แผนพัฒนาการศกึ ษา พ.ศ.2566-2570 จงั หวดั เลย
เอกสารลาดับที่ 5/2566
กล่มุ นโยบายและแผน
สานกั งานศึกษาธกิ ารจังหวัดเลย
สานกั ปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร
กระทรวงศกึ ษาธิการ
แผนพฒั นาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
คำนำ
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570) จัดทำข้ึนเพ่ือใช้เป็นกรอบทิศทางหรือ
กลไกในการดำเนินงานในห้วงระยะเวลา 5 ปี ที่ชัดเจน สามารถขับเคล่ือนการดำเนินงานและมุ่งเน้นการ
ดำเนินงานภาพรวมของหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดเลยให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและ
เกิดประสิทธิผล รวมท้ังใช้เป็นกรอบแนวทางในการกำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงาน
การศึกษาในจงั หวดั เลย
สำนักงานศึกษาธิการจงั หวดั เลย ได้จัดทำแผนพฒั นาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
โดยใช้กระบวนการมสี ่วนรว่ มของหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดเลย ทั้งการสร้างการรบั รู้ ความเข้าใจ การยอมรับ
จนถึงการจัดทำแผน ที่สอดรับกับบทบาทภารกิจของหน่วยงานการศึกษา และสอดคล้องกับแผน 3 ระดับ
ตามนัยยะของมติคณ ะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี 4 ธันวาคม 2560 คือ แผนระดับที่ 1 ยุทธศาสตร์ชาติ
(พ.ศ. 2561 – 2580) แผนระดบั ที่ 2 แผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติ กรอบร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) แผนการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา
นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายรัฐบาล นอกจากน้ียังต้องสอดคล้องกับแนวทาง
ตามแผนพัฒนาการศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน1 (พ.ศ. 2566 – 2570) ของสำนักงานศึกษาธิการ
ภาค10 ซึ่งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเลยเสนอแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ต่อที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดเลย (กศจ.) พิจารณาอนุมัติและให้ความเห็นชอบ เม่ือวันท่ี 30
เดือน พ.ศ. สงิ หาคม 2565 โดยมีสาระสำคญั ประกอบด้วย
บทสรุปผบู้ ริหาร
สว่ นที่ 1 บทนำ
สว่ นที่ 2 บริบทที่เก่ียวข้องกบั การจัดทำแผนพัฒนาการศกึ ษาจงั หวัดเลย
(พ.ศ. 2566 – 2570) ความสอดคล้องกบั แผน 3 ระดับ
สว่ นท่ี 3 สภาวการณด์ า้ นการศกึ ษาจังหวัดเลย
สว่ นที่ 4 สาระสำคัญของแผนพฒั นาการศึกษาจังหวดั เลย พ.ศ. 2566 – 2570)
ส่วนท่ี 5 การนำแผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570) สู่การปฏบิ ัติ
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเลย ขอขอบคุณหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดเลย ผู้ทรงคุณวุฒิ
และผู้มีส่วนเก่ียวข้องท่ีให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีย่ิงในการจัดทำ แผนพัฒนาการศึกษา จังหวัดเลย
(พ.ศ. 2566 – 2570) ฉบับน้ี ให้แล้วเสร็จ และหวังเป็นอย่างย่ิงว่าหน่วยงานการศึกษาและหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง
จะนำไปใช้เป็นกรอบแนวทางการพฒั นาการศึกษาในจงั หวดั เลยต่อไป
สำนกั งานศึกษาธิการจังหวัดเลย
ก
แผนพฒั นาการศกึ ษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
บทสรุปผบู้ ริหาร
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570) จัดทำข้ึนสืบเน่ืองจากคำส่ังหัวหน้าคณะ
รักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ
ลงวันท่ี 3 เมษายน พุทธศักราช 2560 กำหนดให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค จำนวน 18 ภาค และสำนักงาน
ศึกษาธิการจังหวัด 77 จังหวัด สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย
หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562
ให้ส่วนราชการจัดทำแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการน้ัน โดยจัดทำเป็นแผน5 ปี ซึ่งต้องสอดคล้องกับ
ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ นโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภาและแผนอื่น ๆ ที่เก่ียวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานขององค์กร
บรรลุผลตามเป้าหมาย และการบริหารงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจำแนกแผนออกเป็น 3 ระดับ
ประกอบด้วย แผนระดับท่ี 1 ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศ ใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ
ให้สอดคล้องและบูรณาการกันกับ แผนระดับท่ี 2 อาทิ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ
สงั คมแหง่ ชาติ แผนการปฏริ ูปประเทศดา้ นต่าง ๆ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความม่ันคงแห่งชาติ
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเลย เป็นหน่วยงานในสังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการ ปฏิบัติภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการเก่ียวกับการบริหารและการจัดการศึกษาตามที่กฎหมาย
กำหนดการปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าท่ี นโยบาย และยุทธศาสตร์ของส่วนราชการต่าง ๆ ท่ีมอบหมายและ
ใหม้ อี ำนาจหน้าที่ในเขตจังหวัด ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) รับผิดชอบงานธุรการของ กศจ. อกศจ. คณะอนุกรรมการบริหารราชการเชิงยุทธศาสตร์
คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา คณะอนุกรรมการและคณะทำงาน รวมทั้งปฏิบัติงานราชการ
ท่ีเป็นไปตามอำนาจและหน้าท่ีของ กศจ. และตามที่ กศจ.มอบหมาย
(2) จัดทำแผนพฒั นาการศึกษาและแผนปฏบิ ัติการ
(3) ส่ังการ กำกับ ดูแล เร่งรัด ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือ
หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ
(4) จัดระบบ ส่งเสริม และประสานงานเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัล
เพ่ือการศึกษา
(5) ส่งเสรมิ และสนบั สนนุ การศึกษาเพื่อคนพิการ ผูด้ ้อยโอกาส และผมู้ ีความสามารถพเิ ศษ
(6) ดำเนนิ งานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(7) ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการเก่ียวกับงานด้านวิชาการ การนิเทศ และแนะแนวการศึกษา
ทุกระดบั และทุกประเภท รวมทั้งตดิ ตามและประเมินผลระบบริหารและการจดั การศึกษา
(8) ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน และการบัญชีของส่วนราชการหรือ
หนว่ ยงานและสถานศึกษาในสงั กดั กระทรวงศึกษาธิการ
ข
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
(9) สง่ เสรมิ และประสานงานการศาสนา ศิลปวฒั นธรรม และการกีฬาเพ่ือการศึกษา
(10) สง่ เสริม สนบั สนนุ และดำเนนิ การเก่ียวกบั การจัดการศึกษาเอกชน
(11) ปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการหรือตามท่ีได้รับมอบหมาย รวมท้ังปฏิบัติ
ภารกิจเก่ียวกับราชการประจำทว่ั ไปของกระทรวงศึกษาธกิ าร และประสานงานต่าง ๆ ในจังหวดั
ดังน้ัน เพ่ือให้การปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเลย ซึ่งรับผิดชอบดำเนินการ
ในพื้นท่ีจังหวัดเลย ในการกำหนดกรอบนโยบายและวางระบบในการบริหารงานด้านการพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย
แบบบูรณาการ ให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาจังหวัด นโยบายและยุทธศาสตร์ของ
กระทรวงศึกษาธิการ และยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัดในระดับภาค โดยการศึกษา วิเคราะห์ความสอดคล้อง
เชื่อมโยงกับแผนระดับที่ 1 แผนระดับที่ 2 และแผนระดับท่ี 3 ตามหลักการความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล (XYZ)
ซึ่งแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ.2566 – 2570) จัดทำขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบในการกำหนดทิศทางและเป้าหมาย
ในการปฏิบัติราชการของหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดเลยให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีเอกภาพ บรรลุวิสัยทัศน์
ท่ีกำหนดรว่ มกัน โดยมสี าระสำคัญสรุปได้ดังน้ี
วิสัยทัศน์ (Vision)
“จงั หวดั เลยจัดการศกึ ษาอย่างมีคุณภาพ และภมู ิใจในความเป็นไทเลย”
พันธกิจ (Mission)
1) สง่ เสริมการจัดการศกึ ษาทกุ ระดับเพือ่ ความมัน่ คงของสังคมและประเทศชาติ
2) เสรมิ สร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนอย่างทัว่ ถึง
3) ส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานการศึกษา สถานศึกษาของรัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
จัดการศึกษาให้ประชากรวัยเรียน ได้รับการพัฒนาตามพหุปัญญา มีทักษะแห่งศตวรรษที่21 โดยน้อมนำหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นพ้ืนฐานในการดำรงชวี ติ
4) สง่ เสรมิ การจดั การศึกษาทุกระดับเพ่ือให้ผู้เรยี นเกดิ ความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทเลย
5) สง่ เสรมิ และพฒั นาหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ เพือ่ สร้างคุณภาพชีวิตเปน็ มติ รกบั
สิ่งแวดล้อม
6) การพัฒนาประสทิ ธิภาพของระบบบริหารการศึกษา
ประเด็นยุทธศาสตร์ (Strategic Issues)
1) การจดั การศึกษาเพ่ือความมน่ั คงของสังคมและประเทศชาติ
2) การผลิตและพฒั นากำลงั คน การวิจยั และนวัตกรรมเพื่อสร้างขดี ความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศ
3) การพัฒนาศักยภาพคนทกุ ช่วงวัย
ค
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและความเท่าเทียม มีการจัดการศึกษาทุกระดับเพ่ือใหผ้ ู้เรียนเกิดความ
ภาคภมู ใิ จในความเป็นคนไทเลย
5) การสง่ เสริมและพัฒนาหลักสูตรกระบวนการเรยี นรู้ แหลง่ เรียนรู้ เพื่อสรา้ งคุณภาพชีวติ เป็นมิตรกับ
สงิ่ แวดล้อม
6) การพัฒนาประสทิ ธิภาพของระบบบริหารจดั การศึกษา
เป้าประสงค์ (Goals)
1) ผูเ้ รยี นได้รับการศกึ ษาเพ่ือให้สังคมและประเทศชาติมั่นคง
2) ผเู้ รียนไดร้ ับโอกาสทางการศกึ ษาท่มี คี ณุ ภาพอย่างท่วั ถงึ และเสมอภาคดว้ ยรปู แบบท่ีหลากหลาย
3) ผเู้ รียนมคี ณุ ภาพ ทกั ษะ และสมรรถนะการเรยี นรู้ที่จำเป็นในศตวรรษท่ี 21
4) ผู้เรียนในจงั หวัดเลย มีความภาคภูมใิ จในความเปน็ คนไทเลย
5) ผู้เรยี นมสี ภาพแวดลอ้ มทดี่ ีและเหมาะสม มีแหลง่ เรียนรู้ทเ่ี ป็นมิตรกบั สิ่งแวดลอ้ มในสถานศึกษา
6) ระบบบรหิ ารจดั การการศึกษามีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาลโดยการมสี ่วนรว่ มจากทุกภาค
ตัวชวี้ ดั และคา่ เป้าหมาย
ประเดน็ ยุทธศาสตร์ ท่ี 1 การจัดการศึกษาเพ่ือความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ
1) เป้าหมาย
ผู้ เรี ย น ได้ รั บ ก า ร พั ฒ น า แ ล ะป ลู ก จิ ต ส ำ นึ ก ที่ ถู ก ต้ อ ง เก่ี ย ว กั บ ค ว า ม มั่ น ค ง แ ล ะ รู้ เท่ า ทั น
การเปลย่ี นแปลงรปู แบบใหม่
2) ตวั ชว้ี ัด คา่ เปา้ หมาย แหล่งข้อมลู
ท่ี ตวั ช้ีวดั ค่าเป้าหมาย (ร้อยละ) หน่วยงาน
2566 2567 2568 2569 2570
1 รอ้ ยละของสถานศึกษาทจ่ี ัดการเรียนรู้ 100 100 100 100 100 ศธจ. สพป. อว.
เพอื่ เสรมิ สรา้ งความรู้ความเข้าใจและ สพม. กศน. สช.
สร้างจติ สำนึกทถ่ี ูกต้องเก่ียวกับสถาบัน อศจ. พศ. อปท.
หลักของชาติ ยึดม่นั ในการปกครอง ศกศ.
ระบอบประชาธิปไตยอนั มี
พระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุข
2 รอ้ ยละของผ้เู รียนทเ่ี ขา้ ร่วมกิจกรรม 80 82 84 86 88 ศธจ. สพป. อว.
ทส่ี ่งเสริมสนับสนนุ ในการสรา้ งภูมคิ มุ้ กัน สพม. กศน. สช.
พร้อมรับมือกับการเปลีย่ นแปลงและ อศจ. พศ. อปท.
ภัยคกุ คามรปู แบบใหม่ในทุกรูปแบบ ศกศ.
ยาเสพติด ภยั ไซเบอร์ ภัยพบิ ัติธรรมชาติ
โรคอุบตั ใิ หม่
ง
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
3) แนวทางการพฒั นา
(3.1) ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพ่ือเสริมสร้างความจงรักภักดี
ต่อสถาบันหลักของชาติ และการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข
(3.2) ส่งเสริมและสนับสนุนการจดั การศึกษาเพอื่ ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยคุกคาม
รูปแบบใหม่ (ยาเสพตดิ การค้ามนุษย์ ภัยจากไซเบอร์ ภัยพิบัตจิ ากธรรมชาติ โรคอุบตั ใิ หม่ ฯลฯ)
4) แผนงาน/โครงการ สำคญั
(4.1) โครงการ ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพ่ือเสริมสร้างความจงรักภักดี
ต่อสถาบันหลักของชาติ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข
(4.2) โครงการ สง่ เสริมและสนับสนุนการจัดการเรยี นการสอนเก่ยี วกบั ภยั คกุ คามรูปแบบใหม่
ประเด็นยทุ ธศาสตร์ ที่ 2 การผลิตและพัฒนากำลังคน การวจิ ัย และนวตั กรรมเพ่ือสร้างขีดความสามารถ
ในการแข่งขันของประเทศ
1) เป้าหมาย
1.1) กำลังคนมีทักษะ สมรรถนะ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและ
การพฒั นาประเทศ
1.2) ผลงานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี องค์ความรู้ และส่ิงประดิษฐ์ สามารถนำไปใช้
ประโยชน์หรือตอ่ ยอดเชิงพาณิชย์
1.3) ยกระดบั คุณภาพการศกึ ษาและสร้างเสรมิ โอกาสในการเขา้ ถงึ บริการการศึกษา การ
พัฒนาทักษะ การสรา้ งอาชีพ และการใชช้ ีวิตในสังคมพหุปัญญา
2) ตัวช้วี ัด คา่ เปา้ หมาย แหล่งขอ้ มลู
ที่ ตวั ช้ีวดั ค่าเป้าหมาย (ร้อยละ) หน่วยงาน
2566 2567 2568 2569 2570
3 รอ้ ยละของหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชพี เพม่ิ ข้ึน เพิ่มขนึ้ เพ่ิมข้ึน เพม่ิ ขึน้ เพิม่ ขน้ึ อว. สพม. กศน. สช.
รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ ร้อยละ ร้อยละ
ระยะส้ันทต่ี อบสนองต่อการพัฒนากำลงั คน อศจ. อปท.
10 10 10 10 10
4 รอ้ ยละของผ้เู รียนที่ไดร้ ับการพฒั นาทกั ษะ 82 84 86 88 90 อว. สพม. กศน. สช.
อาชพี เพื่อการมีงานทำหรือนำไปประกอบ อศจ. อปท.
อาชีพในท้องถน่ิ ทส่ี อดคล้องกับความ
ตอ้ งการของตลาดแรงงานในพ้นื ที่
5 สดั ส่วนผูเ้ รียนระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย 30:70 35:65 40:60 45:55 50:50 ศธจ. สพป. อว.
สายอาชีวศึกษา (ปวช.) : สายสามัญศึกษา สพม. กศน. สช.
อศจ. พศ. อปท.
6 ร้อยละของผลงานวิจยั นวตั กรรม 80 82 84 86 88 ศธจ. สพป. อว.
เทคโนโลยี องคค์ วามรู้ และส่ิงประดษิ ฐ์ สพม. กศน. สช.
ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ หรือต่อยอด อศจ. พศ. อปท.
จ
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
3) แนวทางการพฒั นา
(3.1) ผลติ และพัฒนากำลงั คนให้มีทกั ษะ สมรรถนะตรงตามความต้องการของ
ตลาดแรงงานและการพัฒนาจงั หวัดเพอื่ การมีงานทำหรือนำไปประกอบอาชีพในท้องถนิ่ ท่ีสอดคล้องกับความ
ต้องการของตลาดแรงงานในพื้นท่ี
(3.2) สง่ เสริม สนับสนนุ และพัฒนาการวิจยั นวัตกรรม เทคโนโลยี องค์ความรู้ และ
สงิ่ ประดษิ ฐเ์ พอื่ สนับสนุนการพฒั นาจังหวัด
4) แผนงาน/โครงการ สำคญั
(4.1) โครงการ ขับเคลื่อนการผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีทักษะและสมรรถนะตรงตามความต้องการของ
ตลาดงานและเป้าหมายการพัฒนาจังหวดั เพอ่ื การมงี านทำหรือนำไปประกอบอาชพี ในท้องถน่ิ ทส่ี อดคล้องกบั ความ
ต้องการของตลาดแรงงานในพ้นื ท่ี
(4.2) โครงการ สง่ เสรมิ และสนับสนนุ การวจิ ัย สิ่งประดษิ ฐ์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
(4.3) โครงการ พฒั นาและส่งเสริมการจดั การศึกษาเพือ่ สง่ เสริมทกั ษะอาชีพแก่ผเู้ รียน
ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 3 การพฒั นาศักยภาพคนทกุ ชว่ งวัย
1) เป้าหมาย
1.1) ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษาและการเรียนรู้ท่ีมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา
ของชาติ และมาตรฐานสากล
1.2) ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติและมีทักษะ
ทจ่ี ำเปน็ ในศตวรรษท่ี 21
1.3) ครแู ละบุคลากรทางการศึกษามคี ุณภาพตามมาตรฐานวชิ าชีพ มจี ิตวิญญาณความเป็นครู
มีสมรรถนะสงู สอดคลอ้ งกับการจดั การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพ่อื ใหส้ ามารถปฏิบัติหนา้ ท่ไี ด้อย่างมีประสิทธภิ าพ
2) ตวั ชีว้ ดั คา่ เป้าหมาย แหล่งข้อมูล
ท่ี ตวั ชว้ี ัด ค่าเปา้ หมาย (ร้อยละ) หน่วยงาน
2566 2567 2568 2569 2570
7 ร้อยละของเด็กในวัยเรยี น ชั้น ป.3 ที่มี 60 62 64 66 68 สพป. สช. อปท.
ทกั ษะการอ่านและการคำนวณขนั้ พนื้ ฐาน
8 คะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง เพิ่มขึ้น เพมิ่ ข้นึ เพมิ่ ขึ้น เพิ่มขน้ึ เพมิ่ ขึน้ สพป. กศน.
การศกึ ษาระดบั ชาติขัน้ พน้ื ฐาน (O-NET) รอ้ ยละ รอ้ ยละ ร้อยละ รอ้ ยละ ร้อยละ สช. อปท.
ระดบั ป.6 33333
9 คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทาง เพม่ิ ขึ้น เพิม่ ข้นึ เพมิ่ ขึน้ เพ่ิมขนึ้ เพิ่มขึน้ สพป. สพม.
การศกึ ษาระดับชาตขิ ั้นพนื้ ฐาน (O-NET) รอ้ ยละ รอ้ ยละ ร้อยละ รอ้ ยละ ร้อยละ กศน. สช. อปท.
ระดับ ม.3 3 3 3 3 3 พศ.
ฉ
แผนพฒั นาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ที่ ตวั ชวี้ ัด คา่ เปา้ หมาย (ร้อยละ) หน่วยงาน
2566 2567 2568 2569 2570
10 คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบทาง เพม่ิ ขนึ้ เพ่ิมข้ึน เพม่ิ ข้ึน เพิ่มขึ้น เพ่มิ ขึ้น อศจ.
การศกึ ษาระดับชาตขิ ั้นพ้ืนฐาน (V-NET) ร้อยละ รอ้ ยละ ร้อยละ รอ้ ยละ ร้อยละ
33333
11 คะแนนเฉล่ียผลการทดสอบทาง เพม่ิ ขึ้น เพม่ิ ขนึ้ เพมิ่ ขึน้ เพม่ิ ขึน้ เพม่ิ ข้ึน พศ.
การศึกษาระดบั ชาติขนั้ พนื้ ฐาน (B-NET) ร้อยละ ร้อยละ ร้อยละ ร้อยละ รอ้ ยละ
33333
12 คะแนนเฉลย่ี ผลการทดสอบทาง เพ่ิมขึ้น เพ่ิมขน้ึ เพม่ิ ขึ้น เพิ่มขน้ึ เพมิ่ ขึ้น กศน.
