บทที่ 5 การคูณ
จดุ ประสงคการเรยี นรแู ละสาระสำคญั
จดุ ประสงคการเรียนรู สาระสำคญั
1. หาผลคูณในประโยคสัญลักษณแ สดง • สงิ่ ตาง ๆ ที่จดั เปนกลมุ หรอื เปนแถวทีแ่ ตล ะกลุมหรือแตละแถว
การคูณของจำนวน 1 หลกั กบั จำนวน มจี ำนวนสมาชิกเทากันสามารถเขยี นในรูปการคูณของจำนวน
ไมเกิน 2 หลกั สองจำนวน คอื จำนวนกลุมหรอื จำนวนแถวคณู กับจำนวน
(หัวขอ 5.1-5.11) สมาชกิ ในแตละกลมุ หรอื จำนวนสมาชิกในแตละแถว ผลคณู
ของจำนวนสองจำนวนนน้ั คือ จำนวนสมาชกิ ท้งั หมด
• จำนวนใดคูณกับ 1 ผลคณู เทากบั จำนวนน้นั และจำนวนใดคูณ
กบั 0 ผลคณู เทากับ 0
• การคณู จำนวน 1 หลักกับจำนวน 1 หลกั หาผลคณู โดยใชส ูตร
คณู แม 2 แม 3 แม 4 แม 5 แม 6 แม 7 แม 8 หรอื แม 9
• จำนวน 1 หลัก คูณกับ 10 20 30 40 50 60 70 80 90 หา
ผลคูณโดยนำจำนวน 1 หลกั นั้นคณู กับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9
ตามลำดับ แลว เตมิ 0 ตอทาย
• การหาผลคูณของจำนวน 1 หลักกับจำนวน2 หลกั โดยการตง้ั
คูณ ตองคูณในหลักหนว ยกอ น แลวคูณในหลักสิบ ถา ผลคูณใน
หลกั ใดครบสิบ หรอื มากกวา สิบ ใหทดจำนวนท่ีครบสบิ ไปหลัก
ถดั ไปทางซาย
• ความรสู กึ เชิงจำนวนเก่ียวกบั การคณู เปนการบอกวาผลคูณของ
จำนวนสองจำนวนใดมคี า มากกวา กัน นอ ยกวา กัน หรือเทา กัน
โดยไมต องหาผลคูณของสองจำนวนน้ัน
2. หาคา ของตัวไมท ราบคาในประโยค • การหาคาของตวั ไมทราบคาในประโยคสัญลักษณการคูณ อาจ
สัญลักษณแสดงการคณู ของจำนวน 1 หลกั กับ ใชส ูตรคูณ
จำนวนไมเ กนิ 2 หลัก
(หัวขอ 5.12)
3. แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยปญ หาการคณู • การแกโ จทยป ญ หาทำไดโ ดยอา นทำความเขา ใจปญหา วางแผน
(หัวขอ 5.13-5.14) แกป ญ หาหาคำตอบ และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของ
คำตอบ
4. สรา งโจทยปญ หาการคูณ • การสรางโจทยปญ หาตองมีท้ังสวนท่ีโจทยบอกและสวนทีโ่ จทย
(หวั ขอ 5.15-5.16) ถาม นอกจากนโี้ จทยปญ หาท่ีสรา งตองมคี วามเปนไปได
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 1
กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหัสวิชา ค 12101
ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปการศึกษา ……….
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 5 การคณู เวลา 22 ช่ัวโมง
เรื่อง เตรยี มความพรอม เวลา 1 ชั่วโมง
วันท.่ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครูผูสอน............................................................
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชีว้ ดั
สาระท่ี 1 จำนวนและพชื คณิต
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลที่เกดิ ข้นึ จากการดำเนนิ การ สมบัตขิ องการดำเนินการ และนำไปใช
ตัวชี้วัด
ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไม1ทราบคาใน ประโยคสัญลักษณแสดงการคูณ ของจำนวน 1
หลกั ตบั จำนวนไมเ กนิ 2 หลัก
ค 1.1 ป.2/8 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป ญหา 2 ขนั้ ตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ
1,000 และ 0
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ส่งิ ตาง ๆ ทีจ่ ัดเปน กลมุ หรอื เปน แถวทแ่ี ตละกลุม หรอื แตล ะแถวมจี ำนวนสมาชกิ เทากันสามารถเขียน
ในรูปการคณู ของจำนวนสองจำนวน คอื จำนวนกลมุ หรอื จำนวนแถวคณู กับจำนวนสมาชกิ ในแตละกลุมหรอื
จำนวนสมาชกิ ในแตละแถว ผลคณู ของจำนวนสองจำนวนนน้ั คอื จำนวนสมาชกิ ท้ังหมด
3. จุดประสงคการเรยี นรู
ดานความรู (K)
หาผลคณู ในประโยคสัญลักษณแ สดงการคณู ของจำนวน 1 หลกั กบั จำนวนไมเ กิน 2 หลกั
ดานทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชว ธิ ีการทเี่ หมาะสมในการแกปญ หา และคำนวณหาคำตอบได
ดานคณุ ลกั ษณะ(A)
มีวจิ ารณญาณในการคิดและตอบคำถามดวยความม่นั ใจ
4. สาระการเรยี นรู
การคณู
5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถดา นการแกป ญ หา
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเรียนรู
3. มงุ มั่นในการทำงาน
7. ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
การแกป ญ หา
การสอ่ื สารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร
การเชื่อมโยง
การใหเหตุผล
การคิดสรางสรรค
8. กระบวนการจดั การเรยี นรู
1. ครใู หน กั เรยี นทำแบบทดสอบกอนเรียน 15 นาที
2. ใชขอมูลในหนงั สือเรียนหนา เปด บททเี่ ปน เรอ่ื งราวเกยี่ วกบั การไปปก นิกกับครอบครวั ที่
สวนสาธารณะ โดยครอู าจเลา วา มีกจิ กรรมใหรวมสนุกกันหลายอยางเชน นงั่ เรอื จักรยานนำ้ นำอาหารมา
รับประทานรวมกนั เปนตน เพอ่ื กระตนุ ความสนใจของนกั เรยี นเก่ียวกบั กจิ กรรมตาง ๆ โดยใชคำถาม เชน ใคร
เคยไปปก นกิ กบั ครอบครัวบาง เคยไปทไี่ หน มกี ิจกรรมท่ีทำรว มกันอะไรบา งและใหน กั เรียนสงั เกตจำนวนคน
จำนวนส่ิงของทีม่ ีในภาพวามลี ักษณะอยา งไรบางจากนัน้ ครใู หนกั เรียนสงั เกตภาพในหนังสอื เรยี นหนา เปด บท
วา เปนกิจกรรมปกนกิ ของครอบครวั ขนุ แกวตา ตนกลา และใบบวั แลว ใชค ำถามนำเขาสูบทเรียนเร่ืองการคณู
วา ถา ตอ งการทราบวา มคี นนงั่ เรอื จกั รยานนำ้ กค่ี น จะหาคำตอบไดอยางไร หรือถาตองการทราบวามลี ูกชิน้
ท้งั หมดทว่ี างในจานกไี่ ม และมลี กู ช้นิ ทง้ั หมดกีล่ ูก จะหาคำตอบไดอ ยางไร นกั เรียนอาจหาคำตอบโดยการนำ
จำนวนมาบวกกนั หรือโดยการนับรวมกัน ครแู นะนำวา มีอีกวธิ หี น่งึ ทจ่ี ะชว ยในการหาคำตอบได โดยใชก ารคูณ
ซึง่ จะใชความรูในบทท่ีจะเรียนนใ้ี นการหาคำตอบ
2. ครสู นทนากับนกั เรียนเกี่ยวกับภาพผลไมต า ง ๆ ท่ีแมค าขายที่สวนสาธารณะในหนา เปดบทวา
แมค า จัดผลไมในลักษณะอยา งไร และจะหาจำนวนผลไมทง้ั หมดไดอยางไร นกั เรยี นอาจใชว ิธกี ารนำจำนวน
ผลไมมาบวกกัน โดยเปนการบวกจำนวนเดยี วกันซ้ำๆ เชน ภาพสม ในหนา เปด บทมี 6 แพ็คแตละแพ็คมี 3 ผล
ดังนัน้ มีสมท้งั หมด 3 + 3 + 3 + 3 + 3 + 3 = 18 ผล ครูใหนกั เรียนใชว ิธีการบวกจำนวนเดยี วกนั ซ้ำๆ
เชน เดียวกันนใี้ นกจิ กรรมเตรยี มความพรอมโดยแบง นกั เรยี นเปนกลุม กลมุ ละเทา ๆ กัน จากนั้นครชู ูบัตรภาพ
ผลไมท ีจ่ ัดไวเปนกลุมกลมุ ละเทา ๆ กนั แลวใหนักเรียนหาจำนวนผลไมท ั้งหมดทีอ่ ยูในภาพนั้น (ครูอาจใชส่อื
ภาพผลไมจากเอกสารส่ือเพิ่มเติมบทท่ี 5 หนา 240 ) กลุมใดตอบไดร วดเร็วและถกู ตองเปน กลุมที่ชนะและเพื่อ
ตรวจสอบวานักเรยี นใชวธิ ีการบวกจำนวนเดยี วกันซ้ำๆ ในการหาคำตอบหรอื ไม ครูอาจใหนกั เรยี นเขียนแสดง
วิธีหาคำตอบไวในบัตรภาพผลไมแตล ะบัตรท่ีไดรับแจกดว ย
3. ในการเตรยี มความพรอมเพือ่ เปนการตรวจสอบวานกั เรียนแตละคนมคี วามรพู ้นื ฐานเพยี งพอในการ
