ดูราวกบั ตน้ ไมค้ ริสตม์ าส. พดู จาพาทีกพ็ อใชไ้ ด้ แต่ไม่ใคร่ไดพ้ ดู กบั ฉนั
มากนกั , เพราะยงั กระดากอย.ู่
รายที่ฉนั เล่ามาในจดหมายฉบบั ก่อนวา่ ไดเ้ ห็นที่โรงพฒั นากรน้นั , ฉนั ได้
พยายามสืบสาวจนรู้แลว้ วา่ เป็นใคร. ฉนั ไดห้ มนั่ ไปโรงภาพยนตร์น้นั
บ่อยๆ จนเห็นหล่อนอีกคืน ๑ , แลว้ ช้ีใหเ้ พอื่ นคน ๑ ดู จึงไดค้ วามจากเขา
วา่ หล่อนชื่อนางสาวอุไร พรรณโสภณ, ลูกสาวพระพนิ ิฐพฒั นากร. ฉนั จะ
พยายามรู้จกั กบั หล่อนใหจ้ งไดใ้ นไม่ชา้ , ไดข้ ่าววา่ หล่อนเป็นผหู้ ญิงอยา่ ง
สมยั ใหม่แท,้ ไม่หดหู่กลวั ผชู้ าย, และเขาวา่ หล่อนไดห้ ดั เตน้ ราแลว้ ดว้ ย. ถา้
จริงเช่นน้นั คงจะไดม้ ีโอกาสคุน้ เคยกนั สกั วนั ๑ เป็นแน่นอน. อยา่ งชา้ กใ็ น
งานฤดูหนาว, ซ่ึงในปี น้ีไดข้ า่ ววา่ จะมีโรงเตน้ ราดว้ ย. เป็นเคราะห์ดีของฉนั
ท่ีประไพกร็ ู้จกั หล่อนดว้ ย. ฉะน้นั คงจะนาใหฉ้ นั รู้จกั หล่อนได.้ ถา้ ไดร้ ู้จกั
กบั ผหู้ ญิงอยา่ งเช่นแม่อุไรน้ีแลว้ จะทาใหฉ้ นั ค่อยวายคิดถึงเมืององั กฤษได้
และจะทาใหช้ ีวติ เป็นของน่าดารงอยอู่ ีกดว้ ย. แต่ถึงแมเ้ ม่ือไดร้ ู้จกั กบั
หล่อนแลว้ หล่อนจะพอใจในตวั ฉนั หรือไม่กย็ งั รู้ไม่ได,้ เพราะหล่อนเป็นผู้
ที่มีชายตอมมานานแลว้
ขอจบเพยี งเท่าน้ีที. อีกไม่ชา้ จะเขียนมาอีก.
แต่เพื่อนที่รัก.
ประพนั ธ์
จดหมายฉบบั ท่ี ๖
ถนนหวั ลาโพง
วนั ที่ ๑๑ มกราคม , พ.ศ. ๒๔๖
ถึงพอ่ ประเสริฐเพอ่ื นรัก
ฉนั ไม่ไดเ้ ขียนจดหมายมาถึงเพื่อนต้งั เดือน ๑ , ซ่ึงฉนั ไม่มีอะไรท่ีจะแกต้ วั
กบั เพือ่ นผสู้ นิทอยา่ งเช่นพอ่ ประเสริฐ, จึงขอสารภาพเสียตามตรงวา่ ฉนั มวั
เพลิดเพลินเสียเท่าน้นั แต่ถา้ พอ่ ประเสริฐเป็นฉนั บา้ งกค็ งตอ้ งเพลิน
เช่นเดียวกบั ฉนั เหมือนกนั . เวลาน้ีเผอิญมีเวลาวา่ ง เพราะฉะน้นั ขอเขียน
จดหมายน้ีมาเพ่ือแกต้ วั และขออภยั ดว้ ย.
ฉนั ตอ้ งขอบอกวา่ ประไพเป็นนอ้ งสาวที่ดีมาก เม่ือคืนวนั ที่ ๒ เดือนน้ี
ประไพไดจ้ ดั การเชิญแม่อุไรใหไ้ ปดูการแต่งไฟทางลาน้า, เพราะฉะน้นั เรา
จึงมีโอกาสไดน้ ง่ั ไปดว้ ยกนั นานในเรือยนต์ ในที่มืด ! แน่ทีเดียวฉนั ไม่ได้
ปล่อยใหโ้ อกาสเช่นน้นั เปลืองเปล่า, และภายในเวลา ๒ ชวั่ โมงท่ีไปดูไฟ
น้นั นบั วา่ ฉนั กบั แม่อุไรไดร้ ู้จกั กนั ดีเกือบเท่ากบั คนท่ีไดค้ ุน้ เคยกนั มาแลว้
ตลอดชีวิต.
