานภาพของวชิ า วิชาบงั คบั

9. ชอ่ื หลกั สตู ร (Curriculum) สังคมศกึ ษา มัธยมศึกษาตอนปลาย

10. วชิ าระดับ (Degree) มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

11. จานวนช่วั โมงท่สี อน/สปั ดาห์ 2 คาบ/สัปดาห์

12. เน้อื หารายวชิ า (Course Description)
- ความเป็นมาของชนชาตไิ ทยและอาณาจักรโบราณในดินแดนสุวรรณภูมิ
- การสถาปนาอาณาจักรไทยและสถาบันพระมหากษตั รยิ ใ์ นสงั คมไทย
- การเปลย่ี นแปลงสังคมไทย
- ศลิ ปะไทย วัฒนธรรมไทย ประเพณีไทย ภูมิปัญญาไทย
- การเปล่ียนแปลงการเมืองการปกครองไทย
- ประวัติศาสตร์บุคคลสาคัญ

โครงการอบรมเตรียมความพร้อมสู่ความเปน็ เลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 170

13. ประมวลการเรียนรายวิชา (Course Outline)
13.1 วัตถุประสงค์ทั่วไปและ/หรือวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม (Learning Objectives / Behavioral
Objectives)
ศึกษา วิเคราะห์ และทาความเข้าใจในพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของไทยต้ังแต่อดีต
จนถงึ ปัจจบุ ัน ทง้ั ทางด้านสังคม เศรษฐกจิ การเมืองการปกครอง ศาสนา ศิลปวฒั นธรรมรวมทั้ง
สามารถนาองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ท่ีศึกษามาวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ท่ีเกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน
จนสามารถกาหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามข้ันตอนบนพ้ืนฐานของเหตุผลและความ
เป็นจริง ตลอดจนมีความตระหนักถึงความสาคัญของศิลปวัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาของคนไทย
ความเป็นมาของชนชาติไทย และมีทักษะในการวางแผนเพื่อกาหนดแนวทางในการสืบทอดการ
อนุรักษ์และเผยแพร่ภูมิปัญญาไทย ศิลปวัฒนธรรมไทย ต่อชาวโลกในภูมิภาคอื่นๆ และสามารถ
นาผลงานสร้างสรรค์ของบุคคลสาคัญทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศท่ีมีส่วนในการสร้างสรรค์
วัฒนธรรมไทยและประวัติศาสตร์ไทยมาเป็นแบบอย่างท่ีดีในการดาเนินชีวิต รวมทั้งมีการตระหนัก
ถึงความสาคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อการสร้างสรรค์ และธารงความเป็นเอกราชของชาติ
ไทยนบั ตง้ั แต่อดีตจนถึงปัจจุบนั

13.2 เนอื้ หารายวิชาตอ่ สัปดาห์ (Learning Contents) ½ บทตอ่ สัปดาห์

13.3 วิธีจัดการเรียนการสอน (Method)
13.3.1 การบรรยาย (Lecture) ชวั่ โมง/ครง้ั /คาบ/ร้อยละ 50
13.3.2 การบรรยายเชงิ อภิปราย (Lecture and discussion) ชัว่ โมง/ครง้ั /คาบ/ร้อยละ 20
13.3.3 การระดมสมอง และการอภิปรายกรณีศึกษา ชัว่ โมง/ครง้ั /คาบ/ร้อยละ 10
(Brainstorming and discussion of case study)
13.3.4 การสรุปประเดน็ สาคญั หรือการนาเสนอ ชวั่ โมง/ครั้ง/คาบ/รอ้ ยละ 15
ผลของการสบื คน้ หรือผลของงานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
(Making a summary of the main points
or presentation of the results of researching or the assigned tasks)
13.3.5 อื่นๆ (Others) ทัศนศึกษา ชั่วโมง/ครั้ง/คาบ/ร้อยละ 5
13.4 ส่ือการสอน (Media)
ส่ือนาเสนอในรูปแบบ (Powerpoint media)
ส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ / เวบ็ ไซต์ (Electronics and website media)
อน่ื ๆ (Others) .........................................................
13.5 การมอบหมายงาน ผ่านระบบเครอื ข่าย (Assigment through Network System)
13.5.1 ขอ้ กาหนดวธิ ีการมอบหมายงาน และส่งงาน (Assigning and Submitting Method)
13.5.2 ระบบจดั การการเรียนร้ทู ่ีใช้ (Learning Management System)

13.6 กิจกรรมเสรมิ หลักสูตร
13.6.1 การทัศนศกึ ษานอกสถานที่ แหลง่ ประวตั ิศาสตรท์ ้องถิ่นเขตปทุมวัน

โครงการอบรมเตรยี มความพรอ้ มสู่ความเปน็ เลิศทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 171

13.7 การวัดผลการเรียน (Evaluation)

การวัดผลการเรียน (Evaluation) คะแนน คิดเป็น
70%
การประเมนิ ความรทู้ างวิชาการ
(Assessment of academic knowledge)

1.การสอบวัดรายจุดประสงค์ คร้งั ที่ 1 10 คะแนน

2.การสอบวดั ผลกลางภาคเรียน 30 คะแนน

3.การสอบวัดผลปลายภาคเรียน 30 คะแนน

การประเมินการทางานหรือกจิ กรรมในชั้นเรยี น

(Assessment of work or classroom activities)

1.การสง่ แบบฝึกหัด 5 คะแนน 5%
2.ใบงานกจิ กรรมในคาบเรียน
20%
การประเมินผลงานท่ไี ดม้ อบหมาย 5%

(Assessment of the assigned tasks)

1.การวัดรายจุดประสงค์ คร้งั ท่ี 2 20 คะแนน
(ใบศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์ท้องถิน่ )

อน่ื ๆ (Others)

1.จิตพิสยั 10 คะแนน

14. รายชื่อหนงั สอื อา่ นประกอบ (Reading List)
14.1 หนังสือบังคับ (Required Text)
14.1.1 ตารา ส31102 ประวัตศิ าสตรแ์ ละเหตุการณป์ ัจจุบัน 2 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

14.2 หนังสอื อ่านเพ่มิ เตมิ (Supplementary Texts)
14.1.2 ประวตั ิศาสตรไ์ ทย / วลิ าสวงศ์ พงศะบุตร
14.1.3 ปัญหาในประวัติศาสตรไ์ ทย / คณะกรรมการชาระประวัติศาสตรไ์ ทย สานกั เลขาธิการ
คณะรฐั มนตรี
14.1.4 ขุนนางกรมทา่ ขวา : การศกึ ษาบทบาทและหน้าที่ในสมัยอยุธยา ถงึ สมยั รัตนโกสินทร์
พ.ศ. 2153-2435 / จฬุ ศิ พงศ์ จุฬารตั น์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย
14.1.5 จม้ิ กอ้ งและกาไร : การคา้ ไทย-จีน 2195-2396/ สารสิน วีระผล
14.1.6 ประวัตศิ าสตรไ์ ทยสมยั ใหม่ (ตั้งแต่การทาสนธิสญั ญาบาวริง ถึง "เหตุการณ์ 14 ตุลาคม
พ.ศ. 2516) / ปยิ นาถ บุนนาค
14.1.7 ความเปล่ยี นแปลงของสงั คมไทยในทศั นะของ / ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ภาควิชาสงั คมศาสตร์
คณะศลิ ปศาสตร์ วทิ ยาลยั เกริก

14.1.8 แผนชิงชาตไิ ทย : ว่าด้วยรฐั และการตอ่ ตา้ นรฐั สมยั จอมพล ป.พิบลู สงคราม คร้ังทส่ี อง
(พ.ศ.2491-2500) / สุธาชัย ยิ้มประเสรฐิ

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมสูค่ วามเป็นเลิศทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 172

14.3 บทความวิจยั /บทความวิชาการ Research Articles / Academic Articles (If any)
14.3.1 ปยิ าจารย์ : ครบ 60 ปี ศาสตราจารย์ ดร.ปยิ นาถ บนุ นาค / สานกั พิมพ์ วชั รนิ ทร์ พ.ี พ.ี
14.3.2 คลองในกรุงเทพฯ : ความเปน็ มา การเปล่ยี นแปลงและผลกระทบต่อกรุงเทพฯ ในรอบ
200 ปี (พ.ศ. 2325-2525) / โดย ปยิ นาถ บุนนาค

14.4 สือ่ อิเล็กทรอนกิ ส์ หรือ เว็บไซตท์ ่ีเกย่ี วขอ้ ง (Electronic Media or Websites)