เรยี นเรือ่ งการคูณหรอื ไม ครคู วรแจกใบกจิ กรรมการบวกซำ้ ๆ ใหน กั เรยี นทำเปนรายบคุ คล จากนั้นครูและ
นกั เรียนรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ ง ถา พบวา มีนกั เรยี นคนใดยงั บวกจำนวนเดยี วกนั ซำ้ ๆ ไมได ครคู วรฝก
เปน รายบุคคล
4. ขอ ควรระวงั สำหรบั ครผู ูส อน เชน 6 + 6 + 6 + 6 + 6 ครมู ักจะอา นผดิ วา มี 6 บวกกนั 5 คร้ัง ที่
ถูกตอ งคอื มี 6 บวกกนั 5 จำนวน เหตผุ ลทอ่ี านวา มี 6 บวกกัน 5 คร้งั ไมถ ูกตอง เน่อื งจาก 6 + 6 + 6 + 6 +
6 เมื่อหาผลบวกจะบวก 6 เพียง 4 คร้ังเทานน้ั คือ บวกคร้ังที่ 1 ได 12 + 6 + 6 + 6 บวกครง้ั ท่ี 2 ได 18 + 6
+ 6 บวกครงั้ ท่ี 3 ได 24 + 6 และ บวกครง้ั ที่ 4 ได 30
9. สอ่ื และแหลง การเรียนรู เครอ่ื งมอื เกณฑ
1. แบบทดสอบกอ นเรยี น 1. แบบทดสอบกอนเรยี น 1. ผา นเกณฑร อ ยละ 50 ขึ้นไป
2. แบบสงั เกต/ประเมนิ พฤตกิ รรม 2. ถอื เกณฑผ านจากการสงั เกต
10. ภาระงาน/ชน้ิ งาน พฤตกิ รรมสำหรับผทู ไี่ ดร ะดบั
1. แบบทดสอบกอ นเรยี น คุณภาพต้ังแต 1 ข้นึ ไป
11. การวัดและการประเมินผล
วธิ ีการ
1. ตรวจแบบทดสอบกอ นเรียน
2. สงั เกตจากความสนใจ ต้งั ใจใน
การเรียน ความรบั ผดิ ชอบในการ
ทำแบบฝกทักษะและแบบทดสอบ
กอนเรียน
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคการเรียนรู.....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่มี ีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมีความรูค วามเขา ใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
3. นักเรยี นมคี วามรเู กดิ ทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
4. นักเรียนมเี จตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................
(…………………….……………………...)
วันท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..
ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี
1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
ครบถว นและถูกตอ ง
ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป
2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
สอดคลอ ง
ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป
3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป
4. สอื่ การเรยี นรู
เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป
6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........
บตั รภาพ
ภาพที่ 1
ภาพที่ 2
ภาพที่ 3
ภาพท่ี 4
ภาพที่ 5
ใบงานเรื่อง การบวกกบั การคูณ
คำชี้แจง ใหน กั เรยี นดรู ูป แลวเขียนใหอยูในรปู การคณู และหาคำตอบ
1)
3+3+3+3+3=
2)
4+4+4+4=
3)
2+2+2+2+2+2+2=
4)
5+5+5=
เฉลยใบงานเร่ือง การบวกกบั การคูณ
คำชแ้ี จง ใหน กั เรยี นดูรปู แลวเขียนใหอยูในรปู การคณู และหาคำตอบ
1)
3 + 3 + 3 + 3 + 3 = 5 × 3 = 15
2)
4 + 4 + 4 + 4 = 4 × 4 = 16
3)
2 + 2 + 2 + 2 + 2 + 2 + 2 = 7 × 2 = 14
4)
5 + 5 + 5 = 3 × 5 = 15
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 2
กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหัสวิชา ค 12101
ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา ……….
หนวยการเรียนรทู ่ี 5 การคณู เวลา 22 ช่วั โมง
เรอ่ื ง ความหมายของการคูณ (1) เวลา 1 ชั่วโมง
วันท่ี............เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผูสอน............................................................
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวชี้วัด
สาระท่ี 1 จำนวนและพืชคณิต
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลทเี่ กดิ ข้นึ จากการดำเนนิ การ สมบตั ิของการดำเนินการ และนำไปใช
ตัวชี้วัด
ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไม1ทราบคาใน ประโยคสญั ลกั ษณแสดงการคูณ ของจำนวน 1 หลักตับ
จำนวนไมเกนิ 2 หลกั
ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป ญ หา 2 ข้นั ตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ
1,000 และ 0
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
สง่ิ ตาง ๆ ท่ีจัดเปนกลุมหรือเปน แถวท่แี ตละกลมุ หรอื แตล ะแถวมีจำนวนสมาชกิ เทากันสามารถเขียนในรปู การ
คณู ของจำนวนสองจำนวน คอื จำนวนกลมุ หรือจำนวนแถวคูณกับจำนวนสมาชกิ ในแตละกลมุ หรอื จำนวนสมาชกิ ในแต
ละแถว ผลคณู ของจำนวนสองจำนวนนนั้ คอื จำนวนสมาชิกท้งั หมด
3. จดุ ประสงคการเรยี นรู
ดานความรู (K)
เขียนประโยคสญั ลกั ษณแ สดงการคณู จากสถานการณท ่ีกำหนด
ดา นทักษะกระบวนการ (P)
ใชวิธกี ารทเี่ หมาะสมในการแกปญหา และคำนวณหาคำตอบได
ดา นคุณลักษณะ(A)
มวี จิ ารณญาณในการคดิ และตอบคำถามดวยความมน่ั ใจ
4. สาระการเรยี นรู
ความหมายของการคณู
5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถดานการแกปญหา
6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
1. มวี ินยั
2. ใฝเรียนรู
3. มงุ มั่นในการทำงาน
7. ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
การแกป ญหา
การส่ือสารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร
การเช่อื มโยง
การใหเหตุผล
การคดิ สรา งสรรค
8. กระบวนการจดั การเรยี นรู
1. ครูชบู ัตรภาพสม 4 จาน จานละ 5 ผล ตามหนังสอื เรียนหนา 241 ใหนักเรยี นดแู ลว ถามนักเรยี น
วา ในภาพมอี ะไรบาง นักเรยี นตอบ มสี ม 4 จาน จานละ 5 ผล ครถู ามวา มสี ม ท้งั หมดก่ีผล นักเรียนตอบ มีสมท้ังหมด
20 ผล ครถู ามวา หาคำตอบไดอยางไร นักเรยี นอาจใชการนับ หรือการบวกโดยนำจำนวนสมมาบวกกนั เชน มีสม 5 +
5 + 5 + 5 = 20 ผล จากนั้นครแู นะนำวา จากสถานการณด ังกลาว สามารถเขียนเปน ประโยคสญั ลักษณก ารคณู ได 4 ×
5 = 20 ครแู นะนำเครื่องหมายคูณ และผลคูณ พรอ มทงั้ แนะนำวา เมอื่ เขยี น 4 × 5 = 20 นั้น 4 เปนจำนวนกลมุ 5
เปนจำนวนสมาชิกในแตละกลุม และ 20 คอื ผลคูณ ในทน่ี ีค้ อื สม 4 จาน จานละ 5 ผล มสี มท้ังหมด 20 ผล
2. ครูใหนกั เรียนเขยี นประโยคสัญลกั ษณการคูณจากสถานการณทกี่ ำหนดใหจากหนงั สือเรียนหนา 242 ภาพ
แรก ครถู ามนักเรียนวา เห็นอะไรในภาพบางนักเรยี นตอบ มีขนมถว ย 3 จาน จานละ 4 ถว ย ครูถามตอวา มีขนมถวย
ทง้ั หมดก่ีถวย นกั เรยี นตอบ 12 ถวย ครูแนะนำเขียนเปน ประโยคสัญลกั ษณก ารบวกได 4 + 4 + 4 = 12 เขียนเปน
ประโยคสัญลักษณการคูณได 3 × 4 = 12 และใชคำถามวา จาก 3 × 4 = 12 นั้น 3 ในท่ีนหี้ มายถึงอะไร 4 ในท่นี ี้
หมายถงึ อะไร และ 12 ในทีน่ ห้ี มายถึงอะไรนกั เรียนตอบวา 3 เปน จำนวนกลุม 4 เปน จำนวนสมาชกิ ในแตล ะกลมุ และ
