2. ความสามารถดานการแกป ญ หา
6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
1. มวี ินัย
2. ใฝเรียนรู
3. มุงม่นั ในการทำงาน
7. ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
การแกปญ หา
การสอื่ สารและการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร
การเชอื่ มโยง
การใหเหตุผล
การคิดสรา งสรรค
8. กระบวนการจัดการเรยี นรู
1. ครูติดบัตรภาพคกุ กี้ 4 ถงุ ถุงละ 1 ชิ้น แลว ถามนกั เรยี นวา มคี ุกกก้ี ถ่ี ุง ถงุ ละก่ีชน้ิ มีคุกก้ีทั้งหมดก่ี
ช้ิน
นกั เรยี นตอบวา มคี กุ กี้ 4 ถงุ ถงุ ละ 1 ชิ้น มีคุกกี้ท้ังหมด 4 ชิน้
ครูถามวา เขียนเปน ประโยคสัญลักษณการคูณไดอยางไร
นักเรยี นตอบ 4 × 1 = 4
ครูถามนักเรยี นวาจากประโยคสญั ลักษณก ารคณู 4 × 1 = 4 น้นั 4 ตัวหนาในทีน่ ้ีหมายถึงอะไร 1 ใน
ทีน่ ้หี มายถงึ อะไร และ 4 ตัวหลงั ในที่นี้หมายถงึ อะไร
นกั เรียนตอบ 4 ตัวหนา เปน จำนวนกลุม และ 1 เปน จำนวนสมาชกิ ในแตละกลมุ และ 4 ตวั หลังเปน
จำนวนสมาชิกทงั้ หมด
ครูติดบัตรภาพคกุ ก้ี 4 ถงุ ถงุ ละ 2 ช้ิน แลวถามนักเรียนวา มีคกุ กกี้ ่ถี ุง ถุงละกชี่ ้นิ มีคุกกี้ทั้งหมดก่ชี ้ิน
นกั เรยี นตอบวา มคี กุ กี้ 4 ถุง ถงุ ละ 2 ช้นิ มีคกุ กี้ท้ังหมด 8 ชิน้
ครถู ามวา เขยี นเปนประโยคสญั ลกั ษณการคูณไดอยา งไร
นักเรยี นตอบ 4 × 2 = 8
ครถู ามนกั เรียนวา จากประโยคสญั ลกั ษณการคูณ 4 × 2 = 8 นน้ั 4 ในทน่ี หี้ มายถงึ อะไร 2 ในทนี่ ้ี
หมายถงึ อะไร และ 8 ในทน่ี ้หี มายถงึ อะไร
นกั เรยี นตอบ 4 เปนจำนวนกลุม และ 2 เปน จำนวนสมาชกิ ในแตละกลุม และ 8 เปนจำนวนสมาชิก
ทงั้ หมด
ครูติดบัตรภาพคุกกี้ 4 ถงุ ถุงละ 3 ชิ้น แลวถามนักเรยี นวา มีคกุ กก้ี ี่ถงุ ถงุ ละกชี่ ิ้น มีคกุ กี้ทง้ั หมดกีช่ ้ิน
นกั เรยี นตอบวา มคี กุ กี้ 4 ถุง ถงุ ละ 3 ชิน้ มีคุกก้ที ั้งหมด 12 ช้ิน
ครูถามวา เขยี นเปนประโยคสญั ลกั ษณการคูณไดอยางไร
นักเรียนตอบ 4 × 3 = 12
ครูถามนกั เรยี นวา จากประโยคสัญลักษณก ารคณู 4 × 3 = 12 นั้น 4 ในท่นี ห้ี มายถึงอะไร 3 ในท่นี ี้
หมายถึงอะไร และ 12 ในท่ีน้หี มายถึงอะไร
นกั เรยี นตอบ 4 เปนจำนวนกลุม และ3 เปน จำนวนสมาชกิ ในแตละกลุม และ 12 เปน จำนวนสมาชิก
ทัง้ หมด
ครูติดบตั รภาพคุกก้ี 4 ถงุ ถงุ ละ 4 ชนิ้ แลวถามนักเรียนวา มีคุกกี้กถ่ี งุ ถงุ ละกี่ช้ิน มีคกุ กที้ ั้งหมดกีช่ ้ิน
นักเรยี นตอบวามคี กุ ก้ี 4 ถุง ถุงละ 4 ชน้ิ มคี ุกกี้ท้งั หมด 16 ช้ิน
ครถู ามวา เขียนเปนประโยคสญั ลักษณก ารคูณไดอยางไร
นกั เรียนตอบ 4 × 4 = 16
ครตู ิดบตั รภาพคกุ กี้ 4 ถุง ถุงละ 5 ช้ิน แลวถามนักเรียนวามคี ุกกี้กีถ่ ุง ถงุ ละกีช่ นิ้ มีคกุ กที้ ัง้ หมดกี่ชิน้
นกั เรยี นตอบวา มีคกุ ก้ี 4 ถุง ถงุ ละ 5 ชน้ิ มีคกุ กีท้ ้ังหมด 20 ช้ิน
ครถู ามวา เขียนเปนประโยคสญั ลกั ษณก ารคูณไดอยา งไร
นักเรียนตอบ 4 × 5 = 20
ครแู นะนำวา การจัดสิง่ ตาง ๆ เปน 4 กลุม กลุม ละเทา ๆ กนั เปนการนำ4 ไปคณู กับจำนวนของส่ิง
ตาง ๆ อาจเขียนเปน 4 × 1 = 4 4 × 2 = 8 4 × 3 = 12 4 × 4 = 16 4 × 5 = 20 ซงึ่ เรียกวา
สูตรคณู แม 4
ครใู หนักเรยี นสังเกตผลคูณจะเหน็ วา สูตรคูณแม 4 มผี ลคณู เพ่มิ ข้นึ ทีละ 4 จากน้ัน
ครูถามนกั เรยี นวา 4 × 6 เทากบั เทาไร 4 × 7 เทากับเทาไร 4 × 8 เทากับเทาไร 4 × 9 เทากับ
เทา ไร โดยสงั เกตจากผลคณู จากนัน้ ครูเขยี นสตู รคูณแม 4 ใหครบ แลวใหน ักเรยี นอา นพรอมกัน
2. ครตู ดิ บัตรภาพขนมตาล 5 จาน จานละ 1 ชน้ิ แลว ถามนกั เรยี นวา มีขนมตาลกี่จาน จานละกี่ชน้ิ
มขี นมตาลทง้ั หมดก่ีชิ้น
นักเรียนตอบวา มขี นมตาล 5 จาน จานละ 1 ชน้ิ มีขนมตาลทง้ั หมด 5 ชิน้
ครถู ามวา เขียนเปนประโยคสญั ลกั ษณการคูณไดอยางไร
นักเรยี นตอบ 5 × 1 = 5 ครูถามนกั เรียนวา จากประโยคสัญลักษณการคูณ 5 × 1 = 5 นัน้ 5 ตัวหนา
ในที่น้ีหมายถึงอะไร 1 ในท่นี ีห้ มายถงึ อะไร และ 5 ตัวหลังในที่นีห้ มายถึงอะไร
นักเรยี นตอบ 5 ตวั หนา เปน จำนวนกลมุ และ 1 เปน จำนวนสมาชกิ ในแตละกลมุ และ 5 ตวั หลงั เปน
จำนวนสมาชกิ ทั้งหมด
ครูติดบัตรภาพขนมตาล 5 จาน จานละ 2 ชนิ้ แลว ถามนกั เรียนวา มขี นมตาลกจ่ี าน จานละก่ชี น้ิ มขี นม
ทัง้ หมดกี่ชิ้น
นักเรยี นตอบวา มขี นมตาล 5 จาน จานละ 2 ชิน้ มขี นมตาลทงั้ หมด 10 ชิ้น
ครูถามวา เขยี นเปน ประโยคสัญลักษณการคูณไดอยา งไร
นักเรยี นตอบ 5 × 2 = 10
ครูถามนักเรยี นวา จากประโยคสัญลกั ษณการคณู 5 × 2 = 10 น้ัน 5 ในทนี่ ี้หมายถงึ อะไร 2 ในทีน่ ้ี
หมายถงึ อะไร และ 10 ในทีน่ หี้ มายถงึ อะไร
นักเรียนตอบ 5 เปน จำนวนกลุม และ 2 เปน จำนวนสมาชิกในแตละกลมุ และ 10 เปน จำนวนสมาชกิ
ทั้งหมด
ครูติดบัตรภาพขนมตาล 5 จาน จานละ 3 ช้นิ แลวถามนักเรยี นวา มขี นมตาลก่ีจาน จานละกช่ี ้ิน มขี นมตาล
ทงั้ หมดกชี่ น้ิ
นกั เรยี นตอบวามีขนมตาล 5 จาน จานละ 3 ช้ิน มขี นมตาลท้ังหมด 15 ชนิ้
ครูถามวา เขียนเปน ประโยคสัญลกั ษณการคูณไดอยา งไร
นักเรียนตอบ 5 × 3 = 15
ครถู ามนักเรยี นวา จากประโยคสญั ลกั ษณการคูณ 5 × 3 = 15 น้นั 5 ในทน่ี ีห้ มายถึงอะไร 3 ในทน่ี ี้
หมายถงึ อะไร และ 15 ในทน่ี ีห้ มายถึงอะไร
นกั เรียนตอบ 5 เปน จำนวนกลมุ และ 3 เปน จำนวนสมาชิกในแตละกลุม และ 15 เปน จำนวนสมาชิก
ทงั้ หมด
ครตู ดิ บตั รภาพขนมตาล 5 จาน จานละ 4 ช้ิน แลวถามวามีขนมตาลกี่จาน จานละกี่ชิน้ มขี นมตาล
ท้งั หมดก่ีช้นิ
นักเรยี นตอบวา มีขนมตาล 5 จาน จานละ 4 ช้ิน มีขนมตาลทัง้ หมด 20 ชิ้น
ครถู ามวา เขียนเปนประโยคสญั ลกั ษณการคูณไดอยางไร
นักเรียนตอบ 5 × 4 = 20
ครูตดิ บัตรภาพขนมตาล 5 จาน จานละ 5 ชิ้น แลวถามนกั เรยี นวา มขี นมตาล ก่ีจาน จานละก่ีช้ิน มี
ขนมตาลทัง้ หมดก่ีชน้ิ
นกั เรยี นตอบวา มขี นมตาล 5 จาน จานละ 5 ชิ้น มีขนมตาล
ท้ังหมด 25 ชนิ้
ครูถามวา เขยี นเปนประโยคสญั ลักษณการคูณไดอยางไร
นกั เรยี นตอบ 5 × 5 = 25
ครูแนะนำวา การจดั สง่ิ ตา ง ๆ เปน 5 กลุม กลุมละเทา ๆ กัน เปน การนำ 5 ไปคูณกับจำนวนของส่ิงตา ง ๆ
อาจเขยี นเปน 5 × 1 = 5 5 × 2 = 10 5 × 3 = 15 5 × 4 = 20 5 × 5 = 25 ซง่ึ เรียกวา สตู รคูณแม 5
ครใู หนักเรยี นสังเกตผลคณู จะเห็นวา สตู รคูณแม 5 มีผลคณู เพิ่มข้ึนทีละ 5 จากนนั้ ครูถามวา 5 × 6 เทา กับ
เทา ไร 5 × 7 เทากับเทาไร 5 × 8 เทากบั เทาไร 5 × 9 เทากับเทาไร โดยสังเกตจากผลคณู จากนนั้ ครเู ขยี น
สตู รคูณแม 5 ใหครบ แลวใหน กั เรียนอานพรอมกัน
3. ครูใหน กั เรยี นหาผลคณู ของจำนวนหนงึ่ หลกั กับ 4 โดยใชก ารถาม-ตอบ เชน 6 × 4 เทา กบั เทาไร
ซง่ึ นักเรยี นอาจหาผลคณู โดยนำ4 มาบวกกัน 6 จำนวน (4 + 4 + 4+ 4 + 4 + 4) ครูแนะนำวา เน่ืองจากการ
คณู จำนวนสองจำนวนเมื่อสลับท่ีกนั ผลคณู ยงั คงเทา เดิม จะได 6 × 4 = 4 × 6 ดงั นั้น สามารถหาผลคณู ของ 6
× 4 ไดจ าก 4 × 6 ซ่งึ เทา กบั 24 จากนน้ันครใู หน ักเรียนชว ยกนั หาผลคูณของจำนวนหนึง่ หลักกับ 4 และผล
คูณของจำนวนหนงึ่ หลกั กับ 5 ตามหนงั สือเรียนหนา 259 โดยครแู ละนักเรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอง
4. ตรวจสอบความเขาใจของนักเรยี นโดยใหน กั เรียนหาผลคูณของจำนวนหนึ่งหลัก กบั 4 และหาผล