ตัวอย่างแบบฝึกหดั
วิชาประวตั ิศาสตรแ์ ละเหตกุ ารณ์ปจั จบุ ัน 2

1. นักวิชาการ ไดใ้ ชห้ ลกั ฐานดา้ นใดยืนยนั ความเช่ือเร่ืองคนไทยมีถ่นิ ฐานด้ังเดิมบรเิ วณที่เป็นประเทศไทยใน
ปัจจุบนั
1. ระบบภาษาและตวั อกั ษร 2. เอกสารของจีน
3. โครงกระดกู โบราณ 4. หลักฐานทางพนั ธุศาสตร์
2. ในสมยั สโุ ขทยั เมอื งที่มีความสาคัญทางการเมอื งและเศรษฐกจิ รองจากกรงุ สุโขทัย คือเมืองใด
1. เมืองศรสี ัชนาลยั 2. เมืองสองแคว
3. เมอื งชากังราว 4. เมืองสระหลวง
3. ขอ้ ใดเป็นจุดอ่อนที่สาคญั ของอาณาจักรสโุ ขทัย
1. ต้งั อยู่บริเวณพืน้ ท่ีราบท่ีไม่อดุ มสมบูรณ์ 2. เปน็ เสน้ ทางคมนาคมจากหลายทิศทาง
3. ขาดแนวปราการธรรมชาติ 4. ถกู รายลอ้ มดว้ ยอาณาจักรที่เข้มแขง็ กว่า
4. ข้อใดกลา่ วถกู ต้องเกี่ยวกับประวัติศาสตรส์ มยั กรุงศรีอยุธยา
1. กรงุ ศรีอยุธยาตง้ั อยบู่ รเิ วณทีร่ าบต่าของคาบสมทุ รอนิ โดจีน
2. ในรชั สมยั สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช อยูใ่ นชว่ งกรุงศรีอยธุ ยาตอนต้น
3. เป็นครั้งแรกทีส่ ถาปนาความสมั พันธ์ทางการค้าและการฑูตกบั จนี
4. ราชวงศป์ ราสาททองถอื วา่ เป็นยุคทองการเมืองการปกครอง
5. ความสาคญั ของพระราชกาหนดศกั ดินา คืออะไร
1. แบง่ แยกระหวา่ งกจิ การทหารกับกจิ การพลเรือน
2 กาหนดขอบเขตการให้การคุมครองทางกฎหมาย
3. แบง่ แยกฐานะและความรับผดิ ชอบของคนในสงั คม
4. กาหนดสทิ ธแิ ละหน้าที่ของพลเมอื ง
6. สถาปตั ยกรรมของกรุงศรีอยุธยาที่ไดร้ บั อิทธพิ ลจากศลิ ปะพม่า คอื สง่ิ ใด
1. เจดยี ว์ ดั ไชยมงคล 2. เจดยี ภ์ ูเขาทอง
3 ปราสาทนครหลวง 4. พระพุทธมหามุนีย์
7. หนว่ ยงานทีท่ าหน้าที่คลา้ ย บริษทั การค้าของพระมหากษตั ริย์ คอื หน่วยงานใด
1. กรมคลัง 2. กรมทา่
3. พระคลงั มหาสมบัติ 4. พระคลังสินค้า
8. สิง่ ใดไม่ไดเ้ กดิ ข้ึนในสมยั กรุงรตั นโกสินทรต์ อนตน้
1. ธรรมยตุ ินิกาย 2. อนั นมั -สยามยุทธ์
3. ระบบเจา้ ภาษีนายอากร 4. พระราชนิพนธ์พระราชประเพณี 12 เดือน

โครงการอบรมเตรียมความพร้อมสคู่ วามเปน็ เลศิ ทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 173

9. เหตุการณท์ นี่ าไปสกู่ ารเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกจิ และสงั คมของไทยมากทสี่ ุด คอื เหตุการณใ์ ด
1. การปฏิรปู การปกครองในสมยั พระบรมไตรโลกนาถ 2. การเสยี กรุงศรีอยธุ ยาครัง้ ที่ 2
3. การทาสนธิสญั ญาเบาว์ริ่ง 4. การเลกิ ระบบไพร่และทาส
10. เหตกุ ารณ์ 14 ตลุ าคม 2516 และเหตุการณ์ 6 ตลุ าคม 2519 มคี วามเหมือนกันในประเดน็ ใด
1. การตอ่ ตา้ นการปกครองประเทศของคณะทหาร 2. การสนบั สนนุ ของประชาชนทวั่ ไป
3. แกนนาในการเคลอ่ื นไหว 4. เป็นผลพวงมาจากภาวะสงครามเยน็

โครงการอบรมเตรียมความพร้อมสคู่ วามเป็นเลิศทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 174

กล่มุ สาระการเรียนรู้
ศิลปะ

โครงการอบรมเตรียมความพรอ้ มสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 175

กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ

วิชา ม.4 ม.5
ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2

ทัศนศิลป์ สายวทิ ย์-คณติ สายภาษา

1 จานวน 1 หนว่ ยกติ 18 ห้อง ท้งั หมดและ
2 คาบ/ สัปดาห์ วทิ ย์-คณิต 5

หอ้ งเรยี น ตกึ 55 ปี ชัน้ 2 ห้อง

ดนตรไี ทย สายภาษา สายวทิ ย์-คณติ

2 จานวน 0.5 หน่วยกิต ทั้งหมดและ 18 ห้อง
1 คาบ/ สัปดาห์ วิทย์-คณิต 5

ห้องเรยี น ตึก 55 ปี ชน้ั 2 ห้อง

ดนตรีสากล สายภาษา สายวทิ ย์-คณิต

3 จานวน 0.5 หนว่ ยกิต ท้ังหมดและ 18 หอ้ ง
1 คาบ/ สัปดาห์ วทิ ย์-คณิต 5

หอ้ งเรียน ตึก 50 ปี ช้ัน 4 ห้อง

นาฏศิลปไ์ ทย สายภาษา สายวทิ ย์-คณิต

4 จานวน 0.5 หน่วยกิต ท้ังหมดและ 17 ห้อง
1 คาบ/ สัปดาห์ สายวิทย์-คณติ

หอ้ งเรยี น ตกึ 50 ปี ช้นั 3 6 หอ้ ง

นาฏศิลป์สากล สายวทิ ย์-คณติ สายภาษา

5 จานวน 0.5 หน่วยกิต 17 หอ้ ง ท้ังหมดและ
1 คาบ/ สัปดาห์ สายวิทย์-คณติ

ห้องเรยี น ตึก 50 ปี ชัน้ 3 6 หอ้ ง

1. วชิ าทศั นศิลป์
 ทศั นศลิ ป์
 ทศั นธาตุ
 แสงและเงา
 องค์ประกอบศลิ ป์
 ศลิ ปวจิ ารณ์
 การบรู ณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
 ศิลปะไทย
 ประวัติศาสตรศ์ ลิ ปะสากล
 ภูมปิ ญั ญาไทย

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมสู่ความเป็นเลศิ ทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 176

2. วชิ าดนตรีไทย
 ทฤษฎดี นตรีไทย
 ปฏิบตั เิ ครอ่ื งตี ไดแ้ ก่ ระนาดเอก ระนาดทุ้ม ฆ้องวงใหญ่ และฆอ้ งวงเล็ก
 ปฏบิ ตั เิ พลงสองช้นั จานวน 2 เพลง
 ทางฆอ้ งวงใหญแ่ ละทางระนาดเอก
 ปฏิบัตริ วมวง
นักเรียนสามารถฝึกซ้อมเคร่ืองคนตรีไทยได้ทุกชนิด ในช่วงเช้า กลางวัน และหลังเลิกเรียนได้จนถึง

เวลา 20.30 น. การประกวดเคร่ืองเดี่ยวดนตรีไทยทุกชนิด เร่ิมซ้อมตั้งแต่ 16.30 – 20.30 น.
วันจนั ทร์ – วันพฤหัสบดี

3. วชิ าดนตรีสากล
 ประเภทของเคร่ืองดนตรีสากล Music instrument
 ประเภทของวงดนตรีสากล
 บูรณาการงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
 การรวมวงเพ่อื แสดงในวิชาดนตรสี ากล

4. วิชานาฏศิลปไ์ ทย
 ประวัตนิ าฏศลิ ปไ์ ทย
 นาฏยศพั ท์
 ราวงมาตรฐาน
 การละครไทย
 นาฏศิลปไ์ ทย 4 ภาค
 เรยี นปฏบิ ัตริ าไทย

5. วิชานาฏศิลปส์ ากล
 นาฏศิลป์ นานาชาติ
 นาฏศิลป์อาเซียน พืน้ ฐานการเตน้
 การละครสากล

โครงการอบรมเตรียมความพร้อมสู่ความเปน็ เลิศทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 177

กลุ่มสาระการเรียนรู้
การงานอาชพี และเทคโนโลยี

โครงการอบรมเตรยี มความพรอ้ มสคู่ วามเป็นเลิศทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 178

กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ดาเนินงานตามนโยบายกลุ่มบริหารวิชาการ และ
แผนแม่บทการบริหารของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โดยมหี ัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ฯ เป็นกรรมการบริหาร
โรงเรียนโดยมวี ิสยั ทัศน์ วตั ถุประสงค์ พนั ธกจิ เปา้ หมายและภารกิจ ดงั นี้