12 เปน จำนวนสมาชิกทง้ั หมด จากนนั้ ครสู อนในทำนองเดยี วกันนโ้ี ดยใชภาพคุกก้ี และภาพโดนทั ตามหนงั สอื เรยี นหนา
242
3. ครนู ำคกุ กมี้ าจัดเปน ถงุ 8 ถุง ถุงละ 3 ชิน้ แลว ใหน ักเรียนเขยี นประโยคสัญลักษณก ารบวก และประโยค
สญั ลกั ษณก ารคูณแสดงจำนวนคุกกีท้ งั้ หมดจะได 3 + 3 + 3 + 3 + 3 + 3 + 3 + 3 = 24 และ 8 × 3 = 24 ครูถาม
นักเรียนเพอื่ เนน ย้ำความเขาใจวาจาก 8 × 3 = 24 นน้ั 8 ในที่นห้ี มายถึงอะไร 3 ในท่ีน้หี มายถงึ อะไร และ 24 ในที่น้ี
หมายถงึ อะไร นกั เรยี นตอบวา 8 เปนจำนวนกลมุ 3 เปนจำนวนสมาชิกในแตละกลุม และ 24 เปน จำนวนสมาชกิ
ทงั้ หมด จากนั้นครจู ดั กลมุ คุกก้ีใหมเปน 3 ถงุ ถุงละ 8 ช้ิน แลว ถามนักเรียนวา มีคุกกที้ ัง้ หมดกี่ช้นิ และจดั เปน กี่ถุง ถงุ
ละกช่ี ้นิ นกั เรียนตอบวา มคี กุ กี้ทงั้ หมด 24 ชนิ้ จัดเปน 3 ถงุ ถุงละ 8 ชิน้ ครถู ามนักเรียนวา เขยี นเปนประโยค
สัญลกั ษณการคูณไดอยา งไร นกั เรียนเขยี นไดเปน 3 × 8 = 24 ครชู ไี้ ปท่ปี ระโยคสัญลักษณการคูณ 8 × 3 = 24 อกี คร้งั
แลว ใหนักเรียนพูดวา จดั คุกกี้ 8 ถงุ ถุงละ 3 ช้ิน มคี ุกก้ี
ทง้ั หมด 24 ชน้ิ และครูชไ้ี ปท่ปี ระโยคสญั ลกั ษณก ารคูณ 3 × 8 = 24 แลวใหนกั เรยี นพูดวา จัดคุกก้ี 3 ถงุ ถุงละ 8 ชิน้
มคี ุกกที้ ้งั หมด 24 ช้นิ ครใู หน ักเรยี นสังเกตวา 3 × 8 = 24 และ 8 × 3 = 24 ถงึ แมวา จะมี จำนวนคุกก้ี 24 ชิ้น เทา กัน
แตล ักษณะของการจัดคกุ กีใ้ สถุงแตกตา งกัน จากน้ันครูใหนักเรยี นชวยกนั เขียนประโยคสัญลกั ษณก ารคณู จาก
สถานการณขอ 1− 4 ทกี่ ำหนดในกรอบทายหนา 243 ครูและนักเรียนรว มกนั ตรวจสอบความถูกตอ ง
4. ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรียนโดยใหนักเรียนเขยี นประโยคสัญลกั ษณการคณู จากประโยคสัญลกั ษณ
การบวก และจากสถานการณท กี่ ำหนดให โดยใหบอกดวยวาจำนวนกลมุ คอื จำนวนใด จำนวนสมาชกิ ในแตล ะกลมุ คือ
จำนวนใด และจำนวนสมาชิกทัง้ หมดคอื จำนวนใด เพ่อื ใหน ักเรยี นไดเนน ยำ้ ความเขา ใจวา จากประโยคสัญลกั ษณการ
คณู จำนวนทอี่ ยูหนา เคร่อื งหมายคณู เปนจำนวนกลมุ จำนวนทอี่ ยูหลงั เคร่อื งหมายคูณเปนจำนวนสมาชกิ ในแตละกลุม
และจำนวนหลงั เครือ่ งหมายเทากบั เปน จำนวนสมาชกิ ท้ังหมด จากนนั้ ครแู ละนักเรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอง
และสรปุ สิง่ ท่ไี ดเ รยี นรู
- สง่ิ ตา ง ๆ ท่ีจัดเปนกลุม แตละกลุม มจี ำนวนสมาชิกเทา กัน สามารถเขียนในรูปการคูณของ
จำนวนสองจำนวน คอื จำนวนกลมุ คณู กบั จำนวนสมาชกิ ในแตละกลุม ผลคูณของจำนวนสองจำนวนนน้ั คอื จำนวน
สมาชกิ ทง้ั หมดจากนั้นใหนักเรียนทำแบบฝก หัด 5.1 หนา 154 − 156
9. สือ่ และแหลง การเรียนรู
1. บตั รภาพ
2. สื่อของจรงิ เชน ตัวนบั ปากกา ดินสอ
3. แบบฝก หัด 5.1
10. ภาระงาน/ชิ้นงาน
1. แบบฝกหัด 5.1
11. การวัดและการประเมินผล
วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ
1. ตรวจแบบฝก หัด 5.1 1. แบบฝกหัด 5.1 1. ผา นเกณฑรอยละ 50 ขน้ึ ไป
2. สังเกตจากความสนใจ ตงั้ ใจใน 2. แบบสงั เกต/ประเมนิ พฤตกิ รรม 2. ถอื เกณฑผานจากการสังเกต
การเรยี น ความรบั ผดิ ชอบในการ พฤติกรรมสำหรับผูท่ไี ดร ะดบั
ทำแบบฝกทกั ษะและแบบทดสอบ คุณภาพตง้ั แต 1 ขนึ้ ไป
กอนเรียน
บันทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคการเรยี นรู.....................คน คิดเปน รอ ยละ.........................................
ไมผ า นจดุ ประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คิดเปน รอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนที่มคี วามสามรถพิเศษ/นกั เรยี นพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรยี นมีความรูความเขาใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
3. นักเรยี นมีความรูเกิดทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
4. นักเรียนมีเจตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .................................................
(…………………….……………………...)
วันท่ี…...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..
ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี
1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
ครบถว นและถูกตอ ง
ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป
2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
สอดคลอ ง
ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป
3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป
4. สอื่ การเรยี นรู
เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป
6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรียน…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........
ใบงานเรื่อง ความหมายของการคูณ
คำชี้แจง ใหนกั เรียนปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตามทก่ี ำหนดตอ ไปนี้
1. เขียนจำนวนในรูปการคูณใหอ ยใู นรปู การบวก และเขยี นจำนวนในรปู การบวกใหอ ยใู นรปู การ
คณู
1) 4 x 8= =
2) 3 x 6=
3) 4 x 5=
4) 2 x 3=
5) 5 x 7=
6) 8 + 8 + 8 + 8 + 8
7) 5 + 5 + 5 + 5 + 5 + 5 + 5 =
8) 3 + 3 + 3 + 3 + 3 + 3 =
9) 4 + 4 + 4 + 4 + 4 + 4 + 4 + 4 =
10) 2 + 2 + 2 + 2 + 2 =
2. หาผลคูณตอไปนี้โดยใชภ าพทีก่ ำหนด
1) 3 x 4
2) 4 x 5
3) 5 x 2
เฉลยใบงานเรื่อง ความหมายของการคณู
คำชีแ้ จง ใหน กั เรยี นปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามท่ีกำหนดตอไปนี้
1. เขียนจำนวนในรูปการคูณใหอ ยใู นรปู การบวก และเขยี นจำนวนในรูปการบวกใหอยใู นรปู การ
คูณ
1) 4 x 8= 8 + 8 + 8 + 8
2) 3 x 6= 6 + 6 + 6
3) 4 x 5= 5 + 5 + 5 + 5
4) 2 x 3= 3 + 3
5) 5 x 7= 7 + 7 + 7 + 7 + 7
6) 8 + 8 + 8 + 8 + 8 = 5×8
7) 5 + 5 + 5 + 5 + 5 + 5 + 5 = 7 × 5
8) 3 + 3 + 3 + 3 + 3 + 3 = 6 × 3
9) 4 + 4 + 4 + 4 + 4 + 4 + 4 + 4 = 8 × 4
10) 2 + 2 + 2 + 2 + 2 = 5×2
2. หาผลคูณตอไปนโี้ ดยใชภ าพท่กี ำหนด
1)3 x 4
3 × 4 = 12
2)4 x 5
4 × 5 = 20
3)5 x 2
5 × 2 = 10
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 3
กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหัสวิชา ค 12101
ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา ……….
หนวยการเรียนรทู ่ี 5 การคณู เวลา 22 ช่วั โมง
เรอ่ื ง ความหมายของการคูณ (2) เวลา 1 ชั่วโมง
วันท่ี............เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผูสอน............................................................