คณู ของจำนวนหนงึ่ หลกั กบั 5 ตามหนงั สือเรียนหนา 260 แตจะพบวา ขอ 3 และขอ 4 เปนการใชการสลบั ที่
การคณู เพื่อหาคำตอบ ซ่ึงนักเรยี นเรียนรมู าแลวในหนา 259 เพอ่ื ใหน ักเรียนไดฝก ทกั ษะการคดิ ใหคลอง ซึ่งเปน
การสงเสริมของความคดิ สรางสรรค จากนั้นครแู ละนกั เรยี นรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตองและสรปุ ส่ิงท่ีได
เรยี นรู
• 4 คูณกับจำนวนหน่ึงหลกั หาผลคูณไดโดยใชส ูตรคูณแม 4
• 5 คูณกับจำนวนหนงึ่ หลัก หาผลคณู ไดโดยใชส ูตรคูณแม 5
จากนนั้ ใหนักเรียนทำแบบฝกหัด 5.5 หนา 164 − 166
9. สือ่ และแหลง การเรียนรู
1. บตั รภาพ
2. แบบฝกหัด 5.5
10. ภาระงาน/ช้นิ งาน
1. แบบฝกหัด 5.5
11. การวัดและการประเมนิ ผล
วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ
1. ตรวจแบบฝกหัด 5.5 1. แบบฝกหัด 5.5 1. ผา นเกณฑร อ ยละ 50 ขน้ึ ไป
2. สงั เกตจากความสนใจ ตง้ั ใจใน 2. แบบสงั เกต/ประเมนิ พฤตกิ รรม 2. ถือเกณฑผ านจากการสังเกต
การเรียน ความรับผดิ ชอบในการ พฤตกิ รรมสำหรบั ผทู ี่ไดร ะดบั
ทำแบบฝกทักษะ คณุ ภาพต้งั แต 1 ขึ้นไป
บันทึกผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจดุ ประสงคก ารเรียนรู.....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไมผ านจุดประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนทมี่ ีความสามรถพิเศษ/นกั เรียนพิการไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมีความรคู วามเขาใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
3. นกั เรียนมีความรูเกิดทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
4. นักเรียนมีเจตคติ คานิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.2 ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................
(…………………….……………………...)
วันท…่ี ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..
ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี
1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
ครบถว นและถูกตอ ง
ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป
2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
สอดคลอ ง
ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป
3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป
4. สอื่ การเรยี นรู
เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป
6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........
ใบงานเรอ่ื ง การคูณจำนวนหนึ่งหลักกับหนงึ่ หลัก
คำชแี้ จง ใหนักเรยี นปฏิบัติกจิ กรรมตอไปนี้
1. หาผลคูณตอ ไปนี้โดยใชส ตู รคูณ
1) 3 x 5 =
2) 4 x 7 =
3) 2 x 9 =
4) 5 x 8 =
5) 6 x 2 =
6) 9 x 3 =
7) 4 x 5 =
8) 7 x 6 =
2. หาจำนวนเติมลงในชองวางใหถกู ตอ ง
1) 2 x = 16
2) x 5 = 20
3) 2 x = 18
4) 3 x = 24
5) x 3 = 27
6) x 5 = 25
7) 8 x = 40
8) 7 x = 56
เฉลยใบงานเรอื่ ง การคณู จำนวนหน่งึ หลกั กบั หน่ึงหลัก
คำชแ้ี จง ใหนักเรียนปฏิบัตกิ จิ กรรมตอไปนี้
1. หาผลคูณตอไปนี้โดยใชสตู รคูณ
1) 3 x 5 = 15
2) 4 x 7 = 28
3) 2 x 9 = 18
4) 5 x 8 = 40
5) 6 x 2 = 12
6) 9 x 3 = 27
7) 4 x 5 = 20
8) 7 x 6 = 42
2. หาจำนวนเตมิ ลงในชอ งวา งใหถูกตอ ง
1) 2 x 8 = 16
2) 4 x 5 = 20
3) 2 x 9 = 18
4) 3 x 8 = 24
5) 9 x 3 = 27
6) 5 x 5 = 25
7) 8 x 5 = 40
8) 7 x 8 = 56
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 7
กลุม สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหสั วชิ า ค 12101
ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา ……….
หนว ยการเรียนรูท ี่ 5 การคณู เวลา 22 ช่วั โมง
เรอ่ื ง การคูณจำนวนหนึ่งหลักกบั จำนวนหนึ่งหลัก (3) เวลา 1 ชว่ั โมง
วันท่.ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ช้ีวดั
สาระท่ี 1 จำนวนและพืชคณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลท่เี กิดข้นึ จากการดำเนนิ การ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช
ตวั ช้ีวัด
ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไม1ทราบคาใน ประโยคสญั ลกั ษณแสดงการคูณ ของจำนวน 1
หลักตับจำนวนไมเ กิน 2 หลกั
ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป ญหา 2 ขั้นตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ
1,000 และ 0
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
• การหาผลคูณของจำนวน 1 หลกั กับจำนวน2 หลักโดยการตั้งคูณ ตอ งคูณในหลักหนว ยกอ น แลว
คณู ในหลกั สบิ ถาผลคูณในหลกั ใดครบสบิ หรอื มากกวาสบิ ใหทดจำนวนท่ีครบสิบไปหลกั ถดั ไปทางซา ย
• ความรสู กึ เชิงจำนวนเกย่ี วกับการคูณเปน การบอกวา ผลคูณของจำนวนสองจำนวนใดมคี า มากกวา
กัน นอ ยกวากนั หรอื เทา กนั โดยไมต อ งหาผลคณู ของสองจำนวนนนั้
3. จุดประสงคการเรยี นรู
ดา นความรู (K)
หาผลคณู ของจำนวนหนึ่งหลักกบั 6 และหาผลคูณของจำนวนหนึง่ หลักกับ 7
ดานทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชว ธิ ีการท่เี หมาะสมในการแกปญ หา และคำนวณหาคำตอบได
ดา นคณุ ลักษณะ(A)
มวี จิ ารณญาณในการคดิ และตอบคำถามดว ยความม่ันใจ
4. สาระการเรียนรู
การคูณจำนวนหนึ่งหลกั กบั จำนวนหน่งึ หลัก
5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถดานการแกปญหา
6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
1. มีวินัย
2. ใฝเ รียนรู
3. มงุ มนั่ ในการทำงาน
7. ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
การแกปญหา
การสื่อสารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร
การเชอ่ื มโยง
การใหเหตุผล
การคดิ สรางสรรค
8. กระบวนการจัดการเรยี นรู
1. ครูตดิ บตั รภาพแอปเปล 6 แพก็ แพก็ ละ 1 ผล แลวถามนักเรยี นวา มแี อปเปลกแ่ี พค็ แพ็คละก่ผี ล
มแี อปเปล ทัง้ หมดก่ผี ล นักเรียนตอบวา มแี อปเปล 6 แพ็ค แพ็คละ 1 ผล มีแอปเปลทงั้ หมด 6 ผล ครถู ามวา
เขียนเปนประโยคสญั ลกั ษณการคูณไดอ ยางไร
นักเรียนตอบ 6 × 1 = 6
ครถู ามนกั เรยี นวา จากประโยคสญั ลักษณก ารคูณ 6 × 1 = 6 น้นั 6 ตัวหนาในทน่ี ้หี มายถงึ อะไร 1 ใน
ที่นห้ี มายถงึ อะไร และ 6 ตัวหลงั ในที่นห้ี มายถึงอะไร
นักเรยี นตอบ 6 ตัวหนา เปน จำนวนกลุม และ 1 เปนจำนวนสมาชิกในแตล ะกลุม และ 6 ตวั หลงั เปน
จำนวนสมาชิกท้งั หมด
ครูตดิ บตั รภาพแอปเปล 6 แพ็ก แพก็ ละ 2 ผล แลวถามนักเรียนวา มแี อปเปลก่ีแพก็ แพก็ ละกีผ่ ล มีแอปเปล
ทง้ั หมดกีผ่ ล
นกั เรียนตอบวา มแี อปเปล 6 แพ็ก แพ็กละ 2 ผล มีแอปเปล ทง้ั หมด 12 ผล
ครถู ามวา เขียนเปนประโยคสัญลักษณการคูณไดอยางไร
นักเรียนตอบ 6 × 2 = 12
ครูถามนักเรยี นวา จากประโยคสญั ลักษณการคูณ 6 × 2 = 12 น้ัน 6 ในทนี่ ห้ี มายถึงอะไร 2 ในท่นี ้ี
หมายถึงอะไร และ 12 ในที่นหี้ มายถงึ อะไร
นกั เรียนตอบ 6 เปนจำนวนกลุม และ 2 เปนจำนวนสมาชกิ ในแตล ะกลมุ และ 12 เปนจำนวนสมาชกิ
ทง้ั หมด
ครตู ดิ บัตรภาพแอปเปล 6 แพก็ แพก็ ละ 3 ผล แลวถามนักเรยี นวา มีแอปเปลก่แี พ็ก แพ็กละกผ่ี ล มีแอปเปล
ทั้งหมดก่ผี ล
นักเรยี นตอบวา มแี อปเปล 6 แพก็ แพก็ ละ 3 ผล มแี อปเปล ท้ังหมด 18 ผล