พัฒนาผูเ้ รียนใหม้ คี ุณภาพ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยตี ามมาตรฐานสากล
ดารงตนบนพน้ื ฐานความเปน็ ไทย

1. พัฒนาระบบงานให้มปี ระสิทธิภาพโดยเนน้ การมสี ว่ นรว่ ม
2. พฒั นาบคุ ลากรใหเ้ ป็นบุคคลแห่งการเรยี นรู้
3. บริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม ตลอดจน อุปกรณ์การศึกษาให้ทันสมัย
และมีประสทิ ธิภาพ
4. จัดหลักสูตรท่ีทันสมัย หลากหลาย ตอบสนองความต้องการและศักยภาพของผู้เรียนและพัฒนา
กระบวนการเรยี นการสอนท่ีมุ่งเนน้ ผเู้ รยี น
5. สร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้โดยจัดสิ่งแวดล้อม ภูมิทัศน์ ให้ร่มรื่น และสวยงามปลูกฝังจิตสานึกให้
ผเู้ รยี นรักษ์ความเป็นไทย และมคี ณุ ลกั ษณะตามมาตรฐานนักเรยี น โรงเรียนเตรยี มอดุ มศกึ ษา

หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ทใ่ี ช้สาหรบั การเรยี นการสอนมที ้งั หมด 7 หอ้ ง
1. ห้องปฏบิ ัตกิ ารคอมพิวเตอร์ 1 ตกึ 9 ชั้น 1 ครผู รู้ ับผิดชอบ คือ ครวู ชิ ยั พริ้งมาดี
2. หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารคอมพิวเตอร์ 2 ตึก 9 ชั้น 1 ครูผรู้ บั ผดิ ชอบ คอื ครูพัชรา คงแกว้ , ครอู ภุ ยั ภัทร บญุ เพ็ง
3. หอ้ งปฏบิ ตั ิการคอมพิวเตอร์ 3 ตกึ 9 ชั้น 2 ครูผูร้ ับผิดชอบ คือ ครูชณภา กล่ินยี่สุน่
4. ห้องปฏบิ ัตกิ ารคอมพิวเตอร์ 4 ตกึ 55 ปี ชน้ั 3 ครูผรู้ บั ผดิ ชอบ คอื ครูอารมณ์ จลุ มณฑล
5. ห้องปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ 5 ตกึ 50 ปี ช้นั 2 ครผู รู้ บั ผดิ ชอบ คือ ครูศวิษฐ์ วีระยทุ ธวัฒนะ
6. ห้องปฏิบตั ิการคอมพวิ เตอร์ 6 ตึกเฉลมิ พระเกยี รติ 72 พรรษา ชัน้ 2 ครผู ้รู บั ผดิ ชอบ คือ

ครชู ชั นี หวังทางมี
7. หอ้ งปฏิบัติการคอมพวิ เตอร์ 7 (Smart School) ตึก 3 ครผู รู้ ับผิดชอบ คอื ครนู รากรณ์ จนิ พทุ ธ
8. ห้องปฏิบตั กิ ารคอมพิวเตอร์ 8 หอ้ งสมุดโรงเรียน ครูผ้รู บั ผดิ ชอบ คอื ครูศศวิ มิ ล มีฤทธ์ิ

โครงการอบรมเตรยี มความพรอ้ มสู่ความเปน็ เลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 179

สอนวิชา ง30221 การเขียนโปรแกรม 1 (หวั หนา้ รายวชิ าระดบั ชน้ั )

สอนวิชา ง30265 พรรณพชื กบั คุณภาพชีวติ
ง30274 วทิ ยาการเกษตร1 (หวั หนา้ รายวชิ าระดบั ชั้น)

สอนวิชา ว31103 วทิ ยาการคานวณ (หัวหน้ารายวิชาระดับชน้ั )
ว31104 การออกแบบและเทคโนโลยี (หัวหนา้ รายวิชาระดบั ชนั้ )

สอนวิชา ง30265 พรรณพชื กับคุณภาพชวี ติ (หัวหน้ารายวิชาระดับชั้น)

สอนวชิ า ง32101 พน้ื ฐานการดารงชีวติ

สอนวิชา ว31103 วทิ ยาการคานวณ
ว31104 การออกแบบและเทคโนโลยี

สอนวชิ า ว31103 วิทยาการคานวณ
ง30281 คอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ1 (หวั หนา้ รายวิชาระดบั ช้ัน)

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมสู่ความเปน็ เลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 180

สอนวิชา ง32101 พนื้ ฐานการดารงชวี ติ (หัวหน้ารายวชิ าระดับชั้น)
สอนวชิ า ว31103 วิทยาการคานวณ

สอนวชิ า ว31104 การออกแบบและเทคโนโลยี

สอนวชิ า ง30261 บัญชี
สอนวชิ า ง30267 สารนิเทศเพ่อื การศึกษาคน้ คว้า 1 (หัวหน้ารายวชิ าระดบั ชนั้ )

ง30268 สารนเิ ทศเพ่อื การศึกษาค้นควา้ 2 (หัวหน้ารายวิชาระดบั ชนั้ )
สอนวิชา ง30268 สารนิเทศเพื่อการศึกษาค้นคว้า 2

สอนวิชา ง30272 การจัดการคณุ ภาพชวี ิต (หวั หน้ารายวิชาระดับช้นั )

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมสูค่ วามเปน็ เลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 181

สอนวิชา ง30265 พรรณพชื กับคุณภาพชวี ติ

สอนวชิ า ง30272 การจดั การคุณภาพชวี ิต

สอนวชิ า ว31103 วิทยาการคานวณ
ง30281 คอมพวิ เตอรธ์ ุรกิจ 1

สอนวชิ า ง30261 บญั ชี (หวั หน้ารายวิชาระดับชนั้ )

ง32101 พนื้ ฐานการดารงชีวิต ง30274 วทิ ยาการเกษตร 1

สอนวชิ า ว31104 การออกแบบและเทคโนโลยี

สอนวชิ า ว31103 วิทยาการคานวณ
ว31104 การออกแบบและเทคโนโลยี

สอนวชิ า ง30261 บัญชี
ง30272 การจดั การคณุ ภาพชวี ติ

โครงการอบรมเตรยี มความพรอ้ มสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 182

สอนวชิ า ว31103 วทิ ยาการคานวณ
สอนวิชา ว31104 การออกแบบและเทคโนโลยี
สอนวิชา ง30261 บัญชี

ง32101 พ้ืนฐานการดารงชีวิต
สอนวชิ า ง32101 พนื้ ฐานการดารงชีวิต

สอนวชิ า ง30267 สารนเิ ทศเพื่อการศึกษาค้นควา้ 1
ง30268 สารนิเทศเพอื่ การศึกษาคน้ ควา้ 2

สอนวิชา ง30267 สารนเิ ทศเพ่ือการศึกษาค้นคว้า 1

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมสคู่ วามเปน็ เลิศทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 183

ภาคเรยี นที่ 1 กลุ่มสาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชีพและเทคโนโลยี ไดเ้ ปดิ สอน รายวชิ า ดงั น้ี

ระดบั ชั้น สาระพน้ื ฐาน สาระเพมิ่ เตมิ
ม.4
วิชาวทิ ยาการคานวณ วิชาสารนิเทศเพอ่ื การศึกษาค้นควา้ 1 (ภาษา)
วชิ าการออกแบบและเทคโนโลยี วิชาการจดั การคณุ ภาพชีวติ (ภาษา)
การศึกษาคน้ คว้าสรา้ งองคค์ วามรู้ วชิ าพรรณพืชกับคณุ ภาพชีวิต (ภาษา)
วชิ าบัญชี 1 (ว-ค, ภ-ค)
ม.5 วิชาพน้ื ฐานการดารงชีวติ วชิ าการเขียนโปรแกรม 1 (ว-คอมฯ)
วิชาวิทยาการเกษตร 1 (ว-บริหารฯ) วิชาคอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ 1 (ภ-ค)
วชิ าสารนเิ ทศเพอ่ื การศกึ ษาค้นควา้ 2 (ภาษา)
ม.6
รวม 5 รายวิชา 7 รายวิชา

ภาคเรียนท่ี 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ได้เปิ ดสอน

ราระยดวับิชชา้นั ดงั นี้ สาระพน้ื ฐาน สาระเพมิ่ เติม

ม.4 วิชาวิทยาการคานวณ วิชาสารนเิ ทศเพอ่ื การศึกษาค้นควา้ 1 (ภาษา)

วิชาการออกแบบเทคโนโลยี วิชาการจดั การคุณภาพชีวิต (ภาษา)
การศกึ ษาค้นคว้าสร้างองคค์ วามรู้ วชิ าพรรณพชื กับคุณภาพชวี ิต (ภาษา)
วิชาบัญชี 2 (ว-ค, ภ-ค)

