The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by filter4142, 2022-05-26 18:24:25

ป.2 เทอม 1 บทที่ 5

เทอม 1 บทที่ 5

บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจุดประสงคก ารเรียนรู. ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไมผานจุดประสงคก ารเรียนรู.....................คน คิดเปนรอยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นทีม่ ีความสามรถพิเศษ/นกั เรียนพกิ ารไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมคี วามรูความเขาใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรยี นมีความรเู กดิ ทกั ษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรียนมีเจตคติ คา นยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท…ี่ ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอ ง
 ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
 ยงั ไมเ นนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

4. สอื่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
 ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........



แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 12

กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 ปการศึกษา ……….

หนว ยการเรยี นรูท ่ี 5 การคณู เวลา 22 ชั่วโมง

เร่อื ง การพัฒนาความรสู กึ เชงิ จำนวนเก่ียวกับการคูณ เวลา 1 ช่ัวโมง

วันท.่ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู ูสอน............................................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวช้วี ัด

สาระท่ี 1 จำนวนและพืชคณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลทเี่ กดิ ขน้ึ จากการดำเนินการ สมบตั ิของการดำเนินการ และนำไปใช
ตัวชี้วดั

ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไมทราบคาใน ประโยคสญั ลกั ษณแ สดงการคูณ ของจำนวน 1 หลกั ตับ

จำนวนไมเ กนิ 2 หลกั

ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป ญหา 2 ข้นั ตอนของจำนวนนับไมเ กนิ
1,000 และ 0

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
• การหาผลคูณของจำนวน 1 หลักกับจำนวน2 หลักโดยการตัง้ คณู ตอ งคูณในหลกั หนว ยกอน แลว คูณในหลกั

สิบ ถาผลคูณในหลักใดครบสิบ หรอื มากกวา สิบ ใหทดจำนวนทค่ี รบสิบไปหลักถัดไปทางซา ย
• ความรสู ึกเชงิ จำนวนเกย่ี วกับการคณู เปนการบอกวา ผลคูณของจำนวนสองจำนวนใดมคี า มากกวา กนั นอย

กวากัน หรอื เทา กนั โดยไมต อ งหาผลคูณของสองจำนวนนน้ั
3. จดุ ประสงคการเรียนรู

ดานความรู (K)
พฒั นาความรูสกึ เชงิ จำนวนเกีย่ วกบั การคูณ

ดา นทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชวธิ ีการท่ีเหมาะสมในการแกป ญ หา และคำนวณหาคำตอบได

ดานคณุ ลกั ษณะ(A)
มีวิจารณญาณในการคดิ และตอบคำถามดว ยความมั่นใจ

4. สาระการเรยี นรู
การพฒั นาความรูสกึ เชงิ จำนวนเก่ยี วกับการคณู

5. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถดานการแกปญหา

6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเรียนรู
3. มุง ม่ันในการทำงาน

7. ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
 การแกป ญ หา
 การสอื่ สารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชื่อมโยง
 การใหเหตุผล
 การคิดสรางสรรค

8. กระบวนการจัดการเรยี นรู
1. ครบู ทวนการหาผลคูณของจำนวนหนงึ่ หลกั กบั จำนวนหนงึ่ หลกั โดยสุมนกั เรียนหาผลคูณของ

5 × 8 , 5 × 9 และ 5 × 10 ครูเขยี น 5 × 8 = 40 5 × 9 = 45 และ 5 × 10 = 50 บนกระดาน แลว ใหนักเรียน
สังเกตผลคูณที่ไดวาเพิม่ ขึน้ หรอื ลดลง (40 45 และ 50 เปนจำนวนทเี่ พิ่มข้นึ )
ครใู หนักเรียนสงั เกตจำนวนทมี่ าคณู กับ 5 วา เพม่ิ ขึน้ หรือลดลง (8 9 และ 10 เปน จำนวนท่เี พิ่มขนึ้ ) ครใู ชคำถามวา ถา
หา 5 × 12 จะไดผลคูณมากกวาหรอื นอยกวา 5 × 10

นกั เรียนตอบวา มากกวา เพราะ 12 มากกวา 10
ครแู ละนกั เรียนรว มกนั สรุปวา จำนวนสองจำนวนเมื่อนำแตละจำนวนมาคูณกบั 5 จำนวนใดมากกวาผลคูณ
ของจำนวนน้นั กบั 5 จะมากกวา จากนนั้ ครใู หน กั เรียนหาผลคูณของจำนวนในลักษณะเดียวกันน้ี เชน
4 × 6 และ 4 × 13 ครูถามวา 4 × 6 กับ 4 × 13 ผลคูณของจำนวนใดมากกวา
นักเรยี นตอบวา 4 × 13
ครถู ามวา รูไดอ ยางไร
นักเรียนตอบวา เพราะ 13 มากกวา 6 ดงั นั้น 4 × 13 มากกวา 4 × 6
ครตู ิดบตั รโจทยการคูณ 7 × 6 และ 7 × 9 และถามวา 7 × 6 กบั 7 × 9 ผลคูณใดมากกวา ครแู ละนักเรยี นรว มกัน
อภปิ รายและสรุปวา ผลคูณของ 7 × 9 มากกวา 7 × 6 เพราะ 9 มากกวา 6
ครูติดบัตรโจทยการคูณ 12 × 5 และ 8 × 12 และถามวา 12 × 5 กบั 8 × 12 ผลคูณใดนอยกวา ครแู ละนักเรียน
รวมกนั อภิปรายและสรุปคำตอบวา ผลคูณของ 12 × 5 นอยกวา 8 × 12 เพราะ 5 นอ ยกวา 8 ครูและนกั เรยี นชวยกนั
เรยี งลำดบั ผลคูณจากมากไปนอ ยในกรอบทา ยหนา 281 โดยใหสงั เกตวา จำนวนสองจำนวนทนี่ ำมาคณู กนั นนั้ มีจำนวน
ใดทเ่ี หมือนกัน แลว ใหพจิ ารณาจำนวนอีกจำนวนหน่ึงวา นอ ยกวากันหรอื มากกวา กัน โดยไมจ ำเปนตองหาผลคูณของ
สองจำนวนน้นั
2. ครูใหนกั เรียนหาผลคณู ของ 1 × 3 และ 2 × 4 แลวถามนักเรยี นวา ผลคูณใดมากกวา นักเรยี นตอบวา 2 ×
4 = 8 มีผลคณู มากกวา 1 × 3 = 3 ครใู หนกั เรยี นหาผลคูณของ 2 × 3 และ 4 × 5 แลว ถามนักเรียนวา ผลคูณใด
มากกวา นกั เรียนตอบวา 4 × 5 = 20 มผี ลคณู มากกวา 2 × 3 = 6 จากนั้นครูถาม

นักเรยี นวา 2 × 5 และ 4 × 6 ผลคณู ใดมากกวา โดยไมตอ งหาผลคูณ นักเรยี นอาจจะยงั ตอบไมไ ด ครใู หนกั เรยี นสงั เกต
วา 4 มากกวา 2 และ 6 มากกวา 5 ดงั นัน้ 4 × 6 มากกวา 2 × 5

ครูติดบัตรโจทยก ารคูณ 11 × 3 และ 12 × 5 ผลคูณใดมากกวา โดยไมต องหาผลคูณนักเรียนอาจยังตอบไมได
ครอู าจใหน กั เรียนหาผลคูณกอ น ตามหนงั สือเรียนหนา 282 จากน้ันใหนกั เรยี นสงั เกต ดงั นี้ 11 × 3 กับ 12 × 5 ผล
คณู ใดมากกวา สงั เกต 11 กับ 12 จำนวนใดมากกวา (12 มากกวา 11) 3 กับ 5 จำนวนใดมากกวา (5 มากกวา 3)
ดังน้นั 12 × 5 มีผลคูณมากกวา 11 × 3 จากนนั้ ครูและนักเรียนรว มกันสรปุ ขอ สังเกตทไ่ี ด คือ 12 มากกวา 11 และ 5
มากกวา 3 จึงไดว า 12 × 5 มีผลคณู มากกวา 11 × 3

ครตู ิดบัตรโจทยการคูณ 78 × 9 กับ 56 × 7 และถามวา ผลคูณใดนอ ยกวา เพราะเหตุใด
โดยไมต อ งหาผลคูณ ครใู หน ักเรยี นสงั เกตจำนวนสองจำนวนท่ีนำมาคณู กนั แลว ใชขอ สรปุ ที่ไดจ ากขางตน เพ่ือหาคำตอบ
วา ผลคูณของสองจำนวนใดนอ ยกวา ดงั นี้ 56 นอ ยกวา 78 และ 7 นอยกวา 9 ดงั นนั้ 56 × 7 มีผลคณู นอ ยกวา 78 × 9
ครูใหน กั เรยี นชว ยกันตอบคำถามในกรอบทา ยหนา 282 ครูและนกั เรยี นรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ ง

3. ครใู หนักเรียนชวยกนั เติมเครือ่ งหมาย > < หรือ = ใน โดยครูอาจใชคำถามนำเพื่อใหนกั เรียนนำขอสรุป
ขา งตนมาใชใ นการเปรียบเทยี บผลคณู เชน 6 × 53 กบั 7 × 53 จำนวนท่เี หมอื นกันคือ 53 จำนวนที่นำมาคณู กับ 53
คอื 6 กบั 7