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวชี้วัด
สาระท่ี 1 จำนวนและพืชคณิต
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลทเี่ กดิ ข้นึ จากการดำเนนิ การ สมบตั ิของการดำเนินการ และนำไปใช
ตัวชี้วัด
ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไม1ทราบคาใน ประโยคสญั ลกั ษณแสดงการคูณ ของจำนวน 1 หลักตับ
จำนวนไมเกนิ 2 หลกั
ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป ญ หา 2 ข้นั ตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ
1,000 และ 0
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
สง่ิ ตาง ๆ ท่ีจัดเปนกลุมหรือเปน แถวท่แี ตละกลมุ หรอื แตล ะแถวมีจำนวนสมาชกิ เทากันสามารถเขียนในรปู การ
คณู ของจำนวนสองจำนวน คอื จำนวนกลมุ หรือจำนวนแถวคูณกับจำนวนสมาชกิ ในแตละกลมุ หรอื จำนวนสมาชกิ ในแต
ละแถว ผลคณู ของจำนวนสองจำนวนนนั้ คอื จำนวนสมาชิกท้งั หมด
3. จดุ ประสงคการเรยี นรู
ดานความรู (K)
เขียนประโยคสญั ลกั ษณแ สดงการคณู จากสถานการณท ่ีกำหนด
ดา นทักษะกระบวนการ (P)
ใชวิธกี ารทเี่ หมาะสมในการแกปญหา และคำนวณหาคำตอบได
ดา นคุณลักษณะ(A)
มวี จิ ารณญาณในการคดิ และตอบคำถามดวยความมน่ั ใจ
4. สาระการเรยี นรู
ความหมายของการคณู
5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถดานการแกปญหา
6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเรียนรู
3. มงุ มน่ั ในการทำงาน
7. ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
การแกป ญ หา
การสือ่ สารและการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร
การเชื่อมโยง
การใหเหตุผล
การคดิ สรา งสรรค
8. กระบวนการจัดการเรยี นรู
1. ครูชบู ัตรภาพเด็กท่นี ่ังเปนแถว 3 แถวตามแนวนอนในภาพแรกตามหนังสือเรยี นหนา 245
ครถู ามนักเรียนวา ในแนวนอนมีเด็กนง่ั อยูก ี่แถว
นกั เรยี นตอบ 3 แถว
ครูถามแถวละก่คี น
นกั เรียนตอบ แถวละ 4 คน
ครูถาม มีเดก็ ทั้งหมดก่คี น
นักเรยี นตอบ 12 คน
ครูถาม 12 คนหาไดโดยวิธีใด
นกั เรยี นตอบ 4 + 4 + 4 = 12
ครูถามวาเขียนเปน ประโยคสญั ลกั ษณก ารคูณไดอ ยา งไร
นกั เรียนตอบ 3 × 4 = 12
ครูถามนักเรียน 3 ในทน่ี ีห้ มายถงึ อะไร 4 ในทนี่ ี้หมายถึงอะไร และ12 ในที่น้หี มายถงึ อะไร
นักเรียนตอบวา .3 เปนจำนวนแถว 4 เปนจำนวนสมาชกิ ในแตละแถว และ 12 เปน จำนวนสมาชกิ
ท้งั หมด
จากนัน้ ครใู หนกั เรียนดภู าพเด็กน่งั เปนแถวตามแนวต้ัง แลว ถามนักเรยี นวา ในแถวแนวตั้งมีเดก็ นัง่ อยูกี่
แถวแถวละกค่ี นและมจี ำนวนเด็กทั้งหมดกคี่ น
นกั เรยี นตอบ มีเด็กนั่งอยู 4 แถว แถวละ 3 คน มเี ดก็ นง่ั อยูทงั้ หมด 12 คน ครูถามวา 12 คนหาไดโ ดย
วธิ ใี ด
นักเรยี นตอบ 3 + 3 + 3 + 3 = 12
ครถู ามวา เขยี นเปนประโยคสัญลักษณก ารคูณไดอยา งไร
นกั เรียนตอบ 4 × 3 = 12
ครถู ามนกั เรยี น 4 ในทน่ี ี้หมายถงึ อะไร 3 ในท่นี ห้ี มายถงึ อะไร และ 12 ในทนี่ ห้ี มายถงึ อะไร
นกั เรยี นตอบ 4 หมายถงึ จำนวนแถว 3 หมายถงึ จำนวนสมาชิกในแตละแถว และ 12 หมายถึงจำนวน
สมาชิกทั้งหมด
ครูชไ้ี ปท่ีประโยคสัญลักษณก ารคูณ 3 × 4 = 12 อกี ครัง้ แลวใหน กั เรยี นพดู พรอ มกันวา 3 เปน
จำนวนแถว 4 เปนจำนวนสมาชิกในแตละแถว และ 12 เปนจำนวนสมาชกิ ท้งั หมดและครูชมี้ าที่ประโยคสญั ลักษณการ
คูณ 4 × 3 = 12 อกี คร้ัง แลวใหนกั เรียนพดู พรอ มกันวา 4 เปน จำนวนแถว 3 เปน จำนวนสมาชิกในแตล ะแถว และ 12
เปนจำนวนสมาชกิ ท้ังหมดครใู หนักเรยี นสงั เกตวา 3 × 4 = 4 × 3 ถา พบวา มีนกั เรียนท่ยี งั ไมเ ขาใจเร่ืองแถวแนวตง้ั และ
แถวแนวนอน ใหค รูใชส อื่ ประกอบท่ีเปน QR Code ในหนังสือเรียนหนา 245 ซึ่งเมอ่ื แสกนQR Code แลว จะเปน วีดี
ทศั นแสดงใหน กั เรยี นเห็นไดงายขนึ้ วา แถวแนวนอนกับแถวแนวตัง้ นน้ั ตา งกนั อยา งไรและใหสงั เกตอยา งไร โดยครู
อาจจะอธบิ ายเพิม่ เติมประกอบวีดที ศั นด วยก็ได
2. ครูใหนักเรยี นดูภาพตนตะบองเพชรในหนงั สือเรยี นหนา 246 แลว ถามนกั เรียนวา ตน ตะบองเพชรมีกแ่ี ถว
แถวละกตี่ น มีทงั้ หมดกี่ตน นกั เรยี นอาจตอบวา มี 2 แถวแถวละ 3 ตน มีทั้งหมด 6 ตน หรือมี 3 แถว แถวละ 2 ตน มี
ท้งั หมด 6 ตน จากน้นั ครใู หนกั เรยี นเขยี นเปน ประโยคสัญลักษณการคูณ จะไดวา 2 × 3 = 6 หรือ 3 × 2 = 6 ครูชไี้ ป
ทปี่ ระโยคสัญลักษณการคณู 2 × 3 = 6 แลวถาม นักเรยี นวา 2 ในท่นี หี้ มายถึงอะไร 3 ในทน่ี ี้หมายถึงอะไร และ 6 ใน
ทีน่ ีห้ มายถงึ อะไร นกั เรยี นตอบ 2 เปน จำนวนแถว 3 เปนจำนวนสมาชิกในแตละแถว และ 6 เปน จำนวนสมาชกิ ทัง้ หมด
จากน้นั ครูชไ้ี ปทป่ี ระโยคสัญลักษณก ารคณู 3 × 2 = 6 แลว ถามนกั เรยี นวา 3 ในทีน่ ห้ี มายถึงอะไร 2 ในทีน่ หี้ มายถงึ
อะไร และ 6 ในท่ีนหี้ มายถงึ อะไร นักเรียนตอบ 3 เปน จำนวนแถว 2 เปนจำนวนสมาชิกในแตล ะแถวและ 6 เปนจำนวน
สมาชกิ ทั้งหมดครใู หน ักเรียนสังเกต 2 × 3 = 3 × 2 จากน้ันครใู หน กั เรยี นพจิ ารณาภาพขวดในลงั วา มีกีแ่ ถวแตล ะแถวมี
กีข่ วด และมีขวดทง้ั หมดเทา ไร แลวทำกจิ กรรมเชนเดยี วกนั กบั ขา งตนโดยครคู วรเนน ย้ำเรอื่ งการเขยี นประโยค
สัญลักษณการคูณและการบอกความหมายใหตรงกบั ประโยคสัญลกั ษณการคูณ เพ่ือใหน กั เรยี นบอกความหมายไดคลอง
และจำไดแ มน
3. ครแู บงนกั เรียนเปนกลมุ แลว แจกกระดาษจุดที่ทำเปน แถวตามหนังสือเรยี นหนา 247 แลว ใหนกั เรียนเขยี น
ประโยคสญั ลักษณก ารคูณแสดงจำนวนจดุ ทั้งหมดลงไปในกระดาษที่แจกให เมอื่ นกั เรียนเขยี นเสรจ็ ทกุ กลมุ แลว ครูใหแ ต
ละกลมุ นำเสนอประโยคสญั ลกั ษณก ารคูณและอธิบายความหมาย กลมุ ละ 1 ขอ จากน้ันครูและเพ่ือนในหองรวมกนั
ตรวจสอบความถกู ตอง
4. ตรวจสอบความเขาใจของนักเรยี นโดยใหน ักเรยี นเขยี นประโยคสญั ลักษณก ารคูณจากสถานการณท ี่
กำหนดใหและใหบอกวาจำนวนแถวคือจำนวนใด จำนวนสมาชิกในแตละแถวคอื จำนวนใด และจำนวนสมาชกิ ท้งั หมด
คือจำนวนใด เพ่อื ใหน ักเรยี นไดเ ขา ใจวาจากประโยคสัญลักษณก ารคูณ จำนวนท่อี ยหู นาเครอ่ื งหมายคณู เปน จำนวนแถว
จำนวนท่อี ยูหลงั เครื่องหมายคณู เปนจำนวนสมาชิกในแตล ะแถว และจำนวนทอ่ี ยหู ลัง
เคร่ืองหมายเทากับเปน จำนวนสมาชิกทง้ั หมด จากนัน้ ครูและนกั เรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถูกตอ งและสรปุ สิ่งทไี่ ด
เรยี นรู
- สิ่งตา ง ๆ ทจี่ ดั เปนแถว แตละแถวมีจำนวนสมาชิกเทากนั สามารถเขียนในรูปการคูณของจำนวนสอง
จำนวน คือ จำนวนแถวกับจำนวนสมาชกิ ในแตละแถว ผลคณู ของจำนวนสองจำนวนนนั้ คือจำนวนสมาชิกท้งั หมด
- จำนวนสองจำนวนคณู กนั เมือ่ สลบั ที่กันผลคูณยังคงเทา เดมิ
จากนน้ั ใหน กั เรียนทำแบบฝก หดั 5.2 หนา 157 – 158
9. ส่อื และแหลงการเรียนรู เครือ่ งมือ เกณฑ
1. บตั รภาพ 1. แบบฝก หัด 5.2 1. ผา นเกณฑรอ ยละ 50 ข้ึนไป
2. แบบสังเกต/ประเมนิ พฤตกิ รรม 2. ถอื เกณฑผ านจากการสงั เกต
2. แบบฝกหดั 5.2 พฤตกิ รรมสำหรับผูทไ่ี ดร ะดับ
10. ภาระงาน/ชิน้ งาน คุณภาพตง้ั แต 1 ขนึ้ ไป
1. แบบฝกหัด 5.2
11. การวัดและการประเมินผล
วิธกี าร
1. ตรวจแบบฝกหัด 5.2
2. สังเกตจากความสนใจ ตงั้ ใจใน
การเรยี น ความรับผดิ ชอบในการ
ทำแบบฝก ทกั ษะ
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคการเรียนรู.....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่มี ีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมีความรูค วามเขา ใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
3. นักเรยี นมคี วามรเู กดิ ทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
4. นักเรียนมเี จตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................