ม.5 วชิ าพื้นฐานการดารงชีวิต วิชาการเขียนโปรแกรม 2 (ว-คอมฯ)

วิชาวิทยาการเกษตร 2 (ว-บริหารฯ) วิชาคอมพิวเตอร์ธรุ กิจ 2 (ภ-ค)
ม.6 วชิ าสารนิเทศเพอ่ื การศึกษาค้นควา้ 3 (ภาษา)

รวม 5 รายวิชา 7 รายวชิ า

โครงการอบรมเตรียมความพรอ้ มส่คู วามเป็นเลิศทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 184

คาอธิบายรายวิชา

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สาระการเรียนรู้ พน้ื ฐาน
จานวน 1.0 หนว่ ยกิต
รายวชิ า วิทยาการคานวณ รหัสวชิ า ว31103 เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1-2

ศึกษาหลักการของแนวคิดเชิงคานวณ การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา การหารูปแบบ
การคิดเชิงนามธรรม ขั้นตอนวิธี ตัวอย่างและประโยชน์ของแนวคิดเชิงคานวณเพื่อการแก้ปัญหาใน
ชีวิตประจาวัน ศึกษาตัวอย่างโครงงานทางเทคโนโลยี การกาหนดปัญหา ศึกษา วางแผน ดาเนินงาน สรุปผล
และเผยแพร่ ในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบูรณาการร่วมกับวิชาอื่นอย่างสร้างสรรค์และเช่ือมโยงกับ
ชวี ิตประจาวัน

โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem – based Learning) และการเรียนรู้
แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project – based Learning) ประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคานวณ รวมถึงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสารในการออกแบบขัน้ ตอนวธิ ีสาหรับแก้ปญั หา ออกแบบสร้างหรือพัฒนาโครงงานด้วย
คอมพิวเตอร์ สามารถระบุข้อมูลเข้า ข้อมูลออก และเงื่อนไขของปัญหา ออกแบบขั้นตอนวิธี การทาซ้า การ
จัดเรยี งและค้นหาข้อมลู อยา่ งเป็นระบบ

เพื่อให้เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณแก้ปัญหาที่พบในชีวิตประจาวันอย่างเป็นข้ันตอนและมี
ประสิทธิภาพ รู้จักใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ ทางานและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
และเป็นผู้ท่ีมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่าง
สร้างสรรค์

ตวั ชี้วดั
ว 4.2 ม.4/1 ประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานที่มีการบูรณาการกับวิชาอื่น

อยา่ งสร้างสรรค์ และเชอ่ื มโยงกบั ชวี ิตจรงิ

โครงการอบรมเตรยี มความพรอ้ มสู่ความเปน็ เลศิ ทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 185

แบบวเิ คราะห์โครงสร้างเนื้อหาสาระของรายวิชา วิทยาการคานวณ ว31103
กล่มุ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 หรือ 2

บทท่ี หวั ข้อเรื่อง จุดประสงค์การเรียนรู้

1 1.1 ขั้นตอนวธิ ี 1.1 อธิบายข้ันตอนวธิ ี

แนวคิดเชงิ 1.2 การแยกส่วนประกอบและ 1.2 สามารถแยกส่วนประกอบและ

คานวณ รายการย่อยปัญหา รายการยอ่ ยปัญหา

1.3 การหารูปแบบของปัญหา 1.3 จาแนกรูปแบบของปัญหาได้

1.4 การคดิ เชงิ นามธรรม 1.4 อธิบายการคิดเชงิ นามธรรมได้

2 2.1 การแก้ปัญหาดว้ ยคอมพวิ เตอร์ 2.1 สามารถแก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์
การแก้ปัญหา 2.2 การระบขุ ้อมูลเข้า ข้อมลู ออก 2.2 อธบิ ายขั้นตอนวิธีการระบุขอ้ มลู เข้า
และขนั้ ตอนวิธี
และเงือ่ นไขของปัญหา ข้อมลู ออก และเงอ่ื นไขของปญั หาได้
2.3 การออกแบบขนั้ ตอนวธิ ี 2.3 สามารถออกแบบขน้ั ตอนวิธี
2.4 การทาซ้า 2.4 อธิบายขนั้ ตอนการทาซา้ ได้
2.5 การจดั เรยี งและคน้ หาข้อมลู 2.5 สามารถจดั เรยี งและคน้ หาข้อมลู
2.6 รหัสแทนข้อมลู ในคอมพิวเตอร์ 2.6 อธบิ ายรหัสแทนข้อมูลในคอมพิวเตอร์
2.7 โครงสร้างขอ้ มลู 2.7 อธิบายโครงสร้างข้อมูลได้

3 3.1 การกาหนดปัญหา 3.1 สามารถการกาหนดปญั หา

การพฒั นา 3.2 การศึกษาและกาหนดขอบเขตของปญั หา 3.2 สามารถกาหนดขอบเขตของปัญหา

โครงงาน 3.3 การวางแผนและออกแบบโครงงาน 3.3 สามารถวางแผนและออกแบบโครงงาน

3.4 การดาเนนิ งาน 3.4 อธบิ ายการดาเนนิ งานได้

3.5 การพัฒนาโครงงาน 3.5 สามารถพฒั นาโครงงาน

3.6 การสรุปผลและการเผยแพร่ผลงาน 3.6 สามารถสรุปผลและเผยแพรผ่ ลงาน

วิชาวทิ ยาการคานวณ มีจุดประสงค์ ใหผ้ ู้เรยี นแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ดังนน้ั หนังสือ

เรียนและกิจกรรมการเรียนรู้สาหรับผู้เรียนจึงเน้นไปที่กิจกรรม Unplugged ท่ีให้ผู้เรียนคิดแก้ปัญหาโดยไม่

ต้องใชเ้ คร่ืองคอมพวิ เตอร์ เช่น ถา้ ผเู้ รียนจะวางแผนเดนิ ทางจากโรงเรียนไปบ้านเพื่อนให้ไปถงึ ก่อนคา่ แตม่ เี งิน

อยู่ไม่มากนัก ผู้เรียนจะต้องวางแผนว่าจะขึ้นรถเมล์สายใดจึงจะประหยัดท้ังเงินและเวลา อีกประเด็นท่ีกังวล

กันมากคือ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซ่ึงที่จริงแล้วความหมายของการเขียนโปรแกรมตามหลักสตู รใหม่

น้ัน ตีความกว้างกว่าท่ีเข้าใจกันท่ัวไป การเขียนโปรแกรมท่ีภาษาอังกฤษเรียก coding หรือ programming

นั้น ไม่จาเป็นต้องเป็นการใช้ภาษาคอมพิวเตอร์อย่าง Python เสมอไป “วิทยาการคานวณ” ไม่ยากอย่างท่ี

เข้าใจผิด เรียนรู้เพื่อปั้นนักคิด นักแก้ปัญหา พัฒนาสมวัย มีเป้าหมายในระยะยาวส่วนหนึ่งเพื่อเปลี่ยน

บทบาทคนไทยจากผใู้ ช้เทคโนโลยีให้เป็นผู้สรา้ งเทคโนโลยไี ดใ้ นอนาคต

โครงการอบรมเตรียมความพร้อมสคู่ วามเปน็ เลศิ ทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 186

ข้อมูลจากการวิจัยของ สสวท. ที่สัมภาษณ์ครูและนักเรียนในโรงเรียนทั้งในเมืองและในพ้ืนท่ีห่างไกล
พบว่าครแู ละนักเรียนยืนยันวา่ วิทยาการคานวณไม่ได้ยากอย่างท่ีคิด ผู้เรยี นๆ สนกุ กบั การแก้ปัญหา แมบ้ างคน
จะผิดคาดที่ไม่ได้จับเคร่ืองคอมพิวเตอร์ในคาบแรก ๆ แต่หลายคนก็เร่ิมเข้าใจแล้ววา่ เป็นวิชาที่เน้นการคิดและ
การแกป้ ญั หา ไมไ่ ด้เนน้ เทคโนโลยลี า้ ๆ เพียงอย่างเดียว (ขอขอบคณุ ดร.ชลิตา ธัญญะคุปต์)

คาอธิบายรายวชิ า

กล่มุ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระการเรยี นรู้ พน้ื ฐาน
จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี รหสั วิชา ว31104 เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1-2

ศึกษาแนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับศาสตร์อ่ืนโดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ หรือ
คณิตศาสตร์ รวมท้ังประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็น
แนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยี ศึกษาการระบุปัญหาหรือความต้องการที่มีผลกระทบต่อสังคม รวบรวม
วเิ คราะหข์ ้อมูลและแนวคดิ ท่เี ก่ยี วข้องกับปญั หาท่ีมคี วามซับซ้อนเพื่อสังเคราะห์วิธีการ เทคนิคในการแก้ปัญหา
โดยคานึงถึงความถูกต้องด้านทรัพย์สินทางปัญญา ศึกษาการออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์
เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จาเป็นภายใต้เง่ือนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นาเสนอแนวทางการ
แก้ปัญหาให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยเทคนิคหรือวิธีการท่ีหลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ วางแผน
ข้ันตอนการทางานและดาเนินการแก้ปัญหา การทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์และให้เหตุผลของปัญหาหรือ
ข้อบกพร่องท่ีเกิดข้ึนภายใต้กรอบเง่ือนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข พร้อมท้ังเสนอแนวทางการพัฒนาต่อ
ยอด ใชค้ วามรแู้ ละทักษะเกย่ี วกับวัสดุ อปุ กรณ์ เคร่ืองมอื กลไกไฟฟ้า อเิ ล็กทรอนกิ ส์ และเทคโนโลยีท่ีซับซ้อน
ในการแกป้ ัญหาหรือพัฒนางานได้อยา่ งถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั

โดยอาศัยกระบวนการเรียนรโู้ ดยใชป้ ญั หาเป็นฐาน (Problem – based Learning) และการเรยี นรู้
แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project – based Learning) เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ ฝึกทักษะการคิด เผชิญ
สถานการณก์ ารแก้ปัญหาวางแผนการเรียนรู้ และนาเสนอผ่านการทากิจกรรมโครงงาน

เพื่อให้เกิดทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวิเคราะห์ปัญหา นาไปสู่การสร้างต้นแบบ
ตลอดจนสามารถนากระบวนการเทคโนโลยี สร้างเทคโนโลยี วิธีการ เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพในการดารงชีวิต
รวมทัง้ คานึงถึงทรัพยส์ ินทางปญั ญา ตลอดจนนาความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้
เกิดประโยชน์ตอ่ สังคม และการดารงชีวติ จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถใน
การแก้ปัญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ท่ีมีจิตวิทยา
ศาสตร์ มีคณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มในการใช้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยอี ย่างสร้างสรรค์

โครงการอบรมเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 187
ตัวชว้ี ดั

ว 4.1 ม.4/1 วิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสมั พันธ์กบั ศาสตร์อน่ื โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์
หรือคณิตศาสตร์ รวมทั้งประเมินผลกระทบที่จะเกิดข้ึนต่อมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพ่ือเป็น
แนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยี

ม.4/2 สามารถระบุปัญหาหรือความต้องการที่มีผลกระทบต่อสังคม รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และ
แนวคิดที่เก่ียวข้องกับปัญหาท่ีมีความซับซ้อนเพ่ือสังเคราะห์วิธีการเทคนิคในการแก้ปัญหาโดย คานึงถึงความ
ถูกตอ้ งดา้ นทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญาได้

ม.4/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลท่ีจาเป็น
ภายใต้เงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อ่ืนเข้าใจด้วยเทคนิคหรือวิธีการท่ี
หลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวรช์ ว่ ยในการออกแบบ วางแผนข้นั ตอนการทางาน และดาเนินการแก้ปญั หา

ม.4/4 ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดข้ึนภายใต้
กรอบเง่ือนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา พร้อมทั้งเสนอแนวทางการพัฒนา
ตอ่ ยอด

ม.4/5 ใช้ความรู้และทักษะเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และ
เทคโนโลยที ซ่ี ับซอ้ นในการแก้ปญั หา หรอื พฒั นางาน ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภัย

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมสคู่ วามเป็นเลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 188

ตารางการจัดทาหนว่ ยการเรยี นรู้
รายวิชาการออกแบบและเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว31104

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1-2 เวลา 40 ช่ัวโมง

หนว่ ยท่ี ชอ่ื หน่วย สาระการเรยี นรู้

1 ระบบทางเทคโนโลยที ซ่ี บั ซ้อน 1. เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตั้งแต่อดีตจนถึง
ปัจจุบัน ซ่ึงมีสาเหตุหรือปัจจัยมาจากหลายด้าน เช่น ปัญหา
ความต้องการ ความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ เศรษฐกิจ สังคม
วัฒนธรรม สงิ่ แวดล้อม
2. ระบบทางเทคโนโลยี เป็นกลมุ่ ของส่วนตา่ ง ๆ

ต้ังแต่สองส่วนขนึ้ ไปประกอบเข้าด้วยกันและทางาน

รว่ มกนั เพ่ือให้บรรลวุ ตั ถุประสงค์ โดยในการทางาน

ของระบบทางเทคโนโลยจี ะประกอบไปด้วย ตวั ปอ้ น

กระบวนการและผลผลติ ที่สัมพนั ธก์ ัน นอกจากน้ี

ระบบทางเทคโนโลยี อาจมขี ้อมูลยอ้ นกลบั เพื่อใช้

ปรบั ปรงุ การทางานไดต้ ามวัตถปุ ระสงค์ โดยระบบทาง

เทคโนโลยีอาจมรี ะบบยอ่ ยหลายระบบ ทีท่ างาน

สมั พนั ธ์กนั และหากระบบย่อยใดทางานผิดพลาดจะ

สง่ ผลตอ่ การทางานของระบบอื่นดว้ ย

2 การเปลยี่ นแปลงของ 1. เทคโนโลยีมกี ารเปลยี่ นแปลงตลอดเวลาต้ังแต่อดตี

เทคโนโลยี จนถงึ ปจั จบุ ัน ซ่งึ มสี าเหตหุ รอื ปจั จยั มาจากหลายด้าน
เช่น ปัญหา ความตอ้ งการ ความก้าวหน้าของศาสตร์
ต่างๆ เศรษฐกจิ สังคม วัฒนธรรมและสิง่ แวดลอ้ ม

3 ผลกระทบของเทคโนโลยี 1. ผูใ้ ช้ ผพู้ ฒั นา และผูส้ รา้ งเทคโนโลยจี าเปน็ ต้องมกี าร
คานึงถึง และวิเคราะห์ถงึ ผลกระทบของเทคโนโลยีทง้ั
ในทางดา้ นบวกและดา้ นลบทสี่ ง่ ผลต่อมนุษย์ สงั คม
เศรษฐกิจ และสง่ิ แวดลอ้ มรวมทั้งการเสนอแนวทางการ
ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หา

โครงการอบรมเตรยี มความพรอ้ มสู่ความเปน็ เลิศทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

หนว่ ยท่ี ช่อื หน่วย ห น้ า | 189

4 วสั ดแุ ละเคร่อื งมือพ้ืนฐาน สาระการเรยี นรู้
1. วสั ดุแต่ละประเภทมสี มบตั ิแตกต่างกนั เชน่ ไม้ โลหะ
5 กลไก ไฟฟา้ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ พลาสติก เซรามิก จึงต้องมีการวิเคราะหส์ มบัติเพ่อื
เลอื กใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะของงาน
6 กระบวนการออกแบบเชิง 2. อปุ กรณแ์ ละเครื่องมือในการสร้างช้นิ งานหรือพัฒนาวิธีการมี
วศิ วกรรม หลายประเภทต้องเลอื กใช้ให้ถกู ต้อง เหมาะสม
และปลอดภยั รวมท้ังรู้จักเกบ็ รักษา
1. การสร้างชน้ิ งานอาจใชค้ วามรู้ เรือ่ งกลไก ไฟฟ้า
อิเลก็ ทรอนิกส์ เช่น LDR sensor เฟอื ง รอก คาน วงจร
สาเรจ็ รปู ตลอดจนอปุ กรณ์และเครอ่ื งมือในการสร้างช้ินงาน
หรือพัฒนาวิธีการมีหลายประเภท ต้องเลอื กใช้ใหถ้ ูกต้อง
เหมาะสม และปลอดภัย รวมทั้งร้จู กั เก็บรักษา

1. กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมเปน็ กระบวนการแกป้ ัญหา
หรือพัฒนางาน เพ่ือสรา้ งแนวทางที่เหมาะสมในการแกป้ ญั หา
หรือสนองความต้องการตามทกี่ าหนดไว้ การทางานตาม
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมนั้นสามารถย้อนขั้นตอน
กลบั ไปมาได้ และอาจมีการทางานซา้ ในบางขนั้ ตอนหากต้องการ
พฒั นาหรอื ปรบั ปรุงผลงานให้ดีข้ึน

โครงการอบรมเตรียมความพร้อมสคู่ วามเป็นเลิศทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 190

พ.ร.บ. คอมพวิ เตอร์ 2560 ว่าด้วยการกระทาความผดิ เกยี่ วกับคอมพวิ เตอร์ (http://gg.gg/ratchakitcha)
เหตุผลในการประกาศใชพ้ ระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนอ่ื งจากในปัจจุบันระบบคอมพวิ เตอร์ได้เป็นส่วน