ครูถามวา จำนวนใดนอยกวา
นักเรียนตอบวา 6 นอยกวา 7 ครถู ามตอไปวา 6 × 53 กบั 7 × 53 ผลคูณใดนอยกวา
นักเรียนควรตอบไดวา 6 × 53 มผี ลคณู นอ ยกวา 7 × 53 ขอ อ่นื ๆ ครูใหนักเรียนชว ยกนั ทำ สำหรบั ขอทใี่ ห
เตมิ ตัวเลขแสดงจำนวนนัน้ อาจมคี ำตอบหลายคำตอบ ครูควรใหน กั เรียนเลอื กคำตอบมาเติมเพียงจำนวนเดียว ซง่ึ
คำตอบของนกั เรยี นแตละคนอาจไมเ หมอื นกนั หากมีนกั เรียนคนใดตอบไมถูกตอ ง ครูอาจอธบิ ายเพิ่มเตมิ เชน 19 × 3
< 19 × ครถู ามวา เตมิ ตวั เลขแสดงจำนวนใดในชองวา ง ครใู หนักเรยี นหาตวั เลขแสดงจำนวนทีเ่ ติมในชอ งวาง โดยใช
คำถาม เชน

- จำนวนทเี่ ตมิ ในชอ งวา งมากกวา หรอื นอยกวา 3 (มากกวา 3)
- จำนวนท่เี ตมิ ในชอ งวางเปนจำนวนใดไดบา ง (คำตอบมีมากกวา 1 คำตอบ เชน 4 5 6 หรือ 7)
สำหรับคำถามขอ 1 − 4 ในกรอบทา ยหนา 283 บางขอจะมีคำตอบหลายคำตอบ ครูควรใหนักเรยี นตอบมาใหครบทุก
คำตอบจากนน้ั ครูและนกั เรียนรว มกนั เฉลยและตรวจสอบความถกู ตอง ถามีนกั เรยี นตอบคำถามไมถูกตองครูอาจถาม
เพิ่มเติมวา จำนวนนับสองจำนวนทคี่ ูณกนั ได 8 มีจำนวนใดบา ง (1 × 8 และ 4 × 2) ครูใหยกตัวอยางจำนวนนับสอง
จำนวนใดบางท่คี ูณกนั ไดมากกวา 8 เชน 2 × 9 5 × 3
4. ตรวจสอบความเขาใจของนกั เรียนโดยใหน กั เรียนเติมเคร่ืองหมาย > < และ = ลงในชอ งวา ง
เปนรายบุคคล จากน้นั ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถูกตองและสรปุ สง่ิ ท่ีไดเ รียนรู
• เราสามารถบอกไดวา ผลคูณของจำนวนสองจำนวนใดมีคา มากกวา กัน นอยกวากัน หรือเทากนั โดย
ไมตอ งหาผลคูณของสองจำนวนนัน้ จากนั้นใหนกั เรียนทำแบบฝก หัด 5.11 หนา 181 − 182

9. สอื่ และแหลง การเรยี นรู
1. บตั รโจทยการคูณ

2. แบบฝก หดั 5.11 เคร่อื งมือ เกณฑ
10. ภาระงาน/ช้ินงาน 1. แบบฝก หัด 5.11 1. ผานเกณฑร อยละ 50 ขนึ้ ไป
2. แบบสังเกต/ประเมินพฤติกรรม 2. ถือเกณฑผานจากการสังเกต
1. แบบฝกหัด 5.11 พฤติกรรมสำหรบั ผทู ่ไี ดระดบั
11. การวัดและการประเมนิ ผล คุณภาพตง้ั แต 1 ขึน้ ไป
วธิ กี าร
1. ตรวจแบบฝกหัด 5.11

2. สงั เกตจากความสนใจ ตั้งใจใน
การเรยี น ความรบั ผดิ ชอบในการ

ทำแบบฝกทักษะ

บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน

1. นักเรยี นจำนวน.........................คน

ผานจุดประสงคก ารเรยี นรู.....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไมผ า นจุดประสงคการเรยี นรู.....................คน คิดเปนรอ ยละ.........................................

ไดแ ก

1. ...................................................................................................................................................................

2. ...................................................................................................................................................................

นกั เรยี นท่ีมคี วามสามรถพเิ ศษ/นกั เรยี นพกิ ารไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................

4. ...................................................................................................................................................................

2. นักเรยี นมคี วามรูความเขา ใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรียนมีความรูเกดิ ทักษะ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นักเรียนมเี จตคติ คานิยม ๑๒ ประการ คุณธรรมจริยธรรม

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................
(…………………….……………………...)

วันที…่ ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ่ไี ดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอ ง
 ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
 ยงั ไมเ นนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

4. สอื่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
 ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป

6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วันท่ี…...….เดือน…….......……พ.ศ.….........



แผนการจดั การเรยี นรูที่ 13

กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหัสวชิ า ค 12101
ช้นั ประถมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา ……….

หนว ยการเรยี นรูท ี่ 5 การคูณ เวลา 22 ช่วั โมง

เรื่อง การหาคาของตัวไมท ราบคา ในประโยคสัญลกั ษณก ารคูณ เวลา 1 ชว่ั โมง

วนั ท่ี............เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผสู อน............................................................

1. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวชีว้ ดั

สาระที่ 1 จำนวนและพืชคณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เขา ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลท่ีเกดิ ข้นึ จากการดำเนนิ การ สมบัติของการดำเนนิ การ และนำไปใช
ตัวชี้วดั

ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไมท ราบคา ใน ประโยคสัญลกั ษณแ สดงการคณู ของจำนวน 1 หลักตับ

จำนวนไมเกิน 2 หลกั

ค 1.1 ป.2/8 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป ญหา 2 ขั้นตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ
1,000 และ 0

2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
• การหาคาของตวั ไมทราบคาในประโยคสญั ลกั ษณก ารคณู อาจใชสูตรคูณ

3. จดุ ประสงคการเรยี นรู
ดานความรู (K)
หาคา ของตัวไมทราบคา ในประโยคสัญลักษณก ารคูณ
ดา นทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชวธิ ีการท่เี หมาะสมในการแกปญหา และคำนวณหาคำตอบได
ดา นคุณลกั ษณะ(A)
มวี ิจารณญาณในการคิดและตอบคำถามดว ยความมัน่ ใจ

4. สาระการเรยี นรู
การหาคา ของตัวไมท ราบคาในประโยคสัญลักษณก ารคณู

5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถดานการแกป ญหา

6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ รียนรู

3. มุงมัน่ ในการทำงาน

7. ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
 การแกปญหา
 การสอ่ื สารและการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชอื่ มโยง
 การใหเหตุผล
 การคดิ สรา งสรรค

8. กระบวนการจดั การเรียนรู
1. ครูสนทนากบั นักเรียนเกีย่ วกับการหาคา ของตัวไมท ราบคา ในประโยคสัญลกั ษณการคณู เชน

2 × = 6 ครถู ามนกั เรียนวา 2 คูณจำนวนใดได 6 ครูใหน กั เรียนทองสูตรคณู แม 2 พรอ มกัน นกั เรียนควรตอบไดว า 2
× 3 = 6 ดังน้ัน จำนวนทีค่ ณู กบั 2 ได 6 คอื 3 จากนน้ั ครูติดบัตรโจทยก ารคูณ 6 ×  = 24 แลว ถามนักเรียนวา 6
คูณกบั จำนวนใดได 24 ครใู หน กั เรยี นทอ งสตู รคูณแม 6 พรอมกัน นกั เรียนควรตอบไดว า
6 × 4 = 24 ดังน้นั จำนวนที่คณู กับ 6 ได 24คอื 4 ตามหนังสอื เรยี นหนา 285

ครูติดบตั รโจทยการคูณ × 8 = 56
ครูถามนักเรียนวา จำนวนใดคณู กับ 8 ได 56
ครใู หน กั เรียนทองสูตรคณู แม 8 พรอ มกัน นกั เรียนควรตอบไดวา 8 × 7 = 56 ดังนัน้ จำนวนท่คี ณู กบั 8 ได 56 คือ 7
ครใู หนักเรียนสังเกตวา การหาคาของตวั ไมท ราบหาไดจ ากการทองสตู รคูณใหไ ดผลคูณเทา กบั ท่โี จทยกำหนด จากนั้น
ครใู หน ักเรียนชว ยกนั เติมตวั เลขแสดงจำนวนในกรอบทา ยหนา 285 โดยการทองสตู รคูณ ครูและนกั เรยี นรวมกัน
ตรวจสอบความถูกตอ ง
2. ครตู ิดบตั รโจทยการคูณ 3 × = 36 ครูถามนกั เรยี นวา 3 คูณจำนวนใดได 36 นักเรยี นทอ งสูตรคูณแม 3 ถงึ
3 คูณ 9 ได 27 พบวา ผลคณู เพมิ่ ขึน้ ทีละ 3 ดังน้ัน 3 คณู 10 ไดจาก 27 บวก 3 เทากบั 30