ต่อน้นั มา, ในระหวา่ งงานฤดูหนาว, กไ็ ดพ้ บปะกนั มาก, โดยประไพได้
เอ้ือเฟ้ื อมากจริงๆ จนฉนั บอกแก่ประไพตรงๆ วา่ ถา้ เราเป็นฝร่ังฉนั จะจูบ
หล่อนใหถ้ ึงใจทีเดียว เพื่อแสดงความขอบใจในการท่ีช่วยอุดหนุนใหส้ ม
ประสงค.์ นึกๆ กน็ ่าประหลาดอยทู่ ี่ในเมืองเราน้ี พน่ี อ้ งจูบกนั ไม่ไดเ้ หมือน
อยา่ งฝร่ังเขา ; แต่นึกไปอีกทีกเ็ ห็นวา่ หา้ มไวด้ ีกวา่ , เพราะประเพณีของเรา
กบั ของเขาผดิ กนั อย.ู่ ของฝร่ังเขาพี่นอ้ งแต่งงานกนั ไม่ได,้ แต่ของเราเป็น
ผวั เมียกนั ไดเ้ ท่ากบั ไม่ไดเ้ ป็นญาติกนั !
ในระหวา่ งานฤดูหนาว ฉนั อยขู่ า้ งจะสนุกมาก, และหวงั ใจวา่ แม่อุไรก็
ไดร้ ับความพอใจไม่นอ้ ยเหมือนกนั . แต่คงมีคนไม่พอใจอยบู่ า้ งเหมือนกนั ,
คือพวกหนุ่มๆ ท่ีไดเ้ คยตอมแม่อุไรอยแู่ ต่ก่อน. ในงานน้นั แหละฉนั ไดเ้ ห็น
อยา่ งแน่นอนวา่ หล่อน “ปอปูล่าร์” ปานใด ; หล่อนราวกบั ดวงไฟท่ีมีแมลง
บินตอมวอ่ นอย.ู่ แต่ฉนั ยอตวั ฉนั วา่ แม่อุไรชอบฉนั มากกวา่ ใครๆ ในหมู่
น้นั . หล่อนไดย้ อมใหฉ้ นั พาเที่ยวทุกคืน, และเตน้ ราดว้ ยกนั , กิน “สปั
เป้อร์” ดว้ ยกนั ทุกคืน คนอื่นๆ พากนั ริษยาฉนั เป็นแถวไปหมด, ซ่ึงเป็น
ธรรมดาไม่อศั จรรยอ์ ะไร , เพราะถา้ เป็นใจฉนั บา้ งกต็ อ้ งริษยาเหมือนกนั .
ดูเหมือนฉนั ยงั ไม่ไดเ้ คยเล่ามาใหเ้ พ่ือนฟังเลยวา่ แม่อุไรน้นั หนา้ ตารูปร่าง
เป็นอยา่ งไร ที่จริงนึกจะเล่าใหฟ้ ังกเ็ ล่าไม่ถูก, เพราะถึงจะชมดว้ ยถอ้ ยคา
อยา่ งไรกไ็ ม่เพยี งพอที่จะใหเ้ พือ่ นรู้ไดว้ า่ หล่อนเป็นคนสวยงาม , น่ารัก ,
น่าพึงใจปานใด. ฉนั ไม่ใช่จินตกวี, เพราะฉะน้นั ขอบอกโดยยอ่ แต่วา่ หล่อน
เป็นผหู้ ญิงที่งามท่ีสุดท่ีฉนั ไดเ้ คยพบในกรุงสยาม, และไม่ใช่งามแต่รูป ท้งั
กิริยากง็ ามยวนใจ, พดู กด็ ีและเสียงเพราะราวกบั เพลงดนตรี, และที่ดีท่ีสุด
คือหล่อนไม่ทาตวั เป็นหอยจุ๊บแจงอยา่ งผหู้ ญิงไทยๆ โดยมาก. พดู กนั ส้นั ๆ
, หล่อนคลา้ ยผหู้ ญิงฝร่ังมากกวา่ ผหู้ ญิงไทย, และนบั วา่ มี “เอดูเคชนั่ ” ดี
พอใช้ ; เขียนหนงั สือไทยเก่ง. อา่ นและพดู ภาษาองั กฤษไดบ้ า้ ง ,เตน้ ราเป็น
, และแต่งตวั ดี , รู้จกั ใชเ้ ครื่องเพชรแต่พอควร ไม่รุงรังเป็นตน้ ไม้
คริสตม์ าส.