สาคัญ ของการประกอบกิจการ และการดารงชีวิตของมนุษย์ หากมีผู้กระทาด้วยประการใด ๆ ให้ระบบ
คอมพิวเตอร์ไม่สามารถทางานตามคาสั่งท่ีกาหนดไว้ หรือทาให้การทางานผิดพลาดไปจากคาสั่งท่ีกาหนดไว้
หรอื ใชว้ ธิ กี ารใด ๆ เข้าลว่ งร้ขู อ้ มูล แก้ไข หรอื ทาลายข้อมูลของบุคคลอื่น ในระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ หรอื
ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ เพ่ือเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ หรือมีลักษณะอันลามกอนาจาร ย่อม
กอ่ ให้เกดิ ความเสยี หาย กระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ สงั คม และความมัน่ คงของรัฐ รวมทงั้ ความสงบสุขและ
ศีลธรรมอันดีของประชาชน สมควรกาหนดมาตรการเพ่ือป้องกันและปราบปรามการกระทาดังกล่าว จึง
จาเป็นตอ้ งตราพระราชบัญญัติน้ี

มาตรา 14 ผู้ใดกระทาความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปน้ี ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่
เกินหนึง่ แสนบาท หรือท้ังจาทั้งปรับ
(1) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบอื นหรือปลอมไม่วา่
ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
อนั มใิ ชก่ ารกระทาความผดิ ฐานหมิน่ ประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา
(2) นาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการ
รักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความม่ันคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ
หรอื โครงสรา้ งพน้ื ฐานอนั เป็นประโยชนส์ าธารณะของประเทศ หรอื ก่อใหเ้ กดิ ความต่ืนตระหนกแกป่ ระชาชน

โครงการอบรมเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 191

(3) นาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเก่ียวกับความม่ันคงแห่ง
ราชอาณาจกั รหรือความผิดเก่ียวกับการกอ่ การรา้ ยตามประมวลกฎหมายอาญา
(4) นาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์น้ัน
ประชาชนท่ัวไปอาจเขา้ ถงึ ได้
(5) เผยแพรห่ รือสง่ ต่อซึ่งขอ้ มลู คอมพวิ เตอร์โดยร้อู ยู่แลว้ ว่าเป็นขอ้ มูลคอมพิวเตอรต์ าม (1) (2) (3) หรือ (4)
ถ้าการกระทาความผิดตามวรรคหน่ึง (1) มิได้กระทาต่อประชาชน แต่เป็นการกระทาต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ผู้กระทา ผู้เผยแพร่หรือส่งต่อซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกิน
หกหมนื่ บาท หรอื ทง้ั จาท้ังปรับ และให้เป็นความผิดอนั ยอมความได้

มาตรา 5 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ท่ีมีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และ
มาตรการน้ันมิได้มีไว้สาหรบั ตน ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหน่ึงหมื่นบาท หรือท้ังจา
ทง้ั ปรับ

มาตรา 6 ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทาขึ้นเป็นการเฉพาะ
ถ้านามาตรการดงั กลา่ วไปเปิดเผยโดยมิชอบ ในประการท่ีน่าจะเกิดความเสียหายแกผ่ ู้อน่ื ต้องระวางโทษจาคุก
ไมเ่ กนิ หนง่ึ ปี หรือปรบั ไม่เกินสองหม่ืนบาท หรือทัง้ จาท้งั ปรับ

มาตรา 7 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และ
มาตรการน้นั มไิ ดม้ ไี ว้สาหรับตน ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กนิ สองปีหรือปรับไมเ่ กนิ ส่ีหมนื่ บาทหรือทั้งจาท้ังปรบั

มาตรา 8 ผู้ใดกระทาด้วยประการใดโดยมิชอบ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อดักรับไว้ซึ่ง
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อ่ืนท่ีอยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพ่ือ
ประโยชน์สาธารณะหรือเพอ่ื ใหบ้ ุคคลท่วั ไปใช้ประโยชนไ์ ด้ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กินสามปี หรือปรับไม่เกนิ หก
หมืน่ บาท หรือทง้ั จาท้งั ปรบั

มาตรา 9 ผู้ใดทาให้เสียหาย ทาลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อ่ืนโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือ
ทั้งจาท้งั ปรบั

มาตรา 10 ผู้ใดกระทาด้วยประการใดโดยมิชอบ เพ่อื ใหก้ ารทางานของระบบคอมพวิ เตอรข์ องผู้อ่ืนถูก
ระงบั ชะลอ ขัดขวาง หรอื รบกวนจนไม่สามารถทางานตามปกติไดต้ ้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กินห้าปี หรอื ปรบั ไม่
เกนิ หน่ึงแสนบาท หรอื ท้ังจาท้ังปรบั

มาตรา 11 ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Email) แก่บุคคลอื่น โดยปกปิด
หรอื ปลอมแปลงแหลง่ ท่ีมาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใชร้ ะบบคอมพวิ เตอร์ของบุคคลอ่ืน
โดยปกตสิ ุข ต้องระวางโทษปรบั ไมเ่ กนิ หนึง่ แสนบาท

มาตรา 16 ผู้ใดนาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ท่ีประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ท่ี
ปรากฏเป็นภาพของผู้อ่ืน และภาพนัน้ เปน็ ภาพท่ีเกดิ จากการสร้างข้ึน ตัดตอ่ เตมิ หรือดัดแปลงดว้ ยวิธีการทาง
อิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอ่ืนใด ท้ังน้ี โดยประการที่น่าจะทาให้ผู้อื่นนั้นเสียช่ือเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง
หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกินหกหม่ืนบาท หรือทั้งจาท้ังปรับ ถ้า
การกระทาตามวรรคหนึ่ง เป็นการนาเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยสุจริต ผู้กระทาไม่มีความผิด
ความผิดตามวรรคหน่ึงเป็นความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายในความผิดตามวรรคหน่ึงตายเสียก่อนร้อง
ทกุ ข์ ให้บดิ า มารดา คู่สมรส หรอื บตุ รของผู้เสยี หายร้องทกุ ข์ได้ และใหถ้ ือวา่ เปน็ ผเู้ สียหาย

โครงการอบรมเตรยี มความพรอ้ มสคู่ วามเป็นเลิศทางวชิ าการ

(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 192

การศกึ ษาค้นคว้าดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS )

การให้ผู้เรียนได้ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง “Independent Study : IS” นับเป็นวิธีการที่มี
ประสทิ ธภิ าพวิธหี น่ึงที่ใชก้ ันอย่างกวา้ งขวางในการพฒั นาผ้เู รยี น เพราะเป็นการเปดิ โลกกว้างให้ผเู้ รยี นได้ศึกษา
ค้นคว้าอย่างอิสระในเร่ืองหรือประเด็นที่ตนสนใจ เริ่มต้ังแต่การกาหนดประเด็นปัญหา ซ่ึงอาจเป็น Public
Issue และGlobal Issue และดาเนนิ การค้นคว้าแสวงหาความรูจ้ ากแหล่งขอ้ มูลที่หลากหลาย มกี ารวเิ คราะห์
สังเคราะห์ การ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพ่ือนาไปสู่การสรุปองค์ความรู้ จากนั้นก็หาวิธีการท่ี
เหมาะสมในการสื่อสารนาเสนอให้ผู้อื่นได้รับทราบ และสามารถนาความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าไปทา
ประโยชน์แก่สาธารณะ ซึ่งสิ่งเหล่าน้ีเป็นกระบวนการท่ี เช่ือมโยงต่อเน่ืองกันตลอดแนว ภายใต้ “การศึกษา
ค้นควา้ ดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS)” ซึง่ จดั แบง่ เปน็ สาระการเรยี นรู้ 3 สาระ ประกอบด้วย

IS 1- การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) เป็นสาระท่ี
มุ่งให้ผู้เรียนกาหนดประเด็นปัญหา ต้ังสมมุติฐาน ค้นคว้า แสวงหาความรู้และฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์
สังเคราะห์ และสรา้ งองคค์ วามรู้

S 2- การส่ือสารและการนาเสนอ (Communication and Presentation) เป็นสาระที่มุ่งให้ผู้เรียน
นาความร้ทู ี่ได้รับ มาพัฒนาวิธีการการถ่ายทอด/ส่ือสารความหมาย/แนวคิด ข้อมูลและองค์ความรู้ ดว้ ยวธิ ี การ
นาเสนอทเี่ หมาะสม หลากหลายรปู แบบ และมีประสทิ ธภิ าพ

IS 3- การนาองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม (Social Service Activity) เป็นสาระที่มุ่งให้ผู้เรียน นา/
ประยุกต์องค์ความรู้ไปสกู่ ารปฏบิ ัติ หรือนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม เกิดบริการสาธารณะ โรงเรียนตอ้ ง
นาสาระการเรียนรู้ การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS ) ไปสู่การเรียนการสอน ใน
ลกั ษณะของหนว่ ยการเรยี นรู้ รายวชิ าเพม่ิ เตมิ หรอื กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน ตามแนวทางทีก่ าหนด โดยพิจารณา
ให้สอดคล้องกับบริบทและพัฒนาการ วัยของผู้เรียน ซ่ึงอาจแตกต่างกันในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา
ตอนตน้ และมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