(…………………….……………………...)
วันท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..
ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี
1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
ครบถวนและถูกตอ ง
ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป
2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
สอดคลอง
ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป
3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
ยงั ไมเ นนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป
4. สอื่ การเรยี นรู
เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป
5. การประเมินผลการเรียนรู
ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป
6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........
ใบงานเร่อื ง ความหมายของการคณู
คำชีแ้ จง จงเขียนการบวกและการคณู จากรปู ทก่ี ำหนดใหตอไปนี้
รปู เขียนได
ตัวอยาง 3 กลมุ กลุมละ 2
1 = 2+2+2
= 3×2
=6
2
3
รปู เขยี นได
4
5
6
7
8
แผนการจัดการเรียนรูที่ 4
กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหสั วชิ า ค 12101
ชั้นประถมศึกษาปท ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศกึ ษา ……….
หนวยการเรียนรทู ่ี 5 การคูณ เวลา 22 ชว่ั โมง
เร่อื ง หนึง่ และศนู ยก ับการคณู เวลา 1 ช่ัวโมง
วันที.่ ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผสู อน............................................................
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวช้ีวดั
สาระที่ 1 จำนวนและพชื คณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลที่เกิดขนึ้ จากการดำเนนิ การ สมบตั ขิ องการดำเนินการ และนำไปใช
ตวั ชี้วัด
ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไม1ทราบคาใน ประโยคสัญลกั ษณแ สดงการคูณ ของจำนวน 1
หลักตบั จำนวนไมเกิน 2 หลัก
ค 1.1 ป.2/8 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป ญ หา 2 ขน้ั ตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ
1,000 และ 0
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
• จำนวนใดคูณกับ 1 ผลคูณเทากบั จำนวนนั้นและจำนวนใดคณู กับ 0 ผลคูณเทากับ 0
• การคูณจำนวน 1 หลักกบั จำนวน 1 หลกั หาผลคณู โดยใชสูตรคูณแม 2 แม 3 แม 4 แม 5 แม 6
แม 7 แม 8 หรือแม 9
• จำนวน 1 หลัก คณู กับ 10 20 30 40 50 60 70 80 90 หาผลคูณโดยนำจำนวน 1 หลักนน้ั คณู
กับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ตามลำดับ แลวเตมิ 0 ตอทา ย
3. จุดประสงคการเรียนรู
ดานความรู (K)
หาผลคูณของจำนวนหน่งึ หลักกบั 0 และหาผลคูณของจำนวนหนึง่ หลกั กับ 1
ดานทักษะกระบวนการ (P)
ใชว ธิ กี ารที่เหมาะสมในการแกปญ หา และคำนวณหาคำตอบได
ดานคุณลักษณะ(A)
มีวิจารณญาณในการคดิ และตอบคำถามดว ยความม่นั ใจ
4. สาระการเรียนรู
หนึ่งและศนู ยกับการคณู
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเรยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถดา นการแกป ญหา
6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเรยี นรู
3. มงุ มนั่ ในการทำงาน
7. ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
การแกปญ หา
การส่อื สารและการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร
การเช่อื มโยง
การใหเหตุผล
การคิดสรา งสรรค
8. กระบวนการจดั การเรียนรู
1. ครูติดบัตรภาพขนมคกุ กี้ 3 ถงุ ถงุ ละ 1 ชน้ิ ตามหนงั สือเรยี นหนา 249 แลวถามนักเรยี นวา มีคกุ ก้ี
ก่ถี งุ ถงุ ละกีช่ นิ้ มคี กุ กี้ทัง้ หมดก่ีช้ิน
นกั เรียนตอบวา มคี ุกก้ี 3 ถุง ถงุ ละ 1 ชนิ้ มีคกุ กท้ี ั้งหมด 3 ช้ิน
ครถู ามวา เขยี นเปน ประโยคสญั ลักษณก ารคูณไดอยา งไร
นักเรียนตอบ 3 × 1 = 3
ครูถามนักเรยี นวา จากประโยคสัญลักษณก ารคูณ 3 × 1 = 3 น้ัน 3 ตัวหนา ในท่นี ห้ี มายถึง
อะไร 1 ในท่นี ี้ หมายถึงอะไร และ 3 ตวั หลังในท่ีนี้หมายถึงอะไร
นกั เรยี นตอบ 3 ตัวหนา เปน จำนวนกลุม และ1 เปนจำนวนสมาชิกในแตล ะกลุม และ 3 ตัว
หลงั เปน จำนวนสมาชกิ ทง้ั หมด
ครตู ิดบัตรภาพคกุ กี้ 1 ถงุ ถุงละ 3 ชน้ิ
ครถู ามนักเรยี นวา มีคุกกก้ี ถ่ี งุ ถุงละกช่ี นิ้ มคี กุ ก้ีทั้งหมดกี่ชิ้น
นกั เรยี นตอบวา มีคุกก้ี 1 ถุง ถุงละ 3 ชิน้ มีคกุ กที้ ้ังหมด 3 ชนิ้
ครูถามวา เขียนเปน ประโยคสัญลกั ษณก ารคูณไดอยา งไร
นักเรยี นตอบ 1 × 3 = 3
ครถู ามนักเรยี นวา จากประโยคสัญลกั ษณการคณู 1 × 3 = 3 นั้น 1 ในท่ีนี้หมายถึงอะไร
3 ตัวหนาในท่ีนห้ี มายถึงอะไร และ 3 ตัวหลังในที่นหี้ มายถึงอะไร นกั เรียนตอบ 1 เปน จำนวนกลุม
3 ตัวหนา เปน จำนวนสมาชกิ ในแตละกลมุ และ 3 ตัวหลงั เปนจำนวนสมาชกิ ท้งั หมด
ครูใหน กั เรียนสงั เกตวา 3 × 1 = 3 และ 1 × 3 = 3 จากนัน้ ครูตดิ บตั รภาพสม 4 จาน จานละ 1 ผล
ตามหนงั สอื เรียนหนา 249 แลวถามนกั เรียนวา มีสมกจี่ าน จานละก่ผี ล มีสม ท้งั หมดก่ผี ล นกั เรียนตอบวา มสี ม
4 จาน จานละ 1 ผล มีสมท้ังหมด 4 ผล
ครูถามวา เขียนเปนประโยคสญั ลักษณการคณู ไดอยา งไร
นักเรยี นตอบ 4 × 1 = 4
ครถู ามนักเรียนวา จากประโยคสญั ลกั ษณก ารคูณ 4 × 1 = 4 นน้ั 4 ตัวหนา ในทนี่ ี้หมายถึง
อะไร 1 ในทีน่ ้หี มายถงึ อะไร และ 4 ตัวหลงั นหี้ มายถงึ อะไร
นกั เรยี นตอบ 4 ตัวหนาเปนจำนวนกลมุ และ 1 เปน จำนวนสมาชิกในแตละกลมุ และ 4 ตัว
หลงั เปน จำนวนสมาชิกทงั้ หมด