กล่าวถึงตน้ ไมค้ ริสตม์ าสทาใหน้ ึกถึง “ซุนฮูหยนิ ” ท่ีคุณพอ่ อยากไดเ้ ป็น
ลูกสะใภน้ กั . ในงานฤดูหนาวแต่งตวั ไปเสียเพยี บเพอ่ื “โช” คน. ไปนงั่ อยทู่ ่ี
ร้านเจา้ คุณภกั ดีพี่เขย, ดูพราวไปท้งั ตวั ราวกบั หุ่นที่เขาติดของสาหรับขาย
คืนวนั แรกเม่ือเห็นฉนั เดินผา่ นไป อุตส่าห์ร้องเชิญฉนั ใหแ้ วะเขา้ ไป , แต่
ฉนั ขอตวั วา่ มีธุระซ่ึงเป็นความจริง , เพราะฉนั นดั กบั แม่อุไรวา่ จะไปรับเขา
ท่ีราชภตั ตาคาร. ภายหลงั ฉนั เดินผา่ นร้านเจา้ คุณภกั ดีไปกบั แม่อุไร, “ซุนฮู
หยนิ ” ออกฉิวคอ้ นเสียสามส่ีวง, แลว้ เลยไม่พดู กบั ฉนั อีกเลย. ฉนั คิดถึงพอ่
ประเสริฐพลิ ึก,
แต่เพือ่ นที่รัก.
ประพนั ธ์
จดหมายฉบบั ท่ี ๙
หวั หิน
วนั ท่ี ๒๑ พฤษภาคม , พ.ศ. ๒๔๖-
ถึงพอ่ ประเสริฐเพอื่ นรัก.
ฉนั เขียนจดหมายฉบบั น้ีมาบอกวา่ ใหท้ ราบวา่ ฉนั ไดแ้ ต่งงานกบั แม่อุไร
แลว้ ต้งั แต่วนั ท่ี ๑๙ เดือนน้ี. การแต่งงานของฉนั หาไดเ้ ป็นไปโดยสม
ปรารถนาทุกประการไม่, แต่ขอ้ สาคญั กค็ ือวา่ ไดแ้ ต่งงานกนั แลว้ , เป็นผวั
เมียกนั แลว้ ตามกฎหมาย, ซ่ึงทาใหฉ้ นั รู้สึกคอ่ ยโล่งใจไปมาก, เพราะตามท่ี
เป็นอยแู่ ต่ก่อน รู้สึกวา่ มนั ไม่งดงามเลย.
เม่ือฉนั กลบั มาจากหวั หินแลว้ บอกคุณพอ่ วา่ ฉนั มีความรักแม่อุไร ขอให้
ท่านไปขอ , ท่านเอะอะเอาฉนั ใหญ่ ท่านวา่ ท่านไม่อยากไดผ้ หู้ ญิงเช่นแม่
อุไรมาเป็นลูกสะใภข้ องท่าน, โดยท่านรังเกียจวา่ ไดเ้ คยรู้จกั มกั คุน้ กบั ผชู้ าย
มาหลายคนแลว้ , และกล่าววา่ ใครๆ เขากร็ ู้จกั ท้งั น้นั วา่ ที่บา้ นน้นั เขาใชค้ า
เรียกกนั วา่ “โรงเรียนฝึกหดั เจา้ ชู”้ ฉนั โกรธจนท่านแลเห็นสีหนา้ ถนดั ,
คุณพอ่ จึงพดู เป็นเชิงไกล่เกลี่ยวา่ ขอใหร้ อดูต่อไปอีกสกั ปี ๑ เถิด, และถา้
เมื่อเวลาล่วงไปไดป้ ี ๑ แลว้ ฉนั ยงั คงชอบใจอยู่ ท่านกไ็ ม่ขดั ใจ. ฉนั ตอบ
ท่านวา่ คอยไม่ได้ , ท่านกพ็ ดู แต่ผดั เพ้ยี นร่าไป , จนในท่ีสุดฉนั ตอ้ งบอกแก่
ท่านวา่ “ ถา้ จะขืนใหค้ อยต่อไปอีกถึงปี หน่ึงละก็ คุณพอ่ คงจะไดห้ ลาน
เสียก่อนน้นั แลว้ ! ” ท่านไดฟ้ ังฉนั ตอบเช่นน้นั ออกจะตะลึงไปครู่ ๑ . แลว้
จึงกล่าววา่ “ เม่ือเจา้ ไดไ้ ปชิงสุกก่อนห่ามเสียเช่นน้นั แลว้ พอ่ กส็ ิ้นพดู . ”
แลว้ เลยตกลงรีบไปจดั การขอแม่อุไร และพระพินิฐกย็ กใหโ้ ดยทนั ทีเทียว
ท่าทางจะไดร้ ู้แลว้ เหมือนกนั วา่ มีความจาเป็นอย.ู่
เม่ือการสู่ขอเป็นอนั ตกลงกนั แลว้ คุณพอ่ ไดไ้ ปหาเจา้ คุณผสู้ าเร็จราชการ
มหาดเลก็ เพื่อขอใหท้ ่านช่วยเป็นธุระจดั การใหไ้ ดร้ ับเกียรติยศ โดยขอ
พระราชทานใหพ้ ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงแต่งพระราชทาน แต่เจา้
คุณผสู้ าเร็จราชการท่านตอบวา่ ในระหวา่ งน้ีมีพระราชธุระมาก , ตอ้ งรอ
ไปก่อนจึงจะกราบบงั คมทูลได้ ขา้ งฝ่ ายเรากเ็ ผอิญรอไม่ได,้ จึงตกลงเป็น
อนั ตอ้ งจดั การแต่งกนั เองท่ีบา้ น , ซ่ึงท้งั สองฝ่ ายรู้สึกกนั วา่ ออกจะไม่พอใจ
, แต่อยา่ งไรๆ กด็ ีกวา่ รอชา้ ไป.