3 คณู 11 ไดจาก 30 บวก 3 เทากับ 33
3 คณู 12 ไดจ าก 33 บวก 3 เทากับ 36
นกั เรยี นควรตอบไดวา จำนวนทคี่ ูณกบั 3 ได 36 คอื 12
ครูตดิ บัตรโจทยการคูณ × 5 = 70 แลวถามนักเรยี นวา จำนวนใดคูณ 5 ได 70 ครใู หนักเรยี นทอ งสตู รคณู แม 5 จนถงึ
5 คณู 9 ได 45 พบวา ผลคูณเพม่ิ ขนึ้ ทีละ 5 ดงั น้นั
5 คณู 10 ไดจาก 45 บวก 5 เทากบั 50
5 คณู 11 ไดจ าก 50 บวก 5 เทากบั 55
5 คูณ 12 ไดจ าก 55 บวก 5 เทากบั 60
5 คูณ 13 ไดจ าก 60 บวก 5 เทากับ 65

5 คูณ 14 ไดจ าก 65 บวก 5 เทากบั 70
นกั เรยี นควรตอบไดว า จำนวนทีค่ ณู กบั 5 ได 70 คือ 14
ครแู บง กลุมนกั เรียนออกเปน 3 กลมุ และใหนักเรยี นแตละกลุมออกมาจับสลากท่ีครเู ตรยี มไวมโี จทยขอ 1 2 และ 3 ทอ่ี ยู
ในกรอบทายหนา 286 กลมุ ละ 1 ขอ จากนน้ั ใหนักเรียนออกไปนำเสนอวธิ กี ารหาคำตอบของแตละกลมุ โดยครแู ละ
นักเรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถูกตอง

3. ครูทบทวนเกยี่ วกบั การคูณจำนวนหนึ่งหลกั กับ 10 20 … 90 โดยการยกตวั อยา ง เชน ครเู ขยี น
2 × 3 = (6) และ 2 × 30 = (60)
5 × 9 = (45) และ 5 × 90 = (450)

ครใู หน กั เรยี นชวยกนั หาผลคูณ และสังเกตคำตอบทไ่ี ดครูยกตัวอยา งเพ่ิมเตมิ 1 - 2 ตัวอยาง จากนน้ั ครู
และนักเรียนรว มกนั สรปุ วา จำนวนหน่ึงหลกั คูณกับ10 20 … 90 หาผลคูณไดโ ดยนำจำนวนหนง่ึ หลกั นั้นคณู กบั 1 2 …
9 ตามลำดบั แลว เติม 0 ตอ ทายครูติดบตั รโจทยก ารคูณ 7 × = 140 ครูถามนกั เรียนวา 7 คณู จำนวนใดได 140
นักเรียนอาจจะยังหาคำตอบไมได ครูอาจใชค ำถามนำ เชน 7 คูณจำนวนใดได 14 (2) 7 คณู จำนวนใดได 140 (20)
ดงั นั้น จำนวนที่คณู กับ 7 ได 140 คอื 20
ครูตดิ บัตรโจทยก ารคูณ × 4 = 320 และถามนกั เรียนวา จำนวนใดคณู 4 ได 320 หาจำนวนนน้ั ไดอยางไร นกั เรียน
ควรตอบไดว า หาจำนวนทค่ี ูณกบั 4 แลวได 32 แลวเตมิ 0 ตอ ทายจำนวนน้ัน ถา มีนกั เรียนไมเ ขาใจ ครูอาจอธบิ ายดังนี้

จาก 8 คูณ 4 ได 32 จะไดวา 80 คูณ 4 ได 320
ดังน้นั จำนวนที่คณู กบั 4 แลวได 320 คือ 80
ครอู าจยกตวั อยางเพ่มิ เติมเพือ่ ใหนักเรยี นฝก การนำขอ สรปุ ขา งตน ไปใชในการหาคาของตวั ไมท ราบคา เชน  × 8 =
160 นักเรยี นตอ งหาจำนวนมาคณู กับ 8 ได 16 แลว เตมิ 0 ตอ ทายจำนวนนน้ั จะได 20 × 8 = 160 ครูใหนกั เรียน
ชว ยกนั เติมตวั เลขแสดงจำนวนในกรอบทายหนา 287 ครแู ละนักเรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอง
4. ตรวจสอบความเขา ใจของนักเรยี นโดยใหน ักเรียนแตละคนเติมตวั เลขแสดงจำนวนในชอ งวา ตามหนังสอื
เรียนหนา 288 ครูและนักเรยี นรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตองและสรุปส่ิงท่ไี ดเรียนรู ถา มนี ักเรยี นคนใดเติมตวั เลขแสดง
จำนวนไมถ ูกตอง ครอู าจทบทวนสตู รคณู แม 2 ถึงแม 9 และใหนกั เรยี นฝก การหาผลคณู
ของจำนวนหนึง่ หลกั กับ 10 20 30 40 50 60 70 80 90 ใหคลอ ง แลวใหตรวจสอบความเขา ใจอีกคร้งั แตถ า ยังทำ
ไมไ ดใ หมาฝก เปน รายบคุ คลกับครู
• การหาคาของตวั ไมท ราบคาในประโยคสัญลกั ษณก ารคณู อาจใชส ูตรคณู จากนั้นใหนกั เรยี นทำ
แบบฝก หดั 5.12 หนา 183 – 184

9. ส่ือและแหลง การเรียนรู
1. บตั รโจทยการคูณ
2. ตารางสูตรคูณแม 2 ถึง แม 9
3. แบบฝกหัด 5.12

10. ภาระงาน/ชิ้นงาน
1. แบบฝกหัด 5.12

11. การวัดและการประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ
วิธีการ 1. แบบฝก หัด 5.12 1. ผา นเกณฑร อยละ 50 ข้ึนไป
1. ตรวจแบบฝก หดั 5.12 2. แบบสังเกต/ประเมินพฤติกรรม 2. ถอื เกณฑผานจากการสังเกต
2. สงั เกตจากความสนใจ ต้ังใจใน พฤตกิ รรมสำหรับผูที่ไดร ะดับ
การเรียน ความรับผดิ ชอบในการ คุณภาพตง้ั แต 1 ขน้ึ ไป
ทำแบบฝกทักษะ

บันทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน

1. นกั เรียนจำนวน.........................คน

ผานจุดประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คดิ เปน รอยละ.........................................
ไมผ านจุดประสงคการเรียนรู.....................คน คิดเปนรอ ยละ.........................................

ไดแ ก

1. ...................................................................................................................................................................

2. ...................................................................................................................................................................

นักเรียนทม่ี คี วามสามรถพเิ ศษ/นกั เรยี นพิการไดแก
3. ...................................................................................................................................................................

4. ...................................................................................................................................................................

2. นกั เรียนมีความรคู วามเขาใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรยี นมคี วามรูเ กดิ ทกั ษะ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นักเรยี นมเี จตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................
(…………………….……………………...)

วันที…่ ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอ ง
 ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
 ยงั ไมเ นนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

4. สอื่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
 ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........



แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 14

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศกึ ษา ……….

หนวยการเรียนรูที่ 5 การคณู เวลา 22 ชั่วโมง

เรือ่ ง โจทยป ญ หาการคูณ (1) เวลา 1 ชั่วโมง

วันท.ี่ ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชี้วัด

สาระท่ี 1 จำนวนและพชื คณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลทีเ่ กดิ ข้นึ จากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนนิ การ และนำไปใช
ตวั ชี้วัด

ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไมทราบคา ใน ประโยคสัญลกั ษณแ สดงการคณู ของจำนวน 1

หลกั ตับจำนวนไมเ กนิ 2 หลกั

ค 1.1 ป.2/8 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป ญ หา 2 ขนั้ ตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ
1,000 และ 0

2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การแกโจทยป ญหาทำไดโ ดยอา นทำความเขา ใจปญหา วางแผนแกป ญ หาหาคำตอบ และตรวจสอบ

ความสมเหตุสมผลของคำตอบ
3. จุดประสงคการเรียนรู

ดา นความรู (K)
แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป ญหาการคณู

ดา นทักษะกระบวนการ (P)
ใชวิธกี ารท่เี หมาะสมในการแกป ญ หา และคำนวณหาคำตอบได

ดา นคุณลักษณะ(A)
มีวจิ ารณญาณในการคดิ และตอบคำถามดว ยความม่ันใจ

4. สาระการเรียนรู
โจทยปญหาการคูณ

5. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถดา นการแกปญหา

6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค

1. มีวนิ ยั
2. ใฝเรียนรู
3. มงุ มั่นในการทำงาน

7. ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
 การแกป ญหา
 การสอ่ื สารและการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชือ่ มโยง
 การใหเหตุผล
 การคิดสรางสรรค

8. กระบวนการจดั การเรียนรู
1. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเก่ียวกบั โจทยป ญหาการคูณทีก่ ำหนดตามหนังสอื เรยี นหนา 289 ครูใช