ครูถามวา เขียนเปน ประโยคสญั ลักษณการคูณไดอยา งไร
นกั เรียนตอบ 6 × 3 = 18
ครถู ามนกั เรยี นวา จากประโยคสญั ลกั ษณการคณู 6 × 3 = 18 น้ัน 6 ในทน่ี หี้ มายถงึ อะไร
3 ในท่นี ีห้ มายถึงอะไร และ 18 ในที่นหี้ มายถึงอะไร
นักเรียนตอบ 6 เปนจำนวนกลมุ และ 3 เปน จำนวนสมาชกิ ในแตล ะกลมุ และ 18 เปนจำนวนสมาชิก
ทง้ั หมด
ครูติดบัตรภาพแอปเปล 6 แพ็ก แพก็ ละ 4 ผล แลวถามนักเรยี นวา มแี อปเปล กี่แพ็ก แพก็ ละก่ีผล มีแอปเปล
ทง้ั หมดกผ่ี ล
นกั เรยี นตอบวา มีแอปเปล 6 แพ็ก แพ็กละ 4 ผล มีแอปเปลท้ังหมด 24 ผล ครูถามวา เขยี นเปน
ประโยคสัญลักษณก ารคูณไดอยา งไร
นักเรยี นตอบ 6 × 4 = 24
ครูตดิ บัตรภาพแอปเปล 6 แพก็ แพ็กละ 5 ผล แลวถามนกั เรียนวา มแี อปเปล กแี่ พก็ แพก็ ละกีผ่ ล มีแอปเปล
ทง้ั หมดกผ่ี ล
นกั เรียนตอบวามีแอปเปล 6 แพ็ก แพก็ ละ 5 ผล มีแอปเปลทง้ั หมด 30 ผล
ครถู ามนักเรยี นเปน ประโยคสัญลักษณก ารคณู ไดอ ยางไร
นกั เรียนตอบ 6 × 5 = 30
ครแู นะนำวา การจดั สง่ิ ตา งๆเปน 6 กลุม กลุมละเทา ๆ กัน เปนการนำ 6 ไปคณู กบั จำนวนของส่งิ ตาง ๆ อาจ
เขยี นเปน 6 × 1 = 6 6 × 2 = 12 6 × 3 = 18 6 × 4 = 24 6 × 5 = 30 ซึ่งเรียกวา สูตรคณู แม 6
ครใู หนกั เรยี นสงั เกตผลคูณจะเหน็ สูตรคูณแม 6 มีผลคูณเพิม่ ทีละ 6 จากนนั้ ครูถามนกั เรยี นวา 6 × 6
เทา กบั เทาไร 6 × 7 เทากับเทา ไร 6 × 8 เทา กบั เทาไร 6 × 9 เทากับเทาไร โดยสงั เกตจากผลคณู จากนั้นครู
เขยี นสูตรคณู แม 6 ใหครบแลว ใหนกั เรียนอา นพรอมกนั
2. ครตู ิดบัตรภาพขนมกลวย 7 จาน จานละ 1 ชิ้น แลว ถามนักเรยี นวา มีขนมกลว ยกจ่ี าน จานละก่ี
ชนิ้ มีขนมกลว ยท้งั หมดกชี่ ้นิ
นกั เรียนตอบวา มขี นมกลวย 7 จาน จานละ 1 ช้ิน มีขนมกลวยทง้ั หมด 7 ชิ้น
ครถู ามวา เขยี นเปน ประโยคสญั ลกั ษณก ารคูณไดอยางไร
นกั เรียนตอบ 7 × 1 = 7
ครูถามนักเรยี นวา จากประโยคสัญลกั ษณก ารคณู 7 × 1 = 7 นัน้ 7 ตัวหนาในท่นี ้ีหมายถงึ อะไร 1 ใน
ที่นี้หมายถึงอะไร และ 7 ตัวหลงั ในที่น้หี มายถึงอะไร
นักเรยี นตอบ 7 ตัวหนาเปนจำนวนกลุม และ 1 เปนจำนวนสมาชิกในแตละกลุม และ 7 ตัวหลงั เปน
จำนวนสมาชกิ ท้งั หมด
ครูตดิ บตั รภาพขนมกลว ย 7 จาน จานละ 2 ชน้ิ แลว ถามนักเรียนวา มขี นมกลวยกีจ่ าน จานละกช่ี ิ้น มีขนม
กลว ยทั้งหมดกี่ชิ้น
นกั เรียนตอบวา มขี นมกลวย 7 จาน จานละ 2 ช้ิน มขี นมกลว ยทัง้ หมด 14 ชน้ิ
ครูถามวา เขียนเปนประโยคสญั ลักษณการคูณไดอยางไร
นกั เรยี นตอบ 7 × 2 = 14
ครูถามนักเรยี นวา จากประโยคสัญลักษณก ารคูณ 7 × 2 = 14 นัน้ 7 ในท่นี ี้หมายถึงอะไร 2 ในท่ีนี้
หมายถึงอะไร และ 14 ในทนี่ ีห้ มายถงึ อะไร
นักเรยี นตอบ 7 เปน จำนวนกลุมและ 2 เปนจำนวนสมาชิกในแตละกลุม และ 14 เปนจำนวนสมาชิก
ทงั้ หมด
ครตู ดิ บตั รภาพขนมกลวย 7 จาน จานละ 3 ช้ิน แลว ถามนักเรยี นวา มีขนมกลวยกีจ่ าน จานละก่ีช้ิน มีขนม
กลว ยท้งั หมดกช่ี ้ิน
นักเรียนตอบวา มขี นมกลว ย 7 จาน จานละ 3 ช้ิน มีขนมกลวยทง้ั หมด 21 ช้ิน
ครูถามวา เขยี นเปนประโยคสญั ลักษณก ารคูณไดอยางไร
นักเรยี นตอบ 7 × 3 = 21
ครถู ามนกั เรียนวา จากประโยคสัญลักษณก ารคณู 7 × 3 = 21 น้นั 7 ในที่นหี้ มายถงึ อะไร 3 ในทนี่ ี้
หมายถึงอะไร และ 21 ในท่นี ีห้ มายถึงอะไร
นักเรียนตอบ 7 เปน จำนวนกลุม และ 3 เปนจำนวนสมาชิกในแตละกลมุ และ 21 เปนจำนวนสมาชิก
ทงั้ หมด
ครูตดิ บตั รภาพขนมกลวย 7 จาน จานละ 4 ช้ิน แลวถามนักเรียนวา มีขนมกลว ยก่จี าน จานละก่ชี ิน้ มขี นม
กลว ยท้งั หมดกช่ี น้ิ
นักเรยี นตอบวา มขี นมกลวย 7 จาน จานละ 4 ช้ิน มขี นมกลวยทั้งหมด 28 ชิน้
ครูถามวา เขยี นเปนประโยคสัญลกั ษณการคูณไดอยางไร
นักเรยี นตอบ 7 × 4 = 28
ครูติดบัตรภาพขนมกลวย 7 จาน จานละ 5 ช้ิน แลวถามนักเรยี นวา มขี นมกลวยกจ่ี าน จานละกี่ชิน้ มขี นม
กลว ยทง้ั หมดกี่ช้ิน
นักเรยี นตอบวา มีขนมกลวย 7 จาน จานละ 5 ช้ิน มขี นมกลวยทัง้ หมด 35 ชน้ิ
ครถู ามวา เขียนเปนประโยคสัญลกั ษณก ารคูณไดอยางไร
นกั เรียนตอบ 7 × 5 = 35
ครแู นะนำวา การจดั ส่ิงตาง ๆ เปน 7 กลมุ กลุมละเทา ๆ กัน เปน การนำ 7 ไปคูณกับจำนวนของสิ่งตาง ๆ
อาจเขยี นเปน 7 × 1 = 7 7 × 2 = 14 7 × 3 = 21 7 × 4 = 28 7 × 5 = 35 ซงึ่ เรยี กวา สตู รคูณแม 7
ครูใหน กั เรียนสังเกตผลคูณ จะเหน็ วา สูตรคูณแม 7 มีผลคูณเพ่ิมขึ้นทีละ 7 จากน้ันครถู ามนกั เรียนวา 7 × 6
เทากับเทาไร 7 × 7 เทา กับเทาไร 7 × 8 เทากบั เทาไร 7 × 9 เทากบั เทาไร โดยสังเกตจากผลคณู จากนั้นครู
เขียนสูตรคูณแม 7 ใหครบแลว ใหน ักเรยี นอา นพรอ มกนั
3. ครูใหน ักเรยี นหาผลคณู ของจำนวนหนึง่ หลักกบั 6 โดยใชก ารถาม-ตอบ เชน 6 × 3 เทากับเทาไร
แลว ถามนกั เรยี นวา 3 × 6 เทากบั เทาไร นักเรียนควรจะตอบไดว า 3 × 6 = 6 × 3 เพราะนักเรยี นทราบ
มาแลว วา การคูณจำนวนสองจำนวนเมือ่ สลบั ทกี่ ันผลคูณยงั คงเทา เดมิ ครใู หน ักเรยี นสังเกตวา สามารถหา
คำตอบโดยใชสตู รคูณแม 3 หรือสูตรคูณแม 6 กไ็ ดจ ากน้นั ครใู หนักเรยี นชว ยกนั หาผลคูณของจำนวนหนงึ่ หลัก
กับ 6 และ ผลคณู ของจำนวนหน่ึงหลกั กับ 7 ตามหนงั สือเรียนหนา 263 โดยครแู ละนกั เรียนรวมกนั ตรวจสอบ
ความถูกตอง
4. ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรียนใหส อดคลอ งกบั จดุ ประสงคการเรียนในชว่ั โมงนี้โดยใหน กั เรียน
หาผลคูณของจำนวนหน่ึงหลกั กบั 6 และหาผลคูณของจำนวนหนง่ึ หลัก กบั 7 ตามหนงั สอื เรยี นหนา 264 แต
จะพบวา ขอ 2 ขอ 3 และขอ 5 เปนการใชก ารสลับทก่ี ารคณู เพือ่ หาคำตอบ ซึง่ นักเรยี นทำมาแลวในหนา 263
เพื่อใหนกั เรยี นไดฝ กทกั ษะการคดิ ใหคลอ ง ซึง่ เปนจุดเรมิ่ ตน ของความคดิ สรางสรรค จากน้นั ครแู ละนักเรยี น
รว มกันตรวจสอบความถูกตอ งและสรปุ สงิ่ ทไี่ ดเ รยี นรู
• 6 คูณกบั จำนวนหนึง่ หลัก หาผลคูณไดโดยใชสูตรคูณแม 6
• 7 คูณกบั จำนวนหนง่ึ หลกั หาผลคูณไดโดยใชส ูตรคณู แม 7
จากนน้ั ใหนักเรยี นทำแบบฝกหดั 5.6 หนา 167 – 169
9. สื่อและแหลงการเรียนรู
1. บตั รภาพ
2. แบบฝกหดั 5.6
10. ภาระงาน/ชิน้ งาน
1. แบบฝกหัด 5.6
11. การวัดและการประเมินผล เครือ่ งมอื เกณฑ
วิธีการ 1. แบบฝกหัด 5.6 1. ผา นเกณฑรอ ยละ 50 ข้ึนไป
1. ตรวจแบบฝก หัด 5.6 2. แบบสงั เกต/ประเมนิ พฤตกิ รรม 2. ถือเกณฑผ านจากการสงั เกต
2. สังเกตจากความสนใจ ตงั้ ใจใน พฤตกิ รรมสำหรบั ผทู ไ่ี ดร ะดับ
การเรยี น ความรับผดิ ชอบในการ คุณภาพตัง้ แต 1 ขนึ้ ไป
ทำแบบฝก ทักษะ
บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจุดประสงคก ารเรียนรู. ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไมผา นจดุ ประสงคก ารเรยี นรู.....................คน คดิ เปนรอยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นท่ีมีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรียนมคี วามรคู วามเขา ใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
3. นักเรยี นมีความรเู กดิ ทกั ษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
4. นกั เรียนมีเจตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.2 ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................