เมื่อแต่งกนั แลว้ ไดต้ กลงมา “ ฮนั น่ีมูน” ท่ีหวั หิน แม่อุไรวา่ เราไดเ้ ร่ิมรักกนั
จริงจงั ที่หวั หิน , จึงอยากมาอีก แต่เวลาน้ีไม่ใช่ฤดูท่ีคนมากนั , ฉะน้นั กอ็ อก
จะเงียบๆ อยู่ แม่อุไรบอกวา่ ไม่เป็นอะไร, เพราะการท่ีไม่มีคนมากๆ กย็ ง่ิ
จะเป็นโอกาสดีสาหรับเราท้งั สองจะไดอ้ ยดู่ ว้ ยกนั เป็นสุขสาราญ. ไม่ตอ้ ง
ราคาญเพราะคนกวน. แต่ฉนั ขอบอกตามตรงวา่ ฉนั ออกจะนึกสงสยั อยู่ ,
เพราะตามความจริงแม่อุไรเป็นคนชอบสมาคม , เพราะฉะน้นั เม่ือตอ้ งมา
อยใู่ นท่ีซ่ึงไม่ไดพ้ บปะกบั ใครนอกจากฉนั อาจทาใหห้ ล่อนรู้สึกเบื่อท่ีน่ีใน
ไม่ชา้ กเ็ ป็นได.้ ในเวลาน้ี ลมกเ็ ริ่มพดั ออกจากชายฝั่งเสียแลว้ ดว้ ย.
ขอจบเร่ืองเพยี งน้ีทีก่อน. ถา้ มีข่าวจะเขียนมาอีก
ประพนั ธ์
จดหมายฉบบั ที่ ๑๑
บา้ นเลขที่ ๐๐ ถนนสี่พระยา
วนั ท่ี ๒๑ มิถนุ ายน , พ.ศ. ๒๔๖-
ถึงพอ่ ประเสริฐเพือ่ นรัก.
ฉนั ไดก้ ลบั มากรุงเทพฯ ได้ ๓ อาทิตยแ์ ลว้ , และฉนั เขียนจดหมายฉบบั น้ีมา
จากบา้ นใหม่ของฉนั .
“บา้ น” ! คาน้ีท่ีจริงควรที่จะเป็นคาไพเราะท่ีสุดสาหรับมนุษย,์ เพราะเมื่อ
กล่าวคาน้ีข้ึนแลว้ ควรจะชวนใหน้ ึกถึงที่อนั เตม็ ไปดว้ ยความสุขสาราญ ;
สุขกายเพราะมีที่พกั อาศยั อนั พึงใจและเตม็ ไปดว้ ยสมบตั ิอนั พงึ ใจของเรา
เอง , และสุขใจเพราะไดเ้ ห็นหนา้ เมียผูร้ ่วมใจร่วมชีวิต แต่อนิจจา , ฉนั น้ี
เป็นคนอาภพั ไม่ไดร้ ับความสบายกายสบายใจดว้ ยคาวา่ “ บา้ น ” น้ีเลย ถา้
แม่พอ่ ประเสริฐไม่ใช่เพือ่ นท่ีรักท่ีสุด , และฉนั ไม่นึกเชื่อใจวา่ พอ่ ประเสริฐ
จะเห็นใจฉนั แลว้ , ฉนั คงจะไม่เขียนจดหมายฉบบั น้ีมาก่อนเลย , เพราะฉนั
คงจะตอ้ งรู้สึกอายที่สุดในการท่ีจะตอ้ งประจานตนเองใหฟ้ ัง , แต่เอาเถิด ,
เมื่อพอ่ ประเสริฐเป็นผทู้ ี่ฉนั เช่ือวา่ เป็นมิตรแทข้ องฉนั , ฉนั จึงขอเล่า
ขอ้ ความใหฟ้ ังโดยสตั ยจ์ ริง , ดว้ ยความหวงั วา่ เมื่อไดอ้ า่ นตลอดแลว้ จะไม่ติ
โทษฉนั มากนกั .