ครูติดบตั รภาพสม 1 จาน จานละ 4 ผล แลว ถามนักเรียนวา มสี ม กจ่ี าน จานละกผ่ี ล มสี มทงั้ หมดก่ผี ล
นักเรียนตอบวา มีสม 1 จาน จานละ 4 ผล มีสมท้ังหมด 4 ผล
ครูถามวา เขียนเปนประโยคสญั ลกั ษณการคูณไดอยางไร
นกั เรียนตอบ 1 × 4 = 4
ครถู ามนักเรยี นวา จากประโยคสัญลกั ษณการคูณ 1 × 4 = 4 น้ัน 1 ในทน่ี ีห้ มายถงึ อะไร 4
ตวั หนา ในทน่ี ้หี มายถงึ อะไร และ 4 ตัวหลงั ในท่นี ีห้ มายถงึ อะไร นักเรยี นตอบ 1 เปนจำนวนกลุม และ 4 เปน
จำนวนสมาชิกในแตละกลุม และ 4 ตัวหลงั เปนจำนวนสมาชกิ ทงั้ หมด ครูยกตัวอยา งอื่นเพิม่ เติมจนไดขอสรุป
รว มกับนกั เรยี นวา จำนวนใดคณู กับ 1 ผลคูณเทากบั จำนวนน้นั
2. ครสู นทนากบั นกั เรียนเก่ียวกับภาพตามหนังสือเรียนหนา 250 วา เปนเรือ่ งราวทีม่ ีขนมอยูในจาน
แลวขนุ กบั ตน กลา กนิ ขนมทีอ่ ยใู นจานหมดแลว จากนน้ั ครูตดิ บตั รภาพจานขนม 3 จาน จานละ 0 ชิ้น แลวถาม
นกั เรียนวา มีขนมกจ่ี าน จานละกีช่ ้นิ มีขนมท้ังหมดกีช่ ้ิน
นักเรียนตอบวา มีขนม 3 จาน จานละ 0 ชิน้ มีขนมทงั้ หมด 0 ช้นิ
ครถู ามวา เขยี นเปน ประโยคสญั ลกั ษณก ารคูณไดอยางไร
นกั เรียนตอบ 3 × 0 = 0
ครูถามนกั เรียนวา จากประโยคสัญลกั ษณการคูณ 3 × 0 = 0 นน้ั 3 ในท่ีน้หี มายถงึ อะไร
0 ตวั หนาในที่นีห้ มายถึงอะไร และ 0 ตัวหลัง ในที่น้ีหมายถึงอะไร นกั เรียนตอบ 3 เปน จำนวนกลมุ และ 0 ตัว
หนาเปน จำนวนสมาชกิ ในแตละกลมุ และ 0 ตัวหลังเปน จำนวนสมาชิกท้ังหมด ครแู นะนำวา เนอ่ื งจากการคูณ
จำนวนสองจำนวนเมือ่ สลับทกี่ ันผลคูณยงั คงเทาเดิม
ครถู ามนักเรียนวา เน่ืองจาก 3 × 0 = 0 แลว 0 × 3 เทากับเทาไร
นักเรยี นตอบ 0 × 3 = 0
จากนน้ั ครยู กตวั อยา งเพมิ่ เติม เชน
1 × 0 เทากับเทาไร 2 × 0 เทากบั เทาไร
0 × 1 เทากบั เทาไร 0 × 2 เทากับเทาไร
จนนกั เรยี นเขาใจและไดข อสรปุ รวมกันวาจำนวนใดคณู กบั 0 ผลคูณเทากับ 0 ครูใหนกั เรียนชวยกบั หาผลคูณ
ของจำนวนใด ๆ กบั 0 ในกรอบทายหนา 250 เมื่อนักเรยี นชวยกนั หาคำตอบเสรจ็ แลว ครอู าจใหน ักเรยี น
นำเสนอเปนรายบุคคลเพอื่ ตรวจสอบวามีใครไมเ ขา ใจบางโดยครูและนกั เรียนรวมกนั ตรวจสอบความถูกตอง
3. เมอื่ นกั เรยี นเขา ใจการคูณจำนวนใด ๆ กับ 1 และการคูณจำนวนใด ๆ กับ 0 แลว ครูใหนกั เรยี น
ฝก หาผลคูณ โดยใหชวยกนั หาผลคูณตามหนังสอื เรียนหนา 251 อาจจะแบงกลุมแลว ใหนักเรยี นชว ยกนั
ทำเปน กลุม และนำเสนอ หรืออาจใหต อบเปน รายบุคคลเพือ่ ใหน กั เรียนทกุ คนไดม สี วนรว มในการเรยี น
จากนั้นครแู ละนักเรียนชว ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ งถามีนกั เรียนบางคนตอบไมได ครคู วรสอนโดยใชส อ่ื อกี
ครั้งเพื่อใหนกั เรียนเขา ใจยงิ่ ขึ้น
4. ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรียนโดยใหน กั เรียนหาผลคูณของจำนวนใด ๆ กบั 0 และหาผลคูณ
ของจำนวนใด ๆ กบั 1 ตามหนงั สอื เรยี นหนา 252 แตจะพบวา ขอ 7−10 เปน การใหเตมิ ตัวเลขแสดงจำนวน
ใหไ ดผลคูณเทากับ 1 หรือใหไ ดผ ลคูณเทากบั 0 เพ่อื ใหนกั เรียนไดฝ ก ทกั ษะในการคิดใหคลอง ซึง่ เปนการ
สงเสริมความคิดสรางสรรค จากนั้นครูและนกั เรยี นรว มกันตรวจสอบความถกู ตองและสรุปสงิ่ ท่ีไดเ รียนรู
• จำนวนใดคูณกับ 1 ผลคณู เทากับจำนวนน้นั
• จำนวนใดคูณกับ 0 ผลคูณเทากับ 0
จากน้นั ใหนกั เรียนทำแบบฝกหัด 5.3 หนา 159 – 160
9. สือ่ และแหลงการเรยี นรู
1. บัตรภาพ
2. แบบฝกหดั 5.3
10. ภาระงาน/ชิ้นงาน เครอ่ื งมือ เกณฑ
1. แบบฝกหัด 5.3 1. แบบฝกหัด 5.3 1. ผา นเกณฑรอ ยละ 50 ขนึ้ ไป
2. แบบสงั เกต/ประเมินพฤตกิ รรม 2. ถือเกณฑผ านจากการสงั เกต
11. การวัดและการประเมินผล พฤตกิ รรมสำหรบั ผทู ี่ไดระดบั
วิธีการ คณุ ภาพตงั้ แต 1 ขึ้นไป
1. ตรวจแบบฝกหัด 5.3
2. สังเกตจากความสนใจ ตงั้ ใจใน
การเรียน ความรับผิดชอบในการ
ทำแบบฝกทักษะ
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคการเรียนรู.....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่มี ีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมีความรูค วามเขา ใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
3. นักเรยี นมคี วามรเู กดิ ทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
4. นักเรียนมเี จตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................
(…………………….……………………...)
วันท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..
ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี
1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
ครบถวนและถูกตอ ง
ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป
2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
สอดคลอง
ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป
3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
ยงั ไมเ นนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป
4. สอื่ การเรยี นรู
เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป
5. การประเมินผลการเรียนรู
ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป
6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........
บตั รโจทย์ 0x5=
0x3=
5x0= 0x9=
3x0= 0x6=
9x0= 0x7=
6x0= 0x8=
7x0= 0x4=
8x0=
4x0= 0x2=
2x0=
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 5
กลุม สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหสั วชิ า ค 12101
ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา ……….