(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..
ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี
1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
ครบถวนและถูกตอ ง
ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป
2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
สอดคลอง
ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป
3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
ยงั ไมเ นนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป
4. สอื่ การเรยี นรู
เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป
5. การประเมินผลการเรียนรู
ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป
6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........
แผนการจดั การเรยี นรูที่ 8
กลุม สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหัสวชิ า ค 12101
ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปการศกึ ษา ……….
หนว ยการเรียนรูท ี่ 5 การคณู เวลา 22 ชัว่ โมง
เรอ่ื ง การคูณจำนวนหนึ่งหลักกบั จำนวนหนงึ่ หลัก (4) เวลา 1 ชวั่ โมง
วันท่.ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู ูสอน............................................................
1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ช้ีวดั
สาระท่ี 1 จำนวนและพืชคณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลท่เี กิดข้นึ จากการดำเนนิ การ สมบัติของการดำเนนิ การ และนำไปใช
ตวั ช้ีวัด
ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไม1ทราบคา ใน ประโยคสัญลกั ษณแสดงการคูณ ของจำนวน 1
หลักตับจำนวนไมเ กิน 2 หลกั
ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป ญหา 2 ขน้ั ตอนของจำนวนนับไมเ กนิ
1,000 และ 0
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
• การหาผลคูณของจำนวน 1 หลกั กับจำนวน2 หลกั โดยการตง้ั คูณ ตองคณู ในหลักหนว ยกอน แลว
คณู ในหลกั สบิ ถาผลคูณในหลกั ใดครบสบิ หรอื มากกวาสิบ ใหทดจำนวนที่ครบสิบไปหลักถัดไปทางซา ย
• ความรสู กึ เชิงจำนวนเกย่ี วกับการคูณเปนการบอกวาผลคูณของจำนวนสองจำนวนใดมีคา มากกวา
กัน นอ ยกวากนั หรอื เทา กนั โดยไมต อ งหาผลคณู ของสองจำนวนนน้ั
3. จุดประสงคการเรยี นรู
ดา นความรู (K)
หาผลคณู ของจำนวน 1 หลักกบั 8 และหาผลคูณของจำนวน 1 หลักกับ 9
ดานทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชว ธิ ีการท่เี หมาะสมในการแกป ญ หา และคำนวณหาคำตอบได
ดา นคณุ ลักษณะ(A)
มวี จิ ารณญาณในการคดิ และตอบคำถามดว ยความมนั่ ใจ
4. สาระการเรียนรู
การคูณจำนวนหนึ่งหลกั กบั จำนวนหนึง่ หลัก
5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถดานการแกปญ หา
6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเรยี นรู
3. มงุ ม่นั ในการทำงาน
7. ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
การแกป ญหา
การส่อื สารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร
การเชือ่ มโยง
การใหเหตุผล
การคดิ สรางสรรค
8. กระบวนการจดั การเรียนรู
1. ครตู ิดบตั รภาพสาลี่ 8 แพก็ แพก็ ละ 1 ผล แลว ถามนักเรียนวา มสี าลกี่ ่ีแพก็ แพก็ ละก่ีผล มีสาล่ี
ทงั้ หมดกผ่ี ล
นักเรยี นตอบวา มีสาลี่ 8 แพก็ แพ็กละ 1 ผล มีสาลที่ งั้ หมด 8 ผล
ครูถามวา เขียนเปน ประโยคสญั ลักษณก ารคูณไดอยางไร
นักเรยี นตอบ 8 × 1 = 8
ครูถามนกั เรยี นวา จากประโยคสัญลักษณการคณู 8 × 1 = 8 นัน้ 8 ตัวหนา ในทนี่ หี้ มายถึงอะไร 1 ใน
ทนี่ ีห้ มายถึงอะไร และ 8 ตวั หลังในทีน่ ้หี มายถึงอะไร นั
กเรยี นตอบ 8 ตัวหนาเปน จำนวนกลุม และ 1 เปนจำนวนสมาชกิ ในแตละกลมุ และ 8 ตัวหลังเปน
จำนวนสมาชิกทั้งหมด
ครูตดิ บัตรภาพสาลี่ 8 แพก็ แพก็ ละ 2 ผล แลว ถามนักเรียนวา มีสาล่ีกีแ่ พก็ แพ็กละก่ีผล มีสาล่ีทั้งหมดก่ีผล
นักเรยี นตอบวา มสี าลี 8 แพก็ แพก็ ละ 2 ผล มีสาลีท่ ง้ั หมด 16 ผล
ครถู ามวา เขยี นเปนประโยคสัญลกั ษณการคูณไดอยา งไร
นกั เรยี นตอบ 8 × 2 = 16
ครูถามนักเรยี นวา จากประโยคสญั ลักษณก ารคณู 8 × 2 = 16 นนั้ 8 ในท่ีนีห้ มายถงึ อะไร 2 ในทีน่ ี้
หมายถงึ อะไร และ 16 ในท่ีนีห้ มายถึงอะไร
นักเรียนตอบ 8 เปน จำนวนกลมุ และ 2 เปนจำนวนสมาชิกในแตละกลมุ และ 16 เปนจำนวน
ทัง้ หมด
ครูตดิ บตั รภาพสาลี่ 8 แพก็ แพ็กละ 3 ผล แลว ถามนกั เรียนวา มีสาลก่ี แ่ี พก็ แพก็ ละก่ีผล มีสาลี่ทั้งหมดกี่ผล
นกั เรยี นตอบวา มีสาล่ี 8 แพก็ แพ็กละ 3 ผล มีสาลที่ ัง้ หมด 24 ผล
ครถู ามวา เขยี นเปนประโยคสญั ลกั ษณการคูณไดอยางไร
นกั เรยี นตอบ 8 × 3 = 24
ครูถามนกั เรยี นวา จากประโยคสัญลกั ษณก ารคณู 8 × 3 = 24 นนั้ 8 ในท่นี ี้หมายถงึ อะไร 3 ในท่ีนี้
หมายถึงอะไร และ 24 ในทนี่ ี้หมายถงึ อะไร
นกั เรียนตอบ 8 เปน จำนวนกลมุ และ 3 เปนจำนวนสมาชิกในแตล ะกลุม และ 24 เปน จำนวนสมาชิก
ท้งั หมด
ครูตดิ บตั รภาพสาลี่ 8 แพ็ก แพ็กละ 4 ผล แลว ถามนกั เรยี นวา มสี าลก่ี แี่ พ็ก แพก็ ละกี่ผล มีสาลท่ี ั้งหมดกีผ่ ล
นักเรยี นตอบวา มสี าลี่ 8 แพ็ก แพ็กละ 4 ผล มีสาลี่ทง้ั หมด 32 ผล
ครูถามวา เขยี นเปน ประโยคสญั ลกั ษณก ารคูณไดอยางไร
นักเรียนตอบ 8 × 4 = 32
ครูติดบัตรภาพสาลี่ 8 แพ็ก แพก็ ละ 5 ผล แลว ถามนกั เรียนวา มสี าล่กี ่แี พก็ แพ็กละกผ่ี ล มสี าลท่ี ัง้ หมดกผ่ี ล
นักเรียนตอบวา มสี าล่ี 8 แพก็ แพก็ ละ 5 ผล มีสาลีท่ ง้ั หมด 40 ผล
ครูถามวา เขยี นเปนประโยคสญั ลกั ษณก ารคูณไดอยา งไร
นักเรียนตอบ 8 × 5 = 40 ครแู นะนำวา การจัดสิ่งตาง ๆ เปน 8 กลมุ
กลุม ละเทา ๆ กัน เปน การนำ 8 ไปคูณกับจำนวนของส่ิงตาง ๆ อาจเขยี นเปน 8 × 1 = 8 8 × 2 = 16
8 × 3 = 24 8 × 4 = 32 8 × 5 = 40 ซง่ึ เรยี กวา สตู รคณู แม 8
ครูใหน ักเรยี นสงั เกตผลคณู จะเหน็ วา สูตรคูณแม 8 มผี ลคณู เพม่ิ ข้ึนทีละ 8 จากน้ันครถู ามนักเรยี นวา 8 × 6
เทากับเทาไร 8 × 7 เทากับเทาไร 8 × 8 เทากบั เทาไร 8 × 9 เทา กับเทาไร โดยสังเกตจากผลคูณ จากน้ัน
ครเู ขยี นสูตรคูณแม 8 ใหค รบแลวใหน กั เรยี นอา นพรอ มกนั
2. ครตู ดิ บัตรภาพขนมถวยฟู 9 จาน จานละ 1 ชิ้น แลวถามนกั เรยี นวา มขี นมถวยฟกู ่จี าน จานละก่ี
ชนิ้ มขี นมถวยฟทู ัง้ หมดก่ีชนิ้
นักเรียนตอบวา มีขนมถว ยฟู 9 จาน จานละ 1 ช้ิน มขี นมถวยฟู ทงั้ หมด 9 ชนิ้
ครถู ามวา เขยี นเปน ประโยคสัญลักษณการคูณไดอยางไร