การศกึ ษาระดบั ชาติขัน้ พ้นื ฐาน (N-NET) ร้อยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ รอ้ ยละ ร้อยละ
33333
13 อัตราการสำเร็จการศึกษาระดับ 100 100 100 100 100 ศธจ. สพป. อว.
ประถมศกึ ษา มัธยมศึกษาตอนต้น สพม. กศน. สช.
อศจ. พศ. อปท.
14 อตั ราการสำเร็จการศึกษาระดับ 80 80 80 80 80 สพม. อปท.
มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ปวช. และ ปวส. อศจ. พศ. สช.
15 ครผู สู้ อนทมี่ ีคุณวุฒิเหมาะสมในการจดั ศธจ. สพป. อว.
การศึกษาพ้ืนฐาน จำแนกตามระดับ สพม. กศน. สช.
การศึกษา อศจ. พศ. อปท.
(1) ก่อนประถมศึกษา 82 84 86 88 90
(2) ประถมศึกษา 82 84 86 88 90
(3) มธั ยมศึกษาตอนตน้ 92 94 96 98 100
(4) มัธยมศึกษาตอนปลาย 92 94 96 98 100
3) แนวทางการพัฒนา
(3.1) พฒั นาและยกระดบั คณุ ภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษา
(3.2) พฒั นาผู้เรียนทุกชว่ งวัยใหม้ คี วามรู้ และทกั ษะท่จี ำเป็นในศตวรรษที่ 21 และ
พฒั นาศักยภาพตามพหปุ ญั ญา
(3.3) พฒั นาครูและบุคลากรทางการศกึ ษา
4) แผนงาน/โครงการ สำคัญ
(4.1) โครงการ พัฒนามาตรฐาน หลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนรู้ การใช้รูปแบบ
ดิจทิ ลั เพอ่ื การศกึ ษา การวัดและประเมินผล
(4.2) โครงการ พฒั นาระบบประกันคุณภาพการศกึ ษา
ช
แผนพฒั นาการศกึ ษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
(4.3) โครงการ พัฒนาผู้เรียนทุกช่วงวัยให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และทักษะ
ทจี่ ำเปน็ ในศตวรรษที่ 21
(4.4) โครงการ ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนท่ีมีความสามารถพิเศษและเป็นเลิศ
เฉพาะดา้ น
(4.5) โครงการ พฒั นาศักยภาพครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
ประเด็นยทุ ธศาสตร์ ที่ 4 การสร้างโอกาสความเสมอภาคและความเทา่ เทียม มีการจัดการศกึ ษาทุกระดบั เพ่ือให้
ผเู้ รยี นเกิดความภมู ใิ จในความเป็นไทเลย
1) เป้าหมาย
1.1) ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับโอกาสเข้าถึงบริการทางการศึกษาท่ีมีคุณภาพอย่างทั่วถึง เสมอ
ภาคและเหมาะสมกบั ชว่ งวัย
1.2) หน่วยงานทางการศึกษา มีการจัดการศึกษาส่งเสริมอาชีพ วัฒนธรรม ประเพณี เพ่ือให้
ผูเ้ รียนเห็นคุณคา่ และภูมใิ จในความเปน็ ไทเลย
2) ตวั ช้วี ดั ค่าเป้าหมาย แหลง่ ข้อมลู
ท่ี ตวั ชี้วดั คา่ เปา้ หมาย (ร้อยละ) หน่วยงาน
2566 2567 2568 2569 2570
16 อตั ราการเข้าเรยี นปฐมวัย (อย่างนอ้ ย 1 94 95 96 97 98 สพป. สช. อปท.
ปี ก่อนถึงเกณฑ์อายเุ ข้าเรียน
ประถมศกึ ษา)
17 อัตราการเขา้ เรียนต่อใน 60 62 64 66 68 สพป. สพม. อศจ.
ระดับอุดมศึกษา กศน. สช. อปท.
18 จำนวนนักเรียนทเ่ี ป็นผ้พู ิการ 80 82 84 86 88
ผู้ด้อยโอกาสไดร้ ับโอกาสในการเขา้ ถงึ
บริการทางการศึกษาและการพฒั นา
สมรรถภาพหรือบริการทางการศึกษา
ทเ่ี หมาะสมตามความต้องการจำเป็น
19 ร้อยละของเด็กอายุต่ำกวา่ 5 ปี 100 100 100 100 100 ศธจ. สพป.
ทมี่ ีพฒั นาการทางด้านสขุ ภาพ การ สช. อปท.
เรียนรู้ และพฒั นาการทางบุคลกิ ภาพ
ตามวยั
ซ
แผนพฒั นาการศกึ ษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ที่ ตัวช้ีวดั ค่าเป้าหมาย (ร้อยละ) หนว่ ยงาน
20 รอ้ ยละของหน่วยงานทางการศกึ ษา
100 100 100 100 100 สพป. สพม. พม. กศน.
มีการจดั การศกึ ษาส่งเสรมิ อาชีพ
วฒั นธรรม ประเพณใี นท้องถ่ินเพื่อให้ สช. อปท.
ผูเ้ รยี นไดเ้ หน็ คณุ คา่ และมคี วาม
ภาคภมู ใิ จในความเป็นคนไทเลย
3) แนวทางการพัฒนา
(3.1) เพม่ิ โอกาสในการเข้าถงึ การศกึ ษาและการเรียนรู้อยา่ งเท่าเทยี มและเสมอภาค
(3.2) พัฒนาเทคโนโลยดี ิจทิ ัลเพื่อการศึกษาสำหรบั คนทุกช่วงวยั
(3.3) พัฒนาแหลง่ เรยี นรู้ให้มีคณุ ภาพ และตอบสนองความต้องการของผู้ใชบ้ ริการ
(3.4) หนว่ ยงานทางการศกึ ษามีการส่งเสริมการจดั การศึกษาสง่ เสรมิ อาชพี วัฒนธรรม
ประเพณใี นท้องถนิ่ เพื่อให้ผเู้ รียนได้เหน็ คุณค่าและมีความภาคภูมใิ จในความเปน็ คนไทเลย
4) แผนงาน/โครงการ สำคญั
(4.1) โครงการ ส่งเสริมและสร้างโอกาสให้ผู้เรียนทุกกลุ่มและทุกช่วงวัยในการเข้าถึง
บริการการศกึ ษาทมี่ คี ุณภาพ เหมาะสมกบั ความต้องการทห่ี ลากหลาย
(4.2) โครงการ พฒั นาแหล่งเรยี นรู้ท่เี ออื้ ต่อการเรียนรตู้ ลอดชวี ิตอย่างมคี ุณภาพ
(4.3) โครงการสง่ เสริมอาชพี /โครงการเขา้ รว่ มวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น
ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 5 การส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตรกระบวนการเรยี นรู้ แหล่งเรียนรู้ เพ่ือสร้างคุณภาพ
ชวี ติ เปน็ มิตรกับสง่ิ แวดล้อม
1) เปา้ หมาย
ผู้เรยี นมีสภาพแวดล้อมทีด่ ีและเหมาะสม มีแหล่งเรยี นรู้ท่เี ปน็ มิตรกับสิ่งแวดลอ้ มในสถานศึกษา
2) ตวั ช้ีวัด ค่าเป้าหมาย แหล่งข้อมลู
ที่ ตัวช้ีวดั ค่าเป้าหมาย (ร้อยละ) 2569 2570 หน่วยงาน
2566 2567 2568
21 ร้อยละของหนว่ ยงานและสถานศึกษามี 100 100 100 100 100 ศธจ. สพป. อว.
การสร้างและพฒั นาแหล่งเรยี นรู้ภายใน สพม. กศน. สช.
กลมุ่ และใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้ อศจ. พศ. อปท.
ทงั้ ภายในและภายนอกกลุ่มพัฒนาการ
เรียนรู้ของบุคลากรรวมท้งั ผู้ที่เกีย่ วขอ้ ง
3) แนวทางการพฒั นา
(3.1) พัฒนาสิ่งแวดล้อมและแหล่งเรียนรู้ในหนว่ ยงานและภายในสถานศึกษาใหม้ คี ุณภาพ และ
ตอบสนองความต้องการของผใู้ ชบ้ ริการ
ฌ
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
4) แผนงาน/โครงการ สำคัญ
(4.1) โครงการ ส่งเสริมและพัฒนาส่ิงแวดล้อมแหล่งเรียนรู้ สร้างโอกาสให้ผู้เรียนทุกกลุ่มและทุก
ช่วงวัยในการเข้าถงึ บริการการท่มี คี ุณภาพ เหมาะสมกบั ความตอ้ งการทหี่ ลากหลายและเปน็ มิตรกับสงิ่ แวดล้อม
ประเด็นยุทธศาสตร์ ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา
1) เปา้ หมาย
ระบบบริหารจดั การศกึ ษามีประสิทธิภาพตามหลักธรรมภิบาล ทนั สมัย สนับสนุนการจัดการศึกษา
ทห่ี ลากหลายตอบสนองความต้องการของผู้เรยี นและการพัฒนาประเทศ
2) ตวั ชี้วัด คา่ เป้าหมาย แหล่งข้อมูล
ที่ ตัวช้วี ดั คา่ เป้าหมาย (ร้อยละ) หนว่ ยงาน
2566 2567 2568 2569 2570
22 สดั สว่ นของเยาวชน/ผู้ใหญ่ทมี่ ีทกั ษะ ศธจ. สพป. อว.
ทางดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศและ สพม. กศน. สช.
การสื่อสาร จำแนกตามประเภททกั ษะ อจศ. พศ. อปท.
- ทกั ษะการใชง้ านคอมพวิ เตอร์ 80 85 90 95 100 ศกศ.
- ทกั ษะการใชง้ านอนิ เทอร์เน็ต 80 85 90 95 100
23 ร้อยละของครแู ละบุคลากรทางการ 80 85 90 95 100 ศธจ. สพป. อว.
ศึกษาทุกระดบั และประเภทการศึกษา สพม. กศน. สช.
ไดร้ บั การส่งเสริมและพัฒนาตาม อศจ. พศ. อปท.
มาตรฐานวิชาชีพ เพ่ือให้สามารถปฏิบตั ิ ศกศ. พมจ.
หนา้ ทีไ่ ด้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
3) แนวทางการพัฒนา
(3.1) พัฒนาระบบบริหารจัดการศกึ ษาและองคก์ รตามหลักธรรมภบิ าล
(3.2) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคสว่ นในการจดั การศึกษา
(3.3) พัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศึกษ
4) แผนงาน/โครงการ สำคัญ
(4.1) โครงการ พัฒนาระบบฐานขอ้ มลู ด้านการศึกษา
(4.2) โครงการ พฒั นาระบบการบรหิ ารและพัฒนาทรพั ยากรบคุ คล
(4.3) โครงการ พัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพอื่ การศึกษา
(4.4) โครงการ เพมิ่ ประสิทธิภาพระบบบรหิ ารจัดการศกึ ษา
ญ
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ฎ
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
สารบัญ
หน้า
คำนำ ก
บทสรุปผู้บริหาร ข
สารบญั ญ
สว่ นที่ 1 บทนำ 1
2
1. ข้อมูลพนื้ ฐาน 6
2. ข้อมลู ทว่ั ไปของจังหวัดเลย 12
3. ภาวะเศรษฐกิจการคลงั ของจงั หวดั 16
4. ขอ้ มลู ด้านสาธารณสุข 18
สว่ นที่ 2 บริบทที่เกี่ยวข้องกบั การจดั ทำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัด (พ.ศ. 2566 – 2570)
ความสอดคล้องกับแผน 3 ระดบั 19
1. แผนระดับที่ 1 20
22
1.1 ยทุ ธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) 22
2. แผนระดับท่ี 2 30
38
2.1 แผนแมบ่ ทภายใต้ยุทธศาสตรช์ าติ 50
2.2 แผนการปฏิรปู ประเทศ 52
2.3 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 – 2570) 52
2.4 นโยบายและแผนระดับชาติว่าดว้ ยความมน่ั คงแห่งชาติ 53
3. แผนระดับท่ี 3 ท่ีเก่ียวข้อง 60
3.1 พระบรมราโชบายในหลวง รชั กาลท่ี 10 ดา้ นการศึกษา 62
3.2 นโยบายรฐั บาล (พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา นายกรัฐมนตร)ี 66
3.3 เปา้ หมายการพัฒนาพัฒนาท่ีย่ังยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) 68
3.4 แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. 2560 – 2579) 70
3.5 นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565 71
3.6 แผนพฒั นาการอาชวี ศกึ ษา พ.ศ. 2560 – 2579
3.7 แผนพฒั นาการศกึ ษาท้องถิ่น พ.ศ. 2561 – 2565 72
3.8 แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ของสำนกั งาน กศน. 76
(พ.ศ. 2560 – 2579)
3.9 แผนพัฒนาการศกึ ษาภาคตะวันออกเฉยี งเหนือตอนบน1 พ.ศ. 2566 – 2570
3.10 แผนพฒั นาจังหวัดเลย
ญ
แผนพัฒนาการศึกษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
สารบัญ (ต่อ)
หน้า
3.11 แผนยุทธศาสตร์การพฒั นาการศึกษาของ สำนักงานศึกษาธกิ ารภาค 10 77
3.12 นโยบายและจุดเน้นการจดั การศึกษากระทรวงศกึ ษาธิการ ปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 78
3.13 แผนปฏบิ ตั ิราชการระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566-2570 81
ของสำนักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ
3.14 การวิเคราะห์สภาพองค์กรทางการศกึ ษา (SWOT Analysis) 84
ส่วนที่ 3 สภาวการณ์ด้านการศึกษาจงั หวดั เลย 96
1. ขอ้ มูลพ้ืนฐานดา้ นการศกึ ษา 96
2. ขอ้ มลู สารสนเทศดา้ นการศกึ ษา 97
3. คุณภาพการศึกษา 103
4. ดัชนีทางการศึกษา 116
ส่วนที่ 4 สาระสำคัญของแผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570) 125
1. วิสยั ทัศน์ 125
2. พนั ธกิจ 125
3. ค่านิยมองค์กร 125
4. ประเด็นยุทธศาสตร์ 126
5. เป้าประสงค์ 126
6. ตวั ชีว้ ัด และคา่ เป้าหมาย 126
7. แผนผังความเชือ่ มโยงแผน 3 ระดับของประเทศ สูแ่ ผนพฒั นาการศึกษา 135
จงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
8. แผนผังสาระสำคัญของแผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570) 136
ส่วนท่ี 5 การนำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570) สูก่ ารปฏิบัติ 137
1. กลไกการขบั เคลือ่ นแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570) สกู่ ารปฏิบัติ 137
2. แนวทางในการขบั เคลื่อนแผนพฒั นาการศกึ ษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570) 139
3. การติดตามและประเมนิ ผล 140
ภาคผนวก 141
- คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี 19/2560
เร่อื ง การปฏริ ูปการศกึ ษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ
- คำสงั่ คณะกรรมการศึกษาธกิ ารจังหวัดเลย ท่ี 2/2564
เรือ่ ง แตง่ ตั้งคณะทำงานจัดทำแผนพฒั นาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
- คณะผ้จู ดั ทำ
ฎ
แผนพฒั นาการศึกษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
สารบัญแผนภาพ หน้า
3
ภาพประกอบท่ี 3
1 แผนท่ีจังหวดั เลย 13
2 สัญลกั ษณ์ประจำจงั หวดั
3 แผนภมู ิ อัตราการเปลีย่ นแปลงมลู คาผลติ ภัณฑมวลรวมจังหวัดเลย 14
ทสี่ าํ คัญ 5 อนั ดับแรก ป 2559r – 2563p 15
4 แผนภูมิ โครงสร้างประชากรจังหวดั เลยไตรมาส 4 ปี 2564 17
5 แผนภาพแสดง สถานการณ์แรงงานจงั หวัดเลย 39
6 แสดงสถานการณโ์ รคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019 จงั หวัดเลย
7 แผนภาพ องค์ประกอบหลักของการขับเคล่ือนประเทศสู่ “เศรษฐกิจสร้างคุณค่า 50
สังคมเดนิ หน้าอยา่ งย่ังยืน” (Hi-Value and Sustainable Thailand) 61
8 แผนภาพกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 3 (พ.ศ. 2566 – 2570) 62
9 แผนภาพเปา้ หมายการพฒั นาทย่ี งั่ ยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) 103
10 กรอบแนวคิดแผนการศึกษาแหง่ ชาติ
11 แสดงคะแนนเฉลย่ี ผลการสอบ O-NET ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา 2564 106
จำแนกตามสงั กัด
12 แสดงคะแนนเฉลีย่ ผลการสอบ O-NET ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3 ปีการศึกษา 2564 108
จำแนกตามสังกัด
13 แสดงคะแนนเฉลย่ี ผลการสอบ O-NET ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2564 111
จำแนกตามสงั กัด
14 แสดงการเปรยี บเทียบคา่ เฉลี่ยผลการทดสอบ N-NET ระดับประถมศกึ ษา 112
ปีการศึกษา 2563-2564
15 แสดงการเปรยี บเทียบคา่ เฉล่ียผลการทดสอบ N-NET ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น 114
ปีการศกึ ษา 2563-2564
16 แสดงการเปรียบเทยี บค่าเฉลี่ยผลการทดสอบ N-NET ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ปีการศึกษา 2563-2564
ฏ
แผนพฒั นาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
สารบัญตาราง
ตารางที่ จำนวนประชากรและบ้าน ประจำปี พ.ศ. 2564 จำแนกรายอำเภอ หน้า
1 รายละเอียดองค์ประกอบ และหมุดหมาย 11
2 รายละเอียดหมุดหมายและขอบเขต 40
3 จำนวนสถานศึกษาและจำนวนนักเรยี น/นักศึกษาในจงั หวัดเลย จำแนกตามสังกัด 41
4 ปกี ารศึกษา 2564 97
จำนวนสถานศกึ ษาท้งั กระทรวงศกึ ษาธิการและกระทรวงอ่ืน ๆ จำแนกตามระดบั
5 การจดั การศึกษา/สงั กดั ปีการศกึ ษา 2564 99
จำนวนห้องเรียนในกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงอ่ืนๆ ปกี ารศกึ ษา 2564
6 จำแนกตามสงั กดั /ประเภทการจัดการศึกษา 100
จำนวนหอ้ งเรยี นในกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงอื่น ๆ ปีการศกึ ษา 2564
7 จำแนกตามระดบั ชั้น/สงั กัด 101
จำนวนนกั เรียน/นกั ศึกษาในกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงอน่ื ๆ ปีการศึกษา 2564
8 จำแนกตามระดบั /ประเภทการจัดการศึกษา 102
แสดงคะแนนเฉลย่ี ผลการสอบ O-NET ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา 2564
9 จำแนกตามสังกดั 103
เปรียบเทียบผลการทดสอบการศึกษาแห่งชาติ O-NET ระดับช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6
10 จำแนกตามสังกัด ปีการศึกษา 2563 – 2564 104
เปรียบเทียบผลการทดสอบการศกึ ษาแห่งชาติ O-NET ระดับชั้น ประถมศึกษาปีท่ี 6
11 จำแนกตามสังกดั ปีการศกึ ษา 2563 – 2564 แยกรายวชิ า 104
แสดงคะแนนเฉลยี่ ผลการสอบ O-NET ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 ปกี ารศึกษา 2564
12 จำแนกตามสังกัด 105
เปรียบเทยี บผลการทดสอบการศึกษาแห่งชาติ O-NET ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3
13 จำแนกตามสังกัด ปกี ารศกึ ษา 2563 – 2564 106
เปรยี บเทยี บผลการทดสอบการศึกษาแห่งชาติ O-NET ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3
14 จำแนกตามสังกัด ปกี ารศกึ ษา 2563 – 2564 แยกรายวชิ า 107
แสดงคะแนนเฉลย่ี ผลการสอบ O-NET ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ปกี ารศึกษา 2564 จำแนกตามสงั กัด
15 เปรียบเทียบผลการทดสอบการศึกษาแห่งชาติ O-NET ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 108
16 จำแนกตามสงั กัด ปกี ารศกึ ษา 2563 – 2564 109
เปรยี บเทียบผลการทดสอบการศึกษาแหง่ ชาติ O-NET ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3
17 จำแนกตามสังกัด ปกี ารศกึ ษา 2563 – 2564 แยกรายวชิ า 109
ฐ
แผนพัฒนาการศกึ ษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
สารบญั ตาราง (ต่อ)
ตารางท่ี หนา้
18 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ดา้ นการศึกษานอกระบบโรงเรยี น (N-Net) จงั หวัดเลย 110
ระดบั ประถมศกึ ษา ปีการศึกษา 2563-2564 111
19 ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติ ดา้ นการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-Net) จังหวัดเลย 111
ระดบั ประถมศึกษาปีการศึกษา 2563-2564 112
113
20 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศกึ ษานอกระบบโรงเรยี น (N-Net) จังหวัดเลย
ระดับประถมศึกษา แยกรายวิชา 5 วชิ าปีการศึกษา 2563-2564 ระดับจงั หวดั /ระดบั ภาค/ 113
ระดบั ประเทศ 114
114
21 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ดา้ นการศกึ ษานอกระบบโรงเรยี น (N-Net) จังหวัดเลย
115
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ปีการศกึ ษา 2563-2564
22 ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติ ดา้ นการศกึ ษานอกระบบโรงเรยี น (N-Net) จงั หวัดเลย 115
ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น ม.3 แยกรายวชิ า 5 วชิ า ปกี ารศึกษา 2563-2564 ระดบั จงั หวัด/ 116
ระดบั ภาค/ระดบั ประเทศ 117
23 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ ด้านการศกึ ษานอกระบบโรงเรยี น (N-Net) จงั หวดั เลย
เฉลยี่ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ปกี ารศึกษา 2563-2564
25 ผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ ดา้ นการศกึ ษานอกระบบโรงเรยี น (N-Net) จงั หวัดเลย
เฉลย่ี ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย ปีการศึกษา 2563-2564
26 ผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-Net) จังหวดั เลย
ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย ม.6 แยกรายวชิ า 5 วชิ า ปีการศึกษา 2563-2564 ระดับจงั หวัด/
ระดับภาค/ระดบั ประเทศ
27 เปรยี บเทียบผลการทดสอบการศึกษาแห่งชาติ V- NET ของสถานศึกษา
ระดับอาชีวศึกษาจังหวัดเลย สงั กดั สำนกั งานคณะกรรมการอาชวี ศึกษา ระดับ ปวช.