หนว ยการเรียนรูท ี่ 5 การคณู เวลา 22 ช่วั โมง
เรอ่ื ง การคูณจำนวนหนึ่งหลักกบั จำนวนหนึ่งหลัก (1) เวลา 1 ชว่ั โมง
วันท่.ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ช้ีวดั
สาระท่ี 1 จำนวนและพืชคณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลท่เี กิดข้นึ จากการดำเนนิ การ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช
ตวั ช้ีวัด
ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไม1ทราบคาใน ประโยคสญั ลกั ษณแสดงการคูณ ของจำนวน 1
หลักตับจำนวนไมเ กิน 2 หลกั
ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป ญหา 2 ขั้นตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ
1,000 และ 0
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
• การหาผลคูณของจำนวน 1 หลกั กับจำนวน2 หลักโดยการตั้งคูณ ตอ งคูณในหลักหนว ยกอ น แลว
คณู ในหลกั สบิ ถาผลคูณในหลกั ใดครบสบิ หรอื มากกวาสบิ ใหทดจำนวนท่ีครบสิบไปหลกั ถดั ไปทางซา ย
• ความรสู กึ เชิงจำนวนเกย่ี วกับการคูณเปน การบอกวา ผลคูณของจำนวนสองจำนวนใดมคี า มากกวา
กัน นอ ยกวากนั หรอื เทา กนั โดยไมต อ งหาผลคณู ของสองจำนวนนนั้
3. จุดประสงคการเรยี นรู
ดา นความรู (K)
หาผลคณู ของจำนวนหนึ่งหลักกบั 2 และหาผลคูณของจำนวนหนึง่ หลักกับ 3
ดานทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชว ธิ ีการท่เี หมาะสมในการแกปญ หา และคำนวณหาคำตอบได
ดา นคณุ ลักษณะ(A)
มวี จิ ารณญาณในการคดิ และตอบคำถามดว ยความม่ันใจ
4. สาระการเรียนรู
การคูณจำนวนหนึ่งหลกั กบั จำนวนหน่งึ หลัก
5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถดา นการแกป ญ หา
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ รยี นรู
3. มงุ มั่นในการทำงาน
7. ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
การแกปญ หา
การส่ือสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
การเชอ่ื มโยง
การใหเหตุผล
การคดิ สรางสรรค
8. กระบวนการจดั การเรียนรู
1. ครูติดบตั รภาพมะนาว 2 จาน จานละ 1 ผล แลวถามนักเรียนวา มีมะนาวกีจ่ าน จานละกผี่ ล มี
มะนาวทงั้ หมดกี่ผล
นักเรียนตอบวา มมี ะนาว 2 จาน จานละ 1 ผล มีมะนาวทงั้ หมด 2 ผล
ครถู ามวา เขยี นเปน ประโยคสัญลกั ษณก ารคูณไดอยางไร
นักเรียนตอบ 2 × 1 = 2
ครูถามนกั เรยี นวา จากประโยคสญั ลกั ษณการคณู 2 × 1 = 2 นัน้ 2 ตัวหนา ในทีน่ ้ีหมายถึงอะไร 1 ใน
ท่ีน้ีหมายถงึ อะไร และ 2 ตัวหลงั ในท่นี ้หี มายถงึ อะไร
นักเรยี นตอบ 2 ตวั หนา เปนจำนวนกลมุ และ 1 เปนจำนวนสมาชกิ ในแตล ะกลมุ และ 2 ตวั หลังเปน
จำนวนสมาชิกท้ังหมด
ครตู ดิ บัตรภาพมะนาว 2 จาน จานละ 2 ผลแลวถามนกั เรยี นวา มีมะนาวกีจ่ าน จานละกี่ผล มีมะนาวท้งั หมดกี่
ผล
นกั เรยี นตอบวา มีมะนาว 2 จาน จานละ 2 ผล มีมะนาวทง้ั หมด 4 ผล
ครูถามวา เขยี นเปนประโยคสัญลกั ษณก ารคูณไดอยางไร
นักเรียนตอบ 2 × 2 = 4
ครูถามนกั เรียนวา จากประโยคสัญลักษณก ารคณู 2 × 2 = 4 นน้ั 2 ตวั หนาในที่น้หี มายถึงอะไร 2 ตวั
หลังในที่น้หี มายถึงอะไร และ 4 ในที่นห้ี มายถึงอะไร
นักเรียนตอบ 2 ตวั หนาเปนจำนวนกลมุ และ 2 ตัวหลังเปนจำนวนสมาชิกในแตละกลมุ และ 4 เปน
จำนวนสมาชกิ ท้ังหมด
ครตู ิดบัตรภาพมะนาว 2 จาน จานละ 3 ผล แลวถามนกั เรียนวา มีมะนาวก่ีจาน จานละกผี่ ล มมี ะนาวทงั้ หมด
กีผ่ ล
นกั เรยี นตอบวา มมี ะนาว 2 จาน จานละ 3 ผล มีมะนาวทัง้ หมด 6 ผล
ครูถามวา เขียนเปนประโยคสัญลักษณก ารคูณไดอยางไร
นักเรยี นตอบ2 × 3 = 6
ครถู ามนกั เรียนวา จากประโยคสญั ลักษณก ารคูณ 2 × 3 = 6 นนั้ 2 ในทน่ี ห้ี มายถึงอะไร 3 ในทีน่ ้ี
หมายถึงอะไร และ 6 ในที่น้หี มายถึงอะไร
นกั เรยี นตอบ 2 เปน จำนวนกลุม และ 3 เปน จำนวนสมาชิกในแตละกลมุ และ 6 เปน จำนวนสมาชิก
ทั้งหมด
ครตู ิดบัตรภาพมะนาว 2 จาน จานละ 4 ผล แลวถามนกั เรียนวา มีมะนาวก่ีจาน จานละก่ผี ล มมี ะนาว
ทั้งหมดก่ีผล
นักเรยี นตอบวา มีมะนาว 2 จาน จานละ 4 ผล มีมะนาวทั้งหมด 8 ผล
ครถู ามวา เขยี นเปนประโยคสัญลกั ษณการคูณไดอยา งไร
นักเรยี นตอบ 2 × 4 = 8
ครูตดิ บตั รภาพมะนาว 2 จาน จานละ 5 ผล แลว ถามนักเรียนวา มมี ะนาวกี่จาน จานละก่ีผล มมี ะนาวทัง้ หมด
กผี่ ล
นักเรียนตอบวา มีมะนาว 2 จาน จานละ 5 ผล มีมะนาวทัง้ หมด 10 ผล
ครูถามวา เขียนเปนประโยคสญั ลกั ษณก ารคูณไดอยา งไร
นกั เรียนตอบ 2 × 5 = 10 ครูแนะนำวา การจดั ส่ิงตาง ๆ เปน 2 กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั เปนการนำ2
ไปคณู กับจำนวนของสง่ิ ตา ง ๆ อาจเขียนเปน
2×1=2
2 × 2 = 4 2 × 3 = 6 2 × 4 = 8 2 × 5 = 10
ซึง่ เรียกวา สตู รคณู แม 2
ครูใหนกั เรียนสังเกตผลคณู จะเหน็ วา สูตรคูณแม 2 มีผลคูณเพ่ิมข้นึ ทีละ 2 จากน้ันครูถามนักเรยี นวา 2 × 6
เทา กบั เทาไร 2 × 7 เทา กับเทาไร 2 × 8 เทากับเทาไร 2 × 9 เทากบั เทาไร โดยสังเกตจากผลคณู จากนั้นครู
เขยี นสตู รคูณแม 2 ใหค รบแลว ใหน ักเรยี นอานพรอมกนั
2. ครูตดิ บตั รภาพขนมถว ย 3 จาน จานละ 1 ถวย แลวถามนักเรยี นวา มีขนมถว ยกจี่ าน จานละกี่ถว ย
มขี นมถว ยทงั้ หมดกถี่ วย
นักเรยี นตอบวา มีขนมถวย 3 จาน จานละ 1 ถว ย มขี นมถว ยทง้ั หมด 3 ถวย
ครถู ามวา เขยี นเปนประโยคสัญลกั ษณก ารคูณไดอ ยางไร
นกั เรียนตอบ 3 × 1 = 3
ครูถามนักเรียนวาจากประโยคสัญลักษณก ารคูณ 3 × 1 = 3 นัน้ 3 ตวั หนาในท่นี ี้หมายถงึ อะไร 1 ใน
ท่ีนี้ หมายถงึ อะไร และ 3 ตัวหลังในทน่ี ี้หมายถึงอะไร
นกั เรียนตอบ 3 ตัวหนา เปนจำนวนกลมุ และ 1 เปนจำนวนสมาชกิ ในแตละกลุม และ 3 ตวั หลงั เปน
จำนวนสมาชกิ ทัง้ หมด
ครูตดิ บตั รภาพขนมถวย 3 จาน จานละ 2 ถวยแลวถามนักเรียนวา มขี นมก่ีจาน จานละกถ่ี วย มีขนมถว ย
ทง้ั หมดกถี่ วย
นักเรียนตอบวา มีขนมถว ย 3 จาน จานละ 2 ถวย มขี นมถว ยทั้งหมด 6 ถวย
ครูถามวา เขยี นเปน ประโยคสัญลกั ษณก ารคูณไดอยา งไร
นกั เรยี นตอบ 3 × 2 = 6
ครูถามนกั เรยี นวา จากประโยคสญั ลักษณการคณู 3 × 2 = 6 น้นั 3 ในทนี่ ีห้ มายถงึ อะไร 2 ในท่ีนี้
หมายถึงอะไร และ 6 ในท่ีนี้หมายถงึ อะไร
นักเรยี นตอบ 3 เปน จำนวนกลมุ และ 2 เปนจำนวนสมาชกิ ในแตล ะกลมุ และ 6 เปนจำนวนสมาชกิ
ทั้งหมด
ครตู ดิ บตั รภาพขนมถวย 3 จาน จานละ 3 ถวย แลว ถามนกั เรียนวา มีขนมถวยกจี่ าน จานละกถี่ ว ย มขี นมถว ย
ทั้งหมดก่ถี วย
นกั เรียนตอบวา มีขนมถว ย 3 จาน จานละ 3 ถวย มขี นมถวยทง้ั หมด 9 ถว ย
ครูถามวา เขียนเปน ประโยคสัญลกั ษณก ารคูณไดอยางไร
นกั เรยี นตอบ 3 × 3 = 9
ครถู ามนกั เรียนวา จากประโยคสญั ลักษณการคูณ 3 × 3 = 9 น้นั 3 ตัวหนาในท่นี ้ีหมายถึงอะไร 3 ตัว
หลังในทน่ี ี้หมายถงึ อะไร และ 9 ในทน่ี ี้หมายถงึ อะไร