นกั เรยี นตอบ 9 × 1 = 9
ครถู ามนักเรียนวา จากประโยคสญั ลกั ษณก ารคูณ 9 × 1 = 9 น้ัน 9 ตัวหนา ในทีน่ ี้หมายถึงอะไร 1 ใน
ท่ีนหี้ มายถงึ อะไร และ 9 ตัวหลังในทีน่ ีห้ มายถงึ อะไร
นกั เรียนตอบ 9 ตัวหนาเปน จำนวนกลมุ และ 1 เปน จำนวนสมาชิกในแตล ะกลมุ และ 9 ตวั หลังเปน
จำนวนสมาชกิ ทงั้ หมด
ครตู ดิ บัตรภาพขนมถว ยฟู 9 จาน จานละ 2 ชิ้น แลว ถามนกั เรยี นวา มีขนมถวยฟกู ี่จาน
จานละกช่ี ้ิน มีขนมถว ยฟูท้งั หมดก่ชี ้ิน
นกั เรยี นตอบวา มีขนมถว ยฟู 9 จาน จานละ 2 ช้ิน มี ขนมถวยฟูท้ังหมด 18 ชิน้
ครูถามวา เขียนเปน ประโยคสัญลกั ษณก ารคูณไดอยา งไร
นักเรยี นตอบ 9 × 2 = 18
ครูถามนกั เรยี นวา จากประโยคสญั ลกั ษณการคณู 9 × 2 = 18 นัน้ 9 ในทนี่ ห้ี มายถงึ อะไร 2 ในทน่ี ี้
หมายถงึ อะไร และ 18 ในทน่ี ้ีหมายถงึ อะไร
นกั เรียนตอบ 9 เปนจำนวนกลุม และ 2 เปน จำนวนสมาชกิ ในแตละกลมุ และ 18 เปน จำนวนสมาชิก
ทัง้ หมด
ครตู ิดบตั รภาพขนมถว ยฟู 9 จาน จานละ 3 ชนิ้ แลวถามนักเรยี นวา มีขนมถวยฟู
กจ่ี าน จานละกี่ช้ิน มขี นมถวยฟทู ั้งหมดกีช่ ิน้
นักเรยี นตอบวา มีขนมถว ยฟู 9 จาน จานละ 3 ช้ิน มีขนมถว ยฟทู ้งั หมด 27 ช้ิน
ครถู ามวา เขียนเปน ประโยคสัญลกั ษณก ารคูณไดอยา งไร
นกั เรยี นตอบ 9 × 3 = 27
ครูถามนักเรยี นวา จากประโยคสญั ลักษณการคณู 9 × 3 = 27 นัน้ 9 ในท่นี ีห้ มายถึงอะไร 3 ในท่ีนี้
หมายถึงอะไร และ 27 ในทีน่ หี้ มายถึงอะไร
นักเรยี นตอบ 9 เปน จำนวนกลุม และ 3 เปนจำนวนสมาชกิ ในแตละกลุม และ 27 เปน จำนวนสมาชิก
ทั้งหมด
ครูตดิ บัตรภาพขนมถว ยฟู 9 จาน จานละ 4 ชนิ้ แลวถามนักเรยี นวา มขี นมถวยฟูกี่จาน จานละก่ชี ิ้น มี
ขนมถวยฟูทั้งหมดกี่ชิ้น
นักเรียนตอบวา มีขนมถว ยฟู 9 จาน จานละ 4 ชิ้น มขี นมถว ยฟูทัง้ หมด 36 ช้ิน
ครถู ามวา เขียนเปนประโยคสญั ลกั ษณการคูณไดอยางไร
นักเรียนตอบ 9 × 4 = 36
ครูตดิ บตั รภาพขนมถวยฟู 9 จาน จานละ 5 ช้ิน แลวถามวา มีขนมถว ยฟกู ่จี าน จานละก่ชี นิ้ มขี นม
ถว ยฟทู ัง้ หมดก่ีช้ิน
นักเรียนตอบวา มขี นมถวยฟู 9 จาน จานละ 5 ชิ้น มีขนมถว ยฟทู ั้งหมด 45 ชิ้น
ครถู ามวา เขยี นเปน ประโยคสญั ลกั ษณการคูณไดอยา งไร
นกั เรยี นตอบ 9 × 5 = 45
ครูแนะนำวา การจัดสิ่งตา ง ๆ เปน 9 กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กัน เปนการนำ 9 ไปคณู กบั จำนวนของส่งิ ตาง ๆ อาจ
เขียนเปน 9 × 1 = 9 9 × 2 = 18 9 × 3 = 27 9 × 4 = 36 9 × 5 = 45 ซ่ึงเรยี กวา สูตรคณู แม 9
ครใู หน กั เรียนสงั เกตผลคณู จะเหน็ วา สตู รคณู แม 9 มผี ลคณู เพิม่ ข้นึ ทีละ 9 จากน้นั
ครถู ามนักเรยี นวา 9 × 6 เทากับเทาไร 9 × 7 เทากบั เทาไร 9 × 8 เทา กับเทา ไร 9 × 9 เทากบั เทาไร
โดยสังเกตจากผลคูณ จากนั้นครเู ขยี นสตู รคูณแม 9 ใหครบแลวใหนักเรียนอา นพรอ มกัน
3. ครใู หนักเรียนหาผลคณู ของจำนวนหนึง่ หลกั กบั 9 โดยใชการถาม-ตอบ เชน 9 × 5 เทากับเทาไร
นักเรียนตอบวา 45
แลว ครูถามนกั เรยี นวา 5 × 9 เทากับเทาไร
นักเรยี นตอบวา 45
ครใู หนักเรียนสังเกตวา สามารถหาคำตอบโดยใชสตู รคูณ แม 5 หรือสตู รคูณแม 9 กไ็ ด เพราะการคูณ
จำนวนสองจำนวนเม่ือสลับท่ีกันผลคูณยงั คงเทาเดิม จากนน้ั ครใู หน ักเรยี นชวยกันหาผลคูณของจำนวนหนึง่
หลักกับ 8 และผลคูณของจำนวนหนงึ่ หลักกับ 9 ตามหนงั สอื เรยี นหนา 267 โดยครูและนกั เรียนรวมกนั
ตรวจสอบความถูกตอ ง
4. ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรยี นโดยใหน กั เรียนหาผลคูณของจำนวนหนง่ึ หลกั กับ 8 และหาผล
คูณของจำนวนหนึง่ หลักกับ 9 ตามหนงั สอื เรยี นหนา 268 นักเรียนอาจหาผลคูณโดยใชก ารสลบั ทก่ี ารคูณ
เพอื่ หาคำตอบกไ็ ด ซงึ่ นกั เรยี นเรียนรูม าแลว ในหนา 267 เพ่ือใหนักเรยี นไดฝกการคดิ ใหคลอ ง ซึง่ เปน การ
สง เสรมิ ความคิดสรา งสรรค จากนนั้ ครูและนักเรยี นรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ งและสรปุ สิ่งทไ่ี ดเ รียนรู
• 8 คูณกบั จำนวนหนงึ่ หลกั หาผลคูณไดโ ดยใชสตู รคูณแม 8
• 9 คูณกบั จำนวนหนึง่ หลัก หาผลคูณไดโ ดยใชส ตู รคูณแม 9
จากนน้ั ใหน กั เรยี นทำแบบฝกหดั 5.7 หนา 170 −172
9. สอ่ื และแหลงการเรียนรู เครือ่ งมอื เกณฑ
1. บตั รภาพ 1. แบบฝกหัด 5.7 1. ผานเกณฑรอยละ 50 ข้ึนไป
2. แบบสงั เกต/ประเมินพฤตกิ รรม 2. ถอื เกณฑผ านจากการสงั เกต
2. แบบฝกหดั 5.7 พฤตกิ รรมสำหรบั ผทู ไ่ี ดร ะดับ
10. ภาระงาน/ชิน้ งาน คุณภาพตัง้ แต 1 ขนึ้ ไป
1. แบบฝกหัด 5.7
11. การวัดและการประเมินผล
วธิ กี าร
1. ตรวจแบบฝก หัด 5.7
2. สงั เกตจากความสนใจ ตงั้ ใจใน
การเรยี น ความรับผดิ ชอบในการ
ทำแบบฝก ทักษะ
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคการเรียนรู.....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่มี ีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมีความรูค วามเขา ใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
3. นักเรยี นมคี วามรเู กดิ ทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
4. นักเรียนมเี จตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................
(…………………….……………………...)
วันท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..
ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี
1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
ครบถว นและถูกตอ ง
ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป
2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
สอดคลอ ง
ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป
3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป
4. สอื่ การเรยี นรู
เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป
6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชื่อ.......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรียน…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 9
กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ชั้นประถมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปการศกึ ษา ……….
หนว ยการเรียนรูท ี่ 5 การคูณ เวลา 22 ชัว่ โมง
เรอื่ ง การคูณจำนวนหนงึ่ หลกั กับ 10 20 30 ... 90 เวลา 1 ชวั่ โมง
วนั ท่.ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครูผสู อน............................................................