เม่ือวนั ท่ี ๒๙ เดือนก่อนน้ี ฉนั กบั แม่อุไรไดก้ ลบั จากเพชรบุรี , และการที่
กลบั น้นั ไม่เร็วเกินไปเลย , เพราะถา้ ขืนอยทู่ ่ีเพชรบุรีต่อไปอีกสกั สองหรือ
สามวนั กค็ งตอ้ งขายหนา้ เขาเป็นแน่ , และชาวเพชรบุรีคงไดเ้ ห็นฉนั กบั
เมียวิวาทกนั กลางเมือง ! พอ่ ประเสริฐกร็ ู้อยแู่ ลว้ วา่ ฉนั เป็นคนพยายามอด
กล้นั โทโสมากที่สุด , เพราะฉนั เคยรู้สึกดีอยนู่ านแลว้ วา่ การมีโทโสไม่เป็น
ประโยชนแ์ ก่ตวั , และถึงจะไม่มีผลร้ายอยา่ งอ่ืน กท็ าใหห้ นา้ ตาของเราบ้ึง
บูดไม่เป็นที่เจริญตาแก่ผอู้ ื่นเลยเป็นแน่นอน. ฉะน้นั ถึงแมใ้ ครจะทาใหฉ้ นั
มีเหตุควรโกรธ ฉนั กม็ กั เหนี่ยวใจรอไวจ้ นไปถึงที่ลบั ตาคนมาก จ่ึงจะยอม
ตวั ใหโ้ กรธ. แต่แม่อุไร, เมียรักของฉนั เขาดูเหมือนจะถือคติตรงกนั ขา้ ม ,
คือเห็นวา่ โกรธผวั ไดต้ ่อหนา้ คนเป็นเกียรติยศดี , อาจจะทาใหค้ นนบั ถือวา่
เขาเป็นผหู้ ญิงแห่งสมยั ใหม่ ไม่ตอ้ งยาเกรงผวั เสียเลย. ฉะน้นั ฉนั พดู จากบั
เขาทีไร เขาจ่ึงตอ้ งขฟู่ ้อๆ ราวกบั แมวท่ีดุเสมอๆ จนฉนั ไม่ใคร่กลา้ พดู กบั
เขาต่อหนา้ คน. ฉนั เขา้ ใจเสียวา่ การท่ีแม่อุไรพ้ืนเสียเสมอๆ เช่นน้นั คงจะ
เป็นเพราะเบ่ือการอยหู่ วั เมือง , ฉนั จึงชวนกลบั กรุงเทพฯ.
การกลบั มากรุงเทพฯ กลบั ทาใหเ้ ป็นเหตุราคาญใจมากข้ึนต้งั แต่ตน้ ทีเดียว.
เมื่อกลบั มาถึงสถานีบางกอกนอ้ ยไม่มีใครไปรับเลยจนคนเดียว. ซ่ึงทาให้
แม่อุไรโกรธและบ่นไม่รู้จกั จบ , และหล่อนพดู ราวกบั วา่ เป็นความผดิ ของ
ฉนั ในการที่ไม่มีใครไปรับ ฉนั ช้ีแจงวา่ ส่วนญาติขา้ งหล่อนน้นั ฉนั ไม่มี
อานาจอะไรที่จะบงั คบั เขาใหไ้ ปรับได.้ และส่วนญาติของฉนั น้นั คุณพอ่
ท่านไม่สู้สบายอยู่ , และพอ่ ประภากไ็ ปอยเู่ สียที่โรงเรียนมหาดเลก็ จ่ึงไป
รับไม่ได้ , แม่อุไรกย็ ง่ิ ไม่พอใจหนกั ข้ึนและพดู จาแดกดนั ต่างๆ จนฉนั ตอ้ ง
ขอวา่ เอาไวข้ ้ึนจากเรือจา้ งแลว้ จ่ึงคอ่ ยทะเลาะกนั , เพราะการทะเลาะกนั ต่อ
หนา้ คนแจวเรือจา้ งดูไม่เป็นการงดงามเลย. เม่ือขา้ มมาถึงฝั่งตะวนั ออกแลว้
ฉนั ชวนวา่ ใหไ้ ปบา้ นคุณพอ่ ดว้ ยกนั ก่อน , เพราะฉนั ไม่แน่ใจวา่ บา้ นใหม่
ของเราที่ถนนส่ีพระยาจะไดจ้ ดั เรียบร้อยหรือยงั , โดยเหตุท่ีไดก้ าหนดไว้
เดิมวา่ จะมาอยปู่ ลายเดือนน้ี ; แต่แม่อุไรตอบด้ือๆ วา่ ถา้ จะพาไปบา้ นคุณ
พอ่ ละก็ พาไปสาเพง็ เสียดีกวา่ ...แต่ฉนั เห็นวา่ จะโตเ้ ถียงกนั ไปกอ็ ายคนขบั
รถยนต์ , ฉนั จ่ึงตกลงพามาบา้ นถนนสี่พระยา.