คำถามกระตุนใหน ักเรียนวิเคราะหโจทยป ญหา เชน โจทยถามอะไร โจทยบ อกอะไร นกั เรยี นควรตอบไดวา
โจทยถ าม คือ ยายลีซอื้ กลวยปง ทัง้ หมดกี่ผล
โจทยบอก คือ ยายลีซื้อกลวยปง 4 ไมแ ตละไมม กี ลว ย 5 ผล

ครถู ามนกั เรียนตอ ไปวา หาคำตอบไดอ ยา งไร นกั เรยี นอาจหาคำตอบไดดว ยการบวกทีละ 5 เชน 5 + 5 + 5 +
5 = 20 ผล ดงั นั้น ยายลซี อ้ื กลว ยปงท้งั หมด 20 ผล หรอื นักเรียนอาจหาคำตอบดวยการคูณ ซ่งึ พิจารณาจาก
กลวยปง 4 ไม แตล ะไมม ีกลวย 5 ผล จะได 4 × 5 = 20 ผล ดังน้นั ยายลซี อื้ กลวยปง ท้งั หมด 20 ผล ถา
นักเรียนไมส ามารถหาคำตอบได ครูอาจใชบ ตั รภาพประกอบการอธบิ ายวา กลวยปง 4 ไม ไมล ะ 5 ผล แลว ให
นักเรียนนับจำนวนกลว ยปง ท้ังหมดหรอื บวกทีละ 5 หรอื ใหเขียนเปนประโยคสัญลกั ษณการคูณได 4 × 5=
และใชสูตรคูณแม 4 หรือแม 5 หาผลคูณ เมื่อนกั เรียนไดคำตอบแลว ครูควรเนนยำ้ เร่อื งการตรวจสอบความ
สมเหตุสมผลของคำตอบ เชน 4 × 5 = 20 อาจตรวจสอบดวยการนับทลี ะ 5 ไป 4 ครัง้ จะได 20 ดังน้ัน 20
เปนคำตอบทถี่ ูกตอ ง ครูยกตวั อยางโจทยปญ หาถัดไป ใหน กั เรยี นวเิ คราะหโ จทยว า โจทยถามอะไรโจทยบ อก
อะไร และหาคำตอบไดอยางไร ครูอาจใชข วดมาเรียงเปน แถว 3 แถว แถวละ 6 ขวด

ครูถามนักเรียนวา การจดั ขวดเปนแถว 3 แถว แถวละ 6 ขวด ไดทัง้ หมดก่ีขวด เขียนเปน ประโยค
สญั ลักษณก ารคูณไดอยา งไร

นักเรียนควรตอบไดว า 3 × 6 = 
ครถู ามวาหาคำตอบอยางไร
นักเรียนอาจตอบวา ใชการบวกเพม่ิ ทีละเทา ๆ กัน (6 + 6 + 6) หรือใชสตู รคูณแม 3 หรือแม 6
เมื่อนักเรียนไดคำตอบ 18 ขวด
ครคู วรใหนักเรียนรวมกันตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบตามหนังสือเรียนหนา 289

2. ครตู ิดบัตรโจทยป ญ หาตามหนงั สอื เรยี นหนา 290 ใหน ักเรยี นรว มกันวเิ คราะหโจทยปญหาวา โจทย
ถามอะไร โจทยบ อกอะไร และจะหาคำตอบไดอ ยางไร โดยใชการถาม−ตอบ เชน การนำตมู าวางเรียงตอ กัน
ความยาวทัง้ หมดจะเพิม่ ข้นึ หรอื ลดลง (เพิม่ ข้ึน) หาคำตอบดว ยวิธใี ด (นำความยาวมาบวกกนั ) ครูถามเพม่ิ เติม
วา ถาความยาวตูแ ตละตเู ทากันทง้ั 3 ตอู าจหาคำตอบดว ยวธิ ใี ดไดอีก (หาคำตอบดวยการคูณ) ครใู หน กั เรยี น
เขยี นประโยคสญั ลกั ษณก ารคูณแลวหาคำตอบ ตามหนังสือเรียนหนา 290 ครอู าจแนะนำการตรวจสอบความ
สมเหตุสมผลวา ถา ตแู ตละตยู าว 50 เซนติเมตร เรยี งตอ กนั 3 ตคู วามยาวท้งั หมด 3 × 50 = 150 เซนตเิ มตร
แตความยาวตูในโจทย 45 เซนติเมตรซึง่ มีคา นอยกวา 50 คำตอบที่ไดค วรนอ ยกวา 150 เซนตเิ มตร ซ่งึ คำตอบ
ท่ีไดคอื 135 เซนติเมตรเปน คำตอบท่สี มเหตสุ มผล จากนน้ั ใหนกั เรยี นทำแบบฝกหดั 5.13 หนา 185

9. สอื่ และแหลงการเรียนรู เคร่อื งมือ เกณฑ
1. บตั รภาพ 1. แบบฝก หัด 5.13 1. ผา นเกณฑรอยละ 50 ขึน้ ไป
2. แบบสงั เกต/ประเมินพฤตกิ รรม 2. ถอื เกณฑผานจากการสงั เกต
2. บัตรโจทยป ญหา พฤติกรรมสำหรบั ผทู ่ไี ดร ะดับ
คุณภาพตง้ั แต 1 ข้ึนไป
3. ส่ือของจริง เชน ขวด

4. แบบฝก หัด 5.13
10. ภาระงาน/ชนิ้ งาน

1. แบบฝกหัด 5.13
11. การวัดและการประเมินผล

วิธกี าร
1. ตรวจแบบฝกหัด 5.13

2. สังเกตจากความสนใจ ต้งั ใจใน
การเรยี น ความรับผดิ ชอบในการ

ทำแบบฝก ทักษะ

บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคการเรียนรู.....................คน คิดเปน รอ ยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่มี ีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมีความรูค วามเขา ใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรยี นมคี วามรเู กดิ ทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นักเรียนมเี จตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอ ง
 ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
 ยงั ไมเ นนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

4. สอื่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
 ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........



ใบงานเร่ือง โจทยป ญ หาการคูณ

คำช้แี จง ใหน ักเรยี นอา นโจทยป ญ หาที่กำหนดให แลวตอบคำถามตอไปน้ี

1. แม่ซอ้ื ขนมมา 7 กล่อง กลอ่ งละ 9 ชน้ิ แมซ่ อ้ื ขนมมาทงั้ หมดกช่ี น้ิ
1) สง่ิ ทโี่ จทยกำหนดให คอื
2) สงิ่ ทีโ่ จทยถาม คือ
3) วางแผนแกโ จทยปญหา ดังนี้

4) ประโยคสญั ลักษณ
5) คำตอบ คอื
2. นุ่นมดี นิ สอสี 3 กลอ่ ง แต่ละกลอ่ งมดี นิ สอสี 24 แทง่ รวมมดี นิ สอสกี แ่ี ท่ง

1) ส่ิงท่โี จทยกำหนดให คอื
2) ส่งิ ท่โี จทยถาม คอื
3) วางแผนแกโจทยปญ หา ดังน้ี

4) ประโยคสญั ลกั ษณ
5) คำตอบ คอื

3. หอ้ งประชุมมแี จกนั อยู่ 15 ใบ แจกนั แต่ละใบมดี อกไมป้ ักอยู่ 7 ดอก มดี อกไมท้ งั้ หมดกด่ี อก

1) สง่ิ ท่โี จทยกำหนดให คือ
2) ส่งิ ทโ่ี จทยถ าม คอื

3) วางแผนแกโ จทยปญหา ดงั นี้

4) ประโยคสญั ลักษณ
5) คำตอบ คือ

เฉลยใบงานเรอ่ื ง โจทยปญ หาการคณู

คำช้แี จง ใหน ักเรยี นอานโจทยปญหาทกี่ ำหนดให แลวตอบคำถามตอ ไปนี้

1. แมซ่ ้อื ขนมมา 7 กลอ่ ง กล่องละ 9 ชน้ิ แมซ่ อ้ื ขนมมาทงั้ หมดกชี่ น้ิ

1) สง่ิ ท่โี จทยก ำหนดให คือ แมซ ื้อขนมมา 7 กลอง กลอ งละ 9 ชนิ้
2) สงิ่ ท่โี จทยถาม คือ แมซ ้ือขนมมาท้ังหมดกช่ี ิ้น
3) วางแผนแกโจทยป ญ หา ดงั นี้ กลองหนึ่งใบบรรจขุ นมได 9 ชิ้น เม่ือมจี ำนวนกลอ งเพิ่มข้นึ ทลี ะ

หนึ่งใบ จำนวน จะเพม่ิ ข้ึนครงั้ ละ 9 ชิน้ จำนวนทั้งหมดไดจ ากการหาผลบวกของ 9 + 9 + 9 + 9
+ 9 + 9 + 9 จงึ หาจำนวนขนมทัง้ หมดโดยใชว ิธีคูณ
4) ประโยคสัญลกั ษณ 7  9 = 
5) คำตอบ คือ 63 ชิ้น

2. นุ่นมดี นิ สอสี 3 กล่อง แต่ละกลอ่ งมดี นิ สอสี 24 แท่ง รวมมดี นิ สอสกี แ่ี ทง่