การพัฒนาผู้เรียนผ่านการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study) น้ัน ครูผู้สอนจะต้อง
พิจาณาให้เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการของผู้เรียน กิจกรรมการเรียนรู้ ความยาก-ง่ายของช้ินงานหรือภาระ
งานท่ปี ฏิบัตจิ ะตอ้ ง เหมาะสม เป้าหมายคุณภาพผ้เู รียนแตล่ ะระดับท่ีกาหนดนี้ เป็นเปา้ หมายและกรอบทิศทาง
ท่ีครจู ะใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนและการประเมนิ ผล

โครงการอบรมเตรียมความพร้อมสู่ความเปน็ เลิศทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 193

คาอธบิ ายรายวชิ าการศกึ ษาค้นคว้าและสรา้ งองคค์ วามรู้ IS1
ศึกษา วิเคราะห์ ฝึกทักษะตั้งประเด็นปัญหา /ตั้งคาถามเก่ียวกับสถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลก
ต้ังสมมติฐานและให้เหตุผลที่สนับสนุนหรือโต้แย้งประเด็นความรู้ โดยใช้ความรู้จากศาสตร์สาขาต่างๆและมี
ทฤษฎีรองรับ ออกแบบวางแผน รวบรวม ข้อมูล ค้นคว้าแสวงหาความรู้เกี่ยวกับสมมติฐานท่ีตั้งไว้จากแหล่ง
เรียนรู้ทั้งปฐมภูมิและทุติยภูมิ และสารสนเทศ อย่างมีประสิทธิภาพ และพิจารณาความน่าเช่ือถือของแหล่ง
เรียนรู้อย่างมีวิจารณญาณเพ่ือให้ได้ข้อมูลท่ีครบถ้วนสมบูรณ์ วิเคราะห์ ข้อมูลโดยใช้วิธีการท่ีเหมาะสม
สังเคราะห์สรุปองค์ความรู้และร่วมกัน มีกระบวนการกลุ่มในการการวิพากษ์ แลกเปล่ียนความคิดเห็นโดยใช้
ความรู้จากสาขาวิชาต่างๆ เสนอแนวคิด วิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ด้วยกระบวนการคิด กระบวนการ
แก้ปัญหา กระบวนการปฏิบัติ เพื่อให้เกิดทักษะในการค้นคว้าแสวงหาความรู้ สังเคราะห์สรุป อภิปราย
ผลเปรียบเทียบเชอ่ื มโยงความรู้ ความเป็นมาของศาสตร์ เข้าใจหลักการและวิธคี ิดในสง่ิ ท่ีศึกษา เห็นประโยชน์
และคุณค่าของการศึกษาค้นคว้า ด้วยตนเองเสนอแนวคิดการแก้ปัญหาอย่างเป็น ระบบด้วยองค์ความรู้จาก
การคน้ พบ
ผลการเรียนรู้
1. ตัง้ ประเดน็ ปัญหา จากสถานการณป์ ัจจบุ ันและสังคมโลก
2. ตั้งสมมติฐานและให้เหตุผลที่สนับสนุนหรือโต้แย้งประเด็นความรู้โดยใช้ความรู้จากสาขาวิชาต่างๆ
และมีทฤษฎีรองรับ
3. ออกแบบ วางแผน ใชก้ ระบวนการรวบรวมข้อมลู อย่างมีประสทิ ธิภาพ
4. ศกึ ษา ค้นควา้ แสวงหาความรู้เก่ยี วกับประเดน็ ที่เลอื ก จากแหลง่ เรยี นรู้ที่มีประสิทธภิ าพ
5. ตรวจสอบความนา่ เชื่อถือของแหลง่ ที่มาของข้อมูล
6. วเิ คราะห์ข้อค้นพบด้วยสถติ ทิ ีเ่ หมาะสม
7. สังเคราะห์สรปุ องค์ความรดู้ ้วยกระบวนการกลุ่ม
8. เสนอแนวคิด การแก้ปญั หาอย่างเปน็ ระบบดว้ ยองค์ความรูจ้ ากการคน้ พบ
การศกึ ษาและสร้างองคค์ วามรู้
จากหลักการและเหตุผลของการจัดโรงเรยี นมาตรฐานสากล ได้กล่าวว่า สาหรับความพร้อมในการ
เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 และศกั ยภาพ
ในการแข่งขันในเวทีโลกของแต่ละประเทศ ประเทศที่จะอยู่รอดได้หรือคงความได้เปรียบก็คือ
ประเทศที่มีอานาจทางความรู้และเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ซึ่งในยุคโลกไร้พรมแดนคนต่างชาติจะเข้ามา
ทางาน และประกอบอาชีพในประเทศ ไทยมากข้ึนขณะเดียวกันคนไทยก็มีโอกาสไปทางานและ ประกอบ
อาชีพในตา่ งประเทศมากข้ึนดว้ ยเชน่ กัน
สังคมไทยในอนาคตจะเป็นสังคมฐานความรู้ ท่ีการเรียนรู้และนวัตกรรมเป็นปัจจัยสาคัญในการ
พัฒนา จึงมคี วามจาเปน็ อย่างย่ิงที่จะต้องส่งเสริมและสร้างสภาพการณ์ เพือ่ ให้คนไทยทุกคนมสี ิทธิและความ
เสมอภาคในการเรยี นรอู้ ยา่ งต่อเน่อื งตลอดชวี ติ

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมสคู่ วามเป็นเลิศทางวิชาการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 194

โครงงาน เร่ือง......
เสนอ

ครู…………………………..

รายชื่อสมาชิกในกลมุ่ หอ้ ง …..

1. ...... เลขท่ี ...
2. ...... เลขท่ี ...
3. ...... เลขที่ ..
4. ...... เลขท่ี ..
5. ...... เลขที่ ..

รายงานโครงงานนเ้ี ป็นการบรู ณาการ
รายวิชา วทิ ยาการคานวณ ว31103
และรายวชิ าการศกึ ษาคน้ คว้าและสร้างองคค์ วามรู้ (IS)
ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี … ปกี ารศกึ ษา 256...

1.ช่อื โครงงาน ……………..……………ของช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 หอ้ ง.........
2.ชื่อผทู้ า 1………………………………… เลขที.่ ... หนา้ ท.่ี ...................... ลงชอื่ ..............................

โครงการอบรมเตรียมความพรอ้ มส่คู วามเปน็ เลิศทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 195

2……………………………………… เลขท่ี.... หนา้ ท่.ี ...................... ลงช่อื ..............................

3. ช่อื ครทู ป่ี รกึ ษาโครงงาน ................

4. ทม่ี าและความสาคญั …………………………………………………………………...………………

5. วัตถุประสงค์ (อย่างน้อย 3 ขอ้ )

1.เพ่ือศึกษา…………………………………………………………………………………

2.เพื่อศึกษา…………………………………………………………………………………

3.เพ่อื นาเสนอ...............................................

6. ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะไดร้ ับ (อยา่ งน้อย 3 ข้อ )

1. …………………………………………………………………………………

7. เอกสารทเ่ี กี่ยวขอ้ ง (ใส่เนอ้ื หาทีส่ อน)

………………………………………………………………………………………………………………

8. แผนปฏิบตั ิงาน (บอกกาหนดเวลาเร่มิ ต้นและเวลาเสร็จของการดาเนินงาน)

1. กาหนดหัวขอ้ ……………………………

2. ระบุหนา้ ที่สมาชกิ ในกลมุ่ ……………………………

3. วางแผนประชมุ การดาเนินงาน ……………………………

4. กาหนดหรอื เลอื กสถานที่ท่ีจะไปศกึ ษา ……………………………

5. มอบหมายหน้าท่แี กส่ มาชกิ ในกลมุ่ ……………………………
6. นัดหมายสมาชกิ ในกลุ่ม ……………………………
7. ปฏบิ ัติงานภาคสนาม ……………………………

9. ระยะเวลาการดาเนนิ งาน เริ่ม มิถนุ ายน – (กอ่ นวนั สอบปลายภาคเรียน) กนั ยายน 2562
10. วิธดี าเนนิ การ (บรรยายให้เหน็ ภาพวา่ ทาอะไรมาบา้ งดว้ ยภาษาเขยี นระหว่างเรือ่ งคาสะกด)
1. กาหนดหัวข้อ …………………………………………………………………

2. ระบุหน้าทีส่ มาชิกในกลุ่ม …………………………………………………………………………………
3. วางแผนประชมุ การดาเนินงาน …………………………………………………………………………………
4. กาหนดหรือเลือกสถานท่ีท่ีจะไปศึกษา …………………………………………………………………………………