พอมาถึงกแ็ ลเห็นทนั ทีวา่ บา้ นน้ียงั ไม่พรักพร้อมเลย. ถนนพ่ึงจะโรยกรวด
ใหม่ๆ และสวนกย็ งั ไม่ไดล้ งมือทาเลย ; ภายในเรือน สีกท็ ายงั แทบจะไม่
แหง้ , และเคร่ืองเรือนกย็ งั ไม่ไดจ้ ดั เป็นระเบียบเรียบร้อย. แม่อไุ รเดิน
กระทืบตีนปังๆ ข้ึนไปถึงหอ้ งรับแขก , นงั่ ลงทาหนา้ มู่ทู่ไม่พดู ไม่จาอะไร
เป็นครู่ใหญ่ๆ. ฉนั เห็นท่าทางไม่ดี จ่ึงพดู อยา่ งใจดีวา่ : “ เราตอ้ งลงมือจดั
บา้ นของเราทีเดียว , ท่าทางกเ็ ห็นจะสนุกดีนะหล่อน ! ” หล่อนตอบเสียง
กระชากวา่ “ ดิฉนั ไม่ใช่บ่าวจะไดแ้ บกหามเครื่องเรือนใหค้ ุณ ! ” ฉนั กพ็ ดู
ไปอยา่ งยมิ้ ๆ วา่ “ ฉนั ไม่ไดเ้ ห็นหล่อนเป็นบ่าวเลย. ฉนั ชวนหล่อนให้
ช่วยกนั จดั บา้ นอยา่ งผวั หนุ่มเมียสาวที่ไดก้ นั ใหม่ๆ การจดั บา้ นเป็นของ
สนุกเพลิดเพลินอยา่ งหน่ึงทีเดียวนะหล่อน…” หล่อนตอบกระชากมาอีก
วา่ “ ดิฉนั เสียใจที่ความเห็นไม่ตรงกบั คุณ. ดิฉนั เป็นลูกผดู้ ี ไม่เคยตอ้ งยก
ขนของอะไรเอง ! ” ฉนั ออกรู้สึกเลือดข้ึนหนา้ , จ่ึงงดไม่ตอบวา่ กระไร ,
เป็นแต่ลุกไปดูหอ้ งอื่นๆ ในเรือน , และเรียกคนใชใ้ หช้ ่วยจดั วางเคร่ืองแต่ง
ใหพ้ อดูได.้
คร้ันถึงเวลากินขา้ วเยน็ ก็เกิดความอีก , เพราะอาหารไม่ถูกปากแม่อุไร ,
หล่อนกล็ ุกจากโต๊ะอาหารเสียกลางคนั เฉยๆ และเรียกรถยนตข์ ้ึนไปบา้ น
พอ่ . ฉนั ไม่ไดไ้ ปกบั หล่อน เพราะไม่อยากไปกีดขวางในการท่ีพ่อแม่กบั ลูก
เขาจะพบปะพดู จากนั . ฉนั นง่ั อ่านหนงั สือคอยอยจู่ นดึก , เลยหลบั ไปกบั
เกา้ อ้ี. นี่เป็นคืนแรกท่ีเราไดไ้ ปอยบู่ า้ นของเรา !
ในวนั ต่อๆ มากไ็ ดม้ ีเหตุขดั ใจกนั เรื่อยๆ ซ่ึงจะเล่าใหฟ้ ังโดยละเอียดก็
เปลืองหนา้ กระดาษเปล่าๆ , จ่ึงขอเล่ามาแต่โดยยอ่ วา่ ฉนั ทาอะไรดูผดิ ไป
เสียหมดทุกอยา่ ง. ฉนั ไปทางานท่ีกระทรวงกเ็ ป็นความผดิ หาวา่ ทิ้งหล่อน
ไวค้ นเดียวในกลางป่ า. ฉนั ไปหาพอ่ แม่หรือเพื่อนฝงู บา้ งกม็ ีความผดิ , และ
เพื่อนฝงู มาเยย่ี มท่ีบา้ น ฉนั ตอ้ นรับเขากม็ ีความผดิ . มีงานการที่ไหนฉนั พา
หล่อนไป หล่อนกบ็ ่นวา่ พาไปใหเ้ หน็ดเหนื่อยและอดนอน , แตค่ ร้ันไม่พา
ไปกว็ า่ หวงกนั จะไม่ใหห้ ล่อนไปพบปะผคู้ น. เช่นน้ีการกลบั บา้ นจ่ึงเลย
เป็นของท่ีฉนั รู้สึกเกือบเท่ากบั ไปโรงเรียนเมื่อเดก็ ๆ และตกลงฉนั มีเวลา
ไดส้ บายแต่เมื่ออยนู่ อกบา้ นของตวั เท่าน้นั . ขอจบทีละเหี่ยใจนกั !