ปกี ารศกึ ษา 2562 – 2563
28 เปรยี บเทยี บผลการทดสอบการศึกษาแห่งชาติ V- NET ของสถานศึกษา
ระดบั อาชีวศึกษาจงั หวัดเลย สังกัด สำนักงานคณะกรรมการอาชวี ศึกษา ระดับ ปวส.
ปีการศกึ ษา 2562 – 2563
29 ร้อยละของนักเรียนในสถานศึกษาระหว่างภาครัฐ : เอกชน ปกี ารศกึ ษา 2561 – 2563
จาํ แนกรายละเอยี ด สังกัดและระดับการศึกษา จังหวัด ระดับการศึกษา
30 รอ้ ยละของนักเรยี นทเ่ี ลือกเรียนตอ่ ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ (ม.4-6) : สายอาชีพ
(ปวช. 1-3) ปกี ารศกึ ษา 2561– 2564
ฑ
แผนพัฒนาการศึกษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
สารบัญตาราง (ตอ่ )
ตารางที่ หน้า
117
31 อัตราการเขา้ เรยี นของประชากรวัยเรียนระดับก่อนประถมศกึ ษา(อายุ3-5ปี)
ปีการศกึ ษา 2561-2563 117
32 อตั ราการเขา้ เรียนของประชากรวยั เรยี นระดับก่อนประถมศึกษา(อายุ6-11ปี) 118
ปกี ารศกึ ษา 2561-2563
118
33 อัตราการเข้าเรยี นของประชากรวัยเรียนระดับก่อนประถมศึกษา(อายุ12-14ปี)
ปีการศกึ ษา 2561-2563 118
119
34 อัตราการเข้าเรยี นของประชากรวัยเรยี นระดบั ก่อนประถมศึกษา(อายุ15-17ปี) 120
ปีการศกึ ษา 2561-2563 120
121
35 จาํ นวนปกี ารศึกษาเฉลี่ยของจังหวัดเลย ปีพ.ศ. 2561- 2562 จําแนกรายจังหวัดและกลุ่มอายุ
122
36 จำนวนนกั เรียนท่อี อกกลางคัน จำแนกตามระดับชนั้ (ข้อมูลสิ้นปีการศกึ ษา 2563)
123
37 จำนวนนกั เรียนทอ่ี อกกลางคัน จำแนกตามสาเหตุ (ข้อมูลส้ินปกี ารศึกษา 2563)
38 โครงการพาน้องกลับมาเรยี นเลย สำนักงาน กศน.จงั หวัดเลย ปีการศกึ ษา 2564
39 จำนวนนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน
(สพฐ.) ที่ศึกษาต่อและไม่ศกึ ษาต่อ (ข้อมูลสน้ิ ปีการศกึ ษา 2563)
40 จำนวนนกั เรยี นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 สังกดั สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน (สพฐ.)
ที่ศกึ ษาตอ่ และไม่ศึกษาตอ่ (ข้อมลู สน้ิ ปีการศกึ ษา 2563)
41 จำนวนนกั เรียนมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 สังกดั สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน (สพฐ.)
ทศ่ี ึกษาต่อและไม่ศึกษาตอ่ (ข้อมูลส้นิ ปีการศึกษา 2563)
ฒ
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ส่วนท่ี 1
บทนำ
หลักการและเหตุผล
ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี พ.ศ. 2549 หมวด 3
การบริหารราชการเพ่ือให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ มาตรา 9 ได้กำหนดไว้ว่า การบริหารราชการเพื่อให้เกิด
ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ให้ส่วนราชการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (1) ก่อนจะดำเนินการตามภารกิจใด ส่วนราชการต้อง
จัดทำแผนปฏิบัติราชการไว้เป็นการล่วงหน้า (2) การกำหนดแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการตาม (1) ต้องมี
รายละเอียดของขั้นตอนระยะเวลาและงบประมาณท่ีจะต้องใช้ในการดำเนินการของแต่ละข้ันตอน เป้าหมายของภารกิจ
ผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ และตัวช้ีวัดความสำเร็จของภารกิจ ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการ
บริหารจัดการบ้านเมืองท่ีดี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 มาตรา 7 ประกอบ มาตรา 33 กำหนดให้ส่วนราชการจัดให้มีการ
ทบทวนภารกิจของตนว่าภารกิจใดมีความจำเป็นหรือสมควรที่จะยกเลิก ปรับปรุง หรือเปล่ียนแปลงการดำเนินการ
ต่อไปหรือไม่ โดยคำนึงดึงยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
นโยบายของคะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา และแผนอ่ืนท่ีเก่ียวข้อง รวมถึงกำลังเงินงบประมาณของประเทศ ความคุ้มค่า
ของภารกิจและสถานการณ์อื่นประกอบกัน ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2562 เห็นชอบให้
หน่วยงานของรฐั บาลปรบั ปรุงแผนระดบั 3 ให้สอดคลอ้ งกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตร์ชาติ นั้น
ดังน้ัน เพ่ือให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
และ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2562 และบทบาทหน้าท่ีตามคำส่ังหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ รวมถึงสอดคล้องกับ
นโยบายรัฐบาล (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี) กรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580)
แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ ร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13
(พ.ศ. 2566 – 2570) นโยบายความม่ันคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2558 – 2564) นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึง
บริบทในพ้ืนที่ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเลย แผนพัฒนาการศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พ.ศ. 2566 – 2570
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเคร่ืองมือกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาในพื้นท่ีจังหวัดเลย และให้หน่วยงานใช้เป็น
แนวทางในการแปลงแผนไปสู่การปฏิบตั ิได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ และกอ่ ให้เกิดประโยชนส์ ูงสุดตามทิศทางท่วี างไว้
บทบาทและหน้าท่ี
ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี 19/2560 เร่ือง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ
กระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน 2560 เรอื่ ง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการข้อ 11 ให้
มีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ เพ่ือปฏิบัติภารกิจของ
กระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับการบริหารและการจัดการศึกษาตามท่ีกฎหมายกำหนดการปฏิบัติราชการตามอำนาจ
หนา้ ท่ี นโยบาย และยทุ ธศาสตร์ของส่วนราชการต่าง ๆ ทีม่ อบหมายและและให้มีอำนาจหนา้ ที่ในเขตจังหวัด ดังต่อไปนี้
1
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
(1) รับผิดชอบงานธุรการของ กศจ. อกศจ. คณะอนุกรรมการบริหารราชการเชิงยุทธศาสตร์
คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา คณะอนุกรรมการและคณะทำงาน รวมท้ังปฏิบัติงานราชการ
ท่เี ปน็ ไปตามอำนาจและหน้าท่ีของ กศจ. และตามที่ กศจ.มอบหมาย
(2) จดั ทำแผนพฒั นาการศึกษาและแผนปฏิบตั ิการ
(3) ส่ังการ กำกับ ดูแล เร่งรัด ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือ
หนว่ ยงานและสถานศึกษาในสังกดั กระทรวงศึกษาธิการให้เปน็ ไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ
(4) จัดระบบ ส่งเสริม และประสานงานเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศและเทคโนโลยีดิจิทัล
เพ่ือการศึกษา
(5) สง่ เสริมและสนับสนนุ การศึกษาเพ่ือคนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีความสามารถพเิ ศษ
(6) ดำเนนิ งานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(7) ส่งเสริม สนับสนุน และดำเนินการเก่ียวกับงานด้านวิชาการ การนิเทศ และแนะแนวการศึกษา
ทุกระดับและทุกประเภท รวมทง้ั ติดตามและประเมินผลระบบริหารและการจดั การศึกษา
(8) ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน และการบัญชีของส่วนราชการหรือ
หนว่ ยงานและสถานศึกษาในสงั กดั กระทรวงศึกษาธกิ าร
(9) สง่ เสริมและประสานงานการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการกีฬาเพื่อการศึกษา
(10) ส่งเสรมิ สนบั สนนุ และดำเนนิ การเก่ยี วกับการจัดการศึกษาเอกชน
ปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับราชการ
ประจำทัว่ ไปของกระทรวงศึกษาธิการ และประสานงานต่าง ๆ ในจังหวดั
1. ขอ้ มูลพน้ื ฐาน
1.1 ทต่ี ้ังและขนาด
สำนักงานศึกษาธกิ ารจงั หวดั เลย เลขท่ี 99/1 ตำบลกดุ ปอ่ ง อำเภอเมือง จงั หวดั เลย ตงั้ อย่ใู นภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 520 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 11,424
ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 7,140,382 ไร่
2
แผนพฒั นาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ภาพประกอบท่ี 1 แผนที่จังหวดั เลย
1.2 คำขวญั ประจำจงั หวัด
“เมืองแห่งทะเลภเู ขา สุดหนาวในสยามดอกไมง้ ามสามฤดูถิ่นท่ีอยู่อริยสงฆ์ มั่นคงความสะอาด”
1.3 สญั ลักษณป์ ระจําจังหวดั
ภาพประกอบที่ 2 สัญลกั ษณ์ประจำจงั หวัด
3
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
เป็นภาพพระธาตุศรสี องรัก ลกั ษณะอุเทสิกเจดีย์สร้างเป็นอนุสรณ์การปักปันเขแดนในรัชสมัยของ
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยากับพระเจ้าไชยเชษฐาแห่ง กรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) ก่อสร้าง
เมื่อ พ.ศ.2103 เสร็จเม่ือ พ.ศ. 2106 ตั้งอยู่วัดพระธาตุศรีสองรักซึ่งเป็นวัดท่ีไม่มีพระสงฆ์พํานัก ริมแม่น้ำหมัน
บ้านหัวนายูง ตําบลด่านซ้าย องค์พระธาตุก่ออิฐก่อปูน มีฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้างด้านละ 10.47 เมตร
สูง 19.19 เมตร บนยอดพระธาตุมีแก้วครอบเป็นโคม มีกระดิ่งลูกเล็ก ๆแขวนอยู่เหนือโคมกรมศิลปากรประกาศ
ใหเ้ ป็นโบราณสถานแหง่ ชาติ เมือ่ วนั ที่ 8 มีนาคม 2478 (ทมี่ า : เอกสารกองโบราณคดีหมายเลข 21/2534)
1.4 ตน้ ไมป้ ระจําจงั หวัด: สนสามใบ (Pinus kesiya)
1.5 ประวตั ศิ าสตร์
หลักฐานเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาว่า ก่อตั้งโดยชนเผ่าไทยท่ีสืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษ
ท่ีก่อต้ังอาณาจักรโยนกเชียงแสน โดยพ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมือง (เช่ือถือกันว่าเป็นเชื้อสายราชวงศ์
สงิ หนวัติ) ได้มีผ้คู นอพยพจากอาณาจักรโยนกเชียงแสนท่ีล่มสลายแล้ว ผ่านดินแดนล้านช้าง ข้ามลำน้ำเหืองข้ึนไป
ทางฝั่งขวาของลำน้ำหมันถึงบริเวณท่ีราบ พ่อขุนผาเมืองได้ตั้งบ้านด่านขวา(ปัจจุบันอยู่ในบริเวณชายเนินนาด่าน
ขวา ซึ่งมีซากวัดเก่าอยู่ในแปลงนาของเอกชน ระหว่างหมู่บ้านหัวแหลมกับหมู่บ้านนาเบี้ย อำเภอด่านซ้ายพ่อขุน
บางกลางหาวได้แบ่งไพรพ่ ลข้ามลำน้ำหมันไปทางฝั่งซา้ ย สร้างบ้านด่านซ้าย (สนั นษิ ฐานว่าอยู่ในบรเิ วณหมบู่ า้ นเก่า
อำเภอดา่ นซ้ายในปัจจุบัน) ต่อมาจงึ ได้อพยพเล่ือนข้ึนไปตามลำน้ำไปสรา้ งบ้านหนองคู และไดน้ ำนามหมู่บ้านด่าน
ซ้าย มาขนานนามหมู่บ้านหนองคูใหม่ เป็น“"เมืองด่านซ้าย”" อพยพไปอยู่ท่ีเมืองบางยางในท่ีสุด โดยมีพ่อขุนผา
เมืองอพยพผู้คนติดตามไปต้ังเมืองราด (เชื่อว่าเป็นเมืองศรีเทพ อยู่ในท้องท่ีอำเภอศรีเทพและอำเภอวิเชียรบุรี
จงั หวัดเพชรบูรณ์)และต้ังเมอื งดา่ นซา้ ย เปน็ เมอื งหนา้ ดา่ นทางตะวนั ออกของเมืองบางยาง
นอกจากน้แี ล้ว ยังมีชาวโยนกอีกกลุ่มหนง่ึ ได้อพยพมาตั้งบา้ นเรือนระหวา่ งชายแดนตอนใต้ของ
อาณาเขต ล้านนา ต่อแดนล้านช้างอยู่ช่ัวระยะเวลาหน่ึง ก่อนที่จะอพยพหนีภัยสงครามข้ามลำน้ำเหืองมาต้ังเมือง
เซไลขน้ึ (สนั นิษฐานว่าอยู่ในท้องที่หมูบ่ ้านทรายขาว ตำบลทรายขาว อำเภอวังสะพุง) จากหลักฐานในสมดุ ขอ่ ยทีม่ ี
การค้นพบ เมืองเซไลอยู่ด้วยความสงบร่มเย็นมาจนกระทั่งถึงสมัยเจ้าเมืองคนท่ี 5 เกิดทุพภิกขภัย ข้าวยาก หมาก
แพง ฝนฟ้าไม่ตก จึงได้พาผู้คนอพยพไปตามลำแมน่ ้ำเซไลถึงบรเิ วณที่ราบระหว่างปากลำห้วยไหลตกแมเ่ ซไล จึงได้
ต้งั บา้ นเรอื นขนึ้ ขนานนามวา่ “บ้านแห่” (บ้านแฮ่) ส่วนลำหว้ ยให้ชื่อว่า “หว้ ยหมาน”
ในปี พ.ศ. 2396 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพิจารณาเห็นว่า หมู่บ้านแฮ่ซึ่ง
ตั้งอยู่ริมฝั่งห้วยน้ำหมาน และอยู่ใกล้กับแม่น้ำเลย มีผู้คนเพ่ิมมากขึ้น สมควรจะได้ตั้งเป็นเมือง เพื่อประโยชน์ใน
การปกครองอย่างใกล้ชิด จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดต้ังเป็นเมืองเรียกช่ือตามนามของแม่น้ำเลยว่า
เมืองเลย ขึ้นต่อเมืองเพชรบูรณ์อีกทีหนึ่ง ต่อมา พ.ศ. 2440 ได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองพื้นที่
ร.ศ.116 แบง่ การปกครองเมืองเลยออกเป็น 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกุดป่อง อำเภอทา่ ล่ี (เดิมตำบลอาฮี)เป็นอำเภอ
4
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
แต่ถูกลดบทบาทลงเป็นตำบลเพราะอยู่ใกล้กับแม่น้ำเหือง เป็นผลมาจากการเสียดินแดนให้ลาวโดยประเทศ
ฝรั่งเศส) อำเภอนากอก (ปัจจุบันอยู่ในประเทศลาว) อำเภอท่ีต้ังเมืองคือ อำเภอกุดป่อง ต่อมา พ.ศ. 2442-2449
ได้เปลี่ยนชื่อเมืองเลยเป็น บริเวณลำน้ำเลย พ.ศ. 2449-2450 เปลี่ยนช่ือบริเวณลำน้ำเลยเป็นบริเวณลำน้ำเหือง
และใน พ.ศ. 2450 ไดม้ ีประกาศของกระทรวงมหาดไทยลงวันท่ี 4 มกราคม พ.ศ. 2450 ยกเลิกบริเวณลำน้ำเหือง
ให้คงเหลอื ไว้เฉพาะ “เมืองเลย” โดยให้เปล่ยี นช่ืออำเภอกุดปอ่ ง เปน็ “อำเภอเมืองเลย”
(ทมี่ า https://th.wikipedia.org/wiki/จงั หวดั เลย)
1.6 กลุ่มเชื้อชาตปิ ระชากร
ชาวไทเลย เป็นชือ่ เรียกคนเมืองเลย ในประวัติศาสตร์บันทึกไวว้ ่า คนเมอื งเลยคือกล่มุ ชนท่ีอพยพจาก
ชายแดนตอนเหนืออาณาจักรสุโขทัย ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากไทหลวงพระบาง เข้ามาต้ังถิ่นฐานอยู่ท่ีเมืองเซไล
(บ้านทรายขาว อำเภอวังสะพุง ปัจจุบนั ) ในปี พ.ศ. 2396 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลท่ี 4 ต่อมาได้ยา้ ยมาอยู่ท่ีบา้ น
แห (บ้านแฮ่ปัจจุบัน) ได้ต้ังบ้านเรือนเรียกว่าเมืองเลย นับต้ังแต่น้ันเป็นต้นมา เมืองเลยก็รวมตัวกันเป็นเมืองใหญ่
โดยการรวมตัวของ อำเภอกุดป่อง อำเภอท่าลี่ ซ่ึงข้ึนกับมณฑลอุดร อำเภอด่านซ้าย ซ่ึงขึ้นกับมณฑลพิษณุโลก
เมอื งเชียงคาน ซง่ึ ข้นึ กบั เมอื งพิชยั อำเภอต่างๆ เหล่านีจ้ งึ โอนขน้ึ กบั เมืองเลยทั้งหมดตงั้ แต่ พ.ศ. 2450 เปน็ ต้นมา
ชาวไทเลยจะมีนิสัยใจคอเหมือนกับชนเช้ือชาติโบราณซึ่งไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปจากดั้งเดิม
มสำเนียงพูดทแี่ ปลกและนิ่มนวล พดู สภุ าพและไม่ค่อยพูดเสียงดัง กิริยามารยาทดีงาม อารมณ์เยือกเย็นไม่ววู่ าม มี
นสิ ัยรักความสงบเอ้ือเฟ้ือเผ่ือแผ่ รักถิ่นท่ีอยู่ไม่ค่อยอพยพไปอยู่ทอี่ ่ืน ส่วนทางด้านวัฒนธรรมประเพณีท่ีปฏิบัติ สืบ
ทอดต่อกันมา ได้แก่ “ฮีตสิบสอง–คองสิบส่”ี คือการทำบญุ ตามประเพณีทง้ั สบิ สองเดือนของแตล่ ะปี
บ้านชาวไทเลยเป็นเรือนหลังใหญ่ ยกพื้นสูงมีระเบียงหรือชานยื่นออกมาหน้าเรือน มีเรือนครัว
ซ่ึงส่วนใหญ่จะสร้างแยกต่างหากโดยมีชานต่อเช่ือมติดกัน สำหรับหลังคาของเรือนนอนมุงด้วยหญ้าคาหรือ
ไม้แป้นเก็ด ฝาเรือน พื้นเรือนนิยมทำด้วยไม้แผ่นเรียกว่า ไม้แป้น ส่วนเสาจะใช้ไม้เน้ือแข็งเป็นต้นๆ หรืออิฐก่อ
เป็นเสาใหญ่ มีบันไดไม้พาดไว้สำหรับขึ้นลง ส่วนเรือนครัวมุงด้วยหญ้าคา ฝาและพื้น จะนิยมทำด้วยฟากไม้ไผ่สับ
แผ่ออกเป็นแผ่น และเสาจะทำดว้ ยไม้เน้อื แขง็ เช่นกันจงั หวดั เลย มีคนพน้ื เมืองทีม่ ีเชอ้ื ชาติไทย ซงึ่ เรยี กตัวเองว่า ไท
เลย เป็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ท่ีสุด นอกจากน้ีก็มีคนเช้ือชาติจีน ชาวเขา ไทดำ ไทพวนชาวไทดำ อพยพมาจากแคว้น
พวน ในประเทศลาวปัจจุบัน ซึ่งก่อนหน้านนั้ อยทู่ ่แี คว้นสิบสองจุไท ซึ่งเป็นบ้านเกดิ เดมิ ของชาวไทดำ ในอดีตแคว้น
สิบสองจุไทเป็นเขตอาณาจักรสยาม ปัจจุบันอยู่ในประเทศเวียดนาม เม่ือปี พ.ศ. 2417 เมื่อพวกฮ่อยกกำลังมาตี
เมืองเชียงขวาง ซึ่งเป็นหัวเมืองสำคัญในแคว้นพวน จึงได้เร่ิมอพยพลงมาตามเส้นทางเร่ือยๆ จนได้มาพักที่บ้านน้ำ
ก้อใหญ่ ตำบลน้ำก้อ อำเภอหลม่ สัก จังหวดั เพชรบูรณ์ ต่อมามชี าวไทยดำกลุ่มหนึ่ง ได้เดินทางขา้ มแม่น้ำโขง ไปยัง
บ้านน้ำกุ่ม แขวงเวียงจันทน์ แต่ในขณะน้ันเขตเวียงจันทน์มีปัญหา การเจรจากับฝร่ังเศส ไทดำจึงข้ามแม่น้ำโขง
กลับมาตั้งหมู่บ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน ซ่ึงเป็นถิ่นฐานด้ังเดิม และถาวรจนถึงปัจจุบัน ท่ี
หมูบ่ ้านนาป่าหนาด ตำบลเขาแกว้ อำเภอเชียงคาน เม่ือปี พ.ศ. 2438 มี 15 ครัวเรือน ปัจจุบนั ชาวไทดำ มีจำนวน
825 ครัวเรือน มีอาชีพส่วนใหญ่ทางการเกษตรกรรมชาวไทพวน ได้อพยพเข้ามาตั้งถ่ินฐานที่บ้านบุฮมและบ้าน