1) สิ่งที่โจทยก ำหนดให คอื นมุ มดี นิ สอสี 3 กลอง แตล ะกลอ งมดี ินสอสี 24 แทง

2) ส่ิงที่โจทยถ าม คือ รวมมีดินสอสีกแ่ี ทง

3) วางแผนแกโจทยป ญ หา ดังน้ี กลอ งหน่งึ ใบมีดินสอสี 24 แทง เมอ่ื มีจำนวนกลองเพ่ิมขึ้นทีละหนง่ึ

กลอง จำนวนดนิ สอสีจะตองเพม่ิ ขนึ้ ครง้ั ละ 24 แทง จำนวนทงั้ หมดไดจากการหา

ผลบวกของ 24 + 24 + 24 จงึ หาจำนวนดินสอสี

ท้ังหมด โดยใชวธิ ีคูณ
4) ประโยคสญั ลักษณ 3  24 = 

5) คำตอบ คือ 72 แทง

3. หอ้ งประชุมมแี จกนั อยู่ 15 ใบ แจกนั แต่ละใบมดี อกไมป้ ักอยู่ 7 ดอก มดี อกไมท้ งั้ หมดกด่ี อก

1) สิ่งท่ีโจทยกำหนดให คือ หอ งประชุมมีแจกันอยู 15 ใบ แจกนั แตละใบมีดอกไมปก อยู 7 ดอก
2) สิ่งทีโ่ จทยถาม คือ มดี อกไมท้ังหมดก่ีดอก
3) วางแผนแกโจทยปญ หา ดังนี้ แจกนั หนึ่งใบมีดอกไมป ก อยู 7 ดอก เม่อื มจี ำนวนแจกนั เพม่ิ ข้นึ ทีละ

หนึ่งใบ จำนวนดอกไมจะตอ งเพ่ิมขึน้ ครง้ั ละ 7 ดอก จำนวนทง้ั หมดไดจ ากการหาผลบวก
ของ 7 + 7 + 7 + 7 + 7 + 7 + 7 + 7 + 7 + 7 + 7 + 7 + 7 + 7 + 7 จึงหาจำนวนดอกไม
ท้ังหมด โดยใชวธิ คี ณู
4) ประโยคสญั ลักษณ 15  7 = 
5) คำตอบ คือ 105 ดอก

แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 15

กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา ……….

หนว ยการเรียนรูท่ี 5 การคณู เวลา 22 ช่วั โมง

เรอื่ ง โจทยปญ หาการคูณ (1) เวลา 1 ชว่ั โมง

วนั ท.ี่ ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวช้ีวดั

สาระที่ 1 จำนวนและพชื คณิต
มาตรฐาน ค 1.1 เขา ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลทีเ่ กดิ ขน้ึ จากการดำเนินการ สมบตั ิของการดำเนินการ และนำไปใช
ตัวช้ีวดั

ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไมทราบคา ใน ประโยคสญั ลักษณแสดงการคณู ของจำนวน 1 หลกั ตบั

จำนวนไมเกิน 2 หลกั

ค 1.1 ป.2/8 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป ญหา 2 ขนั้ ตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ
1,000 และ 0

2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การแกโจทยปญ หาทำไดโดยอา นทำความเขาใจปญหา วางแผนแกปญ หาหาคำตอบ และตรวจสอบความ

สมเหตุสมผลของคำตอบ
3. จุดประสงคการเรยี นรู

ดานความรู (K)
แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป ญ หาการคณู

ดา นทักษะกระบวนการ (P)
ใชว ธิ ีการท่เี หมาะสมในการแกปญ หา และคำนวณหาคำตอบได

ดานคณุ ลกั ษณะ(A)
มวี จิ ารณญาณในการคิดและตอบคำถามดวยความม่นั ใจ

4. สาระการเรยี นรู
โจทยป ญ หาการคูณ

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถดานการแกปญหา

6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
1. มีวินยั

2. ใฝเ รยี นรู
3. มงุ มนั่ ในการทำงาน

7. ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
 การแกป ญหา
 การส่อื สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชอื่ มโยง
 การใหเหตุผล
 การคดิ สรางสรรค

8. กระบวนการจัดการเรียนรู
1. ครยู กตวั อยางโจทยป ญหาในหนงั สือเรียนหนา 291 แลวใหน กั เรียนชว ยกันวิเคราะหโ จทยปญ หาและหา

คำตอบ จากนนั้ ครูแบงกลมุ นักเรยี นเปน 5 กลุม แลวใหแตละกลมุ ชว ยกนั เขยี นประโยคสญั ลักษณแ ละ
หาคำตอบกลมุ ละ 1 ขอ เม่ือเสร็จแลว ใหแ ตละกลุมออกมานำเสนอวธิ ีหาคำตอบหนา ชน้ั เรยี น จากน้ันครแู ละนกั เรียน
รวมกนั ตรวจสอบความถูกตอง และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ ครคู วรเนนยำ้ นกั เรียนทุกครง้ั วา เม่ือแก
โจทยป ญหาจนไดค ำตอบแลวตองอยาลืมตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบทกุ คร้งั

2. ตรวจสอบความเขาใจของนกั เรียนโดยใหนกั เรยี นแตละคนเขยี นประโยคสัญลกั ษณและหาคำตอบ
ตามหนังสอื เรยี นหนา 292 ครแู ละนักเรยี นรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตองและสรปุ สงิ่ ท่ไี ดเ รียนรู ถามีนกั เรียน
คนใดเขียนประโยคสญั ลกั ษณและหาคำตอบไมถ กู ตอ งครอู าจใหนกั เรียนฝกการหาผลคูณของจำนวนหนึ่งหลกั
กบั จำนวนสองหลักใหค ลอ ง หรอื ถา นกั เรียนเขยี นประโยคสญั ลักษณการคูณผดิ ครอู าจทบทวนเรื่องความหมายของการ
คูณที่จัดสงิ่ ของเปนกลุม กลมุ ละเทา ๆ กนั หรือจัดสง่ิ ของเปนแถว แถวละเทา ๆ กนั
แลว ใหตรวจสอบความเขาใจอกี คร้ัง แตถายังทำไมไดใ หม าฝกเปน รายบุคคลกับครู

- การแกโจทยปญหาทำไดโดยอานทำความเขาใจปญหา วางแผนแกปญ หา หาคำตอบและตรวจสอบความ
สมเหตุสมผลของคำตอบจากนัน้ ใหนกั เรียนทำแบบฝกหัด 5.13 หนา 186

9. สือ่ และแหลง การเรยี นรู
1. บตั รภาพ
2. บัตรโจทยป ญ หา
3. สื่อของจริง เชน ขวด
4. แบบฝกหัด 5.13

10. ภาระงาน/ช้ินงาน
1. แบบฝกหัด 5.13

11. การวัดและการประเมินผล

วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑ
1. ตรวจแบบฝกหัด 5.13 1. แบบฝกหัด 5.13 1. ผา นเกณฑร อยละ 50 ขนึ้ ไป
2. สังเกตจากความสนใจ ตั้งใจใน 2. แบบสังเกต/ประเมินพฤตกิ รรม 2. ถอื เกณฑผานจากการสังเกต
การเรียน ความรับผดิ ชอบในการ พฤตกิ รรมสำหรบั ผูที่ไดระดบั
ทำแบบฝก ทกั ษะ คุณภาพตง้ั แต 1 ขึน้ ไป

บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน

1. นักเรยี นจำนวน.........................คน

ผานจุดประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไมผา นจุดประสงคก ารเรยี นรู.....................คน คิดเปน รอ ยละ.........................................

ไดแก

1. ...................................................................................................................................................................

2. ...................................................................................................................................................................

นกั เรยี นทมี่ ีความสามรถพิเศษ/นกั เรยี นพกิ ารไดแก
3. ...................................................................................................................................................................

4. ...................................................................................................................................................................

2. นักเรยี นมีความรูความเขา ใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นกั เรียนมคี วามรูเ กิดทักษะ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรยี นมีเจตคติ คานิยม ๑๒ ประการ คุณธรรมจริยธรรม

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไข

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................
(…………………….……………………...)

วันที…่ ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ่ไี ดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอ ง
 ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
 สอดคลอ ง
 ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอ ไป

4. สอื่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
 ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........



แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 16

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศกึ ษา ……….