จากเพือ่ นผอู้ าภพั .
ประพนั ธ์
จดหมายฉบบั ที่ ๑๒
บา้ นเลขท่ี ๐๐ ถนนสี่พระยา
วนั ท่ี ๒๐ พฤศจิกายน , พ.ศ. ๒๔๖
ถึงพอ่ ประเสริฐเพือ่ นรัก.
ฉนั ไดก้ ล่าวเปรยๆ มาบา้ งแลว้ ในจดหมายฉบบั ก่อนๆ น้ีวา่ ฉนั มองไปใน
อนาคตแลเห็นแต่เมฆหมอก , และในจดหมายฉบบั สุดทา้ ยของพอ่
ประเสริฐ เพ่ือนไดก้ ล่าวเตือนฉนั มาวา่ อยา่ ใหล้ ืมสุภาษิตองั กฤษท่ีกล่าววา่
“ เมฆทุกกอ้ นมีซบั ในเป็นเงิน ” ซ่ึงฉนั เขา้ ใจวา่ พ่อประเสริฐคงต้งั ใจวา่
หวงั ใจวา่ ในไม่ชา้ ฉนั กบั แม่อุไรจะปรองดองกนั ได้ , ถกู ไหม ? ถา้ เพื่อนนึก
และหวงั เช่นน้ีละก็ ตอ้ งเสียใจละเพื่อน , เพราะความเป็นจริงมิไดเ้ ป็น
เช่นน้นั เลย. นบั จาเดิมแต่เวลาที่แม่อุไรไดแ้ ทง้ ลูกแลว้ ( เม่ือกลางเดือน
กรกฎาคม ) , พอหล่อนหายเจบ็ กิริยาอาการของหล่อนกไ็ ดเ้ ปลี่ยนแปลง
ไปเป็นลาดบั , และในไม่ชา้ หล่อนกไ็ ดท้ าใหฉ้ นั แลเห็นไดโ้ ดยชดั เจน
ทีเดียววา่ หล่อนสิ้นรักฉนั เสียแลว้ . แน่ทีเดียวเม่ือฉนั รู้สึกเช่นน้นั ฉนั มี
ความเสียใจมาก , แต่เพราะยงั มิไดม้ ีเหตุอะไรมาทาใหฉ้ นั รู้สึกวา่ จะอยไู่ ป
ดว้ ยกนั ไม่ไดแ้ ทๆ้ . ฉนั จึงสู้นิ่งทนอยกู่ บั หล่อนไปท้งั ๆ ที่รู้แลว้ โดยแน่ใจวา่
แม่อุไรเท่ากบั ไม่ใช่เมียฉนั แลว้ . ท้งั น้ีกเ็ พราะ ฉนั เป็นคนที่กลวั คนนินทา
เสียจริงๆ. จ่ึงต้งั ใจวา่ เมื่อเป็นกรรมของฉนั แลว้ กจ็ ะกม้ หนา้ ทนกรรมไป
จนถึงที่สุด , ฉนั นึกเสียวา่ เท่ากบั อุทิศตวั เป็นพรหมจรรยเ์ สียชาติหน่ึง
ทีเดียว.แต่อยมู่ าไม่ชา้ กไ็ ดเ้ กิดมีเหตุการณ์ข้ึนเป็นลาดบั ดงั ฉนั ฉนั จะขอเล่า
ใหฟ้ ังโดยยอ่ พอเป็นสงั เขป. จาเดิมแต่เม่ือแม่อุไรแทง้ ลูกและหายเจบ็ แลว้
หล่อนชอบเท่ียวเสมอๆ และชอบไปคนเดียว , ไม่ไปกบั ฉนั . และฉนั จะ
ถามบา้ งวา่ ไปแห่งใด กโ็ กรธฉุนเฉียวทุกคราว จนฉนั ตอ้ งงดถามเพื่อรักษา
สนั ติภาพในบา้ น. แต่ในไม่ชา้ ฉนั กจ็ าเป็นตอ้ งพดู เตือนเร่ืองเที่ยวของ
หล่อน. เพราะหา้ งและร้านต่างๆ เร่ิมส่งใบทวงเงินมามาก,ในเดือนหน่ึง
แม่อุไรเที่ยวทาหน้ีไวต้ ้งั พนั บาท , แต่เงินเดือนของฉนั กเ็ พียง ๒๐๐ บาท
เท่าน้นั . ฉนั จ่ึงตอ้ งเตือน แต่การเตือนกลบั เป็นผลตรงกนั ขา้ ม , เพราะใน
เดือนต่อมา หล่อนไปทาหน้ีไวอ้ ีกต้งั พนั หา้ ร้อยบาท ! ฉนั ต่อวา่ เขา้ หล่อน
กก็ ลบั ตอบวา่ “ เมื่อก่อนคุณจะมาแต่งงานกบั ดิฉนั ทาไมคุณไม่สืบสวนให้
ไดค้ วามเสียก่อนวา่ ดิฉนั ตอ้ งใชจ้ ่ายอยา่ งไร. ดิฉนั จะยอมเปลี่ยนแปลง
ความสาราญเช่นท่ีเคยมีมาแต่ก่อนเพ่อื ความพอใจของคุณไม่ได.้ ” ในที่สุด
ตกลงฉนั ตอ้ งไปขอเงินจากคุณพอ่ มาใชห้ น้ีของแม่อุไร.