กลาง อำเภอเชียงคาน จากถ่ินฐานเดิมที่เมืองเตาไห หลวงพระบาง ประเทศลาว เม่ือครั้งพวกจีนฮ่อ กลา เวียง
5
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
รุกรานเมืองเตาไหชาวไทใต้ อพยพมาจากภาคอีสานเข้ามาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดเลย ส่วนใหญ่มาจากจังหวัด
กาฬสินธุ์ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดยโสธร เม่ือ พ.ศ. 2506 จะพบชาวไทใต้จำนวนมากท่ีอำเภอเอราวัณ
และอำเภอนาด้วง ภาษาพดู แตกตา่ งจากภาษาไทเลย เพราะไดส้ ืบทอดมาจากถ่ินเดิมของตน เช่น ภาษาไทยอสี าน
ภาษาถิน่ อบุ ล ภาษาไทยโคราช
1.7 ภาษาของคนจังหวัดเลย
มีสำเนียงภาษาแตกต่างจากภาษาพูดของคนในจังหวัดภาคอีสานอื่น ๆ เพราะกลุ่มคนท่ีอาศัยปัจจุบัน
นี้มีประวัติการอพยพเคล่ือนย้ายจากเมืองหลวงพระบางแห่งอาณาจักรล้านช้าง ต่อมาต้นพุทธศตวรรษท่ี 23 ชาว
หลวงพระบางและชาวเมืองบริเวณใกล้เคียงที่อพยพมาเมืองเลยได้นำวัฒนธรรมด้านภาษาอีสานถ่ินอ่ืนเข้ามาด้วย
โดยภาษาเลยนั้นจัดในกลุ่มหลวงพระบางอันประกอบด้วยภาษาเมืองแก่นท้าว ภาษาอำเภอด่านซ้าย และภาษา
อำเภอเมืองเลย ดังนั้นสำเนียงพูดของชาวไทเลยจึงมีลักษณะการพูดเหมือนชาวหลวงพระบาง แต่บางออกเป็นเสียง
สูงคล้ายสำเนียงพูดของชาวปักษ์ใต้ ฟังดูไพเราะนุ่มนวลจึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะคนเมือง ส่วนคนในวังสะพุงจะพูด
เสยี งหว้ นกว่าชาวเลยถ่นิ อ่ืน
2. ข้อมูลทว่ั ไปของจงั หวัดเลย
2.1 วิสยั ทัศนและพันธกจิ จังหวัดเลย
วสิ ัยทศั น
"เมอื งนาอยู เมืองแหงการทองเที่ยว การคาและการลงทุนภายใตการพัฒนาทย่ี งั่ ยืน"
พันธกิจจังหวัดเลย :
1. พฒั นาโครงสรางพืน้ ฐานและส่ิงอํานวยความสะดวก
2. พฒั นามาตรฐานการทองเท่ียว
3. สงเสรมิ การอนรุ กั ษและฟนฟูทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอมอยางยง่ั ยนื
4. ยกระดับคณุ ภาพและผลติ ผลทางการเกษตร
5. สงเสริมการคาชายแดนและการลงทุน
6. เสรมิ สรางสงั คมใหนาอยูและยกระดับการใหบรกิ าร
2.2 อาณาเขตจงั หวดั เลย
ทศิ เหนอื ตดิ ตอกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมแี มนำ้ โขง
และแมน้ำเหือง เปนแนวพรมแดน
ทิศใต้ ตดิ ตอกับอาํ เภอภูผามาน จงั หวัดขอนแกน อาํ เภอนำ้ หนาว อาํ เภอหลมสกั
จงั หวัดเพชรบรู ณ
6
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ทิศตะวันออก ตดิ ตอกบั อําเภอสงั คม จงั หวัดหนองคาย อาํ เภอน้ำโสม จงั หวดั อดุ รธานี
ทศิ ตะวนั ตก อาํ เภอศรีบญุ เรืองอําเภอสวุ รรณคหู า อาํ เภอนากลาง และอาํ เภอนาวัง
จงั หวดั หนองบวั ลําภู
ตดิ ตอกบั อาํ เภอชาติตระการ อําเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
2.3 สภาพภมู ปิ ระเทศ
พื้นโดยทั่วไปเปนภูเขาสูง พื้นท่ีลูกคล่ืนลอนตื้นและลอนลึก รวมกันประมาณ 80% และมีพื้นท่ี
ราบเพียงเล็กนอยประมาณ 20% ของพ้ืนที่ทั้งหมด โดยมีตัวเมืองอยูตรงกลางลักษณะคลายกนกระทะ สามารถ
แบง่ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศออกเปน 3 เขตดวยกนั คือ
1. เขตภูเขาสูง บริเวณทางดาน ทิศตะวันตก ไดแก บริเวณอําเภอทาลี่ อําเภอภูเรือ อําเภอ
นาแห้ว และอําเภอดานซาย การคมนาคมในบริเวณน้ีไมคอยสะดวก มีพื้นท่ีทําการเพาะปลูกนอยและมีประชากร
อาศยั อยูเบาบาง
2. เขตที่ราบเชิงเขา อยูบริเวณทางดานทิศใต และทิศตะวันออก ไดแก อําเภอผาขาว อําเภอ
ภูหลวง อําเภอภูกระดึง อําเภอนาดวง และอําเภอปากชม เปนเขตท่ีไมคอยมีภูเขาสูงมากนัก มีท่ีราบเชิงเขา
พอท่จี ะทาํ การเพาะปลกู ไดบาง มีประชากรอาศยั อยหู นาแนนปานกลาง
3. เขตท่ีราบลุม อยูบริเวณแมน้ำเลยและลุมแมน้ำโขง ไดแก อําเภอเมืองเลย เชียงคาน วังสะพุง
เปนเขตท่ีทาํ การเพาะปลกู ไดดีมีประชากรอาศยั อยูหนาแนนมากกวาเขตอ่ืนๆ จงั หวัดเลยอุดมไปดวยปาไม และภูเขา
ท่ีสลับซับซอนเปนจํานวนมาก จึงเปนแหลงกําเนิดของตนน้ำลําธารหลายสาย แตเปนแมน้ำขนาดเล็กและส้ันเปนส
วนมาก เชน แมนำ้ เลย ลําน้ำหมาน ลําน้ำฮวย ลาํ น้ำลาย ลาํ น้ำปวน ลําน้ำสวย ลําน้ำพงุ ลําน้ำสกั (ตนกาํ เนิดของแม
น้ำปาสกั )
2.4 สภาพภูมิอากาศ
1. ฤดูรอน เริ่มต้ังแตกลางเดือนกุมภาพันธถึงเมษายน ซึ่งเปนชวงของฤดูมรสุม หลังจากสิ้นสุด
ฤดูหนาวแลวอากาศจะเร่ิมรอนและอากาศจะรอนจัดท่ีสุดในเดือนมีนาคมและเมษายน เนื่องจากสภาพพ้ืนที่สวน
ใหญเปนภูเขาสูงทาํ ใหอุณหภมู ิเปลี่ยนแปลงงาย คอื ฤดรู อนจะรอนมาก
2. ฤดูฝน แบงเปน 2 ชวง ชวงแรกเร่ิมต้ังแตปลายเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม มีฝนเนื่องมาจาก
อทิ ธพิ ลของลมมรสมุ ตะวันตกเฉียงใต ชวงหลงั เร่ิมตั้งแตเดอื นสงิ หาคมถงึ ปลายเดือนตุลาคม จะเปนฝนเนอื่ งมาจาก
พายุดเี ปรสช่ันในทะเลจนี ใต
3. ฤดูหนาว เริ่มตั้งแตกลางเดือนตลุ าคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ ซง่ึ เปนฤดมู รสุมตะวันออกเฉียงเหนอื
ในระยะที่มีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจากประเทศจีนพัดปกคลุมประเทศไทย ทําใหอุณหภูมิลดลงทั่วไปและมี
อากาศเย็น และเนื่องจากสภาพพ้ืนที่จังหวัดเลยเปนภูเขาสูง ในฤดูหนาวจึงหนาวจัด ซึ่งบางปถึงกับน้าคางเป
นเกลด็ น้ำแขง็ กลาวไดวาจังหวดั เลยเปนจงั หวัดทหี่ นาวเย็นท่สี ุดในประเทศไทย
7
แผนพฒั นาการศกึ ษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
2.5 ทรัพยากรธรรมชาติ
แหลงน้ำธรรมชาติจงั หวัดเลยมแี มนำ้ และแหลงน้ำตามธรรมชาตทิ ่ี สาํ คัญ 4 สาย คือ
1. แมน้ำโขง เปนแมน้ำขนาดใหญที่เกดิ จากเทอื กเขาสูงในประเทศธเิ บต และประเทศสาธารณรัฐ
ประชาธิปไตยประชาชนจีน เปนแมน้ำนานาชาติที่ก้ันพรมแดนระหวางจังหวัดเลยและสาธารณรัฐประชาธิปไตย
ประชาชนลาวตรงบรเิ วณอําเภอเชยี งคาน และอาํ เภอปากชม ซ่ึงนํามาใชประโยชนในดานการเกษตรกรรม ไดนอย
มาก และเปนแหลงประมงน้ำจดื ไดบางเล็กนอย
2. แมน้ำเหือง เปนแมน้ำท่ีเกิดจากเทือกเขาในเขตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เปนแนวเสนก้นั เขตแดนอําเภอนาแหว อําเภอดานซาย อําเภอภูเรือและอําเภอทาล่ีจงั หวัดเลยกับเมอื งบอแตนและ
เมืองแกนทาวของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แลวไหลลงสูแมน้ําโขงที่บานทาดีหมี อําเภอเชียงคาน
มีความยาว 50 กิโลเมตร สวนใหญจะใชในการอปุ โภคสาํ หรบั ชีวิตประจาํ วนั ของประชาชนตามริมลาํ น้ำเทานัน้
3. แมน้ำเลย เปนแหลงน้ำท่ีเกิดจากเทือกเขาภูหลวง ซึ่งในตอนตนลําน้ำ ชาวบานเรียกวา
เลยวังไสย เพราะน้ำใสสะอาดมากไหลจากทางทิศตะวันตกไปสูทิศตะวันออกเฉียงเหนือ โดยผานอําเภอภูหลวง
อําเภอวังสะพุง และอําเภอเมืองเลย แลวไหลลงสูลําน้ำโขงท่ีอําเภอเชียงคาน มีความยาวประมาณ 120 กิโลเมตร
ซง่ึ เปนเขตพน้ื ทรี่ าบลุมใชเปนพน้ื ท่ีเพาะปลกู พืชสําคญั ๆของจงั หวัดเลย
4. แมน้ำหมานเปนแมน้ำท่ีเกิดจากเทือกเขาภูหลวงดานตะวันตกไหลผานอําเภอเมืองเลย
มีโครงการชลประทานสําหรับกักเก็บน้ำไวใชในการเพาะปลูกในเขตพื้นท่ีอําเภอเมืองและอําเภอวังสะพุง มีความ
ยาวประมาณ 35 กิโลเมตร
2.6 ทรัพยากรดิน
ดินในจังหวัดเลยมีศักยภาพสูงในการเพาะปลูกพืชไรซึ่งอยูในบริเวณพื้นท่ีลาดเชิงเขา แตเปน
เขตท่ีมีอัตราการชะลางของหนาดินคอนขางสูง และจังหวัดเลยเปนจังหวัดเดียวในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือที่ไมมี
ปญั หาดนิ เคม็ และสภาพของดนิ ในเขตจงั หวดั เลยแบงกลุมดิน เปน 4 กลมุ คือ
1. กลมุ ดนิ ไร ครอบคลมุ พื้นทปี่ ระมาณรอยละ 50 ของพื้นที่จงั หวดั
2. กลมุ ดินนา ครอบคลุมพ้นื ทีป่ ระมาณรอยละ 5 ของพนื้ ที่จังหวัด
3. กลุมดินคละ ครอบคลุมพ้นื ทีป่ ระมาณรอยละ 5 ของพ้ืนที่จังหวัด
4. พน้ื ท่ีภูเขาและท่ีสงู ครอบคลุมพ้นื ท่ีประมาณรอยละ 40 ของพ้ืนทจ่ี งั หวัด
2.7 ทรัพยากรธรณี
จังหวัดเลย เปนแหลงท่ีอุดมสมบูรณดวยแรธรรมชาติแหงหนึ่งซึ่งกรมทรัพยากรธรณีกําหนดให
พนื้ ที่บางสวนของจังหวดั เลย หนองคายและอุดรธานีมีเน้ือท่ีประมาณ 6,870 ตารางกิโลเมตร เปนพ้นื ท่ีทม่ี ีแรอุดม
สมบูรณและมีมูลคาทางเศรษฐกิจสูง จากการสํารวจไดคนพบแรหลายชนิดในเขตจังหวัดเลย เชนแรแบไรต
แมงกานสี ถานหนิ หนิ ปูน เหล็ก ทองคาํ ทองแดง ยิปซมั่ และแรหินประดับชนิดหินแกรนติ
8
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
2.8 สภาพเศรษฐกจิ
การประกอบอาชีพ ประชากรสวนใหญประกอบอาชีพเกษตรกรรม ไดแก การทํานา ทําไร
รอยละ 80 รองลงมาไดแก การรับจาง การคาขาย การอุตสาหกรรม การทําเหมืองแร และมีประชากรสวนหน่ึง
ประมาณ 13,300 คน ใชเวลาวางเรขายสลากกนิ แบงรฐั บาล ทัง้ ในพ้นื ที่และตางจงั หวัด
ดา้ นการคา้ ชายแดน
จังหวัดเลยมีพ้ืนที่ชายแดนติดต่อกับ สปป.ลาว คิดเป็นความยาว 197 กิโลเมตร มีแม่น้ำโขง แม่
นำ้ เหือง และ แนวสันเขาเป็นแนวพรมแดนติดต่อกับแขวงไชยะบลู ี และแขวงเวยี งจนั ทน์ ของ สปป.ลาว มชี ่องทาง
การค้าชายแดนระหว่างไทย-สปป.ลาว น้ัน จังหวดั เลย มีด่านศลุ กากร อำนวยความสะดวกทางด้านการค้า 2 แห่ง
คือ ด่านศุลกากรท่าลี่ อำเภอท่าลี่ และด่านศุลกากรเชียงคาน อำเภอเชียงคาน โดยมีรายละเอียดจุดผ่านแดน 6
ดา่ น ดังน้ี
จดุ ผา่ นแดนถาวร มี 3 ด่าน ไดแ้ ก่
1) จุดผ่านแดนถาวรบ้านเชียงคาน ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน ตั้งอยู่ตรง ข้ามกับเมืองสานะคาม
แขวงเวียงจันทน์ สินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นสินค้ายานพาหนะ และส่วนประกอบ สินค้าอุปโภคบริโภค สำหรับ
สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ สินค้าไม้ไมแ้ ปรรปู และสินค้ากสิกรรม เช่น ข้าวโพดเล้ียงสัตว์ และลูกเดือย การขนส่ง
จะใช้แพขนานยนต์ขนสง่ สินคา้ ข้ามแม่นำ้ โขง
2) จุดผ่านแดนถาวรบ้านคกไผ่ ต.ปากชม อ.ปากชตั้งอยู่ตรงข้ามกับ บ้านวังเมืองหม่ืน แขวง
เวียงจันทน์ เป็นเส้นทางไปยังแขวงเวียงจันทน์ ระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร (เป็นทางลูกรังประมาณ 100
กม. สว่ นอีก 60 กม. เป็นทางลาดยาง) สินค้าสว่ นใหญ่จะเป็นสนิ ค้าอุปโภคบริโภค สินคา้ นำเข้าจะเป็นไม้แปรรูป
แร่แบไรท์ สินค้ากสิกรรม และของป่าจากฝ่ังลาว ซึ่งในฤดูฝนจะมีน้ำหลาก การขนส่งสินค้าจะใช แพขนานยนต์
ขนส่งสินคา้ ขา้ มแม่น้ำโขง
3) จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพน้ำเหืองไทย–ลาว ต.อาฮี อ.ท่าล่ี ต้ังอยู่บริเวณบ้านนากระเซ็ง
ตำบลอาฮี ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านปากหมอ เมืองแก่นท้าว แขวงไชยะบุลี เป็นจุดผ่านแดนถาวรท่ีมีการเปิดใช้
สะพาน มิตรภาพน้ำเหืองไทย-ลาว ซึ่งได้ทำพิธีเปิดใช้สะพานแห่งนี้ เม่ือวันที่ 28 ต.ค. 2547 สินค้าที่ส่งออก
บริเวณนี้ ได้แก่ สินค้าวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็กเส้น สังกะสี ปูนซีเมนต์ ฯลฯ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ และ
ส่วนประกอบ สินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น สำหรับสินค้าท่ีมีการนำเข้า ได้แก่ ไม้ ไม้แปรรูป กสิกรรม เช่น
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลกู เดือย ลกู ตาว และของปา่
จุดผอ่ นปรน มี 3 ด่าน มแี มน่ ำ้ เหอื งเปน็ แนวก้ันใช้เรือเล็กข้ามหรือเดินข้ามในชว่ งหนา้ แล้ง
1. จุดผ่อนปรนบ้านเหมืองแพร่ ตำบลนาแห้ว อำเภอนาแห้ว (ฝ่ังลาว ได้แก่ บ้านเหมืองแพร่
เมอื งบอ่ แตน(แขวงไชยะบลู )ี เปิดด่านทกุ วนั พระ
2. จดุ ผอ่ นปรนบ้านนาข่า ตำบลปากหมัน อำเภอด่านซา้ ย (ฝัง่ ลาวได้แก่ บ้านนาข่า เมอื งบ่อแตน
แขวงไชยะบูล)ี เปิดด่านทุกวันพฤหัสบดี
9
แผนพฒั นาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
3. จุดผ่อนปรนบ้านนากระเซ็ง ตำบลอาฮี อำเภอท่าล่ี (ฝ่ังลาว ได้แก่ บ้านเมืองหมอ เมือง
แกน่ ท้าวแขวงไชยะบูล)ี เปิดด่านทุกวันพระ
2.9 พืชเศรษฐกิจจังหวัดเลย
1. ขาว เปนพชื หลกั ทเี่ กษตรกรปลูกมากท่ีสดุ ในจังหวัดเลย ปริมาณผลผลิตประมาณ 493,162 ตัน/ป
2. ขาวโพด เปนแหลงเพาะปลูกท่ีสําคัญแหงหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เกษตรกร
ในจงั หวัดเลยนยิ มใชพนั ธุขาวโพดลูกผสมและพันธุสวุ รรณ 1 และ 2
3. ฝาย จังหวัดเลยเปนแหลงเพาะปลูกฝายท่ีสําคัญแหงหนึ่งของประเทศไทย สําหรับพันธุท่ีใช
ปลูกในจังหวัดเลย ไดแก พันธุศรีสําโรง A เน่ืองจากภาคเอกชนใหการสนับสนุนในดานของเมล็ดพันธุและให
ผลผลติ สูง
4. ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง เปนพืชเศรษฐกิจที่สําคัญอีกชนิดหน่ึงของจังหวัดเลย เพราะ
สามารถเพาะปลูกผลผลิตไดเปนจํานวนมาก ซึ่งจะเพาะปลูกกันในฤดูแลง ซ่ึงมีพื้นท่ีท่ีมีแหลงน้ำพอเพียงจะปลูก
หลงั การเกบ็ เก่ยี วขาวเสร็จ
5. มันสําปะหลัง โดยมีพ้ืนท่ีเพาะปลูกมากถึง 129,375 ไร และเปนพืชอีกชนิดหน่ึงที่จังหวัดเลย
มีปริมาณผลผลิตสูงเชนเดียวกนั
6. ลูกเดือย เปนพืชเศรษฐกิจท่ีสําคัญอีกชนิดหนึ่งของจังหวัด เนื่องจากพื้นท่ีบางสวนจังหวัดเลย
เปนพนื้ ทีภ่ เู ขาสูงและสภาพพืน้ ดนิ ไมเหมาะแกการปลูกพชื ชนิดอ่ืนเกษตรกรจึงเพาะปลกู ลกู เดอื ยเปนจาํ นวนมาก
7. ออย การเพาะปลูกออยในจังหวัดเลย จะเปนการเพาะปลูกเพื่อสงโรงงานน้ำตาล ท้ังนี้การ
เพาะปลูกออยในแตละป จะขึน้ อยูกับภาวะราคาผลผลิตและโควตาที่เกษตรกรไดรับการจัดสรรจากโรงงานน้ำตาล
โดยจะมพี อคาคนกลางเปนผูตดิ ตอกบั โรงงานมาจัดสรรใหแกเกษตรกร
8. พริก เปนพืชเศรษฐกิจท่ีเกษตรกรนิยมปลูก เนื่องจากการเพาะปลูกใชเงินลงทุนนอยกวาพืช
ชนิดอนื่ ๆและใหผลผลิตตอไรในปริมาณมาก ใชพืน้ ทเี่ พาะปลูกนอยประกอบกบั ราคาผลผลติ อยูในเกณฑคอนขางดี
9. มะขามหวาน เปนพืชเศรษฐกิจท่ีสําคัญชนิดหน่ึงของจังหวัดเลย ที่ไดรับความนิยมเพาะปลูก
กันมาก เนื่องจากจําหนายไดราคาดี ประกอบกับสภาพดิน น้ําและอากาศเอื้ออํานวยตอการเจริญเติบโตทําให
เกษตรกรหนั มาเพาะปลูกมะขามหวานกนั อยางจริงจังอีกอาชีพหน่ึง
10. ยางพารา เปนพืชอีกชนิดหนึ่งท่ีหนวยงานราชการใหการสนับสนุนและสงเสริมใหเกษตรกร
เพาะปลกู ขณะนปี้ รมิ าณพนื้ ท่ีเพาะปลกู ในจังหวัดมากเปนอนั ดับสองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
11. การปลูกไมดอกไมประดับ จังหวัดเลยเปนพื้นที่หนึ่งที่สามารถปลูกไมดอกไมประดับไดเปน
จํานวนมากเพราะสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศของจังหวัดเลย มีอากาศหนาวเย็นโดยเฉพาะอําเภอภูเรือและ
อาํ เภอดา่ นซาย ซึง่ เหมาะแกการเพาะปลกู ไมดอกไมประดบั
10
แผนพัฒนาการศกึ ษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
2.10 การปกครอง
จังหวัดเลย แบงการปกครองออกเปน 14 อําเภอ 89 ตําบล (ไมรวมตําบลกุดปองซ่ึงอยูในเขต
เทศบาล) 916 หมูบาน อําเภอในจังหวัดเลย ไดแก อําเภอเมืองเลย อําเภอวังสะพุง อําเภอทาล่ี อําเภอเชียงคาน
อําเภอปากชม อําเภอดานซาย อําเภอนาแหว อําเภอภูเรือ อําเภอภูกระดึง อําเภอภูหลวง อําเภอผาขาว อําเภอ
นาดวง อําเภอเอราวัณ และอาํ เภอหนองหิน
องคกรปกครองสวนทองถ่ินทงั้ หมด จํานวน 101 แหง ประกอบดวย องคการบริหารสวนจังหวัด
1 แหง เทศบาลเมอื ง 2 แหง เทศบาลตําบล 27 แหง และองคการบริหารสวนตาํ บล 71 แหง
1) อำเภอเมอื งเลย
2) อำเภอวงั สะพุง ห่างจากตวั จงั หวัดเลย 22 กโิ ลเมตร
3) อำเภอท่าลี่ หา่ งจากตัวจังหวัดเลย 46 กิโลเมตร
4) อำเภอเชยี งคาน หา่ งจากตัวจังหวดั เลย 48 กิโลเมตร
5) อำเภอดา่ นซา้ ย ห่างจากตวั จงั หวัดเลย 82 กิโลเมตร
6) อำเภอภกู ระดึง หา่ งจากตัวจังหวดั เลย 74 กโิ ลเมตร
7) อำเภอปากชม หา่ งจากตัวจงั หวดั เลย 92 กิโลเมตร
8) อำเภอภเู รอื หา่ งจากตัวจังหวัดเลย 49 กิโลเมตร
9) อำเภอนาแห้ว ห่างจากตัวจังหวัดเลย 117 กิโลเมตร
10)อำเภอนาด้วง หา่ งจากตัวจังหวัดเลย 37 กิโลเมตร
11)อำเภอภูหลวง หา่ งจากตัวจงั หวัดเลย 50 กโิ ลเมตร
12)อำเภอผาขาว ห่างจากตัวจงั หวัดเลย 63 กโิ ลเมตร
13)อำเภอเอราวัณ หา่ งจากตวั จงั หวดั เลย 42 กโิ ลเมตร
14)อำเภอหนองหนิ ห่างจากตวั จงั หวัดเลย 47 กิโลเมตร
2.11 ประชากร
ตารางท่ี 1 จำนวนประชากรและบา้ น ประจำปี พ.ศ. 2564 จำแนกรายอำเภอ
ท่ี อำเภอ ชาย หญงิ รวม บ้าน
52,472
1 อำเภอเมืองเลย 62,100 61,460 123,560 9,095
22,553
2 อำเภอนาด้วง 13,321 13,111 26,432 14,539
18,211
3 อำเภอเชยี งคาน 30,179 30,649 60,828
4 อำเภอปากชม 21,346 20,930 42,276
5 อำเภอดา่ นซา้ ย 26,109 25,584 51,693
11