หนวยการเรียนรูที่ 5 การคณู เวลา 22 ชั่วโมง

เรือ่ ง โจทยป ญ หาการคูณ (2) เวลา 1 ชั่วโมง

วันท.ี่ ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชี้วัด

สาระท่ี 1 จำนวนและพชื คณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลทีเ่ กดิ ข้นึ จากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนนิ การ และนำไปใช
ตวั ชี้วัด

ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไมทราบคา ใน ประโยคสัญลกั ษณแ สดงการคณู ของจำนวน 1

หลกั ตับจำนวนไมเ กนิ 2 หลกั

ค 1.1 ป.2/8 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป ญ หา 2 ขนั้ ตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ
1,000 และ 0

2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การแกโจทยป ญหาทำไดโ ดยอา นทำความเขา ใจปญหา วางแผนแกป ญ หาหาคำตอบ และตรวจสอบ

ความสมเหตุสมผลของคำตอบ
3. จุดประสงคการเรียนรู

ดา นความรู (K)
แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป ญหาการคณู

ดา นทักษะกระบวนการ (P)
ใชวิธกี ารท่เี หมาะสมในการแกป ญ หา และคำนวณหาคำตอบได

ดา นคุณลักษณะ(A)
มีวจิ ารณญาณในการคดิ และตอบคำถามดว ยความม่ันใจ

4. สาระการเรียนรู
โจทยปญหาการคูณ

5. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถดา นการแกปญหา

6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค

1. มีวินัย
2. ใฝเ รยี นรู
3. มงุ ม่ันในการทำงาน

7. ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
 การแกป ญหา
 การสอ่ื สารและการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชื่อมโยง
 การใหเหตุผล
 การคิดสรา งสรรค

8. กระบวนการจดั การเรียนรู
1. โจทยปญหาการคูณในชวั่ โมงนเี้ ปนโจทยปญ หาการคณู ในลักษณะการหาคา ของตัวไมท ราบคา

ครยู กตัวอยางโจทยป ญหาการคูณตามหนังสือเรียนหนา 293 โดยติดบัตรโจทยป ญหาบนกระดานแลวให
นักเรียนชวยกนั วเิ คราะหว าโจทยถามอะไรโจทยบอกอะไร และนกั เรียนจะหาคำตอบไดอยางไร
ครูใชค ำถามกระตุนใหน ักเรยี นคดิ วา ซาลาเปา 3 ลูก ราคาลูกละเทากนั จา ยเงินไป 15 บาท หมายความวา
3 คูณจำนวนใด ไดผ ลคูณเทากับ 15 เขยี นเปนประโยคสญั ลักษณ 3 × = 15 ซึง่ นักเรียนอาจใชวิธีการ
ทอ งสตู รคูณแม 3 จะไดวา 3 × 5 = 15 ดงั นั้น ซาลาเปาราคาลูกละ 5 บาท หลังจากทีน่ ักเรยี นไดค ำตอบแลว
ครูควรใหนกั เรยี นตรวจสอบคำตอบโดยการนำคำตอบท่ไี ดคูณกับ 3 แลว ไดผ ลคูณเทา กับ 15 หรือไม
ถา ไดเ ทา กบั 15 แสดงวาเปน คำตอบทีถ่ ูกตอ ง เมือ่ นักเรียนไดแนวคิดในการวเิ คราะหแ ละหาคำตอบโจทย
ปญหาการคณู ท่มี ีลักษณะเปน โจทยการหาคาของตัวไมทราบคาแลวครูยกตัวอยา งโจทยปญ หาการคูณจาก
ตวั อยา งโจทยปญหาในหนาถดั ไป

2. ครูยกตัวอยา งโจทยป ญหาการคูณทม่ี ีตัวไมท ราบคาตามหนงั สือเรยี นหนา 294 แลวใหน ักเรียน
ชวยกันวิเคราะหโ จทยปญหาวา โจทยถ ามอะไร โจทยบอกอะไร และจะหาคำตอบไดอ ยางไร

ครูใชค ำถามกระตนุ ใหนักเรยี นคิดวา ครูจัดโตะ 5 แถว แถวละเทา ๆ กัน ตอ งจัดโตะแถวละกี่ตัว
ถา จัดโตะท้งั หมด 100 ตัว หมายความวา 5 คูณจำนวนใดไดผ ลคูณเทา กับ 100

เขียนเปน ประโยคสัญลักษณ 5 ×  = 100 ซึ่งนกั เรียนอาจใชก ารคูณกับจำนวน 10 20 30 … จะได
วา 5 × 20 = 100 ดงั นน้ั จดั โตะ แถวละ 20 ตัว

ครใู หน กั เรียนตรวจสอบคำตอบโดยนำคำตอบทไ่ี ดไ ปคณู กบั 5 ถา ไดผลคูณเทากบั 100 แสดงวา เปน
คำตอบทถี่ ูกตอง

ครอู าจยกตวั อยางโจทยป ญหาการคณู ทา ยหนา 294 เพือ่ ใหนักเรียนไดฝ ก การวเิ คราะหและหาคำตอบ
ของโจทยป ญหาในลกั ษณะหาตัวไมท ราบคา ทเ่ี ปน จำนวนสมาชกิ ในกลุม ซ่งึ จะไดประโยคสญั ลักษณคือ

4 ×  = 48 ในการหาคำตอบน้ีนักเรียนอาจใชสตู รคูณแม 4 ดังน้นั 4 × 9 = 36 และ 4 × 10 = 40
4 × 11 = 44 4 × 12 = 48 เม่อื ไดคำตอบแลวครูใหนักเรยี นตรวจสอบความถกู ตอ งของคำตอบ

จากนนั้ ครูยกตัวอยา งโจทยป ญ หาการคูณที่มตี ัวไมท ราบคา เปน จำนวนกลมุ เชน ครูจดั ดอกบวั 12
ดอกเปน กำ กำละ 6 ดอก ครจู ัดดอกบัวไดกีก่ ำ หมายความวา จำนวนใดคณู กับ 6 ไดผ ลคูณเทากับ 12

เขยี นเปนประโยคสญั ลกั ษณ × 6 = 12 นักเรยี นอาจหาคำ ตอบโดยใชสูตรคูณแม 6 จะได
6 × 2 = 12 ดงั นั้น ครจู ัดดอกบัวได 2 กำ ครูใหน ักเรยี นตรวจสอบความถกู ตอ งของคำตอบทำนองเดียวกบั
ขางตน จากน้นั ใหน ักเรยี นทำแบบฝกหัด 5.14 หนา 187

9. ส่ือและแหลงการเรียนรู เครอ่ื งมอื เกณฑ
1. บตั รโจทยป ญหา 1. แบบฝกหัด 5.14 1. ผา นเกณฑร อยละ 50 ข้ึนไป
2. แบบสงั เกต/ประเมินพฤติกรรม 2. ถอื เกณฑผานจากการสงั เกต
2. ส่ือของจริง เชน ขวด พฤตกิ รรมสำหรับผทู ีไ่ ดร ะดบั
คณุ ภาพตั้งแต 1 ข้นึ ไป
3. แบบฝก หัด 5.14
10. ภาระงาน/ชนิ้ งาน

1. แบบฝก หัด 5.14
11. การวัดและการประเมินผล
วิธกี าร
1. ตรวจแบบฝก หัด 5.14

2. สงั เกตจากความสนใจ ตัง้ ใจใน

การเรยี น ความรบั ผดิ ชอบในการ
ทำแบบฝกทักษะ

บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคการเรียนรู.....................คน คิดเปน รอ ยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่มี ีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมีความรูค วามเขา ใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรยี นมคี วามรเู กดิ ทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นักเรียนมเี จตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอ ง
 ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
 ยงั ไมเ นนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

4. สอื่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
 ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........



แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 17

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศกึ ษา ……….

หนวยการเรียนรูที่ 5 การคณู เวลา 22 ชั่วโมง

เรือ่ ง โจทยป ญ หาการคูณ (2) เวลา 1 ชั่วโมง

วันท.ี่ ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชี้วัด

สาระท่ี 1 จำนวนและพชื คณติ
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลทีเ่ กดิ ข้นึ จากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนนิ การ และนำไปใช
ตวั ชี้วัด

ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไมทราบคา ใน ประโยคสัญลกั ษณแ สดงการคณู ของจำนวน 1

หลกั ตับจำนวนไมเ กนิ 2 หลกั

ค 1.1 ป.2/8 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป ญ หา 2 ขนั้ ตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ
1,000 และ 0

2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การแกโจทยป ญหาทำไดโ ดยอา นทำความเขา ใจปญหา วางแผนแกป ญ หาหาคำตอบ และตรวจสอบ

ความสมเหตุสมผลของคำตอบ
3. จุดประสงคการเรียนรู

ดา นความรู (K)
แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยป ญหาการคณู

ดา นทักษะกระบวนการ (P)
ใชวิธกี ารท่เี หมาะสมในการแกป ญ หา และคำนวณหาคำตอบได

ดา นคุณลักษณะ(A)
มีวจิ ารณญาณในการคดิ และตอบคำถามดว ยความม่ันใจ

4. สาระการเรียนรู
โจทยปญหาการคูณ

5. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถดา นการแกปญหา

6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค

1. มวี ินยั
2. ใฝเรียนรู
3. มุง มัน่ ในการทำงาน

7. ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
 การแกปญหา
 การสือ่ สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชื่อมโยง
 การใหเหตุผล
 การคิดสรา งสรรค

8. กระบวนการจัดการเรยี นรู

1. เมอ่ื นักเรียนเขา ใจและสามารถวเิ คราะหโจทยปญหาการคณู ในลักษณะการหาคา ของตวั ไมทราบคา
ไดแลว ครูแบง นกั เรยี นเปน 4 กลุมใหน กั เรียนแตละกลุมชวยกนั วิเคราะหโจทยปญ หาการคูณในหนังสือเรยี น
หนา 295 กลุมละ 1 ขอ โดยใหน กั เรียนชวยกนั เขียนประโยคสญั ลักษณและหาคำตอบ และครูเนนยำ้ ให
นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ งของคำตอบ ครูอาจแนะนำนกั เรียนกลมุ ทแี่ กโจทยป ญหาขอ 1 และ 2 ซ่ึงมตี ัว
ไมทราบคา เปน จำนวนแถวและจำนวนกลุมตามลำดบั ประโยคสญั ลกั ษณท เ่ี ขียนไดด งั นี้ × 4 = 24 และ
× 6 = 48 จากนน้ั ครูใหน ักเรียนแตล ะกลมุ ออกมานำเสนอประโยคสญั ลกั ษณแ ละวิธหี าคำตอบของแตล ะ
ขอ ครแู ละนักเรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ ง