5. มอบหมายหน้าท่แี ก่สมาชกิ ในกลุ่ม …………………………………………………………………………………
6. นดั หมายสมาชิกในกลุ่ม …………………………………………………………………………………
7. ปฏิบตั งิ านภาคสนาม ………………………………………………………………… (หรือจะมากว่า 7 ข้อก็ได)้
10. ภาพขณะปฏิบัติงาน (ภาพกจิ กรรมนักเรียนและครูที่ปรึกษา ภาพทหี่ ลากหลายอยา่ งนอ้ ย 6 ภาพ )

11. ผลการดาเนนิ งาน ………………………………………………………………………………………………………………

12. ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับจากการทาโครงงาน (อย่างนอ้ ย 3 ขอ้ )

13. ขอ้ เสนอแนะ (อยา่ งน้อย 3 ขอ้ )

บรรณานุกรม

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมส่คู วามเปน็ เลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 196

การเขียนบรรณนุกรม

ท่ีมา http://www.dek-d.com/board/view.php?id=657681
ตัวอยา่ งการลงรายการบรรณานกุ รม 1. ตวั อย่างการเขียนบรรณานกุ รม หนงั สอื เล่ม
ชอื่ ผ้แู ต่ง.ชอื่ หนงั สอื . สถานทพ่ี มิ พ์.สานกั พมิ พ์.ปีทพ่ี ิมพ.์
วทิ ยากร เชียงกลู . ฉนั จงึ มาหาความหมาย. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พม์ หาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์, 2544.
คกึ ฤทธ์ิ ปราโมช, ม.ร.ว. หลายชวี ติ . กรงุ เทพฯ: ดอกหญา้ , 2548.
2. ตวั อยา่ งการเขยี นบรรณานกุ รมจากบทความในสารสนเทศอเิ ลก็ ทรอนิกส์
ช่อื ผแู้ ตง่ . “ชอ่ื บทความ/แหล่งช่ือ/เรอ่ื งวชิ า/คลปิ /” [ประเภทของส่อื ท่ีเขา้ ถงึ ] <เข้าถงึ ได้จาก>
(วันท่คี น้ ข้อมลู )
ตวั อย่าง Pasguier, Roger F. edtech goals. (Feb. 8, 2006). [Online].Available:
http://www.thinkquest.org
ชอ่ื ผู้แต่ง.//(วันเดอื นปที ีส่ ืบค้น).//ชือ่ เรอื่ ง.//แหลง่ ทม่ี า(เว็บไซต์)
เฉลิม ศรสี วรรค.์ (1 เมษายน 2548). ระบบเครือข่ายหลัก. http://www.chandra.ac.th
หลนิ . (14 ตลุ าคม 2547). ความเสยี่ งของเยาวชนกับพ่อแม่ท่ีมลี กู เป็นเกย์.
http://www.bangkokrainbow.org.com
3. ตัวอยา่ งการเขียนบรรณานกุ รมที่มีผูแ้ ตง่ 2 คน
ชือ่ ผู้แตง่ ทั้งสองคน. ชอ่ื หนงั สือ. สถานท่พี ิมพ์: สานกั พิมพ์, ปที ่ีพมิ พ.์
สมบัติ จาปาเงิน และ สาเนยี ง มณกี าญจน.์ หลักนกั อ่าน. กรุงเทพฯ: เรือนแก้ว, 2531.
4.ตวั อยา่ งการเขยี นบรรณานกุ รมหนงั สือท่ีมีผู้แต่งมากกว่า 2 คน
ชอื่ ผแู้ ตง่ และผู้แต่งคนอืน่ ๆ.ช่อื หนงั สอื . คร้ังท่ีพิมพ.์ สถานท่ีพิมพ:์ สานกั พมิ พ์, ปีทพี่ ิมพ์.
อธิษกานต์ ไกรภักดี และคนอ่ืนๆ. การเมืองและการปกครองไทย. พมิ พค์ ร้ังที่ 4. นนทบรุ :ี ปานเทวาการพิมพ์,
2541.
5. ตัวอยา่ งการเขียนบรรณานุกรมหนังสอื แปล
ช่ือผแู้ ตง่ .ชือ่ หนงั สอื .ชอ่ื ผ้แู ปล.สถานทพ่ี มิ พ:์ สานกั พิมพ์, ปีที่พิมพ.์
วิลเล่ียม, สตีเวนสัน. นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ. ทรงแปลโดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลย
เดช. กรงุ เทพฯ: อมรินทร์พริน้ ตงิ้ แอนดพ์ บั ลชิ ชง่ิ , 2539.
6. ตัวอยา่ งการเขียนบรรณานกุ รมจากบทความในวารสารหรือนิตยสาร
ชอ่ื ผเู้ ขียนบทความ “ช่อื บทความ” ช่ือวารสาร. ปที ี่, ฉบับท่ี. (เดือน ปี) : เลขที่หน้าอ้างอิง.
อัลยา นฤชานนท์. “ได้อะไรบ้างจากการอ่านสารคดีการท่องเท่ียว.” เที่ยวรอบโลก. 45, 4 (เมษายน 2540) :
36-40.
7. ตวั อย่างการเขยี นบรรณานกุ รมจากบทความในสารานุกรม
ชื่อผเู้ ขียนบทความ, “ชื่อบทความ,” ช่ือสารานกุ รม เล่มท.ี่ (ปที ี่พิมพ)์ : เลขหน้าทีอ่ า้ งองิ .

โครงการอบรมเตรียมความพรอ้ มสูค่ วามเป็นเลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)

ห น้ า | 197

วชิ าพื้นฐานการดารงชีวิต

ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 - 2

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เนอ้ื เร่อื ง ส่งิ ทน่ี กั เรยี นไดร้ บั สง่ิ ท่นี กั เรียนนาไปใช้ หมายเหตุ

ในชวี ติ ประจาวัน

1. สามารถนาความรู้ 1.ความหมาย และ มีความรเู้ กีย่ วกับ สามารถปรบั ตวั ให้

เกยี่ วกบั บา้ นและ ความสาคัญของบ้าน ครอบครัว กฎหมาย เข้ากับบุคคลใน

ครอบครัวไปใช้ใน 2.ความหมาย และ ครอบครวั การวางตัว ครอบครวั และมี

ชวี ติ ประจาวนั ได้ ความสาคญั ของ และการดูแลทาความ ความรู้ ความเขา้ ใจ

ครอบครัว เขา้ ใจ ความ สัมพนั ธ์กบั เกี่ยวกบั งาน คหก

กฎหมายครอบครัว การ บุคคลในครอบครวั ร้จู กั รรม สามารถปฏิบัติ

วางตวั และการดแู ลทา เขา้ ใจ และปรับตวั ไดก้ บั ได้อย่างเข้าใจ

ความเขา้ ใจ บคุ คลในครอบครวั ทุกวยั

ความสัมพนั ธก์ ับบคุ คล มคี วามรเู้ กยี่ วกับงาน

ในครอบครวั คหกรรม

3.มคี วามรู้เก่ยี วกับงาน

บา้ นหรอื งานคหกรรม

2. รู้จักวางแผนการใช้ 1.ความหมายของการ มีความรูค้ วามเขา้ ใจ วางแผนการเงนิ ของ

จ่ายเงนิ ภายใน วางแผน ความหมายของ เกย่ี วกับการวางแผน ตนเอง ของ

ครอบครวั ไดอ้ ย่าง การวางแผนใช้จ่ายเงิน และมีความรคู้ วามเข้าใจ ครอบครวั และมี

เหมาะสม 2.วิธีการวางแผนใช้ เกีย่ วกบั งานธรุ กิจ ความรคู้ วามเข้าใจ

จา่ ยเงินของตนเอง และ เบอ้ื งต้น เกี่ยวกบั งานธุรกจิ

เพือ่ ครอบครวั พรอ้ มทัง้ เบอื้ งตน้ สามรถ

นาไปใช้วางแผนการทา บรหิ ารจดั การได้

ธุรกจิ

3.ความรู้เกยี่ วกับธุรกจิ

เบ้ืองตน้

3. สามารถประดิษฐ์ 1.ความหมาย นักเรยี นมคี วามรู้ ความ นาส่ิงประดษิ ฐ์ไปใช้

ชิ้นงานจากส่ิงของ ความสาคัญของงาน เขา้ ใจ และสามารถ ประโยชน์ในบา้ นได้

ต่างๆเพ่ือใหเ้ กิด ประดิษฐ์ นกั เรียน ประดษิ ฐช์ ้นิ งานตาม

ประโยชนใ์ ช้สอยได้ สามารถประดิษฐช์ ้นิ งาน ความสนใจจากวสั ดใุ หม่

ตามความสนใจจากวสั ดุ หรือวัสดุเหลอื ใชไ้ ดต้ าม

ใหม่ หรอื วสั ดุเหลือใช้ ความต้องการ

โครงการอบรมเตรยี มความพร้อมสู่ความเปน็ เลศิ ทางวชิ าการ
(PAE = Preparation for Academic Excellence)


Click to View FlipBook Version