คุณพอ่ ท่านโกรธมาก. บน่ อะไรต่อมิอะไรมากมาย แต่ในที่สุดกใ็ หเ้ งินน้นั
ตามท่ีขอ , ฉนั กน็ ึกวา่ คงจะเป็นอนั สิ้นเรื่องราคาญไปพกั หน่ึง. ที่ไหนเล่า ,
ต่อน้นั มาไม่อีกก่ีวนั เห็นแจง้ ความลงในหนงั สือพิมพ์ , ความวา่ ฉนั ไม่ขอ
รับผดิ ชอบในหน้ีสินของภรรยาอีกต่อไป , และจะยอมใชใ้ หแ้ ต่ที่ฉนั ไดล้ ง
ช่ือรับรองไวด้ ว้ ยเท่าน้นั . แม่อุไรเห็นแจง้ ความน้ีเขา้ ฉิวใหญ่ , และใน
ช้นั ตน้ ฉนั กม็ ิรู้ที่จะเถียงเขาอยา่ งไร นอกจากวา่ ฉนั ไม่ไดเ้ ป็นผสู้ ่งแจง้
ความน้นั ไปลง ฉนั สบถสาบานใหเ้ ท่าใด หล่อนกไ็ ม่เช่ือ ฉนั จ่ึงรับปากวา่
จะไปสืบใหไ้ ดค้ วามวา่ ใครส่งแจง้ ความน้นั ไปลง ; แต่แม่อุไรไม่ยอมฟัง
คาพดู ฉนั เสียเลยจนคาเดียว , ยนื ยนั อยคู่ าเดียวแต่วา่ ฉนั แกลง้ ประจาน
หล่อนกลางเมือง , และในบ่ายวนั น้นั เอง หล่อนข้ึนรถไปอยบู่ า้ นพอ่ ของ
หล่อน , เชา้ วนั รุ่งข้ึน แม่อุไรกไ็ ปลงแจง้ ความบา้ งวา่ หล่อนไม่ขอ
รับผดิ ชอบในเร่ืองหน้ีสินของฉนั , และวา่ ฉนั ไม่มีอานาจเก่ียวขอ้ งใน
ทรัพยส์ มบตั ิของหล่อนอีกต่อไป. ฉนั อุตส่าห์ไปสืบจนไดค้ วามวา่ แจง้
ความที่ลงในนามของฉนั น้นั หลวงบรรยายนรคดี , ทนายความ , ไดส้ ่งไป
ลงโดยคาสง่ั ของคุณพอ่ ของฉนั เอง , ฉนั กไ็ ปหาบรรณาธิการของ
หนงั สือพิมพ์ ขอใหง้ ดการลงแจง้ ความน้นั ต่อไป , แลว้ ฉนั กไ็ ปหาแม่อุไร
ท่ีบา้ นพระพินิฐ. แต่ไดร้ ับคาตอบจากคนใชว้ า่ แม่อุไรไม่สบาย , ลงมาพบ
กบั ฉนั ไม่ได.้
ในคืนวนั เดียวกนั น้นั เอง คุณหลวงเทพปัญหามาหาฉนั ที่บา้ น. และเม่ือ
พดู จากนั ถึงเร่ืองต่างๆ พอสมควรแลว้ , คุณหลวงเทพฯ จึงกล่าวข้ึนวา่ บ่าย
วนั น้นั ไดพ้ บแม่อุไรข้ึนรถยนตเ์ ท่ียวอยกู่ บั พระยาตระเวนนคร. ฉนั ไดฟ้ ัง
เช่นน้นั กใ็ จหายวาบ , เพราะทราบช่ือเสียงของเจา้ คุณผนู้ ้ีดีอยแู่ ลว้ วา่ เป็น
อยา่ งไร , แต่ฉนั กต็ ีหนา้ เฉยเพอ่ื ไม่ใหห้ ลวงเทพฯ รู้วา่ ข่าวที่แกเล่าน้นั ทา