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชว้ี ดั
สาระที่ 1 จำนวนและพชื คณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เขา ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลทีเ่ กดิ ขน้ึ จากการดำเนนิ การ สมบตั ขิ องการดำเนนิ การ และนำไปใช
ตวั ช้ีวดั
ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไม1ทราบคา ใน ประโยคสญั ลักษณแสดงการคูณ ของจำนวน 1
หลกั ตับจำนวนไมเกนิ 2 หลัก
ค 1.1 ป.2/8 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป ญหา 2 ขั้นตอนของจำนวนนับไมเ กนิ
1,000 และ 0
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
• การหาผลคูณของจำนวน 1 หลักกับจำนวน2 หลกั โดยการตัง้ คณู ตอ งคณู ในหลกั หนวยกอน แลว
คณู ในหลกั สิบ ถาผลคูณในหลักใดครบสบิ หรือมากกวา สิบ ใหทดจำนวนที่ครบสิบไปหลกั ถดั ไปทางซา ย
• ความรูสกึ เชงิ จำนวนเก่ียวกับการคณู เปนการบอกวาผลคูณของจำนวนสองจำนวนใดมคี า มากกวา
กนั นอ ยกวา กัน หรือเทา กนั โดยไมตอ งหาผลคณู ของสองจำนวนนน้ั
3. จุดประสงคการเรียนรู
ดานความรู (K)
หาผลคณู ของจำนวนหนึง่ หลกั กับ 10 20 30 ... 90
ดา นทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชว ธิ ีการท่ีเหมาะสมในการแกปญหา และคำนวณหาคำตอบได
ดา นคุณลกั ษณะ(A)
มวี ิจารณญาณในการคดิ และตอบคำถามดว ยความมัน่ ใจ
4. สาระการเรียนรู
การคณู จำนวนหนงึ่ หลกั กับ 10 20 30 ... 90
5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถดานการแกปญ หา
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ รยี นรู
3. มงุ มนั่ ในการทำงาน
7. ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
การแกป ญ หา
การสอื่ สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
การเชื่อมโยง
การใหเหตุผล
การคิดสรางสรรค
8. กระบวนการจดั การเรยี นรู
1. ครตู ดิ บตั รภาพดาวความดี 2 แถว แถวละ 10 ดวงครูถามนกั เรยี นวา มดี าวความดกี ีแ่ ถว แถวละกี่
ดวง มดี าวความดีทั้งหมดก่ีดวง
นักเรยี นตอบวา มีดาวความดี 2 แถวแถวละ 10 ดวง มดี าวความดีทั้งหมด 20 ดวง
ครูใหน กั เรยี นเขยี นเปน ประโยคสัญลักษณก ารคูณ นกั เรยี นเขียนไดเปน 2 × 10 = 20 ครนู ำดาวความดีไปตดิ
เพ่มิ อกี 1 แถว แถวละ 10 ดวง ครถู ามนกั เรยี นวา เมอ่ื ตดิ ดาวความดีเพิม่ มาอกี 1 แถว ตอนนี้ครมู ีดาวความดี
ก่ีแถว แถวละก่ดี วง ครูมดี าวความดที ้งั หมดกด่ี วง
นักเรยี นตอบวา ครมู ีดาวความดี 3 แถว แถวละ 10 ดวง ครูมดี าวความดีทั้งหมด 30 ดวง
ครูใหนกั เรยี นเขียนเปนประโยคสญั ลักษณก ารคูณ
นักเรียนเขียนไดเปน 3 × 10 = 30 ครูนำดาวความดไี ปตดิ เพ่ิมอีก 1 แถว แถวละ 10 ดวง
ครถู ามนักเรียนวา เมื่อตดิ ดาวความดีเพม่ิ อีก 1 แถว ตอนน้ีครูมดี าวความดกี ีแ่ ถว แถวละกี่ดวง ครูมี
ดาวความดีทงั้ หมดกด่ี วง
นักเรยี นตอบวา ครูมดี าวความดี 4 แถว แถวละ10 ดวง ครมู ดี าวความดีทง้ั หมด 40 ดวง ครูให
นกั เรียนเขียนเปน ประโยคสัญลักษณก ารคูณ
นกั เรียนเขยี นไดเปน 4 × 10 = 40 ครนู ำดาวความดไี ปติดเพ่ิมอีก 1 แถว แถวละ 10 ดวง
ครถู ามนักเรียนวา เม่อื ติดดาวความดเี พิม่ มาอกี 1 แถว ตอนนคี้ รมู ดี าวความดีก่ีแถว แถวละกี่ดวง ครู
มีดาวความดีท้งั หมดกี่ดวง
นักเรยี นตอบวา ครูมีดาวความดี 5 แถว แถวละ 10 ดวง ครูมดี าวความดีทั้งหมด 50 ดวง
ครูใหนักเรียนเขยี นเปนประโยคสัญลกั ษณการคูณ นักเรียนเขียนไดเ ปน 5 × 10 = 50 ครถู ามนกั เรียน
วา ถาครูติดดาวความดีเพมิ่ อีก 1 แถว เปน 6 แถว นักเรียนเขยี นเปน ประโยคสัญลักษณการคณู ไดอ ยา งไร
นักเรยี นตอบ 6 × 10 = 60
ครูถามนักเรียนวา ถา ครูติดดาวความดีเพิม่ ทลี ะ 1 แถว เปน 7 แถว 8 แถว และ 9 แถว
นักเรยี นเขยี นเปนประโยคสญั ลักษณการคูณไดอ ยางไร
นกั เรียนตอบ 7 × 10 = 70 8 × 10 = 80 และ 9 × 10 = 90 ตามลำดบั
ครูเขียน 1 × 10 = 10 2 × 10 = 20 3 × 10 = 30 4 × 10 = 40 5 × 10 = 50 6 × 10 = 60 7 ×
10 = 70 8 × 10 = 80 และ 9 × 10 = 90 บนกระดานในแนวต้งั แลวใหนักเรียนสงั เกตผลคณู โดยครใู ชการ
ถาม-ตอบเพ่ือใหน กั เรยี นรว มกนั สรปุ วา จำนวนใดคณู กับ 10 จะไดผ ลคณู เปน 1 คูณกับจำนวนนั้นแลว เติม 0
ตอทา ย 1 ตัว เชน 9 × 10 หาผลคณู ไดจาก 9 × 1 = 9 แลวเติม 0 ตอ ทายท่ีผลคูณจะได 9 × 10 = 90
2. ครถู ามนักเรยี นวา ถามดี ินสอ 2 กลอง กลองละ 30 แทง จะมีดนิ สอทัง้ หมด 30 + 30 = 60 แทง
เขยี นเปนประโยคสญั ลกั ษณก ารคูณไดอยางไร
นกั เรยี นตอบวา 2 × 30 = 60
ครูถามนกั เรียนวา ถา นำขอ สรุปขางตน มาใชในการหาผลคณู จะทำไดอยา งไร
นักเรยี นตอบวาหา 2 × 3 กอ น ไดเ ทากับ 6 แลวจงึ เตมิ 0 ตอทา ย 6
ครูยกตวั อยา งอื่นจากหนังสือเรยี นทา ยหนา 269 เชน
3 × 30 และ 2 × 40 ซึง่ นกั เรยี นควรจะตอบไดวา 3 × 30 หาจาก 3 × 3 กอนแลวเตมิ 0 และ 2 ×
40 หาจาก 2 × 4 กอนแลว เตมิ 0 ซ่งึ จะไดคำตอบเปน 3 × 30 = 90 และ 2 × 40 = 80 ตามลำดบั
ถามนี ักเรียนทีย่ ังไมเขา ใจครอู าจใชสือ่ แผน ตารางสิบมาใชป ระกอบการสอนตามตวั อยางในหนังสือเรียนหนา
270 และครูควรเนน ย้ำเรือ่ งการหาผลคูณท่ีใชก ารสลบั ทีก่ ารคณู เพอ่ื ใหน ักเรียนเกดิ ความชำนาญในการหาผล
คูณมากขึ้นจากนน้ั ครแู ละนักเรียนรวมกนั สรปุ วา จำนวนหนึ่งหลกั คูณกบั 10 20 30 40 50 60 70 80 90 หา
ผลคูณไดโ ดยนำจำนวนหนงึ่ หลกั น้ันคณู กับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ตามลำดับ แลวเตมิ 0 ตอ ทาย
3. ครแู บง นักเรียนเปน กลมุ และใหแตล ะกลมุ ชว ยกนั หาผลคูณของจำนวนหนงึ่ หลกั กบั 10 20 30 40
50 60 70 80 90 ตามหนังสือเรียนหนา 271 เชน ตามตัวอยา ง 60 × 4 เทากับเทาไร ครใู หนกั เรยี นหา
6 × 4 กอนวา ไดเทา ไร แลวกจ็ ะไดคำตอบโดยเติม 0 ตอ ทา ย อาจสมุ นกั เรียนในกลุมแตละกลมุ ออกมานำเสนอ
วิธหี าคำตอบหนา ช้ันเรยี น ครูและเพ่ือนในหองชว ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอง ถามีกลุมใดหาคำตอบผิดครูให
เพื่อนในกลมุ น้ันชว ยกนั หาคำตอบใหมจนกวาจะไดคำตอบที่ถกู ตอง จากน้ันครแู ละนักเรยี นรว มกนั สรุปวา
จำนวนหนึง่ หลักคูณกบั 10 20 30 40 50 60 70 80 90 หาผลคูณไดโ ดยนำจำนวนหนึ่งหลกั นัน้ คณู กับ 1 2 3
4 5 6 7 8 9 ตามลำดับ แลวเติม 0 ตอ ทา ย
4. ตรวจสอบความเขาใจของนักเรียนโดยใหนักเรียนหาผลคูณของจำนวนหนง่ึ หลกั กบั 10 20 30 40
50 60 70 80 90 เปน รายบุคคลตามหนังสือเรยี นหนา 272 โดยใชขอ สรุปท่ีครูและนักเรยี นรวมกนั สรุปกอ น
หนาน้ีวา จำนวนหนงึ่ หลกั คูณกับ 10 20 30 40 50 60 70 80 90 หาผลคณู ไดโดยนำจำนวนหนงึ่ หลกั นัน้ คณู
กับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ตามลำดับแลว เตมิ 0 ตอทาย จากนน้ั ครแู ละนกั เรียนรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ ง
และสรุปสิ่งที่ไดเ รียนรู
• จำนวนหนงึ่ หลกั คูณกบั 10 20 30 40 50 60 70 80 90 หาผลคูณโดยนำจำนวนหน่ึงหลกั
นน้ั คณู กบั 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ตามลำดบั แลว เติม 0 ตอทา ย
จากนน้ั ใหนักเรยี นทำแบบฝกหัด 5.8 หนา 173 − 175
9. สอ่ื และแหลง การเรียนรู
1. บตั รภาพ แผน ตารางสบิ
2. แบบฝก หัด 5.8
10. ภาระงาน/ชน้ิ งาน
1. แบบฝกหัด 5.8
11. การวัดและการประเมนิ ผล
วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ
1. ผานเกณฑรอยละ 50 ข้ึนไป
1. ตรวจแบบฝกหดั 5.8 1. แบบฝกหัด 5.8 2. ถือเกณฑผานจากการสงั เกต
พฤติกรรมสำหรับผทู ีไ่ ดร ะดับ
2. สงั เกตจากความสนใจ ตง้ั ใจใน 2. แบบสงั เกต/ประเมินพฤตกิ รรม คณุ ภาพต้งั แต 1 ขน้ึ ไป
การเรียน ความรับผดิ ชอบในการ
ทำแบบฝกทักษะ
บันทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผานจดุ ประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไมผา นจุดประสงคการเรยี นร.ู ....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นท่มี ีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพกิ ารไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรยี นมีความรูความเขาใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
3. นกั เรียนมีความรเู กิดทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
4. นกั เรยี นมเี จตคติ คา นยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................