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
6 อำเภอนาแหว้ 5,862 5,827 11,689 4,017
22,587 8,926
7 อำเภอภูเรอื 11,474 11,113 27,932 10,899
111,116 38,958
8 อำเภอท่าล่ี 13,928 14,004 34,526 11,569
25,046 7,833
9 อำเภอวังสะพงุ 55,013 56,103 42,055 11,991
34,004 11,526
10 อำเภอภูกระดึง 17,334 17,192 24,988 8,174
638,732 230,763
11 อำเภอภูหลวง 12,656 12,390
12 อำเภอผาขาว 21,080 20,975
13 อำเภอเอราวณั 16,987 17,017
14 อำเภอหนองหนิ 12,560 12,428
รวม 319,949 318,783
ท่มี า www.dopa.go.th ขอ้ มลู ณ ธันวาคม 2564
2.12 การเดนิ ทาง
เสนทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ใชเสนทางหลวงหมายเลข 1 ผานจังหวัดสระบุรีเขาทางเสนทาง
หลวงหมายเลข 21 ผานจังหวัดเพชรบูรณ ตรงเขาทางหลวง หมายเลข 203 ผานอําเภอหลมสัก อําเภอหลมเกา
เขาเขตจังหวดั เลยที่อําเภอดานซาย อําเภอภูเรอื ถงึ ตัวจงั หวดั เลย รวมระยะทาง 536 กโิ ลเมตร
เสนทางท่ี 2 จากกรุงเทพฯ ใชเสนทางหลวงหมายเลข 2 ถึงจังหวัดสระบุรีแลวเลี้ยวขวา ไปยัง
อําเภอปากชอง แลวแยกเขาทางหลวงหมายเลข 201 ที่อําเภอสีคิ้ว อําเภอดานขุนทด อําเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ
อําเภอภูเขียว แลวเลี้ยวซายเขาทางหลวงหมายเลข 12 ผานอําเภอชุมแพ และใชเสนทางหมายเลข 201 เขาเขต
อาํ เภอภูกระดึง อําเภอหนองหิน อาํ เภอวงั สะพงุ ก็จะถงึ ตัวจังหวัดเลย รวมระยะทาง 520 กโิ ลเมตร
2.13 สถานท่ีทองเทยี่ ว
จังหวัดเลยเปนจังหวัดหนึ่งที่มีสถานท่ีทองเท่ียวในทุกอําเภอ และสามารถเท่ียวไดตลอดทั้งป
ทําใหแตละปีชาวจังหวัดเลยมีรายไดจากการทองเที่ยวเปนจํานวนมาก สถานท่ีทองเที่ยวสําคัญ เชน อุทยาน
แหงชาติภูกระดึง อุทยานแหงชาติภูเรือ เขตรักษาพันธุสัตวปาภูหลวง พระธาตุศรีสองรัก อุทยานแหงชาติ
ภูสวนทรายสวนหินผางาม ไรองุนภูเรือวโนทยาน หมูบานวัฒนธรรมไทดํา ถนนคนเดินชุมชนโบราณ อําเภอ
เชยี งคาน อางเกบ็ น้ำหวยน้ำหมานตอนบน ภทู อก วัดเนรมิต-วิปสสนา ลองแกงนำ้ สาน ฯลฯ และสถานที่ทองเท่ียวอื่นๆ
3. ภาวะเศรษฐกิจการคลงั ของจงั หวัด
3.1 ผลติ ภณั ฑมวลรวมจงั หวดั (GPP : Gross Provincial Product)
12
แผนพฒั นาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
จงั หวัดเลยมีศักยภาพในดานภูมิประเทศ ภูมิอากาศที่เอื้ออํานวยตอการสงเสริมการทองเท่ียว
การเพาะปลกู ไมผล ไมดอกไมประดับ และพืชสมนุ ไพร ท่ีสามารถปลกู ทดแทนพชื ที่เกดิ ปญหาความผนั ผวนในเรื่อง
ราคาได และการท่สี าธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว มีความตองการสินคา อุปโภคบรโิ ภค วัสดกุ อสราง และ
สินคาเบ็ดเตล็ดอื่นๆ จึงเปนแรงหนุนใหการคาจังหวัดเลย มีสภาพคลองและยังคงดําเนินตอไปไดโครงสราง
เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของจังหวัดเลยมีลักษณะผสมกลมกลืน ระหวางอุตสาหกรรมการเกษตร
(Agro industries) และการทองเท่ียวทางธรรมชาติ (Eco-tourism) ผลิตภัณฑมวลรวมจังหวัดเลย (GPP :
Gross provincial product) ในป 2563 มีมูลคา 51,809 ลานบาท เปล่ยี นแปลงลดลงจากปทแ่ี ลวรอยละ 6.13
มีรายไดตอหัว (GPP per capita) ป 2563 มีมูลคา 95,989 บาท/คน/ป คิดเปนลําดับท่ี 47 ของประเทศ และ
เปนลําดับท่ี 3 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่ำกวาคาเฉลี่ยของประเทศ (ไมรวม กทม.) ที่มีมูลคาเทากับ
154,487 บาท/คน/ปสาขาการผลิตที่สําคัญ 5 อันดับแรก ไดแก สาขาเกษตรกรรม การปาไม และการประมง
(รอยละ 25.44) สาขาการขายสงและขายปลีก การซอมแซมยานยนต (รอยละ 13.76) สาขาการศึกษา (รอยละ
13.51) สาขาการผลิต (รอยละ 10.17) สาขากิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย (รอยละ7.47) ตามลําดับ
(ตารางภาคผนวก 1)อัตราการเปล่ียนแปลงมูลคาผลิตภัณฑมวลรวมใน 5 สาขาดังกลาวมีอัตราเพิ่มขึ้นและลดลง
จากปที่แลว ไดแก สาขาเกษตรกรรม การปาไม และการประมง (ลดลงรอยละ 2.22) สาขากิจกรรมทางการเงิน
และประกันภัย (เพ่ิมข้ึนรอยละ 1.25) สาขาการขายสงขายปลีกฯ (เพิ่มขึ้นรอยละ 0.51) สาขาการผลิต (ลดลง
รอยละ 4.06) และสาขาการศึกษา (เพ่ิมข้ึนรอยละ 1.46) ที่มา : สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แหงชาติและสาํ นักงานคลังจังหวดั เลย
ภาพประกอบที่ 3 แผนภมู ิ อัตราการเปลี่ยนแปลงมูลคาผลิตภณั ฑมวลรวมจงั หวัดเลย ทีส่ าํ คัญ 5 อันดับแรก
ป 2559r – 2563p
13
แผนพัฒนาการศึกษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
อัตราคาจางข้ันต่ำจังหวัดเลย เทากับ 320 บาท/วัน (ประกาศใหมีผลบังคับใชต้ังแตวันท่ี 1 มกราคม
2563) ผลิตภาพแรงงานจังหวัดในป 2563เทากับ 99,759 บาทตอคนตอป ลดลงจากป 2562 จํานวน 11,115
บาทตอคนตอปทีม่ ีผลติ ภาพแรงงานจังหวดั อยูที่ 110,875 บาทตอคนตอ่ ปี
3.2 สถานการณ์แรงงานจังหวัดเลย
ขอมูลกําลังแรงงาน การมีงานทํา และการวางงาน เปนขอมลู ผลสํารวจภาวะการทํางานของประชากร
ในจังหวัดเลย สําหรับไตรมาส 1 ป 2565 สรุปรายละเอียดไดดังน้ี จังหวัดเลยมีสัดสวนของประชากร ท้ังหมด
จํานวน 638,732 คน ซง่ึ เพศชายมมี ากกวาเพศหญิงเลก็ นอย กลาวคอื เพศชายมี 319,949 คน หรือรอยละ 50.09
ขณะท่ีเพศหญงิ มจี ํานวน 318,783 คน คดิ เปนรอยละ 49.91 ทม่ี า : สำนักงานสถิติจงั หวัดเลย
ภาพประกอบที่ 4 แผนภูมิ โครงสร้างประชากรจงั หวดั เลยไตรมาส 4 ปี 2564*
ในกลุมผูมีอายุ 15 ปข้นึ ไป จํานวน 445,975 คน พบวาเปนผูอยูในกาํ ลังแรงงาน จํานวน 306,923 คน
โดยจําแนกเปนผูมีงานทํา จํานวน 306,012 คน คิดเปนรอยละ 47.91 ของประชากรทั้งหมด เมื่อเปรียบเทียบ
การมีงานทําระหวางเพศในไตรมาสน้ีจะพบวา เพศชายมีสัดสวนของการมีงานทํา หรืออัตราการจางงานมากกวา
เพศหญิง (คํานวณจากผูมีงานทําจําแนกเพศตอผูอยูในกําลังแรงงานจําแนกเพศ) กลาวคือ เพศชายมีอัตรารอยละ
100.00 และเพศหญิง รอยละ 99.35 และเมื่อพิจารณาในภาพรวมจะพบวา อัตราการมีงานทําซงึ่ คํานวณจากสัดส
วนผูมีงานทําตอผูอยูในกําลังแรงงาน มีอัตรารอยละ 99.70 น่ันหมายความวา ผูอยูในกําลังแรงงาน 100 คน จะมี
งานทําประมาณ 99 คน ซ่ึงอัตราการจางงานในภาพรวมในไตรมาสน้ีเพ่ิมข้ึนจากไตรมาส ท่ีแลว ท่ีมีอัตรา รอยละ
14
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
99.34 สวนอัตราวางงานซ่ึงคํานวณจากผูวางงานตอผูอยูในกําลังแรงงานในไตรมาสน้ีพบวามีแรงงานในจังหวัด
ท่ีวางงาน 0.30 ทั้งนี้ อัตราการวางงานภาพรวมไตรมาสน้ีลดลงจากไตรมาสที่แลว ซ่ึงมีอัตราการวางงานภาพรวม
รอยละ 0.66 สําหรับตัวเลขในกลุมของผูท่ีไมอยูในกําลังแรงงานซึ่งมีจํานวน 139,052 คน พบวาเปนผูทํางานบาน
เรียนหนังสือ เด็ก/ชรา/ ปวย/พิการจนไมสามารถทํางานไดและอ่ืนๆ โดยมีสัดสวนรอยละ 19.46 รอยละ
22.39 รอยละ 52.07 และรอยละ 6.09 ของผูไมอยูในกําลังแรงงานท้ังหมด ตามลาํ ดบั
ภาพประกอบที่ 5 แสดงสถานะการณ์ของแรงงานจงั หวดั เลย
15
แผนพฒั นาการศกึ ษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
4. ข้อมูลดา้ นสาธารณสุข
4.1 สถานบริการสาธารณสขุ ประกอบด้วยโรงพยาบาล ของรฐั และของเอกชน จำนวน 15 แหง่
ภาครัฐ
– โรงพยาบาลทว่ั ไป (324 เตียง) จำนวน 1 แหง่
– โรงพยาบาลชมุ ชน(60 เตียง) จำนวน 2 แหง่
– โรงพาบาลชมุ ชน (30 เตียง) จำนวน 10 แหง่
– โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครนิ ทร์( 124 เตียง) จำนวน 1 แห่ง
– โรงพยาบาลสังกดั กระทรวงกลาโหม( 30 เตียง) จำนวน 1 แหง่
– สถานีอนามยั จำนวน 127 แหง่
– สถานีอนามัยเฉลมิ พระเกยี รติ จำนวน 1 แห่ง
– สถานอี นามยั ขนาดใหญ่ จำนวน 20 แหง่
– สถานีอนามยั ทวั่ ไป จำนวน 106 แห่ง
– ศนู ยบ์ รกิ ารสาธารณสุขมูลฐาน จำนวน 821 แหง่
– ศนู ย์ควบคุมโรคตดิ ต่อนำโดยแมลง ที่ 6.4 จำนวน 1 แหง่
(รบั ผดิ ชอบจังหวัดเลย,หนองบวั ลำภ)ู
ภาคเอกชน
– โรงพยาบาลเอกชน ( 100 เตียง) จำนวน 1 แห่ง
– คลินิกเวชกรรม จำนวน 35 แห่ง
– คลินิกทนั ตกรรม จำนวน 6 แหง่
– คลนิ ิกการพยาบาล จำนวน 43 แหง่
– คลินกิ ผดงุ ครรภช์ ั้น 2 จำนวน 8 แห่ง
– คลนิ ิกเทคนคิ การแพทย์ จำนวน 1 แหง่
– คลินกิ แพทยแ์ ผนไทย จำนวน 1 แห่ง
– ร้านขายยาแผนปัจจุบัน จำนวน 25 แห่ง
– ร้านขายยาแผนปัจจุบันบรรจเุ สรจ็ จำนวน 42 แหง่
– รา้ นขายยาแผนโบราณ จำนวน 17 แหง่
– ร้านขายยาสตั ว์ จำนวน 4 แห่ง
– สถานทผี่ ลิตยาแผนโบราณ จำนวน 1 แห่ง
16
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
4.2 สถานการณ์โรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
สถานการณการแพรระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในจังหวัดเลย
มียอดสะสมท้ังส้ิน 16,102 ราย (3 มกราคม 2563 – 9 พฤษภาคม 2565) แบงเปนระลอกแรก (1 มกราคม – 30
พฤศจิกายน 2563) มีผูติดเช้ือจํานวน 5 รายระลอกท่ี 2 (1 ธันวาคม – 31 มีนาคม 2564) มีผูติดเช้ือ จํานวน 7
รายระลอกเมษายน 2564 (1 เมษายน 2564 – 9 พฤษภาคม 2565) มีผูติดเชื้อ จํานวน 16,090 ราย
โดยปจจบุ ันอยรู ะหวางการรักษา 5,392 ราย หายปวยแลว 10,618 ราย และเสียชวี ิตสะสม 80 ราย
ภาพประกอบที่ 6 แสดงสถานการณโ์ รคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 จังหวัดเลย
17
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ส่วนที่ 2
บริบทท่เี กยี่ วขอ้ งกับการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวดั เลย
(พ.ศ. 2566 – 2570)
การจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570) มีวัตถุประสงค์ คอื
1. เพือ่ ใช้เปน็ เครื่องมือกำหนดทิศทางการพฒั นาการศึกษาจงั หวดั เลย
2. เพ่อื ให้หน่วยงานการศึกษาในพื้นทยี่ ดึ เป็นแนวทางในการแปลงแผนไปสกู่ ารปฏบิ ัตขิ องหน่วยงานได้
อย่างมปี ระสิทธิภาพ ให้เกิดประโยชนส์ ูงสุดและเป็นไปตามนโยบายที่วางไว้
สำนักงานศกึ ษาธกิ ารจังหวัดเลย จัดทำแผนให้สอดคล้องกบั บริบทตา่ ง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง ตามความสอดคล้อง
กับแผน 3 ระดับ ตามมติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี 4 ธันวาคม 2560 ดังนี้
แผนระดับท่ี 1
1.1 ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580)
แผนระดบั ท่ี 2
2.1 แผนแมบ่ ทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
2.2 แผนการปฏิรปู ประเทศ
2.3 แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบับท่ี 13
2.4 นโยบายและแผนระดับชาติว่าดว้ ยความมั่นคงแหง่ ชาติ
แผนระดบั ท่ี 3
3.1 พระบรมราโชบายในหลวง รัชกาลท่ี 10 ดา้ นการศกึ ษา
3.2 นโยบายรฐั บาล (พลเอก ประยุทธ์ จนั ทร์โอชา นายกรัฐมนตรี)
3.3 เป้าหมายการพัฒนาที่ยง่ั ยืน (Sustainable Development Goals : SDGs)
3.4 แผนการศึกษาแหง่ ชาติ (พ.ศ. 2560 - 2579)
3.5 นโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 – 2565
3.6 แผนพฒั นาการอาชวี ศกึ ษา พ.ศ. 2560 – 2579
3.7 แผนพฒั นาการศึกษาท้องถ่นิ พ.ศ. 2561 – 2565
3.8 แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั ของสำนักงาน กศน. (พ.ศ. 2560 – 2579)
3.9 แผนพัฒนากลุม่ จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2561-2565)
3.10 แผนพัฒนาจังหวดั เลย
3.11 แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาของภาค 10
3.12 นโยบายและจดุ เนน้ การจดั การศกึ ษากระทรวงศกึ ษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
3.13 แผนปฏบิ ัติราชการระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566-2570 ของสำนกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร
18
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
แผนระดบั ที่ 1
1.1 ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580)
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 กำหนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมาย
การพัฒนาประเทศอย่างย่ังยืน ตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณา
การกันเพ่ือให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมาย ซ่ึงคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบยุทธศาสตร์ชาติ
(พ.ศ. 2561 – 2580) และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันท่ี 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เพื่อใช้เป็นกรอบ
แนวทางการพัฒนาประเทศในระยะ 20 ปี โดยกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ ดงั นี้
วิสัยทศั น์
“ประเทศไทยมีความมั่นคง ม่ังค่ัง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง” หรือคตพิ จนป์ ระจำชาติว่า “ม่ันคง มง่ั ค่งั ยง่ั ยนื ”
ความม่ันคง หมายถึง การมีความม่ันคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ และ
ภายนอกประเทศในทุกระดับ ทั้งระดับประเทศ สังคม ชุมชน ครัวเรือน และปัจเจกบุคคล และมีความมั่นคง
ในเอกราชและอธิปไตย มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยท่ีมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สถาบันชาติ
ศาสนา พระมหากษัตริย์มีความเข้มแข็งเป็นศูนย์กลางและเป็นท่ียึดเหน่ียวจิตใจของประชาชน มีระบบการเมืองท่ี
ม่ันคงเป็นกลไกท่ีนำไปสู่การบริหารประเทศที่ต่อเน่ืองและโปร่งใสตามหลัก ธรรมาภิบาล สังคม
มีความปรองดองและความสามัคคี สามารถผนึกกำลังเพื่อพัฒนาประเทศ ชุมชน มีความเข้มแข็ง ครอบครัว
มคี วามอบอุ่น ประชาชนมีความม่ันคงในชีวิต มีงานและรายไดท้ ่ีม่ันคงพอเพียงกับการดำรงชีวิต มีการออมสำหรับ
วยั เกษยี ณ ความมนั่ คงของอาหาร พลังงาน และนำ้ มที ่ีอยู่อาศัยและความปลอดภัยในชวี ิตทรัพย์สนิ
ความม่ังค่ัง หมายถึง ประเทศไทยมีการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเน่ืองและมีความย่ังยืนจนเข้าสู่
กลุ่มประเทศรายได้สูง ความเหล่ือมล้ำของการพัฒนาลดลง ประชากรมีความอยู่ดีมีสุขได้รับผลประโยชน์
จากการพัฒนาอย่างเทา่ เทยี มกนั มากขึ้น และมีการพัฒนาอย่างทัว่ ถึงทกุ ภาคส่วน มคี ณุ ภาพชวี ิตตามมาตรฐานของ
องค์การสหประชาชาติ ไม่มีประชาชนทีอ่ ย่ใู นภาวะความยากจนเศรษฐกิจในประเทศมีความเข้มแข็ง ขณะเดยี วกัน
ต้องมคี วามสามารถในการแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ทั้งในตลาดโลกและตลาดภายในประเทศเพื่อให้สามารถสร้าง
รายได้ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ตลอดจนมกี ารสรา้ งฐานเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ อนาคต เพื่อให้สอดรับ
กับบริบทการพัฒนาท่ีเปลี่ยนแปลงไป และประเทศมีบทบาทท่ีสำคัญในเวทีโลก และมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
และการค้าอย่างแน่นแฟ้นกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย เป็นจุดสำคัญของการเช่ือมโยงในภูมิภาค ท้ังการคมนาคม
ขนส่ง การผลติ การค้า การลงทุน และการทำธุรกิจ เพอื่ ให้เป็นพลังในการพฒั นา นอกจากนี้ ยังมีความสมบูรณ์ใน
ทุนท่ีจะสามารถสร้างการพัฒนาต่อเนื่องไปได้ ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนทางปัญญา ทุนทางการเงนิ ทุนที่เป็นเคร่ืองมือ
เครื่องจกั ร ทุนทางสงั คม และทุนทางทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม
ความย่ังยืน หมายถึง การพัฒนาท่ีสามารถสร้างความเจริญ รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชน
ให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจท่ีอยู่บนหลักการใช้ การรักษาและการฟ้ืนฟูฐาน
ทรัพยากรธรรมชาติอย่างย่ังยืน ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติจนเกินพอดี ไม่สร้างมลภาวะต่อส่ิงแวดล้อม และสอดคล้อง
กับเป้ าหมายการพั ฒ นาที่ ย่ังยืน ทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบู รณ์ มากขึ้นและสิ่งแวดล้อม
19
แผนพฒั นาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
มีคุณภาพดีขึ้น คนมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความเอ้ืออาทร เสียสละเพื่อผลประโยชน์ส่วนร่วม รัฐบาล
มีนโยบายที่มุ่งประโยชน์ส่วนรวมอย่างย่ังยืนและให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน และทุกภาคส่วนใน
สงั คมยดึ ถอื และปฏบิ ัติตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงเพ่ือการพัฒนาอย่างสมดุล มเี สถยี รภาพ และยั่งยืน