2. ตรวจสอบความเขาใจของนกั เรยี นโดยนักเรียนแตล ะคนเขยี นประโยคสัญลกั ษณและหาคำตอบ
ตามหนงั สือเรียนหนา 296 ครูและนักเรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตองและสรปุ สงิ่ ทีไ่ ดเรยี นรูถ ามีนกั เรยี น
คนใดเขยี นประโยคสญั ลกั ษณแ ละหาคำตอบไมถ ูกตอ ง ครอู าจใหนกั เรยี นฝก การหาคา ของตัวไมทราบคา ใน
ประโยคสญั ลักษณก ารคูณใหคลอ ง หรอื ถานักเรียนเขยี นประโยคสญั ลักษณการคณู ผิดครอู าจทบทวนเรอ่ื ง
ความหมายของการคณู ทเ่ี นนจำนวนสมาชกิ ในแตละกลุมและจำนวนกลุมหรอื จำนวนสมาชิกในแตละแถวและ
จำนวนแถว แลว ใหตรวจสอบความเขาใจอกี ครง้ั แตถ ายงั ทำไมไ ดใ หม าฝก เปน รายบุคคลกบั ครู

การแกโจทยปญ หาทำไดโดยอานทำความเขาใจปญหา วางแผนแกปญ หา หาคำตอบและ
ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบจากนัน้ ใหนักเรียนทำแบบฝก หัด 5.14 หนา 188

9. ส่ือและแหลงการเรยี นรู
1. บตั รโจทยปญหา
2. สื่อของจรงิ เชน ขวด

3. แบบฝกหดั 5.14 เครือ่ งมือ เกณฑ
10. ภาระงาน/ช้นิ งาน 1. แบบฝกหัด 5.14 1. ผานเกณฑร อ ยละ 50 ข้ึนไป
2. แบบสงั เกต/ประเมินพฤตกิ รรม 2. ถือเกณฑผ านจากการสงั เกต
1. แบบฝกหัด 5.14 พฤติกรรมสำหรับผทู ไ่ี ดระดับ
11. การวัดและการประเมินผล คณุ ภาพตง้ั แต 1 ขึน้ ไป
วธิ กี าร
1. ตรวจแบบฝกหดั 5.14

2. สงั เกตจากความสนใจ ต้ังใจใน
การเรียน ความรบั ผิดชอบในการ

ทำแบบฝก ทักษะ

บนั ทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจุดประสงคก ารเรียนรู.....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไมผา นจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่ีมีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรียนมคี วามรูค วามเขา ใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรยี นมีความรเู กิดทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นักเรยี นมเี จตคติ คานิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วันท…่ี ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอ ง
 ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
 สอดคลอ ง
 ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

4. สอื่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
 ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป

6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรียน…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........

ใบงานเร่อื ง การแกโจทยป ญหาการคูณ

คำชีแ้ จง ใหน กั เรียนวเิ คราะหโจทย แสดงวิธที ำ และหาคำตอบ พรอ มทัง้ ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของ

1) มีรถตู 3 คนั บรรทุกผโู ดยสารไดคนั ละ 16 คน รถตู 3 คนั จะบรรทกุ ผโู ดยสารไดท ้งั หมดกค่ี น
วเิ คราะหโจทย สิ่งท่โี จทยกำหนดให  มรี ถตู 3 คัน บรรทุกผโู ดยสารไดคันละ 16 คน
ส่งิ ท่ีโจทยถ าม  จะบรรทุกผูโดยสารไดท ั้งหมดกค่ี น
วางแผนแกป ญ หาโจทย  รถตูคันหนึ่งบรรทุกผูโดยสาร 16 คน เม่ือมีจำนวนร…………..

ถตเู พมิ่ ข้นึ ทีละหนง่ึ คนั ผู
ประโยคสญั ลักษณ 3  16 = 

วิธีทำ รถตบู รรทกุ ผูโดยสารไดค ันละ 16 คน

รถตูจ ำนวน 3 คนั

บรรทุกผโู ดยสารได 48 คน

ตอบ ๔๘ คน
ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบ 16 อยรู ะหวา ง 10 กับ 20 ซ่งึ 3  10 = 30 และ 3
20 = 60 จะไดว า 3  16 ผลคูณควรอ

2) จอยซื้อมะมวงมา 5 กิโลกรมั ราคากิโลกรัมละ 24 บาท จอยตองจา ยเงินทง้ั หมดกีบ่ าท
วิเคราะหโจทย สงิ่ ทโ่ี จทยก ำหนดให  จอยซือ้ มะมว งมา 5 กิโลกรัม ราคากโิ ลกรมั ละ 24 บาท
ส่ิงทโี่ จทยถ าม  จอยตอ งจายเงนิ ท้งั หมดกบ่ี าท
สง่ิ ที่โจทยถาม  จอยตองจายเงินทั้งหมดกีบ่ าท
ประโยคสญั ลักษณ 5  24 = 
วธิ ที ำ มะมว งราคากโิ ลกรัมละ
24 บาท
ส่งิ ทีโ่ จทยถ าม  จอยตองจายเงินท้ังหมดกบ่ี าท
สง่ิ ท่โี จทยถ าม  จอยตอ งจา ยเงินทง้ั หมดก่บี าท
สิ่งท่ีโจทยถ าม  จอยตองจา ยเงินท้งั หมดกี่บาท

ตอบ ๑๒๐ บาท
ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบ 24 อยรู ะหวา ง 20 กบั 30 ซึง่ 5  20 = 100 และ
5  30 = 150 จะไดว า 5  24 ผลคูณควรอยรู ะหวา ง 100 กับ 150 ดงั นัน้ 120 จงึ เปนผลคูณที่…

ใบงานเรอ่ื ง การแกโ จทยป ญหาการคูณ

คำช้ีแจง ใหนกั เรียนวเิ คราะหโจทย แสดงวธิ ีทำ และหาคำตอบ พรอ มทัง้ ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของ

1) มรี ถตู 3 คัน บรรทุกผโู ดยสารไดคนั ละ 16 คน รถตู 3 คนั จะบรรทกุ ผโู ดยสารไดท ง้ั หมดก่ีคน
วิเคราะหโ จทย สง่ิ ท่โี จทยก ำหนดให  มรี ถตู 3 คัน บรรทุกผูโดยสารไดค นั ละ 16 คน
สงิ่ ที่โจทยถ าม  จะบรรทกุ ผูโ ดยสารไดท ้ังหมดกคี่ น
วางแผนแกป ญหาโจทย  รถตคู ันหนงึ่ บรรทุกผูโดยสาร 16 คน เมื่อมีจำนวนรถตู

เพิ่มขึ้นทลี ะหน่งึ คันจำนวนผูโดยสารจะตอ งเพม่ิ ข้นึ ครงั้ ละ 16 คน จำนวนทงั้ หมดไดจากการหาผลบวกของ

16 + 16 + 16 จงึ หาจำนวนผูโดยสารทง้ั หมดไดโ ดยใชวธิ ีคูณ
ประโยคสัญลักษณ 3  16 = 

วิธที ำ รถตบู รรทุกผโู ดยสารไดค นั ละ 16 คน
รถตจู ำนวน 3× คัน

บรรทุกผโู ดยสารได 48 คน

ตอบ ๔๘ คน
ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบ 16 อยรู ะหวา ง 10 กับ 20 ซ่งึ 3  10 = 30 และ 3 
จะไดว า 3  16 ผลคูณควรอยู
20 = 60

ระหวาง 30 กบั 60 ดงั นนั้ 48 จึงเปนผลคูณที่สมเหตุสมผล

2) จอยซ้ือมะมว งมา 5 กโิ ลกรัม ราคากโิ ลกรมั ละ 24 บาท จอยตอ งจายเงินท้ังหมดกีบ่ าท
วิเคราะหโจทย ส่ิงท่โี จทยกำหนดให  จอยซอ้ื มะมวงมา 5 กโิ ลกรมั ราคากโิ ลกรัมละ 24 บาท
สิ่งทโ่ี จทยถ าม  จอยตองจายเงินท้งั หมดก่ีบาท
วางแผนแกป ญหาโจทย  มะมวงหนึ่งกิโลกรัม ราคา 24 บาท เม่อื ซ้อื มะมวงเพ่มิ ขน้ึ ที
ละหนึ่งกิโลกรัมจำนวนเงนิ จะตองเพมิ่ ข้ึน ครง้ั ละ 24 บาท จำนวนทงั้ หมดไดจ ากการหาผลบวกของ

24 + 24 + 24 + 24 + 24 จงึ หาจำนวนเงินทงั้ หมดไดโ ดยใชว ิธคี ูณ
ประโยคสัญลักษณ 5  24 = 
วิธที ำ มะมวงราคากโิ ลกรมั ละ
จอยซอ้ื มะมวงมา 24 บาท
5× กิโลกรมั

จอยตองจา ยเงินทง้ั หมด 120 บาท

ตอบ ๑๒๐ บาท
ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบ 24 อยูระหวาง 20 กับ 30 ซ่ึง 5  20 = 100 และ
5  30 = 150 จะไดว า 5  24 ผลคณู ควรอยูระหวาง 100 กับ 150 ดงั น้ัน 120 จงึ เปน ผลคูณที่

สมเหตุสมผล

แผนการจดั การเรียนรูท ่ี 18

กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณติ ศาสตร รหัสวิชา ค 12101
ช้นั ประถมศึกษาปที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศกึ ษา ……….