(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..
ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี
1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
ครบถว นและถูกตอ ง
ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป
2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
สอดคลอ ง
ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป
3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
ยงั ไมเ นนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป
4. สอื่ การเรยี นรู
เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป
6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........
บตั รภาพ ภาพที่ 2
ภาพท่ี 4
ภาพที่ 1 ภาพท่ี 6
ภาพที่ 3 ภาพที่ 8
ภาพที่ 5
ภาพที่ 7 ภาพที่ 10
ภาพท่ี 9
ใบงานเรอ่ื งการคูณจำนวนท่มี หี น่งึ หลกั กบั 10, 20, ..., 90
คำช้แี จง ใหนักเรียนหาผลคูณเติมลงในชอ งวางใหถกู ตอ ง
1) 7 x 1 = 7 x 10 =
2) 3 x 2 = 3 x 20 =
3) 5 x 8 = 5 x 80 =
4) 4 x 6 = 4 x 60 =
5) 2 x 8 = 2 x 80 =
6) 5 x 4 = 5 x 40 =
7) 6 x 4 = 6 x 40 =
8) 3 x 9 = 3 x 90 =
9) 7 x 8 = 7 x 80 =
10) 5 x 9 = 5 x 90 =
11) 2 x 7 = 2 x 70 =
12) 9 x 4 = 9 x 40 =
เฉลยใบงานเร่ืองการคูณจำนวนทีม่ ีหนึง่ หลกั กับ 10, 20, ..., 90
คำชแ้ี จง ใหนักเรียนหาผลคูณเติมลงในชอ งวางใหถกู ตอง
1) 7 x 1 = 7 7 x 10 = 70
60
2) 3 x 2 = 6 3 x 20 = 400
240
3) 5 x 8 = 40 5 x 80 = 160
200
4) 4 x 6 = 24 4 x 60 =
240
5) 2 x 8 = 16 2 x 80 = 270
560
6) 5 x 4 = 20 5 x 40 = 450
140
8) 6 x 4 = 24 6 x 40 = 360
8) 3 x 9 = 27 3 x 90 =
9) 7 x 8 = 56 7 x 80 =
10) 5 x 9 = 45 5 x 90 =
11) 2 x 7 = 14 2 x 70 =
12) 9 x 4 = 36 9 x 40 =
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 10
กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา ……….
หนว ยการเรยี นรูท ่ี 5 การคณู เวลา 22 ชว่ั โมง
เรอ่ื ง การคณู จำนวนหน่งึ หลักกับจำนวนสองหลกั โดยการต้ังคณู (1) เวลา 1 ช่วั โมง
วนั ท.่ี ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................
1. มาตรฐานการเรียนรู/ ตัวชี้วดั
สาระที่ 1 จำนวนและพชื คณิต
มาตรฐาน ค 1.1 เขา ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลท่ีเกดิ ขึ้นจากการดำเนินการ สมบตั ขิ องการดำเนนิ การ และนำไปใช
ตวั ชี้วดั
ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไม1ทราบคาใน ประโยคสัญลกั ษณแสดงการคูณ ของจำนวน 1
หลกั ตบั จำนวนไมเ กิน 2 หลกั
ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป ญหา 2 ขั้นตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ
1,000 และ 0
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
• การหาผลคูณของจำนวน 1 หลักกบั จำนวน2 หลักโดยการตัง้ คณู ตองคณู ในหลกั หนว ยกอน แลว
คณู ในหลกั สิบ ถาผลคูณในหลักใดครบสิบ หรอื มากกวา สบิ ใหทดจำนวนท่คี รบสบิ ไปหลักถดั ไปทางซา ย
• ความรูสกึ เชงิ จำนวนเก่ยี วกับการคูณเปน การบอกวาผลคูณของจำนวนสองจำนวนใดมีคา มากกวา
กัน นอยกวากนั หรือเทากนั โดยไมตองหาผลคณู ของสองจำนวนนนั้
3. จุดประสงคการเรียนรู
ดา นความรู (K)
หาผลคณู จำนวนหนึ่งหลกั กับจำนวนสองหลัก โดยการตง้ั คณู
ดานทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชว ิธีการทเี่ หมาะสมในการแกป ญ หา และคำนวณหาคำตอบได
ดานคณุ ลกั ษณะ(A)
มีวิจารณญาณในการคิดและตอบคำถามดว ยความม่นั ใจ
4. สาระการเรยี นรู
การคณู จำนวนหนึง่ หลกั กับจำนวนสองหลกั โดยการตั้งคูณ
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเรยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถดา นการแกป ญหา
6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเรียนรู
3. มงุ ม่นั ในการทำงาน
7. ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
การแกป ญหา
การสือ่ สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
การเชอื่ มโยง
การใหเหตุผล
การคดิ สรา งสรรค
8. กระบวนการจดั การเรยี นรู
1. ครใู หน กั เรยี นพจิ ารณาสถานการณใ นหนงั สือเรยี นหนา 273 แมบ ริจาคหนงั สอื 2 กอง กองละ 24
เลม แมบริจาคหนงั สือทง้ั หมดก่เี ลม เขียนประโยคสัญลกั ษณไ ด 2 × 24 = ครใู ชแผนตารางสิบ แผน ตาราง
หนว ยชวยอธิบายข้นั ตอนการคณู โดยใชความหมายการคูณมาชวยอธบิ ายวา 2 × 24 หมายถึง จัดแผนตาราง
สิบและตารางหนวยเปน 2 กลมุ กลุม ละ 24 จะได แผน ตารางสบิ กลุมละ 2 แผน และแผนตารางหนวยกลุม
ละ 4 แผน จะได แผน ตารางสบิ ท้งั หมด 4 แผน เทา กับ 4 สบิ และ แผนตารางหนว ยทัง้ หมด 8 แผน เทา กับ 8
หนวย รวมเปน 48 ดงั นน้ั 2 × 24 = 48 ซงึ่ ในการหาผลคูณโดยใชแผนตารางสบิ และแผนตารางหนวย ครูอาจ
ช้ใี หน กั เรยี นเห็นวา การจัดแผน ตารางสบิ เปน 2 กลมุ กลมุ ละ 2 แผน นนั้ คือ 2 × 20 และการจัดแผน ตาราง
หนว ยเปน 2 กลมุ กลุมละ 4 แผน นัน้ คือ 2 × 4 ดังน้ัน 2 × 24 = 48 มาจาก 2 × 20 = 40 กับ 2 × 4 = 8
ทงั้ นี้เพือ่ ใหน กั เรยี นเช่ือมโยงไปสกู ารคูณโดยการตั้งคูณทต่ี อ งคณู ในหลักหนว ยและหลกั สบิ จากนั้นครแู นะนำ
ขั้นตอนการต้ังคณู ดังน้ี
ข้นั ที่ 1 คูณในหลักหนว ย 2 คูณ 4 หนว ย ได 8 หนว ย เขียน 8 ในหลักหนวย
ขั้นที่ 2 คณู ในหลักสิบ 2 คูณ 2 สิบ ได 4 สบิ เขียน 4 ในหลกั สบิ
เขยี นการตง้ั คณู ไดตามหนังสือเรียนหนา 273
หลักสิบ หลักหนว ย
2 4×
2
48
ดังน้นั แมบ ริจาคหนงั สือทั้งหมด 48 เลม
2. ครยู กตวั อยา งการหาผลคณู ของจำนวนหนง่ึ หลกั กบั จำนวนสองหลกั โดยการตง้ั คูณ เชน
13 × 3 = ครใู ชก ารถาม-ตอบ เพ่ือใหนกั เรยี นหาผลคูณตามข้นั ตอนการต้งั คูณตามหนังสอื เรยี นหนา 274
โดยใหคูณในหลกั หนวยกอ น แลวจึงคูณในหลักสิบ ดงั น้ี
ขั้นท่ี 1 คูณในหลักหนว ย 3 คูณ 3 หนวยได 9 หนว ย เขียน 9 ในหลักหนวย
ข้นั ท่ี 2 คณู ในหลกั สบิ 3 คูณ 1 สบิ ได 3 สบิ เขียน 3 ในหลักสบิ
เขยี นการตง้ั คณู ไดต ามหนงั สือเรียนหนา 274
หลกั สิบ หลักหนว ย
1 3×
3
39
ดงั นัน้ 13 × 3 = 39
ครูแนะนำวา ในการหาผลคูณโดยการตง้ั คูณไมจำเปนตองเขียนคำวา หลักหนว ย หลักสิบ
ครูยกตัวอยา ง การหาผลคณู โดยการตง้ั คูณของ 4 × 80 = ครเู นนย้ำวา ในการตั้งคณู จะเขียนจำนวนใดขึน้
กอนก็ได เชน 4 × 80 = เพอ่ื ความสะดวกจะเขยี น 80 ขึน้ กอ นตามหนังสอื เรียนหนา 274
ขั้นที่ 1 คณู ในหลกั หนว ย 8 0
ข้ันที่ 2 คณู ในหลักสิบ 4
32 0
ดังนั้น 4 × 80 = 320
3. ครูแบงนักเรยี นเปน กลุม ใหแ ตละกลมุ ชว ยกันแสดงวธิ ีหาผลคณู โดยการตั้งคณู ตามตัวอยางใน
หนงั สอื เรียน หนา 275 จากน้นั ครแู ละนกั เรียนรว มกันตรวจสอบความถกู ตองครเู นน ย้ำวา การหาผลคูณโดย
การต้ังคณู ใหคณู ในหลกั หนวยกอนแลวจึงคณู ในหลกั สิบ จากนัน้ ใหนกั เรยี นชวยกันหาผลคณู ขอ ท่ี 1 − 8
โดยการตั้งคณู ลงในสมุด
4. ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรยี นโดยใหนักเรยี นแสดงวธิ ีหาผลคูณโดยการตง้ั คูณตามหนงั สอื เรียน
หนา 276 และใชขอสรุปวา ใหค ณู ในหลกั หนวยกอ นแลว จึงคูณในหลกั สิบ จากนน้ั ครแู ละนกั เรยี นรวมกัน
ตรวจสอบความถูกตองและสรปุ ส่ิงทีไ่ ดเ รียนรู ถามนี ักเรียนเขยี นแสดงวิธหี าผลคูณโดยการตั้งคูณไมถกู ตอ ง
ครูควรใหน กั เรียนมาฝกเพ่มิ เติมกบั ครูเปนรายบุคคล
• การหาผลคูณของจำนวนหนึ่งหลักกบั จำนวนสองหลักโดยการตัง้ คูณตอ งคูณในหลกั หนว ย
กอ น แลวคณู ในหลักสบิ จากน้ันใหนักเรยี นทำแบบฝกหดั 5.9 หนา 176 – 177
9. ส่ือและแหลง การเรียนรู
1. แผน ตารางสบิ แผนตารางหนวย
2. แบบฝก หัด 5.9
10. ภาระงาน/ชิ้นงาน
1. แบบฝก หัด 5.9
11. การวัดและการประเมินผล เคร่ืองมือ เกณฑ
วธิ ีการ 1. แบบฝก หัด 5.9 1. ผา นเกณฑรอยละ 50 ขน้ึ ไป
1. ตรวจแบบฝกหดั 5.9 2. แบบสังเกต/ประเมินพฤตกิ รรม 2. ถอื เกณฑผ านจากการสงั เกต
2. สังเกตจากความสนใจ ตั้งใจใน พฤติกรรมสำหรับผทู ี่ไดร ะดบั
การเรยี น ความรบั ผิดชอบในการ คุณภาพต้งั แต 1 ขน้ึ ไป
ทำแบบฝก ทักษะ
บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคการเรียนรู.....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่มี ีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมีความรูค วามเขา ใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
3. นักเรยี นมคี วามรเู กดิ ทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
4. นักเรียนมเี จตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื .................................................