โดยมีเป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติม่ันคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่าง
ต่ อเน่ื อง สั งคมเป็ น ธรรม ฐาน ทรัพ ยากรธรรมชาติ ยั่ งยื น ” โดยยกระดั บศั กยภ าพของประเทศ
ในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาสและ
ความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม และมีภาครัฐของประชาชน
เพอื่ ประชาชนและประโยชนส์ ่วนรวม โดยการประเมินผลการพฒั นาตามยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบด้วย
1) ความอยู่ดีมสี ุขของคนไทยและสงั คมไทย
2) ขดี ความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกจิ และการกระจายรายได้
3) การพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์ของประเทศ
4) ความเทา่ เทยี มและความเสมอภาคของสังคม
5) ความหลากหลายทางชีวภาพ คุณภาพว่ิงแวดลอ้ ม และความยงั่ ยนื ของทรัพยากรธรรมชาติ
6) ประสทิ ธิภาพการบรหิ ารจดั การและการเขา้ ถงึ การให้บรกิ ารของภาครัฐ
ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) มี 6 ยุทธศาสตร์ ซึ่งเก่ียวข้องกับภารกิจขอกระทรวงศึกษาธิการ 6
ยทุ ธศาสตร์ ดังนี้
1. ยุทธศาสตร์ชาติด้านความม่ันคง มีเป้าหมายการพัฒนาท่ีสำคัญ คือ ประเทศชาติมั่นคง ประชาชน
มีความสุข เน้นการบริหารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความม่ันคง ปลอดภัย เอกราช อธิปไตย และ
มีความสงบเรียบร้อยในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติ สังคม ชุมชน มุ่งเน้นการพัฒนาคน เคร่ืองมือ เทคโนโลยี และระบบ
ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ให้มีความพร้อมสามารถรับมือกับภัยคุกคามและภัยพิบัติได้ทุกรปู แบบ และทุกระดับความรุนแรง
ควบคู่ไปกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน และท่ีอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ใช้กลไกการ
แก้ไขปัญหาแบบบูรณาการทั้งกบั ส่วน ราชการ ภาคเอกชนประชาสังคม และองค์กรท่ีไม่ใช่รัฐ รวมถึงประเทศเพ่ือนบ้าน
และมิตรประเทศ ท่ัวโลกบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล เพื่อเอ้ืออำนวยประโยชน์ต่อการดำเนินการของยุทธศาสตร์
ชาติ ดา้ นอืน่ ๆ ใหส้ ามารถขบั เคลื่อนไปได้ ตามทิศทางและเป้าหมายทกี่ ำหนด
2. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนาที่มุ่งเน้น
การยกระดับศกั ยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพน้ื ฐานแนวคดิ 3 ประการ ไดแ้ ก่
1) “ต่อยอดอดีต” โดยมองกลับไปที่รากเหง้าทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณีวิถีชีวิต
และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของประเทศในด้านอื่น ๆ
นำมาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพ่ือให้สอดรบั กับบรบิ ท ของเศรษฐกิจ และสงั คมโลกสมยั ใหม่
2) “ปรับปัจจุบัน” เพ่ือปูทางสู่อนาคต ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานของประเทศ ในมิติต่าง ๆ
ทั้งโครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่ง โครงสร้างพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดิจิทัล และการปรับ
สภาพแวดลอ้ มให้เอ้ือต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการอนาคต
20
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
3) “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต” ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ พัฒนาคน รุ่นใหม่ รวมถึง
ปรับรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับอนาคต
บนพื้นฐานของการต่อยอดอดตี และปรับปัจจุบัน พรอ้ มท้ังการส่งเสรมิ และสนับสนุนจากภาครฐั ให้ประเทศไทยสามารถ
สร้างฐานรายได้และการจ้างงานใหม่ ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนใน เวทีโลก ควบคู่ไปกับ
การยกระดับรายได้และการกินดีอยู่ดี รวมถึงการเพิ่มขึ้นของคนชั้นกลางและลดความเหล่ือมล้ำของคนในประเทศได้ใน
คราวเดยี วกัน
3. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ มีเป้าหมายการพัฒนา
ที่สำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ โดยคนไทยมีความพร้อมทั้งกาย
ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการทด่ี รี อบดา้ นและมสี ขุ ภาวะทีด่ ีในทุกช่วงวยั มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสงั คมและผู้อ่ืน
มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะ
ท่ีจำเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะส่ือสารภาษาอังกฤษและภาษาท่ี 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถ่ิน มีนิสัยรักการ
เรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตสู่การเป็น คนไทยท่ีมีทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด
ผ้ปู ระกอบการ เกษตรกรยุคใหมแ่ ละอ่ืนๆ โดยมีสมั มาชีพตามความถนดั ของตนเอง
4. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มีเป้าหมายการพัฒนาท่ีสำคัญ
ที่ให้ความสำคัญการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชน ท้องถ่ิน มาร่วมขับเคลื่อน
โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชน ในการร่วมคิด ร่วมทำเพ่ือส่วนรวม การกระจายอำนาจและความ
รบั ผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถิ่น การเสริมสร้าง ความเข้มแขง็ ของชุมชนในการจัดการ
ตนเอง และการเตรียมความพร้อมของประชากรไทย ทั้งในมติ ิ สุขภาพ เศรษฐกจิ สังคม และสภาพแวดล้อมให้เป็น
ประชากรที่มีคุณภาพ สามารถพึ่งตนเอง และทำประโยชน์แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้นานท่ีสุด โดยรัฐ
ให้หลักประกันการเข้าถึงบรกิ ารและสวสั ดกิ ารท่ีมีคุณภาพอยา่ งเป็นธรรมและท่ัวถึง
5. ยทุ ธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายการ
พัฒนาท่ีสำคัญเพ่ือนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืนในทุกมิติ ท้ังมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม
ธรรมาภิบาล และความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกันทั้งภายในและภายนอกประเทศอย่างบูรณาการ
ใช้พ้ืนที่เป็นตัวตั้งในการกำหนดกลยุทธ์และแผนงาน และการให้ทุกฝ่ายท่ีเก่ียวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วมในแบบ
ทางตรงให้มากที่สุดเท่าท่ีจะเป็นไปได้โดยเป็นการดำเนินการ บนพ้ืนฐานการเติบโตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทาง
เศรษฐกิจ ส่ิงแวดลอ้ ม และคุณภาพชีวิต โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสมดลุ ทั้ง 3 ด้าน อันจะนำไปสู่ความยั่งยืน
เพอื่ คนรุ่นต่อไปอย่างแทจ้ ริง
6. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ มีเป้าหมาย
การพัฒนาท่สี ำคัญเพ่ือปรับเปลี่ยนภาครัฐท่ียึดหลัก “ภาครฐั ของประชาชนเพ่อื ประชาชน และประโยชน์สว่ นรวม”
โดยภาครัฐต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ แยกแยะบทบาท หน่วยงานของรัฐท่ีทำหน้าที่ในการกำกับ
หรือในการให้บริการในระบบเศรษฐกิจท่ีมีการแข่งขันมีขีดสมรรถนะสูง ยึดหลักธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการ
ทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวมมีความทันสมัยและพร้อมที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง
ของโลกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบการทำงานท่ีเป็น
21
แผนพฒั นาการศึกษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่า และปฏิบัติงานเทียบได้กับมาตรฐานสากล รวมท้ังมีลักษณะเปิดกว้าง เช่ือมโยงถึง
กันและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เพ่ือตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว
และโปร่งใส โดยทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมกันปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต ความมัธยัสถ์ และสร้างจิตสำนึก
ในการปฏิเสธไม่ยอมรับการทุจริตประพฤติมิชอบอย่างสิ้นเชิง นอกจากนั้น กฎหมายต้องมีความชัดเจน มีเพียงเท่าที่
จำเป็นมีความทันสมัย มีความเป็นสากลมีประสิทธิภาพ และ นำไปสู่การลดความเหล่ือมล้ำและเอ้ือต่อการพัฒนา
โดยกระบวนการยุติธรรมมีการบริหารท่ีมีประสิทธิภาพ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติและการอำนวยความยุติธรรม
ตามหลักนิติธรรม
แผนระดับท่ี 2
2.1 แผนแมบ่ ทภายใตย้ ทุ ธศาสตร์ชาติ
ตามพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 10 บัญญัติว่า เม่ือมีพระบรมราชโองการ
ประกาศใชย้ ุทธศาสตร์ชาติแล้ว ให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติแต่ละด้านจัดทำแผนแม่บท เพื่อบรรลุเป้าหมาย
ตามที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ เสนอคณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นชอบ และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ความ
เห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติเป็นส่วนสำคัญในการถ่ายทอดเป้าหมายและประเด็นยุทธศาสตร์ของ
ยุทธศาสตร์ชาติลงสู่แผนระดับต่าง ๆ ต่อไป ซ่ึงได้คำนึงถึงประเด็นร่วมหรือประเด็นตัดข้ามยุทธศาสตร์ และการ
ประสานเชื่อมโยงเป้าหมายของแต่ละแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติให้มีความสอดคล้องไปใน ทิศทางเดียวกัน
โดยแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติจะประกอบด้วย สถานการณ์และแนวโน้มท่ีเก่ียวข้อง ของแผนแม่บท
เป้าหมายและตัวชี้วัดในการดำเนินการซ่ึงแบ่งช่วงเวลาออกเป็น 4 ช่วง ช่วงละ 5 ปี รวมทั้ง กำหนดแนวทางการ
พัฒนา และแผนงาน/โครงการท่ีสำคัญของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตรช์ าติ เพอื่ เป็น กรอบในการดำเนินการของ
หน่วยงานที่เก่ียวข้องให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศที่กำหนดไว้ใน ยุทธศาสตร์ชาติว่า “ประเทศชาติมั่นคง
ประชาชนมีความสขุ เศรษฐกจิ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรพั ยากรธรรมชาติย่ังยืน” โดยยกระดับ
ศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิตแิ ละ ในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ สร้าง
โอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม และมีภาครัฐของ
ประชาชนเพอ่ื ประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม”
แผนแม่บทภายใตย้ ุทธศาสตรช์ าติ มจี ำนวนรวม 23 ฉบบั ประกอบด้วย
1) ความมน่ั คง
2) การต่างประเทศ
3) การเกษตร
4) อุตสาหกรรมและบรกิ ารแหง่ อนาคต
5) การท่องเท่ยี ว
6) พนื้ ทีแ่ ละเมอื งนา่ อยู่อัจฉรยิ ะ
7) โครงสร้างพนื้ ฐาน ระบบโลจสิ ติกส์ และดจิ ิทัล
8) ผปู้ ระกอบการยุคใหม่และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่
22
แผนพัฒนาการศกึ ษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
9) เขตเศรษฐกิจพเิ ศษ
10) การปรับเปลย่ี นคา่ นิยม และวฒั นธรรม
11) ศกั ยภาพคนตลอดช่วงชวี ิต
12) การพฒั นาการเรยี นรู้
13) การเสรมิ สร้างใหค้ นไทยมสี ขุ ภาวะทีด่ ี
14) ศักยภาพการกีฬา
15) พลงั ทางสังคม
16) เศรษฐกิจฐานราก
17) ความเสมอภาคและหลักประกนั ทางสงั คม
18) การเตบิ โตอย่างยัง่ ยนื
19) การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ
20) การบริการประชาชนและการพัฒนาประสทิ ธิภาพภาครัฐ
21) การตอ่ ต้านการทุจรติ และประพฤตมิ ิชอบ
22) กฎหมายและการพฒั นากระบวนการยุติธรรม
23) การวจิ ยั และพัฒนานวตั กรรม
โดยแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา มี จำนวน 2 ประเด็น คือ ประเด็นท่ี
(11) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชวี ติ และ ประเดน็ ที่ (12) การพฒั นาการเรียนรู้ รายละเอียด ดงั น้ี
ประเดน็ (11) การพัฒนาศกั ยภาพคนตลอดช่วงชวี ิต
มุ่งเน้นการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ สร้างความอยู่ดี
มีสุขของครอบครัวไทย ซึ่งเป็นหน่วยที่ย่อยที่สุดเพื่อให้สามารถเป็นพลังในการขับเคลื่อนช่วยเหลือสังคม พัฒนาและ
ยกระดับคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดี เก่ง และมีคุณภาพพร้อมขับเคล่ือนการพัฒนา
ประเทศไปข้างหน้าได้อย่างเต็มศักยภาพ ซ่ึง “คนไทยในอนาคตจะต้องมีความพร้อมท้ังกาย ใจ สติปัญญา
มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะท่ีดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อ่ืน มัธยัสถ์
อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรม และเป็นพลเมืองดีของชาติ มีหลักคิดท่ีถูกต้อง มีทักษะท่ีจำเป็น
ในโลกอนาคต สามารถใช้ภาษาไทยได้ดี มีทักษะส่ือสารภาษาอังกฤษและภาษาท่ี 3 รวมท้ังอนุรักษ์ภาษาท้องถ่ิน
มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มีทักษะสูง เป็นนักพัฒนา
เทคโนโลยีระดับสูงและนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่น ๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัด
ของตนเอง”
แผนย่อยการสร้างสภาพแวดล้อมท่ีเอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์ มีแนวทาง
การพฒั นา ดังน้ี
1) สร้างความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทย สร้างครอบครัวที่เหมาะสมกับโลกในศตวรรษท่ี 21
โดยส่งเสริมความรู้ในการวางแผนชีวิตที่เหมาะสมกับค่านิยมของคนรุ่นใหม่ และการจัดกิจกรรมท่ีเหมาะสม
บนฐานความรู้ทางวิชาการต้ังแต่ช่วงตั้งครรภ์และถึงช่วงอายุต่าง ๆ พัฒนาทักษะชีวิตและการเรียนรู้ การทำงานและ
การดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพของประชากรแต่ละช่วงวัย รวมถึงการให้ทุกภาคส่วนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมทั้ง
23
แผนพัฒนาการศกึ ษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อการสร้างครอบครวั อบอุ่นเข้มแข็ง โดยเน้นการส่งเสริมการเกื้อกูลกันของคนทุกวัยใน
ครอบครัวในการดูแลสมาชิกในครอบครัว การส่งเสริมนโยบายการสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน การ
ส่งเสริมสนับสนุนภาคเอกชน สถานประกอบการจัดบริการที่ส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสนับสนุน
ครอบครัวในการเล้ียงดูบุตรและการดูแลผู้สูงอายุ การสนับสนุนควบคู่กับการปฏิรูปส่ือให้มีบทบาทในเชิงสร้างสรรค์ใน
การให้ความรู้ต่อการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งครอบครัว โดยท่ีจะต้องมีระบบการจัดการท่ีอยู่อาศัยสำหรับ
ครอบครัวที่เอ้ือต่อการดำรงชีวิตครอบครัว ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และมีความปลอดภัย มีระบบสนับสนุนในการดูแล
เด็กและครอบครัวในชุมชนท่ีมีคุณภาพมาตรฐาน รวมท้ังมีระบบสนับสนุนในการทำงานที่เอ้ือต่อครอบครัวท่ีทุกภาค
ส่วนการพัฒนาสนับสนุนการจัดสวัสดิการและการส่งเสรมิ คุณภาพชีวิตทด่ี ีในการทำงานที่สมดุลระหว่างชีวติ การทำงาน
และชีวิตครอบครัว
2) สง่ เสรมิ บทบาทการมสี ่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน ครอบครัว และชมุ ชนใน
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ปลูกฝังและพัฒนาทักษะนอกห้องเรียน สร้างกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของ
ประชากรให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาตนเอง
และการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและพัฒนาสังคม รวมทั้งสนับสนุนด้านวิชาการและสร้างนวัตกรรมท่ีสนับสนุนการ
พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน เพ่ือให้องค์กรเครือข่ายชุมชนมีความเข้มแข็ง และมีกลไกการพัฒนาระดับพ้ืนที่ท่ี
ประชาชน ชุมชน องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา เฝ้าระวัง และติดตามการดำเนินงานส่งผลให้การ
พัฒนาทรัพยากรมนุษยม์ ีประสทิ ธิภาพและประสิทธิผลไดอ้ ย่างเป็นรูปธรรม การปลูกฝังและพัฒนาทักษะนอกห้องเรียน
โดยเน้นให้พ่อแม่มีวัฒนธรรมท่ีปลูกฝังให้ลูกเพ่ิมพูนทักษะการเรยี นรู้ชีวิต ดนตรี กีฬา ศิลปะ รวมท้ังส่งเสริมให้ทุกภาค
ส่วนเปิดพน้ื ทีแ่ ห่งการเรียนรู้ และจัดกระบวนการเรียนรู้ทห่ี ลากหลายและเหมาะสม เอ้ือแก่ครอบครัวทุกลักษณะ
3) พัฒนาระบบฐานข้อมลู เพ่ือการพัฒนาทรัพยากรมนุษยท์ ่ีมีความเชือ่ มโยงและบูรณาการขอ้ มูลด้านการ
พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างภาคีการพัฒนาต่าง ๆ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลที่เก่ียวกับการศึกษา การพัฒนา
ตนเอง สุขภาพ และการพัฒนาอาชีพในตลอดช่วงชีวิต เพื่อเสริมและสร้างศักยภาพของการดำเนินงานการพัฒนา
ทรัพยากรมนุษย์ตามพันธกิจของแต่ละหน่วยงานให้มีความเข้มแข็งและตอบโจทย์ประเทศ เป็นฐานข้อมูลการ
พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถประเมินจุดอ่อน จุดแข็ง และ
ศักยภาพบุคคลของประเทศ นำไปสู่การตัดสินใจระดับนโยบายและปฏิบัติ เพื่อพัฒนาคนไทยอย่างมีทิศทางและ
สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต รวมถึงข้อมูลท่ีสนับสนุนการผลิตกำลังแรงงานท่ีมีทักษะตรงต่อ
ความต้องการของตลาดงานในอนาคต และใช้ประกอบการตัดสินใจในการศึกษาต่อ มีธนาคารคลังสมองเพื่อ
รวบรวมผู้สูงอายุท่ีมีความรู้ ประสบการณ์ และทักษะเพื่อถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และทักษะให้เกิด
ประโยชนต์ ่อประเทศชาติ
เปา้ หมาย : ครอบครวั ไทยมีความเขม้ แข็ง และมีจติ สำนึกความเปน็ ไทย ดำรงชีวิตแบบพอเพียงมากข้ึน
ตวั ชว้ี ัด : ดชั นีครอบครัวอบอุ่น
ค่าเปา้ หมาย ปี 2566 - 2570 : รอ้ ยละ 80
แผนย่อยการพัฒนาเด็กตัง้ แต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถงึ ปฐมวยั มแี นวทางการพัฒนา ดงั น้ี
1) จัดให้มีการเตรียมความพร้อมทั้งสุขภาวะ เจตคติ ความรู้ และทักษะให้แก่พ่อแม่ก่อนการต้ังครรภ์
พร้อมทั้งส่งเสริมอนามัยแม่และเด็กตั้งแต่เร่ิมตั้งครรภ์ รวมท้ังกำหนดมาตรการสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตและ
24
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
การทำงานให้พ่อแม่สามารถเล้ียงดูบุตรได้ด้วยตนเอง ทั้งการจูงใจให้สถานประกอบการจัดให้มีการจ้างงานท่ียืดหยุ่น
รณรงค์ให้ผชู้ ายตระหนักและมสี ่วนรว่ มในการทาหน้าที่ในบ้านและดูแลบุตรมากขึ้น
2) จัดให้มีการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีสุขภาวะท่ีดีและสมวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงพยาบาล
ทุกระดับและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามมาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็กสู่มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการ
สุขภาพ ตลอดจนสง่ เสริมและสนับสนนุ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และสารอาหารที่จำเป็นต่อสมองเด็ก
3) จัดให้มีการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการ สมรรถนะ และคุณลักษณะท่ีดีที่สมวัยทุกด้าน
โดยการพัฒนาหลักสตู รการสอนและปรบั ปรุงสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีคณุ ภาพตามมาตรฐานท่ีเน้นการพัฒนาทักษะ
สำคัญด้านต่าง ๆ อาทิ ทักษะทางสมอง ทักษะด้านความคิดความจำ ทักษะการควบคุมอารมณ์ ทักษะการวางแผนและ
การจัดระบบ ทักษะการรู้จักประเมินตนเอง ควบคู่กับการยกระดับบุคลากรในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีความพร้อม
ท้ังทักษะ ความรู้ จริยธรรม และความเป็นมืออาชีพ ตลอดจน ผลักดันให้มีกฎหมายการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ครอบคลุม
ทั้งการพัฒนาทักษะ การเรียนรู้เน้นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ระบบการศึกษา การพัฒนาสุขภาพอนามัยให้มี
พฒั นาการทสี่ มวัยและการเตรียมทักษะการอยู่ในสังคมให้มีพัฒนาการอยา่ งรอบด้าน
เป้าหมาย : เด็กเกิดอยา่ งมคี ุณภาพ มีพัฒนาการสมวยั สามารถเข้าถงึ บริการท่ีมีคุณภาพมากขึ้น
ตัวชวี้ ดั : ดัชนพี ัฒนาการเดก็ สมวัย
ค่าเปา้ หมาย ปี 2566 - 2570 : ไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 85
แผนย่อยการพัฒนาช่วงวยั เรียนและวยั รุ่น มีแนวทางการพัฒนา ดงั น้ี
แนวทางการพัฒนา
1) จัดให้มีการพัฒนาทักษะท่ีสอดรับกับทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะทักษะด้านการคิดวิเคราะห์
สงั เคราะห์ ความสามารถในการแก้ปัญหาท่ีซับซ้อน ความคดิ สร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับผู้อ่ืน
2) จัดให้มีการพัฒนาทักษะด้านภาษา ศิลปะ และความสามารถในการใช้เทคโนโลยีท่ีสอดคล้องกับ
ความสามารถ ความถนดั และความสนใจ
3) จัดให้มีการพัฒนาทักษะในการวางแผนชีวิตและวางแผนการเงิน ตลอดจนทักษะท่ีเชื่อมต่อกับโลก
การทำงาน
4) จัดให้มีพัฒนาทักษะอาชีพท่ีสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ การบ่มเพาะการเป็นนักคิด
นักนวัตกร และการเป็นผู้ประกอบการใหม่ รวมทั้งทักษะชีวิตที่สามารถอยู่ร่วมและทำงานภายใต้สังคมท่ีเป็น
พหุวัฒนธรรม
5) ส่งเสริมและสนับสนุนระบบบริการสุขภาพและอนามัยท่ีเช่ือมต่อกันระหว่างระบบสาธารณสุขกับโรงเรียน
หรือสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านความฉลาดทางเชาวน์ปัญญา และความฉลาดทางอารมณ์ ตลอดจน
ภมู คิ ุม้ กันดา้ นตา่ ง ๆ ในการดาเนินชีวิตของกลุ่มวัยเรยี น/วยั รุ่น
เป้าหมาย : วัยเรียน/วัยรุ่น มีความรู้และทักษะในศตวรรษท่ี 21 ครบถ้วน รู้จักคิดวิเคราะห์ รักการเรียนรู้ มี
สำนึกพลเมือง มีความกล้าหาญทางจริยธรรม มีความสามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่น
ไดอ้ ย่างไดม้ ีประสิทธิผลตลอดชวี ิตดีข้ึน
25
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ตัวช้ีวัด : คะแนนความสามารถในการแข่งขันการพัฒนาทุนมนุษย์ด้านทักษะ (Skill) ของ World
Economic Forum (WEF)
คา่ เปา้ หมาย ปี 2566 - 2570 : ในชว่ ง 5 ปี จะตอ้ งมีคา่ เป้าหมายเพ่ิมข้นึ ร้อยละ 20
แผนยอ่ ยการพฒั นาและยกระดับศกั ยภาพวยั แรงงาน มีแนวทางการพัฒนา ดังนี้
แนวทางการพัฒนา
1) ยกระดับศักยภาพ ทักษะและสมรรถนะของคนในช่วงวัยทำงานให้มีคุณภาพมาตรฐานสอดคล้องกับ
ความสามารถเฉพาะบุคคลและความต้องการของตลาดงาน รวมท้ังเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพ่ือสร้างความเข้มแข็ง
เศรษฐกิจและผลิตภาพเพมิ่ ข้ึนให้กับประเทศ
2) เสริมสร้างวัฒนธรรมการทำงานท่ีพึงประสงค์ และความรู้ความเข้าใจและทักษะทางการเงิน
เพื่อเสริมสร้างความม่ันคงและหลักประกันของตนเองและครอบครัว รวมทั้งสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับวัย
ทำงานผา่ นระบบการคมุ้ ครองทางสังคมและการสง่ เสรมิ การออม
3) ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงานฝีมือให้เป็นผู้ประกอบการใหม่ และสามารถพัฒนา
ต่อยอดความรใู้ นการสร้างสรรคง์ านใหม่ ๆ และมีโอกาสและทางเลือกทำงานและสร้างงาน
4) ส่งเสริมกลุ่มผู้เช่ียวชาญต่างชาติและคนไทยท่ีมีความสามารถพิเศษในต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบ
การทำงานช่ัวคราวและถาวร เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศ รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุน
ผู้มีความสามารถพิเศษท้ังคนไทยหรือคนต่างชาติท่ีกำเนิดในประเทศไทย ให้สามารถแสดงศักยภาพและ
ใช้ความสามารถในการทำประโยชน์และสร้างช่ือเสียงให้แก่ประเทศ ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้ผู้เช่ียวชาญ
ในสาขาจำเป็นหรือขาดแคลนจากต่างประเทศเข้ามาทำงานในประเทศไทย
5) ส่งเสริมการพัฒนา การปรับเปล่ียนทัศนคติ และสร้างศักยภาพให้ผู้ที่เคยกระทำผิดสามารถประกอบ
อาชีพ เป็นกำลังในการพัฒนาประเทศ และอยู่ในสังคมอยา่ งสงบสขุ
เป้าหมายท่ี 1 : แรงงานมีศักยภาพในการเพ่ิมผลผลิต มีทักษะอาชีพสูง ตระหนักในความสำคัญที่จะพัฒนา
ตนเองให้เต็มศักยภาพ สามารถปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ตามพลวัตของโครงสร้างอาชีพและความต้องการของ
ตลาดแรงงานเพ่ิมข้ึน
เป้าหมายท่ี 2 : มีคนไทยที่มีความสามารถและผู้เชีย่ วชาญตา่ งประเทศเข้ามาทำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ
นวัตกรรมในอุตสาหกรรมเป้าหมายเพ่ิมข้ึน
ตัวช้ีวัดท่ี 1 : ผลติ ภาพแรงงาน (รอ้ ยละตอ่ ป)ี
ตัวช้ีวัดท่ี 2 : สัดสว่ นกำลงั แรงงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ค่าเป้าหมาย ปี 2566 - 2570
ค่าเปา้ หมายที่ 1 : ไมต่ ่ำกวา่ รอ้ ยละ 2.5
คา่ เป้าหมายที่ 2 : เพมิ่ ขึ้นร้อยละ 10
ประเด็นท่ี (12) การพัฒนาการเรียนรู้
เน้นการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน และการเสริมสร้างและยกระดับการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้
ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการ
26
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
เปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21 มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปล่ียนบทบาทครู การเพ่ิมประสิทธิภาพระบบ
บริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรยี นรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาผู้เรียนใหส้ ามารถกำกับการเรียนรทู้ ี่เหมาะสม
กับตนเองได้อย่างต่อเน่ืองแม้จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว ควบคู่กับการส่งเสริมการพัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาให้
เต็มตามศักยภาพ รวมถึงการสร้างเสริมศักยภาพผู้มีความสามารถพิเศษให้สามารถต่อยอดการประกอบอาชีพได้อย่าง
มั่นคง โดยประกอบดว้ ยเป้าหมาย ตัวชีว้ ัด และค่าเปา้ หมาย ดังนี้
เป้าหมายท่ี 1 : คนไทยมีการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน สากลเพิ่มข้ึน มีทักษะที่จำเป็นของโลก
ศตวรรษท่ี 21 สามารถในการแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อ่ืนได้อย่างมีประสิทธิผลเพิ่มขึ้น
มนี สิ ัยใฝ่เรียนร้อู ย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิต
เป้าหมายท่ี 2 : คนไทยได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพตามความถนัดและความสาม ารถของ
พหปุ ญั ญาดีขน้ึ
ตวั ชว้ี ัดที่ 1 : คะแนน PISA ด้านการอ่าน คณติ ศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ (คะแนนเฉล่ีย)
ตวั ชีว้ ดั ที่ 2 : อนั ดับขดี ความสามารถในการแข่งขนั ของประเทศด้านการศึกษา
ตวั ช้ีวดั ท่ี 3 : ความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศในระดบั สากลดขี ้ึน (GTCI) (คะแนน)
คา่ เป้าหมายปี 2566 - 2570
ค่าเปา้ หมายที่ 1 : เฉล่ีย 480 คะแนน
ค่าเป้าหมายท่ี 2 : อนั ดับที่ 40
คา่ เป้าหมายที่ 3 : ไมน่ อ้ ยกวา่ 56.63 คะแนน (เทยี บเท่าค่าเฉลย่ี ของภูมิภาคยุโรป)
แผนยอ่ ยการปฏริ ูปการเรยี นรทู้ ตี่ อบสนองต่อการเปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21 มแี นวทางการพฒั นา ดงั น้ี
1) ปรับเปลี่ยนระบบการเรียนรู้สำหรับศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย 4 แนวทางย่อย ได้แก่ (1) พัฒนา
กระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับชั้น ต้ังแต่ปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษา ท่ีใช้ฐานความรู้และระบบคิดในลักษณะ
สหวิทยาการ มีการวิจัยและพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานท่ีเป็นหลักสูตร ฐานสมรรถนะให้ได้
มาตรฐานกับหลักสูตรในระบบการศึกษาชั้นนำท่ีได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ อย่างต่อเนื่อง โดยมีการ
จัดทำรายงานประจำปีท่ีเปิดเผยต่อสาธารณะเกี่ยวกับการนิเทศ การติดตามประเมินผล และการปรับปรงุ หลกั สูตร
ฐานสมรรถนะ ปฏิรูปหลักสูตรและรูปแบบการเรียนการสอนอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับกรอบมาตรฐานฝีมือ
แรงงานและมาตรฐานอาชีพ โดยเน้นการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี และการฝึกงานในสถานประกอบการ
ปฏิรูปการจดั การศกึ ษาในระดบั อดุ มศึกษาโดยเน้นการเรยี นรู้ท่ีผูกกับงาน เพือ่ วางรากฐานให้มีสถาบนั อดุ มศึกษาที่
สามารถตอบสนองความต้องการของประเทศได้ในหลากหลายมิติ ท้ังในด้านการผลิตกำลังคนท่ีมีสมรรถนะและ
ทกั ษะในสาขาที่เป็นท่ีต้องการของตลาด การพัฒนาผู้ประกอบการยคุ ใหมท่ ่ีมีศักยภาพในการสร้างธุรกิจใหม่ที่มีใช้
เทคโนโลยี นวัตกรรม และสามารถไปสู่ตลาดต่างประเทศได้ รวมถึงมีนักวิจัยและนวัตกรท่ีสามารถสร้างสรรค์
ผลงานวิจยั และนวัตกรรมทม่ี คี ุณภาพ สามารถสง่ เสริมสนบั สนนุ การพัฒนาประเทศในด้านเศรษฐกจิ และสงั คมเป็น
อย่างดี (2) พัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกระดับการศึกษา รวมถึงจัดกิจกรรมเสริมทักษะเพ่ือพัฒนา
ทักษะสำหรับศตวรรษท่ี 21 มีการผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับเน้ือหาและวิธีการสอน โดยใช้เทคโนโลยีสนับสนุน
ทฤษฎีการเรยี นรูแ้ บบใหม่ในการพัฒนาเนื้อหาและทักษะแบบใหม่ เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ควร
มคี ณุ ลกั ษณะท่ีมีชีวติ มีพลวัต มีปฏิสัมพันธ์ การเชื่อมต่อและมสี ่วนรว่ ม (3) พฒั นาระบบการเรยี นรู้เชิงบรู ณาการท่ี
27
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
เน้นการลงมือปฏิบัติ มีการสะท้อนความคิด/ทบทวนไตร่ตรอง โดยเน้นการเรียนการสอนท่ีเสริมสร้างทักษะชีวิต
และสามารถนำมาใช้ต่อยอดในการประกอบอาชีพได้จริง และ (4) พัฒนาระบบการเรียนรู้ท่ีให้ผู้เรียนสามารถ
กำกับการเรียนรู้ของตนได้ เพ่ือให้สามารถนาองค์ความรู้ไปใช้สร้างรายได้ รวมถึงมีทักษะด้านวิชาชีพและทักษะ
ชวี ิต โดยใชส้ อ่ื ผสมอย่างหลากหลาย ปรับเปล่ียนตามความสามารถและระดับของผเู้ รยี น มีเนอ้ื หาที่ไมย่ ดึ ติดกับตัว
ส่ือ เลือกประกอบเนื้อหาได้เอง ค้นหา แก้ไข จดบันทึกได้ เก็บประวัติการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ มีระบบการ
ประเมินผลการเรียนรู้ที่รวดเร็วและต่อเนื่อง โดยผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะท่ีเป็นที่ต้องการของ
ตลาดแรงงาน
2) เปลย่ี นโฉมบทบาท “ครู” ให้เปน็ ครูยุคใหม่ ประกอบด้วย 3 แนวทางย่อย ไดแ้ ก่ (1) วางแผนการผลิต
พัฒนาและปรับบทบาท “ครู คณาจารย์ยุคใหม่” ให้เป็น “ผู้อำนวยการการเรียนรู้” มีหลักสูตรผลิตครูอาชีวะยุค
ใหม่ท่ีสอดคล้องกับกรอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐานอาชีพ โดยเน้นการเป็นผู้เชี่ยวชาญและมี
ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการในสาขาท่ีตนเองสอน (2) ปรับระบบการผลิตและพัฒนา
ครตู ัง้ แตก่ ารดงึ ดดู คัดสรร ผมู้ ีความสามารถสูงให้เขา้ มาเป็นครู ปฏริ ูประบบการผลติ ครยู ุคใหม่โดยใช้หลักสตู รฐาน
สมรรถนะของวิชาชีพครูที่สามารถสร้างทักษะในการจัดการเรียน การสอนในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐานท่ีเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ และมีครูท่ีชำนาญในด้านการสอนภาษาอังกฤษและภาษาที่ 3 ที่ได้
มาตรฐานในระดับนานาชาติ ในจำนวนท่ีเพียงพอต่อความต้องการของนักเรียน อีกทั้งยังมีระบบการอบรมและ
เสริมสมรรถนะครูที่ผ่านการศึกษาในระบบเดิม หรือครูภาษาอังกฤษ และภาษาที่ 3 ที่ยังไม่ผ่านการประเมิน
มาตรฐานในระดับนานาชาติ และ (3) ส่งเสริมสนับสนุนระบบการพัฒนาศักยภาพและสมรรถนะครูอย่างต่อเนื่อง
ครอบคลุมท้ังเงินเดือน สายอาชีพและระบบสนับสนุนอื่น ๆ ปฏิรูประบบการผลิตครูอาชีวะยุคใหม่ โดยผู้ท่ีมีใบ
ประกอบวิชาชีพจะต้องเป็นผู้เช่ียวชาญและมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการในสาขาท่ี
ตนเองสอน มคี วามรู้ ทกั ษะ และสามารถสรา้ งสมรรถนะทส่ี อดคล้องกับกรอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐาน
อาชีพให้แก่ผู้เรียน และมีอัตรากำลงั เพียงพอต่อความต้องการของสถานศึกษาตามเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังของ
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
3) เพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภท ประกอบด้วย 6 แนวทางย่อย
ได้แก่ (1) ปฏิรูปโครงสร้างองค์กรด้านการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ โดยเน้นการสร้างความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์
ตั้งแต่ระดับบนสุดลงไปจนถึงระดับโรงเรียน รวมถึงมีโครงสร้างแรงจูงใจและความรับผิดชอบของหน่วยงานและ
บุคลากรทางการศึกษาท้ังระบบที่เหมาะสม (2) จัดให้มีมาตรฐานขั้นต่ำของโรงเรียนในทุกระดับ