หนว ยการเรียนรทู ่ี 5 การคณู เวลา 22 ชั่วโมง

เร่ือง การสรางโจทยป ญ หาการคณู จากภาพ เวลา 1 ชว่ั โมง

วนั ที่............เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผสู อน............................................................

1. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ช้ีวดั

สาระที่ 1 จำนวนและพืชคณิต
มาตรฐาน ค 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลทเี่ กดิ ขน้ึ จากการดำเนินการ สมบตั ขิ องการดำเนินการ และนำไปใช
ตัวชี้วดั

ค 1.1 ป.2/5 หาคาของตัวไมทราบคาใน ประโยคสัญลกั ษณแ สดงการคูณ ของจำนวน 1

หลักตบั จำนวนไมเกนิ 2 หลัก

ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป ญหา 2 ขนั้ ตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ
1,000 และ 0

2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การสรา งโจทยป ญ หาตองมีท้ังสว นทโ่ี จทยบอกและสวนที่โจทยถาม นอกจากนโี้ จทยป ญหาท่ีสรางตอง

มคี วามเปน ไปได
3. จุดประสงคการเรยี นรู

ดานความรู (K)
สรางโจทยปญหาการคูณ

ดา นทักษะกระบวนการ (P)
ใชวิธีการทเี่ หมาะสมในการแกป ญหา และคำนวณหาคำตอบได

ดา นคุณลักษณะ(A)
มวี จิ ารณญาณในการคดิ และตอบคำถามดวยความมัน่ ใจ

4. สาระการเรียนรู
การสรางโจทยป ญหาการคณู

5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถดานการแกป ญหา

6. คุณลักษณะอันพึงประสงค

1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ รยี นรู
3. มุงมน่ั ในการทำงาน

7. ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
 การแกป ญหา
 การสอ่ื สารและการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่ือมโยง
 การใหเหตุผล
 การคิดสรางสรรค

8. กระบวนการจดั การเรียนรู
1. การสรางโจทยป ญหาการคูณจากภาพควรเร่ิมจากการใหน กั เรียนพจิ ารณาภาพ โดยใชคำถามนำ

เชน จากภาพในหนงั สอื เรียนหนา 297 นกั เรยี นเหน็ อะไรบา ง (มสี ม 3 จาน แตละจานมสี ม 2 ผล) มสี ม ท้งั หมด
กผ่ี ล ( 6 ผล)

ถา จะสรางโจทยป ญ หาการคณู สวนท่ีโจทยถามคืออะไร (มสี มทั้งหมดก่ีผล)
สวนท่โี จทยบอกคอื อะไร (มสี ม 3 จานจานละ 2 ผล)
ดังน้ัน เขยี นเปนโจทยป ญ หาการคณู จากภาพนไี้ ดวา มีสม 3 จาน จานละ 2 ผล มสี มทง้ั หมดกผี่ ลหรอื มีสม
จานละ 2 ผล อยู 3 จาน มีสม ทัง้ หมด กี่ผลเขียนเปนประโยคสญั ลกั ษณไ ดวา 3 × 2 =  ครูเนนย้ำวา โจทย
ปญหาที่สรางตอ งมีความเปนไปได
2. ครูตดิ บตั รภาพตามหนงั สือเรยี นหนา 298 จากภาพในหนงั สอื เรียนนกั เรยี นเห็นอะไรบาง (ปลูก
กะหล่ำปลี 3 แถว แตล ะแถวมกี ะหลำ่ ปลี 10 ตน)
ปลกู กะหล่ำปลที ั้งหมดกตี่ น (30 ตน)
ถาจะสรา งโจทยป ญ หาการคูณ สวนท่โี จทยถามคืออะไร (ปลูกกะหล่ำปลีทั้งหมดกต่ี น)
สว นทีโ่ จทยบ อกคอื อะไร (ปลกู กะหลำ่ ปลี 3 แถว แตละแถวมีกะหล่ำปลี 10 ตน )
ดงั นัน้ เขยี นเปน โจทยป ญ หาการคูณจากภาพนไ้ี ดวา ปลกู กะหล่ำปลี 3 แถวแตละแถวมีกะหล่ำปลี 10 ตน
ปลูกกะหล่ำปลีทั้งหมดกี่ตนหรอื ปลูกกะหล่ำปลีแถวละ 10 ตนปลูก 3 แถว ปลูกกะหลำ่ ปลีทัง้ หมดก่ีตน เขยี น
เปน ประโยคสัญลกั ษณไ ดว า 3 × 10 =  ครูเนน ยำ้ วา โจทยปญ หาทีส่ รางตองมีความเปน ไปได จากนนั้ ครู
ตดิ บัตรภาพปลกู ผกั กาดตามหนังสอื เรียนทายหนา 298 แลวใหนักเรยี นชวยกันสรา งโจทยปญหาการคณู และ
ชว ยกนั พิจารณาความเปน ไปไดของโจทยปญหาท่ีสรางขึ้น
3. ครแู บงนักเรียนออกเปนกลุม 3 กลมุ แลวใหนักเรียนแตล ะกลมุ ชวยกนั สรา งโจทยป ญ หาการคูณจาก
ภาพพรอ มทัง้ เขียนประโยคสญั ลกั ษณก ลุมละ 2 ขอ ตามหนังสือเรยี นหนา 299 เมื่อสรางโจทยป ญ หาการคณู

เสร็จแลวใหน ักเรียนแตล ะกลมุ ออกมานำเสนอโจทยป ญ หาท่สี รางไดน กั เรยี นแตละกลุมอาจสรางโจทยปญหา
การคณู ไดแตกตา งกนั ครูและนกั เรียนชวยกันพจิ ารณาความถูกตอ งและความเปนไปไดของโจทยป ญ หา
ทส่ี ราง

4. ตรวจสอบความเขาใจของนักเรยี นโดยใหนักเรยี นแตล ะคนสรางโจทยปญ หาการคูณและเขียน
ประโยคสญั ลักษณจ ากภาพตามหนังสอื เรยี นหนา 300 ครูและนกั เรียนรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ งและ
ความเปนไปไดห ลงั จากนน้ั ครแู ละนักเรยี นรว มกนั สรุปสิง่ ท่ีไดเรยี นรู ถา มีนกั เรยี นคนใดสรา งโจทยปญหา
การคูณและเขียนประโยคสญั ลกั ษณจ ากภาพไมถ กู ตอง ครูอาจใหนักเรยี นฝกพจิ ารณาโจทยปญหาการคูณวา
ประกอบดว ยสว นทีโ่ จทยบอกและสว นทโ่ี จทยถ ามใหคลอ งแลว ใหต รวจสอบความเขา ใจอีกคร้งั แตถ ายังทำไมได
ใหม าฝก เปน รายบคุ คลกบั ครู

- การสรางโจทยปญหาตอ งมีท้งั สว นท่โี จทยบ อกและสว นทโ่ี จทยถาม นอกจากน้โี จทยปญ หาทีส่ ราง
ตองมีความเปนไปไดจากนน้ั ใหน ักเรยี นทำแบบฝก หัด 5.15 หนา 189 − 190

9. สอ่ื และแหลงการเรียนรู เครื่องมือ เกณฑ
1. บตั รภาพ 1. แบบฝกหัด 5.15 1. ผา นเกณฑรอ ยละ 50 ขึ้นไป
2. แบบสังเกต/ประเมินพฤตกิ รรม 2. ถอื เกณฑผ านจากการสังเกต
2. แบบฝก หัด 5.15 พฤตกิ รรมสำหรับผูที่ไดร ะดับ
10. ภาระงาน/ช้ินงาน คณุ ภาพต้งั แต 1 ข้นึ ไป

1. แบบฝกหัด 5.15
11. การวัดและการประเมินผล
วธิ กี าร
1. ตรวจแบบฝก หัด 5.15

2. สังเกตจากความสนใจ ตงั้ ใจใน

การเรียน ความรบั ผิดชอบในการ
ทำแบบฝก ทกั ษะ

บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นกั เรียนจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคการเรียนรู.....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไมผ า นจดุ ประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรียนทีม่ คี วามสามรถพเิ ศษ/นักเรียนพิการไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรยี นมีความรูความเขาใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นกั เรียนมีความรเู กิดทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรียนมีเจตคติ คา นยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วันท…่ี ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..


Click to View FlipBook Version