นักเรียนตอบ 3 ตัวหนาเปน จำนวนกลมุ และ 3 ตัวหลังเปนจำนวนสมาชกิ ในแตละกลุมและ 9 เปน
จำนวนสมาชิกทัง้ หมด
ครตู ดิ บตั รภาพขนมถว ย 3 จาน จานละ 4 ถวย แลวถามนกั เรยี นวา มขี นมถว ยกจ่ี าน จานละก่ีถว ย มีขนมถวย
ทงั้ หมดก่ีถว ย
นักเรียนตอบวา มขี นมถว ย 3 จาน จานละ 4 ถวย มขี นมถวยทั้งหมด 12 ถว ย
ครถู ามวา เขียนเปน ประโยคสัญลักษณก ารคูณไดอยางไร
นักเรียนตอบ 3 × 4 = 12
ครูติดบตั รภาพขนมถวย 3 จาน จานละ 5 ถวย แลว ถามนักเรยี นวา มีขนมถวยก่ีจาน จานละก่ีถวย มีขนมถว ย
ทั้งหมดก่ีถว ย
นักเรียนตอบวา มขี นมถวย 3 จาน จานละ 5 ถวย มขี นมถวยท้ังหมด 15 ถว ย
ครถู ามวา เขียนเปน ประโยคสัญลกั ษณก ารคูณไดอยา งไร
นักเรยี นตอบ 3 × 5 = 15 ครแู นะนำวา การจดั สิ่งตา ง ๆ เปน 3 กลุม กลมุ ละเทา ๆ กันเปนการนำ 3
ไปคณู กับจำนวนของส่ิงตาง ๆ อาจเขียนเปน 3 × 1 = 3 3 × 2 = 6 3 × 3 = 9 3 × 4 = 12 3 × 5 = 15 ซึ่ง
เรยี กวา สูตรคณู แม 3
ครูใหนักเรียนสงั เกตผลคณู จะเห็นวาสูตรคูณแม 3 มี ผลคูณเพ่มิ ขึน้ ทลี ะ 3 จากน้นั ครถู ามนักเรยี นวา 3 × 6
เทากับเทาไร 3 × 7 เทากบั เทาไร 3 × 8 เทา กบั เทาไร 3 × 9 เทากบั เทาไร โดยสงั เกตจากผลคูณ จากนน้ั ครู
เขยี นสตู รคูณแม 3 ใหค รบแลวใหนกั เรยี นอานพรอ มกนั
3. ครใู หน ักเรียนหาผลคณู ของจำนวนหนึง่ หลกั กับ 2 โดยใชการถาม−ตอบ เชน 4 × 2 เทากบั เทาไร
ซึง่ นกั เรยี นอาจหาผลคูณ โดยนำ 2 มาบวกกัน 4 จำนวน (2 + 2 + 2 + 2) ครแู นะนำวา เนือ่ งจากการคูณ
จำนวนสองจำนวน เม่อื สลบั ทกี่ นั ผลคูณยังคงเทา เดิมจะได 4 × 2 = 2 × 4 ดงั นนั้ สามารถหาผลคูณของ 4 ×
2 ไดจาก 2 × 4 ซ่ึงเทากับ 8 จากนนั้ ครูใหนกั เรียนชวยกันหาผลคูณของจำนวนหนงึ่ หลกั กบั 2 และหาผลคูณ
ของจำนวนหน่ึงหลักกับ 3 ตามหนังสือเรียนหนา 255 โดยครูและนกั เรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถูกตอง
4. ตรวจสอบความเขา ใจของนักเรยี นโดยใหน ักเรยี นหาผลคูณของจำนวนหน่งึ หลักกับ 2 และหาผล
คณู ของจำนวนหนึ่งหลักกบั 3 ตามหนงั สอื เรยี นหนา 256 และจะพบวา ขอ 2 ขอ 4 ขอ 5 และขอ 6 เปน การ
ใชก ารสลบั ท่ีการคณู เพื่อหาคำตอบ ซง่ึ นกั เรียนเรยี นรูม าแลว ในหนา 252 เพ่อื ใหน ักเรยี นไดฝกทกั ษะการคิด
ใหคลอง ซ่ึงเปนการสง เสริมความคิดสรางสรรคจ ากน้นั ครูและนักเรยี นรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตองและสรุป
สิ่งทไ่ี ดเ รยี นรู
• 2 คูณกบั จำนวนหนึ่งหลกั หาผลคูณไดโ ดยใชสูตรคูณแม 2
• 3 คูณกับจำนวนหนงึ่ หลกั หาผลคูณไดโ ดยใชส ตู รคูณแม 3
จากนั้นใหนักเรียนทำแบบฝก หดั 5.4 หนา 161 − 163
9. สื่อและแหลงการเรียนรู
1. บตั รภาพ
2. แบบฝกหดั 5.4
10. ภาระงาน/ชิน้ งาน
1. แบบฝกหัด 5.4
11. การวัดและการประเมินผล เครือ่ งมอื เกณฑ
วิธีการ 1. แบบฝกหัด 5.4 1. ผา นเกณฑรอ ยละ 50 ข้ึนไป
1. ตรวจแบบฝก หัด 5.4 2. แบบสงั เกต/ประเมนิ พฤตกิ รรม 2. ถือเกณฑผ านจากการสงั เกต
2. สังเกตจากความสนใจ ตงั้ ใจใน พฤตกิ รรมสำหรบั ผทู ไ่ี ดร ะดับ
การเรยี น ความรับผดิ ชอบในการ คุณภาพตัง้ แต 1 ขนึ้ ไป
ทำแบบฝก ทักษะ
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจดุ ประสงคก ารเรยี นรู.....................คน คิดเปน รอ ยละ.........................................
ไมผา นจุดประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คดิ เปน รอยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นท่ีมีความสามรถพิเศษ/นักเรียนพิการไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมีความรคู วามเขาใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
3. นักเรียนมีความรเู กดิ ทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
4. นักเรียนมเี จตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.2 ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................
(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..
ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี
1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
ครบถวนและถูกตอ ง
ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป
2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
สอดคลอง
ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป
3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
ยงั ไมเ นนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป
4. สอื่ การเรยี นรู
เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป
5. การประเมินผลการเรียนรู
ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป
6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 6
กลุม สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหสั วชิ า ค 12101
ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา ……….
หนว ยการเรียนรูท ี่ 5 การคณู เวลา 22 ช่วั โมง
เรอ่ื ง การคูณจำนวนหนึ่งหลักกบั จำนวนหนึ่งหลัก (2) เวลา 1 ชว่ั โมง
วันท่.ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ช้ีวดั
สาระท่ี 1 จำนวนและพืชคณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลท่เี กิดข้นึ จากการดำเนนิ การ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช
ตวั ช้ีวัด
ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไม1ทราบคาใน ประโยคสญั ลกั ษณแสดงการคูณ ของจำนวน 1
หลักตับจำนวนไมเ กิน 2 หลกั
ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป ญหา 2 ขั้นตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ
1,000 และ 0
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
• การหาผลคูณของจำนวน 1 หลกั กับจำนวน2 หลักโดยการตั้งคูณ ตอ งคูณในหลักหนว ยกอ น แลว
คณู ในหลกั สบิ ถาผลคูณในหลกั ใดครบสบิ หรอื มากกวาสบิ ใหทดจำนวนท่ีครบสิบไปหลกั ถดั ไปทางซา ย
• ความรสู กึ เชิงจำนวนเกย่ี วกับการคูณเปน การบอกวา ผลคูณของจำนวนสองจำนวนใดมคี า มากกวา
กัน นอ ยกวากนั หรอื เทา กนั โดยไมต อ งหาผลคณู ของสองจำนวนนนั้
3. จุดประสงคการเรยี นรู
ดา นความรู (K)
หาผลคณู ของจำนวนหนึ่งหลักกบั 4 และหาผลคูณของจำนวนหนึง่ หลักกับ 5
ดานทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชว ธิ ีการท่เี หมาะสมในการแกปญ หา และคำนวณหาคำตอบได
ดา นคณุ ลักษณะ(A)
มวี จิ ารณญาณในการคดิ และตอบคำถามดว ยความม่ันใจ
4. สาระการเรียนรู
การคูณจำนวนหนึ่งหลกั กบั จำนวนหน่งึ หลัก
5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
1. ความสามารถในการคดิ