เพ่ือผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนท่ีสูงข้ึนมีการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำของโรงเรียนในทุกระดับ ที่เหมาะสมกับบริบท
ของประเทศ ในด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์การเรียนการสอน การบริหารจัดการโรงเรียน
จำนวนครูท่ีครบช้ัน ครบวิชา จำนวนพนักงานสนับสนุนงานบริหารจัดการโรงเรียน (3) ปรบั ปรุงโครงสร้างการจัด
การศึกษาให้มีประสิทธภิ าพและเพ่ิมคุณภาพการศึกษา มีการปรับปรุงโครงสร้างการศึกษาท่ีเน้นสายอาชีพมากข้ึน
มีการเรียนการสอนและการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เกิดทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะ
ภาษาท่ี 3 ทักษะและความรู้ในการประกอบอาชีพใหม่ ๆ อย่างคล่องตัว เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรทาง
การศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม (4) เพิ่มการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนในการจัดการศึกษา ส่งเสริมภาคประชาสังคม
ปรับปรุงแหล่งเรียนรู้ในชุมชนให้เป็นพื้นท่ีเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์และมีชีวิต รวมถึงการเรียนรู้และทบทวนทักษะ
28
แผนพฒั นาการศกึ ษาจงั หวัดเลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
พื้นฐาน ได้แก่ การอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น โดยระดมทรัพยากรจากภาคเอกชนและภาคประชาสังคม (5)
พัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษา โดยแยกการประกันคุณภาพการศึกษาออกจากการประเมินคุณภาพและ
การรับรองคุณภาพและการกำกับดูแลคุณภาพการศึกษา และปฏิรปู ระบบการสอบท่ีนำไปสกู่ ารวัดผลในเชงิ ทักษะ
ทจ่ี ำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 มากกว่าการวัดระดับความรู้ และ (6) สง่ เสริมการวิจัยและใชเ้ ทคโนโลยีในการสรา้ ง
และจัดการความรู้ การเรียนการสอน และการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาทักษะอาชีพท่ีสอดคล้องกับบริบทพ้ืนท่ี ซ่ึง
รวมถึงการบูรณาการ ความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษากับภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และภาครัฐ เพื่อ
เสริมสรา้ งระบบนเิ วศนวัตกรรมท่เี ขม้ แขง็
4) พัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประกอบด้วย 5 แนวทางย่อย ได้แก่ (1) จัดให้มีระบบการศึกษา
และระบบฝึกอบรมบนฐานสมรรถนะที่มีคุณภาพสูงและยืดหยุ่น (2) มีมาตรการจูงใจและส่งเสริมสนับสนุนให้คน
เข้าสู่ใฝ่เรียนรู้ พัฒนาตนเอง รวมถึงการยกระดับทักษะวิชาชีพ (3) พัฒนาระบบการเรียนรู้ชุมชนให้เข้าถึงได้ทุกที่
ทกุ เวลา โดยความรว่ มมือจากภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม (4) พัฒนาระบบเครอื ข่ายเทคโนโลยดี ิจิทัล
และดิจิทัลแฟลตฟอร์ม สื่อดิจิทัลเพ่ือการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภทการศึกษาอย่างท่ัวถึงและมีประสิทธิภาพ
และ (5) พัฒนาโปรแกรมประยุกต์หรือส่ือการเรียนรดู้ ิจิทัลท่ีมีคณุ ภาพทนี่ ักเรียน นักศกึ ษา และประชาชนสามารถ
เขา้ ถึงและใชป้ ระโยชน์ในการเรยี นรแู้ ละพัฒนาตนเองผ่านเทคโนโลยสี มยั ใหม่ได้
5) สรา้ งระบบการศกึ ษาเพอื่ เป็นเลิศทางวิชาการระดับนานาชาติ ประกอบด้วย 5 แนวทางย่อย ไดแ้ ก่ (1)
สง่ เสรมิ และพฒั นาศกั ยภาพสถาบนั การศกึ ษาทม่ี คี วามเชี่ยวชาญและมคี วามโดดเด่นเฉพาะสาขา สรู่ ะดบั นานาชาติ
มีกรอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐานอาชีพที่กำหนดสมรรถนะและทักษะพ้ืนฐานสำหรับสาขาอาชีพต่าง ๆ
ท่ีสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve และ
New S-curve เพ่ือเป็นเคร่ืองมือในการยืนยัน และพัฒนาสมรรถนะของแรงงาน และมีกรอบแนวคิดในการ
คาดการณ์อุปสงค์แรงงานในอนาคตในสาขาอาชพี ต่าง ๆ และมแี นวทางทบทวนและปรับปรุงให้แมน่ ยำมากขนึ้ เป็น
ระยะ (2) สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษาและบุคลากรในระดับ
นานาชาติ รวมถึงการพัฒนาศูนย์วิจัย ศูนย์ฝึกอบรม และทดสอบในระดับภูมิภาค (3) จัดให้มีการเรียนรู้
ประวัติศาสตร์ชาติไทยและประวัติศาสตร์ท้องถ่ิน (4) จัดให้มีการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรมของ
ไทยและพัฒนาการของประเทศเพื่อนบ้านในสถานศึกษา และสำหรับประชาชน และ (5) ส่งเสริมสนับสนุนการ
แลกเปล่ียนเรียนรู้ของเดก็ เยาวชน และนักเรยี นกบั ประเทศ เพอื่ นบ้านในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
เป้าหมาย : คนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะที่จำเป็นของ
โลกศตวรรษที่ 21 สามารถเข้าถงึ การเรยี นรู้อยา่ งตอ่ เนื่องตลอดชวี ติ ดีขนึ้
ตัวช้วี ดั ท่ี 1 : สัดส่วนครูผา่ นการทดสอบสมรรถนะรายสาขาในระดบั สงู ตามมาตรฐานนานาชาติ
ค่าเป้าหมาย ปี 2566 - 2570 : ร้อยละ 100
ตัวชี้วัดท่ี 2 : อัตราความแตกต่างของคะแนน PISA ในแต่ละกลุ่มโรงเรยี นลดลง
ค่าเป้าหมาย ปี 2566 - 2570 : ลดลงร้อยละ 20
ตวั ช้วี ดั ที่ 3 : อตั ราการเขา้ เรยี นสุทธิ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้
ค่าเปา้ หมาย ปี 2566 - 2570 : รอ้ ยละ 90
29
แผนพฒั นาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
แผนยอ่ ยการตระหนักถึงพหปุ ญั ญาของมนษุ ย์ที่หลากหลาย มีแนวทางการพัฒนา ดังน้ี
1) พัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญา โดยพัฒนาระบบบริหารจัดการกลไกการคัดกรองและการส่งต่อ
เพ่ือส่งเสริมการพัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาให้เต็มตามศักยภาพ ส่งเสริมสนับสนุนครอบครัว ในการเสริมสร้าง
ความสามารถพิเศษตามความถนัดและศักยภาพทั้งด้านกีฬา ภาษาและวรรณกรรม สุนทรียศิลป์ ส่งเสริมสนับสนุน
ระบบสถานศึกษาและสภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อการสร้างและพัฒนาเด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษ
บนฐานพหุปัญญา และส่งเสริมสนับสนุนมาตรการจูงใจแก่ภาคเอกชน และส่ือ ในการมีส่วนร่วมและผลักดัน
ให้ผู้มคี วามสามารถพเิ ศษ มีบทบาทเดน่ ในระดับนานาชาติ
2) สร้างเส้นทางอาชีพ สภาพแวดล้อมการทำงาน และระบบสนับสนุนท่ีเหมาะสมสำหรับผู้มี
ความสามารถพิเศษ โดยจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนเพื่อผู้มีความสามารถพิเศษได้สร้างความ
เข้มแข็งและต่อยอดได้ จัดให้มีกลไกการทำงานในลักษณะการรวมตัวของกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษ
ในหลากสาขาวิชา เพื่อรวมนักวิจัยและนักเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าเพ่ือพัฒนาต่อยอดงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์
การพัฒนาประเทศ สร้างความร่วมมือและเช่ือมต่อสถาบันวิจัยชั้นนำท่ัวโลก เพ่ือสร้างความเข้มแข็งให้นักวิจัย
ความสามารถสงู ของไทยใหม้ ีศักยภาพสงู ยงิ่ ขึน้
เป้าหมาย : ประเทศไทยมีระบบข้อมูลเพ่ือการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพตามพหุปัญญา เพ่ือประโยชน์ใน
การพัฒนาและการส่งต่อการพัฒนาให้เต็มตามศักยภาพเพิม่ ข้ึน
ตัวช้ีวัดที่ 1 : สัดส่วนสถานศึกษาท่ีสามารถจัดการเรียนการสอนที่สร้างสมดุลทุกด้านและมีการจัด
การศึกษาเพื่อพฒั นาพหปุ ัญญารายบุคคล
ตวั ช้ีวัดที่ 2 : สัดสว่ นเดก็ และเยาวชนทไ่ี ด้รับการส่งตอ่ และพัฒนาตามศกั ยภาพ/พหุปัญญา
คา่ เปา้ หมายปี 2566 – 2570
คา่ เปา้ หมายที่ 1 : สถานศกึ ษาทุกแหง่ สามารถจัดการเรียนตามพหปุ ญั ญา
คา่ เป้าหมายท่ี 2 : ร้อยละ 10
2.2 แผนการปฏิรปู ประเทศ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด 16 การปฏิรูปประเทศ ได้บัญญัติให้มีการปฏิรูปประเทศ
ซึ่งต้องดำเนินการเพ่ือบรรลุเป้าหมาย 3 ประการ ได้แก่ (1) ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคีปรองดอง
มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีความสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านวัตถุกับการ
พั ฒ นาด้ านจิ ตใจ (2) สั งคมมี ความสงบสุ ข เป็ นธรรม และมี โอกาสอั นทั ดเที ยมกั นเพื่ อขจั ดความ
เหลื่อมล้ำ และ (3) ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตท่ีดีและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและการปกครอง
ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมท้ังได้บัญญัติให้การดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ
การปฏิรูปประเทศเป็นไปตามพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560
โดยมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติให้การจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศแต่ละด้านต้องสอดคล้องกับ
แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยมีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามแผน
การปฏริ ูปประเทศเพื่อให้บรรลผุ ลสัมฤทธิ์ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในแผนการปฏิรูปประเทศ
คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นชอบแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม
138 ตอนพิเศษ 44 ง เมื่อวันท่ี 25 กุมภาพันธ์ 2564 ซ่ึงแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ยังคงเป็นแผน
30
แผนพฒั นาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
ระดับท่ี 2 ตามนัยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันท่ี 4 ธันวาคม พ.ศ.2560 โดยต้องส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายของ
ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแมบ่ ทภายใต้ยทุ ธศาสตร์ชาติ ซ่ึงทกุ หนว่ ยงานต้องดำเนนิ การตามกิจกรรมปฏิรูปประเทศ
ท่ีจะส่งผลให้เกิดการเปล่ียนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ (Big Rock) นำไปสู่การปฏิบัติตามหลัก
ความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล (Causal Relationship: XYZ) เพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธ์ิตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์
ชาติของแต่ละช่วงเวลา 5 ปี โดยแผนการปฏิรูปประเทศ ฉบับปรับปรุงจะดำเนินการคู่ขนานไปกับเล่มแผนการ
ปฏิรูปประเทศฉบับเดิมท่ีประกาศใช้เม่ือเดือนเมษายน 2561 ที่เป็นกิจกรรมในลักษณะภารกิจปกติของหน่วยงาน โดย
แผนการปฏิรูปประเทศท้ัง 13 ด้าน คือ 1) ด้านการเมือง 2) ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน 3) ด้านกฎหมาย 4) ด้าน
กระบวนการยุติธรรม 5) ด้านเศรษฐกิจ 6) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 7) ด้านสาธารณสุข 8) ด้าน
สื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ 9) ด้านสังคม 10) ด้านพลังงาน 11) ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
และประพฤติมิชอบ 12) ด้านการศึกษา 13) ด้านวัฒนธรรม กีฬาแรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมี
ประเด็นท่เี ก่ียวข้องกับภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 8 ดา้ น ดงั นี้
1. แผนการปฏิรปู ประเทศด้านการเมือง
การธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัต ริย์ทรงเป็นประมุขที่มีความ
มั่นคง มีความชอบธรรม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติ บ้านเมืองและ
ประชาชน สร้างการมสี ่วนร่วม รู้จกั ยอมรบั ความเห็นท่ีแตกตา่ งกัน พรรคการเมืองดำเนนิ กิจกรรมโดยเปิดเผยและ
ตรวจสอบได้และพัฒนาเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองปฏิบัติหน้าท่ีด้วย
ความซอ่ื สัตย์สุจริต และรบั ผดิ ชอบต่อประชาชนในการปฏิบตั ิหนา้ ที่ของตน และสรา้ งใหเ้ กิดการแกไ้ ขปัญหาความ
ขดั แยง้ ทางการเมอื งโดยสนั ตวิ ิธี โดยมีเป้าหมายและประเดน็ การปฏิรปู ที่เกี่ยวข้องกบั กระทรวงศึกษาธิการ ดงั นี้
เป้าหมายท่ี 1 ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเก่ียวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองรวมตลอดท้ังการตรวจสอบการใช้
อำนาจรัฐ รู้จักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกต่างกัน และให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งและออก
เสียงประชามติโดยอสิ ระปราศจากการครอบงำไม่วา่ ดว้ ยทางใด
ประเด็นปฏิรูปท่ี 1 การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน
ในระบอบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข
พันธกิจที่ 1 การให้การศึกษาและเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ ของพลเมือง
กลยุทธ์ท่ี 1 การให้การศึกษาและเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองการปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุขของพลเมือง
กลยุทธ์ที่ 2 จัดให้มีการให้ความรู้ทางด้านการเมืองการปกครอง (Political Education)
วัฒนธรรมทางการเมอื งในระบอบประชาธปิ ไตยฯ
31
แผนพัฒนาการศึกษาจังหวดั เลย (พ.ศ. 2566 – 2570)
2. แผนการปฏิรูปประเทศดา้ นการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ
เป้าหมายปรับเปล่ียนภาครัฐ สู่การเป็น “ภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชน” ตามยุทธศาสตร์ชาติท่ียึด
ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตอบสนองความต้องการของประชาชน อันจะส่งผลให้ภาครัฐได้รบั ความเช่ือถือไว้วางใจ
จากประชาชน (Public Trust) แผนปฏิรูประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน กำหนดประเด็นปฏิรูปไว้ 6
ประการ และกำหนดกลยทุ ธ์ แผนงาน ไว้ในแต่ละประเดน็ ปฏิรูป ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวข้องอยู่ 2
ประเดน็ ปฏิรูป
ประเด็นปฏิรูปท่ี 2 : ระบบข้อมลู ภาครฐั มมี าตรฐาน ทนั สมัย และเชื่อมโยงกนั ก้าวสูร่ ฐั บาลดจิ ทิ ลั
กลยุทธ์ที่ 2 นำระบบดจิ ิทลั มาใชใ้ นการปฏบิ ตั ิงาน และการบรหิ ารราชการ
แผนงานท่ี 1 การพฒั นาหรือนำระบบดจิ ิทัลมาใชป้ ฏบิ ัตงิ านและการบริหารราชการ
เป้าหมาย : หน่วยงานภาครัฐสามารถดำเนินงานตามภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยการนำ
เทคโนโลยดี จิ ิทลั มาใชง้ าน
กิจกรรม : พัฒนาหรือนำระบบดิจิทลั เพ่อื รองรบั ทำงานตามภารกจิ เฉพาะของหน่วยงาน
กิจกรรม : พัฒนาหรือนำระบบดิจิทัล เพ่ือรองรับงานพ้ืนฐานของหน่วยงาน เช่น
งานสารบรรณ งานแผนและงบประมาณ งานพัสดุ งานบรหิ ารบุคคล เป็นต้น
กลยทุ ธ์ท่ี 3 บูรณาการข้อมลู ของหน่วยงานภาครัฐเพื่อการบริหารราชการแผน่ ดนิ
แผนงานที่ 1 การปรับปรุงพัฒนาการจัดทำ รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ
เปา้ หมาย : หน่วยงานภาครฐั มกี ารจดั ทำขอ้ มูลสำคญั ตามมาตรฐานท่ีกำหนด และเชือ่ มโยงขอ้ มลู กับ
หน่วยงานภายนอกได้
กจิ กรรม : จดั ทำชุดข้อมูลสำคัญของหนว่ ยงานใหอ้ ยู่ในรูปแบบดิจิทัลทีเ่ ป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
เป้าหมาย : ผบู้ ริหารระดับสงู มีขอ้ มลู ท่ีถกู ต้อง ครบถ้วน ทันสมัย สำหรับใช้ในการตัดสินใจและการ
บริหารราชการแผ่นดนิ
กิจกรรม : เช่ือมโยงข้อมูลสำคัญของต้นเข้าสู่ศูนย์ข้อมูลกลางภาครัฐเพื่อให้ผู้บริหารระดับสูง
สามารถนำไปใช้ในการตดั สินใจและการบริหารราชการแผ่นดนิ ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
แผนงานที่ 3 สนับสนุนให้นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินการบริการ
ประชาชน และการมสี ว่ นร่วมของภาคประชาชน
เปา้ หมาย : บคุ ลากรภาครัฐมสี มรรถนะด้านการบรหิ ารจดั การข้อมูล การวิเคราะหแ์ ละนำเสนอข้อมูล
กิจกรรม : พัฒนาสมรรถนะบุคลากรภาครัฐในด้านการบริหารจัดการข้อมูล การวิเคราะห์และ
นำเสนอข้อมลู และการใชป้ ระโยชน์รว่ มกัน
ประเด็นปฏิรูปที่ 3 : โครงสร้างภาครัฐ กะทดั รัด ปรับตัวไดเ้ รว็ และระบบงานมผี ลสัมฤทธส์ิ ูง
กลยุทธ์ท่ี 1 ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างและระบบบริหารงานของรัฐ และลด/ละลาย
ความเป็นนติ ิบคุ คลของกรม
แผนงานที่ 1 การดำเนินการจัดทำแผนปฏิรูปองค์การ
เป้าหมาย : ส่วนราชการมีการจัดทำแผนปฏิรูปองค์การ โดยมีการทบทวน 4 ด้าน ได้แก่ โครงสร้าง
กระบวนงาน บคุ ลากร และกฎหมาย
32