(…………………….……………………...)
วันท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..
ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี
1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
ครบถว นและถูกตอ ง
ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป
2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
สอดคลอ ง
ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป
3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป
4. สอื่ การเรยี นรู
เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป
5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป
6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 11
กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา ……….
หนว ยการเรยี นรูท ่ี 5 การคณู เวลา 22 ชว่ั โมง
เรอ่ื ง การคณู จำนวนหน่งึ หลักกับจำนวนสองหลกั โดยการต้ังคณู (2) เวลา 1 ช่วั โมง
วนั ท.่ี ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................
1. มาตรฐานการเรียนรู/ ตัวชี้วดั
สาระที่ 1 จำนวนและพชื คณิต
มาตรฐาน ค 1.1 เขา ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลท่ีเกดิ ขึ้นจากการดำเนินการ สมบตั ขิ องการดำเนนิ การ และนำไปใช
ตวั ชี้วดั
ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไม1ทราบคาใน ประโยคสัญลกั ษณแสดงการคูณ ของจำนวน 1
หลกั ตบั จำนวนไมเ กิน 2 หลกั
ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป ญหา 2 ขั้นตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ
1,000 และ 0
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
• การหาผลคูณของจำนวน 1 หลักกบั จำนวน2 หลักโดยการตัง้ คณู ตองคณู ในหลกั หนว ยกอน แลว
คณู ในหลกั สิบ ถาผลคูณในหลักใดครบสิบ หรอื มากกวา สบิ ใหทดจำนวนท่คี รบสบิ ไปหลักถดั ไปทางซา ย
• ความรูสกึ เชงิ จำนวนเก่ยี วกับการคูณเปน การบอกวาผลคูณของจำนวนสองจำนวนใดมีคา มากกวา
กัน นอยกวากนั หรือเทากนั โดยไมตองหาผลคณู ของสองจำนวนนนั้
3. จุดประสงคการเรียนรู
ดา นความรู (K)
หาผลคณู จำนวนหนึ่งหลกั กับจำนวนสองหลัก โดยการตง้ั คณู
ดานทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชว ิธีการทเี่ หมาะสมในการแกป ญ หา และคำนวณหาคำตอบได
ดานคณุ ลกั ษณะ(A)
มีวิจารณญาณในการคิดและตอบคำถามดว ยความม่นั ใจ
4. สาระการเรยี นรู
การคณู จำนวนหนึง่ หลกั กับจำนวนสองหลกั โดยการตั้งคูณ
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเรยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถดา นการแกปญหา
6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
1. มีวินยั
2. ใฝเ รยี นรู
3. มงุ ม่นั ในการทำงาน
7. ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
การแกปญ หา
การสือ่ สารและการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร
การเช่อื มโยง
การใหเหตุผล
การคิดสรางสรรค
8. กระบวนการจัดการเรยี นรู
1. ครูทบทวนการหาผลคณู โดยการตงั้ คูณท่ีไมมีทดโดยใชแ บบฝก หัดจากชวั่ โมงทีแ่ ลว มาเฉลยใน
หอ งเรยี นจากน้นั ครสู นทนากับนักเรยี นเกยี่ วกบั สถานการณใ นหนงั สือเรยี นหนา 277 ตน กลา ซ้ือไกสะเตะ 3 ถุง
ถงุ ละ 15 ไม ตน กลา ซือ้ ไกสะเตะท้งั หมดก่ไี ม
ครถู ามนักเรยี นวา จากสถานการณเ ขียนประโยคสญั ลกั ษณไดอยา งไร
นกั เรียนตอบวา เขียนประโยคสญั ลักษณไ ด 3 × 15 =
ครถู ามนกั เรียนวา จะหาผลคูณโดยการตั้งคูณไดอ ยางไร ครูอธิบายการหาผลคูณโดยการต้ังคูณทีม่ ีทด
ดังน้ี
ขนั้ ที่ 1 คูณในหลักหนวย 3 คูณ 5 หนว ยได 15 หนวยหรือ 1 สิบกับ 5 หนว ย เขียน 5 ในหลกั หนวย
และทด 1 สิบ ไปหลักสิบ
ขน้ั ท่ี 2 คูณในหลกั สิบ 3 คูณ 1 สิบ ได 3 สิบ รวมกบั ทีท่ ดมาอีก 1 สิบ เปน 4 สิบเขียน 4 ในหลักสิบ
เขียนแสดงการคณู ไดด ังนี้
หลกั สิบ หลักหนวย
11 5 ×
3
45
ดังนั้น ตนกลาซอ้ื ไกสะเตะ ท้ังหมด 45 ไม
2. ครยู กตวั อยางการหาผลคณู โดยการตงั้ คณู ตามหนงั สอื เรียนหนา 278 8 × 47 = ซงึ่ ในตัวอยา ง
นผี้ ลคณู จะเปน จำนวนสามหลกั ครูอธิบายข้นั ตอนการตง้ั คณู ดงั นี้
ขน้ั ที่ 1 คณู ในหลกั หนวย 8 คูณ 7 หนวยได 56 หนวย หรือ 5 สิบกบั 6หนว ย เขยี น 6 ในหลกั หนวย
และทด5 สบิ ไปหลกั สิบ
ขั้นที่ 2 คูณในหลกั สบิ 8 คูณ 4 สิบ ได 32 สบิ รวมกบั ทีท่ ดมาอกี 5 สิบ เปน 37 สิบ หรอื 3 รอ ย กับ
7 สิบเขยี น 7 ในหลกั สิบ และ 3 ในหลกั รอย เขียนแสดงการคูณไดดังนี้
หลกั รอ ย หลักสิบ หลักหนว ย
4 7×
8
376
ดงั น้ัน 8 × 47 = 376
ครูแนะนำวา ในการหาผลคูณโดยการตง้ั คูณไมจ ำเปน ตอ งเขยี น หลกั หนวย หลักสิบ หลกั รอ ย จากนน้ั ครู
ชวยกนั แสดงวธิ ีหาผลคณู ของ 39 × 6 = และ 9 × 27 = ในกรอบทา ยหนา 278 ครูและนกั เรียน
ชว ยกนั ตรวจสอบความถูกตอง
3. ครใู หน ักเรยี นชวยกันแสดงวธิ หี าผลคณู ของจำนวนหนงึ่ หลักกับจำนวนสองหลกั โดยการตั้งคณู
ท่มี ีทด ตามหนังสอื เรียน หนา 279 จากน้นั ครูสุมนกั เรียนออกมาเขยี นแสดงวธิ ีหาผลคูณของ 34 × 7 =
ครูและนกั เรยี นรว มกันตรวจสอบความถกู ตอง แลวใหน กั เรยี นชว ยกนั หาผลคณู ขอ ท่ี 1 − 8 โดยการต้งั คณู ลง
ในสมดุ
4. ตรวจสอบความเขาใจของนกั เรยี นโดยใหน ักเรยี นแสดงวธิ ีหาผลคูณโดยการต้ังคูณตามหนงั สือเรียน
หนา 280และใชขอสรุปวา ใหคณู ในหลกั หนวยกอนแลวจงึ คูณในหลกั สบิ หากผลคณู ในหลักหนว ยครบสิบ
หรือมากกวา สิบใหทดจำนวนท่ีครบสิบไปหลักสบิ หากผลคูณในหลักสบิ ครบสิบหรอื มากกวาสบิ ใหทดจำนวนท่ี
ครบสบิ ไปหลกั รอย จากน้ันครูและนกั เรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถูกตอ งและสรุปส่งิ ท่ไี ดเ รียนรู ถามีนกั เรียน
เขียนแสดงวธิ ีหาผลคูณโดยการตั้งคูณไมถูกตอ ง ครูควรใหน ักเรยี นมาฝกเพมิ่ เติมกับครูเปน รายบุคคล
• การหาผลคูณของจำนวนหนง่ึ หลักกับจำนวนสองหลกั โดยการต้งั คูณ ตอ งคูณในหลกั หนวย
กอนแลวคณู ในหลักสิบ ถาผลคูณในหลักใดครบสิบหรอื มากกวา สิบ ใหทดจำนวนที่ครบสิบไปหลกั ถัดไป
ทางซา ยจากนั้นใหนกั เรยี นทำแบบฝก หัด 5.10 หนา 178 – 180
9. ส่ือและแหลงการเรียนรู เครอ่ื งมือ เกณฑ
1. แบบฝกหดั 5.10 1. แบบฝก หัด 5.10 1. ผานเกณฑร อ ยละ 50 ข้นึ ไป
2. แบบสงั เกต/ประเมนิ พฤติกรรม 2. ถอื เกณฑผ านจากการสังเกต
10. ภาระงาน/ชิน้ งาน พฤติกรรมสำหรับผทู ไี่ ดร ะดับ
1. แบบฝกหัด 5.10 คุณภาพตง้ั แต 1 ขึ้นไป
11. การวัดและการประเมนิ ผล
วิธีการ
1. ตรวจแบบฝก หดั 5.10
2. สงั เกตจากความสนใจ ต้งั ใจใน
การเรียน ความรับผิดชอบในการ
ทำแบบฝกทักษะ